The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ pisa รวมเล่มภาษาไทย + คณิตศาสตร์ + วิทยาศาสต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kloyjai Jimanang, 2024-05-26 04:52:58

คู่มือ pisa รวมเล่มภาษาไทย + คณิตศาสตร์ + วิทยาศาสต

คู่มือ pisa รวมเล่มภาษาไทย + คณิตศาสตร์ + วิทยาศาสต

46 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็น ส่วนตัว เอลี่ ลงขายสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอาง ใน Shopee และต้องการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการขาย เพื่อ เพิ่มการมองเห็นของร้านค้าและตัวสินค้าของทางร้าน หวังสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายและกำไร เธอจึงศึกษา รายละเอียด เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมบริการที่ถูกส่งมาในเมนูการแจ้งเตือน ชุดที่ 1


47 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1: Shopee จากการศึกษาข้อมูลโปรแกรมส่งเสริมการขายโดยละเอียดแล้ว เอลี่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรม Free shipping + 10% coins cashback ออเดอร์แรกจากการเข้าร่วมโปรแกรม มีรายรับจากคำสั่งซื้อสินค้าแฟชั่น รายละเอียดการชำระเงินดังนี้ จากรายละเอียดข้างต้น จะมีค่าธุรกรรมการชำระเงินที่ต้องจ่ายเป็นปกติให้กับทาง Shopee ซึ่งคิดเปอร์เซ็นต์จาก ยอดรวมที่ผู้ซื้อต้องชำระ อยากทราบว่าออเดอร์นี้ เอลี่มีรายรับจากคำสั่งซื้อกี่บาท(ทาง Shopee คิดเงินเป็นจำนวน เต็ม) ตอบ ............................................................................................................................. ........................................ คำถามที่ 2: Shopee ปาราวตี สั่งซื้อสินค้าแฟชั่นจากร้านของ เอลี่ จำนวน 2 ชิ้น โดยชิ้นที่ 1 ราคา 980 บาท ชิ้นที่ 2 ราคา 1,150 บาท ค่าจัดส่ง 50 บาท อยากทราบว่า จากออเดอร์นี้ เอลี่มีรายรับจากคำสั่งซื้อกี่บาท (ทาง Shopee คิดเงินเป็นจำนวน เต็ม โดยหักค่าธรรมเนียมและค่าบริการตามเงื่อนไขของโปรแกรม) ตอบ ............................................................................................................................. ........................................ ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?


48 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA นวล ต้องการหารายได้เสริมช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จากการทำกล้วยบวชชีขาย เพราะที่บ้านมีวัตถุดิบ หลายอย่างที่ไม่ต้องซื้อหา แต่การทำกล้วยบวชชีนั้นถึงจะดูง่ายแต่ทว่า นี่เป็นครั้งแรกของนวล เธอจึงไปค้นหาข้อมูล เพิ่มเติม และได้ข้อมูลมาจากเว็ปไซต์ https://www.wongnai.com/recipes/kluay-buad-chee ดังนี้ นวลทำกล้วยบวชชีตามปริมาณกล้วยที่มีและตามอัตราส่วนที่ได้มา ลงทุนซื้อวัตถุดิบเอง 6 รายการ ดังนี้ 1. น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม 25 บาท 2. น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม 25 บาท 3. ดอกเกลือ 1 กิโลกรัม 18 บาท 4. แป้งมัน 500 กรัม 25 บาท 5. ถุงขนาด 5*8 ราคา 45 บาท 6. ยางยืดวงเล็ก 5 บาท เมื่อทำกล้วยบวชชีเสร็จแล้ว บรรจุใส่ถุง ได้ทั้งหมด 30 ถุง โดยวัตถุดิบบางอย่างยังเหลืออยู่ คำถามที่ 1: กล้วยบวชชี นวลตั้งราคาขายกล้วยบวชชี ถุงละ 10 บาท รับ 3 ถุง 25 บาท ถ้านวลขาย ถุงละ 10 บาท ได้ 9 ถุง (หรือ 9 คน) ที่เหลือซื้อในราคา 3 ถุง 25 บาท จงบอกว่าข้อความใดเป็นจริง/เท็จ ข้อความ ข้อความเป็นจริง / เท็จ คนที่ซื้อในราคา 3 ถุง 25 บาท มี 21 คน ขายกล้วยบวชชีในราคา 3 ถุง 25 บาท เป็นเงิน 265 บาท มีคนซื้อกล้วยบวชชีทั้งหมด 16 คน นวลได้กำไรจากการขาย 122 บาท วัตถุดิบกล้วยบวชชี 1. กล้วยน้ำว้า 8 ลูก (เลือกห่าม ๆ ไม่สุกมาก) 2. หัวกะทิ 225 มิลลิลิตร 3. หางกะทิ 300 มิลลิลิตร 4. ใบเตย 2 ใบ 5. น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม 6. น้ำตาลทรายขาว 20 กรัม 7. เกลือ ¼ ช้อนชา 8. แป้งมัน 1 ช้อนชา ชุดที่ 2


49 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA โปรแกรมสเปรตซีตแสดงจำนวนประชากร จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนและสัดส่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟน (ในรูปร้อยละ) ของประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย โดยข้อมูลดังกล่าวได้ถูกจัดเรียง ตามลำดับอักษรแรกของชื่อ ประเทศ ประเทศ ประชากร (ล้านคน) จำนวนของผู้ใช้สมาร์ทโฟน (ล้านคน) สัดส่วนของผู้ใช้ สมาร์ทโฟน ญี่ปุ่น 125.738 65.282 52 ตุรกี 81.086 44.771 55 ไทย 68.416 30.486 45 บังคลาเทศ 166.735 8.921 5 ปากีสถาน 200.663 23.228 12 ฟิลิปปินส์ 105.341 28.627 27 มาเลเซีย 31.571 11.980 38 เวียดนาม 96.357 29.043 30 อินโดเนียเซีย 266.357 67.570 25 คำถามที่ 1 : การใช้สมาร์ทโฟน ให้นักเรียนประเมินข้อความต่อไปนี้ ว่าเป็นจริงหรือเท็จ จงทำคลิก เลือก จริง หรือ เท็จ ในแต่ละข้อความ ข้อความ จริง เท็จ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดจะมีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดด้วย ประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนน้อยที่สุดจะมีประชากรน้อยที่สุดด้วย ประเทศที่มีสัดส่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุดจะมีประชากรน้อยที่สุดด้วย ประเทศที่มีสัดส่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟนอยู่ที่ตำแหน่งมัธยฐานจะมีจำนวนของ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนอยู่ที่ตำแหน่งมัธยฐานด้วย ชุดที่ 3


50 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA กราฟข้างล่างแสดงสัดส่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของแต่ละประเทศในรูปของประชากร (ล้านคน) และ ค่าแรงขั้น ต่ำต่อชั่วโมง (เซด)สำหรับแต่ละประเทศ คำถามที่ 2 : การใช้สมาร์ทโฟน จากเรื่อง การใช้สมาร์ทโฟน ให้ใช้กราฟในการตอบคำถามข้างล่างและคลิกหนึ่งตัวเลือก แล้วเขียนคำอธิบายเพื่อ ตอบคำถาม สัดส่วนของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศจะเพิ่มขึ้นเมื่อค่าของตัวแปรใดเพิ่มขึ้น ประชากร ค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมง (เซด) จงอธิบายเหตุผล………………………………………………………………………………………………………………………


51 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA เนื่องจากประเทศไทยไม่มีข้อมูลการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นโดยตรง ดังนั้น ในการติดตามสถานการณ์ การ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศไทย ปัจจุบันกรมอนามัยใช้ข้อมูลที่สำคัญ 3 ตัวชี้วัด คืออัตราการคลอดมีชีพในหญิง อายุ 10-14 ปี อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี และ ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิง อายุต่ำกว่า 20 ปี โดย ข้อมูลอัตราการคลอดมีชีพจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์) นับว่ามี ความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด ข้อมูลอัตราการคลอดจากฐานทะเบียนราษฎร์ปีล่าสุด ที่ได้รับจากกองยุทธศาสตร์และ แผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คือข้อมูลการคลอด พ.ศ. 2562 ส่วนร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิง อายุต่ำกว่า 20 ปี นั้น ใช้ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center: HDC) โดยข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดใน พ.ศ. 2562 มีดังนี้ ชุดที่ 4


52 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1 : อนามัยการเจริญพันธุ์ จากข้อมูลสถานการณ์ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ ในอีก 10 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มจะเป็นอย่างไร 1. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี พ.ศ. 2562 เท่ากับร้อยละ 31.1 ซึ่งลดลงจากอัตราการคลอดสูงที่สุด ในปี พ.ศ. 2555 คือร้อยละ 1.8 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ 2. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี พ.ศ. 2562 เท่ากับร้อยละ 31.1 ซึ่งลดลงจากอัตราการคลอดสูงที่สุด ในปี พ.ศ. 2555 คือ 53.4 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ 3. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี พ.ศ. 2562 เท่ากับ 1.1 ต่อพัน ซึ่งลดลงจากอัตราการคลอดสูงที่สุด ใน ปี พ.ศ. 2555 คือ 1.8 ต่อพัน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ 4. อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี พ.ศ. 2562 เท่ากับร้อยละ 31.1 ซึ่งลดลงจากอัตราการคลอดสูงที่สุด ในปี พ.ศ. 2554 คือ 53.4 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ในการอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ นายหมู่และสมาชิกทั้ง 6 นาย ประชุมร่วมกันเรื่องการประกอบอาหาร โดยแต่ละ มื้อสามารถเลือกประกอบอาหารได้ 3 รายการ จากรายการต่อไปนี้ 1. ข้าวสวย 2. ไข่ดาว , ไข่เจียว , ไข่ต้ม 3. ผัดกะเพราะหมู , ผัดกะเพราไก่ 4. ส้มตำปู 5. ต้มบะหมี่ คำถามที่ 1 ค่ายลูกเสือ ถ้าลูกเสือทุกนายเลือกรายการข้าวสวย ลูกเสือทุกนายจะมีวิธีประกอบอาหารที่แตกต่างกันทั้งหมดกี่วิธี โดยแต่ละวิธี จะไม่มีรายการไข่มากกว่าหนึ่งชนิดและไม่มีรายการผัดกะเพรามากกว่าหนึ่งชนิด ตอบ ..........................................................................วิธี ชุดที่ 5


53 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ฌอง แบปติสต์ นักถ่ายภาพสัตว์ ได้ใช้เวลาเดินทางตลอดหนึ่งปีเพื่อถ่ายภาพเพนกวินและลูก ๆ ของมันไว้ จำนวนมากมาย เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการขยายขนาดของฝูงเพนกวินที่แตกต่างกัน ฌอง สงสัยว่าขนาด ของฝูงเพนกวินจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยนี้ เขาได้ตั้งสมมติฐาน ดังต่อไปนี้: ● ตอนต้นปี ฝูงเพนกวินมีจำนวน 10,000 ตัว (5,000 คู่) ● ในฤดูใบไม้ผลิของแต่ละปี เพนกวินแต่ละคู่เลี้ยงลูกเพนกวินหนึ่งตัว ● ตอนสิ้นปี 20% ของเพนกวินทั้งหมด (ทั้งโตเต็มวัยและลูกเพนกวิน) จะตายลง คำถามที่ 1 เพนกวิน เมื่อสิ้นปีแรก จำนวนเพนกวิน (ทั้งโตเต็มวัยและลูกเพนกวิน) ในฝูงนี้มีจำนวนกี่ตัว ตอบโดยไม่ต้องใส่หน่วย ตอบ ............................................................................................................................. ...................................... ชุดที่ 6


54 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA โรงงานหลังหนึ่งมีหลังคาเป็นทรงพีระมิด ดังรูป และข้างล่างเป็นรูปที่นักเรียนคณิตศาสตร์ ทำแบบจำลองของหลังคา พร้อมกับบอกระยะกำกับไว้ พื้นเพดาน ABCD เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส คานที่รองรับน้ำหนักของหลังคา คือขอบของรูปสี่เหลี่ยมทรงตัน EFGHKLMN (ปริซึมรูปสี่เหลี่ยม) E เป็นจุดกึ่งกลางของส่วนของเส้น AT จุด F เป็นจุดกึ่งกลางของส่วนของเส้นตรง BT จุด G เป็นจุดกึ่งกลางของส่วนของส้นตรง CT จุด H เป็นจุดกึ่งกลางของส่วนของส้นตรง DT สันของพีระมิดทุกด้าน ยาว 12 เมตรเท่ากัน คำถามที่ 1: พีระมิด จงคำนวณพื้นที่เพดาน ABCD ตอบ พื้นที่เพดาน ABCD=……………………………ตารางเมตร ชุดที่ 7


55 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA น้องเนยสนใจซื้อเตาอบไฟฟ้า โดยตั้งงบประมาณไว้ไม่เกิน 1,000 บาท จากการหาข้อมูลน้องเนยตัดสินใจเก็บ เงินซื้อเตาอบไฟฟ้าขนาดเล็กยี่ห้อหนึ่ง โดยน้องเนยได้ข้อมูลราคาจากร้านค้าสามแห่ง ดังต่อไปนี้ ร้านค่าแห่งที่ 1 ร้านค้าแห่งที่ 2 ร้านค่าแห่งที่ 3 ราคาเต็ม 1,890 ราคาเต็ม 1,290 ราคาเต็ม 1,290 ส่วนลด 48% ส่วนลด 23% ส่วนลด 32% หมายเหตุ ลดจากราคาหลังหัก ส่วนลดอีก 10 % ( โปรโมชันนี้ เหลืออีก 15 วัน )ฟรีบริการจัดส่ง หมายเหตุ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อจับจ่ายสินค้าครบ 499 บาท ขึ้นไป หมายเหตุ ส่งทางไปรษณีย์ ค่า จัดส่ง 219 บาท คำถามที่ 1: เตาอบไฟฟ้า จากข้อมูลข้างต้น ร้านใดที่ขายเตาอบไฟฟ้ารวมค่าจัดส่งแล้วอยู่ในงบประมาณของน้องเนย 1. ร้านค้าแห่งที่ 1 และ 2 2. ร้านค้าแห่งที่ 1 และ 3 3. ร้านค้าแห่งที่ 2 และ 3 4. ร้านค้าทั้งสามแห่ง ชุดที่ 8


56 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA บริหารจัดการพื้นที่ การบริหารพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่รู้จักกันในชื่อว่า “ โคก หนอง นาโมเดล ” ซึ่งเป็นการออกแบบ พื้นที่ตามศาสตร์พระราชา ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งพื้นที่เล็กหรือใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงศึกษาข้อมูลและทรงพบว่า เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ครอบครองพื้นที่โดยเฉลี่ยครอบครัวละ 10 – 15 ไร่ จึงทรง แนะนำให้จัดสรรโดยมีเป้าหมายว่า ต้องทำให้เรามีข้าวปลาอาหารพอกินตลอดปี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและมีรายได้ เหลือพอสำหรับจับจ่ายใช้สอยในเรื่องจำเป็น โดยใช้อัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10 เป็นเกณฑ์ปรับใช้ ตัวอย่างเช่น พื้นที่ส่วนแรก 30 เปอร์เซ็นต์ใช้สำหรับขุดสระน้ำ เพื่อเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ำที่กินหรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ รอบ ๆ ขอบสระปลูกไม้ต้นที่ไม่ใช้น้ำมาก และสร้างเล้าไก่บนสระ พื้นที่ส่วนที่สอง 30 เปอร์เซ็นต์ใช้สำหรับทำนา พื้นที่ส่วนที่สาม 30 เปอร์เซ็นต์ใช้ปลูกไม้ผล ไม้ต้น หรือไม้ที่ใช้สอยในครัวเรือน ใช้สร้างบ้านเรือน ทำ อุปกรณ์การเกษตร หรือใช้เป็นฟืน พื้นที่ที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นที่อยู่อาศัย ทางเดินคันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุ๋ย หมัก โรงเรือน โรง เพาะเห็ด คอกสัตว์ หรือปลูกผักสวนครัว สมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น คำถามที่ 1 : โคก หนอง นา โมเดล โรงเรียนบ้านขี้นาค มีพื้นที่ 20 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา ต้องการแบ่งพื้นที่ทำโคก หนอง นา โมเดล จำนวน 5 ไร่ จง หาว่าพื้นที่แตะละส่วนมีขนาดเท่าไร ตอบ พื้นที่ส่วนที่หนึ่ง(ขุดเจาะแหล่งน้ำ) จำนวน..................ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่สอง(สำหรับทำนา) จำนวน...................ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่สาม(ปลูกไม้ยืนต้น) จำนวน...................ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่สี่(โรงเรือน) จำนวน...................ตารางเมตร ชุดที่ 9


57 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2 : โคก หนอง นา โมเดล ถ้าแบ่งพื้นที่ส่วนที่ขุดเจาะแหล่งน้ำ ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนที่ 1 ขุดลึก 1 เมตร ส่วนที่ 2 ขุดลึก 2.5 เมตร และส่วนที่ 3 ขุดลึก 4 เมตร จะได้ดินจากการขุดครั้งนี้กี่ลูกบาศก์เมตร จงเติมคำตอบลงในช่องว่าง ตอบ พื้นที่เจาะแหล่งน้ำ......................ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่ 1 จำนวน ...............ตารางเมตร ขุดลึก 1 เมตร ได้ปริมาตรดินจากการขุด...........ลบ.ม. พื้นที่ส่วนที่ 2 จำนวน ...............ตารางเมตร ขุดลึก 2.5 เมตร ได้ปริมาตรดินจากการขุด...........ลบ.ม. พื้นที่ส่วนที่ 3 จำนวน ...............ตารางเมตร ขุดลึก 3 เมตร ได้ปริมาตรดินจากการขุด............ลบ.ม. คำถามที่ 3 : โคก หนอง นา โมเดล ถ้าใช้รถบรรทุกขนาด 6 ลูกบาศก์เมตรต่อคัน จะต้องขนดินทั้งหมดกี่เที่ยว จงแสดงวิธีทำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


58 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA เยาวชนสูงขึ้น ใน พ.ศ.2541 ความสูงเฉลี่ยของเยาวชนชายและหญิงในประเทศเนเธอร์แลนด์แสดงได้ดังกราฟต่อไปนี้ คำถามที่ 1 : สูงขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 ถึงปี พ.ศ.2541 ความสูงเฉลี่ยของเยาวชนหญิงอายุ 20 ปี เพิ่มขึ้น 2.3 เซนติเมตร เป็น 170.6 เซนติเมตร อยากทราบว่าความสูงเฉลี่ยของเยาวชนหญิงอายุ 20 ปี เมื่อ ปี พ.ศ.2523 เป็นเท่าไร คำตอบ...............................................................เซนติเมตร คำถามที่ 2 : สูงขึ้น จากกราฟ โดยเฉลี่ยเยาวชนหญิงอายุเท่าไรจึงจะมีความสูงมากกว่าเยาวชนชายในวัยเดียวกัน ............................................................................................................................. ......................................... ................................................................................................................................. .................................... คำถามที่ 3 : สูงขึ้น จงอธิบายว่าลักษณะของกราฟเป็นอย่างไรที่แสดงว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ย ของเยาวชนหญิงลดลงหลังจากอายุ 12 ปี ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................................... . ............................................................................................................................. ...................................... ความสูง (ซม.) อายุ (ปี) ความสูงเฉลี่ยของเยาวชนชาย ปี พ.ศ.2541 ความสูงเฉลี่ยของเยาวชนหญิง ปี พ.ศ.2541 190 180 170 160 150 140 130 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ชุดที่ 10


59 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1 : สามเหลี่ยม จงเขียนวงกลมล้อมรอบข้อที่มีรูปตรงกับคำอธิบายต่อไปนี้ สามเหลี่ยม PQR เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก มีมุม R เป็นมุมฉาก ส่วนของเส้นตรง RQ สั้นกว่าส่วน ของเส้นตรง PR จุด M เป็นจุดกี่งกลางของส่วนของเส้นตรง PQ และจุด N เป็นจุดกึ่งกลางของส่วนของ เส้นตรง QR จุด S อยู่ภายในสามเหลี่ยม ส่วนของเส้นตรง MN ยาวกว่าส่วนของเส้นตรง MS ชุดที่ 11


60 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คนไข้หญิงได้รับยาเพนิซิลินฉีดเข้าร่างกาย ร่างกายของเธอค่อยๆ สลายตัวยาและดูดซึมตัวยา หลังจากฉีดยาไป แล้วหนึ่งชั่วโมง พบว่า 60% ของตัวยายังไม่ถูกร่างกายดูดซึมไปใช้ ยังคงเหลืออยู่ในเลือดกระบวนการนี้ดำเนิน ไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไปแต่ละชั่วโมงจะมีตัวยา 60% ของปริมาณที่มีในตอนต้นชั่วโมงเหลืออยู่ สมมติว่า คนไข้นี้ได้รับยาเพนิซิลินปริมาณ 300 มิลลิกรัม เมื่อเวลาแปดโมงเช้า คำถามที่ 1 : ความเข้มข้นของยา จงเติมข้อมูลลงในตารางต่อไปนี้เพื่อแสดงปริมาณของตัวยาเพนิซิลินที่ยังไม่ถูกร่างกายดูดซึมไปใช้ และยังคง เหลืออยู่ในเลือดผู้ป่วย ในช่วงเวลาทุกๆ 1 ชั่วโมง ระหว่าง 8.00 น. ถึง 11.00 น. ณ เวลา 08.00 น. 09.00 น. 10.00 น. 11.00 น. เพนิซิลิน (Mg) 300 นทีต้องกินยาปริมาณ 80 mg เพื่อควบคุมความดันโลหิต กราฟต่อไปนี้แสงปริมาณของตัวยาเมื่อเริ่มต้นกิน และ ปริมาณของตัวยาที่ยังคงทำงานอยู่ในระบบเลือดของนที หลังจาก หนึ่งวัน สองวัน สามวัน และ สี่วัน คำถามที่ 2 : ความเข้มข้นของยา ปริมาณของตัวยาที่ยังคงทำงานอยู่ในเลือดของนที เป็นเท่าใดในตอนท้ายของวันแรก 1. 6 mg 2. 12 mg 3. 26 mg 4. 32 mg ชุดที่ 12


61 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 3 : ความเข้มข้นของยา จากกราฟในข้อที่แล้วจะเห็นว่าในแต่ละวัน ปริมาณของตัวยาที่ยังคงทำงานอยู่ในเลือดของนทีในวันก่อนจะมี สัดส่วนปริมาณเท่ากันทุกวันเมื่อผ่านไปแต่ละวัน ปริมาณยาที่ยังคงทำงานอยู่ในเลือดของนทีในวันก่อนที่ผ่านมา ประมาณเท่ากับข้อใดต้อไปนี้ 1. 20% 2. 30% 3. 40% 4. 80%


62 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA


63 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA


64 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็น สุขภาพและโรคภัย คำชี้แจง อ่านบทอ่านแล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 3 โรคหัวใจและหลอดเลือด ชุด 1


65 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ชุดคำถามที่ 1 : โรคหัวใจและหลอดเลือด คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมีโอกาสเกิดโรคใด 1. โรคหัวใจและหลอดเลือด 2. โรคกระเพาะ 3. โรคมะเร็ง 4. โรคโลหิตจาง ชุดคำถามที่ 2 : โรคหัวใจและหลอดเลือด บุคคลใดไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 1. นุ่นชอบเล่นเกมจนดึก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ 2. หน่อยชอบออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน 3. นิดชอบกินหมูกระทะทุกเย็น 4. นัดชอบสูบบุหรี่เวลาเครียด ชุดคำถามที่ 3 : โรคหัวใจและหลอดเลือด พฤติกรรมแบบใดที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................


66 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง อ่านบทอ่านแล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 2 การสูบบุหรี่ จากการวิจัยพบว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ในแต่ละวันทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตเกือบ 13,500 คน ควัน ของบุหรี่มีสารที่เป็นอันตรายอยู่หลายชนิด ส่วนที่เป็นอันตรายมากที่สุด คือ น้ำมันดิน นิโคตินและ คาร์บอนมอนอกไซด์ ชุดคำถามที่ 1 : การสูบบุหรี่ ควันของบุหรี่จะถูกสูดเข้าไปสู่ปอด น้ำมันดินจากควันที่เกาะอยู่ที่ปอดและทำให้ปอดทำงานไม่ได้เต็มที่ ข้อความใดต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของปอด 1. สูบฉีดโลหิตไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย 2. แลกเปลี่ยนออกซิเจนจากอากาศที่หายใจไปสู่เลือด 3. ทำให้เลือดบริสุทธิ์โดยลดคาร์บอนไดออกไซด์จนเป็นศูนย์ 4. เปลี่ยนโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นโมเลกุลของออกซิเจน ชุดคำถามที่ 2 : การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอดและโรคอื่นๆ ความเสี่ยงในการเกิดโรคต่อไปนี้ เพิ่มจาก การสูบบุหรี่หรือไม่ จงเขียนวงกลมล้อมรอบคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละคำถาม ความเสี่ยงของการเกิดโรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นจาการสูบบุหรี่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ โรคไข้หวัดใหญ่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ โรคงูสวัด ใช่ หรือ ไม่ใช่ โรคถุงลมโป่งพอง ใช่ หรือ ไม่ใช่ ชุด 2


67 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง อ่านบทอ่านแล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 2 ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่2019 ที่มาของภาพ http://www.fdachiangmai.com สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2564 ชุด 3


68 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ชุดคำถามที่ 1 : ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ 2019 ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 จะแพร่กระจายผ่านฝอยละอองเป็นหลัก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือ หายใจออก ฝอยละอองเหล่านี้มีน้ำหนักมากเกินกว่าจะลอยอยู่ในอากาศ และจะตกลงบนพื้นหรือพื้นผิวอย่างรวดเร็ว อาจติดเชื้อได้จากการหายใจเอาไวรัสเข้าสู่ร่างกายเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือโดยการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อ ไวรัสแล้วสัมผัสตา จมูก หรือปากของตนเอง จะช่วยลดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างไร 1. ทานข้าวในภัตตาคารเนื่องจากมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ 2. ติดต่อบริษัทเพื่อทำประกันชีวิตบรรเทาค่าใช้จ่ายเมื่อนอนโรงพยาบาล 3. ใช้หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานการเพื่อไม่ให้ละอองจากอากาศเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ 4. เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบโรคระบาด ชุดคำถามที่ 2 : ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ 2019 การล้างมือเป็นการขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น เหงื่อ ไขมันที่ออกมาตามธรรมชาติ และลดจำนวนเชื้อโรคที่ อาศัยอยู่ชั่วคราวบนมือ การล้างมือด้วยน้ำธรรมดาไม่สามารถทำลายเชื้อได้ การล้างมืออย่างถูกวิธีต้องล้างด้วยสบู่ ก้อนหรือสบู่เหลว ใช้เวลาฟอกมือนานประมาณ 15 - 20 วินาที ในกรณีที่ไม่มีสบู่ก้อนหรือสบู่เหลว ให้ล้างน้ำสะอาด ปริมาณมากๆนานกว่า 20 วินาที และถูมือให้ทั่วถึง วิธีการทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค จงเขียนวงกลมล้อมรอบคำว่า“ใช่” หรือ“ไม่ใช่” ในแต่ละคำถาม วิธีการทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ได้ หรือ ไม่ได้ ใช้เจลแอลกอฮอล์เข้มข้น 75% ได้/ไม่ได้ ใช้น้ำมันพืชสกัดเข้มข้น 90% ได้/ไม่ได้ ใช้น้ำหอมแท้ 100% ได้/ไม่ได้


69 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑ – ๒ เมื่อเป็น.." โรคธาลัสซีเมีย " แล้วอันตรายหรือไม่ ? "ธาลัสซีเมีย" เป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่เกิดจากเม็ดเลือดผิดปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดงอายุสั้น เปราะ แตก ถูกทำลายง่าย และถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย จากการที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในการควบคุมการ สร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นสารสำคัญในเม็ดเลือดแดง ภาพแสดงลักษณะเม็ดเลือดแดงปกติและเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียจะได้รับยีนผิดปกติมาจากพ่อและแม่ ส่วนคนที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียจะได้รับยีน ผิดปกติมาจากพ่อหรือจากแม่คนใดคนหนึ่ง โดยคนที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียจะมีสุขภาพดีเหมือนคนทั่วไป (หรือ ปัจจุบันเรียกว่าธาลัสซีเมียแฝง) แต่สามารถถ่ายทอดยีนผิดปกติให้ลูกได้ แผนภาพแสดงการถ่ายทอดยีนโรคธาลัสซีเมีย ชุด 4


70 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ชุดคำถามที่ 1 : โรคธาลัสซีเมีย ความอันตรายของโรคธาลัสซีเมีย คือ เม็ดเลือดผิดปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดงอายุสั้น เปราะ แตก ถูกทำลายง่าย และ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย “ธาลัสซีเมีย”สามารถป้องกันได้โดยวิธีการต่อไปนี้หรือไม่ จงเขียนวงกลม ล้อมรอบคำว่า ใช่ หรือไม่ใช่ ในแต่ละคำถาม “ธาลัสซีเมีย”สามารถป้องกันได้โดยวิธีการต่อไปนี้หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ ตรวจคัดกรองผู้ที่มียีนแฝงตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ใช่ / ไม่ใช่ นำโครโมโซมของพ่อและแม่ไปฉายสังสีเพื่อกำจัดพาหะธาลัสซีเมีย ก่อนการมีบุตร ใช่ / ไม่ใช่ ไม่ควรแต่งงานในกลุ่มเครือญาติ เพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดยีนผิดปกติให้กับลูก ใช่ / ไม่ใช่ ชุดคำถามที่ 2 : โรคธาลัสซีเมีย จากแผนภาพแสดงการถ่ายทอดยีนโรคธาลัสซีเมีย แสดงให้เห็นว่า”ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย”ต้องได้รับการถ่ายทอด ยีนจากพ่อและแม่ในลักษณะใด 1. ได้รับยีนผิดปกติมาจากพ่อและแม่ 2. ได้รับยีนปกติมาจากพ่อและแม่ 3. ได้รับยีนผิดปกติมาจากพ่อหรือจากแม่คนใดคนหนึ่ง 4. ได้รับยีนปกติมาจากพ่อและได้รับยีนผิดปกติจากแม่


71 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านข้อความความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่1 – 4 การแปรงฟันของคุณ ฟันของเราสะอาดมากขึ้นและมากขึ้นเมื่อเรายิ่งแปรงนานขึ้นและแรงขึ้นใช่หรือไม่? นักวิจัยอังกฤษบอกว่าไม่ใช่ เขาได้ทดลองหลายๆ ทางเลือก และท้ายที่สุดก็พบวิธีที่สมบูรณ์แบบในการแปรงฟัน การ แปรงฟัน 2 นาที โดยไม่แปรงฟันแรงจนเกินไปให้ผลดีที่สุด ถ้าคุณแปรงฟันแรงคุณกำลังทำร้ายเคลือบฟันและเหงือก โดยไม่ได้ขจัดเศษอาหารฟรือคราบหินปูน เบนท์ ฮันเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรงฟัน กล่าวว่าวิธีจับแปรงสีฟันที่ดีก็คือจับให้เหมือนจับปากกา “ เริ่ม จากมุมหนึ่ง และแปรงไปตามฟันจนหมกแถว” เธอบอกว่า “อย่าลืมลิ้นของคุณด้วย! มันสามารถสะสมแบคทีเรียได้ มากทีเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก” ชุด 5


72 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA จงใช้บทความเรื่อง “การแปรงฟันของคุณ”ข้างบนเพื่อตอบคำถามต่อไปนี้ ชุดคำถามข้อที่ 1 : การแปรงฟันของคุณ บทความนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร 1. วิธีที่ดีที่สุดในการแปรงฟัน 2. แปรงสีฟันชนิดที่ใช้ดีที่สุด 3. ความสำคัญของการมีฟันดี 4. วิธีการแปรงฟันที่แตกต่างกันของแต่ละคน ชุดคำถามข้อที่ 2 : การแปรงฟันของคุณ นักวิจัยชาวอังกฤษแนะนำว่าอย่างไร 1. แนะนำว่าคุณแปรงฟันได้บ่อยเท่าที่จะแปรงได้ 2. แนะนำว่าคุณไม่ควรพยายามแปรงฟัน 3. แนะนำว่าคุณไม่ควรแปรงฟันแรงเกินไป 4. แนะนำว่าคุณควรแปรงลิ้นให้บ่อยกว่าฟัน ชุดคำถามข้อที่ 3 : การแปรงฟันของคุณ ทำไมเราจึงควรแปรงลิ้น ตามคำกล่าวของเบนท์ ฮันเซน ..................................................................................................................................... ......................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ชุดคำถามข้อที่ 4 : การแปรงฟันของคุณ ทำไมในเรื่องจึงกล่าวถึงปากกา 1. เพื่อช่วยให้เราเข้าใจว่าควรจับแปรงสีฟันอย่างไร 2. เพราะเราเริ่มจากมุมหนึ่งเหมือนกันทั้งปากกาและแปรงสีฟัน 3. เพื่อแสดงว่าเราสามารถแปรงฟันได้หลายๆวิธี 4. เพราะเราควรแปรงฟันอย่างจริงจังเช่นเดียวกับการเขียน


73 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านข้อความความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 3 การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแต่พอประมาณเป็นสิ่งที่ดีสำหรับสุขภาพของเรา ชุดคำถามที่ 1 : การออกกำลังกาย อะไรคือข้อดีของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จงเขียนวงกลมรอบคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละข้อความ ต่อไปนี้เป็นข้อดีของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ การออกกำลังกายช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากการไหลเวียนโลหิต ใช่ / ไม่ใช่ การออกกำลังกายนำไปสู่การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ใช่ / ไม่ใช่ การออกกำลังกายช่วยหลีกเลี่ยงการมีน้ำหนักมากเกินไป ใช่ / ไม่ใช่ ชุด 6


74 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ชุดคำถามที่ 2 : การออกกำลังกาย มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อได้ออกกำลัง จงเขียนวงกลมรอบคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละข้อความ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อได้ออกกำลังใช่หรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ กล้ามเนื้อมีเลือดไหวเวียนมากขึ้น ใช่ / ไม่ใช่ ไขมันเกิดขึ้นในกล้ามเนื้อ ใช่ / ไม่ใช่ ชุดคำถามที่ 3 : การออกกำลังกาย ทำไมขณะที่ออกกำลังกายจึงต้องหายใจแรงกว่าขณะที่กำลังพักผ่อน ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ................................................................................................................................ ...................................... ..............................................................................................................................................................................


75 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็น ทรัพยากรธรรมชาติ เห็ดระโงก เห็ดระโงก เป็นราไมคอร์ไรซา(mycorrhizas) ที่มีความสัมพันธ์กับไม้วงศ์ยางในลักษณะการอยู่ร่วมกันแบบ พึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันกับเซลล์ของรากพืช โดยที่ต่างฝ่ายก็ได้รับประโยชน์ (mutualistic symbiosis) ราจะช่วยดูดน้ำและธาตุอาหารจากดิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัส (P) ให้แก่พืช ส่วนราก็ได้สารอาหารจาก พืชที่ขับออกมาทางรากสำหรับใช้ในการเจริญเติบโต เช่น น้ำตาล โปรตีน และวิตามินต่าง ๆ นอกจากนี้ราไมคอร์ไร ซายังช่วยป้องกันรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อก่อโรค พืชต้นกล้าที่มีราไมคอร์ไรซาจึงมีการอยู่รอดมากกว่าพืช ที่ไม่มีราไมคอร์ไรซาเพราะสามารถทนแล้งและธาตุอาหารต่ำได้ดีกว่าต้นกล้าที่ไม่มีราไมคอร์ไรซา และเมื่อความชื้น และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เหมาะสม ราไมคอร์ไรซาจะเจริญและพัฒนาเป็นดอกเห็ดให้เห็นได้ ใบโอเทค สวทช. ร่วมกับสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย สิ่งแวดล้อมต่อผลของเห็ดระโงกทั้งในและนอกฤดูกาล ณ แปลงสาธิตโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ จังหวัด ศรีสะเกษ ในช่วงปี 2557 - 2558 พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเห็ดระโงก ได้แก่ ปริมาณแสง ความชื้นบริเวณผิวดิน อุณหภูมิ และความชื้นในอากาศ รวมถึงความหนาแน่นของอินทรีย์วัตถุเหนือพื้นดิน ผลการศึกษาพบว่าเห็ดระโงก เป็นเห็ดที่ให้ผลผลิตสูงสุดในแปลง โดยสามารถพบเห็ดระโงกถึง 3 ชุด คือ เห็ด ระโงกแดง เห็ดระโงกเหลือง และเห็ดระโงกขาว นอกจากนี้ในแปลงสาธิตดังกล่าว ยังพบเห็ดกินได้ชนิดอื่น ๆ คือ เห็ด ถ่าน เห็ดหาด เห็ดครก เห็ดโคน และเห็ดตะไคล ซึ่งการออกดอกของเห็ดระโงกนั้นมีความสอดคล้องกับปริมาณน้ำ ในช่วงต้นฤดูเป็นอย่างมาก โดยพบว่าในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม จะพบปริมาณเห็ดระโงกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้การให้น้ำนอกฤดูก็มีส่วนทำให้เกิดเห็ดระโงกได้เช่นกัน ซึ่งความรู้ที่ได้จากการศึกษาอิทธิพลของปัจจัย แวดล้อมต่อผลผลิตเห็ดระโงกในครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการออกดอกของเห็ดระโงก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนทั้งด้านอาหารและรายได้ ที่มา : VincentE. C. Ooi and FangLiu 2000.Immunomodulation and anti-cancer activity of polysaccharide-protein complexes.Current MedicinalChemistry 7: 715 - 729. : https://www.nstda.or.th/th/nstda-r-and-d/5112 ชุด 1


76 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้นักเรียนอ่านทำความเข้าใจสถานการณ์ และใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้อง ตอบคำถามต่อไปนี้ คำถามที่ 1 : เห็ดระโงก ( 1 คะแนน ) ความสัมพันธ์ของเห็ดระโงกกับไม้วงศ์ยาง เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแบบใด 1. ภาวะพึ่งพากัน 2. ภาวะเป็นกลาง 3. ภาวะอิงอาศัย หรือภาวะมีการเกื้อกูล 4. ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน คำถามที่ 2 : เห็ดระโงก ( 3 คะแนน ) ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่อไปนี้ มีความสัมพันธ์เช่นเดียวกับเห็ดระโงกและไม้วงศ์ยาง ใช่หรือไม่ จงให้เหตุผลประกอบ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ใช่ หรือ ไม่ใช่ เหตุผล การฝากกับต้นมะม่วง ใช่ / ไม่ใช่ ............................................................. .............................................................. กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่ ใช่ / ไม่ใช่ ............................................................. .............................................................. แบคทีเรียในปมรากพืชตระกูลถั่ว ใช่ / ไม่ใช่ ............................................................. .............................................................. ไลเคน (รากับสาหร่ายสีเขียว) ใช่ / ไม่ใช่ ............................................................. .............................................................. คำถามที่ 3 : เห็ดระโงก นักวิจัยต้องการรู้ว่า“ต้นกล้าของไม้วงศ์ยางที่ปลูกพร้อมเห็ดระโงกกับต้นกล้าของไม้วงศ์ยางที่ไม่มีเห็ดระ โงกมีการเจริญเติบโตต่างกันหรือไม่” 3.1 จงเขียนสมมติฐานของการทดลองข้างต้น ( 1 คะแนน ) สมมติฐาน : ............................................................................................................................................. ....................................................................................................... ............................................................................. ....................................................................................................................................................................................


77 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA 3.2 จงระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ( 3 คะแนน ) ตัวแปรต้น : ........................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………….. ตัวแปรตาม : ........................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………….. ตัวแปรควบคุม : .................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3.3 การทดลองของใครต่อไปนี้สามารถามตรวจสอบสมมติฐานตามข้อ 3.1 ได้( 1 คะแนน ) A : ปลูกต้นกล้าของไม้วงศ์ยางต้น 2 ต้น ในที่ที่มีปัจจัยในการเจริญเติบโตเหมือนกันแต่ต้นที่ 1 ปลูกพร้อม เห็ดระโงก ต้นที่ 2 ไม่มีเห็ดระโงก B : ปลูกต้นกล้าของไม้วงศ์ยางต้น 2 ต้น ในที่ที่มีปัจจัยในการเจริญเติบโตต่างกันแต่มีเห็ดระโงก อยู่ เหมือนกัน ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................... ..................................... 3.4 ถ้า A เพาะเห็ดระโงกโดยเก็บดอกแก่มาขยี้และผสมกับน้ำเปล่านำไปรดบริเวณโคนต้นยาง ส่วน B เพาะเห็ดระโงกโดยเก็บดอกแก่มาขยี้แล้วนำไปโปรยบริเวณโคนต้นยาง ทั้ง A และ B มีการควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อ การเกิดของเห็ดระโงกเหมือนกัน การทดลองใดจะมีเห็ดระโงกเกิดขึ้นมากกว่า เพราะเหตุใด ( 2 คะแนน ) .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... คำถามที่ 4 : เห็ดระโงก ( 1 คะแนน ) สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเกิดเห็ดระโงกกับต้นไม้วงศ์ยางในฤดูกาล เป็นดังนี้ สภาพแวดล้อม ค่าความเหมาะสม ลักษณะเนื้อดิน ดินทราย ความชื้นของดิน 13.05 – 14.35 % ปริมาณอินทรียวัตถุ 0.17 – 1.02 % ความชื้นของอากาศ 60 – 70 % อุณหภูมิของอากาศ 30 องศาเซลเซียส


78 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ถ้าต้องการจะผลิตเห็ดระโงกนอกฤดูกาล จะมีวิธีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้อย่างไร และมีวิธีการ ดำเนินการอย่างไร พร้อมให้เหตุผลประกอบ ฤดูกาล วิธีดำเนินการ เหตุผลประกอบ ฤดูร้อน ……………………………………………………. …………………………………………………….. ……………………………………………………. …………………………………………………….. ฤดูหนาว ……………………………………………………. …………………………………………………….. ……………………………………………………. ……………………………………………………..


79 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA โคลนภูเขาไฟ ภาพเกาะใหม่ เกิดแผ่นดินไหว ระดับ 7.7 ตามมาตราริกเตอร์ที่เมืองเกตต้า ประเทศปากีสถาน โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลทําให้เกิด “เกาะใหม่” โผล่ขึ้นห่างจาก ชายฝั่งราว 600 เมตร จากรายงานข่าว เกาะเกิดใหม่นี้มีลักษณะเป็นรูปวงรีมีความยาวราว 76 - 91 เมตร สูงเหนือ ระดับน้ำทะเล 18 - 21 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผิวขรุขระและดินโคลน และมีการระบุว่าเกาะนี้มีปรากฏการณ์ คล้ายแก๊สกําลังพวยพุ่ง ไม่มีกลิ่น คล้ายแก๊สมีเทน แต่ติดไฟได้ไม่สามารถดับได้ด้วยน้ำ ดร.สันติภัยหลบลี้ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าปรากฏการณ์ ลักษณะนี้เรียกว่า “โคลนภูเขาไฟ (Mud Volcanoes)” ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแหล่งกําเนิดของ โคลนภูเขาไฟนั้น โดยปกติจะมาจากใต้โลกลึกราว 1 - 3 กิโลเมตร ขึ้นกับสภาพทาง ธรณีวิทยาบริเวณนั้น การปะทุหรือผุดขึ้นของโคลนภูเขาไฟมักเกิดขึ้นทันทีทันใด จากการที่มีความดันของของเหลวที่ สูงขึ้น อาจเกิดจากแก๊สที่เคยแทรกอยู่ในเนื้อโคลนได้แยกออกมาและขยายตัว เกิดแรงลอยตัวของชั้นดินที่ปิดทับชั้น โคลน ทําให้ชั้นโคลนมีโอกาสแทรกตัวตามรอยแตกขึ้น สู่พื้น ผิวได้ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า การปะทุของโคลนภูเขา ไฟส่วนใหญ่มักสัมพันธ์กับแผ่นดินไหว ปรากฏการณ์ในลักษณะเช่นนี้ยังมีแบบที่เรียกว่า “ทรายเดือด (Liquefaction)” มีลักษณะคล้ายๆ กับการผุดขึ้นของโคลนภูเขาไฟ และมักจะเกิดหลังการเกิดแผ่นดินไหว โดยเกิด จากชั้นทรายอุ้มน้ำได้รับแรงสั่นสะเทือน แล้วเกิดการแทรกดันพุ่งขึ้นมา ซึ่งในเรื่องผลกระทบเมื่อเกิดขึ้นก็คือ ถ้าหาก มีทรายบางส่วนผุดขึ้นมาก็จะต้องมีบางส่วนที่ทรุดลงไปแทนที่ จึงทําให้สภาพใต้แผ่นดินมีการเสียสมดุลหรือทรุดตัว ลง เช่นที่เคยเกิดในญี่ปุ่น เมื่อปีพ.ศ.2507 จากแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ตามมาตราริกเตอร์ ที่มา: ดัดแปลงจาก http://www.dailynews.co.th/Content/Article/145826 ชุด 2


80 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คําถามที่ 1 : โคลนภูเขาไฟ ( 2 คะแนน ) จากบทความ หากนักเรียนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดโคลนภูเขาไฟ ข้อความต่อไปนี้ สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้หรือไม่ จงเขียนวงกลมล้อมรอบคําว่า “ได้” หรือ “ไม่ได้” ในแต่ละข้อความ ข้อความต่อไปนี้สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้หรือไม่ ได้หรือ ไม่ได้ 1. ชนิดและปริมาณของแก๊สที่เกิดขึ้นบริเวณที่เกิดโคลนภูเขาไฟ ได้ / ไม่ได้ 2. ระยะทางของบริเวณที่เกิดโคลนภูเขาไฟจากชายฝั่ง ได้ / ไม่ได้ 3. ลักษณะทางกายภาพและทางเคมีของโคลนภูเขาไฟ ได้ / ไม่ได้ 4. ความสวยงามของสถานที่เพื่อทําเป็นที่ท่องเที่ยว ได้ / ไม่ได้ คําถามที่ 2 : โคลนภูเขาไฟ ( 1 คะแนน ) จากบทความ นักเรียนคิดว่าจุดประสงค์ของบทความนี้คืออะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คําถามที่ 3 : โคลนภูเขาไฟ ( 2 คะแนน ) ให้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง “โคลนภูเขาไฟ” และ “ทรายเดือด” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ในด้านกระบวนการเกิด และ วัตถุที่ปะทุหรอผุดขึ้นมา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


81 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA สาหร่ายทะเล สาหร่ายทะเล (seaweed) จัดอยู่ในกลุ่มพืชชั้นต่ำที่ไม่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง ไม่มีระบบท่อลำเลียง อาหารจากรากสู่ลำต้นแบบพืชชั้นสูง เช่น หญ้าทะเล บางชนิดมีเซลล์เดียว บางชนิดจับตัวกันเป็นกลุ่ม จะใช้วิธีดูด ซับน้ำและแร่ธาตุจากน้ำทะเลสู่เซลล์ต่าง ๆ โดยตรง ขยายพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์และแบ่งตัว สามารถสร้างอาหาร โดยการสังเคราะห์แสง ซึ่งสารสังเคราะห์แสงที่อยู่ในสาหร่ายแต่ละชนิดสามารถใช้ในการแบ่งกลุ่มสาหร่ายทะเลได้ ดังนี้ สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีน้ำเงิน ที่มา : http://www.biotec.or.th/brt/index.php/biodiversity/283-seaweeds-useful คำถามที่ 1 : สาหร่ายทะเล ( 1 คะแนน ) ข้อใดเป็นเกณฑ์ที่ใช้แบ่งประเภทของสาหร่ายทะเล 1. รงควัตถุ 2. การหายใจ 3. การขยายพันธุ์ 4. ขนาดของลำต้น คำถามที่ 2 : สาหร่ายทะเล ( 3 คะแนน ) ข้อความต่อไปนี้เป็นข้อเท็จจริงของสาหร่ายทะเลใช่หรือไม่ จงเขียนวงกลมล้อมรอบคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละข้อ ข้อเท็จจริงของสาหร่ายทะเล คำตอบ สาหร่ายทะเลช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในสภาพแวดล้อม ใช่ / ไม่ใช่ สาหร่ายทะเลเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิต ใช่ / ไม่ใช่ สาหร่ายทะเลมีดอกสวยงาม ใช่ / ไม่ใช่ สาหร่ายทะเลมีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ใช่ / ไม่ใช่ ชุด 3


82 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 3 : สาหร่ายทะเล ( 1 คะแนน ) มีการอ้างถึงการขายสาหร่ายปลอมให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งเมื่อใช้ประกอบอาหารมีลักษณะภายนอกเหมือนสาหร่ายทั่ว ๆ ไปทุกประการ เช่น สีสัมผัส สาหร่ายที่ใช้ประกอบอาหาร ข้อใดเป็นวิธีในการทดสอบว่า สาหร่ายดังกล่าวเกิดจากการสังเคราะห์หรือเกิดจากธรรมชาติ 1. ทดสอบโดยการชั่งน้ำหนัก 2. ทดสอบโดยการเผาไหม้ 3. ทดสอบโดยการใช้โครมาโทกราฟี 4. ทดสอบโดยการส่องกับแสงแดด คำถามที่ 4 : สาหร่ายทะเล ( 2 คะแนน ) มีการส่งตัวอย่างสาหร่ายที่สงสัยว่าจะเกิดจากการสังเคราะห์ โดยให้นักวิทยาศาสต์ทดสอบ โดยการส่องกล้อง จุลทรรศน์ได้ผลดังนี้ ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ สาหร่ายนี้เป็นสาหร่ายที่เกิดจากธรรมชาติ หรือเกิดจากการสังเคราะห์ เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………


83 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็น คุณภาพสิ่งแวดล้อมอันตราย อ่านข้อความความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 3 ภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ สมมติว่า นักเรียนอาศัยอยู่ใกล้โรงงานเคมีขนาดใหญ่ที่ผลิตปุ๋ยสำหรับใช้ในการเกษตร เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีคน จำนวนมากในละแวกนั้น ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง คนในท้องถิ่นเชื่อว่า อาการเหล่านั้นเกิดจากควันพิษที่ ปล่อยออกมาจากโรงงานปุ๋ยเคมีที่อยู่ใกล้เคียง ชาวบ้านมาประชุมเพื่ออภิปรายถึงอันตรยที่น่าจะเกิดขึ้นจากโรงงานเคมี ต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่อาศัยใน ท้องถิ่น นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอข้อสรุปต่อที่ประชุม ดังต่อไปนี้ คำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้กับบริษัทเคมี “เราได้ศึกษาความเป็นพิษต่อดินในบริเวณใกล้เคียง เราไม่พบหลักฐานที่แสดงถึงพิษของสารเคมีในตัวอย่าง ดินที่เราเก็บมา” คำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์ที่ห่วงใยชุมชนในท้องถิ่น “เราได้ศึกษาผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจเรื้อรังหลายกรณีในท้องถิ่นเปรียบเทียบกับจำนวนกรณีในบริเวณที่ ห่างออกไปจากโรงงานเคมี ปรากฏว่ามีการเจ็บป่วยมากกว่าในบริเวณที่อยู่ใกล้กับโรงงาน” ชุดที่ 1


84 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1: เจ้าของโรงงานเคมีใช้คำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้กับบริษัทเพื่อโต้แย้งว่า “การปล่อยควัน จากโรงงานไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น” จงให้เหตุผลหนึ่งข้อเพื่อแสดงความสงสัยว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้กับบริษัทเข้าข้างเจ้าของบริษัทโดยใช้ข้อความที่ไม่เหมือนกับคำกล่าวของ นักวิทยาศาสตร์ที่ห่วงใยชุมชน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... คำถามที่ 2 : นักวิทยาศาสตร์ที่ห่วงใยชุมชนได้เปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรังที่อาศัยอยู่ใกล้กับ โรงงานเคมีกับจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ห่างจากโรงงาน จงบอกถึงความแตกต่างของทั้งสองบริเวณที่เป็นไปได้หนึ่งประการ ที่ทำให้การเปรียบเทียบไม่สมเหตุสมผล .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................


85 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อ่านข้อความความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ 1 – 3 สารพิษสะสม สารไนโตรฟูแรนหรือ (5 – Nitofuraldahyde) เป็นสารที่นำมาใช้ในการรักษาสัตว์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อท่อ ปัสสาวะ และโรคผิวหนัง สารดังกล่าวเป็น สารก่อมะเร็งทั้งในคนและสัตว์ หากสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก ทำ ให้มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้นอกจากนี้ยังเข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนปลายของปอด และอาจ ส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนังของคนอีกด้วยจึงนับว่าสารไนโตรฟูแรนเป็นสารที่อันตรายต้องห้าม ในการเลี้ยงสัตว์ที่จะนำมาเป็นอาหารให้มนุษย์รับประทาน แต่เป็นสารที่มักจะพบตกค้างอยู่ในสัตว์น้ำเป็นจำนวน มาก ดังตาราง ชนิดของสัตว์ ปริมาณสารพิษ (ng/g) กุ้งลายเสือ 0.002 ปูแสม 0.001 ปลาดุก ไม่พบ ปลาแซลมอน 0.011 ปลาทูน่า 0.002 ปลาเก๋า 0.025 ปลาฉลาม 0.981 *ค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 1ng/g, กระทรวงสาธารณสุข, 2545 ชุดที่ 2 คำถาม นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดปลาฉลามจึงมีสารไนโตรฟูแรนสะสมมากที่สุด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….................. ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................


86 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ปรากฎการณ์เรือนกระจก จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ปรากฎการณ์เรือนกระจก : เรื่องจริง หรือ นวนิยาย? สิ่งที่มีชีวิตต้องการพลังงานในการดำรงชีวิต และพลังงานสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งแผ่ มาในอวกาศได้เพราะร้อนมาก แต่พลังงานที่มีถึงโลกมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บรรยากาศของโลกทำตัวเหมือน ผ้าห่มคลุมป้องกันผิวโลกของเรา คอยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งจะเกิดขึ้นหากโลกนี้ไม่มีอากาศ พลังงานที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ส่วนใหญ่จะผ่านบรรยากาศของโลก โลกจะดูดซับพลังงานไว้บางส่วน และสะท้อน พลังงานบางส่วนกลับไป พลังงานที่สะท้อนกลับนี้บางส่วนจะถูกดูดซับโดยชั้นบรรยากาศ ผลที่เกิดขึ้นคือ หากไม่มี บรรยากาศดังกล่าว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยเหนือผิวโลกจะสูงกว่าที่เป็นอยู่นี้ ทำให้บรรยากาศของโลกเกิดผลทำนอง เดียวกับเรือนกระจก จึงเรียกว่า “ปรากฏการณ์เรือนกระจก” ปรากฏการเรือนกระจกนี้ มีการกล่าวถึงกันมากใน ศตวรรษที่ 20 อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของบรรยากาศของโลกได้เพิ่มสูงขึ้นจริง หนังสือพิมพ์และวารสารต่างๆ มักบอกว่า ตัวการสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นในศตวรรษที่ 20 คือ การเพิ่มขึ้นของคาร์บอนได้ออกไซด์ นักเรียนคนหนึ่งชื่อ อัจฉริยะ สนใจที่จะศึกษาความสัมพันธ์ที่อาจเป็นไปได้ระหว่างอุณหภูมิเฉลี่ยของบรรยากาศของโลก และ ปริมาณ ของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาบนโลก เขาค้นพบกราฟ 2 รูป ในห้องสมุดดังต่อไปนี้ อัจฉริยะสรุปจากกราฟสองรูปนี้ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของบรรยากาศของโลกที่สูงขึ้น เป็นเพราะคาร์บอนได้ ออกไซด์ถูกปล่อยออกมาสู่โลกเพิ่มากขึ้น ชุดที่ 3


87 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 1 : ปรากฎการณ์เรือนกระจก ข้อมูลส่วนใดของกราฟที่สนับสนุนการสรุปของอัจฉริยะ ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................... คำถามที่ 2 : ปรากฎการณ์เรือนกระจก นักศึกษาอีกคนหนึ่งชื่อจินตนา ไม่เห็นด้วยกับการสรุปของอัจฉริยะ เธอเปรียบเทียบกราฟทั้งสองและบอก ว่ามีกราฟบางส่วนไม่สนับสนุนของอัจฉริยะ จงยกตัวอย่างว่า กราฟส่วนใดไม่สนับสนุนข้อสรุปของอัจฉริยะ พร้อมทั้งอธิบายคำตอบ ........................................................................................................................................................................... ........... ........................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................... คำถามที่ 3 : ปรากฎการณ์เรือนกระจก อัจฉริยะยืนยันข้อสรุปของเขาที่ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของบรรยากาศของโลกสูงขึ้น เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้น ของคาร์บอนไดออกไซด์ แต่จินตนาคิดว่าการสรุปของอัจฉริยะไม่มีข้อมูลพอ เธอบอกว่า “ก่อนที่จะยอมรับข้อสรุปนี้ คุณต้องแน่ใจว่าปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อปรากฎการณ์เรือนกระจกต้องมีค่าคงที่” จงบอกปัจจัยที่จินตนากล่าวมา 1 อย่าง ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ................................................................................................................................................................................ ที่มา : โครงการ PISA ประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ตัวอย่างการประเมินผลวิทยาศาสตร์ นานาชาติ: PISA และ TIMSS. อรุณการพิมพ์:กรุงเทพฯ . 2550.


88 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA ฝนกรด รูปถ่ายข้างล่างนี้ เป็นรูปแกะสลักที่เรียกว่า แคริยาทิด ซึ่งถูกสร้างไว้ที่มหาวิหารอโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว รูปแกะสลักนี้ทำด้วยหินชนิดหนึ่งที่เรียกว่าหินอ่อน หินอ่อนประกอบด้วยแคลเซียม คาร์บอเนต ในปี ค.ศ. 1980 รูปแกะสลักเดิมถูกย้ายมาอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ของอโครโพลิสและเอารูปสลักจำลองวางไว้ แทนที่ เนื่องจากรูปแกะสลักเดิมถูกกัดกร่อนจากฝนกรด คำถามที่ 1 : ฝนกรด น้ำฝนปกติมีความเป็นกรดเล็กน้อย เพราะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ ส่วนฝนกรด มีความเป็น กรดมากกว่าฝนปกติ เพราะฝนกรดดูดซับก๊าซ เช่น ออกไซด์ของซัลเฟอร์และออกไซด์ของไนโตรเจนไว้ด้วย ออกไซด์ของซัลเฟอร์ และออกไซด์ของไนโตรเจนในอากาศมาจากไหน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชุดที่ 4


89 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แบบฝึกทักษะพัฒนาแก้ปัญหาตามแนวทางการประเมินของ PISA กรอบประเด็น ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การถ่ายโอนพลังงานความร้อน การพาความร้อนคือ การถ่ายโอนพลังงานความร้อนจากที่ที่มีอุณหภูมิสูงไปยังที่ที่มีอุณหภูมิต่ำโดยอาศัย ตัวกลางที่ได้รับความร้อนแล้วเคลื่อนที่นำความร้อนนั้นไปด้วย การนำความร้อน คือ การถ่ายโอนพลังงานความร้อนจากที่ที่มีอุณหภูมิสูงไปยังที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยอาศัย วัตถุ ตัวกลาง ซึ่งไม่ได้เคลื่อนที่ไปด้วย การแผ่รังสี คือ การถ่ายโอนพลังงานความร้อนออกไปโดยไม่ตองอาศัยตัวกลางใดๆ คำถามที่ 1 : การถ่ายโอนพลังงานความร้อนมนุษย์ใช้ ประโยชน์จากการแผ่รังสีโดยมีต้นกำเนิดมาจากแหล่งใด มากที่สุด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… คำถามที่ 2 : การถ่ายโอนพลังงานความร้อน ให้นักเรียนพิจารณาวิธีการประกอบอาหารในแต่ละข้อว่า ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบใดมากที่สุด โดยทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องที่ตรงกับคำตอบของนักเรียน อาหาร การพาความร้อน การนำความร้อน การแผ่รับสีความร้อน หมูย่าง ถั่วนึ่ง มะม่วงกวนตาก การลวกเส้นบะหมี่ ชุดที่ 1


90 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านทำความเข้าใจสถาณการณ์และใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ตอบคำถามต่อไปนี้ ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมควรถูกห้าม กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่ากำลังเรียกร้องให้ยกเลิกข้าวโพด ดัดแปลงพันธุกรรม (GM) ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม ถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารฆ่าวัชพืชชนิดใหม่ ที่มีประสิทธิภาพฆ่าข้าวโพดพันธุ์เดิมได้ สารฆ่าวัชพืชใหม่นี้จะฆ่าวัชพืชเกือบทุกชนิดในไร่ข้าวโพด นักอนุรักษ์บอกว่า เนื่องจากวัชพืชเป็นอาหารของสัตว์เล็กๆ โดยเฉพาะแมลง การใช้สารฆ่าวัชพืชใหม่กับ ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจะเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่ผู้สนับสนุนการใช้ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมบอกว่า การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น ต่อไปนี้คือ รายละเอียดของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงในบทความข้างบน: ● มีการปลูกข้าวโพด 200 แปลงทั่วประเทศ ● แต่ละแปลงถูกแบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งปลูกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GM) ที่ใช้สารฆ่าวัชพืชใหม่ ส่วน อีกครึ่งหนึ่งปลูกข้าวโพดพันธุ์เดิมที่ใช้สารฆ่าวัชพืชเดิม ● จำนวนแมลงที่พบในแปลงข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมที่ใช้สารฆ่าวัชพืชใหม่มีจำนวนพอๆ กับแมลงในแปลง ที่ปลูกข้าวโพดพันธุ์เดิมที่ใช้สารฆ่าวัชพืชเดิม ● จากเรื่อง "พืชดัดแปลงพันธุกรรม" ทางด้านขวา ให้คลิกตัวเลือกในตารางเพื่อตอบคำถาม คำถามที่ 1 : พืชดัดแปลงพันธุกรรม การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงข้างต้น มีปัจจัยใดที่ตั้งใจทำให้แตกต่างกันจงเขียนวงกลมล้อมร้อมคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละปัจจัย การศึกษาตั้งใจทำให้ปัจจัยนี้แตกต่างกันหรือไม่ ใช่ หรือ ไม่ใช่ จำนวนของแมลงในสิ่งแวดล้อม ใช่ / ไม่ใช่ ชนิดของสารฆ่าวัชพืชที่ใช้ ใช่ / ไม่ใช่ ชุดที่ ๒


91 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามที่ 2 : พืชดัดแปลงพันธุกรรม ข้าวโพดถูกปลูกในที่ต่างๆ 200 แปลงทั่วประเทศ เพราะเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงใช้พื้นที่ปลูกมากกว่าหนึ่งแห่ง 1. เพื่อเกษตรกรจำนวนมาก จะได้ลองปลูกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม 2. เพื่อดูว่าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจะเจริญเติบโตได้มากเพียงใด 3. เพื่อให้ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ 4. เพื่อให้มีสภาวะที่แตกต่างกันหลายๆ แบบในการเจริญเติบโตของข้าวโพด


92 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA อัลตราซาวด์ ในหลายประเทศมีการถ่ายภาพของทารกในครรภ์โดยการถ่ายภาพด้วยอัลตราซาวด์ซึ่งมีการพิจาราณาแล้วว่า ปลอดภัย ทั้งมารดาและทารกในครรภ์ แพทย์จะถือเครื่องตรวจจับคลื่นและเคลื่อนที่ไปมาบนท้องของแม่ คลื่นอัลตราซาวด์ถูกส่งผ่านไปในท้อง คลื่นจะสะท้อนที่ผิวของทารกในครรภ์ คลื่นสะท้อนเหล่านี้ถูกตรวจจับได้โดยเครื่องตรวจจับคลื่นและส่งผ่านไปยัง เครื่องสร้างภาพ คำถามที่ 1 : อัลตราซาวด์ ในการสร้างภาพ เครื่องอัลตราซาวด์ต้องคำนวณระยะทางระหว่างทารกในครรภ์กับเครื่องตรวจจับคลื่น คลื่นอัลตราซาวด์เคลื่อนที่ผ่านท้องด้วยความเร็ว 1540 เมตร /วินาที เพื่อให้สามารถคำนวณระยะทางได้เครื่อง จะต้องวัดอะไรด้วย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………… คำถามที่ 2 : อัลตราซาวด์ ภาพทารกในครรภ์อาจได้จากการใช้รังสีเอ็กซ์เช่นเดียวกัน แต่ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์จะได้รับ คำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉายรังสีเอ็กซ์บริเวณหน้าท้อง ทำไมผู้หญิงโดยเฉพาะที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงการฉายรังสีเอ็กซ์บริเวณท้อง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… ชุดที่ ๓


93 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA คำถามข้อที่ 1 การเคลลื่อนผ่านของดาวศุกร์ การเคลื่อนผ่านของดาวศุกร์ วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2004 สามารถมองเห็นดาวศุกร์เคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์ได้ในหลายบริเวณของโลก เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “การเคลื่อนผ่าน” ของดาวศุกร์ และจะเกิดขึ้นเมื่อวงโคจรของดาวศุกร์มาอยู่ระหว่างดวง อาทิตย์และโลก การเคลื่อนผ่านของดาวศุกร์ครั้งที่แล้วเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1882 และมีการทำนายว่าครั้งต่อไปจะ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012 รูปข้างล่าง แสดงถึงการเคลื่อนผ่านของดาวศุกร์ในปี ค.ศ. 2004 โดยส่องกล้องโทรทรรศน์ไปที่ดวงอาทิตย์ และฉายภาพลงบนกระดาษขาว ทำไมการสังเกตการณ์เคลื่อนผ่านของดาวศุกร์ จึงต้องฉายภาพลงบนกระดาษแทนที่จะมองผ่านกล้อง โทรทรรศน์ด้วยตาเปล่าโดยตรง 1. แสงอาทิตย์สว่างมากเกินไปที่จะมองเห็นดาวศุกร์ได้ 2. ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่มากจนมองเห็นได้โดยไม่ต้องขยาย 3. การมองดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทัศน์อาจไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา 4. ต้องทำภาพให้เล็กลงด้วยการฉายลงบนกระดาษ คำถามข้อที่ 2 : การเคลื่อนผ่านของดาวศุกร์ เมื่อมองจากโลก สามารถมองเห็นการเคลื่อนผ่านดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ดวงใดได้ในบางเวลา 1. ดาวพุธ 2. ดาวอังคาร 3. ดาวพฤหัส 4. ดาวเสาร์ ชุดที่ 4


94 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA แสงของดาว ธงชัยชอบดูดาว อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถสังเกตเห็นดาวได้อย่างชัดเจนในเวลา กลางคืนเนื่องจากเขา อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ธงชัยไปเที่ยวชนบทและปีนขึ้นไปบนเขา ซึ่งเขาสังเกตเห็นดาวเป็นจํานวนมากใน ขณะที่ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่ออยู่ในเมือง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. คำถามที่ 1: แสงของดาว ทำไมจึงสามารถมองเห็นดวงดาวได้เป็นจำนวนมากในชนบทเมื่อเทียบกับในเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาก 1. ในเมืองมีดวงจันทร์ที่สว่างกว่าและบดบังแสงจากดาวอื่นๆ 2. ในชนบทมีฝุ่นอยู่ในอากาศมากจึงสะท้อนแสงได้ดีกว่าในเมือง 3. ความสว่างของแสงไฟในเมืองทำให้มองเห็นดวงดาวได้ยาก 4. อากาศในเมืองอบอุ่นกว่าเนื่องจากการปล่อยความร้อนจากรถยนต์ เครื่องจักร และบ้านเรือน คำถามที่ 2: แสงของดาว ธงชัยใชกลองโทรทรรศนที่เลนสมีเสนผานศูนยกลางขนาดใหญ เพื่อสองดูดาวที่มีความสวางนอย ทําไมการใชกลองโทรทรรศนที่เลนสมีเสนผานศูนยกลางขนาดใหญ จึงทําใหสังเกตเห็นดาวที่มีความ สวางนอยได 1. เลนสที่มีขนาดใหญขึ้นจะรับแสงไดมากขึ้น 2. เลนสที่มีขนาดใหญขึ้นจะมีกําลังขยายมากขึ้น 3. เลนสขนาดใหญจะทําใหมองเห็นทองฟาไดมากขึ้น 4. เลนสขนาดใหญจะสามารถรับสีเขมจากดาวได ชุดที่ 5


95 คู่มือพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ด้านการรู้เรื่องการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตามแนวทางการประเมิน PISA กลางวัน คำถามข้อที่ 1: กลางวัน ข้อใดอธิบายถึงการเกิดกลางวันและกลางคืนบนโลก 1. โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง 2. ดวงอาทิตย์หมุนรอบแกนของตัวเอง 3. แกนของโลกเอียง 4. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ชุดที่ 6


Click to View FlipBook Version