The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 10:16:27

เล่ม 11 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี วัดศรีเมืองมูล


โรงเรียนผู้สงอายุ ธนาคารความดี
วัดศรีเมืองมูล





การท�าความดีเพ่อสงคม

โดย
พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรŒางเสริมสุขภาพ (สสส.)
วัดศรีเมืองมูล ตําบลหัวงŒม อําเภอพาน จังหวัดเชียงราย
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย



ิ ั ิ

ั เลมที่ ิ ี
ุ 11 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะหวถพทธ

ค�าน�า









โรงเรียนผู้สงอายุ ธนาคารความดี



วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพ่อสงคม
พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม

ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” คาขวัญของโรงเรียนผู้สูงอาย ุ

วัดศรีเมืองมูล ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ผู้น�าชุมชนต�าบลหัวง้มล้วนเห็นว่า
ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่มีคุณค่า โดยเฉพาะความสามารถถ่ายทอด

ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธ เล่มที่ 11

ความร้และประสบการณ์ให้แก่ลูกหลานและเยาวชนร่นหลง เม่อผู้สูงอาย ุ










พิมพ์ครั้งที่ 1 : พฤษภาคม 2565 ประสบปัญหาหรอขาดสขภาวะ ชมชนต้องให้การช่วยเหลอ พระครสจณ
จ�ำนวนพิมพ์ : 300 เล่ม กัลยาณธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล จึงได้ร่วมมือกับนายวินัย เครื่องไชย


จัดพิมพ์โดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย นายกองค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม ผู้นาชมชนและชาวบ้านได้สนบสนุน




สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอาย โดยพระคร ู


สานักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สุจิณกัลยาณธรรมได้เปรียบเทียบโรงเรียนผู้สูงอายุว่าเป็นเหมือนสวน


สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สาธารณะทางอารมณ์ ท่ผู้สูงอายุสามารถพาความเหงา ความเศร้า ความ

จัดรูปเล่ม : วิโรจน์ จิรวิทยาภรณ์
พิมพ์ที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ์ ว้าเหว่ และโรคภัยไข้เจ็บมารักษา มาปลดปล่อยความทุกข์ และเติมความสุข


76/251-3 หมู่ที่ 15 ต�าบลบางม่วง อ�าเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จากเสียงหัวเราะและกาลังใจจากเพ่อนนักเรียนทุกคน จึงเป็นสวนสาธารณะ


โทรศัพท์ : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 ทางอารมณ์ท่ผู้สูงอายุสามารถพาอารมณ์ท่มีความทุกข์ปะปนและแปลกปลอม
E-mail : [email protected] อยู่มาปลดปล่อยได้

ค�าน�า









โรงเรียนผู้สงอายุ ธนาคารความดี



วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพ่อสงคม
พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม

ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” คาขวัญของโรงเรียนผู้สูงอาย ุ

วัดศรีเมืองมูล ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ผู้น�าชุมชนต�าบลหัวง้มล้วนเห็นว่า
ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่มีคุณค่า โดยเฉพาะความสามารถถ่ายทอด

ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธ เล่มที่ 11

ความร้และประสบการณ์ให้แก่ลูกหลานและเยาวชนร่นหลง เม่อผู้สูงอาย ุ










พิมพ์ครั้งที่ 1 : พฤษภาคม 2565 ประสบปัญหาหรอขาดสขภาวะ ชมชนต้องให้การช่วยเหลอ พระครสจณ
จ�ำนวนพิมพ์ : 300 เล่ม กัลยาณธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล จึงได้ร่วมมือกับนายวินัย เครื่องไชย


จัดพิมพ์โดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะในสังคมไทย นายกองค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม ผู้นาชมชนและชาวบ้านได้สนบสนุน




สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุเพ่อเสริมสร้างสุขภาวะของผู้สูงอาย โดยพระคร ู


สานักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สุจิณกัลยาณธรรมได้เปรียบเทียบโรงเรียนผู้สูงอายุว่าเป็นเหมือนสวน


สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สาธารณะทางอารมณ์ ท่ผู้สูงอายุสามารถพาความเหงา ความเศร้า ความ

จัดรูปเล่ม : วิโรจน์ จิรวิทยาภรณ์
พิมพ์ที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ์ ว้าเหว่ และโรคภัยไข้เจ็บมารักษา มาปลดปล่อยความทุกข์ และเติมความสุข


76/251-3 หมู่ที่ 15 ต�าบลบางม่วง อ�าเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จากเสียงหัวเราะและกาลังใจจากเพ่อนนักเรียนทุกคน จึงเป็นสวนสาธารณะ


โทรศัพท์ : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 ทางอารมณ์ท่ผู้สูงอายุสามารถพาอารมณ์ท่มีความทุกข์ปะปนและแปลกปลอม
E-mail : [email protected] อยู่มาปลดปล่อยได้









โครงการขับเคลอนงานสาธารณสงเคราะห์วถพทธเพอเสริมสร้างสข






ภาวะในสงคมไทย ได้ดาเนนการถอดบทเรียน “โรงเรยนผ้สงอาย ธนาคาร



ความดี วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพ่อสังคม” เพ่อศึกษาการท�างานเชิง สารบัญ

บูรณาการกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุและธนาคารความดี ท่ช่วยเสริมสร้าง
สังคมสุขภาวะส�าหรับผู้สูงอายุและชุมชนคุณธรรมในต�าบลหัวง้ม โดยคาด







หวงว่าจะเป็นเอกสารทช่วยบนทกความร่วมมอการทางานเชงจตอาสา 01 โรงเรียนผ้สงอายุต�าบลหัวง้ม 7




สาธารณสงเคราะห์ในต�าบลหัวง้ม โดยใช้พลังชุมชนระหว่างพระสงฆ์ ผู้น�า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ”
ชุมชน ผู้สูงอายุ สมาชิกธนาคารความดี และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้ม เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 17
02 ธนาคารความดี การท�าความดีเพอสงคม 30



พินิจ ลาภธนานนท์ การจัดตั้งธนาคารความดี 32
หลักการและรูปแบบการด�าเนินงาน “ธนาคารความดี” 42
ความส�าเร็จของธนาคารความดี 54
03 วัดศรีเมืองมูล สาธารณสงเคราะห์วิถีพทธ 61




เพอสงคมสขภาวะ

เอกสารอ้างอิง 75









โครงการขับเคลอนงานสาธารณสงเคราะห์วถพทธเพอเสริมสร้างสข






ภาวะในสงคมไทย ได้ดาเนนการถอดบทเรียน “โรงเรยนผ้สงอาย ธนาคาร



ความดี วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพ่อสังคม” เพ่อศึกษาการท�างานเชิง สารบัญ

บูรณาการกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุและธนาคารความดี ท่ช่วยเสริมสร้าง
สังคมสุขภาวะส�าหรับผู้สูงอายุและชุมชนคุณธรรมในต�าบลหัวง้ม โดยคาด







หวงว่าจะเป็นเอกสารทช่วยบนทกความร่วมมอการทางานเชงจตอาสา 01 โรงเรียนผ้สงอายุต�าบลหัวง้ม 7




สาธารณสงเคราะห์ในต�าบลหัวง้ม โดยใช้พลังชุมชนระหว่างพระสงฆ์ ผู้น�า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ”
ชุมชน ผู้สูงอายุ สมาชิกธนาคารความดี และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้ม เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 17
02 ธนาคารความดี การท�าความดีเพอสงคม 30



พินิจ ลาภธนานนท์ การจัดตั้งธนาคารความดี 32
หลักการและรูปแบบการด�าเนินงาน “ธนาคารความดี” 42
ความส�าเร็จของธนาคารความดี 54
03 วัดศรีเมืองมูล สาธารณสงเคราะห์วิถีพทธ 61




เพอสงคมสขภาวะ

เอกสารอ้างอิง 75

01 โรงเรียนผ้สงอาย ุ







ต�าบลหัวง้ม






แก่อย่างสง่า


ชราอย่าง


มีคุณภาพ












ต�าบลหัวง้มเป็นต�าบลท่เก่าแก่ต�าบลหน่งของอ�าเภอพาน มีพ้นท่ 61.2





ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 38,280 ไร่ เร่มก่อต้งเม่อปี 2458 โดยมีพระยาใจ



เช้อเมืองพาน เป็นผู้ต้งช่อต�าบล โดยใช้ดอยหัวง้มหรือดอยด้วนเป็นสัญลักษณ์

ของการตั้งชื่อต�าบล สมัยก่อนต�าบลหัวง้มเป็นต�าบลใหญ่ ต่อมาในปี 2515
จึงถูกแยกออกเป็นต�าบลเวียงห้าว จากนั้นในปี 2534 ต�าบลดอยงามขึงแยก
จากต�าบลเวียงห้าวเป็นอีกต�าบลหนึ่ง (ติณ นิติกวินกุล, 2557: 15) ลักษณะ
พ้นท่ต�าบลหวง้มมีพ้นท่ส่วนใหญ่เป็นท่ราบลุ่ม และมีหนองนาขนาดใหญ่









ชอ “หนองฮ่าง” ซงมพนทขนาด 2.78 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นแหล่งนา










ส�าหรับเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และการประมงน�้าจืด ปัจจุบันต�าบล

หัวง้มมีอาณาเขตติดต่อกับต�าบลอ่น ๆ (วินัย เคร่องไชย, 2559: 5) ดังนี้

6 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 7
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

01 โรงเรียนผ้สงอาย ุ







ต�าบลหัวง้ม






แก่อย่างสง่า


ชราอย่าง


มีคุณภาพ












ต�าบลหัวง้มเป็นต�าบลท่เก่าแก่ต�าบลหน่งของอ�าเภอพาน มีพ้นท่ 61.2





ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 38,280 ไร่ เร่มก่อต้งเม่อปี 2458 โดยมีพระยาใจ



เช้อเมืองพาน เป็นผู้ต้งช่อต�าบล โดยใช้ดอยหัวง้มหรือดอยด้วนเป็นสัญลักษณ์

ของการตั้งชื่อต�าบล สมัยก่อนต�าบลหัวง้มเป็นต�าบลใหญ่ ต่อมาในปี 2515
จึงถูกแยกออกเป็นต�าบลเวียงห้าว จากนั้นในปี 2534 ต�าบลดอยงามขึงแยก
จากต�าบลเวียงห้าวเป็นอีกต�าบลหนึ่ง (ติณ นิติกวินกุล, 2557: 15) ลักษณะ
พ้นท่ต�าบลหวง้มมีพ้นท่ส่วนใหญ่เป็นท่ราบลุ่ม และมีหนองนาขนาดใหญ่









ชอ “หนองฮ่าง” ซงมพนทขนาด 2.78 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นแหล่งนา










ส�าหรับเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค และการประมงน�้าจืด ปัจจุบันต�าบล

หัวง้มมีอาณาเขตติดต่อกับต�าบลอ่น ๆ (วินัย เคร่องไชย, 2559: 5) ดังนี้

6 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 7
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ทิศเหนือ ติดกับ ต�าบลสันติสุข และต�าบลดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประชาชนทุกคนนับถือพุทธศาสนา มีวัดจ�านวน 10 แห่ง ได้แก่ วัดกู่สูง วัด

ทิศใต้ ติดกับ ต�าบลม่วงค�า และต�าบลทานตะวัน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย เข่อนเมือง (วัดป่าข่า) วัดป่าคา วัดดงเจริญ วัดดงมะคอแลน วัดบวก
ทิศตะวันออก ติดกับ ต�าบลเวียงห้าว อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ปลาค้าว วัดศรีเมือมูล วัดม่อนป่าซาง วัดสันหลวง และวัดหนองฮ่าง





ทิศตะวันตก ติดกับ ต�าบลเมืองพาน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ท้งน้ต�าบลหัวง้มมีโครงสร้างประชากรเช่นเดียวกับพ้นท่อ่น ๆ ใน
ประเทศไทย กล่าวคือก�าลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ เพราะมีประชากร
ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนพฤศจิกายน 2564 ต�าบลหัวง้มมี
ผู้สูงอายุจ�านวน 1,867 คน หรือร้อยละ 28.50 ของประชากรท้งหมด 6,543 คน

ผู้สูงอายุที่มีอายุมากที่สุดเป็นชายอายุมากกว่า 100 ปี จากจ�านวนผู้สูงอายุ


ท่สูงมากเช่นน้ อบต.หัวง้ม จึงต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นสังคม



ผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ และกิจกรรมหน่งท่ด�าเนินการคือการจัดต้งโรงเรียน



ผู้สูงอายุ เพ่อเป็นศูนย์รวมให้ผู้สูงอายุได้มาท�ากิจกรรมร่วมกัน ซ่งจะช่วย














ลดปัญหาของผ้สงอายได้มาก ช่วยให้ผ้สงอายมสขภาวะทดขนทงทางกาย

ทางจิตใจ ทางสังคม และทางปัญญา
ตารางที่ 1 จ�านวนครัวเรือนและประชากรในแต่ละหมู่บ้าน ต�าบลหัวง้ม
อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย (ข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2564)
หมู่ที ่ หมู่บ้าน จ�านวน จ�านวนประชากร
ครัวเรือน ชาย หญิง รวม
จากข้อมูลขององค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้มในเดือนพฤศจิกายน 1 ป่างิ้ว 276 315 314 629
2565 ต�าบลหัวง้มแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 2 ป่าคา 197 219 256 475
2,736 หลังคาเรือน มีจ�านวนประชากรทั้งสิ้น 6,543 คน เป็นชาย 3,146 คน 3 บวกปลาค้าว 235 261 298 559
และหญิง 3,797 คน (ดูรายละเอียดข้อมูลในตารางที่ 1) ประชากรส่วนมาก 4 หนองฮ่าง 258 302 335 637
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่ ท�านา ท�าไร่ ท�าสวน และเล้ยงสัตว์ 5 สันปลาดุก 162 185 183 368





8 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 9
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ทิศเหนือ ติดกับ ต�าบลสันติสุข และต�าบลดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประชาชนทุกคนนับถือพุทธศาสนา มีวัดจ�านวน 10 แห่ง ได้แก่ วัดกู่สูง วัด

ทิศใต้ ติดกับ ต�าบลม่วงค�า และต�าบลทานตะวัน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย เข่อนเมือง (วัดป่าข่า) วัดป่าคา วัดดงเจริญ วัดดงมะคอแลน วัดบวก
ทิศตะวันออก ติดกับ ต�าบลเวียงห้าว อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ปลาค้าว วัดศรีเมือมูล วัดม่อนป่าซาง วัดสันหลวง และวัดหนองฮ่าง





ทิศตะวันตก ติดกับ ต�าบลเมืองพาน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ท้งน้ต�าบลหัวง้มมีโครงสร้างประชากรเช่นเดียวกับพ้นท่อ่น ๆ ใน
ประเทศไทย กล่าวคือก�าลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ เพราะมีประชากร
ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนพฤศจิกายน 2564 ต�าบลหัวง้มมี
ผู้สูงอายุจ�านวน 1,867 คน หรือร้อยละ 28.50 ของประชากรท้งหมด 6,543 คน

ผู้สูงอายุที่มีอายุมากที่สุดเป็นชายอายุมากกว่า 100 ปี จากจ�านวนผู้สูงอายุ


ท่สูงมากเช่นน้ อบต.หัวง้ม จึงต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นสังคม



ผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ และกิจกรรมหน่งท่ด�าเนินการคือการจัดต้งโรงเรียน



ผู้สูงอายุ เพ่อเป็นศูนย์รวมให้ผู้สูงอายุได้มาท�ากิจกรรมร่วมกัน ซ่งจะช่วย














ลดปัญหาของผ้สงอายได้มาก ช่วยให้ผ้สงอายมสขภาวะทดขนทงทางกาย

ทางจิตใจ ทางสังคม และทางปัญญา
ตารางที่ 1 จ�านวนครัวเรือนและประชากรในแต่ละหมู่บ้าน ต�าบลหัวง้ม
อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย (ข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2564)
หมู่ที ่ หมู่บ้าน จ�านวน จ�านวนประชากร
ครัวเรือน ชาย หญิง รวม
จากข้อมูลขององค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้มในเดือนพฤศจิกายน 1 ป่างิ้ว 276 315 314 629
2565 ต�าบลหัวง้มแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 2 ป่าคา 197 219 256 475
2,736 หลังคาเรือน มีจ�านวนประชากรทั้งสิ้น 6,543 คน เป็นชาย 3,146 คน 3 บวกปลาค้าว 235 261 298 559
และหญิง 3,797 คน (ดูรายละเอียดข้อมูลในตารางที่ 1) ประชากรส่วนมาก 4 หนองฮ่าง 258 302 335 637
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่ ท�านา ท�าไร่ ท�าสวน และเล้ยงสัตว์ 5 สันปลาดุก 162 185 183 368





8 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 9
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



จ�านวน จ�านวนประชากร ลูกหลานท่มัวแต่ทางานควรจะหันกลับมาดูแลใส่ใจผู้สูงอายุ ครอบครัวก็จะ
หมู่ที ่ หมู่บ้าน
ครัวเรือน ชาย หญิง รวม มีความสุข ผู้สูงอายุก็จะไม่รู้สึกเหงา ส�าหรับปัญหาผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้มนี้


6 ป่าแดง 166 147 177 324 ถาวร ริมวังตระกูล อาจารย์ประจาวิชาชีววิถีของโรงเรียนผู้สูงอายุตาบลหัว

7 สันหลวง 225 266 280 546 ง้ม ได้เล่าถึงปัญหาในอดีตว่า “...เม่อก่อนมีผู้สูงอายุเหงาเยอะ อยู่ติดบ้าน
8 บงกขอน 241 303 349 652 ก็เข้าสังคมไม่ได้ แล้วเกิดปัญหาไม่อยากพูดกับใคร เป็นอัลไซเมอร์เร็วมาก

9 ดงเจริญ 214 257 252 509 และมีสถิติผู้สูงอายุฆ่าตัวตายเพราะซึมเศร้า...” (ปริญญา ชาวสมุน, 2556)









10 กู่สูง 235 268 269 537 ดงนนโรงเรียนผู้สูงอายุจึงถูกจัดต้งข้นเพ่อเป็นพ้นท่หน่งที่ช่วยสนับสนุนให้

11 ห้วยต้ม 215 243 265 508 ผู้สูงอายุมารวมกลุ่มทากิจกรรมทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีกับ
12 ป่าข่า 189 252 263 515 ทางวัดศรีเมืองมูล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาชุมชนให้มีความน่าอยู่
13 ป่าส้าน 123 128 156 284 และสามารถสืบสานวัฒนธรรมอันดีได้สืบไป
รวม 13 หมู่บ้าน 2,736 3,146 3,397 6,543 วัดศรีเมืองมูลหรือวัดบวกขอน ตั้งอยู่เลขที่ 77 บ้านบวกขอน หมู่ 8
ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย วัดศรีเมืองมูลเดิมเป็นพื้นที่ป่าไม้
ที่มา : องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
และแอ่งนาขนาดใหญ่ หรือท่ชาวบ้านในขณะน้นเรียกว่าบวก มีความอุดม




สมบูรณ์อย่างมาก การก่อตั้งชุมชนเริ่มจากในปี 2440 ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง
ปัญหาผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้มเริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2549 ซึ่งพบว่า




ผู้สูงอายุมีปัญหาโรคซึมเศร้า ท�าร้ายตนเอง และฆ่าตัวตายส�าเร็จ ผู้น�าชุมชน อพยพมาจากบ้านไชยสถาน จังหวัดลาพูน มาแผ้วถางพ้นท่เพาะปลูกและต้ง












ถนฐานบ้านเรอนอย่ในบรเวณนน หลงจากนนมากมชาวบ้านอพยพมาจาก








วิเคราะห์ร่วมกันว่ามีเหตุปัจจัยเน่องจากมีผ้สงอายจานวนหนงขาดคนดแล บ้านหนองแล้ง จังหวัดล�าพูน มาสร้างบ้านเรือนและแผ้วถางที่ท�ากินอยู่ด้วย


ถูกทอดท้งให้อยู่เพียงลาพัง กระทงกลายเป็นปัญหาท่นาไปสู่โรคซึมเศร้าและ และในปี 2445 ได้มีชาวบ้านอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในชุมชนเพิ่มขึ้น จึงได้





การฆ่าตัวตาย แม้ว่าผู้สูงอายุส่วนหน่งจะมีลูกหลานดูแล แต่บางคนอาจจะ ต้งเป็นหมู่บ้านโดยต้งช่อว่า “บ้านบวกขอน” และในปีเดียวกันก็ได้สร้างวัด




ไม่เข้าใจว่าผู้สูงอายุต้องการอะไร ออกไปทางานหารายได้และปล่อยผู้สูงอาย ุ ข้นด้วย เพ่อเป็นท่พ่งและยึดเหน่ยวจิตใจของชาวบ้าน โดยการนาของท่าน






ให้อยู่บ้าน จนเกิดความรู้สึกเหงา ผู้นาชุมชนจึงคิดว่าถ้ามีกลุ่มหรือชมรมท ่ ี ครูบาเมืองดีและคณะศรัทธาได้ร่วมกันสร้างวัด เม่อสร้างเสร็จแล้วได้ต้งช่อ




สามารถสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมทากิจกรรม ความเหงาหรือความคิด ตามช่อของหมู่บ้านว่า “วัดบวกขอน” เหตุท่ต้งช่อว่าวัดบวกขอนน้นเพาะ







น้อยอกน้อยใจก็จะเลือนหายไป เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนวย บริเวณใกล้ ๆ กับชุมชนนั้นมีบวกหรือแอ่งน�้าขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นบริเวณที่

เดียวกันได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุข
10 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 11
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



จ�านวน จ�านวนประชากร ลูกหลานท่มัวแต่ทางานควรจะหันกลับมาดูแลใส่ใจผู้สูงอายุ ครอบครัวก็จะ
หมู่ที ่ หมู่บ้าน
ครัวเรือน ชาย หญิง รวม มีความสุข ผู้สูงอายุก็จะไม่รู้สึกเหงา ส�าหรับปัญหาผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้มนี้


6 ป่าแดง 166 147 177 324 ถาวร ริมวังตระกูล อาจารย์ประจาวิชาชีววิถีของโรงเรียนผู้สูงอายุตาบลหัว

7 สันหลวง 225 266 280 546 ง้ม ได้เล่าถึงปัญหาในอดีตว่า “...เม่อก่อนมีผู้สูงอายุเหงาเยอะ อยู่ติดบ้าน
8 บงกขอน 241 303 349 652 ก็เข้าสังคมไม่ได้ แล้วเกิดปัญหาไม่อยากพูดกับใคร เป็นอัลไซเมอร์เร็วมาก

9 ดงเจริญ 214 257 252 509 และมีสถิติผู้สูงอายุฆ่าตัวตายเพราะซึมเศร้า...” (ปริญญา ชาวสมุน, 2556)









10 กู่สูง 235 268 269 537 ดงนนโรงเรียนผู้สูงอายุจึงถูกจัดต้งข้นเพ่อเป็นพ้นท่หน่งที่ช่วยสนับสนุนให้

11 ห้วยต้ม 215 243 265 508 ผู้สูงอายุมารวมกลุ่มทากิจกรรมทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีกับ
12 ป่าข่า 189 252 263 515 ทางวัดศรีเมืองมูล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาชุมชนให้มีความน่าอยู่
13 ป่าส้าน 123 128 156 284 และสามารถสืบสานวัฒนธรรมอันดีได้สืบไป
รวม 13 หมู่บ้าน 2,736 3,146 3,397 6,543 วัดศรีเมืองมูลหรือวัดบวกขอน ตั้งอยู่เลขที่ 77 บ้านบวกขอน หมู่ 8
ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย วัดศรีเมืองมูลเดิมเป็นพื้นที่ป่าไม้
ที่มา : องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
และแอ่งนาขนาดใหญ่ หรือท่ชาวบ้านในขณะน้นเรียกว่าบวก มีความอุดม




สมบูรณ์อย่างมาก การก่อตั้งชุมชนเริ่มจากในปี 2440 ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง
ปัญหาผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้มเริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2549 ซึ่งพบว่า




ผู้สูงอายุมีปัญหาโรคซึมเศร้า ท�าร้ายตนเอง และฆ่าตัวตายส�าเร็จ ผู้น�าชุมชน อพยพมาจากบ้านไชยสถาน จังหวัดลาพูน มาแผ้วถางพ้นท่เพาะปลูกและต้ง












ถนฐานบ้านเรอนอย่ในบรเวณนน หลงจากนนมากมชาวบ้านอพยพมาจาก








วิเคราะห์ร่วมกันว่ามีเหตุปัจจัยเน่องจากมีผ้สงอายจานวนหนงขาดคนดแล บ้านหนองแล้ง จังหวัดล�าพูน มาสร้างบ้านเรือนและแผ้วถางที่ท�ากินอยู่ด้วย


ถูกทอดท้งให้อยู่เพียงลาพัง กระทงกลายเป็นปัญหาท่นาไปสู่โรคซึมเศร้าและ และในปี 2445 ได้มีชาวบ้านอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในชุมชนเพิ่มขึ้น จึงได้





การฆ่าตัวตาย แม้ว่าผู้สูงอายุส่วนหน่งจะมีลูกหลานดูแล แต่บางคนอาจจะ ต้งเป็นหมู่บ้านโดยต้งช่อว่า “บ้านบวกขอน” และในปีเดียวกันก็ได้สร้างวัด




ไม่เข้าใจว่าผู้สูงอายุต้องการอะไร ออกไปทางานหารายได้และปล่อยผู้สูงอาย ุ ข้นด้วย เพ่อเป็นท่พ่งและยึดเหน่ยวจิตใจของชาวบ้าน โดยการนาของท่าน






ให้อยู่บ้าน จนเกิดความรู้สึกเหงา ผู้นาชุมชนจึงคิดว่าถ้ามีกลุ่มหรือชมรมท ่ ี ครูบาเมืองดีและคณะศรัทธาได้ร่วมกันสร้างวัด เม่อสร้างเสร็จแล้วได้ต้งช่อ




สามารถสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มาร่วมทากิจกรรม ความเหงาหรือความคิด ตามช่อของหมู่บ้านว่า “วัดบวกขอน” เหตุท่ต้งช่อว่าวัดบวกขอนน้นเพาะ







น้อยอกน้อยใจก็จะเลือนหายไป เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนวย บริเวณใกล้ ๆ กับชุมชนนั้นมีบวกหรือแอ่งน�้าขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นบริเวณที่

เดียวกันได้มาแลกเปล่ยนประสบการณ์กัน ช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุข
10 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 11
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


น�้าไหลผ่าน ซึ่งน�้าได้ไหลมาจากบ้านป่ากว๋าวและบ้านป่างิ้ว เมื่อน�้าไหลผ่าน พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเกิดท่บ้านหนองหมด หมู่ท่ 8 ต�าบล



ก็ได้พัดพาขอนไม้มาจากท่ต่าง ๆ ไหลตามน้ามาเป็นจ�านวนมาก พอถึงฤด ู ดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในปี 2507 ในช่วงเวลานั้นต�าบลหัวง้ม
ร้อนน้าลดลง ขอนไม้เป็นจ�านวนมากเหล่าน้นได้ไหลมาติดค้างอยู่ท่บริเวณ ยังด้อยความเจริญอยู่มาก มีเพียงโรงเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ดังนั้น



บวกหรือแอ่งน�้าแห่งนั้น ชาวบ้านจึงถือเอาบวกซึ่งมีขอนไม้มาติดค้างจ�านวน เมื่อเรียนจบในระดับชั้น ป.4 แล้ว ในปี 2521 เด็กชายวิเชียรได้บรรพชาเป็น














มาก น�ามาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านและชื่อของวัด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดบวกขอน สามเณรเพอโอกาสไดเรยนหนงสอต่อ หลงจากอยทวด 2-3 ปี จงไปเรยนการ

มาเป็นวัดศรีเมืองมูล โดยในปัจจุบันมีพระครูสุจิณกัลยาณธรรม (วิเชียร ศึกษานอกโรงเรียนที่วัดปาซาง ต�าบลเมืองพาน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
กลฺยาโณ) เป็นเจ้าอาวาส จนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วย้ายไปเรียนต่อที่จังหวัดพะเยา อยู่ที่
วัดราชคฤห์ ต�าบลเวียง อ�าเภอเมือง จังหวัดพะเยา จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่
6 แล้วกลับไปอุปสมบทที่วัดหนองควาย ต�าบลดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัด

เชียงราย ในปี 2528 จากน้นได้ไปจ�าพรรษาอยู่ท่วัดป่าคา ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอ

พาน จังหวัดเชียงราย จนถึงปี 2536 ได้รับแต่งต้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเมือง

มูล จากน้นมีโอกาสได้เรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรีคณะพุทธศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตจังหวัดพะเยา ในปี
2544, เรียนจบระดับปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ในปี 2546 และเรียนจบระดับปริญญาเอก คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์
การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในปี 2563 โดยในปี
2557 ได้รับเป็น พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอ�าเภอ ชั้นเอก
หลังจากจบระดับปริญญา
โทแล้วพระครูสุจิณกัลยาณธรรมได้
ทุ่มเทท�างานพัฒนาชุมชน โดย

เฉพาะอย่างย่งให้การดูแลกลุ่มคน

เปราะบาง ท้งเด็ก คนพิการ และ

ผู้สูงอายุ ท�างานร่วมกันด้วยดีกับ





12 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 13
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


น�้าไหลผ่าน ซึ่งน�้าได้ไหลมาจากบ้านป่ากว๋าวและบ้านป่างิ้ว เมื่อน�้าไหลผ่าน พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเกิดท่บ้านหนองหมด หมู่ท่ 8 ต�าบล



ก็ได้พัดพาขอนไม้มาจากท่ต่าง ๆ ไหลตามน้ามาเป็นจ�านวนมาก พอถึงฤด ู ดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในปี 2507 ในช่วงเวลานั้นต�าบลหัวง้ม
ร้อนน้าลดลง ขอนไม้เป็นจ�านวนมากเหล่าน้นได้ไหลมาติดค้างอยู่ท่บริเวณ ยังด้อยความเจริญอยู่มาก มีเพียงโรงเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ดังนั้น



บวกหรือแอ่งน�้าแห่งนั้น ชาวบ้านจึงถือเอาบวกซึ่งมีขอนไม้มาติดค้างจ�านวน เมื่อเรียนจบในระดับชั้น ป.4 แล้ว ในปี 2521 เด็กชายวิเชียรได้บรรพชาเป็น














มาก น�ามาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านและชื่อของวัด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดบวกขอน สามเณรเพอโอกาสไดเรยนหนงสอต่อ หลงจากอยทวด 2-3 ปี จงไปเรยนการ

มาเป็นวัดศรีเมืองมูล โดยในปัจจุบันมีพระครูสุจิณกัลยาณธรรม (วิเชียร ศึกษานอกโรงเรียนที่วัดปาซาง ต�าบลเมืองพาน อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย
กลฺยาโณ) เป็นเจ้าอาวาส จนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วย้ายไปเรียนต่อที่จังหวัดพะเยา อยู่ที่
วัดราชคฤห์ ต�าบลเวียง อ�าเภอเมือง จังหวัดพะเยา จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่
6 แล้วกลับไปอุปสมบทที่วัดหนองควาย ต�าบลดอยงาม อ�าเภอพาน จังหวัด

เชียงราย ในปี 2528 จากน้นได้ไปจ�าพรรษาอยู่ท่วัดป่าคา ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอ

พาน จังหวัดเชียงราย จนถึงปี 2536 ได้รับแต่งต้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีเมือง

มูล จากน้นมีโอกาสได้เรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรีคณะพุทธศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตจังหวัดพะเยา ในปี
2544, เรียนจบระดับปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ในปี 2546 และเรียนจบระดับปริญญาเอก คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์
การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในปี 2563 โดยในปี
2557 ได้รับเป็น พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอ�าเภอ ชั้นเอก
หลังจากจบระดับปริญญา
โทแล้วพระครูสุจิณกัลยาณธรรมได้
ทุ่มเทท�างานพัฒนาชุมชน โดย

เฉพาะอย่างย่งให้การดูแลกลุ่มคน

เปราะบาง ท้งเด็ก คนพิการ และ

ผู้สูงอายุ ท�างานร่วมกันด้วยดีกับ





12 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 13
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้มและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลหัวง้ม โรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะโรคซึมเศร้าและความว้าเหว่จากการท่ต้องถูกลูก








ท้งน้ด้วยประสบการณ์ในวัยเด็กท่เคยประสบความทุกข์ยากลาบาก ท้งขาด หลานทอดท้งแบบไม่ได้ต้งใจให้อยู่คนเดียวมานาน (พระครูสุจิณกัลยาณธรรม,
โอกาสทางการศึกษาและการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงยินดีท�างาน 2558: 22-24)


สาธารณสงเคราะห์ในหลากหลายรูปแบบ เพ่อช่วยเหลือทุกกลุ่มคนท่ประสบ จากการแลกเปล่ยนพูดคุย ผู้นาชุมชนมีความเห็นร่วมกันว่าโรค






ปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ โดยใช้วัดศรีเมืองมูลเป็นฐานสาคัญในการ ซึมเศร้าท่เกิดข้นในผู้สูงอายุน้น ผู้สูงอายุบางคนอาจจะดูเหมือนเป็นปกติไม่ม ี


ผลักดันและขับเคลื่อนกิจกรรม ปัญหาอะไรเลย แต่กอาจเป็นโรคซมเศร้าได้ เพราะเมืออายมากขนสงท ่ ี







จากสถานการณ์ปัญหาในต�าบลหัวง้มเมื่อปี 2549 ที่มีผู้สูงอายุหญิง ผู้สูงอายุต้องการมากท่สุดก็คือความอบอุ่น การเอาใจใส่ดูแลจากลูกหลาน
วัย 76 ปี ฆ่าตัวตายส�าเร็จในวันที่ 12 สิงหาคม 2549 คาดว่าเกิดจากความ และจากชุมชน ถึงแม้จะมีฐานะดีเพียบพร้อม หากไม่มีลูกหลานให้ความสนใจ


น้อยใจท่ถูกลูกหลานละเลย จากน้นในปี 2550 ไม่มีสถิติการทาร้ายตนเอง โรคซึมเศร้าก็เกิดข้นได้ ดังน้นผู้นาชุมชนจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรจะ


















ของผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้ม แต่ในปี 2551 มีผู้สูงอายุชายวัย 77 ปีฆ่าตัวตาย ดาเนนการจัดตงโรงเรยนผ้สูงอายุขน เพ่อให้ผ้สูงอายได้มเพอน ได้มสังคม

เม่อวันท่ 22 มิถุนายน 2551 คาดว่าเกิดจากความเบ่อหน่ายจากการเจ็บป่วย ได้รับความอบอุ่น พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเห็นว่าการจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอาย ุ




ด้วยโรคเร้อรัง จากสถิติดังกล่าวเราจะเห็นว่าผู้สูงอายุของตาบลหัวง้มได้ มีส่วนสาคัญให้ผู้สูงอายุมีเพ่อนมากข้นในทุกหมู่บ้านของตาบลหัวง้ม และ









ท�าร้ายตนเองถึงขั้นเสียชีวิตปีเว้นปี จากนั้นในปี 2552 ไม่มีผู้สูงอายุท�าร้าย ยังมีเพ่อนบางคนมาจากตาบลท่อยู่ข้างเคียงอีกด้วย การมีเพ่อนมากช่วยให้

ตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอีก พอเริ่มต้นปี 2553 ผู้น�าชุมชนทั้งฝ่ายสงฆ์และ ผู้สูงอายุมีความสุขท่ได้มาโรงเรียน และความเงียบเหงาซึมเศร้าหายไป ปัญหา



ฆราวาสเร่มวิตกกังวลว่าจะมีผู้สูงอายุทาร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายอีก จึงได้ การท�าร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายก็หมดไป

รวมกนรณรงค์จดกจกรรมเชงรกใหแกผ้สงอายุ เพอการดแลและปองกนเหต ุ ทงนตามหลกพทธศาสนาการฆ่าตวตายถอเป็นบาปมหนต์ เมอ



























ท่อาจจะเกิดข้น โดยเร่มจัดกิจกรรมรวมกลุ่มราไม้พลอง เล่นเปตอง เรียน เกิดปัญหาใหญ่โตเช่นน้ในตาบลหัวง้ม พระครูสุจิณกัลยาณธรรมและผ้นา






โยคะ แต่ปรากฏว่าในปี 2553 มีผู้สูงอายุหญิงวัย 73 ปี ได้ท�าร้ายตัวเองด้วย ชุมชนจึงมีแนวคิดจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมและ
การฆ่าตัวตายเม่อวันท่ 16 กรกฎาคม 2553 เพราะความรู้สึกว้าเหว่และ การเรียนรู้ด้านสังคมและพระพุทธศาสนา เพ่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย







น้อยใจ อนเป็นภาพสะท้อนทกล่มผ้นาชมชนเรมคดทบทวนว่าปัญหาการ จากความเครียดและความเหงา ได้มาร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระ พระคร ู










ทาร้ายตัวเองของผู้สูงอายุไม่ได้เกิดจากปัญหาความเจ็บป่วยหรือความเป็น สุจิณกัลยาณธรรมได้เล่าถึงท่มาของการจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอายุของตาบล
อยู่ยากล�าบากด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ผู้สูงอายุรายสุดท้ายที่ฆ่าตัว หัวง้มว่า

ตายน้นมีฐานะค่อนข้างดี มีส่งอานวยความสะดวกพร้อมทุกอย่าง และไม่ม ี


14 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 15
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้มและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลหัวง้ม โรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะโรคซึมเศร้าและความว้าเหว่จากการท่ต้องถูกลูก








ท้งน้ด้วยประสบการณ์ในวัยเด็กท่เคยประสบความทุกข์ยากลาบาก ท้งขาด หลานทอดท้งแบบไม่ได้ต้งใจให้อยู่คนเดียวมานาน (พระครูสุจิณกัลยาณธรรม,
โอกาสทางการศึกษาและการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ จึงยินดีท�างาน 2558: 22-24)


สาธารณสงเคราะห์ในหลากหลายรูปแบบ เพ่อช่วยเหลือทุกกลุ่มคนท่ประสบ จากการแลกเปล่ยนพูดคุย ผู้นาชุมชนมีความเห็นร่วมกันว่าโรค






ปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ โดยใช้วัดศรีเมืองมูลเป็นฐานสาคัญในการ ซึมเศร้าท่เกิดข้นในผู้สูงอายุน้น ผู้สูงอายุบางคนอาจจะดูเหมือนเป็นปกติไม่ม ี


ผลักดันและขับเคลื่อนกิจกรรม ปัญหาอะไรเลย แต่กอาจเป็นโรคซมเศร้าได้ เพราะเมืออายมากขนสงท ่ ี







จากสถานการณ์ปัญหาในต�าบลหัวง้มเมื่อปี 2549 ที่มีผู้สูงอายุหญิง ผู้สูงอายุต้องการมากท่สุดก็คือความอบอุ่น การเอาใจใส่ดูแลจากลูกหลาน
วัย 76 ปี ฆ่าตัวตายส�าเร็จในวันที่ 12 สิงหาคม 2549 คาดว่าเกิดจากความ และจากชุมชน ถึงแม้จะมีฐานะดีเพียบพร้อม หากไม่มีลูกหลานให้ความสนใจ


น้อยใจท่ถูกลูกหลานละเลย จากน้นในปี 2550 ไม่มีสถิติการทาร้ายตนเอง โรคซึมเศร้าก็เกิดข้นได้ ดังน้นผู้นาชุมชนจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรจะ


















ของผู้สูงอายุในต�าบลหัวง้ม แต่ในปี 2551 มีผู้สูงอายุชายวัย 77 ปีฆ่าตัวตาย ดาเนนการจัดตงโรงเรยนผ้สูงอายุขน เพ่อให้ผ้สูงอายได้มเพอน ได้มสังคม

เม่อวันท่ 22 มิถุนายน 2551 คาดว่าเกิดจากความเบ่อหน่ายจากการเจ็บป่วย ได้รับความอบอุ่น พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเห็นว่าการจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอาย ุ




ด้วยโรคเร้อรัง จากสถิติดังกล่าวเราจะเห็นว่าผู้สูงอายุของตาบลหัวง้มได้ มีส่วนสาคัญให้ผู้สูงอายุมีเพ่อนมากข้นในทุกหมู่บ้านของตาบลหัวง้ม และ









ท�าร้ายตนเองถึงขั้นเสียชีวิตปีเว้นปี จากนั้นในปี 2552 ไม่มีผู้สูงอายุท�าร้าย ยังมีเพ่อนบางคนมาจากตาบลท่อยู่ข้างเคียงอีกด้วย การมีเพ่อนมากช่วยให้

ตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอีก พอเริ่มต้นปี 2553 ผู้น�าชุมชนทั้งฝ่ายสงฆ์และ ผู้สูงอายุมีความสุขท่ได้มาโรงเรียน และความเงียบเหงาซึมเศร้าหายไป ปัญหา



ฆราวาสเร่มวิตกกังวลว่าจะมีผู้สูงอายุทาร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายอีก จึงได้ การท�าร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตายก็หมดไป

รวมกนรณรงค์จดกจกรรมเชงรกใหแกผ้สงอายุ เพอการดแลและปองกนเหต ุ ทงนตามหลกพทธศาสนาการฆ่าตวตายถอเป็นบาปมหนต์ เมอ



























ท่อาจจะเกิดข้น โดยเร่มจัดกิจกรรมรวมกลุ่มราไม้พลอง เล่นเปตอง เรียน เกิดปัญหาใหญ่โตเช่นน้ในตาบลหัวง้ม พระครูสุจิณกัลยาณธรรมและผ้นา






โยคะ แต่ปรากฏว่าในปี 2553 มีผู้สูงอายุหญิงวัย 73 ปี ได้ท�าร้ายตัวเองด้วย ชุมชนจึงมีแนวคิดจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมและ
การฆ่าตัวตายเม่อวันท่ 16 กรกฎาคม 2553 เพราะความรู้สึกว้าเหว่และ การเรียนรู้ด้านสังคมและพระพุทธศาสนา เพ่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย







น้อยใจ อนเป็นภาพสะท้อนทกล่มผ้นาชมชนเรมคดทบทวนว่าปัญหาการ จากความเครียดและความเหงา ได้มาร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระ พระคร ู










ทาร้ายตัวเองของผู้สูงอายุไม่ได้เกิดจากปัญหาความเจ็บป่วยหรือความเป็น สุจิณกัลยาณธรรมได้เล่าถึงท่มาของการจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอายุของตาบล
อยู่ยากล�าบากด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ผู้สูงอายุรายสุดท้ายที่ฆ่าตัว หัวง้มว่า

ตายน้นมีฐานะค่อนข้างดี มีส่งอานวยความสะดวกพร้อมทุกอย่าง และไม่ม ี


14 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 15
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้ม

...ตาบลหัวง้มเคยประสบกับปัญหาของผู้สูงอายุทาร้ายตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

และมีผู้สูงอายุฆ่าตัวตายปีเว้นปีต้งแต่ปี 2549 ทาง อบต. ตาบลหัวง้มเป็นสังคมท่ชาวบ้านศรัทธานับถือและปฏิบัติในวิถีพุทธ



หัวง้ม จึงได้ร่วมคิดกับผู้นาชุมชน วัด หน่วยงานท่เก่ยวข้อง ศาสนาอย่างเคร่งครัด แต่ชาวบ้านส่วนมากมีความรู้เก่ยวกับพุทธศาสนา




ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะผู้สูงอายุท่ขาดโอกาส ไม่มากนัก บางคนยังไม่ค่อยเข้าใจหลักธรรมคาสอนของพระพุทธศาสนา


ขาดการดูแลเอาใจใส่ ได้กลับมามีวิถีชีวิต มีความสุข และม ี พระครูสุจิณกัลยาธรรมจึงมุ่งม่นสอนผู้สูงอายุเก่ยวกับเร่องความดีความช่ว




องค์ความรู้ มีภูมิความรู้ที่ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน จึงได้เกิด เรื่องการท�าใจให้สงบ การด�าเนินชีวิตในวิถีสังคมผู้สูงอายุ ผลงานที่ได้รับการ
เป็นโรงเรียนผู้สูงอายุขึ้นในปี 2553 โดยจะสอนให้ผู้สูงอายุมี ยกย่องเชิดชูเกียรติ ได้แก่ (1) หน่วยอบรมประชาชนประจ�าต�าบลที่มีผลงาน

ความรู้ความเข้าใจในการดาเนินชีวิต เป็นผู้สูงอายุท่ม ี ดีเด่นประจาปี 2550 (2) หน่วยอบรมประชาชนประจาตาบลท่มีผลงานดีเด่น





คุณภาพ...
ประจ�าปี 2551 (3) ธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม - นวัตกรรมรางวัลชนะเลิศ
องค์การบริหารส่วนตาบลท่มีการบริหารจัดการท่ดีจังหวัดเชียงราย ประจาปี




(สุนทรี ทับมาโนช, 2561)





2551 - รางวลชนะเลศนวตกรรมสาธารณสขดเด่นสาขาส่งเสรมสขภาพ


8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประจาปี 2551 นอกจากนี้ยังมีผลงานการพัฒนา


การศึกษาคร้งน้เน้นการศึกษาข้อมูลสนาม ด้วยการสัมภาษณ์กลุ่ม










บคคลทเกยวของกบโรงเรยนผสงอายตาบลหวงม ไดแก พระครสจณกลยาณ ชุมชนหลายโครงการที่ได้รับการยอมรับ คือ (1) ธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม













(2) โครงการร้อยคน ร้อยดวงใจ ร้อยความห่วงใย แด่ผู้สูงวัยท่ขาดแคลน

ธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล และรองเจ้าคณะอาเภอพาน นายกและ (3) โครงการ 1 วัน 1 บาท เพื่อเติมโอกาสให้ผู้ยากไร้ (4) โครงการลดโอกาส
บุคลากรขององค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม (อบต.หัวง้ม) รวมถึงการศึกษา และพื้นที่ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (5) โครงการมรรคนายกน้อย (6)

ข้อมูลเอกสารและข้อมูจากส่อออนไลน์เพ่อเสริมการสังเคราะห์ข้อมูลผลการ ก๋วยสลากเพื่อการศึกษา (7) โครงการสานสัมพันธ์คนสามวัย (8) โครงการ

ศึกษาในหลายประเด็นเก่ยวกับปัญหาของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียน คืนคนดีสู่สังคม (ท�าดี มีอาชีพ) (9) โครงการตวยฮีตฮอยเก่า โครงการเหล่านี้

ผู้สูงอายุตาบลหัวง้ม และกิจกรรมธนาคารความดีตาบลหัวง้ม ดังรายละเอียด เป็นพ้นฐานสาคัญในการพัฒนาไปสู่การจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอายุข้นในตาบล







ต่อไปนี้
หัวง้ม
16 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 17
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้ม

...ตาบลหัวง้มเคยประสบกับปัญหาของผู้สูงอายุทาร้ายตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

และมีผู้สูงอายุฆ่าตัวตายปีเว้นปีต้งแต่ปี 2549 ทาง อบต. ตาบลหัวง้มเป็นสังคมท่ชาวบ้านศรัทธานับถือและปฏิบัติในวิถีพุทธ



หัวง้ม จึงได้ร่วมคิดกับผู้นาชุมชน วัด หน่วยงานท่เก่ยวข้อง ศาสนาอย่างเคร่งครัด แต่ชาวบ้านส่วนมากมีความรู้เก่ยวกับพุทธศาสนา




ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะผู้สูงอายุท่ขาดโอกาส ไม่มากนัก บางคนยังไม่ค่อยเข้าใจหลักธรรมคาสอนของพระพุทธศาสนา


ขาดการดูแลเอาใจใส่ ได้กลับมามีวิถีชีวิต มีความสุข และม ี พระครูสุจิณกัลยาธรรมจึงมุ่งม่นสอนผู้สูงอายุเก่ยวกับเร่องความดีความช่ว




องค์ความรู้ มีภูมิความรู้ที่ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน จึงได้เกิด เรื่องการท�าใจให้สงบ การด�าเนินชีวิตในวิถีสังคมผู้สูงอายุ ผลงานที่ได้รับการ
เป็นโรงเรียนผู้สูงอายุขึ้นในปี 2553 โดยจะสอนให้ผู้สูงอายุมี ยกย่องเชิดชูเกียรติ ได้แก่ (1) หน่วยอบรมประชาชนประจ�าต�าบลที่มีผลงาน

ความรู้ความเข้าใจในการดาเนินชีวิต เป็นผู้สูงอายุท่ม ี ดีเด่นประจาปี 2550 (2) หน่วยอบรมประชาชนประจาตาบลท่มีผลงานดีเด่น





คุณภาพ...
ประจ�าปี 2551 (3) ธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม - นวัตกรรมรางวัลชนะเลิศ
องค์การบริหารส่วนตาบลท่มีการบริหารจัดการท่ดีจังหวัดเชียงราย ประจาปี




(สุนทรี ทับมาโนช, 2561)





2551 - รางวลชนะเลศนวตกรรมสาธารณสขดเด่นสาขาส่งเสรมสขภาพ


8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประจาปี 2551 นอกจากนี้ยังมีผลงานการพัฒนา


การศึกษาคร้งน้เน้นการศึกษาข้อมูลสนาม ด้วยการสัมภาษณ์กลุ่ม










บคคลทเกยวของกบโรงเรยนผสงอายตาบลหวงม ไดแก พระครสจณกลยาณ ชุมชนหลายโครงการที่ได้รับการยอมรับ คือ (1) ธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม













(2) โครงการร้อยคน ร้อยดวงใจ ร้อยความห่วงใย แด่ผู้สูงวัยท่ขาดแคลน

ธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล และรองเจ้าคณะอาเภอพาน นายกและ (3) โครงการ 1 วัน 1 บาท เพื่อเติมโอกาสให้ผู้ยากไร้ (4) โครงการลดโอกาส
บุคลากรขององค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม (อบต.หัวง้ม) รวมถึงการศึกษา และพื้นที่ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (5) โครงการมรรคนายกน้อย (6)

ข้อมูลเอกสารและข้อมูจากส่อออนไลน์เพ่อเสริมการสังเคราะห์ข้อมูลผลการ ก๋วยสลากเพื่อการศึกษา (7) โครงการสานสัมพันธ์คนสามวัย (8) โครงการ

ศึกษาในหลายประเด็นเก่ยวกับปัญหาของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียน คืนคนดีสู่สังคม (ท�าดี มีอาชีพ) (9) โครงการตวยฮีตฮอยเก่า โครงการเหล่านี้

ผู้สูงอายุตาบลหัวง้ม และกิจกรรมธนาคารความดีตาบลหัวง้ม ดังรายละเอียด เป็นพ้นฐานสาคัญในการพัฒนาไปสู่การจัดต้งโรงเรียนผู้สูงอายุข้นในตาบล







ต่อไปนี้
หัวง้ม
16 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 17
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



โรงเรียนผู้สูงอายุตาบลหัวง้มได้เร่มเปิดเรียนคร้งแรกเม่อวันท่ 5 กันยายน โรงเรียนผู้สูงอายุเน้น



2553 โดยใช้พ้นท่องค์การบริหารส่นตาบลห้วง้ม และมีกระบวนการเรียน จัดการศึกษาท่ต้องการให้ผู้สูงอาย ุ




การสอนตามแนวคิด “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” รุ่นแรกมีผู้สูงอายุ มีความเข้าใจในเร่องท่มีความสาคัญ






มาสมัครเรียนจานวน 134 คน และมีผู้สูงอายุเฉพาะในตาบลหัวง้ม (พระคร ู ต่อการดาเนินชีวิต เป็นผู้สูงอายุท ี ่

สุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 40) หน่งในน้นคือ ยายผัด ปินตานาง วัย 62 ปี มีคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจที่










ยายผัดเล่าถึงเหตุผลท่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุว่า จะดาเนนชวตอย่ร่วมกบคนอน
ในครอบครัวและในชุมชน

เม่อก่อนก็เป็นคนหน่งท่เหงาและฟุ้งซ่าน ...แต่พอตัดสินใจเข้า ดังวิสัยทัศน์โรงเรียนผู้สูงอายุท่ว่า



เรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ ชีวิตในวัยกว่าหกสิบก็ไม่เหงาอีกต่อไป “รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น”

ตอนอยู่บ้านกทางานปลกเหดขาย พอถึงวันพฤหสฯค่อยมา เพ่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอย ู่











เรียน ท่น่สอนจักสานให้ผู้สูงอายุทาเป็น สานตะกร้า สานข้อง ร่วมกนได้อย่างมความสขและ

ทาแล้วก็เอาไปใส่ปลา ใส่ของขาย สานแล้วก็เอาไปใส่ข้าว เป็นกัลยาณมิตร ประเด็นท่สาคัญ



เหนียว เขาไม่อยากให้ผู้สูงอายุคิดมาก จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ทา คือโรงเรียนผู้สูงอายุจะช่วยแก้ไข
กิจกรรมด้วยกัน ได้ช่วยสังคม ออกไปนอกห้องก็ศึกษา เร่องความเหงาของผู้สูงอายุได้

วัฒนธรรมด้านมารยาทของสังคมด้วย มาก อย่างน้อยใน 1 สัปดาห์ 1
วัน ได้ไปพบเจอกัน ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน และสามารคถด�าเนินชีวิตเป็น



(ปริญญา ชาวสมุน, 2556) ผู้สูงอายุท่มีคุณภาพตามคากล่าวท่ว่า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณค่า”



เป็นการเตรยมรบมอกบการเปลยนแปลงไปส่สงคมผ้สงอายุทมีคณภาพ










(ไทยรัฐออนไลน์, 2556) ด้วยการเริ่มต้นส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ และเสริม
สร้างสังคมสุขภาวะให้กับผู้สูงอายุ
ยืน คหบดีกนกกุล นักเรียนผู้สูงอายุวัย 87 ปี ได้เข้าร่วมกิจกรรม



โรงเรยนผ้สงอายโดยมลกสาวทสมครเรยนด้วยกน คอยดเเลอย่ข้าง ๆ แม้










สภาพร่างกายจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนอยู่บ้าง เเต่นายยืนก็ดีใจท่ในช่วง

18 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 19
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



โรงเรียนผู้สูงอายุตาบลหัวง้มได้เร่มเปิดเรียนคร้งแรกเม่อวันท่ 5 กันยายน โรงเรียนผู้สูงอายุเน้น



2553 โดยใช้พ้นท่องค์การบริหารส่นตาบลห้วง้ม และมีกระบวนการเรียน จัดการศึกษาท่ต้องการให้ผู้สูงอาย ุ




การสอนตามแนวคิด “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” รุ่นแรกมีผู้สูงอายุ มีความเข้าใจในเร่องท่มีความสาคัญ






มาสมัครเรียนจานวน 134 คน และมีผู้สูงอายุเฉพาะในตาบลหัวง้ม (พระคร ู ต่อการดาเนินชีวิต เป็นผู้สูงอายุท ี ่

สุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 40) หน่งในน้นคือ ยายผัด ปินตานาง วัย 62 ปี มีคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจที่










ยายผัดเล่าถึงเหตุผลท่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุว่า จะดาเนนชวตอย่ร่วมกบคนอน
ในครอบครัวและในชุมชน

เม่อก่อนก็เป็นคนหน่งท่เหงาและฟุ้งซ่าน ...แต่พอตัดสินใจเข้า ดังวิสัยทัศน์โรงเรียนผู้สูงอายุท่ว่า



เรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ ชีวิตในวัยกว่าหกสิบก็ไม่เหงาอีกต่อไป “รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น”

ตอนอยู่บ้านกทางานปลกเหดขาย พอถึงวันพฤหสฯค่อยมา เพ่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอย ู่











เรียน ท่น่สอนจักสานให้ผู้สูงอายุทาเป็น สานตะกร้า สานข้อง ร่วมกนได้อย่างมความสขและ

ทาแล้วก็เอาไปใส่ปลา ใส่ของขาย สานแล้วก็เอาไปใส่ข้าว เป็นกัลยาณมิตร ประเด็นท่สาคัญ



เหนียว เขาไม่อยากให้ผู้สูงอายุคิดมาก จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ทา คือโรงเรียนผู้สูงอายุจะช่วยแก้ไข
กิจกรรมด้วยกัน ได้ช่วยสังคม ออกไปนอกห้องก็ศึกษา เร่องความเหงาของผู้สูงอายุได้

วัฒนธรรมด้านมารยาทของสังคมด้วย มาก อย่างน้อยใน 1 สัปดาห์ 1
วัน ได้ไปพบเจอกัน ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน และสามารคถด�าเนินชีวิตเป็น



(ปริญญา ชาวสมุน, 2556) ผู้สูงอายุท่มีคุณภาพตามคากล่าวท่ว่า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณค่า”



เป็นการเตรยมรบมอกบการเปลยนแปลงไปส่สงคมผ้สงอายุทมีคณภาพ










(ไทยรัฐออนไลน์, 2556) ด้วยการเริ่มต้นส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ และเสริม
สร้างสังคมสุขภาวะให้กับผู้สูงอายุ
ยืน คหบดีกนกกุล นักเรียนผู้สูงอายุวัย 87 ปี ได้เข้าร่วมกิจกรรม



โรงเรยนผ้สงอายโดยมลกสาวทสมครเรยนด้วยกน คอยดเเลอย่ข้าง ๆ แม้










สภาพร่างกายจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนอยู่บ้าง เเต่นายยืนก็ดีใจท่ในช่วง

18 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 19
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

จากข้อมูลในเดือนกรกฎาคม ปี 2563 โรงเรียนผู้สูงอายุมีนักเรียน
รวม 239 คน ผู้ชาย 50 คน ผู้หญิง 189 คน ซึ่งนักเรียนมีทั้งชาวบ้านต�าบล

หัวง้มและชาวบ้านจากต�าบลใกล้เคียง โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้มเน้นการ
ท�างานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ท้งชาวบ้าน ผู้น�าชุมชน และพระสงฆ์

โดยมีวิสัยทัศน์ของโรงเรียนผู้สูงอายุว่า “รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น” เพื่อ
สู่เป้าหมาย “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” โดยจัดแบ่งการเรียนการสอน

เป็น 3 ชั้นปี ดังนี้
ชนปท 1 หลักสูตรเบ้องต้น เป็นการเรียนในระดับพ้นฐานท่วไป








เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ในด้านต่าง ๆ เป้าหมายคือเพื่อการรู้จริง





ชนปท 2 หลกสตรชนกลาง เป็นการสอนทให้ความร้ทมความ










ซับซ้อนมากขึ้น เชิงลึกมากขึ้น เป้าหมายคือเพื่อการ “รู้จริง ปฏิบัติได้”
ชั้นปีที่ 3 หลักสูตรชั้นสูง เป็นการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์ มีการศึกษา
ดูงาน เพ่อให้ผู้สูงอายุได้รู้จักประมวลความรู้และน�ามาปรับใช้กับตนเอง

บ้นปลายของชีวิตได้ท�ากิจกรรมร่วมกันกับผู้สูงอายุคนอ่น ๆ รวมถึงท�า ให้เกิดประโยชน์ (ติณ นิติกวินกุล, 2557: 42-43)



กิจกรรมออกก�าลังกายหน้าเสาธง เพ่อให้นักเรียนต่นตัวและเตรียมพร้อมก่อน

เข้าสู่การเรียนการสอนในช่วงเช้า ทุกเช้าวันพฤหัสบดีพ่ออุ้ยแม่อุ้ยมุ่งหน้าสู่

โรงเรียนผู้สูงอายุท่วัดศรีเมืองมูล ใกล้เวลา 08.00 น. นักเรียนผู้สูงอายุต้อง

เข้าแถวอย่างเป็นระเบยบ ร่วมร้องเพลงชาต และท�ากจกรรมหน้าเสาธง


เสียงเพลงกายบริหารดังข้นพร้อมกับผู้สูงอายุท้งหลายยกมือยกไม้ส่ายเอว



ตามจังหวะ ผู้สูงอายุทุกคนท้งเต้น ‘ตาม’ และเต้น ‘น�า’ ชนิด
ไม่สนใจใคร หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะและเสียงกล่าวโอวาทจาก

คณะครูสุจิณกัลยาณธรรม ผู้สูงอายุในชุดพ้นบ้านเดินเรียงแถวเข้าห้องเรียน
เพื่อเริ่มต้นกิจกรรม (ไทยพีบีเอส, 2556)
20 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 21
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

จากข้อมูลในเดือนกรกฎาคม ปี 2563 โรงเรียนผู้สูงอายุมีนักเรียน
รวม 239 คน ผู้ชาย 50 คน ผู้หญิง 189 คน ซึ่งนักเรียนมีทั้งชาวบ้านต�าบล

หัวง้มและชาวบ้านจากต�าบลใกล้เคียง โรงเรียนผู้สูงอายุต�าบลหัวง้มเน้นการ
ท�างานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ท้งชาวบ้าน ผู้น�าชุมชน และพระสงฆ์

โดยมีวิสัยทัศน์ของโรงเรียนผู้สูงอายุว่า “รู้จริง ปฏิบัติได้ ถ่ายทอดเป็น” เพื่อ
สู่เป้าหมาย “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” โดยจัดแบ่งการเรียนการสอน

เป็น 3 ชั้นปี ดังนี้
ชนปท 1 หลักสูตรเบ้องต้น เป็นการเรียนในระดับพ้นฐานท่วไป








เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ในด้านต่าง ๆ เป้าหมายคือเพื่อการรู้จริง





ชนปท 2 หลกสตรชนกลาง เป็นการสอนทให้ความร้ทมความ










ซับซ้อนมากขึ้น เชิงลึกมากขึ้น เป้าหมายคือเพื่อการ “รู้จริง ปฏิบัติได้”
ชั้นปีที่ 3 หลักสูตรชั้นสูง เป็นการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์ มีการศึกษา
ดูงาน เพ่อให้ผู้สูงอายุได้รู้จักประมวลความรู้และน�ามาปรับใช้กับตนเอง

บ้นปลายของชีวิตได้ท�ากิจกรรมร่วมกันกับผู้สูงอายุคนอ่น ๆ รวมถึงท�า ให้เกิดประโยชน์ (ติณ นิติกวินกุล, 2557: 42-43)



กิจกรรมออกก�าลังกายหน้าเสาธง เพ่อให้นักเรียนต่นตัวและเตรียมพร้อมก่อน

เข้าสู่การเรียนการสอนในช่วงเช้า ทุกเช้าวันพฤหัสบดีพ่ออุ้ยแม่อุ้ยมุ่งหน้าสู่

โรงเรียนผู้สูงอายุท่วัดศรีเมืองมูล ใกล้เวลา 08.00 น. นักเรียนผู้สูงอายุต้อง

เข้าแถวอย่างเป็นระเบยบ ร่วมร้องเพลงชาต และท�ากจกรรมหน้าเสาธง


เสียงเพลงกายบริหารดังข้นพร้อมกับผู้สูงอายุท้งหลายยกมือยกไม้ส่ายเอว



ตามจังหวะ ผู้สูงอายุทุกคนท้งเต้น ‘ตาม’ และเต้น ‘น�า’ ชนิด
ไม่สนใจใคร หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะและเสียงกล่าวโอวาทจาก

คณะครูสุจิณกัลยาณธรรม ผู้สูงอายุในชุดพ้นบ้านเดินเรียงแถวเข้าห้องเรียน
เพื่อเริ่มต้นกิจกรรม (ไทยพีบีเอส, 2556)
20 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 21
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


ส�าหรับระยะเวลาเรียน ก�าหนดให้เรียนช้นปีละ 24 สัปดาห์ เปิดเรียน
ปีละ 2 เทอม เทอมแรกต้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ปิดเทอม



เดือนตุลาคม เทอมท่ 2 เร่มเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ปิดเทอมเดือน
เมษายน เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 08.00–15.00 น. ณ วัดศรีเมืองมูล มี
3 วิชาหลัก ได้แก่ วิชาพระพุทธศาสนา วิชาการดูแลสุขภาพ และวิชาสังคม
วัฒนธรรม


วิชาพระพทธศาสนา – เป็นการสอนธรรมะ สอนเรื่องราวทาง


พระพทธศาสนา เมออายุมากข้นคนเราจะมีความต้องการอยู่ 2 อย่างคอ



ท�าบุญกับธรรมะ และทางโรงเรียนก็คาดหวังว่าผู้สูงอายุจะสามารถน�าเอาเร่อง



ราวท่เขาได้จากการเรียนการสอนวิชาน้ไปถ่ายทอด และเป็นแบบอย่างท่ดีให้

กับคนรุ่นใหม่ต่อไป มีพระครูสุจิณกัลยาณธรรมเป็นผู้สอน ร้องเพลง ร�าวงย้อนยุค กลองสะบัดชัย

วิชาการดูแลสขภาพ – เป็นวิชา “ความมีเสน่ห์ของผู้สูงอายุ” สะล้อ ซอ ซึง และการจักสาน เป็นต้น
เน้นเรียนรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพ ท้งการรับประทานอาหาร การออกก�าลัง เป็นกิจกรรมท่สร้างเสริมความสัมพันธ์



กายให้เหมาะกับวัย เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่สนใจดูแล อันดีระหว่างนักเรียนผู้สูงอายุ โดยม ี

ความสะอาดร่างกาย ตั้งแต่เล็บมือ เล็บเท้า การล้างหน้า แปรงฟัน ตัดผม อาจารย์หรือข้าราชการจากท่ต่าง ๆ
และการแต่งตัวให้สะอาด รวมถึงสอนไม่ให้จู้จี้จุกจิก ขี้บ่น เพื่อให้ลูกหลาน มาสอนให้

ไม่หนห่าง ผสูงอายสามารถนาความรไปใชสรางเสริมสขภาวะทงทางร่างกาย กล่าวในภาพรวมได้ว่านอกจากความรู้ท่ได้รับจากห้องเรียนแล้ว
ู้


























และจิตใจ ช่วยลดปัญหาความเครียด ปัญหาโรคซึมเศร้าลดลง โรคภัยไข้เจ็บ ผสงอายยงไดเรยนรแนวทางการดาเนนชวตเพอเปนผสงอายอยางมคณภาพ








ลดลง โดยมีบุคลากรด้านสาธารณสุขมาสอน ตามค�ากล่าวท่ว่า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” ซ่งได้สะท้อนให้เห็นว่า











วชาสงคมวฒนธรรม – เป็นความรู้ท่วไป วิชาเก่ยวกับกฎหมาย ชมชนท้องถ่นเป็นหวใจสาคญในการเพมศกยภาพและคณภาพชวตของ






คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยในช่วงภาคบ่ายเป็นการเรียนรู้ตาม ผู้สูงอายุให้ดีข้น ดังท่ ยืน คหบดีกนกกุล นักเรียนชายวัย 87 ปี ชาวบ้านต�าบล


อัธยาศัย และกิจกรรมการเรียนรู้ตามความชอบหรือความถนัด โดยให้ ม่วงค�า อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย นักเรียนท่อายุมากท่สุดในโรงเรียน


ผู้สูงอายุรวมกลุ่มจัดกิจกรรมนันทนาการ เช่น การเล่นเปตอง การร�าไม้พลอง ผู้สูงอายุ เล่าว่า
22 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 23
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


ส�าหรับระยะเวลาเรียน ก�าหนดให้เรียนช้นปีละ 24 สัปดาห์ เปิดเรียน
ปีละ 2 เทอม เทอมแรกต้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ปิดเทอม



เดือนตุลาคม เทอมท่ 2 เร่มเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ปิดเทอมเดือน
เมษายน เรียนทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 08.00–15.00 น. ณ วัดศรีเมืองมูล มี
3 วิชาหลัก ได้แก่ วิชาพระพุทธศาสนา วิชาการดูแลสุขภาพ และวิชาสังคม
วัฒนธรรม


วิชาพระพทธศาสนา – เป็นการสอนธรรมะ สอนเรื่องราวทาง


พระพทธศาสนา เมออายุมากข้นคนเราจะมีความต้องการอยู่ 2 อย่างคอ



ท�าบุญกับธรรมะ และทางโรงเรียนก็คาดหวังว่าผู้สูงอายุจะสามารถน�าเอาเร่อง



ราวท่เขาได้จากการเรียนการสอนวิชาน้ไปถ่ายทอด และเป็นแบบอย่างท่ดีให้

กับคนรุ่นใหม่ต่อไป มีพระครูสุจิณกัลยาณธรรมเป็นผู้สอน ร้องเพลง ร�าวงย้อนยุค กลองสะบัดชัย

วิชาการดูแลสขภาพ – เป็นวิชา “ความมีเสน่ห์ของผู้สูงอายุ” สะล้อ ซอ ซึง และการจักสาน เป็นต้น
เน้นเรียนรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพ ท้งการรับประทานอาหาร การออกก�าลัง เป็นกิจกรรมท่สร้างเสริมความสัมพันธ์



กายให้เหมาะกับวัย เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่สนใจดูแล อันดีระหว่างนักเรียนผู้สูงอายุ โดยม ี

ความสะอาดร่างกาย ตั้งแต่เล็บมือ เล็บเท้า การล้างหน้า แปรงฟัน ตัดผม อาจารย์หรือข้าราชการจากท่ต่าง ๆ
และการแต่งตัวให้สะอาด รวมถึงสอนไม่ให้จู้จี้จุกจิก ขี้บ่น เพื่อให้ลูกหลาน มาสอนให้

ไม่หนห่าง ผสูงอายสามารถนาความรไปใชสรางเสริมสขภาวะทงทางร่างกาย กล่าวในภาพรวมได้ว่านอกจากความรู้ท่ได้รับจากห้องเรียนแล้ว
ู้


























และจิตใจ ช่วยลดปัญหาความเครียด ปัญหาโรคซึมเศร้าลดลง โรคภัยไข้เจ็บ ผสงอายยงไดเรยนรแนวทางการดาเนนชวตเพอเปนผสงอายอยางมคณภาพ








ลดลง โดยมีบุคลากรด้านสาธารณสุขมาสอน ตามค�ากล่าวท่ว่า “แก่อย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ” ซ่งได้สะท้อนให้เห็นว่า











วชาสงคมวฒนธรรม – เป็นความรู้ท่วไป วิชาเก่ยวกับกฎหมาย ชมชนท้องถ่นเป็นหวใจสาคญในการเพมศกยภาพและคณภาพชวตของ






คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยในช่วงภาคบ่ายเป็นการเรียนรู้ตาม ผู้สูงอายุให้ดีข้น ดังท่ ยืน คหบดีกนกกุล นักเรียนชายวัย 87 ปี ชาวบ้านต�าบล


อัธยาศัย และกิจกรรมการเรียนรู้ตามความชอบหรือความถนัด โดยให้ ม่วงค�า อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย นักเรียนท่อายุมากท่สุดในโรงเรียน


ผู้สูงอายุรวมกลุ่มจัดกิจกรรมนันทนาการ เช่น การเล่นเปตอง การร�าไม้พลอง ผู้สูงอายุ เล่าว่า
22 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 23
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม











...มาเรียนที่น่เพราะว่าได้ยินคนอ่นเค้าพูดกันว่าเรียนท่น่สนุกด ี การเรยนการสอนของโรงเรียนผ้สงอายจะต้องมการสอบเลือนช้น



ได้พบปะเพ่อนมากมายและมีกจกรรมให้ทาเยอะแยะไม่เหงา หากผู้สูงอายุสอบไม่ผ่านก็ต้องสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน หลังจากดาเนินการ


ก็เลยให้ลูกสาวพามาสมัครเรียน แล้วก็มีความสุขจริง ๆ ได้เจอ ผ่านไปได้ 3 ปี ต้องมผ้สูงอายทจบหลกสตรช้นปีท 3 แล้ว แต่ผ้สงอาย ุ












เพ่อนใหม่ ๆ ได้ความรู้มากมาย ...ชอบเรียนทุกวิชา ชอบคร ู ยงไม่อยากเลกเรียน เพราะมความสุขกบการเจอเพ่อน ๆ ในวันรบใบ







ผู้สอนน่ารักใจดี พอใกล้ถึงวันพฤหัสฯทีไรรู้สึกต่นเต้น เพราะ ประกาศนียบัตรมีนักเรียนหลายคนรู้สึกเศร้าท่คิดว่าจะไม่ได้มาเข้าร่วม


จะได้มาโรงเรียน ได้เจอเพ่อน ๆ ได้ทากิจกรรมร่วมกัน ...ถ้า กิจกรรมท่โรงเรียนผู้สูงอายุอีกแล้ว มีนักเรียนท่านหน่งถามในท่ประชุมว่า





ร่างกายยังไหวอยู่ตั้งใจจะเรียนจนถึงชั้นปีที่ 4 “ถ้าไม่ให้พวกผมมาเรียน แล้วจะให้พวกผมไปอยู่ท่ไหนครับ” นักเรียนอีกคน



(ไทยรัฐออนไลน์, 2556) หน่งพูดเชิงประชดประชันว่า “ถ้าให้กลับไปอยู่บ้านก็จะทาตัวเหมือนเดิม”
(พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 78-79) ในท่สุดพระครูสุจิณกัลยาณธรรม

สมพิศ ปันโยแก้ว อายุ 58 ปี นักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ ซ่งเป็นลูกสาว และคณะครูได้ร่วมปรึกษาหารือกัน และมีมติออกมาว่าจะให้เรียนต่อ โดย

ของ ยืน คหบดีกนกกุล เสริมว่า เปิดหลักสูตรช้นปีท่ 4 หรือเรียกกันว่าระดับมหาวิทยาลัย โดยต้งช่อว่า




“มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ” (พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 81) ซึ่งผู้เรียน


ตอนแรกก็แค่มาส่งคุณตา ทาไปทามาก็เลยสมัครเรียนด้วย สามารถเรียนต่อเน่องได้เเบบไม่มีท่ส้นสุด แม้ทางโรงเรียนจะไม่มีวุฒิบัตรออก




เพราะว่าเป็นห่วงคุณตาเน่องจากท่านชรามากแล้ว คิดว่า ให้ เเต่ทุกคนต่างก็เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของโรงเรียนท่ต้องการให้ผู้สูงอายุม ี

สิ่งไหนที่ท�าให้พ่อมีความสุขก็จะท�าให้... พ่อมีความสุข ลูกก็มี กิจกรรมทาร่วมกัน มากกว่าเคร่งครัดในเนื้อหาวิชาเรียน ผู้สูงอายุล้วนคิด


ความสุข ...ระยะทางจากบ้านมาท่โรงเรียนผู้สูงอายุ 8 กิโลเมตร ว่าการมาเรียนจะได้พบเจอเพื่อน ๆ มากมาย ทั้งในต�าบลและต่างต�าบล ได้
จะขับมอเตอร์ไซค์โดยมีคุณตาซ้อนท้าย ถ้าหากวันไหนฝนตก ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หากเรียนเพียงช้นปีท่ 3 ก็ต้องกลับไปเหงาอยู่บ้าน


ก็จะเอาร่มหรือผ้ายางคลุมตัว แต่บางทีกว่าจะมาถึงก็เปียกไป คงจะไม่เป็นเง่อนไขท่ดีสาหรับผู้สูงอายุ (ไทยรัฐออนไลน์, 2556) ในเร่องน ี ้





ท้งตัว เรียกว่าต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนเพ่อความสุขของพ่อ ก ็ อาจารย์ถาวร ริมวังตระกูล เล่าว่า

จะไม่ยอมย่อท้อ ...บรรยากาศการเรียนการสอนท่น่ดีมาก


เพราะทุกคนเป็นกันเอง ดีใจมากที่ต�าบลหัวง้มให้โอกาสคนใน
ต�าบลรอบข้างมาเรียนได้ คุณครูที่มาสอนก็ใจดี
(ไทยรัฐออนไลน์, 2556)
24 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 25
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม











...มาเรียนที่น่เพราะว่าได้ยินคนอ่นเค้าพูดกันว่าเรียนท่น่สนุกด ี การเรยนการสอนของโรงเรียนผ้สงอายจะต้องมการสอบเลือนช้น



ได้พบปะเพ่อนมากมายและมีกจกรรมให้ทาเยอะแยะไม่เหงา หากผู้สูงอายุสอบไม่ผ่านก็ต้องสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน หลังจากดาเนินการ


ก็เลยให้ลูกสาวพามาสมัครเรียน แล้วก็มีความสุขจริง ๆ ได้เจอ ผ่านไปได้ 3 ปี ต้องมผ้สูงอายทจบหลกสตรช้นปีท 3 แล้ว แต่ผ้สงอาย ุ












เพ่อนใหม่ ๆ ได้ความรู้มากมาย ...ชอบเรียนทุกวิชา ชอบคร ู ยงไม่อยากเลกเรียน เพราะมความสุขกบการเจอเพ่อน ๆ ในวันรบใบ







ผู้สอนน่ารักใจดี พอใกล้ถึงวันพฤหัสฯทีไรรู้สึกต่นเต้น เพราะ ประกาศนียบัตรมีนักเรียนหลายคนรู้สึกเศร้าท่คิดว่าจะไม่ได้มาเข้าร่วม


จะได้มาโรงเรียน ได้เจอเพ่อน ๆ ได้ทากิจกรรมร่วมกัน ...ถ้า กิจกรรมท่โรงเรียนผู้สูงอายุอีกแล้ว มีนักเรียนท่านหน่งถามในท่ประชุมว่า





ร่างกายยังไหวอยู่ตั้งใจจะเรียนจนถึงชั้นปีที่ 4 “ถ้าไม่ให้พวกผมมาเรียน แล้วจะให้พวกผมไปอยู่ท่ไหนครับ” นักเรียนอีกคน



(ไทยรัฐออนไลน์, 2556) หน่งพูดเชิงประชดประชันว่า “ถ้าให้กลับไปอยู่บ้านก็จะทาตัวเหมือนเดิม”
(พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 78-79) ในท่สุดพระครูสุจิณกัลยาณธรรม

สมพิศ ปันโยแก้ว อายุ 58 ปี นักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ ซ่งเป็นลูกสาว และคณะครูได้ร่วมปรึกษาหารือกัน และมีมติออกมาว่าจะให้เรียนต่อ โดย

ของ ยืน คหบดีกนกกุล เสริมว่า เปิดหลักสูตรช้นปีท่ 4 หรือเรียกกันว่าระดับมหาวิทยาลัย โดยต้งช่อว่า




“มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ” (พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, 2558: 81) ซึ่งผู้เรียน


ตอนแรกก็แค่มาส่งคุณตา ทาไปทามาก็เลยสมัครเรียนด้วย สามารถเรียนต่อเน่องได้เเบบไม่มีท่ส้นสุด แม้ทางโรงเรียนจะไม่มีวุฒิบัตรออก




เพราะว่าเป็นห่วงคุณตาเน่องจากท่านชรามากแล้ว คิดว่า ให้ เเต่ทุกคนต่างก็เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของโรงเรียนท่ต้องการให้ผู้สูงอายุม ี

สิ่งไหนที่ท�าให้พ่อมีความสุขก็จะท�าให้... พ่อมีความสุข ลูกก็มี กิจกรรมทาร่วมกัน มากกว่าเคร่งครัดในเนื้อหาวิชาเรียน ผู้สูงอายุล้วนคิด


ความสุข ...ระยะทางจากบ้านมาท่โรงเรียนผู้สูงอายุ 8 กิโลเมตร ว่าการมาเรียนจะได้พบเจอเพื่อน ๆ มากมาย ทั้งในต�าบลและต่างต�าบล ได้
จะขับมอเตอร์ไซค์โดยมีคุณตาซ้อนท้าย ถ้าหากวันไหนฝนตก ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หากเรียนเพียงช้นปีท่ 3 ก็ต้องกลับไปเหงาอยู่บ้าน


ก็จะเอาร่มหรือผ้ายางคลุมตัว แต่บางทีกว่าจะมาถึงก็เปียกไป คงจะไม่เป็นเง่อนไขท่ดีสาหรับผู้สูงอายุ (ไทยรัฐออนไลน์, 2556) ในเร่องน ี ้





ท้งตัว เรียกว่าต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนเพ่อความสุขของพ่อ ก ็ อาจารย์ถาวร ริมวังตระกูล เล่าว่า

จะไม่ยอมย่อท้อ ...บรรยากาศการเรียนการสอนท่น่ดีมาก


เพราะทุกคนเป็นกันเอง ดีใจมากที่ต�าบลหัวง้มให้โอกาสคนใน
ต�าบลรอบข้างมาเรียนได้ คุณครูที่มาสอนก็ใจดี
(ไทยรัฐออนไลน์, 2556)
24 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 25
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม










จริง ๆ มีสามปี แต่ผู้สูงอายุไม่ยอมจบ ปีส่นับเป็นมหาวิทยาลัย ในปัจจบนแม้ว่าโรงเรยนผ้สงอายตาบลหวง้มจะเปิดรบนกเรยนทม ี









ผู้สูงอายุ บอกเขาว่ามีแค่สามปีจะไม่มีปีส่ ทุกคนก็บอก อายุต้งเเต่ 60 ปีบริบูรณ์ข้นไป เเต่ด้วยความสนุกสนานผ่อนคลายของเน้อหา






อย่างน้นเขาไม่สอบ คือแกล้งสอบตก เพ่อจะอยู่ซาช้น เด๋ยว การเรียนการสอน ทาให้ปัจจุบันมีนักเรียนท่อายุไม่ถึงเกณฑ์ท่กาหนดสนใจ





จะมีปีสามเก่าปีสามใหม่แล้วจะยุ่ง เราก็เปล่ยนเป็นโรงเรียน สมัครเข้าเรียนด้วย ซ่งทางโรงเรียนก็ไม่ขัดข้อง เพราะมองว่าน่จะเป็นการ


ผู้สูงอายุมีสามปี แต่ถ้าเลยไปเป็นมหาวิทยาลัยผู้สูงอาย ุ เตรียมความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชน (ไทยพีบีเอส, 2556)
เป็นเร่องของชีวิต เป็นเร่องการปฏิบัติธรรม สรุปคือไม่มีจบ รวมถงนอกจากวิชาท่วไปแล้วโรงเรียนผู้สูงอายุยังมีการเรียนการสอนหลาย





พอข้นมหาวิทยาลัย คุณจะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ แต่แนวโน้มแล้ว วิชาที่เป็นประโยชน์ให้ผู้เรียนสามารถน�ามาปรับใช้ในชีวิตประจ�าวันได้ อาทิ


จะยังมา มันเป็นเร่องของสังคม วิชากฎหมายพ้นฐาน วิชาชีววิถีซ่งเน้นการเกษตรแบบปลอดสารเคมี ถาวร





(ปริญญา ชาวสมุน, 2556) ริมวังตระกูล อาจารย์ผู้สอนคาดหวังว่าวิชานจะนาความเปล่ยนแปลงผืน

ดินตาบลหัวง้มไปสู่การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์หรือเศรษฐกิจพอเพียง ดังน ี ้

...ผมสอนทางเกษตร อยากให้เป็นชุมชนสุขภาวะ แต่เร่องน ี ้


คิดมานานแล้วว่าจะทาอย่างไรไม่ให้มีเคมีเข้ามายุ่งเก่ยว...



อยากให้เขาเปล่ยนแนวคด แต่ถ้าสอนเขาตรง ๆ เขาไม่เอา
เขาเอาเงินก่อน ก็ยังใช้เคมีตามเดิม ถ้าเราสอนให้เขาเห็นว่า

เคมีกับชีววิถีราคามันแตกต่างกันนะ อันหน่งลงทุน อีกอันไม่
ต้องลงทุน อันหน่งหาฟรี อีกอันต้องไปซ้อหา ถ้าเราพิสูจน์ได้


เพ่อให้เขาไปใช้ได้ น่นถึงจะเปล่ยนได้ ...นักเรียนผู้สูงอายุมีลูก




มีหลานอยู่ ถ้าเราเปล่ยนแนวคิดจากผู้ใหญ่แล้วลงไปหาลูกหา
หลานเขาได้ อาจจะง่ายกว่า
(ปริญญา ชาวสมุน, 2556)
26 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 27
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม










จริง ๆ มีสามปี แต่ผู้สูงอายุไม่ยอมจบ ปีส่นับเป็นมหาวิทยาลัย ในปัจจบนแม้ว่าโรงเรยนผ้สงอายตาบลหวง้มจะเปิดรบนกเรยนทม ี









ผู้สูงอายุ บอกเขาว่ามีแค่สามปีจะไม่มีปีส่ ทุกคนก็บอก อายุต้งเเต่ 60 ปีบริบูรณ์ข้นไป เเต่ด้วยความสนุกสนานผ่อนคลายของเน้อหา






อย่างน้นเขาไม่สอบ คือแกล้งสอบตก เพ่อจะอยู่ซาช้น เด๋ยว การเรียนการสอน ทาให้ปัจจุบันมีนักเรียนท่อายุไม่ถึงเกณฑ์ท่กาหนดสนใจ





จะมีปีสามเก่าปีสามใหม่แล้วจะยุ่ง เราก็เปล่ยนเป็นโรงเรียน สมัครเข้าเรียนด้วย ซ่งทางโรงเรียนก็ไม่ขัดข้อง เพราะมองว่าน่จะเป็นการ


ผู้สูงอายุมีสามปี แต่ถ้าเลยไปเป็นมหาวิทยาลัยผู้สูงอาย ุ เตรียมความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชน (ไทยพีบีเอส, 2556)
เป็นเร่องของชีวิต เป็นเร่องการปฏิบัติธรรม สรุปคือไม่มีจบ รวมถงนอกจากวิชาท่วไปแล้วโรงเรียนผู้สูงอายุยังมีการเรียนการสอนหลาย





พอข้นมหาวิทยาลัย คุณจะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ แต่แนวโน้มแล้ว วิชาที่เป็นประโยชน์ให้ผู้เรียนสามารถน�ามาปรับใช้ในชีวิตประจ�าวันได้ อาทิ


จะยังมา มันเป็นเร่องของสังคม วิชากฎหมายพ้นฐาน วิชาชีววิถีซ่งเน้นการเกษตรแบบปลอดสารเคมี ถาวร





(ปริญญา ชาวสมุน, 2556) ริมวังตระกูล อาจารย์ผู้สอนคาดหวังว่าวิชานจะนาความเปล่ยนแปลงผืน

ดินตาบลหัวง้มไปสู่การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์หรือเศรษฐกิจพอเพียง ดังน ี ้

...ผมสอนทางเกษตร อยากให้เป็นชุมชนสุขภาวะ แต่เร่องน ี ้


คิดมานานแล้วว่าจะทาอย่างไรไม่ให้มีเคมีเข้ามายุ่งเก่ยว...



อยากให้เขาเปล่ยนแนวคด แต่ถ้าสอนเขาตรง ๆ เขาไม่เอา
เขาเอาเงินก่อน ก็ยังใช้เคมีตามเดิม ถ้าเราสอนให้เขาเห็นว่า

เคมีกับชีววิถีราคามันแตกต่างกันนะ อันหน่งลงทุน อีกอันไม่
ต้องลงทุน อันหน่งหาฟรี อีกอันต้องไปซ้อหา ถ้าเราพิสูจน์ได้


เพ่อให้เขาไปใช้ได้ น่นถึงจะเปล่ยนได้ ...นักเรียนผู้สูงอายุมีลูก




มีหลานอยู่ ถ้าเราเปล่ยนแนวคิดจากผู้ใหญ่แล้วลงไปหาลูกหา
หลานเขาได้ อาจจะง่ายกว่า
(ปริญญา ชาวสมุน, 2556)
26 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 27
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม




นอกจากการเรียนหนังสือในห้องเรียนแล้ว ผ้สงอายยงมความ



สัมพันธ์ท่ดีนอกห้องเรียนจากหลายกิจกรรม โดยเฉพาะในช่วงพักกลางวัน












ผสงอายทกคนจะนาห่อข้าวมานงล้อมวงแบงปนกนกน รวมถึงยังมกิจกรรม


ทัศนศึกษา ซ่งทุกปีโรงเรียนผู้สูงอายุจะพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกพ้นท ่ ี

อาจารย์ถาวร ริมวังตระกูล เล่าว่า




ในปีแรกมหลายคนห่วงใยกลวว่าผ้สงอายจะเป็นลมเป็นแล้ง

ไปไม่มีใครดูแล จึงส่งอาสาสมัครไปด้วย ปรากฏว่าปู่ย่าตา


ยายก็ยังไม่ท้งลาย ดูแลอาสาสมัครเป็นอย่างดี พอปีท่สอง
ไม่เอาอาสาสมครไปเลย ...ผ้สงอายุทกคนเข้าแถวเป็น




ระเบียบ คุยกันรู้เร่องดีมาก ...มีการแสดงความคิดเห็นร่วม

กัน มีการสรุป ท�าตามข้อตกลง ถ้าเปรียบเทียบผู้สูงอายุท่มา

เข้าโรงเรียนกับผู้สูงอายุท่อยู่ข้างนอกต่างกันลิบลับเลยครับ

ผู้สูงอายุในโรงเรียนจะคุยและตอบ ...กล้าพูด การแต่งตัว


ดีข้น สุขอนามัยดีข้น เห็นชัดมาก
(ปริญญา ชาวสมุน, 2556)









28 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 29
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม




นอกจากการเรียนหนังสือในห้องเรียนแล้ว ผ้สงอายยงมความ



สัมพันธ์ท่ดีนอกห้องเรียนจากหลายกิจกรรม โดยเฉพาะในช่วงพักกลางวัน












ผสงอายทกคนจะนาห่อข้าวมานงล้อมวงแบงปนกนกน รวมถึงยังมกิจกรรม


ทัศนศึกษา ซ่งทุกปีโรงเรียนผู้สูงอายุจะพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกพ้นท ่ ี

อาจารย์ถาวร ริมวังตระกูล เล่าว่า




ในปีแรกมหลายคนห่วงใยกลวว่าผ้สงอายจะเป็นลมเป็นแล้ง

ไปไม่มีใครดูแล จึงส่งอาสาสมัครไปด้วย ปรากฏว่าปู่ย่าตา


ยายก็ยังไม่ท้งลาย ดูแลอาสาสมัครเป็นอย่างดี พอปีท่สอง
ไม่เอาอาสาสมครไปเลย ...ผ้สงอายุทกคนเข้าแถวเป็น




ระเบียบ คุยกันรู้เร่องดีมาก ...มีการแสดงความคิดเห็นร่วม

กัน มีการสรุป ท�าตามข้อตกลง ถ้าเปรียบเทียบผู้สูงอายุท่มา

เข้าโรงเรียนกับผู้สูงอายุท่อยู่ข้างนอกต่างกันลิบลับเลยครับ

ผู้สูงอายุในโรงเรียนจะคุยและตอบ ...กล้าพูด การแต่งตัว


ดีข้น สุขอนามัยดีข้น เห็นชัดมาก
(ปริญญา ชาวสมุน, 2556)









28 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 29
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

02 ความด ี เชิงวัฒนธรรมท้องถ่น การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ


ธนาคาร


ส่งแวดล้อม การจัดสวัสดิการชุมชน และการสงเคราะห์ชุมชน จะช่วย
พัฒนาวิถีสังคมเพื่อให้บุคคลพึ่งพาตนเองได้ มีการยึดมั่นในการท�าความดี มี

การช่วยเหลือเก้อกูลกัน และมีความพร้อมทจะช่วยเหลือผู้อนหรอบ�าเพ็ญ





สาธารณประโยชน์ด้วยความเสียสละ ทุกประการเหล่าน้จะช่วยพัฒนาไปสู่


การท�าความด ี สังคมคุณธรรม อย่างไรก็ตามความดีและความมีคุณธรรมน้มีความเป็น
นามธรรมสูง ดังนั้นถ้าหากขาดการขับเคลื่อนหรือลงมือท�าความดีอย่างเป็น



เพ่อสงคม รูปธรรมแล้ว คงยากท่จะคาดหวังผลส�าเร็จจากการท�าความดีได้ตามความ ี



มุ่งหวัง จึงเกิดแนวคิด “ธนาคารความดี” ข้น เพ่อการขับเคล่อนความด

หลากหลายรปแบบให้มความเป็นรปธรรมและสามารถบรรลเป้าหมายเชง




ประโยชน์ต่อสาธารณะได้อย่างเหมาะสม
ธนาคารความดีเป็นแนวคิดท่มีความมุ่งหมายเพ่อน�าหลักธรรมทาง


พระพุทธศาสนามาปรับประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตประจ�าวัน เพ่อส่งเสริมให้ทุกคน


ความดีและความมีคุณธรรมเป็นรากฐานส�าคัญของสังคมไทย เป็น เป็นคนดีมีคุณธรรม สามารถน�าหลักธรรมท่เป็นนามธรรมและจับต้องได้ยาก
อุดมการณ์ท่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและสนับสนุนให้ผู้คนอยู่ร่วมกัน ให้สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่านกระบวนการร่วมกิจกรรมธนาคาร








โดยไม่เบียดเบียนซ่งกันและกัน มีความเอ้อเฟื้อ แบ่งปัน และช่วยพัฒนาคนใน ความด ซงมรปแบบการทางานเหมอนกบธนาคารพาณชยทวไป ผททาความ













สังคมได้อย่างสร้างสรรค์ ท้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา พระพุทธ ดีสามารถน�าความดีของตนมาฝากธนาคาร สะสมเป็นคะแนนความดี และ

ศาสนามีหลักธรรมท่สนับสนุนการพัฒนามนุษย์และสังคมไปสู่สังคมท่ม ี คะแนนความดีน้ก็สามารถถอนออกมาเพ่อแลกเปล่ยนเป็นส่งของเม่อยาม









คณธรรม คออยรวมกนดวยความถกตอง ความเปนธรรม ความพอเพยง การ ขัดสนได้ จากการศึกษาของพระราชปัญญาภรณ์ (สิงห์ค�า ชยว�โส) (2555)








พ่งพาอาศัย การมีศรัทธาและปัญญา โดยมีความเช่อม่นว่าถ้าสังคมใดม ี สะท้อนให้เห็นว่าการสนับสนุนให้ผู้คนมีแรงบันดาลใจและมีการท�าความด ี






คุณธรรม สังคมน้นก็จะมีความสงบสุขและช่วยพัฒนาคนให้เป็นผู้มีความ มากข้นผ่านรูปแบบของธนาคารความดีน้น เป็นการช่วยให้สภาพแวดล้อม
สุจริต สามารถก้าวข้ามไปสู่การละกิเลสและความโลภ นอกจากน้หากการ ทางสังคมของต�าบลหัวง้มมีแนวโน้มพัฒนาไปในทางท่ดีข้น โดยแนวทางการ











ปฏบตตามหลกธรรมทางพระพทธศาสนาให้สามารถผสานเข้ากบวถปฏบต ิ เกิดข้นของธนาคารความดีในต�าบลหัวง้มมีแนวโน้มท่สอดคล้องกับการท�างาน




30 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 31
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

02 ความด ี เชิงวัฒนธรรมท้องถ่น การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ


ธนาคาร


ส่งแวดล้อม การจัดสวัสดิการชุมชน และการสงเคราะห์ชุมชน จะช่วย
พัฒนาวิถีสังคมเพื่อให้บุคคลพึ่งพาตนเองได้ มีการยึดมั่นในการท�าความดี มี

การช่วยเหลือเก้อกูลกัน และมีความพร้อมทจะช่วยเหลือผู้อนหรอบ�าเพ็ญ





สาธารณประโยชน์ด้วยความเสียสละ ทุกประการเหล่าน้จะช่วยพัฒนาไปสู่


การท�าความด ี สังคมคุณธรรม อย่างไรก็ตามความดีและความมีคุณธรรมน้มีความเป็น
นามธรรมสูง ดังนั้นถ้าหากขาดการขับเคลื่อนหรือลงมือท�าความดีอย่างเป็น



เพ่อสงคม รูปธรรมแล้ว คงยากท่จะคาดหวังผลส�าเร็จจากการท�าความดีได้ตามความ ี



มุ่งหวัง จึงเกิดแนวคิด “ธนาคารความดี” ข้น เพ่อการขับเคล่อนความด

หลากหลายรปแบบให้มความเป็นรปธรรมและสามารถบรรลเป้าหมายเชง




ประโยชน์ต่อสาธารณะได้อย่างเหมาะสม
ธนาคารความดีเป็นแนวคิดท่มีความมุ่งหมายเพ่อน�าหลักธรรมทาง


พระพุทธศาสนามาปรับประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตประจ�าวัน เพ่อส่งเสริมให้ทุกคน


ความดีและความมีคุณธรรมเป็นรากฐานส�าคัญของสังคมไทย เป็น เป็นคนดีมีคุณธรรม สามารถน�าหลักธรรมท่เป็นนามธรรมและจับต้องได้ยาก
อุดมการณ์ท่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและสนับสนุนให้ผู้คนอยู่ร่วมกัน ให้สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่านกระบวนการร่วมกิจกรรมธนาคาร








โดยไม่เบียดเบียนซ่งกันและกัน มีความเอ้อเฟื้อ แบ่งปัน และช่วยพัฒนาคนใน ความด ซงมรปแบบการทางานเหมอนกบธนาคารพาณชยทวไป ผททาความ













สังคมได้อย่างสร้างสรรค์ ท้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา พระพุทธ ดีสามารถน�าความดีของตนมาฝากธนาคาร สะสมเป็นคะแนนความดี และ

ศาสนามีหลักธรรมท่สนับสนุนการพัฒนามนุษย์และสังคมไปสู่สังคมท่ม ี คะแนนความดีน้ก็สามารถถอนออกมาเพ่อแลกเปล่ยนเป็นส่งของเม่อยาม









คณธรรม คออยรวมกนดวยความถกตอง ความเปนธรรม ความพอเพยง การ ขัดสนได้ จากการศึกษาของพระราชปัญญาภรณ์ (สิงห์ค�า ชยว�โส) (2555)








พ่งพาอาศัย การมีศรัทธาและปัญญา โดยมีความเช่อม่นว่าถ้าสังคมใดม ี สะท้อนให้เห็นว่าการสนับสนุนให้ผู้คนมีแรงบันดาลใจและมีการท�าความด ี






คุณธรรม สังคมน้นก็จะมีความสงบสุขและช่วยพัฒนาคนให้เป็นผู้มีความ มากข้นผ่านรูปแบบของธนาคารความดีน้น เป็นการช่วยให้สภาพแวดล้อม
สุจริต สามารถก้าวข้ามไปสู่การละกิเลสและความโลภ นอกจากน้หากการ ทางสังคมของต�าบลหัวง้มมีแนวโน้มพัฒนาไปในทางท่ดีข้น โดยแนวทางการ











ปฏบตตามหลกธรรมทางพระพทธศาสนาให้สามารถผสานเข้ากบวถปฏบต ิ เกิดข้นของธนาคารความดีในต�าบลหัวง้มมีแนวโน้มท่สอดคล้องกับการท�างาน




30 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 31
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

สาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธของคณะสงฆ์ เพื่อเป็นเงื่อนไขช่วยลดปัญหาทาง พนัน เป็นต้น และขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความดี สะสมความดี สร้างสังคม

สังคม โดยเฉพาะเรื่องอบายมุข ความขัดแย้งระหว่างผู้น�ากับผู้น�า ชาวบ้าน คุณธรรม และน�าธรรมะมาใช้ในวิถีชีวิตประจาวัน โดยมีรูปแบบการทางาน





กับชาวบ้าน รวมถึงการเกิดความสงสัยและความไม่ม่นใจในเร่องของการ เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ท่วไป ต่างกันเพียงการนาหลักธรรมในพระพุทธ





ทาความดี เง่อนไขทางสังคมเชิงลบดังกล่าวได้นามาสู่การจัดต้งและขับเคล่อน ศาสนามาบูรณาการเข้ากับหลักการพัฒนาสมัยใหม่ ตามแนวทาง “คุณธรรม



ธนาคารความดีตาบลหัวง้ม เพ่อแก้ไขปัญหาสังคมของคนในตาบลหัวง้ม น�าการพัฒนา” คือ

(พระราชวรมุนี (พล อาภากโร) และพระมหาประยูร โชติวโร, 2558: 369) 1) ป้องกันส่งไม่ดี มุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็นผู้มีคุณธรรม สามารถ
จะดาเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข เกิดความเรียบร้อยดีงามในสังคม



จึงทาให้ธนาคารความดีได้คิดค้นวิธีการป้องกันส่งไม่ดีหรือ
การจัดตั้งธนาคารความดี ไม่เหมาะสมให้น้อยลง หรือให้หายไปจากพฤติกรรมของคนใน


ในอดีตตาบลหัวง้มเป็นชุมชนท่มีวิถีชีวิตผูกพันกับประเพณีและ ต�าบลหัวง้ม เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่ เสพยาเสพติด เล่นการ
วัฒนธรรมท้องถ่น มีความอยู่ดีกินดี มีความสมบูรณ์พอสมควร และมีทุนทาง พนัน หรือชิงสุกก่อนห่าม เป็นต้น



วัฒนธรรมเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชน ในปัจจุบันมีความพยายามฟื้นฟ ู 2) พัฒนากระบวนการขับเคล่อนความดี โดยนาหลักธรรมทาง
วิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนข้นมาปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนให้อยู่เย็น พระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในลักษณะของการสะสม





เป็นสุข โดยได้นาเอาหลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม ความด มีเป้าหมายหลักคือเพ่อสนับสนุนการทาความดี เพ่อ


ความเชื่อ ประเพณี และสิ่งที่ดีงามภายในชุมชน มาจัดระบบการเรียนรู้ และ เสริมสร้างสังคมคุณธรรม และเพ่อการจัดสวัสดิการชุมชน


ผสานเสริมเข้ากับทุนทางการพัฒนา ซ่งเป็นทุนท่ชุมชนจะต้องสะสมใหม่ บนพ้นฐานความร่วมมือของสมาชิกธนาคารความดีเพราะความ











จากการดาเนินโครงการหรือกิจกรรมพัฒนาต่าง ๆ เช่น โครงการร้อยคน ดและคณธรรมเป็นรากฐานสาคญของสงคม (พระครสจณ
ร้อยดวงใจ ร้อยความห่วงใยแด่ผู้สูงวัยที่ขาดแคลน, โครงการ 1 วัน 1 บาท กัลยาณธรรม, สัมภาษณ์, 25 มีนาคม 2565)
เพื่อเติมโอกาสให้ผู้ยากไร้, โครงการลดพื้นที่และโอกาสดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
และโครงการก๋วยสลากเพื่อการศึกษา เป็นต้น (มนัญญา รัตนภิรมย์, 2556)

ทุนวัฒนธรรมและทุนทางการพัฒนาเหล่าน้สามารถเสริมให้ชาวตาบลหัวง้ม



ร่วมกันพัฒนาธนาคารความดีเพ่อขับเคล่อนกิจกรรมไปสู่การป้องกันส่งไม่ด ี

หรืออบายมุขทั้งหลายในชุมชนได้ เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ยาเสพติด การ
32 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 33
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

สาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธของคณะสงฆ์ เพื่อเป็นเงื่อนไขช่วยลดปัญหาทาง พนัน เป็นต้น และขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความดี สะสมความดี สร้างสังคม

สังคม โดยเฉพาะเรื่องอบายมุข ความขัดแย้งระหว่างผู้น�ากับผู้น�า ชาวบ้าน คุณธรรม และน�าธรรมะมาใช้ในวิถีชีวิตประจาวัน โดยมีรูปแบบการทางาน





กับชาวบ้าน รวมถึงการเกิดความสงสัยและความไม่ม่นใจในเร่องของการ เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ท่วไป ต่างกันเพียงการนาหลักธรรมในพระพุทธ





ทาความดี เง่อนไขทางสังคมเชิงลบดังกล่าวได้นามาสู่การจัดต้งและขับเคล่อน ศาสนามาบูรณาการเข้ากับหลักการพัฒนาสมัยใหม่ ตามแนวทาง “คุณธรรม



ธนาคารความดีตาบลหัวง้ม เพ่อแก้ไขปัญหาสังคมของคนในตาบลหัวง้ม น�าการพัฒนา” คือ

(พระราชวรมุนี (พล อาภากโร) และพระมหาประยูร โชติวโร, 2558: 369) 1) ป้องกันส่งไม่ดี มุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็นผู้มีคุณธรรม สามารถ
จะดาเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข เกิดความเรียบร้อยดีงามในสังคม



จึงทาให้ธนาคารความดีได้คิดค้นวิธีการป้องกันส่งไม่ดีหรือ
การจัดตั้งธนาคารความดี ไม่เหมาะสมให้น้อยลง หรือให้หายไปจากพฤติกรรมของคนใน


ในอดีตตาบลหัวง้มเป็นชุมชนท่มีวิถีชีวิตผูกพันกับประเพณีและ ต�าบลหัวง้ม เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่ เสพยาเสพติด เล่นการ
วัฒนธรรมท้องถ่น มีความอยู่ดีกินดี มีความสมบูรณ์พอสมควร และมีทุนทาง พนัน หรือชิงสุกก่อนห่าม เป็นต้น



วัฒนธรรมเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชน ในปัจจุบันมีความพยายามฟื้นฟ ู 2) พัฒนากระบวนการขับเคล่อนความดี โดยนาหลักธรรมทาง
วิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชนข้นมาปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนให้อยู่เย็น พระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในลักษณะของการสะสม





เป็นสุข โดยได้นาเอาหลักธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม ความด มีเป้าหมายหลักคือเพ่อสนับสนุนการทาความดี เพ่อ


ความเชื่อ ประเพณี และสิ่งที่ดีงามภายในชุมชน มาจัดระบบการเรียนรู้ และ เสริมสร้างสังคมคุณธรรม และเพ่อการจัดสวัสดิการชุมชน


ผสานเสริมเข้ากับทุนทางการพัฒนา ซ่งเป็นทุนท่ชุมชนจะต้องสะสมใหม่ บนพ้นฐานความร่วมมือของสมาชิกธนาคารความดีเพราะความ











จากการดาเนินโครงการหรือกิจกรรมพัฒนาต่าง ๆ เช่น โครงการร้อยคน ดและคณธรรมเป็นรากฐานสาคญของสงคม (พระครสจณ
ร้อยดวงใจ ร้อยความห่วงใยแด่ผู้สูงวัยที่ขาดแคลน, โครงการ 1 วัน 1 บาท กัลยาณธรรม, สัมภาษณ์, 25 มีนาคม 2565)
เพื่อเติมโอกาสให้ผู้ยากไร้, โครงการลดพื้นที่และโอกาสดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
และโครงการก๋วยสลากเพื่อการศึกษา เป็นต้น (มนัญญา รัตนภิรมย์, 2556)

ทุนวัฒนธรรมและทุนทางการพัฒนาเหล่าน้สามารถเสริมให้ชาวตาบลหัวง้ม



ร่วมกันพัฒนาธนาคารความดีเพ่อขับเคล่อนกิจกรรมไปสู่การป้องกันส่งไม่ด ี

หรืออบายมุขทั้งหลายในชุมชนได้ เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ยาเสพติด การ
32 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 33
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ธนคารความดีมุ่งม่นท่จะพัฒนาต�าบลหัวง้มไปสู่ความเป็นชุมชน


คุณธรรม และเพ่อจะมีส่วนร่วมพัฒนาให้เกิดประโยชน์สุขแก่คนในชุมชน โดย



เฉพาะสนับสนุนให้ผู้คนไม่เบียดเบียนซ่งกันและกัน มีการเก้อกูล แบ่งปัน และ
ช่วยเหลือให้ทุกคนและชุมชนสามารถก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ในการด�าเนิน
ชีวิต รวมถึงบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาชุมชนให้สามารถก้าวไปสู่การ


พ่งพาตนเองได้ เพราะเม่อคนในชุมชนยึดม่นในการท�าความดีและช่วยเหลือ













เกอกูลกนก็พร้อมทจะบาเพญประโยชน์เพอผู้อนด้วยความเสยสละ และ

ช่วยพัฒนาชุมชนไปสู่สังคมคุณธรรม การจัดต้งธนาคารความดีในต�าบล

หัวง้ม เป็นการริเร่มของพระครูสุจิณกัลยาณธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล
และนายวินัย เครื่องไชย นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม ร่วมกับผู้น�า
ชุมชน ด�าเนินการจัดตั้งธนาคารแห่งความดีขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550
มีสมาชิกเร่มต้นเพียง 70 กว่าคน โดยมีส�านักงานใหญ่อยู่ท่ส�านักงานองค์การ


บริหารส่วนต�าบล (อบต.) ห้วง้ม ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ท�าความดี สร้างคุณค่า แกนน�าการจัดต้งธนาคารความดีในขณะน้นมีแนวคิดร่วมกันว่า


ความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็นสิ่งของ” โดยมีวัตถุประสงค์ของการ “ต�าบลหัวง้มเป็นชุมชนท่มีวิถีชีวิตผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถ่นและ


จัดตั้งธนาคารความดี ประกอบด้วย พระพุทธศาสนา จึงพยายามฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้นมา
1) ให้สมาชิกรู้ว่าความดีคืออะไร ต้องท�าดีอย่างไร และจะเอามา ปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยใช้คุณธรรมน�าการพัฒนา

ฝากไว้ที่ไหน เพ่อมุ่งสู่สังคมคุณธรรมท่ประกอบด้วยการเป็นสังคมท่ไม่ทอดท้งกัน ม ี



2) เพ่อให้สมาชิกต่นตัวกับการท�าดีอยู่เสมอ จนยึดเป็นบรรทัดฐาน สัมมาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ความหลากหลายทาง


ในการด�าเนินชีวิต วัฒนธรรม เคารพศักด์ศรีความเป็นคนและคุณค่าความเป็นคนของทุกคน เกิด



3) เพ่อให้กระบวนการของธนาคารความดี ช่วยขับเคล่อนกิจกรรม ความเป็นธรรมในชุมชน สามารถใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

พัฒนาแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนในต�าบลหัวง้ม ภายใต้ เน้นการพัฒนาด้านจิตใจให้สูงข้น และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและ
หลักการที่ว่า “ความดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องท�าเอง” (วินัย ท้องถิ่น” (วินัย เครื่องไชย, สัมภาษณ์, 26 มีนาคม 2565) อย่างไรก็ตามแรง

เครื่องไชย, 2559: 13) บนดาลใจท่กระต้นให้แกนนามาร่วมกันคิดจัดตงธนาคารความดีเพราะใน





34 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 35
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ธนคารความดีมุ่งม่นท่จะพัฒนาต�าบลหัวง้มไปสู่ความเป็นชุมชน


คุณธรรม และเพ่อจะมีส่วนร่วมพัฒนาให้เกิดประโยชน์สุขแก่คนในชุมชน โดย



เฉพาะสนับสนุนให้ผู้คนไม่เบียดเบียนซ่งกันและกัน มีการเก้อกูล แบ่งปัน และ
ช่วยเหลือให้ทุกคนและชุมชนสามารถก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ในการด�าเนิน
ชีวิต รวมถึงบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาชุมชนให้สามารถก้าวไปสู่การ


พ่งพาตนเองได้ เพราะเม่อคนในชุมชนยึดม่นในการท�าความดีและช่วยเหลือ













เกอกูลกนก็พร้อมทจะบาเพญประโยชน์เพอผู้อนด้วยความเสยสละ และ

ช่วยพัฒนาชุมชนไปสู่สังคมคุณธรรม การจัดต้งธนาคารความดีในต�าบล

หัวง้ม เป็นการริเร่มของพระครูสุจิณกัลยาณธรรม เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล
และนายวินัย เครื่องไชย นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม ร่วมกับผู้น�า
ชุมชน ด�าเนินการจัดตั้งธนาคารแห่งความดีขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550
มีสมาชิกเร่มต้นเพียง 70 กว่าคน โดยมีส�านักงานใหญ่อยู่ท่ส�านักงานองค์การ


บริหารส่วนต�าบล (อบต.) ห้วง้ม ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ท�าความดี สร้างคุณค่า แกนน�าการจัดต้งธนาคารความดีในขณะน้นมีแนวคิดร่วมกันว่า


ความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็นสิ่งของ” โดยมีวัตถุประสงค์ของการ “ต�าบลหัวง้มเป็นชุมชนท่มีวิถีชีวิตผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถ่นและ


จัดตั้งธนาคารความดี ประกอบด้วย พระพุทธศาสนา จึงพยายามฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้นมา
1) ให้สมาชิกรู้ว่าความดีคืออะไร ต้องท�าดีอย่างไร และจะเอามา ปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยใช้คุณธรรมน�าการพัฒนา

ฝากไว้ที่ไหน เพ่อมุ่งสู่สังคมคุณธรรมท่ประกอบด้วยการเป็นสังคมท่ไม่ทอดท้งกัน ม ี



2) เพ่อให้สมาชิกต่นตัวกับการท�าดีอยู่เสมอ จนยึดเป็นบรรทัดฐาน สัมมาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ความหลากหลายทาง


ในการด�าเนินชีวิต วัฒนธรรม เคารพศักด์ศรีความเป็นคนและคุณค่าความเป็นคนของทุกคน เกิด



3) เพ่อให้กระบวนการของธนาคารความดี ช่วยขับเคล่อนกิจกรรม ความเป็นธรรมในชุมชน สามารถใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

พัฒนาแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนในต�าบลหัวง้ม ภายใต้ เน้นการพัฒนาด้านจิตใจให้สูงข้น และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและ
หลักการที่ว่า “ความดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องท�าเอง” (วินัย ท้องถิ่น” (วินัย เครื่องไชย, สัมภาษณ์, 26 มีนาคม 2565) อย่างไรก็ตามแรง

เครื่องไชย, 2559: 13) บนดาลใจท่กระต้นให้แกนนามาร่วมกันคิดจัดตงธนาคารความดีเพราะใน





34 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 35
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม






ขณะน้นตาบลหัวง้มเกิดความอ่อนแอทางศีลธรรมและจริยธรรม ชาวบ้าน เพ่อลดความสับสนในเร่องของการทาความดีดังกล่าว พระครูสุจิณ




แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพ่อผลประโยชน์ เม่อพบอุปสรรคและปัญหาในการดาเนิน กัลยาณธรรมจึงคิดหาหนทางท่จะพิสูจน์และตอบคาถามให้ชาวบ้านเห็นอย่าง





ชีวิตหลายคนท้อแท้และท้อถอยกับการทาความดี เกิดคาถามมากมายเก่ยวกับ เป็นรูปธรรมว่า “ความดีคืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ทาดีแล้วได้อะไร” หลัง
การท�าความดี คือ “ความดีคืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ท�าดีแล้วได้อะไร” จากท่ศึกษาและขบคดใครครวญในประเด็นทเป็นความทาทายเหล่านอยนาน






ู่



ซ่งส่งผลให้คนในชุมชนไม่สนใจมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และขาด พอสมควร หลวงพ่อได้พบข้อมูลเกี่ยวกับการตั้ง “ธนาคารสมอง” ซึ่งมีความ



จิตสาธารณะท่เสียสละเพ่อส่วนรวม (องค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม, 2560: 2) เป็นนามธรรมเช่นเดียวกัน จึงเกิดความคิดถึงค�าว่า “ธนาคารความดี” ว่าน่า




จะมีความเปนไปได้ แต่ยงคงมีคาถามวาธนาคารความดีควรจะมรปแบบและ




แนวทางการดาเนินงานอย่างไร จึงได้คิดนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามา
ประยุกต์เข้ากับรูปเเบบกองทุนหมู่บ้านและธนาคารพาณิชย์ ท่สามารถสะสม

และเบิกถอนเงินได้ ธนาคารความดีก็น่าจะดาเนินการในแนวทางเดียวกันเช่น



น้ได้ เพราะเราทุกคนล้วนทาความดีกันอยู่แล้วในชีวิตประจาวัน เพียงแต่ไม่ม ี

การบันทึกการทาความดีเอาไว้ และเกิดความคิดว่าการทาความดีให้เป็น


รูปธรรมจะต้องแสดงให้ชาวบ้านเห็นว่า “ความดีต้องจับต้องได้ ความดีต้อง
กินได้ ความดีต้องใช้ได้” จึงกาหนดรูปแบบการบริหารจัดการความดีด้วยหลัก



เบญจศีลและเบญจธรรม คือเอาหลักธรรมท่อยู่ใกล้ตัวน้มาปรับประยุกต์ใช้




โดยไม่จาเป็นต้องใช้หลักธรรมคาสอนท่ซับซ้อนแต่อย่างใด เพ่อจดต้งธนาคาร



ความดีท่สะท้อนให้เห็นความดีอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแนวทางการดาเนิน

งานเพ่อให้ง่ายต่อการทาความเข้าใจเรื่องการทาความดีของสมาชิก พร้อมกับ



ยึดหลักการ “ทาความดีสร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็น


ส่งของ” โดยสามารถฝากความดีได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น
การตั้งสัจจะที่จะรักษาศีล 5 การตั้งมั่นที่จะท�าความดี เช่น ท�าความสะอาด
ชุมชน ช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือร่วมบริจาคในกิจกรรมการกุศล พระครูสุจิณ
กัลยาณธรรมได้สะท้อนความคิดในเรื่องการจัดตั้งธนาคารความดีนี้ว่า
36 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 37
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม






ขณะน้นตาบลหัวง้มเกิดความอ่อนแอทางศีลธรรมและจริยธรรม ชาวบ้าน เพ่อลดความสับสนในเร่องของการทาความดีดังกล่าว พระครูสุจิณ




แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพ่อผลประโยชน์ เม่อพบอุปสรรคและปัญหาในการดาเนิน กัลยาณธรรมจึงคิดหาหนทางท่จะพิสูจน์และตอบคาถามให้ชาวบ้านเห็นอย่าง





ชีวิตหลายคนท้อแท้และท้อถอยกับการทาความดี เกิดคาถามมากมายเก่ยวกับ เป็นรูปธรรมว่า “ความดีคืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ทาดีแล้วได้อะไร” หลัง
การท�าความดี คือ “ความดีคืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ท�าดีแล้วได้อะไร” จากท่ศึกษาและขบคดใครครวญในประเด็นทเป็นความทาทายเหล่านอยนาน






ู่



ซ่งส่งผลให้คนในชุมชนไม่สนใจมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และขาด พอสมควร หลวงพ่อได้พบข้อมูลเกี่ยวกับการตั้ง “ธนาคารสมอง” ซึ่งมีความ



จิตสาธารณะท่เสียสละเพ่อส่วนรวม (องค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม, 2560: 2) เป็นนามธรรมเช่นเดียวกัน จึงเกิดความคิดถึงค�าว่า “ธนาคารความดี” ว่าน่า




จะมีความเปนไปได้ แต่ยงคงมีคาถามวาธนาคารความดีควรจะมรปแบบและ




แนวทางการดาเนินงานอย่างไร จึงได้คิดนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามา
ประยุกต์เข้ากับรูปเเบบกองทุนหมู่บ้านและธนาคารพาณิชย์ ท่สามารถสะสม

และเบิกถอนเงินได้ ธนาคารความดีก็น่าจะดาเนินการในแนวทางเดียวกันเช่น



น้ได้ เพราะเราทุกคนล้วนทาความดีกันอยู่แล้วในชีวิตประจาวัน เพียงแต่ไม่ม ี

การบันทึกการทาความดีเอาไว้ และเกิดความคิดว่าการทาความดีให้เป็น


รูปธรรมจะต้องแสดงให้ชาวบ้านเห็นว่า “ความดีต้องจับต้องได้ ความดีต้อง
กินได้ ความดีต้องใช้ได้” จึงกาหนดรูปแบบการบริหารจัดการความดีด้วยหลัก



เบญจศีลและเบญจธรรม คือเอาหลักธรรมท่อยู่ใกล้ตัวน้มาปรับประยุกต์ใช้




โดยไม่จาเป็นต้องใช้หลักธรรมคาสอนท่ซับซ้อนแต่อย่างใด เพ่อจดต้งธนาคาร



ความดีท่สะท้อนให้เห็นความดีอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแนวทางการดาเนิน

งานเพ่อให้ง่ายต่อการทาความเข้าใจเรื่องการทาความดีของสมาชิก พร้อมกับ



ยึดหลักการ “ทาความดีสร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็น


ส่งของ” โดยสามารถฝากความดีได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น
การตั้งสัจจะที่จะรักษาศีล 5 การตั้งมั่นที่จะท�าความดี เช่น ท�าความสะอาด
ชุมชน ช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือร่วมบริจาคในกิจกรรมการกุศล พระครูสุจิณ
กัลยาณธรรมได้สะท้อนความคิดในเรื่องการจัดตั้งธนาคารความดีนี้ว่า
36 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 37
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ธนาคารความดีตาบลหัวง้มเกิดข้นท่ามกลางความสับสนในการ โดยเร่มต้นรับสมัครสมาชิกธนาคารความดีท่สานักงาน อบต. หัวง้ม หรือสมัคร











ทาความดีของคนตาบลหัวง้ม อันเป็นท่มาของการแสวงหา ได้ท่หน่วยบริการเคล่อนท่ของธนาคารความดีในงานประเพณีต่าง ๆ ท่จัดโดย







หนทางที่จะตอบค�าถามที่เกิดขึ้นในใจของชาวบ้านว่า ความดี อบต. หัวง้ม สาหรับในปัจจุบนสมาชิกใหม่สามารถสมครได้ท่ท่ทาการของ

คืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ท�าดีแล้วได้อะไร ...จึงพยายาม ธนาคารความดีและสาขาย่อยในทุกหมู่บ้านของตาบลหัวง้ม สมาชิกทุกคน
















สนบสนนใหทกคนเรมตนทการทาใหความดทมอยในตว ซงเปน จะได้รับสมุดบัญชีพร้อมมีคะแนนต้นทุน 15 ความดีเป็นประเดม จากน้น




ู่




นามธรรมใหเป็นรูปธรรม จับต้องได้ กินได้ ใชได้ และมจุดหมาย เมื่อสมาชิกไปร่วมกิจกรรมใด ๆ กับชุมชน สมาชิกจะน�าสมุดบัญชีไปติดต่อ
สูงสุดอยู่ที่ทุกคนกลับมาท�าความดีเพื่อความดี ท�าความดีเพื่อ ฝากความดีกับเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มคะแนนความดีในสมุดธนาคารความดี ทั้งนี้



ความสุขท่เกิดจากใจท่เป็นสุขตามแนวทางแห่งพุทธศาสนา ซ่ง สมาชิกของธนาคารความดีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

แต่ละคนจะสามารถรับรู้และสัมผัสได้ ...เพ่อปลุกจิตสานึกให้ 1) สมาชิกสามัญ หมายถึง นักเรียน ประชาชนท่วไป สามารถ


ทุกคนได้ด�าเนินชีวิตตามหลักของศีล 5 ธรรม 5 เพื่อสร้างสุข ฝาก-ถอนความดีได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารก�าหนด

ให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม เพ่อยกย่อง 2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ หมายถึง ผู้น�าชุมชน พระสงฆ์ สมาชิก

เชิดชูคนดี สร้างกระบวนการเรียนรู้คุณค่าของการทาดี และ อบต. พนักงาน ข้าราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถฝากความ
ม่นใจในการทาดี ไม่ย่อท้อกับการทาดี เพ่อใช้เป็นกระบวนการ ดีได้ แต่ถอนความดีไม่ได้





ขับเคล่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาท้งด้านสังคม

เศรษฐกิจ และสุขภาพ ภายใต้ความเป็นชุมชนคุณธรรม ธนาคารความดีเร่มจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะประชากรท่อยู่ใน 13





หม่บ้านของตาบลหัวง้ม แต่ภายหลังมสมาชิกจากนอกตาบลเข้ามาสมัครด้วย

(พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, สัมภาษณ์, 25 มีนาคม 2565) จากสถิติในเดือนมกราคม 2565 พบว่ามีสมาชิกธนาคารความดีจานวน 2,909




คน เป็นสมาชิกท่อยู่ในตาบลหัวง้มจานวน 2,247 คน สมาชิกนอกตาบล





การรับสมัครสมาชิก จานวน 448 คน และมีสมาชิกท่เสียชีวิตไปแล้วจานวน 214 คน สาหรับ



พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเช่อว่าการทาความดีมีอยู่ในตัวของทุกคน สมาชิกกิตติมศักด์มีจานวน 59 คน และสมาชิกสามัญจานวน 2,850 คน






อยู่แล้ว ธนาคารความดีต้องการจะเปล่ยนความดีจากนามธรรมให้เป็น ผลการดาเนินงานพบว่ามีจานวนความดีสะสมรวมท้งส้น 2,444,052 ความด ี

ดังรายละเอียดในตาราง
รูปธรรม จับต้องได้ ใช้ได้ กินได้ และมีจุดหมายสูงสุดอยู่ที่ต้องการให้ทุกคน



กลับมาทาความดีเพ่อความสุขท่เกิดจากใจตามแนวทางแห่งพุทธศาสนา
38 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 39
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ธนาคารความดีตาบลหัวง้มเกิดข้นท่ามกลางความสับสนในการ โดยเร่มต้นรับสมัครสมาชิกธนาคารความดีท่สานักงาน อบต. หัวง้ม หรือสมัคร











ทาความดีของคนตาบลหัวง้ม อันเป็นท่มาของการแสวงหา ได้ท่หน่วยบริการเคล่อนท่ของธนาคารความดีในงานประเพณีต่าง ๆ ท่จัดโดย







หนทางที่จะตอบค�าถามที่เกิดขึ้นในใจของชาวบ้านว่า ความดี อบต. หัวง้ม สาหรับในปัจจุบนสมาชิกใหม่สามารถสมครได้ท่ท่ทาการของ

คืออะไร ความดีมีจริงหรือไม่ ท�าดีแล้วได้อะไร ...จึงพยายาม ธนาคารความดีและสาขาย่อยในทุกหมู่บ้านของตาบลหัวง้ม สมาชิกทุกคน
















สนบสนนใหทกคนเรมตนทการทาใหความดทมอยในตว ซงเปน จะได้รับสมุดบัญชีพร้อมมีคะแนนต้นทุน 15 ความดีเป็นประเดม จากน้น




ู่




นามธรรมใหเป็นรูปธรรม จับต้องได้ กินได้ ใชได้ และมจุดหมาย เมื่อสมาชิกไปร่วมกิจกรรมใด ๆ กับชุมชน สมาชิกจะน�าสมุดบัญชีไปติดต่อ
สูงสุดอยู่ที่ทุกคนกลับมาท�าความดีเพื่อความดี ท�าความดีเพื่อ ฝากความดีกับเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มคะแนนความดีในสมุดธนาคารความดี ทั้งนี้



ความสุขท่เกิดจากใจท่เป็นสุขตามแนวทางแห่งพุทธศาสนา ซ่ง สมาชิกของธนาคารความดีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

แต่ละคนจะสามารถรับรู้และสัมผัสได้ ...เพ่อปลุกจิตสานึกให้ 1) สมาชิกสามัญ หมายถึง นักเรียน ประชาชนท่วไป สามารถ


ทุกคนได้ด�าเนินชีวิตตามหลักของศีล 5 ธรรม 5 เพื่อสร้างสุข ฝาก-ถอนความดีได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารก�าหนด

ให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม เพ่อยกย่อง 2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ หมายถึง ผู้น�าชุมชน พระสงฆ์ สมาชิก

เชิดชูคนดี สร้างกระบวนการเรียนรู้คุณค่าของการทาดี และ อบต. พนักงาน ข้าราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถฝากความ
ม่นใจในการทาดี ไม่ย่อท้อกับการทาดี เพ่อใช้เป็นกระบวนการ ดีได้ แต่ถอนความดีไม่ได้





ขับเคล่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาท้งด้านสังคม

เศรษฐกิจ และสุขภาพ ภายใต้ความเป็นชุมชนคุณธรรม ธนาคารความดีเร่มจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะประชากรท่อยู่ใน 13





หม่บ้านของตาบลหัวง้ม แต่ภายหลังมสมาชิกจากนอกตาบลเข้ามาสมัครด้วย

(พระครูสุจิณกัลยาณธรรม, สัมภาษณ์, 25 มีนาคม 2565) จากสถิติในเดือนมกราคม 2565 พบว่ามีสมาชิกธนาคารความดีจานวน 2,909




คน เป็นสมาชิกท่อยู่ในตาบลหัวง้มจานวน 2,247 คน สมาชิกนอกตาบล





การรับสมัครสมาชิก จานวน 448 คน และมีสมาชิกท่เสียชีวิตไปแล้วจานวน 214 คน สาหรับ



พระครูสุจิณกัลยาณธรรมเช่อว่าการทาความดีมีอยู่ในตัวของทุกคน สมาชิกกิตติมศักด์มีจานวน 59 คน และสมาชิกสามัญจานวน 2,850 คน






อยู่แล้ว ธนาคารความดีต้องการจะเปล่ยนความดีจากนามธรรมให้เป็น ผลการดาเนินงานพบว่ามีจานวนความดีสะสมรวมท้งส้น 2,444,052 ความด ี

ดังรายละเอียดในตาราง
รูปธรรม จับต้องได้ ใช้ได้ กินได้ และมีจุดหมายสูงสุดอยู่ที่ต้องการให้ทุกคน



กลับมาทาความดีเพ่อความสุขท่เกิดจากใจตามแนวทางแห่งพุทธศาสนา
38 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 39
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


ตารางที่ 2 จานวนสมาชิกและคะแนนความดีแต่ละหมู่บ้าน ธนาคารความด ี ด้านการบริหารจัดการธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม มีคณะกรรมการ
ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย (ข้อมูลเดือนมกราคม และโครงสรางการบรหารจดการท่มการแบ่งหน้าทและความรบผดชอบ ดังน ี ้









2565)
โครงสร้างคณะกรรมการธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม
จ�านวน
หมู่ที ่ หมู่บ้าน คะแนนความดี หมายเหตุ
สมาชิก

พระพทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย
1 ป่างิ้ว 264 143,117 ประธานที่ปรึกษา
2 ป่าคา 100 77,220 พระครูพพธพฒนโกวิท เจ้าคณะอ�าเภอพาน



ประธานที่ปรึกษา
3 บวกปลาค้าว 143 163,217
4 หนองฮ่าง 305 278,477 พระครูสจิณกัลยาณธรรม นายวินัย เครืองไชย นายวัชรศกดิ์ เจียมวิจักษณ์



5 สันปลาดุก 123 135,076 รองเจ้าคณะอ�าเภอพาน นายก อบต.หัวง้ม ก�านันต�าบลหัวง้ม
ประธานกรรมการอ�านวยการ กรรมการอ�านวยการ ประธานกรรมการอ�านวยการ
6 ป่าแดง 170 178,934
นายพนธ์ุดี พรหมเทศ

7 สันหลวง 199 264,281 ประธานสภาวัฒนธรรมฯ
กรรมการผู้จัดการ
8 บวกขอน 215 330,464
9 ดงเจริญ 125 176,256 นายสมพงศ ข�าหา นางนันทนา อ้องาม นายวัชระ ฉลองแดน น.ส.ศรีวรรณ แก้วสบ นายคมสนต์ ขันตี



ฝ่ายส่งเสริมกิจกรรม ฝ่ายสนับสนุนทรัพยากร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายทะเบียน ผู้ช่วยนายทะเบียน
10 กู่สูง 171 216,296
11 ห้วยต้ม 178 145,904 คณะกรรมการธนาคารความดีตาบลหัวง้มได้ร่วมกันระดมความคิด




12 ป่าข่า 149 63,089 เห็นเพ่อกาหนดเกณฑ์ในการรับฝากและถอนความดีของสมาชิก ซ่งได้ยึด
13 ป่าส้าน 105 271,721 แนวทางที่ชัดเจนคือ “พุทธธรรมน�าการพัฒนา” ด้วยการน�ากรอบของหลัก
เบญจศีลและเบญจธรรมมาก�าหนดเป็นผังความดีหรือเมนูความดี โดยมุ่งให้
รวม 13 หมู่บ้าน 2,247 2,444,052
ศีล 5 คอยควบคุมทางกายและวาจา และน�าหลักธรรม 5 มาน้อมน�าจิตใจใน
ที่มา : ธนาคารความดี องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม การทาความดีของทุกคน แล้วเปล่ยนความดีท่มีลักษณะเชิงคุณค่าให้เป็น



อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย มูลค่าท่สามารถจับต้องได้ ด้วยการกาหนดเป็นรหัสความดีและค่าคะแนน


40 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 41
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


ตารางที่ 2 จานวนสมาชิกและคะแนนความดีแต่ละหมู่บ้าน ธนาคารความด ี ด้านการบริหารจัดการธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม มีคณะกรรมการ
ต�าบลหัวง้ม อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย (ข้อมูลเดือนมกราคม และโครงสรางการบรหารจดการท่มการแบ่งหน้าทและความรบผดชอบ ดังน ี ้









2565)
โครงสร้างคณะกรรมการธนาคารความดีต�าบลหัวง้ม
จ�านวน
หมู่ที ่ หมู่บ้าน คะแนนความดี หมายเหตุ
สมาชิก

พระพทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย
1 ป่างิ้ว 264 143,117 ประธานที่ปรึกษา
2 ป่าคา 100 77,220 พระครูพพธพฒนโกวิท เจ้าคณะอ�าเภอพาน



ประธานที่ปรึกษา
3 บวกปลาค้าว 143 163,217
4 หนองฮ่าง 305 278,477 พระครูสจิณกัลยาณธรรม นายวินัย เครืองไชย นายวัชรศกดิ์ เจียมวิจักษณ์



5 สันปลาดุก 123 135,076 รองเจ้าคณะอ�าเภอพาน นายก อบต.หัวง้ม ก�านันต�าบลหัวง้ม
ประธานกรรมการอ�านวยการ กรรมการอ�านวยการ ประธานกรรมการอ�านวยการ
6 ป่าแดง 170 178,934
นายพนธ์ุดี พรหมเทศ

7 สันหลวง 199 264,281 ประธานสภาวัฒนธรรมฯ
กรรมการผู้จัดการ
8 บวกขอน 215 330,464
9 ดงเจริญ 125 176,256 นายสมพงศ ข�าหา นางนันทนา อ้องาม นายวัชระ ฉลองแดน น.ส.ศรีวรรณ แก้วสบ นายคมสนต์ ขันตี



ฝ่ายส่งเสริมกิจกรรม ฝ่ายสนับสนุนทรัพยากร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายทะเบียน ผู้ช่วยนายทะเบียน
10 กู่สูง 171 216,296
11 ห้วยต้ม 178 145,904 คณะกรรมการธนาคารความดีตาบลหัวง้มได้ร่วมกันระดมความคิด




12 ป่าข่า 149 63,089 เห็นเพ่อกาหนดเกณฑ์ในการรับฝากและถอนความดีของสมาชิก ซ่งได้ยึด
13 ป่าส้าน 105 271,721 แนวทางที่ชัดเจนคือ “พุทธธรรมน�าการพัฒนา” ด้วยการน�ากรอบของหลัก
เบญจศีลและเบญจธรรมมาก�าหนดเป็นผังความดีหรือเมนูความดี โดยมุ่งให้
รวม 13 หมู่บ้าน 2,247 2,444,052
ศีล 5 คอยควบคุมทางกายและวาจา และน�าหลักธรรม 5 มาน้อมน�าจิตใจใน
ที่มา : ธนาคารความดี องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม การทาความดีของทุกคน แล้วเปล่ยนความดีท่มีลักษณะเชิงคุณค่าให้เป็น



อ�าเภอพาน จังหวัดเชียงราย มูลค่าท่สามารถจับต้องได้ ด้วยการกาหนดเป็นรหัสความดีและค่าคะแนน


40 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 41
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



ความดี ให้เป็นเมนูส่งเสริมการทาความดีท่เป็นรูปธรรม ให้เหมาะสมกับบริบท รหัส 001 เว้นจากการฆ่าสัตว์ 3 ความดีต่อวัน


เชิงพ้นท่และชุมชน และบริบทเชิงปัญหาหรือความต้องการของชุมชน โดย รหัส 002 เว้นจากการลักทรัพย์ 3 ความดีต่อวัน
ต้องเป็นเมนูความดีท่สมาชิกสามารถเข้าใจ ปฏิบัติได้ และท่สาคัญคือสมาชิก รหัส 003 เว้นจากการประพฤติผิดในกาม 3 ความดีต่อวัน



ต้องไม่รู้สึกว่าเป็นการบังคับให้ปฏิบัติ รหัส 004 เว้นจากการพูดปด พูดจาส่อเสียด 3 ความดีต่อวัน
รหัส 005 เว้นจากการเสพสิ่งมึนเมา 5 ความดีต่อวัน
หลักการและรูปแบบการด�าเนินงาน รหัส 006 เว้นจากการเล่นการพนันขันต่อ 4 ความดีต่อวัน
รหัส 007 การให้อภัยผู้อื่น
3 ความดีต่อวัน
“ธนาคารความดี” รหัส 008 การเสียสละแรงกาย 15 ความดีต่อวัน



หลักการพ้นฐานของธนาคารความดีตาบลหัวง้มคือ เพ่อพิสูจน์ความ รหัส 009 การบริจาคทรัพย์ 1 บาท ต่อ 1 ความดี




จริงให้ทุกคนเห็นว่าความดีน้นมีอยู่จริง ทุกคนท่ทาความดีตามหลักเกณฑ์ รหัส 010 ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง 1 ความดี
ททางธนาคารความดีกาหนดไว้สามารถนาความดของตนเองมาฝากได ความ ความดีรหัส 001 - 007 สามารถฝากโดยต้งจิตอธิษฐานต่อหน้า


















ดททาจงสามารถสัมผัสไดจบตองได แต่สามารถสะสมและผลิดอกออกผลไป พระรัตนตรัย ณ ท่ทาการธนาคารความดี หรอทสาขาธนาคารความดท ่ ี





เร่อย ๆ ซ่งธนาคารความดีมีจุดมุ่งหมายท่จะเป็นคาตอบให้ชาวบ้านเกิดความ ก�าหนด



ม่นใจในเร่องการทาความดี และการทาความดีน้นต้องได้รับส่งตอบแทน ความดีรหัส 008 – 010 สามารถฝากกับเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ธนาคาร






ความดีท่ทุกคนทาจึงไม่สูญเปล่า (องค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม, 2560: 3) มอบหมาย โดยอธิษฐานจิตต่อหน้าพระรัตนตรัยก่อนฝากความดี




สมาชิกทุกคนสามารถเปลี่ยนความดีที่เป็น “คุณค่า” ให้เป็น “มูลค่า” โดย จากข้อมูลแสดงถึงผังบัญชีความดีของธนาคารความดีตาบลหัวง้มว่า



สามารถนาคะแนนความดีท่สะสมน้นมาแลกเป็นส่งของท่จาเป็นในการดาเนิน ได้นาศีล 5 มาเป็นกรอบของรหัสความดี และมีการให้คะแนนความดีแก่ผู้ที่





ชีวิตได้ ความดีท่สะสมไว้จึงสามารถกินได้และสามารถนามาใช้เพ่อการดาเนิน ทาความดีภายใต้เง่อนไขของธนาคารความดีเร่มต้งแต่ 1 ความดี ถึง 15 ความ











ชีวิตประจาวันได้ ธนาคารความดีช่วยให้ชาวตาบลหัวง้มเข้าใจถึงการทาความ ดี นอกจากนี้ยังมีการเข้าร่วมกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะมีค่าความดี





ดีได้ชัดเจนข้น เพราะความดีสามารถเปล่ยนให้เป็นมูลค่าท่จับต้องได้ สามารถ ให้มากหรือน้อยอยู่ท่ความยาก/ง่ายในการปฏิบัติภายใต้เง่อนไขท่กาหนด โดย


ฝากและถอนความดีได้ไม่แตกต่างจาการฝากและถอนเงินกับธนาคารพาณิชย์ จะมีช่วงเวลาให้ปฏิบัติงาน เมื่อสมาชิกปฏิบัติได้ตามเมนูที่ก�าหนดไว้ ก็จะได้
โดยได้กาหนดรหัสของการทาความดี ดังตัวอย่างเมนูความดีของธนาคาร รับคะแนนความดีตามรหัสและค่าความดี (องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม,


ความดีต�าบลหัวง้ม (องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม, 2560: 8) ดังนี้ 2560: 8-9) ตัวอย่างเช่น
42 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 43
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม



ความดี ให้เป็นเมนูส่งเสริมการทาความดีท่เป็นรูปธรรม ให้เหมาะสมกับบริบท รหัส 001 เว้นจากการฆ่าสัตว์ 3 ความดีต่อวัน


เชิงพ้นท่และชุมชน และบริบทเชิงปัญหาหรือความต้องการของชุมชน โดย รหัส 002 เว้นจากการลักทรัพย์ 3 ความดีต่อวัน
ต้องเป็นเมนูความดีท่สมาชิกสามารถเข้าใจ ปฏิบัติได้ และท่สาคัญคือสมาชิก รหัส 003 เว้นจากการประพฤติผิดในกาม 3 ความดีต่อวัน



ต้องไม่รู้สึกว่าเป็นการบังคับให้ปฏิบัติ รหัส 004 เว้นจากการพูดปด พูดจาส่อเสียด 3 ความดีต่อวัน
รหัส 005 เว้นจากการเสพสิ่งมึนเมา 5 ความดีต่อวัน
หลักการและรูปแบบการด�าเนินงาน รหัส 006 เว้นจากการเล่นการพนันขันต่อ 4 ความดีต่อวัน
รหัส 007 การให้อภัยผู้อื่น
3 ความดีต่อวัน
“ธนาคารความดี” รหัส 008 การเสียสละแรงกาย 15 ความดีต่อวัน



หลักการพ้นฐานของธนาคารความดีตาบลหัวง้มคือ เพ่อพิสูจน์ความ รหัส 009 การบริจาคทรัพย์ 1 บาท ต่อ 1 ความดี




จริงให้ทุกคนเห็นว่าความดีน้นมีอยู่จริง ทุกคนท่ทาความดีตามหลักเกณฑ์ รหัส 010 ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง 1 ความดี
ททางธนาคารความดีกาหนดไว้สามารถนาความดของตนเองมาฝากได ความ ความดีรหัส 001 - 007 สามารถฝากโดยต้งจิตอธิษฐานต่อหน้า


















ดททาจงสามารถสัมผัสไดจบตองได แต่สามารถสะสมและผลิดอกออกผลไป พระรัตนตรัย ณ ท่ทาการธนาคารความดี หรอทสาขาธนาคารความดท ่ ี





เร่อย ๆ ซ่งธนาคารความดีมีจุดมุ่งหมายท่จะเป็นคาตอบให้ชาวบ้านเกิดความ ก�าหนด



ม่นใจในเร่องการทาความดี และการทาความดีน้นต้องได้รับส่งตอบแทน ความดีรหัส 008 – 010 สามารถฝากกับเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ธนาคาร






ความดีท่ทุกคนทาจึงไม่สูญเปล่า (องค์การบริหารส่วนตาบลหัวง้ม, 2560: 3) มอบหมาย โดยอธิษฐานจิตต่อหน้าพระรัตนตรัยก่อนฝากความดี




สมาชิกทุกคนสามารถเปลี่ยนความดีที่เป็น “คุณค่า” ให้เป็น “มูลค่า” โดย จากข้อมูลแสดงถึงผังบัญชีความดีของธนาคารความดีตาบลหัวง้มว่า



สามารถนาคะแนนความดีท่สะสมน้นมาแลกเป็นส่งของท่จาเป็นในการดาเนิน ได้นาศีล 5 มาเป็นกรอบของรหัสความดี และมีการให้คะแนนความดีแก่ผู้ที่





ชีวิตได้ ความดีท่สะสมไว้จึงสามารถกินได้และสามารถนามาใช้เพ่อการดาเนิน ทาความดีภายใต้เง่อนไขของธนาคารความดีเร่มต้งแต่ 1 ความดี ถึง 15 ความ











ชีวิตประจาวันได้ ธนาคารความดีช่วยให้ชาวตาบลหัวง้มเข้าใจถึงการทาความ ดี นอกจากนี้ยังมีการเข้าร่วมกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะมีค่าความดี





ดีได้ชัดเจนข้น เพราะความดีสามารถเปล่ยนให้เป็นมูลค่าท่จับต้องได้ สามารถ ให้มากหรือน้อยอยู่ท่ความยาก/ง่ายในการปฏิบัติภายใต้เง่อนไขท่กาหนด โดย


ฝากและถอนความดีได้ไม่แตกต่างจาการฝากและถอนเงินกับธนาคารพาณิชย์ จะมีช่วงเวลาให้ปฏิบัติงาน เมื่อสมาชิกปฏิบัติได้ตามเมนูที่ก�าหนดไว้ ก็จะได้
โดยได้กาหนดรหัสของการทาความดี ดังตัวอย่างเมนูความดีของธนาคาร รับคะแนนความดีตามรหัสและค่าความดี (องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม,


ความดีต�าบลหัวง้ม (องค์การบริหารส่วนต�าบลหัวง้ม, 2560: 8) ดังนี้ 2560: 8-9) ตัวอย่างเช่น
42 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 43
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

เมนู “ท�าความดีถวายในหลวง” เมนู “คนดี มีสวนร่วม สร้างความโปร่งใส ไร้ทุจริต”

ปลูกต้นไม้ถวายในหลวง ต้นละ 10 ความดี ร่วมประชุม ครั้งละ 15 ความดี
ลดการใช้ถุงพลาสติก วันละ 1 ความดี ประชุมประชาคมหมู่บ้าน/ต�าบล

พบกันวันพระ (ช่วงเข้าพรรษา) วันละ 10 ความดี รับฟังการประชุมสภา อบต.
สวดมนต์ก่อนนอน ครั้งละ 3 ความดี การประชุมอื่น ๆ ที่ อบต. หัวง้มจัดขึ้น

งดทานเนื้อสัตว์ วันละ 10 ความดี
งดซื้อหวย (ล็อตเตอรี่) งวดละ 30 ความดี ร่วมกิจกรรม ครั้งละ 15 ความดี

กิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม
การฝึกอบรม/สัมมนา ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม

เมนู “คนดี คิดดี ท�าดี สขภาพดี” งานรัฐพิธี/ประเพณี ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม
คนดีไม่มีพุง ลดพุง 1 นิ้ว รับ 50 ความดี

งดเหล้าเข้าพรรษา รับ 300 ความดี ร่วมเป็นคณะกรรมการ คณะละ 30 ความดี
ลด ละ เลิกบุหรี่ เข้าพรรษา รับ 500 ความดี คณะกรรมการด�าเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

ให้เลือดให้ชีวิต บริจาคเลือดทุก 1 ซีซี รับ 1 ความดี คณะกรรมการจัดท�าและติดตามแผนพัฒนา 3 ปี
บริจาคทรัพย์กับโครงการ 1 วัน 1 บาท จ�านวน 5 บาท คณะกรรมการอื่นที่แต่งตั้งโดน อบต. หัวง้ม

ต่อ 1 ความดี
ท�าดีเพื่อลูก เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน รับ 300 ความดี ร่วมตรวจสอบ ครั้งละ 50 ความดี

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน�้าตาลได้ไม่เกิน 130 ติดต่อกัน 6 เดือน ร่วมตรวจสอบการด�าเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
รับ 300 ความดี แจ้งเบาะแส ข่าวสารการทุจริต

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควบคุมความดันไม่เกิน 120/80 ติดต่อกัน 6 เดือน
รับ 300 ความดี









44 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 45
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

เมนู “ท�าความดีถวายในหลวง” เมนู “คนดี มีสวนร่วม สร้างความโปร่งใส ไร้ทุจริต”

ปลูกต้นไม้ถวายในหลวง ต้นละ 10 ความดี ร่วมประชุม ครั้งละ 15 ความดี
ลดการใช้ถุงพลาสติก วันละ 1 ความดี ประชุมประชาคมหมู่บ้าน/ต�าบล

พบกันวันพระ (ช่วงเข้าพรรษา) วันละ 10 ความดี รับฟังการประชุมสภา อบต.
สวดมนต์ก่อนนอน ครั้งละ 3 ความดี การประชุมอื่น ๆ ที่ อบต. หัวง้มจัดขึ้น

งดทานเนื้อสัตว์ วันละ 10 ความดี
งดซื้อหวย (ล็อตเตอรี่) งวดละ 30 ความดี ร่วมกิจกรรม ครั้งละ 15 ความดี

กิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม
การฝึกอบรม/สัมมนา ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม

เมนู “คนดี คิดดี ท�าดี สขภาพดี” งานรัฐพิธี/ประเพณี ที่จัดโดย อบต. หัวง้ม
คนดีไม่มีพุง ลดพุง 1 นิ้ว รับ 50 ความดี

งดเหล้าเข้าพรรษา รับ 300 ความดี ร่วมเป็นคณะกรรมการ คณะละ 30 ความดี
ลด ละ เลิกบุหรี่ เข้าพรรษา รับ 500 ความดี คณะกรรมการด�าเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

ให้เลือดให้ชีวิต บริจาคเลือดทุก 1 ซีซี รับ 1 ความดี คณะกรรมการจัดท�าและติดตามแผนพัฒนา 3 ปี
บริจาคทรัพย์กับโครงการ 1 วัน 1 บาท จ�านวน 5 บาท คณะกรรมการอื่นที่แต่งตั้งโดน อบต. หัวง้ม

ต่อ 1 ความดี
ท�าดีเพื่อลูก เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน รับ 300 ความดี ร่วมตรวจสอบ ครั้งละ 50 ความดี

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน�้าตาลได้ไม่เกิน 130 ติดต่อกัน 6 เดือน ร่วมตรวจสอบการด�าเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
รับ 300 ความดี แจ้งเบาะแส ข่าวสารการทุจริต

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควบคุมความดันไม่เกิน 120/80 ติดต่อกัน 6 เดือน
รับ 300 ความดี









44 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 45
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ภาวะของสมาชิกผู้อยู่ในวัยเรียน อันเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกได้เกิดความ
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สร้างความมีวินัยให้เกิดมีข้นแก่นักเรียน และ

สร้างลักษณะนิสัยของนักเรียนได้มีความขยันรับผิดชอบในการท�างาน
รหัส 101 รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 102 ซื่อสัตย์ สุจริต 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 103 มีวินัย 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 104 ใฝ่เรียนรู้ 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 105 อยู่อย่างพอเพียง 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 106 มุ่งมั่นในการท�างาน 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 107 รักความเป็นไทย 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 108 จิตอาสา 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 109 สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน 100 ความดีต่อครั้ง

ในปัจจุบันมีการขยายสาขาธนาคาร รหัส 110 ท�าความดีที่บ้าน 15 ความดีต่อครั้ง

ความดีออกไปยงโรงเรียนและชุมชนต่าง ๆ

ครอบคลุมท้ง 13 หมู่บ้านโดยสาขาย่อยแห่ง ท้งน้ธนาคารความดีสาขาย่อยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุก


แรก คือ สาขาโรงเรียนป่าแดงวิทยา ได้เปิด ภาคส่วน มีเครือข่ายในการท�างาน มีวัด โรงเรียน และชมรมในต�าบลหัวง้ม
ทาการเม่อวันท่ 27 มิถุนายน 2551 การดาเนิน ได้แก่ (1) วัด วัดในต�าบลหัวง้ม มีจ�านวน 10 วัด ได้เข้าร่วมโครงการทุกวัด




งานทางโรงเรียนได้ปรับเมนูรหัสความดีให้ม ี (2) โรงเรียน โรงเรียนในตาบลหัวง้มท่เข้าร่วมโครงการจานวน 3 โรงเรียน




ความสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา (3) ชมรม ชมรมในตาบลหัวง้มมีจานวน 3 ชมรม ได้เข้าร่วมโครงการทุกชมรม














ระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน พฤติกรรมท่พึง คอ ชมรมผสงอายตาบลหวงม ชมรมกานนผใหญบาน ตาบลหวงม และชมรม





ประสงค์ของนักเรียน และเพื่อพัฒนานักเรียน อสม. ต�าบลหัวง้ม
ให้มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยได้ปรับรหัส
ความดีและค่าของความดีใหม่ให้เหมาะสมกับ
46 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 47
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม

ภาวะของสมาชิกผู้อยู่ในวัยเรียน อันเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกได้เกิดความ
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สร้างความมีวินัยให้เกิดมีข้นแก่นักเรียน และ

สร้างลักษณะนิสัยของนักเรียนได้มีความขยันรับผิดชอบในการท�างาน
รหัส 101 รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 102 ซื่อสัตย์ สุจริต 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 103 มีวินัย 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 104 ใฝ่เรียนรู้ 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 105 อยู่อย่างพอเพียง 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 106 มุ่งมั่นในการท�างาน 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 107 รักความเป็นไทย 15 ความดีต่อครั้ง

รหัส 108 จิตอาสา 15 ความดีต่อครั้ง
รหัส 109 สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน 100 ความดีต่อครั้ง

ในปัจจุบันมีการขยายสาขาธนาคาร รหัส 110 ท�าความดีที่บ้าน 15 ความดีต่อครั้ง

ความดีออกไปยงโรงเรียนและชุมชนต่าง ๆ

ครอบคลุมท้ง 13 หมู่บ้านโดยสาขาย่อยแห่ง ท้งน้ธนาคารความดีสาขาย่อยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุก


แรก คือ สาขาโรงเรียนป่าแดงวิทยา ได้เปิด ภาคส่วน มีเครือข่ายในการท�างาน มีวัด โรงเรียน และชมรมในต�าบลหัวง้ม
ทาการเม่อวันท่ 27 มิถุนายน 2551 การดาเนิน ได้แก่ (1) วัด วัดในต�าบลหัวง้ม มีจ�านวน 10 วัด ได้เข้าร่วมโครงการทุกวัด




งานทางโรงเรียนได้ปรับเมนูรหัสความดีให้ม ี (2) โรงเรียน โรงเรียนในตาบลหัวง้มท่เข้าร่วมโครงการจานวน 3 โรงเรียน




ความสอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา (3) ชมรม ชมรมในตาบลหัวง้มมีจานวน 3 ชมรม ได้เข้าร่วมโครงการทุกชมรม














ระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน พฤติกรรมท่พึง คอ ชมรมผสงอายตาบลหวงม ชมรมกานนผใหญบาน ตาบลหวงม และชมรม





ประสงค์ของนักเรียน และเพื่อพัฒนานักเรียน อสม. ต�าบลหัวง้ม
ให้มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยได้ปรับรหัส
ความดีและค่าของความดีใหม่ให้เหมาะสมกับ
46 โรงเรียนผู้สูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 47
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม











เมนส่งเสริมการท�าความดดงกล่าวข้างต้นน ขนอย่กบความเหมาะ การจัดต้งธนาคารความดีได้
สมและความต้องการของสมาชิกท่จะทาความดี ไม่ได้เป็นการบังคับให้ทุกคน รับการยอมรับจากชาวต�าบลหัวง้



เข้าร่วมในทุกกิจกรรม ทุกอย่างเป็นความสมัครใจและมีจิตอาสาท่ต้องการจะ มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเป็นโครงการที่

ท�าความดี ส�าหรับรูปแบบการฝากความดีสมาชิกสามารถฝากความดีได้ท้ง ส่งผลช่วยให้ชาวบ้านมีคุณภาพ


แบบสะสมและแบบตั้งสัจจะ ดังนี้ ชีวิตท่ดีข้น จึงมีสมาชิกจ�านวนไม่

1) การฝากความดีแบบสะสม คือการฝากความดีประเภท น้อยมุ่งม่นท�าความดีในรูปแบบการ





การเสียสละแรงกาย บริจาคทรัพย์ การบริจาคโลหิต (รหัสความดี ต้งสัจจะ ซ่งท�าได้ยากและต้องมีความต้งใจจริงท่จะท�าความดีน้นให้เกิดผล ท ่ ี







008 - 010) หรือการร่วมกจกรรม การรวมประชม การรวมเปนคณะ ผ่านมามีรูปแบบการท�าความดีท่ได้คะแนนสูงสุด คือ “จะต้งม่นท�าความด ี



กรรมการ การร่วมตรวจสอบ ตามเมนความดทธนาคารก�าหนด ด้วยการละเลิกอบายมุขตลอดชีวิต” ซ่งจะได้รับความดีสูงสุดถึง 1,000 ความ





สามารถฝากความดีได้กับเจ้าหน้าท่ท่ให้บริการ ณ ส�านักงานธนาคาร ดี ตัวอย่างเช่น ในกรณีของนายพินิจ ใจยา ชาวต�าบลหัวง้ม เป็นคนหนึ่งที่



ความดี หรือหน่วยบริการเคล่อนท่ของธนาคาร หากเป็นกรณีไม่ม ี กล่าวปฏิญาณตนต่อพระครูสุจิณกัลยาณธรรม ว่าจะต้งม่นท�าความดีด้วยการ



หน่วยรับฝาก สมาชิกสามารถเขียนใบน�าฝากและให้ผู้น�าชุมชน ละเลิกอบายมุขตลอดชีวิต แม้จะเป็นคะเเนนท่สูงมากเม่อเทียบกับการ

ท�าความดีด้วยรูปแบบอ่น ๆ แต่ความมุ่งหวังสูงสุดของพินิจกลับไม่ใช่เเค่
พระสงฆ์ หรือหัวหน้าส่วนราชการรับรองการท�าความดี แล้วน�าใบ คะแนนหรือส่งของ เพราะประโยน์สูงสุดท่ได้รับคือเเรงจูงใจท่ท�าให้เขา



ฝากดังกล่าวพร้อมสมุดธนาคารมาลงค่าความดีกับเจ้าหน้าท ี ่ เอาชนะใจตนเองจนหลุดพ้นจากอบายมุขได้ (ข่าวไทยพีบีเอส, 2556)
ณ ส�านักงานธนาคารความดี ในขณะท่การถอนความดีอาจด�าเนินการด้วย 2 เหตุผล คือ เน่องจาก



2) การฝากความดีแบบต้งสัจจะ คือการฝากความด ี ไม่สามารถท�าความดีได้ตามท่ฝากความดีหรือต้งใจท�าความดีไว้ และการถอน



ประเภทการละเว้นจากการละเมิดศีล 5 และการเลิกข้องเก่ยวกับ ความดีเพ่อแลกกับส่งของ โดยส่งของแต่ละอย่างจะมีมูลค่าของความดีก�ากับ




อบายมุข (รหัสความดี 007 - 009) สมาชิกต้องฝากโดยการต้งสัจจะ หากต้องการส่งใดก็จะต้องมีความดีเพียงพอกับส่งของช้นน้น ตามคติพจน์




อธิษฐาน โดยต้องเขียนใบฝากความดีและปฏิญาณตนต่อหน้าพระ ของธนาคารความดีที่ว่า “ท�าความดีสร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้
รัตนตรัย เพ่อต้งม่นท�าความดีตามท่น�าฝาก และน�าใบฝากความด ี ถอนเป็นส่งของ” (ไทยรัฐออนไลน์, 2553) อย่างไรก็ตามการถอนความด ี





พร้อมสมุดธนาคารยื่นให้เจ้าหน้าที่บันทึกความดี (การให้ค่าความดี สมาชกจะตองแสดงความประสงคและความจาเปนในการถอนความดพรอม







เป็นไปตามข้อก�าหนดการท�าความดีของธนาคาร) (องค์การบริหาร ระบุส่งของท่ต้องการ คณะกรรมการธนาคารความดีจะพิจารณาความจ�าเป็น


ส่วนต�าบลหัวง้ม, 2560: 10) และความเหมาะสมว่าสมาชิกขาดแคลนหรือมีความเดือดร้อนจริง และ
จัดการเบิกสิ่งของให้ตามที่ต้องการ ดังนี้
48 โรงเรียนผูŒสูงอายุ ธนาคารความดี พินิจ ลาภธนานนท และ พระครูสุจิณกัลยาณธรรม 49
วัดศรีเมืองมูล การท�าความดีเพื่อสังคม


Click to View FlipBook Version