The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำบรรยายหลักสูตร ทค รับรองลายมือชื่อและเอกสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-12-14 06:13:41

คำบรรยายหลักสูตร ทค รับรองลายมือชื่อและเอกสาร

คำบรรยายหลักสูตร ทค รับรองลายมือชื่อและเอกสาร

ห น้ า | 99

แบบ ค. ใชใ้ นกรณที ่ีออกไปทำคำคดั ค้ำนแลว้ พบสถำนที่และพบตวั ฝำ่ ยทีถ่ กู คดั ค้ำน

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 100

คำบรรยำย อำจำรยเ์ ดชอุดม ไกรฤทธ์ิ
หลักสูตร “ทนำยควำมผทู้ ำคำรับรองลำยมือชอ่ื และเอกสำร รนุ่ ที่ 1”

วันท่ี 25 พฤษภำคม 2546
เวลำ 13.00-14.45 น.

********************************

ก่อนจะพูดถึงเร่ืองจรรยำบรรณ ขอต่อทำ้ ยเร่อื งท่ี อำจำรย์สรุ ชัยพูดไว้ อำจจะทำให้ทนำยควำมหลำยๆ ท่ำนไม่
แน่ใจว่ำจะจดทะเบียนดีหรือไม่ ดูแล้วควำมรับผิดอำจจะมำกข้ึนก็ได้ ซึ่งหำกทำผิดไม่ใช่จะมีควำมผิดในคดีมรรยำท
ทนำยควำมอยำ่ งเดยี ว อำจมีโทษตำมประมวลกฎหมำยอำญำดว้ ยเพรำะไปทำคำรับรองตำมมำตรำ 269 ประมวลกฎหมำย
อำญำ หำกเกดิ เป็นควำมเทจ็ ขึ้นมำ อำจมสี ิทธิถูกย้ำยภูมลิ ำเนำ ก็เลยมีควำมสงสัยกนั ว่ำจะจดทะเบียนแบบน้ีดหี รอื ไม่ ผม
ขอเรยี นว่ำ กำรทำคำรับรองของทนำยควำมผู้ทำคำรบั รองตำมข้อกำหนดระเบียบคำส่ังของนำยกสภำทนำยควำมตำม
พระรำชบญั ญัตทิ นำยควำมน้ี มีกฎหมำยรับรองโดยเฉพำะในมำตรำ 269 ประมวลกฎหมำยอำญำก็บญั ญตั ิรบั รองอยู่แล้ว
ว่ำทนำยควำมซ่ึงเป็นผู้ประกอบวชิ ำชีพกฎหมำย ถ้ำหำกทำคำรับรองผดิ ก็ต้องมีโทษเพียงแต่วำ่ วิธีกำรทำคำรบั รองท่ีมำ
สัมมนำกันสำหรับรุ่นที่ 1 น้ี เพื่อให้กำรทำคำรับรองมีมำตรฐำนและควำมน่ำเช่ือถือมำกข้ึนทำให้มีกำรยอมรับทั้งใน
ประเทศและต่ำงประเทศไม่ต้องกำรให้เกิดคำรับรองท่ีมีควำมหลำกหลำย เหมือนกับกฎหมำยประเทศท่ีใช้ระบบ
COMMON LAW ไม่ว่ำจะเปน็ อังกฤษ หรือสหรฐั อเมริกำ จะมี UNIFORM LAW มำใช้ สิง่ ท่ไี ด้นำมำเสนอในรำยละเอียด
เร่อื ง Notary ครง้ั น้กี ็คดั มำจำก The Encyclopedia of Forms and Precedents ของระบบกฎหมำยอังกฤษ รวมท้ัง
บำงสว่ นก็คดั มำจำกกฎหมำยของสหรัฐดว้ ย ซึง่ แบบตำ่ ง ๆ เหล่ำน้ี เอำมำพฒั นำและเขียนเป็นรูปแบบของทนำยควำมไทย
ทจ่ี ะออกไปสสู่ ำยตำของประชำชนทั้งในและต่ำงประเทศ เพรำะฉะน้ันจงึ ขอเรียนวำ่ ทท่ี นำยควำมทำคำรบั รองนั้น ปจั จบุ ัน
โทษก็มีอยูแ่ ลว้ เพียงแต่วำ่ จะทำให้ถูกต้องตำมระเบียบเหล่ำนนั้ อำจจะมีคดมี รรยำทเพ่ิมข้ึน กอ็ ยำ่ ไปกังวล เพรำะถ้ำหำ
กวำ่ ทำ่ นทำคำรบั รองเป็นเทจ็ ท่ำนกต็ อ้ งถกู ยำ้ ยภูมลิ ำเนำแน่นอนเร่อื งนเ้ี ปน็ เร่อื งสำคัญที่ตอ้ งขอทำควำมเขำ้ ใจก่อน

อกี เรื่องหนึ่งแม้ไมม่ ีพระรำชบัญญัติโนตำรีปับลิก ทนำยควำมท่ีผ่ำนกำรอบรมและข้ึนทะเบียนก็ยังคงทำหน้ำที่
ATTORNEY NOTARAIL SERVICES ได้ กำรจะไปเป็นพนกั งำนโนตำรีปบั ลิก ตำมรำ่ งพระรำชบญั ญตั โิ นตำรปี บั ลิกหรือไม่
น้ัน คงตอ้ งไปดูกฎหมำยที่ยกรำ่ งกนั ไวแ้ ต่ยงั ไมเ่ สรจ็ ตัวอยำ่ งหวั จดหมำย (LETTER HEAD) ท่ีเอำมำแสดงเปน็ หัวจดหมำย
ของทนำยควำมในฮ่องกงเขำใชค้ ำวำ่ SOLICITOR & NOTARIES คอื ในระบบขององั กฤษไม่มีคำวำ่ "ปับลกิ " แต่ในสงิ คโปร์
หรอื ในมำเลเซียใชค้ ำว่ำ SOLICITOR & NOTARIES PUBLIC เพรำะเขำมีกฎหมำยและกฎหมำยบงั คับใหท้ นำยควำมเป็น
พนกั งำนโนตำรดี ้วย ในอังกฤษ ในฮอ่ งกงเขำไม่ผูกขำด คือ ตำมพรบ. SOLICITOR & NOTARIES 1974 ขององั กฤษน้ัน ใช้
คำวำ่ SOLICITOR UNDERTAKING NOTARY SERVICES ก็คอื ทนำยควำมผู้ทำคำรับรองในเอกสำรหรอื ลำยมอื ชอื่ นนั่ เอง
และกม็ ีหน้ำทม่ี ำกกว่ำพนักงำน NOTARY PUBLIC ดังนั้นถ้ำเขียนหรือรบั รองในฐำนะพนักงำน NOTARY PUBLIC ก็จะ
ข้นึ อยู่กบั รัฐแต่ละรัฐท่ีให้ท่ำนทำเท่ำน้ันเอง ตัวอย่ำงเช่น ในรัฐฟลอริดำประเทศสหรัฐอเมริกำ มีคนใช้บริกำร NOTARY
PUBLIC มำกเพรำะเป็นรัฐที่มีสองภำษำ ต้องมีกำรทำคำรับรอง คือ ภำษำสเปน และภำษำอังกฤษ หรอื ในรัฐเท็กซัสก็
เช่นเดียวกนั มี NOTARY PUBLIC มำก หรืออีกตวั อย่ำงหนึง่ ท่รี ฐั ฟลอริดำ กค็ ือกำรท่ีพนกั งำนโนตำรีปับลกิ เปน็ ผปู้ ระกอบ
พธิ สี มรส ซง่ึ ตำมกฎหมำยไทยแลว้ ทำไมไ่ ด้ เพรำะสงวนไวใ้ หเ้ ปน็ หนำ้ ท่ีหรืองำนของทำงรำชกำรจึงตอ้ งไปจดทะเบียนสมรส
กับอำเภอหรือเขตเสมอ

ในทำนองเดียวกัน กฎข้อบังคับที่นำมำอย่ใู นขณะนก้ี ม็ ำจำกพระรำชบัญญตั ิทนำยควำม ประกอบกับควำมรบั ผิด
เป็นกำรแสดงออกซ่ึงประสิทธิภำพและมำตรฐำนของกำรทำคำรบั รองร่วมกันของสมำชิกสภำทนำยควำมให้เป็นหนึ่งเดียว

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สือNotary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 101

หลำยท่ำนท่ีเป็นทนำยควำมประสบควำมสำเรจ็ เปน็ ส่วนตวั มำแล้ว และได้รับเกยี รตภิ มู ิจำกหลำยสถำบนั วำ่ คำรับรองของ
ทนำยควำมทำ่ นนัน้ ในหลำยประเทศยอมรับ จำกนไ้ี ปจะทำให้เป็นหนึง่ เดียว ทำทกุ อย่ำงขึ้นมำเป็นมำตรฐำนเดียวกันของ
ทนำยควำมท้ังประเทศ

เรอื่ งของข้อกำหนดของทนำยควำมผู้ทำคำรับรอง ก็ยังเปน็ ร่ำงอยู่ ชดุ ท่สี ่งมำนย้ี ังเปน็ ร่ำงและไมเ่ หมือนกับในเล่ม
ที่เหน็ ซงึ่ เปน็ รำ่ งท่นี ำยทะเบียนยกรำ่ งขนึ้ มำ รำ่ งขอ้ บังคับหรอื ร่ำงขอ้ กำหนดนี้เขยี นไว้เมือ่ 12 ปมี ำแลว้ เอำมำจำกท้ังหมด
6 ประเทศ คือ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง มำเลเซีย สหรัฐอเมริกำเอำมำรวบรวม เขียนท้ังภำษำอังกฤษ
ภำษำไทย ตอนน้ันมน่ั ใจว่ำรฐั บำลคงจะยอมรับให้ทนำยควำมเป็นพนักงำน NOTARY PUBLIC เหมือนในประเทศสงิ คโปร์
แต่ไมส่ ำเรจ็ ได้ทำไวท้ ั้งภำษำองั กฤษ ภำษำไทย เม่อื มำเปรียบคอื เปรยี บลกั ษณะกำรทำคำรบั รอง ต่อมำก็ใช้เปน็ ขอ้ กำหนด
ของผทู้ ำคำรับรองลำยมือช่อื และเอกสำรเพรำะฉะนั้นจำกวนั น้ีไปจะมคี ณะทำงำนซง่ึ ท่ำนนำยกสภำทนำยควำมไดแ้ ต่งตั้ง
แล้วมีทำ่ น ผอู้ ำนวยกำรสำนกั งำนทะเบยี นเปน็ ประธำนแล้ว จะตอ้ งมำกลั่นกรองข้อกำหนดที่จะกำหนดใหท้ นำยควำมทำ
กำรรับรองนั้นเป็นอย่ำงไร จริง ๆ ก็คือทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมอื ชื่อและเอกสำรน้ัน จะต้องรับรองเฉพำะในสิ่งที่
ถูกตอ้ งให้เห็นจริง ไดร้ บั กำรสำบำนตนตอ่ หนำ้ จริง

กำรรับรองและหน้ำที่ของทนำยควำมผ้ทู ำคำรับรองลำยมือช่ือและเอกสำรที่ทำขึ้นบนหลกั เกณฑ์ใหม่นแ้ี ตกต่ำง
จำกท่ที นำยควำมตำ่ งคนตำ่ งทำมำในอดีตหรือไม่ และกำรรบั รองหมำยถงึ อะไร คำวำ่ "รบั รองเอกสำร" กับ "รับรองลำยมอื
ช่ือ" มีหลำยท่ำนถำมว่ำ รับรองเอกสำร รบั รองตวั บุคคลด้วยหรือไม่ รับรองลำยพมิ พ์นว้ิ มือเหมอื นกบั พนกั งำน NOTARY
PUBLIC หรอื ไม่ เหิมือนกับทนำยควำมในต่ำงประเทศไดห้ รอื ไม่ คำว่ำ "เอกสำร" ในพจนำนกุ รมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน
หน้ำ 918 หมำยถึง "หนังสือที่เป็นหลักฐำน" เพรำะฉะนั้นหนังสือท่ีเป็นหลักฐำนอะไรก็ตำมที่ทนำยควำมออกก็คือคำ
รับรอง ไม่ว่ำจะรับรองสัญชำติ เช่น เอำพำสปอร์ตมำให้ดูว่ำ นำยอดัม สมิธ เป็นชำวอังกฤษ มีถิ่นพำนักอยู่ท่ีจังหวัด
อุบลรำชธำนี ใหท้ ำคำรับรองวำ่ มถี ิ่นพำนักอยู่ท่ีนี่ เพือ่ รบั เงินบำนำญของเขำท่ีอยู่ที่องั กฤษ หรือเพ่ือรบั เงินประกันสังคม
หรือแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่น ท่ีรัฐบำลกำลงั มีโครงกำรจะเชิญชำวญ่ีปุ่นให้มำมีถน่ิ พำนักยำวในประเทศไทย ก็เพื่อจะสร้ำง
รำยไดใ้ ห้กับคนไทยคนเหล่ำน้ีบำงทีป่วยอยโู่ รงพยำบำลจะให้เจ้ำหน้ำท่ีของรฐั ไปรับรองกท็ ำไม่ได้ กต็ ้องใหท้ นำยควำมไป
ชว่ ยทำคำรับรองเป็นคำแปลเสร็จแลว้ ก็สง่ ไป ไม่จำเป็นต้องมีกำรทำรับรองให้ถึงขนำดต้องเป็นทำงกำร (Legalization)
เพรำะในตำ่ งประเทศน้นั ใชร้ ะดบั กำรรบั รองของผปู้ ระกอบอำชีพทนำยควำม หรอื พนักงำนทไ่ี ดร้ ับกำรแต่งตงั้ ทำกำรรับรอง
(Notarization) เท่ำน้นั คอื ระดบั ท่กี ำลงั สมั มนำอยู่นี้ แตไ่ มใ่ ชใ่ ชเ้ ป็นทำงกำร ได้กลำ่ วแลว้ ว่ำคอื เอกสำรทสี่ ่วนใหญ่จะไปใช้
ในศำลหรือจะนำไปใช้เป็นทำงกำรจริง ๆ อย่ำงเช่นกำรโอนกรรมสิทธ์ิในอสังหำริมทรัพย์ในต่ำงประเทศ เฉพำะบำง
ประเทศหรือเฉพำะบำงรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกำเท่ำนั้น แต่บำงรัฐในขณะน้ีก็ไม่ต้องแล้ว ใช้กำรรับรองเฉพำะ
Notarization อย่ำงเดยี ว

อำจำรยด์ ร. สธุ รรม วลยั เสถียรไดพ้ ดู ทมี่ ำของ NOTARY มำจำกภำษำละตนิ ซงึ่ เมื่อวำนผมเรียนวำ่ มำจำกภำษำ
สก๊อต กเ็ ป็นขอ้ ยตุ วิ ่ำ อำจำรยส์ ธุ รรมพดู ถึงสมยั ศตวรรษที่ 11 ผมพูดถงึ สมยั ศตวรรษที่ 17 ของอำจำรยส์ ุธรรม กค็ งถูกตอ้ ง
ท่ีว่ำมันอยูใ่ นระบบของศำสนำ ซึ่งกำรใหพ้ ระมำเก่ียวขอ้ งด้วยก็เพ่ือสร้ำงควำมเช่ือถอื คำท่ีใชไ้ ปกนั มำกในกำรรับรองเป็น
ทำงกำรของกลุ่มประเทศในยโุ รป คอื คำว่ำ "อพอสติล" (APOSTILE) ซ่ึงมำจำกคำว่ำ อพอสเทิล (APOSTLE) เป็นคำใน
ภำษำละตินเหมอื นกนั เปน็ กำรทำคำรับรองใช้ในประเทศกลุ่มกฎหมำยทเ่ี ป็นกฎหมำยของประเทศกลุ่มคอนติเนนตัล คือ
กลมุ่ กฎหมำยโรมัน คำวำ่ อพอสเทลิ (APOSTLE) คอื ผเู้ ผยแพรศ่ ำสนำ พอเอำคำวำ่ อพอสเทลิ มำใชเ้ ปน็ อพอสตลิ กเ็ ลย
มำเป็นผู้ทำคำรับรองควำมน่ำเชื่อถอื ในเบ้ืองต้น กค็ ือผู้ทำคำรับรองมำจำกผู้ท่ีได้รบั ควำมเชื่อถือกันในศำสนำของสังคม
น้ันๆ แต่คำว่ำ NOTAR ใน DICTIONARY บอกว่ำมำจำกคำในภำษำเก่ำแก่ของชำว SCOT ในช่วงศตวรรษที่ 17-18 ท่ี
องั กฤษเป็นมหำอำนำจกำรคำ้ ท้งั หมดอยใู่ นองั กฤษ เวลำท่จี ะทำคำคดั ค้ำนตั๋วเงิน กำรทำเอกสำร อะไรก็ดีระหวำ่ งคู่สัญญำ
ท่อี ยู่หำ่ งโดยระยะทำงนั้นจะขำดควำมไว้วำงใจกนั จงึ ได้ ตั้ง NOTARY PUBLIC และได้มีกำรพัฒนำกำรใช้ขึ้นเป็นระบบ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 102

และทำให้คำว่ำโนตำรี มีกำรใช้มำกข้นึ และเปน็ ทน่ี ิยม สว่ นทอี่ ำจำรย์สธุ รรมพูดนน้ั ก็ถกู ถกู ในแง่ของกรงุ โรมซ่ึงคนละยคุ คน
ละสมัย ผมพยำยำมค้นให้ท้ังหมด เพือ่ ให้ทำ่ นสบำยใจ เพรำะฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่ำ ATTORNEY NOTARIAL SERVICES
เป็นทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำรของสภำทนำยควำมท่ีมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่ำพนักงำนโนตำรีพับลิ
คตำมกฎหมำยเฉพำะ ทั้งนี้ทนำยควำมน้นั โดยวชิ ำชพี ก็เปน็ ผู้ทำคำรบั รองได้อย่แู ล้วด้วยเกยี รตแิ ละศกั ดิ์ศรี จริยธรรมของ
ทนำยควำม

ขอกลบั มำอธิบำยเรอ่ื งขอ้ กำหนดตำ่ ง ๆ ในบทที่ 4 เรื่องจรรยำบรรณ จำกบทหนักที่สดุ ไปบทเบำ ถ้ำหนักท่สี ดุ คือ
ควำมรับผิดทำงอำญำ ในมำตรำ 269 ซึ่งมีข้อสรุปอยใู่ นหนำ้ 21 ผใู้ ดในกำรประกอบกำรงำนในวชิ ำกฎหมำยทำคำรับรอง
เป็นเอกสำรอันเป็นเท็จ องค์ประกอบที่ 2 โดยประกำรท่ีน่ำจะเกิดควำมเสียหำยแก่ผู้อื่นหรือประชำชน ต้องระวำงโทษ
จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บำท หรือทั้งจำท้ังปรับ และผู้ที่ประกอบวิชำชีพกฎหมำยในประเทศไทยท่ีมี
กฎหมำยรองรบั โดยชดั เจน กค็ ือพระรำชบญั ญัตทิ นำยควำมเพรำะฉะน้นั จึงเปน็ เรอ่ื งใหญ่ สำหรบั ทที่ นำยควำมทกุ คนทตี่ อ้ ง
รับทรำบว่ำกำรรับรองที่จะทำกำรรับรองตอ่ ไปนี้ อยำ่ ทำกำรรบั รองเป็นเท็จเดด็ ขำด เพียงแต่เขำ้ หลักทฤษฎีที่เรียกว่ำอัน
ควรสงสัยคือน่ำจะเกดิ เท่ำนนั้ เองมีโทษแลว้ เพรำะฉะนนั้ อยำ่ ทำถำ้ เหน็ วำ่ เป็นกำรรบั รองของทำ่ นจะเป็นเท็จ

นอกจำกนน้ั ในมำตรำ 267 ของประมวลกฎหมำยอำญำ กรณีผใู้ ดแจ้งใหเ้ จ้ำพนกั งำนผู้กระทำกำรตำมหนำ้ ท่จี ด
ข้อควำมอันเป็นเท็จ ลงในเอกสำรมหำชนหรือเอกสำรรำชกำร ซึง่ มวี ัตถุประสงคส์ ำหรบั ใชเ้ ปน็ พยำนหลกั ฐำนโดยประกำร
ทนี่ ่ำจะเกิดควำมเสียหำยแก่ผ้อู นื่ หรอื ประชำชน ต้องระวำงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรอื ปรับไม่เกิน 5,000 บำท หรอื ทง้ั จำ
ทัง้ ปรับก็เปน็ โทษทำงอำญำทจี่ ะใช้กับผมู้ ำให้รบั รองเอกสำรท่ี ผู้ขอทำข้ึนเป็นกำรเท็จ นเ่ี ป็นจุดท่ีปอ้ งกนั วำ่ ทนำยควำมทท่ี ำ
คำรับรอง เพรำะว่ำมผี ขู้ อให้กระทำกำรตำมหน้ำทถ่ี ำมว่ำทนำยควำมกระทำกำรตำมหน้ำที่หรอื ไม่ ท่มี ีคนมำให้ทำ่ นทำคำ
รับรองลำยมอื ชอื่ และเอกสำร ถ้ำคน ๆ นั้นไปเอำเอกสำรคนอ่ืนมำผลจะเปน็ อย่ำงไร เพรำะฉะนนั้ เวลำท่สี อบข้อเทจ็ จรงิ ว่ำ
จะเอำเอกสำรจำกทนำยควำมไปใช้เพื่ออะไร ไปใช้เป็นหลักฐำนอะไร กเ็ หมือนกับเป็นผู้กระทำกำรตำมหน้ำที่ ดงั นั้นถ้ำ
หำกมีผู้ขอใหท้ ำมำแจ้งว่ำทนำยควำมทำเท็จ กส็ ำมำรถชี้แจงได้เพรำะผู้ขอเปน็ ผู้ทำเอกสำรเท็จมำแสดง นคี่ ือลักษณะของ
กำรท่ีจะต้องสอบข้อเท็จจริงเวลำทำกำรรบั รองเอกสำรน้ี แม้กระท่ังเป็นเพื่อนกัน ตัวอย่ำงทใ่ี ห้พจิ ำรณำจะเห็นว่ำ ผมได้
รับรองวำ่ ชำวตำ่ งชำติทเี่ ขำ้ มำอยใู่ นเมืองไทยขอท่ีจะต่อใบอนุญำตเป็นทนำยควำมอเมริกันท่ีได้รับอนุญำตให้ทำหน้ำท่ีใน
ฮ่องกง โดยมรรยำทก็ต้องเอำพำสปอร์ตมำให้เรำดู และไม่ต้องเกรงใจ อย่ำใช้คำว่ำเกรงใจในภำษำไทยกบั กำรทำหนังสือ
รับรองไปต่ำงประเทศเปน็ อันขำด ต้องไมเ่ กรงใจ ถ้ำไมเ่ ห็นตวั บคุ คล ไมเ่ ห็นเอกสำรตน้ ฉบบั อย่ำรบั รอง ถ้ำท่ำนรบั รองโดย
ไม่เห็นเอกสำร หรือไมเ่ หน็ พำสปอรต์ ไม่เห็นใบสำคัญท่เี ขำอำ้ งถงึ และจะเอำมำแนบทำ้ ยกับหนงั สอื รับรองของท่ำนก็ทำ
ไม่ได้ เพรำะว่ำกำรเกรงใจนั้นเป็นภัยกับท่ำนเป็นอย่ำงยิ่ง และถ้ำรบั รองไปแล้วก็เป็นเอกสำรเท็จ จะไปเข้ำมำตรำ 269
ประมวลกฎหมำยอำญำ ถ้ำเขำเอำไปใช้ที่ศำลในประเทศสหรัฐอเมรกิ ำ ศำลท่ีประเทศสิงคโปร์ หรือนำไปใช้ในเอกสำรที่
เกย่ี วกบั กำรโอนทะเบยี นไมไ่ ด้ ก็จะยงุ่ ยำก เมือ่ กลับมำแล้วอำจจะมอบหมำยให้เพือ่ นทนำยควำมอกี ฝำ่ ยหนงึ่ มำฟ้องท่ำนก็
ได้ เพรำะฉะนัน้ เรื่องควำมรับผดิ ทำงอำญำเป็นเรื่องแรกที่ท่ำนจะตอ้ งไมป่ ระมำทเลินเล่อ ตอ้ งทำตรงนใี้ ห้เหมือนกนั และก็
เปน็ อย่ำงเดยี วกนั เชน่ ไมใ่ ชพ่ อมำหำผม ผมไม่ทำ ไปหำอำจำรยส์ มบัติ อำจำรยส์ มบัติไม่ทำไปหำอำจำรย์มะโนอำจำรย์มะ
โนทำ ก็ไม่ได้ เด๋ียวต้องเปล่ียนภูมิลำเนำอำจำรย์มะโน น่ีเป็นเรื่องที่เรียนฝำกไว้ว่ำผู้ทำกำรตำมหน้ำท่ีมีกำหนดไว้ คำว่ำ
"เจ้ำพนักงำน" จริง ๆ น้ันหำกพิจำรณำถ้อยคำท่ีถูกต้องกันแล้วจะเห็นว่ำ คำว่ำ "NOTARY PUBLIC" จะไม่ใช้คำว่ำเจ้ำ
พนักงำน ประเทศไทยชอบใช้คำว่ำเจ้ำพนักงำนกันมำกมำยในกฎหมำยหลำยร้อยฉบับ แต่คำว่ำพนักงำน NOTARY
PUBLIC เป็นเพียงพนักงำนธรรมดำเท่ำนั้น ดงั นั้นหนำ้ ท่ีของทนำยควำมท่ีทำเอกสำร ก็คือทนำยควำมผู้ทำหน้ำทเี่ ท่ำนั้น
ไม่ใช่เจ้ำพนักงำนตำมกฎหมำยกำรรับรองท่ีผิดพลำดอำจมีผลทำให้มีควำมรับผิดทำงแพ่ง ตำมมำตรำ 420 ประมวล
กฎหมำยแพง่ และพำณชิ ย์ ซึ่งต้องรับผิดในฐำนละเมดิ และถำ้ หำกว่ำเอำเอกสำรไปใชท้ ศ่ี ำลกเ็ ปน็ เรื่องละเมิดอำนำจศำลอีก
เปน็ กรณีที่ต้องระวำงโทษอำญำด้วย

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 103

ในเร่ืองของกฎ ระเบยี บ กตกิ ำ กำรทำหนำ้ ท่ีของทนำยควำมผู้ทำคำรบั รองลำยมือชื่อและเอกสำรน้ันจะมตี ั้งแต่
กำรดำเนินกำรรับรองและหน้ำทขี่ องทนำยควำมผ้ทู ำคำรับรองลำยมอื ชื่อและเอกสำร หนำ้ ท่ีของทนำยควำมผทู้ ำคำรบั รอง
ลำยมอื ช่อื และเอกสำร โดยกำรแต่งตั้งดงั กล่ำวอำจเกิดขึน้ ได้ในกรณีใดบ้ำง เช่นเม่อื กำรดำเนินกำรเป็นพยำนลงลำยมอื ช่ือ
ของบุคคลใดในเอกสำรใดแล้ว ทนำยควำมผู้ทำคำรบั รองลำยมอื ชื่อและเอกสำรดังกล่ำวจะแสดงข้อควำมอันปรำกฏใน
เอกสำรดงั กลำ่ วหรือแยกออกเป็นเอกสำรฉบบั หนงึ่ ตำ่ งหำก โดยจะถือวำ่ มีผลสมบูรณ์เมือ่ มีกำรกระทำตอ่ หน้ำทนำยควำม
ผ้นู ั้น และทนำยควำมได้ลงลำยมือช่ือพร้อมประทับตรำภำยใต้อำนำจหน้ำที่ถกู ต้องสมบูรณ์ ต้องทำให้เสรจ็ หมดแล้ว ทำ
เป็นรูปเล่มทั้งหมด มโี บวผ์ กู ตดิ ประทับตรำสำคญั และลงลำยมือชือ่ ของทนำยควำมผู้รับรอง และต้องยนื ยันได้เสมอว่ำเป็น
กำรลงช่ือต่อหนำ้ เพรำะเป็นกฎกติกำเบือ้ งต้นท่ตี ้องปฏิบตั ิ

กำรรบั รอง ตอ้ งลงลำยมอื ช่อื และตอ้ งประทับตรำสำนกั งำน หรอื ประทับตรำของตนเอง ในเรื่องของดวงตรำน้ัน
มมี ำตรำท่ีอยำกให้ทำ่ นชว่ ยกันคิด คือมำตรำ 251 ประมวลกฎหมำยอำญำ ผูใ้ ดทำปลอมขน้ึ ซึ่งดวงตรำ หรือรอยตรำของ
กระบวนกำรเมอื งขององค์กำรสำธำรณะ ซึ่งตรำท่ีกำลังพูดถึง คือ สภำทนำยควำม เป็นองค์กำรสำธำรณะหรือไม่ คำว่ำ
"สำธำรณะ" หมำยถึง "เพ่ือประโยชน์ของประชำชนท่ัวไปคำว่ำ "องค์กำร" หมำยถึง ศูนย์กลำงของกิจกำรที่รวบรวม
สำนกั งำนข้นึ เปน็ หนว่ ย" เพรำะฉะน้ันตรำทีท่ นำยควำมผรู้ ับรองใชเ้ ป็นส่วนตัว ถำ้ ใครไปทำปลอมของท่ำนข้ึน กอ็ ำจจะต้อง
ถูกลงโทษตำมมำตรำนี้ได้เหมือนกันน่ีคือควำมศักด์ิสิทธขิ์ องดวงตรำ ท่ีจะต้องทำให้มีลักษณะเฉพำะของตัวท่ำนเองบน
มำตรฐำนเดียวกับท่สี ภำทนำยควำมกำหนด เพรำะฉะนัน้ ตรำท่มี ีตรำของสภำทนำยควำม กต็ ้องถือวำ่ เป็นตรำขององคก์ ำร
สำธำรณะตำมมำตรำน้ีดว้ ย ซ่งึ เปน็ ควำมเหน็ ของผู้บรรยำยโดยเฉพำะ

กรณีทนำยควำมในต่ำงประเทศทำคำรับรองผทู้ ี่ทำพนิ ัยกรรม เช่น เป็นทนำยควำมไทยอยู่ที่เมืองลอสแอนเจลิส
ประเทศสหรัฐอเมริกำ ไดร้ บั อนญุ ำตใหป้ ระกอบวิชำชพี ทนำยควำมในมลรฐั แคลิฟอร์เนยี ถำมว่ำทนำยควำมไทยจะทำนิติ
กรรมของคนสัญชำติไทยที่มีถ่ินพำนักอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือเก่ียวกับ
ทรัพยส์ นิ ท่อี ยใู่ นประเทศไทยไดห้ รือไม่ เขำจะเปน็ พนกั งำนหรอื ไม่ ในมำตรำ 1667 ของประมวลกฎหมำยแพ่ง บอกว่ำเมื่อ
คนในบังคบั ไทยจะทำพินัยกรรมในต่ำงประเทศ พินยั กรรม อำจทำตำมแบบซึง่ กฎหมำยของประเทศทที่ ำพนิ ัยกรรมบัญญตั ิ
ไว้ หมำยควำมว่ำ จะทำตำมกฎหมำยของแคลิฟอร์เนียก็ได้ หรือทำตำมแบบท่ีกฎหมำยไทยบัญญัติไว้ก็ได้ เม่ือทำ
พินัยกรรมตำมแบบท่ีกฎหมำยไทยบัญญัติไว้ ในวรรคสอง อำนำจหน้ำที่ของกรมกำรอำเภอ ตำมมำตรำ 1658, 1660,
1661, 1662, 1663 ใหต้ กแกบ่ คุ คลตอ่ ไปนี้ คอื

1. พนกั งำนทูตกงสุลไทย กระทำกำรได้

2. พนกั งำนใด ๆ ท่มี อี ำนำจตำมกฎหมำยของต่ำงประเทศน้ัน ๆ ทจ่ี ะรบั บนั ทกึ แจ้งขอ้ ควำมน้ันเปน็ หลกั ฐำน

ดังนัน้ ทนำยควำมชำวไทยเป็นทนำยควำมอย่ทู ่ีแคลฟิ อร์เนีย เป็นพนักงำนทมี่ อี ำนำจตำมกฎหมำยแคลิฟอร์เนีย
จงึ ทำได้ตำมมำตรำ 1667 (2) นี่คือทนำยควำมไทยทำได้และทีย่ กมำก็เพือ่ ให้เห็นเป็นตัวอย่ำงเพ่ือบอกแกค่ นในประเทศ
ไทยว่ำ คนไทยมีควำมสำมำรถ ตำ่ งประเทศยอมรับ กฎหมำยไทยคนต่ำงชำติก็ยอมรับ แต่ข้อควำมอย่ำงเดียวกันทำไม
ประเทศไทยไมย่ อมรับ ถำมวำ่ ผดิ ระเบียบอะไร หรือก็ไม่มีใครตอบได้ จงึ เป็นเรื่องท่ีทนำยควำมเรำจะต้องต่อสู้ ตอ้ งสร้ำง
มำตรฐำนให้ส่ิงเหล่ำนเี้ กิดข้นึ มำ ทนำยควำมทเี่ รียนสำเร็จจบทำงำนอยู่ต่ำงประเทศยังทำได้เลย ในฐำนะทนำยควำมไทย
ทำหนำ้ ที่เปน็ ผู้รบั รองเอกสำรหรือกำรลงลำยมือช่ือบนนติ ิกรรมต่อหนำ้ ทนำยควำม จึงยอ่ มตอ้ งทำได้อย่แู ล้ว เพยี งแตร่ ะบบ
รำชกำรของไทยเรำมักจะผูกขำดและทึกทักเอำเองวำ่ สง่ิ นี้เปน็ งำนรำชกำรในเมืองไทย อย่ำงท่ีอำจำรย์บำรุงได้บรรยำยไว้
ในเร่ืองของกำรทำคำคดั คำ้ นต๋ัวแลกเงนิ คำคดั คำ้ นตั๋วแลกเงนิ ทนำยควำมไทยที่ทำอยู่ก็มีทำมำกมำย แตห่ ลำยคนกย็ ังไมไ่ ด้
ข้ึนทะเบียนเป็นผู้ทำคำคัดค้ำนต๋ัวแลกเงินกับกระทรวงยุติธรรมเลย จะเห็นได้ว่ำกฎหมำยสมัยรัชกำลท่ี 6 เสนำบดี
กระทรวงยตุ ิธรรมมีอำนำจออกกฎ ข้อบังคบั เพ่ือใหก้ ำรปฏบิ ัตงิ ำนเปน็ ไปตำมบทบัญญัติแห่งกฎหมำยนมี้ ุง่ ประสงค์ถึงกำร

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 104

ออกใบอนญุ ำต และกำรทำคำคัดค้ำน รวมทงั้ กำหนดอตั รำคำ่ ฤชำธรรมเนียมเก่ียวกบั กำรนัน้ ไดใ้ หท้ นำยควำมทำได้และทำ
มำมำกแลว้ อัตรำค่ำธรรมเนยี มกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

ในประเทศอังกฤษท่ำนต้องมีทะเบียนไว้ชุดหน่ึงว่ำวันนี้ทำคำคัดค้ำนต๋ัวเงินให้ใคร ต๋ัวเงินแนบเอกสำร
คำ่ ธรรมเนียมไดต้ ำมทร่ี ฐั มนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมกำหนด อกี เร่อื งหนง่ึ อยำกจะถำมว่ำมีท่ำนทนำยควำมท่ำนใดใคร
เคยทำกำรคดั ค้ำนเก่ียวกบั ใบประทวนสินคำ้ ซ่ึงมำตรำ 790 ปพพ. บญั ญัติไวว้ ่ำถ้ำหนซ้ี ่ึงสนิ ค้ำจำนำเปน็ ประกันมิไดช้ ำระ
เมือ่ วนั ถึงกำหนดไซร้ ผู้ทรงประทวนสินค้ำเม่ือได้ยน่ื คำคัดคำ้ นตำมระเบียบแล้ว ชอบท่ีจะใหน้ ำยคลังสินค้ำขำยทอดตลำด
สินค้ำนั้นได้ แต่ท่ำนห้ำมมิให้ขำยทอดตลำดก่อน 8 วัน นับแต่วันคัดค้ำน ซ่ึงในทำงปฏิบัติถ้ำมีของท่ีอยู่ในคลังสินค้ำ
อยำกจะขำย ทนำยควำมกต็ อ้ งเกี่ยวขอ้ งดว้ ยเพรำะมำตรำ 795 กำหนดว่ำบทบญั ญตั ทิ งั้ หลำยในประมวลกฎหมำยน้ี อันวำ่
ด้วยต๋ัวเงินนั้น ทำ่ นให้นำมำใช้ไดถ้ งึ ใบประทวนสินค้ำและใบรบั ของคลังสินค้ำ ซ่ึงไดส้ ลกั หลังอยำ่ งประทวนสนิ ค้ำนัน้ ด้วย
เพยี งท่ีไม่ขัดตอ่ บทบญั ญัติทั้งหลำยในลักษณะน้ี เพรำะฉะนัน้ ทนำยควำมกท็ ำได้ แต่ไมเ่ คยทำเลย ไม่มรี ะเบยี บเลย ก็ตอ้ ง
ไปใชร้ ะเบียบของกระทรวงยุตธิ รรม โยงไปใชเ้ ร่ืองตั๋วเงนิ ถ้ำทนำยควำมไดเ้ คยทำเรือ่ งอย่ำงนีท้ ั้งหมดกจ็ ะทำใหท้ นำยควำม
ในท่ีนีท้ กุ คนต้องรเู้ รอ่ื งใบประทวนสนิ คำ้ ทกุ คนต้องรกู้ ระบวนกำรตรำสำรทำงกำรเงนิ รเู้ รอื่ งตัว๋ เงนิ ดี

ถำมว่ำมีโอกำสท่ีจะทำงำนวชิ ำชีพทนำยควำมใหม้ ีควำมก้ำวหน้ำกว่ำนห้ี รือไม่ เมื่อมคี วำมรเู้ พิ่มเติม จะไปพูดที่
ไหนก็ได้ ย่ิงตอนน้มี ีคลังสนิ คำ้ อยทู่ วั่ ประเทศ กำรใชต้ รำสำร กำรโอนตรำสำร กำรสลกั หลัง จะเป็นกำรพัฒนำวิชำชีพของ
ทนำยควำมทง้ั นน้ั เปน็ สว่ นหน่งึ ทผี่ มนำมำเรยี นให้ท่ำนทรำบวำ่ นี่แหละคือบทบำทของทนำยควำมทม่ี มี ำนำนแล้ว เพยี งแต่
อยำกจะจุดประกำยให้ทำ่ นทรำบวำ่ ไม่ใชห่ น้ำทขี่ องคนอื่น เพรำะมีตั้งแต่ก่อนจะมีประชำธปิ ไตยในประเทศนี้ เพรำะฉะนั้น
ใครกต็ ำมท่จี ะออกกฎหมำยมำจำกัดสทิ ธขิ องทนำยควำม กต็ อบคำถำมผูเ้ ข้ำรบั กำรอบรมเหมือนกันว่ำในสว่ นท่ีพดู กนั วำ่ จะ
ออกกฎหมำยโนตำรีปับลิกแล้วจะไม่รวมทนำยควำมน้ัน ผู้ยกร่ำงคงไม่เข้ำใจวิชำชีพทนำยควำม และผมเช่ือว่ำไม่มี
ทนำยควำมคนใดเห็นด้วย เพรำะกำรรับรองน้ัน ทนำยควำมเป็นผู้ทำและใช้มำแล้วในทุกประเทศ เพียงแต่บทบำทของ
ทนำยควำมในประเทศไทยไปถูกจำกัดอยใู่ นเร่ืองของกำรวำ่ ควำมที่ถูกตดั ออกไปต้ังแต่เมอ่ื ทนำยควำมเสนอร่ำงกฎหมำย
พระรำชบัญญตั ิทนำยควำมตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2514

บทบำทของทนำยควำมผทู้ ำรับรองลำยมอื ชอื่ ในเรือ่ งกำรคัดคำ้ นต๋ัวเงนิ มีมำนำนแลว้ เรำเอำแบบขององั กฤษมำ
ใช้ แต่ทนำยควำมไม่เคยทำเลย เช่ือว่ำหลังจำกวันน้ีไปแล้ว หลำยคนไปจดทะเบียนเป็นผู้ทำคำคัดค้ำนของกระทรวง
ยตุ ิธรรม ไปขอแบบฟอรม์ มำแลว้ จะมีสมดุ ทะเบียนไปข้นึ ทะเบยี นตำมนน้ั ก็ได้ ทำ่ นก็เป็นทนำยควำมผทู้ ำคัดค้ำนเหมือนกัน

ถำมว่ำถ้ำทำคดั ค้ำนทเี่ ปน็ เทจ็ ตำมมำตรำ 790 หรือมำตรำ 795 จะมีควำมผดิ ตำมกฎหมำยอำญำหรือไม่

คำตอบกค็ ือผิด

เพรำะฉะนน้ั วันน้ีทีท่ ำคำรับรองเร่อื งลำยมือชอื่ ก็ผิดเหมอื นกัน กำรทำคำรับรองท่ีกล่ำวอยู่น้ี เปน็ กำรใช้มำตรฐำน
ของตำ่ งประเทศมำพัฒนำวิชำชพี ให้เป็นที่ยอมรับวำ่ ในอนำคตจะเห็นกำรรบั รองลำยมือช่ือเปน็ ภำษำไทย ไม่ตอ้ งแปลเป็น
ภำษำอังกฤษ ใช้กับรำชกำรเมืองไทย อำจจะต้องเป็นภำรกิจท่ำนนำยกสภำทนำยควำม ท่ีจะต้องเจรจำกับ
กระทรวงมหำดไทยเรื่องของกำรรับรองลำยมือช่ือเจ้ำของโฉนดท่ีดนิ ไม่ต้องไปทกี่ รมที่ดินไดห้ รือไม่ กำรรบั รองเก่ียวกับ
เร่ืองของถ่ินทอ่ี ยู่ รบั รองเรอ่ื งภูมิลำเนำ เปน็ ต้น

นกี่ เ็ ปน็ ตัวอยำ่ งท่คี ิดวำ่ ในอนำคตน่ำจะเป็นกำรรับรองควำมถกู ตอ้ งของสำเนำเอกสำรถ้ำทนำยควำมเห็นต้นฉบับ
และกำรใหบ้ ริกำรของทนำยควำมทำไดต้ ลอด 24 ชว่ั โมง อย่ำงในตำ่ งประเทศสำมำรถไปรับรองถงึ บ้ำนหรือถึงโรงพยำบำล
เลย และทนำยควำมทีเ่ ดินทำงไป คิดค่ำเดนิ ทำงอีกต่ำงหำก ทำงำนตลอด 24 ช่ัวโมง ไมม่ ีวันหยุด บริกำรของโนตำรีปับ
ลกิ หรอื ของทนำยควำมในตำ่ งประเทศไม่มีวันหยุดขึ้นอยู่กบั ควำมพอใจของผ้ใู ช้บริกำร รัฐบำลไม่ควรจำกัดอยูท่ ่ี 08.30-

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 105

16.30 น. ควรต้องมีกำรแข่งขนั กันสำหรบั ค่ำธรรมเนียมนัน้ อยำ่ ไปกำหนดให้สูงเกนิ ไป แต่อำจกำหนดขั้นตำ่ ไวไ้ ด้ เช่น ใน
บำงประเทศอย่ำงประเทศเกำหลถี ำ้ จะรับรองทุกหนำ้ คดิ ค่ำลำยเซ็นทุกหนำ้ ถำ้ หน้ำละ 200 บำท เอกสำร 20 แผ่น 4,000
บำท แต่หำกพยำยำมรับรองทกุ หนำ้ ทั้ง ๆ ท่ีไมจ่ ำเปน็ กำรทำเชน่ น้กี จ็ ะเป็นกำรเอำเปรยี บ ผูบ้ รโิ ภคเกินไปปกตถิ ้ำมีผู้มำขอ
ใชบ้ ริกำรแลว้ จะขอให้ลงลำยมือช่ือลำยเดียวพอไหมบนเอกสำรท่ีจดั ทำเปน็ ชุด ซ่งึ สำมำรถทำได้แตต่ ้องถำมควำมตอ้ งกำร
ของฝำ่ ยรับเอกสำรด้วยถำ้ ทำเปน็ ชุด ก็ใช้ตรำไก่ประทับรวมจัดเป็นชุด เพรำะฉะนั้นกำรทำคำรับรองจะเป็นจุดเริ่มตน้ ของ
กำรทำงำน

แม้กระทงั่ ในเรื่องของหลักสตู รของสภำทนำยควำมกำรเป็นผชู้ ำนำญกำรกำรบรหิ ำรองค์กำรมหำชน นิตบิ ุคคล
และบริษทั จำกัด ที่กำลังจะจดั ทำข้นึ เพรำะท่ำนเปน็ Attoney Notarial Services สำมำรถจะรับรองรำยงำนกำรประชุม
ฉบบั ภำษำไทย หรือรับรองเป็นภำษำองั กฤษกไ็ ด้ ผม (ผู้บรรยำย) เคยทำคำรับรองในฐำนะเปน็ ผู้เช่ียวชำญไปใช้ในสิงคโปร์
ได้โดย ไม่ต้องผ่ำนสถำนทูตก็ใช้ได้ แต่ถ้ำนำไปใช้ในกระบวนกำรพิจำรณำคดีอนุญำโตตุลำกำรอำจต้องไปที่สถำนทูต
สิงคโ์ ปรรับรองลำยมอื ชอื่ ผู้รับรองอกี ครงั้ แต่กเ็ ป็นบรกิ ำรของทนำยควำมอีกเช่นกนั

สำหรับคุณสมบัติของผู้ทำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำร ถ้ำพิจำรณำตรงน้ีแล้วจะมำกกว่ำท่ีอำจำรย์สุรชัย
บรรยำย ซึ่งรนุ่ ที่ 1 น้ีเปน็ รุ่นแรกเพรำะฉะนัน้ เม่อื เร่ิมตน้ อำจจะยงั ไมเ่ ข้มงวดมำกแตต่ ่อไปจะเข้มงวดมำกข้ึน รำยละเอยี ด
ต่ำง ๆ จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพำะกำรแต่งต้ังผู้ทำคำรับรองเป็นอำนำจของกรรมกำรบริหำรสภำทนำยควำม มีนำย
ทะเบยี น รำยละเอยี ดสัญชำติ สถำนภำพสมรส กำรศึกษำประสบกำรณ์ทำงำน และจำนวนปี สถำนภำพอำชีพปัจจุบัน
กำรบำเพ็ญประโยชน์หรือบริกำรสังคมในต่ำงประเทศมีหลักเกณฑ์กำรจดทะเบียนโนตำรีปับลิก หรือกำรเป็นโนตำรีใน
ตำ่ งประเทศ ส่ิงหน่ึงที่ต้องตอบคำถำมคอื เคยทำงำนให้สงั คมบ้ำงหรอื ไม่ ถ้ำไมเ่ คยทำเลย คดิ แตจ่ ะเป็นทนำยควำมอย่ำง
เดยี วไมเ่ คยออกช่วยเหลอื ประชำชนทำงกฎหมำยเลย ก็ไม่เปน็ ผลดีนัก เพรำะงำนโนตำรีปับลิก สว่ นหน่ึงได้ค่ำจ้ำง แต่เป็น
งำนทมี่ สี ่วนเกยี่ วข้องกับกำรบำเพญ็ ประโยชน์ ซ่ึงต้องทำอยู่เสมอ เช่น เป็นสมำชิกสมำคม มลู นธิ ิ องค์กำรกำรกศุ ล เพรำะ
ฉะนน้ั เมื่อทนำยควำมที่จะเข้ำไปเปน็ กรรมกำรมูลนิธอิ ะไรก็ตำม กเ็ ป็นท่ีหนึง่ ที่จะเพ่ิมตลำดงำนได้ และกเ็ ป็นสว่ นหนึ่งของ
กำรสง่ เสรมิ ศกั ยภำพของทนำยควำม

ในเรื่องกำรตรวจสอบและกำรแต่งตั้ง อำจจะมีควำมแตกต่ำงจำกเอกสำรที่ท่ำนมีอยู่เพรำะต้องกำรให้มีควำม
ปรำณีต กำรตรวจสอบจะต้องมีกำรตรวจสอบเบอื้ งตน้ ขอ้ เท็จจริง และได้รบั อนญุ ำตเป็นอยำ่ งไร คำวินิจฉัยไม่อนมุ ัติ หรือ
ปฏเิ สธ กำรประกำศอำจจะประกำศทส่ี ภำทนำยควำมกไ็ ด้ รูปแบบ ใบสมคั รและในประกำศกำรแตง่ ตั้งอำจจะไม่เหมอื นกบั
ในเอกสำรที่แจก เพรำะตำมตวั อย่ำงผม (ผู้บรรยำย) ได้ไปพบหลังจำกท่ีอำจำรย์สรุ ชัยพมิ พ์เสรจ็ แล้ว โดยใช้กำรแปลมำเปน็
เอกสำรภำษำไทย จะเหน็ ได้ว่ำมรี ำยละเอียดมำกขึน้ สถำบันกำรศึกษำและผลกำรเรียนตำมทต่ี ้องแสดงในแบบคำขอจะมี
รำยละเอียดหมดต้ังแต่ต้น ประสบกำรณท์ ำงำนด้ำนกฎหมำย และที่น่ำสนใจคือปัจจุบันกำลังอำศัยอยู่ในจังหวัดดังกลำ่ ว
หรือไม่ คือจะใหก้ ำหนดเขตหรอื ไม่ ซงึ่ โดยหลกั กำรของสภำทนำยควำมแล้วจะไม่มกี ำรกำหนดเขต เน่ืองจำกประเทศไทย
เปน็ รัฐเดยี ว แตอ่ ำจจะทำใหท้ ำ่ นสงสยั วำ่ รำยละเอียดในขั้นต่อไป ท่มี ีจังหวดั ต่ำง ๆ พมิ พ์ไว้ประมำณ 70 กว่ำจังหวัด จริงๆ
แล้วเขตศำลจังหวัดมีทัง้ หมด 100 กว่ำศำลแล้ว เพรำะฉะนั้นจะไม่ใช้เขตเหมือนกนั เพยี งแต่วำ่ ให้เห็นเปน็ ตัวอยำ่ งว่ำใน
ต่ำงประเทศน้ัน เชน่ มีกำรแบ่งเป็นเขต เชน่ โอซำกำ และโตเกียว จะไม่มีกำรข้ำมเขตกนั แต่น่ันหมำยควำมวำ่ ธุรกิจแตก
ตวั ไปท่โี ยโกฮำมำ โอซำกำ นำงำซำกิ สำมำรถทำได้ แต่ของประเทศไทยทำไมไ่ ด้ ถำ้ ไปทำอยำ่ งนน้ั จะถกู กลำ่ วหำว่ำผูกขำด
อยทู่ ่กี รุงเทพมหำนคร เชน่ เดินทำงมำจำกเชียงใหม่ มำทำคำรับรองไมไ่ ดห้ รือต้องพำตัวกลบั ไปเชยี งใหม่ นีก่ ็เป็นคำรบั รอง
ว่ำขอ้ ควำมทง้ั หมดท่ใี ห้มำเป็นควำมจรงิ นอกจำกนน้ั เรอ่ื งใบรบั รองแพทย์ของผ้ขู อซ่ึงเป็นเร่อื งปกติ

เรือ่ งกำรดำรงตำแหน่งและระยะเวลำส้ินสดุ ระยะเวลำทีจ่ ะต้องทำอำจจะมี 2 ปี 3 ปี 5 ปี ก็ยังไม่ยตุ ิแน่นอนคง
ต้องมอบให้คณะทำงำนของสภำทนำยควำมไปพิจำรณำเช่นเดียวกันกับเร่ืองกำรเพิกถอนระยะเวลำสิ้นสุดกำรดำรง

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 106

ตำแหน่ง ซึ่งเป็นควำมคิดท่ีผ่ำนกำรไตร่ตรองมำแล้ว และในช่วงท่ีรับฟังคำบรรยำยอยู่น้ีหลำยท่ำนอำจจะไม่เห็นด้วย
แมก้ ระท่ังกลบั ไปแลว้ จำกกำรอบรมครง้ั น้ี ก็สำมำรถสง่ ควำมเหน็ มำที่ทำ่ นนำยทะเบียนได้ เรื่องตวั เลขอย่ำไปกังวล รวมทง้ั
จำนวนผทู้ ำคำรบั รอง ไม่ได้มีเจตนำท่ีจะไปจำกดั จำนวน และกใ็ นกรณที เี่ ปน็ เขต พยำยำมพมิ พม์ ำตอนน้นั มอี ยู่ 70 กวำ่ เขต
คอื ประมำณ 12 ปีมำแลว้ ยงั ไม่ครบท้ังหมดถือว่ำเป็นส่วนหนึง่

สำหรบั เรอื่ งกำรบริหำรงำนของทนำยควำมผ้ทู ำคำรับรองเอกสำร กำรควบคุมดูแล จะอำ้ งควำมรบั ผดิ ของเสมียน
ไม่ได้ ไม่มีกำรถำ่ ยทอดควำมรับผิด หำกท่ำนลงลำยมือช่อื แลว้ บอกว่ำที่ลงช่ือไปอย่ำงนั้นเพรำะเสมียนเอำมำตั้งใหล้ งนำม
ทำ่ นไม่ทรำบวำ่ จรงิ หรอื ไม่ ไม่ใช่ขอ้ แก้ตัว แล้วโดยปกตกิ ไ็ ม่ยอมใหแ้ ก้ตัวด้วยโดยเฉพำะในต่ำงประเทศ เพรำะฉะนน้ั กำรท่ี
ควบคุมดแู ลผู้ทีอ่ ยใู่ ตบ้ ังคบั บัญชำของทนำยควำมผทู้ ำคำรับรองลำยมอื ชอ่ื และเอกสำรจำเป็นตอ้ งดูให้รอบคอบด้วย เพรำะ
จะช่วยในกำรบริหำรงำนของคณะกรรมกำรสภำทนำยควำมที่จะบริหำรงำนทนำยควำมที่จะมำข้ึนทะเบียนเป็นผู้ทำคำ
รบั รองลำยมือช่อื และเอกสำรใหม้ ีประสิทธภิ ำพยิ่งข้นึ

เร่ืองข้อกำหนด ระเบียบ มรรยำททนำยควำมผู้ทำคำรับรอง ในส่วนของอำจำรย์สุชำติจะมีภำคภำษำไทย
ประมำณ 20 กว่ำข้อ กจ็ ะกล่ำวถงึ เก่ยี วกบั ขอ้ กำหนด หรือมรรยำทของโนตำรีปบั ลิก เช่น

(ก) ห้ำมกระทำกำรนอกเหนอื อำนำจและหนำ้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั กำรแตง่ ตง้ั

(ข) หำ้ มดำเนินกำรใหบ้ ริกำรลูกคำ้ นอกเหนือเขตมณฑล (กรณีนี้ไมใ่ ช้)

(ค) หำ้ มคำ้ ประกนั บคุ คลใดๆท้ังสน้ิ ในระหวำ่ งดำรงตำแหน่ง (กรณมี ำกเกินไป)

(ง) ห้ำมรับรองเอกสำรหรือเป็นพยำนในกำรลงนำมใดเอกสำรใดๆ ที่อำจเป็นกำรขัดผลประโยชน์ต่อกับของ
ตนเอง ครอบครวั และญำติ หรือเพ่อื น

(จ) หำ้ มปฏเิ สธที่จะไม่บรกิ ำรลกู ค้ำเว้นแตจ่ ะมีเหตุผลอนั สมควร

(ฉ) หำ้ มดำเนินกำรล่ำช้ำแกล่ กู ค้ำ เวน้ แตจ่ ะมเี หตุผลอันสมควร

(ช) ห้ำมปฏเิ สธควำมรบั ผิดชอบของกำรกระทำของพนักงำนของทนำยควำมผูท้ ำคำรบั รองลำยมอื ชื่อและเอกสำร
ในสว่ นทด่ี ำเนินกำรเกย่ี วกบั กำรรบั รอง (ถ้ำผู้ชว่ ยทนำยควำมทำ ทนำยควำมต้องรับผิดชอบ)

(ซ) ห้ำมละเลยในกำรแต่งตั้งตัวแทนทมี่ ีคณุ สมบัติเหมำะสมเป็นลำยลกั ษณอ์ ักษรในกำรดำเนินกำรแทน ในกรณที ี่
ทนำยควำมผทู้ ำคำรับรองลำยมอื ชื่อและเอกสำรลำหยุดเป็นเวลำ 3 วนั เป็นตน้ ไป ในต่ำงประเทศคอ่ นข้ำงละเอยี ดมำก ถ้ำ
ท่ำนไม่อยู่ บำงเขตมีอยู่ 2 คน ไม่อยู่ทั้ง 2 คน ก็ไม่มีใครทำคำรับรอง หำกเกิดจะต้องทำพินัยกรรมด่วนข้ึนมำ ไป
โรงพยำบำลไม่มีใครไป เชน่ ในตำบลเล็ก ๆ ในรฐั อำร์คันซอร์ จะตอ้ งมรี ะเบยี บไว้ แต่ของในประเทศไทยไม่ต้องถึงขนำดนนั้
อย่ำงไรกด็ ีต้องไม่ลืมวำ่ ระเบยี บ ที่เหน็ อยู่นี้ไม่ใชข่ ้อกำหนดตำยตัว เพยี งแต่ให้ท่ำนเหน็ ภำพกว้ำงของกำรรับรองท่วั ๆ ไป
ตัง้ แต่รฐั เมอื งเล็ก ๆ จนกระท่ังมำเปน็ ภำพรวมทง้ั หมด

(ฌ) ห้ำมละเลยในกำรบอกกล่ำวต่อนำยทะเบียนเป็นลำยลักษณ์อักษรก่อนที่จะลำหยดุ และตอ้ งแจง้ ใหท้ รำบถึง
บุคคลผู้ทำหนำ้ ทีเ่ ปน็ ตวั แทนของตนด้วย (ต้องฝำกถงึ นำยทะเบยี นว่ำจะต้องมคี นทำแทนหรอื ไม่)

(ญ) ห้ำมคิดค่ำบริกำรต่อลูกค้ำนอกเหนือจำกที่ระบุไว้ในตำรำงค่ำธรรมเนียมของทนำยควำม ผู้ทำคำรับรอง
ลำยมอื ชอ่ื และเอกสำร (เปน็ หวั ใจทีว่ ่ำจะคดิ ว่ำจะกำหนดสงู สดุ ไดห้ รือไม่ หรือกำหนดข้ันตำ่ ดว้ ย)

(ฎ) ห้ำมกระทำกำรรบั รองใด ๆ เสมอื นทนำยควำมผ้ทู ำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำรในขณะที่ถูกหยดุ พกั งำน
(ต้องพจิ ำรณำว่ำจะถูกหยดุ พักงำนได้ในกรณใี ดบำ้ ง)

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 107

สำหรบั กรณีบทกำหนดโทษ เพรำะมกี ำรกระทำผิดจำกกฎขอ้ กำหนดและระเบยี บ

ทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมือช่ือและเอกสำรต้องปฏิบัติตำมขั้นตอนทำงวนิ ัยที่เสนอแนะโดยนำยทะเบียน
รวมทัง้ ทกี่ ำหนดโดยคณะกรรมกำรสภำทนำยควำม ถ้ำทนำยควำมผทู้ ำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำรฝำ่ ฝนื ขอ้ กำหนด
และระเบยี บของทนำยควำมผทู้ ำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำร ขัน้ ตอนทำงวนิ ัยอำจอย่ใู นรูปแบบของประกำศ กำรปรับ
กำรหยุดงำน หรือกำรเพกิ ถอนตำแหนง่ บทลงโทษเกย่ี วกบั กำรฝ่ำฝืนกฎขอ้ บังคับของทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมือช่ือ
และเอกสำร มดี งั น้ี เช่น

ผดิ กฎขอ้ บังคบั เลขที่ 1, 2 ควำมผิดครงั้ ท่ี 1 หยุดพกั งำน ควำมผดิ คร้ังท่ี 2 เพิกถอนตำแหน่ง

ผิดกฎขอ้ บงั คบั เลขที่ 3 ผดิ ครั้งแรก เพกิ ถอนตำแหนง่

ผดิ กฎขอ้ บงั คบั เลขท่ี 4 ควำมผดิ ครง้ั ที่ 1 หยดุ พกั งำน ควำมผิดคร้ังท่ี 2 เพิกถอนตำแหนง่

กฎแต่ละกฎจะมีกำรลงโทษกำกับเสมอ โทษตำมท่ียกร่ำงไว้มีต้ังแต่ ประกำศให้หยุดพักงำน เพิกถอนตำแหน่ง
ปรับหรือถอนใบอนญุ ำต แตล่ ะขอ้ ทีเ่ ขยี นไว้จะมวี ่ำขอ้ กำหนดทเ่ี ขยี นนั้น ควำมรุนแรงจะต้องมีผิดกีค่ รั้งถึงจะถอนหรอื วำ่ ผดิ
ครัง้ แรกก็ถอนได้ คณะกรรมกำรจะต้องยกรำ่ งบทน้ีขึ้นมำ และต้องเขียนบทลงโทษนี้ตำมที่วำงมำตรฐำนไว้ แต่อำจจะ
เปล่ยี นแปลงอย่ำงไรก็ได้ ดังนนั้ จึงเป็นขอ้ เสนอที่ได้สรปุ ไวแ้ ละจะใหพ้ ิจำรณำดว้ ย

ระเบียบมรรยำทของทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำรตำมท่ียกร่ำงไว้ เช่น ห้ำมทนำยควำม
กระทำกำรตำมท่ีกำหนด หำกฝ่ำฝืนจะมีควำมผิดที่มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บำท เช่น ประพฤติตนในลักษณะใดที่ขัดต่อ
ควำมสงบเรียบร้อย, กระทำกำรโฆษณำกำรบริกำรของตน, ให้ยืมเงินหรือกู้เงินเกี่ยวข้องกับธุรกิจของลูกค้ำ, รับเงิน
ของขวัญ เงนิ รำงวัล ยกเวน้ ค่ำธรรมเนียมทจี่ ะตอ้ งชำระตำมระเบียบ เปดิ เผยควำมลบั ลูกควำมเว้นแต่มเี หตผุ ลอนั สมควร
หรอื ตำมท่กี ฎหมำยกำหนด, ทำคำรับรองลำยมือชอื่ หรือรบั รองเอกสำรหรือสำเนำเอกสำรโดยไม่ถกู ตอ้ ง กรณตี ำมตัวอย่ำง
เหล่ำน้ีอำจมีผลทำให้ถูกเพิกถอนใบอนุญำตได้ ซ่ึงบทลงโทษสำหรับกำรกระทำผิดมรรยำททนำยควำมผู้ทำคำรับรอง
ลำยมอื ชื่อและเอกสำรจะถูกลงโทษโดยกำรเพิกถอนของสภำทนำยควำม รวมทง้ั กรณมี กี ำรรอ้ งทกุ ข์เก่ียวกับควำมประพฤติ
ของทนำยควำมที่ทำผิด อำจจะถูกพิจำรณำโดยนำยทะเบียนซงึ่ จะเปน็ ผู้ทำควำมเห็นส่งไปยงั คณะกรรมกำรบริหำรสภำ
ทนำยควำมต่อไป

กำรอทุ ธรณ์ สำมำรถอุทธรณ์ไดต้ ่อนำยกสภำทนำยควำม กำรอุทธรณท์ ้งั หมดตอ้ งทำเป็นหนังสือส่งต่อเลขำธิกำร
สภำทนำยควำม ในระหว่ำงกำรอุทธรณ์นำยกสภำทนำยควำมมีอำนำจเรียกให้จัดส่งข้อมูล หรืออำจจะมอบหมำยให้
คณะทำงำนทำกำรค้นคว้ำหำข้อมูลเพื่อใช้เป็นส่วนช่วยในกำรพิจำรณำคำอุทธรณ์ และคำวินิจฉัยของนำยกสภำ
ทนำยควำมในเรือ่ งนใี้ ห้ถือเป็นทสี่ ุด เพรำะท่ำนเปน็ บุคคลทไ่ี ดร้ ับควำมเช่ือถือจำกทนำยควำมทว่ั ประเทศแลว้ อยำ่ งไรก็ดี
หำกยงั มผี ไู้ มพ่ อใจจะพจิ ำรณำนำเรือ่ งไปสู่ศำลปกครองอีกก็อยู่ในดุลยพินิจทีศ่ ำลจะพจิ ำรณำรับไว้เปน็ คดีหรือไม่

กล่ำวโดยสรปุ ทั้งหมดน้ีคอื สิ่งท่ีนำเสนอให้ท่ำนผู้เข้ำรับกำรอบรมที่ท่ำนเห็นเป็นร่ำงที่เห็นอยู่ในขณะน้ีจะนำไป
ประยุกต์ หลังจำกวนั นีแ้ ล้วกจ็ ะเหน็ ระเบียบทจี่ ะถอื ได้ว่ำเป็นระเบยี บหรือขอ้ กำหนดทีส่ ร้ำงควำมเชื่อม่นั สร้ำงควำมเชื่อถอื
ใหก้ ับผู้ท่ีได้พบเห็นและใชบ้ รกิ ำร จะเป็นต้นแบบเป็นรูปแบบที่ดีที่ทุกท่ำนจะนำไปใช้ผมภูมใิ จเสมอที่บุคคลในวิชำชีพอ่ืน
ถำมว่ำสภำทนำยควำมร่ำงกฎเกณฑ์ ระเบยี บต่ำง ๆ ได้อยำ่ งไร มวี ิธีกำรร่ำงระเบียบอยำ่ งไร และมหี ลำยวชิ ำชพี ขอไปดูเปน็
ตัวอย่ำงมำตลอด ส่วนใหญ่มักจะมอบหมำยให้เจ้ำหน้ำท่ีเลขำธิกำร หรือคนท่ีรู้จักกันมำขอตัวอย่ำงระเบียบของสภำ
ทนำยควำมไป เพรำะฉะนั้นระเบยี บนเี้ ป็นอีกระเบียบหนง่ึ ทจี่ ะใช้กับกำรปฏิบตั หิ นำ้ ที่ของทนำยควำมผทู้ ำคำรับรอง เรื่อง
ลำยมือชอ่ื และเอกสำร กำรอบรมและผลทไ่ี ด้จำกกำรดำเนนิ กำรในครัง้ นี้จะนำไปประมวลเป็นข้อกำหนดเพ่ือกำรปฏิบัติ
หน้ำที่ของทนำยควำมซึง่ เรื่องระเบยี บนี้อำจจะเป็นระเบยี บของสภำทนำยควำมวำ่ ด้วยหนังสือสำคัญให้เปน็ ทนำยควำมผู้

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\คำบรรยำย.doc

ห น้ า | 108

รับรอง เอกสำร ไม่ใช่ใบอนุญำตให้เป็นทนำยควำมผู้ทำคำรับรองลำยมือชื่อและเอกสำร เพื่อไม่ให้เกิดควำมสับสนกับ
ใบอนุญำตทนำยควำม และทนำยควำมจะสำมำรถช้ีแจงไดว้ ่ำน่ีคือส่ิงท่ีเป็นกฎ ระเบียบ เป็นคำสั่ง เป็นข้อกำหนดที่สภำ
ทนำยควำมทำข้ึนเพื่อสร้ำงควำมม่ันใจให้กับผู้ใช้บริกำรของทนำยควำมท่ีให้บริกำรในกำรทำคำรับรองในเอกสำรและ
ลำยมือชื่อ เพอ่ื สร้ำงควำมม่นั ใจใหก้ ับสำธำรณชนทว่ั ไปท้ังในและนอกประเทศทรำบว่ำน้ีคอื ประสทิ ธภิ ำพขององค์กรของ
สภำทนำยควำมไทย

********************************

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สือNotary2562\คำบรรยำย.doc

ภาคผนวก

ห น้ า | 110

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 111

ภาคผนวก 1

อนสุ ัญญากรุงเวียนนาวา่ ด้วยความสมั พันธ์ทางกงสุล

รัฐภาคแี หง่ อนสุ ญั ญาน้ี

โดยระลึกว่า ได้มีการสถาปนาความสมั พันธท์ างกงสุลระหว่างประชาชนของชาตติ ่าง ๆ ตง้ั แตโ่ บราณกาลมา
โดยคานึงถึง ความมงุ่ ประสงคแ์ ละหลกั การของกฎบัตรสหประชาชาติเกี่ยวกบั ความเสมอภาคทางอธิปไตย

ของรัฐ การธารงสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และการส่งเสรมิ ความสัมพนั ธฉ์ นั มิตรระหว่างชาติ

โดยพจิ ารณาว่า ท่ีประชุมของสหประชาชาติในเร่ืองการตดิ ต่อและความคุ้มกันทางฑตู ไดล้ งมติรบั อนสุ ัญญา
กรงุ เวยี นนาวา่ ด้วยความสัมพนั ธ์ทางฑูตซง่ึ ได้เปิดใหล้ งนามกนั เมอ่ื วนั ที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1961

โดยเช่ือว่า การมีอนุสัญญาระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล เอกสิทธิและความคุ้มกัน จะมี
สว่ นชว่ ยพัฒนาความสมั พันธ์ฉันมติ รระหว่างชาติด้วย แม้ระบบรัฐธรรมนญู และสังคมของชาติเหลา่ นัน้ จะแตกต่างกนั

โดยตระหนักว่า ความมุ่งประสงค์ของเอกสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านี้ มิใช่เพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่ตัว

บคุ คล แตเ่ พ่อื ประกนั การปฏบิ ตั หิ น้าที่อย่างมีประสทิ ธภิ าพของสถานทาการทางกงสุลในนามรัฐของตน
โดยยนื ยันวา่ กฎเกณฑ์แห่งกฎหมายจารตี ประเพณรี ะหว่างประเทศคงใช้บังคบั ต่อไปในเรื่องท่ีมไิ ด้กาหนดไว้

อย่างชัดแจง้ โดยบทบญั ญัตขิ องอนุสญั ญานี้

ได้ตกลงกนั ดังตอ่ ไปน้ี
ขอ้ 1

บทนยิ าม
1. เพอื่ ความมงุ่ ประสงค์ของอนสุ ัญญาน้ี ใหถ้ อ้ ยคาตอ่ ไปนม้ี คี วามหมายตามทีไ่ ดก้ าหนดไว้ขา้ งทา้ ยน้ี

(ก) "สถานทาการทางกงสุล" หมายถึงสถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุลสถานรองกงสุลหรือสานักตัวแทนทาง

กงสุลใด ๆ
(ข) "เขตกงสุล" หมายถึงเขตพ้ืนที่สาหรับการปฏิบัติหน้าท่ีทางกงสุลที่ได้กาหนดไว้ให้แก่สถานทาการทาง

กงสลุ

(ค) "หัวหนา้ สถานทาการทางกงสลุ " หมายถงึ บุคคลท่ไี ดร้ บั มอบหนา้ ทใี่ หก้ ระทาการในฐานะน้นั
(ง) "เจ้าพนกั งานกงสุล" หมายถึงบุคคลใด รวมทั้งหัวหน้าสถานทาการทางกงสุลทีไ่ ด้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ

หน้าที่ทางกงสลุ ในฐานะนั้น
(จ) "ลูกจ้างทางกงสลุ " หมายถงึ บุคคลใดที่ไดร้ ับการว่าจ้างใหท้ างานในด้านธุรการหรือวิชาการของสถานทา

การทางกงสลุ

(ฉ) "สมาชิกในคณะเจา้ หน้าท่ีฝ่ายบริการ" หมายถึงบุคคลใดท่ไี ดร้ ับการว่าจ้างให้ทางานในด้านบริการรบั ใช้
ของสถานทาการทางกงสลุ

(ช) "สมาชิกในสถานทาการทางกงสุล" หมายถึงเจ้าพนักงานกงสุลลูกจ้างทางกงสุล และสมาชิกในคณะ

เจา้ หน้าทีฝ่ ่ายบริการ
(ซ) "สมาชิกในคณะเจ้าหน้าที่กงสุล" หมายถึงเจ้าพนักงานกงสุลนอกจากหัวหน้าสถานทาการทางกงสุล

ลูกจา้ งทางกงสลุ และสมาชิกในคณะเจา้ หน้าทฝ่ี า่ ยบริการ
(ฌ) "สมาชิกในคณะคนรบั ใช้สว่ นตัว" หมายถึงบุคคลท่ีไดร้ ับการวา่ จ้างให้ทางานเฉพาะในด้านรับใช้ส่วนตัว

ของสมาชกิ ในสถานทาการทางกงสลุ

(ญ) "สถานทีท่ างกงสลุ " หมายถึงอาคาร หรือส่วนของอาคารและท่ีดินซึ่งอาคารตั้งอยู่ ซึ่งใชโ้ ดยเฉพาะเพื่อ
ความมงุ่ ประสงค์ของสถานทาการทางกงสลุ โดยไม่คานงึ ถึงกรรมสิทธ์ิ

(ฎ) "บรรณสารทางกงสุล" รวมถึงกระดาษเอกสาร เอกสารหนังสือติดต่อ หนังสือ ฟิล์ม เทปบันทึก และ

ทะเบียนท้ังปวงของสถานทาการทางกงสุล รวมทั้งกุญแจรหัสและรหัสบัตรดัชนี และเคร่ืองเรือนใดซ่ึงมุ่งใช้สาหรับ
คุม้ ครองหรอื เก็บรักษาสง่ิ ของเหล่าน้ัน

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 112

2. เจา้ พนักงานกงสลุ มสี องประเภท คือ เจา้ พนกั งานกงสุลอาชพี และเจ้าพนกั งานกงสลุ กติ ติมศักด์ิ บทบัญญัติ
ของหมวด 2 ของอนสุ ัญญาน้ีใช้กบั สถานทาการทางกงสลุ ที่มเี จา้ พนักงานกงสลุ อาชีพเป็นหวั หนา้ บทบัญญตั ขิ องหมวด
3 บังคับกับสถานทาการทางกงสุลทีม่ เี จา้ พนักงานกงสุลกติ ติมศกั ดิ์เป็นหัวหนา้

3. สถานภาพเฉพาะของสมาชกิ ในสถานทาการทางกงสุลซึง่ เป็นคนชาตหิ รือเป็นผู้มีถิ่นทอ่ี ยูถ่ าวรของรัฐผู้รับ
จะอยใู่ นบังคบั ของข้อ 71 ของอนุสญั ญาน้ี

หมวด 1
ความสมั พนั ธท์ างกงสุลโดยทัว่ ไป

ตอน 1
การสถาปนาและการดาเนินความสมั พนั ธท์ างกงสลุ

ขอ้ 2
การสถาปนาความสมั พนั ธท์ างกงสุล
1. การสถาปนาความสัมพนั ธ์ทางกงสลุ ระหว่างรฐั มขี น้ึ ด้วยความยนิ ยอมซ่งึ กันและกนั
2. ความยินยอมที่ให้แก่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางฑูตระหว่างรฐั สองรัฐมีนัยเป็นความยินยอมเพื่อการ
สถาปนาความสัมพนั ธท์ างกงสุลดว้ ย เว้นแตแ่ ถลงไว้เปน็ อยา่ งอน่ื
3. การตัดความสมั พันธท์ างฑตู จะไม่เป็นการตดั ความสมั พนั ธ์ทางกงสลุ ไปด้วยในตัว

ข้อ 3
การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ทางกงสุล
สถานทาการทางกงสุลปฏิบตั ิหน้าท่ีทางกงสุล คณะผู้แทนทางฑูตก็ปฏิบตั ิหน้าที่น้ีได้เช่นกันตามบทบัญญัติ
ของอนุสัญญาน้ี

ข้อ 4
การจัดตงั้ สถานทาการทางกงสลุ
1. สถานทาการทางกงสุลอาจจดั ตั้งข้นึ ได้ในอาณาเขตของรัฐผ้รู บั ด้วยความยินยอมของรฐั ผ้รู บั นัน้ เทา่ นนั้
2. รฐั ผู้ส่งจะกาหนดทตี่ ้ังและช้ันของสถานทาการทางกงสุลและเขตกงสุล ทั้งนี้ ขน้ึ อยกู่ ับความเหน็ ชอบของ
รฐั ผ้รู ับ
3. รฐั ผ้สู ่งอาจเปลี่ยนท่ีต้ังและช้นั ของสถานทาการทางกงสลุ หรือเขตกงสลุ ในภายหลงั โดยความยนิ ยอมของรัฐ
ผู้รับเทา่ นัน้
4. ถ้าสถานกงสุลใหญ่หรือสถานกงสุลปรารถนาจะเปิดสถานรองกงสุลหรือสานักตัวแทนทางกงสุลข้ึนใน
ทอ้ งถ่ินอ่นื นอกจากทอ้ งถ่นิ ท่สี ถานกงสุลน้ันเองไดต้ ัง้ อยู่ จะต้องได้รบั ความยนิ ยอมของรฐั ผู้รับด้วย
5. การเปิดที่ทาการซึ่งประกอบเป็นส่วนหนึ่งของสถานทาการทางกงสุลที่มีอยู่แล้วขึ้นในท่ีอื่นนอกจาก ณ
ที่ต้ังของสถานทาการทางกงสุลนั้น จะตอ้ งได้รบั ความยนิ ยอมอยา่ งชัดแจง้ ล่วงหนา้ ของรัฐผู้รบั ดว้ ย

ข้อ 5
หน้าทที่ างกงสุล
หน้าทที่ างกงสุลประกอบดว้ ย
(ก) คุม้ ครองผลประโยชน์ของรฐั ผสู้ ่งและของคนชาตขิ องรัฐผ้สู ่งทัง้ บคุ คลธรรมดาและองคก์ รท่ีจัดตงั้ ข้ึนในรัฐ
ผูร้ บั ภายในขอบเขตท่ีกฎหมายระหวา่ งประเทศอนุญาต
(ข) เพิม่ พูนการพฒั นาความสมั พนั ธ์ทางพาณิชย์ เศรษฐกจิ วัฒนธรรมและวิทยาศาสตรร์ ะหว่างรัฐผสู้ ่งกบั รัฐ
ผรู้ ับและส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมติ รระหว่างกนั ในทางอนื่ ตามบทบัญญตั ขิ องอนุสญั ญานี้
(ค) สืบให้แน่ด้วยวิถีทางท้ังปวงอันชอบด้วยกฎหมายถึงสภาวะและพัฒนาการของสภาพทางพาณิชย์
เศรษฐกจิ วฒั นธรรม และวิทยาศาสตร์ของรัฐผู้รับแล้วรายงานไปยังรัฐบาล ของรฐั ผสู้ ง่ และให้ข้อมูลแกบ่ คุ คลทส่ี นใจ
(ง) ออกหนังสือเดินทางและเอกสารเดินทางให้แก่คนชาติของรัฐผู้ส่งและตรวจลงตราหรือออกเอกสารที่
เหมาะสมใหแ้ กบ่ คุ คลที่ประสงค์จะเดนิ ทางไปยังรฐั ผสู้ ่ง
(จ) ชว่ ยเหลอื คนชาตขิ องรฐั ผสู้ ง่ ทง้ั บคุ คลธรรมดาและองคก์ รทจ่ี ดั ตงั้ ข้ึน

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 113

(ฉ) ทาหน้าท่ีโนตารีและนายทะเบียนราษฎร์และในฐานะหน้าท่อี ่ืนที่คล้ายกัน และปฏิบตั ิหน้าท่ีที่มีลักษณะ
ดา้ นปกครองบางประการ โดยมเี ง่ือนไขว่าหน้าทีน่ ้นั ไมข่ ดั กับกฎหมายและข้อบังคบั ของรัฐผู้รับ

(ช) พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของคนชาติของรฐั ผ้สู ่ง ทั้งบุคคลธรรมดาและองค์กรที่จัดตง้ั ขึ้นในกรณีทีม่ ีการ
รบั มรดกในอาณาเขตของรฐั ผรู้ บั ตามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ของรฐั ผู้รับ

(ซ) พิทกั ษ์รกั ษาผลประโยชน์ของผเู้ ยาว์และบคุ คลหย่อนความสามารถอื่นซึ่งเป็นคนชาตขิ องรัฐผสู้ ่ง ภายใน
ขอบเขตที่ได้กาหนดไว้โดยกฎหมายและข้อบังคับของรฐั ผรู้ ับโดยเฉพาะในกรณีที่จาเป็นต้องมีการใช้อานาจปกครอง
หรอื ดูแลผลประโยชน์ใดในสว่ นทเี่ กี่ยวกบั บุคคลเหล่าน้ัน

(ฌ) เป็นตวั แทนหรอื จัดให้มผี ู้แทนท่ีเหมาะสมสาหรับคนชาติของรัฐผ้สู ่งในศาลและหนว่ ยงานอน่ื ของรัฐผรู้ ับ
เพือ่ ความมุ่งประสงคท์ ี่จะใหไ้ ดม้ าซ่ึงมาตรการชัว่ คราวสาหรบั การรักษาสิทธิและผลประโยชนข์ องคนชาตเิ หลา่ นไี้ วต้ าม
กฎหมายและข้อบังคบั ของรัฐผู้รับในกรณีที่คนชาตเิ หล่านี้ไม่สามารถปกป้องสิทธิและผลประโยชนข์ องตนในเวลาอัน
เหมาะสมได้ เพราะเหตขุ องการไมอ่ ยู่หรอื เหตุอืน่ ใด ทง้ั นี้ ขึน้ อยกู่ ับหลักปฏบิ ัตแิ ละวิธีดาเนนิ การท่ใี ช้อยู่ในรฐั ผรู้ ับ

(ญ) ส่งเอกสารทางศาลและเอกสารที่มิใชท่ างศาลหรือปฏบิ ัติตามหนังสอื รอ้ งขอของรัฐผสู้ ่งท่ีขอให้สืบพยาน
ใหแ้ ก่ศาลของรฐั ผสู้ ง่ ตามความตกลงระหว่างประเทศทใ่ี ช้บังคบั อยู่ หรอื ในกรณีทไี่ ม่มีความตกลงระหวา่ งประเทศเช่น
วา่ นน้ั โดยวธิ ีอืน่ ใดที่สอดคล้องกบั กฎหมายและข้อบงั คบั ของรัฐผู้รับ

(ด) ใช้สิทธิควบคุมดูแลและตรวจสอบเรือทม่ี ีสญั ชาตขิ องรฐั ผูส้ ง่ และเคร่อื งบนิ ท่ีจดทะเบียนในรฐั น้นั และ
ลกู เรอื ตามกฎหมายและข้อบงั คับของรฐั ผู้สง่

(ต) ให้ความช่วยเหลือแก่เรือและเครื่องบินที่ระบุไว้ในอนุวรรค (ด) ของข้อนี้และแก่ลูกเรือ บันทึกการให้
ถอ้ ยคาเก่ียวกับการเดินทางของเรอื ตรวจสอบและประทับตราเอกสารเรอื และดาเนินการสืบสวนเหตุที่เกิดข้ึนใดใน
ระหวา่ งการเดนิ ทาง และระงับขอ้ พพิ าทใด ๆ ระหว่างนายเรอื เจ้าหน้าที่ประจาเรอื กบั คนประจาเรือเท่าท่ีกฎหมาย
และข้อบังคบั ของรฐั ผ้สู ่งอนญุ าตใหก้ ระทาไดโ้ ดยไม่เส่ือมเสยี ต่ออานาจของเจา้ หน้าทีข่ องรฐั ผู้รบั

(ถ) ปฏิบัตหิ น้าทอี่ ่ืนใดที่รัฐผ้สู ่งมอบหมายให้สถานทาการทางกงสุลซึ่งกฎหมายและข้อบังคับของรฐั ผู้รบั มิได้
ห้ามไว้ หรือซ่ึงรัฐผู้รบั ไม่ได้คดั ค้าน หรือตามความตกลงระหว่างประเทศทีใ่ ชบ้ ังคบั อยรู่ ะหวา่ งรฐั ผสู้ ง่ กับรฐั ผูร้ บั

ขอ้ 6
การปฏิบตั หิ นา้ ท่ที างกงสลุ นอกเขตกงสุล
ในพฤตกิ ารณ์พเิ ศษ เจา้ พนักงานกงสุลอาจปฏิบตั ิหน้าทน่ี อกเขตกงสุลไดโ้ ดยความยินยอมของรัฐผู้รับ

ขอ้ 7
การปฏบิ ัติหนา้ ที่ทางกงสลุ ในรัฐทีส่ าม
หลังจากที่ไดแ้ จ้งใหร้ ฐั ท่ีเกีย่ วข้องทราบแล้ว รฐั ผู้สง่ อาจมอบหมายใหส้ ถานทาการทางกงสลุ ท่ีตั้งอยู่ในรฐั หนึ่ง
ปฏบิ ัตหิ น้าทท่ี างกงสุลในอกี รัฐหนึ่งไดเ้ วน้ แต่จะมีการคดั คา้ นอยา่ งชัดแจ้งโดยรฐั ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งรฐั ใดรัฐหนึง่

ข้อ 8
การปฏิเสธหน้าที่ทางกงสลุ ในนามของรฐั ท่สี าม
เมือ่ แจง้ อย่างเหมาะสมแก่รัฐผ้รู ับแล้ว สถานทาการทางกงสลุ ของรัฐผ้สู ง่ อาจปฏบิ ัตหิ นา้ ทที่ างกงสุลในรัฐผู้รับ
ในนามของรัฐทีส่ ามได้ เวน้ แตร่ ฐั ผรู้ บั น้ันจะคดั ค้าน

ข้อ9
ชั้นของหวั หนา้ ของสถานทาการทางกงสลุ
1. หวั หน้าสถานทาการทางกงสุลแบง่ ออกเป็น 4 ช้ัน กลา่ วคอื
(ก) กงสุลใหญ่
(ข) กงสุล
(ค) รองกงสุล
(ง) ตัวแทนทางกงสลุ
2. วรรค 1 ของขอ้ น้ี ไมเ่ ป็นการจากดั สทิ ธิของภาคีสญั ญาใดท่ีจะกาหนดตาแหนง่ เจ้าพนกั งานกงสุลนอกจาก
หัวหน้าสถานทาการทางกงสลุ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 114

ข้อ10
การแต่งตง้ั และการยอมรบั หวั หน้าสถานทาการทางกงสลุ
1. รัฐผู้สง่ เป็นผู้แตง่ ตั้งหัวหนา้ สถานทาการทางกงสลุ และรัฐผู้รบั เปน็ ผยู้ อมรับบคุ คลดงั กล่าวใหป้ ฏบิ ตั ิหน้าที่
2. ภายใต้บังคับของบทบัญญัติของอนุสัญญาน้ี แบบพิธีสาหรับการแต่งตั้งและการยอมรับหัวหน้าสถานทา
การทางกงสลุ นัน้ กาหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคบั และประเพณปี ฏิบัติของรัฐผูส้ ง่ และรัฐผรู้ ับตามลาดบั

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 115

ภาคผนวก 2

กฎหมายแบบการทาคารับรองของประเทศสหรัฐอเมรกิ า
UNIFORM ACKNOWLEDGMENT ACTS OF THE UNITED STATES

(เฉพาะทท่ี านอกประเทศสหรัฐอเมรกิ าและนาไปใช้ในมลรัฐทง้ั 51 รัฐ)

1. ALABAMA
Without United States : Before the judges of any court of record, mayor or chief magistrate of any
city, town, borough, or country, notaries public, or any diplomatic, consular, or commercial agent
of the United States, notaries public, or any commissioned officer of any of the armed forces of the
United States.

2. ALASKA

Outside U.S. : If a conveyance is executed in a foreign country it may be executed according to the
laws of that country and the execution of it acknowledged under AS 09.63.050 - 09.63.130.

3. ARIZONA
Without United States: Before an ambassador, minister, commissioner, charge d’affaires, counselor

to or secretary of a legation, consul general, consul, deputy consul, vice-consul, commercial
attache, or consular agent of the United States accredited to the country where the

acknowledgment is made; a notary public of the country where the acknowledgment is made; or

judge or clerk of a court of record of the country where the acknowledgment is made.

4. ARKANSAS

Without United States: Before an ambassador, minister, commissioner, charge d’affaires, counselor
to or secretary of a legation, consul general, consul, vice-consul, deputy consul, commercial

attache, or consular agent of the United States accredited to the country where the
acknowledgment is made; a notary public of the country where the acknowledgment is made; or

judge or clerk of a court of record of the country where the acknowledgment is made

5. CALIFORNIA

Without United States: Before a minister, commissioner, charge d’affaires of the United States,

resident and accredited in the country where the proof or acknowledgment is made; a consul, vice
consul, or consular agent of the United States resident therein; a judge of a court of record of

such country; commissioners appointed for such purposes by the Governor of California or
secretary pursuant to special statues; or a notary public.

6. COLORADO
Without United States: Before the judge or clerk or deputy clerk of any court of record having a

seal; the chief magistrate or other chief executive officer of any province, colony, island possession

or bailiwick; the mayor or the chief executive officer of any city, town, borough, country or
municipal corporation having a seal; or any diplomatic, consular or commercial agent or

representative or deputy thereof of the United States or of any other government; also by a notary

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 116

public where the acknowledgment is within territory belonging to or under the control of the
United States.

7. CONNECTICUT
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, counselor to or secretary
of a legation, consul general, consul, vice-consul, commercial attache, or consular agent of the
United States accredited to the country where the acknowledgment is made; a notary public of
the country where the acknowledgment is made; or judge or clerk of a court of record of the
country where the acknowledgment is made.

8. DELAWARE
Without United States: Before any consul general, consul, vice-consul, consular agent, or
commercial agent of the United States, any judge of a court of record of any state, territory or
country, the mayor or chief officer of any city or borough, or any commissioner of deeds.

9. DISTRICT OF COLUMBIA
Without United States: Before any judge or notary public, or any secretary of legation or consular
officer or acting consular officer of the United States, as such consular officer is described in 22
U.S.C.A. § 51. In the Philippine Republic before any notary public or any officer who has ex officio
the powers of notary public.

10. FLORIDA
Without United States: Before any commissioner of deeds appointed by the Governor of Florida to
reside in such country, or before any notary public of such foreign country having an official seal,
or before any ambassador, envoy extraordinary, minister plenipotentiary, minister, commissioner,
charged’affaires, consul general, consul, vice-consul, consular agent, or any other diplomatic or
consular officer of the United States appointed to reside in such country, or military or naval officer
authorized by the laws or articles of war of the United States to perform the duties of notary
public.

11. GEORGIA
Without United States: Before a consul or vice consul of the United States or officer of the foreign
state corresponding to those who are authorized to take acknowledgments outside Georgia but
within the United States.

12. HAWAII
Without United States: Before any officer now authorized by the laws of the State to take proof
and acknowledgment of deeds; any officer of the United States diplomatic or consular service
resident in any foreign country or port, when certified by him under his seal of office; and any
person authorized by the law of any foreign country to take proof and acknowledgment of deeds,
when such acknowledgment or proof is accompanied by a certificate to the effect that the person
taking the same is duly authorized thereto and that such acknowledgment or proof is in the

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 117

manner prescribed by the laws of such foreign country. Such certificate may be made by a
diplomatic or consular diplomatic or consular officer of such foreign country, resident in the State,
under the seal of his office

13. IDAHO
Without United States: Before a minister, commissioner, charge d’affaires of the United States,
resident and accredited in the country where the acknowledgment is made; a consul or vice
consul of the United States resident in the country where the acknowledgment is made; a judge of
a court of record of the country where the acknowledgment is made; commissioners appointed for
such purposes by the Governor of the state pursuant to statute; or a notary public.

14. ILLINOIS
Without United States: Before any court of any republic, dominion, state, kingdom, empire, colony,
territory, or dependency having a seal, or before any judge, justice, or clerk thereof, or before any
mayor or chief officer of any city or town having a seal, or before a notary public or commissioner
of deeds, or any ambassador, minister, or secretary of legation or consul of the United States, or
vice consul, deputy consul, commercial agent, or consular agent of the United States in any foreign
republic dominion, state, kingdom, empire, colony, territory or dependency, attested by his official
seal, or before any officer authorized by the laws of the place where such acknowledgment or
proof is made to take acknowledgments of conveyances of real estate or to administer oaths in
proof of the execution of conveyances of real estate.

15. INDIANA
Without United States: Before any diplomatic or consular officer of the United States in such
foreign country or before any officer of such country who, by the laws thereof, is authorized to
take acknowledgments or proof of conveyances.

16. IOWA
Without United States: Before an ambassador, minister, secretary of legation, consul, vice consul,
charge d’affaires, consular agent, or any officer of the United States in a foreign country who is
authorized to issue certificates under the seal of the United States, or before any officer of a
foreign country who is authorized by the laws thereof to certify to the acknowledgments of written
documents.

17. KANSAS
Without United States: Before a court of record or clerk or officer holding the seal thereof,
commissioner to take acknowledgments of deeds appointed by the governor of Kansas, notary
public, justice of the peace, or consul of the United States resident in any foreign port or country.

18. KENTUCKY
Kentucky - Officers Authorized to Take Acknowledgments Without United States: Before any
foreign minister, officer in the consular service of the United States, secretary of legation of the

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 118

United States, secretary of foreign affairs or notary public of the nation in which the
acknowledgment is made, or the judge or clerk of a superior court of the nation where the deed is
executed.

19. LOUISIANA
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, secretary of a legation,
consul general, consul, vice-consul, commercial agent, or before any United States ambassador,
minister, envoy or charge d’affaires, in the country to which he is accredited, or any officer of the
United States, a notary public, or a commissioner or other agent of Louisiana having power to take
acknowledgments, if he is commissioned or accredited to act at the place where the
acknowledgment is taken and has an official seal.

20. MAINE
Without United States: Before a minister or consul of the United States, or notary public.

21. MARYLAND
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, counselor to or secretary
of a legation, consul general, consul, vice-consul, commercial attache, or consular agent of the
United States accredited to the country where the acknowledgment is made; a notary public of
the country where the acknowledgment is made; or judge or clerk of a court of record of the
country where the acknowledgment is made.

22. MASSACHUSETTS
Without United States: Before a justice of the peace, notary, magistrate, or commissioner
appointed for the purpose by the Governor of Massachusetts, or before an ambassador, minister,
consul, vice consul, charge d’affaires, or consular officer or agent of the United States accredited to
the country where the acknowledgment is made. If the acknowledgment is made before an
ambassador or other official of the United States, it shall be certified by him under his seal of
office.
23. MICHIGAN
Without United States: Any resident minister, consul, vice-consul, charge d’affaires or consular
agent of the United States, and in addition, as to instruments affecting title to real estate, any
minister plenipotentiary, minister extraordinary, minister resident, charge d’affaires, commissioner,
or consul of the United States, appointed to reside there, or any notary public

24. MINNESOTA
Outside the State for Use in the State: Before a notary public authorized to perform notarial acts
in the place wherein which act is performed; a judge, clerk, or deputy clerk authorized to perform
notarial acts in the place wherein which the act is performed; an officer of the foreign service of
the United States Department of State; a commissioned officer in active service with the armed
forces of the United States and any person authorized by regulation of the armed forces to

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 119

perform notarial acts for specified parties; any other person authorized to perform notarial acts in
the place wherein which the act is performed.

25. MISSISSIPPI
Without United States: Before any court of record, or the mayor or chief magistrate of any city,
borough, or corporation, or any commissioner appointed by the Governor of Mississippi, or any
ambassador, foreign minister, secretary of legation, or consul of the United States; the certificate to
show that the party or party and witness were identified before the officer, and that the party
acknowledged or that the execution was duly proved by the witness.

26. MISSOURI
Without United States: Before a court of any state, kingdom, or empire having a seal, the mayor or
chief officer of any city or town having an official seal, any minister or consular officer of the United
States, or notary public having a seal.

27. MONTANA
Without United States: Before a minister, commissioner, or charge d’affaires of the United States,
resident and accredited in the country where the acknowledgment is made; a consul, vice consul,
or consular agent of the United States, resident in the country where the acknowledgment is
made; a judge of a court of record of the country where the acknowledgment is made;
commissioners appointed for such purposes by the Governor of Montana, pursuant to special
statutes; or a notary public.

28. NEBRASKA
Without United States: Before a minister plenipotentiary, minister extraordinary, minister resident,
charge d’affaires, commissioner, commercial agent, or consul of the United States appointed to
reside in the country where taken, or notary public under his seal.

29. NEVADA
Without United States: Before an ambassador, minister, envoy or charge d’affaires of the United
States, in the country to which he is accredited; or before one of the following officers
commissioned or credited to act at the place where the acknowledgment is taken, and having an
official seal; any consular officer of the United States, notary public, or commissioner or other
agent of Nevada having power to take acknowledgments to deeds.

30. NEW HAMPSHIRE
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, counselor to or secretary
of a legation, consul general, consul, deputy consul, vice-consul, commercial attache, or consular
agent of the United States accredited to the country where the acknowledgment is made; a notary
public of the country where the acknowledgment is made; a judge or clerk of a court of record of
the country where the acknowledgment is made; or before a commissioner or other agent of New
Hampshire having an official seal and power to take acknowledgments at such place.

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 120

31. NEW JERSEY
Outside United States: Before any master of the Superior Court or attorney-at-law of New Jersey;
any public ambassador, minister, consul, vice-consul, consular agent, charge d’affaires or other
representative of the United States for the time being, to or at any such foreign kingdom, State
nation or colony; any court of law of such foreign kingdom, State nation or colony; any notary,
notary public, commissioner for oaths, mayor or other chief magistrate, of and then having been or
being within any city, borough, or corporation of such foreign kingdom, State, nation or colony, in
which city, borough or corporation such party or witnesses may have happened or may happen to
be. Acknowledgments or proofs taken or made by a court of law, a notary; notary public,
commissioner for oaths, or a mayor or other chief magistrate under authority of this section shall
be certified if taken by said court under the official seal of said court, and the hand of the judge or
clerk thereof, or under the official seal, if any, and the hand of any such certificate of
acknowledgment or proof shall be sufficient proof as to the existence and authority of said court,
mayor, notary or other officer.

32. NEW MEXICO
Without United States: Before a minister, commissioner, or charge d’affaires of the United States
resident and accredited in the country where the acknowledgment is made, a consul general,
consul, vice consul, deputy consul, or consul or agent of the United States resident in the country
where the acknowledgment is made, having a seal; a notary public, having a seal; or a
commissioner of deeds duly appointed under the laws of New Mexico.

33. NEW YORK
Without United States: Before any of the following officers acting within his territorial jurisdiction or
within that of the court of which he is an officer: an ambassador, envoy, minister, charge d’affaires,
secretary of legation, consul-general, consul, vice-consul, consular agent, vice-consular agent, or
any other diplomatic or consular agent or representative of the United States, appointed or
accredited to, and residing within, the country where the acknowledgment or proof is taken; a
judge or other presiding officer of any court having a seal, or the clerk or other certifying officer
thereof; a mayor or other chief officer of any city or other political subdivision; a notary public; a
commissioner of deeds appointed pursuant to the laws of New York to take acknowledgments or
proofs without New York; a person residing in, or going to, the country where the acknowledgment
or proof is to be taken, and specially authorized for that purpose by a commission issued to him
under the seal of the supreme court of the state of New York; or any person authorized, by the
laws of the country where the acknowledgment or proof is made, to take acknowledgments of
conveyances of real estate or to administer oaths in proof of the execution thereof.
34. NORTH CAROLINA
Without State, Whether Within or Without United States: Before a judge of a court of record, a
clerk of a court of record, a notary public, a commissioner of deeds, a commissioner of oaths, the
mayor or chief magistrate of an incorporated town or city, an ambassador, minister, consul, vice-

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 121

consul, consul general, vice-consul general, or B commercial agent of the United States, or justice
of the peace of any state or territory of the United States.

35. NORTH DAKOTA
Without United States: Before a minister, commissioner, or charged’ affaires of the United States
resident and accredited in the country where the proof or acknowledgment is made; a secretary of
legation, consul, vice consul, or consular agent of the United States resident in the country where
the proof or acknowledgment is made; a judge, clerk, register, or commissioner of a court of record
of the country where the proof or acknowledgment is made; a notary public of such country; an
officer authorized by the laws of the country where the proof or acknowledgment is taken to take
proof or acknowledgments.

36. OHIO
Without United States: Before a commissioner appointed by the governor of Ohio for that purpose,
a consul general, vice-consul general, deputy consul general, vice-consul, deputy consul,
commercial agent, or consular agent of the United States resident in any foreign country.

37. OKLAHOMA
Without United States: Before any court of record or clerk of such court, or before any consul of
the United States, provided that acknowledgments relating to military business of the State may be
taken before an officer in charge of any court-martial, a copy of whose appointment is placed on
record in the office of the secretary of state by the adjutant general.

38. OREGON
Without United States: Before any notary public in such foreign country, any minister
plenipotentiary, minister extraordinary, minister resident, charged’ affaires, commissioner, consul,
vice consul, or consul general of the United States appointed to reside therein.

39. PENNSYLVANIA
Without United States: Under the Uniform Acknowledgment Act (1939), before an ambassador,
minister, charge d’affaires, counselor to or secretary of a legation, consul general, consul, vice-
consul, commercial attache or consular agent of the United States accredited to the country where
the acknowledgment is made: a notary public of the country where the acknowledgment is made;
a judge or clerk of a court of record of the country where the acknowledgment is made. Other
statues authorized acknowledgments to be made before ambassadors, minister, plenipotentiary,
charge d’affaires, or other persons exercising ministerial functions appointed by the United States,
consuls vice consuls, deputy consuls, commercial agents, vice and deputy commercial agents, or
consular agents exercising their functions in the place where the acknowledgment is taken notaries
public, or commissioners in chancery.

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 122

40. RHODE ISLAND
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, consul general, vice-
consul general, consul, vice-consul, or consular agent, of the United States, or before any
commissioner appointed by the Governor of Rhode Island in the country in which such
acknowledgment is made, or before a notary public commissioned or accredited to act in the
place where the acknowledgment is taken.

41. SOUTH COROLINA
Without United States: Before any ambassador, minister, consul general, consul, vice consul,
consular agent of the United States, or commissioner for South Carolina.

42. SOUTH DAKOTA
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, counselor to or secretary
of a legation, consul general, consul, vice-consul, commercial attache, or consular agent of the
United States accredited to the country where the acknowledgment is made; a notary public of
the country where the acknowledgment is made; or judge or clerk of a court of record of the
country where the acknowledgment is made; or before a commissioner of the United States
resident in the country where the proof or acknowledgment is made, a register or commissioner or
a court of record of the country where the proof or acknowledgment is made, an officer authorized
by the laws of the country where the proof or acknowledgment is taken to take the same, or a
deputy of any of such officers if they are authorized to appoint deputies.

43. TENNESSEE
Without United States: Before a commissioner for Tennessee appointed in the country where the
acknowledgment is made, having an official seal; a notary public of such country, having an official
seal; a consul, charge d’affaires, envoy, minister, or ambassador of the United States in the country
to which he is accredited and where the acknowledgment is made.

44. TEXAS
Without United States: Before a minister, commissioner or charge d’affaires of the United States,
resident and accredited in the country where the proof or acknowledgment is made; a consul
general, consul, vice consul, commercial agent, vice commercial agent, deputy consul, or consular
agent of the United States resident in the country where the proof or acknowledgment is made; or
a notary public.

45. UTAH
Without United States: Before a judge or clerk of any court of any country, kingdom, or empire
having a seal, notary public therein, or ambassador, minister, commissioner, or consul of the United
States appointed to reside therein.

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 123

46. VERMONT
Without United States: In accordance with the laws of the place where taken or before a
commissioner appointed for that purpose by the governor of Vermont, or a minister, charge
d’affaires, consul or vice consul of the United States in a foreign country.

47. VIRGINIA
Without United States: Before an ambassador, minister plenipotentiary, minister resident, charge
d’affaires, consul general, consul, vice-consul or commercial agent of the United States; the proper
officer of any court of record; or the mayor or other chief magistrate of a city, town or corporation.

48. WASHINGTON
Without United States: Before a minister plenipotentiary, secretary of legation, charge d’affaires,
consul general, consul, vice-consul, consular agent, or commercial agent appointed by the
government of the United States, or before any notary public, or before the judge, clerk, or other
proper officer of any court of said country, or before the mayor or other chief magistrate of any
city, town, or other municipal corporation therein.

49. WEST VIRGINIA
Without United States: Before an ambassador, minister, plenipotentiary, minister resident, charge
d’affaires, consul general, consul, deputy consul, vice-consul, consular agent, vice consular agent,
commercial agent, or vice commercial agent appointed by the government of the United States to
any foreign country; the proper officer of any court of such country; or the mayor or other chief
magistrate of any city, town, or corporation therein

50. WISCONSIN
Without United States: Before an ambassador, minister, charge d’affaires, counselor to or secretary
of a legation, consul general, consul, vice-consul, commercial attache, or consular agent of the
United States accredited to the country where the acknowledgment is made; a notary public of
the country where the acknowledgment is made; or judge or clerk of a court of record of the
country where the acknowledgment is made..

51. WYOMING
Without United States: Before a consul general, consul, or vice-consul of the United States.

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 124

ภาคผนวก 3

ระเบียบวา่ ดว้ ยการ
ขน้ึ ทะเบียนทนายความผทู้ าคารับรองลายมอื ชอื่ และเอกสาร พ.ศ. 2552

อาศัยอานาจตามความในข้อบงั คับสภาทนายความว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความและอานาจ
หน้าท่ีของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. 2547 ข้อ 4 และข้อ 5 และข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้ วยการขึ้น

ทะเบียนทนายความผู้ทาคารับรองลายมือช่ือและเอกสาร พ.ศ. 2551 ข้อ 4 (2) นายกสภาทนายความ โดยความ

เหน็ ชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ ได้ออกระเบยี บและหลักเกณฑ์ว่าด้วยการขน้ึ ทะเบียนทนายความผ้ทู าคา
รบั รองลายมือช่ือและเอกสาร พ.ศ. 2552 ดังตอ่ ไปน้ี

ขอ้ 1 ระเบยี บนี้เรียกวา่ “ระเบยี บว่าด้วยการขึน้ ทะเบยี นทนายความผู้ทาคารบั รองลายมอื ชือ่ และเอกสาร
พ.ศ. 2552”

ข้อ 2 ระเบียบน้ีให้ใชต้ ั้งแตว่ ันถดั จากวนั ประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกคาสั่งและข้อกาหนดว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชื่อและ
เอกสาร พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2546

ขอ้ 4 บรรดาระเบียบ คาส่ัง และข้อกาหนดอื่นใดท่ีกาหนดไว้แล้วในระเบียบน้ี หรือซ่ึงขัดหรือแย้งกับ

ข้อบัญญตั ิของระเบยี บน้ี ใหใ้ ชร้ ะเบยี บน้แี ทน
ขอ้ 5 ในระเบียบนี้

(1) “ระเบียบ” หมายความวา่ ระเบียบวา่ ด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผทู้ าคารับรองลายมอื ช่ือ
และเอกสาร พ.ศ. 2552

(2) “ข้อบงั คับ” หมายความว่า ข้อบงั คับสภาทนายความวา่ ด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผทู้ าคา

รับรองลายมอื ช่ือและเอกสาร พ.ศ. 2551
(3) “สานักงาน” หมายความวา่ สานักงานทะเบยี นแบบการรับรองลายมอื ชือ่ และเอกสาร

(4) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการตามขอ้ 9 ของระเบียบนี้

(5) “ผู้อานวยการ” หมายความว่า ผู้อานวยการสานักงานทะเบียนแบบการรบั รองลายมือช่ือและ
เอกสารตามระเบยี บน้ี และใหห้ มายรวมถึงบคุ คลท่ีได้รับมอบหมายจากผอู้ านวยการดว้ ย

ส่วนที่ 1
สานกั งานทะเบยี นแบบการรับรองลายมอื ชือ่ และเอกสาร

-------------------------------

ขอ้ 6 ให้สานักงานดาเนินการฝึกอบรมหลักปฏิบัติท่ัวไปในการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ฝึกอบรม
จรรยาบรรณและการทดสอบเชิงปฏิบัตกิ ารงานรบั รองลายมอื ช่ือและเอกสารตามแบบทคี่ ณะกรรมการกาหนด

ขอ้ 7 ผู้เข้ารบั การฝกึ อบรมหลกั สตู รการรบั รองลายมือชื่อและเอกสาร ตอ้ งมีคณุ สมบัติดังตอ่ ไปนี้

(1) ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และไม่อยู่ระหว่างถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาท
ทนายความ ตามมาตรา 52 (2) แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 หรืออยูร่ ะหว่างถกู สอบสวนในคดปี ระพฤติ

ผดิ มรรยาททนายความ
(2) ไมเ่ คยถูกลบชอ่ื ออกจากทะเบียนทนายความ เพราะเหตปุ ระพฤติผดิ มรรยาททนายความ

(3) เปน็ ผมู้ ีความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ และไม่เคยมีประวัตเิ สื่อมเสียเกย่ี วกับการรบั รองลายมอื ชื่อ เอกสาร

หรอื นิติกรรม
ผเู้ ข้ารับการฝกึ อบรมหลกั สตู รการรับรองลายมอื ช่ือและเอกสารซึ่งได้ผ่านการฝึกอบรมและการทดสอบท่ีจัด

โดยสานกั งานตามหลักสูตรทีก่ าหนดไว้ในระเบยี บนเี้ ท่าน้ัน มีสทิ ธขิ อขน้ึ ทะเบยี นเป็นทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือ

ชอ่ื และเอกสารตามข้อบงั คบั ของสภาทนายความ
ข้อ 8 ใหผ้ อู้ านวยการเปน็ ผู้บรหิ ารกิจการของสานกั งานตามนโยบายหรือมตขิ องคณะกรรมการ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 125

ขอ้ 9 ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึง ซ่ึงแต่งต้ังโดยคณะกรรมการสภาทนายความ เรียกวา่ คณะกรรมการ
อานวยการสานักงานทะเบียนแบบการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งประกอบดว้ ย อปุ นายกสภาทนายความฝ่าย
วชิ าการ ทาหน้าท่ีเปน็ ผอู้ านวยการ และกรรมการอ่ืนซงึ่ คณะกรรมการสภาทนายความแตง่ ต้งั รวมไมเ่ กิน 15 คน ทง้ั นี้
ให้นายก อุปนายก และเลขาธกิ ารสภาทนายความ เปน็ ที่ปรกึ ษาโดยตาแหน่ง

ข้อ 10 ให้คณะกรรมการดารงตาแหน่งเท่ากับวาระของคณะกรรมการสภาทนายความซึง่ เปน็ ผแู้ ตง่ ตง้ั ใหเ้ ขา้
รบั ตาแหน่ง

คณะกรรมการสภาทนายความอาจมีมติให้กรรมการคนใดคนหน่ึง หรือท้ังคณะ พ้นจากตาแหน่งก่อนครบ
วาระก็ได้ และจะแตง่ ต้งั บคุ คลใดบคุ คลหน่งึ เปน็ กรรมการแทนกรรมการทตี่ าย ลาออกหรือตอ้ งพน้ ตาแหน่งกอ่ นวาระก็
ได้ คณะกรรมการหรอื กรรมการที่ได้รับแต่งต้ังแทนน้ใี หอ้ ยู่ในตาแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการท่ีตนแทน

ข้อ 11 ในกรณีที่คณะกรรมการพ้นจากตาแหน่งท้ังคณะ ไม่ว่าจะเป็นการพ้นจากตาแหน่งตามวาระหรือ
ก่อนครบวาระก็ตาม ให้ผู้อานวยการยังคงรักษาการในตาแหน่งเช่นน้ันต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่เข้า
รับหน้าที่

ขอ้ 12 ให้คณะกรรมการมอี านาจหน้าที่ ดงั ต่อไปน้ี
(1) กาหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารกิจการสานักงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ

สภาทนายความ
(2) กาหนดรายละเอียดของหลักสูตรการรับรองลายมือช่ือและเอกสาร ตลอดจนเปลี่ยนแปลงหรือ

ปรบั ปรุงรายละเอียดเกีย่ วกับวิธีการฝึกอบรมตามความเหมาะสม
(3) กาหนดคา่ ธรรมเนียมที่จะพึงเรยี กเก็บจากผู้เข้ารบั การฝึกอบรม แต่ต้องไมเ่ กินหา้ พันบาท
(4) จัดทาประมาณการรายรับ-รายจา่ ย และรายงานเก่ียวกบั ฐานะทางการเงินของสานักงานเสนอ

ตอ่ คณะกรรมการสภาทนายความเพอื่ ให้ความเหน็ ชอบ
(5) จดั ทารายงานการฝึกอบรมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความ
(6) คัดเลือก แต่งตั้ง และสับเปล่ียนผู้บรรยาย ผู้ทดสอบและผู้ควบคมุ หรือผู้ให้การฝึกอบรมตามท่ี

เห็นสมควร
(7) แต่งต้ังและถอดถอนทปี่ รกึ ษาหรือคณะทีป่ รกึ ษาอนื่ ซงึ่ คณะกรรมการแตง่ ตง้ั ตามทเ่ี ห็นสมควร
(8) ปฏิบตั ิหน้าทอี่ น่ื ๆ ทจี่ าเป็นและสมควร เพอ่ื ใหก้ จิ การของสานกั งานสาเรจ็ ผลด้วยดี

ข้อ 13 ใหผ้ ูอ้ านวยการเปน็ ผกู้ าหนดนดั และเรียกประชมุ คณะกรรมการไดต้ ามความจาเปน็ และเหมาะสม
ในการประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยก่ึงหนึ่งจึงจะเป็นองค์

ประชมุ ใหผ้ ู้อานวยการหรือกรรมการท่ีผอู้ านวยการมอบหมายทาหนา้ ที่เปน็ ประธานทปี่ ระชมุ
มตขิ องทป่ี ระชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ในกรณที ีค่ ะแนนเสยี งเทา่ กนั ให้ประธานท่ีประชุม

มีสทิ ธิออกเสยี งเพิ่มข้นึ อีกเสียงหนึ่งเปน็ เสียงช้ีขาด
สว่ นที่ 2
หลักสูตร

-----------------
ข้อ 14 ใหส้ านักงานทะเบยี นแบบการรับรองลายมือชื่อและเอกสารจัดให้มกี ารฝึกอบรมการรับรองลายมือ
ชื่อและเอกสารเป็นประจาทุกปี ปีละไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ครง้ั
ข้อ 15 หลักสูตรการรับรองลายมือช่ือและเอกสารเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมี
ระยะเวลาและรายละเอยี ดทส่ี าคญั ดังนี้

(1) หลักการและอานาจหน้าที่ (1 ชั่วโมง)
ก. หลกั การ ความสาคญั และประโยชนข์ องการรับรองลายมือชอื่ และเอกสาร
ข. อานาจหนา้ ทใ่ี นการทาคารับรอง

(2) ประเภทและแบบของการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (2 ชว่ั โมง)
ก. การรับรองสาเนาเอกสาร

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 126

ข. การรบั รองลายมือช่อื
ค. การทาคาสาบาน
ง. การรบั รองบุคคล
จ. การบันทกึ คาให้การทต่ี อ้ งมีการสาบาน
ฉ. การทาคาคดั คา้ น
ช. วิธกี ารรบั รองและตราประทับ
(3) ขอบเขตและหนา้ ทใ่ี นการรับรอง (1 ช่ัวโมง)
(4) การขึ้นทะเบียน, การต่ออายุ, การใช้ตราประทับ, สต๊ิกเกอร์, หลักการและสาระสาคัญของ
ข้อกาหนดฯ (1 ชั่วโมง)
(5) เปรียบเทยี บการรับรองกับ Notary public ในตา่ งประเทศ (2 ชัว่ โมง)
(6) จรรยาบรรณ ข้อควรระมัดระวัง และความรับผดิ ในการรบั รอง (2 ชัว่ โมง)
ก. ความรับผดิ ทางแพง่
ข. ความรบั ผดิ ทางอาญา
ค. การประพฤติผดิ มรรยาททนายความ
(7) คุณสมบตั ิและการพน้ สภาพจากการเป็นทนายความผูท้ าคารบั รองลายมือชอ่ื และเอกสาร (1
ชว่ั โมง)
(8) กรณศี กึ ษา (2 ช่ัวโมง)
(9) การทดสอบ (3 ช่วั โมง)

สว่ นท่ี 3
หน้าท่ีของผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรม

----------------------------
ขอ้ 16 ผู้สมัครรับการฝึกอบรมจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามวัน เวลา ที่คณะกรรมการกาหนด โดย
คณะกรรมการจะประเมินผลจากเวลาที่เข้าฝึกอบรมจริง โดยต้องมีเวลาเข้าฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 และ
ประเมินผลจากการทดสอบ ผู้ผ่านการทดสอบจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชื่อและ
เอกสาร โดยได้รบั หนงั สือรบั รองการขน้ึ ทะเบยี นจากสานักงาน พร้อมตราประทบั
ข้อ 17 คณะกรรมการมสี ทิ ธคิ ัดชอื่ ผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรมออกจากทะเบยี นผู้สมคั ร หรือส่ังพกั การฝึกอบรมได้
ตามระยะเวลาท่เี ห็นสมควร หากปรากฏว่าผเู้ ขา้ รับการฝกึ อบรมขาดคณุ สมบัตหิ รอื ประพฤตติ นไปในทางท่ีอาจจะทาให้
เกิดความเส่อื มเสียหรอื ความเสียหายแก่สานักงานทะเบียนหรอื สภาทนายความ
ข้อ 18 ให้ผู้อานวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ประกาศกาหนดเวลาการฝึกอบรมและการ
ทดสอบในแต่ละปกี ่อนล่วงหน้าตามระยะเวลาพอสมควร

ส่วนที่ 4
การข้ึนทะเบียนและการตอ่ อายุ

-------------------------------
ขอ้ 19 การขอขึน้ ทะเบียนเป็นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชอ่ื และเอกสาร ผู้ขอจะตอ้ งมคี ุณสมบัตติ าม
ขอ้ 4 ของขอ้ บงั คับ และให้ยนื่ คาขอตอ่ สานกั งานตามแบบ ทรอ.1 ทา้ ยระเบียบนี้
ข้อ 20 หนงั สอื รบั รองการข้ึนทะเบยี นและตราประทับใหเ้ ปน็ ไปตามท่คี ณะกรรมการกาหนด
ขอ้ 21 การต่ออายหุ นงั สอื รับรองการข้ึนทะเบยี นให้ยน่ื คาขอตอ่ สานกั งาน ตามแบบ ทรอ.2 ท้ายระเบียบน้ี
ภายใน 90 วัน ก่อนวันสิ้นอายุ โดยผู้ยนื่ คาขอต้องยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 4 ของข้อบังคับ และต้องชาระ
คา่ ธรรมเนยี มตามระเบยี บนีส้ าหรับการต่ออายคุ ราวหนึ่ง ซึ่งจะมีผลใหไ้ ด้รับการต่ออายอุ กี 2 ปี
ข้อ 22 ในกรณีที่หนังสือรับรอง หรือตราประทับสูญหาย หรือชารุดเสียหายในสาระสาคัญให้ทนายความ
ผู้ทาคารับรองลายมือช่ือและเอกสารย่ืนคาขอรับใบแทนหรือตราประทับแทนต่อสานักงานตามแ บบ ทรอ.3 ท้าย
ระเบียบนี้ ภายใน 30 วัน นับแตว่ นั ท่ที ราบการสญู หายหรอื ชารดุ เสยี หาย ทัง้ นใี้ หเ้ สียค่าธรรมเนียมตามระเบียบนี้

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 127

ขอ้ 23 ทนายความท่ีได้รับการขึ้นทะเบียนใหเ้ ปน็ ทนายความผทู้ าคารบั รองลายมือช่ือและเอกสาร หากมี
การเปลี่ยนแปลงข้อมูลจากท่ีแจ้งไว้เดิม จะต้องยื่นคาขอแจ้งเปล่ียนแปลงข้อมูลต่อสานักงานตามแบบ ทรอ.4 ท้าย
ระเบยี บนี้ภายใน 15 วนั นับต้ังแต่วันทีม่ กี ารเปลย่ี นแปลงเกดิ ขนึ้ โดยใหเ้ สียค่าธรรมเนียมตามระเบยี บนี้

ข้อ 24 ในกรณีท่ีสภาทนายความไม่รับขึ้นทะเบียนให้แก่ผู้ย่ืนคาขอ หรือไม่รับการต่ออายุหนังสือรับรอง
ตอ้ งแสดงเหตผุ ลของการไม่รบั ขนึ้ ทะเบียนหรอื ไม่ตอ่ อายหุ นังสือรบั รองโดยชัดแจ้ง ในกรณเี ชน่ น้ผี ้ยู ่ืนคาขออาจโต้แย้ง
คาสงั่ ไมร่ ับขน้ึ ทะเบียนหรือไม่รบั ตอ่ อายุตอ่ สภานายกพเิ ศษตามแบบ ทรอ.5 ทา้ ยระเบียบนี้ ภายในกาหนด 30 วันนับ
จากวนั ทไ่ี ดร้ ับแจ้งคาสง่ั ไมร่ ับข้นึ ทะเบียน

ขอ้ 25 ให้ทนายความที่ได้รบั การข้ึนทะเบียนพ้นสภาพการเป็นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชื่อและ
เอกสาร ในกรณีใดกรณหี นึ่งตอ่ ไปนี้

(1) พน้ สภาพการเป็นผปู้ ระกอบวิชาชีพทนายความ
(2) ขาดตอ่ อายหุ นังสอื รับรอง
(3) ถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความ ตามมาตรา 52 (2) แห่งพระราชบัญญัติ
ทนายความ พ.ศ. 2528
(4) ทาการรบั รองลายมือช่ือหรือเอกสารหรือคารับรองใดโดยผิดต่อขอ้ บังคบั ของสภาทนายความ
หรือผิดตอ่ ระเบยี บนี้ และสภาทนายความมีมตใิ หพ้ ้นสภาพ
(5) ขาดคณุ สมบตั ติ ามท่ีกาหนดในขอ้ บังคับไมว่ า่ ก่อนหรือหลงั การข้ึนทะเบียน
ขอ้ 26 ในกรณีที่มกี ารกล่าวหาโดยผู้มสี ่วนได้เสีย หรือในกรณีท่ีปรากฏตอ่ สภาทนายความวา่ ทนายความ
ผูท้ าคารบั รองลายมือชือ่ และเอกสารขาดคณุ สมบัติตามขอ้ 4 แห่งข้อบังคับหรอื ข้อ 7 แห่งระเบียบนีห้ รือปฏบิ ัติฝา่ ฝืน
ระเบียบนี้ ใหผ้ ู้อานวยการแต่งต้ังทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือชื่อและเอกสารที่ได้รับอนญุ าตว่าความมาแลว้ เป็น
เวลาไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและกรรมการอีกสองคนทาการสอบสวน
ข้อเท็จจริงและทาความเห็นเสนอตอ่ คณะกรรมการสภาทนายความเพื่อพจิ ารณาสง่ั ตอ่ ไป
ในกรณีที่คณะกรรมการสภาทนายความมีคาสัง่ ให้ทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือชื่อและเอกสาร
คนใดพ้นสภาพการเป็นทนายความผทู้ าคารับรองลายมือชื่อและเอกสารตามขอ้ 25 (4) แหง่ ระเบยี บนี้ ใหผ้ อู้ านวยการ
มีหนงั สอื แจง้ คาสั่งนั้นแก่ทนายความผูน้ ั้นโดยเร็ว
ข้อ 27 ทนายความท่ีพน้ สภาพการเป็นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชือ่ และเอกสารตามที่กล่าวในข้อ
25 มีสทิ ธอิ ทุ ธรณ์คาส่ังของสภาทนายความต่อสภานายกพิเศษตามแบบ ทรอ.5 ท้ายระเบยี บน้ี ภายในกาหนด 30 วัน
นับจากวันท่ไี ด้รบั แจ้งคาสง่ั

ส่วนที่ 5
สมุดทะเบยี นการทาคารบั รองลายมือชอื่ และเอกสาร

-------------------------------
ข้อ 28 ในการทาคารับรอง ให้ทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชื่อและเอกสารจัดทาสมุดทะเบียนคา
รับรอง โดยอย่างน้อยให้มีรายการดังตอ่ ไปนี้

(1) วันที่รบั เอกสาร
(2) ช่ือและท่ีอยขู่ องผยู้ ืน่ ขอให้ทาคารับรอง
(3) ช่ือเจ้าของเอกสาร
(4) ชอื่ และ/หรือประเภทของเอกสาร
(5) วนั เดอื นปี ทีท่ าคารบั รอง
ข้อ 29 ทนายความผทู้ าคารบั รองจะตอ้ งเกบ็ รักษาสมุดทะเบียนคารบั รองเพ่ือให้ตรวจสอบไดเ้ ป็นระยะเวลา
5 ปี นับจากรายการรับรองครั้งสุดท้าย

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 128

ส่วนที่ 6
คา่ ธรรมเนียม
-------------------------------
ขอ้ 30 ให้กาหนดคา่ ธรรมเนียมดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) การขน้ึ ทะเบียนเป็นทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือชื่อและเอกสาร 800 บาท
(2) การรับหนังสือรับรองการขนึ้ ทะเบียนเป็นทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือชอ่ื และเอกสาร สอง
ปี ฉบบั ละ 800 บาท
(3) ตราประทับดวงละ 500 บาท
(4) การต่ออายหุ นงั สอื รับรองการขน้ึ ทะเบยี นครั้งละ 800 บาท
(5) การออกใบแทนหนงั สือรบั รองการขึ้นทะเบียนฉบับละ 100 บาท
(6) การออกดวงตราประทบั แทนดวงตราเดิมดวงละ 500 บาท
(7) การแจง้ เปลย่ี นแปลงข้อมูลทางทะเบียน คร้ังละ 50 บาท
(8) การออกหนงั สอื รับรองกรณีต่าง ๆ ฉบับละ 50 บาท
(9) การรับรองสาเนาเอกสาร ฉบบั ละ 20 บาท

ส่วนที่ 7
บทเฉพาะกาล
-------------------------------
ขอ้ 31 ให้ทนายความทไี่ ด้ผ่านการอบรมหลักสูตรทนายความผทู้ าคารบั รองลายมอื ช่ือและเอกสารตามข้อ
5 แหง่ ขอ้ กาหนดวา่ ดว้ ยการข้ึนทะเบยี นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชอ่ื และเอกสาร พ.ศ. 2546 เป็นทนายความ
ท่ไี ด้ผ่านการอบรมตาม ขอ้ 7 วรรคสองแห่งระเบียบน้ี
ขอ้ 32 ให้ทนายความท่ีได้รับการข้ึนทะเบียนเป็นทนายความผู้ทาคารบั รองลายมือช่ือและเอกสารตาม
ขอ้ กาหนดว่าด้วยการขนึ้ ทะเบียนทนายความผทู้ าคารบั รองลายมือชอ่ื และเอกสาร พ.ศ. 2546 ก่อนวันทร่ี ะเบียบน้ีมีผล
ใชบ้ งั คบั เป็นทนายความผู้ทาคารับรองลายมือชื่อและเอกสารตามระเบยี บนี้

ประกาศ ณ วนั ท่ี 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
นายเดชอดุ ม ไกรฤทธ์ิ
นายกสภาทนายความ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 129

ภาคผนวก 4
ระเบียบกระทรวงการตา่ งประเทศ

วา่ ดว้ ยการรับรองเอกสาร
พ.ศ. 2539

---------------------------------
โดยท่ีเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเ อกสารเสียใหม่ให้
เหมาะสมย่ิงขึ้น เพ่ือปฏิบัติตามความในข้อ 9 แห่งระเบียบสานักนายยกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อ
ประชาชนของหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2532 กระทรวงการต่างประเทศจึงวางระเบียบว่าด้วยการรับรองเอกสารไว้
ดังต่อไปนี้
ขอ้ 1. ระเบียบน้ีเรยี กวา่ "ระเบยี บกระทรวงการตา่ งประเทศว่าดว้ ยการรับรองเอกสาร พ.ศ.2539 "
ขอ้ 2. ระเบียบนใ้ี ห้ใชบ้ ังคับตง้ั แต่วนั ถดั จากวันประกาศเป็นตน้ ไป
ข้อ 3. ใหย้ กเลิกระเบียบกระทรวงการต่างประเทศวา่ ด้วยขัน้ ตอนและระยะเวลาการย่ืนและรับรองเอกสาร
พ.ศ.2532
บรรดาระเบยี บข้อบงั คบั และคาส่งั อน่ื ใดที่กาหนดไวแ้ ล้วในระเบยี บฉบับนี้หรือซ่ึงขดั หรอื แยง้ กับขอ้ บท
ระเบยี บน้ี ให้ใชร้ ะเบยี บน้ีแทน

สว่ นที่ 1
การรบั รองคาแปลเอกสาร

ตอนที่ 1
การรบั รองคาแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

---------------------
ขอ้ 4. เอกสารที่จะนามายื่นเพ่ือขอให้รับรอง จะตอ้ งเป็นเอกสารที่แปลจากต้นฉบับภาษาไทยท่ที างราชการ
ออกใหต้ ามกฎหมาย หากเปน็ เอกสารท่ีภาคเอกชนจัดทาข้นึ จะตอ้ งได้รับการรับรองจากสว่ นราชการที่เกย่ี วข้องกอ่ น
ข้อ 5. การย่ืนคาขอให้รับรองคาแปลดังกล่าว ให้ย่ืนคาร้องขอนิตกิ รณ์ตามแบบที่กาหนดตอ่ สว่ นราชการของ
กระทรวงการตา่ งประเทศพรอ้ มเอกสาร ดังต่อไปนี้
ต้นฉบับภาษาไทย พร้อมสาเนา 2 ชุด ในกรณีท่ีไม่มีต้นฉบับมาแสดง สาเนาที่นามายื่นจะต้องได้รับการ
รับรองสาเนาถกู ต้องจากสว่ นราชการที่ออกเอกสารนั้น เว้นแต่ส่วนราชการที่เก่ยี วขอ้ งจะกาหนดไว้เปน็ อย่างอ่นื
ต้นฉบับคาแปลภาษาอังกฤษที่ผู้แปลลงชื่อรบั รองว่าเป็นคาแปลท่ีถูกต้องพร้อมสาเนา 1 ชุด ในกรณีท่ีส่วน
ราชการทอ่ี อกเอกสารสามารถจัดทาคาแปลใหไ้ ด้ คาแปลทนี่ ามายน่ื ต้องเปน็ คาแปลทจ่ี ัดทาโดยสว่ นราชการนนั้ ๆ
บตั รประจาตัว หรอื เอกสารประจาตวั ท่ที างราชการออกให้ พร้อมสาเนา 1 ชุด
ในกรณีที่เจา้ ของเอกสารไม่สามารถย่ืนคารอ้ งด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอานาจและบัตรประจาตัว หรือ
เอกสารประจาตวั ทีท่ างราชการออกให้ของผู้มอบอานาจพร้อมสาเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มี
หนงั สือมอบอานาจจากผู้มีอานาจลงนามแทนนติ ิบุคคลนัน้ บตั รประจาตัวหรือเอกสารประจาตัวท่ีทางราชการออกให้
ของผมู้ อี านาจลงนามแทนพร้อมสาเนา 1 ชดุ

ตอนที่ 2
การรบั รองคาแปลเอกสารจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย

-----------------
ข้อ 6. เอกสารทนี่ ามายนื่ เพื่อขอใหร้ ับรองคาแปล จะต้องเปน็ เอกสารท่ีแปลจากตน้ ฉบบั ภาษาต่างประเทศที่
ทางราชการของประเทศนั้น ๆ ออกให้ หรือเปน็ เอกสารทแ่ี ปลจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ ซึ่งภาคเอกชนจดั ทาขึ้น
เอกสารตามวรรคกอ่ นจะตอ้ งไดร้ ับการรับรองจากสถานทตู หรือสถานกงสลุ ของประเทศนน้ั ๆ ในประเทศไทย
ในกรณีที่ยืนคาร้องตอ่ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ เอกสารดงั กล่าวจะต้องไดร้ ับการรับรอง
จากกระทรวงการตา่ งประเทศ หรือโนตารี พับลิค หรือหนว่ ยงานอนื่ ตามกฎหมายของประเทศน้ัน ๆ แลว้ แต่กรณี

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 130

ข้อ 7. การยน่ื คาขอให้รบั รองคาแปลดงั กล่าว ให้ย่นื คารอ้ งขอนติ ิกรณ์ตามแบบที่กาหนดต่อสว่ นราชการของ
กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเอกสารดงั ตอ่ ไปนี้

เอกสารท่ไี ด้รับรองตามข้อ 6 พร้อมสาเนา 1 ชุด โดยมตี ้นฉบับภาษาต่างประเทศมาแสดงดว้ ย
ตน้ ฉบบั คาแปลภาษาไทยทผ่ี แู้ ปลลงช่ือรบั รองว่าเปน็ คาแปลทถ่ี กู ต้องพรอ้ มสาเนา 1 ชุด
บัตรประจาตัว หรือเอกสารประจาตวั ทีท่ างราชการออกให้ พร้อมสาเนา 1 ชุด
ในกรณีท่ีเจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคารอ้ งด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอานาจและบัตรประจาตัว หรือ
เอกสารประจาตัวที่ทางราชการออกให้ของผู้มีอานาจ พร้อมสาเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิติบุคคล ให้มี
หนังสือมอบอานาจจากผู้มีอานาจลงนามแทนนติ ิบคุ คลนัน้ บตั รประจาตัวหรอื เอกสารประจาตัวที่ทางราชการออกให้
ของผู้มอี านาจลงนามพร้อมสาเนา 1 ชดุ
ข้อ 8. การย่ืนคาร้องขอนิติกรณ์เพื่อขอให้รับรองคาแปลจากภาษาต่างประเทศท่ีไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็น
ภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศและต้นฉบับคาแปลภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือ
สถานกงสุลของประเทศน้นั ๆ ในประเทศไทย หรือได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค
หรือหน่วยงานอ่นื ตามกฎหมายของประเทศน้ัน ๆ แล้วแต่กรณี พรอ้ มคาแปลภาษาไทยทผี่ ู้แปลลงชอื่ รับรองว่าเป็นคา
แปลที่ถกู ต้องพร้อมสาเนาอยา่ งละ 1 ชดุ
ในกรณีท่ีสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ในประเทศไทยเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคาแปล
เอกสารภาษาต่างประเทศท่ีไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ให้แนบต้นฉบับภาษาต่างประเทศและต้นฉบับคา
แปลภาษาไทยทีส่ ถานทูตหรือสถานกงสุลดงั กล่าวได้ประทับตรารับรองแลว้ พรอ้ มสาเนาอย่างละ 1 ชุด

ส่วนท่ี 2
การรบั รองสาเนาเอกสาร

-------------------
ขอ้ 9. เอกสารท่ีนามายืน่ เพื่อขอให้รับรองสาเนาจะตอ้ งเปน็ เอกสารทีท่ าสาเนาจากต้นฉบบั ท่ที างราชการไทย
ออกให้ ในกรณีท่ีไม่สามารถนาต้นฉบับมาแสดงสาเนาเอกสารที่นามายื่นเพ่ือขอให้รับรอง จะต้องได้รับการรับรอง
สาเนาถูกตอ้ งจากสว่ นราชการท่ีออกเอกสารนน้ั เว้นแต่ สว่ นราชการทเ่ี ก่ียวขอ้ งจะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ทงั้ นี้ สาเนา
ทน่ี ามาแสดงจะต้องอา่ นไดค้ วามชดั เจนมขี อ้ ความตรงกันกับตน้ ฉบับ
การย่ืนคาร้องขอให้รบั รองสาเนาดังกล่าว ให้ย่ืนคาร้องขอนิติกรณ์ตามแบบที่กาหนดต่อส่วนราชการของ
กระทรวงการตา่ งประเทศ พรอ้ มกับเอกสารดงั ตอ่ ไปนี้
ตน้ ฉบับหรือสาเนาเอกสารที่ไดร้ บั รองจากส่วนราชการท่อี อกเอกสารน้นั พรอ้ มสาเนา 2 ชดุ
บตั รประจาตวั หรือเอกสารประจาตัวท่ีทางราชการออกให้ พรอ้ มสาเนา 1 ชุด
ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถย่ืนคาร้องด้วยตนเอง ให้มหี นังสอื มอบอานาจ และบัตรประจาตัว หรือ
เอกสารประจาตวั ทีท่ างราชการออกใหข้ องผู้มอบอานาจ พรอ้ มสาเนา 1 ชุด หากเจ้าของเอกสารเป็นนิตบิ ุคคล ให้มี
หนงั สือมอบอานาจจากผู้มอี านาจลงนามแทนนิติบุคคลนนั้ บตั รประจาตัวหรอื เอกสารประจาตัวท่ีทางราชการออกให้
ของผมู้ อี านาจลงนามแทน พร้อมสาเนา 1 ชดุ

ส่วนที่ 3
การรบั รองลายมือชอ่ื
-----------------------
ขอ้ 10. เอกสารที่นามายน่ื เพื่อขอใหร้ ับรองลายมอื ช่ือ จะต้องเปน็ เอกสารต้นฉบบั ท่ลี งนามโดยเจ้าหนา้ ทีผ่ ู้มี
อานาจลงนามของส่วนราชการนัน้ ๆ หรอื เจ้าหนา้ ท่สี ถานทูต หรือสถานกงสลุ ของต่างประเทศในประเทศไทย ในกรณี
ที่ย่ืนคาร้องต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทศ เอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นเอกสารที่ลงนามโดย
เจ้าหน้าท่ีผู้มอี านาจของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ โนตารี พับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศ
น้ันๆ แล้วแต่กรณี
การรับรองลายมือช่ือจะกระทาได้ต่อเม่ือเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจดังกล่าวได้ส่งตัวอย่างลายมือช่ือให้ไว้เป็น
หลกั ฐานในการตรวจสอบ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 131

การย่นื คารอ้ งให้รับรองลายมือช่ือให้ยน่ื คาร้องขอนติ กิ รณ์ตามแบบทก่ี าหนดตอ่ ส่วนราชการของกระทรวงการ
ตา่ งประเทศไทย พรอ้ มเอกสารดงั ต่อไปนี้

สาเนาเอกสารทข่ี อให้รบั รองลายมอื ชื่อ จานวน 1 ชดุ
บัตรประจาตวั หรอื เอกสารประจาตวั ทีท่ างราชการออกให้ พร้อมสาเนา 1 ชุด
ในกรณีที่เจ้าของเอกสารไม่สามารถยื่นคาร้องด้วยตนเอง ให้มีหนังสือมอบอานาจและบัตรประจาตัวหรือ
เอกสารประจาตวั ท่ที างราชการออกให้ของผมู้ อบอานาจพร้อมสาเนา 1 ชดุ หากเจ้าของเอกสารเปน็ นิติบคุ คล ให้มี
หนังมอบอานาจจากผมู้ ีอานาจลงนามแทนนติ บิ ุคคลน้ัน บตั รประจาตัวหรอื เอกสารประจาตวั ที่ทางราชการออกให้ของ
ผู้มอี านาจลงนามพรอ้ มสาเนา 1 ชุด
ขอ้ 11. ในกรณที ี่ขอให้รับรองลายมือชอื่ บคุ คล ผู้นัน้ จะตอ้ งมาลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้าหนา้ ทีโ่ ดยใหย้ นื่ คารอ้ ง
ขอนิตกิ รณ์ ตามแบบทก่ี าหนด ตอ่ ส่วนราชการกระทรวงการตา่ งประเทศพรอ้ มเอกสารดังต่อไปน้ี
ต้นฉบบั เอกสารท่ีจะต้องลงลายมอื ชือ่ ต่อเจา้ หนา้ ท่พี ร้อมสาเนา 1 ชุด
บัตรประจาตัว หรอื เอกสารประจาตัวท่ที างราชการออกให้ พร้อมสาเนา 1 ชดุ
ข้อ 12. ในกรณที ี่ขอใหร้ ับรองลายมอื ช่อื ผู้มีอานาจลงนามแทนนิตบิ ุคคล ให้ผู้มอี านาจลงนามแทนนิตบิ ุคคล
นนั้ ๆ มาลงลายมอื ช่อื ต่อหน้าเจ้าหนา้ ท่ี โดยยื่นคารอ้ งขอนิตกิ รณต์ ามแบบท่ีกาหนดตอ่ สว่ นราชการของกระทรวงการ
ตา่ งประเทศพรอ้ มเอกสารดังตอ่ ไปนี้
ตน้ ฉบับเอกสารท่ีจะตอ้ งลงลายมือชือ่ ตอ่ หน้าเจา้ หนา้ ที่ พรอ้ มสาเนา 1 ชุด
บัตรประจาตวั หรือเอกสารประจาตัวที่ทางราชการออกใหข้ องผูท้ ีจ่ ะลงลายมอื ชอ่ื พร้อมสาเนา 1 ชุด
หนงั สือรบั รองการมีอานาจลงนามแทนนิติบคุ คล
ขอ้ 13. การรับรองลายมือช่ือตามข้อ 11 และข้อ 12 เน้ือหาของเอกสารที่นามาแสดง และวัตถุประสงค์ท่ี
นาไปใชจ้ ะต้องไม่ขดั ต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน
ข้อ 14. เอกสารทที่ าขึ้นในตา่ งประเทศ และไดร้ ับการรบั รองจากกระทรวงการต่างประเทศหรือ โนตารี พับ
ลิค หรือหน่วยงานอ่ืน ตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หากผู้ร้องนามายื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศเพ่ือขอให้
รับรอง เอกสารดังกล่าวตอ้ งไดร้ บั การรับรองจาก สถานทูตหรือกงสุลของไทยที่มเี ขตอาณาในประเทศน้ัน ๆ กอ่ น

สว่ นที่ 4
ตราประทับ
-----------------
ข้อ 15. การรับรองคาแปลเอกสาร เมอื่ เจา้ หน้าท่ีผู้มอี านาจไดต้ รวจสอบถอ้ ยคาและเน้ือความในคาแปลแล้ว
เห็นว่าถูกต้องตรงกัน ให้รบั รองโดยใช้คารับรองวา่ "certified correct translation" หรือ "ขอรับรองว่าเป็นคาแปล
ถูกตอ้ ง" การรับรองคาแปลเช่นว่าน้ีให้ใช้กรณีท่ีกระทรวงการต่างประเทศเป็นผ้แู ปล การรับรองคาแปลกรณีท่ีหน่วย
ราชการอ่ืนหรือเอกชนเป็นผู้แปลและผู้แปลลงลายมอื ช่ือรบั รองว่าเปน็ คาแปลทถี่ ูกตอ้ ง ให้ใช้คารับรองว่า " seen at
the Ministry of Foreign Affairs" หรือ " กระทรวงการตา่ งประเทศไดท้ ราบแล้ว " หรือ " Seen at the Royal Thai
Embassy " หรือ " สถานเอกอัครราชทูตได้ทราบแล้ว " หรือ " Seen at the Royal Thai Consulate-General "
หรอื " สถานกงสลุ ใหญไ่ ด้ทราบแล้ว " แล้วแตก่ รณี
ขอ้ 16. การรับรองสาเนาให้ใชค้ ารับรองวา่ " certified true copy "
ขอ้ 17. การรบั รองลายมือชือ่ ตามขอ้ 10 เม่ือเจ้าหนา้ ทผ่ี ู้มอี านาจให้ตรวจสอบหลักฐานแลว้ เชื่อวา่ เปน็ ลายมือ
ช่ือของเจ้าหน้าท่ีผู้มีอานาจท่ีได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อให้ไว้เป็นหลักฐาน ให้ใช้คารับรองว่า " certified genuine
signature of ……" หรอื " ขอรับรองว่าเป็นลายมือชอ่ื ท่ีแทจ้ รงิ ของ…"
สาหรบั การรับรองลายมือชื่อตาม ข้อ 11 และข้อ 12 ให้ใช้คารบั รองวา่ " certified genuine signature of
…… " และให้มีข้อความว่า " The Ministry of Foreign Affairs หรือ The Royal Thai Embassy หรือ The Royal
Thai Consulate-General assumes no responsibility for the contents of the document " แล้วแต่กรณี
ข้อ 18. การรับรองทุกครั้งให้ระบุเลขที่นิติกรณ์ วันท่ี สถานที่ คารับรอง และลายมือชื่อของเจ้าหน้าท่ีผู้มี
อานาจ พร้อมดว้ ยตาแหน่ง และตราประทบั ของสว่ นราชการ

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนงั สอื Notary2562\ภาคผนวก-2.doc

ห น้ า | 132

ส่วนท่ี 5
ทะเบียนนติ กิ รณ์และคา่ ธรรมเนยี ม

------------------------
ข้อ 19. ใหเ้ จา้ หน้าท่จี ดั ทาสมดุ ทะเบยี นนติ ิกรณ์ประจาส่วนราชการ โดยให้มรี ายการดงั ต่อไปน้ี
วนั ท่ีรับเอกสาร
ชื่อผูย้ น่ื คารอ้ ง
ชื่อเจ้าของเอกสาร
ประเภทของเอกสาร
เลขที่ นิตกิ รณ์
วนั เดอื นปี นิตกิ รณ์
วันที่จา่ ยเอกสาร
ขอ้ 20. ให้เจ้าหน้าท่ีดาเนินการตรวจสอบ และให้บริการรับรองเอกสารที่มีผู้ยื่นคาขอนิติกรณ์ให้แล้วเสร็จ
ภายใน 2 วันทาการ ไม่นับวันที่ได้รับคาขอ ยกเว้นกรณีมีความจาเป็นต้องส่งเอกสารท่ีผู้ร้องย่ืนคาร้องขอให้หน่วย
ราชการท่ีเก่ยี วขอ้ งของไทยตรวจสอบความถกู ต้องก่อน ทง้ั นี้ ระยะเวลาในการดาเนนิ การตอ้ งไมเ่ กิน 45 วัน
ข้อ 21.อตั ราคา่ ธรรมเนยี มการรับรองเอกสาร ให้เปน็ ไปตามประกาศกระทรวงการตา่ งประเทศ

ประกาศ ณ วนั ที่ 15 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2539
นายอานวย วีรวรรณ

รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการต่างประเทศ
(ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 15 ง. วันที่ 12 มนี าคม 2542)

S:\Boss\DK-Lecture\Notary\หนังสือNotary2562\ภาคผนวก-2.doc

บรรณานกุ รม

พระราชบญั ญตั ิทนายความ พ.ศ. 2528
อนุสัญญากรงุ เวียนนาวา่ ด้วยความสมั พันธ์ทางกงสลุ

กฎหมายแบบการทาคารับรองของประเทศสหรัฐอเมรกิ า UNIFORM ACKNOWLEDGMENT ACTS OF
THE UNITED STATES (เฉพาะทที่ านอกประเทศสหรฐั อเมรกิ าและนาไปใชใ้ นมลรัฐทง้ั 51 รฐั )

ระเบียบว่าดว้ ยการขน้ึ ทะเบยี นทนายความผทู้ าคารบั รองลายมอื ชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2552

ระเบยี บกระทรวงการต่างประเทศ วา่ ดว้ ยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539




Click to View FlipBook Version