ตวั ชวี้ ัดที ่ 8
ความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการจัดการสาธารณสุขในเขตบริการของสถานี
อนามัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (ผลการสำ�รวจความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ใหใ้ ชไ้ ด้เปน็ เวลา 2 ปี นับแต่วันประมวลผล)
ความมุง่ หมาย
เพื่อจะได้ทราบว่าประชาชนและผู้มีส่วนเก่ียวข้องในเขตบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มีความคดิ เห็นอยา่ งไรเกย่ี วกบั ความพรอ้ มในการจัดการสาธารณสุขขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ในฐานะเป็นผู้ท่ีอยู่ใกล้ชิดและมีส่วนได้เสีย
จะเป็นผู้ให้ข้อมูลได้ดีกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีความพร้อมท่ีจะจัดการสาธารณสุขหรือไม ่ ซึ่งจะ
เป็นผลดีต่อการจัดการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเมื่อผ่านการประเมินความพร้อมแล้ว
เพราะถ้าประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นในความพร้อม เมื่อจัดการสาธารณสุขประชาชนและผู้มี
ส่วนเกี่ยวข้องก็จะสนับสนุนการสาธารณสุขที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัด ตรงกันข้าม หากประชาชน
และผ้มู ีส่วนเกย่ี วขอ้ งเหน็ ว่าไมพ่ รอ้ ม หากองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นจัดการสาธารณสุข ก็อาจไม่ได้รบั
ความเช่ือถือจากประชาชนและผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการมารับบริการและความร่วมมืออย่างอื่น เป็นผล
เสยี ต่อการสาธารณสุขทอี่ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจดั
คำ�อธบิ าย
ประชาชน หมายถึงประชาชนในเขตบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น ซ่ึงเป็นผู้มีสิทธิ
ออกเสียงเลือกต้ังคร้ังล่าสุด ผู้มีส่วนเก่ียวข้อง หมายถึง ผู้นำ�ท้องถิ่น ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน/ประธานชุมชน
กำ�นัน กรรมการหมู่บ้าน/ชุมชน ประธาน อสม.ในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบของสถานีอนามัยท่ีเก่ียวข้องกับ
การประเมินความพร้อมในกรณนี ัน้
ระดบั คณุ ภาพ ระดบั 1 ระดบั 2 ระดับ 3
ประชาชนและกรรมการ ประชาชนและกรรมการ ประชาชนและกรรมการ
ชุมชน/ผู้นำ�ท้องถิ่นน้อย ชุ ม ช น / ผู้ นำ� ท้ อ ง ถิ่ น ชุ ม ช น / ผู้ นำ� ท้ อ ง ถิ่ น
กว่าร้อยละ 50 เหน็ ว่ามี รอ้ ยละ 50 - 80 เห็นวา่ มี มากกว่าร้อยละ 80 เห็น
ความพรอ้ ม ความพร้อม วา่ มคี วามพรอ้ ม
แนวทางการประเมิน
การสุ่มตัวอย่างประชาชน เพ่ือประโยชน์ของการสุ่มตัวอย่างประชาชนเพื่อสอบถามความคิด
เหน็ ให้เกดิ ความสะดวก คล่องตัว และประหยดั ใหด้ ำ�เนินการดังนี้
1. ในการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละคร้ัง ให้สุ่มตัวอย่างประชาชนตาม
จำ�นวนดังน้ี
1.1 ประชาชนมีไมเ่ กนิ 100 คน ใหส้ อบถามความคดิ เห็นทั้งหมด
1.2 ประชาชนมี 101 - 1000 คน ให้สอบถามความเห็น 100 คน
1.3 ประชาชนมี 1001 - 5000 คน ให้สอบถามความเห็น 150 คน
1.4 ประชาชนมี 5001 คนขน้ึ ไป ให้สอบถามความเห็น 200 คน
2. จำ�กัดขอบเขตของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น โดยต้องเป็นประชาชนที่อยู่ในเขตรับ
บริการของสถานีอนามัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินเพ่ือจัดการสาธารณสุขในครั้งนั้นหากมีสถานบริการ
สาธารณสุขที่เก่ียวข้องหลายแห่งใหห้ มายถงึ เขตใหบ้ ริการของแต่ละแห่ง
3. ประชาชนตามขอ้ 2 ต้องเปน็ ประชาชนในเขตบริการ
50 คู่มอื การด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
เงอื่ นไขสำ� คญั ประกอบเกณฑก์ ารประเมนิ ความพรอ้ มในการถา่ ยโอนสถานอี นามยั
เงอ่ื นไขประกอบเกณฑ์การประเมินความพร้อมมี 4 เงอ่ื นไข ได้แก่
เงือ่ นไข ดา้ นบคุ ลากร
1. หลักการถา่ ยโอนบคุ ลากร
1.1 ยึดหลักการ “สถานีอนามัยไป บุคลากรสมัครใจ อัตราตามตัวไป” เพื่อให้การบริการแก่
ประชาชนมีความราบร่ืนและบุคลากรมีหลักประกันความก้าวหน้าและคุณภาพชีวิตที่ดีในการท�ำงาน โดยรัฐ
จดั สรรอัตราก�ำลงั ท่ีขาดให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ดว้ ย ตามกรอบอตั ราก�ำลงั
1.2 ให้สอดคล้องกับภารกิจท่ีถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผน ปฏิบัติการ
ก�ำหนดขน้ั ตอนการกระจายอ�ำนาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
1.3 กระบวนการถา่ ยโอนต้องมคี วามยดื หยุ่น คล่องตัว ราบร่ืนและจงู ใจ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชน์
สูงสุดต่อประชาชน
1.4 สิทธิประโยชน์และความก้าวหน้าของบุคลากรท่ีถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ตอ้ งไมต่ �ำ่ กวา่ ทีบ่ ุคลากรของกระทรวงสาธารณสขุ ไดร้ บั
1.5 รัฐบาลควรมีนโยบายการเกษียณอายุราชการก่อนก�ำหนดโดยมีเงินชดเชยรองรับ
การถา่ ยโอน
2. หลกั เกณฑ์การถ่ายโอน
จะเร่ิมมีการถ่ายโอนบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เม่ือผ่านเง่ือนไขดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมในการจัดการสาธารณสุข
ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นและหลกั เกณฑอ์ น่ื ๆ ทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ ก�ำหนด
2.2 มีการสอบถามความสมัครใจของบุคลากรในสถานีอนามัยท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ขอรบั โอน และบุคลากรสาธารณสุขภายในจงั หวดั
3. วธิ ีการถ่ายโอน
จะด�ำเนนิ การตามความสมคั รใจของบคุ ลากร รวม 3 วธิ ี ดังนี้
3.1 โอน ไปเป็นข้าราชการหรือพนกั งานในสงั กดั อปท
3.2 ยา้ ย จ�ำแนกเป็น 2 วธิ ี คือ
1) ย้ายสับเปล่ียนกับบุคลากรในสถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงาน อื่นในสังกัด
กระทรวงสาธารณสขุ
2) ยา้ ยไปด�ำรงต�ำแหน่งในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ หรือหน่วยงานอน่ื ในสงั กดั กระทรวง
4. ระบบถ่ายโอน
4.1 เรมิ่ ด�ำเนนิ การตง้ั แตอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ยน่ื ค�ำขอประเมนิ ความพรอ้ ม ใหห้ นว่ ยงาน
ตน้ สงั กดั ของสถานอี นามยั ค�ำนวณกรอบอตั ราก�ำลงั ของสถานอี นามยั ทจ่ี ะมกี ารถา่ ยโอนขน้ึ ใหมต่ ามหลกั เกณฑ์
ของกระทรวงสาธารณสุขเพ่ือให้ทราบสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ณ วันที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินย่ืน
ค่มู ือการดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสุขให้แกอ่ งคก์ ร 51
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ขอรับการประเมินเพื่อให้ทราบกรอบอัตราก�ำลังที่เหมาะสมของสถานีอนามัยแห่งนั้น การด�ำเนินการใน
ขั้นตอนน้ีจะด�ำเนินการควบคู่ไปกับการประเมินความพร้อมการจัดการสาธารณสุขขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ
4.2 การสอบถามความสมัครใจของบุคลากร จะด�ำเนินการเม่ือ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อมในการจัดการสาธารณสุขแล้ว โดยจะสอบถามความสมัครใจของบุคลากรใน
สถานีอนามัยแหง่ ท่ีจะถา่ ยโอนน้นั และเปิดโอกาสใหบ้ คุ ลากรในสถานบริการสาธารณสขุ หรอื หนว่ ยงานอื่นใน
สังกดั กระทรวงสาธารณสุขภายในจงั หวัด ได้ย่ืนความประสงค์ที่จะถ่ายโอนดว้ ย ทง้ั นี้ เพือ่ ใหท้ ราบข้อมูลความ
ประสงค์ของบุคลากรส�ำหรบั ด�ำเนนิ การขน้ั ตอ่ ไป
4.3 การด�ำเนินการถ่ายโอนและการตัดโอนอัตราก�ำลัง จะด�ำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ
บุคลากรดงั น้ี
(1) กรณีสมัครใจ กระทรวงสาธารณสุขจะตัดโอนบุคลากรและอัตราของบุคลากร
ดังกล่าวไปยงั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
(2) กรณีไมส่ มคั รใจ ซ่งึ ประกอบดว้ ย ขอยา้ ย จ�ำแนกเปน็
1. ย้ายสับเปลี่ยนกระทรวงสาธารณสุขจะด�ำเนินการให้ตาม ความประสงค์โดยอัตรา
ใน สถานอี นามัยแห่งน้นั ยังเป็น ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
2. ย้ายไปด�ำรงต�ำแหน่งในสถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่นในกระทรวง
สาธารณสุข ถ้าหากจะย้าย บุคลากรดังกล่าวไปด�ำรงต�ำแหน่งว่างในสถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงาน
อ่ืนในกระทรวงสาธารณสุข หรือตัดโอนบุคลากรพร้อมอัตราไปสถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงานอ่ืนใน
กระทรวงสาธารณสุขก็สามารถท�ำได้ แต่หากการถ่ายโอนอัตราดังกล่าวมีผลท�ำให้สถานีอนามัยแห่งท่ีจะถ่าย
โอนขาดอัตราก�ำลังตามกรอบท่ีกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนดให้รัฐบาลจัดสรร อัตราให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น เพ่ือสรรหาบุคลากรมาทดแทนต่อไปได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ก่อนบังคบั ใช้
3. ขอเกษียณอายุราชการก่อนก�ำหนด (เสนอให้เป็นนโยบายรัฐบาล) กรณีน้ีอัตรา
ของบคุ ลากรจะเป็นของ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ซ่งึ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ สามารถสรรหามาแทนได้
4. ขอช่วยราชการบุคลากรและอตั ราจะยงั เป็นของกระทรวงสาธารณสุขจนกว่าจะพน้
จากต�ำแหนง่
5. การส่งมอบบัญชีรายชื่อบุคลากรในสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่น
ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานีอนามัยท่ีจะถ่ายโอนด�ำเนินการจัดท�ำบัญชีรายชื่อบุคลากรท่ี
ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน แล้วส่งมอบให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยแบ่งกลุ่มเป็น 2
กลมุ่ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 บคุ ลากรทีป่ ระสงคจ์ ะถ่ายโอนไปสงั กดั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
กล่มุ ท่ี 2 บุคลากรท่ีไม่ประสงค์จะถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ขอย้ายไปยัง
สถานบริการสาธารณสุขหรอื หน่วยงานอน่ื ในสังกดั กระทรวงสาธารณสุข
ทั้งนี้ ให้ส่งมอบบัญชีดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่ได้รับการถ่ายโอน สถานีอนามัย
นน้ั ภายใน 30 วันนบั แตว่ ันที่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินผา่ นการประเมิน
52 คมู่ อื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขใหแ้ กอ่ งคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ส�ำหรับการส่งมอบบัญชีรายชื่อของบุคลากรในสถานีอนามัยอื่นท่ีประสงค์จะขอโอนไปสังกัด
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น เพือ่ ปฏิบัตหิ น้าทใ่ี นสถานอี นามยั ท่ถี า่ ยโอน เห็นควรใหห้ นว่ ยงานตน้ สงั กดั ส่งมอบ
บัญชีดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้รับบัญชีดังกล่าวแล้ว
หากมีบุคลากรสาธารณสุขในสถานีอนามัย ที่ถ่ายโอนประสงค์จะขอย้ายสับเปล่ียนกับบุคลากรในบัญชีราย
ชอ่ื ใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ ด�ำเนนิ การย้ายสบั เปล่ยี นให้ตามความประสงค์ของบคุ ลากรเหล่านน้ั
ภายหลังการส่งมอบบัญชีรายชื่อบุคลากรในสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนไม่เกิน 2 ปีงบประมาณ
หากมีบุคลากรสาธารณสุขในสถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่นท่ีสังกัดกระทรวงสาธารณสุขประสงค์
จะขอโอนไปสงั กดั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ให้เป็นดุลยพินจิ ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ท่จี ะพจิ ารณา
รับโอนบุคลากรดังกล่าว ทั้งนี้ หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับโอนให้บุคลากรดังกล่าวได้รับสิทธิเช่นเดียว
กบั บคุ ลากรสาธารณสุขท่ถี า่ ยโอนมาพรอ้ มกับการถา่ ยโอนสถานอี นามยั
6. กลไกการถ่ายโอน
ก�ำหนดให้ส่วนราชการและคณะกรรมการบริหารงานบุคคลท่ีเก่ียวข้องกับการท�ำหน้าท่ีเป็น
กลไกการถ่ายโอนบุคลากรสาธารณสุขท้ังในระดับชาติ ระดับส่วนราชการ ระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น
และเสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้ส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการถ่ายโอนภารกิจ
บุคลากร และงบประมาณด้านสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข และระดับจังหวัด โดยมีองค์ประกอบ
และอ�ำนาจหน้าท่ีตามท่ีคณะอนุกรรมการฯก�ำหนด เพื่อท�ำหน้าที่บริหารจัดการเก่ียวกับการถ่ายโอนภารกิจ
การจัดสรรก�ำลังคน และงบประมาณด้านสาธารณสุขของสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินดูแลเรื่องระบบคุณภาพการจัดการสาธารณสุขของสถานีอนามัยท่ีถ่ายโอน ประเมินคุณภาพการ
จัดการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมท้ังแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการถ่าย
โอนและประสานส่วนราชการหรือคณะกรรมการทเี่ กีย่ วข้องเพือ่ ใหก้ ารถ่ายโอนด�ำเนนิ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
7. หลักประกนั สำ� หรบั ลกู จา้ ง
ในช่วงแรกที่ถ่ายโอนสถานีอนามัยให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหากมีบุคลากรที่เป็นลูกจ้าง
ท้ังที่จ้างจากเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณซ่ึงต้องถ่ายโอนไปพร้อมกับสถานีอนามัย องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินต้องจ้างลูกจ้างเหล่านี้ต่อไปจนครบสัญญาจ้าง โดยรัฐจัดสรรเงินอุดหนุนแก่องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ
เม่ือครบสัญญาจ้างแล้ว หากมีความจ�ำเป็นต้องจ้างลูกจ้างประเภทดังกล่าวเพ่ือความต่อเนื่อง
ในการปฏิบัติงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินพิจารณาจ้างลูกจ้างที่เคยปฏิบัติงานอยู่เดิมก่อนโดยพิจารณา
จากผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างดังกล่าวตามหลักเกณฑ์พนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยรัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเฉพาะที่เป็นต�ำแหน่งหลักตาม
ความสามารถทางการคลงั ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ แตล่ ะแห่ง
8. ขอ้ พงึ สงั เกตเกยี่ วกบั การถา่ ยโอนบคุ ลากรสาธารณสขุ ใหก้ บั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ในระยะแรกที่มีการถ่ายโอนสถานีอนามัยบุคลากรในสถานีอนามัยดังกล่าวอาจเกิดปัญหาใน
การบรหิ ารจดั การงานสาธารณสขุ จงึ ควรมีแนวทางการด�ำเนินการ ในกรณดี งั ต่อไปนี้
8.1 บุคลากรสาธารณสุขท่ีถ่ายโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หากมีคุณสมบัติเฉพาะ
ต�ำแหน่งให้สามารถปรับเปลยี่ น/ย้ายสายงานได้ทันที โดยไม่ตอ้ งปรบั ลดระดบั เมอื่ เขา้ สสู่ ายงานใหม่
คมู่ อื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แก่องค์กร 53
ปกครองสว่ นท้องถิ่น
8.2 กลไกการประเมินกลับ ภายหลังจากท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับโอนบุคลากร
สาธารณสุขและสถานีอนามัยไปจากกระทรวงสาธารณสุข เมื่อผ่านไประยะเวลาหน่ึง คณะอนุกรรมการ
สง่ เสริมการถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ระดับจงั หวดั จะตอ้ งประเมินผลการ
ด�ำเนินงาน ถ้าหากปรากฏว่าผลการประเมินไม่ผ่านสามารถโอนบุคลากรสาธารณสุขและสถานีอนามัยกลับ
สงั กัดกระทรวงสาธารณสุขได้
8.3 สายงานของบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบาง
สายงานไม่ตรงกัน หากเป็นสายงานที่มีคุณสมบัติเฉพาะต�ำแหน่งเช่นเดียวกัน ให้ปรับเปล่ียนสายงานให้
สอดคล้องกัน และไมค่ วรมสี ายงานทีม่ ากมาย/หลากหลายเกินไป
9. สถานภาพ สทิ ธปิ ระโยชนแ์ ละความก้าวหนา้ ของบุคลากรทีถ่ า่ ยโอน
9.1 สถานภาพของบุคลากรในสถานีอนามัยทีถ่ ่ายโอน
บคุ ลากรทางด้านสาธารณสขุ ท่ีปฏบิ ตั งิ านในสถานอี นามยั ท่ีถ่ายโอนให้แก่ องคก์ รปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ จะมสี ถานภาพตามความสมคั รใจ 2 กรณี ดังน้ี
กรณีที่ 1 กรณีประสงค์ขอโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเปลี่ยนสถานภาพ
เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถน่ิ
กรณีที่ 2 กรณีไม่ประสงค์ขอโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและขอย้ายไปยัง
สถานบริการสาธารณสุขหรือหน่วยงานอ่ืนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ตัดโอนต�ำแหน่งและเงินเดือนไป
ยงั หน่วยงานใหมท่ ร่ี บั ย้ายและยงั คงสภาพเปน็ ข้าราชการสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ
9.2 สทิ ธิประโยชน์และความก้าวหน้า
ข้าราชการทอ้ งถนิ่ มีสทิ ธไิ ด้รบั เงินเดอื นตลอดจนเงินเพม่ิ อน่ื ๆ ท่ีจ่ายควบกบั เงนิ เดือนจาก
งบประมาณเงินอุดหนุนของรัฐ ประกอบกับคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลท้องถ่ิน จะต้อง
ก�ำหนดให้น�ำกฎหมายว่าด้วยข้าราชการพลเรือนมาใช้โดยอนุโลมและต้องก�ำหนดเป็นหลักการให้สิทธิ
ประโยชน์แก่บุคลากรที่ถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ต้องไม่ต่�ำกว่าที่เคยได้รับอยู่เดิม ตลอด
จนสิทธิประโยชน์อื่นท่ีข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับบุคคลากรสาธารณสุขที่เป็นข้าราชการท้อง
ถิน่ ก็จะไดร้ ับเช่นเดยี วกันกบั ขา้ ราชการสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ
ในส่วนของการเป็นสมาชิก กบข. ตามพระราชบัญญัติกองทุนบ�ำเหน็จบ�ำนาญข้าราชการ
(ฉบับท่ี4) พ.ศ. 2549 ซ่ึงมีผลบังคับใช้เมื่อวันท่ี 18 มกราคม พ.ศ. 2549 ได้ก�ำหนดให้สมาชิก กบข.ที่โอนไป
สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเน่ืองจากการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังคงมี
สถานภาพการเป็นสมาชิก กบข. ต่อไปได้จึงมีผลให้บุคลากรสาธารณสุขท่ีโอนไปสังกัดองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถนิ่ ยังคงมีสถานภาพเป็นสมาชกิ กบข. เหมอื นเดิมทุกประการ
54 ค่มู อื การด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
การเปรียบเทียบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ระหว่างบุคลากรสาธารณสุขสังกัดกระทรวง
สาธารณสุข และองค์ กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
1. เงนิ เดือนและเงนิ เพม่ิ อน่ื ๆ ทจ่ี ่ายควบกับเงนิ เดือน
รายการ บคุ ลากรสาธารณสุข บคุ ลากรสงั กดั อปท.
1. เงนิ เดือน พรฎ. การจ่ายเงินเดือน เงินปี บำ�เหน็จ กฎ กพ.44/ประกาศหลกั เกณฑบ์ รหิ าร
บำ�นาญ และเงินอ่ืนในลักษณะเดียว งานบุคคล
กันพ.ศ. 2535
2. เงนิ ประจำ�ตำ�แหนง่ ประกาศหลักเกณฑ์เงินประจำ�
ตำ�แหนง่
3. เงินเพิ่มต่างๆ (ค่าครองชีพ,
อน่ื ๆ)
4. เงินค่าตอบแทนพ้ืนท่ีพิเศษ ประกาศหลกั เกณฑเ์ งนิ คา่ ตอบแทน
(ทรุ กันดาร) พื้นทีพ่ เิ ศษ (ทรุ กนั ดาร)
5. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ ประกาศหลักเกณฑ์การเลื่อนระดับ
บริหารการศึกษาท่ีจะเกษียณอายุ เปน็ กรณีพิเศษให้แก่ ขรก.ส่วนท้อง
ราชการและดำ�รงปัจจุบันไม่น้อย ถิ่นท่เี กษียณอายรุ าชการ
กว่า 7 ปีได้เลื่อนระดับเป็นกรณี
พิเศษสงู ขนึ้ อกี 1 ขั้น
6. ประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็น ประกาศหลักเกณฑ์เร่ืองประโยชน์
กรณีพิเศษ (โบนัสไม่เกิน5เท่าของ ตอบแทนอน่ื เปน็ กรณีพิเศษ
เงินเดือน)*
7. เงนิ เพ่ิมการครองชีพชัว่ คราว ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการ ประกาศหลักเกณฑ์การได้รับเงิน
เบิกจ่ายเงินเพ่ิม การครองชีพช่ัวคราว เพิ่มค่าครองชีพช่ัวคราว 1,000
ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ�ของ บาท/เดอื น
สว่ นราชการ พ.ศ. 2548
8. เงินประจำ�ตำ�แหน่ง(วิชาชีพ ประกาศหลักเกณฑ์เร่ืองเงินประจำ�
เฉพาะ) ตำ�แหนง่ (วิชาชพี เฉพาะ)
9. ค่าตอบแทนปฎิบัติงานนอก ข้อบังคับสธ.ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบ ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ก า ร จ่ า ย เ งิ น ค่ า
เวลาราชการ แทน จนท. ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วย ตอบแทนการปฏิบัติงานนอก
บริการในสงั กดั สธ. พ.ศ. 2544 เวลาราชการของหน่วยการบริหาร
ราชการส่วนทอ้ งถนิ่
10. เงินรางวัลการปฏิบัติงานใน ประกาศ สปสช.
หนว่ ยปฐมภูมิ
คูม่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งค์กร 55
ปกครองส่วนท้องถนิ่
รายการ บุคลากรสาธารณสขุ บคุ ลากรสงั กดั อปท.
11. เงนิ เบ้ยี เลยี้ งเหมาจา่ ย
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย
การเบิกจ่ายเงินค่าเบ้ียเลี้ยงเดิน
ทางไปราชการ พ.ศ. 2534
12. เงินค่าตอบแทนไม่ทำ�เวช ระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ
ปฏิบตั สิ ว่ นตัว
13. เงินค่าตอบแทนพิเศษราย มติ ครม. มติ ครม.
เดือนสำ�หรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นท่ี
3 จว.ภาคใต้
14. ค่าตอบแทนกำ�ลังคนดา้ นสธ. มติ ครม. ประกาศหลักเกณฑ์เร่ืองการให้
พนักงานส่วนท้องถ่ินได้รับเงินเพ่ิม
สำ�หรับตำ�แหน่ง ท่ีมีเหตุพิเศษของ
ผ้ปู ฏบิ ัตงิ านการสาธารณสุข
15. เงินสวัสดิการสำ�หรับการ มติ ครม. มติ ครม.
ปฏิบัติงานประจำ�สำ�นักงานใน
พ้ืนท่ีพิเศษ (พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการฯ
พ.ศ. 2544)
16. เงินค่าตอบแทนรายเดือน ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการ
(ระดับ 8 ข้นึ ไป) เบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจาก
เงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้าง
ประจำ�ของสว่ นราชการ พ.ศ. 2547
2. สวสั ดิการ
รายการ บุคลากรสาธารณสขุ บุคลากรสังกัด อปท.
1. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษา ระเบียบกระทรวง มท.ว่าด้วยเงิน
ศกึ ษาของบุตร บตุ ร พ.ศ. 2523 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ปี สวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของ
พ.ศ. 2534 บุ ต ร พ นั ก ง า น ส่ ว น ท้ อ ง ถ่ิ น พ . ศ .
2541 ฉบบั ท่ี 1 และฉบับที่ 2
2. เงินทุนสนับสนุนการศึกษา เชน่ ข้อ 1
แก่บุตรของข้าราชการและลูกจ้าง
ประจำ�
56 คูม่ ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
รายการ บคุ ลากรสาธารณสขุ บุคลากรสงั กดั อปท.
3. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ พรฎ.เงนิ สวสั ดกิ ารเก่ียวกับการรักษา หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษา
รกั ษาพยาบาล พยาบาล พ.ศ. 2523 และท่ีแก้ไขเพ่ิม พยาบาล พ.ศ. 2542
เติม ปี พ.ศ. 2545
4. เงินค่าทำ�ขวัญกรณีได้รับ ประกาศหลักเกณฑ์เงินค่าทำ�ขวัญ
อันตรายหรือบาดเจ็บจากการ กรณีได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ
ปฏบิ ัตหิ น้าที่ จากการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
5. เงินรางวลั กรรมการ ระเบียบกระทรวงการคลัง ประกาศหลักเกณฑ์เงินค่าตอบแทน
6. เงินสมนาคุณวทิ ยากร ระเบยี บกระทรวงการคลัง กรรมการ
ประกาศหลักเกณฑ์เงินค่าตอบ
แทนกรรมการ
7. ค่าเชา่ บ้าน พ.ร.ฎ.ค่าเช่าบ้านพ.ศ. 2527แก้ไข ปี ระเบียบ มท.ว่าด้วยค่าเช่าบ้านของ
พ.ศ. 2545 ราชการสว่ นทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2548
8. เงินเก่ียวกับศพซึ่งถึงแก่ พ.ร.บ.สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับ
ความตายในระหว่างเดินทางไป อันตรายและการเจ็บปว่ ยเพราะเหตุ
ราชการ ปฏิบัตริ าชการ พ.ศ. 2546
9. เงินช่วยเหลือบุคลากรที่ต้อง
คดอี าญา
10. เ งิ น ส ง เ ค ร า ะ ห์ ผู้ ท่ี ไ ด้ รั บ พ.ร.บ.สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับ พ.ร.บ.สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้ รับ
อันตรายหรือป่วยเจ็บเพราะเหตุ อันตรายและการป่วยเจ็บเพราะเหตุ อันตรายและการปว่ ยเจบ็ เพราะเหตุ
ปฏิบัติราชการ ปฏิบัตริ าชการ พ.ศ. 2546 ปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2546
11. บำ�เหนจ็ บำ�นาญ พรบ.บำ�เหน็จบำ�นาญข้าราชการ พ.ศ. พ.ร.บ.บำ�เหน็จบำ�นาญข้าราชการ
(กรณีไม่เปน็ สมาชิก กบข.) 2494 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500 (แก้ไขเพ่ิม
12. กองทนุ กบข. เติม)
13. บำ�เหน็จดำ�รงชพี พ.ร.บ. กองทุนบำ�เหน็จบำ�นาญ ขรก. ระเบียบ มท. ว่าด้วยเงินกองทุน
พ.ศ. 2539. บำ�เหน็จบำ�นาญ ขรก.ส่วนท้องถ่ิน
พ ศ .2500(แก้ไขเพิ่มเติม) และได้
จดั ตัง้ กบท.ขึน้
พรบ.กองทนุ บำ�เหนจ็ บำ�นาญขา้ ราชการ เชน่ ข้อ 11
(ฉบบั ท3ี่ ) พ.ศ.2546
กฎกระทรวง กำ�หนดอัตราและวิธีการ
รบั บำ�เหนจ็ คำ�รงชีพ พ.ศ. 2546
คมู่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กร 57
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
รายการ บคุ ลากรสาธารณสุข บุคลากรสังกดั อปท.
14. บำ� เ ห น็ จ ค ว า ม ช อ บ ค่ า พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจาก 1. พ.ร.บ.สงเคราะห์ผู้ประสบภัย
ตอบแทนและการช่วยเหลือเจ้า การช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงาน เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การ
หน้าท่ีและประชาชนผู้ปฏิบัติ ของชาติหรือการปฏิบัติตามหน้าท่ี ปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติ
หน้าที่ราชการหรือช่วยราชการ มนุษยธรรม พ.ศ. 2543 ตามหน้าที่มนษุ ยธรรม พ.ศ. 2543
เน่ืองในการป้องกันอธิปไตยและ 2. ป ร ะ ก า ศ ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ก า ร
รักษาความสงบเรียบร้อยของ ทำ�ขวญั ขา้ ราชการ ลูกจ้าง
ประเทศ
15. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป พ.ร.ฎ.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป พ.ร.ฎ.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป
ราชการในและนอกราชอาณาจักร ราชการ พ.ศ. 2534 (ฉบับท่ี 5) ราชการ พ.ศ. 2534(ฉบบั ท่ี 5)
(ชว่ั คราว)ไดแ้ กค่ า่ เบ้ียเลยี้ ง ค่าเชา่
ที่พกั และคา่ พาหนะเดนิ ทาง
16. ค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน ข้อบังคับสธ.ว่าด้วยการจ่ายเงินค่า หลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตอบแทน
นอกเวลาราชการ ตอบแทน จนท.ท่ีปฏิบัติงานให้กับ การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
หน่วยบรกิ ารในสังกดั สธ. พ.ศ. 2544 ของหน่วยการบริหารราชการส่วน
ท้องถนิ่
17. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ระเบียบ กค.ว่าด้วยการเบิกจ่ายเบ้ีย ระเบยี บ กค.ว่าดว้ ยการเบิกจา่ ยเบีย้
ราชการในและนอกราชอาณาจักร เล้ียงเดินทางและค่าเช่าท่ีพัก ในการ เล้ียงเดินทางและค่าเช่าท่ีพัก ใน
(ประจำ�) ไดแ้ กค่ ่าเบ้ียเล้ยี ง ค่าเชา่ เดินทางไปราชการ พ.ศ.2534 ระเบียบ การเดนิ ทางไปราชการ พ.ศ.2534
ท่ีพักและค่าพาหนะเดินทาง ค่า กระทรวงการคลงั
ขนยา้ ยส่งิ ของสว่ นตัว
18. ค่าใช้จ่ายสำ�หรับเดินทาง หนงั สอื กระทรวงมหาดไทยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ก ลั บ ภู มิ ลำ� เ น า ( ก ร ณี อ อ ก จ า ก
ร า ช ก า ร แ ล ะ ก ร ณี ถู ก ส่ั ง พั ก
ราชการ)
19. เงินชว่ ยพิเศษกรณีถงึ แก่ พ.ร.บ.สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รบั พ.ร.บ.สงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับ
ความตาย อันตรายและการป่วยเจ็บเพราะเหตุ อนั ตรายและการปว่ ยเจบ็ เพราะเหตุ
ปฏิบตั ิราชการ พ.ศ. 2546 ปฏบิ ตั ริ าชการ พ.ศ. 2546
พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน
เงินปี บำ�เหน็จ บำ�นาญและเงินอื่น ใน
ลักษณะเดยี วกนั พ.ศ. 2535
20. ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมท้ัง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย
ในและต่างประเทศ จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วน
พ.ศ. 2545 ราชการ พ.ศ. 2545
58 คูม่ ือการดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
3. สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ทมี่ ิใชต่ ัวเงิน
รายการ บคุ ลากรสาธารณสุข บุคลากรสงั กดั อปท.
1. เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณ์ พ.ร.บ.เครอื่ งราชย์ฯ ระเบียบเก่ยี วกบั ข้าราชการในบัญชี 7
2. การขอพระราชทานเพลิงศพ ระเบยี บสำ�นักนายก ระเบียบสำ�นักนายก ฯ
3. การลาศกึ ษาต่อการใชเ้ งนิ ทุน ประกาศหลกั เกณฑ์การบรหิ ารงาน
เนื่องจากการลาศึกษา บุคคล
4. การนบั อายุราชการและอายุ พ.ร.บ.บำ�เหนจ็ บำ�นาญ ประกาศหลกั เกณฑ์การบรหิ ารงาน
ราชการ บคุ คล
5. สหกรณอ์ อมทรัพย์ ข้อบงั คับแต่ละสหกรณ์ ข้อบงั คบั แตล่ ะสหกรณ์
6. สมาคมฌาปนกจิ ศพสงเคราะห์ ฌกส. -
7. การตรวจสุขภาพประจำ�ปี ระเบยี บกระทรวงการคลงั ระเบียบ มท.วา่ ด้วยเงินสวัสดิการเก่ียว
กับการรักษาพยาบาลของพนักงาน
สว่ นทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2541
8. สทิ ธกิ ารลา - ระเบียบ.ว่าด้วยการลาของ ประกาศหลักเกณฑ์เก่ียวกับการ
- ลาป่วย ข้าราชการ พ.ศ.2535 และฉบับ บรหิ ารงานบุคคล
- ลาคลอดบตุ ร แก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2539
- ลากิจสว่ นตวั
- ลาพกั ผอ่ น
- ลาอุปสมบทหรือลาไป
ประกอบพิธฮี จั นย์
- ลาเข้ารับการตรวจเลือก
หรือเขา้ รบั การเตรียมพล
- ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดู
งานหรือปฏิบัตกิ ารวิจัย
- ลาไปปฏิบัติงานในองค์การ
ระหว่างประเทศ
- ลาติดตามคู่สมรสการจ่าย
เงนิ เดอื นระหว่างลา - พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงิน
เดือน เงินปี บำ�เหน็จ บำ�นาญและ
เงินอื่น ในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.
2535
คูม่ ือการด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แกอ่ งคก์ ร 59
ปกครองส่วนท้องถน่ิ
9.3 การมใี บประกอบวิชาชีพ
ควรจะต้องพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขให้เป็นวิชาชีพ ในการให้บริการระดับปฐมภูมิ เพื่อ
ให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน การถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินภารกิจ
ด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เช่น การฉีดวัคซีน การให้ยาทางกล้ามเน้ือ ทางเส้นเลือด ฯลฯ ซ่ึงแต่เดิม
บุคลากรสาธารณสุขประจ�ำสถานีอนามัยปฏิบัติงานภายใต้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (นายแพทย์
สาธารณสขุ จังหวดั ) ในระยะแรก ใหอ้ ยู่ภายใต้การก�ำกับของนายแพทย์สาธารณสขุ จังหวดั ในระยะตอ่ ไปให้
กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานประจ�ำสถานีอนามัย และองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ินสามารถด�ำเนนิ การด้านสาธารณสุข
9.4 ความกา้ วหน้าในวิชาชีพ
ความก้าวหน้าในวิชาชีพ บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มี
ความก้าวหน้าตามศักยภาพความช�ำนาญการหรือความเช่ียวชาญในสาขาวิชาชีพโดยไม่ได้ข้ึนกับขนาดของ
พนื้ ที่/ประชากรท่รี ับผดิ ชอบหรือระดบั ของผ้บู รหิ ารขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินทต่ี นเองสังกดั
ท้ังน้ี ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินเสนอกระทรวงมหาดไทย ได้ออกระเบียบ เพ่ือให้เกิด
ความคล่องตวั ในการท�ำงาน ประกอบด้วย
1. ระเบียบว่าด้วยเงินบ�ำรุงของหน่วยบริการในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยให้น�ำ
หลักการของระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบ�ำรุงหน่วยของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวง
สาธารณสุข พ.ศ. 2536 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2544 มาบังคับใช้ ปัจจุบันกรมส่งเสริมการ
ปกครองท้องถ่ิน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดท�ำหลักเกณฑ์ว่าด้วยการน�ำเงินรายได้ของศูนย์บริการสาธารณสุข
ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ท่ไี ด้รับการถ่ายโอนไปใชจ้ ่าย พ.ศ. 2552 มาใช้
2. ข้อบังคับวา่ ด้วยการจ่ายเงนิ ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏบิ ัติงานใหก้ ับหน่วยบริการในสงั กัด
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น โดยน�ำหลกั การของขอ้ บังคับกระทรวงสาธารณสขุ ว่าดว้ ยการจ่ายเงินค่าตอบแทน
เจา้ หนา้ ทีท่ ี่ปฏิบตั ิงานใหก้ ับหนว่ ยบริการในสังกดั กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2544 มาบังคบั ใช้
3. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข การจ่ายเงินค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ท่ีปฏิบัติงานให้กับ
หนว่ ยบริการในสงั กัด องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ โดยน�ำหลกั การหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไข การจา่ ยเงิน
คา่ ตอบแทนให้เจา้ หน้าที่ท่ีปฏิบัติงานให้กบั หน่วยบรกิ ารในสงั กัดกระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ.2544 บังคับใช้
4. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขท่ีถ่ายโอนไป องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้
สามารถบริการแก่ประชาชนได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ โดยการเสนอกฎหมายองค์กรวิชาชีพ
รองรับ
9.5 โอกาสในการโอนยา้ ย
1 ) การโอน/ย้าย
นอกจากความก้าวหน้าในสายวิชาชีพของแต่ละต�ำแหน่งแล้ว บุคลากรสาธารณสุขท่ี
ปฏิบัติงานในหน่วยนบริการระดับปฐมภูมิ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน สามารถโอนย้ายไปยังองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินท่ัวประเทศได้ตามความจ�ำเป็น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หรือ
องค์การบริหารส่วนต�ำบล ซึ่งจะต้องสะดวกและเป็นธรรม
2) การโอนยา้ ยเปล่ยี นสายงาน
บุคลากรทางด้านสาธารณสุขทุกต�ำแหน่งสามารถโอนย้ายสับเปล่ียนไปยังสายงานอื่นท่ี
ตรงตามคุณสมบตั ิของตนเองได้ และยังสามารถเปลี่ยนสายงานไปยงั ต�ำแหน่งบริหารได้ หากมีคณุ สมบตั ติ รง
ตามต�ำแหนง่ นน้ั
60 คู่มือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร
ปกครองสว่ นท้องถิน่
- มอี งคก์ รการบริหารงานบุคคลเพอื่ รองรับการถา่ ยโอน
- การมีส่วนร่วมของผูแ้ ทนสถานอี นามยั ในการบรหิ ารงานบคุ คลในระดบั ทอ้ งถิ่น
คณะกรรมการบริหารการถ่ายโอนบุคลากรด้านสาธารณสุขในระดับกระทรวง จังหวัด โดยให้มี
ผแู้ ทนสถานอี นามัยเปน็ กรรมการดว้ ย
บุคลากรที่ถ่ายโอนฯ ให้รวมถึงบุคลากรที่ ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยครอบคลุมถึงข้าราชการ
พลเรอื น พนกั งานราชการ ลูกจ้างประจ�ำและลกู จ้างชว่ั คราว ทง้ั ทีไ่ ด้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณ/เงนิ นอก
งบประมาณ ซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีในต�ำแหน่งหลักในสถานีอนามัยท่ีถ่ายโอน เพ่ือเป็นหลักประกันให้แก่บุคลากร
เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกจ้างช่ัวคราวได้ก�ำหนดเง่ือนไขให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องจ้างลูกจ้าง
ชั่วคราวท่ีปฏิบัติหน้าท่ีอยู่ต่อไปจนกว่าจะหมดสัญญาจ้างและเม่ือมีความจ�ำเป็นต้องจ้างบุคลากรในต�ำแหน่ง
ดังกลา่ วเมื่อ หมดสญั ญา จา้ งให้ องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ พจิ ารณาจา้ งผู้ปฏิบตั งิ านเดิมก่อนโดยพิจารณา
ผลการปฏบิ ตั ิงานทผ่ี ่านมา
เง่อื นไขด้านการจดั ระบบบรกิ ารสขุ ภาพโดยการถา่ ยโอนในภารกิจทั้ง 4 ดา้ น
ตามภารกิจเดมิ
สถานีอนามัยเป็นสถานบริการปฐมภูมิ ที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด มีสถานท่ีต้ังอยู่ใน หมู่บ้าน
ต�ำบล ซง่ึ มีหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบครอบคลมุ ท้งั 4 มิติ คอื การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ การควบคมุ ปอ้ งกันโรค การ
รักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งภารกิจทั้งหลายเหล่านี้ด�ำเนินการต้ังแต่กระบวนการวางแผน ด�ำเนิน
งาน ติดตามประเมินผล บังคับใช้กฎหมายในพื้นท่ี เพื่อการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและร่วมสนับสนุน
ประสานงานกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องท้ังด้านบริหาร บริการและวิชาการโดยบูรณาการงานทุกภาคส่วน เพื่อ
ผลสัมฤทธิ์ของงานตามเป้าหมาย และตอบสนองความจ�ำเป็นทางด้านสุขภาพของประชาชนข้ันพื้นฐานใน
ลักษณะผสมผสาน มีความเชื่อมโยง ต่อเนื่อง ของกิจกรรมด้านสุขภาพ ในลักษณะแบบองค์รวม ประชาชน
เข้าถึงบริการได้สะดวก และมีระบบการใหค้ �ำปรกึ ษา และส่งต่อ ทง้ั น้เี พ่ือการสร้างสุขภาพและการสร้างความ
เข้มแข็งให้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันหรือลดปัญหาที่ป้องกันได้ท้ังกาย จิต สังคมโดยประชาชนมีส่วนร่วมและ
เปน็ การบริการแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service)
ดังน้ัน การถ่ายโอนงานภารกิจของสถานีอนามัยจึงจ�ำเป็นต้องถ่ายโอนงานครอบคลุม
ท้ัง 4 มติ ิ โดยไมค่ วรถ่ายโอนงานเปน็ แต่ละภารกจิ หากองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ไมพ่ รอ้ มที่จะรับโอน
หรอื ไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
คณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและกระทรวงสาธารณสุข
ควรเรง่ รดั พฒั นา องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ให้มีความพรอ้ มกอ่ นการรบั โอนสถานอี นามัย ไม่เชน่ นัน้ จะเกิด
ผลกระทบประชาชนในพ้นื ท่ีอย่างรุนแรง
ควบคมุ การบริการให้มีคณุ ภาพและมาตรฐานวชิ าชพี
1) สถานีอนามัยท่ีโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน สามารถเข้าร่วมให้บริการในระบบหลัก
ประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ หากขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและผ่านการตรวจประเมิน
หน่วยบริการ ตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการ ตามที่ส�ำนักงานหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติก�ำหนดและร่วมเป็นเครือข่ายกับหน่วยบริการประจ�ำ ที่เข้าร่วมโครงการระบบหลักประกัน
สุขภาพถ้วนหน้าทั้งหน่วยบริการเอกชนและภาครัฐได้ ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ัน เห็นว่าเหมาะสม
และเกิดประโยชนก์ ับประชาชนพน้ื ทีม่ ากท่สี ดุ
คมู่ ือการดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร 61
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
2) ระบบการส่งต่อผู้ป่วย สามารถส่งต่อผู้ป่วยที่เกินขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลของ
สถานอี นามยั ไปยงั หนว่ ยบริการประจ�ำท่สี ถานีอนามยั เขา้ ร่วมเปน็ เครือข่ายท้ัง ผปู้ ่วยนอกและผู้ป่วยใน
3) การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยบริการ สถานีอนามัยในสังกัด องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น หากข้ึนทะเบียนหน่วยบริการและเป็นเครือข่ายหน่วยบริการตามท่ีส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ (สปสช.) ก�ำหนด ต้องถูกก�ำกับ มาตรฐานการให้บริการ เช่นเดียวกับสถานบริการสุขภาพอื่น
โดยระดับจังหวัดจะมีคณะอนุกรรมการควบคุมภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ของแต่ละจังหวัด
เพือ่ ท�ำหน้าทีด่ ังกล่าว
เงือ่ นไขดา้ นระบบจดั การทางการเงิน
สถานีอนามัยที่โอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีรายได้จากแหล่งงบประมาณที่จะ
ด�ำเนินกจิ กรรมด้านสุขภาพ คือ
1) เงินรายได้ของท้องถิ่นท่ีจัดเก็บเอง/รัฐจัดเก็บให้/เงินอุดหนุนท่ัวไป/เงินกู้/เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ
จากรฐั (ดา้ นสาธารณสขุ )
2) เงินงบประมาณเหมาจา่ ยรายหวั ระบบหลกั ประกันสุขภาพถว้ นหนา้ กรณเี ขา้ รว่ มให้บริการระบบ
หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า [เงิน UC] ซึ่ง สถานีอนามัย จะได้รับการจัดสรรประเภทเงิน บริการผู้ป่วยนอก
[OP] และ เงินบรกิ ารส่งเสริมสุขภาพ [PP] โดยให้ส�ำนักงานหลักประกันสภุ าพแห่งชาติ โอนเงินเข้าบญั ชีของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยตรงและให้ท้องถ่ินเปิดบัญชีเล่มใหม่ เพื่อใช้ส�ำหรับกิจการสาธารณสุขโดย
เฉพาะการจ่ายเงนิ ทั้ง ข้อ 1) และ ขอ้ 2) ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบการเบกิ จา่ ยเงินขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
เว้นแต่ [เงิน UC] ให้ใชไ้ ด้เฉพาะกิจการสาธารณสขุ เท่านัน้ ประกอบกบั เพอ่ื ให้เกดิ ความคลอ่ งตัวในการใชเ้ งิน
ควรน�ำ
2.1 ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบ�ำรุงของหน่วยบริการ พ.ศ. 2536 และแก้ไขเพิ่ม
เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2544
2.2 หลักเกณฑ์ว่าด้วยการน�ำเงินรายได้ของศูนย์บริการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ ท่ไี ดร้ บั การถา่ ยโอนไปใชจ้ า่ ย พ.ศ. 2552
2.3 หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การจ่ายเงินค่าตอบแทน ตามข้อบังคับกระทรวง
สาธารณสุข ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.
2544 มาบังคับใช้ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขท่ีถ่ายโอนไปสังกัด
องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ได้รับเงนิ เช่นเดยี วกับบคุ ลากรทีส่ ังกัดกระทรวงสาธารณสขุ
2.4 คณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพในระดับจังหวัด ให้ตัวแทนฝ่ายท้องถ่ินเป็นประธาน
มีหนา้ ที่ซื้อบรกิ ารข้ันพื้นฐานในระดับพื้นท่ี
2.5 สปสช. โอนเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในด้านภารกิจสาธารณสุขเป็นเงิน
อดุ หนุนแบบมีเงือ่ นไข
62 ค่มู อื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ
เง่อื นไขดา้ น การจัดระบบสุขภาพในภาวะฉกุ เฉนิ และภาวะวิกฤติ
คณะอนุกรรมการบริหารหลักประกันสุขภาพในระดับจังหวัด เป็นผู้บริหารจัดการเงินกองทุนฯ ส่งต่อ
ตามที่ก�ำหนดและในกรณีภาวะวกิ ฤติ มีหลกั ด�ำเนินการ ดงั นี้
1) ให้รัฐบาลกลางโดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้อง
ถิ่น) ร่วมกันก�ำหนดแนวทางปฏิบัติกรณีมี การระบาดของโรคอย่างรุนแรงและเกิดภัยพิบัติขึ้น และส่งผลกระ
ทบใหป้ ระชาชนในทอ้ งถิ่นนัน้ ๆ ได้รับความเดอื ดร้อน และอนั อาจจะสง่ ผลกระทบเกดิ ขึน้ ในทอ้ งถ่นิ อื่น ด้วย
2) การด�ำเนินงานในกรณีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นท่ีทุกสังกัด รวมท้ังองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น จะปฏบิ ัติตามแนวทางทป่ี รากฏในแผนป้องกนั ภัยฝา่ ยพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นระบบปกติ
ที่หน่วยงานเหล่านี้ได้ด�ำเนินการอยู่แล้ว โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบในภารกิจดังกล่าว ของกระทรวง
มหาดไทยเป็นหน่วยงานกลางในการประสานการด�ำเนินงาน ดังน้ันสถานีอนามัยจะอยู่ในสังกัดกระทรวง
สาธารณสุขหรือองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ กจ็ ะตอ้ งปฏิบตั ิตามแนวทางทีป่ รากฏในแผนดังกลา่ ว เชน่ กัน ให้
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประสบภัยประสบภาวะฉุกเฉินประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขต
จังหวัดหรือจังหวัดข้างเคียงเพ่ือขอรับการสนับสนุน วัสดุ อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามความสมัครใจ
หรอื เห็นสมควร
3) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอ�ำเภอแล้วแต่กรณีในฐานะประธานคณะกรรมการให้ความช่วย
เหลอื ผู้ประสบภยั พบิ ตั ิจงั หวดั /อ�ำเภอมีอ�ำนาจสั่งการในเขตพน้ื ทน่ี ั้นๆ
4) มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการบริหารหลกั ประกันสขุ ภาพพระดับจงั หวัด ท�ำหน้าที่ หลักในการ
สนับสนุนและประสานงานกับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นในการด�ำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลัก
ประกันสขุ ภาพในระดับท้องถน่ิ หรือพ้นื ท่ี ไดต้ ามความพรอ้ ม ความเหมาะสม และความตอ้ งการเพอ่ื สร้างการ
ด�ำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในพื้นท่ี เช่น การกันเงินกองทุนฉุกเฉินไว้กรณี
ภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสขุ เปน็ ตน้
คูม่ อื การดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสุขให้แกอ่ งคก์ ร 63
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ
IV
ระบบบรกิ ารสาธารณสุข
ในระดับปฐมภมู ิ
IV ระบบบรกิ ารสาธารณสุขในระดบั ปฐมภมู ิ
ระบบบรกิ ารปฐมภมู ิ (พ.ศ. 2542)1
ค�ำจ�ำกัดความ ระบบบริการปฐมภูมิ ในเชิงแนวคิดและหลักการ หมายถึง ระบบที่ให้บริการสุขภาพ
ในระดับที่เป็นด่านแรกของระบบบริการสาธารณสุข (First line health services) ท�ำหน้าที่รับผิดชอบดูแล
สุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องร่วมกับประชาชน โดยประยุกต์ความรู้ทั้งทางด้านการแพทย์ จิตวิทยา
และสังคมศาสตร์ ในลักษณะผสมผสาน (Integrated) การสง่ เสริมสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรค การรักษาโรค และ
การฟื้นฟูสภาพได้อย่างต่อเนื่อง (Continuous) ด้วยแนวคิดแบบองค์รวม (Holistic) ให้แก่บุคคล ครอบครัว
และชุมชน (Individual, family and community) โดยมีระบบการส่งต่อและเช่ือมโยงกบั โรงพยาบาลได้อย่าง
เหมาะสม รวมท้ังประสานกับองค์กรชุมชนในท้องถ่ิน เพื่อพัฒนาความรู้ของประชาชนในการดูแลส่งเสริม
สุขภาพของตนเอง และสามารถดแู ลตนเองเม่อื เจบ็ ปว่ ยไดอ้ ย่างสมดุลย์
ความหมายของระบบบริการปฐมภูมิ ในเชงิ ปฏิบตั กิ าร
1. เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชนในความรับผิดชอบ อย่างต่อเน่ืองโดยมิได้
จ�ำกัดเฉพาะประชากรที่มาใช้บริการท่ีสถานพยาบาล แต่ต้องดูแลท้ังหมด ท้ังท่ีเป็นการรู้สภาวะสุขภาพ และ
หามาตรการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ
2. เป็นท่ปี รึกษาของประชาชนในดา้ นการดูแลสขุ ภาพในภาพรวม
3. ให้บรกิ ารพืน้ ฐานทีจ่ �ำเป็นแกป่ ระชาชนทุกกลมุ่ อายุ และบรกิ ารทั้งทเ่ี ป็นการรักษาพยาบาล
การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพ โดยเรียงล�ำดับตามความส�ำคัญ และตามลักษณะ
การด�ำเนนิ งานดังน้ี
3.1 ให้บริการด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยตรง ซ่ึงประกอบด้วยการให้บริการ
ส่งเสริมสุขภาพท่ีผสมผสานกับการรักษาพยาบาล ด�ำเนินการคัดกรองปัญหา ความเส่ียง ให้วัคซีน ควบคุม
ป้องกันโรคในระดับบุคคล ให้ค�ำแนะน�ำ ความรู้และทักษะเพื่อการสร้างศักยภาพประชาชนในการดูแล
สขุ ภาพพ้ืนฐาน และการดแู ลเบื้องตน้ เมอ่ื เจบ็ ปว่ ย
3.2 ร่วมมือประสานงาน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ท่ีเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใน
ระดับชุมชน ตลอดจนการปรับเปล่ียนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยงานส่วนนี้หน่วยบริการ
ปฐมภูมิจะมีบทบาทในส่วนการเสนอประเด็นแต่การด�ำเนินงานจะเป็นลักษณะท่ีท�ำร่วมกับประชาชนและ
หน่วยงานอื่นที่มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรง (โดยท่ีมีหน่วยงานอ่ืนมีบทบาทโดยตรงในการวางแผนด�ำเนินการ
สรา้ งเสรมิ สุขภาพในระดับกว้าง และ ส่วนที่เปน็ public health policy และการด�ำเนนิ งานดา้ น สาธารณสขุ
อ่ืนๆ จะเปน็ บทบาทของหนว่ ยงานท้องถน่ิ โดยที่มงี บประมาณตา่ งหากท่มี ใิ ชง่ บ UC)
3.3 ใหบ้ รกิ าร รักษาพยาบาล ดูแลเบือ้ งต้นในปัญหา/โรค ท่ีพบบ่อย โดยมกี ารก�ำหนดขอบเขต
ของสภาพปญั หาหรอื รายช่อื โรคที่ควรดูแลไดใ้ ห้ชัดเจน
1 แนวทางการพฒั นาหน่วยบริการปฐมภูมิ พ.ศ. 2547
คู่มอื การดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร 67
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
4. ติดตาม ประสาน การใหบ้ ริการประเภทต่างๆ เพ่ือให้เกิดบรกิ ารท่ีบรู ณาการต่อเนอ่ื ง
หน่วยบรกิ ารปฐมภูม”ิ ภายใต้ระบบหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ 2
หน่วยบริการปฐมภูมิ หมายความว่า สถานบริการท่ีได้ข้ึนทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่าย
ของหน่วยบริการประจ�ำ ซ่ึงสามารถจัดบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิด้านเวชกรรมหรือทันตกรรม
ขั้นพื้นฐานได้อย่างเป็นองค์รวม ท้ังการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคการตรวจวินิจฉัยโรค การรักษา
พยาบาล และการฟ้ืนฟสู มรรถภาพ โดยผมู้ สี ิทธขิ องหน่วยบริการประจ�ำดงั กลา่ วสามารถใช้บริการสาธารณสขุ
ณ หน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายได้ ทั้งนี้หน่วยบริการปฐมภูมิมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข
จากหนว่ ยบริการประจ�ำหรือจากกองทุนตามทค่ี ณะกรรมการก�ำหนด
ศนู ยส์ ุขภาพชมุ ชน (PCU) กระทรวงสาธารณสขุ 3
“เป็นหน่วยบริการระดับปฐมภูมิทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีหน้าท่ีและความรับผิดชอบจัด
บริการตอบสนองต่อความจ�ำเป็นทางด้านสุขภาพของประชาชนข้ันพื้นฐานมีความเชื่อมโยง ต่อเน่ืองของ
กิจกรรมด้านสุขภาพในลักษณะองค์รวม บูรณาการ ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก และมีระบบการ
ให้ค�ำปรึกษาและส่งต่อ ท้ังน้ีเพื่อการสร้างสุขภาพการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันหรือลด
ปญั หาทปี่ ้องกันไดท้ ง้ั ทางกาย จิตสงั คม โดยประชาชนมสี ว่ นร่วม”
ความเช่อื มโยง ความหมายของ ระบบบรกิ ารปฐมภมู ิ บรกิ ารปฐมภมู ิ
สถานอี นามัย
ศนู ย์บรกิ ารสาธารณสขุ และ PCU 4
ค�ำเหลา่ น้มี ีสว่ นทเี่ หมือนกัน คอื เก่ียวข้องการจดั บริการปฐมภมู ิเหมือนกนั มสี ว่ นต่าง คือ
ค�ำวา่ “บริการปฐมภูม”ิ หมายถึง ส่วนที่เป็น “บริการ” อันเปน็ กระบวนการที่ท�ำให้แก่กลุ่มเปา้ หมายที่
มีลักษณะเอกลักษณต์ ามค�ำจ�ำกัดความ
ส่วน “ระบบบริการปฐมภูมิ” หมายถึง ส่วนที่เป็น “ระบบ” อันเป็นการจัดการให้เกิดกระบวนการ
บริการปฐมภูมิ ซ่ึงผู้ให้บริการน้ีมิใช่หมายรวมเฉพาะเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข แต่ครอบคลุมไปถึงการดูแล
โดยประชาชน หรอื ท้องถนิ่ หรอื หน่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ งไดด้ ว้ ย
หน่วยบริการปฐมภูมิ หมายถึง “หน่วยงาน” องค์กรหน่ึง ท่ีท�ำหน้าท่ีให้บริการปฐมภูมิ ซึ่งอาจเป็น
หนว่ ยงานในสังกดั ใดก็ได้
PCU (Primary Care Unit) หรอื หนว่ ยบริการปฐมภูมิ เป็นชือ่ ท่ัวไป ท่ใี ชเ้ รยี กองคก์ ร หรือ หนว่ ยงาน
ที่ท�ำหน้าท่ีให้บริการปฐมภูมิได้ตามค�ำจ�ำกัดความ จะเป็นหน่วยงานในสังกัดใดก็ได้ เป็นรัฐหรือเอกชนก็ได้
ถา้ สามารถท�ำหนา้ ทไ่ี ด้ตามทีก่ �ำหนด
2 ข้อบงั คบั สำ�นกั งานหลกั ประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ วา่ ดว้ ยหลักการ วิธีการ และเง่อื นไข การขน้ึ ทะเบยี นเป็นหน่วยบรกิ ารและ
เครือข่ายหน่วยบรกิ าร พ.ศ. 2547
3 ค่มู ือประเมินรับรองมาตรฐานศนู ยส์ ขุ ภาพชุมชน กระทรวงสาธารณสุข
4 พฒั นาการแนวคิด หลักการพัฒนาบริการปฐมภมู ิ พ.ศ. 2548
68 คมู่ ือการด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
แต่เนื่องจาก ค�ำว่า “PCU” . เกิดข้ึนใหม่ในระหว่างท่ีมีการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ค�ำน้ี ทแ่ี ปลเปน็ ภาษาไทยวา่ “หน่วยบรกิ ารปฐมภูม”ิ จึงได้ถูกก�ำหนดในตอนหลังวา่ เป็นหนว่ ยงานจ�ำเพาะทีม่ ี
คณุ สมบตั ิตามข้อก�ำหนดทกี่ �ำหนดโดยคณะกรรมการหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ
ส่วน “สถานีอนามัย” ถือว่าเป็นหน่วยงานเฉพาะในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ท่ีท�ำหน้าที่ให้บริการ
ปฐมภูมิ ในลักษณะเดียวกับพซี ยี ู หรือ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ ตามทกี่ ลา่ วข้างตน้
“ศูนย์บริการสาธารณสุข” หรือ “คลินิกเอกชน” ก็ถือว่าเป็นชื่อเฉพาะของหน่วยงานท่ีมีบทบาทใน
การให้บรกิ ารปฐมภูมบิ างส่วนเชน่ เดียวกนั แตอ่ าจไม่ครอบคลุมเหมอื นกบั หนว่ ยบริการปฐมภมู ิ
ค�ำว่า “ศูนย์สุขภาพชุมชน” ถือเป็นค�ำใหม่ ท่ีก�ำหนดขึ้นมาใช้แทนค�ำว่าพีซียู ที่มีคุณสมบัติ
ตามมาตรฐานที่ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก�ำหนด แต่ไม่ได้แปลว่าต้ังศูนย์สุขภาพชุมชนแล้ว
จะยบุ สถานีอนามยั หรือ ล้มเลิกสถานีอนามยั ไป เป็นการใช้ค�ำตามวาระโอกาสเปน็ ส�ำคัญ มไิ ดแ้ ปลวา่ ยบุ เลิก
ของเดมิ
ในเอกสารที่จะกล่าวต่อไปน้ี จะใช้ความหมายของระบบบริการปฐมภูมิ หรือ หน่วยบริการปฐมภูมิ
ในความหมายที่ค�ำทั่วไป หรือ ขอบเขตที่กว้างมิได้ยึดว่าจะต้องเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
หรอื หนว่ ยเอกชน หรือ หนว่ ยใด แต่ยึดทบี่ ทบาทหน้าท่ี และผลลพั ธ์เป็นส�ำคัญ
คณุ ลกั ษณะสำ� คัญของระบบบรกิ ารปฐมภูมิ มี 3 กลมุ่ หลัก คือ
1) บริการองค์รวม
2) การส่งเสริมสขุ ภาพ และป้องกันโรค
3) สนับสนุนการพึ่งตนเองของประชาชน
เครือข่ายหนว่ ยบริการปฐมภูมิ
หมายถึง หน่วยบริการปฐมภูมิที่รวมตัวกัน โดยประกอบด้วยหน่วยบริการประจ�ำหนึ่งหน่วยเป็น
แกนกลาง รวมตวั กบั หน่วยบรกิ ารทรี่ บั ส่งต่อและหน่วยบริการปฐมภูมิ ทัง้ นีอ้ าจมเี ครือขา่ ยหนว่ ยบรกิ ารรว่ มให้
บริการเข้าร่วมก็ได้ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายหน่วยบริการตามท่ีส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ประกาศ ทั้งน้ีเครือข่ายหน่วยบริการมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขจากหน่วยบริการหรือ
จากกองทุน ตามทีค่ ณะกรรมการก�ำหนด
ผลสัมฤทธ์ิ
หมายถึง ผลผลติ และผลลัพธท์ เ่ี กดิ จากการน�ำยุทธศาสตรส์ กู่ ารปฏิบตั ิ
ผูม้ ีส่วนได้สว่ นเสยี
หมายถงึ กลุ่มทกุ กลุ่มทไ่ี ด้รับผลกระทบหรืออาจไดร้ ับผลกระทบจากการปฏิบตั ิการและความส�ำเรจ็
ขององคก์ ร ตวั อยา่ งของผทู้ มี่ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทส่ี �ำคญั รวมถงึ ลกู คา้ บคุ ลากรคคู่ า้ คคู่ วามรว่ มมอื คณะกรรมการ
ก�ำกับดูแล ผ้สู ่งมอบ องค์กรทด่ี แู ลกฏระเบียบ ผู้ก�ำหนดนโยบาย ผ้ใู ห้ทนุ ด�ำเนินงาน ผู้ถอื หุ้น องคก์ รชุมชนใน
ท้องถ่ิน และสมาคมวิชาชพี
นวตั กรรม (Innovation)
หมายถึง การเปล่ียนที่ส�ำคัญเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ โปรแกรม บริการ กระบวนการหรือประสิทธิผล
ขององค์กร รวมท้ังสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นวัตกรรมเป็นการรับเอาความคิด กระบวนการ
เทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ ซึง่ อาจจะเป็นของใหม่หรอื น�ำมาปรับใชเ้ พ่ือการใช้งานในรูปแบบใหม่
นวัตกรรมท่ีประสบความส�ำเร็จในระดับองค์กร เป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยหลายขั้นตอนที่
เก่ียวข้องกับการพัฒนาและการแบ่งปันความรู้ การตัดสินใจที่จะด�ำเนินการ การด�ำเนินการการประเมินผล
และการเรียนรู้ แม้ว่านวัตกรรมมักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่นวัตกรรมสามารถเกิดได้ในทุกกระบวนการท่ี
ค่มู ือการด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แกอ่ งคก์ ร 69
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ส�ำคัญขององค์กร ซึ่งอาจได้ประโยชน์จากการเปล่ียนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด หรือ
การเปล่ียนแปลงแนวทางหรือผลผลิต นวัตกรรมอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงพ้ืนฐานของโครงสร้างองค์กรให้
บรรลุงานขององค์กรอย่างมปี ระสทิ ธิผลข้นึ
ระดบั เทยี บเคยี ง (Benchmark)
หมายถึง กระบวนการและผลลัพธ์ ซึ่งแสดงวิธีปฏิบัติการและผลด�ำเนินการที่เป็นเลิศของกิจกรรมที่
คลา้ ยคลึงกัน องคก์ รเข้าร่วมการจดั ระดบั เทยี บเคียง เพ่อื ให้เข้าใจผลการด�ำเนนิ การระดับโลกในปจั จบุ นั และ
เพื่อให้บรรลุผลการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด ระดับเทียบเคียงเป็นรูปแบบหนึ่งของข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ
ขอ้ มลู เชงิ เปรยี บเทยี บอนื่ ๆ เชน่ ขอ้ มลู ผลการด�ำเนนิ การของคแู่ ขง่ หรอื องคก์ รทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั ในพน้ื ทภี่ มู ศิ าสตร์
เดยี วกัน
ธรรมาภบิ าล (Governance)
หมายถึง ระบบการจัดการและควบคุมต่างๆที่ใช้ในองค์กร รวมท้ังความรับผิดชอบในด้านต่างๆ
ของเจ้าของหรอื ผู้ถือห้นุ คณะกรรมการบริหาร และผนู้ �ำระดบั สูงขององคก์ ร
กฎบัตรองค์กร (Corporate Charters) กฎระเบียบทีบ่ งั คบั ใช้ (By-laws) และนโยบายขององค์กรจะ
ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรถึงสิทธิและความรับผิดชอบของผู้ท่ีเก่ียวข้องแต่ละกลุ่ม รวมท้ังอธิบายถึงวิธีการ
ก�ำหนดทิศทางและการควบคุมเพอ่ื สรา้ งหลกั ประกันในดา้ น
1. ความรับผดิ ชอบต่อเจ้าของธรุ กจิ หรอื ผถู้ อื หุน้ และผู้มสี ่วนได้ส่วนเสยี อ่นื
2. ความโปรง่ ใสของการปฏบิ ตั ิการ
3. การปฏบิ ัติอย่างยุติธรรมต่อผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสียทุกกลุม่
กระบวนการต่างๆ ด้านธรรมาภิบาล อาจรวมถึง การอนุมัติทิศทางเชิงกลยุทธ์การตรวจติดตามและ
ประเมินผลการด�ำเนินการของผู้บริหารสูงสุดขององค์กร การก�ำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์ของ
ระดับบริหาร การวางแผนการสืบทอดต�ำแหน่ง การตรวจสอบทางการเงิน การจัดการความเส่ียง การเปิดเผย
ข้อมูลข่าวสาร รวมท้ังการรายงานการด�ำเนินการแก่ผู้ถือหุ้น การท�ำให้มั่นใจว่าธรรมาภิบาลมีประสิทธิผล
มคี วามส�ำคัญต่อความเช่อื ถือของผู้มีสว่ นไดส้ ่วนเสยี และสงั คมโดยรวม ตลอดจนตอ่ ประสิทธผิ ลขององค์กร
ภาคเี ครือขา่ ย
หมายถึง กลุ่มบุคคล องค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกัน มารวมตัวกันด้วยความสมัครใจเพ่ือท�ำกิจกรรมให้
บรรลุเป้าหมาย (ร่วมคิด / วางแผน ร่วมท�ำ ร่วมประเมินผล) โดยมีความสัมพันธ์แนวราบ มีความเสมอภาค
และเรียนรูร้ ่วมกันอยา่ งต่อเนื่อง
Pay for Performance
หมายถงึ แนวทาง / เกณฑ์ การจ่ายเงนิ ตามคุณภาพผลงานหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิ
70 คมู่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
มาตรฐานบริการสาธารณสขุ พทุ ธศักราช 2550 5
วตั ถุประสงค์ของมาตรฐานบรกิ ารสาธารณสุข
โดยท่ีรัฐ มีหน้าที่ต้องจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ได้
มาตรฐาน อยา่ งมีประสิทธิภาพและท่ัวถงึ รัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุข จึงตอ้ งก�ำหนดมาตรฐานของบรกิ ารให้
เป็นท่ีแน่นอนเรียกว่ามาตรฐานบริการสาธารณสุข เพ่ือให้กระทรวงสาธารณสุขและผู้ท่ีเกี่ยวข้องใช้มาตรฐาน
ฉบับน้ีเป็นสิ่งอ้างอิงในการจัดและส่งเสริมการสาธารณสุข โดยยึดถือเป็นหลักว่า บริการหรือสิ่งส่งมอบที่
หน่วยงานผู้ให้บริการสาธารณสุขต้องจัดให้มีและส่งมอบให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ แก่ชุมชนและสังคมส่วน
รวม มีอะไรบ้าง สิ่งส่งมอบเหล่าน้ันต้องมีคุณภาพดีอย่างไร จึงจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ท้ังน้ี โดย
เจตนารมณ์เพ่ือผดุงและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการในลักษณะที่สมานฉันท์
เกื้อกลู และพ่ึงพากันได้ ท้ังโดยมิติของสขุ ภาพส่วนบคุ คล และมิตแิ ห่งความผาสุกมีสขุ ภาวะดีของสาธารณชน
ไปพรอ้ ม ๆ กนั
หมวดท่ี 1 มาตรฐานบริการสาธารณสขุ ชมุ ชน
หมวดท่ี 2 มาตรฐานบริการสาธารณสขุ ของโรงพยาบาล
ในท่ีน้ีจะขอกล่าวถึงแต่มาตรฐานบริการสาธารณสุขชุมชนเท่าน้ัน เพื่อให้สอดคล้องกับการด�ำเนิน
งานในสถานอี นามัย
แนวคิดและหลกั การสำ� คญั ของมาตรฐาน
ผู้ที่มาสถานพยาบาลทั้งผู้ป่วยและญาติ ล้วนแต่มีความทุกข์กังวลท้ังสิ้น การได้รับผลการตรวจท่ีดี
ผลการวนิ จิ ฉัย ความเหน็ และค�ำแนะน�ำทดี่ ี ได้รบั ยา เวชภัณฑ์ และหตั ถการทด่ี ี ได้ใชอ้ ุปกรณ์และสถานที่ท่ีดี
ได้รับการฝึกทักษะที่จ�ำเป็น ได้รับการเฝ้าระวังดูแลท่ีดี เป็นต้น ทุกข์กังวลเหล่านั้นจึงจะลดลงได้ อัตราตายจึง
จ�ำเปน็ ต้องลดต�่ำลงตามทผี่ ้บู ริหารการสาธารณสุขต้องการ
เราเรียกผลการตรวจ ผลการวินจิ ฉัย ความเห็นและค�ำแนะน�ำ ยา เวชภณั ฑ์ หัตถการ ฯลฯ เหล่านี้วา่
ส่ิงสง่ มอบ หรือเรยี กกนั โดยทั่วไปวา่ บรกิ าร
ชมุ ชนท้งั ในเมอื งและชนบท ลว้ นแตม่ ปี ัญหาสุขภาวะและสขุ ภาพอยมู่ ากมาย ผูค้ นที่มาอยรู่ วมกันใน
ชมุ ชน บา้ งกม็ ีปัญหาสขุ ภาพ บ้างกม็ ีพฤตกิ รรมทบ่ี ัน่ ทอนสขุ ภาพ มบี างคนเป็นผ้พู ิการ การประกอบอาชพี ของ
คนในชุมชน บางครั้งก็บ่มเพาะปัญหาสุขภาวะของชุมชนทีละเล็กทีละน้อย สิ่งเหลือทิ้งและของเสียบางชนิดที่
เกิดจากการใช้ชีวิตของคนในชุมชนและสังคม สร้างปัญหาให้แก่ชุมชนและสังคมนั้นเองก็มี เชื้อโรคบางชนิด
เคลอื่ นยา้ ยตดิ ตามสตั ว์ประเภทย้ายถน่ิ ตามธรรมชาติเข้ามาสู่ชมุ ชน ฯลฯ สงิ่ เหล่าน้เี ป็นทกุ ข์ ถอื เป็นภาระของ
แผ่นดนิ บรกิ ารสาธารณสุขทม่ี ีคณุ ภาพดี ได้มาตรฐานเท่านัน้ ท่ีจะช่วยผอ่ นคลายความทกุ ข์ของแผ่นดินลงได้
อยา่ งเปน็ รูปธรรม
เพอื่ เปน็ หลักประกนั ให้แกป่ ระชาชนวา่ สิง่ ส่งมอบ หรอื บริการสาธารณสุข ภายใต้การจดั และสง่ เสริม
ของรัฐ ที่ประชาชนไทยทุกหมู่เหลา่ ไดร้ ับ จะมีคุณภาพได้มาตรฐาน เปน็ ท่ยี อมรับของทกุ ฝา่ ย รฐั โดยกระทรวง
สาธารณสุข จึงต้องจัดให้มีมาตรฐานบริการสาธารณสุข ที่มุ่งเน้นต่อผู้รับบริการ ก�ำหนดข้ึนจากการสรุป
ความเหน็ ร่วมกันของผ้เู กีย่ วขอ้ ง 4 ฝา่ ย ดงั น้ี
5 สำ�นกั พฒั นาระบบบริการสขุ ภาพ กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ค่มู อื การด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสุขใหแ้ ก่องค์กร 71
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน
1. กล่มุ ตวั แทนภาคประชาชนผู้รบั บริการ ซึ่งเป็นผทู้ วงถามบริการหรอื สงิ่ สง่ มอบทต่ี ้องให้มีคณุ ภาพ
ได้มาตรฐาน ในฐานท่ีเปน็ ผ้ทู ร่ี บั ผลกระทบโดยตรง
2. กลุ่มตัวแทนผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นผู้น�ำเสนอบริการหรือส่ิงส่งมอบที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในฐานะ
เป็นผปู้ ฏบิ ัตทิ ีม่ สี ่วนเก่ยี วขอ้ งโดยตรง
3. กลุ่มผู้เกี่ยวข้องจากภาคส่วนอ่ืน ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถให้ความเห็นท่ีส�ำคัญเพื่อการก�ำหนดหรือใช้
มาตรฐานใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สุดแก่การสาธารณสุขของประเทศไทย
4. กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเจ้าของมาตรฐาน ในฐานะผู้รักษาการตามมาตรฐานฉบับนี้ และ
เป็น ผู้ที่น�ำมาตรฐานฉบับนีไ้ ปใช ้ จดั และส่งเสริมการสาธารณสขุ ต่อไป
คำ� นยิ ามศัพท์
ก. กลุ่มคำ� นยิ ามศพั ท์ทัว่ ไป
1. มาตรฐาน (Standard) หมายถึงข้อก�ำหนด อันตกลงกันว่าเปน็ สิง่ ทใ่ี ชส้ �ำหรับอ้างองิ ระบถุ งึ
สิ่งที่ต้องเป็นมาตรฐานและลักษณะ (Characteristics) ของสิ่งน้ัน ซึ่งเป็นท่ียอมรับว่า มีคุณภาพหรือเรียกได้
ว่าไดม้ าตรฐาน
2. บรกิ าร (Service) หมายถงึ สง่ิ สง่ มอบ ( Service deliverable) ทผี่ ้ใู ห้บรกิ ารส่งมอบให้ผรู้ ับ
บรกิ าร เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของผู้รับบริการ (Service needs) หรอื บริการ / ส่ิงส่งมอบ เป็น ผลลพั ธ์
(Output) ท่ีได้จากกระบวนการให้บริการ ซึ่งปกติส่ิงส่งมอบท่ีเรียกว่าบริการ จะมีองค์ประกอบหลักอยู่สาม
ส่วนคือ
ก. ส่งิ ของทสี่ ่งมอบให้ผ้รู บั บรกิ ารไป (Product content in service)
ข. สิง่ ของ และ/หรือสถานท่ี ท่ีใหผ้ ู้รับบริการใช้ (Facility content in service)
ค. ผลงานที่กระท�ำใหแ้ ก่ผู้รับบรกิ าร (Work content in service)
3. มาตรฐานบริการสาธารณสขุ หมายถงึ มาตรฐานทีก่ �ำหนด หรือบรกิ าร หรือสิง่ สง่ มอบ และ
ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ทีเ่ รียกไดว้ ่าเป็นคุณภาพ ซงึ่ จะตอ้ งส่งมอบให้แก่ประชาชนผรู้ ับบรกิ าร ชุมชน และสงั คม
เพื่อตอบสนองความต้องการบริการทางสาธารณสุข โดยแจกแจงองค์ประกอบสิ่งส่งมอบทั้งสามส่วนเป็น 10
กลุ่ม ดงั นี้
1). ผลการตรวจ
2). ผลการวินิจฉัยเบ้ืองต้นและหรือขอ้ สันนิษฐาน
3). ความเห็นและค�ำแนะน�ำ
4). การฝึกทักษะท่สี �ำคัญและจ�ำเป็นให้
5). การเฝ้าระวังดูแล ขณะอยู่ในพน้ื ท่ี ขณะเคล่อื นย้าย และขณะส่งตอ่
6). บริการยา วคั ซนี เวชภัณฑ์ หรอื ผลติ ภณั ฑ์ ที่สง่ มอบให้ผู้รับบริการไป
7). หตั ถการท่กี ระท�ำต่อร่างกายผู้รับบริการ
8). ผลงานอนื่ ท่ดี �ำเนนิ การให้ (ซง่ึ ไมใ่ ช่หตั ถการ)
9). สิ่งของและสถานท่ี ทีจ่ ดั ไวใ้ หผ้ รู้ บั บรกิ ารใช้ หรอื ใช้กับผู้รับบรกิ าร
10). ผลงาน และสง่ิ ส่งมอบ ที่มผี ลกระทบต่อชุมชนและสังคม
4. คุณภาพ (Quality) หมายถึง ลักษณะอันมีอยู่ในตัว ( Inherent Characteristics) ของ
ส่ิงต่างๆ ที่สามารถเร้าให้คนท้ังหลายเกิดความรู้สึกได้สามประการคือ รู้สึกยอมรับ รู้สึกอยากได้ ในขณะท่ีมี
ทางเลือกและรู้สกึ ชนื่ ชมเม่ือไดร้ บั สิง่ ทมี่ ีลักษณะน้ันแล้ว
72 ค่มู อื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แกอ่ งค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ข. กลุ่มคำ� นิยามศัพทเ์ ก่ยี วกับขอ้ กำ� หนดวธิ ีการใช้มาตรฐาน
5. ข้อก�ำหนดบริการ(Service specification) หมายถึง ข้อก�ำหนดที่เป็นเกณฑ์ส�ำหรับตรวจ
สอบ โดยสังเกต หรือวดั หรอื นับ เพ่อื การควบคุมคณุ ภาพบริการ โดยระบถุ ึงส่งิ สง่ มอบ กบั ลกั ษณะทเ่ี รียกได้วา่
เป็นคุณภาพของสิ่งสง่ มอบนัน้
6. จุดสัมผัสบริการ (Service interface) หมายถึง บริเวณและขณะเวลา ที่ผู้รับบริการได้รับ
สงิ่ สง่ มอบ
7. ข้อบกพรอ่ ง หมายถงึ ส่ิงที่ไม่เป็นไปตามขอ้ ก�ำหนดของมาตรฐานบรกิ ารสาธารณสขุ
ค. กลุม่ คำ� นิยามศัพทเ์ ก่ยี วกบั สงิ่ ส่งมอบ
8. ผลการตรวจ หมายถึง ข้อมูล (Data) ที่ส่งมอบให้แก่ผู้รับบริการ ระบุว่า ตรวจพบอะไร มี
ลักษณะเป็นอย่างไร หรือไม่พบอะไร ผลการตรวจ ได้มาจากการเก็บข้อมูล การสอบถามอาการ การตรวจ
ร่างกาย การตรวจสอบ การทดสอบ การถ่ายภาพ รวมทั้งการวิเคราะห์จากส่ิงส่งตรวจ ความรู้สึกของผู้รับ
บรกิ ารจะเห็นว่า ผลการตรวจ มีคณุ ค่าระดับปานกลาง
9. ผลการวินจิ ฉยั เบอื้ งตน้ และ/หรือ ข้อสันนิษฐาน หมายถงึ ขา่ วสาร (Information) ทีส่ ง่ มอบ
ให้แก่ผรู้ ับบรกิ าร ระบุว่า ผลสรปุ จากอาการและสิง่ ตรวจพบ คาดว่านา่ จะเปน็ หรือคลา้ ยโรคอะไร อาการท่คี าด
ว่าจะเป็นต่อจากน้ี น่าจะเป็นเช่นไรหรือระบุว่าพบปัญหาอะไรหรือไม่ หรือมีสภาพใดท่ีเปลี่ยนแปลงไปจาก
เดมิ บ้าง และเปลย่ี นไปเพยี งใด รวมทง้ั สภาพอาการท่ีคาดวา่ จะเป็นตอ่ จากน้ี น่าจะเปน็ เช่นไร
ท้ังผลการวินิจฉัยและข้อสันนิษฐาน เป็นผลงานที่เกิดจากการประมวลข้อมูลของผลการตรวจ
และขา่ วสารต่าง ๆ ประกอบ สรปุ เปน็ ขา่ วสารส่งมอบแก่ผ้รู ับบริการ
ความรู้สึกของผู้รับบริการจะเห็นว่า ผลการวินิจฉัยเบ้ืองต้น หรือข้อสันนิษฐานเป็นข่าวสารท่ีมี
คุณค่าระดบั สงู
มาตรฐานบริการสาธารณสขุ ชุมชน (บริการสาธารณสุขพน้ื ฐาน รวมถงึ
ทันตสาธารณสุข)
1. บรกิ าร (ส่ิงส่งมอบ) ท่ชี มุ ชนไดร้ ับ (Community service)
1.1 ผลส�ำรวจสุขภาวะและปัญหาของชุมชน
ชุมชนในพื้นท่ี จะได้รับทราบผลการส�ำรวจ ข้อวินิจฉัย ความเห็นและค�ำแนะน�ำเพ่ือการ
ดูแล สุขภาวะและปัญหาของชุมชน เป็นระยะๆ อย่างต่อเน่ืองและทันต่อเหตุการณ์ ท้ังน้ี โดยมุ่งให้ชุมชนม ี
สุขภาวะดี และประชาชนดแู ลสขุ ภาพตนเองได้
หากปัญหานั้น ๆ เป็นปัญหาระดับบุคคล หรือระดับครอบครัว ผลส�ำรวจ ข้อวินิจฉัย
ความเห็นและค�ำแนะน�ำ เก่ียวกับสภาพและปัญหาสุขภาวะดังกล่าว จะส่งมอบแก่บุคคลหรือครอบครัว
ตามความเหมาะสมแก่การแก้ไขปัญหา โดยค�ำนึงถึง สภาพความพร้อมทางจิตใจ ศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์
และสทิ ธขิ องผปู้ ่วย
1.2 บริการปอ้ งกนั และควบคุมโรคใหแ้ ก่ชมุ ชน
ชุมชนจะได้รับบริการป้องกันและควบคุมโรคท้ังโรคติดต่อและไม่ติดต่อ หากพบว่า มีโรค
ติดต่ออนั ตรายเกดิ ข้ึน ไม่ว่าจะเปน็ บรเิ วณท่ีหา่ งไกล หรือใกลเ้ คยี ง หรอื ในชุมชน ชุมชนจะได้รบั บรกิ ารเพอื่ การ
ปอ้ งกันและควบคุมโรคอย่างทนั ตอ่ เหตุการณ์
คู่มือการด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสุขใหแ้ ก่องค์กร 73
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
1.3 บรกิ ารติดตามเฝ้าระวังดแู ล บุคคลกลมุ่ เฉพาะในชมุ ชน
บคุ คลกล่มุ เฉพาะในชมุ ชน เชน่ สตรมี ีครรภ์ เด็กอ่อน คนชรา ผปู้ ่วยดว้ ยโรคเรอ้ื รัง ผู้พิการ
ผูเ้ สพยาเสพตดิ เป็นต้น จะไดร้ บั บรกิ ารตดิ ตามเฝ้าระวังดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ
1.4 บรกิ ารสรา้ งเสริมสุขภาพชมุ ชน
ชุมชนจะได้รับบริการเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งด้านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และ
การจัดกจิ กรรมกลุม่ ให้แกค่ นทุกกลุ่มอายใุ นชมุ ชน
2 . บรกิ ารท่ปี ระชาชนไดร้ บั (Individual Service) จากสถานบรกิ ารปฐมภมู ิ (PCU)
2.1 ผลการตรวจ
ผู้รับบริการ และ/หรือญาติ ต้องได้รับทราบผลการตรวจเบ้ืองต้นว่าพบอะไร ลักษณะเป็น
เชน่ ไร หรอื ไมพ่ บอะไร โดยการตรวจจากบคุ ลากรทางดา้ นสาธารณสุข
2.2 ผลการวนิ ิจฉัยเบอ้ื งตน้ /หรือขอ้ สนั นษิ ฐานผูร้ บั บรกิ าร และ/หรือญาติ จะตอ้ งไดร้ ับทราบผล
การวินิจฉัยเบื้องต้น และ/หรือข้อสันนิษฐานเป็นข่าวสารท่ีชัดเจนเข้าใจง่าย มีรายละเอียดเพียงพอ ให้รู้ว่า
คลา้ ยหรอื เป็นโรคอะไร และคาดวา่ น่าจะมอี าการเป็นอย่างไรตอ่ ไป หรอื ไม่คล้าย ไม่เปน็ โรคใด ก่อนออกจาก
จดุ ทรี่ ับบรกิ าร
การส่งมอบผลการวินิจฉัยเบ้ืองต้น และ/หรือข้อสันนิษฐาน จะกระท�ำโดยค�ำนึงถึงสภาพ
ความพรอ้ มทางจิตใจ ศักดิ์ศรคี วามเปน็ มนษุ ย์ และสทิ ธิของผปู้ ว่ ย
2.3 ความเห็นและค�ำแนะน�ำ
ผู้รับบริการ และ/หรือญาติ ต้องได้รับความเห็นและค�ำแนะน�ำ เพื่อการรักษาและการ
ปฏิบัติตน ที่เป็นที่เข้าใจ มีรายละเอียดเพียงพอต่อการเฝ้าระวังอาการท่ีอาจเกิดอันตรายและเพ่ือน�ำไปใช้
ปฏบิ ัติได้อย่างถูกต้อง
2.4 การฝกึ ทักษะท่ีส�ำคญั และจ�ำเป็นให้
ผู้รับบริการและ/หรือญาติ ต้องได้รับการฝึกทักษะท่ีส�ำคัญและจ�ำเป็น เพ่ือการดูแลตนเอง
เมื่ออยทู่ ี่บ้าน
2.5 การเฝ้าระวงั ดแู ล ขณะอย่ใู นพน้ื ที่ ขณะเคลือ่ นย้าย และขณะสง่ ต่อ
ก. การเฝ้าระวังดูแลขณะอยใู่ นสถานบรกิ าร
ผู้รับบริการจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยผู้รับบริการ และ/หรือญาติจะได้ทราบ
ลักษณะอาการผดิ ปกตทิ ีต่ ้องขอความช่วยเหลอื หากอาการทรุดลงจะตอ้ งไดร้ บั การชว่ ยเหลือทันที
ข. การเฝา้ ระวงั ดูแลขณะเคลอ่ื นยา้ ย
หากจ�ำเป็นต้องเคลือ่ นยา้ ยผู้ปว่ ยทตี่ ้องมกี ารดูแลเปน็ พเิ ศษ จะได้รบั การดูแลช่วยเหลอื
อย่างปลอดภยั ดว้ ยความนุม่ นวล ไมใ่ ห้บาดเจ็บเพิ่ม มผี ูต้ ดิ ตามดูแลขณะทีเ่ คลือ่ นย้าย และได้ใชอ้ ุปกรณก์ าร
เคลอื่ นย้ายทเ่ี พียงพอเหมาะสมกับสภาพอาการ
ค. บรกิ ารสง่ ตอ่
กรณีท่ีเกินขีดความสามารถของการให้บริการปฐมภูมิ ผู้รับบริการต้องได้รับการส่งต่อ
ไปยังสถานพยาบาลในเครือข่ายที่มีศักยภาพสูงกว่า และได้รับการติดตามดูแลอย่างต่อเน่ืองและเช่ือมโยง
ข้อมูลท้งั ไปและกลับทกุ ระดบั
2.6 บริการยา วัคซีน เวชภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์ ที่ส่งมอบใหผ้ ู้รบั บรกิ ารไป
ก. ผลิตภณั ฑท์ ีใ่ ห้ผ้รู ับบรกิ ารไป เช่น ยา เวชภัณฑ์ วัคซนี เปน็ ต้น จะต้องมสี ภาพดี ไมเ่ สอ่ื ม
74 คู่มอื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
สภาพ ไม่หมดอายุ ในขนาดและจ�ำนวนท่ีเหมาะสมตามแผนการรักษา บรรจุในซองหรือภาชนะที่รักษา
คุณภาพไดต้ ลอดแผนการรกั ษา
ข. ฉลากหรือค�ำอธิบาย วิธีใช้ ข้อห้าม วิธีการเก็บรักษา วันหมดอายุ รวมทั้งลักษณะ
เมอ่ื เสอื่ มสภาพ ตามท่จี �ำเป็น ต้องชดั เจนเข้าใจง่าย
ค. หากส่งิ ทีใ่ ห้ อาจท�ำให้เกิดอาการแพ้ หรือมีผลขา้ งเคียง หรือมีอาการขา้ งเคียงได้ ต้องมี
รายละเอียดค�ำเตอื นทร่ี ะบไุ ว้เปน็ ตวั อักษร อย่างชดั เจน อา่ นง่าย
ง. ต้องมีบรกิ ารน้�ำดืม่ ที่สะอาดและเพยี งพอตลอดระยะเวลาทเ่ี ปิดท�ำการ
จ. เอกสารท่ีออกให้ เช่น เอกสารใบส่งต่อ ใบรับรองบัตรแสดงสิทธ์ิ ใบนัด เป็นต้น จะมี
ความถกู ต้อง ครบถ้วน ชดั เจน
2.7 หัตถการทีก่ ระท�ำตอ่ ร่างกายผรู้ บั บริการ
ก. หัตถการ เช่น การท�ำแผน การฉีดยา การให้อาหารทางสายยาง การให้น�้ำเกลือ ทันต
กรรมข้ันพื้นฐาน ทันตกรรมป้องกัน กายภาพบ�ำบัดเบ้ืองต้น การช่วยฟื้นคืนชีพ เป็นต้น จะต้องกระท�ำโดย
ผู้ปฏิบัติซ่ึงผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี มุ่งเน้นความอยู่รอดปลอดภัยของผู้ป่วย โดยค�ำนึงถึงสิทธิ และศักด์ิศรี
ความเปน็ มนุษย์ ภายใตก้ รอบความเชอื่ ตามหลกั ศาสนา และจริยธรรมทางวิชาชีพ
ข. ก่อนท�ำหตั ถการที่มอี ุปสรรค การสอ่ื สารทางวาจา เชน่ ทันตกรรมในช่องปาก ตอ้ งไดร้ บั
การซักซอ้ มวิธีส่อื สารทเ่ี หมาะสม ระหว่างผรู้ บั บรกิ ารและผู้ใหบ้ รกิ าร
2.8 ผลงานอน่ื ทด่ี �ำเนนิ การให้ (มใิ ช่หตั ถการ)
ก. การจดั คิว
หากจะต้องเข้าคิดรับบริการ จะได้รับการบอกกล่าว คาดการณ์เวลาท่ีจะได้เข้ารับ
บรกิ ารอย่างครา่ ว ๆ และไดร้ ับการบริการตามล�ำดบั หรือตามความรุนแรงของโรค
ข. การรบั รองและยนื ยันสทิ ธ์ิ
ผู้รับบรกิ ารจะไดร้ บั การรบั รองและยืนยนั สิทธก์ิ ารใชบ้ ริการทุกราย
2.9 สิ่งของ และสถานท่ี ท่จี ะไว้ใหผ้ ้รู บั บริการใช้หรือใช้กับผูร้ ับบรกิ าร
ก. สิ่งของ เครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ให้ผู้รับบริการ และ/หรือญาติใช้หรือสัมผัสต้องสะอาด
ไมส่ ัมผสั ส่งิ คัดหล่ังของผู้ป่วยรายอืน่ ไมช่ �ำรุด และจ�ำนวนเพยี งพอ
ข. สถานท่ีท่ีให้ผู้รับบริการและ/หรือญาติใช้ ต้องสะอาด ปลอดภัย ทั้งด้านร่างกายและ
จิตใจ ทน่ี งั่ รอตรวจ จะตอ้ งเพียงพอ ห้องตรวจ หอ้ งท�ำหตั ถการ จะตอ้ งมิดชดิ เปน็ สัดส่วน สะดวก พ้นื บันได
เส้นทางสัญจร ต้องแห้ง ไมล่ ่นื หอ้ งสุขา ห้องน�้ำ ต้องไม่มกี ลิ่น เพียงพอ และต้องมีหอ้ งสุขาส�ำหรับผู้พิการ
3 บรกิ าร ที่สังคมไดร้ บั (Social service)
3.1 ขยะและสง่ิ เหลือท้งิ อนั ตราย
หน่วยบรกิ ารสาธารณสขุ ชุมชน ตอ้ งไมเ่ ป็นแหลง่ แพรก่ ระจายเชือ้ โรค
ขยะ ของมีคมท่ีใช้แล้ว และส่ิงเหลือทิ้งอันตราย จะต้องมีความปลอดภัยต่อชุมชน และ
สังคมกอ่ นท้ิงออกไป
3.2 ผลงาน ขา่ วสารทที่ นั ตอ่ เหตกุ ารณ์ ทีช่ มุ ชนและสงั คมต้องการ
หากพบว่ามีโรคติดต่ออันตรายเกิดขึ้นในชุมชนหรือชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ซ่ึงอาจจะมี
การระบาดหรือเกิดผลกระทบได้ ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการแจ้งข่าวสารอย่างเร่งด่วน เพ่ือ
การปอ้ งกันและควบคุมโรคไดอ้ ย่างรวดเร็ว
คมู่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขใหแ้ กอ่ งค์กร 75
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
กองทุนหลกั ประกนั สขุ ภาพในระดับทอ้ งถ่นิ หรือพ้ืนที่
ท่มี า : สำ� นักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ
เพ่ือเป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนทุกคนในพื้นที่ โดยส่งเสริมกระบวนการการมี
ส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการของประชาชนในท้องถ่ิน จึงสมควรก�ำหนดหลัก
เกณฑ์เพื่อให้องค์การบริหารส่วนต�ำบลและเทศบาลเป็นผู้ด�ำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกัน
สุขภาพ ที่เก่ียวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพและการรักษาพยาบาลระดับ
ปฐมภูมิ เชิงรกุ ในพื้นที่ได้อยา่ งทวั่ ถงึ และท่ีจ�ำเป็นต่อสุขภาพและการด�ำรงชวี ิต
ในการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถ่ินหรือพื้นที่ ได้มีการก�ำหนดเป้าหมายร่วมกัน
ระหว่างสปสช. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง
มหาดไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
และสมาคมองค์การบริหารส่วนต�ำบลแหง่ ประเทศไทย ดงั ตอ่ ไปน้ี
ระยะทห่ี น่งึ พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐ องค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาลน�ำร่องทั่วประเทศ
ระยะท่สี อง พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลหรอื เทศบาลทม่ี คี วามพร้อม
ระยะทสี่ าม ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ เปน็ ตน้ ไป องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลหรอื เทศบาลทผ่ี า่ นการประเมนิ
1. วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการหรือสถานบริการอ่ืน
รวมท้ังสถานบริการทางเลือกในพื้นที่โดยเน้นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ
และการรกั ษาพยาบาลระดับปฐมภมู ทิ ่จี �ำเปน็ ต่อสขุ ภาพและการด�ำรงชีวิต
2. เพ่ือส่งเสริมให้กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพท่ีม ี
ความเส่ียงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อยู่ในเขตพื้นท่ี สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและ
มีประสิทธิภาพ ตามประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ก�ำหนด
3. เพ่ือสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กลุ่มประชาชน หรือองค์กรประชาชนในพื้นที่จัดท�ำกิจกรรมเพ่ือ
การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การป้องกนั โรคหรือการฟ้ืนฟูสมรรถภาพใหแ้ ก่ประชาชนในพ้นื ที่
4. เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารหรือพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับ
ท้องถ่ินหรือพื้นท่ีให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนหลักประกัน
สุขภาพ ในรอบปีงบประมาณน้ัน และในกรณีท่ีจ�ำเป็นต้องใช้จ่ายเพ่ือซื้อครุภัณฑ์ที่เก่ียวข้องโดยตรง
ครภุ ัณฑ์น้นั จะตอ้ งมรี าคาไมเ่ กนิ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อหนว่ ย
2. หลักเกณฑก์ ารจัดต้ังกองทนุ หลกั ประกนั สุขภาพในระดับทอ้ งถ่ินหรอื พนื้ ท่ีใหม่
องค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาล ที่สนใจเข้าร่วมจัดตั้งกองทุน ต้องมีคุณสมบัติในการ
พจิ ารณา ให้เขา้ รว่ มจดั ตั้งกองทนุ ดงั ต่อไปนี้
76 คูม่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ขัน้ ตอนทห่ี น่งึ
1. นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือนายกเทศมนตรี เห็นชอบและประสงค์เข้าร่วมด�ำเนิน
งานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพ้ืนท่ีโดยส่งหนังสือแสดงความจ�ำนงตามที่ สปสช.
ก�ำหนด กรณีท่ีนายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือนายกเทศมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ให้ผู้ปฏิบัติ
หน้าทีแ่ ทนหรือผรู้ กั ษาการแทน เป็นผู้ลงนามในแบบแสดงความจ�ำนง
2. มีความพรอ้ มในการสมทบงบประมาณในปีท่สี มัครจัดต้งั กองทนุ
3. มีความพร้อมในการคดั เลอื กคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนแบบมสี ว่ นรว่ ม
ข้ันตอนท่ีสอง
1. มีข้อมูลสขุ ภาพชุมชน แผนสุขภาพชุมชน หรอื แผนท่ีทางเดนิ ยทุ ธศาสตร์
2. ประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเลขานุการ เข้ารับการอบรมเตรียม
ความพร้อม
สรปุ ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนหลกั ประกนั สุขภาพในระดบั ทอ้ งถิ่นหรอื พน้ื ที่
ขน้ั ตอน ระยะเวลา หนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง หมายเหตุ
1. อบต./เทศบาล ส่งหนังสือแสดงความ มิ.ย. - ส.ค.
จำ�นง ตามแบบฟอร์มท่ีกำ�หนดไปยัง สำ�นักงานสาธารณสุขจงั หวดั ท�ำหนังสือจาก อบต./เทศบาล
หนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง ส.ค. - ก.ย. / สปสช.เขต พร้อมแนบหนังสือแสดงความ
ก.ย. - ต.ค.
2. ตรวจสอบคุณสมบัติ จ�ำนง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. อบต./เทศบาล ส่งหลักฐานการจัดตั้ง ต.ค.-ธ.ค. ดาวนโ์ หลดไดท้ ี่ http://tobt.nhso.
กองทนุ ได้แก่ go.th/
- บันทึกขอ้ ตกลง(MOU)
- สำ�เนาหน้าบัญชีกองทุน สำ�นักงานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจสอบคุณสมบัติและตอบรับ
- รายชอื่ คณะกรรมการตาม / สปสช.เขต การเข้ารว่ มกองทนุ
ประกาศท่ีกำ�หนด
4. การโอนเงิน สปสช.การสมทบ อบต./ สปสช.เขต เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร
เทศบาล เ พ่ื อ ก า ร เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์
การเกษตร (ธ.ก.ส.)ประเภทบัญชี
ออมทรัพย์ ช่ือบัญชี “กองทุน
หลักประกันสุขภาพ (ชื่อ อบต.
หรือเทศบาล...) อำ�เภอ.......
จงั หวดั ......
สปสช.สว่ นกลาง สปสช.เขต เขตต้ังเร่ืองเบิกจ่ายเงินส่วนกลาง
โอนเงนิ อบต./เทศบาลสมทบเงนิ
3. หลักเกณฑ์การพจิ ารณากองทุนเพือ่ สนบั สนุนการด�ำเนนิ งานต่อเน่ือง
ในการด�ำเนินงานกองทุน หาก สปสช.หรือองค์การบริหารส่วนต�ำบล/เทศบาลไม่ได้บอกเลิก
ข้อตกลงให้ขยายระยะเวลาการด�ำเนินงานกองทุนออกไปทุกๆ หน่ึงปีงบประมาณ ส�ำหรับกองทุนท่ีจัดต้ังและ
ด�ำเนินงานต่อเน่ือง ทกุ ปี สปสช.จะมกี ารประเมิน เพื่อสนบั สนนุ การด�ำเนนิ งานตอ่ เนอื่ ง ดังน้ี
3.1 มีการบันทึกข้อมูลพื้นฐาน รายงานกิจกรรม รายงานด้านการเงินผ่านโปรแกรมบริหาร
จัดการกองทนุ ระบบออนไลน์ http://tobt.nhso.go.th/ ครบทุกรายการและเปน็ ปัจจบุ ัน
3.2 ภายในปีงบประมาณทีผ่ ่านมา ตอ้ งมีการสมทบงบประมาณได้ตามเกณฑ์
คู่มือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสุขใหแ้ กอ่ งค์กร 77
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่
3.3 มแี ผนงาน/โครงการรองรบั กจิ กรรมครบทัง้ 4 ประเภท
3.4 มีผลการด�ำเนนิ งานตามเกณฑก์ ารประเมนิ ที่ สปสช.ก�ำหนดในแต่ละปี
4. การยุบเลิกกองทนุ
4.1 กองทุนใดที่ไม่มีเงินสมทบจากองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาล หรือไม่มีการด�ำเนิน
กิจกรรมใดๆ ตอ่ เน่อื งตงั้ แต่ 2 ปีข้นึ ไป
4.2 ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถด�ำเนินการได้ตามข้อ 3 หรือข้อ 4.1 สปสช. อาจประกาศยุบ
เลิกการด�ำเนินงานกองทุนน้ัน ท้ังน้ี หากยุบเลิกกองทุน ทรัพย์สินที่เหลือของกองทุนให้ตกเป็นของหน่วย
บริการปฐมภูมิของรัฐท่ีอยู่ในพ้ืนที่น้ันและให้โอนเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน ให้แก่หน่วยบริการดังกล่าว
ตามวธิ กี ารท่ี สปสช.ก�ำหนด
5. แหล่งท่ีมาของเงินหรอื ทรัพยส์ ินในกองทนุ ประกอบด้วย
5.1 เงินค่าบริการสาธารณสุขที่ได้รับจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในส่วนของ
การสรา้ งเสริมสขุ ภาพและปอ้ งกันโรค ตามทีค่ ณะกรรมการหลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาตกิ �ำหนด
5.2 เงินอุดหนุนหรืองบประมาณท่ีได้รับจากองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาลหรือองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อ่นื ตามสัดสว่ นดงั น้ี
5.2.1 เงินสมทบขององค์การบริหารส่วนต�ำบลขนาดใหญ่หรือเทศบาล ต้องไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 50 ของค่าบริการสาธารณสขุ ท่ไี ดร้ ับจากกองทนุ หลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาต ิ
5.2.2 เงินสมทบขององค์การบริหารส่วนต�ำบลขนาดกลาง ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ของคา่ บริการสาธารณสุขทีไ่ ด้รับจากกองทนุ หลกั ประกันสุขภาพแห่งชาต ิ
5.2.3 เงินสมทบขององค์การบริหารส่วนต�ำบลขนาดเล็ก ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
ของคา่ บรกิ ารสาธารณสขุ ทีไ่ ด้รบั จากกองทุนหลักประกนั สุขภาพแห่งชาต ิ
5.3 เงินสมทบจากประชาชน ชุมชนหรือกองทุนอ่ืน ๆ ในชุมชน อาทิเช่น การทอดผ้าป่า
การระดมทุนจากประชาชน
5.4 รายได้อื่นๆ หรือทรัพย์สินที่ได้รับมาในกิจการของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับ
ท้องถ่นิ หรอื พ้ืนที่
78 คู่มอื การด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
6. คณะกรรมการบริหารกองทุน
องค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาลท่ีเข้าร่วมด�ำเนินงานจะต้องจัดให้มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง
เรียกว่า คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการ ต้องสรรหาตามหลกั เกณฑท์ ี่ สปสช.
ก�ำหนดและส่งรายชือ่ ให้ สปสช. เขต เพ่ือออกค�ำส่งั แตง่ ต้ัง
คณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกนั สุขภาพ ประกอบดว้ ย
ผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาล เปน็ ทป่ี รึกษา
สาธารณสขุ อ�ำเภอ เปน็ ท่ปี รกึ ษา
1. นายกองค์การบริหารสว่ นต�ำบลหรอื นายกเทศมนตรี เป็นประธานกรรมการ
2. ผทู้ รงคณุ วฒุ ิในพื้นท ี่ คนที่ 1 เป็นรองประธานกรรมการ
3. ผทู้ รงคุณวุฒใิ นพืน้ ท ี่ คนท่ี 2 เปน็ รองประธานกรรมการ
4. สมาชิกองค์การบรหิ ารส่วนต�ำบลหรอื สภาเทศบาล เป็นกรรมการ
ท่ีสภามอบหมาย จ�ำนวน 2 คน
5. หวั หนา้ หนว่ ยบริการปฐมภมู ใิ นพืน้ ทท่ี ุกแห่ง เปน็ กรรมการ
6. อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บา้ นในพื้นท่ี เปน็ กรรมการ
ทคี่ ดั เลอื กกันเอง จ�ำนวน 2 คน
7. ผแู้ ทนหมบู่ ้านหรอื ชมุ ชนทปี่ ระชาชนในหมบู่ า้ นหรือชุมชน เป็นกรรมการ
คัดเลือกกันเอง จ�ำนวนไม่เกิน 5 คน
8. ผ้แู ทนศนู ยป์ ระสานงานหลักประกนั สขุ ภาพประชาชน เปน็ กรรมการ
หรอื ศูนยร์ บั เรือ่ งร้องเรยี นอิสระในพนื้ ที่หนว่ ยละ 1 คน (ถ้ามี)
9. ปลัดองคก์ ารบริหารส่วนต�ำบลหรอื ปลัดเทศบาล เป็นกรรมการ
หรอื เจ้าหน้าที่อ่นื ทนี่ ายกองค์การบรหิ ารสว่ นต�ำบล และเลขานุการ
หรอื นายกเทศมนตรมี อบหมาย
การคัดเลือกกรรมการกรณีผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นท่ีให้กรรมการประชุมคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ในพ้ืนท่ี
ซึง่ มีความรคู้ วามสามารถเป็นที่เคารพนับถอื และเป็นท่ยี อมรบั ในพืน้ ที่จ�ำนวน 2 คน
การแต่งตง้ั คณะกรรมการในกรณีหวั หนา้ หนว่ ยบรกิ ารปฐมภมู ิในพ้นื ท่ี หมายถงึ หัวหนา้ สถานอี นามัย
หรือผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลท่ีมีหน่วยบริการปฐมภูมิ (เช่น ศูนย์แพทย์ชุมชน) หากเทศบาลมีศูนย์บริการ
สาธารณสุขเทศบาลที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงจะเป็นหน่วย
บริการปฐมภูมิตามประกาศ และหัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลน้ัน จะเป็นกรรมการบริหารกองทุน
โดยต�ำแหน่งด้วย (หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ท่ี งานประกันสุขภาพ ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด)
ทัง้ นี้จ�ำนวนกรรมการต้องเทา่ กับจ�ำนวนหน่วยบริการปฐมภมู ทิ ่ตี ้ังอยใู่ นพ้ืนท่ี อบต./เทศบาล นน้ั
การคัดเลือกกรรมการจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้านในพ้ืนท่ีและผู้แทนหมู่บ้าน
หรือชุมชนที่ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชน คัดเลือกกันเองให้องค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาล
จัดประชุมเพื่อให้บุคคลในแต่ละกลุ่มได้คัดเลือกกันเองด้วยวิธีการที่เห็นสมควร เพื่อให้ได้กรรมการตาม
จ�ำนวนที่ก�ำหนดไว้
การคัดเลือกผู้แทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนหรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอิสระ
ในพื้นท่ี เป็นกรรมการเฉพาะองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาลที่มีศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ
ประชาชนหรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอิสระต้ังอยู่ในพ้ืนที่เท่านั้น ให้มีผู้แทนของศูนย์ดังกล่าวเป็นกรรมการด้วย
ศูนยล์ ะหนึง่ คน
ค่มู อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องคก์ ร 79
ปกครองส่วนท้องถิน่
ในกรณีประธานกรรมการไม่มีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการ ท�ำหน้าท่ี
ประธานในที่ประชมุ ไดต้ ามล�ำดบั
7. คณะกรรมการบรหิ ารกองทุน มีอ�ำนาจหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปนี้
7.1 บริหารจดั การกองทุนให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ของกองทนุ
7.2 รับผิดชอบการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการจัดท�ำบัญชีเงินหรือทรัพย์สิน
ในกองทุนให้เป็นไปตามท่ี สปสช. ก�ำหนด
7.3 ด�ำเนินการให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ในความรับผิดชอบสามารถเข้าถึงบริการ
สาธารณสุขท้งั ทบ่ี ้าน ในชุมชนหรอื หนว่ ยบริการไดอ้ ยา่ งท่ัวถึงและมปี ระสิทธิภาพ
7.4 จัดท�ำข้อมูลและแผนด�ำเนินงานที่เก่ียวกับปัญหาสาธารณสุข กลุ่มเป้าหมายและ
หนว่ ยบริการตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
7.5 จัดท�ำสรุปผลการด�ำเนินงาน รายงานการรับจ่ายและเงินคงเหลือของกองทุน เมื่อสิ้น
ปีงบประมาณ เพอื่ เสนอ สปสช. และองค์การบริหารสว่ นต�ำบลหรือเทศบาลภายในเดอื นธนั วาคมของทกุ ป ี
7.6 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะท�ำงาน เพอ่ื ด�ำเนนิ งานทเี่ กีย่ วข้องได้ตามความจ�ำเปน็
8. วาระของคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ
คณะกรรมการมีวาระอยู่ในต�ำแหน่งคราวละ 2 ปี (นับจากวันท่ี สปสช.ออกค�ำสั่งแต่งต้ัง) หาก
ครบ 2 ปีแล้วยังมิได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการที่ครบวาระนั้นอยู่ในต�ำแหน่ง
เพ่ือด�ำเนนิ การต่อไปจนกว่าคณะกรรมการซ่ึงไดร้ ับการแตง่ ตั้งใหม่เขา้ รบั หนา้ ท่ี
กรณีท่ีกรรมการในต�ำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิในพ้ืนที่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือ สภา
เทศบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้านในพ้ืนที่ ผู้แทนหมู่บ้านหรือชุมชนท่ีประชาชนในหมู่บ้านหรือ
ชุมชนคัดเลือกกันเอง ผู้แทนศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนหรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอิสระใน
พื้นท่ีพ้นจากต�ำแหน่งก่อนครบวาระให้มีการคัดเลือกผู้แทนเป็นกรรมการในต�ำแหน่งที่ว่างโดยให้มีวาระการ
ด�ำรงต�ำแหน่งเท่ากบั วาระทเี่ หลือของกรรมการทพ่ี น้ จากต�ำแหนง่
ส�ำหรับนายกองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือนายกเทศมนตรี หัวหน้าหน่วยบริการปฐมภูมิใน
พน้ื ท่ี และปลัดองค์การบรหิ ารสว่ นต�ำบลหรือปลดั เทศบาล (กรณไี ด้รับการแต่งตัง้ เปน็ เลขานุการโดยต�ำแหนง่ )
หากมีการเปลี่ยนแปลงในต�ำแหน่งดังกล่าว ถือว่าเป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งต้ังโดยต�ำแหน่ง ดังนั้นจึงไม่
ตอ้ งสง่ รายชื่อมาขอรับการแต่งต้งั อีก
นอกจากการพน้ จากต�ำแหนง่ ตามวาระแลว้ กรรมการท่ีมาจากการคัดเลือกตามข้อ 6 ล�ำดบั ท่ี 2,
3, 6 และ 7 พน้ จากต�ำแหนง่ ในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ยา้ ยไปด�ำรงต�ำแหนง่ หรือประกอบวิชาชีพหรืออาชีพในท้องถิน่ หรือพ้ืนทีอ่ ื่น
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรอื เสมอื นไรค้ วามสามารถ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
80 คูม่ อื การดำ� เนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แกอ่ งค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
แนวทางการบรหิ ารจดั การกองทนุ หลักประกันสขุ ภาพในระดับทอ้ งถิ่น
หรือพื้นที่
กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถ่ินหรือพ้ืนท่ี ออกแบบการบริหารจัดการให้ด�ำเนินงานในรูป
แบบกองทุน โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ ท่ี สปสช.แต่งตั้งท�ำหน้าที่ในการบริหาร
จัดการ มอี งคป์ ระกอบในการด�ำเนินงานดงั ต่อไปน้ี
1. องคป์ ระกอบของการด�ำเนนิ งานกองทุนมี 4 ประการ ดังนี้
1.1 มคี ณะกรรมการบรหิ ารกองทุน ซ่งึ สปสช.เป็นผอู้ อกค�ำส่ังแต่งตง้ั
1.2 เงินของกองทุนอย่างน้อยต้องประกอบด้วย เงินค่าบริการสาธารณสุขจาก สปสช. และ
เงินสมทบจากองค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาล ส่วนเงินสมทบจากชุมชนหรือกองทุนชุมชนหรือรายได้
อน่ื ใหเ้ ป็นไปตามความพร้อมของกองทนุ
1.3 มีแผนงานหรือโครงการที่ครอบคลุมกิจกรรมทั้ง 4 ประเภทโดยได้รับการอนุมัติจาก
คณะกรรมการกองทนุ (ดรู ายละเอยี ดในขอ้ 3)
1.4 มีระบบรายงานของกองทุนผ่านโปรแกรมบริหารจัดการกองทุนในระบบออนไลน์
http://tobt.nhso.go.th/
2. การด�ำเนนิ งานของคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนหลักประกนั สขุ ภาพ
2.1 การประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน
ก. กรณีกองทุนท่ีเข้าร่วมด�ำเนินการในปีแรก (กองทุนใหม่) ให้จัดการประชุม
คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ เป็นประจ�ำอยา่ งน้อยเดอื นละ 1 คร้งั ดงั นี้
การประชุมครงั้ ที่ 1 เพื่อช้ีแจงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และแนวทางการบริหาร
จดั การกองทุน บทบาทหน้าทีข่ องคณะกรรมการ และยกรา่ งระเบียบกองทุน (สามารถดาวน์โหลดตัวอยา่ งได้ท่ี
http://tobt.nhso.go.th/ )
การประชมุ ครง้ั ที่ 2 เพ่ือเห็นชอบและประกาศใช้ระเบียบกองทุน และพิจารณา
ปญั หาสขุ ภาพในพน้ื ที่ โดยใชข้ อ้ มลู จากหนว่ ยบรกิ าร องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เวทปี ระชาคม และการระดม
ความคดิ เห็นจากคณะกรรมการ โดยการท�ำแผนทที่ างเดินยุทธศาสตร์ หรือ แผนสขุ ภาพชมุ ชนของกองทนุ
หลังเสร็จส้ินการประชุมมีการเผยแพร่ระเบียบกองทุน หรือหลักเกณฑ์การสนับสนุน
งบประมาณโครงการและแผนงานด้านสุขภาพให้หน่วยบริการและภาคีเครือข่ายในชุมชน เพ่ือรับรู้และส่ง
แผนงานโครงการขอรบั การสนับสนุนจากกองทนุ ตอ่ ไป
การประชมุ ครัง้ ที่ 3 เพื่อพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการควรครอบคลุม
กิจกรรมทั้ง 4 ประเภทและอนุมัติการใช้งบประมาณที่สอดคล้องกับแผนท่ีทางเดินยุทธศาสตร์ แผนสุขภาพ
ชุมชน หรือปัญหาสาธารณสุขในพ้ืนที่ รูปแบบการน�ำเสนอโครงการอาจให้ผู้เสนอมาเสนอโครงการต่อคณะ
กรรมการด้วยตนเองหรือเสนอโครงการต่อคณะอนุกรรมการหรือคณะท�ำงานท่ีกองทุนมอบหมาย ท้ังน้ีทุก
โครงการตอ้ งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ
การประชุมครั้งถัดไป อย่างน้อยควรมีการประชุมทุก 2 เดือนต่อคร้ัง เพ่ือพิจารณา
โครงการท่ีขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนระหว่างปี รวมท้ังติดตามผลการด�ำเนินงานโครงการท่ี
กองทุนให้การสนบั สนนุ ไปแลว้ รายงานสถานะการเงนิ ทกุ ไตรมาส ทบทวนปัญหาสาธารณสุขในพ้นื ที่ ตดิ ตาม
การบันทกึ รายงานผา่ นระบบออนไลน์ http://tobt.nhso.go.th/ ใหถ้ กู ตอ้ งและเป็นปจั จุบนั
คู่มือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งคก์ ร 81
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ข. กองทุนท่ีด�ำเนินการต่อเน่ือง (กองทุนเก่า) ควรมีการประชุมอย่างน้อยทุก 1-3
เดอื น ดังน้ี
ในช่วงเดือนตลุ าคม-ธันวาคม ควรมีการประชมุ เพอื่
- สรุปผลการด�ำเนินงานในปที ่ีผา่ นมา
- ก�ำหนดกรอบแผนงานโครงการของปีงบประมาณใหม่
- พิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการโดยครอบคลุมกิจกรรมท้ัง 4 ประเภท
ส�ำหรับรูปแบบการน�ำเสนอโครงการ อาจให้ผู้รับผิดชอบโครงการน�ำเสนอ
โครงการต่อคณะกรรมการด้วยตนเองหรือน�ำเสนอโครงการต่อคณะอนุกรรมการ
หรอื คณะท�ำงานทกี่ องทนุ มอบหมาย
- อนุมัติการใช้งบประมาณที่สอดคล้องกับแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ แผนสุขภาพ
ชุมชน หรือปัญหาสาธารณสุขในพ้ืนที่ ทั้งน้ีทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาจาก
คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ
ในชว่ งเดอื นมกราคม-กันยายน ควรมีการประชมุ เพอ่ื
- พจิ ารณาโครงการที่ขอรับการสนบั สนุนงบประมาณจากกองทนุ ระหวา่ งปี
- ก�ำกบั ตดิ ตามผลการด�ำเนินงานโครงการทกี่ องทุนใหก้ ารสนบั สนุน
- รายงานสถานะการเงนิ ทุกไตรมาส
- ทบทวนปญั หาสาธารณสุขในพน้ื ที่
- ติดตามการบันทึกรายงานผ่านโปรแกรมระบบออนไลน์ http://tobt.nhso.go.th/
ใหถ้ ูกต้องและเปน็ ปจั จบุ นั
2.2 กรรมการและเลขานุการกองทุนจัดท�ำระเบียบวาระการประชุม และบันทึกรายงานการ
ประชมุ
2.3 การประชุมแต่ละคร้ัง องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและใช้ความเห็นชอบร่วมกันของ
คณะกรรมการเปน็ เกณฑ์
2.4 ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ให้ฝ่ายเลขานุการถือเป็นวาระประจ�ำท่ีจะต้องมีการ
รายงานบัญชีการรับเงิน-การจ่ายเงิน และสถานการณ์การเงินของกองทุนให้ที่ประชุมรับทราบ (สามารถ
ดาวน์โหลดตัวอย่างได้ที่ http://tobt.nhso.go.th/ )
2.5 การจัดท�ำบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการ ให้ท�ำเป็นลายลักษณ์อักษรในรูปแบบ
ใดรูปแบบหน่ึงก็ได้ เพ่ือเก็บรักษาไวส้ �ำหรบั ใชใ้ นการอา้ งอิงและตรวจสอบ โดยมอบให้ประธาน กรรมการและ
เลขานุการเป็นผลู้ งนามและรบั ผิดชอบความถูกต้องและความสมบรู ณค์ รบถ้วนของรายงานทุกคร้ัง
3. ลักษณะของกจิ กรรมทีจ่ ะของบประมาณสนับสนนุ จากกองทุน
กจิ กรรมทก่ี องทนุ จะสนับสนุนสามารถแยกได้เปน็ 4 ประเภท คอื
3.1 กจิ กรรมการจัดบริการสขุ ภาพตามชุดสทิ ธปิ ระโยชน ์
3.2 กจิ กรรมสนบั สนนุ งบประมาณแกห่ นว่ ยบริการสาธารณสุขที่อยูใ่ นชุมชนท้องถิ่น
3.3 กจิ กรรมการสนับสนุนการสรา้ งเสริมสขุ ภาพโดยประชาชนและชุมชนท้องถน่ิ
3.4 กิจกรรมการบรหิ ารกองทนุ พฒั นาศกั ยภาพกรรมการ และพัฒนาระบบบรหิ ารจัดการ
ท้ังนีส้ ามารถอธบิ ายกระบวนการพจิ ารณากิจกรรมท่จี ะสนบั สนนุ หรอื ไม่ไดต้ ามแผนภมู ิตอ่ ไปนี้
82 คู่มอื การดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
แสดงกระบวนการพิจารณาการสนับสนุนกิจกรรมของกองทุนหลักประกันสุขภาพใน
ระดับทอ้ งถิน่ หรือพ้ืนท่ี
ประเภทที่ 1 จัดบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและฟื้นฟูสมรรถภาพตามชุดสิทธิ
ประโยชน์ : โดยสนบั สนุนงบประมาณเพ่ือจัดบริการแก่กลมุ่ เปา้ หมายหลัก 5 กลมุ่ ประกอบดว้ ย กลุม่ แมแ่ ละ
เด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพท่ีมีความเส่ียงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเร้ือรังที่อยู่ในเขต
พ้ืนที่ซึ่งการจัดกิจกรรมประเภทนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพจะต้องมีข้อมูลประชากร
กลมุ่ เป้าหมายหลกั ดงั กลา่ ววา่ มจี �ำนวนเท่าใด และมีการจัดท�ำแผนงาน/โครงการในแต่ละปวี า่ จะตง้ั เป้าหมาย
ในการจดั บริการแก่กล่มุ ใดบ้างและเป็นจ�ำนวนเทา่ ใด
ประเภทที่ 2 สนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยบริการสาธารณสุข : โดยสนับสนุน
งบประมาณเพื่อสนบั สนนุ และสง่ เสริมการจดั บรกิ ารในการสง่ เสริมสุขภาพ การปอ้ งกนั ควบคมุ โรค การฟ้นื ฟู
สมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุกที่จ�ำเป็นต่อสุขภาพและการด�ำรงชีวิต หรือใช้ป้องกัน
และแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น การป้องกันโรคติดต่อตามฤดูกาล ให้แก่ สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน
ศนู ย์บริการสาธารณสขุ คลนิ ิกชมุ ชนอบอุ่น เปน็ ต้น
คมู่ ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร 83
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ประเภทที่ 3 สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพโดยประชาชนและชุมชนท้องถ่ิน : โดย
สนับสนุนงบประมาณเพ่ือส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และ
การส่งเสริมภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน ที่เกิดจากความคิดริเริ่มของประชาชนและองค์กรในชุมชนท้องถิ่นครอบคลุม
5 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย กลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพท่ีมี
ความเส่ยี งและกลุ่มผูป้ ่วยโรคเรอ้ื รังที่อย่ใู นเขตพน้ื ท่ี
ประเภทท่ี 4 การบริหารกองทุน การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ และการพัฒนา
ระบบบริหารจัดการ : โดยสนับสนุนงบประมาณเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการหรือการพัฒนา
ศักยภาพคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการหรือคณะท�ำงานอ่ืน ๆ ที่กรรมการกองทุนแต่งตั้ง ให้มี
ประสิทธิภาพรวมถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่สนับสนุนการด�ำเนินงานโดยตรง ครุภัณฑ์น้ันจะต้องมีราคาไม่เกิน
20,000 บาทต่อหน่วย ส�ำหรับค่าตอบแทนคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการหรือคณะท�ำงานอ่ืนๆ ท่ีเข้า
ร่วมประชุมจา่ ยไดไ้ มเ่ กนิ คนละ 200 บาทต่อครง้ั ทั้งน้ีงบประมาณประเภทที่ 4 สปสช.ไดก้ �ำหนดเกณฑ์การใช้
จา่ ยในประเภทนีต้ ้องไม่เกินรอ้ ยละ 10 ของค่าใช้จ่ายท้งั หมดของกองทุนในรอบปงี บประมาณน้นั
84 คูม่ ือการดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน
แนวทางการจดั บรกิ ารสร้างเสริมสขุ ภาพ ปอ้ งกันโรค
และฟนื้ ฟูสมรรถภาพ ตามชดุ สิทธปิ ระโยชน์
กจิ กรรมบรกิ ารสร้างเสรมิ สุขภาพ ปอ้ งกันโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพตามชุดสิทธปิ ระโยชน์ เป็นบริการ
ที่ภาครัฐจัดให้กับประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งโดยปกติการให้บริการดังกล่าว หน่วยบริการจะเป็นผู้ให้บริการ
แก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ อยู่แล้ว ท่ีผ่านมาพบว่าไม่สามารถสร้างการเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุมโดย
เฉพาะกลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยโรค
เร้ือรังท่ีอยู่ในพื้นท่ี ดังน้ันกองทุนจึงต้องด�ำเนินการให้ประชาชนในพ้ืนท่ีรับผิดชอบเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์
ซ่ึงบริการเหล่าน้ีควรเป็นไปตามกรอบแนวคิดการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการในการสร้างเสริมสุข
ภาพ ป้องกันโรค และฟ้ืนฟสู มรรถภาพของชุมชน โดยสามารถจ�ำแนกตามชุดสิทธิประโยชน์ 5 กลมุ่ เปา้ หมาย
ท้ังนี้ เน่ืองจากการจัดกิจกรรมตามชุดสิทธิประโยชน์กลุ่มผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 25 ปีข้ึนไป)ได้รวมกลุ่ม
ผูส้ งู อายุ กล่มุ ผู้ประกอบอาชพี ทม่ี ีความเสีย่ ง และกลุ่มผูป้ ว่ ยโรคเร้ือรงั ไว้แล้ว ดงั นั้นจึงจ�ำแนกกจิ กรรมตามชดุ
สทิ ธปิ ระโยชน์เปน็ 4 กลมุ่ ดังนี้
1. การจดั กจิ กรรมตามชดุ สทิ ธปิ ระโยชนส์ ำ� หรบั กลมุ่ แมแ่ ละเดก็ (เดก็ แรกเกดิ ถงึ ตำ�่ กวา่ 6 ป)ี
วตั ถปุ ระสงค์ กิจกรรมตามชุดสิทธปิ ระโยชน์กล่มุ หญิงตัง้ ครรภ์
1. เพื่อดูแลกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในชุมชน 1. การส�ำรวจ คน้ หา หญงิ ต้ังครรภร์ ายใหม่
ทุกคนเพิ่มเติมจากการให้บริการตามปกติ 2. โภชนาการหญงิ ตง้ั ครรภ์ เชน่ การประเมนิ ภาวะโภชนาการ
เชน่ การเยยี่ มบา้ น การฝากครรภใ์ นชมุ ชน หญงิ ตัง้ ครรภ์ การสนบั สนุนนมกลอ่ งในหญงิ ตง้ั ครรภ์ท่ีมี
(บริการฝากครรภ์ตามปกติ หน่วยบริการ ภาวะโภชนาการต�่ำ การสนับสนุนเกลือเสริมไอโอดีน
ได้รับค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายจากส�ำนักงาน ฯลฯ
หลักประกันสุขภาพแล้ว) โดยเป้าหมาย 3. กจิ กรรมการเยี่ยมบา้ นทัง้ ก่อนคลอดและหลงั คลอด
คือ ลดอัตราการเสยี ชีวติ ของมารดา ทารก 4. การติดตาม คน้ หา เช่น การขาดนดั กลุ่มเส่ยี ง ฯลฯ
และอัตราทารกแรกเกดิ น�้ำหนกั น้อย 5. กิจกรรมการให้สุขศึกษาในชุมชน / โรงเรียนพ่อแม่ใน
ชมุ ชน
2. เพ่ือจัดบริการสุขภาพส�ำหรับเด็กเล็กแบบ 1. มบี ริการซกั ประวัติ ประเมนิ พฤตกิ รรมสขุ ภาพ และตรวจ
เหมารวมหรือเป็นรายๆ เพ่ิมเติมจากท่ี ร่างกาย พร้อมกับจดั ท�ำสมดุ บนั ทกึ สุขภาพ
หน่วยบริการให้บริการตามปกติ เช่น จัด 2. การแกไ้ ขปญั หาภาวะโภชนาการเดก็ เลก็ เชน่ การประเมนิ
บรกิ ารเชิงรุกในชมุ ชน ภาวะโภชนาการ
3. การค้นหา / ส�ำรวจ เดก็ เกดิ ใหม่ เดก็ ย้ายเข้า-ออก
4. การติดตาม ค้นหา เด็กขาดนดั ขาดวัคซนี สิทธบิ ตั ร
5. การติดตามผลการรักษา ส่งต่อ การดูแลหลังรับวัคซีน
การดูแลตอ่ เนอ่ื ง
6. การประเมนิ พฒั นาการเด็ก / การประเมินออทิสตกิ ฯลฯ
7. การประเมนิ แก้ไขความพกิ าร และฟนื้ ฟสู มรรถภาพ
คู่มือการด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แกอ่ งคก์ ร 85
ปกครองส่วนท้องถนิ่
2. การจดั กจิ กรรมตามชดุ สิทธปิ ระโยชน์ส�ำหรบั เด็กโต (อายุ 6 ปี ถงึ อายุต�ำ่ กวา่ 25 ปี)
วตั ถุประสงค์ กจิ กรรมตามชุดสิทธปิ ระโยชน์
เพื่อจัดบริการสุขภาพส�ำหรับกลุ่มเป้าหมาย 1. การบริการซักประวัติ ประเมินพฤติกรรมสุขภาพ และ
แบบเหมารวมหรือเป็นรายๆ เพิ่มเติมจากท่ี ตรวจรา่ งกายพรอ้ มกบั จดั ท�ำสมุดบนั ทึกสุขภาพ
หน่วยบรกิ ารให้บรกิ ารตามปกติ เช่น จัดบรกิ าร 2. การแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเด็กโต เช่น ประเมิน
เชิงรกุ ในชุมชน ภาวะโภชนาการ ฯลฯ
3. การค้นหา ส�ำรวจ และติดตามการได้รับวคั ซีนตามอายุ
4. การติดตาม ค้นหา เด็กขาดนัด ขาดวัคซีน สิทธิบัตร
ผลการรักษา ส่งต่อ การดูแลหลังรับวัคซีน การดูแล
ต่อเนอื่ ง ฯลฯ
5. ตรวจวดั สายตา ตรวจหู
6. การประเมิน แกไ้ ขความพกิ าร ฟ้ืนฟูสมรรถภาพ
7. การประเมินและจัดกิจกรรมส่งเสริมกระตุ้นความฉลาด
ทางอารมณ์
8. สนบั สนุนกิจกรรมการออกก�ำลงั กาย เช่น อบรมผ้นู �ำออก
ก�ำลังกาย ฯลฯ
9. สนับสนุนกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
เช่น ชมรม To Be Number One การพฒั นาความฉลาด
ทางอารมณ์ การให้ค�ำปรึกษา การจัดกิจกรรมเชิง
สร้างสรรค์
10. การป้องกัน แก้ไขปัญหา เรื่องเอดส์ เพศศึกษา รักใน
วัยเรยี น การตัง้ ครรภ์ไม่พงึ ประสงค์ สอ่ื ลามกอนาจาร
11. สนับสนุนโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เด็กไทย
ท�ำได้
12. การควบคมุ ปอ้ งกนั โรค
13. คดั กรองโรคโลหิตจาง และแกไ้ ขภาวะโลหติ จาง
86 คูม่ ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ ก่องคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
3. การจดั กจิ กรรมตามชุดสิทธปิ ระโยชน์กลุม่ ผู้ใหญ่ (อายุตงั้ แต่ 25 ปีขึ้นไป) กล่มุ ทม่ี อี าชพี
เสยี่ ง และผู้ปว่ ยโรคเรอ้ื รงั
วัตถุประสงค์ กิจกรรมตามชุดสทิ ธิประโยชน์
เพื่อจัดบริการสุขภาพสำ�หรับกลุ่มเป้าหมาย 1. การบริการซักประวัติ ประเมินพฤติกรรมสุขภาพ
แบบเหมารวมหรือเป็นรายๆ เพ่ิมเติมจาก ตรวจร่างกาย วัดดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว จัดทำ�สมุด
ท่ีหน่วยบริการให้บริการตามปกติ เช่น จัด บันทึกสุขภาพ
บริการเชงิ รกุ ในชุมชน 2. การคัดกรอง วินิจฉัย ส่งต่อ เช่น โรคหัวใจและ
หลอดเลอื ด โรคเบาหวาน ความดันโลหติ สงู ฯลฯ
3. การคดั กรองมะเร็งปากมดลูก มะเรง็ เต้านม
4. กจิ กรรมป้องกนั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์
5. การค้นหาวณั โรค โรคเรือ้ รังอ่นื ๆ เชิงรุก
6. คดั กรองสารเคมีตกคา้ งในร่างกาย
7. ตรวจหาหนอนพยาธเิ ชิงรุก
8. การส่งเสริมสุขภาพชอ่ งปาก
9. ค้นหา ป้องกนั โรคอุบตั ิใหม่ โรคประจำ�ถ่ิน
10. คน้ หาและคัดกรองภาวะเสี่ยงตอ่ สารเสพติด
11. กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิต เช่น คัดกรองและป้องกัน
ภาวะซมึ เศรา้ ฯลฯ
12. การเยีย่ มบา้ นกลมุ่ ตา่ งๆ
13. ส่งเสรมิ ถ่ายทอดภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ นวตั กรรม สุขภาพ
14. ปรับเปล่ียนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง กลุ่มโรค ตามปัญหาที่
เกิดในท้องถิ่นทีเ่ กีย่ วกับปัญหาสุขภาพ
15. ประเมนิ ความเสย่ี งจากลกั ษณะการทำ�งาน
16. ตรวจคดั กรองค้นหาตาต้อกระจก
4. การจดั กิจกรรมตามชดุ สิทธปิ ระโยชนก์ ล่มุ ผูพ้ กิ ารและทพุ พลภาพ
วตั ถปุ ระสงค์ กิจกรรมตามชุดสทิ ธิประโยชน์
เพ่ือจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ 1. มบี รกิ ารซักประวัติ ประเมนิ พฤติกรรมสขุ ภาพ และตรวจ
ใหแ้ ก่คนพกิ ารในพื้นท่ี ร่างกาย จัดท�ำสมุดบันทกึ สขุ ภาพ
2. ส�ำรวจ ค้นหา สนับสนุนกิจกรรมข้ึนทะเบียน รับเอกสาร
รับรองความพกิ าร
3. เยี่ยมบ้าน เช่น การเยี่ยมบ้านในรายท่ีไม่สามารถมารับ
บริการได้เองอาจมีปัญหาเรื่องการเดินทาง ไม่มีผู้ดูแล
เปลยี่ นสายสวนปัสสาวะ เปลย่ี นสายให้อาหาร ท�ำแผล
4. มีบริการฟื้นฟูสมรรถภาพป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น
มีบริการกายภาพบ�ำบัด การฝึกสอนญาติ ผู้ดูแล และ
การอาชีวะบ�ำบดั
5. ค้นหาและส่งต่อคนพิการให้ได้รับอุปกรณ์เคร่ืองช่วย
ความพกิ าร
ทั้งน้ีหากกองทุนจะจัดบริการตามชุดสิทธิประโยชน์เพ่ิมเติมจากที่กล่าวมาแล้ว สามารถศึกษาชุด
สทิ ธิประโยชน์ไดท้ ่ี http://tobt.nhso.go.th/
คมู่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสุขใหแ้ ก่องคก์ ร 87
ปกครองส่วนท้องถ่ิน
แนวทางการจัดทำ� แผนงานกองทนุ หลักประกันสุขภาพในระดบั ท้องถนิ่
หรอื พ้นื ท่ี
ความหมายของแผนสขุ ภาพชมุ ชน
แผนสุขภาพชุมชน หมายถึง แผนงานด้านสุขภาพของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน เป็น
กระบวนการท่ีชมุ ชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมคน้ หา รว่ มเรยี นรู ้ รว่ มก�ำหนดทศิ ทาง รว่ มจัดกิจกรรมการพัฒนา และ
ร่วมรับผลประโยชน์ โดยเร่ิมจากการคัดเลือกแกนน�ำ การทบทวนงานในอดีตเพื่อก�ำหนดอนาคต การส�ำรวจ
ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สภาพปัญหา และการประเมินศักยภาพของชุมชน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ให้เกิดการ
ทบทวนตนเอง โดยค�ำนึงถึงศักยภาพ ทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม ในชุมชน
รวมท้ังแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนตามศักยภาพของชุมชน กระตุ้นประชาชนให้เกิดความกระตือรือร้น ในการ
พัฒนาชุมชนของตนเอง ตลอดจนให้ความร่วมมือกับกิจกรรมด้านสุขภาพ และร่วมติดตามประเมินผล
โดยสามารถขอรับการสนับสนนุ จากหนว่ ยงานภายนอกได ้
หลักการของแผนสขุ ภาพชมุ ชน
ในการจดั ท�ำแผนสุขภาพชุมชน ควรยึดหลักการดังน้ี
1. ใช้พน้ื ที่เป็นตัวต้งั ชมุ ชนเป็นศูนย์กลาง และประชาชนเป็นเจา้ ของ
2. รวมพลังทุกภาคส่วนของสังคม เพ่ือการอยู่เย็นเป็นสุข ตามแนวพระราชด�ำริปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
3. บูรณาการกระบวนการจัดท�ำแผนและงบประมาณเพื่อแกไ้ ขปญั หาแบบองคร์ วม
4. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชน เพือ่ การพฒั นาสคู่ วามย่งั ยืน
การจดั ท�ำแผนสุขภาพชุมชนของกองทุน
ในการจัดท�ำแผนสขุ ภาพชมุ ชน มขี ้ันตอนการด�ำเนนิ การดงั นี
ขน้ั ตอนการจัดท�ำแผนสขุ ภาพชมุ ชนของกองทนุ
88 คูม่ ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสุขใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถน่ิ
การบริหารงบประมาณ การรายงานการเงิน
การบริหารจัดการด้านการเงินของกองทุนต้องปฏิบัติตามประกาศส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ เร่ืองแนวทางการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการจัดท�ำบัญชีเงินหรือทรัพย์สิน
ในระบบหลักประกันสุขภาพ ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2552 และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนท่ีสุด ท่ี มท.
0891.3 / ว 1110 ลงวนั ที่ 3 เมษายน 2550 ซงึ่ มกี ารก�ำหนดไว้ ดงั น้ี
1. แหลง่ ทม่ี าของเงินกองทุน เงนิ หรือทรพั ย์สินของกองทนุ ได้มาจาก
1.1 เงินค่าบริการสาธารณสุขท่ีได้รับจากส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซ่ึงจะมี
ประกาศอัตราการสนับสนุนเป็นรายปี
1.2 เงินท่ีได้รับการสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซ่ึงท้องถ่ินต้องตั้งงบประมาณสมทบ
ตามอัตราตามประกาศฯของ สปสช. โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องต้ังงบประมาณสมทบไว้ในรายจ่าย
งบกลาง ประเภทรายจ่ายตามข้อผูกพัน โดยเขียนค�ำช้ีแจงเงินสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับ
ท้องถิ่นหรือพื้นที่ หรือหากไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ให้พิจารณาโอนงบประมาณที่เหลือจ่ายหรือท่ียังไม่มี
ความจ�ำเปน็ ตอ้ งใช้ไปต้งั จ่าย
1.3 เงินสมทบจากชุมชนหรือกองทนุ ชุมชน
1.4 รายได้อนื่ ๆ หรือทรพั ย์สนิ ทไ่ี ดร้ ับมาจากการด�ำเนินกิจการของกองทนุ
ทง้ั นเี้ งินรายรับตาม ข้อ 1.1-1.4 ต้องน�ำสง่ เข้าบญั ชีเงินฝากของกองทนุ
การเปิดบัญชีของกองทุน ให้เปิดไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ประเภทบญั ชีเงนิ ฝากออมทรัพย ์
การเปิดบัญชีของกองทุน ให้ใช้ชื่อบัญชีว่า “กองทุนหลักประกันสุขภาพ ..........(ชื่อ อบต.หรือ
เทศบาล) อ�ำเภอ.......................จงั หวัด................”
ในการเปิดบัญชีของกองทุน คณะกรรมการต้องมอบหมายให้ประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีก
3 คนรวมเปน็ 4 คนรว่ มกนั ลงนามในการเปิดบญั ชี ส�ำหรบั การเบกิ จา่ ยเงินจากบญั ชแี ต่ละคร้งั ต้องให้กรรมการ
2 ใน 4 คนทร่ี ว่ มกนั ลงนามเปดิ บัญชเี ป็นผูร้ ่วมกันลงนามในการเบิกจา่ ยตามจ�ำนวนท่ีคณะกรรมการอนมุ ตั ิ
2. การรบั เงินของกองทุน
การรับเงินเข้าเป็นเงินของกองทนุ ให้รบั ใน 4 ลักษณะ ดงั น้ี
2.1 เงินสดหรอื การรับเงินโดยการโอนผ่านทางธนาคาร
2.2 เช็ค
2.3 ต๋ัวแลกเงิน
2.4 ธนาณตั ิ
เม่อื กองทุนได้รบั เงนิ ตามข้อ 2.1 – 2.4 แลว้ ให้คณะกรรมการมอบหมายใหก้ รรมการคนใด คนหนึ่ง
เปน็ ผูร้ ับผิดชอบน�ำเงนิ ส่งเข้าบัญชเี งินฝากของกองทุนภายใน 3 วนั ท�ำการธนาคาร
3. หลกั ฐานในการรบั เงินของกองทุน
3.1 ในการรับเงินจากบุคคล กลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล กองทุนต้องออกใบเสร็จรับเงินในนาม
ของคณะกรรมการ ให้กับผู้ช�ำระเงินทุกคร้ัง ส�ำหรับแบบฟอร์มใบเสร็จรับเงิน ให้คณะกรรมการเป็นผู้ก�ำหนด
แบบข้ึนเอง
ค่มู ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กร 89
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
3.2 การรับเงิน ค่าบริการสาธารณสุข จาก สปสช.ให้ใช้หนังสือแจ้งการโอนจาก สปสช.เป็น
หลักฐานแล้วออกใบเสร็จรับเงินตามข้อ 1.1 แล้วส่งใบเสร็จรับเงินไปท่ี ส�ำนักบริหารกองทุน ส�ำนักงานหลัก
ประกันสุขภาพแห่งชาติ อาคาร B ชั้น 2-4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 ทั้งนี้หนังสือแจ้งการโอนสามารถ
ดาวน์โหลดได้ท่ี http://www.nhso.go.th เลือกเมนูส�ำหรับผู้ให้บริการ แล้วเลือกเมนูย่อย NHSO budget
เลอื กรายงานการจ่ายเงินกองทนุ เลือกปีงบประมาณทต่ี อ้ งการทราบ
3.3 การรับเงินสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ใช้ส�ำเนาใบน�ำฝากเงินของธนาคาร
เปน็ หลักฐานแล้วออกใบเสรจ็ รบั เงินตามขอ้ 2) ส่งให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นทีเ่ ปน็ เจา้ ของงบประมาณ
ทั้งนี้คณะกรรมการอาจก�ำหนดให้มีหลักฐานการรับเงินในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมได้ตามที่เห็น
สมควร
4. การส่ังจา่ ยเงิน
คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้มีอ�ำนาจในการสั่งจ่ายเงินของกองทุน ภายใต้กรอบแผนงาน หรือ
โครงการหรือกิจกรรมที่ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการ โดยมีการแยกประเภทรายจ่ายตามกิจกรรม
4 ประเภท ดงั นี้
4.1 ค่าใช้จา่ ยเพือ่ จดั ซอื้ ชุดสทิ ธิประโยชน์
4.2 ค่าใช้จ่ายเพอื่ สนบั สนุนแกห่ น่วยบรกิ าร
4.3 ค่าใช้จ่ายเพ่ือสนับสนุนองค์กร ภาคี ภาคประชาชน ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ
ป้องกนั โรค
4.4 ค่าใช้จา่ ยเพอื่ การบรหิ ารจัดการกองทุน
ในการปฏิบัติงานจริงการก�ำหนดประเภทรายจ่ายต่างๆ จะถูกก�ำหนดมาตั้งแต่ในข้ันตอนของ
การอนุมัติแผนงานโครงการแล้ว ส่วนกรอบรายจ่ายในแต่ละประเภท สปสช. ไม่ได้มีการก�ำหนดสัดส่วนของ
งบประมาณในแตล่ ะประเภทไว้ ยกเวน้ ประเภทท่ี 4.4 คา่ ใชจ้ า่ ยในแตล่ ะปตี อ้ งไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10 ของคา่ ใชจ้ า่ ย
ท้งั หมดของกองทุนในปีงบประมาณนัน้
5. วธิ ีจา่ ยเงินกองทนุ ใหจ้ ่ายได้ดงั นี้
5.1 จา่ ยเป็นเงนิ สดหรือจ่ายโดยการโอนผ่านทางธนาคาร
5.2 จา่ ยเปน็ เช็ค
5.3 จ่ายเปน็ ต๋ัวแลกเงิน
5.4 จา่ ยเป็นธนาณัติ
ในการจ่ายเงินดังกล่าวกองทุนต้องจ่ายให้กับผู้ท่ีเป็นเจ้าของหรือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของ
โครงการทม่ี ีการอนุมัติจากคณะกรรมการแลว้ ส�ำหรับรายจ่ายในประเภทที่ 4.4 อาจจา่ ยเป็นรายโครงการหรือ
เปน็ การจา่ ยตามกิจกรรม เช่น การจดั ประชมุ กรรมการ การเดินทางไปประชุม สัมมนา แต่ท้งั นอ้ี ยา่ งนอ้ ยตอ้ งมี
ก�ำหนดเปน็ แผนงานไว้เพอื่ ให้คณะกรรมการไดพ้ ิจารณาอนุมตั ิ
6. หลกั ฐานในการจ่ายเงินของกองทนุ
6.1 การจ่ายเงินให้บุคคล กลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล กองทุนต้องจัดให้มีหลักฐานใบส�ำคัญ
การจ่ายเงิน และให้ผู้มีสิทธิรับเงินลงลายมือช่ือไว้เป็นหลักฐานทุกคร้ัง ส�ำหรับแบบฟอร์มใบส�ำคัญการจ่าย
เงิน ให้คณะกรรมการเป็นผู้ก�ำหนดแบบข้ึนเองในกรณีผู้มีสิทธ์ิรับเงินไม่สามารถมารับเงินได้ด้วยตนเองอาจ
มอบหมายใหผ้ อู้ ่ืนเป็นผู้รบั เงินแทนได้
6.2 การจา่ ยเงนิ ใหก้ บั หนว่ ยงานในกรณที ่ีผูม้ สี ิทธริ ับเงนิ เปน็ หนว่ ยงานราชการหรือเอกชน และ
หน่วยงานนั้น ๆ สามารถออกใบเสร็จรบั เงนิ ของหนว่ ยงานตามแบบของหน่วยงานนัน้ ๆ ใหก้ องทนุ เก็บใบเสรจ็
รับเงนิ นน้ั เปน็ หลกั ฐานประกอบการจา่ ยเงนิ
90 คู่มือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แก่องคก์ ร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
6.3 การจ่ายเงินโดยการโอนผ่านธนาคาร ให้กองทุนเก็บหลักฐานการน�ำเงินเข้าบัญชีของ
ผู้มีสทิ ธิรบั เงินไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน
ท้ังน้ีคณะกรรมการอาจก�ำหนดให้มีหลักฐานการจ่ายเงินในรูปแบบอื่นเพ่ิมเติมได้ตามท่ีเห็น
สมควร
7. การเกบ็ รักษาเงนิ สด
ในกรณีท่ีมีความจ�ำเป็นคณะกรรมการอาจมอบหมายให้ประธานกรรมการหรือกรรมการและ
เลขานกุ าร เก็บรกั ษาเงนิ สดไว้เพ่อื ส�ำรองจ่ายภายในวงเงินไมเ่ กนิ ๑๐,๐๐๐ บาท (หน่ึงหมื่นบาทถ้วน)
8. ระบบบญั ชขี องกองทนุ
วันที่กองทุนได้รับเงินจากส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือวันท่ีได้รับเงินจากองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ถือว่าเป็นวันเริ่มระบบบัญชีของกองทุน รอบระยะเวลาของบัญชีให้ถือตาม
ปีงบประมาณ ส�ำหรับระบบบัญชีของกองทุนให้แยกการจัดท�ำบัญชีออกจากระบบบัญชีขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ส่วนการบันทึกบัญชีให้บันทึกตามระบบบัญชีขององค์การบริหารส่วนต�ำบลหรือเทศบาล ซ่ึงใน
ปัจจุบันการจัดท�ำบัญชีการรับ การจ่ายเงิน ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ก�ำหนดให้มีการบันทึก
ผ่านระบบออนไลน์ท่ีเว็บไซต์ http://tobt.nhso.go.th/ กองทุนต้องรายงานผลเป็นประจ�ำทุกเดือน โปรแกรม
รายงานผลดังกล่าว จะออกรายงานบัญชีการรับเงิน การจ่ายเงินประจ�ำเดือน (แยกรายวัน) ของกองทุน
ซึ่งบันทึกการรับจ่ายเงินนี้ กองทุนต้องจัดพิมพ์เก็บไว้เป็นประจ�ำทุกเดือน (ภายในวันท่ี ๑๐ ของเดือนถัดไป)
ผู้รับผิดชอบการจัดท�ำรายงานต้องเสนอรายงานดังกล่าวต่อประธานกรรมการ กรรมการและเลขานุการ และ
ให้ผู้รับผิดชอบการจัดท�ำรายงาน ลงลายมือช่ือไว้เป็นหลักฐานแล้วจัดเก็บไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจ
สอบจากส�ำนักงานตรวจเงนิ แผน่ ดินหรือหน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง
9. ระบบรายงานการเงินของกองทนุ
เพื่อเปน็ การก�ำกบั ตดิ ตามและตรวจสอบ สถานการณ์การเงินของกองทุน ส�ำนักงานหลกั ประกนั
สุขภาพแหง่ ชาติ จงึ ก�ำหนดใหก้ องทนุ ตอ้ งมีการจดั ท�ำรายงานการเงนิ ผ่านระบบออนไลน์ ดงั นี้
9.1 รายงานการรับจ่ายเงินประจ�ำเดือน กองทุนทุกแห่งมีหน้าที่ต้องจัดท�ำแบบบันทึกรายการ
รับจ่ายเงินกองทุนไว้เป็นประจ�ำทุกคร้ังที่มีรายการรับหรือจ่ายเงิน และเม่ือถึงส้ินเดือนกองทุนต้องจัดพิมพ์
รายงานออกจากระบบออนไลน์เสนอประธานกรรมการ กรรมการและเลขานุการ และผู้รับผิดชอบการจัดท�ำ
รายงาน ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานแล้วจัดเก็บไว้ เพ่ือเป็นหลักฐานในการตรวจสอบจากส�ำนักงานตรวจ
เงินแผน่ ดินหรือหนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
9.2 รายงานการเงินรายไตรมาส
เมื่อสิ้นสุดแต่ละไตรมาสกองทุนต้องจัดพิมพ์รายงานออกจากระบบออนไลน์ ให้ประธาน
กรรมการ กรรมการและเลขานุการ และผูร้ บั ผดิ ชอบการจัดท�ำรายงาน ลงลายมอื ชือ่ ไวเ้ ป็นหลักฐาน รายงานน้ี
ให้จัดท�ำข้ึนเป็น 2 ชุด คือ ชุดท่ี 1 ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานท่ีกองทุน ชุดท่ี 2 ให้จัดส่งให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ตามเวลา ท่ีก�ำหนดดงั น้ี
9.2.1 ไตรมาสที่ 1 รวบรวมรายการรับจ่ายเงินกองทุนในเดือนตุลาคม-ธันวาคม และ
จัดสง่ ใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ภายในวันท่ี 10 ของเดือนมกราคม
9.2.2 ไตรมาสที่ 2 รวบรวมรายการรับจ่ายเงินกองทุนในเดือนมกราคม-มีนาคม และ
จดั ส่งใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภายในวนั ที่ 10 ของเดือนเมษายน
9.2.3 ไตรมาสท่ี 3 รวบรวมรายการรับจ่ายเงินกองทุนในเดือนเมษายน-มิถุนายน และ
จัดสง่ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ภายในวันท่ี 10 ของเดอื นกรกฎาคม
9.2.4 ไตรมาสที่ 4 รวบรวมรายการรับจ่ายเงินกองทุนในเดือนกรกฎาคม-กันยายน และ
จัดส่งใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ภายในวันท่ี 10 ของเดือนตุลาคม
คมู่ อื การดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แก่องค์กร 91
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
9.3 รายงานสรปุ ผลการด�ำเนินงานประจ�ำปี
ทุกสิ้นปี บัญชี (เดือนกันยายน)กองทุนต้องมีการจัดท�ำรายงานสรุปผลการด�ำเนินงาน
ประจ�ำปีให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยรายงานสรุปต้องประกอบด้วยองค์ประกอบส�ำคัญ
อย่างนอ้ ย 3 ส่วน คือ
สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไป
ส่วนท่ี 2 สรปุ ผลการด�ำเนินงานตามแผนงานโครงการ
สว่ นที่ 3 รายงานสรุปสถานการณ์การเงิน
รายงานสรุปนี้จัดส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จ�ำนวน 1 ชุด และเก็บไว้ท่ีกองทุน
จ�ำนวน 1 ชุด นอกจากรายงานทางการเงินและแบบบันทึกทางการเงินท่ีกล่าวถึงแล้ว กองทุนหลักประกัน
สขุ ภาพอาจมกี ารจดั ท�ำรายงานทางการเงินอ่นื ๆ เพมิ่ เตมิ ไดต้ ามทีเ่ หน็ สมควร
10. ลกั ษณะการจ่ายเงินกองทุน
ก่อนมกี ารเบกิ จ่ายเงินกองทุนตอ้ งมีองค์ประกอบครบท้ัง 4 องคป์ ระกอบคือ
10.1 มีคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ ซึ่งส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพ
แหง่ ชาติ สาขาเขต เป็นผู้ออกค�ำสงั่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ
10.2 มีงบประมาณท่ีได้รับการสมทบจากส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และหากมีการด�ำเนินงานต่อเนื่องในปีต่อไป องค์การบริหารส่วนต�ำบลและเทศบาล
ต้องจดั ท�ำข้อบัญญตั ิหรือเทศบัญญตั ิอุดหนนุ งบประมาณเข้ากองทนุ เปน็ ประจ�ำทุกปี
10.3 มีระเบียบการใช้เงินกองทุน โดยคณะกรรมการกองทุนต้องจัดท�ำระเบียบการใช้เงิน
กองทนุ ทผี่ ่านมตเิ ห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุน
10.4 มีแผนงานหรือโครงการด้านสุขภาพที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุน เม่ือมี
องค์ประกอบดังกล่าวครบถ้วนแล้วต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติงานจริง น่ันคือผู้รับผิดชอบโครงการ
ต้องไปด�ำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรมท่ีได้รับการอนุมัติ เพ่ือให้เกิดความสะดวกและ
สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ประกอบกับส่วนใหญ่ผู้รับผิดชอบโครงการจะเป็นหน่วยงานสาธารณสุขหรือ
องคก์ รภาคตี ่าง ๆ ในพื้นท่ี จึงอาจไมม่ ีงบประมาณในการทดรองจ่ายกอ่ น กองทนุ จึงอาจพิจารณาการเบกิ จา่ ย
เงนิ ใหก้ ับผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ เปน็ 3 ลกั ษณะ คือ
ก. การจ่ายตามข้อตกลง การจ่ายเงินในลักษณะน้ีเป็นการจ่ายล่วงหน้าบางส่วนหรือ
เต็มจ�ำนวน ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรเป็นรายข้อตกลง(จัดท�ำเป็นเงื่อนไขการจ่ายเงิน) ซ่ึงการจ่ายโดย
วิธีน้ีจะเหมาะสมกับการจ่ายกับแผนงาน โครงการท่ีผู้รับผิดชอบต้องมีการใช้จ่ายเงินล่วงหน้าหรือจ่ายขณะ
ท�ำงาน เชน่ การรณรงค์งานด้านสขุ ภาพ การจัดประชมุ สมั มนา เปน็ ตน้ ขอ้ ดขี องการจา่ ยเงินตามวธิ นี ี้ คอื ผู้ท่ี
รับผิดชอบโครงการจะต้องเป็นผจู้ ัดเกบ็ หลักฐานประกอบการจ่ายตา่ งๆ เพื่อรอการตรวจสอบไวเ้ อง ดงั น้ี
(1) แผนงานหรือโครงการท่ีผ่านการอนุมัติ และประธานกรรมการได้ลงนามเป็น
ลายลกั ษณ์อักษรแลว้
(2) แบบบันทึกข้อตกลง กองทุนต้องระบุรายละเอียดอันเป็นสาระส�ำคัญใน
ข้อตกลงให้ครบถ้วน ประกอบด้วย
(2.1) รายละเอยี ดโครงการ เชน่ ชือ่ โครงการ ผูร้ บั ผดิ ชอบ ท่ีอยู่ เปน็ ตน้
(2.2) รายละเอียดงวดเงิน (เงื่อนไขการจ่ายเงิน) ว่ามีการจ่ายอย่างไร
ก่งี วด งวดละเทา่ ไร จา่ ยเมอ่ื ไร เช่น
งวดที่ 1 จา่ ยใหผ้ ูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ รอ้ ยละ ….ของเงินทัง้ หมดเปน็
เงิน…… บาท (...............................) เมื่อมกี ารลงนามในขอ้ ตกลงแลว้
งวดท่ี 2 (งวดสดุ ทา้ ย) จา่ ยให้ผรู้ ับผิดชอบโครงการ รอ้ ยละ .... ของ
เงนิ ทงั้ หมดเปน็ เงิน …… บาท (...............................) เมื่อผูร้ ับผดิ ชอบสง่ รายงานผลสรปุ ตามโครงการท้งั หมด
92 คูม่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน
(2.3) งวดงาน เป็นการก�ำหนดการส่งมอบงาน หรือรายงานผลงานท่ีเกิด
ข้นึ ในการปฏิบตั ิงานตามโครงการ ซงึ่ ขอ้ มลู น้จี ะเปน็ ส่วนประกอบส่วนหน่งึ ในการพิจารณาการเบิกจา่ ยเงนิ
(2.4) การก�ำหนดหรือแต่งต้ังผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบหรือติดตามผล
การด�ำเนนิ งาน
(2.5) หลักฐานการรับเงนิ ของผู้รับผดิ ชอบโครงการ
(2.6) หลักฐานการส่งมอบงานหรือรายงานผลการด�ำเนินงาน จัดท�ำหรือ
สง่ ตามการก�ำหนดงวดงาน งวดเงนิ
ข. การจ่ายตามใบยืม การจ่ายเงินในลักษณะนี้เป็นการจ่ายล่วงหน้าบางส่วนหรือ
หมดท้ังจ�ำนวน ตามทคี่ ณะกรรมการเห็นสมควรคลา้ ยกบั การจา่ ยในลกั ษณะขอ้ ก แตจ่ ะแตกต่างในการจัดสง่
เอกสารประกอบการใช้คืนเงินยืม ซึ่งผู้ท่ียืมเงินต้องส่งเอกสารการจ่าย หลักฐานการจ่ายมาให้กับกองทุนด้วย
ซึ่งการจ่ายโดยวิธีนี้จะเหมาะสมกับการจ่ายกับกิจกรรมท่ีผู้รับผิดชอบต้องมีการใช้จ่ายเงินล่วงหน้า เช่น การ
ต้องเดินทางไปประชุมสัมมนา โครงการที่มีก�ำหนดงบประมาณตามรายผลงาน การออกเย่ียมบ้าน ทั้งน้ีการ
จา่ ยในลกั ษณะนี้ต้องมีเอกสารหลกั ฐานประกอบส�ำคัญคือ
(1) แผนงาน และโครงการที่ผ่านการอนุมัติแล้ว และมีการจัดท�ำโครงการและ
รายละเอียดตา่ งๆ ให้ผ้มู ีอ�ำนาจในการอนมุ ัตโิ ครงการลงนามเปน็ ลายลักษณอ์ กั ษรแลว้
(2) บนั ทกึ ข้อตกลงระหวา่ งกองทุนกับเจา้ ของโครงการ
(3) เอกสารใบยืม ทง้ั นใ้ี นใบยมื ควรระบรุ ายละเอยี ดประมาณการใชง้ บประมาณ
ตา่ ง ๆ ใหค้ รบถ้วนมากที่สดุ
(4) หลกั ฐานการรบั เงนิ ยมื ของผู้ยืม
(5) หลกั ฐานการใชค้ นื เงินยืม ประกอบด้วย
(5.1) บนั ทกึ การใชค้ ืนเงินยมื
(5.2) เอกสารแสดงรายละเอยี ดการจดั ซ้ือ จัดจา้ ง (ถา้ มี)
(5.3) เงินสดคืน (ถา้ มี)
(5.4) สรปุ ผลการด�ำเนินงานในกรณที มี่ ีการก�ำหนดไว้
ค. การจา่ ยตามกจิ กรรม การจา่ ยเงนิ ในลกั ษณะนจี้ ะเปน็ การจา่ ยหลงั มกี ารด�ำเนนิ งาน
เกิดขึ้นตามกิจกรรม หรือโครงการแล้ว การจ่ายในลักษณะน้ีกองทุนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดท�ำ
เอกสารการเบิกจ่ายเองทั้งหมด ส่วนใหญ่กิจกรรมจะเป็นกิจกรรมในหมวดของการบริหารจัดการกองทุน เช่น
การจดั ประชมุ กรรมการ การจดั หาพัสดุ ครภุ ัณฑเ์ พือ่ การบรหิ าร ซึ่งการจา่ ยในลกั ษณะน้ี ตอ้ งมเี อกสารส�ำคญั
ประกอบดว้ ย
(1) แผนงานหรือโครงการที่ผ่านการอนุมัติแล้ว (บางรายการอาจจ�ำเป็นต้องจัด
ท�ำโครงการแสดงรายละเอียด) โดยต้องมกี ารอนมุ ตั ิโครงการลงนามเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรแล้ว
(2) บันทึกข้อตกลงระหว่างกองทุนกับเจ้าของโครงการ หรือบันทึกขออนุมัติ
ด�ำเนินงาน
(3) เอกสารการจดั ซือ้ จัดจ้าง (ถา้ มีการด�ำเนินการ)
(4) เอกสารบันทึกแสดงถงึ ผลการด�ำเนินงาน เช่น บันทึกการประชมุ
การก�ำหนดเอกสาร หลักฐานตามที่กล่าวมาเบ้ืองต้น ดังกล่าว คณะกรรมการบริหารกองทุน
หลักประกันสขุ ภาพ อาจมีการก�ำหนดเอกสารทางการเงินอ่นื ๆ เพิ่มเติมได้ตามท่เี หน็ สมควร
ในกรณีผู้รับผิดชอบโครงการเป็นหน่วยราชการหรือหน่วยงานของราชการ เช่น สถานีอนามัย
โรงพยาบาล และมีการน�ำเงินที่ได้รับสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเข้าเป็นเงินของหน่วยงาน โดย
หน่วยงานต้องออกใบเสร็จรับเงินของหน่วยงานส่งคืนกองทุน เพื่อเป็นหลักฐานในการรับเงิน ดังนั้น เม่ือจะมี
การเบกิ จ่ายเงินตามโครงการทไี่ ด้รับไปใหถ้ อื ปฏิบัติตามแนวทางหรือกฎหมายทเี่ กี่ยวข้องของหนว่ ยงานน้นั ๆ
คู่มือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสุขให้แก่องค์กร 93
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
บรรณานกุ รม
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. เกณฑ์คุณภาพเครือข่ายบริการ , กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์
ส�ำนักงานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาต,ิ 2552
กรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพ กระทรวงสาธารณสขุ . มาตรฐานบรกิ ารสาธารณสขุ
ส�ำนักงานคณะกรรมการการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ส�ำนักงานปลัด ส�ำนักนายก
รัฐมนตรี. แผนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2551 และ
แผนปฏิบัติการก�ำหนดข้ันตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับท่ี 2 ) :
กรุงเทพ ฯ
ส�ำนักงานหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาติ . กองทุนหลกั ประกันสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุข . ข้อมูลความจริง 10 ประเด็นส�ำคัญเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัย ให้แก่
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน (อปท.)และแนวทางการกระจายอ�ำนาจดา้ นสุขภาพ มปท., 2550
สรุปแนวทางการ�ำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพต�ำบล ต้องมีการบริหารจัดการท่ีประชาชน
ยอมรบั ได้ โดยมีการบรหิ ารจดั การกองทนุ ทด่ี ี มหี ลกั การบรหิ ารงบประมาณอยา่ งโปรง่ ใสตรวจสอบได้ มีกลวิธี
และกลไกในการด�ำเนินการที่หลากหลาย มีรูปแบบและแนวทางในการด�ำเนินการ มีเป้าหมายส�ำคัญสูงสุด
คอื การพฒั นาคุณภาพชวี ติ ท่ีดีให้แก่ประชาชนในพนื้ ท่ี เปน็ การสร้างเสรมิ พลงั อ�ำนาจใหก้ บั ประชาชน ในพนื้ ท่ี
ในฐานะของการเป็นเจ้าของสุขภาพของตนเอง โดยเน้นการสร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแล
ตนเองได้ สร้างระบบการดูแลกันเองได้ในชุมชนและสามารถน�ำทุนทางสังคมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
และบรรลเุ ปา้ หมายท่ีตงั้ ไว้
94 คู่มอื การด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ภาคผนวก ก.
แบบประเมนิ ความพร้อมองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินในการจัดการสาธารณสขุ
ท่.ี ........................................................................................................................................…………….
วันท.ี่ .......................................................................................................................................................
เรือ่ ง ขอประเมินความพร้อมเพือ่ จดั การสาธารณสขุ
เรยี น .....................................................................................................................................................
ส่งิ ทส่ี ง่ มาด้วย 1. ส�ำเนารายงานการประชมุ สภา.................................................... จ�ำนวน 1 ชดุ
2. แบบกรอกข้อมูลประกอบการขอประเมินความพร้อม จ�ำนวน 1 ชุด
3. รายชอื่ ผแู้ ทน , ผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละผู้ชว่ ยเลขานกุ าร จ�ำนวน 1 ชดุ
4. อน่ื ๆ ............................................................................................(ถา้ ม)ี
ด้วย(ช่ือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น).................................................โดยความเห็นชอบ
ของสภา (ช่ือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)........................................................ในคราวประชุมครั้งที่........
เมื่อวันที่.........................................มีมติให้จัดการสาธารณสุขต้ังแต่งบประมาณ...................................
โดยรับโอนสถานีอนามัย...........................ต�ำบล.................................อ�ำเภอ.................................
จงั หวดั ...........................สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนปฏิบัตกิ ารก�ำหนดข้ันตอนการกระจายอ�ำนาจ
ให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ทั้งนี้ ได้พิจารณาเกณฑก์ ารประเมนิ ความพร้อมแล้ว (ชอ่ื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ) .....................
.........................อยู่ในเกณฑ์ที่จะจัดการสาธารณสุขได้ และเม่ือได้ผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมแล้ว
จะได้ด�ำเนนิ การตามเง่อื นไขอ่นื ต่อไป
จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา
ขอแสดงความนับถือ
..................................................
(...............................................)
นายก.........................................
ชอ่ื เจ้าหนา้ ท่ีผ้ปู ระสานงาน
(หมายเลขโทรศพั ท์/โทรสาร)
คูม่ ือการด�ำเนนิ การถา่ ยโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แกอ่ งคก์ ร 97
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
แบบท่ี 2
แบบกรอกข้อมูลประกอบการขอประเมินความพร้อมองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ในการจดั การสาธารณสุข
ชอ่ื องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทขี่ อรบั การประเมนิ ………......................………………………………………
1. ส�ำนักงานตัง้ อยทู่ ี่ ……………............…..…………………..หมูท่ …ี่ ……….ถนน………....……………
ต�ำบล………..........……………….อ�ำเภอ………………….จงั หวดั …………………………………....…….
รหสั ไปรษณยี …์ ………………. โทรศัพท…์ ………………….....……โทรสาร…...........………………………
2. นายก(ช่อื องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น)………………………......…………………………......................
ชื่อ – สกลุ ……………………….................................…….มอื ถือ…………………………….....................
E – mail Address : ………………………………………………...........................………..........................
3. ข้อมูลพืน้ ฐานขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
3.1 เขตบรกิ าร ประกอบดว้ ย…………อ�ำเภอ/ต�ำบล จ�ำนวนหม่บู า้ น….…...หม่บู า้ น มรี ายชือ่ หมู่บ้านทรี่ บั ผิด
ชอบ คือ……….……………………….....................…………………………………………………………..
…………………………………………..............………………………………………………………………
…………………………………………............………………………………………………………………..
3.2 ประชากรขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในปจั จุบัน มีจ�ำนวน....……คน (ส�ำรวจเม่ือวนั ที.่ ...................)
4. รายได้ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
4.1 รายไดย้ อ้ นหลงั 3 ปีงบประมาณไม่รวมปที ี่จะประเมนิ ความพรอ้ ม)
ปงี บประมาณ รายได้ เงินอดุ หนุนทัว่ ไป เงนิ กู้ รวม
รวมเฉล่ยี
4.2 การใช้รายได้ (ไมร่ วมเงนิ อุดหนนุ และเงินกู้เพ่ือการสาธารณสขุ ย้อนหลงั 3 ปีงบประมาณ
โดยไม่นบั รวมปงี บประมาณท่จี ะประเมนิ
ปีงบประมาณ พ.ศ. รายได้ (บาท) ใช้จา่ ยเพื่อการสาธารณสขุ (บาท)
รวม (บาท)
98 ค่มู อื การดำ� เนนิ การถา่ ยโอนภารกิจสาธารณสขุ ใหแ้ กอ่ งค์กร
ปกครองส่วนท้องถน่ิ
4.3 รายละเอียดการจัดสรรรายได้เพื่อการสาธารณสุข ตามขอ้ 4.2
จดั สรรเพอื่ การใด (ระบุ) ให้ส่วนราชการหนว่ ยงานใด(ระบุ) จำ�นวนเงิน (บาท)
5. ประสบการณใ์ นการจัดการสาธารณสุขหรือมสี ว่ นรว่ มหรือส่งเสริมสนบั สนนุ การจดั การสาธารณสขุ
5.1 องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ แหง่ น้ไี ดด้ �ำเนินงานจัดการสาธารณสขุ
ปีงบประมาณ กจิ กรรมสาธารณสุขที่ อปท.จดั จำ�นวนเงิน (บาท)
5.2 องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ แห่งนีม้ ีสว่ นร่วมจัดการสาธารณสขุ
ปงี บประมาณ กจิ กรรมสาธารณสขุ ที่ อปท.มสี ่วนร่วมจดั หน่วยงานทร่ี ว่ มจัดกบั อปท. จำ�นวนเงิน (บาท)
5.3 องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ แหง่ น้ใี ห้การส่งเสรมิ สนบั สนุนการจัดการสาธารณสขุ
ปีงบประมาณ กิจกรรมสาธารณสขุ ที่ อปท.มสี ่วนร่วมจดั หนว่ ยงานที่อปท.ใหก้ ารส่งเสริม/ จำ�นวนเงนิ (บาท)
สนับสนนุ
คมู่ อื การด�ำเนนิ การถ่ายโอนภารกจิ สาธารณสขุ ให้แก่องค์กร 99
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ