The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 10:02:10

เล่ม 9 พระไม่ทิ้งโยม วัดสุทธิวราราม

พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวราราม กับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ












พระไม่ทิ้งโยม :
สายชล ปัญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต
วัดสุทธิวรารามกับบทบาท


ิ ั ิ
ื สาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
ั เล่มที่ ิ ี
9
ุ ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะห์วถพทธ โดย
สายชล ปัญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสนับสนุน

ส�านักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม
และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วัดสุทธิวราราม ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ื ิ ั ิ
ั เล่มที่ ิ ี
ุ 9 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะห์วถพทธ



พระไม่ทิ้งโยม :

วัดสุทธิวรารามกับบทบาท


สาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ


โดย
สายชล ปัญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต

ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสนับสนุน
ส�านักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม
และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เล่มที่
9
ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธ

พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวราราม

กับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

โดย สายชล ปัญญชิต และ พระสุธีรัตนบัณฑิต


ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ชุดหนังสือ : ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธ เล่มที่ 9
ISBN : 978-616-407-700-3






พมพครั้งที่ 1 : เมษายน 2565 จ�ำนวน : 300 เล่ม


จัดพมพโดย : ภาคีเครือข่ายสนับสนุน ส�านักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร
ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จัดรูปเล่ม : เฉลิมชัย มาลีรอด


พมพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ์
76/251-3 หมู่ที่ 15 ต�าบลบางม่วง อ�าเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
โทรศัพท์ : 02 433 4567, 081 3095215
Email : [email protected]

ค�าน�า





การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

ในประเทศไทยช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 มียอดจานวนผู้ติดเช้อสูง


ถึงเกือบ 10,000 คนในแต่ละวัน และมีข่าวปรากฎให้เห็นบนส่อสังคมออนไลน์




หรือส่อส่งพิมพ์ถึงความกังวลของประชาชนต่อระบบสาธารณสุข ท่ไม่สามารถ


รองรับหรือแยกกลุ่มเส่ยงออกจากกลุ่มผู้ติดเช้อ อีกท้งยังพบปัญหาความ



ไม่เพียงพอของเตียงในโรงพยาบาลท่จะรองรับผู้ป่วยติดเช้อโควิด-19
วัดสุทธิวราราม เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยการนาของพระสุธีรัตนบัณฑิต,

รศ.ดร. เจ้าอาวาส และพระมหาพร้อมพงศ์ ปภสฺสรจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส


ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจากการออกบิณฑบาตในพ้นท่ชุมชนรอบวัด

ตลอดจนรับฟังความทุกข์จากญาติโยมถึงผลกระทบท่ได้รับจากโรคโควิด-19
วัดสุทธิวรารามจึงมีแนวคิดที่จะปรับพื้นที่ส่วนหนึ่งของวัด และปรับบทบาท
ของคณะสงฆ์ภายในวด ในการสงเคราะห์ช่วยเหลอประชาชนทได้รบ





ความยากล�าบากจากวิกฤตดังกล่าว
โครงการ “พระไม่ท้งโยม” จึงกาเนิดข้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม




พ.ศ. 2564 โดยคณะสงฆ์และกลุ่มจิตอาสาวัดสุทธิวราราม เร่มทาการคัดกรอง

เชิงรุกในชุมชน โดยชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็ว (Antigen Test Kit : ATK)


การลงพ้นที่วันแรกผู้ติดเช้อจานวน 29 คนจากกลุ่มเส่ยง 50 คน ทางคณะสงฆ์




วัดสุทธิวรารามจึงเห็นความจาเป็นของการลงตรวจเชิงรุก เน่องจากสามารถ



ช่วยแยกผู้ท่เป็นกลุ่มเส่ยงและลดโอกาสท่จะมีผู้ติดเช้อภายในครอบครัวและ


ชุมชน และยังเปิดให้มีการตรวจคัดกรองสาหรับกลุ่มเส่ยงในช่วงเช้าของ

แต่ละวัน นอกจากน้คณะสงฆ์วัดสุทธิวรารามยังปรับพ้นท่อาคารศูนย์การ



สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 3




เรียนรู้ จานวน 4 ช้นของวัดสุทธิวราราม เป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19
เพ่อส่งต่อสาหรับเขตสาทร จานวน 122 เตียง โดยรองรับท้งผู้ป่วยชาย ผู้ป่วย




หญิง และรองรับพระภิกษุสามเณรที่ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาล
สงฆ์ การดาเนินกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามในช่วงการแพร่ระบาดของ


โรคโควิด-19 ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจนนาไปสู่การทางาน

แบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ท้งหน่วยงานราชการ หน่วยงาน

ด้านสาธารณสุขในเขตสาทร ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนท่ม่ส่วน


ในการสนับสนุนงบประมาณ และสนับสนุนอาหาร เครื่องมือทางการแพทย์
ในการดูแลผู้ป่วยในศูนย์พักคอยและกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยในชุมชน

การถอดบทเรียนการทางาน “พระไม่ท้งโยม” โดยคณะสงฆ์

วดสุทธิวราราม เขตสาทร กรุงเทพฯ จึงมีเป้าหมายเพ่อแสดงแนวคดและ



รูปแบบการดาเนินกิจกรรมของพระสงฆ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของ

โรคโควิด-19 ตลอดจนเป็นแนวทางการดาเนินงานให้วัดและชุมชนใน


การพัฒนารูปแบบกิจกรรมท่สามารถสนับสนุนกลไกการดาเนินงานของ

หน่วยงานภาครัฐ และบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน



























4 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

สารบัญ







ค�าน�า.......................................................................................................... 3

ปฐมบท : ความเป็นเมือง ความเป็นสังฆะ ความเป็นคน............................ 7

อารัมภบท : การจัดการพื้นที่ภายในวัดสุทธิวราราม................................ 16

จิตอาสาวิถีพุทธ: อาหารของชุมชน วัดของชุมชน พระพุทธศาสนา

ของชุมชน................................................................................................. 20

- ศูนย์พักคอยวัดสุทธิวราราม............................................................ 22
- โครงการพระไม่ทิ้งโยม.................................................................... 33

ปัจฉิมบท : เครือข่ายบูรณาการจิตอาสาวิถีพุทธ...................................... 39

บทเรียนจากงานสาธารณสงเคราะห์ในสถานการณ์วิกฤต........................ 48

บรรณานุกรม........................................................................................... 56

























สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 5




ปฐมบท : ความเป็นเมือง


ความเป็นสังฆะ ความเป็นคน






“…บอกแล้วว่าปัญหาของสังคมเรื่องบ้านเมือง
อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสภาพแวดล้อมใหญ่

ที่ส่งผลกระทบต่อทุก ๆ คน เพราะฉะนั้น
มันจึงเป็นแหล่งส�าคัญของปัญหาสุขภาวะ

แม้แต่จิตใจของเราก็อยู่ในสภาพแวดล้อมอันน้ ี
และถูกกระทบกระทั่งอยู่ตลอดเวลา บางทีก็
แทบทุกวันเข้ามาทางตาทางหูหรือทางไหน

ในที่สุดก็มาถึงและมารวมที่ใจ เพราะฉะนั้น
มันมีผลแน่นอน ต้องตั้งท่าให้ถูก เตรียมหลัก

ให้ดี ท�าความเข้าใจให้แยบคาย คือต้องมองให้
ถูกต้องนั่นเอง”
(พระพรหมคุณาภรณ์, 2551: 16)



บริบทความทันสมัยของสังคมสมัยใหม่ เมืองในฐานะพ้นท่ทาง


สังคมได้ถูกตรึงไว้ให้อยู่ภายใต้การพัฒนาเพ่อสร้างความเจริญเติบโตทาง

เศรษฐกิจเห็นได้จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทย



ท่พยายามนิยามความหมายให้เมืองเป็นพ้นท่ยุทธศาสตร์สาคัญของการ

พัฒนา ในระยะแรกการพัฒนาเมืองได้มุ่งเน้นไปยังเมืองหลวงของประเทศ

ให้กลายเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจและศูนย์รวมของอานาจ ต่อมาได้เกิด



สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 7



การขยายเมืองไปสู่เมืองรอบนอกเพ่อพัฒนาให้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม



และเป็นพ้นท่รองรับการเคล่อนย้ายสู่โอกาสทางสังคมของผู้คนท่อาศัยอยู่



ในพ้นท่นอกเขตเมือง ในอีกมิติหน่งหลังการผ่านพ้นไปของสงครามเย็น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้ทวีความสาคัญข้นในฐานะพ้นท ่ ี



เปราะบางทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจของรัฐ รัฐจึงได้

พยายามสร้างอานาจในการกากับการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็น



พ้นท่ยุทธศาสตร์ในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

รวมไปถึงความพยายามในการร้อถอนภาพของการเป็นพนท่ล่อแหลมและ



เป็นภัยคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเยนผ่านการพัฒนากระแสหลก (พัฒนา


กตอาษา, 2557; และ กนกวรรณ มะโนรมย, 2563) การเปลยนแปลงดงกลาว







ก่อให้เกิดการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม



การเปล่ยนแปลงการดารงชีพ และท่สาคัญคือได้เป็นปัจจัยสาคัญให้เกิด


การขยายตัวของความเป็นเมืองมากยิ่งขึ้นในสังคมไทย
การพัฒนาเมืองเพ่อตอบสนองต่อความต้องการทางเศรษฐกิจได้

เป็นปัจจัยขับเคล่อนสาคัญให้เกิดการเปล่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม



อย่างรวดเร็ว อีกทั้งความสัมพันธ์ของผู้คนได้ถูกก่อร่างสร้างความหมายใหม่
และถูกก�ากับไว้ด้วยวิถีชีวิตแบบเมืองในบริบทของความทันสมัย ขณะที่การ
พิจารณาการเปล่ยนแปลงของเมืองจากความหลากหลายของวัฒนธรรมย่อย

(Subculture Group) เมืองได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในหลากหลาย
อาชีพและทาให้วิถีชีวิตเมืองมีความเป็นพลวัตไปตามการเติบโตและการ

เปลี่ยนแปลงของเมือง อีกทั้งเมืองได้กลายเป็นพื้นที่ส�าคัญของปรากฏการณ์
ทางวัฒนธรรมร่วมสมัย การเปล่ยนแปลงและการปรับตัวในการดาเนิน


วิถีชีวิตให้เข้ากับนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเมือง และการต่อรองและตอบโต้
อัตลักษณ์ของกลุ่มทางสังคมท่หลากหลาย ขณะท่การพิจารณาอัตราเร่งใน



การพัฒนาชนบทให้กลายเป็นเมืองได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมข้นมา

อย่างหลากหลาย การเปล่ยนแปลงและความทันสมัยจากการกลายเป็นเมือง
8 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ



ท่ได้แฝงผลกระทบท่ตามมาของเมือง โดยการเติบโตและขยายตัวของเมือง

ก่อให้เกิดคนจนเมืองและคนท่สูญเสียประโยชน์และความม่นคงของชีวิตจาก



ท่ดินทากิน การขยายตัวและพัฒนาการเปล่ยนวิถีการผลิตเพ่อตอบสนองการ


บริโภคของผู้คนในเมือง (ปรีชา คุวินทร์พันธุ์, 2549; กนกวรรณ มะโนรมย์,
2563; นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ, 2562; และพิเชฐ สายพันธ์, 2564) ดังนั้น อาจ










กล่าวไดว่าเมืองคอพนท่ชวตทมองคประกอบหลากหลายโดยองคประกอบนน





มีความสัมพันธ์อยู่กับผู้คนท่มีลักษณะเฉพาะไปตามชนช้นทางสังคมและ

เศรษฐกิจ อัตลักษณ์ กลุ่มอาชีพ และกลุ่มทางสังคม เมืองจึงกลายเป็นพื้นที่
ของการรวบรวมความหลากหลายและเป็นพื้นที่มีพลวัตอยู่ตลอดเวลา


ในขณะท่งานทางอนาคตศึกษาได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปล่ยนแปลง




ของเมืองและก่อให้เกดความสมพนธ์ทางสงคมใหม่ ๆ ข้นมาในบริบทของ

ความเป็นเมือง อภิวัฒน์ รัตนวราหะ และคณะ (2563) ได้ศึกษาความสัมพันธ์
ระหว่างเมืองกับคนในประเด็นของการเปล่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคม


สูงวัย กระบวนการกลายเป็นเมือง การเช่อมต่อระดับโลกของคนแลข้อมูล
การพัฒนาเทคโนโลยีกับปัญญาประดิษฐ์ และการเพ่มอานาจทางเศรษฐกิจ












การเมอง ซงเป็นปัจจยสาคญในการสะท้อนให้เหนถงวถชวตแบบเมองใน



อนาคต อีกท้งเมืองได้ลดทอนความสัมพันธ์ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คน

ให้มีการรวมกลุ่มทางสังคมกันน้อยลงและมีความสัมพันธ์กันแบบผิวเผิน เช่น

เดยวกนกับการเปลยนแปลงไปของการเลอมใสศาสนาหรือการทากจกรรม







ทางศาสนาของวัดภายในเมือง ด้วยเหตุผลท่ว่าการอยู่อาศัยในเมืองเป็นไป



ในลักษณะของการย้ายเข้าและย้ายออก มีการเปล่ยนแปลงท่อยู่อาศัยไปตาม

สถานท่ทางานท่สะดวกสบายทาให้ผู้คนไม่มีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นอัน






หน่งอันเดียวกันกับศาสนาภายในเมือง อีกท้งคนเมืองยังมีทัศนคติต่อพ้นท ี ่


วัดว่าไม่ได้สร้างมูลค่าทางด้านการใช้สอยในการทางานได้มากเมอเทียบกับ

พื้นที่ทางกายภาพที่เป็นแหล่งปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอื่น ๆ เช่น แหล่งท�างาน
แบบท�างานร่วมกัน (Co-working Space) เป็นต้น ประกอบกับการเปลี่ยน
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 9


ผ่านของสังคมวัฒนธรรมเมืองเข้าสู่ความเป็นฆราวาส (Secularization)


ซ่งแสดงให้เห็นบทบาทของสถาบันท่เป็นฆราวาสมากกว่าสถาบันทางศาสนา



และทาให้การเข้าวัดมีความถ่น้อยลง ทาให้เกิดความห่างเหินระหว่างศาสนา
กับคนเมือง ความผูกพันของวัดกับผู้คนจึงเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนในอดีต










“เมองกนวด” อาจถอได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทสาคญทจะช่วย
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเมืองกับศาสนาได้เป็นอย่างดี ภายใน




เมืองพ้นท่ทางศาสนาได้ถูกกลืนกลายด้วยพ้นท่ปฏิบัติการสมัยใหม่ท่รายล้อม

ไปด้วยตึกสูง รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงปฏิบัติการระดับชีวิต



ประจาวันท่ผู้คนได้เบนเข็มความสนใจออกจากพ้นท่ทางศาสนาในสภาวะ

ของความทันสมัยและวิถีชีวิตแบบเมืองท่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ งานศึกษา

ของ อรศรี งามวิทยาพงศ์ และคณะ (2560) ในการศึกษาเรื่องเมืองกลืนวัด
ได้ตอกย�้าปรากฏการณ์ทางสังคมดังกล่าวผ่านการศึกษาการด�ารงอยู่ของวัด
ในฐานะสถาบันทางสังคมท่มีความผูกพันกับชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน

สภาพพ้นท่ของวัดในบริบทเมือง หรือบริบทก่งเมืองก่งชนบทมีลักษณะ




คล้ายกันคือเม่อการพัฒนาสังคมภายใต้แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่ง


ชาติได้ก่อให้เกิดการขยายเน้อเมืองออกไป รวมไปถึงการเกิดย่านการค้าและ


ศูนย์กลางธุรกิจในพ้นท่รอบวัด การคมนาคมขนส่งท่มีความสะดวกรวดเร็ว




และเช่อมต่อกับทุกพ้นท่ได้อย่างง่าย และการเกิดข้นของท่อยู่อาศัยของ


คนสมัยใหม่ โดยงานศึกษาน้ได้ศึกษา 5 วัดประกอบด้วย 1) วัดนายโรง







ถนนบรมราชชนน เขตบางกอกนอย กรงเทพมหานคร 2) วดนางช ถนนเทดไท
เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 3) วัดภูเขาทอง ตาบลภูเขาทอง

อาเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4) วัดป่าสุขสมบูรณ์





ตาบลสองช้น อาเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ และ 5) วัดลานสัก ตาบล
ลานสัก อ�าเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

พ้นท่วัดได้ถูกกลืนไปกับเมืองในบริบทของการพัฒนา ความพยายาม

ในการฟื้นวัด คืนธรรม น�าเมือง จึงเกิดขึ้นภายใต้บริบทดังกล่าว โดยข้อเสนอ
10 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

ของ อรศรี งามวิทยาพงศ์ และคณะ (2560) ที่น่าสนใจอาจสามารถแบ่งได้
เป็น 2 ประการส�าคัญดังนี้



1) การฟื้นฟูสัปปายะด้านกายภาพ วัดท่อยู่ในพ้นท่เมือง หรือ







พ้นท่ก่งเมืองก่งชนบทส่วนใหญ่มีพ้นท่ทางกายภาพท่มีความเส่อมโทรม

และมีศาสนสถานท่ชารดอยู่ในหลายแห่ง สภาพทางกายภาพจึงเป็นความ







สาคัญลาดับแรกในการท่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาสู่พ้นท่ ความพยายาม

ดังกล่าวได้ปรากฏผ่านการปรับปรุงส่งก่อสร้างของวัดท่เป็นพ้นท่ศึกษา










ในทกแห่ง อย่างไรก็ตามในแต่ละพนท่กบมีโจทย์การฟื้นฟูสปปายะด้าน

กายภาพท่แตกต่างกันออกไปตามบริบทความสัมพันธ์ทางสังคมของคนใน

พ้นท่ เช่น วัดนางชี การฟื้นฟูทางด้านกายภาพต้องเผชิญกับปัญหา “บ้านในวัด”



ซ่งเป็นการซ้อนทับระหว่างพ้นท่ของพระสงฆ์กับพ้นท่ใช้สอยของฆราวาส







การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจาเป็นต้องอาศัยกลไกสาคญคอความร่วมมือและการ

แก้ปัญหาด้วยสันติวิธีเพ่อให้ได้ประโยชน์ท้งชุมชนและวัด เป็นต้น นอกจากน ี ้

กระบวนการฟื้นฟูสัปปายะด้านกายภาพจะต้องอาศัยการระดมทุนจาก


ผู้มีจิตศรัทธาเป็นจานวนมากแต่ก็สามารถสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยบทบาท



เชิงเก้อกูลระหว่างชุมชน ผู้มีจิตศรัทธา และวัด ขณะท่การปรับปรุงส่งแวดล้อม

ภายในวัดนับเป็นส่วนสาคัญในการดึงดูดญาติโยมให้เข้ามาเรียนรู้ธรรมและ

จัดทากิจกรรมทางศาสนาได้อย่างร่มร่นเช่นกัน ดังน้น การฟื้นฟูสัปปายะ



ด้านกายภาพ จึงเป็นเสมือนด่านแรกในการฟื้นวัด คืนธรรม และนาเมือง




โดยท่วัดดาเนินบทบาทของตัวเองเช่อมโยงกับชุมชนรอบข้างเพ่อความ
เอื้อเฟื้อและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

2) การฟื้นฟูสัปปายะด้านศาสนบุคคล การเปล่ยนแปลงความ
เช่อของผู้คนในสังคมสมัยใหม่ได้นามาสู่ความท้าทายของพระพุทธศาสนา





ในการเผยแพร่หลักธรรมคาสอน การหลีกเล่ยงพุทธพาณิชย์ท่เป็นผลให้

เกิดการเบ่ยงเบนศาสนาออกจากบทบาททางธรรม พระสงฆ์จึงจาเป็นต้อง


ปรับเปล่ยนความรู้ความสามารถให้สอดคล้องกับธรรมท่ทันยุคสมัย รวมไป

สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 11











ถงการปฏบตตนตามพระธรรมวนยให้เกดความเลอมใสต่อพทธศาสนกชน


เช่น การเผยแผ่ธรรมผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงเพ่อพระพุทธศาสนาและ

สังคมวัดนายโรง (ความถ่ FM 94.75 MHz.) เช่อมโยงกับกิจกรรมอ่น ๆ







ของวดและแพร่กระจายแนวคดการเผยแผ่ธรรมในรปแบบดงกล่าวในฐานะ


ต้นแบบท่มีแนวปฏิบัติท่ดีให้กับวัดเครือข่ายอ่น ๆ เป็นต้น นอกจากน ี ้

การฟื้นฟูสัปปายะด้านศาสนบุคคลยังสะท้อนให้เห็นผ่านการฟื้นฟูประเพณ ี



ท้องถ่นท่เช่อมโยงกับบริบทสังคมสมัยใหม่ อาทิ การร้อฟื้นประเพณีตักบาตร

น�้าผึ้ง ประเพณีไหว้วัดของวัดของวัดภูเขาทาง เป็นต้น ในอีกมิติหนึ่งที่ส�าคัญ

คือ งานสาธารณสงเคราะห์ การท่พระสงฆ์ปรับบทบาทเข้าสู่การทางาน

เพ่อชุมชนและสังคมมากข้น การส่งเสริมช่วยเหลือชุมชนด้วยภูมิปัญญา


ท้องถิ่น และการน�าพระธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองและ
หลีกเลี่ยงอบายมุข การด�าเนินงานสาธารณสงเคราะห์เหล่านี้ได้ฟื้นวัดคืนมา
ได้เป็นอย่างดีและท�าให้พระสงฆ์มีส่วนร่วมกับสังคมมากยิ่งขึ้น












เมอพจารณางานศกษาเกยวกบการพฒนาพนทสขภาวะด้วย

หลักธรรมสัปปายะตามแนวพระพุทธศาสนาผ่านงานของพระมหาสุทิตย์


อาภากโร และคณะ (2558) แสดงให้เหนการพฒนาพนทสขภาวะด้วย







หลักธรรมสัปปายะ 5 สบาย ประกอบด้วย 1) การพัฒนาพ้นท่กายภาพ
วัดให้สะอาดตาและร่มรื่น หรือ อาวาสสบาย 2) การดูแลโภชนาการให้ถูก

สุขลักษณะ หรืออาหารสบาย 3) การพัฒนาบุคคลให้สร้างสรรค์ส่งท่ดีงาม

ร่วมกัน หรือบุคคลสบาย 4) การพูดคุยและทากิจกรรมเพ่อพัฒนาสุขภาพ


จต หรอภสสสบาย และ 5) การปฏบตกจกรรมทางศาสนา การสวดมนต์







ปฏิบัติธรรม และรักษาศีล หรือธรรมะสบาย กระบวนการพัฒนาพ้นท่สุข





ภาวะเหล่าน้จะช่วยเช่อมโยงการพัฒนาคุณภาพชีวิตท้งพระสงฆ์และฆราวาส

และแสดงให้เหนถึงการท่วัดสามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชนได้

ท่ามกลางสังคมเมืองสมัยใหม่ เช่นเดียวกันกับการบูรณาการหลักพุทธธรรม



ภายใต้หลักนิเวศวิทยาเชิงพุทธเพ่อการพัฒนาท่คานึงถึงคน ส่งแวดล้อม และ

12 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

















สงแวดล้อมทยงยนของคณะสงฆ์ในพนทเมองร้อยเอด โดยยดหลกการวดส ี

เขียว ชุมชนสีเขียว ซ่งเป็นการบูรณาการท่จะช่วยก่อให้เกิดการบูรณาการ

เช่อมโยงการพัฒนาจิตและปัญญาระหว่างผู้คนในชุมชนและวัดอันจะก่อให้

เกิดการฟื้นฟูบทบาทวัดให้สามารถดารงอยู่ภายใต้สังคมเมืองได้อย่างย่งยืน







และเป็นพ้นท่ส่งเสริมสุขภาวะเมืองท่สาคญ ขณะทอีกปัจจัยท่สาคญทจะ







ช่วยให้วัดสามารถฟื้นคืนได้ในบริบทเมืองคือการอาศัยเครือข่ายทางสังคม
เพ่อต่อยอดการเรียนรู้และการเสริมสร้างสุขภาวะองค์รวมท้งด้านกาย


จิตใจ สังคม และปัญญาเพื่อให้เกิดชุมชนและสังคมการเรียนรู้สมัยใหม่
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า “ความเป็นเมือง ความเป็นสังฆะ
ความเป็นคน” สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์และความเช่อมโยงระหว่างชุมชน


และวัดท่มมาอย่างยาวนานถึงแม้จะมปรากฏการณ์ทางสงคมท่เป็นผลมาจาก




การกลายเป็นเมืองและสังคมสมัยใหม่ แต่การทวัดจะดารงอยู่ได้ในสภาวะ



สมัยใหม่เช่นน้คือการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของสังคม รวมไปถึงการใช้ทุน


ทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรมท่ได้ส่งสมมาประยุกต์ใช้กับการปรับตัวของ



พระพุทธศาสนาให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบันได้มากข้น เช่น การทากิจกรรม

สาธารณสงเคราะห์เชิงรุกกับชุมชน กิจกรรมทางศาสนาท่ตอบสนองกับ



วฒนธรรมการบรโภคนยม และการใช้สอสมัยใหม่เพอการเผยแผ่พระธรรม






เป็นต้น จะช่วยให้วัดสามารถดารงอยู่ได้อย่างม่นคงและสามารถเป็นที่พ่ง

ท้งทางใจและทางกายให้กับชุมชนเมืองท่อาศัยอยู่บริเวณรอบวัดได้อย่าง


เข้มแข็งและมีความยั่งยืน

สาหรับการกลับมาพิจารณาจากบทบาทของวัดกับเมืองใน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)


จะเห็นความสาคัญของการเก้อกูลท่องค์กรพระพุทธศาสนาได้ทาหน้าท ี ่


ช่วยเหลือและสนับสนุนการดูแลผู้ติดเชื้อจ�านวนมาก โดยเฉพาะในงานชิ้นนี้

จะได้ช่วยสร้างข้อถกเถียงบทบาทขององค์กรพระพุทธศาสนาในพ้นท่เมือง

คือวัดสุทธิวราราม แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ในฐานะของ
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 13






พ้นท่ต้นแบบของการสร้างบทเรียนรู้ท่สาคัญในการบูรณาการงานสาธารณ
สงเคราะห์ของคณะสงฆ์ในสถานการณ์ร่วมสมัย ซ่งมีความสาคัญมาก




ท่ามกลางความท้าทายแห่งยุคสมัยท่คณะสงฆ์ไทยกาลังเผชิญกับสายลมแห่ง
การเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร การขับเคลื่อนกิจกรรม



สาธารณสงเคราะห์ท่มุ่งเป้าหมายอยู่ท่สังคมโดยก้าวข้ามชนช้น ก้าวข้ามความ
แตกต่างทางศาสนา ก้าวข้ามพื้นที่แบบเส้นเขตการปกครอง ได้มีส่วนให้เกิด
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางสังคมให้กับคณะสงฆ์ได้เป็นอย่างดี




ท้งน้ต้งแต่การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19ในประเทศไทย
ระลอกเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ที่มีแนวโน้มของการแพร่ระบาดที่รุนแรง


กว่ารอบที่ผ่านมา มีปริมาณผู้ติดเชื้อเพ่มสูงข้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะใน




เขตพ้นท่กรงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้จานวนเตยงรองรับผู้ป่วย



โรคติดเช้อโควิด-19 มีจานวนไม่เพียงพอกับผู้ป่วย กรุงเทพมหานครจึงมีแนวคิด


และการดาเนินการจัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพ่อรอการส่งต่อผู้ป่วย


โควิดเข้ารักษาในโรงพยาบาล (Community Isolation: CI) ใน 6 กลุ่มเขตท่ว


พ้นท่กรุงเทพมหานคร โดยขอความร่วมมือการใช้พ้นท่ศูนย์กีฬา ศูนย์อาหาร


ศูนย์ปฏิบัติธรรม และวัด ในการเป็นพื้นส�าหรับการจัดตั้งศูนย์พักคอยผู้ป่วย
โรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกจัดกลุ่มเป็น


ผู้ป่วยสีเขียว โดยศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ต้นแบบท่ต้งอยู่ในวัดคือ

ศูนย์พักคอย วัดสะพาน เขตคลองเตย ซ่งเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19
ต้นแบบที่รองรับผู้ป่วยได้ 250 เตียง
วัดสุทธิวราราม ต้งอยู่บนถนนเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพมหานคร









ปัจจบนมพระสธรตนบณฑต (สทตย์ อบอ่น) เป็นเจ้าอาวาส ได้เลงเหนถง ึ





ความยากลาบากของประชาชนในพ้นท่เขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะ







ประชาชนท่อาศัยในชุมชนรอบวัดเร่มมีผู้ป่วยโรคติดเช้อโควิด-19 เพ่มมาก
ข้น อีกท้งยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตขณะยงอยู่ในท่พักเน่องจากไม่สามารถเข้าสู่





ระบบการรักษาของโรงพยาบาล จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
14 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ





ติดเช้อโควิด-19 ท่มีแนวโน้มเพ่มสูงข้น ทางคณะสงฆ์วัดสุทธิวรารามจึงม ี

แนวคิดการปรับพ้นท่และอาคารบางส่วนของวัด สาหรับการเป็นศูนย์พัก




คอยสาหรับรองรับผู้ป่วยโรคติดเช้อโควิด-19 โดยการศึกษาต้นแบบการจัดต้ง

ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโรคติดเช้อโควิด-19 ภายในวัดจากวัดสะพาน เขตคลองเตย

ท่เป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ต้นแบบแห่งแรกของกรงเทพมหานคร




เพ่อแยกผู้ติดเช้อกลุ่มสีเขียวท่ไม่มีอาการรุนแรง และไม่สามารถแยกกักตัว

ท่บ้านจากคนในครอบครัวหรือคนในชุมชนให้มาพักรักษาก่อนถูกส่งเข้า


ระบบการรักษาของโรงพยาบาล โดยวัดสุทธิวรารามได้ร่วมกับสานักงานเขต
สาทร กรุงเทพมหานคร จัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพ่อส่งต่อ



เขตสาทรข้นโดยใช้อาคารศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนา


สังคมของวัดสุทธิวรารามเป็นพ้นท่รองรับผู้ป่วยโรคติดเช้อโควิด-19

จ�านวน 122 เตียง



























สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 15


อารัมภบท : การจัดการ



พ้นที่ภายในวัดสุทธิวราราม









สาหรับการปรับพ้นท่ภายในวัดสุทธิวรารามเพ่อรองรับการจัด
ต้งศูนย์พักคอยผ้ป่วยโควด-19 เพ่อส่งต่อ (Community Isolation)




วัดสุทธิวรารามใช้อาคารศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม




ซ่งต้งอยู่บริเวณประตูทางออกของวัด เป็นอาคารสูง 4 ช้น มีทางข้น-ลง

อาคารแยกเป็นด้านหน้า-หลัง และยังมีลิฟต์สาหรับข้นอาคารบริเวณ



ด้านหลังซ่งทางวัดจัดเป็นพ้นท่สาหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะและได้จัดแบ่ง


การใช้พื้นที่แต่ละชั้นดังนี้
ชั้น 1 เดิมเป็นพื้นที่ของศาลาสวดอภิธรรมศาลา 1 และ 2 ปัจจุบัน




ได้ปรับปรุงให้เป็นพ้นท่สาหรับการเตรียมส่งของเคร่องใช้ท้งเคร่องอุปโภค



บริโภคสาหรับผู้ป่วย และยังเป็นพ้นท่สาหรับรับของบริจาคจากประชาชน




ทั่วไปบริเวณด้านหน้า

ช้น 2 จากเดิมเป็นพ้นท่ของศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับ


การพัฒนาสังคม โดยมีลักษณะเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ของศูนย์ฯ ได้



ปรับปรุงให้เป็นพ้นท่อานวยการสาหรับบุคลากรทางการแพทย์และจัดเป็น

เตียงรองรับส�าหรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการออกซิเจน หรือมีระดับออกซิเจน
ลดลง จ�านวน 14 เตียง
ชั้น 3 ส�าหรับผู้ป่วยหญิง จ�านวน 52 เตียง




ช้น 4 สาหรับผู้ป่วยชาย จานวน 34 เตียง และเป็นเตียงเพ่อ

รองรบพระภกษสามเณรท่ป่วยเป็นโรคโควด-19 จากการประสานงานของ




โรงพยาบาลสงฆ์ จ�านวน 22 เตียง
16 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

อาคารศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม

นอกจากน้ทางคณะสงฆ์วัดสุทธิวรารามเล็งเห็นว่ายังมีผู้ติดเช้อ


บางส่วนท่ไม่สามารถเข้าระบบการรักษาของทางกรุงเทพมหานคร





โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างชาติท่ทางานบริเวณสะพานปลา ซ่งต้งอยู่ตรงข้าม


วัดสุทธิวราราม โดยทางวัดพบว่ามีจานวนของผู้ติดเช้อเพ่มข้นจานวนมาก



สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 17




จึงได้ปรับอาคารตึกเก็บอัฐิซ่งต้งอยู่บริเวณด้านหลังเมรุเผาศพเป็นอาคารสูง






3 ช้น ให้เป็นพ้นท่สาหรับรองรับผู้ป่วยแรงงานข้ามชาติเพ่มเติมช้นละ
10 เตียง รวมเป็นจ�านวน 30 เตียง
ตึกเก็บอัฐิ หอฉัน
























ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม

แผนผังวัดสุทธิวรารามกับการจัดการพื้นที่ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19

เพื่อส่งต่อเขตส�านักอนามัยกรุงเทพมหานคร

การปรับพ้นท่ของวัดสุทธิวรารามสาหรับการบริหารจัดการศูนย์พัก



คอยผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อส่งต่อที่ส�าคัญอีก 2 ส่วน คือ การจัดเตรียมอาหาร
สาหรับดูแลผู้ป่วยและการบริหารจัดการขยะติดเช้อจากศูนย์พักคอยผู้ป่วย


โควิด-19 โดยวัดสุทธิวรารามด�าเนินการปรับพื้นที่ทั้ง 2 ส่วน ดังนี้
1) การจัดการด้านอาหาร วัดสุทธิวรารามได้ปรับพื้นที่อาคารหอฉัน
ของวัดเป็นพ้นท่สาหรับการประกอบอาหารให้กับผู้ป่วย และประกอบอาหาร



18 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ








สาหรับนาไปมอบให้กบประชาชนท่พักอาศยในชุมชนรอบวดหรอผ้ท่แยก


กักตัวท่บ้าน (Home Isolation) อีกท้งยังเป็นพ้นท่สาหรับประชาชนหรือ





องค์กรต่าง ๆ ที่มีความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพอาหารส�าหรับผู้ป่วยในแต่ละ
วัน โดยสาเหตุที่สามารถปรับพื้นที่อาคารหอฉันให้เป็นพื้นที่ประกอบอาหาร

สาหรับผู้ป่วยได้ เน่องจากทางวัดสุทธิวรารามได้มีแนวปฏิบัติเร่องการแยกกัน







ฉนภตตาหารให้กบพระสงฆ์ในช่วงสถานการณ์โรคตดเชอโควด-19


เพ่อเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมตามมาตรการด้านสาธารณสุข ซ่ง



ได้ดาเนินการมาต้งแต่เร่มมีการแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ทาง



วัดสุทธิวรามรามจึงสามารถปรับปรุงพื้นที่ของอาคารดังกล่าว เพื่อใช้ส�าหรับ
ประกอบอาหารส�าหรับผู้ป่วยในศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ได้
2) การจัดการระบบกาจัดขยะ วัดสุทธิวรารามได้จัดพ้นท่ท่อยู่




ระหว่างศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคมกับตึกเก็บอัฐิท ี ่
เป็นอาคารรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ให้เป็นพื้นที่ส�าหรับการบริหาร


จัดการขยะติดเช้อ โดยดาเนินการประสานงานกับทางกรุงเทพมหานคร
ในการเข้ามาจัดการขยะเป็นประจ�าทุกวัน





พื้นที่ส�าหรับบริหารจัดการขยะติดเชื้อเพื่อให้ทางกรุงเทพมหานคร

ด�าเนินการเก็บเป็นประจ�าทุกวัน


สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 19


จิตอาสาวิถีพทธ : อาหารของชุมชน




วัดของชุมชน พระพทธศาสนาของชุมชน






สาหรับการดาเนินกิจกรรมด้านสาธารณสงเคราะห์ของ
วัดสุทธิวรารามที่เกิดขึ้นภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
โควิด-19 ได้แสดงให้เห็นวิถีแห่งจิตอาสาผ่านการมุ่งเน้นการด�าเนินกิจกรรม
ตามสถานภาพและบทบาทของการเป็นพระสงฆ์ในสังคมไทย ซ่งแสดงให้

เห็นว่าการดาเนินกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทน


หรือประโยชน์ส่วนตนแต่เป็นการรวมกลุ่มของพระสงฆ์และผู้ท่ต้องการ

สนับสนุนการทากิจกรรม นอกจากนี้การท่สังคมไทยเผชิญกับสถานการณ์



การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ในระลอกท่ 4 ซ่งมีความรุนแรง

และสร้างผลกระทบให้เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจมาก



ท่สุดนับต้งแต่มีการระบาดของโรคน้ การท่เครือข่ายการดาเนินงานของ




วัดสุทธิวรารามสามารถดาเนินกิจกรรมด้านจิตอาสาวิถีพุทธได้อย่างต่อเน่อง
ถือเป็นจุดเด่นอีกประการหน่งท่สะท้อนให้เห็นการสามารถบรณาการภาค ี






เครอขายให้เข้ามาร่วมทากิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ร่วมกันได้ อันท่จริง



การเกิดข้นของกิจกรรมจิตอาสาวิถีพุทธของคณะสงฆ์มักเร่มต้นจากความ
สมัครใจระดับปัจเจกบุคคล ซ่งในกรณีของวัดสุทธิวรารามเร่มต้นจากการท ่ ี


พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวรารามเห็นว่าคณะสงฆ์วัดสุทธิวราราม


ได้พ่งพาชมชนท่อยู่อาศัยใกล้เคียงวัดหรือแม้แต่ผู้คนในสังคมในการดูแล

วัดมาอย่างยาวนาน เม่อผู้คนในสังคมกาลังประสบความเดือดร้อน การ


ท่สมาชิกของวัดสามารถดาเนินกิจกรรมต้งแต่การการทาโรงครัวตามดาร ิ





สมเด็จอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาปริณายก ในช่วงแรก
20 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ




ของการแพร่ระบาดและยังดาเนินการอยู่มาถึงปัจจบันถอเป็นการแสดง


ออกถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมของวัดและชุมชนท่มีการพ่งพา
อาศัยระหว่างกันมาโดยตลอด


โดยเฉพาะเม่อสถานการณ์การแพร่ระบาดทวีความรุนแรงข้น

คณะสงฆ์วัดสุทธิวรารามได้เล็งเห็นว่าควรดาเนินการตรวจหาเช้อโควิด

แบบ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้กับผู้คนในชุมชนโดยรอบวัด และเกิด
ปรากฏการณ์ท่พระสงฆ์วัดสุทธิวรารามสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

(Personal Protective Equipment: PPE) ตรวจหาเชื้อให้กับคนในชุมชน
“พระไม่ท้งโยม” ถือได้ว่าเป็นอีกโครงการท่สาคัญท่เกิดข้นภายใต้สถานการณ์







การแพร่ระบาดและเป็นผู้กระทาการหน่งในกระบวนการช่วยเหลือสังคม
และผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ทน โครงการดังกล่าวริเร่มจากคณะสงฆ์

วัดสุทธิวราราม และได้แพร่ขยายเครือข่ายพระไม่ท้งโยมไปในแต่ละจังหวัด

เพ่อช่วยเหลือประชาชนในสภาวะอยากลาบาก การทางานสู่ชุมชนเชิง



รุกเหล่าน้จาเป็นต้องขยายเครือข่ายการทางานให้เกิดความย่งยืนผ่าน






คณะกรรมการชุมชนท่คอยเรียนรู้และตรวจหาเช้อให้กับคนในชุมชน รวม

ไปถึงการประสานงานเพ่อติดต่อกับศูนย์พักคอยโดยตรง ในส่วนของผู้ม ี












จตศรทธากถอเป็นกาลงสาคญในการดาเนนงานในครังน โดยสามารถแบ่ง

ออกเป็น 2 กลุ่มส�าคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้มีจิตศรัทธาที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัด
และอาสาสมัคร จะเป็นไปในลักษณะของการบริจาคสิ่งของที่จ�าเป็นส�าหรับ
การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ และกลุ่มอาสาสมัครที่เคยเข้ารับการรักษากับศูนย์พัก




คอยเพ่อการส่งต่อจนหายดี กลุ่มน้จะกลับมาช่วยดูแลผู้ป่วยท่ติดเช้อรายใหม่
ตามความถนัดของแต่ละคน เช่น การช่วยจัดการเปล่ยนผ้าปูท่นอน และการ


ประกอบอาหาร เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการท�างานสาธารณสงเคราะห์
สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยการทางานท่อาศัยทุนทางสังคมในลักษณะของ









เครอข่ายความสมพนธ์ควบค่การจตอาสาสาธารณะทเข้ามามส่วนช่วยใน


การเป็นก�าลังหลักในการด�าเนินงาน
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 21



อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ท่การแพร่ระบาดของโรคติด





เช้อโควิด-19 มีความรุนแรงมากข้น วัดจานวนมากท่เคยมีส่วนต่อการดาเนิน

กิจกรรมสาธารณสงเคราะห์เพ่อช่วยเหลือผู้คน ได้ลดกิจกรรมหรือยกเลิกการ


ดาเนินกิจกรรมไปเน่องจากความจาเป็นด้านเศรษฐกิจและกาลังคนท่ไม่เอ้อ




อานวยให้ดาเนินการในระยะยาว ดังน้นการท่วัดสุทธิวรารามสามารถดาเนิน






กิจกรรมด้านสาธารณสงเคราะห์เพ่อช่วยเหลือความทุกข์ร้อนของผู้คนใน

สังคมไทยได้ในระยะยาวและรักษาความต่อเน่องสมาเสมอ จึงถือเป็นแนวทาง


และบทเรียนท่ควรวิเคราะห์และแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ท่มีต่อสังคมเป็น









อย่างย่ง ท้งน้เม่อพิจารณาการดาเนินงานของวัดสุทธิวรารามท่ดาเนินการ
เก่ยวกับงานสาธารณสงเคราะห์ท่เก่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ




โรคตดเชอโควด-19 สามารถแบ่งหน่วยการขบเคลอนกจกรรมออกเป็น







2 ส่วนส�าคัญคือ (1) ศูนย์พักคอยวัดสุทธิวราราม (2) โครงการพระไม่ทิ้งโยม
โดยรายละเอียดของกิจกรรมจะเป็นดังนี้

ศูนย์พกคอยวัดสุทธิวราราม

วัดสุทธิวรารามได้จัดต้งศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการ


พฒนาสงคมมาตงแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยมเป้าหมายสาคญประการหนงคอ








เพ่อการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนาในกลุ่มเยาวชน






ของโรงเรียนวดสทธิวราราม อกทงยงสามารถใช้พนทในการเผยแพร่องค์





ความรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคมท่ร่วมสมัย ส่งผลให้ตลอดระยะ


เวลา 5 ปีท่ผ่านมา พ้นท่ในส่วนของอาคารซ่งเป็นท่ต้งของศูนย์การเรียนรู้











พระพทธศาสนากบการพฒนาสงคม จงถกพฒนาใหมความพรอมรองรบการ





จัดกิจกรรมโดยมีส่วนประกอบทั้งห้องประชุม ห้องพักที่เปิดให้ผู้มีภารกิจใน
กรุงเทพมหานครหรือมีรายได้น้อยพักฟรี และการส่งเสริมการเรียนรู้พระพุทธ






ศาสนาทก่อให้เกดสขภาวะดานต่าง ๆ ท้งนเม่อมสถานการณการแพร่ระบาด





22 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

ของโรคติดเชื้อโควิด-19 การด�าเนินกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามระยะต้นจน
มาถึงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระยะที่ 4
สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กิจกรรมส�าคัญ






(1) การเปิดโรงครวเพอช่วยเหลือผู้เดอดร้อน กล่าวคือเม่อ
สถานการณการแพรระบาดของโรคตดเชอโควด-19 มความรนแรงขนชวงตน












ปี พ.ศ. 2563 สมเด็จอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาปริณายก


ได้มีบัญชาให้สานักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเผยแพร่พระดาร ิ

เม่อวันท่ 23 มีนาคม 2563 โดยเห็นว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับ



สังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นท่พานัก
ของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย
จึงสมควรท่จะให้วัดท่มีศักยภาพเพียงพอท่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบ







ความยากลาบาก ดาเนินภารกิจตามบทบาทหน้าท่ท่ดารงอยู่นับแต่อดีตกาล


จึงได้ประทานแนวทางให้ทุกวัดท่มีความพร้อมและกาลังความสามารถใน




การจัดต้งโรงทานจัดทาอาหารและมอบข้าวสารอาหารแห้งเพ่อช่วยเหลือ
ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในส่วน


ของการดาเนินกิจกรรมโรงครัวของวัดสุทธิวรารามได้ดาเนินการมาอย่าง


ต่อเน่อง แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 จะเบาบาง
ลงเป็นระยะ แต่คณะสงฆ์วดสทธวรารามได้ร่วมกบนกเรยนจตอาสาของ







โรงเรียนวัดสุทธิวรารามเปิดโรงครัวจิตอาสา เพ่อแจกอาหารให้กับผู้ท่ได้รับ


ความเดือดร้อนบริเวณหน้าวัดสุทธิวรารามทุกวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เป็น
ประจ�าทุกสัปดาห์มาอย่างต่อเนื่อง


ท้งน้เม่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ใน


ระลอกที่ 4 ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา กิจกรรมในส่วนของ

โรงครัววัดสุทธิวรารามได้กลายเป็นพ้นท่ของการก่อตัวของเครือข่ายจิตอาสา




ท่มีสมาชิกสาคัญร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนท่หน่งคณะสงฆ์ของวัดสุทธิวราราม

แม่ครัว และผู้ปฏิบัติงานของวัดสุทธิวราราม ส่วนที่สองคือครู ศิษย์เก่า และ
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 23



นักเรียนจิตอาสาของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม และส่วนท่สาม สมาชิกในชุมชน


ท่อยู่บริเวณวัดสุทธิวรารามท่เข้ามาร่วมกันเป็นจิตอาสาท้งการสนับสนุน





งบประมาณและพละกาลังในการมาทาโรงครัวเพ่อทาอาหารช่วยเหลือ



ผู้เดือดร้อน การท่วัดสุทธิวรารามได้ตัดสินใจเร่มดาเนินการพัฒนาอาคารศูนย์

การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคมให้เป็นศูนย์พักคอยสาหรับ
ผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา
ได้ส่งผลให้โรงครัวของวัดสุทธิวรารามต้องรับผิดชอบการดูแลอาหารให้กับ

บุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ท่มาอาศัยอยู่ในศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19




ท้ง 3 ม้ออาหารต่อวัด ดังน้นหากพิจารณาการดาเนินกิจกรรมการเปิดโรงครัว
เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้สะท้อนให้เห็นลักษณะจิตอาสาวิถีพุทธที่เกิดขึ้น



จากกลุ่มพระสงฆ์ของวัดท่เห็นว่าอาหารเป็นปัจจัยพ้นฐานท่วัดจะมีส่วนช่วย


ู่


ลดค่าใช้จ่ายของผ้คนท่เดอดร้อนอยในสงคมได้ จงได้รวมตวจากกล่มพระสงฆ ์






และผู้มีจิตศรัทธาท่จานวนไม่มากมาร่วมทากิจกรรมโรงครัวช่วยเหลือผู้คนใน
สงคมจนกลายเป็นอกหนงกิจกรรมท่สะท้อนการแบ่งปันของพระสงฆ์และ









ชุมชนในสถานการณ์ท่สังคมไทยกาลังเผชิญความยากลาบากท้งเศรษฐกิจ
และสาธารณสุข




พระสงฆ์วัดสุทธิวรารามจัดต้งโรงครัวจิตอาสามาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน

24 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

(2) การบริจาคถุงยังชีพ กล่าวคือการดาเนินกิจกรรมของ


วัดสุทธิวรารามในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2563
ได้ดาเนินกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพท่เกิดข้นจากการสนับสนุนปัจจัยในการ



ด�าเนินงานจากพระสงฆ์ของวัดสุทธิวราราม ซึ่งจะเน้นการแจกจ่ายถุงยังชีพ
ท่มีอาหารและอุปกรณ์ท่ผู้ประสบความเดือดร้อนต้องใช้ในระยะของวิถีชีวิต





ปกติใหม่ โดยพ้นท่ของการบริจาคถุงยังชีพยังเน้นอยู่ท่ชุมชนใกล้เคียงกับ

วัดสุทธิวรารามเป็นหลัก สาหรับการดาเนินกิจกรรมบริจาคถุงยังชีพของ

วัดสุทธิวรารามในระยะแรกของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด



เช้อโควิด-19 จะเน้นดาเนินการทุกสัปดาห์เพ่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ท่ได้รับ


ความเดือดร้อน แต่เม่อระยะเวลาผ่านไปจนสถานการณ์ของการแพร่ระบาด
ระลอกแรกและระลอกท่สองลดความรุนแรงของการแพร่ระบาดลง กิจกรรม

การบริจาคถุงยังชีพก็ไม่ได้มีการด�าเนินกิจกรรมต่อเนื่องอีก

(3) การจัดตู้พระธรรมปันสุข กล่าวคือการดาเนินกิจกรรมของ



วัดสุทธิวรารามท่ถือเป็นส่วนหน่งจากกิจกรรมท่อยู่ในกระแสสังคมช่วง


การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโรคติดเช้อโควิด-19 ในปี พ.ศ. 2563 คือการจัด
ตู้พระธรรมปันสุขโดยการจัดต้งตู้ลักษณะคล้ายตู้อาหารท่จะมีส่งของเคร่อง






ใช้โดยเฉพาะอาหารท่มีท้งอาหารสดท่มาจากการบิณฑบาตของพระสงฆ์ใน

วัดสุทธิวรารามและการเข้ามาบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาต่อวัดสุทธิวราราม














ทต้องการสนบสนนกจกรรมเช่นน รวมทงยงมการใส่อาหารแห้งทผ้ประสบ
ความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จะ

สามารถเก็บไว้ใช้ประโยชน์ครัวเรือนได้ อย่างไรก็ตามการดาเนินกิจกรรม

ตู้พระธรรมปันสุขของวัดสุทธิวรารามก็ยุติลงจากการท่สถานการณ์ของการ
แพร่ระบาดระลอกแรกและระลอกท่สองลดความรุนแรงของการแพร่ระบาด





ลง ท้งน้ข้อสังเกตท่สาคัญประการหน่งคือการดาเนินกิจกรรมจิตอาสาวิถีพุทธ





ท่พระสงฆ์เร่มดาเนินการโดยเห็นประโยชน์ของส่วนร่วมเป็นท่ต้ง ยังจาเป็น



ท่จะต้องอาศัยเครือข่ายการดาเนินกิจกรรมเพ่อสามารถสนับสนุนให้การ



สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 25








ดาเนินงานมีความต่อเน่อง ท้งน้เครือข่ายการดาเนินเป็นได้ท้งลักษณะองค์กร









ชมชน หนวยงานภาครฐ หรือเจ้าคณะปกครองทสามารถสนบสนนใหภารกจ
สาธารณสงเคราะห์เกิดความยั่งยืนขึ้น


การท่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 มีความ
รุนแรงมากข้นหลังจากเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา คณะสงฆ์

วัดสุทธิวรารามเร่มตระหนักถึงสถานการณ์ของผู้คนในชุมชนท่มีจานวน





การติดเชอและเร่มมีภาวะเปาะบางทางสังคมมากขน สถานการณ์ดังกล่าว




สะท้อนท้งจากภาพใหญ่ของสังคมคือระบบโครงสร้างใหญ่ของสังคมท ่ ี
เก่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในระบบการแพทย์และสาธารณสุขในสภาวะ

วิกฤติ โดยที่เริ่มมีข่าวสารเกี่ยวกับโรงพยาบาลทั้งโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน



ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยท่ติดเช้อด้วยโรคติดเช้อโควิด-19 ได้ เน่องจากม ี


จานวนเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ อีกท้งภาครัฐเร่มแก้ไขสถานการณ์



เฉพาะหน้าด้วยการวางระบบโรงพยาบาลสนามเพ่มเพ่อแก้ไขสถานการณ์



ท่โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ จนเร่มมีการประกาศให้สามารถทา

การแยกกักในชุมชน (Community Isolation) โดยให้องค์กรอื่นที่ไม่อยู่ใน
ระบบสาธารณสุข เช่น สถาบันการศึกษา สถาบันทางศาสนา องค์กรปกครอง








สวนทองถน เปนตน เขามามสวนรวมในการจดการระบบสาธารณสขทสามารถ






ยืนเป็นหลักในการรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19

คร้งน้ได้ เพราะฉะน้นในส่วนของคณะสงฆ์จึงเร่มดาเนินกิจกรรมแบบจิต






อาสาคือ วัดท่มีความพร้อมเชิงสถานท่หลายแห่งได้ประกาศร่วมมือกับหน่วย

งานภาครัฐเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อแก้ไขสถานการณ์



เฉพาะหน้าให้ได้รวดเร็วท่สุด โดยวัดสุทธิวรารามเร่มดาเนินการเป็นศูนย์
พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเป็นทางการวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

26 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เพจ Facebook วัดสุทธิวราราม
เผยแพร่ข้อความขอบพระคุณและอนุโมทนา

ผู้สนับสนุนกิจกรรมในโอกาสที่ด�าเนินกิจกรรมาได้ครบ 100 วัน








(4) ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 จดเรมต้นของการดาเนนการ

กิจกรรมศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ดาเนินมาต้งแต่วันท่ 10 กรกฎาคม


พ.ศ. 2564 โดยคณะสงฆ์วัดสุทธิวรารามเห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด


ของโรคติดเช้อโควิด-19 มีความรุนแรงมากข้นจนอาจส่งผลกระทบต่อสภาพ
ชุมชนรอบวัดให้สามารถรองรับการแยกตัวของผู้ป่วยได้ จึงได้ประสานงาน



กบสานกอนามัย กรุงเทพมหานคร โดยมโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์


และโรงพยาบาลเลิศสินเข้ามาเป็นเครือข่ายในการร่วมวางแผนดาเนินศูนย์
พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกัน ส�าหรับบทบาทของวัดสุทธิวรารามในระยะ
เตรียมการเพ่อจัดทาศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ได้มุ่งเน้นไปท่การจัดเตรียม






สถานท่ ท้งการทาความสะอาด การเปลี่ยนแปลงสถานท่ให้เหมาะสมต่อการ

เข้าพักของผู้ป่วย และการปรับปรุงระบบการจัดการด้านสุขอนามัยให้เตรียม
ความพร้อมรองรับการเข้ามาบริหารจัดการของบุคลากรด้านสาธารณสุขท ่ ี
ส�านักอนามัย กรุงเทพมหานครจะได้รับผิดชอบพื้นที่ต่อไป
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 27



นอกจากการเตรียมการในมิติกายภาพแล้ว การทาความเข้าใจ



ผู้นาชุมชนถือว่ามีความสาคัญต่อการสร้างการยอมรับและดาเนินกิจกรรม
ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยได้ คณะสงฆ์


วัดสุทธิวรารามได้เชิญผู้นาชุมชนท้ง 24 ชุมชนในเขตสาทร โดยร่วมมือกับ
สานกงานเขตสาทรมาประชุมหารอแนวทางเพ่อกาหนดรูปแบบทเหมาะสม







ของการสร้างความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรมศูนย์พักคอยผู้ป่วย




โควิด-19 จากการดาเนินกิจกรรมท่เป็นระบบและมีเครือข่ายการดาเนินงาน
ที่สามารถบูรณาการหน้าที่ของการสนับสนุนกิจกรรมได้ดี ส่งผลให้ภายหลัง
จากการประชุมร่วมกับผู้นาชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นคง




ของมนุษย์ได้ประสานความร่วมมือไปยังกลุ่มแพทย์ชนบทท่เดินทางข้นมา
ช่วยคัดกรองผู้ป่วยในกรุงเทพมหานคร ให้เข้าตรวจเชิงรุกชุมชนในเขตสาทร


24 แห่ง จนสามารถคัดกรองผู้ติดเช้อได้จานวนประมาณ 360 คนจาก
การตรวจเชื้อ 3,000 กว่าคน ภายหลังจากมีตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ
โควิด-19 ในชุมชนเขตสาทรทั้ง 24 ชุมชนเรียบร้อยแล้ว การด�าเนินกิจกรรม











ศนย์พกคอยผ้ป่วยโควด-19 จงมความชดเจนว่าจะเปิดให้บรการสาหรบผ้ท ี ่

ติดเช้อแต่ไม่มีอาการและต้องอาศัยอยู่ในพ้นท่เขตสาทรเป็นหลัก จากนโยบาย




ดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดปัญหาการท่ประชากรแฝงท่เข้ามาอาศัยเพ่อประกอบ

อาชีพหรืออพยพจากต่างจังหวัดเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครไม่สามารถ
เข้ารับการรักษาได้ จึงได้มีการหารือระหว่างวัดสุทธิวรารามและผู้บริหาร



ของสานักอนามัย กรุงเทพมหานคร เก่ยวกับการรับผู้ป่วยท่ต้องการพ้นท่ ี

ในการแยกออกจากชุมชนหรือครัวเรือนให้ได้รับเข้าพักท่ศูนย์พักคอยผู้ป่วย





โควิด-19 เพ่อไม่สร้างให้เกิดความเส่ยงในการขยายจานวนผู้ติดเช้อให้มาก
ย่งข้น ปัจจุบันศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ครอบคลุมพ้นท่ในวัดสุทธิวราราม













2 พ้นท่กล่าวคอ พ้นท่ท 1 อาคารศนย์การเรยนร้พระพทธศาสนากบ



การพัฒนาสังคมในพื้นที่ 4 ชั้น และพื้นที่ที่ 2 อาคารด้านหลังวัดเปิดให้กับ
กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่เป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19
28 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ



การดาเนินกิจกรรมศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 แห่งน้ ส่งผลให้


วัดสุทธิวรารามมีส่วนสาคัญต่อการรับผิดชอบด้านอาหารและส่งของ



เคร่องใช้ท่จาเป็น เน่องจากบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์จะมีหน่วยงาน



ด้านสาธารณสุขท้งสานักอนามัย กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมโรค และ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขให้การสนับสนุน ทั้งนี้การแสดงให้เห็นถึง
การมีจิตอาสาท่จะช่วยเหลือสังคมของคณะสงฆ์และสมาชิกวัดสุทธิวราราม



เป็นกระบวนการดาเนินกิจกรรมท่แสดงให้ว่าวิถีทางของการช่วยเหลือ

สังคมไม่ได้จากัดอยู่ที่สถานะหรือบทบาททางสังคม แม้ว่าต้องรับผิดชอบ




อาหารทกมอตลอดระยะเวลาของการดาเนนกจกรรมศนย์พกคอยผ้ป่วย







โควิด-19 แต่การดาเนินกิจกรรมน้กลับได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มความ
ร่วมมือจากพระสงฆ์และสามเณรภายในวัดสุทธิวราราม
นอกจากน้การได้รับโอกาสเข้ามาทาข้อมูลในส่อมวลชนแขนงต่าง ๆ



ถึงบทบาทของการดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์ยังช่วยให้มีผู้คนในสังคมอีก


จานวนมากเข้ามาร่วมสนับสนุนการดาเนนงานช่วยเหลอผ้ได้รบผลกระทบ






จากการระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 จนกล่าวได้ว่าในแต่ละวันจะมีผู้มา


บริจาคอาหาร ส่งของอุปโภค บริโภค รวมท้งยารักษาโรคเป็นจานวนมาก ซ่งม ี








ส่วนต่อการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทวดสทธวรารามได้ดาเนนการมาตงแต่






ระยะแรกของการเปิดศนย์พกคอยผ้ป่วยโควด-19 อย่างไรกตามพลงจต







อาสาของสมาชิกวัดสุทธิวราราม แรงกายและความเช่อม่นต่อการดาเนิน



กิจกรรมเพ่อสังคมยังมีความสาคัญในการขับเคล่อนกิจกรรมเช่นเดยวกับ



ปัจจัยทางเศรษฐกิจท่สนับสนุนให้การดาเนินกิจกรรมศูนย์พักคอยผู้ป่วย
โควิด-19 ดาเนินการไปได้อย่างต่อเน่อง จึงจะเห็นได้ว่าในระยะของการดาเนินงาน



ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 แห่งน้ พระสงฆ์วัดสุทธิวรารามมีภารกิจท่ต้อง


ร่วมรับผิดชอบกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ในการช่วยเหลือและแบ่งเบาความ
ทุกข์ร้อนของผู้คนในสังคมจากการเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเชื้อโควิด-19 ควบคู่ไปกับการปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ไปด้วยเช่นกัน
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 29


พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม
แจกอาหารช่วยเหลือผู้คนบริเวณวัดสุทธิวราราม




(5) พ้นท่กลางสาหรับบริจาคส่งของไปยังชุมชนท่เดือดร้อน กล่าว










คือการท่วดสุทธิวรารามได้เป็นพ้นทสาธารณะท่สาคญของการเป็นต้นแบบ


ในการด�าเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ที่สามารถบูรณาการเครือข่ายทาง
สังคมท่เก่ยวข้องกับการขับเคล่อนการแบ่งเบาสถานการณ์การแพร่ระบาด



ของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระลอกที่ 4 ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นอย่างดี


ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน ร่วมท้งผู้มีจิตศรัทธาจานวน


มากได้เข้ามาบริจาคส่งของในการสนับสนุนกิจกรรมท่วัดสุทธิวรารามดาเนิน

การ ผลที่ตามมาประการหนึ่งคือจ�านวนของสิ่งของบริจาคมีจ�านวนมากเกิน


กว่าความจาเป็นท่วัดสุทธิวรารามจะสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้


ดังน้นในส่วนของการส่งต่อสิ่งของบริจาค ได้เร่มต้นการดาเนินกิจกรรมโดย

มุ่งเน้นพ้นท่ดูแลชุมชนใกล้เคียงวัดสุทธิวรารามและชุมชนในกรุงเทพมหานคร





จะเห็นได้ว่าจากจุดเร่มต้นของการดาเนินกิจกรรมท่ต้องการดูแลชุมชนท ่ ี
30 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ




อยู่ในพ้นท่ใกล้เคียงกับวัดสุทธิวราราม ส่งผลให้ในสถานการณ์ท่มีการแพร่




ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 มีความผู้ติดเช้อจานวนมาก จาเป็นต้องอาศัย


อาหาร เคร่องอุปโภคบริโภค รวมท้งยารักษาโรคเพื่อบรรเทาสถานการณ์
ความเจ็บปวด วัดสุทธิวรารามได้ท�าหน้าที่ในการเป็นพื้นที่รับบริจาคสิ่งของ







เพอกระจายไปยงชมชนทจาเป็นต้องรบสงของไปดาเนนชวต สาหรบชมชน










ใกล้เคียงวัดสุทธิวรารามและชุมชนในกรุงเทพมหานครที่ประสบปัญหาท้ง





จากจานวนผู้ติดเช้อท่มีจานวนมากข้น จนจาเป็นต้องหาอาหารและยารักษา


โรคไปมอบให้กับครัวเรือนท่กาลังประสบปัญหา จะเห็นได้ว่าวัดสุทธิวราราม



ได้ดาเนินกิจกรรมสนับสนุนอาหาร เคร่องอุปโภคบริโภค และยารักษาโรค

โดยการสนับสนุนเกิดข้นจากท้งจากโรงครัวของวัดสุทธิวรารามและ



ผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาสนับสนุน นอกจากท่กล่าวไปในข้างต้นจะเห็นได้ว่า
วัดสุทธิวรารามยังได้ดาเนินกิจกรรมส่งต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังชุมชน


ในกรุงเทพมหานครท่ผู้นาชุมชนมีความพร้อมจะดาเนินกิจกรรมศูนย์แยกกัก


ในชุมชน (Community Isolation) เช่น เครื่องตรวจวัดไข้ หน้ากากอนามัย
เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เป็นต้น
ขณะท่ในระยะหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 มีจานวน






เพ่มมากข้นและขยายตัวไปยังพ้นท่ต่างจังหวัด วัดสุทธิวรารามได้ให้การ


สนับสนุนการจัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬา


ลงกรณราชวิทยาลัยในหลายพ้นท่ อาทิ วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี วิทยาลัย
สงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี เป็นต้น อีกท้งยังร่วมมือกับคณะสงฆ์จังหวัด



ขอนแก่น คณะสงฆ์จงหวัดเชยงราย และคณะสงฆ์จงหวัดล�าปาง ในการส่งต่อ





อุปกรณ์การดาเนินกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนในพ้นท่ต่างจังหวัดท่ต้องการ

อุปกรณ์ไปช่วยเหลือผู้ท่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การ
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย ทั้งนี้การท�าหน้าที่และบทบาท




ในฐานะพ้นท่กลางของการบริจาคส่งของไปยังชุมชนท่เดือดร้อนได้แสดง
เห็นมิติของการสามารถบูรณาการเครือข่ายการดาเนินกิจกรรมท่มีคณะสงฆ์


สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 31


ให้การสนับสนุนหลัก โดยมีองค์กรภาคเอกชน องค์กรภาครัฐเข้ามาร่วมมือ




สร้างเครือข่ายการดาเนินงานให้มีความเข้มแข็งมากข้น ประเด็นท่สาคัญ
และแสดงให้เห็นการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ วัดสุทธิวรารามได้






ขยายต่อแรงบนดาลใจให้กบคณะสงฆ์ในพนทต่าง ๆ เหนศกยภาพและจต




อาสาวิถีพุทธท่สามารถมีส่วนต่อการช่วยแบ่งเบาความทุกข์ร้อนของผู้คนใน




สังคมได้ ถือเป็นคุณค่าท่สาคัญในบทบาทท่เป็นพ้นท่กลางของการบูรณาการ


เครือข่ายการส่งต่อส่งของบริจาคคร้งน้ เน่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่าการ






ดาเนินกิจกรรมน้ของวัดสุทธิวรารามไม่ได้ส่งต่อเฉพาะส่งของบริจาค อาหาร
และยารักษาโรคเท่าน้น แต่ยังมีส่วนสาคัญในการส่งต่ออุดมการณ์จิตอาสาวิถ ี


พุทธที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสังคมบนพื้นที่ของความเสียสละและความสมัคร
ใจในการด�าเนินกิจกรรมอีกด้วย













พระอุดมบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 6 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
มอบสิ่งของบริจาคจากวัดสุทธิวราราม

แก่ชุมชนชาวต�าบลศรีโพธิ์เงิน อ�าเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย



32 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

โครงการพระไม่ทิ้งโยม



โครงการ “พระไม่ท้งโยม” เป็นการดาเนินกิจกรรมของคณะสงฆ์




วัดสุทธิวรารามเพ่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงท่การแพร่ระบาดของโรค

ติดเช้อโควิด-19 ของประเทศไทยในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564


มีแนวโน้มเพ่มสูงมากข้น โดยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมมีผู้ติดเช้อต่อวัน

ใกล้เคียง 10,000 คน อีกทั้งระบบสาธารณสุขอย่างโรงพยาบาลในเขตสาทร



เร่มประสบปัญหาความไม่เพียงพอของเตียงท่จะรองรับผู้ป่วยโรคติดเช้อ
โควิด-19 พระสุธีรัตนบัณฑิต (สุทิตย์ อบอุ่น) เจ้าอาวาสวัดสุทธิวรามราม
และพระมหาพร้อมพงศ์ ปภสฺสรจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม จึงมี



แนวคิดท่จะปรับพ้นท่ของวัดและปรับบทบาทของคณะสงฆ์วัดสุทธิวราราม


ให้มีการทางานช่วยเหลือเชิงรุกสาหรับประชาชนและชุมชนท่ได้รับ

ผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ในบริเวณใกล้เคียงกับวัด
นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 และ





จานวนผู้ติดเช้อในระดับประเทศท่เพ่มสูงข้นอย่างต่อเน่อง ประชาชนท ่ ี



อาศัยในชุมชนรอบวัดสุทธิวราราม และเป็นอีกหน่งในปัจจัยท่ทาให้คณะ




สงฆ์วัดสทธวรารามเล็งเห็นถงความสาคญในการทางานเชิงรกเพอช่วยลด













ความรุนแรงท่จะเกิดข้นอกช่องทางหน่ง เนองจากในช่วงเดอนกรกฎาคม


มีประชาชนท่อาศัยในชุมชนรอบวัดสุทธิวราราม และเป็นโยมท่ตักบาตร

พระสงฆ์วัดสุทธิวราราม เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 จ�านวน 2 คน อีก

ท้งเวลาท่พระสงฆ์บิณฑบาตยังได้รับข้อมูลว่ามีประชาชนท่เป็นผู้ติดเช้อใน




ชุมชน โดยเป็นท้งผู้ที่อาศัยในห้องพักร่วมกับครอบครัวท่ไม่สามารถแยก





กักตัวได้ เป็นผู้สูงอายุท่เป็นกลุ่มเส่ยงเน่องจากใกล้ชิดกับผู้ติดเช้อและยังได้รับ



การตรวจหาเช้อ อีกท้งยังมีบางครอบครัวท่มีการติดเช้อร่วมกันท้งครอบครัว




คณะสงฆ์จึงริเร่มการปรับพ้นท่วัดให้เป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ตาม

ท่ได้กล่าวไปในข้างต้น เม่อการดาเนินงานของศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19



สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 33






ได้รบการสนับสนนจากบคลากรด้านสาธารณสขของโรงพยาบาลเจริญกรุง


ประชารักษ์ ในการดูแลผู้ติดเช้อท่มีอาการไม่รุนแรง คณะสงฆ์วัดสุทธิวราราม

นาโดยพระมหาพร้อมพงศ์ ปภสฺสรจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม



และกลุ่มอาสาสมัครท่มาช่วยงานท่วัดสุทธิวราราม จึงริเร่มการช่วยเหลือ


ประชาชนทอาศัยในชมชนบรเวณรอบวัดโดยมวตถประสงค์เพอการตรวจ











หาเช้อและนาเคร่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้กับประชาชนจนกลายเป็นท่มา
ของโครงการพระไม่ทิ้งโยม
(1) กิจกรรมลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อคัดกรองและช่วยเหลือประชาชน
โครงการพระไม่ทิ้งโยมเริ่มต้นเมื่อวันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นวัน

แรก โดยปฏิบัติการลงพ้นท่ของคณะสงฆ์และกลุ่มจิตอาสาวัดสุทธิวราราม

เพื่อท�าการคัดกรองเชิงรุกในชุมชนโดยใช้ชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็ว (Anti-
gen Test Kit : ATK) โดยวันแรกได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรงงานแห่งหนึ่งที่

อยู่ใกล้บริเวณวัด โดยการตรวจคัดกรองกลุ่มเส่ยงประมาณ 50 คน พบว่าเป็น
ผู้ติดเชื้อจ�านวน 29 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติทั้งหมด เจ้าของโรงงาน
จึงดาเนินการปิดโรงงานและให้พนักงานกักตัวในพ้นท่โรงงานท้งหมด และ




ขอความร่วมมือให้ทางวดสุทธิวรารามทาอาหารและจัดหายารักษาตาม



อาการเช่น ยาลดไข้ ยาแก้ท้องเสีย ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น จากจานวนยอดผ้ติด

เชื้อที่พบในวันแรกของการลงพื้นที่ กลุ่มจิตอาสาของโครงการพระไม่ทิ้งโยม



ได้จัดแบ่งเวลาของการลงพ้นท่เพ่อตรวจคัดกรองให้กับประชาชนในชุมชน
และในกลุ่มโรงงาน โดยแบ่งช่วงของการลงพื้นที่เป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า
เริ่มเวลาประมาณ 10.30 น. และช่วงบ่ายในเวลาประมาณ 15.30 น.


สาหรับรูปแบบการลงพ้นท่ของกลุ่มจิตอาสาโครงการพระไม่ท้ง


โยม จะน�ารถตู้ที่บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างอาหาร ถุงยังชีพ ยารักษา

โรค เคร่องตรวจวัดระดับออกซิเจนปลายน้ว ถังออกซิเจน และชุดตรวจ


ATK สาหรับการตรวจคัดกรองผู้ติดเช้อในชุมชน โดยพระมหาพร้อมพงศ์

ปภสฺสรจิตฺโต จะเป็นผู้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลหรือท่รู้จักกัน

34 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

ในชื่อชุด PPE (Personal Protective Equipment) เพื่อท�าการตรวจหา

สารพันธุกรรมของเช้อโรคโควิด-19 ในระบบทางเดินหายใจโดยใช้ไม้สวอบ








(Swab) และมอบสงของเครองใช้ทจาเป็นให้กบประชาชน ในการตรวจคด


กรองหากพบว่าเป็นผู้ติดเช้อท่มีอาการไม่รุนแรงหรือเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว







แต่อาศยร่วมกบผ้อนหรอคนในครอบครวทไม่สะดวกต่อการแยกกกตวใน






ท่พัก ทางโครงการพระไม่ท้งโยมจะประสานกลับมายังศูนย์พักคอยผู้ป่วย



โควิด-19 วัดสุทธิวรารามเพ่อแยกผู้ติดเช้อออกจากคนในครอบครัวหรือคนใน


ชุมชน เป็นการลดโอกาสในการแพร่เช้อต่อ หากท่พักมีพ้นท่สาหรับแยกกักตัว









ได้กจะมอบถุงยงชพและเคร่องตรวจวดระดับออกซเจนปลายน้ว และให้



ความรู้เบ้องต้นในการดูแลสุขภาพตนเอง สาหรับผู้ติดเช้อท่เป็นกลุ่มผู้สูงอาย ุ



ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองหรือสีแดง จะดาเนินการประสานต่อไปยังโรงพยาบาล
เพ่อตรวจหาเช้อด้วยวิธี RT-PCR เพ่อส่งต่อผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาต่อไป



โดยระหว่างท่คอยการตรวจหาเช้อหรือคอยการส่งต่อทางกลุ่มจิตอาสาจะ


มอบถังออกซิเจนเพื่อดูแลรักษาระดับออกซิเจนในเบื้องต้น

พระมหาพร้อมพงษ์ ปภสฺสรจิตฺโต ประธานโครงการพระไม่ทิ้งโยม
และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อโควิด-19
ให้กับประชาชน
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 35






ในช่วงแรกของการลงพ้นท่พบปัญหาท่สาคัญ คือ กฎระเบียบของ
ทางราชการในขณะนั้น การน�าผู้ป่วยเข้าศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ยังต้อง




เป็นผู้ท่ติดเช้อท่มีผลตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ซ่งสถานพยาบาลท่รับตรวจ


มีจานวนจากัดและมีค่าใช้จ่ายสูงหากต้องการตรวจหาเช้อกับโรงพยาบาล







เอกชน หรือการท่ผู้ติดเช้อต้องมีภูมิลาเนาอยู่ในพ้นท่เขตสาทรจึงจะเข้า




ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ท่วัดสุทธิวรารามจัดทาข้นได้ นอกจากน้ผู้ติดเช้อ

บางส่วนเป็นแรงงานข้ามชาติยังไม่มีระเบียบรองรับในการให้เข้าพักท ี ่
ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19
(2) ตรวจคัดกรองเชิงรุก ณ วัดสุทธิวราราม โดยเป็นการจัดต้ง ั




พนทภายในวดสาหรับประชาชนท่ต้องการเข้ารบการตรวจคดกรองการ








ติดเช้อโรคโควิด-19 จะเห็นได้ว่านอกจากการลงชุมชนเพ่อดาเนินการ

ตรวจคัดกรองผู้ติดเช้อโรคโควิด-19 วัดสุทธิวรารามโดยโครงการพระไม่










ทงโยม ได้เปิดพนทของวดสทธวรารามบรเวณใต้อาคารศนย์การเรยนร้ ู



พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม ศาลา 1 - 2 เพ่อตรวจคัดกรองโร
คติดเช้อโควิด-19 โดยใช้ชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็ว (ATK) ให้กับผู้ท่ไม่ได้


นัดหมายล่วงหน้า (Walk-in) เป็นประจ�าทุกวัน จ�ากัดจ�านวนวันละ 100 คน
เริ่มด�าเนินการตรวจคัดกรองในช่วงเวลา 9.00 น. - 11.00 น. ของแต่ละวัน



โดยผู้ท่ต้องการตรวจหาเช้อนาเพียงบัตรประชาชนและกรอกเอกสารยินยอม

การตรวจหาเช้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK โดยวัดสุทธิวรารามเร่มการ


ตรวจคัดกรองให้กับผ้ทไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ตงแต่วันท่ 11 สงหาคม






พ.ศ. 2564




ท้งนเม่อพิจารณาการเก็บสถิติจากการนับยอดตรวจคัดกรอกเชงรุก

โดยใช้ชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็ว (ATK) ทั้งการลงพื้นที่ชุมชนและการตรวจ

คัดกรอง ณ วัดสุทธิวราราม นับต้งแต่วันท่ 21 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564





โครงการพระไม่ท้งโยมดาเนินการตรวจไปท้งส้น 3,804 คน และพบยอด
ผู้ติดเชื้อรวม 766 คน
36 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

(3) การเป็นพี่เลี้ยงจัดตั้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ในวัด จาก
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลให้มีวัดจ�านวน




หน่งท่มีจิตาสาและต้องดาเนินกิจกรรมท่จะสามารถช่วยเหลือผู้คนในสังคม
ให้มากขึ้น ดังนั้นจึงเกิดความต้องการที่จะให้บุคลากรของวัดสุทธิวรารามไป


ช่วยพัฒนาแนวทางการดาเนินกิจกรรม จนจะเห็นได้ว่าโครงการพระไม่ท้ง




โยม วัดสุทธิวราราม ได้ให้คาปรึกษาในลักษณะของการเป็นพ่เล้ยงสาหรับการ



จัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ในพ้นท่วัด มีวัดท่เป็นเครือข่ายการทางาน


ร่วมกันอีก 2 แห่ง ประกอบด้วย (1) วัดบุญรอดธรรมาราม เขตพระโขนง

กรุงเทพมหานคร ท่เปิดศาลาการเปรียญของวัดจัดต้งเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วย

โควิด-19 เพื่อส่งต่อเขตพระโขนง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 50 เตียง ส�าหรับ
ผู้ป่วยชาย 25 เตียง และผู้ป่วยหญิง 25 เตียง โดยโครงการพระไม่ทิ้งโยมได้



ให้คาแนะนาสาหรับการปรับพ้นท่วัดเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 และ


ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จ�าเป็นในช่วงแรก (2) วัดคลองใหม่


เขตยานนาวา ดาเนินการเปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพ่อชุมชน
วัดคลองใหม่ เพ่อรองรับผู้ป่วยติดเช้อจานวน 100 เตียง โดยโครงการ




พระไม่ท้งโยมให้คาแนะนาถึงข้นตอนการต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19






อีกท้งยังร่วมลงพ้นท่วัดคลองใหม่เพ่อดาเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกโดย



ใช้ชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็ว (ATK)

(4) การถอดบทเรียนและพัฒนาเครือข่าย การทสถานการณ์

ของโรคติดเชื้อโควิด-19 ยังมีระยะของการเฝ้าระวังทางสาธารณสุขสลับกับ

สถานการณ์การผ่อนคลายจากหน่วยงานภาครัฐ ได้สร้างการต่นตัวให้กับ
หน่วยงานด้านการสาธารณสุขของรัฐท่ทางานใกล้ชิดกับองค์กรพระพุทธ


ศาสนา เช่น กรมอนามัย กรมควบคุมโรค สานักอนามัยแห่งกรุงเทพมหานคร

เป็นต้น หันมาให้ความส�าคัญกับการถอดบทเรียนของการด�าเนินงานภายใต้
บทบาทขององค์กรพระพุทธศาสนา ซ่งวัดสุทธิวรารามได้เข้าไปมีส่วนอยู่ใน

กลุ่มทางศาสนาท่ขับเคล่อนกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ในการช่วยเหลือผู้ได้


สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 37


รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางสาธารณสุขดังกล่าวด้วย จะเห็นได้ว่าการ



ให้ความสาคัญต่อการถอดบทเรียนมีเป้าหมายเพ่อเรียนรู้ปัจจัยความสาเร็จ
ปัญหาอุปสรรคของการดาเนินงาน แนวทางการแก้ไข ตลอดจนการเตรียม

ความพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ที่เป็นวิกฤตทางสาธารณในอนาคต ทั้งนี้

การถอดบทเรียนยังมีเป้าหมายสาคัญเพ่อยกระดับความสัมพันธ์ในเครือข่าย


องค์กรพระพุทธศาสนาท่ร่วมมือดาเนินกิจกรรมกับหน่วยงานสาธารณสุข


ให้สามารถบูรณาการพันธกิจในการสร้างสุขภาวะองค์รวมให้เกิดข้นต่อไป
เน่องจากการท่องค์กรพระพุทธศาสนาหลายพ้นท่โดยเฉพาะวัดสุทธิราราม




มีทุนทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรมท่เกิดจากการเรียนรู้ดาเนินกิจกรรม




ท้งท่อยู่บนพ้นฐานของความมีจิตอาสาของบุคลากรของวัด รวมท้งจากการ


ส่งเสริมขององค์กรภาครัฐและภาคประชาสังคมหลายแห่ง ส่งผลให้การสร้าง
กระบวนการและเป้าหมายท่จะพัฒนาเครือข่ายด้านสาธารณสุขท่มีกลไก


สาธารณสงเคราะห์ขององค์กรพระพุทธศาสนาร่วมด้วย จะเป็นเครือข่ายท ี ่
สร้างให้การบรรลุเป้าหมายการยกระดับสุขภาวะของผู้คนในสังคมสามารถ
มีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น


























38 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

ปัจฉิมบท :



เครือข่ายบูรณาการจิตอาสาวิถีพทธ





สาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการต้นแบบ

การทางานของวัดสุทธิวรามภายใต้ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19
เพ่อส่งต่อต้องอาศัยเครือข่ายการทางานในลักษณะของความร่วมมือระหว่าง



ชุมชน วด โรงพยาบาล และราชการ โดยความร่วมมอดังกล่าวได้อาศยวัดเป็น


ฐานในการด�าเนินงาน ซึ่งวัดจะปันสถานที่โล่ง สะดวกสบาย มีอากาศถ่ายเท


และมีระบบการจัดการขยะและส่งแวดล้อมท่ดีในการจัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วย

โควิด-19 เพ่อการส่งต่อ โดยวัดท่เป็นต้นแบบในการจัดต้งจะคอยเป็นเสมือน



พี่เลี้ยงในการช่วยแนะน�าระบบการจัดการต่าง ๆ ภายในศูนย์พักคอยผู้ป่วย


โควิด-19 เพ่อส่งต่อ เพ่อให้เกิดความรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพในการ

รองรับผ้ป่วยติดเช้อได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการประสานขอความร่วม




มือส่วนงานราชการ หรือหน่วยงานภาครัฐท่เก่ยวข้องอานวยความสะดวก


เก่ยวกับจัดการ เช่น การประสานขอรถพระราชทานสาหรับการตรวจหา



เช้อโควิดเชิงรุก เป็นต้น สาหรับโรงพยาบาลจะช่วยดาเนินการในการรับ


ส่งต่อผู้ป่วยและมีทีมแพทย์และพยาบาลอาสามาช่วยเหลือให้คาแนะนาใน











การรักษาผ้ปวยอย่างใกลชด อีกหนงกลไกสาคญในการนาไปส่ความสาเรจใน

การจัดการโควิดคือ ชุมชนและผู้มีจิตศรัทธา


เม่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ทวีความ


รุนแรงข้น คณะสงฆ์ไทยได้เล็งเห็นว่าควรดาเนินการตรวจหาเช้อโควิด

แบบ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้กับผู้คนในชุมชนโดยรอบวัด และเกิด
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 39



ปรากฏการณ์ท่พระสงฆ์วัดสุทธิวรารามสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
(Personal Protective Equipment: PPE) ตรวจหาเชื้อให้กับคนในชุมชน





“พระไม่ท้งโยม” ถือได้ว่าเป็นอีกโครงการท่สาคัญท่เกิดข้นภายใต้สถานการณ์


การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 และเป็นผู้กระทาการหน่งใน

กระบวนการช่วยเหลือสังคมและผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ทน โครงการ
ดังกล่าวริเร่มจากคณะสงฆ์วัดสุทธิวราราม และได้แพร่ขยายเครือข่ายพระ

ไม่ท้งโยมไปในแต่ละจังหวัดเพ่อช่วยเหลือประชาชนในสภาวะอยากลาบาก







การทางานสู่ชุมชนเชิงรุกเหล่าน้จาเป็นต้องขยายเครือข่ายการทางานให้
เกิดความย่งยืนผ่านคณะกรรมการชุมชนท่คอยเรียนรู้และตรวจหาเช้อ




ให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงการประสานงานเพ่อติดต่อกับศูนย์พักคอย

ผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรง ในส่วนของผู้มีจิตศรัทธาก็ถือเป็นกาลังสาคัญในการ

ด�าเนินงานในครั้งนี้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มส�าคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้มี


จิตศรัทธาท่มีความสัมพันธ์ท่ดีกับวัดและอาสาสมัคร จะเป็นไปในลักษณะของ



การบริจาคสิ่งของท่จาเป็นสาหรับการดูแลผู้ป่วยติดเช้อ และกลุ่มอาสาสมัคร



ท่เคยเข้ารับการรักษากับศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพ่อการส่งต่อจนหาย
ดี กลุ่มนี้จะกลับมาช่วยดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายใหม่ตามความถนัดของแต่ละ
คน เช่น การช่วยจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน และการประกอบอาหาร เป็นต้น



ดังน้นจะเห็นได้ว่าการทางานสาธารณสงเคราะห์สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยการ

ทางานท่อาศัยทุนทางสังคมในลักษณะของเครือข่ายความสัมพันธ์ควบคู่การ


จิตอาสาสาธารณะท่เข้ามามีส่วนช่วยในการเป็นกาลังหลักในการดาเนินงาน


เม่อพิจารณาบทบาทการดาเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมของ





วัดสุทธิวราราม จะพบได้ว่างานจิตอาสาก่อกาเนิดข้นบนพ้นฐานของความ

สมัครใจท่จะช่วยเหลือผู้อ่นในระดับปัจเจกบุคคลของพระสงฆ์แต่ละรูป




ท้งน้ย่งมีความพร้อมเพรียงเป็นหมู่คณะอย่างเช่นท่คณะสงฆ์วัดสุทธิวราราม


สามารถระดมความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรมได้ จะเป็นการแสดงออกให้

เห็นความเป็นอันหน่งอันเดียวกันท่จะใช้บทบาทของวัดและพระสงฆ์ในการ

40 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ



บรรเทาทุกข์ในลักษณะสาธารณสงเคราะห์ให้ผู้คนได้มีคุณภาพชีวิตท่ดีข้น


จะเห็นได้ว่าปัจจัยสาคัญท่ส่งเสริมให้การดาเนินงานของวัดสุทธิวรารามได้รับ



การยอมรบและความสนใจจากสาธารณะจนสามารถมเครือข่ายเข้ามา



สนับสนุนกิจกรรมเป็นจานวนมากคือ ประการท่หน่ง วัดสุทธิวรารามมีการ


กาหนดขอบเขตของการดาเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ในสถานการณ์


การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ท่ชัดเจน กล่าวคือระยะแรกเป็นการ



ดาเนินกิจกรรมโรงครัวเพ่อจัดทาอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ท่เดือดร้อนทุกวัน

เสาร์และอาทิตย์ โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรของวัดเป็นต้นทุนในการดาเนิน

กิจกรรม จึงไม่ส่งผลให้บุคลากรหรือผู้มีจิตศรัทธาเผชิญกับภาวะรู้สึกเหน่อยล้า


ในการดาเนินกิจกรรม ท้งท่มาจากการลงแรงและลงปัจจัยทางเศรษฐกิจ











เข้าสนบสนุน ขณะทในระยะต่อมาเรมมการแพร่ระบาดของโรคตดเชอ




โควิด-19 ระลอกท่ 4 วัดสุทธิวรารามเร่มต้นกาหนดขอบเขตการดาเนิน

กิจกรรมของการเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้เง่อนไขของการ
จัดสรรและดูพ้นท่ ส่งอานวยความสะดวกและอาหารเป็นหลัก จึงไม่เกิด





การขยายขอบเขตกิจกรรมท่มากเกินกว่าจะรับผิดชอบได้ รวมท้งไม่ได้ทา



กิจกรรมในลกษณะท่วหน้าแต่สะท้อนความชัดเจนของลักษณะขอบเขต





กจกรรมทชดเจน จงสามารถม่งสมาธในการบริหารจดการและสร้างเครอขาย






ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ประการท่สอง วัดสุทธิวรารามมีบุคลากรท่ครอบคลุมท้งพระสงฆ์

และฆราวาสท่เป็นทุนทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน กล่าวคือมีพระสงฆ์ท่มีความ




รู้และความเข้าใจพ้นฐานเก่ยวกับการบริหารจัดการด้านสุขอนามัย อีกท้งยัง

เป็นกลุ่มพระสงฆ์ท่พร้อมเปิดรับฟังความเห็นจากผู้เช่ยวชาญด้านสาธารณสุข


จึงส่งผลให้ไม่เกิดความขัดแย้งในการบริหารจัดการพ้นท่ นอกจากน้ยังม ี



เครือข่ายฆราวาสท่พร้อมให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ของการจัดการสุข

อนามัยท่เก่ยวข้องกับพ้นท่ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 จะเห็นได้ว่าฆราวาส




หรือศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวรารามท่เป็นผู้มีศรัทธาต่อวัดสุทธิวราราม
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 41




ท้งท่เป็นนักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ และนักธุรกิจ ได้เข้ามาสนับสนุน
การจัดการข้อมูล การพัฒนาระดมเครือข่ายองค์กรภาครัฐที่จะมาช่วยเหลือ

ด้านสาธารณสุข ตลอดจนการสนับสนุนงบประมาณในการดาเนินกิจกรรม
ได้อย่างต่อเนื่อง

ประการท่สาม วัดสุทธิวรารามมีช่องทางการส่อสารสาธารณะ








กจกรรมทมประสทธภาพ การทสอสารมวลชนให้ความสนใจและนาเสนอ






ข้อมูลข่าวสารเก่ยวกับการดาเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์

การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ถือเป็นจุดเร่มต้นท่ส�าคัญของการ


สร้างความสนใจต่อสาธารณะเก่ยวกับกิจกรรมของวัดสุทธิวราราม แต่การ



สามารถนาเสนอข้อมูลข่าวสารกิจกรรมอย่างต่อเน่องโดยอาศัยการจัดท�า






Infographic และประชาสมพนธ์ลงสอสงคมออนไลน์คอ Facebook ของ



วดสทธวราราม ถอเป็นช่องทางสาคญทสามารถนาเสนอข้อมลข่าวสาร








ท้งการขอรับบริจาคปัจจัยในการส่ออุปกรณ์สนับสนุนกิจกรรมการช่วยเหลือ

สังคม การรับบริจาคอาหาร ยารักษาโรค และอุปกรณ์ทางการสาธารณสุข
รวมท้งการเสนอบทบาทการดาเนินกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามและโครงการ




พระไม่ท้งโยมในแต่ละวัน ได้มีส่วนสาคัญต่อการขยายภาพความสนใจ




ของสังคมท่มีต่อกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามให้มีชัดเจนย่งข้น การท่วัด

สุทธิวรารามได้วางแนวทางการส่อสารสังคมให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยคานึงถึง


เน้อหาข้อมูลข่าวสารท่จะสามารถไม่สร้างความรู้สึกว่ายัดเยียดเน้อหาเชิดช ู



การทางานของวดมากเกนไป แต่เน้นไปท่บทบาทของพระพุทธศาสนาทม ี





ต่อสังคมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ส่งผลให้ความ


เกิดความสนใจจนมีผู้ท่เข้ามาสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด
มากขึ้นอย่างชัดเจน


ประการท่ส่ วัดสุทธิวรารามมีทุนทางสังคมท่มีคุณภาพ กล่าวคือ

การที่วัดสุทธิวรารามเป็นวัดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชนรอบข้างวัดทั้ง
จากกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาท่เปิดพ้นท่ให้สมาชิกในชุมชนได้เข้ามาใช้



42 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ




ประโยชน์ในวัดเพ่อสร้างสุขภาวะทางจิตและทางปัญญาอย่างสมาเสมอ รวม


ท้งการมีเครือข่ายองค์กรภายรัฐภายนอกท่เข้ามาร่วมศึกษา สร้างกิจกรรมการ
เรียนรู้ รวมทั้งเป็นพ้นท่ต้นแบบของการดาเนินพันธกิจให้กับคณะสงฆ์ในช่วง





การดาเนินการแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาท่ผ่านมา


อย่างต่อเน่อง ส่งผลให้เม่อวัดสุทธิวรารามได้ประชาสัมพันธ์การดาเนินการ

จัดต้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 และโครงการพระไม่ท้งโยม ได้ส่งให้เกิด


พลังสนับสนุนจากเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากทุนทางสังคมที่วัดแห่งนี้ได้สั่งสมมา


อย่างยาวนาน ซ่งถือเป็นประเด็นการเรียนรู้ท่สาคัญที่องค์กรพระพุทธศาสนา

แห่งอื่นจะได้เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรมของวัดได้ต่อไป










Facebook Page วัดสุทธิวรารามเปิดระดมทุนเพื่อจัดซื้อรถพยาบาล
มูลค่า 850,000 บาท และประกาศยุติการระดมทุนภายใน 24 ชั่วโมง

เนื่องจากได้รับการสนับสนุนตามจ�านวนแล้ว





สาหรับการสร้างเครือข่ายการดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์ของ

วัดสุทธิวรารามในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19



ได้สะท้อนมิติการดาเนินกิจกรรมท่บูรณาการเครือข่ายการดาเนินงานได้เป็น
อย่างดีกล่าวคือกิจกรรมท่วัดสุทธิวรารามได้ดาเนินการน้น สามารถเปิดพ้นท ี ่




ของการเข้ามามีส่วนร่วมของหน่วยงานท่เก่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ดังจะสามารถอธิบายได้คือ
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 43



(1) คณะสงฆ์ ในระดับนโยบายคือสานักงานเลขานุการสมเด็จ

พระสังฆราชฯ สานักงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม


สานักงานเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และสานักงานเจ้าคณะภาค 1 ได้เข้ามา
มีบทบาทสนับสนุนปัจจัยและส่งของในการดาเนินกิจกรรมอย่างต่อเน่อง



ในระดับความสัมพันธ์เชิงเครือข่ายจะเห็นได้ว่าพระมหาเถระและพระสงฆ์
ระดับเจ้าคณะปกครองหลายรูปได้สนับสนุนปัจจัยการดาเนินกิจกรรม

ส่งต่อมายังวัดสุทธิวรารามหลายรูป ซ่งมีส่วนต่อการผลักดันให้วัดสุทธิวราราม



สามารถขับเคล่อนกิจกรรมได้อย่างสมาเสมอ ขณะเดียวกันวัดสุทธิวราราม




ยังทาหน้าท่ส่งต่อความรู้และปัจจัยท่สนับสนุนการดาเนินกิจกรรมช่วยเหลือ

สังคมให้กับคณะสงฆ์ในพื้นที่อื่นด้วย จึงสะท้อนมิติของการขยายการเรียนรู้
เพ่อการดาเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์แบบจิตอาสาให้ขยายไปได้อย่าง


ชัดเจน

(2) หน่วยงานราชการ ในระดับนโยบายคือสานักงานเขตสาทร
สานักอนามัยและโรงพยาบาลภายใต้การกากับของกรุงเทพมหานคร


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง
เสริมสุขภาพ ตลอดจนสานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้ามาร่วม



เป็นเครือข่ายให้การสนับสนุนการดาเนินกิจกรรม โดยบางหน้าท่ตามความ






เชยวชาญและขอบเขตของกฎหมายในการสนบสนนการจดตงศนย์พกคอย




ผู้ป่วยติดเช้อโควิด-19 ดังน้นวัดสุทธิวรารามจึงมีท่ปรึกษาและผู้ท่เข้ามา



สนับสนุนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์คร้งน ้ ี

อย่างรอบด้าน ส�าหรับในระดับปฏิบัติการ การที่หน่วยงานราชการได้เข้ามา

เป็นเครือข่ายสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมอย่างเป็นทางการ จะเห็นได้ว่า
วัดสุทธิวรารามได้รับการสนับสนุนบุคลาการเข้ามาดูแลการดาเนินกิจกรรม

อย่างสมาเสมอ เช่น ด้านความสะอาดและมาตรฐานการจัดการขยะจาก


สานักอนามัย กรุงเทพมหานคร ด้านการพัฒนาองค์ความรู้และข้อมูล

ข่าวสารจากส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น
44 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ


(3) ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน จะเหนได้ว่าภาคประชา
สังคมและภาคเอกชนได้เข้ามามีบทบาทร่วมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายตาม



ความถนัดขององค์กร เม่อพิจารณาจากการดาเนินงานท่วัดสุทธิวราราม
ได้ดาเนินการ จะเห็นว่าเครือข่ายภาคประชาสังคม เช่น ภาคีเครือข่าย


ของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและหอจดหมายเหต ุ
พุทธทาส อินฺทปญฺโญ จะให้ความสนใจกับการถอดบทเรียนและเผยแผ่














ขอมูลขาวสารทวดสทธวรารามและโครงการพระไมทงโยมดาเนนการ เปนตน


ในส่วนขององค์กรภาคเอกชนท่มีกาลังความสามารถในการสนับสนุนงบ
ประมาณ เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ จ�ากัด (มหาชน) ตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย เป็นต้น ได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณ
เพ่อให้การดาเนินงานของวัดสุทธิวรารามมีความเข้มแข็งและสามารถ


ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้คนในสังคมได้สม�่าเสมอ

จงจะเหนได้ว่าการเปิดพนทให้เกดการมส่วนร่วมในการระดม









ความช่วยเหลือผู้คนในสังคม โดยมีองค์กรพระพุทธศาสนาซ่งในกรณีน้คือ
วัดสุทธิวราราม ถือเป็นรูปแบบการด�าเนินงานที่ส�าคัญในการผลักดันให้การ




สาธารณสงเคราะห์วิถีพุทธท่คณะสงฆ์ไทยจะดาเนินการ ต้งม่นอยู่บนวิถีแห่ง




จิตอาสาวิถีพุทธกล่าวคือเร่มต้นในระดับปฏิบัติการพ้นท่และต่อเน่อง ท้งน ้ ี



เพ่อลดการใช้งบประมาณจานวนมากไปกับการระดมดาเนินกิจกรรมเป็น

เฉพาะครั้งคราว จะส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าให้กับผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งยัง







เป็นภาระดานปจจัยการดาเนนกจกรรมให้กบเครือขายการดาเนนกจกรรมท ่ ี





เก่ยวข้องได้ แต่หากสามารถใช้แนวทางการดาเนินกิจกรรมจิตอาสาวิถีพุทธจะ


ช่วยส่งเสริมให้เกิดอิสรภาพในการปฏิบัติงานและคาถึงถึงประโยชน์ของพ้นท ี ่
เป็นส�าคัญ ซึ่งจะช่วยให้สามารถค่อย ๆ สร้างการเรียนรู้ ขอบเขตและพื้นที่
การปฏิบัติงานให้มีความย่งยืนได้มากยิ่งข้น จะเห็นได้จากเครือข่ายฐานรากท ่ ี


สาคัญท่สุดของการดาเนินกิจกรรมของวัดสุทธิวรารามคือเครือข่ายประชาชน





ท่เป็นหน่วยทางสังคมมีระดับปัจเจกบุคคลหรือครัวเรือนท่สละทรัพย์สิน
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 45




และกาลังแรงจานวนไม่มากแต่มีคุณค่าเข้ามาร่วมสนับสนุนการดาเนิน









กจกรรมให้กบวดสทธวรารามสามารถขบเคลอนการสร้างเครอข่ายงาน


สาธารณสงเคราะห์ทช่วยเหลอผ้คนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ




โรคติดเช้อโควิด-19 ให้ความย่งยืนมาได้ตลอดระยะเวลาการดาเนินกิจกรรม


ที่ผ่านมา







































46 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ

คณะผู้มีจิตศรัทธาที่มาสนับสนุนกิจกรรม









สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 47


บทเรียนจากงานสาธารณสงเคราะห์

ในสถานการณ์วิกฤต






สาธารณสุขกับการสร้างความยั่งยืน


การดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน ม ี



โครงสร้างการดาเนินงานท่อยู่ภายใต้การกากับของคณะกรรมการฝ่ายสาธารณ

สงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ซ่งมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น
ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม นอกจากน ้ ี

ในด้านการประสานงานยังมีสานักงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม

ซึ่งมีพระมงคลวชิรากร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น

เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม จึงจะเห็นได้ว่าใน
ระยะของการดาเนินโครงการและกิจกรรมภายใต้แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูป

กิจการพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2560 – 2564 มีความพยายามด�าเนินงานด้าน

สาธารณสงเคราะห์ภายใต้โครงสร้างขององค์กรท่มหาเถรสมาคมจัดตั้งข้นให้


เป็นที่รู้จักและสามารถเชื่อมโยงพันธกิจของคณะสงฆ์ส่วนกลางกับคณะสงฆ์



ในส่วนภูมิภาคให้มากข้น จะเห็นได้จากการสนับสนุนปัจจัย ส่งของและกาลัง


ใจให้กับพระสงฆ์ด้านสาธารณสงเคราะห์ท่มากข้น รวมท้งยังได้ระดมความ

ร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก อาทิ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง


เสริมสุขภาพ ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สานักงานพระพุทธ

ศาสนาแห่งชาติ รวมท้งหน่วยงานภาคเอกชนหลายแห่ง ให้ได้กระจาย

ทรัพยากรให้คณะสงฆ์ในส่วนภูมิภาคสามารถยกระดับการดาเนินกิจกรรม
สาธารณสงเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น
48 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ


Click to View FlipBook Version