The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อนงนาฎ เทียบคำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อนงนาฎ เทียบคำ, 2020-05-03 06:51:20

อนงนาฎ เทียบคำ

อนงนาฎ เทียบคำ

สรปุ การพยาบาลผปู้ ว่ ยโรค
ผวิ หนัง การติดเชอ้ื และ

ต่อมไร้ทอ่

จัดทาโดย
นางสาวอนงนาฎ เทียบคา

61306172-2



คานา

การจดั ทาหนงั สือสรปุ การพยาบาลผู้ป่วยโรคผิวหนงั การติดเช้ือ
และตอ่ มไรท้ ่อ โดยรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั พยาธิสภาพของโรค ลักษณะความ
ผิดปกติ สาเหตุ อาการแสดง และการพยาบาลผู้ป่วย ใหส้ ามารถเขา้ ใจได้งา่ ย
มากยิง่ ขึ้น

ทางผู้จัดทาหวังเป็นอยา่ งยง่ิ วา่ หนังสือสรปุ การพยาบาลผู้ป่วยโรค
ผวิ หนัง การติดเชอื้ และตอ่ มไร้ทอ่ จะเป็นประโยชน์กบั ผทู้ ่ีสนใจพอสมควร
และสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นภายหนา้

ผูจ้ ัดทา
อนงนาฎ เทียบคา

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า
คานา ก
สารบัญ ข
การพยาบาลผู้ปว่ ยทม่ี ีความผดิ ปกตขิ องระบบผวิ หนัง 1
9
- การพยาบาลผปู้ ่วยผวิ หนงั ถกู ทาลายไฟไหม้-น้ารอ้ นลวก 14
- การพยาบาลผู้ป่วยผวิ หนงั ถกู ทาลายจากแผลกดทบั 17
การพยาบาลผปู้ ่วยท่มี ีโรคติดเชอื้ ทพ่ี บบอ่ ย 19
- การพยาบาลผู้ปว่ ยท่ีมปี ญั หาการตดิ เช้อื เลปโตสไปโรซสิ 22
- การพยาบาลผปู้ ว่ ยที่มีปญั หาการติดเชอ้ื มาลาเรีย 25
- การพยาบาลผูป้ ว่ ยที่มีปญั หาการติดเชอ้ื เมลิออยโดสิส 28
- การพยาบาลผูป้ ว่ ยทีม่ ีปญั หาการติดเชอ้ื ไขห้ วัดนก 32
- การพยาบาลผปู้ ่วยทม่ี ปี ญั หาการตดิ เชอื้ ในโรงพยาบาล 35
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผดิ ปกติของระบบตอ่ มไร้ทอ่ 36
- การพยาบาลผู้ปว่ ยโรคเบาหวาน 40
- การพยาบาลผู้ปว่ ยทม่ี ีความผิดปกตขิ องตอ่ มใตส้ มอง 43
- การพยาบาลผู้ป่วยทม่ี คี วามผิดปกติของต่อมหมวกไต 45
- การพยาบาลผปู้ ว่ ยที่มีความผดิ ปกตขิ องต่อมไทรอยด์ 48
- การพยาบาลผปู้ ่วยทมี่ ีความผดิ ปกติของตอ่ มพาราไทรอยด์ 51
เอกสารอา้ งอิง

1

การพยาบาลผปู้ ่วยท่มี คี วามผดิ ปกติ
ระบบผวิ หนงั

2

โครงสร้างผิวหนง้ ผิวหนังประกอบด้วย 3 ชัน้ หลักๆ
1.ชัน้ อีพเิ ดอมสี (Epidermis) เป็นผวิ ชนั้ นอก เป็นชัน้ หนังกาพรา้ ประกอบดว้ ยเชลล์
ทีม่ กี ารเรยี งซ้อนกนั เปน็ ชั้นๆ จะมกี ารเกิดใหม่ของเซลลอ์ ยตู่ ลอดเวลา
2.ช้ันเดอมิส (Dermis) หรือชัน้ หนงั แท้ เปน็ ช้ันทอ่ี ยู่ของ collagen และ elastin ใน
ชั้นน้จี ะมีหลอดเลอื ด เส้นประสาท ตอ่ มไขมนั ต่อมเหงือ่ กระจายอยู่ทั่วไป
3. ชัน้ ไขมนั ใตผ้ วิ หนงั (Subcutneous fat layer) หรือช้ันใตผ้ วิ หนัง เปน็ ชน้ั ท่ี
รองรับแรงกระแทก ป้องกนั การบาดเจบ็ ควบคมุ การเผาผลาญของไขมนั ช่วยลดแรง
กระทบกระแทกจากภายนอก
หน้าทขี่ องผวิ หนงั
1.ปอ้ งกนั อวยั วะภายในร่างกายจากอนั ตราย
2.ปอ้ งกนั ไม่ใหน้ ้าภายในรา่ งกายระเหยและไม่ใหน้ า้ ภายนอกเขา้ ร่างกาย
3.รับความรูส้ กึ
4.ควบคมุ อณุ หภูมิ
5.ขับถา่ ยของเสีย
6.สงั เคราะหส์ ารที่เป็นประโยชนต์ ่อรา่ งกาย

การประเมนิ ผู้ปว่ ยทม่ี ีความผดิ ปกตทิ างผิวหนัง 3

1.การซักประวัติ
-ประวัติการเจ็บปว่ ย : เวลาที่เรมิ่ รอยโรค
-ประวัตกิ ารสมั ผสั สงิ่ ต่างๆใน 1 เดือนที่ผ่านมา
-ปัจจัยส่งเสริมและปจั จยั สง่ เสรมิ ทกี่ อ่ ใหเ้ กิดโรค
-แบบแผนดา้ นจติ ใจและอารมณ์ : ภาพลักษณ์
-ท่ีอยูอ่ าศัยและสิ่งแวดล้อม : สง่ิ แวดลอ้ ม ทาเลที่ตงั้
-ประวตั สิ ขุ ภาพในอดตี : การแพ้ยา สารเคมี การเจ็บปว่ ย
-สภาพเศรษฐกิจของผปู้ ว่ ยและครอบครวั
2.การตรวจสภาพรา่ งกาย จติ ใจ และอารมณ์
-Primary lesion รอยโรคเร่มิ แรกยังไม่ถกู เปลี่ยนแปลง
-Secondary lesion รอยโรคเกิดจากการเกา การตดิ เช้ือหรือผลการรกั ษา

4

การประเมนิ ผู้ป่วยท่มี ีความผดิ ปกตทิ างผิวหนัง

3.การกระจายตัวของรอยโรค
-Linear เป็นทางยาว
-Group เป็นกลุม่
-Reticular เปน็ ร่างแหหรอื ตาขา่ ย
-Polycyclic เป็นวงซ้อนหลายวง
-Annular เป็นวงแหวน
-Zosteriform เปน็ แนวตามเสน้ ประสาท
-Koebner phenomenon เปน็ แนวยาวตามเกา

การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

KOH preparation เปน็ การตรวจรอยโรคทมี่ ีขุย
Biopsy เป็นการนาชน้ิ เนือ้ ไปตรวจ
Patch test แผน่ แปะยางทมี่ สี ารสงสยั ว่าจะแพน้ าน 48 ชม. ถ้ามกี ารแพ้

การติดเช้ือแบคทีเรยี 5

1.เซลล์อักเสบ (Cellulitis)

เป็นการอักเสบของผิวหนัง ที่มีการขยายตวั อยา่ งรวดเร็ว อาจมีกอ้ นหรอื ตมุ่ ใส
แตกเป็นนา้ เหลืองหรือนา้ หนอง อาจมเี นื้อตายหรือไมก่ ็ได้

รกั ษา : ทาความสะอาดด้วยสบู่ ใหย้ าปฏชิ ีวนะ ไม่เกาหรอื สัมผสั แผล

2.Necrotizing Fasciitis (NF)
เกิดจากเชื้อ Streptococcus pyogenes เปน็ การตดิ เชอ้ื ท่ีรนุ แรงและเกดิ ขึ้นเร็ว
รกั ษา : ผา่ ตดั เนื้อจายออก ให้ยาปฏชิ วี นะ

3.ฝีและฝีฝกั บัว (Furuncle & Carbuncle)
เป็นการอกั เสบของรขู มุ ขนทรี่ นุ แรง
รกั ษา : รักษาความสะอาด ประคบน้าอุน่ ให้ยายปฏชิ ีวนะ กรีดหนองออก

การตดิ เชอื้ จากไวรัส

1.อสี ุกอใี ส (Chicken pox)
2.หดั (Measles)
3.หดั เยอรมนั (Rubella)
4. หดู (Verruca Vulguris)

การติดเชอ้ื จากไวรสั 6

5.เรมิ (Herpes Simplex)
มลี กั ษณะเป็น Vesicle อยูร่ วมกันเปน็ กลุม่ พบทีร่ มิ ฝปี ากและอวยั วะเพศ อาจเกดิ

จากการพักผอ่ นไมเ่ พียงพอและเครียด
ป้องกัน : หลีกเล่ยี งการสมั ผัส

6.งสู วัด (Herpes zoster)
เกดิ จาก varicella zoster virus

การตดิ เชื้อจากเช้ือรา

1.โรคกลาก เกลอ้ื น (ศึกษาในการพยาบาลชุมชน)

การแพ้

1.ลมพิษ (Urticaria or hives) แบง่ ตามสาเหตแุ ละการปรากฏของรอยโรค
1.1 Demographism รอยเกดิ จากการเกา มักหายภายใน 30 นาที
1.2 Physical urticaria เกิดจากเหงื่อ ความรอ้ น ความเยน็
1.3 Angioedema เกดิ จากการสัมผสั สารทท่ี าใหห้ ลอดเลอื ดขยาย เปน็ นานและ

หายช้า ผน่ื มกั มีขนาดใหญ่
2.Eczema

2.1 Contact dermatitis เกดิ จากการสัมผสั สารระคายเคือง
2.2 Non Contact dermatitis พบบอ่ ย มกั เกยี่ วกรรมพันธุ์

การแพ้ 7

3.Erythema Multiform & Steven Johnson Syndrome

3.1 Erythema Multiform มักไข้ เจบ็ คอ ผน่ื
ขนาด 1 cm. มีจุดดาตรงกลาง

3.2 Steven Johnson Syndrome มไี ข้ ผื่นแดง
ตมุ่ แข็งหรอื ตุม่ นา้ ใส พบบรเิ วณช่องปากทา
ใหผ้ ู้ป่วยมีปัญหาการกลนื

การถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมหรอื กรรมพนั ธุ์

1. เรือ้ นกวาง/สะเกด็ เงิน (Psoriasis)
เกดิ ได้กับทกุ ส่วนของรา่ งกาย การแบง่ ตวั ของหนงั กาพรา้ ผดิ ปกติ เกดิ ผ่ืนแดง

มสี ะเก็ดขาวลอกเปน็ แผน่ ลกั ษณะสาคญั คือ Auspitz’s sign มจี ดุ เลอื ดออกเป็น
หยอ่ ม เลบ็ หนา

การพยาบาลผปู้ ว่ ยเรอื้ นกวาง/สะเกด็ เงิน
1.หลีกเล่ยี งปจั จยั กระตุน้ ทจี่ ะทาใหโ้ รคกาเริบ เชน่ ความเครียด แสงแดด
2.แนะนาผู้ปว่ ยรบั ประทานอาหารทม่ี ีวติ ามินเอสูง เช่น แครอท ฟักทอง ตาลึง
3.ยา steroid และ ยา methotrexate จะช่วยยับยง้ั การแบ่งเซลล์
4.Phototherapy ด้วย Ultraviolet

ระบบอิมมูน (connective tissue disease) 8

1.Systemic Lupus Erythomatosus : SLE
อาการที่พบบอ่ ย
-Butterfly rash
-Raynaud’s phenomenon
-Plamar erythema
-vasculitis
-Alopecia
-Mucous membrane lesion
-Photosensitivity

2.Scleroderma
อาการเรมิ่ แรกน้วิ มือบวมแดง แข็ง งอและเหยยี ดไม่สะดวก ผวิ มอื เทา้ แขน

ขาจะแขง็ รดั ตึง ผิวหนา้ ตึง อา้ ปากได้นอ้ ย กระดกล้นิ ไม่ได้

9

การพยาบาลผูป้ ่วยผิวหนังถูกทาลาย
ไฟไหม้-น้าร้อนลวก

ปจั จัยท่ีมีผลต่อความรุนแรงของแผลไหม้ 10

1.อายุ
2.ขนาด
3.ความลกึ
4.บริเวณแผลไหม้และการบาดเจ็บอื่นรว่ ม

การตอบสนองของรา่ งกายในระยะเฉียบพลัน Acute phase

1.ภายหลัง 72 ชม.หลังเกิดไผไหม้ อยูใ่ นชว่ ง 10 วนั ถงึ 1 เดอื น
2.มกี ารกลบั ของสารน้าเข้าสหู้ ลอดเลอื ด
3.มีอตั ราการเผาผลาญทสี่ งู
4.ปสั สาวะออกเพิม่ ขึน้ บวมลดลง
5.ภาวะแทรกซอ้ น เช่น ติดเชอ้ื หัวใจวาย

การตอบสนองของร่างกายในระยะฟืน้ ฟู Rehabilitation phase

1.เรมิ่ ฟืน้ ฟสู ภาพเม่อื แผลหายเหลอื บรเิ วณทมี่ ีบาดเจ็บไม่เกนิ 20%
2.มขี อ้ จากดั ในการเคลอื่ นไหวและการยึดติด
3.รปู ลกั ษณ์เปลี่ยนแลง
4.การเปลย่ี นแปลงบทบาท

การประเมนิ ผู้ป่วย 11

1.การประเมนิ ขนาด โดยใช้
1.1 RULE OF NINE สาหรับผ้ใู หญ่

1.2 LUND and BROWDER สาหรบั ผใู้ หญแ่ ละเดก็
2.การประเมินความลกึ ของแผลไหม้

2.1 First degree burn
การไหมช้ นั้ หนังกาพร้า (epidermis) โดยแผลจะแดง แต่ไม่มีตุ่มพอง มคี วามรสู้ กึ
เจ็บปวดหรอื แสบรอ้ น จะใชเ้ วลารกั ษาประมาณ 7 วัน เชน่ แผลไหมจ้ าก
แสงอาทติ ย์ กลมุ่ ผู้ปว่ ยทก่ี ลบั จากการพกั ตากอากาศ ไปชายทะเลมา

การประเมนิ ผู้ป่วย 12

2.2. Secondary degree burns
-บาดแผลระดับทส่ี องชนดิ ตืน้ (Superficial partial-thickness burn) จะเกิดการไหม้ขนึ้
ที่ชน้ั หนงั กาพร้าตลอดทัง้ ชน้ั ส่วนที่อยู่ตน้ื ๆ แต่ยังมีเซลล์ทส่ี ามารถเจรญิ ทดแทนสว่ นท่ี
ตายได้
-ส่วนบาดแผลระดับท่ีสองชนิดลึก (Deep partial-thickness burns) จะเกิดการไหม้ขน้ึ ท่ี
ชัน้ ของหนงั แท้ส่วนลึก ลักษณะบาดแผล คือ จะไม่ค่อยมตี มุ่ พอง, แผลสีเหลืองขาว, แหง้
และไม่คอ่ ยปวด บาดแผลชนิดน้ีมีโอกาสเกิดแผลเปน็ ไดแ้ ตไ่ ม่มาก

2.3.Third degree burn
บาดแผลไหม้จะลึกลงไปจนทา้ ลายหนังกา้ พรา้ และหนังแทท้ งั หมด รวมทังต่อมเหง่อื ขุม
ขนและเซลล์ประสาท อาจกนิ ลึกถงึ ชันกลา้ มเนอื หรอื กระดูก บาดแผลจะมีลักษณะขาว
ซดี เหลือง นา้ ตาลไหม้ หรอื ดา้ หนาแขง็ เหมือนแผน่ หนงั แหง้ และกร้าน อาจเห็นรอยเส้น
เลือดอยู่ใต้แผน่ หนานนั และเนือ่ งจากเส้นประสาทท่ีอยูบ่ รเิ วณผิวหนงั แทถ้ ูกท้าลายไป
หมดท้าให้แผลนจี ะไมม่ ีความรู้สกึ เจ็บปวด บาดแผลประเภทนจี ะไมห่ ายเอง จา้ เป็นตอ้ ง

รักษาดว้ ยการผา่ ตัดปลกู ผวิ หนงั

3.การประเมนิ ความรุนแรงของแผลไฟไหม้

Minor : Outpatient management
-<10% superficial burn in adult
-<5% superficial burn in young(<10 yr)or old(>40)
-<2% full thickness burn
Moderate : Hospital admission
-10-20% superficial burn in adult
-5-10% superficial burn in young or old
-2-5% full thickness burn
Major : Referral to burn center
->20% superficial burn in adult
->10% superficial burn in young or old
-> 5% full thickness burn

13

การดูแลผ้ปู ่วยทม่ี แี ผลไหมใ้ นระยะฉกุ เฉิน

1.การประเมิน ABC
2.การใหส้ ารนา้ ทดแทน
3.ใส่สายสวนปสั สาวะเพอ่ื ประเมนิ urine output ทกุ ช่ัวโมง
4.ใส่ NG Tube เพอื่ ปอ้ งกันการสาลกั
5.ประเมนิ ความปวดและจดั การความปวด
6.ตดิ ตามและประเมนิ สัญญาณชพี
7.ให้วคั ซนี ป้องกนั บาดทะยัก

การดูแลผปู้ ว่ ยท่มี แี ผลไหมใ้ นระยะเฉียบพลนั

1.ปฏิบตั ติ ามหลกั Aseptic technique อย่างเคร่งครัดขณะทาแผล
2.จดั ให้ผู้ปว่ ยอย่ใู นหอ้ งแยก ขณะให้การพยาบาลควรสวมเสือ้ คลมุ หมวก ห้นา
กากและถุงมือ
3.ส่งเสรมิ ใหไ้ ด้รบั อาหารทมี่ พี ลังงานสูง
4.จดั การความปวดอยา่ งเหมาะสม
5.ดแู ลดา้ นจิตใจ
6.ชว่ ยเหลือผ้ปู ่วยในการทา Range of motion

14

การพยาบาลผูป้ ่วยผิวหนังถูกทาลาย
จากแผลกดทบั

ปัจจยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง 15

1.ความรุนแรงของแรงกดทบั ปกติ 12-32 mmHg
2.ความทนของเนอื้ เย่ือ
3.แรงเฉอื น
4.แรงเสยี ดสี
5.ระยะเวลาของการกดทบั

ปจั จยั อน่ื ท่เี ก่ยี วข้อง

1.อายุ นา้ หนกั ตวั
2.ภาวะทพุ โภชนาการ
3.อณุ หภมู ิ
4.การกลั้นปสั สาวะ
5.การเคลื่อนไหวที่ลดลง ระบบภูมคิ ุม้ กันตา่

บรเิ วณทีเ่ กิดแผลกดทบั

ระดับความรนุ แรงของแผลกดทบั 16

แผลกดทบั สามารถระบรุ ะยะทเี่ ปน็ ไดจ้ ากระดับของเนือ้ เยอื่ ทถ่ี กู ทาลาย
ระยะที่ 1 ผิวหนงั มรี อยแดง ๆ ใช้มอื กดแลว้ รอยแดงไมจ่ างหายไป ผิวไมฉ่ ีกขาด
ระยะที่ 2 ผวิ หนงั เสียหายบางส่วน แผลตืน้ ไมพ่ อง ไมเ่ ปน็ ต่มุ น้าใส
ระยะท่ี 3 แผลลึกถึงช้นั ถึงไขมัน สญู เสียผวิ หนังทง้ั หมด
ระยะที่ 4 แผลลกึ มองเหน็ ถึงกระดกู เอน็ กลา้ มเนื้อ สญู เสยี ผิวหนงั ทั้งหมด

การพยาบาลผู้ป่วยทม่ี แี ผลกดทับ

1.ลดแรงกดทบั
-พลิกตะแคงตัวทกุ 2 ชม. หรือช่วยพลิกตะแคง เปลยี่ นท่าเพ่อื ลดแรงกดทบั
-ดึงผา้ หรือผ้ายางใหเ้ รยี บตงึ

2.การทาความสะอาดรา่ งกาย
-หลกี เลีย่ งการใชน้ ้าอ่นุ จดั /ควรใชส้ บ่อู อ่ น
-เชด็ ตัวด้วยความนุ่มนวลและซับแห้ง
-หลกี เลย่ี งการใชแ้ อลกอฮอลเ์ พราะจะทาใหผ้ วิ แหง้ ควรทาโลช่นั วนั ละ 3-4 คร้งั
-หลีกเลย่ี งการนอนแชป่ ัสสาวะ/อุจจาระ

3.การดแู ลแผลกดทับ
-ทาความสะอาดแผล

4.โภชนาการดี
-รับประทานโปรตนี 1.25-1.5 กรัม/กก./วัน
-ไดส้ ารอาหาร 30 kcal/กก./วนั

17

การพยาบาลผปู้ ่วยที่มีโรคติดเช้อื ที่
พบบ่อย

หลักในการประเมนิ การตดิ เชอ้ื ในรา่ งกาย 18

การตดิ เชื้อ คอื การเจริญของสงิ่ มชี วี ิตชนดิ อ่นื บนหรือภายในร่างกายของ
host ซึ่งจุลชีพกอ่ โรคจะใชท้ รพั ยากรของ host ในการเพม่ิ จานวนของตัวเอง จน
กอ่ ให้เกดิ อันตรายหรือเกิดโรคได้
หลักในการประเมินการติดเช้อื ในร่างกายโดยทวั่ ไปเน้นส่งิ สาคญั ทเี่ ปน็ ปจั จยั
ของการเกดิ โรคตดิ เช้อื คือ 1) Host เจา้ บา้ น

2) Agent เชอ้ื กอ่ โรค
3) Environment สิง่ แวดลอ้ ม

การซกั ประวัติ

1.การเจบ็ ปว่ ยดว้ ยโรคติดเชอื้ ในครง้ั ก่อน
2.การเขา้ พนื้ ท่ที ่ีมีการตดิ เชื้อ
3.ประวตั ิการรับประทานอาหาร น้า
4.สขุ นิสัยในการดาเนินชีวิตประจาวันเป็นอย่างไร
5.ประวัตกิ ารได้รบั วัคซนี
6.ประวัติการเปน็ โรคเรอ้ื รงั
7.อาการและอาการแสดงท่ีผดิ ปกติ
8.การไปตรวจตามนดั
9.การรบั ประทานยาสมุนไพรหรือยาหมอ้ อะไรบา้ ง
10.สง่ิ แวดล้อม ท่อี ยอู่ าศยั เป็นอยา่ งไร

19

การพยาบาลผ้ปู ว่ ยทีม่ ปี ัญหาการติด
เชื้อ : เลปโตสไปโรสิส
(Leptospirosis)

พยาธิกาเนดิ และพยาธสิ ภาพ 20

เช้ือ Leptospirosis เข้าทางผวิ หนังหรือเยอ่ื บทุ ม่ี แี ผลและเขา้ ส่กู ระแสโลหติ
ภายใน 24 ชม. และกระจายไปสู่สว่ นตา่ งๆของรา่ งกาย ตบั ไต เยอื่ หมุ้ สมองโดย
ไม่ทราบกลไกที่แท้จรงิ
อาการและอาการแสดง

มไี ข้เฉยี บพลัน ออ่ นเพลยี ตาแดง ปวดศรี ษะรนุ แรง คอแข็ง คออกั เสบ
คลนื่ ไส้ อาเจยี น ท้องเดิน เยอื่ ห้มุ สมองอักเสบและเกดิ ภาวะแทรกซ้อน เชน่ ไต
วาย จอตาอักเสบ เลอื ดออกผิดปกติ มีภาวะเกรด็ เลือดตา่

การวนิ ิจฉยั

1.ประวัติอาชีพ การสมั ผัสสตั วร์ งั โรค การเดินลุยนา้ ตามทุ่งนา
2.ไข้ เป็นไข้เฉียบพลัน ไข้ข้นึ วันละ 2-3 ครงั้
3.อาการอื่นรว่ ม เช่น หนาวส่นั ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตามาก สู้แสงจ้าไม่ได้
ปวดกลา้ มเน้อื มาก ปวดทอ้ ง ปัสสาวะนอ้ ยลงและเขม้
4.ผลตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการ
-CBC : Plt อาจต่าเล็กน้อย
-UA : albuminuria
-LFT : มี liver enz. สงู
-RFT : มี BUN,Cr สูงขน้ึ

ข้อวนิ จิ ฉยั การพยาบาลท่พี บบอ่ ย 21

1.เสย่ี งตอ่ การไดร้ ับอนั ตรายจากการเกดิ ภาวะแทรกซ้อนของโรค
2.เสยี่ งต่อการได้รบั สารอาหารและน้า ไม่เพยี งพอกับความตอ้ งการของร่างกาย เนอ่ื งจาก
คลื่นไส้ อาเจยี น ปวดท้อง เบ่อื อาหาร เลอื ดออกทีก่ ระเพาะอาหาร
3.ไมส่ ุขสบายจากอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนอื้ อยา่ งรุนแรง
4.ความทนตอ่ กจิ กรรมลดลง เนอื่ งจากพยาธิภาพของโรค

ตวั อยา่ งการพยาบาล

1.การพยาบาลผู้ป่วยทีม่ ีไตเสยี หนา้ ที่ : นา้ เกิน
-ประเมนิ อาการแสดงของภาวะน้าเกนิ ได้ สญั ญาณชีพ ฟงั ปอด ดอู าการโปง่ พอง
ของหลอดเลอื ดทคี่ อ อาการบวม
-จากดั น้าเข้าสรู่ า่ งกาย จานวนนา้ ท่เี ขา้ ส่รู า่ งกายควรได้รับเทา่ กบั ปสั สาวะท่ี
ออกมารวมกับจานวนน้าที่เสียไปเหงื่อ
-ดูแลให้อาหารลดเค็มตามแผนการรักษา
-ดูแลใหไ้ ดร้ ับยาขับปสั สาวะตามแผนการรักษา
-บนั ทึกนา้ เขา้ -ออก
-ชง่ั น้าหนักทกุ วนั โดยช่งั เวลาเดมิ
-ติดตามผล electrolyte โดยเฉพาะคา่ โซเดยี ม
2.เส่ียงตอ่ การได้รับสารน้า สารอาหารไม่เพียง เน่ืองจาก คลนื่ ไส้ อาเจยี น ปวด
ทอ้ ง เบ่อื อาหาร หรอื มีเลอื ดออกในทางเดินอาหาร
-ให้ผกั ผ่อนและลดการใชพ้ ลังงาน
-ประเมินภาวะโภชนาการ
-ประเมินแบบแผนการรบั ประทานอาหาร
-กาจัดสาเหตทุ ีท่ าใหร้ ับสารอาหารไมเ่ พยี งพอ
-กระตุน้ ให้เคลือ่ นไหวร่างกายเพ่ือชว่ ยลาไสเ้ คลอื่ นไหว
-สงั เกตเลอื ดออกในทางเดนิ อาหาร
-ตดิ ตามผลตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร
-บนั ทกึ I/O , ชงั่ นา้ หนกั

22

การพยาบาลผู้ปว่ ยทีม่ ีปญั หาการติด
เช้อื : มาลาเรีย
Malaria

การตดิ ตอ่ 23

ส่วนใหญ่ติดต่อทางกระแสเลอื ด จากยงุ กน้ ปอ่ ง เพศเมีย ท่ีมีเชือ้ นอกจากน้พี บว่า
อาจตดิ ต่อกันโดยการถ่ายเลือด การใชเ้ ขม็ ฉดี ยาทม่ี ีเชอื้ และตดิ ต่อทางมารดาสู่
ทารก

ปจั จยั ที่สาคญั ของเช้อื กอ่ โรค

1.Vector density ความหนาแน่นของตวั พาหะ
2.Host preference นิสยั ในการกินเลอื ดตนของยุงก้นป่องแตล่ ะชนิดทาใหอ้ ตั รา
การแพร่กระจาเช้ือต่างกัน
3.Frequency of man biting ความถขี่ องการกดั คนขนึ้ อยกู่ บั ฤดูกาลและอุณหภมู ิ
4.Longivity อายขุ ยั ของยงุ ถา้ อายยุ นื จะแพร่เช้ือได้สูง
5.Flight range ระยะบินไดไ้ กล ยุงท่บี นิ ได้ไกลมอี ัตราการแพรเ่ ชื้อได้สูง

Pathophysiology ปรากฎการณ์หลัง infection

1.Hemolysis ของ RBC เกิด hemolysis ทาให้ซีดและปสั สาวะเขม้
2. เกิด cytotoxic factors ขนึ้ จาก inflammatory process ส่งผลให้ cells ของ
organs ต่างๆตายลง
3.เกดิ DIC และ Coagulation defect จึงมเี ลือดออก
4.เกดิ electrolytes imbalance, Lactic acidosis และ hypoglycemia

อาการและอาการแสดง

1.มไี ขข้ ึ้นๆลดๆ อาจสงู ถงึ 40 องศาเซลเซียส
2. ตาตัวเหลือง
3.ตบั โต ม้ามโต
4.ปวดหัว ไอแหง้ นา้ หนกั ลด

การวินจิ ฉัย 24

1.การซกั ประวัติ ถามถงึ พนื้ ท่ที ีเ่ ปน็ แดนมาลาเรีย เชน่ ปา่ เขา นา้ ตก
2.การตรวจร่างกาย มักพบภาวะซดี ตาและคัวเหลอื ง ปวดท้อง ออ่ นเพลยี
3.การตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

- Thick smear จะเหน็ เชอื้ มาลาเรยี แต่ไม่เห็นระยะของเชื้อ
- Thin film จะเห็นระยะของเชื้อวา่ อยรู่ ะยะใด

การปอ้ งกันและควบคมุ มาลาเรีย

1.ควบคมุ ยงุ ทเ่ี ปน็ พาหะ เชน่ โดยใช้สารเคมี
2.ควบคุมโดยชวี วิธี เชน่ ใชป้ ลากนิ ลกู ปลา
3.ลดการติดเชื้อจากยงุ ทเี่ ปน็ พาหะส่คู น เช่น นอนกางมุง ทายากนั ยงุ
4.ปรบั ปรุงส่งิ แวดลอ้ ม เพ่อื ลดแหลง่ เพาะพนั ธุ์
5.ใชย้ าปอ้ งกนั เม่อื จาเปน็ ตอ้ งเขา้ ไปในพื้นทที่ มี่ ีการตดิ เชื้อสงู

ขอ้ วินจิ ฉยั ท่พี บบอ่ ยในผ้ปู ว่ ยมาลาเรยี

1.เสีย่ งตอ่ การได้รับอนั ตรายจากการเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นของโรคทด่ี าเนินอยู่ :
ความดนั ในกะโหลกศรี ษะสงู ชกั ไขส้ ูง น้าตาลในเลือดตา่
2.ได้รบั สารอาหารไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการของรา่ งกาย เน่อื งจากมกี ารเผา
ผลาญของพลังงานากผิดปกตจิ ากการตดิ เช้อื มาลาเรยี
3.ไม่สุขสบายเนือ่ งจากมไี ข้
4.ความทนตอ่ กิจกรรมลดลงเนอื่ งจากการนาออกซิเจนไปเลยี้ งสว่ นต่างๆลดลง
5.บทบาทเปลี่ยนแปลงเนื่องจากภาวะวิกฤตของการดาเนนิ โรคทาใหม้ ขี อ้ จากดั
ด้านร่างกาย
6.วิตกกังวลเน่อื งจากการควบคุกคามของโรคทมี่ ีต่อรา่ งกาย จิตใจ ความรู้
เกย่ี วกับการพยาบาล

25

การพยาบาลผู้ป่วยทีม่ ีปัญหาการติด
เชือ้ : เมลอิ อยด์
Melioidosis

สาเหตุ 26

เกิดจากการตดิ เชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซ่งึ เป็นเช้ือ
แบคทีเรียทอ่ี าศัยอยใู่ นดนิ และน้า พบไดท้ ุกภาคของประเทศไทย เชอื้ เขา้ สู่
ร่างกายทาให้เกิดฝหี นอง เข้าสู่ปอดทาใหป้ อดอักเสบ ทาใหเ้ กิดภาวะตดิ เช้ือใน
กระแสเลือด การติดเชอ้ื มกั รนุ แรง นาไปสภู่ าวะหวั ใจล้มเหลว ช็อก ระบบหายใจ
ล้มเหลวและเสียชีวิต

ระบาดวิทยา

กลมุ่ เสีย่ งทส่ี ดุ คอื
-ผูป้ ่วยเบาหวานพษิ สรุ าเรอ้ื รงั โรคไตเรื้อรัง
-ผู้ทสี่ ัมผสั เชื้อจากดินและน้า
-ผูท้ ม่ี โี รคประจาตวั ท่เี ปน็ สาเหตุใหม้ ภี ูมิคมุ้ กนั ตา่ อน่ื ๆ เชน่ มะเร็ง
Port of entry
-ผวิ หนงั : บาดแผล ไมม่ ีแผลแตส่ ัมผัสดิน น้านานๆ
-ทางเดินหายใจ : สูดดมฝนุ่ ดิน อยู่ภายใตล้ มฝน
-ทางปาก : ดืม่ สาลกั นา้ ทป่ี นเปอ้ื น/น้าทไี่ มไ่ ด้ฆ่าเช้ือดว้ ยคลอรีน
-อาหารท่ปี นเปอ้ื นดนิ
-ผา่ นออกมาทางนา้ นมได้

อาการและอาการแสดง

-มักมีไข้สูง
-อาการคล้ายปอดอกั เสบ
-บางรายอาจมไี ขส้ งู ช็อก
-บางรายมแี ผลตดิ เชื้อ มีฝีหนองทปี่ อด ตบั

ขอ้ วนิ ิจฉัยของผปู้ ่วยเมลิออยด์ 27

1.เสี่ยงต่อการแลกเปลย่ี นกา๊ ซบกพรอ่ งเนือ่ งจากการเกิดพยาธิสภาพของการติด
เชอ้ื ในระบบทางเดินหายใจ
-ประเมินประสทิ ธภิ าพการแลกเปลย่ี นก๊าซและอาการแสดงของภาวะ tissue
hypoxia
-Bed rest
-Clear airway
-ประเมนิ สัญญาณชพี ทกุ 4 ช่วั โมง
-ใหก้ ารดแู ลโดยยดึ หลกั aseptic technique และ standard precaution
-สอน breathing exercise และ effective cough
-Hygiene care
2.เส่ียงต่อการแลกเปลีย่ นก๊าซบกพรอ่ งเน่อื งจากการเกดิ พยาธสิ ภาพของการตดื
เชือ้ ในระบบทางเดนิ หายใจ
-ให้ยาปฏิชีวนะและ IV fluid ตามแผนการรักษา
-Nutrition management
-Environment care
-แนะนาญาติเรื่อง infection control
-ตดิ ตามผลการตรวจทางห้องปฏิบตั ิการทเี่ กีย่ วข้อง
3.ไม่สุขบาย มไี ข้สูงเน่ืองจากมีการตดิ เชื้อ B.pseudomallei ที่ผวิ หนัง/ปอด
-ประเมนิ สัญญาณชีพทุก 4 ชม.โดยเฉพาะอุณหภูมขิ องร่างกาย
-ให้ยาปฏชิ ีวนะตามแผนการรกั ษา
-ประเมินลักษณะการหายใจของผู้ปว่ ยพร้อมแนะนาใหผ้ ปู้ ่วยหายใจเข้า-ออก
ลกึ ๆ และฝกึ การไออยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
-ใหผ้ ู้ปว่ ยนอนพกั จดั ท่าใหน้ อนศีรษะสูงหรอื ทา่ ทส่ี ขุ สบาย

28

การพยาบาลผปู้ ่วยท่มี ีปญั หาการติด
เช้ือ : ไขห้ วดั นก
Avian Influenza

เชอ้ื ก่อโรค 29

-Avian Influenza Type A Virus ตระกูล Orthomyxoviridase
-RNA virus ชนดิ มี capsule
-ระบาดในปจั จุบนั 2 ชนิด

- H5N1
- H7N9

การตดิ ต่อระหวา่ งสัตว์

-ไวรสั อาศัยในทางเดนิ อาหารของนก
-นกทีต่ ิดเช้อื จะขับถา่ ยเช้ือไวรัสปนออกมาทางอจุ จาระเปน็ หลกั
-ไวรสั อยู่ในส่งิ แวดล้อมได้นาน 105 วนั
-วิถที างรบั เชอื้ ของสตั ว์อ่นื

-สัมผัสกับมูลนก
-การหายใจเอาสง่ิ คัดหล่ังของนกทปี่ วย
-สัมผัสเปลอื กไขช่ ้นั ในและชน้ั นอก

อาการละอาการแสดงในคน

-ระยะฟกั ตัวในคน 1-3 วันหลงั รบั เชอ้ื ไวรัส
-ไข้สูง หนาวส่นั ปวดศีรษะ หอบ หายใจลาบาก นา้ มูก ไอ เจบ็ คอ ปวดเมอ่ื ย
กลา้ มเนือ้ ออ่ นเพลยี
-มอี าการแทรกซ้อนทีร่ นุ แรง ปอดบวมหรอื ปอดอักเสบ ระบบหายใจลม้ หลว
อาจทาใหห้ วั ใจล้มเหลวได้

การวนิ ิจฉัยโรค 30

1.การซักประวัติ
-สัมผสั สตั วป์ กี ทีป่ ่วย/ตาย ในชว่ ง 7 วนั
-สมั ผัสผปู้ ่วยปอดบวมในชว่ ง 10 วันทีผ่ า่ นมา
-อาศัยในหม่บู า้ นท่มี กี ารระบาดหรือมีสตั วป์ กี ตาย
2.การตรวจร่างกาย
-V/S ผดิ ปกติ เชน่ มไี ข้ หายใจเร็ว ชีพจรเร็ว
-รายท่ีมอี าการปอดอักเสบรนุ แรงจะพบอาการแสดงของโรค เชน่ ฟงั เสยี งปอด
ผดิ ปกติ
-อาการอื่นๆ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลยี
3.ผลตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

การพยาบาลผู้ป่วยไข้หวัดนก

1.ให้การพยาบาลโดยยดึ หลกั Aseptic technique และ universal precaution
2.ระวังการแพรก่ ระจายของไวรสั ทางอากาศ
3.พยาบาลต้องใสผ่ า้ ปดิ ปาก ถุงมือ หมวกและเสอ้ื คลมุ สวมใส่แวน่ ตา เพอ่ื
ป้องกันการแพรก่ ระจาย
3.แยกผปู้ ว่ ยในหอ้ ง negative pressure
4.ประเมนิ การแลกเปลย่ี นกา๊ ซ อาการแสดง และ O2 saturation
5.ให้พักผ่อนบนเตียง จดั ทา่ ศีรษะสงู
6.แนะนาการหายใจโดยใชก้ ระบงั ลม ดูแลทางเดินหายใจใหโ้ ลง่
7.กระตุน้ หรอื ชว่ ยพลกิ ตะแคงตวั ทกุ 2 ชม.
8.ให้ออกซเิ จนตามแผนการรกั ษา
9.ประเมนิ สัญญาณชีพทุก 2 ชม.

การใหค้ าแนะนาเพือ่ ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคในชมุ ชน 31

1.แนะนาเร่อื งการตดิ ต่อของโรค และการปอ้ งกนั ตนเอง
2.อยา่ นาสัตว์ทป่ี ่วยหรือสงสยั ว่าติดเชอ้ื มาชาแหละเพือ่ ปรงุ อาหาร
3.หากมไี ขเ้ กิดขนึ้ ใหร้ ีบไปพบแพทย์
4.ไม่ให้เด็กเลน่ ดินทรายทปี่ นเป้อื นมูลสตั วห์ รือบรเิ วณชาแหละ
5.ดแู ลให้เด็กลา้ งมือใหส้ ะอาดหลังเล่นบนพนื้ ท่ีอาจมเี ชื้อ
6.ขณะปฏิบตั งิ านทบี่ า้ นตอ้ งใชเ้ ครอื่ งปอ้ งกนั การตดิ เช้ือทไ่ี ด้มาตรฐาน

32

การพยาบาลผูป้ ่วยท่มี ปี ญั หาการติด
เชอ้ื ในโรงพยาบาล

Nursing Care of Patients with
Nosocomial Infections

ความหมายของโรคตดิ เชอื้ ในโรงพยาบาล 33

• โรคติดเชือ้ ทเ่ี กิดจากการไดร้ ับขณะรักษา ตรวจ ในโรงพยาบาลและไมอ่ ยู่ใน
ระยะฟกั ตวั ของเช้อื
• มักเกิดข้ึนในผปู้ ่วยท่รี กั ษาในโรงพยาบาลแล้วนานเกนิ 48 -72 ชม.

โรคติดเชอ้ื ในโรงพยาบาลทพ่ี บบอ่ ย

• การตดิ เชอื้ ระบบทางเดินหายใจส่วนลา่ ง
• การติดเช้อื ระบบทางเดนิ ปสั สาวะ
• การติดเชอ้ื แผลผ่าตัด
• การติดเช้อื ในกระแสเลอื ด

การติดเชื้อระบบทางเดนิ หายใจส่วนล่าง

1.เกณฑ์การวนิ จิ ฉยั ปอดอักเสบ
• Chest x-ray ปอดมี infiltration, consolidation, cavitation หรอื มนี า้ ในเยื่อ
หุม้ ปอด
• อาการแสดงต่อไปน้ี อยา่ งน้อย 2 อาการ
-ไข้ ≥ 38 องศาเซลเซยี ส
-ไอมีเสมหะ
-WBC > 12,000 or <4,000 cells/ml

การตดิ เชอ้ื ระบบทางเดินหายใจสว่ นลา่ ง 34

2.ประเภทของปอดอักเสบในโรงพยาบาล
• ปอดอักเสบในโรงพยาบาล (Hospital-acquired pneumonia, HAP) ปอด
อักเสบที่เกดิ จากหลงั รกั ษาในโรงพยาบาล 48 ชม.ขึ้นไป โดยไมไ่ ดใ้ ส่
เครือ่ งช่วยหายใจ
• ปอดอกั เสบทเ่ี ก่ียวกบั เครอ่ื งช่วยหายใจ (Ventilator-associated
pneumonia,VAP) ปอดอักเสบท่เี กิดหลงั จากใสเ่ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ 48 ชม.ขนึ้
ไป หรือหลงั ถอด 48 ชม.

3.VAP risk factors

• ผูป้ ว่ ย • เครอ่ื งชว่ ย
- มโี รคประจาตวั อื่น หายใจ
-การใส่ ETT
เช่น COPD asthma -ET cuff
-อายุ > 65 ปี pressure
-นอนราบ
- การรบั รลู้ ดลง • บุคลาการแพทย์
-จานวนทใี่ สท่ อ่ ช่วย -ล้างมอื ไมถ่ กู ตอ้ ง
-เทคนิคการดดู เสมหะไม่
หายใจ
-ใส่เคร่ืองช่วยหายใจ ดี
นานๆ

35

การพยาบาลผู้ปว่ ยท่ีมีปญั หาเกีย่ วกับ
ระบบตอ่ มไรท้ อ่

36

การพยาบาลผู้ปว่ ยเบาหวาน

โรคเบาหวาน 37

แบ่งเป็น 4 ชนิดตามสาเหตขุ องการเกิดโรค
1.เบาหวานชนดิ ที่ 1 T1DM สว่ นใหญพ่ บในคนอายุน้อยกว่า 30 ปี มปี ัสสาวะ

มาก ด่ืมน้ามาก บางครงั้ พบภาวะเลอื ดเปน็ กรดจากคีโตน (ketoacidosis) โรคน้ีเกดิ
จากตบั ออ่ นไมส่ ามารถสร้างอินซลู นิ ได้ รกั ษาโดยฉดี อินซลู นิ

2.เบาหวานชนิดท่ี 2 T2DM เกดิ จากขาดอินซลู นิ แตไ่ ม่เทา่ เบาหวานชนิดท่ี 1
รว่ มกบั มภี าวะดือ้ อินซูลิน พบในคนอายุ 30 ปขี ้ึนไป เบาหวานชนิดนี้ไม่เกดิ ภาวะ
กรดค่ังในเลอื ดเหมือนชนดิ ท่ี 1

3.โรคเบาหวานท่มี สี าเหตุจาเพาะ (other specific types)

4.โรคเบาหวานขณะต้งั ครรภ์ (gestational diabetes mellitus, GDM)

อาการและอาการแสดง
1.ขับถา่ ยปัสสาวะเป็นจานวนมาก (polyuria)
2.ดม่ื น้ามากๆ (polydipsia)
3.น้าหนักลด
4.รบั ประทานอาหารจุ (polyphagia)

การวนิ จิ ฉยั โรคเบาหวาน
1.มอี าการของโรคชัดเจน เชน่ หิวน้ามาก ปสั สาวะบ่อย นา้ หนกั ลด
2.ตรวจระดบั พลาสมากลูโคสตอนเชา้ หลังอดอาหารขา้ มคืนมากกวา่ 8 ชม.
3.การตรวจความทนต่อกลูโคส
4.การตรวจวดั ระดบั HbA1c ถ้าคา่ เทา่ กับหรอื มากกว่า 6.5% ให้วนิ จิ ฉัยว่าเป็น

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน 38

ภาวะแทรกซอ้ นของเบาหวาน

1.Diabetic ketoacidosis (DKA)
พบในเบาหวานชนดิ ท่ี 1 มกั มีอาการเบ่อื อาหาร คล่นื ไส้ อาเจียน ปัสสาวะบอ่ ย
หายใจหอบลกึ อณุ หภมู ริ า่ งกายอาจปกตหิ รือต่ากวา่ ปกติ ตรวจพบระดบั
โพแทสเซยี มปกตหิ รือสงู ปกติ

2.Hyperglycemic hyperosmotic state (HHS)
พบบอ่ ยในเบาหวานชนิดท่ี 2 มีระดบั น้าตาลในเลือดสูง ร่างกายเสยี นา้ ทาง
ปัสสาวะ แตผ่ ู้ป่วยได้รับนา้ เขา้ รา่ งกายไม่เพยี งพอจากอาการอ่นื รว่ ม เช่น คลืน่ ไส้
อาเจยี น ทอ้ งเสยี แต่ภาวะนี้ไมพ่ บ Ketoacidosis อาการทีพ่ บปลายมอื -ปลายเทา้ เยน็
ชพี จรเบา ตาโบ๋

3.ภาวะน้าตาลในเลอื ดต่า (Hypoglycemia)
คอื ระดบั นา้ ตาลในเลอื ดต่ากว่า 70 mg% ปจั จยั ส่วนใหญเ่ กดิ จากไดร้ ับอินซูลินมาก
เกินไป รับประทานอาหารนอ้ ย ความเครียด โดยอาการแบ่งได้ 2 ชนดิ คือ

-ออโตโนมคิ ได้แก่ ใจส่นั หวั ใจเตน้ เรว็ หิว รอ้ น เหงือ่ ออก กระสับกระสา่ ย
-อาการสมองขาดกลโู คส ไดแ้ ก่ ออ่ นเพลยี อณุ หภมู ิตา่ มึนงง ปวดหัว สับสน
ตาพร่ามวั

4.ภาวะติดเช้ือง่าย
มกั เกิดการตดิ เชอ้ื ไดง้ า่ ยเนอ่ื งจากระดบั นา้ ตาลในเลอื ดสงู ทาใหเ้ มด็ เลอื ดขาวทา
หน้าท่ีไมเ่ ตม็ ท่ี จึงเกดิ การตดิ เช้าจากการเปน็ แผลงา่ ยข้นึ หลอดเลอื ดอาจถกู ทาลาย
ทาใหอ้ วยั วะนัน้ ขาดเลือดจนกลายเปน็ แผลเน่าตาย

โรคเบาหวาน 39

การรกั ษาและการพยาบาลผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน
1.การควบคุมอาหาร

2.การออกกาลังกาย

3.การใช้ยา
-Biguanides
-Sulfonylureas
-Alpha-glucosidase inhibitor

4.การดแู ลเท้า

5.การกากับตนเองเพื่อควบคมุ เบาหวาน

40

การพยาบาลผ้ปู ่วยท่ีมคี วามผิดปกติ
ของตอ่ มใตส้ มอง

โรคทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ อง Anterior pituitary gland 41

1.Acromegaly
อาการและอาการแสดง

1.Tumor pressure
2.Groeth hormone excess
3.Musculoskeletal hypertrophy
การวนิ ิจฉัย
1.อาการและอาการแสดง
2.การตรวจรงั สี เช่น พบกะโหลกศรี ษะหนากว่าปกติ
3.การตรวจระดบั GH
การพยาบาลผปู้ ว่ ยAcromegaly
1.ภาพลักษณท์ ี่เปล่ยี นแปลงเนอื่ งจากรา่ งกายมีขนาดใหญ่
2.ปวดศรี ษะไมส่ ขุ สบายเนื่องจากการกดเบยี ดของเน้ืองอกในสมอง
3.มโี อกาสบาดเจ็บจากการพลัดตกหกลม้ เนอ่ื งจากมองเหน็ เปลี่ยนแปลง
4.มคี วามวติ กกงั วลเนือ่ งจากสุขภาพทเ่ี ปล่ยี นแปลง
5.มภี าวะน้าตาลในเลอื ดสงู เนือ่ งจาก GH มผี ลยบั ย้ังการใชก้ ลูโคสและต่อต้าน
การออกฤทธขิ์ อง insulin
6.มคี วามคับขอ้ งใจเน่ืองจากการสื่อสารทบ่ี กพรอ่ งจากพยาธสิ ภาพของโรค
7.มีโอกาสได้รับอนั ตรายเกิดภาวการณไ์ หลเวียนบกพรอ่ งจากปรมิ าณฮอร์โมน
ADH ลดลงหลงั ผ่าตัด
8.มีโอกาสไดร้ ับอันตรายเกดิ ภาวะ IICP จากการมสี มองบวม เลอื ดออกใน
สมองหลงั ผา่ ตัด

โรคทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ อง Posterior pituitary gland 42

1.โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus หรอื DI)
คอื โรคที่เกดิ จากการหลั่ง ADH นอ้ ยส่งผลใหไ้ ตไมส่ ามารถดูดกลบั นา้ ได้ ทาให้
ปัสสาวะออกมาก ปะกระหายนา้ มาก
อาการและอาการแสดง

1.ปสั สาวะออกมาก 4-20 ลติ ร/วัน ปสั สาวะจางมาก ความถ่วงจาเพาะของ
ปสั สาวะต่า

2.มีอาการขาดน้า เช่น ผวิ แห้ง ปากแห้ง กระหายน้าต่อเนือ่ ง หัวใจเตนเร็ว
3.Plasma osmolality จะสูงกวา่ urine osmolality
การวินิจฉยั
1.การทดสองโดยการจากัดนา้ พบในคนปกจิ การขบั ถา่ ยปัสสาวะจะลดลงอยา่ ง
รวดเรว็ แตผ่ ู้ป่วย DI ปริมาณปัสสาวะไมเ่ ปลย่ี นแปลง
2.การวัดหาคา่ ความถว่ งจาเพาะและ osmolality ของปสั สาวะพบว่าตา่ กว่าคน
ปกติ
ข้อวินจิ ฉัยทางการพยาบาล
1.มีความไมส่ มดุลของสารน้าในร่างกาย เนอื่ งจากมกี ารขับถา่ ยปสั สาวะมากจาก
การหลัง่ ADH ไม่เพียงพอ
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมนิ V/S เป็นระยะๆ เพือ่ เฝา้ ระวงั ภาวะขาดน้า
2.ประเมินอาการและอาการแสดงของการขาดน้า
3.ชัง่ น้าหนักตัวทกุ ตัว
4.บนั ทกึ I/O
5.ติดตามคา่ ความถ่วงจาเพาะของปัสสาวะ
6.จัดหาน้าดม่ื ให้เพยี งพอและกระตนุ้ ใหผ้ ู้ปว่ ยดื่มน้ามากๆ
7.สังเกตภาวะ hypernatremia

43

การพยาบาลผูป้ ว่ ยท่ีมคี วามผดิ ปกติ
ของต่อมหมวกไต

โรคทเี่ กิดจากความผิดปกตขิ อง Adrenal cortex 44

1.Cushing’s Syndrome
คือภาวะที่ Adrenal cortex ทางานมากกวา่ ปกตสิ ง่ ผลให้ระดบั cortisol ในกระแส
เลือดสูงข้ึน

อาการและอาการแสดง
1.Truncal obesity จะเป็นอาการอว้ นบรเิ วณกลางลาตวั
2.Muscular weakness แขนขาเลก็ เน่ืองจากการสลายของโปรตีน
3.Skin change ผิวบาง
4.Impaired glucose tolerance ภาวะนา้ ตาลสงู
5.Peptic ulcer เกดิ แผลในกระเพาะ

การวนิ จิ ฉยั
1.ซกั ประวตั ิ
2.อาการและอาการแสดง
3.การตรวจทางห้องปฏิบตั ิการ จะพบ hematocrit และ hemoglobin ปกติหรอื สูง

กว่าปกติ

ขอ้ วนิ จิ ฉัยทางการพยาบาล
1.มีโอกาสเกดิ ความไม่สมดุลของสารนา้ และ electrolyte เนื่องจากการเพิ่มขนึ้ ของ
Glucocorticoid และ mineralocortociod ทาใหเ้ กดิ การกกั นา้ และโซเดียม และมีการ
ขบั ออกของโพแทสเซยี มมากขึ้น
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมนิ และบนั ทกึ V/S
2.สงั เกตอาการความดนั โลหติ สูง หัวใจเตน้ เร็ว บวม และฟงั เสยี งปอดเพ่ือ
ประเมิน pulmonary congestion
3.สงั เกตอาการ hypernatremia เช่น กระหายนา้ กระสบั กระส่าย
4.สงั เกตอาการ hypokalemia เชน่ อ่อนเพลยี เหนอื่ ยง่าย ท้องอดื ปัสสาวะออก
มาก
5.บันทกึ I/O, body weight OD

45

การพยาบาลผู้ป่วยท่ีมคี วามผดิ ปกติ
ของต่อมไทรอยด์

ภาวะทีม่ ีไทรอยด์ฮอรโ์ มนมากกว่าปกติ 46
(Hyperthyroidism)

สาเหตุ
เกดิ จากตอ่ มไทรอยดห์ ลั่ง T3 และ T4 ออกมาเยอะเกินไป

1.Graves’ disease
2.คอหอยพอกเปน็ พษิ
3.มะเรง็ ของต่อมไทรอยด์
4.มะเร็งของตอ่ มไทรอยด์
5.การอกั เสบของตอ่ มไทรอยด์

อาการและอาการแสดง
1.ระบบต่อมไร้ทอ่ ทาให้เกิดคอหอยพอก อาจฟังได้ยินเสยี ง Bruit ทตี่ ่อม

ไทรอยด์
2.ระบบหวั ใจและหลอดเลือด ใจสั่น ชีพจรเตน้ เร็ว
3.ระบบทางเดินอาหาร หวิ บอ่ ย นา้ หนกั ลด ลาไส้เคล่ือนไหวมาก

การวนิ จิ ฉัย
ตรวจเลือดทางห้องปฏบิ ตั กิ ารและRadioactive iodine uptake สูงข้ึน

ขอ้ วินิจฉัยทางการพยาบาล
1.เสี่ยงตอ่ การส่งเลอื ดออกจากหัวใจลดลงเนือ่ งจากหัวใจต้องทางานหนกั ขึ้นจาก
การเพิม่ การเผาผลาญของร่างกาย
2.ขาดความสมดุลของภาวะโภชนาการโดยได้รับสารอาหารนอ้ ยกว่าท่รี า่ งกาย
ตอ้ งการ
3.ทอ้ งเสียเน่ืองจากกระเพาะอาหารและลาไส้มกี ารเคล่อื นไหวมากข้ึน
4.แบบแผนการนอนหลับถูกรบกวนเนอื่ งจากวิตกกังวลและระบบซมิ พาเทติก
ทางานมากขึ้น

ภาวะทม่ี ไี ทรอยดฮ์ อร์โมนน้อยกว่าปกติ 47
(Hypothyroidism)

สาเหตุ
1.Acute thyroiditis ต่อมไทรอยดอ์ ักเสบจากการติดเชอ้ื แบคทเี รีย
2.Subacute thyroiditis ต่อมไทรอยด์อักเสบกง่ึ เฉยี บพลนั จากการติดเชอ้ื ไวรสั
3.Autoimmune thyroiditis หรือ Hachimoto disease ต่อมเกดิ การอกั เสบจาก

เซลล์ถกู ภูมิคุม้ กันของร่างกายทาลาย
4.Congenital hypothyroidism ความผดิ ปกตแิ ต่กาเนดิ

อาการและอาการแสดง
1.ระบบต่อมไร้ทอ่ ทาใหม้ ีการหลัง่ TSH มากข้นึ ร่วมกับระดบั Prolactin ใน

เลอื ดสงู
2.ระบบทางเดนิ อาหาร เบอื่ อาหาร ทอ้ งผูก กระเพาะและลาไสท้ างานชา้

นา้ หนักเพิม่
3.ระบบทางเดินปสั สาวะ ทาใหเ้ ลือดถูกสง่ ไปทไ่ี ตน้อย ทาใหผ้ ปู้ ่วยมนี ้าค่งั ใน

รา่ งกาย บวม

การวินิจฉัย
ตรวจเลอื ดทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารพบ T3 และ T4 นอ้ ย รว่ มกับใชร้ ะดับ TSH เปน็

หลัก ซึง่ พบวา่ สงู กว่าปกติ

ขอ้ วนิ จิ ฉัยทางการพยาบาล
1.ความทนในการทากจิ กรรมลดลง เนื่องจากเคล่อื นไหวตวั ชา้ อาการปวดและเกรง็
กลา้ มเนือ้ และปวดกระดกู รว่ มด้วย
2.ขาดความสมดลุ ของภาวะโภชนาการโดยได้รับสารอาหารมากกวา่ ท่ีรา่ งกาย
ตอ้ งการ
3.ทอ้ งผูกเนือ่ งจากกระเพาะอาหารและลาไส้มกี ารเคลือ่ นไหวลดลง
4.เสีย่ งตอ่ ภาวะน้าเกินเนื่องจากอตั ราการกรองทไ่ี ตนอ้ ยลง


Click to View FlipBook Version