Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
1.3 กองอํานวยการปองกันภัยฝา ยพลเรือนเทศบาลตําบล 2 คนั
- รถดับเพลงิ อาคาร 2 คัน
- รถบรรทกุ นำ้ ชวยดบั เพลงิ ขนาด 10,000 ลติ ร 1 คัน
- รถกูภ ยั เคล่ือนทเี่ รว็ พรอ มอุปกรณ 2-4 ลํา
- เรือทองแบนพรอ มเครือ่ งยนต 2 เคร่ือง
- เครอ่ื งดบั เพลงิ แบบหาบหาม 1-2 คนั
1-2 คัน
1.4 กองอํานวยการปอ งกันภยั ฝา ยพลเรอื นองคการบรหิ ารสว นตาํ บล 2 ลาํ
- รถดับเพลิงอาคาร
- รถบรรทกุ นำ้ ชว ยดับเพลงิ ขนาด (5,000-10,000 ลติ ร)
- เรอื ทองแบนพรอมเคร่ืองยนต
3.2 การจัดทําโครงการ (Zoning) ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นเพ่ือบูรณาการการใช
เคร่ืองจักรกล ยานพาหนะ และเคร่ืองมอื อุปกรณในงานดานสาธารณภัยรวมกัน
ปจจุบันสถานการณของการเกิดสาธารณภัยในประเทศไทยมีแนวโนมท่ีจะทวีความรุนแรงและกอใหเกิดความ
สูญเสียแกชีวิต และทรัพยสินของประชาชนเปนจํานวนมาก ซ่ึงองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มีหนาท่ีโดยตรงในการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย แตองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละแหงจะมีความแตกตางกันในลักษณะพื้นที่และ
ความเส่ียงทแ่ี ตกตางกนั รวมท้ังศกั ยภาพของบุคลากร เครอ่ื งจักรกล ยานพาหนะ และเครอื่ งมอื อปุ กรณใ นการปฏิบตั ิ
งานที่ไมเ หมือนกัน หากจะจัดหาเคร่ืองจกั รกลฯ ใหครบตามประเภทและจาํ นวนทอ่ี งคกรปกครองสวนทอ งถิ่นแตละแหง
มคี วามตองการ จะตองใชง บประมาณลงทนุ เปน จํานวนมาก แตปญหาดงั กลา วสามารถแกไ ขไดด วยการบรหิ ารจดั การ
ใหมีการบูรณาการเพื่อใชเคร่ืองจักรกลฯ รวมกันระหวางทองถ่ินตางๆ ท่ีอยูในพื้นท่ีใกลเคียงกัน โดยวิธีการจัดต้ังกลุม
พน้ื ที่ (Zoning)
แนวทางปฏบิ ัตใิ นการจัดตง้ั กลมุ พื้นที่ (Zoning) ในสว นของจงั หวัด คอื
1. ใหจ งั หวัดดําเนินการแตง ตัง้ คณะกรรมการบริหารเครื่องจักรกลสาธารณภยั ระดบั จงั หวัด ประกอบดว ย
(1) ผวู า ราชการจงั หวดั หรือรองผูวา ราชการจังหวัดท่ไี ดร บั มอบหมาย เปนประธานกรรมการ
(2) นายกองคก ารบริหารสวนจงั หวดั หรอื ผแู ทน เปนรองประธานกรรมการ
(3) ผูอ าํ นวยการศูนยป องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพืน้ ทห่ี รอื ผูแทน
(4) นายอําเภอ หรือหัวหนาสวนราชการประจําจังหวัดท่ีผูวาราชการจังหวัดมอบหมายจํานวนไมนอยกวา
5 คน เปน กรรมการ
(5) ทอ งถิ่นจงั หวดั หรอื ผูแ ทน เปนกรรมการ
(6) คณะกรรมการพนักงานเทศบาล ท่ีมาจากผูแทนเทศบาลท่ีคัดเลือกกันเองจํานวนไมนอยกวา 3 คน
เปน กรรมการ
(7) คณะกรรมการพนักงานสวนตําบลที่มาจากผูแทนองคการบริหารสวนตําบลที่คัดเลือกกันเอง จํานวน
ไมนอ ยกวา 5 คน เปน กรรมการ
(8) หัวหนา สาํ นกั งานปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัด เปนกรรมการและ เลขานกุ าร
2. ใหคณะกรรมการบริหารเครื่องจักรกลสาธารณภัยระดับจังหวัดดังกลาว มีหนาท่ีสงเสริมและสนับสนุนการ
ดําเนนิ งานขององคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ ดังนี้
50
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
(1) กําหนดและจัดต้ังกลุมพื้นที่ (Zoning) ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินภายในจังหวัดตามขนาดของ
ทองถ่ินที่มีเขตพื้นที่ใกลเคียงกัน หรือตามความเหมาะสมดวยความสมัครใจ พรอมกําหนดหมายเลขกํากับกลุมพ้ืนท่ี
และหมายเลขสมาชกิ ในกลุม เรียงลาํ ดับจนครบทกุ กลมุ ตามแบบรหสั และรายช่ือในกลุมพื้นที่
(2) จัดทําแผนท่ีแสดงขอบเขตของกลุมพ้ืนที่ มาตราสวนตามความเหมาะสม และลงสีในพื้นท่ีใหเห็น
ขอบเขตของแตละกลุมพื้นท่ีอยางชัดเจน พรอมท้ังกําหนดหมายเลขกํากับกลุมพ้ืนที่และช่ือสมาชิกในกลุมจนครบทุก
กลุม
(3) ใหคําแนะนําแตละกลุมพื้นที่ (Zoning) เพ่ือแตงตั้งคณะกรรมการบริหารเครื่องจักรกลสาธารณภัย
กลุมพื้นที่ (Zoning) ของตนเอง ประกอบดวย ประธานกรรมการ กรรมการ และเลขานุการตามจํานวนที่เหมาะสม
เพ่ือทําหนาทีบ่ ริหารจัดการและสั่งการใหใชเ ครื่องจกั รกล ยานพาหนะ และเครอื่ งมืออปุ กรณดานสาธารณภยั ภายใน
กลุมพ้ืนท่ีท่ีมีอยูอยางคุมคาและเกิดประโยชนสูงสุดเพ่ือชวยเหลือซ่ึงกันและกัน โดยใหคณะกรรมการบริหารเคร่ืองจักร
กลสาธารณภัยกลมุ พ้นื ท่ี (Zoning) ดาํ เนนิ การ ดังนี้
(3.1) พิจารณาคัดเลือกองคกรปกครองสวนทองถิ่นในกลุมเดียวกัน ที่มีศักยภาพสูง เชน มีความ
พรอมดา นเครอื่ งจกั รกล ดานบุคลากรและดานงบประมาณ เพ่ือทาํ หนาท่เี ปน หนว ยงานหลกั ในการสนับสนนุ เครอื่ งจักร
กล ยานพาหนะ และเคร่อื งมอื อุปกรณป ฏิบตั กิ ารปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในกลุมพนื้ ทแ่ี ละชวยเหลือสมาชิกใน
กลุม
(3.2) สํารวจเครื่องจักรกล ยานพาหนะ และเครื่องมืออุปกรณท่ีจําเปนในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยท่ีมีอยูและตรวจสอบสภาพความพรอมในการปฏิบัติงานหรือตองซอมแซมบํารุงรักษา ตลอดจนจัดทํางบ
ประมาณและแผนการจัดหาเคร่ืองจักรกลประเภทท่ียังขาดแคลน เพื่อใหมีจํานวนที่เหมาะสมและพอเพียงกับความ
ตองการใชงานในพืน้ ท่รี ับผิดชอบของสมาชิกในกลุม
(4) กําหนดแนวทางบูรณาการการใชเครื่องจักรกลรวมกันในการแกไขปญหาสาธารณภัยในดานตางๆ
ตลอดจนความรับผิดชอบเกี่ยวกับคาใชจายที่จะพึงมี เชน คาเบี้ยเลี้ยง คาน้ำมันเช้ือเพลิงและหลอล่ืน และคาซอม
บาํ รงุ รักษา เปนตน
51
3∫∑∑Ë’
°“√‡µ√¬’ ¡æ√âÕ¡ªÑÕß°π— Õÿ∫—µ‘¿¬— ∑“ß∂ππ
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
°“√‡µ√’¬¡æ√âÕ¡ªÑÕß°—πÕ∫ÿ µ— ¿‘ —¬∑“ß∂ππ
1. องคก รปกครองสว นทองถนิ่ กบั ภารกจิ การปอ งกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
อุบัติเหตุทางถนนเปนสาธารณภัยประเภทหน่ึง ซึ่งไดกําหนดนิยามไวในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติปองกัน
และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ประกอบกับพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแก
องคกรปกครองสวนทอ งถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16 17 และ 18 ไดกาํ หนดอํานาจหนา ทใ่ี หองคกรปกครองสวนทองถิน่ จดั
ระบบการบรกิ ารสาธารณะ โดยใหก ารปองกันและบรรเทาสาธารณภยั เปนหนาทท่ี ่อี งคกรปกครองสวนทอ งถนิ่ จะตองดํา
เนินการ
รัฐบาลไดมอบหมายใหศูนยอํานวยการความปลอดภัยทางถนน มีหนาท่ีในการกําหนดยุทธศาสตรและ
มาตรการเพือ่ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 29 กนั ยายน
2552 เห็นชอบแผนแมบทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2552-2555 โดยกําหนดใหความปลอดภัยทางถนนเปนวาระ
แหงชาติ มีเปาหมายลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บใหเหลือปละ 14.15 คนตอประชากรหนึ่งแสนคน ในป พ.ศ.
2555
ป พ.ศ. อัตราตอประชากรหนง่ึ แสนคน
2552 17.18
2553 16.17
2554 15.16
2555 14.15
นอกจากนั้น แผนแมบทดังกลาวไดใหความสําคัญกับพื้นที่ในการบริหารจัดการใหเหมาะสมกับสภาพปญหา
ของแตละพื้นท่ี อาจกลาวไดวาการดําเนินการเก่ียวกับการปองกันและแกไขปญหาอุบัติเหตุทางถนนถือเปนหนาท่ีของ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นที่จะตองบริหารจัดการปญหาดังกลาว แผนแมบทดังกลาวจึงไดกําหนดยุทธศาสตรการ
ปองกนั และแกไ ขปญหาความปลอดภยั ทางถนนในสว นภูมภิ าคและทอ งถน่ิ ข้นึ โดยใหแตละพืน้ ทวี่ างแผน บริหารจดั การ
การปองกันและแกไขปญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจะสามารถดําเนินการและบริหารจัดการใหเหมาะสมกับสภาพปญหา
ของแตละพ้ืนที่ได
54
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
2. แนวทางการจดั ทำแผนปฏิบัติการปองกันและลดอุบตั ิเหตทุ างถนน
เน่ืองจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนหนวยปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี ทําใหทราบถึงสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนน
ที่แทจริง และสามารถดําเนินการแกไขและปองกันปญหาไดถูกตอง ทันเวลา โดยแตละชุมชนวางแผนและจัดการแก
ปญหาดวยตนเอง จะชวยใหสามารถแกปญหาไดตรงจุดและทันเหตุการณ เชน ในแตละพ้ืนท่ีดําเนินการวางแผนและ
แกไขปญหาอุบัติเหตุทางถนนในชวงเทศกาลปใหมหรือสงกรานต รวมถึงเทศกาลสําคัญในพ้ืนที่ ดังน้ัน การจัดทําแผน
ปฏิบัติการของแตละพื้นท่ีจะตองยึดยุทธศาสตร แผนงาน กลยุทธ และแนวทางการดําเนินงานในแผนแมบทความ
ปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2552-2555 เปนกรอบในการจัดทําแผนปฏิบตั ิการฯ เพอ่ื ใหองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ สามารถ
บริหารจัดการและปฏิบตั ิตามแผนปฏบิ ัตกิ ารฯ ไดอยางมปี ระสิทธิภาพและประสิทธิผลท้ังในชว งปกติ และชวงเทศกาล
2.1 การวเิ คราะหสภาพปญหาขององคกรปกครองสวนทอ งถิ่น
จากการนําขอมูลรายละเอียดและตัวเลขผูบาดเจ็บและผูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะหหาปจจัย
เส่ียงดานสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สามารถสรุปปจจัยเสี่ยงได 4 ปจจัย เรียงตามลําดับความสําคัญของ
ปจจัยเสี่ยง ดังนี้ ปจจัยดานพฤติกรรมคน ปจจัยดานรถ/ยานพาหนะ ปจจัยดานถนนและส่ิงแวดลอม และปจจัยดาน
การบริหารจัดการ ซง่ึ หากดาํ เนนิ การปองกันแกไ ขปจจยั เสี่ยงดงั กลาว จะทําใหสามารถลดการเกดิ อุบตั ิเหตุ ลดการบาด
เจบ็ และการเสยี ชีวิตจากอุบตั เิ หตุทางถนนลงได โดยปจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ปจจยั ดงั กลาวสามารถพิจารณาประเด็นตา ง ๆ ใน
แตละปจจยั ได ดงั น้ี
(1) ปจ จัยดา นพฤติกรรมคน
1) การสวมหมวกนิรภยั ของผขู บั ข่ี และผซู อ นทายรถจักรยานยนต
2) ระดบั ความเรว็ ของการขบั ขยี่ านพาหนะในเขตเมือง/นอกเมอื งเปนไปตามท่กี ฎหมายกาํ หนด
3) การขับขีร่ ถขณะเมาสุรา
4) กลุมเสี่ยงทเ่ี ปนเดก็ และเยาวชนกบั พฤติกรรม 10 ฐานความผดิ คอื การไมส วมหมวกนริ ภัย การไม
คาดเข็มขดั นริ ภยั เครอื่ งอปุ กรณร ถยนตไ มครบถว นหรอื การแตงรถทีข่ ัดตอระเบียบกฎหมายท่ีกาํ หนด ขับรถขณะเมาสุรา
ไมมใี บขับข่ี ขับรถเรว็ ขับแซงในทคี่ ับขัน ขับรถฝา ไฟแดง ขับรถยอนศร และใชโทรศัพทข ณะขับรถ
5) มคี วามรแู ละทัศนคติของประชาชนตอ การใชถ นนอยางปลอดภยั
6) การบงั คบั ใชกฎหมายอยางเครง ครดั ทวั่ ถงึ
(2) ปจจัยดา นรถ/ยานพาหนะ
1) รถ/ยานพาหนะมีสภาพสมบูรณ ไมม ีการดัดแปลงสภาพตามกฎหมายจราจร
2) ความปลอดภัยของรถขนสงมวลชน
3) ความปลอดภยั ของรถรบั -สงนกั เรียน
4) การขับขี่รถจกั รยานยนตมีความปลอดภยั
5) ทางเลือกในการใชร ะบบโดยสารสาธารณะที่ปลอดภยั
6) ระบบภายในของยานพาหนะท่เี พ่มิ ความปลอดภยั
(3) ปจจัยดา นถนนและสงิ่ แวดลอ ม
1) จุดเส่ยี ง จุดอนั ตราย (เชน จุดตดั ผานทางรถไฟ ทางแยก ทางรวม)
2) การมรี ะบบการวเิ คราะหและประเมินจุดเสีย่ งทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพโดยการกําหนดจดุ เสย่ี ง
ในพ้ืนท่ี
3) การดาํ เนนิ การตามมาตรฐานดานความปลอดภัยขององคกรปกครองสว นทองถน่ิ
4) แตล ะสภาพแวดลอ ม มกี ารสรางชองทางเดินเทา ชอ งทางรถจักรยานยนต และชอ งทางรถจักรยาน
55
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
5) การมีถนนทป่ี ลอดภยั
6) การออกแบบถนนที่ปลอดภัยและสอดคลอ งตอ ความตองการในการใชข องผใู ชถนนทกุ ประเภท
7) การมกี จิ กรรมเกยี่ วขอ งกบั การแกไขปญ หาจุดเสี่ยง
(4) ปจจยั ดา นการบริหารจดั การ
1) โครงสรา งองคกร การบริหารจัดการ
1.1) การจัดทําแผนงานและคําขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อแกปญหาความปลอดภัย
ทางถนนของพน้ื ที่
1.2) มีการจัดตง้ั คณะทํางานทองถิ่น เพ่อื แกไขปญหา โดยมีการประชมุ เปนประจาํ ทกุ เดือน
1.3) ระบบการตรวจเย่ยี มและใหรางวัล เพ่อื เปน การสรา งขวัญและกาํ ลังใจแกผปู ฏิบตั ิงาน
1.4) ศักยภาพในการทํางานของหนวยงานดา นบงั คบั ใชกฎหมาย
1.5) การดูแลผูบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนอยางมีประสิทธิภาพจากจุดเกิดเหตุถึงโรง
พยาบาล และภายหลังการรักษาจากแพทยตามเกณฑมาตรฐานของสถาบันการแพทยฉุกเฉินแหงชาติ (สพฉ.) (ประ
สิทธภิ าพตามจาํ นวนผรู ับบริการ)
1.6) ความเขมแข็งของพื้นที่และชุมชนในการจัดการและดูแลที่ตอบสนองความตองการของ
ตนเอง
2) นโยบาย/ทศิ ทางการใหความสาํ คญั กับการแกไ ขปญ หา
2.1) การมีสวนรว มขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ชมุ ชน และภาคประชาชนในการใหค วาม
สําคัญกบั การแกไขปญ หา โดยจดั ทําประชาคม และมีแผนชมุ ชนเพ่ือปอ งกนั และลดอบุ ตั เิ หตทุ างถนน
2.2) ขาราชการ เจาหนาท่ี และประชาชน ในการประกาศเจตนารมณในการแกไขปญหา
อุบัติเหตุทางถนนและตระหนักถึงความสําคัญโดยเขาใจปญหาอุบัติเหตุทางถนนที่ไมใชเรื่องของโชคชะตาและสามารถ
แกไ ขไดหากทุกคนมีวนิ ัยในการปฏบิ ตั ิตามกฎจราจร
2.3) ขาราชการ เจา หนาที่ และประชาชน รถู งึ และสนบั สนนุ เปา หมายของการลดจาํ นวนอบุ ัติ
เหตทุ างถนนขององคกรปกครองสวนทองถ่นิ
2.4) ความตระหนักถึงความสาํ คัญของความปลอดภัยทางถนนของชมุ ชน หมูบา น
2.5) การมีความรูในการทํางานดานการจัดการความปลอดภัยทางถนนของบุคลากรของ
องคก รปกครองสว นทอ งถ่ิน
2.6) ศกั ยภาพในการทํางานของหนวยงานทีเ่ กีย่ วของดา นการจัดการความปลอดภัยทางถนน
ในพืน้ ที่
3) การมีสวนรวมในการแกไขปญหาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน นักวิชาการและ
ภาคประชาชน
3.1) จํานวนเครือขา ยทมี่ ีการจดั กจิ กรรมเพื่อปอ งกันและลดอุบัตเิ หตทุ างถนน
3.2) การมอบหมายการจัดภารกิจแกอาสาสมัครและ อปพร. ในการปองกันและลดอุบัติเหตุ
ทางถนนในการปฏิบัตงิ านเพื่อชวยเจา หนาทต่ี ํารวจจราจร
3.3) การเขามามสี ว นรว มในการแกปญ หาความปลอดภยั ทางถนนของชมุ ชน หมูบา น
3.4) มีการสง เสรมิ การโฆษณา ประชาสมั พันธเพ่อื สนบั สนนุ การใชถ นนอยา งปลอดภัย
4) การนาํ ขอ มูลมาใชใ นการวิเคราะหแกไขปญหา
4.1) การพัฒนาระบบการจดั เกบ็ ขอมลู วิเคราะห สบื สวน และรายงานขอมลู อุบัติเหตทุ างถนน
4.2) การพฒั นาบคุ ลากรดานการจดั เก็บและวเิ คราะหข อ มูล
4.3) มกี ารนําผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชนใ นการแกไขปญ หาเพิม่ ประสิทธิภาพในการทํางาน
56
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
5) เครื่องมือ เคร่ืองใชและเทคโนโลยใี นการบังคบั ใชก ฎหมาย
5.1) การจัดหาเคร่ืองมือ เครื่องใชใหผูปฏิบัติงานไดตามแผนพัฒนาขององคกรปกครองสวน
ทองถิน่
5.2) การนาํ ระบบเทคโนโลย/ี ระบบวิศวกรรมมาใชเ พอื่ ชวยในการบงั คับใชก ฎหมาย เชน การ
ติดต้ังกลองโทรทัศนวงจรปด (CCTV) การใชเคร่ืองตรวจจับความเร็ว (Speed Camera) การใชระบบตรวจจับรถยนต
ฝา ฝน สญั ญาณไฟจราจร (Red Light Camera) เปน ตน
6) การจดั ทาํ แผนงาน/โครงการ และงบประมาณ
การไดรับการจัดสรรงบประมาณจากแหลงเงินทุนตางๆ เพื่อดําเนินการแผนงาน/โครงการดานความ
ปลอดภยั ทางถนน อาทิ
- องคก รปกครองสวนทองถิ่น
- งบประมาณของสํานกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรา งเสรมิ สุขภาพ (สสส.)
- กองทนุ เพอื่ ความปลอดภัยในการใชรถใชถ นน (กปถ.)
- ภาคเอกชน/ภาคประชาชน เชน มูลนิธิ สมาคม บริษัทและเงินบริจาคตางๆ
- จงั หวัดหรอื สว นกลางเพอื่ การแกไขปญ หาอบุ ตั ิเหตุทางถนน
จากการวเิ คราะหสภาพปญหาดงั กลา วขา งตน อุบตั ิเหตุทางถนนทเ่ี กดิ ขึ้นมีมลู เหตุมาจากปจจัยสําคัญ
4 ประการขางตน โดยสวนใหญมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมคน อยางไรก็ตาม ทุกปจจัยมีความสําคัญตอความปลอดภัย
ของผูใชร ถใชถ นน จึงควรแกไขปญ หาหรอื ปองกันและลดการเกดิ อบุ ตั ิเหตทุ างถนนอยางเปน ระบบในทกุ ปจ จัยไปพรอม
กันในระดับพ้ืนที่ และมีความจําเปนตองดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติการปองกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระดับองคกร
ปกครองสว นทอ งถนิ่ เพือ่ ใหก ารดําเนินการปองกันและลดอุบัตเิ หตุทางถนนสามารถบรรลุเปา หมายทก่ี าํ หนดไว
2.2 การวิเคราะหมูลคา ความสูญเสยี จากอุบตั ิเหตุทางถนน
การวิเคราะหมูลคาความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเปนการวิเคราะหหามูลคาของความสูญเสียท่ีเกิดจาก
อุบัติเหตุทางถนนของแตละองคกรปกครองสวนทองถ่ิน เพ่ือนํามาใชเปนขอมูลในการวิเคราะหความคุมคาในการดําเนิน
งานตามแผนปฏิบัติการปองกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระดับองคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยการจัดสรรงบประมาณที่
มีอยูอยา งจํากดั ไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ การวิเคราะหมูลคาความสูญเสียจากอบุ ัตเิ หตทุ างถนนของแตล ะองคก รปกครอง
สวนทองถ่ินสามารถวิเคราะหมูลคาสูญเสียไดจากขอมูล 2 สวน คือ (1) จํานวนผูประสบอุบัติเหตุ และจํานวนคร้ังของ
อบุ ตั ิเหตุ (2) คาใชจ ายท่ีเกยี่ วขอ งกบั อบุ ตั เิ หตุ โดยมแี นวทางการวเิ คราะห ดังนี้
(1) จํานวนผูประสบอุบัติเหตุทางถนน และจํานวนคร้ังของอุบัติเหตุเปนการเก็บรวบรวมขอมูลจํานวนผูประสบ
อบุ ัติเหตุในแตละปจาํ แนกตามระดับความรนุ แรงของการเกดิ อบุ ัตเิ หตุ ไดแ ก
- จํานวนผเู สยี ชีวิต
- จาํ นวนผูพกิ าร
- จํานวนผบู าดเจ็บสาหสั
- จํานวนผบู าดเจบ็ เลก็ นอ ย
- จาํ นวนครัง้ ของการเกดิ อบุ ัติเหตุทท่ี าํ ใหทรัพยสนิ เสียหาย
(2) มลู คาความสญู เสยี จากการเกดิ อบุ ตั เิ หตตุ อ ราย เปน การวเิ คราะหห ามูลคา ความสญู เสยี และคา ใชจ า ยที่เกดิ
ข้ึนจากการเกิดอุบัติตอรายหรือตอคร้ัง โดยมีแนวทางการวิเคราะหมูลคาความสูญเสียตอรายหรือคาใชจายที่เกิดขึ้นจาก
การเกดิ อบุ ตั ิเหตทุ างถนนตอ ราย ดังน้ี
- กลุมคาใชจา ยท่เี กยี่ วของกับมนษุ ย (เฉล่ยี ตอ ราย)
- คา ความสามารถในการผลติ แยกตามระดับความรนุ แรง เพศ ชวงอายุ
57
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
- คา หรอื สัดสวนความสญู เสียเชงิ คุณภาพชวี ิต
- คา รกั ษาพยาบาลแยกตามระดบั ความรนุ แรง
- คาบรกิ ารของหนวยบรกิ ารการแพทยฉกุ เฉิน
- คา ใชจา ยในการดแู ละรักษาระยะยาว
- กลมุ คา ใชจายที่เกย่ี วของกบั ทรัพยสินเสยี หาย (เฉล่ยี ตอ ครัง้ )
- คา ใชจ ายทเี่ กี่ยวของกบั ยานพาหนะที่เสยี หาย
- คา ใชจา ยท่ีเกี่ยวของกบั ทรพั ยส ินอน่ื ท่ีเสยี หาย
- กลมุ คาใชจายทีเ่ กีย่ วของกับการชน (เฉลย่ี ตอครง้ั )
- คาใชจ า ยในการจัดการของประกนั ภัย
- คาใชจ ายในการดาํ เนนิ การของตํารวจ
- คาใชจายในการดาํ เนนิ การของศาล
- คา ใชจายของหนวยกภู ยั ฉุกเฉิน
- มูลคา ความลาชา ในการเดินทาง แยกตามระดบั ความรนุ แรงของอุบตั เิ หตุ
การวิเคราะหมูลคาความสูญเสียและคาใชจายท่ีเกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตอรายหรือตอครั้ง ดัง
กลาวขางตน กรมทางหลวงไดรวมกับคณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ดําเนินการศึกษาวิจัยตาม
โครงการศึกษามูลคาอุบัติเหตุแหงประเทศไทย ไดขอสรุปมูลคาความสูญเสียตอรายจําแนกตามระดับความรุนแรงใน
ป 2547 และเม่ือคํานวณเปนมูลคาความสูญเสียตอรายในป 2551 สามารถคํานวณไดโดยใชขอมูลอัตราเงินเฟอของป
2548-2551 (ขอมูลอัตราเงินเฟอจากธนาคารแหงประเทศไทย) มาคํานวณจะสามารถคํานวณเปนมูลคาความสูญเสีย
ตอ รายของป 2551 ไดดังตารางตอ ไปนี้
ตารางแสดงมลู คา ความสญู เสยี จากอุบัติเหตจุ ราจรเฉล่ียจําแนกตามระดบั ความรนุ แรง
ระดบั ความรนุ แรง มลู คา ความสูญเสียตอราย
กรณตี า งจังหวดั (บาท)
กรณีเสียชีวิต 4,782,993
กรณีพกิ าร 5,697,867
กรณีบาดเจ็บสาหสั 140,731
กรณีบาดเจบ็ เล็กนอ ย
กรณที รพั ยสินเสียหายอยางเดียว 27,523
36,815
2.3 การกาํ หนดตัวชีว้ ดั
การกําหนดตัวช้ีวัดโดยการนําขอมูลรายละเอียดและตัวเลขผูบาดเจ็บและผูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมา
วิเคราะหหาปจ จยั เส่ยี งดานสาเหตุของการเกิดอบุ ตั ิเหตุทางถนน สามารถกําหนดตัวชี้วัดจําแนกตามปจ จัยเสยี่ ง 4 ปจจัย
เรยี งตามลาํ ดับความสําคญั ของปจ จัย ดังน้ี
(1) ปจ จัยดา นพฤติกรรมคน
(2) ปจจยั ดานรถ/ยานพาหนะ
(3) ปจ จยั ดานถนนและส่งิ แวดลอ ม
(4) ปจจยั ดานการบรหิ ารจดั การ
โดยสามารถสรปุ ตัวชวี้ ดั ได ดงั นี้
58
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
4.1 ตัวชี้วดั ดา นพฤตกิ รรมคน
ท่ี ตัวชี้วัด
1 ผขู ับข่แี ละผูใชรถจักรยานยนตมกี ารสวมหมวกนริ ภัย
2 ประชาชนขับขีย่ านพาหนะมอี ัตราความเรว็ ในเมือง/นอกเมอื งตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด
3 ผูขบั ข่ไี มข บั ขีร่ ถขณะเมาสุราหรอื เม่อื มรี ะดบั แอลกอฮอลเ กนิ กวาทก่ี ฎหมายกําหนด
4 กลุมเสีย่ งเด็กและเยาวชนไมมีพฤตกิ รรม 10 ฐานความผิด คือไมสวมหมวกนริ ภัย ไมร ดั เข็มขัดนริ ภยั
เคร่ืองอุปกรณรถยนตไ มค รบถวน ขบั รถขณะเมาสุรา ไมมใี บขบั ขี่ ขับรถเร็ว ขบั แซงในท่ีคบั ขนั
ขบั รถฝาไฟแดง ขบั รถยอนศร และใชโ ทรศพั ทขณะขบั รถ
5 ประชาชนมีความรแู ละทศั นคตทิ ด่ี ตี อ การใชถนนอยา งปลอดภัย
6 ตวั ช้วี ัดอน่ื ๆ
4.2 ตวั ช้วี ัดดานรถ/ยานพาหนะ
ที่ ตวั ช้วี ดั
1 รถรบั -สงนกั เรยี นมคี วามปลอดภัย
2 รถขนสงมวลชนมคี วามปลอดภัย
3 รถ/ยานพาหนะมสี ภาพสมบรู ณ ไมม กี ารดดั แปลงสภาพตามกฎหมายจราจร
4 การขับขีร่ ถจกั รยานยนตม คี วามปลอดภัย
5 ประชาชนมที างเลือกในการใชระบบโดยสารสาธารณะท่ีปลอดภยั
6 ประชาชนมรี ะบบภายในยานพาหนะทีเ่ พิ่มความปลอดภัย
7 ตัวชว้ี ดั อน่ื ๆ
4.3 ตวั ช้ีวัดดานถนนและสิ่งแวดลอม
ที่ ตัวชว้ี ดั
1 องคกรปกครองสว นทองถ่ิน มกี ิจกรรมเกย่ี วกบั การแกไ ขปญหาจุดเส่ียง
2 องคกรปกครองสวนทองถน่ิ มีระบบการวิเคราะหและประเมนิ จดุ เสี่ยงท่ีมีประสิทธภิ าพโดยการกําหนด
จุดเส่ยี งในพืน้ ท่ี
3 องคกรปกครองสว นทอ งถิ่นมีการดาํ เนนิ การตามมาตรฐานดา นความปลอดภัยทางถนนของทองถิ่น
มากยิง่ ขึน้
4 แตละสภาพแวดลอ มมี การสรางชอ งทางเดินเทา รถจกั รยานยนต และรถจักรยาน
59
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
4.3 ตัวช้ีวัดดานถนนและสิง่ แวดลอ ม (ตอ)
ท่ี ตวั ช้ีวดั
5 พืน้ ทีเ่ ส่ยี งลดลง และพน้ื ท่ีปลอดภัยเพิม่ ขึน้ (เชน จุดตดั ผานทางรถไฟ ทางแยก ทางรว ม)
6 ระหวางถนนสายหลกั สายรอง ถนนในหมบู านมคี วามปลอดภัยมากข้นึ
7 ถนนมีการออกแบบทป่ี ลอดภัยและสอดคลอ งตอ ความตอ งการในการใชข องผูใชทุกประเภท
8 ผูขบั ข่ีมถี นนท่ปี ลอดภัย
9 ตัวช้ีวัดอื่นๆ
4.4 ตัวช้ีวัดดานการบรหิ ารจดั การ
(1) ตัวช้วี ดั โครงสรางองคกรและการบริหารจดั การ
1) ตวั ช้วี ดั การบรหิ ารจัดการดานโครงสรา งองคก ารและการบรหิ ารจดั การระดับ
ทอ งถนิ่
ที่ ตัวชี้วัด
1 มกี ารประกาศจดั ต้ังศูนยป ฏบิ ตั ิการความปลอดภัยทางถนนในระดบั องคกรปกครองสวนทองถน่ิ
2 ศูนยป ฏิบตั ิการความปลอดภยั ทางถนนระดับองคกรปกครองสว นทองถ่ินมกี ารจัดทาํ แผนงานเพ่อื แก
ปญหาความปลอดภัยทางถนน
3 องคกรปกครองสวนทองถน่ิ และชมุ ชนมคี วามเข็มแข็งในการแกไขปญ หาอุบตั เิ หตทุ างถนนท่ีเหมาะสมกบั
สภาพปญ หาของตนเอง
4 ตวั ชว้ี ดั อ่นื ๆ
2) ตวั ชี้วัดการบรหิ ารจดั การบุคคลในระดับทอ งถิน่
ท่ี ตัวชว้ี ัด
1 หนว ยงานดานบงั คับใชก ฎหมายมีศักยภาพในการทํางานทีส่ ูงขึ้น
2 มกี ารนาํ กฎหมายจราจรไปบังคบั ใชไ ดอยา งมีประสทิ ธิภาพ
3 ผูบ าดเจบ็ จากอุบตั เิ หตุทางถนนไดรบั การดูแลอยา งมีประสทิ ธิภาพจากจุดเกิดเหตถุ งึ โรงพยาบาลและ
ภายหลงั การรักษาจากแพทยตามเกณฑม าตรฐานของ สพฉ. (ประสทิ ธิภาพตามจํานวนผรู บั บรกิ าร)
4 มรี ะบบการตรวจเยีย่ มและใหร างวัล เพอื่ เปน การสรา งขวญั และกําลังใจแกผปู ฏบิ ตั งิ าน
5 ตวั ช้ีวัดอนื่ ๆ
60
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
(2) ตัวชว้ี ดั นโยบาย/ทศิ ทาง การใหค วามสําคัญกบั การแกปญ หา
ที่ ตวั ชวี้ ดั
1 องคก รปกครองสว นทองถิน่ ชุมชน และภาคประชาชนมสี ว นรว มใหค วามสาํ คญั กบั การแกไขปญหา โดย
มกี ารจัดทาํ ประชาคม และมแี ผนชมุ ชน เพอ่ื ปอ งกนั และลดอุบัติเหตุทางถนน
2 บุคลากรของทอ งถิน่ ทีเ่ กี่ยวขอ งมคี วามรูใ นการทาํ งานดานการจดั การความปลอดภยั ทางถนน
3 ผบู ริหารทองถน่ิ ทุกระดบั และผนู ําชมุ ชนมีความตระหนกั ถึงความสําคญั ของความปลอดภยั ทางถนน
4 องคกรปกครองสวนทอ งถ่ินในพื้นท่มี ศี กั ยภาพในการทํางานดานการจัดการความปลอดภยั ทางถนนท่ีสูง
ขนึ้
5 ขา ราชการ เจา หนาที่และประชาชน รูถึงและสนับสนนุ เปา หมายของการลดจํานวนอบุ ตั เิ หตทุ างถนนของ
องคก รปกครองสวนทอ งถิน่
6 ขา ราชการ เจาหนาท่ี และประชาชน มีสว นรวมประกาศเจตนารมณในการแกไ ขปญ หาอบุ ัตเิ หตทุ างถนน
และตระหนกั ถงึ ความสําคัญโดยเขา ใจปญ หาอุบัติเหตทุ างถนนทไี่ มใชเ รื่องของโชคชะตาและสามารถ
แกไขไดหากทุกคนมวี นิ ัยในการปฏิบตั ิตามกฎจราจร
7 ตวั ช้ีวัดอืน่ ๆ
(3) ตัวชี้วดั การมีสว นรวมในการแกปญหา องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ชุมชน
นกั วิชาการและภาคประชาชน
ท่ี ตัวช้วี ดั
1 มีการมอบหมายการจดั ภารกจิ แกอาสาสมัครและ อปพร. ในการปอ งกันและลดอบุ ตั ิเหตุทางถนนในการ
ปฏบิ ตั ิงานเพื่อชว ยเจาหนาทตี่ าํ รวจจราจร
2 นักวชิ าการในระดบั พื้นที่ไดเ ขา มามีสวนรว มในการแกป ญ หาความปลอดภัยทางถนน
3 มจี ํานวนเครือขายทม่ี กี ารจัดกิจกรรมเพือ่ ปองกันและลดอบุ ัติเหตุทางถนน
4 มีการสง เสริมการโฆษณา ประชาสัมพนั ธเพอื่ สนับสนุนการใชถนนอยา งปลอดภัย
5 ตวั ช้วี ดั อ่นื ๆ
61
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
(4) ตัวชี้วดั การนําขอ มลู ในการวิเคราะหแกไขปญ หา
ที่ ตวั ชว้ี ดั
1 มีการพฒั นาระบบการจัดเกบ็ ขอมูล วเิ คราะห สืบสวน และรายงานขอ มลู อบุ ตั ิเหตทุ างถนน
2 มกี ารพัฒนาบุคลากรดานการจดั เก็บและวเิ คราะหขอมลู
3 มีการนําผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชนใ นการแกไ ขปญหาเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการทาํ งาน
4 ตวั ชว้ี ัดอน่ื ๆ
(5) ตวั ชว้ี ดั เคร่อื งมือเครอ่ื งใชและเทคโนโลยใี นการบงั คับใชก ฎหมาย
ที่ ตัวชีว้ ดั
1 มีการจัดหาเคร่อื งมอื เคร่อื งใช ไดตามแผนพัฒนาขององคกรปกครองสว นทองถ่ิน
2 มีการนาํ ระบบเทคโนโลยี/ระบบวิศวกรรม เพื่อชว ยในการบังคับใชก ฎหมาย การตดิ ตงั้ กลอ งโทรทัศน
วงจรปด (CCTV) การใชเครื่องตรวจจบั ความเรว็ (Speed Camera) การใชระบบตรวจจับรถยนตฝาฝน
สญั ญาณไฟจราจร (Red Light Camera) เปนตน
3 ตวั ชว้ี ัดอื่นๆ
(6) ตัวชว้ี ดั การจดั ทําแผนงาน โครงการ และงบประมาณ
ที่ ตวั ชว้ี ดั
1 การไดร ับงบประมาณจากองคก รปกครองสวนทอ งถ่ิน
2 การไดรบั งบประมาณจาก สสส. และกองทุนเพอ่ื ความปลอดภัยในการใชรถใชถ นน (กปถ.)
3 การไดรบั งบประมาณจากภาคเอกชน/ภาคประชาชน เชน มลู นธิ ิ สมาคม บริษัทและ
เงนิ บริจาคตา งๆ
4 การไดร ับงบประมาณจากจังหวดั หรือสว นกลาง
5 ตัวชี้วดั อนื่ ๆ
62
4∫∑∑’Ë
°“√®¥— °“√„π ∂“π°“√≥©å ÿ°‡©‘π
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
°“√®¥— °“√„π ∂“π°“√≥©å ÿ°‡©π‘
เม่ือเกิดหรือคาดวาจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในพื้นท่ี จําเปนอยางยิ่งท่ีจะตองมีการเตรียม การจัดการใน
สถานการณฉ กุ เฉิน โดยจัดใหมศี ูนยอ าํ นวยการเฉพาะกิจชว ยเหลือและแกไ ขปญ หาสาธารณภัย เพือ่ เปนศูนยรวมระดม
ทรัพยากรเพื่อบริหารจัดการในสถานการณฉุกเฉินอยางมีเอกภาพ และบังเกิดประสิทธิภาพ นอกจากน้ันแลวจะตองจัด
ใหมีการแจงเตือนภัย การคนหาและชวยเหลือผูประสบภัย การปฐมพยาบาล การจัดการในศูนยบรรเทาภัย ซึ่งจะมี
รายละเอียดของกิจกรรม ดังน้ี
1. แนวทางการดำเนนิ งานขณะเกดิ ภัย
1.1 ปรับเปลี่ยนกองอํานวยการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเปนศูนยอํานวยการเฉพาะกิจชวยเหลือและ
แกไ ขปญหาสาธารณภัย ในองคกรปกครองสวนทอ งถิน่ เพื่อเปนศูนยประสานงานการใหค วามชว ยเหลือ แกไ ขปญหา
และบรรเทาความเดอื ดรอ นของผปู ระสบภัยโดยเร็ว (มาตรา 16)
1.2 เปน หนาท่ขี องกองอํานวยการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั เขตทอ งที่ โดยเมอ่ื เกิดสาธารณภัยข้ึน ในเขต
องคก รปกครองสว นทองถนิ่ ใด ผบู รหิ ารทอ งถิ่นน้ันในฐานะผอู ํานวยการทองถิ่น มีอํานาจหนาท่สี ่ังการใหเปน ไปตามแผน
ปฏิบัติการปองกันและบรรเทาภัยขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น (มาตรา 16 (4)) โดยเขาดําเนินการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย และเขาชวยเหลือผูประสบภัยโดยเร็ว ท้ังน้ี ใหถือวา “การชวยเหลือชีวิตผูประสบภัย” เปนหนาท่ี
สําคัญอันดับแรก พรอมท้ังแจงผูอํานวยการอําเภอ (นายอําเภอ) ที่รับผิดชอบในเขตพื้นท่ีนั้น และผูอํานวยการจังหวัด
(ผูวาราชการจังหวัด) ทราบทันที ท้ังนี้หากเกินขีดความสามารถขององคกรปกครองสวนทองถ่ินน้ันใหแจงผูอํานวยการ
อาํ เภอ/ผูอ ํานวยการจังหวดั เพอ่ื ขอรับความชวยเหลือจากหนวยงานภายนอกเขตพน้ื ท่ี (มาตรา 21)
1.3 ขณะเกิดภัยให องคกรปกครองสวนทองถ่ิน อําเภอและจังหวัด และหนวยงาน ที่เก่ียวของ ตามแผนฯ
จัดหา/สงเครื่องยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม สําหรับอุปโภค บริโภค เคร่ืองนุงหม เวชภัณฑ และยารักษาโรค เขาไปยังพื้นท่ี
ประสบภยั ใหแกร าษฎรใหท่วั ถึงและเพียงพอ (มาตรา 21 (6))
1.4 เมื่อเกิดหรือใกลจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพ้ืนที่ใด และมีผูอาศัยในพื้นท่ีนั้นไดรับอันตรายหรือกีดขวางตอ
การปฏิบตั งิ านของเจาหนาท่ี ใหผูอํานวยการมีอาํ นาจสัง่ อพยพผซู ึง่ อาศยั ในพน้ื ท่นี ั้นออกจากพน้ื ท่ดี ังกลา ว (มาตรา 28)
รวมทงั้ จดั หาทพ่ี กั อาศยั /สถานที่ชว่ั คราว เพือ่ รองรับการอพยพประชาชนทป่ี ระสบภยั (มาตรา 17 (1)) และเคลื่อนยาย
ทรัพยส ินของประชาชนและทางราชการไวในพ้ืนท่ีปลอดภัย (มาตรา 27 (5))
1.5 กรณีมีผูบาดเจ็บ สูญหายจากสาธารณภัย ใหประสานชุดเคล่ือนที่เร็วพรอมอุปกรณคนหาและกูภัย ชุด
ปฏิบัติการของ OTOS ชุดเผชิญสถานการณวิกฤต (ERT) รวมท้ังสนธิกําลัง ท้ังหนวยทหาร ตํารวจ ศูนยปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั เขต อาสาสมัคร มลู นิธิ เขา กูภยั และคน หาผูสญู หาย พรอ มท้งั ใหก ารรักษาพยาบาล ในพ้นื ท่ีประสบ
ภัยโดยดวน (มาตรา 21 (1), 41, 42)
1.6 ติดตั้งระบบไฟฟาสํารองในพื้นที่ท่ีเปนที่ตั้งศูนยอํานวยการเฉพาะกิจฯ เพื่อใหสามารถผลิตกระแสไฟฟาได
ทนั ทีท่กี ระแสไฟฟาหลกั ดับ
1.7 ในขณะที่สถานการณภัยพิบัติยังดําเนินอยู ใหรายงานสถานการณ ความเสียหาย และการใหการชวย
เหลือผูประสบภัยเปนระยะ ไปยังอําเภอ จังหวัด เปนลําดับจนกวาเหตุการณจะยุติ รวมท้ังจัดใหมีการประชาสัมพันธ
เพอื่ เปนการทาํ ความเขา ใจกบั ประชาชน (มาตรา 30)
64
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
1.8 ระบบการสื่อสาร เปน หวั ใจหลกั ในการประสานงานเมื่อเกิดสถานการณสาธารณภัยขึ้น ซึง่ ชองทางการ
สื่อสารประกอบดวย (1) เครือขายวิทยุส่ือสาร “นิรภัย” (เอกสารแนบ) (2) สายดวนนิรภัย 1784 ของกรมปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย (3) เครอื ขา ยวิทยุในพืน้ ทชี่ มุ ชน ทงั้ น้ี ขณะทีเ่ กดิ สาธารณภยั รุนแรง องคก รปกครองสวนทองถนิ่ แหง
พื้นที่นั้น ตองติดต้ังและเชื่อมโยงระบบการส่ือสารและโทรคมนาคมทุกระบบ ใหสามารถติดตอส่ือสารไดตลอด 24
ช่ัวโมง และจดั ใหม ีระบบส่ือสารพเิ ศษท่ีสามารถใชง านไดใ นกรณีที่ระบบส่อื สาร ทุกระบบใชง านไมได (มาตรา 21 (3))
1.9 ใหอ งคกรปกครองสวนทองถิ่นแหง พ้นื ท่ี ตดิ ปายเตือน/วางแผนปดกัน้ ชองจราจร/ไหลท าง เพ่ือใหประชาชน
ระมัดระวังการใชเ สนทางถนน พรอ มทั้งจัดเจาหนาท่ีตํารวจ อาสาสมัครปอ งกันภยั ฝา ย พลเรอื น (อปพร.) อํานวยความ
สะดวกการจราจรในจดุ อนั ตรายดงั กลาว (มาตรา 27 (2), 29)
1.10 ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินนําเงินงบประมาณที่ไดต้ังไวไปใชจายเพ่ือชวยเหลือประชาชนที่ไดรับความ
เดือดรอน ตามขอ 1. เปนลําดับแรก หากไมเพียงพอ อาจจะโอนเงินงบประมาณเหลือจาย หรือเงินงบประมาณในแผน
งาน/โครงการอื่นที่ยังไมมีความจําเปนตองใชจายหรือมีความจําเปนนอยกวา ไปต้ังจายเพ่ิมเติมไดตามระเบียบกระทรวง
มหาดไทยวาดวยวิธีการงบประมาณขององคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ.2541 และหากเงินงบประมาณ ในการชวย
เหลือผูประสบภัยดังกลาว ยังไมมีเพียงพออีก องคกรปกครองสวนทองถ่ินอาจขออนุมัติผูบริหารทองถ่ินจายขาดเงิน
สะสมไปชวยเหลือประชาชนท่ีไดรับความเดือดรอนไดตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการรับเงิน การเบิกจาย
การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินขององคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ.2547 ไดตามความจําเปน โดยคํา
นึงถึงฐานะทางการเงิน การคลังขององคกรปกครองสวนทอ งถนิ่
2. การดำเนินงานขององคก รปกครองสว นทอ งถิน่
หวงเวลาเกิดภัย การดาํ เนนิ การ วธิ ปี ฏบิ ตั ิ อํานาจตามพ.ร.บ. ปภ.50
ขณะเกิดภัย มาตรา 16
- จัดตง้ั ศนู ยอ าํ นวยการเฉพาะ - หนังสือ/วิทยุ/ประกาศ
กิจชวยเหลอื และแกไขปญหา - ประชุมซักซอมแนวทางการ
สาธารณภยั ปฏบิ ัติงานรวมกัน
- จัดระบบบญั ชาการ - หนังสอื /วิทยุ/โทรสาร มาตรา 21,23
เหตกุ ารณ (ICS) และการ สง่ั การ
บญั ชาการ ณ จดุ เกดิ เหตุ - ประชมุ ซักซอมแนวทางการ
(OSC) ปฏบิ ตั งิ านรว มกนั
- สงั่ ดดั แปลง ทาํ ลาย เคลื่อน - หนังสอื /วทิ ย/ุ โทรสาร มาตรา 25
ยา ย - ประกาศ/คําสัง่ ดวยวาจา
และโดยเอกสารในโอกาสแรก
ทที่ ําได
- การเขาไปในอาคาร สถานท่ี - หนงั สือ/วทิ ย/ุ โทรสาร มาตรา 26
ใกลพ้ืนท่เี กิดภยั - ประกาศ/คาํ สง่ั ดวยวาจา
และโดยเอกสารในโอกาสแรก
ที่ทําได
65
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
หว งเวลาเกิดภยั การดําเนนิ การ วธิ ีปฏบิ ัติ อํานาจตาม พ.ร.บ. ปภ.50
- จดั หาสถานทีช่ ัว่ คราว เพอ่ื - ประกาศจังหวัด/หนังสอื / มาตรา 27
ใชเ ปน ท่ีพกั อาศยั ,ปฐม วิทย/ุ โทรสาร/สง่ั การ
พยาบาล,บรรเทาทกุ ข
- การสง่ั อพยพ - หนงั สือ/วิทย/ุ โทรสาร มาตรา 28
- ประกาศ/คาํ สั่งดว ยวาจา
และโดยเอกสารในโอกาสแรก
ทท่ี าํ ได
- กําหนดพนื้ ทีอ่ ันตราย เขต - หนังสอื /วทิ ยุ/โทรสาร มาตรา 29
พน้ื ทหี่ า ม - ประกาศ/คาํ สัง่ ดวยวาจาและ
โดยเอกสารในโอกาสแรกทีท่ าํ
ได
- สาํ รวจความเสียหาย และ - หนังสือ/ประกาศ/วทิ ยุ มาตรา 30
จัดทําบญั ชีรายชอ่ื ผปู ระสบ
ภยั
- การสนธกิ าํ ลงั อาสาสมคั ร - หนังสือ/วิทย/ุ โทรสาร ส่งั การ มาตรา 41
มูลนิธิ องคกรการกศุ ล - ประชุมซักซอมแนวทางการ
ปฏิบตั ิงานรว มกนั
3. ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ (Incident Command System : ICS)
ระบบการบญั ชาการเหตุการณ คือ ระบบที่ใชเ พอื่ การส่งั การ ควบคุม และประสาน ความรวมมอื ของแตล ะ
หนวยงานในการบริหารสถานการณฉุกเฉินสาธารณภัย ระบบดังกลาวเปนระบบปฏิบัติการเพื่อการระดมทรัพยากรไปยงั
ท่ีเกิดเหตุ เพ่ือบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินใหสามารถปกปองชีวิต ทรัพยสินและส่ิงแวดลอมไดอยางบรรลุเปาหมาย และมี
ประสิทธภิ าพ
v ความเปนมาของระบบการบัญชาการเหตุการณ
ระบบการบัญชาการเหตุการณถูกพัฒนาขึ้นในป พ.ศ.2513 เพ่ือตอบโตกับไฟปาทาง ตอนใตของรัฐ
แคลิฟอรเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหนวยงานที่ปฏิบัติงานฉุกเฉินดานอัคคีภัยของมลรัฐ ไดประสบปญหาที่จะเกิด
จากการจัดการภัยพิบัติ อันมาจากการที่มีหลายหนวยงานมาปฏิบัติงานรวมกัน เชน การใชถอยคําและศัพทที่ไมเปน
มาตรฐานเดียวกัน การส่ือสารท่ีไมเปนมาตรฐานและขาดเอกภาพ ตลอดจนมีหลายระบบ การขาดแผนปฏิบัติที่ขาด
ประสทิ ธิภาพ เปน ตน ซง่ึ จากปญหาดงั กลาวจึงเปนทีม่ า ของการพัฒนารูปแบบของระบบการบญั ชาการเหตกุ ารณ
v แนวความคดิ พน้ื ฐานของระบบบญั ชาการเหตุการณ
1. เปนโครงสรางองคกรในการจัดการกับสาธารณภัย ที่อาศัยทักษะความสามารถดานเทคนิคเฉพาะทางได
ผสมผสานอยใู นองคก ร ICS
66
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
2. ICS ถกู ใชเปนพ้ืนฐานในการกูภยั ซงึ่ เปน กจิ วัตร และใชกับภาวะฉุกเฉินที่สาํ คัญๆ ดวย
3. เปนองคก รแบบไมถาวร ไมม โี ครงสรางหรือการบรหิ ารดานองคกรแบบถาวร
4. ในชว งเวลาเหตฉุ กุ เฉนิ เจาหนาท่ีทีม่ ีคณุ สมบตั ดิ าน ICS จะละทิง้ ตาํ แหนง “ท่ีปฏิบตั ปิ ระจาํ ”
5. มีการกระตนุ ICS เพ่อื ตอบโตก ับภาวะฉกุ เฉิน
6. คณะผูแทนที่มีอํานาจบริหาร หมายถึง เจาหนาที่ที่รับผิดชอบมีหนาท่ีกําหนดนโยบาย ทิศทาง การทํางาน
ตัวแปร และแตงต้ังผูแ ทนเปน ผบู ัญชาการ ซ่ึงโดยทั่วไปเจาหนา ท่ที รี่ ับผดิ ชอบ ไมจ าํ เปนตองอยู ณ จดุ เกดิ เหตตุ ลอดเวลา
แตควรตองติดตอ สือ่ สารเพื่อการประสานการปฏิบัติไดต ลอดเวลา
v ประสิทธิภาพของระบบการบญั ชาการเหตุการณ
1. ชวยใหมรี ะบบการจัดการแบบเฉพาะเจาะจงสําหรับการกภู ยั ในขอบเขตอนั หลากหลาย
2. มีการรวมกนั - ยอมใหม กี ารขยายตัวออกหรือหดตัวเขา โดยขน้ึ อยูกบั ขนาดและความซบั ซอนของเหตกุ ารณ
3. ใชไ ดก บั การกภู ัยทกุ ขนาดและทุกชนดิ
4. เปน โครงสรา งทีผ่ สมผสานทรพั ยากรทกุ ชนดิ เขาดว ยกัน รวมถึงตาํ รวจ ทหาร ผเู ชย่ี วชาญทางเทคนคิ และ
NGOs
5. สามารถใชจ ดั การกับภยั พบิ ตั ิท่ีเกิดขึน้ อยา งกะทนั หนั ความพยายามในการฟน ฟูระยะยาว หรือเหตุการณท ่ี
ไมฉ ุกเฉินได
v นยิ ามของ ICS
1. ระบบการจดั การมาตรฐานหนึง่ เดยี วท่ใี ชร ับมอื กับภาวะฉุกเฉินทุกชนิด
2. โครงสรา งทีเ่ ปน ผูนําในการรับมอื กับภยั พบิ ัติเพ่อื การจัดการและบัญชาการ
3. ใหขอมูลท่แี มน ยํา มกี ารวางแผน และคํานวณคา ใชจ า ยทม่ี ีประสิทธิภาพ และมกี ารสนับสนนุ การสง กาํ ลงั
บํารงุ ในการกภู ยั
4. เปน กรอบมาตรฐานในการจัดการสาธารณภยั ทกุ ประเภท
5. เปนระบบท่ีสามารถปรบั ใชระบบการจดั องคกรแบบบรู ณาการใหเหมาะสมกบั ความซับซอนของเหตุการณท่ี
เกิดขึน้
v วตั ถุประสงคของระบบ ICS
ICS best practice จะสามารถทําใหมั่นใจไดว า :
1. ทกุ ฝาย ทง้ั ผูป ฏิบัติงานและผูอ ยูใ นเหตุการณไดรับความปลอดภัย
2. บรรลุวตั ถปุ ระสงคของการใชกลยทุ ธ
3. มีการใชทรพั ยากรไปอยา งคมุ คา และมีประสิทธภิ าพ
v ประโยชนข องระบบ ICS
1. ตรงกบั ความตอ งการในการจัดการสถานการณฉุกเฉินทุกขนาด
2. เจา หนา ท่จี ากหลายองคก ร/หนว ยงานสามารถทาํ งานรว มกนั เปนระบบไดอ ยางรวดเรว็
3. เจา หนาที่ผปู ฏบิ ตั งิ านมกี ลยทุ ธ และการสนับสนนุ จากฝา ยบริหารในการปฏบิ ตั งิ าน
4. เปนการทาํ งานท่มี ีประสิทธภิ าพและประหยัดเนือ่ งจากไมม ีการทาํ งานซำ้ ซอ น
ในปจจุบนั มีประเทศท่ีกาํ ลงั ใช ICS ไดแ ก สหรัฐอเมรกิ า แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซแี ลนด
เมก็ ซิโก (ชว งปรับเปลี่ยนสําหรบั ไฟไหมปา ) อนิ เดีย (ชวงปรับเปลี่ยน) ศรลี ังกา (ชว งปรบั เปล่ียน)
67
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
v คณุ ลกั ษณะของระบบบัญชาการเหตุการณ
1. มคี วามเปน มาตรฐาน (Standardization) ใชศพั ททั่วไป (Common terminology) มีความหมายทเี่ ปนสากล
โดยใหเจา หนา ท่จี ากหนวยงานทเี่ กย่ี วขอ งใชค ําพูดทเ่ี ปนมาตรฐานสากลในระหวา งการปฏบิ ัติงาน
2. การบงั คบั บัญชา (Command)
2.1 มีการสถาปนาและการถา ยโอนการบงั คับบญั ชา (Establishment and transfer of command)
2.2 มีลาํ ดับและเอกภาพของการบงั คับบัญชา (Chain of command and unity of command)
2.3 มกี ารสงั่ การภายใตก รอบเดยี วกนั (Unified command) เปน การส่ังการทที่ กุ หนว ยงานท่เี กี่ยวขอ ง
กาํ หนดวธิ ีการ วัตถปุ ระสงค กลยทุ ธภายใตอ งคก รเดียวกัน
3. การวางแผน/โครงสรางการจัดองคก ร (Planning / Organizational Structure)
3.1 การบรหิ ารจดั การตามวตั ถุประสงค (Management by objectives)
3.2 การวางแผนปฏบิ ัตงิ าน ( Incident Action Plan : IAP)
3.3 โครงสรางองคกรมาตรฐาน (Modular organization) ซึ่งระบบบัญชาการเหตุการณ สามารถ
ขยายและลดขนาดเพ่ือความเหมาะสมกบั เหตุการณ
3.4 ลําดับการบังคับบัญชาท่ีเหมาะสม (Manageable span of control) มีการจํากัดชวงของการ
ควบคมุ ใหอ ยา งระหวาง 3 – 7 โดยชว งของการควบคมุ ท่เี หมาะสมทสี่ ดุ คือ 5
4. สงิ่ อํานวยความสะดวกและทรพั ยากร (Facilities and Resources)
4.1 การบริหารจัดการทรพั ยากรอยา งครบวงจร (Comprehensive resource management) หมาย
ถงึ การคํานึงถงึ การใชท รพั ยากรใหไดประโยชนสูงสุด
4.2 ทต่ี ้งั สิ่งอํานวยสะดวกในทเ่ี กดิ เหตุและศูนยบ ญั ชาการ (Incident locations and facilities)
5. การจัดการการส่อื สารและขอ มูล (Communications/Information Management)
5.1 การบูรณาการดานการสื่อสาร (Integrated communications) เปนการสั่งการที่แตละบุคคล
ภายในองคกรรายงานแกผ ูบงั คบั บญั ชาเหนือตนท่ีมเี พยี งคนเดยี วเทาน้ัน
5.2 การจัดการขอมลู ทว่ั ไปและขาวสาร (Information and intelligence management)
6. การดําเนินงานอยา งมืออาชีพ (Professionalism)
6.1 ความรบั ผิดชอบ (Accountability)
6.2 การสนบั สนุน แจกจาย จัดสงทรพั ยากร เชน บุคลากร วัสดุ อปุ กรณ (Dispatch/Deployment)
v ความเปน มาตรฐาน (Standardization)
หมายถึง การวางมาตรฐานคําศพั ทที่เขาใจรวมกันโดยใชภาษาท่ีเปนท่เี ขาใจงายๆ ทําใหเ ขา ใจถงึ
• หนา ทข่ี ององคกร
• สถานทีต่ า งๆ (Facilities) ท่มี ีอยใู นระบบการบัญชาการ
• ระบุประเภทของทรพั ยากร (อุปกรณ) ไดช ดั เจน (Resources)
• ชือ่ ตําแหนงชดั เจน
โดยเฉพาะอยา งยิ่งในการสถาปนาการส่อื สาร จะใชภ าษา/ศัพท ธรรมดา ไมใชรหัส หรอื คาํ ยอ หรือคําศัพทท่รี ู
เฉพาะหนว ยงาน
v การบงั คบั บัญชา (Command)
การบังคับบัญชา คือการแสดงการช้ีนํา ส่ังการ หรือควบคุมตามหลักของกฎหมาย ที่ชัดเจน ระเบียบ หรือผูมี
อาํ นาจตามทไ่ี ดรบั มอบหมาย ณ ทเี่ กิดเหตุ ผูบญั ชาการเหตุการณ คือ ผมู ีอํานาจสูงสดุ ในการส่งั การ
68
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘πË °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
สายการบงั คบั บัญชา (Chain of Command) คอื ผงั การใชอาํ นาจสง่ั การภายในขององคกรเม่อื เกดิ เหตโุ ดยข้ึน
อยูก ับตําแหนง/หนา ทข่ี องบคุ คลในองคก ร
อำนาจส่ังการ
การโอนการบังคบั บญั ชา (Transfer of Command) หมายถึง การโอนอาํ นาจการบังคับบัญชาจากผหู น่งึ สอู ีก
ผูหน่ึง ซ่ึงในการโอนอํานาจการบังคับบัญชานั้น ตองมีการรายงานสรุปสถานการณ กอนโอนอํานาจฯ ทุกครั้ง (เอกสาร
ปากเปลา หรือทัง้ สองอยาง) ทง้ั นี้ การโอนอาํ นาจการบังคบั บญั ชาจะเกดิ ข้นึ เม่ือ :
ß มผี ูสัง่ การท่มี ีความเหมาะสมมากกวา (ไมจ าํ เปนตอ งมตี ําแหนงสงู กวา เสมอไป) เขา มาปฏิบตั ิงาน
ß สถานการณม กี ารเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทําใหต องเปล่ยี นการส่ังการตามกฎหมาย
ß เปนเรือ่ งที่เกดิ ขน้ึ ปกตเิ มอื่ สถานการณยืดเย้อื (อาทิตย/เดือน)
ß การชวยเหลือสนิ้ สดุ ลงและเปลีย่ นอํานาจและความรบั ผดิ ชอบกลับไปยงั หนวยงานเดมิ
v โครงสรางการจัดองคกรของระบบบญั ชาการเหตุการณ
การจัดองคกรเพ่ือตอบโตเหตุฉุกเฉินในระบบบัญชาการเหตุการณ เปนการจัดองคกรตามภารกิจหลัก
(Funcctional Responsibility) โดยแบงออกเปนหนวยยอยประกอบดวยสวนประกอบหลัก 5 สวน ไดแก การสั่งการ /
บญั ชาการ (Command) การวางแผน (Planning) การปฏบิ ตั กิ าร (Operations) การสนบั สนุน (Logistics) และ การเงิน/
การบรหิ าร (Finance/Administration)
การสงั่ การ /บญั ชาการ (Command) : กําหนดวัตถปุ ระสงค/เปาหมาย จัดลาํ ดบั ความสาํ คญั และรบั ผิดชอบ
กบั การตอบโตเหตฉุ ุกเฉนิ โดยรวม (Overall Responsibility)
การวางแผน (Planning) : จัดทําแผนปฏิบัตกิ ารเพือ่ ใหบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค รวบรวมและประเมนิ ผลขอ มลู และ
รักษาสถานะของทรพั ยากร (Prepare action Plan – maintain recourse and situation status)
การปฏิบัติการ (Operations) : ดําเนินการตามยุทธวิธี จัดสรรและกํากับดูแลทรัพยากรในการตอบโตเหตุ
ฉุกเฉิน (Direct Tactical Actions)
การสนับสนุน/สงกาํ ลังบํารุง (Logistics) : จัดหาสนบั สนุนตามท่ีตองการเพ่อื การตอบโตเ หตุ จัดหาทรัพยากร
และการบริการทจี่ ําเปน ในการสนับสนนุ การตอบโตเ หตุ (Provide support)
การเงิน/การบริหาร (Finance/Administration) : ตรวจสอบการใชจายที่เก่ียวของกับการตอบโตเหตุฉุกเฉิน
จัดทาํ บญั ชี จดั ซื้อจัดหาวัสดุอปุ กรณบนั ทึกเวลาการปฏิบัตงิ านและประเมินคา ใชจ าย
(Cost Accounting and Procurements)
69
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
ซึ่งท้ัง 5 ภารกิจหลักขางตนน้ี เปนพ้ืนฐานที่ระบบบัญชาการเหตุการณท่ีเกิดขึ้นโดยทั่วไป หรือเมื่อมีการเผชิญ
เหตสุ าธารณภัย
หนว ยบัญชาการ
ปฏบิ ตั กิ าร แผนงาน สนับสนุน บรหิ าร
อยางไรก็ตาม สวนตางๆ น้ีสามารถแบงออกเปนหนวยยอยๆ ไดตามความจําเปนรวมท้ังสามารถเพิ่มและลด
ขนาดขององคกรไดตามความเหมาะสมแกก ารตอบโตในแตละเหตุการณอ กี ดวย
1. หนว ยบัญชาการ (Incident Command)
มีหนาทรี่ ับผดิ ชอบในการบรหิ ารจดั การการตอบโตสถานการณฉ ุกเฉิน ซ่งึ อาจกระทําได 2 รปู แบบ คือ
1) การบญั ชาการเดีย่ ว (Single Command)
2) การบัญชาการรวม (Unified Command : UC) เปนการบรหิ ารจดั การเหตุการณที่เกย่ี วของกับหลายหนวย
งาน และ/หรือหลายพนื้ ที่รับผิดชอบ
สําหรับเหตุการณขนาดเล็กหนวยบัญชาการเดี่ยวอาจนํามาใช หัวหนาหนวยท่ีมาถึงท่ีเกิดเหตุหนวยแรกจะทําหนาท่ีเปน
ผบู ญั ชาการเหตกุ ารณ (Incident Commander : IC) จนกวาจะไดรบั การแทนท่ี หรือมีการถายโอนอํานาจการบัญชาการ
ดังนั้น IC จะเปน ผทู าํ หนาที่กํากบั การดาํ เนนิ งานตามภารกิจหลักของ ICS รวมท้งั ภารกิจอื่นๆ ดวย
อยางไรก็ตาม องคกรของ ICS สามารถท่ีจะขยายเพิ่มหรือลดไดตามความเหมาะสมของ แตละเหตุการณท่ี
เกิดข้ึน ซึ่งในทุกเหตุการณไมวาจะมีขนาดใหญหรือเล็ก และสลับซับซอนเพียงใด จะตองมีผูบัญชาการเหตุการณเปน
ผูรับผิดชอบในการปฏิบัติการในสถานที่เกิดเหตุ จนกระท่ังอํานาจในการส่ังการถูกมอบหมายหรือโอนไปยังผูท่ีมีความ
เหมาะสม นอกจากน้ีผูบัญชาการเหตุการณอาจแตงตั้งผูแทนมารับผิดชอบภารกิจเฉพาะอยางเพื่อชวยเหลือการบริหาร
จดั การในสถานการณฉกุ เฉนิ ไดแก
1) เจาหนาที่ขอมูล/ประชาสัมพันธ (Public Information Officer : PIO) เปนศูนยกลางในการแจกจาย
ขอมูลขาวสารแกสื่อมวลชนและหนวยงานอ่ืนๆ โดยจะรวบรวมขอมูลการเกิดเหตุท้ังสาเหตุการเกิดภัย ความเสียหายที่
เกิดข้ึน การชวยเหลือท่ีดําเนินการไปแลว และส่ิงที่กําลังจะเดินการตอไป เพ่ือรายงานผูบังคับบัญชา และเผยแพร
ประชาสัมพันธสูประชาชนไดรับทราบสถานการณที่มีความเปนปจจุบัน โดยในเหตุการณหนึ่งเหตุการณมีเจาหนาท่ี
ขอมลู เพียง 1 คน หากมเี หตกุ ารณคาบเกยี่ วหลายพนื้ ทีอ่ าจมผี ชู ว ยไดต ามความจําเปน
2) เจา หนาทดี่ านความปลอดภยั (The Safety Officer :SO) มหี นา ที่รบั ผดิ ชอบตดิ ตามและรักษาดา นความ
ปลอดภยั แกเ จา หนา ที่ โดยในหน่ึงเหตุการณมเี จา หนาทดี่ า นความปลอดภัยเพยี ง 1 คน และอาจมีผชู ว ยไดตามความจาํ
เปน
3) เจาหนา ทปี่ ระสานงาน (The Liaison Officer: LO) เปนศนู ยกลางการติดตอสอ่ื สารสาํ หรับเจาหนาทีจ่ าก
หนวยงานท่ีใหความชวยเหลือ ตลอดจนประสานงานกับหนวยงานอ่ืนๆ ที่เก่ียวของกับเหตุการณท้ังหมด ท้ังน้ี ในแตละ
เหตุการณมเี จาหนา ที่ดานประสานงานเพยี ง 1 คน และอาจมีผชู วยไดตามความจําเปน เหมาะสม
70
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
อยางไรก็ตาม ในกรณีที่เหตุการณสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนมีความยุงยาก ซับซอนมากข้ึน ผูบัญชาการเหตุการณ
อาจจัดต้ังหนวยตางๆ ข้ึนมาปฏิบัติหนาที่ตามความจําเปนเหมาะสมได อาทิ ฝายปฏิบัติการ ฝายวางแผน ฝาย
สนบั สนุน/สง กาํ ลังบํารงุ ฝา ยการเงนิ และการบรหิ าร เปน เปน ตน
2. สวนปฏบิ ตั กิ าร (Operations Section)
มีหนาท่ีความรับผิดชอบในการอํานวยการและประสานการปฏิบัติทางยุทธวิธีซ่ึงจะดําเนินการตามท่ีไดระบุไว
ในแผนปฏิบัติการท่ีฝายวางแผนจัดทําขึ้น รวมท้ังมีหนาท่ีดูแลความปลอดภัยของเจาหนาท่ีคนหาและกูภัย รวมท้ัง
รายงานสถานการณใ หผบู ญั ชาการเหตุการณท ราบ ฝา ยปฏบิ ตั กิ ารอยภู ายใตก ารกํากบั ดูแลของหัวหนา ฝายปฏิบัติการ
ฝายปฏิบัติการจะพัฒนาหรือขยายตัวจากระดับลางข้ึนบน (Bottom-Up) จากระดับแผนก (Division)/กลุม (Group)
จนถงึ ระดับสาขา (Branch) และมกั เปน หนว ยแรกทไี่ ปถึงทเี่ กิดเหตุ
ÿ เม่อื สถานการณย ดื เยือ้ อาจตองเพ่มิ ระดบั บัญชาการ
ระดบั บัญชาการในโครงสรา งองคก ร ผบู ญั ชาการเหตุการณ
ตามความจำเปน
สว น
หัวหนา สว นปฏบิ ตั กิ าร
Branches (สาขา)
Division (สาขา) Group Unit
Single Resources
71
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
นอกจากน้ีฝายปฏิบัติการอาจมีพ้ืนที่เตรียมปฏิบัติการ (Staging Area) ซ่ึงเปนสถานที่สําหรับจัดวางเคร่ืองมือ
อปุ กรณ รวมทงั้ เปน ที่รวมพลเพอ่ื รอรับมอบหมายงานทางยทุ ธวิธี และในบางกรณอี าจมีหนวยปฏิบัตกิ ารทางอากาศ (Air
Operation Branch) ทั้งนี้ หนว ยยอ ยดังกลาวมีวิธีการจดั โครงสรา งดงั นี้
1. แผนกแบง ตามพนื้ ท่/ี สภาพทางภูมิศาสตร
เปนการแบง เพอ่ื จาํ กดั ขอบเขตของเหตุการณ ขนาดของการควบคมุ ทีเ่ หมาะสม คือ 1 - 5 คน
สวนปฏบิ ัตกิ าร
Division A Division B
2. กลมุ แบง ตามภารกจิ
เปนการแบงตามการปฏิบัติหนาท่ีในพ้ืนที่หรืองานท่ีไดรับมอบหมาย (Functional) โดยไมจํากัดพ้ืนที่ กลุมภาร
กจิ ท่ีสําคญั อาทิ กลุมบริการทางการแพทยฉ กุ เฉนิ กลุมคน หาและกภู ัย กลุมรกั ษา ความปลอดภัย เปน ตน
สวนปฏิบัตกิ าร
กลุมความปลอดภยั กลมุ คนหาและกภู ัย
และสขุ ภาพ
72
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
3. แผนกและกลมุ
เปนการรวมวิธีการจัดแผนกตามพ้ืนที่และกลุมภารกิจเขาดวยกัน มักใชในกรณีที่กลุมภารกิจมีการดําเนินการ
ขามเขตพน้ื ท่ี
สว นปฏิบัตกิ าร
Division A กลุมสขุ ภาพ & กลุมงานทัว่ ไป
(ฝงตะวนั ออก) ความปลอดภัย
ผูเชี่ยวชาญดานไฟฟา ผเู ชยี่ วชาญดานน้ำ
การแบง โครงสรา งลกั ษณะนต้ี อ งอาศัยการประสานงานอยางใกลช ดิ ระหวางหวั หนาแผนกและกลุม ซึ่งมีอํานาจ
เทา เทียมกนั
4. สาขา Branch
อาจตั้งขึ้นตามพื้นที่หรือภารกิจ สาขาซึ่งแบงตามพ้ืนท่ีอาจเกิดจากการขยายขนาดการควบคุม หากเปนสาขา
ตามภารกจิ อาจเกดิ จากการจดั การภารกิจท่ีหลากหลาย
สว นปฏบิ ัติการ
Branch บรหิ ารฉุกเฉนิ Branch กฎหมาย Branch สาธารณูปโภค
กลุมสขุ ภาพ กลมุ แพทย กลุมควบคมุ กลุม สอบสวน กลมุ ขนยา ย กลุมซอม
& การแพทย เฉพาะทาง ขอบเขต วสั ดุ บำรงุ
73
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
5. หนว ย (Unit)
5.1 ชุดปฏิบัติการผสม (Task Force) ติดตอประสานงานกัน ภายใตการควบคุมดูแลโดยตรงของ
หัวหนา หนว ยปฏบิ ตั ิการเฉพาะกจิ
5.2 ชดุ ปฏบิ ตั กิ าร (Strike Force)
ชุดเจาหนาท่ีซ่ึงปฏิบัติการภายใตภารกิจ หรือวัตถุประสงค
เดยี วกัน (Same type of work) มรี ะบบสอื่ สารและหัวหนา คนเดยี ว ทง้ั น้ี
เจา หนา ทด่ี งั กลา วอาจมาจากหลายหนวย
6. หนว ยปฏบิ ตั กิ าร (Single Resourse)
เจาหนาที่หรือกลุมเจาหนาที่จากหนวยเดียว ซ่ึงรับผิดชอบปฏิบัติ
การภายใตวัตถปุ ระสงคเดยี วกัน
3. สว นวางแผน (Planning Section)
ในเหตุการณท่ีมีขนาดของความรุนแรงเล็ก ผูบัญชาการณเหตุการณมักจะเปนผูรับผิดชอบวางแผนดวยตนเอง
แตเม่ือเหตุการณขยายความรุนแรงมากขึ้น ผูบัญชาการเหตุการณ อาจจําเปนตองกําหนดฝายวางแผนขึ้นมาเปนการ
เฉพาะ ใหมีหนาท่ีในการรวบรวม และประเมินสถานการณ จัดทํารายงานสถานการณ และวิเคราะหสถานะของ
ทรัพยากรทม่ี ีอยูขณะนนั้ แลวจดั ทาํ แผนปฏิบัตกิ ารสําหรับเหตสุ าธารณภัย (Incident Action Plan : IAP) ทเ่ี กิดขึน้ และ
เอกสารอ่นื ๆท่ไี ดรบั มอบหมาย
ฝายวางแผนสามารถจดั หนวยยอยออกไดเ ปน 4 หนวย ประกอบดว ย
1) หนวยทรัพยากร (Resource Unit) รับผิดชอบในการรายงานตัว (Check - in) และรักษาสถานะของเจา
หนา ที่ และเครื่องมืออุปกรณ พัสดุครุภณั ฑท ไ่ี ดร บั มอบหมายใหปฏิบตั งิ าน
2) หนวยสถานการณ (Situation Unit) มีหนาที่รวบรวมและประเมินผลขอมูลสถานการณ จัดเตรียมการ
แสดงสถานการณแ ละรายงานสรปุ จดั ทําแผนที่และแนวการเคลือ่ นตวั ตามการคาดการณ
3) หนวยเอกสาร (Documentation Unit)/สารบรรณ รับผิดชอบจัดเตรียมแผนปฏิบัติการ (Incident Action
Plan : IAP) ตลอดจนเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวของกับเหตุการณท ัง้ หมด
4) หนว ยถอนกําลัง (Demobilization Unit) ในกรณีท่เี กดิ เหตกุ ารณข นาดใหญและซบั ซอ น หนวยน้จี ะรับผดิ
ชอบถอนกําลังทรัพยากรที่ไมตองปฏิบัติงานตอไปใหเปนไปอยางมีระเบียบเรียบรอย ปลอดภัย ภายหลังการใชงานแลว
และประหยดั งบประมาณ
สว นแผนงาน
หนวยทรัพยากร หนว ยถอนกำลัง
หนวยจัดทำเอกสาร
หนว ยรายงาน
สถานการณ
74
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
นอกจากน้ี ฝายแผนงานยังรับผิดชอบดานผูเชี่ยวชาญเทคนิคจัดเตรียมผูเช่ียวชาญเฉพาะดาน อันจะเปน
ประโยชนต อการจดั การและการรับมอื เม่ือเกดิ เหตขุ ึ้นอกี ดวย
4. สวนสนบั สนนุ /สง กําลงั บํารงุ (Logistics Section)
มีหนาท่จี ดั หาสิง่ อาํ นวยความสะดวก การบริการ และวสั ดุตางๆ รวมถึงบุคลากร ท่สี ามารถใชเครื่องมืออุปกรณ
ยานพาหนะเหลาน้ันเมื่อไดรับการรองขอจากฝายปฏิบัติการหรือตามแผนปฏิบัติการที่วางแผนกําหนดไว หนาท่ีของฝาย
สนับสนุนจะคอยดูแลใหการสนับสนุนแกเจาหนาท่ี ฝายสง กาํ ลงั บาํ รงุ มหี นาทหี่ ลกั ดงั นี้
v การสือ่ สาร
v การบริการทางการแพทยแกเจา หนาที่ปฏบิ ัตกิ าร
v อาหารสาํ หรบั เจา หนา ทป่ี ฏบิ ัตงิ าน
v วัสดุ/อุปกรณ
v สถานที่สนับสนนุ การปฏิบตั งิ าน
v การสนบั สนนุ ภาคพนื้ ดนิ
แตส าํ หรบั กรณเี หตกุ ารณฉกุ เฉินขนาดใหญ อาจจาํ เปน ตองแบงการควบคุมออกเปน 2 สาขา
1) สาขาบริการ (Service Branch)
1.1) หนว ยส่อื สาร (Communication Unit) จัดทําแผนการสือ่ สารแจกจายอุปกรณ/วิธกี ารสอื่ สาร และ
จัดตงั้ ศูนยสอื่ สาร (Incident Communication Center)
1.2) หนวยบริการทางการแพทย (Medical Unit) จัดทําแผนการบริการทางการแพทยใหการปฐม
พยาบาลแกเจา หนาท่ปี ฏิบัตกิ ารฉุกเฉนิ ทีป่ ฏบิ ตั ิงานใน ณ ท่เี กิดเหตุ
1.3) หนวยเสบยี ง (Food Unit) รบั ผิดชอบการจัดหาอาหารและน้ำด่ืมสาํ หรบั แตละสถานท่สี นบั สนนุ
การปฏิบัตกิ าร รวมทง้ั เจา หนาทใ่ี นสว นปฏิบัติการทกี่ ําลังปฏิบัตงิ าน
2) สาขาสนบั สนุน (Support Branch)
2.1) หนวยพัสดุ (Supply Unit) จัดซ้ือและจัดเก็บวัสดุ/อุปกรณ และระดมกําลังเจาหนาท่ีเขาปฏิบัติ
งานในระบบ ICS การสง่ั ซือ้ ทรพั ยากรทุกอยา งตอ งผา นหนวยนี้
2.2) หนว ยสถานทส่ี นับสนุนปฏบิ ัติการ (Facilities unit) จัดต้ังสถานท่ใี นการสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ตอบโตเหตุ แตงตั้งผูจัดการเพื่อดูแลฐานปฏิบัติการ (Incident Base) และที่พัก (Camps) รวมท้ังรักษาความปลอดภัย
ในสถานท่ี และบรเิ วณที่เกดิ เหตโุ ดยรวม
2.3) หนวยสนับสนุนภาคพื้นดิน (Ground Support Unit) อํานวยความสะดวกดานการขนสง การ
จดั หาเชื้อเพลงิ สาํ หรบั พาหนะท่ีใชในการปฏิบัติงาน
75
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
สว นสง กำลงั บำรุง
สาขาบริการ สาขาสนับสนุน
- หนว ยสือ่ สาร - หนว ยพัสดุ
- หนว ยบรกิ าร - หนว ยสถานที่
ทางการแพทย สนบั สนุนปฏิบตั กิ าร
- หนว ยเสบียง - หนวยสนบั สนนุ
ภาคพ้นื ดนิ
5. สว นการเงนิ /การบรหิ าร (Finance/Administration Section)
เมือ่ เกดิ เหตุสาธารณภยั ฝายนีจ้ ะมหี นาทค่ี วามรบั ผดิ ชอบในการตรวจสอบ คาใชจ ายคดิ คํานวณหาตน ทุนมลู คา
ความเสียหาย และการชดใชความเสียหายตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยเงินทดรองราชการเพ่ือชวยเหลือผู
ประสบภัยในกรณีฉุกเฉิน หรือระเบียบขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน หรือระเบียบของหนวยงานที่มีหนาที่ใหการชวย
เหลือสงเคราะหบรรเทาทกุ ข
หนว ยยอ ยภายในสว นการเงิน/การบรหิ ารทีอ่ าจมกี ารจดั ตงั้ ข้ึน
1. หนวยบนั ทึกเวลา (Time Unit) บันทกึ เวลาการปฏบิ ัตงิ านของเจาหนาที่
2. หนวยจัดจาง (Procurement Unit) ดําเนินการเชาเครื่องมือ/อุปกรณ รับผิดชอบในการบันทึกเวลาการใช
เครือ่ งมือ/อปุ กรณ
3. หนวยชดเชย/เรียกรอ งคาสินไหมทดแทน (Compensation/Claims Unit) ไดแก
การชดเชย – รับผิดชอบในการตรวจความถูกตองของเอกสารเกี่ยวกับคาชดเชยของพนักงาน และเก็บบันทึก
การไดรบั บาดเจ็บและหรอื เจ็บปวยทเ่ี ก่ยี วกบั เหตฉุ กุ เฉนิ
การเรียกรองคาสินไหมทดแทน – สืบสวนการเรียกรองคาสินไหมทดแทนกรณีทรัพยสินเสียหายที่เกี่ยวของกับ
เหตฉุ ุกเฉิน
4. หนวยคาใชจาย (Cost Unit) รับผิดชอบในการรวบรวมเอกสารขอมูลคาใชจายทั้งหมด ประมาณการคาใช
จา ยและเสนอแนะแนวทางลดคาใชจ า ย
76
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
Incident Commander
Commander
IOOnfffffoiiccrmeerra:tioIOn } CoSmtmafafnd
Safety Officer :
SO
Liaison Officer
: LO
Operations SePctliaonnnCinhgief Logistics }Finance / Admin (SGUteannfifte5ra)l
Section Chief Section Chief
Section Chief
ส่ิงอาํ นวยความสะดวกในสถานการณวิกฤต
เปนสถานทีท่ ีก่ ําหนดโดยผูบ ัญชาการเหตกุ ารณต ามความตองการ และตามแตละลกั ษณะของเหตกุ ารณ และ
กําหนดขึ้นเม่ือมีความตองการเทาน้ัน บางเหตุการณอาจตองการสถานที่ท่ีไมไดอยูในแบบมาตรฐาน ท้ังน้ี ผูบัญชาการ
เหตกุ ารณ สามารถทีจ่ ะจดั ตงั้ ส่งิ อาํ นวยความสะดวก (Facilities) 3 ประเภท กลาวคอื
1 . ศนู ยบญั ชาการเหตุการณ (Incident Command Post: ICP)/จดุ ส่งั การในทเี่ กดิ เหตุ
ความรับผิดชอบที่ผูบัญชาการเหตุการณจะตองดําเนินการคือ “จัดตั้งระบบส่ังการ” โดยตองกําหนดสายการ
บังคับบัญชาและการส่ือสารในที่เกิดเหตุที่ชัดเจน วิธีการสําคัญอยางหนึ่งในการจัดตั้งระบบสั่งการ คือ “ศูนยบัญชาการ
เหตกุ ารณ/ การกาํ หนดจุดสัง่ การในทเ่ี กดิ เหตุ” เพ่อื เปนสถานที่ ทผ่ี ูบ ญั ชาการใชใ นการดูแลการปฏบิ ัตงิ านทกุ ระดบั ซงึ่ ใน
แตละเหตุการณจะมีศูนยบัญชาการเหตุการณ เพียงจุดเดียวเทานั้น ถึงแมวาเหตุการณดังกลาวนั้นอาจจะเกี่ยวของกับ
การปฏิบัติงานของหนวยงานตางๆ หลายหนวยรวมกันก็ตาม ท้ังนี้ การปฏิบัติการรวมกันนั้นดําเนินการภายใตระบบส่ัง
การที่เปนหนึ่งเดียวหรอื Unified Command ในระยะแรกจดุ สัง่ การในท่เี กดิ เหตอุ าจกําหนดอยูท ่ีจุดดบั เพลงิ หรอื รถของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน ซ่ึงควรอยูภายในบริเวณท่ีใกลกับจุดเกิดเหตุมากที่สุดเทาท่ีจะเปนไปได แตควรจะอยู
ภายนอกเขตอันตรายซึ่งใกลพอท่ีจะบัญชาการได โดยจุดส่ังการในท่ีเกิดเหตุควรใชสัญลักษณธงสีเขียวและขาวหรือ
เครอ่ื งหมายทชี่ ดั เจนอยา งอน่ื
2. จดุ ระดมพล (Staging Area)/พน้ื ทปี่ ฏบิ ัตกิ าร
เปนสถานที่ต้ังช่ัวคราวในท่ีเกิดเหตุสําหรับการระดมบุคคลหรือพัสดุครุภัณฑในขณะที่รอออกปฏิบัติการในขณะ
ทส่ี ถานการณขยายตัวเพ่มิ ข้ึน การใชทรัพยากรจงึ จําเปนตอ งเพมิ่ มากขึ้นดว ย และเพ่อื หลกี เลีย่ งปญหาที่อาจเกดิ ขนึ้ จาก
การรวมทรัพยากรหลายชนิดเขาดวยกันมากเกินไป รวมท้ังการกําหนดพ้ืนที่ปฏิบัติการยังชวยใหมีพ้ืนที่สําหรับบุคลากร
และอปุ กรณต างๆสามารถรับการตรวจสอบกอนเขา พืน้ ท่ที าํ ใหการจัดการทรัพยากรท่มี อี ยูไ ดอ ยางประสิทธิภาพ ซ่งึ พนื้ ที่
ปฏบิ ัติการอาจมีมากกวาหน่งึ แหงไดต ามความเหมาะสม
สําหรับท่ีตั้งของพื้นท่ีปฏิบัติการควรจะต้ังอยูใกลกับที่เกิดเหตุเพื่อใหสามารถเคลื่อนพลไดทันเวลา และควรมี
ระยะหางพอสมควรเพ่ือใหพนจากผลกระทบจากเหตุการณอยางฉับพลัน อยางไรก็ตาม ผูบัญชาการเหตุการณจะตอง
แตง ต้ังเจาหนา ท่ีรับผดิ ชอบควบคมุ พ้นื ท่ีปฏิบตั กิ ารเพ่ือทาํ หนาที่
77
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
• รายงานตอ หัวหนา ฝา ยปฏบิ ัตกิ ารหรอื ผูบ ญั ชาการเหตกุ ารณ
• ตรวจสอบขน้ั ตอนการรายงานตัวของบุคลากร และอปุ กรณท ่ีนาํ มา
• ตอบรบั การรองขอทรัพยากรตางๆ โดยมอบหมายทรพั ยากรทีม่ ีอยู
• ติดตามดแู ลสถานการณข องทรัพยากรท่ีมีอยู
• รายงานถึงสถานการณของทรัพยากรในพ้ืนท่ีปฏิบัติการใหหัวหนาฝายปฏิบัติการหรือผูบัญชาการ
กูภยั ไดท ราบ
ปจจัยในการเลือกสถานทต่ี งั้ ของพน้ื ทป่ี ฏบิ ัติการ
ความใกลชิดกับภารกิจการปฏิบัติงานท่ีไดรับมอบหมาย (Proximity to Operational Assignments) พื้นท่ี
ปฏิบัติงานควรจะอยูหางจากสถานท่ีเกิดเหตุ แตตองอยูใกลกับการปฏิบัติงานที่ไดรับมอบหมายมากที่สุดเทาท่ีจะเปนไป
ได พ้นื ท่ีปฏบิ ัติการไมควรอยูหา งจากทเ่ี กดิ เหตุเกนิ กวา 5 นาที
ความใกลชิดกับอนั ตรายทอ่ี าจเกดิ ข้นึ (Proximity to Possible Hazards)
- เสนทางในการเขาถึง (Access Routes) พ้ืนท่ีปฏิบัติการตองมีเสนทางที่เขาถึงพื้นท่ีเกิดเหตุไดงายท้ังที่เปน
ทรพั ยากรที่เขาไปและออกจากพ้นื ที่
- พ้ืนท่ีวาง (Space) พื้นที่ปฏิบัติการ ตองกวางขวางเพียงพอท่ีจะจัดวางทรัพยากรท่ีมีอยูได และควรจะกวาง
พอท่ีจะทําการขยายตวั ถาหากสถานการณมีขนาดใหญ
- ความปลอดภัย (Security) พ้ืนท่ีปฏิบัติการจะตองมีความปลอดภัยตอเจาหนาที่ผูปฏิบัติงาน และทรัพยากร
ตางๆ นอกจากนี้ พื้นที่ปฏิบัติการอาจจะมีการเคล่ือนยายไปยังจุดใหมไดถามีความจําเปน แตตองมีการกําหนดไวอยาง
ชดั เจนเสมอ
พื้นท่ีปฏิบัติการแตละแหงจะถูกกําหนดข้ึนและต้ังช่ือใหตามสถานที่เกิดเหตุเชนเดียวกับจุดศูนยบัญชาการ
เหตุการณ (ICP)
3. ฐาน (Base)
คือ สถานท่ีต้ังซึ่งเปนศูนยประสานงานและบริหารงานฝายตางๆ ที่ปฏิบัติหนาที่ในสถานที่เกิดเหตุ กลาวไดวา
ในกรณีที่สถานการณอุบัติภัยท่ีเกิดข้ึนครอบคลุมพื้นที่บริเวณกวางหรือถาผูบัญชาการเหตุการณคาดการณเหตุการณจะ
ดําเนินการตอไป การใชทรัพยากรจําเปนตองใชจํานวนมาก เพ่ือหมุนเวียนกันเขาไปและออกจากภารกิจที่ไดรับมอบ
หมาย ผูบ ญั ชาการเหตกุ ารณอาจจะจัดตั้งฐานที่ตง้ั หรือ Base ขึน้ เพือ่ ใหบริการพนื้ ฐานและสนบั สนุนกจิ กรรมตางๆ สําห
รับสถานการณ โดยท่ัวไปฐานท่ีต้ังนี้จะใชในการจัดหาสถานที่สําหรับจัดวางทรัพยากรที่หยุดบริการชั่วคราวฐานท่ีตั้งน้ี
เปน ท่ีทฝี่ า ยสนับสนุน (Logistics) ต้งั อยู
โดยปกตใิ นสถานการณห นงึ่ ควรจะมฐี านทต่ี ง้ั เพยี งแหง เดยี วเชนเดียวกบั ICP และพื้นที่ปฏบิ ตั กิ ารอาจมีการตงั้
ชื่อใหกับฐานที่ต้ังตามสถานที่เกิดเหตุก็ได เม่ือผูบัญชาการเหตุการณกําหนด ใหมีฐานท่ีตั้งผูบัญชาการจะแตงตั้งผู
จัดการฐานที่ตั้งข้ึนดวย เพ่ือปฏิบัติหนาที่ภายใตสิ่งอํานวยความสะดวกของฝายสนับสนุนขึ้น ผูจัดการฐานที่ตั้งตอง
รายงานโดยตรงตอผบู ัญชาการเหตุการณ หรือ รองผูบ ญั ชาการแลว แตกรณี สัญลกั ษณมาตรฐานของการกาํ หนดฐานที่
ตง้ั แสดงไดด ังภาพ
B
78
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
สิ่งอํานวยความสะดวกอนื่ ๆ
ในบางสถานการณอาจจําเปนตองมีสิ่งอํานวยความสะดวกอ่ืนๆ ไดแก คาย (Camps) ลานจอดเฮลิคอปเตอร
จุดรวบรวมผูบ าดเจ็บ
คา ย (Camps)
คอื พ้ืนท่ีทางภูมศิ าสตรภ ายในพืน้ ทเี่ กิดเหตุ แยกตางหากจากฐานที่ตงั้ เปนสถานที่เกบ็ ทรัพยากรที่ใชส นับสนนุ
การปฏิบัติการบัญชาการในกรณีที่ฐานไมสามารถใชงานได คายและยังเปนสถานท่ีตั้งชั่วคราวภายในพื้นที่เหตุการณ
ใชใ นการเตรียมอาหาร น้ำ เปน ท่ีใชน อน และท่ีสุขอนามัย ทั้งนี้ คา ยอาจมีหลายแหง บางเหตุการณอาจไมจาํ เปน ตอ งมี
คายก็ได
C
ลานจอดเฮลคิ อปเตอร (Helibases and Helispots)
ลานจอดเฮลิคอปเตอร ใชในกรณีที่เหตุการณท่ีตองมีการปฏิบัติการทางอากาศ ฐานจอดเฮลิคอปเตอร
(Helibase) โดยทั่วไปจะใชในสถานการณท่ีตอเนื่องเปนเวลายาวนาน ใชสําหรับจอดเฮลิคอปเตอร ใหบริการดานเชื้อเพ
ลิงและบาํ รงุ รักษา สวนสนามเฮลิคอปเตอร (Heliports) เปน สนามชวั่ คราวเปนสถานที่ท่ีเฮลคิ อปเตอรจะลงจอดและขึ้น
ไดอ ยางปลอดภัย อาจมีมากกวาหนง่ึ จุดได แสดงดวยสญั ลักษณ ดงั น้ี
H
H-3
79
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
จุดรวมพลผูทไ่ี ดรบั บาดเจบ็ (Casualty Collection Points)
แมจ ุดรวมพลผูบ าดเจ็บ หรอื (CCP) จะไมใชส ิ่งอาํ นวยความสะดวกในที่เกดิ เหตอุ ยางเปน ทางการ แตเ ปนสิง่ จาํ
เปนกรณีที่มีผูบาดเจ็บเปนจํานวนมาก CCP จัดต้ังขึ้นเพื่อใชในการรักษาพยาบาลในเบ้ืองตนแกผูไดรับบาดเจ็บ และ
เปนจุดที่นาํ สงโรงพยาบาล ทงั้ นี้ พน้ื ที่ในจุดรวมผบู าดเจบ็ แบง ออกเปน
I (Immediate Treatment) สาํ หรบั ตอ งการการรกั ษาในทันที
D (Delayed Treatment) สําหรบั การรกั ษาท่ไี มเ รง ดว นมาก
Deceased สําหรบั ผูเ สยี ชวี ติ ซ่งึ ควรแยกไวต างหากจากจุดปฐมพยาบาล
Minor สําหรบั การปฐมพยาบาลเพยี งเลก็ นอ ย
80
5∫∑∑’Ë
°“√®¥— °“√À≈ß— °“√‡°‘¥¿—¬
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
°“√®—¥°“√À≈ß— °“√‡°‘¥¿—¬
ผูอํานวยการทองถิ่นและเจาพนักงานตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มีอํานาจ
หนา ท่ีในการดําเนินการหลงั จากการเกดิ สาธารณภยั ดงั ตอไปน้ี
1. การจัดใหมีสถานท่ีช่ัวคราว เพื่อใหผูประสบภัยอยูอาศัย หรือรับการปฐมพยาบาล และการรักษาทรัพยสิน
ของผปู ระสบภยั
2. จดั ระเบียบการจราจรช่ัวคราวในพืน้ ทที่ ่ีเกดิ สาธารณภยั และพ้นื ท่ีใกลเคยี ง เพอื่ ประโยชน
ในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
3. ปด กัน้ มิใหผูไมม ีสวนเกี่ยวของเขาไปในพน้ื ท่ที ่เี กดิ สาธารณภัยและพนื้ ท่ใี กลเ คียง
4. จัดใหม กี ารรกั ษาความสงบเรียบรอ ยและปองกันเหตุโจรผรู าย
5. ชวยเหลอื ผปู ระสบภัย และชว ยขนยา ยทรพั ยส ินในพ้ืนทท่ี ี่เกดิ สาธารณภัยและพืน้ ท่ีใกลเ คียง เมือ่ เจา ของหรือ
ผคู รอบครองทรพั ยส ินรอ งขอ
ผูอํานวยการทองถิ่นหรือเจาพนักงาน ควรจะวางแผนในการเตรียมการจัดหาสถานท่ีเปนศูนยบรรเทา
สาธารณภัยของแตล ะชมุ ชน/หมูบาน ตามแผนเตรยี มความพรอ มของชมุ ชนไวลว งหนา และจัดใหม กี ารมอบหมายใหม ีผู
ชวยเหลือรับผิดชอบการจัดระเบียบการจราจร ปดกั้นพ้ืนที่อันตรายมิใหผูไมมีสวนเก่ียวของเขาไปในพื้นท่ีประสบภัย จัด
ใหมีเวรยามรักษาความสงบเรียบรอย และปองกันเหตุลักขโมยทรัพยสินซําเติมผูประสบภัย โดยอาจมอบภารกิจให
ตํารวจหรือฝายปกครอง หรือสมาชกิ อปพร. เขา รว มปฏิบตั ิการ และถา
ในพ้ืนท่ีมีองคกรสาธารณกุศลต้ังอยูควรมอบหมายใหมูลนิธิหรือสมาคม สโมสร องคกรสาธารณกุศล เปนผูชวยในการ
ชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั ดว ย
ในการบริหารจัดการสาธารณภัยหลังจากเหตุการณไดยุติลง มีกิจกรรมที่สําคัญที่ผูบริหารทองถิ่นในฐานะผูอํา
นวยการทอ งถน่ิ ในเขตพ้ืนท่ี จะตองดาํ เนนิ การ ดังน้ี
1. การสำรวจและประเมนิ ความเสยี หาย
หลังจากการเกิดสาธารณภัย ยอมตองมีความเสียหายเกิดข้ึน ซ่ึงมีทั้งประเภทบุคคลผูประสบภัย ทรัพยสินผู
ประสบภัย และทรัพยสินของทางราชการ ซึ่งจําเปนตองมีการสํารวจ ประเมินมูลคาทรัพยสิน และจัดทําบัญชีรายช่ือผู
ประสบภัย และบัญชีทรัพยสินที่เสียหาย พรอมทั้งออกหนังสือรับรองใหผูประสบภัยไวใชเปนหลักฐานในการขอรับการ
ชวยเหลือ สงเคราะห และฟนฟูตามสิทธิที่พึงไดรับจากทางราชการ ตามตัวอยางรายงานสรุปการประเมินความเสียหาย
จากภยั พบิ ัติ ดงั น้ี
82
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
ลาํ ดบั ประเภท รายละเอยี ด มูลคา ความเสยี หาย
ความเสยี หาย ความเสยี หาย
จํานวน ปริมาณ ราคาตอ รวม
หนวย
1 ชีวิตคน 1.1 รายชือ่ ผูเสยี ชีวติ
- ผูใหญ
- เด็ก
- ผสู งู อายุ
1.2 รายช่ือผสู ูญหาย
- ผูใ หญ
- เด็ก
- ผสู ูงอายุ
1.3 รายช่ือผูบาดเจ็บ
1.4 รายชื่อผไู ดร บั ผลกระทบ
2 บานเรือน 2.1 บานพงั เสยี หายท้งั หลัง.
2.2 บานพังเสยี หายบางสว น
3 ทรพั ยส นิ 3.1 โรงเรยี นท่ชี าํ รดุ เสียหาย
ของราชการ 3.2 โรงพยาบาล สถานอี นามยั
3.3 อาคารสาธารณะ (ระบุ)
3.4 คันคลอง เหมือง ฝาย (ระบุ)
4 พน้ื ทีก่ ารเกษตร 4.1 พน้ื ท่ไี รนาเสียหาย
4.2 พื้นที่สวนเสยี หาย
4.3 พนื้ ทีป่ า ไมเสยี หาย
4.4 ฟารมปศสุ ตั วเสียหาย (ระบุ)
5 การประมง 5.1 พนื้ ท่เี ลย้ี งสตั วนำ้ เสียหาย
5.2 จํานวนสตั วน ้ำทต่ี าย
5.3 อุปกรณก ารเสย้ี งสตั วนำ้
ท่เี สยี หาย
6 ระบบการ 6.1 ถนนชาํ รดุ เสียหาย
คมนาคมขนสง 6.2 สะพานเสียหาย
6.3 ยานพาหนะเสยี หาย
7 ระบบ 7.1 ระบบประปาเสยี หาย
สาธารณูปโภค 7.2 บอน้ำตื้น บอ น้ำบาดาลเสีย
หาย
7.3 ผปู ระสบภัยขาดแคลนน้ำ
ดม่ื
8 อืน่ ๆ (ระบ)ุ
83
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
2. การประเมนิ ความตอ งการชว ยเหลอื
การประเมินความตองการชวยเหลือเปนกระบวนการรวบรวม วิเคราะหขอมูลของผลกระทบจากสาธารณภัยตอ
ชุมชน โดยประเมินความสามารถขององคกรปกครองทองถ่ินในการใหความชวยเหลือแตละดาน เพ่ือใหชุมชนสามารถ
ผานพนสถานการณวิกฤติและกลับมาดําเนินชีวิตตามปกติสุขไดตามเดิมอยางรวดเร็ว ซ่ึงสามารถแบงระยะเวลาการดํา
เนินงานได 3 ระยะ ตามลําดับเหตกุ ารณ คอื
1) การชวยเหลือในภาวะฉกุ เฉิน
2) การชวยเหลอื หลังการเกดิ ภัย
3) การชวยเหลือในการฟน ฟูบรู ณะ
2.1 การชว ยเหลอื ในภาวะฉกุ เฉิน
เมื่อมีการประกาศแจงเตือนภัยหรือในชวงที่คาดวาภัยใกลจะเกิดข้ึน มีความจําเปนตองใหมีการวางแผน
จัดหาเครอื่ งมอื อปุ กรณ เพ่อื ลดความสญู เสยี และความเสียหายทง้ั ชีวิตและทรพั ยสิน และเมอื่ เกดิ ภยั ขน้ึ การชว ยเหลอื
จะตองเนนไปที่การใหค วามชวยเหลอื คนใหรอดพนจากการบาดเจ็บ หรือการคน หาและชว ยเหลือนาํ คนบาดเจบ็ ไปรกั ษา
พยาบาล และการจัดใหมีการอพยพเคล่ือนยายประชาชนไปยังที่ปลอดภัย ดังน้ันการใหการชวยเหลือในภาวะฉุกเฉินจะ
มีการเตรยี มการตามตารางดงั นี้
ลาํ ดบั ประเภทความชวยเหลือ รายละเอียดความตอ งการ จาํ นวน แหลง ทีม่ า หมายเหตุ
ท่ตี อ งการ ของการ
ชว ยเหลือ
1 การอพยพประชาชน - ยานพาหนะที่ใชข นสง
- นำ้ มนั เชอ้ื เพลิง
- เจาหนาทีข่ นสง
2 การคนหาและชว ยเหลือผู - หนวยกูชพี กูภัย (OTOS)
ประสบภัย - อาสาสมัคร อปพร.
- รถพยาบาล
- เครื่องมือปฐมพยาบาล
- เครอ่ื งมือกูภยั
3 การจดั การที่พักฉุกเฉนิ - ขาวและอาหารพรอ มรับ
ประทานได
- น้ำด่มื ถัง น้ำ
- เตน็ ท หรืออาคารพกั คาง
- เสือ่ หมอน ผา หม
- เสอื้ ผา (ผูหญิง ผชู าย เด็ก)
- สบู ยาสฟี น
- ผา อนามยั
84
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
ลาํ ดบั ประเภทความชว ยเหลือ รายละเอียดความตองการ จํานวน แหลง ที่มา หมายเหตุ
ท่ีตองการ ของการ
ชว ยเหลือ
การจดั การทพี่ กั - หองสขุ า
ฉกุ เฉนิ (ตอ ) - หอ งอาบนำ้
- ยารกั ษาโรค
- อ่นื ๆ
4 การรักษาความ - อปพร.
ปลอดภัยพ้นื ท่เี กิดเหตุ - ตํารวจ
- ทหาร
5 การดแู ลสขุ ภาพอนามัย - แพทย พยาบาล
- อาสาสมัครสาธารณสขุ
หมูบ าน (อสม.)
2.2 การชวยเหลอื หลังการเกดิ ภยั
การชวยเหลือหลังการเกิดภัย กําหนดใหเปนการชวยเหลือตอจากการชวยเหลือระยะฉุกเฉิน เพ่ือบรรเทา
ความเดือดรอนเฉพาะหนา จนกระท่ังสามารถตอบสนองความตองการพื้นฐานของผูประสบภัยได การชวยเหลือระยะนี้
เปนการดําเนินการอยางสอดคลองกับขอมูลการประเมินความเสียหาย โดยการใหความชวยเหลือผูประสบภัยใหใชจาย
เงินเรยี งตามลาํ ดับ ดังนี้
1) เงินงบประมาณขององคก รปกครองสว นทองถิ่น
2) เงินงบประมาณปกติของหนว ยงาน
3) เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
4) เงินงบกลาง
ระเบียบกระทรวงการคลัง วาดว ยเงินทดรองราชการเพ่ือชว ยเหลอื ผูประสบภัยพบิ ัติกรณฉี ุกเฉนิ พ.ศ.2546 และ
ท่ีแกไ ขเพ่มิ เตมิ ไดก ําหนดใหจ ังหวดั มีวงเงนิ ทดรองราชการ จังหวัดละ 50,000,000 บาท เพอื่ ชว ยเหลือผูป ระสบภัย
พิบัติกรณีฉุกเฉิน สําหรับภัยพิบัติแตละครั้งหรือแตละเหตุการณ ในการใหหรือสนับสนุนการใหความชวยเหลือผูประสบ
ภยั พิบัติ ในระหวา งท่ยี งั ไมไ ดร บั เงินงบประมาณรายจา ย และใหผวู าราชการจังหวดั มอี ํานาจจดั สรรวงเงนิ ทดรองราชการ
ใหแกอําเภอ/ก่ิงอําเภอ ตามความจําเปนและเหมาะสม ซ่ึงแตละแหงตองไมนอยกวา 500,000 บาท ตอภัยพิบัติแตละ
ครง้ั หรอื แตล ะเหตุการณ
ในการสํารวจความเสียหายจากภัยพิบัติ และเสนอบัญชีความตองการรับความชวยเหลือดานตางๆ ของผู
ประสบภัยพบิ ัติ รวมท้ังแกไ ขความเดอื ดรอนเฉพาะหนา โดยใชเงนิ ทดรองราชการในอํานาจของนายอาํ เภอ/ปลดั อาํ เภอผู
เปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอ ใหเปนอํานาจหนาที่ของ “คณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติอําเภอ/ กิ่ง
อาํ เภอ เรียกโดยยอ วา “ก.ช.ภ.อ./ก.ช.ภ.กอ.” ประกอบดว ย
- นายอาํ เภอหรือปลดั อําเภอผูเ ปนหวั หนา ประจํากิง่ อําเภอ เปนประธานกรรมการ
- หวั หนา สว นราชการประจาํ อาํ เภอ/กงิ่ อําเภอทเ่ี ก่ียวขอ งหรือผแู ทน เปนกรรมการ
- ผูแทนกระทรวงกลาโหม หนงึ่ คน เปนกรรมการ
- ผแู ทนกรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั หนง่ึ คน เปนกรรมการ
- ผูแทนองคกรปกครองสวนทอ งถ่ินในเขตอาํ เภอ/กง่ิ อําเภอหนึง่ คน เปน กรรมการ
85
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
- ปลัดอาํ เภอ หัวหนาฝา ยความม่นั คง เปน กรรมการและเลขานุการ
การจะใหความชวยเหลือตามระเบียบนี้ได จะตองมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ระยะเวลาเกิดเหตุ ระยะ
เวลาการใหค วามชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยพิบัตกิ รณฉี ุกเฉนิ
หากองคกรปกครองสวนทองถ่ินไดใชเงินงบประมาณในการใหความชวยเหลือผูประสบภัยกรณีฉุกเฉินไปหมด
แลว และประสงคจะขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติอําเภอ/ก่ิงอําเภอ ใหจัด
ทําหนงั สือเพอ่ื ใหคณะกรรมการ “ก.ช.ภ.อ./กอ.” พจิ ารณาใหก ารชวยเหลืออยา งนอย มีรายการ ดังนี้
1) ประเภทของภยั พบิ ตั ิกรณฉี ุกเฉิน
2) วัน เดอื น ปที่เกิดภยั พบิ ตั กิ รณฉี ุกเฉนิ และวัน เดอื น ป ทเ่ี กดิ ความเสียหาย
3) สถานทเ่ี กิดเหตุ (ใหร ะบชุ อื่ ถนน หมบู า น ตาํ บล อาํ เภอ)
4) จํานวนผูประสบภัยพบิ ัตโิ ดยประมาณ
5) ความเสียหายโดยประมาณ เชน จํานวนบานเรือนที่เสียหาย ทรัพยสินท่ีเสียหาย รวมท้ังมูลคาความเสีย
หายทีเ่ กดิ ข้นึ โดยประมาณ จํานวนผูบ าดเจ็บ ผูเ สียชวี ติ เปนตน
6) การชว ยเหลือแกไ ขปญหาความเดอื ดรอ นเฉพาะหนาที่ไดดําเนนิ การไปแลว
7) ความตอ งการในการขอรับความชว ยเหลือ หรือสนบั สนุนการใหค วามชว ยเหลือ
เมื่ออําเภอ/กิ่งอําเภอใชจายเงินทดรองราชการภายในวงเงินที่ผูวาราชการจังหวัดจัดสรรใหหมดแลว ถาปรากฏ
วา มีความจําเปนตองใชเงินเพื่อดําเนินการชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติมากกวาวงเงินที่ไดรับจัดสรร อําเภอ/กิ่งอําเภอสา
มารถขอรับการสนับสนุน โดยเสนอโครงการตอจังหวัด ซึ่งจะมีคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติจังหวัด
หรือ “ก.ช.ภ.จ.” เปนผพู ิจารณาและเสนอใหผูวาราชการจังหวัดอนมุ ตั จิ ายเงนิ ทดรองราชการของจงั หวดั
การชว ยเหลอื และสงเคราะหผ ปู ระสบภยั พบิ ตั ิ
1. การจายเงินทดรองราชการเพ่ือชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง วา
ดวยเงินทดรองราชการเพื่อชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 และที่แกไขเพิ่มเติม และหลักเกณฑและ
วธิ ดี าํ เนินการใหค วามชวยเหลอื ผปู ระสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีหลกั เกณฑ วธิ กี าร เงอื่ นไข และอัตรา ดงั นี้
1.1 ดา นการชวยเหลอื ผปู ระสบภยั
เม่ือเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ใหดําเนินการชวยเหลือเปนสิ่งของหรือจายเปนเงิน โดยคํานึงถึงสภาพ
และเหตุการณต ามความเหมาะสม ดังนี้
1) การจัดหาอาหารและเคร่ืองดืม่
(1) ใหดําเนนิ การชวยเหลอื ผูประสบภัยเปน คาอาหารจัดเลย้ี ง มื้อละไมเกนิ 30 บาทตอวันตอ คน
และชวยเหลอื เปน ถุงยงั ชีพชุดละไมเ กนิ 500 บาทตอ ครอบครัว
(2) ใหชวยเหลือเปนคาเครื่องครัวและอุปกรณในการประกอบอาหารเทาที่จายจริง ครอบครัวละ
ไมเ กิน 3,500 บาท
(3) ใหดําเนินการจัดซื้อหรือจัดหาน้ำสําหรับบริโภคและใชสอยในท่ีอยูอาศัย เทาท่ีจายจริงตาม
ความจําเปน จนกวาเหตกุ ารณประสบภัยพิบัติจะเขาสภู าวะปกติ
2) การจดั หาเครื่องนงุ หม
ใหดําเนินการชวยเหลือเปนคาเคร่ืองนุงหม คนละ 2 ชุด หรือจายเปนเงินใหผูประสบภัยนําไปจัด
ซอ้ื จดั หาเองเทา ทจี่ า ยจรงิ ไมเกิน 1,000 บาท ในกรณที ่ีผปู ระสบภยั พบิ ตั เิ ปนนกั เรียน หรอื นักศึกษา ใหจ ายคาเครื่องแบบ
นกั เรยี น หรือนักศึกษาตามแบบของสถานศึกษาไดอกี คนละ 2 ชดุ เทา ท่ีจา ยจรงิ ไมเ กนิ 1,000 บาท
3) การจัดหาเครือ่ งนอน
เม่ือผูประสบภัยพิบัติ ไดรับความเดือดรอนจากการที่บานพักอาศัยถูกทําลายเสียหาย และไดรับ
ความเดือดรอนไมม ีเครือ่ งนอน เชน เสอ่ื หมอน ผาหม มุง ใหด ําเนินการชวยเหลอื เปน คา เคร่ืองนอน เทา ที่จา ยจรงิ คนละ
ไมเ กนิ 500 บาท
86
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
4) การซอ มแซม/กอสรา งทอี่ ยอู าศัยประจํา
กรณีท่ีผูประสบภัยพิบัติหรือพระภิกษุสามเณรที่อยูจําพรรษาในวัดไดรับความเดือดรอนจาก
สาธารณภัย และกุฏิหรือที่อยูอาศัยประจํา ซึ่งพระภิกษุสามเณรหรือผูประสบภัยพิบัติเปนเจาของไดรับความเสียหาย
เพียงบางสว นใหจ า ยเปน เงินหรอื วสั ดสุ ่งิ ของ เพื่อนําไปซอ มแซมท่อี ยูอาศยั ไดเ ทา ทจ่ี า ยจริงหลังละไมเกนิ 20,000 บาท
หากผูประสบภัยพิบัติหรือพระภิกษุสามเณรในวัด ไดรับความเดือดรอนจากท่ีอยูอาศัยประจําที่
ตนเปนเจาของ ไดรบั ความเสยี หายทง้ั หลงั ใหจ ายเปน เงินหรอื วัสดกุ อสรา งไดเทา ท่จี ายจรงิ หลังละไมเ กนิ 30,000 บาท
5) การซอมแซมยุงขาว โรงเรอื นสําหรับเกบ็ พืชผลและคอกสัตว
กรณที ่ีเกิดสาธารณภัย เชน วาตภยั หรืออคั คภี ยั ขึน้ กบั ยุงขา ว โรงเรอื นสําหรับเก็บพืชผล และคอก
สตั ว หากความเสียหายนั้นเกดิ ข้นึ เพียงบางสว นใหจายเงนิ ทดรองราชการเพอื่ นาํ ไปซอมแซมไดเทาที่
จา ยจริง ครอบครัวละไมเกิน 3,000 บาท
แตถ ายุงขาว โรงเรอื นสําหรบั เก็บพืชผล และคอกสัตวน ้ันไดรับความเสียหายทงั้ หลงั
ใหจ ายเงินทดรองราชการเพือ่ นาํ ไปสรา งใหมเ ทา ท่จี ายจริง ครอบครวั ละไมเกิน 8,000 บาท
6) การชวยเหลือดานที่พักอาศยั
หากผูประสบภยั พิบตั ิกรณีฉุกเฉนิ ไดรบั ความเดือดรอ น จนไมมีท่พี ักอาศยั จาํ เปน ตองเชาท่พี ักใหผู
ประสบภัย ใหจ า ยคาเชาท่พี ักระยะเวลาไมเ กนิ 7 วัน เทา ท่จี ายจรงิ ในอตั ราคนละไมเ กิน 100 บาท ตอ วัน
หากผูประสบภัยพิบัติเปนผูเชาบานเรือนของผูอ่ืน และบานเชาหลังน้ันไดรับความเสียหายจากภัย
พิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางสวนจนอยูอาศัยไมได ใหชวยเหลือเปนคาเชาบานแกผูประสบภัยพิบัติเทาที่จายจริงใน
อตั ราครอบครวั ละไมเกินเดอื นละ 1,500 บาท เปน เวลาไมเกนิ 2 เดือน
7) การจดั สรา งท่พี ักช่วั คราวสาํ หรับผูป ระสบภัย
คาใชจายในการจัดสาธารณูปโภคในท่ีพักช่ัวคราว เชน คาไฟฟา ใหจายไดตามท่ีการไฟฟา
นครหลวง หรอื การไฟฟาสว นภมู ภิ าคจะเรยี กเก็บ สําหรบั กรณที ี่ทองท่นี นั้ ไมม ีไฟฟา ใหจ ัดอุปกรณแสงสวา งอ่นื ๆ ทดแทน
ไดเ ทาท่จี ายจริงตามความจําเปน
สาํ หรับการจดั หาน้ำบรโิ ภคและใชสอยใหจดั หาจากหนว ยงานที่มีอยูใ นพนื้ ท่ี เชน การประปาสวน
ภูมภิ าค การประปานครหลวง หนว ยดบั เพลิงเทศบาล เปน ตน หรอื จดั ซือ้ อุปกรณบ รรจุนำ้ ตามความจําเปน ของจาํ นวนผู
ประสบภัยพบิ ัติ รวมทั้งการจดั ซ้ือเพ่ือบรโิ ภคใชสอยเทา ทจ่ี ายจรงิ ตามความจาํ เปน
- ในดานการสรา งหองนำ้ ใหจ ดั สรางหอ งน้ำ 1 ท่ตี อ ผปู ระสบภยั จํานวน 10 คน ตามคา ใชจายเทา
ทจี่ า ยจริง เฉลี่ยที่ละไมเกนิ 1,500 บาท
- ในดานการสรางหองสว ม 1 ท่ตี อผูประสบภยั จํานวน 10 คน ตามคาใชจ า ยเทาที่
จายจรงิ เฉล่ียทล่ี ะไมเกิน 1,500 บาท
- การจัดสรา งโรงครัวและทร่ี บั ประทานอาหารใหจายไดเ ทา ท่จี ายจริงตามความจาํ เปน
- การจัดสรางท่ีรองรับ ทาํ ลาย หรอื กําจดั ขยะมลู ฝอยใหจา ยไดเ ทาทจ่ี า ยจริงตามความจําเปน
8) คา ดัดแปลงสถานท่ี
คาดัดแปลงสถานที่สําหรับเปนที่พักช่ัวคราว เทาท่ีจายจริง ครอบครัวละไมเกิน 2,000 บาท หรือ
คาสรางท่พี กั ช่วั คราว เทา ทจี่ า ยจรงิ ครอบครวั ละไมเ กิน 4,000 บาท หรือคาผาใบหรอื ผาพลาสตกิ หรอื วสั ดอุ น่ื ๆ สาํ หรับ
กันแดดกนั ฝนและปองกนั อุทกภยั เทา ทีจ่ ายจรงิ ครอบครัวละไมเกิน 800 บาท
9) การชว ยเหลือผูบาดเจบ็
ผูประสบภัยพิบัติที่ไดรับบาดเจ็บสาหัสที่ตองรักษาในสถานพยาบาล ต้ังแต 3 วันขึ้นไป ใหจาย
เงนิ ชว ยเหลอื เบ้ืองตน 3,000 บาท และกรณีที่ตองรักษาตวั เกนิ 30 วนั ใหชวยเหลือเปนเงินยงั ชพี อกี คนละ 2,000 บาท
ตอ เดอื น จนกวาจะออกจากสถานพยาบาล
87
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ผูประสบภัยพิบัติที่ไดรับบาดเจ็บจนถึงข้ันพิการ ไมสามารถประกอบอาชีพตามปกติได ใหชวย
เหลอื เบือ้ งตนเปน เงินจํานวน 10,000 บาท และใหช วยเหลอื เปนเงินยงั ชพี คนละ 2,000 บาทตอ เดือน เปน ระยะเวลาไม
เกนิ 2 ป เวนแตสามารถประกอบอาชีพมีรายไดพอเลี้ยงตนเอง หรือมีหนวยงานอนื่ ชว ยเหลือตอ ใหงดเงนิ ยังชพี ดงั กลาว
กรณีที่เปนสาธารณภัยขนาดใหญ หรือรุนแรงเปนที่สะเทือนขวัญของประชาชนทั่วไป ใหจายเงิน
และหรอื สิ่งของปลอบขวญั ผูทีไ่ ดรบั บาดเจบ็ ทร่ี ักษาตวั ในสถานพยาบาลรายละไมเกิน 2,000 บาท
10) คา จัดการศพผูเสยี ชวี ติ
ในกรณีท่ีเกิดสาธารณภัยและมีผูเสียชีวิต ใหจายเงินทดรองราชการเปนคาจัดการศพผูเสียชีวิต
รายละไมเกนิ 25,000 บาท และในกรณีผูประสบภัยท่ีเสียชีวติ เปนหัวหนา ครอบครวั หรือเปน ผูหารายไดเล้ยี งดคู รอบครัว
ใหพิจารณาชว ยเหลอื เงินสงเคราะหค รอบครวั อกี ไมเกนิ 25,000 บาท
11) คา เคร่ืองมือประกอบอาชีพ
กรณีที่เกิดสาธารณภัยขึ้นแลวทําความเสียหายใหแกเครื่องมือประกอบอาชีพ ใหจายเปนคา
เคร่ืองมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนประกอบอาชีพสําหรับผูประสบภัยพิบัติเทาท่ีจายจริงครอบครัวละไมเกิน
10,000 บาท
12) คาอปุ กรณอ่ืนๆ
หากอุปกรณแสงสวางไดรับความเสียหาย ใหจายเปนคาอุปกรณแสงสวางในที่อยูอาศัยแทนของ
เดมิ เทาท่จี า ยจรงิ ครอบครัวละไมเ กิน 200 บาท
13) คาจดั ซือ้ เคร่ืองกันหนาว
กรณีอากาศหนาวจัดผิดปกติ มีอุณหภูมิตํากวา 15 องศาเซลเซียส และมีชวงเวลาอากาศหนาว
จัดยาวนานติดตอกันเกิน 3 วัน ใหจายเงินทดรองราชการเปนคาจัดซื้อเคร่ืองกันหนาวสงเคราะหราษฎรไดเทาท่ีจายจริง
คนละไมเกิน 240 บาท ทั้งน้ี จังหวัดหน่ึงไมเกินงบประมาณปละ 1,000,000 บาท
14) คาขนยายครอบครัว
กรณีท่ีผูประสบภัยพิบัติมีความจําเปนตองยายถิ่นที่อยูใหม หรือกลับภูมิลําเนาเดิม ใหจายคาขน
ยายครอบครัวเทา ทีจ่ ายจริง ครอบครัวละไมเ กิน 5,000 บาท
1.2 ดา นสังคมสงเคราะหแ ละฟน ฟผู ูประสบภยั ใหดาํ เนินการชวยเหลือผูป ระสบภัยพบิ ัติดังน้ี
1) ชวยเหลือเปนเงินสงเคราะหแกผูสูงอายุหรือผูพิการ ซึ่งหัวหนาครอบครัวประสบภัยพิบัติจนเสีย
ชีวติ พกิ าร หรือบาดเจบ็ และไมส ามารถดํารงชวี ิตไดอยางปกติสุขเพือ่ เปนคา ใชจ า ยในการจัดหาส่ิงอาํ นวยความสะดวก
ทจี่ ําเปน (ไดแ ก รถเข็น รถโยก ไมเ ทา หรือส่ิงชว ยคนพิการโดยตรงอยา งอื่น และอปุ กรณเสริมพิเศษ เชน แวนตา เคร่ือง
ชว ยฟง เปนตน ) ไดในกรณีเรงดวนตามความเหมาะสมและจาํ เปน ครอบครัวละไมเกิน 5,000 บาท
2) ชวยเหลือเปนเงินสงเคราะหเพ่ือบรรเทาภาวะวิกฤตเฉพาะหนาแกนักเรียน นักศึกษา ท่ีบิดา
มารดาหรอื ผอู ปุ การะเลี้ยงดู หรือผูมรี ายไดหลกั เลีย้ งดูครอบครัวเสยี ชีวิตจากภัยพิบตั ิ ดงั นี้
(1) คา อุปกรณก ารเรยี น การศกึ ษา คนละไมเ กนิ 3,000 บาท
(2) คา ใชจ ายตามภารกิจประจําวันของนักเรยี น นกั ศกึ ษา เชน คา พาหนะเดินทางไปสถานศึกษา
คนละ 500 บาทตอ 1 ภยั หรือ 1 เหตกุ ารณ
3) จัดโครงการฝกอบรมสงเสริมอาชีพระยะส้ันเฉพาะพ้ืนที่ประสบภัยพิบัติแกผูประสบภัยเพ่ือใหมี
รายไดเลยี้ งดูครอบครัวในภาวะวิกฤตโดยใหเบกิ คาใชจ ายในการดําเนินงานเทาทจี่ า ยจรงิ ดงั น้ี
(1) คาใชจา ยสาํ หรับอุปกรณก ารฝกอาชีพ เทา ทีจ่ า ยจรงิ คนละไมเกนิ 2,000 บาท
(2) คาใชจายตอบแทนวิทยากร วันละไมเกิน 500 บาท ไมเ กิน 10 วนั
88
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘πË °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
(3) คา ใชจา ยในการดาํ เนนิ งานปฏิบตั กิ ารฝกอบรมเทาที่จา ยจรงิ ภายในวงเงนิ
ไมเ กนิ 10,000 บาท
(4) คาอุปกรณในการลงทุนประกอบอาชีพที่ไดรับการฝกอบรมเทาที่จายจริงครอบครัวละไมเกิน
4,000 บาท
1.3 ดา นการแพทยแ ละการสาธารณสุข ใหดําเนินการชวยเหลอื ผูป ระสบภัยพิบัติ ดงั น้ี
1) จัดใหบรกิ ารรกั ษาพยาบาลฟรแี กประชาชนที่เจบ็ ปวยจากภัยพบิ ัติ ในสถานพยาบาล หรอื จดั หนวย
แพทยเคล่ือนที่ไปใหบริการรักษาพยาบาลโรคทางกายและจิต ณ จุดเกิดเหตุ โดยจายคาใชจายในการรักษาพยาบาล
ผานสถานบริการไดตามที่จายจริง ตามอัตราคาบริการ ของสถานบริการสาธารณสุขท่ีกระทรวงสาธารณสุขประกาศใช
แตท ั้งน้ไี มเกนิ 50,000 บาทตอ คน
2) จัดหาวสั ดุ เคมีภณั ฑ อาหาร และเวชภัณฑ สาํ หรบั แจกจา ยประชาชน เพ่ือใหป ระชาชนไดบริโภค
น้ำ อาหารทปี่ ลอดภยั ดังน้ี
(1) คา วัสดุ เคมีภณั ฑ สาํ หรับไปทาํ ความสะอาดบอ น้ำตน้ื ของประชาชนบอนำ้ ละไมเกนิ 30 บาท
(2) นำ้ ดื่มแกค รอบครวั ท่ีขาดแคลนนำ้ สะอาดบรโิ ภค ครอบครัวละไมเกิน 200 บาท
(3) คาอาหารเสริมโปรตีน และอาหารที่มีประโยชนตอรางกายแกประชาชนผูประสบภัย เพื่อการ
ฟนฟสู ภาพรางกายและเสรมิ สรางภูมิคมุ กันโรค ครอบครวั ละไมเ กิน 500 บาท
3) จัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ วัสดุวิทยาศาสตรการแพทย สําหรับไปปฏิบัติงานชวยเหลือประชาชน
ปรับปรุงสขุ าภิบาลและอนามยั สงิ่ แวดลอม รวมทง้ั การควบคมุ ปองกันโรค ไดแ ก
(1) คา วัสดุ เคมีภณั ฑ สําหรับทาํ ความสะอาดบอ น้ำสาธารณะ ตดิ ตง้ั ประปาสนาม ทําลายแหลง
แพรเ ชือ้ โรค เทา ที่จา ยจริงตามความจาํ เปน
(2) คา ใชจายในการเปา ลางบอน้ำบาดาล แหง ละไมเกิน 4,600 บาท
(3) คา ใชจา ยในการปรับปรงุ ซอ มแซมระบบประปาหมบู าน แหง ละไมเ กนิ 26,580 บาท
(4) คา สารเคมแี ละวัสดุในกิจกรรมการลางตลาด ไดแก ผงปูนคลอรนี 65% และ
ถุงดําใสขยะ เทาทจ่ี ายจริงตามความจําเปน
(5) คาวัสดุวิทยาศาสตรการแพทย สําหรับทดสอบเช้ืออุจจาระรวงอยางแรง น้ำ อาหาร และ
เครื่องดื่ม จายไดต วั อยางละไมเ กิน 100 บาท
(6) คาวัสดุวิทยาศาสตรสําหรับเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อนําสงอุจจาระ จายไดตัวอยางละไม
เกนิ 15 บาท และเพ่อื นาํ สงตัวอยา งน้ำ จา ยไดไ มเกินตวั อยางละ 25 บาท สําหรบั ตรวจหาเชื้อกอโรคอจุ จาระ
(7) คา วัสดวุ ทิ ยาศาสตรก ารแพทย สาํ หรบั การทดสอบอาหาร จา ยไดตวั อยา งละไมเกิน 30 บาท
(8) คาวสั ดวุ ทิ ยาศาสตรส ําหรับตรวจวนิ ิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซีส จา ยไดต ัวอยางละไมเกิน 50 บาท
(9) คายาและเวชภัณฑ สําหรับการรักษาและควบคุมการแพรระบาดของโรค จายไดไมเกิน
คนละ 68 บาท
4) จดั หาวสั ดุในการเก็บตวั อยา งอากาศ
(1) คาวัสดุสําหรับเคร่ืองเก็บตัวอยางฝุนละออง ขนาดเล็กกวา 10 ไมครอน ประกอบดวย แปรง
ถา น 1 คู ปากกา เครื่องบันทึกอตั ราการไหล แผนกราฟวงกลมบนั ทึกอตั ราการไหล กระดาษกรองใยแกว และคาตรวจ
วเิ คราะหทางหอ งปฏิบัติการ ตวั อยา งละไมเ กนิ 4,020 บาท
(2) คาวสั ดุเก็บตวั อยา งและน้ำยาวเิ คราะหต ะกวั่ ตัวอยางละไมเกนิ 500 บาท
(3) คาวัสดุเก็บตัวอยาง น้ำยา และสารเคมี ในการเก็บตัวอยางและวิเคราะหแกสซัลเฟอร
ไดออกไซด ตวั อยา งละไมเ กิน 300 บาท
89
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
(4) คาวัสดุเก็บตัวอยาง น้ำยา และสารเคมี ในการเก็บตัวอยางและวิเคราะหแกสไนโตรเจนได
ออกไซด ตวั อยา งละไมเ กนิ 300 บาท
5) ซอมแซมสถานบริการทางสาธารณสุข รวมท้ังครุภัณฑท่ีเสียหายจากภัยพิบัติ หรือระหวางใหการ
ชวยเหลือเฉพาะรายการที่มีความจําเปนเรงดวน เพ่ือใหคืนสูสภาพปกติและสามารถใหบริการแกประชาชนไดโดยเร็ว
เทา น้ัน โดยให ก.ช.ภ.อ. หรอื ก.ช.ภ.กอ. ควบคมุ ดแู ลใหการปฏบิ ตั เิ ปนไปโดยถกู ตอ ง
6) คาเบี้ยเลี้ยง คาตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา คาใชจายในการเดินทางสําหรับเจาหนาท่ีท่ี
ออกปฏิบัติงานใหความชวยเหลือผูประสบภัยในพ้ืนท่ีประสบภัย ใหเบิกจายไดเฉพาะกรณีงบประมาณปกติไมเพียงพอ
หรือมไิ ดต ง้ั ไวเพื่อการนี้และใหเบิกจายตามระเบยี บของทางราชการ โดยใหถ ือหลักเกณฑด ังนี้
(1) หนวยแพทยเ คลอื่ นท่ี ออกปฏบิ ัตงิ านไมเ กิน 10 คน/หนว ย/ครัง้
(2) หนวยสาธติ ประปาสนาม ออกปฏิบัตงิ านครงั้ ละไมเกนิ 5 คน
(3) หนวยสาธิตการลา งบอ นำ้ ออกปฏบิ ตั งิ านครั้งละไมเกิน 3 คน
(4) หนว ยเปา ลา งบอ น้ำบาดาล ประปาหมบู าน ออกปฏบิ ัตงิ านครงั้ ละไมเ กิน 3 คน
(5) หนว ยสุขศึกษาและประชาสมั พันธเคลือ่ นท่ี ออกปฏบิ ตั ิงานไมเกนิ 3 คน/หนว ย/ครงั้
(6) หนวยปฏบิ ัตงิ านดานควบคมุ ปองกนั โรค ออกปฏิบัตงิ านคร้ังละไมเ กนิ 3 คน
1.4 ดา นพืช ใหดําเนินการชวยเหลือผูป ระสบภัยพบิ ตั ิ ดงั นี้
1) กรณีพืชอายุสั้นเสียหาย ใหชวยเหลือเปนพันธุพืชอายุสั้นไมเกินรอยละ 100 ของพ้ืนท่ีเสียหาย
หรือพันธุไ มผลไมย ืนตนไมเ กินรอยละ 25 ของพืน้ ทเี่ สยี หาย พรอ มท้งั ชวยเหลอื ในดานสารปองกันกําจดั ศัตรูพืช หรือสาร
เคมี หรืออินทรียวัตถทุ ่ีชว ยในการเจรญิ เติบโตของพืช ในอัตราไมเ กนิ รอ ยละ 50 ของพื้นที่ทีใ่ หความชว ยเหลือ
2) กรณไี มผ ลไมยนื ตนเสียหาย ใหชวยเหลอื เปน พนั ธุไมผลไมยืนตน ไมเ กนิ รอ ยละ 100 ของพื้นทเ่ี สยี
หาย พรอมทั้งชวยเหลือในดานสารปองกันกําจัดศัตรูพืช หรือสารเคมี หรืออินทรียวัตถุท่ีชวยในการเจริญเติบโตของพืช
ในอัตรารอ ยละ 50 ของพน้ื ท่ีท่ใี หความชว ยเหลอื
3) กรณีพืชที่ปลูกไดรับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทําใหชะงักการเจริญเติบโตแตไมตาย และยังอยูใน
สภาพฟนฟูใหกลับสูสภาพเดิมได ใหชวยเหลือดานสารปองกันกําจัดศัตรูพืช หรือสารเคมี หรืออินทรียวัตถุที่ชวยในการ
ฟนฟใู หพ ชื ท่ีทรุดโทรมน้ัน ในอตั ราไมเกินรอ ยละ 50 ของพ้ืนที่ทสี่ ามารถฟนฟไู ด
4) กรณีพื้นท่ีทําการเพาะปลูกไดถูกหิน ดิน ทราย ไม โคลน รวมทั้งซากวัสดุทุกชนิดทับถมจนไม
สามารถใชเพาะปลูกได และหนวยงานของรฐั ไมส ามารถเขาไปใหค วามชว ยเหลือกรณดี ังกลา วได ใหชว ยเหลอื คา ใชจ าย
เปนคาจางเหมาในการขุดลอก ขนยายหิน ดิน ทราย ไม โคลน รวมท้ังซากวัสดุที่ทับถมพื้นท่ีแปลงเกษตรกรรม เพื่อให
สามารถใชพ นื้ ทเ่ี พ่ือการเพาะปลูกพืชอายสุ ัน้ ได ในขนาดพน้ื ท่ีไมเกิน 5 ไร
5) กรณีราษฎรมีความจําเปน ตองขนยายปจจยั การผลติ และผลผลิต ทีค่ าดวา จะไดร บั ผลกระทบจาก
ภัยพิบัติ ใหชวยเหลือคาใชจายในการขนยายปจจัยการผลิตและผลผลิตในอัตรารอยละ 50 ของปจจัยการผลิตและ
ผลผลิตของเกษตรกรท่ดี ําเนินการขนยา ย
6) กรณีเกิดการแพรระบาดของศัตรูพืช ใหดําเนินการจัดหายาเคมี สารเคมี หรืออินทรียวัตถุ
ตลอดจนวสั ดอุ ุปกรณใ นการปอ งกนั และกาํ จดั การแพรระบาดของศตั รูพชื ทกุ ชนดิ
7) เกษตรกรที่ไดรับการชวยเหลือ ตองเปนเกษตรกรท่ีขึ้นทะเบียนดานพืชกับหนวยงานของกรม
สง เสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณก อ นเกิดภยั พิบัตแิ ลว เทา นั้น
1.5 ดา นประมง ใหดาํ เนินการชว ยเหลือผปู ระสบภยั พบิ ัติ ดังนี้
1) ใหดําเนินการชวยเหลือผูประสบภัยในกรณีเกิดภัยพิบัติข้ึนในพื้นที่เฉพาะแหงภายในพื้นท่ีจังหวัด
90
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
หรอื เปน ภัยพบิ ัติเล็กนอย และมีความเสียหายแกแหลงเพาะเล้ยี งสัตวนำ้ ของเกษตรกร และความเสยี หายนั้นอยใู นระดบั
ทส่ี ามารถใหความชว ยเหลอื ไดโดยอาํ นาจของผวู า ราชการจังหวัด
2) ใหดําเนินการใหความชวยเหลือผูประสบภัย โดย สนับสนุนพันธุสัตวน้ำ อาหารสัตวน้ำ วัสดุ
ทางการประมง สารเคมีและยารักษาโรคท่ีจําเปนไดตามหลักเกณฑ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราท่ีกระทรวงเกษตรและ
สหกรณกาํ หนด
3) เกษตรกรท่ีจะไดรับความชวยเหลือตองเปนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนดานประมงกับหนวยงานของ
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ กอนเกดิ ภยั พบิ ตั แิ ลว เทา นน้ั
1.6 ดา นปศสุ ตั ว ใหดาํ เนินการชว ยเหลือผูประสบภัยพบิ ัติ ดงั น้ี
1) จัดหาพืชอาหารสัตวหรืออาหารสัตวใหแกสัตวของเกษตรกรในกรณีท่ีขาดแคลนและมีผลกระทบ
ตอชีวิตสัตว ตามความเหมาะสมกับประเภทและจํานวนสัตวของเกษตรกร โดยรวมถึงการจัดหาอาหารสําเร็จรูปท่ีมี
คุณสมบัตเิ หมาะสมกบั คณุ ลักษณะและประเภทของสตั วท ่ใี หค วามชว ยเหลือแตละชนิด ตามราคาทองตลาด
2) จัดหาวัคซีนและเวชภัณฑรักษาสัตว เพ่ือปองกันโรคและกําจัดโรคการฟนฟูสุขภาพสัตวเลี้ยงท่ีได
รบั ผลกระทบจากภัยพบิ ัตติ ามความจําเปนในพนื้ ทจี่ งั หวัดประสบภยั
3) ใหการสนบั สนุนพนั ธุพ ืชอาหารสัตวใ นกรณีแปลงหญา เลย้ี งสตั ว ทุง หญาเลีย้ งสัตวเสยี หาย
4) ใหการชวยเหลือคาพันธุสัตวไดเฉพาะในกรณีท่ีเกิดภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่เฉพาะแหงภายในพ้ืนท่ี
จังหวัด หรือเปนภัยพิบัติขนาดเล็ก ทําใหสัตวของเกษตรกรตายหรือสูญหายโดยความเสียหายอยูในระดับที่สามารถให
ความชวยเหลอื ไดโดยอาํ นาจของผวู าราชการจงั หวัด
5) เกษตรกรท่ีจะไดรับการชวยเหลือตองเปนเกษตรกรท่ีข้ึนทะเบียนดานปศุสัตวกับหนวยงานของ
กรมปศสุ ตั ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ กอ นเกิดภัยพบิ ตั แิ ลว เทา น้ัน
1.7 ดา นการเกษตรอน่ื
ใหดําเนินการชวยเหลือผูประสบภยั พิบัติ รวมท้ังการปอ งกันภัยพิบตั ิ โดยเบกิ จายคา ใชจายไดดงั น้ี
1) คาใชจายในการดําเนินการปรับเกลี่ยพื้นท่ี การไถพรวน ยกรอง การกอสรางคันดิน เพ่ือการเพาะ
ปลกู พชื หรือประกอบกิจกรรมดานการเกษตร ทเี่ ปน การบรรเทาปญหาความเดือดรอ นของผูป ระสบภัยพบิ ตั ิ
2) คาซอมแซมอาคารชลประทาน และระบบชลประทาน ใหสามารถใชงานไดในชวงฉุกเฉิน โดยให
ดาํ เนินการไดเ ฉพาะในสว นทเี่ ก่ียวกบั การสง และระบายนำ้
3) คาจางเหมารถยนต คาระวางบรรทุกทางรถไฟ และเรือบรรทุกของเอกชน เพื่อใชในการขนยาย
สัตวเลยี้ งทปี่ ระสบภัย และที่นําไปสนับสนนุ หรอื ขนสงพืชหญาอาหารสตั ว หรอื อาหารสตั ว ใหเบิกจายดังน้ี
(1) คา จางเหมารถยนตแ ละเรอื บรรทุกของเอกชน ใหจา ยเปนรายวัน ตามราคาทองถิ่น
(2) คาระวางบรรทุกทางรถไฟ ใหเ บิกจา ยไดเ ทาที่จายจริง ตามความจําเปน
1.8 ดานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใหดําเนินการชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติไดตามความจําเปน
ดังน้ี
1) จัดหาน้ำมันเช้ือเพลิงและหลอล่ืน สําหรับยานพาหนะบรรทุกน้ำของทางราชการ องคกรปกครอง
สวนทองถิ่น และเอกชนที่นํามาชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติในกรณีภัยแลง โดยให ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. กําหนด
ความชวยเหลือ โดยพิจารณาถึงจํานวนราษฎร จํานวนวันที่ตองจาย ระยะทางจากแหลงน้ำถึงหมูบานท่ีจะชวยเหลือ
จํานวนยานพาหนะบรรทกุ นำ้ และความจขุ องการบรรทุก
91
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
2) จัดหาภาชนะรองรับน้ำ เชน โองซีเมนต ถังเหล็กอาบสังกะสี ถังเก็บน้ำ ค.ส.ล. ถังปูนฉาบเสริม
ลวด หรือถงั เก็บน้ำประเภทอ่นื ๆ เพอื่ ชว ยเหลอื ราษฎรทีข่ าดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
3) ซอมแซมภาชนะรองรับน้ำที่ชํารุดเสียหาย เพื่อใหสามารถใชเก็บน้ำไวอุปโภคบริโภค ตลอดจน
ปรับปรุงซอมแซมบอน้ำบาดาลและบอน้ำต้ืน โดยให ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. ควบคุมดูแลการซอมแซมใหเปนไปโดย
ถกู ตอ ง
4) จัดหาวัสดุ (ไดแ ก กระสอบทราย ดิน ลูกรัง เสาเขม็ ไมแ บบ เปน ตน) เพือ่ นาํ ไปปอ งกันและแกไข
เหตุการณเฉพาะหนา หรือลดอันตรายจากภัยพิบัติท่ีจะทําความเสียหายตอสิ่งสาธารณประโยชนหรือความเสียหายตอ
ราษฎรโดยสวนรวม
5) ซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนท่ีไดรับความเสียหายจากภัยพิบัติ ซึ่งมิไดอยูในความรับผิดชอบ
ของสวนราชการ ใหกระทําไดเฉพาะกรณีเรงดวนจําเปนเพ่ือใหกลับคืนสูสภาพเดิม โดยการซอมแซมน้ันตองไมซําซอน
กบั โครงการท่ีไดร ับงบประมาณดําเนนิ การในบริเวณน้ันอยูแลว
สําหรับการซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนที่อยูในความรับผิดชอบขององคกรปกครองสวนทองถิ่น
จะตองเปน กรณที ี่งบประมาณเพื่อกรณฉี กุ เฉนิ หรอื จําเปนซึ่งตั้งไวในปนน้ั ไดใชจา ยหมดแลว และหาก
ไมซ อ มแซมจะบงั เกิดความเสียหายตอ สง่ิ สาธารณประโยชน หรือสรา งความเดอื ดรอนแกราษฎรโดยสวนรวม
ส่ิงสาธารณประโยชนที่ตองใชงบประมาณและระยะเวลาดําเนินการซอมแซมนาน ใหใชงบ
ประมาณปกติดาํ เนินการ
สําหรับสะพาน หรือถนน หรือถนนที่มีทอระบายน้ำ ที่ไดรับความเสียหายจนไมสามารถซอมแซม
ใหกลับคืนสสู ภาพเดิมได ใหกอ สรา งสะพานคอนกรตี ทดแทน หรือกอสรา งสะพานไมช ั่วคราว หรือ ทอ เหลีย่ ม ค.ส.ล. ข้นึ
ใหมทดแทนของเดิมไดเทาท่ีจําเปน เรงดวน เพ่ือแกไขปญหาเฉพาะหนา ท้ังน้ี การกอสรางสะพานคอนกรีตทดแทนตอง
ใชระยะเวลาในการกอสรา งไมเกิน 45 วัน
กรณีในเขตชุมชนที่เกิดภัยพิบัติเปนระยะเวลานาน ทําใหราษฎรไดรับความเดือดรอนในการ
สญั จรไปมา ใหจ ดั ทําสะพานไมทางเดินชั่วคราวได เพ่อื บรรเทาความเดือดรอนตามความจําเปน
6) จา งเหมาตัด ราน หรือรดิ ตน ไม หรอื กิ่งไมท ีห่ ักโคน อนั เนอื่ งมาจากภัยพบิ ตั ิ ซ่งึ อาจจะทาํ ความเสีย
หายแกส งิ่ สาธารณประโยชน หรือทรัพยสนิ ของทางราชการ
7) จางเหมากําจัดส่ิงกีดขวางทางน้ำ อันไดแก ส่ิงกอสรางสาธารณประโยชนท่ีกีดขวางทางน้ำ หรือ
กิง่ ไม ตน ไม เศษสวะ กอไผ ฯลฯ ทอี่ ุดชองทางน้ำ เปน อุปสรรคตอ การระบายนำ้ ทาํ ใหสง่ิ สาธารณประโยชนตา นทานนำ้
ไมไหว เกดิ ความชาํ รุดเสยี หาย หรอื เกิดความเสยี หายตอ ชวี ติ และทรพั ยส นิ รวมทัง้ การปอ งกัน
8) จัดหาน้ำมันเช้ือเพลิงและหลอลื่น สําหรับเครื่องจักรกลของทางราชการที่นํามาใชในการขุดดินทํา
คันกน้ั น้ำ หรือกาํ จดั สิ่งกดี ขวางทางนำ้ เพ่อื ปองกนั มใิ หนำ้ ทวมสิ่งสาธารณประโยชนแ ละบา นเรือนราษฎร
9) คาใชจายในการดําเนินการขุดลอกเปดทางน้ำ คาจางในการสรางแนวปองกันหรือจัดซื้อวัสดุเพื่อ
สรางแนวปอ งกนั ในลกั ษณะการเตรยี มการปอ งกนั พน้ื ท่เี กษตรกรรมเพือ่ มใิ หเกิดความเสยี หายหรืออันตรายตอสาธารณะ
1.9 ดา นการปฏิบัติงานใหความชว ยเหลือผปู ระสบภัย ใหเบกิ คา ใชจ า ย ดังน้ี
1) คา ซอ มแซมครุภณั ฑ รวมทง้ั ยานพาหนะของทางราชการหรอื เอกชนท่นี าํ มาชว ยเหลือโดยสมัครใจ
และไมคิดมูลคา ซ่ึงชํารุดเสียหายในระหวางปฏิบัติงานชวยเหลือผูประสบภัย ตามความจําเปนใหอยูในสภาพเดิม
เฉพาะกรณจี าํ เปน เรง ดวน เพ่อื ใหความชวยเหลอื ราษฎร ผูประสบภัยสําเร็จลลุ วงไปได
2) คาน้ำมันเชื้อเพลิงและหลอล่ืน รวมท้ังคากระแสไฟสําหรับเครื่องสูบน้ำของทางราชการ องคกร
ปกครองสวนทองถิ่น เพื่อดําเนินการสูบน้ำเขา/ออก และเครื่องสูบน้ำของเอกชนท่ีนํามาใชชวยเหลือเฉพาะในกรณีท่ี
เคร่อื งสบู นำ้ ของทางราชการมีจํานวนไมเพยี งพอ โดยคาํ นึงถึงความจําเปนและประหยดั และการใหราษฎรมีสวนรวมใน
92
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
การชว ยเหลอื ตนเองเปนสาํ คญั
3) คาน้ำมันเชื้อเพลิงและหลอล่ืน สําหรับยานพาหนะของทางราชการ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
หรือเอกชนท่ีนํามาใชปฏิบัติงานชวยเหลือโดยสมัครใจและไมคิดมูลคา โดยคํานึงถึงความจําเปนและความประหยัด
และการใหร าษฎรมีสว นรวมในการชวยเหลอื ตนเองเปน สําคัญ
4) กรณีที่เครื่องสูบน้ำ หรือยานพาหนะของทางราชการและเอกชนท่ีนํามาชวยเหลือผูประสบภัย
พิบัติมีไมเพียงพอ และไมสามารถขอความรวมมือจากภาคเอกชนได ใหเชาหรือจางเหมาเคร่ืองสูบน้ำ หรือยานพาหนะ
เพื่อนาํ ไปชวยเหลือผูป ระสบภัยพบิ ตั ิไดเ ทา ท่จี ําเปน เรง ดวน โดยจายคา เชาเปน รายวนั ตามราคาทองถ่นิ
5) คาจางเหมาหรือจางแรงงานแบกหามส่ิงของ รวมท้ังคาจางเหมาแรงงานจัดหีบหอ ใหใชเจา
หนาท่ีของสวนราชการกอน ในกรณีที่มีเจาหนาท่ีไมเพียงพอ ใหจางบุคคลภายนอกไดตามจํานวนท่ีเห็นควร ตามอัตรา
คาจา งแรงงานขนั้ ตาํ ตามประกาศของกระทรวงแรงงาน
6) คาเบ้ียเลี้ยง คาตอบแทน คาตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา คาใชจายในการเดินทางสําหรับ
เจา หนาทที่ อี่ อกปฏบิ ตั งิ านใหค วามชว ยเหลือประชาชนในพนื้ ทีท่ ปี่ ระสบภยั พิบัตใิ หเ บิกจา ยดังนี้
(1) คาเบ้ียเล้ียง คาตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา คาใชจายในการเดินทางสําหรับเจาหนาที่
ท่ีเปนขาราชการหรือลูกจางของทางราชการ ใหเบิกจายไดในกรณีที่งบประมาณปกติไมเพียงพอ หรือมิไดตั้งไวเพื่อการนี้
และใหเ บิกจายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
(2) คาตอบแทนสําหรับเจาหนาที่ที่มิใชขาราชการ หรือลูกจางของทางราชการใหเบิกจายตาม
อตั ราคา จางแรงงานขั้นตาํ ตามประกาศของกระทรวงแรงงาน
(3) คาเบี้ยเล้ียงหรือคาตอบแทนสําหรับเจาหนาที่ควบคุมเคร่ืองสูบน้ำใหเบิกจายได 1 คน ตอ
1 จุด ที่ตง้ั เครอ่ื งสบู น้ำ
(4) คาเบ้ียเลี้ยงหรือคาตอบแทนสําหรับเจาหนาท่ีคนขับรถยนตบรรทุกเคร่ืองสูบน้ำ วัสดุ และ
ครุภัณฑ 1 คน ตอรถยนต 1 คนั
7) คาอาหารจัดเลี้ยงเจาหนาท่ีของทางราชการและผูมาใหความชวยเหลือ มื้อละไมเกิน 30 บาทตอ
คน ทงั้ น้ี เจาหนา ทขี่ องทางราชการและผมู าใหความชว ยเหลือตอ งไมไดรับเงินอน่ื ใดจากทางราชการอีก
8) คาใชจ า ยในการรับ-สง และตดิ ตอ สอ่ื สาร เทา ทจ่ี ายจริง
9) คาวัสดุสํานักงานซึ่งเก่ียวเนื่องในการชวยเหลือผูประสบภัย และคาวัสดุในการจัดหีบหอ คาจาง
เหมาบริการอ่ืนๆ ท่ีจําเปน เชน เชาเครื่องถายเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร เปนตน ใหเบิกไดตามระเบียบแบบแผนของ
ทางราชการ
2. การสงเคราะหชวยเหลือผูประสบภัยตามพระราชบัญญัติสงเคราะหผูประสบภัย เน่ืองจากการชวย
เหลอื ราชการการปฏิบัตงิ านของชาติ หรอื การปฏบิ ตั ิตามหนาที่มนุษยธรรม พ.ศ.2543
2.1 ผูประสบภัย ผูประสบภัยท่ีจะไดรับเงินสงเคราะหตามกฎหมายน้ี คือ ผูถูกประทุษรายหรือไดรับ
อันตรายถึงสูญเสียอวัยวะ หรือเส่ือมสมรรถภาพในการทํางานของอวัยวะสวนใดสวนหน่ึง หรือทุพพลภาพหรือปวยเจ็บ
จนไมส ามารถใชกําลังกายหรือความคิดประกอบอาชพี ไดต ามปกติ เพราะเหตุผนู ัน้ ไดก ระทาํ การ
1) ชวยเหลือราชการ หรือ
2) ปฏิบัตงิ านชาติตามทไ่ี ดรับมอบหมายจากทางราชการ หรอื
3) ปฏิบตั ิการตามหนาท่หี รอื ชว ยเหลือบุคคลอนื่ ตามหนา ท่ีท่ีกฎหมายกาํ หนด หรอื
4) ปฏิบัติการตามหนาท่ีมนุษยธรรมซึ่งพลเมืองดีพึงปฏิบัติ ในเม่ือการปฏิบัติการนั้นไมขัดกับคําสั่ง
โดยชอบของเจา พนกั งาน
93
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ถาผูถูกประทุษราย หรือผูไดรับอันตรายหรือผูปวยเจ็บไดกระทําการดวยความประมาทเลินเลออยาง
รา ยแรงหรือดว ยความผดิ ของตนเอง
2.2 ประเภทของเงินทีจ่ ะไดรบั ผูป ระสบภยั มีสิทธิไดร บั เงินสงเคราะหและสิทธปิ ระโยชนอ ืน่ ดังน้ี
1) เงินสงเคราะห ไดแก
- เงินชดเชย คอื เงินที่จา ยเปน เงนิ กอนครั้งเดยี วใหแ กผูประสบภยั ในกรณที ผี่ ปู ระสบภัยไดรบั บาด
เจบ็ หรือใหแ กทายาทของผูประสบภัยในกรณที ่ผี ปู ระสบภัยถึงแกค วามตาย
- เงินดํารงชีพ คือ เงินท่ีจายแกผูประสบภัยเปนรายเดือน ในกรณีที่ผูประสบภัยตองพิการทุพพล
ภาพขนาดหนัก จนเปนอุปสรรคสําคัญย่ิงในการประกอบอาชีพหรือในการดํารงชีพ (จะไดรับทั้งเงินชดเชยและเงินดํารง
ชีพ)
2) สิทธิประโยชนอ่ืน ไดแก คาใชจายเก่ียวกับการรักษาพยาบาล ไดแก คาใชจายซ่ึงประสบภัยไดใช
จายในการรักษาพยาบาล จากสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน ตามกฎหมายวาดวยเงิน
สวัสดิการเกีย่ วกบั การรักษาพยาบาลของขา ราชการซง่ึ สถานพยาบาลเรยี กเก็บในการรกั ษาพยาบาล ดังนี้
- คายา คาเลือดและสวนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน คาน้ำยา หรืออาหารทางเสนเลือด
คาออกซิเจน และอน่ื ๆ ทํานองเดียวกนั ท่ใี ชในการบําบัดรักษาโรค
- คาอวยั วะเทียมและอุปกรณในการบาํ บัดรกั ษาโรค รวมท้ังคา ซอมแซม
- คาบริการทางการแพทย คาตรวจ คาวิเคราะหโรค แตไมรวมถึงคาจางพยาบาลพิเศษ คา
ธรรมเนยี มพเิ ศษ และคา บริการอ่นื ทาํ นองเดยี วกนั ทีม่ ลี ักษณะเปน เงนิ ตอบแทนพเิ ศษ
- คา หอ งและคา อาหารตลอดเวลาทเ่ี ขารับการรกั ษาพยาบาล
- เงินชวยเหลือคาจัดการศพ คือ เงินชวยเหลือผูประสบภัยซ่ึงถึงแกความตาย โดยจายใหแก
ทายาทซึง่ จดั การศพ หรอื ผจู ัดการศพของผูประสบภัย
2.3 ผูมสี ิทธริ บั เงนิ แยกไดเ ปน 2 กรณี คอื
1) กรณีผปู ระสบภัยไดร ับบาดเจ็บ ผูประสบภัยมสี ิทธิท่จี ะไดร ับเงิน ดงั ตอ ไปน้ี
- เงินชดเชย
- เงินดาํ รงชพี
- คาใชจ า ยเก่ียวกบั การรกั ษาพยาบาล
2) กรณีผปู ระสบภยั ถึงแกค วามตาย ทายาทมีสทิ ธไิ ดรับเงินดงั ตอไปนี้
- เงินชดเชย ผทู มี ีสิทธิรบั เงินชดเชยไดแ ก ทายาทตามหลกั เกณฑการจา ยเงนิ
บําเหน็จตกทอดตามกฏหมายวา ดวยบาํ เหนจ็ บํานาญขาราชการ ไดแก
• บุตร และใหหมายความรวมถึงบุตรซึ่งไดมีคําพิพากษาของศาลวาเปนบุตรชอบดวยกฎหมาย
ของผูประสบภัย ซ่ึงไดมีการฟองคดีขอใหรับเด็กเปนบุตรกอน หรือภายในหน่ึงปนับแตวันที่บิดาตาย หรือนับแตวันท่ีไดรู
หรือควรไดรูถ งึ ความตายของบิดา
• สามี หรอื ภริยา และ
• บดิ า มารดา หรอื บดิ า หรือมารดา
- คาใชจายเก่ียวกับการรักษาพยาบาล ในกรณีท่ีผูประสบภัยถึงแกความตายกอนย่ืนคําขอรับคา
ใชจายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล คารักษาพยาบาลจึงถือเปนมรดก ผูท่ีมีสิทธิรับเงินคารักษาพยาบาล จึงไดแกทายาท
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย
94
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
- เงินชวยเหลือคา จัดการศพ ผทู มี่ ีสทิ ธริ ับเงินชวยเหลอื คา จดั การศพ ไดแก
• ทายาทซึ่งจัดการศพ หรือในกรณีที่ทายาทซึ่งจัดการศพมีหลายคน ใหจายเงินชวยเหลือคา
จัดการศพแกทายาทผูซ่ึงทายาทอ่ืนมอบหมาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 โดยไดนําขั้นตอนการชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติ
กรณีฉุกเฉินเดิม ที่ทางกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยไดจัดทําไวมาเปนกรอบดําเนินการ และไดแสดงรายละเอียด
ของหลักเกณฑการชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยพิบัตกิ รณีฉุกเฉินเปนหนังสอื
• หากไมมีทายาท หรือมีแตไมมีผูจัดการศพ ใหจายเงินชวยเหลือคาจัดการศพแกผูจัดการศพ
และหากผูจัดการศพมีหลายคน ใหจายเงินชวยเหลือคาจัดการศพแกผูจัดการศพผูซ่ึงผูจัดการศพอ่ืนมอบหมายเปน
หนังสือ
95
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
อัตราคา ใชจ า ยเงินชวยเหลอื ผูประสบภยั พบิ ตั ิ ตามหลกั เกณฑและ
วิธดี ำเนนิ การใหค วามชว ยเหลือผปู ระสบภยั พบิ ัตกิ รณีฉกุ เฉิน พ.ศ.2551
ขอ 5.1 ดานการชว ยเหลือผปู ระสบภัย
ขอ รายการ เงื่อนไข จำนวนเงิน
เทา ทจ่ี ายจรงิ (บาท)
1 คา อาหารจัดเลยี้ ง และถงุ ยังชีพ เทา ที่จายจริง
เทา ที่จายจริง คา อาหารมื้อละไมเ กนิ 30/วัน/คน
2 คาเครอื่ งครัวและอุปกรณใ นการประกอบ เทา ทจ่ี า ยจริง ถงุ ยังชีพชุดละไมเ กนิ 500/ครอบครวั
อาหาร ครอบครวั ละไมเกนิ 3,500
เทา ทจี่ ายจรงิ ตามความจําเปน
3 คาน้ำบรโิ ภคและใชสอย เทา ทจ่ี ายจรงิ หลงั ละไม เกิน 20,000
4 คาวัสดซุ อ มแซมที่อยูอาศัยประจาํ ซึ่งผู เทา ทจ่ี ายจรงิ
เทา ทจ่ี า ยจริง หลงั ละไมเ กิน 30,000
ประสบภัยเปนเจาของ และท่อี ยอู าศยั ของ เทาทจ่ี า ยจรงิ
พระภกิ ษสุ ามเณรในวัดทีไ่ ดรับความเสยี หาย เทา ท่ีจา ยจรงิ ครอบครวั ละไมเกิน 3,000
บางสวน ครอบครัวละไมเกนิ 8,000
5 คาวสั ดกุ อ สรา งท่อี ยอู าศยั ประจํา ซ่ึงผปู ระสบ ครอบครัวละไมเ กนิ 200
ภยั เปนเจา ของ และทีอ่ ยอู าศยั ของพระภกิ ษุ คนละไมเ กนิ 100/วนั
สามเณรในวดั ท่ไี ดร บั ความเสยี หายทง้ั หลัง ครอบครวั ละไมเกนิ 1,500/เดอื น
6 คาวสั ดุซอ มแซมยุง ขาว/โรงเรือน/คอกสัตว ไมเกิน 2 เดือน
ท่ีไดรบั ความเสยี หายบางสว น
7 คา วัสดสุ รางยงุ ขา ว/โรงเรอื น/คอกสัตว
ท่ไี ดรบั ความเสียหายทงั้ หลงั
8 คาอปุ กรณแ สงสวางในทีอ่ ยอู าศัยแทน
ของเดมิ
9 คาเชาทพ่ี กั ไมเกิน 7 วนั
10 คา เชาบานแกผูป ระสบภยั กรณีเชาบา นของ
ผูอ ่ืน และ บา นเชาเสยี หายทงั้ หลังหรือ
บางสว น
96
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงิน
11 - คา ดัดแปลงสถานที่เปน ที่พักชัว่ คราว เทาที่จา ยจริง (บาท)
เทาทจ่ี ายจริง
- คาสรา งทพี่ กั ชว่ั คราว เทา ทจ่ี ายจรงิ ครอบครัวละไมเ กนิ 2,000
- คาผา ใบ/ผาพลาสตกิ /วสั ดอุ ่ืนสาํ หรบั ครอบครวั ละไมเกิน 4,000
กนั แดด กนั ฝน และปอ งกันอทุ กภยั ครอบครัวละไมเ กนิ 800
12 คา ใชจา ยในการจัดสาธารณูปโภคในทพี่ กั
ชัว่ คราว เทาที่จา ยจริง ตามความจาํ เปน
- คาไฟฟา /อปุ กรณแ สงสวา ง เทาที่จา ยจรงิ ตามความจําเปน
- คานำ้ บรโิ ภคและใชสอย เทา ทจี่ ายจรงิ ไมเ กิน 1,500/1 ท่ี
- จดั สรางหองน้ำ 1 ท่ี/ 10 คน เทา ทจ่ี า ยจรงิ ไมเ กนิ 1,500/1 ท่ี
- จัดสรางหอ งสว ม 1 ท/่ี 10 คน เทา ที่จายจรงิ ตามความจําเปน
- จัดสรางโรงครวั /ทร่ี ับประทานอาหาร เทาที่จา ยจริง ตามความจาํ เปน
- จัดสรา งท่ีรองรบั ทาํ ลาย หรอื กําจดั ขยะ เทาที่จา ยจรงิ ไมเ กนิ 1,000
13 - คาเคร่ืองนุงหม คนละ 2 ชดุ เทาที่จา ยจรงิ ไมเกิน 1,000
- คาเคร่ืองแบบนักเรยี นนักศึกษา
คนละ 2 ชดุ เทา ทจ่ี า ยจริง คนละไมเ กิน 500
14 คาเครื่องนอน เทาที่จา ยจรงิ ครอบครัวละไมเ กนิ 10,000
15 คาเครื่องมือประกอบอาชีพและหรอื เงนิ ทุน
ประกอบอาชีพ - รักษาตวั ในสถาน จา ยเงนิ ชวยเหลอื เบือ้ งตน 3,000
16 คา ชว ยเหลือผูบ าดเจบ็ พยาบาล 3 วันขน้ึ ไป
- กรณีบาดเจ็บสาหสั - รักษาตวั เกิน 30 วัน เงนิ ยงั ชีพ 2,000/เดือน
จนกวาจะออกจากสถานพยาบาล
- กรณีบาดเจ็บถึงข้นั พิการ ขึน้ ไป ชว ยเหลอื เบ้อื งตน 10,000
ไมส ามารถประกอบ และเงนิ ยงั ชพี คนละ 2,000/เดอื น/ไม
- กรณีสาธารณภัยขนาดใหญ รนุ แรง เกิน 2 ป
สะเทือนขวญั อาชีพได คา ปลอบขวัญผูบาดเจบ็
17 - คาจดั การศพ รายละไมเ กิน 2,000 บาท
- กรณผี ตู ายเปน ผหู าเล้ียงครอบครัว รกั ษาตวั ในสถาน รายละไมเกิน 25,000
พยาบาล
เสียชีวติ
หวั หนาครอบครวั ชวยเงนิ สงเคราะหครอบครวั อกี
หรอื เปนผหู ารายได ไมเกิน 25,000
เล้ยี งดู
97
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เงอื่ นไข จำนวนเงิน
(บาท)
18 คา จัดซอื้ เครื่องกนั หนาว อุณหภูมิตำ่ กวา
19 คาขนยา ยครอบครัวผูประสบภัยพิบัติทีจ่ ําเปน 15 องศาเซลเซยี ส คนละไมเ กิน 240
ติดตอ กนั เกนิ 3 วัน จังหวดั หนึง่ ไมเกินงบประมาณปล ะ
ตองยายถนิ่ ท่อี ยใู หมหรอื กลบั ภูมลิ าํ เนาเดิม 1,000,000
เทาทจ่ี า ยจรงิ
ครอบครวั ละไมเ กนิ 5,000
98
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ขอ 5.2 ดานสงั คมสงเคราะหและฟน ฟผู ปู ระสบภัย
ขอ รายการ เงอื่ นไข จำนวนเงนิ
1 คาชวยเหลอื ผสู งู อายหุ รอื ผพู กิ าร ซึ่งหวั หนา ตามความเหมาะสม (บาท)
ครอบครวั ประสบภยั พบิ ตั จิ นเสยี ชีวติ พิการ และจําเปน ครอบครัวละไมเกนิ 5,000
บาดเจบ็ และไมสามารถดํารงชีวติ ไดอยาง
ปกติสุข บิดามารดา คนละไมเกิน 3,000
2 คา ชว ยเหลือนกั เรยี นนกั ศกึ ษากรณีทบ่ี ดิ า หรอื ผมู ีอุปการะ คนละ 500/ 1 ภัย หรอื 1 เหตุการณ
มารดาหรือผูอุปการะ หรือผูมรี ายไดหลัก เสยี ชีวิตจากภยั พิบตั ิ
เลย้ี งดคู รอบครัวเสียชีวิตจากภัยพิบัติ
- คาอปุ กรณการเรียนการศกึ ษา เฉพาะพ้ืนที่ประสบภัย คนละไมเ กิน 2,000
- คา ใชจายตามภารกจิ ประจาํ วัน เชน คา พิบตั ิ วนั ละไมเกนิ 500
พาหนะไปสถานศึกษา (ไมเ กิน 10 วนั )
3 คาใชจ า ยโครงการฝก อบรมสง เสรมิ อาชพี เทาทีจ่ ายจรงิ ไมเ กนิ 10,000
ระยะสน้ั เทาท่จี ายจริง
- คา อปุ กรณการฝกอาชีพ เทาที่จายจรงิ
- คา ตอบแทนวทิ ยากร
เทา ทจ่ี ายจรงิ ครอบครวั ละไมเกนิ 4,000
- คาใชจ า ยในการดําเนินงาน ปฏิบัตกิ ารฝก
อบรม
- คาอปุ กรณใ นการลงทุนประกอบอาชพี
99