ื
ื
ี
ี
ื
�
อย่างไรก็ตาม การส่อสารเพ่อท่จะเปิดพ้นท่ให้กับการดาเนินงานด้าน
สาธารณสงเคราะห์สามารถมีระบบข้อมูลด้านสาธารณสงเคราะห์ รวมท้ง
ั
การสร้างพ้นท่ให้กับคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาคสามารถร่วมสะท้อนหรือสนับสนุน
ื
ี
�
�
การดาเนินงานด้านสาธารณสงเคราะห์ยังจากัดเฉพาะกลุ่มท่สามารถเข้าถึง
ี
โครงสร้างของคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ี
ั
เป็นส่วนใหญ่ ดังน้นการทลายกรอบงานสาธารณสงเคราะห์ท่ยังมีปัญหา
ี
และอุปสรรคอยู่ในหลายพ้นท่ จะช่วยพัฒนาให้งานสาธารณสงเคราะห์ของ
ื
ี
ั
คณะสงฆ์สามารถก้าวหน้าได้ท้งในบริบทตามโครงสร้างท่คณะกรรมการฝ่าย
ั
สาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมได้ต้งเป้าหมายไว้ อีกท้งยังสามารถ
ั
เก้อหนุนให้เกิดเครือข่ายจิตอาสาวิถีพุทธท่มีท้งองค์กรพระพุทธศาสนา
ี
ั
ื
ภาคประชาสังคม และพุทธศาสนิกชนจานวนมากเข้ามาร่วมเรียนรู้และ
�
ส่งเสริมกิจกรรมท่เป็นประโยชน์ได้ตามกาลังความสามารถของตนเองด้วย
ี
�
ท้งน้ประเด็นความท้าทายท่สามารถสรุปบทเรียนได้จากงานสาธารณสงเคราะห์
ี
ั
ี
ึ
ในสถานการณ์วิกฤตสาธารณสุข ซ่งหากสามารถยกระดับพัฒนาให้บรรล ุ
เป้าหมายท่ดีข้นจะช่วยส่งเสริมให้งานสาธารณสงเคราะห์มีความย่งยืนมาก
ั
ี
ึ
ขึ้นประกอบด้วย
ี
่
�
ประการท่หน่ง การสร้างความต่อเน่องและสมาเสมอในการดาเนิน
ื
ึ
�
�
กิจกรรม กล่าวคือการดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์ท่มีวัดเป็นองค์กรพ้นฐาน
ี
ื
ื
ในการขับเคล่อนกิจกรรมจาเป็นต้องมีความเป็นจิตอาสา ทุนทางเศรษฐกิจ
�
และทุนทางสังคมท่สามารถช่วยยกระดับการดาเนินการสนับสนุนได้ การ
�
ี
ี
�
พัฒนาให้องค์ประกอบท่สาคัญแต่ละด้านเกิดความเข้มแข็งจะช่วยให้งาน
สาธารณสงเคราะห์ของแต่ละวัดสามารถดาเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเน่อง
�
ื
ิ
ุ
ิ
เมอพจารณาจากกรณของวดสทธวรารามจะเหนไดวาวดสทธวรารามใหความ
้
่
ื
ี
ุ
ั
็
ิ
ั
่
้
ส�าคัญกับการสร้างพลังจิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ในพระสงฆ์และบุคลากร
ของวัด ส่งผลให้การด�าเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การแพร่ระบาดของ
ี
ื
โรคติดเช้อโควิด-19 มีการแบ่งหน้าท่และรูปแบบกิจกรรมตามความถนัดของ
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 49
ั
ี
ื
ี
พระสงฆ์แต่ละรูป นอกจากน้เม่อเป็นกิจกรรมท่ต้องอาศัยการระดมความ
ี
ี
�
ร่วมมือท้งท่เก่ยวข้องกับองค์ความรู้ทางสาธารณสุข งบประมาณและกาลัง
ั
ี
บุคลากร เครือข่ายทางสังคมท่วัดสุทธิวรารามได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือเก้อกูล
ื
ก่อนหน้าที่ยังเข้ามาเป็นก�าลังส�าคัญในการส่งเสริมกิจกรรมอีกด้วย
จึงจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของการขับเคล่อนกิจกรรมสาธารณ
ื
ั
ั
ี
สงเคราะห์อย่างย่งยืนไม่ได้ต้งอยู่ท่งบประมาณหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจ
ั
ี
ื
ี
ท่จะมาขับเคล่อนกิจกรรมเป็นคร้งคราว แต่กลับเก่ยวข้องกับการตระหนัก
่
ี
ั
ึ
ั
ถงความเป็นจิตอาสาขององค์กรพระพุทธศาสนาและทุนทางสงคมทส่งสม
ผ่านการสร้างเครือข่ายการด�าเนินงาน ที่จะเป็นปัจจัยหลักผลักดันให้องค์กร
พระพุทธศาสนาสามารถดาเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์อย่างย่งยืนได้
ั
�
ในมิติน้การสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาขององค์กรพระพุทธศาสนาท้ง
ี
ั
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
วิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสาคัญของการพัฒนาศักยภาพและองค์ความ
�
รู้ท่เก่ยวข้องกับความมีจิตอาสากับงานสาธารณสงเคราะห์ให้กับพุทธศาสนา
ี
ี
ทายาทรุ่นใหม่ จะเป็นองค์ประกอบสาคัญท่สนับสนุนให้พระสงฆ์ในอนาคต
ี
�
เห็นความสาคัญของการสร้างกิจกรรมจิตอาสาท่วางอยู่บนพ้นฐานของความ
�
ื
ี
ต่อเนื่องและสม�่าเสมอในการด�าเนินกิจกรรมได้
ื
ประการท่สอง การเช่อมโยงพระสงฆ์จิตอาสากับองค์กรพระพุทธ
ี
ศาสนาแบบทางการ กล่าวคือการท่บทบาทของพระสงฆ์ในสังคมปัจจุบัน
ี
�
กาลังถูกสังคมจับตามองท้งในมิติของจริยวัตร รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธ
ั
ี
ศาสนาและการดาเนินกิจกรรมเพ่อสังคม การท่องค์กรพระพุทธศาสนา
�
ื
ึ
แบบทางการท่เก่ยวข้องกับการสร้างจิตอาสาวิถีพุทธให้เกิดข้นได้อย่างย่งยืน
ี
ี
ั
ท้งมหาเถรสมาคม คณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม
ั
สานักงานเจ้าคณะปกครองทุกระดับช้นต้งแต่ระดับหน ระดับภาค ระดับ
ั
�
ั
ั
จังหวัด รวมท้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ท้งสองแห่งควรมาระดมความคิดเห็นและ
ั
ี
พัฒนาแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติสร้างจิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ท่เป็น
50 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
ี
้
�
่
่
่
ู
้
ิ
�
ิ
รปธรรม โดยเรมตนจากการแบงหนาทและกาหนดโครงสร้างการดาเนนงาน
ี
�
ให้สนับสนุนพระสงฆ์ท่ดาเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ท้งพระสงฆ์ท่เป็น
ั
ี
เจ้าคณะปกครอง พระสงฆ์ท่มีกาลังความสามารถในการดาเนินกิจกรรมจิต
�
�
ี
อาสา ตลอดจนพระสงฆ์ที่อยู่ในส่วนภูมิภาคสามารถได้รับการสนับสนุนจาก
องค์กรพระพุทธศาสนาแบบทางการด้วยจะช่วยให้เกิดพลังการขยาย
ี
เครือข่ายพระสงฆ์ท่สร้างสรรค์กิจกรรมจิตอาสาออกไปได้อย่างชัดเจน
ยิ่งขึ้น
ี
ิ
ุ
์
�
ในกรณการดาเนนงานขององคกรพระพทธศาสนาในกรงเทพมหานคร
ุ
ี
ท่เป็นบทเรียนจากงานสาธารณสงเคราะห์ในสถานการณ์วิกฤตสาธารณสุข
�
คร้งน้ จะเห็นได้ถึงบทบาทของผู้นาองค์กรพระพุทธศาสนาแบบทางการ
ี
ั
ี
ื
ั
ทเข้ามาสนับสนนให้พระสงฆ์ท่ขบเคลอนการช่วยเหลอสังคมได้รบ
่
ื
ั
ุ
ี
่
การสนบสนุนทงกาลงใจและทรพยากรในการขบเคลอนงานทงจาก
้
ั
ั
้
่
ื
ั
ั
ั
�
ั
(1) เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธาน
คณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาส
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (2) เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์
กรรมการมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบิพิธสถิตมหาศรีมาราม
(3) พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 และเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม
ตลอดจน (4) พระธรรมวชิรมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะ
ิ
กรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษด์ ได้เป็นต้น
ี
แบบของการสนับสนุนและรับฟังผลการดาเนินงานจากพระสงฆ์ท่ปฏิบัติงาน
�
อย่างแท้จรง จะเหนได้ว่าการผลกดนผลงานการดาเนนงานของพระสงฆ์ท ่ ี
ิ
�
ิ
็
ั
ั
่
�
ขับเคลือนงานจิตอาสาวิถีพุทธให้ผู้นาองค์กรพระพุทธศาสนาแบบทางการ
ได้เข้าใจรูปแบบกิจกรรม ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนความต้องการ
ั
ื
�
ี
พนฐานท่จะสนับสนุนกจกรรมได้ จะมีส่วนสาคญต่อการพฒนาให้งานจิต
้
ิ
ั
อาสาวิถีพุทธของพระสงฆ์ได้รับการตอบสนองท่เกิดประโยชน์ให้ขยาย
ี
กิจกรรมต่อไปได้
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 51
ั
52 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 53
ั
ี
ื
�
ประการท่สาม การถอดบทเรียนเพ่อกาหนดทิศทางอนาคต กล่าว
ี
�
คือการท่สานักงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมควรสนับสนุน
�
ี
ให้มีการเรียนรู้เก่ยวกับการดาเนินกิจกรรมจิตอาสาวิถีพุทธในสถานการณ์ท ่ ี
�
ี
ผ่านมา โดยกลุ่มการเรียนรู้ท่สาคัญประกอบด้วย (1) กลุ่มการเรียนรู้ด้านการ
พัฒนาหลักการจิตอาสาวิถีพุทธ (2) กลุ่มการเรียนรู้งานสาธารณสงเคราะห์
ของพระสงฆ์ส่วนภูมิภาค และ (3) กลุ่มการเรียนรู้จากสถานการณ์วิกฤต
ี
ื
�
สาธารณสุข ทั้งน้เพ่อให้มีการเปิดพ้นที่สาหรับการสร้างการมีส่วนร่วมของ
ื
คณะสงฆ์ทุกระดับ กระบวนการด�าเนินการถอดบทเรียนทั้ง 3 กลุ่มการเรียน
�
�
�
รู้จึงควรกระจายอานาจการดาเนินกิจกรรมให้กับสานักงานเจ้าคณะใหญ่ใน
หนต่าง ๆ ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมการแลกเปล่ยนเรียนรู้ผลการดาเนินงาน
ี
�
ี
ท่ผ่านมา ตลอดจนทิศทางอนาคตของงานสาธารณสงเคราะห์ แล้วจึงให้
์
่
สานกงานฝายสาธารณสงเคราะหของมหาเถรสมาคมเปนผ้ประมวลแนวทาง
ู
็
ั
�
ึ
การขับเคล่อนเป็นพันธกิจ แผนงาน โครงการและกิจกรรมซ่งได้ผ่านการ
ื
มีส่วนร่วมของคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มาอย่างรอบด้าน
ั
ท้งน้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การทางานสาธารณสงเคราะห์เพ่อช่วยเหลือ
ื
�
ี
ผู้คนจากโรคระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ
ื
ของคณะสงฆ์ไทยในการเป็นส่วนหน่งของสังคมท่สาคัญในการช่วยเหลือ
ึ
�
ี
�
ผู้ป่วยยืนยันการติดเช้อโควิด-19 ผ่านการดาเนินการจัดต้ง “ศูนย์พักคอยผู้ป่วย
ื
ั
โควิด-19 เพื่อส่งต่อ” (Community Isolation: CI) โดยศูนย์พักคอยผู้ป่วย
ื
ื
ี
โควิด-19 เพ่อส่งต่อสะท้อนให้เห็นถึงการเปล่ยนผ่านพ้นท่ภายในวัดท ี ่
ี
ี
ื
ประกอบกจกรรมทางศาสนาสู่การเป็นพ้นท่ทางการแพทย์และสาธารณสุข
ิ
เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้การท�างานของศูนย์พักคอยผู้ป่วย
โควิด-19 เพ่อส่งต่อมีการแบ่งช้นของผู้ป่วยอย่างชัดเจน โดยจะรับเฉพาะ
ั
ื
ผู้ป่วยสีเขียวและผู้ป่วยสีเหลือง กล่าวคือ ผู้ป่วยสีเขียวเป็นผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ
โควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ มีเพียงอาการไข้ ไอ มีน�้ามูก และเจ็บคอ ซึ่งไม่
ั
จาเป็นต้องเข้ารกษาทโรงพยาบาล ขณะทผ้ป่วยสเหลอง เป็นผ้ป่วยทได้รบ
ั
ู
่
ี
ื
�
ี
่
ู
ี
่
ี
ื
เช้อโควิด-19 และมีปัจจัยเส่ยงทางสุขภาพท่เกิดจากโรคประจาตัวร่วมด้วย
�
ี
ี
54 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
หรือที่เรียกว่า “7 กลุ่มโรคสุ่มเสี่ยง” เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคอ้วน
และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น กลุ่มผู้ป่วยโควิดสีเขียวและสีเหลือง
ั
ู
ื
ี
ั
ู้
้
่
่
้
จะไดรับการเขาสการรกษาตามอาการท่ศูนย์พกคอยผปวยโควิด-19 เพ่อส่งต่อ
ิ
ั
อีกท้งจะมีเง่อนไขเพ่มเติมคือ การจะเข้าสู่ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เพ่อส่ง
ื
ื
�
ื
ต่อได้จะต้องมีโรงพยาบาลปลายทางรองรับ เป็นคนในพ้นท่ท่มีบัตรประจาตัว
ี
ี
ประชาชน และไม่สามารถรับการรักษาข้ามเขตการปกครองได้ตามแนวทาง
การก�าหนดของกระทรวงสาธารณสุข
เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาบทบาทของวัดสุทธิวรารามในฐานะ
�
ึ
องค์กรพระพุทธศาสนาแห่งหน่งในเมือง จะเห็นได้ว่าการดาเนินงานของ
วัดสุทธิวรารามได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่หน่วยงานภาควิชาการ หน่วยงาน
ภาครัฐ และหน่วยงานภาคประชาสังคมเข้ามาสนับสนุนกลไกให้เกิด
การถอดบทเรียนการดาเนินกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ในสถานการณ์การ
�
�
แพร่ระบาดของโรคติดเช้อโควิด-19 ซ่งมีส่วนสาคัญต่อขยายการเรียนรู้
ึ
ื
และความเข้าใจในบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการท่คณะสงฆ์ไทย
ี
�
ดาเนินการอยู่ได้ อย่าไงไรก็ตามการผลักดันให้องค์กรพระพุทธศาสนา
�
แบบทางการ โดยเฉพาะสานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถร
สมาคมได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล องค์ความรู้และเครือข่ายท่องค์กร
ี
ี
พระพุทธศาสนาในพ้นท่ได้ร่วมมือกับกลไกของหน่วยงานภาครัฐขับเคล่อน
ื
ื
ั
�
�
กิจกรรมเพ่อการช่วยเหลือสงคมให้เป็นที่รับรู้และนามาสู่การกาหนดแนวทาง
ื
ุ
�
ิ
ั
ุ
สนบสนนการดาเนนงานต่อไปได้ จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างให้กล่ม
ี
พระสงฆ์ท่สนองงานมหาเถรสมาคมผ่านการดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์
�
ี
สามารถเข้ามาเป็นส่วนร่วมในมิติเครือข่ายแนวระนาบท่ดาเนินกิจกรรม
�
คู่ขนานกับมหาเถรสมาคมไป ขณะเดียวกันในมิติโครงสร้างการปกครอง
ิ
แนวด่ง สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคมยังสามารถ
�
เปิดพ้นท่ให้กับเครือข่ายพระสงฆ์ท่มีความพร้อมด้านการดาเนินงานจิตอาสา
ี
ี
�
ื
ี
ื
วิถีพุทธให้ได้มีบทบาทท่ชัดเจนภายใต้การขับเคล่อนงานพัฒนาสังคมตามวิถ ี
พระพุทธศาสนาอย่างเหมาะสมด้วย
สายชล ปญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต ¤ 55
ั
บรรณานุกรม
กนกวรรณ มะโนรมย์. (2563). กระบวนการกลายเป็นเมืองกับความ
หลากหลายด้านเกษตรกรรม: กรณีศึกษาเมืองศรีสะเกษ. กรุงเทพฯ:
�
สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(สกสว.).
กนกวรรณ มะโนรมย์. (2563). อีสานหลังการพัฒนา: ทันสมัย ไคแหน่
แต่บ่คัก. เชียงใหม่: วนิดาการพิมพ์.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2562). พัฒนาการทางความคิดในการศึกษาชีวิต
คนเมือง. วารสารมานุษยวิทยา, 2(1), 3- 52.
ปรีชา คุวินทร์พันธุ์. (2547). สังคมวิทยาและมานุษยวิทยานคร. กรุงเทพฯ:
ส�านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และคณะ. (2558). การเสริมสร้างสุขภาวะและการ
เรียนรู้ของสังคมตามแนวพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: โครงการเสริม
สรางสขภาวะและการเรยนรของสงคมตามแนวพระพุทธศาสนา (สรพ.)
้
ุ
ั
ี
ู้
สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2551). ฟื้นสุขภาวะ ยามวิกฤต.
กรุงเทพฯ: พิมพ์สวย.
พัฒนา กิติอาษา. (2557). อนิจลักษณ์ของชุมชนอีสานใหม่. ใน สู่วิถีอีสานใหม่,
พจน์ กริชไกรวรรณ, และบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ (บรรณาธิการ).
กรุงเทพฯ: ส�านักพิมพ์วิภาษา.
พิเชฐ สายพันธ์. (2564). มานุษยวิทยาอุษาคเนย์. ปทุมธานี: สานักพิมพ์
�
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อภิวัฒน์ รัตนวราหะ และคณะ. (2563). คนเมือง 4.0: อนาคตชีวิตเมือง
ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ส�านักงานการวิจัยแห่งชาติ.
อรศรี งามวิทยาพงศ์ และคณะ. (2560). กลยุทธ์ฟื้นวัด คืนธรรม น�าเมือง
กรุงเทพฯ: สถาบันอาศรมศิลป์.
56 ¤ พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวรารามกับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
พระไม่ทิ้งโยม : วัดสุทธิวราราม กับบทบาทสาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
พระไม่ทิ้งโยม :
สายชล ปัญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต
วัดสุทธิวรารามกับบทบาท
ิ ั ิ
ื สาธารณสงเคราะห์แบบบูรณาการ
ั เล่มที่ ิ ี
9
ุ ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะห์วถพทธ โดย
สายชล ปัญญชิต และพระสุธีรัตนบัณฑิต
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสนับสนุน
ส�านักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนากับการพัฒนาสังคม วัดสุทธิวราราม
และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัดสุทธิวราราม ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ื ิ ั ิ
ั เล่มที่ ิ ี
ุ 9 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะห์วถพทธ