The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3 3_องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-10-19 09:02:25

3 3_องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

3 3_องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ 5.3 ดา นการแพทยแ ละสาธารณสุข

ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
เทา ท่จี า ยจริง (บาท)
1 จดั ใหบ รกิ ารรักษาพยาบาลฟรีแกป ระชาชนท่ี
เจ็บปว ย - ไมเกนิ 50,000/คน
จากภยั พบิ ตั ิในสถานพยาบาลหรอื หนวย - ตามอัตราคา บริการของ
แพทยเ คลื่อนที่ - สถานบริการสาธารณสุข

2 คา วสั ดเุ คมีภัณฑ อาหาร และเวชภัณฑ เทาทจ่ี า ยจริง บอนำ้ ละไมเกิน 30
- คา วสั ดุ เคมภี ณั ฑทําความสะอาดบอน้ำตนื้ - ครอบครวั ละไมเ กิน 200
- น้ำดืม่ แกครอบครัวทีข่ าดแคลนน้ำสะอาด - ครอบครัวละไมเกิน 500
บริโภค
- คาอาหารเสรมิ โปรตีน เพอื่ ฟน ฟรู างกายและ เทาทจี่ ายจรงิ ตามความจําเปน
เสรมิ สรางภูมิคุมกันโรค -
- แหง ละไมเกนิ 4,600
3 คา วัสดุเคมภี ณั ฑ วัสดุวิทยาศาสตรก ารแพทย - แหง ละไมเ กิน 26,580
(ปรบั ปรุงสุขาภิบาลและอนามยั ส่ิงแวดลอม) - ตามความจําเปน
- คา วสั ดุ เคมีภัณฑทาํ ความสะอาดบอ น้ำ - ตวั อยา งละไมเกนิ 100
สาธารณะ ตวั อยา งละไมเ กิน 15/ 25
ติดตง้ั ประปาสนาม ทําลายแหลงแพรเ ชอ้ื โรค ตัวอยา งละไมเกนิ 30
- คา ใชจ า ยเปา ลา งบอ บาดาล ตัวอยางละไมเกิน 50
- ปรบั ปรุงซอ มแซมระบบประปาหมูบา น คนละไมเ กิน 68
- คา สารเคมแี ละวสั ดใุ นกิจกรรมลา งตลาด
(ผงปูนคลอรีน 65% และถงุ ดําใสขยะ)
- คาวัสดุวิทยาศาสตรทดสอบเชอ้ื อจุ จาระรวง
- คาวัสดวุ ทิ ยาศาสตรเตรียมอาหารเล้ียงเชื้อ
เพื่อนาํ สง อจุ จาระ/ตวั อยางน้ำ
- คา วัสดวุ ิทยาศาสตรก ารแพทยส าํ หรับการ
ทดสอบอาหาร
- คา วสั ดวุ ทิ ยาศาสตรส าํ หรับตรวจวินิจฉยั
โรคเลปโตสไปโรซสี
- คา ยาและเวชภณั ฑส าํ หรับรกั ษาและ
ควบคุมการแพรร ะบาดโรค

100

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ รายการ เงื่อนไข จำนวนเงนิ
4 จดั หาวสั ดใุ นการเกบ็ ตัวอยา งอากาศ (บาท)
-
- คาวสั ดสุ ําหรับเกบ็ ตัวอยา งฝุนละออง - ตวั อยางละไมเ กิน 4,020
- คา วสั ดุเก็บตัวอยา งและน้ำยาวิเคราะห - ตวั อยางละไมเ กนิ 500
ตะก่วั ตัวอยา งละไมเกนิ 300
- คาวัสดุเกบ็ ตัวอยาง นำ้ ยา และสารเคมี
วเิ คราะห
แกส ซลั เฟอรไดออกไซด, แกสไนโตรเจนได
ออกไซด

5 คาซอมแซมสถานบริการสาธารณสขุ รวมท้ัง - เฉพาะรายการที่มีความจาํ เปน
ครภุ ัณฑ

6 คาเบย้ี เลยี้ ง คาตอบแทนการปฏบิ ตั งิ านนอก - ใหเบกิ จา ยตามระเบียบของทาง
เวลา คาใชจายในการเดินทางสําหรบั เจา ราชการ
หนาทีท่ ี่ออกปฏิบตั ิงาน
-หนวยแพทยเคลือ่ นที่ ออกปฏบิ ตั งิ านไมเกนิ 10
คน/หนว ย/ครั้ง
-หนวยสาธิตประปาสนาม ออกปฏิบตั ิงานครง้ั ละไม
เกิน 5 คน
-หนวยสาธติ การลางบอ นำ้ ออกปฏิบัติงานครง้ั ละไม
เกนิ 3 คน
- หนวยเปาลางบอ นำ้ บาดาล ประปาหมบู า น ออกปฏิบัติงานคร้งั ละไม
เกิน 3 คน
- หนว ยสุขศึกษาและประชาสัมพนั ธเ คล่ือนท่ี ออกปฏิบัตงิ านไมเ กิน 3
คน/หนว ย/คร้งั
-หนว ยปฏบิ ตั งิ านดานควบคมุ ปองกันโรค ออกปฏิบัตงิ านคร้ังละไม
เกนิ 3 คน

101

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ 5.4 ดา นพืช

ขอ รายการ เง่ือนไข จำนวนเงิน
(บาท)

1 กรณพี ืชอายุสนั้ เสยี หาย ไมเ กนิ รอยละ 100 ของ ตามอตั ราทก่ี ระทรวงเกษตร
- พันธุพ ืชอายสุ นั้ พนื้ ทเ่ี สยี หาย และสหกรณก ําหนด
- พันธุไมผ ลไมย นื ตน ไมเ กินรอยละ 25 ของพ้นื ที่ ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
- ชว ยเหลือดานสารปอ งกนั กําจดั ศัตรพู ชื เสียหาย และสหกรณกําหนด
หรือสารเคมหี รอื อนิ ทรยี วตั ถุ ไมเ กนิ รอ ยละ 50 ของพนื้ ท่ี ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
ทใี่ หค วามชวยเหลือ และสหกรณก ําหนด

2 กรณไี มย ืนตนเสียหาย ไมเ กินรอ ยละ 100 ของ ตามอัตราท่กี ระทรวงเกษตร
- พนั ธไุ มผ ลไมยืนตน พน้ื ทีเ่ สียหาย และสหกรณกําหนด
- ชวยเหลือดานสารปองกนั กําจัดศตั รพู ืช ไมเ กินรอยละ 50 ของพ้ืนท่ี ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
หรือสารเคมหี รืออนิ ทรยี วัตถุ เสียหาย และสหกรณก าํ หนด

3 กรณีพชื ทป่ี ลูกไดรบั ผลกระทบจากภยั พบิ ัติ ทำใหช ะงักการ ตามอัตราท่ีกระทรวงเกษตร
- ชว ยเหลือดานสารปองกนั กําจัดศัตรพู ชื เจรญิ เติบโตไมเ กนิ และสหกรณกาํ หนด
หรือสารเคมีหรืออินทรียวัตถุ รอ ยละ 50 ของพน้ื ท่ี

ฟนฟไู ด

4 กรณพี นื้ ที่ทําการเพาะปลกู ถูกหิน ดนิ ทราย ไมส ามารถเพาะปลูกได ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
ไม โคลน รวมทงั้ ซากวสั ดุทุกชนิดทบั ถม ขนาดพื้นท่ีไมเ กนิ 5 ไร และสหกรณกําหนด

5 กรณีราษฎรมคี วามจําเปนตองขนยายปจ จัย คาดวาจะไดร ับผลกระทบ ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตร
การผลิต และผลผลิต จากภยั พบิ ตั ิใหช วยเหลอื และสหกรณก ําหนด
คา ใชจายในอตั รารอยละ
50 ของปจจยั การผลิต

6 กรณเี กดิ การแพรระบาดของศัตรูพืชใหดาํ เนนิ - ตามอัตราทกี่ ระทรวงเกษตร
การจดั หายาเคมี สารเคมี หรืออินทรียวัตถุ และสหกรณก าํ หนด
ตลอดจนวสั ดอุ ุปกรณในการปอ งกนั

7 เกษตรกรที่ไดร บั การชวยเหลอื ตองเปน - -
เกษตรกรทขี่ ึ้นทะเบียนดานพืชกับหนวยงาน
ของกรมสงเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตร
และสหกรณ กอ นเกดิ ภยั พิบัตแิ ลว เทา นั้น

102

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ 5.5 ดา นประมง

ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
- (บาท)
1 ใหด ําเนินการชวยเหลือผปู ระสบภัยในกรณี
เกดิ ภัยพบิ ัติ - ตามอัตราท่กี ระทรวงเกษตร
ข้ึนในพื้นท่เี ฉพาะแหงภายในพื้นท่ีจังหวัด - และสหกรณก าํ หนด
หรือเปน ภยั พบิ ตั ิ
เลก็ นอย และมคี วามเสียหายน้ันอยูในระดับท่ี ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตร
สามารถใหความ และสหกรณกาํ หนด
ชวยเหลือไดโ ดยอํานาจของผวู า ราชการ
จังหวดั -

2 โดยสนับสนนุ พนั ธุสัตวน้ำ อาหารสตั วน ้ำ
วัสดุทางการประมง สารเคมี และยารกั ษาโรค
ที่จําเปน

3 เกษตรกรทจ่ี ะไดร ับการชวยเหลอื ตองเปน
เกษตรกรทขี่ ึ้นทะเบยี นดา นประมงกบั หนวย
งานของกรมประมง กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ กอ นเกดิ ภัยพบิ ตั แิ ลวเทานน้ั

ขอ 5.6 ดา นปศุสัตว

ขอ รายการ เง่อื นไข จำนวนเงิน
1 จัดหาพชื อาหารสตั ว หรอื อาหารสตั วใ หแก (บาท)
ในกรณีท่ีขาดแคลน
สัตวของเกษตรกร และมีผลกระทบ ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
และสหกรณกําหนด
2 จดั หาวคั ซนี และเวชภัณฑรกั ษาสัตว เพ่อื ตอ ชวี ิตสตั ว
ปอ งกนั โรคและกาํ จดั โรค การฟน ฟูสขุ ภาพ - ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตรและ
สัตวเลีย้ ง สหกรณก าํ หนด

3 ใหการสนบั สนนุ พนั ธพุ ชื อาหารสัตว แปลงหญาเล้ยี งสตั ว ตามอตั ราทก่ี ระทรวงเกษตร
ทงุ หญา เลีย้ งสัตวเสียหาย และสหกรณก ําหนด

103

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ รายการ เงื่อนไข จำนวนเงิน
4 ใหก ารชว ยเหลอื คา พนั ธสุ ตั ว สัตวต ายหรอื สูญหาย (บาท)

5 เกษตรกรที่จะไดร ับการชวยเหลอื ตองเปน - ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
เกษตรกรทขี่ ้นึ ทะเบยี นดา นปศสุ ัตวกับหนวย และสหกรณกาํ หนด
งานของกรมปศสุ ัตว กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ กอ นเกิดภัยพบิ ัตแิ ลวเทาน้นั -

ขอ 5.7 ดา นการเกษตรอน่ื

ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงิน
- (บาท)
1 คาปรับเกล่ียพื้นที่ ไถพรวน ยกรอง การ
กอ สรา งคันดนิ สามารถใชง านได ตามอตั ราท่ีกระทรวงเกษตร
ในชว งฉกุ เฉิน และสหกรณกําหนด
2 คาซอ มแซมอาคารชลประทานและระบบ
ชลประทานเฉพาะในสวนทเี่ กีย่ วกับการ ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
ระบายน้ำ และสหกรณก าํ หนด

3 คาจา งเหมารถยนต รถไฟ เรอื จา ยเปนรายวัน ตามราคาทองถิน่
- คา จา งเหมารถยนตและเรือบรรทุกของ เทา ทีจ่ ายจริง ตามความจาํ เปน
เอกชน
- คา ระวางบรรทุกทางรถไฟ

104

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

ขอ 5.8 ดา นปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั

ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
1 จัดหาน้ำมนั เช้อื เพลิงและหลอลื่น สาํ หรบั จาํ นวนราษฎร (บาท)

ยานพาหนะบรรทุกนำ้ ของทางราชการ/ จาํ นวนวนั ตามความจําเปน
องคก รปกครองสว นทองถน่ิ /เอกชน ทีน่ ํามา ระยะทาง และ
ชวยเหลือภัยแลง จาํ นวนยานพาหนะ

2 จัดหาภาชนะรองรับน้ำ - ตามความจําเปน

3 ซอ มแซมภาชนะรองรับนำ้ /ปรับปรงุ ซอมแซม ก.ช.ภ.อ./กอ. ควบคุม ตามความจําเปน
บอนำ้ บาดาลและบอน้ำตน้ื

4 จัดหาวสั ดุ (กระสอบทราย ดิน ลูกรงั เสาเขม็ ลดอนั ตรายทจ่ี ะทําความ ตามความจําเปน
ไมแ บบ เปนตน ) เพ่ือนําไปปองกนั และแกไ ข เสียหายตอสว นรวม
เหตุการณเ ฉพาะหนา

5 ซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนท่ีไดรบั ความ - กรณีเรง ดวนจำเปน ตามความจาํ เปน
เสียหาย ซึ่งมไิ ดอยูในความรบั ผิดชอบของ - ไมซำ้ ซอนกับโครงการ
สว นราชการ ท่ไี ดรบั งบประมาณ

- สะพานหรอื ถนน หรอื ถนนท่มี ที อระบายน้ำ - เพ่อื ทดแทนของเดิม ตามความจาํ เปน
ใหกอ สรางสะพานคอนกรตี ทดแทน หรอื เทา ท่ีจำเปน เรงดวน ตามความจําเปน
กอ สรา ง สะพานไมช่ัวคราว หรอื ทอเหลย่ี ม กรณสี รางสะพาน
คสล.
- สะพานไมทางเดินชั่วคราวในเขตชุมชน คอนกรีตไมเกนิ
45 วัน (สะพาน
ขนาดเลก็ ๆเพื่อขนสง
พชื ผลทางการเกษตร)
- เกดิ ภัยพบิ ัตเิ ปนระยะ
เวลานาน ราษฎร

เดือดรอน

6 จางเหมาตดั ราน หรือริดตน ไมหรือกง่ิ ไม ทำความเสยี หายแกส ่ิง ตามความจําเปน
หักโคน สาธารณประโยชนหรอื
ทรัพยส ินของทางราชการ

105

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ รายการ เง่ือนไข จำนวนเงิน
(บาท)

7 จางเหมากำจดั สิ่งกดี ขวางทางนำ้ ท่ีอุดชอ ง สงิ่ สาธารณประโยชน ตามความจำเปน
ทางน้ำเปน อปุ สรรคตอ การระบายนำ้ ทำให หรือก่ิงไม เศษสวะ ฯลฯ
เกิดความเสยี หายตอ ชวี ติ และทรัพยส นิ รวม เปน อุปสรรคตอการ
ทัง้ การปอ งกัน ระบายน้ำ ทำใหเกดิ
ความเสยี หายตอ ชวี ติ
และทรัพยส นิ

8 จัดหาน้ำมนั เชอ้ื เพลิงและหลอ ลืน่ เคร่ืองจกั รกลของทาง ตามความจำเปน
ราชการที่นำมาใชใน
การปอ งกันมใิ หน้ำทว ม
(ขุดดินทำคันกั้นนำ้
กำจัดสิง่ กีดขวางทางน้ำ)

9 คา ขุดลอกเปด ทางนำ้ คา จา งในการสราง - ตามความจำเปน
แนวปองกนั หรือจดั ซอ้ื วสั ดุเพือ่ สรางแนว
ปองกันพ้ืนที่การเกษตร

ขอ 5.9 ดา นการปฏบิ ตั งิ านใหความชวยเหลอื ผปู ระสบภยั

ขอ รายการ เงือ่ นไข จำนวนเงิน
1 คา ซอ มแซมครุภณั ฑ/ ยานพาหนะของทาง ชำรดุ เสยี หายใน (บาท)
ระหวางปฏิบัติงาน
ราชการ/เอกชน ท่ชี ว ยโดยสมคั รใจ และไม ซอมใหอยใู นสภาพ ตามความจำเปน
คดิ มูลคา เดมิ เฉพาะกรณีจำเปน

2 - คา น้ำมันเช้ือเพลงิ และหลอ ลื่น รวมท้ังคา เรง ดวน
กระแสไฟฟาสำหรบั เคร่อื งสบู นำ้ ของทาง
ราชการ/องคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ - ตามความจำเปน และประหยัด
- คา นำ้ มนั เช้อื เพลิงและหลอ ลื่น รวมท้ัง
คากระแสไฟฟาสำหรบั เคร่อื งสบู นำ้ ของ เคร่อื งสูบนำ้ ของทาง ตามความจำเปน และประหยัด
เอกชน ราชการมีจำนวนไมเ พยี ง
พอ และการใหร าษฎร

มสี วนรว มชวยเหลอื
ตนเอง

106

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

ขอ รายการ เงอื่ นไข จำนวนเงิน
3 คานำ้ มันเชอ้ื เพลิงและหลอ ลื่นสำหรบั ยาน (บาท)

พาหนะของทางราชการ/องคก รปกครอง การใหร าษฎรมสี ว นรวม ตามความจำเปน และประหยดั
สวน ทอ งถนิ่ /เอกชน ที่นำมาใชปฏิบัตงิ าน ในการชวยเหลือตนเอง
ชว ยเหลือโดยสมคั รใจและไมค ิดมูลคา

4 คา เชาหรือจา งเหมาเครือ่ งสบู นำ้ /ยานพาหนะ เคร่อื งสูบนำ้ /ยานพาหนะ จา ยคา เชา เปนรายวัน
ของทางราชการมีไม
เพยี งพอและไมส ามารถ ตามราคาทอ งถิน่
ขอความรว มมอื จาก
ภาคเอกชนได

5 คา จา งเหมาหรอื จางแรงงานแบกหามสง่ิ ของ ใหใ ชเจาหนาทขี่ องสวน ตามอตั ราคา จา งแรงงานขัน้ ต่ำ
รวมทั้งจางเหมาแรงงานจดั หบี หอ ราชการกอ น กรณี
เจา หนา ทไ่ี มเ พียงพอ ตามประกาศกระทรวงแรงงาน
ใหจา งบุคคลภายนอกได

6 (1) คา เบย้ี เลย้ี ง คาตอบแทน คา ตอบแทน - กรณงี บประมาณปกติ เบกิ จายตามระเบียบแบบแผนของ
การปฏิบตั ิงานนอกเวลา ไมเพียงพอ หรือมิไดต้งั ทางราชการ
คาใชจา ยในการเดินทางของขาราชการ ไวเ พ่อื การนี้
/ ลกู จา งของทางราชการ
(2) คาตอบแทน (ผทู ่มี ิใชขาราชการ/ลกู จาง) - ตามจำนวนผปู ฏบิ ตั งิ าน ตามอัตราแรงงานขน้ั ตำ่
(3) คา เบย้ี เลี้ยง/คา ตอบแทนเจาหนา ที่ - จำนวน 1 คน ตอ 1 จดุ
ควบคุมเคร่ืองสบู นำ้ ทตี่ ง้ั เครือ่ งสูบนำ้
(4) คา เบยี้ เลย้ี ง/คา ตอบแทนคนขบั รถยนต - จำนวน 1 คน ตอ ตามประกาศกระทรวงแรงงาน
บรรทุก เครือ่ งสบู นำ้ วสั ดุ และครภุ ณั ฑ รถยนต 1 คนั

7 คาอาหารจดั เล้ยี งเจาหนาท่ีของทางราชการ ตอ งไมไ ดรบั เงนิ อ่นื ใด มอื้ ละไมเกนิ 30/คน
และผมู าใหค วามชวยเหลอื จากทางราชการ

8 คา ใชจายในการรบั -สง และตดิ ตอสือ่ สาร เทาท่ีจายจริง ตามความจำเปน

9 คาวสั ดุสำนกั งาน/วสั ดหุ ีบหอ/คา จางเหมา เกีย่ วเนื่องในการ เบิกจา ยตามระเบียบแบบแผน
บรกิ ารอ่ืนๆท่ีจำเปน เชน คาเชาเครอ่ื งถา ย ชว ยเหลอื ผูป ระสบภยั ของทางราชการ
เอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร เปน ตน

107

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

สรปุ หลักเกณฑว ธิ ปี ฏิบัตปิ ลีกยอ ย
เก่ียวกบั การใหค วามชว ยเหลือ ดา นการเกษตรผปู ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉนิ พ.ศ. 2552

ดา นพชื ดา นประมง ดา นปศสุ ัตว
(มีผลบงั คับใชตงั้ แตว นั ที่ 1 ธันวาคม 2551 เปน ตนไป)

ขอ รายการ เง่ือนไข จำวนเงนิ (บาท)
1 ดานพชื 606/ ไร
837/ไร
การใหค วามชวยเหลือเปนเงนิ 912/ไร
1.1 กรณพี ืชทเ่ี สียหาย 287/ไร

- ขาว (คิดเฉพาะพื้นทีเ่ ลยี้ ง) 3,406/ไร
- พืชไร รายละไมเ กนิ 5ไร 9,098/ไร
- พชื สวน และอื่น ๆ รายละไมเกนิ 5 ไร 257/ตารางเมตร
1.2 กรณีพชื สวนและไมยืนตน
ไดรบั ผลกระทบจากภยั พิบัติทํา รายละไมเกนิ 80 ตารางเมตร
ใหชะงกั การเจรญิ เตบิ โต แตไม
ตายและยงั อยูในสภาพฟน ฟใู ห
กลบั สูสภาพเดมิ ได
2 ดา นประมง
- ปลาทุกชนดิ ในบอ ดิน/นาขา ว
- กุง ปู และหอย
- สตั วน ้ำทีเ่ ล้ียงในกระชงั /
บอ ซีเมนต และอน่ื ๆ เชน ปลา
สวยงาม กบ ตะพาบน้ำ เปนตน

3 ดา นปศสุ ตั ว (สัตวเลย้ี งตาย / ไมเ กิน 2 ตวั 3,600 – 15,800/ ตวั
สญู หาย) ไมเกิน 10 ตวั 1,200 / 2,500/ ตัว
- โค กระบอื ไมเกิน 10ตัว 1,400/ ตวั
- สกุ ร ไมเ กนิ 1,000 ตัว 15 / 40/ ตวั
- แพะ แกะ ไมเ กิน 300 ตัว 20 / 40/ ตัว
- เปด ไมเกิน 1,000 ตวั 15 /35/ 60/ ตวั
- ไกพ ้ืนเมอื ง หรอื ลกู ผสมพ้ืน ไมเ กนิ 300 ตวั 50/ ตัว
เมือง ไมเ กนิ 1,000 ตัว 5 / 10/ ตวั
- ไกพ นั ธไ ข / เน้อื ไมเกิน 10 ตัว 2,000/ ตัว
- หาน
- นกกระทา
- นกกระจอกเทศ

108

ภาคผนวก

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

พระราชบญั ญตั ิ

ปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
พ.ศ. ๒๕๕๐

-------------------------------

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.

ใหไว ณ วนั ท่ี ๒๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เปน ปท ี่ ๖๒ ในรัชกาลปจจบุ นั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา
โดยท่เี ปนการสมควรมกี ฎหมายวาดวยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ให ตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติ
แหงชาติ ดงั ตอ ไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ ้เี รยี กวา “พระราชบัญญัติปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปนตนไป
มาตรา ๓ ใหยกเลกิ
(๑) พระราชบญั ญตั ปิ องกันภัยฝายพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๒๒
(๒) พระราชบญั ญตั ิปอ งกันและระงบั อัคคีภยั พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ินี้

“สาธารณภัย” หมายความวา อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสัตว
โรคระบาดสัตวนํ้า การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวาเกิดจากธรรมชาติ
มีผูทําใหเกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซ่ึงกอใหเกิดอันตรายแกชีวิตรางกายของประชาชน หรือความเสียหาย
แกทรพั ยสินของประชาชน หรือของรฐั และใหห มายความรวมถงึ ภัยทางอากาศ และการกอ วนิ าศกรรมดวย

“ภยั ทางอากาศ” หมายความวา ภัยอันเกิดจากการโจมตที างอากาศ

110

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

“การกอวินาศกรรม” หมายความวา การกระทําใด ๆ อันเปนการมุงทําลายทรัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ
หรือสิ่งอันเปนสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวางหนวงเหน่ียวระบบการปฏิบัติงานใด ๆ ตลอดจนการประทุษราย
ตอบุคคลอันเปนการกอใหเกิดความปนปวนทางการเมือง การเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ โดยมุงหมายที่จะกอใหเกิด
ความเสยี หายตอ ความมนั่ คงของรัฐ

“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา สวนราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชนและหนวยงานอื่นของรัฐ แตไม
หมายความรวมถงึ องคก รปกครองสวนทองถิ่น

“องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” หมายความวา องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล องคการบริหารสวนจังหวัด
เมืองพทั ยา กรุงเทพมหานคร และองคก รปกครองสวนทองถน่ิ อ่ืนที่ มกี ฎหมายจัดตั้ง

“องคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนท่ี” หมายความว า องคการบริหารสวนตําบล เทศบาลเมืองพัทยา และ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นอ่ืนท่ีมี กฎหมายจัดตั้ง แตไมหมายความรวมถึงองคการบริหารสวนจังหวัด และ
กรุงเทพมหานคร

“จังหวัด” ไมห มายความรวมถงึ กรงุ เทพมหานคร
“อาํ เภอ” หมายความรวมถงึ กิ่งอาํ เภอ แตไมห มายความรวมถงึ เขตในกรุงเทพมหานคร
“นายอาํ เภอ” หมายความรวมถงึ ปลัดอําเภอผเู ปนหัวหนา ประจาํ กิง่ อําเภอ
“ผบู ริหารทองถ่ิน” หมายความวา นายกองคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล นายกเทศมนตรี นายกเมอื งพทั ยา และ หวั หนา
ผบู รหิ ารขององคก รปกครองสว นทองถน่ิ แหง พ้ืนทีอ่ น่ื
“ผูบ ญั ชาการ” หมายความวา ผูบัญชาการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหงชาติ
“ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการกลาง ผูอํานวยการจังหวัด ผูอํานวยการอําเภอ ผูอํานวยการทองถิ่น
และผอู าํ นวยการกรุงเทพมหานคร
“เจาพนักงาน” หมายความวา ผูซ่ึงไดรับแตงต้ังใหปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่
ตาง ๆ ตามพระราชบัญญตั ินี้
“อาสาสมัคร” หมายความวา อาสาสมัครปอ งกันภัยฝา ยพลเรอื นตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“อธบิ ด”ี หมายความวา อธบิ ดกี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
“รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี ูรกั ษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
มาตรา ๕ ใหร ฐั มนตรี วา การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตามพระราชบญั ญัติน้แี ละใหมอี ํานาจออกกฎกระทรวง
ระเบยี บ ขอบังคบั และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
กฎกระทรวงน้นั เมื่อไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลวใหใ ชบงั คบั ได

111

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ë‘π °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

หมวด ๑

บททว่ั ไป

มาตรา ๖ ใหมีคณะกรรมการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ เรียกโดยยอวา “กปภ.ช.” ประกอบดวย
นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปนประธานกรรมการ รัฐมนตรีวาการกระทรวง
มหาดไทย เปน รองประธานกรรมการคนที่หนงึ่ ปลดั กระทรวงมหาดไทย เปนรองประธานกรรมการคนท่สี อง ปลัดกระทรวง
กลาโหม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลัดกระทรวง
คมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัด
กระทรวงสาธารณสุข ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ ผูบัญชาการทหารสูงสุด ผูบัญชาการ
ทหารบก ผูบัญชาการทหารเรือ ผูบัญชาการทหารอากาศ เลขาธิการสภาความมั่นคงแหงชาติ และผูทรงคุณวุฒิอีกไมเกิน
หาคนซ่งึ คณะรัฐมนตรแี ตงตงั้ จากผูมคี วามรู ความเช่ยี วชาญ หรอื ประสบการณที่เกี่ยวขอ งกับการผังเมอื ง และการปอ งกนั
และบรรเทาสาธารณภัย เปน กรรมการ

ใหอธิบดีเปนกรรมการและเลขานุการ และใหแตงต้ังขาราชการในกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจํานวนไม
เกนิ สองคนเปนผูชว ยเลขานกุ าร

มาตรา ๗ ให กปภ.ช. มีอํานาจหนาที่ ดงั ตอไปนี้
(๑) กําหนดนโยบายในการจดั ทาํ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ
(๒) พิจารณาใหค วามเห็นชอบแผนการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาติ ตามมาตรา ๑๑ (๑) กอนเสนอ
คณะรัฐมนตรี
(๓) บูรณาการพัฒนาระบบการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวางหนวยงานของรัฐ องคกรปกครอง
สวนทองถิ่น และหนว ยงานภาคเอกชนทเ่ี กีย่ วขอ งใหมีประสิทธภิ าพ
(๔) ใหค าํ แนะนาํ ปรึกษาและสนับสนนุ การปฏบิ ัติหนาท่ใี นการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๕) วางระเบียบเกี่ยวกับคาตอบแทน คาทดแทน และคาใชจายในการดําเนินการปองกัน และบรรเทา
สาธารณภยั โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๖) ปฏิบัติการอนื่ ใดตามทบี่ ญั ญัตไิ วในพระราชบญั ญตั ินี้หรอื กฎหมายอน่ื หรอื ตามท่ีคณะรัฐมนตรมี อบหมาย
ในการปฏิบัติการตามอํานาจหนาท่ีในวรรคหนึ่ง กปภ.ช. จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือปฏิบัติการอยางหนึ่ง
อยางใดแทนหรือตามที่มอบหมายก็ได ท้ังนี้ ใหนําบทบัญญัติในมาตรา ๑๐ มาใชบังคับกับการประชุมของคณะ
อนกุ รรมการโดยอนุโลม
เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติการตามอํานาจหนาท่ีตามวรรคหน่ึง กปภ.ช. อาจเรียกใหหนวยงานของรัฐ องคกร
ปกครองสวนทอ งถิ่น หรือหนว ยงานของภาคเอกชนทีเ่ กยี่ วขอ งมารวมประชมุ หรือชีแ้ จงหรือใหข อมูลก็ได
มาตรา ๘ ใหกรรมการผทู รงคณุ วุฒิอยูใ นตาํ แหนง คราวละส่ปี 
ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนวาระ หรือในกรณีท่ีคณะรัฐมนตรี แตงตั้งกรรมการผูทรงคุณ
วุฒิเพิ่มข้ึนในระหวางที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงแตงต้ังไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนง
แทน หรือเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึนอยูในตําแหนง เทากับวาระท่ีเหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงไดแตงต้ัง
ไวแลว
เมื่อครบกําหนดตามวาระดังกลาวในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิใหม ใหกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระน้ัน อยูในตําแหนงเพื่อดําเนินงานตอไป จนกวาจะมีการแตงต้ังกรรมการผูทรง
คณุ วุฒิใหม
112

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ ซึ่งพน จากตาํ แหนงตามวาระอาจไดร บั การแตง ตั้งอีกได ท้งั น้ี ไมเกินสองวาระตดิ ตอกนั
มาตรา ๙ นอกจากการพน จากตาํ แหนงตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิพนจากตาํ แหนงเม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยน่ื หนังสือลาออกตอ ประธานกรรมการ
(๓) คณะรฐั มนตรีใหอ อก
(๔) เปนบุคคลลมละลาย
(๕) เปน คนไรค วามสามารถ หรือคนเสมอื นไรค วามสามารถ
(๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๐ การประชุมของ กปภ.ช. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวนกรรมการท้ังหมด
จงึ จะเปน องคป ระชุม
ในการประชุมคราวใด ถาประธานกรรมการไมอยูในที่ประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีได ใหรองประธาน
กรรมการคนที่หนึ่งเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานคนที่หน่ึงไมอยูในท่ีประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได
ใหรองประธานคนที่สองเปนประธานในท่ีประชุม ถาประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทั้งสองไมอยูในท่ีประชุม
หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนประธานในท่ีประชุมสําหรับการประชุม
คราวนน้ั
การวินิจฉัยช้ีขาดของท่ีประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนน
เสียงเทา กัน ใหป ระธานในทป่ี ระชุมออกเสียงเพม่ิ ขนึ้ อีกเสียงหนึง่ เปน เสยี งช้ขี าด
มาตรา ๑๑ ใหกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเปนหนวยงานกลางของรัฐ ในการดําเนินการเกี่ยวกับการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ โดยมีอํานาจหนาที่ ดังตอ ไปนี้
(๑) จดั ทําแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาตเิ สนอ กปภ.ช. เพอ่ื ขออนุมตั ติ อคณะรฐั มนตรี
(๒) จดั ใหมีการศกึ ษาวิจยั เพ่อื หามาตรการในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ใหม ปี ระสิทธภิ าพ
(๓) ปฏิบัติการ ประสานการปฏิบัติ ใหการสนับสนุน และชวยเหลือหนวยงานของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และหนวยงานภาคเอกชน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และใหการสงเคราะหเบื้องตนแกผูประสบภัย ผูไดรับ
ภยนั ตราย หรือผูไดร ับความเสยี หายจากสาธารณภัย
(๔) แนะนํา ใหคําปรึกษา และอบรมเกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแกหนวยงานของรัฐ องคกร
ปกครองสวนทองถน่ิ และหนว ยงานภาคเอกชน
(๕) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดําเนินการตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในแตละ
ระดับ
(๖) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอ่ืนหรือตามที่ผูบัญชาการ นายกรัฐมนตรี
กปภ.ช. หรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย
เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตาม (๑) แลว ใหหนวยงานของรัฐและ
องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ทเี่ กย่ี วของปฏบิ ตั กิ ารใหเปนไปตามแผนดังกลาว
ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตาม (๑) ใหกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
รวมกับหนวยงานของรัฐที่เก่ียวของและตัวแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละประเภทมาปรึกษาหารือและจัดทํา
ท้งั นี้ จะจดั ใหหนว ยงานภาคเอกชนเสนอขอมูลหรอื ความเห็นเพอื่ ประกอบการพจิ ารณาในการจัดทาํ แผนดว ยก็ได

113

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
เพื่อประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ีตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจะจัดใหมีศูนย

ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยข้ึนในบางจังหวัดเพื่อปฏิบัติงานในจังหวัดน้ัน และจังหวัดอื่นที่อยูใกลเคียงกันไดตามความ
จําเปน และจะใหมสี าํ นกั งานปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั ขึน้ เพอื่ กํากบั ดูแลและสนบั สนนุ การปฏบิ ัติการปอ งกัน
และบรรเทาสาธารณภยั ในจังหวดั หรือตามท่ีผอู ํานวยการจงั หวัดมอบหมายดว ยก็ได

มาตรา ๑๒ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตามมาตรา ๑๑ (๑) อยางนอยตองมีสาระสําคัญ
ดังตอ ไปน้ี

(๑) แนวทาง มาตรการ และงบประมาณที่จําเปนตองใชในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยอยางเปนระบบ
และตอเน่ือง

(๒) แนวทางและวิธีการในการใหความชวยเหลือและบรรเทาความเดือดรอนที่เกิดข้ึนเฉพาะหนาและระยะยาว
เมื่อเกิดสาธารณภัย รวมถึงการอพยพประชาชน หนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถิ่น การสงเคราะห
ผูประสบภัย การดูแลเกีย่ วกบั การสาธารณสุข และการแกไขปญหาเก่ียวกับการสือ่ สารและการสาธารณูปโภค

(๓) หนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่รับผิดชอบในการดําเนินการตาม (๑) และ (๒) และ
วธิ กี ารใหไดม าซึง่ งบประมาณเพ่ือการดําเนนิ การดงั กลา ว

(๔) แนวทางในการเตรียมพรอ มดา นบคุ ลากร อปุ กรณ และเคร่อื งมอื เคร่ืองใชแ ละจัดระบบ
การปฏบิ ตั ิการในการดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั รวมถึงการฝก บุคลากรและประชาชน

(๕) แนวทางในการซอ มแซม บูรณะ ฟน ฟู และใหค วามชวยเหลือประชาชนภายหลงั ท่ีสาธารณภยั สน้ิ สุด
การกําหนดเรื่องตามวรรคหนึ่ง จะตองกําหนดใหสอดคลองและครอบคลุมถึงสาธารณภัยตาง ๆ โดยอาจกําหนด
ตามความจําเปนแหงความรุนแรงและความเส่ียงในสาธารณภัยดานนั้น และในกรณีที่มีความจําเปนตองมีการแกไขหรือ
ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือมติของคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวของ ใหระบุไวในแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยแหงชาติดวย
มาตรา ๑๓ ใหรัฐมนตรีเปนผูบัญชาการมีอํานาจควบคุมและกํากับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ท่ัวราชอาณาจักรใหเปนไปตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติและพระราชบัญญัติน้ี ในการน้ี ใหมี
อํานาจบังคับบัญชาและสั่งการผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ เจาพนักงาน และอาสาสมัครได
ท่ัวราชอาณาจกั ร
ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยเปนรองผูบัญชาการมีหนาท่ีชวยเหลือผูบัญชาการในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัย และปฏิบัติหนาที่ตามท่ีผูบัญชาการมอบหมายโดยใหมีอํานาจบังคับบัญชาและสั่งการตามวรรคหนึ่งรองจาก
ผูบญั ชาการ
มาตรา ๑๔ ใหอธิบดีเปนผูอํานวยการกลางมีหนาท่ีปองกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ัวราชอาณาจักร และมี
อํานาจควบคุมและกํากับการปฏิบัติหนาที่ของผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ เจาพนักงาน และ
อาสาสมคั ร ไดทวั่ ราชอาณาจักร
มาตรา ๑๕ ใหผูวาราชการจังหวัดเปนผูอํานวยการจังหวัด รับผิดชอบในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ในเขตจงั หวัด โดยมีอาํ นาจหนา ทดี่ งั ตอไปนี้
(๑) จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ซ่ึงตองสอดคลองกับแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยแหง ชาติ
(๒) กํากบั ดูแลการฝกอบรมอาสาสมคั รขององคกรปกครองสวนทองถนิ่
(๓) กํากบั ดแู ลองคกรปกครองสวนทองถน่ิ ใหจดั ใหม วี ัสดุ อปุ กรณ เคร่อื งมอื เครื่องใช
114

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

ยานพาหนะ และส่ิงอื่น เพื่อใชในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามท่ีกําหนดในแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยจงั หวดั

(๔) ดาํ เนินการใหหนวยงานของรฐั และองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหก ารสงเคราะหเบอ้ื งตนแกผ ูประสบภยั หรือ
ผูไดรับภยันตรายหรือเสียหายจากสาธารณภัยรวมตลอดท้ังการรักษาความสงบเรียบรอยและการปฏิบัติการใด ๆ ในการ
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย

(๕) สนบั สนนุ และใหความชว ยเหลือแกอ งคกรปกครองสวนทองถิน่ ในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามท่ีผูบัญชาการและผูอํานวยการกลางมอบหมาย เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ี
ตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหผูอํานวยการจังหวัดมีอํานาจสั่งการหนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินซึ่งอยูใน
จังหวัด ใหดําเนินการในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และมี
อาํ นาจสงั่ การ ควบคมุ และกํากับดูแลการปฏิบตั ิหนา ทข่ี องเจา พนักงานและอาสาสมัครใหเปน ไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๑๖ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตามมาตรา ๑๕ (๑) อยางนอยตองมีสาระสําคัญ
ตามมาตรา ๑๒ และสาระสําคญั อ่นื ดังตอไปน้ี
(๑) การจัดตั้งศูนยอํานวยการเฉพาะกิจเม่ือเกิดสาธารณภัยข้ึน โครงสรางและผูมีอํานาจส่ังการดานตาง ๆ ใน
การปองกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๒) แผนและขั้นตอนขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน ในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือ เครื่องใช และ
ยานพาหนะ เพื่อใชในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๓) แผนและข้ันตอนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ในการจัดใหมีเครื่องหมายสัญญาณหรือสิ่งอื่นใด ในการ
แจงใหประชาชนไดท ราบถึงการเกดิ หรือจะเกิดสาธารณภยั
(๔) แผนปฏิบัติการในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยขององคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ
(๕) แผนการประสานงานกับองคการสาธารณกุศล
มาตรา ๑๗ ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ัง
คณะกรรมการขึน้ คณะหน่ึง ประกอบดว ย
(๑) ผูวา ราชการจงั หวดั เปน ประธานกรรมการ
(๒) รองผวู า ราชการจงั หวดั ซึง่ ผวู า ราชการจงั หวัดมอบหมาย เปนรองประธานกรรมการ
(๓) ผบู ญั ชาการมณฑลทหารบกหรอื ผบู ังคับการจงั หวัดทหารบกหรือผแู ทนเปน รองประธานกรรมการ
(๔) นายกองคก ารบริหารสวนจงั หวัด เปน รองประธานกรรมการ
(๕) กรรมการอ่ืน ประกอบดว ย

(ก) ผแู ทนหนวยงานของรัฐทป่ี ระจาํ อยูในพ้ืนทจ่ี ังหวัดตามจาํ นวนทีผ่ วู าราชการจงั หวัดเห็นสมควรแตงตงั้
(ข) ผูแทนองคกรปกครองสวนทอ งถ่ินแหงพน้ื ท่จี าํ นวนเจด็ คน ซ่ึงประกอบดวยผแู ทนเทศบาลจํานวนสองคน
และผแู ทนองคการบริหารสว นตาํ บลจาํ นวนหาคน
(ค) ผแู ทนองคก ารสาธารณกศุ ลในจังหวัดตามจํา นวนทผ่ี ูวาราชการจังหวัดเหน็ สมควรแตงตั้ง
(๖) หัวหนาสํานักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือผูแทนกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
เปน กรรมการและเลขานุการ
ในกรณีที่จังหวัดใดเปนท่ีต้ังของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ใหพิจารณาแตงตั้งผูบริหารของสถาบันการ
ศึกษาน้นั เปนที่ปรกึ ษาหรอื กรรมการตามจํานวนท่ผี วู า ราชการจงั หวัดเหน็ สมควร
ใหคณะกรรมการตามวรรคหน่ึงมีหนาที่จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เสนอผูวาราชการ
จงั หวัดเพือ่ ประกาศใชต อไป

115

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

การปฏิบตั ิหนา ทีแ่ ละการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามทีผ่ ูวาราชการจังหวดั กําหนด
ในกรณีท่ีกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเห็นวาแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดไมสอดคลอง
กับแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ ใหแจงใหผูวาราชการจังหวัดทราบเพ่ือดําเนินการแกไขใหแลวเสร็จ
ภายในสามสิบวนั นบั แตวันทไี่ ดร ับแจง
มาตรา ๑๘ ใหน ายกองคก ารบรหิ ารสวนจงั หวัดเปน รองผอู าํ นวยการจังหวดั มหี นาท่ีชวยเหลือผอู ํานวยการจงั หวัด
ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั และปฏิบัตหิ นา ที่อน่ื ตามทผ่ี ูอํานวยการจังหวดั มอบหมาย
มาตรา ๑๙ ใหนายอําเภอเปนผูอํานวยการอําเภอ รับผิดชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั ในเขตอาํ เภอของตน และมีหนา ที่ชว ยเหลือผอู ํานวยการจังหวดั ตามที่ไดร ับมอบหมาย
ในการปฏิบตั ิหนาที่ของผูอ ํานวยการอําเภอตามวรรคหนึง่ ใหผ อู าํ นวยการอําเภอ มีอํานาจสง่ั การหนวยงานของรัฐ
และองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีเกี่ยวของซ่ึงอยูในเขตอําเภอใหดําเนินการในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และมีอํานาจสั่งการควบคุม และกํากับดูแลการปฏิบัติหนาที่ของ
เจา พนักงานและอาสาสมคั รใหเ ปน ไปตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๐ ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนที่มีหนาท่ีปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตทองถ่ินของตน
โดยมีผูบริหารทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่นั้นเปนผูรับผิดชอบในฐานะผูอํานวยการทองถิ่น และ
มหี นา ท่ชี วยเหลอื ผูอํานวยการจงั หวดั และผูอํานวยการอําเภอตามทไ่ี ดรับมอบหมาย
ในการปฏิบัติหนาที่ของผูอํานวยการทองถ่ินตามวรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการทองถ่ินมีอํานาจสั่งการควบคุม และ
กาํ กับดแู ลการปฏิบตั ิหนาทข่ี องเจาพนักงานและอาสาสมคั รใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ใหปลัดองคกรปกครองสวนทองถ่ินขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนท่ีน้ันเปนผูชวยผูอํานวยการทองถ่ิน
รับผิดชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตทองถิ่นของตนและมีหนาที่ชวยเหลือผูอํานวยการ
ทอ งถ่นิ ตามท่ีไดร บั มอบหมาย

หมวด ๒

การปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย

มาตรา ๒๑ เมื่อเกิดหรือคาดวาจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในเขตขององคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพื้นท่ีใด
ใหผูอํานวยการทองถ่ินขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่นั้น มีหนาท่ีเขาดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยเร็ว และแจง ใหผอู ํานวยการอําเภอทร่ี ับผดิ ชอบในเขตพนื้ ที่น้ันและผูอํานวยการจงั หวดั ทราบทนั ที

ในการปฏบิ ัตหิ นา ท่ีตามวรรคหน่งึ ใหผ อู ํานวยการทองถิ่นมีอาํ นาจหนา ที่ ดงั ตอไปนี้
(๑) สั่งขาราชการฝายพลเรือน พนักงานสวนทองถ่ิน เจาหนาท่ีของหนวยงานของรัฐ เจาพนักงาน อาสาสมัคร
และบุคคลใด ๆ ในเขตองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นท่ีที่เกิดสาธารณภัย ใหปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดตามความ
จาํ เปน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๒) ใชอ าคาร สถานที่ วสั ดุ อปุ กรณ เครื่องมือเครือ่ งใช และยานพาหนะของหนวยงานของรัฐและเอกชนท่ีอยูใ น
เขตองคก รปกครองสว นทอ งถิน่ แหงพ้ืนที่ทเี่ กดิ สาธารณภัยเทา ท่จี ําเปนเพ่ือการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๓) ใชเครื่องมือส่ือสารของหนวยงานของรัฐหรือเอกชนทุกระบบท่ีอยูในเขตองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนที่
ที่เกิดสาธารณภยั หรอื ทองท่ีที่เกี่ยวเนอื่ ง
(๔) ขอความชวยเหลือจากองคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ อื่นในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(๕) สั่งหา มเขา หรือใหออกจากพืน้ ท่ี อาคารหรือสถานท่ที ีก่ าํ หนด
116

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

(๖) จดั ใหม ีการสงเคราะหผปู ระสบภยั โดยทว่ั ถงึ และรวดเร็ว
มาตรา ๒๒ เม่ือมีกรณีตามมาตรา ๒๑ เกิดขึ้น ใหผูอํานวยการอําเภอ และผูอํานวยการจังหวัดมีอํานาจหนาที่
เชนเดียวกับผูอํานวยการทองถ่ิน โดยในกรณีผูอํานวยการอําเภอ ใหส่ังการได สําหรับในเขตอําเภอของตน และในกรณี
ผอู าํ นวยการจงั หวดั ใหสงั่ การไดสาํ หรับในเขตจังหวัด แลว แตก รณี
ในกรณีที่ผูอาํ นวยการทองถิ่นมคี วามจาํ เปน ตองไดร บั ความชวยเหลอื จากเจาหนาที่ของรัฐหรือ หนว ยงานของรฐั ที่
อยูนอกเขตขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่ของตน ใหแจงใหผูอํานวยการอําเภอหรือผูอํานวยการจังหวัด แลวแต
กรณี เพือ่ สั่งการโดยเรว็ ตอ ไป
ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยใด ผูอํานวยการจังหวัดจะส่ังการใหหนวยงาน
ของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน เจาหนาที่ของรัฐ หรือบุคคลใดกระทําหรืองดเวนการกระทําใดท่ีมีผลกระทบตอการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยน้ันก็ได คําส่ังดังกลาวใหมีผลบังคับเปนระยะเวลาตามท่ีกําหนดในคําส่ัง แตตองไมเกิน
ยี่สิบส่ีช่ัวโมง ในกรณีท่ีมีความจําเปนตองใหคําส่ังดังกลาวมีผลบังคับเกินย่ีสิบสี่ช่ัวโมง ใหเปนอํานาจของผูบัญชาการที่จะ
สัง่ การไดตามความจําเปน แตต องไมเ กินเจ็ดวนั
ในกรณีท่ีพ้ืนที่ที่เกิดหรือจะเกิดสาธารณภัยตามวรรคหนึ่งอยูในความรับผิดชอบของผูอํานวยการทองถิ่นหลายคน
ผอู ํานวยการทองถ่ินคนหน่งึ คนใด จะใชอ ํานาจหรือปฏิบัติหนาท่ตี ามมาตรา ๒๑ ไปพลางกอนกไ็ ด แลวใหแ จง ผูอ ํานวยการ
ทองถน่ิ อืน่ ทราบโดยเรว็
มาตรา ๒๓ เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตพื้นที่ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่ใด ใหเปนหนาที่ของผูอํา
นวยการทองถิ่นซึ่งมีพื้นที่ติดตอหรือใกลเคียงกับองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่นั้น ท่ีจะสนับสนุนการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั ท่ีเกิดขึน้
มาตรา ๒๔ เมื่อเกิดสาธารณภัย ใหเปนหนาที่ของเจาพนักงานที่ประสบเหตุตองเขาดําเนินการเบื้องตนเพื่อระงับ
สาธารณภัยนั้น แลวรีบรายงานใหผูอํานวยการทองถ่ินที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นเพื่อสั่งการตอไป และในกรณีจําเปน
อันไมอาจหลีกเลี่ยงได ใหเจาพนักงานมีอํานาจดําเนินการใด ๆ เพ่ือคุมครองชีวิตหรือปองกันภยันตรายที่จะเกิดแก
บคุ คลได
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยและภยันตรายจากสาธารณภัยนั้นใกลจะถึง ผูอํานวยการมีอํานาจสั่งให
เจาพนักงานดัดแปลง ทําลาย หรือเคลื่อนยายส่ิงกอสราง วัสดุ หรือทรัพยสินของบุคคลใดที่เปนอุปสรรคแกการบําบัด
ปดปองภยันตรายได ทง้ั น้ี เฉพาะเทา ทจ่ี ําเปน แกการยับย้งั หรือแกไ ขความเสยี หายทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จากสาธารณภยั นั้น
ความในวรรคหน่ึงใหใ ชบงั คับกบั กรณมี ีความจําเปนตองดําเนินการเพ่อื ปอ งกันภัยตอสวนรวมดว ยโดยอนโุ ลม
ในกรณีท่ีการดัดแปลง ทําลาย หรือเคล่ือนยายสิ่งกอสราง วัสดุ หรือทรัพยสินจะมีผลทําใหเกิดสาธารณภัยขึ้น
ในเขตพ้ืนท่ีอื่นหรือกอใหเกิดความเสียหายเพ่ิมข้ึนแกเขตพ้ืนที่อื่น ผูอํานวยการทองถิ่น จะใชอํานาจตามวรรคหนึ่งหรือ
วรรคสองมไิ ด เวนแตจ ะไดร บั ความเหน็ ชอบจากผอู ํานวยการจงั หวดั
มาตรา ๒๖ เม่ือมีกรณีที่เจาพนักงานจําเปนตองเขาไปในอาคารหรือสถานท่ีท่ีอยูใกลเคียงกับพื้นท่ีท่ีเกิดสาธารณภัย
เพ่ือทําการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใหกระทําไดเมื่อไดรับอนุญาตจากเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสถานท่ี
แลว เวนแตไมมีเจาของหรือผูครอบครองอยูในเวลาน้ัน หรือเม่ืออยูภายใตการควบคุมของผูอํานวยการ ก็ใหกระทําไดแม
เจาของหรอื ผูค รอบครองจะไมไดอนุญาต
ในกรณีท่ีทรัพยสินที่อยูในอาคารหรือสถานท่ีตามวรรคหนึ่ง เปนสิ่งที่ทําใหเกิดสาธารณภัยไดงาย ใหเจาพนักงาน
มอี าํ นาจสงั่ ใหเ จาของหรือผูค รอบครองขนยายทรัพยสินนนั้ ออกจากอาคารหรอื สถานท่ดี ังกลา วได
ในกรณีที่เจาของหรือผูครอบครองไมปฏิบัติตามคําส่ังของเจาพนักงานตามวรรคสอง ใหเจาพนักงานมีอํานาจ
ขนยายทรัพยสินน้ันไดตามความจําเปนแกการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเจาพนักงานไมตองรับผิดชอบบรรดา

117

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘πË °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ความเสียหายอันเกดิ จากการกระทําดงั กลาว

มาตรา ๒๗ ในการบรรเทาสาธารณภัย ผูอํานวยการและเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการมี
อํานาจหนาท่ีดําเนนิ การดงั ตอ ไปนี้

(๑) จัดใหมีสถานท่ีช่ัวคราวเพื่อใหผูประสบภัยอยูอาศัยหรือรับการปฐมพยาบาล และการรักษาทรัพยสินของ
ผูประสบภยั

(๒) จัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในพื้นท่ีท่ีเกิดสาธารณภัยและพื้นท่ีใกลเคียงเพ่ือประโยชนในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย

(๓) ปด ก้ันมิใหผ ูไมมสี วนเก่ียวขอ งเขา ไปในพน้ื ที่ทเี่ กิดสาธารณภัยและพ้ืนทใ่ี กลเคยี ง
(๔) จัดใหม ีการรักษาความสงบเรยี บรอ ยและปองกันเหตโุ จรผูรา ย
(๕) ชวยเหลือผูประสบภัย และชวยขนยายทรัพยสินในพ้ืนที่ที่เกิดสาธารณภัยและพื้นที่ใกลเคียง เม่ือเจาของ
หรือผคู รอบครองทรพั ยส นิ รองขอ
ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการจะจัดใหมีเคร่ืองหมายหรืออาณัติสัญญาณ
เพ่ือใชในการกาํ หนดสถานที่หรอื การดาํ เนนิ การใดตามวรรคหนง่ึ ก็ได
ในการดําเนินการตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานจะดําเนินการเอง หรือมอบหมายให
พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจในพื้นท่ีเปนผูดําเนินการ หรือชวยดําเนินการก็ได และในกรณีตาม (๕) จะมอบหมายให
องคก ารสาธารณกุศลเปนผูด าํ เนนิ การหรือชว ยดําเนนิ การดว ยกไ็ ด
มาตรา ๒๘ เม่ือเกิดหรือใกลจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพ้ืนท่ีใด และการที่ผูใดอยูอาศัยในพ้ืนที่น้ันจะกอใหเกิด
ภยันตรายหรือกีดขวางตอการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงาน ใหผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ และ
เจาพนักงานซ่ึงไดรับมอบหมายมีอํานาจส่ังอพยพผูซ่ึงอยูในพ้ืนท่ีนั้น ออกไปจากพื้นท่ีดังกลาว ทั้งน้ี เฉพาะเทาที่จําเปนแก
การปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
มาตรา ๒๙ เมอ่ื เกดิ หรอื ใกลจ ะเกดิ สาธารณภยั ขึ้นในพ้ืนท่ใี ดและการอยอู าศัยหรอื ดําเนินกจิ การใด ๆ ในพนื้ ทนี่ นั้
จะเปนอันตรายอยางรายแรง ผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการกลาง ผูอํานวยการจังหวัด ผูอํานวยการอําเภอ
และผูอํานวยการทองถิ่นโดยความเห็นชอบของผูอํานวยการอําเภอ จะประกาศหามมิใหบุคคลใด ๆ เขาไปอยูอาศัยหรือ
ดําเนินกิจการใดในพ้ืนที่ดังกลาวก็ได ประกาศดังกลาวใหกําหนดระยะเวลาการหามและเขตพ้ืนที่ที่หามตามที่จําเปน
ไวดวย
มาตรา ๓๐ ใหผูอํานวยการในเขตพ้ืนที่ท่ีรับผิดชอบสํารวจความเสียหายจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้นและทําบัญชี
รายช่ือผูประสบภัยและทรัพยสินท่ีเสียหายไวเปนหลักฐาน พรอมท้ังออกหนังสือรับรองใหผูประสบภัยไวเปนหลักฐาน
ในการรบั การสงเคราะหและฟนฟู
หนังสือรับรองตามวรรคหนึ่งตองมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสงเคราะหและการฟนฟูท่ีผูประสบภัยมีสิทธิไดรับจาก
ทางราชการ พรอมทั้งระบุหนวยงานท่ีเปนผูใหการสงเคราะหหรือฟนฟู และสถานท่ีติดตอของหนวยงานนั้นไวดวย ทั้งนี้
ตามแบบทอี่ ธิบดีกาํ หนด
บรรดาเอกสารราชการของผูประสบภัยที่สูญหายหรือเสียหายเน่ืองจากสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึน เม่ือผูประสบภัย
รองขอตอองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนท่ีท่ีเกิดสาธารณภัย หรือที่เปนภูมิลําเนาของผูประสบภัย ใหเปนหนาที่ของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่นั้นแจงใหหนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีเกี่ยวของทราบ และให
หนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่เก่ียวของออกเอกสารทางราชการดังกลาวใหใหมตามหลักฐานที่อยูใน
ความครอบครองของตน สงมอบใหแกผูประสบภัยหรือสงมอบผานทางองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นท่ีท่ีเปนผูแจง
118

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

ทัง้ นี้ โดยผูประสบภัยไมต องเสยี คาธรรมเนยี มหรือคาบรกิ าร แมว าตามกฎหมายท่เี ก่ียวกับการออกเอกสารราชการดงั กลาว
จะกาํ หนดใหตองเสยี คาธรรมเนียมหรอื คาบรกิ ารกต็ าม

ในกรณีทผ่ี ปู ระสบภยั หรอื เจาของหรอื ผูครอบครองทรัพยส ินรอ งขอหลกั ฐานเพ่ือรบั การสงเคราะหหรอื บรกิ ารอน่ื ใด
ใหผ ูอ าํ นวยการในเขตพนื้ ท่ที ร่ี บั ผิดชอบ ออกหนงั สือรับรองใหต ามระเบียบทกี่ ระทรวงมหาดไทยกาํ หนด

มาตรา ๓๑ ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยรายแรงอยางย่ิง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี
มอบหมายมีอํานาจสั่งการผูบัญชาการ ผูอํานวยการ หนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถ่ินใหดําเนินการ
อยางหน่ึงอยางใดเพ่ือปองกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมตลอดท้ังใหความชวยเหลือแกประชาชนในพื้นท่ีท่ีกําหนดก็ได
โดยใหม ีอาํ นาจเชน เดยี วกับผูบญั ชาการตามมาตรา ๑๓ และผอู ํานวยการตามมาตรา ๒๑ และมีอาํ นาจกาํ กบั และควบคุม
การปฏิบัติหนาที่ของผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ และเจาพนักงาน
ในการดําเนินการตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ดว ย

เจาหนาที่ของรัฐผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหน่ึง ใหถือวา
เปนการปฏบิ ัติหนา ทีโ่ ดยไมชอบหรือเปนความผดิ วินยั อยา งรายแรง แลวแตกรณี

หมวด ๓

การปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยในเขตกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๓๒ ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานครเปนผูอํานวยการกรุงเทพมหานครรับผิดชอบในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยในเขตกรุงเทพมหานคร และมอี าํ นาจหนาท่ี ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งตองสอดคลองกับแผนการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ

(๒) กํากับดูแลการฝกอบรมอาสาสมัครของกรงุ เทพมหานคร
(๓) จัดใหมีวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือเครื่องใช ยานพาหนะ และสิ่งอื่น เพ่ือใชในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั ตามทกี่ าํ หนดในแผนการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กรงุ เทพมหานคร
(๔) ดําเนินการใหการสงเคราะหเบื้องตนแกผูประสบภัย หรือผูไดรับภยันตราย หรือเสียหายจากสาธารณภัย
รวมตลอดทง้ั การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และการปฏบิ ัติการใด ๆ ในการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๕) สนับสนุนและใหความชวยเหลือแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินซ่ึงมีพ้ืนท่ีติดตอหรือใกลเคียงในการปองกัน
และบรรเทาสาธารณภยั
(๖) ปฏิบตั หิ นาทอี่ ื่นตามที่ผบู ญั ชาการและผอู าํ นวยการกลางมอบหมาย
เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาที่ตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร มีอํานาจสั่งการ
สวนราชการและหนวยงานของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งประสานกับหนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถิ่น
ท่ีเก่ียวของในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อใหเปนไปตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
กรุงเทพมหานคร และมีอํานาจสั่งการ ควบคุม และกํากับดูแลการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงานและอาสาสมัครของ
กรงุ เทพมหานครใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๓๓ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๓๒ (๑) อยางนอยตองมีสาระ
สําคญั ตามมาตรา ๑๒ และสาระสําคญั อน่ื ดงั ตอ ไปนี้
(๑) การจัดตั้งศูนยอํานวยการเฉพาะกิจเมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้น โครงสรางและผูมีอํานาจสั่งการดานตาง ๆ ใน
การปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั

119

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
(๒) แผนและขั้นตอนในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือเคร่ืองใช และยานพาหนะเพื่อใชในการปองกันและ

บรรเทาสาธารณภยั
(๓) แผนและข้ันตอนในการจัดใหมีเครื่องหมายสัญญาณ หรือส่ิงอ่ืนใด ในการแจงใหประชาชนไดทราบถึงการ

เกดิ หรอื จะเกิดสาธารณภัย
(๔) แผนปฏบิ ตั กิ ารในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตกรงุ เทพมหานคร
(๕) แผนการประสานงานกับองคการสาธารณกุศลในเขตกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๓๔ ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานคร

แตง ตัง้ คณะกรรมการขนึ้ คณะหนงึ่ ประกอบดว ย
(๑) ผูวา ราชการกรุงเทพมหานคร เปน ประธานกรรมการ
(๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร เปน รองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการอนื่ ประกอบดว ย
(ก) ผูแทนสวนราชการหรือหนวยงานของกรุงเทพมหานครตามจํานวนที่ผูวาราชการกรุงเทพมหานครเห็น

สมควรแตงตัง้
(ข) ผูแ ทนกรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(ค) ผูแทนองคการสาธารณกุศลในเขตกรุงเทพมหานครตามจํานวนท่ีผูวาราชการกรุงเทพมหานครเห็น

สมควรแตงตัง้
(ง) ผูแทนชมุ ชนในเขตกรงุ เทพมหานครตามจาํ นวนท่ีผูวาราชการกรุงเทพมหานครเหน็ สมควรแตงต้งั

ใหแตงต้ังผูแทนกระทรวงกลาโหมและผูแทนสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปนท่ีปรึกษา หรือกรรมการ
ตามจาํ นวนทผ่ี ูวาราชการกรุงเทพมหานครเหน็ สมควรแตงตง้ั

ใหคณะกรรมการตามวรรคหน่ึงมีหนาที่จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานครเสนอผูวา
ราชการกรุงเทพมหานครเพือ่ ประกาศใชตอ ไป

การปฏิบัติหนาที่และการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามที่ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร
กําหนด

มาตรา ๓๕ ใหปลัดกรุงเทพมหานครเปนรองผูอํานวยการกรุงเทพมหานครมีหนาท่ีชวยเหลือผูอํานวยการ
กรุงเทพมหานครในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามที่ผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มอบหมาย และใหนําความในวรรคสองของมาตรา ๓๒ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของรองผูอํานวยการ
กรุงเทพมหานครดว ยโดยอนุโลม

ความรับผิดชอบ และอํานาจหนาท่ีของปลัดกรุงเทพมหานครในฐานะรองผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตาม
วรรคหนึง่ ปลดั กรุงเทพมหานครจะมอบหมายใหร องปลัดกรงุ เทพมหานคร เปน ผูชวยปฏิบัตดิ ว ยกไ็ ด

มาตรา ๓๖ ใหผูอํานวยการเขตในแตละเขตของกรุงเทพมหานคร เปนผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครรับผิด
ชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตของตน และมีหนาท่ีชวยเหลือผูอํานวยการกรุงเทพ
มหานครตามท่ีไดร ับมอบหมาย

ในการปฏิบัติหนาท่ีของผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตามวรรคหน่ึง ใหผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มีอํานาจสั่งการสวนราชการและหนวยงานของกรุงเทพมหานครท่ีอยูในเขตพื้นท่ีใหชวยเหลือหรือรวมมือในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั ตามแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยกรงุ เทพมหานคร และมีอาํ นาจสง่ั การ ควบคมุ และกํากบั
ดแู ลการปฏิบตั ิหนาทข่ี องเจา พนักงานและอาสาสมคั รของกรุงเทพมหานครใหเ ปนไปตามพระราชบัญญตั ินี้
120

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

ความรับผิดชอบ และอํานาจหนาที่ของผูอํานวยการเขตในฐานะผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตาม
วรรคหนง่ึ และวรรคสอง ผอู ํานวยการเขตจะมอบหมายใหผ ชู วยผูอํานวยการเขตเปนผูชวยปฏิบัตดิ วยก็ได

มาตรา ๓๗ เม่ือเกิดหรือคาดวาจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในเขตกรุงเทพมหานคร ใหผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มีหนาที่เขาดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และแจงใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานครและรอง
ผอู าํ นวยการกรงุ เทพมหานครทราบทันที

ใหนําความในมาตรา ๒๑ วรรคสอง มาตรา ๒๒ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖
มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใชบังคับกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขต
กรุงเทพมหานครดว ยโดยอนโุ ลม

มาตรา ๓๘ ในกรณีท่ีมีความจําเปนที่จะตองไดรับความชวยเหลือจากเจาหนาที่ของรัฐผูใด หรือหนวยงานของรัฐ
ใดในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ท่ีเกดิ ขน้ึ ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานครแจง ใหเ จาหนา ที่
ของรัฐผูน้ันหรือหนวยงานของรัฐน้ันทราบ และเมื่อเจาหนาที่ของรัฐผูนั้นหรือหนวยงานของรัฐนั้น แลวแตกรณี ไดรับแจง
แลว ใหเปนหนาท่ีที่จะตองดําเนินการใหความชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดข้ึนในเขตกรุงเทพมหา
นครตามที่ไดรบั แจง โดยเรว็

หมวด ๔

เจา พนักงานและอาสาสมัคร

มาตรา ๓๙ ใหผอู าํ นวยการมีอาํ นาจแตง ต้งั เจาพนักงานเพื่อปฏิบตั ิหนา ที่ดังตอไปน้ี
(๑) ผูอาํ นวยการกลาง มอี ํานาจแตง ต้ังเจาพนกั งานใหป ฏบิ ัตหิ นา ทีไ่ ดทัว่ ราชอาณาจักร
(๒) ผอู ํานวยการจังหวดั มีอํานาจแตงต้ังเจาพนักงานใหปฏบิ ัตหิ นาทไี่ ดในเขตจังหวดั
(๓) ผูอาํ นวยการอาํ เภอ มอี าํ นาจแตงตงั้ เจาพนักงานใหปฏิบตั หิ นา ท่ีไดใ นเขตอําเภอ
(๔) ผูอาํ นวยการทอ งถน่ิ มอี ํานาจแตงต้ังเจาพนกั งานใหปฏบิ ตั หิ นา ท่ีไดใ นเขตองคก ร
ปกครองสว นทอ งถิน่ แหงพ้ืนท่ี
(๕) ผูอาํ นวยการกรุงเทพมหานคร มอี ํานาจแตง ต้ังเจา พนกั งานใหปฏิบัติหนา ท่ีไดใ นเขตกรงุ เทพมหานคร
หลกั เกณฑการแตงตั้งและการปฏิบตั หิ นาท่ขี องเจาพนกั งานใหเ ปนไปตามระเบยี บที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีผูอํานวยการหรือเจาพนักงานพบเห็นวาอาคารหรือสถานท่ีใดมีสภาพท่ีอาจกอใหเกิด
สาธารณภัยไดโดยงายหรือมีวัสดุหรือสิ่งของใดในอาคารหรือสถานท่ีใดท่ีอาจกอใหเกิดสาธารณภัยได ใหแจงพนักงาน
เจา หนา ท่ีตามกฎหมายวาดว ยการนนั้ ทราบเพื่อตรวจสอบตามอํานาจหนา ทตี่ อไป
มาตรา ๔๑ ใหผ อู ํานวยการจัดใหม ีอาสาสมคั รในพ้นื ทท่ี ร่ี บั ผดิ ชอบ เพอื่ ปฏบิ ัติหนาท่ดี งั ตอไปน้ี
(๑) ใหความชว ยเหลอื เจาพนักงานในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๒) ปฏบิ ตั ิหนา ทีอ่ ่นื ตามทผี่ ูอาํ นวยการมอบหมายและตามระเบียบท่กี ระทรวงมหาดไทยกําหนด
การบริหารและกํากับดูแลอาสาสมัคร การคัดเลือก การฝกอบรม สิทธิ หนาที่และวินัยของอาสาสมัคร ใหเปนไป
ตามระเบยี บท่ีกระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่องคการสาธารณกุศลหรือบุคคลใดเขามาชวยเหลือการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงาน
ในระหวางเกิดสาธารณภัย ใหผูอํานวยการหรือเจาพนักงานที่ไดรับมอบหมายมีอํานาจมอบหมายภารกิจหรือจัดสถานที่ให
องคก ารสาธารณกุศลและบุคคลดงั กลา วในการใหความชวยเหลอื ไดต ามท่ีเห็นสมควร

121

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
เพ่ือใหการชวยเหลือหรือบรรเทาสาธารณภัยเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ใหผูอํานวยการแจงใหองคการสาธารณ

กศุ ลและบุคคล ทม่ี ีวัตถุประสงคในการใหความชว ยเหลือผูประสบภยั ทอี่ ยูในพน้ื ทท่ี ีร่ บั ผดิ ชอบ ทราบถึงแนวทางการปฏิบตั ิ
ตามแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั
หรอื แผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยกรงุ เทพมหานคร และวิธีการประสานงานในการปฏิบัตหิ นา ท่ี

หมวด ๕

เบด็ เตล็ด

มาตรา ๔๓ ใหผูบญั ชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอ าํ นวยการ รองผูอํานวยการ ผชู วยผูอํานวยการ และเจาพนกั งาน
ซึ่งปฏิบัติการตามหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัตินี้ เปนเจาพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา และในการปฏิบัติการตามหนาท่ีดังกลาว หากไดดําเนินการไปตามอํานาจหนาท่ี และไดกระทําไป
พอสมควรแกเหตแุ ละมิไดประมาทเลินเลออยางรา ยแรง ใหผ กู ระทําการนน้ั พน จากความผิดและความรบั ผดิ ทง้ั ปวง

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง หากเกิดความเสียหายแกทรัพยสินของผูใดซึ่งมิใชเปนผูไดรับประโยชนจากการ
บําบัดภยันตรายจากสาธารณภัยนั้น ใหทางราชการชดเชยความเสียหายท่ีเกิดขึ้นใหแกผูน้ันตามหลักเกณฑและวิธีการ
ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๔ ในกรณีท่ีขอเท็จจริงเก่ียวกับสาธารณภัยหรือการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ไดกําหนดไวใน
แผนตาง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เปล่ียนแปลงไปหรือแผนดังกลาวไดใชมาครบหาปแลว ใหเปนหนาท่ีของผูซ่ึงรับผิดชอบ
ในการจัดทาํ แผน ปรับปรุง หรอื ทบทวนแผน ทีอ่ ยใู นความรับผดิ ชอบของตนโดยเร็ว

มาตรา ๔๕ ใหมีเครื่องแบบ เครื่องหมาย และบัตรประจําตัว สําหรับเจาพนักงานและอาสาสมัครเพ่ือแสดงตัว
ขณะปฏบิ ัติหนา ทใี่ นการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย

เครื่องแบบ เครอื่ งหมาย และบตั รประจําตวั ตามวรรคหน่งึ ใหเ ปนไปตามแบบท่กี ระทรวงมหาดไทยกําหนด
ในกรณีที่ผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ หรือผูชวยผูอํานวยการประสงคจะแตงเครื่องแบบ ก็ให
กระทําไดตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๖ การดาํ เนินการตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ หรือ มาตรา ๒๙ ภายในเขตทหาร
หรือท่ีเกี่ยวกับกิจการ เจาหนาที่ หรือทรัพยสินในราชการทหารใหเปนไปตามความตกลงเปนหนังสือรวมกันระหวาง
ผูอาํ นวยการจงั หวดั หรอื ผอู าํ นวยการกรงุ เทพมหานคร และผูบังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้ืนทท่ี เ่ี กี่ยวขอ ง เวน แตเ ปนกรณี
การส่งั การของนายกรัฐมนตรี หรอื รองนายกรฐั มนตรี ตามมาตรา ๓๑
มาตรา ๔๗ บรรดาคาปรับตามพระราชบัญญัติน้ีใหเปนรายไดของทองถ่ิน เพื่อนําไปใชจายเกี่ยวกับการปองกัน
และบรรเทาสาธารณภัยของทองถน่ิ น้นั
มาตรา ๔๘ หามมิใหบุคคลที่ปฏิบัติหนาที่ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย นําเอาความลับ ซึ่งตนไดมา
ในฐานะนั้น ๆ ไปใชเ พ่อื ประโยชนสว นตวั หรอื เปดเผยความลับนั้นแกผูอืน่ โดยไมม อี าํ นาจโดยชอบดว ยกฎหมายในประการ
ที่นา จะเกิดความเสยี หายแกผูหนึ่งผูใ ด หรือแกการประกอบอาชีพของผูนน้ั

122

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

หมวด ๖

บทกาํ หนดโทษ

มาตรา ๔๙ ผใู ดไมปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ หรือขดั ขวางการปฏบิ ัตหิ นา ที่ของผูอํานวยการตามมาตรา ๒๑ ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเกนิ สามเดือน หรอื ปรบั ไมเ กินหกพนั บาท หรือท้ังจาํ ทัง้ ปรับ

มาตรา ๕๐ ผูใดขัดขวางการดําเนินการของเจาพนักงานตามมาตรา ๒๔ หรือการปฏิบัติตามคําสั่งของผูอํานวยการ
ตามมาตรา ๒๕ หรอื ขัดขวางการปฏบิ ตั ิหนา ทข่ี องเจา พนกั งานตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ ป
หรอื ปรับไมเกินสองหมืน่ บาท หรือทัง้ จาํ ทั้งปรบั

มาตรา ๕๑ ผูใดเขาไปในพนื้ ทที่ ป่ี ด กนั้ ตามมาตรา ๒๗ (๓) โดยไมมีอาํ นาจหนาทต่ี ามกฎหมายหรือตามคําสั่งของ
ผูอาํ นวยการ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินสามเดอื น หรอื ปรับไมเกนิ หกพันบาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรับ

ในกรณีที่ผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสถานที่ท่ีอยูในพื้นท่ีท่ีปดก้ัน
ตามมาตรา ๒๗ (๓) ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ จะเรียกบุคคลดังกลาวมาตักเตือน
แทนการดําเนินคดีกไ็ ด

มาตรา ๕๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งอพยพบุคคลออกจากพ้ืนที่ตามมาตรา ๒๘ ถาคําสั่งอพยพนั้น
เพื่อเปนการปองกันการกีดขวางการปฏิบัติหนาที่ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือฝาฝนคําส่ังตามมาตรา ๒๙
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินหนงึ่ เดือน หรือปรับไมเกนิ สองพันบาท หรือท้งั จําท้ังปรบั

มาตรา ๕๓ ในขณะเกดิ สาธารณภยั ผูใดแตงเครอ่ื งแบบหรือประดับเคร่อื งหมายของอาสาสมัครหรือขององคการ
สาธารณกุศล และเขาไปในพ้ืนที่ที่เกิดสาธารณภัย โดยมิไดเปนอาสาสมัครหรือสมาชิกองคการสาธารณกุศลดังกลาว
เพื่อใหบุคคลอ่ืนเชื่อวาตนเปนบุคคลดังกลาว ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหกพันบาท หรือทั้งจํา
ท้ังปรบั

มาตรา ๕๔ ผูใดเร่ียไรหรือหาประโยชนอ่ืนใดสําหรับตนเองหรือผูอ่ืนโดยมิชอบโดยแสดงตนวาเปนอาสาสมัคร
เจาพนักงานหรือผูดํารงตําแหนงอื่นใดในหนวยงานที่เกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือใชชื่อของหนวยงาน
ที่เก่ียวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในการดําเนินการดังกลาว ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกิน
สองหมนื่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ

มาตรา ๕๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินสองพันบาท หรือทั้งจํา
ทั้งปรับ

123

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๖ ใหหนวยงานหรือบุคคลที่มีหนาท่ีจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติ
นี้ ดําเนินการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติน้ีใหแลวเสร็จภายในสองปนับแตวันท่ี
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ การดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในระหวางที่ยังจัดทําแผนดังกลาวไมแลวเสร็จ
ใหเปน ไปตามแผนทเ่ี ก่ยี วของท่ีใชบังคบั อยใู นวันกอนวันที่พระราชบัญญตั นิ ใ้ี ชบงั คบั

มาตรา ๕๗ ใหบรรดาศูนยปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปนศูนย
ปองกันและบรรเทาสาธารณภยั ทจ่ี ัดตง้ั ขึน้ ตามมาตรา ๑๑ วรรคสี่แหง พระราชบัญญัตนิ ี้

มาตรา ๕๘ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติปองกันภัย
ฝายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติปองกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่ึงใชบังคับอยูในวันท่ี
พระราชบญั ญตั นิ ี้ใชบ ังคบั ใหยังใชบงั คับไดตอ ไปเทาที่ไมข ัดหรอื แยง กบั บทบญั ญตั ิแหงพระราชบญั ญัตนิ ้ี

ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สรุ ยทุ ธ จลุ านนท
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดจัดตั้งกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยข้ึนเปนสวนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย
มีภารกิจหลักในการดําเนินการปองกัน บรรเทา ฟนฟูสาธารณภัย และอุบัติภัย ซ่ึงมีผลทําใหงานดานสาธารณภัยและงานดาน
อุบัติภัย ท่ีเดิมดําเนินการโดยกองปองกันภัยฝายพลเรือน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และสํานักงานคณะกรรมการ
ปองกันอุบัติภัยแหงชาติ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี มารวมอยูในความรับผิดชอบของหนวยงาน
เดยี วกนั นอกจากนกี้ ฎหมายวา ดว ยการปองกนั และระงับอัคคีภัย เปน กฎหมายที่มสี าระสาํ คญั และรายละเอยี ดเกีย่ วกับการปองกนั
และบรรเทาสาธารณภัยในดานของอัคคีภัย รวมท้ัง หนวยงานที่จะตองปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามกฎหมายดังกลาวก็เปนหนวยงาน
เดียวกัน เพื่อใหการปฏิบัติงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและแนวทางเดียวกัน ตลอดจนเพ่ือใหเกิดความเปนเอกภาพในการ
อํานวยการและบริหารจัดการเกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงเห็นสมควรนํากฎหมายวาดวยการปองกันภัย
ฝายพลเรือน และกฎหมายวา ดวยการปอ งกนั และระงบั อคั คีภัย มาบัญญัติไวรวมกนั จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบัญญตั ินี้

124

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

มาตรฐานการปฏิบตั ิงานขององคก รปกครองสว นทอ งถิ่นดานการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั

1. คาํ นิยาม
1.1 องคกรปกครองสวนทองถ่ิน หมายความวา องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล องคการบริหารสวน

จังหวัด เมืองพัทยา และองคก รปกครองสว นทอ งถ่ินอ่ืนที่มีกฎหมายจัดตั้ง ยกเวน กรุงเทพมหานคร
1.2 ภยั หมายถึง สาธารณภยั ตามพระราชบญั ญตั ปิ องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ไดแ ก อัคคภี ัย

วาตภยั อทุ กภยั ภยั แลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสตั ว โรคระบาดสตั วนํา การระบาดของศตั รูพืช ตลอดจนภยั
อื่นๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวาเกิดจากธรรมชาติ มีผูทําใหเกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซ่ึงกอใหเกิด
อันตรายแกชีวิต รางกายของประชาชน หรือความเสียหายแกท รัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ และใหหมายความรวม
ถงึ ภยั ทางอากาศ และการกอ วนิ าศกรรมดวย
2. การดําเนนิ การดา นการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั โดยองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่

เพื่อใหประชาชนไดรับการคุมครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ตลอดจนเพื่อบรรเทาความเสียหายท่ี
อาจเกิดข้ึนจากสาธารณภัย จึงกําหนดมาตรฐานกลางใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นดําเนินการดานการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย ดังตอ ไปน้ี

2.1 การดาํ เนนิ การกอนเกดิ ภัย
องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ในฐานะองคกรผูรับผิดชอบพื้นท่ีโดยตรงควรดําเนินการ
ดงั น้ี

2.1.1 เสรมิ สรา งศักยภาพหมบู า น/ชมุ ชน โดย
1) สง เสรมิ การจดั ตั้งกลุม อปพร. ในทุกหมูบา น/ชมุ ชน
2) จัดหาวัสดทุ จี่ ําเปนเบอื้ งตนประจําหมบู า น/ชมุ ชนตามความเหมาะสม เชน สญั ญาณแจงเตือน

ภัย ปายเตอื นภยั ถงั ดับเพลิง อปุ กรณปฐมพยาบาล ฯลฯ
3) ใหความรูแกประชาชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและระงับภัยเบ้ืองตนดวยวิธีการ

ตาง ๆ เชน ฝก อบรม ประชาสมั พันธ จัดทําส่อื ฯลฯ
4) จดั หาเครอ่ื งมอื ส่อื สารประจําหมบู า น/ชุมชน ตามความเหมาะสม
5) สงเสริมใหเด็ก/นักเรียน มีความรูในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและการชวยเหลือ

ตนเองและผอู ่นื เมอ่ื เกิดภยั
2.1.2 เตรยี มความพรอมดา นบุคลากร
องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ในฐานะองคกรผูรับผิดชอบพื้นท่ีโดยตรงควร

ดาํ เนินการ ดงั นี้
1) จัดใหมีเจาหนาที่ หรือ อปพร. ที่จําเปนเพื่อการปฏิบัติหนาท่ีดานการปองกันและบรรเทา

สาธารณภยั และใหม ีการรับแจง เหตตุ ลอด 24 ช่ัวโมง
2) จัดหรือสนับสนุนใหเจาหนาท่ี และ อปพร. ไดรับการฝกอบรมความรูที่จําเปนเพ่ือการ

ปฏิบัตงิ านปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
3) ประสานความรว มมือกบั องคก รปกครองสว นทองถน่ิ อน่ื สว นราชการ มูลนธิ ิ หรอื องคกรเอกชน

ใหมกี ารสนบั สนนุ ดานบคุ ลากรในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
องคการบริหารสว นจังหวดั ควรดําเนนิ การ ดงั น้ี
1) จัดตัง้ ทมี คนหา-กูภยั เพื่อดาํ เนนิ การและสนบั สนุนการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในพ้ืนที่

125

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
2) จัดฝกอบรมหรือสงเสริมสนับสนุนการฝกอบรมเจาหนาที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น อปพร.

ประชาชนเก่ียวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนวิธีการเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพยสิน และความ
สงบเรียบรอ ยของประชาชน

2.1.3 เตรยี มความพรอ มดานการบรหิ ารจดั การ
1) องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั เทศบาล องคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล และเมืองพทั ยา ควรจัดทาํ แผน

ปฏบิ ัติการการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยของแตละองคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ รวมท้ัง แผนและข้นั ตอนขององคกร
ปกครองสวนทองถ่ินในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือเครื่องใช และยานพาหนะ เพ่ือใชในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัย และแผนและขั้นตอนขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการจัดใหมีเคร่ืองหมายสัญญาณหรือส่ิงอื่นใด
ในการแจงใหประชาชนไดทราบถึงการเกิดหรือจะเกิดสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. 2550

2) องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล และเมืองพัทยาควรฝกซอม
แผนปฏบิ ตั กิ ารปองกันและบรรเทาสาธารณภยั อยางนอยปละ 1 ครง้ั

3) องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ออกขอบัญญัติหรือเทศบัญญัติใหสถาน
ประกอบการท่ีมีสินคาหรือวัตถุอันตรายใหมีเคร่ืองมือและถังดับเพลิงใหสอดคลองกับประเภทและระดับของความเส่ียง
ภัย

2.1.4 เตรียมความพรอ มดานอุปกรณ เครือ่ งมือเคร่อื งใช
1) องคการบริหารสวนจังหวัดจัดหาอุปกรณ เคร่ืองมือ เคร่ืองใชและเคร่ืองจักร เพื่อการปองกัน

และบรรเทาสาธารณภัยในพนื้ ท่ีตามความเหมาะสม
2) องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยาวางระบบการรับแจงเหตุและแจงเตือนภัย

ภายในพนื้ ท่ี
3) องคก ารบริหารสว นตาํ บล เทศบาล และเมอื งพัทยา จดั หาหรอื ประสานความรวมมือกับองคกร

ปกครองสว นทองถิ่นอนื่ สว นราชการ มลู นธิ ิ หรอื องคก รเอกชน จดั ใหม อี ุปกรณ เคร่อื งมอื เครื่องใชท ่ีเหมาะสม สอดคลอง
กับความเส่ยี งของสาธารณภยั ท่อี าจเกิดขน้ึ

2.2 การดําเนินการขณะเกดิ ภัย
2.2.1 องคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล เทศบาล และเมอื งพทั ยา ผูรับผิดชอบพื้นทีจ่ ะตอ งรบั ผิดชอบการปอ งกนั

และบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นท่คี วามรบั ผดิ ชอบ โดยดาํ เนนิ การเองหรือรว มกับองคกรปกครองสว นทองถนิ่ อนื่
2.2.2 องคก ารบริหารสว นตําบล เทศบาล และเมืองพทั ยา ประสานงานกบั องคก รปกครองสวนทองถ่ินอ่นื

จังหวดั อาํ เภอ สว นราชการ หรือหนว ยงานองคกรภาคเอกชน ขอรับการสนบั สนนุ ในการระงับภยั และการชว ยเหลือหรอื
เคล่ือนยา ยผปู ระสบภยั ตลอดจนจัดหาเคร่ืองอุปโภคบริโภคและทพ่ี กั อาศัยชั่วคราว

2.2.3 องคการบรหิ ารสว นจงั หวัดดาํ เนนิ การและสนบั สนุนอุปกรณ เครือ่ งมือ เครอื่ งใช และเครื่องจักรกล
แกอ งคก ารบริหารสวนตําบลและเทศบาลตามความจาํ เปน

2.3 การดาํ เนนิ การภายหลังเกิดภัย
2.3.1 องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล และเมืองพัทยา จัดใหมีการ

ชวยเหลือตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ตามความจําเปน เชน
จัดสถานทีพ่ กั อาศัยชั่วคราว จดั ระเบียบการจราจรและปดกั้นบรเิ วณในพนื้ ท่ีทเ่ี กิดภัย ฯลฯ

2.3.2 องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล หรือเมืองพัทยา ผูรับผิดชอบพ้ืนที่ที่เกิดภัย ประเมินผล
การปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใน 3 เดือน เพื่อทบทวนและปรับปรุงแผน
ใหม ปี ระสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึน
126

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

กระทรวงมหาดไทย
ถนนอษั ฎางค กทม. 10200
6 กุมภาพันธ 2552
เรอ่ื ง การจัดทำบันทกึ ขอ ตกลงวาดวยการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวา งผูอำนวยการจงั หวัด และผู
บังคับบญั ชาของทหารในพ้นื ที่
เรยี น ผูวา ราชการจังหวดั ทุกจังหวัด
อางถงึ พระราชบัญญตั ิปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
ส่ิงทส่ี ง มาดว ย ตัวอยา งบนั ทึกขอ ตกลงวา ดวยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ตามพระราชบัญญตั ิปองกัน
และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ.2550 ระหวางผูอำนวยการจังหวดั และผูบ ังคับบัญชาของทหารใน
พนื้ ที่
ดวยไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และตาม
มาตรา 46 แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกำหนดเรื่องการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยภายในเขตทหาร
หรือทเี่ กี่ยวกบั กิจการ เจา หนาท่ี หรือทรัพยสนิ ในรชการทหาร ใหเปนไปตามขอ ตกลง เปน หนงั สือรวมกนั ระหวา ง
ผูอำนวยการจงั หวัดหรอื ผอู ำนวยการกรงุ เทพมหานครและผบู ังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้นื ที่ทเ่ี ก่ยี วขอ ง
กระทรวงมหาดไทย ดดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงไดพิจารณารวมกับฝายทหาร
จัดทำตัวอยางบันทึกขอตกลงวาดวยการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ระหวางผูอำนวยการจังหวัดและผูบังคับบัญชาของทหารในพ้ืนท่ี ในการดำเนิน
การปองกันและบรรเทาสาธารณภยั เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัติงาน รายละเอยี ดตามทส่ี งมาดวย
ดังนั้น เพ่ือใหการปฏิบัติการดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศมีการบูรณา
การและมีการขับเคลื่อนการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม ในอันที่จะลดความสูญเสียที่จะเกิดแกชีวิตและทรัพยสิน
ของประชาชน จึงใหผูวาราชการจังหวัดในฐานะผูอำนวยการจังหวัด พิจารณาจัดทำบันทึกขอตกลงวาดวยการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวางผูอำนวยการจังหวัดและผูบังคับบัญชาของทหารในเขตพ้ืนท่ี ตาม
ตัวอยางบันทึกขอตกลงฯ ดังกลาวขางตน เพ่ือใชเปนกรอบแนวทางในการปฏิบัติการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยของจังหวัดตอ ไป

127

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ และใหจัดสงสำเนาบันทึกขอตกลงฯ ท่ีไดจัดทำขึ้นใหกรม
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยดว ย

ขอแสดงความนบั ถือ
รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
ผูบัญชาการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาติ
กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
สำนักนโยบายปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
โทร/โทรสาร. 0-2243-2178

128

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

(ตวั อยา ง)
บันทกึ ขอตกลงวา ดว ยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ตามพระราชบัญญัตปิ อ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
ระหวา งผอู ำนวยการจงั หวดั ..................กับ (ระบตุ ำแหนง ของผูบ งั คบั บัญชาที่มีอำนาจปกครองหนว ยทหาร)

-------------------------------------------------------
โดยท่มี าตรา ๔๖ แหง พระรชบัญญตั ิปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดใหการดำเนนิ การ
ตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ หรอื มาตรา ๒๙ ภายในเขตทหาร หรอื ทเี่ กีย่ วกบั กิจการ เจาหนา ท่ี
หรอื ทรพั ยสนิ ในราชการทหาร ใหเ ปน ไปตามความตกลงเปน หนงั สือรวมกนั ระหวางผูอำนวยการจงั หวดั และผูบังคบั
บัญชาของทหารในเขตพ้นื ทีท่ เ่ี กยี่ วขอ ง เวนแตเปน กรณีการส่ังการของนายกรฐั มนตรีหรือรองนายกรฐั มนตรตี ามมาตรา
๓๑
ดงั น้ัน เพอื่ ประโยชนในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ของประเทศ ผอู ำนวยการจงั หวัด............................
และ (ระบตุ ำแหนง ของผบู งั คบั บัญชาท่มี อี ำนาจปกครองหนว ยทหาร) จงึ ทำบันทกึ ขอ ตกลงรวมกนั ดงั นี้
ขอ ๑ บนั ทึกขอ ตกลงน้ี เรยี กวา “บันทกึ ขอ ตกลงวาดว ยการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั ตามพระราช
บัญญัตปิ อ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ระหวา งผอู ำนวยการจังหวดั .........................กับ (ระบุตำแหนง
ของผบู งั คับบัญชาท่ีมีอำนาจปกครองหนว ยทหาร)” ทำขนึ้ ณ..................เมอื่ วนั ท่.ี .............เดือน..........พ.ศ. ................
ขอ ๒ บนั ทึกขอตกลงนี้ ใหใ ชบังคับนบั ตัง้ แตวนั ท่ีลงนามรวมกนั เปนตนไป
ขอ ๓ ในบันทกึ ขอ ตกลงนี้

“เขตทหาร” หมายความวา อาคาร สถานที่ หรือบรเิ วณซึ่งมีหนวยทหารตัง้ อยู
“กจิ การ” เจา หนา ท่ี หรือทรพั ยส นิ ในราชการทหาร” หมายความวา กจิ การ เจา หนาท่ี หรือทรพั ยสิน
ซงึ่ อยใู นการควบคุมดูแลของผูบังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้นื ท่ีจงั หวัด........................................

หมวด ๑
การปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยภายในเขตทหาร หรอื ท่เี กยี่ วกับกจิ การ เจา หนา ที่

หรือทรพั ยส ินในราชการทหาร
ขอ ๔ เม่อื เกิดหรอื คาดวาจะเกดิ สาธารณภยั ขนึ้ ในเขตทหาร และจำเปนตองไดรับความชวยเหลอื ในการ
ปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย ใหผบู งั คับบัญชาของทหารในเขตพื้นทนี่ ัน้ แจงขอความชว ยเหลอื จากผูอำนวยการ
จงั หวดั ผอู ำนวยการอำเภอ หรือผูอ ำนวยการทองถ่ิน โดยระบบสอ่ื สาร หรอื วิธีอน่ื ใด โดยแจงเสนทางเขา ไปในเขต
ทหารทราบ พรอ มทงั้ จดั เจาหนา ทีไ่ ปรอรบั และนำทาง
ในกรณเี ปนการจำเปนเรง ดวน ผูอำนวยการจงั หวัด ผอู ำนวยการอำเภอหรอื ผอู ำนวยการทอ งถ่นิ เหน็ วา หาก
มไิ ดด ำเนินการอยางหนึง่ อยางใดแลว สาธารณภัยทเ่ี กิดขึน้ อาจมีอันตรายอยางย่งิ ใหแจงผบู ังคับบัญชาของทหารในเขต
พน้ื ที่นน้ั ทราบเหตุกอ น แลว จึงดำเนินการตามขน้ั ตอนของบันทกึ ขอ ตกลงนตี้ อไป
ขอ ๕ เมือ่ ผอู ำนวยการจงั หวดั ผอู ำนวยารอำเภอ หรือผอู ำนวยการทอ งถิ่น ไดร ับแจง ขอความชวยเหลอื ให
จัดเจา หนา ทเี่ พ่อื ตดิ ตอ และประสานงานกับผบู งั คับบัญชาของทหารในเขตพืน้ ที่นนั้ หรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย พรอมท้งั
แจงชอ่ื ตำแหนง ของบคุ คลดังกลาวตามชองทางการติดตอส่อื สารใหผ ูบ ังคบั บัญชาของทหารในเขตพ้ืนทีร่ าบ และนำเจา
หนา ทพี่ รอ มดว ยวัสดอุ ปุ กรณใ นการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยไปยังเขตทหารตามเสนทางที่ไดรบั แจง ตามขอ ๔
โดยการนำของเจา หนาท่ฝี ายทหารซงึ่ ไดรบั มอบหมาย

129

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

ขอ ๖ การดำเนินการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย เปน อำนาจของผอู ำนวยการจงั หวดั ผอู ำนวยการ
อำเภอ หรอื ผูอำนวยการทอ งถ่นิ โดยใหผูบงั คับบญั ชาของทหารในเขตพ้ืนท่นี ั้น หรอื ผทู ไี่ ดร ับมอบหมายใหค ำแนะนำ
อำนวยความสะดวกและสนับสนุน

ขอ ๗ กรณีทีเ่ กิดสาธารณภยั แลภยันตรายจากสาธารณภยั นั้นใกลจ ะถงึ ผูอำนวยการจงั หวดั ผูอ ำนวยการ
อำเภอ หรอื ผูอำนวยการทอ งถน่ิ มีอำนาจสัง่ ใหเ จาพนักงานดัดแปลง ทำลาย หรอื เคลอื่ นยา ยสิง่ กอสราง วัสดุ หรอื ทรัพย
สนิ ของบคุ คลใดทเี่ ปนอปุ สรรคแกการบำบดั ปด ปองภยนั ตรายได ทงั้ นี้ เฉพาะเทา ทจ่ี ำเปนแกการยบั ยงั้ หรือแกไ ขความ
เสียหายท่ีจะเกิดขึน้ จากสาธารณภยั นน้ั

กรณที จี่ ำเปนตองมีการดดั แปลง ทำลาย หรือเคลือ่ นยา ยสิง่ กอสรา ง วัสดุ หรือทรพั ยส นิ ซง่ึ จะมผี ลทำใหเกิดสา
ธารณภยั ขึ้นในเขตพื้นทอ่ี ่ืนหรือกอใหเ กิดความเสียหายเพมิ่ ขึน้ แกพ ื้นที่อ่นื ใหเ ปนอำนาจของผูอ ำนวยการจังหวดั ผู
อำนวยการอำเภอ สำหรบั กรณที เี่ ปนการดำเนนิ การของผูอำนวยการทองถิ่นตอ งไดร ับความเห็นชอบของผอู ำนวยการ
จังหวัด

ขอ ๘ เมื่อเกิดหรือใกลเกิดสาธารณภยั ขน้ึ ในพน้ื ที่ทหาร และการที่ผูใดอยูอาศยั ในพ้นื ที่นัน้ จะกอ ใหเกิด
ภยนั ตรายหรอื กีดขวางตอ การปฏบิ ตั หิ นาที่ของเจา พนกั งาน จำเปน ตอ งมกี ารส่ังอพยพประชาชน ใหเปนอำนาจของผู
บงั คับบญั ชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอ ำนวยการ และเจา พนกั งานซง่ึ ไดร ับมอบหมาย

ขอ ๙ เม่ือเกิดหรือใกลจ ะเกิดสาธารณภัยขน้ึ ในพน้ื ท่ีทหาร และการอยูอาศยั หรอื ดำเนินกิจการใดๆในพื้นที่
นนั้ จะเปนอันตรายอยา งรา ยแรง จำเปน ตองมกี ารประกาศหามมิใหบ คุ คลใดๆ เขา ไปอยอู าศยั หรอื ดำเนินกิจการใดใน
พื้นทดี่ งั กลาว ใหเปน อำนาจของผบู งั คบั บัญชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอำนวยการกลาง ผอู ำนวยการจังหวดั ผอู ำนวย
การอำเภอ สำหรับกรณีที่เปนการดำเนินการของผอู ำนวยการทอ งถ่นิ ตองไดร บั ความเห็นชอบของผอู ำนวยการอำเภอ

ขอ ๑๐ การดำเนนิ การตามขอ ๖ ขอ ๗ ขอ ๘ และ ขอ ๙ ตอ งไดรบั ความเห็นชอบจาก (ระบุตำแหนงของผู
บงั คับบัญชาของทหารในจงั หวดั )

หมวด ๒
การดำเนินการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั นอกเขตทหาร
ขอ ๑๑ เม่อื เกดิ หรือคาดวา จะเกดิ สาธารณภัยขนึ้ ในเขตจงั หวดั ซึ่งอยูนอกเขตทหาร และจำเปนตองไดร บั
ความชวยเหลอื ในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จากฝา ยทหารในการใชเจา หนา ที่ อาคาร สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ
เคร่อื งมอื สือ่ สาร หรอื ส่งิ อื่นใดที่อยใู นการควบคุมดูแลของทหารในเขตพน้ื ท่ี ใหผอู ำนวยารจงั หวดั ผอู ำนวยการอำเภอ
หรือผูไดร บั มอบหมาย แจงขอความชวยเหลอื จากฝายทหารในเขตพน้ื ทีน่ นั้ โดยระบบสื่อสาร หรือวธิ อี ่นื ใด และใหย ืนยนั
เปนหนงั สอื ในภายหลงั โดยเร็วที่สดุ
ขอ ๑๒ เม่อื ผบู งั คับบชั าของทหารในเขตพน้ื ท่ีไดรับแจง ขอความชว ยเหลือจากผูอำนวยการจังหวัด ผอู ำนวย
การอำเภอ หรอื ผูไดรบั มอบหมายพจิ ารณาใหความชวยเหลือตามขดี ความสามารถ ขอ จำกัดของทรัพยากรและตาม
ความจำเปน โดยใหแ จง ตอบรับการใหค วามชว ยเหลือ หรอื ขอขดั ขอ ง โดยระบบสอ่ื สาร หรอื วิธีอ่นื ใดโดยเร็วนับตั้งแตไ ด
รบั แจง และใหแ จงเปน หนงั สอื ในภายหลงั
กรณีท่ีผบู งั คบั บญั ชาของทหารในเขตพน้ื ที่น้นั สามารถใหการสนับสนุนชว ยเหลือ ใหผ ูบ ังคบั บัญชา
ของทหารในเขตพ้นื ทน่ี ัน้ จัดเจาหนาท่เี พือ่ ตดิ ตอและประสานความรวมมือกบั ผอู ำนวยการจังหวดั ผอู ำนวยการอำเภอ
หรอื ผูไดร ับมอบหมาย พรอมทั้งแจง ยศ ชื่อ ตำแหนง ของบุคคลดงั กลาวตามชอ งทางการตดิ ตอ สือ่ สารใหผูอ ำนวยการ
จังหวัด ผูอำนวยการอำเภอ หรือผูไดรบั มอบหมาย
ขอ ๑๓ กรณที ่หี นว ยทหารตัง้ อยใู นพ้ืนท่ีขององคกรปกครองสวนทองถิน่ แหง พนื้ ที่ ใหผ อู ำนวยการทอ งถ่นิ
สามารถขอรับความชว ยเหลือจากผูบ ังคับบญั ชาของทหารในเขตพื้นทีน่ ัน้ ได ดดยดำเนนิ การตามข้นั ตอนของขอ ๑๑
130

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

และ ขอ ๑๒ โดยอนโุ ลม
ขอ ๑๔ การดำเนนิ กรเก่ยี วกับกิจการ เจาหนาที่ หรือทรพั ยส ินในราชการทหารตามขอ ๑๒ และ ขอ ๑๓ ให

อยภู ายใตก ารอำนวยการและแบงมอบภารกิจของผูอำนวยการจงั หวัด ผอู ำนวยการอำเภอ หรือผูไดรับมอบหมายแลว
แตกรณี

ขอ ๑๕ การดำเนินการอ่นื นอกหนอื จากบันทกึ ขอตกลงฯ นี้ใหเปนไปตามแนวทางการปฏิบัตทิ ี่กำหนดไวใ น
แผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั โดยอาจมีการต้งั คณะกรรมการเพอื่ พจิ ารณาตามความเห็นชอบของผู
อำนวยการจังหวดั .................................และ (ระบุตำแหนงของผบู งั คับบัญชาของทหารในจังหวัด)

ลงชอื่ .............................................. ลงชอ่ื ..............................................
(.....................................................) (.....................................................)
ผูวาราชการจงั หวดั .......................... ผูบงั คับบัญชาหนว ยทหารในเขตพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบ

ลงชอ่ื ..............................................พยาน ลงช่อื ..............................................พยาน
(.....................................................) (.....................................................)

ลงชอ่ื ..............................................พยาน ลงช่ือ..............................................พยาน
(.....................................................) (.....................................................)

หมายเหตุ ๑. ผบู ังคบั บัญชาหนว ยทหารในเขตพ้ืนทีท่ ร่ี บั ผิดชอบ โดยใหห นวยทหารแตละหนวยจดั ทำ
บันทึกขอ ตกลงกับผูอำนวยการจังหวดั เปน การเฉพาะหนว ย

๒. ควรมีผูแทนของผอู ำนวยการทองถ่นิ ตามทผี่ วู า ราชการจงั หวัดเห็นสมควรรว มเปน พยาน
ดว ยอยางนอ ย ๑ คน

131

Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

หลกั เกณฑก ารใหค วามชว ยเหลอื ซอมแซมปรับปรุงส่งิ สาธารณประโยชน
ท่ชี าํ รดุ เสียหายจากกรณีทเ่ี กิดอุทกภยั

ของคณะอนุกรรมการชวยเหลอื ผปู ระสบสาธารณภัย
ในคณะกรรมการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ

.........................................
๑. พิจารณาความเสยี หายทไ่ี ดรายงานมายงั กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เปนหลกั เกณฑใ นการกาํ หนด
แนวทางและลกั ษณะโครงการทีจ่ ะใหค วามชว ยเหลือ
๒. จะพิจารณาชวยเหลือเฉพาะโครงการที่ไมสามารถใชเงินตามระเบียบกระทรวง การคลังวาดวยเงินทดรอง
ราชการเพื่อชว ยเหลือผปู ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ
๓. โครงการทจี่ ะไดรับการชวยเหลอื จะตอ งเปนโครงการที่มีความจําเปน เรงดว น เปน การแกไขปญ หาเฉพาะ
หนาท่ีเปนความตองการของประชาชน เชน เสนทางคมนาคมท่ีเสียหายจนไมสามารถสัญจรไปมาได ไดแก สะพาน ทอ
ระบายนำ้ และถนน สว นทาํ นบ เหมอื ง ฝาย จะพิจารณาตามความจําเปน ในอันดับตอ ไป
๔. โครงการทีข่ อความชว ยเหลอื จะตองเปนโครงการท่ไี มไ ดข อรบั การสนับสนุนงบประมาณอน่ื ใด และเมอ่ื ไดร ับ
อนุมัติการชวยเหลือแลวจะขอแกไขเปล่ียนแปลงโครงการอีกไมได เวนแตจะขอแกไขเปล่ียนแปลงในรายละเอียดท่ีไม
ตรงกับขอเท็จจริง เชน ชื่อสิ่งสาธารณประโยชน ตําบล หมูบาน หรือปริมาณงานไมสัมพันธกับวงเงินที่ไดรับอนุมัติ
เปนตน
๕. โครงการแตล ะโครงการ ควรดําเนนิ การใหแ ลว เสรจ็ ภายใน ๓๐ วัน นบั แตวันทไ่ี ดร ับอนุมัติ ยกเวน โครงการที่
มแี บบแปลน และจะตองมปี า ยแสดงโครงการตามแบบทก่ี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยกาํ หนด
๖. โครงการท่ีไดรับการชวยเหลือจะตองผานการพิจารณาของคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัย
พบิ ัติอาํ เภอ และจงั หวดั ตามลาํ ดบั และไดร ับความเหน็ ชอบจากผวู า ราชการจังหวดั แลว โดยใหจ ดั ลาํ ดับความสําคญั เรง
ดวนดว ย พรอ มภาพถายทีแ่ สดงถึงความเสยี หายอยา งชัดเจนโครงการละ ๑ ชุด
๗. จะตองเปนโครงการที่มีวงเงินตั้งแต ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป สําหรับราคารายการวัสดุและสิ่งกอสรางตาม
โครงการ ใหใชราคาจากบัญชีราคามาตรฐานส่ิงกอสรางของสํานักมาตรฐานงบประมาณ สํานักงบประมาณ หรือราคา
ของพาณิชยจังหวัด
๘. การชวยเหลือในกรณีจําเปนอื่นๆ ใหอยูในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัย
พิจารณาเปน กรณีๆ ไป

.........................................

132

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

แนวทางการจดั ทาํ โครงการกอสรา งและซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนท ่ีเสียหายเนื่องจากอุทกภยั

1. องคกรพจิ ารณาใหความชว ยเหลอื และระยะเวลาการดําเนินการ
1.1 ระดับอาํ เภอ
คณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดับอําเภอ (ก.ช.ภ.อ) ซ่ึงมี นายอําเภอ เปน

ประธาน หัวหนาสวนราชการระดับอําเภอท่ีเก่ียวของเปนกรรมการ และปลัดอําเภอ หัวหนาฝายความมั่นคงเปน
กรรมการและเลขานุการ ดําเนินการสํารวจความเสียหายที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ี พรอมทั้งจัดทําโครงการใหความชวยเหลือ
ประชาชนใหครบถวนทุกดาน จากนั้นจัดใหมีการประชุมคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดับอําเภอ
เพ่ือพิจารณาโครงการใหความชวยเหลือประชาชน และอนุมัติใชจายเงินทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของผูวาราชการ
จังหวัดท่ีไดมอบใหเปนอํานาจการอนุมัติของนายอําเภอ ใหแลวเสร็จภายใน 15 วัน นับแตหลังน้ำลดหรือภัยยุติแลว
หากเงินทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของนายอําเภอมีไมเพียงพอ หรือเปนโครงการท่ีไมเขาหลักเกณฑการชวยเหลือ
ตามท่ีกระทรวงการคลังกําหนด ใหส งโครงการดงั กลา วขอรับการสนับสนนุ งบประมาณไปยังจงั หวัด

1.2 ระดบั จงั หวดั
คณะกรรมการใหความชว ยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดบั จงั หวดั (ก.ช.ภ.จ.) ซ่งึ มีผูว าราชการจังหวัด
เปน ประธาน หวั หนา สว นราชการระดบั จงั หวัดที่เกี่ยวของ เปน กรรมการ และมปี ลดั จังหวัด/หรอื หัวหนา สํานกั งานปองกนั
และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เปนกรรมการและเลขานุการ จัดใหมีการประชุมคณะกรรมการใหความชวยเหลือผู
ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณาโครงการใหความชวยเหลือประชาชนผูประสบอุทกภัยของแตละ
อาํ เภอ และอนุมัติเงนิ ทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของผวู า ราชการจังหวดั วงเงนิ 50 ลา นบาท ในสวนทเ่ี หลือจากท่ี
ไดมอบอํานาจใหนายอําเภอ เปนผูมีอํานาจอนุมัติแทน โดยใหดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน 10 วัน นับแตไดรับโครง
การจากอําเภอ/กิง่ อาํ เภอ หากเงินทดรองราชการในอาํ นาจของผูว าราชการจงั หวดั มีไมเพียงพอ หรือไมเขา หลกั
เกณฑการชวยเหลือตามที่กระทรวงการคลังกําหนด ใหสงโครงการซอมแซมส่ิงสาธารณประโยชนดังกลาวเพื่อขอรับการ
สนับสนุนงบประมาณ งบกลาง ไปยังกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย สําหรับการชวยเหลือดานอ่ืนๆ ใหขอรับการ
สนบั สนนุ จากกระทรวง/กรม อ่นื ๆ ทีม่ ีหนา ทเ่ี กยี่ วขอ งโดยตรง
1.3 สว นกลาง
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ดําเนินการตรวจสอบความถูกตองและความเหมาะสมของ
โครงการท่ีจังหวัดสงมาแลว จัดประชุมคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัย ซึ่งมีรองปลัดกระทรวง
มหาดไทย หัวหนากลมุ ภารกจิ ดานสาธารณภยั และพฒั นาเมือง เปน ประธาน อธบิ ดกี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
เปนรองประธาน ผแู ทนสวนราชการทเ่ี กยี่ วของ ไดแ ก สาํ นกั งบประมาณ กรมบัญชกี ลาง กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวง
เกษตรและสหกรณ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรมทางหลวง กรมทางหลวง
ชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมทรพั ยากรน้ำ กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถน่ิ กรมการปกครอง
กรมพฒั นาสังคมและสวัสดิการ ผอู ํานวยการสํานักของกรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย รวม 19 คน และมีผอู ํานวย
การศูนยอ ํานวยการบรรเทาสาธารณภัย เปนกรรมการและเลขานุการ เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบโครงการและวงเงิน
งบประมาณ โดยดําเนินการใหแลวเสร็จภายในเวลา 15 วัน นับจากไดรับโครงการจากจังหวัด เมื่อพิจารณาเสร็จแลว

133

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

ใหรีบนําเสนอรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ใหความเห็นชอบ และสงรายละเอียดโครงการไปยังสํานักงบประมาณ
เพื่อขออนมุ ัติ งบกลางจากนายกรัฐมนตรี หรอื คณะรัฐมนตรี ในการใหค วามชว ยเหลือผปู ระสบอทุ กภยั ตอ ไป

2. เอกสารหลักฐานและแบบฟอรมท่ีจังหวัดตองจัดทําเพื่อประกอบคําขอรับการสนับสนุนจากกรม
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั

เมื่อจังหวัดไดชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยเงินทดรองราชการไป
แลว เกินขีดความสามารถของจังหวัดและมีความจําเปนตองขอรับการสนับสนุนวงเงินงบกลาง ใหดําเนินการตามลําดับ
ข้ันตอน ดงั น้ี

2.1 จงั หวัดรวบรวมเอกสารสงกรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั โดยประกอบดว ย
- หนงั สอื นาํ สง
- รายงานการประชุม ก.ช.ภ.จ.
- แบบ 1 งบหนารวมโครงการทงั้ หมดทเ่ี สนอขอ
- แบบ 2 บัญชรี ายละเอยี ดโครงการ
- แบบ 3 รายละเอียดโครงการ พรอมภาพถายสีประกอบโดยมีประธาน ก.ช.ภ.อ. และ

กรรมการอกี 2 คน รวม 3 คน ลงนามรบั รองภาพถา ย และสาํ หรบั โครงการท่มี ปี ระมาณการและแบบแปลน ใหแนบมา
พรอมกัน

- แผน ดิสกขอมลู แบบ 1- 2 โปรแกรม Excel
อนึ่ง โครงการท่ีเสนอขอความชวยเหลือ จะตองเปนโครงการตามหลักเกณฑการชวยเหลือกรณีที่เกิด
อุทกภยั ของคณะกรรมการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ และเปน โครงการท่มี ีวงเงินตั้งแต 100,000 บาท ข้ึน
ไป สําหรับราคารายการวัสดุ และสิ่งกอสรางตามโครงการ ใหใชราคาจากบัญชีราคามาตรฐานส่ิงกอสรางของสํานัก
มาตรฐานงบประมาณ (ที่ใชในปจจุบัน) หรือราคาของพาณิชยจังหวัด หากราคาวัสดุที่โครงการเสนอขอมาสูงกวาราคา
มาตรฐานทก่ี ําหนดไวจะตองมีเหตผุ ลและคําชี้แจงโดยทําเปนหนังสอื รบั รองประกอบการพิจารณามาดว ยทกุ ครั้ง
2.2 เจาหนาท่ีกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงบัญชีรับและตรวจสอบรายละเอียดเบ้ืองตนวามี
เอกสารหลักฐานถูกตองครบถวนตามหลักเกณฑการใหความชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยท่ีกําหนดโดยคณะกรรมการ
ปอ งกันภัยฝายพลเรอื นแหง ชาติ หรือไม หากไมถกู ตอ งครบถวนตอ งสงคนื จังหวดั
2.3 สงโครงการใหคณะทํางานฝา ยชางซ่งึ เปนผแู ทนหนว ยงานในคณะอนุกรรมการชว ยเหลือผูประสบ
สาธารณภยั เพอื่ ตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการและคิดราคาคางาน
2.4 เจาหนาท่กี รมปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ตรวจคดั โครงการทผี่ านความเห็นชอบจากคณะทํา
งานฝา ยชา งแลว จะนาํ เขา พิจารณาในทีป่ ระชุมคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภยั ตอไป

3. รายละเอียดขอมลู ความเสียหาย ภาพความเสียหาย และแบบแปลนประมาณการคากอ สราง
โครงการที่จังหวัดขอรับการสนับสนุนงบประมาณจะตองมีรายละเอียดความเสียหาย ท่ีชัดเจนพรอมภาพถาย
ความเสียหาย และการรับรองภาพถาย ตลอดจนระบุหนวยงานที่จะดําเนินการ ตามแบบฟอรมขอรับการสนับสนุนงบ
ประมาณ และใหจดั สง เอกสารประกอบการพิจารณา ดังน้ี

134

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

3.1 กรณที ี่ถนนชํารดุ เสียหาย ใหจ ดั สงภาพถายความเสยี หายท่ีชัดเจน โดยถายภาพความเสียหายของ
ถนนเปนระยะ ๆ เชน ทกุ ระยะ 100-500 เมตร พรอมระบุตาํ แหนง ที่ถา ยภาพ และ
แสดงรายการคาํ นวณปรมิ าณงานท่ีจะซอมแซมทกุ ตาํ แหนง โดยใหจ ดั ทําแผนผงั สังเขปของถนนโดยระบุสภาพความเสยี
หายของสายทางในแตล ะชวงใหช ัดเจน

3.2 กรณีกอสรางสะพาน คสล. ใหจัดสงภาพถายความเสียหายโดยถายภาพตามแนวสะพานภาพภูมิ
ประเทศทางตนน้ำและทายน้ำของท่ีตั้งสะพาน และสภาพลําน้ำท่ีกอสรางสะพาน พรอมแนบรายละเอียดประมาณการ
ราคาคากอสรา งและแบบแปลนที่ใชในการกอ สรา ง ท้ังน้ี ใหระบเุ หตผุ ลความจาํ เปนประกอบการพจิ ารณา เชน ปรมิ าณ
การจราจรที่ใชสัญจรไปมาในแตละวัน สายทางหลักหรือสายทางรอง (เชื่อมตําบล หมูบาน พ้ืนที่การเกษตร ฯลฯ)
จํานวนหมบู า น/ครวั เรือนโดยรอบ และประโยชนท ป่ี ระชาชนจะไดร บั จากการกอ สรา งสะพานดวย

3.3 กรณีกอสรางทอเหลี่ยม คสล. ใหจัดสงภาพถายความเสียหายโดยถายภาพตามแนวถนนภาพภูมิ
ประเทศทางตนน้ำและทายน้ำของที่ต้ังทอเหล่ียม คสล. ท่ีไดรับความเสียหายและสภาพลําน้ำท่ีจะกอสรางทอเหลี่ยม
คสล. พรอ มทัง้ แนบรายละเอยี ดประมาณการราคาคา กอสรา งและแบบแปลนท่ใี ชในการกอสรา งดว ย

3.4 กรณีกอสรางพนังกั้นน้ำ/เข่ือนปองกันตล่ิง คสล. ใหจัดสงภาพถายสภาพความเสียหายของตล่ิงท่ี
จะดําเนินการกอสรางที่ชัดเจน พรอมทั้งแนบรายละเอียดประมาณการราคาคากอสรางและแบบแปลนที่ใชในการ
กอสราง และระบุเหตุผลความจําเปน ในการกอสรา ง

ท้ังนี้ โครงการกอสรางสะพาน คสล. ฝาย คสล. หรือเข่ือน/พนังปองกันตลิ่ง จะตอง มีวิศวกรวิชาชีพ
รับรองความมั่นคงแข็งแรง และความเหมาะสมของรูปแบบรายการที่ใชในการกอสราง ตามแบบที่กําหนดทุกโครงการ
พรอ มท้ังขอ มลู ทร่ี ะบพุ ิกดั ทางภมู ศิ าสตรในระบบ UTM จากแผนทม่ี าตราสว น 1: 50,000 ของกรมแผนท่ที หาร เพือ่ อาน
คา พกิ ัดและระวางแผนที่ในระบบพกิ ัดฉาก ประกอบในเอกสารหลกั ฐานโครงการที่ขอรบั การสนับสนนุ งบประมาณดว ย

4. ความรบั ผิดชอบตอ โครงการที่เสนอของบประมาณ
หากหลักฐานประกอบคําขอรับการสนับสนุนงบประมาณของโครงการ ถูกพบวาไดใชภาพถายความเสียหาย
ของโครงการไมถูกตองตรงกับขอเท็จจริงหรือใชภาพถายซ้ำซอนกับโครงการอ่ืน หรือใชภาพถายเกาที่ไดใหการสนับสนุน
งบประมาณไปแลว หรือมีการตกแตงภาพความเสียหายดวยโปรแกรมจัดการภาพอิเล็กโทรนิกส หรือการกระทําอ่ืน ๆ
อันสอเจตนาโดยมิชอบตามหลักเกณฑและแนวทางที่กําหนด คณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยจะไม
พิจารณาใหการสนับสนุนงบประมาณใหแกโครงการดังกลาว และจะแจงตนสังกัดใหดําเนินการทางวินัยแกผูลงนาม
รบั รองความถูกตอ งของภาพถายหรอื ผูเกี่ยวของกบั การกระทาํ ดังกลาวตอ ไป

อน่ึง แนวทางในการพิจารณาใหความชวยเหลือของคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยจะยึด
เอกสารหลักฐานเปนขอมูลสําคัญ ดังน้ัน หากจังหวัดใดมิไดปฏิบัติตามแนวทางที่ไดกําหนดไวขางตน หรือจัดสงขอมูล
ไมครบถวนถกู ตอ งตามขอเทจ็ จรงิ จะไมไ ดร บั การพจิ ารณาใหค วามชวยเหลอื โครงการดงั กลา ว

**************************

135

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

136
งบหนาการขอรับการสนบั สนุนงบประมาณชว ยเหลอื ผูป ระสบภัย (อุทกภยั ) พ.ศ. .................
จงั หวดั ...............................................

สง โครงการขอความชวยเหลอื เน่อื งจากประสบอทุ กภยั ชว งเกิดภยั ระหวางวันที่................ตามหนังสือจงั หวดั ..................ท่.ี ..................ลงวันท่ี..................
จำนวน................................อำเภอ รวม.................โครงการ..................เปนเงนิ ............บาท (มติ ก.ช.ภ.จ. คร้ังท.่ี ..........ลงวันท.ี่ ..................)

ที่ อำเภอ สะพาน คศล. ทอเหลี่ยม คศล. ถนน/ทอระบายนำ้ ทำนบ/เหมอื ง/ฝาย พนงั ก้ันน้ำ อ่ืนๆ รวมทั้งส้ิน
/สะพานไม

โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน

รวม อำเภอ

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

บญั ชรี ายละเอยี ดคากอสรางและปรับปรุงสง่ิ สาธารณประโยชนท ่ชี ำรดุ เสยี หาย
เน่อื งจากประสบสาธารณภัย (อทุ กถยั )
งบลงทุน ลกั ษณะคาที่ดนิ และส่งิ กอสรา ง
อำเภอ จังหวดั

ลำดบั รายการ ขออนมุ ัติ ขออนมุ ตั ิ หมายเหตุ
จำนวนเงิน จำนวนเงิน

รวม โครงการ
* บันทึกขอ มูลดว ยโปรแกรม Exel

137

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

บญั ชีรายละเอียดคา กอสรา งและปรับปรงุ สิง่ สาธารณประโยชนท ่ชี ำรดุ เสียหาย
เนื่องจากประสบสาธารณภัย (อทุ กภัย)
งบลงทนุ ลักษณะคาท่ีดินและสง่ิ กอสราง

อำเภอ..............................จังหวดั .................................

ลำดบั รายการ ขออนมุ ัติ ขออนุมัติ หมายเหตุ
จำนวนเงนิ จำนวนเงิน

1 กอ สรางสะพาน คศล. บา น....หมทู ่ี.....
ตำบล...........ขนาดกวาง..........เมตร
ยาว.............เมตร ไมมี/มี ทางเทา
ขา งละ.........เมตร ตามแบบ...............
พรอ มลงลูกรัง/ดนิ ถมคอสะพาน..........
...........ลบ.ม. ๆ ละ..................บาท

2 กอสรา งทอเหลีย่ ม คศล. บา น.............
หมทู ี่.....................ตำบล...................
ผิวจราจรกวาง........................เมตร
ยาว..................เมตร ชนดิ ..............
ชองทาง พรอ มลงลกู รงั หลังทอ.........
ลบ.ม. ๆ ละ ..........................บาท

3 โครงการซอมแซมถนนลูกรังบาน.......
................หมูท ่.ี ...........ตำบล...........
ผิวจราจรกวาง..........................เมตร
ยาว.....................เมตร โดยลงลูกรัง
/ดินในสว นทช่ี ำรดุ เสยี หาย จำนวน
..................ลบ.ม. ๆ ละ...............บาท

รวม..................................โครงการ

หมายเหตุ 1. ชองรายการ ใหระบุรายละเอียดทขี่ อความชว ยเหลอื (ตามตวั อยา ง)
2. ชองหมายเหตุ ใหเ วน ระยะความกวา งประมาณ 5 ซม. เพอื่ ใหค ณะทำงานระบุรายละเอยี ดเขา ประชมุ

138

(ตวั อยางแบบฟอรม ใหม ระบเุ พ่ิมเตมิ ขอมลู พิกดั ในระบบ (UTM)
รายละเอยี ดขอรบั การสนับสนนุ งบประมาณโครงการชวยเหลือผปู ระสบอุทกภัย

อำเภอ.....................................จงั หวัด.................................

ลำดับ รายละเอียด งบประมาณเสนอขอ ความเห็นของจังหวดั มตคิ ณะอนุกรรมการ
โครงการ.........................................................
ก. สภาพเดมิ ...................................................
.......................................................................
ข. ความเสยี หาย...............................................
........................................................................
ค. ขอรบั ความชวยเหลอื .....................................
.........................................................................
ง. พิกดั ท่ตี ั้งโครงการ ระวางแผนที่........................
- คา พิกัด N...........................E............................

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

139
คณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ....................พจิ ารณาเห็นชอบ และขอรับรองภาพถา ยโครงการ ภาพถายความเสียหาย
ลงชอ่ื ...............................................ประธานกรรมการ
ลงชอ่ื ................................................กรรมการ
ลงชอื่ ................................................กรรมการ/เลขานุการ

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

140
ขัน้ ตอนการชวยเหลือซอ มแซมส่ิงสาธารณประโยชนเ น่อื งจากอุทกภัย - สรปุ ผลการพิจารณาของคณะ
อนกุ รรมการฯ เสนอ รมว.มท. ให
15 วัน 10 วัน 15 วนั ความเหน็ ชอบโครงการและงบ
ประมาณชว ยเหลือ เพื่อเสนอขอ
เกิด คณะกรรมการ คณะกรรมการ กปภ.ช./ คณะอนกุ รรมการ กปภ.ช./ อนุมตั งิ บกลาง จากนายกรัฐมนตรี
สาธารณภัย ชว ยเหลอื ผูประสบ ชวยเหลือผูประสบ กรมปอ งกันและ ชวยเหลือผปู ระสบ กรมปองกันแลบรรเทา หรือ ครม. ไปยังสำนกั งบประมาณ
/อทุ กภยั ภยั พิบัติอำเภอ ภัยพบิ ัติจังหวดั บรรเทาสาธารณภัย
สาธารณภัย สาธารณภยั
(ก.ช.ภ.อ) (ก.ช.ภ.จ)

- ประกาศภยั พิบตั ิ - ประชมุ ก.ช.ภ.จ.พจิ ารณา - ตรวจสอบความถกู ตองของ - ประชมุ พจิ ารณาอนุมัต/ิ สำนกั - นำเสนอนายกรฐั มนตรี หรือคณะ
- สำรวจความเสียหาย ใหค วามชวยเหลอื จากเงิน โครงการทจ่ี ังหวัดขอมา ไมอ นุมัติ โครงการของ งบประมาณ รฐั มนตรี เพื่ออนุมัติวงเงินงบกลางฯ
ก.ช.ภ.อ. ประชมุ พจิ ารณาให ทดรองราชการฯ (งบ 50 - สงคณะทำงานฝายชางตรวจ จงั หวดั ทผ่ี านการตรวจสอบ ใหค วามชวยเหลอื
ความชวยเหลือซอ มแซม ลานบาท) ภายใน 10 วนั ความเหมาะสมของโครงการ ตวามเหมาะสมของโครงการ
สง่ิ สาธารณประโยชนจ าก นับแตไ ดรบั โครงการจาก คา วัสดุตามราคามาตรฐาน จากคณะทำงานฝา ยชา ง กปภ.ช./ - แจง ผลการอนมุ ัตโิ ครงการและ
เงินทดรองราชการท่ี ผวจ. อำเภอ ของสำนกั งบประมาณ หรือ แลว กรมปอ งกันแลบรรเทา วงเงินชวยเหลอื ใหจงั หวดั ทราบและ
มอบใหภ ายในวันที่ 15 นับ - กรณคี วามเสียหายมีมาก ราคาพาณชิ ยจ งั หวดั คำนวณ ดำเนินการตามระเบียบ สร. วาดว ย
แตภ ยั ยุตหิ รือภายหลงั น้ำ เกินวงเงนิ ของจงั หวัด หรือ คาใชจายวงเงนิ ในการชว ย สาธารณภยั การพสั ดุฯ
ลด กรณไี มเขาหลักเกณฑการ เหลอื
- กรณคี วามเสยี หายมีมาก ชวยเหลอื ตามทก่ี ระทรวงการ - ศูนยอำนวยการบรรเทา จังหวดั - แจงผลการอนมุ ัตใิ หอำเภอทราบ
เกนิ วงเงนิ หรอื กรณีไมเขา คลังกำหนดใหสงโครงการ สาธารณภยั (ฝายเลขานกุ าร
หลกั เกณฑก ารชวยเหลอื ขอความชว ยเหลือไปยงั คณะอนกุ รรมการฯ) ตรวจ
ตามทกี่ ระทรวงการคลัง กรม ปภ. สอบความถูกตอง นำเสนอ
กำหนด ใหสงโครงการขอ คณะอนกุ รรมการชว ยเหลอื
ความชว ยเหลอื ไปยัง ผปู ระสบสาธารณภัยพจิ ารณา - ดำเนินการตามโครงการท่ีไดรบั
ก.ช.ภ.จ. อนุมตั ิ ภายใน 15 วนั นบั แต อำเภอ อนุมัติตามระเบยี บ สร. วา ดว ย
ไดรบั โครงการจากจงั หวัด
การพัสดฯุ
ศนู ยอ ำนวยการบรรเทาสาธารณภยั

กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภยั

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
คณะกรรมการอํานวยการ กาํ กบั ตดิ ตาม การชวยเหลอื ผูประสบอุทกภัย(คชอ.) ตามคําสัง่ สาํ นักนายกรัฐมนตรี
เพื่อทําหนาที่อํานวยการ ประสานงาน และกํากับ ติดตามการชวยเหลือผูประสบอุทกภัยของหนวยงานท่ีเกี่ยวของ รวม
ท้ังการฟนฟู บูรณะโครงสรางพื้นฐานและสิ่งกอสรางท่ีจําเปนเรงดวนซ่ึงไดรับผบกระทบจากปญหาอุทกภัย โดยมีรอง
นายกรฐั มนตร(ี พลตรสี นัน่ ขจรประศาสน) เปน ประธานคณะกรรมการฯ
อํานาจหนาท่ี
1. อํานวยการ กํากับ ติดตาม การชวยเหลือผูประสบอุทกภัยของหนวยงานท่ีเก่ียวของรวมท้ังการฟนฟู บูรณะ
โครงสรางพ้นื ฐานและส่งิ กอ สรางท่ีจาํ เปน เรง ดว นซ่ึงไดร บั ผบกระทบจากปญหาอทุ กภยั ในพื้นที่ทุกจังหวดั ของประเทศ
2. ประสานงานกับสวนราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองคกรภาคเอกชน ในการสนับสนุนงบ
ประมาณ บุคลากร และเครอื่ งมืออปุ กรณตา งๆ เพอ่ื ใหค วามชวยเหลอื ผปู ระสบอุทกภยั เกดิ การบรู ณาการในดา นตางๆ
อยางมีประสิทธิภาพและสัมฤทธ์ิผลโดยเร็ว กรณีที่เปนอุทกภัยรายแรง หรืออุทกภัยท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนท่ีหลายจังหวัดของ
ประเทศ เกินขอบเขตอาํ นาจหนา ท่ีของหนวยงานของรฐั ท่จี ะปฏบิ ตั ไิ ดต ามปกติ
3. ติดตามประเมินผล และตรวจสอบการดําเนินงานตามแนวทางมาตรการและแผนงาน/โครงการในการชวย
เหลือผปู ระสบอทุ กภยั ของหนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งเพอื่ รายงานตอ นายกรฐั มนตรแี ละคณะรัฐมนตรที ราบอยางตอ เนือ่ ง
4. แตงตง้ั คณะอนกุ รรมการหรอื คณะทํางานเพ่อื ดาํ เนนิ การตามท่ี คชอ.มอบหมาย
5. ขอใหสว นราชการ หนวยงานของรฐั รัฐวิสาหกิจ และองคก รทเี่ ก่ยี วของ ชแ้ี จงขอเท็จจรงิ และรายงานขอมลู
ผลการดาํ เนนิ การ รวมทัง้ จดั สง เอกสารทเ่ี ก่ียวของตอ คชอ.
6. ปฏบิ ัตงิ านอน่ื ๆ ตามทน่ี ายกรัฐมนตรีมอบหมาย
7. ใหสํานักตรวจราชการ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ทําหนาท่ีเปนหนวยงานกลางในการประสานงาน
ติดตามเรงรัด จัดทําแนวทาง มาตรการและหลักเกณฑในการกํากับติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของหนวย
งานที่เก่ยี วของในการชวยเหลือผูป ระสบอทุ กภยั รวมท้งั ทาํ หนา ที่งานเลขานุการของคชอ.
8. ใหศ นู ยอํานวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั เปนหนว ยประสานงานกับจงั หวัด
ในการชวยเหลอื ผปู ระสบอทุ กภัย

141

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

ท่ี มท 0620/ว กระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค กทม. 10200
12 กรกฎาคม 2550

เรื่อง การขยายผลดำเนินโครงการเสรมิ สรางศักยภาพชมุ ชนดา นการจดั การภัยพิบัติ
เรยี น ผูว า ราชการจงั หวดั ทุกจงั หวดั
อางถงึ หนังสอื กรมปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ดว นท่ีสดุ ที่ มท 0620/ว 55 ลงวนั ที่ 16 มกราคม 2550

ตามท่ีกระทรวงมหาดไทย โดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไดจัดใหมีโครงการเสริมสราง
ศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติ มวี ตั ถุประสงคเพื่อเตรียมความพรอ มใหห มบู าน/ชุมชน ที่อยใู นพื้นทเี่ ส่ยี งภยั มี
ความรู ความเขาใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการเขาไปมีสวนรวมในการบริหารจัดการสาธารณภัย รูจักการวาง
แผนจัดการความเสี่ยง มีการแบงหนาที่รับผิดชอบการเฝาระวัง การแจงเตือนภัยและการฝกซอมแผนอยางสม่ำเสมอ
รวมทั้งมีความสามารถเผชิญเหตุในสถานการณฉุกเฉิน ตามแนวคิดการจัดการความเสี่ยงภัยจากภัยพิบัติโดยอาศัย
ชุมชนเปนฐาน (Community Based Diaster Risk Management : CBDRM) และไดเตรียมความพรอมใหกับจังหวัด
โดยไดจัดการฝกอบรมหลักสูตรวิทยากรการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน ระดับจังหวัด ใหแกขาราชการ/เจา
หนาที่ของจังหวัดทั้ง 75 จังหวัดแลวระหวางเดือนกุมภาพันธ - พฤษภาคม 2550 ซ่ึงจังหวัดไดมีคำสั่งแตงตั้งคณะ
ทำงานผูปฏิบัติงานภาคสนามโครงการเสริมสรางศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติของจังหวัด เพ่ือรวมเปนคณะ
วิทยากรการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐานของจังหวัด รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนเร่ืองอื่นๆ ที่เก่ียวของเพื่อ
ขยายผลการดำเนินงานใหครอบคลุมพ้ืนที่เส่ียงภัยทุกแหง นั้น

เนื่องจากสถานการณภัยพิบัตินับวันจะทวีความรุนแรงมากย่ิงข้ึน ประกอบกับ ชุมชน/หมูบานเสี่ยงภัย
มีเปนจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทยไดพิจารณาถึงความจำเปนในการเรงขยายผลโครงการเสริมสรางศักยภาพชุมชน
ดานการจัดการภัยพิบัติใหชุมชน/หมูบานเสี่ยงภัยแตละแหงมีความเขมแข็งไดอยางรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงขอใหจังหวัด
ประสานงานกับองคกรปกครองสวนทองถ่ินในพื้นท่ี ไดแก องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวน
ตำบล พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการจัดการฝกอบรมเสริมสรางศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติ ใหแกผูนำ
ชุมชนในหมูบานเส่ียงภัยทุกประเภท และภายหลังการฝกอบรมควรจัดใหมีการฝกซอมแผนปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยของชุมชน รวมท้ังสนับสนุนเคร่ืองมือ/อุปกรณในการเฝาระวังแจงเตือนภัย และกูชีพ-กูภัย เพื่อใหชุมชนมี
ความพรอมและสามารถเผชิญภัยไดอยางเปนระบบ อันจะเปนแนวทางสำคัญในการปองกันและลดความสูญเสีชีวิต
และทรัพยสินของประชาชนในพ้ืนที่ไดอยางเปนรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ผลเปนประการใดกรุราแจงใหกระทรวง
มหาดไทยทราบดว ย

จึงเรียนมาเพอื่ พจิ ารณาดำเนินการตอ ไป
ขอแสดงความนับถือ

กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (นายบัญญัติ จนั ทนเ สนะ)
สำนักสงเสริมการปองกันสาธารณภยั รฐั มนตรชี วยวา การฯ ปฏิบตั ริ าชการแทน
โทร./โทรสาร 0-2241-7481-2
รฐั มนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย

142

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬

ท่ี มท 0620.2/ว.72 ศนู ยอ าสาสมคั รปอ งกันฝายพลเรือนกลาง
กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ถนนอูทองนอก กทม. 10300

23 มกราคม 2550
เร่ือง การจัดแบงโครงสรางฝา ยตา งๆในศนู ย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชกิ อปพร. ถอื ปฏิบัติ

เรียน ผูอำนวยการศูนย อปพร. จงั หวดั ทุกจงั หวดั

อา งถึง 1. หนังสือศูนย อปพร. กลาง ที่ มท. 0610.2/ว 1676 ลงวนั ที่ 1 มถิ นุ ายน 2548
2. หนงั สอื ศนู ย อปพร. กลาง ที่ มท. 0610.2/ว 3403 ลงวนั ท่ี 29 กันยายน 2549

สิ่งที่สง มาดว ย แบบการจดั หนว ย อปพร. การบงั คบั บัญชาศนู ย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถือ
ปฏิบัติ จำนวน 1 ชุด

ตามท่กี ระทรวงมหาดไทย มนี โยบายเพิม่ จำนวนและพัฒนาศกั ยภาพสมาชกิ อปพร. ทัว่ ประเทศ จนใน
ปจจุบันมสี มาชกิ อปพร. ทัว่ ประเทศ รวมท้งั สน้ิ 854,431 คน (ขอ มลู ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549) คดิ เปน รอยละ 85.44
ของเปา หมาย 1 ลานคนแลว น้ัน

ศูนยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือนกลางพิจารณาเห็นวา เพื่อใหนโยบายเพ่ิมจำนวนและพัฒนา
ศกั ยภาพสมาชิก อปพร. ท่ัวประเทศบังเกดิ ผลในการปฏบิ ัติอยางจริงจัง เปนการเตรยี มความพรอ มในการปอ งกันภัย การ
กูภัยและเผชิญภัย การบรรเทาและสงเคราะหชวยเหลือผูประสบภัย เพื่อปองกันบรรเทาและลดความสูญเสียจากภัย
พิบัติ และเพ่ือเสริมสรางความเขมแข็งของกิจการ อปพร. รวมท้ังเปนการสงเสริมใหสมาชิก อปพร. ไดมีสวนรวมใน
กิจกรรมการปองกันภัยฝายพลเรือน เชน กิจกรรมการปองกันการเฝาระวังและแจงเตือนภัย การสำรวจพื้นท่ีเส่ียงภัย
และพ้ืนที่ปลอดภัยเพ่ือรองรับการอพยพ ตลอดจนการกำหนดเสนทางการอพยพ การรวมรักษาความสงบเรียบรอยใน
ชุมชน การอำนวยความสะดวกดา นการจราจร และการรวมฝก ซอมแผนปอ งกนั ภัยฝา ยพลเรอื น ฯลฯ จึงขอใหศูนย
อปพร. จงั หวดั แจง ใหศ นู ย อปพร. เทศบาล ศนู ย อปพร. องคการบริหารสว นตำบล และศูนย อปพร. เมืองพัทยา ดำเนิน
การจัดต้ังฝายในศูนย อปพร. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหนวยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน พ.ศ.
2547 ดังนี้

1. จัดแบง โครงสรา งฝา ยตางๆในศนู ย อปพร. ประกอบดว ย
1.1 ฝายปอ งกันและบรรเทาภยั
1.2 ฝายรกั ษาความสงบเรียบรอย

143

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
1.3 ฝายสงเคราะหผปู ระสบภยั
1.4 หนว ยปฏบิ ตั ิการกูชพี กภู ัย (ในกรณีมีการฝก อบรมจดั ตั้ง)
1.5 ฝายอ่นื ๆ ตามความจำเปน

2. มีคำสั่งมอบภารกิจหนาท่ีใหสมาชิก อปพร. ปฏิบัติหนาท่ีในฝายตางๆ ตามเอกสารการจัดหนวย
อาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน การบังคับบัญชาศูนย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถือปฏิบัติที่สง
มาพรอมน้ี

จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาดำเนินการตอ ไป
ขอแสดงความนับถือ

(นายสุวิทย คณกี ุล)
รองอธิบดี ปฏิบตั ริ าชการแทน
อธิบดกี รมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
ผูอ ำนวยการศูนยอ าสาสมัครปอ งกันภัยฝา ยพลเรอื นกลาง

สำนักสงเสรมิ การปอ งกันสาธารณภัย
กลุมกิจการอาสาสมคั ร
โทร. /โทรสาร. 0-2243-0675

144

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

การจัดหนวยอาสาสมัครปอ งกนั ภยั ฝา ยพลเรอื น (ศนู ย อปพร.)
การบังคับบญั ชา ศูนย อปพร. และการมอบภารกิจใหส มาชกิ อปพร. ถือปฏติ ิ
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา ดวยหนว ยอาสาสมัครปองกันภัยฝา ยพลเรอื น พ.ศ. 2547

....................................................................
อา งถงึ 1. พระราชบญั ญตั ปิ องกนั ภยั ฝายพลเรือน พ.ศ. 2522

2. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวาดวยหนวยอาสาสมคั รปองกันภยั ฝายพลเรอื น พ.ศ. 2547
3. กฎหมายจัดตัง้ องคกรปกครองสว นทองถ่ิน
4. พระราชบญั ญตั กิ ำหนดแผนข้ันตอนการกระจายอำนาจใหแกอ งคก รปกครองสวนทอ งถิ่น พ.ศ. 2542
ศูนย อปพร. ประกอบดว ย
1. ศนู ย อปพร. กลาง ผูอำนวยการปองกันภยั ฝายพลเรือนแหงราชอณาจกั ร เปนผูบญั ชาการศนู ย อปพร.
กลาง รับผิดชอบในการปกครองบังคบั บัญชา และกำกบั ดูแลผูอำนวยการศนู ย อปพร. ทกุ ระดับ เจาหนาท่ปี ระจำศูนย
อปพร. และสมาชกิ อปพร. ทั่วราชอณาจกั ร
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปน ศูนย อปพร. กลาง และอธบิ ดกี รมปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
เปน ผอู ำนวยการศูนย อปพร. กลาง
2. ศนู ย อปพร. เขต ผูอ ำนวยการศนู ยปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
เปนผอู ำนวยการศูนย อปพร.เขต ศนู ยปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปนศูนย
อปพร.เขต
3. ศนู ย อปพร. จงั หวดั ผูอำนวยการปองกนั ฝา ยพลเรอื นจงั หวดั เปน ผูอำนวยการศนู ย อปพร. จังหวัด
สำนักงานปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัด เปน ศนู ย อปพร. จังหวดั
4. ศูนย อปพร. อำเภอ เปน ผูอำนวยการปองกันภยั ฝา ยพลเรือนอำเภอ เปนผอู ำนวยการศูนย อปพร. อำเภอ
ท่ที ำการปกครองอำเภอ เปน ศูนย อปพร. อำเภอ
5. ศนู ย อปพร. กิ่งอำเภอ ผูอำนวยการปอ งกนั ภัยฝายพลเรอื นกิง่ อำเภอ เปน ผอู ำนวยการศูนย อปพร. ก่ิง
อำเภอ ทที่ ำการปกครองกงิ่ อำเภอ เปน ศูนย อปพร. ก่งิ อำเภอ
6. ศนู ย อปพร. เทศบาล ผอู ำนวยการปองกันภัยฝายพลเรอื นเทศบาล เปน ผอู ำนวยการศนู ย อปพร.
เทศบาล สำนกั ปลัดเทศบาล เปน ศนู ย อปพร. เทศบาล
7. ศูนย อปพร. องคก ารบรหิ ารสวนตำบล นายกองคก ารบรหิ ารสว นตำบล เปนผอู ำนวยการศนู ย อปพร.
องคก ารบริหารสว นตำบล

145

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—

2.2 รักษาความสงบเรยี บรอย ความปลอดภัยในชีวติ และทรพั ยส นิ การจัดระเบยี บการจราจร และกำหนด
เขตพื้นทีห่ ามเขา ในกรณีเกิดอัคคีภัย หรอื ภยั พบิ ตั อิ ืน่ ๆ

2.3 สนบั สนนุ และรวมกบั เจา หนา ที่ตำรวจ ดำเนินการปองกันโจรกรรม การกออาชญากรรม การชุมนุม และ
การกอความไมส งบ

2.4 รวมควบคมุ ตรวจตราบคุ คลทน่ี าจะเปน อันตรายตอความไมสงบเรียบรอยของบา นเมอื ง
2.5 รว มควบคมุ ดูแลใหค วามปลอดภัยแกผ ูป ระสบภัยและทรพั ยสินของผูประสบภยั ในกรณเี กดิ ภัยพิบัติตา งๆ
2.6 รวมดำเนินการรักษาความปลอดภยั ตอสถานทีร่ าชการ และบคุ คลสำคัญในสถานการณก ารรักษาความ
มน่ั คงของประเทศตามทีไ่ ดร ับมอบหมาย
2.7 รวมการซอ มปองกันภยั การรักษาความปลอดภัย รวมกบั ฝา ยตา งๆ
2.8 ปฏบิ ัติหนาท่ีตามทผี่ อู ำนวยการศูนย อปพร. มอบหมาย
3. ฝา ยสงเคราะหผูประสบภัย มหี นาท่สี นับสนนุ และจดั เตรยี มกำลังสมาชิก อปพร. ในการชว ยเหลอื หนวยงานท่ีรับ
ผดิ ชอบเกย่ี วขอ งในการปฐมและรกั ษาพยาบาลเบื้องตน การเคลอื่ นยา ยผเู จ็บปว ย และการสงเคราะหผ ปู ระสบภัย โดยมี
ภารกจิ ดังนี้
3.1 จดั หา จดั เตรียมเครือ่ งมือ เครื่องใช เครอื่ งอุปโภค บรโิ ภค และเวชภัณฑในการชวยเหลือผปู ระสบภยั และผู
ไดรับอนั ตรายหรือบาดเจ็บ
3.2 รว มชวยเหลือการอพยพผูประสบภยั ดานการรกั ษาพยาบาล การอนามยั การจดั ระเบียบภายในสถานที่
รองรับการอพยพ
3.3 รวมประสานงานหนว ยงานตา งๆ ในการบรรเทาทุกขผ ูประสบภยั
3.4 รว มสำรวจจำนวนผูป ระสบภยั และความเสยี หายเบ้อื งตน รายงานใหผ บู ังคับบัญชาทราบ
3.5 จัดเตรยี มสถานทใ่ี นการชว ยเหลอื สงเคราะหผปู ระสบภยั เบื้องตน
3.6 รว มสงเคราะห ชวยเหลือการแจกจายอาหาร และสิ่งของแกผ ูป ระสบภัย
3.7 รว มซอมแผนปองกนั ภยั การชวยเหลือรักษาพยาบาล และการเคลือ่ นยายรวมกบั ฝายตางๆ
3.8 ปฏบิ ตั ิหนาท่ีตามที่ผูอำนวยการศูนย อปพร. มอบหมาย
4. หนว ยปฏบิ ัติการกชู ีพกภู ยั มหี นาที่เปน หนวยเผชญิ เหตุ (First Responder Unit) ประจำองคก รปกครองสวนทอง
ถ่นิ หรือประจำศูนย อปพร. ปฏิบัติงานกชู ีพ กูภ ยั เบื้องตน ในกรณีเกิดภยั พบิ ตั หิ รอื อุบัติเหตทุ างถนน ใหก ารชวยเหลือ
ประชาชนผปู ระสบภยั และชว ยเหลอื ใหการปฐมพยาบาล รวมท้งั เคล่ือนยา ยผูป ระสบภัยไดอ ยา งปลอดภัยรวดเรว็ และ
ถูกตอ งตามหลกั วชิ าการ สามารถใหการสนบั สนุนหนว ยงานในพนื้ ท่หี รือหนวยงานขา งเคียงที่มพี ืน้ ท่ตี ดิ ตอกัน ในการ
ทำงานกชู พี กภู ยั ไดอ ยางรวดเร็ว
5. ดานอ่นื ๆ ตามความจำเปน โดยการสนับสนนุ และจดั เตรยี มกำลังสมาชกิ อปพร. ในการปฏบิ ตั ิประจำฝา ยตา งๆ
เชน
4.1 ฝา ยเฝา ระวังและแจง เตือนภัย (มสิ เตอรเ ตือนภัย)
4.2 ฝายสอ่ื สาร ดำเนินการดานวิทยสุ ือ่ สาร และเอกสาร
4.3 ฝา ยกจิ กรรม จดั ทำกิจกรรมตางๆ อยางตอ เน่ือง
4.4 ฝา ยสวสั ดกิ าร ดแู ล ชวยเหลอื ในหมู อปพร. ดวยกัน เชน จดั ใหมกี องทุนสวัสดิการการประกนั ชวี ิตหมู
4.5 ฝา ยประชาสัมพันธ ปฏิบตั กิ ารนักขา วปองกันภยั ฝายพลเรอื น การเผยแพรข อ มลู ขา วสาร
146

Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬

แนวทางการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถอื ปฏิบัติ
วตั ถุประสงค

1. เพื่อใหสมาชิก อปพร. ในสงั กดั ไดร ับทราบและถือปฏบิ ตั ิ ตามบทบาทและภารกิจหนา ท่ีของหนว ยอาสา
สมัครปอ งกันภัยฝายพลเรอื น ตามท่ไี ดรับมอบหมายหรือการสงั่ ใชจากผูอำนวยการศนู ย อปพร. เชน บทบาทหนาท่ีดาน
การปอ งกนั และบรรเทาภัย ดานการรกั ษาความสงบเรยี บรอย ดานการสงเคราะหผปู ระสบภัย หรือดานอ่ืนๆ ตามความ
จำเปน ซง่ึ ไดก ำหนดไวในระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา ดว ยหนว ยอาสาสมัครปองกนั ภยั ฝายพลเรือน พ.ศ. 2547 ขอ
31 การจดั ต้งั หนว ย อปพร. และขอ 36 หนาทแี่ ละการส่งั ใช

2. เพอื่ ใหผ อู ำนวยการศนู ย อปพร. แบง มอบหมายภารกิจการปฏบิ ัตใหก ับสมาชิก อปพร. ในสงั กดั ไดอ ยา ง
ชดั เจน และเปน ไปตามมาตรฐานเดียวกัน

3. เพ่ือเปนการสรางความตระหนักรบั ผดิ ชอบ เตรียมตัวและเตรยี มความพรอมในการปฏบิ ตั งิ านเม่ือเกดิ ภัย
หรือใกลเกดิ ภยั ทำใหสมาชกิ อปพร. ทุกคน ไดร ับทราบและเรยี นรภู ารกจิ หนา ทีท่ ่ีจะตอ งรับผดิ ชอบ ทราบวา ตนตอง
ประสานงานหรือทำงานรวมกบั ใคร หนว ยงานใด ทำใหเ กดิ การประสานงานกบั หนวยงานทร่ี บั ผิดชอบในดา นนนั้ ๆ เพื่อ
สรา งคุนเคย ความผูกพนั ตอ กนั รวมท้งั ทำใหเ กิดความตื่นตัวและแสวงหาความรูหรือทกั ษะความชำนาญเพ่มิ เติม ดดย
ตนเอง โดยการฝกอบรมทบทวนเพ่มิ เติม และโดยหนวยงานท่รี บั ผดิ ชอบในภารกิจนนั้
วิธีการดำเนินการ

1. เมอ่ื สมาชิก อปพร. ไดรับการฝกอบรมหลกั สตู รจัดตงั้ หรือหลักสูตรทบทวน รวมทง้ั การฝก อบรมเฉพาะกรณี
แลว ใหผ อู ำนวยการศนู ย อปพร. องคก ารบรหิ ารสว นตำบล หรอื เทศบาล พจิ ารณาแบงมอบภารกิจใหถอื ปฏบิ ัติโดยทนั ที
โดยแบง อปพร. ออกเปนฝายๆ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา ดวยหนว ยอาสาสมคั รปอ งกันภยั ฝา ยพลเรอื น พ.ศ.
2547 ขอ 31 หรือตามท่เี หน็ เหมาะสม หรือ

2. ผอู ำนวยการศนู ย อปพร. พิจารณาแบงมอบหนา ท่ีให อปพร. จำนวนหน่ึง เพอ่ื ใหป ฏบิ ัติหนา ทีอ่ ยางชัดเจน
เชน 50 คน หรือฝา ยละ 10 - 20 คน หรือที่เห็นสมควร ซึง่ จะมกี ารสง่ั ใชป ฏิบตั ภิ ารกิจเปน ประจำ และอาจปรบั เปลีย่ น
หมนุ เวยี นกันไป เชน การรกั ษาความสงบเรยี บรอยในชุมชน การสนบั สนุนหรือชว ยปฏิบตั ิงานจราจรตามหนาสถาน
ศึกษา หรือสถานทร่ี าชการ การเขา เวรประจำศนู ย อปพร. หนวยปฏิบัตกิ ารกชู ีพประจำทอ งถ่นิ (OTOS) การจดั ชุดเฝา
ระวงั สถานการณและเตือนภยั ทีเ่ ปน ความเสีย่ งภัยประจำทอ งถ่นิ เปนตน ซ่งึ ภารกิจเหลา นจี้ ะมอี ยา งตอเน่อื ง ศนู ย อป
พร. สามารถมอบหมายภารกิจและสั่งใชไดตลอดเวลาเปน ประจำตามจำนวนท่ีเหมาะสม

2.2 กำลังสมาชกิ อปพร. อีกสวนหน่ึงซึ่งเปนกำลงั สว นใหญ จะทำงานหรือประกอบอาชีพของตนตาม
ปกติ แตจะเรียกส่ังใชหรือระดมสรรพกำลัง เมอื่ ใกลเกดิ ภยั หรอื ขณะเกิดภัย หรือหลงั เกิดภัยเพ่อื ชว ยเหลือสนบั สนุนใน
การปองกนั การกภู ยั การบรรเทาและสงเคราะหผ ปู ระสบภัย ซงึ่ หากมกี ารมอบหมายหรือแบงความรบั ผิดชอบเปนฝายๆ
ใหก บั สมาชกิ อปพร0 อยูแลว เมื่อคราวเสร็จสิน้ การฝก อบรม ก็จะทำใหทราบบทบาทหนาทแี่ ละเขาปฏิบตั ิงานตาม
ภารกิจของตนไดทนั ที
ประเภทการมอบหมายภารกิจใหส มาชิก อปพร. ถอื ปฏิบตั ิในฝายตางๆ ของศนู ย อปพร.

1. ภารกิจดานการปอ งกนั และบรรเทาภัย
2. ภารกิจดา นการรักษาความสงบเรยี บรอ ย
3. ภารกจิ ดา นการสงเคราะหผ ปู ระสบภัย

147

Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—

4. หนว ยปฏิบตั กิ ารกูช ีพกูภ ยั
5. ภารกจิ ดานอน่ื ๆ ตามความจำเปน
1. ภารกิจดานการปอ งกนั และบรรเทาภัย มีหนา ท่สี นับสนุนการจัดเตรียมการปอ งกันภัยตา งๆที่จะเกิดขึ้นในพน้ื ที่
และจดั เตรียมการบรรเทาภัยใหรวดเร็วและมปี ระสิทธภิ าพ โดยมีภารกิจดังนี้
1.1 รวมตรวจตรา สอดสองสถานท่ที ไ่ี มป ลอดภยั เสย่ี งตอการเกิดสาธารณภัย
1.2 สำรวจพืน้ ท่ีเส่ยี งภัย พน้ื ทร่ี องรบั การอพยพ เสนทางอพยพ
1.3 รวมสำรวจแหลง นำ้ ดับเพลิง และเคร่อื งมอื เครือ่ งใช ในการปอ งกันภยั
1.4 จัดเตรียม ซอมบำรงุ เครื่องมอื อุปกรณใหอยูใ นสภาพพรอ มใชงาน
1.5 รวมชวยเหลือผตู กอยูในอนั ตราย
1.6 รวมชวยเหลอื อพยพผปู ระสบภัย
1.7 รว มระงับและบรรเทาสาธารณภยั
1.8 รวมการซอ มแผนปองกนั ภัย รวมกับฝายตา งๆ
1.9 ปฏิบตั ิหนาท่ีตามทีผ่ ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
2. ภารกิจดา นการรกั ษาความสงบเรยี บรอย มีหนา ท่สี นบั สนุนการรกั ษาความสงบเรียบรอย การรักษาความ
ปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกดา นการจราจร โดยมีภารกิจดงั น้ี
2.1 รวมรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยโดยทั่วไป
2.2 รว มรักษาความสงบเรียบรอย ความปลอดภยั จัดระเบียบการจราจร และกำหนดเขตพื้นที่หา มเขาในกรณี
เกิดอัคคีภยั หรอื ภยั พบิ ัตอิ น่ื ๆ
2.3 รวมปอ งกันโจรกรรม อาชญากรรม และการกอ ความไมสงบ
2.4 รวมควบคมุ ตรวจตราบุคคลทนี่ าจะเปน อนั ตรายตอความไมส งบ
2.5 รวมควบคมุ ใหความปลอดภัยแกผปู ระสบภัยและทรพั ยส นิ ของผปู ระสบภัย
2.6 รวมดำเนินการรักษาความปลอดภยั ตอสถานทแ่ี ละบุคคลสำคัญ
2.7 รวมการซอมแผนปอ งกันภัย รว มกับฝา ยตา งๆ
2.8 ปฏบิ ัติหนา ทตี่ ามทีผ่ ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
3. ภารกจิ ดา นการสงเคราะหผปู ระสบภัย มีหนา ท่สี นับสนนุ การชว ยเหลือปฐมพยาบาลเบ้ืองตน และการสงเคราะห
ผปู ระสบภัย โดยมภี ารกจิ ดงั นี้
3.1 จดั เตรียมเครื่องมอื เครื่องใช เคร่ืองอุปโภค บรโิ ภค เวชภัณฑใ นการชว ยเหลอื ผูป ระสบภัย
3.2 รว มชวยเหลอื การอพยพผูป ระสบภยั ดา นการรักษาพยาบาล การอนามยั การจดั การระเบียบภายใน
3.3 รวมประสานงานหนว ยงานตา งๆในการบรรเทาทกุ ขผปู ระสบภัย
3.4 รว มสำรวจจำนวนผปู ระสบภัย และความเสียหายเบอ้ื งตน รายงานใหผ บู งั คบั บัญชาทราบ
3.5 จัดเตรยี มสถานท่ใี นการชวยเหลอื สงเคราะหผปู ระสบภัยเบอ้ื งตน
3.6 รว มสงเคราะหช วยเหลือการแจกจายอาหาร และส่ิงของแกผปู ระสบภยั
3.7 รว มการซอ นแผนปอ งกนั ภยั รว มกับฝา ยตา งๆ
3.8 ปฏบิ ัติหนา ทต่ี ามท่ผี ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
148

Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
4. หนวยปฏบิ ตั กิ ารกูชีพกภู ัย สมาชกิ อปพร. ทีผ่ านการฝก อบรมจัดตั้งหนวยกชู พี กูภัย (OTOS) จะทำหนาทีเ่ ปน หนวย
เผชิญเหตุ (First Responder Unit) ประจำองคก รปกครองสวนทองถน่ิ หรือประจำศนู ย อปพร. ปฏิบตั ิงานกูชพี กภู ยั เบื้อง
ตนในกรณีเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุทางถนน ใหการชวยเหลือประชาชนผูประสบภัย และชวยเหลือใหการปฐมพยาบาล
รวมท้ังเคล่ือนยายผูประสบภัยไดอยางปลอดภัยรวดเร็ว และถูกตองตามหลักวิชาการ สามารถใหการสนับสนุนหนวย
งานในพ้นื ที่หรอื หนว ยงานขางเคยี งท่ีมพี ้ืนท่ีตดิ ตอกัน ในการทำงานกชู พี กภู ัยไดอยางรวดเรว็
5. ภารกิจดานอ่ืนๆ ตามความจำเปน เชน

5.1 ฝา ยเฝา ระวังและแจง เตือนภัย (มสิ เตอรเตือนภัย)
5.2 ฝายสือ่ สาร ดำเนนิ การดานวทิ ยสุ ื่อสาร และเอกสาร
5.3 ฝา ยกิจกรรม จัดทำกจิ กรรมตางๆอยางตอ เน่ือง
5.4 ฝายสวสั ดกิ าร ดแู ล ชว ยเหลอื ในหมู อปพร. ดว ยกนั เชน จดั ใหมีกองทนุ สวสั ดิการ การประกันชวี ติ หมู
5.5 ฝา ยประชาสัมพนั ธ ปฏิบัติการนกั ขา วปองกนั ภยั ฝายพลเรือน และเผยแพรขอมลู ขาวสาร

-------------------------------------------------------------------------------

149


Click to View FlipBook Version