แบบเรยี นรายวชิ าเลือก
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่อื สังคมออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
ระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
สงวนลิขสิทธ์ิโดย
บริษทั ส�ำนกั พิมพ์ อมตะ จ�ำกัด
คำ� น�ำ
แบบเรียนรายวิชา สค0200035 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์ เป็นรายวิชาท่ีใชใ้ น
การเรียนสำ� หรับนักศึกษา กศน. เพื่อน�ำมาใช้กบั โลกในยคุ ปจั จุบันใหร้ ู้เทา่ ทนั การใช้ชวี ติ ในโลกออนไลน์
แบบเรยี นรายวชิ า สค0200035 คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนน์ ี้ ประกอบไปดว้ ยเรอื่ ง
ที่ควรศึกษา เช่น การสื่อสารในยุคดิจิทัล ความรู้เก่ียวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ มารยาทในการส่ือสารยุค
ดจิ ทิ ลั และแนวโนม้ ของสอื่ ดจิ ทิ ลั ในอนาคต คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อื่ สงั คมออนไลน์ ประกอบไปดว้ ย
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จรรยาบรรณในการใช้สื่อสังคมออนไลน์และความส�ำคัญ
การรูเ้ ทา่ ทันสื่อ ความรับผดิ ชอบในการใชส้ อ่ื สังคมออนไลน์ กฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อสงั คมออนไลน์
ผู้จัดท�ำหวังเป็นอย่างย่ิงว่า แบบเรียนรายวิชา สค0200035 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สื่อสังคม
ออนไลน์น้ี จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักศึกษา กศน. ในการพัฒนาตนเองให้มีความรู้เท่าทันโลก
ออนไลนใ์ นปัจจบุ ัน และสามารถนำ� ไปประยกุ ต์ใช้เพื่อใหเ้ กิดประสิทธภิ าพตอ่ ตนเองและสงั คมอยา่ งสงู สุด
บรษิ ัท สำ� นกั พมิ พอ์ มตะ จ�ำกดั
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ อื่ ออนไลน์ ก
รหสั วิชา สค0200035
สารบัญ ก
ข
คำ� นำ� ค
สารบัญ ง
คำ� อธิบายรายวิชา จ
รายละเอยี ดคำ� อธิบายรายวชิ า ฉ
ค�ำแนะนำ� การใชห้ นงั สอื เรียน ช
โครงสรา้ งรายวชิ า 1
แบบทดสอบก่อนเรียน 1
บทที่ 1 การส่ือสารในยุคดิจทิ ลั 5
เรอ่ื งท่ี 1 ความหมาย องคป์ ระกอบ และวตั ถุประสงคข์ องการส่อื สาร 7
เรอ่ื งท่ี 2 ความหมายและรปู แบบของการสือ่ สารในยคุ ดจิ ทิ ัล 7
เรอื่ งท่ี 3 เครอื ข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) 7
- ความหมายและความส�ำคญั ของเครอื ข่ายสังคมออนไลน์ 11
- ประเภทของเครอื ข่ายสังคมออนไลน์ท่นี ยิ มใชใ้ นปจั จุบนั 12
- ประโยชนแ์ ละข้อจ�ำกัดของเครอื ข่ายสังคมออนไลน์ 15
เรือ่ งที่ 4 มารยาทการสอื่ สารในยุคดจิ ทิ ัล 19
เรอ่ื งท่ี 5 แนวโน้มสอื่ ดิจิทัลในอนาคต 21
เรอ่ื งที่ 6 กรณศี ึกษา : การใช้ประโยชน์การสอื่ สารในยคุ ดิจิทัล 27
กจิ กรรมท้ายบทท่ี 1 27
บทท่ี 2 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สื่อสงั คมออนไลน์ 27
เรอ่ื งที่ 1 ความหมายและความส�ำคัญของคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 28
- ความหมายของคุณธรรมและจริยธรรม 36
- ความสำ� คัญของคณุ ธรรมและจริยธรรม 41
เรื่องที่ 2 จรรยาบรรณในการใช้สอื่ สังคมออนไลน์และความสำ� คัญ 41
เรอ่ื งที่ 3 การรเู้ ท่าทนั ส่ือ 41
- แนวคิดการรูเ้ ท่าทันสอื่ 41
- ความส�ำคญั ของการรเู้ ท่าทันสือ่ 42
- องคป์ ระกอบของการรเู้ ท่าทันสอื่ 44
- แนวทางการปฏบิ ัติใหร้ เู้ ท่าทันสื่อ
- ขอ้ ควรระวังในการใชส้ อ่ื
ข คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์
รหสั วชิ า สค0200035
สารบัญ (ต่อ) 44
44
เรอื่ งท่ี 4 ความรบั ผดิ ชอบในการใช้ส่อื สงั คมออนไลน์ 44
- ตอ่ ตนเอง 45
- ตอ่ บุคคลอ่ืน 47
- ตอ่ สังคม
เร่ืองที่ 5 กฎหมายเกีย่ วกบั การใช้ส่อื สังคมออนไลน์ 49
เรอ่ื งท่ี 6 ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งคุณธรรม จรยิ ธรรม และกฎหมายเกี่ยวกบั 50
การใช้สือ่ สังคมออนไลน์ 51
เร่ืองท่ี 7 กรณศี ึกษา : การละเมดิ คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ือ่ สงั คมออนไลน์ 58
กจิ กรรมท้ายบทที่ 2 61
แบบทดสอบหลังเรยี น 61
เฉลยแบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน 65
เฉลยกจิ กรรมทา้ ยบท 68
บรรณานุกรม
ที่มาของภาพและขอ้ มลู
ค�ำอธิบายรายวชิ า สค0200035 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์
คำอธบิ ายรายวิชา สค02---จคำ� ณุ นธวรนรม2แลหะนจรว่ ยิ ยธกรติรมในการใชส้ ่ือสังคมออนไลน์
ระดรบั ะปดรบั ะปถรมะถศมึกศษกึ าษามัธมยัธยมจมศำศึกนึกษวษนาาตต2ออหนนนตต่ว้น้นยแกแลิตละะมมัธยธั มยศมกึ ศษกึ าษตาอตนอปนลาปยลาย
มาตรฐานที่ 5.2 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ คุณค่า และสบื ทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพอ่ื การอยู่ร่วมกัน
อยา่ งสันติสุข
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเก่ยี วกับเรอ่ื งดงั ตอ่ ไปนี้
1. การส่อื สารในยุคดจิ ิทัล
ความหมาย องค์ประกอบ และวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ความหมาย และรูปแบบของ
การสื่อสารในยุคดิจิทัล เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) มารยาทการสื่อสารในยุคดิจิทัล
แนวโน้มสือ่ ดจิ ทิ ลั ในอนาคต และกรณศี กึ ษา : การใช้ประโยชน์การสื่อสารในยุคดจิ ทิ ัล
2. คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ส่ือสงั คมออนไลน์
ความหมายและความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรม จรรยาบรรณในการใช้สื่อสังคม
ออนไลน์ ความสำคัญ การรู้เทา่ ทันสื่อ ความรับผิดชอบในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ กฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อ
สังคมออนไลน์ ความแตกต่างระหว่างคุณธรรมจริยธรรมและกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์
และกรณีศึกษา : การละเมดิ คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สอ่ื สังคมออนไลน์
การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
บรรยายสรุป กำหนดประเด็นศึกษาค้นคว้าร่วมกัน ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง พบกลุ่ม อภิปราย
ผลการศึกษาค้นคว้า สรุปผลการเรียนรู้ที่ได้ร่วมกัน ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์กรณีศึกษา จัดทำรายงานผลการ
วิเคราะห์กรณศี ึกษาสง่ ครผู สู้ อน นำเสนอผลการวิเคราะห์กรณศี ึกษา และบันทกึ ผลการเรยี นรู้ท่ีไดล้ งในเอกสาร
การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง (กรต.)
การวดั และประเมนิ ผล
ประเมินความก้าวหน้า ขณะจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยวิธีการสังเกต ซักถาม การตอบคำถาม
การตรวจรายงานผลการวิเคราะห์กรณศี ึกษา และตรวจเอกสารการเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) และประเมินผล
รวมหลังจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรเู้ สรจ็ สิน้ ด้วยวธิ ีการให้ตอบแบบทดสอบวดั ความรู้
ค คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สือ่ ออนไลน์
รหสั วิชา สค0200035
รายละเอยี ดค�ำอธบิ ายรายวิชา สค0200035 คุณธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ือ่ สังคมออนไลน์
รายละเรอะยี ดดบัคำปอรธะบิ ถามยศรากึ ยษวาิชามสัธคยจ0มจ2ำ� ศำ-น-นกึ -ววษคนนาุณต22ธอรหหนรนนมต่วแ่วน้ยลยกะแกิตจลติ ระยิ มธรัธรยมมใศนกกึ าษราใชตส้ออ่ื นสปงั ลคมายออนไลน์
ระดับประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และมธั ยมศึกษาตอนปลาย
มาตรฐานที่ 5.2 มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่า และสบื ทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี เพอ่ื การอยรู่ ่วมกัน
อยา่ งสันติสุข
ที่ หวั เรื่อง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา จำนวน
(ช่ัวโมง)
1. การสื่อสารใน 1. บอกความหมาย 1. ความหมายองค์ประกอบ และ
ยุคดจิ ิทลั 35
องค์ประกอบและวัตถปุ ระสงค์ วตั ถุประสงค์ของการสื่อสาร
ของการส่ือสารได้
2. บอกความหมายและ 2. ความหมายและรูปแบบของการ
รูปแบบของการส่ือสารใน ส่ือสารในยคุ ดจิ ทิ ลั
ยคุ ดจิ ทิ ลั ได้
3. บอกความหมายและ 3. เครือข่ายสงั คมออนไลน์ (Social
ความสำคัญของเครอื ขา่ ย Network)
ตอ่ สังคมออนไลน์ได้ 3.1 ความหมายและความสำคัญ
4. ตระหนักถงึ ความสำคญั ของเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์
ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ 3.2 ประเภทของเครือข่ายสงั คม
5. ระบปุ ระเภทของ ออนไลน์ท่นี ยิ มใชใ้ นปัจจุบัน
เครอื ข่ายสงั คมออนไลนท์ ี่ 3.3 ประโยชนแ์ ละข้อจำกัดของ
นยิ มใช้ในปจั จบุ ัน เชน่ เครือข่ายสังคมออนไลน์
Facebook Instagram
Twitter เป็นตน้
6. บอกประโยชนแ์ ละ
ขอ้ จำกดั ของเครือขา่ ยสงั คม
ออนไลนไ์ ด้
7. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์
และข้อจำกดั ของเครือข่าย
สงั คมออนไลน์และสามารถ
ปรับใช้ได้อยา่ งเหมาะสม
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ือ่ ออนไลน์ ง
รหสั วิชา สค0200035
ที่ หวั เรอ่ื ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา จำนวน
(ชว่ั โมง)
8. มีมารยาทการส่ือสารใน 4. มารยาทการสื่อสารในยคุ ดิจทิ ลั
ยุคดจิ ทิ ัลและประยุกตใ์ ช้ได้
9. วิเคราะหแ์ ละอธบิ าย 5. แนวโนม้ ส่ือดิจทิ ัลในอนาคต
แนวโนม้ สื่อดจิ ทิ ลั ในอนาคต
ได้
10. วเิ คราะหก์ รณีศึกษา : 6. กรณีศกึ ษา : การใช้ประโยชน์
การใชป้ ระโยชนก์ ารสื่อสาร การส่อื สารในยุคดจิ ทิ ลั
ในยุคดจิ ิทัลได้
2. คุณธรรมและ 1. บอกความหมายและ 1. ความหมายและความสำคัญของ 45
จริยธรรมในการใช้ อธบิ ายความสำคัญของ คุณธรรมและจรยิ ธรรม
สือ่ สังคมออนไลน์ คุณธรรมและจริยธรรมได้
2. ตระหนักถงึ ความสำคญั 1.1 ความหมายของคณุ ธรรมและ
ของคณุ ธรรมและจริยธรรม จริยธรรม
3. บอกจรรยาบรรณในการ 1.2 ความสำคัญของคณุ ธรรม
ใช้ส่อื สังคมออนไลน์ และ และจรยิ ธรรม
อธบิ ายความสำคัญได้ 2. จรรยาบรรณในการใช้สอ่ื สังคม
4. ตระหนักถงึ ความสำคัญ ออนไลน์และความสำคญั
ของจรรยาบรรณในการใช้
ส่ือสงั คมออนไลน์ 3. การรู้เท่าทันสื่อ
5. อธิบายแนวคิด 3.1 แนวคิดการรเู้ ท่าทนั ส่ือ
ความสำคญั องคป์ ระกอบ 3.2 ความสำคัญของ
ของการรเู้ ท่าทนั สือ่ และ
เลือกใช้สือ่ ได้อย่าง การรู้เทา่ ทันส่ือ
เหมาะสม 3.3 องคป์ ระกอบของ
6. ตระหนกั และเหน็
ความสำคญั ของการรูเ้ ทา่ การรู้เท่าทนั สื่อ
ทนั สือ่ 3.4 แนวทางการปฏบิ ัตใิ หร้ ู้
เท่าทนั ส่อื
3.5 ข้อควรระวังในการใช้ส่อื
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เน้ือหา จำนวน
(ชั่วโมง)
7. ยกตวั อย่าง 4. ความรับผิดชอบในการใช้สื่อ
การแสดงออกถงึ สงั คมออนไลน์
ความรบั ผิดชอบในการใช้ 4.1 ตอ่ ตนเอง
สือ่ สังคมออนไลน์ได้ 4.2 ต่อบุคคลอ่นื
8. ตระหนักถงึ 4.3 ต่อสงั คม
ความรบั ผิดชอบในการใช้
สื่อสงั คมออนไลน์
9. บอกสาระสำคัญของ 5. กฎหมายเกย่ี วกับการใช้สอ่ื สงั คม
กฎหมายเกี่ยวกบั การใช้ ออนไลน์
สื่อสงั คมออนไลน์ได้
10. วิเคราะห์ข้อแตกต่าง 6. ขอ้ แตกตา่ งระหว่างคณุ ธรรม
ระหว่างคณุ ธรรม จรยิ ธรรม จริยธรรมและกฎหมายเกย่ี วกับ
และกฎหมายเกยี่ วกบั การ การใช้สอื่ สังคมออนไลน์
ใช้ส่อื สังคมออนไลน์ใน
สถานการณ์ท่ีกำหนดได้
11. วเิ คราะห์กรณีศกึ ษา: 7. กรณีศึกษา: การละเมดิ คุณธรรม
การละเมิดคณุ ธรรมและ และจริยธรรมในการใช้สื่อสังคม
จริยธรรมในการใช้สื่อสงั คม ออนไลน์
ออนไลน์ท่ีศึกษาได้
12. ตระหนักถึงผลกระทบ
ของการละเมดิ คุณธรรม
และจรยิ ธรรมในการใช้สื่อ
สงั คมออนไลน์
ค�ำแนะนำ� ในการใชห้ นังสือเรียน
แบบเรยี นรายวิชา สค0200035 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สื่อสงั คมออนไลน์ เป็นหนังสอื เรยี นที่
จัดทำ� ขน้ึ สำ� หรับผเู้ รียนนอกระบบ ในการศกึ ษาหนงั สือเรยี นรายวิชาเลือก ผู้เรียนควรปฏิบตั ิดงั นี้
1. ศึกษาโครงสร้างรายวิชาให้เข้าใจในหัวข้อและสาระส�ำคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและขอบข่าย
เนื้อหา ของรายวิชาน้นั ๆ โดยละเอยี ด
2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแต่ละบทอย่างละเอียดและท�ำกิจกรรมที่ก�ำหนด แล้วท�ำความเข้าใจ
ก่อนท่ีจะศกึ ษา
3. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทา้ ยบทของแตล่ ะบท เพอื่ ใชใ้ นการสรปุ ความรู้ ความเขา้ ใจของเนอื้ หา ในเรอื่ งนนั้ ๆ
อีกครั้งและการปฏิบัติกิจกรรมแต่ละเนื้อหา แต่ละเรื่องผู้เรียนสามารถน�ำไปตรวจสอบกับครูและเพื่อนท่ีร่วม
เรียนในรายวิชาและระดับเดยี วกันได้
4. หนังสือเรียนนมี้ ี 2 บท
บทที่ 1 การสอื่ สารในยคุ ดจิ ิทัล
บทท่ี 2 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่ือสังคมออนไลน์
จ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ส่อื ออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
โครงสร้างรายวชิ า สค0200035 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื สังคมออนไลน์
สาระสำ� คญั
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อื่ สงั คมออนไลน์ มคี วามสำ� คญั ตอ่ การใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นปจั จบุ นั เปน็
อย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันท�ำให้ส่ือสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากข้ึน ดังน้ันเพ่ือเป็นการ
ป้องกันปัญหาต่าง ๆ ท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จึงควรศึกษาในด้านคุณธรรม จริยธรรม
จรรยาบรรณในการสอื่ สงั คมออนไลน์ รวมถงึ ศกึ ษาในดา้ นกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง มารยาทในการใชส้ อื่ สงั คมออนไลน์
ความรับผดิ ชอบในการใช้สอื่ สังคมออนไลน์ และการร้เู ท่าทนั ส่ือ
ผลการเรยี นรูท ่ีคาดหวัง
1. มีความเข้าใจการสือ่ สารในยุคดจิ ทิ ลั และเครือข่ายสงั คมออนไลน์
2. มมี ารยาทในการสอ่ื สารในยุคดิจทิ ลั
3. เข้าใจและตระหนักถึงความสำ� คัญของคุณธรรมและจรยิ ธรรม
4. อธิบายและตระหนักถงึ ความส�ำคัญของจรรยาบรรณในการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์
5. ตระหนักและเหน็ ความส�ำคัญของการรเู้ ท่าทันส่อื
5. มคี วามรับผดิ ชอบในการใชส้ ่อื สังคมออนไลน์
6. รบั ทราบถึงกฎหมายเก่ียวกบั การใชส้ อื่ สังคมออนไลน์
ขอบขา่ ยเนื้อหา
บทท่ี 1 การสือ่ สารในยุคดจิ ิทลั
บทท่ี 2 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สื่อสงั คมออนไลน์
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ือ่ ออนไลน์ ฉ
รหัสวิชา สค0200035
แบบทดสอบก่อนเรยี น
ใหผ้ เู้ รยี นเลอื กคำ� ตอบทถ่ี กู ตอ้ งเพียงข้อเดยี ว
1. ข้อใดคือองคป์ ระกอบของการส่อื สาร
ก. สาร และ สื่อ
ข. ผู้ส่งสาร และ ผรู้ บั สาร
ค. ผู้สง่ สาร สาร สื่อ และผู้รบั สาร
ง. ผ้สู ง่ สาร สาร ส่ือ อุปกรณส์ ือ่ สาร และผ้รู บั สาร
2. บุคคลในขอ้ ใดใชเ้ ครือขา่ ยสังคมออนไลนไ์ ด้ถูกประเภท
ก. หมาก เข้าร่วมกลมุ่ Facebook ส�ำหรับคนปลูกตน้ ไม้
ข. หมวิ หาเพ่อื นต่างเพศเพ่ือพูดคุยแก้เหงาใน WordPress
ค. หมู สนใจการเขียน Blog จงึ สมคั รบัญชีใน Instagram
ง. ใหม่ หาข้อมลู การทำ� รายงานวชิ าการจาก Pinterest
3. แอปพลิเคชันในข้อใดท่ีเน้นความเร็วในการส่งข้อความเข้าส่สู ังคมออนไลน์
ก. TikTok
ข. Twitter
ค. Facebook
ง. YouTube
4. ขอ้ ใดถอื เป็นขอ้ จำ� กัดของเครือข่ายสงั คมออนไลน์
ก. สามารถแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ความรูใ้ นสิง่ ทส่ี นใจร่วมกนั ได้
ข. ท�ำให้การช่วยเหลอื เขา้ ถงึ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ มากย่ิงขึ้น
ค. ผู้ทำ� ผลงานอาจโดนขโมยผลงาน เพราะใชส้ อื่ ในการเผยแพรผ่ ลงาน
ง. ใช้เป็นสอื่ ในการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ หรอื บรกิ ารลกู ค้าส�ำหรบั บรษิ ัทและองคก์ รต่าง ๆ
5. แพรวาตรวจสอบขอ้ มลู ทกุ ครง้ั เมอื่ ไดร้ บั ขอ้ ความสง่ ตอ่ ทาง LINE กอ่ นสง่ ตอ่ ใหผ้ อู้ น่ื แพรวามมี ารยาทในดา้ นใด
ก. ด้านระยะเวลาในการใช้บรกิ าร
ข. ดา้ นการใช้ขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ย
ค. ด้านการตดิ ต่อสือ่ สารกบั เครอื ข่าย
ง. ดา้ นตดิ ตอ่ สือ่ สารระหวา่ งผู้ใช้
ช คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ อ่ื ออนไลน์
รหสั วชิ า สค0200035
6. ข้อใดคือตัวย่อภาษาองั กฤษของระบบปัญญาประดษิ ฐ์
ก. ATM
ข. AI
ค. BTS
ง. MRT
7. ข้อใดคือการใช้ปญั ญาประดิษฐ์ในด้านการแพทย์
ก. การใช้แขนกลในการช่วยผา่ ตดั
ข. การสำ� รวจปล่องภูเขาไฟ
ค. หุน่ ยนต์ที่โตต้ อบกับมนษุ ย์ได้
ง. เครอื่ งบินไร้คนขบั
8. ขอ้ ใดคอื ความหมายของค�ำว่าคณุ ธรรม
ก. ความประพฤติหรอื กริ ิยาทคี่ วรประพฤติ
ข. คณุ งามความดที เ่ี ปน็ ธรรมชาติ ทกี่ อ่ ให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม
ค. การรจู้ กั ขม่ ใจตนเอง ฝึกใจตนเองใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ัติอยูใ่ นความสัตยค์ วามดนี ัน้
ง. การรกั ษาความสตั ย์ ความจริงใจต่อตัวเองทจ่ี ะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งทีเ่ ปน็ ประโยชนแ์ ละเปน็ ธรรม
9. ข้อใดมิใชค่ วามสำ� คัญของคณุ และจรยิ ธรรม
ก. ช่วยให้มีทรัพยส์ นิ เพ่มิ มากขึน้
ข. ชว่ ยสร้างความมรี ะเบยี บให้กับตนเอง ผู้อืน่ และสงั คม
ค. ช่วยให้บุคคลด�ำเนินชวี ิตด้วยความราบรนื่ และสงบสุข
ง. ชว่ ยให้เกิดการน�ำความรูแ้ ละประสบการณ์มาสรา้ งสรรคใ์ นสง่ิ ที่มีคณุ คา่
10. บคุ คลในข้อใดเปน็ ผมู้ จี รยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
ก. แตงโม แชรข์ า่ วทไ่ี ดม้ าทาง LINE ทกุ คร้งั โดยไมต่ รวจสอบ
ข. มะเหม่ยี ว ชอบใช้คอมพวิ เตอร์ของเพ่ือนโดยทเี่ พือ่ นไมท่ ราบ
ค. สม้ อา้ งอิงเวบ็ ไซต์และผู้เขียนทกุ ครง้ั ทีม่ กี ารนำ� ข้อมลู มาท�ำรายงาน
ง. ชมพู่ ไปหา้ งสรรพสนิ คา้ ทขี่ ายคอมพิวเตอรเ์ พอื่ ไปซอ้ื ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายเพราะราคาถูก
11. ข้อใดมิใชแ่ นวทางในการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาสงั คมที่เกิดจากเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ก. ใช้แนวทางสร้างจรยิ ธรรม
ข. สรา้ งความเข้มแขง็ ให้กบั ตนเอง
ค. อ้างความเปน็ เจ้าของในงานของผอู้ ่ืน
ง. ใช้แนวทางการควบคุมสังคมโดยใชว้ ัฒนธรรมทด่ี ี
12. บุคคลในขอ้ ใดมีจรรยาบรรณในการใชก้ ระดานขา่ ว
ก. เคก้ ไม่เขียนพาดพิงถงึ ผอู้ ่ืน
ข. แคท เขยี นเรอื่ งด้วยความกระชับ ได้ใจความ
ค. คมิ ลงชื่อและลายเซน็ ทกุ ครงั้ ในการเขยี นขา่ วลงในกระดานข่าว
ง. ถกู ทกุ ขอ้
13. ข้อใดมิใช่การพัฒนาทักษะการเรียนรเู้ พือ่ การรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื
ก. การอา้ งองิ ผลงาน
ข. การวิเคราะห์
ค. การสร้างสรรค์
ง. การเข้าถงึ
14. พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำ� ความผิดเกยี่ วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มโี ทษปรบั การฝากร้านใน Facebook เป็น
จ�ำนวนเงนิ เท่าใด
ก. 100,000 บาท
ข. 200,000 บาท
ค. 300,000 บาท
ง. 500,000 บาท
15. ขอ้ ใดคอื บทลงโทษในการท�ำผดิ ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
ก. ปรบั เป็นตวั เงินและจำ� คกุ
ข. จ�ำคุกเปน็ เวลาขน้ั ต่�ำ 10 ปี
ค. มีบทลงโทษเปน็ ลายลักษณอ์ กั ษรชัดเจน
ง. ไม่มบี ทลงโทษตายตวั แตจ่ ะถกู สังคมวิพากษ์ วจิ ารณ์
1บทที่ การสอื่บทสที่า1รในยุคดิจิทัล
การส่อื สารในยคุ ดจิ ทิ ัล
ภาพท่ี 1 การส่ือสารในยุคดิจิทัล
เรือ่ งที่ 1 ความหมาย องคป์ ระกอบ และวตั ถุประสงคข์ องการส่อื สาร
ความหมายของการสือ่ สาร
การสื่อสาร (communication) หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร ขอ้ มลู ความรู้ ประสบการณ์
ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือความต้องการจากผู้ส่งสารโดยผ่านสื่อต่าง ๆ ท่ีออกมาในรูปแบบของการพูด
การเขยี น สัญลักษณ์อนื่ ใด การแสดงหรอื การจัดกิจกรรมตา่ ง ๆ ไปยงั ผรู้ บั สาร ซ่ึงอาจจะใชก้ ระบวนการสื่อสาร
ที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม หรือความจำเป็นของตนเองและคู่สื่อสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิด
การรับรู้ร่วมกันและมีปฏิกิรยิ าตอบสนองต่อกัน บริบททางการสื่อสารที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้
การสอ่ื สารสมั ฤทธิผ์ ล
องคป์ ระกอบของการสื่อสาร
องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั ของการสือ่ สาร มี 4 ประการ ดังนี้
1. ผู้สง่ สาร (sender) หรือ แหลง่ สาร (source) หมายถงึ บุคคล กลมุ่ บุคคล หรอื หน่วยงานท่ีทำหน้าท่ี
ในการส่งสาร หรือเป็นแหล่งกำเนิดสาร ที่เป็นผู้เริ่มต้นส่งสารด้วยการแปลสารนั้นให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์
ที่มนุษย์สร้างขึ้นแทนความคิด ได้แก่ ภาษาและอากัปกิริยาต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ข่าวสาร
ความตอ้ งการและวัตถุประสงค์ของตนไปยังผู้รับสารด้วยวธิ ีการใด ๆ หรอื สง่ ผ่านชอ่ งทางใดก็ตาม จะโดยต้ังใจ
หรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น ผู้พูด ผู้เขียน กวี ศิลปิน นักจัดรายการวิทยุ ผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าว โฆษกรัฐบาล
องค์การ สถาบัน สถานีวิทยุกระจายเสยี ง สถานีวทิ ยโุ ทรทัศน์ กองบรรณาธกิ ารหนังสือพมิ พ์ หน่วยงานของรัฐ
บริษทั สถาบนั ส่ือมวลชน เปน็ ตน้
ผู้ส่งสารจะเปน็ บคุ คลหนึ่งที่มีความสำคญั ในการที่จะเปน็ ผูเ้ ริ่มต้นสื่อสาร ถือเป็นบุคคลแรกทีจ่ ะทำให้
กระบวนการในการสื่อสารเกิดขึ้น แต่เนื่องจากการสื่อสารของมนุษย์มีหลายประเภทและหลายระดับ
เพราะฉะนั้นจำนวนของผู้ส่งสารจึงอาจจะแตกต่างกันไป เช่น การสื่อสารสาธารณะรูปแบบหนึ่ง คื อ
การอภิปราย ผู้ส่งสาร อาจมีจำนวนมากกว่า 1 คน และผู้ส่งสารอาจไม่สามารถส่งสารในฐานะที่เป็นตัวของ
ตัวเอง แต่อาจจะส่งสารในฐานะที่เป็นตัวแทนของหน่วยงาน หรือ สถาบันใดสถาบันหนึ่ง ส่วนในกระบวนการ
สื่อสารมวลชนผู้ส่งสารก็คือตัวแทนขององค์กรเกีย่ วกับการสือ่ สารมวลชน ซ่ึงนอกจากจะส่งสารในฐานะทีเ่ ปน็
ตวั ของตวั เองแลว้ ก็ยงั ต้องมีความรบั ผดิ ชอบในฐานะที่เปน็ ตัวแทนของสถาบนั การสือ่ สารมวลชนนั้น ๆ ด้วย
ภาพที่ 2 นักจัดรายการวิทยถุ ือเปน็ ผู้ส่งสาร
คุณสมบตั ขิ องผู้ส่งสาร
1. เป็นผู้ที่มีเจตนาและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนที่จะให้ผู้รับสารรับรู้จุดประสงค์ของตนในการ
สง่ สาร แสดงความคิดเหน็ หรอื วจิ ารณ์
2. เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาของสารที่ต้องการจะสื่อออกไปให้กับผู้รับสาร
เปน็ อย่างดี
3. เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพและลักษณะท่ีดี มีความน่าเชื่อถือ และมีความรับผดิ ชอบในฐานะเปน็
ผู้ส่งสาร
4. เปน็ ผู้ทส่ี ามารถเข้าใจความพร้อมและความสามารถในการรบั สารของผูร้ บั สาร
5. เปน็ ผรู้ จู้ กั เลอื กใช้วิธีการที่เหมาะสมในการส่งสารหรือนำเสนอสารใหแ้ กผ่ ู้รับสาร
2. สาร (message) หมายถึง เรื่องราวที่มีความหมายหรือสิ่งต่าง ๆ ที่อาจอยู่ในรูปของข้อมูล ความรู้
ความคิด ความต้องการ อารมณ์ ซึ่งถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารให้รับรู้ และแสดงออกมาโดยอาศัย
ภาษาหรือสัญลกั ษณ์ใด ๆ ที่สามารถทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกนั ได้ เช่น ข้อความที่พูด ข้อความที่เขียน บทเพลง
ทรี่ ้อง รูปทีว่ าด เรอ่ื งราวทอ่ี า่ น ทา่ ทางทสี่ อ่ื ความหมาย เป็นตน้
ความสำคัญของสารที่ถูกส่งมาจากผู้ส่งสาร คือ การทำหน้าที่เร้าให้ผู้รับสารเกิดการรับรู้ความหมาย
และมีปฏิกิริยาตอบสนอง การที่ผู้รับสารจะรับสารที่ถูกส่งมาในรูปของสัญลักษณ์ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า
ผู้รับสารมีทักษะในการรับสารมากหรือน้อย ซึ่งทักษะในการรับสาร ได้แก่ ความสามารถในการคิด พิจารณา
ความเขา้ ใจทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน หากผ้รู บั สารแสดงพฤติกรรมการรับสารตรงกบั พฤติกรรมของผู้ส่งสาร
เช่น ฟังอา่ น ดู สงั เกต แสดงวา่ ผู้รบั สารมีทักษะในการรับสารนน้ั โดยทัว่ ไปประกอบดว้ ยส่วนสำคัญ 3 ประการ
คือ
2 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อื่ ออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
1. รหัสของสาร (message codes) ได้แก่ ภาษา สัญลักษณ์ หรือสัญญาณที่มนุษย์ใช้เพ่ือ
แสดงออกแทนความรู้ ความคิด อารมณ์ หรือความรู้สึกตา่ ง ๆ
2. เนอ้ื หาของสาร (message content) หมายถงึ บรรดาความรู้ ความคิดและประสบการณ์
ทีผ่ ูส้ ่งสารต้องการจะถา่ ยทอดเพื่อการรับรู้ร่วมกัน แลกเปลยี่ นเพ่อื ความเขา้ ใจร่วมกนั หรอื โต้ตอบกนั
3. การจัดสาร (message treatment) หมายถึง การรวบรวมเนื้อหาของสาร แล้วนำมา
เรียบเรียงให้เป็นไปอย่างมีระบบ เพื่อให้ได้ใจความตามเนื้อหาที่ต้องการด้วยการเลือกใช้รหัสสาร
ท่เี หมาะสม
3. สื่อหรือช่องทาง (media or channel) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการสื่อสาร
หมายถึง สิ่งที่เป็นพาหนะของสาร ทำหน้าที่นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ผู้ส่งสารต้องอาศัยสื่อหรือ
ช่องทางทำหน้าทน่ี ำสารไปสูผ่ ู้รับสาร
การจดั แบง่ ประเภทของส่ือท่ีมนุษย์ใชใ้ นการส่ือสารนั้น อาจแบง่ ไดห้ ลายแบบไม่มีข้อกำหนดท่ีแน่นอน
เช่น อาจแบ่งโดยใช้ลักษณะของสื่อเป็นเกณฑ์ หรืออาจแบ่งโดยใช้จำนวนและลักษณะของการเข้าถึงผู้รับสาร
เป็นเกณฑก์ ไ็ ด้ การแบง่ แบบใชล้ กั ษณะของสื่อเป็นเกณฑ์ มี 5 ประเภท คอื
1. สื่อธรรมชาติ ได้แก่ บรรยากาศที่อยู่รอบตัวมนุษย์อันมีอยู่ตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็น
ทางตดิ ต่อของการส่อื สารระหว่างบุคคลแบบเผชิญหนา้
2. สื่อมนุษย์ ได้แก่ บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นสื่อนำสารไปสู่ผู้รับ เช่น คนนำสาร นักเล่านิทาน
โฆษก ตวั แทนการเจรจาปัญหาต่าง ๆ เป็นตน้
3. สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ สื่อทุกชนิดที่อาศัยเทคนิคการพิมพ์ เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ ใบปลิว
แผน่ พับ วารสาร นติ ยสาร ใบประกาศหรอื แจง้ ความ โปสเตอร์ภาพ เปน็ ต้น
ภาพที่ 3 สื่อสงิ่ พมิ พ์
4. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ สื่อที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบเครื่องกลไกไฟฟ้าเป็นหลัก เช่น วิทยุ
โทรทัศน์ โทรพิมพ์ เทปเสียง วีดีโอเทป เครื่องฉายภาพ เครื่องฉายภาพยนตร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์
เป็นตน้
5. สื่อระคน ได้แก่ สื่อที่ทำหน้าที่นำสารได้แต่ไม่อาจจัดไว้ใน 4 ประเภท ข้างต้น เช่น
หนงั สอื พมิ พก์ ำแพง วัตถุจารึก ส่ือพื้นบ้าน เป็นตน้
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่อื ออนไลน์ 3
รหสั วชิ า สค0200035
4. ผู้รับสาร (receiver) หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือมวลชนที่รับเรื่องราวข่าวสารจากผู้ส่งสาร
และแสดงปฏิกิริยาตอบกลับ (Feedback) ต่อผู้ส่งสาร หรือส่งสารต่อไปถึงผู้รับสารคนอื่น ๆ ตามจุดมุ่งหมาย
ของผู้ส่งสาร เช่น ผู้เข้าร่วมประชุม ผู้ฟังรายการวิทยุ กลุ่มผู้ฟังการอภิปราย ผู้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์
เป็นตน้
วตั ถปุ ระสงค์ของการส่ือสาร
1. เพื่อแจ้งให้ทราบ (inform) ในการทำการสื่อสาร ผู้ทำการสื่อสารควรมีความต้องการที่จะ
บอกกล่าวหรอื ช้แี จงข่าวสาร เรอ่ื งราว เหตกุ ารณ์ หรือส่งิ อืน่ ใดให้ผรู้ ับสารไดร้ บั ทราบ
2. เพื่อสอนหรือให้การศึกษา (teach or education) ผู้ทำการสื่อสารอาจมีวัตถุประสงค์
เพื่อถา่ ยทอดวิชาความรู้ หรอื เร่อื งราวเชงิ วชิ าการ เพอ่ื ใหผ้ ู้รับสารได้มีโอกาสพฒั นาความรูใ้ ห้เพมิ่ พนู ยิง่ ขน้ึ
3. เพื่อสร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง (please or entertain) ผู้ทำการสื่อสารอาจใช้
วัตถุประสงค์ในการส่ือสารเพื่อสร้างความพอใจ หรือให้ความบันเทิงแก่ผู้รับสาร โดยอาศัยสารท่ีตนเองส่งออก
ไป ไม่ว่าจะอย่ใู นรปู ของการพดู การเขียน หรอื การแสดงกิรยิ าต่าง ๆ
4. เพื่อเสนอหรือชักจูงใจ (Propose or persuade) ผู้ทำการสื่อสารอาจใช้วัตถุประสงค์
ในการสื่อสารเพื่อให้ข้อเสนอแนะ หรือชักจูงใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อผู้รับสาร และอาจชักจูงใจให้ผู้รับสาร
มคี วามคดิ คลอ้ ยตาม หรือยอมปฏิบัตติ ามการเสนอแนะของตน
5. เพื่อเรียนรู้ (learn) วัตถุประสงค์นี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้รับสาร การแสวงหา
ความรู้ของผู้รับสาร โดยอาศัยลักษณะของสาร ในกรณีนี้จะเป็นสารที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับวิชาความรู้
เปน็ การหาความรูเ้ พิม่ เติมและเปน็ การทำความเข้าใจกบั เน้ือหาของสารที่ผู้ทำการสื่อสารถ่ายทอดมาถึงตน
6. เพอ่ื กระทำหรือตัดสินใจ (dispose or decide) ในการตัดสินใจกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจได้รับการเสนอแนะ หรือชกั จงู ใจให้กระทำอยา่ งนัน้ อยา่ งนีจ้ ากบคุ คลอืน่ อย่เู สมอ ซ่ึงมีผลตอ่ การตัดสินใจ
ภาพท่ี 4 การสื่อสาร
4 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์
รหสั วิชา สค0200035
เร่อื งท่ี 2 ความหมายและรูปแบบของการสอื่ สารในยคุ ดจิ ิทลั
ภาพที่ 5 การส่ือสารในยุคดจิ ิทลั
ความหมายของการส่อื สารในยุคดจิ ิทัล
การสื่อสารในยุคดิจิทัล หมายถึง การสื่อสารระหว่างบุคคลและสังคมผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
โดยการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้น และเป็นการ
สอ่ื สารผา่ นชอ่ งทางดิจิทลั แพลตฟอร์ม
รูปแบบของการส่ือสารในยุคดจิ ิทลั
- การสื่อสารแบบด้วยตัวอักษร (Text) ตัวอักษร (Text) คือ การนำเสนอข้อความเชิง
มัลติมีเดียโดยปกติการเขียนข้อความโดยทั่วไปจะใช้ในกระบวนการติดต่อสื่อสาร โดยเน้นทำให้ผู้อ่านเข้าใจ
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการเขียน แต่การสื่อสารด้วยข้อความในเชิงของมัลติมีเดีย นอกจากจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจแล้ ว
ยงั สามารถสือ่ ถึงอารมณ์ ความรู้สกึ ของผู้นำเสนออกี ด้วย
- การสอ่ื สารแบบดว้ ยภาพน่ิง (Image) คอื ภาพที่ประกอบดว้ ยภาพวาด ภาพถา่ ย ภาพทีเ่ ป็น
ลวดลายเชิงเส้น ที่หยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหว การนำเสนอเป็นภาพนิ่งทำให้การรับรู้ของผู้ที่มองเห็น สื่อถึง
อารมณ์และความรู้สึกได้ลึกซึ้งมากกว่าตวั อักษร โปรแกรมสำเร็จรูปท่ีใช้สำหรับการสร้างภาพนิ่ง เช่น Adobe
Photoshop Paint.NET เปน็ ต้น
ภาพท่ี 6 การตกแตง่ ภาพด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop
คุณธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ือ่ ออนไลน์ 5
รหัสวิชา สค0200035
- การสื่อสารด้วยภาพเชิงสัญลักษณ์ (Emoticon และ Sticker) การใช้ Emoticon แต่เดิมมี
การเริ่มต้นมาจากการงานโปรแกรมสนทนา โดยมีการพิมพ์ตัวอักษรเพื่อที่จะแสดงความรู้สึก เช่น :) หมายถึง
ยิ้ม และ :- ( หมายถึง ไม่พอใจ เป็นต้น และได้มีการพัฒนารูปแบบขึ้นเป็นรูป (มักเรียกว่า Emoticon มาจาก
Emotion + Icon) แต่ในปจั จบุ นั มีการใช้ Emoji แทน Emoticon
ภาพท่ี 7 Emoji
ภาพท่ี 8 Emoticon
- การสื่อสารแบบด้วยภาพเคลื่อนไหวจริง (Video) วิดีโอเป็นองค์ประกอบของมัลติมีเดีย
ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากวิดีโอในระบบดิจิตอลสามารถนำเสนอข้อความหรือรูปภาพ (ภาพนิ่ง
หรือภาพเคลื่อนไหว) ประกอบกับเสียงไปพร้อมกันได้สมบูรณ์มากกว่าองค์ประกอบชนิดอื่น ๆ ทำให้เกิด
ความน่าสนใจในการนำเสนอมากย่งิ ขน้ึ
- การสื่อสารแบบด้วยภาพเคลื่อนไหวจริงแบบทันที่ทันใด (Real Time Video/Live Video)
การสื่อสารด้วยวิธีนี้เป็นวธิ ีที่มปี ระสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ในการเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกพร้อม ๆ กัน ถึงแม้ว่าผู้ชม
จะอยู่ที่ใดหรือใช้อุปกรณ์ใด ทั้งการประชุมออนไลน์ การสอนออนไลน์ หรือการขายของทางออนไลน์ที่ทุกคน
สามารถเข้าถึงได้
6 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์
รหสั วิชา สค0200035
เรอ่ื งท่ี 3 เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ (Social Network)
3.1 ความหมายและความสำคัญของเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์
เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) หมายถึง เว็บไซต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้
ผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ตสามารถสร้างเครือข่ายสังคม เพื่อใช้ในการสื่อสาร แบ่งปันข้อมูล เขียน และอธิบาย
ความสนใจหรือกิจกรรมท่ีไดท้ ำ และเชอ่ื มโยงกบั ความสนใจและกจิ กรรมของผู้อื่น เชน่ Facebook Instagram
TikTok Reddit Twitter เป็นต้น
เครือข่ายสังคมออนไลน์ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลา การมีเครือข่ายสังคมออนไลน์จะทำให้ก้าวทันโลก สามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทุกคน
เข้าถึงเทคโนโลยี มีความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มีสังคมใหม่ ๆ เกิดขึ้ น
จากคนทีม่ ีความชอบ ความสนใจท่ีคล้ายกนั เมอ่ื มารวมตวั กนั ในเครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์ จึงเกิดสังคมใหมข่ น้ึ
3.2 ประเภทของเครือข่ายสงั คมออนไลน์และส่อื สังคมออนไลน์ที่นยิ มใช้ในปจั จุบนั
ภาพที่ 9 เครือข่ายและสื่อสังคมออนไลน์ทนี่ ยิ มใช้ในปัจจุบัน
ประเภทของเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์และสอื่ สังคมออนไลน์ มีด้วยกนั หลายชนิด ข้นึ อยูก่ ับลักษณะของ
การนำมาใชโ้ ดยสามารถแบ่งเปน็ กล่มุ หลกั ดงั น้ี
1. Weblogs หรือ Blogs คือ สื่อส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้
ข้อคิดเห็น หรือบันทึกส่วนตัว โดยสามารถแบ่งปันให้บุคคลอื่น โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน หรือแสดง
ความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ ซึ่งการแสดงเนื้อหาของบล็อกนั้นจะเรียงลำดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เนื้อหาเก่า ผู้เขียน
และผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาย้อนหลังเพื่ออ่านและแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา เช่น Medium Storylog
WordPress Blogger Blockdit Wix เปน็ ตน้
2. Social Networking หรอื เครอื ข่ายทางสงั คมในอินเทอรเ์ น็ต ซง่ึ เป็นเครือข่ายทางสงั คมท่ีใช้สำหรับ
เชื่อมต่อระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล เพื่อให้เกิดเป็นกลุ่มสังคม (Social Community) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยน
และแบง่ ปันขอ้ มูลระหวา่ งกันทั้งดา้ นธรุ กจิ การเมอื ง การศึกษา รสนิยม ความสนใจ เช่น Facebook Linkedin
Clubhouse เป็นตน้
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์ 7
รหัสวชิ า สค0200035
3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรือบล็อกจิ๋ว เป็นเว็บเซอร์วิสหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการแก่
บุคคลทั่วไป สำหรับให้ผู้ใช้บริการเขียนข้อความสั้น ๆ ประมาณ 140 ตัวอักษร ที่เรียกว่า “Status” หรือ
“Notice” เพื่อแสดงสถานะของตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรือแจ้งข่าวสารต่าง ๆ แก่กลุ่มเพื่อนในสังคม
ออนไลน์ ทั้งนี้การกำหนดให้ใช้ข้อมูลในรูปข้อความสั้น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่เป็นทั้งผู้เขียนและผู้อ่านเข้าใจง่าย เชน่
Twitter Tumblr เป็นตน้
4. Online Video เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิดีโอออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
และขยายตวั อยา่ งรวดเรว็ เน่อื งจากเน้ือหาที่นำเสนอในวดิ โี อออนไลน์ไม่ถูกจำกัดโดยผังรายการที่แน่นอนและ
ตายตัว ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามชมได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ใช้สามารถเลือกชมเนื้อหาได้ตาม
ความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บวิดีโออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้จำนวนมากอีกด้วย เช่น YouTube
Netflix Viu เป็นต้น
5. Photo Sharing เป็นเว็บไซต์ที่เน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยผู้ใช้บริการสามารถอัปโหลดและ
ดาวน์โหลดรูปภาพเพื่อนำมาใช้งานได้ ที่สำคัญนอกเหนือจากผู้ใช้บริการจะมีโอกาสแบ่งปันรูปภาพแล้ว
ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่เพื่อเสนอขายภาพที่ตนเองนำเข้าไปฝากได้อีกด้วย เช่น Pinterest Flickr
Photobucket เปน็ ต้น
6. Wikis เป็นเว็บไซตท์ ่มี ลี ักษณะเปน็ แหล่งข้อมูลหรือความรู้ (Data/Knowledge) ซงึ่ ผ้เู ขียนส่วนใหญ่
อาจจะเป็นนักวิชาการ นักวิชาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น Wikipedia Encyclopedia Infoplease
เปน็ ต้น
7. Virtual worlds หรือ โลกเสมือน คือ การจัดการเรียนรู้บนสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่มีลักษณะ
เปน็ สามมติ ิ ท่สี ามารถตอบสนองต่อการใช้งานของผใู้ ชห้ ลายคนพร้อมกันผา่ นเครือขา่ ยออนไลน์ โดยมี Avatar
หรือตัวจำลองเป็นตัวแทนของผู้ใช้แต่ละคนที่จะใช้ในการพบปะพูดคุย และติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้คนอื่น ๆ
ในโลกเสมือน เชน่ Second Life Stardoll Metaverse เป็นต้น
ภาพท่ี 10 โลกเสมือนจริง Metaverse
8 คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ่ือออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคำสองคำคือ Crowd และ Outsourcing เป็นหลักการ
ขอความรว่ มมอื จากบุคคลในเครือขา่ ยสังคมออนไลน์ โดยสามารถจัดทำในรปู ของเวบ็ ไซต์ท่ีมีวัตถุประสงค์หลัก
เพอ่ื คน้ หาคำตอบและวิธีการแก้ปญั หาต่าง ๆ ทัง้ ทางธรุ กิจ การศึกษา รวมทง้ั การสอ่ื สาร โดยอาจจะเป็นการดึง
ความร่วมมือจากเครือข่ายทางสังคมมาช่วยตรวจสอบข้อมูลเสนอความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ กลุ่มคนที่
เข้ามาให้ข้อมูลอาจจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่อยู่ในภาคธุรกิจหรือแม้แต่ใน
สังคมนกั ขา่ ว เชน่ Innocentive Openideo Amazon Mechanical Turk เปน็ ต้น
9. Podcasting หรือ Podcast คือ การบันทึกภาพและเสียงแล้วนำมาไว้ในเว็บเพจ (Web Page)
เพอื่ เผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ท่สี นใจดาวนโ์ หลดเพื่อนำไปใช้งาน เชน่ Buzzsprout
Captivate Podbean เปน็ ต้น
10. Discuss/Review/Opinion เป็นเว็บบอร์ดที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแสดงความคิดเห็น
ทเี่ กีย่ วกับสนิ คา้ หรอื บรกิ าร ประเดน็ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดขึ้นมในสงั คม เศรษฐกิจ สงั คม เช่น Pantip Reddit เป็นตน้
อปุ กรณ์เครอื่ งมือทางสอื่ สงั คมออนไลน์
1. คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตาม
ชดุ คำส่งั ด้วยความเรว็ สงู อย่างตอ่ เนือ่ งและอัตโนมตั ิ
2. สมาร์ทโฟน (Smartphone) คือ โทรศัพท์มือถือที่ใช้โทรออกหรือรับสาย สามารถรองรับการใช้
งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 4G 5G หรือ Wi-Fi และมีแอปพลิเคชันให้ใช้งาน เช่น LINE YouTube Facebook
Twitter TikTok โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้ ต่างจาก
โทรศพั ทม์ อื ถอื ธรรมดา
3. แท็บเล็ต (Tablet) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ มีขนาดหน้าจอ
ตั้งแต่ 7 นิ้วขึ้นไป พกพาได้สะดวก สามารถใช้งานหน้าจอผ่านการสัมผัสได้โดยตรง มีแอปพลิเคชันให้เลือกใช้
เช่น การรับ-สง่ อเี มล์ เล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรอื การทำงานเอกสาร ขอ้ ดีของแท็บเล็ตคือมี
หน้าจอที่กว้าง มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ สามารถจดบันทึกหรือใช้เป็น
อุปกรณ์เพอ่ื การศึกษาไดเ้ ปน็ อย่างดี
สอ่ื สงั คมออนไลนท์ ี่เป็นที่นิยมในปจั จบุ ัน
1. Facebook
เป็นโซเชียลมีเดียที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในขณะนี้ ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้และเป็นที่รู้จัก ก่อตั้งเม่ือ
4 กุมภาพันธ์ 2004 ในปัจจุบันมีบัญชีผู้ใช้ 2.91 พันล้านบัญชี และมีธุรกิจขนาดเล็ก-กลางจำนวนประมาณ
1 ล้านธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการโปรโมตแบรนด์ บุคคลทั่วไปสามารถสื่อสารหรือรับฟังข่าวสารจากผู้อ่ืน
บน Facebook ได้ โดย Facebook อนุญาตให้ผ้ใู ช้งานสามารถเขียน ลงรูปภาพ วีดีโอ ไลฟ์สด และสง่ ข้อความ
หากันเป็นส่วนตวั ได้
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ่อื ออนไลน์ 9
รหสั วชิ า สค0200035
2. TikTok
TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีจุดเด่นคือ การสร้างและแชร์วิดีโอสั้น ๆ เช่น คลิปเต้นสั้น ๆ ลิปซิงค์
เพลง สร้างคอนเทนต์ตลก เฮฮา หรือการทำ Challenge ตา่ ง ๆ เพอื่ การโฆษณา และแชรก์ ับเพ่ือนหรือบุคคล
อื่น ๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมติด # (แฮชแท็ก) ต่าง ๆ เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง เนื่องจากมีจุดเด่นที่
ใช้งานงา่ ย จึงไดร้ บั ความนยิ มมากในปจั จุบนั
ภาพท่ี 11 การใชแ้ อปพลิเคชัน TikTok
3. Twitter
Twitter คือ กลุ่มสังคมออนไลน์หนึ่งที่เน้นความเร็วในการส่งข้อความเข้าสู่สังคมออนไลน์ สามารถ
ตดิ ตามความเคลอื่ นไหวของคนทสี่ นใจได้ และจะเหน็ ขอ้ ความในทันที โดย Twitter มีลักษณะเฉพาะคอื
- จำกดั ข้อความในการทวติ แตล่ ะคร้งั ไม่เกนิ 140 ตวั อักษร
- ความรวดเร็วทปี่ รากฏในสงั คมออนไลน์
- ข้อความทีถ่ ูกทวติ ใหม่จะเข้ามาแทนทข่ี ้อความทวิตเดิม
- มีเครื่องมือท่ีทำใหก้ ารสื่อสารสั้น ๆ น่าสนใจมากขึ้น เช่น คลิป ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการ
LIVE สด ให้ผอู้ นื่ ได้รับร้แู ละส่ือสารแบบนา่ เชื่อถือมากยิง่ ข้นึ
- สามารถสร้างเทรนด์หรือกระแสใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้ด้วย # (แฮชแท็ก) สั้น ๆ ที่ชวนให้คน
ในสงั คมอยากรที วติ
4. Instagram
Instagram เป็นโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสังคมของคนในโลกออนไลน์ที่ทำให้สามารถรู้จักตัวตน
ของกันและกันผ่านรูปภาพและข้อความสั้น ๆ สามารถเรียนรู้กันได้มากขึ้นจากการกดติดตาม (follow)
โดยผู้ใช้งานสามารถโพสต์ภาพถ่าย คลิปวิดีโอสั้น ๆ อัปโหลดขึ้นอินสตาแกรมได้อย่างไม่จำกัด และไม่เสีย
ค่าบริการ โดยผู้ใช้งานสามารถสร้างสมั พันธ์กับคนทีเ่ ล่นโปรแกรมเดียวกันได้ โดยการกดตดิ ตาม ซึ่งเป็นระบบ
กดติดตาม และโปรแกรมจะสร้างให้สามารถรู้ความเคลื่อนไหวของคนที่กดติดตามได้ อีกทั้งยังให้สิทธิ
ในการโต้ตอบสนทนาท้ังเปดิ สาธารณะและส่งข้อความส่วนตวั
10 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
3.3 ประโยชน์และขอ้ จำกัดของเครือข่ายสังคมออนไลน์
ประโยชนข์ องเครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ มีดังน้ี
1. สามารถแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ความรู้ในสิ่งทีส่ นใจร่วมกนั ได้
2. เป็นที่ค้นคว้าหาความรู้และแลกเปลีย่ นความรู้กับผู้อน่ื โดยสามารถแสดงความคิดเห็นหรือ
เสนอความคิดเห็นหรอื ไอเดยี ตา่ ง ๆ ได้
3. มคี วามสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานเพ่อื ติดต่อส่ือสารกบั บุคคลอืน่
4. ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการติดตอ่ สื่อสาร เช่น ค่าเดนิ ทาง
5. เป็นช่องทางในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วิดีโอต่าง ๆ เพื่อให้
ผอู้ น่ื ไดเ้ ข้ามารบั ชมและแสดงความคิดเหน็
6. ใช้เป็นส่อื ในการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ หรอื บรกิ ารลกู ค้าสำหรบั บริษัทและองค์กรต่าง ๆ
และชว่ ยสร้างความเชอ่ื ม่ันใหล้ ูกคา้
7. ชว่ ยสรา้ งผลงานและรายได้ให้แกผ่ ้ใู ช้งาน เกิดการจ้างงานในรปู แบบใหม่
8. ชว่ ยผ่อนคลายความตึงเครียด
9. ทำให้การช่วยเหลือเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น การแจ้งข่าวผู้สูญหาย หรือ
อุบัตเิ หตุ เป็นตน้
10. สร้างสัมพันธภาพอันดีระหวา่ งบคุ คล
ภาพท่ี 12 การใช้สื่อสงั คมออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์
ข้อจำกัดของเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์
1. เว็บไซต์บางแห่งอาจมีการเปดิ เผยขอ้ มูลส่วนบคุ คลของผู้ใช้งาน หากผู้ใช้งานไม่ตรวจสอบ
ใหถ้ ถ่ี ้วน อาจจะทำให้เกดิ ความเสียหายแก่ผ้ใู ช้งานได้
2. Social Network เป็นสังคมที่กว้างและบางครั้งผู้ใช้งานไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง หรือ
มีมิจฉาชีพปลอมแปลงตัวตน หากผู้ใชร้ ู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอกลวงทำให้
เกิดความเสยี หายทง้ั ร่างกายและทรพั ย์สนิ ได้
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อ่ื ออนไลน์ 11
รหสั วิชา สค0200035
3. เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะเป็นสื่อในการ
เผยแพรผ่ ลงาน รปู ภาพตา่ ง ๆ ใหบ้ คุ คลอน่ื ไดด้ ูและแสดงความคดิ เหน็
4. หากมกี ารใชง้ านโดยไมม่ กี ารหยุดพกั อาจทำใหส้ ุขภาพร่างกายทรดุ โทรมลงได้
5. หากผู้ใช้ติด Social network มากจนเกินไป อาจส่งผลกระทบถึงการเรียนและการทำงาน
และทำใหใ้ ช้เวลาท่ีมอี ยู่ไปอย่างเปล่าประโยชน์
เรอื่ งที่ 4 มารยาทการส่อื สารในยุคดิจทิ ลั
ภาพที่ 13 มารยาทการส่ือสารในยุคดิจทิ ลั
มารยาทการส่ือสารในยุคดิจทิ ลั ของผู้ใช้อินเทอรเ์ น็ต แบ่งออกได้ 4 ดา้ น ดงั น้ี
1. ดา้ นการติดต่อสื่อสารกบั เครือขา่ ย
- ในการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายควรใช้ชื่อบัญชี (Internet Account Name) และรหัสผ่าน
(Password) ของตนเอง ไม่ควรนำของผู้อื่นมาใช้ รวมถึงการนำไปชื่อบัญชีหรือรหัสผ่านของผู้อ่ืน
ไปกรอกแบบฟอร์มตา่ ง ๆ
- ไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่านในการเข้าถึงออนไลน์แพลตฟอร์มใด ๆ ของตนเอง ควรเก็บรักษา
รหัสผ่านของตนเองเป็นความลับ และทำการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะ รวมถึงไม่ควรถามรหัสผ่าน
แอบใช้ แอบดู หรอื ถอดรหัสผา่ นของผ้อู ืน่
- ควรวางแผนการใชง้ านลว่ งหนา้ ก่อนการเชื่อมต่อกบั เครอื ข่ายเพือ่ เป็นการประหยัดเวลา
- เลอื กถ่ายโอนเฉพาะขอ้ มลู และโปรแกรมต่าง ๆ เทา่ ทีจ่ ำเปน็ ต่อการใช้งานจรงิ
- ก่อนเข้าใช้บริการบนออนไลน์แพลตฟอร์มต่าง ๆ ควรศกึ ษากฎ ระเบียบ ข้อกำหนด รวมทั้ง
ธรรมเนยี มปฏบิ ตั ิของแต่ละแพลตฟอรม์ น้นั ๆ
12 คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
2. ดา้ นการใช้ขอ้ มลู บนเครอื ข่าย
- เลือกใช้ขอ้ มลู ทม่ี ีความนา่ เชือ่ ถือ มแี หลง่ ทมี่ าของผเู้ ผยแพร่ และสามารถตดิ ต่อได้
- เมื่อนำข้อมูลจากเครือข่ายมาใช้ ควรอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น และไม่ควรแอบอ้าง
ผลงานของผอู้ ่ืนมาเปน็ ของตนเอง
- ไมค่ วรนำขอ้ มลู ท่ีเป็นเร่อื งสว่ นตวั ของผอู้ ื่นไปเผยแพร่ก่อนไดร้ ับอนุญาต
3. ดา้ นการตดิ ต่อส่อื สารระหวา่ งผ้ใู ช้
- ใช้ภาษาที่สุภาพในการติดต่อสื่อสาร ใช้คำให้ถูกความหมาย ไม่ใช้คำที่มีความกำกวม และ
เขยี นถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์
- ใชข้ ้อความทสี่ ้นั กะทดั รัดเขา้ ใจง่าย
- ไม่ควรนำความลับ หรือเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นมาเป็นหัวข้อในการสนทนา รวมทั้งไม่ใส่ร้าย
หรือทำให้บคุ คลอน่ื เสยี หาย
- หลีกเล่ียงการใชภ้ าษาท่ีดถู ูก เหยียดหยามศาสนา วัฒนธรรม และความเชอ่ื ของผอู้ นื่
- ในการตดิ ตอ่ สอ่ื สารกับผู้อน่ื ควรสอบถามความสมคั รใจของผูท้ ่ีติดตอ่ ด้วย
- ไม่ควรส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ที่ก่อความรำคาญ และความเดือดร้อนแก่ผู้อ่ืน
เช่น จดหมายลูกโซ่ เป็นตน้
- ไม่ส่งข้อความหรือบทความทไี่ ม่ไดร้ ับการยนื ยันหรือผ่านการพิสจู นข์ ้อเทจ็ จรงิ
ภาพที่ 14 ตวั อย่างข้อความที่ไมไ่ ดร้ ับการยนื ยันท่ีสง่ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE
4. ด้านระยะเวลาในการใชบ้ ริการ
- ควรคำนึงถงึ ระยะเวลาในการติดตอ่ กบั เครอื ข่าย
- ควรตดิ ตอ่ กบั เครือขา่ ยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการใชง้ านจรงิ เทา่ น้นั
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์ 13
รหสั วชิ า สค0200035
มารยาทของผู้ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ในการเผยแพร่ขอ้ มูล ข่าวสารต่าง ๆ ลงบนอินเทอรเ์ นต็ มีดังนี้
1. ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และข่าวสารต่าง ๆ กอ่ นนำไปเผยแพร่บนเครือข่าย
เพ่อื ใหไ้ ดข้ ้อมลู ท่ีเปน็ จริง
2. ควรใช้ภาษาที่สุภาพ และเป็นทางการในการเผยแพร่สิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต และควร
เผยแพรข่ อ้ มูลข่าวสารตา่ ง ๆ ท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
3. ควรเผยแพร่ข้อมูล และข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ไม่ควรนำเสนอข้อมูล
ข่าวสารทีข่ ดั ต่อศลี ธรรมและจริยธรรมอันดี รวมทง้ั ข้อมูลที่กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายตอ่ ผู้อืน่
4. ควรบีบอัดภาพหรือข้อมูลขนาดใหญ่ก่อนนำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต เพอ่ื ประหยัดเวลา
ในการดึงข้อมูลของผู้ใช้
5. ควรระบุแหล่งที่มา วันเดือนปีที่ทำการเผยแพร่ข้อมูล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของผู้เผยแพร่
รวมทงั้ ควรมีคำแนะนำ และคำอธบิ ายการใช้ข้อมูลที่ชัดเจน
6. ควรระบุข้อมูล ข่าวสารที่เผยแพร่ให้ชัดเจนว่าเป็นโฆษณา ข่าวลือ ข้อสันนิษฐาน
ข้อเทจ็ จริง หรือความคดิ เห็น
7. ไม่ควรเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร รวมทั้งโปรแกรมของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
และไม่ควรแกไ้ ข เปลย่ี นแปลงขอ้ มลู ของผอู้ ืน่ ที่เผยแพร่บนเครอื ข่าย
ภาพที่ 15 วธิ กี ารให้เครดิตเจ้าของภาพท่ถี ูกต้อง
มารยาทในการใช้โปรแกรมสนทนา
มารยาทในการใชโ้ ปรแกรมสนทนา เช่น LINE Facebook Messenger หรอื WhatsApp เป็น
ส่ิงท่ีผู้ใชง้ านควรมี เพ่ือเปน็ การทำใหบ้ รรยากาศในการสนทนาราบรนื่ และไมเ่ กดิ การทะเลาะวิวาท มารยาทใน
การใชโ้ ปรแกรมสนทนา มดี ังนี้
14 คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สื่อออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
1. ใชค้ ำพดู ที่สภุ าพ ไม่ใช้คำพูดสอ่ เสียด กำกวม
2. ขอ้ ความท่สี ่งควรกระชบั ชัดเจน ผูอ้ ่านเข้าใจงา่ ย
3. ไมส่ ง่ ภาพที่ไม่เหมาะสม เชน่ ภาพผเู้ สยี ชวี ิต ภาพลามกอนาจาร
4. หากเปน็ กล่มุ สนทนาเมอ่ื เป็นเร่อื งงาน เมอื่ อ่านแลว้ ควรตอบเพอ่ื แสดงการรับทราบ
5. ไมค่ วรสง่ สตกิ เกอร์ซ้ำกนั หลาย ๆ ครัง้
6. รูปหนา้ ปกควรเปน็ รูปทเ่ี หมาะสม หากเปน็ บัญชีท่ีใชต้ ิดต่องานควรใช้รปู ที่ดสู ภุ าพ
7. ไมส่ ง่ ตอ่ บทความ ข้อความ ข่าวสาร ทไ่ี มไ่ ดร้ ับการยนื ยันหรอื ผา่ นการพสิ ูจน์ขอ้ เทจ็ จริง
8. ปิดเสยี งการแจ้งเตอื นเม่ืออยใู่ นสถานทีท่ ค่ี วรงดใช้เสียง
ภาพท่ี 16 ควรตรวจสอบข้อความ ข่าวสาร ที่ได้รับมาก่อนการสง่ ตอ่
เร่อื งที่ 5 แนวโนม้ สอ่ื ดิจิทัลในอนาคต
การพัฒนาสื่อดิจิทัลในคริสต์ศตวรรษที่ 21 มีแนวโน้มที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถ
ใกล้เคียงกับมนุษย์ เช่น การเข้าภาษาสื่อสารของมนุษย์ โครงข่ายประสาทเทียม ระบบจำลอง ระบบ
เสมือนจริง โดยพยายามนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นลดข้อผิดพลาดและป้องกันไม่ให้นำไปใช้ในทาง
ที่ไม่ถกู ตอ้ งหรือผดิ กฎหมาย
แนวโน้มในด้านบวก
- การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
การพาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์ การผ่อนคลายดว้ ยการดูหนงั ฟงั เพลง และบันเทิงตา่ ง ๆ เกมออนไลน์
- การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือ
ลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วย
ประสาทสมั ผสั เสมอื นวา่ ได้อยูใ่ นทีน่ น้ั จริง
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ื่อออนไลน์ 15
รหัสวิชา สค0200035
- การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและ
การจัดการความรู้
- การศกึ ษาตามอธั ยาศัยดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรยี นการสอนด้วยระบบ
โทรศึกษา (tele-education) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual
library)
- การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่าย
ดาวเทยี ม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งไดอ้ ยา่ งแม่นยำ
- การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่าย
การสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
(e-government) รวมทัง้ ระบบฐานขอ้ มูลประชาชน หรือ e-citizen
แนวโนม้ ในดา้ นลบ
- ความผิดพลาดในการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์ ทั้งส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ที่เกิดขึ้นจากการออกแบบและพัฒนา ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบและสูญเสียค่าใช้จ่าย
ในการแกป้ ัญหา
- การละเมดิ ลิขสิทธข์ิ องทรพั ยส์ ินทางปัญญา การทำสำเนาและลอกเลียนแบบ
- การก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การโจรกรรมข้อมูล การล่วงละเมิด การก่อกวน
ระบบคอมพวิ เตอร์
ภาพท่ี 17 ระบบปัญญาประดิษฐ์
ระบบปญั ญาประดษิ ฐ์
ปญั ญาประดษิ ฐ์ (Artificial Intelligence) เปน็ การพัฒนาระบบคอมพวิ เตอรใ์ ห้มีความสามารถในการ
ตอบสนองกับความต้องการของมนุษย์ได้ ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ มีความเข้าใจภาษามนุษย์ รับรู้ได้
และตอบสนองด้วยการแสดงออกทางพฤติกรรมและภาษามนุษย์
16 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์
รหสั วิชา สค0200035
งานทางดา้ นปญั ญาประดิษฐ์นั้นมอี ยหู่ ลายรูปแบบ ซ่ึงขนึ้ อยกู่ ับการประยุกต์ใช้ สามารถแบง่ ได้ ดังน้ี
1. การเลน่ เกม
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชนิดน้ีถูกพัฒนาข้ึนมาเปน็ ลำดับแรก ๆ ของ AI ในการวิจัยเกีย่ วกบั เกม
ของปัญญาประดิษฐ์จะเน้นไปในการเล่นเกมกระดาน เพราะเกมเหล่านี้จะมีกฎกติกาที่ตายตัว
และไม่มีความสลับซับช้อนในการเขียนโปรแกรมเพื่อประมวลผล เช่น เกมหมากรุก เป็นต้น
การพัฒนาทางด้านนี้ทำให้เกิดขบวนการการค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด (Heuristics Search) ซึ่งเป็น
งานวิจัยทสี่ ำคญั ของปัญญาประดษิ ฐ์อกี ดา้ นแขนงหน่งึ
ภาพที่ 18 เกมหมากรุก AI
2. การใหเ้ หตผุ ลและการพสิ ูจนท์ ฤษฎอี ยา่ งอตั โนมัติ
งานในแขนงนี้เป็นงานที่เก่าแก่ที่สุดของกระบวนการในทางปัญญาประดิษฐ์ซึ่งในอดีต
นกั คณิตศาสตรห์ ลายท่านพยายามที่จะใช้คณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ อยเู่ สมอ
3. ระบบผเู้ ช่ียวชาญ (Expert System)
ระบบผู้เชี่ยวชาญถูกพัฒนาขึ้นสำหรับการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนและไม่มีโครงสร้าง
เนื่องจากปัญหาในลักษณะนี้ จะไม่สามารถตัดสินใจด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์เพียงอย่างเดียว
การแก้ปัญหาจะต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างความรู้ทั้งที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบ และความรู้
ที่ได้จากประสบการณ์ ซึ่งทำให้ระบบผู้เชี่ยวชาญมีส่วนประกอบที่แตกต่างจากระบบสารสนเทศปกติ
การพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน ซึ่งผู้พัฒนา
ระบบต้องใช้ความรู้ ทักษะ ความสามารถ ความเข้าใจ และประสบการณ์อย่างสูง ตลอดจนต้องใช้เวลา
และค่าใช้จา่ ยสูง
4. การเข้าใจภาษาธรรมชาติและการสรา้ งรปู แบบความหมาย
ปญั ญาประดษิ ฐ์ชนิดน้ี เน้นไปท่กี ารสร้างโปรแกรมท่ีสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ มีการตอบ
โต้กับมนุษย์ได้ อาจจะเป็นลักษณะการพูดตอบโต้หรือการสื่อความหมายในรูปแบบอื่น แม้จะมีการ
พฒั นามาอย่างตอ่ เนอื่ ง แต่ปญั ญาประดิษฐ์ ในลกั ษณะน้กี ต็ อ้ งถอื วา่ ยังไมป่ ระสบความสำเร็จเท่าท่ีควร
เพราะภาษาของมนษุ ย์น้ันมีหลายภาษาแลว้ แตถ่ ่ินฐานเชือ้ ชาติ รวมถึงศพั ท์สแลงต่าง ๆ
คุณธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ่ือออนไลน์ 17
รหัสวิชา สค0200035
5. การสรา้ งรูปแบบตามอย่างการทำงานของมนุษย์
ปัญญาประดิษฐ์ในแขนงนี้เน้นไปทางด้านการเลียนแบบความคิดมนุษย์ และมีสติปัญญาท่ี
เท่าทนั กนั โดยมุ่งเนน้ ศกึ ษาไปในวธิ คี ิดของมนุษยเ์ พื่อเลียนแบบออกมาเปน็ ปัญญาประดษิ ฐ์
6. การวางแผนและหุ่นยนต์
เป็นการสร้างและออกแบบหุ่นยนต์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างมนษุ ย์ปกติ หุ่นยนตอ์ าจจะถูกสั่งให้เดินหน้าเลยี้ วซ้ายเล้ียวขวาได้ แต่เม่ือเจอสิ่งกีดขวางบางคร้ัง
จะคงเดินหน้าต่อไปได้ เพราะโปรแกรมเขียนมาในลักษณะนั้น แต่ในปัจจุบันมีหุ่นยนต์ที่ถูกสร้าง
มพี ฒั นาการทด่ี ยี ่งิ ขน้ึ
7. ภาษาและสภาพแวดล้อมสำหรับ AI
การพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านปัญญาประดิษฐ์นั้น เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้มีการพัฒนา
ในส่วนของโปรแกรม ควบคู่ไปด้วยกัน โปรแกรมเมอร์จะต้องเรียนรู้และพัฒนาเทคนิคในการเขี ยน
โปรแกรมควบคูก่ นั ไป
ตวั อยา่ งการประยกุ ต์ใช้ปญั ญาประดษิ ฐ์ (AI)
ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาประยุกต์เพื่อการใช้งานในหลาย ๆ ส่วน ซึ่งจุดเด่นของปัญญาประดิษฐ์ คือ
สามารถทำงานได้อย่างตอ่ เนอ่ื ง มีความแมน่ ยำสงู และสามารถทำงานไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ดงั น้ี
- ด้านการแพทย์
มีการนำแขนกลเข้าไปช่วยการผ่าตัด ซึ่งสามารถทำงานได้ละเอียดกว่ามนุษย์มาก และข้อดี
อีกประการคือการไม่มีความวิตกกังวล เกิดขึ้นในขณะทำงานอย่างเช่นในมนุษย์ที่อาจจะก่อให้เกิด
ความผิดพลาดในการทำงานได้ การใช้แขนกลช่วยในการผ่าตัด เป็นการทำงานที่มีความปลอดภัยสูง
และอยูภ่ ายใตค้ วามดูแลของแพทย์จึงเป็นการรว่ มงานกันอยา่ งดเี ย่ยี มระหวา่ งคนกบั เคร่ืองจักรกล
ภาพที่ 19 ตัวอย่างการใช้ AI ด้านการแพทย์
18 คุณธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ่ือออนไลน์
รหัสวิชา สค0200035
- ดา้ นงานวิจยั
ในหลายงานวิจัย เริ่มมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการดำเนินงาน เช่น การสำรวจ
ในบริเวณพื้นที่ทีมีความเสี่ยง เช่น ปากปล่องภูเขาไฟ หรือในมหาสมุทรที่มีความลึกอย่างมาก
ยังสามารถใช้หุ่นยนต์สำรวจลงไปทำงานแทนได้ เพราะเครื่องจักรพวกนี้มีความทนทานต่อ
สภาพแวดลอ้ มทดี่ กี ว่ามนุษย์มาก ท้ังยังสามารถเก็บขอ้ มลู ได้ละเอยี ดและแมน่ ยำกว่ามนุษย์
- ดา้ นอตุ สาหกรรม
เป็นการชว่ ยลดภาระทางต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก ทั้งในงานบางประเภทที่อาจจะก่อให้เกิด
อนั ตรายหรอื มีความเส่ียงสงู สามารถใชห้ นุ่ ยนตห์ รือปัญญาประดษิ ฐ์มาทำงานแทนได้
- ดา้ นการบนั เทงิ
มีการสร้างห่นุ ยนตท์ ส่ี ามารถตอบโต้กบั มนษุ ยไ์ ด้ เป็นสตั วเ์ ลยี้ งเป็นเพือ่ นเลน่
- ด้านทางการทหาร
ปัญญาประดิษฐ์ในพวกนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็น เครื่องบินไร้คนขับ รถถังไร้คนขับ โดยมี
จดุ ประสงค์หลกั ในทางด้านความม่นั คง
เรือ่ งที่ 6 กรณศี กึ ษา : การใชป้ ระโยชน์การสอ่ื สารในยุคดจิ ทิ ัล
ภาพที่ 20 หัวเว่ย จดั “รถดิจิทัล” นำรอ่ งปลุกทักษะดิจิทลั ลดเหลื่อมล้ำพืน้ ท่ีห่างไกล
เอดิสัน สวี่ คณะกรรมการบริหารบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำร่องโครงการ
“รถดิจิทัลเพื่อสังคม” เพื่อเร่งสร้างความเท่าเทียมด้านทักษะดิจิทัล ยกระดับการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยี
โดยเฉพาะในพืน้ ท่หี ่างไกล
เริ่มต้นโครงการที่โรงเรียนสิงหพาหุ (ประสานมิตรอุปถัมภ์) จังหวัดสิงห์บุรีเป็นที่แรก ซึ่งโครงการ
ดงั กล่าวไดร้ ับความร่วมมือเป็นอย่างดจี ากสถานศึกษาในประเทศไทย เพอ่ื มุ่งเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลให้แก่
เยาวชนและประชาชนในพื้นท่ีห่างไกลได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังมีจุดประสงค์เพ่อื
ตอบรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และมุ่งพัฒนาประเทศไทยให้เป็นดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน
ได้อยา่ งยงั่ ยืน
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใช้สือ่ ออนไลน์ 19
รหัสวิชา สค0200035
เอดิสันกล่าวว่า หัวเว่ย ประเทศไทย เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการผลักดันนโยบายเพ่ือ
พัฒนาไอซีทีและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายประเทศไทย 4.0 การประยุกต์ใช้
เทคโนโลยี 5G IoT และคลาวด์ ซึ่งจะผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวม
ในประเทศ (จีดพี ี) ถึง 30% ภายในปี พ.ศ. 2573
ทง้ั นี้ ในปี พ.ศ. 2565 ทผี่ า่ นมา หวั เว่ยได้ทำงานรว่ มกบั พาร์ทเนอรต์ ่าง ๆ ในไทยเพ่ือติดตั้งสถานีฐาน
5G ไปแล้วกว่า 20,000 แห่ง ร่วมผลักดันให้มีจำนวนผู้ใช้งาน 5G ในประเทศถึง 4.2 ล้านคน ซึ่งมากกว่า
ประเทศอน่ื ๆ ในอาเซียนถึง 2.6เท่า
โดยปัจจุบันประเทศไทยต้องการกำลังคนในสายงานดิจิทัลเป็นจำนวนมาก แต่คนที่มี ทักษะใน
อุตสาหกรรมนี้ยังมีไม่มาก ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลและการขาดแคลนบุคลากรที่มี
ความรู้ความสามารถ ทั้งนี้ หัวเว่ยเชื่อว่าทักษะด้านดิจิทัลจะไม่ได้เปน็ เพียงแค่รากฐานสำคัญสำหรับเศรษฐกจิ
ดิจิทัลแต่ยังเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในยุคดิจิทัล โดยจะเป็นการเปิดโอกาสทางอาชีพการงานใหม่ ๆ
ทด่ี ีข้ึนใหแ้ ก่ประชาชนและเยาวชนไทยได้
ในฐานะทหี่ วั เวย่ เปน็ ผู้ผลักดันด้านการเปลี่ยนผา่ นสูย่ ุคดิจิทัลและเปน็ ผ้สู ง่ เสริมดา้ นคุณค่าทางสังคมมา
อยา่ งต่อเนื่อง หวั เว่ยไดด้ ำเนนิ การฝึกอบรมเพ่ือใหเ้ ยาวชนและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัล
ผ่านโครงการต่างๆ เชน่ โครงการ Huawei ASEAN Academy โครงการ ICT Academy โครงการ Seeds for
Future เป็นต้น โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน หัวเว่ยได้มีส่วนช่วยเสริมสร้างบุคลากรด้านดิจิทัลใน
ประเทศไปแลว้ กว่า 40,000 คน ซึ่งโครงการรถดิจิทัลนี้จะช่วยตอบโจทยด์ ้านการนำองคค์ วามร้ดู ้านเทคโนโลยี
ไอซที เี ข้าไปสพู่ น้ื ทห่ี ่างไกลของประเทศ
หัวเว่ย หวังว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ด้านดิจิทลั และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้แก่
ประชาชนและเยาวชนในพ้ืนท่ไี ด้ อีกทั้งยังชว่ ยลดปญั หาความเหลื่อมลำ้ ในดา้ นทักษะดิจทิ ัลให้กับประเทศไทย
ทั้งนี้หลักสูตรการเรียนการสอนถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ย เพื่อให้หลักสูตรฝึกอบรม
สามารถเขา้ ถึงได้งา่ ยและมีองคค์ วามรู้ทนี่ ำไปใช้งานได้จรงิ นอกจากความรู้พ้นื ฐานของอตุ สาหกรรมไอซีทีและ
หลักสูตรภาคปฏิบัติเพื่อช่วยเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้นแล้ว หลักสูตรของหัวเว่ยยังได้
เน้นย้ำหลกั สตู รดา้ นภยั รา้ ยจากอินเทอร์เน็ต เสรมิ สรา้ งความตระหนกั รใู้ นการใช้งานอย่างถูกวธิ ี
โดยก้าวแรก หัวเว่ยวางแผนจะนำรถดิจิทัลไปฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลในอีก 10 จังหวัดของไทย
ซึ่งจะครอบคลุมชุมชนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 40 แห่ง โดยเยาวชนและประชาชนในพื้นที่อีกกว่า 1 ,500 คน
จะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ซึ่งหัวเว่ยจะทำงานร่วมกับภาครัฐและสถานศึกษาต่าง ๆ ในไทย
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
ทมี่ า https://www.bangkokbiznews.com/
20 คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ่ือออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
กิจกรรมทา้ ยบท
ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี
1. บอกความหมาย องคป์ ระกอบ และวตั ถุประสงคข์ องการสือ่ สาร
ความหมายของการส่ือสาร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
องคป์ ระกอบของการส่ือสาร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... ...............................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วตั ถปุ ระสงคข์ องการส่อื สาร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์ 21
รหสั วิชา สค0200035
2. บอกความหมายและรปู แบบการสอ่ื สารยุคดิจิทลั
ความหมายของการสอ่ื สารยคุ ดจิ ทิ ลั
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
รปู แบบการส่ือสารยุคดจิ ิทัล
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................... ........
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
22 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ื่อออนไลน์
รหัสวิชา สค0200035
3. อธิบายความหมายและความสำคญั ของเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4. ยกกตัวอยา่ งเครือข่ายสงั คมออนไลน์ทผ่ี ู้เรยี นใชแ้ ละบอกจดุ เดน่ ของเครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์นัน้ และอธิบาย
วา่ มคี วามสำคัญอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ผู้เรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และมีประโยชน์และข้อจำกัด
อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อื่ ออนไลน์ 23
รหัสวชิ า สค0200035
6. พิมพ์ชนก เปน็ แม่บา้ นวัย 55 ปี ท่ีชอบใช้เวลาไปกับการเลน่ แอปพลิเคชนั LINE และ Facebook พิมพ์ชนก
มักจะสง่ ตอ่ ขอ้ ความและขา่ วสารทั้งหมดที่ได้รับการสง่ ต่อมาจากเพ่ือนใน LINE เขา้ กลมุ่ LINE ทกุ กลุ่มที่ตนเอง
เป็นสมาชิกอยู่ วันละหลายสิบข้อความ และมักจะไม่พอใจหากไม่มีใครสนใจข้อความที่เธอส่งเข้าไป เธอจะ
กล่าวว่าเป็นเพราะเธอหวังดี และเพื่อแสดงถึงการเป็นคนติดตามรู้ทันทุกข่าวสาร พฤติกรรมของพิมพ์ชนกถือ
ได้ว่ามีมารยาทในการสื่อสารหรือไม่ เพราะเหตุใด และยกตัวอย่างมารยาทที่พึงกระทำในการสื่อสารในยุค
ดิจทิ ัล
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
24 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
7. ให้ผู้เรียนอธิบายว่าแนวโน้มสื่อดิจิทัลในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใด และวิเคราะห์ถึงผลดีและผลเสียที่
อาจจะเกดิ ขนึ้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................................
คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ ื่อออนไลน์ 25
รหสั วชิ า สค0200035
8. ยกตัวอย่างกรณศี กึ ษาการใชป้ ระโยชน์การส่ือสารในยคุ ดจิ ทิ ัล และอภิปรายหน้าชน้ั เรียน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
26 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ่อื ออนไลน์
รหสั วชิ า สค0200035
บทที่ คุณธรรมและจริยธรรม
2 ในการใชบทส้ ที่อื่ 2 สงั คมออนไลน์
คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์
ภาพท่ี 21 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้สือ่ สงั คมออนไลน์
เร่อื งที่ 1 ความหมายและความสำคญั ของคณุ ธรรมและจริยธรรม
1.1 ความหมายของคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
คณุ ธรรม (Moral)
คำว่าคุณธรรม มาจากคำว่า คุณ + ธรรมะ ซึ่งหมายถึงคุณงามความดีที่เป็นธรรมชาติ ท่ีก่อให้เกิด
ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสงั คม เมอ่ื รวมกนั จึงมคี วามหมายวา่ สภาพคณุ งาม ความดี
คุณธรรม คือ ความดีงามในจิตใจที่ทำให้บุคคลประพฤติดี ผู้มีคุณธรรมเป็นผู้มีความเคยชินในการ
ประพฤติดีด้วยความรู้สึกในทางดีงาม คุณธรรมเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับกิเลสซึ่งเป็นความไม่ดีในจิตใจ ผู้มี
คุณธรรมจงึ เปน็ ผู้ทไ่ี ม่มากดว้ ยกิเลส
ปัจจุบันในประเทศไทยกำลังมุ่งปลูกฝังคุณธรรมสำหรับประชาชน 4 ประการ ตามพระบรมราโชวาท
ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รชั กาลที่ 9 ดังนี้
1. การรักษาความสัตย์ ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และ
เปน็ ธรรม
2. การร้จู ักข่มใจตนเอง ฝกึ ใจตนเองใหป้ ระพฤติปฏิบตั ิอยู่ในความสัตย์ความดีนน้ั
3. การอดทน อดกลั้น และอดออม ทจี่ ะไม่ประพฤตลิ ่วงความสัตย์สจุ ริตไม่ว่าจะด้วยประการใด
4. การรู้จกั ละวางความช่ัว ความทุจรติ และร้จู กั สละประโยชน์สว่ นนอ้ ยของตนเพ่ือประโยชน์
สว่ นใหญ่ของบา้ นเมือง
จริยธรรม (Ethics)
คำวา่ จริยธรรม แยกออกเปน็ จรยิ + ธรรม ซ่ึงคำว่า จรยิ หมายถงึ ความประพฤตหิ รือกิรยิ าท่ีควรประพฤติ
สว่ นคำวา่ ธรรม มคี วามหมายหลายประการ เชน่ คณุ ความดี หลักคำสอนของศาสนา หลกั ปฏิบตั ิ เม่ือนำคำท้ังสอง
มารวมกันเป็น “จรยิ ธรรม” จึงมคี วามหมายตามตัวอักษรวา่ หลกั แห่งความประพฤติ หรอื แนวทางของการประพฤติ
ลักษณะของผูม้ ีจริยธรรม ผ้มู ีจริยธรรมจะเป็นผู้ทมี่ คี ุณลักษณะดงั น้ี
1. เปน็ ผทู้ ี่มคี วามเพียรความพยายามประกอบความดี ละอายตอ่ การปฏิบัติชัว่
2. เปน็ ผูม้ ีความซ่ือสตั ย์สุจริต ยุตธิ รรม และมเี มตตากรุณา
3. เปน็ ผู้มีสติปัญญา รสู้ กึ ตวั อยู่เสมอ ไม่ประมาท
4. เปน็ ผ้ใู ฝห่ าความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชพี เพอ่ื ความม่นั คง
5. เป็นผูท้ ่รี ฐั สามารถอาศยั เปน็ แกนหรือฐานให้กบั สงั คม สำหรับการพัฒนาใด ๆ ได้
1.2 ความสำคญั ของคุณธรรมและจริยธรรม
คุณธรรมและจริยธรรมเปน็ สำนึกภายในของบุคคลทีจ่ ะทำดีเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น และสังคม
โดยคุณธรรมและจรยิ ธรรมมีความสำคัญ ดังน้ี
1. ชว่ ยใหบ้ คุ คลดำเนินชีวิตดว้ ยความราบร่นื และสงบสุข
2. ช่วยให้บุคคลมีสติ
3. ชว่ ยสรา้ งความมรี ะเบียบใหก้ บั ตนเอง ผู้อน่ื และสังคม
4. ชว่ ยใหเ้ กดิ การนำความรู้และประสบการณ์มาสรา้ งสรรค์ในส่ิงที่มคี ณุ คา่
ภาพที่ 22 จรยิ ธรรมดา้ นคอมพวิ เตอร์
จริยธรรมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง หลักศีลธรรมที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
หรือควบคุมการใช้สื่อสงั คมออนไลน์ ซง่ึ จรยิ ธรรมเกี่ยวกบั การใช้ส่ือสังคมออนไลน์นั้น สรปุ ได้ 4 ประเด็น หรือ
PAPA ดงั น้ี
28 คณุ ธรรมและจริยธรรมในการใชส้ อื่ ออนไลน์
รหัสวชิ า สค0200035
1. ความเปน็ สว่ นตวั (Information Privacy)
2. ความถกู ตอ้ ง (Information Accuracy)
3. ความเปน็ เจ้าของ (Information Property)
4. การเข้าถึงขอ้ มลู (Data Accessibility)
1. ความเปน็ สว่ นตวั (Information Privacy)
ความเป็นสว่ นตวั หมายถงึ สิทธิทจ่ี ะอยตู่ ามลำพังและเปน็ สิทธิทเ่ี จ้าของสามารถที่จะควบคุม
ข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร รวมถึง
หน่วยงานต่าง ๆ การละเมดิ ความเปน็ สว่ นตวั ทเ่ี ปน็ ข้อหา้ มสามารถสังเกตได้ดังน้ี
- การเข้าไปดูข้อความในอีเมล (E-mail) และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง
การบันทกึ -แลกเปลยี่ นขอ้ มลู ทบี่ คุ คลเข้าไปใช้บริการเวบ็ ไซตแ์ ละกลุ่มข่าวสารต่าง ๆ
- การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัท
ใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน แม้ว่าจะเป็นการติดตาม
การทำงานเพือ่ การพฒั นาคุณภาพการใชบ้ ริการ แตก่ จิ กรรมหลายอย่างของพนักงานก็ถูกติดตามด้วย พนกั งาน
สญู เสยี ความเป็นส่วนตัว ซงึ่ การกระทำเชน่ นี้ถอื เป็นการผดิ จริยธรรม
- การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งตา่ ง ๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด ถือเป็นการผิด
จรยิ ธรรม เพราะเป็นการละเมดิ ข้อมลู ความเป็นสว่ นตวั ของบุคคลอ่ืน
- การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ
เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าขึ้นมาใหม่ เพื่อนำไปขายให้บริษัทอื่น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน
การละเมดิ สิทธคิ วามเปน็ สว่ นตัวของข้อมูลและสารสนเทศ ผู้ใชง้ านจึงควรจะตอ้ งระวังการให้ข้อมลู โดยเฉพาะ
การเข้าใช้งานโดยมีเงื่อนไขในการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ เช่น การใส่ข้อมูลบัตรเครดิต และที่อยู่อีเมล
เป็นตน้
ภาพท่ี 23 การละเมดิ ความเป็นส่วนตวั ของผู้ใชง้ านอนิ เทอร์เน็ต
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อื่ ออนไลน์ 29
รหสั วชิ า สค0200035
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
ในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลน้ัน คุณลักษณะ
ทส่ี ำคัญประการหน่งึ คอื ความนา่ เชอ่ื ถือของขอ้ มูล ทัง้ น้ี ขอ้ มูลจะมีความน่าเช่ือถือมากน้อยเพยี งใด ข้ึนอยู่กับ
ความถูกต้องในการบันทึกข้อมูล ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไป
จะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ เช่น ในกรณีที่ให้ลูกค้า
ลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือกรณีของขอ้ มูลที่เผยแพรผ่ า่ นทางเว็บไซต์ อีกประเด็นหน่ึง คือ จะทราบได้อย่างไร
วา่ ขอ้ ผิดพลาดท่เี กิดข้นึ น้นั ไม่ไดเ้ กิดจากความจงใจ และผูใ้ ดจะเปน็ ผ้รู ับผดิ ชอบหากเกิดขอ้ ผดิ พลาด
นอกจากนี้ ข้อมูลควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะบันทึกข้อมูลเก็บไว้รวมถึง
การปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ และควรให้สิทธิแก่บุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้อง
ของข้อมูลตนเองได้ เช่น ผู้สอนสามารถดูคะแนนของผู้เรียนในความรบั ผิดชอบ เพ่ือตรวจสอบว่าคะแนนที่ป้อนไว้
ไมถ่ ูกแกไ้ ขหรอื เปลี่ยนแปลง
3. ความเป็นเจา้ ของ (Information Property)
สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สิน
ทั่วไปที่จับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (ความคิด) ที่จับต้องไม่ได้ เชน่
บทเพลง งานออกแบบ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่สามารถถ่ายทอดและบนั ทึกลงในส่ือต่าง ๆ ได้ เช่น สิ่งพิมพ์
เทป แผ่นเสียง ซดี รี อม เป็นต้น
ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์มีการกล่าวถึงการละเมดิ ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เช่น เม่ือผู้ซ้ือทำการซ้ือ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าผู้ซื้อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์น้ัน
ซึง่ ลขิ สิทธิ์ในการใช้จะแตกตา่ งกันไปในแตล่ ะสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนญุ าตให้ติดตัง้ ได้เพยี งเครื่องเดียว
ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง หากเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา
การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าสามารถใช้สิทธิ
ในโปรแกรมนัน้ ในระดบั ใด
4. การเข้าถึงขอ้ มูล (Data Accessibility)
การเข้าใช้งานโปรแกรม หรอื ระบบคอมพิวเตอร์ มกั จะมีการกำหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งาน
ทั้งน้ี เพอื่ เป็นการป้องกันการเข้าไปดำเนินการต่าง ๆ กับข้อมูลของผู้ใช้ท่ีไม่มีสว่ นเก่ียวข้อง และเป็นการรักษา
ความลับของข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรม
เช่นเดียวกับการละเมิดข้อมลู สว่ นตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอรแ์ ละเครือข่ายร่วมกนั
30 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่อื ออนไลน์
รหสั วชิ า สค0200035
ภาพท่ี 24 ความยินยอมในนโยบายสทิ ธิการใช้ซอฟต์แวร์
นอกจากนี้สถาบันจริยธรรมคอมพิวเตอร์ได้บัญญัติจริยธรรมคอมพิวเตอร์ 10 ประการไว้ในปี ค.ศ.1992
ซง่ึ ได้มกี ารปรับเปลีย่ นและยงั คงใชส้ ืบเนื่องมาจนถึงปัจจบุ นั ดังน้ี
1. อยา่ ใชค้ อมพิวเตอรท์ ำร้ายผูอ้ นื่
จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อก่ออาชญากรรมหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น การลักลอบ
เข้าถึงขอ้ มูลของผู้อน่ื โดยท่ไี มไ่ ด้รบั การอนญุ าต หรอื นำข้อมลู ของผอู้ ่ืนไปใช้ในทางท่ีไม่เหมาะสม
2. ไมร่ บกวนหรือแทรกแซงการใชง้ านของผ้อู นื่
จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์รบกวนผู้อื่น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความรำคาญ เช่น
การส่งข้อมูลซ้ำ ๆ การส่งข้อความลูกโซ่ ที่ไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับ รวมถึงการโพสต์ภาพหรือ
ข้อความที่ไม่เหมาะสม หรือเกินความจำเป็น โดยติดแท็กบุคคลอื่นตลอดเวลาถือเป็นการสร้าง
ความรำคาญให้แกผ่ ู้อ่ืน
ภาพที่ 25 การใชส้ ื่อออนไลน์ในการรบกวนผอู้ นื่
3. อยา่ สอดสอ่ งขอ้ มูลส่วนบคุ คลของผอู้ ืน่
จะต้องไม่ทำการสอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูไฟล์ข้อมูล เอกสารของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาต
เนื่องจากข้อมูลบางอย่างอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลไม่ต้องการเปิดเผย ซึ่งถือเป็นการ
ไมใ่ หเ้ กียรติและรกุ ลำ้ ความเป็นสว่ นตวั ของเจ้าของข้อมลู นั้น
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้สอ่ื ออนไลน์ 31
รหสั วชิ า สค0200035
4. ไมข่ โมยข้อมูลของผ้อู ื่น
จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการโจรกรรมข้อมูล ข่าวสาร ซึ่งการดึงข้อมูลของผู้อื่นมาเพื่อนำไปใช้
ในทางที่ผดิ กฎหมาย หรือขา่ วสารที่เปน็ เท็จ จะทำให้เกดิ ความเสียหายตอ่ บคุ ลหรือองค์กรนนั้ ได้
5. อยา่ เปน็ ส่วนหนง่ึ ของการเผยแพรข่ ้อมลู ทผ่ี ดิ
จะตอ้ งไมใ่ ช้คอมพวิ เตอร์สร้างหลักฐานเท็จ เนอ่ื งจากการสรา้ งหลักฐานท่ีเป็นเทจ็ ทำให้ผรู้ บั สาร
เกิดความเข้าใจผิด สื่อสารไปในทางที่ผิด และทำให้ข้อมูลที่เป็นความจริงถูกบิดเบือน โดยการกระทำ
ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่งผลให้เกิดความเชื่อที่ผิด ๆ และเกิดผลเสียตามมา
อกี มากมาย
ภาพท่ี 26 การตดั ตอ่ รูปอันมีขอ้ มูลเปน็ เท็จ
6. หลีกเลี่ยงการใชซ้ อฟตแ์ วรเ์ ถอ่ื น
จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการคัดลอกโปรแกรมท่ีมลี ิขสิทธิ์ ตามที่กล่าวขา้ งต้นนัน้ เนื่องจาก
โปรแกรมบางอย่างมีลิขสิทธิ์ในการเข้าใช้และการเข้าถึง และมีข้อจำกัดในตัว การคัดลอกโปรแกรม
ไปใช้โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต อาจก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อผู้ทีค่ ัดลอกได้
7. อย่าใช้คอมพวิ เตอร์ของผู้อนื่ ถ้าไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต
จะต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
ในการเข้าถึง จึงจำเปน็ ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตก่อนถงึ จะเข้าถึงสทิ ธ์ินนั้ ได้
8. อยา่ อา้ งความเป็นเจ้าของในงานของผู้อน่ื
จะต้องไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรเ์ พื่อนำเอาผลงานของผู้อืน่ มาเป็นของตนเอง โดยไมอ่ า้ งอิงหรือไม่ให้
เครดติ ผลงานของผอู้ น่ื ถือเปน็ การแอบอ้างทรัพย์ทางปญั ญาของผู้อื่นและผิดกฎหมาย
32 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ่อื ออนไลน์
รหัสวิชา สค0200035
9. คิดถงึ ผลกระทบทางสงั คมที่อาจเกิดขน้ึ ตอนพฒั นาซอฟตแ์ วร์
จะตอ้ งคำนงึ ถึงสิง่ ทจ่ี ะเกดิ ข้ึนกบั สังคม ทจ่ี ะตามมาจากการกระทำน้ัน เชน่ การสร้างโปรแกรม
ที่เป็นประโยชน์มากกว่าผลเสีย หรือการโพสรูปภาพที่ไม่แสดงการยั่วยุ หรือแสดงถึงความไม่สุภาพ
ของผู้เผยแพร่ เป็นต้น
10. สือ่ สารกับผ้อู ื่นด้วยความเคารพและมีมารยาท
จะต้องใช้คอมพวิ เตอรโ์ ดยเคารพ กฎระเบยี บ กติกา และมารยาท
จรยิ ธรรมและคุณธรรมในการใช้ส่ือสังคมออนไลน์ร่วมกัน
ในปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน การใช้งานระบบเครือข่ายออนไลน์
และการส่งขา่ วสารหรือข้อมูลต่าง ๆ ถึงกัน อาจมีผู้ไม่ประสงคด์ ีหรือมิจฉาชีพปะปนและสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้อ่ืน
อยู่เสมอ หลายเครือข่ายจึงได้ออกกฎเกณฑ์การใช้งานภายในเครือข่ายให้สมาชิกในเครือข่ายของตนยึดถือ
ปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑเ์ พื่อเปน็ การปอ้ งกันปัญหาที่อาจเกิดขึน้ ในการใชง้ าน และใหไ้ ด้รับประโยชน์สงู สดุ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเรียกใช้งาน มิได้เป็นเพียงเครือข่ายขององค์กรที่ผู้ใช้สังกัด
แต่เป็นการเชื่อมโยงของเครือข่ายต่าง ๆ เข้าหากันหลายพันหลายหมื่นเครือข่ายและมีข้อมูลข่าวสาร
อยู่ระหว่างเครือข่ายเป็นจำนวนมาก การส่งข่าวสารในเครือข่ายนั้นอาจทำให้ข่าวสารกระจายเดินทางไปยัง
เครือข่ายอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากหรือแม้แต่การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ฉบับหนึ่งก็อาจจะต้อง
เดินทางผ่านเครือข่ายอีกหลายเครือข่ายกว่าจะถึงปลายทาง ดังน้นั ผูใ้ ชบ้ รกิ ารต้องให้ความสำคัญและตระหนัก
ถงึ ปัญหาปรมิ าณข้อมูลข่าวสารที่วงิ่ อยบู่ นเครือข่าย
ดังนั้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนที่เป็นสมาชิกเครือข่ายจะต้องมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ข้อบังคับ
ของเครือข่ายนั้น มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้ร่วมใช้บริการคนอื่น รวมถึงการรับผิดชอบต่อการกระทำ
ของตนเองที่เข้าไปขอใช้บริการต่าง ๆ บนเครือข่ายบนระบบคอมพิวเตอร์ การใช้งานอย่างสร้างสรรค์และเกิด
ประโยชน์จะทำให้สังคมอินเทอร์เน็ตน่าใช้และเป็นประโยชน์ร่วมกันอย่างดี ควรงดกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควร
ปฏิบัติ เช่น การส่งกระจายข่าวไปเป็นจำนวนมากบนเครือข่าย การส่งเอกสารจดหมายลูกโซ่ การส่งต่อข้อมูล
ที่หาแหล่งอ้างอิงไม่ได้ หรือข้อมูลที่ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลเสียโดยรวมต่อผู้ใช้
และไมเ่ กิดประโยชนใ์ ด ๆ ต่อสังคมในโลกออนไลน์
ทัศนะทางจริยธรรม 5 ประการ ของยคุ สารสนเทศ (Five moral dimensions of the information
age) มดี ังน้ี
1. สิทธิด้านสารสนเทศและพันธะหน้าที่ (Information rights and obligations) สิทธิด้าน
สารสนเทศอะไรทอ่ี งคก์ ารพงึ มี และความรับผดิ อะไรท่ีบุคคลและองคก์ ารพงึ มี
2. สิทธิของทรัพย์สนิ (Property rights) ในสังคมท่ไี ม่มคี วามชัดเจนในเร่อื งสทิ ธขิ องทรัพย์สิน
จะต้องพิจารณาสงั คมนน้ั ควรจะมกี ารปกป้องสทิ ธิทรัพยส์ นิ ทางปญั ญาอย่างไร
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้ส่อื ออนไลน์ 33
รหัสวชิ า สค0200035
3. ความรับผิดชอบในหน้าที่และการควบคุม (Accountability and control) การพิจารณา
ถึงบุคคลที่จะเป็นผู้ที่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นที่เป็นอันตรายต่อสิทธิของบุคคล สิทธิของสารสนเทศ
และสิทธขิ องทรัพยส์ นิ
4. คุณภาพระบบ (System quality) เป็นการพิจารณาว่าระบบควรมีมาตรฐานและคุณภาพ
เพือ่ การปกป้องสทิ ธสิ ว่ นบุคคล และความปลอดภยั ของสังคม
5. คุณภาพชีวิต (Quality of life) เป็นการพิจารณาว่าค่านิยมใดที่ควรจะรักษาไว้ในสังคม
ที่ใช้ข่าวสารการมีความรู้พื้นฐาน สถาบันใดที่ควรจะได้รับการปกป้องให้พ้นจากการละเมิดฝ่าฝืน
การละเมิดค่านิยม และความประพฤติด้านสังคม การประพฤติเชิงสังคมอย่างไรที่ควรจะได้รับ
การสนับสนุนจากระบบสารสนเทศ [Information systems (IS)] ใหม่ ๆ
ภาพที่ 27 จรยิ ธรรมของยุคสังคมออนไลน์
แนวทางในการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาสังคมท่ีเกดิ จากสื่อสังคมออนไลน์
1. ใช้แนวทางสร้างจริยธรรม (Ethic) ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนเสียหาย
ต่อผู้อื่น และควรตั้งใจที่ทำกิจกรรมจะเสริมสร้างคุณงามความดี และเป็นประโยชน์อยู่เสมอ ผู้ใช้สื่อสังคม
ออนไลน์ ควรทำการศึกษาหาความรู้ว่ากิจกรรมประเภทใดเป็นสิ่งดีมีประโยชน์ต่อบุคคลอื่น และกิจกรรม
ประเภทใดสามารถสรา้ งความเดือดร้อนใหก้ ับบคุ คลอน่ื ได้
2. สร้างความเข้มแข็งใหก้ ับตนเอง ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรตระหนกั อยูเ่ สมอว่าในสงั คมยังมีคนไมด่ ี
ปะปนอยู่ สื่อสังคมออนไลน์เป็นเพียงเครื่องมือที่จะอำนวยความสะดวกเท่านั้น หากมีผู้ใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้
ในทางท่ีไม่ดี ส่ือออนไลน์ก็ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมที่ไม่ดีให้รนุ แรงข้ึนได้ การสรา้ งความเข้มแข็งให้กับตนเอง
ไม่ลมุ่ หลงต่อกจิ กรรมหน่ึงกจิ กรรมใดจนมากเกินไป ตลอดจนการคิดไตร่ตรองใหร้ อบคอบ ถือว่าเป็นข้อปฏิบัติ
ทจี่ ำเปน็ ในยคุ ของสอื่ สังคมออนไลน์นี้
34 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ ่อื ออนไลน์
รหัสวิชา สค0200035
3. ใช้แนวทางการควบคุมสังคมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี แนวทางนี้มีหลักคือวัฒนธรรมที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น
ในยุคสังคมออนไลน์ เช่น การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยกย่องในผลงานของผู้อื่น เป็นวัฒนธรรมที่ดีและพึงปฏิบัติ
ในยุคสังคมออนไลน์ ท่ีผใู้ ชข้ ้อมลู ของผู้อื่นพึงให้เกียรติแหล่งข้อมูล ด้วยการอ้างองิ ถึง (Citation) เมื่อนำผลงาน
ของผูอ้ ืน่ มาใช้ประโยชน์
4. การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมชุมชน ผู้รับผิดชอบในการจัดการด้วยสื่อสังคมออนไลน์
และสมาชิกของสังคมพึงตระหนักถึงภัยอันตรายที่มาพร้อมกับ สื่อสังคมออนไลน์และควรหาทางป้องกันภัย
อันตรายเหล่านั้น เช่น การติดตั้งระบบเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน การให้ความรู้
เรื่องภัยอันตรายจากอินเทอร์เน็ตต่อสังคม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภัยอันตรายที่มากับ สื่อสังคมออนไลน์
ตลอดจนการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมมีความเข้มแข็งและสามารถ
ดำรงอยกู่ ับเทคโนโลยีได้อย่างยง่ั ยืน
5. ใช้แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานการบริหารจัดการการให้บริการด้านสื่อสังคมออนไลน์ ในปัจจุบัน
องค์กรต่าง ๆ ได้นำเสนอมาตรฐานที่เกี่ยวกับการให้บริการด้านสื่อสังคมออนไลน์ ถึงแม้ว่าเจตนาเดิม
ของมาตรฐานเหล่านี้จะอำนวยประโยชน์ให้กระบวนการด้านการบริหารงาน แต่เนื่องจากมาตรฐานต่าง ๆ
เหล่านี้ได้ผ่านการพิจารณาไตร่ตรองจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ส่งผลทำให้แนวทางการเข้าสู่มาตรฐาน
หลายประการสามารถช่วยลดภัยอันตรายจากสื่อสังคมออนไลน์ได้ เช่น มาตรฐานการรักษาความมั่นคง
ปลอดภยั ในการประกอบธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (ISO/IEC 17799) มกี ารกำหนดเร่อื งความมนั่ คงปลอดภัย
ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมขององค์กร การควบคุม
การเข้าถึง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านกฎหมาย เป็นต้น การศึกษาแนวทางการเข้าสู่มาตรฐาน
และการนำไปปฏบิ ัติจะสามารถช่วยลดภัยอนั ตรายจากเทคโนโลยีไดใ้ นระดบั หน่ึง
6. ใช้แนวทางการบังคับใช้ด้วยกฎ ระเบียบ และกฎหมาย ปัญหาสังคมที่เกิดจากสื่อสังคมออนไลน์
อาจจะรุนแรง และไม่สามารถแก้ปญั หาด้วยวิธีการอื่น การกำหนดให้ปฏิบตั ิตามจะต้องระบขุ ้อกำหนดทางด้าน
กฎหมาย และบทลงโทษของการละเมิด เป็นส่งิ จำเป็นผู้บรหิ ารระบบสารสนเทศจะต้องระบุข้อกำหนดทางด้าน
กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั บทลงโทษ หรือสญั ญา ทีจ่ ะตอ้ งปฏิบัติตาม เพ่ือป้องกันปัญหาสังคมท่ีจะมากับส่ือสังคม
ออนไลน์ เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางลิขสิทธิ์ ในการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญา การป้องกันข้อมูล
สว่ นตัวของพนกั งาน เป็นตน้
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชส้ อ่ื ออนไลน์ 35
รหสั วชิ า สค0200035
เรื่องท่ี 2 จรรยาบรรณในการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์และความสำคญั
จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติทีผ่ ้ปู ระกอบการอาชีพการงานในแตล่ ะอาชีพได้กำหนดข้ึน
เพื่อรักษา ส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง และฐานะของสมาชิกในอาชีพการงานนั้น ๆ อาจเขียนเป็นลายลักษณ์
อักษรหรอื ไม่เปน็ ลายลักษณ์อักษรก็ได้ ดงั นน้ั จรรยาบรรณจึงเป็นหลักควบคุมความประพฤติของบุคคลในแต่ละ
กลุม่ อาชีพ เปน็ เครอื่ งยึดเหนยี่ วจิตใจให้มีคุณธรรมและจริยธรรม เชน่ จรรยาบรรณของครผู ูส้ อน จรรยาบรรณ
ของแพทย์ พยาบาล หรอื จรรยาบรรณของผู้ส่อื ข่าว เปน็ ตน้
ในวงการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มีหลายอาชีพ เช่น
โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ วศิ วกรคอมพิวเตอร์ เปน็ ต้น ซ่งึ แต่ละอาชีพจะต้องมจี รรยาบรรณเพ่ือเป็นหลัก
ในการประพฤตติ นของผู้ทีป่ ระกอบอาชีพนัน้ เชน่ จรรยาบรรณของนกั วิเคราะห์ระบบท่ีไมค่ วรเปิดเผยความลับ
ของบริษทั ทีต่ นทำหน้าท่ีเปน็ นักวเิ คราะห์ระบบอยู่ หรือจรรยาบรรณของโปรแกรมเมอร์ ไม่ควรเขียนโปรแกรม
ไวรสั แนบไปกบั โปรแกรมทก่ี ำลังพฒั นาใหก้ ับบริษทั ทต่ี นกำลังพัฒนาโปรแกรมนน้ั ๆ เป็นตน้
ความสำคัญของจรรยาบรรณการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์ คอื ทำให้การใช้อนิ เทอรเ์ นต็ เป็นไปอย่างสงบสุข
ไม่เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธ์ิ หรืออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ตา่ ง ๆ เช่น การขโมยผลงานของผู้อื่น หรือ
การละเมิดความเป็นส่วนตัวในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เป็นตน้
จรรยาบรรณของผใู้ ช้คอมพิวเตอรแ์ ละอินเทอรเ์ นต็ ในดา้ นตา่ ง ๆ
จรรยาบรรณสำหรบั ผใู้ ชไ้ ปรษณยี อ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ (E-mail)
1. ตรวจสอบกล่องข้อความจดหมายทุกวันและจะต้องจำกัดจำนวนไฟล์และข้อมูลในกล่อง
ข้อความของตนให้เลอื กอยู่ภายในขนาดความจุที่กำหนด
2. ลบอเี มลทีไ่ มต่ ้องการแลว้ ออกจากกล่องข้อความ
3. ให้ทำการโอนย้ายหรือบันทึกอีเมลจากระบบไปไว้ยังพีซีหรือฮาร์ดดิสก์ของตนเองเพื่อใช้
อา้ งองิ ในภายหลงั
ภาพท่ี 28 การใชอ้ ีเมลบนคอมพิวเตอร์
36 คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ส่ือออนไลน์
รหสั วิชา สค0200035