The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 11:06:34

เล่ม 19 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา

บานพี่สอนนอง หองเรียนนอกกะลา


หมู่บ้านต้นลําไย อําเภอท่าม่วง
จังหวัดกาญจนบุรี



โดย
พิรญาณ์ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรŒางเสริมสุขภาพ (สสส.)
บŒานพี่สอนนŒอง หมู‹บŒานตŒนลําไย อําเภอท‹าม‹วง จังหวัดกาญจนบุรี
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย





ิ ั ิ

ั เลมที่ ิ ี
ุ 19 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะหวถพทธ

คํานํา
บ้านพ�สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา คํานํา

หมู่บ้านต้นลําไย อําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

พิรญาณ แสงปญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ

ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ (มาโนช ธมฺมครุโก) ได้ริเริ่มจัดตั้ง “โครงการ

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


บ้านพ่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา” ด้วยการปรับปรุงพัฒนาพ้นท่บ้านท่อย ู่


ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 19

อาศัยของโยมมารดา ท่หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุร ี
เป็นที่ด�าเนินกิจกรรม จุดมุ่งหมายหลักของโครงการ คือ เพื่อช่วยแก้ปัญหา
พ�มพครั้งที่ 1 : มิถุนายน 2565 ความเหล่อมล้าทางการศึกษาของเด็ก และเยาวชนในชุมชน รวมท้งเพ่อเป็น




จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม สถานที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชน เป็นสถานที่ช่วยเหลือให้ค�า

จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย แนะนาทางด้านการศึกษาทุก ๆ ดาน ตลอดจนเพอเปนพนทสาธารณะสาหรับ











สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร ชาวบ้านใช้ประชุม สัมมนาอย่างสร้างสรรค์


สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส่งท่น่าสนใจของโครงการนี้คือ นอกจากจะเป็นกิจกรรมสาธารณ


จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ สงเคราะห์เพ่อพัฒนาและยกระดับความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชน รวมท้ง
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ชาวบ้านในชุมชนต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียงแล้ว ยังเป็นโครงการท่บูรณา

76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี การองค์ความรู้ทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยการ
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 เผยแผ่ความรู้และหลักธรรมท่ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา การปลูกฝังและ

E-mail : [email protected]

คํานํา
บ้านพ�สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา คํานํา

หมู่บ้านต้นลําไย อําเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

พิรญาณ แสงปญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ

ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ (มาโนช ธมฺมครุโก) ได้ริเริ่มจัดตั้ง “โครงการ

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


บ้านพ่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา” ด้วยการปรับปรุงพัฒนาพ้นท่บ้านท่อย ู่


ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 19

อาศัยของโยมมารดา ท่หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุร ี
เป็นที่ด�าเนินกิจกรรม จุดมุ่งหมายหลักของโครงการ คือ เพื่อช่วยแก้ปัญหา
พ�มพครั้งที่ 1 : มิถุนายน 2565 ความเหล่อมล้าทางการศึกษาของเด็ก และเยาวชนในชุมชน รวมท้งเพ่อเป็น




จํานวนพ�มพ : 300 เล่ม สถานที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชน เป็นสถานที่ช่วยเหลือให้ค�า

จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย แนะนาทางด้านการศึกษาทุก ๆ ดาน ตลอดจนเพอเปนพนทสาธารณะสาหรับ











สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร ชาวบ้านใช้ประชุม สัมมนาอย่างสร้างสรรค์


สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ส่งท่น่าสนใจของโครงการนี้คือ นอกจากจะเป็นกิจกรรมสาธารณ


จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ สงเคราะห์เพ่อพัฒนาและยกระดับความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชน รวมท้ง
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ ชาวบ้านในชุมชนต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียงแล้ว ยังเป็นโครงการท่บูรณา

76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี การองค์ความรู้ทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยการ
โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 เผยแผ่ความรู้และหลักธรรมท่ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา การปลูกฝังและ

E-mail : [email protected]



สร้างส�านึกให้เด็กและเยาวชนได้รู้จกเสียสละแบ่งปัน มีนาใจไมตรีและเมตตา








กรุณาต่อทุกสรรพสง การชักนาให้เด็กและเยาวชนเรยนรู้ความสขทแท้จริง

ด้วยการร่วมท�ากิจกรรมท่ดีมีคุณค่าต่อชุมชนและสังคม อันจะท�าให้ได้เห็น
ชีวิตที่งดงามสุขสงบต่อไปในอนาคต
สารบัญ


ความรู้ท่ได้จากการถอดบทเรียนน้ เป็นการบันทึกกิจกรรมท่มีพระสงฆ์


รูปหน่งผู้อุทิศก�าลังปัญญา ก�าลังกายของท่าน เพ่อเป็นแกนน�าในการ สารบัญ

สนับสนุนงานสาธารณสงเคราะห์ไปพร้อม ๆ กับการปลูกฝังและให้ความรู้ที่



ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา จึงหวังว่าบทเรียนน้จะสามารถน�าไปใช้เป็นแบบ 01 พระครูสงฆภารพสฏฐ์ 7






อย่างและแนวทางในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมท้งชาวบ้านในชุมชน “ผ้ริเร่มบ้านพสอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา”
อื่น ๆ ได้ตามสมควร - ภูมิหลัง 9
02 บ้านพสอนน้อง : 15



พิรญาณ์ แสงปัญญา การพฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน
- ความเป็นมาของบ้านพี่สอนน้อง 15
- จุดมุ่งหมายของการสร้างบ้านพี่สอนน้อง 19
- จากแนวคิดสู่การลงมือสร้างบ้านพี่สอนน้อง 20
03 สรุปบทเรียน บ้านพสอนน้อง 31



- การประยุกต์ใช้หลักธรรมเชิงพุทธในการด�าเนินงานบ้านพ่สอนน้อง 35
- ความส�าเร็จในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง 42
- ปัญหาและอุปสรรคในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง 51
- ความคาดหวังต่อการขับเคลื่อนงานสาธารณสงเคราะห์ 53
บ้านพี่สอนน้องในอนาคต


เอกสารอ้างอิง 55



สร้างส�านึกให้เด็กและเยาวชนได้รู้จกเสียสละแบ่งปัน มีนาใจไมตรีและเมตตา








กรุณาต่อทุกสรรพสง การชักนาให้เด็กและเยาวชนเรยนรู้ความสขทแท้จริง

ด้วยการร่วมท�ากิจกรรมท่ดีมีคุณค่าต่อชุมชนและสังคม อันจะท�าให้ได้เห็น
ชีวิตที่งดงามสุขสงบต่อไปในอนาคต
สารบัญ


ความรู้ท่ได้จากการถอดบทเรียนน้ เป็นการบันทึกกิจกรรมท่มีพระสงฆ์


รูปหน่งผู้อุทิศก�าลังปัญญา ก�าลังกายของท่าน เพ่อเป็นแกนน�าในการ สารบัญ

สนับสนุนงานสาธารณสงเคราะห์ไปพร้อม ๆ กับการปลูกฝังและให้ความรู้ที่



ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา จึงหวังว่าบทเรียนน้จะสามารถน�าไปใช้เป็นแบบ 01 พระครูสงฆภารพสฏฐ์ 7






อย่างและแนวทางในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมท้งชาวบ้านในชุมชน “ผ้ริเร่มบ้านพสอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา”
อื่น ๆ ได้ตามสมควร - ภูมิหลัง 9
02 บ้านพสอนน้อง : 15



พิรญาณ์ แสงปัญญา การพฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน
- ความเป็นมาของบ้านพี่สอนน้อง 15
- จุดมุ่งหมายของการสร้างบ้านพี่สอนน้อง 19
- จากแนวคิดสู่การลงมือสร้างบ้านพี่สอนน้อง 20
03 สรุปบทเรียน บ้านพสอนน้อง 31



- การประยุกต์ใช้หลักธรรมเชิงพุทธในการด�าเนินงานบ้านพ่สอนน้อง 35
- ความส�าเร็จในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง 42
- ปัญหาและอุปสรรคในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง 51
- ความคาดหวังต่อการขับเคลื่อนงานสาธารณสงเคราะห์ 53
บ้านพี่สอนน้องในอนาคต


เอกสารอ้างอิง 55

01 พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์


ผู้ริเริ มบ้านพ � ี � ี ี � สอนน้อง
ผู้ริเริ�มบ้านพสอนน้อง
สอนน้อง
มบ้านพ
ผู้ริเริ�

ห้องเรียนนอกกะลา
ห้องเรียนนอกกะลา
ห้องเรียนนอกกะลา




















พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ (มาโนช ธมฺมครุโก) ท่หลายคนเรียกขานว่า

“พระครูมาโนชหรือหลวงพี่มาโนช” เกิดเม่อวันท่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2517


ที่ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนโตในจ�านวน


พ่น้อง 3 คน ซ่งเป็นผู้ชายท้งหมด ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามค�าแหง เมื่อปี พ.ศ. 2542 หลังจบการ
ศึกษาแล้วได้ท�างานเป็นผู้สอนกวดวิชาหรือติวเตอร์วิชาการบริหารท่วไป

จนถึงปี พ.ศ. 2545 จากนั้นในปี พ.ศ. 2546 จึงได้เข้าอุปสมบทที่วัดญาณ
เวศกวัน ต�าบลบางกระทึก อ�าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และได้ศึกษา

พระปริยัติธรรมจนจบนักธรรมเอก นับแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบันได้รับ





6 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 7
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

01 พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์


ผู้ริเริ มบ้านพ � ี � ี ี � สอนน้อง
ผู้ริเริ�มบ้านพสอนน้อง
สอนน้อง
มบ้านพ
ผู้ริเริ�

ห้องเรียนนอกกะลา
ห้องเรียนนอกกะลา
ห้องเรียนนอกกะลา




















พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ (มาโนช ธมฺมครุโก) ท่หลายคนเรียกขานว่า

“พระครูมาโนชหรือหลวงพี่มาโนช” เกิดเม่อวันท่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2517


ที่ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนโตในจ�านวน


พ่น้อง 3 คน ซ่งเป็นผู้ชายท้งหมด ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามค�าแหง เมื่อปี พ.ศ. 2542 หลังจบการ
ศึกษาแล้วได้ท�างานเป็นผู้สอนกวดวิชาหรือติวเตอร์วิชาการบริหารท่วไป

จนถึงปี พ.ศ. 2545 จากนั้นในปี พ.ศ. 2546 จึงได้เข้าอุปสมบทที่วัดญาณ
เวศกวัน ต�าบลบางกระทึก อ�าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และได้ศึกษา

พระปริยัติธรรมจนจบนักธรรมเอก นับแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบันได้รับ





6 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 7
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

มอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถานของวัดญาณเวศกวัน ซึ่งตั้งอยู่ ภูมิหลัง

ณ ต�าบลบางทอง อ�าเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เกิดและเติบโตในชุมชนบ้านต้นลาไย จังหวัด




นอกเหนอจากภาระหน้าททได้รบมอบหมายดงกล่าวแล้ว พระคร ู กาญจนบุรี ซ่งเป็นสังคมชนบทและสังคมเกษตรกรรมท่ผู้คนส่วนมากในชุมชน











สังฆภารพิสิฏฐ์นับเป็นพระสงฆ์อีกรูปหน่งท่ให้ความส�าคัญต่อบทบาทด้าน ยังคงมีวิถีชีวิตในลักษณะพ่งพาอาศัยซ่งกันและกัน มีนาใจเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่และ




สาธารณสงเคราะห์ ด้วยตระหนักอยู่เสมอว่าปัจจัยในการดารงชีพของ แบ่งปัน สาหรับครอบครัวของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์น้นก็มีลักษณะเป็น




พระสงฆ์น้นข้นอยู่กับชาวบ้าน ดังน้นท่านจึงพยายามตอบแทนชาวบ้าน ครอบครัวขยาย เช่นเดียวกับครอบครัวอื่น ๆ ในละแวกนั้น กล่าวคือมีญาติ




เท่าที่สามารถจะท�าได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การตอบแทนด้วยการเทศน์ พ่น้องหลายรุ่นอยู่ร่วมกัน มีแม่ซ่งทามาหาเล้ยงชีพด้วยการเป็นชาวนาชาวไร่
ธรรมบรรยาย และการเดินทางไปตามโรงเรียนตระเวนชายแดนหรือโรงเรียน และท�าหน้าที่แม่บ้าน ส่วนพ่อมีอาชีพเป็นครู ซึ่งแม้ในวัยเด็กพระครูสังฆภา
















ในถนทรกนดารเพอบรจาคหรอส่งต่อสงของทได้รบจากการบณฑบาตหรอ รพิสิฏฐ์อาจจะยังไม่เข้าใจและไม่เห็นถึงความสาคัญของอาชีพครูสักเท่าใดนัก









สังฆทานให้กับเด็กและเยาวชนท่ยากไร้หรือด้อยโอกาสอยู่เนือง ๆ นอกจากน ้ ี แต่เชอว่าอาชพของโยมพ่อน่าจะมอทธพลต่อความคดด้านการจดการศกษา

เม่อพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถาน ของท่านพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ในสมัยต่อมาอยู่ไม่น้อย

ชีวิตในวัยเด็กของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เต็มไปด้วยความร่าเริงสดใส
ของวัดญาณเวศกวัน ณ จังหวัดพังงา ท่านได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือซ่อมแซม ตามวิถีชีวิตของเด็กชนบทท่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ เพ่อนเล่นส่วนใหญ่เป็น




วัสดุอุปกรณ์และอาคารของโรงเรียนในชุมชน รวมท้งเอ้อเฟื้อสถานท่ของ เด็กวัดเพราะบ้านอยู่ใกล้กับวัดต้นลาไย ประกอบกับท่านเติบโตมาใน




วิเวกภาวันสาหรับใช้เป็นห้องเรียนเพ่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนท่อ่านไม่ออก ครอบครัวใจบุญสุนทานเป็นเหตุให้ท่านมีโอกาสเข้าวัดอยู่บ่อย ๆ จึงกล่าวได้

เขียนไม่ได้ด้วย ว่าชีวิตในวัยเด็กค่อนข้างผูกพันกับวัด และคุ้นเคยกับสังคมชนบทซ่งมีลักษณะ



บทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ท่น่าสนใจอีกด้านหน่งของท่านคือการ เป็นสังคมเครือญาติ ผูกพันกันด้วยนาใจและมีความเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่ต่อกัน




เป็นผู้ริเริ่มสร้าง “บ้านพี่สอนน้อง” ณ ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัด วิถีชีวิตและค่านิยมดังกล่าวน้ล้วนเป็นปัจจัยสาคัญอย่างหน่งท่หล่อหลอม




กาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายสาคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและ ให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เป็นผู้มีน�้าใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาและเห็นความ

เยาวชนภายในชุมชนบ้านต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียง สาคัญของการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ต่อมาเม่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษา


จากโรงเรียนวิสุทธรังษี ต�าบลท่าล้อ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ในปี
พ.ศ. 2534 ท่านได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขา
การบริหารท่วไป มหาวิทยาลัยรามคาแหง แต่ต้องพักการศึกษาก่อนจบ


หลักสูตรเพราะติดเกณฑ์ทหาร ดังนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2540 ท่าน
8 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 9
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

มอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถานของวัดญาณเวศกวัน ซึ่งตั้งอยู่ ภูมิหลัง

ณ ต�าบลบางทอง อ�าเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เกิดและเติบโตในชุมชนบ้านต้นลาไย จังหวัด




นอกเหนอจากภาระหน้าททได้รบมอบหมายดงกล่าวแล้ว พระคร ู กาญจนบุรี ซ่งเป็นสังคมชนบทและสังคมเกษตรกรรมท่ผู้คนส่วนมากในชุมชน











สังฆภารพิสิฏฐ์นับเป็นพระสงฆ์อีกรูปหน่งท่ให้ความส�าคัญต่อบทบาทด้าน ยังคงมีวิถีชีวิตในลักษณะพ่งพาอาศัยซ่งกันและกัน มีนาใจเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่และ




สาธารณสงเคราะห์ ด้วยตระหนักอยู่เสมอว่าปัจจัยในการดารงชีพของ แบ่งปัน สาหรับครอบครัวของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์น้นก็มีลักษณะเป็น




พระสงฆ์น้นข้นอยู่กับชาวบ้าน ดังน้นท่านจึงพยายามตอบแทนชาวบ้าน ครอบครัวขยาย เช่นเดียวกับครอบครัวอื่น ๆ ในละแวกนั้น กล่าวคือมีญาติ




เท่าที่สามารถจะท�าได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การตอบแทนด้วยการเทศน์ พ่น้องหลายรุ่นอยู่ร่วมกัน มีแม่ซ่งทามาหาเล้ยงชีพด้วยการเป็นชาวนาชาวไร่
ธรรมบรรยาย และการเดินทางไปตามโรงเรียนตระเวนชายแดนหรือโรงเรียน และท�าหน้าที่แม่บ้าน ส่วนพ่อมีอาชีพเป็นครู ซึ่งแม้ในวัยเด็กพระครูสังฆภา
















ในถนทรกนดารเพอบรจาคหรอส่งต่อสงของทได้รบจากการบณฑบาตหรอ รพิสิฏฐ์อาจจะยังไม่เข้าใจและไม่เห็นถึงความสาคัญของอาชีพครูสักเท่าใดนัก









สังฆทานให้กับเด็กและเยาวชนท่ยากไร้หรือด้อยโอกาสอยู่เนือง ๆ นอกจากน ้ ี แต่เชอว่าอาชพของโยมพ่อน่าจะมอทธพลต่อความคดด้านการจดการศกษา

เม่อพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถาน ของท่านพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ในสมัยต่อมาอยู่ไม่น้อย

ชีวิตในวัยเด็กของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เต็มไปด้วยความร่าเริงสดใส
ของวัดญาณเวศกวัน ณ จังหวัดพังงา ท่านได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือซ่อมแซม ตามวิถีชีวิตของเด็กชนบทท่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ เพ่อนเล่นส่วนใหญ่เป็น




วัสดุอุปกรณ์และอาคารของโรงเรียนในชุมชน รวมท้งเอ้อเฟื้อสถานท่ของ เด็กวัดเพราะบ้านอยู่ใกล้กับวัดต้นลาไย ประกอบกับท่านเติบโตมาใน




วิเวกภาวันสาหรับใช้เป็นห้องเรียนเพ่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนท่อ่านไม่ออก ครอบครัวใจบุญสุนทานเป็นเหตุให้ท่านมีโอกาสเข้าวัดอยู่บ่อย ๆ จึงกล่าวได้

เขียนไม่ได้ด้วย ว่าชีวิตในวัยเด็กค่อนข้างผูกพันกับวัด และคุ้นเคยกับสังคมชนบทซ่งมีลักษณะ



บทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ท่น่าสนใจอีกด้านหน่งของท่านคือการ เป็นสังคมเครือญาติ ผูกพันกันด้วยนาใจและมีความเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่ต่อกัน




เป็นผู้ริเริ่มสร้าง “บ้านพี่สอนน้อง” ณ ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัด วิถีชีวิตและค่านิยมดังกล่าวน้ล้วนเป็นปัจจัยสาคัญอย่างหน่งท่หล่อหลอม




กาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายสาคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและ ให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เป็นผู้มีน�้าใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาและเห็นความ

เยาวชนภายในชุมชนบ้านต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียง สาคัญของการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ต่อมาเม่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษา


จากโรงเรียนวิสุทธรังษี ต�าบลท่าล้อ อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ในปี
พ.ศ. 2534 ท่านได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขา
การบริหารท่วไป มหาวิทยาลัยรามคาแหง แต่ต้องพักการศึกษาก่อนจบ


หลักสูตรเพราะติดเกณฑ์ทหาร ดังนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2540 ท่าน
8 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 9
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี


จึงเป็นพลทหารอยู่ในกรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ต�าบล ประกอบกับช่วงเวลาท่เป็นพลทหารท่านได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัด







ลาดหญ้า อ�าเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หองสมดธรรมะของศาสนสถานภายในคาย ทาใหมโอกาสอานผลงานธรรมะ
ขณะเป็นพลทหารเกณฑ์ ท่านต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตภายใต้กฎ มากมายและเกิดความประทับใจงานเขียนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์


ระเบียบท่เคร่งครัดและบทลงโทษอันหนักหน่วง การถูกกดข่ข่มเหงในรูปแบบ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ท่แม้จะเป็นเร่องเก่ยวโยงกับการเมืองแต่เน้อหายังคงไว้






ต่าง ๆ ตลอดจนการถูกจ�ากัดสิทธิ์ในการอภิปรายถกเถียงปัญหาด้วยเหตุผล ซ่งความนุ่มนวล ท�าให้ท่านเร่มติดตามศึกษางานหนังสือของสมเด็จพระพุทธ
ท�าให้ท่านเกิดสภาวะกดดันและมีความเครียด ทั้งมีความรู้สึกว่าสถานที่แห่ง โฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา


น้ไม่เป็นธรรม และท่ส�าคัญคือท�าให้ท่านค้นพบตนเองว่าเป็นคนรักสันติสุข หลังจากปลดประจ�าการทหารเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2540 ท่านได้กลับเข้า


และชอบวิถีแห่งเสรีภาพ อย่างไรก็ตามในช่วงชีวิตการเป็นพลทหารก็ท�าให้ ศึกษาต่อท่มหาวิทยาลัยรามค�าแหงอีกคร้ง ช่วงเวลาน้นท่านเกิดความผิดหวัง

ท่านมีโอกาสได้รู้จักกับเพ่อนคนไทยเช้อสายกะเหร่ยงท่แม้ทักษะความรู้ด้าน อย่างรุนแรงในเรื่องของความรักกระทั่งรู้สึกท้อแท้หมดก�าลังใจในชีวิต จึงได้




วิชาการอาจสู้ใครหลายคนไม่ได้ แต่กลับเป็นผู้ท่มีความช�านาญในด้านทักษะ หันเข้าพ่งหนังสือธรรมะหรือหนังสือสร้างก�าลังใจต่าง ๆ เพ่อท�าให้ตัวเองรู้สึก







ชีวิต มีความสามารถในการเผชิญชีวิตในป่า หุงหาอาหารดูแลตัวเองได้ ม ี ดีข้นจนเร่มรู้สึกเข้าใจคนท่ก�าลังมีความทุกข์ และในเวลาเดียวกันน้นท่าน



ความอดทนต่อความยากลาบากและต่อการถกล้อเลยนจากผู้อน ทงยงเป็น ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับเพ่อนนักศึกษาช่วยกันจัดติววิชาต่าง ๆ กับเพ่อน








ผู้รู้จักเสียสละเพ่อให้ผู้อ่นสุขสบายโดยไม่เคยเก่ยงงอน คุณลักษณะของเพ่อน ชาวคณะจึงท�าให้ท่านพบกับติวเตอร์หญิงคนหน่งซ่งเป็นรุ่นพ่ท่ป่วยเป็นโปลิโอ










ทหารผู้น้สร้างความประทับใจให้กับพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เป็นอย่างมากและ ขาพิการ แต่กลับมีความมานะพยายามท่จะให้ความรู้ผู้อ่นโดยไม่ย่อท้อต่อ
เกิดความคิดว่า ความล�าบากจากความพิการ ซึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า
การไปเจอติวเตอรทําให้เรามีความคิดว่าจะต้องเปล ีี่ยนแปลง
การไปเจอติวเตอรทําให้เรามีความคิดว่าจะต้องเปล่ยนแปลง
โลกใบน้คงจะดีมาก ๆ ถ้าหากเพ่อนมนุษยทุกคนบนโลก





มีความเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน รู้จักคิดท่จะช่วยเหลือ ตนเอง เราไปเจอติวเตอรท่เปนโยมพ่ผู้หญิงพิการ ขาเปนโปลิโอ



เกื้อกูลกัน ไม่ดูหมิ่นซึ่งกัน แต่กลับพยายามท่จะลากขาตัวเอง ก้าวข้นบันไดทีละก้าวซ่ง

เปนเร่องท่แสนลําบาก ความพยายามท้งหมดเพียงเพ่อท่จะมา




สอนมาถ่ายทอดความรู้ให้กับหลวงพี่และเพื่อน ๆ เรารู้สึกว่า
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)




ทําไมเราท่เพงปลดทหารออกมา มีร่างกายแข็งแรงกายําแต่ดัน
ใจเสาะเปราะบาง รู้สึกสู้พี่เค้าไม่ได้ พี่เค้าเก่ง
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
10 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 11
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี


จึงเป็นพลทหารอยู่ในกรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ต�าบล ประกอบกับช่วงเวลาท่เป็นพลทหารท่านได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัด







ลาดหญ้า อ�าเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี หองสมดธรรมะของศาสนสถานภายในคาย ทาใหมโอกาสอานผลงานธรรมะ
ขณะเป็นพลทหารเกณฑ์ ท่านต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตภายใต้กฎ มากมายและเกิดความประทับใจงานเขียนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์


ระเบียบท่เคร่งครัดและบทลงโทษอันหนักหน่วง การถูกกดข่ข่มเหงในรูปแบบ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ท่แม้จะเป็นเร่องเก่ยวโยงกับการเมืองแต่เน้อหายังคงไว้






ต่าง ๆ ตลอดจนการถูกจ�ากัดสิทธิ์ในการอภิปรายถกเถียงปัญหาด้วยเหตุผล ซ่งความนุ่มนวล ท�าให้ท่านเร่มติดตามศึกษางานหนังสือของสมเด็จพระพุทธ
ท�าให้ท่านเกิดสภาวะกดดันและมีความเครียด ทั้งมีความรู้สึกว่าสถานที่แห่ง โฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา


น้ไม่เป็นธรรม และท่ส�าคัญคือท�าให้ท่านค้นพบตนเองว่าเป็นคนรักสันติสุข หลังจากปลดประจ�าการทหารเกณฑ์ในปี พ.ศ. 2540 ท่านได้กลับเข้า


และชอบวิถีแห่งเสรีภาพ อย่างไรก็ตามในช่วงชีวิตการเป็นพลทหารก็ท�าให้ ศึกษาต่อท่มหาวิทยาลัยรามค�าแหงอีกคร้ง ช่วงเวลาน้นท่านเกิดความผิดหวัง

ท่านมีโอกาสได้รู้จักกับเพ่อนคนไทยเช้อสายกะเหร่ยงท่แม้ทักษะความรู้ด้าน อย่างรุนแรงในเรื่องของความรักกระทั่งรู้สึกท้อแท้หมดก�าลังใจในชีวิต จึงได้




วิชาการอาจสู้ใครหลายคนไม่ได้ แต่กลับเป็นผู้ท่มีความช�านาญในด้านทักษะ หันเข้าพ่งหนังสือธรรมะหรือหนังสือสร้างก�าลังใจต่าง ๆ เพ่อท�าให้ตัวเองรู้สึก







ชีวิต มีความสามารถในการเผชิญชีวิตในป่า หุงหาอาหารดูแลตัวเองได้ ม ี ดีข้นจนเร่มรู้สึกเข้าใจคนท่ก�าลังมีความทุกข์ และในเวลาเดียวกันน้นท่าน



ความอดทนต่อความยากลาบากและต่อการถกล้อเลยนจากผู้อน ทงยงเป็น ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับเพ่อนนักศึกษาช่วยกันจัดติววิชาต่าง ๆ กับเพ่อน








ผู้รู้จักเสียสละเพ่อให้ผู้อ่นสุขสบายโดยไม่เคยเก่ยงงอน คุณลักษณะของเพ่อน ชาวคณะจึงท�าให้ท่านพบกับติวเตอร์หญิงคนหน่งซ่งเป็นรุ่นพ่ท่ป่วยเป็นโปลิโอ










ทหารผู้น้สร้างความประทับใจให้กับพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เป็นอย่างมากและ ขาพิการ แต่กลับมีความมานะพยายามท่จะให้ความรู้ผู้อ่นโดยไม่ย่อท้อต่อ
เกิดความคิดว่า ความล�าบากจากความพิการ ซึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า
การไปเจอติวเตอรทําให้เรามีความคิดว่าจะต้องเปล ีี่ยนแปลง
การไปเจอติวเตอรทําให้เรามีความคิดว่าจะต้องเปล่ยนแปลง
โลกใบน้คงจะดีมาก ๆ ถ้าหากเพ่อนมนุษยทุกคนบนโลก





มีความเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน รู้จักคิดท่จะช่วยเหลือ ตนเอง เราไปเจอติวเตอรท่เปนโยมพ่ผู้หญิงพิการ ขาเปนโปลิโอ



เกื้อกูลกัน ไม่ดูหมิ่นซึ่งกัน แต่กลับพยายามท่จะลากขาตัวเอง ก้าวข้นบันไดทีละก้าวซ่ง

เปนเร่องท่แสนลําบาก ความพยายามท้งหมดเพียงเพ่อท่จะมา




สอนมาถ่ายทอดความรู้ให้กับหลวงพี่และเพื่อน ๆ เรารู้สึกว่า
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)




ทําไมเราท่เพงปลดทหารออกมา มีร่างกายแข็งแรงกายําแต่ดัน
ใจเสาะเปราะบาง รู้สึกสู้พี่เค้าไม่ได้ พี่เค้าเก่ง
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
10 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 11
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี









จากจุดน้ทาให้ท่านรู้สึกประทับใจในความเข้มแข็งอดทนสู้ชีวิตของ มุ่งม่นว่าถ้าต้องบวชก็จะขอบวชท่วัดแห่งน้ ในปี พ.ศ. 2545 ท่านรสกอมตว






รุ่นพ่ผู้น้เป็นอย่างมาก กระท่งกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต เลิกท้อแท้ กับอาชีพติวเตอร์และใคร่ครวญว่าชีวิตน้ได้ทาหลายส่งหลายอย่างมาแล้ว



และหันมาตั้งใจเรียนหนังสือจนจบหลักสูตร ยกเว้นการบวชทดแทนคุณบิดามารดา จึงได้ไปขอบวชท่วัดญาณเวศกวัน โดย

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2542 เป็นช่วงเวลาท่ท่านได้ แสดงความปรารถนาในขณะนนว่าจะบวชนานถง 8 เดอน ทางวดจงให้รอ







อ่านหนังสือธรรมะเรื่อง “พุทธวิธีในการสอน”ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจาร บวชในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นช่วงเข้าพรรษา
ย์ ทาให้สัมผัสถึงคุณสมบัติท่ดีของความเป็นครูและค้นพบว่าตนเองรักอาชีพ ปี พ.ศ. 2546 หลังจากที่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในช่วงพรรษาแรก


ครูมาก จึงหันมาท�างานเป็นติวเตอร์สอนกวดวิชา รายวิชาการบริหารทั่วไป นับเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพระภิกษุสงฆ์
ที่ส�านักติวปึ้ก ซอยรามค�าแหง 43/1 ถนนรามค�าแหง บางกะปิ กรุงเทพฯ ตลอดจนการศึกษาพระปริยัติธรรม อีกทั้งในสมัยนั้นทางวัดยังเปิดโอกาสให้

ความเป็นติวเตอร์ทาให้ท่านต้องพัฒนาตนเองด้วยการอ่านหนังสือค่อนข้าง พระนวกะได้เข้าพบกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพื่อ





มาก พบว่างานอะไรท่เก่ยวข้องกับการศึกษามักจะมีงานเขียนของสมเด็จ เรียนรู้ ซักถามปัญหาธรรมะ มีคร้งหนึ่งท่หลวงพ่อสมเด็จฯ ได้เล่าเก่ยวกับ
พระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตลอด กระทั่ง ประเด็นสงคราม ความเบียดเบียน และความขัดแย้งในโลกซึ่งเป็นประเด็นที่

ต่อมามีโอกาสได้ศึกษาหนังสือ “พุทธธรรม”จนเกิดความเล่อมใสศรัทธาและ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คร้นเม่อบวชเรียนจนครบ



มองว่า “พุทธธรรมคือเพชร” จึงเริ่มต้นจากการฝึกฝนตนในวิถีของพระสงฆ์ พรรษาแรกท่านมีความต้งใจที่จะบวชเรียนต่อเพ่อให้จบนักธรรมเอกและ

ด้านความเสียสละ ด้วยการบริจาคร่างกาย และการเป็นติวเตอร์โดยไม่คิด เตรียมลาสิกขาในช่วงสงกรานต์ของปีถัดไป ช่วงเวลานั้นนอกจากการศึกษา
ค่าใช้จ่าย พระปริยัติธรรมและการไปฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว ก็พอดีกับเป็น


ด้วยความเล่อมใสในผลงานด้านการเขียนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ช่วงท่วัดญาณเวศกวันมีภาระงานค่อนข้างมากจากการถอดเทปธรรมบรรยาย

(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ในปี พ.ศ. 2542 ท่านจึงเดินทางไปวัดญาณเวศกวัน และ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพ่อจัดท�าเป็นหนังสือ

เกิดความประทับใจในความสะอาดร่มร่นและบรรยากาศอันเงียบสงบของวัด พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงเข้ามาช่วยสนองงานวัดในการถอดเทปธรรมบรรยาย


ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ท่านได้เดินทางไปวัดญาณเวศกวันอีกคร้ง เพ่อร่วม รวมถึงการช่วยตรวจพิสูจน์อักษรไปด้วยจึงทาให้ท่านมีโอกาสได้ศึกษาผลงาน

ปิดทองฝังลูกนิมิต รับเทปซีดีธรรมะ และมีโอกาสพบสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ของหลวงพ่อสมเด็จ ฯ เพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะหนังสือ “วิถีสู่สันติภาพ”




(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ในขณะที่ท่านกาลังให้สัมภาษณ์นักข่าวประเด็นงานเขียน ซ่งเป็นผลงานท่ท่านให้ความสนใจและเกิดความซาบซ้งในหลักธรรม ๒ ประการ
เรื่อง “กรณีธรรมกาย” พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ยิ่งเกิดความเลื่อมใสในวิธีการ คือ มัจฉริยะ ๕ และ ปปัญจธรรม ๓ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งจัดเป็นช่วงที่


ตอบคาถามรวมทั้งจรยาวัตรอันงดงามของหลวงพ่อสมเดจฯ จนเกดความ แผ่นซีดีและเคร่อง Mp3 เร่มเข้ามาแทนท่เทปเสียง ทาให้พระครูสังฆภาร






12 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 13
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี









จากจุดน้ทาให้ท่านรู้สึกประทับใจในความเข้มแข็งอดทนสู้ชีวิตของ มุ่งม่นว่าถ้าต้องบวชก็จะขอบวชท่วัดแห่งน้ ในปี พ.ศ. 2545 ท่านรสกอมตว






รุ่นพ่ผู้น้เป็นอย่างมาก กระท่งกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต เลิกท้อแท้ กับอาชีพติวเตอร์และใคร่ครวญว่าชีวิตน้ได้ทาหลายส่งหลายอย่างมาแล้ว



และหันมาตั้งใจเรียนหนังสือจนจบหลักสูตร ยกเว้นการบวชทดแทนคุณบิดามารดา จึงได้ไปขอบวชท่วัดญาณเวศกวัน โดย

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในปี พ.ศ. 2542 เป็นช่วงเวลาท่ท่านได้ แสดงความปรารถนาในขณะนนว่าจะบวชนานถง 8 เดอน ทางวดจงให้รอ







อ่านหนังสือธรรมะเรื่อง “พุทธวิธีในการสอน”ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจาร บวชในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นช่วงเข้าพรรษา
ย์ ทาให้สัมผัสถึงคุณสมบัติท่ดีของความเป็นครูและค้นพบว่าตนเองรักอาชีพ ปี พ.ศ. 2546 หลังจากที่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในช่วงพรรษาแรก


ครูมาก จึงหันมาท�างานเป็นติวเตอร์สอนกวดวิชา รายวิชาการบริหารทั่วไป นับเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัวและการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพระภิกษุสงฆ์
ที่ส�านักติวปึ้ก ซอยรามค�าแหง 43/1 ถนนรามค�าแหง บางกะปิ กรุงเทพฯ ตลอดจนการศึกษาพระปริยัติธรรม อีกทั้งในสมัยนั้นทางวัดยังเปิดโอกาสให้

ความเป็นติวเตอร์ทาให้ท่านต้องพัฒนาตนเองด้วยการอ่านหนังสือค่อนข้าง พระนวกะได้เข้าพบกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพื่อ





มาก พบว่างานอะไรท่เก่ยวข้องกับการศึกษามักจะมีงานเขียนของสมเด็จ เรียนรู้ ซักถามปัญหาธรรมะ มีคร้งหนึ่งท่หลวงพ่อสมเด็จฯ ได้เล่าเก่ยวกับ
พระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตลอด กระทั่ง ประเด็นสงคราม ความเบียดเบียน และความขัดแย้งในโลกซึ่งเป็นประเด็นที่

ต่อมามีโอกาสได้ศึกษาหนังสือ “พุทธธรรม”จนเกิดความเล่อมใสศรัทธาและ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คร้นเม่อบวชเรียนจนครบ



มองว่า “พุทธธรรมคือเพชร” จึงเริ่มต้นจากการฝึกฝนตนในวิถีของพระสงฆ์ พรรษาแรกท่านมีความต้งใจที่จะบวชเรียนต่อเพ่อให้จบนักธรรมเอกและ

ด้านความเสียสละ ด้วยการบริจาคร่างกาย และการเป็นติวเตอร์โดยไม่คิด เตรียมลาสิกขาในช่วงสงกรานต์ของปีถัดไป ช่วงเวลานั้นนอกจากการศึกษา
ค่าใช้จ่าย พระปริยัติธรรมและการไปฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแล้ว ก็พอดีกับเป็น


ด้วยความเล่อมใสในผลงานด้านการเขียนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ช่วงท่วัดญาณเวศกวันมีภาระงานค่อนข้างมากจากการถอดเทปธรรมบรรยาย

(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ในปี พ.ศ. 2542 ท่านจึงเดินทางไปวัดญาณเวศกวัน และ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพ่อจัดท�าเป็นหนังสือ

เกิดความประทับใจในความสะอาดร่มร่นและบรรยากาศอันเงียบสงบของวัด พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงเข้ามาช่วยสนองงานวัดในการถอดเทปธรรมบรรยาย


ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ท่านได้เดินทางไปวัดญาณเวศกวันอีกคร้ง เพ่อร่วม รวมถึงการช่วยตรวจพิสูจน์อักษรไปด้วยจึงทาให้ท่านมีโอกาสได้ศึกษาผลงาน

ปิดทองฝังลูกนิมิต รับเทปซีดีธรรมะ และมีโอกาสพบสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ของหลวงพ่อสมเด็จ ฯ เพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะหนังสือ “วิถีสู่สันติภาพ”




(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ในขณะที่ท่านกาลังให้สัมภาษณ์นักข่าวประเด็นงานเขียน ซ่งเป็นผลงานท่ท่านให้ความสนใจและเกิดความซาบซ้งในหลักธรรม ๒ ประการ
เรื่อง “กรณีธรรมกาย” พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ยิ่งเกิดความเลื่อมใสในวิธีการ คือ มัจฉริยะ ๕ และ ปปัญจธรรม ๓ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งจัดเป็นช่วงที่


ตอบคาถามรวมทั้งจรยาวัตรอันงดงามของหลวงพ่อสมเดจฯ จนเกดความ แผ่นซีดีและเคร่อง Mp3 เร่มเข้ามาแทนท่เทปเสียง ทาให้พระครูสังฆภาร






12 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 13
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี




พิสิฏฐ์มความคิดทีจะรวบรวมเทปธรรมะของหลวงพ่อสมเด็จฯ มาจัดทาเป็น
อัลบ้มซีดีธรรมะซ่งเดิมมีเพียง 2 ชุด คือ “ชุดตามพระใหม่ไปเรียนธรรม” และ 02 บ้านพี่สอนน้อง :


“จากจตวทยา ส่จิตภาวนา” ในระหว่างน้นท่านรู้สกว่าธรรมบรรยายของ การพ ั ั ฒนาคุณภาพชีวิต





การพฒนาคุณภาพชีวิต
หลวงพ่อสมเด็จฯ ที่น่าสนใจยังมีอีกมาก จึงน�าเนื้อหาธรรมะต่าง ๆ มาจัดท�า
อัลบั้มซีดีโดยแบ่งตามหมวดเนื้อหา เช่น “ชุดฟังทีไรได้สุขทุกที” “ชุดธรรมะ เด็กและเยาวชน
กับการศึกษา” “ชุดรักนั้นดีแน่ แต่รักแท้ดีกว่า” เป็นต้น ด้วยภาระงานที่มี

มาอย่างต่อเน่องจึงส่งผลให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ลืมความต้งใจเดิมท่จะลา


สิกขา จึงได้อยู่ช่วยสนองงานวัดในด้านต่าง ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ.
2553 เป็นช่วงที่เจ้าประคุณหลวงพ่อสมเด็จฯ เริ่มจาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ
ประกอบกับเป็นช่วงท่แผ่นซีดีเร่มเส่อมความนิยม จึงท�าให้ท่านหยุดจัดท�า



อัลบั้มไปในปี พ.ศ. 2554 ท�าให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น
และมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่หมู่บ้านต้นล�าไย จังหวัดกาญจนบุรี
แม้จะมีความสุขกับการด�าเนินชีวิตในผ้าเหลือง หากแต่พระครูสังฆภาร
พิสิฏฐ์ยังคงรู้สึกผูกพันกับความเป็นติวเตอร์โดยตลอด ยังคงมีความห่วงใย

รุ่นน้องและลูกศิษย์ที่ท่านเคยดูแลเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส ดังนั้นเมื่อว่างเว้น


จากภาระงานต่าง ๆ ท่านจงมกเข้าไปอ่านกะท้ถามตอบปัญหาการเรยน


การสอนของมหาวิทยาลัยรามค�าแหงและช่วยให้ค�าแนะน�ารุ่นน้องหรือลูก ความเปšนมาของบ้านพี่สอนน้อง




ศิษย์ที่มีปัญหาเรื่องการเรียนอยู่เสมอ ก่อนท่จะกลายมาเป็นบ้านพ่สอนน้องในทุกวันน้ ความต้งใจเดิมของ

พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มีเพียงความต้องการท่จะปรับปรุงพ้นท่บ้านให้เป็นพ้นท ่ ี






รมณีย์ส�าหรับใหเพื่อนพระสหธรรมิกที่คิดปลีกวิเวกจากวัดได้มาฝกวิปสสนา





กรรมฐานเพอสร้างโอกาสให้โยมแม่ได้อุปัฏฐากพระภกษสงฆ์ ดงค�าบอก
เล่าว่า
14 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 15
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี




พิสิฏฐ์มความคิดทีจะรวบรวมเทปธรรมะของหลวงพ่อสมเด็จฯ มาจัดทาเป็น
อัลบ้มซีดีธรรมะซ่งเดิมมีเพียง 2 ชุด คือ “ชุดตามพระใหม่ไปเรียนธรรม” และ 02 บ้านพี่สอนน้อง :


“จากจตวทยา ส่จิตภาวนา” ในระหว่างน้นท่านรู้สกว่าธรรมบรรยายของ การพ ั ั ฒนาคุณภาพชีวิต





การพฒนาคุณภาพชีวิต
หลวงพ่อสมเด็จฯ ที่น่าสนใจยังมีอีกมาก จึงน�าเนื้อหาธรรมะต่าง ๆ มาจัดท�า
อัลบั้มซีดีโดยแบ่งตามหมวดเนื้อหา เช่น “ชุดฟังทีไรได้สุขทุกที” “ชุดธรรมะ เด็กและเยาวชน
กับการศึกษา” “ชุดรักนั้นดีแน่ แต่รักแท้ดีกว่า” เป็นต้น ด้วยภาระงานที่มี

มาอย่างต่อเน่องจึงส่งผลให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ลืมความต้งใจเดิมท่จะลา


สิกขา จึงได้อยู่ช่วยสนองงานวัดในด้านต่าง ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ.
2553 เป็นช่วงที่เจ้าประคุณหลวงพ่อสมเด็จฯ เริ่มจาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ
ประกอบกับเป็นช่วงท่แผ่นซีดีเร่มเส่อมความนิยม จึงท�าให้ท่านหยุดจัดท�า



อัลบั้มไปในปี พ.ศ. 2554 ท�าให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น
และมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่หมู่บ้านต้นล�าไย จังหวัดกาญจนบุรี
แม้จะมีความสุขกับการด�าเนินชีวิตในผ้าเหลือง หากแต่พระครูสังฆภาร
พิสิฏฐ์ยังคงรู้สึกผูกพันกับความเป็นติวเตอร์โดยตลอด ยังคงมีความห่วงใย

รุ่นน้องและลูกศิษย์ที่ท่านเคยดูแลเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส ดังนั้นเมื่อว่างเว้น


จากภาระงานต่าง ๆ ท่านจงมกเข้าไปอ่านกะท้ถามตอบปัญหาการเรยน


การสอนของมหาวิทยาลัยรามค�าแหงและช่วยให้ค�าแนะน�ารุ่นน้องหรือลูก ความเปšนมาของบ้านพี่สอนน้อง




ศิษย์ที่มีปัญหาเรื่องการเรียนอยู่เสมอ ก่อนท่จะกลายมาเป็นบ้านพ่สอนน้องในทุกวันน้ ความต้งใจเดิมของ

พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มีเพียงความต้องการท่จะปรับปรุงพ้นท่บ้านให้เป็นพ้นท ่ ี






รมณีย์ส�าหรับใหเพื่อนพระสหธรรมิกที่คิดปลีกวิเวกจากวัดได้มาฝกวิปสสนา





กรรมฐานเพอสร้างโอกาสให้โยมแม่ได้อุปัฏฐากพระภกษสงฆ์ ดงค�าบอก
เล่าว่า
14 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 15
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ตัวหลวงพ่เคยไปปฏิบัติกรรมฐานภาวนา แล้วก็มีญาติโยมมา

เก้อกูล มาอุปฏฐากพระ ในขณะท่เราสวดมนตภาวนาก็แผ่


เมตตาให้กับคนเหล่านี้ อยากให้เขาได้บุญจากการปฏิบัติของ
เรา ก็เลยคิดถึงโยมแม่ว่าถ้าได้มาอุปฏฐากพระบ้าง โยมแม่ก ็
คงจะได้บุญเช่นเดียวกัน



(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)


จากปัญหาดังกล่าวจึงท�าให้ท่านตระหนักว่าหมู่บ้านต้นล�าไยคงยังม ี



กระทงในปี พ.ศ. 2550 พระครูสงฆภารพสิฏฐ์ได้กลับมาเย่ยมบ้านเกิด




















ทจงหวดกาญจนบรี ไดพบปะถามไถสารทกขสกดบกบญาตพนองและเดก ๆ เด็กอีกมากท่ขาดโอกาสทางการศึกษา เพราะหลายครอบครัวมีฐานะในระดับ
ปานกลางค่อนข้างยากจน การเรียนพิเศษตลอดจนการลงทุนในเร่องอุปกรณ์


ในหมู่บ้านต้นล�าไยจนทราบถึงปัญหาความเหล่อมล้าทางการศึกษาของ การเรียนต่าง ๆ จึงจัดเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักส�าหรับผู้ปกครอง ด้วยความ

เด็ก ๆ ในชุมชน ค่านิยมในการส่งเสริมให้เด็กเรียนพิเศษ ตลอดจนการถูก ห่วงใยลูกหลานในชุมชนจึงท�าให้ท่านเกิดแนวคิดท่จะปรับปรุงพัฒนาพ้นท ่ ี



บงคับใหท�าแฟมสะสมงาน เหลาน้ลวนเปนการเพมภาระด้านค่าใชจ่ายให้กบ บ้านให้กลายเป็นบ้านพสอนน้อง โดยหวงให้เป็นสถานทแลกเปลยนความร้ ู

















ผู้ปกครองทั้งสิ้น ดังค�าบอกเล่าของท่านว่า
และเป็นสถานที่ช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าทางด้านการศึกษาทุก ๆ ด้าน

เม่อเดินทางกลับวัดญาณเวศกวัน พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงน�าแนวคิด
เรามาเจอน้อง เจอลูกน้า เด็ก ๆ มีปญหาเรื่องการส่งงาน ต้อง ดังกล่าวไปปรึกษากับพระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร ซ่งเป็นผู้ช่วยดูแลการ

ทําแฟม ต้องเรียนพิเศษ ต้องติว คนเรียนดีต้องเสียเงินติว เมื่อ ออกแบบปกหนังสือของวัดญาณเวศกวัน และขอให้ท่านช่วยออกแบบโลโก้
ถามว่าเรียนกับใครก็ได้คําตอบว่าเรียนกับครู ก็เลยรู้สึกว่าคร ู ของบ้านพี่สอนน้องให้ พระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร จึงน�าแนวคิดของท่าน
สอนไม่เท่ากัน กลายเปนคนเรียนพิเศษได้คะแนนดี ...
พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มาออกแบบโลโก้จนปรากฏเป็นภาพ “มือใหญ่ที่ก�าลัง
กุมมือเล็กจับชอล์กขีดเขียน” โดยใช้สี 3 สีในการบอกเล่าแนวคิดของบ้าน
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
พี่สอนน้อง คือ
16 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 17
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ตัวหลวงพ่เคยไปปฏิบัติกรรมฐานภาวนา แล้วก็มีญาติโยมมา

เก้อกูล มาอุปฏฐากพระ ในขณะท่เราสวดมนตภาวนาก็แผ่


เมตตาให้กับคนเหล่านี้ อยากให้เขาได้บุญจากการปฏิบัติของ
เรา ก็เลยคิดถึงโยมแม่ว่าถ้าได้มาอุปฏฐากพระบ้าง โยมแม่ก ็
คงจะได้บุญเช่นเดียวกัน



(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)


จากปัญหาดังกล่าวจึงท�าให้ท่านตระหนักว่าหมู่บ้านต้นล�าไยคงยังม ี



กระทงในปี พ.ศ. 2550 พระครูสงฆภารพสิฏฐ์ได้กลับมาเย่ยมบ้านเกิด




















ทจงหวดกาญจนบรี ไดพบปะถามไถสารทกขสกดบกบญาตพนองและเดก ๆ เด็กอีกมากท่ขาดโอกาสทางการศึกษา เพราะหลายครอบครัวมีฐานะในระดับ
ปานกลางค่อนข้างยากจน การเรียนพิเศษตลอดจนการลงทุนในเร่องอุปกรณ์


ในหมู่บ้านต้นล�าไยจนทราบถึงปัญหาความเหล่อมล้าทางการศึกษาของ การเรียนต่าง ๆ จึงจัดเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักส�าหรับผู้ปกครอง ด้วยความ

เด็ก ๆ ในชุมชน ค่านิยมในการส่งเสริมให้เด็กเรียนพิเศษ ตลอดจนการถูก ห่วงใยลูกหลานในชุมชนจึงท�าให้ท่านเกิดแนวคิดท่จะปรับปรุงพัฒนาพ้นท ่ ี



บงคับใหท�าแฟมสะสมงาน เหลาน้ลวนเปนการเพมภาระด้านค่าใชจ่ายให้กบ บ้านให้กลายเป็นบ้านพสอนน้อง โดยหวงให้เป็นสถานทแลกเปลยนความร้ ู

















ผู้ปกครองทั้งสิ้น ดังค�าบอกเล่าของท่านว่า
และเป็นสถานที่ช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าทางด้านการศึกษาทุก ๆ ด้าน

เม่อเดินทางกลับวัดญาณเวศกวัน พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงน�าแนวคิด
เรามาเจอน้อง เจอลูกน้า เด็ก ๆ มีปญหาเรื่องการส่งงาน ต้อง ดังกล่าวไปปรึกษากับพระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร ซ่งเป็นผู้ช่วยดูแลการ

ทําแฟม ต้องเรียนพิเศษ ต้องติว คนเรียนดีต้องเสียเงินติว เมื่อ ออกแบบปกหนังสือของวัดญาณเวศกวัน และขอให้ท่านช่วยออกแบบโลโก้
ถามว่าเรียนกับใครก็ได้คําตอบว่าเรียนกับครู ก็เลยรู้สึกว่าคร ู ของบ้านพี่สอนน้องให้ พระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร จึงน�าแนวคิดของท่าน
สอนไม่เท่ากัน กลายเปนคนเรียนพิเศษได้คะแนนดี ...
พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มาออกแบบโลโก้จนปรากฏเป็นภาพ “มือใหญ่ที่ก�าลัง
กุมมือเล็กจับชอล์กขีดเขียน” โดยใช้สี 3 สีในการบอกเล่าแนวคิดของบ้าน
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
พี่สอนน้อง คือ
16 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 17
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

จุดมุ่งหมาย

ของการสร้างบ้านพี่สอนน้อง

การริเริ่มให้มีบ้านพี่สอนน้องนั้นจัดเป็นกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ที่
พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นเพ่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กและ

เยาวชนในชุมชน โดยวางจุดมุ่งหมายในการด�าเนินกิจกรรม ดังนี้

1. เพ่อให้เด็กและเยาวชนภายในหมู่บ้านต้นลาไย ตาบลบ้านใหม่




อาเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี และชุมชนใกล้เคียงได้มีสถานท่แลกเปล่ยน

ความรู้และร่วมกันแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนเพื่อ
ช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าทางการศึกษาทุกด้าน



2. เพ่อปรับปรุงพ้นท่ของบ้านให้เป็นสาธารณประโยชน์ด้วยการสร้าง
ห้องสมุด ห้องเรียนพิเศษ ที่สอนการบ้าน ศิลปะ การเรียนภาษาต่างประเทศ
- มือสีแดง คือมือของพี่ สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของพลังงาน เรียนคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างถูกวิธี





- มือสีเขียว คือมือของน้อง สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มเติบโต 3. เพ่อเป็นสถานท่แบ่งปันส่งของท่ใช้แล้วหรือเป็นสถานท่ยืมคืน


- ชอล์กสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของการขีดเขียน การทาให้เกิดความแข็งแรง สิ่งของ อุปกรณ์ที่จ�าเป็นบางประเภท
นอกจากภาพมือที่เกาะกุม 4. เพ่อเป็นศูนย์กลางแลกเปล่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชน เป็น


กันแล้ว พระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร พื้นที่สาธารณะส�าหรับชาวบ้านเพื่อใช้ประชุมสัมมนาอย่างสร้างสรรค์


ได้นาคาว่า “ห้องเรยนนอกกะลา 5. เพ่อสร้างพ้นท่ให้เด็กและเยาวชนได้มีสถานท่ทากิจกรรมท่ปลอดภัย







ปรารถนาให้ทุกคนช่วยเหลือกัน” มีอุปกรณ์การละเล่นท่มีประโยชน์ มีกิจกรรมนันทนาการหรืออุปกรณ์กีฬา






ซงสะท้อนถงความตงใจของพระคร ู ต่าง ๆ อย่างพอเพียง ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเกิดความคิดสร้างสรรค์

สังฆภารพิสิฏฐ์ในการก่อต้งบ้านพ ี ่ 6. เพ่อเป็นพ้นท่สาหรับสร้างแปลงสาธิตทางการเกษตรให้เด็กและ




สอนน้อง มารวมไว้กับโลโก้นี้ด้วย เยาวชนได้ใช้ท�าการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เด็ก
ในชุมชนแสวงหารายได้ในทางที่เหมาะสม
18 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 19
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

จุดมุ่งหมาย

ของการสร้างบ้านพี่สอนน้อง

การริเริ่มให้มีบ้านพี่สอนน้องนั้นจัดเป็นกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ที่
พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นเพ่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กและ

เยาวชนในชุมชน โดยวางจุดมุ่งหมายในการด�าเนินกิจกรรม ดังนี้

1. เพ่อให้เด็กและเยาวชนภายในหมู่บ้านต้นลาไย ตาบลบ้านใหม่




อาเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี และชุมชนใกล้เคียงได้มีสถานท่แลกเปล่ยน

ความรู้และร่วมกันแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนเพื่อ
ช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าทางการศึกษาทุกด้าน



2. เพ่อปรับปรุงพ้นท่ของบ้านให้เป็นสาธารณประโยชน์ด้วยการสร้าง
ห้องสมุด ห้องเรียนพิเศษ ที่สอนการบ้าน ศิลปะ การเรียนภาษาต่างประเทศ
- มือสีแดง คือมือของพี่ สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของพลังงาน เรียนคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างถูกวิธี





- มือสีเขียว คือมือของน้อง สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มเติบโต 3. เพ่อเป็นสถานท่แบ่งปันส่งของท่ใช้แล้วหรือเป็นสถานท่ยืมคืน


- ชอล์กสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของการขีดเขียน การทาให้เกิดความแข็งแรง สิ่งของ อุปกรณ์ที่จ�าเป็นบางประเภท
นอกจากภาพมือที่เกาะกุม 4. เพ่อเป็นศูนย์กลางแลกเปล่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ ของชุมชน เป็น


กันแล้ว พระครูวินัยธรชัยยศ พุทฺธิวโร พื้นที่สาธารณะส�าหรับชาวบ้านเพื่อใช้ประชุมสัมมนาอย่างสร้างสรรค์


ได้นาคาว่า “ห้องเรยนนอกกะลา 5. เพ่อสร้างพ้นท่ให้เด็กและเยาวชนได้มีสถานท่ทากิจกรรมท่ปลอดภัย







ปรารถนาให้ทุกคนช่วยเหลือกัน” มีอุปกรณ์การละเล่นท่มีประโยชน์ มีกิจกรรมนันทนาการหรืออุปกรณ์กีฬา






ซงสะท้อนถงความตงใจของพระคร ู ต่าง ๆ อย่างพอเพียง ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเกิดความคิดสร้างสรรค์

สังฆภารพิสิฏฐ์ในการก่อต้งบ้านพ ี ่ 6. เพ่อเป็นพ้นท่สาหรับสร้างแปลงสาธิตทางการเกษตรให้เด็กและ




สอนน้อง มารวมไว้กับโลโก้นี้ด้วย เยาวชนได้ใช้ท�าการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เด็ก
ในชุมชนแสวงหารายได้ในทางที่เหมาะสม
18 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 19
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

7. เพื่อปรับและพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อน มีกิจกรรมนันทนาการ





เชิงอนุรักษ์ หรือจัดการท่องเท่ยวทางน้า เพ่อให้บ้านพ่สอนน้องมีรายได้เล้ยง อยากให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้มาพบมาเจอ มารู้จักกัน เพราะ


ตนเองในอนาคต หมู่บ้านเราไม่มีโรงเรียน เราก็ไปชวนเด็กท่เปนรุ่นพ่ให้มา
8. เพ่อสร้างโอกาสให้เด็กในชุมชนได้แสวงหารายได้จากการท�าร้าน ช่วยกันติว ช่วยกันสอนน้อง ๆ

อาหารปลอดเหล้าและปลอดอบายมุข
9. เพ่อเผยแผ่ความรู้ท่ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา สร้างส�านึกในด้าน (พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)


คุณความดี และท�าให้เห็นชีวิตที่งดงามสุขสงบ
นอกเหนือจากความพยายาม
ในการชักชวนเด็กรุ่นพ่ในชุมชนมา

จากแนวคิด ช่วยตวช่วยสอนเดกร่นน้องแล้ว ใน



สู่การลงมือสร้างบ้านพี่สอนน้อง ยามทว่างเว้นจากกจการงานของวด




ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 หลังจากที่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ตัดสินใจ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ก็จะเดินทาง
แน่วแน่ที่จะเปลี่ยนพื้นที่บ้านให้เป็น “บ้านพี่สอนน้อง” ท่านจึงน�าความคิด กลับมาบ้านเพ่อช่วยสอนช่วยอธิบาย



น้ไปปรึกษากับโยมแม่ทุเรียน คุรุวิจักษณ์ ซ่งโยมแม่ก็ให้การสนับสนุนโดยการ การบ้านเด็กด้วยตนเองอยู่เสมอ






สละพนทส่วนด้านหลังบ้าน ซงแต่เดมคอพ้นทส�าหรับทาไร่ทาสวน พระคร ู ความเป็นบ้านพ่สอนน้องจึงค่อย ๆ

























สงฆภารพสฏฐจงเรมลงมอพฒนาปรบปรงพนท่ใหกลายเปนพนทโลงสะอาด ก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างช้า ๆ




และมีความเป็นรมณีย์ ด้วยมองว่าความรมณีย์จะช่วยสร้างความสบายใจให้



กับผู้ท่เข้ามาใช้พ้นท่ จากน้นก็ได้จัดโต๊ะ เก้าอี้ และกระดานมาวางไว้ ในขณะ




เดียวกันท่านก็ได้ชักชวนเด็กในชุมชนให้มาใช้พ้นท่แห่งน้ในการพบปะสังสรรค์


เป็นพ้นท่แลกเปล่ยนความรู้ตลอดจนช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าด้านการศึกษา

ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ดังค�าบอกเล่าว่า
20 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 21
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

7. เพื่อปรับและพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อน มีกิจกรรมนันทนาการ





เชิงอนุรักษ์ หรือจัดการท่องเท่ยวทางน้า เพ่อให้บ้านพ่สอนน้องมีรายได้เล้ยง อยากให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้มาพบมาเจอ มารู้จักกัน เพราะ


ตนเองในอนาคต หมู่บ้านเราไม่มีโรงเรียน เราก็ไปชวนเด็กท่เปนรุ่นพ่ให้มา
8. เพ่อสร้างโอกาสให้เด็กในชุมชนได้แสวงหารายได้จากการท�าร้าน ช่วยกันติว ช่วยกันสอนน้อง ๆ

อาหารปลอดเหล้าและปลอดอบายมุข
9. เพ่อเผยแผ่ความรู้ท่ถูกต้องทางพระพุทธศาสนา สร้างส�านึกในด้าน (พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)


คุณความดี และท�าให้เห็นชีวิตที่งดงามสุขสงบ
นอกเหนือจากความพยายาม
ในการชักชวนเด็กรุ่นพ่ในชุมชนมา

จากแนวคิด ช่วยตวช่วยสอนเดกร่นน้องแล้ว ใน



สู่การลงมือสร้างบ้านพี่สอนน้อง ยามทว่างเว้นจากกจการงานของวด




ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 หลังจากที่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ตัดสินใจ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ก็จะเดินทาง
แน่วแน่ที่จะเปลี่ยนพื้นที่บ้านให้เป็น “บ้านพี่สอนน้อง” ท่านจึงน�าความคิด กลับมาบ้านเพ่อช่วยสอนช่วยอธิบาย



น้ไปปรึกษากับโยมแม่ทุเรียน คุรุวิจักษณ์ ซ่งโยมแม่ก็ให้การสนับสนุนโดยการ การบ้านเด็กด้วยตนเองอยู่เสมอ






สละพนทส่วนด้านหลังบ้าน ซงแต่เดมคอพ้นทส�าหรับทาไร่ทาสวน พระคร ู ความเป็นบ้านพ่สอนน้องจึงค่อย ๆ

























สงฆภารพสฏฐจงเรมลงมอพฒนาปรบปรงพนท่ใหกลายเปนพนทโลงสะอาด ก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างช้า ๆ




และมีความเป็นรมณีย์ ด้วยมองว่าความรมณีย์จะช่วยสร้างความสบายใจให้



กับผู้ท่เข้ามาใช้พ้นท่ จากน้นก็ได้จัดโต๊ะ เก้าอี้ และกระดานมาวางไว้ ในขณะ




เดียวกันท่านก็ได้ชักชวนเด็กในชุมชนให้มาใช้พ้นท่แห่งน้ในการพบปะสังสรรค์


เป็นพ้นท่แลกเปล่ยนความรู้ตลอดจนช่วยเหลือให้ค�าแนะน�าด้านการศึกษา

ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ดังค�าบอกเล่าว่า
20 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 21
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



ในปี พ.ศ. 2551 พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เร่มเปิดโครงการ “บ้านพ ี ่ องค์กรต่าง ๆ จากภายนอกชุมชนเข้ามาขอใช้พ้นท่ในการจัดค่ายกิจกรรม



สอนน้อง” อย่างเป็นทางการ เร่มมีการชักชวนเพ่อนสหธรรมิกตลอดจน ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมอาสากับชุมชน ค่ายลูกเสือเนตรนารี
ญาติโยมท่เป็นคุณครูและลูกศิษย์มาช่วยกันเสริมความรู้ในด้านต่าง ๆ รวมถึง เป็นต้น นอกจากน้ยังมีกลุ่มญาติธรรมหลายกลุ่มเข้ามาขอใช้พ้นท่ในการจัด




การเสริมทักษะในเร่องราวแบบวิถีพุทธให้กับเด็ก มีการสร้างห้องสมุดเพ่อให้ ค่ายปฏิบัติธรรมอีกด้วย กล่าวได้ว่ากิจกรรมของบ้านพี่สอนน้องในช่วงระยะ





เด็กใช้เป็นแหล่งค้นคว้าศึกษาหาความรู้และสร้างศาลาเรียนไว้อ�านวยความ น้เร่มมีการขยับขยายรูปแบบไปในเชิงการท�าค่ายกิจกรรมมากข้น ส่งผลให้














สะดวกให้กบเดก นอกจากนพระครสงฆภารพสฏฐ์ยังได้รบความช่วยเหลอ พระครูสงฆภารพิสฏฐ์เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย เน่องด้วยพ้นท่ใน



จากสหธรรมิกในการจดหาอุปกรณ์คอมพวเตอร์มาวางไว้เพอให้เดก ๆ ใช้ ช่วงสมัยน้นยังค่อนข้างเงียบสงัดและไฟฟ้าไม่ค่อยสว่าง จึงเร่มพัฒนาพ้นท ่ ี











ฝึกฝนเรียนรู้ รวมไปถึงการจัดหาข้าวของและอุปกรณ์ท่เก่ยวกับการศึกษาไว้ อีกคร้งด้วยการสร้างสนามกีฬาและท�าให้เป็นพ้นท่สว่างโล่งแจ้ง เร่มมีการ



ส�าหรับให้เด็กในชุมชนได้มาใช้หรือมาหยิบยืม เช่น สี สมุด กระดาษ เสื้อผ้า ต่อเติมส่งปลูกสร้างเพ่อรองรับการท�าค่ายกิจกรรมมากข้น โดยในส่วนน้ได้รับ



กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ช่าง เป็นต้น ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้มาจากการบริจาค การสนับสนุนทุนและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ จากวัดญาณเวศกวันรวมถึงเพ่อน
ของญาติโยมและการสละปัจจัยส่วนตัวของท่านเอง สหธรรมิกและญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา โดยท่านเล่าว่า
ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2552-2553 โครงการ “บ้านพ่สอนน้อง”



เร่มเป็นท่รู้จักมากข้นจากการท่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เดินทางไปบรรยายธรรม สายสัมพันธกัลยาณมิตรของวัดญาณเวศกวันมีสูงมาก เรียกว่า





ตามสถานท่ต่าง ๆ ท�าให้มีนักเรียนนักศึกษาตลอดจนครูบาอาจารย์แวะเวียน เราได้ของบริจาคตรงน้นตรงน้ บางคนให้ไม้ทําชิงช้า บางคน





มาเยี่ยมเยียน มีการท�ากิจกรรมร่วมกันจนเกิดความประทับใจในบรรยากาศ ให้ทรายถม พ้นท่เราเหยียบ ๆ น่ ก็กระเบ้องเก่าจากห้องน้าวัด
และวิถีแห่งบ้านพี่สอนน้อง ต่อมาจึงเริ่มมีสถาบันการศึกษา หน่วยงานและ
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
22 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 23
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



ในปี พ.ศ. 2551 พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เร่มเปิดโครงการ “บ้านพ ี ่ องค์กรต่าง ๆ จากภายนอกชุมชนเข้ามาขอใช้พ้นท่ในการจัดค่ายกิจกรรม



สอนน้อง” อย่างเป็นทางการ เร่มมีการชักชวนเพ่อนสหธรรมิกตลอดจน ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมอาสากับชุมชน ค่ายลูกเสือเนตรนารี
ญาติโยมท่เป็นคุณครูและลูกศิษย์มาช่วยกันเสริมความรู้ในด้านต่าง ๆ รวมถึง เป็นต้น นอกจากน้ยังมีกลุ่มญาติธรรมหลายกลุ่มเข้ามาขอใช้พ้นท่ในการจัด




การเสริมทักษะในเร่องราวแบบวิถีพุทธให้กับเด็ก มีการสร้างห้องสมุดเพ่อให้ ค่ายปฏิบัติธรรมอีกด้วย กล่าวได้ว่ากิจกรรมของบ้านพี่สอนน้องในช่วงระยะ





เด็กใช้เป็นแหล่งค้นคว้าศึกษาหาความรู้และสร้างศาลาเรียนไว้อ�านวยความ น้เร่มมีการขยับขยายรูปแบบไปในเชิงการท�าค่ายกิจกรรมมากข้น ส่งผลให้














สะดวกให้กบเดก นอกจากนพระครสงฆภารพสฏฐ์ยังได้รบความช่วยเหลอ พระครูสงฆภารพิสฏฐ์เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย เน่องด้วยพ้นท่ใน



จากสหธรรมิกในการจดหาอุปกรณ์คอมพวเตอร์มาวางไว้เพอให้เดก ๆ ใช้ ช่วงสมัยน้นยังค่อนข้างเงียบสงัดและไฟฟ้าไม่ค่อยสว่าง จึงเร่มพัฒนาพ้นท ่ ี











ฝึกฝนเรียนรู้ รวมไปถึงการจัดหาข้าวของและอุปกรณ์ท่เก่ยวกับการศึกษาไว้ อีกคร้งด้วยการสร้างสนามกีฬาและท�าให้เป็นพ้นท่สว่างโล่งแจ้ง เร่มมีการ



ส�าหรับให้เด็กในชุมชนได้มาใช้หรือมาหยิบยืม เช่น สี สมุด กระดาษ เสื้อผ้า ต่อเติมส่งปลูกสร้างเพ่อรองรับการท�าค่ายกิจกรรมมากข้น โดยในส่วนน้ได้รับ



กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ช่าง เป็นต้น ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้มาจากการบริจาค การสนับสนุนทุนและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ จากวัดญาณเวศกวันรวมถึงเพ่อน
ของญาติโยมและการสละปัจจัยส่วนตัวของท่านเอง สหธรรมิกและญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา โดยท่านเล่าว่า
ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2552-2553 โครงการ “บ้านพ่สอนน้อง”



เร่มเป็นท่รู้จักมากข้นจากการท่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เดินทางไปบรรยายธรรม สายสัมพันธกัลยาณมิตรของวัดญาณเวศกวันมีสูงมาก เรียกว่า





ตามสถานท่ต่าง ๆ ท�าให้มีนักเรียนนักศึกษาตลอดจนครูบาอาจารย์แวะเวียน เราได้ของบริจาคตรงน้นตรงน้ บางคนให้ไม้ทําชิงช้า บางคน





มาเยี่ยมเยียน มีการท�ากิจกรรมร่วมกันจนเกิดความประทับใจในบรรยากาศ ให้ทรายถม พ้นท่เราเหยียบ ๆ น่ ก็กระเบ้องเก่าจากห้องน้าวัด
และวิถีแห่งบ้านพี่สอนน้อง ต่อมาจึงเริ่มมีสถาบันการศึกษา หน่วยงานและ
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 5 พฤศจิกายน 2564)
22 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 23
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ซ่งเป็นช่วงท่เกิดภาวะน้าท่วมใหญ่ท้งกรุงเทพฯ


และในเขตปริมณฑล พระอาจารย์ปิยะลักษณ์ ปฺญาวโร จากวัดญาณเวศก



วันได้เดินทางมาพักอาศัยท่บ้านพ่สอนน้อง ในช่วงเวลาน้นได้มีผู้คนอีกหลาย
ชีวิตได้มาขออาศัยบ้านพี่สอนน้องเพื่อหลบภัยน�้าท่วม จึงท�าให้พระอาจารย์
ปิยะลักษณ์ ปฺญาวโร พาญาติธรรมเข้ามาช่วยสร้างช่วยต่อเติมที่พักที่นอน
ให้กับบ้านพี่สอนน้อง โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต จากจุดนี้บ้านพี่

สอนน้องจึงมีความพร้อมที่จะรองรับผู้คนในการมาท�ากิจกรรมมากขึ้น และ


นับต้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา บ้านพ่สอนน้องก็เป็นท่รู้จักในสังคมวงกว้าง

ผ่านการบอกปากต่อปากและผ่านส่อโซเชียลต่าง ๆ กลายเป็นพ้นท่สาธารณะ



ทั้งของคนในชุมชนและนอกชุมชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ปี พ.ศ. 2562-2564 เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ประกอบกับ

พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มีภาระหน้าท่ในการดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถานของ
วัดญาณเวศกวันท่จังหวัดพังงาอันเป็นเหตุให้ท่านไม่สะดวกในการเดินทางไป


กลับบ้านพ่สอนน้องได้เหมือนช่วงสถานการณ์ปกติ จึงส่งผลให้หลายกิจกรรม
ภายในบ้านพี่สอนน้องลดน้อยลง โดยเฉพาะกิจกรรมการท�าค่าย แต่พระครู
สังฆภารพิสิฏฐ์ก็ยังเปิดพ้นท่บ้านพ่สอนน้องให้เด็ก ๆ ในชุมชนได้เข้ามา




ใช้ประโยชน์อยู่เป็นระยะตามแต่สถานการณ์จะเอ้ออ�านวย โดยส่วนใหญ่


เด็กและเยาวชนจะเข้ามาพบปะสังสรรค์และท�ากิจกรรมเชิงนันทนาการ กิจกรรมภายในบ้านพสอนน้อง








เช่น การรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม การใช้อินเตอร์เน็ต การเล่นกีฬา นบตงแต่อดีตจวบถงปัจจบน บ้านพสอนน้องได้พยายามพฒนาตว


และออกก�าลังกาย การเล่นน�้า เป็นต้น สถานท่จนมีความพร้อมในการรองรับเด็กและเยาวชนตลอดจนบุคคลท่วไป


ในการเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ และยังให้ความร่วมมือกับชุมชน สถาบัน
ศึกษา หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมเพ่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

ของเด็กและเยาวชน โดยจากการศึกษาสามารถจ�าแนกได้ ดังนี้
24 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 25
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ซ่งเป็นช่วงท่เกิดภาวะน้าท่วมใหญ่ท้งกรุงเทพฯ


และในเขตปริมณฑล พระอาจารย์ปิยะลักษณ์ ปฺญาวโร จากวัดญาณเวศก



วันได้เดินทางมาพักอาศัยท่บ้านพ่สอนน้อง ในช่วงเวลาน้นได้มีผู้คนอีกหลาย
ชีวิตได้มาขออาศัยบ้านพี่สอนน้องเพื่อหลบภัยน�้าท่วม จึงท�าให้พระอาจารย์
ปิยะลักษณ์ ปฺญาวโร พาญาติธรรมเข้ามาช่วยสร้างช่วยต่อเติมที่พักที่นอน
ให้กับบ้านพี่สอนน้อง โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต จากจุดนี้บ้านพี่

สอนน้องจึงมีความพร้อมที่จะรองรับผู้คนในการมาท�ากิจกรรมมากขึ้น และ


นับต้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา บ้านพ่สอนน้องก็เป็นท่รู้จักในสังคมวงกว้าง

ผ่านการบอกปากต่อปากและผ่านส่อโซเชียลต่าง ๆ กลายเป็นพ้นท่สาธารณะ



ทั้งของคนในชุมชนและนอกชุมชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ปี พ.ศ. 2562-2564 เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 ประกอบกับ

พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มีภาระหน้าท่ในการดูแลวิเวกภาวัน สังฆสถานของ
วัดญาณเวศกวันท่จังหวัดพังงาอันเป็นเหตุให้ท่านไม่สะดวกในการเดินทางไป


กลับบ้านพ่สอนน้องได้เหมือนช่วงสถานการณ์ปกติ จึงส่งผลให้หลายกิจกรรม
ภายในบ้านพี่สอนน้องลดน้อยลง โดยเฉพาะกิจกรรมการท�าค่าย แต่พระครู
สังฆภารพิสิฏฐ์ก็ยังเปิดพ้นท่บ้านพ่สอนน้องให้เด็ก ๆ ในชุมชนได้เข้ามา




ใช้ประโยชน์อยู่เป็นระยะตามแต่สถานการณ์จะเอ้ออ�านวย โดยส่วนใหญ่


เด็กและเยาวชนจะเข้ามาพบปะสังสรรค์และท�ากิจกรรมเชิงนันทนาการ กิจกรรมภายในบ้านพสอนน้อง








เช่น การรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม การใช้อินเตอร์เน็ต การเล่นกีฬา นบตงแต่อดีตจวบถงปัจจบน บ้านพสอนน้องได้พยายามพฒนาตว


และออกก�าลังกาย การเล่นน�้า เป็นต้น สถานท่จนมีความพร้อมในการรองรับเด็กและเยาวชนตลอดจนบุคคลท่วไป


ในการเข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ และยังให้ความร่วมมือกับชุมชน สถาบัน
ศึกษา หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมเพ่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

ของเด็กและเยาวชน โดยจากการศึกษาสามารถจ�าแนกได้ ดังนี้
24 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 25
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



1) กิจกรรม “พสอนน้อง” (2551) เร่มต้นข้นอย่างเป็นทางการ 2) กิจกรรมยืมคืน







เม่อวันท่ 5 เมษายน 2551 เป็นกิจกรรมท่เน้นช่วยเหลือเด็กและเยาวชน วัสดุเครองมือหรืออุปกรณ ์


ในชุมชนบ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียงในเร่องของการศึกษา โดยในช่วง การเรยน (2551) เป็นกจกรรม














แรกพระครสงฆภารพสฏฐอาศยชวงเวลาทว่างเวนจากภาระงานของวดญาณ ท่เกิดจากความเข้าใจในสภาพ

เวศกวันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เดินทางกลับมาลงมือสอนการบ้านให้กับเด็ก เศรษฐกจของชมชน การลงทน



และเยาวชนด้วยตนเอง แต่ต่อมาพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้อาศัยแนวทางให้ เก่ยวกับวัสดุเคร่องมือหรืออุปกรณ์

“รุ่นพ่” สอน “รุ่นน้อง” โดยคาดหวังว่าจะทาให้เกิดความต่อเน่องของ การเรียนบางชนิดอาจเป็นการเพ่มภาระของผู้ปกครองโดยไม่จาเป็น ด้วยเหต ุ









กิจกรรมแม้ในยามท่ท่านไม่สามารถเดินทางกลับมาสอนด้วยตนเองได้ และ น้จึงทาให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เกิดความคิดริเร่มกิจกรรมยืมคืนอุปกรณ์ด้าน



ในอีกทางหน่งเป็นความต้งใจของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ท่จะอาศัยกิจกรรม การศึกษา และพยายามจัดหารวบรวมวัสดุเคร่องมือหรืออุปกรณ์การเรียนมา


ในการสร้างความสัมพันธ์ให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นลาไย รวมไว้ที่บ้านพี่สอนน้อง เช่น กระดาษ เครื่องเขียน เชือก บันได เลื่อย สว่าน









และชมชนใกล้เคยง เพราะชมชนบ้านต้นลาไยไม่มโรงเรยนประจาหม่บ้าน รถซาเล้ง เป็นต้น ซ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากวัดญาณ
ส่งผลให้เด็กและเยาวชนต้องไปเรียน เวศกวันและเหล่ากัลยาณมิตร นอกจากน้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ยังอาศัยวิธ ี

หนังสือในอ�าเภอหรือชุมชนอื่น จึง การชักชวนเด็ก ๆ รุ่นพี่ให้ส่งต่อข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ใช้แล้วแก่น้อง ๆ เช่น

ทาให้ไม่มีโอกาสรู้จักสนิทสนมกัน ชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า หนังสือ เป็นต้น ในเวลาต่อมาเมื่อบ้านพี่สอน



ดังน้นพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงทา น้องเป็นท่รู้จักในสังคมวงกว้างจึงทาให้กิจกรรมน้ได้รับการสนับสนุนจาก




หน้าท่เป็นส่อกลางท่เช่อมโยงเด็ก บุคคลภายนอกมากยิ่งขึ้น


แต่ละคนให้ได้มาพบปะกัน โดย
ใช้บ้านพ่สอนน้องเป็นศูนย์กลาง

รวมถึงจัดทาแหล่งเรียนรู้เพ่อเพ่ม



โอกาสด้านการศึกษาให้กับเด็กใน
ชุมชน เช่น ห้องสมุด คอมพิวเตอร์

รวมถึงการอานวยความสะดวกด้าน
อินเตอร์เน็ต
26 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 27
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



1) กิจกรรม “พสอนน้อง” (2551) เร่มต้นข้นอย่างเป็นทางการ 2) กิจกรรมยืมคืน







เม่อวันท่ 5 เมษายน 2551 เป็นกิจกรรมท่เน้นช่วยเหลือเด็กและเยาวชน วัสดุเครองมือหรืออุปกรณ ์


ในชุมชนบ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียงในเร่องของการศึกษา โดยในช่วง การเรยน (2551) เป็นกจกรรม














แรกพระครสงฆภารพสฏฐอาศยชวงเวลาทว่างเวนจากภาระงานของวดญาณ ท่เกิดจากความเข้าใจในสภาพ

เวศกวันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เดินทางกลับมาลงมือสอนการบ้านให้กับเด็ก เศรษฐกจของชมชน การลงทน



และเยาวชนด้วยตนเอง แต่ต่อมาพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้อาศัยแนวทางให้ เก่ยวกับวัสดุเคร่องมือหรืออุปกรณ์

“รุ่นพ่” สอน “รุ่นน้อง” โดยคาดหวังว่าจะทาให้เกิดความต่อเน่องของ การเรียนบางชนิดอาจเป็นการเพ่มภาระของผู้ปกครองโดยไม่จาเป็น ด้วยเหต ุ









กิจกรรมแม้ในยามท่ท่านไม่สามารถเดินทางกลับมาสอนด้วยตนเองได้ และ น้จึงทาให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เกิดความคิดริเร่มกิจกรรมยืมคืนอุปกรณ์ด้าน



ในอีกทางหน่งเป็นความต้งใจของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ท่จะอาศัยกิจกรรม การศึกษา และพยายามจัดหารวบรวมวัสดุเคร่องมือหรืออุปกรณ์การเรียนมา


ในการสร้างความสัมพันธ์ให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นลาไย รวมไว้ที่บ้านพี่สอนน้อง เช่น กระดาษ เครื่องเขียน เชือก บันได เลื่อย สว่าน









และชมชนใกล้เคยง เพราะชมชนบ้านต้นลาไยไม่มโรงเรยนประจาหม่บ้าน รถซาเล้ง เป็นต้น ซ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากวัดญาณ
ส่งผลให้เด็กและเยาวชนต้องไปเรียน เวศกวันและเหล่ากัลยาณมิตร นอกจากน้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ยังอาศัยวิธ ี

หนังสือในอ�าเภอหรือชุมชนอื่น จึง การชักชวนเด็ก ๆ รุ่นพี่ให้ส่งต่อข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ใช้แล้วแก่น้อง ๆ เช่น

ทาให้ไม่มีโอกาสรู้จักสนิทสนมกัน ชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า หนังสือ เป็นต้น ในเวลาต่อมาเมื่อบ้านพี่สอน



ดังน้นพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงทา น้องเป็นท่รู้จักในสังคมวงกว้างจึงทาให้กิจกรรมน้ได้รับการสนับสนุนจาก




หน้าท่เป็นส่อกลางท่เช่อมโยงเด็ก บุคคลภายนอกมากยิ่งขึ้น


แต่ละคนให้ได้มาพบปะกัน โดย
ใช้บ้านพ่สอนน้องเป็นศูนย์กลาง

รวมถึงจัดทาแหล่งเรียนรู้เพ่อเพ่ม



โอกาสด้านการศึกษาให้กับเด็กใน
ชุมชน เช่น ห้องสมุด คอมพิวเตอร์

รวมถึงการอานวยความสะดวกด้าน
อินเตอร์เน็ต
26 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 27
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

3) กิจกรรมปฏิบัต ิ 4) กิจกรรมเชิง

ธรรม (2552) เป็นกิจกรรมที่ นนทนาการ (2552) แบ่งได้




เกิดข้นโดยบุคคลภายนอกชุมชน 2 ประเภทหลัก ๆ ไดแก กจกรรม

ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ให้การ กีฬาและกิจกรรมการเรียนรู้

สนับสนุนช่วยเหลือท้งในด้าน ผ่านประสบการณ์ตรง สาหรับ




สถานท่ ข้าวปลาอาหาร ตลอดจน กจกรรมกีฬาเกิดข้นจากความ






การร่วมเป็นพระวิทยากร รูปแบบของกิจกรรมมักข้นอยู่กับผู้ท่เข้ามาขอ ต้งใจเดิมท่จะปรับพ้นท่บ้านพ่สอนน้อง



ใช้สถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการมาเข้าค่ายวิปัสสนากรรมฐาน ให้ความปลอดภัยมากย่งข้นรวมถึง



หรือการเรียนรู้หลักธรรมผ่านการทากิจกรรม เช่น ค่ายภาวนาปฏิบัติธรรม ต้องการเสรมทกษะด้านกฬาให้กับเด็ก



ของกลุ่มรัตนอุบาสก ค่ายปิดเทอมเปิดธรรมซ่งเป็นค่ายท่จัดข้นอย่างต่อเน่อง และเยาวชน ทาให้บ้านพ่สอนน้อง ม ี




ผลของกิจกรรมปฏิบัติธรรมไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาจิตใจให้กับกลุ่มผู้ท่มา อุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ และสนามฟุตบอล


ให้เด็กในชุมชนได้มาออกกาลัง ซ่ง


ทากิจกรรมเท่าน้น หากยังส่งผลให้บ้านพ่สอนน้องเป็นท่รู้จักและได้รับ ผลของการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาได้



การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนการเข้ามาช่วยพัฒนาดูแลต่อเติม กลายเป็นเคร่องมือเช่อมสัมพันธ์ระหว่าง


สิ่งปลูกสร้างให้มีความพร้อมต่อการใช้สอยมากขึ้นอีกด้วย
เด็กในชุมชนและนอกชุมชน มีการ
แวะเวียนเข้ามาจัดการแข่งขันก่อให้
เกิดมิตรภาพและความสุข ในส่วนของ
กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์

ตรง พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้จัดให้มีกิจกรรมท่ค่อนข้างหลากหลาย โดยม ี







เป้าหมายเพอเสรมทกษะด้านต่าง ๆ เพอให้เดกเกดการเรยนร้และนาไป




ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจาวัน ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมแปลงสาธิตเกษตรและ


เล้ยงสัตว์ กิจกรรมวิถีชีวิตริมนา กิจกรรมเย่ยมชมชุมชน กิจกรรมเหล่าน ี ้



นอกจากจะส่งผลให้เด็กได้ประโยชน์ด้านทักษะการเรียนรู้แล้วยังส่งผลให้เด็ก


เกิดจิตสานึกรักชุมชน และยังเป็นความพยายามท่จะปลูกฝังความรักความ
สามัคคีให้เกิดขึ้นกับเด็กในชุมชนอีกด้วย
28 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 29
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

3) กิจกรรมปฏิบัต ิ 4) กิจกรรมเชิง

ธรรม (2552) เป็นกิจกรรมที่ นนทนาการ (2552) แบ่งได้




เกิดข้นโดยบุคคลภายนอกชุมชน 2 ประเภทหลัก ๆ ไดแก กจกรรม

ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ให้การ กีฬาและกิจกรรมการเรียนรู้

สนับสนุนช่วยเหลือท้งในด้าน ผ่านประสบการณ์ตรง สาหรับ




สถานท่ ข้าวปลาอาหาร ตลอดจน กจกรรมกีฬาเกิดข้นจากความ






การร่วมเป็นพระวิทยากร รูปแบบของกิจกรรมมักข้นอยู่กับผู้ท่เข้ามาขอ ต้งใจเดิมท่จะปรับพ้นท่บ้านพ่สอนน้อง



ใช้สถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการมาเข้าค่ายวิปัสสนากรรมฐาน ให้ความปลอดภัยมากย่งข้นรวมถึง



หรือการเรียนรู้หลักธรรมผ่านการทากิจกรรม เช่น ค่ายภาวนาปฏิบัติธรรม ต้องการเสรมทกษะด้านกฬาให้กับเด็ก



ของกลุ่มรัตนอุบาสก ค่ายปิดเทอมเปิดธรรมซ่งเป็นค่ายท่จัดข้นอย่างต่อเน่อง และเยาวชน ทาให้บ้านพ่สอนน้อง ม ี




ผลของกิจกรรมปฏิบัติธรรมไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาจิตใจให้กับกลุ่มผู้ท่มา อุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ และสนามฟุตบอล


ให้เด็กในชุมชนได้มาออกกาลัง ซ่ง


ทากิจกรรมเท่าน้น หากยังส่งผลให้บ้านพ่สอนน้องเป็นท่รู้จักและได้รับ ผลของการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาได้



การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนการเข้ามาช่วยพัฒนาดูแลต่อเติม กลายเป็นเคร่องมือเช่อมสัมพันธ์ระหว่าง


สิ่งปลูกสร้างให้มีความพร้อมต่อการใช้สอยมากขึ้นอีกด้วย
เด็กในชุมชนและนอกชุมชน มีการ
แวะเวียนเข้ามาจัดการแข่งขันก่อให้
เกิดมิตรภาพและความสุข ในส่วนของ
กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์

ตรง พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ได้จัดให้มีกิจกรรมท่ค่อนข้างหลากหลาย โดยม ี







เป้าหมายเพอเสรมทกษะด้านต่าง ๆ เพอให้เดกเกดการเรยนร้และนาไป




ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจาวัน ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมแปลงสาธิตเกษตรและ


เล้ยงสัตว์ กิจกรรมวิถีชีวิตริมนา กิจกรรมเย่ยมชมชุมชน กิจกรรมเหล่าน ี ้



นอกจากจะส่งผลให้เด็กได้ประโยชน์ด้านทักษะการเรียนรู้แล้วยังส่งผลให้เด็ก


เกิดจิตสานึกรักชุมชน และยังเป็นความพยายามท่จะปลูกฝังความรักความ
สามัคคีให้เกิดขึ้นกับเด็กในชุมชนอีกด้วย
28 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 29
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

03




5) กิจกรรมค่ายอาสาพฒนาศกยภาพ (2551) เช่น

ค่ายพัฒนาพ้นท่บ้าน ค่ายอบรมศิลปะ ค่ายอบรมภาษา ค่ายเด็กกลับใจ สรุปบทเรียน :

ค่ายจิตอาสาพาน้อง ๆ เป็นต้น เป็นกิจกรรมที่เกิดจากบุคคล สถาบันศึกษา
บ้านพ�สอนน้อง
องค์กรหรือหน่วยงานภายนอก โดยพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จะท�าหน้าท่จัด บ้านพ ี� ี สอนน้อง







เตรยมสถานท่และเป็นผ้ประสานงานให้เด็กในชมชนไดมาท�ากจกรรมร่วมกัน
กับคนภายนอก ตลอดจนเข้ามามีส่วนร่วมในการด�าเนินกิจกรรมบางอย่าง
ท้งน้ค่ายอาสาพัฒนาศักยภาพนับเป็นการเปิดโอกาสแลกเปล่ยนเรียนรู้



และเสริมทักษะชีวิตร่วมกันระหว่างผู้เข้ามาจัดกิจกรรมและผู้ร่วมกิจกรรม
นอกจากน้การเข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายในบ้านพ่สอนน้องยังส่งผลให้ผู้เข้ามา


จัดกิจกรรมเกิดความประทับใจ มีความผูกพันและตระหนักถึงความส�าคัญ


ของการให้กระท่งกลับมาเป็นจิตอาสาเพ่อมาช่วยปรับปรุงพัฒนาพ้นท่บ้านพ ี ่


สอนน้อง และช่วยงานกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ต่อไป






จากการศึกษาพบว่าการด�าเนินกิจกรรมของบ้านพสอนนองก่อให้เกด


ผลดีต่อชุมชนและสังคม ท่นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่
เด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียงแล้ว บ้านพ่สอน

น้องยังเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตรอบด้าน รวมถึงการปลูก
ฝังคุณธรรมจริยธรรมตลอดจนการพัฒนาค่านิยมและทัศนคติที่ดีงาม ซึ่งผล

จากการด�าเนินกิจกรรมไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนใน



ชมชนบ้านต้นลาไยและชมชนใกล้เคียงเท่าน้น หากยังรวมถงบคคลท่วไป




ทั้งในชุมชนและสังคมอีกด้วย โดยจ�าแนกได้ ดังนี้
30 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 31
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

03




5) กิจกรรมค่ายอาสาพฒนาศกยภาพ (2551) เช่น

ค่ายพัฒนาพ้นท่บ้าน ค่ายอบรมศิลปะ ค่ายอบรมภาษา ค่ายเด็กกลับใจ สรุปบทเรียน :

ค่ายจิตอาสาพาน้อง ๆ เป็นต้น เป็นกิจกรรมที่เกิดจากบุคคล สถาบันศึกษา
บ้านพ�สอนน้อง
องค์กรหรือหน่วยงานภายนอก โดยพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จะท�าหน้าท่จัด บ้านพ ี� ี สอนน้อง







เตรยมสถานท่และเป็นผ้ประสานงานให้เด็กในชมชนไดมาท�ากจกรรมร่วมกัน
กับคนภายนอก ตลอดจนเข้ามามีส่วนร่วมในการด�าเนินกิจกรรมบางอย่าง
ท้งน้ค่ายอาสาพัฒนาศักยภาพนับเป็นการเปิดโอกาสแลกเปล่ยนเรียนรู้



และเสริมทักษะชีวิตร่วมกันระหว่างผู้เข้ามาจัดกิจกรรมและผู้ร่วมกิจกรรม
นอกจากน้การเข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายในบ้านพ่สอนน้องยังส่งผลให้ผู้เข้ามา


จัดกิจกรรมเกิดความประทับใจ มีความผูกพันและตระหนักถึงความส�าคัญ


ของการให้กระท่งกลับมาเป็นจิตอาสาเพ่อมาช่วยปรับปรุงพัฒนาพ้นท่บ้านพ ี ่


สอนน้อง และช่วยงานกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ต่อไป






จากการศึกษาพบว่าการด�าเนินกิจกรรมของบ้านพสอนนองก่อให้เกด


ผลดีต่อชุมชนและสังคม ท่นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่
เด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นล�าไยและชุมชนใกล้เคียงแล้ว บ้านพ่สอน

น้องยังเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตรอบด้าน รวมถึงการปลูก
ฝังคุณธรรมจริยธรรมตลอดจนการพัฒนาค่านิยมและทัศนคติที่ดีงาม ซึ่งผล

จากการด�าเนินกิจกรรมไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนใน



ชมชนบ้านต้นลาไยและชมชนใกล้เคียงเท่าน้น หากยังรวมถงบคคลท่วไป




ทั้งในชุมชนและสังคมอีกด้วย โดยจ�าแนกได้ ดังนี้
30 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 31
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ื้






ุ่
1) “บ้านพสอนน้อง” พนทีแห่งความปลอดภัย เนื่องด้วย 3) “บ้านพสอนน้อง” กับการเรียนร้ตลอดชีวิต จุดมงหมาย




พระครสังฆภารพสิฏฐ์เป็นคนท้องถ่นทมีความเข้าใจสภาพปัญหาของเด็กใน ของการดาเนินกิจกรรมบ้านพ่สอนน้องเกิดข้นจากแนวคิดสาคัญประการหน่ง






ชุมชนที่ส่วนใหญ่มักไปรวมตัวกันอยู่ตามที่ลับหูลับตาคน เช่น ร้านเกม ร้าน ของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ว่า การเรียนรู้มิได้จากัดแค่ในห้องเรียนหรือโรงเรียน

โต๊ะสนุกเกอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตไปในทางที่หลงผิดได้ ดัง เท่านั้น แต่ควรเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและสามารถ







น้นท่านจึงให้ความสาคัญต่อการพัฒนาพ้นท่บ้านพ่สอนน้องให้เป็นพ้นท่สว่าง เรียนรู้ได้จากสถานที่จริงหรือผ่านประสบการณ์จริง ดังนั้นพระครูสังฆภารพิ


กระจ่างแจ้ง สร้างสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นรมณีย์ และมีกิจกรรมสร้างสรรค์ สิฏฐ์จึงพัฒนาบ้านพ่สอนน้องให้มีลักษณะเป็นห้องเรียนนอกกะลาท่พร้อม
เพื่อให้เด็กในชุมชนได้มาพบปะมาเล่นกัน เช่น กิจกรรมกีฬา กิจกรรมแปลง ต้อนรับและเปิดโอกาสให้กลุ่มคน สถาบันศึกษา หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ

สาธิตการเกษตร กิจกรรมผูกแพ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น หลักการดัง มาร่วมแลกเปล่ยนและออกแบบกิจกรรมเพ่อการเรียนรู้ รวมท้งการพาเด็ก













กล่าวนอกจากจะช่วยให้เดกมพนทปลอดภยแล้ว ในขณะเดยวกนกช่วยลด และเยาวชนไปสัมผัสและเรียนรู้จากส่งแวดล้อมและวิทยากรในชุมชนบ้าน




ทอนความกังวลใจของผู้ปกครอง ท�าให้ผู้ปกครองสามารถออกไปท�างานหา ต้นลาไย เช่น กิจกรรมการทาเกษตรเพ่อเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกและเล้ยงสัตว์
เลี้ยงครอบครัวได้อย่างเต็มที่ จากชาวนาชาวสวน กิจกรรมต่อเรือต่อแพเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนริมน�า



กิจกรรมเก็บผักตบชวาเพ่อเรียนรู้การอนุรักษ์แม่นาลาคลอง กิจกรรมแพ


ื้



2) “บ้านพสอนน้อง” มิใช่พนทีธุรกิจ บ้านพี่สอนน้องเน้นย�้า กาแฟหรือหม่าล่าทูเดย์เพื่อเรียนรู้ทักษะวิชาชีพ เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวมี



การดาเนินกิจกรรมโดยไม่แสวงหากาไร เกือบทุกกิจกรรมท่เกิดข้นภายใน ส่วนช่วยเสริมทักษะกระบวนการเรียนรู้และทักษะการคิดท่มากกว่าความรู้









บ้านพสอนน้องมีครอบครว ญาตโยมผู้ใจบญและวดญาณเวศกวันคอย แบบท่องจา ทาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาท่เกิดข้นจริงใน












สนบสนน ซงเหตผลสาคญประการหนงมาจากความตงใจทจะพฒนาเดกและ สังคมรอบตัว บางคร้งผู้นากิจกรรมยังได้นาเร่องราวท่เกิดขนมาใช้ในการถอด














เยาวชนให้เป็นผู้ท่มีการใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะความเรียบง่ายจะทาให้การ บทเรียนร่วมกัน ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดทักษะความคิดในเชิงวิเคราะห์

ดาเนินชีวิตมีความสุขและทาให้เป็นคนท่สามารถปรับตัวเข้ากับบุคคล และสามารถน�าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงต่อไป




สถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย นอกจากน้ผลลัพธ์ของหลักคิด



ดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดเชิงประยุกต์ ทาให้รู้จักประยุกต์ 4) “บ้านพสอนน้อง” ภายใต้แนวคิดรมณีย จากการท ่ ี


ความรู้หรือส่งของท่มีอยู่ให้เป็นส่งท่ใช้ประโยชน์ได้ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จาก พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์บวชเป็นพระสงฆ์ท่วัดญาณเวศกวันจึงทาให้ท่านได้รับ









ส่งปลูกสร้างท่เกิดข้นภายในบ้านพ่สอนน้องซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์และ อิทธิพลทางแนวคิดเร่องรมณีย์จากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)





สถาปนิกร่วมกันออกแบบจากวัสดุสิ่งของที่ได้รับบริจาคมา และนามาใช้ในการปรับปรุงพัฒนาบ้านพ่สอนน้อง ซ่งการดาเนินงานดังกล่าว

32 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 33
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





ื้


ุ่
1) “บ้านพสอนน้อง” พนทีแห่งความปลอดภัย เนื่องด้วย 3) “บ้านพสอนน้อง” กับการเรียนร้ตลอดชีวิต จุดมงหมาย







พระครสังฆภารพสิฏฐ์เป็นคนท้องถ่นทมีความเข้าใจสภาพปัญหาของเด็กใน ของการดาเนินกิจกรรมบ้านพ่สอนน้องเกิดข้นจากแนวคิดสาคัญประการหน่ง



ชุมชนที่ส่วนใหญ่มักไปรวมตัวกันอยู่ตามที่ลับหูลับตาคน เช่น ร้านเกม ร้าน ของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ว่า การเรียนรู้มิได้จากัดแค่ในห้องเรียนหรือโรงเรียน

โต๊ะสนุกเกอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตไปในทางที่หลงผิดได้ ดัง เท่านั้น แต่ควรเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและสามารถ







น้นท่านจึงให้ความสาคัญต่อการพัฒนาพ้นท่บ้านพ่สอนน้องให้เป็นพ้นท่สว่าง เรียนรู้ได้จากสถานที่จริงหรือผ่านประสบการณ์จริง ดังนั้นพระครูสังฆภารพิ


กระจ่างแจ้ง สร้างสิ่งแวดล้อมที่มีความเป็นรมณีย์ และมีกิจกรรมสร้างสรรค์ สิฏฐ์จึงพัฒนาบ้านพ่สอนน้องให้มีลักษณะเป็นห้องเรียนนอกกะลาท่พร้อม
เพื่อให้เด็กในชุมชนได้มาพบปะมาเล่นกัน เช่น กิจกรรมกีฬา กิจกรรมแปลง ต้อนรับและเปิดโอกาสให้กลุ่มคน สถาบันศึกษา หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ

สาธิตการเกษตร กิจกรรมผูกแพ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น หลักการดัง มาร่วมแลกเปล่ยนและออกแบบกิจกรรมเพ่อการเรียนรู้ รวมท้งการพาเด็ก













กล่าวนอกจากจะช่วยให้เดกมพนทปลอดภยแล้ว ในขณะเดยวกนกช่วยลด และเยาวชนไปสัมผัสและเรียนรู้จากส่งแวดล้อมและวิทยากรในชุมชนบ้าน




ทอนความกังวลใจของผู้ปกครอง ท�าให้ผู้ปกครองสามารถออกไปท�างานหา ต้นลาไย เช่น กิจกรรมการทาเกษตรเพ่อเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกและเล้ยงสัตว์
เลี้ยงครอบครัวได้อย่างเต็มที่ จากชาวนาชาวสวน กิจกรรมต่อเรือต่อแพเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของคนริมน�า



กิจกรรมเก็บผักตบชวาเพ่อเรียนรู้การอนุรักษ์แม่นาลาคลอง กิจกรรมแพ


ื้



2) “บ้านพสอนน้อง” มิใช่พนทีธุรกิจ บ้านพี่สอนน้องเน้นย�้า กาแฟหรือหม่าล่าทูเดย์เพื่อเรียนรู้ทักษะวิชาชีพ เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวมี



การดาเนินกิจกรรมโดยไม่แสวงหากาไร เกือบทุกกิจกรรมท่เกิดข้นภายใน ส่วนช่วยเสริมทักษะกระบวนการเรียนรู้และทักษะการคิดท่มากกว่าความรู้









บ้านพสอนน้องมีครอบครว ญาตโยมผู้ใจบญและวดญาณเวศกวันคอย แบบท่องจา ทาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาท่เกิดข้นจริงใน












สนบสนน ซงเหตผลสาคญประการหนงมาจากความตงใจทจะพฒนาเดกและ สังคมรอบตัว บางคร้งผู้นากิจกรรมยังได้นาเร่องราวท่เกิดขนมาใช้ในการถอด














เยาวชนให้เป็นผู้ท่มีการใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะความเรียบง่ายจะทาให้การ บทเรียนร่วมกัน ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดทักษะความคิดในเชิงวิเคราะห์

ดาเนินชีวิตมีความสุขและทาให้เป็นคนท่สามารถปรับตัวเข้ากับบุคคล และสามารถน�าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงต่อไป




สถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย นอกจากน้ผลลัพธ์ของหลักคิด



ดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดเชิงประยุกต์ ทาให้รู้จักประยุกต์ 4) “บ้านพสอนน้อง” ภายใต้แนวคิดรมณีย จากการท ่ ี


ความรู้หรือส่งของท่มีอยู่ให้เป็นส่งท่ใช้ประโยชน์ได้ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จาก พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์บวชเป็นพระสงฆ์ท่วัดญาณเวศกวันจึงทาให้ท่านได้รับ









ส่งปลูกสร้างท่เกิดข้นภายในบ้านพ่สอนน้องซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์และ อิทธิพลทางแนวคิดเร่องรมณีย์จากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)





สถาปนิกร่วมกันออกแบบจากวัสดุสิ่งของที่ได้รับบริจาคมา และนามาใช้ในการปรับปรุงพัฒนาบ้านพ่สอนน้อง ซ่งการดาเนินงานดังกล่าว

32 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 33
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





มิได้เป็นการปรับปรุงพัฒนาส่งแวดล้อมหรือสถานท่เพียงอย่างเดียวเท่าน้น โดยภาพรวมจากการดาเนินงานดังกล่าวส่งผลต่อการเสริมสร้าง
หากยังรวมถึงการพัฒนาบุคคลให้มีความเป็นรมณีย์อีกด้วย โดยสามารถสรุป คุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียง


ได้ ดังนี้ การสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสใกล้ชิดส่งแวดล้อมและบรรยากาศ

(1) ความรมณีย์ในเชิงส่งแวดล้อมหรือสถานท ี ่ ทรมรนสวยงามนอกจากจะทาใหเกดความรสกสดชนเบกบานแลว ในอกทาง


















ก่อให้เกิดการเปล่ยนแปลงทางภูมิทัศน์และความปลอดภัยท่สร้าง หน่งธรรมชาติยังมีส่วนช่วยขัดเกลาจิตใจให้โน้มไปสู่ความอ่อนโยนและมีความ


ประโยชน์ให้กับชุมชน เน่องด้วยพ้นท่ของบ้านพ่สอนน้องต้งอยู่บริเวณ เมตตา เม่อประกอบกับการได้พบปะรู้จักกับบุคคลท่มีความเป็นรมณีย์ด้วย






ริมสะพานซึ่งหากเปรียบเทียบกับพื้นที่ลักษณะนี้ในแห่งอื่น ๆ พบว่า แล้วก็จะเป็นส่งท่ช่วยกล่อมเกลาลักษณะนิสัยและเปิดโอกาสให้เด็กและ






ส่วนมากมักกลายเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารประเภทร้านส้มตา ร้าน เยาวชนได้พบเห็นบุคคลท่เป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิตในทางท่ถูกท่ควร












คาราโอเกะหรอรานเหลา ทอาจมสวนในการชกนาลกษณะการดาเนน

ชีวิตหรือความประพฤติของเด็กและเยาวชนตลอดจนคนท่วไปใน


ชุมชนให้ดาเนินไปในทางท่ไม่ถูกไม่ควรได้ นอกจากน้การเข้ามาดูแล การประยุกต์ใช้หลักธรรมเชิงพุทธ


จัดการปัญหาดินสไลด์ด้วยการปลูกต้นไม้ยึดเกาะบริเวณหน้าดินยัง ในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง










เป็นการลดผลกระทบท่อาจเกิดกับระบบนิเวศทางนา ท้งยังเอ้อ เพือให้การดาเนินงานบ้านพสอนน้องดาเนินไปตามจุดมุ่งหมายท่กล่าว


ประโยชน์ให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้ามาลงเล่นนาได้อย่างปลอดภัย ไว้คือมีความเป็นรมณีย์ เป็นสถานที่ปลอดภัย และเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน

(2) ความรมณีย์ในเชิงตัวบุคคล คือการพยายาม และการช่วยเหลือเก้อกูลระหว่างกัน พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงได้วิเคราะห์

ขดเกลาและพัฒนาบุคคลให้มีความน่าเล่อมใส ทาให้ผู้ท่พบเหนหรือ สภาพการณ์และพฤติกรรมโดยท่วไปของเด็กและเยาวชนในชุมชนซ่งพบว่า








ผู้ใกล้ชิดเกิดความรู้สึกเบิกบานผ่องใส ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์อาศัย ปัญหาสาคัญของความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทคือการหวงแหนใน













วิธีการพัฒนาบุคคลด้วยการปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างและถ่ายทอด ทรพย์สนของตนและความถอตนว่าเหนอกว่าผ้อน ปัญหาทเกดขนนสาเหต ุ






แนวคิดดังกล่าวสู่สมาชิกในครอบครัวของท่าน โดยเน้นปลูกฝังการ มาจากสภาพแวดล้อมสังคมท่เร่มเปล่ยนแปลงไปจากเดิม ท่เห็นได้ชัดเม่อลอง

เป็นเจ้าบ้านที่ดี แสดงการต้อนรับด้วยน�้าใจไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จัก เปรียบเทียบกับสมัยที่ท่านพระครูยังเป็นเด็ก แต่ละบ้านเปิดกว้างไม่ได้สร้าง
ปฏิสันถารกับแขกที่มาเยือนและปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเสมอภาค รั้วแบ่งอาณาเขต ท�าให้ง่ายต่อการไปมาหาสู่ มีการแบ่งปันของกินของใช้กัน



โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะของบุคคล โดยไม่มีความหวงแหน ท้งยังมีประเพณีท่ช่วยสร้างความเอ้อเฟื้อและเก้อกูล

กันของคนในชุมชน เช่น ประเพณีวัวลาน เป็นต้น ประเพณีเหล่านี้ในชุมชน
34 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 35
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





มิได้เป็นการปรับปรุงพัฒนาส่งแวดล้อมหรือสถานท่เพียงอย่างเดียวเท่าน้น โดยภาพรวมจากการดาเนินงานดังกล่าวส่งผลต่อการเสริมสร้าง
หากยังรวมถึงการพัฒนาบุคคลให้มีความเป็นรมณีย์อีกด้วย โดยสามารถสรุป คุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียง


ได้ ดังนี้ การสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสใกล้ชิดส่งแวดล้อมและบรรยากาศ

(1) ความรมณีย์ในเชิงส่งแวดล้อมหรือสถานท ี ่ ทรมรนสวยงามนอกจากจะทาใหเกดความรสกสดชนเบกบานแลว ในอกทาง


















ก่อให้เกิดการเปล่ยนแปลงทางภูมิทัศน์และความปลอดภัยท่สร้าง หน่งธรรมชาติยังมีส่วนช่วยขัดเกลาจิตใจให้โน้มไปสู่ความอ่อนโยนและมีความ







ประโยชน์ให้กับชุมชน เน่องด้วยพ้นท่ของบ้านพ่สอนน้องต้งอยู่บริเวณ เมตตา เม่อประกอบกับการได้พบปะรู้จักกับบุคคลท่มีความเป็นรมณีย์ด้วย



ริมสะพานซึ่งหากเปรียบเทียบกับพื้นที่ลักษณะนี้ในแห่งอื่น ๆ พบว่า แล้วก็จะเป็นส่งท่ช่วยกล่อมเกลาลักษณะนิสัยและเปิดโอกาสให้เด็กและ


ส่วนมากมักกลายเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารประเภทร้านส้มตา ร้าน เยาวชนได้พบเห็นบุคคลท่เป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิตในทางท่ถูกท่ควร















คาราโอเกะหรอรานเหลา ทอาจมสวนในการชกนาลกษณะการดาเนน

ชีวิตหรือความประพฤติของเด็กและเยาวชนตลอดจนคนท่วไปใน



ชุมชนให้ดาเนินไปในทางท่ไม่ถูกไม่ควรได้ นอกจากน้การเข้ามาดูแล การประยุกต์ใช้หลักธรรมเชิงพุทธ
จัดการปัญหาดินสไลด์ด้วยการปลูกต้นไม้ยึดเกาะบริเวณหน้าดินยัง ในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง








เป็นการลดผลกระทบท่อาจเกิดกับระบบนิเวศทางนา ท้งยังเอ้อ เพือให้การดาเนินงานบ้านพสอนน้องดาเนินไปตามจุดมุ่งหมายท่กล่าว





ประโยชน์ให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้ามาลงเล่นนาได้อย่างปลอดภัย ไว้คือมีความเป็นรมณีย์ เป็นสถานที่ปลอดภัย และเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน

(2) ความรมณีย์ในเชิงตัวบุคคล คือการพยายาม และการช่วยเหลือเก้อกูลระหว่างกัน พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์จึงได้วิเคราะห์

ขดเกลาและพัฒนาบุคคลให้มีความน่าเล่อมใส ทาให้ผู้ท่พบเหนหรือ สภาพการณ์และพฤติกรรมโดยท่วไปของเด็กและเยาวชนในชุมชนซ่งพบว่า







ผู้ใกล้ชิดเกิดความรู้สึกเบิกบานผ่องใส ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์อาศัย ปัญหาสาคัญของความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทคือการหวงแหนใน













วิธีการพัฒนาบุคคลด้วยการปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างและถ่ายทอด ทรพย์สนของตนและความถอตนว่าเหนอกว่าผ้อน ปัญหาทเกดขนนสาเหต ุ






แนวคิดดังกล่าวสู่สมาชิกในครอบครัวของท่าน โดยเน้นปลูกฝังการ มาจากสภาพแวดล้อมสังคมท่เร่มเปล่ยนแปลงไปจากเดิม ท่เห็นได้ชัดเม่อลอง

เป็นเจ้าบ้านที่ดี แสดงการต้อนรับด้วยน�้าใจไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จัก เปรียบเทียบกับสมัยที่ท่านพระครูยังเป็นเด็ก แต่ละบ้านเปิดกว้างไม่ได้สร้าง
ปฏิสันถารกับแขกที่มาเยือนและปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเสมอภาค รั้วแบ่งอาณาเขต ท�าให้ง่ายต่อการไปมาหาสู่ มีการแบ่งปันของกินของใช้กัน



โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะของบุคคล โดยไม่มีความหวงแหน ท้งยังมีประเพณีท่ช่วยสร้างความเอ้อเฟื้อและเก้อกูล

กันของคนในชุมชน เช่น ประเพณีวัวลาน เป็นต้น ประเพณีเหล่านี้ในชุมชน
34 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 35
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี








เป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมและความมีนาใจท่ทาให้คนในสมัยก่อนอยู่กันด้วย 2) ปปญจธรรมฝายมานะ เป็นกิเลสท่แสดงบทบาทของความ

ความสัมพันธ์ท่ดีงาม ต่างจากความเป็นอยู่ปัจจุบันท่มีวิถีการดาเนินชีวิต อยากใหญ่ ความต้องการอานาจ ความสาคัญตัวว่าเราเหนือกว่าผู้อ่น มีความ





เปล่ยนแปลงไปในลักษณะตัวใครตัวมัน การใช้ร้วแบ่งก้นอาณาเขตของแต่ละ รู้สึกเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความ




บ้านทาให้เกิดความรู้สึกห่างเหินและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของอาณาเขตและ คิดที่คอยแต่จะแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน กระทั่งกลายเป็นความขัดแย้ง
ความเป็นส่วนตัว สภาพเหล่าน้สร้างความรู้สึกหวงแหนและไม่ปรารถนาให้ และการทะเลาะวิวาท หรือในระดับที่รุนแรงกว่านั้นคือก่อให้เกิดสงครามได้


ผู้อ่นเข้ามารุกลาอาณาเขตของตน และเป็นต้นเหตุสาคัญอย่างหน่งของการ ปปัญจธรรมฝ่ายมานะท่แสดงให้เห็นท่วไปในสังคมไทยคือการถือตัวในเร่อง







เกิดความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท ด้วยเหตุน้ทาให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ เชื้อชาติ วงศ์ตระกูล การศึกษา ฐานะ เป็นต้น ท�าให้เกิดการดูหมิ่นเหยียด











คดหาวธแก้ปัญหาโดยได้แนวคดจากเรองสนตภาพของสมเดจพระพทธโฆษ หยามหรือการคุกคามข่มเหงผู้อื่น


















าจารย (ป.อ.ปยตโต) ซงกลาวถงเหตปจจยทกอใหเกดปญหาความขดแยงตาง 3) ปปญจธรรมฝายทิฏฐ เป็นกิเลสที่แสดงบทบาทของความ





ๆ ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับสังคม จนถึงระดับประเทศชาติ ว่าล้วนเกิดจาก ใจแคบ ความเห็นผิดหรือการยึดติดในอุดมการณ์ ความเชื่อ ทฤษฎีหรือหลัก






กเลสชดหนงซงเป็นกเลสตวปั่นทคอยบงการพฤตกรรมททาให้มนษย์เกด การบางอย่าง เป็นการยดตดในสงดงกล่าวโดยไม่ยอมรบความเหนต่างของ

















ความขัดแย้ง แข่งขัน แย่งชิงกัน ตลอดจนก่อสงครามระหว่างพวกระหว่าง อีกฝ่าย เป็นตัวการส�าคัญที่ท�าให้เกิดการแบ่งแยกและสร้างความขัดแย้ง ซึ่ง


ฝ่าย เรียกกิเลสชุดนี้ว่า “ปปัญจธรรม ๓” ประกอบด้วย ตัณหา มานะ ทิฎฐิ ปรากฏการณ์ท่เห็นชัดในสังคมไทยคือการยึดติดในเร่องอุดมการณ์ทางการ
หรือในภาษาไทยเรียกว่า อยากได้ อยากใหญ่ ใจแคบ (พระพรหมคุณาภรณ์ เมือง ความเชื่องมงายในบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลูกฝังกันมานาน เป็นต้น
(ป.อ.ปยุต.โต), 2550) โดยกิเลสในแต่ละประเภทก่อให้เกิดผลลัพธ์ ดังนี้ เมื่อน�าหลักปปัญจธรรม ๓ มาพิจารณาเปรียบเทียบกับสภาพปัญหา


1) ปปญจธรรมฝายตัณหา เป็นกิเลสท่แสดงบทบาทของความ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชน พระครูสังฆภารพิสิฎฐ์จึงเห็นว่าการขจัดปปัญจธรรม



อยากได้ ความต้องการผลประโยชน์ ซึ่งเป็นต้นเหตุส�าคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้ ๓ หรือการลดความอยากได้ อยากใหญ่ และใจแคบของแต่ละคนคือส่งสาคัญ
เกิดความขัดแย้ง เพราะทุกคนต่างมุ่งแสวงหาความสุขและประโยชน์ส่วนตน ท่จะช่วยลดต้นเหตุของความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทรวมท้งยังเป็น




การพยายามไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นลาภยศ ต�าแหน่ง หนทางท่จะนาไปสู่สันติสุขและสันติภาพอย่างแท้จริงด้วย ดังน้นท่านจึง




ทรัพย์สินเงินทองหรือธุรกิจการค้า ล้วนก่อให้เกิดการเบียดเบียนบุกรุกล่วง ปรารถนาให้บ้านพ่สอนน้องกลายเป็นพ้นท่ตัวอย่างในการร่วมสร้างสังคม
ล�้าซึ่งกันทั้งสิ้น แห่งสันติสุขและสันติภาพด้วยการใช้เป็นพ้นท่เพ่อพัฒนาตัวบุคคลจากภายใน





สู่ภายนอก กล่าวคือพยายามสร้างสันติภาพให้เกิดข้นในใจของตัวบุคคล ทาให้
บุคคลเหล่าน้นมีใจท่สงบ ไม่คิดเบียดเบียน ไม่กล่าวร้าย หรือก่อความ


36 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 37
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี








เป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมและความมีนาใจท่ทาให้คนในสมัยก่อนอยู่กันด้วย 2) ปปญจธรรมฝายมานะ เป็นกิเลสท่แสดงบทบาทของความ

ความสัมพันธ์ท่ดีงาม ต่างจากความเป็นอยู่ปัจจุบันท่มีวิถีการดาเนินชีวิต อยากใหญ่ ความต้องการอานาจ ความสาคัญตัวว่าเราเหนือกว่าผู้อ่น มีความ





เปล่ยนแปลงไปในลักษณะตัวใครตัวมัน การใช้ร้วแบ่งก้นอาณาเขตของแต่ละ รู้สึกเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความ




บ้านทาให้เกิดความรู้สึกห่างเหินและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของอาณาเขตและ คิดที่คอยแต่จะแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน กระทั่งกลายเป็นความขัดแย้ง
ความเป็นส่วนตัว สภาพเหล่าน้สร้างความรู้สึกหวงแหนและไม่ปรารถนาให้ และการทะเลาะวิวาท หรือในระดับที่รุนแรงกว่านั้นคือก่อให้เกิดสงครามได้


ผู้อ่นเข้ามารุกลาอาณาเขตของตน และเป็นต้นเหตุสาคัญอย่างหน่งของการ ปปัญจธรรมฝ่ายมานะท่แสดงให้เห็นท่วไปในสังคมไทยคือการถือตัวในเร่อง







เกิดความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท ด้วยเหตุน้ทาให้พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ เชื้อชาติ วงศ์ตระกูล การศึกษา ฐานะ เป็นต้น ท�าให้เกิดการดูหมิ่นเหยียด











คดหาวธแก้ปัญหาโดยได้แนวคดจากเรองสนตภาพของสมเดจพระพทธโฆษ หยามหรือการคุกคามข่มเหงผู้อื่น


















าจารย (ป.อ.ปยตโต) ซงกลาวถงเหตปจจยทกอใหเกดปญหาความขดแยงตาง 3) ปปญจธรรมฝายทิฏฐ เป็นกิเลสที่แสดงบทบาทของความ





ๆ ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับสังคม จนถึงระดับประเทศชาติ ว่าล้วนเกิดจาก ใจแคบ ความเห็นผิดหรือการยึดติดในอุดมการณ์ ความเชื่อ ทฤษฎีหรือหลัก






กเลสชดหนงซงเป็นกเลสตวปั่นทคอยบงการพฤตกรรมททาให้มนษย์เกด การบางอย่าง เป็นการยดตดในสงดงกล่าวโดยไม่ยอมรบความเหนต่างของ

















ความขัดแย้ง แข่งขัน แย่งชิงกัน ตลอดจนก่อสงครามระหว่างพวกระหว่าง อีกฝ่าย เป็นตัวการส�าคัญที่ท�าให้เกิดการแบ่งแยกและสร้างความขัดแย้ง ซึ่ง


ฝ่าย เรียกกิเลสชุดนี้ว่า “ปปัญจธรรม ๓” ประกอบด้วย ตัณหา มานะ ทิฎฐิ ปรากฏการณ์ท่เห็นชัดในสังคมไทยคือการยึดติดในเร่องอุดมการณ์ทางการ
หรือในภาษาไทยเรียกว่า อยากได้ อยากใหญ่ ใจแคบ (พระพรหมคุณาภรณ์ เมือง ความเชื่องมงายในบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปลูกฝังกันมานาน เป็นต้น
(ป.อ.ปยุต.โต), 2550) โดยกิเลสในแต่ละประเภทก่อให้เกิดผลลัพธ์ ดังนี้ เมื่อน�าหลักปปัญจธรรม ๓ มาพิจารณาเปรียบเทียบกับสภาพปัญหา


1) ปปญจธรรมฝายตัณหา เป็นกิเลสท่แสดงบทบาทของความ ที่เกิดขึ้นภายในชุมชน พระครูสังฆภารพิสิฎฐ์จึงเห็นว่าการขจัดปปัญจธรรม



อยากได้ ความต้องการผลประโยชน์ ซึ่งเป็นต้นเหตุส�าคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้ ๓ หรือการลดความอยากได้ อยากใหญ่ และใจแคบของแต่ละคนคือส่งสาคัญ
เกิดความขัดแย้ง เพราะทุกคนต่างมุ่งแสวงหาความสุขและประโยชน์ส่วนตน ท่จะช่วยลดต้นเหตุของความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทรวมท้งยังเป็น




การพยายามไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นลาภยศ ต�าแหน่ง หนทางท่จะนาไปสู่สันติสุขและสันติภาพอย่างแท้จริงด้วย ดังน้นท่านจึง




ทรัพย์สินเงินทองหรือธุรกิจการค้า ล้วนก่อให้เกิดการเบียดเบียนบุกรุกล่วง ปรารถนาให้บ้านพ่สอนน้องกลายเป็นพ้นท่ตัวอย่างในการร่วมสร้างสังคม
ล�้าซึ่งกันทั้งสิ้น แห่งสันติสุขและสันติภาพด้วยการใช้เป็นพ้นท่เพ่อพัฒนาตัวบุคคลจากภายใน





สู่ภายนอก กล่าวคือพยายามสร้างสันติภาพให้เกิดข้นในใจของตัวบุคคล ทาให้
บุคคลเหล่าน้นมีใจท่สงบ ไม่คิดเบียดเบียน ไม่กล่าวร้าย หรือก่อความ


36 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 37
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี








เดือดร้อนให้กับผู้อ่น ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เช่อว่าหากสามารถพัฒนา (1) อาวาสมัจฉริยะ ความหวงแหนถ่นทอย่อาศัย ดินแดน จนถง


ให้แต่ละบุคคลมีหัวใจแห่งสันติสุขและสันติภาพได้ก็จะท�าให้ปัญหาเร่อง ประเทศ
ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทลดลง ปรากฏดังค�าสัมภาษณ์ว่า (2) กุลมัจฉริยะ ความหวงวงศ์ตระกูล หวงพวกพ้อง หวงสายสัมพันธ์
พงศ์เผ่าเหล่ากอ ชาติพันธุ์
...ปญหาในโลกเปนเพราะเรามีมูลเหตุของความอยากได้ อยาก (3) ลาภมัจฉริยะ ความหวงแหนลาภ หวงผลประโยชน์ เรื่องการได้
ใหญ่ ใจแคบ ภาษาพระเรียกว่า ปปญจ ธรรม เราต้องตัดราก เสพสิ่งบริโภค
เหง้าแห่งความตระหนี่ ความหวงแหนออกให้ได้ การทําให้คน (4) วัณณมัจฉริยะ ความหวงแหนกิตติคุณ หวงค�าสรรเสริญ ไม่พอใจ

มาจับมือกันมันเปนเพียงเปลือกนอก แต่สันติภาพท่แท้จริงจะ ให้ใครมีอะไรดีมาแข่งตน ไม่พอใจให้ใครสวยงาม ได้ยินค�าสรรเสริญคุณความ


ต้องเกิดข้นจากข้างใน เม่อเรามีอุดมคติในใจว่าจะไม่รุกราน ไม่ ดีของคนอื่นแล้ว ทนไม่ได้
เบียดเบียน หวงแหน หรือมีความตระหนี่แล้ว สันติภาพก็เกิด (5) ธรรมมัจฉริยะ ความหวงธรรม หวงวิชาความรู้ หวงคุณพิเศษที่
ขึ้นแล้วในใจ แต่ถ้าสันติภาพภายในไม่มี สันติภาพภายนอกก็ ได้บรรลุ กลัวคนอื่นจะรู้หรือประสบผลส�าเร็จเทียมเท่าหรือเกินกว่าตน
จะมีไม่ได้...



จากแนวคิดและแนวทางตามหลักธรรมท้ง 2 ประการดังกล่าวข้างต้น
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)
พระครูสังฆภารพิสิฎฐ์ได้น�ามาประยุกต์ใช้ในการด�าเนินงานบ้านพ่สอนน้อง


โดยเร่มต้นจากการลงมือท�าให้เห็นเป็นตัวอย่างดังจะเห็นว่าท่านได้เสียสละ

ส�าหรับแนวทางในการพัฒนาบุคคลของบ้านพ่สอนน้องน้น พระคร ู






สังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นการลดละปปัญจธรรมฝ่ายทิฏฐิหรือความใจแคบ ความ พ้นท่ของครอบครัวให้กลายเป็นพ้นท่สาธารณะท่เด็กและเยาวชนตลอดจน









ตระหน่หรือความหวงแหนเป็นหลัก โดยเฉพาะการละมัจฉริยะ ๕ ซ่งเป็นหลัก คนทวไปสามารถเข้ามาใช้ท�ากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกน ทาให้มความร้สกเป็น

ธรรมฝ่ายอกุศลธรรมท่ไม่ก่อให้เกิดผลในด้านดี บุคคลท่ประกอบด้วยมัจฉริยะ เจ้าของร่วมกัน ทุกคนที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่บ้านพี่สอนน้องจะได้รับ

๕ จะเป็นบุคคลที่มีจิตใจคับแคบ ไร้น�้าใจ มีความตระหนี่ในทุกด้าน คอยแต่ การปฏิบัติดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือฐานะ ปรากฏ
จะหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม มีความหวงแหนกีดก้น ดังค�าสัมภาษณ์ว่า

ไม่อยากให้เขามีเหมือนเรา สิ่งนี้ท�าให้กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งกัน แบ่ง
ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
38 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 39
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี








เดือดร้อนให้กับผู้อ่น ซ่งพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เช่อว่าหากสามารถพัฒนา (1) อาวาสมัจฉริยะ ความหวงแหนถ่นทอย่อาศัย ดินแดน จนถง


ให้แต่ละบุคคลมีหัวใจแห่งสันติสุขและสันติภาพได้ก็จะท�าให้ปัญหาเร่อง ประเทศ
ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทลดลง ปรากฏดังค�าสัมภาษณ์ว่า (2) กุลมัจฉริยะ ความหวงวงศ์ตระกูล หวงพวกพ้อง หวงสายสัมพันธ์
พงศ์เผ่าเหล่ากอ ชาติพันธุ์
...ปญหาในโลกเปนเพราะเรามีมูลเหตุของความอยากได้ อยาก (3) ลาภมัจฉริยะ ความหวงแหนลาภ หวงผลประโยชน์ เรื่องการได้
ใหญ่ ใจแคบ ภาษาพระเรียกว่า ปปญจ ธรรม เราต้องตัดราก เสพสิ่งบริโภค
เหง้าแห่งความตระหนี่ ความหวงแหนออกให้ได้ การทําให้คน (4) วัณณมัจฉริยะ ความหวงแหนกิตติคุณ หวงค�าสรรเสริญ ไม่พอใจ

มาจับมือกันมันเปนเพียงเปลือกนอก แต่สันติภาพท่แท้จริงจะ ให้ใครมีอะไรดีมาแข่งตน ไม่พอใจให้ใครสวยงาม ได้ยินค�าสรรเสริญคุณความ


ต้องเกิดข้นจากข้างใน เม่อเรามีอุดมคติในใจว่าจะไม่รุกราน ไม่ ดีของคนอื่นแล้ว ทนไม่ได้
เบียดเบียน หวงแหน หรือมีความตระหนี่แล้ว สันติภาพก็เกิด (5) ธรรมมัจฉริยะ ความหวงธรรม หวงวิชาความรู้ หวงคุณพิเศษที่
ขึ้นแล้วในใจ แต่ถ้าสันติภาพภายในไม่มี สันติภาพภายนอกก็ ได้บรรลุ กลัวคนอื่นจะรู้หรือประสบผลส�าเร็จเทียมเท่าหรือเกินกว่าตน
จะมีไม่ได้...



จากแนวคิดและแนวทางตามหลักธรรมท้ง 2 ประการดังกล่าวข้างต้น
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)
พระครูสังฆภารพิสิฎฐ์ได้น�ามาประยุกต์ใช้ในการด�าเนินงานบ้านพ่สอนน้อง


โดยเร่มต้นจากการลงมือท�าให้เห็นเป็นตัวอย่างดังจะเห็นว่าท่านได้เสียสละ

ส�าหรับแนวทางในการพัฒนาบุคคลของบ้านพ่สอนน้องน้น พระคร ู






สังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นการลดละปปัญจธรรมฝ่ายทิฏฐิหรือความใจแคบ ความ พ้นท่ของครอบครัวให้กลายเป็นพ้นท่สาธารณะท่เด็กและเยาวชนตลอดจน









ตระหน่หรือความหวงแหนเป็นหลัก โดยเฉพาะการละมัจฉริยะ ๕ ซ่งเป็นหลัก คนทวไปสามารถเข้ามาใช้ท�ากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกน ทาให้มความร้สกเป็น

ธรรมฝ่ายอกุศลธรรมท่ไม่ก่อให้เกิดผลในด้านดี บุคคลท่ประกอบด้วยมัจฉริยะ เจ้าของร่วมกัน ทุกคนที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากพื้นที่บ้านพี่สอนน้องจะได้รับ

๕ จะเป็นบุคคลที่มีจิตใจคับแคบ ไร้น�้าใจ มีความตระหนี่ในทุกด้าน คอยแต่ การปฏิบัติดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นหรือฐานะ ปรากฏ
จะหาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม มีความหวงแหนกีดก้น ดังค�าสัมภาษณ์ว่า

ไม่อยากให้เขามีเหมือนเรา สิ่งนี้ท�าให้กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งกัน แบ่ง
ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
38 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 39
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี


รับรู้และเข้าใจว่าส่งของทุกอย่างจะเป็นประโยชน์เม่อได้แบ่งปันกันใช้ ไม่ควร


...ส่งแรกท่เกิดข้นในใจ ต้องคิดว่าเราต้องไม่หวงแหนกัน หวงแหนเป็นสมบัติของใครคนใดคนหน่ง หรือจะตีความอีกนัยหน่งคือทุกคน




เพราะถ้าหลวงพ่หวงแหนก็คงจะทําอะไรแบบน้ไม่ได้ บางคน มีสิทธิ์เท่าเทียมกันในความเป็นเจ้าของสิ่งเดียวกัน ยอมรับความเป็นเจ้าของ



แค่เงาไม้ย่นเข้ามาก็ทะเลาะกันแล้ว เราต้องไม่หวงพ้นท ี ่ ส่งน้นของผู้อ่น เม่อความรู้สึกเหล่าน้เกิดข้นแล้วก็จะส่งผลเช่อมโยงไปสู่การ








ต้องเปดใจกว้าง เปดให้เด็กมาเล่นมาซน บ้านเราเปนเหมือน ลดความตระหน่หรือการเร่มรู้จักการให้ ผลจากความพยายามของพระคร ู



วัดญาณเวศกวัน เราทําบ้านให้เปนถ่นแดนท่มีความเปนรมณีย สงฆภารพสฎฐ์ทได้ปลกฝังความคดให้เดกและเยาวชนลดละความตระหน ี ่














เปนสถานท่ท่ร่นรมย เน้นความเขียวสะอาดสดช่น มาน่ง และกิเลสดังกล่าวข้างต้นน้ท�าให้ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งภายในชุมชน

มาพัก มาผ่อนคลาย สบายใจ เน้นความไม่หวงพื้นที่ ไม่หวง ค่อย ๆ ลดลงตามล�าดับ เด็กเรียนรู้ท่จะยอมรับในความแตกต่าง เร่มม ี


ธรรม ไม่หวงความรู้ เราให้พี่น้อง นักเรียน นักศึกษา ได้สัมผัส ความคิดเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่และเร่มมีน้าใจแบ่งปันกัน เรียนรู้ความสุขของการให้




สิ่งนี้ก่อนเปนลําดับแรก ส่วนการได้แบ่งปนความรู้ ได้แบ่งปน จนเกิดกลายเป็นความรักความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง
ธรรมะ จะได้มากได้น้อยหรือไม่ได้ก็ไม่เปนไร ...
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)

นอกจากน้พระครูสังฆภาร
พิสิฏฐ์ยังชักชวนให้เด็กและ
เยาวชนรู้จักการแบ่งปันเอ้อเฟื้อ



เผอแผ่ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอด
ความรู้จากรุ่นพ่สู่รุ่นน้องหรือการ



ส่งต่อส่งของท่ไม่ได้ใช้แล้วให้กับ


ผู้ทต้องการ เช่น ปากกา ดินสอ
สมุด หนังสือ กระเป๋า เป็นต้น

ทาให้เดกและเยาวชนเกดการ


40 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 41
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี


รับรู้และเข้าใจว่าส่งของทุกอย่างจะเป็นประโยชน์เม่อได้แบ่งปันกันใช้ ไม่ควร


...ส่งแรกท่เกิดข้นในใจ ต้องคิดว่าเราต้องไม่หวงแหนกัน หวงแหนเป็นสมบัติของใครคนใดคนหน่ง หรือจะตีความอีกนัยหน่งคือทุกคน




เพราะถ้าหลวงพ่หวงแหนก็คงจะทําอะไรแบบน้ไม่ได้ บางคน มีสิทธิ์เท่าเทียมกันในความเป็นเจ้าของสิ่งเดียวกัน ยอมรับความเป็นเจ้าของ



แค่เงาไม้ย่นเข้ามาก็ทะเลาะกันแล้ว เราต้องไม่หวงพ้นท ี ่ ส่งน้นของผู้อ่น เม่อความรู้สึกเหล่าน้เกิดข้นแล้วก็จะส่งผลเช่อมโยงไปสู่การ








ต้องเปดใจกว้าง เปดให้เด็กมาเล่นมาซน บ้านเราเปนเหมือน ลดความตระหน่หรือการเร่มรู้จักการให้ ผลจากความพยายามของพระคร ู



วัดญาณเวศกวัน เราทําบ้านให้เปนถ่นแดนท่มีความเปนรมณีย สงฆภารพสฎฐ์ทได้ปลกฝังความคดให้เดกและเยาวชนลดละความตระหน ี ่














เปนสถานท่ท่ร่นรมย เน้นความเขียวสะอาดสดช่น มาน่ง และกิเลสดังกล่าวข้างต้นน้ท�าให้ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งภายในชุมชน

มาพัก มาผ่อนคลาย สบายใจ เน้นความไม่หวงพื้นที่ ไม่หวง ค่อย ๆ ลดลงตามล�าดับ เด็กเรียนรู้ท่จะยอมรับในความแตกต่าง เร่มม ี


ธรรม ไม่หวงความรู้ เราให้พี่น้อง นักเรียน นักศึกษา ได้สัมผัส ความคิดเอ้อเฟื้อเผ่อแผ่และเร่มมีน้าใจแบ่งปันกัน เรียนรู้ความสุขของการให้




สิ่งนี้ก่อนเปนลําดับแรก ส่วนการได้แบ่งปนความรู้ ได้แบ่งปน จนเกิดกลายเป็นความรักความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง
ธรรมะ จะได้มากได้น้อยหรือไม่ได้ก็ไม่เปนไร ...
(พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)

นอกจากน้พระครูสังฆภาร
พิสิฏฐ์ยังชักชวนให้เด็กและ
เยาวชนรู้จักการแบ่งปันเอ้อเฟื้อ



เผอแผ่ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอด
ความรู้จากรุ่นพ่สู่รุ่นน้องหรือการ



ส่งต่อส่งของท่ไม่ได้ใช้แล้วให้กับ


ผู้ทต้องการ เช่น ปากกา ดินสอ
สมุด หนังสือ กระเป๋า เป็นต้น

ทาให้เดกและเยาวชนเกดการ


40 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 41
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ความส�าเร็จ ไม่เพียงพอท่จะส่งเสริมการเรียนพิเศษอาจเกิดความรู้สึกแปลกแยก เกิดความ

ในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง รู้สึกว่าเก่งไม่เท่าเพ่อนและอาจเกิดความรู้สึกท้อแท้ในการเรียนได้ ซ่งเด็กและ


การดาเนินงานบ้านพ่สอนน้องก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม เยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยก็ได้รับผลกระทบจากค่านิยมดังกล่าวเช่น





มาตลอดระยะเวลา 14 ปี โดยการดาเนินงานในช่วงแรกมุ่งเน้นช่วยเหลือเด็ก กันเน่องจากครอบครัวส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจน ไม่เพียง















และเยาวชนในชมชนหมบานต้นลาไยและชมชนใกลเคยงใหไดมสถานทศกษา เท่าน้นเด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยยังต้องเผชิญปัญหาความ

แลกเปล่ยนความรู้และร่วมกันแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ท่เป็นประโยชน์ ไม่พร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีท่จะรองรับระบบการเรียนการสอน









ต่อมาได้มีการปรับปรุงพัฒนาพ้นท่ให้เป็นพ้นท่ปลอดภัยเพ่อเปิดโอกาสให้เด็ก ท่วัดและประเมินผลด้วยแฟ้มสะสมงาน ทาให้เด็กต้องเดินทางออกจาก











และเยาวชนได้เข้ามาทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมนันทนาการ หมบานเขาไปในตวเมองหารานเชาคอมพวเตอรหรอรานเชาอนเตอรเน็ตเพอ















หรือกิจกรรมกีฬา ทาให้เด็กห่างไกลจากส่งแวดล้อมหรือแหล่งม่วสุมต่าง ๆ ค้นคว้าข้อมูลและจัดทาแฟ้มสะสมงาน ส่งเหล่าน้ล้วนเป็นการเพ่มภาระ

ที่มีปัญหาสุ่มเสี่ยง และยังเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกฝังภาวะความเมตตาและ ต้นทุนในการเล่าเรียนเป็นอย่างย่ง จึงกล่าวได้ว่าการดาเนินงานบ้านพ่สอน


ความเอ้อเฟื้อให้เกิดข้นกับคนในชุมชนและสังคม หากกล่าวถึงความสาเร็จ น้องไม่ว่าจะเป็นการจัดทาโครงการพ่สอนน้องหรือการจัดหาติวเตอร์ การจัด








ของการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง สามารถสรุปได้ดังนี้ ทาห้องสมุด การติดต้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตตลอดจนการอานวยความสะดวก


1) เพ่มโอกาสทางการศกษา หากพิจารณาภาพรวมการศึกษา ด้านวัสดุอุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ กระดาษ



ไทยในปจจบันจะเห็นไดวามคานยมใหเดกเรยนพเศษ ซงปจจยสาคญมาจาก เป็นต้น ได้เข้ามามีส่วนช่วยเปล่ยนความเหล่อมลาทางการศึกษาให้กลายเป็น


















ความเหลื่อมล�้าทางการศึกษาไทย ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของคุณภาพ ความเสมอภาค ทาให้เด็กและเยาวชนท่ยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา


และมาตรฐานการจัดการศึกษาในแต่ละโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนใน ได้รับความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น




โรงเรียนท่มุ่งเน้นการสอนเน้อหาและกิจกรรมให้ครบตามหลักสูตรไม่ 2) พฒนาคณภาพชีวตเด็กและเยาวชน หากเปรยบเทยบ




สอดคล้องกับระบบการรับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยท่มุ่งเน้นการสอบ กับช่วงก่อนการก่อต้งบ้านพ่สอนน้องจะเห็นว่าเด็กและเยาวชนในชุมชน





แข่งขัน ภาระงานของครูในโรงเรียนท่มากเกินไปจนไม่มีเวลาพัฒนาการเรียน หม่บ้านต้นลาไยไม่ค่อยมความผูกพันใกล้ชิดกัน โดยสาเหตุสาคัญประการ




การสอน หรือแม้แต่ปัญหาเร่องอิทธิพลทางเศรษฐกิจซ่งส่งผลกระทบต่อ หน่งเป็นเพราะหมู่บ้านต้นลาไยไม่มีโรงเรียนประจาชุมชนทาให้เด็กต้องแยก









อุดมการณ์ความเป็นครูจนทาให้ครูในโรงเรียนหันมาเปิดโรงเรียนกวดวิชาหรือ ย้ายไปเรียนในพ้นท่อ่น สาเหตุประการต่อมาคือภายในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไย
รับสอนพิเศษเสียเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับค่านิยมการเรียน ขาดพ้นท่สาธารณะท่ปลอดภัยและสามารถทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน











พิเศษ ซ่งผลท่เกิดข้นคือเด็กและเยาวชนบางส่วนท่ผู้ปกครองอาจมีทุนทรัพย์ ทงหมดนจึงทาให้เด็กและเยาวชนขาดโอกาสในการมาพบปะทาความร้จัก




42 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 43
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ความส�าเร็จ ไม่เพียงพอท่จะส่งเสริมการเรียนพิเศษอาจเกิดความรู้สึกแปลกแยก เกิดความ

ในการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง รู้สึกว่าเก่งไม่เท่าเพ่อนและอาจเกิดความรู้สึกท้อแท้ในการเรียนได้ ซ่งเด็กและ


การดาเนินงานบ้านพ่สอนน้องก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม เยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยก็ได้รับผลกระทบจากค่านิยมดังกล่าวเช่น





มาตลอดระยะเวลา 14 ปี โดยการดาเนินงานในช่วงแรกมุ่งเน้นช่วยเหลือเด็ก กันเน่องจากครอบครัวส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจน ไม่เพียง















และเยาวชนในชมชนหมบานต้นลาไยและชมชนใกลเคยงใหไดมสถานทศกษา เท่าน้นเด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยยังต้องเผชิญปัญหาความ

แลกเปล่ยนความรู้และร่วมกันแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ท่เป็นประโยชน์ ไม่พร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีท่จะรองรับระบบการเรียนการสอน









ต่อมาได้มีการปรับปรุงพัฒนาพ้นท่ให้เป็นพ้นท่ปลอดภัยเพ่อเปิดโอกาสให้เด็ก ท่วัดและประเมินผลด้วยแฟ้มสะสมงาน ทาให้เด็กต้องเดินทางออกจาก











และเยาวชนได้เข้ามาทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมนันทนาการ หมบานเขาไปในตวเมองหารานเชาคอมพวเตอรหรอรานเชาอนเตอรเน็ตเพอ















หรือกิจกรรมกีฬา ทาให้เด็กห่างไกลจากส่งแวดล้อมหรือแหล่งม่วสุมต่าง ๆ ค้นคว้าข้อมูลและจัดทาแฟ้มสะสมงาน ส่งเหล่าน้ล้วนเป็นการเพ่มภาระ

ที่มีปัญหาสุ่มเสี่ยง และยังเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกฝังภาวะความเมตตาและ ต้นทุนในการเล่าเรียนเป็นอย่างย่ง จึงกล่าวได้ว่าการดาเนินงานบ้านพ่สอน


ความเอ้อเฟื้อให้เกิดข้นกับคนในชุมชนและสังคม หากกล่าวถึงความสาเร็จ น้องไม่ว่าจะเป็นการจัดทาโครงการพ่สอนน้องหรือการจัดหาติวเตอร์ การจัด








ของการด�าเนินงานบ้านพี่สอนน้อง สามารถสรุปได้ดังนี้ ทาห้องสมุด การติดต้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตตลอดจนการอานวยความสะดวก


1) เพ่มโอกาสทางการศกษา หากพิจารณาภาพรวมการศึกษา ด้านวัสดุอุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ กระดาษ



ไทยในปจจบันจะเห็นไดวามคานยมใหเดกเรยนพเศษ ซงปจจยสาคญมาจาก เป็นต้น ได้เข้ามามีส่วนช่วยเปล่ยนความเหล่อมลาทางการศึกษาให้กลายเป็น


















ความเหลื่อมล�้าทางการศึกษาไทย ความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของคุณภาพ ความเสมอภาค ทาให้เด็กและเยาวชนท่ยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา


และมาตรฐานการจัดการศึกษาในแต่ละโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนใน ได้รับความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น




โรงเรียนท่มุ่งเน้นการสอนเน้อหาและกิจกรรมให้ครบตามหลักสูตรไม่ 2) พฒนาคณภาพชีวตเด็กและเยาวชน หากเปรยบเทยบ




สอดคล้องกับระบบการรับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยท่มุ่งเน้นการสอบ กับช่วงก่อนการก่อต้งบ้านพ่สอนน้องจะเห็นว่าเด็กและเยาวชนในชุมชน





แข่งขัน ภาระงานของครูในโรงเรียนท่มากเกินไปจนไม่มีเวลาพัฒนาการเรียน หม่บ้านต้นลาไยไม่ค่อยมความผูกพันใกล้ชิดกัน โดยสาเหตุสาคัญประการ




การสอน หรือแม้แต่ปัญหาเร่องอิทธิพลทางเศรษฐกิจซ่งส่งผลกระทบต่อ หน่งเป็นเพราะหมู่บ้านต้นลาไยไม่มีโรงเรียนประจาชุมชนทาให้เด็กต้องแยก









อุดมการณ์ความเป็นครูจนทาให้ครูในโรงเรียนหันมาเปิดโรงเรียนกวดวิชาหรือ ย้ายไปเรียนในพ้นท่อ่น สาเหตุประการต่อมาคือภายในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไย
รับสอนพิเศษเสียเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับค่านิยมการเรียน ขาดพ้นท่สาธารณะท่ปลอดภัยและสามารถทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน











พิเศษ ซ่งผลท่เกิดข้นคือเด็กและเยาวชนบางส่วนท่ผู้ปกครองอาจมีทุนทรัพย์ ทงหมดนจึงทาให้เด็กและเยาวชนขาดโอกาสในการมาพบปะทาความร้จัก




42 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 43
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





สนิทสนมกันและยังส่งผลให้เด็กบางส่วนเลือกท่จะไปรวมตัวอยู่ตามแหล่ง บุคลิกภาพและท่าทางการเคล่อนไหวท่ดีตลอดจนช่วยทาให้ร่างกายมีความ
มั่วสุมต่าง ๆ เช่น ร้านสนุกเกอร์ ร้านเกม หรือแหล่งอบายมุขต่าง ๆ ซึ่งอาจ กระฉับกระเฉง ในทางหนึ่งยังกล่าวได้ว่าบ้านพี่สอนน้องเข้ามามีส่วนช่วยลด




ชักนาเด็กและเยาวชนไปในทางท่เส่อมเสียได้ แต่หลังจากท่พระครูสังฆภารพ ิ ปัญหาจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกยุคปัจจุบันท่ส่งผลให้


สิฏฐ์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและค่อย ๆ ลงมือพัฒนาบ้านพี่สอนน้องเพื่อ เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมเนือยน่งอยู่กับท่หรือพฤติกรรรมติดจอ เช่น การ





ให้เป็นพ้นท่สาธารณะท่ใครต่างก็สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ โดยเน้น ใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการใช้แท็บแล็ต เป็นต้น ซ่งใน
ปรับปรุงพัฒนาพ้นท่ตามแนวคิดความเป็นรมณีย์ มีความปลอดภัยและม ี ระยะยาวกิจกรรมดังกล่าวล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ



กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ จนกระทั่งบ้านพี่สอนน้องมีทัศนียภาพของธรรมชาติ สขภาวะทางจิต หากพิจารณาในเชิงกายภาพจะเห็นว่าพระคร ู
ที่งดงามและร่มรื่น บริเวณโดยรอบพื้นที่ถูกปรับแต่งให้ดูสะอาดและมีไฟฟ้า สังฆภารพิสิฏฐ์ให้ความสาคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงสภาพส่งแวดล้อมของ


ส่องสว่างสร้างความรู้สึกปลอดภัยทั้งในยามกลางวันและกลางคืน มีสิ่งปลูก บ้านพ่สอนน้องให้มีความเป็นรมณีย์ บรรยากาศร่มร่นไปด้วยความเขียว


สร้างต่าง ๆ ที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ลาน ของธรรมชาติ บริเวณท่าน�้ามีความสะอาดและปลอดภัย ทั้งยังมีมุมพักผ่อน



กีฬาหรือมุมพักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์กีฬาและอาหาร หย่อนใจกระจายอยู่โดยรอบพ้นท่ ซ่งการพัฒนาดังกล่าวนอกจากจะช่วยสร้าง






การกินไว้อ�านวยความสะดวกให้กับผู้ที่เข้ามาใช้ประโยชน์อีกด้วย ซึ่งผลจาก บรรยากาศให้มีความน่าอยู่แล้ว อกนยหน่งยงกล่าวได้ว่าบ้านพสอนน้องก่อ






การดาเนินงานดังกล่าวทาให้เด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและ ให้เกิดพลังธรรมชาติบาบัดท่ส่งผลต่อการโน้มนาจิตใจของผู้ท่เข้ามาใช้




ชุมชนใกล้เคียงมีพ้นท่ในการพบปะทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน ท้งน้เม่อ ประโยชน์ของพ้นท่ให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจจากบรรยากาศท่ร่มร่น







พิจารณาตามรูปแบบสุขภาวะองค์รวมสามารถจ�าแนกได้ ดังนี้ สวยงาม ทาให้พ้นจากภาวะความเครียดและความวิตกกังวลต่าง ๆ เม่อ




สขภาวะทางกาย จะเห็นว่าบ้านพ่สอนน้องได้สร้างส่งแวดล้อมและ พิจารณาในเชิงรูปแบบกิจกรรมของบ้านพ่สอนน้องพบว่ามีบทบาทท่เก่ยวพัน





ปัจจัยท่สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนไม่ว่าจะเป็นการ กับการเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตอย่างเด่นชัด การท่เด็กและเยาวชนในชุมชน






เลนอย่างอสระ (Free Play) หรือการเลนเพอเสรมทกษะ (Active Play) การ หมู่บ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียงมีพ้นท่ในการร่วมออกกาลังกายและเล่น











ท่เด็กและเยาวชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากพ้นท่เพ่อเดินเล่น ว่งเล่น ลง กีฬาด้วยกันช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อความสุข ความมั่นคง


เล่นน�้า หรือร่วมเล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ ปิงปอง วอลเลย์บอล ทางอารมณ์ ทาให้เด็กร่าเริงสดใส มีพลังใจในทางบวกท่พร้อมจะรับมือกับ
แบดมินตัน เป็นต้น ผลที่เกิดขึ้นคือเด็กได้ออกก�าลังเคลื่อนไหวร่างกายท�าให้ ภาวะความเครียด ความวิตกกังวลตลอดจนภาวะความซึมเศร้าต่าง ๆ ได้
ร่างกายได้รับการสร้างเสริมความแข็งแรงลดโอกาสการป่วยจากโรคต่าง ๆ นอกจากน้รูปแบบกิจกรรมของบ้านพ่สอนน้องยังเน้นให้ความสาคัญกับการ



ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสร้างเสริม เติบโตของจิตตามแนวทางของพระพุทธศาสนา โดยมุ่งปลูกฝังจิตใจของเด็ก
44 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 45
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





สนิทสนมกันและยังส่งผลให้เด็กบางส่วนเลือกท่จะไปรวมตัวอยู่ตามแหล่ง บุคลิกภาพและท่าทางการเคล่อนไหวท่ดีตลอดจนช่วยทาให้ร่างกายมีความ
มั่วสุมต่าง ๆ เช่น ร้านสนุกเกอร์ ร้านเกม หรือแหล่งอบายมุขต่าง ๆ ซึ่งอาจ กระฉับกระเฉง ในทางหนึ่งยังกล่าวได้ว่าบ้านพี่สอนน้องเข้ามามีส่วนช่วยลด




ชักนาเด็กและเยาวชนไปในทางท่เส่อมเสียได้ แต่หลังจากท่พระครูสังฆภารพ ิ ปัญหาจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกยุคปัจจุบันท่ส่งผลให้


สิฏฐ์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและค่อย ๆ ลงมือพัฒนาบ้านพี่สอนน้องเพื่อ เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมเนือยน่งอยู่กับท่หรือพฤติกรรรมติดจอ เช่น การ





ให้เป็นพ้นท่สาธารณะท่ใครต่างก็สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ โดยเน้น ใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการใช้แท็บแล็ต เป็นต้น ซ่งใน
ปรับปรุงพัฒนาพ้นท่ตามแนวคิดความเป็นรมณีย์ มีความปลอดภัยและม ี ระยะยาวกิจกรรมดังกล่าวล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ



กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ จนกระทั่งบ้านพี่สอนน้องมีทัศนียภาพของธรรมชาติ สขภาวะทางจิต หากพิจารณาในเชิงกายภาพจะเห็นว่าพระคร ู
ที่งดงามและร่มรื่น บริเวณโดยรอบพื้นที่ถูกปรับแต่งให้ดูสะอาดและมีไฟฟ้า สังฆภารพิสิฏฐ์ให้ความสาคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงสภาพส่งแวดล้อมของ


ส่องสว่างสร้างความรู้สึกปลอดภัยทั้งในยามกลางวันและกลางคืน มีสิ่งปลูก บ้านพ่สอนน้องให้มีความเป็นรมณีย์ บรรยากาศร่มร่นไปด้วยความเขียว


สร้างต่าง ๆ ที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ลาน ของธรรมชาติ บริเวณท่าน�้ามีความสะอาดและปลอดภัย ทั้งยังมีมุมพักผ่อน



กีฬาหรือมุมพักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์กีฬาและอาหาร หย่อนใจกระจายอยู่โดยรอบพ้นท่ ซ่งการพัฒนาดังกล่าวนอกจากจะช่วยสร้าง






การกินไว้อ�านวยความสะดวกให้กับผู้ที่เข้ามาใช้ประโยชน์อีกด้วย ซึ่งผลจาก บรรยากาศให้มีความน่าอยู่แล้ว อกนยหน่งยงกล่าวได้ว่าบ้านพสอนน้องก่อ






การดาเนินงานดังกล่าวทาให้เด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและ ให้เกิดพลังธรรมชาติบาบัดท่ส่งผลต่อการโน้มนาจิตใจของผู้ท่เข้ามาใช้




ชุมชนใกล้เคียงมีพ้นท่ในการพบปะทากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน ท้งน้เม่อ ประโยชน์ของพ้นท่ให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจจากบรรยากาศท่ร่มร่น







พิจารณาตามรูปแบบสุขภาวะองค์รวมสามารถจ�าแนกได้ ดังนี้ สวยงาม ทาให้พ้นจากภาวะความเครียดและความวิตกกังวลต่าง ๆ เม่อ




สขภาวะทางกาย จะเห็นว่าบ้านพ่สอนน้องได้สร้างส่งแวดล้อมและ พิจารณาในเชิงรูปแบบกิจกรรมของบ้านพ่สอนน้องพบว่ามีบทบาทท่เก่ยวพัน





ปัจจัยท่สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนไม่ว่าจะเป็นการ กับการเสริมสร้างสุขภาวะทางจิตอย่างเด่นชัด การท่เด็กและเยาวชนในชุมชน






เลนอย่างอสระ (Free Play) หรือการเลนเพอเสรมทกษะ (Active Play) การ หมู่บ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียงมีพ้นท่ในการร่วมออกกาลังกายและเล่น











ท่เด็กและเยาวชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากพ้นท่เพ่อเดินเล่น ว่งเล่น ลง กีฬาด้วยกันช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อความสุข ความมั่นคง


เล่นน�้า หรือร่วมเล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ ปิงปอง วอลเลย์บอล ทางอารมณ์ ทาให้เด็กร่าเริงสดใส มีพลังใจในทางบวกท่พร้อมจะรับมือกับ
แบดมินตัน เป็นต้น ผลที่เกิดขึ้นคือเด็กได้ออกก�าลังเคลื่อนไหวร่างกายท�าให้ ภาวะความเครียด ความวิตกกังวลตลอดจนภาวะความซึมเศร้าต่าง ๆ ได้
ร่างกายได้รับการสร้างเสริมความแข็งแรงลดโอกาสการป่วยจากโรคต่าง ๆ นอกจากน้รูปแบบกิจกรรมของบ้านพ่สอนน้องยังเน้นให้ความสาคัญกับการ



ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสร้างเสริม เติบโตของจิตตามแนวทางของพระพุทธศาสนา โดยมุ่งปลูกฝังจิตใจของเด็ก
44 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 45
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





และเยาวชนให้รู้จักเสียสละแบ่งปัน มีนาใจไมตรีและเมตตากรุณาต่อทุกสรรพ ภายในชมชนหมู่บ้านต้นลาไยและสงคมได้มีโอกาสพบปะรู้จกกันเท่าน้น





















สง ชกนาใหเดกและเยาวชนเรยนรความสขทแทจรงดวยการรวมทากจกรรม หากยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความเอ้ออาทร ความรักความปรารถนาด ี



ที่ดีมีคุณค่าต่อชุมชนและสังคม ความไว้วางใจและการช่วยเหลือเก้อกูลกัน ทาให้คนในชุมชนลดละเร่อง





สขภาวะทางสงคม บ้านพ่สอนน้องเข้ามามีบทบาทอย่างย่งในการ ปัญหาความขัดแย้ง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเอื้อประโยชน์

ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะทางสังคมของชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและชุมชน ซึ่งกันและกัน


ใกล้เคียง ดังจะเห็นว่าช่วงก่อนการก่อตั้งบ้านพี่สอนน้อง ชุมชนหมู่บ้านต้น สขภาวะทางปญญา เจตนารมณ์หลักของการก่อต้งบ้านพ่สอน




ลาไยไม่มีโรงเรียนประจาชุมชนและไม่มีพ้นท่สาธารณะท่ทาให้เด็กและ น้องคือเพ่อให้เด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียง






เยาวชนใช้ในการพบปะทาความรู้จักสนิทสนมกันซ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ ได้มีสถานที่ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ใน




ระหว่างคนในชุมชนค่อนข้างห่างเหิน แต่ภายหลังจากบ้านพ่สอนน้องได้ก่อ ขณะเดียวกันพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ก็ให้ความสาคัญกับการปลกฝังคุณธรรม





ต้งข้นและถูกพัฒนาจนกลายเป็นพ้นท่สาธารณะเพ่อให้เด็กและเยาวชนเข้า จริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน โดยกระบวนการปลูกฝังที่น�ามาใช้ส่วนมาก


มาใช้ประโยชน์จึงส่งผลให้ทุกคนมีโอกาสในการพบปะทาความรู้จักกัน มิได้เป็นไปในลักษณะของการบรรยายธรรมแต่เป็นการลงมือปฏิบัติให้เห็น





นอกจากนพระครสังฆภารพิสิฏฐ์ยงสนับสนนและส่งเสรมให้บ้านพ่สอนน้อง เป็นแบบอย่าง และอาศัยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมพี่สอน


มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกีฬาหรือกิจกรรมเชิง น้อง กิจกรรมค่ายธรรมะกับธรรมชาติ กิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน กิจกรรม
สร้างสรรค์ต่าง ๆ ทางหน่งก็เพ่ออาศัยเป็นเคร่องมือในการเช่อมความสัมพันธ์ ค่ายอาสา เป็นต้น เพื่อให้เด็กได้ร่วมกันเรียนรู้กระทั่งสามารถซึมซับและบ่ม






และทาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อกันของคนในชุมชนและสังคม และในอีกทางหน่ง ึ เพาะให้เกิดคุณธรรมจริยธรรมข้นจากภายในตัวเด็กเอง แนวทางในการพัฒนา


คือเพ่อดึงเด็กและเยาวชนออกห่างจากแหล่งม่วสุมหรือแหล่งอบายมุขท่นา คุณธรรมจริยธรรมท่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นคือการให้และการแบ่งปัน






ไปสพฤตกรรมสมเสยง โดยจะสงเกตเหนวากจกรรมสวนใหญของบานพสอน เพราะเป็นรากฐานสาคัญของความเมตตากรุณาท่จะช่วยปรับให้เด็กเกิดสุข















น้อง ก่อให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น กิจกรรม ภาวะทางปัญญา คือท�าให้เด็กคิดดีและคิดเป็น รู้จักคิดค�านึงและเข้าใจจิตใจ
พ่สอนน้อง การแบ่งปันส่งของเหลือใช้ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ให้ชุมชน ของผู้อื่น ท�าให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความหวงแหน ความเห็นแก่ตัว




เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์จากวิธีการดังกล่าวท�าให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการเรียนรู้ มาเป็นผู้ท่มีความอ่อนโยนเอ้อเฟื้อต่อทุกสรรพส่ง มองเห็นคุณค่าและความ



และตระหนักถึงคุณค่าของความรักความสามัคคีและความเสียสละเพ่อ สุขแท้จริงจากการท�าประโยชน์เพื่อส่วนรวม


ประโยชน์ส่วนรวม ดังน้นจึงกล่าวได้ว่าการดาเนินงานบ้านพ่สอนน้องไม่เพียง



แต่เป็นศูนย์กลางในการเช่อมโยงให้เด็กและเยาวชนตลอดจนคนท่วไปท้ง

46 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 47
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี





และเยาวชนให้รู้จักเสียสละแบ่งปัน มีนาใจไมตรีและเมตตากรุณาต่อทุกสรรพ ภายในชมชนหมู่บ้านต้นลาไยและสงคมได้มีโอกาสพบปะรู้จกกันเท่าน้น





















สง ชกนาใหเดกและเยาวชนเรยนรความสขทแทจรงดวยการรวมทากจกรรม หากยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความเอ้ออาทร ความรักความปรารถนาด ี



ที่ดีมีคุณค่าต่อชุมชนและสังคม ความไว้วางใจและการช่วยเหลือเก้อกูลกัน ทาให้คนในชุมชนลดละเร่อง





สขภาวะทางสงคม บ้านพ่สอนน้องเข้ามามีบทบาทอย่างย่งในการ ปัญหาความขัดแย้ง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเอื้อประโยชน์

ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะทางสังคมของชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและชุมชน ซึ่งกันและกัน


ใกล้เคียง ดังจะเห็นว่าช่วงก่อนการก่อตั้งบ้านพี่สอนน้อง ชุมชนหมู่บ้านต้น สขภาวะทางปญญา เจตนารมณ์หลักของการก่อต้งบ้านพ่สอน




ลาไยไม่มีโรงเรียนประจาชุมชนและไม่มีพ้นท่สาธารณะท่ทาให้เด็กและ น้องคือเพ่อให้เด็กและเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านต้นลาไยและชุมชนใกล้เคียง






เยาวชนใช้ในการพบปะทาความรู้จักสนิทสนมกันซ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ ได้มีสถานที่ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ใน




ระหว่างคนในชุมชนค่อนข้างห่างเหิน แต่ภายหลังจากบ้านพ่สอนน้องได้ก่อ ขณะเดียวกันพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ก็ให้ความสาคัญกับการปลกฝังคุณธรรม





ต้งข้นและถูกพัฒนาจนกลายเป็นพ้นท่สาธารณะเพ่อให้เด็กและเยาวชนเข้า จริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน โดยกระบวนการปลูกฝังที่น�ามาใช้ส่วนมาก


มาใช้ประโยชน์จึงส่งผลให้ทุกคนมีโอกาสในการพบปะทาความรู้จักกัน มิได้เป็นไปในลักษณะของการบรรยายธรรมแต่เป็นการลงมือปฏิบัติให้เห็น





นอกจากนพระครสังฆภารพิสิฏฐ์ยงสนับสนนและส่งเสรมให้บ้านพ่สอนน้อง เป็นแบบอย่าง และอาศัยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมพี่สอน


มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกีฬาหรือกิจกรรมเชิง น้อง กิจกรรมค่ายธรรมะกับธรรมชาติ กิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน กิจกรรม
สร้างสรรค์ต่าง ๆ ทางหน่งก็เพ่ออาศัยเป็นเคร่องมือในการเช่อมความสัมพันธ์ ค่ายอาสา เป็นต้น เพื่อให้เด็กได้ร่วมกันเรียนรู้กระทั่งสามารถซึมซับและบ่ม






และทาให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อกันของคนในชุมชนและสังคม และในอีกทางหน่ง ึ เพาะให้เกิดคุณธรรมจริยธรรมข้นจากภายในตัวเด็กเอง แนวทางในการพัฒนา


คือเพ่อดึงเด็กและเยาวชนออกห่างจากแหล่งม่วสุมหรือแหล่งอบายมุขท่นา คุณธรรมจริยธรรมท่พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์มุ่งเน้นคือการให้และการแบ่งปัน






ไปสพฤตกรรมสมเสยง โดยจะสงเกตเหนวากจกรรมสวนใหญของบานพสอน เพราะเป็นรากฐานสาคัญของความเมตตากรุณาท่จะช่วยปรับให้เด็กเกิดสุข















น้อง ก่อให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น กิจกรรม ภาวะทางปัญญา คือท�าให้เด็กคิดดีและคิดเป็น รู้จักคิดค�านึงและเข้าใจจิตใจ
พ่สอนน้อง การแบ่งปันส่งของเหลือใช้ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ให้ชุมชน ของผู้อื่น ท�าให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความหวงแหน ความเห็นแก่ตัว




เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์จากวิธีการดังกล่าวท�าให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดการเรียนรู้ มาเป็นผู้ท่มีความอ่อนโยนเอ้อเฟื้อต่อทุกสรรพส่ง มองเห็นคุณค่าและความ



และตระหนักถึงคุณค่าของความรักความสามัคคีและความเสียสละเพ่อ สุขแท้จริงจากการท�าประโยชน์เพื่อส่วนรวม


ประโยชน์ส่วนรวม ดังน้นจึงกล่าวได้ว่าการดาเนินงานบ้านพ่สอนน้องไม่เพียง



แต่เป็นศูนย์กลางในการเช่อมโยงให้เด็กและเยาวชนตลอดจนคนท่วไปท้ง

46 บ้านพี่สอนน้อง ห้องเรียนนอกกะลา พิรญาณ์ แสงปัญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ 47
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี



3) การสงเสริมจิตอาสาในชุมชนและสงคม จิตอาสาตาม พระสงฆ์ด�ารงชีวิตความเป็นอยู่ได้เพราะอาศัยชาวบ้านยังชีพ ดังนั้นบทบาท


ที่พระไพศาล วิสาโล (2550) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นจิตที่พร้อมจะสละ หน้าท่ท่ส�าคัญของพระสงฆ์คือการตอบแทนชาวบ้าน หลักคิดดังกล่าวจึงเป็น

เวลา แรงกาย และสติปัญญา เพ่อสาธารณประโยชน์ จิตท่เป็นสุขเม่อได้ ส่วนหน่งท่ช่วยกระตุ้นเตือนให้ท่านเห็นความส�าคัญของภาระงานสาธารณะ






ท�าความดี หากน�าความหมายดังกล่าวมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการด�าเนน สงเคราะห์ และต้งใจท่จะช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านต้นล�าไย






งานท่เกิดขนของบ้านพ่สอนน้องพบว่า มีบทบาทต่อการกระตุ้นส่งเสริมปัจจย และชุมชนใกล้เคียง ปรากฏดังค�าสัมภาษณ์ว่า


ท่ก่อให้เกิดจิตอาสาท้งแก่เด็กและเยาวชนตลอดจนคนท่วไปในชุมชนบ้านต้น


...เรายึดถือ “บวร” สามตัวน้ตลอด บ้านก็คือคนท่ใส่บาตรให้

ล�าไยและสังคม ดังนี้ ...เรายึดถือ “บวร” สามตัวน ีี้ตลอด บ้านก็คือคนท่ใส่บาตรให้
(1) การลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างของพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ พระ ถ้าชาวบ้านไม่ใส่ พระจะอยู่อย่างไร เราเปนพระ เราช่วย
กระตุ้นให้คนมองเห็นคุณค่าและเกิดความต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหน่งใน อะไรกับชาวบ้านได้ก็คือช่วยสอนลูกเขา อบรมคุณธรรมความ


การท�าประโยชน์เพื่อส่วนรวม ดี ไปกิจนิมนตเปนเร่องธรรมดา แต่ถ้าเราไปช่วยโรงเรียนได้





(2) การเปิดโอกาสให้ทกคนเข้ามาใช้พนทบ้านพสอนน้องในการทา เสริมการศึกษาได้ พอโรงเรียนหรือลูกหลานเขามีความเติบโต



กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เมื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความ เข้มแข็ง บ้านวัดโรงเรียนก็จะไปด้วยกัน “บวร” แปลว่าความ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเห็นประโยชน์ของกิจกรรมด้วยตนเอง ก็จะท�าให้เกิดการ สมบูรณแบบ ความดีงาม บ้านกับวัด ถ้าขัดกันก็บรรลัย ถ้าชาว
เรียนรู้และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการเป็นจิตอาสามากขึ้น บ้านไม่เอาพระสงฆ เราก็อยู่ยาก...
(3) การบ่มเพาะปลูกฝังเด็กและเยาวชนในเร่องของการให้ การ

เอื้อเฟื้อเสียสละแบ่งปัน เป็นรากฐานส�าคัญที่น�าไปสู่การพัฒนาจิตอาสา ซึ่ง (พระครูสังฆภารพิสิฏฐ, สัมภาษณ, 22 มกราคม 2565)
จะเห็นว่าพระครูสังฆภารพิสิฏฐ์พยายามปลูกฝังนิสัยด้านน้ให้กับเด็กและ

เยาวชนด้วยการพาท�ากิจกรรมท่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนหรือสังคมอยู่ บ้านพ่สอนน้องได้สร้างรูปแบบของการมีส่วนร่วมระหว่างบ้าน วัด


เสมอ โรงเรียน/ราชการ ในการร่วม พัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งมีกระบวนการและ


กลไกส�าคัญคืออาศัยความเป็นพ้นท่สาธารณะในการเป็นตัวกลางหรือ







4) บานพสอนน้องกอใหเกิดพลง “บวร” การดาเนินงาน ศูนย์กลางที่จะผลักดันการด�าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ดังจะเห็นว่าตลอด

บ้านพ่สอนน้องเข้ามามีส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลัง “บวร” หรือ ระยะเวลาที่ผ่านมา พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่


“บาน วด โรงเรยน/ราชการ” โดยพระครสังฆภารพสฏฐตระหนักอยเสมอวา เพื่อจัดประชุมหรือท�าค่ายกิจกรรมต่าง ๆ ปรากฏดังค�าบอกเล่าว่า








48 บŒานพี่สอนนŒอง หŒองเรียนนอกกะลา พิรญาณ แสงป˜ญญา และ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ 49
หมู่บ้านต้นล�าไย อ�าเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี


Click to View FlipBook Version