The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 11:28:16

เล่ม 23 เกษตรผสมผสาน บ้านชบา

ศนย์เรียนรู้ชุมชน


เกษตรผสมผสานพลังบวร

สํานักสงฆบานชบา



อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ


โดย
ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรŒางเสริมสุขภาพ (สสส.)
สํานักสงฆบŒานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย


ิ ั ิ

ั เลมที่ ิ ี
ุ 23 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะหวถพทธ

ค�าน�า










ศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
สานักสงฆ์บ้านชบา อําเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร
เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางและรูปแบบของระบบการท�าเกษตรกรรม



ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ท่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพโดยมีความพร้อมท่จะเผชิญกับ
สํานักสงฆบŒานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ ความเส่ยงในกรณีท่ราคาพืชผลทางการเกษตรชนิดใดชนิดหน่งตกต่า ลดการ




สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พ่งพิงเงินทุนเน่องจากสามารถน�าเศษวัสดุจากพืชและมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์
ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 23
สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับการท�าการเกษตรได้ในอนาคต หากพิจารณา
จากประโยชน์ท่เกิดข้นจากการท�าเกษตรผสมผสานหรือตัวอย่างการด�าเนิน


พ�มพครั้งที่ 1 : กรกฎาคม 2565
จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม งานที่มีให้เห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย การน�ามาประยุกต์ใช้กับพื้นที่


จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ท่ไม่เคยมีการท�าเกษตรผสมผสานมาก่อน กลับพบข้อจ�ากัดท่ท�าให้การท�า


สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เกษตรผสมผสานยังไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรในทุกครัวเรือน
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร จากความต้งใจของพระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) ในการส่งเสริม

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสนับสนุนให้ส�านักสงฆ์บ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ



พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ศรีสะเกษ จัดต้ง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร” เพ่อเป็นพ้นท ี ่

76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี ส�าหรับการแลกเปล่ยนเรียนรู้การท�าการเกษตรผสมผสาน เป็นแหล่งข้อมูล
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215
E-mail : [email protected]

ค�าน�า










ศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร
สานักสงฆ์บ้านชบา อําเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร
เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางและรูปแบบของระบบการท�าเกษตรกรรม



ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ท่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพโดยมีความพร้อมท่จะเผชิญกับ
สํานักสงฆบŒานชบา ตําบลตาโกน อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ ความเส่ยงในกรณีท่ราคาพืชผลทางการเกษตรชนิดใดชนิดหน่งตกต่า ลดการ




สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พ่งพิงเงินทุนเน่องจากสามารถน�าเศษวัสดุจากพืชและมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์
ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 23
สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับการท�าการเกษตรได้ในอนาคต หากพิจารณา
จากประโยชน์ท่เกิดข้นจากการท�าเกษตรผสมผสานหรือตัวอย่างการด�าเนิน


พ�มพครั้งที่ 1 : กรกฎาคม 2565
จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม งานที่มีให้เห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย การน�ามาประยุกต์ใช้กับพื้นที่


จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ท่ไม่เคยมีการท�าเกษตรผสมผสานมาก่อน กลับพบข้อจ�ากัดท่ท�าให้การท�า


สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เกษตรผสมผสานยังไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกรในทุกครัวเรือน
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร จากความต้งใจของพระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) ในการส่งเสริม

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสนับสนุนให้ส�านักสงฆ์บ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด
จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ



พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ศรีสะเกษ จัดต้ง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร” เพ่อเป็นพ้นท ี ่

76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี ส�าหรับการแลกเปล่ยนเรียนรู้การท�าการเกษตรผสมผสาน เป็นแหล่งข้อมูล
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215
E-mail : [email protected]



ข่าวสารส�าหรับเกษตรกรและชาวบ้านชบา ท่มีความสนใจปรับเปล่ยนการท�า


เกษตรเชิงเด่ยวไปสู่เกษตรแบบผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหารายได้ของครัว สารบัญ



เรือนท่ไม่มีเสถียรภาพ ลดการพ่งพาอาหารจากภายนอก อีกท้งยังเป็นการลด
การพ่งพาปัจจัยการผลิตท่อยู่นอกครัวเรือน โครงการขับเคล่อนงานสาธารณ



สงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย จึงด�าเนินการถอดบท




เรียนการท�าเกษตรผสมผสาน และการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสม 01 บทน�ำ : สำนักสงฆ์บ้ำนชบำ ศนย์กลำงด้ำนศำสนำ 7



ผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบาเพ่อเป็นข้อมูลและแนวทางให้กับคณะสงฆ์ และกำรพฒนำสำหรับชุมชน 15
- พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) : บอกให้รู้ ท�าให้ดู


หรือผู้ท่สนใจปรับเปล่ยนแนวทางการท�าการเกษตรเชิงเด่ยวไปสู่การท�าเกษตร

ท่มีความย่งยืนโดยเน้นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน ท้งน้ขอขอบพระคุณ 02 แนวคิดเกษตร(เพอควำม)ยงยืน 23








รองศาสตราจารย์ ดร.พินิจ ลาภธนานนท์ ส�าหรับข้อเขียนในประเด็นแนวคิด - ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม่ 23


และข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร อันเป็น - เกษตรผสมผสาน 28


แผนท่ทางเดินให้กับผู้ท่สนใจ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ส�าหรับการพัฒนาศูนย์เรียน - ลักษณะของการผสมผสานในระบบการเกษตร 30
รู้โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากบ้าน - วัด – โรงเรียนหรือส่วนราชการต่อไป
03 ศนย์เรียนร้ชุมชนเกษตรผสมผสำนพลังบวร 33


- แนวคิดการด�าเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ 37
- ข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร 41


ภูเบศ วณิชชานนท์
เอกสำรอ้ำงอิง 56



ข่าวสารส�าหรับเกษตรกรและชาวบ้านชบา ท่มีความสนใจปรับเปล่ยนการท�า


เกษตรเชิงเด่ยวไปสู่เกษตรแบบผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหารายได้ของครัว สารบัญ



เรือนท่ไม่มีเสถียรภาพ ลดการพ่งพาอาหารจากภายนอก อีกท้งยังเป็นการลด
การพ่งพาปัจจัยการผลิตท่อยู่นอกครัวเรือน โครงการขับเคล่อนงานสาธารณ



สงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย จึงด�าเนินการถอดบท




เรียนการท�าเกษตรผสมผสาน และการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสม 01 บทน�ำ : สำนักสงฆ์บ้ำนชบำ ศนย์กลำงด้ำนศำสนำ 7



ผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบาเพ่อเป็นข้อมูลและแนวทางให้กับคณะสงฆ์ และกำรพฒนำสำหรับชุมชน 15
- พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร) : บอกให้รู้ ท�าให้ดู


หรือผู้ท่สนใจปรับเปล่ยนแนวทางการท�าการเกษตรเชิงเด่ยวไปสู่การท�าเกษตร

ท่มีความย่งยืนโดยเน้นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน ท้งน้ขอขอบพระคุณ 02 แนวคิดเกษตร(เพอควำม)ยงยืน 23








รองศาสตราจารย์ ดร.พินิจ ลาภธนานนท์ ส�าหรับข้อเขียนในประเด็นแนวคิด - ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม่ 23


และข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร อันเป็น - เกษตรผสมผสาน 28


แผนท่ทางเดินให้กับผู้ท่สนใจ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ส�าหรับการพัฒนาศูนย์เรียน - ลักษณะของการผสมผสานในระบบการเกษตร 30
รู้โดยอาศัยการมีส่วนร่วมจากบ้าน - วัด – โรงเรียนหรือส่วนราชการต่อไป
03 ศนย์เรียนร้ชุมชนเกษตรผสมผสำนพลังบวร 33


- แนวคิดการด�าเนินกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ 37
- ข้นตอนการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร 41


ภูเบศ วณิชชานนท์
เอกสำรอ้ำงอิง 56

01
01








บทน�า :



สานักสงฆ์บ้านชบา ศนย์กลาง



ด้านศาสนาและการพฒนา

สาหรับชุมชน



ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่จัด

ต้งข้นในพ้นท่ของส�านักสงฆ์บ้านชบา อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




โดยมีความคาดหวังให้เกิดเป็นพ้นท่การเรียนรู้ของชุมชนเก่ยวกับการท�าการ



เกษตรแบบผสมผสานภายใต้ความร่วมมอของบ้าน วด โรงเรียน ตลอดจน


หน่วยงานราชการ จากข้อมูลตามเอกสารท่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมา
ของหมู่บ้านชบา พบว่าบ้านชบาได้ก�าเนิดขึ้นจากการที่นายเพ็ง ขันติวงษ์ ได้


อพยพพาครอบครัวจากบ้านหนองแคนใหญ่ มาต้งถ่นฐานเพ่อท�ามาหากิน

เป็นครอบครัวแรก ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 ต่อมาได้ชักชวนเพื่อนฝูงและญาติ
พ่น้องท่แวะเวียนมาเย่ยม ให้มาลงหลักปักฐานอยู่ร่วมกัน เพ่อจะได้พ่งพา





6 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 7
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ

01
01








บทน�า :



สานักสงฆ์บ้านชบา ศนย์กลาง



ด้านศาสนาและการพฒนา

สาหรับชุมชน



ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่จัด

ต้งข้นในพ้นท่ของส�านักสงฆ์บ้านชบา อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




โดยมีความคาดหวังให้เกิดเป็นพ้นท่การเรียนรู้ของชุมชนเก่ยวกับการท�าการ



เกษตรแบบผสมผสานภายใต้ความร่วมมอของบ้าน วด โรงเรียน ตลอดจน


หน่วยงานราชการ จากข้อมูลตามเอกสารท่บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมา
ของหมู่บ้านชบา พบว่าบ้านชบาได้ก�าเนิดขึ้นจากการที่นายเพ็ง ขันติวงษ์ ได้


อพยพพาครอบครัวจากบ้านหนองแคนใหญ่ มาต้งถ่นฐานเพ่อท�ามาหากิน

เป็นครอบครัวแรก ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 ต่อมาได้ชักชวนเพื่อนฝูงและญาติ
พ่น้องท่แวะเวียนมาเย่ยม ให้มาลงหลักปักฐานอยู่ร่วมกัน เพ่อจะได้พ่งพา





6 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 7
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ




อาศัยกันเม่อยามทุกข์ยากหรือยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซ่งท่มาของช่อบ้านชบา ต�าบลตาโกน มีระยะห่างประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอ�าเภอเมือง








ู่


สันนิษฐานว่าเกิดจากการท่พ้นทีแห่งนเป็นพ้นท่ท่อยติดกบแหล่งนาคือลาห้วย จันทร์ประมาณ 13 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 48





ทับทัน ซ่งมีทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่หลาก กิโลเมตร ปัจจุบันมีพ้นท่ในเขตรับผิดชอบประมาณ 3,200 ไร่ มีอาณาเขต






หลายชนิด และในพ้นท่ท่เป็นผืนป่าในขณะน้นจะสังเกตได้ว่ามีนกชนิดหน่ง ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังนี้


อาศัยอยู่เป็นจานวนมาก ซ่งนกชนิดดังกล่าวมีช่อเรียกว่า นกกระบา จึงได้นา



ชื่อนกชนิดนี้มาเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกระบา” อย่างไรก็ตามคาดว่า ทิศเหนือ ติดเขต บ้านหนองปลาคูณ หมู่ที่ 12 ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์

เกิดจากการออกเสียงเพ้ยนช่อหมู่บ้านไปจากเดิมว่า “บ้านสะบา” และกลาย จังหวัดศรีสะเกษ

เป็นการเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านชบา” ในท่สุด (อย่างไรก็ตามใน ทิศใต้ ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอส�าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์







ปัจจบนยงพบการเรยกและการสะกดดวยคาวา “ชะบา” ตามสถานทหรือใน ทิศตะวันออก ตดเขต บ้านแต้ หมู่ท่ 7 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ







เอกสารบางส่วน งานถอดบทเรียนช้นน้ขอใช้การเขียนด้วยคาว่า “ชบา” เพ่อ ทิศตะวันตก ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์




ให้สอดคล้องกับเอกสารทางราชการ) และเม่อปี พ.ศ. 2522 บ้านชบาได้แยก ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม บ้านชบา มีส�านักสงฆ์บ้านชบาเป็น

หมู่บ้านออกจากบ้านแต้ ซ่งแต่เดิมรวมกันอยู่ในหมู่ท่ 7 ของตาบลตาโกน ศูนย์รวมจิตใจของพทธศาสนิกชนในหม่บ้าน สานักสงฆ์บ้านชบา ก่อตงขน











ปัจจุบันบ้านชบาจึงกลายเป็น หมู่ท่ 8 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัด ในปี พ.ศ. 2511 โดยคุณพ่อเณร จันทร์โสม ได้บริจาคที่ดินในเขตพื้นที่ท�ากิน


ศรีสะเกษ โดยมีนายทองวัน หนองหงอก เป็นผู้ดารงตาแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ต้งแต่ ของตน ให้ใช้เป็นท่ประกอบกิจกรรมบาเพ็ญกุศลประเพณีต่าง ๆ ทาง





ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน ส�าหรับข้อมูลสถิติจ�านวนประชากรจากส�านัก พระพุทธศาสนา แรกเร่มน้นชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างศาลาไม้สาหรับการ



บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 บ้าน บ�าเพ็ญกุศล โดยมีหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นผู้น�าในการริเริ่มการพัฒนาพื้นที่

ชบา มีจ�านวนประชากรรวมทั้งสิ้น 520 คน โดยเป็นประชากรชาย 261 คน ดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีพระสงฆ์เข้ามาจาพรรษารูปแรกคือ หลวง

และประชากรหญิง 259 คน มีจ�านวนบ้านเรือนรวม 124 หลังคาเรือน พอสงค ขนตวงษ ซงเปนเครอญาตกบคณพอเณร จนทรโสม และปรากฏหลก
















หากพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ บ้านชบาต้งอยู่ในพ้นท่ท่ม ี











ลักษณะเป็นท่ราบลุ่ม สภาพโดยท่วไปเป็นทุ่งนา และมีแนวป่าตามลานา ฐานว่ามีพระอยู่จาพรรษาในขณะนั้นจานวน 8 รูป โดยมีศรัทธาจากชาวบ้าน
ร่วมกันบริจาคไม้ในที่ดินท�ากินของตน ส�าหรับสร้างเป็นกุฏิส�าหรับพระสงฆ์
ห้วยทับทัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่หมู่บ้านออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีต จานวน 3 หลัง โดยสานักสงฆ์บ้านชบากลายเป็นพ้นท่สาหรับประกอบ






เคยมีประวัติบอกเล่าถึงความเสียหายท่เกิดจากอุทกภัยอยู่บ้าง เน่องจากม ี กิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตส�านักสงฆ์บ้านชบาจึง




ลานาห้วยทับทันไหลผ่าน โดยบ้านชบาต้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ

8 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 9
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




อาศัยกันเม่อยามทุกข์ยากหรือยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซ่งท่มาของช่อบ้านชบา ต�าบลตาโกน มีระยะห่างประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอ�าเภอเมือง








ู่


สันนิษฐานว่าเกิดจากการท่พ้นทีแห่งนเป็นพ้นท่ท่อยติดกบแหล่งนาคือลาห้วย จันทร์ประมาณ 13 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 48





ทับทัน ซ่งมีทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่หลาก กิโลเมตร ปัจจุบันมีพ้นท่ในเขตรับผิดชอบประมาณ 3,200 ไร่ มีอาณาเขต






หลายชนิด และในพ้นท่ท่เป็นผืนป่าในขณะน้นจะสังเกตได้ว่ามีนกชนิดหน่ง ติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียงดังนี้


อาศัยอยู่เป็นจานวนมาก ซ่งนกชนิดดังกล่าวมีช่อเรียกว่า นกกระบา จึงได้นา



ชื่อนกชนิดนี้มาเรียกเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกระบา” อย่างไรก็ตามคาดว่า ทิศเหนือ ติดเขต บ้านหนองปลาคูณ หมู่ที่ 12 ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์

เกิดจากการออกเสียงเพ้ยนช่อหมู่บ้านไปจากเดิมว่า “บ้านสะบา” และกลาย จังหวัดศรีสะเกษ

เป็นการเรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า “บ้านชบา” ในท่สุด (อย่างไรก็ตามใน ทิศใต้ ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอส�าโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์







ปัจจบนยงพบการเรยกและการสะกดดวยคาวา “ชะบา” ตามสถานทหรือใน ทิศตะวันออก ตดเขต บ้านแต้ หมู่ท่ 7 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ







เอกสารบางส่วน งานถอดบทเรียนช้นน้ขอใช้การเขียนด้วยคาว่า “ชบา” เพ่อ ทิศตะวันตก ติดเขต ล�าน�้าห้วยทับทัน เขตอ�าเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์




ให้สอดคล้องกับเอกสารทางราชการ) และเม่อปี พ.ศ. 2522 บ้านชบาได้แยก ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม บ้านชบา มีส�านักสงฆ์บ้านชบาเป็น

หมู่บ้านออกจากบ้านแต้ ซ่งแต่เดิมรวมกันอยู่ในหมู่ท่ 7 ของตาบลตาโกน ศูนย์รวมจิตใจของพทธศาสนิกชนในหม่บ้าน สานักสงฆ์บ้านชบา ก่อตงขน











ปัจจุบันบ้านชบาจึงกลายเป็น หมู่ท่ 8 ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัด ในปี พ.ศ. 2511 โดยคุณพ่อเณร จันทร์โสม ได้บริจาคที่ดินในเขตพื้นที่ท�ากิน


ศรีสะเกษ โดยมีนายทองวัน หนองหงอก เป็นผู้ดารงตาแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ต้งแต่ ของตน ให้ใช้เป็นท่ประกอบกิจกรรมบาเพ็ญกุศลประเพณีต่าง ๆ ทาง





ปี พ.ศ. 2543 จนถึงปัจจุบัน ส�าหรับข้อมูลสถิติจ�านวนประชากรจากส�านัก พระพุทธศาสนา แรกเร่มน้นชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างศาลาไม้สาหรับการ



บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 บ้าน บ�าเพ็ญกุศล โดยมีหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นผู้น�าในการริเริ่มการพัฒนาพื้นที่

ชบา มีจ�านวนประชากรรวมทั้งสิ้น 520 คน โดยเป็นประชากรชาย 261 คน ดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้มีพระสงฆ์เข้ามาจาพรรษารูปแรกคือ หลวง

และประชากรหญิง 259 คน มีจ�านวนบ้านเรือนรวม 124 หลังคาเรือน พอสงค ขนตวงษ ซงเปนเครอญาตกบคณพอเณร จนทรโสม และปรากฏหลก
















หากพิจารณาจากสภาพทางภูมิศาสตร์ บ้านชบาต้งอยู่ในพ้นท่ท่ม ี











ลักษณะเป็นท่ราบลุ่ม สภาพโดยท่วไปเป็นทุ่งนา และมีแนวป่าตามลานา ฐานว่ามีพระอยู่จาพรรษาในขณะนั้นจานวน 8 รูป โดยมีศรัทธาจากชาวบ้าน
ร่วมกันบริจาคไม้ในที่ดินท�ากินของตน ส�าหรับสร้างเป็นกุฏิส�าหรับพระสงฆ์
ห้วยทับทัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่หมู่บ้านออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีต จานวน 3 หลัง โดยสานักสงฆ์บ้านชบากลายเป็นพ้นท่สาหรับประกอบ






เคยมีประวัติบอกเล่าถึงความเสียหายท่เกิดจากอุทกภัยอยู่บ้าง เน่องจากม ี กิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในอดีตส�านักสงฆ์บ้านชบาจึง




ลานาห้วยทับทันไหลผ่าน โดยบ้านชบาต้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ

8 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 9
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

มีสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ 3 หลัง ในปี พ.ศ. 2538 สามเณรสมบัติ หนองหงอก วัดจักรวรรดิราชาวาส
และฌาปนสถาน 1 หลัง ในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการบูรณะศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันคือ พระมงคงวชิรากร (2565)) ซึ่งภูมิล�าเนาเดิมเป็นคนหมู่ 8 บ้าน



หลังเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรมโดยศรัทธาของชาวบ้าน ชบา ได้น�าคณะญาติพ่น้องและลูกหลานชาวบ้านชบาและบ้านใกล้เคียงท่ท�า
มาหากินในเขตกรุงเทพมหานคร จัดท�าผ้าป่าสามัคคีมาทอด ณ ส�านักสงฆ์
บ้านชบา โดยปัจจัยที่ได้ในครั้งนั้นกลายเป็นทุนทรัพย์ส�าหรับการสร้างศาลา
การเปรียญในรูปแบบของอาคารคอนกรีต และโครงหลังคาเสริมเหล็กเพ่อ

ความมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งยังทดแทนศาลาการเปรียญเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรม
ตามระยะเวลา ภายหลังชาวบ้านในพื้นที่ยังได้ช่วยกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อ

เป็นทุนในการต่อเติมเสริมก่อให้ศาลาการเปรียญมีความสมบูรณ์ตามความ
เหมาะสมของขยาดจ�านวนปะชากรของหมู่บ้าน

ปี พ.ศ. 2552 พระมหาสมบัติ ญาณวโร (หนองหงอก) ได้น�าคณะ
ญาติโยมจากกรุงเทพมหานคร น�าโดยคุณกุลยา เผ่าจินดา ได้ถวายทอดผ้าป่า

สามัคคีเพื่อสร้างฌาปนสถาน (เมรุ) และในปี พ.ศ. 2554 ได้น�าคณะศรัทธา
จากจังหวัดศรีสะเกษและชาวบ้านชบาจัดทอดกฐิน โดยมีคุณเกียรติศักด์ -

คุณสุจิตรา รุ่งเกียรติศักดิ์ศรี เป็นเจ้าภาพ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการสร้างศาลา
โรงครัว จ�านวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2557 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้จัดทอด


กฐินสามัคคีเพ่อเป็นทุนในการจัดสร้างหอพระพุทธชินราช เพ่อเป็นเคร่องยึด


เหน่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวบ้านชบา โดยมีคุณสุดารัตน์ วิทยฐานกร


ส�าหรับประวัติการบูรณะปรับปรุงส�านักสงฆบานชบา ซึ่งจะเปนพื้นที่ และคุณบุปผา พลอยศรี ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักในการก่อสร้าง


ส�าหรับการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ได้ท�าการ ปี พ.ศ. 2558 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้กราบ

รวบรวมเน้อหาบางส่วนจากเอกสารประวัติของส�านักสงฆ์บ้านชบา มีราย ขอความเมตตาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธ์ เขมงฺกโร


ละเอียดพอสังเขป ดังนี้ โดยภายหลังเปล่ยนช่อเป็น ปสฤทธ์) ในขณะด�ารงสมณศักด์ท่ พระพรหม



10 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 11
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ

มีสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ 3 หลัง ในปี พ.ศ. 2538 สามเณรสมบัติ หนองหงอก วัดจักรวรรดิราชาวาส
และฌาปนสถาน 1 หลัง ในปี พ.ศ. 2530 ได้มีการบูรณะศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันคือ พระมงคงวชิรากร (2565)) ซึ่งภูมิล�าเนาเดิมเป็นคนหมู่ 8 บ้าน



หลังเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรมโดยศรัทธาของชาวบ้าน ชบา ได้น�าคณะญาติพ่น้องและลูกหลานชาวบ้านชบาและบ้านใกล้เคียงท่ท�า
มาหากินในเขตกรุงเทพมหานคร จัดท�าผ้าป่าสามัคคีมาทอด ณ ส�านักสงฆ์
บ้านชบา โดยปัจจัยที่ได้ในครั้งนั้นกลายเป็นทุนทรัพย์ส�าหรับการสร้างศาลา
การเปรียญในรูปแบบของอาคารคอนกรีต และโครงหลังคาเสริมเหล็กเพ่อ

ความมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งยังทดแทนศาลาการเปรียญเดิมที่ช�ารุดทรุดโทรม
ตามระยะเวลา ภายหลังชาวบ้านในพื้นที่ยังได้ช่วยกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อ

เป็นทุนในการต่อเติมเสริมก่อให้ศาลาการเปรียญมีความสมบูรณ์ตามความ
เหมาะสมของขยาดจ�านวนปะชากรของหมู่บ้าน

ปี พ.ศ. 2552 พระมหาสมบัติ ญาณวโร (หนองหงอก) ได้น�าคณะ
ญาติโยมจากกรุงเทพมหานคร น�าโดยคุณกุลยา เผ่าจินดา ได้ถวายทอดผ้าป่า

สามัคคีเพื่อสร้างฌาปนสถาน (เมรุ) และในปี พ.ศ. 2554 ได้น�าคณะศรัทธา
จากจังหวัดศรีสะเกษและชาวบ้านชบาจัดทอดกฐิน โดยมีคุณเกียรติศักด์ -

คุณสุจิตรา รุ่งเกียรติศักดิ์ศรี เป็นเจ้าภาพ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการสร้างศาลา
โรงครัว จ�านวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2557 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้จัดทอด


กฐินสามัคคีเพ่อเป็นทุนในการจัดสร้างหอพระพุทธชินราช เพ่อเป็นเคร่องยึด


เหน่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวบ้านชบา โดยมีคุณสุดารัตน์ วิทยฐานกร


ส�าหรับประวัติการบูรณะปรับปรุงส�านักสงฆบานชบา ซึ่งจะเปนพื้นที่ และคุณบุปผา พลอยศรี ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักในการก่อสร้าง


ส�าหรับการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ได้ท�าการ ปี พ.ศ. 2558 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (สมบัติ ญาณวโร) ได้กราบ

รวบรวมเน้อหาบางส่วนจากเอกสารประวัติของส�านักสงฆ์บ้านชบา มีราย ขอความเมตตาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธ์ เขมงฺกโร


ละเอียดพอสังเขป ดังนี้ โดยภายหลังเปล่ยนช่อเป็น ปสฤทธ์) ในขณะด�ารงสมณศักด์ท่ พระพรหม



10 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 11
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ




วชรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนน
เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดท�าผ้าป่าสามัคคีข้น โดยมีคุณเจริญชัย

หวังอารยธรรม โยมอุปถัมภ์ พร้อมด้วยพลต�ารวจโท พิสัณห์ จุลดิลก
ผู้บัญชาการต�ารวจภูธร ภาค 3 ในขณะน้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ทอดผ้าป่าสามัคคีเพ่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญเป็นแบบทรงไทยผสม

ศิลปะอีสาน อีกท้งภายหลังยังได้น�าคณะสาธุชนญาติพ่น้อยจัดท�ากฐินสามัคค ี


ส�าหรับการหาทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนาส�านักสงฆ์อยู่เป็นประจ�า








สานกสงฆบานชบา นอกจากจะมบทบาทในดานการประกอบพธกรรม
ทางศาสนาให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน ยังมีบทบาทส�าคัญในการเป็นที่ตั้งศูนย์

เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านชบา ได้ด�าเนินการปรับปรุงพ้นท่บางส่วน


ภายในส�านักสงฆ์ในการก่อสร้างอาคารเพ่อรองรับการจัดต้งศูนย์การเรียนรู้

โดยในช่วง พ.ศ. 2560 ได้ก่อสร้างโรงเรียนขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 10.5



เมตร เพ่อเป็นท่ต้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน โดย การด�าเนินกิจกรรมท่เก่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน


ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพ่อ บ้านชบา ได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมี


ขับเคล่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจ�าปีงบประมาณ วัตถุประสงค์ส�าคัญ เพื่อ
2560 1) ส่งเสริมการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการ
พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีระบบบริหารจัดการชุมชนแบบบูรณาการและ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
2) ขยายผลหมู่บ้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้เพ่มจ�านวน

มากขึ้น และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย

ในช่วงของการเร่มต้นได้มีการจัดแบ่งแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาการแก่
ประชาชนในลักษณะของฐานการเรียนรู้กระจายไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ใน

ชุมชนท่มีความโดดเด่นในการประกอบอาชีพแต่ละด้าน โดยแบ่งฐานการ





12 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 13
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ




วชรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนน
เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดท�าผ้าป่าสามัคคีข้น โดยมีคุณเจริญชัย

หวังอารยธรรม โยมอุปถัมภ์ พร้อมด้วยพลต�ารวจโท พิสัณห์ จุลดิลก
ผู้บัญชาการต�ารวจภูธร ภาค 3 ในขณะน้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ทอดผ้าป่าสามัคคีเพ่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญเป็นแบบทรงไทยผสม

ศิลปะอีสาน อีกท้งภายหลังยังได้น�าคณะสาธุชนญาติพ่น้อยจัดท�ากฐินสามัคค ี


ส�าหรับการหาทุนสนับสนุนเพื่อการพัฒนาส�านักสงฆ์อยู่เป็นประจ�า








สานกสงฆบานชบา นอกจากจะมบทบาทในดานการประกอบพธกรรม
ทางศาสนาให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน ยังมีบทบาทส�าคัญในการเป็นที่ตั้งศูนย์

เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านชบา ได้ด�าเนินการปรับปรุงพ้นท่บางส่วน


ภายในส�านักสงฆ์ในการก่อสร้างอาคารเพ่อรองรับการจัดต้งศูนย์การเรียนรู้

โดยในช่วง พ.ศ. 2560 ได้ก่อสร้างโรงเรียนขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 10.5



เมตร เพ่อเป็นท่ต้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน โดย การด�าเนินกิจกรรมท่เก่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน


ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพ่อ บ้านชบา ได้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้นในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 โดยมี


ขับเคล่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจ�าปีงบประมาณ วัตถุประสงค์ส�าคัญ เพื่อ
2560 1) ส่งเสริมการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการ
พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีระบบบริหารจัดการชุมชนแบบบูรณาการและ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
2) ขยายผลหมู่บ้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบให้เพ่มจ�านวน

มากขึ้น และสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย

ในช่วงของการเร่มต้นได้มีการจัดแบ่งแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาการแก่
ประชาชนในลักษณะของฐานการเรียนรู้กระจายไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ใน

ชุมชนท่มีความโดดเด่นในการประกอบอาชีพแต่ละด้าน โดยแบ่งฐานการ





12 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 13
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ




เรียนรู้ตามองค์ความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ออกเป็นจานวนท้งส้น 10 ฐาน พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร)
ประกอบด้วย : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
1) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงกบ จากประวัติการพัฒนาหมู่บ้านในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม จะ
2) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมือง เห็นได้ว่าพ้นท่สานักสงฆ์บ้านชบา ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเน่องโดยม ี




3) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงปลา พระมงคลวชิรากร หรือสามเณรสมบัติ หนองหงอก ผู้ที่ถือว่าเป็นลูกหลาน









4) ฐานการเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน ของคนบานชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมองจนทร จงหวดศรสะเกษ โดยกาเนด


5) ฐานการเรียนรู้การปลูกไผ่ตง ประวัติโดยสังเขปของพระมงคลวชิรากร มีดังนี้
6) ฐานการเรียนรู้การเพาะปลูกลูกไก่ชน พระมงคลวชิรากร หรือเดิมคือ ชื่อ สมบัติ นามสกุล หนองหงอก เกิด
7) ฐานการเรียนรู้ธนาคารข้าว เมื่อวันที่ 6 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 ต�าบลตาโกน
8) ฐานการเรียนรู้การท�าปุ๋ยอินทรีย์ อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีบิดา-มารดา คือ นายโสภา และ
9) ฐานการเรียนรู้การปลูกผักชีฝรั่ง นางแฮม หนองหงอก เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 31
10) ฐานการเรียนรู้การปลูกมะนาว เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ณ วัดตาโกน ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์




อย่างไรก็ตามในช่วงของการดาเนินการจัดทาเอกสารช้นน้ ฐานการ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พระครูประศาสน์วรคุณ (สอน เขมงกฺโร) เจ้าอาวาส


เรยนร้หลายแห่งไม่ได้เปิดให้ประชาชนหรอบคคลทวไปเข้าไปเรียนรู้ได้ตาม วัดปลาซิว เจ้าคณะตาบลหนองใหญ่ อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ








ปกติ เน่องด้วยสภาพเศรษฐกิจท่เปล่ยนแปลงไปส่งผลให้วิทยากรประจาฐาน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 ได้อุปสมบท


การเรียนรู้แต่ละฐานต้องไปประกอบอาชีพอ่นร่วมด้วย หรือการขาดแนวทาง ณ พระอุโบสถวัดจักรวรรดิราชาราวาส แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ

ท่ชัดเจนในการดาเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ส่งผลให้การ มหานคร โดยมี พระพุทธิวงศมุนี (บุญมา ทีปธมฺโม) วัดจักรวรรดิราชาวาส


ขับเคล่อนงานหรือการประกอบอาชีพภายใต้ช่อของฐานการเรียนรู้มีบทบาท เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรเมธี (อ้ม สิริจนฺโท) ภายหลังได้รับพระราชทาน



ที่ลดลง สมณศักด์เป็นพระราชาคณะช้นราชท่ พระราชรัตนดิลก วัดจักรวรรดิราชาวาส


เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพประสิทธิมนต์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร)
ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักด์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะท ี ่

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ปัจจุบัน พระมงคลวชิรากร

สังกัดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือเป็นท่รู้จักกัน
14 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 15
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




เรียนรู้ตามองค์ความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ ออกเป็นจานวนท้งส้น 10 ฐาน พระมงคลวชิรากร (สมบัติ ญาณวโร)
ประกอบด้วย : บอกให้รู้ ท�าให้ดู
1) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงกบ จากประวัติการพัฒนาหมู่บ้านในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม จะ
2) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมือง เห็นได้ว่าพ้นท่สานักสงฆ์บ้านชบา ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเน่องโดยม ี




3) ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงปลา พระมงคลวชิรากร หรือสามเณรสมบัติ หนองหงอก ผู้ที่ถือว่าเป็นลูกหลาน









4) ฐานการเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน ของคนบานชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมองจนทร จงหวดศรสะเกษ โดยกาเนด


5) ฐานการเรียนรู้การปลูกไผ่ตง ประวัติโดยสังเขปของพระมงคลวชิรากร มีดังนี้
6) ฐานการเรียนรู้การเพาะปลูกลูกไก่ชน พระมงคลวชิรากร หรือเดิมคือ ชื่อ สมบัติ นามสกุล หนองหงอก เกิด
7) ฐานการเรียนรู้ธนาคารข้าว เมื่อวันที่ 6 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 ต�าบลตาโกน
8) ฐานการเรียนรู้การท�าปุ๋ยอินทรีย์ อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีบิดา-มารดา คือ นายโสภา และ
9) ฐานการเรียนรู้การปลูกผักชีฝรั่ง นางแฮม หนองหงอก เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 31
10) ฐานการเรียนรู้การปลูกมะนาว เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534 ณ วัดตาโกน ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์




อย่างไรก็ตามในช่วงของการดาเนินการจัดทาเอกสารช้นน้ ฐานการ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พระครูประศาสน์วรคุณ (สอน เขมงกฺโร) เจ้าอาวาส


เรยนร้หลายแห่งไม่ได้เปิดให้ประชาชนหรอบคคลทวไปเข้าไปเรียนรู้ได้ตาม วัดปลาซิว เจ้าคณะตาบลหนองใหญ่ อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ








ปกติ เน่องด้วยสภาพเศรษฐกิจท่เปล่ยนแปลงไปส่งผลให้วิทยากรประจาฐาน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542 ได้อุปสมบท


การเรียนรู้แต่ละฐานต้องไปประกอบอาชีพอ่นร่วมด้วย หรือการขาดแนวทาง ณ พระอุโบสถวัดจักรวรรดิราชาราวาส แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ

ท่ชัดเจนในการดาเนินงานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ส่งผลให้การ มหานคร โดยมี พระพุทธิวงศมุนี (บุญมา ทีปธมฺโม) วัดจักรวรรดิราชาวาส


ขับเคล่อนงานหรือการประกอบอาชีพภายใต้ช่อของฐานการเรียนรู้มีบทบาท เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอมรเมธี (อ้ม สิริจนฺโท) ภายหลังได้รับพระราชทาน



ที่ลดลง สมณศักด์เป็นพระราชาคณะช้นราชท่ พระราชรัตนดิลก วัดจักรวรรดิราชาวาส


เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเทพประสิทธิมนต์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร)
ภายหลังได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักด์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะท ี ่

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ปัจจุบัน พระมงคลวชิรากร

สังกัดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือเป็นท่รู้จักกัน
14 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 15
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ










ในช่อ วัดโพธ์ ท่าเตียน โดยดารงตาแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน พระพทธศาสนา ท่านได้อุทศตนในการทางานเพ่อการเผยแผ่พระพทธศาสนา


วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และหัวหน้าสานักงานกากับดูแลพระธรรม และให้การสงเคราะห์ประชาชนมาโดยตลอด บทบาทในการเผยแผ่พระพุทธ



ทูตไปต่างประเทศ ศาสนา เม่อคร้งสังกัดวัดยานนาวาและดารงตาแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสและ

เลขานุการวัดยานนาวา ได้สนองงานในเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
สมณศกดิ์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนั้น โดยการเป็นกรรมการ

พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมใน และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) สนองงานในส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ท้งพระสงฆ์และประชาชนท่วประเทศ



พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ ตามภารกิจท่ได้รับมอบหมาย อาทิ การช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนเม่อ

“พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ” เกิดสาธารณภัย การประสานงานเพ่อขับเคล่อนแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูป



พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ กิจการพระพทธศาสนา ตลอดจนการจดทาแนวทาง มาตรการการขับเคล่อน



ชั้นสามัญที่ “พระมงคลวชิรากร” แผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในด้านการสาธารณสงเคราะห์













ตลอดจนการเป็นองคอปถมภการพฒนาสานกสงฆบานชบา ใหเกดการจดต้ง
ส�าหรับประวัติการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม พระมงคลวชิรากร ศูนย์การศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพ่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน





สอบได้นักธรรมชั้นเอก ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในพนท่ตาบลตาโกน สามารถดาเนนชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาและ


และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส ขณะ หลักเศรษฐกิจพอเพียง เน่องจากเล็งเห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน





ท่การศึกษาทางโลก เม่อปี พ.ศ. 2548 สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตร ี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยการปลูกข้าวเป็นพืชทาให้มีรายได้ไม่แน่นอน


หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาทฤษฎีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีกท้งประชากรส่วนหน่งยังมีฐานะยากจน จึงมีความจาเป็นต้องเดินทางออก

สุโขทัยธรรมาธิราช และเมื่อปี พ.ศ. 2559 ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ไปรับจ้างหารายได้ต่างถิ่น
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน บทบาทงานด้านสาธารณสงเคราะห์ท่เป็นท้งงานในฐานะกรรมการ


มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม






หากพิจารณาในมิติการทางานด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนการ ตลอดจนงานท่พระมงคลวชิราการให้ความสาคัญนับต้งแต่เม่อคร้งเป็น


เป็นผู้นาด้านจิตวิญญาณเพ่อการพัฒนาชุมชนและสังคม จะเห็นได้ว่านับ สามเณร เม่อพิจารณาตามงานสาธารณสงเคราะห์ท้ง 4 ด้าน สามารถจาแนก



ต้งแต่พระมงคลวชิรากรบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุใน พอสังเขปได้ ดังนี้

16 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 17
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ










ในช่อ วัดโพธ์ ท่าเตียน โดยดารงตาแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน พระพทธศาสนา ท่านได้อุทศตนในการทางานเพ่อการเผยแผ่พระพทธศาสนา


วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และหัวหน้าสานักงานกากับดูแลพระธรรม และให้การสงเคราะห์ประชาชนมาโดยตลอด บทบาทในการเผยแผ่พระพุทธ



ทูตไปต่างประเทศ ศาสนา เม่อคร้งสังกัดวัดยานนาวาและดารงตาแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสและ

เลขานุการวัดยานนาวา ได้สนองงานในเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
สมณศกดิ์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวาในขณะนั้น โดยการเป็นกรรมการ

พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมใน และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
พระพรหมวชิรญาณ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) สนองงานในส่วนงานสาธารณสงเคราะห์ท้งพระสงฆ์และประชาชนท่วประเทศ



พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ที่ ตามภารกิจท่ได้รับมอบหมาย อาทิ การช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนเม่อ

“พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ” เกิดสาธารณภัย การประสานงานเพ่อขับเคล่อนแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูป



พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ กิจการพระพทธศาสนา ตลอดจนการจดทาแนวทาง มาตรการการขับเคล่อน



ชั้นสามัญที่ “พระมงคลวชิรากร” แผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาในด้านการสาธารณสงเคราะห์













ตลอดจนการเป็นองคอปถมภการพฒนาสานกสงฆบานชบา ใหเกดการจดต้ง
ส�าหรับประวัติการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม พระมงคลวชิรากร ศูนย์การศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพ่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชน





สอบได้นักธรรมชั้นเอก ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส เมื่อปี พ.ศ. 2536 ในพนท่ตาบลตาโกน สามารถดาเนนชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาและ


และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ส�านักเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส ขณะ หลักเศรษฐกิจพอเพียง เน่องจากเล็งเห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน





ท่การศึกษาทางโลก เม่อปี พ.ศ. 2548 สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตร ี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยการปลูกข้าวเป็นพืชทาให้มีรายได้ไม่แน่นอน


หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาทฤษฎีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีกท้งประชากรส่วนหน่งยังมีฐานะยากจน จึงมีความจาเป็นต้องเดินทางออก

สุโขทัยธรรมาธิราช และเมื่อปี พ.ศ. 2559 ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ไปรับจ้างหารายได้ต่างถิ่น
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน บทบาทงานด้านสาธารณสงเคราะห์ท่เป็นท้งงานในฐานะกรรมการ


มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม






หากพิจารณาในมิติการทางานด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนการ ตลอดจนงานท่พระมงคลวชิราการให้ความสาคัญนับต้งแต่เม่อคร้งเป็น


เป็นผู้นาด้านจิตวิญญาณเพ่อการพัฒนาชุมชนและสังคม จะเห็นได้ว่านับ สามเณร เม่อพิจารณาตามงานสาธารณสงเคราะห์ท้ง 4 ด้าน สามารถจาแนก



ต้งแต่พระมงคลวชิรากรบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุใน พอสังเขปได้ ดังนี้

16 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 17
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


1) การสงเคราะห์ เพ่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนท้งในภาวะปกต ิ หากมองย้อนกลับถึงข้นตอนและการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนบ้าน





และในภาวะวิกฤติ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาในการด�าเนินชีวิต ผู้ด้อยโอกาสทาง ชบาท่เป็นภูมิลาเนา โดยพระมงคลวชิรากร ท่านได้นาหลักการสาธารณ


สังคม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อ สงเคราะห์ท้ง 4 มิติมาประยุกต์ใช้เพ่อให้ชุมชนท่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ



ให้ผู้ท่ได้รับความเดือนร้อนพ้นจากความทุกข์ และความอยากลาบากใน อาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นหลัก ท่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอน














สถานการณ์เร่งด่วน ทงนได้คานงถงหลกและระเบยบปฏบตขององค์กร ของราคาสินค้าการเกษตร การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติอย่างแหล่งนา


ปกครองคณะสงฆ์และพระธรรมวินัย ท่ถือเป็นหัวใจสาคัญของการทาเกษตรกรรม เม่อมีโอกาสท่ท่านได้กลับไป








2) การเก้อกูล โดยการส่งเสริมให้พระสงฆ์และวัด เป็นพ้นท่ท่ประชาชน เยี่ยมบ้านเกิดทั้งในโอกาสการทอดผ้าป่าสามัคคี การกลับไปเยี่ยมครอบครัว


สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ ใช้ทรัพยากรของงวัดเพ่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ตามวาระต่าง ๆ ท่านมักจะบอกเล่าข่าวสารท่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนในชุมชน

ในชุมชน ท้งในรูปแบบของการจัดต้งมูลนิธิหรือกองทุนเพ่อการกุศลภายใน บางครั้งผ่านการเทศนาธรรมในงานบุญที่จัดขึ้น ณ ส�านักสงฆ์บ้านชบา การ






วัด การสนับสนุนให้พ้นท่วัดเป็นพ้นท่สาหรับการส่งเสริมอาชีพของประชาชน เชิญวิทยากรท่มีความรู้ความสามารถในด้านการทาเกษตรกรรมเข้ามาให้



หรือเป็นพื้นที่ส�าหรับหน่วยงานราชการในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ความรู้แก่ประชาชนในการพัฒนาการทาการเกษตรของแต่ละครัวเรือนท่ม ี




3) การพฒนา ในหลกการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทย บริบทแตกต่างกัน เร่องราวอันใดท่เป็นประโยชน์ในด้านท่จะส่งเสริมให้






ในปัจจบัน งานด้านการพัฒนาดจะมีบทบาทสาคญในงานด้านการสาธารณ ประชาชนท่อาศัยอยู่ใน หมู่ท่ 8 บ้านชบา มีคุณภาพชีวิตท่ดีข้น หรือมีโครงการ





สงเคราะห์ท่เด่นชัดสาหรับพระมงคลวชิรากร โดยเฉพาะเป้าหมายและความ จากทางภาครัฐท้งในส่วนภูมิภาค และในส่วนกลาง ท่านมักจะเป็นผู้นาส่ง










ต้องการท่จะเห็นประชาชนในท้องถ่นท่เป็นบ้านเกิด ได้รับการสนับสนุนหรือ ข่าวสารไปสู่คนท่อาศัยในชุมชนเพ่อสร้างโอกาสให้คนในชมชนสามารถเข้า

เกิดการเปล่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทิศทางท่ดีข้น โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ถึงข่าวสารและบริการจากทางภาครัฐ ตัวอย่างส�าคัญของการที่ท่านการเป็น


การด�าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน นักประชาสัมพันธ์ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ คือ การสนับสนุนและส่งเสริมให้






4) การบรณาการ ผานการเชอมโยงภาคเครอข่ายการดาเนนงานหรอ ประชาชนในบ้านชบาได้รู้จักเก่ยวกับการทาการเกษตรในรูปแบบของเกษตร







กิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อขยายโอกาสให้บ้านหรือชุมชน วัดและ ผสมผสาน ที่ไม่จากัดตนเองเฉพาะการปลูกข้าวหรือการปลูกพืชเชิงเด่ยว






พระสงฆ์ โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ ได้ดาเนินการเพ่อแก้ไขปัญหา หรือ ตลอดระยะเวลาในการร่วมลงพ้นท่ถอดบทเรียนการดาเนินงานจัดต้งศูนย์


พัฒนางานท่สามารถสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ ท้งน ้ ี เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบา ท่านมักบอกเล่า

เพ่อให้ทุกภาคส่วนทางานร่วมกันในลักษณะภาคีเครือข่าย เกิดการแลก ประโยชน์ของการทาเกษตรแบบผสมผสาน ท่จะกลายเป็นแนวทางในการ



เปลี่ยนในแง่ขององค์ความรู้ กิจกรรม บุคลากร งบประมาณ และเทคโนโลยี ป้องกันความเส่ยงให้กับเกษตรกรท่ปลูกพืชเชิงเด่ยว เน่องจากความไม่




18 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 19
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


1) การสงเคราะห์ เพ่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนท้งในภาวะปกต ิ หากมองย้อนกลับถึงข้นตอนและการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนบ้าน





และในภาวะวิกฤติ ทั้งผู้ที่ประสบปัญหาในการด�าเนินชีวิต ผู้ด้อยโอกาสทาง ชบาท่เป็นภูมิลาเนา โดยพระมงคลวชิรากร ท่านได้นาหลักการสาธารณ


สังคม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อ สงเคราะห์ท้ง 4 มิติมาประยุกต์ใช้เพ่อให้ชุมชนท่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบ



ให้ผู้ท่ได้รับความเดือนร้อนพ้นจากความทุกข์ และความอยากลาบากใน อาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นหลัก ท่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอน














สถานการณ์เร่งด่วน ทงนได้คานงถงหลกและระเบยบปฏบตขององค์กร ของราคาสินค้าการเกษตร การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติอย่างแหล่งนา


ปกครองคณะสงฆ์และพระธรรมวินัย ท่ถือเป็นหัวใจสาคัญของการทาเกษตรกรรม เม่อมีโอกาสท่ท่านได้กลับไป








2) การเก้อกูล โดยการส่งเสริมให้พระสงฆ์และวัด เป็นพ้นท่ท่ประชาชน เยี่ยมบ้านเกิดทั้งในโอกาสการทอดผ้าป่าสามัคคี การกลับไปเยี่ยมครอบครัว


สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ ใช้ทรัพยากรของงวัดเพ่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ตามวาระต่าง ๆ ท่านมักจะบอกเล่าข่าวสารท่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนในชุมชน

ในชุมชน ท้งในรูปแบบของการจัดต้งมูลนิธิหรือกองทุนเพ่อการกุศลภายใน บางครั้งผ่านการเทศนาธรรมในงานบุญที่จัดขึ้น ณ ส�านักสงฆ์บ้านชบา การ






วัด การสนับสนุนให้พ้นท่วัดเป็นพ้นท่สาหรับการส่งเสริมอาชีพของประชาชน เชิญวิทยากรท่มีความรู้ความสามารถในด้านการทาเกษตรกรรมเข้ามาให้



หรือเป็นพื้นที่ส�าหรับหน่วยงานราชการในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ความรู้แก่ประชาชนในการพัฒนาการทาการเกษตรของแต่ละครัวเรือนท่ม ี




3) การพฒนา ในหลกการงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทย บริบทแตกต่างกัน เร่องราวอันใดท่เป็นประโยชน์ในด้านท่จะส่งเสริมให้




ในปัจจบัน งานด้านการพัฒนาดจะมีบทบาทสาคญในงานด้านการสาธารณ ประชาชนท่อาศัยอยู่ใน หมู่ท่ 8 บ้านชบา มีคุณภาพชีวิตท่ดีข้น หรือมีโครงการ







สงเคราะห์ท่เด่นชัดสาหรับพระมงคลวชิรากร โดยเฉพาะเป้าหมายและความ จากทางภาครัฐท้งในส่วนภูมิภาค และในส่วนกลาง ท่านมักจะเป็นผู้นาส่ง










ต้องการท่จะเห็นประชาชนในท้องถ่นท่เป็นบ้านเกิด ได้รับการสนับสนุนหรือ ข่าวสารไปสู่คนท่อาศัยในชุมชนเพ่อสร้างโอกาสให้คนในชมชนสามารถเข้า

เกิดการเปล่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทิศทางท่ดีข้น โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ถึงข่าวสารและบริการจากทางภาครัฐ ตัวอย่างส�าคัญของการที่ท่านการเป็น


การด�าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน นักประชาสัมพันธ์ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ คือ การสนับสนุนและส่งเสริมให้






4) การบรณาการ ผานการเชอมโยงภาคเครอข่ายการดาเนนงานหรอ ประชาชนในบ้านชบาได้รู้จักเก่ยวกับการทาการเกษตรในรูปแบบของเกษตร







กิจกรรมในมิติต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อขยายโอกาสให้บ้านหรือชุมชน วัดและ ผสมผสาน ที่ไม่จากัดตนเองเฉพาะการปลูกข้าวหรือการปลูกพืชเชิงเด่ยว






พระสงฆ์ โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ ได้ดาเนินการเพ่อแก้ไขปัญหา หรือ ตลอดระยะเวลาในการร่วมลงพ้นท่ถอดบทเรียนการดาเนินงานจัดต้งศูนย์


พัฒนางานท่สามารถสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ ท้งน ้ ี เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ส�านักสงฆ์บ้านชบา ท่านมักบอกเล่า

เพ่อให้ทุกภาคส่วนทางานร่วมกันในลักษณะภาคีเครือข่าย เกิดการแลก ประโยชน์ของการทาเกษตรแบบผสมผสาน ท่จะกลายเป็นแนวทางในการ



เปลี่ยนในแง่ขององค์ความรู้ กิจกรรม บุคลากร งบประมาณ และเทคโนโลยี ป้องกันความเส่ยงให้กับเกษตรกรท่ปลูกพืชเชิงเด่ยว เน่องจากความไม่




18 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 19
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ







แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิตต่อปี ตลอดจนนโยบายส่วนราชการท่ก�ากับ เน่องจากยังเกิดค�าถามท้งในเร่องของต้นทุนท่จะต้องใช้ส�าหรับการปรับ
ให้การท�าเกษตรกรรมโดยเฉพาะการปลูกข้าวซ่งถือเป็นพืชส�าคัญของ เปลี่ยนพื้นที่ของตนเอง การขุดสระ/บ่อ เพื่อการเลี้ยงปลา หรือการต้องถม



บ้านชบา ท�าได้ปีละ 1 – 2 ครั้ง เนื่องจากปัญหาความฝนแล้งและฝนไม่ตก พ้นท่บางส่วนเพ่อให้สามารถปลูกพืชชนิดอ่นนอกจากข้าว ตลอดจนความ


ต้องตามฤดูกาล ไม่เชื่อมั่นในเรื่องของช่องทางการจัดจ�าหน่าย ที่เมื่อปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แล้ว
จะสามารถขายได้ หรือไม่ม่นใจว่าจะมีพ่อค้า-แม่ค้า เข้ามารับซ้อหรือไม่ ความ


กังวลใจต่าง ๆ เหล่าน้เป็นส่งท่พระมงคลวชิรากรท่านรับฟัง และน�ามา



พิจารณาว่าหากไม่ท�าให้ชาวบ้านและคนในชุมชนเห็นเป็นตัวอย่าง ความ



เช่อม่นและแรงศรัทธาท่จะต้องตัดสินใจในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตจาก

ท่เคยท�านาและปลูกพืชเชิงเด่ยวมาเป็นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน




ย่อมไม่สามารถเกดผลสาเรจได้ ท่านจงสนบสนนงบประมาณเรมต้นให้ผ้นา








ชุมชน และน้องเขยของท่านทดลองแบ่งพื้นที่นาของตนเองมาท�าการเกษตร






โดยการปลกพชผกสวนครวนอกเหนอจากการทานาตามปกต และเมอผล



ผลิตจากพืชผักสวนครัวเหล่าน้นออกดอกผล ให้ทดลองดูว่าจะสามารถ


หาตลาดเพ่อรองรับสินค้าเหล่าน้นได้ยาก-ง่ายเพียงใด โดยการสัมภาษณ์

นอกจากการบอกเล่าข่าวสาร หรือน�าข้อมูลท่ได้รับจากส่วนราชการ ผู้น�าชุมชนเก่ยวกับรายได้จากการจ�าหน่ายพืชผักท่ปลูกจนสามารถเก็บเก่ยว









ท้งในพ้นท่ชุมชนบ้านชบา หรือข้อมูลท่เป็นประโยชน์ในการท่จะยกระดับ ได้น้น พบว่า การเร่มท�าแปลงเกษตรแบบผสมผสาน หรือแม้แต่การหันมา



คุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน พระมงคลวชิรากร ยังได้สนับสนุนให้ผู้น�าใน ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ท่เป็นรายได้ต่อวัน เน่องจาก



ชุมชนทดลองท�าการเกษตรแบบผสมผสานเพ่อพิสูจน์ให้คนในชุมชนได้เห็น เม่อพืชผักออกดอกผล ก็จะมีพ่อค้าหรือแม่ค้าจากตลาดในอ�าเภอ ในตัวเมือง

ถึงประโยชน์ของการท�าการเกษตรในรูปแบบดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ง เข้ามารับสินค้าเพ่อไปขายต่อ ผักบางชนิด เช่น ผักกะแยง (หรืออาจเป็นท ี ่




รายได้ท่ชาวบ้านพึงจะได้รับโดยไม่จ�าเป็นต้องพ่งพาพืชเชิงเด่ยว หรือพ่งพา รู้จักในช่อ ผักแขยง ผักพา หรือผักกะออม) ทางตลาดมีความต้องการ



รายได้จากการปลูกข้าวในฤดูท�านา หรือการปลูกพืชนอกฤดูกาลท�านาเพียง วันละ 10 – 20 กิโลกรัม โดยราคาอยู่ท่ประมาณกิโลกรัมละ 25 บาท

อย่างเดียว หากเพียงแต่บอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงการท�าเกษตรเชิงเดี่ยว หากสามารถเก็บเก่ยวได้วันละ 10 กิโลกรัม ก็จะช่วยให้เกษตรกรหรือ



เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ชาวบ้านทส่วนใหญ่ปลกข้าวมักจะไม่ทาตาม ชาวบ้านมีรายได้ตกวันละ 250 บาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,500 บาท

20 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 21
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ







แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิตต่อปี ตลอดจนนโยบายส่วนราชการท่ก�ากับ เน่องจากยังเกิดค�าถามท้งในเร่องของต้นทุนท่จะต้องใช้ส�าหรับการปรับ
ให้การท�าเกษตรกรรมโดยเฉพาะการปลูกข้าวซ่งถือเป็นพืชส�าคัญของ เปลี่ยนพื้นที่ของตนเอง การขุดสระ/บ่อ เพื่อการเลี้ยงปลา หรือการต้องถม



บ้านชบา ท�าได้ปีละ 1 – 2 ครั้ง เนื่องจากปัญหาความฝนแล้งและฝนไม่ตก พ้นท่บางส่วนเพ่อให้สามารถปลูกพืชชนิดอ่นนอกจากข้าว ตลอดจนความ


ต้องตามฤดูกาล ไม่เชื่อมั่นในเรื่องของช่องทางการจัดจ�าหน่าย ที่เมื่อปลูกพืชชนิดอื่น ๆ แล้ว
จะสามารถขายได้ หรือไม่ม่นใจว่าจะมีพ่อค้า-แม่ค้า เข้ามารับซ้อหรือไม่ ความ


กังวลใจต่าง ๆ เหล่าน้เป็นส่งท่พระมงคลวชิรากรท่านรับฟัง และน�ามา



พิจารณาว่าหากไม่ท�าให้ชาวบ้านและคนในชุมชนเห็นเป็นตัวอย่าง ความ



เช่อม่นและแรงศรัทธาท่จะต้องตัดสินใจในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตจาก

ท่เคยท�านาและปลูกพืชเชิงเด่ยวมาเป็นการท�าการเกษตรแบบผสมผสาน




ย่อมไม่สามารถเกดผลสาเรจได้ ท่านจงสนบสนนงบประมาณเรมต้นให้ผ้นา








ชุมชน และน้องเขยของท่านทดลองแบ่งพื้นที่นาของตนเองมาท�าการเกษตร






โดยการปลกพชผกสวนครวนอกเหนอจากการทานาตามปกต และเมอผล



ผลิตจากพืชผักสวนครัวเหล่าน้นออกดอกผล ให้ทดลองดูว่าจะสามารถ


หาตลาดเพ่อรองรับสินค้าเหล่าน้นได้ยาก-ง่ายเพียงใด โดยการสัมภาษณ์

นอกจากการบอกเล่าข่าวสาร หรือน�าข้อมูลท่ได้รับจากส่วนราชการ ผู้น�าชุมชนเก่ยวกับรายได้จากการจ�าหน่ายพืชผักท่ปลูกจนสามารถเก็บเก่ยว









ท้งในพ้นท่ชุมชนบ้านชบา หรือข้อมูลท่เป็นประโยชน์ในการท่จะยกระดับ ได้น้น พบว่า การเร่มท�าแปลงเกษตรแบบผสมผสาน หรือแม้แต่การหันมา



คุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้าน พระมงคลวชิรากร ยังได้สนับสนุนให้ผู้น�าใน ปลูกพืชผักสวนครัว ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ท่เป็นรายได้ต่อวัน เน่องจาก



ชุมชนทดลองท�าการเกษตรแบบผสมผสานเพ่อพิสูจน์ให้คนในชุมชนได้เห็น เม่อพืชผักออกดอกผล ก็จะมีพ่อค้าหรือแม่ค้าจากตลาดในอ�าเภอ ในตัวเมือง

ถึงประโยชน์ของการท�าการเกษตรในรูปแบบดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ง เข้ามารับสินค้าเพ่อไปขายต่อ ผักบางชนิด เช่น ผักกะแยง (หรืออาจเป็นท ี ่




รายได้ท่ชาวบ้านพึงจะได้รับโดยไม่จ�าเป็นต้องพ่งพาพืชเชิงเด่ยว หรือพ่งพา รู้จักในช่อ ผักแขยง ผักพา หรือผักกะออม) ทางตลาดมีความต้องการ



รายได้จากการปลูกข้าวในฤดูท�านา หรือการปลูกพืชนอกฤดูกาลท�านาเพียง วันละ 10 – 20 กิโลกรัม โดยราคาอยู่ท่ประมาณกิโลกรัมละ 25 บาท

อย่างเดียว หากเพียงแต่บอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงการท�าเกษตรเชิงเดี่ยว หากสามารถเก็บเก่ยวได้วันละ 10 กิโลกรัม ก็จะช่วยให้เกษตรกรหรือ



เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ชาวบ้านทส่วนใหญ่ปลกข้าวมักจะไม่ทาตาม ชาวบ้านมีรายได้ตกวันละ 250 บาท หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,500 บาท

20 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 21
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ

ต่อเดือน ขณะที่การท�างานในพื้นที่ 3 ไร่ บางปีที่ราคาผลผลิตประเภทข้าว
ตกต�่า ท�ารายได้จากการขายข้าวได้เพียง 5,000 บาทเท่านั้น

การสนับสนุนงบประมาณเพียงบางส่วนของพระมงคลวชิรากรให้กับ







ผ้นาชมชนในการทดลองทาการเกษตรแบบผสมผสานเพอลดการพงพง


02
รายได้จากการขายข้าวในช่วงฤดูท�านา และการจ�าหน่ายพริกนอกช่วงฤด ู
ท�านาเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการให้เกษตรกรในบ้านชบาหันไป 02


ท�าการเกษตรแบบผสมผสาน อาจเป็นแนวทางหน่งท่ช่วยให้เกษตรกรม ี


ความม่นคงด้านรายได้ ลดการพ่งพิงปัจจัยจากภายนอกท้งอาหารและ


ปัจจัยท่เก่ยวข้องกับการเกษตร ภาวการณ์เป็นผู้น�าของท่านจึงไม่ได้จ�ากัด แนวคิดเกษตร

เฉพาะค�าแนะน�าทางวาจาเท่าน้น แต่ท่านมีความต้งใจท่จะให้เกษตรกร






ในบ้านชบาเห็นถึงความเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นในเชิงรูปธรรม มีตัวอย่างท ี ่ (เพอความ)ยั�งยืน


ท�าให้เห็นว่าเกษตรแบบผสมผสานจะเป็นหนทางหน่งให้เกษตรกรสามารถ


รอดพ้นวิกฤตทางรายได้ นอกจากน้ยังช่วยให้การท�าการเกษตรสามารถ
กลายเป็นอาชีพที่สร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตของตนเองได้
ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม‹
หากพิจารณาแนวคิดการท�าเกษตรกรรมในรูปแบบด้งเดิมก่อนการก้าว


เข้าสู่ระบบการเกษตรท่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือระบบ
การเกษตรที่เน้นการได้รับผลผลิตจ�านวนมาก ๆ ผ่านการลงทุนจ�านวนมาก
ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรกล ปุ๋ย หรือสารเคมีส�าหรับก�าจัดศัตรูพืช และการ
เข้ามามีบทบาทขององค์กรภาคเอกชนในการก�าหนดพันธพืช ข้อก�าหนดทาง
ุ์

สัญญาเก่ยวกับการผลิตในด้านต่าง ๆ ระบบเกษตรแบบด้งเดิมเป็นระบบท ี ่


มุ่งเน้นการผลิตเพ่อสนองตอบความต้องการของผู้ผลิตหรือใช้เพ่อการบริโภค

ภายในครอบครัวและชุมชน และเป็นการผลิตท่มีความหลากหลายของพืช

22 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 23
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ

ต่อเดือน ขณะที่การท�างานในพื้นที่ 3 ไร่ บางปีที่ราคาผลผลิตประเภทข้าว
ตกต�่า ท�ารายได้จากการขายข้าวได้เพียง 5,000 บาทเท่านั้น

การสนับสนุนงบประมาณเพียงบางส่วนของพระมงคลวชิรากรให้กับ







ผ้นาชมชนในการทดลองทาการเกษตรแบบผสมผสานเพอลดการพงพง


02
รายได้จากการขายข้าวในช่วงฤดูท�านา และการจ�าหน่ายพริกนอกช่วงฤด ู
ท�านาเพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าการให้เกษตรกรในบ้านชบาหันไป 02


ท�าการเกษตรแบบผสมผสาน อาจเป็นแนวทางหน่งท่ช่วยให้เกษตรกรม ี


ความม่นคงด้านรายได้ ลดการพ่งพิงปัจจัยจากภายนอกท้งอาหารและ


ปัจจัยท่เก่ยวข้องกับการเกษตร ภาวการณ์เป็นผู้น�าของท่านจึงไม่ได้จ�ากัด แนวคิดเกษตร

เฉพาะค�าแนะน�าทางวาจาเท่าน้น แต่ท่านมีความต้งใจท่จะให้เกษตรกร






ในบ้านชบาเห็นถึงความเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นในเชิงรูปธรรม มีตัวอย่างท ี ่ (เพอความ)ยั�งยืน


ท�าให้เห็นว่าเกษตรแบบผสมผสานจะเป็นหนทางหน่งให้เกษตรกรสามารถ


รอดพ้นวิกฤตทางรายได้ นอกจากน้ยังช่วยให้การท�าการเกษตรสามารถ
กลายเป็นอาชีพที่สร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตของตนเองได้
ผลกระทบของระบบเกษตรสมัยใหม‹
หากพิจารณาแนวคิดการท�าเกษตรกรรมในรูปแบบด้งเดิมก่อนการก้าว


เข้าสู่ระบบการเกษตรท่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือระบบ
การเกษตรที่เน้นการได้รับผลผลิตจ�านวนมาก ๆ ผ่านการลงทุนจ�านวนมาก
ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรกล ปุ๋ย หรือสารเคมีส�าหรับก�าจัดศัตรูพืช และการ
เข้ามามีบทบาทขององค์กรภาคเอกชนในการก�าหนดพันธพืช ข้อก�าหนดทาง
ุ์

สัญญาเก่ยวกับการผลิตในด้านต่าง ๆ ระบบเกษตรแบบด้งเดิมเป็นระบบท ี ่


มุ่งเน้นการผลิตเพ่อสนองตอบความต้องการของผู้ผลิตหรือใช้เพ่อการบริโภค

ภายในครอบครัวและชุมชน และเป็นการผลิตท่มีความหลากหลายของพืช

22 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 23
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ






เน่องจากต้องพ่งพิงธรรมชาติในประเด็นของสภาพอากาศท่อาจไม่สามารถ ศัตรูพืชท่ทาใช้เองภายในครัวเรือนหรือชุมชน แต่ด้วยการแข่งขันทางการ




ควบคุมได้ การผลิตท่อาศัยความหลากหลายของพันธุ์พืชจะช่วยลดความเส่ยง ตลาดของบริษัทท่ผลิตสารเคมีเพ่อการเกษตรกรรมส่งผลให้ราคาของผลิตภัณฑ์






จากความเสียหายของผลผลิตชนิดเดียว เหล่านนมราคาทย่อมเยา เกษตรกรสามารถเข้าถงสินค้าต่าง ๆ ได้ง่ายมาก













ปญหาทเกดขนจากการทาการเกษตรสมยใหมทเนนการใชสารเคมเพอ ย่งข้น และมีความสะดวกในการใช้งาน ยังคงเป็นความท้าทายของภาครัฐ












ให้ได้ผลผลิตในจานวนมาก และลดความเส่ยงท่จะเกิดข้นกับผลผลิตในพ้นท ่ ี และต่อตัวเกษตรกรเองท่มีความต้งใจใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทอินทรีย์เพ่อลดสาร

การผลิต มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผล เคมีตกค้างในพืชผลทางการเกษตรให้ได้มากที่สุด












กระทบทเกดขนกบสงแวดล้อม ผลกระทบต่อการพฒนาภมปัญญาท้องถน


และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยโครงการนโยบายสาธารณะเพ่อความ 2) ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับส่งแวดล้อม ั ั ี ้

การเกษตรในปจจบนมปฏิบตการทเกยวของกบทรพยากรท่ใชในการ












ปลอดภยดานอาหารและเศรษฐกจการคาทยงยน (2549) ทาการสรปปญหา ผลิต โดยเฉพาะเรื่องของดินและน�้า ที่ขั้นตอนการท�าเกษตรกรรมในปัจจุบัน











จากการท�าเกษตรที่ใช้สารเคมี ดังนี้ มีส่วนต้องการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ในการ
1) ผลกระทบท่เกิดข้นกับสขภาพของผ้ผลิตและผ้บริโภค จัดการเก่ยวกับดิน ท่เกษตรกรมักเลือกใช้วิธีการเตรียมพ้นท่ก่อนทาการปลูก











ผลกระทบท่เกิดข้นกับสุขภาพของผู้ผลิตหรือเกษตรและผู้บริโภคท ี ่ พืชผลทางการเกษตรผ่านการเผาฟางหรือวัสดุต่าง ๆ บนหน้าดิน ที่ส่งผลให้


สาคัญท่สุด คือ การใช้สารเคมีในข้นตอนของการผลิต ถึงแม้ว่าการทาการ แร่ธาตุในดินมีปริมาณลดลง อีกท้งยังเป็นการเพ่มก๊าซเรือนกระจกท่ส่งผลต่อ








เกษตรในปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ทาการผลิตเพ่อการบริโภคอย่างท่เคยเป็นมา การเปล่ยนแปลงของสภาพอากาสในระยะยาว หรือการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีกับ


ในรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม แต่การที่ตัวของเกษตรกรต้องใช้เครื่องมือ ผลผลิตทางการเกษตร ที่ส่งผลให้ดินมีสภาพที่เรียกว่า “ดินเปรี้ยว” เกิดการ

ในการพ่นสารเคมีในสวนหรือไร่ของตน และไม่ได้มีอุปกรณ์หรือเคร่องมือ สะสมของสารพิษในดิน เป็นต้น ไม่แตกต่างจากแหล่งนาท่เป็นทรัพยากร




ป้องกันสารเคมีท่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ อาจส่งผลให้เกษตรกรได้รับ สาคัญในการทาเกษตรกรรม ท่การทาการเกษตรในปัจจุบันปริมาณแหล่งนา






ผลกระทบจากสารเคมี แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บริโภค ในขณะที่ผู้บริโภคก็มี ตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการทาเกษตรในระบบท่มีการปลูกพืชอย่างหนา




ส่วนได้รับสารเคมีท่เกษตรกรใช้เพ่อป้องกันแมลง ศัตรูพืช หรือเพ่อเร่งให้ แน่น หรือการทาเกษตรกรรมขนาดใหญ่ นาไปสู่การดึงแย่งชิงทรัพยากรจาก




ผลิตผลทางการเกษตรขายได้ราคาดี จากการบริโภคผลผลิตท่ยังคงมีสารเคม ี แหล่งนาธรรมชาติ ซ่งอาจนาไปสู่ความขัดแย้งในการใช้แหล่งนาระหว่าง






ดังกล่าวตกค้างอยู่ แม้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปถึงความอันตรายของสารเคมีที่ ชุมชนอ่น ๆ หรือแม้แต่การใช้สารเคมีท่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร


ถูกใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการท�าเกษตรกรรม และมีการน�าเสนอทางเลือก ดิน แต่ยังพบการปนเปื้อนในแหล่งนาในกรณีท่เกษตรกรไม่ได้มีการบาบัดนา









เก่ยวกับผลิตภัณฑ์ท่มีความเป็นอินทรีย์ หรือเป็นกาประยุกต์ใช้ปุ๋ย นายากาจัด







เสียจากการทาเกษตรกรรมก่อนปล่อยนาเสียเหล่าน้นคืนสู่แหล่งนาธรรมชาต ิ

24 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 25
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ






เน่องจากต้องพ่งพิงธรรมชาติในประเด็นของสภาพอากาศท่อาจไม่สามารถ ศัตรูพืชท่ทาใช้เองภายในครัวเรือนหรือชุมชน แต่ด้วยการแข่งขันทางการ




ควบคุมได้ การผลิตท่อาศัยความหลากหลายของพันธุ์พืชจะช่วยลดความเส่ยง ตลาดของบริษัทท่ผลิตสารเคมีเพ่อการเกษตรกรรมส่งผลให้ราคาของผลิตภัณฑ์






จากความเสียหายของผลผลิตชนิดเดียว เหล่านนมราคาทย่อมเยา เกษตรกรสามารถเข้าถงสินค้าต่าง ๆ ได้ง่ายมาก













ปญหาทเกดขนจากการทาการเกษตรสมยใหมทเนนการใชสารเคมเพอ ย่งข้น และมีความสะดวกในการใช้งาน ยังคงเป็นความท้าทายของภาครัฐ












ให้ได้ผลผลิตในจานวนมาก และลดความเส่ยงท่จะเกิดข้นกับผลผลิตในพ้นท ่ ี และต่อตัวเกษตรกรเองท่มีความต้งใจใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทอินทรีย์เพ่อลดสาร

การผลิต มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ผล เคมีตกค้างในพืชผลทางการเกษตรให้ได้มากที่สุด












กระทบทเกดขนกบสงแวดล้อม ผลกระทบต่อการพฒนาภมปัญญาท้องถน


และผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยโครงการนโยบายสาธารณะเพ่อความ 2) ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับส่งแวดล้อม ั ั ี ้

การเกษตรในปจจบนมปฏิบตการทเกยวของกบทรพยากรท่ใชในการ












ปลอดภยดานอาหารและเศรษฐกจการคาทยงยน (2549) ทาการสรปปญหา ผลิต โดยเฉพาะเรื่องของดินและน�้า ที่ขั้นตอนการท�าเกษตรกรรมในปัจจุบัน











จากการท�าเกษตรที่ใช้สารเคมี ดังนี้ มีส่วนต้องการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น ในการ
1) ผลกระทบท่เกิดข้นกับสขภาพของผ้ผลิตและผ้บริโภค จัดการเก่ยวกับดิน ท่เกษตรกรมักเลือกใช้วิธีการเตรียมพ้นท่ก่อนทาการปลูก











ผลกระทบท่เกิดข้นกับสุขภาพของผู้ผลิตหรือเกษตรและผู้บริโภคท ี ่ พืชผลทางการเกษตรผ่านการเผาฟางหรือวัสดุต่าง ๆ บนหน้าดิน ที่ส่งผลให้


สาคัญท่สุด คือ การใช้สารเคมีในข้นตอนของการผลิต ถึงแม้ว่าการทาการ แร่ธาตุในดินมีปริมาณลดลง อีกท้งยังเป็นการเพ่มก๊าซเรือนกระจกท่ส่งผลต่อ








เกษตรในปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ทาการผลิตเพ่อการบริโภคอย่างท่เคยเป็นมา การเปล่ยนแปลงของสภาพอากาสในระยะยาว หรือการเลือกใช้ปุ๋ยเคมีกับ


ในรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม แต่การที่ตัวของเกษตรกรต้องใช้เครื่องมือ ผลผลิตทางการเกษตร ที่ส่งผลให้ดินมีสภาพที่เรียกว่า “ดินเปรี้ยว” เกิดการ

ในการพ่นสารเคมีในสวนหรือไร่ของตน และไม่ได้มีอุปกรณ์หรือเคร่องมือ สะสมของสารพิษในดิน เป็นต้น ไม่แตกต่างจากแหล่งนาท่เป็นทรัพยากร




ป้องกันสารเคมีท่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ อาจส่งผลให้เกษตรกรได้รับ สาคัญในการทาเกษตรกรรม ท่การทาการเกษตรในปัจจุบันปริมาณแหล่งนา






ผลกระทบจากสารเคมี แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นผู้บริโภค ในขณะที่ผู้บริโภคก็มี ตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการทาเกษตรในระบบท่มีการปลูกพืชอย่างหนา




ส่วนได้รับสารเคมีท่เกษตรกรใช้เพ่อป้องกันแมลง ศัตรูพืช หรือเพ่อเร่งให้ แน่น หรือการทาเกษตรกรรมขนาดใหญ่ นาไปสู่การดึงแย่งชิงทรัพยากรจาก




ผลิตผลทางการเกษตรขายได้ราคาดี จากการบริโภคผลผลิตท่ยังคงมีสารเคม ี แหล่งนาธรรมชาติ ซ่งอาจนาไปสู่ความขัดแย้งในการใช้แหล่งนาระหว่าง






ดังกล่าวตกค้างอยู่ แม้จะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปถึงความอันตรายของสารเคมีที่ ชุมชนอ่น ๆ หรือแม้แต่การใช้สารเคมีท่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร


ถูกใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการท�าเกษตรกรรม และมีการน�าเสนอทางเลือก ดิน แต่ยังพบการปนเปื้อนในแหล่งนาในกรณีท่เกษตรกรไม่ได้มีการบาบัดนา









เก่ยวกับผลิตภัณฑ์ท่มีความเป็นอินทรีย์ หรือเป็นกาประยุกต์ใช้ปุ๋ย นายากาจัด







เสียจากการทาเกษตรกรรมก่อนปล่อยนาเสียเหล่าน้นคืนสู่แหล่งนาธรรมชาต ิ

24 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 25
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ



3) ผลกระทบต่อการพฒนาภูมิปญญาท้องถิ่น นอกจากน้นโยบายด้านการเกษตรท่กาหนดทิศทางหรือประเภทของ




ภายหลังยุคของการปฏิวัติเขียว (The Green Revolution) ที่ก่อให้ ผลผลิตจากทางภาครัฐ มีบทบาทสาคัญให้เกษตรกรกลายเป็นผู้ลองผิด


เกิดการดัดแปลงพันธุ์พืชเพ่อเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตเพ่มมาข้น หรือการใช้ปุ๋ย มากกว่าลองถูก โดยเฉพาะมาตรการท่เก่ยวข้องกับการส่งเสริมให้มีการ







และสารเคมีเพ่อกาจัดศัตรูพืช (ชาญณรงค์ ดวงสะอาด, 2553) ตลอดจน ปลูกพืชชนิดต่าง ๆ หลายคร้งเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชท่ไม่มีความสอดคล้อง






สภาพสังคมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อความคิดท่มีต่อ กับบริบทเชิงพ้นท่ หรือเกษตรกรในพ้นท่น้น ๆ ไม่มีความเช่ยวชาญในการ








ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ความต้องการผลผลิตทางการเกษตรในจ�านวน ปลูกพชชนิดดงกล่าว สงผลใหไมสามารถให้การดูแลและเพาะปลกไดอย่างม ี


คร้งละมาก ๆ ส่งผลให้เกษตรกรต้องปรับเปล่ยนท้งวิถีการผลิตและประเพณ ี ประสิทธิภาพ ไม่ได้ผลผลิตจ�านวนที่ต้องการ ตลอดจนการไม่ได้เตรียมตลาด

วัฒนธรรมท่เกิดขนในช่วงเวลาต่าง ๆ ของการทาเกษตรกรรม ยกตัวอย่าง ไว้รองรับผลผลิต ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ล้มเลิกการปลูกพืชชนิดดังกล่าวไป







เช่น การเปล่ยนแปลงวิธีการทานาจากนาดาเป็นนาหว่าน หรือการนา 4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ


เทคโนโลยีอย่างรถไถเข้ามาใช้เพ่อการทาการเกษตรกรรม หรือการม ี การทาเกษตรกรรมสมยใหม่ทมุ่งเน้นการเกษตรทให้ผลผลิตเป็น










วัฒนธรรมการลงแรงร่วมกันเก่ยวข้าวเม่อถึงฤดูกาลเก็บเก่ยว ภูมิปัญญาท ี ่ จานวนมาก ๆ ในพ้นท่การเพาะปลูก ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิตและ




เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมมักจะได้รับการละเลย อีกท้งยังมองว่า วัฒนธรรมการผลิตดังท่กล่าวไปในข้างต้น ส่งท่บ่งช้ได้ชัดเจนถึงผลกระทบ







เป็นวิธีการท่ขาดความเป็นทันสมัย ไม่ส่งผลให้การทาการเกษตรกรรม ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพเกษตรกร คือ ภาวะต้นที่การ




มีประสิทธิภาพเช่นเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการใช้สารเคมีต่าง ๆ ท้งท่เม่อ ผลิตท่เพ่มสูงข้นหากเกษตรกรต้องการได้ผลผลิตต่อไร่จานวนมากข้น ต้นทุน






เกษตรกรพิจารณาถึงภูมิปัญญาท่เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมในอดีตน้น ท่ว่านเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเก่ยวกับปุ๋ย ยากาจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง เป็นต้น








ภูมิปัญญาดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะท่หยุดน่ง หากแต่ได้รับการพัฒนาและ นอกจากน้ด้วยสภาพสังคมและวฒนธรรมท่เปล่ยนแปลงไปการทานาของ







ปรับปรุงผ่านการทดลองใช้ในไร่นาของตนเอง ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้ เกษตรกรในปัจจุบันมักเป็นการทาในพ้นท่ของตนเอง วัฒนธรรมท่มีการ




วิธีการท่มีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นท่เพาะปลูกของตน แต่ในปัจจุบัน แลกเปล่ยนแรงงานเพ่อช่วยในการทานาหลายแห่งสูญหายไป เน่องจาก









เกษตรกรกลับเลือกใช้เคร่องมือสมัยใหม่ หรือสารเคมี ท่มีค่าใช้จ่ายท่สูง ความเร่งรีบในการเพาะปลูกเพ่อให้ได้ผลผลิตท่สามารถส่งขายได้เร็วมากท่สุด









ซ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางการผลิตท่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ อีกทั้งยังขาด ดังน้นหากเกษตรกรท่มีพ้นท่ไร่นาขนาดใหญ่ สามารถใช้เคร่องจักรทางการ








โอกาสในการพัฒนาภูมิปัญญาท่สามารถแก้ไขปัญหาท่เก่ยวข้องกับการทา เกษตรได้ มักจะมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนด้านรถไถท้งท่เป็นไปในลักษณะของ















เกษตรกรรม ท่นอกจากจะมีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นทของตน การเช่า หรอเกษตรกรบางรายเลอกใช้วธการก้ยมเงนเพอซอเป็นเครองมอ



ยังเพิ่มโอกาสในการลดรายจ่ายจากการซื้อสารเคมีทางการเกษตร ส่วนตัว
26 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 27
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ



3) ผลกระทบต่อการพฒนาภูมิปญญาท้องถิ่น นอกจากน้นโยบายด้านการเกษตรท่กาหนดทิศทางหรือประเภทของ




ภายหลังยุคของการปฏิวัติเขียว (The Green Revolution) ที่ก่อให้ ผลผลิตจากทางภาครัฐ มีบทบาทสาคัญให้เกษตรกรกลายเป็นผู้ลองผิด


เกิดการดัดแปลงพันธุ์พืชเพ่อเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตเพ่มมาข้น หรือการใช้ปุ๋ย มากกว่าลองถูก โดยเฉพาะมาตรการท่เก่ยวข้องกับการส่งเสริมให้มีการ







และสารเคมีเพ่อกาจัดศัตรูพืช (ชาญณรงค์ ดวงสะอาด, 2553) ตลอดจน ปลูกพืชชนิดต่าง ๆ หลายคร้งเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชท่ไม่มีความสอดคล้อง






สภาพสังคมและวัฒนธรรมสมัยใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อความคิดท่มีต่อ กับบริบทเชิงพ้นท่ หรือเกษตรกรในพ้นท่น้น ๆ ไม่มีความเช่ยวชาญในการ








ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน ความต้องการผลผลิตทางการเกษตรในจ�านวน ปลูกพชชนิดดงกล่าว สงผลใหไมสามารถให้การดูแลและเพาะปลกไดอย่างม ี


คร้งละมาก ๆ ส่งผลให้เกษตรกรต้องปรับเปล่ยนท้งวิถีการผลิตและประเพณ ี ประสิทธิภาพ ไม่ได้ผลผลิตจ�านวนที่ต้องการ ตลอดจนการไม่ได้เตรียมตลาด

วัฒนธรรมท่เกิดขนในช่วงเวลาต่าง ๆ ของการทาเกษตรกรรม ยกตัวอย่าง ไว้รองรับผลผลิต ท้ายที่สุดเกษตรกรก็ล้มเลิกการปลูกพืชชนิดดังกล่าวไป







เช่น การเปล่ยนแปลงวิธีการทานาจากนาดาเป็นนาหว่าน หรือการนา 4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ


เทคโนโลยีอย่างรถไถเข้ามาใช้เพ่อการทาการเกษตรกรรม หรือการม ี การทาเกษตรกรรมสมยใหม่ทมุ่งเน้นการเกษตรทให้ผลผลิตเป็น










วัฒนธรรมการลงแรงร่วมกันเก่ยวข้าวเม่อถึงฤดูกาลเก็บเก่ยว ภูมิปัญญาท ี ่ จานวนมาก ๆ ในพ้นท่การเพาะปลูก ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิตและ




เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมมักจะได้รับการละเลย อีกท้งยังมองว่า วัฒนธรรมการผลิตดังท่กล่าวไปในข้างต้น ส่งท่บ่งช้ได้ชัดเจนถึงผลกระทบ







เป็นวิธีการท่ขาดความเป็นทันสมัย ไม่ส่งผลให้การทาการเกษตรกรรม ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพเกษตรกร คือ ภาวะต้นที่การ




มีประสิทธิภาพเช่นเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการใช้สารเคมีต่าง ๆ ท้งท่เม่อ ผลิตท่เพ่มสูงข้นหากเกษตรกรต้องการได้ผลผลิตต่อไร่จานวนมากข้น ต้นทุน






เกษตรกรพิจารณาถึงภูมิปัญญาท่เก่ยวข้องกับการทาเกษตรกรรมในอดีตน้น ท่ว่านเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายเก่ยวกับปุ๋ย ยากาจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง เป็นต้น








ภูมิปัญญาดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะท่หยุดน่ง หากแต่ได้รับการพัฒนาและ นอกจากน้ด้วยสภาพสังคมและวฒนธรรมท่เปล่ยนแปลงไปการทานาของ







ปรับปรุงผ่านการทดลองใช้ในไร่นาของตนเอง ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้ เกษตรกรในปัจจุบันมักเป็นการทาในพ้นท่ของตนเอง วัฒนธรรมท่มีการ




วิธีการท่มีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นท่เพาะปลูกของตน แต่ในปัจจุบัน แลกเปล่ยนแรงงานเพ่อช่วยในการทานาหลายแห่งสูญหายไป เน่องจาก









เกษตรกรกลับเลือกใช้เคร่องมือสมัยใหม่ หรือสารเคมี ท่มีค่าใช้จ่ายท่สูง ความเร่งรีบในการเพาะปลูกเพ่อให้ได้ผลผลิตท่สามารถส่งขายได้เร็วมากท่สุด









ซ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางการผลิตท่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ อีกทั้งยังขาด ดังน้นหากเกษตรกรท่มีพ้นท่ไร่นาขนาดใหญ่ สามารถใช้เคร่องจักรทางการ








โอกาสในการพัฒนาภูมิปัญญาท่สามารถแก้ไขปัญหาท่เก่ยวข้องกับการทา เกษตรได้ มักจะมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนด้านรถไถท้งท่เป็นไปในลักษณะของ















เกษตรกรรม ท่นอกจากจะมีความเหมาะสมกับบริบทด้านพ้นทของตน การเช่า หรอเกษตรกรบางรายเลอกใช้วธการก้ยมเงนเพอซอเป็นเครองมอ



ยังเพิ่มโอกาสในการลดรายจ่ายจากการซื้อสารเคมีทางการเกษตร ส่วนตัว
26 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 27
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ










ความไม่แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิต เป็นอีกหน่งในปัจจัยท่ม ี แนวคิดการทาเกษตรท่กาเนิดข้นเพ่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น อีกท้งยัง

บทบาทสาคัญต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นระบบเกษตรกรรมท่มุ่งเน้นการเก้อกูลประโยชน์ต่อกันระหว่างกิจกรรม



ท่ทาการเพาะปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวมักได้รับผลกระทบเก่ยวกับราคา การผลิตแต่ละชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ (วิฑูรย์, 2530) โดยหลักการส�าคัญ








ข้าวเปลือกทมความผนผวนสงอนเนืองมาจากการกาหนดราคาเป็นไปตาม ของการทาเกษตรแบบผสมผสานน้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อัน






อุปสงค์และอุปทานท่ไม่เพียงแต่จากัดเฉพาะภายในประเทศ หากแต่ยังม ี เน่องมาจากพระราชดาริ (2563) ได้เสนอหลักการและลักษณะของการทา



ประเทศคู่แข่งหลายประเทศที่มีการเพาะปลูกข้าวเช่นเดียวกัน ส่งผลราคามี เกษตรผสมผสานไว้ ดังนี้




ความผันผวนและไม่สามารถกาหนดราคาท่แน่นอนได้ เกษตรกรจึงเป็นอาชีพ 1) เกษตรผสมผสานต้องมีกิจกรรมการเกษตรต้งแต่ 2 กิจกรรมข้นไป
ท่มีความเส่ยงในเชิงเศรษฐกิจหากเลือกปลูกพืชในพ้นท่ทาการเกษตรของตน กิจกรรมการเกษตร หมายถึง การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดย







เพยงชนดเดยวทนอกจากจะไม่สามารถกาหนดราคาผลผลิตได้ด้วยตนเอง การท�าเกษตรแบบผสมผสานต้องท�าให้มีกิจกรรมการเกษตรทั้ง 2 กิจกรรม




หากเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาดในพื้นที่เพาะปลูกที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับ ท�าในพื้นที่และระยะเวลาเดียวกัน หรือพื้นที่เดียวกันแต่เหลื่อมเวลากัน โดย

พืชชนิดท่ตนเองปลูกน้น อาจส่งผลให้การลงทุนเพ่อเพาะปลูกได้รับผล สามารถผสมผสานระหว่างการปลูกพืชต่างชนิดหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างชนิด



ตอบแทนเป็นศูนย์ได้เลยทีเดียว 2) ต้องมีการเก้อกูลประโยชน์ระหว่างกิจกรรมเกษตรต่าง ๆ และม ี
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบเกษตรแบบผสมผสาน กล่าวคือ ม ี
เกษตรผสมผสาน การหมุนเวียนการใช้แร่ธาตุ อาหาร พลังงานภายในระบบเกษตร ยกตัวอย่าง


เกษตรผสมผสานเป็นรูปแบบของระบบเกษตรย่งยืน ท่เล็งเห็นปัญหา เช่น การน�ามูลสัตว์มาใช้ประโยชน์กับการปลูกพืช การน�าเศษของพืชไปเป็น

จากเกษตรกระแสหลัก และเกษตรสมัยใหม่ท่มุ่งเน้นการทาเกษตรเชิงเด่ยว อาหารสัตว์ อาจเป็นการหมนเวยนใช้งานโดยตรงหรอโดยทางอ้อมผ่าน







หรอการผลิตสนค้าเกษตรชนดมาก ๆ เพยงชนดเดยว อนนาไปส่ปัญหา กระบวนการอย่างการหมักให้มูลสัตว์หรือของเสียกลายเป็นจุลินทรีย์ก่อน







ต่าง ๆ อาทิ ความไม่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางรายได้ เนื่องจากต้อง น�าไปบ�ารุงพืชก็ได้


อาศยราคาตลาดในการกาหนดราคาของผลตผลทางการเกษตรชนดนน ๆ




การท่เกษตรกรต้องพ่งพาอาหารจากภายนอกเน่องจากพ้นท่เพาะปลูกของ







ตนเองดาเนินการปลูกพืชผลเพียงชนิดเดียว ตลอดจนปัญหาท่ไม่สามารถ
ควบคุมได้อย่างสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด ศัตรูพืชที่อาจเกิดการระบาดใน






พนทจนผลผลตได้รบความเสยหาย การทาเกษตรแบบผสมผสานจงเป็น



28 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 29
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ









ความไม่แน่นอนในเร่องของราคาผลผลิต เป็นอีกหน่งในปัจจัยท่ม ี แนวคิดการทาเกษตรท่กาเนิดข้นเพ่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น อีกท้งยัง


บทบาทสาคัญต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นระบบเกษตรกรรมท่มุ่งเน้นการเก้อกูลประโยชน์ต่อกันระหว่างกิจกรรม



ท่ทาการเพาะปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวมักได้รับผลกระทบเก่ยวกับราคา การผลิตแต่ละชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ (วิฑูรย์, 2530) โดยหลักการส�าคัญ








ข้าวเปลือกทมความผนผวนสงอนเนืองมาจากการกาหนดราคาเป็นไปตาม ของการทาเกษตรแบบผสมผสานน้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อัน






อุปสงค์และอุปทานท่ไม่เพียงแต่จากัดเฉพาะภายในประเทศ หากแต่ยังม ี เน่องมาจากพระราชดาริ (2563) ได้เสนอหลักการและลักษณะของการทา



ประเทศคู่แข่งหลายประเทศที่มีการเพาะปลูกข้าวเช่นเดียวกัน ส่งผลราคามี เกษตรผสมผสานไว้ ดังนี้




ความผันผวนและไม่สามารถกาหนดราคาท่แน่นอนได้ เกษตรกรจึงเป็นอาชีพ 1) เกษตรผสมผสานต้องมีกิจกรรมการเกษตรต้งแต่ 2 กิจกรรมข้นไป
ท่มีความเส่ยงในเชิงเศรษฐกิจหากเลือกปลูกพืชในพ้นท่ทาการเกษตรของตน กิจกรรมการเกษตร หมายถึง การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดย







เพยงชนดเดยวทนอกจากจะไม่สามารถกาหนดราคาผลผลิตได้ด้วยตนเอง การท�าเกษตรแบบผสมผสานต้องท�าให้มีกิจกรรมการเกษตรทั้ง 2 กิจกรรม




หากเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาดในพื้นที่เพาะปลูกที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับ ท�าในพื้นที่และระยะเวลาเดียวกัน หรือพื้นที่เดียวกันแต่เหลื่อมเวลากัน โดย

พืชชนิดท่ตนเองปลูกน้น อาจส่งผลให้การลงทุนเพ่อเพาะปลูกได้รับผล สามารถผสมผสานระหว่างการปลูกพืชต่างชนิดหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างชนิด



ตอบแทนเป็นศูนย์ได้เลยทีเดียว 2) ต้องมีการเก้อกูลประโยชน์ระหว่างกิจกรรมเกษตรต่าง ๆ และม ี
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบเกษตรแบบผสมผสาน กล่าวคือ ม ี
เกษตรผสมผสาน การหมุนเวียนการใช้แร่ธาตุ อาหาร พลังงานภายในระบบเกษตร ยกตัวอย่าง


เกษตรผสมผสานเป็นรูปแบบของระบบเกษตรย่งยืน ท่เล็งเห็นปัญหา เช่น การน�ามูลสัตว์มาใช้ประโยชน์กับการปลูกพืช การน�าเศษของพืชไปเป็น

จากเกษตรกระแสหลัก และเกษตรสมัยใหม่ท่มุ่งเน้นการทาเกษตรเชิงเด่ยว อาหารสัตว์ อาจเป็นการหมนเวยนใช้งานโดยตรงหรอโดยทางอ้อมผ่าน







หรอการผลิตสนค้าเกษตรชนดมาก ๆ เพยงชนดเดยว อนนาไปส่ปัญหา กระบวนการอย่างการหมักให้มูลสัตว์หรือของเสียกลายเป็นจุลินทรีย์ก่อน







ต่าง ๆ อาทิ ความไม่มีความมั่นคงและเสถียรภาพทางรายได้ เนื่องจากต้อง น�าไปบ�ารุงพืชก็ได้


อาศยราคาตลาดในการกาหนดราคาของผลตผลทางการเกษตรชนดนน ๆ




การท่เกษตรกรต้องพ่งพาอาหารจากภายนอกเน่องจากพ้นท่เพาะปลูกของ







ตนเองดาเนินการปลูกพืชผลเพียงชนิดเดียว ตลอดจนปัญหาท่ไม่สามารถ
ควบคุมได้อย่างสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด ศัตรูพืชที่อาจเกิดการระบาดใน






พนทจนผลผลตได้รบความเสยหาย การทาเกษตรแบบผสมผสานจงเป็น



28 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 29
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


ชนิดท่มีความแตกต่างกันจะส่งผลต่อการจัดระบบการปลูกพืช ยกตัวอย่าง
อำหำร/ของใช้
อำหำรสตว์ เช่น มีการจัดการปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดให้สามารถเจริญเติบโตในระดับ

สูงได้ดีกว่าพืชท่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก การจัดการระบบการเกษตรผสม

กิจกรรมพช




กิจกรรมประมง กิจกรรมปศสตว์ ผสานลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้ดอกผลของพืชท่มีลาต้นสูงร่วงลงสู่พ้นดิน


มนุษย์ และย่อยสลายกลายเป็นแร่ธาตุให้กับพืชชนิดอื่น ๆ ดังตัวอย่างการปลูกตาล
ผลพลอยได้ ตโตนดในนาข้าว การปลูกพริกไทยในสวนป่า หรือการปลูกพืชที่มีคุณสมบัติ

เศษเหลือ มูล/ขี้เลน/น�้ำ/ มูล/ของเสย/

ของเสย สตว์ตำย มูล/ของเสย เป็นปุ๋ยสด เช่น โสน ถั่วพุ่ม ปอเทือง เพื่อเป็นการปรับปรุงบ�ารุงดิน เป็นต้น


2) การผสมผสานการเล้ยงสัตว์ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์บนหลักความ

ปย บ่อหมัก กองหมัก
ุ๋


สัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับสัตว์ ตัวอย่างท่พบเห็นได้มาก อาทิ การเล้ยงหมู หรือ

สัตว์ตระกูลเป็ดและไก่ควบคู่ไปกับการเล้ยงปลา เพ่ออาศัยมูลของสัตว์เป็น

ก๊ำซชีวภำพ อาหารให้กับปลาที่เลี้ยง นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนในแง่ของอาหารปลา
แล้ว ยังเป็นการก�าจัดหรือช่วยลดมูลของสัตว์บกที่ตกค้างและอาจกลายเป็น


แผนผังเชื่อมโยงความสมพนธ์กิจกรรมเกษตรผสมผสาน
ปรังปรุงจากศนย์ศกษาการพฒนาห้วยฮ่องไคร้ แหล่งสะสมหรือแพร่กระจายเชื้อโรคอีกด้วย



อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ (2563) 3) การปลูกพืชผสมผสานกับการเล้ยงสัตว์ หากกล่าวถึงระบบเกษตร

ผสมผสานท่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างระบบการพ่งพากันท่สมบูรณ์



ลักษณะของการผสมผสาน ระหว่างกิจกรรมการเกษตร การปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์เป็นการ


ในระบบการเกษตร สร้างสมดุลท้งในเชิงแร่ธาตุและพลังงานท่มีมิติความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
การผสมผสานในระบบการเกษตรไม่เพียงจากัดเฉพาะการผสมผสาน ใกล้เคียงกับธรรมชาติ โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้มาก อาทิ การเลี้ยงปลาหรือ

ระหว่างการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น เป็ดในนาข้าว การเลี้ยงสุกรควบคู่ไปกับการปลูกพืชผัก เป็นต้น
3 ลักษณะ ประกอบด้วย

1) การผสมผสานการปลูกพืช ในลักษณะน้จะเป็นการอาศัยหลักการ

ความสัมพันธ์ระหว่างพืชแต่ละชนิด และส่งมีชีวิตหรือจุลินทรัย์ต่าง ๆ ท ่ ี

เกิดข้นในระบบนิเวศตามธรรมชาติ การทาความเข้าใจลักษณะของพืชแต่ละ

30 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 31
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


ชนิดท่มีความแตกต่างกันจะส่งผลต่อการจัดระบบการปลูกพืช ยกตัวอย่าง
อำหำร/ของใช้
อำหำรสตว์ เช่น มีการจัดการปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดให้สามารถเจริญเติบโตในระดับ

สูงได้ดีกว่าพืชท่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก การจัดการระบบการเกษตรผสม

กิจกรรมพช




กิจกรรมประมง กิจกรรมปศสตว์ ผสานลักษณะดังกล่าว จะช่วยให้ดอกผลของพืชท่มีลาต้นสูงร่วงลงสู่พ้นดิน


มนุษย์ และย่อยสลายกลายเป็นแร่ธาตุให้กับพืชชนิดอื่น ๆ ดังตัวอย่างการปลูกตาล
ผลพลอยได้ ตโตนดในนาข้าว การปลูกพริกไทยในสวนป่า หรือการปลูกพืชที่มีคุณสมบัติ

เศษเหลือ มูล/ขี้เลน/น�้ำ/ มูล/ของเสย/

ของเสย สตว์ตำย มูล/ของเสย เป็นปุ๋ยสด เช่น โสน ถั่วพุ่ม ปอเทือง เพื่อเป็นการปรับปรุงบ�ารุงดิน เป็นต้น


2) การผสมผสานการเล้ยงสัตว์ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์บนหลักความ

ปย บ่อหมัก กองหมัก
ุ๋


สัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับสัตว์ ตัวอย่างท่พบเห็นได้มาก อาทิ การเล้ยงหมู หรือ

สัตว์ตระกูลเป็ดและไก่ควบคู่ไปกับการเล้ยงปลา เพ่ออาศัยมูลของสัตว์เป็น

ก๊ำซชีวภำพ อาหารให้กับปลาที่เลี้ยง นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนในแง่ของอาหารปลา
แล้ว ยังเป็นการก�าจัดหรือช่วยลดมูลของสัตว์บกที่ตกค้างและอาจกลายเป็น


แผนผังเชื่อมโยงความสมพนธ์กิจกรรมเกษตรผสมผสาน
ปรังปรุงจากศนย์ศกษาการพฒนาห้วยฮ่องไคร้ แหล่งสะสมหรือแพร่กระจายเชื้อโรคอีกด้วย



อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ (2563) 3) การปลูกพืชผสมผสานกับการเล้ยงสัตว์ หากกล่าวถึงระบบเกษตร

ผสมผสานท่ได้รับความนิยมและสามารถสร้างระบบการพ่งพากันท่สมบูรณ์



ลักษณะของการผสมผสาน ระหว่างกิจกรรมการเกษตร การปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์เป็นการ


ในระบบการเกษตร สร้างสมดุลท้งในเชิงแร่ธาตุและพลังงานท่มีมิติความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
การผสมผสานในระบบการเกษตรไม่เพียงจากัดเฉพาะการผสมผสาน ใกล้เคียงกับธรรมชาติ โดยตัวอย่างที่พบเห็นได้มาก อาทิ การเลี้ยงปลาหรือ

ระหว่างการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น เป็ดในนาข้าว การเลี้ยงสุกรควบคู่ไปกับการปลูกพืชผัก เป็นต้น
3 ลักษณะ ประกอบด้วย

1) การผสมผสานการปลูกพืช ในลักษณะน้จะเป็นการอาศัยหลักการ

ความสัมพันธ์ระหว่างพืชแต่ละชนิด และส่งมีชีวิตหรือจุลินทรัย์ต่าง ๆ ท ่ ี

เกิดข้นในระบบนิเวศตามธรรมชาติ การทาความเข้าใจลักษณะของพืชแต่ละ

30 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 31
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

03
03









ศนย์เรียนร ู ้

ชุมชนเกษตรผสมผสาน


พลังบวร






ในปัจจุบันชาวบ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด



ศรสะเกษ ส่วนมากท�าเกษตรกรรมแบบปลูกพชเชงเด่ยว โดยมีอาชีพทานา







เป็นหลกและรับจ้างหรือปลกพชผลอนเป็นอาชีพรอง กล่าวคือหลงทานาเสร็จ


แล้ว ชาวบ้านมักจะท�างานรับจ้างเพ่อหาเงินมาซ้ออาหารกิน ส่วนในช่วงหน้า


แล้งนิยมปลูกพริกและพืชผักส่งขายตลาด ท้งน้เม่อคิดทบทวนถึงรายจ่ายท ี ่



ชาวบ้านชบาใช้จ่ายไปทุกวัน พบว่าส่วนใหญ่ก็มาจากการซื้ออาหารกิน เช่น
ขิง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ ผักชี และผักอื่น ๆ ล้วนซื้อหมด แม้แต่ซี่โครงไก่



ก็ต้องซ้อ ท้งน้อาหารการกินท่ซ้อน้นในความจริงแล้วชาวบ้านสามารถผลิต








ไดเองอยูแลว ถาหากชาวบานปลูกผักกินเอง และเลี้ยงไกไวกินเองก็จะไดกิน



32 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 33
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ

03
03









ศนย์เรียนร ู ้

ชุมชนเกษตรผสมผสาน


พลังบวร






ในปัจจุบันชาวบ้านชบา ต�าบลตาโกน อ�าเภอเมืองจันทร์ จังหวัด



ศรสะเกษ ส่วนมากท�าเกษตรกรรมแบบปลูกพชเชงเด่ยว โดยมีอาชีพทานา







เป็นหลกและรับจ้างหรือปลกพชผลอนเป็นอาชีพรอง กล่าวคือหลงทานาเสร็จ


แล้ว ชาวบ้านมักจะท�างานรับจ้างเพ่อหาเงินมาซ้ออาหารกิน ส่วนในช่วงหน้า



แล้งนิยมปลูกพริกและพืชผักส่งขายตลาด ท้งน้เม่อคิดทบทวนถึงรายจ่ายท ี ่


ชาวบ้านชบาใช้จ่ายไปทุกวัน พบว่าส่วนใหญ่ก็มาจากการซื้ออาหารกิน เช่น
ขิง ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ ผักชี และผักอื่น ๆ ล้วนซื้อหมด แม้แต่ซี่โครงไก่



ก็ต้องซ้อ ท้งน้อาหารการกินท่ซ้อน้นในความจริงแล้วชาวบ้านสามารถผลิต








ไดเองอยูแลว ถาหากชาวบานปลูกผักกินเอง และเลี้ยงไกไวกินเองก็จะไดกิน



32 ศูนยเรียนรูŒชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท และ พระมงคลวชิรากร 33
สํานักสงฆบŒานชบา อําเภอเมืองจันทร จังหวัดศรีสะเกษ







ไก่ท้งตัว หากเล้ยงปลาและเล้ยงหมูก็ย่งไม่ต้องซ้ออาหารกิน จึงเกิดคาถามว่า ใกล้ชิด มีความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงสามารถน�ามาปรับเปลี่ยนฟื้นฟู
ทาไมชาวบ้านถึงไม่ทาการผลิตอาหารการกินเอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ระบบคุณค่าและภูมิปัญญาดังกล่าว โดยนาบทเรียนสาคัญของการดาเนินงาน





ผลไม้ ไก่ ปลา หมู รวมถึงการผลิตของใช้อื่น ๆ เช่น สบู่ ยาสระผม เป็นต้น พัฒนาแนวใหม่ ท่เน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถ่น ค้นหาภูมิปัญญาชาวบ้าน


ก็จะช่วยอุดรูรั่วจากรายจ่ายของครอบครัวที่เป็นภาระมากอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงได้มีการสืบค้นหาปราชญ์ผู้รู้ชาวบ้านที่มีความรู้เฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่ง


ผู้นาชุมชนบ้านชบาซ่งรวมถึงพระมงคลวชิรากร จึงได้คิดถึงการ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้น�า “ธรรมชาติ” แม้จะไม่มีต�าแหน่งผู้น�าทางการใด ๆ ใน

สนับสนุนให้ชาวบ้านชบาหันมาสนใจร่วมทาการเกษตรแบบผสมผสาน อัน หมู่บ้าน แต่ผู้นาธรรมชาติเหล่าน้จะเป็นกาลังสาคัญในการสนับสนุน





เป็นค�าตอบที่ชาวบ้านและผู้น�าชุมชนบ้านชบาหลายคนได้กล่าวถึงว่าจะเป็น กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เรียนรู้เร่องปัญหาต่าง ๆ ท่เกิดข้นกับชาวบ้าน


ทางเลือกหรือทางออกที่ดี การปลูกพืชหลายอย่างไปพร้อมกัน ไม่ปลูกเพียง เรียนรู้เหตุปัจจัยของปัญหา เรียนรู้หาทางแก้ไขปัญหาเพ่อการพ่งตนเองได้


พืชชนิดใดชนิดหนึ่ง มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว และมีการเลี้ยงสัตว์ ของคนในชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การท�างานใน






ควบคู่กันไปด้วยในแปลงท่ทาเกษตรและท่อยู่อาศัย โดยอาจจะทาตามแนวคิด ท้องถ่นของผู้นาธรรมชาติแต่ละคน ด้วยภูมิปัญญาท้องถ่นและด้วยการมีชาว











ทฤษฎใหม่บนพนฐานหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง ด้วยการปรบ บ้านเป็นกาลังสาคัญและยินดีเข้าร่วมกิจกรรม แนวทางเช่นน้ของศูนย์เรียนร ู้

ประยุกตการทาเกษตรไปตามความเหมาะสมของสภาพพนท ชาวบานชบาก ็ จะช่วยสนับสนุนให้ชุมชนบ้านชบามีความเข้มแข็งในกระบวนการพัฒนา








จะสามารถพ่งพาตนเองได้ สามารถลดรายจ่ายและมีโอกาสจะเพ่มรายได้จาก เกษตรผสมผสาน



การขายพืชผลที่ผลิตจากแปลงเกษตรผสมผสาน บ้านชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเสมือน
ทุกวันน้ชาวบ้านชบาควรจะคิดใคร่ครวญถึงประเด็นคาถามของพระ ตัวแทนของชุมชนเกษตรในภาคอีสาน ท่ได้รับผลกระทบมากจากกระบวนการ







มงคลวชิรากรท่ว่า “ทาไมวันน้ชาวบ้านส่วนมากถึงได้ละท้งถ่นฐานบ้านเกิด พัฒนาการเกษตรแบบทนนิยม และส่งผลให้ชาวบ้านและชุมชนอยู่ในภาวะ






เดินทางเข้าเมืองกรุง ไปร่อนเร่หางานทา วิถีชีวิตเช่นน้จะช่วยให้ชาวบ้านม ี พ่งพิงระบบบริโภคนิยมท่กาลังบ่นทอนและทาลายวิถีของการพ่งตนเอง พระ





ความเป็นอยู่ท่ดีข้นจริงหรือ หรือมีแต่จะทาให้ชาวบ้านมีชีวิตท่ยาแย่ลง ม ี มงคลวชิรากรและสานักสงฆ์บ้านชบาซ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็น







ปัญหาทั้งในด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิต แข่งขันกันหารายได้มาซื้อเขากิน ศูนย์กลางในการพัฒนาของชุมชนบ้านชบา จึงได้คิดทบทวนสถานการณ์



ขยันอย่างไรก็ไม่ทาให้รวยข้นมาได้” เป็นการต้งคาถามมาจากความรู้ความ ปัญหาของชุมชนและส�ารวจรากฐานศักยภาพของชุมชน จนกระทั่งมองเห็น

เข้าใจถึงรากเหง้าปัญหาของชมชนบ้านชบา และมาจากทัศนะทวิพากษ์ แนวทางหน่งท่จะช่วยให้ชาวบ้านและชุมชนชบาหลุดพ้นจากวงจรวิกฤติทาง





วิจารณ์ต่อกระบวนการพัฒนาในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ประจาในชุมชน เศรษฐกิจ ด้วยการเสนอให้มีการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลัง


พระมงคลวชิรากรได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและสภาพปัญหาของชุมชนอย่าง บวร เพื่อเป็นสื่อการพัฒนา (change agent) ที่จะน�าพาชาวบ้านสามารถ
34 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 35
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ







ไก่ท้งตัว หากเล้ยงปลาและเล้ยงหมูก็ย่งไม่ต้องซ้ออาหารกิน จึงเกิดคาถามว่า ใกล้ชิด มีความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงสามารถน�ามาปรับเปลี่ยนฟื้นฟู
ทาไมชาวบ้านถึงไม่ทาการผลิตอาหารการกินเอง ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ระบบคุณค่าและภูมิปัญญาดังกล่าว โดยนาบทเรียนสาคัญของการดาเนินงาน





ผลไม้ ไก่ ปลา หมู รวมถึงการผลิตของใช้อื่น ๆ เช่น สบู่ ยาสระผม เป็นต้น พัฒนาแนวใหม่ ท่เน้นการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถ่น ค้นหาภูมิปัญญาชาวบ้าน


ก็จะช่วยอุดรูรั่วจากรายจ่ายของครอบครัวที่เป็นภาระมากอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงได้มีการสืบค้นหาปราชญ์ผู้รู้ชาวบ้านที่มีความรู้เฉพาะด้านต่าง ๆ ซึ่ง


ผู้นาชุมชนบ้านชบาซ่งรวมถึงพระมงคลวชิรากร จึงได้คิดถึงการ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้น�า “ธรรมชาติ” แม้จะไม่มีต�าแหน่งผู้น�าทางการใด ๆ ใน

สนับสนุนให้ชาวบ้านชบาหันมาสนใจร่วมทาการเกษตรแบบผสมผสาน อัน หมู่บ้าน แต่ผู้นาธรรมชาติเหล่าน้จะเป็นกาลังสาคัญในการสนับสนุน





เป็นค�าตอบที่ชาวบ้านและผู้น�าชุมชนบ้านชบาหลายคนได้กล่าวถึงว่าจะเป็น กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เรียนรู้เร่องปัญหาต่าง ๆ ท่เกิดข้นกับชาวบ้าน


ทางเลือกหรือทางออกที่ดี การปลูกพืชหลายอย่างไปพร้อมกัน ไม่ปลูกเพียง เรียนรู้เหตุปัจจัยของปัญหา เรียนรู้หาทางแก้ไขปัญหาเพ่อการพ่งตนเองได้


พืชชนิดใดชนิดหนึ่ง มีทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว และมีการเลี้ยงสัตว์ ของคนในชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การท�างานใน






ควบคู่กันไปด้วยในแปลงท่ทาเกษตรและท่อยู่อาศัย โดยอาจจะทาตามแนวคิด ท้องถ่นของผู้นาธรรมชาติแต่ละคน ด้วยภูมิปัญญาท้องถ่นและด้วยการมีชาว











ทฤษฎใหม่บนพนฐานหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยง ด้วยการปรบ บ้านเป็นกาลังสาคัญและยินดีเข้าร่วมกิจกรรม แนวทางเช่นน้ของศูนย์เรียนร ู้

ประยุกตการทาเกษตรไปตามความเหมาะสมของสภาพพนท ชาวบานชบาก ็ จะช่วยสนับสนุนให้ชุมชนบ้านชบามีความเข้มแข็งในกระบวนการพัฒนา








จะสามารถพ่งพาตนเองได้ สามารถลดรายจ่ายและมีโอกาสจะเพ่มรายได้จาก เกษตรผสมผสาน



การขายพืชผลที่ผลิตจากแปลงเกษตรผสมผสาน บ้านชบา ตาบลตาโกน อาเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเสมือน
ทุกวันน้ชาวบ้านชบาควรจะคิดใคร่ครวญถึงประเด็นคาถามของพระ ตัวแทนของชุมชนเกษตรในภาคอีสาน ท่ได้รับผลกระทบมากจากกระบวนการ







มงคลวชิรากรท่ว่า “ทาไมวันน้ชาวบ้านส่วนมากถึงได้ละท้งถ่นฐานบ้านเกิด พัฒนาการเกษตรแบบทนนิยม และส่งผลให้ชาวบ้านและชุมชนอยู่ในภาวะ






เดินทางเข้าเมืองกรุง ไปร่อนเร่หางานทา วิถีชีวิตเช่นน้จะช่วยให้ชาวบ้านม ี พ่งพิงระบบบริโภคนิยมท่กาลังบ่นทอนและทาลายวิถีของการพ่งตนเอง พระ





ความเป็นอยู่ท่ดีข้นจริงหรือ หรือมีแต่จะทาให้ชาวบ้านมีชีวิตท่ยาแย่ลง ม ี มงคลวชิรากรและสานักสงฆ์บ้านชบาซ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็น







ปัญหาทั้งในด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิต แข่งขันกันหารายได้มาซื้อเขากิน ศูนย์กลางในการพัฒนาของชุมชนบ้านชบา จึงได้คิดทบทวนสถานการณ์



ขยันอย่างไรก็ไม่ทาให้รวยข้นมาได้” เป็นการต้งคาถามมาจากความรู้ความ ปัญหาของชุมชนและส�ารวจรากฐานศักยภาพของชุมชน จนกระทั่งมองเห็น

เข้าใจถึงรากเหง้าปัญหาของชมชนบ้านชบา และมาจากทัศนะทวิพากษ์ แนวทางหน่งท่จะช่วยให้ชาวบ้านและชุมชนชบาหลุดพ้นจากวงจรวิกฤติทาง





วิจารณ์ต่อกระบวนการพัฒนาในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ประจาในชุมชน เศรษฐกิจ ด้วยการเสนอให้มีการจัดต้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลัง


พระมงคลวชิรากรได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและสภาพปัญหาของชุมชนอย่าง บวร เพื่อเป็นสื่อการพัฒนา (change agent) ที่จะน�าพาชาวบ้านสามารถ
34 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 35
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




ลดละการยึดติดกับกระแสบริโภคนิยมท่กาลังครอบงาชุมชนบ้านชบาอย่าง แนวคิดการด�าเนินกิจกรรม

ยากจะหลีกเล่ยงได้ ด้วยหวังผลให้ชาวบ้านและชุมชนบ้านชบาสามารถฟื้นฟ ู ของศูนย์เรียนรู้







วิถีการพึ่งตนเอง การแบ่งปัน และการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังที่เคย กระบวนการพฒนาท่ควรจะเกดขึนในศนย์เรยนร้ชมชนเกษตรผสม





เป็นอย่มาเป็นเวลานาน ให้กลับมาเป็นวิถีการผลิตท่จะช่วยให้ชาวบ้าน ผสานพลังบวร สานักสงฆ์บ้านชบา คือเป็นการเรียนรู้จริงเก่ยวกับการวิถ ี
สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง อยู่เย็นเป็นสุข และมีสุขภาวะที่ดี ด�าเนินชีวิต (การท�ามาหากิน ความสัมพันธ์ทางสังคม การเป็นอยู่ร่วมกันใน







ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรซ่งจะจัดต้งข้นท่ส�านักสงฆ์ ชมชน) และเป็นการเรยนรู้ด้านการเกษตรผสทผสานท่จะช่วยให้ชาวบ้าน





บ้านชบา มีวัตถุประสงค์ที่ส�าคัญ 5 ประการ คือ สามารถพ่งพาตนเองได้ ท้งน้แนวคิดของศูนย์เรียนรู้ท่มีต่อดาเนินกิจกรรมใน






1) สนับสนุนกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน เพ่อ ชมชนบานชบาได้ปรบเปลยนจากวถของงานสงเคราะหชวยเหลอมาเปนงาน









ค้นหาศักยภาพและทุนทางสังคมท่จะสามารถนามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบ พฒนา โดยเน้นการดาเนนกิจกรรมทเน้นแนวทางการพัฒนา “สังคม






พึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา วัฒนธรรม” มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาบนพ้นฐาน

2) ส่งเสริมการพัฒนาเกษตรผสมผสาน ให้เป็นวิถีการผลิตท่นอกจาก ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้องถ่น เน้นท่กระบวนการเรียนรู้วิถีการ






จะช่วยลดปัญหาการผลิตและปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนแล้ว ยังจะนาไปสู่ อย่ร่วมกนแบบแบ่งปันและช่วยเหลอเกอกลมากกว่าม่งไปพฒนาเศรษฐกจ







วิถีแห่งการพึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา เพ่อความรารวย การเรียนรู้ท่มีฐานอยู่ท่ภูมิปัญญาท้องถ่นจะช่วยเสริม





3) สร้างความเข้มแขงให้ชุมชนและสร้างความเข้มแขงให้การเกษตร กระบวนการพัฒนาข้นมาจาก “รากเหง้า” ของชุมชนเอง แต่การพัฒนาแนว





ของชุมชน เพ่อลดการพ่งพาหน่วยงานหรือองค์กรจากภายนอกชุมชน ท้ง นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพียงแต่จะให้ความส�าคัญ

หน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชน กับวัฒนธรรมของชุมชนเป็นอันดับแรก




4) สร้างเสริมชุมชนบ้านชบาให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางกาย ทางจิตใจ ดังน้นศูนย์เรียนรู้ท่จัดต้งจะให้ความสาคัญมากท่สุดกับกระบวนการ

ทางสังคม และทางปัญญา โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและ แลกเปล่ยนและเรียนรู้ของชาวบ้านและผู้นาชุมชน เพื่อการค้นหาศักยภาพ


ผู้น�าชุมชนเป็นพื้นฐานส�าคัญในการพัฒนาชุมชน ของชุมชน การรู้จักตนเอง ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยโครงการพัฒนาที่น�าเสนอมาจาก
5) สร้างเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการแบบ “บวร” ของ ภายนอกชุมชนเหมือนเมื่อก่อน แต่อาศัยวิธีการที่ไม่ยัดเยียดอะไรให้กับชาว




ทุกภาคส่วน ท้งบ้านหรือชุมชน วัด และหน่วยงานราชการในระดับอาเภอ บ้าน เพียงแต่ประสานให้เกิดการแลกเปล่ยนความรู้กันในรูปแบบท่ยอมรับ

และท้องถิ่น กันได้ รวมถึงการให้ผู้อาวุโสในชุมชนท่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและ


ชุมชนมาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ท้งท่เป็นของเก่าและของใหม่ให้ชาวบ้าน
36 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 37
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




ลดละการยึดติดกับกระแสบริโภคนิยมท่กาลังครอบงาชุมชนบ้านชบาอย่าง แนวคิดการด�าเนินกิจกรรม

ยากจะหลีกเล่ยงได้ ด้วยหวังผลให้ชาวบ้านและชุมชนบ้านชบาสามารถฟื้นฟ ู ของศูนย์เรียนรู้







วิถีการพึ่งตนเอง การแบ่งปัน และการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังที่เคย กระบวนการพฒนาท่ควรจะเกดขึนในศนย์เรยนร้ชมชนเกษตรผสม





เป็นอย่มาเป็นเวลานาน ให้กลับมาเป็นวิถีการผลิตท่จะช่วยให้ชาวบ้าน ผสานพลังบวร สานักสงฆ์บ้านชบา คือเป็นการเรียนรู้จริงเก่ยวกับการวิถ ี
สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง อยู่เย็นเป็นสุข และมีสุขภาวะที่ดี ด�าเนินชีวิต (การท�ามาหากิน ความสัมพันธ์ทางสังคม การเป็นอยู่ร่วมกันใน







ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรซ่งจะจัดต้งข้นท่ส�านักสงฆ์ ชมชน) และเป็นการเรยนรู้ด้านการเกษตรผสทผสานท่จะช่วยให้ชาวบ้าน





บ้านชบา มีวัตถุประสงค์ที่ส�าคัญ 5 ประการ คือ สามารถพ่งพาตนเองได้ ท้งน้แนวคิดของศูนย์เรียนรู้ท่มีต่อดาเนินกิจกรรมใน






1) สนับสนุนกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ของคนในชุมชน เพ่อ ชมชนบานชบาได้ปรบเปลยนจากวถของงานสงเคราะหชวยเหลอมาเปนงาน









ค้นหาศักยภาพและทุนทางสังคมท่จะสามารถนามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบ พฒนา โดยเน้นการดาเนนกิจกรรมทเน้นแนวทางการพัฒนา “สังคม






พึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา วัฒนธรรม” มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาบนพ้นฐาน

2) ส่งเสริมการพัฒนาเกษตรผสมผสาน ให้เป็นวิถีการผลิตท่นอกจาก ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้องถ่น เน้นท่กระบวนการเรียนรู้วิถีการ






จะช่วยลดปัญหาการผลิตและปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนแล้ว ยังจะนาไปสู่ อย่ร่วมกนแบบแบ่งปันและช่วยเหลอเกอกลมากกว่าม่งไปพฒนาเศรษฐกจ







วิถีแห่งการพึ่งตนเองในชุมชนบ้านชบา เพ่อความรารวย การเรียนรู้ท่มีฐานอยู่ท่ภูมิปัญญาท้องถ่นจะช่วยเสริม





3) สร้างความเข้มแขงให้ชุมชนและสร้างความเข้มแขงให้การเกษตร กระบวนการพัฒนาข้นมาจาก “รากเหง้า” ของชุมชนเอง แต่การพัฒนาแนว





ของชุมชน เพ่อลดการพ่งพาหน่วยงานหรือองค์กรจากภายนอกชุมชน ท้ง นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพียงแต่จะให้ความส�าคัญ

หน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชน กับวัฒนธรรมของชุมชนเป็นอันดับแรก




4) สร้างเสริมชุมชนบ้านชบาให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางกาย ทางจิตใจ ดังน้นศูนย์เรียนรู้ท่จัดต้งจะให้ความสาคัญมากท่สุดกับกระบวนการ

ทางสังคม และทางปัญญา โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและ แลกเปล่ยนและเรียนรู้ของชาวบ้านและผู้นาชุมชน เพื่อการค้นหาศักยภาพ


ผู้น�าชุมชนเป็นพื้นฐานส�าคัญในการพัฒนาชุมชน ของชุมชน การรู้จักตนเอง ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยโครงการพัฒนาที่น�าเสนอมาจาก
5) สร้างเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการแบบ “บวร” ของ ภายนอกชุมชนเหมือนเมื่อก่อน แต่อาศัยวิธีการที่ไม่ยัดเยียดอะไรให้กับชาว




ทุกภาคส่วน ท้งบ้านหรือชุมชน วัด และหน่วยงานราชการในระดับอาเภอ บ้าน เพียงแต่ประสานให้เกิดการแลกเปล่ยนความรู้กันในรูปแบบท่ยอมรับ

และท้องถิ่น กันได้ รวมถึงการให้ผู้อาวุโสในชุมชนท่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและ


ชุมชนมาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ท้งท่เป็นของเก่าและของใหม่ให้ชาวบ้าน
36 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 37
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


การแลกเปล่ยนความรู้และประสบการณ์จะเน้นการให้ความสาคัญของการ ชุมชน คือ หมู่บ้านและชาวบ้าน สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นส�าคัญคือการเรียนรู้ที่











เรียนรู้ร่วมกัน การแบ่งปันประสบการณ์ แต่ละคนท่เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก เกดขนจะเป็นการสร้างแรงบนดาลใจ ซงครอบคลมทงกาลงใจและปัญญาท ี ่


หรือมาร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้รับอย่างเดียวแต่เป็นผู้ให้ จะช่วยให้เกิดพลังในการทางาน และเป็นกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ซ่ง









ด้วย ได้ร่วมกันเรียนรู้และรับความรู้ทาการเกษตรต่าง ๆ ท่สนใจ และในเวลา ไมคอยจะพบเห็นไดในปจจุบัน กลาวคือเปนกระบวนการเรียนรูที่มีทั้ง “การ



เดียวกันก็เป็นการเพ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทาเกษตรผสมผสาน ศึกษาดูงาน” ในพ้นท่ของสมาชิกและเป็นการเย่ยมเยียนเพ่อให้กาลังใจแก่












ของแต่ละคนไปด้วย ท่สาคญทสดกิจกรรมของศนย์เรียนร้จะช่วยให้เกด สมาชิกท่ร่วมขับเคล่อนกิจกรรมเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมการผลิตเพ่อ






กระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอด และการสืบทอดความรู้ อันเป็นส่วนหนึ่ง การพึ่งตนเองของชาวบ้าน



ของภูมิปัญญาท้องถ่น ชาวบ้านชบาจะได้ภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถ่นของ นอกจากน้การทางานของศูนย์เรียนรู้ยังมีเป้าหมายท่ต้องการจะ

















ตนเอง เพราะในอดตชาวบานชบาเคยมวถชวตทสามารถพงตนเองได เคยทา ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาจากผู้รู้ไปสู่ลูกหลาน ซ่งจะสามารถนาไป

มาหากินเป็นตัวของตัวเอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน เมื่อเหลือแล้วจึง ประยุกต์ใช้เพ่อการพ่งตนเองได้สืบต่อไปในอนาคต ดังน้นจึงเน้นการถ่ายทอด


ขายเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัว วิชาความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับสนับสนุนให้สมาชิกมีโอกาสไป




ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเป็น “เวทีการเรียนรู้” ศึกษาดูงานในท่ต่าง ๆ เพ่อให้ชาวบ้านและสมาชิกได้ริเร่มทาเกษตรผสมผสาน
ท่ชาวบ้านและผู้นาได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ทาให้เกิดความเช่อม่น ในที่นาของตนเองและขยายออกไปเรื่อย ๆ จนครอบคลุมทั้งชุมชนบ้านชบา






ว่าชาวบ้านสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ โดยร่วมกันวางแผนในการท�า และขยายไปสู่ชุมชนใกล้เคียงในอาเภอเมืองจันทร์ โดยอาจเร่มต้นด้วยวิธีการ


เกษตรผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัว เพ่อให้มีชีวิต ง่าย ๆ คือ ชาวบ้านผ่านมาเห็นแล้วรู้สึกสนใจ และขอให้ไปบอกไปสอน ไป


แบบพอเพียง เลิกคิดหวังเพียงความรารวยอย่างท่เคยฝันกันมานานและล้ม แนะนาเพ่อลงมือปฏิบัติ ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็สามารถแวะเวียนมาขอคา







เหลวมาตลอด มีการเรียนรู้เร่องเน้อหาและวิธีการในการทามาหากินใน แนะน�าจากผู้น�า ชาวบ้าน และสมาชิกคนอื่น ๆ ที่บ้านชบา แนวทางเช่นนี้


ลักษณะต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้อง เป็นกุศโลบายในการพัฒนาเกษตรผสมผสานแบบพึ่งตนเอง ที่ศูนย์เรียนรู้จะ

ถ่น มีการแบ่งปันพันธุ์พืชพ้นบ้าน พันธุ์สัตว์ และมีการผลิตสินค้าพ้นบ้าน เพ่อ นามาใช้กับชาวบ้านชบา เพ่อให้ชาวบ้านสามารถทาการเกษตรผสมผสาน






ช่วยเหลือกันและเกื้อกูลกันตามก�าลังความสามารถของคนในชุมชนเอง และเรียนรู้เร่องการพ่งตนเอง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนท่จะร่วมกันทากิจกรรม




รูปแบบการทางานเป็นศูนย์เรียนรู้จะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อการพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้ยังอาจจะมีกิจกรรมเสริมร่วมกับ

ชาวบ้านในท้องถิ่น โดยยึดเอาแนวคิดและอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงเป็น ชาวบ้านได้หลายอย่าง เช่น มีการทอดผ้าป่าข้าว จัดท�ากองทุนหมู่บ้านเพื่อ
ส่อกลาง เพ่อเช่อมความสัมพันธ์กันเป็นขบวนการสืบทอดจิตวิญญาณของ การพึ่งตนเองในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น



38 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 39
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


การแลกเปล่ยนความรู้และประสบการณ์จะเน้นการให้ความสาคัญของการ ชุมชน คือ หมู่บ้านและชาวบ้าน สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นส�าคัญคือการเรียนรู้ที่











เรียนรู้ร่วมกัน การแบ่งปันประสบการณ์ แต่ละคนท่เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก เกดขนจะเป็นการสร้างแรงบนดาลใจ ซงครอบคลมทงกาลงใจและปัญญาท ี ่


หรือมาร่วมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้รับอย่างเดียวแต่เป็นผู้ให้ จะช่วยให้เกิดพลังในการทางาน และเป็นกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ซ่ง ึ









ด้วย ได้ร่วมกันเรียนรู้และรับความรู้ทาการเกษตรต่าง ๆ ท่สนใจ และในเวลา ไมคอยจะพบเห็นไดในปจจุบัน กลาวคือเปนกระบวนการเรียนรูที่มีทั้ง “การ



เดียวกันก็เป็นการเพ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทาเกษตรผสมผสาน ศึกษาดูงาน” ในพ้นท่ของสมาชิกและเป็นการเย่ยมเยียนเพ่อให้กาลังใจแก่





ของแต่ละคนไปด้วย ท่สาคญทสดกิจกรรมของศนย์เรียนร้จะช่วยให้เกด สมาชิกท่ร่วมขับเคล่อนกิจกรรมเกษตรผสมผสาน และกิจกรรมการผลิตเพ่อ












กระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอด และการสืบทอดความรู้ อันเป็นส่วนหนึ่ง การพึ่งตนเองของชาวบ้าน



ของภูมิปัญญาท้องถ่น ชาวบ้านชบาจะได้ภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถ่นของ นอกจากน้การทางานของศูนย์เรียนรู้ยังมีเป้าหมายท่ต้องการจะ

















ตนเอง เพราะในอดตชาวบานชบาเคยมวถชวตทสามารถพงตนเองได เคยทา ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาจากผู้รู้ไปสู่ลูกหลาน ซ่งจะสามารถนาไป


มาหากินเป็นตัวของตัวเอง มีอะไรก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน เมื่อเหลือแล้วจึง ประยุกต์ใช้เพ่อการพ่งตนเองได้สืบต่อไปในอนาคต ดังน้นจึงเน้นการถ่ายทอด

ขายเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัว วิชาความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับสนับสนุนให้สมาชิกมีโอกาสไป




ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเป็น “เวทีการเรียนรู้” ศึกษาดูงานในท่ต่าง ๆ เพ่อให้ชาวบ้านและสมาชิกได้ริเร่มทาเกษตรผสมผสาน
ท่ชาวบ้านและผู้นาได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ทาให้เกิดความเช่อม่น ในที่นาของตนเองและขยายออกไปเรื่อย ๆ จนครอบคลุมทั้งชุมชนบ้านชบา








ว่าชาวบ้านสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ โดยร่วมกันวางแผนในการท�า และขยายไปสู่ชุมชนใกล้เคียงในอาเภอเมืองจันทร์ โดยอาจเร่มต้นด้วยวิธีการ
เกษตรผสมผสาน เพ่อแก้ไขปัญหาของตนเองและครอบครัว เพ่อให้มีชีวิต ง่าย ๆ คือ ชาวบ้านผ่านมาเห็นแล้วรู้สึกสนใจ และขอให้ไปบอกไปสอน ไป


แบบพอเพียง เลิกคิดหวังเพียงความรารวยอย่างท่เคยฝันกันมานานและล้ม แนะนาเพ่อลงมือปฏิบัติ ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็สามารถแวะเวียนมาขอคา






เหลวมาตลอด มีการเรียนรู้เร่องเน้อหาและวิธีการในการทามาหากินใน แนะน�าจากผู้น�า ชาวบ้าน และสมาชิกคนอื่น ๆ ที่บ้านชบา แนวทางเช่นนี้



ลักษณะต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมประเพณีท้อง เป็นกุศโลบายในการพัฒนาเกษตรผสมผสานแบบพึ่งตนเอง ที่ศูนย์เรียนรู้จะ
ถ่น มีการแบ่งปันพันธุ์พืชพ้นบ้าน พันธุ์สัตว์ และมีการผลิตสินค้าพ้นบ้าน เพ่อ นามาใช้กับชาวบ้านชบา เพ่อให้ชาวบ้านสามารถทาการเกษตรผสมผสาน









ช่วยเหลือกันและเกื้อกูลกันตามก�าลังความสามารถของคนในชุมชนเอง และเรียนรู้เร่องการพ่งตนเอง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนท่จะร่วมกันทากิจกรรม


รูปแบบการทางานเป็นศูนย์เรียนรู้จะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อการพึ่งตนเองได้ นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้ยังอาจจะมีกิจกรรมเสริมร่วมกับ

ชาวบ้านในท้องถิ่น โดยยึดเอาแนวคิดและอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงเป็น ชาวบ้านได้หลายอย่าง เช่น มีการทอดผ้าป่าข้าว จัดท�ากองทุนหมู่บ้านเพื่อ
ส่อกลาง เพ่อเช่อมความสัมพันธ์กันเป็นขบวนการสืบทอดจิตวิญญาณของ การพึ่งตนเองในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น



38 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 39
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


ศูนย์เรียนรู้นี้จะเน้นการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตนเอง มี และกัน ด้วยเหตุน้จึงเป็นวิธีการทางานท่ประสานสัมพันธ์ผู้คนเข้าด้วยกัน โดย



การเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน องค์กรชุมชน การถ่ายทอดให้เด็กเยาวชนในท้อง วิธีการคัดสรรแบบธรรมชาติ คือเอาคนท่เห็นพ้องต้องกันในแนวทางปฏิบัต ิ

ถ่น โดยมีจุดมุ่งหมายถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถ่นให้ชาวไร่ชาวนาสามารถ และในการทามาหากินมาร่วมกันเป็นองค์กรท่เรียกกันว่าศูนย์เรียนรู้ โดยม ี




พึ่งพาตนเองให้ได้ วางเป้าหมายไว้ให้มีการท�านา ผลูกพืชผัก และปลูกไม้ผล จดมงหมายสาคญเพยงเพอใหเกดการเรยนรรวมกัน จัดการทรพยากรทมรวม



















รวมถึงมีการขุดบ่อน�้าเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ขุดสระน�้าเพื่อเลี้ยง กัน แบ่งปันทรัพยากรเท่าท่จะทาได้ และลงทุนดาเนินกิจกรรมร่วมกันตาม


ปลา มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค และการท�าผลิตภัณฑ์อื่นตามศักยภาพ ความเหมาะสม ประเด็นที่ส�าคัญที่สุดในศูนย์เรียนรู้คือเน้นกระบวนการแลก





ของชาวบ้านและชุมชน ศูนย์เรียนรู้นอกจากจะเป็นเวทีท่ผู้นาชุมชนและชาว เปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพราะทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่ามีความจาเป็นอย่างย่งท ี ่
บ้านจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังช่วยกันผนึกก�าลังร่วมกันคิดหา ชาวบ้านจะต้องเรยนร้ ชาวบ้านอาจจะมภมปัญญา แต่ไม่ได้มทกคน









ทางออกเพ่อชุมชนและเพ่อสังคมโดยรวม การสร้างศูนย์เรียนรู้จึงเป็นยุทธวิธ ี ภูมิปัญญาที่บางคนมีไม่ได้แบ่งปันให้คนอื่น ความรู้อื่น ๆ ทั้งในท้องถิ่นและ

ท่จะสร้างการปรับเปล่ยนจากวิถีชีวิตและแนวทางเดิมของการพัฒนาชุมชน จากท่อ่น หรือความรู้สากล ก็มีมากมายท่ชาวบ้านไม่รู้ ไม่มีโอกาสได้รับรู้









ท่ทาให้ในช่วงหลายทศวรรษท่ผ่านมาชาวบ้านชบายังคงยากจนร่อยมา ท้งท ี ่ ข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นความรู้
มีการระดมทรัพยากร โครงการ และกองทุนต่าง ๆ เข้าไปมากมาย

การดาเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเน้น
กระบวนการแบบ “ธรรมชาติ” โดยเริ่มจาก “ความสัมพันธ์” ของผู้น�าและ ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้
ชาวบ้านในการทางานเป็นภาคีเครือข่ายท่มุ่งเน้นการพยายามหาทางพ่ง ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร






ตนเองให้มากท่สุด ไม่ได้รวมตัวกันเพ่อมุ่งหวังความช่วยเหลือจากภายนอก หลังจากท่มีการจัดประชุมแลกเปล่ยนความคิดเห็นระหว่างพระมงคล


แต่เพ่อช่วยเหลือกันเองเป็นหลัก หรือควรจะเลือกรับความช่วยเหลือจาก วชิรากร คณะทางาน ผู้นาชุมชน และชาวบ้านชบาบางคน การจัดต้งศูนย์




ภายนอกในขอบเขตท่ไม่กระทบต่อวิถีการพ่งตนเองของชาวบ้านและชุมชน เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะดาเนินการเป็นลาดับข้น ดังราย





ศูนย์เรียนรู้จะช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้มีศักยภาพในการพ่งพาตนเอง ม ี ละเอียดต่อไปนี้



แนวทางเอ้อให้ผู้คนพ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันและกันให้มากท่สุด เน้นระบบ 1. ศกษำสภำพปญหำและควำมต้องกำรของชุมชน


ความสัมพันธ์แบบเป็นพ่เป็นน้อง ช่วยเหลือกันและกัน เป็นระบบความ การขับเคล่อนศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลงบวรจะเรมต้น










สัมพันธ์ท่ไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์ท่เคร่งครัด และไม่ได้สัมพันธ์กันตามฐานะ ด้วยกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นาชุมชนและชาวบ้านชบา โดย












ทางเศรษฐกจหรอสงคม แตสมพนธกนบนพนฐานความตองการชวยเหลอกน มีพระมงคลวชิรากรเป็นผู้ดาเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคณะทางาน




40 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 41
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


ศูนย์เรียนรู้นี้จะเน้นการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพึ่งตนเอง มี และกัน ด้วยเหตุน้จึงเป็นวิธีการทางานท่ประสานสัมพันธ์ผู้คนเข้าด้วยกัน โดย



การเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน องค์กรชุมชน การถ่ายทอดให้เด็กเยาวชนในท้อง วิธีการคัดสรรแบบธรรมชาติ คือเอาคนท่เห็นพ้องต้องกันในแนวทางปฏิบัต ิ

ถ่น โดยมีจุดมุ่งหมายถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถ่นให้ชาวไร่ชาวนาสามารถ และในการทามาหากินมาร่วมกันเป็นองค์กรท่เรียกกันว่าศูนย์เรียนรู้ โดยม ี




พึ่งพาตนเองให้ได้ วางเป้าหมายไว้ให้มีการท�านา ผลูกพืชผัก และปลูกไม้ผล จดมงหมายสาคญเพยงเพอใหเกดการเรยนรรวมกัน จัดการทรพยากรทมรวม



















รวมถึงมีการขุดบ่อน�้าเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ขุดสระน�้าเพื่อเลี้ยง กัน แบ่งปันทรัพยากรเท่าท่จะทาได้ และลงทุนดาเนินกิจกรรมร่วมกันตาม


ปลา มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค และการท�าผลิตภัณฑ์อื่นตามศักยภาพ ความเหมาะสม ประเด็นที่ส�าคัญที่สุดในศูนย์เรียนรู้คือเน้นกระบวนการแลก





ของชาวบ้านและชุมชน ศูนย์เรียนรู้นอกจากจะเป็นเวทีท่ผู้นาชุมชนและชาว เปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพราะทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่ามีความจาเป็นอย่างย่งท ี ่
บ้านจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว ยังช่วยกันผนึกก�าลังร่วมกันคิดหา ชาวบ้านจะต้องเรยนร้ ชาวบ้านอาจจะมภมปัญญา แต่ไม่ได้มทกคน









ทางออกเพ่อชุมชนและเพ่อสังคมโดยรวม การสร้างศูนย์เรียนรู้จึงเป็นยุทธวิธ ี ภูมิปัญญาที่บางคนมีไม่ได้แบ่งปันให้คนอื่น ความรู้อื่น ๆ ทั้งในท้องถิ่นและ

ท่จะสร้างการปรับเปล่ยนจากวิถีชีวิตและแนวทางเดิมของการพัฒนาชุมชน จากท่อ่น หรือความรู้สากล ก็มีมากมายท่ชาวบ้านไม่รู้ ไม่มีโอกาสได้รับรู้









ท่ทาให้ในช่วงหลายทศวรรษท่ผ่านมาชาวบ้านชบายังคงยากจนร่อยมา ท้งท ี ่ ข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นความรู้
มีการระดมทรัพยากร โครงการ และกองทุนต่าง ๆ เข้าไปมากมาย

การดาเนินงานของศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะเน้น
กระบวนการแบบ “ธรรมชาติ” โดยเริ่มจาก “ความสัมพันธ์” ของผู้น�าและ ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้
ชาวบ้านในการทางานเป็นภาคีเครือข่ายท่มุ่งเน้นการพยายามหาทางพ่ง ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร






ตนเองให้มากท่สุด ไม่ได้รวมตัวกันเพ่อมุ่งหวังความช่วยเหลือจากภายนอก หลังจากท่มีการจัดประชุมแลกเปล่ยนความคิดเห็นระหว่างพระมงคล


แต่เพ่อช่วยเหลือกันเองเป็นหลัก หรือควรจะเลือกรับความช่วยเหลือจาก วชิรากร คณะทางาน ผู้นาชุมชน และชาวบ้านชบาบางคน การจัดต้งศูนย์





ภายนอกในขอบเขตท่ไม่กระทบต่อวิถีการพ่งตนเองของชาวบ้านและชุมชน เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะดาเนินการเป็นลาดับข้น ดังราย




ศูนย์เรียนรู้จะช่วยส่งเสริมชาวบ้านให้มีศักยภาพในการพ่งพาตนเอง ม ี ละเอียดต่อไปนี้



แนวทางเอ้อให้ผู้คนพ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันและกันให้มากท่สุด เน้นระบบ 1. ศกษำสภำพปญหำและควำมต้องกำรของชุมชน


ความสัมพันธ์แบบเป็นพ่เป็นน้อง ช่วยเหลือกันและกัน เป็นระบบความ การขับเคล่อนศนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลงบวรจะเรมต้น










สัมพันธ์ท่ไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์ท่เคร่งครัด และไม่ได้สัมพันธ์กันตามฐานะ ด้วยกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นาชุมชนและชาวบ้านชบา โดย












ทางเศรษฐกจหรอสงคม แตสมพนธกนบนพนฐานความตองการชวยเหลอกน มีพระมงคลวชิรากรเป็นผู้ดาเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคณะทางาน




40 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 41
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




โครงการเป็นผู้สนับสนุน เพ่อค้นหาข้อสรุปบทเรียนจากประสบการณ์การ พ่งตนเองของชุมชน โดยแยกออกเป็น 6 ประเด็นท่ครอบคลุมถึงแนวทางการ


ท�างานพัฒนาของกลุ่ม/องค์กรในชุมชน ของผู้น�าชุมชนและชาวบ้าน ตลอด พ่งตนเองของชุมชน คือ การเกษตรผสมผสานอย่างย่งยืน สภาพแวดล้อม


จนผลกระทบจากการพัฒนาชุมชนในช่วงระยะเวลา 20 ปีท่ผ่านมา เพ่อท่จะ ชุมชน สุขภาวะชุมชน ธุรกิจชุมชน กองทุนและสวัสดิการชุมชน และการเรียน


ได้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน อันเป็นข้อมูลท่จะใช้ รู้ภูมิปัญญาชุมชน ซึ่งจะจัดท�าเป็นชุดความรู้เผยแพร่ไว้ที่ส�านักสงฆ์บ้านชบา






กาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพ่อการพ่งพา เพ่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้เร่องเกษตรผสมผสานและเกษตรพ่ง

ตนเองได้ของชุมชน หลักการสาคัญของกระบวนการน้คือการค้นหาปัญหา ตนเอง รวมถงกาหนดแนวทางการจดทาห้องปฏบตการเรยนร้ดงานการทา

















และความต้องการของชมชน เป็นการเรยนร้จากฐานข้อมลการพฒนาใน เกษตรผสมผสานท่แปลงเกษตรผสมผสานของนายวันทอง หนองหงอก ผู้ใหญ่








ชมชน จงตองเรมตนจากการศกษาและสารวจสภาพปญหาและความตองการ บ้านชบา และแปลงเกษตรผสมผสานของนายเคลือบ จันทภักดิ์ นอกจากนี้





ของชุมชน เป็นกระบวนแลกเปล่ยนการเรียนรู้ท่ชาวบ้านจะต้องเป็นผู้ให้ จะมีการจัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้และวิเคราะห์



ข้อมูลหลัก ข้อมูลสภาพปัญหาแลความต้องการท่ได้จึงจะมีความน่าเช่อถือ ศักยภาพ ปัญหา และทิศทางการพัฒนา เพ่อการดาเนินงานในข้นตอนต่อไป



และเช่อม่นได้ และจะสามารถนาไปกาหนดแนวทางในการพัฒนาเพ่อแก้ไข 2. กำรค้นหำศกยภำพของชุมชน





ปัญหาของชุมชนได้ กระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้น้จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจ ประเด็นการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้นจะไม่ส่งผลให้เกิดผลสาเร็จในเชิง



ถึงสภาพปัญหาและความต้องการของตนเอง ตลอดจนโอกาสและความเป็น ปฏิบัติ ถ้าหากไม่เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ไปได้ที่จะร่วมกันก�าหนดแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ประเด็น ของชาวบ้านและชุมชนในการพัฒนา เพราะทุกคนล้วนคุ้นเคยกับสภาพ








สาคัญคือการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แลกเปล่ยนพูดคุยกัน และร่วมกันคิด ปญหาและเขาใจถงความตองการของตนเองไดอยางสอดคลองกบขอเทจจรง





หาแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง แต่ไม่คุ้นกับการค้นหาศักยภาพของตนเองซ่งมีอยู่มากมาย การค้นหา


ทุนและศักยภาพของชุมชนท่จะมีพลังในการเปล่ยนแปลงชุมชนของพวกเขา ศักยภาพจะทาให้สามารถมองเห็นจุดแข็งและข้อจากัดหรือปัญหาท่จะดาเนิน





เอง ซึ่งจะท�าให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างความเข้มแข็งในการ การพัฒนาด้วยตนเอง แต่ขณะเดียวกันการเร่มต้นด้วยการเรียนรู้ถึงปัญหา



พัฒนาตนเองและชุมชนได้มากย่งข้น และทาให้พวกเขาสามารถจัดการ และความต้องการของชุมชนก็อาจจะทาให้ชาวบ้านหลงคิดอยู่กับประเด็น


ทรัพยากรของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัญหาและความต้องการ โดยไม่สามารถมองทะลุไปถึงศักยภาพของชุมชน
นอกจากน้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะทาหน้าท่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนทางสังคม ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรธรรมชาติ








ส่อกลางในการจัดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ เพ่อจะให้ชาวบ้านและผู้นา ซงเปนทนมหาศาลของชมชน ทจะสามารถน�ามาพฒนาเพอชวยแกไขปญหา












ชุมชนได้ร่วมกันศึกษาองค์ความรู้เก่ยวกับการทาเกษตรผสมผสานและการ และตอบสนองความต้องการของชาวบ้านและชุมชนได้


42 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 43
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




โครงการเป็นผู้สนับสนุน เพ่อค้นหาข้อสรุปบทเรียนจากประสบการณ์การ พ่งตนเองของชุมชน โดยแยกออกเป็น 6 ประเด็นท่ครอบคลุมถึงแนวทางการ


ท�างานพัฒนาของกลุ่ม/องค์กรในชุมชน ของผู้น�าชุมชนและชาวบ้าน ตลอด พ่งตนเองของชุมชน คือ การเกษตรผสมผสานอย่างย่งยืน สภาพแวดล้อม


จนผลกระทบจากการพัฒนาชุมชนในช่วงระยะเวลา 20 ปีท่ผ่านมา เพ่อท่จะ ชุมชน สุขภาวะชุมชน ธุรกิจชุมชน กองทุนและสวัสดิการชุมชน และการเรียน


ได้ร่วมกันเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน อันเป็นข้อมูลท่จะใช้ รู้ภูมิปัญญาชุมชน ซึ่งจะจัดท�าเป็นชุดความรู้เผยแพร่ไว้ที่ส�านักสงฆ์บ้านชบา






กาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งเพ่อการพ่งพา เพ่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้เร่องเกษตรผสมผสานและเกษตรพ่ง

ตนเองได้ของชุมชน หลักการสาคัญของกระบวนการน้คือการค้นหาปัญหา ตนเอง รวมถงกาหนดแนวทางการจดทาห้องปฏบตการเรยนร้ดงานการทา

















และความต้องการของชมชน เป็นการเรยนร้จากฐานข้อมลการพฒนาใน เกษตรผสมผสานท่แปลงเกษตรผสมผสานของนายวันทอง หนองหงอก ผู้ใหญ่








ชมชน จงตองเรมตนจากการศกษาและสารวจสภาพปญหาและความตองการ บ้านชบา และแปลงเกษตรผสมผสานของนายเคลือบ จันทภักดิ์ นอกจากนี้





ของชุมชน เป็นกระบวนแลกเปล่ยนการเรียนรู้ท่ชาวบ้านจะต้องเป็นผู้ให้ จะมีการจัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้และวิเคราะห์



ข้อมูลหลัก ข้อมูลสภาพปัญหาแลความต้องการท่ได้จึงจะมีความน่าเช่อถือ ศักยภาพ ปัญหา และทิศทางการพัฒนา เพ่อการดาเนินงานในข้นตอนต่อไป



และเช่อม่นได้ และจะสามารถนาไปกาหนดแนวทางในการพัฒนาเพ่อแก้ไข 2. กำรค้นหำศกยภำพของชุมชน





ปัญหาของชุมชนได้ กระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้น้จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจ ประเด็นการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้นจะไม่ส่งผลให้เกิดผลสาเร็จในเชิง



ถึงสภาพปัญหาและความต้องการของตนเอง ตลอดจนโอกาสและความเป็น ปฏิบัติ ถ้าหากไม่เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการค้นหาศักยภาพ
ไปได้ที่จะร่วมกันก�าหนดแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ ประเด็น ของชาวบ้านและชุมชนในการพัฒนา เพราะทุกคนล้วนคุ้นเคยกับสภาพ








สาคัญคือการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แลกเปล่ยนพูดคุยกัน และร่วมกันคิด ปญหาและเขาใจถงความตองการของตนเองไดอยางสอดคลองกบขอเทจจรง





หาแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึง แต่ไม่คุ้นกับการค้นหาศักยภาพของตนเองซ่งมีอยู่มากมาย การค้นหา


ทุนและศักยภาพของชุมชนท่จะมีพลังในการเปล่ยนแปลงชุมชนของพวกเขา ศักยภาพจะทาให้สามารถมองเห็นจุดแข็งและข้อจากัดหรือปัญหาท่จะดาเนิน





เอง ซึ่งจะท�าให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างความเข้มแข็งในการ การพัฒนาด้วยตนเอง แต่ขณะเดียวกันการเร่มต้นด้วยการเรียนรู้ถึงปัญหา



พัฒนาตนเองและชุมชนได้มากย่งข้น และทาให้พวกเขาสามารถจัดการ และความต้องการของชุมชนก็อาจจะทาให้ชาวบ้านหลงคิดอยู่กับประเด็น


ทรัพยากรของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัญหาและความต้องการ โดยไม่สามารถมองทะลุไปถึงศักยภาพของชุมชน
นอกจากน้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะทาหน้าท่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนทางสังคม ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรธรรมชาติ








ส่อกลางในการจัดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ เพ่อจะให้ชาวบ้านและผู้นา ซงเปนทนมหาศาลของชมชน ทจะสามารถน�ามาพฒนาเพอชวยแกไขปญหา












ชุมชนได้ร่วมกันศึกษาองค์ความรู้เก่ยวกับการทาเกษตรผสมผสานและการ และตอบสนองความต้องการของชาวบ้านและชุมชนได้


42 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 43
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ






ท้งน้การเรียนรู้เพ่อค้นหาศักยภาพของชุมชนเป็นวิธีการท่หน่วยงาน ส่งผลในเชิงการทาลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกษตรกร เน่องจากการ

ของรัฐไม่ค่อยให้ความสาคัญหรือไม่สนใจจะดาเนินการมาก่อน กระบวนการ อพยพโยกยายถ่นฐานของชาวชนบทอสาน เกษตรกรจงควรจะไดรบการเสรม














พัฒนาท่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐมักจะเร่มต้นด้วยการค้นหาปัญหาและความ สร้างความเข้มแข็งในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตท่จะนาไปสู่การสร้างความ
ต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้เวลานานก็ท�าได้ แต่ไม่ให้ มั่นคงและยั่งยืนในการผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตร




ความสาคัญกับการค้นหาศักยภาพของชุมชน เพราะคิดว่าชาวบ้านจาเป็น สถานการณ์ปัญหาท่เกิดข้นจากการทาเกษตรกรรมเชิงเด่ยวเพ่อการ







ต้องพ่งพาทุนและงบประมาณจากภาครัฐ จึงไม่พยายามสร้างรากฐานของ ค้า เกดขนในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปีแล้ว นบแต่มการเปลยนแปลง








การแก้ไขปัญหาด้วย “ทุน” ของชุมชนเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางภูมิปัญญา ทุน จากการทาเกษตรแบบด้งเดิมมาเป็นการปลูกพืชเชิงเด่ยว ซ่งปรากฏว่า
ทางสังคม หรือทรัพยากรเพ่อการพัฒนา การค้นพบศักยภาพของชุมชนจะ เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้นจริง แต่ต้องแลกกับสิ่งที่ไม่คาดคิดตามมามากมาย

ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักชัดว่าแม้จะไม่มีใครมาช่วย หรือไม่มีทุนจากภายนอก ทั้งดินเสื่อมโทรม ผลผลิตปนเปื้อนสารเคมี พืชผลอ่อนแอเกิดโรค ต้องใช้สาร



ชาวบ้านก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้ ช่วยตัวเองได้ และพึ่งตนเองได้ เพราะ เคมีและยาปราบศัตรูพืชถ่ข้นและมากข้นเร่อย ๆ บทเรียนความล้มเหลวจาก



ทุนของชุมชนจะช่วยสร้างความม่นใจในการขับเคล่อนกิจกรรมการพัฒนา เกษตรกรรมเคมี ได้มีเกษตรกรส่วนหนึ่งพยายามจะออกจากวงจรนี้ โดยลด

โดยไม่ต้องกังวลกับการรอคอยการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการหรือ การใช้สารเคมีและพัฒนามาสู่รูปแบบเกษตรผสมผสานและเกษตรย่งยืน น่น



องค์กรพัฒนาเอกชน ชาวบ้านสามารถช่วยตัวเองได้ น่คือผลของกระบวนการ หมายถึงการสร้างหรือพัฒนาระบบไร่นาให้นาไปสู่ความหลากหลายทางการ



เรียนรู้ท่ชาวบ้านได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ค้นพบทุนของตนเอง และพบ ผลิตท่ใกล้เคียงกับระบบนิเวศของชุมชน ซ่งจะทาให้เกิดความสมดุลและม ี



ทางออกในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เสถียรภาพ อันเป็นเป้าหมายสาคัญของการทาเกษตรย่งยืนและการพ่งตนเอง



3. กำรขับเคลือนกิจกรรมเกษตรผสมผสำนพลังบวร ได้ของเกษตรกรได้ในที่สุด
การขับเคล่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรมีเป้าหมาย ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะพยายามขับเคล่อน









หลักท่ต้องการจะลดและขจัดความล้มเหลวท่เกิดข้นจากการส่งเสริมการทา กจกรรมเกษตรผสมผสาน โดยต้งอย่บนพ้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน





เกษตรกรรมเพ่อการค้า ซ่งท่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกษตรกรท่เป็นผู้ผลิตกลับ ในการจัดการรูปแบบการเกษตรผสมผสานให้เกิดความยั่งยืน โดยมีแนวทาง

กลายเป็นกลุ่มคนท่ทุกข์ยากจากภาวะความยากจน ความหิวโหย และทุพ การท�างานที่ประกอบด้วย

โภชนาการ จึงมีความพยายามท่จะฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมย่งยืนและ 1) สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบนวิถีพลังบวร เพ่อ

















การเกษตรเพอยงชพ ซงเปนแนวทางทชาวอสานเคยปฏบติสบเนองตอกนมา ร่วมกันพัฒนารูปแบบและระบบเกษตรผสมผสานท่รักษาวัฒนธรรมประเพณ ี




นานนับศตวรรษ และจะปรับเปล่ยนกระบวนการผลิตท่ผิดพลาดดังกล่าวท ่ ี และภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาและ



44 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 45
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ






ท้งน้การเรียนรู้เพ่อค้นหาศักยภาพของชุมชนเป็นวิธีการท่หน่วยงาน ส่งผลในเชิงการทาลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกษตรกร เน่องจากการ

ของรัฐไม่ค่อยให้ความสาคัญหรือไม่สนใจจะดาเนินการมาก่อน กระบวนการ อพยพโยกยายถ่นฐานของชาวชนบทอสาน เกษตรกรจงควรจะไดรบการเสรม














พัฒนาท่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐมักจะเร่มต้นด้วยการค้นหาปัญหาและความ สร้างความเข้มแข็งในการปรับเปล่ยนวิถีการผลิตท่จะนาไปสู่การสร้างความ
ต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้เวลานานก็ท�าได้ แต่ไม่ให้ มั่นคงและยั่งยืนในการผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตร




ความสาคัญกับการค้นหาศักยภาพของชุมชน เพราะคิดว่าชาวบ้านจาเป็น สถานการณ์ปัญหาท่เกิดข้นจากการทาเกษตรกรรมเชิงเด่ยวเพ่อการ







ต้องพ่งพาทุนและงบประมาณจากภาครัฐ จึงไม่พยายามสร้างรากฐานของ ค้า เกดขนในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปีแล้ว นบแต่มการเปลยนแปลง








การแก้ไขปัญหาด้วย “ทุน” ของชุมชนเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางภูมิปัญญา ทุน จากการทาเกษตรแบบด้งเดิมมาเป็นการปลูกพืชเชิงเด่ยว ซ่งปรากฏว่า
ทางสังคม หรือทรัพยากรเพ่อการพัฒนา การค้นพบศักยภาพของชุมชนจะ เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้นจริง แต่ต้องแลกกับสิ่งที่ไม่คาดคิดตามมามากมาย

ช่วยให้ชาวบ้านตระหนักชัดว่าแม้จะไม่มีใครมาช่วย หรือไม่มีทุนจากภายนอก ทั้งดินเสื่อมโทรม ผลผลิตปนเปื้อนสารเคมี พืชผลอ่อนแอเกิดโรค ต้องใช้สาร



ชาวบ้านก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้ ช่วยตัวเองได้ และพึ่งตนเองได้ เพราะ เคมีและยาปราบศัตรูพืชถ่ข้นและมากข้นเร่อย ๆ บทเรียนความล้มเหลวจาก



ทุนของชุมชนจะช่วยสร้างความม่นใจในการขับเคล่อนกิจกรรมการพัฒนา เกษตรกรรมเคมี ได้มีเกษตรกรส่วนหนึ่งพยายามจะออกจากวงจรนี้ โดยลด

โดยไม่ต้องกังวลกับการรอคอยการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการหรือ การใช้สารเคมีและพัฒนามาสู่รูปแบบเกษตรผสมผสานและเกษตรย่งยืน น่น



องค์กรพัฒนาเอกชน ชาวบ้านสามารถช่วยตัวเองได้ น่คือผลของกระบวนการ หมายถึงการสร้างหรือพัฒนาระบบไร่นาให้นาไปสู่ความหลากหลายทางการ



เรียนรู้ท่ชาวบ้านได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ค้นพบทุนของตนเอง และพบ ผลิตท่ใกล้เคียงกับระบบนิเวศของชุมชน ซ่งจะทาให้เกิดความสมดุลและม ี



ทางออกในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เสถียรภาพ อันเป็นเป้าหมายสาคัญของการทาเกษตรย่งยืนและการพ่งตนเอง



3. กำรขับเคลือนกิจกรรมเกษตรผสมผสำนพลังบวร ได้ของเกษตรกรได้ในที่สุด
การขับเคล่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรมีเป้าหมาย ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวรจะพยายามขับเคล่อน









หลักท่ต้องการจะลดและขจัดความล้มเหลวท่เกิดข้นจากการส่งเสริมการทา กจกรรมเกษตรผสมผสาน โดยต้งอย่บนพ้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน





เกษตรกรรมเพ่อการค้า ซ่งท่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกษตรกรท่เป็นผู้ผลิตกลับ ในการจัดการรูปแบบการเกษตรผสมผสานให้เกิดความยั่งยืน โดยมีแนวทาง

กลายเป็นกลุ่มคนท่ทุกข์ยากจากภาวะความยากจน ความหิวโหย และทุพ การท�างานที่ประกอบด้วย

โภชนาการ จึงมีความพยายามท่จะฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมย่งยืนและ 1) สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบนวิถีพลังบวร เพ่อ

















การเกษตรเพอยงชพ ซงเปนแนวทางทชาวอสานเคยปฏบติสบเนองตอกนมา ร่วมกันพัฒนารูปแบบและระบบเกษตรผสมผสานท่รักษาวัฒนธรรมประเพณ ี




นานนับศตวรรษ และจะปรับเปล่ยนกระบวนการผลิตท่ผิดพลาดดังกล่าวท ่ ี และภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาและ



44 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 45
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




พัฒนาพันธุกรรมพืชและสัตว์พื้นบ้าน และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่าง ซ่งมีท้งส่งเสริมกันด้วยการเลือกชนิดและพันธุ์พืช/สัตว์ท่มีความเก้อกูลกัน



ย่งยืน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมบนพ้นฐานพลังบวร คือความร่วมมือ และกัน

ระหว่างบ้าน (ชาวบ้านและผู้นาชุมชน) วัด (พระสงฆ์) และหน่วยงานราชการ แนวทางการพัฒนาศูนย์เรียนรู้จะเน้นการทางานเชิงบูรณาการพลัง


เพ่อให้การพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการชองชาว บวร คือการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนทั้งฝ่ายผู้น�าชุมชนบ้านชบา ส�านักสงฆ์บ้าน


บ้านและชุมชนได้ตรงประเด็นได้มากที่สุด ชบา และโรงเรียนในชุมชน เพ่อให้เกิดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน



2) ส่งเสริมการพฒนาระบบเกษตรผสมผสานท่มีความเหมาะสมกับ ของชาวบ้านในชุมชน ทางานร่วมกันบนพ้นฐานความสัมพันธ์ทางสังคม เพ่อ





เงื่อนไขทางสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมในแต่ละชุมชน เพื่ออ�านวย นาเอาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถ่นมาเป็นหลักในการทางาน
ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงทรัพยากรพ้นฐานการผลิตได้อย่างเท่าเทียมกัน ร่วมกัน เน้นคุณค่าความดีงามและการช่วยเหลือเก้อกูลกันระหว่างคนใน



โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรสามารถทาการผลิตโดยเพ่ม ชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการตนเอง จัดการทรัพยากรหรือการ




ความหลากหลายในไร่นา ทาให้เกษตรกรมีแหล่งรายได้เพ่มข้นจากผลผลิตท ่ ี ผลิตและผลผลิตของคนในชุมชน เน้นการพัฒนาส�านึกเพื่อการพึ่งพาตนเอง



สามารถเก็บเก่ยวได้ตลอดท้งปี ช่วยลดความเส่ยงในกรณีท่พืชผลเสียหายหรือ ให้ได้มากที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่ต้องมีการท�างานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มีการบู






ราคาผลผลิตตกตา การเกษตรผสมผสานดาเนินการ ท้งการสร้างความหลาก รณาการและประสานงานให้เกิดการแลกเปล่ยนเรียนรู้ แลกเปล่ยนข้อมูล

หลายในไร่นาคือการปลูกพืชหมุนเวียน ลดการใช้สารเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยพืช ข่าวสารอ่างทั่วถึงกัน
สด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และลดการไถพรวน ที่ผ่านมาชาวบ้านชบาส่วนมากต่างคนต่างแก้ไขปัญหาของตนเอง ไม่


3) สนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างย่งยืน เพ่อสร้างความ ค่อยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพึ่งพาคนภายนอกคือหน่วยงาน

สัมพันธ์ท่เหมาะสมระหว่างกิจกรรมในไร่นา เช่น ปลูกพืช เล้ยงสัตว์ เล้ยงปลา ภาครัฐในการแก้ไขปัญหา มากกว่าจะแสวงหาความร่มมือกันในชุมชน รวม



และพัฒนาแหล่งน�้า ให้เสริมประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จน ถึงการทากษตรกรรมท่ไม่สนใจจะพ่งตนเอง ขาดการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน




ไม่จ�าเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตใด ๆ จากภายนอก รวมทั้งไม่มีผลผลิตเหลือ พระมงคลวชิรากรจึงต้องการจะร้อฟื้นความร่วมมือของคนในชุมชนบนพ้น


ทิ้งที่เป็นภาระ และรักษาระดับความสมดุลของธาตุอาหารในไร่นา ไม่ให้เกิด ฐานความสัมพันธ์แบบพ่แบบน้อง เพ่อหันหน้ามาช่วยเหลือและร่วมมือกัน



ผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของพืชท่ปลูก เช่น หมุนเวียนวัสดุอินทรีย์มาใช้ แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านชบา โดยเน้นภูมิปัญญาท้องถ่นและการพ่งพา







ใหม่ การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถ่ว ปลูกพืชท่มีระบบรากลึกเพ่อ ตนเอง โดยเร่มจากการปรับเปล่ยนวิถการผลตในชุมชนมาเป็นสนบสนุนการ





ดึงธาตุอาหารจากดินช้นล่างกลับข้นสู่ดินช้นบน เพ่มการปลูกไม้ยืนต้น เป็นต้น ทาการเกษตรผสมผสานเพ่อสนองความต้องการบริโภคภายในชุมชน ไม่เน้น








เหลานเปนองคความรทเขาใจสภาพธรรมชาตและความสมพนธของสงมชวต การผลิตเพ่อการขายในตลาด แต่เม่อสามารถผลิตได้มากเหลือจากการบริโภค















46 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 47
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ




พัฒนาพันธุกรรมพืชและสัตว์พื้นบ้าน และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่าง ซ่งมีท้งส่งเสริมกันด้วยการเลือกชนิดและพันธุ์พืช/สัตว์ท่มีความเก้อกูลกัน



ย่งยืน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมบนพ้นฐานพลังบวร คือความร่วมมือ และกัน

ระหว่างบ้าน (ชาวบ้านและผู้นาชุมชน) วัด (พระสงฆ์) และหน่วยงานราชการ แนวทางการพัฒนาศูนย์เรียนรู้จะเน้นการทางานเชิงบูรณาการพลัง


เพ่อให้การพัฒนาสามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการชองชาว บวร คือการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนทั้งฝ่ายผู้น�าชุมชนบ้านชบา ส�านักสงฆ์บ้าน


บ้านและชุมชนได้ตรงประเด็นได้มากที่สุด ชบา และโรงเรียนในชุมชน เพ่อให้เกิดกระบวนการแลกเปล่ยนเรียนรู้ร่วมกัน



2) ส่งเสริมการพฒนาระบบเกษตรผสมผสานท่มีความเหมาะสมกับ ของชาวบ้านในชุมชน ทางานร่วมกันบนพ้นฐานความสัมพันธ์ทางสังคม เพ่อ





เงื่อนไขทางสังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมในแต่ละชุมชน เพื่ออ�านวย นาเอาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถ่นมาเป็นหลักในการทางาน
ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงทรัพยากรพ้นฐานการผลิตได้อย่างเท่าเทียมกัน ร่วมกัน เน้นคุณค่าความดีงามและการช่วยเหลือเก้อกูลกันระหว่างคนใน



โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพให้แก่เกษตรกรสามารถทาการผลิตโดยเพ่ม ชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการจัดการตนเอง จัดการทรัพยากรหรือการ




ความหลากหลายในไร่นา ทาให้เกษตรกรมีแหล่งรายได้เพ่มข้นจากผลผลิตท ่ ี ผลิตและผลผลิตของคนในชุมชน เน้นการพัฒนาส�านึกเพื่อการพึ่งพาตนเอง



สามารถเก็บเก่ยวได้ตลอดท้งปี ช่วยลดความเส่ยงในกรณีท่พืชผลเสียหายหรือ ให้ได้มากที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่ต้องมีการท�างานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง มีการบู






ราคาผลผลิตตกตา การเกษตรผสมผสานดาเนินการ ท้งการสร้างความหลาก รณาการและประสานงานให้เกิดการแลกเปล่ยนเรียนรู้ แลกเปล่ยนข้อมูล

หลายในไร่นาคือการปลูกพืชหมุนเวียน ลดการใช้สารเคมีด้วยการใช้ปุ๋ยพืช ข่าวสารอ่างทั่วถึงกัน
สด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และลดการไถพรวน ที่ผ่านมาชาวบ้านชบาส่วนมากต่างคนต่างแก้ไขปัญหาของตนเอง ไม่


3) สนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างย่งยืน เพ่อสร้างความ ค่อยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และพึ่งพาคนภายนอกคือหน่วยงาน

สัมพันธ์ท่เหมาะสมระหว่างกิจกรรมในไร่นา เช่น ปลูกพืช เล้ยงสัตว์ เล้ยงปลา ภาครัฐในการแก้ไขปัญหา มากกว่าจะแสวงหาความร่มมือกันในชุมชน รวม



และพัฒนาแหล่งน�้า ให้เสริมประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จน ถึงการทากษตรกรรมท่ไม่สนใจจะพ่งตนเอง ขาดการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน




ไม่จ�าเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตใด ๆ จากภายนอก รวมทั้งไม่มีผลผลิตเหลือ พระมงคลวชิรากรจึงต้องการจะร้อฟื้นความร่วมมือของคนในชุมชนบนพ้น


ทิ้งที่เป็นภาระ และรักษาระดับความสมดุลของธาตุอาหารในไร่นา ไม่ให้เกิด ฐานความสัมพันธ์แบบพ่แบบน้อง เพ่อหันหน้ามาช่วยเหลือและร่วมมือกัน



ผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของพืชท่ปลูก เช่น หมุนเวียนวัสดุอินทรีย์มาใช้ แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านชบา โดยเน้นภูมิปัญญาท้องถ่นและการพ่งพา







ใหม่ การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถ่ว ปลูกพืชท่มีระบบรากลึกเพ่อ ตนเอง โดยเร่มจากการปรับเปล่ยนวิถการผลตในชุมชนมาเป็นสนบสนุนการ





ดึงธาตุอาหารจากดินช้นล่างกลับข้นสู่ดินช้นบน เพ่มการปลูกไม้ยืนต้น เป็นต้น ทาการเกษตรผสมผสานเพ่อสนองความต้องการบริโภคภายในชุมชน ไม่เน้น








เหลานเปนองคความรทเขาใจสภาพธรรมชาตและความสมพนธของสงมชวต การผลิตเพ่อการขายในตลาด แต่เม่อสามารถผลิตได้มากเหลือจากการบริโภค















46 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 47
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ

ภายในครัวเรือนและชุมชนแล้วจึงจะส่งขายสู่ตลาดภายนอกชุมชน รวมถึง










อาจจะมการจดตงเป็นวสาหกจชมชนเพอการบรหารจดการด้านการตลาด

โดยคนในชุมชนเอง ตามศักยภาพของชุมชนโดยอาจจะรับการสนับสนุนจาก
หน่วยงานภาครัฐตามความจ�าเป็น
พระมงคลวชิรากรมีความเช่อม่นว่าชาวบ้านชบามีศักยภาพท่จะพัฒนา



ตนเองได้ หากแต่ขาดการสนับสนุนในการร่วมมือกันเชิงบูรณาการ และม ี



ความเช่อม่นว่าพลังบวรจะเป็นวิถีชุมชนท่จะช่วยสร้างโอกาสให้ชาวบ้านและ

ผู้นาชุมชนสามารถร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ สามารถเรียนรู้ท ี ่


จะทาการผลิตและการตลาดให้เหมาะสม ชาวบ้านชบามีพ้นฐาน “ทักษะ
ชีวิต” ท่จะช่วยเหลือตนเองตามวิถีของคนอีสานได้อย่างเต็มท่อยู่แล้ว


สามารถดารงชีวิตอยู่รอดได้แม้จะไม่มีเงินสด ยังสามารถพ่งพาอาศัยธรรมชาต ิ


ได้บ้าง ไปหาปูหาปลา หากบหาเขียด หาเห็ดหาหน่อไม้ในป่า เพื่อการยังชีพ
อย่างน้อยก็ไม่อดตาย รวมถึงที่ส�าคัญมากคือยังมีญาติพี่น้องที่พอพึ่งพาและ








ช่วยเหลอเกอกลกนได้ การพงตนเองได้ของชาวบ้านจะขนอย่กบภมปัญญา







ท้องถ่นและวัฒนธรรมของชุมชน ท่จะสามารถเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันได้อย่าง
อยู่เย็นเป็นสุข





48 ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรผสมผสานพลังบวร ภูเบศ วณิชชานนท์ และ พระมงคลวชิรากร 49
ส�ำนักสงฆ์บ้ำนชบำ อ�ำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ


Click to View FlipBook Version