Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ 5.3 ดา นการแพทยแ ละสาธารณสุข
ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
เทา ท่จี า ยจริง (บาท)
1 จดั ใหบ รกิ ารรักษาพยาบาลฟรีแกป ระชาชนท่ี
เจ็บปว ย - ไมเกนิ 50,000/คน
จากภยั พบิ ตั ิในสถานพยาบาลหรอื หนวย - ตามอัตราคา บริการของ
แพทยเ คลื่อนที่ - สถานบริการสาธารณสุข
2 คา วสั ดเุ คมีภัณฑ อาหาร และเวชภัณฑ เทาทจ่ี า ยจริง บอนำ้ ละไมเกิน 30
- คา วสั ดุ เคมภี ณั ฑทําความสะอาดบอน้ำตนื้ - ครอบครวั ละไมเ กิน 200
- น้ำดืม่ แกครอบครัวทีข่ าดแคลนน้ำสะอาด - ครอบครัวละไมเกิน 500
บริโภค
- คาอาหารเสรมิ โปรตีน เพอื่ ฟน ฟรู างกายและ เทาทจี่ ายจรงิ ตามความจําเปน
เสรมิ สรางภูมิคุมกันโรค -
- แหง ละไมเกนิ 4,600
3 คา วัสดุเคมภี ณั ฑ วัสดุวิทยาศาสตรก ารแพทย - แหง ละไมเ กิน 26,580
(ปรบั ปรุงสุขาภิบาลและอนามยั ส่ิงแวดลอม) - ตามความจําเปน
- คา วสั ดุ เคมีภัณฑทาํ ความสะอาดบอ น้ำ - ตวั อยา งละไมเกนิ 100
สาธารณะ ตวั อยา งละไมเ กิน 15/ 25
ติดตง้ั ประปาสนาม ทําลายแหลงแพรเ ชอ้ื โรค ตัวอยา งละไมเกนิ 30
- คา ใชจ า ยเปา ลา งบอ บาดาล ตัวอยางละไมเกิน 50
- ปรบั ปรุงซอ มแซมระบบประปาหมูบา น คนละไมเ กิน 68
- คา สารเคมแี ละวสั ดใุ นกิจกรรมลา งตลาด
(ผงปูนคลอรีน 65% และถงุ ดําใสขยะ)
- คาวัสดุวิทยาศาสตรทดสอบเชอ้ื อจุ จาระรวง
- คาวัสดวุ ทิ ยาศาสตรเตรียมอาหารเล้ียงเชื้อ
เพื่อนาํ สง อจุ จาระ/ตวั อยางน้ำ
- คา วัสดวุ ิทยาศาสตรก ารแพทยส าํ หรับการ
ทดสอบอาหาร
- คา วสั ดวุ ทิ ยาศาสตรส าํ หรับตรวจวินิจฉยั
โรคเลปโตสไปโรซสี
- คา ยาและเวชภณั ฑส าํ หรับรกั ษาและ
ควบคุมการแพรร ะบาดโรค
100
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เงื่อนไข จำนวนเงนิ
4 จดั หาวสั ดใุ นการเกบ็ ตัวอยา งอากาศ (บาท)
-
- คาวสั ดสุ ําหรับเกบ็ ตัวอยา งฝุนละออง - ตวั อยางละไมเ กิน 4,020
- คา วสั ดุเก็บตัวอยา งและน้ำยาวิเคราะห - ตวั อยางละไมเ กนิ 500
ตะก่วั ตัวอยา งละไมเกนิ 300
- คาวัสดุเกบ็ ตัวอยาง นำ้ ยา และสารเคมี
วเิ คราะห
แกส ซลั เฟอรไดออกไซด, แกสไนโตรเจนได
ออกไซด
5 คาซอมแซมสถานบริการสาธารณสขุ รวมท้ัง - เฉพาะรายการที่มีความจาํ เปน
ครภุ ัณฑ
6 คาเบย้ี เลยี้ ง คาตอบแทนการปฏบิ ตั งิ านนอก - ใหเบกิ จา ยตามระเบียบของทาง
เวลา คาใชจายในการเดินทางสําหรบั เจา ราชการ
หนาทีท่ ี่ออกปฏิบตั ิงาน
-หนวยแพทยเคลือ่ นที่ ออกปฏบิ ตั งิ านไมเกนิ 10
คน/หนว ย/ครั้ง
-หนวยสาธิตประปาสนาม ออกปฏิบตั ิงานครง้ั ละไม
เกิน 5 คน
-หนวยสาธติ การลางบอ นำ้ ออกปฏิบัติงานครง้ั ละไม
เกนิ 3 คน
- หนวยเปาลางบอ นำ้ บาดาล ประปาหมบู า น ออกปฏิบัติงานคร้งั ละไม
เกิน 3 คน
- หนว ยสุขศึกษาและประชาสัมพนั ธเ คล่ือนท่ี ออกปฏิบัตงิ านไมเ กิน 3
คน/หนว ย/คร้งั
-หนว ยปฏบิ ตั งิ านดานควบคมุ ปองกันโรค ออกปฏิบัตงิ านคร้ังละไม
เกนิ 3 คน
101
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ 5.4 ดา นพืช
ขอ รายการ เง่ือนไข จำนวนเงิน
(บาท)
1 กรณพี ืชอายุสนั้ เสยี หาย ไมเ กนิ รอยละ 100 ของ ตามอตั ราทก่ี ระทรวงเกษตร
- พันธุพ ืชอายสุ นั้ พนื้ ทเ่ี สยี หาย และสหกรณก ําหนด
- พันธุไมผ ลไมย นื ตน ไมเ กินรอยละ 25 ของพ้นื ที่ ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
- ชว ยเหลือดานสารปอ งกนั กําจดั ศัตรพู ชื เสียหาย และสหกรณกําหนด
หรือสารเคมหี รอื อนิ ทรยี วตั ถุ ไมเ กนิ รอ ยละ 50 ของพนื้ ท่ี ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
ทใี่ หค วามชวยเหลือ และสหกรณก ําหนด
2 กรณไี มย ืนตนเสียหาย ไมเ กินรอ ยละ 100 ของ ตามอัตราท่กี ระทรวงเกษตร
- พนั ธไุ มผ ลไมยืนตน พน้ื ทีเ่ สียหาย และสหกรณกําหนด
- ชวยเหลือดานสารปองกนั กําจัดศตั รพู ืช ไมเ กินรอยละ 50 ของพ้ืนท่ี ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
หรือสารเคมหี รืออนิ ทรยี วัตถุ เสียหาย และสหกรณก าํ หนด
3 กรณีพชื ทป่ี ลูกไดรบั ผลกระทบจากภยั พบิ ัติ ทำใหช ะงักการ ตามอัตราท่ีกระทรวงเกษตร
- ชว ยเหลือดานสารปองกนั กําจัดศัตรพู ชื เจรญิ เติบโตไมเ กนิ และสหกรณกาํ หนด
หรือสารเคมีหรืออินทรียวัตถุ รอ ยละ 50 ของพน้ื ท่ี
ฟนฟไู ด
4 กรณพี นื้ ที่ทําการเพาะปลกู ถูกหิน ดนิ ทราย ไมส ามารถเพาะปลูกได ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
ไม โคลน รวมทงั้ ซากวสั ดุทุกชนิดทบั ถม ขนาดพื้นท่ีไมเ กนิ 5 ไร และสหกรณกําหนด
5 กรณีราษฎรมคี วามจําเปนตองขนยายปจ จัย คาดวาจะไดร ับผลกระทบ ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตร
การผลิต และผลผลิต จากภยั พบิ ตั ิใหช วยเหลอื และสหกรณก ําหนด
คา ใชจายในอตั รารอยละ
50 ของปจจยั การผลิต
6 กรณเี กดิ การแพรระบาดของศัตรูพืชใหดาํ เนนิ - ตามอัตราทกี่ ระทรวงเกษตร
การจดั หายาเคมี สารเคมี หรืออินทรียวัตถุ และสหกรณก าํ หนด
ตลอดจนวสั ดอุ ุปกรณในการปอ งกนั
7 เกษตรกรที่ไดร บั การชวยเหลอื ตองเปน - -
เกษตรกรทขี่ ึ้นทะเบียนดานพืชกับหนวยงาน
ของกรมสงเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตร
และสหกรณ กอ นเกดิ ภยั พิบัตแิ ลว เทา นั้น
102
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ 5.5 ดา นประมง
ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
- (บาท)
1 ใหด ําเนินการชวยเหลือผปู ระสบภัยในกรณี
เกดิ ภัยพบิ ัติ - ตามอัตราท่กี ระทรวงเกษตร
ข้ึนในพื้นท่เี ฉพาะแหงภายในพื้นท่ีจังหวัด - และสหกรณก าํ หนด
หรือเปน ภยั พบิ ตั ิ
เลก็ นอย และมคี วามเสียหายน้ันอยูในระดับท่ี ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตร
สามารถใหความ และสหกรณกาํ หนด
ชวยเหลือไดโ ดยอํานาจของผวู า ราชการ
จังหวดั -
2 โดยสนับสนนุ พนั ธุสัตวน้ำ อาหารสตั วน ้ำ
วัสดุทางการประมง สารเคมี และยารกั ษาโรค
ที่จําเปน
3 เกษตรกรทจ่ี ะไดร ับการชวยเหลอื ตองเปน
เกษตรกรทขี่ ึ้นทะเบยี นดา นประมงกบั หนวย
งานของกรมประมง กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ กอ นเกดิ ภัยพบิ ตั แิ ลวเทานน้ั
ขอ 5.6 ดา นปศุสัตว
ขอ รายการ เง่อื นไข จำนวนเงิน
1 จัดหาพชื อาหารสตั ว หรอื อาหารสตั วใ หแก (บาท)
ในกรณีท่ีขาดแคลน
สัตวของเกษตรกร และมีผลกระทบ ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
และสหกรณกําหนด
2 จดั หาวคั ซนี และเวชภัณฑรกั ษาสัตว เพ่อื ตอ ชวี ิตสตั ว
ปอ งกนั โรคและกาํ จดั โรค การฟน ฟูสขุ ภาพ - ตามอตั ราที่กระทรวงเกษตรและ
สัตวเลีย้ ง สหกรณก าํ หนด
3 ใหการสนบั สนนุ พนั ธพุ ชื อาหารสัตว แปลงหญาเล้ยี งสตั ว ตามอตั ราทก่ี ระทรวงเกษตร
ทงุ หญา เลีย้ งสัตวเสียหาย และสหกรณก ําหนด
103
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เงื่อนไข จำนวนเงิน
4 ใหก ารชว ยเหลอื คา พนั ธสุ ตั ว สัตวต ายหรอื สูญหาย (บาท)
5 เกษตรกรที่จะไดร ับการชวยเหลอื ตองเปน - ตามอัตราที่กระทรวงเกษตร
เกษตรกรทขี่ ้นึ ทะเบยี นดา นปศสุ ัตวกับหนวย และสหกรณกาํ หนด
งานของกรมปศสุ ัตว กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ กอ นเกิดภัยพบิ ัตแิ ลวเทาน้นั -
ขอ 5.7 ดา นการเกษตรอน่ื
ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงิน
- (บาท)
1 คาปรับเกล่ียพื้นที่ ไถพรวน ยกรอง การ
กอ สรา งคันดนิ สามารถใชง านได ตามอตั ราท่ีกระทรวงเกษตร
ในชว งฉกุ เฉิน และสหกรณกําหนด
2 คาซอ มแซมอาคารชลประทานและระบบ
ชลประทานเฉพาะในสวนทเี่ กีย่ วกับการ ตามอัตราทก่ี ระทรวงเกษตร
ระบายน้ำ และสหกรณก าํ หนด
3 คาจา งเหมารถยนต รถไฟ เรอื จา ยเปนรายวัน ตามราคาทองถิน่
- คา จา งเหมารถยนตและเรือบรรทุกของ เทา ทีจ่ ายจริง ตามความจาํ เปน
เอกชน
- คา ระวางบรรทุกทางรถไฟ
104
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
ขอ 5.8 ดา นปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
ขอ รายการ เงอ่ื นไข จำนวนเงนิ
1 จัดหาน้ำมนั เช้อื เพลิงและหลอลื่น สาํ หรบั จาํ นวนราษฎร (บาท)
ยานพาหนะบรรทุกนำ้ ของทางราชการ/ จาํ นวนวนั ตามความจําเปน
องคก รปกครองสว นทองถน่ิ /เอกชน ทีน่ ํามา ระยะทาง และ
ชวยเหลือภัยแลง จาํ นวนยานพาหนะ
2 จัดหาภาชนะรองรับน้ำ - ตามความจําเปน
3 ซอ มแซมภาชนะรองรับนำ้ /ปรับปรงุ ซอมแซม ก.ช.ภ.อ./กอ. ควบคุม ตามความจําเปน
บอนำ้ บาดาลและบอน้ำตน้ื
4 จัดหาวสั ดุ (กระสอบทราย ดิน ลูกรงั เสาเขม็ ลดอนั ตรายทจ่ี ะทําความ ตามความจําเปน
ไมแ บบ เปนตน ) เพ่ือนําไปปองกนั และแกไ ข เสียหายตอสว นรวม
เหตุการณเ ฉพาะหนา
5 ซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนท่ีไดรบั ความ - กรณีเรง ดวนจำเปน ตามความจาํ เปน
เสียหาย ซึ่งมไิ ดอยูในความรบั ผิดชอบของ - ไมซำ้ ซอนกับโครงการ
สว นราชการ ท่ไี ดรบั งบประมาณ
- สะพานหรอื ถนน หรอื ถนนท่มี ที อระบายน้ำ - เพ่อื ทดแทนของเดิม ตามความจาํ เปน
ใหกอ สรางสะพานคอนกรตี ทดแทน หรอื เทา ท่ีจำเปน เรงดวน ตามความจําเปน
กอ สรา ง สะพานไมช่ัวคราว หรอื ทอเหลย่ี ม กรณสี รางสะพาน
คสล.
- สะพานไมทางเดินชั่วคราวในเขตชุมชน คอนกรีตไมเกนิ
45 วัน (สะพาน
ขนาดเลก็ ๆเพื่อขนสง
พชื ผลทางการเกษตร)
- เกดิ ภัยพบิ ัตเิ ปนระยะ
เวลานาน ราษฎร
เดือดรอน
6 จางเหมาตดั ราน หรือริดตน ไมหรือกง่ิ ไม ทำความเสยี หายแกส ่ิง ตามความจําเปน
หักโคน สาธารณประโยชนหรอื
ทรัพยส ินของทางราชการ
105
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เง่ือนไข จำนวนเงิน
(บาท)
7 จางเหมากำจดั สิ่งกดี ขวางทางนำ้ ท่ีอุดชอ ง สงิ่ สาธารณประโยชน ตามความจำเปน
ทางน้ำเปน อปุ สรรคตอ การระบายนำ้ ทำให หรือก่ิงไม เศษสวะ ฯลฯ
เกิดความเสยี หายตอ ชวี ติ และทรัพยส นิ รวม เปน อุปสรรคตอการ
ทัง้ การปอ งกัน ระบายน้ำ ทำใหเกดิ
ความเสยี หายตอ ชวี ติ
และทรัพยส นิ
8 จัดหาน้ำมนั เชอ้ื เพลิงและหลอ ลืน่ เคร่ืองจกั รกลของทาง ตามความจำเปน
ราชการที่นำมาใชใน
การปอ งกันมใิ หน้ำทว ม
(ขุดดินทำคันกั้นนำ้
กำจัดสิง่ กีดขวางทางน้ำ)
9 คา ขุดลอกเปด ทางนำ้ คา จา งในการสราง - ตามความจำเปน
แนวปองกนั หรือจดั ซอ้ื วสั ดุเพือ่ สรางแนว
ปองกันพ้ืนที่การเกษตร
ขอ 5.9 ดา นการปฏบิ ตั งิ านใหความชวยเหลอื ผปู ระสบภยั
ขอ รายการ เงือ่ นไข จำนวนเงิน
1 คา ซอ มแซมครุภณั ฑ/ ยานพาหนะของทาง ชำรดุ เสยี หายใน (บาท)
ระหวางปฏิบัติงาน
ราชการ/เอกชน ท่ชี ว ยโดยสมคั รใจ และไม ซอมใหอยใู นสภาพ ตามความจำเปน
คดิ มูลคา เดมิ เฉพาะกรณีจำเปน
2 - คา น้ำมันเช้ือเพลงิ และหลอ ลื่น รวมท้ังคา เรง ดวน
กระแสไฟฟาสำหรบั เคร่อื งสบู นำ้ ของทาง
ราชการ/องคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ - ตามความจำเปน และประหยัด
- คา นำ้ มนั เช้อื เพลิงและหลอ ลื่น รวมท้ัง
คากระแสไฟฟาสำหรบั เคร่อื งสบู นำ้ ของ เคร่อื งสูบนำ้ ของทาง ตามความจำเปน และประหยัด
เอกชน ราชการมีจำนวนไมเ พยี ง
พอ และการใหร าษฎร
มสี วนรว มชวยเหลอื
ตนเอง
106
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
ขอ รายการ เงอื่ นไข จำนวนเงิน
3 คานำ้ มันเชอ้ื เพลิงและหลอ ลื่นสำหรบั ยาน (บาท)
พาหนะของทางราชการ/องคก รปกครอง การใหร าษฎรมสี ว นรวม ตามความจำเปน และประหยดั
สวน ทอ งถนิ่ /เอกชน ที่นำมาใชปฏิบัตงิ าน ในการชวยเหลือตนเอง
ชว ยเหลือโดยสมคั รใจและไมค ิดมูลคา
4 คา เชาหรือจา งเหมาเครือ่ งสบู นำ้ /ยานพาหนะ เคร่อื งสูบนำ้ /ยานพาหนะ จา ยคา เชา เปนรายวัน
ของทางราชการมีไม
เพยี งพอและไมส ามารถ ตามราคาทอ งถิน่
ขอความรว มมอื จาก
ภาคเอกชนได
5 คา จา งเหมาหรอื จางแรงงานแบกหามสง่ิ ของ ใหใ ชเจาหนาทขี่ องสวน ตามอตั ราคา จา งแรงงานขัน้ ต่ำ
รวมทั้งจางเหมาแรงงานจดั หบี หอ ราชการกอ น กรณี
เจา หนา ทไ่ี มเ พียงพอ ตามประกาศกระทรวงแรงงาน
ใหจา งบุคคลภายนอกได
6 (1) คา เบย้ี เลย้ี ง คาตอบแทน คา ตอบแทน - กรณงี บประมาณปกติ เบกิ จายตามระเบียบแบบแผนของ
การปฏิบตั ิงานนอกเวลา ไมเพียงพอ หรือมิไดต้งั ทางราชการ
คาใชจา ยในการเดินทางของขาราชการ ไวเ พ่อื การนี้
/ ลกู จา งของทางราชการ
(2) คาตอบแทน (ผทู ่มี ิใชขาราชการ/ลกู จาง) - ตามจำนวนผปู ฏบิ ตั งิ าน ตามอัตราแรงงานขน้ั ตำ่
(3) คา เบย้ี เลี้ยง/คา ตอบแทนเจาหนา ที่ - จำนวน 1 คน ตอ 1 จดุ
ควบคุมเคร่ืองสบู นำ้ ทตี่ ง้ั เครือ่ งสูบนำ้
(4) คา เบยี้ เลย้ี ง/คา ตอบแทนคนขบั รถยนต - จำนวน 1 คน ตอ ตามประกาศกระทรวงแรงงาน
บรรทุก เครือ่ งสบู นำ้ วสั ดุ และครภุ ณั ฑ รถยนต 1 คนั
7 คาอาหารจดั เล้ยี งเจาหนาท่ีของทางราชการ ตอ งไมไ ดรบั เงนิ อ่นื ใด มอื้ ละไมเกนิ 30/คน
และผมู าใหค วามชวยเหลอื จากทางราชการ
8 คา ใชจายในการรบั -สง และตดิ ตอสือ่ สาร เทาท่ีจายจริง ตามความจำเปน
9 คาวสั ดุสำนกั งาน/วสั ดหุ ีบหอ/คา จางเหมา เกีย่ วเนื่องในการ เบิกจา ยตามระเบียบแบบแผน
บรกิ ารอ่ืนๆท่ีจำเปน เชน คาเชาเครอ่ื งถา ย ชว ยเหลอื ผูป ระสบภยั ของทางราชการ
เอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร เปน ตน
107
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
สรปุ หลักเกณฑว ธิ ปี ฏิบัตปิ ลีกยอ ย
เก่ียวกบั การใหค วามชว ยเหลือ ดา นการเกษตรผปู ระสบภยั พบิ ัติกรณีฉกุ เฉนิ พ.ศ. 2552
ดา นพชื ดา นประมง ดา นปศสุ ัตว
(มีผลบงั คับใชตงั้ แตว นั ที่ 1 ธันวาคม 2551 เปน ตนไป)
ขอ รายการ เง่ือนไข จำวนเงนิ (บาท)
1 ดานพชื 606/ ไร
837/ไร
การใหค วามชวยเหลือเปนเงนิ 912/ไร
1.1 กรณพี ืชทเ่ี สียหาย 287/ไร
- ขาว (คิดเฉพาะพื้นทีเ่ ลยี้ ง) 3,406/ไร
- พืชไร รายละไมเ กนิ 5ไร 9,098/ไร
- พชื สวน และอื่น ๆ รายละไมเกนิ 5 ไร 257/ตารางเมตร
1.2 กรณีพชื สวนและไมยืนตน
ไดรบั ผลกระทบจากภยั พิบัติทํา รายละไมเกนิ 80 ตารางเมตร
ใหชะงกั การเจรญิ เตบิ โต แตไม
ตายและยงั อยูในสภาพฟน ฟใู ห
กลบั สูสภาพเดมิ ได
2 ดา นประมง
- ปลาทุกชนดิ ในบอ ดิน/นาขา ว
- กุง ปู และหอย
- สตั วน ้ำทีเ่ ล้ียงในกระชงั /
บอ ซีเมนต และอน่ื ๆ เชน ปลา
สวยงาม กบ ตะพาบน้ำ เปนตน
3 ดา นปศสุ ตั ว (สัตวเลย้ี งตาย / ไมเ กิน 2 ตวั 3,600 – 15,800/ ตวั
สญู หาย) ไมเกิน 10 ตวั 1,200 / 2,500/ ตัว
- โค กระบอื ไมเกิน 10ตัว 1,400/ ตวั
- สกุ ร ไมเ กนิ 1,000 ตัว 15 / 40/ ตวั
- แพะ แกะ ไมเ กิน 300 ตัว 20 / 40/ ตัว
- เปด ไมเกิน 1,000 ตวั 15 /35/ 60/ ตวั
- ไกพ ้ืนเมอื ง หรอื ลกู ผสมพ้ืน ไมเ กนิ 300 ตวั 50/ ตัว
เมือง ไมเ กนิ 1,000 ตัว 5 / 10/ ตวั
- ไกพ นั ธไ ข / เน้อื ไมเกิน 10 ตัว 2,000/ ตัว
- หาน
- นกกระทา
- นกกระจอกเทศ
108
ภาคผนวก
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
พระราชบญั ญตั ิ
ปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
พ.ศ. ๒๕๕๐
-------------------------------
ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไว ณ วนั ท่ี ๒๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เปน ปท ี่ ๖๒ ในรัชกาลปจจบุ นั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา
โดยท่เี ปนการสมควรมกี ฎหมายวาดวยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ให ตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติ
แหงชาติ ดงั ตอ ไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ ้เี รยี กวา “พระราชบัญญัติปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปนตนไป
มาตรา ๓ ใหยกเลกิ
(๑) พระราชบญั ญตั ปิ องกันภัยฝายพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๒๒
(๒) พระราชบญั ญตั ิปอ งกันและระงบั อัคคีภยั พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ินี้
“สาธารณภัย” หมายความวา อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสัตว
โรคระบาดสัตวนํ้า การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวาเกิดจากธรรมชาติ
มีผูทําใหเกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซ่ึงกอใหเกิดอันตรายแกชีวิตรางกายของประชาชน หรือความเสียหาย
แกทรพั ยสินของประชาชน หรือของรฐั และใหห มายความรวมถงึ ภัยทางอากาศ และการกอ วนิ าศกรรมดวย
“ภยั ทางอากาศ” หมายความวา ภัยอันเกิดจากการโจมตที างอากาศ
110
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
“การกอวินาศกรรม” หมายความวา การกระทําใด ๆ อันเปนการมุงทําลายทรัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ
หรือสิ่งอันเปนสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวางหนวงเหน่ียวระบบการปฏิบัติงานใด ๆ ตลอดจนการประทุษราย
ตอบุคคลอันเปนการกอใหเกิดความปนปวนทางการเมือง การเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ โดยมุงหมายที่จะกอใหเกิด
ความเสยี หายตอ ความมนั่ คงของรัฐ
“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา สวนราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชนและหนวยงานอื่นของรัฐ แตไม
หมายความรวมถงึ องคก รปกครองสวนทองถิ่น
“องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” หมายความวา องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล องคการบริหารสวนจังหวัด
เมืองพทั ยา กรุงเทพมหานคร และองคก รปกครองสวนทองถน่ิ อ่ืนที่ มกี ฎหมายจัดตั้ง
“องคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนท่ี” หมายความว า องคการบริหารสวนตําบล เทศบาลเมืองพัทยา และ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นอ่ืนท่ีมี กฎหมายจัดตั้ง แตไมหมายความรวมถึงองคการบริหารสวนจังหวัด และ
กรุงเทพมหานคร
“จังหวัด” ไมห มายความรวมถงึ กรงุ เทพมหานคร
“อาํ เภอ” หมายความรวมถงึ กิ่งอาํ เภอ แตไมห มายความรวมถงึ เขตในกรุงเทพมหานคร
“นายอาํ เภอ” หมายความรวมถงึ ปลัดอําเภอผเู ปนหัวหนา ประจาํ กิง่ อําเภอ
“ผบู ริหารทองถ่ิน” หมายความวา นายกองคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล นายกเทศมนตรี นายกเมอื งพทั ยา และ หวั หนา
ผบู รหิ ารขององคก รปกครองสว นทองถน่ิ แหง พ้ืนทีอ่ น่ื
“ผูบ ญั ชาการ” หมายความวา ผูบัญชาการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหงชาติ
“ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการกลาง ผูอํานวยการจังหวัด ผูอํานวยการอําเภอ ผูอํานวยการทองถิ่น
และผอู าํ นวยการกรุงเทพมหานคร
“เจาพนักงาน” หมายความวา ผูซ่ึงไดรับแตงต้ังใหปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่
ตาง ๆ ตามพระราชบัญญตั ินี้
“อาสาสมัคร” หมายความวา อาสาสมัครปอ งกันภัยฝา ยพลเรอื นตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“อธบิ ด”ี หมายความวา อธบิ ดกี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
“รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี ูรกั ษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
มาตรา ๕ ใหร ฐั มนตรี วา การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตามพระราชบญั ญัติน้แี ละใหมอี ํานาจออกกฎกระทรวง
ระเบยี บ ขอบังคบั และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
กฎกระทรวงน้นั เมื่อไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลวใหใ ชบงั คบั ได
111
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ë‘π °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
หมวด ๑
บททว่ั ไป
มาตรา ๖ ใหมีคณะกรรมการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ เรียกโดยยอวา “กปภ.ช.” ประกอบดวย
นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปนประธานกรรมการ รัฐมนตรีวาการกระทรวง
มหาดไทย เปน รองประธานกรรมการคนที่หนงึ่ ปลดั กระทรวงมหาดไทย เปนรองประธานกรรมการคนท่สี อง ปลัดกระทรวง
กลาโหม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ปลัดกระทรวง
คมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัด
กระทรวงสาธารณสุข ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ ผูบัญชาการทหารสูงสุด ผูบัญชาการ
ทหารบก ผูบัญชาการทหารเรือ ผูบัญชาการทหารอากาศ เลขาธิการสภาความมั่นคงแหงชาติ และผูทรงคุณวุฒิอีกไมเกิน
หาคนซ่งึ คณะรัฐมนตรแี ตงตงั้ จากผูมคี วามรู ความเช่ยี วชาญ หรอื ประสบการณที่เกี่ยวขอ งกับการผังเมอื ง และการปอ งกนั
และบรรเทาสาธารณภัย เปน กรรมการ
ใหอธิบดีเปนกรรมการและเลขานุการ และใหแตงต้ังขาราชการในกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจํานวนไม
เกนิ สองคนเปนผูชว ยเลขานกุ าร
มาตรา ๗ ให กปภ.ช. มีอํานาจหนาที่ ดงั ตอไปนี้
(๑) กําหนดนโยบายในการจดั ทาํ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ
(๒) พิจารณาใหค วามเห็นชอบแผนการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาติ ตามมาตรา ๑๑ (๑) กอนเสนอ
คณะรัฐมนตรี
(๓) บูรณาการพัฒนาระบบการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวางหนวยงานของรัฐ องคกรปกครอง
สวนทองถิ่น และหนว ยงานภาคเอกชนทเ่ี กีย่ วขอ งใหมีประสิทธภิ าพ
(๔) ใหค าํ แนะนาํ ปรึกษาและสนับสนนุ การปฏบิ ัติหนาท่ใี นการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๕) วางระเบียบเกี่ยวกับคาตอบแทน คาทดแทน และคาใชจายในการดําเนินการปองกัน และบรรเทา
สาธารณภยั โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๖) ปฏิบัติการอนื่ ใดตามทบี่ ญั ญัตไิ วในพระราชบญั ญตั ินี้หรอื กฎหมายอน่ื หรอื ตามท่ีคณะรัฐมนตรมี อบหมาย
ในการปฏิบัติการตามอํานาจหนาท่ีในวรรคหนึ่ง กปภ.ช. จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือปฏิบัติการอยางหนึ่ง
อยางใดแทนหรือตามที่มอบหมายก็ได ท้ังนี้ ใหนําบทบัญญัติในมาตรา ๑๐ มาใชบังคับกับการประชุมของคณะ
อนกุ รรมการโดยอนุโลม
เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติการตามอํานาจหนาท่ีตามวรรคหน่ึง กปภ.ช. อาจเรียกใหหนวยงานของรัฐ องคกร
ปกครองสวนทอ งถิ่น หรือหนว ยงานของภาคเอกชนทีเ่ กยี่ วขอ งมารวมประชมุ หรือชีแ้ จงหรือใหข อมูลก็ได
มาตรา ๘ ใหกรรมการผทู รงคณุ วุฒิอยูใ นตาํ แหนง คราวละส่ปี
ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนวาระ หรือในกรณีท่ีคณะรัฐมนตรี แตงตั้งกรรมการผูทรงคุณ
วุฒิเพิ่มข้ึนในระหวางที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงแตงต้ังไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนง
แทน หรือเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพ่ิมข้ึนอยูในตําแหนง เทากับวาระท่ีเหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงไดแตงต้ัง
ไวแลว
เมื่อครบกําหนดตามวาระดังกลาวในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิใหม ใหกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระน้ัน อยูในตําแหนงเพื่อดําเนินงานตอไป จนกวาจะมีการแตงต้ังกรรมการผูทรง
คณุ วุฒิใหม
112
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ ซึ่งพน จากตาํ แหนงตามวาระอาจไดร บั การแตง ตั้งอีกได ท้งั น้ี ไมเกินสองวาระตดิ ตอกนั
มาตรา ๙ นอกจากการพน จากตาํ แหนงตามวาระตามมาตรา ๘ กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิพนจากตาํ แหนงเม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก โดยยน่ื หนังสือลาออกตอ ประธานกรรมการ
(๓) คณะรฐั มนตรีใหอ อก
(๔) เปนบุคคลลมละลาย
(๕) เปน คนไรค วามสามารถ หรือคนเสมอื นไรค วามสามารถ
(๖) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๐ การประชุมของ กปภ.ช. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวนกรรมการท้ังหมด
จงึ จะเปน องคป ระชุม
ในการประชุมคราวใด ถาประธานกรรมการไมอยูในที่ประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีได ใหรองประธาน
กรรมการคนที่หนึ่งเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานคนที่หน่ึงไมอยูในท่ีประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได
ใหรองประธานคนที่สองเปนประธานในท่ีประชุม ถาประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทั้งสองไมอยูในท่ีประชุม
หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนประธานในท่ีประชุมสําหรับการประชุม
คราวนน้ั
การวินิจฉัยช้ีขาดของท่ีประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนน
เสียงเทา กัน ใหป ระธานในทป่ี ระชุมออกเสียงเพม่ิ ขนึ้ อีกเสียงหนึง่ เปน เสยี งช้ขี าด
มาตรา ๑๑ ใหกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเปนหนวยงานกลางของรัฐ ในการดําเนินการเกี่ยวกับการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ โดยมีอํานาจหนาที่ ดังตอ ไปนี้
(๑) จดั ทําแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาตเิ สนอ กปภ.ช. เพอ่ื ขออนุมตั ติ อคณะรฐั มนตรี
(๒) จดั ใหมีการศกึ ษาวิจยั เพ่อื หามาตรการในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ใหม ปี ระสิทธภิ าพ
(๓) ปฏิบัติการ ประสานการปฏิบัติ ใหการสนับสนุน และชวยเหลือหนวยงานของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และหนวยงานภาคเอกชน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และใหการสงเคราะหเบื้องตนแกผูประสบภัย ผูไดรับ
ภยนั ตราย หรือผูไดร ับความเสยี หายจากสาธารณภัย
(๔) แนะนํา ใหคําปรึกษา และอบรมเกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแกหนวยงานของรัฐ องคกร
ปกครองสวนทองถน่ิ และหนว ยงานภาคเอกชน
(๕) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดําเนินการตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในแตละ
ระดับ
(๖) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอ่ืนหรือตามที่ผูบัญชาการ นายกรัฐมนตรี
กปภ.ช. หรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย
เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตาม (๑) แลว ใหหนวยงานของรัฐและ
องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ทเี่ กย่ี วของปฏบิ ตั กิ ารใหเปนไปตามแผนดังกลาว
ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตาม (๑) ใหกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
รวมกับหนวยงานของรัฐที่เก่ียวของและตัวแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละประเภทมาปรึกษาหารือและจัดทํา
ท้งั นี้ จะจดั ใหหนว ยงานภาคเอกชนเสนอขอมูลหรอื ความเห็นเพอื่ ประกอบการพจิ ารณาในการจัดทาํ แผนดว ยก็ได
113
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
เพื่อประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ีตาม (๓) (๔) (๕) และ (๖) กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจะจัดใหมีศูนย
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยข้ึนในบางจังหวัดเพื่อปฏิบัติงานในจังหวัดน้ัน และจังหวัดอื่นที่อยูใกลเคียงกันไดตามความ
จําเปน และจะใหมสี าํ นกั งานปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั ขึน้ เพอื่ กํากบั ดูแลและสนบั สนนุ การปฏบิ ัติการปอ งกัน
และบรรเทาสาธารณภยั ในจังหวดั หรือตามท่ีผอู ํานวยการจงั หวัดมอบหมายดว ยก็ได
มาตรา ๑๒ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติตามมาตรา ๑๑ (๑) อยางนอยตองมีสาระสําคัญ
ดังตอ ไปน้ี
(๑) แนวทาง มาตรการ และงบประมาณที่จําเปนตองใชในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยอยางเปนระบบ
และตอเน่ือง
(๒) แนวทางและวิธีการในการใหความชวยเหลือและบรรเทาความเดือดรอนที่เกิดข้ึนเฉพาะหนาและระยะยาว
เมื่อเกิดสาธารณภัย รวมถึงการอพยพประชาชน หนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถิ่น การสงเคราะห
ผูประสบภัย การดูแลเกีย่ วกบั การสาธารณสุข และการแกไขปญหาเก่ียวกับการสือ่ สารและการสาธารณูปโภค
(๓) หนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่รับผิดชอบในการดําเนินการตาม (๑) และ (๒) และ
วธิ กี ารใหไดม าซึง่ งบประมาณเพ่ือการดําเนนิ การดงั กลา ว
(๔) แนวทางในการเตรียมพรอ มดา นบคุ ลากร อปุ กรณ และเคร่อื งมอื เคร่ืองใชแ ละจัดระบบ
การปฏบิ ตั ิการในการดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั รวมถึงการฝก บุคลากรและประชาชน
(๕) แนวทางในการซอ มแซม บูรณะ ฟน ฟู และใหค วามชวยเหลือประชาชนภายหลงั ท่ีสาธารณภยั สน้ิ สุด
การกําหนดเรื่องตามวรรคหนึ่ง จะตองกําหนดใหสอดคลองและครอบคลุมถึงสาธารณภัยตาง ๆ โดยอาจกําหนด
ตามความจําเปนแหงความรุนแรงและความเส่ียงในสาธารณภัยดานนั้น และในกรณีที่มีความจําเปนตองมีการแกไขหรือ
ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือมติของคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวของ ใหระบุไวในแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยแหงชาติดวย
มาตรา ๑๓ ใหรัฐมนตรีเปนผูบัญชาการมีอํานาจควบคุมและกํากับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ท่ัวราชอาณาจักรใหเปนไปตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติและพระราชบัญญัติน้ี ในการน้ี ใหมี
อํานาจบังคับบัญชาและสั่งการผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ เจาพนักงาน และอาสาสมัครได
ท่ัวราชอาณาจกั ร
ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยเปนรองผูบัญชาการมีหนาท่ีชวยเหลือผูบัญชาการในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัย และปฏิบัติหนาที่ตามท่ีผูบัญชาการมอบหมายโดยใหมีอํานาจบังคับบัญชาและสั่งการตามวรรคหนึ่งรองจาก
ผูบญั ชาการ
มาตรา ๑๔ ใหอธิบดีเปนผูอํานวยการกลางมีหนาท่ีปองกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ัวราชอาณาจักร และมี
อํานาจควบคุมและกํากับการปฏิบัติหนาที่ของผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ เจาพนักงาน และ
อาสาสมคั ร ไดทวั่ ราชอาณาจักร
มาตรา ๑๕ ใหผูวาราชการจังหวัดเปนผูอํานวยการจังหวัด รับผิดชอบในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ในเขตจงั หวัด โดยมีอาํ นาจหนา ทดี่ งั ตอไปนี้
(๑) จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ซ่ึงตองสอดคลองกับแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยแหง ชาติ
(๒) กํากบั ดูแลการฝกอบรมอาสาสมคั รขององคกรปกครองสวนทองถนิ่
(๓) กํากบั ดแู ลองคกรปกครองสวนทองถน่ิ ใหจดั ใหม วี ัสดุ อปุ กรณ เคร่อื งมอื เครื่องใช
114
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ยานพาหนะ และส่ิงอื่น เพื่อใชในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามท่ีกําหนดในแผนการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยจงั หวดั
(๔) ดาํ เนินการใหหนวยงานของรฐั และองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหก ารสงเคราะหเบอ้ื งตนแกผ ูประสบภยั หรือ
ผูไดรับภยันตรายหรือเสียหายจากสาธารณภัยรวมตลอดท้ังการรักษาความสงบเรียบรอยและการปฏิบัติการใด ๆ ในการ
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๕) สนบั สนนุ และใหความชว ยเหลือแกอ งคกรปกครองสวนทองถิน่ ในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามท่ีผูบัญชาการและผูอํานวยการกลางมอบหมาย เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ี
ตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหผูอํานวยการจังหวัดมีอํานาจสั่งการหนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินซึ่งอยูใน
จังหวัด ใหดําเนินการในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และมี
อาํ นาจสงั่ การ ควบคมุ และกํากับดูแลการปฏิบตั ิหนา ทข่ี องเจา พนักงานและอาสาสมัครใหเปน ไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๑๖ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตามมาตรา ๑๕ (๑) อยางนอยตองมีสาระสําคัญ
ตามมาตรา ๑๒ และสาระสําคญั อ่นื ดังตอไปน้ี
(๑) การจัดตั้งศูนยอํานวยการเฉพาะกิจเม่ือเกิดสาธารณภัยข้ึน โครงสรางและผูมีอํานาจส่ังการดานตาง ๆ ใน
การปองกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๒) แผนและขั้นตอนขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน ในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือ เครื่องใช และ
ยานพาหนะ เพื่อใชในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
(๓) แผนและข้ันตอนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ในการจัดใหมีเครื่องหมายสัญญาณหรือสิ่งอื่นใด ในการ
แจงใหประชาชนไดท ราบถึงการเกดิ หรือจะเกิดสาธารณภยั
(๔) แผนปฏิบัติการในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยขององคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ
(๕) แผนการประสานงานกับองคการสาธารณกุศล
มาตรา ๑๗ ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ใหผูวาราชการจังหวัดแตงต้ัง
คณะกรรมการขึน้ คณะหน่ึง ประกอบดว ย
(๑) ผูวา ราชการจงั หวดั เปน ประธานกรรมการ
(๒) รองผวู า ราชการจงั หวดั ซึง่ ผวู า ราชการจงั หวัดมอบหมาย เปนรองประธานกรรมการ
(๓) ผบู ญั ชาการมณฑลทหารบกหรอื ผบู ังคับการจงั หวัดทหารบกหรือผแู ทนเปน รองประธานกรรมการ
(๔) นายกองคก ารบริหารสวนจงั หวัด เปน รองประธานกรรมการ
(๕) กรรมการอ่ืน ประกอบดว ย
(ก) ผแู ทนหนวยงานของรัฐทป่ี ระจาํ อยูในพ้ืนทจ่ี ังหวัดตามจาํ นวนทีผ่ วู าราชการจงั หวัดเห็นสมควรแตงตงั้
(ข) ผูแทนองคกรปกครองสวนทอ งถ่ินแหงพน้ื ท่จี าํ นวนเจด็ คน ซ่ึงประกอบดวยผแู ทนเทศบาลจํานวนสองคน
และผแู ทนองคการบริหารสว นตาํ บลจาํ นวนหาคน
(ค) ผแู ทนองคก ารสาธารณกศุ ลในจังหวัดตามจํา นวนทผ่ี ูวาราชการจังหวัดเหน็ สมควรแตงตั้ง
(๖) หัวหนาสํานักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือผูแทนกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
เปน กรรมการและเลขานุการ
ในกรณีที่จังหวัดใดเปนท่ีต้ังของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ใหพิจารณาแตงตั้งผูบริหารของสถาบันการ
ศึกษาน้นั เปนที่ปรกึ ษาหรอื กรรมการตามจํานวนท่ผี วู า ราชการจงั หวัดเหน็ สมควร
ใหคณะกรรมการตามวรรคหน่ึงมีหนาที่จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เสนอผูวาราชการ
จงั หวัดเพือ่ ประกาศใชต อไป
115
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
การปฏิบตั ิหนา ทีแ่ ละการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามทีผ่ ูวาราชการจังหวดั กําหนด
ในกรณีท่ีกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเห็นวาแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดไมสอดคลอง
กับแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ ใหแจงใหผูวาราชการจังหวัดทราบเพ่ือดําเนินการแกไขใหแลวเสร็จ
ภายในสามสิบวนั นบั แตวันทไี่ ดร ับแจง
มาตรา ๑๘ ใหน ายกองคก ารบรหิ ารสวนจงั หวัดเปน รองผอู าํ นวยการจังหวดั มหี นาท่ีชวยเหลือผอู ํานวยการจงั หวัด
ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั และปฏิบัตหิ นา ที่อน่ื ตามทผ่ี ูอํานวยการจังหวดั มอบหมาย
มาตรา ๑๙ ใหนายอําเภอเปนผูอํานวยการอําเภอ รับผิดชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั ในเขตอาํ เภอของตน และมีหนา ที่ชว ยเหลือผอู ํานวยการจังหวดั ตามที่ไดร ับมอบหมาย
ในการปฏิบตั ิหนาที่ของผูอ ํานวยการอําเภอตามวรรคหนึง่ ใหผ อู าํ นวยการอําเภอ มีอํานาจสง่ั การหนวยงานของรัฐ
และองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีเกี่ยวของซ่ึงอยูในเขตอําเภอใหดําเนินการในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
ตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และมีอํานาจสั่งการควบคุม และกํากับดูแลการปฏิบัติหนาที่ของ
เจา พนักงานและอาสาสมคั รใหเ ปน ไปตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๐ ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนที่มีหนาท่ีปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตทองถ่ินของตน
โดยมีผูบริหารทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่นั้นเปนผูรับผิดชอบในฐานะผูอํานวยการทองถิ่น และ
มหี นา ท่ชี วยเหลอื ผูอํานวยการจงั หวดั และผูอํานวยการอําเภอตามทไ่ี ดรับมอบหมาย
ในการปฏิบัติหนาที่ของผูอํานวยการทองถ่ินตามวรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการทองถ่ินมีอํานาจสั่งการควบคุม และ
กาํ กับดแู ลการปฏิบตั ิหนาทข่ี องเจาพนักงานและอาสาสมคั รใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ใหปลัดองคกรปกครองสวนทองถ่ินขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนท่ีน้ันเปนผูชวยผูอํานวยการทองถ่ิน
รับผิดชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตทองถิ่นของตนและมีหนาที่ชวยเหลือผูอํานวยการ
ทอ งถ่นิ ตามท่ีไดร บั มอบหมาย
หมวด ๒
การปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
มาตรา ๒๑ เมื่อเกิดหรือคาดวาจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในเขตขององคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพื้นท่ีใด
ใหผูอํานวยการทองถ่ินขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่นั้น มีหนาท่ีเขาดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยเร็ว และแจง ใหผอู ํานวยการอําเภอทร่ี ับผดิ ชอบในเขตพนื้ ที่น้ันและผูอํานวยการจงั หวดั ทราบทนั ที
ในการปฏบิ ัตหิ นา ท่ีตามวรรคหน่งึ ใหผ อู ํานวยการทองถิ่นมีอาํ นาจหนา ที่ ดงั ตอไปนี้
(๑) สั่งขาราชการฝายพลเรือน พนักงานสวนทองถ่ิน เจาหนาท่ีของหนวยงานของรัฐ เจาพนักงาน อาสาสมัคร
และบุคคลใด ๆ ในเขตองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นท่ีที่เกิดสาธารณภัย ใหปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดตามความ
จาํ เปน ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๒) ใชอ าคาร สถานที่ วสั ดุ อปุ กรณ เครื่องมือเครือ่ งใช และยานพาหนะของหนวยงานของรัฐและเอกชนท่ีอยูใ น
เขตองคก รปกครองสว นทอ งถิน่ แหงพ้ืนที่ทเี่ กดิ สาธารณภัยเทา ท่จี ําเปนเพ่ือการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๓) ใชเครื่องมือส่ือสารของหนวยงานของรัฐหรือเอกชนทุกระบบท่ีอยูในเขตองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนที่
ที่เกิดสาธารณภยั หรอื ทองท่ีที่เกี่ยวเนอื่ ง
(๔) ขอความชวยเหลือจากองคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ อื่นในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(๕) สั่งหา มเขา หรือใหออกจากพืน้ ท่ี อาคารหรือสถานท่ที ีก่ าํ หนด
116
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
(๖) จดั ใหม ีการสงเคราะหผปู ระสบภยั โดยทว่ั ถงึ และรวดเร็ว
มาตรา ๒๒ เม่ือมีกรณีตามมาตรา ๒๑ เกิดขึ้น ใหผูอํานวยการอําเภอ และผูอํานวยการจังหวัดมีอํานาจหนาที่
เชนเดียวกับผูอํานวยการทองถ่ิน โดยในกรณีผูอํานวยการอําเภอ ใหส่ังการได สําหรับในเขตอําเภอของตน และในกรณี
ผอู าํ นวยการจงั หวดั ใหสงั่ การไดสาํ หรับในเขตจังหวัด แลว แตก รณี
ในกรณีที่ผูอาํ นวยการทองถิ่นมคี วามจาํ เปน ตองไดร บั ความชวยเหลอื จากเจาหนาที่ของรัฐหรือ หนว ยงานของรฐั ที่
อยูนอกเขตขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่ของตน ใหแจงใหผูอํานวยการอําเภอหรือผูอํานวยการจังหวัด แลวแต
กรณี เพือ่ สั่งการโดยเรว็ ตอ ไป
ในกรณีจําเปนเพ่ือประโยชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยใด ผูอํานวยการจังหวัดจะส่ังการใหหนวยงาน
ของรัฐ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน เจาหนาที่ของรัฐ หรือบุคคลใดกระทําหรืองดเวนการกระทําใดท่ีมีผลกระทบตอการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัยน้ันก็ได คําส่ังดังกลาวใหมีผลบังคับเปนระยะเวลาตามท่ีกําหนดในคําส่ัง แตตองไมเกิน
ยี่สิบส่ีช่ัวโมง ในกรณีท่ีมีความจําเปนตองใหคําส่ังดังกลาวมีผลบังคับเกินย่ีสิบสี่ช่ัวโมง ใหเปนอํานาจของผูบัญชาการที่จะ
สัง่ การไดตามความจําเปน แตต องไมเ กินเจ็ดวนั
ในกรณีท่ีพ้ืนที่ที่เกิดหรือจะเกิดสาธารณภัยตามวรรคหนึ่งอยูในความรับผิดชอบของผูอํานวยการทองถิ่นหลายคน
ผอู ํานวยการทองถ่ินคนหน่งึ คนใด จะใชอ ํานาจหรือปฏิบัติหนาท่ตี ามมาตรา ๒๑ ไปพลางกอนกไ็ ด แลวใหแ จง ผูอ ํานวยการ
ทองถน่ิ อืน่ ทราบโดยเรว็
มาตรา ๒๓ เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตพื้นที่ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่ใด ใหเปนหนาที่ของผูอํา
นวยการทองถิ่นซึ่งมีพื้นที่ติดตอหรือใกลเคียงกับองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพ้ืนที่นั้น ท่ีจะสนับสนุนการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั ท่ีเกิดขึน้
มาตรา ๒๔ เมื่อเกิดสาธารณภัย ใหเปนหนาที่ของเจาพนักงานที่ประสบเหตุตองเขาดําเนินการเบื้องตนเพื่อระงับ
สาธารณภัยนั้น แลวรีบรายงานใหผูอํานวยการทองถ่ินที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นเพื่อสั่งการตอไป และในกรณีจําเปน
อันไมอาจหลีกเลี่ยงได ใหเจาพนักงานมีอํานาจดําเนินการใด ๆ เพ่ือคุมครองชีวิตหรือปองกันภยันตรายที่จะเกิดแก
บคุ คลได
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยและภยันตรายจากสาธารณภัยนั้นใกลจะถึง ผูอํานวยการมีอํานาจสั่งให
เจาพนักงานดัดแปลง ทําลาย หรือเคลื่อนยายส่ิงกอสราง วัสดุ หรือทรัพยสินของบุคคลใดที่เปนอุปสรรคแกการบําบัด
ปดปองภยันตรายได ทง้ั น้ี เฉพาะเทา ทจ่ี ําเปน แกการยับย้งั หรือแกไ ขความเสยี หายทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จากสาธารณภยั นั้น
ความในวรรคหน่ึงใหใ ชบงั คับกบั กรณมี ีความจําเปนตองดําเนินการเพ่อื ปอ งกันภัยตอสวนรวมดว ยโดยอนโุ ลม
ในกรณีท่ีการดัดแปลง ทําลาย หรือเคล่ือนยายสิ่งกอสราง วัสดุ หรือทรัพยสินจะมีผลทําใหเกิดสาธารณภัยขึ้น
ในเขตพ้ืนท่ีอื่นหรือกอใหเกิดความเสียหายเพ่ิมข้ึนแกเขตพ้ืนที่อื่น ผูอํานวยการทองถิ่น จะใชอํานาจตามวรรคหนึ่งหรือ
วรรคสองมไิ ด เวนแตจ ะไดร บั ความเหน็ ชอบจากผอู ํานวยการจงั หวดั
มาตรา ๒๖ เม่ือมีกรณีที่เจาพนักงานจําเปนตองเขาไปในอาคารหรือสถานท่ีท่ีอยูใกลเคียงกับพื้นท่ีท่ีเกิดสาธารณภัย
เพ่ือทําการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ใหกระทําไดเมื่อไดรับอนุญาตจากเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสถานท่ี
แลว เวนแตไมมีเจาของหรือผูครอบครองอยูในเวลาน้ัน หรือเม่ืออยูภายใตการควบคุมของผูอํานวยการ ก็ใหกระทําไดแม
เจาของหรอื ผูค รอบครองจะไมไดอนุญาต
ในกรณีท่ีทรัพยสินที่อยูในอาคารหรือสถานท่ีตามวรรคหนึ่ง เปนสิ่งที่ทําใหเกิดสาธารณภัยไดงาย ใหเจาพนักงาน
มอี าํ นาจสงั่ ใหเ จาของหรือผูค รอบครองขนยายทรัพยสินนนั้ ออกจากอาคารหรอื สถานท่ดี ังกลา วได
ในกรณีที่เจาของหรือผูครอบครองไมปฏิบัติตามคําส่ังของเจาพนักงานตามวรรคสอง ใหเจาพนักงานมีอํานาจ
ขนยายทรัพยสินน้ันไดตามความจําเปนแกการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเจาพนักงานไมตองรับผิดชอบบรรดา
117
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘πË °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ความเสียหายอันเกดิ จากการกระทําดงั กลาว
มาตรา ๒๗ ในการบรรเทาสาธารณภัย ผูอํานวยการและเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการมี
อํานาจหนาท่ีดําเนนิ การดงั ตอ ไปนี้
(๑) จัดใหมีสถานท่ีช่ัวคราวเพื่อใหผูประสบภัยอยูอาศัยหรือรับการปฐมพยาบาล และการรักษาทรัพยสินของ
ผูประสบภยั
(๒) จัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในพื้นท่ีท่ีเกิดสาธารณภัยและพื้นท่ีใกลเคียงเพ่ือประโยชนในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย
(๓) ปด ก้ันมิใหผ ูไมมสี วนเก่ียวขอ งเขา ไปในพน้ื ที่ทเี่ กิดสาธารณภัยและพ้ืนทใ่ี กลเคยี ง
(๔) จัดใหม ีการรักษาความสงบเรยี บรอ ยและปองกันเหตโุ จรผูรา ย
(๕) ชวยเหลือผูประสบภัย และชวยขนยายทรัพยสินในพ้ืนที่ที่เกิดสาธารณภัยและพื้นที่ใกลเคียง เม่ือเจาของ
หรือผคู รอบครองทรพั ยส นิ รองขอ
ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการจะจัดใหมีเคร่ืองหมายหรืออาณัติสัญญาณ
เพ่ือใชในการกาํ หนดสถานที่หรอื การดาํ เนนิ การใดตามวรรคหนง่ึ ก็ได
ในการดําเนินการตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานจะดําเนินการเอง หรือมอบหมายให
พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจในพื้นท่ีเปนผูดําเนินการ หรือชวยดําเนินการก็ได และในกรณีตาม (๕) จะมอบหมายให
องคก ารสาธารณกุศลเปนผูด าํ เนนิ การหรือชว ยดําเนนิ การดว ยกไ็ ด
มาตรา ๒๘ เม่ือเกิดหรือใกลจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพ้ืนท่ีใด และการที่ผูใดอยูอาศัยในพ้ืนที่น้ันจะกอใหเกิด
ภยันตรายหรือกีดขวางตอการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงาน ใหผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ และ
เจาพนักงานซ่ึงไดรับมอบหมายมีอํานาจส่ังอพยพผูซ่ึงอยูในพ้ืนท่ีนั้น ออกไปจากพื้นท่ีดังกลาว ทั้งน้ี เฉพาะเทาที่จําเปนแก
การปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
มาตรา ๒๙ เมอ่ื เกดิ หรอื ใกลจ ะเกดิ สาธารณภยั ขึ้นในพ้ืนท่ใี ดและการอยอู าศัยหรอื ดําเนินกจิ การใด ๆ ในพนื้ ทนี่ นั้
จะเปนอันตรายอยางรายแรง ผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการกลาง ผูอํานวยการจังหวัด ผูอํานวยการอําเภอ
และผูอํานวยการทองถิ่นโดยความเห็นชอบของผูอํานวยการอําเภอ จะประกาศหามมิใหบุคคลใด ๆ เขาไปอยูอาศัยหรือ
ดําเนินกิจการใดในพ้ืนที่ดังกลาวก็ได ประกาศดังกลาวใหกําหนดระยะเวลาการหามและเขตพ้ืนที่ที่หามตามที่จําเปน
ไวดวย
มาตรา ๓๐ ใหผูอํานวยการในเขตพ้ืนที่ท่ีรับผิดชอบสํารวจความเสียหายจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้นและทําบัญชี
รายช่ือผูประสบภัยและทรัพยสินท่ีเสียหายไวเปนหลักฐาน พรอมท้ังออกหนังสือรับรองใหผูประสบภัยไวเปนหลักฐาน
ในการรบั การสงเคราะหและฟนฟู
หนังสือรับรองตามวรรคหนึ่งตองมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสงเคราะหและการฟนฟูท่ีผูประสบภัยมีสิทธิไดรับจาก
ทางราชการ พรอมทั้งระบุหนวยงานท่ีเปนผูใหการสงเคราะหหรือฟนฟู และสถานท่ีติดตอของหนวยงานนั้นไวดวย ทั้งนี้
ตามแบบทอี่ ธิบดีกาํ หนด
บรรดาเอกสารราชการของผูประสบภัยที่สูญหายหรือเสียหายเน่ืองจากสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึน เม่ือผูประสบภัย
รองขอตอองคกรปกครองสวนทองถิ่นแหงพ้ืนท่ีท่ีเกิดสาธารณภัย หรือที่เปนภูมิลําเนาของผูประสบภัย ใหเปนหนาที่ของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นที่นั้นแจงใหหนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีเกี่ยวของทราบ และให
หนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่เก่ียวของออกเอกสารทางราชการดังกลาวใหใหมตามหลักฐานที่อยูใน
ความครอบครองของตน สงมอบใหแกผูประสบภัยหรือสงมอบผานทางองคกรปกครองสวนทองถ่ินแหงพื้นท่ีท่ีเปนผูแจง
118
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ทัง้ นี้ โดยผูประสบภัยไมต องเสยี คาธรรมเนยี มหรือคาบรกิ าร แมว าตามกฎหมายท่เี ก่ียวกับการออกเอกสารราชการดงั กลาว
จะกาํ หนดใหตองเสยี คาธรรมเนียมหรอื คาบรกิ ารกต็ าม
ในกรณีทผ่ี ปู ระสบภยั หรอื เจาของหรอื ผูครอบครองทรัพยส ินรอ งขอหลกั ฐานเพ่ือรบั การสงเคราะหหรอื บรกิ ารอน่ื ใด
ใหผ ูอ าํ นวยการในเขตพนื้ ท่ที ร่ี บั ผิดชอบ ออกหนงั สือรับรองใหต ามระเบียบทกี่ ระทรวงมหาดไทยกาํ หนด
มาตรา ๓๑ ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยรายแรงอยางย่ิง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรี
มอบหมายมีอํานาจสั่งการผูบัญชาการ ผูอํานวยการ หนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถ่ินใหดําเนินการ
อยางหน่ึงอยางใดเพ่ือปองกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมตลอดท้ังใหความชวยเหลือแกประชาชนในพื้นท่ีท่ีกําหนดก็ได
โดยใหม ีอาํ นาจเชน เดยี วกับผูบญั ชาการตามมาตรา ๑๓ และผอู ํานวยการตามมาตรา ๒๑ และมีอาํ นาจกาํ กบั และควบคุม
การปฏิบัติหนาที่ของผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ ผูชวยผูอํานวยการ และเจาพนักงาน
ในการดําเนินการตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ดว ย
เจาหนาที่ของรัฐผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหน่ึง ใหถือวา
เปนการปฏบิ ัติหนา ทีโ่ ดยไมชอบหรือเปนความผดิ วินยั อยา งรายแรง แลวแตกรณี
หมวด ๓
การปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยในเขตกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๓๒ ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานครเปนผูอํานวยการกรุงเทพมหานครรับผิดชอบในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยในเขตกรุงเทพมหานคร และมอี าํ นาจหนาท่ี ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งตองสอดคลองกับแผนการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ
(๒) กํากับดูแลการฝกอบรมอาสาสมัครของกรงุ เทพมหานคร
(๓) จัดใหมีวัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือเครื่องใช ยานพาหนะ และสิ่งอื่น เพ่ือใชในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั ตามทกี่ าํ หนดในแผนการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กรงุ เทพมหานคร
(๔) ดําเนินการใหการสงเคราะหเบื้องตนแกผูประสบภัย หรือผูไดรับภยันตราย หรือเสียหายจากสาธารณภัย
รวมตลอดทง้ั การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และการปฏบิ ัติการใด ๆ ในการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๕) สนับสนุนและใหความชวยเหลือแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินซ่ึงมีพ้ืนท่ีติดตอหรือใกลเคียงในการปองกัน
และบรรเทาสาธารณภยั
(๖) ปฏิบตั หิ นาทอี่ ื่นตามที่ผบู ญั ชาการและผอู าํ นวยการกลางมอบหมาย
เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาที่ตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร มีอํานาจสั่งการ
สวนราชการและหนวยงานของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งประสานกับหนวยงานของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถิ่น
ท่ีเก่ียวของในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อใหเปนไปตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
กรุงเทพมหานคร และมีอํานาจสั่งการ ควบคุม และกํากับดูแลการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงานและอาสาสมัครของ
กรงุ เทพมหานครใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๓๓ แผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๓๒ (๑) อยางนอยตองมีสาระ
สําคญั ตามมาตรา ๑๒ และสาระสําคญั อน่ื ดงั ตอ ไปนี้
(๑) การจัดตั้งศูนยอํานวยการเฉพาะกิจเมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้น โครงสรางและผูมีอํานาจสั่งการดานตาง ๆ ใน
การปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
119
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
(๒) แผนและขั้นตอนในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือเคร่ืองใช และยานพาหนะเพื่อใชในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั
(๓) แผนและข้ันตอนในการจัดใหมีเครื่องหมายสัญญาณ หรือส่ิงอ่ืนใด ในการแจงใหประชาชนไดทราบถึงการ
เกดิ หรอื จะเกิดสาธารณภัย
(๔) แผนปฏบิ ตั กิ ารในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตกรงุ เทพมหานคร
(๕) แผนการประสานงานกับองคการสาธารณกุศลในเขตกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๓๔ ในการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานคร
แตง ตัง้ คณะกรรมการขนึ้ คณะหนงึ่ ประกอบดว ย
(๑) ผูวา ราชการกรุงเทพมหานคร เปน ประธานกรรมการ
(๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร เปน รองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการอนื่ ประกอบดว ย
(ก) ผูแทนสวนราชการหรือหนวยงานของกรุงเทพมหานครตามจํานวนที่ผูวาราชการกรุงเทพมหานครเห็น
สมควรแตงตัง้
(ข) ผูแ ทนกรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(ค) ผูแทนองคการสาธารณกุศลในเขตกรุงเทพมหานครตามจํานวนท่ีผูวาราชการกรุงเทพมหานครเห็น
สมควรแตงตัง้
(ง) ผูแทนชมุ ชนในเขตกรงุ เทพมหานครตามจาํ นวนท่ีผูวาราชการกรุงเทพมหานครเหน็ สมควรแตงต้งั
ใหแตงต้ังผูแทนกระทรวงกลาโหมและผูแทนสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเปนท่ีปรึกษา หรือกรรมการ
ตามจาํ นวนทผ่ี ูวาราชการกรุงเทพมหานครเหน็ สมควรแตงตง้ั
ใหคณะกรรมการตามวรรคหน่ึงมีหนาที่จัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานครเสนอผูวา
ราชการกรุงเทพมหานครเพือ่ ประกาศใชตอ ไป
การปฏิบัติหนาที่และการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามที่ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร
กําหนด
มาตรา ๓๕ ใหปลัดกรุงเทพมหานครเปนรองผูอํานวยการกรุงเทพมหานครมีหนาท่ีชวยเหลือผูอํานวยการ
กรุงเทพมหานครในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามที่ผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มอบหมาย และใหนําความในวรรคสองของมาตรา ๓๒ มาใชบังคับกับการปฏิบัติหนาที่ของรองผูอํานวยการ
กรุงเทพมหานครดว ยโดยอนุโลม
ความรับผิดชอบ และอํานาจหนาท่ีของปลัดกรุงเทพมหานครในฐานะรองผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตาม
วรรคหนึง่ ปลดั กรุงเทพมหานครจะมอบหมายใหร องปลัดกรงุ เทพมหานคร เปน ผูชวยปฏิบัตดิ ว ยกไ็ ด
มาตรา ๓๖ ใหผูอํานวยการเขตในแตละเขตของกรุงเทพมหานคร เปนผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครรับผิด
ชอบและปฏิบัติหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตของตน และมีหนาท่ีชวยเหลือผูอํานวยการกรุงเทพ
มหานครตามท่ีไดร ับมอบหมาย
ในการปฏิบัติหนาท่ีของผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตามวรรคหน่ึง ใหผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มีอํานาจสั่งการสวนราชการและหนวยงานของกรุงเทพมหานครท่ีอยูในเขตพื้นท่ีใหชวยเหลือหรือรวมมือในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภยั ตามแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยกรงุ เทพมหานคร และมีอาํ นาจสง่ั การ ควบคมุ และกํากบั
ดแู ลการปฏิบตั ิหนาทข่ี องเจา พนักงานและอาสาสมคั รของกรุงเทพมหานครใหเ ปนไปตามพระราชบัญญตั ินี้
120
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ความรับผิดชอบ และอํานาจหนาที่ของผูอํานวยการเขตในฐานะผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานครตาม
วรรคหนง่ึ และวรรคสอง ผอู ํานวยการเขตจะมอบหมายใหผ ชู วยผูอํานวยการเขตเปนผูชวยปฏิบัตดิ วยก็ได
มาตรา ๓๗ เม่ือเกิดหรือคาดวาจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในเขตกรุงเทพมหานคร ใหผูชวยผูอํานวยการกรุงเทพมหานคร
มีหนาที่เขาดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และแจงใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานครและรอง
ผอู าํ นวยการกรงุ เทพมหานครทราบทันที
ใหนําความในมาตรา ๒๑ วรรคสอง มาตรา ๒๒ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖
มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใชบังคับกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขต
กรุงเทพมหานครดว ยโดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๘ ในกรณีท่ีมีความจําเปนที่จะตองไดรับความชวยเหลือจากเจาหนาที่ของรัฐผูใด หรือหนวยงานของรัฐ
ใดในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ท่ีเกดิ ขน้ึ ในเขตกรุงเทพมหานคร ใหผูอํานวยการกรุงเทพมหานครแจง ใหเ จาหนา ที่
ของรัฐผูน้ันหรือหนวยงานของรัฐน้ันทราบ และเมื่อเจาหนาที่ของรัฐผูนั้นหรือหนวยงานของรัฐนั้น แลวแตกรณี ไดรับแจง
แลว ใหเปนหนาท่ีที่จะตองดําเนินการใหความชวยเหลือในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดข้ึนในเขตกรุงเทพมหา
นครตามที่ไดรบั แจง โดยเรว็
หมวด ๔
เจา พนักงานและอาสาสมัคร
มาตรา ๓๙ ใหผอู าํ นวยการมีอาํ นาจแตง ต้งั เจาพนักงานเพื่อปฏิบตั ิหนา ที่ดังตอไปน้ี
(๑) ผูอาํ นวยการกลาง มอี ํานาจแตง ต้ังเจาพนกั งานใหป ฏบิ ัตหิ นา ทีไ่ ดทัว่ ราชอาณาจักร
(๒) ผอู ํานวยการจังหวดั มีอํานาจแตงต้ังเจาพนักงานใหปฏบิ ัตหิ นาทไี่ ดในเขตจังหวดั
(๓) ผูอาํ นวยการอาํ เภอ มอี าํ นาจแตงตงั้ เจาพนักงานใหปฏิบตั หิ นา ท่ีไดใ นเขตอําเภอ
(๔) ผูอาํ นวยการทอ งถน่ิ มอี ํานาจแตงต้ังเจาพนกั งานใหปฏบิ ตั หิ นา ท่ีไดใ นเขตองคก ร
ปกครองสว นทอ งถิน่ แหงพ้ืนท่ี
(๕) ผูอาํ นวยการกรุงเทพมหานคร มอี ํานาจแตง ต้ังเจา พนกั งานใหปฏิบัติหนา ท่ีไดใ นเขตกรงุ เทพมหานคร
หลกั เกณฑการแตงตั้งและการปฏิบตั หิ นาท่ขี องเจาพนกั งานใหเ ปนไปตามระเบยี บที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๐ ในกรณีท่ีผูอํานวยการหรือเจาพนักงานพบเห็นวาอาคารหรือสถานท่ีใดมีสภาพท่ีอาจกอใหเกิด
สาธารณภัยไดโดยงายหรือมีวัสดุหรือสิ่งของใดในอาคารหรือสถานท่ีใดท่ีอาจกอใหเกิดสาธารณภัยได ใหแจงพนักงาน
เจา หนา ท่ีตามกฎหมายวาดว ยการนนั้ ทราบเพื่อตรวจสอบตามอํานาจหนา ทตี่ อไป
มาตรา ๔๑ ใหผ อู ํานวยการจัดใหม ีอาสาสมคั รในพ้นื ทท่ี ร่ี บั ผดิ ชอบ เพอื่ ปฏบิ ัติหนาท่ดี งั ตอไปน้ี
(๑) ใหความชว ยเหลอื เจาพนักงานในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
(๒) ปฏบิ ตั ิหนา ทีอ่ ่นื ตามทผี่ ูอาํ นวยการมอบหมายและตามระเบียบท่กี ระทรวงมหาดไทยกําหนด
การบริหารและกํากับดูแลอาสาสมัคร การคัดเลือก การฝกอบรม สิทธิ หนาที่และวินัยของอาสาสมัคร ใหเปนไป
ตามระเบยี บท่ีกระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่องคการสาธารณกุศลหรือบุคคลใดเขามาชวยเหลือการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงาน
ในระหวางเกิดสาธารณภัย ใหผูอํานวยการหรือเจาพนักงานที่ไดรับมอบหมายมีอํานาจมอบหมายภารกิจหรือจัดสถานที่ให
องคก ารสาธารณกุศลและบุคคลดงั กลา วในการใหความชวยเหลอื ไดต ามท่ีเห็นสมควร
121
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
เพ่ือใหการชวยเหลือหรือบรรเทาสาธารณภัยเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ใหผูอํานวยการแจงใหองคการสาธารณ
กศุ ลและบุคคล ทม่ี ีวัตถุประสงคในการใหความชว ยเหลือผูประสบภยั ทอี่ ยูในพน้ื ทท่ี ีร่ บั ผดิ ชอบ ทราบถึงแนวทางการปฏิบตั ิ
ตามแผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั
หรอื แผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยกรงุ เทพมหานคร และวิธีการประสานงานในการปฏิบัตหิ นา ท่ี
หมวด ๕
เบด็ เตล็ด
มาตรา ๔๓ ใหผูบญั ชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอ าํ นวยการ รองผูอํานวยการ ผชู วยผูอํานวยการ และเจาพนกั งาน
ซึ่งปฏิบัติการตามหนาท่ีในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัตินี้ เปนเจาพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา และในการปฏิบัติการตามหนาท่ีดังกลาว หากไดดําเนินการไปตามอํานาจหนาท่ี และไดกระทําไป
พอสมควรแกเหตแุ ละมิไดประมาทเลินเลออยางรา ยแรง ใหผ กู ระทําการนน้ั พน จากความผิดและความรบั ผดิ ทง้ั ปวง
ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง หากเกิดความเสียหายแกทรัพยสินของผูใดซึ่งมิใชเปนผูไดรับประโยชนจากการ
บําบัดภยันตรายจากสาธารณภัยนั้น ใหทางราชการชดเชยความเสียหายท่ีเกิดขึ้นใหแกผูน้ันตามหลักเกณฑและวิธีการ
ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๔ ในกรณีท่ีขอเท็จจริงเก่ียวกับสาธารณภัยหรือการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ไดกําหนดไวใน
แผนตาง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เปล่ียนแปลงไปหรือแผนดังกลาวไดใชมาครบหาปแลว ใหเปนหนาท่ีของผูซ่ึงรับผิดชอบ
ในการจัดทาํ แผน ปรับปรุง หรอื ทบทวนแผน ทีอ่ ยใู นความรับผดิ ชอบของตนโดยเร็ว
มาตรา ๔๕ ใหมีเครื่องแบบ เครื่องหมาย และบัตรประจําตัว สําหรับเจาพนักงานและอาสาสมัครเพ่ือแสดงตัว
ขณะปฏบิ ัติหนา ทใี่ นการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
เครื่องแบบ เครอื่ งหมาย และบตั รประจําตวั ตามวรรคหน่งึ ใหเ ปนไปตามแบบท่กี ระทรวงมหาดไทยกําหนด
ในกรณีที่ผูบัญชาการ รองผูบัญชาการ ผูอํานวยการ หรือผูชวยผูอํานวยการประสงคจะแตงเครื่องแบบ ก็ให
กระทําไดตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
มาตรา ๔๖ การดาํ เนินการตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ หรือ มาตรา ๒๙ ภายในเขตทหาร
หรือท่ีเกี่ยวกับกิจการ เจาหนาที่ หรือทรัพยสินในราชการทหารใหเปนไปตามความตกลงเปนหนังสือรวมกันระหวาง
ผูอาํ นวยการจงั หวดั หรอื ผอู าํ นวยการกรงุ เทพมหานคร และผูบังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้ืนทท่ี เ่ี กี่ยวขอ ง เวน แตเ ปนกรณี
การส่งั การของนายกรัฐมนตรี หรอื รองนายกรฐั มนตรี ตามมาตรา ๓๑
มาตรา ๔๗ บรรดาคาปรับตามพระราชบัญญัติน้ีใหเปนรายไดของทองถ่ิน เพื่อนําไปใชจายเกี่ยวกับการปองกัน
และบรรเทาสาธารณภัยของทองถน่ิ น้นั
มาตรา ๔๘ หามมิใหบุคคลที่ปฏิบัติหนาที่ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย นําเอาความลับ ซึ่งตนไดมา
ในฐานะนั้น ๆ ไปใชเ พ่อื ประโยชนสว นตวั หรอื เปดเผยความลับนั้นแกผูอืน่ โดยไมม อี าํ นาจโดยชอบดว ยกฎหมายในประการ
ที่นา จะเกิดความเสยี หายแกผูหนึ่งผูใ ด หรือแกการประกอบอาชีพของผูนน้ั
122
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
หมวด ๖
บทกาํ หนดโทษ
มาตรา ๔๙ ผใู ดไมปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ หรือขดั ขวางการปฏบิ ัตหิ นา ที่ของผูอํานวยการตามมาตรา ๒๑ ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเกนิ สามเดือน หรอื ปรบั ไมเ กินหกพนั บาท หรือท้ังจาํ ทัง้ ปรับ
มาตรา ๕๐ ผูใดขัดขวางการดําเนินการของเจาพนักงานตามมาตรา ๒๔ หรือการปฏิบัติตามคําสั่งของผูอํานวยการ
ตามมาตรา ๒๕ หรอื ขัดขวางการปฏบิ ตั ิหนา ทข่ี องเจา พนกั งานตามมาตรา ๒๖ วรรคสาม ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ ป
หรอื ปรับไมเกินสองหมืน่ บาท หรือทัง้ จาํ ทั้งปรบั
มาตรา ๕๑ ผูใดเขาไปในพนื้ ทที่ ป่ี ด กนั้ ตามมาตรา ๒๗ (๓) โดยไมมีอาํ นาจหนาทต่ี ามกฎหมายหรือตามคําสั่งของ
ผูอาํ นวยการ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินสามเดอื น หรอื ปรับไมเกนิ หกพันบาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรับ
ในกรณีที่ผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเจาของหรือผูครอบครองอาคารหรือสถานที่ท่ีอยูในพื้นท่ีท่ีปดก้ัน
ตามมาตรา ๒๗ (๓) ผูอํานวยการหรือเจาพนักงานซึ่งไดรับมอบหมายจากผูอํานวยการ จะเรียกบุคคลดังกลาวมาตักเตือน
แทนการดําเนินคดีกไ็ ด
มาตรา ๕๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งอพยพบุคคลออกจากพ้ืนที่ตามมาตรา ๒๘ ถาคําสั่งอพยพนั้น
เพื่อเปนการปองกันการกีดขวางการปฏิบัติหนาที่ในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือฝาฝนคําส่ังตามมาตรา ๒๙
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินหนงึ่ เดือน หรือปรับไมเกนิ สองพันบาท หรือท้งั จําท้ังปรบั
มาตรา ๕๓ ในขณะเกดิ สาธารณภยั ผูใดแตงเครอ่ื งแบบหรือประดับเคร่อื งหมายของอาสาสมัครหรือขององคการ
สาธารณกุศล และเขาไปในพ้ืนที่ที่เกิดสาธารณภัย โดยมิไดเปนอาสาสมัครหรือสมาชิกองคการสาธารณกุศลดังกลาว
เพื่อใหบุคคลอ่ืนเชื่อวาตนเปนบุคคลดังกลาว ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหกพันบาท หรือทั้งจํา
ท้ังปรบั
มาตรา ๕๔ ผูใดเร่ียไรหรือหาประโยชนอ่ืนใดสําหรับตนเองหรือผูอ่ืนโดยมิชอบโดยแสดงตนวาเปนอาสาสมัคร
เจาพนักงานหรือผูดํารงตําแหนงอื่นใดในหนวยงานที่เกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือใชชื่อของหนวยงาน
ที่เก่ียวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในการดําเนินการดังกลาว ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกิน
สองหมนื่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ
มาตรา ๕๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินสองพันบาท หรือทั้งจํา
ทั้งปรับ
123
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๕๖ ใหหนวยงานหรือบุคคลที่มีหนาท่ีจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติ
นี้ ดําเนินการจัดทําแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติน้ีใหแลวเสร็จภายในสองปนับแตวันท่ี
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ การดําเนินการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยในระหวางที่ยังจัดทําแผนดังกลาวไมแลวเสร็จ
ใหเปน ไปตามแผนทเ่ี ก่ยี วของท่ีใชบังคบั อยใู นวันกอนวันที่พระราชบัญญตั นิ ใ้ี ชบงั คบั
มาตรา ๕๗ ใหบรรดาศูนยปองกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปนศูนย
ปองกันและบรรเทาสาธารณภยั ทจ่ี ัดตง้ั ขึน้ ตามมาตรา ๑๑ วรรคสี่แหง พระราชบัญญัตนิ ี้
มาตรา ๕๘ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติปองกันภัย
ฝายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติปองกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่ึงใชบังคับอยูในวันท่ี
พระราชบญั ญตั นิ ี้ใชบ ังคบั ใหยังใชบงั คับไดตอ ไปเทาที่ไมข ัดหรอื แยง กบั บทบญั ญตั ิแหงพระราชบญั ญัตนิ ้ี
ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สรุ ยทุ ธ จลุ านนท
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดจัดตั้งกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยข้ึนเปนสวนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย
มีภารกิจหลักในการดําเนินการปองกัน บรรเทา ฟนฟูสาธารณภัย และอุบัติภัย ซ่ึงมีผลทําใหงานดานสาธารณภัยและงานดาน
อุบัติภัย ท่ีเดิมดําเนินการโดยกองปองกันภัยฝายพลเรือน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และสํานักงานคณะกรรมการ
ปองกันอุบัติภัยแหงชาติ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี มารวมอยูในความรับผิดชอบของหนวยงาน
เดยี วกนั นอกจากนกี้ ฎหมายวา ดว ยการปองกนั และระงับอัคคีภัย เปน กฎหมายที่มสี าระสาํ คญั และรายละเอยี ดเกีย่ วกับการปองกนั
และบรรเทาสาธารณภัยในดานของอัคคีภัย รวมท้ัง หนวยงานที่จะตองปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามกฎหมายดังกลาวก็เปนหนวยงาน
เดียวกัน เพื่อใหการปฏิบัติงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและแนวทางเดียวกัน ตลอดจนเพ่ือใหเกิดความเปนเอกภาพในการ
อํานวยการและบริหารจัดการเกี่ยวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงเห็นสมควรนํากฎหมายวาดวยการปองกันภัย
ฝายพลเรือน และกฎหมายวา ดวยการปอ งกนั และระงบั อคั คีภัย มาบัญญัติไวรวมกนั จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบัญญตั ินี้
124
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑âÕß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
มาตรฐานการปฏิบตั ิงานขององคก รปกครองสว นทอ งถิ่นดานการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
1. คาํ นิยาม
1.1 องคกรปกครองสวนทองถ่ิน หมายความวา องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล องคการบริหารสวน
จังหวัด เมืองพัทยา และองคก รปกครองสว นทอ งถ่ินอ่ืนที่มีกฎหมายจัดตั้ง ยกเวน กรุงเทพมหานคร
1.2 ภยั หมายถึง สาธารณภยั ตามพระราชบญั ญตั ปิ องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ไดแ ก อัคคภี ัย
วาตภยั อทุ กภยั ภยั แลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสตั ว โรคระบาดสตั วนํา การระบาดของศตั รูพืช ตลอดจนภยั
อื่นๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวาเกิดจากธรรมชาติ มีผูทําใหเกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซ่ึงกอใหเกิด
อันตรายแกชีวิต รางกายของประชาชน หรือความเสียหายแกท รัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ และใหหมายความรวม
ถงึ ภยั ทางอากาศ และการกอ วนิ าศกรรมดวย
2. การดําเนนิ การดา นการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั โดยองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่
เพื่อใหประชาชนไดรับการคุมครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ตลอดจนเพื่อบรรเทาความเสียหายท่ี
อาจเกิดข้ึนจากสาธารณภัย จึงกําหนดมาตรฐานกลางใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นดําเนินการดานการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย ดังตอ ไปน้ี
2.1 การดาํ เนนิ การกอนเกดิ ภัย
องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ในฐานะองคกรผูรับผิดชอบพื้นท่ีโดยตรงควรดําเนินการ
ดงั น้ี
2.1.1 เสรมิ สรา งศักยภาพหมบู า น/ชมุ ชน โดย
1) สง เสรมิ การจดั ตั้งกลุม อปพร. ในทุกหมูบา น/ชมุ ชน
2) จัดหาวัสดทุ จี่ ําเปนเบอื้ งตนประจําหมบู า น/ชมุ ชนตามความเหมาะสม เชน สญั ญาณแจงเตือน
ภัย ปายเตอื นภยั ถงั ดับเพลิง อปุ กรณปฐมพยาบาล ฯลฯ
3) ใหความรูแกประชาชนในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและระงับภัยเบ้ืองตนดวยวิธีการ
ตาง ๆ เชน ฝก อบรม ประชาสมั พันธ จัดทําส่อื ฯลฯ
4) จดั หาเครอ่ื งมอื ส่อื สารประจําหมบู า น/ชุมชน ตามความเหมาะสม
5) สงเสริมใหเด็ก/นักเรียน มีความรูในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและการชวยเหลือ
ตนเองและผอู ่นื เมอ่ื เกิดภยั
2.1.2 เตรยี มความพรอมดา นบุคลากร
องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ในฐานะองคกรผูรับผิดชอบพื้นท่ีโดยตรงควร
ดาํ เนินการ ดงั นี้
1) จัดใหมีเจาหนาที่ หรือ อปพร. ที่จําเปนเพื่อการปฏิบัติหนาท่ีดานการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั และใหม ีการรับแจง เหตตุ ลอด 24 ช่ัวโมง
2) จัดหรือสนับสนุนใหเจาหนาท่ี และ อปพร. ไดรับการฝกอบรมความรูที่จําเปนเพ่ือการ
ปฏิบัตงิ านปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
3) ประสานความรว มมือกบั องคก รปกครองสว นทองถน่ิ อน่ื สว นราชการ มูลนธิ ิ หรอื องคกรเอกชน
ใหมกี ารสนบั สนนุ ดานบคุ ลากรในการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
องคการบริหารสว นจังหวดั ควรดําเนนิ การ ดงั น้ี
1) จัดตัง้ ทมี คนหา-กูภยั เพื่อดาํ เนนิ การและสนบั สนุนการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในพ้ืนที่
125
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
2) จัดฝกอบรมหรือสงเสริมสนับสนุนการฝกอบรมเจาหนาที่องคกรปกครองสวนทองถิ่น อปพร.
ประชาชนเก่ียวกับการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนวิธีการเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพยสิน และความ
สงบเรียบรอ ยของประชาชน
2.1.3 เตรยี มความพรอ มดานการบรหิ ารจดั การ
1) องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั เทศบาล องคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล และเมืองพทั ยา ควรจัดทาํ แผน
ปฏบิ ัติการการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยของแตละองคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ รวมท้ัง แผนและข้นั ตอนขององคกร
ปกครองสวนทองถ่ินในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือเครื่องใช และยานพาหนะ เพ่ือใชในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัย และแผนและขั้นตอนขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในการจัดใหมีเคร่ืองหมายสัญญาณหรือส่ิงอื่นใด
ในการแจงใหประชาชนไดทราบถึงการเกิดหรือจะเกิดสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. 2550
2) องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล และเมืองพัทยาควรฝกซอม
แผนปฏบิ ตั กิ ารปองกันและบรรเทาสาธารณภยั อยางนอยปละ 1 ครง้ั
3) องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยา ออกขอบัญญัติหรือเทศบัญญัติใหสถาน
ประกอบการท่ีมีสินคาหรือวัตถุอันตรายใหมีเคร่ืองมือและถังดับเพลิงใหสอดคลองกับประเภทและระดับของความเส่ียง
ภัย
2.1.4 เตรียมความพรอ มดานอุปกรณ เครือ่ งมือเคร่อื งใช
1) องคการบริหารสวนจังหวัดจัดหาอุปกรณ เคร่ืองมือ เคร่ืองใชและเคร่ืองจักร เพื่อการปองกัน
และบรรเทาสาธารณภัยในพนื้ ท่ีตามความเหมาะสม
2) องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล และเมืองพัทยาวางระบบการรับแจงเหตุและแจงเตือนภัย
ภายในพนื้ ท่ี
3) องคก ารบริหารสว นตาํ บล เทศบาล และเมอื งพัทยา จดั หาหรอื ประสานความรวมมือกับองคกร
ปกครองสว นทองถิ่นอนื่ สว นราชการ มลู นธิ ิ หรอื องคก รเอกชน จดั ใหม อี ุปกรณ เคร่อื งมอื เครื่องใชท ่ีเหมาะสม สอดคลอง
กับความเส่ยี งของสาธารณภยั ท่อี าจเกิดขน้ึ
2.2 การดําเนินการขณะเกดิ ภัย
2.2.1 องคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล เทศบาล และเมอื งพทั ยา ผูรับผิดชอบพื้นทีจ่ ะตอ งรบั ผิดชอบการปอ งกนั
และบรรเทาสาธารณภัยในเขตพื้นท่คี วามรบั ผดิ ชอบ โดยดาํ เนนิ การเองหรือรว มกับองคกรปกครองสว นทองถนิ่ อนื่
2.2.2 องคก ารบริหารสว นตําบล เทศบาล และเมืองพทั ยา ประสานงานกบั องคก รปกครองสวนทองถ่ินอ่นื
จังหวดั อาํ เภอ สว นราชการ หรือหนว ยงานองคกรภาคเอกชน ขอรับการสนบั สนนุ ในการระงับภยั และการชว ยเหลือหรอื
เคล่ือนยา ยผปู ระสบภยั ตลอดจนจัดหาเคร่ืองอุปโภคบริโภคและทพ่ี กั อาศัยชั่วคราว
2.2.3 องคการบรหิ ารสว นจงั หวัดดาํ เนนิ การและสนบั สนุนอุปกรณ เครือ่ งมือ เครอื่ งใช และเครื่องจักรกล
แกอ งคก ารบริหารสวนตําบลและเทศบาลตามความจาํ เปน
2.3 การดาํ เนนิ การภายหลังเกิดภัย
2.3.1 องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล และเมืองพัทยา จัดใหมีการ
ชวยเหลือตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ตามความจําเปน เชน
จัดสถานทีพ่ กั อาศัยชั่วคราว จดั ระเบียบการจราจรและปดกั้นบรเิ วณในพนื้ ท่ีทเ่ี กิดภัย ฯลฯ
2.3.2 องคการบริหารสวนตําบล เทศบาล หรือเมืองพัทยา ผูรับผิดชอบพ้ืนที่ที่เกิดภัย ประเมินผล
การปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใน 3 เดือน เพื่อทบทวนและปรับปรุงแผน
ใหม ปี ระสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึน
126
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
กระทรวงมหาดไทย
ถนนอษั ฎางค กทม. 10200
6 กุมภาพันธ 2552
เรอ่ื ง การจัดทำบันทกึ ขอ ตกลงวาดวยการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวา งผูอำนวยการจงั หวัด และผู
บังคับบญั ชาของทหารในพ้นื ที่
เรยี น ผูวา ราชการจังหวดั ทุกจังหวัด
อางถงึ พระราชบัญญตั ิปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
ส่ิงทส่ี ง มาดว ย ตัวอยา งบนั ทึกขอ ตกลงวา ดวยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ตามพระราชบัญญตั ิปองกัน
และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ.2550 ระหวางผูอำนวยการจังหวดั และผูบ ังคับบัญชาของทหารใน
พนื้ ที่
ดวยไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และตาม
มาตรา 46 แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ไดกำหนดเรื่องการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยภายในเขตทหาร
หรือทเี่ กี่ยวกบั กิจการ เจา หนาท่ี หรือทรัพยสนิ ในรชการทหาร ใหเปนไปตามขอ ตกลง เปน หนงั สือรวมกนั ระหวา ง
ผูอำนวยการจงั หวัดหรอื ผอู ำนวยการกรงุ เทพมหานครและผบู ังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้นื ที่ทเ่ี ก่ยี วขอ ง
กระทรวงมหาดไทย ดดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงไดพิจารณารวมกับฝายทหาร
จัดทำตัวอยางบันทึกขอตกลงวาดวยการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ระหวางผูอำนวยการจังหวัดและผูบังคับบัญชาของทหารในพ้ืนท่ี ในการดำเนิน
การปองกันและบรรเทาสาธารณภยั เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัติงาน รายละเอยี ดตามทส่ี งมาดวย
ดังนั้น เพ่ือใหการปฏิบัติการดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศมีการบูรณา
การและมีการขับเคลื่อนการปฏิบัติอยางเปนรูปธรรม ในอันที่จะลดความสูญเสียที่จะเกิดแกชีวิตและทรัพยสิน
ของประชาชน จึงใหผูวาราชการจังหวัดในฐานะผูอำนวยการจังหวัด พิจารณาจัดทำบันทึกขอตกลงวาดวยการ
ปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหวางผูอำนวยการจังหวัดและผูบังคับบัญชาของทหารในเขตพ้ืนท่ี ตาม
ตัวอยางบันทึกขอตกลงฯ ดังกลาวขางตน เพ่ือใชเปนกรอบแนวทางในการปฏิบัติการปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยของจังหวัดตอ ไป
127
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ëπ‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ และใหจัดสงสำเนาบันทึกขอตกลงฯ ท่ีไดจัดทำขึ้นใหกรม
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยดว ย
ขอแสดงความนบั ถือ
รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
ผูบัญชาการปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง ชาติ
กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
สำนักนโยบายปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั
โทร/โทรสาร. 0-2243-2178
128
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂π‘Ë °∫— °“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
(ตวั อยา ง)
บันทกึ ขอตกลงวา ดว ยการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ตามพระราชบัญญัตปิ อ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550
ระหวา งผอู ำนวยการจงั หวดั ..................กับ (ระบตุ ำแหนง ของผูบ งั คบั บัญชาที่มีอำนาจปกครองหนว ยทหาร)
-------------------------------------------------------
โดยท่มี าตรา ๔๖ แหง พระรชบัญญตั ิปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดใหการดำเนนิ การ
ตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ หรอื มาตรา ๒๙ ภายในเขตทหาร หรอื ทเี่ กีย่ วกบั กิจการ เจาหนา ท่ี
หรอื ทรพั ยสนิ ในราชการทหาร ใหเ ปน ไปตามความตกลงเปน หนงั สือรวมกนั ระหวางผูอำนวยการจงั หวดั และผูบังคบั
บัญชาของทหารในเขตพ้นื ทีท่ เ่ี กยี่ วขอ ง เวนแตเปน กรณีการส่ังการของนายกรฐั มนตรีหรือรองนายกรฐั มนตรตี ามมาตรา
๓๑
ดงั น้ัน เพอื่ ประโยชนในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั ของประเทศ ผอู ำนวยการจงั หวัด............................
และ (ระบตุ ำแหนง ของผบู งั คบั บัญชาท่มี อี ำนาจปกครองหนว ยทหาร) จงึ ทำบันทกึ ขอ ตกลงรวมกนั ดงั นี้
ขอ ๑ บนั ทึกขอ ตกลงน้ี เรยี กวา “บันทกึ ขอ ตกลงวาดว ยการปองกันและบรรเทาสาธารณภยั ตามพระราช
บัญญัตปิ อ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ระหวา งผอู ำนวยการจังหวดั .........................กับ (ระบุตำแหนง
ของผบู งั คับบัญชาท่ีมีอำนาจปกครองหนว ยทหาร)” ทำขนึ้ ณ..................เมอื่ วนั ท่.ี .............เดือน..........พ.ศ. ................
ขอ ๒ บนั ทึกขอตกลงนี้ ใหใ ชบังคับนบั ตัง้ แตวนั ท่ีลงนามรวมกนั เปนตนไป
ขอ ๓ ในบันทกึ ขอ ตกลงนี้
“เขตทหาร” หมายความวา อาคาร สถานที่ หรือบรเิ วณซึ่งมีหนวยทหารตัง้ อยู
“กจิ การ” เจา หนา ท่ี หรือทรพั ยส นิ ในราชการทหาร” หมายความวา กจิ การ เจา หนาท่ี หรือทรพั ยสิน
ซงึ่ อยใู นการควบคุมดูแลของผูบังคับบญั ชาของทหารในเขตพ้นื ท่ีจงั หวัด........................................
หมวด ๑
การปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยภายในเขตทหาร หรอื ท่เี กยี่ วกับกจิ การ เจา หนา ที่
หรือทรพั ยส ินในราชการทหาร
ขอ ๔ เม่อื เกิดหรอื คาดวาจะเกดิ สาธารณภยั ขนึ้ ในเขตทหาร และจำเปนตองไดรับความชวยเหลอื ในการ
ปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย ใหผบู งั คับบัญชาของทหารในเขตพื้นทนี่ ัน้ แจงขอความชว ยเหลอื จากผูอำนวยการ
จงั หวดั ผอู ำนวยการอำเภอ หรือผูอ ำนวยการทองถ่ิน โดยระบบสอ่ื สาร หรอื วิธีอน่ื ใด โดยแจงเสนทางเขา ไปในเขต
ทหารทราบ พรอ มทงั้ จดั เจาหนา ทีไ่ ปรอรบั และนำทาง
ในกรณเี ปนการจำเปนเรง ดวน ผูอำนวยการจงั หวัด ผอู ำนวยการอำเภอหรอื ผอู ำนวยการทอ งถ่นิ เหน็ วา หาก
มไิ ดด ำเนินการอยางหนึง่ อยางใดแลว สาธารณภัยทเ่ี กิดขึน้ อาจมีอันตรายอยางย่งิ ใหแจงผบู ังคับบัญชาของทหารในเขต
พน้ื ที่นน้ั ทราบเหตุกอ น แลว จึงดำเนินการตามขน้ั ตอนของบันทกึ ขอ ตกลงนตี้ อไป
ขอ ๕ เมือ่ ผอู ำนวยการจงั หวดั ผอู ำนวยารอำเภอ หรือผอู ำนวยการทอ งถิ่น ไดร ับแจง ขอความชวยเหลอื ให
จัดเจา หนา ทเี่ พ่อื ตดิ ตอ และประสานงานกับผบู งั คับบัญชาของทหารในเขตพืน้ ที่นนั้ หรือผูซึ่งไดรับมอบหมาย พรอมท้งั
แจงชอ่ื ตำแหนง ของบคุ คลดังกลาวตามชองทางการติดตอส่อื สารใหผ ูบ ังคบั บัญชาของทหารในเขตพ้ืนทีร่ าบ และนำเจา
หนา ทพี่ รอ มดว ยวัสดอุ ปุ กรณใ นการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยไปยังเขตทหารตามเสนทางที่ไดรบั แจง ตามขอ ๔
โดยการนำของเจา หนาท่ฝี ายทหารซงึ่ ไดรบั มอบหมาย
129
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂π‘Ë °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
ขอ ๖ การดำเนินการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย เปน อำนาจของผอู ำนวยการจงั หวดั ผอู ำนวยการ
อำเภอ หรอื ผูอำนวยการทอ งถ่นิ โดยใหผูบงั คับบญั ชาของทหารในเขตพ้ืนท่นี ั้น หรอื ผทู ไี่ ดร ับมอบหมายใหค ำแนะนำ
อำนวยความสะดวกและสนับสนุน
ขอ ๗ กรณีทีเ่ กิดสาธารณภยั แลภยันตรายจากสาธารณภยั นั้นใกลจ ะถงึ ผูอำนวยการจงั หวดั ผูอ ำนวยการ
อำเภอ หรอื ผูอำนวยการทอ งถน่ิ มีอำนาจสัง่ ใหเ จาพนักงานดัดแปลง ทำลาย หรอื เคลอื่ นยา ยสิง่ กอสราง วัสดุ หรอื ทรัพย
สนิ ของบคุ คลใดทเี่ ปนอปุ สรรคแกการบำบดั ปด ปองภยนั ตรายได ทงั้ นี้ เฉพาะเทา ทจ่ี ำเปนแกการยบั ยงั้ หรือแกไ ขความ
เสียหายท่ีจะเกิดขึน้ จากสาธารณภยั นน้ั
กรณที จี่ ำเปนตองมีการดดั แปลง ทำลาย หรือเคลือ่ นยา ยสิง่ กอสรา ง วัสดุ หรือทรพั ยส นิ ซง่ึ จะมผี ลทำใหเกิดสา
ธารณภยั ขึ้นในเขตพื้นทอ่ี ่ืนหรือกอใหเ กิดความเสียหายเพมิ่ ขึน้ แกพ ื้นที่อ่นื ใหเ ปนอำนาจของผูอ ำนวยการจังหวดั ผู
อำนวยการอำเภอ สำหรบั กรณที เี่ ปนการดำเนนิ การของผูอำนวยการทองถิ่นตอ งไดร ับความเห็นชอบของผอู ำนวยการ
จังหวัด
ขอ ๘ เมื่อเกิดหรือใกลเกิดสาธารณภยั ขน้ึ ในพน้ื ที่ทหาร และการที่ผูใดอยูอาศยั ในพ้นื ที่นัน้ จะกอ ใหเกิด
ภยนั ตรายหรอื กีดขวางตอ การปฏบิ ตั หิ นาที่ของเจา พนกั งาน จำเปน ตอ งมกี ารส่ังอพยพประชาชน ใหเปนอำนาจของผู
บงั คับบญั ชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอ ำนวยการ และเจา พนกั งานซง่ึ ไดร ับมอบหมาย
ขอ ๙ เม่ือเกิดหรือใกลจ ะเกิดสาธารณภัยขน้ึ ในพน้ื ท่ีทหาร และการอยูอาศยั หรอื ดำเนินกิจการใดๆในพื้นที่
นนั้ จะเปนอันตรายอยา งรา ยแรง จำเปน ตองมกี ารประกาศหามมิใหบ คุ คลใดๆ เขา ไปอยอู าศยั หรอื ดำเนินกิจการใดใน
พื้นทดี่ งั กลาว ใหเปน อำนาจของผบู งั คบั บัญชาการ รองผบู ัญชาการ ผูอำนวยการกลาง ผอู ำนวยการจังหวดั ผอู ำนวย
การอำเภอ สำหรับกรณีที่เปนการดำเนินการของผอู ำนวยการทอ งถ่นิ ตองไดร บั ความเห็นชอบของผอู ำนวยการอำเภอ
ขอ ๑๐ การดำเนนิ การตามขอ ๖ ขอ ๗ ขอ ๘ และ ขอ ๙ ตอ งไดรบั ความเห็นชอบจาก (ระบุตำแหนงของผู
บงั คับบัญชาของทหารในจงั หวดั )
หมวด ๒
การดำเนินการปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั นอกเขตทหาร
ขอ ๑๑ เม่อื เกดิ หรือคาดวา จะเกดิ สาธารณภัยขนึ้ ในเขตจงั หวดั ซึ่งอยูนอกเขตทหาร และจำเปนตองไดร บั
ความชวยเหลอื ในการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จากฝา ยทหารในการใชเจา หนา ที่ อาคาร สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ
เคร่อื งมอื สือ่ สาร หรอื ส่งิ อื่นใดที่อยใู นการควบคุมดูแลของทหารในเขตพน้ื ท่ี ใหผอู ำนวยารจงั หวดั ผอู ำนวยการอำเภอ
หรือผูไดร บั มอบหมาย แจงขอความชวยเหลอื จากฝายทหารในเขตพน้ื ทีน่ นั้ โดยระบบสื่อสาร หรือวธิ อี ่นื ใด และใหย ืนยนั
เปนหนงั สอื ในภายหลงั โดยเร็วที่สดุ
ขอ ๑๒ เม่อื ผบู งั คับบชั าของทหารในเขตพน้ื ท่ีไดรับแจง ขอความชว ยเหลือจากผูอำนวยการจังหวัด ผอู ำนวย
การอำเภอ หรอื ผูไดรบั มอบหมายพจิ ารณาใหความชวยเหลือตามขดี ความสามารถ ขอ จำกัดของทรัพยากรและตาม
ความจำเปน โดยใหแ จง ตอบรับการใหค วามชว ยเหลือ หรอื ขอขดั ขอ ง โดยระบบสอ่ื สาร หรอื วิธีอ่นื ใดโดยเร็วนับตั้งแตไ ด
รบั แจง และใหแ จงเปน หนงั สอื ในภายหลงั
กรณีท่ีผบู งั คบั บญั ชาของทหารในเขตพน้ื ที่น้นั สามารถใหการสนับสนุนชว ยเหลือ ใหผ ูบ ังคบั บัญชา
ของทหารในเขตพ้นื ทน่ี ัน้ จัดเจาหนาท่เี พือ่ ตดิ ตอและประสานความรวมมือกบั ผอู ำนวยการจังหวดั ผอู ำนวยการอำเภอ
หรอื ผูไดร ับมอบหมาย พรอมทั้งแจง ยศ ชื่อ ตำแหนง ของบุคคลดงั กลาวตามชอ งทางการตดิ ตอ สือ่ สารใหผูอ ำนวยการ
จังหวัด ผูอำนวยการอำเภอ หรือผูไดรบั มอบหมาย
ขอ ๑๓ กรณที ่หี นว ยทหารตัง้ อยใู นพ้ืนท่ีขององคกรปกครองสวนทองถิน่ แหง พนื้ ที่ ใหผ อู ำนวยการทอ งถ่นิ
สามารถขอรับความชว ยเหลือจากผูบ ังคับบญั ชาของทหารในเขตพื้นทีน่ ัน้ ได ดดยดำเนนิ การตามข้นั ตอนของขอ ๑๑
130
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
และ ขอ ๑๒ โดยอนโุ ลม
ขอ ๑๔ การดำเนนิ กรเก่ยี วกับกิจการ เจาหนาที่ หรือทรพั ยส ินในราชการทหารตามขอ ๑๒ และ ขอ ๑๓ ให
อยภู ายใตก ารอำนวยการและแบงมอบภารกิจของผูอำนวยการจงั หวัด ผอู ำนวยการอำเภอ หรือผูไดรับมอบหมายแลว
แตกรณี
ขอ ๑๕ การดำเนินการอ่นื นอกหนอื จากบันทกึ ขอตกลงฯ นี้ใหเปนไปตามแนวทางการปฏิบัตทิ ี่กำหนดไวใ น
แผนการปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั โดยอาจมีการต้งั คณะกรรมการเพอื่ พจิ ารณาตามความเห็นชอบของผู
อำนวยการจังหวดั .................................และ (ระบุตำแหนงของผบู งั คับบัญชาของทหารในจังหวัด)
ลงชอื่ .............................................. ลงชอ่ื ..............................................
(.....................................................) (.....................................................)
ผูวาราชการจงั หวดั .......................... ผูบงั คับบัญชาหนว ยทหารในเขตพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบ
ลงชอ่ื ..............................................พยาน ลงช่อื ..............................................พยาน
(.....................................................) (.....................................................)
ลงชอ่ื ..............................................พยาน ลงช่ือ..............................................พยาน
(.....................................................) (.....................................................)
หมายเหตุ ๑. ผบู ังคบั บัญชาหนว ยทหารในเขตพ้ืนทีท่ ร่ี บั ผิดชอบ โดยใหห นวยทหารแตละหนวยจดั ทำ
บันทึกขอ ตกลงกับผูอำนวยการจังหวดั เปน การเฉพาะหนว ย
๒. ควรมีผูแทนของผอู ำนวยการทองถ่นิ ตามทผี่ วู า ราชการจงั หวัดเห็นสมควรรว มเปน พยาน
ดว ยอยางนอ ย ๑ คน
131
Õß§å°√ª°§√Õß «à π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
หลกั เกณฑก ารใหค วามชว ยเหลอื ซอมแซมปรับปรุงส่งิ สาธารณประโยชน
ท่ชี าํ รดุ เสียหายจากกรณีทเ่ี กิดอุทกภยั
ของคณะอนุกรรมการชวยเหลอื ผปู ระสบสาธารณภัย
ในคณะกรรมการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ
.........................................
๑. พิจารณาความเสยี หายทไ่ี ดรายงานมายงั กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เปนหลกั เกณฑใ นการกาํ หนด
แนวทางและลกั ษณะโครงการทีจ่ ะใหค วามชว ยเหลือ
๒. จะพิจารณาชวยเหลือเฉพาะโครงการที่ไมสามารถใชเงินตามระเบียบกระทรวง การคลังวาดวยเงินทดรอง
ราชการเพื่อชว ยเหลือผปู ระสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉกุ เฉนิ
๓. โครงการทจี่ ะไดรับการชวยเหลอื จะตอ งเปนโครงการที่มีความจําเปน เรงดว น เปน การแกไขปญ หาเฉพาะ
หนาท่ีเปนความตองการของประชาชน เชน เสนทางคมนาคมท่ีเสียหายจนไมสามารถสัญจรไปมาได ไดแก สะพาน ทอ
ระบายนำ้ และถนน สว นทาํ นบ เหมอื ง ฝาย จะพิจารณาตามความจําเปน ในอันดับตอ ไป
๔. โครงการทีข่ อความชว ยเหลอื จะตองเปนโครงการท่ไี มไ ดข อรบั การสนับสนุนงบประมาณอน่ื ใด และเมอ่ื ไดร ับ
อนุมัติการชวยเหลือแลวจะขอแกไขเปล่ียนแปลงโครงการอีกไมได เวนแตจะขอแกไขเปล่ียนแปลงในรายละเอียดท่ีไม
ตรงกับขอเท็จจริง เชน ชื่อสิ่งสาธารณประโยชน ตําบล หมูบาน หรือปริมาณงานไมสัมพันธกับวงเงินที่ไดรับอนุมัติ
เปนตน
๕. โครงการแตล ะโครงการ ควรดําเนนิ การใหแ ลว เสรจ็ ภายใน ๓๐ วัน นบั แตวันทไ่ี ดร ับอนุมัติ ยกเวน โครงการที่
มแี บบแปลน และจะตองมปี า ยแสดงโครงการตามแบบทก่ี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยกาํ หนด
๖. โครงการท่ีไดรับการชวยเหลือจะตองผานการพิจารณาของคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัย
พบิ ัติอาํ เภอ และจงั หวดั ตามลาํ ดบั และไดร ับความเหน็ ชอบจากผวู า ราชการจังหวดั แลว โดยใหจ ดั ลาํ ดับความสําคญั เรง
ดวนดว ย พรอ มภาพถายทีแ่ สดงถึงความเสยี หายอยา งชัดเจนโครงการละ ๑ ชุด
๗. จะตองเปนโครงการที่มีวงเงินตั้งแต ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป สําหรับราคารายการวัสดุและสิ่งกอสรางตาม
โครงการ ใหใชราคาจากบัญชีราคามาตรฐานส่ิงกอสรางของสํานักมาตรฐานงบประมาณ สํานักงบประมาณ หรือราคา
ของพาณิชยจังหวัด
๘. การชวยเหลือในกรณีจําเปนอื่นๆ ใหอยูในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัย
พิจารณาเปน กรณีๆ ไป
.........................................
132
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
แนวทางการจดั ทาํ โครงการกอสรา งและซอมแซมสิ่งสาธารณประโยชนท ่ีเสียหายเนื่องจากอุทกภยั
1. องคกรพจิ ารณาใหความชว ยเหลอื และระยะเวลาการดําเนินการ
1.1 ระดับอาํ เภอ
คณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดับอําเภอ (ก.ช.ภ.อ) ซ่ึงมี นายอําเภอ เปน
ประธาน หัวหนาสวนราชการระดับอําเภอท่ีเก่ียวของเปนกรรมการ และปลัดอําเภอ หัวหนาฝายความมั่นคงเปน
กรรมการและเลขานุการ ดําเนินการสํารวจความเสียหายที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ี พรอมทั้งจัดทําโครงการใหความชวยเหลือ
ประชาชนใหครบถวนทุกดาน จากนั้นจัดใหมีการประชุมคณะกรรมการใหความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดับอําเภอ
เพ่ือพิจารณาโครงการใหความชวยเหลือประชาชน และอนุมัติใชจายเงินทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของผูวาราชการ
จังหวัดท่ีไดมอบใหเปนอํานาจการอนุมัติของนายอําเภอ ใหแลวเสร็จภายใน 15 วัน นับแตหลังน้ำลดหรือภัยยุติแลว
หากเงินทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของนายอําเภอมีไมเพียงพอ หรือเปนโครงการท่ีไมเขาหลักเกณฑการชวยเหลือ
ตามท่ีกระทรวงการคลังกําหนด ใหส งโครงการดงั กลา วขอรับการสนับสนนุ งบประมาณไปยังจงั หวัด
1.2 ระดบั จงั หวดั
คณะกรรมการใหความชว ยเหลือผูประสบภัยพิบัติระดบั จงั หวดั (ก.ช.ภ.จ.) ซ่งึ มีผูว าราชการจังหวัด
เปน ประธาน หวั หนา สว นราชการระดบั จงั หวัดที่เกี่ยวของ เปน กรรมการ และมปี ลดั จังหวัด/หรอื หัวหนา สํานกั งานปองกนั
และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เปนกรรมการและเลขานุการ จัดใหมีการประชุมคณะกรรมการใหความชวยเหลือผู
ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณาโครงการใหความชวยเหลือประชาชนผูประสบอุทกภัยของแตละ
อาํ เภอ และอนุมัติเงนิ ทดรองราชการในอํานาจอนุมัติของผวู า ราชการจังหวดั วงเงนิ 50 ลา นบาท ในสวนทเ่ี หลือจากท่ี
ไดมอบอํานาจใหนายอําเภอ เปนผูมีอํานาจอนุมัติแทน โดยใหดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน 10 วัน นับแตไดรับโครง
การจากอําเภอ/กิง่ อาํ เภอ หากเงินทดรองราชการในอาํ นาจของผูว าราชการจงั หวดั มีไมเพียงพอ หรือไมเขา หลกั
เกณฑการชวยเหลือตามที่กระทรวงการคลังกําหนด ใหสงโครงการซอมแซมส่ิงสาธารณประโยชนดังกลาวเพื่อขอรับการ
สนับสนุนงบประมาณ งบกลาง ไปยังกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย สําหรับการชวยเหลือดานอ่ืนๆ ใหขอรับการ
สนบั สนนุ จากกระทรวง/กรม อ่นื ๆ ทีม่ ีหนา ทเ่ี กยี่ วขอ งโดยตรง
1.3 สว นกลาง
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ดําเนินการตรวจสอบความถูกตองและความเหมาะสมของ
โครงการท่ีจังหวัดสงมาแลว จัดประชุมคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัย ซึ่งมีรองปลัดกระทรวง
มหาดไทย หัวหนากลมุ ภารกจิ ดานสาธารณภยั และพฒั นาเมือง เปน ประธาน อธบิ ดกี รมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
เปนรองประธาน ผแู ทนสวนราชการทเ่ี กยี่ วของ ไดแ ก สาํ นกั งบประมาณ กรมบัญชกี ลาง กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวง
เกษตรและสหกรณ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กรมทางหลวง กรมทางหลวง
ชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมทรพั ยากรน้ำ กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถน่ิ กรมการปกครอง
กรมพฒั นาสังคมและสวัสดิการ ผอู ํานวยการสํานักของกรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย รวม 19 คน และมีผอู ํานวย
การศูนยอ ํานวยการบรรเทาสาธารณภัย เปนกรรมการและเลขานุการ เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบโครงการและวงเงิน
งบประมาณ โดยดําเนินการใหแลวเสร็จภายในเวลา 15 วัน นับจากไดรับโครงการจากจังหวัด เมื่อพิจารณาเสร็จแลว
133
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
ใหรีบนําเสนอรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ใหความเห็นชอบ และสงรายละเอียดโครงการไปยังสํานักงบประมาณ
เพื่อขออนมุ ัติ งบกลางจากนายกรัฐมนตรี หรอื คณะรัฐมนตรี ในการใหค วามชว ยเหลือผปู ระสบอทุ กภยั ตอ ไป
2. เอกสารหลักฐานและแบบฟอรมท่ีจังหวัดตองจัดทําเพื่อประกอบคําขอรับการสนับสนุนจากกรม
ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
เมื่อจังหวัดไดชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยเงินทดรองราชการไป
แลว เกินขีดความสามารถของจังหวัดและมีความจําเปนตองขอรับการสนับสนุนวงเงินงบกลาง ใหดําเนินการตามลําดับ
ข้ันตอน ดงั น้ี
2.1 จงั หวัดรวบรวมเอกสารสงกรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั โดยประกอบดว ย
- หนงั สอื นาํ สง
- รายงานการประชุม ก.ช.ภ.จ.
- แบบ 1 งบหนารวมโครงการทงั้ หมดทเ่ี สนอขอ
- แบบ 2 บัญชรี ายละเอยี ดโครงการ
- แบบ 3 รายละเอียดโครงการ พรอมภาพถายสีประกอบโดยมีประธาน ก.ช.ภ.อ. และ
กรรมการอกี 2 คน รวม 3 คน ลงนามรบั รองภาพถา ย และสาํ หรบั โครงการท่มี ปี ระมาณการและแบบแปลน ใหแนบมา
พรอมกัน
- แผน ดิสกขอมลู แบบ 1- 2 โปรแกรม Excel
อนึ่ง โครงการท่ีเสนอขอความชวยเหลือ จะตองเปนโครงการตามหลักเกณฑการชวยเหลือกรณีที่เกิด
อุทกภยั ของคณะกรรมการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหงชาติ และเปน โครงการท่มี ีวงเงินตั้งแต 100,000 บาท ข้ึน
ไป สําหรับราคารายการวัสดุ และสิ่งกอสรางตามโครงการ ใหใชราคาจากบัญชีราคามาตรฐานส่ิงกอสรางของสํานัก
มาตรฐานงบประมาณ (ที่ใชในปจจุบัน) หรือราคาของพาณิชยจังหวัด หากราคาวัสดุที่โครงการเสนอขอมาสูงกวาราคา
มาตรฐานทก่ี ําหนดไวจะตองมีเหตผุ ลและคําชี้แจงโดยทําเปนหนังสอื รบั รองประกอบการพิจารณามาดว ยทกุ ครั้ง
2.2 เจาหนาท่ีกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงบัญชีรับและตรวจสอบรายละเอียดเบ้ืองตนวามี
เอกสารหลักฐานถูกตองครบถวนตามหลักเกณฑการใหความชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยท่ีกําหนดโดยคณะกรรมการ
ปอ งกันภัยฝายพลเรอื นแหง ชาติ หรือไม หากไมถกู ตอ งครบถวนตอ งสงคนื จังหวดั
2.3 สงโครงการใหคณะทํางานฝา ยชางซ่งึ เปนผแู ทนหนว ยงานในคณะอนุกรรมการชว ยเหลือผูประสบ
สาธารณภยั เพอื่ ตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการและคิดราคาคางาน
2.4 เจาหนาท่กี รมปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ตรวจคดั โครงการทผี่ านความเห็นชอบจากคณะทํา
งานฝา ยชา งแลว จะนาํ เขา พิจารณาในทีป่ ระชุมคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภยั ตอไป
3. รายละเอียดขอมลู ความเสียหาย ภาพความเสียหาย และแบบแปลนประมาณการคากอ สราง
โครงการที่จังหวัดขอรับการสนับสนุนงบประมาณจะตองมีรายละเอียดความเสียหาย ท่ีชัดเจนพรอมภาพถาย
ความเสียหาย และการรับรองภาพถาย ตลอดจนระบุหนวยงานที่จะดําเนินการ ตามแบบฟอรมขอรับการสนับสนุนงบ
ประมาณ และใหจดั สง เอกสารประกอบการพิจารณา ดังน้ี
134
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
3.1 กรณที ี่ถนนชํารดุ เสียหาย ใหจ ดั สงภาพถายความเสยี หายท่ีชัดเจน โดยถายภาพความเสียหายของ
ถนนเปนระยะ ๆ เชน ทกุ ระยะ 100-500 เมตร พรอมระบุตาํ แหนง ที่ถา ยภาพ และ
แสดงรายการคาํ นวณปรมิ าณงานท่ีจะซอมแซมทกุ ตาํ แหนง โดยใหจ ดั ทําแผนผงั สังเขปของถนนโดยระบุสภาพความเสยี
หายของสายทางในแตล ะชวงใหช ัดเจน
3.2 กรณีกอสรางสะพาน คสล. ใหจัดสงภาพถายความเสียหายโดยถายภาพตามแนวสะพานภาพภูมิ
ประเทศทางตนน้ำและทายน้ำของท่ีตั้งสะพาน และสภาพลําน้ำท่ีกอสรางสะพาน พรอมแนบรายละเอียดประมาณการ
ราคาคากอสรา งและแบบแปลนที่ใชในการกอ สรา ง ท้ังน้ี ใหระบเุ หตผุ ลความจาํ เปนประกอบการพจิ ารณา เชน ปรมิ าณ
การจราจรที่ใชสัญจรไปมาในแตละวัน สายทางหลักหรือสายทางรอง (เชื่อมตําบล หมูบาน พ้ืนที่การเกษตร ฯลฯ)
จํานวนหมบู า น/ครวั เรือนโดยรอบ และประโยชนท ป่ี ระชาชนจะไดร บั จากการกอ สรา งสะพานดวย
3.3 กรณีกอสรางทอเหลี่ยม คสล. ใหจัดสงภาพถายความเสียหายโดยถายภาพตามแนวถนนภาพภูมิ
ประเทศทางตนน้ำและทายน้ำของที่ต้ังทอเหล่ียม คสล. ท่ีไดรับความเสียหายและสภาพลําน้ำท่ีจะกอสรางทอเหลี่ยม
คสล. พรอ มทัง้ แนบรายละเอยี ดประมาณการราคาคา กอสรา งและแบบแปลนท่ใี ชในการกอสรา งดว ย
3.4 กรณีกอสรางพนังกั้นน้ำ/เข่ือนปองกันตล่ิง คสล. ใหจัดสงภาพถายสภาพความเสียหายของตล่ิงท่ี
จะดําเนินการกอสรางที่ชัดเจน พรอมทั้งแนบรายละเอียดประมาณการราคาคากอสรางและแบบแปลนที่ใชในการ
กอสราง และระบุเหตุผลความจําเปน ในการกอสรา ง
ท้ังนี้ โครงการกอสรางสะพาน คสล. ฝาย คสล. หรือเข่ือน/พนังปองกันตลิ่ง จะตอง มีวิศวกรวิชาชีพ
รับรองความมั่นคงแข็งแรง และความเหมาะสมของรูปแบบรายการที่ใชในการกอสราง ตามแบบที่กําหนดทุกโครงการ
พรอ มท้ังขอ มลู ทร่ี ะบพุ ิกดั ทางภมู ศิ าสตรในระบบ UTM จากแผนทม่ี าตราสว น 1: 50,000 ของกรมแผนท่ที หาร เพือ่ อาน
คา พกิ ัดและระวางแผนที่ในระบบพกิ ัดฉาก ประกอบในเอกสารหลกั ฐานโครงการที่ขอรบั การสนับสนนุ งบประมาณดว ย
4. ความรบั ผิดชอบตอ โครงการที่เสนอของบประมาณ
หากหลักฐานประกอบคําขอรับการสนับสนุนงบประมาณของโครงการ ถูกพบวาไดใชภาพถายความเสียหาย
ของโครงการไมถูกตองตรงกับขอเท็จจริงหรือใชภาพถายซ้ำซอนกับโครงการอ่ืน หรือใชภาพถายเกาที่ไดใหการสนับสนุน
งบประมาณไปแลว หรือมีการตกแตงภาพความเสียหายดวยโปรแกรมจัดการภาพอิเล็กโทรนิกส หรือการกระทําอ่ืน ๆ
อันสอเจตนาโดยมิชอบตามหลักเกณฑและแนวทางที่กําหนด คณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยจะไม
พิจารณาใหการสนับสนุนงบประมาณใหแกโครงการดังกลาว และจะแจงตนสังกัดใหดําเนินการทางวินัยแกผูลงนาม
รบั รองความถูกตอ งของภาพถายหรอื ผูเกี่ยวของกบั การกระทาํ ดังกลาวตอ ไป
อน่ึง แนวทางในการพิจารณาใหความชวยเหลือของคณะอนุกรรมการชวยเหลือผูประสบสาธารณภัยจะยึด
เอกสารหลักฐานเปนขอมูลสําคัญ ดังน้ัน หากจังหวัดใดมิไดปฏิบัติตามแนวทางที่ไดกําหนดไวขางตน หรือจัดสงขอมูล
ไมครบถวนถกู ตอ งตามขอเทจ็ จรงิ จะไมไ ดร บั การพจิ ารณาใหค วามชวยเหลอื โครงการดงั กลา ว
**************************
135
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
136
งบหนาการขอรับการสนบั สนุนงบประมาณชว ยเหลอื ผูป ระสบภัย (อุทกภยั ) พ.ศ. .................
จงั หวดั ...............................................
สง โครงการขอความชวยเหลอื เน่อื งจากประสบอทุ กภยั ชว งเกิดภยั ระหวางวันที่................ตามหนังสือจงั หวดั ..................ท่.ี ..................ลงวันท่ี..................
จำนวน................................อำเภอ รวม.................โครงการ..................เปนเงนิ ............บาท (มติ ก.ช.ภ.จ. คร้ังท.่ี ..........ลงวันท.ี่ ..................)
ที่ อำเภอ สะพาน คศล. ทอเหลี่ยม คศล. ถนน/ทอระบายนำ้ ทำนบ/เหมอื ง/ฝาย พนงั ก้ันน้ำ อ่ืนๆ รวมทั้งส้ิน
/สะพานไม
โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน โครงการ วงเงิน
รวม อำเภอ
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
บญั ชรี ายละเอยี ดคากอสรางและปรับปรุงสง่ิ สาธารณประโยชนท ่ชี ำรดุ เสยี หาย
เน่อื งจากประสบสาธารณภัย (อทุ กถยั )
งบลงทุน ลกั ษณะคาที่ดนิ และส่งิ กอสรา ง
อำเภอ จังหวดั
ลำดบั รายการ ขออนมุ ัติ ขออนมุ ตั ิ หมายเหตุ
จำนวนเงิน จำนวนเงิน
รวม โครงการ
* บันทึกขอ มูลดว ยโปรแกรม Exel
137
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
บญั ชีรายละเอียดคา กอสรา งและปรับปรงุ สิง่ สาธารณประโยชนท ่ชี ำรดุ เสียหาย
เนื่องจากประสบสาธารณภัย (อทุ กภัย)
งบลงทนุ ลักษณะคาท่ีดินและสง่ิ กอสราง
อำเภอ..............................จังหวดั .................................
ลำดบั รายการ ขออนมุ ัติ ขออนุมัติ หมายเหตุ
จำนวนเงนิ จำนวนเงิน
1 กอ สรางสะพาน คศล. บา น....หมทู ่ี.....
ตำบล...........ขนาดกวาง..........เมตร
ยาว.............เมตร ไมมี/มี ทางเทา
ขา งละ.........เมตร ตามแบบ...............
พรอ มลงลูกรัง/ดนิ ถมคอสะพาน..........
...........ลบ.ม. ๆ ละ..................บาท
2 กอสรา งทอเหลีย่ ม คศล. บา น.............
หมทู ี่.....................ตำบล...................
ผิวจราจรกวาง........................เมตร
ยาว..................เมตร ชนดิ ..............
ชองทาง พรอ มลงลกู รงั หลังทอ.........
ลบ.ม. ๆ ละ ..........................บาท
3 โครงการซอมแซมถนนลูกรังบาน.......
................หมูท ่.ี ...........ตำบล...........
ผิวจราจรกวาง..........................เมตร
ยาว.....................เมตร โดยลงลูกรัง
/ดินในสว นทช่ี ำรดุ เสยี หาย จำนวน
..................ลบ.ม. ๆ ละ...............บาท
รวม..................................โครงการ
หมายเหตุ 1. ชองรายการ ใหระบุรายละเอียดทขี่ อความชว ยเหลอื (ตามตวั อยา ง)
2. ชองหมายเหตุ ใหเ วน ระยะความกวา งประมาณ 5 ซม. เพอื่ ใหค ณะทำงานระบุรายละเอยี ดเขา ประชมุ
138
(ตวั อยางแบบฟอรม ใหม ระบเุ พ่ิมเตมิ ขอมลู พิกดั ในระบบ (UTM)
รายละเอยี ดขอรบั การสนับสนนุ งบประมาณโครงการชวยเหลือผปู ระสบอุทกภัย
อำเภอ.....................................จงั หวัด.................................
ลำดับ รายละเอียด งบประมาณเสนอขอ ความเห็นของจังหวดั มตคิ ณะอนุกรรมการ
โครงการ.........................................................
ก. สภาพเดมิ ...................................................
.......................................................................
ข. ความเสยี หาย...............................................
........................................................................
ค. ขอรบั ความชวยเหลอื .....................................
.........................................................................
ง. พิกดั ท่ตี ั้งโครงการ ระวางแผนที่........................
- คา พิกัด N...........................E............................
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
139
คณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ....................พจิ ารณาเห็นชอบ และขอรับรองภาพถา ยโครงการ ภาพถายความเสียหาย
ลงชอ่ื ...............................................ประธานกรรมการ
ลงชอ่ื ................................................กรรมการ
ลงชอื่ ................................................กรรมการ/เลขานุการ
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
140
ขัน้ ตอนการชวยเหลือซอ มแซมส่ิงสาธารณประโยชนเ น่อื งจากอุทกภัย - สรปุ ผลการพิจารณาของคณะ
อนกุ รรมการฯ เสนอ รมว.มท. ให
15 วัน 10 วัน 15 วนั ความเหน็ ชอบโครงการและงบ
ประมาณชว ยเหลือ เพื่อเสนอขอ
เกิด คณะกรรมการ คณะกรรมการ กปภ.ช./ คณะอนกุ รรมการ กปภ.ช./ อนุมตั งิ บกลาง จากนายกรัฐมนตรี
สาธารณภัย ชว ยเหลอื ผูประสบ ชวยเหลือผูประสบ กรมปอ งกันและ ชวยเหลือผปู ระสบ กรมปองกันแลบรรเทา หรือ ครม. ไปยังสำนกั งบประมาณ
/อทุ กภยั ภยั พิบัติอำเภอ ภัยพบิ ัติจังหวดั บรรเทาสาธารณภัย
สาธารณภัย สาธารณภยั
(ก.ช.ภ.อ) (ก.ช.ภ.จ)
- ประกาศภยั พิบตั ิ - ประชมุ ก.ช.ภ.จ.พจิ ารณา - ตรวจสอบความถกู ตองของ - ประชมุ พจิ ารณาอนุมัต/ิ สำนกั - นำเสนอนายกรฐั มนตรี หรือคณะ
- สำรวจความเสียหาย ใหค วามชวยเหลอื จากเงิน โครงการทจ่ี ังหวัดขอมา ไมอ นุมัติ โครงการของ งบประมาณ รฐั มนตรี เพื่ออนุมัติวงเงินงบกลางฯ
ก.ช.ภ.อ. ประชมุ พจิ ารณาให ทดรองราชการฯ (งบ 50 - สงคณะทำงานฝายชางตรวจ จงั หวดั ทผ่ี านการตรวจสอบ ใหค วามชวยเหลอื
ความชวยเหลือซอ มแซม ลานบาท) ภายใน 10 วนั ความเหมาะสมของโครงการ ตวามเหมาะสมของโครงการ
สง่ิ สาธารณประโยชนจ าก นับแตไ ดรบั โครงการจาก คา วัสดุตามราคามาตรฐาน จากคณะทำงานฝา ยชา ง กปภ.ช./ - แจง ผลการอนมุ ัตโิ ครงการและ
เงินทดรองราชการท่ี ผวจ. อำเภอ ของสำนกั งบประมาณ หรือ แลว กรมปอ งกันแลบรรเทา วงเงินชวยเหลอื ใหจงั หวดั ทราบและ
มอบใหภ ายในวันที่ 15 นับ - กรณคี วามเสียหายมีมาก ราคาพาณชิ ยจ งั หวดั คำนวณ ดำเนินการตามระเบียบ สร. วาดว ย
แตภ ยั ยุตหิ รือภายหลงั น้ำ เกินวงเงนิ ของจงั หวัด หรือ คาใชจายวงเงนิ ในการชว ย สาธารณภยั การพสั ดุฯ
ลด กรณไี มเขาหลักเกณฑการ เหลอื
- กรณคี วามเสยี หายมีมาก ชวยเหลอื ตามทก่ี ระทรวงการ - ศูนยอำนวยการบรรเทา จังหวดั - แจงผลการอนมุ ัตใิ หอำเภอทราบ
เกนิ วงเงนิ หรอื กรณีไมเขา คลังกำหนดใหสงโครงการ สาธารณภยั (ฝายเลขานกุ าร
หลกั เกณฑก ารชวยเหลอื ขอความชว ยเหลือไปยงั คณะอนกุ รรมการฯ) ตรวจ
ตามทกี่ ระทรวงการคลัง กรม ปภ. สอบความถูกตอง นำเสนอ
กำหนด ใหสงโครงการขอ คณะอนกุ รรมการชว ยเหลอื
ความชว ยเหลอื ไปยัง ผปู ระสบสาธารณภัยพจิ ารณา - ดำเนินการตามโครงการท่ีไดรบั
ก.ช.ภ.จ. อนุมตั ิ ภายใน 15 วนั นบั แต อำเภอ อนุมัติตามระเบยี บ สร. วา ดว ย
ไดรบั โครงการจากจงั หวัด
การพัสดฯุ
ศนู ยอ ำนวยการบรรเทาสาธารณภยั
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภยั
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂‘Ëπ °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
คณะกรรมการอํานวยการ กาํ กบั ตดิ ตาม การชวยเหลอื ผูประสบอุทกภัย(คชอ.) ตามคําสัง่ สาํ นักนายกรัฐมนตรี
เพื่อทําหนาที่อํานวยการ ประสานงาน และกํากับ ติดตามการชวยเหลือผูประสบอุทกภัยของหนวยงานท่ีเกี่ยวของ รวม
ท้ังการฟนฟู บูรณะโครงสรางพื้นฐานและสิ่งกอสรางท่ีจําเปนเรงดวนซ่ึงไดรับผบกระทบจากปญหาอุทกภัย โดยมีรอง
นายกรฐั มนตร(ี พลตรสี นัน่ ขจรประศาสน) เปน ประธานคณะกรรมการฯ
อํานาจหนาท่ี
1. อํานวยการ กํากับ ติดตาม การชวยเหลือผูประสบอุทกภัยของหนวยงานท่ีเก่ียวของรวมท้ังการฟนฟู บูรณะ
โครงสรางพ้นื ฐานและส่งิ กอ สรางท่ีจาํ เปน เรง ดว นซ่ึงไดร บั ผบกระทบจากปญหาอทุ กภยั ในพื้นที่ทุกจังหวดั ของประเทศ
2. ประสานงานกับสวนราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองคกรภาคเอกชน ในการสนับสนุนงบ
ประมาณ บุคลากร และเครอื่ งมืออปุ กรณตา งๆ เพอ่ื ใหค วามชวยเหลอื ผปู ระสบอุทกภยั เกดิ การบรู ณาการในดา นตางๆ
อยางมีประสิทธิภาพและสัมฤทธ์ิผลโดยเร็ว กรณีที่เปนอุทกภัยรายแรง หรืออุทกภัยท่ีเกิดขึ้นในพ้ืนท่ีหลายจังหวัดของ
ประเทศ เกินขอบเขตอาํ นาจหนา ท่ีของหนวยงานของรฐั ท่จี ะปฏบิ ตั ไิ ดต ามปกติ
3. ติดตามประเมินผล และตรวจสอบการดําเนินงานตามแนวทางมาตรการและแผนงาน/โครงการในการชวย
เหลือผปู ระสบอทุ กภยั ของหนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งเพอื่ รายงานตอ นายกรฐั มนตรแี ละคณะรัฐมนตรที ราบอยางตอ เนือ่ ง
4. แตงตง้ั คณะอนกุ รรมการหรอื คณะทํางานเพ่อื ดาํ เนนิ การตามท่ี คชอ.มอบหมาย
5. ขอใหสว นราชการ หนวยงานของรฐั รัฐวิสาหกิจ และองคก รทเี่ ก่ยี วของ ชแ้ี จงขอเท็จจรงิ และรายงานขอมลู
ผลการดาํ เนนิ การ รวมทัง้ จดั สง เอกสารทเ่ี ก่ียวของตอ คชอ.
6. ปฏบิ ัตงิ านอน่ื ๆ ตามทน่ี ายกรัฐมนตรีมอบหมาย
7. ใหสํานักตรวจราชการ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ทําหนาท่ีเปนหนวยงานกลางในการประสานงาน
ติดตามเรงรัด จัดทําแนวทาง มาตรการและหลักเกณฑในการกํากับติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของหนวย
งานที่เก่ยี วของในการชวยเหลือผูป ระสบอทุ กภยั รวมท้งั ทาํ หนา ที่งานเลขานุการของคชอ.
8. ใหศ นู ยอํานวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั เปนหนว ยประสานงานกับจงั หวัด
ในการชวยเหลอื ผปู ระสบอทุ กภัย
141
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂πË‘ °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
ท่ี มท 0620/ว กระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค กทม. 10200
12 กรกฎาคม 2550
เรื่อง การขยายผลดำเนินโครงการเสรมิ สรางศักยภาพชมุ ชนดา นการจดั การภัยพิบัติ
เรยี น ผูว า ราชการจงั หวดั ทุกจงั หวดั
อางถงึ หนังสอื กรมปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั ดว นท่ีสดุ ที่ มท 0620/ว 55 ลงวนั ที่ 16 มกราคม 2550
ตามท่ีกระทรวงมหาดไทย โดยกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไดจัดใหมีโครงการเสริมสราง
ศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติ มวี ตั ถุประสงคเพื่อเตรียมความพรอ มใหห มบู าน/ชุมชน ที่อยใู นพื้นทเี่ ส่ยี งภยั มี
ความรู ความเขาใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการเขาไปมีสวนรวมในการบริหารจัดการสาธารณภัย รูจักการวาง
แผนจัดการความเสี่ยง มีการแบงหนาที่รับผิดชอบการเฝาระวัง การแจงเตือนภัยและการฝกซอมแผนอยางสม่ำเสมอ
รวมทั้งมีความสามารถเผชิญเหตุในสถานการณฉุกเฉิน ตามแนวคิดการจัดการความเสี่ยงภัยจากภัยพิบัติโดยอาศัย
ชุมชนเปนฐาน (Community Based Diaster Risk Management : CBDRM) และไดเตรียมความพรอมใหกับจังหวัด
โดยไดจัดการฝกอบรมหลักสูตรวิทยากรการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐาน ระดับจังหวัด ใหแกขาราชการ/เจา
หนาที่ของจังหวัดทั้ง 75 จังหวัดแลวระหวางเดือนกุมภาพันธ - พฤษภาคม 2550 ซ่ึงจังหวัดไดมีคำสั่งแตงตั้งคณะ
ทำงานผูปฏิบัติงานภาคสนามโครงการเสริมสรางศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติของจังหวัด เพ่ือรวมเปนคณะ
วิทยากรการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเปนฐานของจังหวัด รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนเร่ืองอื่นๆ ที่เก่ียวของเพื่อ
ขยายผลการดำเนินงานใหครอบคลุมพ้ืนที่เส่ียงภัยทุกแหง นั้น
เนื่องจากสถานการณภัยพิบัตินับวันจะทวีความรุนแรงมากย่ิงข้ึน ประกอบกับ ชุมชน/หมูบานเสี่ยงภัย
มีเปนจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทยไดพิจารณาถึงความจำเปนในการเรงขยายผลโครงการเสริมสรางศักยภาพชุมชน
ดานการจัดการภัยพิบัติใหชุมชน/หมูบานเสี่ยงภัยแตละแหงมีความเขมแข็งไดอยางรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงขอใหจังหวัด
ประสานงานกับองคกรปกครองสวนทองถ่ินในพื้นท่ี ไดแก องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวน
ตำบล พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการจัดการฝกอบรมเสริมสรางศักยภาพชุมชนดานการจัดการภัยพิบัติ ใหแกผูนำ
ชุมชนในหมูบานเส่ียงภัยทุกประเภท และภายหลังการฝกอบรมควรจัดใหมีการฝกซอมแผนปองกันและบรรเทา
สาธารณภัยของชุมชน รวมท้ังสนับสนุนเคร่ืองมือ/อุปกรณในการเฝาระวังแจงเตือนภัย และกูชีพ-กูภัย เพื่อใหชุมชนมี
ความพรอมและสามารถเผชิญภัยไดอยางเปนระบบ อันจะเปนแนวทางสำคัญในการปองกันและลดความสูญเสีชีวิต
และทรัพยสินของประชาชนในพ้ืนที่ไดอยางเปนรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ผลเปนประการใดกรุราแจงใหกระทรวง
มหาดไทยทราบดว ย
จึงเรียนมาเพอื่ พจิ ารณาดำเนินการตอ ไป
ขอแสดงความนับถือ
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (นายบัญญัติ จนั ทนเ สนะ)
สำนักสงเสริมการปองกันสาธารณภยั รฐั มนตรชี วยวา การฯ ปฏิบตั ริ าชการแทน
โทร./โทรสาร 0-2241-7481-2
รฐั มนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย
142
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√‘À“√®¥— °“√ “∏“√≥¿—¬
ท่ี มท 0620.2/ว.72 ศนู ยอ าสาสมคั รปอ งกันฝายพลเรือนกลาง
กรมปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
ถนนอูทองนอก กทม. 10300
23 มกราคม 2550
เร่ือง การจัดแบงโครงสรางฝา ยตา งๆในศนู ย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชกิ อปพร. ถอื ปฏิบัติ
เรียน ผูอำนวยการศูนย อปพร. จงั หวดั ทุกจงั หวดั
อา งถึง 1. หนังสือศูนย อปพร. กลาง ที่ มท. 0610.2/ว 1676 ลงวนั ที่ 1 มถิ นุ ายน 2548
2. หนงั สอื ศนู ย อปพร. กลาง ที่ มท. 0610.2/ว 3403 ลงวนั ท่ี 29 กันยายน 2549
สิ่งที่สง มาดว ย แบบการจดั หนว ย อปพร. การบงั คบั บัญชาศนู ย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถือ
ปฏิบัติ จำนวน 1 ชุด
ตามท่กี ระทรวงมหาดไทย มนี โยบายเพิม่ จำนวนและพัฒนาศกั ยภาพสมาชกิ อปพร. ทัว่ ประเทศ จนใน
ปจจุบันมสี มาชกิ อปพร. ทัว่ ประเทศ รวมท้งั สน้ิ 854,431 คน (ขอ มลู ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549) คดิ เปน รอยละ 85.44
ของเปา หมาย 1 ลานคนแลว น้ัน
ศูนยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือนกลางพิจารณาเห็นวา เพื่อใหนโยบายเพ่ิมจำนวนและพัฒนา
ศกั ยภาพสมาชิก อปพร. ท่ัวประเทศบังเกดิ ผลในการปฏบิ ัติอยางจริงจัง เปนการเตรยี มความพรอ มในการปอ งกันภัย การ
กูภัยและเผชิญภัย การบรรเทาและสงเคราะหชวยเหลือผูประสบภัย เพื่อปองกันบรรเทาและลดความสูญเสียจากภัย
พิบัติ และเพ่ือเสริมสรางความเขมแข็งของกิจการ อปพร. รวมท้ังเปนการสงเสริมใหสมาชิก อปพร. ไดมีสวนรวมใน
กิจกรรมการปองกันภัยฝายพลเรือน เชน กิจกรรมการปองกันการเฝาระวังและแจงเตือนภัย การสำรวจพื้นท่ีเส่ียงภัย
และพ้ืนที่ปลอดภัยเพ่ือรองรับการอพยพ ตลอดจนการกำหนดเสนทางการอพยพ การรวมรักษาความสงบเรียบรอยใน
ชุมชน การอำนวยความสะดวกดา นการจราจร และการรวมฝก ซอมแผนปอ งกนั ภัยฝา ยพลเรอื น ฯลฯ จึงขอใหศูนย
อปพร. จงั หวดั แจง ใหศ นู ย อปพร. เทศบาล ศนู ย อปพร. องคการบริหารสว นตำบล และศูนย อปพร. เมืองพัทยา ดำเนิน
การจัดต้ังฝายในศูนย อปพร. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหนวยอาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน พ.ศ.
2547 ดังนี้
1. จัดแบง โครงสรา งฝา ยตางๆในศนู ย อปพร. ประกอบดว ย
1.1 ฝายปอ งกันและบรรเทาภยั
1.2 ฝายรกั ษาความสงบเรียบรอย
143
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂πË‘ °∫— °“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
1.3 ฝายสงเคราะหผปู ระสบภยั
1.4 หนว ยปฏบิ ตั ิการกูชพี กภู ัย (ในกรณีมีการฝก อบรมจดั ตั้ง)
1.5 ฝายอ่นื ๆ ตามความจำเปน
2. มีคำสั่งมอบภารกิจหนาท่ีใหสมาชิก อปพร. ปฏิบัติหนาท่ีในฝายตางๆ ตามเอกสารการจัดหนวย
อาสาสมัครปองกันภัยฝายพลเรือน การบังคับบัญชาศูนย อปพร. และการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถือปฏิบัติที่สง
มาพรอมน้ี
จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาดำเนินการตอ ไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายสุวิทย คณกี ุล)
รองอธิบดี ปฏิบตั ริ าชการแทน
อธิบดกี รมปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั
ผูอ ำนวยการศูนยอ าสาสมัครปอ งกันภัยฝา ยพลเรอื นกลาง
สำนักสงเสรมิ การปอ งกันสาธารณภัย
กลุมกิจการอาสาสมคั ร
โทร. /โทรสาร. 0-2243-0675
144
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
การจัดหนวยอาสาสมัครปอ งกนั ภยั ฝา ยพลเรอื น (ศนู ย อปพร.)
การบังคับบญั ชา ศูนย อปพร. และการมอบภารกิจใหส มาชกิ อปพร. ถือปฏติ ิ
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา ดวยหนว ยอาสาสมัครปองกันภัยฝา ยพลเรอื น พ.ศ. 2547
....................................................................
อา งถงึ 1. พระราชบญั ญตั ปิ องกนั ภยั ฝายพลเรือน พ.ศ. 2522
2. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวาดวยหนวยอาสาสมคั รปองกันภยั ฝายพลเรอื น พ.ศ. 2547
3. กฎหมายจัดตัง้ องคกรปกครองสว นทองถ่ิน
4. พระราชบญั ญตั กิ ำหนดแผนข้ันตอนการกระจายอำนาจใหแกอ งคก รปกครองสวนทอ งถิ่น พ.ศ. 2542
ศูนย อปพร. ประกอบดว ย
1. ศนู ย อปพร. กลาง ผูอำนวยการปองกันภยั ฝายพลเรือนแหงราชอณาจกั ร เปนผูบญั ชาการศนู ย อปพร.
กลาง รับผิดชอบในการปกครองบังคบั บัญชา และกำกบั ดูแลผูอำนวยการศนู ย อปพร. ทกุ ระดับ เจาหนาท่ปี ระจำศูนย
อปพร. และสมาชกิ อปพร. ทั่วราชอณาจกั ร
กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปน ศูนย อปพร. กลาง และอธบิ ดกี รมปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
เปน ผอู ำนวยการศูนย อปพร. กลาง
2. ศนู ย อปพร. เขต ผูอ ำนวยการศนู ยปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย
เปนผอู ำนวยการศูนย อปพร.เขต ศนู ยปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เปนศูนย
อปพร.เขต
3. ศนู ย อปพร. จงั หวดั ผูอำนวยการปองกนั ฝา ยพลเรอื นจงั หวดั เปน ผูอำนวยการศนู ย อปพร. จังหวัด
สำนักงานปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัด เปน ศนู ย อปพร. จังหวดั
4. ศูนย อปพร. อำเภอ เปน ผูอำนวยการปองกันภยั ฝา ยพลเรือนอำเภอ เปนผอู ำนวยการศูนย อปพร. อำเภอ
ท่ที ำการปกครองอำเภอ เปน ศูนย อปพร. อำเภอ
5. ศนู ย อปพร. กิ่งอำเภอ ผูอำนวยการปอ งกนั ภัยฝายพลเรอื นกิง่ อำเภอ เปน ผอู ำนวยการศูนย อปพร. ก่ิง
อำเภอ ทที่ ำการปกครองกงิ่ อำเภอ เปน ศูนย อปพร. ก่งิ อำเภอ
6. ศนู ย อปพร. เทศบาล ผอู ำนวยการปองกันภัยฝายพลเรอื นเทศบาล เปน ผอู ำนวยการศนู ย อปพร.
เทศบาล สำนกั ปลัดเทศบาล เปน ศนู ย อปพร. เทศบาล
7. ศูนย อปพร. องคก ารบรหิ ารสวนตำบล นายกองคก ารบรหิ ารสว นตำบล เปนผอู ำนวยการศนู ย อปพร.
องคก ารบริหารสว นตำบล
145
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂Ëπ‘ °—∫°“√∫√À‘ “√®¥— °“√ “∏“√≥¿¬—
2.2 รักษาความสงบเรยี บรอย ความปลอดภัยในชีวติ และทรพั ยส นิ การจัดระเบยี บการจราจร และกำหนด
เขตพื้นทีห่ ามเขา ในกรณีเกิดอัคคีภัย หรอื ภยั พบิ ตั อิ ืน่ ๆ
2.3 สนบั สนนุ และรวมกบั เจา หนา ที่ตำรวจ ดำเนินการปองกันโจรกรรม การกออาชญากรรม การชุมนุม และ
การกอความไมส งบ
2.4 รวมควบคมุ ตรวจตราบคุ คลทน่ี าจะเปน อันตรายตอความไมสงบเรียบรอยของบา นเมอื ง
2.5 รว มควบคมุ ดูแลใหค วามปลอดภัยแกผ ูป ระสบภัยและทรพั ยสินของผูประสบภยั ในกรณเี กดิ ภัยพิบัติตา งๆ
2.6 รวมดำเนินการรักษาความปลอดภยั ตอสถานทีร่ าชการ และบคุ คลสำคัญในสถานการณก ารรักษาความ
มน่ั คงของประเทศตามทีไ่ ดร ับมอบหมาย
2.7 รวมการซอ มปองกันภยั การรักษาความปลอดภัย รวมกบั ฝา ยตา งๆ
2.8 ปฏบิ ัติหนาท่ีตามทผี่ อู ำนวยการศูนย อปพร. มอบหมาย
3. ฝา ยสงเคราะหผูประสบภัย มหี นาท่สี นับสนนุ และจดั เตรยี มกำลังสมาชิก อปพร. ในการชว ยเหลอื หนวยงานท่ีรับ
ผดิ ชอบเกย่ี วขอ งในการปฐมและรกั ษาพยาบาลเบื้องตน การเคลอื่ นยา ยผเู จ็บปว ย และการสงเคราะหผ ปู ระสบภัย โดยมี
ภารกจิ ดังนี้
3.1 จดั หา จดั เตรียมเครือ่ งมือ เครื่องใช เครอื่ งอุปโภค บรโิ ภค และเวชภัณฑในการชวยเหลือผปู ระสบภยั และผู
ไดรับอนั ตรายหรือบาดเจ็บ
3.2 รว มชวยเหลือการอพยพผูประสบภยั ดานการรกั ษาพยาบาล การอนามยั การจดั ระเบียบภายในสถานที่
รองรับการอพยพ
3.3 รวมประสานงานหนว ยงานตา งๆ ในการบรรเทาทุกขผ ูประสบภยั
3.4 รว มสำรวจจำนวนผูป ระสบภยั และความเสยี หายเบ้อื งตน รายงานใหผ บู ังคับบัญชาทราบ
3.5 จัดเตรยี มสถานทใ่ี นการชว ยเหลอื สงเคราะหผปู ระสบภยั เบื้องตน
3.6 รว มสงเคราะห ชวยเหลือการแจกจายอาหาร และสิ่งของแกผ ูป ระสบภัย
3.7 รว มซอมแผนปองกนั ภยั การชวยเหลือรักษาพยาบาล และการเคลือ่ นยายรวมกบั ฝายตางๆ
3.8 ปฏบิ ตั ิหนาท่ีตามที่ผูอำนวยการศูนย อปพร. มอบหมาย
4. หนว ยปฏบิ ัติการกชู ีพกภู ยั มหี นาที่เปน หนวยเผชญิ เหตุ (First Responder Unit) ประจำองคก รปกครองสวนทอง
ถ่นิ หรือประจำศูนย อปพร. ปฏิบัติงานกชู ีพ กูภ ยั เบื้องตน ในกรณีเกิดภยั พบิ ตั หิ รอื อุบัติเหตทุ างถนน ใหก ารชวยเหลือ
ประชาชนผปู ระสบภยั และชว ยเหลอื ใหการปฐมพยาบาล รวมท้งั เคล่ือนยา ยผูป ระสบภัยไดอ ยา งปลอดภัยรวดเรว็ และ
ถูกตอ งตามหลกั วชิ าการ สามารถใหการสนบั สนุนหนว ยงานในพนื้ ท่หี รือหนวยงานขา งเคียงที่มพี ืน้ ท่ตี ดิ ตอกัน ในการ
ทำงานกชู พี กภู ยั ไดอ ยางรวดเร็ว
5. ดานอ่นื ๆ ตามความจำเปน โดยการสนับสนนุ และจดั เตรยี มกำลังสมาชกิ อปพร. ในการปฏบิ ตั ิประจำฝา ยตา งๆ
เชน
4.1 ฝา ยเฝา ระวังและแจง เตือนภัย (มสิ เตอรเ ตือนภัย)
4.2 ฝายสอ่ื สาร ดำเนินการดานวิทยสุ ือ่ สาร และเอกสาร
4.3 ฝา ยกจิ กรรม จดั ทำกิจกรรมตางๆ อยางตอ เน่ือง
4.4 ฝา ยสวสั ดกิ าร ดแู ล ชวยเหลอื ในหมู อปพร. ดวยกัน เชน จดั ใหมกี องทุนสวัสดิการการประกนั ชวี ิตหมู
4.5 ฝา ยประชาสัมพันธ ปฏิบตั กิ ารนักขา วปองกันภยั ฝายพลเรอื น การเผยแพรข อ มลู ขา วสาร
146
Õß§°å √ª°§√Õß à«π∑Õâ ß∂‘Ëπ °—∫°“√∫√À‘ “√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
แนวทางการมอบภารกิจใหสมาชิก อปพร. ถอื ปฏิบัติ
วตั ถุประสงค
1. เพื่อใหสมาชิก อปพร. ในสงั กดั ไดร ับทราบและถือปฏบิ ตั ิ ตามบทบาทและภารกิจหนา ท่ีของหนว ยอาสา
สมัครปอ งกันภัยฝายพลเรอื น ตามท่ไี ดรับมอบหมายหรือการสงั่ ใชจากผูอำนวยการศนู ย อปพร. เชน บทบาทหนาท่ีดาน
การปอ งกนั และบรรเทาภัย ดานการรกั ษาความสงบเรยี บรอย ดานการสงเคราะหผปู ระสบภัย หรือดานอ่ืนๆ ตามความ
จำเปน ซง่ึ ไดก ำหนดไวในระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา ดว ยหนว ยอาสาสมัครปองกนั ภยั ฝายพลเรือน พ.ศ. 2547 ขอ
31 การจดั ต้งั หนว ย อปพร. และขอ 36 หนาทแี่ ละการส่งั ใช
2. เพอื่ ใหผ อู ำนวยการศนู ย อปพร. แบง มอบหมายภารกิจการปฏบิ ัตใหก ับสมาชิก อปพร. ในสงั กดั ไดอ ยา ง
ชดั เจน และเปน ไปตามมาตรฐานเดียวกัน
3. เพ่ือเปนการสรางความตระหนักรบั ผดิ ชอบ เตรียมตัวและเตรยี มความพรอมในการปฏบิ ตั งิ านเม่ือเกดิ ภัย
หรือใกลเกดิ ภยั ทำใหสมาชกิ อปพร. ทุกคน ไดร ับทราบและเรยี นรภู ารกจิ หนา ทีท่ ่ีจะตอ งรับผดิ ชอบ ทราบวา ตนตอง
ประสานงานหรือทำงานรวมกบั ใคร หนว ยงานใด ทำใหเ กดิ การประสานงานกบั หนวยงานทร่ี บั ผิดชอบในดา นนนั้ ๆ เพื่อ
สรา งคุนเคย ความผูกพนั ตอ กนั รวมท้งั ทำใหเ กิดความตื่นตัวและแสวงหาความรูหรือทกั ษะความชำนาญเพ่มิ เติม ดดย
ตนเอง โดยการฝกอบรมทบทวนเพ่มิ เติม และโดยหนวยงานท่รี บั ผดิ ชอบในภารกิจนนั้
วิธีการดำเนินการ
1. เมอ่ื สมาชิก อปพร. ไดรับการฝกอบรมหลกั สตู รจัดตงั้ หรือหลักสูตรทบทวน รวมทง้ั การฝก อบรมเฉพาะกรณี
แลว ใหผ อู ำนวยการศนู ย อปพร. องคก ารบรหิ ารสว นตำบล หรอื เทศบาล พจิ ารณาแบงมอบภารกิจใหถอื ปฏบิ ัติโดยทนั ที
โดยแบง อปพร. ออกเปนฝายๆ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา ดวยหนว ยอาสาสมคั รปอ งกันภยั ฝา ยพลเรอื น พ.ศ.
2547 ขอ 31 หรือตามท่เี หน็ เหมาะสม หรือ
2. ผอู ำนวยการศนู ย อปพร. พิจารณาแบงมอบหนา ท่ีให อปพร. จำนวนหน่ึง เพอ่ื ใหป ฏบิ ัติหนา ทีอ่ ยางชัดเจน
เชน 50 คน หรือฝา ยละ 10 - 20 คน หรือที่เห็นสมควร ซึง่ จะมกี ารสง่ั ใชป ฏิบตั ภิ ารกิจเปน ประจำ และอาจปรบั เปลีย่ น
หมนุ เวยี นกันไป เชน การรกั ษาความสงบเรยี บรอยในชุมชน การสนบั สนุนหรือชว ยปฏิบตั ิงานจราจรตามหนาสถาน
ศึกษา หรือสถานทร่ี าชการ การเขา เวรประจำศนู ย อปพร. หนวยปฏิบัตกิ ารกชู ีพประจำทอ งถ่นิ (OTOS) การจดั ชุดเฝา
ระวงั สถานการณและเตือนภยั ทีเ่ ปน ความเสีย่ งภัยประจำทอ งถ่นิ เปนตน ซ่งึ ภารกิจเหลา นจี้ ะมอี ยา งตอเน่อื ง ศนู ย อป
พร. สามารถมอบหมายภารกิจและสั่งใชไดตลอดเวลาเปน ประจำตามจำนวนท่ีเหมาะสม
2.2 กำลังสมาชกิ อปพร. อีกสวนหน่ึงซึ่งเปนกำลงั สว นใหญ จะทำงานหรือประกอบอาชีพของตนตาม
ปกติ แตจะเรียกส่ังใชหรือระดมสรรพกำลัง เมอื่ ใกลเกดิ ภยั หรอื ขณะเกิดภัย หรือหลงั เกิดภัยเพ่อื ชว ยเหลือสนบั สนุนใน
การปองกนั การกภู ยั การบรรเทาและสงเคราะหผ ปู ระสบภัย ซงึ่ หากมกี ารมอบหมายหรือแบงความรบั ผิดชอบเปนฝายๆ
ใหก บั สมาชกิ อปพร0 อยูแลว เมื่อคราวเสร็จสิน้ การฝก อบรม ก็จะทำใหทราบบทบาทหนาทแี่ ละเขาปฏิบตั ิงานตาม
ภารกิจของตนไดทนั ที
ประเภทการมอบหมายภารกิจใหส มาชิก อปพร. ถอื ปฏิบตั ิในฝายตางๆ ของศนู ย อปพร.
1. ภารกิจดานการปอ งกนั และบรรเทาภัย
2. ภารกิจดา นการรักษาความสงบเรยี บรอ ย
3. ภารกจิ ดา นการสงเคราะหผ ปู ระสบภัย
147
Õß§å°√ª°§√Õß à«π∑âÕß∂Ë‘π °—∫°“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿¬—
4. หนว ยปฏิบตั กิ ารกูช ีพกูภ ยั
5. ภารกจิ ดานอน่ื ๆ ตามความจำเปน
1. ภารกิจดานการปอ งกนั และบรรเทาภัย มีหนา ท่สี นับสนุนการจัดเตรียมการปอ งกันภัยตา งๆที่จะเกิดขึ้นในพน้ื ที่
และจดั เตรียมการบรรเทาภัยใหรวดเร็วและมปี ระสิทธภิ าพ โดยมีภารกิจดังนี้
1.1 รวมตรวจตรา สอดสองสถานท่ที ไ่ี มป ลอดภยั เสย่ี งตอการเกิดสาธารณภัย
1.2 สำรวจพืน้ ท่ีเส่ยี งภัย พน้ื ทร่ี องรบั การอพยพ เสนทางอพยพ
1.3 รวมสำรวจแหลง นำ้ ดับเพลิง และเคร่อื งมอื เครือ่ งใช ในการปอ งกันภยั
1.4 จัดเตรียม ซอมบำรงุ เครื่องมอื อุปกรณใหอยูใ นสภาพพรอ มใชงาน
1.5 รวมชวยเหลือผตู กอยูในอนั ตราย
1.6 รวมชวยเหลอื อพยพผปู ระสบภัย
1.7 รว มระงับและบรรเทาสาธารณภยั
1.8 รวมการซอ มแผนปองกนั ภัย รวมกับฝายตา งๆ
1.9 ปฏิบตั ิหนาท่ีตามทีผ่ ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
2. ภารกิจดา นการรกั ษาความสงบเรยี บรอย มีหนา ท่สี นบั สนุนการรกั ษาความสงบเรียบรอย การรักษาความ
ปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกดา นการจราจร โดยมีภารกิจดงั น้ี
2.1 รวมรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยโดยทั่วไป
2.2 รว มรักษาความสงบเรียบรอย ความปลอดภยั จัดระเบียบการจราจร และกำหนดเขตพื้นที่หา มเขาในกรณี
เกิดอัคคีภยั หรอื ภยั พบิ ัตอิ น่ื ๆ
2.3 รวมปอ งกันโจรกรรม อาชญากรรม และการกอ ความไมสงบ
2.4 รวมควบคมุ ตรวจตราบุคคลทนี่ าจะเปน อนั ตรายตอความไมส งบ
2.5 รวมควบคมุ ใหความปลอดภัยแกผปู ระสบภัยและทรพั ยส นิ ของผปู ระสบภัย
2.6 รวมดำเนินการรักษาความปลอดภยั ตอสถานทแ่ี ละบุคคลสำคัญ
2.7 รวมการซอมแผนปอ งกันภัย รว มกับฝา ยตา งๆ
2.8 ปฏบิ ัติหนา ทตี่ ามทีผ่ ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
3. ภารกจิ ดา นการสงเคราะหผปู ระสบภัย มีหนา ท่สี นับสนนุ การชว ยเหลือปฐมพยาบาลเบ้ืองตน และการสงเคราะห
ผปู ระสบภัย โดยมภี ารกจิ ดงั นี้
3.1 จดั เตรียมเครื่องมอื เครื่องใช เคร่ืองอุปโภค บรโิ ภค เวชภัณฑใ นการชว ยเหลอื ผูป ระสบภัย
3.2 รว มชวยเหลอื การอพยพผูป ระสบภยั ดา นการรักษาพยาบาล การอนามยั การจดั การระเบียบภายใน
3.3 รวมประสานงานหนว ยงานตา งๆในการบรรเทาทกุ ขผปู ระสบภัย
3.4 รว มสำรวจจำนวนผปู ระสบภัย และความเสียหายเบอ้ื งตน รายงานใหผ บู งั คบั บัญชาทราบ
3.5 จัดเตรยี มสถานท่ใี นการชวยเหลอื สงเคราะหผปู ระสบภัยเบอ้ื งตน
3.6 รว มสงเคราะหช วยเหลือการแจกจายอาหาร และส่ิงของแกผปู ระสบภยั
3.7 รว มการซอ นแผนปอ งกนั ภยั รว มกับฝา ยตา งๆ
3.8 ปฏบิ ัติหนา ทต่ี ามท่ผี ูอำนวยการศนู ย อปพร. มอบหมาย
148
Õß§°å √ª°§√Õß «à π∑Õâ ß∂‘πË °∫— °“√∫√‘À“√®—¥°“√ “∏“√≥¿—¬
4. หนวยปฏบิ ตั กิ ารกูชีพกภู ัย สมาชกิ อปพร. ทีผ่ านการฝก อบรมจัดตั้งหนวยกชู พี กูภัย (OTOS) จะทำหนาทีเ่ ปน หนวย
เผชิญเหตุ (First Responder Unit) ประจำองคก รปกครองสวนทองถน่ิ หรือประจำศนู ย อปพร. ปฏิบตั ิงานกูชพี กภู ยั เบื้อง
ตนในกรณีเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุทางถนน ใหการชวยเหลือประชาชนผูประสบภัย และชวยเหลือใหการปฐมพยาบาล
รวมท้ังเคล่ือนยายผูประสบภัยไดอยางปลอดภัยรวดเร็ว และถูกตองตามหลักวิชาการ สามารถใหการสนับสนุนหนวย
งานในพ้นื ที่หรอื หนว ยงานขางเคยี งท่ีมพี ้ืนท่ีตดิ ตอกัน ในการทำงานกชู พี กภู ัยไดอยางรวดเรว็
5. ภารกิจดานอ่ืนๆ ตามความจำเปน เชน
5.1 ฝา ยเฝา ระวังและแจง เตือนภัย (มสิ เตอรเตือนภัย)
5.2 ฝายสือ่ สาร ดำเนนิ การดานวทิ ยสุ ื่อสาร และเอกสาร
5.3 ฝา ยกิจกรรม จัดทำกจิ กรรมตางๆอยางตอ เน่ือง
5.4 ฝายสวสั ดกิ าร ดแู ล ชว ยเหลอื ในหมู อปพร. ดว ยกนั เชน จดั ใหมีกองทนุ สวสั ดิการ การประกันชวี ติ หมู
5.5 ฝา ยประชาสัมพนั ธ ปฏิบัติการนกั ขา วปองกนั ภยั ฝายพลเรือน และเผยแพรขอมลู ขาวสาร
-------------------------------------------------------------------------------
149