๔๘
4.2 พื้นท่ีความปลอดภัยปานกลาง(โซนสีเหลือง) ได้แก่ ห้องเรียน - ห้องปฏิบัติการ ลานกีฬาในร่ม
สำนักงานตา่ ง ๆ ลานสนามบาสเกตบอล หอ้ งพักครู หอ้ งไอซีที (ICT) หอ้ งสมุด
4.2.1 พื้นที่บริเวณหอ้ งเรยี น – หอ้ งปฏิบตั กิ าร
สาเหตุ
1. สารเคมีจากการทดลองกจิ กรรมการเรยี นการสอน
2. ทะเลาะวิวาท
3. การแพร่ระบาดของเชื้อโรค
4. ประตูหรอื หนา้ ตา่ งหนีบมือ
5. การปีนป่าย หรอื นัง่ ขอบหน้าตา่ งห้องเรียน
มาตรการปอ้ งกัน
1. สรา้ งความตระหนัก และใหค้ วามรใู้ นเรือ่ งความปลอดภัยให้กับนักเรยี น
2. แตง่ ตั้งบุคลากรดูแลรบั ผิดชอบดา้ นอาคารสถานท่ี
3. จัดทำป้ายขอ้ ความระมัดระวงั ด้านความปลอดภัย และอนั ตราย
แนวทางการแก้ไขปญั หาเมือ่ เกดิ เหตุการณ์
1. ปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ /นำส่งโรงพยาบาล
2. ประสานงานกลุ่มการบริหารงานกจิ การนักเรียน เพื่อแจง้ ผปู้ กครองนกั เรียนรบั ทราบ
3. รายงานผูบ้ ังคบั บญั ชาตามลำดบั
4. โรงเรยี นใหก้ ารดแู ลชว่ ยเหลอื ในส่วนของคา่ ประกนั อุบตั ิเหตุ
พ้ืนทบี่ รเิ วณห้องเรยี น–ห้องปฏิบัตกิ าร
4.2.2 พื้นท่ีบริเวณลานกีฬาในร่ม และพน้ื ท่ีบรเิ วณลานสนามบาสเกตบอล
สาเหตุ
1. อบุ ัตเิ หตุจากการเลน่ กฬี า
2. ทะเลาะวิวาท
๔๙
มาตรการป้องกนั
1. สร้างความตระหนัก และให้ความรใู้ นเร่ืองความปลอดภัยในการเล่นกีฬาให้กบั นักเรียน
2. แต่งตงั้ ครู และบุคลากรปฏิบตั หิ น้าท่เี วรบริเวณลานกีฬาในร่ม
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเมือ่ เกิดเหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ ท่ีห้องพยาบาลโรงเรยี น
2. ครูปฏบิ ตั หิ น้าท่เี วรประจำวนั ในบริเวณดงั กล่าว รายงานผูบ้ ังคับบัญชาตามลำดับ
3. ประสานงานรถกชู้ ีพ เพ่ือนำสง่ โรงพยาบาล และแจ้งผปู้ กครองนกั เรียนทราบ
4. โรงเรียนใหก้ ารดแู ลชว่ ยเหลืออย่างเหมาะสมในเรอ่ื งเงนิ ค่าประกนั อุบัติเหตุ
พ้นื ท่ีบริเวณลานกฬี าในร่ม พน้ื ท่ีบรเิ วณลานสนามบาสเกตบอล
4.2.3 พ้ืนที่บริเวณสำนักงานต่าง ๆ
สาเหตุ
1. การแพร่ระบาดของเชื้อโรค
2. ครู และบุคลากรประสบเหตุลื่นล้ม
มาตรการป้องกนั
1. สร้างความตระหนักและให้ความรู้ในเร่ืองความปลอดภัยให้กับครู และบุคลากรใน
โรงเรยี น
2. จัดทำปา้ ยข้อความระมัดระวงั ด้านความปลอดภยั ในจุดเส่ยี ง
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเม่อื เกิดเหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ ท่ีห้องพยาบาลของโรงเรยี น
2. ตดิ ตอ่ ประสานงานรถกู้ชพี เพอื่ นำส่งโรงพยาบาลในกรณรี ้ายแรง
3. ต่อต่อประสานงานฝ่ายอาคารสถานท่ี เพ่อื ทำการซ่อมแซมจุดเสยี่ งต่อการเกดิ อันตราย
๕๐
พื้นท่ีบริเวณสำนกั งานต่าง ๆ
4.2.4 พ้นื ที่บริเวณหอ้ งพกั ครู
สาเหตุ
1. การแพร่ระบาดของเช้อื โรค
2. ระบบไฟฟ้าขดั ข้อง หรอื เกดิ ไฟฟ้าซอ็ ต
มาตรการป้องกนั
1. จดั ทำโครงการปรบั ปรงุ ระบบไฟฟ้าในอาคารเรยี น และหอ้ งพกั ครู
2. จดั ระบบ 5 ส ในห้องพกั ครูเพื่อสะดวกในการควบคมุ ดแู ล
3. จัดทำปา้ ยข้อความระมดั ระวงั ดา้ นความปลอดภัย และอนั ตราย
4. ตดิ ต้ังจุดลา้ งมือเจลแอลกอฮอลห์ นา้ ประตหู ้องพกั ครู
5. ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการกระทรวงสาธารณะสขุ เช่น คัดกรองบคุ คลก่อนเขา้ ห้องพักครู
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเมือ่ เกดิ เหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ /นำสง่ โรงพยาบาล
2. รายงานผ้บู งั คับบญั ชาตามลำดับ
3. ต่อต่อประสานงานฝ่ายอาคารสถานที่ เพื่อทำการซ่อมแซมจุดเส่ียงต่อการเกิดอันตราย
พนื้ ทบ่ี รเิ วณห้องพกั ครู
๕๑
4.2.5 พน้ื ท่บี รเิ วณหอ้ งไอซีที (ICT)
สาเหตุ
1. การแพร่ระบาดของเชอื้ โรค
2. นักเรยี นเข้าเว็บไซต์ที่ไมเ่ หมาะสม
3. นักเรียนเล่นเกมส์ออนไลน์
มาตรการปอ้ งกัน
1. สร้างความตระหนัก และใหค้ วามรู้กับนกั เรียนในเรอ่ื งการใช้โซเชียลมเี ดยี
2. จดั ทำปา้ ยข้อความท่ีเป็นข้อหา้ ม/ขอ้ ปฏบิ ัติ ในการใช้ห้องไอซที ี (ICT)
3. คดั กรองบคุ คลที่เข้าใชบ้ รกิ ารตามแนวทางของกระทรวงสาธารณะสุข
แนวทางการแกไ้ ขปัญหาเมือ่ เกดิ เหตุการณ์
1. งานอนามยั โรงเรียนตรวจ ATK ในเบอื้ งต้น ถ้าผลเป็นบวกใหน้ ำสง่ โรงพยาบาล
2. ครผู คู้ วบคุมดแู ล ตรวจสอบ นักเรยี นทเี่ ขา้ ใชบ้ รกิ ารอยา่ งสมำ่ เสมอ
3. สรา้ งระบบ Login เข้าใชง้ านอนิ เตอร์เนต็ เพ่ือเพิ่มความปลอดภยั ในการใชง้ าน
4. รายงานฝา่ ยบริหารรบั ทราบ และประสานหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง
พ้ืนทบ่ี ริเวณห้องไอซที ี (ICT)
4.2.6 พนื้ ที่บรเิ วณหอ้ งสมดุ
สาเหตุ
1. การแพร่ระบาดของเชอ้ื โรค
2. พฤติกรรมชสู้ าว
๕๒
มาตรการปอ้ งกัน
1. จดั ทำป้ายขอ้ ความท่ีเปน็ ข้อห้าม/ขอ้ ปฏิบตั ิ ในการใช้หอ้ งสมุด
2. ครูผ้คู วบคมุ ดูแล ตรวจสอบนักเรยี นทเี่ ขา้ ใชบ้ ริการห้องสมุ ดอยา่ งสม่ำเสมอ
3. จดั ระบบห้องสมุดใหส้ ามารถมองเห็นไดท้ วั่ ถงึ หรือลดจะอับสายตา
4. ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการกระทรวงสาธารณะสุข เชน่ คัดกรองบคุ คลกอ่ นเข้าหอ้ งสมุด
แนวทางการแก้ไขปัญหาเมอื่ เกดิ เหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบื้องตน้ /นำสง่ โรงพยาบาล
2. ประสานงานกลุ่มการบริหารงานกิจการนักเรียนในการดูแลควบคุมพฤติกรรม และแจ้ง
ผู้ปกครองรบั ทราบ
พื้นท่ีบรเิ วณห้องสมุด
4.3 พืน้ ท่ีความปลอยภัยมากทส่ี ุด(โซนสีเขียว) เป็นพื้นที่โล่ง สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา ไม่มีจุด
อับสายตา และมีนักเรียนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่เกิดเหตุอันตรายในบริเวณดังกล่าว ได้แก่ ลาน
อเนกประสงค์หน้าเสาธง สำนกั งานผอู้ ำนวยการบา้ น พกั ครู วหิ ารหลวงปขู่ าว หอ้ งพยาบาล
มาตรการปอ้ งกนั
1. จัดทำป้ายขอ้ ความระมดั ระวังดา้ นความปลอดภยั และอันตราย
2. แต่งต้ังครู และบคุ ลากรปฏิบตั หิ นา้ ทเ่ี วรบริเวณพืน้ ท่ีดังกล่าว
แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเมอ่ื เกิดเหตกุ ารณ์
1. ปฐมพยาบาลเบื้องต้นท่หี อ้ งพยาบาลโรงเรียน
2. ครปู ฏบิ ตั หิ น้าท่เี วรประจำวันในบริเวณดังกลา่ ว รายงานผู้บงั คับบญั ชาตามลำดับ
3. ประสานงานรถกชู้ พี เพอ่ื นำส่งโรงพยาบาล และแจ้งผปู้ กครองนกั เรยี นทราบ
4. โรงเรยี นให้การดูแลช่วยเหลอื อย่างเหมาะสมในเร่อื งเงนิ ค่าประกนั อบุ ตั ิเหตุ
๕๓
4.4 แหล่งช่วยเหลือ
1. ศนู ย์ชว่ ยเหลอื สงั คม
2. ศนู ย์ฉกุ เฉิน โทร 1669
3. สถานพยาบาล
4. สถานีตำรวจ
5. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
6. นักจิตวิทยา
แผนผงั การแบง่ พนื้ ที่ (โซนส)ี ภายในโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม
๕๔
5. ดา้ นการโจรกรรม
5.1 สาเหตขุ องปญั หาการโจรกรรมในสถานศึกษา
1. การลกั ทรัพย์ภายในโรงเรยี นจากบุคคลภายใน
2. การลักทรัพย์ภายในโรงเรียนจากบคุ คลภายนอก
3. จากการรเู้ ท่าไมถ่ งึ การณ์ของนักเรยี นเอง
4. ได้รับการหล่อหลอมจากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้นักเรียนมี
พฤติกรรมท่ีเบ่ยี งเบน หรือล่อแหลมตอ่ การกระทำอันผดิ กฎหมาย
5. คา่ นิยมการเสพยาเสพติดและของมนึ เมา
6. การมั่วสมุ เลน่ การพนันและเกมคอมพิวเตอร์
7. การทะเลาะววิ าทและขู่บงั คบั
8. การเร่งเรา้ จากส่อื ตา่ งๆในชวี ติ ประจำวนั
9. การดำรงชีวติ ประจำวนั ของนักเรยี น ในสภาพแวดล้อมทางสังคมท่เี ส่ียงในทุก ๆ ด้าน
5.2 แนวทางการปอ้ งกนั และแกไ้ ขการโจรกรรมภายในโรงเรียนโพธินิมิตวทิ ยาคม
1. โรงเรียนดำเนินการจัดทำคำส่ังแต่งตั้งเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ ทั้งกลางวัน
และกลางคืน ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสยั รายงานตอ่ ผู้บังคับบัญชา หรือหัวหนา้ งาน
รกั ษาความปลอดภัยเพ่ือดำเนนิ การป้องกนั ให้ทันท่วงที
2. จา้ งบริษทั รักษาความปลอดภยั เพอ่ื ดูแลบรเิ วณโดยรอบภายในสถานศกึ ษา
3. ติดตงั้ กลอ้ งวงจรปดิ ตามจุดเส่ยี งทีเ่ ปน็ จุดอับสายตาเพอื่ เป็นหลกั ฐานต่อการดำเนนิ การ
๕๕
4. ใหค้ วามรถู้ ึงโทษท่เี กดิ จากการโจรกรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนกั วิชาการกฎหมาย
5.3 แนวทางการแก้ไขปญั หาทเ่ี กดิ โจรกรรม
1. กรณีเกิดเหตุการณ์ลักทรัพย์ภายในโรงเรียน ครูท่ีปฏิบัติหน้าท่ีเวรรักษาการณ์ในวันนั้น แจ้งให้
ผู้ตรวจเวร และฝา่ ยบริหารรับทราบเหตกุ ารณ์ในเบ้อื งตน้
2. ดำเนินการแจง้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเพ่ือให้เข้ามาตรวจสอบ สถานทีเ่ กดิ เหตุ
3. บันทกึ ภาพเหตุการณ์ ในเบอ้ื งตน้
4. ตรวจสอบหลักฐาน และร่องรอยการก่อเหตุจากกล้องวงจรปดิ เพื่อระบุผู้ก่อเหตุ
5. รายงานสรุปเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขึน้ ต่อฝา่ ยบรหิ าร
6. บนั ทึกเหตกุ ารณ์ลงในบันทึกการปฏบิ ัตหิ น้าทเี่ วรรกั ษาการณ์ในวนั น้นั
๕๖
6. ดา้ นอุบัตภิ ยั ตา่ ง ๆ
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมมีมีความห่วงใย และตระหนักถึงความปลอดภัยและเล็งเห็นความจำเป็น
เร่งด่วนท่ีโรงเรียนและผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่าย ต้องร่วมกัน หาแนวทางที่เป็นในการร่วมกันดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนให้เรียนรู้อย่างมีความสุข ตามหลักสูตร มีทักษะชีวิตสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยท่ามกลาง
สภาพแวดล้อมทางสังคม อุบัติเหตุ และอุบัติภัย ที่จะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ นักเรียน ดังน้ัน ดำเนินการ
จัดแนวทางการดำเนินการด้านอบุ ัตภิ ยั ตา่ ง ๆ ดังน้ี
6.1 อุบัตภิ ัยจากอคั คีภัย
6.1.1 สาเหตุของการเกดิ อคั คีภยั
1. ความประมาท มักเกิดจากความไม่ระมัดระวัง ในการปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน เช่น
การจัดการเรยี นการสอนในห้องปฏิบัติการ การใช้สารเคมีทตี่ ิดไฟ หรือการจัดเก็บน้ำมันกาซ หรอื สารเคมีไวไฟ
อน่ื ๆ เช่น ทินเนอร์ สีพ่น สีน้ำมันฯลฯ ไว้ไม่เป็นระเบียบของงานอาคารสถานที่ การเผาขยะหรือหญ้าแห้ง ใน
โรงเรียนทำให้ประกายไฟ ปลิวไปตกในบริเวณท่ีมีเช้ือเพลิงอยู่ หรือการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องเรียน ห้องพัก
บคุ ลากร หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เปน็ ตน้
2. การขาดความรู้ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้อุปกรณ์และ เครื่องใช้ไฟฟ้า
เช่น การใช้สายไฟท่ีมีขนาดไม่เหมาะสมกับ กระแสไฟที่ใช้ การใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหลายเครื่องท่ีเต้ารับอันเดียว
สายไฟฟ้าเก่าชำรดุ เสื่อมสภาพหรือไม่มีฉนวนหุ้ม การใช้ฟิวสไ์ มถ่ ูกขนาด การใช้อปุ กรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
หรอื ชำรดุ เปน็ ตน้ ซงึ่ ล้วนเป็นสาเหตทุ ี่ทำใหเ้ กดิ กระแสไฟฟา้ ลดั วงจรได้
3. ความร้เู ท่าไม่ถึงการณ์ มกั เกดิ ข้ึนจากเด็กนักเรียน เช่น การเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ หรือจุด
ฟนื ไฟ เพ่อื ความสนกุ สนาน
6.1.2 แนวทางปอ้ งกนั การเกดิ อคั คีภยั
1. โรงเรียนดำเนินการจัดทำคำส่ังแต่งตั้งเวรรักษาการณ์ประจำสถานท่ีราชการ ทั้งกลางวัน
และกลางคืน ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องบุคคลท่ีมีพฤติกรรมน่าสงสัย และรายงานตอ่ ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้า
งานรักษาความปลอดภยั เพ่ือดำเนนิ การป้องกนั ให้ทันทว่ งที
2. โรงเรียนจัดครูเวรปฏิบัติหน้าท่ีประจำจุดต่าง ๆ ในวันเปิดภาคเรียนท่ีมีนักเรียนมาเรียน
ปกตเิ พ่ือคอยสอดสอ่ งดูแลนักเรียน และการเกดิ อุบัตภิ ัยในโรงเรียน
3. จัดทำโครงการในการซ่อมแซม ปรับปรุง เปล่ียนอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคารสถานที่ภายใน
บรเิ วณโรงเรียน
4. จัดเจ้าหน้าท่ีนักการประจำอาคารเรียนเพ่ือดูแลความสะอาด และดูแลภัยพิบัติต่าง ๆ ท่ี
อาจเกิดข้ึนเพือ่ ไดด้ ำเนินการแก้ไขได้ทนั ท่วงที
5. ติดต้ังอุปกรณ์ดบั เพลิงประจำอาคารเรียนชนั้ ละ 1 ชุด
6. เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ และสาธิตวิธิการดับเพลงิ แก่นักเรยี น และบคุ ลากร
7. ตดิ แผ่นป้ายการปฏบิ ัตติ นเมอื่ เกดิ อคั คภี ัย
๕๗
8. ฝกึ ซอ้ มการหนีไฟเมือ่ เกดิ อัคคภี ัย ๑ คร้งั ตอ่ ปกี ารศกึ ษา
9. จัดทำคมู่ อื โรงเรยี นปลอดภยั
10. จัดเสยี งตามสายให้ความรู้และการปฏบิ ตั ติ นใหน้ กั เรียนได้รบั ฟงั ในชว่ งเวลาก่อนเข้าแถว
6.1.3 แนวทางดำเนนิ การถา้ เกิดอคั คภี ัยในโรงเรยี น
1. ดำเนินการแจง้ ให้ฝ่ายบริหารรับทราบโดยดว่ น
2. ดำเนินการแจง้ หนว่ ยบรรเทาสาธารณภยั (เทศบาลปากเกรด็ โทร ๐๒-๕๘๓-๗๗๘๘ )
3. ถ้าเกิดในเวลาปกติท่ีมีการเรียนการสอนประสานงานครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับชั้นในการ
นำนักเรียนลงจากอาคารเรียนตามทไี่ ดฝ้ กึ ซอ้ มไว้
4. เมอ่ื เหตกุ ารณป์ กติ ครูผูป้ ฏิบัตหิ นา้ ท่ีรายงานสรปุ เหตุการณ์ต่อฝ่ายบริหาร
5. ฝา่ ยบรหิ ารรายงานต้นสงั กัด
โรงเรียนโพธนิ มิ ติ วิทยาคม เขา้ รว่ มอบรมขัน้ ตอนและอพยพหนไี ฟ จากพนกั งานป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย ชำนาญงาน สถานีดับเพลิงกภู้ ัยดาวคะนอง
6.2 การเกดิ วาตภัย
6.2.1 สาเหตุของการเกิดวาตภยั
1. ภัยทเี่ กดิ ขึ้นจากพายุ ความแรงของลมจนทำให้เกิดความเสยี หายแก่อาคารสถานที่ และ
สิง่ กอ่ สรา้ งในโรงเรียน
6.2.2 แนวทางปอ้ งกันเมื่อเกิดวาตภัย
1. จัดต้งั คณะกรรมการติดตามสภาพอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตนุ ิยมวทิ ยาสม่ำเสมอ
2. สอบถาม แจ้งสภาวะอากาศร้ายแรงจากกรมอตุ ุนยิ มวทิ ยา
3. จัดทำโครงการป้องกนั การเกดิ วาตภัย โดยมกี จิ กรรม ดังนี้
3.1 ซ่อมแซม อาคาร สถานท่ีใหแ้ ขง็ แรง
3.2 ฝึกซ้อมการป้องกนั ภยั พิบตั ิเตรียมพร้อมรบั มือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น
3.3 เตรียมเครอ่ื งอุปโภค บริโภคไฟฉายแบตเตอรว่ี ิทยุกระเปา๋ ห้วิ ตดิ ตามข่าวสาร
3.4 เตรียมพรอ้ มอพยพเมื่อไดร้ ับแจง้ ใหอ้ พยพ
3.5 สรุปผล/รายงานกิจกรรม
๕๘
6.2.3 การดำเนนิ การเมื่อเกิดวาตภยั
1. ดำเนนิ การตามแผนอพยพนักเรยี นตามท่ีฝึกซ้อมการป้องกันภยั พิบตั ิ
2. ดำเนินการแจ้งหนว่ ยบรรเทาสาธารณภยั (เทศบาลปากเกร็ด โทร 02-583-7788 )
3. เมอ่ื เหตุการณ์ปกติ ครผู ปู้ ฏิบัติหน้าทร่ี ายงานสรุปเหตุการณ์ตอ่ ฝา่ ยบริหาร
4. ฝา่ ยบรหิ ารรายงานต้นสังกดั
เบอรโ์ ทรศัพท์สายด่วนเหตฉุ ุกเฉนิ
6.3 การเกิดแผ่นดินไหว
6.3.1 สาเหตุของการเกิดแผน่ ดนิ ไหว
1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการส่ันสะเทือนของพ้ืนดิน อันเน่ืองมาจากการปลดปล่อย
พลังงานเพือ่ ลดความเครียดทสี่ ะสมไวภ้ ายในโลกออกมาเพ่ือปรบั สมดลุ ของเปลือกโลกให้คงที่
2. เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเข่ือน
และแรงระเบดิ จากการทำเหมืองแร่
6.3.2 แนวทางป้องกันการเกดิ แผ่นดนิ ไหว
1. จัดทำโครงการปอ้ งกันการเกดิ ภยั พบิ ัติ โดยมกี จิ กรรม ดงั น้ี
3.1. ซอ่ มแซม อาคารสถานที่ใหแ้ ขง็ แรง
3.2. ฝึกซ้อมการปอ้ งกันภัยพิบตั เิ ตรยี มพร้อมรบั มือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น
3.3. เตรียมเครอื่ งอปุ โภค บรโิ ภคไฟฉายแบตเตอรว่ี ิทยุกระเปา๋ หว้ิ ตดิ ตามข่าวสาร
3.4. เตรยี มพร้อมอพยพเมือ่ ไดร้ บั แจง้ ใหอ้ พยพ
3.5. สรุปผล/รายงานกิจกรรม
๕๙
6.3.3 การดำเนนิ การถา้ เกดิ แผน่ ดินไหว
1. ดำเนินการตามแผนอพยพนกั เรียนตามที่ฝกึ ซอ้ มการป้องกนั ภยั พิบตั ิ
2. ดำเนนิ การแจ้งให้ฝ่ายบริหารรบั ทราบโดยด่วน
3. ดำเนนิ การแจง้ หนว่ ยบรรเทาสาธารณภยั (เทศบาลปากเกรด็ โทร 02-583-7788 )
4. ในกรณทนี่ กั เรียนได้รับบาดเจบ็ ประสานหนว่ ยงานกู้ชีพ เพ่ือนำตวั ส่งโรงพยาบาล
5. เม่อื เหตกุ ารณ์ปกติ ครผู ูป้ ฏิบัติหนา้ ทรี่ ายงานสรปุ เหตกุ ารณต์ ่อฝ่ายบริหาร
6. ฝ่ายบรหิ ารรายงานตน้ สงั กัด
6.4 ภยั จากอทุ กภัย
6.4.1 สาเหตุการเกดิ อุทกภยั
ภยั ที่เกิดขนึ้ เนื่องจากมีน้ำเป็นสาเหตุ อาจจะเป็น น้ำท่วม โดยปกติ อทุ กภัยเกิดจากฝนตก
หนักอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน บางคร้ังทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมี สาเหตุจากพายุ หมุนเขตร้อนลม
มรสมุ มีกำลงั แรง รอ่ งความกดอากาศตำ่ มกี ำลงั แรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดนิ ไหว เขอ่ื นพังทำให้
เกดิ อุทกภัยได้เสมอ
6.4.2 แนวทางป้องกนั แกไ้ ขภยั จากอุทกภัย
1. จัดตงั้ คณะกรรมการภยั พบิ ตั ิของโรงเรยี น
2. เตรียมพร้อมรับมือกบั แผนอพยพไปในท่ีปลอดภยั เมือ่ สถานการณ์ จวนตัวหรือปฏิบัติตาม
คำแนะนำของทางราชการ
3. จัดใหม้ ีคณะกรรมการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีเวรรักษาการณโ์ รงเรียน
4. ตัดตกแต่งกงิ่ ไมท้ อ่ี ยใู่ กลอ้ าคารเรยี น
5. จดั ทำโครงการภยั พบิ ตั ปิ ระจำปี
5.1 ดำเนินการซอ่ มแซม อาคารสถานท่ีให้แข็งแรง และอยู่ในทสี่ ูงพน้ ระดบั น้ำทีเ่ คยท่วม
มากอ่ น
5.2 เตรยี มพรอ้ มรับมอื และวางแผนอพยพหากจำเปน็
5.3 เตรียมเคร่ืองอุปโภค บริโภคทีจ่ ำเปน็
5.4 เตรียมพร้อมอพยพเม่อื ไดร้ บั แจง้ ให้อพยพ
5.5 สรปุ ผล/รายงานกจิ กรรม
6.4.3 แนวทางปฏิบตั ิเม่ือเกดิ อทุ กภยั
1. เฝ้าระวงั ตดิ ตามอย่างใกลช้ ดิ
2. ประสานงานเจ้าหนา้ ทบ่ี รรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครปากเกรด็ ในการทำแนวกนั้ น้ำ
3. ตดั สะพานไฟ และปดิ แก๊สหงุ ต้มในห้องแม่บ้านให้เรียบรอ้ ย
4. ระดมครู และบคุ ลากรทุกคนในโรงเรยี นขนย้ายวัสดุ ครภุ ณั ฑข์ ้ึนบนอาคาร
5. สรปุ รายงานต่อผบู้ รหิ าร และหน่วยงานตน้ สงั กัด
๖๐
จดั ต้งั โรงเรยี นโพธินิมติ วิทยาคมเปน็ ศนู ย์การช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั นำ้ ทว่ ม
๖๑
สว่ นที่ ๑
ความรูเ้ บือ้ งตน้ ทคี่ วรรู้
การเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศกึ ษาธิการ
เร่งดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ แก่ประชาชน ๒ เรื่องท่ีสำคัญและนำสู่การปฏิบัติ ได้แก่ การรณรงค์
ให้นักเรียนอายุ ๑๒ - ๑๘ ปี เข้ารับการฉีดวัคชีน Pfizer และให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการ Sandbox :
Safety Zone in School อย่างเคร่งครัด จึงเป็นส่ิงจำเป็นสำหรับนักเรียนครู บุคลากรทางการศึกษา และ
บุคคลที่เกี่ยวข้อง จะต้องรับรู้และสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน Pfizer และปฏิบัติตามมาตรการได้อย่าง
เคร่งครัด สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
นอกจากวัคซนี Pfizer ที่รัฐนำมาใหก้ บั นักเรียนอายุ ๑๒-๑๘ ปี เขา้ รบั การฉีดแลว้ ยังมวี คั ซีนทางเลอื ก
อีกหน่ึงย่ีห้อ ได้แก่ Sinopharmทร่ี าชวทิ ยาลยั จฬุ าภรณ์ดำเนินการฉีดวัคซีนใหแ้ ก่เด็กและเยาวชนอายุระหวา่ ง
๑๐-๑๘ ปี ในโครงการ VACC ๒ School ดังน้ัน เพ่ือให้ความรู้เบ้ืองต้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน จึงขอนำเสนอขอ้ มูลที่ควรรู้ของ วัคซีน Pfizer วัคซีน Sinopharm และมาตรการ Sandbox : Safety
Zone in School พอสงั เขป ดงั นี้
๑. วัคซีน Pfizer
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ช่วงปีที่ผ่านมาและปัจจุบัน
มีการกล่าวถึง เกี่ยวกับการฉีดวัคชีน (COVID-19 Vaccines) กันมากมาย โดยเฉพาะการเร่งสร้าง
"ภมู คิ ุ้มกันหมู่" ซ่ึงจำเป็นต้องอาศัยวัคซีนท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเข้าช่วย มวี ัคซนี ท่ผี า่ นการรองรับจากองค์การอนามัย
โลก (WHO) และทุกประเทศได้เลือกและนำมาใหป้ ระชาชนรบั การฉีด วัคซนี (COVID-19 Vaccines) มีหน้าที่
สำคัญ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าไปเพ่ิมจำนวน และเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันให้พร้อมเข้า
ทำลายส่ิงแปลกปลอม หรือไวรัสชนิดต่าง ๆ ที่แฝงเข้ามาในร่างกายได้ในทันทีซึ่งถือเป็นอาวุธช้ินสำคัญท่ีช่วย
ยับยั้งความรุนแรง หมายรวมถึงช่วยลดอัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตของประชาชน ปัจจุบันวัคซีนท่ี
ผ่านการรองรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO มีหลายย่ีห้อมีประสิทธิภาพในการทำหน้าท่ีแตกต่างกัน
(โรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอรเ์ นชน่ั แนล, ๖ ตุลาคม ๒๕๖๔) ได้แก่
๑. Pfizer ผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมรกิ า มีประสิทธิภาพ ๙๕%
๒. Moderna ผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา มีประสิทธภิ าพ ๙๔.๕%
๓. Johnson and Johnson ผลติ โดยประเทศสหรฐั อเมริกา มปี ระสิทธภิ าพ ๖๖%
๔. AstraZeneca ผลิตโดยประเทศองั กฤษ มีประสิทธิภาพ ๖๕%
๕. Covishield ผลิตโดยประเทศอินเดีย มีประสทิ ธภิ าพ ๗๒%
๖.Sinovac ผลติ โดยประเทศจีน มปี ระสิทธภิ าพ >๕๐%
๗. Sinopharm ผลติ โดยประเทศจีน มปี ระสิทธิภาพ ๗๙-๘๖%
สำหรับ วัคซีนที่ รัฐบ าลโดยกระท รวงสาธารณ สุขอนุ มัติให้ ฉีดกับ นักเรียนอายุระหว่าง
๑๒-๑๘ ปี นั้นได้แก่ Pfizer ซ่ึงองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองการใช้วัคซีน Pfizer เมื่อวันท่ี ๓๑
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ และประเทศไทยโดยองค์การอาหารและยา (อย.) ข้ึนทะเบียนเม่ือวันท่ี ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดให้สามารถฉีดวัคซีน Pfizer ให้แก่นักเรียน นักศึกษา อายุระหว่าง ๑๒ - ๑๘ ปี
ดงั นั้นรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด Kick Off การฉีดวัคซีน Pfizer ให้แก่
นกั เรยี นนักศกึ ษาอายรุ ะหวา่ ง ๑๒ - ๑๘ ปี ในวนั ท่ี ๔ ตลุ าคม ๒๕๖๔ เพ่ือเตรียมความพร้อมใหก้ บั สถานศกึ ษา
๖๒
มีความปลอดภัย และนักเรียนได้รบั วัคซีนอย่างครบถ้วนเพอื่ รองรับการเปิดภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ในรูปแบบ Onsite วันท่ี ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ซ่ึงสอดคล้องกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
(๒๒ กันยายน ๒๕๖๔) ได้ติดตามข้อมูลด้านประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของวัคซีนโควิด ๑๙ ในเด็กและ
วยั รุ่น โดยคำนึงถึงความปลอดภยั และประโยชน์ทางด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคญั และไดแ้ นะนำให้ฉดี วัคซีน
ที่ได้รับการรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ใช้กับเด็กและวัยรุ่นตั้งแต่อายุ ๑๒
ปขี นึ้ ไป ซ่ึงขณะน้มี ีชนดิ เดยี วท่ีมใี นประเทศไทยคือ วัคซนี Pfizer
วัคซีน Pfizer เป็นวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA Vaccine) กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน
ได้ดี (Antigen) ให้รา่ งกายรจู้ ักกับเช้ือโรคโควิด ๑๙ หลังจากฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ ๒ แล้ว จะมีประสิทธิภาพ
ในการป้องกันโรคโควิด ๑๙ สูงถึง ๙๑.๓% ในช่วง ๗ วันถึง ๖ เดือน หลังฉีดป้องกันความรุนแรงของโรคได้
๑๐๐% ป้องกันการติดเช้ือมีอาการท่ี ๙๔% ป้องกันการติดโรค ๙๖.๕% ป้องกันการเสียชีวิต ๙๘ -๑๐๐%
นอกจากน้ียังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด๑๙ สายพันธ์ุอังกฤษ หรืออัลฟ่า ได้ถึง ๘๙.๕% ป้องกันโควิด
๑๙ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ หรือเบต้า ได้ถงึ ๗๕% งานวจิ ัยของหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษพบว่าวัคซีน Pfizer
มีประสิทธิภาพ ๘๘% ในการป้องกันการป่วยแบบมีอาการจากไวรัสเดลต้า หรืออินเดียการรับวัคซีน Pfizer
รับการฉีดท้ังหมด ๒ เข็ม โดยเข็มท่ี ๒ ห่างจากเข็มแรก ๒๑-๒๘ วัน ใช้วิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขนด้านบน
ภูมิคุ้มกันจะเร่ิมเกิดหลังจากฉีดวัคซีนไฟเซอร์ไปแล้ว ๑๒ วัน แต่ภูมิคุ้มกันจะทำงานเต็มท่ีหลังจากฉีดครบ
๒ เข็มหลงั การฉีดวคั ซีนเข็ม ๑ หรอื เข็ม ๒ ผู้รบั การฉีดอาจมผี ลข้างเคยี งบา้ งแต่ไม่รุนแรง (โรงพยาบาลวชิ ัยเวช
อินเตอรเ์ นช่นั แนล, ๖ ตลุ าคม ๒๕๖๔)
๒. วคั ซีน Sinopharm
วัคซีน Sinopharm เป็นวัคซีนชนิดเช้ือตาย ผลิตโดยสถาบันชีววัตถุแห่งปักก่ิง (Beijing Institute of
Biological Products: BIBP) นำเข้าโดย บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ได้รับการอนุมัติข้ึนทะเบียนในประเทศ
ไทยเม่ือวันท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ มีข้อบ่งใช้สำหรับฉีดเพ่ือกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
ในผู้ท่ีมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ฉีดครั้งละ ๑ โดส จำนวน ๒ ครั้ง ห่างกัน ๒๑ - ๒๘ วัน ในประเทศไทย
วัคซีน Sinopharm เป็นวัคซีนทางเลือกที่กระจายให้แก่องค์กร นิติบุคคล รวมถึงบุคคลธรรมดา
ผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน จนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑๕ ล้านโดส
โดยที่ผ่านมาเป็นการฉีดให้แก่ผู้ท่ีมีอายตุ ้ังแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปวคั ซนี Sinopharm อยู่ในระหวา่ งการพิจารณาข้อมูล
เร่ืองการกระตุ้นภูมคิ ุ้มกัน ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในเด็ก และขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา (อย.) ยังไม่ได้รับรองให้ใช้ในเด็ก และวัยรุ่น (ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ,
๒๒ กันยายน ๒๕๖๔) ซึ่งสอดคล้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ชนาธิป ไชยเหล็ก,๒๑ กันยายน ๒๕๖๔)
กล่าวว่า การฉีดวัคซีน Sinopharm ในกลุ่มอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะต้องได้รับการอนุมัติข้ึนทะเบียนจาก
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน ถึงแม้จะเป็นชนิดเช้ือตาย แต่ก็จำเป็นต้องมีข้อมูลการวิจัย
ในระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นระยะท่ีมีการศึกษาทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีนรองรับ และในเมื่อ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังไม่อนุมัติ การฉีดวัคซีน Sinopharm ให้กับนักเรียนอายุ
๑๐-๑๘ ปี เป็นเพียงโครงการวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เท่าน้ัน โดยวันที่ ๒๐ กั นยายน ๒๕๖๔
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ฯ ได้เปิดโครงการ “ VACC ๒
School” ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
ฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนกว่า ๒,๐๐๐ คน และจะดำเนินการฉีดจนถึงกลางเดือนตุลาคม โดยมีสถานศึกษาใน
กรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล สมคั รเข้ารว่ มโครงการรวม ๑๓๒ โรง คิดเปน็ จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด ๑๐๘,๐๐๐ คน
๖๓
๒. โรงเรียน Sandbox : Safety Zone in School
กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย (นายแพทย์สุวรรณชัยวัฒนายิ่ง
เจริญชัย อธิบดกี รมอนามยั ) มกี ารนำร่องเปิดการเรียนการสอนแบบ Onsite ตามมาตรการ Sandbox Safety
Zone in School ในโรงเรียนประเภทพักนอน มีการดำเนินการระหว่างวันที่ ๑ เมษายน- ๑๑ กันยายน
๒๕๖๔ ซึ่งมีการแบ่งโซนคัดกรอง โซนกักกันผู้สัมผัสเสี่ยง และโซนปลอดภัยสีเขียว ร่วมกับมาตรการต่าง ๆ
มีการติดตามและประเมินผล พบว่าได้ผลดี แม้พบผู้ติดเชื้อเป็นการสัมผัสกับผู้ติดเช้ือภายนอกและตรวจจับได้
นับได้ว่าเป็นระยะที่ ๑ ทปี่ ระสบผลสำเรจ็ จงึ เตรียมขยายผลในโรงเรยี นแบบไป - กลับ และโรงเรยี นพักนอน -
ไปกลับ ในภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เป็นระยะท่ี ๒ โดยมาตรการจะเข้มข้นกว่าระยะที่ ๑ เน้น ๖
มาตรการหลัก ๖ มาตรการเสรมิ และ ๗ มาตรการเข้มงวดสำหรับสถานศึกษา (ไทยรัฐออนไลน์,๑๕ กันยายน
๒๕๖๔ )
ดังน้ัน ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ โรงเรียนโพธินมิ ิตวิทยาคม มีนักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 1-6 ท้ังสิ้น 1,41 คน ได้รับวัคซีน Pfizer มากกว่าร้อยละ 85 เป็นโรงเรียนแบบไป-กลับ จะเปิดให้มีการ
เรียนการสอนตามปกติแบบ Onsite โดยโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมได้ดำเนินการตามขั้นตอนและดำเนินการ
ตามมาตรการท่ีเข้มข้น โดยเน้น ๖ มาตรการหลัก ๖ มาตรการเสริม และ ๗ มาตรการเข้มงวดสำหรับ
สถานศึกษาอย่างเคร่งครัด
๖๔
ส่วนท่ี ๒
แนวปฏิบัตกิ ารเตรียมการกอ่ นเปดิ ภาคเรียน
การเตรียมการก่อนการเปิดเรียน มีความสำคัญ อย่างมากเน่ืองจากมีความเกี่ยวข้องกั บ
การปฏิบัติตนของนักเรียน ครู บคุ ลากร และผู้เกี่ยวข้องทุกคนในสถานศกึ ษา เพื่อป้องกันไม่ใหม้ ีการตดิ เช้ือโรค
โควิด ๑๙ ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างความปลอดภัยแก่ทุกคน โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม
จึงกำหนดใหม้ แี นวปฏบิ ัติการเตรยี มการกอ่ นเปิดภาคเรียน ๖ ขนั้ ตอน ดังนี้
๑. สถานศึกษ าได้ประเมินความพ ร้อมก่อนเปิดภ าคเรียน โดยใช้แบบ ประเมินตนเอง
ในระบบ Thai Stop Covid Plus ตัวย่อ TSC+ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยผลการประเมิน
เปน็ สเี ขียวให้เปดิ เรียนได้ เพอื่ จะได้ประสาน ส่งเสริม สนบั สนนุ ให้สถานศึกษามีความพรอ้ มก่อนเปดิ ภาคเรยี น
๒. ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส ร้อยละ ๘๕ ขึ้นไป ตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ลงวันที่ ๒๐ กนั ยายน ๒๕๖๔
- สรปุ ข้อมูลมูลการฉีดวคั ซนี ของครแู ละบุคลากรทางการศึกษาและผูม้ สี ว่ นเกี่ยวข้อง
๓. นักเรียนและผู้ปกครองควรได้รับการฉีดวัคซีนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะ
สถานศกึ ษาที่อยใู่ นพน้ื ทค่ี วบคมุ สูงสดุ (พ้นื ที่สีแดง) และพืน้ ที่ควบคมุ สูงสุดและเขม้ งวด (พืน้ ทีส่ แี ดงเข้ม)
- สรปุ ขอ้ มูลมูลการฉีดวัคซนี ของนกั เรียนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-6 (ตามเอกสารแนบ)
๔. สถานศึกษานำผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาเสนอต่อ ที่ประชุมคณะกรรมการสถานศกึ ษา
ขน้ั พ้ืนฐาน เพ่อื พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบใหเ้ ปดิ ภาคเรยี น และนำผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาท่ีผา่ น
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน รายงานต่อสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประสานสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
เพอ่ื พิจารณาอนมุ ัตใิ หเ้ ปิดเรียนได้
- สรปุ รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้นื ฐานพจิ ารณาเหน็ ชอบ (เอกสารแนบ)
- รายงานผลการประเมินตนเองต่อสำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษา (หนังสือนำสง่ )
๖๕
๕. สถานศึกษาที่ได้รบั อนุมัติจากคณะกรรมการโรคติตต่อจงั หวัดให้เปิดเรียนได้ ให้สถานศึกษาปฏิบัติ
ตามมาตรการที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยเน้น ๖ มาตรการหลัก ๖ มาตรการเสริม และ
๗ มาตรการเข้มงวด อยา่ งเคร่งครัด
๖. สถานศึกษารายงานผลการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับช้ัน
ภายในวนั ที่ ๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔
๑. การประเมนิ ความพรอ้ มกอ่ นเปดิ เรียน
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้สร้างเคร่ืองมือสำหรับสถานศึกษาประเมินตนเอง
ในระบบ Thai Stop Covid Plus ตัวย่อ TSC+เพื่อใหส้ ถานศึกษาเตรยี มความพร้อมก่อนเปดิ เรยี น ภาคเรียนที่
๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ลิงก์ระบบ https://stopcovid.anamai.moph.go.th/th/school แบบประเมิน
ตนเองดังกล่าว ประกอบด้วย ๖ มิติ ๔๔ ข้อ สถานศึกษาจะต้องผ่านการประเมินท้ัง ๔๔ ข้อ ตามขั้นตอน
การ ประเมินตนเอง ดังภาพ
๖๖
แบบประเมนิ ตนเองสำหรับสถานศึกษาในการเตรียมความพรอ้ มก่อนเปิดภาคเรยี นเพอ่ื เฝ้าระวังและ
ป้องกันการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด 19 ภาคการศกึ ษาที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
(สถานศกึ ษาทำการประเมนิ ตนเองภายในเดอื นตุลาคม 2564 เพ่อื เตรยี มพร้อมเปดิ ภาคเรียนในเดือน
พฤศจกิ ายน 2564)
******************************************
คำช้ีแจง แบบประเมินนใี้ ช้สำหรับสถานศกึ ษาที่ตงั้ อยูใ่ นพน้ื ทค่ี วบคุมสูงสดุ และเข้มงวด(สีแดงเขม้ ๒๓ จงั หวดั )
และพื้นท่ีควบคมุ สงู สดุ (สีแดง ๓๐ จงั หวัด) จำนวนรวม ๕๓ จงั หวดั (ข้อมลู ๑๔ ตลุ าคม ๒๕๖๔)
พนื้ ที่ควบคมุ สูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเขม้ ) 2๓ จังหวัด ไดแ้ ก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรีจนั ทบุรี
ชลบรุ ี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครศรธี รรมราช นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานีปราจีนบุรี ปัตตานี
พระนครศรีอยุธยา ยะลา ระยอง ราชบุรี สงขลา สมทุ รปราการ สมทุ รสงครามสมุทรสาคร สระบรุ ี
พ้ืนท่ีควบคุมสูงสุด (สีแดง) ๓๐ จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธ์ุ ขอนแก่น ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย
เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครราชสีมา นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์
มหาสารคาม ระนอง ลพบุรี ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์
อ่างทอง อดุ รธานี อบุ ลราชธานี
ชอื่ สถานศึกษา
- โรงเรยี นโพธินิมิตวทิ ยาคม
ช่อื -สกุล ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ดร.กรชนก สุตะพาหะ
สงั กดั สำนักเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา (สพม.) จังหวัด นนทบุรี
- สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน (สพฐ.)
สำนกั เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา (สพป.) จงั หวัด ............ เขต ......... (เลอื ก)
สำนกั เขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จงั หวดั นนทบุรี
สำนักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ
การศกึ ษาสงเคราะห์
เฉพาะความพิการ
ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ
- สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสริมการศกึ ษาเอกชน (สช.)
เอกชนในระบบโรงเรยี น
เอกชนสามัญศกึ ษา
เอกชนนานาชาติ
เอกชนนอกระบบโรงเรียน
สอนศาสนา
ศลิ ปะและกฬี า
๖๗
วชิ าชพี
กวดวิชา
เสริมสรา้ งทักษะชีวิต
สถาบันศึกษาปอเนาะ
ตาดีกา
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
- สำนักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย (กศน.)
- กรมส่งเสริมการปกครองท้องถนิ่ (สถ.)
องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด (อบจ.)
เทศบาล
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
- กรงุ เทพมหานคร
- กองบญั ชาการตำรวจตระเวนชายแดน
- สำนกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) (โรงเรียนพระปรยิ ตั ธิ รรม)
- กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
- กระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า
- กระทรวงวัฒนธรรม
- อืน่ ๆ (ระบุ) ......................................................................
นกั เรียน 1,๐๔๑ คน ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ๗๒ คน รวม 1,๑๑๓ คน
เลขที่ ๕๒ หมทู่ ี่ ๔ ตำบล บางพดู อำเภอ ปากเกร็ด จังหวดั นนทบรุ ี
เบอร์โทรมือถือทต่ี ดิ ต่อได้สะดวก 0-2583-7345
E-mail: [email protected]
เกณฑ์การประเมนิ ตนเอง
ขอ้ ประเดน็ มี ไม่มี หมายเหตุ
(๑) (๐)
มติ ทิ ี่ ๑ ความปลอดภยั จากการลดการแพร่เชอ้ื โรค
๑ มีการจัดเว้นระยะห่าง อย่างน้อย ๑– ๒เมตร เช่น ท่ีน่ังในห้องเรียน ที่นั่งใน
โรงอาหาร ทน่ี ่ังพัก จุดยืนรบั -ส่งส่ิงของ/อาหาร พร้อมตดิ สญั ลกั ษณ์แสดงระยะหา่ ง
อย่างชดั เจน หรอื ไม่
๒ มีมาตรการให้นักเรียน ครู บุคลากร และผู้เข้ามาติดต่อในสถานศึกษา ต้องสวม
หน้ากากผ้าหรอื หน้ากากอนามยั ๑๐๐% ตลอดเวลาที่อยใู่ นสถานศึกษา หรือไม่
๓ มจี ุดล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือจัดวางเจลแอลกอฮอลส์ ำหรับใช้ทำความสะอาดมือ
อย่างเพยี งพอและใช้งานได้สะดวก หรือไม่
๔ มีมาตรการคัดกรองวัดอุณหภูมิให้กับนักเรียน ครู บุคลากร และผู้เข้ามาติดต่อ
ทกุ คน ก่อนเข้าสถานศกึ ษา หรอื ไม่
๕ มีมาตรการให้ลดการทำกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และหลีกเลี่ยงการเข้าไป
๖๘
ข้อ ประเดน็ มี ไม่มี หมายเหตุ
(๑) (๐)
ในพื้นทที่ ่ีมีคนจำนวนมากหรือพืน้ ทีเ่ ส่ยี งทม่ี ีการแพร่ระบาดของโรค หรอื ไม่
๖ มีการทำความสะอาดพ้ืนผิวสัมผัสร่วมทุกวัน เช่น ราวบันได ลูกบิด-มือจับประตู
โต๊ะ เก้าอ้ี หรือไม่
๗ มีมาตรการให้นักเรียน ครู และบุคลากร รับผิดชอบดูแลตนเอง มีวินัยซ่ือสัตย์ต่อ
ตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และไม่ปิดบังข้อมูลกรณีสัมผัสใกล้ชิด
กบั ผู้ติดเชื้อหรอื ผ้สู ัมผัสเสี่ยงสงู หรือไม่
๘ มีมาตรการให้นักเรียน ครู และบุคลากร กินอาหารด้วยการใช้ช้อนส่วนตัวทุกครั้ง
และงดการกนิ อาหารรว่ มกัน หรือไม่
๙ มีมาตรการส่งเสริมให้กินอาหารปรุงสุกใหม่ร้อน และจัดให้บริการอาหารตามหลัก
สุขาภบิ าลและหลักโภชนาการ หรือไม่
๑๐ มีการจัดระบบให้นักเรียน ครู บุคลากร และผู้เข้ามาติดต่อในสถานศึกษาทุกคน
ลงทะเบียนไทยชนะตามที่รัฐกำหนดดว้ ย app ไทยชนะ หรือลงทะเบียนบันทึกการ
เข้า - ออกอยา่ งชัดเจน หรอื ไม่
๑๑ มีการจัดระบบการตรวจสอบ ดูแล และเฝ้าระวังนักเรียน ครู บุคลากร หรือผู้ที่มา
จากพื้นทเ่ี ส่ียง เพอ่ื เขา้ สู่กระบวนการคัดกรอง หรือไม่
๑๒ มีมาตรการให้นักเรียน ครู หรือบุคลากรท่ีมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือ
ผูส้ มั ผสั เสีย่ งสูง กกั กันตัวเอง ๑๔วนั หรอื ไม่
๑๓ มีการปรับปรุงห้องเรียนให้มีสภาพการใช้งานได้ดี เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ
ถ่ายเทสะดวก กรณีใช้เครื่องปรับอากาศ กำหนดเวลาเปิด – ปิด ประตูหน้าต่าง
ระหว่างเวลาพกั เทย่ี งหรือไม่มกี ารเรียนการสอนและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
หรอื ไม่
๑๔ มีการทำความสะอาดห้องเรียน ห้องเรียนร่วม เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องดนตรี
อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน ก่อนและหลังใช้งานทุกคร้ัง
หรือไม่
๑๕ มีการจัดสภาพแวดล้อมบริเวณภายในสถานศึกษาให้สะอาดและปลอดภัย มีการ
จดั การขยะที่เหมาะสม รวมถึงการดแู ลความสะอาดห้องส้วม หรือไม่
๑๖ มีมาตรการส่งเสริมให้นักเรียน ครู และบุคลากร รู้จักและหม่ันสังเกตอาการเสี่ยง
จากโรคโควิด ๑๙เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ คอแห้ง อ่อนเพลีย หายใจลำบาก
หายใจเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก เสียการดมกลิ่น ล้ินไม่รับรส ตาแดง มีผื่น ท้องเสีย
หรือไม่
๑๗ มีมาตรการให้นักเรียน ครู และบุคลากร ประเมินความเสี่ยงของตนเองผ่าน Thai
save Thai (TST) อย่างต่อเน่อื ง หรือไม่
๑๘ มีมาตรการเฝ้าระวังตรวจคัดกรอง ด้วย Antigen Test Kit (ATK) ตามแนวทางท่ี
กำหนด หรอื ไม่
๑๙ มีมาตรการสนับสนุนให้ครู บุคลากร และฝ่ายสนับสนุน (Support Staff) เข้าถึง
การฉีดวคั ซีน มากกว่าร้อยละ ๘๕หรอื ไม่
๖๙
ข้อ ประเดน็ มี ไมม่ ี หมายเหตุ
(๑) (๐)
๒๐ มีห้องพยาบาลหรือมีพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับสังเกตอาการผู้มีอาการเส่ียง หรือ
จัดให้มี School Isolation หรอื ไม่
มิติที่ ๒ การเรียนรู้
๒๑ มกี ารติดป้ายประชาสมั พันธ์การปฏิบัตติ นเพื่อสขุ อนามัยปลอดภัยจากโรคโควดิ ๑๙
หรือไม่ (เช่น เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (D) สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากาก
อนามัย (M) วิธลี า้ งมอื ที่ถกู ตอ้ ง (H) เปน็ ต้น)
๒๒ มกี ารจัดการเรยี นการสอนเกีย่ วกับโรคและการป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคโควิด
๑๙สอดคลอ้ งตามวัยของผู้เรียน หรอื ไม่
๒๓ มีการจัดหาส่ือความรู้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙สำหรับ
ประกอบการเรยี นการสอน การเรยี นรู้นอกห้องเรยี นในรูปแบบของสื่อ
๒๔ มีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามวัยให้มีความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพ
และแลกเปล่ียนเรียนรู้บทเรียนการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙
โดย ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งความรู้ทางวิชาการ ด้านสาธารณสุขหรือแหล่งข้อมูล
เช่ือถือได้ หรือไม่
๒๕ มีนักเรียนแกนนำด้านสุขภาพหรือผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนอย่างน้อย ห้องเรียนละ
๒ คน เป็นจิตอาสา อาสาสมัครเป็นผู้ช่วยครูอนามัยทำหน้าท่ี ดูแลช่วยเหลือ
เฝ้าระวังคดั กรองสขุ ภาพ และงานอนามยั โรงเรยี น หรอื ไม่
มิติท่ี ๓ การครอบคลุมถึงเด็กด้อยโอกาส
๒๖ มีการจัดเตรียมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามยั สำรองสำหรับนักเรยี น ที่ต้องการใช้
หรอื ไม่
๒๗ มีมาตรการสนับสนุนอุปกรณ์ของใช้สุขอนามัยส่วนบุคคลในการป้องกันการแพร่
ระบาดของโรคโควิด ๑๙ สำหรบั กลมุ่ เปราะบาง หรือไม่
๒๘ มีมาตรการส่งเสริมให้นักเรียน อายุ ๑๒ – ๑๘ปี กลุ่มเส่ียงที่มีน้ำหนักมาก มีโรค
ประจำตัว ๗กลุ่มโรค หรือกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ๑๙ตาม
แนวทางที่รฐั กำหนด หรอื ไม่
๒๙ มีมาตรการคัดกรองวัดอุณหภูมิ ตรวจ ATK เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดที่พัก (๑) ไม่มที ี่
เรอื นนอน และจดั สภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลกั ษณะ และมีตารางเวรทำความสะอาด พักและ
ทกุ วนั หรอื ไม่ (กรณีมที ีพ่ ักหรือเรือนนอน) เรือนนอน
๓๐ มีมาตรการคัดกรองวัดอุณหภูมิ ตรวจ ATK เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดสถานท่ี (๑) ไม่มี
และจัดสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับข้อบัญญัติการปฏิบัติด้านศาสนกิจและมี สถานท่ี
ตารางเวรทำความสะอาดทุกวนั หรือไม่ (กรณมี สี ถานที่ ปฏิบัตศิ าสนากจิ ) ปฏิบัติ
ศาสนกิจ
มิตทิ ี่ ๔ สวัสดภิ าพ และการคมุ้ ครอง
๓๑ มีแผนเผชิญเหตุและแนวปฏิบัติรองรับกรณีมีผู้ติดเช้ือในสถานศึกษา หรือในชุมชน
และมีการซกั ซอ้ มการปฏบิ ัติอย่างเข้มงวด หรือไม่
๓๒ มีการส่ือสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการติดเช้ือและการปฏิบัติตนอย่าง
๗๐
ขอ้ ประเดน็ มี ไม่มี หมายเหตุ
(๑) (๐)
เหมาะสม เพื่อลดการรังเกียจและการตีตราทางสงั คม (Social stigma) ต่อผตู้ ิดเช้ือ
โควดิ ๑๙หรือผู้สมั ผสั เสย่ี งสงู หรือไม่
๓๓ มีแนวปฏิบัติการจดั การความเครียดของครูและบุคลากร หรือไม่
๓๔ มีการสำรวจตรวจสอบประวัติเสี่ยงและการกักตัวของนักเรียน ครู และบุคลากร
ก่อนเปดิ ภาคเรยี น และเข้ามาเรียน เพอ่ื การเฝา้ ระวงั ติดตามหรอื ไม่
๓๕ มีเอกสารคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นข้ันตอน (SOP) ประจำห้องพยาบาล
เก่ียวกับแนวปฏิบัติการป้องกัน และกรณีพบผู้สัมผัสเส่ียงสูง หรือผู้ติดเช้อื ยืนยันใน
สถานศึกษาหรอื ในชมุ ชน หรอื ไม่
มิตทิ ี่ ๕ นโยบาย
๓๖ มีนโยบายเน้นการปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคล ๖มาตรการหลัก
(DMHT-RC) ๖มาตรการเสริม (SSET-CQ) เป็นลายลักษณ์อักษรหรือมีหลักฐาน
ชัดเจน หรือไม่
๓๗ มีนโยบายการเฝ้าระวังคัดกรอง ตัดความเสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วย๓T๑V
(TSC Plus , Thai Save Thai , ATK , Vaccine) และถือปฏิบตั ไิ ด้หรือไม่
๓๘ มีนโยบายเข้มควบคุมดูแลการเดินทางไป-กลับของนักเรียนให้มีความปลอดภัย
(Seal Route) หรอื ไม่
๓๙ นโยบายตามมาตรการการป้องกันแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษา
สอดคล้องตามบริบทพ้ืนท่ี และมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ครู และ
บุคลากร รับทราบอย่างท่ัวถึง หรือไม่
๔๐ นโยบายการบริหารจัดการการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือโรคบนรถรับ - ส่ง ( ๑) ไมม่ ี
นักเรียน อาทิ ทำความสะอาดภายใน – นอกรถก่อนและหลังใช้งาน เว้นระยะห่าง รถรบั -ส่ง
ท่ีนั่ง มีป้ายสัญลักษณ์แสดงท่ีนั่งชัดเจน สวมหน้ากากผ้าหรือ หน้ากากอนามัย นกั เรียน
ขณะอยู่บนรถ มีเจลแอลกอฮอล์บนรถ และงด – ลดการพูดคุย หยอกล้อเล่นกัน
บนรถ หรอื ไม่ (กรณรี ถรบั – สง่ นกั เรยี น)
มิตทิ ่ี ๖ การบริหารการเงิน
๔๑ มีแผนการใช้งบประมาณสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการป้องกัน การแพร่
ระบาดของโรคโควิด ๑๙ในสถานศึกษา หรือไม่
๔๒ มีการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด ๑๙เช่น ATK หน้ากากผ้า หรือหน้ากาก
อนามยั เจลแอลกอฮอล์ สบู่ อย่างเพียงพอ หรอื ไม่
๔๓ มีการบริหารจัดการการเงินเพ่ือดำเนินกิจกรรมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
โควดิ ๑๙ตามความจำเป็นและเหมาะสม หรอื ไม่
๔๔ มีการจัดหาบุคลากรทำหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ สอดส่องดูแลสุขภาพนักเรียน
และจดั การสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษาในชว่ งสถานการณโ์ ควิด๑๙
๗๑
ผลการประเมนิ
การแบง่ พืน้ ท่ี(โซนสี) เกณฑ์ประเมนิ
สเี ขยี ว ผา่ นท้ังหมด ๔๔ ข้อ
ผ่านข้อ ๑ – ๒๐ ทกุ ข้อ
สเี หลอื ง แตไ่ ม่ผ่าน ข้อ ๒๑ – ๔๔ ข้อใดข้อหนึง่
ไมผ่ ่าน ข้อ ๑ – ๒๐ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ
สแี ดง
การแปลผล หมายถงึ โรงเรียนสามารถเปิดเรยี นได้
• สเี ขียว หมายถงึ โรงเรยี นสามารถเปิดเรยี นได้ แต่ต้องดำเนินการปรับปรงุ ใหเ้ ปน็ ไป
• สเี หลือง ตามมาตรฐานที่กำหนด
หมายถงึ โรงเรียนไม่สามารถเปดิ เรียนได้ ตอ้ งดำเนินการปรับปรุงใหเ้ ปน็ ไป
• สแี ดง ตามมาตรฐานที่กำหนด และ/หรือประเมนิ ตนเองซ้ำ จนกว่าจะผา่ นทัง้ หมด
โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้
ลงชอ่ื ผปู้ ระเมนิ .............................…………………………………………………....
( ดร.กรชนก สุตะพาหะ)
วนั ท่ีประเมนิ 3 พฤศจิกายน2564
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ผ่านการประเมินทั้ง 44 ข้อ ได้รับใบประกาศรับรองมาตรฐาน จากกรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสขุ
๗๒
๒. การเตรยี มการก่อนเปดิ ภาคเรยี น
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ได้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง หลักเกณฑ์การเปิด
โรงเรียนหรือสถาบนั การศกึ ษาตามข้อกำหนดตามความในมาตรา ๙ แหง่ พระราชกำหนดการบริหารราชการใน
สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับท่ี ๓๒) ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ กำหนดมาตรการ Sandbox :
Safety Zone in School โดยจำแนกประเภทของสถานศกึ ษา ดังนี้
๒.๑ มาตรการ Sandbox : Safety Zone in School ประเภทพักนอน
มีหลกั เกณฑ์ทต่ี ้องปฏิบัติอยา่ งเคร่งครดั ๔ องคป์ ระกอบ ดังน้ี
๑. องคป์ ระกอบด้านกายภาพ ลักษณะอาคารและพื้นท่โี ดยรอบอาคารของสถาบันการศึกษา
ประเภทพักนอนหรือโรงเรยี นประจำ ประกอบด้วย
๑.๑ หอพักนกั เรียนชาย และ/หรอื หอพักนักเรยี นหญิง
๑.๒ พื้นที่/อาคารสนบั สนุนการบริการ
๑.๓ พนื้ ที/่ อาคารเพ่ือจัดการเรยี นการสอน
๑.๔ สถานทพ่ี ักครู และบคุ ลากรทางการศึกษา
โดยจัดอาคารและพืน้ ท่โี ดยรอบให้เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
๒. องค์ประกอบดา้ นการมีสว่ นรว่ ม ต้องเป็นไปตามความสมัครใจของทุกฝ่าย โดยโรงเรยี นท่ีประสงค์
จะดำเนินการในรูปแบบ Sandbox: Safety Zone in School ต้องจัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันของ
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และมีมติให้ความเห็นชอบร่วมกันในการจัด
พื้นท่ีการเรียนการสอนในรูปแบบ Sandbox: Safety Zone in School ตลอดภาคการศึกษา ก่อนนำเสนอ
โครงการผ่านต้นสังกัดในพื้นที่ แล้วขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือ
คณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ จงั หวดั
๓. องค์ประกอบด้านการประเมินความพร้อมสู่การปฏิบัติ โรงเรียน หรือสถานศึกษาต้องเตรยี มการ
ประเมินความพรอ้ ม ดงั น้ี
โรงเรียน หรอื สถานศึกษา ต้องดำเนินการ
๓.๑ ต้องประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus (TSC+) และรายงานการติดตาม
การประเมนิ ผลผ่าน MOECOVID
๓.๒ ต้องจัดให้มีสถานที่แยกกักตัวในโรงเรยี น (School Isolation) สำหรบั รองรับการดูแลรกั ษา
เบื้องต้นกรณีนักเรียน ครู หรือบุคลากรในสถานศึกษามีการติดเชื้อโควิด ๑๙ หรือผลตรวจคัดกรองหาเชื้อ
เป็นบวก รวมถงึ มแี ผนเผชิญเหตแุ ละมีความร่วมมอื กบั สถานพยาบาลเครือข่ายในพ้นื ที่ทีด่ ูแลอย่างใกลช้ ิด
๓.๓ ตอ้ งจัดอาคารและพน้ื ท่ีโดยรอบให้เปน็ อาณาเขตในรปู แบบ Sandbox ในโรงเรียน ดังนี้
๑) Screening Zone
จัดพ้ืนท่ีหรือบริเวณให้เป็นจุดคัดกรอง (Screening Zone) ที่เหมาะสม จัดจุดรับ-ส่งส่ิงของ
จุดรับ-ส่งอาหาร หรือจุดเส่ียงอื่น เป็นการจำแนกนักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และผู้มาติดต่อที่เข้ามาใน
โรงเรียน ไม่ให้ใกล้ชิดกับบุคคลในโซนอ่ืน รวมถึงจัดให้มีพ้ืนที่ปฏิบัติงานเฉพาะบุคลากรท่ีไม่สามารถเข้า
ปฏิบตั งิ านในโซนอน่ื ได้
๒) Quarantine Zone
จดั พื้นท่ีหรอื บริเวณให้เป็นจุดกักกนั และสังเกตอาการ สำหรบั นักเรียน ครู และบุคลากรท่ยี ัง
ตอ้ งสังเกตอาการ เนน้ การจดั กจิ กรรมแบบ Small Bubble
๗๓
๓) Safety Zone
จัดเป็นพ้ืนที่ปลอดเช้ือ ปลอดภัย สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรท่ีปฏิบัติภารกิจกิจกรรม
แบบปลอดภยั
๓.๔ ต้องมีระบบ/แผนรับการติดตามประเมินความพร้อม โดยทีมตรวจราชการ บูรณาการ
ร่วมกันระหว่างกระทรวงศกึ ษาธิการกับกระทรวงสาธารณสขุ ทง้ั ช่วงก่อน และระหว่างดำเนนิ การ
นักเรียน ครู และบุคลากร ตอ้ งปฏิบตั ิ
๑) ครู และบคุ ลากร ต้องไดร้ บั การฉีดวัคซนี ครบโดส ตัง้ แตร่ อ้ ยละ ๘๕ ขึ้นไป ส่วนนักเรยี น และ
ผปู้ กครองควรไดร้ บั วคั ซีนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสขุ โดยเฉพาะสถานศกึ ษาท่ีอยู่ในพน้ื ท่ี
ควบคมุ สงู สุด (พืน้ ทีส่ ีแดง) และพ้นื ที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พ้นื ท่ีสแี ดงเข้ม)
๒) นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนหรือสถานศึกษา ทุกคนต้องตรวจคัดกรอง หาเชื้อด้วย
วิธีการที่เหมาะสม ก่อนเขา้ Quarantine Zone
๓) นักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา มีการแยกกักตัว สังเกตอาการให้ครบกำหนด ๑๔
วันก่อนเข้าสู่ Safety Zone (กรณีย้ายมาจาก State Quarantine ให้พิจารณาลดจำนวนวันกักตัวลงตาม
ความเหมาะสม ๗-๑๐ วัน) รวมถึงการทำกิจกรรมในแบบ Small Bubble และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม
ขา้ มกลมุ่ กนั
๔) ถ้านักเรียน ครู และบุคลากรมีอาการเข้าข่าย (Inclusion Criteria) กับการติดเช้ือโควิด ๑๙
หรือสัมผัสกลุ่มเสี่ยงสูง ให้ดำเนินการตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มท่ีไม่ได้รับวัคซีน
ตามเกณฑ์พร้อมท้ังรายงานผลการตรวจกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นท่ีทันที และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ
กรณีมีผลตรวจเปน็ บวก
๔. องค์ประกอบด้านการดำเนินการของโรงเรียนหรือสถานศึกษา ระหว่างภาคการศึกษา
ตอ้ งดำเนนิ การ ดังนี้
๔.๑ โรงเรียนหรือสถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้ ท้ังรูปแบบ Onsite หรือ Online
หรือแบบผสมผสาน (Hybrid)
๔.๒ นักเรียน ครู และบุคลากร ทุกคนต้องประเมิน Thai Save Thai (TST) ตามเกณฑ์จำแนก
ตามเขตพน้ื ทกี่ ารแพร่ระบาด
๔.๓ ให้มีการสุ่มตรวจคัดกรองหาเช้ือด้วยวธิ ีการท่เี หมาะสม ท้งั นักเรียน ครู และบุคลากร
ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั สถานศกึ ษา เพ่ือเฝ้าระวงั ตามเกณฑ์จำแนกตามเขตพน้ื ที่การแพร่ระบาด
๔.๔ ปฏบิ ัตติ ามมาตรการสุขอนามัยส่วนบคุ คลอย่างเข้มข้น ได้แก่ ๖ มาตรการหลัก (DMHT-RC)
และ ๖ มาตรการเสรมิ (SSET-CQ)
๔.๕ ปฏบิ ตั ิตามแนวทางมาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาอย่างเครง่ ครัด ดังน้ี
๔.๕.๑ สถานศึกษาประเมินความพร้อมเปิดเรียนผ่าน TSC+ และรายงานการติดตามการ
ประเมนิ ผลผ่าน MOECOVID โดยถอื ปฏิบตั ิอย่างเข้มข้น ต่อเนอ่ื ง
๔.๕.๒ ทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม
ข้ามกลุ่มกัน และจัดนักเรียนในห้องเรียนขนาดปกติ (๖ x ๘ เมตร) ไม่เกิน ๒๕ คน หรือจัดให้เว้นระยะห่าง
ระหว่างนักเรียนในห้องเรียนไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร พิจารณาตามความเหมาะสมโดยคณะกรรมการโรคติดต่อ
จังหวัด
๔.๕.๓ จัดระบบการให้บริการอาหารสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษาตาม
หลกั มาตรฐานสขุ าภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ อาทิเช่น การจัดซอื้ จดั หาวัตถุดิบจากแหล่งอาหารการปรุง
๗๔
ประกอบอาหาร หรือการส่ังซ้ืออาหารตามระบบนำส่งอาหาร (Delivery) ท่ีถูกสุขลักษณะและต้องมีระบบ
ตรวจสอบทางโภชนาการกอ่ นนำมาบรโิ ภค
๔.๕.๔ จัดการด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมให้ได้ตามแนวปฏิบัติด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมใน
การป้องกันโรคโควิด ๑๙ ในสถานศึกษา ได้แก่ การระบายอากาศภายในอาคาร การทำความสะอาดคุณภาพ
นำ้ อปุ โภคบริโภค และการจดั การขยะ
๔.๕.๕ จัดให้มีสถานท่ีแยกกักตัวในโรงเรียน (School Isolation) หรือพ้ืนท่ีแยก
กักตัวช่ัวคราว รวมไปถึงแผนเผชิญเหตุสำหรับรองรับการดูแลรักษาเบื้องต้นกรณีนักเรียน ครู หรือบุคลากร
ในสถานศึกษามกี ารติดเชอ้ื โควดิ ๑๙ หรือผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก โดยมกี ารซักซอ้ มอยา่ งเคร่งครดั
๔.๕.๖ ควบคุมดูแลการเดินทางกรณีมีการเข้าและออกจากสถานศึกษา (Seal Route) อย่าง
เขม้ ขน้ โดยหลีกเลีย่ งการเข้าไปสมั ผัสในพ้ืนที่ต่าง ๆ ตลอดเส้นทางการเดินทาง
๔.๗ กรณีสถานศึกษาตัง้ อยู่ในพื้นที่ควบคุมสงู สดุ (พ้ืนทส่ี ีแดง) และพน้ื ท่ีควบคมุ สูงสดุ และเขม้ งวด (พน้ื ท่ีสี
แดงเข้ม) กำหนดให้สถานประกอบกิจการ กิจกรรม ที่อยู่รอบรั้วสถานศึกษาให้ผ่านการประเมิน Thai Stop
Covid Plus (TSC+) Covid Free Setting โดยใหม้ ีการกำกับร่วมกับคณะกรรมการโรคตดิ ตอ่ ระดบั พืน้ ที่
สรปุ ตารางมาตรการในโรงเรยี นหรอื สถาบนั การศกึ ษา จำแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาด
๗๕
๗๖
ส่วนท่ี ๓
แนวปฏิบัติระหว่างเปดิ ภาคเรียน
ในระหว่างเปิดเรียนโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ได้ดำเนินการวางแผนเพ่ือปฏิบัติตาม
มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างเคร่งครัด เพ่ือ
ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของ
นกั เรยี น ครแู ละบุคลากรในสถานศึกษาเป็นสำคัญ เปน็ ๒ กรณี ดังน้ี
มาตรการ แนวทางการปฏิบตั ิ
๖ หลกั ๖ มาตรการหลกั
๖ เสริม ๑. Distancing เว้นระยะหา่ ง เวน้ ระยะห่างระหวา่ งบุคคลอย่างนอ้ ย ๑–๒ เมตร
๗ เข้มงวด ๒. Mask Wearing สวมหน้ากาก สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย
ตลอดเวลาทอ่ี ยู่ในสถานศึกษา
๓. Hand washing ล้างมือ ล้างมือบ่อย ๆ ดว้ ยสบู่และน้ำ นาน ๒๐ วินาทหี รือใช้
เจลแอลกอฮอล์
๔. Testing คัดกรองวัดไข้ วัดไข้ สังเกตอาการ ซักประวัติผู้สัมผัสเสี่ยงทุกคน
กอ่ นเข้าสถานศึกษา
๕. Reducing ลดการแออัด ลดเขา้ ไปในพ้นื ท่เี ส่ียง กลุ่มคนจำนวนมาก
๖. Cleaning ทำความสะอาด ทำความสะอาดบริเวณพืน้ ผิวสมั ผสั ร่วม
๖ มาตรการเสริม
๑. Self care ดแู ลตนเอง ดูแลใส่ใจ ปฏิบตั ติ น มีวินัย รบั ผิดชอบตวั เอง ปฏิบัติ
ตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
๒. Spoon ใช้ชอ้ นกลางส่วนตวั ใชช้ ้อนกลางของตนเองทกุ ครงั้ เมอ่ื ต้อง
รับประทานอาหารร่วมกัน ลดสัมผัสร่วมกับผูอ้ ่ืน
๓. Eating รบั ประทานอาหารปรงุ สกุ ใหม่ กินอาหารปรุงสุกใหม่ร้อน ๆ กรณี
อาหารเกบ็ เกนิ ๒ ชม. ควรนำมาอนุ่ ให้ร้อนท่วั ถงึ ก่อนกนิ อีกคร้งั
๔. Thai Chana ไทยชนะ ลงทะเบียนตามท่รี ฐั กำหนดด้วย APP ไทยชนะ หรอื
ลงทะเบยี นบนั ทึกการเขา้ - ออกอย่างชัดเจน
๕. Check สำรวจ ตรวจสอบ สำรวจบุคคล นักเรียน กลุ่มเสย่ี งท่ีเดินทางมาจาก
พืน้ ท่ีเสี่ยง เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง
๖. Quarantine กักกันตัวเอง กกั กันตวั เอง ๑๔ วัน เมื่อเข้าไปสมั ผัสหรอื อยู่ใน
พื้นทเ่ี สยี่ งท่ีมกี ารระบาดโรค
๗ มาตรการเขม้ งวด
๑. สถานศึกษาผ่านการประเมิน TSC+ และรายงานการติดตามการประเมินผล
ผ่าน MOECOVID โดยถือปฏบิ ตั อิ ยา่ งเข้มขน้ ตอ่ เนอื่ ง
๒. ทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble หลีกเล่ียงการทำกิจกรรมข้าม
กลุ่มและจัดนักเรียนในห้องเรียนขนาดปกติ (๖ x ๘) ไม่เกิน ๒๕ คน หรือจัดให้เว้น
ระยะห่างระหว่างนักเรียนในห้องไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร พิจารณาตามความเหมาะสม
โดยคณะกรรมการโรคติดตอ่ จงั หวัด
๗๗
มาตรการ แนวทางการปฏบิ ตั ิ
แนวปฏิบัติด้าน ๓. จัดระบบการให้บริการอาหารสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา
อนามัยสิ่งแวดล้อม ตามหลักมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ อาทิเช่นการจัดซ้ือจัดหา
ในการป้องกนั วัตถุดิบจากแหล่งอาหาร การปรุงประกอบอาหาร หรือการสั่งซ้ืออาหารตามระบบ
โรคโควิด ๑๙ ใน นำส่งอาหาร (Delivery) ท่ีถูกสุขลักษณะและต้องมีระบบตรวจสอบทางโภชนาการ
สถานศกึ ษา กอ่ นนำมาบรโิ ภค
๔. จัดการด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมให้ได้ตามแนวปฏิบัติด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมใน
การปอ้ งกันโรคโควิด ๑๙ ในสถานศกึ ษา ได้แก่ การระบายอากาศภายในอาคารการทำ
ความสะอาด คุณภาพนำ้ อุปโภคบริโภค และการจัดการขยะ
๕. จัดให้มีสถานท่ีแยกกักตัวในโรงเรียน (School Isolation) หรือพื้นที่แยกกัก
ช่วั คราว รวมถึงแผนเผชิญเหตุสำหรับรองรับการดูแลรักษาเบื้องต้น กรณีนักเรียน ครู
หรือบุคลากรในสถานศึกษามีการติดเช้ือโควิด ๑๙ หรือผลการตรวจคัดกรองหาเช้ือ
เป็นบวก โดยมีการซักซ้อมอย่างเคร่งครัด โดยมีความร่วมมือกับสถานพยาบาล
เครือข่ายในพื้นทท่ี ่ีดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด
๖. ควบคุมดูแลการเดินทางเข้าและออกจากสถานศึกษา (Seal Route) อย่าง
เข้มข้น โดยหลีกเล่ียงการเข้าไปสัมผัสในพื้นท่ีต่าง ๆ ตลอดเส้นทางการเดินทางจาก
บ้านไป-กลับโรงเรียน ท้ังกรณีรถรับ-ส่งนักเรียน รถส่วนบุคคล และพาหนะโดยสาร
สาธารณะ
๗. ให้จดั ใหม้ ี School Pass สำหรับนกั เรยี น ครู และบคุ ลากรในสถานศกึ ษา
ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล ผลการประเมิน TST ผลตรวจตัดกรองหาเช้ือ ตามแนวทาง
คณะกรรมการควบคุมโรคระดับพ้ืนท่ี และประวัติการรับวัคซีน ตามมาตรการของ
กระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะพ้ืนที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่สีแดง) และพ้ืนท่ีควบคุม
สงู สดุ และเขม้ งวด (พน้ื ทสี่ ีแดงเข้ม)
๑. การระบายอากาศภายในอาคาร
- เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนและหลังการใช้งาน อย่างน้อย ๑๕ นาที
หน้าต่างหรือ ช่องลม อย่างน้อย ๒ ด้านของห้อง ให้อากาศภายนอกถ่ายเทเข้าสู่
ภายในอาคาร
- กรณีใช้เคร่ืองปรับอากาศ ควรระบายอากาศในอาคารก่อนและหลังการอย่าง
น้อย ๒ ช่ัวโมง หรือเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศช่วง พักเท่ียงหรือช่วงท่ีไม่มีการ
เรยี นการสอน กำหนดเวลาเปิด-ปดิ เคร่อื งปรับอากาศ และทำความสะอาดสมำ่ เสมอ
๒. การทำความสะอาด
- ทำความสะอาดวัสดุสิ่งของด้วยผงชักฟอกหรอื น้ำยาทำความสะอาด และล้างมือ
ด้วยสบแู่ ละน้ำ
- ทำความสะอาดและฆ่าเช้ือโรคบนพื้นผิวท่ัวไป อุปกรณ์สัมผัสร่วม เช่น ห้องน้ำ
ห้องส้วม ลูกบิด ประตู รีโมทคอนโทรล ราวบันได สวิตช์ไฟ (ปุ่มกดลิฟท์ จุดน้ำด่ืม
เป็นต้น) ด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐% นาน ๑๐ นาที และฆา่ เช้ือโรคบนพ้ืนผิววสั ดุแข็ง เช่น
พนื้ กระเบ้ือง เซรามิค สแตนเลส ดว้ ยน้ำยาฟอกขาว หรือโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ๐.๑%
นาน ๕ – ๑๐นาที อย่างน้อยวันละ ๒ คร้ัง และอาจเพิ่มความถ่ีตามความเหมาะสม
๗๘
มาตรการ แนวทางการปฏิบัติ
การใช้อาคารสถานท่ี โดยเฉพาะเวลาทม่ี ผี ้ใู ช้งานจำนวนมาก
ของสถานศึกษา ๓. คุณภาพนำ้ อปุ โภคบรโิ ภค
เพอื่ การสอบ การ
ฝกึ อบรม หรือ - ตรวจดคู ณุ ลักษณะทางกายภาพ สี กลนิ่ และไม่มีส่งิ เจือปน
กิจกรรมใดๆ ที่มี - ดแู ลความสะอาดจดุ บริการนำ้ ดม่ื และภาชนะบรรจุน้ำดมื่ ทุกวัน
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม (ไม่ใช้แกว้ นำ้ ดื่มร่วมกนั เด็ดขาด)
จำนวนมาก - ตรวจคณุ ภาพนำ้ เพ่อื หาเชอ้ื แบคทเี รยี ดว้ ยชดุ ตรวจภาคสนามทุก ๖ เดือน
๔. การจัดการขยะ
- มีถังขยะแบบมีฝาปิดสำหรับรองรับสิ่งของท่ีไม่ใช้แล้วประจำห้องเรียน อาคาร
เรียนหรือบริเวณโรงเรียนตามความเหมาะสม และมีการคัดแยก-ลดปริมาณขยะ ตาม
หลัก ๓R (Reduce Reuse Recycle)
- กรณีขยะเกิดจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูง/ กักกันตัว หรือหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนำใส่
ในถุง ก่อนท้ิงใหร้ าดด้วยแอลกอฮอล์ หรือ ๗๐% น้ำยาฟอกขาว ๒ ฝา ลงในถุงมดั ปาก
ถงุ ให้แน่น ซ้อนด้วยถุงอีก ๑ ช้ัน ปิดปากถุงให้สนิท และฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสาร
ฆ่าเช้อื แลว้ ทงิ้ ในขยะทัว่ ไป
ในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้อาคารสถานท่ีเพ่ือการสอบ การฝึกอบรม หรือการทำ
กิจกรรมโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ขออนุญาตต้องจัดทำมาตรการเพื่อเสนอต่อ
คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดซ่ึงจะ
พิจารณาตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการโรคติดต่อ
กรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จะพิจารณาร่วมกับผู้แทน
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารทเี่ กย่ี วข้อง โดยมีแนวปฏิบตั ิ ดังนี้
๑. แนวปฏบิ ตั ดิ า้ นสาธารณสุข
๑.๑ กำหนดจุดคัดกรองช่องทางเข้าออก หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือ
เหน่ือยหอบ หรือมีอุณหภูมิร่างกายเท่ากับหรือมากกว่า ๓๗.๕ องศาเซลเซียส ขึ้นไป
แจ้งงดให้เข้าร่วมกิจกรรม และแนะนำไปพบแพทย์ และอาจมีห้องแยกผู้ที่มีอาการ
ออกจากพนื้ ท่ี
๑.๒ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และผู้มาติดต่อ ต้องสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย
ตลอดเวลาท่เี ข้าร่วมกิจกรรม
๑.๓ จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ หรือ จุดล้างมือ สำหรับทำความสะอาดมือไว้บริการ
บริเวณต่าง ๆ อย่างเพียงพอ เช่น บริเวณหน้าห้องประชุม ทางเข้าออก หน้าลิฟต์จุด
ประชาสมั พันธ์ และพื้นท่ีท่มี กี จิ กรรมอ่ืน ๆ เปน็ ต้น
๑.๔ จัดบริการอาหารในลักษณะท่ีลดการสัมผัสอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน เช่น จัด
อาหารว่างแบบกล่อง (Box Set) อาหารกลางวันในรูปแบบอาหารชุดเดี่ยว (Course
Menu)
๑.๕ กรณีที่มีการจัดให้มีรถรับส่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม ให้เว้นระยะห่าง ๑ ที่นั่งทำ
ความสะอาดรถรับส่งทกุ รอบหลงั ใหบ้ ริการ
๑.๖ กำกับให้นักเรียนน่ังโดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างท่ีนั่ง และทางเดินอย่าง
นอ้ ย ๑.๕ เมตร
มาตรการ ๗๙
แนวทางการปฏิบัติ
๑.๗ จัดให้มีถังขยะท่ีมีฝาปิด เก็บรวบรวมขยะ เพ่ือส่งไปกำจัดอย่างถูกต้อง และ
การจดั การขยะทีด่ ี
๑.๘ จัดให้มีการระบายอากาศภายในอาคารท่ีดี มีการหมุนเวียนของอากาศอย่าง
เพียงพอทัง้ ในอาคารและหอ้ งส้วม และทำความสะอาดเครือ่ งปรับอากาศสมำ่ เสมอ
๑.๙ ให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อท่ัวทั้งบริเวณ และเน้นบริเวณท่ีมักมีการสัมผัส
หรือใช้งานร่วมกันบ่อย ๆ ด้วยน้ำยาฟอกขาวที่เตรียมไว้ หรือแอลกอฮอล์๗๐% หรือ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์๐.๕% เชด็ ทำความสะอาดและฆ่าเชือ้ อยา่ งน้อยวนั ละ๒ครง้ั ทำ
ความสะอาดห้องส้วมทุก๒ช่ัวโมงและอาจเพ่ิมความถี่ตามความเหมาะสมโดยเฉพาะ
เวลาทม่ี ีผ้ใู ชง้ านจำนวนมาก
๑.๑๐ มีมาตรการติดตามข้อมูลของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การใช้แอปพลิเคชัน
หรอื ใชม้ าตรการควบคมุ การเข้าออกด้วยการบนั ทึกขอ้ มูล
๑.๑๑ มีการจัดการคุณภาพนำ้ อุปโภคบรโิ ภคท่เี หมาะสม
๑.๑๑.๑ จดั ใหม้ ีจุดบริการน้ำดม่ื ๑จดุ หรอื หวั ก๊อกต่อผู้บริโภค๗๕คน
๑.๑๑.๒ ตรวจสอบคณุ ภาพน้ำด่ืมน้ำใช้
๑.๑๑.๓ ดูแลความสะอาดจุดบรกิ ารน้ำด่ืม ภาชนะบรรจุนำ้ ดืม่ และใช้แก้วน้ำ
สว่ นตัว
๒. แนวทางปฏิบัตสิ ำหรับผู้จดั กจิ กรรม
๒.๑ ควบคมุ จำนวนผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรม ไมใ่ ห้แออัด โดยคดิ หลกั เกณฑ์จำนวนคนต่อ
พื้นที่จัดงาน ไม่น้อยกว่า ๔ ตารางเมตรต่อคน พิจารณาเพิ่มพื้นท่ีทางเดินให้มีสัดส่วน
มากขนึ้
๒.๒ จำกัดจำนวนผู้เขา้ ร่วมกิจกรรม และกระจายจดุ ลงทะเบยี นใหเ้ พยี งพอสำหรับ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพ่ือลดความแออัด โดยอาจใช้ระบบการประชุมผ่านส่ือ
อิเล็กทรอนกิ ส์
ใช้การสแกน QR Code ในการลงทะเบียนหรือตอบแบบสอบถาม
๒.๓ ประชาสัมพันธ์มาตรการ คำแนะนำในการป้องกันการแพร่ระบาดให้แก่
ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรมทราบ
๓. แนวทางปฏิบตั สิ ำหรับผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรม
๓.๑ สังเกตอาการตนเองสม่ำเสมอ หากมีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหน่อื ยหอบ ให้
งดการเขา้ รว่ ม กจิ กรรมและพบแพทยท์ นั ที
๓.๒ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย
๑ - ๒ เมตร งดการรวมกลมุ่ และลดการพูดคุยเสียงดงั
๓.๓ ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ก่อนและหลังใช้บริการ หรือ
หลังจากสัมผัสจุดสัมผัสร่วมหรือสิ่งของ เคร่ืองใช้ เมื่อกลับถึงบ้านควรเปล่ียนเส้ือผ้า
และอาบนำ้ ทันที
๓.๔ ปฏิบัติตามระเบียบของสถานท่ีอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามมาตรการ
สุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ได้แก่ ๖ มาตรการหลัก (DMHT-RC) และ๖
มาตรการเสรมิ (SSET-CQ)
๘๐
๒. กรณโี รงเรยี นไมส่ ามารถเปิดเรยี นได้ตามปกติ
การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-
19) ซึ่งสถานศึกษาไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโรงเรียน
ราชวินติ นนทบรุ ี ไดเ้ ลอื กรูปแบบการเรยี นการสอนให้มคี วามเหมาะสมตามความพรอ้ มของสถานศกึ ษา ดงั น้ี
๑) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On Air) คือการเรียนรู้ท่ีใช้ส่ือวิดีทัศน์การเรียนการสอนของสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ในชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
๒) การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) การจัดการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ตและ
แอปพลิเคช่ัน การจัดการเรียนการสอนแบบนี้ สำหรับครูและนักเรียนที่มีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ เช่น
คอมพิวเตอร์ แทบ็ เล็ต โทรศพั ท์ และมีการเชอ่ื มตอ่ สญั ญาณอนิ เทอร์เนต็
แผนผงั แนวปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งเปดิ ภาคเรยี น
แนวปฏิบัตริ ะหวา่ งเปิดภาคเรยี น
กรณีเปดิ เรยี นได้ตามปกติ (Onsite) กรณีโรงเรยี นไมส่ ามารถเปิดเรยี นได้ตามปกติ
๑. ๖ มาตรการหลัก ๖ มาตรการเสริม ๑. การเรยี นการสอนแบบออนไลน์ (Online)
และ ๗ มาตรการเขม้ งวด
๒. ด้านอนามยั สิง่ แวดล้อม
๓. ด้านการจัดการเรยี นการสอน
๔. ดา้ นสาธารณสุข
๕. แนวทางปฏิบตั ิสำหรับผจู้ ดั กจิ กรรม
๖. แนวทางปฏิบัตสิ ำหรับผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรม
๘๑
ส่วนที่ ๔
แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ได้พิจารณาเลือกจัดการเรียนการสอนโดยพิจารณารูปแบบให้มีความ
เหมาะสมตามบริบทของสถานศกึ ษา ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
โรงเรยี นโพธินมิ ิตวิทยาคม จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Hybrid) ท้ังน้ีตอ้ งคำนึงถงึ ความปลอดภัยของ
นกั เรยี น ครู และบคุ ลากรเป็นสำคัญ
รูปแบบการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (COVID-19)
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) มี ๒ รูปแบบหลกั ดังนี้
โรงเรยี นได้กำหนดรูปแบบการจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ โดยมีการแบ่งนักเรียนใน ๑ ห้องเรียน ออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนเลขที่คี่ และ
กลุ่มนักเรียนเลขที่คู่ โดยนักเรยี นท้ัง ๒ กลุ่ม จะสลับกันมาเรียนที่โรงเรียน ในรูปแบบของการจัดการเรยี นการ
สอนแบบผสมผสาน ดังนี้
๑. การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรยี นทโี่ รงเรียน (On-site)
เป็นการจัดการเรียนรู้ตามตารางสอนปกติของโรงเรียน เกี่ยวกับเนื้อหาสาระที่ซับซ้อน
การสรุปเนื้อหาในประเดน็ สำคัญและการเรียนรู้ภาคปฏบิ ตั ิต่างๆ โดยมีครเู ป็นผู้สอนและดแู ลการจดั การเรยี นรู้
รูปแบบน้ีเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียน หรือในชั้นเรียนเป็นหลัก ครูผู้สอนสามารถนำรูปแบบ
การเรียนการสอนอื่น ๆ มาผสมผสาน(Hybrid) ใช้กับการเรียนการสอนเพ่ิมเติมในช้ันเรียนได้ เช่น การเรียน
ผ่านโทรทัศน์ (On Air) หรือการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านแอปพลิเคชัน (Online) ทั้งน้ีให้เป็นตามมาตรการ
สาธารณสขุ อย่างเคร่งครัด ดงั นี้
๘๒
๒. การจัดการเรียนการสอนในแบบออนไลน์ (Online)
เป็นการจัดการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชัน การจัดการเรียนการสอนแบบน้ี
สำหรับครูและนักเรียนที่มีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์ และมีการ
เช่ือมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการเรียนการสอนแบบไม่เผชิญหน้า โดยนักเรียนจะเรียนผ่านช่องทาง
google classroom , zoom, Google meet, facebook, youtube, line, telephone โดยให้นักเรียนกลุ่ม
ที่ไม่ได้มาเรียนในวันนั้น เข้าเรียนตามตารางสอนท่ีโรงเรียนกำหนด ในช่องทางท่ีครูผู้สอนในรายวิชาน้ัน ๆ ได้
มอบหมายไว้
การแบ่งชน้ั เรียน
แบง่ นกั เรียนแต่ละหอ้ งออกเป็น ๒ กลมุ่ คือ กล่มุ นักเรียนเลขท่คี ี่ และ กล่มุ นักเรียนเลขที่คู่
มีนกั เรียนมาเรียนประมาณ ๕๐๐ คน ตอ่ วนั ดงั นี้
กลุ่มนกั เรียนเลขทีค่ ่ี มาเรยี นในวันคี่
กลุม่ นักเรยี นเลขทค่ี ู่ มาเรียนในวันคู่
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวนหอ้ งเรยี น ๖ ห้องจำนวนนักเรียนไม่เกิน ๒๕ คน ต่อ ๑ หอ้ ง
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ จำนวนหอ้ งเรียน ๖ ห้องจำนวนนกั เรยี นไมเ่ กนิ ๒๕ คน ตอ่ ๑ ห้อง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ จำนวนห้องเรยี น ๖ ห้อง จำนวนนกั เรียนไม่เกิน ๒๕ คน ต่อ ๑ หอ้ ง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ จำนวนหอ้ งเรียน ๖ ห้อง จำนวนนักเรยี นไมเ่ กิน ๒๕ คน ตอ่ ๑ ห้อง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ จำนวนหอ้ งเรยี น ๖ ห้อง จำนวนนกั เรยี นไมเ่ กนิ ๒๕ คน ต่อ ๑ ห้อง
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๖ จำนวนหอ้ งเรยี น ๕ ห้องจำนวนนกั เรยี นไมเ่ กิน ๒๕ คน ตอ่ ๑ หอ้ ง
หมายเหตุ โดยทางโรงเรยี นมีมาตรการเตรียมความพร้อมเพอื่ เฝา้ ระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของ
โรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
๘๓
แอปพลเิ คชนั (Applications) สนบั สนนุ การเรียนการสอนทางไกล
โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม เลือกใช้ Applications สนับสนุนการเรียนการสอนทางไกล ซ่ึงเป็นช่องทางการ
สอ่ื สารการจัดการเรยี นการสอนแบบทางไกล ทเ่ี หมาะสมตามสภาพพนื้ ท่ขี องสถานศึกษา ดังนี้
๑. Zoom Meeting
โปรแกรมประชุมออนไลน์แบบ Video Call ท่ีมีคนใช้งานกันมากท่ีสุดในช่วง Work from Home
ซ่ึงทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถประชุมงานพร้อมกันได้หลายคน พูดคุยแบบเห็นหน้ากันสามารถแชร์หน้าจอให้
คนอื่นดูได้ รวมท้ังนักเรียน และครูก็สามารถใช้ Zoom ในการเรียนและสอนออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับ
การใช้งาน Basic User (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) จะรองรับการซูมพร้อมกันสูงสุด ๑๐๐ คน แต่มีการจำกัด
ระยะเวลาการประชุมไว้ที่ ๔๐ นาทีต่อคร้ัง สำหรับ Pro User (เสียค่าใช้จ่าย) รองรับการซูมพร้อมกันสูงสุด
๓๐๐ คน และไม่จำกัดระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการประชมุ
๒. Google Meet
โปรแกรมสำหรับการประชุมทางวิดีโอแบบออนไลน์ โดยผู้สอนที่มีบัญชี Google จะสามารถสร้าง
ห้องเรียนออนไลน์ที่รองรับนักเรียนได้สูงสุด ๑๐๐ คน และใช้สอนได้สูงสุด ๖๐ นาทีต่อการสร้างห้อง ๑ คร้ัง
นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์ขั้นสูงท่ีรองรับนักเรียนภายในหรือภายนอกชั้นเรียนสูงสุด ๒๕๐ คนและสตรีมมิ่งแบบ
สดสำหรบั ใหค้ นเขา้ มาดพู ร้อมกนั ไดส้ งู สุดถงึ ๑๐๐,๐๐๐ คน
๓. LINE
LINE เป็นแอปพลิเคชัน ที่นิยมใช้ในการคุยแชท การใช้ LINE สำหรับการสอนออนไลน์เป็นวิธีท่ี
สะดวก เพราะท้ังผู้เรียนและผู้สอนไม่จำเป็นต้องไปหาแอปพลิเคชนั อ่ืน ๆ มาใช้เพ่ิมเติม โดยใช้ฟีเจอร์ Group
๘๔
Call ที่รองรับสูงสุดถึง ๒๐๐ คน ใช้ได้ทั้งบน PC และมือถือ อีกท้ังสามารถแชร์ภาพหน้าจอของตัวเองให้
นกั เรยี นดูได้ หรือจะใชฟ้ เี จอร์ Live เพือ่ ถ่ายทอดสดการสอนก็ไดเ้ ช่นกนั
๔. Facebook Live
การใช้ Facebook Live ในการสอนออนไลน์เป็นอีกวิธีหน่ึงท่ีง่ายและสะดวก เนื่องจากคนส่วนใหญ่มี
บัญชี Facebook อยู่แล้ว จึงสามารถสอนออนไลน์แบบถ่ายทอดสดให้นักเรียนสามารถเข้ามาดูได้ง่ายแต่มี
ขอ้ เสียคือตวั ผูส้ อนจะไม่สามารถเห็นหน้าจากกล้องของนักเรียนแตล่ ะคน รวมท้ังไมส่ ามารถจำกัดผู้เข้าเรียนได้
แต่การแชรห์ น้าจออาจต้องใชโ้ ปรแกรมเพ่ิมเติมอยา่ งเชน่ OBS
๕. YouTube
YouTube เป็นอีกหนึง่ ช่องทางท่ีสามารถใช้ถ่ายทอดสดการสอนได้เช่นเดยี วกบั Facebook Live
โดยตัวผู้สอนจะต้องมีบัญชี YouTube ส่วนผู้เข้าเรียนน้ันจะมีบัญชีหรือไม่มีก็ได้ และผู้สอนสามารถตั้งค่าการ
ถ่ายทอดสดเพื่อให้เฉพาะผู้ท่ีมีลิงก์สามารถเข้าเรียนได้ ส่วนการแชร์หน้าจออาจต้องใช้โปรแกรมเพิ่มเติม
อย่างเช่น OBS เหมือนกับ Facebook Live หากต้องการสตรีมแบบสดบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ ช่องของผู้ใช้
จะต้องมผี ูต้ ิดตามอยา่ งน้อย ๑,๐๐๐ คน จึงจะสามารถดำเนนิ การแบบสดผ่านคอมพิวเตอรแ์ ละเวบ็ แคมได้
๖. Google Hangouts Meet
สามารถแชทกับเพื่อน คุยแบบเห็นหน้าได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม เช่ือมต่อได้ท้ังคอมพิวเตอร์
แทบ็ เล็ต หรือใช้กบั สมาร์ทโฟน โดยลงช่อื เข้าใชด้ ้วยบัญชีของ Google เพ่ิมอีโมจิ และภาพเคลือ่ นไหวแบบGIF
รับส่งข้อความ SMS/ MMS มีแจ้งเตือน เก็บบันทึกไว้หลังประชุมจบ อีกท้ังยังสามารถแชร์ Location
ไดป้ ัจจบุ นั รองรับจำนวนผเู้ ขา้ ร่วมสงู สุดไดถ้ งึ ๕๐ คน โดยเปิดใช้ฟรที งั้ หมด ไม่เสยี คา่ ใชจ้ า่ ย
สรุป ความสามารถในการใช้งานของแตล่ ะโปรแกรม
Hangouts Zoom Line Facebook
ความสามารถในการใชง้ าน Meet Live in
Group
พมิ พ์แชทกนั ได้
มีกล้อง/ไมโครโฟน พูดคยุ โต้ตอบได้ ×
แชร์เอกสารได้
ใช้ Web Browser ในการทำงาน × ×
เข้าใหม่ได้ง่าย เม่ือสายหลดุ ×
บันทึก Video ขณะใชง้ าน ×
๘๕
เป็นห้องถาวร × ×
มีกระดานไวทบ์ อดร์ด × ×
Hangouts Zoom Line Facebook
ความสามารถในการใช้งาน Meet Live in
Group
ครตู ้องมี E-mail/บญั ชผี ูใ้ ช้
นร.ตอ้ งมี Email/บญั ชีผใู้ ช้ × ไม่จำกัด
รองรบั ผูใ้ ชง้ านสูงสุดขณะ VDO Call 250 คน 100 คน 200 คน
๘๖
ส่วนท่ี ๕
แผนเผชญิ เหตุ
โรงเรยี นโพธนิ มิ ิตวทิ ยาคมได้จดั ทำแผนเผชญิ เหตตุ ามมาตรการป้องกันตามระดับการแพร่ระบาดโควิด
19 ของสถานศึกษา กรณหี ากพบผู้ติดเชอื้ หรือพบว่ามีนักเรียน ครู หรอื บคุ ลากรทางการศึกษามีความเสี่ยงสูง
มีความพร้อมในเร่ืองสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบขนส่งระบบการประสานงานตรงกับบุคลากร
ทางการแพทย์ในพื้นที่ การสร้างการรับรู้ข่าวสารภายใน รวมท้ังการคัดกรองเพ่ือแบ่งกลุ่มนักเรียน ครูและ
บุคลากรในสถานศกึ ษา ตามท่ีกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการกำหนด ดังนี้
ระดบั การแพร่ระบาด มาตรการปอ้ งกนั
ในชมุ ชน ในสถานศกึ ษา คร/ู นกั เรยี น สถานศึกษา
ไม่มีผู้ติดเช้อื ไม่พบผตู้ ดิ เชอ้ื ยืนยัน ๑. ปฏิบตั ติ ามมาตรการ ๑. เปดิ เรียน Onsite
DMHTT ๒. ปฏิบตั ิตาม TST
๒. ประเมิน TST เป็นประจำ ๓. เฝ้าระวงั คดั กรองกรณโี รงเรียนนอน
ประจำ, เด็กพิเศษ
ไม่พบผ้ตู ิดเชอื้ ยนื ยนั ๑. ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการ ๑. เปิดเรยี น Onsite
DMHTT ๒. ปฏบิ ัติเข้มตามมาตรการ TST Plus
๒. ประเมนิ TST ทุกวัน ๓. เฝ้าระวงั คดั กรองกรณีโรงเรียนนอน
ประจำ, เด็กพเิ ศษ
ผู้ติดเช้อื พบผู้ตดิ เช้ือยนื ยัน ๑. ปฏิบัติเขม้ ตามมาตรการ ๑. ปดิ ห้องเรยี นทพ่ี บผ้ตู ดิ เช้ือ
ประปราย ในหอ้ งเรียน DMHTT ๓ วนั เพอ่ื ทำความสะอาด
๑ รายข้ึนไป *เน้นใส่หน้ากาก ๒. เปดิ หอ้ งเรียนอืน่ ๆ Onsite
*เวน้ ระยะห่างระหว่างบุคคล ไดต้ ามปกติ
๑ - ๒ เมตร ๓. สมุ่ ตรวจเฝ้าระวัง
๒. ประเมนิ TST ทกุ วัน Sentinel Surveillance
๓. ระบายอากาศทุก ๒ ทุก ๒ สัปดาห์
ช่วั โมง ๔. ปฏบิ ัติเขม้ ตามมาตรการ
กรณใี ชเ้ คร่ืองปรบั อากาศ TST Plus
๔. กรณี High Risk
Contact :
งดเรยี น Onsiteและกักตัวที่
บ้าน ๑๔ วัน
๕. กรณี Low Risk
Contact :
ให้สงั เกตอาการของตนเอง
และปฏบิ ัติ
ตามมาตรการของกระทรวง
สาธารณสขุ
๘๗
ระดับการแพร่ระบาด มาตรการปอ้ งกนั
ในชมุ ชน ในสถานศึกษา คร/ู นกั เรยี น สถานศึกษา
พบผตู้ ิดเชอ้ื ๑. ปฏบิ ัติเขม้ ตามมาตรการ ๑. ปดิ ห้องเรยี นทีพ่ บผตู้ ิดเชื้อ
ยนื ยนั มากกวา่ DMHTT ๓ วนั เพื่อทำความสะอาดหรือ
๑ ห้องเรียน *เน้นใสห่ น้ากาก มากกว่าตามอำนาจ
*เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ๑ – การพิจารณาของ
๒ เมตร กระทรวงศึกษาธกิ าร
๒. ประเมิน TST ทกุ วนั ๒. ปฏบิ ัติเข้มตามมาตรการ
๓. ระบายอากาศทุก ๒ TST Plus
ชัว่ โมง กรณีใช้
เครอื่ งปรับอากาศ
มผี ู้ตดิ เชอ้ื ๑. ปฏบิ ัติเขม้ ตามมาตรการ ๑. พิจารณาการเปดิ เรยี น Onsiteโดย
เป็นกลมุ่ DMHTT เขม้ ตามมาตรการทกุ มิติ
ก้อน *เนน้ ใส่หน้ากาก ๒. สำหรับพ้นื ทรี่ ะบาดแบบ
*เวน้ ระยะหา่ งระหว่างบุคคล ๑-๒ กลมุ่ ก้อน พิจารณาปิดโดย
เมตร คณะกรรมการควบคุมการแพร่
๒. ประเมนิ TST ทกุ วัน ระบาดระดับพนื้ ท่ี หากมี
๓. ระบายอากาศทุก ๒ หลักฐานและความจำเปน็
ช่วั โมง ๓. สุม่ ตรวจเฝา้ ระวัง
กรณีใชเ้ คร่ืองปรบั อากาศ Sentinel Surveillance
๔. กรณี High Risk ทกุ ๒ สัปดาห์
Contact :
งดเรยี นOnsite และกักตัวท่ีบา้ น
๑๔ วนั
๕. กรณี Low Risk
Contact :
ใหส้ ังเกตอาการของตนเอง
มกี าร ๑. ปฏิบัติเข้มตามมาตรการ ๑. พจิ ารณาการเปิดเรยี น Onsiteโดย
แพร่ระบาด DMHTT เขม้ ตามมาตรการทกุ มิติ
ในชมุ ชน ๒. เฝา้ ระวงั อาการเส่ยี งทุกวัน ๒. สำหรบั พน้ื ทีร่ ะบาดแบบ
Self Quarantine กลมุ่ ก้อน พจิ ารณาปดิ โดย
๓. ประเมนิ TST ทกุ วนั คณะกรรมการควบคุมการแพร่
ระบาดระดบั พืน้ ท่ี หากมี
หลักฐานและความจำเปน็
๓. สุ่มตรวจเฝ้าระวัง Sentinel
Surveillance ทกุ ๒ สปั ดาห์
ที่มา: กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๖๔). คู่มือการปฏิบัติมาตรการ Sandbox Safety Zone in School เปิด
เรียนม่ันใจปลอดภัยไร้โควดิ ๑๙ ในสถานศกึ ษา.กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
๘๘
ส่วนที่ ๖
บทบาทของบคุ ลากรและหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ยังคงมีการแพร่ระบาด
อย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้สถานศึกษามีแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา๒๐๑๙
(COVID-๑๙) โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคมจึงได้ดำกำหนดบทบาทของบุคลากรและหน่วยงานที่เก่ียวข้องตาม
แนวทางของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ดงั น้ี
๑. บทบาทของนกั เรียน
นักเรียนเป็นหัวใจสำคัญท่ีต้องได้รับความคุ้มครอง ดูแลในเร่ืองความปลอดภัยอย่างสูงสุด ทั้งนี้
นักเรยี นจะต้องถอื ปฏิบตั ติ นตามมาตรการความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ
อย่างเคร่งครัด ต้ังแต่การเดนิ ทางออกจากบ้านมาเรยี น ขณะอยูใ่ นโรงเรยี น จนถึงการกลบั บา้ น บทบาทของ
นักเรียน ควรมีดงั นี้
๑) เตรียมความพร้อมในเรอื่ งอปุ กรณ์การเรียน เครื่องใช้สว่ นตวั และอ่นื ๆ ทจี่ ำเปน็ สำหรบั
การเรยี น
๒) ปฏบิ ัติตาม ๖ มาตรการหลกั ๖ มาตรการเสริมของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเครง่ ครัด
๓) ตดิ ตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
และสร้างความรู้ความเข้าใจของคำแนะนำในการป้องกันตนเอง และลดความเส่ียงจากการแพร่กระจายของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จากแหล่งข้อมลู ท่เี ช่ือถอื ได้
๔) ประเมินความเส่ียงของตนเองผ่านแอพพลิเคช่ัน Thai Save Thai (TST) อย่างสม่ำเสมอ และ
สังเกตอาการป่วยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่ได้กล่ินไม่รู้รส
รีบแจ้งครูหรือผู้ปกครองให้พาไปพบแพทย์ กรณีมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) หรือกลับจากพื้นท่ีเสี่ยง และอยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
อยา่ งเคร่งครดั
๕) ขอคำปรึกษาจากครผู ้สู อนเม่ือพบปัญหาเก่ียวกบั การเรียน อุปกรณก์ ารเรยี นเรียน เครือ่ งใช้สว่ นตัว
หรือพบความผิดปกติของร่างกายท่ีอาจเส่ียงต่อการติดเชื้อของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
ทันที
๒. บทบาทของครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ครูและบุคลากรทางการศึกษาน้ัน ซ่ึงถืออยู่ใกล้ชิดนักเรียน มีหน้าที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้ให้แก่
นักเรียนทุกรูปแบบ จึงต้องเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนการ
สอน นอกจากจะต้องดูแลตนเองแล้ว ยังต้องดูแลนักเรียนอีกด้วย โดยเฉพาะด้านสุขอนามัยตามมาตรการท่ี
กระทรวงสาธารณสุขกำหนด บทบาทของครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรมีดงั น้ี
๑) ประชุมออนไลน์ (Online) ชแ้ี จงผปู้ กครองนกั เรยี นเพ่ือสรา้ งความเข้าใจรว่ มกัน ในการป้องกัน
การเฝา้ ระวัง การเตรียมตัวของนักเรยี นให้พร้อมกอ่ นเปิดเรียน
๒) ประเมินความเส่ียงของตนเองผ่านแอพพลิเคชัน Thai Save Thai (TST) อย่างสม่ำเสมอและ
สังเกตอาการป่วยของตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหน่ือยหอบ ไม่ได้กล่ินไม่รู้รส
ให้หยุดปฏิบัติงาน และรีบไปพบแพทย์ทันที กรณีมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
๘๙
(COVID-19) หรือกลับจากพื้นท่ีเส่ียงและอยู่ในช่วงกักตัว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข
อย่างเครง่ ครัด
๓) ติดตามขอ้ มูลข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
และสร้างความรู้ความเข้าใจของคำแนะนำในการป้องกันตนเอง และลดความเส่ียงจากการแพร่กระจายของ
โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จากแหล่งขอ้ มูลท่เี ช่อื ถอื ได้
๔) จัดหาสื่อประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ให้แก่นักเรียน เช่น สอนวิธีการล้างมือท่ีถูกต้อง การสวมหน้ากากผ้าหรือ
หน้ากากอนามัย คำแนะนำการปฏิบัติตัว การเว้นระยะห่างทางสังคม การทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการทำ
กจิ กรรมรว่ มกันจำนวนมากเพอ่ื ลดจำนวนคน
๕) ปฏิบตั ติ าม ๖มาตรการหลกั ๖มาตรการเสรมิ ของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอยา่ งเคร่งครดั
๖) คอยดูแล สอดส่องช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องสุขอนามัยให้เป็นไปตามมมาตรการที่กระทรวง
สาธารณสขุ กำหนด ไดแ้ ก่
(๑) ทำการตรวจคัดกรองสุขภาพนักเรียนทุกคนที่เข้ามาในโรงเรียนในตอนเช้า ใช้เคร่ืองวัด
อุณหภูมิร่างกายพร้อมสังเกตอาการและสอบถามอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูกเจ็บคอ
หายใจลำบาก เหน่ือยหอบ ไม่ได้กล่ิน ไม่รู้รส โดยติดสัญลักษณ์ สติกเกอร์หรือตราป๊ัม แสดงให้เห็นชัดเจนว่า
ผา่ นการคัดกรองแลว้
(๒) กรณีพบนักเรียนหรือผู้มีอาการมีไข้ อุณหภูมิร่างกายต้ังแต่ ๓๗.๕ องศาเซลเซียสขึ้นไป
ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จัดให้อยู่ในพ้ืนที่แยกส่วน ประสานโรงพยาบาลส่งเสริม
สขุ ภาพประจำตำบล หรอื เจ้าหน้าท่สี าธารณสขุ เพ่ือตรวจคัดกรองอีกครั้ง หากพบว่าผลตรวจเบ้ืองตน้ เป็นบวก
จึงแจ้งผู้ปกครองมารับ จากนั้นแจ้งผู้บริหารหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ และ
มาตรการปอ้ งกันตามระดบั การแพร่ระบาดโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของสถานศกึ ษา
(๓) บนั ทึกผลการคัดกรองและสง่ ตอ่ ประวตั ิการปว่ ย ตามแบบบนั ทกึ การตรวจสขุ ภาพ
(๔) จัดอุปกรณ์การล้างมือ พร้อมใช้งานอย่างเพียงพอ เช่น เจลแอลกอฮอล์วางไว้บริเวณ
ทางเขา้ สบู่ล้างมอื บรเิ วณอ่างลา้ งมอื
๗) ตรวจสอบ กำกับ ติดตามการมาเรียนของนักเรียนขาดเรียน ถูกกักตัว หรืออยู่ในกลุ่มเส่ียงต่อการ
ติดโรคโควดิ ๑๙และรายงานตอ่ ผ้บู ริหาร
๘) ปรับพฤติกรรมสำหรับนักเรียนท่ีไม่ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการท่ีครูกำหนด ด้วยการแก้ปัญหา
การเรียนรู้ใหม่ใหถ้ ูกตอ้ ง นัน่ คือ “สรา้ งพฤติกรรมท่พี ึงประสงค”์ หรอื “ลดพฤติกรรมท่ไี มพ่ งึ ประสงค์”
๙) สร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับความเครียด ว่าเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นได้ในภาวะวิกฤติ
ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) และนำกระบวนการการจัดการ
ความเครียด การฝึกสติให้กลมกลืนและเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละวัยร่วมกับการฝึกทักษะชีวิตที่เสริมสร้าง
ความเข้มแขง็ ทางใจ (Resilience) ใหก้ บั นกั เรียน ไดแ้ ก่ ทักษะชวี ติ ด้านอารมณ์ สงั คม และความคดิ เป็นตน้
๑๐) สังเกตอารมณ์ความเครียดของตัวเอง เนื่องจากภาระหน้าที่การดูแลนักเรียนจำนวนมาก และ
กำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เป็นบทบาทสำคัญ
อาจจะสร้างความเครียดวติ กกงั วลท้งั จากการเฝา้ ระวงั นักเรยี น และการป้องกนั ตัวเองจากการสัมผสั กับเชือ้ โรค
ดงั นัน้ เมอ่ื ครูมีความเครยี ด จากสาเหตุตา่ ง ๆ มขี ้อเสนอแนะ ดังน้ี
(๑) กรณีมีความสับสนกับมาตรการของโรงเรียนท่ีไม่ชัดเจน แนะนำให้สอบถามกับผู้บริหาร
โรงเรียนหรือเพอื่ นร่วมงาน เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจบทบาทหน้าท่ีและข้อปฏบิ ตั ทิ ีต่ รงกัน
๙๐
(๒) กรณีมีความวิตกกังวล กลัวการติดเช้ือในโรงเรียน ให้พูดคุยส่ือสารถึงความไม่สบายใจ
และร้องขอสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนการสอนท่ีเพียงพอต่อการป้องกันการติดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) เช่น สถานที่ สื่อการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ การส่งงานหรือตรวจการบ้าน เป็นต้น
หากตนเองเป็นกลุ่มเส่ียง หรือมีโรคประจำตัวก็สามารถเข้ารับการตรวจ รักษาตามมาตรการที่กระทรวง
สาธารณสุขกำหนด
(๓) จัดให้มีกิจกรรมบำบัดความเครียด โดยการฝึกสติให้เป็นกิจวัตรก่อนเร่ิมการเรียนการ
สอนเพอื่ ลดความวติ กกงั วลตอ่ สถานการณ์ท่ีตึงเครียดนี้
๑๑) กำกับและติดตามการได้รับวัคซีนของนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนให้เป็นไปตามมาตรการที่
กำหนดและเป็นปจั จุบนั
๓. บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตั้งแต่การวางแผน การกำหนดนโยบาย
สถานศึกษา การเตรียมความพร้อมการเปิดเรียน การสง่ เสริมครูในการออกแบบการจัดการเรียนการสอน การ
กำกับติดตามช่วยเหลือ การประเมินผลการจัดการเรียนการสอน การแก้ไขปัญหา การประเมินสถานการณ์
การรายงาน ตลอดจนร่วมมือกับครูและบุคลากร ผู้ปกครองนักเรียน ให้การตรวจสอบสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนโดยบทบาทของ
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ควรมีดังน้ี
๑) จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ครู ผู้ปกครองนักเรียน
ผนู้ ำชมุ ชน และมีมตใิ หค้ วามเหน็ ชอบร่วมกนั ในการจดั พื้นท่ี และรปู แบบการจดั การเรยี นการสอน
๒) ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) ในโรงเรียน
๓) แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการควบคุมดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
๒๐๑๙ (COVID-19) ประกอบด้วย นักเรียน ครู ผู้ปกครอง เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข ท้องถ่ิน ชุมชน และ
ผเู้ กี่ยวข้อง
๔) ประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus (TSC+) และรายงานการติดตามการประเมินผล
ผ่าน MOECOVID
๕) ทบทวน ปรับปรุง ซักซอ้ มปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุของโรงเรยี นในภาวะทม่ี ีการระบาดของโรคติด
เชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
๖) จัดให้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา๒๐๑๙
(COVID-19) เก่ียวกับนโยบาย มาตรการ แนวปฏิบัติ และการจัดการเรียนการสอนให้แก่ครู นักเรียน
ผู้ปกครอง และคณะกรรมการโรงเรียน ผ่านช่องทางส่ือที่เหมาะสม และติดตามข้อมูลข่าวสารท่ีเก่ียวข้อง
จากแหลง่ ขอ้ มูลที่เชือ่ ถือได้
๗) สนับสนนุ ให้นักเรยี น ครูและบคุ ลากรได้รับวัคซีนครบโดส ตัง้ แตร่ อ้ ยละ๘๕ขน้ึ ไป
๘) สนบั สนนุ ให้มีการตรวจคดั กรองหาเช้ือด้วยวิธกี ารที่เหมาะสมตามมาตรการของภาครฐั
๙) สนับสนุน ส่งเสริม ให้นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองประเมินตนเองผ่าน
Thai Save Thai (TST) ตามเกณฑ์จำแนกเขตพ้ืนท่กี ารแพรร่ ะบาด
๑๐) สอ่ื สารสร้างความรคู้ วามเขา้ ใจ เพอ่ื ลดการรังเกียจ และลดการตีตราทางสงั คม ( Social Stigma)
กรณีพบว่ามีบคุ ลากรในโรงเรียน นักเรียน หรอื ผู้ปกครองติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
๙๑
๑๑) กำหนดมาตรการคัดกรองสุขภาพทกุ คน บริเวณจดุ แรกเข้าไปในโรงเรียน (Point of Entry)ให้แก่
นักเรยี น ครู บุคลากร และผู้มาติดต่อ และจดั ให้มีพื้นท่ีแยกโรค อุปกรณป์ ้องกัน เช่น หน้ากากผ้าหรอื หน้ากาก
อนามัย เจลแอลกอฮอล์ อย่างเพียงพอ รวมถึงเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างครู นักเรียนผู้ปกครอง และ
เจา้ หนา้ ที่สาธารณสขุ ในกรณีทพี่ บนกั เรียนกลมุ่ เสย่ี งหรอื สงสัย
๑๒) จัดให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเหมาะสมตามบริบทได้อย่างต่อเนื่อง
ตรวจสอบ ติดตาม กรณีนักเรียนขาดเรียน ลาป่วย การปิดโรงเรียน การจัดให้มีการเรียนการสอนทางไกล สื่อ
ออนไลน์ การตดิ ต่อทางโทรศพั ท์ หรือ Social Media เป็นรายวนั หรอื รายสัปดาห์
๑๓) กรณีพบนักเรียน ครู บุคลากร หรือผู้ปกครองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยยืนยันเข้ามาในโรงเรียน
ใหร้ ีบแจ้งเจ้าหน้าทสี่ าธารณสขุ ในพน้ื ท่ีเพือ่ ดำเนินการสอบสวนโรค และพจิ ารณาดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ
และมาตรการปอ้ งกนั ตามระดับการแพรร่ ะบาดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของสถานศึกษา
๑๔) มีมาตรการให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันและอาหารเสริมนม ตามสิทธิท่ีควรได้รับกรณีพบอยู่
ในกลมุ่ เสี่ยงหรืออย่ใู นช่วงกักตัว
๑๕) ควบคุม กำกับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินงาน ตามมาตรการป้องกันการแพร่
ระบาดภายในโรงเรยี นอยา่ งเครง่ ครดั และตอ่ เนอื่ ง
๑๖) เยี่ยมบ้าน สร้างขวัญกำลังใจนักเรียน ท้ังนักเรียนท่ีมาเรียนแบบปกติ และท่ีไม่สามารถมาเรียน
แบบปกตไิ ด้
๔. บทบาทของผปู้ กครองนักเรียน
ผู้ปกครองนักเรียนเป็นบุคคลท่ีมีสำคัญยิ่ง มีหน้าท่ีต้องดูแลเอาใจใส่นักเรียนและตนเองในด้านสุขอนามัยและ
การป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเช้ือโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) อย่างเคร่งครัด
ต้องให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ครูประจำชั้น หรือครูท่ีปรกึ ษา เกี่ยวกับมาตรการการดูแลนักเรียน ผู้ปกครอง
นักเรียนจึงมีบทบาทสำคัญร่วมกับครูเพื่อช่วยนักเรียนทั้งในเรื่องการเรียนรู้ และการดูแลความปลอดภัยของ
นกั เรียน บทบาทของผปู้ กครองนกั เรยี น ควรมดี ังนี้
๑) ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
และสร้างความรู้ความเข้าใจของคำแนะนำในการป้องกันตนเอง และลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของ
โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จากแหล่งขอ้ มูลท่ีเชอื่ ถือได้
๒) ประเมินความเส่ียงของตนเอง นักเรียน และคนในครอบครัวผ่านแอปพลิเคชัน Thai Save Thai
(TST) อย่างสม่ำเสมอ สังเกตอาการป่วยของนักเรียน ของตนเอง และของคนในครอบครัว หากมีอาการไข้ไอ
มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่ได้กล่ิน ไม่รู้รส ให้รีบพาไปพบแพทย์ ควรแยกเด็กไม่ให้ไปเล่น
กับคนอ่ืน ใหพ้ ักผ่อนอยู่ที่บา้ นจนกว่าจะหายเป็นปกติ กรณีมีคนในครอบครวั ป่วยดว้ ยโรคติดเชื้อไวรสั โคโร
นา ๒๐๑๙ (COVID-19) หรือกลับจากพ้ืนท่ีเส่ียงอยู่ในช่วงกักตัวให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สาธารณสขุ อยา่ งเคร่งครัด
๓) จัดหาของใช้ส่วนตัวให้นักเรียนอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ทำความสะอาดทุกวัน เช่นหน้ากากผ้า
ช้อน ส้อม แก้วน้ำ แปรงสฟี ัน ยาสฟี นั ผา้ เช็ดหนา้ ผา้ เชด็ ตัว เป็นตน้
๔) จัดหาสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์และกำกับดูแลนักเรียนให้ล้างมือบ่อย ๆ ก่อนกินอาหาร หลังใช้ส้วม
หลีกเล่ียงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น และสร้างสุขนิสัยที่ดีหลังเล่นกับเพื่อนและเม่ือ
กลับมาถงึ บ้าน ควรอาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนชุดเสอื้ ผา้ ใหม่ทนั ที
๙๒
๕) ดูแลสุขภาพนักเรียน จัดเตรียมอาหารปรุงสุก ใหม่ ส่งเสริมให้กินอาหารร้อน สะอาด อาหารครบ
๕ หมู่และผัก ผลไม้ ๕ สี และควรจัดอาหารกลอ่ ง (Box Set) ใหแ้ กน่ ักเรยี นในช่วงเชา้ แทนการซื้อจากโรงเรียน
(กรณีที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าจากที่บ้าน) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ออกกำลังกาย อย่างน้อย ๖๐ นาที
ทุกวันและนอนหลับอย่างเพียงพอ ๙ - ๑๑ ชว่ั โมงต่อวนั
๖) หลีกเล่ียงการพานกั เรยี นไปในสถานเสีย่ งต่อการตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สถานที่
แออัดที่มีการรวมกันของคนจำนวนมาก หากจำเป็นต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยล้างมือบ่อย ๆ
๗ ขั้นตอน ด้วยสบูแ่ ละนำ้ นาน ๒๐ วนิ าที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
๗) กรณีนักเรียนเดินทางมาโรงเรียน โดยรถโรงเรียน รถตู้ หรือรถอ่ืน ๆ ผู้ปกครองและโรงเรียนต้อง
ขอความร่วมมอื กบั คนขับรถให้ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการของสาธารณสุขอยา่ งเครง่ ครัด
๘) กรณีมีการจัดการเรียนการสอนทางไกล ออนไลน์ ผู้ปกครองควรให้ความร่วมมือกับครูในการดูแล
จดั การเรยี นการสอนแก่นกั เรยี น เชน่ การส่งการบ้าน การร่วมทำกจิ กรรม เป็นต้น
๕. บทบาทขององค์กรสนบั สนุน
๕.๑ สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา
๑) ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้โรงเรียนในสังกัด เกี่ยวกับการป้องกันตนเอง
การดูแลสขุ อนามัยของตนเอง และบุคคลในครอบครัว
๒) ประสานงานองค์กรต่าง ๆ ในเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาในการช่วยเหลือสนบั สนนุ โรงเรียน
๓) นิเทศ กำกับ ติดตาม โรงเรียนในสังกัดด้านการบริหารโรงเรียนภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
๔) กำกับ ติดตาม โรงเรียนในสังกัดด้านการบรหิ ารข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกับการได้รับวัคซีน
ของนักเรยี น ครู ผูบ้ รหิ ารโรงเรียน และผู้ปกครองนกั เรียนให้ไดร้ บั วัคซนี ตามมาตรการท่ีกำหนด
๕) รายงานผลการดำเนินการต่อหน่วยงานต้นสังกัดให้ทราบความเคล่ือนไหวอย่างต่อเนื่อง
สมำ่ เสมอ
๙๓
๖) ประชุม ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา สร้างขวัญกำลังใจในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิด
ภาคเรียนทั้งแบบปกติและแบบทางไกล
๕.๒ สำนกั งานสาธารณสุข
๑) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติของสถานศึกษา สนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนให้
สอดคล้องตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด
๒) สนับสนุนอุปกรณ์ ทางการแพทย์ อาทิ ชุดตรวจคัดกรองหาเชื้อท่ีเหมาะสม อุปกรณ์
วดั อุณหภูมิหน้ากากอนามัย เจลลา้ งมอื ฯลฯ
๓) สนับสนุนบคุ ลากรทางการแพทย์ในการบรกิ ารตรวจคดั กรองความเสีย่ งให้แก่ นกั เรียน ครู
และบุคลากรทางการศกึ ษา
๔) จัดให้มชี ่องทางการสอ่ื สาร การให้ข้อมลู ขา่ วสารทีถ่ กู ตอ้ ง เป็นปจั จบุ นั ให้กบั สถานศึกษา
และจัดระบบสนับสนุนเม่ือมีนักเรียน ครูหรือบุคลากรมีความเสี่ยงต่อการติดเช้ือ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19)
๕) สำรวจ ติดตามสถานการณใ์ นพน้ื ที่บรกิ ารอย่างตอ่ เนอ่ื ง กรณี พบผู้มีอาการเสี่ยงหรอื ปว่ ย
ต้องดำเนนิ การทันที และรายงานให้สถานศึกษาทราบเพอ่ื ดำเนนิ การตามมาตรการต่อไป
๖) ออกให้บริการตามท่ีสถานศึกษาร้องขอ เช่น จัดเจ้าหน้าที่ อสม.ประจำหมู่บ้าน ตำบล
ตรวจเวรยาม บันทึกตแู้ ดงตามจดุ ทโี่ รงเรยี นกำหนด และอ่ืน ๆ ตามความตอ้ งการจำเป็น
๕.๓ องคก์ รทางปกครอง
หมายถงึ หน่วยงานทางปกครอง ได้แก่ จังหวดั อำเภอ ตำบล หมบู่ า้ น และหน่วยงานท้องถนิ่ ได้แก่
องค์การบรหิ ารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพทั ยา กรุงเทพมหานคร
๑) ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้โรงเรียน และชุมชนในเขตการปกครองมีความรู้ความเข้าใจ
เก่ียวกบั การป้องกันตนเอง การดแู ลสขุ อนามยั ของตนเอง และบคุ คลในครอบครวั
๒) สนบั สนุน ช่วยเหลือโรงเรยี นในเขตปกครองตามคำส่ังของจงั หวัดอย่างเคร่งครัด
๓) กำกบั ติดตามการได้รับวคั ซนี ของประชาชนในเขตปกครองและมีข้อมลู ทางสถติ ทิ ่ีอ้างอิงเช่ือถือได้
๔) ให้บรกิ ารตามท่สี ถานศึกษารอ้ งขอตามความต้องการเร่งดว่ นและจำเป็น
๕.๔ องค์กรเอกชน
๑) สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ ชุดตรวจคัดกรองหาเช้ือที่เหมาะสม อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ
หนา้ กากอนามยั เจลลา้ งมือ ฯลฯ
๒) สนับสนุนงบประมาณให้แก่สถานศึกษาในการนำไปใช้บริหารจัดการภายใต้สถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
๓) อำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน จำเป็นในการส่งตัวนักเรียน ครูและบุคลากร
ท่คี าดว่าจะได้รับเชื้อหรอื เป็นกลมุ่ เสย่ี งส่งหน่วยงานสาธารณสุขไดอ้ ย่างรวดเร็ว
๔) สร้างระบบการติดต่อส่ือสารหน่วยงานภายในจังหวัด อำเภอ ตำบล ให้มีความรวดเร็วในการ
ชว่ ยเหลือ ดแู ล นักเรยี น ครู บุคลากร และผู้ปกครอง ทส่ี ถานศึกษาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ภาคผนวก
• สำเนาใบรบั รองผ่านการประเมิน TSC+ ของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
• สรุปข้อมลู มลู การฉดี วัคซนี ของครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาและผมู้ ีสว่ น
เกย่ี วข้อง
• สรุปขอ้ มลู มลู การฉีดวคั ซนี ของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1-6
• สรปุ รายงานการประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานพิจารณาเห็นชอบ
• แตง่ ตงั้ คณะกรรมการดำเนนิ งานจดั ทำเล่มคูม่ ือโรงเรยี นปลอดภยั (Safety School)
• คณะผู้จดั ทำค่มู อื โรงเรียนปลอดภัย