TRIAMUDOMSUKSA SCHOOL OF SOUTH
1
โครงการสอน
รหัส ง30101 รายวชิ า การดำรงชีวติ และครอบครัว1
จำนวน 0.5 หนวยการเรยี น เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2564
กลุมสาระการการเรียนรกู ารงานอาชพี
โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต
………………………………………………………………………………………………………………………………
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาวิธีการทำงานตามแนวทฤษฎีใหม การปลกู พืชและการเลี้ยงสัตวมีความสำคญั ตอ การดำรงชีวติ ฝกทักษะ
การทำงาน สรา งจิตสำนกึ ในการอนุรักษพลังงานและสิ่งแวดลอ ม โดยนำเครือ่ ง มอื เคร่อื งใชไฟฟา อปุ กรณอำนวยความ
สะดวกที่ใชในชีวิตประจำวัน ตองรูจักการใช การติดตั้ง บำรุงรักษาและซอมแซม ตลอดการดำเนินงานทางธุรกิจได
หลากหลายตามความเหมาะสม โดยมีจดุ ประสงคใ นการทำงานรว มกัน เพ่อื ใหบ รรลจุ ุดมุงหมายท่ีไดต ้งั ไว
โดยใชทกั ษะกระบวนการทำงานทักษะการจัดการทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกันทักษะ
การแสวงหาความรูอ ธิบายวิธีการทำงานเกษตร งานชา ง และงานธรุ กจิ อยางมีความคดิ สรา งสรรคในการทำงานมีทักษะ
ในใชเ ทคโนโลยใี นอาชพี ทถ่ี นดั และสนใจ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค มคี วามคิดสรางสรรค มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการ
ใชพลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอมอยางคุมคาและยั่งยืนมีความคิดสรางสรรคมีคุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการ
ทำงานมีเจตคติที่ดีตออาชีพใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกับอาชีพมีคุณลักษณะที่ดีตออาชีพและสมรรถนะสำคัญของ
ผูเรียนมีความสามารถในการคิดความสามารถในการแกปญหาความสามารถในการใชทักษะชีวิตความสามารถในการ
สอ่ื สารและความสามารถในการใชเทคโนโลยี
ตวั ชี้วัด
ง1.1 ม.4/1 , ม.4/3 , ม.4/5 , ม.4/7
รวมท้ังสน้ิ 4 ชวี้ ัด
ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4
2
โครงการสอน
ง30101 การดำรงชวี ติ และครอบครวั 1 เวลา 20 คาบ 0.5 หนว ยกิต
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2564 อัตราสว นคะแนน 80:20
นำ้ หนักคะแนน
มาตรฐาน การวดั /
การเรยี นรู ประเมินผล
สัปดา หที่
ห นวยท่ี
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
ชื่อหนวย สาระการเรียนรู
1 1 ทฤษฎใี หม ง1.1 1. พนื้ ที่ทฤษฎใี หมโ รงเรยี น 5 17 12 - 29 -สงั เกต
- ม.4/1 อธิบาย เตรียมอุดมศกึ ษาภาคใต -รายงานตนเอง
5 วธิ ีการทำงานเพอ่ื 30 : 30 : 30 : 10 -ปฏิบตั ิจรงิ
การดำรงชีวิต 2. หญาแฝก -สอบถามเพื่อน
6 2 ธุรกิจยุกต -แบบบนั ทึก
- ปจจบุ นั 3. ถา นไบโอชาร
8 4. จลุ ินทรยี สงั เคราะหแ สง 3 13 8 - 21 -สังเกต
5. Ling - แอปเพ่ือการ
9 เกษตรดิจิทลั -สัมภาษณ
10 3 อาชีพ ง1.1 6. ประเภทธรุ กจิ -ปฏบิ ัตจิ ริง
- การเกษตร 4/5 มที ักษะใน 7. ระบบธุรกิจ -แบบบันทึก
16 การแสวงหาความรู 8. ธุรกิจออนไลน
เพื่อการดำรงชีวิต 8 30 20 - 50
สอบกลางภาค 8 22 - 15 37 -สังเกต
ง1.1 9. การปลกู พชื -รายงานตนเอง
4/3 มีทกั ษะการ 10. การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษาพชื -สัมภาษณ
จดั การในการ 11. การขยายพันธพุ ืช -ปฏิบตั ิจรงิ
ทำงาน 12. การจัดการผลผลติ -สอบถามเพอื่ น
-แบบบนั ทกึ
13. การเล้ียงสัตว
14. ประเภทของสตั วเลยี้ ง
15. อาชีพการเลี้ยงสตั ว
16. สัตวอนรุ กั ษ
ง30101 การดำรงชวี ิตฯ 1 ม.4
3
น้ำหนักคะแนน
มาตรฐาน การวัด/
การเรียนรู ประเมินผล
สัปดา หท่ีช่อื หนวย
ห นวย ่ที
จำนวนคาบ
ราย ุจด
กลางภาค
ปลายภาค
รวม
สาระการเรยี นรู
17 4 งานชา ง ง 1.1 17. เคร่ืองมอื ชาง 2 8 - 5 13 -สงั เกต
- พ้นื ฐาน 4/7 ใชพ ลังงาน 18. การติดตงั้ อุปกรณ -ปฏิบัตจิ ริง
19 ทรัพยากร ในการ -สอบถามเพือ่ น
ทำงานอยา งคุมคา -แบบบันทกึ
20 และย่ังยนื เพ่อื การ -ตรวจขอสอบ
อนรุ ักษสงิ่ แวดลอ ม
10 30 - 20 50
สอบปลายภาค
20 60 20 20 100
รวมตลอดภาคเรียน
ภาระงาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ลำดบั ภาระงาน ส่งั สง
ท่ี
1. สง สมดุ Recycle งานเกษตร ครั้งที่ 1 1-5 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64
2. ทฤษฎใี หม 8-12 พ.ย.64 15-19 พ.ย.64
3. หญา แฝก 22-26 พ.ย.64 29 พ.ย.-2 ธ.ค.64
4. ถานไบโอชาร 6-10 ธ.ค.64 13-17 ธ.ค.64
5. จลุ ินทรียสังเคราะหแสง 13-17 ธ.ค.64 20-24 ธ.ค.64
6. วดั พ้ืนท่ีดวยโปรแกรม ลิง 20-24 ธ.ค.64 27-31 ธ.ค.64
7. ออกแบบสินคาออนไลน 3-7 ม.ค.65 10-14 ม.ค.65
8. ปก ชำควบแนน 10-14 ม.ค.65 17-21 ม.ค.65
9. รายงานสตั วหนา เดียว 24-28 ม.ค.65 31 ม.ค.-4 ก.พ.65
10. ทำความสะอาดอุปกรณ/ไฟฟา/เครอ่ื งเรือน 31 ม.ค.-4 ก.พ.65 7 ก.พ.-11 ก.พ.65
11. สง สมดุ Recycle งานเกษตร คร้งั ที่ 2 หลังสอบปลายภาค
ง30101 การดำรงชีวิตฯ 1 ม.4
4
มาตรการแกไขคุณลักษณะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4
ลำดับที่ ผดิ สญั ญา บทลงโทษ
1. เขา หองเรยี นสาย/พูดคยุ ขณะครูสอน/เลน โทรศพั ท ด่มื น้ำบอระเพด็ /บอระเพ็ดเกล็ดหิมะ
2. สง งานชา 1 วัน กวาดหอ งเกษตร
3. สง งานชา 2 วนั กวาดและถูหองเกษตร
4. สงงานชา 3 วัน กวาดและถหู องเกษตรช้ันบนชั้นลาง
5. สง งานชา 4 วัน กวาดและถูหอ งเกษตรช้นั บนชน้ั ลางและบริเวรตวั อาคาร
6. สงงานชา 5 วัน ตดิ ร.
7. การแก ร. ปฏบิ ัติขอ ที่ 2-5 ครบทุกขอ
8. สอบไมผา นกลางภาคและปลายภาค กำจดั วชั พืชในบอน้ำคะแนนละ 1 เมตร 2 เมตร ปลายภาค
เปาหมายการพัฒนาการเรยี นรขู องนกั เรยี น
ง30101 รายวิชา การดำรงชวี ติ และครอบครัว1
กลุม สาระการเรยี นรูก ารงานอาชีพ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4
รหสั วิชา/รายวิชา เปา หมายดา นความรู รอ ยละ
1. มผี ลสัมฤทธผ์ิ านเกณฑข ั้นตำ่ (1) ไมนอยกวา 100
ง30101 2. มีผลสัมฤทธิ์ในรับดี (เกรด 3 ขึ้นไป) ไมนอยกวา 92
การดำรงชีวติ และ 3. เรยี นมีผลสัมฤทธคิ์ วรปรับปรงุ (0,ร,ม,.ส) ไมเ กิน 0
รอยละ
ครอบครัว1 เปาหมายดานการอา น คดิ วเิ คราะห อา น-เขยี น 95
1. ผูเรยี นผา นการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นในระดับดี(ระดับ 2 และ3 )ไมต ำ่ กวา รอ ยละ
95
เปาหมายดานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
1. ผูเรยี นผานการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ในระดับด(ี ระดับ 2 และ 3 ) ไมต่ำกวา
หมายเหตุ Prin หรอื จดบันทึกลงในสมุด Recycle เกษตรตัง้ แตห่ นา้ แรกให้พอดีกบั หน้าสมุด หา้ มพับอยา่ งเด็ดขาด
ลงช่อื ....................................................
(นายวธัญู ทองเหลือ)
ง30101 การดำรงชวี ติ ฯ 1 ม.4
เศรษฐกิจพอเพยี งกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริ
เศรษฐกจิ พอเพียงความหมายกวา้ งกวา่ ทฤษฎีใหม่ โดยท่เี ศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคดิ ที่ช้ีบอกหลกั การ
และแนวทางปฏิบตั ิของทฤษฎีใหม่ ในขณะท่ี แนวพระราชดาริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรทฤษฎีใหม่
ซ่ึงเป็นแนวทางการพฒั นาการเกษตรอย่างเป็นข้นั ตอนน้นั เป็นตวั อยา่ งการใชห้ ลกั เศรษฐกิจพอเพยี งในทาง
ปฏบิ ตั ิ ท่เี ป็นรูปธรรม เฉพาะในพ้นื ท่ีทเี่ หมาะสม ทฤษฎีใหมต่ ามแนวพระราชดาริ อาจเปรียบเทยี บกบั หลกั
เศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพ้ืนฐาน กับ แบบก้าวหน้า ไดด้ ังน้ีความพอเพียงในระดบั บคุ คล
และครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกรเป็นเศรษฐกจิ พอเพียงแบบพ้นื ฐาน เทียบไดก้ บั ทฤษฎใี หม่
ทฤษฎีใหม่ข้นั ตน้ ให้แบ่งพ้ืนท่ีออกเป็น 4 ส่วน ตามอตั ราส่วน 30:30:30:10 ซ่ึงหมายถึง พ้ืนที่ส่วนท่ีหน่ึง
ประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกักน้าเพ่ือใช้เก็บกักน้าฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง
ตลอดจนการเล้ยี งสัตวแ์ ละพืชน้าตา่ งๆ
พ้ืนท่ีส่วนท่ีสอง ประมาณ 30% ให้ปลูกขา้ วในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารประจาวนั สาหรับครอบครัวให้
เพียงพอตลอดปี เพ่ือตดั ค่าใชจ้ ่ายและสามารถพ่งึ ตนเองได้
พ้นื ท่สี ่วนทส่ี าม ประมาณ 30% ให้ปลูกไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ พชื ผกั พืชไร่ พชื สมุนไพร ฯลฯ เพ่อื ใชเ้ ป็นอาหาร
ประจาวนั หากเหลือบริโภคก็นาไปจาหน่าย พ้ืนท่ีส่วนท่ีส่ี ประมาณ 10% เป็นที่อยู่อาศยั เล้ียงสัตว์ ถนน
หนทาง และโรงเรือนอื่นๆ
ทฤษฎใี หม่ข้นั ทส่ี อง เมื่อเกษตรกรเขา้ ใจในหลกั การและไดป้ ฏบิ ตั ใิ นทดี่ ินของตนจนไดผ้ ลแลว้ ก็ตอ้ งเร่ิมข้นั
ที่สอง คือใหเ้ กษตรกรรวมพลงั กนั ในรูป กลมุ่ หรือ สหกรณ์ ร่วมแรงร่วมใจกนั ดาเนินการในดา้ น
1. การผลิต (พนั ธุ์พืช เตรียมดนิ ชลประทาน ฯลฯ)
2. การตลาด (ลานตากขา้ ว ยงุ้ เคร่ืองสีขา้ ว การจาหน่าย)
3. การเป็นอยู่ (กะปิ น้าปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ)
4. สวสั ดกิ าร (สาธารณสุข เงินก)ู้
5. การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศกึ ษา)
6. สงั คมและศาสนา
ทฤษฎีใหมข่ ้นั ทส่ี าม เมื่อดาเนินการผ่านพน้ ข้นั ท่สี องแลว้ เกษตรกร หรือกลมุ่ เกษตรกรก็ควรพฒั นากา้ วหน้า
ไปสู่ข้นั ท่ีสามต่อไป คือติดต่อประสานงาน เพ่ือจดั หาทนุ หรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรือบริษทั ห้างร้าน
เอกชน มาช่วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ท้ังน้ี ท้ังฝ่ ายเกษตรกรและฝ่ ายธนาคาร หรือ
บริษทั เอกชนจะไดร้ ับประโยชน์ร่วมกนั กลา่ วคือ
- เกษตรกรขายขา้ วไดร้ าคาสูง (ไมถ่ กู กดราคา)
- ธนาคารหรือบริษทั เอกชนสามารถซ้ือขา้ วบริโภคในราคาตา่ (ซ้ือขา้ วเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสีเอง)
- เกษตรกรซ้ือเครื่องอุปโภคบริโภคได้ในราคาตา่ เพราะรวมกนั ซ้ือเป็นจานวนมาก (เป็นร้านสหกรณ์ราคา
ขายส่ง)
- ธนาคารหรือบริษทั เอกชน จะสามารถกระจายบุคลากร เพื่อไปดาเนินการในกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดผลดี
ยิ่งข้ึน
ทม่ี า : shorturl.asia/ebW7A
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขท่ี 23
หญ้าแฝก
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรงตระหนกั ถึงสภาพปัญหาการชะลา้ งพงั ทลายของดินและการสูญเสียหน้า
ดินท่ีอุดมสมบรู ณ์ จึงทรงศึกษาถึงศกั ยภาพของ “หญา้ แฝก” ซ่ึงเป็ นพืชพ้ืนบา้ นของไทย ท่ีมีคุณสมบตั ิพิเศษ
ในการช่วยป้ องกนั การชะลา้ งพงั ทลายของหนา้ ดินและอนุรักษค์ วามชุ่มช้ืนใตด้ ิน ซ่ึงมีวธิ ีการปลูกแบบง่าย ๆ
เกษตรกรสามารถดาเนินการไดเ้ องโดยไม่ตอ้ งให้การดูแลหลงั การปลูกมากนกั ท้งั ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายกวา่ วิธี
อ่ืน ๆ อีกดว้ ย จึงไดพ้ ระราชทานพระราชดาริใหด้ าเนินการศึกษาทดลองเก่ียวกบั หญา้ แฝก ลกั ษณะของหญา้
แฝก หญ้าแฝกมีชื่อสามัญเป็ นภาษาองั กฤษว่า Vetiver Grass มีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ หญ้าแฝกดอน
(Vetiveria nemoralis A.Camus) และหญา้ แฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash) เป็ นพืชท่ีมีอายุไดห้ ลายปี
ข้ึนเป็ นกอแน่น มีใบเป็ นรูปขอบขนานแคบปลายสอบแหลม ยาว 35-80 ซม.มีส่วนกวา้ ง 5-9 มม. หญา้ แฝก
จะมีการขยายพนั ธุ์ท่ีไดผ้ ลรวดเร็ว โดยการแตกหน่อ จากลาตน้ ใตด้ ิน ในบางโอกาสสามารถแตกแขนงและ
รากออกในส่วนของกา้ นช่อดอกได้ เม่ือหญา้ แฝกโนม้ ลงดินทาใหม้ ีการเจริญเติบโตเป็นกอหญา้ แฝกใหมไ่ ด้
การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพอื่ การอนุรักษ์ดนิ และนา้
- การปลูกเป็นแถวตามระดบั ขวางความลาดชนั เพ่ือชะลอความเร็วของน้า และดกั ตะกอนดิน ส่วน
น้าจะไหลซึมลงไปสู่ดินช้นั ล่างไดม้ ากข้ึน เป็นการเพมิ่ ความชุ่มช้ืนในดิน ส่วนรากหญา้ แฝกจะหยง่ั
ลึกลงไปในดินอาจถึง 3 เมตร ซ่ึงสามารถยดึ ดินป้ องกนั การพงั ทลายได้
- การปลูกเพ่ือแกป้ ัญหาการพงั ทลายของดินเป็นร่องน้าลึก
- การปลูกในพ้ืนที่ที่มีความลาดชนั โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ ใหป้ ลูกหญา้ แฝกเป็ นแนวร้ัว
บริเวณคนั คูขอบเขา หรือริมข้นั บนั ไดดินดา้ นนอก โดยควรปลูกเป็นแถวตามแนวขวาง ความลาด
เทในตน้ ฤดูฝน
- การปลูกเพอื่ การอนุรักษค์ วามชุ่มช้ืนในดิน โดยปลูกแถวหญา้ แฝกขนานไปกบั แถวของไมผ้ ล ปลูก
แบบวงกลมรอบไมผ้ ล และปลูกแบบคร่ึงวงกลมหงายรับน้าฝน
- การปลูกเพ่ือป้ องกนั การเสียหายของข้นั บนั ไดดินหรือคนั คูรับน้ารอบเขา
- การปลูกเพอื่ ป้ องกนั ตะกอนดินทบั ถมลงสู่คลองส่งน้า ระบายน้า อ่างเกบ็ น้าในไร่นาตลอดจนปลูก
รอบสระ หรือปลูกเป็นแถวขนานไปกบั แมน่ ้า ลาคลองเพ่ือกรองตะกอนดิน
- การปลูกเพื่อฟ้ื นฟูท่ีดินเสื่อมโทรม
- การปลูกเพื่อป้ องกนั การพงั ทลายของไหล่ถนนท่ีลาดชนั สูง โดยปลูกหญา้ แฝกเพื่อยดึ ดินและ
เบ่ียงเบนทางน้าไหลบริเวณไหล่ทาง และปลูกขวางแนวลาดเท
เพ่อื ป้ องกนั การพงั ทลายและเลื่อนไหลของดิน
- การปลูกในพ้ืนที่ดินดาน รากหญา้ แฝกสามารถหยงั่ ลึกลงไปในดินดาน ทาให้ดินแตกร่วนข้ึน และ
หนา้ ดินจะมีความช้ืนเพิม่ ข้ึน
- การปลูกเพือ่ ป้ องกนั การปนเป้ื อนของสารพษิ ในแหล่งน้า รากหญา้ แฝกจะเป็นกาแพงกกั ก้นั ดินและ
สารพิษที่ปะปนมากบั น้าไมใ่ หไ้ หลลงสู่แหล่งน้าเบ้ืองล่างและรากยงั มีประสิทธิภาพในการดูดซบั
ธาตุโลหะหนกั และสารเคมีบางอยา่ งไดด้ ีกวา่ พืชชนิดอ่ืน
ประโยชน์อเนกประสงค์อน่ื ๆ ของหญ้าแฝก
- ปลูกหญา้ แฝกบนคนั นา เพอ่ื ใหค้ นั นาคงสภาพอยไู่ ดน้ าน
- ปลูกหญา้ แฝกเพื่อใชป้ ระโยชน์มุงหลงั คา ตบั หลงั คาท่ีทาจากหญา้ แฝกสามารถผลิตจาหน่ายได้ ส่วน
รากที่มีความหอมน้นั คนไทยรุ่นเก่าเคยนามาแขวนในตเู้ ส้ือผา้ ทาใหม้ ีกล่ินหอมและช่วยไล่แมลงท่ีจะ
ทาลายเส้ือผา้ ได้
- หญา้ แฝกมีสรรพคุณช่วยขบั ลมในลาไส้ แกอ้ าการทอ้ งอืดเฟ้ อ และแกไ้ ขไ้ ด้ ส่วนรากสามารถนามา
สกดั ทาน้ามนั ที่มีประโยชน์และคุณค่าทางการคา้ ได้ อาทิเช่น ฝร่ังเศสผลิตน้าหอมจากรากหญา้ แฝก ช่ือ
“Vetiver” จากการดาเนินงานท่ีทุกหน่วยงานไดร้ ่วมมือกนั ใหเ้ ป็นไปตามพระราชดาริ ทาใหม้ ี ผล
การศึกษาและการปฏิบตั ิไดผ้ ลอยา่ งชดั เจน จนเป็ นที่ยอมรับจากธนาคารโลกวา่ “ประเทศไทยทาไดผ้ ล
อยา่ งเตม็ ที่และมีประสิทธิภาพยอดเยย่ี ม” เม่ือวนั ที่ 25 กุมภาพนั ธ์
พ.ศ. 2536 International Erosion Control Association(IECA) ไดม้ ีมติ ถวายรางวลั The International
Erosion Control Association’s International Merit Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ในฐานะท่ี
ทรงเป็นแบบอยา่ งในการนา หญา้ แฝกมาใชใ้ นการอนุรักษด์ ินและน้า และเม่ือวนั ท่ี 30 ตุลาคม พ.ศ.
2536 ผเู้ ชี่ยวชาญเร่ืองหญา้ แฝกเพอ่ื การอนุรักษด์ ินและน้าแห่งธนาคารโลก ไดน้ าคณะเขา้ เฝ้ า ทูลละออง
ธุลีพระบาททลู เกลา้ ฯ ถวายแผน่ เกียรติบตั รเป็ นภาพรากหญา้ แฝกชุบสาริด ซ่ึงเป็นรางวลั สดุดีพระ
เกียรติคุณ (Award of Recognition) ในฐานะท่ีทรงมุง่ มนั่ ในการพฒั นาและส่งเสริมการใชห้ ญา้ แฝกใน
การอนุรักษด์ ินและน้า และผลการดาเนินงานหญา้ แฝกในประเทศไทยไดร้ ับการตีพิมพเ์ ผยแพร่ไปทวั่
โลก ความอุดมสมบูรณ์ ของผนื แผน่ ดินที่กลบั คืนมาน้ี เป็ นเพราะพระวริ ิยะอุตสาหะและพระปรีชาญาณ
อนั ยาวไกล แห่งองคพ์ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ที่ทรงศึกษาวเิ คราะห์เพื่อหาหนทางในการ
แกไ้ ข ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยที่กาลงั ถูกทาลายไป อยา่ งรวดเร็ว
ท้งั น้ีเพ่ือความมง่ั คงั่ สมบูรณ์พนู สุขของประชาชนอยา่ งแทจ้ ริง
ที่มา: shorturl.asia/Hq4ku
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขท่ี 23
ถ่านไบโอชาร์
ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือวสั ดุที่อุดมดว้ ยคาร์บอน ผลิตจากชีวมวล หรือสารอินทรียท์ ี่ย่อย
สลายไดจ้ ากธรรมชาติ หรือวสั ดุเหลือใชจ้ ากการเกษตร เช่น ใบไม้ ก่ิงไม้ หญา้ ฟางขา้ ว เหงา้ มนั สําปะหลงั
ซงั และตน้ ขา้ วโพด มูลสตั ว์ กากตะกอนของเสีย เป็ นตน้ แมก้ ระทงั่ มูลสัตวน์ าํ มาผา่ นกระบวนการเผาไหมท้ ี่
มีการควบคุม อุณหภูมิและอากาศหรือจาํ กดั อากาศให้เขา้ ไปเผาไหมน้ ้อยท่ีสุดซ่ึงกระบวนการเผาไหมน้ ้ี
เรียกว่า “การแยกสลายด้วยความร้อนหรือกระบวนการไพโรไลซิส” ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจนหรือมี
ออกซิเจนนอ้ ยมาก มีงานวจิ ยั ท่ีไดศ้ ึกษาการใช้ประโยชน์ของถ่านชีวภาพมีหลายดา้ น เช่น การปรับปรุงดิน
และช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงลดระยะเวลาการปลูกไดอ้ ีกดว้ ย แลว้ แต่
ชนิดของพืชท่ีปลูก มีงานวิจยั ท่ีนาํ ถ่านชีวภาพไปใช้กบั พืชทางการเกษตร ใชเ้ ป็ นวสั ดุปลูกร่วมกบั วสั ดุอ่ืน
เพื่อผลิตผลผลิตทางการเกษตร การลดการดูดซบั สารเคมีที่ใชก้ าํ จดั วชั พืชและศตั รูพืช และโลหะหนกั ที่อยู่
ในดินและน้าํ ของพืชที่ปลูก โดยถ่านชีวภาพจะตรึงสารเคมีกลุ่มน้ีไว้ ทาํ ใหล้ ดผลกระทบต่อพืชที่ปลูกจาก
สารเคมีและโลหะหนักที่ปนเป้ื อน ใช้ดูดซับน้าํ มนั ปิ โตรเลียม ใช้เป็ นตวั เร่ง ในปฏิกริยาในกระบวนการ
ผลิตไบโอดีเซละและไบโอแกส๊ ใชเ้ ป็นวสั ดุเพ่อื ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กโทรนิกส์ ผลิตกราฟี น เป็นตน้
ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) คือวสั ดุท่ีอุดมดว้ ยคาร์บอน ผลิตจากชีวมวล หรือสารอินทรียท์ ี่ยอ่ ย
สลายไดจ้ ากธรรมชาติ หรือวสั ดุเหลือใชจ้ ากการเกษตร เช่น ใบไม้ ก่ิงไม้ หญา้ ฟางขา้ ว เหงา้ มนั สําปะหลงั
ซงั และตน้ ขา้ วโพด มูลสัตว์ กากตะกอนของเสีย เป็ นตน้ แมก้ ระทง่ั มูลสตั วน์ าํ มาผา่ นกระบวนการเผาไหมท้ ี่
มีการควบคุม อุณหภูมิและอากาศหรือจาํ กดั อากาศให้เขา้ ไปเผาไหมน้ ้อยท่ีสุดซ่ึงกระบวนการเผาไหม้น้ี
เรียกว่า “การแยกสลายด้วยความร้อนหรือกระบวนการไพโรไลซิส” ในสภาวะท่ีไม่มีออกซิเจนหรือมี
ออกซิเจนนอ้ ยมาก ซ่ึงมีสองวธิ ีหลกั ๆ คือ
การแยกสลายด้วยความร้อนอย่างช้า (Slow Pyrolysis) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 300-600 องศา
เซลเซียส แต่จะใช้เวลาเป็ นช่ัวโมง หากใช้อุณหภูมิเฉลี่ยในการเผาไหม้ประมาณ 500 องศา
เซลเซียส จะได้ผลผลิตของถ่านชีวภาพมากกว่า 20-50% ที่เหลือเป็ นแก๊สที่จุดติดไฟได้และมี
ของเหลวบางส่วนที่ควบแน่นได้
การแยกสลายดว้ ยความร้อนอยา่ งเร็ว (Fast Pyrolysis) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 700 องศาเซลเซียส
ใช้เวลาเป็ นวินาที ผลผลิตที่ไดจ้ ะเป็ นน้ํามนั ชีวภาพ (Bio-oil) แก๊สสังเคราะห์ (Syngas) และถ่าน
ชีวภาพ (Biochar)
ความแตกต่างระหวา่ ง ถ่านชีวภาพ (biochar) และถ่าน (char) ถ่านท่ีใชเ้ ป็ นเช้ือเพลิง กรองน้าํ ดบั
กล่ิน ใชอ้ ุณหภมู ิสูงกวา่ 700 องศาเซลเซียส ขณะท่ีถ่านชีวภาพใชอ้ ุณหภมู ิต่าํ กวา่ ทาํ ใหถ้ ่านชีวภาพ
มีสารท่ีเป็ นประโยชน์กบั พชื มีอาหารของกลุ่มสิ่งมีชีวติ ขนาดเล็ก สามารถกกั เกบ็ คาร์บอนลงในดิน
และช่วยปรับปรุงสภาพทางกายภาพของดินและมีสมบตั ิอีกหลายอย่างท่ีทาํ ให้ถ่านชีวภาพถูก
นาํ มาใชใ้ นหลายดา้ น
ความแตกต่างระหวา่ งถ่านชีวภาพและป๋ ุยหมกั ถ่านชีวภาพมีลกั ษณะเป็ นรูโพรง เมื่อนาํ ถ่านมาผสม
กับป๋ ุยหมกั หรือป๋ ุยคอก รูโพรงน้ีเมื่ออยู่ในดินจะช่วยเก็บธาตุอาหารจากป๋ ุย และเป็ นท่ีอยู่ของ
จุลินทรีย์ ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชได้นาน อีกท้งั ยงั มีงานวิจยั ที่สนับสนุนวา่ ทาํ ให้ลด
ระยะเวลาในการหมักและลดการปลดปล่อยไนโตรเจน ทาํ ให้ป๋ ุยหมกั ท่ีผสมถ่านชีวภาพจะมี
ปริมาณไนโตรเจนมากกวา่ ช่วยใหล้ ดปริมาณการใชป้ ๋ ุยลงได้
มีงานวจิ ยั ที่ไดศ้ ึกษาการใชป้ ระโยชน์ของถ่านชีวภาพมีหลายดา้ น เช่น
นาํ ไปปรับปรุงดินเพ่ือปลูกพืช
- การปรับปรุงดิน และช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงลดระยะเวลา
การปลูกได้อีกด้วย แล้วแต่ชนิดของพืชท่ีปลูก มีงานวิจยั ที่นําถ่านชีวภาพไปใช้กบั พืชทางการ
เกษตร เช่น พืชไร่เช่น ปลูกขา้ ว ขา้ วโพด ถวั่ เหลือง ไมด้ อกไมป้ ระดบั รวมถึงพืชสวน ผกั สวนครัว
และกาแฟ เป็นตน้
- ใชเ้ ป็ นวสั ดุปลูกร่วมกบั วสั ดุอ่ืน เพื่อผลิตผลผลิตทางการเกษตร วสั ดุเพาะตน้ กลา้ ช่วยทาํ ใหเ้ ติบโต
ไดด้ ี เช่น ไบโอชาร์เปลือกกาแฟใชเ้ พาะตน้ กลว้ ย ไบโอชาร์แกลบใชเ้ พาะผกั ผกั สลดั เป็นตน้
- ช่วยลดต้นทุนการทาํ เกษตรโดยใช้เพียงดินปลูกผสมไบโอชาร์ตามสูตรแม่โจ้ สามารถใช้ผลิต
ผลผลิตเกษตร เช่น ผกั สลดั ผกั ส่วนครัว โดยที่ไม่ตอ้ งเติมป๋ ุยเพ่ิมเติม ทาํ ใหช้ ่วยลดตน้ ทุนการผลิต
สาํ หรับเกษตรกร
การดูดซบั แก๊สและลดกล่ิน
- ลดกลิ่นและแก๊สเรือนกระจกของการหมกั ป๋ ุย และช่วยตรึงไนโตรเจน ทาํ ให้ป๋ ุยหมกั มีปริมาณ
ไนโตรเจนเพม่ิ ข้ึนและลดระยะเวลาการหมกั
- ดูดซบั กล่ินและแก๊สจากมลู สัตวใ์ นฟาร์ม รวมถึงระบบบาํ บดั น้าํ เสียในฟาร์ม
การดูดซบั แร่ธาตุท่ีปนเป้ื อนไปในแหล่งน้าํ
- ฟอสเฟต
- ไนเตรท
การดูดซบั สารเคมีและโลหะหนกั
- การลดการดูดซบั สารเคมีที่ใชก้ าํ จดั วชั พืชและศตั รูพืช และลดการดูดซบั โลหะหนกั ท่ีอยใู่ นดินและ
น้าํ ของพืชที่ปลูก โดยถ่านชีวภาพจะตรึงสารเคมีและโลหะหนกั กลุ่มน้ีไว้ ทาํ ให้ลดผลกระทบต่อ
พชื ท่ีปลูกจากสารเคมีและโลหะหนกั ท่ีปนเป้ื อน โดยเฉพาะพืชผกั สวนครัวและพืชสมุนไพร
- การบาํ บดั น้าํ เสียหรือแหล่งน้าํ ที่มีการปนเป้ื อนโลหะหนกั และสารเคมี
- ใชด้ ูดซบั น้าํ มนั ปิ โตรเลียม
ตวั เร่งปฏิกิริยา
- การผลิตไบโอดีเซล
- การผลิตไบโอแกส๊ จากน้าํ เสีย บาํ บดั น้าํ เสีย
ลดน้าํ หนกั ของวสั ดุ
- ใชเ้ ป็นส่วนผสมอิฐและปนู ซีเมนตเ์ พ่ือช่วยลดนาํ ้้หนกั
อิเล็กทรอนิกส์
- ใชเ้ ป็นวสั ดุเพ่อื ผลิตชิ้นส่วนอิเลก็ โทรนิกส์
- ผลิตกราฟี น
ท่ีมา : shorturl.asia/1mWXz
นางสาวณฐั ณิชา คงขาํ ม.4/5 เลขที่ 23
การปักชาแบบควบแน่น
การปักชาแบบควบแน่น ต้นทองอุไร
หลกั การของการปักชาแบบควบแน่นคอื พชื ตอ้ งการความช้ืนทเ่ี หมาะสมเพือ่ ชว่ ยให้กง่ิ ออกราก รวมถึงตอ้ ง
ใชก้ ่งิ ท่มี ใี บติด เพราะใบก็มีส่วนสาคญั ในการทาใหเ้ กิดราก แตแ่ น่นอนวา่ เมอื่ มใี บกจ็ ะเกิดการคายน้า และ
ปัญหาคือ ก่ิงมกั จะสูญเสียน้ามากจนตายกอ่ นท่จี ะสรา้ งรากข้นึ มาดูดน้าทดแทนได้ เราจงึ ไดท้ าการตดั ใบออก
คร่ึงหน่ึง รวมถึงริดให้เหลือใบอยู่ไม่มากนัก และครอบถุงเอาไว้ และการที่ต้องต้งั เก็บไวไ้ ม่ให้โดนแดด
เพราะหากอณุ หภมู สิ ูงเกนิ ไป จะทาให้ตาเจริญข้นึ กอ่ นจะมรี าก ยิ่งทาให้กิ่งสูญเสียน้ามาก
วัสดอุ ปุ กรณ์
1. แกว้ น้าพลาสติก
2. กรรไกรตดั กง่ิ
3. หนงั ยาง
4. ถุงพลาสติกใส
5. ดนิ
ข้นั ตอนการทา
1. เลือกกิ่งพันธ์ทุ ่ีเราต้องการ เช่น มะนาว เลม่อน ส้มจดี้ กหุ ลาบ มะเขือ มะม่วง และ อ่ืนๆ
เลอื กกง่ิ ที่มลี กั ษณะไมอ่ อ่ น หรือแกจ่ นเกินไป ใชก้ รรไกรคม ตดั ปลายแนวเฉียงให้กิ่งมี
ขนาด 12-18 ซม. ริดใบออก ให้เหลือเอาไว้ 2-3 ใบ แลว้ ตดั ใบออกคร่ึงใบ เพ่อื ลดการคายน้า
เอาตาบนก่ิง และหนามออก
2. เตรียมดนิ ผสมน้าและคลกุ เคล้า ให้มคี วามชื้นประมาณ 60%
เม่อื จบั ดดู ินจะมลี กั ษณะร่วน ช้ืนแตไ่ ม่แฉะ เมอื่ บบี ดินจะสามารถจบั ตวั เป็นกอ้ นได้ เหตทุ ่ี
ไมใ่ ชด้ ินที่แฉะเป็นเพราะ หากดนิ มคี วามช้ืนมากเกินไป ระหวา่ งการรอใหร้ ากงอกจะเกดิ
เช้ือรากอ่ นได้ และหา้ มผสมป๋ ุยอะไรลงไปในดนิ ในข้นั ตอนน้ี เพราะเหมอื นเอาอาหาร
ผใู้ หญ่ใหท้ ารกกิน จะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์
3. ตัดขวดออกคร่ึงหนงึ่ ใส่ดินลงไปในท่อนล่างของขวด หรือแก้วน้า
คอ่ ย ๆ กดให้ดนิ แน่นข้ึนให้พอทด่ี นิ จะนาบกบั ก่งิ ที่เราจะปักชา แต่ไม่ตอ้ งอดั จนแน่นขนาด
ทรี่ ากจะเดินไม่ไดเ้ ลย
4. ใช้ไม้นาร่อง แล้วปักกงิ่ ชาลงไป กดดนิ ให้แนบกับกง่ิ ท่ีเราปัก
หากไม่ใชไ้ มน้ าร่องก่อน ปลายก่งิ จะช้าเสียหาย อาจทาใหร้ ากไม่งอกได้
\
5. นาถงุ พลาสตกิ มาครอบด้านบน
6. ใช้หนังยาง หรือเทปกาวพนั ปิ ดไม่ให้อากาศเข้าได้
7. ทงิ้ ไว้ในท่ีร่มและมาตรวจสอบเมื่อผ่านไป 15 วัน
อา้ งอิง : shorturl.asia/TSa20
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขท่ี 23
การเพาะจุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง
จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสง เป็ นจุลินทรียท์ ่ีพบกระจายทว่ั ไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้าจืด น้าเคม็ สระน้าบ่อน้า
ทะเลสาบ ท้งั น้าเค็มและน้าจืด และยงั พบตามแหล่งน้าเสีย และบ่อบาบดั น้าเสีย จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงน้ี
สามารถใชบ้ าบดั น้าเสียจากอาคารบา้ นเรือน การเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การนาจุลินทรียส์ ังเคราะห์แสง
มาใชส้ ามารถนามาใชเ้ พอื่ เพ่มิ ผลผลิตทางการเกษตร
อปุ กรณ์ในการทา
1. น้า 1 ขวด
2. ผงชูรส
3. กะปิ ท่ีนาไปละลาย
4. ไขไ่ ก่
ข้นั ตอนการดาเนินการ
1. ตอกไขล่ งไปตีไขแ่ ดงไข่ขาวใหเ้ ขา้ กนั
2. ใส่ผงชูรสไป 3 ชอ้ นโตะ๊
3. นากะปิ ที่ละลายไวใ้ ส่ลงไป
4. จากน้นั ผสมใหท้ ุกอยา่ งเขา้ กนั
5. นาไปใส่ขวดน้าท่ีเตรียมไว้
การดูแลให้เกดิ เป็ นสีแดง
เขยา่ ขวดจุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงทุกวนั
นาไปต้งั ท่ีท่ีปนู หรือผา้ ยางสีดา
เกบ็ ไวใ้ นท่ีร่ม
ที่มา : https://shorturl.asia/imtzw
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขท่ี 23
แอปเพอื่ การเกษตรดจิ ิตอล
1. ติดต้งั แอป
วดั พ้นื ท่ีโดยเร่ิมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใตไ้ ปยงั บา้ น
อธิบายการใช้งาน
1.เขา้ ไปในแอปแลว้ กดไปท่ีการวดั ท่ี
2.กดคน้ หาสถานที่ตามท่ีตอ้ งการ
3.เมื่อกดคน้ หาเสร็จ สถานท่ีท่ีเราคน้ หากจ็ ะข้ึนมา
4.เปล่ียนในวงกลมจากรูปสี่เหล่ียมใหเ้ ป็นรูปวงกลมเส้นเพ่อื ทาการวดั
5.กดท่ีเป้ าหมายท่ีเราตอ้ งการจะเลือกนน่ั กค็ ือตาแหน่งบา้ น จากน้นั กดเคร่ืองหมายบวก
6.เริ่มวดั จากจุดเร่ิมตน้ ไปยงั เป้ าหมายแตท่ ุกคร้ังท่ีเล็งเป้ าหมายจะตอ้ งกดบวกทุกคร้ังเพ่ือทาการวดั
7.เม่ือเสร็จจะออกมาในรูปแบบดงั รูปและพร้อมบอกระยะทางท่ีตอ้ งการทราบ
ธุรกิจยกุ ต์ปัจจุบัน
โดยนางสาวณัฐณิชา คงขา ม.4/5 เลขที่ 23
ธุรกิจ หมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทาให้มีการผลิตสินคา้ และบริการ มีการซ้ือขายแลกเปล่ียน จาหน่าย และ
กระจายสินคา้ และมปี ระโยชน์หรือกาไรจากกจิ กรรมน้นั ธุรกิจมคี วามสาคญั ตอ่ การดาเนินชีวิตของมนุยษ์ใน
สังคมปัจจุบันมาก เพราะนอกจากจะเป็ นองค์การที่ผลิตสินคา้ หรือบริการท่ีเป็ นปัจจัยพ้ืนฐานของการ
ดารงชีวิต หรือปัจจยั 4 การประกอบธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก หรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม ส่ิงที่สาคญั
คือ กาไร เพราะเป็นแรงจูงใจของการดาเนินการทางธุรกิจ ก่อให้เกิดการแข่งขนั และการขยายตวั ทางธุรกิจ
ให้เจริญกา้ วหนา้ มากยง่ิ ข้ึน
ธุรกจิ แบง่ ตามลกั ษณะเจา้ ของประเภทธุรกิจมี 5 ประเภท ดงั น้ี
1. กิจการเจา้ ของคนเดียว (Sold Proprietorship)
2. ห้างหุน้ ส่วน (Partnership)
3. บริษทั จากดั (Limited Company)
4. สหกรณ์
5. รฐั วสิ หกิจ
1. กิจการเจ้าของคนเดยี ว (Sold Proprietorship) คือ กิจการทม่ี ีบุคคลคนเดียวเป็นเจา้ ของ หรือลงทุน
คนเดยี ว ควบคุมดาเนินการเองท้งั หมด เมื่อกิจการประสบผลสาเร็จมผี ลกาไรก็จะไดร้ บั
ผลประโยชน์เพียงคนเดียว แตห่ ากขาดทนุ ก็ตอ้ งรบั ผดิ ชอบเพยี งคนเดยี ว กิจการประเภทน้ีมีอยทู่ ว่ั
ประเทศไดร้ บั ความนิยมสูงสุดและเป็นธุรกจิ ที่เกา่ แก่ การดาเนินงานไมส่ ลบั ซับซอ้ น มคี วาม
คลอ่ งตวั สูงในการตดั สินใจดาเนินงาน กจิ การมีขนาดเล็กกวา่ ธุรกจิ ประเภทอน่ื
ข้อดี
• จดั ต้งั ง่ายใชเ้ งนิ ทุนนอ้ ย
• มีอสิ ระในการตดั สินใจดาเนินงานโดยเจา้ ของคนเดียว ทาใหร้ วดเร็วคลอ่ งตวั
• ไดร้ บั ผลกาไรท้งั หมดเพียงคนเดียว
• รกั ษาความลบั กจิ การไดด้ ีเพราะรูค้ นเดยี ว
ข้อเสีย
• ขยายกจิ การยากเพราะเงนิ ทนุ นอ้ ย
• การตดั สินใจคนเดียวอาจมีขอ้ ผดิ พลาดง่าย
• ถา้ ขาดทนุ จะรบั ผิดชอบในหน้ีสินไม่จากดั จานวนเพยี งคนเดียว
• ระยะเวลาดาเนินงานส้นั ถา้ เจา้ ของเสียชีวติ อาจหยดุ ชะงกั หรือเลกิ กจิ การ
2. ห้างห้นุ ส่วน (Partnership) คือ กจิ การท่ีมบี ุคคลต้งั แต่สองคนข้นึ ไปเป็นเจ้าของ โดยตกลงร่วมทุน
กัน ซ่ึงจะลงทุนเป็นเงินสด สินทรัพยอ์ ื่นหรือแรงงานก็ได้ ผูเ้ ป็นหุ้นส่วนจะตกลงทาสัญญาจัดต้งั
ห้างหุน้ ส่วน สัญญาน้ีอาจทาดว้ ยวาจาหรือเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรก็ได้
ข้อดี
• กอ่ ต้งั ง่าย
• มีเงนิ ลงทุนมากกว่ากจิ การเจา้ ของคนเดียว
• มน่ั คงและเช่ือถือมากกวา่ เจา้ ของคนเดียว
• การบริหารงานมปี ระสิทธิภาพ
• การเส่ียงภยั นอ้ ยลง
ข้อเสีย
• อาจมีขอ้ ขดั แยง้ ระหวา่ งผเู้ ป็นหุน้ ส่วนได้
• อาจเกิดความลา้ ชา้ ในการดาเนินงาน
• ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนประเภทไม่จากดั ความรับผิดชอบ
• อาจเกิดปัญหาเร่ืองความซ่ือสตั ยข์ องหุ้นส่วน
• อายุการดาเนินงานจากดั ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดคนหน่ึงตาย ลม้ ละลายหา้ งอาจตอ้ งเลิกกิจการ
3. บริษทั จากัด (Limited Company) คอื กิจการที่มบี คุ คลต้งั แต่ 3 คนข้นึ ไป จดั ต้งั ดว้ ยการแบ่งทนุ
เป็นหุ้น แต่ละหุ้นมมี ูลค่าเท่ากนั โดยผถู้ ือหุ้นต่างรบั ผดิ จากดั เพียงไมเ่ กนิ จานวนเงินท่ีตนยงั ส่งใชไ้ ม่
ครบมลู คา่ ของหุน้ ท่ีตนถือ
ข้อดี
• ผถู้ อื หุน้ มคี วามรับผิดจากดั
• มกี ารกระจายความเสี่ยง
• สามารถระดมทุนไดม้ าก
• บคุ ลากรมคี วามรู้ความสามารถ
• หุน้ ของกจิ การสามารถเปล่ียนมือได้
• การดาเนินกิจการมคี วามมนั่ คงและตอ่ เน่ือง
ข้อเสีย
• มกี ฎหมายควบคุมท่ีเคร่งครดั
• การบริหารงานขาดความคล่องตวั
• เสียคา่ ใชจ้ า่ ยในการดาเนินงานสูง
• การบริหารงานขาดประสิทธิภาพ
• เจา้ ของกจิ การหรือผถู้ ือหุ้นแตล่ ะคนไม่มโี อกาสบริหารงานดว้ ยตนเองเหมือนธุรกจิ รูปแบบอ่ืน
4. สหกรณ์ (CO-Operative) คอื องคก์ รๆ หน่ึง ท่เี กิดข้นึ จากการรวมกลุ่มกนั ดว้ ยความสมคั รใจ เพื่อ
ดาเนินงานท้งั ในดา้ นความคดิ ระบบบริหารจดั การผลผลติ และบคุ คลโดยใชห้ ลกั ประชาธิปไตย
เพือ่ สนองความตอ้ งการ (อนั จาเป็น) ท้งั ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม
วตั ถปุ ระสงค์
• ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์
• ส่งเสริมให้ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั
• รบั ฝากเงินจดั การทนุ เพอ่ื กิจตามวตั ถุประสงค์
• ใหก้ ยู้ ืมเพื่อการเคหะ
• ใหม้ กี ารสงเคราะหแ์ กส่ มาชิก และครอบครัว
• ดาเนินธุรกิจอืน่ ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั การดาเนินงานของสหกรณ์เพื่อประโยชนข์ องสมาชิก
ประโยชน์
• การรวมกนั เป็นสหกรณ์ ทาให้มีอานาจในการตอ่ รอง ท้งั ในดา้ นการซ้ือ และการขายสินคา้ หรือ
ผลิตผลทส่ี มาชิกผลติ ได้
• ทาให้ชมุ ชนมีความสามคั คี ปรองดอง อนั จะนาความเจริญมาสู่ประเทศชาติได้ สหกรณ์ส่งเสริมให้
สมาชิกรู้จกั การอยรู่ ่วมกนั อย่างมีสันตสิ ุข ทาใหม้ ฐี านะความเป็นอยู่ท่ีดขี ้ึน
• สหกรณ์เป็นแหลง่ จดั หาเงินใหส้ มาชิกกยู้ มื ไปลงทนุ ประกอบอาชีพหลกั สามารถลดตน้ ทนุ การ
ผลิตไดเ้ ป็นอย่างดี
• สหกรณช์ ่วยส่งเสริมความรูด้ า้ นการเกษตรแกส่ มาชิก รูจ้ กั วางแผนการผลติ ดว้ ยวธิ ีการเกษตร
สมยั ใหม่ ขายผลิตผลให้ไดร้ าคาสูงข้ึน
5. รัฐวสิ าหกิจ (state Enterprise) องคก์ ารของรฐั หรือหน่วยงานที่รฐั บาลเป็นเจา้ ของ รวมท้งั บริษทั
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีส่วนราชการหรือรัฐวสิ าหกิจมีหุ้นเกนิ กว่าร้อยละห้าสิบ
ประเภทของรัฐวิสาหกจิ แบง่ ออกได้ 2 ประเภท คือ
1. รัฐวสิ าหกิจทเ่ี ป็นนิตบิ ุคคล นิตบิ คุ คล หมายถงึ การเป็นบุคคลตามกฎหมายไดแ้ ก่ องค์การและ
หน่วยงานท่จี ดั ต้งั ข้ึนมีฐานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย มีการดาเนินงานท่ีแยกออกจากผถู้ ือหุ้นหรือเจา้ ของ
กิจการโดยเฉพาะ สาหรบั กิจการทเี่ ป็นนิติบุคคลแบง่ เป็น 4 ประเภท คือ
• กิจการธุรกิจทจี่ ดั ต้งั ข้นึ ตามพระราชบญั ญตั ิ ใหอ้ านาจสาหรบั จดั ต้งั รัฐวสิ าหกิจน้นั ๆ โดยเฉพาะทนุ
สาหรบั ดาเนินกจิ การเป็นของรฐั เชน่ การส่ือสารแห่งประเทศไทย การปิ โตรเลยี มแห่งประเทศ
ไทย
• กิจการทีจ่ งั ต้งั ข้นึ ตามพระราชกฤษฎีกา กิจการเหลา่ น้ีใชท้ ุนของรฐั ท้งั ส้ิน เชน่ องคก์ ารเภสชั กรรม
องคก์ ารสะพานปลา องคก์ ารสวนสตั ว์ องคก์ ารอตุ สาหกรรมป่ าไม้ ฯลฯ
• กิจการธุรกจิ ประเภทธนาคาร รฐั บาลมีบทบาทในการดาเนินกจิ การประเภทธนาคารซ่ึงแบ่ง
ออกเป็น 2 ชนิด
- ธนาคารซ่ึงจดั ต้งั ข้ึนโดยมพี ระราชบญั ญตั ิเป็นเอกเทศมที นุ ดาเนินการท้งั ส้ินเป็นของรัฐ เช่น
ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพฒั นาวิสาหกจิ ขนาดย่อม ธนาคารเพอื่ การ
ส่งออกและนาเขา้ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นตน้
- ธนาคารที่รัฐถือหุ้นเกนิ กว่า 50% แต่ไม่ถึง 100% เช่น ธนาคารกรุงไทย จากดั
• กิจการบริษทั จากดั รัฐบาลไดจ้ ดั ต้งั บริษทั จากดั หรือถอื หุน้ ในบริษทั จากดั เพื่อดาเนินธุรกจิ หลาย
ประเภทดงั น้ี
- บริษทั จากดั ท่รี ฐั บาลลงทุนดาเนินการ 100%เชน่ บริษทั วทิ ยุการบนิ แห่งประเทศไทย จากดั
บริษทั ไมอ้ ดั ไทย จากดั บริษทั เดินเรือทะเล ฯลฯ
- บริษทั จากดั ท่ีรัฐถอื หุน้ เกินร้อยละ 50 เช่น บริษทั ขนส่ง จากดั บริษทั จงั หวดั พาณิชย์ จากดั
ฯลฯ
2. รฐั วสิ าหกิจที่ไมเ่ ป็นนิติบคุ คล คือ กิจการบางอยา่ งของรฐั ซ่ึงจดั ต้งั ข้ึนโดยใชท้ ุนดาเนินการท้งั ส้ินเป็น
ของรัฐ สงั กดั หน่วยงานราชการท่เี ป็นผูก้ ่อต้งั ข้ึน แต่ไม่มีฐานะเป็น นิติบุคคล เชน่ โรงงานยาสูบ และ
สานกั งานสลากกินแบง่ รฐั บาล สังกดั กระทรวงการคลงั เป็นต้น
จรรยาบรรณทางธุรกจิ
(1) จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผดิ ชอบต่อผ้ถู ือห้นุ
บริษทั มงุ่ มนั่ ท่ีจะรบั ผดิ ชอบและสรา้ งความพงึ พอใจสูงสุดใหก้ บั ผูถ้ อื หุน้ โดยคานึงถึงการเจริญเติบโตของ
บริษทั อยา่ งยงั่ ยืนและให้ผลตอบแทนทีเ่ หมาะสมอย่างต่อเนื่อง รวมท้งั จะดาเนินการอย่างโปร่งใส มีระบบ
บญั ชีท่ีเช่ือถือได้ และเพือ่ ให้เป็นไปตามหลกั การดงั กลา่ ว บริษทั จงึ ยดึ ถอื อย่างเคร่งครดั ตามแนวทาง
ปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1. การเจริญเติบโตของบริษทั อยา่ งยงั่ ยืน
• ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ดว้ ยความซื่อสัตยส์ ุจริต และเป็นธรรมตอ่ ผถู้ ือหุน้ ทกุ รายเพ่ือประโยชน์สูงสุด
โดยรวม
• บริหารจดั การบริษทั โดยนาความรู้ และทกั ษะการบริหารมาประยุกตใ์ ชอ้ ยา่ งเตม็
ความสามารถทุกกรณี รวมท้งั การตดั สินใจดาเนินการใดๆ ดว้ ยความระมดั ระวงั และรอบคอบ
• ไมด่ าเนินการใดๆ ในลกั ษณะท่อี าจก่อให้เกิดความขดั แยง้ ทางผลประโยชนต์ อ่ บริษทั
2. การเปิ ดเผยขอ้ มูล
• รายงานสถานภาพและแนวโนม้ ในอนาคตของบริษทั ต่อผถู้ อื หุ้นอย่างเท่าเทียมกนั
สมา่ เสมอและครบถว้ นตามความเป็นจริง
• ไมแ่ สวงหาประโยชน์ให้กบั ตนเองและผูเ้ กยี่ วขอ้ งโดยใชข้ อ้ มลู ใดๆ ของบริษทั ซ่ึงยงั ไมไ่ ด้
เปิ ดเผยต่อสาธารณะ
• ไมเ่ ปิ ดเผยขอ้ มลู อนั เป็นความลบั ต่อบุคคลภายนอก
(2) จรรยาบรรณว่าด้วยความสัมพนั ธ์กับลูกค้าและประชาชน
บริษทั มคี วามมงุ่ มนั่ ในการสร้างความพึงพอใจและความมน่ั ใจใหก้ บั ลูกคา้ และประชาชนว่าจะไดร้ บั
ผลติ ภณั ฑแ์ ละบริการทด่ี ี มคี ณุ ภาพในระดบั ราคาท่ีเหมาะสม รวมท้งั รักษาสัมพนั ธภาพทดี่ ีใหย้ ง่ั ยืน โดยมี
การกาหนดแนวทางปฏบิ ตั ิไวด้ งั ต่อไปน้ี
1. มุง่ มน่ั ในการสรา้ งความพงึ พอใจและความมน่ั ใจใหก้ บั ลกู คา้ ให้ไดร้ บั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการทด่ี ี มี
คณุ ภาพ ในระดบั ราคาที่เหมาะสม โดยยกระดบั มาตรฐานใหส้ ูงข้นึ อย่างต่อเน่ืองและจริงจงั
2. เปิ ดเผยข่าวสารขอ้ มูลเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการอย่างครบถว้ น ถูกตอ้ ง ทนั ต่อเหตกุ ารณ์ และไม่
บิดเบือนขอ้ เทจ็ จริง รวมท้งั รกั ษาสมั พนั ธภาพทด่ี ใี หย้ งั่ ยืน
3. ให้การรับประกนั ผลติ ภณั ฑแ์ ละบริการภายใตเ้ ง่อื นไขเวลาทเี่ หมาะสม
4. จดั ทาระบบเพอื่ ใหล้ กู คา้ และประชาชนสามารถรอ้ งเรียนเกยี่ วกบั ผลิตภณั ฑแ์ ละบริการ และ
ดาเนินการอย่างดีทีส่ ุดเพื่อใหล้ กู คา้ และประชาชนไดร้ บั การตอบสนองอย่างรวดเร็ว
5. ไม่คา้ กาไรเกินควรเมอื่ เปรียบเทยี บกบั คณุ ภาพของผลิตภณั ฑห์ รือบริการในชนิดหรือประเภท
เดยี วกนั และไมก่ าหนดเงอ่ื นไขการคา้ ที่ไม่เป็นธรรมตอ่ ลกู คา้
6. ปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขตา่ งๆ ทีม่ ีตอ่ ลูกคา้ และประชาชนอย่างเคร่งครดั หากไมส่ ามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ ตอ้ งรีบ
แจง้ ใหล้ ูกคา้ และประชาชนทราบลว่ งหนา้ เพ่ือร่วมกนั พจิ ารณาและหาแนวทางแกไ้ ข
7. รักษาความลบั ของลูกคา้ อย่างจริงจงั และสมา่ เสมอ รวมถึงไม่นาขอ้ มูลมาใชเ้ พอ่ื ประโยชน์ของ
ตนเองและผทู้ ่ีเกย่ี วขอ้ ง
(3) จรรยาบรรณว่าด้วยความสัมพันธ์กับคู่ค้า คู่แข่งทางการค้า และเจ้าหนี้การค้า
บริษทั คานึงถึงความเสมอภาคและความซ่ือสตั ยใ์ นการดาเนินธุรกิจ และผลประโยชน์ร่วมกนั กบั คู่คา้ โดยคู่
คา้ ของบริษทั พึงปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและกตกิ าต่างๆ อย่างเคร่งครดั และมีจรรยาบรรณที่ดใี นการดาเนิน
ธุรกิจ ในส่วนของธุรกจิ ท่เี ป็นการแขง่ ขนั บริษทั จะยดึ ถือกตกิ าของการแข่งขนั ทดี่ ี และบริษทั จะยดึ ถอื แนว
ทางการปฏิบตั ทิ ด่ี ี และเป็นธรรมในการกูย้ ืมเงินจากเจา้ หน้ีและการชาระคืน ดงั น้นั เพอ่ื ให้เป็นไปตาม
หลกั การดงั กล่าว บริษทั จึงไดก้ าหนดแนวทางปฏบิ ตั ิไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
1. ความสัมพนั ธก์ บั คู่คา้
• ไม่เรียก ไม่รบั หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ทีไ่ ม่สุจริตในการคา้ กบั คคู่ า้
• ปฏบิ ตั ิตามเงื่อนไขตา่ งๆ ท่ีมีต่อคคู่ า้ อยา่ งเคร่งครดั
• กรณีที่ไม่สามารถปฏิบตั ติ ามเงื่อนไขได้ จะรีบแจง้ ให้คคู่ า้ ทราบล่วงหนา้ เพือ่ ร่วมกนั
พิจารณาหาแนวทางแกไ้ ขปัญหา โดยใชห้ ลกั ของความสมเหตุสมผล
2. ความสมั พนั ธ์กบั คู่แขง่ ทางการคา้
• ประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามกรอบกตกิ าของการแขง่ ขนั ทด่ี ี
• ไม่ทาลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการคา้ ดว้ ยการกล่าวหาใหร้ ้ายโดยปราศจากความจริง
• ความสัมพนั ธ์กบั เจา้ หน้ีทางการคา้
• รกั ษาและปฏิบตั ติ ามเงือ่ นไขทมี่ ตี ่อเจา้ หน้ีโดยเคร่งครัด ท้งั ในแง่การชาระคนื การดแู ล
หลกั ทรัพยค์ ้าประกนั และเง่อื นไขอืน่ ๆ รวมท้งั ไมใ่ ชเ้ งนิ ทุนที่ไดจ้ ากการกูย้ มื เงินไปในทางที่
ขดั กบั วตั ถปุ ระสงคใ์ นขอ้ ตกลงทีท่ ากบั ผใู้ หก้ ยู้ ืมเงิน
• รายงานฐานะทางการเงินของบริษทั แกเ่ จา้ หน้ีดว้ ยความซื่อสัตย์
• รายงานเจา้ หน้ีล่วงหนา้ หากไม่สามารถปฏิบตั ิตามขอ้ ผูกพนั ในสญั ญาและร่วมกนั หาแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาดงั กล่าว
(4) จรรยาบรรณว่าด้วยการเสริมสร้างวฒั นธรรมและบรรยากาศการทางานทด่ี ี
บริษทั ถอื วา่ พนกั งานเป็นปัจจยั หน่ึงสู่ความสาเร็จ จึงมงุ่ มนั่ ในการพฒั นาเสริมสร้างวฒั นธรรมและ
บรรยากาศการทางานทด่ี ี ส่งเสริมการทางานเป็นทีม เพื่อสรา้ งความมนั่ ใจให้พนกั งานบริษทั มกี ารกาหนด
แนวทางปฏิบตั ไิ วด้ งั น้ี
1. ให้ผลตอบแทนท่เี ป็นธรรมแกพ่ นกั งาน ในรูปแบบของเงินเดอื น และ/หรือเงินโบนสั
2. ดแู ลรกั ษาสภาพแวดลอ้ มการทางานให้มคี วามปลอดภยั ตอ่ ชีวติ และทรัพยส์ ินของพนกั งานอยูเ่ สมอ
3. การแตง่ ต้งั และโยกยา้ ย รวมถึงการให้รางวลั และการลงโทษพนกั งาน ตอ้ งกระทาดว้ ยความเสมอ
ภาค สุจริตใจ และต้งั อยบู่ นพ้ืนฐานของความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม และการกระทา/การ
ปฏิบตั ติ นของพนกั งานน้นั ๆ
4. ใหค้ วามสาคญั ตอ่ การพฒั นา การถ่ายทอดความรู้ และความสามารถของพนกั งาน โดยใหโ้ อกาส
พนกั งานอยา่ งทวั่ ถงึ และสมา่ เสมอ
5. รบั ฟังขอ้ คิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะจากพนกั งานทุกระดบั อยา่ งเทา่ เทียมและเสมอภาค
6. ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ต่างๆ ที่เกยี่ วขอ้ งกบั พนกั งานอย่างเคร่งครดั
7. บริหารงานโดยหลีกเลย่ี งการกระทาใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม ซ่ึงอาจมผี ลกระทบตอ่ ความมนั่ คงใน
หนา้ ที่การงานของพนกั งาน
(5) จรรยาบรรณว่าด้วยความรับผดิ ชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษทั ตระหนกั และห่วงใยถึงความปลอดภยั ของสังคมและคุณภาพชีวติ ของประชาชนรวมถงึ ให้ความสาคญั
ในเรื่องการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการใชพ้ ลงั งานอย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยกาหนด
แนวทางปฏบิ ตั ิไวด้ งั น้ี
1. บริษทั จะคานึงถงึ ทางเลือกในการใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ ให้มีผลกระทบต่อความ
เสียหายของสงั คม สิ่งแวดลอ้ ม และคุณภาพชีวิตของประชาชนนอ้ ยทสี่ ุด
2. คืนกาไรส่วนหน่ึงเพอ่ื กจิ กรรมท่มี สี ่วนสร้างสรรคส์ ังคมและสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งสมา่ เสมอ
3. ปลูกฝงั จติ สานึกในเร่ืองความรับผดิ ชอบต่อสังคมและสิ่งแวดลอ้ มใหเ้ กิดข้ึนในหมพู่ นกั งานทุก
ระดบั อยา่ งตอ่ เน่ือง
4. ให้ความสาคญั ในการทาธุรกรรมกบั คู่คา้ ทม่ี ีเจตจานงเดียวกนั กบั บริษทั ในเร่ืองความรบั ผิดชอบต่อ
สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม
5. บริษทั ถือเป็นนโยบายหลกั ในการอนุรกั ษพ์ ลงั งานอยา่ งมีประสิทธิภาพ เพือ่ ประโยชน์ต่อชนรุ่นหลงั
6. ปฏิบตั แิ ละใหค้ วามร่วมมอื ในการควบคุมให้มกี ารปฏิบตั อิ ยา่ งเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของ
กฎหมายและกฎระเบียบทอี่ อกโดยหน่วยงานกากบั ดแู ล
7. บริษทั ถอื เป็นหนา้ ท่แี ละเป็นนโยบายหลกั ในการให้ความสาคญั กบั กจิ กรรมของชุมชนและสังคม
โดยม่งุ เนน้ ใหเ้ กดิ การพฒั นาอย่างสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมท้งั สนบั สนุน
การศกึ ษาแกเ่ ยาวชน และสนบั สนุนกจิ กรรมสาธารณประโยชนแ์ กช่ ุมชนทด่ี อ้ ยโอกาสให้เป็นชุมชนที่
เขม้ แขง็ พ่ึงพาตนเองได้
8. บริษทั ยดึ มน่ั ในระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมใหบ้ คุ ลากรไปใชส้ ิทธิเลอื กต้งั ตามรฐั ธรรมนูญ
ท้งั น้ี บริษทั ไม่มนี โยบายทจี่ ะใหก้ ารสนบั สนุนทางการเงนิ ไม่วา่ โดยทางตรงหรือทางออ้ มแก่
นกั การเมอื งใดๆ เพ่ือผลประโยชน์ของนกั การเมืองหรือพรรคการเมืองน้นั ๆ
ท้งั น้ี บริษทั ไดม้ กี ารประกาศและแจง้ ให้พนกั งานทุกคนรับทราบและยดึ ปฏบิ ตั อิ ย่างเคร่งครัด รวมถึงให้มี
การปฏบิ ตั ติ ามแนวทางดงั กล่าว
บรรณานุกรม
บริษทั เค ดบั บลิว เมท็ ทลั เวิร์ค จากดั .จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกจิ .2561
แหล่งทม่ี า https://shorturl.asia/bUi0s
จุลนิ ทรีย์สังเคราะห์แสง
การปักชาควบแน่น
ธาตุอาหารของพชื
ธาตุอาหารหลกั
1. ไนโตรเจน (N)
เป็ นส่วนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ท้งั ยงั เป็ นอาหารหลกั ของพืช ช่วยทาให้พืชใบเขียวต้งั ตวั
ได้ โดยไนโตรเจนยงั เป็ นส่วนหน่ึงของเซลลพ์ ชื เป็นส่วนหน่ึงของการสร้างโปรตีน ไนโตรเจนยงั มี
ส่วนช่วยในกระบวนการสร้างอาหารและสร้างพลงั งานให้กบั พืชอีกดว้ ย ไนโตรเจนเป็ นส่วนหน่ึง
ของการสร้างคลอโรฟิ ลล์ ซ่ึงคลอโรฟิ ลล์อยใู่ นส่วนที่เป็ นสีเขียวของพืชท่ีทาหนา้ ที่สังเคราะห์แสง
ช่วยใหพ้ ืชเจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็ว ไนโตรเจนมกั อยใู่ นป๋ ุยหมกั และพืชตระกูลถวั่ ซ่ึงเราควรปลูก
พืชตระกลู ถวั่ แลว้ ไถกลบเพ่ือเพิ่มไนโตรเจนใหก้ บั ดิน
2. ฟอสฟอรัส (P)
ฟอสฟอรัสก็มีส่วนสาคญั ท่ีช่วยในการสังเคราะห์แสง มีส่วนช่วยในการผลิตแป้ งและน้าตาล
ฟอสฟอรัสมีส่วนช่วยในการเปล่ียนพลงั งานแสงอาทิตยเ์ ป็ นพลงั งานทางเคมีในพืช ช่วยผลิตอาหาร
มีส่วนช่วยในการเจริฐเติบโต กระตุน้ การออกดอกและการเจริญเติบโตของราก ฟอสฟอรัสก็จะมีอยู่
ในป๋ ุยหมกั เศษอาหารและกระดูกป่ นเช่นกนั จะเห็นได้ว่าฟอสฟอรัสก็มีส่วนสาคญั ไม่แพธ้ าตุ
อาหารใด ๆ เลย
3. โพแทสเซียม (K)
โพแทสเซียมจะมีอยใู่ นดินช้นั ล่าง จะถูกดูดซึมโดยรากพืช มีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีน ทาให้ผล
มีคุณภาพ ลดโรคพชื โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่อยใู่ นดิน วตั ถุอินทรียแ์ ละป๋ ุยอินทรีย์
ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารของพชื
ถา้ พืชขาดไนโตรเจน ใบพชื จะเหลืองจากส่วนปลายใบเขา้ มา
ถา้ พืชขาดฟอสฟอรัส ใบแก่หรือใบล่างจะมีสีม่วงแซมเขียวอ่อน
ถา้ พชื ขาดโพแทสเซียม ขอบใบแก่จะมีสีเหลืองและจะไดผ้ ลขนาดเล็ก ถา้ เป็นขา้ วกอ็ าจเมลด็ ลีบได้
ธาตุอาหารรอง
1.แคลเซียม (Ca)
ช่วยในการแบ่งเซลล์ ผสมเกสร การงอกของเมล็ด มีส่วนสาคญั ต่อโครงสร้างของเซลล์พืช ช่วยในการ
ลาเลียงอาหาร แคลเซียมช่วยในการปรับสมดุลท้งั กรดและด่างของพืช
2.แมกนีเซียม (Mg)
เป็ นองคป์ ระกอบของคลอโรฟิ ลล์ ช่วยในการสังเคราะห์กรดอะมิโน วิตามิน ไขมนั และน้าตาล ช่วยในการ
สังเคราะห์แสง นอกจากน้ียงั ช่วยกระตุน้ การทางานของเอนไซมท์ ี่จาเป็นต่อการเจริญเติบโต
3.กามะถนั (S)
เป็ นองคป์ ระกอบของกรดอะมิโน วติ ามินและโปรตีน ช่วนสร้างคลอโรฟิ ลล์ ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของ
รากและเมล็ดพชื ทาใหพ้ ชื แขง็ แรงและทนต่อความเยน็
ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารของพชื
ถา้ ขาดธาตุแคลเซียม จะมีอาหารใบหงิก ใบใหม้ ผลแตกหรือกน้ ผลเน่าได้
ถา้ ขาดธาตุแมกนีเซียม ใบแก่จะเหลืองและร่วงหล่นเร็ว
ถา้ ขาดธาตุกามะถนั ใบท้งั บนและล่างจะมีสีเหลืองซีด ยอดผลจะชงกั การเจริญเติบโต
และธาตุอาหารเสริมอีก 8 ธาตุที่ถา้ ขาดก็จะทาใหใ้ บอ่อน สีซีด เจริฐเติบโตชา้ และไดผ้ ลผลิตนอ้ ย
ธาตุอาหารเสริม
1.โบรอน (B)
ช่วยในการสร้างสารอาหารและควบคุมสารอาหารที่จาเป็นต่อการพฒั นาการเจริญเติบโตของเมล็ดพนั ธุ์ ช่วย
ในการออกดอก ผสมเกสร ช่วยในการติดผลและยา้ ยน้าตาลมาสู่ผล
2.ทองแดง (Cu)
ช่วยในการเจริญเติบโตของระบบสืบพนั ธุ์พืช ช่วยในการเผาผลาญอาหารของรากพืชและเป็ นประโยชน์ตอ่
การใชโ้ ปรตีนของพืช การสงั เคราะห์คลอโรฟิ ลลแ์ ละกระตุน้ การทางานของเอนไซม์
3.คลอรีน (CI)
พบในดิน ช่วนกระตุน้ การยอ่ ยอาหารสาหรับพืช มีบทบาทสาคญั เก่ียวกบั ฮอร์โมนพืช
4.เหลก็ (Fe)
จาเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิ ลล์ การสงั เคราะห์คลอโรฟิ ลลแ์ ละสังเคราะห์แสง
5.แมงกานีส (Mn)
ช่วยในการทางานของเอนไซม์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละการยอ่ ยไนโตรเจน
6.โมลิบดีนมั (Mo)
ช่วยในการดึงไนโตรเจนออกมาใชง้ านและช่วยในการสงั เคราะห์โปรตีน พบธาตุชนิดน้ีในดิน
7.สังกะสี (Zn)
ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิ ลลแ์ ละแป้ ง ควบคุมการยอ่ ยน้าตาลของพืช เป็ นส่วนหน่ึงในการ
ทางานขอเอนไซม์ที่มีส่วนในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และจาเป็ นต่อการเปลี่ยนสภาพของ
คาร์โบไฮเดรต
8.นิกเกิล (Ni)
เป็ นธาตุอาหารทาสาคญั ต่อเอนไซม์ ทาหนา้ ท่ีปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยใู่ นรูปที่จะนาไปใชไ้ ด้ และยงั ช่วย
ในกระบวนการงอกของเมล็ดอีกดว้ ย
วธิ ีแก้เม่อื ดินขาดธาตุอาหาร
เพ่ิมอินทรียว์ ตั ถุและป๋ ุยคอกลงปรุงดินก่อนปลูกในแตล่ ะรอบ และฉีดพน่ ป๋ ุยอินทรียน์ ้าทางใบพืชเพ่ือช่วยใน
การเจริญเติบโต สาหรับการทาเกษตรอินทรียแ์ ล้ว ธาตุอาหารเหล่าน้ีมีอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็ นพืช
ตระกลู ถว่ั ป๋ ุยหมกั ป๋ ุยอินทรีย์ ป๋ ุยพืชสด น้าหมกั ชีวภาพ น้าหมกั จากปลาหรือหอยเชอร่ี มูลไส้เดือน เศษวตั ถุ
อินทรียท์ ่ีหาไดต้ ามทอ้ งถ่ิน ฯ ซ่ึงมีอยมู่ ากมายนบั ไม่ถว้ นเพราะฉะน้นั แมว้ า่ ธาตุอาหารเหล่าน้ีจะมีอย่ใู นดิน
แตถ่ า้ เราไม่เพิ่มเติมธาตุอาหารลงดินหรือบารุงดิน กจ็ ะทาใหพ้ ืชเราปลูกขาดธาตุอาหารท่ีจาเป็นเหล่าน้ีได้ เรา
ควรปรับปรุงบารุงดินหลงั การเพาะปลูกในแต่ละรอบ เพื่อเพิ่มเติมธาตุอาหารที่จาเป็ นลงไปในดิน และฉีด
พน่ ป๋ ุยน้าทางใบเพือ่ ช่วยใหพ้ ืชไดร้ ับสารอาหารโดยตรงและเร็วยงิ่ ข้ึนกวา่ เดิม
ที่มา : https://shorturl.asia/5lIHm
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขที่ 23
การปลูกผักสวนครัว
ชื่อผกั : ผกั บงุ้
ภาชนะท่ปี ลกู : ใชพ้ ้นื ทดี่ นิ
ดินทน่ี ามาปลูก : ดนิ มลู ววั ดินร่วน ผงถ่าน
วธิ กี ารปลกู
1.ขุดดนิ เตรียมพ้นื ทที่ จี่ ะปลูก
2.ผสมดินใหเ้ ขา้ กนั
3.รอยเมลด็ ผกั บงุ้ ใหท้ ว่ั และในปริมาณที่เหมาะสม
4.รดน้าให้ทว่ั บริเวณ รอ10-15วนั กจ็ ะมตี เนออ่ นข้ึนมา
นางสาวณฐั ณิชา คงขา ม.4/5 เลขท่ี 23
การเลยี้ งสัตว์
การเล้ียงปลา ถือเป็นอาชีพที่สาคญั ไม่แพอ้ าชีพการปลูกปลูกพืชต่างๆ โดยเฉพาะเกษตรกรที่อาศยั อยู่ใกล้
แม่น้าลาคลองหรือพ้นื ท่ีท่ีน้าชลประทานเขา้ ถึง รวมถึงพ้ืนที่นาตา่ งๆ ท่มี บี อ่ กกั เกบ็ น้าตามฤดกู าล ซ่ึงสามารถ
สรา้ งรายไดอ้ ยา่ งมากต่อปี นอกจากน้นั การเล้ยี งปลาถอื เป็นการสร้างแหลง่ อาหารสาหรับการบริโภคในแต่
ละวนั ทน่ี อกเหนือจากการนาไปจาหน่าย
การเล้ียงปลา หมายถึง การทาให้ปลามกี ารเจริญเติบโต และเพิ่มขนาดน้าหนกั ให้ได้ตามเป้าหมาย ด้วยการ
ให้อาหาร และการดูแล นอกเหนือจากการปลอ่ ยเล้ียงตามธรรมชาติ
การเพาะพนั ธุป์ ลา หมายถึง การขยายพนั ธุ์ และเพม่ิ จานวนของปลาให้มีปริมาณมากข้ึน ดว้ ยการจดั การการ
ผสมพนั ธุ์ของไข่ และการอนุบาลใหล้ กู ปลาสามารถเตบิ โตได้
การเลยี้ งปลา
รูปแบบการเล้ียงปลา จาแนกไดห้ ลายลกั ษณะ ไดแ้ ก่
การเล้ยี งปลาตามลกั ษณะการจดั การ แบง่ เป็น
1. การเล้ียงปลาชนิดเดียว หมายถึง การเล้ียงปลาเพยี งชนิดเดยี วในหน่ึงบ่อ เช่น บ่อท่ี 1 เล้ียงปลานิล บ่อที2่
เล้ียงปลาดุก เป็นตน้
2. การเล้ียงปลาแบบรวม หมายถึง การเล้ียงปลาต้งั แต่สองชนิดข้ึนไปในหน่ึงบ่อ การเล้ียงในลกั ษณะน้ีจะ
ใชฌ้ ฉพาะกบั ปลากินพชื เท่าน้นั เพราะจะไมม่ ีปัญหาในเรื่องปลากนิ กนั เอง เชน่ การเล้ียงปลานิลร่วมกบั ปลา
ตะเพียน แต่บางคร้ัง อาจเล้ียงปลากินพชื รวมกบั ปลากินเน้ือ โดยใชป้ ลากนิ เน้ือมีปริมาณนอ้ ยกวา่ ปลากินพืช
เพอื่ ควบคมุ ปริมาณปลากินพชื ทอี่ าจมากเกินไป เชน่ การเล้ียงปลานิลร่วมกบั ปลาช่อน
3. การเล้ียงปลาแบบผสมผสาน หมายถึง การเล้ียงปลาควบคู่กบั การทาเกษตรกรอื่นๆ เช่น การเล้ียงปลา
ตะเพยี นในนาขา้ ว การเล้ียงปลาใตเ้ ลา้ สุกรหรือไก่ เป็นตน้
การเล้ยี งปลาตามลกั ษณะการให้อาหาร ไดแ้ ก่
1. การเล้ยี งแบบธรรมชาติ หมายถึง การเล้ยี งปลาโดยไมต่ อ้ งใหอ้ าหาร โดยจะปล่อยเล้ยี งปลาใหห้ ากินอาหาร
ตามธรรมชาติ เช่น การเล้ียงปลาในนาขา้ ว การเล้ียงปลาในบ่อดินท่ไี ม่มีการใหอ้ าหาร ซ่ึงการเล้ยี งแบบน้ี จะ
ไม่สามารถควบคุมผลผลิตได้
2. การเล้ียงแบบก่ึงพฒั นา หมายถึง การเล้ียงปลาโดยการให้อาหารท่ีหาได้จากธรรมชาติควบคู่กับการให้
อาหารสาเร็จรูป เช่น การเล้ียงปลาตะเพยี นโดยใชป้ ๋ ยุ คอกหรือซากพืชทีเ่ หลือจากการเกษตรควบคู่กบั การให้
อาหารขน้ ผสมในบางคร้งั คราว