ระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพสั ดภุ าครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๑๖๑ การลงนามในสัญญาและการแก้ไขสัญญาตาม
ระเบยี บนี้ เป็ นอานาจของหัวหน้า หน่วยงานของรัฐ
การลงนามในสัญญาตามวรรคหนึ่ง จะกระทาได้
เมื่อพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง
ข้อ ๑๖๒ การทาสัญญาหรือข้อตกลงเป็ นหนงั สือ
นอกจากการจ้างทปี่ รึกษาให้กาหนดค่าปรับ เป็ นรายวนั ในอัตรา
ตายตวั ระหว่างร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๒๐ ของราคาพสั ดุทยี่ งั ไม่ได้รับ
มอบ เว้นแต่การจ้าง ซึ่งต้องการผลสาเร็จของงานท้งั หมดพร้อมกนั
ให้กาหนดค่าปรับเป็ นรายวนั เป็ นจานวนเงนิ ตายตวั ในอตั รา ร้อยละ
๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างน้นั แต่จะต้องไม่ตา่ กว่าวนั ละ ๑๐๐
บาท สาหรับงานก่อสร้าง สาธารณูปโภค ทม่ี ผี ลกระทบต่อ
การจราจร ให้กาหนดค่าปรับเป็ นรายวนั ในอตั ราร้อยละ ๐.๒๕
ของราคางานจ้างน้นั แต่อาจจะกาหนดข้ันสูงสุดของการปรับกไ็ ด้
ท้งั นี้ ตามหลกั เกณฑ์ทค่ี ณะกรรมการนโยบาย กาหนด
ข้อ ๑๖๒ วรรคสอง
ในการทาสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากหน่วยงานของรัฐ
เห็นว่า ถ้าไม่กาหนดค่าปรับไว้ในสัญญา จะเกดิ ความเสียหายแก่
หน่วยงานของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐผู้จัดทาสัญญากาหนด
ค่าปรับไว้ในสัญญา เป็ นรายวันในอัตราหรือจานวนเงินตายตัว
ในอตั ราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างน้ัน
ข้อ ๑๖๒ วรรคสาม
การกาหนดค่าปรับตามวรรคหนึ่งและวรรคสองในอัตราหรือเป็ น
จานวนเงินเท่าใด ให้หัวหน้า หน่วยงานของรัฐ คานึงถึงราคา กาหนด
ระยะเวลาของการใช้งาน และลักษณะของพัสดุซึ่งอาจมี ผลกระทบต่อ
การที่คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐจะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามสัญญา
หรือกระทบ ต่อการจราจร หรือความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๖๒ วรรคส่ี
ในกรณีการจัด หาส่ิ ง ของที่ประกอบ กันเป็ นชุ ด ถ้ าขาด
ส่ วนประกอบส่ วนหนึ่งส่ วนใดไปแล้ว จะไม่สามารถใช้การได้โดย
สมบูรณ์ แม้คู่สัญญาจะส่งมอบส่ิงของภายในกาหนดตามสัญญา แต่ยัง
ขาด ส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดน้ัน
เกินกาหนดสัญญา ให้ถือว่าไม่ได้ ส่งมอบส่ิงของน้ันเลย ให้ปรับเต็ม
ราคาของท้งั ชุด
ข้อ ๑๖๒ วรรคห้าและหก
ในกรณีท่ีการจัดหาส่ิงของคดิ ราคารวมท้ังค่าติดต้ังหรือทดลองด้วย
ถ้าติดต้งั หรือทดลอง เกนิ กว่ากาหนดตามสัญญาเป็ นจานวนวนั เท่าใด ให้
ปรับเป็ นรายวนั ในอตั ราที่กาหนดของราคาท้ังหมด
ท้ังนี้ ให้กาหนดเร่ืองค่าปรับไว้ในเอกสารเชิญชวนให้ชัดเจนด้วย
ข้อ ๑๖๓ ในกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจาเป็ นจะต้อง
กาหนดค่าปรับนอกเหนือจาก ท่ีกาหนดไว้ในข้อ ๑๖๒ เน่ืองจากถ้าไม่
กาหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรั ฐ
เช่น งานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืองานที่อยู่ระหว่างการ
รับประกันความชารุดบกพร่ อง จากการซื้อขายคอมพิวเตอร์ ให้
พิจารณากาหนดอัตราค่าปรับในกรณีดังกล่าว โดยคานึงถึงความสาคัญ
และลักษณะของงานที่จะกาหนด และความเสียหายท่ีอาจเกิดขึน้ แก่
หน่วยงานของรัฐเป็ นสาคัญ
ข้อ ๑๖๕ วรรคแรก
การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๙๗ ต้องอยู่ภายใน
ขอบข่ายแห่ง วัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือข้อตกลงน้ัน โดย
หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพ ของพัสดุ หรือ
รายละเอียดของงาน รวมท้ังราคาของพัสดุหรืองานตามสัญญาหรือ
ข้อตกลงกับพัสดุ ที่จะทาการแก้ไขน้ันก่อนแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง
ด้วย
ข้อ ๑๖๕ วรรคสองและสาม
ในกรณีที่เป็ นการจัดซื้อจัดจ้างท่ีเกี่ยวกับความม่ันคงแข็งแรง
หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่าง จะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร
สถาปนิกและวิศวกรผู้ชานาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรับผิดชอบ
หรือสามารถรับรอง คุณลักษณะเฉพาะ แบบและรายการของงาน
ก่อสร้าง หรืองานเทคนิคเฉพาะอย่างน้ัน แล้วแต่กรณีด้วย
เมื่อผู้มีอานาจอนุมัติส่ังซื้อหรือสั่งจ้างแล้วแต่กรณี ได้อนุมัติการ
แก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็ นผู้ลงนาม
ในสัญญาหรือข้อตกลงทไ่ี ด้แก้ไขน้ัน
พ.ร.บ. การจดั ซื้อจดั จ้างฯ มาตรา ๙๘
ให้ หน่ วยงานของรั ฐประกาศเผยแพร่ สาระสาคัญของ
สัญญาหรือข้อตกลงทีไ่ ด้ลงนามแล้ว รวมท้ังการแก้ไขเปลย่ี นแปลง
สั ญญาหรื อข้ อตกลงในระบ บเครื อข่ ายสารสนเทศของ
กรมบั ญชี กลางและของหน่ วยงานของรั ฐตามหลักเกณฑ์ และ
วธิ ีการท่กี รมบัญชีกลางกาหนด
มาตรา ๙๙
รายละเอียดวิธีการและข้ันตอนการทาสัญญาท่ีไม่ ได้
บัญญัตไิ ว้ในหมวดนี้ ให้เป็ นไปตามระเบียบทร่ี ัฐมนตรีกาหนด
พ.ร.บ. การจดั ซื้อจดั จ้างฯ
หมวด ๑๐
การบริหารสัญญาและการตรวจรับพสั ดุ
มาตรา ๑๐๐
ในการดาเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอานาจ
แต่งต้ังคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพ่ือรับผิดชอบการบริหาร
สัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพสั ดุ
องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ของคณะกรรมการ
ตรวจรับพสั ดุ ให้เป็ นไปตามระเบยี บ ทรี่ ัฐมนตรีกาหนด
...
หลกั เกณฑ์การพจิ ารณา
องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าทข่ี องคณะกรรมการ
ตรวจรับพสั ดุ ฯ
หนังสือท่ี นร ๐๒๐๔-ว ๑๗๐ ลว. ๑๔ ก.ย. ๔๔ การเป็ น
กรรมการโดยตาแหน่ง โดยชื่อ โดยช่ือและตาแหน่ง และโดยใน
ฐานะเป็ นผู้แทนหน่วยงาน
พ.ร.บ. การจัดซื้อจดั จ้างฯ มาตรา ๑๐๒
การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทาการตาม
สัญญาหรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพนิ ิจของผู้มอี านาจท่ีจะพจิ ารณาได้ตาม
จานวนวนั ที่มเี หตุเกิดขนึ้ จริง เฉพาะในกรณี ดงั ต่อไปนี้
(๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ
(๒) เหตุสุดวสิ ัย
(๓) เหตุเกดิ จากพฤติการณ์อนั หนึ่งอันใดท่ีคู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตาม
กฎหมาย
(๔) เหตุอ่ืนตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
หลักเกณฑ์และวิธีการของดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการ
ขยายเวลาทาการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้เป็ นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี
กาหนด
ระเบียบฯ ข้อ ๑๘๒
ข้อ ๑๘๒ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทา
การตามสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่มเี หตุเกิดจากความผดิ
หรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ หรือเหตุสุดวสิ ัย หรือเกดิ จาก
พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือเหตุอ่ืน
ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง ทาให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองาน
ตามเงื่อนไข และกาหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ให้หน่วยงานของรัฐระบุไว้ใน
สัญญาหรือข้อตกลงกาหนดให้คู่สัญญา ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของ
รัฐทราบภายใน ๑๕ วนั นับถัดจากวนั ท่ีเหตุน้ันได้สิ้นสุดลง หรือตามที่
กาหนดในกฎกระทรวง หากมไิ ด้แจ้งภายในเวลาท่ีกาหนด คู่สัญญาจะยกมา
กล่าวอ้างเพ่ือของด หรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่
กรณเี หตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่อง ของหน่วยงานของรัฐซึ่งมี
หลกั ฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดอี ยู่แล้วต้ังแต่ต้น
กรณศี ึกษา-การตีความสัญญา
การแสดงเจตนาเกย่ี วกบั
ราคาค่าจ้าง
ผดิ พลาด
องค์การบริหารส่วนตาบล ด. ได้ดาเนินการ
จดั หาผู้รับจ้างขดุ ลอกคลองในหมู่บ้าน ตาบล ด. โดยวธิ ี
สอบราคา มผี ู้เสนอราคาหลายราย ซึ่งห้างหุ้นส่วน
จากดั ศ. เป็ นผู้เสนอราคาตา่ สุดในราคา ๒๔๙,๐๐๐ บาท
ในการทาสัญญาจ้างกลบั มกี ารกาหนดราคาจ้าง
ผดิ พลาดโดยกาหนดสูงกว่าราคาทห่ี ้างหุ้นส่วนจากดั
ศ. ผู้รับจ้างเสนอไว้ โดยกาหนดเป็ นเงนิ ๔๒๘,๕๐๐
บาท และไม่มกี ารวางหลกั ประกนั การปฏบิ ตั ติ าม
สัญญา และมไิ ด้มกี ารอ้างเอกสารใบเสนอราคาของผู้
รับจ้างเป็ นเอกสารแนบท้ายสัญญา
จงั หวดั น. จึงหารือว่าในกรณเี ช่นนีจ้ ะถือว่าใบ
เสนอราคาเป็ นส่วนหน่ึงของสัญญาจ้างหรือไม่ และ
ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายเงนิ ให้กบั ผู้รับจ้างเตม็ วงเงนิ ตาม
สัญญาจ้างหรือไม่ อย่างไร
คาวนิ ิจฉัย
แม้ใบเสนอราคาของผู้รับจ้ างจะไม่ใช่ ส่ วนหน่ึง
ของสัญญาจ้างแต่กรณนี ีเ้ ป็ นเรื่อง ผู้ว่าจ้าง แสดงเจตนา
ผดิ พลาดไปโดยคู่กรณคี ือผู้รับจ้างรู้อยู่แล้ว ผลจากการ
นี้ การแสดงเจตนาจงึ เป็ นโมฆะ ตาม ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณชิ ย์มาตรา ๑๕๔ ประกอบมาตรา ๑๗๑
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
มาตรา ๑๕๔ การแสดงเจตนาใดแม้ในใจจริงผู้แสดงจะ
มไิ ด้เจตนาให้ตนต้องผูกพนั ตามทไ่ี ด้แสดงออกมาก็
ตาม หาเป็ นมูลเหตุให้การแสดงเจตนาน้ันเป็ นโมฆะไม่
เว้นแต่คู่กรณอี กี ฝ่ ายหน่ึงจะได้รู้ถึงเจตนาอนั ซ่อนอยู่ใน
ใจของผู้แสดงน้ัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
มาตรา ๑๗๑ ในการตคี วามการแสดงเจตนาน้ัน ให้
เพ่งเลง็ ถงึ เจตนาอนั แท้จริงยงิ่ กว่าถ้อยคาสานวนหรือ
ตวั อกั ษร
และคาพพิ ากษาฎกี าที่ ๕๒๗/๒๕๐๖ สัญญา
ย่อมมผี ลบงั คบั ใช้ตามเจตนาที่แท้จริงได้ องค์การ
บริหารส่วนตาบล ด. ไม่ต้องเบกิ จ่ายเงนิ ให้แก่ผู้รับจ้าง
เตม็ ตามสัญญาจ้าง
หนังสือท่ี กค(กวจ) ๐๔๐๕.๒/๑๐๕๑๕ ลงวนั ที่ ๖
มนี าคม ๒๕๖๒
ตอบข้อหารือ ของกรมการส่งเสริมการปกครอง
ท้องถนิ่ เรื่อง การแก้ไขสัญญาจ้างซึ่งพมิ พ์ตวั เลขผดิ
กรณศี ึกษา (ห.๑๔๙/๔๓)
- ตามสัญญาจ้างก่อสร้างหากต้องมกี ารเคลื่อนย้ายระบบ
สาธารณูปโภคก่อน จงึ จะทาการก่อสร้างตามสัญญาได้ ควร
กาหนดให้เป็ นหน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบของผู้ใด
-ควรกาหนดรายละเอยี ดเกย่ี วกบั เงื่อนไขนีเ้ ช่นไรเพ่ือให้เกดิ
ความรัดกมุ
จากกรณศี ึกษา ปัญหาเกดิ จาก ตามเอกสารสัญญาจ้าง
มไิ ด้กาหนดให้ผู้รับจ้างต้องเป็ นผู้รับผดิ ชอบดาเนินการใน
การเคลื่อนย้ายสาธารณูปโภค คงระบุเพยี งแต่เป็ น
ผู้รับผดิ ชอบค่าการเคล่ือนย้ายสาธารณูปโภคเท่าน้ัน
จงึ เป็ นหน้าทข่ี องผู้ว่าจ้างทจี่ ะต้องรับผดิ ชอบในการ
ดาเนินการดงั กล่าว
ตามรายงานของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ได้ความว่า
ระหว่างวนั ท่ี ๑๒ – ๑๘ กรกฎาคม ฟังได้ว่าบริษัท (ผู้รับจ้าง)
ก่อสร้างงานแล้วเสร็จล่าช้าไม่ทนั ภายในกาหนดตามสัญญา
เนื่องจากไม่สามารถยกคานสะพานขนึ้ ติดต้ังกบั เสาตอม่อได้
เพราะรอการเคล่ือนย้ายเสาไฟฟ้านับต้งั แต่วนั ท่ี ๑๖
กรกฎาคม จนถึงวนั ที่ ๑๗ สิงหาคม ซ่ึงเป็ นวนั ที่สานักงาน
การไฟฟ้าบ้านโป่ งเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าแล้ว
เสร็จ
จงึ เป็ นพฤตกิ ารณ์อนั ใดอนั หนึ่งทบี่ ริษทั จ ไม่ต้อง
รับผดิ ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
มาตรา ๒๐๕ ผู้ว่าจ้างจงึ ไม่อาจนาช่วงระยะเวลา
ดงั กล่าวมาคานวณเพื่อคดิ ค่าปรับจากบริษทั จ. ได้
ท้งั นี้ อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของผู้ว่าจ้างทจี่ ะพจิ ารณา
ระยะเวลาล่าช้าดงั กล่าวตามทเ่ี กดิ ขนึ้ จริง
กรณีศึกษา คู่สัญญาไม่ส่งมอบงานตามกาหนดในสัญญา(ห.๕๓/๒๕๖๐)
สานักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรม (สานักงาน) ได้
ว่าจ้างบริษทั อ. ดาเนินการโครงการพฒั นาระบบงานการเช่ือมโยง
ข้อมูลกบั กรมศุลกากรผ่าน NSW (National Single Window) เพื่อ
อานวยความสะดวกในการนาเข้าผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม ตาม
สัญญาจ้างโดยมกี าหนดส่งมอบงานและแบ่งจ่ายเงนิ ค่าจ้างเป็ น ๔
งวด
งานงวดท่ี ๔เป็ นงานทผี่ ู้รับจ้างต้องดาเนินการตามทก่ี าหนดไว้
ในภาคผนวก ๓ รายละเอยี ดการอบรม/สัมมนา และเอกสารต่างๆ
ซึ่งกาหนดให้ผู้รับจ้างต้องจดั ให้มกี ารฝึ กอบรม
โปรแกรมทพ่ี ฒั นาขึน้ ให้กบั ผู้ทนี่ าเข้าและผู้ทเ่ี กย่ี วข้อง (ไม่น้อย
กว่า ๑,๐๐๐ คน) สานักงานได้จดั ทาหนังสือเชิญผู้ประกอบการให้
เข้าร่วมฝึ กอบรมโปรแกรมฯ ดงั กล่าว ท้งั นี้ มรี ายชื่อ
ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายประมาณ ๒,๐๐๐ ราย ให้กบั ผู้
รับจ้าง เพ่ือให้ผู้รับจ้างทาสาเนาหนังสือเชิญส่งให้ผู้ประกอบการ
ตามรายชื่อดงั กล่าวทางไปรษณยี ์ นอกจากนี้ สานักงานยงั ได้
ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ารับการฝึ กอบรมทางเวบ็ ไซต์
ด้วย
มผี ู้ประกอบการมาลงทะเบียนเพื่อขอเข้ารับการฝึ กอบรม
ดงั กล่าวในเวบ็ ไซต์ของสานักงานจานวน ๑,๐๓๑ ราย แต่ในวนั
ฝึ กอบรมมผี ู้ประกอบการมาเข้าร่วมฝึ กอบรมจริงเพยี ง ๕๑๘ คน
ต่อมาผู้รับจ้างได้ดาเนินการจดั ฝึ กอบรมคร้ังท่ี ๒ เพมิ่ เตมิ อกี
จานวน ๕๑๗ คน ทาให้ผู้รับการฝึ กอบรมมจี านวน ๑,๐๓๕ คน
ครบถ้วนตามทก่ี าหนดแล้วตามสัญญา (ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ คน)
ซ่ึงเกนิ ระยะเวลาการส่งมอบงาน แล้วส่งมอบงานงวดท่ี ๔
คณะกรรมการตรวจรับพสั ดไุ ด้ตรวจรับงานงวดท่ี ๔ ไว้
เรียบร้อย
ข้อสัญญาไม่ได้กาหนดให้สานักงานเป็ นผู้รับผดิ ชอบใน
การดาเนินการจดั ให้มกี ารฝึ กอบรม
แต่ผู้รับจ้างโต้แย้งว่า ผู้รับจ้างมหี น้าทฝี่ ึ กอบรมให้สาเร็จ
ลลุ ่วงตามวตั ถุประสงค์ ส่วนของฐานข้อมูล จานวน และ
รายละเอยี ดของผู้ประกอบการทอ่ี ยู่ในเป้าหมายทจี่ ะเข้ารับการ
ฝึ กอบรมเป็ นข้อมูลของสานักงาน และสานักงานเป็ น
ผู้รับผดิ ชอบในการเชิญชวนผู้ประกอบการให้เข้ารับการ
ฝึ กอบรม
ปัญหา
๑. เจตนารมณ์ของรายละเอยี ดขอบเขตของงาน คือ ผู้รับจ้าง
ต้องจดั เตรียมงานสถานที่ อาหารและเคร่ืองด่ืม พร้อมจดั ทาเอกสาร
ประกอบให้รองรับผ้เู ข้ารับการฝึ กอบรมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ราย ส่วนของ
การเชิญผู้ประกอบการเข้าฝึ กอบรมเป็ นหน้าท่ีของสานักงาน ใช่หรือไม่
๒. การท่มี ผี ู้เข้ารับการฝึ กอบรมในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๙
เพยี ง ๕๑๘ คน ซึ่งสัญญากาหนดว่า “การฝึ กอบรมผ้ปู ระกอบการ “ผู้
เสนอราคาต้องจัดให้มกี ารฝึ กอบรมโปรแกรมทพ่ี ฒั นาขนึ้ ให้กับผ้นู าเข้า
และผ้ทู เ่ี กย่ี วข้อง (ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ คน)” ผ้รู ับจ้างจะอ้างว่าเป็ นเหตุ
สุดวสิ ัยได้หรือไม่
๓. การส่งมอบงานงวดท่ี ๔ ของผู้รับจ้างในวนั ท่ี ๘ มกราคม
๒๕๕๙ ซึ่งเป็ นวนั ครบกาหนดส่งมอบงานงวดท่ี ๔ โดยรายงานผล
การอบรมผู้ประกอบการเพยี งจานวน ๕๑๘ คน ซ่ึงไม่ครบถ้วนตาม
สัญญา และต่อมาเม่ือวนั ท่ี ๑๗ มถิ ุนายน ๒๕๕๙ ผู้รับจ้างได้จดั
ฝึ กอบรมเพม่ิ เตมิ ให้แก่ผู้ประกอบการอกี จานวน ๕๑๗ คน รวม
จานวนผู้เข้ารับการฝึ กอบรมท้งั สิ้น ๑,๐๓๕ คน ครบตามสัญญาจ้าง
โดยส่งมอบงานในวนั ที่ ๒๒ มถิ ุนายน ๒๕๕๙ จะถือว่าผู้รับจ้าง
ปฏบิ ัตคิ รบถ้วนตามสัญญาจ้างในวนั ใด และจะพจิ ารณางดหรือลด
ค่าปรับให้ผู้รับจ้างได้หรือไม่
ปัญหาข้อ ๑
-ข้อเทจ็ จริงปรากฏว่า สานักงานได้จัดทาหนังสือเชิญผู้ประกอบการ
ให้เข้าร่วมฝึ กอบรมโปรแกรมท่ผี ู้รับจ้างพฒั นาขนึ้ ดังกล่าวซึ่งลงนามโดย
เลขาธิการสานักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม
-ศูนย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารของสานักงานได้ส่งไฟล์
รายชื่อผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายประมาณ ๒,๐๐๐ ราย ให้กบั ผู้รับจ้าง
เพ่ือให้ผ้รู ับจ้างทาสาเนาหนังสือเชิญทีล่ งนามโดยเลขาธิการของ
สานักงานส่งให้ผู้ประกอบการตามรายชื่อดงั กล่าวทางไปรษณีย์
-สานักงานยงั ได้ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ารับการฝึ กอบรม
ทางเว็บไซต์ของสานักงานด้วย
-คณะทางานโครงการพฒั นาระบบงานการเชื่อมโยงข้อมูลกบั กรม
ศุลกากรผ่าน NSW เพื่ออานวยความสะดวก ในการนาเข้า
ผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม มมี ติว่าผู้รับจ้างต้องจดั เตรียมสถานที่ พืน้ ที่
อาหารและเครื่องด่ืม พร้อมจัดทาเอกสารประกอบให้รองรับผู้เข้ารับการ
ฝึ กอบรมไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ราย ส่วนการเชิญผ้ปู ระกอบการเข้า
ฝึ กอบรมเป็ นหน้าทข่ี องสานักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม
ดงั น้ัน สานักงานในฐานะผ้วู ่าจ้างมีหน้าท่ีในการเชิญชวน
ผ้ปู ระกอบการให้เข้ารับการฝึ กอบรมโปรแกรมท่ีผู้รับจ้างพฒั นาขนึ้
ดงั กล่าว
ปัญหาข้อ ๒
เหตุหรือพฤตกิ ารณ์ดงั กล่าวยงั ไม่ถึงกบั เป็ น
เหตุสุดวสิ ัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
มาตรา ๘ แต่ถือเป็ นพฤตกิ ารณ์อย่างหนึ่งท่ีผู้รับจ้าง
ไม่ต้องรับผดิ ชอบตามกฎหมายตามนัยประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ มาตรา ๒๐๕
ปัญหาข้อ ๓
เมื่อผ้รู ับจ้างจดั การฝึ กอบรมในคร้ังแรกมผี ู้เข้าฝึ กอบรมไม่ถงึ
๑,๐๐๐ คน ตามสัญญา จงึ เป็ นการท่ผี ู้รับจ้างไม่สามารถทางานให้แล้ว
เสร็จตามเง่ือนไขและกาหนดเวลาแห่งสัญญา ซึ่งเหตุดังกล่าวเกดิ จาก
พฤตกิ ารณ์ที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผดิ ชอบตามกฎหมายและตามสัญญาและ
ต่อมาผู้รับจ้างได้จัดฝึ กอบรมเพม่ิ เตมิ ในคร้ังทสี่ องจนครบจานวน ๑,๐๐๐
คนตามสัญญาในวันท่ี ๑๗ มถิ ุนายน ๒๕๕๙ ซ่ึงเลยกาหนดเวลาตาม
สัญญาแล้วจงึ เป็ นอานาจของหัวหน้าส่วนราชการท่จี ะพจิ ารณางด หรือ
ลดค่าปรับให้แก่ผ้รู ับจ้างได้
พ.ร.บ. การจดั ซื้อจดั จ้างฯ มาตรา ๑๐๓
ในกรณที ่ีมเี หตุบอกเลกิ สัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มี
อานาจท่ีจะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา
(๑) เหตุตามที่กฎหมายกาหนด
(๒) เหตุอันเช่ือได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทางานให้
แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด
(๓) เหตุอื่นตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญตั ินีห้ รือในสัญญาหรือข้อตกลง
(๔) เหตุอ่ืนตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด
การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอานาจพิจารณา
ได้เฉพาะกรณีที่เป็ นประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐโดยตรงหรือเพื่อประโยชน์
สาธารณะ หรือเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของหน่วยงานของรัฐในการท่ีจะปฏิบัติตาม
สัญญาหรือข้อตกลงน้ันต่อไป
ป.พ.พ.
หมวด ๔ เลิกสัญญา
มาตรา ๓๘๖ ถ้าคู่สัญญาฝ่ ายหน่ึงมสี ิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญา
หรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลกิ สัญญาเช่นน้ันย่อมทา
ด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ ายหน่ึง
แสดงเจตนาดงั กล่าวมาในวรรคก่อนน้ัน ท่านว่าหา
อาจจะถอนได้ไม่
มาตรา ๓๘๗ ถ้าคู่สัญญาฝ่ ายหนึ่งไม่ชาระหนี้ อกี ฝ่ ายหน่ึงจะ
กาหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ ายน้ันชาระหนี้
ภายในระยะเวลาน้ันก็ได้ ถ้าและฝ่ ายน้ันไม่ชาระหนีภ้ ายใน
ระยะเวลาที่กาหนดให้ไซร้ อกี ฝ่ ายหนึ่งจะเลกิ สัญญาเสียกไ็ ด้
คาพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๑๕๐๐/๒๕๕๘
ข้อเท็จจริงในคดนี ีม้ วี ่า อบต. ส. ทาสัญญาจ้างบริษทั ธ.
ก่อสร้างป้ายประชาสัมพนั ธ์ โดยมีหนังสือคา้ ประกันของธนาคาร
เป็ นหลกั ประกันการปฏิบัติตามสัญญา ในระหว่างที่ดาเนินการขุด
เจาะเสาเข็มปรากฏว่าบริเวณสถานที่ก่อสร้างมีช้ันหินแขง็ ทาให้
ผู้รับจ้างไม่สามารถขุดเจาะตามระดบั ความลกึ ทกี่ าหนดไว้ตาม
แบบแปลนในสัญญา
ผู้รับจ้างจึงแจ้ง อบต. ส. เพ่ือให้แก้ไขแบบรูปและรายการ
ให้ถูกต้อง ซ่ึงต่อมา อบต. ส. มหี นังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดหี ยุดงาน
เพื่อรอผลการพจิ ารณาหาสถานทีก่ ่อสร้างใหม่ที่มคี วามเหมาะสม
และเกดิ ประโยชน์สูงสุดในการก่อสร้างป้ายประชาสัมพนั ธ์ จน
ระยะเวลาตามสัญญาสิ้นสุดลงและล่วงเลยถึง ๘ เดือน
ผู้รับจ้างจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมขอ
หลักประกนั คืน แต่ปรากฏว่า อบต. ส. ไม่ประสงค์จะเลิกสัญญา
และต้องการให้ผู้รับจ้างเข้าทาการก่อสร้างทสี่ ถานทเ่ี ดมิ
ผู้รับจ้างนาคดมี าฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลมคี า
พพิ ากษาหรือคาส่ังให้ อบต. ส. คืนหลกั ประกนั ตามสัญญาและให้ชดใช้
ค่าเสียหายจากการเตรียมการก่อสร้าง
คดมี ปี ระเดน็ ท่ตี ้องวนิ ิจฉัยว่า การท่ผี ู้ถูกฟ้องคดไี ม่ส่งมอบ
พืน้ ท่ีก่อสร้างทีผ่ ู้ฟ้องคดสี ามารถปฏิบัตติ ามสัญญาได้ แต่ผู้ถูกฟ้องคดี
ยืนยันทีจ่ ะให้ผู้ฟ้องคดปี ฏิบัตติ ามสัญญา กรณดี งั กล่าวผู้ฟ้องคดมี สี ิทธิ
บอกเลกิ สัญญาและขอหลกั ประกนั สัญญาคืนหรือไม่ ?
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การชาระหนีต้ ่างตอบแทน
ตามมาตรา ๓๖๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ คู่สัญญา
ท้งั สองฝ่ ายจะต้องมีความพร้อมในการชาระหนี้ หากคู่สัญญาฝ่ าย
ใดไม่พร้อมทจี่ ะชาระหนีต้ อบแทน อีกฝ่ ายก็สามารถปฏิเสธไม่
ชาระหนีไ้ ด้ อันเป็ นบทบัญญัติท่มี ุ่งคุ้มครองประโยชน์ของคู่สัญญา
อย่างเท่าเทยี มกนั
แต่สาหรับสัญญาทางปกครองมีวตั ถุประสงค์ในการ
คุ้มครองฝ่ ายปกครองให้สามารถปฏบิ ัตภิ ารกจิ หลกั ในการจดั ทา
บริการสาธารณะให้บรรลุผล ท้งั เป็ นการคุ้มครองประโยชน์ของ
มหาชนหรือประโยชน์ส่วนรวม ดงั น้ัน การบอกเลกิ สัญญาทาง
ปกครองของคู่สัญญาฝ่ ายเอกชน หากทาให้การจดั ทาบริการ
สาธารณะของฝ่ ายปกครองต้องหยุดชะงกั หรือไม่บรรลุตาม
วัตถุประสงค์ คู่สัญญาฝ่ ายเอกชนก็ไม่อาจบอกเลกิ สัญญากับฝ่ าย
ปกครองได้
แต่หากคู่สัญญาฝ่ ายเอกชนเห็นว่าตนมขี ้อโต้แย้งหรือถูก
โต้แย้งสิทธิเก่ียวกับสัญญาทางปกครองและประสงค์จะให้ศาลมีคา
พพิ ากษาหรือคาส่ังให้เลกิ สัญญาก็มสี ิทธินาข้อพิพาทดงั กล่าวขนึ้ สู่
ศาลเพื่อขอให้มคี าพพิ ากษาหรือคาสั่งให้เลิกสัญญาได้
เม่ือการทผ่ี ู้ฟ้องคดไี ม่สามารถเข้าดาเนินการก่อสร้างได้
เน่ืองจากปัญหาสภาพพืน้ ที่ก่อสร้างไม่สามารถขุดเจาะเสาเข็มให้
ได้ความลึกและรับนา้ หนักตามแบบแปลนในสัญญาได้ และผ้ถู ูก
ฟ้องคดยี อมรับว่ารูปแบบรายการในสัญญาบางรายการมปี ัญหา ซ่ึง
เป็ นหน้าทข่ี องผู้ถูกฟ้องคดที ่จี ะต้องใช้อานาจทก่ี าหนดไว้ในสัญญา
ส่ังแก้ไขแบบรูปและรายการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาอันสมควร
แต่ผู้ถูกฟ้องคดกี ม็ ไิ ด้ดาเนินการจนครบกาหนดเวลาตาม
สัญญา การท่ีผู้ฟ้องคดไี ม่สามารถก่อสร้างงานตามสัญญาและ
ล่วงเวลาไปอีก ๘ เดือน จึงเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ
ผู้ถูกฟ้องคดที ่ไี ม่มีความพร้อมท่จี ะให้มีการปฏบิ ัตติ ามสัญญา
ดงั น้ัน การทีผ่ ู้ถูกฟ้องคดมี ีหนังสือแจ้งให้ผ้ฟู ้องคดเี ข้าดาเนินการ
ก่อสร้างในสถานท่ีเดมิ ท้งั ทยี่ งั ไม่แก้ไขปัญหา จึงไม่ชอบด้วย
สัญญาและระเบียบกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดเี ป็ นฝ่ ายผิด
สัญญา
เม่ือไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาด้วยเหตุสภาพพืน้ ท่ี
ก่อสร้าง ซ่ึงไม่ใช่ความผิดของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดจี งึ ชอบทจี่ ะ
คืนหนังสือคา้ ประกนั และค่าเสียหายจากการไม่ชาระหนตี้ ามมาตรา
๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ เป็ นค่าเสียหายใน
การจดั การตามสัญญา
กรณศี ึกษา(ห๑๖๓/๒๕๖๑)เรื่อง หารือการปฏิบัตติ ามข้อสัญญาจ้างเหมา
บริการทางาน
สานักงานปลดั กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ได้
ทาสัญญาจ้างเหมาบริการทางานขบั รถยนต์ราชการ แบบมกี าหนด
ระยะเวลาจ้าง ต่อมาผู้รับจ้างได้บอกเลกิ สัญญาจ้างก่อนครบกาหนด
ระยะเวลาตามสัญญาจ้าง จึงมีประเด็นทจ่ี ะต้องพจิ ารณาตีความเก่ียวกบั การ
บอกเลกิ สัญญาดงั กล่าว ดังนี้
๑. ในกรณที ่ผี ้รู ับจ้างขอบอกเลกิ สัญญาเน่ืองจากไม่สามารถทางาน
ให้แล้วเสร็จตามทกี่ าหนดไว้ในสัญญา และสานักงานฯ พจิ ารณาตาม
พระราชบัญญตั กิ ารจดั ซื้อจัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครัฐ พ.ศ.
๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๓ (๒) จงึ ใช้สิทธิบอกเลกิ สัญญา ดังน้ัน สานักงานฯ
จะต้องริบหลกั ประกนั สัญญาท้งั หมดของผู้รับจ้างหรือริบหลกั ประกนั
สัญญาบางส่วน เพ่ือให้เป็ นไปตามสัญญาข้อ ๑๔ และหากข้อเท็จจริงปรากฏ
ว่าผู้รับจ้างปฏบิ ัตติ ามสัญญาถูกต้องครบถ้วน ไม่เกดิ ความเสียหายกบั ส่วน
ราชการจนถงึ วนั บอกเลกิ สัญญา สานักงานฯ จะพจิ ารณาคืนหลกั ประกนั
บางส่วนให้กบั ผู้รับจ้างในช่วงระยะเวลาทีป่ ฏบิ ัติงานได้หรือไม่ อย่างไร