The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 08:43:27

เล่ม 4 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐาก

จังหวัดนครศรีธรรมราช

สรŒางเสริม

สุขภาวะพระสงฆ




โดย
พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรŒางเสริมสุขภาพ (สสส.)
ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย


ิ ั ิ

ั เลมที่ ิ ี
ุ 4 ุ
ชดหนงสอ: ปฏบตการสาธารณสงเคราะหวถพทธ

คํานํา



ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐาก

จังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ ตลอดชวงเวลา 4-5 ปที่ผานมา พบประเด็นวิกฤตสุขภาพที่พระสงฆ

โดย พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม ไทยนับแสนรูปตองตกอยูในภาวะความเจ็บปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรัง โดย


ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเหตุปจจัยจากการฉันอาหารท่ไมถูกหลักโภชนาการ การขาดกิจกรรมการ



ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกกําลังกาย จนกระท่งมีแนวโนมจํานวนพระสงฆอาพาธสูงข้นเร่อย ๆ โดย
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉพาะดวยโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไตวายเร้อรัง

ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 4 และขอเขาเส่อม การดูแลสุขภาพของพระสงฆจึงเปนเร่องสําคัญ และตอง


อาศัยความรวมมือจากองคกรปกครองคณะสงฆ หนวยงานสาธารณสุข และ
พ�มพครั้งที่ 1 : มีนาคม 2565 ภาคเครอขายสขภาพ ดวยการเรงขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆแหง










จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ชาติ พ.ศ.2560 ซ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย ประธานกรรมการฝายสาธารณ

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร สงเคราะหของมหาเถรสมาคม ไดรวมประกาศเจตนารมณการขับเคล่อน



สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ ในงาน สมัชชาสุขภาพแหงชาติคร้งท่ 10 เม่อวันท ี ่


จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ 20 ธนวาคม 2560 โดยกําหนดใหเร่อง “สุขภาวะพระสงฆ” เปนนโยบาย
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ สําคัญของประเทศที่พระสงฆผนึกกําลังกับภาคีเครือขายจัดหลักสูตรอบรม
76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี พระพระคิลานุปฏฐาก เพ่อเปนสวนหน่งในการพัฒนาพระสงฆผูนําสุขภาพ


โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 และนําไปสูการจัดต้งศูนยพระคิลานุปฏฐากเพ่อขับเคล่อนกิจกรรมใน



E-mail : [email protected]







หลายพนท รวมถงศนยพระคิลานปฏฐากจงหวดนครศรธรรมราช ทม ี






คํานํา



ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐาก

จังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ ตลอดชวงเวลา 4-5 ปที่ผานมา พบประเด็นวิกฤตสุขภาพที่พระสงฆ

โดย พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม ไทยนับแสนรูปตองตกอยูในภาวะความเจ็บปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรัง โดย


ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเหตุปจจัยจากการฉันอาหารท่ไมถูกหลักโภชนาการ การขาดกิจกรรมการ



ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกกําลังกาย จนกระท่งมีแนวโนมจํานวนพระสงฆอาพาธสูงข้นเร่อย ๆ โดย
สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉพาะดวยโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไตวายเร้อรัง

ชุดหนังสือ: ปฏิบัติการสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธ เล‹มที่ 4 และขอเขาเส่อม การดูแลสุขภาพของพระสงฆจึงเปนเร่องสําคัญ และตอง


อาศัยความรวมมือจากองคกรปกครองคณะสงฆ หนวยงานสาธารณสุข และ
พ�มพครั้งที่ 1 : มีนาคม 2565 ภาคเครอขายสขภาพ ดวยการเรงขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆแหง










จัดพ�มพโดย : โครงการขับเคล่อนงานสาธารณสงเคราะหวิถีพุทธเพ่อเสริมสรางสุขภาวะในสังคมไทย ชาติ พ.ศ.2560 ซ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย ประธานกรรมการฝายสาธารณ

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

สํานักสนับสนุนสุขภาวะองคกร สงเคราะหของมหาเถรสมาคม ไดรวมประกาศเจตนารมณการขับเคล่อน



สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ ในงาน สมัชชาสุขภาพแหงชาติคร้งท่ 10 เม่อวันท ี ่


จัดรูปเล‹ม : วิโรจน จิรวิทยาภรณ 20 ธนวาคม 2560 โดยกําหนดใหเร่อง “สุขภาวะพระสงฆ” เปนนโยบาย
พ�มพที่ : หจก. นิติธรรมการพิมพ สําคัญของประเทศที่พระสงฆผนึกกําลังกับภาคีเครือขายจัดหลักสูตรอบรม
76/251-3 หมูที่ 15 ตําบลบางมวง อําเภอบางใหญ จังหวัดนนทบุรี พระพระคิลานุปฏฐาก เพ่อเปนสวนหน่งในการพัฒนาพระสงฆผูนําสุขภาพ


โทรศัพท : 02 403 4567-8, 08 1309 5215 และนําไปสูการจัดต้งศูนยพระคิลานุปฏฐากเพ่อขับเคล่อนกิจกรรมใน



E-mail : [email protected]







หลายพนท รวมถงศนยพระคิลานปฏฐากจงหวดนครศรธรรมราช ทม ี






พระมหาบวร ปวรธมฺโม เปนผูบริหารจัดการดูแล เพื่อใหพระคิลานุปฏฐาก

ท่ผานการอบรมไดมีบทบาทสําคัญในการดูแลรักษาพระสงฆและสามเณร






ทอาพาธและขาดผูดแล รวมถึงสนบสนนกิจกรรมการเสริมสรางสขภาวะ

เฝาระวัง และลดปจจัยเส่ยงทางสุขภาพ ใหแกพระสงฆและสามเณรใน สารบัญ :
พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
เอกสารการศึกษานี้มีเปาหมายตองการจะถอดบทเรียนใหเห็นวา
ศูนยพระคิลานุปฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไดมีบทบาทสําคัญในการดูแล

พระสงฆอาพาธ และสามารถเปนแบบอยางใหวัดและชุมชนอ่นไดนําไป 01 บทนํา : วัดบุญนารอบกับบทบาทสาธารณสงเคราะห 7
- พระมหาบวร ปวรธมฺโม และบทบาทสาธารณสงเคราะห
ประยุกตใชในการสนับสนุนบทบาทวัดและพระสงฆในการเสริมสรางสุขภาวะ ของวัดบุญนารอบ
ใหแกพระสงฆอาพาธ ดวยการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนยพระคิลานุปฏฐาก

บนพื้นฐานการมีสวนรวมตามแนวทางพลัง “บวร” (บาน วัด และราชการ) 02 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช 33
- ความเปšนมาของพระคิลานุป˜ฏฐาก 35
- การจัดฝƒกอบรมพระคิลานุป˜ฏฐาก 60

พินิจ ลาภธนานนท ในจังหวัดนครศรีธรรมราช
มกราคม 2565 - บทบาทของศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช 35



03 บทส‹งทŒาย : สังฆะเพื่อการเยียวยาผูŒป†วย 83

เอกสารอŒางอิง 91
04

พระมหาบวร ปวรธมฺโม เปนผูบริหารจัดการดูแล เพื่อใหพระคิลานุปฏฐาก

ท่ผานการอบรมไดมีบทบาทสําคัญในการดูแลรักษาพระสงฆและสามเณร






ทอาพาธและขาดผูดแล รวมถึงสนบสนนกิจกรรมการเสริมสรางสขภาวะ

เฝาระวัง และลดปจจัยเส่ยงทางสุขภาพ ใหแกพระสงฆและสามเณรใน สารบัญ :
พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
เอกสารการศึกษานี้มีเปาหมายตองการจะถอดบทเรียนใหเห็นวา
ศูนยพระคิลานุปฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไดมีบทบาทสําคัญในการดูแล

พระสงฆอาพาธ และสามารถเปนแบบอยางใหวัดและชุมชนอ่นไดนําไป 01 บทนํา : วัดบุญนารอบกับบทบาทสาธารณสงเคราะห 7
- พระมหาบวร ปวรธมฺโม และบทบาทสาธารณสงเคราะห
ประยุกตใชในการสนับสนุนบทบาทวัดและพระสงฆในการเสริมสรางสุขภาวะ ของวัดบุญนารอบ
ใหแกพระสงฆอาพาธ ดวยการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนยพระคิลานุปฏฐาก

บนพื้นฐานการมีสวนรวมตามแนวทางพลัง “บวร” (บาน วัด และราชการ) 02 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช 33
- ความเปšนมาของพระคิลานุป˜ฏฐาก 35
- การจัดฝƒกอบรมพระคิลานุป˜ฏฐาก 60

พินิจ ลาภธนานนท ในจังหวัดนครศรีธรรมราช
มกราคม 2565 - บทบาทของศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช 35



03 บทส‹งทŒาย : สังฆะเพื่อการเยียวยาผูŒป†วย 83

เอกสารอŒางอิง 91
04

01 บทนํา :

วัดบุญนารอบ


กับบทบาท

สาธารณสงเคราะห์




ศนย์พระคิลานุป�ฏฐาก
จังหวัดนครศรีธรรมราช


สรŒางเสริม
สุขภาวะพระสงฆ นับจากอดีตพระสงฆ์ไม่ได้จ�ากัดบทบาทตัวเองเฉพาะในการโปรด




ญาติโยมด้วยการข้นธรรมาสน์เทศนาบรรยายธรรม พระสงฆ์ส่วนหน่งม ี

จิตอาสาออกจากวัดมามีบทบาทช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน และ
ร่วมพัฒนาสังคมให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข โดยมุ่งหวัง


ให้ท้งพระสงฆ์และประชาชนมีสุขภาวะท่ดี ท้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม

และปัญญา ในปัจจุบันเรายังคงได้เห็นพระสงฆ์จ�านวนหน่งเดินเข้าออก

โรงพยาบาล เพื่อโปรดญาติโยมที่นอนรักษาอาการป่วยไข้ และช่วยแบ่งเบา


ภาระในการดูแลผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ท่เช่ยวชาญการรักษา
ทางกายมากกว่าการดูแลสภาวะจิตใจของผู้ป่วย จนกลายมาเป็นก�าลังส�าคัญ

ส่วนหน่งในระบบบริการสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างย่งมีพระสงฆ์




พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 7

01 บทนํา :

วัดบุญนารอบ


กับบทบาท

สาธารณสงเคราะห์




ศนย์พระคิลานุป�ฏฐาก
จังหวัดนครศรีธรรมราช


สรŒางเสริม
สุขภาวะพระสงฆ นับจากอดีตพระสงฆ์ไม่ได้จ�ากัดบทบาทตัวเองเฉพาะในการโปรด




ญาติโยมด้วยการข้นธรรมาสน์เทศนาบรรยายธรรม พระสงฆ์ส่วนหน่งม ี

จิตอาสาออกจากวัดมามีบทบาทช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน และ
ร่วมพัฒนาสังคมให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข โดยมุ่งหวัง


ให้ท้งพระสงฆ์และประชาชนมีสุขภาวะท่ดี ท้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม

และปัญญา ในปัจจุบันเรายังคงได้เห็นพระสงฆ์จ�านวนหน่งเดินเข้าออก

โรงพยาบาล เพื่อโปรดญาติโยมที่นอนรักษาอาการป่วยไข้ และช่วยแบ่งเบา


ภาระในการดูแลผู้ป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ท่เช่ยวชาญการรักษา
ทางกายมากกว่าการดูแลสภาวะจิตใจของผู้ป่วย จนกลายมาเป็นก�าลังส�าคัญ

ส่วนหน่งในระบบบริการสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างย่งมีพระสงฆ์




พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 7






กลุ่มหน่งท่ได้รับการเรียกขานว่า “พระคิลานุปัฏฐาก” หรืออาจเรียกว่า ท้งน้ก่อนหน้าท่จะจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช












พระอาสาสมครส่งเสรมสขภาพประจาวด (อสว.) เพอเป็นผ้ปฏบตดแล พระมหาบวรได้เข้ามามีบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก





พระสงฆ์อาพาธ รวมท้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยท่คุกคาม เดือดร้อนในด้านต่าง ๆ มานานนับต้งแต่ได้เข้ามารับหน้าท่เป็นเจ้าอาวาส
สุขภาพของพระสงฆ์ด้วย ทั้งนี้บทบาทของพระคิลานุปัฏฐากมีหน้าที่สื่อสาร ของวัดบุญนารอบเม่อปี 2550 โดยได้พยายามขับเคล่อนกจกรรมเพ่อช่วย






เร่องสุขภาพพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพในวัดและชุมชน เหลือผู้คนในสังคม ไม่เพียงเฉพาะแต่ประชาชนท่อยู่อาศัยรอบวัดบุญนารอบ


ประสานงานด้านสุขภาพกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข ให้บริการสุขภาพ แต่เป็นประชาชนท้งในและนอกจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่กาลังประสบ












เบองต้นแก่พระสงฆ์ในพ้นท รวมถงให้คาปรกษา แนะนา ถ่ายทอดความรู้พน ปัญหาทุกข์ยากเดือดร้อน ท้งท่เป็นความทุกข์ยากเดือดร้อนในภาวะปกติและ




ฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และดารงตนเป็นตัวอย่างท่ดีด้านสุขภาพให้ดาเนิน ในภาวะวิกฤตจากการเกิดสาธารณภัยหรืออุบัติภัยในรูปแบบต่าง ๆ ตัวอย่าง

ไปตามหลักพระธรรมวินย (สานักวิจัยและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ, 2563) เช่น ในภาวะวิกฤตจากการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือท ่ ี




โครงการพระคิลานุปัฏฐากเป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างฝ่าย เรียกว่า “โควิด-19” ดังรายละเอียดที่จะน�าเสนอในการถอดบทเรียนนี้

สาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมและภาคเครอข่ายด้านสาธารณสข


(ได้แก่ ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส), ส�านักงาน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), กรมอนามัย และสานักงานพุทธศาสนา


แห่งชาติ) เพ่อขับเคล่อนงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ โดยเบ้องต้นเพ่อ พระมหาบวร ปวรธมฺโม





แก้ปัญหาสขภาพของพระสงฆ์ทอาพาธ และพระสงฆ์ทอย่ในภาวะสขภาพ และบทบาทสาธารณสงเคราะห์





เสื่อมถอย ตัวอย่างเช่น การขับเคลื่อนกิจกรรมของพระมหาบวร ปวรธมฺโม

เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ รองเจ้าคณะอาเภอเมือง และหัวหน้าศูนย์พระคิลาน ุ ของวัดบุญนารอบ
ปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถนาพระคิลานุปัฏฐากในพ้นท ี ่




มาช่วยสนับสนุนบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐได้เป็น พระมหาบวร ปวรธมฺโม เกิดเม่อวันท่ 18 ตุลาคม 2515 ท่อาเภอ






อย่างด โดยเฉพาะอย่างยงศนย์พระคลานปัฏฐากจงหวดนครศรธรรมราช ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปี






ท่ยึดหลักเมตตาธรรม เข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหน่งของกาลังคนในระบบ 2528 หรือเมื่ออายุ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท้าวโคตร ต�าบลนา



สุขภาพ ทั้งด้วยการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธและการอุปถัมภ์โยมที่ป่วยและ อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพ่อศึกษาและปฏิบัติธรรม หลังจากจบ

เป็นอัมพาต ซึ่งไม่สามารถดูแลตนเองได้ นักธรรมเอกแล้วได้เข้าศึกษาเล่าเรียนเปรียญธรรมในสานักต่าง ๆ จนกระท่ง


8 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 9
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์






กลุ่มหน่งท่ได้รับการเรียกขานว่า “พระคิลานุปัฏฐาก” หรืออาจเรียกว่า ท้งน้ก่อนหน้าท่จะจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช












พระอาสาสมครส่งเสรมสขภาพประจาวด (อสว.) เพอเป็นผ้ปฏบตดแล พระมหาบวรได้เข้ามามีบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก





พระสงฆ์อาพาธ รวมท้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยท่คุกคาม เดือดร้อนในด้านต่าง ๆ มานานนับต้งแต่ได้เข้ามารับหน้าท่เป็นเจ้าอาวาส
สุขภาพของพระสงฆ์ด้วย ทั้งนี้บทบาทของพระคิลานุปัฏฐากมีหน้าที่สื่อสาร ของวัดบุญนารอบเม่อปี 2550 โดยได้พยายามขับเคล่อนกจกรรมเพ่อช่วย






เร่องสุขภาพพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพในวัดและชุมชน เหลือผู้คนในสังคม ไม่เพียงเฉพาะแต่ประชาชนท่อยู่อาศัยรอบวัดบุญนารอบ


ประสานงานด้านสุขภาพกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข ให้บริการสุขภาพ แต่เป็นประชาชนท้งในและนอกจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่กาลังประสบ












เบองต้นแก่พระสงฆ์ในพ้นท รวมถงให้คาปรกษา แนะนา ถ่ายทอดความรู้พน ปัญหาทุกข์ยากเดือดร้อน ท้งท่เป็นความทุกข์ยากเดือดร้อนในภาวะปกติและ




ฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และดารงตนเป็นตัวอย่างท่ดีด้านสุขภาพให้ดาเนิน ในภาวะวิกฤตจากการเกิดสาธารณภัยหรืออุบัติภัยในรูปแบบต่าง ๆ ตัวอย่าง

ไปตามหลักพระธรรมวินย (สานักวิจัยและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ, 2563) เช่น ในภาวะวิกฤตจากการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือท ่ ี




โครงการพระคิลานุปัฏฐากเป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างฝ่าย เรียกว่า “โควิด-19” ดังรายละเอียดที่จะน�าเสนอในการถอดบทเรียนนี้

สาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมและภาคเครอข่ายด้านสาธารณสข


(ได้แก่ ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส), ส�านักงาน
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), กรมอนามัย และสานักงานพุทธศาสนา


แห่งชาติ) เพ่อขับเคล่อนงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ โดยเบ้องต้นเพ่อ พระมหาบวร ปวรธมฺโม





แก้ปัญหาสขภาพของพระสงฆ์ทอาพาธ และพระสงฆ์ทอย่ในภาวะสขภาพ และบทบาทสาธารณสงเคราะห์





เสื่อมถอย ตัวอย่างเช่น การขับเคลื่อนกิจกรรมของพระมหาบวร ปวรธมฺโม

เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ รองเจ้าคณะอาเภอเมือง และหัวหน้าศูนย์พระคิลาน ุ ของวัดบุญนารอบ
ปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถนาพระคิลานุปัฏฐากในพ้นท ี ่




มาช่วยสนับสนุนบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐได้เป็น พระมหาบวร ปวรธมฺโม เกิดเม่อวันท่ 18 ตุลาคม 2515 ท่อาเภอ






อย่างด โดยเฉพาะอย่างยงศนย์พระคลานปัฏฐากจงหวดนครศรธรรมราช ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปี






ท่ยึดหลักเมตตาธรรม เข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหน่งของกาลังคนในระบบ 2528 หรือเมื่ออายุ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท้าวโคตร ต�าบลนา



สุขภาพ ทั้งด้วยการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธและการอุปถัมภ์โยมที่ป่วยและ อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพ่อศึกษาและปฏิบัติธรรม หลังจากจบ

เป็นอัมพาต ซึ่งไม่สามารถดูแลตนเองได้ นักธรรมเอกแล้วได้เข้าศึกษาเล่าเรียนเปรียญธรรมในสานักต่าง ๆ จนกระท่ง


8 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 9
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


สาเร็จเปรียญธรรม 7 ประโยค โดยได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุท่วัดสระเกศ

ราชวรมหาวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ในปี 2538 จากนั้นในปี 2550 ได้กลับมาจ�าพรรษาอยู่ที่วัดบุญนารอบ ซึ่งใน

ตอนน้นมีสภาพเกือบจะเป็นวัดร้าง มีพระสงฆ์ชราภาพอยู่ 3 รูป โดยไม่ม ี

เจ้าอาวาส จึงเข้ารับหน้าท่รักษาการเจ้าอาวาสในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 และ
ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2550





จากน้นจึงได้เร่มพัฒนาวัดเพ่อให้เป็นศูนย์กลางและเป็นศูนย์รวมจิตใจของ พระมหาบวรมีหลักการทางานสาธารณสงเคราะห์ในแนวทางจิตอาสา

ประชาชนในชุมชนที่อยู่รอบวัดบุญนารอบ รวมถึงเป็นที่พึ่งของประชาชนใน ทางานโดยไม่คาดหวังผลอันใด แต่มุ่งเพ่อสาธารณประโยชน์เป็นหลัก

การพัฒนาชุมชนเพ่อให้ประชาชนสามารถดารงชีวิตได้อย่างสงบสุขและ แนวทางการท�างานเช่นนี้ท่านได้ยึดถือตามค�าแนะน�าของพ่อที่เคยให้ท่องจ�า



มีคุณภาพชีวิตท่ดี พร้อมกับได้ศึกษาต่อจนจบปริญญาโทสาขาบริหารองค์การ ไว้เป็นหลักปฏิบัติว่า
ที่มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร
พระมหาบวรให้ความส�าคัญกับบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้วย ...ท�ำงำนไม่หวังอะไร ไม่เป็นอะไร ท�ำหน้ำที่ไปด้วยควำมสุขใจ



ความตระหนักถึงเมตตาของญาติโยม ท่ให้อาหารเล้ยงปากท้องและคอยดูแล ตลอดเวลำ ...น่เป็นหัวใจของกำรท�ำงำนด้วยจิตอำสำ โดยไม่
ชีวิตความเป็นอยู่ของพระสงฆ์สามเณรมาโดยตลอด การทางานด้านสาธารณ คำดหวังผลประโยชน์ใด ๆ เม่อไม่คำดหวังอะไร ก็จะมีควำมสุข


สงเคราะห์นับเป็นแนวทางหน่งท่เป็นการตอบสนองต่อเมตตาของญาติโยม ...และยึดหลักกำรอยู่เสมอว่ำ ถ้ำเรำท�ำดีแล้ว ควำมดีก็จะ




เพ่อแก้ปัญหาทุกข์ยากลาบากของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหาบวร ปรำกฏให้เห็น ...ให้ท�ำงำนทุกอย่ำงตำมก�ำลังที่เรำจะสำมำรถ
ได้ยึดตามแนวทางการทางานของพระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม ท�ำได้ ไม่เกินก�ำลังควำมสำมำรถของเรำ ...หำกเรำสำมำรถช่วย


อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่งใช้หลักธรรม “โลโกปตฺถมฺภิกา เหลือผู้คนได้เพียง 10 คน เรำก็ไม่ควรจะให้ควำมช่วยเหลือ 11



เมตฺตา” หรือ “หลักเมตตาธรรมค�าจุนโลก” ซ่งหมายถึงโลกหรือสังคมจะสงบ คน เรำควรจะท�ำตำมก�ำลังควำมสำมำรถ ไม่เลือกท�ำในส่งท ี ่







สขได้ด้วยเมตตา คอความปรารถนาดต่อกน และการช่วยเหลือเกอกลกน เกินก�ำลังของเรำ จะเป็นทุกข์และท�ำได้ไม่ดี ซ่งอำจจะส่งผล


ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชน หรือระหว่างวัดกับชุมชน กระทบหลำกหลำยประกำร ทั้งกับผู้รับและผู้ให้
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)
10 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 11
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


สาเร็จเปรียญธรรม 7 ประโยค โดยได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุท่วัดสระเกศ

ราชวรมหาวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ในปี 2538 จากนั้นในปี 2550 ได้กลับมาจ�าพรรษาอยู่ที่วัดบุญนารอบ ซึ่งใน

ตอนน้นมีสภาพเกือบจะเป็นวัดร้าง มีพระสงฆ์ชราภาพอยู่ 3 รูป โดยไม่ม ี

เจ้าอาวาส จึงเข้ารับหน้าท่รักษาการเจ้าอาวาสในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 และ
ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2550





จากน้นจึงได้เร่มพัฒนาวัดเพ่อให้เป็นศูนย์กลางและเป็นศูนย์รวมจิตใจของ พระมหาบวรมีหลักการทางานสาธารณสงเคราะห์ในแนวทางจิตอาสา

ประชาชนในชุมชนที่อยู่รอบวัดบุญนารอบ รวมถึงเป็นที่พึ่งของประชาชนใน ทางานโดยไม่คาดหวังผลอันใด แต่มุ่งเพ่อสาธารณประโยชน์เป็นหลัก

การพัฒนาชุมชนเพ่อให้ประชาชนสามารถดารงชีวิตได้อย่างสงบสุขและ แนวทางการท�างานเช่นนี้ท่านได้ยึดถือตามค�าแนะน�าของพ่อที่เคยให้ท่องจ�า



มีคุณภาพชีวิตท่ดี พร้อมกับได้ศึกษาต่อจนจบปริญญาโทสาขาบริหารองค์การ ไว้เป็นหลักปฏิบัติว่า
ที่มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร
พระมหาบวรให้ความส�าคัญกับบทบาทด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้วย ...ท�ำงำนไม่หวังอะไร ไม่เป็นอะไร ท�ำหน้ำที่ไปด้วยควำมสุขใจ



ความตระหนักถึงเมตตาของญาติโยม ท่ให้อาหารเล้ยงปากท้องและคอยดูแล ตลอดเวลำ ...น่เป็นหัวใจของกำรท�ำงำนด้วยจิตอำสำ โดยไม่
ชีวิตความเป็นอยู่ของพระสงฆ์สามเณรมาโดยตลอด การทางานด้านสาธารณ คำดหวังผลประโยชน์ใด ๆ เม่อไม่คำดหวังอะไร ก็จะมีควำมสุข


สงเคราะห์นับเป็นแนวทางหน่งท่เป็นการตอบสนองต่อเมตตาของญาติโยม ...และยึดหลักกำรอยู่เสมอว่ำ ถ้ำเรำท�ำดีแล้ว ควำมดีก็จะ




เพ่อแก้ปัญหาทุกข์ยากลาบากของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระมหาบวร ปรำกฏให้เห็น ...ให้ท�ำงำนทุกอย่ำงตำมก�ำลังที่เรำจะสำมำรถ
ได้ยึดตามแนวทางการทางานของพระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดมุมป้อม ท�ำได้ ไม่เกินก�ำลังควำมสำมำรถของเรำ ...หำกเรำสำมำรถช่วย


อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่งใช้หลักธรรม “โลโกปตฺถมฺภิกา เหลือผู้คนได้เพียง 10 คน เรำก็ไม่ควรจะให้ควำมช่วยเหลือ 11



เมตฺตา” หรือ “หลักเมตตาธรรมค�าจุนโลก” ซ่งหมายถึงโลกหรือสังคมจะสงบ คน เรำควรจะท�ำตำมก�ำลังควำมสำมำรถ ไม่เลือกท�ำในส่งท ี ่







สขได้ด้วยเมตตา คอความปรารถนาดต่อกน และการช่วยเหลือเกอกลกน เกินก�ำลังของเรำ จะเป็นทุกข์และท�ำได้ไม่ดี ซ่งอำจจะส่งผล


ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชน หรือระหว่างวัดกับชุมชน กระทบหลำกหลำยประกำร ทั้งกับผู้รับและผู้ให้
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)
10 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 11
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

ด้วยหลักการดังกล่าว เมื่อพระมหาบวรได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด 50 เซนติเมตรในหลายจุด ประชาชนจ�านวนมากได้รับความเดือดร้อน
บุญนารอบ ได้พยายามด�าเนินกิจกรรมร่วมกับพุทธศาสนิกชนและชุมชนใน พระมหาบวรร่วมกับพระสงฆ์และสามเณรของวัดบุญนารอบได้พายเรือ

วิถีพุทธศาสนาเพื่อสังคม มุ่งเป้าหมายให้เกิดชุมชนสุขภาวะ โดยในช่วงแรก ออกไปตามถนนพัฒนาการคูขวาง เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพ่อ

เริ่มจากการสอนศีลธรรมในโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ ออกรับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด ไข่ไก่ พืชผักต่าง ๆ ไปช่วย



เด็กนักเรียนได้มีหลักธรรมทางพุทธศาสนาเป็นวัคซีนป้องกันไม่ให้ต้องตกอย ู่ เหลือผู้ท่ได้รับความเดือดร้อนจากน้าท่วม โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าร่วม







ในภาวะแห่งทุกข์ การช่วยเหลือชุมชนเร่มจากจัดต้งทุนการศึกษาให้แก่เด็ก บรจาคจานวนมาก นอกจากนทางวดบญนารอบยงเปิดอาคารในวดให้









นักเรียน จากน้นก็มีกิจกรรมท่สืบเน่องและเสริมการช่วยเหลือเด็กและ ผู้ประสบอุทกภัยได้เข้ามาพักพิงเป็นการช่วคราว พร้อมท้งจัดต้งโรงทาน

เยาวชน ตัวอย่างเช่น กิจกรรมพดเพื่อน้องที่สามารถขายมะพร้าวสับให้ร้าน ในการประกอบอาหารส�าเร็จรูปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ท้งท่อยู่ใน





ขายต้นไม้ และผู้ท่ชอบปลูกต้นไม้ เพ่อน�ารายได้มาสมทบเป็นกองทุนการ ศูนย์พักพิงช่วคราวและประชาชนท่วไป โดยมีพระสงฆ์ภายในวัดและญาติโยม


ศึกษา จากน้นก็มีอีกหลายกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ โดยมีพระสงฆ์และ ช่วยกันปรุงอาหาร รวมถึงผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาคและจัดถุงยังชีพ เพ่อ
สามเณรในวัดบุญนารอบและประชาชนในชุมชนรอบวัดเป็นก�าลังส�าคัญใน น�าไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย (บ้านเมืองออนไลน์, 2563; 7HD ร้อน




การขบเคลอนกจกรรม โดยเฉพาะอย่างยงกล่มเดก เยาวชน และผ้สงอาย ุ ออนไลน์, 2563)









รวมตลอดเร่อยมาจนถึงการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเพ่อพระสงฆ์อาพาธ
และดูแลฆราวาสที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุติดบ้าน และคนพิการ
การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
และสาธารณภัย



ทงนงานสาธารณสงเคราะหทพระมหาบวร ปวรธมโม และวดบญนารอบ











ด�าเนินการอยูเปนประจ�าเกือบทุกป คือการชวยเหลือผูประสบอุทกภัยทั้งใน


จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคใต้ และภาคอ่น ๆ ตัวอย่างเช่น สถานการณ์
อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563


ในพ้นท่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีน้าท่วมขังบนถนนอยู่ประมาณ

12 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 13
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

ด้วยหลักการดังกล่าว เมื่อพระมหาบวรได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด 50 เซนติเมตรในหลายจุด ประชาชนจ�านวนมากได้รับความเดือดร้อน
บุญนารอบ ได้พยายามด�าเนินกิจกรรมร่วมกับพุทธศาสนิกชนและชุมชนใน พระมหาบวรร่วมกับพระสงฆ์และสามเณรของวัดบุญนารอบได้พายเรือ

วิถีพุทธศาสนาเพื่อสังคม มุ่งเป้าหมายให้เกิดชุมชนสุขภาวะ โดยในช่วงแรก ออกไปตามถนนพัฒนาการคูขวาง เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพ่อ

เริ่มจากการสอนศีลธรรมในโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ ออกรับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด ไข่ไก่ พืชผักต่าง ๆ ไปช่วย



เด็กนักเรียนได้มีหลักธรรมทางพุทธศาสนาเป็นวัคซีนป้องกันไม่ให้ต้องตกอย ู่ เหลือผู้ท่ได้รับความเดือดร้อนจากน้าท่วม โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าร่วม







ในภาวะแห่งทุกข์ การช่วยเหลือชุมชนเร่มจากจัดต้งทุนการศึกษาให้แก่เด็ก บรจาคจานวนมาก นอกจากนทางวดบญนารอบยงเปิดอาคารในวดให้









นักเรียน จากน้นก็มีกิจกรรมท่สืบเน่องและเสริมการช่วยเหลือเด็กและ ผู้ประสบอุทกภัยได้เข้ามาพักพิงเป็นการช่วคราว พร้อมท้งจัดต้งโรงทาน

เยาวชน ตัวอย่างเช่น กิจกรรมพดเพื่อน้องที่สามารถขายมะพร้าวสับให้ร้าน ในการประกอบอาหารส�าเร็จรูปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ท้งท่อยู่ใน





ขายต้นไม้ และผู้ท่ชอบปลูกต้นไม้ เพ่อน�ารายได้มาสมทบเป็นกองทุนการ ศูนย์พักพิงช่วคราวและประชาชนท่วไป โดยมีพระสงฆ์ภายในวัดและญาติโยม


ศึกษา จากน้นก็มีอีกหลายกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ โดยมีพระสงฆ์และ ช่วยกันปรุงอาหาร รวมถึงผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาคและจัดถุงยังชีพ เพ่อ
สามเณรในวัดบุญนารอบและประชาชนในชุมชนรอบวัดเป็นก�าลังส�าคัญใน น�าไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย (บ้านเมืองออนไลน์, 2563; 7HD ร้อน




การขบเคลอนกจกรรม โดยเฉพาะอย่างยงกล่มเดก เยาวชน และผ้สงอาย ุ ออนไลน์, 2563)









รวมตลอดเร่อยมาจนถึงการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเพ่อพระสงฆ์อาพาธ
และดูแลฆราวาสที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุติดบ้าน และคนพิการ
การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
และสาธารณภัย



ทงนงานสาธารณสงเคราะหทพระมหาบวร ปวรธมโม และวดบญนารอบ











ด�าเนินการอยูเปนประจ�าเกือบทุกป คือการชวยเหลือผูประสบอุทกภัยทั้งใน


จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคใต้ และภาคอ่น ๆ ตัวอย่างเช่น สถานการณ์
อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563


ในพ้นท่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีน้าท่วมขังบนถนนอยู่ประมาณ

12 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 13
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

การช่วยเหลือผู้ยากไร้


การช่วยเหลือผู้ยากไร้เป็นกิจกรรมท่คณะสงฆ์ในวัดบุญนารอบร่วมกัน

ด�าเนินการเป็นปกติ ผู้ยากจน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ไร้



ญาติหรือผู้ไร้ท่พ่ง หากมีคนแจ้งให้พระมหาบวรทราบ ก็จะไปให้การช่วยเหลือ
ตามความจ�าเป็นและตามก�าลังของวัดบุญนารอบ เช่น จัดห้องว่างหรือกุฏิว่าง



ให้เป็นท่พักพิง มีอาหารให้กินครบทุกม้อ ช่วยหางานให้ท�าเพ่อให้มีรายได้บ้าง
ตามโอกาส รวมถึงการจัดถุงยังชีพชุดข้าวสารอาหารแห้งและยาไปมอบให้

ผู้ยากไรถึงท่บ้าน หรือจัดชุดอุปกรณ์และส่งของจ�าเป็นทางการแพทย์ให้แก่

ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงตามความต้องการ กรณีของผู้ยากไร้ที่กล่าวถึงกันมาก

ในวัดบุญนารอบคือ นายยุทธพงศ์ โฉมทอง หรือท่มักจะเรียกกันว่า “น้ายอด”
อายุ 38 ปี เคยอยู่ที่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 6 ต�าบลปากแพรก อ�าเภอปากพนัง


จังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่งเกิดในครอบครัวท่ไม่ได้ร่ารวยอะไรมากนัก มีฐานะ


พออยู่พอกินไม่เดือดร้อน เรียนจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์
การประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
หลังจบการศึกษาได้เปิดกิจการจ�าหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ด้าน

เทคโนโลยีการสื่อสารที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย กิจการรุ่งเรื่องจึงเปิดสาขา

ใหม่อีก 3 สาขา และมีกิจการเล้ยงกุ้ง มีรายได้รวมกันหลายล้านบาท จน
สามารถซื้อบ้าน ที่ดิน รถยนต์หรู และอื่น ๆ มากมาย ทั้งที่ในตอนนั้นอยู่ใน

วัยเพียง 25-26 ปี และยังคงประกอบธุรกิจได้ก้าวหน้าเร่อยมา แต่ด้วย
ผลกระทบจากภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 น้ายอดได้

ประสบปัญหาทางธุรกิจ จนกลายเป็นคนล้มละลาย เป็นคนติดเหล้าและ

เร่ร่อนไปตามที่ต่าง ๆ กระทั่งมาอยู่ที่วัดบุญนารอบ เมื่อหลายเดือนก่อนเคย
ถูกมองว่าเป็นคนเร่ร่อน ขี้เหล้า เข้ามาขออาศัยซุกหัวนอนในวัด แต่หลังจาก




14 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 15
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

การช่วยเหลือผู้ยากไร้


การช่วยเหลือผู้ยากไร้เป็นกิจกรรมท่คณะสงฆ์ในวัดบุญนารอบร่วมกัน

ด�าเนินการเป็นปกติ ผู้ยากจน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ไร้



ญาติหรือผู้ไร้ท่พ่ง หากมีคนแจ้งให้พระมหาบวรทราบ ก็จะไปให้การช่วยเหลือ
ตามความจ�าเป็นและตามก�าลังของวัดบุญนารอบ เช่น จัดห้องว่างหรือกุฏิว่าง



ให้เป็นท่พักพิง มีอาหารให้กินครบทุกม้อ ช่วยหางานให้ท�าเพ่อให้มีรายได้บ้าง
ตามโอกาส รวมถึงการจัดถุงยังชีพชุดข้าวสารอาหารแห้งและยาไปมอบให้

ผู้ยากไรถึงท่บ้าน หรือจัดชุดอุปกรณ์และส่งของจ�าเป็นทางการแพทย์ให้แก่

ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงตามความต้องการ กรณีของผู้ยากไร้ที่กล่าวถึงกันมาก

ในวัดบุญนารอบคือ นายยุทธพงศ์ โฉมทอง หรือท่มักจะเรียกกันว่า “น้ายอด”
อายุ 38 ปี เคยอยู่ที่บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ 6 ต�าบลปากแพรก อ�าเภอปากพนัง


จังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่งเกิดในครอบครัวท่ไม่ได้ร่ารวยอะไรมากนัก มีฐานะ


พออยู่พอกินไม่เดือดร้อน เรียนจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์
การประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
หลังจบการศึกษาได้เปิดกิจการจ�าหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ด้าน

เทคโนโลยีการสื่อสารที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย กิจการรุ่งเรื่องจึงเปิดสาขา

ใหม่อีก 3 สาขา และมีกิจการเล้ยงกุ้ง มีรายได้รวมกันหลายล้านบาท จน
สามารถซื้อบ้าน ที่ดิน รถยนต์หรู และอื่น ๆ มากมาย ทั้งที่ในตอนนั้นอยู่ใน

วัยเพียง 25-26 ปี และยังคงประกอบธุรกิจได้ก้าวหน้าเร่อยมา แต่ด้วย
ผลกระทบจากภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 น้ายอดได้

ประสบปัญหาทางธุรกิจ จนกลายเป็นคนล้มละลาย เป็นคนติดเหล้าและ

เร่ร่อนไปตามที่ต่าง ๆ กระทั่งมาอยู่ที่วัดบุญนารอบ เมื่อหลายเดือนก่อนเคย
ถูกมองว่าเป็นคนเร่ร่อน ขี้เหล้า เข้ามาขออาศัยซุกหัวนอนในวัด แต่หลังจาก




14 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 15
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ






ได้รับการแนะนาอบรมส่งสอนจากพระมหาบวร จึงสามารถปรับเปลยนพฤติกรรม พระมหาบวรได้เล่าให้ฟังถึงการปรับเปล่ยนแปลงพฤติกรรมของน้ายอด


เลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด และยังอุทิศตนช่วยเหลืองานภายในวัดอย่างทุ่มเท ว่าสามารถเป็นแบบอย่างของผู้ยากไร้เดือดร้อนท่ได้รับโอกาสท่ทางวัดบุญนา

ู้

เสียสละ จนเป็นท่กล่าวขานและยอมรับของญาตโยมและผคนทเดนทางเข้ามา รอบมอบให้ ปรับปรุงตัวจนกลายเป็นคนประพฤติดี ปฏิบัติดี และเป็นผู้ม ี



















ทาบญในวดบญนารอบ นายอดจงเปนแบบอยางทดของผูยากไรทปรบเปลยน จิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มก�าลังความสามารถ ดังนี้



พฤติกรรมและอุทิศตนทางานเป็นอาสาสมัครจิตอาสาอยู่ในวัดบุญนารอบ




ต่อประเดนนน้ายอดได้เล่าถงชวตในช่วงก่อนทจะมาร่วมทางานช่วยเหลอ ส�ำหรับคุณยอด วันแรกท่อำตมำพบเห็นไม่แตกต่ำงไปจำกคน







กิจกรรมในวัดบุญนารอบ ว่ามีแรงจูงใจหรือเหตุปัจจัยอย่างไร ดังนี้ ขี้เมำ คนบ้ำ สติฟั่นเฟือน เร่ร่อน แต่เมื่อเขำได้รับโอกำส เขำก็
สำมำรถคว้ำโอกำสน้น และประกำศเลิกเหล้ำด้วยกำร “หักดิบ”

พระมหำบวรช่วยให้ผมมีสติ คิดได้ พร้อมตั้งใจหักดิบเลิกเหล้ำ จนอำกำรหนักมำกต้องหำมส่งโรงพยำบำล หลำยคนไม่เชื่อว่ำ
และกลับมำประพฤติตัวใหม่ อุทิศตนช่วยเหลืองำนทุกอย่ำง เขำจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ...แต่วันนี้เขำสำมำรถกลับมำเป็น
ภำยในวัด และในที่สุดก็สำมำรถเลิกเหล้ำได้เด็ดขำด สำมำรภ คนใหม่ เป็นคนดีมีจิตอำสำ ช่วยเหลืองำนอำตมำและงำนวัด


ช่วยเหลืองำนภำยในวัดท่พระอำจำรย์ รวมถึงช่วยดูแล ได้เยอะมำก โดยเฉพำะในช่วงท่อำตมำและวัดบุญนำรอบ
พระอำพำธ และโยมท่ป่วยอัมพำตติดเตียง ท่ทำงวัดช่วยเหลือ รับเผำศพผู้เสียชีวิตจำกโควิด-19 และช่วยงำนของศูนย์




สงเครำะห์รับตัวมำดูแล ท้งช่วยเช็ดท�ำควำมสะอำดเน้อตัว พระคิลำนุปัฎฐำกมำอย่ำงต่อเน่อง ท้งในกำรดูแลพระท่อำพำธ




ป้อนน้ำป้อนข้ำว พำไปโรงพยำบำล นอกเหนือจำกกำรช่วย ช่วยอำบน้ำ ท�ำควำมสะอำด ป้อนอำหำร ป้อนยำ พำไป


เหลืองำนส่วนรวมทุกอย่ำงท้งในวัดและนอกวัด ท�ำให้ทุกคน หำหมอ ช่วยท�ำทุกอย่ำงด้วยควำมยินดี ด้วยจิตอำสำ และ
ยอมรับ ท้งพระเณรและญำติโยม ท้งหมดล้วนเป็นเพรำะ ไม่เคยถำมหำค่ำตอบแทนใด ๆ ...อำตมำยึดถือว่ำกำรช่วยคน



พระอำจำรย์ให้โอกำส หำกไม่ได้รบโอกำสผมคงเป็นคนบ้ำ เป็นเรื่องส�ำคัญ ดีกว่ำสร้ำงเจดีย์หลำยเท่ำ ...เรำควรให้ก�ำลังใจ

สติฟั่นเฟือน เร่ร่อน และอำจจะตำยอย่ำงไร้ค่ำ ไม่แตกต่ำงไปจำก เขำ เพ่อให้เขำได้ปรับเปล่ยนพฤติกรรม ให้สำมำรถเลิกเหล้ำได้

หมำขำงถนน ผมต้งใจจะชวยเหลอกจกำรงำนในวด และขอท่มเท และให้เป็นคนดีได้







แรงกำยแรงใจช่วยเหลือวัดและพระพุทธศำสนำให้มำกที่สุด
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564)
(ยุทธพงศ์ โฉมทอง, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564)
16 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 17
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์






ได้รับการแนะนาอบรมส่งสอนจากพระมหาบวร จึงสามารถปรับเปลยนพฤติกรรม พระมหาบวรได้เล่าให้ฟังถึงการปรับเปล่ยนแปลงพฤติกรรมของน้ายอด


เลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด และยังอุทิศตนช่วยเหลืองานภายในวัดอย่างทุ่มเท ว่าสามารถเป็นแบบอย่างของผู้ยากไร้เดือดร้อนท่ได้รับโอกาสท่ทางวัดบุญนา




เสียสละ จนเป็นท่กล่าวขานและยอมรับของญาตโยมและผคนทเดนทางเข้ามา รอบมอบให้ ปรับปรุงตัวจนกลายเป็นคนประพฤติดี ปฏิบัติดี และเป็นผู้ม ี

ู้
















ทาบญในวดบญนารอบ นายอดจงเปนแบบอยางทดของผูยากไรทปรบเปลยน จิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มก�าลังความสามารถ ดังนี้



พฤติกรรมและอุทิศตนทางานเป็นอาสาสมัครจิตอาสาอยู่ในวัดบุญนารอบ



ต่อประเดนนน้ายอดได้เล่าถงชวตในช่วงก่อนทจะมาร่วมทางานช่วยเหลอ ส�ำหรับคุณยอด วันแรกท่อำตมำพบเห็นไม่แตกต่ำงไปจำกคน








กิจกรรมในวัดบุญนารอบ ว่ามีแรงจูงใจหรือเหตุปัจจัยอย่างไร ดังนี้ ขี้เมำ คนบ้ำ สติฟั่นเฟือน เร่ร่อน แต่เมื่อเขำได้รับโอกำส เขำก็
สำมำรถคว้ำโอกำสน้น และประกำศเลิกเหล้ำด้วยกำร “หักดิบ”

พระมหำบวรช่วยให้ผมมีสติ คิดได้ พร้อมตั้งใจหักดิบเลิกเหล้ำ จนอำกำรหนักมำกต้องหำมส่งโรงพยำบำล หลำยคนไม่เชื่อว่ำ
และกลับมำประพฤติตัวใหม่ อุทิศตนช่วยเหลืองำนทุกอย่ำง เขำจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ...แต่วันนี้เขำสำมำรถกลับมำเป็น
ภำยในวัด และในที่สุดก็สำมำรถเลิกเหล้ำได้เด็ดขำด สำมำรภ คนใหม่ เป็นคนดีมีจิตอำสำ ช่วยเหลืองำนอำตมำและงำนวัด

ช่วยเหลืองำนภำยในวัดท่พระอำจำรย์ รวมถึงช่วยดูแล ได้เยอะมำก โดยเฉพำะในช่วงท่อำตมำและวัดบุญนำรอบ


พระอำพำธ และโยมท่ป่วยอัมพำตติดเตียง ท่ทำงวัดช่วยเหลือ รับเผำศพผู้เสียชีวิตจำกโควิด-19 และช่วยงำนของศูนย์



สงเครำะห์รับตัวมำดูแล ท้งช่วยเช็ดท�ำควำมสะอำดเน้อตัว พระคิลำนุปัฎฐำกมำอย่ำงต่อเน่อง ท้งในกำรดูแลพระท่อำพำธ




ป้อนน้ำป้อนข้ำว พำไปโรงพยำบำล นอกเหนือจำกกำรช่วย ช่วยอำบน้ำ ท�ำควำมสะอำด ป้อนอำหำร ป้อนยำ พำไป


เหลืองำนส่วนรวมทุกอย่ำงท้งในวัดและนอกวัด ท�ำให้ทุกคน หำหมอ ช่วยท�ำทุกอย่ำงด้วยควำมยินดี ด้วยจิตอำสำ และ

ยอมรับ ท้งพระเณรและญำติโยม ท้งหมดล้วนเป็นเพรำะ ไม่เคยถำมหำค่ำตอบแทนใด ๆ ...อำตมำยึดถือว่ำกำรช่วยคน

พระอำจำรย์ให้โอกำส หำกไม่ได้รบโอกำสผมคงเป็นคนบ้ำ เป็นเรื่องส�ำคัญ ดีกว่ำสร้ำงเจดีย์หลำยเท่ำ ...เรำควรให้ก�ำลังใจ



สติฟั่นเฟือน เร่ร่อน และอำจจะตำยอย่ำงไร้ค่ำ ไม่แตกต่ำงไปจำก เขำ เพ่อให้เขำได้ปรับเปล่ยนพฤติกรรม ให้สำมำรถเลิกเหล้ำได้






หมำขำงถนน ผมต้งใจจะชวยเหลอกจกำรงำนในวด และขอท่มเท และให้เป็นคนดีได้

แรงกำยแรงใจช่วยเหลือวัดและพระพุทธศำสนำให้มำกที่สุด
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564)
(ยุทธพงศ์ โฉมทอง, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564)
16 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 17
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



น้ายอดได้รับการช่วยเหลือท้งด้าน พดเพ่อน้อง : ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน
กายภาพคือจัดกุฏิว่างให้อยู่อาศัย มีอาหาร วัดบุญนารอบมีกิจกรรมช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในลักษณะเน้น
ให้รับประทาน การช่วยเหลือด้านจิตภาพ กิจกรรมจิตอาสา เร่มจากการรับเอาเด็กท่อยู่ในการดูแลของกรมควบคุม



คือการแนะนาให้ทาวัตรสวดมนต์ ฟังธรรม ประพฤติ ซ่งส่วนมากเป็นเด็กท่มีปัญหาเร่องยาเสพติด เพ่อให้มารับการ






เพ่อรักษาเยียวยาด้านจิตใจ จากท่เคย เยียวยาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการท�าวัตรสวดมนต์บ้าง เรียน

หลงผิดก็สามารถเปล่ยนแปลงพฤติกรรมได้ รู้ศีลธรรมจริยธรรม และช่วยงานจิตอาสา ทั้งช่วยเหลืองานในวัด ดูแลปลูก

การได้มาอยู่ในวัดทาให้น้ายอดได้พบเห็น ต้นไม้ในสวนพฤกษาสวรรค์ สวนเกษตรพอเพียง ช่วยจัดสถานที่และบริการ










สงด ๆ ดงเช่นวนหนงได้เหนพธอปสมบท ในพธสวดพระอภธรรม และพดเพอน้อง เดกหลายคนทผ่านการทางานจต












จึงได้ฉุกใจคิดว่า


อาสา และตอมาสามารถเลกยาเสพตดไดแลว สามารถปรบเปลยนพฤตกรรม








ให้เป็นคนดี และมาช่วยทางานบาเพญประโยชน์ในวัด ไม่ประพฤติปฏิบัติตน


คนอ่นเขำอยู่ต้งไกล ยังเข้ำมำบวชอยู่ ในเชิงสร้างปัญหาให้กับชุมชนและสังคมอีกต่อไป ในการดูแลช่วยเหลือเด็ก




ท่วัด เพ่อปฏิบัติเป็นคนดี ตัวเรำอยู่ท ี ่ และเยาวชนเหล่าน้พระมหาบวรกล่าวเสริมให้เห็นชัดเจนถึงความเช่อมโยง


วัด ก็ควรจะปฏิบัติให้เป็นคนดีได้ จึง ของกิจกรรมในวัดว่า









ตดสนใจเลกเหลำแบบหกดบ แตถงกบ
ป่วยต้องเข้ำโรงพยำบำล ทำงวัดช่วย อำตมำเคยให้โอกำสกับคนท่เคยกระท�ำผิดพลำดเร่อง


พำไปรักษำ พอหำยกลับมำอยู่วัด ก็เลิก ยำเสพติด อำตมำได้ท�ำงำนร่วมกับส�ำนักงำนคุมประพฤต ิ

เหล้ำได้ จึงขออยู่ช่วยงำนในวัดเร่อยมำ จังหวัดนครศรีธรรมรำช รับเอำผู้ที่อยู่ในกำรดูแลของเขำให้มำ


ช่วยงำนในศูนย์พระคลำนปัฎฐำก ช่วยงำนในวัด เม่อเรำให้โอกำสเขำ เขำก็ยินดีมำร่วมท�ำงำน เช่น

ด้วย คอยขับรถพำพระไปโรงพยำบำล มำช่วยงำนในโครงกำร “พดเพื่อน้อง” และงำนอื่น ๆ ภำยใน
คอยดูแลช่วยเหลือ และพำกลับวัด
วัด หลำยคนสำมำรถกลับเน้อกลับตัวมำเป็นคนดีของสังคม

ได้ ก็ถือเป็นกำรสร้ำงบุญกุศล สร้ำงคนคุณภำพให้กลับมำช่วย
(ยุทธพงศ์ โฉมทอง, สัมภำษณ์,
8 ธันวำคม 2564) พัฒนำสังคม มำเป็นจิตอำสำช่วยเหลือสังคม ...แต่ก็มีอยู่จ�ำนวน

หน่งท่อำตมำหรือสังคมให้โอกำสแล้วเขำกลับไม่ต้องกำร ไม่

18 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 19
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



น้ายอดได้รับการช่วยเหลือท้งด้าน พดเพ่อน้อง : ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน
กายภาพคือจัดกุฏิว่างให้อยู่อาศัย มีอาหาร วัดบุญนารอบมีกิจกรรมช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในลักษณะเน้น
ให้รับประทาน การช่วยเหลือด้านจิตภาพ กิจกรรมจิตอาสา เร่มจากการรับเอาเด็กท่อยู่ในการดูแลของกรมควบคุม



คือการแนะนาให้ทาวัตรสวดมนต์ ฟังธรรม ประพฤติ ซ่งส่วนมากเป็นเด็กท่มีปัญหาเร่องยาเสพติด เพ่อให้มารับการ






เพ่อรักษาเยียวยาด้านจิตใจ จากท่เคย เยียวยาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการท�าวัตรสวดมนต์บ้าง เรียน

หลงผิดก็สามารถเปล่ยนแปลงพฤติกรรมได้ รู้ศีลธรรมจริยธรรม และช่วยงานจิตอาสา ทั้งช่วยเหลืองานในวัด ดูแลปลูก

การได้มาอยู่ในวัดทาให้น้ายอดได้พบเห็น ต้นไม้ในสวนพฤกษาสวรรค์ สวนเกษตรพอเพียง ช่วยจัดสถานที่และบริการ










สงด ๆ ดงเช่นวนหนงได้เหนพธอปสมบท ในพธสวดพระอภธรรม และพดเพอน้อง เดกหลายคนทผ่านการทางานจต












จึงได้ฉุกใจคิดว่า


อาสา และตอมาสามารถเลกยาเสพตดไดแลว สามารถปรบเปลยนพฤตกรรม








ให้เป็นคนดี และมาช่วยทางานบาเพญประโยชน์ในวัด ไม่ประพฤติปฏิบัติตน


คนอ่นเขำอยู่ต้งไกล ยังเข้ำมำบวชอยู่ ในเชิงสร้างปัญหาให้กับชุมชนและสังคมอีกต่อไป ในการดูแลช่วยเหลือเด็ก




ท่วัด เพ่อปฏิบัติเป็นคนดี ตัวเรำอยู่ท ี ่ และเยาวชนเหล่าน้พระมหาบวรกล่าวเสริมให้เห็นชัดเจนถึงความเช่อมโยง


วัด ก็ควรจะปฏิบัติให้เป็นคนดีได้ จึง ของกิจกรรมในวัดว่า









ตดสนใจเลกเหลำแบบหกดบ แตถงกบ
ป่วยต้องเข้ำโรงพยำบำล ทำงวัดช่วย อำตมำเคยให้โอกำสกับคนท่เคยกระท�ำผิดพลำดเร่อง


พำไปรักษำ พอหำยกลับมำอยู่วัด ก็เลิก ยำเสพติด อำตมำได้ท�ำงำนร่วมกับส�ำนักงำนคุมประพฤต ิ

เหล้ำได้ จึงขออยู่ช่วยงำนในวัดเร่อยมำ จังหวัดนครศรีธรรมรำช รับเอำผู้ที่อยู่ในกำรดูแลของเขำให้มำ


ช่วยงำนในศูนย์พระคลำนปัฎฐำก ช่วยงำนในวัด เม่อเรำให้โอกำสเขำ เขำก็ยินดีมำร่วมท�ำงำน เช่น

ด้วย คอยขับรถพำพระไปโรงพยำบำล มำช่วยงำนในโครงกำร “พดเพื่อน้อง” และงำนอื่น ๆ ภำยใน
คอยดูแลช่วยเหลือ และพำกลับวัด
วัด หลำยคนสำมำรถกลับเน้อกลับตัวมำเป็นคนดีของสังคม

ได้ ก็ถือเป็นกำรสร้ำงบุญกุศล สร้ำงคนคุณภำพให้กลับมำช่วย
(ยุทธพงศ์ โฉมทอง, สัมภำษณ์,
8 ธันวำคม 2564) พัฒนำสังคม มำเป็นจิตอำสำช่วยเหลือสังคม ...แต่ก็มีอยู่จ�ำนวน

หน่งท่อำตมำหรือสังคมให้โอกำสแล้วเขำกลับไม่ต้องกำร ไม่

18 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 19
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

หยิบฉวยโอกำสเหล่ำน้น ก็คงเป็นเร่องวิบำกกรรมของเขำเอง...


อำตมำยึดถือคติที่ว่ำคนที่มีควำมทุกข์ หำกไม่มีใครช่วย ไม่มีที่



พ่งทำงกำย ไม่มีท่พ่งทำงใจ ไม่มีใครให้โอกำส เขำก็จะไม่
สำมำรถหลุดพ้นจำกควำมทุกข์ท้งหลำยได้ กำรให้โอกำสคน

ย่อมเป็นกุศลที่มหำศำล


ส�าหรับโครงการพดเพื่อน้องนั้น พดก็คือเปลือกมะพร้าว มีคนน�ามา
บริจาคให้วัดบุญนารอบเพ่อให้น�ามาเป็นส่วนผสมกับดินส�าหรับปลูกต้นไม้ใน

โครงการสวนพฤกษาสวรรค์ เมื่อมีผู้น�ามาบริจาคกันมากขึ้นพระมหาบวรจึง










มอบหมายให้เดกทสานกงานคมประพฤตส่งมาให้ทางานจตอาสาช่วยเหลอ
บ�าเพ็ญประโยชน์สังคมที่วัดบุญนารอบ ช่วยกันหั่นด้วยเครื่องให้เป็นชิ้นเล็ก
ๆ เพ่อบรรจุกระสอบปุยส่งขายร้านขายต้นไม้ ส่งขายถุงละ 25 บาท เพ่อช่วย



เหลือให้ร้านค้ามีก�าไรสูงข้น เพ่อให้เกษตรกรได้ใช้กาบมะพร้าวราคาถูก และ

เพื่อเป็นรายได้สมทบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน โครงการพดเพื่อน้อง




น้นเป็นโครงการท่เน้นจิตอาสาของเด็กและเยาวชนเป็นส�าคัญ เร่องรายได้น้น


เป็นประเด็นรองท่ช่วยให้เด็กและเยาวชนท่มาร่วมกิจกรรมได้มีรายได้บ้าง
ตามสมควร











20 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

หยิบฉวยโอกำสเหล่ำน้น ก็คงเป็นเร่องวิบำกกรรมของเขำเอง...


อำตมำยึดถือคติที่ว่ำคนที่มีควำมทุกข์ หำกไม่มีใครช่วย ไม่มีที่



พ่งทำงกำย ไม่มีท่พ่งทำงใจ ไม่มีใครให้โอกำส เขำก็จะไม่
สำมำรถหลุดพ้นจำกควำมทุกข์ท้งหลำยได้ กำรให้โอกำสคน

ย่อมเป็นกุศลที่มหำศำล


ส�าหรับโครงการพดเพื่อน้องนั้น พดก็คือเปลือกมะพร้าว มีคนน�ามา
บริจาคให้วัดบุญนารอบเพ่อให้น�ามาเป็นส่วนผสมกับดินส�าหรับปลูกต้นไม้ใน

โครงการสวนพฤกษาสวรรค์ เมื่อมีผู้น�ามาบริจาคกันมากขึ้นพระมหาบวรจึง










มอบหมายให้เดกทสานกงานคมประพฤตส่งมาให้ทางานจตอาสาช่วยเหลอ
บ�าเพ็ญประโยชน์สังคมที่วัดบุญนารอบ ช่วยกันหั่นด้วยเครื่องให้เป็นชิ้นเล็ก
ๆ เพ่อบรรจุกระสอบปุยส่งขายร้านขายต้นไม้ ส่งขายถุงละ 25 บาท เพ่อช่วย



เหลือให้ร้านค้ามีก�าไรสูงข้น เพ่อให้เกษตรกรได้ใช้กาบมะพร้าวราคาถูก และ

เพื่อเป็นรายได้สมทบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน โครงการพดเพื่อน้อง




น้นเป็นโครงการท่เน้นจิตอาสาของเด็กและเยาวชนเป็นส�าคัญ เร่องรายได้น้น


เป็นประเด็นรองท่ช่วยให้เด็กและเยาวชนท่มาร่วมกิจกรรมได้มีรายได้บ้าง
ตามสมควร











20 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

โครงการสวนพฤกษาสวรรค์


พระมหาบวรร่วมกับพระสงฆ์สามเณรและจิตอาสาในวัดบุญนารอบ








รวมถงเดกและเยาวชนทอยู่ในการดแลของกรมคมประพฤต ได้ร่วมกนทา

แปลงเพาะปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดและเรียกว่า “สวนพฤกษาสวรรค์” โดย


มีเป้าหมายเพ่อนาต้นไม้เหล่าน้นไปใช้ในการจัดตกแต่งพิธีศพท่มาบาเพ็ญกุศล



ที่วัดบุญนารอบ ทางวัดจัดท�าให้หมด เจ้าภาพศพไม่ต้องท�าอะไร เพื่อช่วยลด




ปัญหาส่งแวดล้อมจากการตกแต่งสถานท่ด้วยวัสดุท่ไม่เป็นมิตรกับส่งแวดล้อม

รวมถึงทางวัดจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าดาเนินการจากเจ้าภาพหรือญาต ิ
พี่น้องของผู้เสียชีวิต หากจะให้เป็นค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่จะบริจาคให้ตามก�าลัง




ศรัทธา โดยไม่มีข้อกาหนดว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนน้นเท่าน้ส่วนน้เท่าน้น

หากผู้เสียชีวิตเป็นคนไร้ญาติหรือคนจนสามารถมาใช้บริการจัดงานศพให้ฟร ี
ทางวัดมีโลงศพให้ เป็นเจ้าภาพจัดสวดพระอภิธรรมให้ จัดตกแต่งงานสถานท ี ่

ให้สวยงาม นอกจากนยงมอาสาสมครมาช่วยกนทาเหรยญโปรยทานและ








ทาดอกไม้จนทน์เพอใช้ในงานศพ ไม่ต้องไปซอจากตลาด และเป็นการ





ช่วยเหลือให้กับญาติผู้เสียชีวิตท่ยากจน พระมหาบวรยึดถือว่าวัดต้องเป็นท ี ่

พึ่งของคนจน และเป็นสถานที่ที่คนรวยได้มาร่วมกันบริจาคช่วยเหลือคนจน
และคนยากไร้

22 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 23
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

โครงการสวนพฤกษาสวรรค์


พระมหาบวรร่วมกับพระสงฆ์สามเณรและจิตอาสาในวัดบุญนารอบ








รวมถงเดกและเยาวชนทอยู่ในการดแลของกรมคมประพฤต ได้ร่วมกนทา

แปลงเพาะปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดและเรียกว่า “สวนพฤกษาสวรรค์” โดย


มีเป้าหมายเพ่อนาต้นไม้เหล่าน้นไปใช้ในการจัดตกแต่งพิธีศพท่มาบาเพ็ญกุศล



ที่วัดบุญนารอบ ทางวัดจัดท�าให้หมด เจ้าภาพศพไม่ต้องท�าอะไร เพื่อช่วยลด




ปัญหาส่งแวดล้อมจากการตกแต่งสถานท่ด้วยวัสดุท่ไม่เป็นมิตรกับส่งแวดล้อม

รวมถึงทางวัดจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าดาเนินการจากเจ้าภาพหรือญาต ิ
พี่น้องของผู้เสียชีวิต หากจะให้เป็นค่าใช้จ่ายก็แล้วแต่จะบริจาคให้ตามก�าลัง




ศรัทธา โดยไม่มีข้อกาหนดว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนน้นเท่าน้ส่วนน้เท่าน้น

หากผู้เสียชีวิตเป็นคนไร้ญาติหรือคนจนสามารถมาใช้บริการจัดงานศพให้ฟร ี
ทางวัดมีโลงศพให้ เป็นเจ้าภาพจัดสวดพระอภิธรรมให้ จัดตกแต่งงานสถานท ี ่

ให้สวยงาม นอกจากนยงมอาสาสมครมาช่วยกนทาเหรยญโปรยทานและ








ทาดอกไม้จนทน์เพอใช้ในงานศพ ไม่ต้องไปซอจากตลาด และเป็นการ





ช่วยเหลือให้กับญาติผู้เสียชีวิตท่ยากจน พระมหาบวรยึดถือว่าวัดต้องเป็นท ่ ี

พึ่งของคนจน และเป็นสถานที่ที่คนรวยได้มาร่วมกันบริจาคช่วยเหลือคนจน
และคนยากไร้

22 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 23
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

การจัดงานบ�าเพ็ญกุศลศพในวัดบุญนารอบมีพระภิกษุ สามเณร และ โครงการเห็ดเพ่อคนยากไร้


อาสาสมัคร ท่พร้อมคอยช่วยเหลือประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้เข้ามาร่วม จากสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 ม ี

จัดเตรียมสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดพิธีกรรมให้ฟรี ต่อประเด็น ประชาชนจ�านวนมากได้รับผลกระทบ ขาดอาชีพ ขาดรายได้ และทุกข์ยาก
นี้พระมหาบวรได้อธิบายว่าทางวัดบุญนารอบคิดอย่างเดียวว่า พระสงฆ์และ ล�าบาก โดยเฉพาะผู้ยากไร้และยากจน กิจกรรมนี้ด�าเนินการในปี 2564 โดย




วัดจะช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือญาตโยมให้ลดค่าใช้จ่ายลงให้มากท่สด พระมหาบวร พระสงฆ์ สามเณร และอาสาสมัครร่วมกันทดลองท�าโรงเพาะ



เท่าทจะทาได้ ไม่เหมอนกบหลาย ๆ วัดท่ประกาศว่าจัดงานศพในวัดต้องเสย เห็ดเพ่อคนยากไร้ เห็ดท่ได้ส่วนหน่งจะน�าไปแจกจ่ายให้กับครอบครัวผู้ยากไร้













ค่าใช้จ่ายเท่าน้นเท่าน้ จนกระท่งคนยากจนส่วนหน่งไม่มีก�าลังทรัพย์เพียง ได้น�าไปบริโภค อีกส่วนหน่งจะน�าไปขายเพ่อสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือ












พอทจะจายใหกบทางวดได และไมไดรบการอานวยความสะดวกจดงานสวด ผู้ยากไร้ ซ่งจะน�าไปใช้ในการซ้อข้าวสารอาหารแห้งและส่งของจ�าเป็นเพ่อ







พระอภธรรมและการฌาปนกิจศพให้กบพ่อแม่หรอญาตพน้อง อันเป็นภาพ น�าไปมอบให้แก่ผู้ยากไร้ การเพาะเห็ดในปีแรกยังไม่ได้ผลดีอย่างท่ต้องการ






สะท้อนให้เห็นว่าในขณะท่ญาติพ่น้องของผู้เสียชีวิตก�าลังอยู่ในช่วงท่เศร้าโศก ไม่ได้รับผลผลิตดังท่คาดหวัง แต่ก็สามาราถช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่





เสียใจ แต่กลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์ท่พระสงฆ์หรือวัดไปซ้าเติมเขา ให้ ผู้ยากไร้ได้จ�านวนหน่ง ทางวัดบุญนารอบยังคงคิดจะท�าโครงการเห็ดเพ่อ






ต้องทุกข์หนักมากย่งข้น พระสงฆ์และวัดควรจะเป็นก�าลังใจและช่วย คนยากไร้สืบต่อไป นาเอาบทเรยนและประสบการณ์ทผ่านมาใช้ปรบแนวทาง


สนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากเหล่านี้ได้บรรเทาและพ้นจากทุกข์ การเพาะเห็ดให้ได้ผลด ี
กว่าปีก่อน
...ญำติโยมท่พ่อแม่ญำติผู้ใหญ่เสียชีวิต น�ำศพมำต้งบ�ำเพ็ญกุศล



ในวัดบุญนำรอบ ทุกอย่ำงทำงวัดจดกำรให้ท้งหมด ส่วนเม่อ


เสร็จส้นจำกกำรจัดงำนแล้ว ญำติโยมหรือเจ้ำภำพเขำไม่แล้ง


น้ำใจ เขำจะบริจำคช่วยวัดช่วยพระสงฆ์หรือคนงำนในวัดท่ช่วย

เหลือเท่ำไหร่ ตำมควำมเหมำะสม ในภำพรวมสำมำรถลดค่ำใช้
จ่ำยลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง ท�ำให้ทุกคนทุกฝ่ำยอยู่ร่วมกันได้อย่ำง
ปกติสุข
(ไพฑูรย์ อินทศิลำ, 2564ข)
24 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 25
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

การจัดงานบ�าเพ็ญกุศลศพในวัดบุญนารอบมีพระภิกษุ สามเณร และ โครงการเห็ดเพ่อคนยากไร้


อาสาสมัคร ท่พร้อมคอยช่วยเหลือประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้เข้ามาร่วม จากสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 ม ี

จัดเตรียมสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการจัดพิธีกรรมให้ฟรี ต่อประเด็น ประชาชนจ�านวนมากได้รับผลกระทบ ขาดอาชีพ ขาดรายได้ และทุกข์ยาก
นี้พระมหาบวรได้อธิบายว่าทางวัดบุญนารอบคิดอย่างเดียวว่า พระสงฆ์และ ล�าบาก โดยเฉพาะผู้ยากไร้และยากจน กิจกรรมนี้ด�าเนินการในปี 2564 โดย




วัดจะช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือญาตโยมให้ลดค่าใช้จ่ายลงให้มากท่สด พระมหาบวร พระสงฆ์ สามเณร และอาสาสมัครร่วมกันทดลองท�าโรงเพาะ



เท่าทจะทาได้ ไม่เหมอนกบหลาย ๆ วัดท่ประกาศว่าจัดงานศพในวัดต้องเสย เห็ดเพ่อคนยากไร้ เห็ดท่ได้ส่วนหน่งจะน�าไปแจกจ่ายให้กับครอบครัวผู้ยากไร้













ค่าใช้จ่ายเท่าน้นเท่าน้ จนกระท่งคนยากจนส่วนหน่งไม่มีก�าลังทรัพย์เพียง ได้น�าไปบริโภค อีกส่วนหน่งจะน�าไปขายเพ่อสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือ












พอทจะจายใหกบทางวดได และไมไดรบการอานวยความสะดวกจดงานสวด ผู้ยากไร้ ซ่งจะน�าไปใช้ในการซ้อข้าวสารอาหารแห้งและส่งของจ�าเป็นเพ่อ







พระอภธรรมและการฌาปนกิจศพให้กบพ่อแม่หรอญาตพน้อง อันเป็นภาพ น�าไปมอบให้แก่ผู้ยากไร้ การเพาะเห็ดในปีแรกยังไม่ได้ผลดีอย่างท่ต้องการ






สะท้อนให้เห็นว่าในขณะท่ญาติพ่น้องของผู้เสียชีวิตก�าลังอยู่ในช่วงท่เศร้าโศก ไม่ได้รับผลผลิตดังท่คาดหวัง แต่ก็สามาราถช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่





เสียใจ แต่กลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์ท่พระสงฆ์หรือวัดไปซ้าเติมเขา ให้ ผู้ยากไร้ได้จ�านวนหน่ง ทางวัดบุญนารอบยังคงคิดจะท�าโครงการเห็ดเพ่อ






ต้องทุกข์หนักมากย่งข้น พระสงฆ์และวัดควรจะเป็นก�าลังใจและช่วย คนยากไร้สืบต่อไป นาเอาบทเรยนและประสบการณ์ทผ่านมาใช้ปรบแนวทาง


สนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากเหล่านี้ได้บรรเทาและพ้นจากทุกข์ การเพาะเห็ดให้ได้ผลด ี
กว่าปีก่อน
...ญำติโยมท่พ่อแม่ญำติผู้ใหญ่เสียชีวิต น�ำศพมำต้งบ�ำเพ็ญกุศล



ในวัดบุญนำรอบ ทุกอย่ำงทำงวัดจดกำรให้ท้งหมด ส่วนเม่อ


เสร็จส้นจำกกำรจัดงำนแล้ว ญำติโยมหรือเจ้ำภำพเขำไม่แล้ง


น้ำใจ เขำจะบริจำคช่วยวัดช่วยพระสงฆ์หรือคนงำนในวัดท่ช่วย

เหลือเท่ำไหร่ ตำมควำมเหมำะสม ในภำพรวมสำมำรถลดค่ำใช้
จ่ำยลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง ท�ำให้ทุกคนทุกฝ่ำยอยู่ร่วมกันได้อย่ำง
ปกติสุข
(ไพฑูรย์ อินทศิลำ, 2564ข)
24 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 25
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

โครงการสวนเกษตรเศรษฐกิจพอเพยง การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
วัดบุญนารอบมีที่ดินจ�านวน 12 ไร่ แต่ใช้พื้นที่เป็นศาสนสถานเพียง 6
ไร่ ส่วนท่เหลือมอบให้คนยากจนมาเช่าทาเป็นท่พักอาศัย ซ่งเช่าพ้นท่อยู่อาศัย ช่วงท่มีการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช










กันมานานหลายปีแล้ว บางคนอยู่กันมานานต้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ทางวัดถือว่า ก็มีผู้ป่วยและผู้ติดเช้อจานวนมาก จึงมีครอบครัวผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบ





เป็นการช่วยเหลือคนจนและคนยากไร้ ให้ความช่วยเหลือกันไปตามกาลัง จานวนมากเช่นเดียวกัน จนกระท่ง เม่อวันท่ 4 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติของ


ความสามารถ พ้นท่วัดจึงมีเหลืออยู่น้อยไม่สามารถทากิจกรรมอะไรได้มาก คณะกรรมการมหาเถรสมาคมแจ้งว่าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ



แต่เจ้าของท่ดินหลังวัดได้อนุญาตให้วัดบุญนารอบถมท่และทาเป็นสวนเกษตร พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระด�าริว่า วัดหลายแห่ง




พอเพียง ให้คนข้างวัดปลูกอ้อยปลูกพืชผักเป็นรายได้ ใช้บริโภค และใช้ใน ในประเทศไทยมีอาคารสถานท่ โรงครัว อุปกรณ์ บุคลากร หรือปัจจัยอ่น



กิจกรรมของวัด เช่น ค้นนาอ้อยสดสาหรับใช้ในการจัดประชุมคณะสงฆ์ หรือ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการด�าเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ




น�าพืชผักไปใช้ประกอบอาหารจัดตั้งโรงทานให้แก่ผู้ยากไร้ เป็นต้น ภาคประชาชนในการบรรเทาความเดอดร้อนในด้านต่าง ๆ เช่น การจดตง

โรงทาน แจกถุงยังชีพ การต้งโรงพยาบาลสนาม หรือการเอ้อเฟื้อพ้นท่สาหรับ





บริหารจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ จึงขอให้คณะสงฆ์และวัดที่มีศักยภาพประสาน
ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามที่ได้


รับการร้องขอช่วยเหลือทากิจกรรมร่วมกันกับชุมชนตามกาลังความสามารถ
เพ่อประโยชน์เก้อกูลด้านสาธารณสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ






ในช่วงเวลาน้นวัดบญนารอบได้ทาโรงทานติดต่อกันราว 3 เดอน จัดทาอาหาร

กล่องวันละเป็นพันชุด และจัดท�าถุงยังชีพไปช่วยผู้ป่วยโควิด ผู้ป่วยติดเตียง
สนับสนุนการจัดต้งโรงพยาบาลสนามท่ปากนครด้วยการจัดต้งโรงทาน





คนด่านหน้า ซ่งเป็นการจัดอาหารให้กับอาสาสมัครท่ไปช่วยงานโรงพยาบาลสนาม
ซึ่งไม่มีอาหารเพียงพอ วัดบุญนารอบได้จัดอาหารไปให้บริการ ทางวัดจัดท�า
อาหารเตรียมไว้ แล้วจะมีภาคีเครือข่ายหรือหน่วยกู้ภัยมารับไปส่งให้กับ

เจ้าหน้าท่โรงพยาบาลสนาม ผู้ป่วย และผู้เดือดร้อนจากภัยโควิด รวมถึง






วดบญนารอบยงได้ให้บริการฌาปนกจศพผเสยชวิตจากการตดเช้อโควด-19 อกด้วย






26 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 27
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

โครงการสวนเกษตรเศรษฐกิจพอเพยง การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
วัดบุญนารอบมีที่ดินจ�านวน 12 ไร่ แต่ใช้พื้นที่เป็นศาสนสถานเพียง 6
ไร่ ส่วนท่เหลือมอบให้คนยากจนมาเช่าทาเป็นท่พักอาศัย ซ่งเช่าพ้นท่อยู่อาศัย ช่วงท่มีการแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช










กันมานานหลายปีแล้ว บางคนอยู่กันมานานต้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ทางวัดถือว่า ก็มีผู้ป่วยและผู้ติดเช้อจานวนมาก จึงมีครอบครัวผู้ป่วยและผู้ได้รับผลกระทบ





เป็นการช่วยเหลือคนจนและคนยากไร้ ให้ความช่วยเหลือกันไปตามกาลัง จานวนมากเช่นเดียวกัน จนกระท่ง เม่อวันท่ 4 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติของ


ความสามารถ พ้นท่วัดจึงมีเหลืออยู่น้อยไม่สามารถทากิจกรรมอะไรได้มาก คณะกรรมการมหาเถรสมาคมแจ้งว่าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ



แต่เจ้าของท่ดินหลังวัดได้อนุญาตให้วัดบุญนารอบถมท่และทาเป็นสวนเกษตร พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระด�าริว่า วัดหลายแห่ง




พอเพียง ให้คนข้างวัดปลูกอ้อยปลูกพืชผักเป็นรายได้ ใช้บริโภค และใช้ใน ในประเทศไทยมีอาคารสถานท่ โรงครัว อุปกรณ์ บุคลากร หรือปัจจัยอ่น



กิจกรรมของวัด เช่น ค้นนาอ้อยสดสาหรับใช้ในการจัดประชุมคณะสงฆ์ หรือ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการด�าเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ




น�าพืชผักไปใช้ประกอบอาหารจัดตั้งโรงทานให้แก่ผู้ยากไร้ เป็นต้น ภาคประชาชนในการบรรเทาความเดอดร้อนในด้านต่าง ๆ เช่น การจดตง

โรงทาน แจกถุงยังชีพ การต้งโรงพยาบาลสนาม หรือการเอ้อเฟื้อพ้นท่สาหรับ





บริหารจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ จึงขอให้คณะสงฆ์และวัดที่มีศักยภาพประสาน
ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตามที่ได้


รับการร้องขอช่วยเหลือทากิจกรรมร่วมกันกับชุมชนตามกาลังความสามารถ
เพ่อประโยชน์เก้อกูลด้านสาธารณสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ






ในช่วงเวลาน้นวัดบญนารอบได้ทาโรงทานติดต่อกันราว 3 เดอน จัดทาอาหาร

กล่องวันละเป็นพันชุด และจัดท�าถุงยังชีพไปช่วยผู้ป่วยโควิด ผู้ป่วยติดเตียง
สนับสนุนการจัดต้งโรงพยาบาลสนามท่ปากนครด้วยการจัดต้งโรงทาน





คนด่านหน้า ซ่งเป็นการจัดอาหารให้กับอาสาสมัครท่ไปช่วยงานโรงพยาบาลสนาม
ซึ่งไม่มีอาหารเพียงพอ วัดบุญนารอบได้จัดอาหารไปให้บริการ ทางวัดจัดท�า
อาหารเตรียมไว้ แล้วจะมีภาคีเครือข่ายหรือหน่วยกู้ภัยมารับไปส่งให้กับ

เจ้าหน้าท่โรงพยาบาลสนาม ผู้ป่วย และผู้เดือดร้อนจากภัยโควิด รวมถึง






วดบญนารอบยงได้ให้บริการฌาปนกจศพผเสยชวิตจากการตดเช้อโควด-19 อกด้วย






26 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 27
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


ในปัจจุบันภาพท่ประชาชนในพชุมชนรอบวัดบุญนารอบเร่มพบเห็น




บ่อยคร้ง ณ เมรุของวัดบุญนารอบ คือภาพของทีมเคล่อนย้ายผู้ติดเช้อ

โควิด-19 ของมูลนิธิไต้เต๊กเซ่ยงต๊ง ซ่งอยู่ในชุดการป้องกันเช้ออย่างรัดกุม





ทาหน้าท่ในการเคล่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตจากการติดเช้อไวรัสโควิด-19


ท่บรรจุในหีบผนึกอย่างปลอดภัยจากการฟุ้งกระจาย เม่อมาถึงเมรุหีบศพ กำรเผำศพของผู้เสียชีวิตจำกโรคโควิด-19 ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ



จะถูกเคล่อนย้ายเข้าเตาเผาความร้อนสูงทันที นอกจากจะเป็นการเผาศพ หรือตะขิดตะขวงใจ กำรเผำศพไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ส่วน




โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากครอบครัวของผู้สูญเสียแล้ว พระมหาบวรยังเป็นหลัก ท่ต้องใช้สอยน้นคือค่ำใช้จ่ำยของน้ำมันส�ำหรับเคร่องเผำ ต่อศพ


ในการนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมมาติกาบังสุกุล ขณะทาการฌาปนกิจเพ่อให้ ตกประมำณ 40 ลิตร ทำงวัดได้เตรียมไว้พร้อมส�ำหรับภำรกิจ
ผ้เสียชวิตไดผ่านประเพณพิธกรรมทางพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับผเสียชีวต นี้ หำกถำมว่ำขำดตกบกพร่องอะไรหรือไม่ อยำกจะบอกว่ำวัด


ู้









จากภาวะปกต ทาให้ครอบครวของผ้สญเสยร้สกสบายใจกบการได้รบกุศล นี้เป็นวัดที่เป็นสำธำรณสงเครำะห์ต้นแบบ ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ
















เป็นคร้งสุดท้าย ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือน้พระมหาบวรกล่าวอธิบาย ตำย เม่อท�ำงำนด้ำนน้ญำตโยมทมีศรัทธำกมำช่วยเหลอ ทง


แนวทางการให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ว่า บริจำคเงินและน้ำมัน เป็นกำรช่วยเหลือสงเครำะห์ท้งยำมจน
ยำมเจ็บ ยำมจำก
(ผู้จัดกำรออนไลน์, 2564)
28 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 29
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


ในปัจจุบันภาพท่ประชาชนในพชุมชนรอบวัดบุญนารอบเร่มพบเห็น




บ่อยคร้ง ณ เมรุของวัดบุญนารอบ คือภาพของทีมเคล่อนย้ายผู้ติดเช้อ

โควิด-19 ของมูลนิธิไต้เต๊กเซ่ยงต๊ง ซ่งอยู่ในชุดการป้องกันเช้ออย่างรัดกุม





ทาหน้าท่ในการเคล่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตจากการติดเช้อไวรัสโควิด-19


ท่บรรจุในหีบผนึกอย่างปลอดภัยจากการฟุ้งกระจาย เม่อมาถึงเมรุหีบศพ กำรเผำศพของผู้เสียชีวิตจำกโรคโควิด-19 ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ



จะถูกเคล่อนย้ายเข้าเตาเผาความร้อนสูงทันที นอกจากจะเป็นการเผาศพ หรือตะขิดตะขวงใจ กำรเผำศพไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ส่วน




โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากครอบครัวของผู้สูญเสียแล้ว พระมหาบวรยังเป็นหลัก ท่ต้องใช้สอยน้นคือค่ำใช้จ่ำยของน้ำมันส�ำหรับเคร่องเผำ ต่อศพ


ในการนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมมาติกาบังสุกุล ขณะทาการฌาปนกิจเพ่อให้ ตกประมำณ 40 ลิตร ทำงวัดได้เตรียมไว้พร้อมส�ำหรับภำรกิจ
ผ้เสียชวิตไดผ่านประเพณพิธกรรมทางพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับผเสียชีวต นี้ หำกถำมว่ำขำดตกบกพร่องอะไรหรือไม่ อยำกจะบอกว่ำวัด

ู้










จากภาวะปกต ทาให้ครอบครวของผ้สญเสยร้สกสบายใจกบการได้รบกุศล นี้เป็นวัดที่เป็นสำธำรณสงเครำะห์ต้นแบบ ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ
















เป็นคร้งสุดท้าย ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือน้พระมหาบวรกล่าวอธิบาย ตำย เม่อท�ำงำนด้ำนน้ญำตโยมทมีศรัทธำกมำช่วยเหลอ ทง


แนวทางการให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ว่า บริจำคเงินและน้ำมัน เป็นกำรช่วยเหลือสงเครำะห์ท้งยำมจน
ยำมเจ็บ ยำมจำก
(ผู้จัดกำรออนไลน์, 2564)
28 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 29
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



สาหรับเตาเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้ พระมหาบวรอธิบาย


รายละเอียดเพ่มเติมว่าเป็นเตาเผาความร้อนสูงท่มีระบบห้องเผา 2 ช้น


ปลอดมลพิษ กล่าวคือเม่อมีควันหรือมลพิษจากการเผาศพและการเผา
ส่วนประกอบของหีบศพต่าง ๆ ควันจะเข้าไปอยู่ในห้องเผาอีกห้อง จากนั้น







จะมีระบบเผามลพิษเหล่าน้นซาด้วยความร้อนสูง ทาให้ส่งท่ปล่อยออกมาน้น


ไมเหลอความเป็นมลพษอยเลย หรอหากมกนอยมาก สวนคาใชจายทเกดขน
















จากการเผา 1 ศพ จะใช้น�้ามันดีเซลราว 40 ลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ


2,000 บาท ส่วนการบารุงรักษาเตาน้นจะต้องเปล่ยนหัวเผา 2 ปีต่อคร้ง ค่าใช้จ่าย



บารุงรักษาประมาณ 30,000 บาท นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการทาบุญถวาย


ปัจจัยต่อพระสงฆ์ท่มาร่วมประกอบพิธีกรรม (ผู้จัดการออนไลน์, 2564)
อย่างไรก็ตามทางวัดไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากญาติพี่น้องของผู้เสีย



ชีวิตมีจิตศรัทธาท่จะทาบุญ ก็ขอให้ทาตามกาลังศรัทธาเท่าท่สามารถทาได้



โดยไม่เดือดร้อน และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับตนเองและผู้อ่น (ข่าว 8 ช่อง 8,



2564) ในการดาเนินกิจกรรมน้พระมหาบวรถือว่าเป็นส่วนหน่งของการ

สนับสนุนกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ เพ่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน


โดยมีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันช่วยบริจาคสมทบตามกาลังศรัทธา
นอกเหนือจากการมาร่วมแรงช่วยงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่วัดบุญนารอบ
30 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 31
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



สาหรับเตาเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้ พระมหาบวรอธิบาย


รายละเอียดเพ่มเติมว่าเป็นเตาเผาความร้อนสูงท่มีระบบห้องเผา 2 ช้น


ปลอดมลพิษ กล่าวคือเม่อมีควันหรือมลพิษจากการเผาศพและการเผา
ส่วนประกอบของหีบศพต่าง ๆ ควันจะเข้าไปอยู่ในห้องเผาอีกห้อง จากนั้น







จะมีระบบเผามลพิษเหล่าน้นซาด้วยความร้อนสูง ทาให้ส่งท่ปล่อยออกมาน้น


ไมเหลอความเป็นมลพษอยเลย หรอหากมกนอยมาก สวนคาใชจายทเกดขน
















จากการเผา 1 ศพ จะใช้น�้ามันดีเซลราว 40 ลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ


2,000 บาท ส่วนการบารุงรักษาเตาน้นจะต้องเปล่ยนหัวเผา 2 ปีต่อคร้ง ค่าใช้จ่าย



บารุงรักษาประมาณ 30,000 บาท นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการทาบุญถวาย


ปัจจัยต่อพระสงฆ์ท่มาร่วมประกอบพิธีกรรม (ผู้จัดการออนไลน์, 2564)
อย่างไรก็ตามทางวัดไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากญาติพี่น้องของผู้เสีย



ชีวิตมีจิตศรัทธาท่จะทาบุญ ก็ขอให้ทาตามกาลังศรัทธาเท่าท่สามารถทาได้



โดยไม่เดือดร้อน และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับตนเองและผู้อ่น (ข่าว 8 ช่อง 8,



2564) ในการดาเนินกิจกรรมน้พระมหาบวรถือว่าเป็นส่วนหน่งของการ

สนับสนุนกิจกรรมสาธารณสงเคราะห์ เพ่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน


โดยมีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันช่วยบริจาคสมทบตามกาลังศรัทธา
นอกเหนือจากการมาร่วมแรงช่วยงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่วัดบุญนารอบ
30 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 31
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

พระมหาบวร ทั้งในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ รองเจ้าคณะ
อ�าเภอเมืองนครศรีธรรมราช และหัวหน้าศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด

นครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงการช่วยเหลือสงเคราะห์เผาศพผู้สียชีวิตจาก

02
เชื้อโควิด-19 ว่า ศนย์พระคิลานุป�ฏฐาก

ในสถำนกำรณ์วิกฤตโควิด-19 นี้ ได้ท�ำให้ประชำชนเต็มไปด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช

กองทุกข์ เพรำะควำมเจ็บป่วยและควำมตำย กำรพลัดพรำก




จำกบุคคลอันเป็นทีรัก มิทันได้สัมผส มิทนได้เห็นหน้ำกัน มทัน
ได้ร่ำลำ ก็ต้องฌำปนกิจศพในวันน้นท่เสียชีวิต อำตมำคิดว่ำเป็น



ควำมทุกข์อันใหญ่หลวงนัก แต่หำกว่ำวัดและพระสงฆ์มิได้
เมตตำ เข้ำมำสงเครำะห์ในส่วนฌำปนกิจสงเครำะห์น้ ควำม

ทุกข์ใหญ่หลวงน้คงยำกจะเยียวยำ อำตมำคิดว่ำเรำต้องช่วยกัน

อย่ำงมีสติ ไม่ประมำท และไม่ท�ำให้ผู้ที่อยู่ในภำยหลังทุกข์กว่ำ พระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจ�าวัด



นอีก จงได้อำสำทำหน้ำทฌำปนกจสงเครำะห์ด้วยควำมต้งใจ (อสว.) คือพระสงฆ์ผู้ท�าหน้าท่เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุข คอยดูแลเอาใจ







จริง และขออนุโมทนำบุญต่อคณะสงฆ์และชำวชุมชนวัดบุญนำ ใส่และพยาบาลพระสงฆ์อาพาธท่ขาดคนดูแล เพ่อบรรเทาหรือลดทุกข์จาก

รอบที่ไม่ได้แสดงอำกำรอันรังเกียจแม้แต่น้อย อีกทั้งได้รับกำร ความเจ็บป่วย รวมท้งการจัดการปัจจัยท่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ เฝ้า


ตอบรับพลังศรัทธำจำกท่ำนผู้ใจบุญท้งหลำย แม้มิใช่ญำติ ก็เป็น ระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพในวัดและชุมชน ประสานงานด้านส่งเสริมสุข

ดุจญำติในเรือนตน ...อำตมำในนำมชำวจังหวัดนครศรีธรรมรำช ภาพระหว่างพระสงฆ์และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ให้บริการส่งเสริมสุข

ขออนุโมทนำบุญท่ำนท้งหลำยมำ ณ โอกำสน้ ท่ได้เสียสละ ภาพเบ้องต้นแก่พระสงฆ์สามเณรในวัด ตลอดจนให้ค�าปรึกษาแนะน�าหรือ



ทรัพย์ของตนเพ่อบรรเทำควำมทุกข์ให้เพ่อนมนุษย์ผู้เกิด แก่ ถ่ายทอดความรู้พ้นฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และด�ารงตนเป็นแบบอย่างท ่ ี




เจ็บ ตำย... ดีด้านสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัย ท้งน้เพ่อท่จะสนับสนุนให้สามารถ








ดาเนนงานดงกล่าวนได้ พระคลานปัฏฐากจงต้องได้รบการพฒนาศกยภาพ









(ไพฑูรย์ อินทศิลำ, 2564ก) ให้เป็นผ้น�าด้านสขภาพของวดและชมชน ได้รบการฝึกปฏบติงานจรงกับ





32 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 33
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

พระมหาบวร ทั้งในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ รองเจ้าคณะ
อ�าเภอเมืองนครศรีธรรมราช และหัวหน้าศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด

นครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงการช่วยเหลือสงเคราะห์เผาศพผู้สียชีวิตจาก

02
เชื้อโควิด-19 ว่า ศนย์พระคิลานุป�ฏฐาก

ในสถำนกำรณ์วิกฤตโควิด-19 นี้ ได้ท�ำให้ประชำชนเต็มไปด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช

กองทุกข์ เพรำะควำมเจ็บป่วยและควำมตำย กำรพลัดพรำก




จำกบุคคลอันเป็นทีรัก มิทันได้สัมผส มิทนได้เห็นหน้ำกัน มทัน
ได้ร่ำลำ ก็ต้องฌำปนกิจศพในวันน้นท่เสียชีวิต อำตมำคิดว่ำเป็น



ควำมทุกข์อันใหญ่หลวงนัก แต่หำกว่ำวัดและพระสงฆ์มิได้
เมตตำ เข้ำมำสงเครำะห์ในส่วนฌำปนกิจสงเครำะห์น้ ควำม

ทุกข์ใหญ่หลวงน้คงยำกจะเยียวยำ อำตมำคิดว่ำเรำต้องช่วยกัน

อย่ำงมีสติ ไม่ประมำท และไม่ท�ำให้ผู้ที่อยู่ในภำยหลังทุกข์กว่ำ พระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจ�าวัด



นอีก จงได้อำสำทำหน้ำทฌำปนกจสงเครำะห์ด้วยควำมต้งใจ (อสว.) คือพระสงฆ์ผู้ท�าหน้าท่เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุข คอยดูแลเอาใจ







จริง และขออนุโมทนำบุญต่อคณะสงฆ์และชำวชุมชนวัดบุญนำ ใส่และพยาบาลพระสงฆ์อาพาธท่ขาดคนดูแล เพ่อบรรเทาหรือลดทุกข์จาก


รอบที่ไม่ได้แสดงอำกำรอันรังเกียจแม้แต่น้อย อีกทั้งได้รับกำร ความเจ็บป่วย รวมท้งการจัดการปัจจัยท่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ เฝ้า

ตอบรับพลังศรัทธำจำกท่ำนผู้ใจบุญท้งหลำย แม้มิใช่ญำติ ก็เป็น ระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพในวัดและชุมชน ประสานงานด้านส่งเสริมสุข

ดุจญำติในเรือนตน ...อำตมำในนำมชำวจังหวัดนครศรีธรรมรำช ภาพระหว่างพระสงฆ์และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ให้บริการส่งเสริมสุข

ขออนุโมทนำบุญท่ำนท้งหลำยมำ ณ โอกำสน้ ท่ได้เสียสละ ภาพเบ้องต้นแก่พระสงฆ์สามเณรในวัด ตลอดจนให้ค�าปรึกษาแนะน�าหรือ



ทรัพย์ของตนเพ่อบรรเทำควำมทุกข์ให้เพ่อนมนุษย์ผู้เกิด แก่ ถ่ายทอดความรู้พ้นฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และด�ารงตนเป็นแบบอย่างท ่ ี




เจ็บ ตำย... ดีด้านสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัย ท้งน้เพ่อท่จะสนับสนุนให้สามารถ








ดาเนนงานดงกล่าวนได้ พระคลานปัฏฐากจงต้องได้รบการพฒนาศกยภาพ









(ไพฑูรย์ อินทศิลำ, 2564ก) ให้เป็นผ้น�าด้านสขภาพของวดและชมชน ได้รบการฝึกปฏบติงานจรงกับ





32 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 33
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


บุคลากรจากโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ก่อนจะกลับมาดูแล จัดบริการสุขภาพเบ้องต้น มีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้พ้นฐานด้านสุขภาพแก่

สุขภาพของพระสงฆ์อาพาธและผู้ป่วยในชุมชนด้วย โดยให้ยึดถือธรรมนูญ ชุมชน และด�ารงตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพ






สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 เป็นแนวปฏิบัติ ทงนเพ่อสร้างเสรมศกยภาพของพระคิลานุปัฏฐากให้สามารถปฏบต ิ



โดยหลักการพ้นฐานในการดูแลรักษาสุขภาพของพระสงฆ์ตามแนว หน้าที่ดังกล่าวได้ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมและภาคีเครือ

ปฏิบัติในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 พระสงฆ์ควรจะต้อง ข่ายด้านสาธารณสุข ได้ร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

ดูแลตนเองและควรจะดูแลพระสงฆ์ด้วยกันตามหลักพระธรรมวินัย ดังท ่ ี พ.ศ.2560 เพ่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์











พระพทธองค์ตรสแนะนาไว้ว่า “ดก่อนภกษทงหลาย มารดาบดาผ้จะพง ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายการด�าเนินงานที่ส�าคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแล
พยาบาลพวกเธอก็ไม่มี ถ้าเธอไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล ดูก่อน สุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐาก

ภิกษุท้งหลาย ผู้ใดจะพยาบาลเราก็พึงพยาบาลภิกษุไข้เถิด...” ดังน้นความ พระสงฆ์ท่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการ





เจ็บป่วยและการดูแลสุขภาพก็เป็นส่งท่พระพุทธศาสนาให้ความสาคัญ เป็นผู้น�าด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม ตลอดจนร่วมกันพัฒนาหลักสูตร

ดังพุทธพจน์ท่ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” พระคิลานุปัฏฐากเพื่ออบรมให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ และ
(พระมหาบุญช่วย สิรินฺธโร และคณะ, 2560: 3) ด้วยพื้นฐานหลักการเช่นนี้ มุ่งหวังให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชนและ
เม่อเกิดความเจ็บป่วยพระสงฆ์ก็ต้องดูแลรักษาตนเอง หรือช่วยกันดูแลรักษา จัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ

กันเอง รวมถึงควรจะร่วมกันคิดหามาตรการป้องกันตนเองไม่ให้เกิดความเจ็บ
ป่วย แต่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังคงขาดองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ธรรมนูญ

สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติจึงเสนอให้มีการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อทา ความเปนมา


หน้าที่ให้ค�าแนะน�า ช่วยเหลือ และดูแลสุขภาพผู้ป่วย ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และ ของพระคิลานุปฏฐาก


ฆราวาส โดยการให้ความรู้เบื้องต้นเก่ยวกับการรักษาสุขภาพ การป้องกัน




การออกกาลังกาย อาหารท่ควรฉันและไม่ควรฉัน มีการตรวจเช็คสุขภาพ และ สถานการณ์สขภาพของพระสงฆ์ไทยในปัจจบน พบว่ากาลงประสบ




ติดตามอาการอย่างต่อเน่อง เพ่อให้พระสงฆ์อาพาธและผู้ป่วยในชุมชนมีกาลัง ปัญหาสุขภาพด้วยโรคไม่ติดต่อเร้อรัง ซ่งไม่แตกต่างจากประชาชนท่วไป










ใจและพร้อมท่จะต่อสู้กับโรคได้ รวมถึงยังเป็นผู้นาทางจิตวิญญาณสามารถ โรคไม่ตดต่อเรอรงเหล่านล้วนมผลกระทบโดยตรงต่อคณภาพชวตของ







พัฒนาสุขภาวะชุมชน มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพ พระสงฆ์ และประสิทธิภาพในการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ในวัดและชุมชน ประสานงานกับคณะสงฆ์และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ซ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา

34 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 35
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


บุคลากรจากโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ก่อนจะกลับมาดูแล จัดบริการสุขภาพเบ้องต้น มีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้พ้นฐานด้านสุขภาพแก่

สุขภาพของพระสงฆ์อาพาธและผู้ป่วยในชุมชนด้วย โดยให้ยึดถือธรรมนูญ ชุมชน และด�ารงตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพ






สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 เป็นแนวปฏิบัติ ทงนเพ่อสร้างเสรมศกยภาพของพระคิลานุปัฏฐากให้สามารถปฏบต ิ



โดยหลักการพ้นฐานในการดูแลรักษาสุขภาพของพระสงฆ์ตามแนว หน้าที่ดังกล่าวได้ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมและภาคีเครือ

ปฏิบัติในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 พระสงฆ์ควรจะต้อง ข่ายด้านสาธารณสุข ได้ร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

ดูแลตนเองและควรจะดูแลพระสงฆ์ด้วยกันตามหลักพระธรรมวินัย ดังท ่ ี พ.ศ.2560 เพ่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์











พระพทธองค์ตรสแนะนาไว้ว่า “ดก่อนภกษทงหลาย มารดาบดาผ้จะพง ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายการด�าเนินงานที่ส�าคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแล
พยาบาลพวกเธอก็ไม่มี ถ้าเธอไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล ดูก่อน สุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐาก

ภิกษุท้งหลาย ผู้ใดจะพยาบาลเราก็พึงพยาบาลภิกษุไข้เถิด...” ดังน้นความ พระสงฆ์ท่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการ





เจ็บป่วยและการดูแลสุขภาพก็เป็นส่งท่พระพุทธศาสนาให้ความสาคัญ เป็นผู้น�าด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม ตลอดจนร่วมกันพัฒนาหลักสูตร

ดังพุทธพจน์ท่ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” พระคิลานุปัฏฐากเพื่ออบรมให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ และ
(พระมหาบุญช่วย สิรินฺธโร และคณะ, 2560: 3) ด้วยพื้นฐานหลักการเช่นนี้ มุ่งหวังให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชนและ
เม่อเกิดความเจ็บป่วยพระสงฆ์ก็ต้องดูแลรักษาตนเอง หรือช่วยกันดูแลรักษา จัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ

กันเอง รวมถึงควรจะร่วมกันคิดหามาตรการป้องกันตนเองไม่ให้เกิดความเจ็บ
ป่วย แต่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ยังคงขาดองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ธรรมนูญ

สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติจึงเสนอให้มีการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อทา ความเปนมา


หน้าที่ให้ค�าแนะน�า ช่วยเหลือ และดูแลสุขภาพผู้ป่วย ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และ ของพระคิลานุปฏฐาก


ฆราวาส โดยการให้ความรู้เบื้องต้นเก่ยวกับการรักษาสุขภาพ การป้องกัน




การออกกาลังกาย อาหารท่ควรฉันและไม่ควรฉัน มีการตรวจเช็คสุขภาพ และ สถานการณ์สขภาพของพระสงฆ์ไทยในปัจจบน พบว่ากาลงประสบ




ติดตามอาการอย่างต่อเน่อง เพ่อให้พระสงฆ์อาพาธและผู้ป่วยในชุมชนมีกาลัง ปัญหาสุขภาพด้วยโรคไม่ติดต่อเร้อรัง ซ่งไม่แตกต่างจากประชาชนท่วไป










ใจและพร้อมท่จะต่อสู้กับโรคได้ รวมถึงยังเป็นผู้นาทางจิตวิญญาณสามารถ โรคไม่ตดต่อเรอรงเหล่านล้วนมผลกระทบโดยตรงต่อคณภาพชวตของ







พัฒนาสุขภาวะชุมชน มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพ พระสงฆ์ และประสิทธิภาพในการประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ในวัดและชุมชน ประสานงานกับคณะสงฆ์และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ซ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา

34 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 35
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

การฟื้นฟูสุขภาพ การเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล และระบบบริการท ี ่ สุขภาพในวัดและชุมชน ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขท่ให้บริการ





เอื้อต่อการจัดการสุขภาพของพระสงฆ์นั้น ยังเป็นประเด็นส�าคัญที่ควรได้รับ สุขภาพในพ้นท่ ให้คาปรึกษา แนะนา ถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพแก่พระ

การพัฒนาอย่างต่อเน่อง จากการศึกษาข้อมูลพบว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่อาพาธ สงฆ์สามเณร และด�ารงตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพแก่พุทธศาสนิกชน
ด้วยโรคต่าง ๆ 5 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง การอบรมพระคิลานุปัฏฐากและการขับเคล่อนวัดส่งเสริมสุขภาพ ม ี




โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และโรคข้อเข่าเสื่อม โดยสาเหตุของการเกิด ธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาต เป็นกรอบและแนวทางดาเนนการ โดย



โรคมกจะมาจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลกโภชนาการ พระสงฆ์ไม่สามารถ เร่มจากการจัดอบรมถวายความรู้พระคิลานุปัฏฐาก ท้งภาคทฤษฎีและภาค





เลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันอาหารตามท่ฆราวาสใส่บาตรหรือนามาถวาย ปฏิบัติ เพื่อให้พระคิลานุปัฏฐากมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของ







ประกอบกบสถานภาพของพระสงฆ์ไม่เออต่อการออกกาลงกาย ทาให้เส่ยง ตนเองและสามารถให้คาแนะนาดูแลสหธรรมิกและชุมชนได้ และเพ่อเตรียม




ต่อการเกิดโรค ขณะเดียวกันพระสงฆ์ส่วนหน่งไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ การรองรับระบบการดูแลพระสงฆ์ จึงพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์แกนน�า เพื่อ



ทาให้ไม่สามารถร้ว่ามภาวะเสยงต่อโรคใดบ้าง สขภาพของพระสงฆ์จงเป็น ให้เป็นผู้นาทางจิตวิญญาณและการพัฒนาสุขภาวะชุมชน โดยมุ่งเป้าหมาย










ประเด็นสาคัญท่สังคมไทยกาลังให้ความสาคัญ เพ่อส่งเสริมให้พระสงฆ์ม ี เพ่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ และเพ่อขับเคล่อนการดาเนินงานวัดส่งเสริมสุข





สุขภาพดี และวัดมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน ภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2561-2562 ซ่งเป็นช่วง




จากบริบทและสถานการณ์ปัญหาเช่นน้ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของ ท่มีความต่นตัวในการฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากท่วประเทศ แต่จากการ


มหาเถรสมาคม, สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), มหาวิทยาลัย ศึกษาพบว่ามีเพียงพระคิลานุปัฏฐากบางส่วนท่ได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าท ี ่
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อาทิ สานักงาน เฝ้าระวังและดูแลพระสงฆ์อาพาธภายในวัด หรือขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริม

กองทนสนับสนุนการสรางเสรมสุขภาพ (สสส.), หนวยงานในสงกดกระทรวง สุขภาพพระสงฆ์






สาธารณสุข, สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สานักงานหลัก


ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเครือข่ายพระสงฆ์สาธารณสงเคราะห์ ธรรมนูญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ


จึงได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อขับเคล่อนกิจกรรม

ส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ให้สอดคล้องกับธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 มีท่มาจากการขับเคล่อน


พ.ศ.2560 ซ่งประกาศให้เป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาพของ มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี 2555 เร่องพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ


พระสงฆ์ท่วประเทศ โดยมีพระคิลานุปัฏฐากเป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ ด�าเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” โดยยึด

รวมถึงจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้าน หลักการ “ทางธรรมนาทางโลก” กล่าวคือพระสงฆ์เป็นผู้กาหนดแนวทาง


36 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 37
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

การฟื้นฟูสุขภาพ การเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล และระบบบริการท ี ่ สุขภาพในวัดและชุมชน ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขท่ให้บริการ





เอื้อต่อการจัดการสุขภาพของพระสงฆ์นั้น ยังเป็นประเด็นส�าคัญที่ควรได้รับ สุขภาพในพ้นท่ ให้คาปรึกษา แนะนา ถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพแก่พระ

การพัฒนาอย่างต่อเน่อง จากการศึกษาข้อมูลพบว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่อาพาธ สงฆ์สามเณร และด�ารงตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพแก่พุทธศาสนิกชน
ด้วยโรคต่าง ๆ 5 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง การอบรมพระคิลานุปัฏฐากและการขับเคล่อนวัดส่งเสริมสุขภาพ ม ี




โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และโรคข้อเข่าเสื่อม โดยสาเหตุของการเกิด ธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาต เป็นกรอบและแนวทางดาเนนการ โดย



โรคมกจะมาจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลกโภชนาการ พระสงฆ์ไม่สามารถ เร่มจากการจัดอบรมถวายความรู้พระคิลานุปัฏฐาก ท้งภาคทฤษฎีและภาค





เลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันอาหารตามท่ฆราวาสใส่บาตรหรือนามาถวาย ปฏิบัติ เพื่อให้พระคิลานุปัฏฐากมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของ







ประกอบกบสถานภาพของพระสงฆ์ไม่เออต่อการออกกาลงกาย ทาให้เส่ยง ตนเองและสามารถให้คาแนะนาดูแลสหธรรมิกและชุมชนได้ และเพ่อเตรียม




ต่อการเกิดโรค ขณะเดียวกันพระสงฆ์ส่วนหน่งไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ การรองรับระบบการดูแลพระสงฆ์ จึงพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์แกนน�า เพื่อ



ทาให้ไม่สามารถร้ว่ามภาวะเสยงต่อโรคใดบ้าง สขภาพของพระสงฆ์จงเป็น ให้เป็นผู้นาทางจิตวิญญาณและการพัฒนาสุขภาวะชุมชน โดยมุ่งเป้าหมาย










ประเด็นสาคัญท่สังคมไทยกาลังให้ความสาคัญ เพ่อส่งเสริมให้พระสงฆ์ม ี เพ่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ และเพ่อขับเคล่อนการดาเนินงานวัดส่งเสริมสุข





สุขภาพดี และวัดมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน ภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2561-2562 ซ่งเป็นช่วง




จากบริบทและสถานการณ์ปัญหาเช่นน้ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของ ท่มีความต่นตัวในการฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากท่วประเทศ แต่จากการ


มหาเถรสมาคม, สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), มหาวิทยาลัย ศึกษาพบว่ามีเพียงพระคิลานุปัฏฐากบางส่วนท่ได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าท ี ่
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อาทิ สานักงาน เฝ้าระวังและดูแลพระสงฆ์อาพาธภายในวัด หรือขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริม

กองทนสนับสนุนการสรางเสรมสุขภาพ (สสส.), หนวยงานในสงกดกระทรวง สุขภาพพระสงฆ์






สาธารณสุข, สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สานักงานหลัก


ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเครือข่ายพระสงฆ์สาธารณสงเคราะห์ ธรรมนูญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ


จึงได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อขับเคล่อนกิจกรรม

ส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ให้สอดคล้องกับธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 มีท่มาจากการขับเคล่อน


พ.ศ.2560 ซ่งประกาศให้เป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาพของ มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปี 2555 เร่องพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ


พระสงฆ์ท่วประเทศ โดยมีพระคิลานุปัฏฐากเป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ ด�าเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” โดยยึด

รวมถึงจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้าน หลักการ “ทางธรรมนาทางโลก” กล่าวคือพระสงฆ์เป็นผู้กาหนดแนวทาง


36 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 37
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ส่วนฆราวาสเป็นฝ่ายสนับสนุน ท้งน้ภายหลังการประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพ พระสงฆ์อย่างชัดเจน ท้งน้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติมีหลักปฏิบัต ิ





แห่งชาติในงานสมัชชาสขภาพแห่งชาติคร้งท่ 10 เม่อวันท่ 20 ธันวาคม 2560 ประกอบด้วย 5 หมวด 37 ข้อ คือ หมวดที่ 1 ปรัชญาและแนวคิดหลักของ








ได้มการตง “คณะกรรมการขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ ธรรมนูญสุขภาพของพระสงฆ์แห่งชาต หมวดท่ 2 พระสงฆ์กับการดูแล


พุทธศักราช 2560” มีส�านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และ สุขภาพของตนเองตามหลักพระธรรมวินัย หมวดที่ 3 ชุมชนและสังคมกับ





องค์กรภาคภาคเครอข่ายร่วมกันเป็นเลขานการเพอสนองงานของมหาเถร การดูแลสุขภาพพระสงฆ์ท่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย หมวดท่ 4 บทบาท




สมาคม ซ่งเป็นการทางานร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์และฆราวาส/หน่วยงาน พระสงฆ์ในการเป็นผู้นาด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม และหมวดท่ 5



ที่เกี่ยวข้องเพื่อการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ทั้งระบบ โดยบูรณาการการท�างาน การขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสู่การปฏิบัติ (พระมหาบุญช่วย

ให้สอดคล้องกับงานยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา สานพลัง สิรินฺธโร และคณะ, 2560)



ทางานร่วมกันเพ่อเดินหน้าขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ สาหรับท่มาของ “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” น เร่มจาก









ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากคณะสงฆ์และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คร้งท่ 5 ท่จัดข้นในปี 2555 ได้มีฉันทมติเร่อง “พระสงฆ์




ทั่วประเทศ เพื่อให้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเป็นเครื่องมือส�าคัญใน กับการพัฒนาสุขภาวะ” ซ่งมีสาระสาคัญคือการจัดทาแผนยุทธศาสตร์

การสร้างสุขภาวะและเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้กับพระสงฆ์และสามเณร ขับเคล่อนวัดส่งเสริมสุขภาพ ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์


ทั่วประเทศ และชุมชน พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสาหรับพระสงฆ์ให้ท่วถึง ส่งเสริม

การผลักดันธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติเร่มจากแนวโน้มการอาพาธของ ให้ประชาชนตระหนักถึงการไม่ถวายอาหารท่เป็นผลเสียต่อสุขภาพพระสงฆ์



พระสงฆ์สูงข้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเร้อรัง เพราะพระสงฆ์ขาดการดูแล สนับสนุนให้พระสงฆ์เป็นแกนนาในการดูแลสุขภาพตนเอง สุขภาพของ



สุขภาพตนเอง และต้องพ่งพาบุคลากรทางการแพทย์ เครือข่ายสังฆะเพ่อ พระสงฆ์ในวัด และสุขภาวะชุมชน จากการจัดท�าร่างธรรมนูญสุขภาพ
สังคมจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพผลักดันให้มีธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ภายใต้มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 7/2560 เมื่อ

แห่งชาติ พ.ศ.2560 ซ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานกรรมการฝ่าย วันที่ 20 มีนาคม 2560 เรื่องการด�าเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ


สาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้ประกาศในงานสมัชชาสุขภาพแห่ง ท่กาหนดให้ดาเนินการวัดส่งเสริมสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์

ชาติคร้งท่ 10 เพ่อกาหนดให้ประเด็น “สุขภาวะพระสงฆ์” เป็นนโยบาย แห่งชาติ ภายใต้ข้อตกลงร่วมหรือกติกาท่เป็นเจตจานงและพันธะร่วมของ






ส�าคัญของประเทศ ที่ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชน ชุมชน และสังคม จะมา พระสงฆ์ ชุมชน สังคม และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อเป็นก



ร่วมผลักดันและขับเคล่อน นับเป็น “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” รอบและแนวทางการสงเสรมสขภาวะพระสงฆทงในระดบชาตและระดบพนท ่ ี









ฉบับแรกของประเทศไทย ที่จะมาช่วยกาหนดแนวทางการทางานสุขภาวะ (อุมาพร นิ่มตระกูล และพระวิสิทธิ์ ฐิตฺวิสิทฺโธ, 2563: 37) จากนั้นได้น�าร่าง


38 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 39
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ส่วนฆราวาสเป็นฝ่ายสนับสนุน ท้งน้ภายหลังการประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพ พระสงฆ์อย่างชัดเจน ท้งน้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติมีหลักปฏิบัต ิ





แห่งชาติในงานสมัชชาสขภาพแห่งชาติคร้งท่ 10 เม่อวันท่ 20 ธันวาคม 2560 ประกอบด้วย 5 หมวด 37 ข้อ คือ หมวดที่ 1 ปรัชญาและแนวคิดหลักของ








ได้มการตง “คณะกรรมการขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ ธรรมนูญสุขภาพของพระสงฆ์แห่งชาต หมวดท่ 2 พระสงฆ์กับการดูแล


พุทธศักราช 2560” มีส�านักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และ สุขภาพของตนเองตามหลักพระธรรมวินัย หมวดที่ 3 ชุมชนและสังคมกับ





องค์กรภาคภาคเครอข่ายร่วมกันเป็นเลขานการเพอสนองงานของมหาเถร การดูแลสุขภาพพระสงฆ์ท่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย หมวดท่ 4 บทบาท




สมาคม ซ่งเป็นการทางานร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์และฆราวาส/หน่วยงาน พระสงฆ์ในการเป็นผู้นาด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม และหมวดท่ 5



ที่เกี่ยวข้องเพื่อการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ทั้งระบบ โดยบูรณาการการท�างาน การขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสู่การปฏิบัติ (พระมหาบุญช่วย

ให้สอดคล้องกับงานยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา สานพลัง สิรินฺธโร และคณะ, 2560)



ทางานร่วมกันเพ่อเดินหน้าขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาต ิ สาหรับท่มาของ “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” น เร่มจาก









ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากคณะสงฆ์และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คร้งท่ 5 ท่จัดข้นในปี 2555 ได้มีฉันทมติเร่อง “พระสงฆ์




ทั่วประเทศ เพื่อให้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเป็นเครื่องมือส�าคัญใน กับการพัฒนาสุขภาวะ” ซ่งมีสาระสาคัญคือการจัดทาแผนยุทธศาสตร์

การสร้างสุขภาวะและเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้กับพระสงฆ์และสามเณร ขับเคล่อนวัดส่งเสริมสุขภาพ ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์


ทั่วประเทศ และชุมชน พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสาหรับพระสงฆ์ให้ท่วถึง ส่งเสริม

การผลักดันธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติเร่มจากแนวโน้มการอาพาธของ ให้ประชาชนตระหนักถึงการไม่ถวายอาหารท่เป็นผลเสียต่อสุขภาพพระสงฆ์



พระสงฆ์สูงข้น โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเร้อรัง เพราะพระสงฆ์ขาดการดูแล สนับสนุนให้พระสงฆ์เป็นแกนนาในการดูแลสุขภาพตนเอง สุขภาพของ



สุขภาพตนเอง และต้องพ่งพาบุคลากรทางการแพทย์ เครือข่ายสังฆะเพ่อ พระสงฆ์ในวัด และสุขภาวะชุมชน จากการจัดท�าร่างธรรมนูญสุขภาพ
สังคมจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพผลักดันให้มีธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ภายใต้มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 7/2560 เมื่อ

แห่งชาติ พ.ศ.2560 ซ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานกรรมการฝ่าย วันที่ 20 มีนาคม 2560 เรื่องการด�าเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ


สาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้ประกาศในงานสมัชชาสุขภาพแห่ง ท่กาหนดให้ดาเนินการวัดส่งเสริมสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์

ชาติคร้งท่ 10 เพ่อกาหนดให้ประเด็น “สุขภาวะพระสงฆ์” เป็นนโยบาย แห่งชาติ ภายใต้ข้อตกลงร่วมหรือกติกาท่เป็นเจตจานงและพันธะร่วมของ






ส�าคัญของประเทศ ที่ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชน ชุมชน และสังคม จะมา พระสงฆ์ ชุมชน สังคม และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อเป็นก



ร่วมผลักดันและขับเคล่อน นับเป็น “ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ” รอบและแนวทางการสงเสรมสขภาวะพระสงฆทงในระดบชาตและระดบพนท ่ ี









ฉบับแรกของประเทศไทย ที่จะมาช่วยกาหนดแนวทางการทางานสุขภาวะ (อุมาพร นิ่มตระกูล และพระวิสิทธิ์ ฐิตฺวิสิทฺโธ, 2563: 37) จากนั้นได้น�าร่าง


38 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 39
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเสนอผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ท้งน้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 มีผลบงคบใช้ตงแต ่






5 เวที จากเวท 4 ภาค และคณะสงฆ์ธรรมยต กอนทจะเสนอต่อคณะกรรมการ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเร่งด�าเนินการท�า






ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ซ่งมีมติเห็นชอบเม่อวันท่ 24 แผนปฏิบัติการขับเคล่อน ซ่งแนวทางการขับเคล่อนมีอยู่ 5 ประเด็นหลัก คือ


พฤศจิกายน 2560 รับเข้าเป็นแผนงานด้านสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถร (1) การจัดทาระบบฐานข้อมูลพระสงฆ์ เพ่อให้ทราบข้อมูลวัดและพระสงฆ์



สมาคม และน�าไปประกาศใช้ในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ในที่ประชุมสมัชชา ท่วประเทศ และเช่อมโยงข้อมูลพระสงฆ์เข้ากับสิทธิประโยชน์ในระบบประกัน
สุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 และน�าเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมหาเถร สุขภาพ โดยมีการจัดท�าบัตรสมาร์ทการ์ดส�าหรับพระสงฆ์ (2) การจัดให้มี
สมาคมเพ่อทราบ (อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์, 2561) ท้งน้ในธรรมนูญ พระคิลานุปัฏฐากประจาวัด คอยช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธ สร้างเสริมสุข






สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ได้กาหนดให้มีแนวปฏิบัติท่สอดคล้อง ภาพ และลดปัจจัยเสี่ยงคุกคามสุขภาพพระสงฆ์ โดยมีการอบรมทักษะการ
กับพระธรรมวินัยและสถานการณ์ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ ดูแลสุขภาพให้แก่พระสงฆ์ ซึ่งจะขยายให้มีครอบคลุมทั่วประเทศ (3) การ

ดาเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ ซ่งเน้นสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสร้าง


อนามัยส่งแวดล้อมของวัดท่เอ้อต่อสุขภาพ เช่น มีกุฏิสงฆ์อาพาธ การดูแล




พระสงฆ์ท่อยู่ภาวะติดเตียง (4) การถวายความรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพ


และการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพของพระสงฆ์ การส่อสารเก่ยวกับการ

อปัฏฐากพระสงฆ์ให้แก่ประชาชน และ (5) การดาเนินงานในพนทให้เห็นเป็น





รูปธรรม โดยหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ท่ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสาธารณสุข




ให้ความสาคัญและเร่งดาเนินการเพ่อกาหนดเป้าหมายร่วมและทางานร่วม


กันเชิงบูรณาการ (อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์, 2561)


ประเด็นสาคัญท่ทาให้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติกลายเป็น

เร่องสาคัญ คือมีการขยายผลขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ในพ้นท ี ่




ทั่วประเทศ รวมถึงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา
ร่วมขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากข้น กาหนด




เมนูกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ท้งการตรวจคัดกรองสุขภาพ การถวายความร ู้

พระสงฆ์ การสร้างอนามัยส่งแวดล้อมท่ดีภายในวัด โดยกระทรวงสาธารณสุข

40 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 41
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเสนอผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ท้งน้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 มีผลบงคบใช้ตงแต ่






5 เวที จากเวท 4 ภาค และคณะสงฆ์ธรรมยต กอนทจะเสนอต่อคณะกรรมการ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเร่งด�าเนินการท�า






ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ซ่งมีมติเห็นชอบเม่อวันท่ 24 แผนปฏิบัติการขับเคล่อน ซ่งแนวทางการขับเคล่อนมีอยู่ 5 ประเด็นหลัก คือ

พฤศจิกายน 2560 รับเข้าเป็นแผนงานด้านสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถร (1) การจัดทาระบบฐานข้อมูลพระสงฆ์ เพ่อให้ทราบข้อมูลวัดและพระสงฆ์



สมาคม และน�าไปประกาศใช้ในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ในที่ประชุมสมัชชา ท่วประเทศ และเช่อมโยงข้อมูลพระสงฆ์เข้ากับสิทธิประโยชน์ในระบบประกัน

สุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10 และน�าเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมหาเถร สุขภาพ โดยมีการจัดท�าบัตรสมาร์ทการ์ดส�าหรับพระสงฆ์ (2) การจัดให้มี




สมาคมเพ่อทราบ (อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์, 2561) ท้งน้ในธรรมนูญ พระคิลานุปัฏฐากประจาวัด คอยช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธ สร้างเสริมสุข


สุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ได้กาหนดให้มีแนวปฏิบัติท่สอดคล้อง ภาพ และลดปัจจัยเสี่ยงคุกคามสุขภาพพระสงฆ์ โดยมีการอบรมทักษะการ
กับพระธรรมวินัยและสถานการณ์ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ ดูแลสุขภาพให้แก่พระสงฆ์ ซึ่งจะขยายให้มีครอบคลุมทั่วประเทศ (3) การ

ดาเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ ซ่งเน้นสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์และสร้าง


อนามัยส่งแวดล้อมของวัดท่เอ้อต่อสุขภาพ เช่น มีกุฏิสงฆ์อาพาธ การดูแล




พระสงฆ์ท่อยู่ภาวะติดเตียง (4) การถวายความรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพ


และการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพของพระสงฆ์ การส่อสารเก่ยวกับการ

อปัฏฐากพระสงฆ์ให้แก่ประชาชน และ (5) การดาเนินงานในพนทให้เห็นเป็น





รูปธรรม โดยหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ท่ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสาธารณสุข




ให้ความสาคัญและเร่งดาเนินการเพ่อกาหนดเป้าหมายร่วมและทางานร่วม


กันเชิงบูรณาการ (อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์, 2561)


ประเด็นสาคัญท่ทาให้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติกลายเป็น

เร่องสาคัญ คือมีการขยายผลขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ในพ้นท ี ่




ทั่วประเทศ รวมถึงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา
ร่วมขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมมากข้น กาหนด




เมนูกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ท้งการตรวจคัดกรองสุขภาพ การถวายความร ู้

พระสงฆ์ การสร้างอนามัยส่งแวดล้อมท่ดีภายในวัด โดยกระทรวงสาธารณสุข

40 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 41
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์







ยังวางแผนขยายไปสู่ 1 วัด 1 รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�า ภาคส่วน ดังน้นกลไกสาคัญทจะขับเคลอนธรรมนูญสขภาพพระสงฆ์ต่อไป








ตาบล) และนาทีมสหวิชาชีพร่วมกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจา คือการขยายจานวนพระคิลานุปัฏฐากให้มีจานวนเพ่มมากข้น โดยมีเป้าหมาย




หมู่บ้าน) ออกเยี่ยมวัดในชุมชนต่าง ๆ เพื่อตรวจสุขภาพพระสงฆ์และถวาย สาคัญคือพระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมจะได้ไปพัฒนาบทบาทท่สาคัญ

ความรู้ นอกจากน้เพ่อให้การขับเคล่อนเกิดผลครบวงจร ยังมีการเช่อมโยง ใน 2 มิติ คือ (1) พระสงฆ์สามารถดูแลสุขภาพตนเองตามหลักธรรมวินัย และ




โครงการร่วมกับ “การขับเคล่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ให้การดูแลสุขภาพพระสงฆ์ด้วยกันได้ (2) พัฒนาบทบาทพระสงฆ์ในการเป็น


ู่





สสังคมคุณธรรมท่มนคง ม่งค่ง ย่งยืน” ของกระทรวงวฒนธรรม โดยกรมการ ผู้นาด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม ผ่านการขับเคล่อนกิจกรรมท่เหมาะสม




ศาสนาซ่งสนับสนุนบทบาทพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ “ศูนย์ กับบริบทของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ชุมชน คณะกรรมการ

ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์” (ศอพ.) ที่มีอยู่ 4,000 แห่งทั่วประเทศ ขยาย ผู้แทนจากหน่วยราชการ และภาคีเครือข่ายท่เก่ยวข้อง เข้ามาร่วมขับเคล่อน



หน้าท่ไปสู่การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รักษามรดกภูมิปัญญาไทย และฝึก กิจกรรมของพระคิลานุปัฏฐาก ซึ่งรูปแบบหนึ่งที่มีความพยายามด�าเนินการ



อาชีพ ช่วยให้วัดกลับมาเป็นเสาหลักของชุมชนและสังคมต่อไป (อาภาวรรณ คือการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก เพ่อให้เป็นศูนย์ประสานการทางาน
โสภณธรรมรกษ์, 2561) เป็นการเร่งขับเคลอนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ส่ ู เชิงบูรณาการในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม





การปฏิบัติในพ้นท่ โดยมีการกาหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับการส่งเสริม

เป้าหมายวัดส่งเสริมสุขภาพและการฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐาก การจัดฝกอบรมพระคิลานุปฏฐาก


ในภาพรวมจึงกล่าวได้ว่า จากการประกาศธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช


แห่งชาติ พ.ศ.2560 และความพยายามในการขับเคล่อนท่ผ่านมา สะท้อนให้



เห็นถึงความพยายามสนับสนุนให้พระคิลานุปัฏฐากเป็นผู้ท่มีบทบาทและเป็น ปัจจุบันในพ้นท่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงพบว่า พระสงฆ์ให้ความ

กลไกส�าคัญในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสู่ระดับพื้นที่ สาคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพค่อนข้างน้อย และพระสงฆ์มักคิดว่าตนเอง
ดังข้อความในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ หมวด 2 ข้อ 14 ท่ว่า ไม่ได้เจ็บป่วย เนื่องจากยังไม่ปรากฏอาการของโรค โดยจะเข้ารับการรักษา



คณะสงฆ์พึงส่งเสริมให้มีพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อคอยดูแลและเสริมสร้าง พยาบาลต่อเม่อเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือแสดงอาการของโรคแทรกซ้อน
สุขภาพตนเอง อุปัชฌาย์ อาจารย์และสหธรรมมิก ท่เอ้อต่อพระธรรมวินัย ต่าง ๆ เกิดขึ้นเท่านั้น ท�าให้แพทย์และพยาบาลไม่สามารถให้การดูแลรักษา



และนอกจากการส่งเสริมให้พระสงฆ์เข้ารับการอบรมหลักสูตรพระคิลาน ุ ได้อย่างท่วถึงเท่าท่ควร ดังน้นเพ่อลดทอนปัญหาด้านสุขภาพของพระสงฆ์






ปัฏฐากแล้ว การขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาตจาเป็นต้อง หน่วยงานสาธารณสุขจึงมีนโยบายสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มพระสงฆ์ ท้งการ





บูรณาการการท�างานร่วมกันทั้งวัด ชุมชน และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทุก ตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคเชิงรุก ให้ความรู้ด้านสุขภาพ และส่งตัวไปรักษา
42 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 43
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์







ยังวางแผนขยายไปสู่ 1 วัด 1 รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�า ภาคส่วน ดังน้นกลไกสาคัญทจะขับเคลอนธรรมนูญสขภาพพระสงฆ์ต่อไป








ตาบล) และนาทีมสหวิชาชีพร่วมกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจา คือการขยายจานวนพระคิลานุปัฏฐากให้มีจานวนเพ่มมากข้น โดยมีเป้าหมาย




หมู่บ้าน) ออกเยี่ยมวัดในชุมชนต่าง ๆ เพื่อตรวจสุขภาพพระสงฆ์และถวาย สาคัญคือพระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมจะได้ไปพัฒนาบทบาทท่สาคัญ

ความรู้ นอกจากน้เพ่อให้การขับเคล่อนเกิดผลครบวงจร ยังมีการเช่อมโยง ใน 2 มิติ คือ (1) พระสงฆ์สามารถดูแลสุขภาพตนเองตามหลักธรรมวินัย และ




โครงการร่วมกับ “การขับเคล่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ให้การดูแลสุขภาพพระสงฆ์ด้วยกันได้ (2) พัฒนาบทบาทพระสงฆ์ในการเป็น


ู่





สสังคมคุณธรรมท่มนคง ม่งค่ง ย่งยืน” ของกระทรวงวฒนธรรม โดยกรมการ ผู้นาด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม ผ่านการขับเคล่อนกิจกรรมท่เหมาะสม




ศาสนาซ่งสนับสนุนบทบาทพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ “ศูนย์ กับบริบทของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ชุมชน คณะกรรมการ

ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์” (ศอพ.) ที่มีอยู่ 4,000 แห่งทั่วประเทศ ขยาย ผู้แทนจากหน่วยราชการ และภาคีเครือข่ายท่เก่ยวข้อง เข้ามาร่วมขับเคล่อน



หน้าท่ไปสู่การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รักษามรดกภูมิปัญญาไทย และฝึก กิจกรรมของพระคิลานุปัฏฐาก ซึ่งรูปแบบหนึ่งที่มีความพยายามด�าเนินการ



อาชีพ ช่วยให้วัดกลับมาเป็นเสาหลักของชุมชนและสังคมต่อไป (อาภาวรรณ คือการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก เพ่อให้เป็นศูนย์ประสานการทางาน
โสภณธรรมรกษ์, 2561) เป็นการเร่งขับเคลอนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ส่ ู เชิงบูรณาการในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม





การปฏิบัติในพ้นท่ โดยมีการกาหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับการส่งเสริม

เป้าหมายวัดส่งเสริมสุขภาพและการฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐาก การจัดฝกอบรมพระคิลานุปฏฐาก


ในภาพรวมจึงกล่าวได้ว่า จากการประกาศธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช


แห่งชาติ พ.ศ.2560 และความพยายามในการขับเคล่อนท่ผ่านมา สะท้อนให้



เห็นถึงความพยายามสนับสนุนให้พระคิลานุปัฏฐากเป็นผู้ท่มีบทบาทและเป็น ปัจจุบันในพ้นท่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงพบว่า พระสงฆ์ให้ความ

กลไกส�าคัญในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสู่ระดับพื้นที่ สาคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพค่อนข้างน้อย และพระสงฆ์มักคิดว่าตนเอง
ดังข้อความในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ หมวด 2 ข้อ 14 ท่ว่า ไม่ได้เจ็บป่วย เนื่องจากยังไม่ปรากฏอาการของโรค โดยจะเข้ารับการรักษา



คณะสงฆ์พึงส่งเสริมให้มีพระคิลานุปัฏฐาก เพ่อคอยดูแลและเสริมสร้าง พยาบาลต่อเม่อเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หรือแสดงอาการของโรคแทรกซ้อน
สุขภาพตนเอง อุปัชฌาย์ อาจารย์และสหธรรมมิก ท่เอ้อต่อพระธรรมวินัย ต่าง ๆ เกิดขึ้นเท่านั้น ท�าให้แพทย์และพยาบาลไม่สามารถให้การดูแลรักษา



และนอกจากการส่งเสริมให้พระสงฆ์เข้ารับการอบรมหลักสูตรพระคิลาน ุ ได้อย่างท่วถึงเท่าท่ควร ดังน้นเพ่อลดทอนปัญหาด้านสุขภาพของพระสงฆ์






ปัฏฐากแล้ว การขบเคลอนธรรมนญสขภาพพระสงฆ์แห่งชาตจาเป็นต้อง หน่วยงานสาธารณสุขจึงมีนโยบายสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มพระสงฆ์ ท้งการ





บูรณาการการท�างานร่วมกันทั้งวัด ชุมชน และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทุก ตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคเชิงรุก ให้ความรู้ด้านสุขภาพ และส่งตัวไปรักษา
42 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 43
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์







ในสถานพยาบาลเม่อตรวจพบโรค อันเป็นการดาเนินงานท่จะทาให้การสร้าง ในวัดแล้ว ยังสามารถนาไปให้คาแนะนาแก่ญาติโยมเพ่อให้มีพลานามัยแข็ง







เสรมสขภาพในกล่มพระสงฆ์เป็นไปอย่างต่อเน่อง พร้อมกับให้ความร้ความ แรง โดยอาจจะสอดแทรกไว้ในการแสดงพระธรรมเทศนาในช่วงวันพระและ





เข้าใจเร่องโรคภัยไข้เจ็บ และกระตุ้นให้พระสงฆ์ร่วมกันดูแลรักษาสุขภาพจาก วันสาคัญต่าง ๆ ท่ประชาชนจะมาร่วมทาบุญกันท่วัด โดยอาจเร่มต้นจากเร่อง



ภายในวัด เพื่อแผ่ขยายต่อไปสู่ชุมชนรอบข้าง โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการ ใกล้ตัว เช่น อาหารท่จะนามาถวายก็ให้เน้นอาหารสุขภาพแทนท่จะเป็น



เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่พระคิลานุปัฎฐาก เพ่อให้เป็นพระสงฆ์ อาหารที่พระสงฆ์ชอบหรืออาหารราคาแพง หากพระคิลานุปัฏฐากมีความรู้



ท่มีความรู้พ้นฐานเร่องการดูแลสุขภาพและความรู้ท่ถูกต้องเก่ยวกับโรคต่าง จริงเก่ยวกับเหตุปัจจัยท่ทาให้เกิดโรค เม่อถ่ายทอดต่อให้แก่ญาติโยม ก็จะได้






ๆ พร้อมท้งได้รับการฝึกปฏิบัติจริงในการปฐมพยาบาลและการดูแลพระสงฆ์ รับความเช่อถือและนาไปปฏิบัติตาม เม่อญาติโยมมีสุขภาพกายและใจดีก็จะ







อาพาธ ท้งน้พระคิลานุปัฎฐากท่เข้ารับการอบรมต้องเรียนรู้เร่องการเฝ้าระวัง ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ชุมชนก็เป็นสุข และที่ส�าคัญยังสะท้อนถึงบทบาท




โรคสาคัญ เช่น อาการกาเริบของโรคความดันโลหิตสูง การฝึกปฏิบัติวัดความ ท่พระสงฆ์ยังคงสามารถเป็นท่พ่งทางกายและทางใจแก่พุทธศาสนิกชน





ดันด้วยเคร่องวัดแบบดิจิทัล การเจาะเลือดท่ปลายน้วเพ่อวัดระดับนาตาลใน ได้ เพราะวัดสามารถเป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาสุขภาพของพระสงฆ์และ







เลือด รวมถึงการช่งนาหนัก วัดส่วนสูง และรอบเอว เพ่อนาไปคิดค่าดัชนีมวล ประชาชนในชุมชนที่อยู่รอบวัด

กาย การทาแผลเบ้องต้น การเคล่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และการช่วยฟื้นคืนชีพ การฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากเป็นโครงการเพ่อขับเคล่อนงาน





แบบ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพของพระสงฆ์

พร้อมต่อการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�าวัด ท่เส่อมถอย พระมหาบวร ปวรธมฺโม สามารถจัดการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก


ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 คาดหวังให้มีการ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชท่วัดบุญนารอบ โดยได้ร่วมมือกับโรงพยาบาล
สนับสนุนพระคิลานุปัฏฐากประจาอยู่ทุกวัด ด้วยเล็งเห็นว่าหากพระสงฆ์ม ี เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จัดอบรมพระสงฆ์จิตอาสาให้มีความรู้พื้นฐาน





ความรู้ความเข้าใจเร่องโรคต่าง ๆ นอกจากจะดาเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท ท่จาเป็นในการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธ สามารถดูแลพระสงฆ์อาพาธได้
ไม่ต้องเจ็บป่วยจนกลายเป็นภาระของวัด ชุมชน และสังคมแล้ว พระคิลานุ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ พระมหาบวรได้กล่าวอธิบายในประเด็นการจัด
ปัฏฐากยังจะมีบทบาทสาคัญในการดูแลพระสงฆ์อาพาธ หากพระสงฆ์เจ็บ อบรมพระคิลานุปัฏฐากว่า

ป่วยแล้วไม่มีใครดูแลก็จะด�าเนินชีวิตด้วยความยากล�าบาก ดังนั้นจึงควรจัด
อบรมใหพระคิลานุปฏฐากไดเรียนรูและปฏิบัติตนใหพรอมตอการเปนผูชี้น�า












เร่องสุขภาพให้แก่ท้งพระสงฆ์ในวัดและประชาชนท่มาวัด เพราะความรู้ท ่ ี
พระคิลานุปัฏฐากได้รับนอกจากจะน�าไปช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธที่อยู่
44 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 45
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์







ในสถานพยาบาลเม่อตรวจพบโรค อันเป็นการดาเนินงานท่จะทาให้การสร้าง ในวัดแล้ว ยังสามารถนาไปให้คาแนะนาแก่ญาติโยมเพ่อให้มีพลานามัยแข็ง







เสรมสขภาพในกล่มพระสงฆ์เป็นไปอย่างต่อเน่อง พร้อมกับให้ความร้ความ แรง โดยอาจจะสอดแทรกไว้ในการแสดงพระธรรมเทศนาในช่วงวันพระและ





เข้าใจเร่องโรคภัยไข้เจ็บ และกระตุ้นให้พระสงฆ์ร่วมกันดูแลรักษาสุขภาพจาก วันสาคัญต่าง ๆ ท่ประชาชนจะมาร่วมทาบุญกันท่วัด โดยอาจเร่มต้นจากเร่อง



ภายในวัด เพื่อแผ่ขยายต่อไปสู่ชุมชนรอบข้าง โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการ ใกล้ตัว เช่น อาหารท่จะนามาถวายก็ให้เน้นอาหารสุขภาพแทนท่จะเป็น



เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่พระคิลานุปัฎฐาก เพ่อให้เป็นพระสงฆ์ อาหารที่พระสงฆ์ชอบหรืออาหารราคาแพง หากพระคิลานุปัฏฐากมีความรู้



ท่มีความรู้พ้นฐานเร่องการดูแลสุขภาพและความรู้ท่ถูกต้องเก่ยวกับโรคต่าง จริงเก่ยวกับเหตุปัจจัยท่ทาให้เกิดโรค เม่อถ่ายทอดต่อให้แก่ญาติโยม ก็จะได้






ๆ พร้อมท้งได้รับการฝึกปฏิบัติจริงในการปฐมพยาบาลและการดูแลพระสงฆ์ รับความเช่อถือและนาไปปฏิบัติตาม เม่อญาติโยมมีสุขภาพกายและใจดีก็จะ







อาพาธ ท้งน้พระคิลานุปัฎฐากท่เข้ารับการอบรมต้องเรียนรู้เร่องการเฝ้าระวัง ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ชุมชนก็เป็นสุข และที่ส�าคัญยังสะท้อนถึงบทบาท




โรคสาคัญ เช่น อาการกาเริบของโรคความดันโลหิตสูง การฝึกปฏิบัติวัดความ ท่พระสงฆ์ยังคงสามารถเป็นท่พ่งทางกายและทางใจแก่พุทธศาสนิกชน





ดันด้วยเคร่องวัดแบบดิจิทัล การเจาะเลือดท่ปลายน้วเพ่อวัดระดับนาตาลใน ได้ เพราะวัดสามารถเป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาสุขภาพของพระสงฆ์และ







เลือด รวมถึงการช่งนาหนัก วัดส่วนสูง และรอบเอว เพ่อนาไปคิดค่าดัชนีมวล ประชาชนในชุมชนที่อยู่รอบวัด

กาย การทาแผลเบ้องต้น การเคล่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และการช่วยฟื้นคืนชีพ การฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากเป็นโครงการเพ่อขับเคล่อนงาน





แบบ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพของพระสงฆ์

พร้อมต่อการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจ�าวัด ท่เส่อมถอย พระมหาบวร ปวรธมฺโม สามารถจัดการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก


ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 คาดหวังให้มีการ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชท่วัดบุญนารอบ โดยได้ร่วมมือกับโรงพยาบาล
สนับสนุนพระคิลานุปัฏฐากประจาอยู่ทุกวัด ด้วยเล็งเห็นว่าหากพระสงฆ์ม ี เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จัดอบรมพระสงฆ์จิตอาสาให้มีความรู้พื้นฐาน





ความรู้ความเข้าใจเร่องโรคต่าง ๆ นอกจากจะดาเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท ท่จาเป็นในการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธ สามารถดูแลพระสงฆ์อาพาธได้
ไม่ต้องเจ็บป่วยจนกลายเป็นภาระของวัด ชุมชน และสังคมแล้ว พระคิลานุ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ พระมหาบวรได้กล่าวอธิบายในประเด็นการจัด
ปัฏฐากยังจะมีบทบาทสาคัญในการดูแลพระสงฆ์อาพาธ หากพระสงฆ์เจ็บ อบรมพระคิลานุปัฏฐากว่า

ป่วยแล้วไม่มีใครดูแลก็จะด�าเนินชีวิตด้วยความยากล�าบาก ดังนั้นจึงควรจัด
อบรมใหพระคิลานุปฏฐากไดเรียนรูและปฏิบัติตนใหพรอมตอการเปนผูชี้น�า












เร่องสุขภาพให้แก่ท้งพระสงฆ์ในวัดและประชาชนท่มาวัด เพราะความรู้ท ่ ี
พระคิลานุปัฏฐากได้รับนอกจากจะน�าไปช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธที่อยู่
44 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 45
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

การอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐากมีเป้าหมายหลักมุ่งเน้นให้
ในจังหวัดนครศรีธรรมรำช พระอำพำธส่วนใหญ่จะเป็นพระชรำ สอดคล้องกับแนวคิดโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ ท่มีเป้าหมายขับเคล่อน




และพระดูแลท่เข้ำมำอบรมกับเรำก็จะเป็นพระลูกศิษย์ เรำ กิจกรรมโดยใช้ทางธรรมนาทางโลก พระคิลานุปัฏฐากจะได้เรียนรู้และฝึก
ส่งหนังสือแจ้งไปตำมวัดต่ำง ๆ ว่ำจะมีกำรอบรมทำงวิชำกำร ปฏิบัติจริง ตามหลักสูตร 35 ชั่วโมง หรือ 70 ชั่วโมง หลักสูตรที่อบรมเน้น
ร่วมกับโรงพยำบำล ใครสนใจส่งพระในวัดมำอบรมก็เชิญ โดย การดูแลพระสงฆ์อาพาธ และให้มีความรู้ด้านโภชนาการ การเฝ้าระวังและ

มีระยะเวลำอบรมประมำณ 5-7 วัน กลุ่มเป้ำหมำยคือกำรอบรม ป้องกันโรค เม่อพระสงฆ์มีสุขภาพดี ประชาชนได้เห็นแบบอย่างท่ดีจะช่วย











พระทต้องมหน้ำทอปัฏฐำกพระในวด และขยำยส่พระสงฆ์ ปรับเปล่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพท้งของพระสงฆ์และประชาชน โดยต้ง ั


ท่วไป โดยหลักสูตรเป็นควำมรู้ท่เป็นพ้นฐำนจ�ำเป็นส�ำหรับ เป้าหมายให้มีพระคิลานุปัฏฐากอย่างน้อย 1 รูป ต่อ 1 วัด เพื่อให้พระคิลานุ


กำรดูแลผู้ป่วย เช่น กำรวัดควำมดัน ควำมรู้ด้ำนกำยภำพบ�ำบัด ปัฏฐากสามารถใช้ความรู้เพ่อดูแลสุขภาพของตนเอง พระสงฆ์อาพาธ และ





กำรเลือกอำหำร และทักษะกำรรับมือกับเหตุฉุกเฉินท่อำจจะ ให้คาแนะนาการดแลสขภาพของประชาชนในชมชนได้ โดยเฉพาะอย่างยง




เกิดข้นได้ตลอดเวลำ เช่น เรียนรู้กำรท�ำ CPR เรียนรู้กำร การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง นอกจาก

ประสำนงำนกับเครือข่ำยทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุข เพ่อ น้การอบรมพระคิลานุปัฏฐากยังมีเป้าหมายเพ่อพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์


ควำมร่วมมือในกำรดูแลและอ�ำนวยควำมสะดวกกำรรักษำ แกนน�า ทั้งเป็นผู้น�าทางจิตวิญญาณและเป็นผู้น�าสุขภาวะชุมชน โดยเฉพาะ




พยำบำลพระอำพำธ ...นอกจำกน้วัดกับชุมชนต้องอยู่ร่วมกัน อย่างยงการใช้ความรู้เพ่อพัฒนาวดให้เป็นศูนย์ส่งเสรมสขภาพและเป็นวัด






เวลำมีงำนในวัดชุมชนก็มำช่วย วัดมีสถำนท่เรำก็เอำสถำนท่มำ รอบร้ด้านสขภาพ สามารถดแลอนามยสงแวดล้อมภายในวดและชมชน








ให้ชุมชนใช้ พระเณรในวัดก็ร่วมกันช่วยงำนชุมชน เม่อผ่ำนกำร สามารถใช้ทักษะและประสบการณ์ส่งเสริมให้พระสงฆ์และสามเณรมีสุขภาพ
อบรมแล้วพระคิลำนุปัฎฐำกก็สำมำรถช่วยเหลือเร่องสุขภำพ ดีอย่างสอดคล้องตามหลักพระธรรมวินัย และมีศักยภาพในการทางานร่วม


ให้กับญำติโยมด้วยเช่นกัน กับภาคีเครือข่ายสาธารณสุขในระดับจังหวัด อ�าเภอ ต�าบล และชุมชน
จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่จะสะท้อนความส�าเร็จของการฝึกอบรม
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564) พระคิลานุปัฏฐากยังคงไม่ชัดเจน โดยมีพระคิลานุปัฎฐากเพียงส่วนน้อยท่ม ี


ความม่นใจในความรู้ท่ได้รับการอบรม ขาดการส่อสารและประสานการ


ท�างานร่วมกันอย่างเป็นเครือข่ายระหว่างพระคิลานุปัฏฐาก ไม่มีความมั่นใจ
หากต้องเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาสุขภาพเฉพาะหน้า รวมถึงไม่มั่นใจที่จะ
46 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 47
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

การอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐากมีเป้าหมายหลักมุ่งเน้นให้

ในจังหวัดนครศรีธรรมรำช พระอำพำธส่วนใหญ่จะเป็นพระชรำ สอดคล้องกับแนวคิดโครงการวัดส่งเสริมสุขภาพ ท่มีเป้าหมายขับเคล่อน


และพระดูแลท่เข้ำมำอบรมกับเรำก็จะเป็นพระลูกศิษย์ เรำ กิจกรรมโดยใช้ทางธรรมนาทางโลก พระคิลานุปัฏฐากจะได้เรียนรู้และฝึก

ส่งหนังสือแจ้งไปตำมวัดต่ำง ๆ ว่ำจะมีกำรอบรมทำงวิชำกำร ปฏิบัติจริง ตามหลักสูตร 35 ชั่วโมง หรือ 70 ชั่วโมง หลักสูตรที่อบรมเน้น
ร่วมกับโรงพยำบำล ใครสนใจส่งพระในวัดมำอบรมก็เชิญ โดย การดูแลพระสงฆ์อาพาธ และให้มีความรู้ด้านโภชนาการ การเฝ้าระวังและ


มีระยะเวลำอบรมประมำณ 5-7 วัน กลุ่มเป้ำหมำยคือกำรอบรม ป้องกันโรค เม่อพระสงฆ์มีสุขภาพดี ประชาชนได้เห็นแบบอย่างท่ดีจะช่วย











พระทต้องมหน้ำทอปัฏฐำกพระในวด และขยำยส่พระสงฆ์ ปรับเปล่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพท้งของพระสงฆ์และประชาชน โดยต้ง

ท่วไป โดยหลักสูตรเป็นควำมรู้ท่เป็นพ้นฐำนจ�ำเป็นส�ำหรับ เป้าหมายให้มีพระคิลานุปัฏฐากอย่างน้อย 1 รูป ต่อ 1 วัด เพื่อให้พระคิลานุ



กำรดูแลผู้ป่วย เช่น กำรวัดควำมดัน ควำมรู้ด้ำนกำยภำพบ�ำบัด ปัฏฐากสามารถใช้ความรู้เพ่อดูแลสุขภาพของตนเอง พระสงฆ์อาพาธ และ
กำรเลือกอำหำร และทักษะกำรรับมือกับเหตุฉุกเฉินท่อำจจะ ให้คาแนะนาการดแลสขภาพของประชาชนในชมชนได้ โดยเฉพาะอย่างยง









เกิดข้นได้ตลอดเวลำ เช่น เรียนรู้กำรท�ำ CPR เรียนรู้กำร การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง นอกจาก


ประสำนงำนกับเครือข่ำยทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุข เพ่อ น้การอบรมพระคิลานุปัฏฐากยังมีเป้าหมายเพ่อพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์

ควำมร่วมมือในกำรดูแลและอ�ำนวยควำมสะดวกกำรรักษำ แกนน�า ทั้งเป็นผู้น�าทางจิตวิญญาณและเป็นผู้น�าสุขภาวะชุมชน โดยเฉพาะ





พยำบำลพระอำพำธ ...นอกจำกน้วัดกับชุมชนต้องอยู่ร่วมกัน อย่างยงการใช้ความรู้เพ่อพัฒนาวดให้เป็นศูนย์ส่งเสรมสขภาพและเป็นวัด












เวลำมีงำนในวัดชุมชนก็มำช่วย วัดมีสถำนท่เรำก็เอำสถำนท่มำ รอบร้ด้านสขภาพ สามารถดแลอนามยสงแวดล้อมภายในวดและชมชน
ให้ชุมชนใช้ พระเณรในวัดก็ร่วมกันช่วยงำนชุมชน เม่อผ่ำนกำร สามารถใช้ทักษะและประสบการณ์ส่งเสริมให้พระสงฆ์และสามเณรมีสุขภาพ


อบรมแล้วพระคิลำนุปัฎฐำกก็สำมำรถช่วยเหลือเร่องสุขภำพ ดีอย่างสอดคล้องตามหลักพระธรรมวินัย และมีศักยภาพในการทางานร่วม

ให้กับญำติโยมด้วยเช่นกัน กับภาคีเครือข่ายสาธารณสุขในระดับจังหวัด อ�าเภอ ต�าบล และชุมชน
จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่จะสะท้อนความส�าเร็จของการฝึกอบรม

(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564) พระคิลานุปัฏฐากยังคงไม่ชัดเจน โดยมีพระคิลานุปัฎฐากเพียงส่วนน้อยท่ม ี

ความม่นใจในความรู้ท่ได้รับการอบรม ขาดการส่อสารและประสานการ


ท�างานร่วมกันอย่างเป็นเครือข่ายระหว่างพระคิลานุปัฏฐาก ไม่มีความมั่นใจ
หากต้องเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาสุขภาพเฉพาะหน้า รวมถึงไม่มั่นใจที่จะ
46 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 47
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

ทางานร่วมกับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อย่างไรก็ตามพระคิลานุปัฎฐากได้

เรียนรู้ความเป็นผู้มีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และคาดหวังโอกาสในการ ...ด้วยควำมเมตตำ กรุณำ และปรำรถนำให้ผู้อ่นพ้นทุกข์จำก


ทางานด้านสุขภาพในวัด หรือช่วยสนับสนุนให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ ควำมเจ็บป่วย พระคิลำนุปัฏฐำกร่วมกันท�ำงำนด้วยควำมม ี
ประชาชนในชุมชน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสุขภาพของพระคิลานุปัฎฐาก น�้ำใจ ควำมมุ่งมั่นช่วยเหลือเกื้อกูลของเหล่ำพระคิลำนุปัฎฐำก

ที่ผ่านการอบรมแล้วจึงไม่ค่อยชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพระคิลานุปัฎฐาก ล้วนมีควำมเชื่อมโยงกับควำมเป็นผู้มี “จิตอำสำ” ทั้งสิ้น งำน

ส่วนหน่งไม่ได้มีจิตอาสาหรือสนใจจะเข้าร่วมการฝึกอบรมด้วยตนเอง แต่ท ี ่ ท่เกิดจำกจิตอำสำของพระคิลำนุปัฎฐำกมีควำมหมำยอย่ำง



เข้ารับการฝึกอบรมเพราะได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสหรือผู้บังคับบัญชา มำกกับสังคมส่วนรวม เพรำะเป็นผู้ท่เอ้อเฟื้อ เสียสละเวลำ

ให้มาร่วมการอบรม พระคิลานุปัฎฐากอีกส่วนหน่งอาจจะขาดโอกาสใช้ความ แรงกำย แรงใจ เพ่อช่วยเหลือพระสงฆ์อำพำธและผู้ป่วยใน


รู้เพ่อส่งเสริมสุขภาพให้แก่พระสงฆ์และญาติโยม เพราะในวัดไม่มีพระภิกษ ุ ชุมชนให้สำมำรถต่อสู้กับควำมเจ็บป่วยต่อไปได้ อีกท้งยัง


อาพาธ และไม่ได้เข้าร่วมเป็นทีมทางานร่วมกับพระคิลานุปัฎฐากในวัดและ เป็นกำรช่วยลด “อัตตำ” หรือควำมเป็นตัวเป็นตนของ

ชุมชนอ่น แต่พระคิลานุปัฎฐากส่วนมากยินดีเข้าร่วมสนับสนุนการดาเนิน พระคิลำนุปัฏฐำกและอำสำสมัครให้ลดลงได้บ้ำง เรำอำจกล่ำว

กิจกรรมสงเคราะห์ช่วยเหลือชุมชน เช่น การบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ได้ว่ำกำรเป็น “จิตอำสำ” ไม่ว่ำจะเป็นงำนใดก็แล้วแต่ ล้วน



เพ่อนาไปเย่ยมผู้ป่วยติดเตียง หรือช่วยเหลือครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียงและ ท�ำให้เกิดประโยชน์ในทำงบวก ล้วนแต่เป็นส่งทีพระสงฆ์เรำ


ผู้ป่วยเร้อรัง หรือเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสารูปแบบอ่นท่เป็นการสร้างขวัญและ ควรท�ำทั้งสิ้น



กาลังใจให้แก่ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เพราะเป็นบทบาท



หน่งทีพระสงฆ์ควรจะมส่วนร่วมสนับสนนงานด้านสาธารณสงเคราะห์ของ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)



คณะสงฆ์ ท้งน้พระมหาบวร ปวรธมฺโม อธิบายถึงแนวทางเชิงจิตอาสา
ท่พระคิลานุปัฎฐากควรจะเข้ามีส่วนร่วมขับเคล่อนกิจกรรมสุขภาพให้แก่


พระสงฆ์ สามเณร และประชาชน ดังนี้ จิตอาสาไม่ได้สร้างกันง่าย ๆ การท่วัดบุญนารอบสามารถสนับสนุน

กิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากได้ เพราะมีอาสาสมัคร ท้งท่เป็นพระสงฆ์


สามเณร และโยมมาช่วยงาน อาสาสมัครท่วัดบุญนารอบเน้นการทางานด้วย


จิตอาสาโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน

48 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 49
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


Click to View FlipBook Version