๒. เน่ืองจากการปฏิบัติตามสัญญาข้อ ๕ ซ่ึงกาหนดว่า “หากเดือน
แรกและเดือนสุดท้ายมีการปฏบิ ัตงิ านไม่เต็มเดือนปฏทิ ิน ให้คิดค่าจ้างเหมา
บริการเป็ นรายวนั เฉพาะวันท่ีปฏบิ ัติงาน ในอตั ราวนั ละ .....” โดยหน่วยงาน
ประสงค์จ้างเหมาบริการทางาน .... ในเดือนเมษายน ๒๕๖๑ (เดือนแรก) โดย
วนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๕๖๑ เป็ นวันหยดุ ราชการ จงึ ให้เริ่มปฏิบัติงานในวันที่ ๒
เมษายน ๒๕๖๑ และวนั ที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ วนั ที่ ๑๓ – ๑๖ เมษายน ๒๕๖๑
เป็ นวนั หยดุ ราชการ ส่วนราชการพจิ ารณาว่าเดือนแรกผู้รับจ้างปฏบิ ัตงิ าน
ไม่เต็มเดือนปฏิทิน จึงคดิ ค่าจ้างให้กบั ผ้รู ับจ้างเป็ นรายในเฉพาะวันท่ี
ปฏบิ ัตงิ าน (๑๗ วันทาการ) สานักงานฯ คิดคานวณค่าจ้างถูกต้องตาม
สัญญาจ้างฯ หรือไม่ อย่างไร
ความเห็นสานักงานอยั การสูงสุด
๑. เน่ืองจากสัญญาจ้างเหมาบริการกาหนดระยะเวลาการทางาน
ของ ผ้รู ับจ้างไว้ในข้อ ๑ การท่ผี ู้รับจ้างขอบอกเลกิ สัญญาก่อนครบกาหนด
ระยะเวลา ถือเป็ นเหตุในการใช้สิทธิบอกเลกิ สัญญาของผู้ว่าจ้างได้ตาม
เง่ือนไขของสัญญาข้อ ๑ และข้อ ๑๔ และผู้ว่าจ้างได้ใช้สิทธิบอกเลกิ สัญญา
แล้ว ผู้ว่าจ้างย่อมมีสิทธิริบหลกั ประกนั สัญญา ซ่ึงผ้รู ับจ้างได้นามามอบ
ให้แก่ผ้วู ่าจ้างตามสัญญาจ้างข้อ ๔ ได้ท้งั หมดหรือบางส่วนตามท่กี าหนดไว้
ในสัญญาข้อ ๑๔ ดงั น้ัน กรณจี งึ อย่ใู นดุลพนิ ิจของสานักงานฯ ในฐานะผู้
ว่าจ้างทจี่ ะริบหลกั ประกนั เตม็ ตามจานวนหลกั ประกนั ท้ังหมดหรือจะริบ
หลกั ประกนั แต่บางส่วนกไ็ ด้ ท้งั นีโ้ ดยต้องคานึงถึงความเสียหายใด ๆ ที่ผ้วู ่า
จ้างได้รับหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ท่เี พม่ิ ขนึ้ อนั เนื่องมาจากการปฏบิ ัติผดิ สัญญา
ของผ้รู ับจ้างดงั กล่าว
๒. สัญญาข้อ ๕ วรรคหนึ่ง ระบุว่า “ผ้วู ่าจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างเหมา
บริการฯ... ให้แก่ผู้รับจ้างเป็ นรายเดือน ...” ดงั น้ัน การคดิ ค่าจ้างตามสัญญา
จงึ มีลกั ษณะเป็ นการคดิ คานวณแบบเหมาจ่ายท้ังเดือน แต่เน่ืองจากสัญญา
จ้างเหมาบริการฯ มีผลบังคบั เม่ือวนั ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑ จึงเป็ นกรณีท่ี
เดือนแรกมีการปฏบิ ัติงานไม่เต็มเดือนตามสัญญาข้อ ๕ วรรคสอง ซึ่ง
กาหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างเหมาของเดือนแรกน้ันเป็ นรายวัน
การคานวณค่าจ้างทจ่ี ะจ่ายสาหรับเดือนเมษายน ๒๕๖๑ จงึ กาหนดนับเป็ น
รายวันในวนั ทีม่ ีการปฏิบัติงานต้ังแต่วันท่ี ๒ เมษายน ๒๕๖๑ จนถึงสิ้น
เดือนเมษายน ๒๕๖๑ โดยหักค่าจ้างในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๑ ออก แต่ไม่
อาจหักวันหยดุ ราชการในช่วงระยะเวลาหลงั จากวันท่ีสัญญามีผลบังคบั
ดังกล่าวออก เนื่องจากถือว่าอยู่ในช่วงที่มกี ารปฏบิ ัตงิ านตามสัญญาสาหรับ
การจ่ายค่าจ้างแบบเหมาจ่ายรายเดือนของเดือนเมษายน ๒๕๖๑ แล้ว ซึ่งเป็ น
การคานวณการจ่ายค่าจ้างท่สี อดคล้องกบั การคานวณการจ่ายค่าจ้างในเดือน
อื่น ๆ ตามสัญญาท่ีมไิ ด้มีการหักวันหยดุ เสาร์ – อาทิตย์ และ/หรือ
วันหยุดราชการอ่ืน ๆ ออกจากระยะเวลาการทางานในเดือนน้ัน ๆ แต่อย่างใด
มาตรา ๓๖๘
สัญญาน้ันท่านให้ตคี วามไปตามความประสงค์ในทาง
สุจริต โดยพเิ คราะห์ถึงปกตปิ ระเพณดี ้วย
กรณีศึกษา (ห.๑๗/๕๗)
สานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม (ผู้ซื้อ)ได้ทาสัญญา
ซื้อขายรถบรรทกุ (ดเี ซล) ขบั เคล่ือน ๒ ล้อ แบบดบั เบลิ้ แคบ็ กบั
บริษัท สยามนิสสัน กรุงไทย จากดั (ผู้ขาย) จานวน ๑๖ คนั เป็ นเงนิ
จานวน ๑๒,๔๖๓,๓๖๐ บาท ตามสัญญาเลขที่ ๑๒/๒๕๕๖ ลงวนั ที่
๒๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ โดยกาหนดส่งมอบรถบรรทกุ ให้แก่ผู้ซื้อ
ภายใน ๔๕ วนั นับถดั จาก วนั ลงนามในสัญญา (ครบกาหนด
ส่งมอบวนั ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๖)
สัญญา ข้อ ๒ เอกสารอนั เป็ นส่วนหนึ่งของสัญญา ๒.๑
ผนวก ๑ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ข้อ ๖
กาหนดให้ผู้ขายจะต้องส่งมอบรถบรรทกุ ฯ และ ข้อ ๖.๓ กาหนดให้
ผู้ขายจะต้องดาเนินการจดทะเบียนรถยนต์ ณ สานักงานขนส่ง
จงั หวดั ในจงั หวดั ทส่ี านักงานวฒั นธรรมจงั หวดั ต้งั อยู่ ให้เป็ นไป
ตามกฎหมาย พร้อมส่งหลกั ฐานการจดทะเบยี นและป้ายทะเบยี น
รถยนต์ท่ซี ื้อตามสัญญาให้แก่สานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั
ผู้ขายได้ส่งมอบรถบรรทุกฯ ครบถ้วนภายในกาหนดเวลา
แต่ผู้ขายได้ส่งมอบหลกั ฐานการจดทะเบียนในวนั ท่ี ๙ พฤษภาคม
๒๕๕๖ สานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรมจงึ หารือว่า การทผ่ี ู้ขาย
ได้ส่งมอบหลกั ฐานการจดทะเบยี นและป้ายทะเบียนรถยนต์เกิน
๔๕ วนั นับถดั จากวนั ลงนามในสัญญา จะถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบ
รถยนต์ถูกต้องครบถ้วน หรือล่าช้าล่วงเลยกาหนดเวลาตามสัญญา
หรือไม่ อย่างไร หากมกี รณีต้องปรับผู้ขายจกั ต้องปรับกวี่ นั
จานวนเงนิ เท่าใด
สานักงานอยั การสูงสุดพจิ ารณาแล้ว เห็นว่า ตามสัญญาซื้อ
ขาย ข้อ ๓ “การส่งมอบ” กาหนดให้ ผู้ขายต้องส่งมอบส่ิงของทซี่ ื้อ
ขายภายใน ๔๕ วนั นับจากวนั ทล่ี งนามในสัญญาซื้อขาย (วนั ที่ ๒๗
กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖) ซึ่งจะครบกาหนดส่งมอบในวนั ท่ี ๑๓ เมษายน
๒๕๕๖ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้มมี ตกิ าหนดให้มวี นั หยดุ ราชการ
ประจาปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ (รวม
วนั หยดุ ราชการประจาสัปดาห์รวมท้งั หมด ๕ วนั ต้งั แต่วนั ศุกร์ ที่
๑๒ ถงึ วนั องั คารท่ี ๑๖ เมษายน ๒๕๕๖ บริษัท สยามนิสสัน
กรุงไทย จากดั ผู้ขายจงึ สามารถส่งมอบสิ่งของทซ่ี ื้อขายตามสัญญา
ให้ครบถ้วนถูกต้องตามสัญญานีภ้ ายในวนั ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๘
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บรรพ ๑ หลกั ทว่ั ไป
ลกั ษณะ ๕ ระยะเวลา
มาตรา ๑๙๓/๑ การนับระยะเวลาท้ังปวง ให้บังคับตามบทบัญญตั ิแห่ง
ลกั ษณะนี้ เว้นแต่จะมกี ฎหมาย คาส่ังศาล ระเบียบข้อบังคบั หรือนิตกิ รรม
กาหนดเป็ นอย่างอื่น
มาตรา ๑๙๓/๒ การคานวณระยะเวลา ให้คานวณเป็ นวนั แต่ถ้ากาหนดเป็ น
หน่วยเวลาที่ส้ันกว่าวนั กใ็ ห้คานวณตามหน่วยเวลาทก่ี าหนดน้ัน
มาตรา ๑๙๓/๓ ถ้ากาหนดระยะเวลาเป็ นหน่วยเวลาท่ีส้ันกว่าวนั ให้เริ่มต้น
นับในขณะทเี่ ร่ิมการน้ัน
ถ้ากาหนดระยะเวลาเป็ นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวัน
แรกแห่งระยะเวลาน้ันรวมเข้าด้วยกนั เว้นแต่จะเร่ิมการในวันน้ันเองต้งั แต่
เวลาทถี่ ือได้ว่าเป็ นเวลาเร่ิมต้นทาการงานกนั ตามประเพณี
มาตรา ๑๙๓/๔ ในทางคดคี วาม ในทางราชการ หรือทางธุรกจิ การค้าและ
อุตสาหกรรม วัน หมายความว่า เวลาทาการตามทไ่ี ด้กาหนดขนึ้ โดย
กฎหมาย คาส่ังศาล หรือระเบียบข้อบังคบั หรือเวลาทาการตามปกติของ
กจิ การน้ัน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๙๓/๘ ถ้าวนั สุดท้ายของระยะเวลาเป็ น
วนั หยุดทาการตามประกาศเป็ นทางการหรือตาม
ประเพณี ให้นับวนั ทีเ่ ร่ิมทาการใหม่ต่อจากวนั ทหี่ ยดุ
ทาการน้ันเป็ นวนั สุดท้ายของระยะเวลา
ส่วนการส่งมอบหลกั ฐานจดทะเบยี นรถยนต์และป้ายทะเบยี น
รถยนต์ล่าช้ากว่าทกี่ าหนดไว้ในสัญญาน้ัน ตามเอกสารขอบเขตของ
งาน (Terms of Reference : TOR) (ซ่ึงถือว่าเป็ นส่วนหนึ่งของ
สัญญา ตามทก่ี าหนดไว้ในสัญญาซื้อขาย ข้อ ๒.๑) ข้อ ๖ กาหนดไว้
ว่า
“ข้อ ๖ ระยะเวลาส่งมอบกาหนดว่า ผู้ขายจะต้องส่งมอบ
รถบรรทกุ (ดเี ซล) ขนาด ๑ ตนั ขับเคล่ือน ๒ ล้อ แบบดบั เบิล้ แคบ็
จานวน ๑๖ คนั ให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาทกี่ าหนดทุกประการ
ภายใน ๔๕ วนั นับถดั จากวนั ลงนามในสัญญาซื้อขาย โดยผู้ขาย
เป็ นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ดงั นี้ ข้อ ๖.๓ ผู้ขายจะต้องดาเนินการจด
ทะเบยี นรถยนต์ตามสัญญา ณ สานักงานขนส่งจงั หวดั ในจงั หวดั ท่ี
สานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั ต้งั อยู่ ให้เป็ นไปตามกฎหมายทุก
ประการ พร้อมส่งหลกั ฐานการจดทะเบียนและป้ายทะเบียนรถยนต์
ที่ซื้อตามสัญญาให้แก่สานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั พร้อมสาเนาให้
สานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม”
ตามเง่ือนไขตามสัญญา และเมื่อพเิ คราะห์ถงึ ประเพณขี องสัญญา
ซื้อขายรถยนต์และการใช้รถซ่ึงสานักงานปลดั กระทรวงวัฒนธรรม
ไม่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบยี นตามพระราชบญั ญตั ิรถยนต์
พ.ศ. ๒๕๒๒ บริษัท สยามนิสสัน กรุงไทย จากดั ผู้ขายจงึ มหี น้าท่ี
ต้องส่งมอบรถยนต์พร้อมใบคู่มือจดทะเบยี นรถให้ถูกต้องครบถ้วน
ตามเง่ือนไขสัญญา
ฉะน้ัน เมื่อผู้ขายเพยี งแต่ส่งมอบรถยนต์แต่ไม่ส่งมอบใบคู่มือจด
ทะเบียน และจดทะเบียนต่อสานักงานขนส่งจงั หวดั ให้เป็ นไปตามเง่ือนไข
ของสัญญา จึงถือได้ว่า บริษทั สยามนิสสัน กรุงไทย จากดั ผู้ขายส่งมอบ
ส่ิงของไม่ครบถ้วนตามสัญญา ซึ่งอาจเป็ นเหตุให้สานักงานปลดั กระทรวง
วัฒนธรรมเรียกค่าปรับได้
แต่เมื่อปรากฏว่าคณะกรรมการตรวจรับพสั ดุได้มกี ารตรวจรับพสั ดุ
ถูกต้องครบถ้วนในวันท่ี ๑๐ มถิ ุนายน ๒๕๕๖ ซึ่งให้มีผลย้อนหลงั ไปถึง
วันทีไ่ ด้รับมอบพสั ดุโดยขณะน้ันไม่มกี ารแจ้งสงวนสิทธิค่าปรับให้เป็ นไป
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๑ วรรคสาม ดังน้ัน
สานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรมไม่มีสิทธิท่จี ะเรียกค่าปรับจากบริษทั
ผู้ขาย
จบการบรรยาย