คูม่อืโรงเรยีนปลอดภยั
โรงเรยีนโพธินมิิตวทิยาคม
Potinimitwittayakom SafetySchool
โรงเรียนโพธนิมิติวทิยาคมอําเภอปากเกร็ดจังหวดันนทบุรี
สาํนกังานเขตพืนทกีารศกึษามธัยมศกึษานนทบรุี
สํานกังานคณะกรรมการการศึกษาขนัพืนฐาน
กระทรวงศึกษาธกิาร
คำนำ
การเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคมในยุคปัจจุบันทำให้เกิดการตื่นตัว และสนใจในการค้นหาข้อมูล
ข่าวสารเพื่อพัฒนาตนเอง คนรอบข้าง ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายได้อย่างเสรี ทำให้เกิด
การพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง การแสดงออกด้านสิทธิเสรีภาพเป็นอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะนักเรียน
ในสถานศึกษาท่ีให้ความสำคัญเรื่องสิทธิ และเสรีภาพของตนเอง นักเรียนจึงมีความสนใจในการหาข้อมูล
ค้นคว้าด้วยตนเอง ผ่านสื่อโซเซียลมีเดียที่หลากหลาย มีพฤติกรรมท่ีกล้าแสดงออก ด้านการสื่อสารออนไลน์
รวมไปถงึ การแสดงออกเชงิ สัญลกั ษณ์ในกลุ่มวยั ของตนเอง เพอื่ ที่จะให้ผูท้ ีม่ องแนวคิดเห็นตา่ งไดร้ บั รู้ และแก้ไข
ในสิ่งที่ตนเรียกร้อง การแสดงออกซึ่งความเห็นต่างที่อยู่บนพื้นฐานค่านิยมไทย อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้ง
ขึ้นระหว่างผู้ที่มีความเห็นต่างกัน อาจนำไปสู่ความรุนแรงและการเผชิญหน้า ทำให้เกิดความแตกแยก และ
เข้าใจผิดลุกลามเป็นปัญหา และโรคอุบัติใหม่อันได้แก่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ส่งผลต่อ
สุขภาพของนักเรียน ครู บุคลากร และส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ที่ต่ำลง อีกทงั้ ยังเปน็ เร่อื งความปลอดภยั ของนักเรยี นในโรงเรียน นับเปน็ เรื่องทีส่ ำคญั อยา่ งย่ิง ดงั นั้นขา้ ราชการ
ครู และบุคลากรทางการศึกษาตอ้ งคอยระมดั ระวงั ปอ้ งกัน และสนบั สนนุ ใหน้ ักเรยี นมีความปลอดภัยสงู สุด
ดังนั้นโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมจึงได้ดำเนินการจัดทำคู่มือโรงเรียนปลอดภัย(Safety School) เพื่อ
เป็นแนวทางในการดูแลความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม
ดา้ นมาตรการป้องกัน และแก้ไข อบุ ตั เิ หตุ อุบัตภิ ัย และปญั หาสังคม ดา้ นสุขภาพอนามยั ของนักเรียนโรงเรียน
โพธินิมิตวิทยาคม ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากร ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุน
ให้คู่มอื ฉบับนม้ี ีความสมบรู ณ์ เพอื่ ให้สถานศึกษาได้นำไปใช้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
นางกรชนก สุตะพาหะ
ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธนิ ิมิตวิทยาคม
สารบญั หน้า
เรือ่ ง 1-3
4
ขอ้ มูลพืน้ ฐาน 5-6
ประวัติความเป็นมาโรงเรยี น
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการท่เี กยี่ วกบั โรงเรยี นปลอดภัย (Safety School) 7-11
โครงการโรงเรยี นปลอดภัย 12-22
1. ดา้ นการจดั การเรียนการสอน 23-29
ระยะท่ี 1 การเตรียมความพร้อม
ระยะที่ 2 การจดั การเรียนการสอน 30-33
34-38
2. ด้านปัญหาสังคม 39-41
สาเหตุ มาตรการป้องกัน และแนวทางการแก้ปญั หาเม่อื เกดิ เหตกุ ารณ์
42-47
3. ดา้ นสุขภาพอนามยั 48-51
ความปลอดภยั ดา้ นอุบตั เิ หตุ 52-53
ความปลอดภยั ด้านสาธารณสุข และโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
ความปลอดภัยด้านอาหาร และร้านคา้ ในสถานศึกษา 54-55
4. ดา้ นบริเวณพน้ื ที่ภายในโรงเรียน 56
พน้ื ทโี่ ซนสีแดง 57
พน้ื ทโ่ี ซนสีเหลอื ง 58
พ้ืนทโ่ี ซนสเี ขียว 59-60
5. ด้านการโจรกรรม 61-63
สาเหตุ และแนวทางการปอ้ งกนั แก้ไข 64-75
76-80
6. ดา้ นอุบตั ภิ ยั ตา่ ง ๆ 81-85
อุบตั ิภยั จากอคั คีภัย
อบุ ตั ภิ ยั จากวาตภัย 86-87
อบุ ัตภิ ยั จากแผน่ ดนิ ไหว 88-93
อบุ ัติภยั จากอุทกภัย
มาตรการและแนวทางในการปฏิบัติของโรงเรยี น
ส่วนที่ ๑ ความรู้เบ้ืองต้นท่ีควรรู้
สว่ นที่ ๒ แนวปฏิบัตกิ ารเตรยี มการก่อนเปิดภาคเรยี น
สว่ นที่ ๓ แนวปฏิบัติระหว่างเปดิ ภาคเรียน
ส่วนที่ ๔ แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID–19)
ส่วนที่ ๕ แผนเผชิญเหตุ
สว่ นที่ ๖ บทบาทของบุคลากรและหน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
ภาคผนวก
๑
ขอ้ มูลพนื้ ฐานโรงเรยี นโพธินมิ ิตวทิ ยาคม
ประวตั ิความเปน็ มาของโรงเรียน
หลวงปขู่ าว ส่ิงศกั ดส์ิ ิทธ์ิประจำโรงเรียน
โรงเรียนโพธินมิ ิตวทิ ยาคม ตงั้ อย่ทู ี่ 51 ม. 4 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี
สงั กัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศกึ ษานนทบรุ ี เบอรโ์ ทรศพั ท์ 0-2583-7345
โทรสาร(แฟกซ์) 0–2584-4860 E-mail : [email protected], [email protected]
website : www.potinimit.ac.th
๒
พระอธิการทองดี ฐานธมฺโม อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธ์บิ า้ นอ้อย
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ
จัดต้ังข้ึนเม่ือวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2526 เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่
6 มีเนื้อที่ 35 ไร่ 260 ตารางวา ใช้ท่ีดินของวัดโพธ์ิบ้านอ้อย โดยมีพระอธิการทองดี ฐานธมฺโม อดีตเจ้า
อาวาสวัดโพธิ์บ้านอ้อยเป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียน ในปีการศึกษา 2524 พระอธิการทองดี ฐานธมฺโม ปรารถนาที่
จะใหม้ ีโรงเรียนมธั ยมศึกษาเกิดขึ้นในท้องทีต่ ำบลบางพดู จงึ ได้ปรึกษากับอาจารย์กวา้ ง รอบคอบ ผู้อำนวยการ
โรงเรียนปากเกร็ด ประกอบกับในเวลาดังกล่าวโรงเรยี นปากเกร็ดขาดแคลนห้องเรียน เน่ืองจากอยู่ในระหว่าง
การก่อสร้างอาคารเรียน จึงเห็นสมควรให้เปิดโรงเรียนใหม่ขึ้นเป็นสาขาของโรงเรียนปากเกร็ด มีห้องเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6 ห้องเรียน ทำการสอนโดยคุณครูจากโรงเรียนปากเกร็ด และมีอาจารย์พงษ์ศักดิ์
ปกป้อง หัวหน้าวิชาการพัสดุ ช่วยราชการโรงเรียนปากเกร็ด เป็นผู้ดูแลแทนผู้อำนวยการโรงเรียนปากเกร็ด
ในขณะนั้นมีนักเรียนท้ังหมด 234 คน ต่อมาในปีการศึกษา 2526 จึงได้ประกาศจัดตั้งเป็นโรงเรียน
มัธยมศึกษา ในช่ือว่า “โพธนิ ิมติ วทิ ยาคม” หมายถงึ “การถงึ พร้อมด้วยความรดู้ ังเครอื่ งหมายของผ้รู แู้ จ้ง”
แผนที่ตั้งโรงเรยี นโพธนิ มิ ิตวิทยาคม
๓
ปรัชญาโรงเรียน
ปญั ฺญา ว ธเนน เสยโฺ ย ปญั ญาย่อมประเสริฐกวา่ ทรัพย์
ตราสญั ลักษณโ์ รงเรียน
“ใบโพธิ์บนพานทอง กลางวงล้อมดว้ ยธรรมจักร”
ใบโพธิ์ หมายถึง ผู้รแู้ จ้ง
ธรรมจกั ร หมายถึง แดนธรรม
วิสัยทศั น์ (VISION)
ลกู โพธนิ ิมติ ฯ เปน็ คนดี มีคณุ ภาพไดม้ าตรฐานสากล บนพื้นฐานความเปน็ ไทย
ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พันธกิจ (MISSION)
1. สง่ เสรมิ ผเู้ รยี นให้มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ บนพนื้ ฐานความเป็นไทยตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. พัฒนาผเู้ รยี นให้เปน็ พลโลก มมี าตรฐานสากล
3. สง่ เสริมผเู้ รียนสคู่ วามเปน็ เลศิ เต็มตามศกั ยภาพ
4. พฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาให้ไดม้ าตรฐานวิชาชีพ
5. ส่งเสริมการใชเ้ ทคโนโลยี นวัตกรรม เพ่ือการบรหิ ารจดั การศึกษาและการจัดการเรยี นรู้ที่เน้น
ผู้เรยี นเปน็ สำคญั แบบ Active Learning มีทกั ษะส่ศู ตวรรษท่ี 21
6. ส่งเสริมการบริหารจัดการดว้ ยระบบคณุ ภาพตามหลักธรรมาภิบาล
๔
เป้าประสงค์ (Goals)
1. ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ บนพื้นฐานความเป็นไทย ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ตำ่ กว่า รอ้ ยละ 90
2. ผู้เรียนมีคุณลักษณะเป็นเลิศทางวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่าง
สร้างสรรค์ และร่วมรบั ผิดชอบตอ่ สังคมโลก ไม่ตำ่ กวา่ ร้อยละ 65
3. ผเู้ รยี นมคี วามเปน็ เลศิ เต็มตามศกั ยภาพ ตามความถนดั ความสนใจ ไมต่ ่ำกว่า ร้อยละ 65
4. ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะตามมาตรฐานวชิ าชีพ ไม่ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 80
5. โรงเรียนนำเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรม มาใช้ในการบรหิ ารจัดการศึกษา และการจดั การเรียนรู้
ทีเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั แบบ Active Learning มที กั ษะสู่ศตวรรษที่ 21 ไมต่ ำ่ กวา่ ร้อยละ 85
6. โรงเรียนมีการบริหารจดั การด้วยระบบคุณภาพตามหลกั ธรรมาภบิ าล ไม่ตำ่ กว่า ร้อยละ 85
นโยบายโรงเรียนปลอดภัย (Safety School)
การเปล่ียนแปลงของบริบททางสังคมในยุคปัจจุบันทำให้เกิดการต่ืนตัว และสนใจในการค้นหาข้อมูล
ขา่ วสารเพ่อื พัฒนาตนเอง คนรอบข้าง ทกุ คนมีสทิ ธิเข้าถึงข้อมูลขา่ วสารท่ีหลากหลายได้อยา่ งเสรี ทำให้เกดิ การ
พัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง การแสดงออกด้านสิทธิเสรีภาพเป็นอิสระมากขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนใน
สถานศึกษาที่ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิ และเสรีภาพของตนเอง นักเรียนจึงมีความสนใจในการหาข้อมูลค้นคว้า
ดว้ ยตนเอง ผา่ นส่ือโซเซียลมีเดยี ทีห่ ลากหลาย มพี ฤติกรรมท่ีกล้าแสดงออก ดา้ นการสื่อสารออนไลน์ รวมไปถึง
การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในกลุ่มวัยของตนเอง เพื่อท่ีจะให้ผู้ที่มองแนวคิดเห็นต่างได้รับรู้ และแก้ไขในส่ิง
ที่ตนเรียกร้อง การแสดงออกซึ่งความเห็นต่างที่อยู่บนพ้ืนฐานค่านิยมไทย อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น
ระหว่างผู้ท่ีมีความเห็นต่างกัน อาจนำไปสู่ความรุนแรงและการเผชิญหน้า ทำให้เกิดความแตกแยกและเข้าใจ
ผดิ ลุกลามเปน็ ปญั หา ทงั้ ยังสง่ ผลต่อความปลอดภัยของนักเรียนในโรงเรียน นับเป็นเรอ่ื งทส่ี ำคัญอย่างยิ่ง ดงั นั้น
ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องคอยระมัดระวังป้องกัน และสนับสนุนให้นักเรียนมีความ
ปลอดภัยสงู สุด
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม มีหน้าที่กำกับดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการจัด
การเรียนการสอนตามหลักสูตรการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ควบคู่กับการดูแล รักษาความปลอดภัยให้กับ
นักเรียนเพื่อเป็นเยาวชนที่ดีในอนาคต มีการจัดทำคู่มือโรงเรียนปลอดภัย (Safety School) เพื่อดูแลความ
ปลอดภยั ให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในการสร้างข้อตกลง แนวทางปฏิบัติ ยอมรับฟังความ
คิดเห็นที่แตกต่างจากการแสดงออกด้านสิทธิ และเสรีภาพของนักเรียน โดยการสร้างความเข้าใจในกลุ่มครู
บุคลากรทางการศึกษา ท่ีมีหน้าทห่ี ลักในการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการปอ้ งกัน และสง่ เสรมิ ให้นักเรียน
ได้แสดงออกอยา่ งเสรีอยบู่ นพืน้ ฐานความเหมาะสม ตามคุณลกั ษณะของนักเรียน โดยยึดถอื ความปลอดภัยของ
นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา สง่ ผลสกู่ ารจดั การเรยี นการสอนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพสงู สดุ
๕
โครงการโรงเรยี นปลอดภยั
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันสภาพแวดล้อม และอาคารสถานท่ี เป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยส่งเสริมในการเรียนรู้ให้
ผู้เรียนได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน คณะครู ผู้ปกครอง
และผู้ใช้บริการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือใช้อาคารสถานท่ีต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมให้บริการ
แก่ชุมชน สภาพของอาคารเรียนต้องมีความแข็งแรงทนทาน และพร้อมใช้งาน จึงต้องดำเนินการจัดทำ
โครงการดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข พร้อมท้ังมีแหล่งการเรียนรู้ท้ังในห้องเรียน และนอก
ห้องเรยี นที่หลากหลาย มีสภาพแวดล้อมทดี่ ี มอี าคารเรยี นที่แขง็ แรงปลอดภยั มรี ะบบสาธารณูปโภคท่สี มบรู ณ์
ดังน้ันกลุ่มงานอาคารสถานที่จึงจำเป็นต้องพัฒนาซ่อมแซม ปรับปรุงให้พร้อมใช้งาน และเกิดความปลอดภัย
สงู สดุ เพ่ือให้เพยี งพอกับความต้องการของโรงเรียน และชมุ ชนในการจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ส่งผลให้โรงเรียน และ
นักเรียนมีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรสถานศึกษา มีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง นักเรียนมีคุณภาพตรง
ตามมาตรฐานการศกึ ษา
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้อาคารสถานที่ ส่ิงแวดล้อมบรเิ วณโรงเรียน ร่มรื่น ปลอดภัย ต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร
ในโรงเรียน
2. เพือ่ ใหส้ ภาพห้องเรยี นและอาคารสถานทใี่ หม้ คี วามพรอ้ มสำหรับการใช้งานอยูเ่ สมอ
3. เพ่ือพัฒนาส่ิงแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอ้ือต่อการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน อย่าง
มคี ุณภาพ
4. เพอ่ื ให้นกั เรยี น ครู และบคุ ลากรทุกคนในโรงเรยี นมคี วามปลอดภยั
เปา้ หมาย
1. เป้าหมายเชิงปรมิ าณ
นักเรียน/ครู และบุคลากรภายในโรงเรียน ได้รับความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าท่ีในโรงเรียน
รอ้ ยละ 100
2. เปา้ หมายเชิงคณุ ภาพ
1. สภาพแวดล้อมภายในโรงเรยี นสะอาด และปลอดภยั มีสิง่ แวดล้อมที่เออื้ ต่อการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น
2. นกั เรยี น ครู และบุคลากรทุกคนในโรงเรยี นมคี วามปลอดภัย สามารถเอาตวั รอดไดเ้ มื่อเกดิ อุบัตภิ ัย
โครงการ/งาน โรงเรยี นปลอดภยั (Safety School)
กิจกรรม ผู้รบั ผดิ ชอบ
1. กจิ กรรม จดั จ้างแมบ่ า้ นทำความสะอาด นางอรทยั มารนนท์
2. กจิ กรรม จดั จา้ งพนักงานรักษาความปลอดภยั นางอรทยั มารนนท์
3. กจิ กรรม จัดซ้ืออุปกรณ์ทำความสะอาด นางอรทยั มารนนท์
4. กจิ กรรม โรงเรยี นปลอดขยะ นายอภินนั ท์ พลเยย่ี ม
5. กจิ กรรม พฒั นาภมู ทิ ัศน์และสงิ่ แวดล้อมโรงเรยี น นายอภินันท์ พลเยีย่ ม
6. กิจกรรม ปรับปรงุ ห้องเรยี นศิลป์ นางอรทยั มารนนท์
๖
กจิ กรรม ผู้รับผิดชอบ
7. กจิ กรรม ล้างและทำความสะอาดเคร่ืองปรับอากาศ นายสุจริต พุ่มไม้
8. กิจกรรม ปรับปรงุ ปอ้ มยามรกั ษาความปลอดภยั นายสจุ ริต พมุ่ ไม้
9. กจิ กรรม ปรับปรุงและติดต้งั กล้องวงจรปิดเพม่ิ เติม นายสจุ ริต พมุ่ ไม้
10. กิจกรรม ปรับปรุงหอประชุมพงษศ์ ักด์ิปกป้อง นายสจุ ริต พุ่มไม้
11. กิจกรรม ปรบั ปรุงระบบสาธารณูปโภคภายในโรงเรยี น นายสุจริต พุ่มไม้
12. กจิ กรรม ซ่อมแซมระเบียงอาคารท่ี 1,2,3 นายสจุ ริต พ่มุ ไม้
13. กจิ กรรม ปรบั ปรุงระบบเครอ่ื งเสียงห้องประชุมทองดี นายสุจรติ พุ่มไม้
14. กิจกรรม ปรับปรุงและทาสีลานอเนกประสงคห์ นา้ เสาธง นายสจุ รติ พุ่มไม้
15. กจิ กรรม งานดแู ลอาคารและสถานที่ นายสจุ รติ พุ่มไม้
16. กิจกรรม ซอ่ มแซมพื้นกระเบ้ืองหอ้ งสมุด นายสุจริต พุ่มไม้
17. กจิ กรรม ซ่อมแซมหลงั คาอาคารเรยี น 1,2,3 นายสจุ รติ พุม่ ไม้
18. กจิ กรรม พฒั นาสนามกีฬาอเนกประสงคต์ ามมาตรฐานสากล นายอภินันท์ พลเย่ยี ม
การประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียน ครู และบคุ ลากรในโรงเรยี น
2. ผลลัพธจ์ ากการปฏบิ ตั งิ านตามโครงการ
ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
1. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่สะอาด สวยงาม ร่มร่ืน เอ้ือต่อการเรียนการสอนส่งผลให้ผู้เรียนทุกคน
เกิดเรียนร้อู ย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. อาคารเรียนและสิ่งแวดล้อมท่ัวไป มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และพร้อมใช้งานกิจกรรมต่าง ๆ
ท่เี กยี่ วกับการ จัดการเรียนการสอน ท้ังในห้องเรยี น และนอกหอ้ งเรียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
3. คณะครูนักเรียน และบุคลากรสามารถ ใช้แหล่งเรียนรู้ท้ังหมดภายในโรงเรียนในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
4. นักเรยี น ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา มจี ติ สำนึกในการจดั การขยะและอนุรักษ์สิง่ แวดลอ้ ม
จากการดำเนินการโรงเรียนคุณภาพ ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมได้ดำเนินการตามนโยบาย โดยจัดทำโครงการโรงเรียน
ปลอดภัย ซึ่งมีกิจกรรมในหลากหลายภาคส่วน แต่ในส่วนที่สำคัญที่สุดในโรงเรียน คือการจัดทำคู่มือโรงเรียน
ปลอดภัย เพ่ือเป็นคู่มือให้นักเรียน ครู และบุคลากร ปฏิบัติเม่ือเกิดเหตุการณ์หรืออุบัติภัย ท่ีเกิดข้ึนภายใน
โรงเรยี น ดังมรี ายละเอยี ดแตล่ ะเรอ่ื ง ดงั น้ี
๗
1. ดา้ นการจดั การเรยี นการสอน
การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ในระดับ
โรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และครูถือเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ ท้ังการเตรียมความพร้อมก่อนเปิด
ภาคเรยี น และการดำเนินการจดั การเรียนการสอนในระหว่างเปิดภาคเรียน จากการท่ีสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยศูนย์เฉพาะกิจการจดั การศึกษาทางไกลในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมได้จัดทำแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพ่ือเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายการจดั การเรียน
การสอนไปสู่การปฏิบตั ิ ให้เกดิ ความพร้อมในดา้ นบรหิ ารจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี น สำหรบั บทบาทและ
การกิจของโรงเรียนต้องดำเนินการ โดยคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพของครู นักเรียน และผู้ท่ี
เก่ยี วข้องเปน็ สำคัญ ประกอบดว้ ยการดำเนนิ การใน 2 ระยะ ดงั น้ี
ระยะท่ี 1 ระยะการเตรียมความพรอ้ ม แบง่ บทบาทออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้
ช่วงท่ี 1 ชว่ งการวางแผนเพ่อื เตรยี มความพรอ้ ม
1. ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหนว่ ยงานที่เกย่ี วข้อง เพ่ือวเิ คราะหส์ ภาพปัญหา
และแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) กอ่ นเปดิ เรยี น
2. รายงานผลการสำรวจความพร้อมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบต่าง ๆ ในสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
และสำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษานนทบรุ ีไดร้ ับทราบ
3. สรุปข้อมูลความพร้อมการจัดการเรียนการสอนรูปแบบต่าง ๆ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงเรียน เพื่อนำเสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัด(ศบค.จังหวัด) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
และหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องอนื่ ๆ ทราบ
ชว่ งที่ 2 ช่วงการกำหนดแนวทางการจดั การเรียนการสอน
1. ประชุมช้ีแจงแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ให้แก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้เกี่ยวขอ้ งอื่น ๆ ไดร้ ับทราบ
2. ประสานความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน
เพ่อื เปดิ โอกาสใหท้ ุกภาคสว่ นไดม้ สี ่วนร่วมในการวางแผน และดำเนินการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
3. กำหนด และวางแผนการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงเรียน ร่วมกับสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี และ
หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ งในชุมชน
4. วางแผนการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นเรียนโดยนำข้อมูลผลการสำรวจความพร้อม
การจัดการเรียนการสอนรูปแบบต่าง ๆ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
๘
(COVID-19) ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้ดำเนินการสำรวจสภาพความพร้อมของใช้
เป็นหลักในการกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนตามแนวทาง ได้แก่ รูปแบบ On-site,
On-air, On–demand, Online และ On-hand รวมถึงการจัดกลุ่มนักเรียนสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนแบบผสมผสาน(Blended Learning) ท้ังรูปแบบ On–site ร่วมกับรูปแบบการเรียนการสอนทางไกล
(Distance Learning) อ่ืน ๆ โดยคำนงึ ถงึ สภาพความพร้อม และบริบทของโรงเรยี น
5. สำรวจ และเตรียมความพร้อมด้านสื่อ อุปกรณ์ และเครื่องมือส่งเสริมการจัการเรียนรู้ สำหรับครู
และบคุ ลากรที่เกยี่ วข้อง ใหส้ ามารถจดั การเรียนการสอนตามรปู แบบการเรยี นการสอนท่ีกำหนดไว้
6. จัดเตรียมทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอนให้กับครู และนักเรียน สำหรับใช้ในการจัด
การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ เช่น สื่อการเรียนการสอน จัดชุดการเรียนรู้ ใบงาน แบบฝึกหัดสำหรับ
นกั เรยี นกล่มุ เสีย่ งที่เรียนในรูปแบบ On-hand เปน็ ต้น
7. ติดตาม ดูแลนักเรียนให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุข และเก็บข้อมูลนักเรียนเพื่อใช้ในการคัดกรองนักเรียน
ตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประกอบด้วย แบบประเมินพฤติกรรม (SDQ) แบบประเมินความฉลาด
ทางอารมณ์ (EQ) และแบบคดั กรองนักเรยี น
8. ชกั ซ้อมความเขา้ ใจ ครู นกั เรียน และผปู้ กครองถงึ แนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคคิดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือทบทวน และตรวจสอบการเตรียมความ
พร้อมในการจัดการเรียนการสอนกอ่ นเปดิ ภาคเรยี น
9. จัดทำช่องทางสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ เพ่ือให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ที่เก่ียวข้องกับ
การจัดการเรียนการสอน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งบริการสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีดีจิทัล เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือ
เพ่ือใช้จดั การเรียนการสอนในช้ันเรยี น และเรียนรดู้ ้วยตนเองจากที่บ้าน (Learn From Home) หรือการตอบ
คำถาม ใหค้ ำปรึกษาการจดั การเรยี นการสอนของนักเรยี นท่ีบ้าน โดยโรงเรยี นจัดชอ่ งทางการติดตอ่ สื่อสาร
ชว่ งท่ี 3 การดำเนนิ การก่อนเปดิ เรียน
1. ประสานงานรว่ มกับศึกษานิเทศกท์ ่ีไดร้ ับมอบหมายให้นิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนการสอนของ
โรงเรียน ในการวางแผนการออกแบบการจัดกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต ภายใต้แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้
ปรากฏการณ์เป็นฐาน หรือ Phenomenon Based Learning (PhenoB) ทั้งกิจกรรมประเภท Online เพ่ือ
พัฒนาครูด้านทักษะดิจิทัล และเทคนิคการสอน Online รวมทั้งการใช้คลังสื่อดิจิทัลในระดับการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน (OBEC Content Center) ท่ีจัดหมวดหมู่ตามระดับช้ัน/กลุ่มสาระการเรียนรู้พร้อมให้บริการแก่
ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครอง สำหรับส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษา และเรียนรู้ ในช่วงก่อนเปิด
ภาคเรียน โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน และดำเนนิ งานร่วมกับ ศบค.จงั หวดั โดยให้คำนึงถึงมาตรการความปลอดภยั เปน็ หลัก
2. ประสานการดำเนินงาน ระหว่างหน่วยงาน เเละองค์กรท่ีเก่ียวข้องเพ่ือเตรียมความพร้อมของทุก
หน่วยงานในการดำเป็นการก่อนเปิดภาคเรียน โดยมีการดำเนนิ การดงั นี้
๙
- ประสานงานกับ ศบค.จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องอื่น ๆ เพ่ือนำข้อมูลมาใช้วางแผน และเตรียมการดำเนินการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) และเตรียมแนวทางการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินท่ีอาจเกิดข้ึน
ภายในโรงเรียน
- ประชุม ช้ีแจงผู้บริหาร ครู บุคลากรที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนให้มีความเข้าใจ และดำเนินการ
ไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมท้ังทบทวนความเข้าใจ รับฟังปัญหาการดำเนินงานของทุกภาคส่วนเพื่อเตรียม
ความพร้อม และวางแผนการจดั การเรยี นการสอนให้แลว้ เสรจ็ กอ่ นเปิดภาคเรียน
- กำหนดข่องทางการติดต่อสื่อสาร และประสานงานกับระหว่างนักเรียน ผู้ปกครองและ
หนว่ ยงานท่ีเกีย่ วขอ้ ง เช่น ระบบ Line Group, Facebook หรอื ช่องทางอืน่ ๆ
- เก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือจัดทำสารสนเทศด้านการบริหารการจัดการภายใต้
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเป็นระบบ ให้สะดวกต่อการ
ใช้งาน พร้อมท้ังสรุปผลการบรหิ ารจดั การ และการจดั การเรยี นการสอนเพ่ือนำเสนอไปยังหนว่ ยงานตน้ สังกดั
3. จัดหาทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอนสำหรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้เพียงพอต่อ
การใช้งานของครู และนักเรียน ตามความจำเป็น เช่น สื่อการเรียนการสอน จัดชุดการเรียนรู้ ใบงาน
แบบฝกึ หดั เปน็ ตน้
4. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารข้อมูลท่ีจำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเน่ือง
ผ่านช่องทางการส่ือสารของโรงเรียนท่ีจัดทำข้ึน เว็บไซต์ของโรงเรียน Facebook หรือ Line Application
เพื่อให้ครู นักเรียน ผู้ปกครองและผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ได้รับทราบ และช้ีแจง แนะนำ
แหล่งบริการส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเป็นเคร่ืองมือเพื่อใช้จัดการเรียนการสอนในช้ันเรียนและ
เรียนรู้ด้วยตนเองจากที่บ้าน (Learn From Home) เช่น ครูพร้อม.com, OBEC Content Center, และ
แหลง่ เรยี นรอู้ ่นื ๆ
5. รายงานผลการบริหารจัดการตามบทบาท และภารกิจของโรงเรียน ตลอดจนความพร้อมใน
การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ต่อสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา และหนว่ ยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง
๑๐
โรงเรยี นโพธนิ ิมติ วทิ ยาคม ประกาศการเลื่อนการเปดิ ภาคเรียนจากวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็น
14 มิถุนายน 2564 ตามประกาศกระทรวงฯ แต่มกี ารเรียนการสอนออนไลน์ ในวนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 2564
ตวั อย่าง ตารางสอนออนไลน์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เรยี นวนั ละ 4 คาบ และชนั้ มธั ยมศึกษาปลาย
เรียนวนั ละ 5 คาบ เร่ิมเรยี นวิชาแรก 09.00 น.
๑๑
ประชมุ ครูประจำเดอื น เพือ่ เตรียมความพรอ้ มรบั เปดิ ภาคเรยี น
๑๒
ระยะที่ 2 ระยะการจัดการเรียนการสอน
1. ดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) วางแผนการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นเรียนด้วยรปู แบบการจัดการเรียนการสอน
ตามแนวทาง 5 รูปแบบ ได้แต่ รูปแบบ On–site, On–air, On–demand, Online และ On-hand รวมถึง
การจัดกล่มุ นักเรียนสำหรบั การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ทัง้ รูปแบบ
On-site รว่ มกับรูปแบบการเรยี นการสอนทางไกล (Distance Learning) อนื่ ๆ โดยคำนึงถึงสภาพความพรอ้ ม
ของโรงเรียน และตามทไี่ ดว้ างแผนรว่ มกบั สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา และหนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง
2. วิเคราะห์ สภาพปัญหา และกำหนดแนวทางไขปัญหาท่ีเกิดจากการจัดการเรียนการสอนในระดับ
ช้ันเรียน เพ่อื ให้ไดข้ ้อมลู มาใชใ้ นปรับปรุงกระบวนการจดั การเรยี นการสอน
3. จัดทำปฏิทินการเย่ียมบ้านนักเรียน และผู้ปกครอง พร้อมทั้งกำหนดวิธีการที่หลากหลายและ
เหมาะสม เพื่อใหส้ ามารถสนบั สนนุ การเรยี นรู้ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
4. กำหนดเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ตามบริบทของการจัดการเรียน
การสอน
5. กำหนดเครื่องมือท่ีใช้ในเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในระดับชั้นเรียน และสำหรับนักเรียนละสรุปผลรายงานผล
ตอ่ ผู้บรหิ ารโรงเรียนและรายบคุ คล ตลอดจนเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ตามสภาพจริง ต่อหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
6. รับฟังปัญหา อุปสรรค ตลอดจนความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินการของ
โรงเรียน โดยจัดใหม้ ีช่องทางการส่อื สารทห่ี ลากหลายและมีประสทิ ธิภาพ
7. ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ในการดำเนินงานการจัดการเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
ติดชอื้ ไวรสั ใคโรนา 2019 (COVID-19) ใหแ้ ก่ นกั เรยี น ครู และผปู้ กครอง
8. รวบรวมข้อมูล ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนรายงานผล
การดำเนินงานของโรงเรียน ตลอดจนปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินการของสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
อย่างต่อเนอื่ ง
๑๓
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19)
1. รปู แบบ On-site การจดั การเรยี นการสอนแบบปกติทีโ่ รงเรยี น(มาตรการ ศบค.)
1.1 บทบาทของครู
1.1.1 โรงเรียนต้องมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศบค.จังหวัด หน่วยงาน
สาธารณสุข หน่วยงานฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานอนื่ ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งภายในพ้ืนที่ และนำมาเป็นแนวทางในการ
จัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดชื้อไวรัสใคโรนา 2019 (COVID-19) โดยให้
ผปู้ กครองมสี ว่ นรว่ มในการวางแนวทางดังกล่าว
1.1.2 โรงเรียนต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
แอลกอฮอล์ และน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น ไว้อย่างเพียงพอในกรณีท่ีผู้ปกครองไม่สามารถจัดหาให้กับ
นกั เรียนได้
1.1.3 จัดทำมาตรการเพื่อเฝ้าระวัง และป้องกันในการเดินทางไปโรงเรียนโดยพาหนะ
โดยสารประจำทาง เช่น การเดินเทา้ รถยนต์ รถโดยสารประจำทาง หรอื ทางเรือ โรงเรยี นจะต้องมกี าร กำหนด
มาตรการร่วมกบั ผใู้ ห้บรกิ ารโดยสารอย่างครอบคลมุ และชดั เจน
1.1.4 ครูให้คำแนะนำ กำกับติดตามขณะที่นักเรียนมาโรงเรียนให้ถือปฏิบัติตามมาตรการ
ที่ ศบค. กำหนด (Social Distancing)
1.1.5 ครรู ่วมกับผูป้ กครองในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน มกี ารกำหนดเครื่องมือ
การวดั และประเมินผลทีส่ ร้างข้นึ ตามบรบิ ทของนักเรียนเปน็ รายบุคคล
1.1.6 ครู และผปู้ กครองร่วมกนั หาแนวทางแก้ไขปญั หาการเรยี นรู้สำหรับนักเรยี น
1.2 บทบาทของนกั เรยี นและผปู้ กครอง
1.2.1 นักเรยี น ผ้ปู กครอง และครูร่วมกันวางแผนการให้นักเรยี นมาเรยี นแบบ On-site โดย
ประสานงานโรงเรียนในการให้ความรว่ มมือในการปฏิบัตติ ามมาตรการของ ศบค. อย่างเครง่ ครัด
1.2.2 นักเรียนเตรียมศึกษาเอกสาร ทบทวนเน้ือหาบทเรียนในระดับชั้นท่ีเรียนปีการศึกษา
ท่ีผ่านมา (ปีการศึกษา 2563) และเตรียมศึกษาหาความรู้ล่วงหน้าในเน้ือหาสาระท่ีต้องเรียนในปีการศึกษา
2564 เพื่อเตรียมความพรอ้ มในการเรียนการสอน
1.2.3 นักเรียน และผู้ปกครองจดั หา และเตรยี มอุปกรณ์ท่ีจำเป็น เช่น หน้ากากอนามัยหรือ
หน้ากากผ้า แอลกอฮอล์เจล และน้ำยาทำความสะอาด เปน็ ตน้ ไว้อย่างเพียงพอในกรณที ี่ผูป้ กครองไมส่ ามารถ
จดั หาให้กบั นักเรียนไดใ้ ห้ปรึกษา และขอความช่วยเหลอื จากทางโรงเรยี น
1.2.4 ผู้ปกครองต้องกำกับ ติดตาม ดูแล และสร้างความตระหนักให้นักเรียนเห็น
ความสำคัญของการปฏิบัติตนตามมาตรการของ ศบค. อย่างเคร่งครัด ให้เป็นกิจวัตรในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน
๑๔
ผู้บรหิ าร คณะครู โรงเรยี นโพธินิมติ วิทยาคม รบั วคั ซนี ครบ 2 เข็ม เพ่ือเตรยี มความพร้อมเปิดภาคเรียน
นักเรยี นวัดอณุ หภูมกิ ่อนเขา้ โรงเรียน และเว้นระยะหา่ งในขณะทำกจิ กรรมต่าง ๆ
2. รูปแบบ On–air การจดั การเรยี นการสอนผ่านระบบโทรทศั น์
2.1 บทบาทของครู
2.1.1 ครูให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการจัดสถานที่ในการเรียนรู้ท่ีบ้านให้มีความ
เหมาะสมในการเรียนรู้ เช่น จัดสถานที่ให้มีแสงสว่างท่ีเพียงพอ ไม่มากไป และไม่น้อยไป ไม่มีเสียงดังรบกวน
และดแู ลใหค้ ำแนะนำอย่างใกลช้ ิดตลอดการเรียนรใู้ นแตล่ ะรายวชิ า
2.1.2 ผู้ปกครองต้องเตรียมระบบอินเตอร์เน็ตจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น
โทรทัศนค์ อมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นตน้ ใหม้ ีความพรอ้ มในการจัดการเรียนรู้
๑๕
2.1.3 ครูให้คำแนะนำนักเรียนและผู้ปกครองขณะเรียน On-air ผ่านระบบโทรทัศน์ เช่น
Ku-Band เคเบิลที่วี ระบบ Application TV ระบบ IPTV และ Youtube เป็นต้น โดยต้องมีการประสานงาน
แจ้งตารางเวลาเรยี นตามรายวิชาทีม่ ีการออกอากาศให้ผู้ปกครองทราบ
2.1.4 ครูร่วมกับผู้ปกครองในการกำกับ ดูแลนักเรียนให้สามารถเรียนรู้ผ่านระบบโทรทัศน์
ได้ตามตารางเรียนท่กี ำหนด
2.1.5 ครูและผู้ปกครองร่วมกันจัดตารางและนัดหมายวันและเวลาในการ รับ-ส่งใบงาน
แฟ้มงานของนักเรียน หรือสามารถส่งทางระบบออนไลน์ และช่องทางอ่ืน ๆ ท่ีได้นัดหมาย พรอ้ มท้ังส่ือสารกับ
ผู้ปกครองเพ่อื รายงานผลการเรียนของนักเรยี นแต่ละรายวิชา ตามชอ่ งทางต่าง ๆ
2.1.6 ครูร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินผลการเรียนรูข้ องนักเรียน มีการกำหนดเครือ่ งมือ
การวัดและประเมนิ ผลทสี่ ร้างขึน้ ตามบรบิ ทของนักเรยี นเป็นรายบุคคล
2.1.7 ครู และผู้ปกครองรว่ มกบั หาแนวทางแก้ไขปัญหาการเรยี นร้สู ำหรบั นกั เรยี น
2.2 บทบาทของนกั เรียน และผ้ปู กครอง
2.1 ผู้ปกครองประสานงานกับครู เพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกันในการจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ให้แก่นักเรียน การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน พร้อมท้ังติดต่อส่ือสารกับครูเพื่อขอคำแนะนำ
ปรกึ ษาแนวทางการเรยี นของนกั เรียน ตรวจสอบตารางเรียนสำหรบั การเรยี นรูผ้ า่ นระบบโทรทัศนข์ องนกั เรยี น
2.2 ผู้ปกครองจัดเตรียมสถานที่ และติดต่อประสานงานกับครูในการดำเนินการเพ่ือ
เตรียมการสำหรับการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน เช่น อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียนรู้ เอกสารการประกอบการเรียน
จดั สภาพแวดล้อมของสถานที่ในการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมเพ่ือให้นักเรียนมีสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีสมาธิ
ปราศจากสง่ิ รบกวน
2.3 ครูชี้แจงผู้ปกครองและนักเรียนเกี่ยวกับตารางเรียน และนัดหมายวันเวลาในการรับ-ส่ง
ใบงาน แฟ้มงานของนักเรียน และช่องทางในการจัดส่งเอกสารทัง้ ทางระบบออนไลน์ และชอ่ งทางอื่น ๆ ตามที่
นดั หมาย พรอ้ มทงั้ ส่ือสารกับผูป้ กครองเป็นระยะ เพี่อรายงานผลการเรียนของนกั เรียนแต่ละรายวชิ า
2.4 นักเรียนเรียมศกึ ษาเอกสาร ใบงาน บทเรียนล่วงหน้า เพ่ือเตรียมความพรอ้ มของตนเอง
ในการเรยี นรผู้ ่านเรียนรูด้ ว้ ยใบงานต่าง ๆ ทใ่ี ชใ้ นประกอบกิจกรรมการเรยี นร้สู ำหรบั นกั เรียน
3. รูปแบบ On - demand การจัดการเรยี นการสอนผ่านสือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์
3.1 บทบาทของครู
3.1.1 ครูให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองเก่ียวกับการจัดสถานท่ีในการเรียนรู้ที่บ้านให้มีความ
เหมาะสมต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น จัดสถานให้มีแสงสว่างท่ีเพียงพอ ไม่มากไป และไม่น้อยไป ไม่มีเสียง
ดังรบกวน และดูแลใหค้ ำแนะนำอย่างใกล้ชดิ ตลอดการเรยี นรใู้ นแต่ละรายวชิ า
3.1.2 ผู้ปกครองต้องเตรียมระบบอินเตอร์เน็ต และจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น
คอมพิวเตอร์ แท็บเลต็ สมารท์ โฟน โทรทัศน์ เปน็ ตน้ ให้มคี วามพร้อมในการจดั การเรียนรู้
๑๖
3.1.3 ครูให้คำแนะนำนักเรียนและผู้ปกครองขณะในการเรียนแบบ On-demand ผ่าน
ระบบโทรทัศน์ เชน่ Ku-Band เคเบิลทีวี ระบบ Application TV ระบu IPTV และ Youtube เป็นต้น หรือให้
คำแนะนำในกรณีรับชมย้อนหลัง โดยมีการประสานงานแจ้งตารางเวลาเรียนตามรายวิชาที่มีการออกอากาศ
ใหผ้ ปู้ กครองทราบ
3.1.4 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเส็กทรอนิกส์ เช่น การเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ DLTV,
Youtube, Application, OBEC Content Center บน Smart Phone/Tablet เป็นต้น
3.1.5 ครปู ระสานกับผปู้ กครองในการใหค้ ำปรึกษา ชแี้ นะในการเรียนผา่ นส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์
3.1.6 ครูประสานกับผู้ปกครองให้ช่วยกำกับติดตามในการทำเอกสาร และส่งแฟ้มงาน
นกั เรียนตามทค่ี รูระยะเวลาที่กำหนด
3.1.7 ครปู ระสานกบั ผู้ปกครองในการแจ้งผลการเรียนรูข้ องนกั เรยี นเปน็ ระยะ
3.1.8 ครูร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินผลการเรียนรขู้ องนักเรียน มีการกำหนดเครอ่ื งมือ
การวัดและประเมนิ ผลท่สี ร้างข้ึนตามบรบิ ทของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล
3.1.9 ครู และผู้ปกครองร่วมกับหาแนวทางแก้ใขปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่าง
สม่ำเสมอ
3.2 บทบาทของนักเรยี นและผู้ปกครอง
3.2.1 ผู้ปกครองต้องเตรียมระบบอินเตอร์เน็ต และจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น
โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นต้น ให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนรู้สำหรับ
นักเรยี นตามสภาพความพรอ้ ม และบริบทของครอบครวั
3.2.2 นักเรียน และผู้ปกครองเตรียมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นต้น
เพื่อให้เหมาะสมกบั การเรยี นผ่านสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ และเพื่อใช้เป็นเครอ่ื งมือในการติดต่อส่ือสาร
กบั ครใู นระหว่างการเรยี นรู้ ท้งั น้ขี ึ้นอยู่กับความตอ้ งการ และบริบทของครอบครัว
3.2.3 นักเรียน และผู้ปกครองศึกษาข้ันตอนวิธีการจัดการเรียนการสอนผ่านส่ือ
อิเลก็ ทรอนกิ สป์ ระเภทต่าง ๆ ตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ในแนวทางการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี นและครู
ประจำแต่ละวิชา เช่น การเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ DLTV,DUT,Youtube,Application,OBEC Content Center
บนแทบ็ เลต็ หรอื สมาร์ทโฟน เป็นต้น
3.2.4 นักเรียน และผู้ปกครองเตรียมส่ือ/ใบงาน อุปกรณ์ประกอบการเรียน เพ่ือให้เป็น
การเตรยี มความพรอ้ มในการเรียนก่อนเปิดภาคเรยี น
๑๗
คุณครลู งขอ้ มูลใบงาน และการตดิ ตามนักเรียนซง่ึ นักเรียนสามารถเข้าไปเช็คงานของตนเอง
และทำงานไดต้ ลอดเวลา
๑๘
4. รูปแบบ Online การจัดการเรยี นการสอนแบบถา่ ยทอดสด (LIVE)
4.1 บทบาทของครู
4.1.1 ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ ในลักษณะการสอื่ สารสอง
ทางเป็นกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบถ่ายทอดสด (LIVE) ระหว่างครแู ละนักเรียน (นักเรียนจะต้องมีความพร้อมต้าน
อุปกรณ์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้เคร่ืองมือต่าง ๆ เช่น Google Meet, Microsoft Teams, Zoom
Meeting, Line, Facebook เปน็ ตน้ หรือช่องทางอนื่ ๆ ตามการนดั หมาย
4.1.2 ครูตรวจสอบการเขา้ เรียนของนักเรียนตามรูปแบบการกำหนดเวลาเรียนของโรงเรียน
ในชว่ งก่อนเริม่ จดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชช้ อ่ งทางการ Homeroom Online
4.1.3 ครูติดตามให้นักเรียนเข้าเรียนผ่านช่องทางการส่ือสารตามการนัดหมาย กำหนด
แนวทางในการเช็คเวลาเรยี นเพ่อื ใหน้ กั เรยี นทกุ คนรับทราบข้อตกลงร่วมกัน
4.1.4 ครูตดิ ตามการรับ-สง่ แฟ้มงานนักเรยี นทางระบบออนไลน์ และช่องทางการส่ือสารตาม
การนดั หมาย
4.1.5 ครูวางแผนร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน มีการกำหนด
เครื่องมือการวัดและประเมนิ ผลทสี่ รา้ งข้นึ ตามบรบิ ทของนกั เรียนเป็นรายบุคคล
4.1.6 ครู และผู้ปกครองร่วมกับหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่าง
สมำ่ เสมอ
4.2 บทบาทของนกั เรยี น และผู้ปกครอง
4.2.1 นักเรียน และผู้ปกครองศึกษาข้ันตอน วิธีการในการเรียนการสอนออนไลน์ และ
ชอ่ งทางในการสอ่ื สารกับครปู ระจำวิชา เพอ่ื เตรียมความพร้อมลว่ งหน้า
4.2.2 นักเรียน และผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจในการใช้ช่องทาง ตลอดจนกระบวนการ
ในการเรยี นการสอนออนไลน์
4.2.3 นักเรียน และผู้ปกครองจัดเตรียมสถานที่เรียนสำหรับรูปแบบการเรียนการสอน
ออนไลน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียนรู้ ปราศจากสิ่งรบกวนพร้อมทั้งเตรียมระบบ
อินเตอร์เน็ต และจัดอุปกรณ์ท่ีจำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน
เป็นต้น ให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนรูส้ ำหรับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
4.2.4 นักเรียน และผู้ปกครองเตรียมสื่อ/ใบงาน ที่ได้รับจากครูประจำวิชา เพื่อนำมาศึกษา
ล่วงหนา้ (กรณีทผี่ ู้ปกครองมคี วามพร้อมในการชว่ ยเหลือนักเรียน)
4.2.5 นักเรียนเตรียมศึกษาเอกสาร ใบงาน บทเรียนล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมใน
การเรยี นออนไลน์
4.2.6 ผู้ปกครองคอยดูแล กำกับ ติดตามการเขียนรู้ของนักเรียน และการส่งงานของ
นกั เรียนตามทคี่ รมู อบหมายให้ตรงตามกำหนดนัดหมาย
4.2.7 ผู้ปกครองรว่ มกับครูในการประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน มีการกำหนดเครื่องมือวัด
และประเมนิ ผล
๑๙
แจกหนงั สอื เรยี น และชดุ การสอนใหก้ บั นกั เรยี น เพ่อื ควบคไู่ ปกับการเรยี นออนไลน์ในวนั มอบตัวนกั เรียน
๒๐
ครรู ายงานการจดั การเรยี นการสอนออนไลนเ์ ป็นรายวนั ผ่าน google form
๒๑
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย แต่งชุดไทยสอนเพื่อดงึ ดูดความสนใจของนักเรียน
ในชว่ งเรยี นออนไลนท์ ำใหน้ กั เรยี นอยากเข้ามาเรยี นมากขน้ึ
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จดั กจิ กรรมสปั ดาห์วิทยาศาสตร์ออนไลน์
ให้นกั เรยี นไดเ้ ขา้ รว่ มทำกจิ กรรมการลองวิทยาศาสตร์ ร่วมเล่นเกม และตอบคำถาม
5. รูปแบบ On-hand การจัดการเรียนการสอนดว้ ยการนำสง่ เอกสารท่ีบา้ น
5.1 บทบาทของครู
5.1.1 ครูดำเนินการรับ-ส่งแฟ้มงานนักเรียน และส่ือสารกับนักเรียนและผู้ปกครองโดย
กำหนด วัน เวลา และสถานท่อี ย่างชัดเจน ในกรณที ี่ไม่สามารถ รบั -ส่งแฟ้มงานใบงานนักเรียนไดต้ ามนดั หมาย
อาจใช้รบั -ส่งทางไปรษณีย์ หรือระบบขนส่งของเอกชน ในการอำนวยความสะดวก
5.1.2 ครูประสานกับผู้ปกครองในการให้คำปรึกษา การจัดทำเอกสาร ใบงาน การติตตาม
แฟ้มงาน ใบงานที่ครจู ดั ส่งใหแ้ ก่นักเรยี น
5.1.3 ครูประสานกับผู้ปกครองคอยกำกับติดตามงานของนักเรียนให้ตรงตามกำหนด
นัดหมาย
5.1.4 ครูร่วมกับผู้ปกครองในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน มีการกำหนดเคร่ืองมือ
การวัดและประเมินผลที่สรา้ งข้นึ ตามบรบิ ทของนักเรียนเป็นรายบุคคล
5.1.5 ครู และผู้ปกครองร่วมกับทางแนวทางแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่าง
สม่ำเสมอ
๒๒
5.2 บทบาทของนกั เรียน และผู้ปกครอง
5.2.1 ผู้ปกครอง และนักเรียนให้ความร่วมมือในกิจกรรมการตรวจเย่ียมบ้านของครู ตาม
กำหนดนัดหมาย และวิธีการที่หลากหลายตามความเหมาะสม ผู้ปกครองต้องวางแผนการเรียนรู้ของนักเรียน
ร่วมกบั ครู
5.2.2 ผู้ปกครองมีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับนักเรียนขณะอยู่ที่
บ้านตามศกั ยภาพ และบรบิ ทของครอบครัว
5.2.3 นักเรียน และผู้ปกครองแจ้งแนวทางในการรับ-ส่งแฟ้มงานนักเรียน ตลอดจนส่ือสาร
กับครูในการกำหนด วัน เวลา และสถานที่อย่างชัดเจน ในกรณีที่อยู่ในพ้ืนท่ี ที่ไม่สามารถ รับ-ส่งแฟ้มงาน
นักเรียนได้ตามนัดหมาย อาจต้องใช้ระบบขนส่งทางไปรษณีย์ หรือระบบขนส่งของเอกชนนักเรียนต้องศึกษา
เอกสาร บทเรียน ใบงาน ล่วงหนา้ เพอ่ื เตรียมในการเรียนทบี่ า้ น
จัดทำชดุ การสอนออนไลน์ ใหก้ ับนักเรียนเพ่ือควบคู่ไปกับการเรียนออนไลน์
เพื่อลดภาระงานนักเรียน และผู้ปกครอง
๒๓
2. สภาพปญั หาทางดา้ นปัญหาสงั คม
สภาพปัญหาท่ีพบมากในโรงเรียน และเป็นเรื่องท่ีต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหา
ดงั น้ันโรงเรยี นจงึ ดำเนินการโดยการจัดต้งั คณะกรรมการในการดำเนนิ การกับปัญหาต่าง ๆ ดงั นี้
1. การถูกลว่ งละเมิดทางกาย และจิตใจ
2. สารเสพติด
3. การทะเลาะวิวาท
4. สอื่ ลามกอนาจาร
5. ภัยจากส่ือออนไลน์
2.1 สาเหตุของปญั หา
1. การรเู้ ทา่ ไม่ถึงการณข์ องนักเรยี นเอง
2. ได้รับการหล่อหลอมจากบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้นักเรียน
มพี ฤตกิ รรมท่ีเบยี่ งเบน หรอื ลอ่ แหลมตอ่ การกระทำอันผดิ กฎหมาย
3. หมิ่นเหม่ศีลธรรมอนั ดงี าม เช่น การมเี พศสมั พันธก์ อ่ นวัยอันควร
4. ค่านยิ มการเสพยาเสพตดิ และของมึนเมา
5. การม่ัวสุมเลน่ การพนัน และเกมคอมพวิ เตอร์
7. การทะเลาะวิวาท เกิดจากการทะเลาะกันเองของนักเรียน และนักเรียนทะเลาะวิวาทกับ
บคุ คลภายนอก
8. การเร่งเร้าจากสื่อต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซ่ึงเกิดจากการขาดวิจารณญาณในการรับฟัง
ขา่ วสารจากส่ือตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำวัน
9. การใช้ชวี ิตประจำวนั ของนักเรียนท่ามกลางสภาพแวดลอ้ มทางสังคมทีเ่ สยี่ งในทุก ๆ ดา้ น
2.2 แนวทางการป้องกันปัญหาของโรงเรียน
1. ครูในโรงเรียนต้องคอยสอดสอ่ งดแู ลในสว่ นต่าง ๆ ของโรงเรียนหากเกดิ เหตุใด ๆ ข้ึนจะได้
แก้ไขสถานการณ์ได้ทนั ทว่ งที
๒๔
2. โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เก่ียวข้องกับความปลอดภัยให้กับนักเรียน ครู
บุคลากรในโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างปลอดภัย สร้างนิสัยระมัดระวัง และปลูกฝังการป้องกันภัย โดย
สามารถบูรณาการเร่ืองการป้องกันอุบัติเหตุ อุบัติภัยจากการจราจร อัคคีภัย และสารพิษต่าง ๆ เข้าไปใน
กิจกรรมการเรียนการสอน และมุ่งเน้นใหม้ ีการฝึกปฏบิ ัติ หรือกจิ กรรมสง่ เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน
3. มีช่องทางการส่ือสารระหว่างสถานศึกษา ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เก่ียวข้องท่ี
สามารถแก้ไขปัญหาท่ีเกิดกับนักเรียนได้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น สายด่วน Facebook, Twitter Line,
Instagram และเว็บไซต์ แจง้ ข่าวกรณนี ักเรียนขาดเรยี น/กิจกรรมของโรงเรียน เป็นต้น
4. ครูจัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการคุณธรรมจริยธรรม สร้างความตระหนักในคุณค่า
แห่งตน การม่งุ อนาคต และความสำเร็จ เสริมสรา้ งใหน้ กั เรียนคดิ วิเคราะห์ การยบั ยง้ั ช่งั ใจ การควบคุมอารมณ์
๒๕
5. ครเู วรประจำวัน คณะกรรมการนักเรียน สารวัตรนักเรียน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน ทุกอาคาร บริเวณจุดอับสายตา และจุดเส่ียงของโรงเรียน เช่น ห้องน้ำ
ตามอาคารเรียนต่าง ๆ หลงั โรงเรียนเลกิ เรียน ตลอดจนติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ท่ัวถงึ บริเวณสถานศึกษา หากมี
สิ่งบอกเหตุว่าเกิดความรุนแรง ให้เร่งรีบดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพ่ือแก้ไขปัญหาทันที เช่น มีคนแปลกหน้า
เขา้ มาบรเิ วณหน้าสถานศกึ ษา การพกพาอาวธุ ขับขี่จกั รยานยนต์ เปน็ ต้น
6. ครูทป่ี รึกษา หรอื ครแู นะแนว เป็นคนท่ีนักเรียนใกล้ชิดและนักเรียนไว้ใจมากท่ีสุดเมอื่ นกั เรยี น
อยู่สถานศึกษาโดยเฉพาะครูที่ปรึกษา ต้องคอยดูแลสอดส่องนักเรียนในห้องท่ีตนเองดูแล ให้ความเป็นกันเอง
เวลาว่างจากภาระงาน คอยหมั่นพูดคุยกับนักเรียนเสมอ คอยให้คำปรึกษา และรับฟังนักเรียนด้วยความเข้าใจ
เวลามีปัญหาเต็มใจช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้ เม่ือนักเรียนทำความดีคอยชื่นชม จะทำให้นักเรียนไว้ใจ
กลา้ เปิดใจคยุ กับครไู ดใ้ นทกุ ๆ เร่ือง
7. พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัวเป็นผู้ใกล้ชิด และมีบทบาทสำคัญในการลด
พฤติกรรมก้าวร้าว และความรุนแรงในนักเรียน โดยการขัดเกลาพฤติกรรมของลูก เช่น การเป็นแบบอย่างที่ดี
แก่ลูก ไม่ปล่อยปะละเลยลูกในการรับสื่อหรือการคบเพื่อน และเอาใจใส่ในเร่ืองต่าง ๆ เม่ือพบลูกมีพฤติกรรม
ก้าวร้าวไมค่ วรเพิกเฉย แตค่ วรเรยี กมาพูดคยุ สอ่ื สารกับลูกดว้ ยความรกั และมีเหตมุ ีผลเป็นหลักวา่ ส่ิงใดทำไดส้ ิ่ง
ใดทำไม่ได้ เพราะเหตใุ ด และผลทีจ่ ะเกิดตามมานั้นคืออะไร
๒๖
2.3 แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเมื่อเกดิ เหตุการณ์
1. กรณีเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษาหรือบริเวณใกล้เคียง ครูผู้ประสบเหตุพิจารณาว่า
เหตุการณ์น้ัน ๆ รุนแรงเพียงใด สามารถหยุดพฤติกรรมของนักเรียนได้ด้วยตนเองหรือไม่ หากเกินกำลังให้หา
คนช่วยเหลือในการระงับเหตุแล้วแจ้งให้ครูท่ีปรึกษา ผู้เก่ียวข้อง เช่น หัวหน้าระดับ ครูฝ่ายปกครอง
รองผู้อำนวยการกลมุ่ การบรหิ ารกิจการนกั เรยี น และผู้บรหิ ารสถานศึกษาทราบทันที
2. ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ประสบเหตุ พูดคุย ให้กำลังใจ สร้างความไว้วางใจแก่นักเรียน รอจน
นักเรียนผ่อนคลายลง ประสานเชิญผปู้ กครองมาพบนักเรียนที่สถานศกึ ษา เพื่อรับทราบข้อเท็จจรงิ จากคำบอก
เล่าของนกั เรียนด้วยตนเอง แล้วร่วมกันหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้กลับไปกระทำพฤติกรรมความ
รุนแรงขึ้นอกี
3. หากคู่กรณีอยู่ในสถานศึกษาเดียวกันให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน และเม่ือมีความ
ขดั แย้งลดลง ครูฝ่ายปกครองจงึ จัดให้ท้ังสองฝ่ายได้พบกัน เพ่ือปรับความเข้าใจ ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้าง
ความรักความสามัคคีกนั
4. หากคู่กรณีเป็นบุคคลภายนอกสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษามอบหมายบุคลากร
ทีเ่ หมาะสมเป็นผดู้ ำเนนิ การในการแก้ปัญหา (รองผู้อำนวยการกลมุ่ การบรหิ ารงานกจิ การนกั เรียน)
5. สถานศกึ ษามีกิจกรรมเพ่ือนช่วยเพอ่ื น จัดให้มนี ักเรียนเพื่อนทป่ี รึกษาสำหรบั นักเรยี นที่อยู่
ระหว่างปรับพฤติกรรม คอยช่วยเหลือ แนะนำและใหค้ ำปรึกษา
6. เมื่อนักเรียนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ทางสถานศกึ ษาต้องย่ืนมอื เข้าไปช่วย โดยออก
หนงั สอื รบั รองการเปน็ นกั เรยี นให้
๒๗
นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้วกลุ่มการบริหารงานกิจการนักเรยี น ได้จัดทำข้ันตอนในการดำเนินการ
แก้ไขปญั หาในแตล่ ะเร่อื ง เพอ่ื สร้างความเข้าใจท่ีชดั เจนกบั บุคลากรทุกคนในโรงเรียน ดังน้ี
1. การช่วยเหลือนกั เรียนที่ถูกทารุณกรรมทางกาย
๒๘
2. แนวทางดำเนินการแกป้ ญั หาสารเสพติด
๒๙
3. การช่วยเหลือนักเรียนท่ีมีพฤตกิ รรมการใช้ ICT ไมเ่ หมาะสมปกป้องคุ้มภัย
๓๐
3. ดา้ นสขุ ภาพอนามัย
3.1 ความปลอดภยั ด้านอบุ ัตเิ หตุ
อุบัติเหตุ หมายถึง อันตรายท่ีเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ซึ่งไม่ได้คาดคิดมาก่อนอันจากอุบัติเหตุในโรงเรียน
หรือการกระทำของมนุษย์ส่งผลให้เกิดความเสียหายท้ังทางร่างกายและทรัพย์สิน อุบัติเหตุที่เกิดข้ึนได้กับ
ทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ หากไม่มีการศึกษาและการป้องกันท่ีดีพอย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย
อุบัติเหตุในสถานศึกษามักมีสาเหตุมาจากความประมาท ขาดการดูแลเอาใจใส่ในเร่ืองอาคาร สถานที่ วัสดุ
อุปกรณ์ และสภาวะแวดล้อมของสถานศึกษา
3.1.1 อบุ ัตเิ หตจุ ากการเดนิ ทางไป - กลับ ระหว่างบ้านและโรงเรียน
1 การเดนิ ทางเท้าของนักเรียน
1. การศึกษาผู้ปกครอง และชุมชนต้องร่วมในการจัดทำคู่มือกำหนดมาตรการรักษาความ
ปลอดภยั เกยี่ วกับ สตั ว์ คนรา้ ย หรอื ยานยนตท์ ่ใี ชเ้ ส้นทางร่วมกนั
2. โรงเรียนจัดระบบการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางท้ัง 4 ลักษณะ คือ นักเรียน
ควบคุมตนเอง ชุมชนเครือข่ายผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน เช่น
นกั เรยี นเดินแถว หรือธงไปและกลบั
3. โรงเรียนประสานงานกับตำรวจจราจรให้มาช่วยปฏิบัติงานช่วงเวลา 06.00-08.00 น.
และเวลา 15.30-18.30 น. หาเส้นทางที่นักเรยี นใช้เดินทางกลบั บา้ น
4. สร้างความตระหนักในหลักความปลอดภัยแก่นักเรียน และผู้ปกครองเพื่อสร้างชีวิตใหม่
ที่ว่าความปลอดภัยไว้ก่อนเพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยท่ีย่ังยืนเช่นจัดทำป้ายเอกสารจดหมายข่าวเสียงตามสาย
เก่ียวกบั อันตรายของเดก็ ท่เี กิดขึ้นจากการเดินทางไปกลบั โรงเรียนเปน็ ต้น
5. นักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติตามกฎจราจรโดยจัดในช่วงเวลา และโอกาส
ทีเ่ หมาะสม เชน่ การจดั ระบบการจราจรนกั ศึกษาสำหรบั นกั เรยี นไดร้ ับการปฏบิ ัติกบั ตำรวจจราจรโดยตรง
6. เม่ือเกิดอุบัติเหตุต้องมีการปฐมพยาบาลนำส่งสถานพยาบาล และรายงานผู้บังคับบัญชา
ได้รบั ทราบ
2. มาตรการปอ้ งกัน
1. เม่อื เกิดอบุ ัตเิ หตุต้องปฐมพยาบาลนำส่งสถานพยาบาล และรายงานผูบ้ งั คับบัญชาทราบ
2. เมื่อเกิดเหตุฉกุ เฉนิ ให้ดำเนินการตามแผนฉกุ เฉนิ สำหรับสถานศึกษา
3. สถานศึกษาจัดระบบรักษาความปลอดภัยในการเดินทางท้ัง 4 ลักษณะ คือนักเรียน
ควบคมุ กนั เอง ครชู มุ ชนเครอื ข่ายผูป้ กครอง และเจา้ หน้าทีต่ ำรวจโดยกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
4. สร้างความตระหนักในหลักความปลอดภัยแก่นักเรียน และผู้ปกครอง เพ่ือสร้างวิถีชีวิต
หมายความ ทีว่ ่า “ปลอดภัยไวก้ ่อน” เพอ่ื นำไปสคู่ วามปลอดภัยที่ยั่งยืน เชน่ จัดป้ายเอกสารจดหมายขา่ วเสยี ง
ตามสาย เกี่ยวกับอันตรายของเด็กที่เกิดขึ้นจากการเดินทางไป-กลับสถานศึกษา เป็นต้น นักเรียนทำกิจกรรม
๓๑
เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติตามกฎจราจรโดยจัดในช่วงเวลา และโอกาสท่ีเหมาะสม เช่น จัดระบบการจราจรใน
สถานศึกษาสำหรบั นักเรียนไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั กิ ับตำรวจจราจรโดยตรง
5. ครูเวรปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ ดูแลการใช้รถใช้ถนน ของนักเรยี นบริเวณหนา้ สถานศึกษา
6. ประสานงานกับสว่ นราชการท่ีเก่ยี วข้องและองคก์ รเอกชนในการรว่ มมือปอ้ งกันและแก้ไข
ปญั หาด้านการจราจร
7. จัดทำประกนั อบุ ัติเหตแุ บบกลุม่ เพื่อคมุ้ ครองนักเรยี นในกรณีที่เกิดอุบัตเิ หตุ
3. แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ /นำส่งโรงพยาบาล
2. รายงานผู้บังคับบัญชาใหร้ ับทราบเบอ้ื งตน้
3. ประสานผูป้ กครอง
4. ในกรณีรา้ ยแรง ประสานหนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วข้องเขา้ ช่วยเหลอื
5. โรงเรียนให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในการดูแลติดตามความก้าวหน้าจนกว่าจะหาย
เปน็ ปกติ
การเดนิ ทางเทา้ ของนักเรียน
๓๒
3.1.2 การเดนิ ทางโดยยานพาหนะ
สาเหตขุ องการเกิดอุบัติเหตุ
1. เกิดจากความประมาทของผ้ขู บั ข่ียานพาหนะ และผรู้ ว่ มทาง
2. เกดิ จากสภาพของยานพาหนะทไ่ี ม่พร้อมใช้งาน
3. พฤติกรรมการขับขี่ ทไ่ี ม่ปฏบิ ัติตามกฎจราจร
มาตรการปอ้ งกัน
1. จดั ทำโครงการขับขี่ปลอดภัยของโรงเรยี น
2. ให้ความรู้เก่ียวกับพระราชบัญญัติการจราจรทางบก และข้อปฏิบัติในการขับข่ีปลอดภัย
แก่นกั เรียน
3. กำกับดูแลให้นักเรียนหรือผู้ขับขี่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก และข้อ
ปฏิบัติในการขับขี่ปลอดภัย เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนให้ขับทางซ้ายขับตามกันเป็นแถวห้าม
แซงให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถจักรยานยนต์ให้สวมในสภาพท่ีสมบูรณ์ และปลอดภัยอยู่เสมอ
ผูซ้ อ้ นทา้ ยจักรยานยนตต์ ้องสวมหมวกนริ ภยั และซ้อนทา้ ยเพียง 1 คน เป็นตน้
4. พนักงานขับรถรับส่งนักเรียนให้มีความรู้ ปฏิบัติตามกฎจราจรโดยขอความร่วมมือจาก
สำนักงานป้องกนั และบรรเทาสารภยั จงั หวดั สำนักงานเขตขนสง่ ตำรวจจราจร
5. ขอความร่วมมือเจา้ หนา้ ท่ีตำรวจในการกวดขนั ดูแลขับรถรบั สง่ นกั เรยี นอย่างสมำ่ เสมอ
6. ถ้าจดั ครูเวรปฏิบัตหิ นา้ ทด่ี ูแลการใชร้ ถของนักเรยี นบริเวณหน้าโรงเรยี น
7. ประสานงานกับส่วนราชการที่เก่ียวข้ององค์กรเอกชนร่วมมือการป้องกัน และแกไ้ ขปัญหา
ดา้ นการจราจร
8. จดั ทำทะเบียนรถทกุ ชนิดทุกประเภทท่ีรบั ส่งนักเรยี นโดยมีบญั ชีจากเจ้าของรถชื่อนักเรยี น
ท่ใี ชบ้ รกิ ารประจำ และเสน้ ทางวงิ่
9. แนะนำผู้ปกครองใหเ้ ลอื กใช้รถทีผ่ ่านการตรวจสภาพ
10. ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมอย่างเข้มงวดสำหรับรถจากแปลงเป็นรถรับส่ง
นักเรียนหรอื รถจักรยานยนต์ที่รบั จา้ งให้มคี วามปลอดภัย
11. ในกรณีท่ีเส้นทางลดอุบัติเหตุบ่อยครั้งให้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นท่ีมี
มาตรการในการปอ้ งปรามโดยตั้งจดุ ตรวจเป็นระยะ
การเดนิ ทางโดยยานพาหนะ
๓๓
แนวทางการแก้ไขเม่ือเกิดเหตุการณ์
1. ผู้ประสบเหตแุ จง้ งานอนามัยโรงเรยี น เพอื่ ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้
2. แจง้ ครทู ี่ปรึกษา และหวั หน้าระดับ เพ่อื ประสานงานกบั ผู้ปกครอง
3. ในกรณีเกดิ อบุ ตั ิเหตุรา้ ยแรง ประสานงานหนว่ ยงานกชู้ พี เพ่อื นำส่งโรงพยาบาล
4. รายงานผบู้ งั คับบญั ชาเบือ้ งตน้
5. ประสานงานกบั ผู้ปกครอง แจ้งเหตกุ ารณใ์ ห้ทราบ
5. งานอนามยั โรงเรียนดำเนนิ การเบกิ เงินคา่ ประกนั อุบัติเหตใุ หก้ ับนักเรยี น
6. โรงเรยี นตดิ ตามดแู ลชว่ ยเหลอื จนกวา่ นักเรยี นจะหายเป็นปกติ
การรว่ มรณรงคข์ บั ขป่ี ลอดภยั
๓๔
3.2 ความปลอดภัยด้านสาธารณสุข และโรคติดตอ่ ตามฤดูกาล
ในปัจจุบันได้เกิดการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ซ่ึงมีการขยายวงกว้างใน
ประเทศไทยทำให้ยอดผู้ติดเช้ือเพิ่มมากข้ึนทุกวัน รวมถึงเช้ือไวรัสได้มีการขยายสายพันธุ์ ทำให้มาตรการการ
ป้องกันตอ้ ง เขม้ งวดมากยิง่ ขึน้ โดยเฉพาะในสถานศึกษา จำเป็นต้องมแี นวทางในการปฏิบตั ทิ ่ีชัดเจน ดังน้ี
ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื โควดิ -19 (COVID-19 : CO = corona, VI = virus, D = Disease) เป็น
เชือ้ ไวรสั ที่สามารถก่อใหเ้ กดิ โรคทางเดนิ หายใจ หลงั ติดเชอื้ อาจไมม่ อี าการ หรืออาจมีอาการต้งั แต่ไมร่ นุ แรง
คือคลา้ ยกบั ไขห้ วัดธรรมดา หรอื อาจกอ่ ใหเ้ กิดอาการรุนแรงเป็นปอดอกั เสบ และเสยี ชวี ติ ได้
อาจมีไข้ ไอ และหายใจหอบส้ันถ่ี ๆ ในผู้ป่วยรายที่รุนแรงจะพบการติดเชื้อที่อาจทำให้เกิดโรคปอด
บวมหรือหายใจ ลำบากและอาจถึงแกช่ ีวิตได้ อาการเรมิ่ ต้นจะมลี ักษณะคล้ายกบั ไข้หวัดใหญ่ (Infuenza) หรือ
ไขห้ วดั ธรรมดา (Common cold)
๓๕
โควิด-19 สามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสโดยตรงกับละอองของสารคัดหลั่งจากระบบทางเดิน
หายใจ และนำ้ ลายของผู้ติดเช้ือ เช่น ไอ จาม น้ำมูก น้ำลาย และยังสามารถแพร่เชื้อจากบุคคลหนง่ึ ไปสู่บุคคล
อื่นได้ จากการสัมผัสพ้ืนผิวที่ปนเปื้อนเช้ือไวรัส ซึ่งเช้ือดังกล่าวสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ หลายช่ัวโมง
เมือ่ มือไปสมั ผัสเช้ือจะเข้าส่รู า่ งกายใน 3 ชอ่ งทาง คือ รนู ำ้ ตา รูจมกู และรูปาก ลงสลู่ ำคอ ทางเดินหายใจ และ
ลงสปู่ อดในที่สุด
๓๖
มาตรการทางสาธารณสุขทั้งด้านสุขอนามัย ส่วนบุคคล และอนามยั สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคญั อย่างย่ิง
ในการชะลอการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพื่อใช้เป็นมาตรการป้องกันโรคในชีวิตประจำวันของทุกคน จึงมี
คำแนะนำ ดงั นี้
1. อยู่บา้ น หรือในท่พี ักเม่อื เจบ็ ป่วย
2. ปิดปาก และจมูก โดยใช้กระดาษทิชชู หรอื ในกรณีท่ีหาไม่ได้ควรงอข้อศอกของตนเองเพ่ือการ
ฟุ้งกระจาย ของน้ำมูก น้ำลาย และให้กำจัดกระดาษทิชชูท่ีใช้แล้วท้ิงทันที โดยใส่ถุงปิดมิดชิดเพราะเป็นขยะ
ตดิ เชอื้ แลว้ ล้างมือ ขอ้ ศอกดว้ ยน้ำ และสบทู่ ันที
3. ลา้ งมือบ่อย ๆ ดว้ ยสบู่ และนำ้ สะอาด หากไมส่ ะดวกใหล้ ้างดว้ ยเจลแอลกอฮอล์ฆา่ เชื้อ
4. ทำาความสะอาดพ้ืนผิวและวัตถุท่สี ัมผัสบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ น้ำยาฆา่ เชื้อ และน้ำเปล่า
5. สามารถเรียนรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับการป้องกัน และลดการแพร่เช้ือโควิด-19 จากเจ้าหน้าท่ี
สาธารณสขุ ประจำท้องถนิ่
โรงเรียนเป็นสถานท่ีซึ่งมีเด็ก ครู หรือผู้ดูแลนักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ แม่ครัว และผู้ปฏิบัติงาน
จำนวนมากอยู่ร่วมกัน จึงมีโอกาสเส่ียงต่อการแพร่กระจายของเช้ือโรคได้ง่าย การให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม
หลกั การพ้ืนฐานอย่างเคร่งครัด สามารถชว่ ยใหน้ ักเรียน ครู บุคลากร และแม่ครวั หยดุ ยั้งการแพรก่ ระจายของ
โรคโควิด-19 นีไ้ ด้โดยคำแนะนำสำหรับโรงเรยี นเพ่ือสขุ ภาพท่ีดี มดี ังนี้
๓๗
1. แจ้งผู้ปกครองที่บุตรหลานมีอาการ เจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หายใจ เหนื่อย
หอบครอบครัว ปว่ ยด้วยโรคโควดิ -19 หรอื กลับจากพ้ืนทีเ่ สี่ยง และอย่ใู นช่วงกกั กัน ให้ปฏบิ ตั ิตัวตามคำแนะนำ
ของเจ้าหนา้ ท่ีสาธารณสุขอยา่ งเครง่ ครัด
2. จัดให้มีการคัดกรองนักเรยี นบริเวณทางเข้าโรงเรียน ด้วยการดูจากอาการในเบ้ืองต้นหรือ
ใช้เครอ่ื งตรวจวัดอณุ หภูมิร่างกาย พร้อมทำสัญลักษณ์นักเรียนที่ผา่ นการคัดกรอง เช่น สติกเกอร์ ตราปั๊ม หรือ
อื่น ๆ ตามความเหมาะสม
- จัดเตรียมอุปกรณ์ล้างมือ เช่น เจลแอลกอฮอล์ และสบู่ตามอ่างล้างมือบริเวณ
ทางเขา้ ประตูโรงเรียน
- หากพบว่ามีนักเรียนป่วย (มีไข้ไอ จาม หายใจ เหนื่อยหอบ) ให้ครูแยกนักเรียนมา
โดยอยู่ในห้อง ท่ีมีอากาศถ่ายเทสะดวกระหว่างรอผู้ปกครองมารับกลับ หรือส่งต่อเพ่ือเข้ารับการตรวจรักษา
และแจง้ ผู้ปกครอง เพือ่ พาไปพบแพทย์
3. ทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ อาคาร สถานท่ีทั้งภายใน และภายนอกอาคารทันทีกรณี
ทมี่ นี กั เรียน ครู ผดู้ แู ลนักเรยี น ผู้ปกครอง และเจ้าหนา้ ท่ี ผู้ปฏบิ ตั ิงานกลบั มาจากพน้ื ที่เส่ียงในระยะเวลาไมเ่ กิน
14 วัน และเข้ามาในโรงเรยี นอาจพจิ ารณาปดิ โรงเรียนตามความเหมาะสม
๓๘
4. พจิ ารณาจดั กิจกรรมในโรงเรียนตามความเหมาะสม เช่น ปฐมนิเทศ รับน้อง กฬี าสี ปัจฉิม
นิเทศ กิจกรรมเข้าค่าย กิจกรรมวันเด็ก ทัศนศึกษา เป็นต้น หากมีการรวมตัวกันของคนเกินกว่า 300 คน
ข้ึนไป ควรงดการจัดกิจกรรมไปก่อนการจัดช้ันเรียน ที่น่ังในโรงอาหาร ถ้าเป็นไปได้ให้มีระยะห่างระหว่าง
บคุ คลอยา่ งน้อย 1 เมตร หรือเหลื่อมเวลาในการพักรบั ประทานอาหารกลางวนั
อ่างลา้ งมอื ทำความสะอาดของโรงเรยี น
3.2.1 มาตรการปอ้ งกนั
1. การจดั ตั้งคณะกรรมการดูแลด้านอาหาร ในการตรวจสอบคุณภาพอาหาร
2. เข้าร่วมโครงการอาหารปลอดภัยกับสำนักงานอาหาร และยา องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถนิ่ เพือ่ ขอรบั ปา้ ยอาหารปลอดภยั
3. ผู้ประกอบการทุกคนต้องมีใบรับรองแพทย์ เพื่อให้ไม่เป็นโรคต้องห้ามท่ีอาจจะมี
ผลต่อการแพรเ่ ชื้อโรคไปยังผอู้ น่ื
4. ผู้ประกอบการตอ้ งใส่ชุดยูนฟิ อรม์ ตามท่ีโรงเรยี นกำหนด
5. จัดจ้างแม่บา้ นดแู ลโรงอาหาร ในช่วงเวลาทน่ี ักเรียนมาใชบ้ รกิ าร
6. ตดิ ป้ายใหค้ วามรู้ และการปฏิบตั ติ น กอ่ นและหลังการรับประทานอาหาร
7. จัดสถานทล่ี ้างมอื สำหรับนักเรียนทมี่ าใช้บริการโรงอาหาร
3.2.2 แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเม่ือเกดิ เหตกุ ารณ์
1. งานอนามัยตรวจ ATK นักเรยี นในเบือ้ งต้น
2. ประสานงานกับโรงพยาบาล เพือ่ สง่ ตวั เข้ารับการรกั ษาทีโ่ รงพยาบาล
3. ครทู ีป่ รกึ ษาแจง้ ผู้ปกครองใหร้ บั ทราบ
4. ครูที่ปรกึ ษารายงาน หวั หนา้ ระดับ และผูบ้ งั คับบญั ชาตามลำดับ
5. โรงเรยี นดแู ล ติดตามชว่ ยเหลือ จนกว่านักเรียนจะหายเป็นปกติ
๓๙
3.3 ความปลอดภัยดา้ นอาหาร และรา้ นคา้ ในโรงเรยี น
3.3.1 สาเหตขุ องปัญหา
1. เกดิ จากความไม่สะอาดของวัตถุดิบ
2. เกดิ จากสขุ อนามยั ของผู้ประกอบการ
3. เกดิ จากกระบวนการบริหารจัดการในโรงอาหาร
4. เกดิ จากการร้เู ทา่ ไม่ถงึ การณ์ของนักเรยี น
3.3.2 มาตรการป้องกนั
1. จัดทำระเบียบข้อบังคับ และแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการท่ีมาจำหน่าย
อาหาร ในโรงเรยี น ดงั น้ี
1.1 หากผสู้ ัมผัสอาหารมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำามูก หายใจเหนื่อย
หอบใหห้ ยดุ งาน และพบแพทยท์ ันที
1.2 ขณะปฏิบัติงานผู้สัมผัสอาหารต้องสวมหมวกคลุมผม ผ้ากันเป้ือน หน้ากากผ้า
ถุงมอื และมกี ารปฏบิ ตั ิตนตามสขุ ลกั ษณะสว่ นบุคคลทถ่ี ูกต้อง
1.3 ล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยสบู่ และน้ำ ท้ังก่อน-หลังการประกอบอาหาร หยิบ
หรอื จบั ส่ิงสกปรก ไมไ่ อ หรอื จามใสอ่ าหาร
1.4 ปกปิดอาหารใช้ถุงมือ และที่คีบหยิบจับอาหาร ห้ามใช้มือหยิบจับอาหารที่
พรอ้ มรับประทานโดยตรง และจดั ให้แยกรบั ประทาน
1.5 ทำความสะอาดโรงอาหาร ร้านจำหน่ายอาหาร และจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น
ห้องครัว อุปกรณ์ปรุงอาหาร โต๊ะ เก้าอี้ ด้วยน้ำยาทำความสะอาด รวมถึงล้างภาชนะอุปกรณ์หรือ
ส่ิงของเครือ่ งใชใ้ ห้สะอาดเปน็ ประจำทกุ วัน
1.6 เตรียมอาหารท่ีปรุงสุกใหม่ ๆ ให้นักเรียนรับประทานภายในเวลา 2 ช่ัวโมง
หากเกนิ เวลาดงั กล่าวให้นำอาหารไปอุน่ จนเดอื ดและนำมาเสริ ์ฟใหม่
1.7 สนับสนุนให้นักเรียนได้รับโภชนาการท่ีดี และเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยเพื่อ
สรา้ งภูมิคุ้มกนั ดูแลบรหิ ารจัดการใหน้ กั เรียนรบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่ สะอาด ปลอดภัย ถกู หลัก
โภชนาการ โดยได้รับประทานผักผลไม้ปลอดสารพิษตามฤดูกาล ตามมาตรฐานอาหารกลางวัน
โรงเรยี นอย่างนอ้ ย 70-100 กรัม
๔๐
เจา้ หน้าที่สาธารณะสุขตรวจสอบสขุ ภาพ และความสะอาดของผปู้ ระกอบการรา้ นค้า
ผปู้ ระกอบการร้านคา้ รว่ มกันทำความสะอาดบรเิ วณโรงอาหาร
๔๑
ผู้ประกอบการร้านคา้ แต่งกายถูกต้อง มคี วามสะอาด และถูกสุขลกั ษณะในการใหบ้ รกิ าร
การอบรมผู้ประกอบการร้านคา้ เก่ยี วกบั เรอ่ื ง ความปลอดภัยและคณุ ภาพของอาหาร
3.3.3 แนวทางการแก้ไขปัญหาเมอื่ เกิดเหตุการณ์
1. ในกรณที เี่ กดิ เหตกุ ารณ์ ครูเวรหรือผูป้ ระสบเหตุตอ้ งปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้น
2. นำนักเรยี นสง่ งานอนามัยโรงเรยี น เพ่อื ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. กรณเี กดิ เหตกุ ารณร์ ้ายแรง งานอนามัยโรงเรียนนำสง่ โรงพยาบาล
4. แจง้ ผปู้ กครองรบั ทราบเหตุการณท์ ี่เกดิ ข้ึน
5. แจ้งครูทีป่ รกึ ษา และหัวหน้าระดบั และผู้บริหารรบั ทราบ
6. โรงเรยี นดแู ล ตดิ ตามช่วยเหลือ จนกว่านกั เรยี นจะหายเปน็ ปกติ
๔๒
4. ด้านบริเวณพ้นื ท่ีภายในโรงเรยี น
การแบ่งพื้นที่ภายในโรงเรียนแบ่งออกเป็น 3 พ้ืนที่ โดยใช้เกณฑ์การเกิดอุบัติเหตุ การเกิดอุบัติภัย
การมวั่ สุมอบายมขุ และการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
4.1 พ้ืนท่ีความปลอดภัยต่ำสุด(โซนสีแดง) ได้แก่ บริเวณห้องน้ำของโรงเรียน ศูนย์การเรียนรู้ตาม
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา สนามกฬี าฟุตบอล แปลงเกษตร โรงอาหาร หอประชมุ พงษ์
ศกั ดิ์ปกปอ้ ง
4.1.1 พื้นที่บริเวณห้องนำ้ ภายในบริเวณโรงเรียน
สาเหตุ
1. การถูกล่วงละเมดิ ทางกาย และทางจติ ใจ
2. สารเสพติด
3. การทะเลาะววิ าท
มาตรการป้องกนั
1. จัดทำโครงการโรงเรียนสีขาว และโครงการโรงเรยี นคุณธรรม
2. ตรวจสอบอุปกรณใ์ หอ้ ยูใ่ นสภาพทีใ่ ช้งานได้ และปลอดภยั
3. ใหม้ ีการติดตัง้ ไฟฟา้ ส่องสว่างอย่างเพยี งพอ
4. ควรดแู ลรกั ษาความสะอาดอยา่ งสม่ำเสมอ
5. ปรบั ปรงุ ซอ่ มแซม เปล่ยี นแปลงอปุ กรณห์ ้องนำ้ ทช่ี ำรุดใหส้ ามารถใช้งานได้ดี
7. เมอ่ื เกิดเหตตุ ้องมีการปฐมพยาบาล และรายงานผบู้ งั คบั บญั ชาทราบ
แนวทางการแก้ไขปัญหาเม่ือเกิดเหตุการณ์
1. ปฐมพยาบาลเบื้องตน้ /นำส่งโรงพยาบาล
2. ประสานงานกลุ่มการบรหิ ารงานกจิ การนักเรยี น เพอื่ แจง้ ผูป้ กครองนกั เรยี นรบั ทราบ
3. รายงานผู้บงั คับบญั ชาตามลำดับ
4. โรงเรยี นให้การดูแลช่วยเหลอื อย่างเหมาะสม
5. กรณีเกดิ การบาดเจบ็ จากการทะเลาะววิ าท งานอนามยั โรงเรยี นนำส่งโรงพยาบาล
พืน้ ที่บริเวณห้องนำ้ ภายในบรเิ วณโรงเรยี น
๔๓
4.1.2 พนื้ ท่ีบรเิ วณหลังบ้านพอเพยี ง
สาเหตุ
1. การมัว่ สมุ เล่นการพนัน
2. การทะเลาะววิ าท
3. การหลบหนอี อกนอกบริเวณโรงเรยี น
4. การใชส้ ารเสพติด
5. ด้านการจราจรบรเิ วณหนา้ โรงเรียน
มาตรการป้องกัน
1. จัดให้มีการตรวจสอบบริเวณบ้าน รอบบริเวณและอุปกรณ์ ในบริเวณโดยรอบของบ้าน
พอเพียงให้อยู่ในสภาพทีใ่ ช้งานได้อย่างปลอดภยั เชน่ บริเวณทีน่ งั่ รวั้ กำแพง เปน็ ตน้
2. ควรหลกี เลยี่ งการจดั ซ้ืออุปกรณ์ตา่ งๆอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายไดง้ า่ ย
3. จัดทำป้ายขอ้ กำหนด และวธิ กี ารเข้าใช้พ้นื ท่ีบริเวณหลงั บ้านพอเพยี ง
4. จัดให้ความรู้ และแนวทางปฏิบัติแก่นักเรียนในกรณีที่นักเรียนพบสิ่งแปลกปลอมซ่ึงอาจ
เปน็ วัตถุระเบดิ หรือวตั ถุอันตรายอ่นื ๆ
5. จัดให้มีการบำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบเพ่ือให้ปราศจากเศษวัสดุท่ีเส่ียงต่อ
การเกดิ อันตราย เช่น ตะปู ไมเ้ สยี บลกู ชิ้น เศษแก้ว สัตวม์ พี ิษ เปน็ ต้น
6. ในกรณเี ม่ือเกดิ อบุ ัตเิ หตตุ อ้ งมกี ารปฐมพยาบาล นำสง่ สถานพยาบาลและรายงาน
ผู้บงั คับบัญชาทราบ
7. บำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบเพื่อให้ปราศจากเศษวัสดุที่เส่ียงต่อการเกิดอันตราย
เช่น ตะปู ไม้เสียบลูกช้นิ เศษแก้ว สตั วม์ ีพิษ เป็นตน้
แนวทางการแก้ไขปญั หาเม่อื เกิดเหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ /นำสง่ โรงพยาบาล
2. ประสานงานกลมุ่ การบรหิ ารงานกจิ การนักเรียน เพื่อแจง้ ผปู้ กครองนักเรียนรบั ทราบ
3. รายงานผบู้ งั คับบัญชาตามลำดบั
4. โรงเรยี นใหก้ ารดแู ลชว่ ยเหลอื อย่างเหมาะสม
5. กรณเี กดิ เหตกุ ารณร์ ้ายแรง งานอนามัยโรงเรยี นนำนักเรยี นสง่ โรงพยาบาล
พ้ืนทบ่ี ริเวณหลังบา้ นพอเพียง
๔๔
4.1.3 พืน้ ท่ีบริเวณโรงอาหาร
สาเหตุ
1. อุบัตเิ หตุจากการลืน่ ลม้
2. การทะเลาะววิ าท
มาตรการป้องกัน
1. แต่งต้ังครูเวรประจำวันคอยควบคุม กำกับ ติดตามดูแลการรักษาความปลอดภัย
ตลอดเวลาทำการของโรงอาหาร
2. จดั ให้มผี ู้รับผดิ ชอบปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น และนำส่งสถานพยาบาล
3. กำหนดควบคมุ ดแู ลการจดั กิจกรรมทเ่ี กย่ี วข้องในโรงอาหาร
4. ดูแลโรงอาหารให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และบำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบอย่าง
สมำ่ เสมอ
5. จัดทำป้ายคำเตือนเพ่ือหลีกเล่ียงการเกิดอุบตั ิเหตุ
6. ตดิ ต้งั ไฟฟ้าส่องสวา่ งรอบบริเวณโรงอาหารและจดุ เสยี่ ง
7. จดั ให้มีถังขยะแยกประเภทเพอ่ื สะดวกในการจัดเกบ็ และทำลาย
แนวทางการแก้ไขปญั หาเม่อื เกดิ เหตุการณ์
1. ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ /นำสง่ โรงพยาบาล
2. รายงานผ้บู ังคับบัญชาตามลำดบั
3. แจง้ ผู้ปกครองนกั เรียน
4. โรงเรียนให้การดแู ลช่วยเหลอื อยา่ งเหมาะสม
5. บำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบเพ่ือให้ปราศจากเศษวัสดุที่เส่ียงต่อการเกิดอันตราย
เช่น ตะปู ไมเ้ สยี บลูกชนิ้ เศษแกว้ สัตว์มพี ิษ เปน็ ต้น
พืน้ ท่ีบริเวณโรงอาหาร
๔๕
4.1.4 พ้ืนท่บี รเิ วณหอประชมุ พงษ์ศักดปิ์ กปอ้ ง
สาเหตุ และมาตรการป้องกัน
มาตรการป้องกัน และแก้ไขอุบัติเหตุในหอประชุม จะต้องมีความปลอดภัย
ทางกายภาพซ่ึงรวมถงึ สภาพโครงสร้างอาคารท่ีถูกตอ้ ง เพ่ือป้องกันอุบัติเหตทุ ่ีเกิดข้ึนกับนักเรยี น และบุคลากร
กำหนดมาตรการการป้องกัน และแก้ไขเหตจุ ากโครงสร้างอาคาร
แนวทางการดำเนินการ
1. สร้างความตระหนัก และให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัยให้กับนักเรียน และ
บคุ ลากรของโรงเรยี น
2. แตง่ ต้งั บุคลากรดูแลรบั ผิดชอบด้านอาคารสถานท่ี
3. จดั ทำป้ายขอ้ ความระมัดระวงั ดา้ นความปลอดภยั และภยั อันตราย
4. จดั ใหม้ แี ผนการป้องกัน และการเคลื่อนยา้ ยในกรณีเกิดอุบัติเหตุในหอ้ งประชุม
5. ตรวจสอบโครงสร้าง และส่วนประกอบของอาคารตลอดจนประกอบที่ติดต้ังใน
ส่วนต่าง ๆ ของหอประชุมอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสอบโดยสว่ นราชการ หรอื หน่วยงานท่ีเกีย่ วข้อง
6. ในกรณีท่ีเกิดความผิดปกติของหอประชุมให้สัง่ ปิดหอประชุม และประกาศให้เป็น
เขตอะไรห้ามเขา้ และรายงานทเ่ี กี่ยวข้องเพือ่ ดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม ส่วนประกอบของอาคารหรือหอประชุม
ทตี่ า่ ง ๆ อย่สู ภาพปลอดภัย
7. เม่ือเกิดเหตุฉุกเฉินให้ดำเนินการตามแผนฉุกเฉินสำหรับการศึกษาส่วนท่ี 4
การควบคมุ กำกับติดตามและรายงาน
พื้นทีบ่ รเิ วณหอประชมุ พงษศ์ กั ดปิ์ กป้อง
๔๖
4.1.5 พื้นที่บรเิ วณสนามฟุตบอล
สาเหตุ
1. การถกู ลว่ งละเมิดทางกายและจิตใจ
2. สารเสพติด
3. การทะเลาะวิวาท
4. อุบตั เิ หตุจากการเลน่ กฬี า
มาตรการปอ้ งกัน และแก้ไขอุบตั เิ หตทุ ่เี กิดจากสนามฟตุ บอล
1. จัดให้มกี ารตรวจสอบสนาม และอุปกรณ์เครื่องสนามเคร่ืองกีฬาให้อยู่ในสภาพท่ีใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
2. ควรหลกี เล่ยี งการจัดซ้อื อปุ กรณก์ ฬี า และเครื่องเลน่ ทีก่ อ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายได้ง่าย
3. จดั ทำป้ายขอ้ กำหนด และวธิ ีการใชอ้ ปุ กรณท์ กุ ชนิดในสนามกีฬา
4. จัดให้ความรู้ และแนวทางปฏิบัติแก่นักเรียนในกรณีท่ีนักเรียนพบสิ่งแปลกปลอมซึ่งอาจ
เป็นวัตถุระเบิด หรอื วัตถอุ ันตรายอนื่ ๆ
5. จัดให้มีการบำรุง และดูแลความสะอาดโดยรอบเพื่อให้ปราศจากเศษวัสดุที่เส่ียงต่อการ
เกดิ อันตราย เช่น ตะปู ไมเ้ สยี บลกู ชน้ิ แกว้ สตั วม์ ีพษิ เป็นต้น
6. ในกรณีเม่ือเกิดอุบัติเหตุต้องมีการปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาลและรายงาน
ผ้บู ัญชาให้ทราบ
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเมอ่ื เกิดเหตุการณ์
1. ปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ /นำส่งโรงพยาบาล
2. รายงานผ้บู งั คบั บัญชาตามลำดับ
3. แจง้ ผูป้ กครองนักเรยี น
4. โรงเรยี นใหก้ ารดูแลชว่ ยเหลืออย่างเหมาะสม
พืน้ ท่ีบริเวณสนามฟตุ บอล
๔๗
4.1.6 พ้นื ท่ีบริเวณแปลงเกษตร
สาเหตุ
1. การมัว่ สมุ เล่นการพนนั
2. การทะเลาะวิวาท
3. การหลบหนอี อกนอกบริเวณโรงเรียน
4. การใช้สารเสพติด
มาตรการป้องกนั
1. จัดให้มีการตรวจสอบบรเิ วณแปลงเกษตร และอปุ กรณ์ในบริเวณโดยรอบของแปลงเกษตร
ให้อยู่ในสภาพทีใ่ ช้งานได้อยา่ งปลอดภัย เชน่ บรเิ วณทนี่ ั่ง รัว้ กำแพง เป็นตน้
2. ควรหลีกเล่ียงการจดั ซอ้ื อุปกรณ์ตา่ ง ๆ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายได้งา่ ย
3. จดั ทำปา้ ยข้อกำหนด และวธิ ีการเข้าใชพ้ ้ืนทบ่ี รเิ วณแปลงเกษตร
4. ให้ความรู้ และแนวทางปฏิบัติแก่นักเรียนในกรณีท่ีนักเรียนพบส่ิงแปลกปลอมซ่ึงอาจเป็น
วตั ถุระเบดิ หรอื วตั ถอุ ันตรายอืน่ ๆ
5. จัดให้มีการบำรุงดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบเพื่อให้ปราศจากเศษวัสดุที่เสี่ยงต่อการ
เกดิ อันตราย เช่น ตะปู ไมเ้ สยี บลกู ช้ิน เศษแก้ว สตั ว์มพี ิษ เปน็ ตน้
6. ในกรณีเม่ือเกิดอุบัติเหตุต้องมีการปฐมพยาบาล นำส่งสถานพยาบาล และรายงาน
ผบู้ ังคับบัญชาทราบ
7. บำรงุ ดูแลรักษาความสะอาดโดยรอบเพ่ือใหป้ ราศจากเศษวสั ดุทเ่ี สีย่ งต่อการเกิดอนั ตราย
เชน่ ตะปู ไม้เสยี บลูกชน้ิ เศษแก้ว สัตว์มีพิษ เป็นตน้
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเม่ือเกิดเหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบื้องต้น/นำสง่ โรงพยาบาล
2. ประสานงานกลุ่มการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรียน เพอื่ แจ้งผปู้ กครองนกั เรียนรับทราบ
3. รายงานผ้บู งั คับบญั ชาตามลำดับ
4. โรงเรยี นให้การดแู ลชว่ ยเหลอื ในส่วนของคา่ ประกนั อบุ ัติเหตุ
พื้นท่ีบรเิ วณแปลงเกษตร