The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมหลักกฎหมาย จากมติที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด principle of law

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2023-04-27 23:52:33

รวมหลักกฎหมาย จากมติที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด principle of law

รวมหลักกฎหมาย จากมติที่ประชุมใหญ่ของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด principle of law

รวมหลักกฎหมาย จากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕


คำนำ ดวยประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นชอบในหลักการใหฝายเลขานุการที่ประชุมใหญ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จัดทำสรุปหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญฯ ในลักษณะที่ไมปรากฏ ขอเท็จจริงแหงคดีในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเฉพาะเจาะจง เผยแพรใหแก ตุลาการในศาลปกครอง เพื่อใหสามารถนำหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญฯ ไปใชประกอบ การพิจารณาอรรถคดีไดอยางรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อประโยชนในการอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครอง นอกจากนี้ ประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นสมควรใหมีการประชุมใหญฯ การวินิจฉัยปญหาขอกฎหมาย เพื่อวินิจฉัยปญหากรณีแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดขัดแยงกันและหลายแนว ใหไดขอยุติ เปนบรรทัดฐาน นอกเหนือจากการประชุมใหญฯ การพิจารณาคดีปกครอง ที่พิจารณาวินิจฉัยคดี หรือปญหาแหงคดี ดวย ฝายเลขานุการที่ประชุมใหญฯ จึงไดเริ่มจัดทำสรุปหลักกฎหมายจาก มติที่ประชุมใหญฯ ทั้งการประชุมใหญฯ การพิจารณาคดีปกครอง และการวินิจฉัยปญหาขอกฎหมาย เผยแพรใหแกตุลาการในศาลปกครอง เปนรายเดือน ตั้งแตการประชุมใหญฯ ที่จัดขึ้นในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เปนตนมา จนถึงปจจุบัน สำนักประธานศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีภารกิจในการเผยแพรมติที่ประชุมใหญ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จึงไดรวบรวมสรุปหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญฯ รายเดือน ในปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อเผยแพรเปนองคความรูและแนวปฏิบัติราชการทางปกครองที่ดี แกหนวยงานทางปกครอง เจาหนาที่ของรัฐ ผูปฏิบัติงานที่เกี่ยวของกับกระบวนการยุติธรรม ทางปกครอง และผูที่สนใจ ไดศึกษาคนควาตอไป สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด มีนาคม ๒๕๖๖


สารบัญหลัก หนา สารบัญ ก. เรียงตามลำดับครั้งของการประชุมใหญ (ก) สารบัญ ข. เรียงตามกฎหมาย ( ณ )


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ก) สารบัญ ก. เรียงตามลำดับครั้งของการประชุมใหญ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหากรณีทายาทและผูจัดการมรดกของคูกรณียื่นคำขอเขามาแทนที่ คูกรณีผูถึงแกความตายเมื่อพนกำหนดหนึ่งปนับแตวันที่คูกรณีผูนั้นถึงแก ความตายตามมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ 1 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบดวยกฎหมายของ คำสั่งทางปกครองที่ผูฟองคดีฟองขอใหเพิกถอนเมื่อพนกำหนดเวลาการฟองคดี และศาลมีคำสั่งไมรับคำฟองในขอหานี้ไวพิจารณาแลว เพื่อนำมาวินิจฉัยเกี่ยวกับ การกระทำละเมิดอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองที่ศาลไดรับคำฟองไวพิจารณาแลว ไดหรือไม 1 เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา คำสั่งของศาลปกครองชั้นตนที่ไมรับคำรองอุทธรณคำสั่งยกคำขอ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวกอนการพิพากษา จะเปนคำสั่งไมรับอุทธรณตามขอ ๑๐๔ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ผูฟองคดีมีสิทธิยื่นคำรองอุทธรณคำสั่งของศาลปกครองชั้นตน ตอศาลปกครองสูงสุดไดตามขอ ๑๐๕ แหงระเบียบดังกลาว หรือจะเปนคำสั่ง ระหวางพิจารณาที่ผูฟองคดีไมอาจอุทธรณคำสั่งดังกลาวระหวางการพิจารณาได แตชอบที่จะอุทธรณคำสั่งดังกลาวพรอมกับการอุทธรณคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ทำ ใหคดีเสร็จเด็ดขาดจากศาลตามขอ ๑๐๐ วรรคสอง แหงระเบียบเดียวกัน 2 ครั้งที่ ๖/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ กรณีการกำหนดคาทดแทนความเสียหายใหแกเจาของโรงเรือนหรือ สิ่งปลูกสรางที่อยูอาศัย หรือประกอบอาชีพการงานอยูในอสังหาริมทรัพยที่ถูกเวนคืน อันเนื่องจากตองออกจากอสังหาริมทรัพย นั้น (๑) ปญหาที่วา เงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ตองออกจาก อสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ เปนเงินคาทดแทนที่ตองอุทธรณตอรัฐมนตรี ผูมีอำนาจพิจารณาอุทธรณกอนหรือไม (๒) ปญหาที่วา เงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่เจาของหรือผูครอบครอง โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสรางที่ถูกเวนคืน ตองไปซื้อที่ดินแปลงใหมเพื่อการอยูอาศัย หรือประกอบอาชีพการงาน ถือวาเปนเงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ ตองออกจากอสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ หรือไม 2


(ข) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แลว เจาหนี้ยังไมไดมีหนังสือบอกกลาว ไปยังผูค้ำประกันตามมาตรา ๖๘๖ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ เจาหนี้จะมีสิทธิฟองผูค้ำประกันใหรับผิดชำระหนี้ ไดหรือไม 3 ครั้งที่ ๗/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา วันที่ผูฟองคดีรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีกรณีการฟองขอให เพิกถอนกฎจะถือวันที่กฎไดมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือจะถือวันที่กฎ มีผลใชบังคับ 3 ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การที่ผูขอมีหนังสือขอตรวจและคัดสำเนาเอกสาร ที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ถูกกลาวหารองเรียนตอหนวยงานของรัฐ เปนการใชสิทธิ ขอตรวจดูเอกสารตามมาตรา ๓๑ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือเปนการใชสิทธิขอขอมูลขาวสารของราชการ ตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และเมื่อหนวยงานของรัฐมีคำสั่งไมอนุญาตใหเปดเผยสำเนาเอกสารแลว ผูขอจะตองใชสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดเผยขอมูลขาวสาร ตามมาตรา ๑๘ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว กอนนำคดีมาฟองตอศาลหรือไม 4 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ภายหลังจากที่ไดมีการตราพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นใชบังคับแลว หนวยงานของรัฐที่ไดใช คาสินไหมทดแทนแกผูเสียหายเพื่อการละเมิดของเจาหนาที่ หรือหนวยงานของรัฐ ที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องจากการกระทำละเมิดของเจาหนาที่ ยังเปนผูมีสิทธิ ฟองคดีตอศาลเพื่อขอใหมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหเจาหนาที่ชำระคาสินไหม ทดแทนใหแกตนหรือไม 4 เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาวางชำระหนี้นอยกวา จำนวนเงินที่ตองชำระตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นตน ทำการไตสวนคูกรณีและเจาพนักงานบังคับคดี แลวมีคำสั่งใหลูกหนี้ตามคำพิพากษา วางเงินเพื่อชำระหนี้ในสวนที่ขาด พรอมดอกเบี้ย หากลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไมเห็นดวย จะตองยื่นคำรองตอศาลปกครองชั้นตนที่มีคำสั่งในชั้นบังคับคดี ตามขอ ๑๓๔ วรรคหนึ่ง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือเปนกรณีที่ศาลปกครองชั้นตน ที่บังคับคดีมีคำสั่งตามขอ ๑๓๕ แหงระเบียบดังกลาว ซึ่งลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตองใชสิทธิอุทธรณคำสั่งของศาลปกครองชั้นตนตอศาลปกครองสูงสุด 5


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ค) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาเกี่ยวกับ การกำหนดประเภทคดีปกครอง กรณีที่ผูฟองคดีซึ่งเปนพนักงาน มหาวิทยาลัยฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหมหาวิทยาลัยตนสังกัด ซึ่งเปนหนวยงานทางปกครอง ชดใชคาเสียหายอันเกิดจากการพิจารณา เลื่อนเงินเดือนที่ไมเปนธรรม การละเลยไมพิจารณาผลการประเมินการปฏิบัติงาน เพื่อเลื่อนเงินเดือน การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนลาชา การมอบหมายงาน ในตำแหนงหนาที่ไมตรงกับภาระงาน การไมจายเงินคาชดเชยเมื่อออกจากงาน หรือการเลิกจางโดยไมชอบดวยกฎหมาย การไมจายงานสอนและประเมินผลงาน ใหไมผานเกณฑ จะเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔)แหงพระราชบัญญัติดังกลาว 5 ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การที่วุฒิสภามีมติไมใหความเห็นชอบใหบุคคลดำรงตำแหนง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองมีมติ ใหเสนอรายชื่อบุคคลตอนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเสนอขอความเห็นชอบ ตอวุฒิสภา จะอยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือไม 6 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา มติของสภามหาวิทยาลัยที่เห็นชอบรายชื่อบุคคลผูสมควร ดำรงตำแหนงอธิการบดีมหาวิทยาลัย จำนวน ๓ รายชื่อ ตามที่คณะกรรมการสรรหา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเสนอจะถือเปนคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม 6 เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การพิจารณาลักษณะตองหามของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ตามมาตรา ๗ ข. (๑๒) แหงพระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่กำหนดวา ตองไมเปนหรือเคยเปนกรรมการ ผูถือหุน หรือหุนสวนในบริษัทหรือหางหุนสวน หรือนิติบุคคลอื่นที่ประกอบธุรกิจดานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน หรือกิจการโทรคมนาคม จะตองพิจารณาจากขอเท็จจริงและพยานหลักฐาน ที่ปรากฏวาไดมีการประกอบกิจการจริง หรือจากวัตถุประสงคของบริษัท หรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลเทานั้น 7


(ง) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาเกี่ยวกับการนำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อหรือผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานที่มิไดอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหมมาเบิกคาเชาบานขาราชการ (๑) กรณีที่ขาราชการปฏิบัติงานในทองที่หนึ่งและมีสิทธิเบิกคาเชาบานขาราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตอมาไดทำสัญญากูยืมเงิน จากธนาคารเพื่อซื้อบานสำหรับใชเปนที่อยูอาศัยและไดอาศัยอยูจริง แตบานหลัง ดังกลาวตั้งอยูตางทองที่กับทองที่ที่สำนักงานตั้งอยู กรณีนี้ขาราชการผูนั้น จะมีสิทธินำหลักฐานการผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานมาเบิกคาเชาบาน ขาราชการตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชกฤษฎีกาดังกลาว ไดหรือไม (๒) กรณีที่ขาราชการสวนทองถิ่นไดรับอนุมัติใหมีสิทธิไดรับคาเชาบาน โดยบานที่เชา มิไดอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม ตอมา ภรรยาของขาราชการสวนทองถิ่น ผูนั้นไดทำสัญญากูยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบานที่ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นไดเชา กรณีนี้ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นจะมีสิทธินำหลักฐานการผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานมาเบิกคาเชาบานตามขอ ๑๔ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยคาเชาบานของขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดหรือไม 7 ๘ เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตกอสรางอาคารอยูอาศัยรวม บนที่ดิน ซึ่งอยูในโครงการจัดสรรที่อยูอาศัยของการเคหะแหงชาติ ซึ่งไดมีการโอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินพรอมอาคารตามสัญญาเชาซื้อหมดทั้งโครงการแลว รวมทั้งได โอนสิ่งสาธารณูปโภคและทรัพยสินสวนกลางใหกรุงเทพมหานครดวยแลว จะถือวาเปนการกระทำที่ไมชอบดวยกฎหมายหรือไม 8 เรื่องที่ ๓ ปญหาเกี่ยวกับการฟองโตแยงความชอบดวยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๑๓ (๕) ที่ฟองขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเพิกถอนบทบัญญัติมาตราดังกลาว หรือขอใหแกไขเพิ่มเติมความของ มาตราดังกลาว จะอยูในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด หรือไม 9 ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง กรณีขาราชการที่ไดรับเงินเพิ่มจากบำนาญปกติเปนรายเดือนเนื่องจากไดออกหรือ พนจากราชการ ตามหลักเกณฑและอัตราที่กำหนดในระเบียบของสวนราชการ ตอมา มีการแกไขเพิ่มเติมระเบียบของสวนราชการ โดยกำหนดใหไดรับเงินเพิ่ม จากบำนาญปกติในอัตราที่สูงขึ้น หนวยงานตนสังกัดจึงคำนวณและจายเงินเพิ่ม จากบำนาญปกติใหในอัตราใหมตั้งแตวันที่ระเบียบที่แกไขเพิ่มเติมมีผลใชบังคับ แตขาราชการกลุมนี้เห็นวา สิทธิในเงินเพิ่มจากบำนาญปกติในอัตราใหมที่สูงขึ้น จะตองมีผลยอนหลังไปถึงวันที่ออกหรือพนจากราชการกอนวันที่หลักเกณฑใหม มีผลใชบังคับ จึงนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ใหหนวยงานตนสังกัดคำนวณเงินเพิ่มจากบำนาญปกติใหถูกตอง และจายเงินเพิ่ม จากบำนาญปกติในสวนที่ยังขาดใหแกตน 10


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (จ) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ กรณีที่พนักงานเทศบาลไดทำสัญญารับทุนการศึกษากับเทศบาล ตนสังกัดของตน ตอมาไดโอนยายไปดำรงตำแหนงที่เทศบาลแหงใหมโดยไดทำสัญญา รับทุนกับเทศบาลตนสังกัดใหมนั้นอีก และเมื่อสำเร็จการศึกษาแลว พนักงานเทศบาลผูนั้น ไดรับอนุญาตใหลาออกจากราชการ เทศบาลตนสังกัดเดิมจึงมีหนังสือขอให เทศบาลตนสังกัดใหมตรวจสอบผลการศึกษาและรายละเอียดการชดใช ทุนการศึกษาของพนักงานเทศบาลผูนั้น โดยขอใหเทศบาลตนสังกัดใหมเรียก ทุนการศึกษาที่เทศบาลตนสังกัดเดิมไดจายไปพรอมเบี้ยปรับจำนวน ๒ เทา และมีหนังสือถึงพนักงานเทศบาลผูนั้นใหชำระเงินดังกลาว แตเทศบาลตนสังกัดใหม มิไดดำเนินการและพนักงานเทศบาลผูนั้นเพิกเฉย เทศบาลตนสังกัดเดิมจึงนำคดี มาฟองตอศาล ขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหพนักงานเทศบาลผูนั้นชำระเงิน พรอมดอกเบี้ย กรณีเชนนี้จะถือวาเทศบาลตนสังกัดเดิมรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี ในวันที่พนักงานเทศบาลยายไปดำรงตำแหนงที่เทศบาลตนสังกัดใหม หรือในวันที่ เทศบาลตนสังกัดเดิมไดมีหนังสือถึงเทศบาลตนสังกัดใหมเพื่อขอทราบ ผลการศึกษาและรายละเอียดการชดใชทุนการศึกษาที่พนักงานเทศบาลไดรับไป จากทางราชการ หรือในวันที่พนักงานเทศบาลผูนั้นไดลาออกจากราชการ 10 เรื่องที่ ๒ กรณีที่หนวยงานทางปกครองนำคดีมาฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ใหผูถูกฟองคดีในฐานะคูสัญญารับทุนการศึกษาและในฐานะผูจัดการมรดกของผูค้ำประกัน ใหรับผิดตามสัญญา แตเนื่องจากศาลปกครองชั้นตนมิไดกำหนดใหผูจัดการมรดก ของผูค้ำประกันเขามาเปนผูถูกฟองคดีในคดีนี้ เชนนี้ ศาลปกครองสูงสุดจะกำหนดคำบังคับ ใหผูถูกฟองคดีในฐานะผูจัดการมรดกของผูค้ำประกันตองรับผิดในอีกฐานะหนึ่ง ไดหรือไม 11 ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ การที่ศาลปกครองชั้นตนไดแสวงหาขอเท็จจริงจากผูถูกฟองคดีในชั้นตรวจคำฟอง แตมิไดมีคำสั่งใหผูถูกฟองคดีทำคำใหการแสดงการปฏิเสธหรือยอมรับขอหาที่ปรากฏ ในคำฟองและคำขอทายฟอง โดยศาลปกครองชั้นตนเพียงแตรับฟงขอเท็จจริงที่ปรากฏ ตามคำฟองและพยานหลักฐานประกอบคำฟองแลวพิจารณาพิพากษาคดี จะถือวา เปนกรณีที่มิไดปฏิบัติใหเปนไปตามหลักกฎหมายทั่วไปวาดวยการฟงความทุกฝายหรือไม 12 เรื่องที่ ๒ การที่หนวยงานทางปกครองทำสัญญาจางเอกชนรายหนึ่งกอสรางและ ปรับปรุงสถานที่โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยหลงเชื่อตามเอกสารที่เอกชนราย นี้นำมาแสดงวาเปนผูมีคุณสมบัติครบถวนตามประกาศประกวดราคา นั้น จะถือวา เปนกรณีการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเปนคูกรณีแหงนิติกรรมที่ เปนสาระสำคัญ อันทำใหนิติกรรมเปนโมฆะ หรือจะถือวาเปนการแสดงเจตนาโดย สำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลซึ่งเปนสาระสำคัญ อันทำใหนิติกรรมเปนโมฆียะ และเมื่อตอมาหนวยงานทางปกครองไดมีหนังสือบอกเลิกสัญญากับเอกชนรายนี้แลว หนวยงานทางปกครองจะตองใชคาการงานใหแกเอกชนรายนี้หรือไม 12


(ฉ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๔ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ประกาศการขึ้นบัญชีผูสอบแขงขันไดเพื่อบรรจุและแตงตั้งบุคคลเปน พนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และคำสั่งทางปกครองที่บรรจุและ แตงตั้งผูสอบแขงขันไดเปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยอาศัย ผลจากการจัดสอบที่ไมเปนไปตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑและเงื่อนไข การคัดเลือกโดยการสอบแขงขันเพื่อบรรจุบุคคลเปนพนักงานขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น จะถือวาเปนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาดอยางชัดแจง และรายแรง ถือเสมือนวาไมมีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น หรือจะถือวา เปนคำสั่งทางปกครองที่ไมชอบดวยกฎหมายซึ่งเปนการใหเงินหรือทรัพยสิน หรือประโยชนที่อาจแบงแยกได ที่อาจถูกเพิกถอนไดตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ 13 เรื่องที่ ๒ กรณีที่บุคคลผูผานการสอบขอเขียนเขารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเปน นักเรียนนายสิบตำรวจ แตมีประวัติวาถูกจับกุมดำเนินคดีอาญาฐานรวมกันกับพวก ผลิตและมีไวในครอบครองซึ่งยาเสพติดใหโทษประเภท ๕ (พืชกระทอม) โดยไมไดรับอนุญาต ขณะอายุ ๑๗ ป ๖ เดือน ซึ่งบุคคลดังกลาวไดปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลเยาวชน และครอบครัวกำหนดโดยเขารับการอบรมหรือทำกิจกรรมบำบัดครบถวนแลว ศาลเยาวชนและครอบครัวจึงมีคำสั่งยุติคดีโดยไมจำตองมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการ กระทำความผิด และใหถือวาสิทธินำคดีอาญามาฟองระงับ นั้น จะถือวาเปนผูประพฤติ เสื่อมเสียหรือบกพรองในศีลธรรมอันดี อันเปนเหตุใหขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ตองหามของการเปนขาราชการตำรวจตามมาตรา ๔๘ (๖) แหงพระราชบัญญัติ ตำรวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับขอ ๒ วรรคหนึ่ง (๒) ของกฎ ก.ตร. วาดวย คุณสมบัติและลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือไม 1๕ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ในคดีที่หนวยงานของรัฐไดแจงบอกเลิกสัญญาไปยังคูสัญญาอีกฝายหนึ่ง แลวฟองคดีตอศาลเรียกใหชำระคาปรับจากการผิดสัญญา และตอมา คูสัญญาฝายนั้น ไดยื่นฟองแยงเรียกคาการงานที่ไดกระทำไปแลวพรอมดอกเบี้ย หากศาลเห็นวา คูสัญญาฝายนั้นมีสิทธิไดรับคาการงาน หนวยงานของรัฐจะตองชำระดอกเบี้ย ของคาการงานนั้นตั้งแตเมื่อใด 16 เรื่องที่ ๒ กรณีที่นายอำเภอไดอนุมัติใหแกไขรูปแผนที่และเนื้อที่ตาม น.ส. ๓ ก. แลวแบงแยกในนามเดิมเปน น.ส. ๓ ก. อีกแปลง ซึ่งไดมีการจดทะเบียนแลวโอนขายใหแก ส.ป.ก. แตตอมา อธิบดีกรมที่ดินไดมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนแบงแยก และเพิกถอน น.ส. ๓ ก. อันเนื่องจากมีการแกไขรูปแผนที่และเนื้อที่โดยไมชอบ ดวยกฎหมาย ทำให ส.ป.ก. ที่ถือครองที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ไดรับความเสียหาย การที่ผูวาราชการจังหวัดมีคำสั่งใหนายอำเภอชดใชคาสินไหมทดแทนใหแก ส.ป.ก. จะถือวาเปนการใชสิทธิเรียกรองภายในอายุความสิบปนับแตวันทำละเมิดหรือไม 16


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ช) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา เรื่องที่ ๓ ขอพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจางเหมาเอกชนทำความสะอาดพื้นที่ภายใน ตึกอุบัติเหตุและวินิจฉัยโรคในโรงพยาบาลของรัฐ จะเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนเพียงสัญญาจางทำของ ในทางแพงทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย 17 เรื่องที่ ๔ ขอพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจางเอกชนสรางแบบจำลองอาคาร และสัญญาจาง จัดทำตนไมเสมือนจริงเพื่อประกอบการจัดสรางแบบจำลองอาคาร เปนคดีพิพาท เกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนเพียง สัญญาจางทำของในทางแพงทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย 17 เรื่องที่ ๕ ปญหาเกี่ยวกับการพิจารณาคำขอใหพิจารณาคดีใหมตามเงื่อนไขของ มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ 18 ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง กรณีที่หนี้ตามสัญญามิได กำหนดเวลาชำระไวตามวันแหงปฏิทิน การที่หนวยงานของรัฐในฐานะเจาหนี้ มีหนังสือแจงใหลูกหนี้ชำระหนี้ แตไมอาจจัดสงหนังสือดังกลาวใหแกลูกหนี้ได เนื่องจากไมมีผูรับหรือลูกหนี้ยายที่อยู จะถือวาลูกหนี้ตกเปนผูผิดนัดชำระหนี้ และตองรับผิดในดอกเบี้ยในระหวางผิดนัดตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ตั้งแตเมื่อใด 19 เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับการนำอายุความคดีอาญาที่ยาวกวามาใชบังคับกับการใช สิทธิเรียกรองคาเสียหายในกรณีที่เจาหนาที่กระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐ ตามมาตรา ๔๔๘ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ประกอบกับ มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 19 ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วาคำขอใหพิจารณาคดีใหมของผูรองทั้งสอง ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เขาเงื่อนไขตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ศาลปกครองจะรับไวพิจารณาได หรือไม 20 ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ คำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณหรือโตแยงตอไปได หากมิไดมีการระบุวิธีการ ยื่นคำฟองและระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟองไวในคำสั่งดังกลาวดวย จะมีผลเปนการ ขยายเวลาสำหรับยื่นคำฟองเปนหนึ่งปนับแตวันที่ไดรับคำสั่งตามมาตรา ๕๐ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม 22


(ซ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา เรื่องที่ ๒ หนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสที่ไดขึ้นทะเบียน ไวกับกรมบัญชีกลาง จะมีสิทธิใหบริการเสนอราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ในการจัดหาพัสดุทางอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานในสังกัดของตนเองหรือไม 22 ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ คำรองอุทธรณคำสั่งศาลปกครองชั้นตนที่ไมรับคำคัดคานตุลาการ ศาลปกครองไวพิจารณา ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเห็นวามีถอยคำเปนการดูหมิ่นเสียดสี ศาลปกครองชั้นตน อันนาจะมีลักษณะเปนการกระทำละเมิดอำนาจศาล นั้น ศาลปกครองสูงสุดสามารถดำเนินการในเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๖๔ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดหรือไม 23 เรื่องที่ ๒ กรณีที่สัญญาจางพนักงานจางตามภารกิจสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ตามสัญญาจาง ผูฟองคดีไดนำคดีมาฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดี จายเงินเดือน คาครองชีพ และใหตอสัญญาจาง จะถือเปนคดีปกครองประเภทใด 24 เรื่องที่ ๓ การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดมีคำสั่งแตงตั้งเจาหนาที่ของรัฐซึ่งเคย ปฏิบัติหนาที่ในฐานะพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนกรณีที่ผูฟองคดีถูกกลาวหา ใหเปนอนุกรรมการไตสวนขอเท็จจริงกรณีของผูฟองคดี ซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตองหาม ตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย การปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ จะถึงขนาดที่ทำใหการไตสวน ขอเท็จจริงทั้งหมดเสียไปหรือไม 24 เรื่องที่ ๔ กรณีที่วา ผูฟองคดีไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาที่ในฐานะคณะกรรมการ ตรวจการจางและผูควบคุมงานโครงการกอสรางปรับปรุงซอมแซมถนนลูกรัง ไดรับคำสั่ง ใหชดใชคาสินไหมทดแทนแกทางราชการ อันเนื่องจากจงใจกระทำละเมิดเปนเหตุให หนวยงานของรัฐไดรับความเสียหาย กรณีนี้ผูฟองคดีจะตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทน ทั้งสองฐานะ หรือรับผิดในฐานะซึ่งตองชดใชคาเสียหายในจำนวนที่มากกวาเพียงฐานะเดียว 25 ครั้งที่ ๗/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา กรณีผูบรรจุเขารับราชการครั้งแรกเปนขาราชการตำรวจ ชั้นพลตำรวจสำรอง ดำรงตำแหนงลูกแถว ในทองที่ใดทองที่หนึ่ง เพื่อให ขาราชการตำรวจผูนั้นเขารับการศึกษาอบรมในสถานศึกษาของกรมตำรวจ (สำนักงานตำรวจแหงชาติในปจจุบัน) ตอมา ขาราชการตำรวจผูนั้นไดรับคำสั่งบรรจุ และแตงตั้งใหเปนพลตำรวจสำรองพิเศษ ดำรงตำแหนงลูกแถว ในทองที่อีกทองที่หนึ่ง และใหทดลองปฏิบัติหนาที่ราชการในตำแหนงที่ไดรับแตงตั้ง กรณีนี้จะถือวา ทองที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก คือ ทองที่ที่ขาราชการตำรวจผูนั้นเขารับการศึกษาอบรม ในสถานศึกษาของกรมตำรวจ หรือทองที่ที่ใหทดลองปฏิบัติหนาที่ราชการ ในตำแหนงที่ไดรับแตงตั้ง 26


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ฌ) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา กรณีที่ขาราชการผูใดนำคดีมาฟองตอศาลปกครองภายหลัง จากที่ศาลลมละลายกลางไดมีคำสั่งพิทักษทรัพยขาราชการผูนั้นเด็ดขาดแลว โดยมีคำขอใหศาลเพิกถอนคำสั่งลงโทษไลผูฟองคดีออกจากราชการ และใหชดใช คาเสียหายจากการที่ไมไดรับเงินบำเหน็จบำนาญและคาเสียหายจากการเสื่อมเสีย ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ โดยที่ไมปรากฏขอเท็จจริงวา เจาพนักงานพิทักษทรัพย ไดมีคำสั่งหรือไดมีความเห็นชอบใหขาราชการผูนั้นนำคดีมายื่นฟองตอศาล กรณีดังกลาวจะถือวาขาราชการผูนั้นเปนผูมีสิทธิฟองคดีในขอหาที่ฟองขอใหศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดีชดใชคาสินไหมทดแทน หรือไม 27 ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา กรณีที่ขาราชการไดยื่นหนังสือรองทุกขตอผูมีอำนาจตามกฎหมาย เนื่องจากไมไดรับความเปนธรรมจากคำสั่งแตงตั้งขาราชการใหดำรงตำแหนงสูงขึ้น โดยที่ไมปรากฏรายชื่อของตน จึงไดนำคดีมาฟองตอศาลในขณะที่ยังไมได รับทราบผลการพิจารณาเรื่องรองทุกข และยังไมพนระยะเวลาการพิจารณา เรื่องรองทุกขดังกลาว อยางไรก็ตาม ในระหวางการพิจารณาคดีของศาล ระยะเวลาการพิจารณาเรื่องรองทุกขของผูมีอำนาจตามกฎหมายไดลวงพนไปแลว โดยที่ขาราชการผูนั้นยังไมไดรับแจงผลการพิจารณาจากผูมีอำนาจพิจารณา เรื่องรองทุกข กรณีนี้ศาลจะอาศัยเหตุที่ระยะเวลาการพิจารณาเรื่องรองทุกข ไดลวงพนไปแลวในระหวางการพิจารณาคดี เพื่อที่จะมีคำสั่งรับคำฟองนี้ไว พิจารณาไดหรือไม 27 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ระยะเวลาการยื่นคำรองขอใหศาลบังคับตามคำชี้ขาดของ คณะอนุญาโตตุลาการตามที่มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติใหยื่นคำรองตอศาลภายในกำหนดสามป นับแตวันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได นั้น หากคูพิพาทอีกฝายหนึ่งยื่นคำรองขอให ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการแลว วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว คือวันใด 28 เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การที่ศาลปกครองชั้นตนมีคำสั่งไมรับคำรองแยง (คำฟองแยง) ของผูคัดคานไวพิจารณา เนื่องจากเปนเรื่องอื่นไมเกี่ยวกับคำรองเดิม (คำฟองเดิม) พอที่จะรวมพิจารณาดวยกันไดตามขอ ๔๔ วรรคสอง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ คำสั่งดังกลาวของศาลปกครองชั้นตนจะถือเปนที่สุดตามขอ ๔๔ วรรคสอง แหงระเบียบดังกลาว และตองหามอุทธรณตามขอ ๑๐๐ วรรคหนึ่ง แหงระเบียบเดียวกัน หรือไม 29


(ญ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๙/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา การที่นายทะเบียนหุนสวนบริษัทมีคำสั่งรับจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติม ที่ตั้งสำนักงานใหญ จำนวนกรรมการ และอำนาจกรรมการที่ลงชื่อผูกพันบริษัท โดยพิจารณาจากหลักฐานอันเปนเท็จ เปนคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมายหรือไม 30 ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา เมื่อผูฟองคดีมีหนังสือรองขอใหหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ ปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมาย แลวตอมาไดรับแจงผลการพิจารณาไมดำเนินการ ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ผูฟองคดีมีหนังสือรองขอ แตผูฟองคดีเห็นวา การแจงผลการพิจารณาดังกลาวเปนคำชี้แจงที่ไมมีเหตุผล กรณีนี้ระยะเวลา การฟองคดีเกาสิบวันตามมาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จะเริ่มนับตั้งแตเมื่อใด นับแตวันที่ผูฟองคดี ไดรับแจงผลการพิจารณาแตเห็นวาเปนคำชี้แจงที่ไมมีเหตุผล หรือนับแตวันที่ ครบกำหนดเกาสิบวันนับแตวันที่ผูฟองคดีมีหนังสือรองขอตอหนวยงาน ทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐดังกลาว 30 ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา กรณีที่เจาหนาที่ของกรมที่ดินออกโฉนดที่ดินใหแกบุคคลภายนอก เมื่อป พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งในภายหลังผูฟองคดีไดซื้อที่ดินแปลงดังกลาว ตอมา อธิบดีกรมที่ดินไดมีคำสั่งใหเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกลาวในป พ.ศ. ๒๕๕๔ เนื่องจาก โฉนดที่ดินนั้นออกโดยไมชอบดวยกฎหมาย ผูฟองคดีจึงนำคดีมาฟองตอศาลขอให มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหกรมที่ดินชดใชคาสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิด ของเจาหนาที่ของกรมที่ดิน กรณีนี้จะถือวาการกระทำของเจาหนาที่ของกรมที่ดิน ที่ไดกระทำโดยประมาทเลินเลอในการออกโฉนดที่ดินฉบับนี้โดยไมชอบดวยกฎหมาย เปนการกระทำละเมิดตอผูฟองคดีหรือไม 31 ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา ขอพิพาทเกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการที่ออกตาม พระราชกำหนดใหอำนาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อแกไขปญหา เยียวยา และฟนฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ไดรับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ เปนคดีพิพาทที่อยูในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง หรือไม 31 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา กรณีที่เจาหนาที่กระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐ และหนวยงานของรัฐเห็นวาเจาหนาที่ไมตองรับผิด แตกระทรวงการคลัง ตรวจสอบแลวเห็นวาตองรับผิด อายุความใชสิทธิเรียกรองหนึ่งปตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ จะตองเริ่มนับตั้งแตเมื่อใด 32


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ฎ) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การเลิกจางพนักงานราชการทั่วไปเนื่องจากมีคะแนนเฉลี่ย ของผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน ๒ ครั้ง ติดตอกันต่ำกวาระดับดี ตามขอ ๑๐ ของประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง แนวทางการประเมินผล การปฏิบัติงานของพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๔ นั้น จะใชคะแนนของผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน ๒ ครั้ง ติดตอกันขาม ปงบประมาณไดหรือไม 33 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา กรณีที่ผูฟองคดีซึ่งเปนพนักงานมหาวิทยาลัยฟองวา ผูถูกฟองคดี ซึ่งเปนมหาวิทยาลัยที่ตนสังกัด ไดกำหนดอัตราคาจางหรือคาตอบแทนพนักงาน ตามประกาศของมหาวิทยาลัยไมเปนไปตามมติคณะรัฐมนตรี ทำใหผูฟองคดีไดรับคาจาง ในอัตรานอยกวาที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด และผูถูกฟองคดีนำเงินสวนตางของเงิน ที่ไดรับการจัดสรรเปนคาใชจายการจางพนักงานมหาวิทยาลัยและคาใชจาย บุคลากรในสวนที่เหลือจากการจายเปนเงินเดือนหรือคาจางของพนักงาน มหาวิทยาลัยในรอบปงบประมาณ ใหเปนรายไดของกองทุนสวัสดิการพนักงาน มหาวิทยาลัยซึ่งเปนการใชจายเงินงบประมาณไมตรงตามวัตถุประสงค จึงขอใหศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดีจายเงินคาจางดังกลาวคืนแกผูฟองคดี นั้น จะถือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหนวยงานทางปกครอง หรือเจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว 33 ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา กรณีคำฟองขอใหเพิกถอนมติของคณะกรรมการการเชาที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด ที่เห็นชอบตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเชาที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล และขอใหชดใชคาเสียหาย เปนคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับการคัดคานคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติการเชาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่อยูในอำนาจของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๖) แหงพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ 35 ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา การฟองคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองกรณีสิทธิเรียกรอง เกิดขึ้นจากการรับสภาพความรับผิด ระยะเวลาการฟองคดีจะมีกำหนดหาปนับแต วันที่ไดรับสภาพความรับผิดตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือจะมีกำหนดสองปนับแตวันที่ได รับสภาพความรับผิดตามมาตรา ๑๙๓/๓๕ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย 36


(ฏ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา กรณีที่กฎหมายเฉพาะมิไดกำหนดเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ คำสั่งทางปกครองโดยวิธีการสงทางไปรษณียไว กรณีนี้จะถือวาวันที่การอุทธรณมีผล คือ วันที่เจาหนาที่ไดรับหนังสืออุทธรณคำสั่งทางปกครองที่ยื่นทางไปรษณีย หรือวันที่สงหนังสืออุทธรณคำสั่งทางปกครองทางไปรษณีย 36 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา กรณีที่คณะกรรมการที่เปนองคกรอิสระกระทำละเมิด ในการปฏิบัติหนาที่ หนวยงานของรัฐที่ตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนให แกผูเสียหาย คือ หนวยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานธุรการใหแกองคกรอิสระนั้น หรือกระทรวงการคลัง 37 ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย ปญหาที่ ๑ การที่เจาหนาที่มีสวนรวมในการพิจารณาทางปกครองเกี่ยวกับ การดำเนินการทางวินัย การลงโทษทางวินัย หรือการทบทวนคำสั่งลงโทษทางวินัย เจาหนาที่ของรัฐอยูหลายขั้นตอน จะถือวาเปนกรณีที่มีเหตุอื่นใดซึ่งมีสภาพรายแรง อันอาจทำใหการพิจารณาทางปกครองไมเปนกลางตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม 38 ปญหาที่ ๒ กรณีที่เจาหนาที่ผูมีอำนาจพิจารณาทางปกครองมีเหตุซึ่งมีสภาพ รายแรงอันอาจทำใหการพิจารณาทางปกครองไมเปนกลางตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ จะถือวาเปนปญหาอันเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน ที่ผูฟองคดีสามารถยกขึ้นกลาวอางในชั้นอุทธรณตอศาลปกครองสูงสุดได หรือศาลปกครองสูงสุดสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได หรือไม 39 ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย ปญหาที่วา คำสั่งศาลอันถึงที่สุดเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เปนคำสั่งที่อาจขอใหศาลพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาด คดีปกครองใหม ตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว ไดหรือไม 40 ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง ปญหาที่วา กรณีที่ผูฟองคดียื่นอุทธรณเงินคาทดแทนที่ดินที่กำหนดภาระ ในอสังหาริมทรัพยตอรัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาแลว แตรัฐมนตรี ไมไดวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับคำอุทธรณ ตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติวาดวยการจัดหาอสังหาริมทรัพย เพื่อกิจการขนสงมวลชน พ.ศ. ๒๕๔๐ ตอมา รัฐมนตรีไดมีคำวินิจฉัยอุทธรณ ภายหลังจากที่พนกำหนดหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับคำอุทธรณแลว เมื่อผูฟองคดี นำมาคดีมาฟองตอศาลเพื่อขอเงินคาทดแทนเพิ่มขึ้น ระยะเวลาการฟองคดี จะเริ่มนับตั้งแตวันใด ตามกฎหมายใด 41


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ฐ) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา กรณีที่ผูมีอำนาจหนาที่ตามกฎหมายออกคำสั่งใหบุคคล พนจากตำแหนงหนึ่งไปดำรงตำแหนงอีกตำแหนงหนึ่ง คำสั่งดังกลาวถือเปน คำสั่งทางปกครองหรือไม 42 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา กรณีที่ผูมีอำนาจหนาที่ตามกฎหมายออกคำสั่งแตงตั้งบุคคล ใหเปนผูรักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัย คำสั่งดังกลาวถือเปน คำสั่งทางปกครองหรือไม 42 ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา ขอพิพาทเกี่ยวกับการจายเงินชวยเหลือเบื้องตน ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ถือเปนคดีปกครอง ประเภทใดตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ 42 เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ขอพิพาทเกี่ยวกับการที่การประปาสวนภูมิภาคหรือ การประปานครหลวงเรียกเก็บเงินคาน้ำประปาจากผูใชน้ำประปาตามสัญญา การใชน้ำประปา ถือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพง 43 ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การออกคำสั่งใหเจาหนาที่ของรัฐผูใดพนจากตำแหนง อันมีลักษณะเปนการถาวรและเด็ดขาด จะตองใหเจาหนาที่ของรัฐผูนั้นมีโอกาส ที่จะไดทราบขอเท็จจริงอยางเพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงพยานหลักฐาน ของตน หรือไม 43 เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาคดีปกครองอันเกี่ยวของกับ คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) กรณีการกำหนดสถานะของคูกรณีในคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการพิจารณา สงคำขอใหศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งลงโทษทางวินัยที่ออกตามมติชี้มูล ความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 44 ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย ปญหาที่วา ในกรณีที่คูกรณีไดยื่นคำอุทธรณคัดคานคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นตน คำอุทธรณในสวนของคำขอของผูอุทธรณจะถือเปนขอเท็จจริงหรือขอกฎหมาย ที่ตองวากลาวกันมาแลวโดยชอบในศาลปกครองชั้นตนตามขอ ๑๐๑ วรรคสอง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือไม 45


(ฑ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา ครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๕ การพิจารณา คดีปกครอง เรื่องที่ ๑ ปญหากรณีที่ศาลปกครองสูงสุดไดเคยมีคำสั่งกลับคำสั่งของ ศาลปกครองชั้นตนเปนใหรับคำฟองของผูฟองคดีไวพิจารณา แลวศาลปกครองชั้นตน ไดพิจารณาพิพากษาคดีตอไป ตอมาเมื่อมีการอุทธรณคำพิพากษาของ ศาลปกครองชั้นตน ศาลปกครองสูงสุดจะยกประเด็นเรื่องเงื่อนไขการฟองคดี กรณีที่ผูฟองคดีไมไดดำเนินการรองทุกขกอนการฟองคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ขึ้นมาพิจารณา ไดหรือไม 45 เรื่องที่ ๒ ปญหากรณีที่เจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติหนาที่ราชการอยูในเขตอำเภอที่ไดมี การประกาศใชกฎอัยการศึกตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติ ตอมา เขตอำเภอดังกลาวไดมีการแบงแยกไปจัดตั้งเปนกิ่งอำเภอแหงใหม โดยไมปรากฏวาพื้นที่กิ่งอำเภอนั้นมีรายชื่อเปนเขตพื้นที่ที่ใหคงใชกฎอัยการศึกตอไป ตามประกาศเลิกใชกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ หากตอมา กิ่งอำเภอดังกลาวไดรับ การเลื่อนฐานะเปนอำเภอ และเปนพื้นที่ที่ใหคงใชกฎอัยการศึกตอไป ตามประกาศเลิกใชกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ ฉบับตอมา ในการคำนวณบำนาญปกติ ใหแกเจาหนาที่ของรัฐที่ปฏิบัติหนาที่ราชการในเขตอำเภอดังกลาว จะสามารถ นำเวลาราชการในชวงที่เจาหนาที่ผูนั้นไดปฏิบัติหนาที่อยูในพื้นที่กิ่งอำเภอ ที่ไมปรากฏเปนเขตพื้นที่ที่ใหคงใชกฎอัยการศึกตอไป ตามประกาศเลิกใช กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ ฉบับแรก มาคำนวณเปนระยะเวลาทวีคูณ ไดหรือไม 46 ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา คำอุทธรณในสวนของคำขอของผูอุทธรณตามขอหาที่มิได ยกขึ้นวากลาวมาแลวโดยชอบในศาลปกครองชั้นตน เปนกรณีที่ศาลปกครองชั้นตน จะสั่งไมรับคำอุทธรณไวพิจารณาเนื่องจากตองหามตามขอ ๑๐๔ วรรคสอง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือไม 46 เรื่องที่ ๒ ในการฟองคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจางพนักงานของหนวยงานของรัฐ ที่มีกฎหมายหรือกฎเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลอันถือเปนสวนหนึ่งของ ขอกำหนดในสัญญา ไดกำหนดเรื่องการรองทุกขหรืออุทธรณภายในหนวยงาน ซึ่งเปนคูสัญญาไว หากผูฟองคดีซึ่งเปนพนักงานมิไดดำเนินการรองทุกข หรืออุทธรณตามที่กฎหมายหรือกฎกำหนดไว หรือยังมิไดมีการสั่งการภายใน ระยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎกำหนดหรือภายในระยะเวลาอันสมควร กรณีนี้ผูฟองคดี จะมีสิทธินำคดีมาฟองตอศาลหรือไม 47


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ฒ) ครั้งที่ ของการประชุม เรื่อง หนา เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การที่ผูค้ำประกันถึงแกความตายกอนที่ลูกหนี้ชั้นตนจะตกเปน ผูผิดนัดชำระหนี้จะมีผลทำใหสิทธิ หนาที่ และความรับผิดตางๆ ของผูค้ำประกัน ที่มีตอเจาหนี้ เปนมรดกตกทอดไปยังทายาทของผูค้ำประกันหรือไม 48 ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ การวินิจฉัยปญหา ขอกฎหมาย เรื่องที่ ๑ ปญหาเกี่ยวกับกรณีที่หนวยงานของรัฐมีคำสั่งแกไขเฉพาะจำนวนเงิน คาสินไหมทดแทนใหเจาหนาที่รับผิดเพื่อใหเปนไปตามความเห็นของ กระทรวงการคลัง และการนับอายุความการใชสิทธิเรียกรองกรณีการออกคำสั่ง แกไขจำนวนเงินคาสินไหมทดแทนดังกลาว 48 เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับกรณีการรองขอคาทดแทนความเสียหายตามมาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีที่ บัญญัติใหคำสั่งทางปกครองที่ไมชอบดวยกฎหมายและไมอยูในบังคับของมาตรา ๕๑ อาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือบางสวนได แตผูไดรับผลกระทบจากการเพิกถอน คำสั่งทางปกครองดังกลาวมีสิทธิไดรับคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากความเชื่อ โดยสุจริตในความคงอยูของคำสั่งทางปกครองได แตตองรองขอคาทดแทนภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตไดรับแจงใหทราบถึงการเพิกถอน นั้น การใชสิทธิ โดยการรองขอตอหนวยงานทางปกครองดังกลาว ถือเปนขั้นตอนหรือเงื่อนไข ที่จะตองดำเนินการกอนนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง หรือไม 49


(ณ) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สารบัญ ข. เรียงตามกฎหมาย กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๖ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๖ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๕ ๓๕ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ ๕ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๒๔ ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๑ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๓ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๕ ๓๕ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) ครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ ๕ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๑๗ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๔ ๑๗ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๓ ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๓ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๖) ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๕ ๓๕ มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๒๗ ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๗ มาตรา ๔๒ วรรคสอง ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๗ ครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๕


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ด) กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔๙ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๑ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๒๖ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๕ ๓๐ มาตรา ๕๐ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๒ มาตรา ๕๑ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๑ ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๖ มาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๑ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๑๒ มาตรา ๕๗ วรรคสอง มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๓ ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๕ ๔๐ มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๕ ๑๘ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ ๒๐ ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๕ ๔๐ ระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ขอ ๔๔ วรรคสอง ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๒๙ ขอ ๔๙/๑ ขอ ๗๒ วรรคสาม ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๔ ขอ ๗๘ ขอ ๑๐๐ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๒๙ ขอ ๑๐๑ วรรคสอง ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๕ ๔๕ ขอ ๑๐๔ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๓ ๒ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๒๙ ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๖


(ต) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา ระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ขอ ๑๐๕ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๓ ๒ ขอ ๑๑๒ วรรคหนึ่ง (๒) ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๑๒ ขอ ๑๓๔ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๓ ๕ ขอ ๑๓๕ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย การปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๒๔ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย การปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๑ วรรคสอง ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๔ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๕๖ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๑๒ มาตรา ๑๕๗ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๖๙ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๖ มาตรา ๑๙๓/๑๔ (๕) ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๘ มาตรา ๑๙๓/๑๕ มาตรา ๑๙๕/๓๕ ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๕ ๓๖ มาตรา ๒๐๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๑๖ มาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๑๙ มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๙๑ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๑๒ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๑๖ มาตรา ๔๒๐ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ ๓๑ มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๑๙ มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๑๖


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ถ) กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๖๘๖ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๖/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๓ มาตรา ๑๑๗๕ วรรคสอง ครั้งที่ ๙/๒๕๖๕ ๓๐ มาตรา ๑๕๙๙ ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๓ ๔๘ มาตรา ๑๖๐๐ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแพง มาตรา ๓๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๓ มาตรา ๕๗ (๑) ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๔ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๑๙ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ ๓๑ พระราชบัญญัติการเชาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๕ ๓๕ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๒๒ พระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๑ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๔ มาตรา ๑๘ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๑ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๘ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๗ มาตรา ๕ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ ๓๑ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ ๓๗ มาตรา ๘ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๔ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๔ ๒๕ มาตรา ๑๐ ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๔ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๑๖ มาตรา ๑๐ วรรคสอง ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๒ มาตรา ๑๑ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๗


(ท) | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๒ ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๘ พระราชบัญญัติตำรวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๘ (๖) ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๑๕ พระราชบัญญัติระเบียบขาราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๖ พระราชบัญญัติลมละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๓) ครั้งที่ ๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๒๗ พระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคหา ครั้งที่ ๖/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๒ มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๒ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๒ ๖ ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๒ ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๒ ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๘ มาตรา ๑๓ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๓๙ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๐ วรรคสอง (๖) ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๓ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๒๒ มาตรา ๔๔ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๖ มาตรา ๔๙ ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๑๓มาตรา ๕๑ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๘ (๗) ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๔๒ พระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๗ ข. (๑๒) ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๓ ๗ พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง ครั้งที่ ๘/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๒๘


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | (ธ) กฎหมาย มาตรา/ขอ ครั้งที่ ประชุมใหญ หนา พระราชกำหนดใหอำนาจกระทรวงการคลังกูเงิน เพื่อแกไขปญหา เยียวยา และฟนฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ไดรับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๓) ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๑ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติ ฉบับที่ ๔ เรื่อง การใชกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๓๔ ครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ๔๖ พระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๗ มาตรา ๑๗ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๑๓ (๕) ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๓ ๙ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยคาเชาบานของ ขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ขอ ๑๔ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ๗ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ ๑๙ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ๓๓ ขอ ๒๘ (๔) ขอ ๒๘ (๖) ขอ ๓๐


หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ๑. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ปญหากรณีทายาทและผูจัดการมรดกของคูกรณียื่นคำขอเขามาแทนที่ คูกรณีผูถึงแกความตายเมื่อพนกำหนดหนึ่งปนับแตวันที่คูกรณีผูนั้นถึงแกความตาย ตามมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา เมื่อผูฟองคดีถึงแกความตาย ระหวางการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุด ผูรองซึ่งเปนทายาทและผูจัดการมรดกของผูฟองคดี ไดยื่นคำขอเขาแทนที่ผูฟองคดีผูถึงแกความตายในวันที่ศาลปกครองชั้นตนนัดอานคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด หลังจากที่ผูฟองคดีถึงแกความตายกวา ๖ ป กรณีจึงเปนการยื่นคำขอเขาแทนที่ คูกรณีผูถึงแกความตายเมื่อพนกำหนดหนึ่งปนับแตวันที่คูกรณีถึงแกความตายตามมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งศาลมีอำนาจ สั่งจำหนายคดีไดตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว และถือเปนดุลพินิจของศาล ที่จะสั่งจำหนายคดีหรือไมก็ได กรณีนี้แมวาผูรองจะยื่นคำขอเขาแทนที่ผูฟองคดีผูถึงแกความตาย เมื่อพนกำหนดหนึ่งปนับแตวันที่ผูฟองคดีถึงแกความตาย แตเมื่อผูรองยื่นคำขอกอนที่ศาลปกครองสูงสุด จะมีคำสั่งจำหนายคดี กรณีจึงมีเหตุผลสมควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งอนุญาตใหผูรองเขาแทนที่ ผูฟองคดีผูถึงแกความตายไดตามบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาว เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบดวยกฎหมาย ของคำสั่งทางปกครองที่ผูฟองคดีฟองขอใหเพิกถอนเมื่อพนกำหนดเวลาการฟองคดี และศาล มีคำสั่งไมรับคำฟองในขอหานี้ไวพิจารณาแลว เพื่อนำมาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำละเมิด อันเกิดจากคำสั่งทางปกครองที่ศาลไดรับคำฟองไวพิจารณาแลว ไดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่ศาลไมอาจรับคำฟอง ในขอหาที่ผูฟองคดีฟองขอใหเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไมชอบดวยกฎหมายไวพิจารณา เนื่องจาก ผูฟองคดีนำคดีมาฟองเมื่อพนกำหนดระยะเวลาการฟองคดี มีผลเพียงใหศาลไมอาจพิพากษาเพิกถอน คำสั่งทางปกครองดังกลาวได โดยศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาในขอหาเกี่ยวกับการกระทำละเมิด ของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจากคำสั่งทางปกครองดังกลาวที่เปนไปตาม เงื่อนไขในการฟองคดี และไมมีผลกระทบตอการพิจารณาในขอหาที่เกี่ยวกับการกระทำละเมิดของ หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐดังกลาวขางตน


๒ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา คำสั่งของศาลปกครองชั้นตนที่ไมรับคำรองอุทธรณคำสั่ง ยกคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวกอนการพิพากษา จะเปนคำสั่งไมรับอุทธรณตามขอ ๑๐๔ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ผูฟองคดีมีสิทธิยื่นคำรองอุทธรณคำสั่งของศาลปกครองชั้นตนตอศาลปกครองสูงสุดได ตามขอ ๑๐๕ แหงระเบียบดังกลาว หรือจะเปนคำสั่งระหวางพิจารณาที่ผูฟองคดีไมอาจอุทธรณ คำสั่งดังกลาวระหวางการพิจารณาได แตชอบที่จะอุทธรณคำสั่งดังกลาวพรอมกับการอุทธรณ คำพิพากษาหรือคำสั่งที่ทำใหคดีเสร็จเด็ดขาดจากศาลตามขอ ๑๐๐ วรรคสอง แหงระเบียบเดียวกัน ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา คำสั่งของศาลปกครองชั้นตน ที่ไมรับคำรองอุทธรณคำสั่งยกคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวกอนการพิพากษา เปนคำสั่งไมรับอุทธรณ ตามขอ ๑๐๔ แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ผูฟองคดีจึงมีสิทธิยื่นคำรองอุทธรณคำสั่งของศาลปกครองชั้นตน ตอศาลปกครองสูงสุดไดตามขอ ๑๐๕ แหงระเบียบดังกลาว ๒. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๖/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ กรณีการกำหนดคาทดแทนความเสียหายใหแกเจาของโรงเรือนหรือ สิ่งปลูกสรางที่อยูอาศัย หรือประกอบอาชีพการงานอยูในอสังหาริมทรัพยที่ถูกเวนคืน อันเนื่องจาก ตองออกจากอสังหาริมทรัพย นั้น (๑) ปญหาที่วา เงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ตองออกจาก อสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ เปนเงินคาทดแทนที่ตองอุทธรณตอรัฐมนตรีผูมีอำนาจพิจารณาอุทธรณกอน หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีเงินคาทดแทนความเสียหาย เนื่องจากการที่ตองออกจากอสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวย การเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ เปนเงินคาทดแทนที่ตองอุทธรณตอรัฐมนตรีผูมีอำนาจ พิจารณาอุทธรณกอนนำคดีมาฟองตอศาล (๒) ปญหาที่วา เงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่เจาของหรือผูครอบครอง โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสรางที่ถูกเวนคืน ตองไปซื้อที่ดินแปลงใหมเพื่อการอยูอาศัยหรือประกอบ อาชีพการงาน ถือวาเปนเงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่ตองออกจากอสังหาริมทรัพย ตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ หรือไม


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๓ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา เงินคาทดแทนความเสียหาย เนื่องจากการที่เจาของหรือผูครอบครองโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสรางตองไปซื้อที่ดินแปลงใหม เพื่อการอยูอาศัยหรือประกอบอาชีพการงาน ไมถือวาเปนเงินคาทดแทนความเสียหายเนื่องจาก การที่ตองออกจากอสังหาริมทรัพยตามมาตรา ๒๑ วรรคหา แหงพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย พ.ศ. ๒๕๓๐ เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แลว เจาหนี้ยังไมไดมีหนังสือ บอกกลาวไปยังผูค้ำประกันตามมาตรา ๖๘๖ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ เจาหนี้จะมีสิทธิฟองผูค้ำประกันใหรับผิดชำระหนี้ไดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ แตเจาหนี้ยังไมไดมีหนังสือบอกกลาวการผิดนัดของลูกหนี้ไปยังผูค้ำประกันตามมาตรา ๖๘๖ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพงและพาณิชย (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ เจาหนี้ยังไมมีสิทธิฟองผูค้ำประกันใหรวมรับผิด ชำระหนี้ของลูกหนี้ได ๓. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๗/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ ปญหาที่วา วันที่ผูฟองคดีรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีกรณีการฟองขอให เพิกถอนกฎ จะถือวันที่กฎไดมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือจะถือวันที่กฎมีผลใชบังคับ ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีการฟองคดีขอใหเพิกถอน กฎที่ไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยใหมีผลใชบังคับในวันใดวันหนึ่งที่มิใชวันที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ยอมถือวาผูฟองคดีซึ่งอยูภายใตบังคับของกฎดังกลาว รูหรือควรรูถึงเหตุแหง การฟองคดีในวันที่กฎนั้นมีผลใชบังคับ มิใชรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีในวันที่กฎไดประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา _________________________


๔ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ๑. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๘/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การที่ผูขอมีหนังสือขอตรวจและคัดสำเนาเอกสารที่เกี่ยวของ กับเรื่องที่ถูกกลาวหารองเรียนตอหนวยงานของรัฐ เปนการใชสิทธิขอตรวจดูเอกสารตาม มาตรา ๓๑ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือเปนการใชสิทธิ ขอขอมูลขาวสารของราชการตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และเมื่อหนวยงานของรัฐมีคำสั่งไมอนุญาตใหเปดเผยสำเนาเอกสารแลว ผูขอจะตองใชสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดเผยขอมูลขาวสารตามมาตรา ๑๘ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว กอนนำคดีมาฟองตอศาลหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่ผูขอมีหนังสือขอตรวจ และคัดสำเนาเอกสารที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ถูกกลาวหารองเรียนตอหนวยงานของรัฐ เปนการใชสิทธิ ขอขอมูลขาวสารอื่นใดของราชการตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และหากหนวยงานของรัฐมีคำสั่งไมเปดเผยสำเนาเอกสาร ผูขอก็จะตองใชสิทธิอุทธรณ ตอคณะกรรมการวินิจฉัยการเปดเผยขอมูลขาวสารตามมาตรา ๑๘ แหงพระราชบัญญัติดังกลาว กอนนำคดีมาฟองตอศาล เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา ภายหลังจากที่ไดมีการตราพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นใชบังคับแลว หนวยงานของรัฐที่ไดใชคาสินไหมทดแทน แกผูเสียหายเพื่อการละเมิดของเจาหนาที่ หรือหนวยงานของรัฐที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องจาก การกระทำละเมิดของเจาหนาที่ ยังเปนผูมีสิทธิฟองคดีตอศาลเพื่อขอใหมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ใหเจาหนาที่ชำระคาสินไหมทดแทนใหแกตนหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา ภายหลังจากที่ไดมีการตรา พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นใชบังคับแลว หนวยงานของรัฐ ที่ไดใชคาสินไหมทดแทนแกผูเสียหายเพื่อการละเมิดของเจาหนาที่ตามมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือหนวยงานของรัฐที่ไดรับความเสียหาย อันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของเจาหนาที่ตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ แหง พระราชบัญญัติดังกลาว หากมีขอขัดของในการบังคับใชกฎหมายในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับ ทางปกครองใหเปนไปตามคำสั่งทางปกครอง หนวยงานของรัฐยังเปนผูมีสิทธิฟองคดีเพื่อขอใหศาล มีคำพิพากษาใหเจาหนาที่ชำระคาสินไหมทดแทนใหแกตนได


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาวางชำระหนี้นอยกวา จำนวนเงินที่ตองชำระตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นตนทำการ ไตสวนคูกรณีและเจาพนักงานบังคับคดี แลวมีคำสั่งใหลูกหนี้ตามคำพิพากษาวางเงินเพื่อชำระหนี้ ในสวนที่ขาด พรอมดอกเบี้ย หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไมเห็นดวย จะตองยื่นคำรองตอ ศาลปกครองชั้นตนที่มีคำสั่งในชั้นบังคับคดีตามขอ ๑๓๔ วรรคหนึ่ง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือเปนกรณีที่ ศาลปกครองชั้นตนที่บังคับคดีมีคำสั่งตามขอ ๑๓๕ แหงระเบียบดังกลาว ซึ่งลูกหนี้ตาม คำพิพากษาตองใชสิทธิอุทธรณคำสั่งของศาลปกครองชั้นตนตอศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่สำนักบังคับคดีปกครอง ไดรายงานตอศาลปกครองชั้นตนวา ลูกหนี้ตามคำพิพากษานำเงินมาวางชำระหนี้นอยกวาจำนวนเงิน ที่ตองชำระตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองชั้นตนจึงทำการไตสวนคูกรณี และเจาพนักงานบังคับคดี แลวมีคำสั่งใหลูกหนี้ตามคำพิพากษาวางเงินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ของศาลปกครองสูงสุดในสวนที่ขาด พรอมดอกเบี้ยของตนเงินที่ขาด ถือวาเปนกรณีที่ศาลปกครองชั้นตน มีคำสั่งกำหนดวิธีการดำเนินการใหเปนไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือมีคำสั่งใด ๆ เพื่อให การบังคับคดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว ตามขอ ๑๓๕ วรรคสอง แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งกฎหมายหรือระเบียบดังกลาว มิไดกำหนดใหถึงที่สุด และถือวาคำสั่งดังกลาวเปนคำสั่งอื่นใดซึ่งไมตองหามอุทธรณระหวางพิจารณา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งไมเห็นดวยกับคำสั่งของศาลปกครองชั้นตน จึงมีสิทธิอุทธรณตอ ศาลปกครองสูงสุดไดตามขอ ๑๐๐ วรรคหนึ่ง แหงระเบียบดังกลาว ๒. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ปญหาเกี่ยวกับการกำหนดประเภทคดีปกครอง กรณีที่ผูฟองคดีซึ่งเปนพนักงาน มหาวิทยาลัยฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหมหาวิทยาลัยตนสังกัดซึ่งเปนหนวยงาน ทางปกครองชดใชคาเสียหายอันเกิดจากการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนที่ไมเปนธรรม การละเลย ไมพิจารณาผลการประเมินการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนลาชา การมอบหมายงานในตำแหนงหนาที่ไมตรงกับภาระงาน การไมจายเงินคาชดเชยเมื่อออกจากงาน หรือการเลิกจางโดยไมชอบดวยกฎหมาย การไมจายงานสอนและประเมินผลงานใหไมผานเกณฑ จะเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐ ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว


๖ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่ผูฟองคดีซึ่งเปนพนักงาน มหาวิทยาลัยฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหมหาวิทยาลัยตนสังกัดซึ่งเปนหนวยงาน ทางปกครองชดใชคาเสียหายอันเกิดจากการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนที่ไมเปนธรรม การละเลย ไมพิจารณาผลการประเมินการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนลาชา การมอบหมายงานในตำแหนงหนาที่ไมตรงกับภาระงาน การไมจายเงินคาชดเชยเมื่อออกจากงาน หรือการเลิกจางโดยไมชอบดวยกฎหมาย การไมจายงานสอนและประเมินผลงานใหไมผานเกณฑ เปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ปญหาที่วา การที่วุฒิสภามีมติไมใหความเห็นชอบใหบุคคลดำรงตำแหนง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองมีมติใหเสนอรายชื่อ บุคคลตอนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีเสนอขอความเห็นชอบตอวุฒิสภา จะอยูในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลปกครองหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่วุฒิสภามีมติไมให ความเห็นชอบใหบุคคลดำรงตำแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุดตามที่คณะกรรมการตุลาการ ศาลปกครอง (ก.ศป.) เสนอตอนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีเสนอขอความเห็นชอบตอวุฒิสภา ไมใชการกระทำในฐานะเจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงไมเขาลักษณะเปนคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว และไมอยูในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง เรื่องที่ ๒ ปญหาที่วา มติของสภามหาวิทยาลัยที่เห็นชอบรายชื่อบุคคลผูสมควร ดำรงตำแหนงอธิการบดีมหาวิทยาลัย จำนวน ๓ รายชื่อ ตามที่คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเสนอจะถือเปนคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวาการที่ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย มีมติเห็นชอบรายชื่อบุคคลผูสมควรดำรงตำแหนงอธิการบดีมหาวิทยาลัยจำนวน ๓ รายชื่อ ตามที่ คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเสนอ เปนเพียงการรับรองมติของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่เห็นชอบบุคคลผูสมควรดำรงตำแหนงอธิการบดีมหาวิทยาลัย วาไดกระทำโดยถูกตองตามที่กำหนดไว ในขอบังคับของมหาวิทยาลัยเทานั้น มิใชการออกเสียงลงมติเพื่อคัดเลือกผูสมควรดำรงตำแหนง อธิการบดีมหาวิทยาลัยตามขอบังคับของมหาวิทยาลัย แตอยางใด ดังนั้น มติของสภามหาวิทยาลัย ที่เห็นชอบรายชื่อดังกลาวจึงมิไดเปนการใชอำนาจตามกฎหมายของเจาหนาที่ที่มีผลกระทบตอ


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๗ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด สถานภาพของสิทธิของผูฟองคดี อันจะถือเปนคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่บุคคลผูไมมีรายชื่อใน ๓ รายชื่อดังกลาว จะมีสิทธิ ฟองคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่องที่ ๓ ปญหาที่วา การพิจารณาลักษณะตองหามของกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ตามมาตรา ๗ ข. (๑๒) แหงพระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่กำหนดวา ตองไมเปนหรือเคยเปนกรรมการ ผูถือหุน หรือหุนสวนในบริษัทหรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลอื่นที่ประกอบธุรกิจดานกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน หรือกิจการโทรคมนาคม จะตองพิจารณาจากขอเท็จจริง และพยานหลักฐานที่ปรากฏวาไดมีการประกอบกิจการจริง หรือจากวัตถุประสงคของบริษัท หรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลเทานั้น ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีลักษณะตองหามของ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติตามมาตรา ๗ ข. (๑๒) แหงพระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่กำหนดวา ตองไมเปนหรือเคยเปนกรรมการ ผูถือหุน หรือหุนสวนในบริษัทหรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลอื่นที่ประกอบธุรกิจดานกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน หรือกิจการโทรคมนาคม นั้น จะตองพิจารณาตามขอเท็จจริง และพยานหลักฐานที่ปรากฏวา บริษัทหรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลอื่นไดประกอบกิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน หรือกิจการโทรคมนาคม จริงหรือไม นอกเหนือจากการพิจารณาตรวจสอบ วัตถุประสงคของบริษัทหรือหางหุนสวนหรือนิติบุคคลอื่นนั้น ๔. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ปญหาเกี่ยวกับการนำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อหรือผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานที่มิไดอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหมมาเบิกคาเชาบานขาราชการ (๑) กรณีที่ขาราชการปฏิบัติงานในทองที่หนึ่งและมีสิทธิเบิกคาเชาบานขาราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตอมาไดทำสัญญากูยืมเงินจากธนาคาร เพื่อซื้อบานสำหรับใชเปนที่อยูอาศัยและไดอาศัยอยูจริง แตบานหลังดังกลาวตั้งอยูตางทองที่ กับทองที่ที่สำนักงานตั้งอยู กรณีนี้ขาราชการผูนั้นจะมีสิทธินำหลักฐานการผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานมาเบิกคาเชาบานขาราชการตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชกฤษฎีกาดังกลาว ไดหรือไม


๘ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่ขาราชการไดทำสัญญา เชาซื้อหรือทำสัญญาเงินกูเพื่อชำระราคาบานเพื่อใชเปนที่อยูอาศัยและไดอาศัยอยูจริง แตบานหลัง ดังกลาวมิไดอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม ตามบทนิยามคำวา ทองที่ ตามมาตรา ๔ แหงพระราชกฤษฎีกาคาเชาบานขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับกระทรวงการคลังมิไดมีการ ออกประกาศกำหนดใหหลายทองที่รวมกันเปนทองที่เดียวกันตามมาตรา ๕ แหงพระราชกฤษฎีกา ดังกลาว ดังนั้น ขาราชการผูนั้นไมมีสิทธินำหลักฐานการชำระคาเชาซื้อหรือคาผอนชำระเงินกู เพื่อชำระราคาบานมาขอเบิกคาเชาบานขาราชการตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชกฤษฎีกาคาเชาบาน ขาราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ (๒) กรณีที่ขาราชการสวนทองถิ่นไดรับอนุมัติใหมีสิทธิไดรับคาเชาบาน โดยบานที่เชามิไดอยูในทองที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม ตอมา ภรรยาของขาราชการสวนทองถิ่น ผูนั้นไดทำสัญญากูยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบานที่ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นไดเชา กรณีนี้ ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นจะมีสิทธินำหลักฐานการผอนชำระเงินกูเพื่อชำระราคาบานมาเบิก คาเชาบานตามขอ ๑๔ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยคาเชาบานของขาราชการ สวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่ขาราชการสวนทองถิ่น ไดรับอนุมัติใหมีสิทธิไดรับคาเชาบานขาราชการตามขอ ๖ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวย คาเชาบานของขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ แลวตอมา ภรรยาของขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้น ไดทำสัญญากูยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบานหลังที่ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นเชาอยูและภรรยา ของขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นมิไดนำหลักฐานการผอนชำระเงินกูเพื่อชำระราคาบานไปเบิกคาเชาบาน จากหนวยงานตนสังกัดของภรรยา เมื่อบานหลังดังกลาวมิไดอยูในทองที่ที่ขาราชการสวนทองถิ่น ไปประจำสำนักงานใหม ตามนิยามคำวา ทองที่ ตามขอ ๔ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวย คาเชาบานของขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังนั้น ขาราชการสวนทองถิ่นผูนั้นจึงไมมีสิทธิ นำหลักฐานการผอนชำระเงินกูเพื่อชำระราคาบานมาเบิกคาเชาบานขาราชการตามขอ ๑๔ ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยคาเชาบานของขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตกอสรางอาคารอยูอาศัยรวม บนที่ดิน ซึ่งอยูในโครงการจัดสรรที่อยูอาศัยของการเคหะแหงชาติ ซึ่งไดมีการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พรอมอาคารตามสัญญาเชาซื้อหมดทั้งโครงการแลว รวมทั้งไดโอนสิ่งสาธารณูปโภคและทรัพยสิน สวนกลางใหกรุงเทพมหานครดวยแลว จะถือวาเปนการกระทำที่ไมชอบดวยกฎหมายหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่ผูจะกอสรางอาคาร ไดยื่นคำขออนุญาตกอสรางอาคารตอเจาพนักงานทองถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยตองพิจารณาวา เปนการฝาฝนกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร และกฎกระทรวง


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๙ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หรือขอบัญญัติทองถิ่น ที่ออกตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคาร รวมทั้งฝาฝนกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวของ หรือไม หากเปนไปโดยชอบดวยกฎหมายหรือไมฝาฝนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ เจาพนักงานทองถิ่นยอมมีอำนาจออกใบอนุญาตกอสรางอาคารใหแกผูยื่นคำขอได กรณีที่ เจาพนักงานทองถิ่นออกใบอนุญาตกอสรางใหแกผูขอเพื่อกอสรางอาคารอยูอาศัยรวม ๘ หอง แทนอาคารบานแถว ๒ ชั้น ซึ่งอยูในโครงการเดิมของการเคหะแหงชาติที่ผูขอไดเชาซื้อพรอมที่ดิน จากการเคหะแหงชาติ และการเคหะแหงชาติไดโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพรอมอาคารตามสัญญาเชา ซื้อใหแกผูขอและบุคคลอื่นหมดโครงการแลว รวมทั้งโอนสิ่งสาธารณูปโภคและทรัพยสินสวนกลาง ใหกรุงเทพมหานครดวยแลว นั้น เมื่อไดยื่นคำขออนุญาตกอสรางอาคาร พรอมกับแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณถูกตอง และเปนไปตามกฎกระทรวง ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และขอบัญญัติทองถิ่นที่ออกตาม พระราชบัญญัติดังกลาว ดังนั้น การที่เจาพนักงานทองถิ่นออกใบอนุญาตกอสรางอาคารใหผูขอ กอสรางอาคารเพื่อใชเปนที่อยูอาศัยรวม (หอพัก) จึงชอบดวยกฎหมายแลว แมจะมิไดพิจารณา ตามสัญญาเชาซื้อที่กำหนดมิใหผูเชาซื้อ ดัดแปลง แกไข ตอเติมอาคาร และผูเชาซื้อตองใชอาคาร เปนที่อยูอาศัยเทานั้น โดยไมกอความเดือดรอนรำคาญแกผูอยูใกลเคียง และไมไดพิจารณาถึง วัตถุประสงคของกฎหมายวาดวยการเคหะแหงชาติก็ตาม เนื่องจากผูขอไดชำระเงินตามสัญญาเชาซื้อ แกการเคหะแหงชาติครบถวน และไดมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และอาคารบานแถว ที่เชาซื้อใหแกผูขอแลว สัญญาเชาซื้อจึงสิ้นสุดลง ประกอบกับวัตถุประสงคในการจัดตั้งการเคหะ แหงชาติเพื่อจัดใหมีเคหะเพื่อใหประชาชนไดมีที่อยูอาศัย โดยใหประชาชนเชา เชาซื้อ หรือซื้อ ตามกฎหมายวาดวยการเคหะแหงชาติ นั้น มิใชบทบัญญัติแหงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ที่เจาพนักงานทองถิ่นจะตองพิจารณาในการออกใบอนุญาตกอสรางอาคาร แตอยางใด เรื่องที่ ๓ ปญหาเกี่ยวกับการฟองโตแยงความชอบดวยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๖๓ มาตรา ๑๓ (๕) ที่ฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพิกถอนบทบัญญัติมาตราดังกลาว หรือขอใหแกไขเพิ่มเติมความของบทบัญญัติมาตราดังกลาว จะอยูในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา พระราชกฤษฎีกาที่ พระมหากษัตริยทรงตราขึ้นโดยการใชพระราชอำนาจในฐานะประมุขของรัฐซึ่งบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ โดยตรง การใชพระราชอำนาจของพระมหากษัตริยในเรื่องนี้ จะไมอยูในฐานะของฝายปกครอง และมิใชเจาหนาที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น การฟองโตแยงความชอบดวยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงไมอยูในอำนาจการตรวจสอบของศาลปกครองสูงสุด _________________________


๑๐ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ ๑. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ กรณีขาราชการที่ไดรับเงินเพิ่มจากบำนาญปกติเปนรายเดือนเนื่องจากไดออก หรือพนจากราชการ ตามหลักเกณฑและอัตราที่กำหนดในระเบียบของสวนราชการ ตอมา มีการแกไขเพิ่มเติมระเบียบของสวนราชการ โดยกำหนดใหไดรับเงินเพิ่มจากบำนาญปกติ ในอัตราที่สูงขึ้น หนวยงานตนสังกัดจึงคำนวณและจายเงินเพิ่มจากบำนาญปกติใหในอัตราใหม ตั้งแตวันที่ระเบียบที่แกไขเพิ่มเติมมีผลใชบังคับ แตขาราชการกลุมนี้เห็นวา สิทธิในเงินเพิ่ม จากบำนาญปกติในอัตราใหมที่สูงขึ้น จะตองมีผลยอนหลังไปถึงวันที่ออกหรือพนจากราชการ กอนวันที่หลักเกณฑใหมมีผลใชบังคับ จึงนำคดีมาฟองตอศาลปกครอง ขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใหหนวยงานตนสังกัดคำนวณเงินเพิ่มจากบำนาญปกติใหถูกตอง และจายเงินเพิ่ม จากบำนาญปกติในสวนที่ยังขาดใหแกตน ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา ขอพิพาทเกี่ยวกับการฟอง ขอใหหนวยงานตนสังกัดจายเงินเพิ่มจากบำนาญปกติใหถูกตองสำหรับขาราชการที่ไดออกหรือ พนจากราชการกอนวันที่หลักเกณฑใหมมีผลใชบังคับ ถือเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับความรับผิด อยางอื่นของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจากการใชอำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สำหรับระยะเวลาการฟองคดีนั้น ภายหลังจากที่มีการแกไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ และวิธีการคำนวณเงินเพิ่มจากบำนาญปกติ และหนวยงานตนสังกัดไดจายเงินเพิ่มจากบำนาญปกติ ตามหลักเกณฑใหม โดยไมจายยอนหลังไปถึงวันที่ขาราชการกลุมดังกลาวออกหรือพนจากราชการ กอนวันที่ระเบียบที่แกไขเพิ่มเติมมีผลใชบังคับ ถือวาขาราชการกลุมนี้มีสิทธิโตแยงเกี่ยวกับ หลักเกณฑใหมที่ไมจายเงินเพิ่มจากบำนาญปกติใหมยอนหลังดังกลาวแลว และถือวาไดรูหรือ ควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีนับตั้งแตวันที่ตนไดรับเงินเพิ่มจากบำนาญปกติตามหลักเกณฑใหม ในครั้งแรก จึงจะตองยื่นฟองคดีตอศาลภายในหนึ่งปนับแตวันดังกลาวตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ กรณีที่พนักงานเทศบาลไดทำสัญญารับทุนการศึกษากับเทศบาลตนสังกัด ของตน ตอมาไดโอนยายไปดำรงตำแหนงที่เทศบาลแหงใหมโดยไดทำสัญญารับทุนกับเทศบาล


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑๑ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ตนสังกัดใหมนั้นอีก และเมื่อสำเร็จการศึกษาแลว พนักงานเทศบาลผูนั้นไดรับอนุญาตใหลาออก จากราชการ เทศบาลตนสังกัดเดิมจึงมีหนังสือขอใหเทศบาลตนสังกัดใหมตรวจสอบผลการศึกษา และรายละเอียดการชดใชทุนการศึกษาของพนักงานเทศบาลผูนั้น โดยขอใหเทศบาลตนสังกัดใหม เรียกทุนการศึกษาที่เทศบาลตนสังกัดเดิมไดจายไปพรอมเบี้ยปรับจำนวน ๒ เทา และมีหนังสือ ถึงพนักงานเทศบาลผูนั้นใหชำระเงินดังกลาว แตเทศบาลตนสังกัดใหม มิไดดำเนินการ และพนักงานเทศบาลผูนั้นเพิกเฉย เทศบาลตนสังกัดเดิมจึงนำคดีมาฟองตอศาล ขอใหศาล มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหพนักงานเทศบาลผูนั้นชำระเงินพรอมดอกเบี้ย กรณีเชนนี้จะถือวา เทศบาลตนสังกัดเดิมรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีในวันที่พนักงานเทศบาลยายไปดำรง ตำแหนงที่เทศบาลตนสังกัดใหม หรือในวันที่เทศบาลตนสังกัดเดิมไดมีหนังสือถึงเทศบาล ตนสังกัดใหมเพื่อขอทราบผลการศึกษาและรายละเอียดการชดใชทุนการศึกษาที่พนักงานเทศบาล ไดรับไปจากทางราชการ หรือในวันที่พนักงานเทศบาลผูนั้นไดลาออกจากราชการ ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา แมวาเทศบาลตนสังกัดเดิม จะมีหนังสือถึงเทศบาลตนสังกัดใหม เพื่อขอทราบผลการศึกษาและรายละเอียดการชดใชทุนการศึกษา ที่พนักงานเทศบาลผูนั้นไดรับไปจากเทศบาลทั้งสองแหง กรณียังไมถือวาเทศบาลตนสังกัดเดิมไดรู หรือควรรูถึงการผิดสัญญารับทุนการศึกษาของพนักงานเทศบาลผูนั้น แตเมื่อพนักงานเทศบาลผูนั้น พนจากราชการเนื่องจากไดลาออกจากราชการ ยอมถือวาพนักงานเทศบาลผูนั้นผิดสัญญารับ ทุนการศึกษาแลวตั้งแตวันดังกลาว จึงถือวาเทศบาลตนสังกัดเดิมไดรูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดี ตั้งแตวันที่พนักงานเทศบาลผูนั้นพนจากราชการ ดังนั้น เทศบาลตนสังกัดเดิมจึงตองนำคดีมาฟอง ตอศาลปกครองภายในหาปนับแตวันดังกลาวตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่องที่ ๒ กรณีที่หนวยงานทางปกครองนำคดีมาฟองขอใหศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใหผูถูกฟองคดีในฐานะคูสัญญารับทุนการศึกษาและในฐานะผูจัดการมรดกของ ผูค้ำประกัน ใหรับผิดตามสัญญา แตเนื่องจากศาลปกครองชั้นตนมิไดกำหนดใหผูจัดการมรดก ของผูค้ำประกันเขามาเปนผูถูกฟองคดีในคดีนี้ เชนนี้ ศาลปกครองสูงสุดจะกำหนดคำบังคับให ผูถูกฟองคดีในฐานะผูจัดการมรดกของผูค้ำประกันตองรับผิดในอีกฐานะหนึ่ง ไดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา เมื่อคำพิพากษาของ ศาลปกครองชั้นตนไดกำหนดประเด็นที่จะตองวินิจฉัยไวแลววา หากผูถูกฟองคดีในฐานะคูสัญญา รับทุนการศึกษาประพฤติผิดสัญญารับทุนการศึกษา ผูถูกฟองคดีในฐานะผูจัดการมรดกของ ผูค้ำประกันจะตองรวมรับผิดชดใชเงินแกผูฟองคดีหรือไม เพียงใด เพียงแตศาลปกครองชั้นตน ไมไดกำหนดใหผูถูกฟองคดีในฐานะคูสัญญารับทุนการศึกษาและในฐานะผูจัดการมรดกของ ผูค้ำประกัน เปนผูถูกฟองคดี ในแบบของคำพิพากษา (ต. ๑๘) กรณีจึงถือวา ผูถูกฟองคดีในฐานะ


๑๒ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด คูสัญญารับทุนการศึกษา และในฐานะผูจัดการมรดกของผูค้ำประกัน จะตองรวมกันหรือแทนกัน ชำระหนี้ใหแกผูฟองคดี ศาลปกครองสูงสุดจึงชอบที่จะกำหนดตัวผูถูกฟองคดีในฐานะคูสัญญาและ ในฐานะผูจัดการมรดกของผูค้ำประกัน เปนผูถูกฟองคดี เพื่อมีคำบังคับใหผูถูกฟองคดีในฐานะ ผูจัดการมรดกของผูค้ำประกันตองรับผิดในฐานะผูค้ำประกันอีกฐานะหนึ่งได ๓. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ การที่ศาลปกครองชั้นตนไดแสวงหาขอเท็จจริงจากผูถูกฟองคดีในชั้น ตรวจคำฟอง แตมิไดมีคำสั่งใหผูถูกฟองคดีทำคำใหการแสดงการปฏิเสธหรือยอมรับขอหา ที่ปรากฏในคำฟองและคำขอทายฟอง โดยศาลปกครองชั้นตนเพียงแตรับฟงขอเท็จจริง ที่ปรากฏตามคำฟองและพยานหลักฐานประกอบคำฟองแลวพิจารณาพิพากษาคดี จะถือวา เปนกรณีที่มิไดปฏิบัติใหเปนไปตามหลักกฎหมายทั่วไปวาดวยการฟงความทุกฝายหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา แมวาศาลปกครองชั้นตน จะไดมีคำสั่งใหผูถูกฟองคดีชี้แจงขอเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณามีคำสั่งรับคำฟอง และตอมาได มีการสงสำเนาคำฟองพรอมพยานหลักฐานใหผูถูกฟองคดีทราบ แตก็มิไดมีคำสั่งใหผูถูกฟองคดี ทำคำใหการแตอยางใด ประกอบกับผูถูกฟองคดีไดอุทธรณวา ศาลปกครองชั้นตนมิไดสง พยานหลักฐานดังกลาวใหผูถูกฟองคดีไดมีโอกาสคัดคานและโตแยง ฉะนั้น การที่ศาลปกครองชั้นตน ดำเนินกระบวนพิจารณาเพียงขั้นตอนเดียว โดยพิจารณาจากคำฟองและพยานหลักฐานประกอบ คำฟองแลวดำเนินกระบวนพิจารณาจนมีคำพิพากษา จึงไมเปนไปตามหลักกฎหมายทั่วไปวาดวย การฟงความทุกฝาย ที่ศาลตองเปดโอกาสใหคูกรณีไดทราบถึงขออางหรือขอแยงของแตละฝาย และใหคูกรณีแสดงพยานหลักฐานของฝายตนเพื่อยืนยันหรือหักลางขอเท็จจริงและขอกฎหมายได ตามมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา ๕๗ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และเปนกรณีที่มิไดปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงกฎหมายหรือ ระเบียบนี้ในสวนที่วาดวยการแสวงหาขอเท็จจริง จึงมีเหตุอันสมควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่ง ยกคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นตน และสงสำนวนคืนไปยังศาลปกครองชั้นตนเพื่อมีคำพิพากษา หรือคำสั่งใหม ตามขอ ๑๑๒ วรรคหนึ่ง (๒) แหงระเบียบของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ เรื่องที่ ๒ การที่หนวยงานทางปกครองทำสัญญาจางเอกชนรายหนึ่งกอสราง และปรับปรุงสถานที่โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยหลงเชื่อตามเอกสารที่เอกชนรายนี้ นำมาแสดงวาเปนผูมีคุณสมบัติครบถวนตามประกาศประกวดราคา นั้น จะถือวาเปนกรณี การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเปนคูกรณีแหงนิติกรรมที่เปนสาระสำคัญ อันทำใหนิติกรรมเปนโมฆะ หรือจะถือวาเปนการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติ


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑๓ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ของบุคคลซึ่งเปนสาระสำคัญ อันทำใหนิติกรรมเปนโมฆียะ และเมื่อตอมาหนวยงานทางปกครอง ไดมีหนังสือบอกเลิกสัญญากับเอกชนรายนี้แลว หนวยงานทางปกครองจะตองใชคาการงาน ใหแกเอกชนรายนี้หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่หนวยงานทางปกครอง ทำสัญญาจางเอกชนรายหนึ่งกอสรางและปรับปรุงสถานที่โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยหลงเชื่อ ตามเอกสารที่เอกชนรายนั้นนำมาแสดงวาเปนผูมีคุณสมบัติครบถวน สามารถเปนคูสัญญากับ หนวยงานทางปกครองตามประกาศประกวดราคาฯ ได นั้น ไมถือวาเปนการสำคัญผิดในตัวบุคคล ซึ่งเปนคูกรณีแหงนิติกรรมที่เปนสาระสำคัญของนิติกรรม จึงไมทำใหสัญญาระหวางหนวยงานและเอกชน ดังกลาวตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๕๖ หากแตเปนกรณีที่ หนวยงานทางปกครองแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดวา เอกชนรายนั้นมีคุณสมบัติครบถวนถูกตองตามเงื่อนไข ที่กำหนดไวในประกาศประกวดราคาฯ ทำใหหนวยงานทางปกครองแสดงเจตนาในการทำนิติกรรมสัญญา โดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล อันทำใหนิติกรรมเปนโมฆียะตามมาตรา ๑๕๗ แตเนื่องจาก ความสำคัญผิดดังกลาวเกิดขึ้นโดยความประมาทเลินเลออยางรายแรงของหนวยงานทางปกครอง ดังนั้น หนวยงานทางปกครองจึงไมอาจถือเอาความสำคัญผิดนั้นมาใชเปนประโยชนแกตนได ตามมาตรา ๑๕๘ อยางไรก็ตาม การที่หนวยงานทางปกครองไดมีหนังสือแจงบอกเลิกสัญญากับเอกชน ดังกลาว ซึ่งเปนกรณีที่คูสัญญาฝายหนึ่งไดใชสิทธิเลิกสัญญาแลว สัญญายอมเปนอันเลิกกัน คูกรณี แตละฝายจำตองใหอีกฝายหนึ่งไดกลับคืนสูฐานะดังที่เปนอยูเดิมตามมาตรา ๓๙๑ วรรคหนึ่ง สำหรับคาการงานที่เอกชนรายนั้นไดทำไปแลวนั้น เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นหลายจุด และหนวยงานทางปกครองไมไดใชประโยชนจากการงานดังกลาว งานที่เอกชนดังกลาวไดกระทำ จึงมิไดเปนประโยชนแกหนวยงานทางปกครองที่จะตองชดใชคืนดวยการใชเงินตามควรคาแหงการนั้นๆ ตามมาตรา ๓๙๑ วรรคสาม และแมวาขอเท็จจริงเกี่ยวกับความเสียหายในการงานที่ทำนี้ จะเปนขอเท็จจริงที่มิไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลปกครองชั้นตน แตหากศาลปกครองสูงสุด จะวินิจฉัยเกี่ยวกับการกำหนดคาเสียหายใหแกเอกชนดังกลาวและหากหนวยงานทางปกครอง มีหนาที่ตองชำระหนี้ในสวนนี้ ศาลปกครองสูงสุดยอมแสวงหาขอเท็จจริงในสวนนี้เพิ่มเติมได ๔. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๔ วันพุธที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่องที่ ๑ ประกาศการขึ้นบัญชีผูสอบแขงขันไดเพื่อบรรจุและแตงตั้งบุคคล เปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และคำสั่งทางปกครองที่บรรจุและแตงตั้ง ผูสอบแขงขันไดเปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยอาศัยผลจากการจัดสอบ ที่ไมเปนไปตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกโดยการสอบแขงขัน


๑๔ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อบรรจุบุคคลเปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น จะถือวาเปนคำสั่งทางปกครอง ที่มีลักษณะผิดพลาดอยางชัดแจงและรายแรง ถือเสมือนวาไมมีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น หรือจะถือวาเปนคำสั่งทางปกครองที่ไมชอบดวยกฎหมายซึ่งเปนการใหเงินหรือทรัพยสินหรือ ประโยชนที่อาจแบงแยกได ที่อาจถูกเพิกถอนไดตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา ตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ หลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกโดยการสอบแขงขันเพื่อบรรจุบุคคลเปนพนักงานขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น มีเจตนารมณเพื่อใหการสอบแขงขันเปนไปดวยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และมีมาตรฐาน เพื่อเปนหลักประกันความเปนธรรมแกผูสมัครสอบแขงขันทุกคน และเพื่อใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไดผูที่มีความรู ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหนงหนาที่ เขารับการบรรจุแตงตั้งเปน พนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น อันจะเปนการผดุงไวซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคล เขารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนตอการบริหารราชการแผนดิน เมื่อการสอบแขงขัน เพื่อบรรจุบุคคลเปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นซึ่งเปนขั้นตอนอันเปนสาระสำคัญอยางยิ่ง ของการสรรหาบุคคลที่มีความรู ความสามารถ และความเหมาะสม เพื่อบรรจุและแตงตั้งเปน พนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และเปนการจัดสอบที่ไมไดมาตรฐานตั้งแตขั้นตอน การออกขอสอบ การตรวจขอสอบ และการประมวลผลคะแนน เนื่องจากมีบุคคลที่กระทำในฐานะสวนตัว เปนผูดำเนินการเองทั้งหมด ขัดกับมาตรฐานทั่วไปที่กำหนดใหสถาบันการศึกษาหรือหนวยงาน ที่ไดรับคัดเลือก เปนผูรับผิดชอบในการสอบแขงขัน อันเปนการจัดสอบโดยทุจริตและผิดกฎหมาย อยางชัดแจงและรายแรง ดังนั้น ประกาศการขึ้นบัญชีผูสอบแขงขันไดเพื่อบรรจุและแตงตั้งบุคคล เปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และคำสั่งทางปกครองที่บรรจุและแตงตั้งผูสอบแขงขัน ไดเปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยอาศัยผลจากการจัดสอบที่ไมเปนไป ตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑและเงื่อนไขการคัดเลือกโดยการสอบแขงขันเพื่อบรรจุบุคคล เปนพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นดังกลาว จึงเปนคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาด อยางชัดแจงและรายแรง โดยทางกฎหมายถือเสมือนวาไมมีการออกคำสั่งทางปกครองนั้น หนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐผูออกคำสั่งจึงไมจำตองเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแตงตั้ง พนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นดังกลาว และไมตองนำบทบัญญัติแหงกฎหมายวาดวย วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในสวนที่วาดวยการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ที่จะตองคำนึงถึง หลักความเชื่อโดยสุจริตของผูรับคำสั่งทางปกครอง หรือตองมีคำสั่งใหพนักงานขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นที่ไดรับการบรรจุแตงตั้งตามคำสั่งดังกลาวพนจากตำแหนงพนักงานขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับแตวันที่รูถึงเหตุที่จะใหเพิกถอนคำสั่งดังกลาว ตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาใชบังคับ แตอยางใด


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่องที่ ๒ กรณีที่บุคคลผูผานการสอบขอเขียนเขารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเปน นักเรียนนายสิบตำรวจ แตมีประวัติวาถูกจับกุมดำเนินคดีอาญาฐานรวมกันกับพวกผลิตและ มีไวในครอบครองซึ่งยาเสพติดใหโทษประเภท ๕ (พืชกระทอม) โดยไมไดรับอนุญาต ขณะอายุ ๑๗ ป ๖ เดือน ซึ่งบุคคลดังกลาวไดปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกำหนด โดยเขารับการอบรมหรือทำกิจกรรมบำบัดครบถวนแลว ศาลเยาวชนและครอบครัวจึงมีคำสั่งยุติคดี โดยไมจำตองมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการกระทำความผิด และใหถือวาสิทธินำคดีอาญามาฟองระงับ นั้น จะถือวาเปนผูประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพรองในศีลธรรมอันดี อันเปนเหตุใหขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตำรวจตามมาตรา ๔๘ (๖) แหงพระราชบัญญัติ ตำรวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับขอ ๒ วรรคหนึ่ง (๒) ของกฎ ก.ตร. วาดวยคุณสมบัติ และลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่ผูสมัครเขารับ การคัดเลือกเพื่อบรรจุเปนนักเรียนนายสิบตำรวจ ไดกระทำความผิดในขณะที่อายุ ๑๗ ป ๖ เดือน ซึ่งใกลเคียงกับเกณฑอายุของผูสมัครเขารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเปนนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่กำหนดอายุไมต่ำกวา ๑๘ ปบริบูรณ ผูนั้นจึงยอมมีวุฒิภาวะที่สามารถแยกแยะความผิดชอบชั่วดี โดยตนเอง ประกอบกับพฤติการณในคดีอาญาของผูนั้น เปนการกระทำความผิดฐานผลิตยาเสพติด ใหโทษประเภท ๕ (พืชกระทอม) รวมอยูดวย ซึ่งโดยพฤติการณยอมมีความรายแรงกวาความผิด ฐานเสพยาเสพติดเพียงฐานเดียว และจากภาพลักษณของผูที่เคยมีประวัติเกี่ยวของกับการผลิตยาเสพติด ยอมสงผลตอความเชื่อถือศรัทธาในความเปนขาราชการตำรวจที่มีหนาที่บังคับใชกฎหมาย กรณียอมถือไดวาผูนั้นเปนผูประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพรองในศีลธรรมอันดี อันเปนเหตุใหขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตำรวจตามมาตรา ๔๘ (๖) แหงพระราชบัญญัติ ตำรวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับขอ ๒ วรรคหนึ่ง (๒) ของกฎ ก.ตร. วาดวยคุณสมบัติ และลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ _________________________


๑๖ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๕ ๑. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ วันพุธที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ในคดีที่หนวยงานของรัฐไดแจงบอกเลิกสัญญาไปยังคูสัญญาอีกฝายหนึ่ง แลวฟองคดีตอศาลเรียกใหชำระคาปรับจากการผิดสัญญา และตอมาคูสัญญาฝายนั้นไดยื่น ฟองแยงเรียกคาการงานที่ไดกระทำไปแลวพรอมดอกเบี้ย หากศาลเห็นวาคูสัญญาฝายนั้น มีสิทธิไดรับคาการงาน หนวยงานของรัฐจะตองชำระดอกเบี้ยของคาการงานนั้นตั้งแตเมื่อใด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่หนวยงานของรัฐมีหนี้ ที่ตองชดใชใหแกคูสัญญาอีกฝายหนึ่งเปนคาแหงการงานตามมาตรา ๓๙๑ วรรคสาม แหงประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย เมื่อหนี้ดังกลาวเปนหนี้เงิน หนวยงานของรัฐจึงตองชำระดอกเบี้ยหากมีการผิดนัด ชำระหนี้ เมื่อไมปรากฏขอเท็จจริงวา คูสัญญาฝายนั้นไดมีหนังสือทวงถามคาการงานภายหลังจากที่ หนวยงานของรัฐไดบอกเลิกสัญญา กรณีจึงยังถือไมไดวาหนวยงานของรัฐเปนผูผิดนัดชำระหนี้ ตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย แตเมื่อคูสัญญาฝายนั้นไดยื่น ฟองแยงเรียกรองใหชำระคาการงานที่ไดกระทำไปแลวพรอมดอกเบี้ย จึงถือไดวาหนวยงานของรัฐ ผิดนัดชำระหนี้ดังกลาวตั้งแตวันฟองแยง และตองชำระดอกเบี้ยผิดนัดนับแตวันดังกลาว เรื่องที่ ๒ กรณีที่นายอำเภอไดอนุมัติใหแกไขรูปแผนที่และเนื้อที่ตาม น.ส. ๓ ก. แลวแบงแยกในนามเดิมเปน น.ส. ๓ ก. อีกแปลง ซึ่งไดมีการจดทะเบียนแลวโอนขายใหแก ส.ป.ก. แตตอมา อธิบดีกรมที่ดินไดมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนแบงแยกและเพิกถอน น.ส. ๓ ก. อันเนื่องจากมีการแกไขรูปแผนที่และเนื้อที่โดยไมชอบดวยกฎหมาย ทำให ส.ป.ก. ที่ถือครองที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. ไดรับความเสียหาย การที่ผูวาราชการจังหวัดมีคำสั่งใหนายอำเภอ ชดใชคาสินไหมทดแทนใหแก ส.ป.ก. จะถือวาเปนการใชสิทธิเรียกรองภายในอายุความสิบป นับแตวันทำละเมิดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่ผูวาราชการจังหวัด มีคำสั่งเรียกใหนายอำเภอชดใชคาสินไหมทดแทนใหแก ส.ป.ก. เปนการใชสิทธิเรียกรองคาสินไหมทดแทน ภายในอายุความสองปนับแตวันที่ผูวาราชการจังหวัดรูถึงการละเมิดและรูตัวเจาหนาที่ผูจะพึง ตองใชคาสินไหมทดแทนตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจาหนาที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ สวนที่วาเปนการใชสิทธิเรียกรองภายในอายุความสิบปนับแตวันทำละเมิด ตามมาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย หรือไม นั้น ขอเท็จจริงปรากฏวา นายอำเภอไดลงนามและสั่งแกไขรูปแผนที่และเนื้อที่ใน น.ส. ๓ ก. กอนวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๓๖


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑๗ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเปนวันจดทะเบียนแบงแยก น.ส. ๓ ก. ในนามเดิม เปน น.ส. ๓ ก. อีกแปลงหนึ่ง อันถือไดวา นายอำเภอไดกระทำการโดยไมชอบดวยกฎหมาย ซึ่งเปนเพียงองคประกอบขอหนึ่งของการกระทำละเมิด เทานั้น แตในขณะนั้น ส.ป.ก. ยังไมไดซื้อที่ดินแปลงพิพาท จึงยังไมไดกอความเสียหายใหแก ส.ป.ก. เมื่อตอมา ส.ป.ก. ไดซื้อที่ดินแปลงดังกลาวแลวอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. แปลงพิพาท และไดแจงคำสั่งดังกลาวให ส.ป.ก. รับทราบ จึงตองถือวาวันที่ ส.ป.ก. ไดรับความเสียหาย คือ วันที่ ส.ป.ก. ไดรับแจงคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินที่สั่งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. แปลงดังกลาว อันเปนวันที่ ครบองคประกอบของการกระทำละเมิด แมขอเท็จจริงจะไมปรากฏวา ส.ป.ก. ไดรับแจงคำสั่ง ดังกลาวเมื่อใด แตก็ตองเปนวันหลังจากวันที่อธิบดีกรมที่ดินลงนามในคำสั่งเพิกถอน น.ส. ๓ ก. แปลงพิพาท ซึ่งเมื่อนับตั้งแตวันที่อธิบดีกรมที่ดินลงนามในคำสั่งดังกลาวเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ จนถึงวันที่ผูวาราชการจังหวัดมีคำสั่งใหนายอำเภอชดใชคาสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งนายอำเภอไดรับแจงคำสั่งใหชดใชคาสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ จึงยังไมเกินสิบป กรณีจึงถือเปนการใชสิทธิเรียกรองภายในสิบปนับแตวันทำละเมิดตามมาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เรื่องที่ ๓ ขอพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจางเหมาเอกชนทำความสะอาดพื้นที่ภายใน ตึกอุบัติเหตุและวินิจฉัยโรคในโรงพยาบาลของรัฐ จะเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนเพียงสัญญาจางทำของในทางแพงทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชย ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา สัญญาจางเหมาเอกชน ทำความสะอาดพื้นที่ภายในตึกอุบัติเหตุและวินิจฉัยโรคในโรงพยาบาลของรัฐ มีลักษณะเปน การอำนวยความสะดวกใหแกบุคลากรผูปฏิบัติงานและประชาชนที่เขารับการรักษาที่โรงพยาบาล อันเปนสัญญาจางทำของในทางแพงทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มิไดมีลักษณะ เปนสัญญาที่ใหจัดทำบริการสาธารณะหรือเขารวมจัดทำบริการสาธารณะ ที่จะถือวาเปนสัญญา ทางปกครองตามบทนิยามคำวา สัญญาทางปกครอง ในมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น ขอพิพาทในคดีนี้จึงไมอยูในอำนาจพิจารณาพิพากษา ของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว เรื่องที่ ๔ ขอพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจางเอกชนสรางแบบจำลองอาคารและสัญญา จางจัดทำตนไมเสมือนจริงเพื่อประกอบการจัดสรางแบบจำลองอาคาร เปนคดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือเปนเพียงสัญญาจางทำของในทางแพงทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย


๑๘ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา สัญญาวาจางเอกชน สรางแบบจำลองอาคาร และสัญญาจางจัดทำตนไมเสมือนจริงเพื่อประกอบการจัดสราง แบบจำลองอาคาร เปนสัญญาที่หนวยงานของรัฐผูวาจางประสงคเพียงผลสำเร็จแหงการงานที่ทำ อันอยูในภารกิจตามอำนาจหนาที่ของหนวยงานของรัฐแหงนั้น และเอกชนคูสัญญาก็ประสงค เพียงคาจางจากการทำงานที่จาง อันมีลักษณะเปนสัญญาจางทำของในทางแพงทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย จึงไมใชสัญญาที่ใหเอกชนจัดทำบริการสาธารณะ หรือเขารวมจัดทำบริการสาธารณะซึ่งเปนภารกิจหลักของหนวยงานของรัฐผูวาจาง อันจะถือวา เปนสัญญาที่ใหจัดทำบริการสาธารณะ อีกทั้งแบบจำลองที่หนวยงานของรัฐจางเอกชนใหสรางขึ้นนั้น ก็มิใชสิ่งสาธารณูปโภค อันจะถือวาเปนสัญญาจัดใหมีสิ่งสาธารณูปโภค สัญญาดังกลาวจึงไมใช สัญญาทางปกครองตามบทนิยามคำวา สัญญาทางปกครอง ในมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนั้น ขอพิพาทในคดีนี้จึงไมอยูในอำนาจพิจารณา พิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว เรื่องที่ ๕ ปญหาเกี่ยวกับการพิจารณาคำขอใหพิจารณาคดีใหมตามเงื่อนไข ของมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ (คดีหมายเลขดำที่ อ. ๒๔๑ – ๒๔๒/๒๕๖๑ หมายเลขแดงที่ อ. ๑๓๙ – ๑๔๐/๒๕๖๕) ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่คูกรณีจะใชสิทธิ ยื่นคำขอใหศาลปกครองพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีใหมในคดีที่ไดมีคำพิพากษา เสร็จเด็ดขาดแลว จะตองเขาเงื่อนไขอยางใดอยางหนึ่งตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยกรณีที่ศาลปกครองฟงขอเท็จจริง ผิดพลาดหรือมีพยานหลักฐานใหมอันอาจทำใหขอเท็จจริงที่ฟงเปนยุติแลวเปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติดังกลาว นั้น กรณีรับฟงขอเท็จจริง ผิดพลาด หมายความวา กรณีที่ศาลรับฟงขอเท็จจริงนอกสำนวนคดี หรือกรณีที่ศาลไมไดรับฟง ขอเท็จจริงที่ปรากฏอยูในสำนวนคดีจากคำฟอง คำใหการ คำคัดคานคำใหการ คำใหการเพิ่มเติม หรือรับฟงขอเท็จจริงไมตรงกับความเปนจริงที่ปรากฏตามพยานหลักฐานในสำนวนคดี สวนกรณี มีพยานหลักฐานใหม หมายความวา กรณีที่มีพยานหลักฐานอันอาจสนับสนุนขอกลาวอางของคูกรณี ซึ่งไมไดเสนอตอศาลในระหวางการแสวงหาขอเท็จจริง แตกลับปรากฏตอศาลภายหลังมีคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดีแลว โดยคูกรณีอาจไมทราบถึงความมีอยูของพยานหลักฐานนั้น หรือมีเหตุจำเปนอื่น อันทำใหไมอาจนำพยานหลักฐานนั้นมาแสดงตอศาลในระหวางการแสวงหาขอเท็จจริงได โดยตอง เปนพยานหลักฐานที่มีผลทำใหขอเท็จจริงที่ฟงเปนยุติแลวในคดีนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ และเปนพยานหลักฐานที่มีอยูกอนที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี โดยคูกรณีหรือศาล


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๑๙ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ไมทราบถึงความมีอยูของพยานหลักฐานนั้น ซึ่งมิใชความผิดของคูกรณี สวนพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีแลว แมจะมีผลทำใหขอเท็จจริงที่ฟงเปนยุติ แลวนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ก็ไมถือเปนพยานหลักฐานใหม ๒. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ วันพุธที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง กรณีที่หนี้ตามสัญญามิได กำหนดเวลาชำระไวตามวันแหงปฏิทิน การที่หนวยงานของรัฐในฐานะเจาหนี้มีหนังสือแจงให ลูกหนี้ชำระหนี้ แตไมอาจจัดสงหนังสือดังกลาวใหแกลูกหนี้ไดเนื่องจากไมมีผูรับหรือลูกหนี้ยายที่อยู จะถือวาลูกหนี้ตกเปนผูผิดนัดชำระหนี้และตองรับผิดในดอกเบี้ยในระหวางผิดนัดตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ตั้งแตเมื่อใด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่หนี้ตามสัญญามิได กำหนดเวลาชำระหนี้ไวตามวันแหงปฏิทิน ถือเปนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระโดยพลัน แตลูกหนี้จะตกเปน ผูผิดนัดตอเมื่อเจาหนี้ไดใหคำเตือนแลวตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย เมื่อเจาหนี้ไดมีหนังสือถึงลูกหนี้ใหชดใชเงินและคาปรับกรณีผิดสัญญาใหแกเจาหนี้ ภายในเวลาที่กำหนดนับแตวันที่ไดรับหนังสือ แตไมอาจจัดสงหนังสือดังกลาวใหแกลูกหนี้ได เนื่องจากไมมีผูรับก็ดี ลูกหนี้ยายที่อยูก็ดี หรือลูกหนี้ไมไดรับหนังสือดังกลาวดวยเหตุอื่นใด จึงถือวา เจาหนี้ยังมิไดมีคำเตือนใหลูกหนี้ชำระหนี้ตามสัญญา ลูกหนี้จึงยังมิไดตกเปนผูผิดนัดชำระหนี้ แตเมื่อเจาหนี้ไดนำคดีมาฟองตอศาล กรณีจึงถือวาลูกหนี้ตกเปนผูผิดนัดตั้งแตวันฟองเปนตนไป เจาหนี้จึงมีสิทธิเรียกใหลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยจากการผิดนัดตั้งแตวันฟองคดีจนกวาจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย เรื่องที่ ๒ ปญหาเกี่ยวกับการนำอายุความคดีอาญาที่ยาวกวามาใชบังคับกับการใช สิทธิเรียกรองคาเสียหายในกรณีที่เจาหนาที่กระทำละเมิดตอหนวยงานของรัฐ ตามมาตรา ๔๔๘ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ประกอบกับมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แหง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่หนวยงานของรัฐไดรับ ความเสียหายจากการกระทำละเมิดของเจาหนาที่ในการปฏิบัติหนาที่ หากปรากฏวาความเสียหาย ดังกลาวมีมูลอันเปนความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา สิทธิที่จะเรียกรองใหเจาหนาที่ ชดใชคาสินไหมทดแทนในกรณีดังกลาว ยอมตองบังคับตามกำหนดเวลาที่บัญญัติไวในประมวล กฎหมายอาญาเรื่องอายุความฟองคดีอาญา ตามมาตรา ๔๔๘ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมาย แพงและพาณิชย ประกอบกับมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยอาจปรากฏขอเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันเปนความผิดทางอาญาในคำสั่งเรียกใหชดใช


๒๐ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด คาสินไหมทดแทน หรือจากการบรรยายคำฟอง หรือปรากฏหลักฐานจากเอกสารทายคำฟอง ทั้งนี้ ไมวาจะไดมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยการรองทุกขกลาวโทษ หรือฟองคดีหรือไมก็ตาม ๓. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ วันพุธที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๕ ปญหาที่วาคำขอใหพิจารณาคดีใหมของผูรองทั้งสอง ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เขาเงื่อนไขตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ศาลปกครองจะรับไวพิจารณาได หรือไม (คดีคำรองที่ ๓๙๔ – ๓๙๖/๒๕๖๔ คำสั่งที่ ๘๑ – ๘๓/๒๕๖๕) ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด ไดมีคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ. ๔๑๐ – ๔๑๒/๒๕๕๗ หมายเลขแดงที่ อ. ๒๒๑ – ๒๒๓/๒๕๖๒ (คดีโฮปเวลล) ผูรองทั้งสองไดยื่นคำขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีใหม ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยอางเหตุผลหลักวา ศาลรัฐธรรมนูญไดมีคำวินิจฉัยที่ ๕/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔ วา มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ ๑๘/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เรื่อง ปญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟองคดีปกครอง ที่ใหเริ่มนับระยะเวลา การฟองคดีตั้งแตวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ซึ่งเปนวันที่ศาลปกครองเปดทำการเปนตนไป ขัดหรือแยงตอ รัฐธรรมนูญ มติดังกลาวยอมใชบังคับไมไดและเปนโมฆะมาตั้งแตตน การที่ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาพิพากษาคดีโดยใชหลักเกณฑการนับระยะเวลาการฟองคดีตามมติที่ประชุมใหญดังกลาว จึงไมชอบดวยรัฐธรรมนูญ อันเปนกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาโดยอาศัยขอกฎหมาย กรณีการเริ่มนับระยะเวลาการเสนอขอพิพาทตอคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไมไดเริ่มนับระยะเวลา การฟองคดีตั้งแตวันที่รูหรือควรรูถึงเหตุแหงการฟองคดีตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตเริ่มนับระยะเวลาตั้งแตวันที่ศาลปกครอง เปดทำการเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ แมวาคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกลาวจะไมไดระบุถึง มติที่ประชุมใหญดังกลาวโดยตรง แตก็เริ่มนับระยะเวลาการฟองคดีตั้งแตวันที่ศาลปกครองเปดทำการ ตามที่กำหนดในมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ ๑๘/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เมื่อตอมา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวา มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เกี่ยวกับการเริ่มนับระยะเวลาการฟองคดีปกครองดังกลาว ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญยอมเปนเด็ดขาด มีผลผูกพันศาลตามมาตรา ๒๑๑ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย จึงเปนกรณีที่ขอกฎหมายที่ศาลปกครองสูงสุดใชในการทำคำพิพากษา หรือคำสั่งเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ทำใหผลแหงคำพิพากษาหรือคำสั่งขัดกับกฎหมาย ที่ใชบังคับอยูในขณะนั้น ผูรองทั้งสองจึงชอบที่จะขอใหศาลปกครองพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่ง


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๒๑ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาดคดีปกครองใหมไดตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แมวาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยวา บทบัญญัติใดของกฎหมายขัดหรือแยง ตอรัฐธรรมนูญ จะไมมีผลทำใหคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแลวซึ่งทำขึ้นโดยอาศัยบทบัญญัติของ กฎหมายนั้น เปนคำพิพากษาที่ใชบังคับมิไดหรือตองสิ้นผลบังคับผูกพันลงตามมาตรา ๒๑๒ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แตคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกลาว มิไดมีผล เปนการหามมิใหคูกรณีหรือบุคคลภายนอกผูมีสวนไดเสียในคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ. ๔๑๐ – ๔๑๒/๒๕๕๗ หมายเลขแดงที่ อ. ๒๒๑ – ๒๒๓/๒๕๖๒ นำผลแหง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๔ มาใชเปนขออาง ในการขอใหศาลปกครองพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีนี้ใหมตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง (๔) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แตอยางใด _________________________


๒๒ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด หลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ประจำเดือนกุมภาพันธ ๒๕๖๕ ๑. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ คำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณหรือโตแยงตอไปได หากมิไดมีการ ระบุวิธีการยื่นคำฟองและระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟองไวในคำสั่งดังกลาวดวย จะมีผลเปนการ ขยายเวลาสำหรับยื่นคำฟองเปนหนึ่งปนับแตวันที่ไดรับคำสั่งตามมาตรา ๕๐ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา มาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติวา คำสั่งใดที่อาจฟองตอศาลปกครองได ใหผูออกคำสั่งระบุวิธีการยื่นคำฟองและระยะเวลาสำหรับ ยื่นคำฟองไวในคำสั่งดังกลาวดวย บทบัญญัติดังกลาวมุงประสงคที่จะใชกับคำสั่งทางปกครอง ที่ผูรับคำสั่งจะใชสิทธิยื่นคำฟองเพื่อขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ไดเทานั้น มิไดมีเจตนารมณที่จะใชกับคำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณหรือโตแยงตอไปไดตาม มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งกรณีดังกลาว เจาหนาที่ผูออกคำสั่งจะตองระบุกรณีที่อาจอุทธรณหรือโตแยง การยื่นคำอุทธรณหรือคำโตแยง และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณหรือการโตแยงไวในคำสั่งดังกลาว อีกทั้งก็มิไดมีบทบัญญัติ แหงกฎหมายใดที่บัญญัติใหเจาหนาที่ผูออกคำสั่งจะตองระบุกรณีที่อาจฟองตอศาลปกครอง วิธีการยื่นคำฟอง และระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟองไวในคำสั่งดังกลาวดวย ดังนั้น การที่คำสั่ง ทางปกครองที่อาจอุทธรณหรือโตแยงตอไปได มิไดระบุกรณีที่อาจฟองตอศาลปกครอง วิธีการ ยื่นคำฟอง และระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟองไวในคำสั่งดวย จึงไมมีผลทางกฎหมายที่จะทำให มีการขยายระยะเวลาสำหรับการยื่นคำฟองที่มีกำหนดเกาสิบวันซึ่งนอยกวาหนึ่งป เปนหนึ่งป นับแตวันที่ไดรับคำสั่ง ตามมาตรา ๕๐ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่องที่ ๒ หนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสที่ได ขึ้นทะเบียนไวกับกรมบัญชีกลาง จะมีสิทธิใหบริการเสนอราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ในการจัดหาพัสดุทางอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานในสังกัดของตนเองหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา การที่หนังสือแสดงเงื่อนไข การซื้อและการจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส กำหนดใหมีคูสัญญาทั้งสามฝาย ซึ่งประกอบดวย หนวยงานที่จะจัดหาพัสดุ ผูมีสิทธิเสนอราคา และผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส ก็เนื่องจาก


รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ | ๒๓ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด มีวัตถุประสงคใหหนวยงานที่จะจัดหาพัสดุ ผูมีสิทธิเสนอราคา และผูใหบริการตลาดกลาง อิเล็กทรอนิกส ทั้งสามฝายไดตกลงยินยอมรับเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติในการเขารวมการเสนอราคา ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ซึ่งตามหนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจางดวยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส นั้น ไดมีการกำหนดหนาที่ของแตละฝายแยกจากกันไวอยางชัดเจน เพื่อใหเกิด ความโปรงใสในการใชบริการเสนอราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น หนังสือแสดง เงื่อนไขการซื้อและการจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส จึงเปนขอตกลงที่ตองประกอบดวย คูสัญญา ๓ ฝาย การที่หนวยงานของรัฐเขาทำหนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจางดวยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส ทั้งในฐานะเปนหนวยงานที่จะจัดหาพัสดุ และในฐานะเปนผูใหบริการตลาด กลางอิเล็กทรอนิกส ทำใหมีคูสัญญาตามหนังสือดังกลาวเพียง ๒ ฝาย เทานั้น ยอมไมเปนไปตาม เจตนารมณของหนังสือแสดงเงื่อนไขการซื้อและการจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น หนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสที่ไดขึ้นทะเบียนไวกับ กรมบัญชีกลาง จึงไมมีสิทธิใหบริการเสนอราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสในการจัดหาพัสดุ ทางอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานในสังกัดของตนเอง ๒. มติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาคดีปกครอง ครั้งที่ ๖/๒๕๖๕ วันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๑ คำรองอุทธรณคำสั่งศาลปกครองชั้นตนที่ไมรับคำคัดคานตุลาการ ศาลปกครองไวพิจารณา ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเห็นวามีถอยคำเปนการดูหมิ่นเสียดสี ศาลปกครองชั้นตน อันนาจะมีลักษณะเปนการกระทำละเมิดอำนาจศาล นั้น ศาลปกครองสูงสุด สามารถดำเนินการในเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๖๔ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดหรือไม ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา บทบัญญัติมาตรา ๓๑ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ซึ่งใหนำมาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติวา ผูใดกระทำการอยางใดๆ ดังกลาวตอไปนี้ ใหถือวากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล (๑) ขัดขืน ไมปฏิบัติตามขอกำหนดของศาลตามมาตรากอนอันวาดวยการรักษาความเรียบรอย หรือประพฤติตน ไมเรียบรอยในบริเวณศาล... นั้น การกระทำที่จะถือวาเปนการประพฤติตนไมเรียบรอยในบริเวณศาล ยอมหมายความรวมถึงการกระทำที่ผลไดเกิดขึ้นในศาล แมจะเปนการกระทำนอกศาลก็ตาม กรณีการเขียนคำคูความหรือคำรองดวยถอยคำดูหมิ่นเสียดสีศาล จึงถือวาเปนการประพฤติตน ไมเรียบรอยในบริเวณศาลเชนเดียวกัน ซึ่งไมวาคำรองหรือคำขอนั้นจะเปนการกลาวถึงศาลใด ถาไดยื่นตอศาลใดแลว ศาลนั้นก็มีอำนาจที่จะพิจารณาวาเปนการละเมิดอำนาจศาลหรือไม ทั้งนี้ เนื่องจากการกระทำที่เปนการละเมิดอำนาจศาลนั้น ถือวาเปนการละเมิดตอสถาบันศาล ดังนั้น


๒๔ | รวมหลักกฎหมายจากมติที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ประจำปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุมสนับสนุนงานวิชาการ สำนักประธานศาลปกครองสูงสุด ถาการกระทำนั้นไปปรากฏที่ศาลใดแลว ศาลนั้นก็มีอำนาจดำเนินการในเรื่องนี้ได การที่คูกรณี ฝายหนึ่งไดยื่นคำรองอุทธรณคำสั่งศาลปกครองชั้นตนที่ไมรับคำคัดคานตุลาการศาลปกครองของ คูกรณีฝายนั้นไวพิจารณา และคำรองอุทธรณคำสั่งนั้นมาสูการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เมื่อศาลปกครองสูงสุดเห็นวา คำรองอุทธรณคำสั่งดังกลาวมีถอยคำเปนการดูหมิ่นเสียดสี ศาลปกครองชั้นตน กรณียอมเปนการประพฤติตนไมเรียบรอยในบริเวณศาล อันเปนความผิดฐาน ละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑ (๑) แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ประกอบกับ มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลปกครองสูงสุดจึงสามารถดำเนินการในเรื่องละเมิดอำนาจศาลได โดยไมจำตอง สงสำนวนคดีใหศาลปกครองชั้นตนพิจารณา เรื่องที่ ๒ กรณีที่สัญญาจางพนักงานจางตามภารกิจสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนด ระยะเวลาตามสัญญาจาง ผูฟองคดีไดนำคดีมาฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให ผูถูกฟองคดีจายเงินเดือน คาครองชีพ และใหตอสัญญาจาง จะถือเปนคดีปกครองประเภทใด ที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติวา กรณีที่หนวยงานของรัฐ ไมตอสัญญาจางใหกับพนักงานจางตามภารกิจ ดวยเหตุสัญญาจางสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนด ระยะเวลาตามสัญญาจาง โดยที่ไมมีขอกำหนดของสัญญากำหนดใหหนวยงานของรัฐพิจารณา ตอสัญญาหากพนักงานจางตามภารกิจผูนั้นผานการประเมินผลการปฏิบัติงานแลว แมวาจะมี ขอกำหนดในประกาศคณะกรรมการพนักงานสวนทองถิ่นประจำจังหวัด ไดกำหนดเกี่ยวกับกรณีที่ หนวยงานของรัฐจะมีการตอสัญญาจางพนักงานจางไวก็ตาม แตประกาศดังกลาวเปนเพียง ประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับพนักงานจาง ซึ่งไมถือวาเปนสวนหนึ่งของสัญญา กรณีนี้ จึงไมใชคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหนาที่ตามสัญญา ดังนั้น การที่พนักงานจางตามภารกิจนำคดี มาฟองขอใหศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหหนวยงานของรัฐจายเงินเดือน คาครองชีพ และ ใหหนวยงานของรัฐตอสัญญาจางใหกับผูฟองคดีจึงเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิด ของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐอันเกิดจากการละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมาย กำหนดใหตองปฏิบัติตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เรื่องที่ ๓ การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดมีคำสั่งแตงตั้งเจาหนาที่ของรัฐซึ่งเคย ปฏิบัติหนาที่ในฐานะพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนกรณีที่ผูฟองคดีถูกกลาวหา ใหเปน อนุกรรมการไตสวนขอเท็จจริงกรณีของผูฟองคดี ซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตองหามตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง (๑) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ จะถึงขนาดที่ทำใหการไตสวนขอเท็จจริงทั้งหมดเสียไปหรือไม


Click to View FlipBook Version