ศนย์เรียนรู้ชุมชน
ู
เกษตรผสมผสานพลังบวร
สํานักสงฆบานชบา
อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
โดย
ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.)
สํานักสงฆบานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ิ ั ิ
ื
ั เลมที่ ิ ี
ุ 23 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะหวถพทธ
ค�าน�า
ู
ศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
สานักสงฆ์บ้านชบา อําเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ํ
ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร
เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางและรูปแบบของระบบการท�าเกษตรกรรม
ี
ี
ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ท่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพโดยมีความพร้อมท่จะเผชิญกับ
สํานักสงฆบานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ ความเส่ยงในกรณีท่ราคาพืชผลทางการเกษตรชนิดใดชนิดหน่งตกต่า ลดการ
ี
ี
�
ึ
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ึ
ื
พ่งพิงเงินทุนเน่องจากสามารถน�าเศษวัสดุจากพืชและมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์
ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เลมที่ 23
สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับการท�าการเกษตรได้ในอนาคต หากพิจารณา
จากประโยชน์ท่เกิดข้นจากการท�าเกษตรผสมผสานหรือตัวอย่างการด�าเนิน
ึ
ี
พ�มพครั้งที่ 1 : กรกฎาคม 2565
จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม งานที่มีให้เห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย การน�ามาประยุกต์ใช้กับพื้นที่
ี
ี
จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ท่ไม่เคยมีการท�าเกษตรผสมผสานมาก่อน กลับพบข้อจ�ากัดท่ท�าให้การท�า
ื
ื
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เกษตรผสมผสานยังไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรในทุกครัวเรือน
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร จากความต้งใจของพระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) ในการส่งเสริม
ั
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสนับสนุนให้ส�านักสงฆ์บ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
จัดรูปเลม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ
ั
ื
ื
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ศรีสะเกษ จัดต้ง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร” เพ่อเป็นพ้นท ี ่
ี
76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี ส�าหรับการแลกเปล่ยนเรียนรู้การท�าการเกษตรผสมผสาน เป็นแหล่งข้อมูล
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215
E-mail : [email protected]
ค�าน�า
ู
ศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
สานักสงฆ์บ้านชบา อําเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ํ
ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร
เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางและรูปแบบของระบบการท�าเกษตรกรรม
ี
ี
ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ท่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพโดยมีความพร้อมท่จะเผชิญกับ
สํานักสงฆบานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ ความเส่ยงในกรณีท่ราคาพืชผลทางการเกษตรชนิดใดชนิดหน่งตกต่า ลดการ
ี
ี
�
ึ
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ึ
ื
พ่งพิงเงินทุนเน่องจากสามารถน�าเศษวัสดุจากพืชและมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์
ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เลมที่ 23
สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับการท�าการเกษตรได้ในอนาคต หากพิจารณา
จากประโยชน์ท่เกิดข้นจากการท�าเกษตรผสมผสานหรือตัวอย่างการด�าเนิน
ึ
ี
พ�มพครั้งที่ 1 : กรกฎาคม 2565
จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม งานที่มีให้เห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย การน�ามาประยุกต์ใช้กับพื้นที่
ี
ี
จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ท่ไม่เคยมีการท�าเกษตรผสมผสานมาก่อน กลับพบข้อจ�ากัดท่ท�าให้การท�า
ื
ื
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เกษตรผสมผสานยังไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรในทุกครัวเรือน
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร จากความต้งใจของพระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) ในการส่งเสริม
ั
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสนับสนุนให้ส�านักสงฆ์บ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
จัดรูปเลม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ
ั
ื
ื
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ศรีสะเกษ จัดต้ง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร” เพ่อเป็นพ้นท ี ่
ี
76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี ส�าหรับการแลกเปล่ยนเรียนรู้การท�าการเกษตรผสมผสาน เป็นแหล่งข้อมูล
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215
E-mail : [email protected]
ี
ี
ข่าวสารส�าหรับเกษตรกรและชาวบ้านชบา ท่มีความสนใจปรับเปล่ยนการท�า
ื
ี
เกษตรเชิงเด่ยวไปสู่เกษตรแบบผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหารายได้ของครัว สารบัญ
ั
ึ
ี
เรือนท่ไม่มีเสถียรภาพ ลดการพ่งพาอาหารจากภายนอก อีกท้งยังเป็นการลด
การพ่งพาปัจจัยการผลิตท่อยู่นอกครัวเรือน โครงการขับเคล่อนงานสาธารณ
ึ
ื
ี
สงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย จึงด�าเนินการถอดบท
ื
�
ู
ั
เรียนการท�าเกษตรผสมผสาน และการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสม 01 บทน�ำ : สำนักสงฆ์บ้ำนชบำ ศนย์กลำงด้ำนศำสนำ 7
ั
�
ื
ผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบาเพ่อเป็นข้อมูลและแนวทางให้กับคณะสงฆ์ และกำรพฒนำสำหรับชุมชน 15
- พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
ี
ี
หรือผู้ท่สนใจปรับเปล่ยนแนวทางการท�าการเกษตรเชิงเด่ยวไปสู่การท�าเกษตร
ี
ท่มีความย่งยืนโดยเน้นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน ท้งน้ขอขอบพระคุณ 02 แนวคิดเกษตร(เพอควำม)ยงยืน 23
ั
ี
ั
ี
่
ื
่
ั
รองศาสตราจารย์ ดร.พินิจ ลาภธนานนท์ ส�าหรับข้อเขียนในประเด็นแนวคิด - ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม่ 23
ั
ั
และข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร อันเป็น - เกษตรผสมผสาน 28
ี
ี
แผนท่ทางเดินให้กับผู้ท่สนใจ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ส�าหรับการพัฒนาศูนย์เรียน - ลักษณะของการผสมผสานในระบบการเกษตร 30
รู้โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากบ้าน - วัด – โรงเรียนหรือส่วนราชการต่อไป
03 ศนย์เรียนร้ชุมชนเกษตรผสมผสำนพลังบวร 33
ู
ู
- แนวคิดการด�าเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ 37
- ข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร 41
ั
ั
ภูเบศ วณิชชานนท์
เอกสำรอ้ำงอิง 56
ี
ี
ข่าวสารส�าหรับเกษตรกรและชาวบ้านชบา ท่มีความสนใจปรับเปล่ยนการท�า
ื
ี
เกษตรเชิงเด่ยวไปสู่เกษตรแบบผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหารายได้ของครัว สารบัญ
ั
ึ
ี
เรือนท่ไม่มีเสถียรภาพ ลดการพ่งพาอาหารจากภายนอก อีกท้งยังเป็นการลด
การพ่งพาปัจจัยการผลิตท่อยู่นอกครัวเรือน โครงการขับเคล่อนงานสาธารณ
ึ
ื
ี
สงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย จึงด�าเนินการถอดบท
ื
�
ู
ั
เรียนการท�าเกษตรผสมผสาน และการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสม 01 บทน�ำ : สำนักสงฆ์บ้ำนชบำ ศนย์กลำงด้ำนศำสนำ 7
ั
�
ื
ผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบาเพ่อเป็นข้อมูลและแนวทางให้กับคณะสงฆ์ และกำรพฒนำสำหรับชุมชน 15
- พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
ี
ี
หรือผู้ท่สนใจปรับเปล่ยนแนวทางการท�าการเกษตรเชิงเด่ยวไปสู่การท�าเกษตร
ี
ท่มีความย่งยืนโดยเน้นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน ท้งน้ขอขอบพระคุณ 02 แนวคิดเกษตร(เพอควำม)ยงยืน 23
ั
ี
ั
ี
่
ื
่
ั
รองศาสตราจารย์ ดร.พินิจ ลาภธนานนท์ ส�าหรับข้อเขียนในประเด็นแนวคิด - ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม่ 23
ั
ั
และข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร อันเป็น - เกษตรผสมผสาน 28
ี
ี
แผนท่ทางเดินให้กับผู้ท่สนใจ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ส�าหรับการพัฒนาศูนย์เรียน - ลักษณะของการผสมผสานในระบบการเกษตร 30
รู้โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากบ้าน - วัด – โรงเรียนหรือส่วนราชการต่อไป
03 ศนย์เรียนร้ชุมชนเกษตรผสมผสำนพลังบวร 33
ู
ู
- แนวคิดการด�าเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ 37
- ข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร 41
ั
ั
ภูเบศ วณิชชานนท์
เอกสำรอ้ำงอิง 56
01
01
บทน�า :
สานักสงฆ์บ้านชบา ศนย์กลาง
ํ
ู
ั
ด้านศาสนาและการพฒนา
ํ
สาหรับชุมชน
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่จัด
ั
ต้งข้นในพ้นท่ของส�านักสงฆ์บ้านชบา อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ื
ึ
ื
โดยมีความคาดหวังให้เกิดเป็นพ้นท่การเรียนรู้ของชุมชนเก่ยวกับการท�าการ
ี
ี
ื
เกษตรแบบผสมผสานภายใต้ความร่วมมอของบ้าน วด โรงเรียน ตลอดจน
ั
ี
หน่วยงานราชการ จากข้อมูลตามเอกสารท่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมา
ของหมู่บ้านชบา พบว่าบ้านชบาได้ก�าเนิดขึ้นจากการที่นายเพ็ง ขันติวงษ์ ได้
ิ
ั
อพยพพาครอบครัวจากบ้านหนองแคนใหญ่ มาต้งถ่นฐานเพ่อท�ามาหากิน
ื
เป็นครอบครัวแรก ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 ต่อมาได้ชักชวนเพื่อนฝูงและญาติ
พ่น้องท่แวะเวียนมาเย่ยม ให้มาลงหลักปักฐานอยู่ร่วมกัน เพ่อจะได้พ่งพา
ี
ี
ี
ื
ึ
6 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 7
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
01
01
บทน�า :
สานักสงฆ์บ้านชบา ศนย์กลาง
ํ
ู
ั
ด้านศาสนาและการพฒนา
ํ
สาหรับชุมชน
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่จัด
ั
ต้งข้นในพ้นท่ของส�านักสงฆ์บ้านชบา อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ื
ึ
ื
โดยมีความคาดหวังให้เกิดเป็นพ้นท่การเรียนรู้ของชุมชนเก่ยวกับการท�าการ
ี
ี
ื
เกษตรแบบผสมผสานภายใต้ความร่วมมอของบ้าน วด โรงเรียน ตลอดจน
ั
ี
หน่วยงานราชการ จากข้อมูลตามเอกสารท่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมา
ของหมู่บ้านชบา พบว่าบ้านชบาได้ก�าเนิดขึ้นจากการที่นายเพ็ง ขันติวงษ์ ได้
ิ
ั
อพยพพาครอบครัวจากบ้านหนองแคนใหญ่ มาต้งถ่นฐานเพ่อท�ามาหากิน
ื
เป็นครอบครัวแรก ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 ต่อมาได้ชักชวนเพื่อนฝูงและญาติ
พ่น้องท่แวะเวียนมาเย่ยม ให้มาลงหลักปักฐานอยู่ร่วมกัน เพ่อจะได้พ่งพา
ี
ี
ี
ื
ึ
6 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 7
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ื
ื
อาศัยกันเม่อยามทุกข์ยากหรือยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซ่งท่มาของช่อบ้านชบา ต�าบลตาโกน มีระยะห่างประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอ�าเภอเมือง
ึ
้
ี
�
ี
�
่
ื
ู่
ี
ั
สันนิษฐานว่าเกิดจากการท่พ้นทีแห่งนเป็นพ้นท่ท่อยติดกบแหล่งนาคือลาห้วย จันทร์ประมาณ 13 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 48
้
ื
ี
ื
ึ
ทับทัน ซ่งมีทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่หลาก กิโลเมตร ปัจจุบันมีพ้นท่ในเขตรับผิดชอบประมาณ 3,200 ไร่ มีอาณาเขต
ี
ี
ั
ี
ี
ื
หลายชนิด และในพ้นท่ท่เป็นผืนป่าในขณะน้นจะสังเกตได้ว่ามีนกชนิดหน่ง ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังนี้
ึ
�
อาศัยอยู่เป็นจานวนมาก ซ่งนกชนิดดังกล่าวมีช่อเรียกว่า นกกระบา จึงได้นา
ึ
�
ื
ชื่อนกชนิดนี้มาเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกระบา” อย่างไรก็ตามคาดว่า ทิศเหนือ ติดเขต บ้านหนองปลาคูณ หมู่ที่ 12 ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์
ี
เกิดจากการออกเสียงเพ้ยนช่อหมู่บ้านไปจากเดิมว่า “บ้านสะบา” และกลาย จังหวัดศรีสะเกษ
ื
เป็นการเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านชบา” ในท่สุด (อย่างไรก็ตามใน ทิศใต้ ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอส�าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
ี
�
ิ
�
ี
้
่
ปัจจบนยงพบการเรยกและการสะกดดวยคาวา “ชะบา” ตามสถานทหรือใน ทิศตะวันออก ตดเขต บ้านแต้ หมู่ท่ 7 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ี
ุ
ั
ั
ี
่
เอกสารบางส่วน งานถอดบทเรียนช้นน้ขอใช้การเขียนด้วยคาว่า “ชบา” เพ่อ ทิศตะวันตก ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์
ี
ิ
�
ื
ให้สอดคล้องกับเอกสารทางราชการ) และเม่อปี พ.ศ. 2522 บ้านชบาได้แยก ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม บ้านชบา มีส�านักสงฆ์บ้านชบาเป็น
ื
หมู่บ้านออกจากบ้านแต้ ซ่งแต่เดิมรวมกันอยู่ในหมู่ท่ 7 ของตาบลตาโกน ศูนย์รวมจิตใจของพทธศาสนิกชนในหม่บ้าน สานักสงฆ์บ้านชบา ก่อตงขน
ึ
ี
�
ึ
�
ู
ุ
้
ั
้
�
ปัจจุบันบ้านชบาจึงกลายเป็น หมู่ท่ 8 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัด ในปี พ.ศ. 2511 โดยคุณพ่อเณร จันทร์โสม ได้บริจาคที่ดินในเขตพื้นที่ท�ากิน
ี
�
ศรีสะเกษ โดยมีนายทองวัน หนองหงอก เป็นผู้ดารงตาแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ต้งแต่ ของตน ให้ใช้เป็นท่ประกอบกิจกรรมบาเพ็ญกุศลประเพณีต่าง ๆ ทาง
ั
�
�
�
ี
ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน ส�าหรับข้อมูลสถิติจ�านวนประชากรจากส�านัก พระพุทธศาสนา แรกเร่มน้นชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างศาลาไม้สาหรับการ
ิ
�
ั
บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 บ้าน บ�าเพ็ญกุศล โดยมีหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นผู้น�าในการริเริ่มการพัฒนาพื้นที่
ื
ชบา มีจ�านวนประชากรรวมทั้งสิ้น 520 คน โดยเป็นประชากรชาย 261 คน ดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีพระสงฆ์เข้ามาจาพรรษารูปแรกคือ หลวง
�
และประชากรหญิง 259 คน มีจ�านวนบ้านเรือนรวม 124 หลังคาเรือน พอสงค ขนตวงษ ซงเปนเครอญาตกบคณพอเณร จนทรโสม และปรากฏหลก
ื
ึ
็
่
ั
์
ั
่
ิ
ั
ุ
ั
ิ
่
์
์
หากพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ บ้านชบาต้งอยู่ในพ้นท่ท่ม ี
ี
ี
ื
ั
�
�
้
ั
�
�
ี
ลักษณะเป็นท่ราบลุ่ม สภาพโดยท่วไปเป็นทุ่งนา และมีแนวป่าตามลานา ฐานว่ามีพระอยู่จาพรรษาในขณะนั้นจานวน 8 รูป โดยมีศรัทธาจากชาวบ้าน
ร่วมกันบริจาคไม้ในที่ดินท�ากินของตน ส�าหรับสร้างเป็นกุฏิส�าหรับพระสงฆ์
ห้วยทับทัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่หมู่บ้านออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีต จานวน 3 หลัง โดยสานักสงฆ์บ้านชบากลายเป็นพ้นท่สาหรับประกอบ
ี
�
ื
�
�
ื
เคยมีประวัติบอกเล่าถึงความเสียหายท่เกิดจากอุทกภัยอยู่บ้าง เน่องจากม ี กิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตส�านักสงฆ์บ้านชบาจึง
ี
�
ั
้
ลานาห้วยทับทันไหลผ่าน โดยบ้านชบาต้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ
�
8 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 9
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ื
ื
อาศัยกันเม่อยามทุกข์ยากหรือยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซ่งท่มาของช่อบ้านชบา ต�าบลตาโกน มีระยะห่างประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอ�าเภอเมือง
ึ
้
ี
�
ี
�
่
ื
ู่
ี
ั
สันนิษฐานว่าเกิดจากการท่พ้นทีแห่งนเป็นพ้นท่ท่อยติดกบแหล่งนาคือลาห้วย จันทร์ประมาณ 13 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 48
้
ื
ี
ื
ึ
ทับทัน ซ่งมีทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่หลาก กิโลเมตร ปัจจุบันมีพ้นท่ในเขตรับผิดชอบประมาณ 3,200 ไร่ มีอาณาเขต
ี
ี
ั
ี
ี
ื
หลายชนิด และในพ้นท่ท่เป็นผืนป่าในขณะน้นจะสังเกตได้ว่ามีนกชนิดหน่ง ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังนี้
ึ
�
อาศัยอยู่เป็นจานวนมาก ซ่งนกชนิดดังกล่าวมีช่อเรียกว่า นกกระบา จึงได้นา
ึ
�
ื
ชื่อนกชนิดนี้มาเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกระบา” อย่างไรก็ตามคาดว่า ทิศเหนือ ติดเขต บ้านหนองปลาคูณ หมู่ที่ 12 ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์
ี
เกิดจากการออกเสียงเพ้ยนช่อหมู่บ้านไปจากเดิมว่า “บ้านสะบา” และกลาย จังหวัดศรีสะเกษ
ื
เป็นการเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านชบา” ในท่สุด (อย่างไรก็ตามใน ทิศใต้ ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอส�าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
ี
�
ิ
�
ี
้
่
ปัจจบนยงพบการเรยกและการสะกดดวยคาวา “ชะบา” ตามสถานทหรือใน ทิศตะวันออก ตดเขต บ้านแต้ หมู่ท่ 7 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ี
ุ
ั
ั
ี
่
เอกสารบางส่วน งานถอดบทเรียนช้นน้ขอใช้การเขียนด้วยคาว่า “ชบา” เพ่อ ทิศตะวันตก ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์
ี
ิ
�
ื
ให้สอดคล้องกับเอกสารทางราชการ) และเม่อปี พ.ศ. 2522 บ้านชบาได้แยก ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม บ้านชบา มีส�านักสงฆ์บ้านชบาเป็น
ื
หมู่บ้านออกจากบ้านแต้ ซ่งแต่เดิมรวมกันอยู่ในหมู่ท่ 7 ของตาบลตาโกน ศูนย์รวมจิตใจของพทธศาสนิกชนในหม่บ้าน สานักสงฆ์บ้านชบา ก่อตงขน
ึ
ี
�
ึ
�
ู
ุ
้
ั
้
�
ปัจจุบันบ้านชบาจึงกลายเป็น หมู่ท่ 8 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัด ในปี พ.ศ. 2511 โดยคุณพ่อเณร จันทร์โสม ได้บริจาคที่ดินในเขตพื้นที่ท�ากิน
ี
�
ศรีสะเกษ โดยมีนายทองวัน หนองหงอก เป็นผู้ดารงตาแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ต้งแต่ ของตน ให้ใช้เป็นท่ประกอบกิจกรรมบาเพ็ญกุศลประเพณีต่าง ๆ ทาง
ั
�
�
�
ี
ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน ส�าหรับข้อมูลสถิติจ�านวนประชากรจากส�านัก พระพุทธศาสนา แรกเร่มน้นชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างศาลาไม้สาหรับการ
ิ
�
ั
บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 บ้าน บ�าเพ็ญกุศล โดยมีหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นผู้น�าในการริเริ่มการพัฒนาพื้นที่
ื
ชบา มีจ�านวนประชากรรวมทั้งสิ้น 520 คน โดยเป็นประชากรชาย 261 คน ดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีพระสงฆ์เข้ามาจาพรรษารูปแรกคือ หลวง
�
และประชากรหญิง 259 คน มีจ�านวนบ้านเรือนรวม 124 หลังคาเรือน พอสงค ขนตวงษ ซงเปนเครอญาตกบคณพอเณร จนทรโสม และปรากฏหลก
ื
ึ
็
่
ั
์
ั
่
ิ
ั
ุ
ั
ิ
่
์
์
หากพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ บ้านชบาต้งอยู่ในพ้นท่ท่ม ี
ี
ี
ื
ั
�
�
้
ั
�
�
ี
ลักษณะเป็นท่ราบลุ่ม สภาพโดยท่วไปเป็นทุ่งนา และมีแนวป่าตามลานา ฐานว่ามีพระอยู่จาพรรษาในขณะนั้นจานวน 8 รูป โดยมีศรัทธาจากชาวบ้าน
ร่วมกันบริจาคไม้ในที่ดินท�ากินของตน ส�าหรับสร้างเป็นกุฏิส�าหรับพระสงฆ์
ห้วยทับทัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่หมู่บ้านออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีต จานวน 3 หลัง โดยสานักสงฆ์บ้านชบากลายเป็นพ้นท่สาหรับประกอบ
ี
�
ื
�
�
ื
เคยมีประวัติบอกเล่าถึงความเสียหายท่เกิดจากอุทกภัยอยู่บ้าง เน่องจากม ี กิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตส�านักสงฆ์บ้านชบาจึง
ี
�
ั
้
ลานาห้วยทับทันไหลผ่าน โดยบ้านชบาต้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ
�
8 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 9
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
มีสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ 3 หลัง ในปี พ.ศ. 2538 สามเณรสมบัติ หนองหงอก วัดจักรวรรดิราชาวาส
และฌาปนสถาน 1 หลัง ในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการบูรณะศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันคือ พระมงคงวชิรากร (2565)) ซึ่งภูมิล�าเนาเดิมเป็นคนหมู่ 8 บ้าน
ี
ี
หลังเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรมโดยศรัทธาของชาวบ้าน ชบา ได้น�าคณะญาติพ่น้องและลูกหลานชาวบ้านชบาและบ้านใกล้เคียงท่ท�า
มาหากินในเขตกรุงเทพมหานคร จัดท�าผ้าป่าสามัคคีมาทอด ณ ส�านักสงฆ์
บ้านชบา โดยปัจจัยที่ได้ในครั้งนั้นกลายเป็นทุนทรัพย์ส�าหรับการสร้างศาลา
การเปรียญในรูปแบบของอาคารคอนกรีต และโครงหลังคาเสริมเหล็กเพ่อ
ื
ความมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งยังทดแทนศาลาการเปรียญเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรม
ตามระยะเวลา ภายหลังชาวบ้านในพื้นที่ยังได้ช่วยกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อ
เป็นทุนในการต่อเติมเสริมก่อให้ศาลาการเปรียญมีความสมบูรณ์ตามความ
เหมาะสมของขยาดจ�านวนปะชากรของหมู่บ้าน
ปี พ.ศ. 2552 พระมหาสมบัติ ญาณวโร (หนองหงอก) ได้น�าคณะ
ญาติโยมจากกรุงเทพมหานคร น�าโดยคุณกุลยา เผ่าจินดา ได้ถวายทอดผ้าป่า
สามัคคีเพื่อสร้างฌาปนสถาน (เมรุ) และในปี พ.ศ. 2554 ได้น�าคณะศรัทธา
จากจังหวัดศรีสะเกษและชาวบ้านชบาจัดทอดกฐิน โดยมีคุณเกียรติศักด์ -
ิ
คุณสุจิตรา รุ่งเกียรติศักดิ์ศรี เป็นเจ้าภาพ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการสร้างศาลา
โรงครัว จ�านวน 1 หลัง
ปี พ.ศ. 2557 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้จัดทอด
ื
ื
กฐินสามัคคีเพ่อเป็นทุนในการจัดสร้างหอพระพุทธชินราช เพ่อเป็นเคร่องยึด
ื
ี
เหน่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวบ้านชบา โดยมีคุณสุดารัตน์ วิทยฐานกร
้
์
ส�าหรับประวัติการบูรณะปรับปรุงส�านักสงฆบานชบา ซึ่งจะเปนพื้นที่ และคุณบุปผา พลอยศรี ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักในการก่อสร้าง
็
ั
ส�าหรับการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ได้ท�าการ ปี พ.ศ. 2558 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้กราบ
ิ
รวบรวมเน้อหาบางส่วนจากเอกสารประวัติของส�านักสงฆ์บ้านชบา มีราย ขอความเมตตาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธ์ เขมงฺกโร
ื
ี
ละเอียดพอสังเขป ดังนี้ โดยภายหลังเปล่ยนช่อเป็น ปสฤทธ์) ในขณะด�ารงสมณศักด์ท่ พระพรหม
ื
ิ
ี
10 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 11
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
มีสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ 3 หลัง ในปี พ.ศ. 2538 สามเณรสมบัติ หนองหงอก วัดจักรวรรดิราชาวาส
และฌาปนสถาน 1 หลัง ในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการบูรณะศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันคือ พระมงคงวชิรากร (2565)) ซึ่งภูมิล�าเนาเดิมเป็นคนหมู่ 8 บ้าน
ี
ี
หลังเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรมโดยศรัทธาของชาวบ้าน ชบา ได้น�าคณะญาติพ่น้องและลูกหลานชาวบ้านชบาและบ้านใกล้เคียงท่ท�า
มาหากินในเขตกรุงเทพมหานคร จัดท�าผ้าป่าสามัคคีมาทอด ณ ส�านักสงฆ์
บ้านชบา โดยปัจจัยที่ได้ในครั้งนั้นกลายเป็นทุนทรัพย์ส�าหรับการสร้างศาลา
การเปรียญในรูปแบบของอาคารคอนกรีต และโครงหลังคาเสริมเหล็กเพ่อ
ื
ความมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งยังทดแทนศาลาการเปรียญเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรม
ตามระยะเวลา ภายหลังชาวบ้านในพื้นที่ยังได้ช่วยกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อ
เป็นทุนในการต่อเติมเสริมก่อให้ศาลาการเปรียญมีความสมบูรณ์ตามความ
เหมาะสมของขยาดจ�านวนปะชากรของหมู่บ้าน
ปี พ.ศ. 2552 พระมหาสมบัติ ญาณวโร (หนองหงอก) ได้น�าคณะ
ญาติโยมจากกรุงเทพมหานคร น�าโดยคุณกุลยา เผ่าจินดา ได้ถวายทอดผ้าป่า
สามัคคีเพื่อสร้างฌาปนสถาน (เมรุ) และในปี พ.ศ. 2554 ได้น�าคณะศรัทธา
จากจังหวัดศรีสะเกษและชาวบ้านชบาจัดทอดกฐิน โดยมีคุณเกียรติศักด์ -
ิ
คุณสุจิตรา รุ่งเกียรติศักดิ์ศรี เป็นเจ้าภาพ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการสร้างศาลา
โรงครัว จ�านวน 1 หลัง
ปี พ.ศ. 2557 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้จัดทอด
ื
ื
กฐินสามัคคีเพ่อเป็นทุนในการจัดสร้างหอพระพุทธชินราช เพ่อเป็นเคร่องยึด
ื
ี
เหน่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวบ้านชบา โดยมีคุณสุดารัตน์ วิทยฐานกร
้
์
ส�าหรับประวัติการบูรณะปรับปรุงส�านักสงฆบานชบา ซึ่งจะเปนพื้นที่ และคุณบุปผา พลอยศรี ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักในการก่อสร้าง
็
ั
ส�าหรับการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ได้ท�าการ ปี พ.ศ. 2558 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้กราบ
ิ
รวบรวมเน้อหาบางส่วนจากเอกสารประวัติของส�านักสงฆ์บ้านชบา มีราย ขอความเมตตาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธ์ เขมงฺกโร
ื
ี
ละเอียดพอสังเขป ดังนี้ โดยภายหลังเปล่ยนช่อเป็น ปสฤทธ์) ในขณะด�ารงสมณศักด์ท่ พระพรหม
ื
ิ
ี
10 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 11
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
้
ั
ิ
วชรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนน
เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดท�าผ้าป่าสามัคคีข้น โดยมีคุณเจริญชัย
ึ
หวังอารยธรรม โยมอุปถัมภ์ พร้อมด้วยพลต�ารวจโท พิสัณห์ จุลดิลก
ผู้บัญชาการต�ารวจภูธร ภาค 3 ในขณะน้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ั
ทอดผ้าป่าสามัคคีเพ่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญเป็นแบบทรงไทยผสม
ื
ศิลปะอีสาน อีกท้งภายหลังยังได้น�าคณะสาธุชนญาติพ่น้อยจัดท�ากฐินสามัคค ี
ี
ั
ส�าหรับการหาทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนาส�านักสงฆ์อยู่เป็นประจ�า
ั
์
้
ี
้
�
ิ
ี
สานกสงฆบานชบา นอกจากจะมบทบาทในดานการประกอบพธกรรม
ทางศาสนาให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน ยังมีบทบาทส�าคัญในการเป็นที่ตั้งศูนย์
ื
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านชบา ได้ด�าเนินการปรับปรุงพ้นท่บางส่วน
ี
ื
ภายในส�านักสงฆ์ในการก่อสร้างอาคารเพ่อรองรับการจัดต้งศูนย์การเรียนรู้
ั
โดยในช่วง พ.ศ. 2560 ได้ก่อสร้างโรงเรียนขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 10.5
ี
ี
ื
เมตร เพ่อเป็นท่ต้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน โดย การด�าเนินกิจกรรมท่เก่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน
ั
ี
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพ่อ บ้านชบา ได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมี
ื
ื
ขับเคล่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจ�าปีงบประมาณ วัตถุประสงค์ส�าคัญ เพื่อ
2560 1) ส่งเสริมการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการ
พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีระบบบริหารจัดการชุมชนแบบบูรณาการและ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
2) ขยายผลหมู่บ้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้เพ่มจ�านวน
ิ
มากขึ้น และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย
ิ
ในช่วงของการเร่มต้นได้มีการจัดแบ่งแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาการแก่
ประชาชนในลักษณะของฐานการเรียนรู้กระจายไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ใน
ชุมชนท่มีความโดดเด่นในการประกอบอาชีพแต่ละด้าน โดยแบ่งฐานการ
ี
12 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 13
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
้
ั
ิ
วชรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนน
เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดท�าผ้าป่าสามัคคีข้น โดยมีคุณเจริญชัย
ึ
หวังอารยธรรม โยมอุปถัมภ์ พร้อมด้วยพลต�ารวจโท พิสัณห์ จุลดิลก
ผู้บัญชาการต�ารวจภูธร ภาค 3 ในขณะน้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ั
ทอดผ้าป่าสามัคคีเพ่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญเป็นแบบทรงไทยผสม
ื
ศิลปะอีสาน อีกท้งภายหลังยังได้น�าคณะสาธุชนญาติพ่น้อยจัดท�ากฐินสามัคค ี
ี
ั
ส�าหรับการหาทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนาส�านักสงฆ์อยู่เป็นประจ�า
ั
์
้
ี
้
�
ิ
ี
สานกสงฆบานชบา นอกจากจะมบทบาทในดานการประกอบพธกรรม
ทางศาสนาให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน ยังมีบทบาทส�าคัญในการเป็นที่ตั้งศูนย์
ื
เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านชบา ได้ด�าเนินการปรับปรุงพ้นท่บางส่วน
ี
ื
ภายในส�านักสงฆ์ในการก่อสร้างอาคารเพ่อรองรับการจัดต้งศูนย์การเรียนรู้
ั
โดยในช่วง พ.ศ. 2560 ได้ก่อสร้างโรงเรียนขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 10.5
ี
ี
ื
เมตร เพ่อเป็นท่ต้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน โดย การด�าเนินกิจกรรมท่เก่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน
ั
ี
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพ่อ บ้านชบา ได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมี
ื
ื
ขับเคล่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจ�าปีงบประมาณ วัตถุประสงค์ส�าคัญ เพื่อ
2560 1) ส่งเสริมการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการ
พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีระบบบริหารจัดการชุมชนแบบบูรณาการและ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
2) ขยายผลหมู่บ้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้เพ่มจ�านวน
ิ
มากขึ้น และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย
ิ
ในช่วงของการเร่มต้นได้มีการจัดแบ่งแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาการแก่
ประชาชนในลักษณะของฐานการเรียนรู้กระจายไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ใน
ชุมชนท่มีความโดดเด่นในการประกอบอาชีพแต่ละด้าน โดยแบ่งฐานการ
ี
12 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 13
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ิ
�
เรียนรู้ตามองค์ความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ออกเป็นจานวนท้งส้น 10 ฐาน พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร)
ประกอบด้วย : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
1) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงกบ จากประวัติการพัฒนาหมู่บ้านในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม จะ
2) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมือง เห็นได้ว่าพ้นท่สานักสงฆ์บ้านชบา ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเน่องโดยม ี
�
ื
ื
ี
3) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงปลา พระมงคลวชิรากร หรือสามเณรสมบัติ หนองหงอก ผู้ที่ถือว่าเป็นลูกหลาน
้
ี
ั
�
ิ
ั
ื
�
�
4) ฐานการเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน ของคนบานชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมองจนทร จงหวดศรสะเกษ โดยกาเนด
์
ั
5) ฐานการเรียนรู้การปลูกไผ่ตง ประวัติโดยสังเขปของพระมงคลวชิรากร มีดังนี้
6) ฐานการเรียนรู้การเพาะปลูกลูกไก่ชน พระมงคลวชิรากร หรือเดิมคือ ชื่อ สมบัติ นามสกุล หนองหงอก เกิด
7) ฐานการเรียนรู้ธนาคารข้าว เมื่อวันที่ 6 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 ต�าบลตาโกน
8) ฐานการเรียนรู้การท�าปุ๋ยอินทรีย์ อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีบิดา-มารดา คือ นายโสภา และ
9) ฐานการเรียนรู้การปลูกผักชีฝรั่ง นางแฮม หนองหงอก เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 31
10) ฐานการเรียนรู้การปลูกมะนาว เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ณ วัดตาโกน ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์
�
ี
ิ
�
อย่างไรก็ตามในช่วงของการดาเนินการจัดทาเอกสารช้นน้ ฐานการ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พระครูประศาสน์วรคุณ (สอน เขมงกฺโร) เจ้าอาวาส
ู
�
เรยนร้หลายแห่งไม่ได้เปิดให้ประชาชนหรอบคคลทวไปเข้าไปเรียนรู้ได้ตาม วัดปลาซิว เจ้าคณะตาบลหนองใหญ่ อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ุ
ั
่
ื
ี
ื
�
ปกติ เน่องด้วยสภาพเศรษฐกิจท่เปล่ยนแปลงไปส่งผลให้วิทยากรประจาฐาน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 ได้อุปสมบท
ี
ี
การเรียนรู้แต่ละฐานต้องไปประกอบอาชีพอ่นร่วมด้วย หรือการขาดแนวทาง ณ พระอุโบสถวัดจักรวรรดิราชาราวาส แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ
ื
ท่ชัดเจนในการดาเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ส่งผลให้การ มหานคร โดยมี พระพุทธิวงศมุนี (บุญมา ทีปธมฺโม) วัดจักรวรรดิราชาวาส
ี
�
ขับเคล่อนงานหรือการประกอบอาชีพภายใต้ช่อของฐานการเรียนรู้มีบทบาท เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรเมธี (อ้ม สิริจนฺโท) ภายหลังได้รับพระราชทาน
ื
ื
ิ
ที่ลดลง สมณศักด์เป็นพระราชาคณะช้นราชท่ พระราชรัตนดิลก วัดจักรวรรดิราชาวาส
ี
ั
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพประสิทธิมนต์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร)
ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักด์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะท ี ่
ิ
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ปัจจุบัน พระมงคลวชิรากร
ี
สังกัดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือเป็นท่รู้จักกัน
14 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 15
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ิ
�
เรียนรู้ตามองค์ความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ออกเป็นจานวนท้งส้น 10 ฐาน พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร)
ประกอบด้วย : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
1) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงกบ จากประวัติการพัฒนาหมู่บ้านในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม จะ
2) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมือง เห็นได้ว่าพ้นท่สานักสงฆ์บ้านชบา ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเน่องโดยม ี
�
ื
ื
ี
3) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงปลา พระมงคลวชิรากร หรือสามเณรสมบัติ หนองหงอก ผู้ที่ถือว่าเป็นลูกหลาน
้
ี
ั
�
ิ
ั
ื
�
�
4) ฐานการเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน ของคนบานชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมองจนทร จงหวดศรสะเกษ โดยกาเนด
์
ั
5) ฐานการเรียนรู้การปลูกไผ่ตง ประวัติโดยสังเขปของพระมงคลวชิรากร มีดังนี้
6) ฐานการเรียนรู้การเพาะปลูกลูกไก่ชน พระมงคลวชิรากร หรือเดิมคือ ชื่อ สมบัติ นามสกุล หนองหงอก เกิด
7) ฐานการเรียนรู้ธนาคารข้าว เมื่อวันที่ 6 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 ต�าบลตาโกน
8) ฐานการเรียนรู้การท�าปุ๋ยอินทรีย์ อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีบิดา-มารดา คือ นายโสภา และ
9) ฐานการเรียนรู้การปลูกผักชีฝรั่ง นางแฮม หนองหงอก เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 31
10) ฐานการเรียนรู้การปลูกมะนาว เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ณ วัดตาโกน ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์
�
ี
ิ
�
อย่างไรก็ตามในช่วงของการดาเนินการจัดทาเอกสารช้นน้ ฐานการ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พระครูประศาสน์วรคุณ (สอน เขมงกฺโร) เจ้าอาวาส
ู
�
เรยนร้หลายแห่งไม่ได้เปิดให้ประชาชนหรอบคคลทวไปเข้าไปเรียนรู้ได้ตาม วัดปลาซิว เจ้าคณะตาบลหนองใหญ่ อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ุ
ั
่
ื
ี
ื
�
ปกติ เน่องด้วยสภาพเศรษฐกิจท่เปล่ยนแปลงไปส่งผลให้วิทยากรประจาฐาน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 ได้อุปสมบท
ี
ี
การเรียนรู้แต่ละฐานต้องไปประกอบอาชีพอ่นร่วมด้วย หรือการขาดแนวทาง ณ พระอุโบสถวัดจักรวรรดิราชาราวาส แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ
ื
ท่ชัดเจนในการดาเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ส่งผลให้การ มหานคร โดยมี พระพุทธิวงศมุนี (บุญมา ทีปธมฺโม) วัดจักรวรรดิราชาวาส
ี
�
ขับเคล่อนงานหรือการประกอบอาชีพภายใต้ช่อของฐานการเรียนรู้มีบทบาท เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรเมธี (อ้ม สิริจนฺโท) ภายหลังได้รับพระราชทาน
ื
ื
ิ
ที่ลดลง สมณศักด์เป็นพระราชาคณะช้นราชท่ พระราชรัตนดิลก วัดจักรวรรดิราชาวาส
ี
ั
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพประสิทธิมนต์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร)
ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักด์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะท ี ่
ิ
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ปัจจุบัน พระมงคลวชิรากร
ี
สังกัดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือเป็นท่รู้จักกัน
14 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 15
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ิ
�
ื
ื
�
ิ
�
ุ
ุ
ในช่อ วัดโพธ์ ท่าเตียน โดยดารงตาแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน พระพทธศาสนา ท่านได้อุทศตนในการทางานเพ่อการเผยแผ่พระพทธศาสนา
�
�
วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และหัวหน้าสานักงานกากับดูแลพระธรรม และให้การสงเคราะห์ประชาชนมาโดยตลอด บทบาทในการเผยแผ่พระพุทธ
ั
�
ื
ทูตไปต่างประเทศ ศาสนา เม่อคร้งสังกัดวัดยานนาวาและดารงตาแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสและ
�
เลขานุการวัดยานนาวา ได้สนองงานในเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
สมณศกดิ์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนั้น โดยการเป็นกรรมการ
ั
พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมใน และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) สนองงานในส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ท้งพระสงฆ์และประชาชนท่วประเทศ
ั
ั
ี
พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ ตามภารกิจท่ได้รับมอบหมาย อาทิ การช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนเม่อ
ื
“พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ” เกิดสาธารณภัย การประสานงานเพ่อขับเคล่อนแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูป
ื
ื
�
พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ กิจการพระพทธศาสนา ตลอดจนการจดทาแนวทาง มาตรการการขับเคล่อน
ุ
ั
ื
ชั้นสามัญที่ “พระมงคลวชิรากร” แผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในด้านการสาธารณสงเคราะห์
ั
�
ุ
์
ั
ั
ั
์
้
์
ิ
้
ั
ตลอดจนการเป็นองคอปถมภการพฒนาสานกสงฆบานชบา ใหเกดการจดต้ง
ส�าหรับประวัติการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม พระมงคลวชิรากร ศูนย์การศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพ่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน
ื
ี
�
�
ื
สอบได้นักธรรมชั้นเอก ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในพนท่ตาบลตาโกน สามารถดาเนนชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาและ
้
ิ
และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส ขณะ หลักเศรษฐกิจพอเพียง เน่องจากเล็งเห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน
ื
ี
�
ื
�
ท่การศึกษาทางโลก เม่อปี พ.ศ. 2548 สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตร ี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยการปลูกข้าวเป็นพืชทาให้มีรายได้ไม่แน่นอน
�
ั
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาทฤษฎีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีกท้งประชากรส่วนหน่งยังมีฐานะยากจน จึงมีความจาเป็นต้องเดินทางออก
ึ
สุโขทัยธรรมาธิราช และเมื่อปี พ.ศ. 2559 ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ไปรับจ้างหารายได้ต่างถิ่น
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน บทบาทงานด้านสาธารณสงเคราะห์ท่เป็นท้งงานในฐานะกรรมการ
ั
ี
มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ั
ั
�
ี
�
ื
หากพิจารณาในมิติการทางานด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนการ ตลอดจนงานท่พระมงคลวชิราการให้ความสาคัญนับต้งแต่เม่อคร้งเป็น
�
�
เป็นผู้นาด้านจิตวิญญาณเพ่อการพัฒนาชุมชนและสังคม จะเห็นได้ว่านับ สามเณร เม่อพิจารณาตามงานสาธารณสงเคราะห์ท้ง 4 ด้าน สามารถจาแนก
ื
ั
ื
ต้งแต่พระมงคลวชิรากรบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุใน พอสังเขปได้ ดังนี้
ั
16 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 17
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ิ
�
ื
ื
�
ิ
�
ุ
ุ
ในช่อ วัดโพธ์ ท่าเตียน โดยดารงตาแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน พระพทธศาสนา ท่านได้อุทศตนในการทางานเพ่อการเผยแผ่พระพทธศาสนา
�
�
วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และหัวหน้าสานักงานกากับดูแลพระธรรม และให้การสงเคราะห์ประชาชนมาโดยตลอด บทบาทในการเผยแผ่พระพุทธ
ั
�
ื
ทูตไปต่างประเทศ ศาสนา เม่อคร้งสังกัดวัดยานนาวาและดารงตาแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสและ
�
เลขานุการวัดยานนาวา ได้สนองงานในเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
สมณศกดิ์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนั้น โดยการเป็นกรรมการ
ั
พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมใน และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) สนองงานในส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ท้งพระสงฆ์และประชาชนท่วประเทศ
ั
ั
ี
พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ ตามภารกิจท่ได้รับมอบหมาย อาทิ การช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนเม่อ
ื
“พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ” เกิดสาธารณภัย การประสานงานเพ่อขับเคล่อนแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูป
ื
ื
�
พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ กิจการพระพทธศาสนา ตลอดจนการจดทาแนวทาง มาตรการการขับเคล่อน
ุ
ั
ื
ชั้นสามัญที่ “พระมงคลวชิรากร” แผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในด้านการสาธารณสงเคราะห์
ั
�
ุ
์
ั
ั
ั
์
้
์
ิ
้
ั
ตลอดจนการเป็นองคอปถมภการพฒนาสานกสงฆบานชบา ใหเกดการจดต้ง
ส�าหรับประวัติการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม พระมงคลวชิรากร ศูนย์การศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพ่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน
ื
ี
�
�
ื
สอบได้นักธรรมชั้นเอก ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในพนท่ตาบลตาโกน สามารถดาเนนชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาและ
้
ิ
และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส ขณะ หลักเศรษฐกิจพอเพียง เน่องจากเล็งเห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน
ื
ี
�
ื
�
ท่การศึกษาทางโลก เม่อปี พ.ศ. 2548 สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตร ี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยการปลูกข้าวเป็นพืชทาให้มีรายได้ไม่แน่นอน
�
ั
หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาทฤษฎีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีกท้งประชากรส่วนหน่งยังมีฐานะยากจน จึงมีความจาเป็นต้องเดินทางออก
ึ
สุโขทัยธรรมาธิราช และเมื่อปี พ.ศ. 2559 ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ไปรับจ้างหารายได้ต่างถิ่น
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน บทบาทงานด้านสาธารณสงเคราะห์ท่เป็นท้งงานในฐานะกรรมการ
ั
ี
มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ั
ั
�
ี
�
ื
หากพิจารณาในมิติการทางานด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนการ ตลอดจนงานท่พระมงคลวชิราการให้ความสาคัญนับต้งแต่เม่อคร้งเป็น
�
�
เป็นผู้นาด้านจิตวิญญาณเพ่อการพัฒนาชุมชนและสังคม จะเห็นได้ว่านับ สามเณร เม่อพิจารณาตามงานสาธารณสงเคราะห์ท้ง 4 ด้าน สามารถจาแนก
ื
ั
ื
ต้งแต่พระมงคลวชิรากรบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุใน พอสังเขปได้ ดังนี้
ั
16 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 17
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
1) การสงเคราะห์ เพ่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนท้งในภาวะปกต ิ หากมองย้อนกลับถึงข้นตอนและการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนบ้าน
ั
ื
ี
�
�
และในภาวะวิกฤติ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาในการด�าเนินชีวิต ผู้ด้อยโอกาสทาง ชบาท่เป็นภูมิลาเนา โดยพระมงคลวชิรากร ท่านได้นาหลักการสาธารณ
ี
ั
สังคม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อ สงเคราะห์ท้ง 4 มิติมาประยุกต์ใช้เพ่อให้ชุมชนท่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ
ื
ี
�
ให้ผู้ท่ได้รับความเดือนร้อนพ้นจากความทุกข์ และความอยากลาบากใน อาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นหลัก ท่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอน
ี
ั
ึ
ี
ั
ิ
ึ
�
ี
้
�
ั
้
้
สถานการณ์เร่งด่วน ทงนได้คานงถงหลกและระเบยบปฏบตขององค์กร ของราคาสินค้าการเกษตร การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติอย่างแหล่งนา
ิ
ี
ปกครองคณะสงฆ์และพระธรรมวินัย ท่ถือเป็นหัวใจสาคัญของการทาเกษตรกรรม เม่อมีโอกาสท่ท่านได้กลับไป
�
�
ี
ื
ี
ื
ี
ื
2) การเก้อกูล โดยการส่งเสริมให้พระสงฆ์และวัด เป็นพ้นท่ท่ประชาชน เยี่ยมบ้านเกิดทั้งในโอกาสการทอดผ้าป่าสามัคคี การกลับไปเยี่ยมครอบครัว
ื
ี
สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ ใช้ทรัพยากรของงวัดเพ่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ตามวาระต่าง ๆ ท่านมักจะบอกเล่าข่าวสารท่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนในชุมชน
ื
ในชุมชน ท้งในรูปแบบของการจัดต้งมูลนิธิหรือกองทุนเพ่อการกุศลภายใน บางครั้งผ่านการเทศนาธรรมในงานบุญที่จัดขึ้น ณ ส�านักสงฆ์บ้านชบา การ
ั
ั
ี
�
ี
ี
วัด การสนับสนุนให้พ้นท่วัดเป็นพ้นท่สาหรับการส่งเสริมอาชีพของประชาชน เชิญวิทยากรท่มีความรู้ความสามารถในด้านการทาเกษตรกรรมเข้ามาให้
�
ื
ื
หรือเป็นพื้นที่ส�าหรับหน่วยงานราชการในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ความรู้แก่ประชาชนในการพัฒนาการทาการเกษตรของแต่ละครัวเรือนท่ม ี
�
ี
ื
ี
3) การพฒนา ในหลกการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทย บริบทแตกต่างกัน เร่องราวอันใดท่เป็นประโยชน์ในด้านท่จะส่งเสริมให้
ั
ี
ั
ุ
ึ
ี
ในปัจจบัน งานด้านการพัฒนาดจะมีบทบาทสาคญในงานด้านการสาธารณ ประชาชนท่อาศัยอยู่ใน หมู่ท่ 8 บ้านชบา มีคุณภาพชีวิตท่ดีข้น หรือมีโครงการ
ี
ั
ู
ี
�
สงเคราะห์ท่เด่นชัดสาหรับพระมงคลวชิรากร โดยเฉพาะเป้าหมายและความ จากทางภาครัฐท้งในส่วนภูมิภาค และในส่วนกลาง ท่านมักจะเป็นผู้นาส่ง
ั
�
�
ี
ิ
ี
ี
ี
ุ
ื
ต้องการท่จะเห็นประชาชนในท้องถ่นท่เป็นบ้านเกิด ได้รับการสนับสนุนหรือ ข่าวสารไปสู่คนท่อาศัยในชุมชนเพ่อสร้างโอกาสให้คนในชมชนสามารถเข้า
ี
เกิดการเปล่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทิศทางท่ดีข้น โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ถึงข่าวสารและบริการจากทางภาครัฐ ตัวอย่างส�าคัญของการที่ท่านการเป็น
ึ
ี
การด�าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน นักประชาสัมพันธ์ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ คือ การสนับสนุนและส่งเสริมให้
�
ี
ี
ิ
ื
�
4) การบรณาการ ผานการเชอมโยงภาคเครอข่ายการดาเนนงานหรอ ประชาชนในบ้านชบาได้รู้จักเก่ยวกับการทาการเกษตรในรูปแบบของเกษตร
ื
ู
่
ื
่
ี
�
กิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อขยายโอกาสให้บ้านหรือชุมชน วัดและ ผสมผสาน ที่ไม่จากัดตนเองเฉพาะการปลูกข้าวหรือการปลูกพืชเชิงเด่ยว
�
ื
�
ั
ี
ื
พระสงฆ์ โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ ได้ดาเนินการเพ่อแก้ไขปัญหา หรือ ตลอดระยะเวลาในการร่วมลงพ้นท่ถอดบทเรียนการดาเนินงานจัดต้งศูนย์
ี
ั
พัฒนางานท่สามารถสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ ท้งน ้ ี เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบา ท่านมักบอกเล่า
�
เพ่อให้ทุกภาคส่วนทางานร่วมกันในลักษณะภาคีเครือข่าย เกิดการแลก ประโยชน์ของการทาเกษตรแบบผสมผสาน ท่จะกลายเป็นแนวทางในการ
ื
�
ี
เปลี่ยนในแง่ขององค์ความรู้ กิจกรรม บุคลากร งบประมาณ และเทคโนโลยี ป้องกันความเส่ยงให้กับเกษตรกรท่ปลูกพืชเชิงเด่ยว เน่องจากความไม่
ี
ี
ี
ื
18 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 19
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
1) การสงเคราะห์ เพ่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนท้งในภาวะปกต ิ หากมองย้อนกลับถึงข้นตอนและการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนบ้าน
ั
ื
ี
�
�
และในภาวะวิกฤติ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาในการด�าเนินชีวิต ผู้ด้อยโอกาสทาง ชบาท่เป็นภูมิลาเนา โดยพระมงคลวชิรากร ท่านได้นาหลักการสาธารณ
ี
ั
สังคม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อ สงเคราะห์ท้ง 4 มิติมาประยุกต์ใช้เพ่อให้ชุมชนท่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ
ื
ี
�
ให้ผู้ท่ได้รับความเดือนร้อนพ้นจากความทุกข์ และความอยากลาบากใน อาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นหลัก ท่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอน
ี
ั
ึ
ี
ั
ิ
ึ
�
ี
้
�
ั
้
้
สถานการณ์เร่งด่วน ทงนได้คานงถงหลกและระเบยบปฏบตขององค์กร ของราคาสินค้าการเกษตร การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติอย่างแหล่งนา
ิ
ี
ปกครองคณะสงฆ์และพระธรรมวินัย ท่ถือเป็นหัวใจสาคัญของการทาเกษตรกรรม เม่อมีโอกาสท่ท่านได้กลับไป
�
�
ี
ื
ี
ื
ี
ื
2) การเก้อกูล โดยการส่งเสริมให้พระสงฆ์และวัด เป็นพ้นท่ท่ประชาชน เยี่ยมบ้านเกิดทั้งในโอกาสการทอดผ้าป่าสามัคคี การกลับไปเยี่ยมครอบครัว
ื
ี
สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ ใช้ทรัพยากรของงวัดเพ่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ตามวาระต่าง ๆ ท่านมักจะบอกเล่าข่าวสารท่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนในชุมชน
ื
ในชุมชน ท้งในรูปแบบของการจัดต้งมูลนิธิหรือกองทุนเพ่อการกุศลภายใน บางครั้งผ่านการเทศนาธรรมในงานบุญที่จัดขึ้น ณ ส�านักสงฆ์บ้านชบา การ
ั
ั
ี
�
ี
ี
วัด การสนับสนุนให้พ้นท่วัดเป็นพ้นท่สาหรับการส่งเสริมอาชีพของประชาชน เชิญวิทยากรท่มีความรู้ความสามารถในด้านการทาเกษตรกรรมเข้ามาให้
�
ื
ื
หรือเป็นพื้นที่ส�าหรับหน่วยงานราชการในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ความรู้แก่ประชาชนในการพัฒนาการทาการเกษตรของแต่ละครัวเรือนท่ม ี
�
ี
ื
ี
3) การพฒนา ในหลกการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทย บริบทแตกต่างกัน เร่องราวอันใดท่เป็นประโยชน์ในด้านท่จะส่งเสริมให้
ั
ี
ั
ุ
ในปัจจบัน งานด้านการพัฒนาดจะมีบทบาทสาคญในงานด้านการสาธารณ ประชาชนท่อาศัยอยู่ใน หมู่ท่ 8 บ้านชบา มีคุณภาพชีวิตท่ดีข้น หรือมีโครงการ
ี
ึ
ี
ั
ู
ี
�
สงเคราะห์ท่เด่นชัดสาหรับพระมงคลวชิรากร โดยเฉพาะเป้าหมายและความ จากทางภาครัฐท้งในส่วนภูมิภาค และในส่วนกลาง ท่านมักจะเป็นผู้นาส่ง
ั
�
�
ี
ิ
ี
ี
ี
ุ
ื
ต้องการท่จะเห็นประชาชนในท้องถ่นท่เป็นบ้านเกิด ได้รับการสนับสนุนหรือ ข่าวสารไปสู่คนท่อาศัยในชุมชนเพ่อสร้างโอกาสให้คนในชมชนสามารถเข้า
ี
เกิดการเปล่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทิศทางท่ดีข้น โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ถึงข่าวสารและบริการจากทางภาครัฐ ตัวอย่างส�าคัญของการที่ท่านการเป็น
ึ
ี
การด�าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน นักประชาสัมพันธ์ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ คือ การสนับสนุนและส่งเสริมให้
�
ี
ี
ิ
ื
�
4) การบรณาการ ผานการเชอมโยงภาคเครอข่ายการดาเนนงานหรอ ประชาชนในบ้านชบาได้รู้จักเก่ยวกับการทาการเกษตรในรูปแบบของเกษตร
ื
ู
่
ื
่
ี
�
กิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อขยายโอกาสให้บ้านหรือชุมชน วัดและ ผสมผสาน ที่ไม่จากัดตนเองเฉพาะการปลูกข้าวหรือการปลูกพืชเชิงเด่ยว
�
ื
�
ั
ี
ื
พระสงฆ์ โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ ได้ดาเนินการเพ่อแก้ไขปัญหา หรือ ตลอดระยะเวลาในการร่วมลงพ้นท่ถอดบทเรียนการดาเนินงานจัดต้งศูนย์
ี
ั
พัฒนางานท่สามารถสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ ท้งน ้ ี เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบา ท่านมักบอกเล่า
�
เพ่อให้ทุกภาคส่วนทางานร่วมกันในลักษณะภาคีเครือข่าย เกิดการแลก ประโยชน์ของการทาเกษตรแบบผสมผสาน ท่จะกลายเป็นแนวทางในการ
ื
�
ี
เปลี่ยนในแง่ขององค์ความรู้ กิจกรรม บุคลากร งบประมาณ และเทคโนโลยี ป้องกันความเส่ยงให้กับเกษตรกรท่ปลูกพืชเชิงเด่ยว เน่องจากความไม่
ี
ี
ี
ื
18 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 19
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ี
ื
ี
ื
ั
แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิตต่อปี ตลอดจนนโยบายส่วนราชการท่ก�ากับ เน่องจากยังเกิดค�าถามท้งในเร่องของต้นทุนท่จะต้องใช้ส�าหรับการปรับ
ให้การท�าเกษตรกรรมโดยเฉพาะการปลูกข้าวซ่งถือเป็นพืชส�าคัญของ เปลี่ยนพื้นที่ของตนเอง การขุดสระ/บ่อ เพื่อการเลี้ยงปลา หรือการต้องถม
ึ
ื
ื
บ้านชบา ท�าได้ปีละ 1 – 2 ครั้ง เนื่องจากปัญหาความฝนแล้งและฝนไม่ตก พ้นท่บางส่วนเพ่อให้สามารถปลูกพืชชนิดอ่นนอกจากข้าว ตลอดจนความ
ี
ื
ต้องตามฤดูกาล ไม่เชื่อมั่นในเรื่องของช่องทางการจัดจ�าหน่าย ที่เมื่อปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แล้ว
จะสามารถขายได้ หรือไม่ม่นใจว่าจะมีพ่อค้า-แม่ค้า เข้ามารับซ้อหรือไม่ ความ
ื
ั
กังวลใจต่าง ๆ เหล่าน้เป็นส่งท่พระมงคลวชิรากรท่านรับฟัง และน�ามา
ี
ิ
ี
พิจารณาว่าหากไม่ท�าให้ชาวบ้านและคนในชุมชนเห็นเป็นตัวอย่าง ความ
ั
ี
ื
เช่อม่นและแรงศรัทธาท่จะต้องตัดสินใจในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตจาก
ี
ท่เคยท�านาและปลูกพืชเชิงเด่ยวมาเป็นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน
ี
ี
ั
ึ
ย่อมไม่สามารถเกดผลสาเรจได้ ท่านจงสนบสนนงบประมาณเรมต้นให้ผ้นา
ุ
ิ
�
�
็
่
ิ
ู
ชุมชน และน้องเขยของท่านทดลองแบ่งพื้นที่นาของตนเองมาท�าการเกษตร
ิ
ื
ู
ื
ั
ื
โดยการปลกพชผกสวนครวนอกเหนอจากการทานาตามปกต และเมอผล
่
ั
�
ผลิตจากพืชผักสวนครัวเหล่าน้นออกดอกผล ให้ทดลองดูว่าจะสามารถ
ั
ั
หาตลาดเพ่อรองรับสินค้าเหล่าน้นได้ยาก-ง่ายเพียงใด โดยการสัมภาษณ์
ื
นอกจากการบอกเล่าข่าวสาร หรือน�าข้อมูลท่ได้รับจากส่วนราชการ ผู้น�าชุมชนเก่ยวกับรายได้จากการจ�าหน่ายพืชผักท่ปลูกจนสามารถเก็บเก่ยว
ี
ี
ี
ี
ั
ั
ื
ี
ี
ท้งในพ้นท่ชุมชนบ้านชบา หรือข้อมูลท่เป็นประโยชน์ในการท่จะยกระดับ ได้น้น พบว่า การเร่มท�าแปลงเกษตรแบบผสมผสาน หรือแม้แต่การหันมา
ี
ิ
ี
คุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน พระมงคลวชิรากร ยังได้สนับสนุนให้ผู้น�าใน ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ท่เป็นรายได้ต่อวัน เน่องจาก
ื
ื
ื
ชุมชนทดลองท�าการเกษตรแบบผสมผสานเพ่อพิสูจน์ให้คนในชุมชนได้เห็น เม่อพืชผักออกดอกผล ก็จะมีพ่อค้าหรือแม่ค้าจากตลาดในอ�าเภอ ในตัวเมือง
ิ
ถึงประโยชน์ของการท�าการเกษตรในรูปแบบดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ง เข้ามารับสินค้าเพ่อไปขายต่อ ผักบางชนิด เช่น ผักกะแยง (หรืออาจเป็นท ี ่
ื
ึ
ื
ึ
รายได้ท่ชาวบ้านพึงจะได้รับโดยไม่จ�าเป็นต้องพ่งพาพืชเชิงเด่ยว หรือพ่งพา รู้จักในช่อ ผักแขยง ผักพา หรือผักกะออม) ทางตลาดมีความต้องการ
ี
ี
ี
รายได้จากการปลูกข้าวในฤดูท�านา หรือการปลูกพืชนอกฤดูกาลท�านาเพียง วันละ 10 – 20 กิโลกรัม โดยราคาอยู่ท่ประมาณกิโลกรัมละ 25 บาท
ี
อย่างเดียว หากเพียงแต่บอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงการท�าเกษตรเชิงเดี่ยว หากสามารถเก็บเก่ยวได้วันละ 10 กิโลกรัม ก็จะช่วยให้เกษตรกรหรือ
�
ู
ี
เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ชาวบ้านทส่วนใหญ่ปลกข้าวมักจะไม่ทาตาม ชาวบ้านมีรายได้ตกวันละ 250 บาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,500 บาท
่
20 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 21
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ี
ื
ี
ื
ั
แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิตต่อปี ตลอดจนนโยบายส่วนราชการท่ก�ากับ เน่องจากยังเกิดค�าถามท้งในเร่องของต้นทุนท่จะต้องใช้ส�าหรับการปรับ
ให้การท�าเกษตรกรรมโดยเฉพาะการปลูกข้าวซ่งถือเป็นพืชส�าคัญของ เปลี่ยนพื้นที่ของตนเอง การขุดสระ/บ่อ เพื่อการเลี้ยงปลา หรือการต้องถม
ึ
ื
ื
บ้านชบา ท�าได้ปีละ 1 – 2 ครั้ง เนื่องจากปัญหาความฝนแล้งและฝนไม่ตก พ้นท่บางส่วนเพ่อให้สามารถปลูกพืชชนิดอ่นนอกจากข้าว ตลอดจนความ
ี
ื
ต้องตามฤดูกาล ไม่เชื่อมั่นในเรื่องของช่องทางการจัดจ�าหน่าย ที่เมื่อปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แล้ว
จะสามารถขายได้ หรือไม่ม่นใจว่าจะมีพ่อค้า-แม่ค้า เข้ามารับซ้อหรือไม่ ความ
ื
ั
กังวลใจต่าง ๆ เหล่าน้เป็นส่งท่พระมงคลวชิรากรท่านรับฟัง และน�ามา
ี
ิ
ี
พิจารณาว่าหากไม่ท�าให้ชาวบ้านและคนในชุมชนเห็นเป็นตัวอย่าง ความ
ั
ี
ื
เช่อม่นและแรงศรัทธาท่จะต้องตัดสินใจในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตจาก
ี
ท่เคยท�านาและปลูกพืชเชิงเด่ยวมาเป็นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน
ี
ี
ั
ึ
ย่อมไม่สามารถเกดผลสาเรจได้ ท่านจงสนบสนนงบประมาณเรมต้นให้ผ้นา
ุ
ิ
�
�
็
่
ิ
ู
ชุมชน และน้องเขยของท่านทดลองแบ่งพื้นที่นาของตนเองมาท�าการเกษตร
ิ
ื
ู
ื
ั
ื
โดยการปลกพชผกสวนครวนอกเหนอจากการทานาตามปกต และเมอผล
่
ั
�
ผลิตจากพืชผักสวนครัวเหล่าน้นออกดอกผล ให้ทดลองดูว่าจะสามารถ
ั
ั
หาตลาดเพ่อรองรับสินค้าเหล่าน้นได้ยาก-ง่ายเพียงใด โดยการสัมภาษณ์
ื
นอกจากการบอกเล่าข่าวสาร หรือน�าข้อมูลท่ได้รับจากส่วนราชการ ผู้น�าชุมชนเก่ยวกับรายได้จากการจ�าหน่ายพืชผักท่ปลูกจนสามารถเก็บเก่ยว
ี
ี
ี
ี
ั
ั
ื
ี
ี
ท้งในพ้นท่ชุมชนบ้านชบา หรือข้อมูลท่เป็นประโยชน์ในการท่จะยกระดับ ได้น้น พบว่า การเร่มท�าแปลงเกษตรแบบผสมผสาน หรือแม้แต่การหันมา
ี
ิ
ี
คุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน พระมงคลวชิรากร ยังได้สนับสนุนให้ผู้น�าใน ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ท่เป็นรายได้ต่อวัน เน่องจาก
ื
ื
ื
ชุมชนทดลองท�าการเกษตรแบบผสมผสานเพ่อพิสูจน์ให้คนในชุมชนได้เห็น เม่อพืชผักออกดอกผล ก็จะมีพ่อค้าหรือแม่ค้าจากตลาดในอ�าเภอ ในตัวเมือง
ิ
ถึงประโยชน์ของการท�าการเกษตรในรูปแบบดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ง เข้ามารับสินค้าเพ่อไปขายต่อ ผักบางชนิด เช่น ผักกะแยง (หรืออาจเป็นท ี ่
ื
ึ
ื
ึ
รายได้ท่ชาวบ้านพึงจะได้รับโดยไม่จ�าเป็นต้องพ่งพาพืชเชิงเด่ยว หรือพ่งพา รู้จักในช่อ ผักแขยง ผักพา หรือผักกะออม) ทางตลาดมีความต้องการ
ี
ี
ี
รายได้จากการปลูกข้าวในฤดูท�านา หรือการปลูกพืชนอกฤดูกาลท�านาเพียง วันละ 10 – 20 กิโลกรัม โดยราคาอยู่ท่ประมาณกิโลกรัมละ 25 บาท
ี
อย่างเดียว หากเพียงแต่บอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงการท�าเกษตรเชิงเดี่ยว หากสามารถเก็บเก่ยวได้วันละ 10 กิโลกรัม ก็จะช่วยให้เกษตรกรหรือ
�
ู
ี
เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ชาวบ้านทส่วนใหญ่ปลกข้าวมักจะไม่ทาตาม ชาวบ้านมีรายได้ตกวันละ 250 บาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,500 บาท
่
20 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 21
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ต่อเดือน ขณะที่การท�างานในพื้นที่ 3 ไร่ บางปีที่ราคาผลผลิตประเภทข้าว
ตกต�่า ท�ารายได้จากการขายข้าวได้เพียง 5,000 บาทเท่านั้น
การสนับสนุนงบประมาณเพียงบางส่วนของพระมงคลวชิรากรให้กับ
�
่
ื
ุ
�
ู
ิ
ผ้นาชมชนในการทดลองทาการเกษตรแบบผสมผสานเพอลดการพงพง
ึ
่
02
รายได้จากการขายข้าวในช่วงฤดูท�านา และการจ�าหน่ายพริกนอกช่วงฤด ู
ท�านาเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการให้เกษตรกรในบ้านชบาหันไป 02
ี
ึ
ท�าการเกษตรแบบผสมผสาน อาจเป็นแนวทางหน่งท่ช่วยให้เกษตรกรม ี
ึ
ั
ความม่นคงด้านรายได้ ลดการพ่งพิงปัจจัยจากภายนอกท้งอาหารและ
ั
ี
ปัจจัยท่เก่ยวข้องกับการเกษตร ภาวการณ์เป็นผู้น�าของท่านจึงไม่ได้จ�ากัด แนวคิดเกษตร
ี
เฉพาะค�าแนะน�าทางวาจาเท่าน้น แต่ท่านมีความต้งใจท่จะให้เกษตรกร
ั
ี
ั
�
ื
ี
ในบ้านชบาเห็นถึงความเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นในเชิงรูปธรรม มีตัวอย่างท ี ่ (เพอความ)ยั�งยืน
ี
ึ
ท�าให้เห็นว่าเกษตรแบบผสมผสานจะเป็นหนทางหน่งให้เกษตรกรสามารถ
ึ
ี
รอดพ้นวิกฤตทางรายได้ นอกจากน้ยังช่วยให้การท�าการเกษตรสามารถ
กลายเป็นอาชีพที่สร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตของตนเองได้
ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม
หากพิจารณาแนวคิดการท�าเกษตรกรรมในรูปแบบด้งเดิมก่อนการก้าว
ั
ี
เข้าสู่ระบบการเกษตรท่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือระบบ
การเกษตรที่เน้นการได้รับผลผลิตจ�านวนมาก ๆ ผ่านการลงทุนจ�านวนมาก
ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรกล ปุ๋ย หรือสารเคมีส�าหรับก�าจัดศัตรูพืช และการ
เข้ามามีบทบาทขององค์กรภาคเอกชนในการก�าหนดพันธพืช ข้อก�าหนดทาง
ุ์
ั
สัญญาเก่ยวกับการผลิตในด้านต่าง ๆ ระบบเกษตรแบบด้งเดิมเป็นระบบท ี ่
ี
ื
มุ่งเน้นการผลิตเพ่อสนองตอบความต้องการของผู้ผลิตหรือใช้เพ่อการบริโภค
ื
ภายในครอบครัวและชุมชน และเป็นการผลิตท่มีความหลากหลายของพืช
ี
22 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 23
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ต่อเดือน ขณะที่การท�างานในพื้นที่ 3 ไร่ บางปีที่ราคาผลผลิตประเภทข้าว
ตกต�่า ท�ารายได้จากการขายข้าวได้เพียง 5,000 บาทเท่านั้น
การสนับสนุนงบประมาณเพียงบางส่วนของพระมงคลวชิรากรให้กับ
�
่
ื
ุ
�
ู
ิ
ผ้นาชมชนในการทดลองทาการเกษตรแบบผสมผสานเพอลดการพงพง
ึ
่
02
รายได้จากการขายข้าวในช่วงฤดูท�านา และการจ�าหน่ายพริกนอกช่วงฤด ู
ท�านาเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการให้เกษตรกรในบ้านชบาหันไป 02
ี
ึ
ท�าการเกษตรแบบผสมผสาน อาจเป็นแนวทางหน่งท่ช่วยให้เกษตรกรม ี
ึ
ั
ความม่นคงด้านรายได้ ลดการพ่งพิงปัจจัยจากภายนอกท้งอาหารและ
ั
ี
ปัจจัยท่เก่ยวข้องกับการเกษตร ภาวการณ์เป็นผู้น�าของท่านจึงไม่ได้จ�ากัด แนวคิดเกษตร
ี
เฉพาะค�าแนะน�าทางวาจาเท่าน้น แต่ท่านมีความต้งใจท่จะให้เกษตรกร
ั
ี
ั
�
ื
ี
ในบ้านชบาเห็นถึงความเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นในเชิงรูปธรรม มีตัวอย่างท ี ่ (เพอความ)ยั�งยืน
ี
ึ
ท�าให้เห็นว่าเกษตรแบบผสมผสานจะเป็นหนทางหน่งให้เกษตรกรสามารถ
ึ
ี
รอดพ้นวิกฤตทางรายได้ นอกจากน้ยังช่วยให้การท�าการเกษตรสามารถ
กลายเป็นอาชีพที่สร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตของตนเองได้
ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม
หากพิจารณาแนวคิดการท�าเกษตรกรรมในรูปแบบด้งเดิมก่อนการก้าว
ั
ี
เข้าสู่ระบบการเกษตรท่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือระบบ
การเกษตรที่เน้นการได้รับผลผลิตจ�านวนมาก ๆ ผ่านการลงทุนจ�านวนมาก
ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรกล ปุ๋ย หรือสารเคมีส�าหรับก�าจัดศัตรูพืช และการ
เข้ามามีบทบาทขององค์กรภาคเอกชนในการก�าหนดพันธพืช ข้อก�าหนดทาง
ุ์
ั
สัญญาเก่ยวกับการผลิตในด้านต่าง ๆ ระบบเกษตรแบบด้งเดิมเป็นระบบท ี ่
ี
ื
มุ่งเน้นการผลิตเพ่อสนองตอบความต้องการของผู้ผลิตหรือใช้เพ่อการบริโภค
ื
ภายในครอบครัวและชุมชน และเป็นการผลิตท่มีความหลากหลายของพืช
ี
22 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 23
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ี
�
ึ
ี
เน่องจากต้องพ่งพิงธรรมชาติในประเด็นของสภาพอากาศท่อาจไม่สามารถ ศัตรูพืชท่ทาใช้เองภายในครัวเรือนหรือชุมชน แต่ด้วยการแข่งขันทางการ
ี
ื
ี
ี
ควบคุมได้ การผลิตท่อาศัยความหลากหลายของพันธุ์พืชจะช่วยลดความเส่ยง ตลาดของบริษัทท่ผลิตสารเคมีเพ่อการเกษตรกรรมส่งผลให้ราคาของผลิตภัณฑ์
ั
้
ี
ึ
ี
่
จากความเสียหายของผลผลิตชนิดเดียว เหล่านนมราคาทย่อมเยา เกษตรกรสามารถเข้าถงสินค้าต่าง ๆ ได้ง่ายมาก
ิ
ึ
่
ี
้
่
�
่
ั
ึ
้
ิ
ี
ปญหาทเกดขนจากการทาการเกษตรสมยใหมทเนนการใชสารเคมเพอ ย่งข้น และมีความสะดวกในการใช้งาน ยังคงเป็นความท้าทายของภาครัฐ
ี
่
ื
้
ั
ั
ี
ื
ี
ี
ื
ึ
ให้ได้ผลผลิตในจานวนมาก และลดความเส่ยงท่จะเกิดข้นกับผลผลิตในพ้นท ่ ี และต่อตัวเกษตรกรเองท่มีความต้งใจใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทอินทรีย์เพ่อลดสาร
�
การผลิต มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผล เคมีตกค้างในพืชผลทางการเกษตรให้ได้มากที่สุด
ิ
ู
ั
ิ
่
ึ
ิ
ี
ั
ิ
้
่
กระทบทเกดขนกบสงแวดล้อม ผลกระทบต่อการพฒนาภมปัญญาท้องถน
่
ิ
และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยโครงการนโยบายสาธารณะเพ่อความ 2) ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับส่งแวดล้อม ั ั ี ้
ื
การเกษตรในปจจบนมปฏิบตการทเกยวของกบทรพยากรท่ใชในการ
ั
ี
ั
้
ี
่
ี
่
ิ
ั
ุ
ั
ปลอดภยดานอาหารและเศรษฐกจการคาทยงยน (2549) ทาการสรปปญหา ผลิต โดยเฉพาะเรื่องของดินและน�้า ที่ขั้นตอนการท�าเกษตรกรรมในปัจจุบัน
ั
ุ
้
ื
ิ
ั
�
้
่
่
ี
จากการท�าเกษตรที่ใช้สารเคมี ดังนี้ มีส่วนต้องการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ในการ
1) ผลกระทบท่เกิดข้นกับสขภาพของผ้ผลิตและผ้บริโภค จัดการเก่ยวกับดิน ท่เกษตรกรมักเลือกใช้วิธีการเตรียมพ้นท่ก่อนทาการปลูก
ึ
ุ
ี
ู
ู
ี
ี
ื
ี
�
ึ
ผลกระทบท่เกิดข้นกับสุขภาพของผู้ผลิตหรือเกษตรและผู้บริโภคท ี ่ พืชผลทางการเกษตรผ่านการเผาฟางหรือวัสดุต่าง ๆ บนหน้าดิน ที่ส่งผลให้
ี
�
สาคัญท่สุด คือ การใช้สารเคมีในข้นตอนของการผลิต ถึงแม้ว่าการทาการ แร่ธาตุในดินมีปริมาณลดลง อีกท้งยังเป็นการเพ่มก๊าซเรือนกระจกท่ส่งผลต่อ
�
ั
ี
ี
ิ
ั
ื
ี
เกษตรในปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ทาการผลิตเพ่อการบริโภคอย่างท่เคยเป็นมา การเปล่ยนแปลงของสภาพอากาสในระยะยาว หรือการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีกับ
�
ี
ในรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม แต่การที่ตัวของเกษตรกรต้องใช้เครื่องมือ ผลผลิตทางการเกษตร ที่ส่งผลให้ดินมีสภาพที่เรียกว่า “ดินเปรี้ยว” เกิดการ
ื
ในการพ่นสารเคมีในสวนหรือไร่ของตน และไม่ได้มีอุปกรณ์หรือเคร่องมือ สะสมของสารพิษในดิน เป็นต้น ไม่แตกต่างจากแหล่งนาท่เป็นทรัพยากร
ี
�
้
ี
ป้องกันสารเคมีท่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ อาจส่งผลให้เกษตรกรได้รับ สาคัญในการทาเกษตรกรรม ท่การทาการเกษตรในปัจจุบันปริมาณแหล่งนา
�
ี
�
�
้
�
ผลกระทบจากสารเคมี แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บริโภค ในขณะที่ผู้บริโภคก็มี ตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการทาเกษตรในระบบท่มีการปลูกพืชอย่างหนา
�
ี
ื
ี
ส่วนได้รับสารเคมีท่เกษตรกรใช้เพ่อป้องกันแมลง ศัตรูพืช หรือเพ่อเร่งให้ แน่น หรือการทาเกษตรกรรมขนาดใหญ่ นาไปสู่การดึงแย่งชิงทรัพยากรจาก
ื
�
�
ี
ผลิตผลทางการเกษตรขายได้ราคาดี จากการบริโภคผลผลิตท่ยังคงมีสารเคม ี แหล่งนาธรรมชาติ ซ่งอาจนาไปสู่ความขัดแย้งในการใช้แหล่งนาระหว่าง
้
ึ
�
้
�
�
ดังกล่าวตกค้างอยู่ แม้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปถึงความอันตรายของสารเคมีที่ ชุมชนอ่น ๆ หรือแม้แต่การใช้สารเคมีท่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร
ี
ื
ถูกใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการท�าเกษตรกรรม และมีการน�าเสนอทางเลือก ดิน แต่ยังพบการปนเปื้อนในแหล่งนาในกรณีท่เกษตรกรไม่ได้มีการบาบัดนา
�
้
้
ี
�
�
�
้
�
เก่ยวกับผลิตภัณฑ์ท่มีความเป็นอินทรีย์ หรือเป็นกาประยุกต์ใช้ปุ๋ย นายากาจัด
ี
ี
้
�
ั
้
�
เสียจากการทาเกษตรกรรมก่อนปล่อยนาเสียเหล่าน้นคืนสู่แหล่งนาธรรมชาต ิ
�
24 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 25
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ี
�
ึ
ี
เน่องจากต้องพ่งพิงธรรมชาติในประเด็นของสภาพอากาศท่อาจไม่สามารถ ศัตรูพืชท่ทาใช้เองภายในครัวเรือนหรือชุมชน แต่ด้วยการแข่งขันทางการ
ี
ื
ี
ี
ควบคุมได้ การผลิตท่อาศัยความหลากหลายของพันธุ์พืชจะช่วยลดความเส่ยง ตลาดของบริษัทท่ผลิตสารเคมีเพ่อการเกษตรกรรมส่งผลให้ราคาของผลิตภัณฑ์
ั
้
ี
ึ
ี
่
จากความเสียหายของผลผลิตชนิดเดียว เหล่านนมราคาทย่อมเยา เกษตรกรสามารถเข้าถงสินค้าต่าง ๆ ได้ง่ายมาก
ิ
ึ
่
ี
้
่
�
่
ั
ึ
้
ิ
ี
ปญหาทเกดขนจากการทาการเกษตรสมยใหมทเนนการใชสารเคมเพอ ย่งข้น และมีความสะดวกในการใช้งาน ยังคงเป็นความท้าทายของภาครัฐ
ี
่
ื
้
ั
ั
ี
ื
ี
ี
ื
ึ
ให้ได้ผลผลิตในจานวนมาก และลดความเส่ยงท่จะเกิดข้นกับผลผลิตในพ้นท ่ ี และต่อตัวเกษตรกรเองท่มีความต้งใจใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทอินทรีย์เพ่อลดสาร
�
การผลิต มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผล เคมีตกค้างในพืชผลทางการเกษตรให้ได้มากที่สุด
ิ
ู
ั
ิ
่
ึ
ิ
ี
ั
ิ
้
่
กระทบทเกดขนกบสงแวดล้อม ผลกระทบต่อการพฒนาภมปัญญาท้องถน
่
ิ
และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยโครงการนโยบายสาธารณะเพ่อความ 2) ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับส่งแวดล้อม ั ั ี ้
ื
การเกษตรในปจจบนมปฏิบตการทเกยวของกบทรพยากรท่ใชในการ
ั
ี
ั
้
ี
่
ี
่
ิ
ั
ุ
ั
ปลอดภยดานอาหารและเศรษฐกจการคาทยงยน (2549) ทาการสรปปญหา ผลิต โดยเฉพาะเรื่องของดินและน�้า ที่ขั้นตอนการท�าเกษตรกรรมในปัจจุบัน
ั
ุ
้
ื
ิ
ั
�
้
่
่
ี
จากการท�าเกษตรที่ใช้สารเคมี ดังนี้ มีส่วนต้องการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ในการ
1) ผลกระทบท่เกิดข้นกับสขภาพของผ้ผลิตและผ้บริโภค จัดการเก่ยวกับดิน ท่เกษตรกรมักเลือกใช้วิธีการเตรียมพ้นท่ก่อนทาการปลูก
ึ
ุ
ี
ู
ู
ี
ี
ื
ี
�
ึ
ผลกระทบท่เกิดข้นกับสุขภาพของผู้ผลิตหรือเกษตรและผู้บริโภคท ี ่ พืชผลทางการเกษตรผ่านการเผาฟางหรือวัสดุต่าง ๆ บนหน้าดิน ที่ส่งผลให้
ี
�
สาคัญท่สุด คือ การใช้สารเคมีในข้นตอนของการผลิต ถึงแม้ว่าการทาการ แร่ธาตุในดินมีปริมาณลดลง อีกท้งยังเป็นการเพ่มก๊าซเรือนกระจกท่ส่งผลต่อ
�
ั
ี
ี
ิ
ั
ื
ี
เกษตรในปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ทาการผลิตเพ่อการบริโภคอย่างท่เคยเป็นมา การเปล่ยนแปลงของสภาพอากาสในระยะยาว หรือการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีกับ
�
ี
ในรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม แต่การที่ตัวของเกษตรกรต้องใช้เครื่องมือ ผลผลิตทางการเกษตร ที่ส่งผลให้ดินมีสภาพที่เรียกว่า “ดินเปรี้ยว” เกิดการ
ื
ในการพ่นสารเคมีในสวนหรือไร่ของตน และไม่ได้มีอุปกรณ์หรือเคร่องมือ สะสมของสารพิษในดิน เป็นต้น ไม่แตกต่างจากแหล่งนาท่เป็นทรัพยากร
ี
�
้
ี
ป้องกันสารเคมีท่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ อาจส่งผลให้เกษตรกรได้รับ สาคัญในการทาเกษตรกรรม ท่การทาการเกษตรในปัจจุบันปริมาณแหล่งนา
�
ี
�
�
้
�
ผลกระทบจากสารเคมี แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บริโภค ในขณะที่ผู้บริโภคก็มี ตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการทาเกษตรในระบบท่มีการปลูกพืชอย่างหนา
�
ี
ื
ี
ส่วนได้รับสารเคมีท่เกษตรกรใช้เพ่อป้องกันแมลง ศัตรูพืช หรือเพ่อเร่งให้ แน่น หรือการทาเกษตรกรรมขนาดใหญ่ นาไปสู่การดึงแย่งชิงทรัพยากรจาก
ื
�
�
ี
ผลิตผลทางการเกษตรขายได้ราคาดี จากการบริโภคผลผลิตท่ยังคงมีสารเคม ี แหล่งนาธรรมชาติ ซ่งอาจนาไปสู่ความขัดแย้งในการใช้แหล่งนาระหว่าง
้
ึ
�
้
�
�
ดังกล่าวตกค้างอยู่ แม้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปถึงความอันตรายของสารเคมีที่ ชุมชนอ่น ๆ หรือแม้แต่การใช้สารเคมีท่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร
ี
ื
ถูกใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการท�าเกษตรกรรม และมีการน�าเสนอทางเลือก ดิน แต่ยังพบการปนเปื้อนในแหล่งนาในกรณีท่เกษตรกรไม่ได้มีการบาบัดนา
�
้
้
ี
�
�
�
้
�
เก่ยวกับผลิตภัณฑ์ท่มีความเป็นอินทรีย์ หรือเป็นกาประยุกต์ใช้ปุ๋ย นายากาจัด
ี
ี
้
�
ั
้
�
เสียจากการทาเกษตรกรรมก่อนปล่อยนาเสียเหล่าน้นคืนสู่แหล่งนาธรรมชาต ิ
�
24 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 25
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ั
3) ผลกระทบต่อการพฒนาภูมิปญญาท้องถิ่น นอกจากน้นโยบายด้านการเกษตรท่กาหนดทิศทางหรือประเภทของ
ี
�
ี
�
ภายหลังยุคของการปฏิวัติเขียว (The Green Revolution) ที่ก่อให้ ผลผลิตจากทางภาครัฐ มีบทบาทสาคัญให้เกษตรกรกลายเป็นผู้ลองผิด
ี
ี
เกิดการดัดแปลงพันธุ์พืชเพ่อเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตเพ่มมาข้น หรือการใช้ปุ๋ย มากกว่าลองถูก โดยเฉพาะมาตรการท่เก่ยวข้องกับการส่งเสริมให้มีการ
ึ
ื
ิ
ี
ั
�
ื
และสารเคมีเพ่อกาจัดศัตรูพืช (ชาญณรงค์ ดวงสะอาด, 2553) ตลอดจน ปลูกพืชชนิดต่าง ๆ หลายคร้งเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชท่ไม่มีความสอดคล้อง
ื
ื
ี
ี
ี
ั
สภาพสังคมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อความคิดท่มีต่อ กับบริบทเชิงพ้นท่ หรือเกษตรกรในพ้นท่น้น ๆ ไม่มีความเช่ยวชาญในการ
ี
้
่
ื
ั
่
ู
้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ความต้องการผลผลิตทางการเกษตรในจ�านวน ปลูกพชชนิดดงกล่าว สงผลใหไมสามารถให้การดูแลและเพาะปลกไดอย่างม ี
ี
ั
คร้งละมาก ๆ ส่งผลให้เกษตรกรต้องปรับเปล่ยนท้งวิถีการผลิตและประเพณ ี ประสิทธิภาพ ไม่ได้ผลผลิตจ�านวนที่ต้องการ ตลอดจนการไม่ได้เตรียมตลาด
ั
วัฒนธรรมท่เกิดขนในช่วงเวลาต่าง ๆ ของการทาเกษตรกรรม ยกตัวอย่าง ไว้รองรับผลผลิต ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ล้มเลิกการปลูกพืชชนิดดังกล่าวไป
�
ี
้
ึ
�
�
�
เช่น การเปล่ยนแปลงวิธีการทานาจากนาดาเป็นนาหว่าน หรือการนา 4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
ี
�
เทคโนโลยีอย่างรถไถเข้ามาใช้เพ่อการทาการเกษตรกรรม หรือการม ี การทาเกษตรกรรมสมยใหม่ทมุ่งเน้นการเกษตรทให้ผลผลิตเป็น
ื
่
ั
่
ี
ี
�
ื
ี
ี
วัฒนธรรมการลงแรงร่วมกันเก่ยวข้าวเม่อถึงฤดูกาลเก็บเก่ยว ภูมิปัญญาท ี ่ จานวนมาก ๆ ในพ้นท่การเพาะปลูก ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิตและ
�
ื
ี
ี
เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมมักจะได้รับการละเลย อีกท้งยังมองว่า วัฒนธรรมการผลิตดังท่กล่าวไปในข้างต้น ส่งท่บ่งช้ได้ชัดเจนถึงผลกระทบ
ั
�
ี
ี
ี
ิ
ี
เป็นวิธีการท่ขาดความเป็นทันสมัย ไม่ส่งผลให้การทาการเกษตรกรรม ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพเกษตรกร คือ ภาวะต้นที่การ
�
ี
ั
ื
มีประสิทธิภาพเช่นเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการใช้สารเคมีต่าง ๆ ท้งท่เม่อ ผลิตท่เพ่มสูงข้นหากเกษตรกรต้องการได้ผลผลิตต่อไร่จานวนมากข้น ต้นทุน
ี
ึ
ิ
�
ึ
ี
เกษตรกรพิจารณาถึงภูมิปัญญาท่เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมในอดีตน้น ท่ว่านเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเก่ยวกับปุ๋ย ยากาจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
ั
ี
�
�
ี
ี
ี
้
ภูมิปัญญาดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะท่หยุดน่ง หากแต่ได้รับการพัฒนาและ นอกจากน้ด้วยสภาพสังคมและวฒนธรรมท่เปล่ยนแปลงไปการทานาของ
ิ
ี
�
ี
ี
ี
ั
ปรับปรุงผ่านการทดลองใช้ในไร่นาของตนเอง ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้ เกษตรกรในปัจจุบันมักเป็นการทาในพ้นท่ของตนเอง วัฒนธรรมท่มีการ
ี
ี
ื
�
วิธีการท่มีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นท่เพาะปลูกของตน แต่ในปัจจุบัน แลกเปล่ยนแรงงานเพ่อช่วยในการทานาหลายแห่งสูญหายไป เน่องจาก
ื
ี
ี
ื
ื
ี
�
ื
ี
เกษตรกรกลับเลือกใช้เคร่องมือสมัยใหม่ หรือสารเคมี ท่มีค่าใช้จ่ายท่สูง ความเร่งรีบในการเพาะปลูกเพ่อให้ได้ผลผลิตท่สามารถส่งขายได้เร็วมากท่สุด
ี
ี
ี
ื
ี
ี
ี
ื
ั
ซ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางการผลิตท่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ อีกทั้งยังขาด ดังน้นหากเกษตรกรท่มีพ้นท่ไร่นาขนาดใหญ่ สามารถใช้เคร่องจักรทางการ
ื
ึ
ั
ี
ี
ี
ี
�
โอกาสในการพัฒนาภูมิปัญญาท่สามารถแก้ไขปัญหาท่เก่ยวข้องกับการทา เกษตรได้ มักจะมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนด้านรถไถท้งท่เป็นไปในลักษณะของ
ื
้
ื
่
ื
่
ื
ู
ี
ิ
ิ
ื
ื
ื
ี
เกษตรกรรม ท่นอกจากจะมีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นทของตน การเช่า หรอเกษตรกรบางรายเลอกใช้วธการก้ยมเงนเพอซอเป็นเครองมอ
ี
ื
่
ยังเพิ่มโอกาสในการลดรายจ่ายจากการซื้อสารเคมีทางการเกษตร ส่วนตัว
26 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 27
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ั
3) ผลกระทบต่อการพฒนาภูมิปญญาท้องถิ่น นอกจากน้นโยบายด้านการเกษตรท่กาหนดทิศทางหรือประเภทของ
ี
�
ี
�
ภายหลังยุคของการปฏิวัติเขียว (The Green Revolution) ที่ก่อให้ ผลผลิตจากทางภาครัฐ มีบทบาทสาคัญให้เกษตรกรกลายเป็นผู้ลองผิด
ี
ี
เกิดการดัดแปลงพันธุ์พืชเพ่อเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตเพ่มมาข้น หรือการใช้ปุ๋ย มากกว่าลองถูก โดยเฉพาะมาตรการท่เก่ยวข้องกับการส่งเสริมให้มีการ
ึ
ื
ิ
ี
ั
�
ื
และสารเคมีเพ่อกาจัดศัตรูพืช (ชาญณรงค์ ดวงสะอาด, 2553) ตลอดจน ปลูกพืชชนิดต่าง ๆ หลายคร้งเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชท่ไม่มีความสอดคล้อง
ื
ื
ี
ี
ี
ั
สภาพสังคมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อความคิดท่มีต่อ กับบริบทเชิงพ้นท่ หรือเกษตรกรในพ้นท่น้น ๆ ไม่มีความเช่ยวชาญในการ
ี
้
่
ื
ั
่
ู
้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ความต้องการผลผลิตทางการเกษตรในจ�านวน ปลูกพชชนิดดงกล่าว สงผลใหไมสามารถให้การดูแลและเพาะปลกไดอย่างม ี
ี
ั
คร้งละมาก ๆ ส่งผลให้เกษตรกรต้องปรับเปล่ยนท้งวิถีการผลิตและประเพณ ี ประสิทธิภาพ ไม่ได้ผลผลิตจ�านวนที่ต้องการ ตลอดจนการไม่ได้เตรียมตลาด
ั
วัฒนธรรมท่เกิดขนในช่วงเวลาต่าง ๆ ของการทาเกษตรกรรม ยกตัวอย่าง ไว้รองรับผลผลิต ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ล้มเลิกการปลูกพืชชนิดดังกล่าวไป
�
ี
้
ึ
�
�
�
เช่น การเปล่ยนแปลงวิธีการทานาจากนาดาเป็นนาหว่าน หรือการนา 4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
ี
�
เทคโนโลยีอย่างรถไถเข้ามาใช้เพ่อการทาการเกษตรกรรม หรือการม ี การทาเกษตรกรรมสมยใหม่ทมุ่งเน้นการเกษตรทให้ผลผลิตเป็น
ื
่
ั
่
ี
ี
�
ื
ี
ี
วัฒนธรรมการลงแรงร่วมกันเก่ยวข้าวเม่อถึงฤดูกาลเก็บเก่ยว ภูมิปัญญาท ี ่ จานวนมาก ๆ ในพ้นท่การเพาะปลูก ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิตและ
�
ื
ี
ี
เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมมักจะได้รับการละเลย อีกท้งยังมองว่า วัฒนธรรมการผลิตดังท่กล่าวไปในข้างต้น ส่งท่บ่งช้ได้ชัดเจนถึงผลกระทบ
ั
�
ี
ี
ี
ิ
ี
เป็นวิธีการท่ขาดความเป็นทันสมัย ไม่ส่งผลให้การทาการเกษตรกรรม ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพเกษตรกร คือ ภาวะต้นที่การ
�
ี
ั
ื
มีประสิทธิภาพเช่นเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการใช้สารเคมีต่าง ๆ ท้งท่เม่อ ผลิตท่เพ่มสูงข้นหากเกษตรกรต้องการได้ผลผลิตต่อไร่จานวนมากข้น ต้นทุน
ี
ึ
ิ
�
ึ
ี
เกษตรกรพิจารณาถึงภูมิปัญญาท่เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมในอดีตน้น ท่ว่านเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเก่ยวกับปุ๋ย ยากาจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
ั
ี
�
�
ี
ี
ี
้
ภูมิปัญญาดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะท่หยุดน่ง หากแต่ได้รับการพัฒนาและ นอกจากน้ด้วยสภาพสังคมและวฒนธรรมท่เปล่ยนแปลงไปการทานาของ
ิ
ี
�
ี
ี
ี
ั
ปรับปรุงผ่านการทดลองใช้ในไร่นาของตนเอง ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้ เกษตรกรในปัจจุบันมักเป็นการทาในพ้นท่ของตนเอง วัฒนธรรมท่มีการ
ี
ี
ื
�
วิธีการท่มีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นท่เพาะปลูกของตน แต่ในปัจจุบัน แลกเปล่ยนแรงงานเพ่อช่วยในการทานาหลายแห่งสูญหายไป เน่องจาก
ื
ี
ี
ื
ื
ี
�
ื
ี
เกษตรกรกลับเลือกใช้เคร่องมือสมัยใหม่ หรือสารเคมี ท่มีค่าใช้จ่ายท่สูง ความเร่งรีบในการเพาะปลูกเพ่อให้ได้ผลผลิตท่สามารถส่งขายได้เร็วมากท่สุด
ี
ี
ี
ื
ี
ี
ี
ื
ั
ซ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางการผลิตท่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ อีกทั้งยังขาด ดังน้นหากเกษตรกรท่มีพ้นท่ไร่นาขนาดใหญ่ สามารถใช้เคร่องจักรทางการ
ื
ึ
ั
ี
ี
ี
ี
�
โอกาสในการพัฒนาภูมิปัญญาท่สามารถแก้ไขปัญหาท่เก่ยวข้องกับการทา เกษตรได้ มักจะมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนด้านรถไถท้งท่เป็นไปในลักษณะของ
ื
้
ื
่
ื
่
ื
ู
ี
ิ
ิ
ื
ื
ื
ี
เกษตรกรรม ท่นอกจากจะมีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นทของตน การเช่า หรอเกษตรกรบางรายเลอกใช้วธการก้ยมเงนเพอซอเป็นเครองมอ
ี
ื
่
ยังเพิ่มโอกาสในการลดรายจ่ายจากการซื้อสารเคมีทางการเกษตร ส่วนตัว
26 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 27
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ี
�
ื
ึ
ี
ึ
ื
�
ความไม่แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิต เป็นอีกหน่งในปัจจัยท่ม ี แนวคิดการทาเกษตรท่กาเนิดข้นเพ่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น อีกท้งยัง
ี
บทบาทสาคัญต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นระบบเกษตรกรรมท่มุ่งเน้นการเก้อกูลประโยชน์ต่อกันระหว่างกิจกรรม
ื
�
ี
ท่ทาการเพาะปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวมักได้รับผลกระทบเก่ยวกับราคา การผลิตแต่ละชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ (วิฑูรย์, 2530) โดยหลักการส�าคัญ
�
ี
ั
ี
�
ั
ู
่
ข้าวเปลือกทมความผนผวนสงอนเนืองมาจากการกาหนดราคาเป็นไปตาม ของการทาเกษตรแบบผสมผสานน้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อัน
�
่
ั
ี
ี
�
อุปสงค์และอุปทานท่ไม่เพียงแต่จากัดเฉพาะภายในประเทศ หากแต่ยังม ี เน่องมาจากพระราชดาริ (2563) ได้เสนอหลักการและลักษณะของการทา
�
ื
�
ประเทศคู่แข่งหลายประเทศที่มีการเพาะปลูกข้าวเช่นเดียวกัน ส่งผลราคามี เกษตรผสมผสานไว้ ดังนี้
�
ี
ั
ึ
ความผันผวนและไม่สามารถกาหนดราคาท่แน่นอนได้ เกษตรกรจึงเป็นอาชีพ 1) เกษตรผสมผสานต้องมีกิจกรรมการเกษตรต้งแต่ 2 กิจกรรมข้นไป
ท่มีความเส่ยงในเชิงเศรษฐกิจหากเลือกปลูกพืชในพ้นท่ทาการเกษตรของตน กิจกรรมการเกษตร หมายถึง การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดย
ื
ี
ี
ี
�
ี
�
เพยงชนดเดยวทนอกจากจะไม่สามารถกาหนดราคาผลผลิตได้ด้วยตนเอง การท�าเกษตรแบบผสมผสานต้องท�าให้มีกิจกรรมการเกษตรทั้ง 2 กิจกรรม
ิ
ี
ี
่
หากเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาดในพื้นที่เพาะปลูกที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับ ท�าในพื้นที่และระยะเวลาเดียวกัน หรือพื้นที่เดียวกันแต่เหลื่อมเวลากัน โดย
ื
พืชชนิดท่ตนเองปลูกน้น อาจส่งผลให้การลงทุนเพ่อเพาะปลูกได้รับผล สามารถผสมผสานระหว่างการปลูกพืชต่างชนิดหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างชนิด
ั
ี
ื
ตอบแทนเป็นศูนย์ได้เลยทีเดียว 2) ต้องมีการเก้อกูลประโยชน์ระหว่างกิจกรรมเกษตรต่าง ๆ และม ี
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบเกษตรแบบผสมผสาน กล่าวคือ ม ี
เกษตรผสมผสาน การหมุนเวียนการใช้แร่ธาตุ อาหาร พลังงานภายในระบบเกษตร ยกตัวอย่าง
ั
ี
เกษตรผสมผสานเป็นรูปแบบของระบบเกษตรย่งยืน ท่เล็งเห็นปัญหา เช่น การน�ามูลสัตว์มาใช้ประโยชน์กับการปลูกพืช การน�าเศษของพืชไปเป็น
ุ
จากเกษตรกระแสหลัก และเกษตรสมัยใหม่ท่มุ่งเน้นการทาเกษตรเชิงเด่ยว อาหารสัตว์ อาจเป็นการหมนเวยนใช้งานโดยตรงหรอโดยทางอ้อมผ่าน
ี
�
ื
ี
ี
�
ั
หรอการผลิตสนค้าเกษตรชนดมาก ๆ เพยงชนดเดยว อนนาไปส่ปัญหา กระบวนการอย่างการหมักให้มูลสัตว์หรือของเสียกลายเป็นจุลินทรีย์ก่อน
ิ
ู
ิ
ี
ี
ื
ิ
ต่าง ๆ อาทิ ความไม่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางรายได้ เนื่องจากต้อง น�าไปบ�ารุงพืชก็ได้
้
ั
อาศยราคาตลาดในการกาหนดราคาของผลตผลทางการเกษตรชนดนน ๆ
�
ั
ิ
ิ
การท่เกษตรกรต้องพ่งพาอาหารจากภายนอกเน่องจากพ้นท่เพาะปลูกของ
ี
ึ
ื
ื
ี
�
ี
ตนเองดาเนินการปลูกพืชผลเพียงชนิดเดียว ตลอดจนปัญหาท่ไม่สามารถ
ควบคุมได้อย่างสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด ศัตรูพืชที่อาจเกิดการระบาดใน
ั
ื
�
่
ิ
ึ
พนทจนผลผลตได้รบความเสยหาย การทาเกษตรแบบผสมผสานจงเป็น
ี
ี
้
28 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 29
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ั
ี
�
ื
ึ
ี
ึ
ื
ความไม่แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิต เป็นอีกหน่งในปัจจัยท่ม ี แนวคิดการทาเกษตรท่กาเนิดข้นเพ่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น อีกท้งยัง
�
ี
บทบาทสาคัญต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นระบบเกษตรกรรมท่มุ่งเน้นการเก้อกูลประโยชน์ต่อกันระหว่างกิจกรรม
�
ื
ี
ท่ทาการเพาะปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวมักได้รับผลกระทบเก่ยวกับราคา การผลิตแต่ละชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ (วิฑูรย์, 2530) โดยหลักการส�าคัญ
�
ี
ั
ี
�
ั
ู
่
ข้าวเปลือกทมความผนผวนสงอนเนืองมาจากการกาหนดราคาเป็นไปตาม ของการทาเกษตรแบบผสมผสานน้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อัน
�
่
ั
ี
ี
�
อุปสงค์และอุปทานท่ไม่เพียงแต่จากัดเฉพาะภายในประเทศ หากแต่ยังม ี เน่องมาจากพระราชดาริ (2563) ได้เสนอหลักการและลักษณะของการทา
�
ื
�
ประเทศคู่แข่งหลายประเทศที่มีการเพาะปลูกข้าวเช่นเดียวกัน ส่งผลราคามี เกษตรผสมผสานไว้ ดังนี้
�
ี
ั
ึ
ความผันผวนและไม่สามารถกาหนดราคาท่แน่นอนได้ เกษตรกรจึงเป็นอาชีพ 1) เกษตรผสมผสานต้องมีกิจกรรมการเกษตรต้งแต่ 2 กิจกรรมข้นไป
ท่มีความเส่ยงในเชิงเศรษฐกิจหากเลือกปลูกพืชในพ้นท่ทาการเกษตรของตน กิจกรรมการเกษตร หมายถึง การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดย
ื
ี
ี
ี
�
ี
�
เพยงชนดเดยวทนอกจากจะไม่สามารถกาหนดราคาผลผลิตได้ด้วยตนเอง การท�าเกษตรแบบผสมผสานต้องท�าให้มีกิจกรรมการเกษตรทั้ง 2 กิจกรรม
ิ
ี
ี
่
หากเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาดในพื้นที่เพาะปลูกที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับ ท�าในพื้นที่และระยะเวลาเดียวกัน หรือพื้นที่เดียวกันแต่เหลื่อมเวลากัน โดย
ื
พืชชนิดท่ตนเองปลูกน้น อาจส่งผลให้การลงทุนเพ่อเพาะปลูกได้รับผล สามารถผสมผสานระหว่างการปลูกพืชต่างชนิดหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างชนิด
ั
ี
ื
ตอบแทนเป็นศูนย์ได้เลยทีเดียว 2) ต้องมีการเก้อกูลประโยชน์ระหว่างกิจกรรมเกษตรต่าง ๆ และม ี
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบเกษตรแบบผสมผสาน กล่าวคือ ม ี
เกษตรผสมผสาน การหมุนเวียนการใช้แร่ธาตุ อาหาร พลังงานภายในระบบเกษตร ยกตัวอย่าง
ั
ี
เกษตรผสมผสานเป็นรูปแบบของระบบเกษตรย่งยืน ท่เล็งเห็นปัญหา เช่น การน�ามูลสัตว์มาใช้ประโยชน์กับการปลูกพืช การน�าเศษของพืชไปเป็น
ุ
จากเกษตรกระแสหลัก และเกษตรสมัยใหม่ท่มุ่งเน้นการทาเกษตรเชิงเด่ยว อาหารสัตว์ อาจเป็นการหมนเวยนใช้งานโดยตรงหรอโดยทางอ้อมผ่าน
ี
�
ื
ี
ี
�
ั
หรอการผลิตสนค้าเกษตรชนดมาก ๆ เพยงชนดเดยว อนนาไปส่ปัญหา กระบวนการอย่างการหมักให้มูลสัตว์หรือของเสียกลายเป็นจุลินทรีย์ก่อน
ิ
ู
ิ
ื
ี
ี
ิ
ต่าง ๆ อาทิ ความไม่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางรายได้ เนื่องจากต้อง น�าไปบ�ารุงพืชก็ได้
้
ั
อาศยราคาตลาดในการกาหนดราคาของผลตผลทางการเกษตรชนดนน ๆ
�
ั
ิ
ิ
การท่เกษตรกรต้องพ่งพาอาหารจากภายนอกเน่องจากพ้นท่เพาะปลูกของ
ี
ึ
ื
ื
ี
�
ี
ตนเองดาเนินการปลูกพืชผลเพียงชนิดเดียว ตลอดจนปัญหาท่ไม่สามารถ
ควบคุมได้อย่างสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด ศัตรูพืชที่อาจเกิดการระบาดใน
ั
ื
�
่
ิ
ึ
พนทจนผลผลตได้รบความเสยหาย การทาเกษตรแบบผสมผสานจงเป็น
ี
ี
้
28 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 29
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ชนิดท่มีความแตกต่างกันจะส่งผลต่อการจัดระบบการปลูกพืช ยกตัวอย่าง
อำหำร/ของใช้
อำหำรสตว์ เช่น มีการจัดการปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดให้สามารถเจริญเติบโตในระดับ
ั
สูงได้ดีกว่าพืชท่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก การจัดการระบบการเกษตรผสม
ี
กิจกรรมพช
ื
ี
ื
�
กิจกรรมประมง กิจกรรมปศสตว์ ผสานลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้ดอกผลของพืชท่มีลาต้นสูงร่วงลงสู่พ้นดิน
ั
ุ
มนุษย์ และย่อยสลายกลายเป็นแร่ธาตุให้กับพืชชนิดอื่น ๆ ดังตัวอย่างการปลูกตาล
ผลพลอยได้ ตโตนดในนาข้าว การปลูกพริกไทยในสวนป่า หรือการปลูกพืชที่มีคุณสมบัติ
ี
เศษเหลือ มูล/ขี้เลน/น�้ำ/ มูล/ของเสย/
ี
ของเสย สตว์ตำย มูล/ของเสย เป็นปุ๋ยสด เช่น โสน ถั่วพุ่ม ปอเทือง เพื่อเป็นการปรับปรุงบ�ารุงดิน เป็นต้น
ั
ี
2) การผสมผสานการเล้ยงสัตว์ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์บนหลักความ
ี
ปย บ่อหมัก กองหมัก
ุ๋
ี
ี
สัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับสัตว์ ตัวอย่างท่พบเห็นได้มาก อาทิ การเล้ยงหมู หรือ
ื
สัตว์ตระกูลเป็ดและไก่ควบคู่ไปกับการเล้ยงปลา เพ่ออาศัยมูลของสัตว์เป็น
ี
ก๊ำซชีวภำพ อาหารให้กับปลาที่เลี้ยง นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนในแง่ของอาหารปลา
แล้ว ยังเป็นการก�าจัดหรือช่วยลดมูลของสัตว์บกที่ตกค้างและอาจกลายเป็น
ั
ั
แผนผังเชื่อมโยงความสมพนธ์กิจกรรมเกษตรผสมผสาน
ปรังปรุงจากศนย์ศกษาการพฒนาห้วยฮ่องไคร้ แหล่งสะสมหรือแพร่กระจายเชื้อโรคอีกด้วย
ู
ึ
ั
อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ (2563) 3) การปลูกพืชผสมผสานกับการเล้ยงสัตว์ หากกล่าวถึงระบบเกษตร
ี
ผสมผสานท่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างระบบการพ่งพากันท่สมบูรณ์
ี
ี
ึ
ลักษณะของการผสมผสาน ระหว่างกิจกรรมการเกษตร การปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์เป็นการ
ั
ี
ในระบบการเกษตร สร้างสมดุลท้งในเชิงแร่ธาตุและพลังงานท่มีมิติความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
การผสมผสานในระบบการเกษตรไม่เพียงจากัดเฉพาะการผสมผสาน ใกล้เคียงกับธรรมชาติ โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้มาก อาทิ การเลี้ยงปลาหรือ
�
ระหว่างการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น เป็ดในนาข้าว การเลี้ยงสุกรควบคู่ไปกับการปลูกพืชผัก เป็นต้น
3 ลักษณะ ประกอบด้วย
ี
1) การผสมผสานการปลูกพืช ในลักษณะน้จะเป็นการอาศัยหลักการ
ิ
ความสัมพันธ์ระหว่างพืชแต่ละชนิด และส่งมีชีวิตหรือจุลินทรัย์ต่าง ๆ ท ่ ี
ึ
เกิดข้นในระบบนิเวศตามธรรมชาติ การทาความเข้าใจลักษณะของพืชแต่ละ
�
30 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 31
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ชนิดท่มีความแตกต่างกันจะส่งผลต่อการจัดระบบการปลูกพืช ยกตัวอย่าง
อำหำร/ของใช้
อำหำรสตว์ เช่น มีการจัดการปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดให้สามารถเจริญเติบโตในระดับ
ั
สูงได้ดีกว่าพืชท่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก การจัดการระบบการเกษตรผสม
ี
กิจกรรมพช
ื
ี
ื
�
กิจกรรมประมง กิจกรรมปศสตว์ ผสานลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้ดอกผลของพืชท่มีลาต้นสูงร่วงลงสู่พ้นดิน
ั
ุ
มนุษย์ และย่อยสลายกลายเป็นแร่ธาตุให้กับพืชชนิดอื่น ๆ ดังตัวอย่างการปลูกตาล
ผลพลอยได้ ตโตนดในนาข้าว การปลูกพริกไทยในสวนป่า หรือการปลูกพืชที่มีคุณสมบัติ
ี
เศษเหลือ มูล/ขี้เลน/น�้ำ/ มูล/ของเสย/
ี
ของเสย สตว์ตำย มูล/ของเสย เป็นปุ๋ยสด เช่น โสน ถั่วพุ่ม ปอเทือง เพื่อเป็นการปรับปรุงบ�ารุงดิน เป็นต้น
ั
ี
2) การผสมผสานการเล้ยงสัตว์ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์บนหลักความ
ี
ปย บ่อหมัก กองหมัก
ุ๋
ี
ี
สัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับสัตว์ ตัวอย่างท่พบเห็นได้มาก อาทิ การเล้ยงหมู หรือ
ื
สัตว์ตระกูลเป็ดและไก่ควบคู่ไปกับการเล้ยงปลา เพ่ออาศัยมูลของสัตว์เป็น
ี
ก๊ำซชีวภำพ อาหารให้กับปลาที่เลี้ยง นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนในแง่ของอาหารปลา
แล้ว ยังเป็นการก�าจัดหรือช่วยลดมูลของสัตว์บกที่ตกค้างและอาจกลายเป็น
ั
ั
แผนผังเชื่อมโยงความสมพนธ์กิจกรรมเกษตรผสมผสาน
ปรังปรุงจากศนย์ศกษาการพฒนาห้วยฮ่องไคร้ แหล่งสะสมหรือแพร่กระจายเชื้อโรคอีกด้วย
ู
ึ
ั
อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ (2563) 3) การปลูกพืชผสมผสานกับการเล้ยงสัตว์ หากกล่าวถึงระบบเกษตร
ี
ผสมผสานท่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างระบบการพ่งพากันท่สมบูรณ์
ี
ี
ึ
ลักษณะของการผสมผสาน ระหว่างกิจกรรมการเกษตร การปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์เป็นการ
ั
ี
ในระบบการเกษตร สร้างสมดุลท้งในเชิงแร่ธาตุและพลังงานท่มีมิติความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
การผสมผสานในระบบการเกษตรไม่เพียงจากัดเฉพาะการผสมผสาน ใกล้เคียงกับธรรมชาติ โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้มาก อาทิ การเลี้ยงปลาหรือ
�
ระหว่างการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น เป็ดในนาข้าว การเลี้ยงสุกรควบคู่ไปกับการปลูกพืชผัก เป็นต้น
3 ลักษณะ ประกอบด้วย
ี
1) การผสมผสานการปลูกพืช ในลักษณะน้จะเป็นการอาศัยหลักการ
ิ
ความสัมพันธ์ระหว่างพืชแต่ละชนิด และส่งมีชีวิตหรือจุลินทรัย์ต่าง ๆ ท ่ ี
ึ
เกิดข้นในระบบนิเวศตามธรรมชาติ การทาความเข้าใจลักษณะของพืชแต่ละ
�
30 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 31
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
03
03
ศนย์เรียนร ู ้
ู
ชุมชนเกษตรผสมผสาน
พลังบวร
ในปัจจุบันชาวบ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
ิ
ี
ี
ศรสะเกษ ส่วนมากท�าเกษตรกรรมแบบปลูกพชเชงเด่ยว โดยมีอาชีพทานา
�
ื
ั
่
ื
ู
ื
เป็นหลกและรับจ้างหรือปลกพชผลอนเป็นอาชีพรอง กล่าวคือหลงทานาเสร็จ
�
ั
แล้ว ชาวบ้านมักจะท�างานรับจ้างเพ่อหาเงินมาซ้ออาหารกิน ส่วนในช่วงหน้า
ื
ื
แล้งนิยมปลูกพริกและพืชผักส่งขายตลาด ท้งน้เม่อคิดทบทวนถึงรายจ่ายท ี ่
ื
ี
ั
ชาวบ้านชบาใช้จ่ายไปทุกวัน พบว่าส่วนใหญ่ก็มาจากการซื้ออาหารกิน เช่น
ขิง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ ผักชี และผักอื่น ๆ ล้วนซื้อหมด แม้แต่ซี่โครงไก่
ี
ื
ั
ก็ต้องซ้อ ท้งน้อาหารการกินท่ซ้อน้นในความจริงแล้วชาวบ้านสามารถผลิต
ื
ี
ั
้
้
้
่
้
ไดเองอยูแลว ถาหากชาวบานปลูกผักกินเอง และเลี้ยงไกไวกินเองก็จะไดกิน
้
้
้
32 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 33
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
03
03
ศนย์เรียนร ู ้
ู
ชุมชนเกษตรผสมผสาน
พลังบวร
ในปัจจุบันชาวบ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
ิ
ี
ี
ศรสะเกษ ส่วนมากท�าเกษตรกรรมแบบปลูกพชเชงเด่ยว โดยมีอาชีพทานา
�
ื
ั
ื
่
ู
ื
เป็นหลกและรับจ้างหรือปลกพชผลอนเป็นอาชีพรอง กล่าวคือหลงทานาเสร็จ
�
ั
แล้ว ชาวบ้านมักจะท�างานรับจ้างเพ่อหาเงินมาซ้ออาหารกิน ส่วนในช่วงหน้า
ื
ื
ื
แล้งนิยมปลูกพริกและพืชผักส่งขายตลาด ท้งน้เม่อคิดทบทวนถึงรายจ่ายท ี ่
ั
ี
ชาวบ้านชบาใช้จ่ายไปทุกวัน พบว่าส่วนใหญ่ก็มาจากการซื้ออาหารกิน เช่น
ขิง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ ผักชี และผักอื่น ๆ ล้วนซื้อหมด แม้แต่ซี่โครงไก่
ี
ื
ั
ก็ต้องซ้อ ท้งน้อาหารการกินท่ซ้อน้นในความจริงแล้วชาวบ้านสามารถผลิต
ื
ี
ั
้
้
้
่
้
ไดเองอยูแลว ถาหากชาวบานปลูกผักกินเอง และเลี้ยงไกไวกินเองก็จะไดกิน
้
้
้
32 ศูนยเรียนรูชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 33
สํานักสงฆบานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ั
�
ี
ิ
ี
ไก่ท้งตัว หากเล้ยงปลาและเล้ยงหมูก็ย่งไม่ต้องซ้ออาหารกิน จึงเกิดคาถามว่า ใกล้ชิด มีความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงสามารถน�ามาปรับเปลี่ยนฟื้นฟู
ทาไมชาวบ้านถึงไม่ทาการผลิตอาหารการกินเอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ระบบคุณค่าและภูมิปัญญาดังกล่าว โดยนาบทเรียนสาคัญของการดาเนินงาน
�
�
�
�
�
ผลไม้ ไก่ ปลา หมู รวมถึงการผลิตของใช้อื่น ๆ เช่น สบู่ ยาสระผม เป็นต้น พัฒนาแนวใหม่ ท่เน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถ่น ค้นหาภูมิปัญญาชาวบ้าน
ิ
ี
ก็จะช่วยอุดรูรั่วจากรายจ่ายของครอบครัวที่เป็นภาระมากอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงได้มีการสืบค้นหาปราชญ์ผู้รู้ชาวบ้านที่มีความรู้เฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่ง
ึ
�
ผู้นาชุมชนบ้านชบาซ่งรวมถึงพระมงคลวชิรากร จึงได้คิดถึงการ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้น�า “ธรรมชาติ” แม้จะไม่มีต�าแหน่งผู้น�าทางการใด ๆ ใน
�
สนับสนุนให้ชาวบ้านชบาหันมาสนใจร่วมทาการเกษตรแบบผสมผสาน อัน หมู่บ้าน แต่ผู้นาธรรมชาติเหล่าน้จะเป็นกาลังสาคัญในการสนับสนุน
ี
�
�
�
ึ
เป็นค�าตอบที่ชาวบ้านและผู้น�าชุมชนบ้านชบาหลายคนได้กล่าวถึงว่าจะเป็น กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เรียนรู้เร่องปัญหาต่าง ๆ ท่เกิดข้นกับชาวบ้าน
ื
ี
ทางเลือกหรือทางออกที่ดี การปลูกพืชหลายอย่างไปพร้อมกัน ไม่ปลูกเพียง เรียนรู้เหตุปัจจัยของปัญหา เรียนรู้หาทางแก้ไขปัญหาเพ่อการพ่งตนเองได้
ึ
ื
พืชชนิดใดชนิดหนึ่ง มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว และมีการเลี้ยงสัตว์ ของคนในชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การท�างานใน
ี
�
�
ิ
ี
�
ควบคู่กันไปด้วยในแปลงท่ทาเกษตรและท่อยู่อาศัย โดยอาจจะทาตามแนวคิด ท้องถ่นของผู้นาธรรมชาติแต่ละคน ด้วยภูมิปัญญาท้องถ่นและด้วยการมีชาว
ิ
ั
ิ
ี
ั
�
ื
ี
ี
้
ั
ทฤษฎใหม่บนพนฐานหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง ด้วยการปรบ บ้านเป็นกาลังสาคัญและยินดีเข้าร่วมกิจกรรม แนวทางเช่นน้ของศูนย์เรียนร ู้
�
ประยุกตการทาเกษตรไปตามความเหมาะสมของสภาพพนท ชาวบานชบาก ็ จะช่วยสนับสนุนให้ชุมชนบ้านชบามีความเข้มแข็งในกระบวนการพัฒนา
ื
ี
่
้
�
้
์
ิ
จะสามารถพ่งพาตนเองได้ สามารถลดรายจ่ายและมีโอกาสจะเพ่มรายได้จาก เกษตรผสมผสาน
ึ
�
�
การขายพืชผลที่ผลิตจากแปลงเกษตรผสมผสาน บ้านชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเสมือน
ทุกวันน้ชาวบ้านชบาควรจะคิดใคร่ครวญถึงประเด็นคาถามของพระ ตัวแทนของชุมชนเกษตรในภาคอีสาน ท่ได้รับผลกระทบมากจากกระบวนการ
ี
�
ี
ุ
ี
ิ
�
มงคลวชิรากรท่ว่า “ทาไมวันน้ชาวบ้านส่วนมากถึงได้ละท้งถ่นฐานบ้านเกิด พัฒนาการเกษตรแบบทนนิยม และส่งผลให้ชาวบ้านและชุมชนอยู่ในภาวะ
ี
ิ
ั
�
ึ
ี
เดินทางเข้าเมืองกรุง ไปร่อนเร่หางานทา วิถีชีวิตเช่นน้จะช่วยให้ชาวบ้านม ี พ่งพิงระบบบริโภคนิยมท่กาลังบ่นทอนและทาลายวิถีของการพ่งตนเอง พระ
ี
ึ
�
�
่
ความเป็นอยู่ท่ดีข้นจริงหรือ หรือมีแต่จะทาให้ชาวบ้านมีชีวิตท่ยาแย่ลง ม ี มงคลวชิรากรและสานักสงฆ์บ้านชบาซ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็น
�
ี
ึ
�
ึ
ี
�
ปัญหาทั้งในด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิต แข่งขันกันหารายได้มาซื้อเขากิน ศูนย์กลางในการพัฒนาของชุมชนบ้านชบา จึงได้คิดทบทวนสถานการณ์
ึ
ั
�
ขยันอย่างไรก็ไม่ทาให้รวยข้นมาได้” เป็นการต้งคาถามมาจากความรู้ความ ปัญหาของชุมชนและส�ารวจรากฐานศักยภาพของชุมชน จนกระทั่งมองเห็น
�
เข้าใจถึงรากเหง้าปัญหาของชมชนบ้านชบา และมาจากทัศนะทวิพากษ์ แนวทางหน่งท่จะช่วยให้ชาวบ้านและชุมชนชบาหลุดพ้นจากวงจรวิกฤติทาง
ุ
ึ
ี
่
ี
วิจารณ์ต่อกระบวนการพัฒนาในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ประจาในชุมชน เศรษฐกิจ ด้วยการเสนอให้มีการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลัง
�
ั
พระมงคลวชิรากรได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและสภาพปัญหาของชุมชนอย่าง บวร เพื่อเป็นสื่อการพัฒนา (change agent) ที่จะน�าพาชาวบ้านสามารถ
34 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 35
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ั
�
ี
ิ
ี
ไก่ท้งตัว หากเล้ยงปลาและเล้ยงหมูก็ย่งไม่ต้องซ้ออาหารกิน จึงเกิดคาถามว่า ใกล้ชิด มีความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงสามารถน�ามาปรับเปลี่ยนฟื้นฟู
ทาไมชาวบ้านถึงไม่ทาการผลิตอาหารการกินเอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ระบบคุณค่าและภูมิปัญญาดังกล่าว โดยนาบทเรียนสาคัญของการดาเนินงาน
�
�
�
�
�
ผลไม้ ไก่ ปลา หมู รวมถึงการผลิตของใช้อื่น ๆ เช่น สบู่ ยาสระผม เป็นต้น พัฒนาแนวใหม่ ท่เน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถ่น ค้นหาภูมิปัญญาชาวบ้าน
ิ
ี
ก็จะช่วยอุดรูรั่วจากรายจ่ายของครอบครัวที่เป็นภาระมากอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงได้มีการสืบค้นหาปราชญ์ผู้รู้ชาวบ้านที่มีความรู้เฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่ง
ึ
�
ผู้นาชุมชนบ้านชบาซ่งรวมถึงพระมงคลวชิรากร จึงได้คิดถึงการ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้น�า “ธรรมชาติ” แม้จะไม่มีต�าแหน่งผู้น�าทางการใด ๆ ใน
�
สนับสนุนให้ชาวบ้านชบาหันมาสนใจร่วมทาการเกษตรแบบผสมผสาน อัน หมู่บ้าน แต่ผู้นาธรรมชาติเหล่าน้จะเป็นกาลังสาคัญในการสนับสนุน
ี
�
�
�
ึ
เป็นค�าตอบที่ชาวบ้านและผู้น�าชุมชนบ้านชบาหลายคนได้กล่าวถึงว่าจะเป็น กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เรียนรู้เร่องปัญหาต่าง ๆ ท่เกิดข้นกับชาวบ้าน
ื
ี
ทางเลือกหรือทางออกที่ดี การปลูกพืชหลายอย่างไปพร้อมกัน ไม่ปลูกเพียง เรียนรู้เหตุปัจจัยของปัญหา เรียนรู้หาทางแก้ไขปัญหาเพ่อการพ่งตนเองได้
ึ
ื
พืชชนิดใดชนิดหนึ่ง มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว และมีการเลี้ยงสัตว์ ของคนในชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การท�างานใน
ี
�
�
ิ
ี
�
ควบคู่กันไปด้วยในแปลงท่ทาเกษตรและท่อยู่อาศัย โดยอาจจะทาตามแนวคิด ท้องถ่นของผู้นาธรรมชาติแต่ละคน ด้วยภูมิปัญญาท้องถ่นและด้วยการมีชาว
ิ
ั
ิ
ี
ั
�
ื
ี
ี
้
ั
ทฤษฎใหม่บนพนฐานหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง ด้วยการปรบ บ้านเป็นกาลังสาคัญและยินดีเข้าร่วมกิจกรรม แนวทางเช่นน้ของศูนย์เรียนร ู้
�
ประยุกตการทาเกษตรไปตามความเหมาะสมของสภาพพนท ชาวบานชบาก ็ จะช่วยสนับสนุนให้ชุมชนบ้านชบามีความเข้มแข็งในกระบวนการพัฒนา
ื
ี
่
้
�
้
์
ิ
จะสามารถพ่งพาตนเองได้ สามารถลดรายจ่ายและมีโอกาสจะเพ่มรายได้จาก เกษตรผสมผสาน
ึ
�
�
การขายพืชผลที่ผลิตจากแปลงเกษตรผสมผสาน บ้านชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเสมือน
ทุกวันน้ชาวบ้านชบาควรจะคิดใคร่ครวญถึงประเด็นคาถามของพระ ตัวแทนของชุมชนเกษตรในภาคอีสาน ท่ได้รับผลกระทบมากจากกระบวนการ
ี
�
ี
ุ
ี
ิ
�
มงคลวชิรากรท่ว่า “ทาไมวันน้ชาวบ้านส่วนมากถึงได้ละท้งถ่นฐานบ้านเกิด พัฒนาการเกษตรแบบทนนิยม และส่งผลให้ชาวบ้านและชุมชนอยู่ในภาวะ
ี
ิ
ั
�
ึ
ี
เดินทางเข้าเมืองกรุง ไปร่อนเร่หางานทา วิถีชีวิตเช่นน้จะช่วยให้ชาวบ้านม ี พ่งพิงระบบบริโภคนิยมท่กาลังบ่นทอนและทาลายวิถีของการพ่งตนเอง พระ
ี
ึ
�
�
่
ความเป็นอยู่ท่ดีข้นจริงหรือ หรือมีแต่จะทาให้ชาวบ้านมีชีวิตท่ยาแย่ลง ม ี มงคลวชิรากรและสานักสงฆ์บ้านชบาซ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็น
�
ี
ึ
�
ึ
ี
�
ปัญหาทั้งในด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิต แข่งขันกันหารายได้มาซื้อเขากิน ศูนย์กลางในการพัฒนาของชุมชนบ้านชบา จึงได้คิดทบทวนสถานการณ์
ึ
ั
�
ขยันอย่างไรก็ไม่ทาให้รวยข้นมาได้” เป็นการต้งคาถามมาจากความรู้ความ ปัญหาของชุมชนและส�ารวจรากฐานศักยภาพของชุมชน จนกระทั่งมองเห็น
�
เข้าใจถึงรากเหง้าปัญหาของชมชนบ้านชบา และมาจากทัศนะทวิพากษ์ แนวทางหน่งท่จะช่วยให้ชาวบ้านและชุมชนชบาหลุดพ้นจากวงจรวิกฤติทาง
ุ
ึ
ี
่
ี
วิจารณ์ต่อกระบวนการพัฒนาในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ประจาในชุมชน เศรษฐกิจ ด้วยการเสนอให้มีการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลัง
�
ั
พระมงคลวชิรากรได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและสภาพปัญหาของชุมชนอย่าง บวร เพื่อเป็นสื่อการพัฒนา (change agent) ที่จะน�าพาชาวบ้านสามารถ
34 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 35
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ี
�
ลดละการยึดติดกับกระแสบริโภคนิยมท่กาลังครอบงาชุมชนบ้านชบาอย่าง แนวคิดการด�าเนินกิจกรรม
ี
ยากจะหลีกเล่ยงได้ ด้วยหวังผลให้ชาวบ้านและชุมชนบ้านชบาสามารถฟื้นฟ ู ของศูนย์เรียนรู้
้
ู
ั
ี
ิ
ี
ุ
วิถีการพึ่งตนเอง การแบ่งปัน และการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังที่เคย กระบวนการพฒนาท่ควรจะเกดขึนในศนย์เรยนร้ชมชนเกษตรผสม
ู
ี
�
ี
ู
เป็นอย่มาเป็นเวลานาน ให้กลับมาเป็นวิถีการผลิตท่จะช่วยให้ชาวบ้าน ผสานพลังบวร สานักสงฆ์บ้านชบา คือเป็นการเรียนรู้จริงเก่ยวกับการวิถ ี
สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง อยู่เย็นเป็นสุข และมีสุขภาวะที่ดี ด�าเนินชีวิต (การท�ามาหากิน ความสัมพันธ์ทางสังคม การเป็นอยู่ร่วมกันใน
ึ
ั
ึ
ี
ี
ี
ุ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรซ่งจะจัดต้งข้นท่ส�านักสงฆ์ ชมชน) และเป็นการเรยนรู้ด้านการเกษตรผสทผสานท่จะช่วยให้ชาวบ้าน
ี
�
ี
ึ
ั
บ้านชบา มีวัตถุประสงค์ที่ส�าคัญ 5 ประการ คือ สามารถพ่งพาตนเองได้ ท้งน้แนวคิดของศูนย์เรียนรู้ท่มีต่อดาเนินกิจกรรมใน
ื
็
่
ั
ุ
ื
1) สนับสนุนกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน เพ่อ ชมชนบานชบาได้ปรบเปลยนจากวถของงานสงเคราะหชวยเหลอมาเปนงาน
ี
ิ
ี
์
ี
้
่
�
ิ
ค้นหาศักยภาพและทุนทางสังคมท่จะสามารถนามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบ พฒนา โดยเน้นการดาเนนกิจกรรมทเน้นแนวทางการพัฒนา “สังคม
�
ั
ี
ี
่
ื
พึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา วัฒนธรรม” มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาบนพ้นฐาน
ี
2) ส่งเสริมการพัฒนาเกษตรผสมผสาน ให้เป็นวิถีการผลิตท่นอกจาก ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้องถ่น เน้นท่กระบวนการเรียนรู้วิถีการ
ี
ิ
ู
ุ
ื
ิ
จะช่วยลดปัญหาการผลิตและปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนแล้ว ยังจะนาไปสู่ อย่ร่วมกนแบบแบ่งปันและช่วยเหลอเกอกลมากกว่าม่งไปพฒนาเศรษฐกจ
้
ู
ั
ั
ื
�
ี
วิถีแห่งการพึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา เพ่อความรารวย การเรียนรู้ท่มีฐานอยู่ท่ภูมิปัญญาท้องถ่นจะช่วยเสริม
ิ
่
�
ี
ื
3) สร้างความเข้มแขงให้ชุมชนและสร้างความเข้มแขงให้การเกษตร กระบวนการพัฒนาข้นมาจาก “รากเหง้า” ของชุมชนเอง แต่การพัฒนาแนว
็
็
ึ
ึ
ื
ของชุมชน เพ่อลดการพ่งพาหน่วยงานหรือองค์กรจากภายนอกชุมชน ท้ง นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพียงแต่จะให้ความส�าคัญ
ั
หน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชน กับวัฒนธรรมของชุมชนเป็นอันดับแรก
ี
�
ี
ั
4) สร้างเสริมชุมชนบ้านชบาให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางกาย ทางจิตใจ ดังน้นศูนย์เรียนรู้ท่จัดต้งจะให้ความสาคัญมากท่สุดกับกระบวนการ
ั
ทางสังคม และทางปัญญา โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและ แลกเปล่ยนและเรียนรู้ของชาวบ้านและผู้นาชุมชน เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ี
�
ผู้น�าชุมชนเป็นพื้นฐานส�าคัญในการพัฒนาชุมชน ของชุมชน การรู้จักตนเอง ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยโครงการพัฒนาที่น�าเสนอมาจาก
5) สร้างเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการแบบ “บวร” ของ ภายนอกชุมชนเหมือนเมื่อก่อน แต่อาศัยวิธีการที่ไม่ยัดเยียดอะไรให้กับชาว
ั
�
ี
ี
ทุกภาคส่วน ท้งบ้านหรือชุมชน วัด และหน่วยงานราชการในระดับอาเภอ บ้าน เพียงแต่ประสานให้เกิดการแลกเปล่ยนความรู้กันในรูปแบบท่ยอมรับ
ี
และท้องถิ่น กันได้ รวมถึงการให้ผู้อาวุโสในชุมชนท่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและ
ั
ี
ชุมชนมาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ท้งท่เป็นของเก่าและของใหม่ให้ชาวบ้าน
36 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 37
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ี
�
ลดละการยึดติดกับกระแสบริโภคนิยมท่กาลังครอบงาชุมชนบ้านชบาอย่าง แนวคิดการด�าเนินกิจกรรม
ี
ยากจะหลีกเล่ยงได้ ด้วยหวังผลให้ชาวบ้านและชุมชนบ้านชบาสามารถฟื้นฟ ู ของศูนย์เรียนรู้
้
ู
ั
ี
ิ
ี
ุ
วิถีการพึ่งตนเอง การแบ่งปัน และการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังที่เคย กระบวนการพฒนาท่ควรจะเกดขึนในศนย์เรยนร้ชมชนเกษตรผสม
ู
ี
�
ี
ู
เป็นอย่มาเป็นเวลานาน ให้กลับมาเป็นวิถีการผลิตท่จะช่วยให้ชาวบ้าน ผสานพลังบวร สานักสงฆ์บ้านชบา คือเป็นการเรียนรู้จริงเก่ยวกับการวิถ ี
สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง อยู่เย็นเป็นสุข และมีสุขภาวะที่ดี ด�าเนินชีวิต (การท�ามาหากิน ความสัมพันธ์ทางสังคม การเป็นอยู่ร่วมกันใน
ึ
ั
ึ
ี
ี
ี
ุ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรซ่งจะจัดต้งข้นท่ส�านักสงฆ์ ชมชน) และเป็นการเรยนรู้ด้านการเกษตรผสทผสานท่จะช่วยให้ชาวบ้าน
ี
�
ี
ึ
ั
บ้านชบา มีวัตถุประสงค์ที่ส�าคัญ 5 ประการ คือ สามารถพ่งพาตนเองได้ ท้งน้แนวคิดของศูนย์เรียนรู้ท่มีต่อดาเนินกิจกรรมใน
ื
็
่
ั
ุ
ื
1) สนับสนุนกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน เพ่อ ชมชนบานชบาได้ปรบเปลยนจากวถของงานสงเคราะหชวยเหลอมาเปนงาน
ี
ิ
ี
์
ี
้
่
�
ิ
ค้นหาศักยภาพและทุนทางสังคมท่จะสามารถนามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบ พฒนา โดยเน้นการดาเนนกิจกรรมทเน้นแนวทางการพัฒนา “สังคม
�
ั
ี
ี
่
ื
พึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา วัฒนธรรม” มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาบนพ้นฐาน
ี
2) ส่งเสริมการพัฒนาเกษตรผสมผสาน ให้เป็นวิถีการผลิตท่นอกจาก ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้องถ่น เน้นท่กระบวนการเรียนรู้วิถีการ
ี
ิ
ู
ุ
ื
ิ
จะช่วยลดปัญหาการผลิตและปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนแล้ว ยังจะนาไปสู่ อย่ร่วมกนแบบแบ่งปันและช่วยเหลอเกอกลมากกว่าม่งไปพฒนาเศรษฐกจ
้
ู
ั
ั
ื
�
ี
วิถีแห่งการพึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา เพ่อความรารวย การเรียนรู้ท่มีฐานอยู่ท่ภูมิปัญญาท้องถ่นจะช่วยเสริม
ิ
่
�
ี
ื
3) สร้างความเข้มแขงให้ชุมชนและสร้างความเข้มแขงให้การเกษตร กระบวนการพัฒนาข้นมาจาก “รากเหง้า” ของชุมชนเอง แต่การพัฒนาแนว
็
็
ึ
ึ
ื
ของชุมชน เพ่อลดการพ่งพาหน่วยงานหรือองค์กรจากภายนอกชุมชน ท้ง นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพียงแต่จะให้ความส�าคัญ
ั
หน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชน กับวัฒนธรรมของชุมชนเป็นอันดับแรก
ี
�
ี
ั
4) สร้างเสริมชุมชนบ้านชบาให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางกาย ทางจิตใจ ดังน้นศูนย์เรียนรู้ท่จัดต้งจะให้ความสาคัญมากท่สุดกับกระบวนการ
ั
ทางสังคม และทางปัญญา โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและ แลกเปล่ยนและเรียนรู้ของชาวบ้านและผู้นาชุมชน เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ี
�
ผู้น�าชุมชนเป็นพื้นฐานส�าคัญในการพัฒนาชุมชน ของชุมชน การรู้จักตนเอง ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยโครงการพัฒนาที่น�าเสนอมาจาก
5) สร้างเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการแบบ “บวร” ของ ภายนอกชุมชนเหมือนเมื่อก่อน แต่อาศัยวิธีการที่ไม่ยัดเยียดอะไรให้กับชาว
ั
�
ี
ี
ทุกภาคส่วน ท้งบ้านหรือชุมชน วัด และหน่วยงานราชการในระดับอาเภอ บ้าน เพียงแต่ประสานให้เกิดการแลกเปล่ยนความรู้กันในรูปแบบท่ยอมรับ
ี
และท้องถิ่น กันได้ รวมถึงการให้ผู้อาวุโสในชุมชนท่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและ
ั
ี
ชุมชนมาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ท้งท่เป็นของเก่าและของใหม่ให้ชาวบ้าน
36 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 37
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
การแลกเปล่ยนความรู้และประสบการณ์จะเน้นการให้ความสาคัญของการ ชุมชน คือ หมู่บ้านและชาวบ้าน สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นส�าคัญคือการเรียนรู้ที่
ี
ุ
้
ั
้
ั
ั
�
ึ
ี
่
เรียนรู้ร่วมกัน การแบ่งปันประสบการณ์ แต่ละคนท่เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก เกดขนจะเป็นการสร้างแรงบนดาลใจ ซงครอบคลมทงกาลงใจและปัญญาท ี ่
ึ
ิ
หรือมาร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้รับอย่างเดียวแต่เป็นผู้ให้ จะช่วยให้เกิดพลังในการทางาน และเป็นกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ซ่ง
ึ
ี
�
่
่
ี
่
ั
้
ด้วย ได้ร่วมกันเรียนรู้และรับความรู้ทาการเกษตรต่าง ๆ ท่สนใจ และในเวลา ไมคอยจะพบเห็นไดในปจจุบัน กลาวคือเปนกระบวนการเรียนรูที่มีทั้ง “การ
้
็
ิ
เดียวกันก็เป็นการเพ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทาเกษตรผสมผสาน ศึกษาดูงาน” ในพ้นท่ของสมาชิกและเป็นการเย่ยมเยียนเพ่อให้กาลังใจแก่
�
ื
ี
ื
�
ี
ื
ี
ุ
ู
ู
ิ
ของแต่ละคนไปด้วย ท่สาคญทสดกิจกรรมของศนย์เรียนร้จะช่วยให้เกด สมาชิกท่ร่วมขับเคล่อนกิจกรรมเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมการผลิตเพ่อ
ื
�
ี
ี
ั
่
กระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอด และการสืบทอดความรู้ อันเป็นส่วนหนึ่ง การพึ่งตนเองของชาวบ้าน
�
ิ
ี
ของภูมิปัญญาท้องถ่น ชาวบ้านชบาจะได้ภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถ่นของ นอกจากน้การทางานของศูนย์เรียนรู้ยังมีเป้าหมายท่ต้องการจะ
ี
ิ
ึ
ึ
�
�
่
้
ี
ี
ิ
้
ี
ี
ิ
่
ี
ตนเอง เพราะในอดตชาวบานชบาเคยมวถชวตทสามารถพงตนเองได เคยทา ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาจากผู้รู้ไปสู่ลูกหลาน ซ่งจะสามารถนาไป
ึ
มาหากินเป็นตัวของตัวเอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน เมื่อเหลือแล้วจึง ประยุกต์ใช้เพ่อการพ่งตนเองได้สืบต่อไปในอนาคต ดังน้นจึงเน้นการถ่ายทอด
ั
ื
ขายเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัว วิชาความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับสนับสนุนให้สมาชิกมีโอกาสไป
ี
ื
�
ิ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเป็น “เวทีการเรียนรู้” ศึกษาดูงานในท่ต่าง ๆ เพ่อให้ชาวบ้านและสมาชิกได้ริเร่มทาเกษตรผสมผสาน
ท่ชาวบ้านและผู้นาได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ทาให้เกิดความเช่อม่น ในที่นาของตนเองและขยายออกไปเรื่อย ๆ จนครอบคลุมทั้งชุมชนบ้านชบา
�
ี
�
ี
ั
ื
ว่าชาวบ้านสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ โดยร่วมกันวางแผนในการท�า และขยายไปสู่ชุมชนใกล้เคียงในอาเภอเมืองจันทร์ โดยอาจเร่มต้นด้วยวิธีการ
ิ
�
เกษตรผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัว เพ่อให้มีชีวิต ง่าย ๆ คือ ชาวบ้านผ่านมาเห็นแล้วรู้สึกสนใจ และขอให้ไปบอกไปสอน ไป
ื
ื
แบบพอเพียง เลิกคิดหวังเพียงความรารวยอย่างท่เคยฝันกันมานานและล้ม แนะนาเพ่อลงมือปฏิบัติ ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็สามารถแวะเวียนมาขอคา
�
�
ื
�
ี
่
ื
เหลวมาตลอด มีการเรียนรู้เร่องเน้อหาและวิธีการในการทามาหากินใน แนะน�าจากผู้น�า ชาวบ้าน และสมาชิกคนอื่น ๆ ที่บ้านชบา แนวทางเช่นนี้
�
ื
ลักษณะต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้อง เป็นกุศโลบายในการพัฒนาเกษตรผสมผสานแบบพึ่งตนเอง ที่ศูนย์เรียนรู้จะ
ื
ถ่น มีการแบ่งปันพันธุ์พืชพ้นบ้าน พันธุ์สัตว์ และมีการผลิตสินค้าพ้นบ้าน เพ่อ นามาใช้กับชาวบ้านชบา เพ่อให้ชาวบ้านสามารถทาการเกษตรผสมผสาน
ื
ิ
�
ื
ื
�
ช่วยเหลือกันและเกื้อกูลกันตามก�าลังความสามารถของคนในชุมชนเอง และเรียนรู้เร่องการพ่งตนเอง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนท่จะร่วมกันทากิจกรรม
ึ
�
ื
ี
รูปแบบการทางานเป็นศูนย์เรียนรู้จะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อการพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้ยังอาจจะมีกิจกรรมเสริมร่วมกับ
�
ชาวบ้านในท้องถิ่น โดยยึดเอาแนวคิดและอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงเป็น ชาวบ้านได้หลายอย่าง เช่น มีการทอดผ้าป่าข้าว จัดท�ากองทุนหมู่บ้านเพื่อ
ส่อกลาง เพ่อเช่อมความสัมพันธ์กันเป็นขบวนการสืบทอดจิตวิญญาณของ การพึ่งตนเองในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น
ื
ื
ื
38 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 39
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
การแลกเปล่ยนความรู้และประสบการณ์จะเน้นการให้ความสาคัญของการ ชุมชน คือ หมู่บ้านและชาวบ้าน สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นส�าคัญคือการเรียนรู้ที่
�
ุ
้
ั
้
ั
ั
�
ี
ิ
่
เรียนรู้ร่วมกัน การแบ่งปันประสบการณ์ แต่ละคนท่เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก เกดขนจะเป็นการสร้างแรงบนดาลใจ ซงครอบคลมทงกาลงใจและปัญญาท ี ่
ึ
ึ
หรือมาร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้รับอย่างเดียวแต่เป็นผู้ให้ จะช่วยให้เกิดพลังในการทางาน และเป็นกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ซ่ง ึ
ี
�
่
่
ี
่
ั
้
้
ด้วย ได้ร่วมกันเรียนรู้และรับความรู้ทาการเกษตรต่าง ๆ ท่สนใจ และในเวลา ไมคอยจะพบเห็นไดในปจจุบัน กลาวคือเปนกระบวนการเรียนรูที่มีทั้ง “การ
็
ิ
�
เดียวกันก็เป็นการเพ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทาเกษตรผสมผสาน ศึกษาดูงาน” ในพ้นท่ของสมาชิกและเป็นการเย่ยมเยียนเพ่อให้กาลังใจแก่
ื
�
ี
ื
ี
ของแต่ละคนไปด้วย ท่สาคญทสดกิจกรรมของศนย์เรียนร้จะช่วยให้เกด สมาชิกท่ร่วมขับเคล่อนกิจกรรมเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมการผลิตเพ่อ
ี
ุ
ู
ู
ิ
ื
่
ื
�
ี
ั
ี
กระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอด และการสืบทอดความรู้ อันเป็นส่วนหนึ่ง การพึ่งตนเองของชาวบ้าน
�
ี
ิ
ของภูมิปัญญาท้องถ่น ชาวบ้านชบาจะได้ภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถ่นของ นอกจากน้การทางานของศูนย์เรียนรู้ยังมีเป้าหมายท่ต้องการจะ
ิ
ี
ึ
�
�
้
ึ
่
ิ
ี
ี
้
ี
ี
ี
่
ิ
ตนเอง เพราะในอดตชาวบานชบาเคยมวถชวตทสามารถพงตนเองได เคยทา ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาจากผู้รู้ไปสู่ลูกหลาน ซ่งจะสามารถนาไป
ึ
ื
มาหากินเป็นตัวของตัวเอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน เมื่อเหลือแล้วจึง ประยุกต์ใช้เพ่อการพ่งตนเองได้สืบต่อไปในอนาคต ดังน้นจึงเน้นการถ่ายทอด
ั
ขายเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัว วิชาความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับสนับสนุนให้สมาชิกมีโอกาสไป
ี
ื
�
ิ
ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเป็น “เวทีการเรียนรู้” ศึกษาดูงานในท่ต่าง ๆ เพ่อให้ชาวบ้านและสมาชิกได้ริเร่มทาเกษตรผสมผสาน
ท่ชาวบ้านและผู้นาได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ทาให้เกิดความเช่อม่น ในที่นาของตนเองและขยายออกไปเรื่อย ๆ จนครอบคลุมทั้งชุมชนบ้านชบา
ี
�
ี
�
ื
ั
ิ
�
ว่าชาวบ้านสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ โดยร่วมกันวางแผนในการท�า และขยายไปสู่ชุมชนใกล้เคียงในอาเภอเมืองจันทร์ โดยอาจเร่มต้นด้วยวิธีการ
เกษตรผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัว เพ่อให้มีชีวิต ง่าย ๆ คือ ชาวบ้านผ่านมาเห็นแล้วรู้สึกสนใจ และขอให้ไปบอกไปสอน ไป
ื
ื
แบบพอเพียง เลิกคิดหวังเพียงความรารวยอย่างท่เคยฝันกันมานานและล้ม แนะนาเพ่อลงมือปฏิบัติ ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็สามารถแวะเวียนมาขอคา
�
ี
�
�
่
ื
เหลวมาตลอด มีการเรียนรู้เร่องเน้อหาและวิธีการในการทามาหากินใน แนะน�าจากผู้น�า ชาวบ้าน และสมาชิกคนอื่น ๆ ที่บ้านชบา แนวทางเช่นนี้
�
ื
ื
ลักษณะต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้อง เป็นกุศโลบายในการพัฒนาเกษตรผสมผสานแบบพึ่งตนเอง ที่ศูนย์เรียนรู้จะ
ถ่น มีการแบ่งปันพันธุ์พืชพ้นบ้าน พันธุ์สัตว์ และมีการผลิตสินค้าพ้นบ้าน เพ่อ นามาใช้กับชาวบ้านชบา เพ่อให้ชาวบ้านสามารถทาการเกษตรผสมผสาน
ื
�
ื
ื
ื
�
ิ
ึ
�
ช่วยเหลือกันและเกื้อกูลกันตามก�าลังความสามารถของคนในชุมชนเอง และเรียนรู้เร่องการพ่งตนเอง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนท่จะร่วมกันทากิจกรรม
ื
ี
รูปแบบการทางานเป็นศูนย์เรียนรู้จะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อการพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้ยังอาจจะมีกิจกรรมเสริมร่วมกับ
�
ชาวบ้านในท้องถิ่น โดยยึดเอาแนวคิดและอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงเป็น ชาวบ้านได้หลายอย่าง เช่น มีการทอดผ้าป่าข้าว จัดท�ากองทุนหมู่บ้านเพื่อ
ส่อกลาง เพ่อเช่อมความสัมพันธ์กันเป็นขบวนการสืบทอดจิตวิญญาณของ การพึ่งตนเองในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น
ื
ื
ื
38 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 39
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ศูนย์เรียนรู้นี้จะเน้นการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตนเอง มี และกัน ด้วยเหตุน้จึงเป็นวิธีการทางานท่ประสานสัมพันธ์ผู้คนเข้าด้วยกัน โดย
ี
�
ี
การเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน องค์กรชุมชน การถ่ายทอดให้เด็กเยาวชนในท้อง วิธีการคัดสรรแบบธรรมชาติ คือเอาคนท่เห็นพ้องต้องกันในแนวทางปฏิบัต ิ
ี
ถ่น โดยมีจุดมุ่งหมายถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถ่นให้ชาวไร่ชาวนาสามารถ และในการทามาหากินมาร่วมกันเป็นองค์กรท่เรียกกันว่าศูนย์เรียนรู้ โดยม ี
ิ
�
ิ
ี
พึ่งพาตนเองให้ได้ วางเป้าหมายไว้ให้มีการท�านา ผลูกพืชผัก และปลูกไม้ผล จดมงหมายสาคญเพยงเพอใหเกดการเรยนรรวมกัน จัดการทรพยากรทมรวม
้
ู
ุ
ี
่
�
ั
ุ
้
ิ
่
ื
่
่
ั
ี
่
ี
�
รวมถึงมีการขุดบ่อน�้าเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ขุดสระน�้าเพื่อเลี้ยง กัน แบ่งปันทรัพยากรเท่าท่จะทาได้ และลงทุนดาเนินกิจกรรมร่วมกันตาม
ี
�
ปลา มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค และการท�าผลิตภัณฑ์อื่นตามศักยภาพ ความเหมาะสม ประเด็นที่ส�าคัญที่สุดในศูนย์เรียนรู้คือเน้นกระบวนการแลก
ิ
�
ี
ี
�
ของชาวบ้านและชุมชน ศูนย์เรียนรู้นอกจากจะเป็นเวทีท่ผู้นาชุมชนและชาว เปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพราะทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่ามีความจาเป็นอย่างย่งท ี ่
บ้านจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังช่วยกันผนึกก�าลังร่วมกันคิดหา ชาวบ้านจะต้องเรยนร้ ชาวบ้านอาจจะมภมปัญญา แต่ไม่ได้มทกคน
ี
ุ
ิ
ี
ู
ี
ู
ื
ื
ทางออกเพ่อชุมชนและเพ่อสังคมโดยรวม การสร้างศูนย์เรียนรู้จึงเป็นยุทธวิธ ี ภูมิปัญญาที่บางคนมีไม่ได้แบ่งปันให้คนอื่น ความรู้อื่น ๆ ทั้งในท้องถิ่นและ
ี
ท่จะสร้างการปรับเปล่ยนจากวิถีชีวิตและแนวทางเดิมของการพัฒนาชุมชน จากท่อ่น หรือความรู้สากล ก็มีมากมายท่ชาวบ้านไม่รู้ ไม่มีโอกาสได้รับรู้
ี
ี
ื
ี
ื
ั
ี
ี
�
ท่ทาให้ในช่วงหลายทศวรรษท่ผ่านมาชาวบ้านชบายังคงยากจนร่อยมา ท้งท ี ่ ข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นความรู้
มีการระดมทรัพยากร โครงการ และกองทุนต่าง ๆ เข้าไปมากมาย
�
การดาเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเน้น
กระบวนการแบบ “ธรรมชาติ” โดยเริ่มจาก “ความสัมพันธ์” ของผู้น�าและ ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้
ชาวบ้านในการทางานเป็นภาคีเครือข่ายท่มุ่งเน้นการพยายามหาทางพ่ง ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
ึ
�
ี
ี
ี
ี
ตนเองให้มากท่สุด ไม่ได้รวมตัวกันเพ่อมุ่งหวังความช่วยเหลือจากภายนอก หลังจากท่มีการจัดประชุมแลกเปล่ยนความคิดเห็นระหว่างพระมงคล
ื
�
แต่เพ่อช่วยเหลือกันเองเป็นหลัก หรือควรจะเลือกรับความช่วยเหลือจาก วชิรากร คณะทางาน ผู้นาชุมชน และชาวบ้านชบาบางคน การจัดต้งศูนย์
ื
�
ั
�
ภายนอกในขอบเขตท่ไม่กระทบต่อวิถีการพ่งตนเองของชาวบ้านและชุมชน เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะดาเนินการเป็นลาดับข้น ดังราย
ึ
ี
�
ั
ึ
ศูนย์เรียนรู้จะช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้มีศักยภาพในการพ่งพาตนเอง ม ี ละเอียดต่อไปนี้
ั
ึ
ี
แนวทางเอ้อให้ผู้คนพ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันและกันให้มากท่สุด เน้นระบบ 1. ศกษำสภำพปญหำและควำมต้องกำรของชุมชน
ึ
ื
ความสัมพันธ์แบบเป็นพ่เป็นน้อง ช่วยเหลือกันและกัน เป็นระบบความ การขับเคล่อนศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลงบวรจะเรมต้น
ื
ู
่
ิ
ั
ี
ี
�
ี
ี
สัมพันธ์ท่ไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์ท่เคร่งครัด และไม่ได้สัมพันธ์กันตามฐานะ ด้วยกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นาชุมชนและชาวบ้านชบา โดย
�
้
ื
์
ั
ื
่
ั
้
ั
ื
ิ
ทางเศรษฐกจหรอสงคม แตสมพนธกนบนพนฐานความตองการชวยเหลอกน มีพระมงคลวชิรากรเป็นผู้ดาเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคณะทางาน
�
ั
่
ั
40 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 41
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ี
ศูนย์เรียนรู้นี้จะเน้นการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตนเอง มี และกัน ด้วยเหตุน้จึงเป็นวิธีการทางานท่ประสานสัมพันธ์ผู้คนเข้าด้วยกัน โดย
ี
�
ี
การเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน องค์กรชุมชน การถ่ายทอดให้เด็กเยาวชนในท้อง วิธีการคัดสรรแบบธรรมชาติ คือเอาคนท่เห็นพ้องต้องกันในแนวทางปฏิบัต ิ
ี
ถ่น โดยมีจุดมุ่งหมายถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถ่นให้ชาวไร่ชาวนาสามารถ และในการทามาหากินมาร่วมกันเป็นองค์กรท่เรียกกันว่าศูนย์เรียนรู้ โดยม ี
ิ
�
ิ
ี
พึ่งพาตนเองให้ได้ วางเป้าหมายไว้ให้มีการท�านา ผลูกพืชผัก และปลูกไม้ผล จดมงหมายสาคญเพยงเพอใหเกดการเรยนรรวมกัน จัดการทรพยากรทมรวม
้
ู
ุ
ี
่
�
ั
ุ
้
ิ
่
ื
่
่
ั
ี
่
ี
�
รวมถึงมีการขุดบ่อน�้าเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ขุดสระน�้าเพื่อเลี้ยง กัน แบ่งปันทรัพยากรเท่าท่จะทาได้ และลงทุนดาเนินกิจกรรมร่วมกันตาม
ี
�
ปลา มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค และการท�าผลิตภัณฑ์อื่นตามศักยภาพ ความเหมาะสม ประเด็นที่ส�าคัญที่สุดในศูนย์เรียนรู้คือเน้นกระบวนการแลก
ิ
�
ี
ี
�
ของชาวบ้านและชุมชน ศูนย์เรียนรู้นอกจากจะเป็นเวทีท่ผู้นาชุมชนและชาว เปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพราะทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่ามีความจาเป็นอย่างย่งท ี ่
บ้านจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังช่วยกันผนึกก�าลังร่วมกันคิดหา ชาวบ้านจะต้องเรยนร้ ชาวบ้านอาจจะมภมปัญญา แต่ไม่ได้มทกคน
ี
ุ
ิ
ี
ู
ี
ู
ื
ื
ทางออกเพ่อชุมชนและเพ่อสังคมโดยรวม การสร้างศูนย์เรียนรู้จึงเป็นยุทธวิธ ี ภูมิปัญญาที่บางคนมีไม่ได้แบ่งปันให้คนอื่น ความรู้อื่น ๆ ทั้งในท้องถิ่นและ
ี
ท่จะสร้างการปรับเปล่ยนจากวิถีชีวิตและแนวทางเดิมของการพัฒนาชุมชน จากท่อ่น หรือความรู้สากล ก็มีมากมายท่ชาวบ้านไม่รู้ ไม่มีโอกาสได้รับรู้
ี
ี
ื
ี
ื
ั
ี
ี
�
ท่ทาให้ในช่วงหลายทศวรรษท่ผ่านมาชาวบ้านชบายังคงยากจนร่อยมา ท้งท ี ่ ข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นความรู้
มีการระดมทรัพยากร โครงการ และกองทุนต่าง ๆ เข้าไปมากมาย
�
การดาเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเน้น
กระบวนการแบบ “ธรรมชาติ” โดยเริ่มจาก “ความสัมพันธ์” ของผู้น�าและ ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้
ชาวบ้านในการทางานเป็นภาคีเครือข่ายท่มุ่งเน้นการพยายามหาทางพ่ง ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
ึ
�
ี
ี
ี
ี
ตนเองให้มากท่สุด ไม่ได้รวมตัวกันเพ่อมุ่งหวังความช่วยเหลือจากภายนอก หลังจากท่มีการจัดประชุมแลกเปล่ยนความคิดเห็นระหว่างพระมงคล
ื
ื
แต่เพ่อช่วยเหลือกันเองเป็นหลัก หรือควรจะเลือกรับความช่วยเหลือจาก วชิรากร คณะทางาน ผู้นาชุมชน และชาวบ้านชบาบางคน การจัดต้งศูนย์
�
�
ั
�
ึ
ภายนอกในขอบเขตท่ไม่กระทบต่อวิถีการพ่งตนเองของชาวบ้านและชุมชน เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะดาเนินการเป็นลาดับข้น ดังราย
ี
ั
�
ึ
ศูนย์เรียนรู้จะช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้มีศักยภาพในการพ่งพาตนเอง ม ี ละเอียดต่อไปนี้
ั
ึ
ี
แนวทางเอ้อให้ผู้คนพ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันและกันให้มากท่สุด เน้นระบบ 1. ศกษำสภำพปญหำและควำมต้องกำรของชุมชน
ึ
ื
ความสัมพันธ์แบบเป็นพ่เป็นน้อง ช่วยเหลือกันและกัน เป็นระบบความ การขับเคล่อนศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลงบวรจะเรมต้น
ื
ู
่
ิ
ั
ี
ี
�
ี
ี
สัมพันธ์ท่ไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์ท่เคร่งครัด และไม่ได้สัมพันธ์กันตามฐานะ ด้วยกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นาชุมชนและชาวบ้านชบา โดย
�
้
ื
์
ั
ื
่
ั
้
ั
ื
ิ
ทางเศรษฐกจหรอสงคม แตสมพนธกนบนพนฐานความตองการชวยเหลอกน มีพระมงคลวชิรากรเป็นผู้ดาเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคณะทางาน
�
ั
่
ั
40 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 41
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ึ
ี
ื
โครงการเป็นผู้สนับสนุน เพ่อค้นหาข้อสรุปบทเรียนจากประสบการณ์การ พ่งตนเองของชุมชน โดยแยกออกเป็น 6 ประเด็นท่ครอบคลุมถึงแนวทางการ
ึ
ั
ท�างานพัฒนาของกลุ่ม/องค์กรในชุมชน ของผู้น�าชุมชนและชาวบ้าน ตลอด พ่งตนเองของชุมชน คือ การเกษตรผสมผสานอย่างย่งยืน สภาพแวดล้อม
ี
ี
จนผลกระทบจากการพัฒนาชุมชนในช่วงระยะเวลา 20 ปีท่ผ่านมา เพ่อท่จะ ชุมชน สุขภาวะชุมชน ธุรกิจชุมชน กองทุนและสวัสดิการชุมชน และการเรียน
ื
ี
ได้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน อันเป็นข้อมูลท่จะใช้ รู้ภูมิปัญญาชุมชน ซึ่งจะจัดท�าเป็นชุดความรู้เผยแพร่ไว้ที่ส�านักสงฆ์บ้านชบา
�
ึ
ื
ื
ื
ึ
กาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพ่อการพ่งพา เพ่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้เร่องเกษตรผสมผสานและเกษตรพ่ง
�
ตนเองได้ของชุมชน หลักการสาคัญของกระบวนการน้คือการค้นหาปัญหา ตนเอง รวมถงกาหนดแนวทางการจดทาห้องปฏบตการเรยนร้ดงานการทา
ิ
�
ึ
ี
ั
�
ิ
ู
ู
ี
ั
�
ี
ั
ู
ี
ู
และความต้องการของชมชน เป็นการเรยนร้จากฐานข้อมลการพฒนาใน เกษตรผสมผสานท่แปลงเกษตรผสมผสานของนายวันทอง หนองหงอก ผู้ใหญ่
ุ
ิ
�
่
้
ึ
ั
้
ชมชน จงตองเรมตนจากการศกษาและสารวจสภาพปญหาและความตองการ บ้านชบา และแปลงเกษตรผสมผสานของนายเคลือบ จันทภักดิ์ นอกจากนี้
้
ึ
ุ
ี
ี
ของชุมชน เป็นกระบวนแลกเปล่ยนการเรียนรู้ท่ชาวบ้านจะต้องเป็นผู้ให้ จะมีการจัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้และวิเคราะห์
ี
�
ื
ข้อมูลหลัก ข้อมูลสภาพปัญหาแลความต้องการท่ได้จึงจะมีความน่าเช่อถือ ศักยภาพ ปัญหา และทิศทางการพัฒนา เพ่อการดาเนินงานในข้นตอนต่อไป
ื
ั
ั
และเช่อม่นได้ และจะสามารถนาไปกาหนดแนวทางในการพัฒนาเพ่อแก้ไข 2. กำรค้นหำศกยภำพของชุมชน
ื
ื
ั
�
�
ปัญหาของชุมชนได้ กระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้น้จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจ ประเด็นการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้นจะไม่ส่งผลให้เกิดผลสาเร็จในเชิง
ี
ี
�
ถึงสภาพปัญหาและความต้องการของตนเอง ตลอดจนโอกาสและความเป็น ปฏิบัติ ถ้าหากไม่เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ไปได้ที่จะร่วมกันก�าหนดแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ประเด็น ของชาวบ้านและชุมชนในการพัฒนา เพราะทุกคนล้วนคุ้นเคยกับสภาพ
้
้
ี
้
ึ
่
็
้
สาคัญคือการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แลกเปล่ยนพูดคุยกัน และร่วมกันคิด ปญหาและเขาใจถงความตองการของตนเองไดอยางสอดคลองกบขอเทจจรง
ิ
ั
ั
้
�
หาแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง แต่ไม่คุ้นกับการค้นหาศักยภาพของตนเองซ่งมีอยู่มากมาย การค้นหา
ึ
ี
ทุนและศักยภาพของชุมชนท่จะมีพลังในการเปล่ยนแปลงชุมชนของพวกเขา ศักยภาพจะทาให้สามารถมองเห็นจุดแข็งและข้อจากัดหรือปัญหาท่จะดาเนิน
ี
�
�
�
ี
เอง ซึ่งจะท�าให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างความเข้มแข็งในการ การพัฒนาด้วยตนเอง แต่ขณะเดียวกันการเร่มต้นด้วยการเรียนรู้ถึงปัญหา
ิ
�
ึ
พัฒนาตนเองและชุมชนได้มากย่งข้น และทาให้พวกเขาสามารถจัดการ และความต้องการของชุมชนก็อาจจะทาให้ชาวบ้านหลงคิดอยู่กับประเด็น
�
ิ
ทรัพยากรของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัญหาและความต้องการ โดยไม่สามารถมองทะลุไปถึงศักยภาพของชุมชน
นอกจากน้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะทาหน้าท่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนทางสังคม ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรธรรมชาติ
ี
ี
�
�
ึ
่
ื
ั
ส่อกลางในการจัดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ เพ่อจะให้ชาวบ้านและผู้นา ซงเปนทนมหาศาลของชมชน ทจะสามารถน�ามาพฒนาเพอชวยแกไขปญหา
้
ุ
็
ี
่
ี
ุ
ั
ื
่
ื
่
ชุมชนได้ร่วมกันศึกษาองค์ความรู้เก่ยวกับการทาเกษตรผสมผสานและการ และตอบสนองความต้องการของชาวบ้านและชุมชนได้
�
ี
42 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 43
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ึ
ี
ื
โครงการเป็นผู้สนับสนุน เพ่อค้นหาข้อสรุปบทเรียนจากประสบการณ์การ พ่งตนเองของชุมชน โดยแยกออกเป็น 6 ประเด็นท่ครอบคลุมถึงแนวทางการ
ึ
ั
ท�างานพัฒนาของกลุ่ม/องค์กรในชุมชน ของผู้น�าชุมชนและชาวบ้าน ตลอด พ่งตนเองของชุมชน คือ การเกษตรผสมผสานอย่างย่งยืน สภาพแวดล้อม
ี
ี
จนผลกระทบจากการพัฒนาชุมชนในช่วงระยะเวลา 20 ปีท่ผ่านมา เพ่อท่จะ ชุมชน สุขภาวะชุมชน ธุรกิจชุมชน กองทุนและสวัสดิการชุมชน และการเรียน
ื
ี
ได้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน อันเป็นข้อมูลท่จะใช้ รู้ภูมิปัญญาชุมชน ซึ่งจะจัดท�าเป็นชุดความรู้เผยแพร่ไว้ที่ส�านักสงฆ์บ้านชบา
�
ึ
ื
ื
ื
ึ
กาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพ่อการพ่งพา เพ่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้เร่องเกษตรผสมผสานและเกษตรพ่ง
�
ตนเองได้ของชุมชน หลักการสาคัญของกระบวนการน้คือการค้นหาปัญหา ตนเอง รวมถงกาหนดแนวทางการจดทาห้องปฏบตการเรยนร้ดงานการทา
ิ
�
ึ
ี
ั
�
ิ
ู
ู
ี
ั
�
ี
ั
ู
ี
ู
และความต้องการของชมชน เป็นการเรยนร้จากฐานข้อมลการพฒนาใน เกษตรผสมผสานท่แปลงเกษตรผสมผสานของนายวันทอง หนองหงอก ผู้ใหญ่
ุ
ิ
�
่
้
ึ
ั
้
ชมชน จงตองเรมตนจากการศกษาและสารวจสภาพปญหาและความตองการ บ้านชบา และแปลงเกษตรผสมผสานของนายเคลือบ จันทภักดิ์ นอกจากนี้
้
ึ
ุ
ี
ี
ของชุมชน เป็นกระบวนแลกเปล่ยนการเรียนรู้ท่ชาวบ้านจะต้องเป็นผู้ให้ จะมีการจัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้และวิเคราะห์
ี
�
ื
ข้อมูลหลัก ข้อมูลสภาพปัญหาแลความต้องการท่ได้จึงจะมีความน่าเช่อถือ ศักยภาพ ปัญหา และทิศทางการพัฒนา เพ่อการดาเนินงานในข้นตอนต่อไป
ื
ั
ั
และเช่อม่นได้ และจะสามารถนาไปกาหนดแนวทางในการพัฒนาเพ่อแก้ไข 2. กำรค้นหำศกยภำพของชุมชน
ื
ื
ั
�
�
ปัญหาของชุมชนได้ กระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้น้จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจ ประเด็นการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้นจะไม่ส่งผลให้เกิดผลสาเร็จในเชิง
ี
ี
�
ถึงสภาพปัญหาและความต้องการของตนเอง ตลอดจนโอกาสและความเป็น ปฏิบัติ ถ้าหากไม่เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ไปได้ที่จะร่วมกันก�าหนดแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ประเด็น ของชาวบ้านและชุมชนในการพัฒนา เพราะทุกคนล้วนคุ้นเคยกับสภาพ
้
้
ี
้
ึ
่
็
้
สาคัญคือการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แลกเปล่ยนพูดคุยกัน และร่วมกันคิด ปญหาและเขาใจถงความตองการของตนเองไดอยางสอดคลองกบขอเทจจรง
ิ
ั
ั
้
�
หาแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง แต่ไม่คุ้นกับการค้นหาศักยภาพของตนเองซ่งมีอยู่มากมาย การค้นหา
ึ
ี
ทุนและศักยภาพของชุมชนท่จะมีพลังในการเปล่ยนแปลงชุมชนของพวกเขา ศักยภาพจะทาให้สามารถมองเห็นจุดแข็งและข้อจากัดหรือปัญหาท่จะดาเนิน
ี
�
�
�
ี
เอง ซึ่งจะท�าให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างความเข้มแข็งในการ การพัฒนาด้วยตนเอง แต่ขณะเดียวกันการเร่มต้นด้วยการเรียนรู้ถึงปัญหา
ิ
�
ึ
พัฒนาตนเองและชุมชนได้มากย่งข้น และทาให้พวกเขาสามารถจัดการ และความต้องการของชุมชนก็อาจจะทาให้ชาวบ้านหลงคิดอยู่กับประเด็น
�
ิ
ทรัพยากรของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัญหาและความต้องการ โดยไม่สามารถมองทะลุไปถึงศักยภาพของชุมชน
นอกจากน้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะทาหน้าท่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนทางสังคม ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรธรรมชาติ
ี
ี
�
�
ึ
่
ื
ั
ส่อกลางในการจัดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ เพ่อจะให้ชาวบ้านและผู้นา ซงเปนทนมหาศาลของชมชน ทจะสามารถน�ามาพฒนาเพอชวยแกไขปญหา
้
ุ
็
ี
่
ี
ุ
ั
ื
่
ื
่
ชุมชนได้ร่วมกันศึกษาองค์ความรู้เก่ยวกับการทาเกษตรผสมผสานและการ และตอบสนองความต้องการของชาวบ้านและชุมชนได้
�
ี
42 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 43
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ื
ื
ั
ี
ท้งน้การเรียนรู้เพ่อค้นหาศักยภาพของชุมชนเป็นวิธีการท่หน่วยงาน ส่งผลในเชิงการทาลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกษตรกร เน่องจากการ
ี
ของรัฐไม่ค่อยให้ความสาคัญหรือไม่สนใจจะดาเนินการมาก่อน กระบวนการ อพยพโยกยายถ่นฐานของชาวชนบทอสาน เกษตรกรจงควรจะไดรบการเสรม
้
ึ
ี
ิ
ิ
้
�
�
ั
ี
ี
ี
ิ
�
พัฒนาท่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐมักจะเร่มต้นด้วยการค้นหาปัญหาและความ สร้างความเข้มแข็งในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตท่จะนาไปสู่การสร้างความ
ต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้เวลานานก็ท�าได้ แต่ไม่ให้ มั่นคงและยั่งยืนในการผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตร
ื
�
ึ
ี
ความสาคัญกับการค้นหาศักยภาพของชุมชน เพราะคิดว่าชาวบ้านจาเป็น สถานการณ์ปัญหาท่เกิดข้นจากการทาเกษตรกรรมเชิงเด่ยวเพ่อการ
�
ี
�
ึ
ี
้
่
ต้องพ่งพาทุนและงบประมาณจากภาครัฐ จึงไม่พยายามสร้างรากฐานของ ค้า เกดขนในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปีแล้ว นบแต่มการเปลยนแปลง
ิ
ึ
ั
ี
�
ี
ั
ึ
การแก้ไขปัญหาด้วย “ทุน” ของชุมชนเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางภูมิปัญญา ทุน จากการทาเกษตรแบบด้งเดิมมาเป็นการปลูกพืชเชิงเด่ยว ซ่งปรากฏว่า
ทางสังคม หรือทรัพยากรเพ่อการพัฒนา การค้นพบศักยภาพของชุมชนจะ เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้นจริง แต่ต้องแลกกับสิ่งที่ไม่คาดคิดตามมามากมาย
ื
ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักชัดว่าแม้จะไม่มีใครมาช่วย หรือไม่มีทุนจากภายนอก ทั้งดินเสื่อมโทรม ผลผลิตปนเปื้อนสารเคมี พืชผลอ่อนแอเกิดโรค ต้องใช้สาร
ื
ึ
ี
ชาวบ้านก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้ ช่วยตัวเองได้ และพึ่งตนเองได้ เพราะ เคมีและยาปราบศัตรูพืชถ่ข้นและมากข้นเร่อย ๆ บทเรียนความล้มเหลวจาก
ึ
ื
ั
ทุนของชุมชนจะช่วยสร้างความม่นใจในการขับเคล่อนกิจกรรมการพัฒนา เกษตรกรรมเคมี ได้มีเกษตรกรส่วนหนึ่งพยายามจะออกจากวงจรนี้ โดยลด
ั
โดยไม่ต้องกังวลกับการรอคอยการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการหรือ การใช้สารเคมีและพัฒนามาสู่รูปแบบเกษตรผสมผสานและเกษตรย่งยืน น่น
ั
ี
�
องค์กรพัฒนาเอกชน ชาวบ้านสามารถช่วยตัวเองได้ น่คือผลของกระบวนการ หมายถึงการสร้างหรือพัฒนาระบบไร่นาให้นาไปสู่ความหลากหลายทางการ
ี
ึ
ี
เรียนรู้ท่ชาวบ้านได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ค้นพบทุนของตนเอง และพบ ผลิตท่ใกล้เคียงกับระบบนิเวศของชุมชน ซ่งจะทาให้เกิดความสมดุลและม ี
�
ึ
�
ทางออกในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เสถียรภาพ อันเป็นเป้าหมายสาคัญของการทาเกษตรย่งยืนและการพ่งตนเอง
ั
�
่
3. กำรขับเคลือนกิจกรรมเกษตรผสมผสำนพลังบวร ได้ของเกษตรกรได้ในที่สุด
การขับเคล่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรมีเป้าหมาย ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะพยายามขับเคล่อน
ื
ื
ื
ี
ึ
ู
ั
ิ
�
หลักท่ต้องการจะลดและขจัดความล้มเหลวท่เกิดข้นจากการส่งเสริมการทา กจกรรมเกษตรผสมผสาน โดยต้งอย่บนพ้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน
ี
ื
ี
ี
ึ
เกษตรกรรมเพ่อการค้า ซ่งท่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกษตรกรท่เป็นผู้ผลิตกลับ ในการจัดการรูปแบบการเกษตรผสมผสานให้เกิดความยั่งยืน โดยมีแนวทาง
ี
กลายเป็นกลุ่มคนท่ทุกข์ยากจากภาวะความยากจน ความหิวโหย และทุพ การท�างานที่ประกอบด้วย
ื
โภชนาการ จึงมีความพยายามท่จะฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมย่งยืนและ 1) สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบนวิถีพลังบวร เพ่อ
ี
ั
่
ั
ี
ั
ี
ี
็
ิ
ึ
่
่
ื
่
ื
่
การเกษตรเพอยงชพ ซงเปนแนวทางทชาวอสานเคยปฏบติสบเนองตอกนมา ร่วมกันพัฒนารูปแบบและระบบเกษตรผสมผสานท่รักษาวัฒนธรรมประเพณ ี
ื
ี
ั
ี
นานนับศตวรรษ และจะปรับเปล่ยนกระบวนการผลิตท่ผิดพลาดดังกล่าวท ่ ี และภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาและ
ี
ื
ิ
44 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 45
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
�
ื
ื
ั
ี
ท้งน้การเรียนรู้เพ่อค้นหาศักยภาพของชุมชนเป็นวิธีการท่หน่วยงาน ส่งผลในเชิงการทาลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกษตรกร เน่องจากการ
ี
ของรัฐไม่ค่อยให้ความสาคัญหรือไม่สนใจจะดาเนินการมาก่อน กระบวนการ อพยพโยกยายถ่นฐานของชาวชนบทอสาน เกษตรกรจงควรจะไดรบการเสรม
้
ึ
ี
ิ
ิ
้
�
�
ั
ี
ี
ี
ิ
�
พัฒนาท่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐมักจะเร่มต้นด้วยการค้นหาปัญหาและความ สร้างความเข้มแข็งในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตท่จะนาไปสู่การสร้างความ
ต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้เวลานานก็ท�าได้ แต่ไม่ให้ มั่นคงและยั่งยืนในการผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตร
ื
�
ึ
ี
ความสาคัญกับการค้นหาศักยภาพของชุมชน เพราะคิดว่าชาวบ้านจาเป็น สถานการณ์ปัญหาท่เกิดข้นจากการทาเกษตรกรรมเชิงเด่ยวเพ่อการ
�
ี
�
ึ
ี
้
่
ต้องพ่งพาทุนและงบประมาณจากภาครัฐ จึงไม่พยายามสร้างรากฐานของ ค้า เกดขนในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปีแล้ว นบแต่มการเปลยนแปลง
ิ
ึ
ั
ี
�
ี
ั
ึ
การแก้ไขปัญหาด้วย “ทุน” ของชุมชนเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางภูมิปัญญา ทุน จากการทาเกษตรแบบด้งเดิมมาเป็นการปลูกพืชเชิงเด่ยว ซ่งปรากฏว่า
ทางสังคม หรือทรัพยากรเพ่อการพัฒนา การค้นพบศักยภาพของชุมชนจะ เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้นจริง แต่ต้องแลกกับสิ่งที่ไม่คาดคิดตามมามากมาย
ื
ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักชัดว่าแม้จะไม่มีใครมาช่วย หรือไม่มีทุนจากภายนอก ทั้งดินเสื่อมโทรม ผลผลิตปนเปื้อนสารเคมี พืชผลอ่อนแอเกิดโรค ต้องใช้สาร
ื
ึ
ี
ชาวบ้านก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้ ช่วยตัวเองได้ และพึ่งตนเองได้ เพราะ เคมีและยาปราบศัตรูพืชถ่ข้นและมากข้นเร่อย ๆ บทเรียนความล้มเหลวจาก
ึ
ื
ั
ทุนของชุมชนจะช่วยสร้างความม่นใจในการขับเคล่อนกิจกรรมการพัฒนา เกษตรกรรมเคมี ได้มีเกษตรกรส่วนหนึ่งพยายามจะออกจากวงจรนี้ โดยลด
ั
โดยไม่ต้องกังวลกับการรอคอยการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการหรือ การใช้สารเคมีและพัฒนามาสู่รูปแบบเกษตรผสมผสานและเกษตรย่งยืน น่น
ั
ี
�
องค์กรพัฒนาเอกชน ชาวบ้านสามารถช่วยตัวเองได้ น่คือผลของกระบวนการ หมายถึงการสร้างหรือพัฒนาระบบไร่นาให้นาไปสู่ความหลากหลายทางการ
ี
ึ
ี
เรียนรู้ท่ชาวบ้านได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ค้นพบทุนของตนเอง และพบ ผลิตท่ใกล้เคียงกับระบบนิเวศของชุมชน ซ่งจะทาให้เกิดความสมดุลและม ี
�
ึ
�
ทางออกในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เสถียรภาพ อันเป็นเป้าหมายสาคัญของการทาเกษตรย่งยืนและการพ่งตนเอง
ั
�
่
3. กำรขับเคลือนกิจกรรมเกษตรผสมผสำนพลังบวร ได้ของเกษตรกรได้ในที่สุด
การขับเคล่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรมีเป้าหมาย ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะพยายามขับเคล่อน
ื
ื
ื
ี
ึ
ู
ั
ิ
�
หลักท่ต้องการจะลดและขจัดความล้มเหลวท่เกิดข้นจากการส่งเสริมการทา กจกรรมเกษตรผสมผสาน โดยต้งอย่บนพ้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน
ี
ื
ี
ี
ึ
เกษตรกรรมเพ่อการค้า ซ่งท่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกษตรกรท่เป็นผู้ผลิตกลับ ในการจัดการรูปแบบการเกษตรผสมผสานให้เกิดความยั่งยืน โดยมีแนวทาง
ี
กลายเป็นกลุ่มคนท่ทุกข์ยากจากภาวะความยากจน ความหิวโหย และทุพ การท�างานที่ประกอบด้วย
ื
โภชนาการ จึงมีความพยายามท่จะฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมย่งยืนและ 1) สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบนวิถีพลังบวร เพ่อ
ี
ั
่
ั
ี
ั
ี
ี
็
ิ
ึ
่
่
ื
่
ื
่
การเกษตรเพอยงชพ ซงเปนแนวทางทชาวอสานเคยปฏบติสบเนองตอกนมา ร่วมกันพัฒนารูปแบบและระบบเกษตรผสมผสานท่รักษาวัฒนธรรมประเพณ ี
ื
ี
ั
ี
นานนับศตวรรษ และจะปรับเปล่ยนกระบวนการผลิตท่ผิดพลาดดังกล่าวท ่ ี และภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาและ
ี
ื
ิ
44 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 45
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ึ
ี
พัฒนาพันธุกรรมพืชและสัตว์พื้นบ้าน และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่าง ซ่งมีท้งส่งเสริมกันด้วยการเลือกชนิดและพันธุ์พืช/สัตว์ท่มีความเก้อกูลกัน
ั
ื
ั
ย่งยืน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมบนพ้นฐานพลังบวร คือความร่วมมือ และกัน
�
ระหว่างบ้าน (ชาวบ้านและผู้นาชุมชน) วัด (พระสงฆ์) และหน่วยงานราชการ แนวทางการพัฒนาศูนย์เรียนรู้จะเน้นการทางานเชิงบูรณาการพลัง
�
ื
เพ่อให้การพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการชองชาว บวร คือการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนทั้งฝ่ายผู้น�าชุมชนบ้านชบา ส�านักสงฆ์บ้าน
ื
ี
บ้านและชุมชนได้ตรงประเด็นได้มากที่สุด ชบา และโรงเรียนในชุมชน เพ่อให้เกิดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ี
ื
ั
2) ส่งเสริมการพฒนาระบบเกษตรผสมผสานท่มีความเหมาะสมกับ ของชาวบ้านในชุมชน ทางานร่วมกันบนพ้นฐานความสัมพันธ์ทางสังคม เพ่อ
ื
�
�
�
ิ
เงื่อนไขทางสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมในแต่ละชุมชน เพื่ออ�านวย นาเอาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถ่นมาเป็นหลักในการทางาน
ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงทรัพยากรพ้นฐานการผลิตได้อย่างเท่าเทียมกัน ร่วมกัน เน้นคุณค่าความดีงามและการช่วยเหลือเก้อกูลกันระหว่างคนใน
ื
ื
�
โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรสามารถทาการผลิตโดยเพ่ม ชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการตนเอง จัดการทรัพยากรหรือการ
ิ
ึ
�
ิ
ความหลากหลายในไร่นา ทาให้เกษตรกรมีแหล่งรายได้เพ่มข้นจากผลผลิตท ่ ี ผลิตและผลผลิตของคนในชุมชน เน้นการพัฒนาส�านึกเพื่อการพึ่งพาตนเอง
ี
ี
ั
สามารถเก็บเก่ยวได้ตลอดท้งปี ช่วยลดความเส่ยงในกรณีท่พืชผลเสียหายหรือ ให้ได้มากที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่ต้องมีการท�างานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มีการบู
ี
ั
�
่
ี
�
ราคาผลผลิตตกตา การเกษตรผสมผสานดาเนินการ ท้งการสร้างความหลาก รณาการและประสานงานให้เกิดการแลกเปล่ยนเรียนรู้ แลกเปล่ยนข้อมูล
ี
หลายในไร่นาคือการปลูกพืชหมุนเวียน ลดการใช้สารเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยพืช ข่าวสารอ่างทั่วถึงกัน
สด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และลดการไถพรวน ที่ผ่านมาชาวบ้านชบาส่วนมากต่างคนต่างแก้ไขปัญหาของตนเอง ไม่
ื
ั
3) สนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างย่งยืน เพ่อสร้างความ ค่อยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพึ่งพาคนภายนอกคือหน่วยงาน
ี
สัมพันธ์ท่เหมาะสมระหว่างกิจกรรมในไร่นา เช่น ปลูกพืช เล้ยงสัตว์ เล้ยงปลา ภาครัฐในการแก้ไขปัญหา มากกว่าจะแสวงหาความร่มมือกันในชุมชน รวม
ี
ี
ี
และพัฒนาแหล่งน�้า ให้เสริมประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จน ถึงการทากษตรกรรมท่ไม่สนใจจะพ่งตนเอง ขาดการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน
ึ
�
ื
ื
ไม่จ�าเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตใด ๆ จากภายนอก รวมทั้งไม่มีผลผลิตเหลือ พระมงคลวชิรากรจึงต้องการจะร้อฟื้นความร่วมมือของคนในชุมชนบนพ้น
ี
ื
ทิ้งที่เป็นภาระ และรักษาระดับความสมดุลของธาตุอาหารในไร่นา ไม่ให้เกิด ฐานความสัมพันธ์แบบพ่แบบน้อง เพ่อหันหน้ามาช่วยเหลือและร่วมมือกัน
ิ
ึ
ี
ผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของพืชท่ปลูก เช่น หมุนเวียนวัสดุอินทรีย์มาใช้ แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านชบา โดยเน้นภูมิปัญญาท้องถ่นและการพ่งพา
ื
ิ
ี
ั
ิ
ั
ี
ใหม่ การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถ่ว ปลูกพืชท่มีระบบรากลึกเพ่อ ตนเอง โดยเร่มจากการปรับเปล่ยนวิถการผลตในชุมชนมาเป็นสนบสนุนการ
ี
ื
ั
ิ
ึ
ดึงธาตุอาหารจากดินช้นล่างกลับข้นสู่ดินช้นบน เพ่มการปลูกไม้ยืนต้น เป็นต้น ทาการเกษตรผสมผสานเพ่อสนองความต้องการบริโภคภายในชุมชน ไม่เน้น
ั
�
ู
์
้
ี
ื
่
เหลานเปนองคความรทเขาใจสภาพธรรมชาตและความสมพนธของสงมชวต การผลิตเพ่อการขายในตลาด แต่เม่อสามารถผลิตได้มากเหลือจากการบริโภค
ี
็
้
่
ั
ั
์
ิ
่
ื
ี
ิ
้
ี
ิ
46 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 47
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ื
ึ
ี
พัฒนาพันธุกรรมพืชและสัตว์พื้นบ้าน และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่าง ซ่งมีท้งส่งเสริมกันด้วยการเลือกชนิดและพันธุ์พืช/สัตว์ท่มีความเก้อกูลกัน
ั
ื
ั
ย่งยืน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมบนพ้นฐานพลังบวร คือความร่วมมือ และกัน
�
ระหว่างบ้าน (ชาวบ้านและผู้นาชุมชน) วัด (พระสงฆ์) และหน่วยงานราชการ แนวทางการพัฒนาศูนย์เรียนรู้จะเน้นการทางานเชิงบูรณาการพลัง
�
ื
เพ่อให้การพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการชองชาว บวร คือการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนทั้งฝ่ายผู้น�าชุมชนบ้านชบา ส�านักสงฆ์บ้าน
ื
ี
บ้านและชุมชนได้ตรงประเด็นได้มากที่สุด ชบา และโรงเรียนในชุมชน เพ่อให้เกิดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ี
ื
ั
2) ส่งเสริมการพฒนาระบบเกษตรผสมผสานท่มีความเหมาะสมกับ ของชาวบ้านในชุมชน ทางานร่วมกันบนพ้นฐานความสัมพันธ์ทางสังคม เพ่อ
ื
�
�
�
ิ
เงื่อนไขทางสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมในแต่ละชุมชน เพื่ออ�านวย นาเอาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถ่นมาเป็นหลักในการทางาน
ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงทรัพยากรพ้นฐานการผลิตได้อย่างเท่าเทียมกัน ร่วมกัน เน้นคุณค่าความดีงามและการช่วยเหลือเก้อกูลกันระหว่างคนใน
ื
ื
�
โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรสามารถทาการผลิตโดยเพ่ม ชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการตนเอง จัดการทรัพยากรหรือการ
ิ
ึ
�
ิ
ความหลากหลายในไร่นา ทาให้เกษตรกรมีแหล่งรายได้เพ่มข้นจากผลผลิตท ่ ี ผลิตและผลผลิตของคนในชุมชน เน้นการพัฒนาส�านึกเพื่อการพึ่งพาตนเอง
ี
ี
ั
สามารถเก็บเก่ยวได้ตลอดท้งปี ช่วยลดความเส่ยงในกรณีท่พืชผลเสียหายหรือ ให้ได้มากที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่ต้องมีการท�างานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มีการบู
ี
ั
�
่
ี
�
ราคาผลผลิตตกตา การเกษตรผสมผสานดาเนินการ ท้งการสร้างความหลาก รณาการและประสานงานให้เกิดการแลกเปล่ยนเรียนรู้ แลกเปล่ยนข้อมูล
ี
หลายในไร่นาคือการปลูกพืชหมุนเวียน ลดการใช้สารเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยพืช ข่าวสารอ่างทั่วถึงกัน
สด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และลดการไถพรวน ที่ผ่านมาชาวบ้านชบาส่วนมากต่างคนต่างแก้ไขปัญหาของตนเอง ไม่
ื
ั
3) สนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างย่งยืน เพ่อสร้างความ ค่อยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพึ่งพาคนภายนอกคือหน่วยงาน
ี
สัมพันธ์ท่เหมาะสมระหว่างกิจกรรมในไร่นา เช่น ปลูกพืช เล้ยงสัตว์ เล้ยงปลา ภาครัฐในการแก้ไขปัญหา มากกว่าจะแสวงหาความร่มมือกันในชุมชน รวม
ี
ี
ี
และพัฒนาแหล่งน�้า ให้เสริมประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จน ถึงการทากษตรกรรมท่ไม่สนใจจะพ่งตนเอง ขาดการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน
ึ
�
ื
ื
ไม่จ�าเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตใด ๆ จากภายนอก รวมทั้งไม่มีผลผลิตเหลือ พระมงคลวชิรากรจึงต้องการจะร้อฟื้นความร่วมมือของคนในชุมชนบนพ้น
ี
ื
ทิ้งที่เป็นภาระ และรักษาระดับความสมดุลของธาตุอาหารในไร่นา ไม่ให้เกิด ฐานความสัมพันธ์แบบพ่แบบน้อง เพ่อหันหน้ามาช่วยเหลือและร่วมมือกัน
ิ
ึ
ี
ผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของพืชท่ปลูก เช่น หมุนเวียนวัสดุอินทรีย์มาใช้ แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านชบา โดยเน้นภูมิปัญญาท้องถ่นและการพ่งพา
ื
ิ
ี
ั
ิ
ั
ี
ใหม่ การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถ่ว ปลูกพืชท่มีระบบรากลึกเพ่อ ตนเอง โดยเร่มจากการปรับเปล่ยนวิถการผลตในชุมชนมาเป็นสนบสนุนการ
ี
ื
ั
ิ
ึ
ดึงธาตุอาหารจากดินช้นล่างกลับข้นสู่ดินช้นบน เพ่มการปลูกไม้ยืนต้น เป็นต้น ทาการเกษตรผสมผสานเพ่อสนองความต้องการบริโภคภายในชุมชน ไม่เน้น
ั
�
ู
์
้
ี
ื
่
เหลานเปนองคความรทเขาใจสภาพธรรมชาตและความสมพนธของสงมชวต การผลิตเพ่อการขายในตลาด แต่เม่อสามารถผลิตได้มากเหลือจากการบริโภค
ี
็
้
่
ั
ั
์
ิ
่
ื
ี
ิ
้
ี
ิ
46 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 47
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
ภายในครัวเรือนและชุมชนแล้วจึงจะส่งขายสู่ตลาดภายนอกชุมชน รวมถึง
ิ
ิ
ิ
ื
้
ั
ี
ั
ั
ุ
อาจจะมการจดตงเป็นวสาหกจชมชนเพอการบรหารจดการด้านการตลาด
่
โดยคนในชุมชนเอง ตามศักยภาพของชุมชนโดยอาจจะรับการสนับสนุนจาก
หน่วยงานภาครัฐตามความจ�าเป็น
พระมงคลวชิรากรมีความเช่อม่นว่าชาวบ้านชบามีศักยภาพท่จะพัฒนา
ั
ื
ี
ตนเองได้ หากแต่ขาดการสนับสนุนในการร่วมมือกันเชิงบูรณาการ และม ี
ี
ั
ื
ความเช่อม่นว่าพลังบวรจะเป็นวิถีชุมชนท่จะช่วยสร้างโอกาสให้ชาวบ้านและ
�
ผู้นาชุมชนสามารถร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ สามารถเรียนรู้ท ี ่
ื
�
จะทาการผลิตและการตลาดให้เหมาะสม ชาวบ้านชบามีพ้นฐาน “ทักษะ
ชีวิต” ท่จะช่วยเหลือตนเองตามวิถีของคนอีสานได้อย่างเต็มท่อยู่แล้ว
ี
ี
สามารถดารงชีวิตอยู่รอดได้แม้จะไม่มีเงินสด ยังสามารถพ่งพาอาศัยธรรมชาต ิ
ึ
�
ได้บ้าง ไปหาปูหาปลา หากบหาเขียด หาเห็ดหาหน่อไม้ในป่า เพื่อการยังชีพ
อย่างน้อยก็ไม่อดตาย รวมถึงที่ส�าคัญมากคือยังมีญาติพี่น้องที่พอพึ่งพาและ
ิ
ึ
้
ู
ู
ั
ื
้
ช่วยเหลอเกอกลกนได้ การพงตนเองได้ของชาวบ้านจะขนอย่กบภมปัญญา
ื
ู
่
ึ
ั
ิ
ี
ท้องถ่นและวัฒนธรรมของชุมชน ท่จะสามารถเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันได้อย่าง
อยู่เย็นเป็นสุข
48 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 49
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ