The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบสพป-สิงห์บุรี-แก้ไข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arunrat, 2022-09-22 00:29:23

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบสพป-สิงห์บุรี-แก้ไข

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบสพป-สิงห์บุรี-แก้ไข

คู่มือการจัดการเรียนการสอน

วิทยาศาสตร์พลังสิบ

ระดับประถมศึกษา

ดตาม และประเมินผลกา

..

ตพื้ นที่การศึกษาประถมศึ
รจัดการศึกษา
สำนักงานเข
กลุ่มนิเทศ ติ
กษาสิงห์บุรี



คำนำ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา มีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน
และสร้างโอกาสทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กับผู้เรียนในทุกพ้ืนท่ีร่วมกัน
ขับเคล่ือนโครงการวิทยาศาสตร์ พลังสิบในทุกมิติท้ังด้านหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ
ผบู้ รหิ าร ครู นักเรียน และพัฒนาศักยภาพของประชากรซง่ึ เป็นกาลงั สาคญั ของชาติในอนาคต สถาบันสง่ เสริม
การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะเป็นหน่วยงานหน่ึงในหลาย ๆ หน่วยงานที่ร่วม
ดาเนินงานตามโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา มีหน้าท่ีหลักในการพัฒนาหลักสูตร และ
กิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เพ่ือให้โรงเรียนในโครงการ
วิทยาศาสตร์พลังสิบระดับประถมศึกษา ได้นาไปใช้พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพให้กับผู้เรียนให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ตามที่โครงการต้ังไว้ เพ่ือให้การจัดกจิ กรรมส่งเสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
เทคโนโลยตี ามโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลงั สบิ ระดบั ประถมศกึ ษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สานกั งานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี จึงได้จัดทา คู่มือการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษาน้ี สาหรับให้ผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องนากิจกรรมวิทยาศาสตร์พลังสิบระดับประถมศึกษาไปใช้
ขยายผล ซ่ึงประกอบด้วย กิจกรรมวิทยาศาสตร์พลังสิบจานวน 4 กิจกรรม ดังน้ี 1. มหัศจรรย์ของแสง
2. ออกลายมาเลย 3. ศิลปะภาพพกิ เซล 4. แมลงวันจอมป่วน

สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสิงหบ์ ุรี หวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือการจัดการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษาน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้จัดกิจกรรมสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริม
ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบคุณ คณะทางาน
และผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการจัดทาคู่มือการจัดการเรียนการสอน เล่มน้ี สาหรับใช้เป็นแนวทางในการ
จดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สบิ ระดับประถมศึกษา จนสาเรจ็ ลุล่วงตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีต้งั ไว้ มา ณ โอกาสนี้

กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา
สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสงิ หบ์ รุ ี



คำชี้แจง

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี ได้ดาเนินการพฒั นากิจกรรมวิทยาศาสตร์พลงั สบิ
ระดบั ประถมศึกษา เพ่อื ให้โรงเรยี นในโครงการวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ ระดบั ประถมศกึ ษา ใช้เป็นแนวทางในการ
จัดกิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามแนวทางของ สสวท.
คณะทางานจึงได้จัดทา คู่มือการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา ให้ผู้ที่มีส่วน
เกี่ยวข้องนากิจกรรมวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษาไปใช้ขยายผลยังกลุ่มเป้าหมายได้
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล

คู่มือการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา ประกอบด้วยกิจกรรม
4 กจิ กรรม โดยใชเ้ วลาในการจดั กิจกรรม ๒๐ ช่วั โมง ดังนี้

ท่ี ชื่อกจิ กรรม เวลำ(ชวั่ โมง) ประเภทกิจกรรม
1. มหัศจรรย์ของแสง 5 วิทยาศาสตร์
2. ออกลายมาเลย 4 คณติ ศาสตร์
3. ศลิ ปะภาพพิกเซล 3
4. แมลงวนั จอมป่วน 8 วิทยาการคานวณ
สะเต็ม

ในแต่ละกิจกรรมจะประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ สมรรถนะเฉพาะของผู้ที่มีความสนใจพิเศษ
ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์หรือจิตวิทยาศาสตร์
วัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรม แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล พร้อมแนวคาตอบ
ในใบกิจกรรม

นอกจากนี้เพ่ือให้โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี สามารถจัด
กิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คณะทางานจึงจัดทา คู่มือการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์
พลังสิบ ระดับประถมศึกษา ซ่ึงใช้เป็นคู่มือครู เพ่ือให้ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์นาไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้
สะดวกมากยิ่งขนึ้

สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาสิงหบ์ ุรี หวังเป็นอย่างยง่ิ ว่า คู่มือการจัดการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ท่ีเก่ียวข้องในการนากิจกรรมวิทยาศาสตร์
พลังสบิ ระดับประถมศึกษา ไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอนในชนั้ เรยี นต่อไป

คณะทางาน
โครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษา

สำรบญั ค

กิจกรรม หน้ำ
กิจกรรมท่ี 1 มหัศจรรย์ของแสง 1
กิจกรรมท่ี 2 ออกลายมาเลย 22
กิจกรรมที่ 3 ศลิ ปะภาพพิกเซล 40
กิจกรรมท่ี 4 แมลงวนั จอมปว่ น 48
คณะทำงำน 80

1

กิจกรรม มหัศจรรยข์ องแสง

ระดบั ประถมศึกษำปที ่ี 4 เวลำ 5 ช่ัวโมง

กิจกรรมมหศั จรรย์ของแสง เป็นการประดษิ ฐ์กลอ้ งตาเรอื อย่างง่ายและนากลอ้ งตาเรอื ไปใชใ้ นการ
แก้ปญั หาตามสถานการณ์ทก่ี าหนด ซง่ึ นักเรยี นจะได้เรียนรเู้ กยี่ วกบั สมบตั กิ ารสะทอ้ นของแสง การเขยี นรงั สี
ของแสงที่แสดงการ สะทอ้ นของแสงได้อยา่ งถูกต้องและเชื่อมโยงความรเู้ กย่ี วกบั สมบัตกิ ารสะทอ้ นของแสง
กับเหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวนั
จุดประสงค์กำรเรียนรู้

1. ทดลองและเขียนแผนภาพการเคล่อื นที่ของแสงเพื่ออธบิ ายการสะทอ้ นของแสงโดยใชอ้ ุปกรณ์ที่
ประดิษฐ์ข้นึ

2. อธบิ ายปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจาวนั ท่เี กย่ี วข้องกบั การสะท้อนของแสง
สมรรถนะเฉพำะของผู้มีควำมสนใจพิเศษทำงด้ำนวิทยำศำสตรค์ ณิตศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. อา่ นออก
2. เขยี นได้
3. ทกั ษะการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา
4. ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์
จิตวทิ ยำศำสตร์
1. ความรอบคอบ
2. ความเชอ่ื มนั่ หลกั ฐาน
3. การยอมรบั ความเห็นต่าง
4. ความอยากรูอ้ ยากเหน็
5. ความมงุ่ ม่นั อดทน
วัสดุอปุ กรณ์

2

แนวทำงกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
1.ครสู รา้ งสถานการณเ์ พอื่ นาเข้าสกู่ จิ กรรม โดยนาแผน่ พลาสติกลูกฟกู ทึบมาบังวัตถุปรศิ นา ไม่ให้นักเรยี น
สงั เกตเหน็ ไดจ้ ากนั้นถามนักเรยี น โดยอาจใช้คาถามตอ่ ไปนี้

1.1 นกั เรียนเหน็ สิ่งท่ีอยหู่ ลังแผน่ พลาสตกิ ลูกฟูกทบึ หรอื ไม่เพราะเหตใุ ด
1.2 จะทาอยา่ งไรใหส้ ามารถสังเกตเหน็ วัตถทุ อี่ ย่หู ลังแผน่ พลาสตกิ ลูกฟูกทบึ ได้โดยห้ามเคลื่อนยา้ ยแผน่
พลาสติกลูกฟกู ทบึ
1.3 เคยพบเหน็ อปุ กรณห์ รอื สงิ่ ประดษิ ฐอ์ ะไรบา้ งทช่ี ว่ ยให้เราสังเกตสงิ่ ของทม่ี ีสิง่ ขดี ขวางปิดบงั หรอื ไม่
อยใู่ นระดบั สายตาเราได้
2. ครูนาอุปกรณก์ ลอ้ งตาเรือหรือภาพกล้องตาเรอื หรือวิดโี อกลอ้ งตาเรือแสดงให้นักเรยี นดู
3. ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ภู าพรวมของกจิ กรรมและการประเมนิ ผล ให้นักเรยี นทราบ
4. ใหน้ กั เรียนอา่ นวธิ ีดาเนินกิจกรรมข้อ1 จากนัน้ ครแู จกอุปกรณ์และชวนนักเรียนตรวจสอบอุปกรณ์และทา
ความเขา้ ใจข้นั ตอนการประดษิ ฐก์ ลอ้ งตาเรือแลว้ นกั เรียนลงมอื ประดษิ ฐ์

3

5. ให้นักเรียนใช้กล้องตาเรือสังเกตวัตถุที่อยู่หลังแผ่นพลาสติกลูกฟูกทึบโดยจัดลากล้องต้ังขึ้นมองผ่าน
กระจกเงาส่วนท้ายของลากล้องปรับแนวการวางตัวของลากล้องเพื่อให้สามารถมองเห็นวัตถุได้ชัดเจน
แล้วบนั ทกึ ส่งิ ที่สงั เกตเหน็ โดยการวาดรูปลงในใบกิจกรรมที่ 1.1
6. ครูนาแผ่นพลาสติกลูกฟูกทึบออก ให้นักเรียนสังเกตและบันทึกสิ่งท่ีสังเกตเห็นโดยการวาดรูปลงใน
ใบกจิ กรรมที่ 1.1 จากน้ันครสู ่มุ นักเรยี นนาเสนอส่ิงทีส่ งั เกตได้โดยใช้กล้องตาเรอื และไม่ใชก้ ลอ้ งตาเรือ
7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย สาเหตุท่ีทาให้มองเห็นวัตถุได้โดยใช้ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับแสงและ
การมองเหน็ ท่ีเคยเรียนมาแล้วโดยอาจใชค้ าถามชว่ ยในการอภปิ ราย ดงั ตัวอย่างคาถามตอ่ ไปนี้

7.1 การมองเห็นวัตถุไดเ้ กยี่ วข้องกบั แสงอยา่ งไร
7.2 การมองเห็นเม่อื ใช้กลอ้ งตาเรือและไมใ่ ช้กล้องตาเรอื เก่ียวขอ้ งกับการเคลอ่ื นที่ของแสงอยา่ งไร
8. ครูให้นักเรียนอ่านใบความรู้แล้วอภิปรายร่วมกับเพ่ือนอีก1 – 2 คน ซ่ึงนักเรียนควรสรุปได้ในประเด็น
ตอ่ ไปนี้
8.1 การสะท้อนของแสง คือการท่ีแสงเคลื่อนที่ไปตกกระทบกับวัตถุแล้วเคลื่อนท่ีภายในตัวกลางเดิมใน
ทิศทางอืน่ หรือเคล่ือนทีก่ ลบั ในทศิ ทางเดมิ โดยการสะท้อนของแสงนน้ั ขึน้ อยู่กับผวิ วัตถดุ ว้ ย
8.2 กฎการสะทอ้ นของแสง มีดังน้ี

รงั สีตกกระทบ รงั สสี ะท้อน และเสน้ แนวฉาก อยูบ่ นระนาบเดียวกนั มุมตกกระทบเทา่ กับมุมสะทอ้ น
8.3 การเขียนแผนภาพแสดงการสะท้อนของแสง ดังนี้

เขียน “เสน้ แนวฉาก” โดยลากเส้นให้ตั้งฉากกบั ผวิ วัตถุ
เขียน “รังสตี กกระทบ” โดยลากเส้นรังสจี ากทิศทางของแหลง่ กาเนิดแสง มายังจดุ ตดั ระหวา่ งเส้นแนว
ฉากกบั ผิววัตถุ
เขียน “มุมตกกระทบ” ซ่งึ เปน็ มุมที่รังสตี กกระทบทากบั เส้นแนวฉาก
เขียน “รังสีสะท้อน” โดยลากเส้นรังสีจากจุดตดั ระหว่างเส้นแนวฉากกบั ผิววัตถุไปยังทิศสะท้อน โดย
มมุ ทเี่ กิดจากรงั สสี ะท้อนทากับเสน้ แนวฉาก ตอ้ งเท่ากบั มุมตกกระทบ
เขียน “มมุ สะท้อน” ซงึ่ เป็นมุมทร่ี ังสีสะทอ้ นทากับเสน้ แนวฉาก
9. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการอ่านใบความรู้โดยใช้คาถามช่วยในการตรวจสอบดังตัวอยา่ ง
คาถามต่อไปน้ี
9.1 การสะทอ้ นแสงเกดิ จากอะไร
9.2 การสะทอ้ นแสงขนึ้ กบั พ้ืนผวิ หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
9.3 กฎการสะท้อนของแสง กล่าวไวว้ ่าอย่างไร
9.4 เส้นทีล่ ากให้ตง้ั ฉากกับผวิ วตั ถุเรยี กว่าอะไร
9.5 ถา้ มุมตกกระทบมลี กั ษณะดังรปู แลว้ รังสีสะท้อนกับมุมสะทอ้ นเป็นตามหมายเลขใด เพราะเหตใุ ด

4

10. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายหลักการทางานและประโยชนข์ องกล้องตาเรอื เพ่อื ให้ไดข้ อ้ สรุปดังนี้
10.1 หลักการทางานของกลอ้ งตาเรอื แสงเคลือ่ นทตี่ กกระทบกระจกเงาแลว้ สะทอ้ นไปตกกระทบกับ

กระจกเงาอีกแผน่ แล้วสะท้อนเขา้ ตาเรา ทาให้เห็นภาพของวัตถทุ ี่ไมไ่ ด้อยู่ในระดับสายตาได้
10.2 ประโยชน์ของกลอ้ งตาเรือใชส้ ่องสง่ิ ของท่ไี ม่ได้อย่ใู นระดับสายตา อาจอยู่เหนอื หรอื ตา่ กวา่ ระดับ

สายตา หรือมีวัตถุทึบ แสงบังอยู่และครูอาจบอกให้นักเรียนนากล้องตาเรือที่ประดิษฐ์ไปใช้แก้ปัญหา
ใน ชีวิตประจาวันในการค้นหาสิ่งของบนท่ีสูงหรือต่าเช่นบนฝ้าเพดานหรอื ใต้ถุนบ้านหรือในพ้ืนที่แคบ ๆ โดย
ไม่ต้องเอาหัวมุดเข้าไป

11. ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถามในใบกิจกรรมท่ี1.1 และ 1.2
ขอ้ ควรระวัง/ข้อเสนอแนะ

ควรขยายชอ่ งแต่ละชอ่ งของแบบกระดาษกลอ้ งตาเรอื ก่อนเร่ิมประกอบ
ควรระมัดระวงั กระดาษขาดขณะทาการประกอบกล้องตาเรอื
ควรระมัดระวังกระจกบาดมอื
กำรวัดและประเมนิ ผล

5

เกณฑก์ ำรวดั และประเมนิ ผล

เกณฑก์ ำรตัดสินระดับคุณภำพ
คะแนน 8 - 9 คะแนน หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพ ดี
คะแนน 5 - 7 คะแนน หมายถึง ระดับคณุ ภาพ พอใช้
คะแนน 0 - 4 คะแนน หมายถึง ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ

6

กจิ กรรม มหศั จรรย์ของแสง

ระดับประถมศึกษำปีท่ี 4 เวลำ 5 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

ทดลองและเขียนแผนภาพการเคลื่อนที่ของแสงเพ่ืออธิบายการสะท้อนของแสงโดยใช้อุปกรณ์

ที่ประดิษฐข์ ึน้ อธิบายปรากฏการณใ์ นชวี ติ ประจาวันทเ่ี กย่ี วข้องกบั การสะทอ้ นของแสง

วัสดอุ ปุ กรณ์

ที่ รายการ จานวนตอ่ คน

1 แบบกระดาษกล้องตาเรอื 1 แผน่

2 กระจกเงาขนาด 4x5.5 เซนติเมตร 2 แผ่น

3 เชอื ก ยาว 60 เซนติเมตร 1 เสน้

4 เทปกาวสองหนา้ 1 มว้ น

5 กรรไกร 1 เลม่

วธิ ีกำรดำเนินกจิ กรรม

1. ประดิษฐ์กล้องตาเรือ ตามข้นั ตอนดังนี้

1.1 นาแบบกระดาษกล้องตาเรอื มาพับตามรอบปรุ เพื่อประกอบเป็นกลอ้ งทรงส่เี หล่ยี มมมุ ฉากตาม

ขัน้ ตอน ดงั รูป

7

1.2 นากระจกเงามาตดิ บนพนื้ เอียง 45 องศา ที่หัวและทา้ ยของลากล้อง ดงั รูป

1.3 ร้อยเชอื กท่ีส่วนหัวของลากลอ้ ง เพื่อทาสายห้อยสาหรบั พกพา ดังรปู

2. ใช้กล้องตาเรือสังเกตวัตถุท่ีอยู่หลังแผ่นพลาสติกลูกฟูกทึบ โดยจัดลากล้องตั้งขึ้น มองผ่านกระจกเงา
ส่วนท้ายของลากล้อง ปรับแนวการวางตัวของลากล้องเพื่อให้สามารถมองเห็นวัตถุได้ชัดเจน แล้วบันทึก
สิง่ ทส่ี งั เกตเหน็ โดยการวาดรปู ลงในใบกจิ กรรมที่ 1.1

8

3. นากล้องตาเรือและฉากออก แล้วบันทึกส่ิงท่ีสังเกตเห็นโดยการวาดรูปลงในรูปเมื่อนาแผ่นพลาสติกลูกฟกู
ทึบในใบกิจกรรมท่ี1.1
4. ร่วมอภิปรายสง่ิ ทสี่ งั เกตเหน็ วา่ เกดิ ขนึ้ ไดอ้ ย่างไร และเปรยี บเทียบสงิ่ ทเี่ ห็นจาก ขอ้ 2. และ 3.
5. ศึกษาใบความรู้เรื่องการสะท้อนของแสง ร่วมกันอภิปรายหลักการทางานและประโยชน์ของ กล้องตาเรือ
แล้วตอบคาถามในใบกจิ กรรมท่ี 1.1 และ 1.2

9

ใบควำมรู้เรอื่ ง กำรสะท้อนของแสง

แสง เป็นพลังงานรูปแบบหน่ึงช่วยให้มนุษย์สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ท่ีแสงไปกระทบแล้วเคลื่อนท่ี
ทางเข้าสู่ตาได้แสงเคลื่อนที่เป็นแนวตรงด้วยความเร็วประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาทีแสงมีสมบัติ
หลายประการ แต่สมบตั ิท่ีสาคญั ประการหนงึ่ คือการสะทอ้ นของแสง การสะทอ้ นของแสง

การสะท้อนของแสง คือการท่ีแสงเคลื่อนท่ีไปตกกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนไปยังทิศทางอ่ืนหรือ
สะท้อนกลับทิศทางเดิมโดยการสะท้อนของแสงน้ันข้ึนอยู่กับผิววัตถุด้วยตัวอย่างการสะท้อนของแสง เช่น
การเหน็ ภาพในกระจกเงา เกดิ จากการสะท้อนของแสงกบั ผิวของกระจกเงา ดงั รปู 1.1

เมือ่ รงั สีของแสงตกกระทบผิววัตถุทจี่ ุดใดก็ตาม ถ้าเราลากเส้นตง้ั ฉากกับผวิ วัตถุน้นั เส้นตง้ั ฉากที่ลากน้ี
เรียกว่า “เส้นแนวฉาก” และมุมที่รังสีตกกระทบทากับเส้นแนวฉากเรียกว่า “มุมตกกระทบ” และมุมที่รังสี
สะทอ้ นทากับเส้นแนวฉากเรียกวา่ “มุมสะท้อน” โดยเปน็ ไปตามกฎการสะท้อนของแสง ดงั รูป 1.2

กฎกำรสะทอ้ นของแสงมีดงั น้ี
1. รงั สีตกกระทบ รังสสี ะทอ้ น และเส้นแนวฉาก อยบู่ นระนาบเดยี วกนั
2. มมุ ตกกระทบเท่ากบั มุมสะท้อน

10

วตั ถทุ ีม่ ผี ิวเรียบและเปน็ มนั เชน่ กระจกเงา จะทาใหเ้ กิดการสะท้อนอยา่ งมีระเบยี บดงั รูป 1.3 แตถ่ า้
วัตถทุ ีม่ ผี ิวไม่เรียบหรอื ผวิ ขรขุ ระ เชน่ ผวิ ถนน จานรับสญั ญาณดาวเทียม จะเกดิ การสะท้อนอย่างไมม่ ีระเบยี บ
ดังรปู 1.4 แตก่ ารสะทอ้ นของแสงต้องเปน็ ไปตามกฎการสะท้อนของแสงเสมอ

เรานาหลกั การสะท้อนของแสง มาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั มากมาย เช่น กระจกมองหลังรถ กระจกส่องดู
ฟันของทันตแพทย์ กระจกโคง้ ที่มมุ ทางเลยี้ ว และอกี ตัวอยา่ งหนง่ึ ที่นามาใช้ตั้งแต่อดีต คือ การทากล้องตาเรือ
หรอื กล้องเพอริสโคป ซึง่ มีรายละเอียดท่ีนา่ สนใจ ดังน้ี

กล้องเพอริสโคป (Periscope) หรือกล้องปริทรรศน์ซ่ึงคนไทยเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากล้องตาเรือเป็น
เคร่ืองมือสาหรับการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ท่ีไม่สามารถมองเห็นได้ในระดับสายตาของผู้มองหรืออาจมีส่ิงกีดขวาง
การมองเห็นกล้องเพอริสโคปจงึ เปน็ อุปกรณ์หลักภายในเรือดาน้าโดยใช้เปน็ เคร่ืองมอื ค้นหาทางทัศนะที่สาคัญ
ของเรือดาน้าในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันได้ลดความสาคัญลงอย่างมาก เพราะมีเคร่ืองมือค้นหาประเภทอ่ืน ๆ
ที่มีประสิทธภิ าพสูงกว่าและปกปิดตนเองได้ดีกวา่ มาทดแทน อยา่ งไรกต็ ามกล้องเพอริสโคปกย็ ังมีความจาเป็น
ในบางกรณีเช่นเพื่อใช้ในการพิสูจนท์ ราบเป้าโดยสายตาเม่ือสถานการณ์ทางยุทธการมีความสับสนหรือระบบ
ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ใชง้ านไมไ่ ดซ้ ่งึ ใช้เปน็ อุปกรณก์ ารพิสูจนท์ ราบสารอง โดยทัว่ ไปกลอ้ งเพอริสโคปในเรือ
ดานา้ แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ คือ

1. กล้องเพอริสโคปสาหรับภารกิจการค้นหา กล้องจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ขยายภาพได้ในระยะไกล
และมีมุมการมองเห็นกว้างคือประมาณ 30 องศา ใช้สาหรับการค้นหาเป้าหมาย หากทัศนวิสัยดีสามารถ
มองเห็นเป้าหมายคือเรือรบขนาดเรือคุ้มกันได้ในระยะ 7 ไมล์ (11.26 กิโลเมตร) เรือสินค้าประมาณ 8 - 10
ไมล์ (12.87 – 16.09 กิโลเมตร) และเครื่องบินที่บินต่าประมาณ 10 ไมล์ (16.09กิโลเมตร) ซึ่งตามปกติกล้อง
เพอริสโคปสาหรับภารกจิ การค้นหาจะมีสายอากาศเรดาร์และกล้องแสง อินฟราเรดติดต้ังอยดู่ ้วยเพอื่ เลือกใช้
ได้เมื่อยกกล้องเพอรสิ โคปขนึ้ เหนือผวิ นา้ ดังรูป 1.5

11

2. กลอ้ งเพอริสโคปสาหรบั ภารกิจการโจมตีกลอ้ งมขี นาดเล็กเพอื่ ไมใ่ หข้ า้ ศึกตรวจพบและมีมมุ การมองเห็นแคบ
ใช้สาหรับหาข้อมูลในการยิงอาวุธตอร์ปิโดเม่ือเข้าโจมตีกล้องเพอริสโคปแบบนี้จะใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ คือ
ประมาณคร้ังละ 6 วินาทีในเรือดาน้าสมัยใหม่มักจะมีอุปกรณ์วัดระยะทางด้วยแสงเลเซอร์ติดตั้งอยู่ด้วย
ดังรปู 1.6

ในอดีตมีการใช้กล้องเพอริสโคปในยามสงครามเพ่ือสังเกตการณ์ศัตรูในสนามรบ เช่น มีการใช้กล้อง
เพอริสโคปในขณะปีนป้อมกาแพง หรือติดต้ังกล้องเพอริสโคปกับรถยนต์หุ้มเกราะ ในกิจกรรมนี้เป็นการ
ประดิษฐก์ ล้องตาเรือหรือกล้องกล้องเพอรสิ โคปอยา่ งงา่ ยซึ่งทางานโดยใช้หลักการสะท้อนแสง ดังรูป 1.7

12

13

14
2. ถ้าปรับกระจกเงาท่ีหวั และทา้ ยของลากลอ้ งให้เอยี ง60 องศา จะสามารถมองเห็นวัตถไุ ด้ เหมือนเดมิ หรอื ไม่
อยา่ งไร โดยใหเ้ ขยี นรงั สขี องแสง มมุ ตกกระทบ มุมสะทอ้ น และเส้นแนวฉาก ประกอบคาอธิบาย

3. ภาพตอ่ ไปนีเ้ กดิ จากการสะทอ้ นของแสงหรอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด
3.1 ภาพเงาของดอกไมท้ ่ีปรากฏบนผนัง

3.2 ภาพภูเขาทป่ี รากฏบนผิวนา้

15

3.3 ภาพก้อนเมฆทป่ี รากฏในกระจกของตึก

16

แนวคำตอบ
ใบกิจกรรม

17

หลักกำรทำงำนของกล้องตำเรอื
แสงเคลื่อนท่ีตกกระทบกระจกเงาแลว้ สะท้อนไปตกกระทบกบั กระจกเงาอกี แผน่ แลว้ สะท้อนเข้าตาเรา

ทาใหเ้ หน็ ภาพของวตั ถุทไ่ี มไ่ ด้อย่ใู นระดับสายตาได้
ประโยชนข์ องกล้องตำเรือ

ใชส้ อ่ งสงิ่ ของที่ไม่ได้อยูใ่ นระดบั สายตา อาจอยเู่ หนอื หรอื ตา่ กวา่ ระดับสายตา หรอื มวี ัตถทุ ึบแสงบังอยู่

18

2. ถ้าปรับกระจกเงาท่หี ัวและทา้ ยของลากล้องให้เอยี ง60 องศา จะสามารถมองเห็นวัตถุได้เหมอื นเดิมหรือไม่
ไม่สามารถมองเห็นวัตถุเหมือนเดิมได้เนื่องจาก เม่ือแสงเคลื่อนท่ีจากวัตถุมาตกกระทบท่ีกระจกเงา

ที่หัวของลากล้องที่เอียงทามุม60 องศา กับลากล้องแสงจะสะท้อนไปชนกับผนังของลากล้องซ่ึงเป็นวัสดุ
ที่ไม่สามารถสะทอ้ นแสงได้จงึ ทาใหม้ องไม่เห็นวตั ถุแสดงการเขียนรงั สขี องแสง ดังรูป

19

20

21

22

กิจกรรมที่ 3 ออกลำยมำเลย

ระดบั ประถมศึกษำปีท่ี 4 เวลำ 4 ช่วั โมง

กิจกรรมออกลายมาเลย เป็นกิจกรรมท่ีประยกุ ต์มาจากการทาผ้ามัดย้อม ซ่ึงเป็นการย้อมสีผ้าโดยใช้

การมัด การพับ หรือใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อทาให้ผ้าให้เกิดรอยเป็นลวดลายตามท่ีต้องการ ในกิจกรรมนี้จะใช้

กระดาษอเนกประสงค์แทนผ้าและใช้สีผสมอาหารแทนสีย้อมผ้า นักเรียนจะได้นาความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง

สมมาตรและสมบัติของรูปเรขาคณิต มาใช้ในการสร้างลวดลายบนกระดาษ รวมทั้งได้ฝึกการนึกภาพทาง

คณิตศาสตร์เกี่ยวกับเรขาคณิตในการแก้ปัญหา สามารถนาแนวคิดทางเรขาคณิตไปสร้างสรรค์ช้ินงานหรือ

ประยุกต์ใช้ในการทาผ้ามัดยอ้ ม

จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้

1. ออกแบบการพับกระดาษ มัด และย้อม ให้ไดล้ วดลายและจานวนแกนสมมาตรตามทกี่ าหนด

2. ค้นหาขัน้ ตอนการพบั กระดาษจากลวดลายท่ีกาหนด

สมรรถนะเฉพำะของผมู้ คี วำมสนใจพเิ ศษทำงด้ำนวิทยำศำสตร์คณิตศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม

2. ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา

3. ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทนั สื่อ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มองเห็นวา่ สามารถใชค้ ณติ ศาสตรแ์ กป้ ัญหาในชวี ติ จริงได้

2. มคี วามมุมานะในการทาความเขา้ ใจปญั หาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์

3. สร้างเหตุผลเพอื่ สนบั สนุนแนวคิดของตนเองหรือโตแ้ ยง้ แนวคดิ ของผูอ้ ื่นอย่างสมเหตุสมผล

วสั ดุอุปกรณ์

ท่ี รำยกำร จำนวนต่อกลุ่ม

1 กระดาษอเนกประสงค์รูปสีเ่ หล่ียมจัตรุ ัสขนาดไมน่ อ้ ยกว่า 20x20 ซม. 1 มว้ น

2 สผี สมอาหาร 4 สี (ชนิดผง หรือ ชนดิ น้า) 1 ชดุ

3 แก้วพลาสติก 4 ใบ

4 หลอดหยด หรือ หลอดดดู น้า 4 หลอด

5 ยางรัดของวงเลก็ 100 เส้น

6 กรรไกรปลายแหลม 4-6 เล่ม

7 กระดาษหนังสือพิมพส์ าหรบั ปูรองกนั เปอื้ น 2 ฉบับ

8 ถุงขยะ 1 ถุง

23

หมำยเหตุ ในการเตรียมสีผสมอาหาร เม่อื เตรียมแลว้ ควรทดสอบความเข้มของสตี ามทต่ี ้องการก่อนเสมอ
แนวกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้
1. ครูนาภาพหรือผลิตภัณฑ์มัดยอมมาให้นักเรียนดู แล้วชักชวนนักเรียนอภิปรายโดยอาจใช้คาถาม

ดังนี้
1.1) นกั เรยี นเคยเห็นผา้ มัดยอ้ มแบบนีห้ รือไม่
1.2) นกั เรียนคิดว่าจะออกแบบและทาลวดลายแบบนี้ได้หรอื ไม่
1.3) นกั เรียนคดิ วา่ ลวดลายน้ที าอย่างไร
1.4) เราตอ้ งใชค้ วามรู้เรื่องใดบ้างในการทาลวดลาย

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ภาพรวมของกจิ กรรมและการประเมินใหน้ กั เรยี นทกุ คนทราบ
3. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน หรือตามความเหมาะสม แจกกระดาษอเนกประสงค์
กลมุ่ ละ 1 ม้วน
4. ให้นักเรียนแบง่ กระดาษอเนกประสงค์คนละ 1 แผน่ แล้วร่วมกันสารวจสมบตั ขิ องรูปส่ีเหล่ยี มจัตุรัส
ดงั นี้

4.1) กระดาษทนี่ ักเรยี นไดร้ บั เป็นรูปสีเ่ หล่ียมชนดิ ใด ซ่ึงควรจะตอบว่า
- รปู สเ่ี หลีย่ มจตั ุรสั

4.2) นักเรียนรูไ้ ด้อยา่ งไรวา่ กระดาษเปน็ รปู สี่เหลีย่ มจตั ุรัส ซ่ึงควรจะตอบว่า
สารวจและแสดงการพสิ จู นไ์ ดโ้ ดยการพบั กระดาษพรอ้ มอธบิ ายเหตุผลประกอบ ดงั นี้
- มดี ้านทกุ ดา้ นยาวเท่ากนั เน่ืองจากลองพบั ให้ด้านทบั กันแล้วมีความยาวเทา่ กัน
- มีมุมทุกมมุ เปน็ มุมฉาก เน่ืองจากมุมทั้ง 4 มมุ มีขนาดเทา่ กันและเมอ่ื ลองพบั มมุ ทง้ั
ส่ีมุมไปรวมกนั ท่จี ุดก่งึ กลางแลว้ รวมกนั ได้ 360 องศา
- มเี ส้นทแยงมมุ ยาวเท่ากนั
- เสน้ ทแยงมมุ แบง่ ครงึ่ ซงึ่ กันและกนั และตดั กนั เป็นมุมฉาก

4.3) กระดาษรปู สเี่ หล่ยี มจัตรุ ัสน้ีมีแกนสมมาตรกี่แกน ใหน้ กั เรียนแสดงโดยการพบั กระดาษ
ซงึ่ ควรจะตอบวา่ 4 แกน

5. ให้นักเรียนพับกระดาษ แล้วมัดจากนั้นย้อมสีตามวิธีการดาเนินกิจกรรมข้อ 1 เพ่ือฝึกวิธีการพับ
การมัด และการย้อม แลว้ ใหว้ างไว้ประมาณ 1 นาทีเพื่อใหส้ ีหมาด จากน้นั ใหน้ ักเรียนใช้ปลายกรรไกรตัดหนัง
ยางทีม่ ดั ออก แลว้ ค่อยๆ คลกี่ ระดาษออกตามรอยพบั จนไดก้ ระดาษเปน็ รูปสเ่ี หล่ยี มจตั รุ ัสดังเดิม

24
6. ให้นักเรียนสังเกตกระดาษท่ีมีลวดลายของตนเองว่า “กระดาษที่มีลวดลายน้ันมีแกนสมมาตรกี่
แกน” และสังเกตลวดลายและสีว่าเหมอื นหรอื ต่างจากของเพอื่ นอย่างไร และลวดลายกระดาษของเพื่อนย้อม
ได้มแี กนสมมาตรกีแ่ กน ซงึ่ ควรจะตอบวา่ 4 แกน

7. ให้นักเรยี นทากิจกรรมท่ี 3.1 จากนนั้ รว่ มกันอภปิ รายผลท่ไี ด้จากการสารวจ ซงึ่ ควรจะไดว้ ่า
นักเรียนสามารถออกแบบการพับ การมัด และการย้อม โดยคานึงถึงแกนสมมาตรตามสมบัติของรปู ส่ีเหลีย่ ม
จัตรุ ัส ซงึ่ รปู สเ่ี หลีย่ มจตั ุรสั จะมแี กนสมมาตร 4 แกน ดังรูป

 ถา้ ตอ้ งการออกแบบการพับ การมัด และการยอ้ มใหไ้ ด้ลวดลายที่มีแกนสมมาตร 2 แกน จะ สามารถ
ออกแบบได้ โดยการพับตามแกนสมมาตรในแนวตั้งและแนวนอนจานวน 2 แกน หรือ ตามแกนสมมาตร
ในแนวเสน้ ทแยงมุมจานวน 2 แกน เท่านัน้
 ลวดลายทีเ่ กิดขึน้ ในแต่ละด้านของแกนสมมาตรจะเป็นลวดลายทม่ี ีขนาดและรปู ร่างเหมอื นกนั ก่อนจัด
กิจกรรมตามข้อ 8 ครูอาจตรวจสอบความรู้พ้ืนฐานของการบอกจานวนแกนสมมาตรที่มีลวดลาย ภายในตาม
หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 1 หน้า 138 – 159

25

8. ให้นักเรียนทากิจกรรมท่ี 3.2 โดยให้นักเรียนค้นหาขั้นตอนการพับและการมัด จากน้ันย้อมสีให้ได้
ลวดลายทกี่ าหนด ดงั รูป และอธบิ ายหรอื นาเสนอข้นั ตอนการพบั

ซึ่งควรจะได้ว่า ในการค้นหาข้ันตอนการพับ การมัด และการย้อมสี ให้ได้ลวดลายท่ีกาหนดน้ัน

นักเรียนอาจใช้การคิดย้อนกลับ โดยพิจารณาจากรูปท่ีกาหนดให้ว่า ลวดลายบนกระดาษนั้นมีแกน สมมาตร

ก่แี กน แลว้ ค้นหาวธิ กี ารสรา้ งลวดลายโดยการสรา้ งแบบร่างลงบนกระดาษ จากน้ันหา วิธีการพบั แบบย้อนกลับ

พรอ้ มทัง้ ระบตุ าแหนง่ ในการมดั ตลอดจนการย้อมสีลงบนตาแหนง่ ต่าง ๆ ของกระดาษตามแบบร่างนน้ั

จากนั้นครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายและสรุปสงิ่ ที่ไดจ้ ากกจิ กรรมในประเดน็ ดงั น้ี

1) ความรทู้ ่ีใช้ในการออกแบบลวดลาย

2) ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั จากการทากิจกรรม

กำรวัดและประเมนิ ผล

รำยงำนประเมิน วธิ กี ำรวดั เคร่ืองมือท่ีใชป้ ระเมนิ เกณฑ์กำรผำ่ นกจิ กรรม

1. ออกแบบการพับ การมัด การตอบคาถามในใบ ใบกจิ กรรมท่ี 3.1 ระดบั พอใชข้ ึ้นไป

และการย้อมกระดาษใหไ้ ด้ กิจกรรมที่ 3.1

ลวดลายตามทก่ี าหนด

2. คน้ หาข้ันตอนการพบั การนาเสนอขน้ั ตอนใน ใบกิจกรรมที่ 3.2 ระดบั พอใชข้ น้ึ ไป

กระดาษจากลวดลายท่ี การพบั การมดั และ

กาหนด การ ยอ้ ม ให้ได้

ลวดลายตามที่ กาหนด

26

เกณฑก์ ำรวดั และประเมนิ ผล

รำยกำรประเมิน 3 ระดับคะแนน 1
2 ไม่สามารถออกแบบการพบั
1. ออกแบบการพับ สามารถออกแบบการพับ การมัด และการย้อม ให้
สามารถออกแบบการพับ เป็นไปตามลวดลายตามท่ี
การมดั และการย้อม การมัด และการยอ้ ม ได้ การมดั และการยอ้ ม ได้ กาหนด แตส่ ามารถอธบิ าย
ลวดลายตามท่ีกาหนด และ ข้ันตอนการพับ การมัด และ
กระดาษ ให้ไดล้ วดลาย ลวดลายตามทก่ี าหนด และ อธบิ ายขน้ั ตอนการพบั ได้ การยอ้ มของตนเองได้
ถูกตอ้ งแตไ่ ม่ชัดเจน
อธิบายข้นั ตอนการพับได้ สรา้ งชนิ้ งานไดล้ วดลายไม่
ถูกต้องตามทกี่ าหนด
ถกู ต้องและชดั เจน

2. ค้นหาขน้ั ตอนการพับกระดาษจากลวดลายทีก่ าหนด
2.1 การสรา้ งช้ินงาน สรา้ งชิน้ งานไดล้ วดลายท่ี สร้างชิ้นงานไดล้ วดลายที่

ถกู ตอ้ ง และพื้นทข่ี องสแี ต่ ถูกตอ้ ง แต่พ้ืนท่ีของสแี ต่ละ
ละสีใกลเ้ คียงกับลวดลายท่ี สที ่ไี ด้ไมใ่ กล้เคียงกบั
กาหนด ลวดลายทกี่ าหนด

2.2 การนาเสนอ อธบิ ายข้นั ตอนการสรา้ ง อธบิ ายขั้นตอนการสรา้ ง ไม่สามารถอธบิ ายข้นั ตอน
การสร้างชนิ้ งานได้
ข้นั ตอน การสร้าง ชน้ิ งานใหผ้ ูอ้ ่ืนเข้าใจได้ ชิ้นงานให้ผ้อู ่ืนเข้าใจได้

ชิ้นงาน ถกู ต้องและชดั เจน ถกู ตอ้ งบางสว่ น แตไ่ ม่

ชดั เจน

หมำยเหตุ ถ้าไม่มีส่วนรว่ มในการทากิจกรรมใด ให้กิจกรรมนัน้ ได้ 0 คะแนน

เกณฑก์ ำรตัดสนิ ระดบั คุณภำพ หมายถงึ ระดับคณุ ภาพ ดี
คะแนน 9-12 คะแนน หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
คะแนน 6-8 คะแนน หมายถึง ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง
คะแนน 0-5 คะแนน

27

ตวั อยำ่ งภำพผลิตภัณฑ์ท่ีทำจำกผ้ำมัดยอ้ ม

https://www.pexels.com/photo/elegant-linen-fabrics-manually-tie-dyed-in-shibori-
technique-hanging-in-atelier-6850589/

28

กจิ กรรมท่ี 3 ออกลำยมำเลย

เวลำ 2 ชว่ั โมง

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

1. ออกแบบการพบั กระดาษ มดั และย้อม ให้ไดล้ วดลายและจานวนแกนสมมาตรตามทกี่ าหนด

2. คน้ หาขัน้ ตอนการพบั กระดาษ จากลวดลายทีก่ าหนด

วสั ดุอปุ กรณ์

ท่ี รำยกำร จำนวนต่อกลุ่ม

1. กระดาษอเนกประสงค์รปู สี่เหลีย่ มจตั รุ ัสขนาดไมน่ อ้ ยกว่า 20x20 ซม. 1 มว้ น

2. สผี สมอาหาร 4 สี (ชนดิ แบบผง หรอื ชนดิ น้า) 1 ชดุ

3. แกว้ พลาสตกิ 4 ใบ

4. หลอดหยด หรอื หลอดดดู น้า 4 หลอด

5. ยางรดั ของวงเล็ก 100 เส้น

6. กรรไกรปลายแหลม 4 – 6 เล่ม

7. กระดาษหนงั สือพมิ พ์ (สาหรับปรู องกันเป้อื น) 2 ฉบับ

8. ถงุ ขยะ 1 ถุง

วธิ กี ำรดำเนนิ กิจกรรม
1. พับกระดาษอเนกประสงค์ตามข้ันตอนการพับ มัด และย้อมสี โดยทาตามลาดับขั้นตอนและข้อแนะท่ี
กาหนดให้ ดงั นี้

1.1 เตรียมกระดาษอเนกประสงค์เปน็ รูปสีเ่ หล่ยี มจตั รุ ัส ดังรปู

29

1.2 พบั ครึ่งตามแนวนอนของกระดาษ เป็นรปู สี่เหลย่ี มผนื ผ้า ดงั รูป

1.3 พบั ครง่ึ ตามแนวตัง้ จะได้เป็นรูปสี่เหลย่ี มจตั รุ ัส ดงั รปู

1.4 พับกระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสท่ีได้จากข้อ 1.3 ตามแนวเส้นทแยงมุมจากมุมล่างซ้ายไปยัง
มุมบนขวา จะไดร้ ูปสามเหลี่ยมมมุ ฉาก ดังรูป

1.5 พบั แบง่ คร่งึ มมุ ด้านบนของรูปสามเหล่ียมมมุ ฉากทไ่ี ดจ้ ากขอ้ 1.4 อกี ครัง้ จะไดเ้ ปน็ รปู สามเหลย่ี ม
ดงั รูป

30
1.6 กาหนดเส้นแบ่งกระดาษรูปสามเหล่ียมท่ีได้จากข้อ 1.5 จานวน 2 เส้น เพ่ือแบ่งกระดาษ
ออกเปน็ 3 สว่ น จากนั้นนายางรดั มามดั ตามเส้นแบง่ ที่กาหนดไว้ ดงั รปู

1.7 หยดนา้ สลี งบนกระดาษโดยใช้หลอดหยดตามส่วนท่รี ดั หนงั ยางไวส้ ว่ นละ 1 สี แลว้ ใหว้ างไว้
ประมาณ 1 นาที เพ่อื ใหส้ ีหมาด

1.8 จากน้ันให้นักเรียนใช้ปลายกรรไกรตัดยางรัดท่ีมัดออก แล้วค่อย ๆ คลี่กระดาษออกตามรอยพับ
จนกลับมาเป็นกระดาษรูปสเ่ี หล่ียมจัตุรัสที่มีลวดลาย ดังรูป

แล้วรว่ มกนั อภิปรายจานวนแกนสมมาตรท่ีได้
2. ทากิจกรรมที่ 3.1 กอ่ ร่างสรา้ งลาย โดยออกแบบการพบั และการมดั แลว้ ย้อมสี ใหไ้ ดล้ วดลายตามท่ี กาหนด
จากน้นั รว่ มกันอภิปรายผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั ิกิจกรรม

31
3. ทากิจกรรมที่ 3.2 ทาได้ไหม ทาได้หรือเปล่า ค้นหาขั้นตอนการพับ การมัด และการย้อม ให้ได้ ลวดลายท่ี
กาหนด ดังรปู พร้อมทัง้ อธบิ ายหรอื นาเสนอขนั้ ตอนในการพับ

ข้อควรระวัง/ขอ้ เสนอแนะ
 กรรไกรเปน็ ของมีคม ควรใชอ้ ยา่ งระมดั ระวงั
 ถ้าสีผสมอาหารเลอะเสอ้ื ผ้าจะทาให้ซกั ออกยาก

หรอื ควรสวมผ้ากนั เปื้อนขณะทากจิ กรรม
 ความแน่นของการมัดยางจะชว่ ยให้รอยแบ่งของ

ลวดลายคมชดั

32

ใบกจิ กรรมที่ 3.1 ก่อร่ำงสร้ำงลวดลำย

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนออกแบบการพับและการมัด จากนัน้ ยอ้ มสตี ามเงอ่ื นไขทีก่ าหนดให้
1. ออกแบบการพับและการมดั แล้วยอ้ มสใี ห้ไดล้ วดลายท่ีมแี กนสมมาตร 2 แกน

1.1 ข้นั ตอนการพบั กระดาษ

1.2 จานวนรอยท่ีเกดิ ขึ้นจากการมดั ดว้ ยยางรดั ของ (..................รอย)

1.3 จานวนสที ีใ่ ช้ (......................สี)

1.4 จานวนแกนสมมาตรทไี่ ด้ (..................แกน)

33

ใบกิจกรรมที่ 3.2 ทำไดไ้ หม ทำไดห้ รอื เปล่ำ

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นคน้ หาขั้นตอนการพับ การมดั และการยอ้ ม ให้ไดล้ วดลายทีก่ าหนด ดงั รปู
พรอ้ มทั้งอธิบายหรอื นาเสนอขัน้ ตอนในการพบั

34

แนวคำตอบ
ใบกิจกรรม

35

ใบกิจกรรมท่ี 3.1 ก่อร่ำงสรำ้ งลวดลำย

คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นออกแบบการพบั และการมัด จากนั้นย้อมสตี ามเง่อื นไขท่กี าหนดให้
1. ออกแบบการพบั และการมัด แลว้ ยอ้ มสใี หไ้ ด้ลวดลายที่มแี กนสมมาตร 2 แกน

ตัวอยำ่ งขน้ั ตอนกำรพับกระดำษ แบบท่ี 1
1.1 ขั้นตอนการพบั กระดาษ

36

1.2 จานวนรอยท่ีเกิดข้ึนจากการมดั ดว้ ยยางรัดของ (.......2.......รอย)

1.3 จานวนสีทใ่ี ช้ (........3............สี)

1.4 จานวนแกนสมมาตรท่ไี ด้ (........2.......แกน)

หมำยเหตุ วธิ กี ำรพบั มหี ลำยแบบ อยใู่ นดุลพนิ ิจของครูผ้สู อน

37

ตวั อย่ำงขัน้ ตอนกำรพับกระดำษ แบบที่ 2
1.1 ขนั้ ตอนการพบั กระดาษ

38

1.2 จานวนรอยทเี่ กิดข้นึ จากการมัดดว้ ยยางรดั ของ (.......3.......รอย)

1.3 จานวนสีท่ใี ช้ (........4............สี)

1.4 จานวนแกนสมมาตรทไ่ี ด้ (........2.......แกน)

หมำยเหตุ วธิ ีกำรพบั มหี ลำยแบบ อยใู่ นดุลพินิจของครูผสู้ อน

39

ใบกิจกรรมท่ี 3.2 ทำไดไ้ หม ทำไดห้ รือเปล่ำ

คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นค้นหาขั้นตอนการพบั การมดั และการย้อม ใหไ้ ด้ลวดลายท่กี าหนด ดงั รูป
พร้อมท้ังอธบิ ายหรือนาเสนอข้นั ตอนในการพับ

ขัน้ ตอนกำรพับ กำรมัด และกำรยอ้ ม ให้ไดล้ วดลำยทกี่ ำหนด

หมำยเหตุ วธิ ีกำรพับมหี ลำยแบบ อยู่ในดลุ พนิ จิ ของครผู สู้ อน

40

กิจกรรม ศลิ ปะภำพพกิ เซล (Pixels)

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ระยะเวลา 3 ชั่วโมง

คอมพิวเตอร์แสดงรูปภาพเป็นตารางท่ีประกอบด้วยช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ๆ มากมาย เรียกว่า

พิกเซล หรือ จุดภาพ พิกเซลเป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของภาพที่แสดงบนจอแสดงผล ในแต่ละภาพจะมี

จานวนพกิ เซลแตกตา่ งกันหากเปรียบเทยี บ

ภาพที่มขี นาดพืน้ ทเี่ ทา่ กัน ภาพที่มจี านวนพกิ เซลมากจะมีความละเอียดสูง สามารถ มองเหน็ ไดช้ ดั เจน

มากกว่าภาพที่มีจานวนพิกเซลน้อย การแสดงผลใช้หลักการคล้ายกับการแปรอักษรในสนามกีฬา ภาพหรือ

ตัวอักษรเกิดจากการเรียงกันของ จุดสีต่าง ๆ จานวนหลายจุด ซึ่งเป็นการใช้สัญลักษณ์และแปลความหมาย

สญั ลกั ษณ์ (Coding)

จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

1. เข้าใจหลกั การแสดงผลรปู ภาพบนจอคอมพวิ เตอร์

2. สามารถแปลความหมายสญั ลักษณ์จากอกั ษรเปน็ ภาพ

3. สามารถเปรยี บเทียบภาพท่มี คี วามละเอยี ดแตกตา่ งกันได

สมรรถนะเฉพำะของผมู้ ีควำมสนใจพิเศษทำงด้ำนวิทยำศำสตร์ คณติ ศำสตร์ และเทคโนโลยี

1. ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

2. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเปน็ ทีม และภาวะผ้นู า

3. ทักษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทันสอื่

จติ วิทยำศำสตร์

1. ความรอบคอบ

2. ความเชื่อมั่นต่อหลักฐาน

3. การยอมรบั ความเหน็ ตา่ ง

4. ความอยากรอู้ ยากเหน็

5. ความมุง่ มนั่ อดทน

วสั ดอุ ุปกรณ์

รำยกำร จำนวนตอ่ กลมุ่ หมำยเหตุ

1. ใบกิจกรรม “ชว่ ยกันคน้ หาข้อความทซ่ี ่อนอยู่” 1 ชุด พิมพไ์ ดจ้ าก
(กจิ กรรมกลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน)
ใบกจิ กรรมท่ี 1

2. ใบกิจกรรม “สร้างภาพศิลปะจากเมล็ดธญั พชื ” (กจิ กรรมเดี่ยว) 1 ชุด พมิ พไ์ ด้จากใบ
กจิ กรรมที่ 2 - 3

3. กรรไกร 2 เล่ม

4. ดินสอสี 2 ชุด

41

รำยกำร จำนวนต่อกลุ่ม หมำยเหตุ
5. เมล็ดธญั พืช (ถว่ั ขาวและถ่ัวดา) 1 ชดุ
6. กาว
7. ไม้จิม้ ฟนั (สาหรบั ชว่ ยจ้ิมกาว เพื่อติดถวั่ ลงบน กระดาษ) 1 ขวดเลก็
2-3 อัน

แนวทำงกำรจดั กิจกรรม
สว่ นที่ 1 ชว่ ยกนั คน้ หำขอ้ ควำมทซี่ ่อนอยู่ (กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน)

1. ผสู้ อนแบ่งผู้เรยี นเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน
2. ผู้สอนเตรียมใบกิจกรรมท่ี 1 “ช่วยกันค้นหาข้อความทซี่ ่อนอยู่” สาหรับแจกใหผ้ เู้ รยี นกลุ่มละ 1 ชุด
พร้อมสีไม้
3. ใหผ้ ูเ้ รยี นใช้กรรไกรตัดแบ่งตารางทีม่ รี หัสข้อความทซี่ อ่ นอยู่จานวน 8 แผ่น สาหรบั แจกให้ผู้เรียน
ในกล่มุ คนละ 2 แผ่น
4. ใหผ้ ูเ้ รยี นแต่ละคนระบายสใี นชอ่ งทม่ี ีสญั ลักษณ์ “1” ทุกช่อง
5. ให้ผ้เู รยี นแต่ละกลมุ่ ทายข้อความท่ีจะปรากฏเมื่อนาภาพทุกแผน่ มาเรยี งต่อกัน
6. ใหผ้ ูเ้ รียนแต่ละกลุม่ นาภาพทั้ง 8 ภาพมาเรียงตอ่ กัน
7. ผู้เรียนและผสู้ อนสรุป และอภปิ รายผลทีเ่ กิดขน้ึ ร่วมกนั
8. ผู้สอนให้ความรู้เก่ียวกับหลักการแสดงผลรูปภาพบนจอคอมพิวเตอร์ และการแปลความหมาย
สญั ลกั ษณ์ จากอกั ษรเป็นภาพ
ส่วนท่ี 2 สรำ้ งภำพศิลปะจำกเมลด็ ธญั พชื (กจิ กรรมเดยี่ ว)
1. ผสู้ อนเตรยี มใบกจิ กรรม “สรา้ งภาพศิลปะจากเมล็ดธญั พชื ” (ใบกิจกรรมท่ี 2และ ใบกจิ กรรมที่ 3)
ซึ่งประกอบดว้ ยตาราง จานวน 2 ขนาด สาหรบั แจกให้ผเู้ รยี นคนละ 1 ชุด พรอ้ มอุปกรณ์
2. ให้ผ้เู รียนออกแบบภาพศิลปะจากเมล็ดธญั พืชทีม่ ีขนาดของภาพเทา่ กัน และเปน็ ภาพแบบเดียวกัน
ลงบน ตารางทั้ง 2 ขนาด (ขนาดช่องตารางขนาดใหญ่ 1 ช่อง จะเท่ากับช่องตารางขนาดเล็ก 4 ช่อง) และ
กาหนดตวั เลขเพอ่ื ใช้แทนสญั ลกั ษณ์ ดงั นี้
“0” แทน เมล็ดถ่ัวขาว “1” แทน เมลด็ ถว่ั ดา
3. ใหผ้ เู้ รยี นใชเ้ มลด็ ธัญพืชติดลงในชอ่ งตารางดว้ ยกาว ทงั้ 2 ขนาด แลว้ รอใหแ้ หง้
4. ใหผ้ เู้ รียนเปรียบเทียบความแตกตา่ งผลงานภาพทีไ่ ด้ แล้ววิเคราะห์ผลการทดลอง
5. ผเู้ รียนและผู้สอนสรปุ และอภิปรายผลที่เกดิ ขึ้นรว่ มกัน
6. ผสู้ อนให้ความรเู้ กี่ยวกับพิกเซล (Pixels) และการเปรียบเทียบภาพทมี่ ีความละเอียดแตกตา่ งกัน

42

เกิดอะไรขึ้น
กิจกรรม มำช่วยกันค้นหำขอ้ ควำมทซี่ อ่ นอยู่

เมื่อแปลสัญลักษณ์โดยระบายสีในช่องที่มีตัวเลข “1” ทุกช่อง แล้วนาภาพของผู้เรยี นท้ัง 8 คนมาต่อ
รวมกันเป็นภาพใหญ่ จานวน 1 ภาพ จะได้ภาพท่ีมีข้อความว่า “TEN POWER” ซ่ึงเป็นข้อความที่ซ่อนอยู่
น่ันเอง กิจกรรมนี้จะได้เรียนรเู้ รือ่ งการแปลความหมายสัญลักษณ์ และเข้าใจหลักการแสดงผลของรูปภาพบน
จอแสดงผล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
0 1 1 1 1 0 0 1 1 1 0 0 1 0 0 0 1 0 1 1 1 1 0 1 1 1 0 0 0 01 1 1 1 1 0 1 1 1 1 0 1 0 0 0 1 0 0
0 1 0 0 1 0 1 0 0 0 1 0 1 0 1 0 1 0 1 0 0 0 0 1 0 0 1 0 0 00 0 1 0 0 0 1 0 0 0 0 1 1 0 0 1 0 0
0 1 1 1 1 0 1 0 0 0 1 0 1 0 1 0 1 0 1 1 1 1 0 1 1 1 0 0 0 00 0 1 0 0 0 1 1 1 1 0 1 0 1 0 1 0 0
0 1 0 0 0 0 1 0 0 0 1 0 1 0 1 0 1 0 1 0 0 0 0 1 0 0 1 0 0 00 0 1 0 0 0 1 0 0 0 0 1 0 0 1 1 0 0
0 1 0 0 0 0 0 1 1 1 0 0 1 1 1 1 1 0 1 1 1 1 0 1 0 0 1 0 0 00 0 1 0 0 0 1 1 1 1 0 1 0 0 0 1 0 0
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 00 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

กจิ กรรม สร้ำงภำพศิลปะจำกเมลด็ ธัญพชื
เม่ือผู้เรียนออกแบบภาพท่ีมีขนาดพื้นท่ีเท่ากัน และเป็นภาพแบบเดียวกัน ลงในตารางทั้ง 2 ขนาด

เปรียบเสมือนการทางานของคอมพิวเตอร์ในการแสดงผลภาพบนจอ ซ่ึงตาราง 1 ช่องจะแทนพิกเซล แล้วใช้
เมล็ด ถั่วขาวแทนสัญลักษณ์ “0” และเมล็ดถั่วดา แทนสัญลักษณ์ “1” หากเปรียบเทียบภาพในตารางท้ัง 2
ขนาด จะ พบว่าภาพในตารางขนาดเล็ก (จานวนพิกเซลมากกวา่ ) มีความชัดเจนมากกว่าภาพที่อยู่ในตารางข
นาดใหญ่ (จานวนพิกเซลน้อยกว่า) โดยขนาดช่องตารางขนาดใหญ่ 1 ช่อง จะเท่ากับช่องตารางขนาดเล็ก 4
ช่อง

ตวั อย่างการออกแบบภาพบา้ นในตารางทงั้ 2 ขนาด โดยมีขนาดพน้ื ทีเ่ ท่ากัน จะพบว่า ภาพในตาราง
ขนาดเล็กซ่ึงมีจานวนพิกเซลมากจะมีความชัดเจนมากกว่า แตกต่างกับภาพในตารางขนาดใหญ่จะมีจานวน
พกิ เซล นอ้ ย จะมคี วามชัดเจนจะนอ้ ยตามไปด้วย

ตำรำงขนำดใหญ่ ตำรำงขนำดเล็ก

43

แนวทำงสรุปกจิ กรรมและอภปิ รำยผล

เครื่องคอมพิวเตอร์แสดงผลของรูปภาพเป็นตารางท่ีประกอบด้วยช่องสี่เหล่ียมขนาดเล็กมากมาย

เรียกว่า พิกเซล หรอื จุดภาพ พิกเซลเป็นหนว่ ยพ้ืนฐานที่เล็กท่ีสุดของภาพที่แสดงบนจอแสดงผล ในแตล่ ะภาพ

จะมจี านวน พกิ เซลแตกตา่ งกัน โดยจะแสดงจานวนพิกเซลในแนวนอนและแนวตง้ั ตัวอย่างเช่น 1,024 x 768

คือ มีพิกเซลใน แนวนอนจานวน 1,024 พิกเซล และพิกเซลในแนวตั้งจานวน 768 พิกเซล ซ่ึงภาพที่เห็นมี

ท้ังหมด 786,000 พิก เซล หากเปรียบเทียบภาพท่ีมีขนาดพ้ืนท่ีเท่ากัน ภาพที่มีจานวนพิกเซลมากจะมีความ

ละเอยี ดสูง จงึ มองเห็นได้ ชัดเจนมากกว่าภาพท่มี จี านวนพกิ เซลน้อย

การส่งข้อมูลรูปภาพผ่านตัวกลางที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์หรอื เครื่องคอมพวิ เตอร์ จุดภาพแต่ละ

จุดจะ ถูกแปลงเป็นสัญญาณข้อมูลตัวเลข และถูกส่งต่อไปถึงปลายทาง ก่อนท่ีจะถูกแปลงข้อมูลจากตัวเลข

กลับเป็น จุดภาพ เพื่อแสดงผลกลับมาเป็นรูปภาพอีกคร้ัง การแสดงผลใช้หลักการคล้ายกับการแปรอักษรใน

สนามกีฬา ภาพ หรือตัวอักษรเกิดจากการเรียงกันของจุดสีต่าง ๆ จานวนหลายจุด ซ่ึงเป็นการใช้สัญลักษณ์

และแปลความหมาย สัญลักษณ์

แนวทำงกำรประเมินผู้เรียน

หัวขอ้ กำรประเมิน ผลกำรประเมนิ
ผำ่ น ไม่ผ่ำน

1. อธบิ ายหลกั การแสดงผลรูปภาพบนจอคอมพวิ เตอร์

2. แปลความหมายสญั ลักษณจ์ ากอักษรเป็นภาพได้

3. สรา้ งภาพศลิ ปะจากเมล็ดพืชในตาราง จานวน 2 ขนาด และอธิบาย

ความแตกตา่ งของภาพได้

44

ใบกิจกรรมที่ 1 “มำช่วยกนั ค้นหำขอ้ ควำมทีซ่ อ่ นอยู่”

วธิ เี ลน่ ใช้กรรไกรตดั แบ่งตารางให้ผูเ้ ลน่ คนละ 1 แผ่น ระบายสใี นชอ่ งทมี่ ีสญั ลักษณ์ “1”ทกุ ชอ่ งแล้วนาตาราง
แตล่ ะแผน่ มาเรียงตอ่ กัน จะเห็นข้อความท่ีซอ่ นอยู่

000000 000000
000000 000000
1 1 1 1 10 01 1 100
00 1 000 1 000 1 0
00 1 000 1 000 1 0
00 1 000 1 000 1 0
00 1 000 01 1 100
000000 000000
000000 000000

000000 000000
000000 000000
01 1 1 10 1 000 1 0
0 1 00 1 0 101010
01 1 1 10 101010
0 1 0000 101010
0 1 0000 1 1 1 1 10
000000 000000
000000 000000

45

000000 000000
000000 000000
1 1 1 101 1 1 1 101
1 0000 1 1 0000 1
1 1 1 101 1 1 1 101
1 0000 1 1 0000 1
1 1 1 101 1 1 1 101
000000 000000
000000 000000

000000 000000
000000 000000
000 1 00 1 10000
1 00 1 00 00 1 000
0 1 0 1 00 1 10000
001 100 00 1 000
000 1 00 00 1 000
000000 000000
000000 000000

46

ใบกจิ กรรมท่ี 2 “สรำ้ งภำพศิลปะจำกเมลด็ ธญั พืช”
(แบบชอ่ งตารางขนาดใหญ)่

วธิ เี ล่น ออกแบบภาพและกาหนดตวั เลขเพื่อใชแ้ ทนสญั ลกั ษณ์ แล้วติดเมล็ดธัญพืชลงในชอ่ งช่องละ 1 เมล็ด
แผ่น 1/2


Click to View FlipBook Version