1 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA
ก คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำนำ ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารายงาน การติดตาม การประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนที่ ๒ กลยุทธ์ที่ ๓ ตัวชี้วัดที่ ๑๑ คือ ร้อยละของ สถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ได้รับการเตรียมความพร้อมด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ “ในการประเมินระดับนานาชาติตามโครงการ PISA” นั้น ในการนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ ขอความอนุเคราะห์ ให้คุณครูผู้สอนภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ สร้างข้อสอบตามแนวทาง PISA เพื่อจัดทำเป็นคลังข้อสอบออนไลน์สำหรับสถานศึกษาในสังกัด ที่เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทั้งหมด ดังนั้น เพื่อให้มีสื่อสำหรับทบทวนความรู้ และฝึกทักษะการเชื่อมโยงความรู้เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ จึงได้ จัดทำนวัตกรรมด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในการประเมินระดับนานาชาติตามโครงการ PISA สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกพัฒนาทักษะการ แก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนและสถานศึกษาในการนำไปใช้พัฒนา ผู้เรียน และขอขอบคุณคณะทำงานที่ร่วมจัดทำแบบพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓
ข คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ครบรอบการประเมินของ PISA (Programme for International Student Assessment) เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของการสอบให้มีสื่อสำหรับทบทวนความรู้และฝึก ทักษะการเชื่อมโยงความรู้เพื่อการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ศูนย์ PISA สพฐ. จึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA ขึ้นประกอบด้วย แบบฝึก ทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA ด้านการรู้เรื่องการอ่าน แบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาตาม แนวทางการประเมินของ PISA ด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ และแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการ ประเมินของ PISA ด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ กรอบการจัดทำแบบฝึกทักษะ การจัดทำแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของPISA ครั้งนี้กำหนดกรอบการจัดทำ โดยอิงตามกรอบการประเมินของ PISA แต่ละด้าน ดังนี้ นิยามของแบบฝึกทักษะ : แบบฝึกที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของนักเรียนที่นําไปสู่ การแก้ปัญหาตามนิยามและกรอบโครงสร้างการประเมินการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ กรอบการจัดทำแบบฝึก : อิงตามกรอบโครงสร้างการประเมินของ PISA แต่ละด้าน ดังนี้ ➢ การรู้เรื่องการอ่าน สถานการณ์หรือบริบท (Situation) เป็นสาระหรือข้อมูลแวดล้อมที่นํามาเป็นสื่อเพื่อให้นักเรียนอ่าน ๔ บริบท ได้แก่ส่วนตัว สาธารณะ การงานอาชีพ และการอ่านเพื่อการศึกษา เนื้อเรื่อง (Text) เป็นรูปแบบของการนําเสนอทั้งในรูปของสื่อ สํานวนภาษา และการนําเสนอ ความสามารถด้านการอ่าน เป็นความสามารถของนักเรียนในการทำความเข้าใจต่อสิ่งที่อ่าน ได้แก่การเข้าถึงและ ค้นคืนสาระ การบูรณาการและการตีความ และการสะท้อนและประเมิน ➢ การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ สถานการณ์หรือบริบท (Context) เป็นสาระหรือข้อมูลแวดล้อมที่ปัญหานั้นตั้งอยู่๔ บริบทได้แก่ ส่วนตัว สาธารณะ การงานอาชีพ และวิทยาศาสตร์ เนื้อหาคณิตศาสตร์ (Content) เป็นสาระความรู้ที่นักเรียนต้องนำมาใช้เชื่อมโยงเพื่อการแก้ปัญหา ได้แก่ สาระความรู้คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ปริภูมิและรูปทรงปริมาณ และความไม่ แน่นอนและข้อมูล กระบวนการทางคณิตศาสตร์ (Process) เป็นกระบวนการที่ใช้อธิบายสิ่งที่แต่ละคนทำเพื่อเชื่อมโยง บริบทของปัญหากับคณิตศาสตร์แล้วนําไปสู่การแก้ปัญหา ประกอบด้วย การคิดสถานการณ์ปัญหาในเชิง คณิตศาสตร์การใช้หลักการและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา และการตีความและประเมินผลลัพธ์ ทางคณิตศาสตร์ ➢ การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ สถานการณ์และบริบทของวิทยาศาสตร์สถานการณ์ในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับบุคคล ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์เป็นความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเชิงวิทยาศาสตร์ ประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และแปลความหมายข้อมูลและใช้ประจักษ์ พยานเชิงวิทยาศาสตร์
ค คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ความเข้าใจในข้อเท็จจริง แนวคิดหลัก และทฤษฎีสำคัญ ที่ทำให้เกิดความรู้ พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย ความรู้ด้านเนื้อหา ความรู้ด้านกระบวนการ และความรู้เกี่ยวกับการได้มา ของความรู้ เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ได้แก่ความสนใจในวิทยาศาสตร์การให้ความสำคัญกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ นํามาสู่การสืบเสาะหาความรู้และความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม การนําแบบฝึกไปใช้สำหรับครูผู้สอน แบบฝึกทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA ทั้งการรู้เรื่องการอ่าน การรู้เรื่อง คณิตศาสตร์และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์จัดทำขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นใช้เป็นเครื่องมือในการ พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพตามกรอบการประเมินของ PISA ที่ไม่เน้นเพื่อการพิจารณาว่านักเรียนรู้หรือจำเนื้อหาที่ เรียนไปแล้วได้หรือไม่ แต่เป็นแบบฝึกทักษะที่เน้นทักษะการเชื่อมโยงความรู้ที่นักเรียนได้เรียนในห้องเรียนกับ สถานการณ์ที่กําหนดให้ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีแนวทางการนําไปใช้ ดังนี้ - ใช้เป็นสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยเลือกใช้สถานการณ์ของ แบบฝึกที่มีเนื้อหา/ความรู้สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการพัฒนาในชั้นเรียนนั้น ๆ - ใช้เป็นสื่อแบบฝึกเมื่อจบบทเรียน การใช้แบบฝึกต้องมั่นใจว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจใน เนื้อหาความรู้ที่ปรากฏในสถานการณ์ในระดับหนึ่งซึ่งครูผู้สอนสามารถใช้แบบฝึกนี้หลังจากจบ บทเรียนหรือจบกิจกรรมการเรียนการสอนในสาระหนึ่งได้ - ใช้เป็นเอกสารประกอบการจัดกิจกรรมเสริมให้กับผู้เรียนในชั่วโมงของกิจกรรมเสริมต่าง ๆเพื่อ การพัฒนาผู้เรียน การใช้แบบฝึกพัฒนาผู้เรียนควรเลือกนําไปใช้ครั้งละ ๑-๒ สถานการณ์ โดยการพิจารณาจากความ สอดคล้องของสาระความรู้ที่ปรากฏในสถานการณ์ของแบบฝึกและสาระความรู้ที่ต้องการพัฒนา/ประเมิน
ง คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก คำชี้แจง ข สารบัญ ง กรอบที่ใช้ในการประเมิน ซ แบบฝึกพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านการรู้เรื่องการอ่าน ตามแนวทางการประเมินของ PISA 1 แบบฝึกพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านคณิตศาสตร์ตามแนวทางการประเมินของ PISA 42 แบบฝึกพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมินของ PISA 62 คณะทำงาน 96
1 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA
2 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) หมายถึง ความสามารถในการทำความเข้าใจสิ่งที่อ่าน สามารถ นำไปใช้ในการประเมิน การสะท้อน และมีความรักและความผูกพันกับถ้อยความเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ และศักยภาพและการมีส่วนร่วมในสังคม (PISA 2018) ความสามารถด้านการอ่านเป็นเครื่องมือสําคัญในการพัฒนาและต่อยอดความรู้“การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy)” เป็นความสามารถของนักเรียนในการทําความเข้าใจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่านแล้ว นำไปใช้ในการประเมิน การสะท้อน มีความรักและผูกพันกับสิ่งที่อ่านเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและศักยภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA จัดทําขึ้นเพื่อพัฒนา ความสามารถด้านการอ่านของนักเรียน 3 ลักษณะ คือ อ่านเพื่อเข้าถึงและค้นคืนสาระ อ่านเพื่อบูรณาการและ ตีความ และอ่านเพื่อประเมินและสะท้อนสิ่งที่อ่าน โดยบทอ่านที่นํามาเป็นเครื่องมือหรือสถานการณ์สําหรับพัฒนา นักเรียนจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในการดําเนินชีวิต นักเรียนอาจได้พบเห็นหรือไม่ก็ได้ตามกรอบที่ PISA ใช้ใน การประเมิน ดังนี้ สถานการณ์ เนื้อเรื่อง ความสามารถด้านการอ่าน PISA กำหนดสถานการณ์หรือ บริบทเป็นวัตถุประสงค์ด้านการ อ่าน 4 บริบท ดังนี้ o บริบทส่วนตัว o บริบทสาธารณะ o บริบทการงานอาชีพ o บริบทการอ่านเพื่อการศึกษา PISA ให้ความสำคัญกับ ๓ ลักษณะของเนื้อเรื่อง ดังนี้ o สื่อทั้งที่เป็นสิ่งพิมพ์และสื่อ ดิจิทัล o รูปแบบของเนื้อเรื่อง o สำนวนภาษาของเนื้อเรื่อง PISA ให้ความสำคัญกับ ความสามารถด้านการอ่าน ๓ ลักษณะ (PISA 2015) ดังนี้ o การเข้าถึงและค้นคืนสาระ o การบูรณาการและการตีความ o การสะท้อนและประเมิน การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน แบบฝึกนี้มุ่งพัฒนาความสามารถด้านการอ่านให้เกิดขึ้นภายในตัวของนักเรียน เนื้อหาของแบบฝึก จึงไม่ยึดติดกับเนื้อหาของบทเรียนที่นักเรียนได้เรียนในห้องเรียน ดังนั้น การใช้แบบฝึกนี้นักเรียนสามารถหาคําตอบ ได้ด้วยการพยายามใช้ศักยภาพที่มีในตัวเองในการหาคําตอบ คําตอบของแบบฝึกบางข้อนักเรียนอาจหาได้ง่าย เพราะปรากฏอย่างชัดเจนในบทอ่าน บางข้อนักเรียนต้องใช้ความสามารถในการตีความ หรือแปลความข้อความ ภาพ ข้อมูลหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทอ่านเพื่อใช้ในการตอบคําถาม หรือบางข้ออาจให้นักเรียนใช้ความรู้ที่ได้ จากบทอ่านเชื่อมโยงกับความรู้หรือประสบการณ์ที่นักเรียนมีในการสรุปเป็นคําตอบหรือแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบทอ่านอย่างสมเหตุสมผล ดังนั้น ในการพัฒนาศักยภาพการอ่านตามแบบฝึกนี้นักเรียนควรอ่าน สถานการณ์ที่กําหนดให้จบทุกครั้ง ก่อนหาคําตอบของคําถามแต่ละข้อ สถานการณ์สําหรับพัฒนาศักยภาพด้านการอ่านของนักเรียน จํานวน 13 สถานการณ์ประกอบด้วย 2 องศาฯ วิกฤติอุณหภูมิเปลี่ยนโลก กาฝากชีวิต นอนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน การโฆษณาเกินจริง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรคซึมเศร้า JOB NEW ONLINE ศัลยกรรมเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ สังคมนอกคอก กําลังแรงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเด็กกับคอมพิวเตอร์และทฤษฎีแมลงสาบ แต่ละสถานการณ์ใช้ในการ ฝึกความสามารถด้านการอ่านของนักเรียน 3 ด้าน คือการอ่านเพื่อเข้าถึงและค้นคืนสาระการอ่านเพื่อการบูรณา การและการตีความ และอ่านเพื่อการประเมินและสะท้อน ซึ่งเป็นสมรรถนะตามแนวทางการประเมินของ PISA
3 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA
4 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็นส่วนตัว คำชี้แจง อ่านบทอ่านแล้วตอบคำถามข้อที่ 1 - 4 การแปรงฟันของคุณ ฟันของเราสะอาดมากขึ้นและมากขึ้นเมื่อเรายิ่งแปรงนานขึ้นและแรงขึ้นใช่หรือไม่? นักวิจัยชาวอังกฤษบอกว่าไม่ใช่ เขาได้ทดลองหลายๆ ทางเลือก และท้ายที่สุดก็พบวิธีที่สมบูรณ์แบบในการแปรง ฟัน การแปรงฟัน 2 นาทีโดยไม่แปรงฟันแรงจนเกินไปให้ผลที่ดีที่สุด ถ้าคุณแปรงฟันแรงคุณกำลังทำร้ายเคลือบฟัน และเหงือกโดยไม่ได้ขจัดเศษอาหารหรือคราบหินปูน เบนท์ ฮันเซน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแปรงฟัน กล่าวว่าวิธีจับแปรงสีฟันที่ดีก็คือจับให้เหมือนจับปากกา “เริ่มจากมุม หนึ่ง และแปรงไปตามฟันจนหมดแถว” เธอบอกว่า “อย่าลืมลิ้นของคุณด้วย! มันสามารถสะสมแบคทีเรียได้มาก ทีเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก” “การแปรงฟันของคุณ” เป็นบทความจากนิตยสารของนอร์เวย์ จงใช้บทความเรื่อง “การแปรงฟันของคุณ”ข้างบนเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้ ชุดที่ 1
5 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ข้อที่ 1 บทความนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (การบูรณาการและตีความ 1 คะแนน) 1. วิธีที่ดีที่สุดในการแปรงฟัน 2. แปรงสีฟันชนิดที่ใช้ดีที่สุด 3. ความสำคัญของการมีฟันดี 4. วิธีการแปรงฟันที่แตกต่างกันของแต่ละคน ข้อที่ 2 นักวิจัยชาวอังกฤษแนะนำว่าอย่างไร 1. แนะนำว่าคุณแปรงฟันได้บ่อยเท่าที่จะแปรงได้ 2. แนะนำว่าคุณไม่ควรพยายามแปรงฟัน 3. แนะนำว่าคุณไม่ควรแปรงฟันแรงเกินไป 4. แนะนำว่าคุณควรแปรงลิ้นให้บ่อยกว่าฟัน ข้อที่ 3 ทำไมเราจึงควรแปรงลิ้น ตามคำกล่าวของเบนท์ ฮันเซน .................................................................................................................... ................................................................ ............................................................................................................................. ....................................................... ......................................................................................................................................... ........................................... ข้อที่ 4 ทำไมในเรื่องจึงกล่าวถึงปากกา 1. เพื่อช่วยให้เราเข้าใจว่าควรจับแปรงสีฟันอย่างไร 2. เพราะเราเริ่มจากมุมหนึ่งเหมือนกันทั้งปากกาและแปรงสีฟัน 3. เพื่อแสดงว่าเราสามารถแปรงฟันได้หลายๆวิธี 4. เพราะเราควรแปรงฟันอย่างจริงจังเช่นเดียวกับการเขียน
6 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง อ่านบทอ่านแล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 5 เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” จู่ ๆ Chiquinho Scarpa เศรษฐีตัวแสบประจำเมืองแซมบา ก็ประกาศเรียกสื่อมวลชนทั้งหลายให้มาทำ ข่าวการฝังรถ “Bentley Flying Spur” มูลค่าหลายสิบล้านในสวนหลังบ้านของตน เมื่อข่าวนี้ออกไป เสียงด่าทอ และประณามการกระทำ ทั้งโลกออนไลน์และสื่อต่าง ๆ กลับมาหาตัวเขา มากกว่าคำชมในความบ้าบิ่น เรียกได้ว่า เขากลายเป็นโจทย์ของสังคม และเรื่องการฝังรถหรูของเขาก็กลายเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อวันที่เขาประกาศมาถึง นักข่าวทั่วทุกสำนักถูกเชิญมาที่สวนหลังบ้าน มีการถ่ายทอดสดการฝังรถหรู ของเขาผ่านทางทีวีใหญ่โต “แต่เกมพลิก! เมื่อจู่ ๆ เศรษฐีจอมแสบรายนี้ก็สั่งหยุดการฝังรถ เเละเชิญนักข่าวทุกท่าน มาฟังเขาพูด ก่อนที่เขาฝังรถคันนี้ต่อ” และสิ่งที่เขาจะพูดกับนักข่าวเเละประชาชนที่กำลังติดตามผ่านการถ่ายทอดสดครั้งนี้ คือ “ต่อให้ผมฝังรถหรูราคาหลายสิบล้านนี้จริง แต่มูลค่าของรถคันนี้ยังไม่เท่ากับการที่พวกคุณฝังร่างกายคุณลงพื้นดิน เลย เพราะรู้หรือไม่ว่าอวัยวะของคุณนั้นมีค่าที่สุด มีค่ามากกว่ารถคันนี้เสียอีก ทำไมคุณยังฝังได้อย่างไม่เสียดาย กัน!” จากผู้ร้ายที่บ้าบิ่น คนรวยสุดสติแตกที่ประกาศฝังรถหรูในสวนของตัวเอง เขาก็กลับกลายเป็นคนที่ สามารถเรียกนักข่าวและสื่อมาเพื่อข่าวรณรงค์สนับสนุนการบริจาคอวัยวะในบราซิลได้มากที่สุดคนหนึ่งใน ประวัติการณ์ สถิติที่รวบรวมมาคร่าว ๆ จากแคมเปญนี้ Chiquinho Scarpa สามารถสร้างการรับรู้เรื่องการรณรงค์ บริจาคอวัยวะให้กับคนทั่วโลกได้มากกว่า 172 ล้านคน สร้างมูลค่าผ่านสื่อคิดเป็นตัวเลขกว่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีต้นทุนเพียง 6,000 เหรียญ และที่สำคัญที่สุด เขาสามารถเพิ่มยอดคนร่วมบริจาคอวัยวะได้เพิ่มขึ้น กว่า 31.5% ใน 1 เดือน ต้องยกให้เขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์โลกมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่มา : http://marketeer.co.th/๒๐๑๔/๐๖/chiquinho-bentley-cannes/ ข้อที่ 1 : เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” คำว่า “แซมบา” หมายถึงประเทศใด (อ่านเพื่อเข้าถึงและค้นคืนสาระ 1 คะแนน) 1. ประเทศเอกวาดอร์ 2. ประเทศบราซิล 3. ประเทศชิลี 4. ประเทศอิหร่าน ชุดที่ 2
7 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ข้อที่ 2 : เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” จากบทความข้างต้น นาย Chiquinho Scarpa มีจุดประสงค์หลักอะไรในการกระทำดังกล่าว (อ่านเพื่อบูรณาการ และตีความ 1 คะแนน) 1. ต้องการเรียกร้องความสนใจเพื่อประชาสัมพันธ์ 2. ต้องการแสดงถึงฐานะที่ร่ำรวยของตน 3. ต้องการประชดบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 4. ต้องการรณรงค์สนับสนุนการบริจาคอวัยวะ ข้อที่ 3 : เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบายเหตุผลประกอบความเห็นของนักเรียน จากคำพูดของเศรษฐีคนนี้ ที่ว่า” มูลค่าของรถคันนี้ยังไม่เท่ากับการที่พวกคุณฝังร่างกายคุณลงพื้นดินเลย เพราะรู้หรือไม่ว่าอวัยวะของคุณนั้นมีค่า ที่สุด มีค่ามากกว่ารถคันนี้เสียอีก ทำไมคุณยังฝังได้อย่างไม่เสียดายกัน!” ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ข้อที่ 4 : เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” จากบทความข้างต้น นักเรียนคิดว่า สุดท้ายแล้วสังคมมีการตอบรับการกระทำของเศรษฐีคนนี้อย่างไร จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างจากบทความ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................... ........... ....................................................................................................................... ....................................................... คำถามที่ 5 : เเคมเปญเเรง! “เศรษฐีบราซิเลียนประกาศฝังรถ BENTLEY ในสวนหลังบ้านตัวเอง” จากข่าวข้างต้น ยกให้ นาย Chiquinho Scarpa เป็นเด็กเลี้ยงแกะ นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด โปรด ยกตัวอย่างการกระทำของบุคคลดังกล่าวอย่างชัดเจน ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................
8 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 – 2 1. คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมีโอกาสเกิดโรคใด 1. โรคหัวใจและหลอดเลือด 2. โรคกระเพาะ 3. โรคมะเร็ง 4. โรคโลหิตจาง 2. บุคคลใดไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 1. นุ่นชอบเล่นเกมจนดึก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ 2. หน่อยชอบออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน 3. นิดชอบกินหมูกระทะทุกเย็น 4. นัดชอบสูบบุหรี่เวลาเครียด ชุดที่ 3
9 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 – 2 คำถามที่ 1 1 คะแนน สมุนไพรลูกใต้ใบมีคุณสมบัติอย่างไร 1. ขับของเสียออกจากไต 2. ขับของเสียออกจากตับ 3. ขับของเสียออกจากเลือด 4. ขับของเสียออกจากลำไส้ ชุดที่ 4
10 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2 1 คะแนน จุดประสงค์ของถ้อยความนี้คืออะไร 1. เพื่ออธิบายว่า อัมพฤกษ์ อัมพาต คืออะไร 2. แสดงความคิดเห็นต่อการเกิด อัมพฤกษ์ อัมพาต 3. ชี้ให้เห็นถึงวิธีป้องกันการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยตนเอง 4. บอกให้คนทราบว่าต้องออกกำลังกายจึงจะป้องกันการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต
11 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 – 2 รอยพ่นสีบนกำแพง ฉันเดือดดาลไปด้วยความโกรธที่เห็นกำแพงโรงเรียนต้องถูกทำความสะอาดและทาสีใหม่ถึงสี่ครั้งเพื่อลบ รอยพ่นสีบนกำแพง การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่น่าชมเชยก็จริงอยู่ แต่มนุษย์ควรจะหาวิธีการแสดงออกที่ไม่ต้องทำให้ สังคมเดือดร้อนและสูญเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ทำไมคุณชอบทำลายชื่อเสียงของคนวัยรุ่นหนุ่มสาวด้วยการไปพ่นสีบนกำแพง ซึ่งเป็นข้อห้าม ศิลปินมือ อาชีพน่ะ เขาไม่แขวนงานของเขาตามข้างถนนหรอก จริงไหม แต่เขาจะหาเงินและชื่อเสียงโดยการแสดง นิทรรศการผลงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในความเห็นของฉัน ไม่ว่าจะเป็นตัวตึก รั้ว ม้านั่งในสวนสาธารณะ ต่างก็ถูกออกแบบมาอย่างมีศิลปะใน ตัวเองแล้วทั้งนั้น มันน่าเสียดายที่จะไปทำลายงานสถาปัตยกรรมนี้เสีย ด้วยรอยพ่นสี และยิ่งกว่านั้น วิธีนี้ยังทำลาย ชั้นโอโซนในบรรยากาศอีกด้วย จริง ๆ นะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมศิลปินอาชญากรรมเหล่านี้จะรู้สึกเดือดร้อนเมื่อ เห็นว่า “งานศิลปะ" ของพวกเขาถูกล้างออกครั้งแล้วครั้งเล่า เกวลิน ไม่ต้องพูดกันเรื่องรสนิยม ทุกวันนี้สังคมเต็มไปด้วยการสื่อสารและการโฆษณา ตามถนนมีแต่ตราของ บริษัท ชื่อห้างร้าน โปสเตอร์ขนาดมหึมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ใช่ไหม ใช่ ส่วนใหญ่ยอมรับกันได้ แล้วรอย พ่นสีบนกำแพงล่ะ ยอมรับกันได้ไหม บางคนก็บอกว่าได้ บางคนก็บอกว่าไม่ได้ ใครเป็นคนจ่ายค่าพ่นสีบนกำแพง ในที่สุดใครเป็นคนจ่ายค่าโฆษณา ใช่ผู้บริโภคไงล่ะ คนที่เอาแผ่นป้ายโฆษณามาเที่ยวแปะล่ะ เคยขออนุญาตไหม ก็ไม่เคย พวกพ่นสีบนกำแพงทำเช่นนั้นบ้าง ได้ไหม มันไม่ใช่แต่เรื่องของการบอกชื่อของตัวเอง–ชื่อแก๊ง และผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ๆ ตามข้างถนน ลองนึกถึง ผ้าลายทาง และลายตาหมากรุก ที่มีขายตามร้านเมื่อสองสามปีก่อน และลายเสื้อผ้าของนักเล่น สกี ทั้งลายและสีของผ้าเหล่านี้ก็ถูกขโมยมาจากลายที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามบนกำแพงคอนกรีตตามข้างถนน นั่นเอง ตลกดีที่ลวดลายเหล่านี้เป็นที่ยอมรับ และชื่นชม แต่รอยพ่นสีบนกำแพงซึ่งเป็นแบบเดียวกันกลับถูก มองเห็นว่าทุเรศ โลกนี้มันช่างยากนักสำหรับศิลปิน โสภิตา จดหมายสองฉบับนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องรอยพ่นสีบนกำแพง ที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต รอยพ่นสีบนกำแพงเป็นการวาด ภาพ และขีดเขียนบนกำแพงที่ผิดกฎหมาย ให้นักเรียนอ้างถึงจดหมายทั้งสองฉบับในการตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จุดประสงค์ของจดหมายทั้งสองฉบับ เพื่อ (บูรณาการและตีความ) 1. อธิบายว่ารอยพ่นสีบนกำแพงคืออะไร 2. แสดงความคิดเห็นต่อรอยพ่นสีบนกำแพง 3. แสดงให้เห็นความนิยมของรอยพ่นสีบนกำแพง 4. บอกผู้คนให้รู้ว่าต้องใช้เงินมากเท่าไรในการกำจัดรอยพ่นสีบนกำแพง ชุดที่ 5
12 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA 2. ทำไมโสภิตาจึงอ้างถึงการโฆษณา (บูรณาการและตีความ) ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 3. นักเรียนเห็นด้วยกับจดหมายฉบับใด จงอธิบายโดยใช้คำพูดของนักเรียนเอง (อ่านเพื่อประเมินและสะท้อน สิ่งที่อ่าน) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... .......................................................... 4. เราอาจพูดถึง สิ่งที่จดหมายพูดถึง (เนื้อหาของจดหมาย) (อ่านเพื่อประเมินและสะท้อนสิ่งที่อ่าน) เราอาจพูดถึง วิธีการเขียนจดหมาย (ลักษณะการเขียน) ถ้าไม่คำนึงถึงว่านักเรียนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับจดหมายฉบับใด ในความคิดของนักเรียน คิดว่าจดหมาย ฉบับใด ดีกว่ากัน ให้อธิบายโดยอ้างถึงวิธีการเขียนจดหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้งสองฉบับ ...................................................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. ....................................................... .......................................................................................................................................... .......................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. .......................................................
13 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็นสาธารณะ อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 – 5 ภัยแฝงจาก บะหมี่สำเร็จรูป ยุคประหยัดขัดเข็มขัดรัดติ้วแบบนี้อาหารชนิดหนึ่งที่ "108 เคล็ดกิน"เชื่อว่าแทบทุกบ้านตองมีติดไว้ คือ "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" ที่มีราคาถูก ทั้งยังกินง่ายประหยัดเวลาและเพราะรูปแบบการกินง่ายดายเช่นนี้เอง ที่ทำให้เรา มองข้ามความใส่ใจถึงภัยรายที้แฝงมาพร้อมกับการกินบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปแบบผิดวิธี ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแปูงสาลีในกรรมวิธีการผลิตถึง 60- 70% ส่วน 15-20% เป็นไขมันในซองเครื่องปรุง (น้ำมันทอดบะหมี่สําเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมี คุณสมบัติแตกตัวเป็น "กรดไขมันชนิดทรานส์" ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรส ทั้งยังมีปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกายปนอยู่มากซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยัง จะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย แต่หากหลีกเลี่ยงที่จะทานไม่ได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็มีข้อแนะนําว่าให้ ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลง ไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารและปูองกันไม่ให้รํางกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ควรเลือกซื้อบะหมี่สําเร็จรูปที่เขียน กำกับว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง ไม่ควรทานบะหมี่สําเร็จรูปดิบๆ เพราะเส้นบะหมี่นั้นจะไปพองตัวในกระเพาะอาหารอาจทำให้ ท้องอืดได้ และไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อปูองกันโรคต่างๆที่แทรกมาพร้อมบะหมี่กึ่ง สําเร็จรูป นํามาจาก : http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000057962? ชุดที่ 1
14 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1: ผู้เขียนต้องการสื่อสารอะไร จากการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1. ความสะดวกของคนรุ่นใหม่ 2. โรคที่เกิดจากบะหมี่สำเร็จรูป 3. ความประหยัดในการรับประทานอาหาร 4. ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คำถามที่ 2: ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. คำว่า “ทรานส์” เป็นคำภาษาอังกฤษ 2. คำว่า “บะหมี่” เป็นภาษาจีน 3. คำว่า “สาธารณสุข” เป็นคำสันสกฤต 4. คำว่า “วิตามิน” เป็นคำภาษาโปรตุเกส คำถามที่ 3 จากถ้อยคำข้างต้น เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ข้อความเป็นความจริง จงทำเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่” ข้อความไม่เป็นความจริง จำทำเครื่องหมาย X ในช่อง “ไม่ใช่” ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ 1. น้ำมันพืชราคาถูกจะมีกรดไขมันชนินทรานส์เป็นส่วนประกอบในบะหมี่สำเร็จรูป 2. ไม่ควรรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบๆ จะก่อให้เกิดโรคท้องอืด 3. วิภาวดีเลือกซื้อบะหมี่ที่มีข้อความเพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก วิตามินเอ มารับประทาน 4. กรดไขมันชนินทรานส์ เป็นสารกระตุ้นให้เกิดโรคตับอักเสบ 5. จำนงรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปโดยใส่ไข่ ผักและเนื้อสัตว์ 6. ชนิตาปวดท้องเพราะทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบๆ 7. ร่างกายของเราหากมีแร่ธาตุโซเดียมปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อโรคปอดอักเสบ 8. บะหมี่สำเร็จรูปมีส่วนประกอบของสารโซเดียมและผงชูรส 60-70% 9. สาธารณสุขเตือนห้ามรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปทุดชนิด 10. “ยุคประหยัดเข็มขัดรัดติ้ว” เป็นประโยคความรวม คำถามที่ 4 : จากถ้อยความข้างต้น นักเรียนจะซื้อบะหมี่สำเร็จรูปรับประทานได้หรือไม่ ให้เลือกวงกลมรอบข้อความ “ได้” “ไม่ได้” แล้วบอกเหตุผลจำนวน 2 ข้อ ได้ ไม่ได้ 1............................................................................................................................ ............................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2............................................................................................................................ ............................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
15 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 5 : นักเรียนคิดเห็นอย่างไรจากถ้อยความข้างต้น ให้ใช้เหตุผลประกอบคำอธิบาย ดังนี้ 1. ให้นักเรียนเลือกทำเครื่องหมายวงกลมล้อมรอบข้อความข้างล่างนี้เพียงข้อเดียว ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง ความคิดเห็นคล้อยตามและโต้แย้ง 2. ให้นักเรียนเขียนคำอธิบายเหตุผลจำนวน 2 ข้อที่สอดคล้องความคิดการเลือกในข้อที่ 1 ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโตแย้ง 1................................................................................ .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. 1................................................................................ .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. 2................................................................................ .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. 2................................................................................ .................................................................................. .................................................................................. ..................................................................................
16 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 – 7 ชุดที่ 2
17 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1 1 คะแนน จากบทความที่อ่านข้างต้นสื่อถึงใด 1. อันตรายจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า 2. การเลือกยี่ห้อวัคซีน 3. จำนวนการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ 4. ชนิดของโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ ข้อ คำตอบ
18 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2 1 คะแนน ข้อใดไม่ใช่วิธีการรักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจากโควิด-19 1. เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด 2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดด้วยผู้คน 3. รับประทานอาหารสุกผ่านความร้อน 4. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ข้อ คำตอบ คำถามที่ 3 3 คะแนน จากถ้อยความข้างต้น ข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง หรือ ไม่เป็นความจริง ข้อความ เป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่” ข้อความ ไม่เป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย X ในช่อง “ไม่ใช่” ที่ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ 1 วิทยาศาสตร์ เป็นคำภาษาบาลี 2 โควิด เป็นคำทับศัพท์ 3 โควิดสายพันธ์เบต้า ใช้เรียกสายพันธุ์อังกฤษ 4 โควิดสายพันธุ์เดลต้าไม่ค่อยสูญเสียการได้กลิ่นและการรับรส 5 ความสามารถในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้ามากกว่าสายพันธุ์อัลฟ่า 40% 6 40 % ควรอ่านว่า สี่สิบเปอร์เซ็นต์ คำถามที่ 4 3 คะแนน จากข้อความต่อไปนี้ ให้นักเรียนใช้ข้อมูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคำตอบ ที่ ข้อความ คำตอบ 1 ระยะเวลา 2-3 เดือนโควิดสายพันธุ์เดลต้าจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด 2 เหตุใดกรุงเทพมหานครจึงพบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 3 เราจะมีวิธีการรักษาสุขภาพอย่างไรให้ปลอดภัยจากโควิด- 19 คำถามที่ 5 1 คะแนน เพราะเหตุใดสายพันธุ์เดลต้าจึงแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ให้นักเรียนบอกเหตุผล โดยใช้ข้อมูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคำตอบ คำตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
19 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 6 1 คะแนน คำกล่าว“ความปลอดภัยคุณเลือกได้เลี่ยงภัยร้ายรอบตัวคุณ” จากเรื่องที่อ่านมีวิธีการอย่างไร ให้นักเรียนบอกเหตุผล โดยใช้ข้อมูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคำตอบ คำตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. คำถามที่ 7 5 คะแนน ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมรณรงค์ สกัดโควิด-19 นักเรียนคิดเห็นอย่างไร กับคำพูดข้างต้น ทำไมจึงคิดเช่นนั้น ให้ใช้เหตุผลประกอบคำอธิบาย 1. ให้นักเรียนเลือกทำเครื่องหมาย วงล้อมรอบ ข้อความข้างล่างนี้ เพียง 1 ข้อความ ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง ทั้งคล้อยตามและโต้แย้ง 2. ให้นักเรียนเขียนอธิบายเหตุผล จำนวน 2 ข้อ ที่สอดคล้องความคิด การเลือกในข้อ 1 ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง 1. 1. 2. 2.
20 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อ 1 - 5 ชุดที่ 3
21 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1 1 คะแนน ถ้วยความนี้ผู้เขียนต้องการนำเสนอเรื่องใดมากที่สุด 1. ลอตเตอรี่คือความหวังรายปักษ์ 2. ลอตเตอรี่จะมีกำหนดออกเดือนละ ๒ ครั้ง 3. ลอตเตอรี่มีส่วนประกอบที่น่ารู้ 4. ลอตเตอรี่มีรายละเอียดมากมาย คำถามที่ 2 1 คะแนน ข้อใดไม่ถูกต้อง 1. คำว่าลอตเตอรี่เป็นภาษาไม่เป็นทางการส่วนคำว่าสลากกินแบ่งเป็นภาษาทางการ 2. คำว่าลอตเตอรี่เป็นการทับศัพท์ส่วนคำว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการบัญญัติศัพท์ 3. คำว่าลอตเตอรี่เป็นคำภาษาอังกฤษส่วนคำว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นคำภาษาไทย 4. คำว่าลอตเตอรี่เป็นการยืมคำส่วนคำว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการสร้างคำใหม่ คำถามที่ 3 5 คะแนน จากข้อความข้างต้น ข้อความต่อไปนี้เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ข้อความเป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่” ข้อความไม่เป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย X ในช่อง “ไม่ใช่” ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ 1. การตรวจผลรางวัลประจำงวดจะใช้เลขจำสลากฯ จำนวน 7 ตำแหน่ง 2. ได้รับเงินรางวัลเพิ่มขึ้นเมื่อเลขสลากตรงกับรางวัลที่ 1 และเลขชุดตรงกับเลขแจ็คพ็อต 3. เครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ของสลากแต่ละฉบับจะเหมือนกัน 4. ลอตเตอรี่ฉบับที่ตรงกับวันภาษาไทยแห่งชาติเลขงวดจะเป็นเลข 15 5. ลอตเตอรี่แต่ละฉบับจะมีรหัสบาร์โค้ดไม่เหมือนกัน 6. วันที่/เดือน/ปีพ.ศ/ของลอตเตอรี่จะตรงกับวันที่ออกรางวัลของฉลากฯ 7. รหัสบาร์โค้ดกับเลขพิสูจน์สลาก 16 หลักมีความหมายเดียวกันแต่มีรูปต่างกัน 8. ลอตเตอรี่ฉบับนี้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า “ZER” ใต้ตัวเลขประจำสลาก 9. ตัวอักษรของเลขบนสลากฉบับนี้เขียนว่า หนึ่งห้าแปดสองเจ็ดแปด 10. ลอตเตอรี่ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2555 จะมีภาพชื่อมวยไทย
22 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 4 3 คะแนน จากถ้อยความข้างต้น นักเรียนเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่ได้หรือไม่ ให้เลือกวงกลมล้อมรอบข้อความ “ได้” “ไม่ได้” ที่กำหนดให้แล้วบอกเหตุผล จำนวน 2 ข้อ ให้ใช้ข้อมูลขากเนื้อเรื่องสนับสนุนคำตอบของนักเรียน ได้ ไม่ได้ 1........................................................................................................ ....................................................................... ........................................................................................................ .......................................................................... 2................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................ ......................................................................... คำถามที่ 5 5 คะแนน นักเรียนคิดเห็นอย่างไร กับคำพูดข้างต้น ทำไมจึงคิดเช่นนั้น ให้ใช้เหตุผลประกอบคำอธิบาย 1. ให้นักเรียนเลือกทำเครื่องหมาย วงกลมล้อมรอบ ข้อความข้างล่างนี้ เพียง 1 ข้อความ ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง ความคิดคล้อยตามและโต้แย้ง ให้นักเรียนเขียนอธิบายเหตุผล จำนวน 2 ข้อ ที่สอดคล้องความคิด การเลือกในข้อ 1 ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง 1........................................................................................ .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... 1........................................................................................ ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... .......................................................................................... 2........................................................................................ .......................................................................................... .......................................................................................... .......................................................................................... ......................................................................................... 2........................................................................................ ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ..........................................................................................
23 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่1 คำถามที่ 1 5 คะแนน ให้นักเรียนเขียนคำตอบให้สัมพันธ์กับข้อความที่กำหนดให้ในตาราง ที่ ข้อความ คำตอบ 1 ชื่อประเภทเครื่องมือที่มีจำนวนเรือน้อยเป็นลำดับที่ 4 2 ชื่อประเภทเครื่องมือที่มีจำนวนเรือมากเป็นลำดับที่ 5 3 จำนวนเรือประมงที่มากกว่าเรือที่ใช้อวนลากแผ่นตะเฆ่ 4 ชื่อชนิดของคำตามหลักไวยกรณ์ที่นิยมใช้ตั้งชื่อชนิดของอวนมากที่สุด 5 ชื่อเรียกลักษณนามของอวน ชุดที่ 4
24 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็นการงานอาชีพ อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่ 1 - 5 แรงงาน แผนภูมิด้านล่างนี้แสดงโครงสร้างแรงงานของประเทศ หรือประชากรวัยแรงงาน ประชากรทั้งหมดของประเทศ ในปี พ.ศ.2538 ประมาณ 3.5 ล้าน คน ชุดที่ 1
25 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA หมายเหตุ 1. จำนวนประชากรมีหน่วยเป็นพันคน 2. นิยามประซากรวัยแรงงาน คือ ประซากรที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 65 ปี ประชากรไม่อยู่ในภาคแรงงาน เป็นกลุ่มที่ไม่ขวนขวายหางานทำ และ/หรือไม่พร้อมสำหรับงาน จงใช้ข้อมูลข้างต้นเกี่ยวกับแรงงานของประเทศ ตอบคำถามต่อไปนี้ คำถามที่ 1 : แรงงาน การแบ่งกลุ่มประชากรวัยแรงงานหลัก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามข้อใด 1. มีการจ้างงานและตกงาน 2. วัยทำงานและไม่ใช่วัยทำงาน 3. ทำงานเต็มเวลาและไม่เต็มเวลา 4. ในภาคแรงงานและไม่อยู่ในภาคแรงงาน คำถามที่ 2 : แรงงาน ประชากรในวัยแรงงานที่ไม่อยู่ในภาคแรงงานมีเท่าไร (ให้เขียนจำนวนประชากร ไม่ใช่ร้อยละของ ประชากร) .................................................................................................................... คำถามที่ 3 : แรงงาน จากแผนภูมิโครงสร้างแรงงาน ประชากรในตารางข้างล่างนี้ จัดอยู่ในส่วนใดของแผนภูมิ แสดงคำตอบโดยทำเครื่องหมาย X ลงในช่องสี่เหลี่ยมในช่องที่ถูกต้อง ข้อแรกคือตัวอย่าง คำถามที่ 4 : แรงงาน
26 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA สมมติว่ามีการเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานในรูปแผนภูมิตันไม้แบบเดียวกันทุกๆ ปี รายการแสดงข้างล่างเป็น ลักษณะ 4 อย่าง ของแผนภูมิตันไม้ ท่านคาดว่าลักษณะของส่วนประกอบในแผนภูมิจะเปลี่ยนไปหรือไม่ในแต่ละปี โดยเขียนวงกลมล้อมรอบข้อมูลว่า "เปลี่ยน" หรือ -ไม่เปลี่ยน" ข้อแรกคือตัวอย่าง ถามที่ 5 : แรงงาน ข้อมูลโครงสร้างแรงงานที่นำเสนอในรูปแผนภูมิตันไม้นั้น สามารถนำเสนอได้หลายวิธี เช่น เขียนบรรยาย ใช้แผนภูมิวงกลม แผนภูมิเส้น หรือตาราง การที่เลือกนำเสนอด้วยแผนภูมิตันไม้ อาจเป็นเพราะมีประโยชน์ในการแสดงถึงอะไร 1. การเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาเปลี่ยนไป 2. ขนาดของประชากรรวมของประเทศ 3. ประเภทที่มีอยู่แต่ละกลุ่ม 4. ขนาดของแต่ละกลุ่ม
27 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่ 1-2 ตารางข้างตัน เป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่จัดพิมพ์โดยองค์การให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ PLAN ข้อมูลที่ ให้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานขององค์กร PLAN ในภูมิภาคแห่งหนึ่ง (อัฟริกาใต้และตะวันออก) จงใช้ข้อมูล ดังกล่าวเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้ คำถามที่ 1: องค์การระหว่างประเทศ PLAN ระดับของกิจกรรมของ PLAN ในประเทศเอธิโอเปีย ในปี ๑๙๙๖ เป็นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน 1. ในเอธิโอเปียมีกิจกรรมสูงกว่าประเทศอื่นๆ 2. ในเอธิโอเปียมีกิจกรรมต่ำกว่าประเทศอื่นๆ 3. ระดับกิจกรรมมีประมาณเท่าๆ กับประเทศอื่น 4. กิจกรรมทางด้านที่อยู่อาศัยค่อนข้างสูง และในด้านอื่นค่อนข้างต่ำ ชุดที่ 2
28 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2: องค์การระหว่างประเทศ PLAN ในปี1996 ประเทศเอธิโอเปียเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้และจากข้อมูลใน ตาราง จงให้ดำอธิบายที่อาจเป็นไปได้สำหรับระดับของกิจกรรมองค์การระหว่างประเทศ PLAN ในประเทศ เอธิโอเปียเมื่อเทียบกับในประเทศอื่นๆ .................................................................................................................................................................. ........... ....................................................................................................................... ...................................................... ............................................................................................................................. ................................................ ................................................................................................................................................................. ............
29 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่ 1-2 แคนโค บริษัทแคนโค แผนกบุคคล ศูนย์กลางการหางานและเปลี่ยนงานภายในและภายนอกองค์กร ศปง. คืออะไร ศปง. ย่อมาจาก ศูนย์กลางการหางานและ เปลี่ยนงานภายในและภายนอกองค์กร เป็นการริเริ่มและดำเนินการโดยพนักงานของแผนก บุคคล ร่วมกับสมาชิกจากแผนกอื่นๆ และที่ปรึกษา ด้านอาชีพการงานจากภายนอก ศปง. พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือพนักงาน ในการหางานใหม่ทั้งภายในและภายนอกบริษัท ฯ ศปง. ทำอะไรบ้าง ศปง. สนับสนุนลูกจ้างที่ต้องการเปลี่ยนงาน อย่างจริงจัง โดยใช้กิจกรรมต่างๆ ต่อไปนี้: ㆍ ฐานข้อมูลเกี่ยวกับงาน หลังจากการสัมภาษณ์ ข้อมูลทั้งหมดของพนักงาน จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลเพื่อใช้สำหรับผู้ต้องการหา งานและตำแหน่งงานว่างในบริษัทแคนโคและใน บริษัทอื่นๆ การแนะแนว ศักยภาพของลูกจ้างจะได้รับการสำรวจโดยการ ปรึกษากับนักแนะแนวด้านอาชีพ. • จัดสอนวิชาต่าง ๆ มีการจัดสอนวิชาต่างๆ (โดยการร่วมมือกับฝ่าย ข้อมูลข่าวสาร และการอบรม) เกี่ยวกับการหางาน และการวางแผนด้านอาชีพ • โครงการเปลี่ยนอาชีพ ศปง. ให้การสนับสนุนและประสานโดรงการเพื่อช่วย ให้พนักงานได้เตรียมตัวสำหรับงานอาชีพใหม่ๆ และ โลกทัศน์ใหม่ ㆍ เป็นตัวแทน ศปง. ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสำหรับพนักงานที่ ถูกให้ออกจากงาน เนื่องจากการปรับองค์กร และหา ตำแหน่งงานให้ใหม่ถ้าจำเป็น ศปง. คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร การคิดค่าใช้จ่าย จะมีการปรึกษาและได้รับความ เห็นชอบจากแผนกที่คุณทำงานด้วย ส่วนใหญ่ การบริการของ ศปง. หลายอย่างไม่คิดค่าใช้จ่าย คุณอาจถูกขอให้จ่ายบ้างในรูปของเงินหรือการสละ เวลาทำงานให้กับเรา ศปง. ทำงานอย่างไร ศปง. ช่วยพนักงานที่ต้องการเปลี่ยนงานอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะภายใน หรือภายนอกหน่วยงานที่ทำอยู่กระบวนการ เริ่มจากส่งใบสมัคร การเข้าพบนักแนะแนวจะมีประโยชน์ต่อ ท่านมาก ท่านควรต้องไปพูดกับนักแนะแนว เพื่อจะได้รู้ว่า ท่านต้องการอะไร และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในงานที่ ท่านจะทำ นักแนะแนวจะคุ้นเคยกับความสามารถของท่าน และการพัฒนาหน่วยงานที่ท่านทำอยู่การติดต่อกับ ศปง. ไม่ ว่าในกรณีใดก็ตามให้นักแนะแนว สมัครงานแทนท่าน หลังจากนั้นท่านจะได้รับเชิญให้เข้าสนทนากับตัวแทนของ ศปง. ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกบุคคล ชุดที่ 3
30 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ใช้ข้อมูลในประกาศข้างต้น จากแผนกบุคคลตอบคำถามข้างล่างนี้ คำถามที่1 : แผนกบุคคล ตามประกาศ ท่านจะขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศปง. ได้จากที่ใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามที่2 : แผนกบุคคล จงบอกวิธีที่ ศปง. ช่วยคนที่จะต้องถูกออกจากงานเนื่องจากมีการปรับปรุงองค์กร มา 2 วิธี ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
31 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่ 1-2 บทบรรณาธิการ เทคโนโลยีทำให้จำเป็นต้องมีกฎใหม่ วิทยาศาสตร์ได้ก้าวล้ำหน้ากฎหมายและจริยธรรม มันเกิดมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1945 เมื่อมีการทำลายล้าง ชีวิตมนุษย์ด้วยระเบิดปรมาณู และทุกวันนี้มีวิทยาการ ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ การสร้างชีวิตด้วยวิธีนอกเหนือ ธรรมชาติสำหรับบุคคลที่เป็นหมัน เราส่วนใหญ่คงจำได้ถึงความยินดีกับครอบครัว บราวน์ ชาวอังกฤษที่เด็กหลอดแก้วคนแรกถือกำเนิด ขึ้น และเมื่อเร็วๆ นี้ มีเด็กที่เกิดจากตัวอ่อนแช่แข็ง รอการฝังในครรภ์ของหญิงที่จะมาเป็นแม่ เรื่องที่ปลูกกระแสการคัดค้านเชิงกฎหมายและ จริยธรรมเกิดขึ้นเนื่องจากกรณีตัวอ่อนแช่แข็ง 2 ตัว ในประเทศออสเตรเลีย ตัวอ่อนนี้เตรียมไว้สำหรับฝาก ในครรภ์ของเวลซา ริโอส์ ภรรยาของมาริโอ ริโอส์ ตัวอ่อนแรกได้รับการฝัง เพื่อให้เติบโตในครรภ์ของ เวลา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ สามีภรรยาคู่นี้ต้องการ แก้ตัวใหม่ แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผน ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียก่อน โรงพยาบาลของออสเตรเลียจะทำอย่างไรกับ ตัวอ่อนที่เหลือ ควรจะฝากในครรภ์หญิงอื่นหรือไม่ ซึ่งมีหญิงจำนวนมากอาสาเป็นแม่ให้ แต่ตัวอ่อนนี้จะมี สิทธิในทรัพย์สินของริโอส์หรือไม่ หรือตัวอ่อนควรถูก ทำลายไปเท่าที่ทราบกัน สามีภรรยาคู่นี้มิได้แจ้งความ จำนงใด ๆ ถึงอนาคตของตัวอ่อนนี้ ชาวออสเตรเลีย ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษา เฉพาะกรณีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรรมการรายงานว่า ตัวอ่อนควรถูกสลายไป เพราะมีข้อกฎหมายระบุว่า ผู้รับบริจาคตัวอ่อนจากผู้อื่นต้องได้รับคำยินยอมจาก เจ้าของก่อน สำหรับในกรณีนี้ไม่มีคำยินยอมใดจาก เจ้าของเดิม คณะกรรมการยังพิจารณาอีกว่าสภาพ ของตัวอ่อนขณะนี้ไม่มีชีวิตและไม่มีสิทธิ์ใดๆ จึงควร ทำลายเสีย อย่างไรก็ตามคณะกรรมการชุดนี้คำนึงถึงข้อ กฎหมายและพื้นฐานทางจริยธรรม จึงให้เวลาอีก 3 เดือน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชน ถ้ามีเสียงคัดค้าน การทำลายตัวอ่อนมาก คณะกรรมการจะนำข้อพิจารณา มาทบทวนอีกครั้ง ปัจจุบันหากมีคู่สามีภรรยาใดสมัครใจ ใช้วิธีแช่แข็งตัวอ่อนที่โรงพยาบาลควีนวิคตอเรียในซิดนีย์ จะต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับตัวอ่อนหากมี อะไรไม่คาดคิดเกิดกับคู่สามีภรรยานั้น ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจ ว่าจะไม่เกิดกรณีซ้ำรอยแบบคู่ของริโอส์อีก แต่ยังมีปัญหา ที่ยุ่งยากอื่นๆ อะไรอีกเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ฝรั่งเศสมีหญิงสาว ขึ้นศาลเพื่อขออนุญาตให้เธอกำเนิดลูกจากสเปิร์มแช่แข็ง ของสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว ควรทำอย่างไรกับคำขอนี้ หรือ จะทำอย่างไรหากแม่ที่รับฝากทารกในครรภ์เกิดเปลี่ยนใจ ไม่ยอมคืนทารกตามสัญญารับฝากทารกในครรภ์ที่ทำไว้ สังคมของเราทุกวันนี้ล้มเหลวในการใช้ กฎระเบียบ เพื่อควบคุมการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาของพลัง นิวเคลียร์ที่ใช้ทำลายล้างกัน เราจะต้องเผชิญกับฝันร้าย อย่างหนักหน่วงกับความล้มเหลวนั้น โอกาสที่จะนำ ความสามารถของนักวิทยาศาสตร์ไปใช้ในทางที่ผิดจะมี ขึ้นมากมายอย่างชัดเจน จึงต้องมีการจำกัดขอบเขต ทางด้านกฎหมายและ จริยธรรมก่อนที่เราจะไปกันไกล เกินไป ชุดที่ 4
32 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้ใช้บทบรรณาธิการข้างต้นจากหนังสือพิมพ์ เรื่อง “เทคโนโลยีทำให้จำเป็นต้องมีกฎใหม่ ตอบคำถามต่อไปนี้ คำถามที่ 1 : กฎใหม่ จงขีดเส้นใต้ประโยคที่อธิบายสิ่งที่ชาวออสเตรเลียได้ดำเนินการ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะทำอ่างไรกับตัวอ่อนแช่แข็ง ของคู่สามีภรรยาที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................... ........................................ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. คำถามที่ 2 : กฎใหม่ จงยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่าง จากบทบรรณาธิการที่แสดงว่าเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น การฝากตัวอ่อนแช่แข็งในครรภ์ สร้างความจำเป็นที่จะต้องมีกฎใหม่ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................
33 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านถ้อยความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อที่ 1-3 การทำงานทางไกล วิถีทางแห่งอนาคต ลองจินตนาการว่ามันจะวิเศษอย่างไรถ้าสามารถ "ทำงานทางไกล" บนสายด่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่งานทุกอย่างของคุณ ทำผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ไม่ต้องขึ้นไปเบียดในรถเมล์หรือรถไฟที่คนแน่นอีกต่อไป หรือไม่ต้องเสียเวลาเป็น ชั่วโมงๆ เดินทางไป-กลับที่ทำงาน คุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ ลองคิดถึงโอกาสทั้งหมดในการทำงานที่ อาจจะเกิดขึ้น! มาลี ความหายนะจากการปฏิบัติ การลดชั่วโมงการเดินทางและลดการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้อง เห็นได้ชัดว่าเป็นความคิดที่ดี แต่เป้าหมายนั้นควรทำให้ สำเร็จโดยการพัฒนาการขนส่งมวลชน หรือการรับประกันว่าที่ทำงานจะตั้งอยู่ใกล้กับที่อยู่อาศัยของผู้คน ความคิดที่ ทะเยอทะยานว่าการทำงานทางไกลควรเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตมีแต่จะนำพาผู้คนให้หมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากขึ้น เท่านั้น เราต้องการจริงๆ หรือที่จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหดหายไป สุชาติ "การทำงานทางไกล" (Telecommuting) เป็นคำที่บัญญัติขึ้นโดย แจ๊ค นิลส์ ในช่วงตันของทศวรรษที่ ๑๙๗๐ เพื่อ บอกถึงสถานการณ์ที่ผู้ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ห่างจากสำนักงานกลาง (เช่น ที่บ้าน) และส่งข้อมูลและเอกสารไปยัง สำนักงานกลางทางสายโทรศัพท์ คำถามที่ 1 : การทำงานทางไกล ความสัมพันธ์ระหว่าง "วิถีทางแห่งอนาคต" กับ "ความหายนะจากการปฏิบัติ" คืออะไร. 1. เขาใช้ข้อโต้แย้งที่ต่างกันเพื่อลงข้อสรุปรวมเดียวกัน 2. เขาเขียนในรูปแบบที่เหมือนกันแต่เป็นหัวข้อที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 3. เขาแสดงมุมมองทั่วไปที่เหมือนกัน แต่ไปถึงช่วงสรุปที่ต่างกัน 4. เขาแสดงมุมมองที่ขัดแย้งกันในหัวข้อเดียวกัน คำถามที่ 2: การทำงานทางไกล งานหนึ่งอย่างที่อาจจะมีปัญหาถ้าทำงานทางไกล คืองานอะไร จงให้เหตุผลประกอบคำตอบของนักเรียน ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ชุดที่ 5
34 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 3: การทำงานทางไกล ข้อความใดที่ทั้งมาลีและสุชาติน่าจะมีความเห็นตรงกัน 1. ผู้คนควรได้รับอนุญาตให้ทำงานกี่ชั่วโมงก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ 2. ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่คนใช้เวลามากเกินไปในการเดินทางไปทำงาน 3. การทำงานทางไกลอาจไม่เหมาะกับทุกคน 4.การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการทำงาน
35 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็นการอ่านเพื่อการศึกษา ให้นักเรียนอ่านถ้อยความต่อไปนี้และตอบคำถามข้อที่ 1 - 3 รู้เรื่องเครื่องปรุงรส เมื่อไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร หรือภัตตาคารบางแห่ง จะพบ ว่ามีป้ายแขวนหรือติดที่หน้าร้านหรือ ในร้านว่า "ร้านนี้ปลอดผงชูรส" "ที่นี่ไม่ใช้ผงชูรส" และอื่นๆ ที่สื่อให้ทุกคนทราบว่า ถ้าไม่ต้องการรับประทานอาหารที่ มีผงชูรสเชิญที่ร้านนี้ บางครั้งเมื่อเราไปซื้ออาหารกระป้อง หรือเครื่องปรุงรสต่างๆ จะพบข้อความว่า ไม่มีผงชูรส ไม่ มีสารกันบูด จึงน่าสนใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น เกี่ยวกับเครื่องช่วยชูรสชาติของอาหาร ผงชูรสเป็นสารเคมีทางวิทยาศาสตร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมท หรือเรียกย่อๆ ว่า เอ็ม เอส จี เป็นสารที่ช่วยปรุงแต่งรสชาติของอาหารให้ดีขึ้น มนุษย์รู้จักสารชนิดนี้มานานกว่า 2,000 ปี จากการที่ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นใช้สาหร่ายทะเลมาช่วยปรุงรสน้ำซุปให้อร่อยขึ้น และต่อมาจึงทราบว่าพืช ดังกล่าวมีสารเอ็ม เอส จี ผงชูรสที่ได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากคณะกรรมการอาหารและยาต้องเป็นผงชูรสที่อยู่ในภาชนะ บรรจุปิดสนิท มีฉลาก มีชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิตอย่างชัดเจน ผงชูรสส่วนใหญ่ทำจากมันสำปะหลัง ข้าวสาลี ข้าวโพด โดยขบวนการทางเคมี มีลักษณะเป็นเกล็ด ถ้าเป็นภาพขยายจะเห็นเป็นแท่งเหลี่ยมเล็ก ๆ สีขาวขุ่น ปลายข้างหนึ่ง ใหญ่ ข้างหนึ่งเล็ก หรือปลายทั้งสองข้างใหญ่ คอดตรงกลางคล้ายแท่งกระดูก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก ให้คำแนะนำว่า ไม่ควรบริโภคผงชูรส เกินวันละ 10 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ผงชูรสที่มีการปลอมปน เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สังเกตได้ คือ เกล็ด ของผงชูรสจะแวววาวมาก ผู้บริโภคบางรายที่แพ้ผงชูรส หลังจากรับประทานอาหาร จะมีอาการชาที่ ปากและลิ้น ปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ แน่นหน้าอก หัวใจเต้นผิดปรกติ กระหายน้ำ ผิวหนังบางส่วนอาจร้อนวูบวาบ หรือเป็นผื่นแดง อาหารที่มีผงชูรสไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารหรือระบบขับถ่ายผิดปรกติ คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับไต หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ และเด็กทารก ชุดที่ 1
36 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA การค้นคว้าทดลองได้ดำเนินการมานานแล้วแต่ยังไม่มีข้อยุติว่าผงชูรสมีอันตรายหรือไม่อย่างไรก็ตามผงชูรส ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายทั้งยังสิ้นเปลืองเงิน และอาจก่อให้เกิดปัญหาสำหรับบางคนที่แพ้ผงชูรสได้ นำมาจาก : https://kroopuk.files.wordpress.com/2014/04/e0b8a0e0b8b2e0b8a9e0b8b2e0b89ee0b8b2e0b897 e0b8b5-e0b89b-e0b994-e0b89ae0b897e0b897e0b8b5e0b988-e0b991e0b992.pdf คำถามที่ 1 ผู้เขียนต้องการสื่อสารอะไร จากการกินเครื่องปรุงรส ( 1 คะแนน ) 1. รสชาติของอาหารของคนรุ่นใหม่ 2. อันตรายของเครื่องปรุงรส 3. ความรู้เรื่องเครื่องปรุงรส ที่เรียกว่า “ผงชูรส” 4. ผงชูรสเป็นสารปรุงแต่ง ที่มาจากธรรมชาติ เช่น ข้าวมะลิ ข้าวโพด คำถามที่ 2 ข้อใดถูกต้องที่สุด ( 1 คะแนน ) 1. มนุษย์รู้จักสารชนิดนี้มานาน 4,000 ปี 2. ผงชูรสทำมาจากมันสำปะหลัง ข้าวสาลี ข้าวโพด โดยผ่านกระบวนการทางเคมี มีลักษณะเป็น เกล็ด 3. ผงชูรสทำมาจาก ข้าวสาลี มันสำปะหลัง โดยไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี 4. ผงชูรสเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควรปรุงรสด้วยผงชูรส ทุกครั้งที่ประกอบอาหาร
37 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 3 จากถ้อยคำข้างต้น เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ( 5 คะแนน ) ข้อความเป็นความจริง จงกาเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่” ข้อความไม่เป็นความจริง จงกาเครื่องหมาย X ในช่อง “ไม่ใช่” ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ 1. ควรปรุงอาหารด้วยผงปรุงรสทุกครั้งที่ทำอาหาร 2. ผงชูรสมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ส่า โมโนโซเดียมกลูตาเมท 3. มนุษย์รู้จักสารชนิดนี้มานานกว่า 2,000 ปี 4. ผงชูรสทำมาจาก มันสำปะหลัง ข้าวสาลี ข้าวโพด โดยขบวนการทางเคมี เป็นผง เล็กๆ 5. อาการหน้าแดง ไอ มีอาการไข้ เกิดจากการแพ้ผงชูรส 6.ที่มีผงชูรส เหมาะกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ และทารก เพราะมีรสชาติ อาหารอร่อย 7. ผงชูรส เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย 8. ควรบริโภคผงชูรส ไม่เกินวันละ 10 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว กิโ1ลกรัม 9. ผงชูรสที่มีการปลอมปน เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สังเกตคือ เกล็ดของผงชูรสจะแวว วาวมาก 10. ผงชูรสไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารหรือระบบขับถ่ายปกติ
38 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้นักเรียนอ่านถ้อยความต่อไปนี้ และตอบคำถามข้อที่ 1 – 3 ทำความเข้าใจกับโรคเอดส์ โรคร้ายที่เกิดจากเชื้อไวรัสมีหลายชนิด เช่น โรคตาแดง ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ไช้สมองอักเสบ โรคพิษ สุนัขบ้า โรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวีหรือเอดส์ ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อม ลงหรือบกพร่อง ขณะนี้โรคเอดส์กำลังระบาดไปทั่วโลก เราจึงควร จะได้ศึกษาหาความรู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เรียกว่า ไวรัสเอดส์ หรือที่เรียกว่า เอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะมีการฟัก ตัวระยะหนึ่งซึ่งอาจจะนานเป็นปี หรือมากกว่า 10 ปี โดยไม่มี อาการผิดปรกติใดๆ เมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนมากขึ้นและ แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย จะทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ เสื่อมไปเรื่อยๆ ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย เมื่อร่างกาย ทนไม่ได้จะเสียชีวิตในที่สุด อาการของโรคเอดส์ในระยะต้นอาจมีเพียงต่อม น้ำเหลืองโตทั่วตัว ต่อมามีอาการมากขึ้น เช่น เป็นเชื้อราในปาก ปอดอักเสบรุนแรง สมองเสื่อม อาการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเอดส์ เต็มขั้น อาจใช้เวลาหลายปีขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ติดเชื้อ โรคนี้ไม่ใช่โรคที่ติดต่อกันได้ง่ายนัก หากเราพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ไม่ ควรแสดงกิริยารังเกียจ เพียงแต่ควรระวังที่จะปฏิบัติตนให้ถูกต้องก็จะ ปลอดภัย เชื้อไวรัสเอดส์เข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ ทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด โดยการรับเลือดจากคนที่เป็นโรค และจากแม่ที่เป็นเอดส์สู่ลูก วิธีตรวจโรคเอดส์ ทำได้ด้วยการตรวจเลือด คำถามที่ 1 ข้อใดที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารเรื่องใด มากที่สุด ( 1 คะแนน ) 1. ความรู้และความเข้าใจเรื่อง โรคเอดส์ 2. ภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เสื่อมลง 3. การเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส 4. ไวรัสเอดส์ติดต่อกันได้ง่าย ชุดที่ 2
39 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2 ข้อใดกล่าวถูกต้อง ( 1 คะแนน ) 1. ไวรัสเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ 2. ไวรัสเอดส์ติดต่อง่ายมาก 3. ไวรัสเอดส์ เริ่มต้นอาการคือ เป็นไข้หวัด 4. ไวรัสเอดส์ เกิดจาก เชื้อไวรัสเอดส์ หรือเรียกว่า เอชไอวี คำถามที่ 3 จากถ้อยคำข้างต้น เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง ( 5 คะแนน ) ข้อความเป็นความจริง จงกาเครื่องหมาย X ในช่อง “ใช่” ข้อความไม่เป็นความจริง จงกาเครื่องหมาย X ในช่อง “ไม่ใช่” ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ 1. เชื้อไวรัสมีเพียงชนิดเดียว คือ ไวรัสเอดส์ 2. โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัสเอดส์ 3. โรคเอดส์ติดต่อ โดยการสัมผัสกับผู้ป่วย ด้วยการจับมือ 4. การตรวจโรคเอดส์ ทำโดยการตรวจจากเลือด 5. อาการโรคเอดส์ ในระยะเริ่มต้น มีเพียงต่อมน้ำเหลืองโต 6. ไวรัสเอดส์ หรือเรียกว่า เอชไอวี 7. ไวรัสเอดส์เป็นโรคระบาด 8. คนที่เป็นโรคเอดส์ เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง 9. ไวรัสเอดส์เข้าสู่ร่างกาย โดยการอาศัยอยู่ร่วมกัน 11. อาการรุนแรงของโรคเอดส์ คือ เป็นเชื้อราในปาก ปอดอักเสบรุนแรง และสมอง เสื่อม
40 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้นักเรียนอ่านถ้อยความต่อไปนี้ และตอบคำถามข้อที่ 1 – 2 เรื่อง ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ชุดที่ 3
41 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ข้อ 1. จากภาพ ข้อใดไม่ใช่อาการของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 1. เจ็บคอ 2. หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ 3. ไอ จาม มีน้ำมูก 4. เจ็บปาก ปากบวม ข้อ 2. จากภาพ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1. กลุ่มเสี่ยงพบได้มากที่สุดในวัยผู้สูงอายุ 2. ไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน 3. ไวรัสโคโรนาเป็นสาเหตุที่ทำให้ปอดอักเสบ มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ 4. วิธีป้องกันจากไวรัสโคโรนา คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด ไม่อยู่ในพื้นที่แออัด
42 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA
43 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการคิด ใช้และ ตีความคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย รวมถึงการให้เหตุผลอย่างเป็นคณิตศาสตร์ ใช้แนวคิดและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการอธิบาย และทำนายปรากฏการณ์ต่าง ๆ (PISA 2012) PISA กำหนดกรอบโครงสร้างการประเมินการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ 3 ด้าน ดังตาราง ความท้าทายในชีวิตจริง (บริบท) ส่วนตัว การงานอาชีพ สังคม และวิทยาศาสตร์ เนื้อหาคณิตศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ปริมาณปริภูมิและรูปทรงและ ความไม่แน่นอนและข้อมูล กระบวนการทางคณิตศาสตร์ การคิดสถานการณ์ปัญหาในเชิงคณิตศาสตร์การใช้หลักการและ กระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหา และการตีความและ ประเมินผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ และกำหนดความสามารถพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่สนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ประกอบด้วยการสื่อสาร การทำให้เป็นคณิตศาสตร์การแสดงแทน การให้เหตุผลและสร้างข้อโต้แย้ง การสร้างกลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาการใช้สัญลักษณ์ภาษาที่เป็นทางการภาษาเทคนิค และการดำเนินการ และการใช้ เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ แบบฝึกพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA ด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ จัดทําขึ้นเพื่อพัฒนาความสามารถของนักเรียนในการนําความรู้คณิตศาสตร์ที่นักเรียนได้เรียนรู้ในห้องเรียนไปใช้ แก้ปัญหาในสถานการณ์ของโลกที่นักเรียนอาจพบเจอหรือไม่ก็ได้ โดยมีสถานการณ์ในโลกของความจริงมาให้ นักเรียนฝึก ตามบริบทที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน 4 ด้าน คือ ส่วนตัว สังคม อาชีพและวิทยาศาสตร์ แต่ละสถานการณ์นักเรียนจะได้ฝึกทักษะการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจําวันเพื่อหา แนวทางการใช้ความรู้คณิตศาสตร์เกี่ยวกับ ปริมาณ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ ปริภูมิและรูปทรง และความ ไม่แน่นอนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น ๆ ในการแก้ปัญหา โดยแต่ละสถานการณ์จะประกอบไปด้วยชุด คําถามที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถของนักเรียนด้านการใช้คณิตศาสตร์ใน 3 ลักษณะ คือ การคิด สถานการณ์ปัญหาในเชิงของคณิตศาสตร์การใช้ความรู้หลักการและกระบวนการของคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหา และการตีความและประเมินผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ในลักษณะของการถามนํา เพื่อนําไปสู่คําถามที่ต้องใช้สมรรถนะ ของ PISA ในการหาคําตอบ
44 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA กรอบที่ใช้ในการประเมิน ส่วนตัว Shopee กล้วยบวชชี ขับรถ ทำเค้กกันเถอะ การใช้สมาร์ทโฟน เตาอบไฟฟ้า อันดับซีดีเพลงขายดี สังคม อนามัยการเจริญพันธุ์ โควิด ค่ายลูกเสือ การแข่งขันหุ่นยนต์ การสนับสนุนประธานาธิบดี เพนกวิน การจ่ายเงินตามพื้นที่ อาชีพ พีระมิด เตาอบไฟฟ้า โคกหนองนาโมเดล การเลี้ยงปลา สวนทุเรียน ทางเลือก วิทยาศาสตร์ สูงขึ้น สามเหลี่ยม ความเข้มข้นของยา เวลาในการตอบสนอง ถังน้ำ การลดระดับ CO2 กรอบที่ใช้ในการ ประเมิน
45 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA