The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 08:43:27

เล่ม 4 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

ทางานร่วมกับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข อย่างไรก็ตามพระคิลานุปัฎฐากได้

เรียนรู้ความเป็นผู้มีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และคาดหวังโอกาสในการ ...ด้วยควำมเมตตำ กรุณำ และปรำรถนำให้ผู้อ่นพ้นทุกข์จำก


ทางานด้านสุขภาพในวัด หรือช่วยสนับสนุนให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ ควำมเจ็บป่วย พระคิลำนุปัฏฐำกร่วมกันท�ำงำนด้วยควำมม ี
ประชาชนในชุมชน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสุขภาพของพระคิลานุปัฎฐาก น�้ำใจ ควำมมุ่งมั่นช่วยเหลือเกื้อกูลของเหล่ำพระคิลำนุปัฎฐำก

ที่ผ่านการอบรมแล้วจึงไม่ค่อยชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพระคิลานุปัฎฐาก ล้วนมีควำมเชื่อมโยงกับควำมเป็นผู้มี “จิตอำสำ” ทั้งสิ้น งำน

ส่วนหน่งไม่ได้มีจิตอาสาหรือสนใจจะเข้าร่วมการฝึกอบรมด้วยตนเอง แต่ท ี ่ ท่เกิดจำกจิตอำสำของพระคิลำนุปัฎฐำกมีควำมหมำยอย่ำง



เข้ารับการฝึกอบรมเพราะได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสหรือผู้บังคับบัญชา มำกกับสังคมส่วนรวม เพรำะเป็นผู้ท่เอ้อเฟื้อ เสียสละเวลำ

ให้มาร่วมการอบรม พระคิลานุปัฎฐากอีกส่วนหน่งอาจจะขาดโอกาสใช้ความ แรงกำย แรงใจ เพ่อช่วยเหลือพระสงฆ์อำพำธและผู้ป่วยใน


รู้เพ่อส่งเสริมสุขภาพให้แก่พระสงฆ์และญาติโยม เพราะในวัดไม่มีพระภิกษ ุ ชุมชนให้สำมำรถต่อสู้กับควำมเจ็บป่วยต่อไปได้ อีกท้งยัง


อาพาธ และไม่ได้เข้าร่วมเป็นทีมทางานร่วมกับพระคิลานุปัฎฐากในวัดและ เป็นกำรช่วยลด “อัตตำ” หรือควำมเป็นตัวเป็นตนของ

ชุมชนอ่น แต่พระคิลานุปัฎฐากส่วนมากยินดีเข้าร่วมสนับสนุนการดาเนิน พระคิลำนุปัฏฐำกและอำสำสมัครให้ลดลงได้บ้ำง เรำอำจกล่ำว

กิจกรรมสงเคราะห์ช่วยเหลือชุมชน เช่น การบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ได้ว่ำกำรเป็น “จิตอำสำ” ไม่ว่ำจะเป็นงำนใดก็แล้วแต่ ล้วน



เพ่อนาไปเย่ยมผู้ป่วยติดเตียง หรือช่วยเหลือครอบครัวของผู้ป่วยติดเตียงและ ท�ำให้เกิดประโยชน์ในทำงบวก ล้วนแต่เป็นส่งทีพระสงฆ์เรำ


ผู้ป่วยเร้อรัง หรือเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสารูปแบบอ่นท่เป็นการสร้างขวัญและ ควรท�ำทั้งสิ้น



กาลังใจให้แก่ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เพราะเป็นบทบาท



หน่งทีพระสงฆ์ควรจะมส่วนร่วมสนับสนนงานด้านสาธารณสงเคราะห์ของ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)



คณะสงฆ์ ท้งน้พระมหาบวร ปวรธมฺโม อธิบายถึงแนวทางเชิงจิตอาสา
ท่พระคิลานุปัฎฐากควรจะเข้ามีส่วนร่วมขับเคล่อนกิจกรรมสุขภาพให้แก่


พระสงฆ์ สามเณร และประชาชน ดังนี้ จิตอาสาไม่ได้สร้างกันง่าย ๆ การท่วัดบุญนารอบสามารถสนับสนุน

กิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากได้ เพราะมีอาสาสมัคร ท้งท่เป็นพระสงฆ์


สามเณร และโยมมาช่วยงาน อาสาสมัครท่วัดบุญนารอบเน้นการทางานด้วย


จิตอาสาโดยไม่ได้หวังผลตอบแทน

48 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 49
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


ขับเคล่อนกิจกรรมอะไรได้ แนวทางการจัดอบรมพระคิลานุปัฎฐากในอนาคต
งำนของพระคิลำนุปัฎฐำกเป็นงำนจิตอำสำ ที่คำดหวังให้ภิกษุ จึงควรจะมุ่งเน้นการอบรมเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์ที่เป็นแกนน�า ซึ่งสามารถ

ช่วยเหลือภิกษุด้วยกัน ไม่ได้ท�ำงำนเพรำะคำดหวังรำงวัลอะไร ตัดสินใจร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมกับชุมชนได้ ทั้งกิจกรรมที่อยู่ในวัดและที่อยู่

ตอบแทน เน้นกำรท�ำงำนแบบพ่งตนเอง ไม่มีงบประมำณ นอกวัด
สนับสนุนจำกท่ใด ท่เรำขับเคล่อนงำนได้ ก็เพรำะมีผู้ศรัทธำ สาหรับในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพ





และผู้มีจิตอำสำมำช่วยเรำ ล�ำพังตนเองคงไม่มีก�ำลังเพียงพอจะ พระสงฆ์แห่งชาติได้มาจัดการอบรมพระคิลานุปัฏฐากไปแล้ว 2 รุ่น รุ่นแรก
ท�ำเองได้ ต้องร่วมท�ำงำนกับเหล่ำจิตอำสำและพระคิลำน ุ อบรมเม่อวันท่ 21-24 มิถุนายน 2561 ณ วัดบุญนารอบ โดยมีพระสงฆ์


ปัฎฐำก ช่วยกันท�ำงำนเป็นทีม ในเขตปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าร่วมรับการฝึกอบรมรวมจานวน

17 รูป (รวมถึงพระมหาบวร ปวรธมฺโม ด้วย) การอบรมรุ่นที่ 2 จัดขึ้นที่วัด
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564) พระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2562 มีผู้เข้าอบรม





จานวน 41 รูป กาหนดการอบรมจานวน 70 ช่วโมง มีการอบรมท้งภาคทฤษฎ ี
และภาคปฏิบัติ รวมถึงการออกไปเย่ยมผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนใกล้วัดบุญนา








พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการฝึกอบรมส่วนมากเช่อว่าสามารถนาความ รอบ เพอให้มีความตระหนักและสามารถนาความรู้ไปใช้เพ่อการดแลพระสงฆ์

รู้ไปใช้ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบ้องต้นของพระสงฆ์และสามเณรในวัด อาพาธและประชาชนที่เจ็บป่วยโดยไม่มีใครดูแล รวมถึงใช้ความรู้ไปแนะน�า

ได้ หรือร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมกับสมาชิก อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เพื่อ วิธีการปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บแก่พระสงฆ์ สามเณร และ
ออกตรวจสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และประชาชนในงานบุญประเพณ ี ประชาชน สามารถดูแลตนเองได้ในยามท่เจ็บป่วย และสามารถสังเกตอาการ






ต่าง ๆ หรือการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเบ้องต้นแก่ประชาชน การช่วย เพอเฝ้าระวงโรคได้ หลงจากจดการอบรมแล้วพบว่ามพระคลานปัฎฐาก








เหลือสนับสนุนงานกู้ชีพกู้ภัย และการขยายเครือข่ายสุขภาพในพ้นท่ เช่น จานวนไม่มากทร่วมดาเนินกิจกรรมดูแลพระสงฆ์อาพาธ เฉพาะกลุ่มท ่ ี




การแนะนาให้ความรู้แก่พระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาผ่านการร่วมท�ากิจกรรม พบว่ามีกิจกรรมอย่างต่อเน่องและเด่นชัดคือศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด


ต่าง ๆ พระคิลานุปัฎฐากเช่อม่นว่าความรู้ท่ได้รับจากการฝึกอบรมสามารถ นครศรีธรรมราช ท่มีพระมหาบวรเป็นแกนนาประสานงานการดาเนินกิจกรรม





นาไปใช้สนบสนนงานด้านสขภาพได้ แต่ขาดโอกาสในการท�างาน เพราะ กับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข



ไม่สามารถผลักดันกิจกรรมภายในวัดได้เอง หากเจ้าอาวาสไม่ให้การสนับสนุน



ในเร่องน้ ในฐานะท่เป็นเพียงพระลูกวัดพระคิลานุปัฎฐากก็ไม่สามารถจะ
50 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 51
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


ขับเคล่อนกิจกรรมอะไรได้ แนวทางการจัดอบรมพระคิลานุปัฎฐากในอนาคต
งำนของพระคิลำนุปัฎฐำกเป็นงำนจิตอำสำ ที่คำดหวังให้ภิกษุ จึงควรจะมุ่งเน้นการอบรมเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์ที่เป็นแกนน�า ซึ่งสามารถ

ช่วยเหลือภิกษุด้วยกัน ไม่ได้ท�ำงำนเพรำะคำดหวังรำงวัลอะไร ตัดสินใจร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมกับชุมชนได้ ทั้งกิจกรรมที่อยู่ในวัดและที่อยู่
ตอบแทน เน้นกำรท�ำงำนแบบพ่งตนเอง ไม่มีงบประมำณ นอกวัด

สนับสนุนจำกท่ใด ท่เรำขับเคล่อนงำนได้ ก็เพรำะมีผู้ศรัทธำ สาหรับในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพ





และผู้มีจิตอำสำมำช่วยเรำ ล�ำพังตนเองคงไม่มีก�ำลังเพียงพอจะ พระสงฆ์แห่งชาติได้มาจัดการอบรมพระคิลานุปัฏฐากไปแล้ว 2 รุ่น รุ่นแรก

ท�ำเองได้ ต้องร่วมท�ำงำนกับเหล่ำจิตอำสำและพระคิลำน ุ อบรมเม่อวันท่ 21-24 มิถุนายน 2561 ณ วัดบุญนารอบ โดยมีพระสงฆ์

ปัฎฐำก ช่วยกันท�ำงำนเป็นทีม ในเขตปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าร่วมรับการฝึกอบรมรวมจานวน

17 รูป (รวมถึงพระมหาบวร ปวรธมฺโม ด้วย) การอบรมรุ่นที่ 2 จัดขึ้นที่วัด
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 8 ธันวำคม 2564) พระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2562 มีผู้เข้าอบรม


จานวน 41 รูป กาหนดการอบรมจานวน 70 ช่วโมง มีการอบรมท้งภาคทฤษฎ ี



และภาคปฏิบัติ รวมถึงการออกไปเย่ยมผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนใกล้วัดบุญนา









พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการฝึกอบรมส่วนมากเช่อว่าสามารถนาความ รอบ เพอให้มีความตระหนักและสามารถนาความรู้ไปใช้เพ่อการดแลพระสงฆ์

รู้ไปใช้ในการตรวจคัดกรองสุขภาพเบ้องต้นของพระสงฆ์และสามเณรในวัด อาพาธและประชาชนที่เจ็บป่วยโดยไม่มีใครดูแล รวมถึงใช้ความรู้ไปแนะน�า
ได้ หรือร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมกับสมาชิก อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เพื่อ วิธีการปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บแก่พระสงฆ์ สามเณร และ
ออกตรวจสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และประชาชนในงานบุญประเพณ ี ประชาชน สามารถดูแลตนเองได้ในยามท่เจ็บป่วย และสามารถสังเกตอาการ






ต่าง ๆ หรือการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเบ้องต้นแก่ประชาชน การช่วย เพอเฝ้าระวงโรคได้ หลงจากจดการอบรมแล้วพบว่ามพระคลานปัฎฐาก








เหลือสนับสนุนงานกู้ชีพกู้ภัย และการขยายเครือข่ายสุขภาพในพ้นท่ เช่น จานวนไม่มากทร่วมดาเนินกิจกรรมดูแลพระสงฆ์อาพาธ เฉพาะกลุ่มท ่ ี




การแนะนาให้ความรู้แก่พระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาผ่านการร่วมท�ากิจกรรม พบว่ามีกิจกรรมอย่างต่อเน่องและเด่นชัดคือศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด


ต่าง ๆ พระคิลานุปัฎฐากเช่อม่นว่าความรู้ท่ได้รับจากการฝึกอบรมสามารถ นครศรีธรรมราช ท่มีพระมหาบวรเป็นแกนนาประสานงานการดาเนินกิจกรรม





นาไปใช้สนบสนนงานด้านสขภาพได้ แต่ขาดโอกาสในการท�างาน เพราะ กับภาคีเครือข่ายสาธารณสุข



ไม่สามารถผลักดันกิจกรรมภายในวัดได้เอง หากเจ้าอาวาสไม่ให้การสนับสนุน



ในเร่องน้ ในฐานะท่เป็นเพียงพระลูกวัดพระคิลานุปัฎฐากก็ไม่สามารถจะ
50 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 51
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

52 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 53
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

52 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 53
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


กระบวนการขับเคล่อนให้ความรู้และพัฒนาทกษะของพระคิลานุปัฏ ขนตอนท 5 การปฐมนเทศพระคลานปฏฐาก เพอเตรยมความพรอม













ฐากในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดาเนินการอย่างต่อเน่องเป็น 9 ข้นตอน ก่อนอบรม เพื่อช้แจงรายละเอียดของหลักสูตรการอบรม ร่วมกันกาหนด





ดังนี้ ระยะเวลาการอบรม, สถานท่และกาหนดการ, การเตรียมความพร้อมของ








ขนตอนท 1 แต่งต้งคณะกรรมการและคณะทางานขับเคล่อนวัดส่ง พระคิลานุปัฏฐาก และบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เสริมสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนตอนท 6 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก







อย่างเป็นทางการ และจัดประชุมแกนหลักของคณะทางาน เพ่อทาความ ตามหลกสตรกรมอนามย โดยมภาคเครอข่ายเข้าร่วม ได้แก่ คณะพระสงฆ์






เข้าใจและเตรียมความพร้อมในการด�าเนินงาน จังหวัดนครศรีธรรมราช, สานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช, ศูนย์






ขนตอนท 2 จัดเวทีมอบนโยบายการขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระ อนามัยท่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช










สงฆ์แห่งชาต จงหวดนครศรธรรมราช เป็นการจดเวทเชงนโยบายเพอสร้าง และส�านักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการ
การรับรู้และจุดประกายการขับเคลื่อนงานให้กับคณะสงฆ์ อบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจ�านวน 70 ชั่วโมง


ขนตอนท 3 ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเจ้าคณะ ขั้นตอนที่ 7 การเยี่ยมติดตามประเมินผล หนุนเสริม สร้างพลังเครือ




จังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอาเภอ รองเจ้าคณะอาเภอ เจ้าคณะ ข่ายพระคิลานุปัฏฐากในแต่ละอาเภอ เพ่อเป็นการกระตุ้นการขับเคล่อน



ตาบล และพระเลขานุการทุกระดับ โดยมีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐาก

สานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช, โรงพยาบาลเทศบาลนคร








นครศรีธรรมราช และสานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น ขนตอนท 8 การสรุปบทเรียนของคณะทางานหลังจากการลงพ้นที ่

เวทีช้แจงแนวทางการขับเคล่อนนโยบายตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่ง เยี่ยมติดตามประเมินผล หนุนเสริม สร้างพลังเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก






ชาติ และเป็นการเตรียมเร่องหลักสูตร พ้นท่การเรียนรู้ และแนวทางประสาน ขนตอนท 9 การถอดบทเรียน เพ่อสะท้อนภาพผลลัพธ์จากการอบรม



งานกับภาคีเครือข่าย พระคิลานุปัฎฐาก ว่าได้มีการขยายผลจากการจัดอบรมไปอย่างไรบ้าง เช่น






ขนตอนท 4 ประชมเชงปฏบตการขบเคลอนวดส่งเสริมสขภาพและ ผลการปฏิบัติงานหรือการจัดกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด









ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพ่อแปลงนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ เพ่อสร้าง นครศรีธรรมราช








ู้
การรบรและการมีส่วนร่วมในการขบเคล่อนให้กบคณะสงฆ์ ประกอบด้วยเจ้า อย่างไรก็ตามข้นตอนเหล่าน้แม้จะถูกกาหนดให้ดาเนินการจนครบถ้วน







คณะจังหวัด ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอ�าเภอ แต่ขาดการประเมินผลลพธ์ทชดเจนว่าการจดอบรมพระคิลานปัฎฐากได้






รองเจ้าคณะอ�าเภอ เจ้าคณะต�าบล รองเจ้าคณะต�าบล และพระเลขานุการ ส่งผลอย่างเป็นรปธรรมอย่างไรบ้าง สาหรบการจดอบรมพระคลานปัฏฐาก
ทุกระดับ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความคาดหวังอย่างมากว่าจะเป็นกลไกในการ
54 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 55
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


กระบวนการขับเคล่อนให้ความรู้และพัฒนาทกษะของพระคิลานุปัฏ ขนตอนท 5 การปฐมนเทศพระคลานปฏฐาก เพอเตรยมความพรอม













ฐากในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดาเนินการอย่างต่อเน่องเป็น 9 ข้นตอน ก่อนอบรม เพื่อช้แจงรายละเอียดของหลักสูตรการอบรม ร่วมกันกาหนด





ดังนี้ ระยะเวลาการอบรม, สถานท่และกาหนดการ, การเตรียมความพร้อมของ








ขนตอนท 1 แต่งต้งคณะกรรมการและคณะทางานขับเคล่อนวัดส่ง พระคิลานุปัฏฐาก และบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เสริมสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนตอนท 6 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพระคิลานุปัฏฐาก







อย่างเป็นทางการ และจัดประชุมแกนหลักของคณะทางาน เพ่อทาความ ตามหลกสตรกรมอนามย โดยมภาคเครอข่ายเข้าร่วม ได้แก่ คณะพระสงฆ์






เข้าใจและเตรียมความพร้อมในการด�าเนินงาน จังหวัดนครศรีธรรมราช, สานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช, ศูนย์






ขนตอนท 2 จัดเวทีมอบนโยบายการขับเคล่อนธรรมนูญสุขภาพพระ อนามัยท่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช










สงฆ์แห่งชาต จงหวดนครศรธรรมราช เป็นการจดเวทเชงนโยบายเพอสร้าง และส�านักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการ
การรับรู้และจุดประกายการขับเคลื่อนงานให้กับคณะสงฆ์ อบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจ�านวน 70 ชั่วโมง


ขนตอนท 3 ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเจ้าคณะ ขั้นตอนที่ 7 การเยี่ยมติดตามประเมินผล หนุนเสริม สร้างพลังเครือ




จังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอาเภอ รองเจ้าคณะอาเภอ เจ้าคณะ ข่ายพระคิลานุปัฏฐากในแต่ละอาเภอ เพ่อเป็นการกระตุ้นการขับเคล่อน



ตาบล และพระเลขานุการทุกระดับ โดยมีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐาก

สานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช, โรงพยาบาลเทศบาลนคร








นครศรีธรรมราช และสานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น ขนตอนท 8 การสรุปบทเรียนของคณะทางานหลังจากการลงพ้นที ่

เวทีช้แจงแนวทางการขับเคล่อนนโยบายตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่ง เยี่ยมติดตามประเมินผล หนุนเสริม สร้างพลังเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก






ชาติ และเป็นการเตรียมเร่องหลักสูตร พ้นท่การเรียนรู้ และแนวทางประสาน ขนตอนท 9 การถอดบทเรียน เพ่อสะท้อนภาพผลลัพธ์จากการอบรม



งานกับภาคีเครือข่าย พระคิลานุปัฎฐาก ว่าได้มีการขยายผลจากการจัดอบรมไปอย่างไรบ้าง เช่น






ขนตอนท 4 ประชมเชงปฏบตการขบเคลอนวดส่งเสริมสขภาพและ ผลการปฏิบัติงานหรือการจัดกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด









ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพ่อแปลงนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ เพ่อสร้าง นครศรีธรรมราช








ู้
การรบรและการมีส่วนร่วมในการขบเคล่อนให้กบคณะสงฆ์ ประกอบด้วยเจ้า อย่างไรก็ตามข้นตอนเหล่าน้แม้จะถูกกาหนดให้ดาเนินการจนครบถ้วน







คณะจังหวัด ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอ�าเภอ แต่ขาดการประเมินผลลพธ์ทชดเจนว่าการจดอบรมพระคิลานปัฎฐากได้






รองเจ้าคณะอ�าเภอ เจ้าคณะต�าบล รองเจ้าคณะต�าบล และพระเลขานุการ ส่งผลอย่างเป็นรปธรรมอย่างไรบ้าง สาหรบการจดอบรมพระคลานปัฏฐาก
ทุกระดับ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความคาดหวังอย่างมากว่าจะเป็นกลไกในการ
54 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 55
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



ขับเคล่อนงานดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในวัดและชุมชนต่าง ๆ ท่วท้งจังหวัด ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการปฏิบัติงานของ

นครศรีธรรมราช ผลการถอดบทเรียนพบว่าองค์ประกอบในประเด็นจิตอาสา พระคิลานุปัฏฐากต้องมีความเป็นผู้มีจิตอาสา จึงจะสามารถช่วยดูแลพยาบาล



มีความสาคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างย่งการเช่อมร้อยภาคีเครือข่ายด้วย เบ้องต้นให้แก่พระสงฆ์อาพาธได้อย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยและ

จิตอาสา การร่วมงานของพระคิลานุปัฎฐากไม่ควรถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องท�า ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถเป็นผู้น�าด้านสุขภาวะของชุมชน ด้วย


แต่ต้องร่วมท�าด้วยจิตอาสาจึงจะสามารถร่วมกิจกรรมได้นาน เนื่องจากการ การสร้างวัดให้เป็นสถานท่เก้อหนุนต่อกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจ


ดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธหรือผู้ป่วยติดเตียงท่ไม่สามารถช่วยเหลือ ตลอดจนช่วยแนะนาความรู้เก่ยวกับการรักษาสุขภาพแก่พระสงฆ์ สามเณร

ตนเองได้ จะเก่ยวพันกับการดูแลเร่องความสะอาด การให้บริการ ซ่งอาจต้อง และพุทธศาสนิกชน และช่วยจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยติดบ้าน




ใช้ความอดทนสูง ดังที่พระมหาบวรเล่าว่า และติดเตียงสามารถหยิบยืมไปใช้งาน โดยมีเป้าหมายท่จะนาไปสู่การส่งเสริม

และสนับสนุนการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ให้มีคุณภาพชีวิตท่ดี การจัดการ


เพื่อดูแลพระป่วยหรือผู้ป่วยติดเตียง พระคิลำนุปัฎฐำกจะต้อง ส่งแวดล้อมท่เอ้อต่อสุขภาพเช่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน รวมถึงการสร้าง



มีควำมอดทนสูง ต้องเช็ดข้ฉ่เย่ยว อำบน้ำ ป้อนข้ำว ป้อนยำ ขวัญและก�าลังใจให้แก่ผู้ป่วย ให้เกิดความรู้สึกดีและมีก�าลังใจในการต่อสู้กับ




พำไปหำหมอ หรือพำเดินออกก�ำลังกำย พระป่วยบำงรูปอำรมณ์ โรคภัยที่ก�าลังเผชิญอยู่
เสียบ่อย อำจดุด่ำว่ำกล่ำวพระคิลำนุปัฎฐำก เพรำะท�ำอะไรก ็ หลังจากจัดฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากในปี 2561 และ 2562 แล้ว
ไม่ถูกใจ ถ้ำพระคิลำนุปัฎฐำกไม่มีจิตอำสำจริง ๆ ก็คงทนไม่ได้ พบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีความพยายามขับเคล่อนกิจกรรม






เพรำะกำรดแลพระป่วยหรือผ้ป่วยตดเตยงทวัดบญนำรอบ ท่ชัดเจนจากองค์กรปกครองคณะสงฆ์ ไม่มีพระคิลานุปัฎฐากท่ปฏิบัติงาน





เรำไม่มีค่ำใช้จ่ำย หรือไม่มีค่ำตอบแทนให้ ต้องท�ำงำนด้วยใจ อย่างจริงจัง ดูเหมือนทุกอย่างค่อย ๆ เงียบหายไป จนกระท่งเม่อเจ้าคณะ


สมัครใจที่จะท�ำทุกอย่ำง ที่วัดก็มีหลวงพี่เคน หลวงพี่โจม และ จังหวัดสอบถามความคืบหน้าและความพร้อมของการขับเคล่อนกิจกรรม
คุณยอด เป็นก�ำลังส�ำคัญในกำรท�ำงำนดูแลหลวงพ่อและหลวงตำ พระคิลานุปัฎฐาก พระมหาบวร ปวรธมฺโม จึงเสนอทดลองขับเคล่อนกิจกรรม





ท่อำพำธ และโยมท่ำนหน่งท่เป็นอัมพำตเป็นผู้ป่วยติดตียง โดยจัดอาคารปฏิบัติธรรมให้เป็นกุฏิสงฆ์อาพาธข้นในปี 2563 เพ่อใช้เป็น

วัดบุญนำรอบเรำมีศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกจังหวัดนครศรีธรรมรำช ห้องพักดูแลพระสงฆ์อาพาธท่มีภูมิลาเนาอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ม ี


เป็นพื้นที่ให้กำรดูแลผู้ป่วยทั้งพระและโยม... พระสิริคณาจารย์ (ปัจจุบันคือเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช) มาเป็น
ประธานเปิดกุฏิสงฆ์อาพาธ การตัดสินใจเปิดให้บริการกุฏิสงฆ์อาพาธน ี ้

(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564) นับเป็นส่วนหน่งของการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช

56 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 57
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



ขับเคล่อนงานดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในวัดและชุมชนต่าง ๆ ท่วท้งจังหวัด ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการปฏิบัติงานของ

นครศรีธรรมราช ผลการถอดบทเรียนพบว่าองค์ประกอบในประเด็นจิตอาสา พระคิลานุปัฏฐากต้องมีความเป็นผู้มีจิตอาสา จึงจะสามารถช่วยดูแลพยาบาล



มีความสาคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างย่งการเช่อมร้อยภาคีเครือข่ายด้วย เบ้องต้นให้แก่พระสงฆ์อาพาธได้อย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยและ

จิตอาสา การร่วมงานของพระคิลานุปัฎฐากไม่ควรถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องท�า ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถเป็นผู้น�าด้านสุขภาวะของชุมชน ด้วย


แต่ต้องร่วมท�าด้วยจิตอาสาจึงจะสามารถร่วมกิจกรรมได้นาน เนื่องจากการ การสร้างวัดให้เป็นสถานท่เก้อหนุนต่อกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจ


ดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธหรือผู้ป่วยติดเตียงท่ไม่สามารถช่วยเหลือ ตลอดจนช่วยแนะนาความรู้เก่ยวกับการรักษาสุขภาพแก่พระสงฆ์ สามเณร

ตนเองได้ จะเก่ยวพันกับการดูแลเร่องความสะอาด การให้บริการ ซ่งอาจต้อง และพุทธศาสนิกชน และช่วยจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยติดบ้าน




ใช้ความอดทนสูง ดังที่พระมหาบวรเล่าว่า และติดเตียงสามารถหยิบยืมไปใช้งาน โดยมีเป้าหมายท่จะนาไปสู่การส่งเสริม

และสนับสนุนการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ให้มีคุณภาพชีวิตท่ดี การจัดการ


เพื่อดูแลพระป่วยหรือผู้ป่วยติดเตียง พระคิลำนุปัฎฐำกจะต้อง ส่งแวดล้อมท่เอ้อต่อสุขภาพเช่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน รวมถึงการสร้าง



มีควำมอดทนสูง ต้องเช็ดข้ฉ่เย่ยว อำบน้ำ ป้อนข้ำว ป้อนยำ ขวัญและก�าลังใจให้แก่ผู้ป่วย ให้เกิดความรู้สึกดีและมีก�าลังใจในการต่อสู้กับ




พำไปหำหมอ หรือพำเดินออกก�ำลังกำย พระป่วยบำงรูปอำรมณ์ โรคภัยที่ก�าลังเผชิญอยู่
เสียบ่อย อำจดุด่ำว่ำกล่ำวพระคิลำนุปัฎฐำก เพรำะท�ำอะไรก ็ หลังจากจัดฝึกอบรมพระคิลานุปัฏฐากในปี 2561 และ 2562 แล้ว
ไม่ถูกใจ ถ้ำพระคิลำนุปัฎฐำกไม่มีจิตอำสำจริง ๆ ก็คงทนไม่ได้ พบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีความพยายามขับเคล่อนกิจกรรม






เพรำะกำรดแลพระป่วยหรือผ้ป่วยตดเตยงทวัดบญนำรอบ ท่ชัดเจนจากองค์กรปกครองคณะสงฆ์ ไม่มีพระคิลานุปัฎฐากท่ปฏิบัติงาน





เรำไม่มีค่ำใช้จ่ำย หรือไม่มีค่ำตอบแทนให้ ต้องท�ำงำนด้วยใจ อย่างจริงจัง ดูเหมือนทุกอย่างค่อย ๆ เงียบหายไป จนกระท่งเม่อเจ้าคณะ


สมัครใจที่จะท�ำทุกอย่ำง ที่วัดก็มีหลวงพี่เคน หลวงพี่โจม และ จังหวัดสอบถามความคืบหน้าและความพร้อมของการขับเคล่อนกิจกรรม
คุณยอด เป็นก�ำลังส�ำคัญในกำรท�ำงำนดูแลหลวงพ่อและหลวงตำ พระคิลานุปัฎฐาก พระมหาบวร ปวรธมฺโม จึงเสนอทดลองขับเคล่อนกิจกรรม





ท่อำพำธ และโยมท่ำนหน่งท่เป็นอัมพำตเป็นผู้ป่วยติดตียง โดยจัดอาคารปฏิบัติธรรมให้เป็นกุฏิสงฆ์อาพาธข้นในปี 2563 เพ่อใช้เป็น

วัดบุญนำรอบเรำมีศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกจังหวัดนครศรีธรรมรำช ห้องพักดูแลพระสงฆ์อาพาธท่มีภูมิลาเนาอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ม ี


เป็นพื้นที่ให้กำรดูแลผู้ป่วยทั้งพระและโยม... พระสิริคณาจารย์ (ปัจจุบันคือเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช) มาเป็น
ประธานเปิดกุฏิสงฆ์อาพาธ การตัดสินใจเปิดให้บริการกุฏิสงฆ์อาพาธน ี ้

(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564) นับเป็นส่วนหน่งของการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช

56 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 57
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ข้นท่วัดบุญนารอบ เพ่อให้เป็นฐานการท�างานของพระคิลานุปัฎฐากท่ผ่าน นอกจากการจัดกุฏิสงฆ์อาพาธและห้องพักส�าหรับโยมผู้ป่วยแล้ว

การอบรมแล้ว พร้อมกับได้เร่มให้การดูแลพระสงฆ์อาพาธและโยมผู้ชาย พระมหาบวรยังได้ปรับปรุงวัดบุญนารอบให้เป็นสถานท่รองรับพระสงฆ์




ที่ป่วยขาดผู้ดูแล อาพาธจากวัดอ่นท่ต้องเดินทางมารับบริการสขภาพในโรงพยาบาลเทศบาล

นครนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลมหาราช ซ่งอยู่ไม่ไกลจากวัด โดยทาง



วัดจัดท่พักรับรองไว้ให้ เพ่อให้พระสงฆ์ท่เดินทางมาถึงก่อนวันนัดจะได้
ไม่ล�าบาก โดยได้บริหารจัดการในนามของ “ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด
นครศรีธรรมราช” ดังค�าอธิบายว่า

...ศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกของเรำเร่มจำกช่วยอ�ำนวยควำม
สะดวกในเร่องประสำนงำนกับทำงโรงพยำบำล เพ่อให้กำรดูแล






รกษำเบองต้น แต่ต่อมำภำคเครอข่ำยขอให้ช่วยรับดแล


พระอำพำธที่ไม่มีใครดูแล พอญำติโยมรู้กันมำกขึ้น ก็เอำวัสดุ

อุปกรณ์ เอำเตียงท่คนป่วยจ�ำเป็นต้องใช้มำบริจำคให้วัด จน
ปัจจุบันนอกจำกดูแลพระสงฆ์อำพำธแล้ว ทำงวัดยังรับดูแล
โยมท่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่มีญำติดูแล แต่รับเฉพำะโยม


ผู้ชำย ถ้ำผู้ป่วยมำจำกนอกเขตพ้นท่ อำตมำต้องให้ท�ำเร่องย้ำย







โอนทะเบียนบ้ำนเข้ำมำทวดเลย เพอให้สำมำรถลงทะเบยน

ใช้สิทธิ์ 30 บำท กับโรงพยำบำลเทศบำลฯ ได้
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)










58 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 59
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ





ข้นท่วัดบุญนารอบ เพ่อให้เป็นฐานการท�างานของพระคิลานุปัฎฐากท่ผ่าน นอกจากการจัดกุฏิสงฆ์อาพาธและห้องพักส�าหรับโยมผู้ป่วยแล้ว

การอบรมแล้ว พร้อมกับได้เร่มให้การดูแลพระสงฆ์อาพาธและโยมผู้ชาย พระมหาบวรยังได้ปรับปรุงวัดบุญนารอบให้เป็นสถานท่รองรับพระสงฆ์




ที่ป่วยขาดผู้ดูแล อาพาธจากวัดอ่นท่ต้องเดินทางมารับบริการสขภาพในโรงพยาบาลเทศบาล

นครนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลมหาราช ซ่งอยู่ไม่ไกลจากวัด โดยทาง



วัดจัดท่พักรับรองไว้ให้ เพ่อให้พระสงฆ์ท่เดินทางมาถึงก่อนวันนัดจะได้
ไม่ล�าบาก โดยได้บริหารจัดการในนามของ “ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด
นครศรีธรรมราช” ดังค�าอธิบายว่า

...ศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกของเรำเร่มจำกช่วยอ�ำนวยควำม
สะดวกในเร่องประสำนงำนกับทำงโรงพยำบำล เพ่อให้กำรดูแล






รกษำเบองต้น แต่ต่อมำภำคเครอข่ำยขอให้ช่วยรับดแล


พระอำพำธที่ไม่มีใครดูแล พอญำติโยมรู้กันมำกขึ้น ก็เอำวัสดุ

อุปกรณ์ เอำเตียงท่คนป่วยจ�ำเป็นต้องใช้มำบริจำคให้วัด จน
ปัจจุบันนอกจำกดูแลพระสงฆ์อำพำธแล้ว ทำงวัดยังรับดูแล
โยมท่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่มีญำติดูแล แต่รับเฉพำะโยม


ผู้ชำย ถ้ำผู้ป่วยมำจำกนอกเขตพ้นท่ อำตมำต้องให้ท�ำเร่องย้ำย







โอนทะเบียนบ้ำนเข้ำมำทวดเลย เพอให้สำมำรถลงทะเบยน

ใช้สิทธิ์ 30 บำท กับโรงพยำบำลเทศบำลฯ ได้
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)










58 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 59
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ




บทบาทของศนย์พระคิลานุปฏฐาก ส่วนสาคัญในการสนับสนุนให้พระสงฆ์ท่เข้ามาร่วมรับการอบรมสามารถ




จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางานเชิงรุกได้ง่ายข้น เพราะการทางานของพระคิลานุปัฎฐากเป็นภาระงาน
ใหม่ พระสงฆ์มีข้อจากัดหลายประการในการดาเนินกิจกรรม การเร่มกิจกรรม



การจดตงศนย์พระคิลานปัฏฐาก เพอเป็นการต่อยอดการอบรม ใหม่ข้นในวัดและในชุมชนหากไม่ใช่เจ้าอาวาส ก็จะขับเคล่อนกิจกรรมได้ยาก
























พระคิลานุปัฏฐากระดับจังหวัด อาเภอ ตาบล และวัด รวมถึงมีการจัดต้ง ทงในเชงของเงนทนและอาสาสมครหรอผ้มีจตอาสาสนบสนน แต่เม่อเป็น
กองทุนช่วยเหลือพระสงฆ์และสามเณรอาพาธ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน นโยบายท้งจากเจ้าคณะพระสังฆาธการและมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากคอยให้



กิจกรรมด้านสุขภาพให้ครอบคลุมท้งภายในวัดและในชุมชน ตัวอย่างเช่น การ คาแนะนาและประสานงานกับเจ้าหน้าท่สาธารณสุข ก็ช่วยให้สามารถทางาน






ดูแลโภชนาการให้แก่พระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา การเย่ยมพระสงฆ์อาพาธ ได้ง่ายขน อย่างน้อยพระสงฆ์กบพระสงฆ์ช่วยกนทางานตรวจสขภาพเบอง










ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพ่อให้กาลังใจผู้ป่วย ช่วยดูแลจัดการ ต้นก็มีความคล่องตัว ดีกว่าการทาหน้าท่ของเจ้าหน้าท่สาธารณสุขท่เป็น



ส่งแวดล้อมในวัดและในชุมชน ท้งน้ประเด็นสาคัญในการจัดต้งศูนย์พระคิลาน ุ ผู้หญิง ซึ่งในช่วงแรกมีข้อจ�ากัดเรื่องความไม่เข้าใจข้อปฏิบัติต่อพระสงฆ์ แต่





ปัฏฐากคือได้รับการยอมรับจากพระสังฆาธิการฝ่ายปกครองคือเจ้าคณะจังหวัด พอได้ร่วมงานกันในระยะเวลาหนึ่งโดยมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเป็นสื่อกลาง
และควรจะมีกลไกองค์กรปกครองคณะสงฆ์เข้ามาร่วมด้วย ได้แก่ ฝ่าย เจ้าหน้าท่สาธารณสุขก็เร่มเข้าใจกันมากข้น โดยพ้นฐานพระคิลานุปัฎฐาก










สาธารณสงเคราะห์จังหวัด หน่วยอบรมประชาชนประจ�าอ�าเภอและประจ�า ทางานโดยยดหลกเมตตาธรรมอยแลว เจาหนาทจงรสกสบายใจ เวลาทางาน









ตาบล มีพระสังฆาธิการเจ้าคณะปกครองระดับจังหวัดทาหน้าท่เป็นท่ปรึกษา ก็แบ่งบทบาทหน้าที่กันชัดเจน (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, 2563)




และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก โดยมอบหมายให้พระคิลานุ จากการถอดบทเรียนพบว่าในช่วงแรกของการทางาน ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก

ปัฏฐากท่ผ่านการอบรมได้มาทางานและประสานงานการขับเคล่อนกิจกรรม และภาคีเครือข่ายยังไม่สามารถประสานการท�างานกันได้ดีนัก เพราะแต่ละ



ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร และประชาชน ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายยังไม่คุ้นชินกับบทบาทใหม่ในการดูแลรักษาพระสงฆ์อาพาธ โดยเฉพาะ
ระดับจังหวัด อ�าเภอ และต�าบล เพื่อให้เกิดการท�างานเชิงบูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไม่เคยท�างานร่วมกับพระสงฆ์

ทางโรงพยาบาลเครือข่าย หรือภาคีเครือข่ายภาครัฐ หรือแกนนาชุมชน ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลไกที่ถูกพัฒนา













(สมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นากลุ่มในชุมชน) เพ่อ ขนมาเพอรองรบการทางานของพระคลานปัฎฐากในลกษณะเครอข่ายของ

ประสานงานร่วมกันจัดกิจกรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช พระคิลานุปัฎฐากเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพระหนุ่มที่มี




ท้งน้จากการพูดคุยกับพระคิลานุปัฏฐากซ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในวัด สุขภาพแข็งแรง มีความรู้สมัยใหม่ มีจิตอาสาท่ต้องการจะทาหน้าท่เป็น



บุญนารอบสะท้อนว่าการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐากข้นท่วัดบุญนารอบม ี ผู้อุปัฏฐากดูแลพระสงฆ์อาพาธ และเป็นกลไกสนับสนุนการดูแลสุขภาพของ


60 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 61
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์




บทบาทของศนย์พระคิลานุปฏฐาก ส่วนสาคัญในการสนับสนุนให้พระสงฆ์ท่เข้ามาร่วมรับการอบรมสามารถ




จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางานเชิงรุกได้ง่ายข้น เพราะการทางานของพระคิลานุปัฎฐากเป็นภาระงาน
ใหม่ พระสงฆ์มีข้อจากัดหลายประการในการดาเนินกิจกรรม การเร่มกิจกรรม



การจดตงศนย์พระคิลานปัฏฐาก เพอเป็นการต่อยอดการอบรม ใหม่ข้นในวัดและในชุมชนหากไม่ใช่เจ้าอาวาส ก็จะขับเคล่อนกิจกรรมได้ยาก
























พระคิลานุปัฏฐากระดับจังหวัด อาเภอ ตาบล และวัด รวมถึงมีการจัดต้ง ทงในเชงของเงนทนและอาสาสมครหรอผ้มีจตอาสาสนบสนน แต่เม่อเป็น
กองทุนช่วยเหลือพระสงฆ์และสามเณรอาพาธ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน นโยบายท้งจากเจ้าคณะพระสังฆาธการและมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากคอยให้



กิจกรรมด้านสุขภาพให้ครอบคลุมท้งภายในวัดและในชุมชน ตัวอย่างเช่น การ คาแนะนาและประสานงานกับเจ้าหน้าท่สาธารณสุข ก็ช่วยให้สามารถทางาน






ดูแลโภชนาการให้แก่พระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา การเย่ยมพระสงฆ์อาพาธ ได้ง่ายขน อย่างน้อยพระสงฆ์กบพระสงฆ์ช่วยกนทางานตรวจสขภาพเบอง










ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพ่อให้กาลังใจผู้ป่วย ช่วยดูแลจัดการ ต้นก็มีความคล่องตัว ดีกว่าการทาหน้าท่ของเจ้าหน้าท่สาธารณสุขท่เป็น



ส่งแวดล้อมในวัดและในชุมชน ท้งน้ประเด็นสาคัญในการจัดต้งศูนย์พระคิลาน ุ ผู้หญิง ซึ่งในช่วงแรกมีข้อจ�ากัดเรื่องความไม่เข้าใจข้อปฏิบัติต่อพระสงฆ์ แต่





ปัฏฐากคือได้รับการยอมรับจากพระสังฆาธิการฝ่ายปกครองคือเจ้าคณะจังหวัด พอได้ร่วมงานกันในระยะเวลาหนึ่งโดยมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเป็นสื่อกลาง
และควรจะมีกลไกองค์กรปกครองคณะสงฆ์เข้ามาร่วมด้วย ได้แก่ ฝ่าย เจ้าหน้าท่สาธารณสุขก็เร่มเข้าใจกันมากข้น โดยพ้นฐานพระคิลานุปัฎฐาก










สาธารณสงเคราะห์จังหวัด หน่วยอบรมประชาชนประจ�าอ�าเภอและประจ�า ทางานโดยยดหลกเมตตาธรรมอยแลว เจาหนาทจงรสกสบายใจ เวลาทางาน









ตาบล มีพระสังฆาธิการเจ้าคณะปกครองระดับจังหวัดทาหน้าท่เป็นท่ปรึกษา ก็แบ่งบทบาทหน้าที่กันชัดเจน (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, 2563)




และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก โดยมอบหมายให้พระคิลานุ จากการถอดบทเรียนพบว่าในช่วงแรกของการทางาน ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก

ปัฏฐากท่ผ่านการอบรมได้มาทางานและประสานงานการขับเคล่อนกิจกรรม และภาคีเครือข่ายยังไม่สามารถประสานการท�างานกันได้ดีนัก เพราะแต่ละ



ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร และประชาชน ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายยังไม่คุ้นชินกับบทบาทใหม่ในการดูแลรักษาพระสงฆ์อาพาธ โดยเฉพาะ
ระดับจังหวัด อ�าเภอ และต�าบล เพื่อให้เกิดการท�างานเชิงบูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไม่เคยท�างานร่วมกับพระสงฆ์

ทางโรงพยาบาลเครือข่าย หรือภาคีเครือข่ายภาครัฐ หรือแกนนาชุมชน ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลไกที่ถูกพัฒนา













(สมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นากลุ่มในชุมชน) เพ่อ ขนมาเพอรองรบการทางานของพระคลานปัฎฐากในลกษณะเครอข่ายของ

ประสานงานร่วมกันจัดกิจกรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช พระคิลานุปัฎฐากเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพระหนุ่มที่มี




ท้งน้จากการพูดคุยกับพระคิลานุปัฏฐากซ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในวัด สุขภาพแข็งแรง มีความรู้สมัยใหม่ มีจิตอาสาท่ต้องการจะทาหน้าท่เป็น



บุญนารอบสะท้อนว่าการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐากข้นท่วัดบุญนารอบม ี ผู้อุปัฏฐากดูแลพระสงฆ์อาพาธ และเป็นกลไกสนับสนุนการดูแลสุขภาพของ


60 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 61
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์











พระสงฆ์สามเณรภายในวด ผ้ท่เป็นกาลงสาคญของศนย์พระคลานปัฎฐาก


นอกจากพระมหาบวร ปวรธมฺโมแล้ว ยังมีพระอดิศักด์ เตชปญฺโญ (หลวงพ่เคน)
พระธนสิทธิ์ ธนิสฺสโร (หลวงพี่โจม) และนายยุทธพงศ์ โฉมทอง (น้ายอด) ที่

มบทบาทส�าคญในการชวยดแลพระสงฆอาพาธ บคลากรทง 3 ทานมจตอาสา










อย่างเต็มเปียม อุทิศตนช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มก�าลังความสามารถ ด้วย

ความยินดีและไม่มีความรังเกียจ ท้งน้พระคิลานุปัฏฐากยึดถือหลักการ

พึงปฏิบัติที่ส�าคัญคือ จะท�าสิ่งใดก็ท�าด้วยความเมตตา จะพูดสิ่งใดก็พูดด้วย
เมตตา จะคิดสิ่งใดก็คิดด้วยเมตตา โดยพึงน�ามาปฏิบัติต่อพระสงฆ์ผู้อาพาธ

ด้วยกริยาวาจาท่สุภาพอ่อนโยน พึงปฏิบัติด้วยการแสดงถึงความเคารพ
ต่อพระสงฆ์ผู้อาพาธ พึงท�าหน้าท่เสมือนเป็นพยาบาลคอยดูแลช่วยเหลือ

พระสงฆ์ผู้อาพาธ และพึงให้ก�าลังใจแก่พระสงฆ์ผู้อาพาธ























62 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 63
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ











พระสงฆ์สามเณรภายในวด ผ้ท่เป็นกาลงสาคญของศนย์พระคลานปัฎฐาก


นอกจากพระมหาบวร ปวรธมฺโมแล้ว ยังมีพระอดิศักด์ เตชปญฺโญ (หลวงพ่เคน)
พระธนสิทธิ์ ธนิสฺสโร (หลวงพี่โจม) และนายยุทธพงศ์ โฉมทอง (น้ายอด) ที่

มบทบาทส�าคญในการชวยดแลพระสงฆอาพาธ บคลากรทง 3 ทานมจตอาสา










อย่างเต็มเปียม อุทิศตนช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มก�าลังความสามารถ ด้วย

ความยินดีและไม่มีความรังเกียจ ท้งน้พระคิลานุปัฏฐากยึดถือหลักการ

พึงปฏิบัติที่ส�าคัญคือ จะท�าสิ่งใดก็ท�าด้วยความเมตตา จะพูดสิ่งใดก็พูดด้วย
เมตตา จะคิดสิ่งใดก็คิดด้วยเมตตา โดยพึงน�ามาปฏิบัติต่อพระสงฆ์ผู้อาพาธ

ด้วยกริยาวาจาท่สุภาพอ่อนโยน พึงปฏิบัติด้วยการแสดงถึงความเคารพ
ต่อพระสงฆ์ผู้อาพาธ พึงท�าหน้าท่เสมือนเป็นพยาบาลคอยดูแลช่วยเหลือ

พระสงฆ์ผู้อาพาธ และพึงให้ก�าลังใจแก่พระสงฆ์ผู้อาพาธ























62 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 63
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


ในปี 2564 ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราชให้การดูแล กรณีหลวงตาเตือนเป็นกรณีท่น่าสะเทือนใจ กล่าวคือเม่อท่านป่วยม ี





พระสงฆ์อาพาธ 2 รูป และฆราวาสท่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอีก 1 คน โดยม ี เจ้าหน้าท่พาไปรักษาท่โรงพยาบาลมหาราช จากน้นทางโรงพยาบาลได้

แนวทางให้การดูแลรักษาตลอดทุกเร่องทุกอย่างโดยไม่มีเง่อนไขและค่าใช้จ่าย ประสานไปทางวัดต้นสังกัด แต่ทางวัดแจ้งว่าไม่มีใครคอยดูแล ทาง อพม.

ใด ๆ ตัวอย่างเช่น พระเตือน ปภสฺรจิตฺโต (รุ่งเรือง) อายุ 77 ปี มีภูมิล�าเนา (อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่นคงของมนุษย์) จึงติดต่อเข้ามาทางศูนย์


เดิมอยูที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเข้ามารับบริการที่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากนี้ตั้งแต่ พระคิลานุปัฎฐาก และขอน�าส่งมาท่วัดบุญนารอบ ซ่งก็ยินยอมรับหลวงตา



วันที่ 8 ตุลาคม 2564 จนกระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 และ เตอนเข้ามาดูแลท่กุฏสงฆ์อาพาธ เพราะถ้าหากไม่รบไว้ หลวงตาเตอนจะต้อง




ทางวัดบุญนารอบได้จัดการสวด ถูกส่งไปอยู่ท่บ้านคนไร้ท่พ่ง ซ่งจะต้องให้ลาสิกขาก่อนจึงจะเข้าไปอยู่ได้



พระอภิธรรมและฌาปนกิจให้จน นับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก เพราะท่านบวชมานานราว 18-19 พรรษา


เสร็จส้น ด้วยหลักการคือ “ดูแล แต่เม่ออาพาธกลับต้องถูกให้ลาสิกขาออกไปจากความเป็นภิกษุ ซ่งท่านจะ




เพ่อนมนุษย์ ผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ไม่สามารถเลือกมรณภาพภายใต้ผ้ากาสาวพัสตร์ได้ น่จึงเป็นประเด็นท่พระ
ตาย และให้ความรักแก่เพ่อน สงฆ์ควรจะช่วยเหลือกัน ไม่ปล่อยให้ท่านต้องลาสิกขาออกไป ท่านได้มาอยู่

มนุษย์ ผู้เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ที่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจนกระทั่งมรณภาพในสถานะที่ยังคงเป็นพระภิกษุ


ประเด็นน้ควรเป็นค�าถามท่คณะสงฆ์ต้องให้ความส�าคัญ หาก
สถานการณ์ยังเป็นเช่นน้ต่อไปในอนาคตพระสงฆ์ชราภาพจะอยู่กันได้อย่างไร



และเม่ออาพาธแล้วจะท�าอย่างไร พระคิลานุปัฎฐากจะมบทบาทช่วยเหลือ

ดูแลได้อย่างไร พระมหาบวรคิดว่าในอนาคตมีความจ�าเป็นท่จะต้องมีศูนย์
พระคิลานุปัฎฐากเข้ามาร่วมดูแลพระสงฆ์อาพาธ และช่วยเหลือพระสงฆ์

ชราภาพ โดยเฉพาะอย่างย่งควรจะมศูนย์พระคิลานุปัฎฐากกระจายอยู่ใน

ทุกจังหวัด ซึ่งอาจจะเป็นแนวทาง 1 ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก 1 จังหวัด เพื่อ
ให้สามารถกระจายความช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์ชราภาพและพระสงฆ์อาพาธ
ได้อย่างทั่วถึงในทุกรูปแบบความต้องการ
พระสงฆ์อาพาธรูปหน่งท่เข้ามารับการดูแลท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก




เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสระน้าขาว ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอปากพนัง เม่อ

64 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 65
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


ในปี 2564 ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราชให้การดูแล กรณีหลวงตาเตือนเป็นกรณีท่น่าสะเทือนใจ กล่าวคือเม่อท่านป่วยม ี





พระสงฆ์อาพาธ 2 รูป และฆราวาสท่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอีก 1 คน โดยม ี เจ้าหน้าท่พาไปรักษาท่โรงพยาบาลมหาราช จากน้นทางโรงพยาบาลได้

แนวทางให้การดูแลรักษาตลอดทุกเร่องทุกอย่างโดยไม่มีเง่อนไขและค่าใช้จ่าย ประสานไปทางวัดต้นสังกัด แต่ทางวัดแจ้งว่าไม่มีใครคอยดูแล ทาง อพม.

ใด ๆ ตัวอย่างเช่น พระเตือน ปภสฺรจิตฺโต (รุ่งเรือง) อายุ 77 ปี มีภูมิล�าเนา (อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่นคงของมนุษย์) จึงติดต่อเข้ามาทางศูนย์


เดิมอยูที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเข้ามารับบริการที่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากนี้ตั้งแต่ พระคิลานุปัฎฐาก และขอน�าส่งมาท่วัดบุญนารอบ ซ่งก็ยินยอมรับหลวงตา



วันที่ 8 ตุลาคม 2564 จนกระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 และ เตอนเข้ามาดูแลท่กุฏสงฆ์อาพาธ เพราะถ้าหากไม่รบไว้ หลวงตาเตอนจะต้อง




ทางวัดบุญนารอบได้จัดการสวด ถูกส่งไปอยู่ท่บ้านคนไร้ท่พ่ง ซ่งจะต้องให้ลาสิกขาก่อนจึงจะเข้าไปอยู่ได้



พระอภิธรรมและฌาปนกิจให้จน นับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก เพราะท่านบวชมานานราว 18-19 พรรษา


เสร็จส้น ด้วยหลักการคือ “ดูแล แต่เม่ออาพาธกลับต้องถูกให้ลาสิกขาออกไปจากความเป็นภิกษุ ซ่งท่านจะ




เพ่อนมนุษย์ ผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ไม่สามารถเลือกมรณภาพภายใต้ผ้ากาสาวพัสตร์ได้ น่จึงเป็นประเด็นท่พระ
ตาย และให้ความรักแก่เพ่อน สงฆ์ควรจะช่วยเหลือกัน ไม่ปล่อยให้ท่านต้องลาสิกขาออกไป ท่านได้มาอยู่

มนุษย์ ผู้เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ที่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจนกระทั่งมรณภาพในสถานะที่ยังคงเป็นพระภิกษุ


ประเด็นน้ควรเป็นค�าถามท่คณะสงฆ์ต้องให้ความส�าคัญ หาก
สถานการณ์ยังเป็นเช่นน้ต่อไปในอนาคตพระสงฆ์ชราภาพจะอยู่กันได้อย่างไร



และเม่ออาพาธแล้วจะท�าอย่างไร พระคิลานุปัฎฐากจะมบทบาทช่วยเหลือ

ดูแลได้อย่างไร พระมหาบวรคิดว่าในอนาคตมีความจ�าเป็นท่จะต้องมีศูนย์
พระคิลานุปัฎฐากเข้ามาร่วมดูแลพระสงฆ์อาพาธ และช่วยเหลือพระสงฆ์

ชราภาพ โดยเฉพาะอย่างย่งควรจะมศูนย์พระคิลานุปัฎฐากกระจายอยู่ใน

ทุกจังหวัด ซึ่งอาจจะเป็นแนวทาง 1 ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก 1 จังหวัด เพื่อ
ให้สามารถกระจายความช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์ชราภาพและพระสงฆ์อาพาธ
ได้อย่างทั่วถึงในทุกรูปแบบความต้องการ
พระสงฆ์อาพาธรูปหน่งท่เข้ามารับการดูแลท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก




เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสระน้าขาว ต�าบลบ้านใหม่ อ�าเภอปากพนัง เม่อ

64 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 65
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ






ชราภาพและปลดเกษียณจากต�าแหน่งเจ้าอาวาส ได้ย้ายไปอยู่วัดหลายแห่ง ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากใช้พ้นท่อาคารปฏิบัติธรรมเพ่อเป็นท่พักสาหรับ

ต่อมาเม่อหลวงพ่ออาพาธกลับไม่มีใครคอยดูแล ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากได้รับ พระสงฆ์อาพาธ ในกุฏิสงฆ์อาพาธจัดเตรียมให้ท้งเตียงผู้ป่วยและเตียงสาหรับ




การติดต่อให้ไปรับท่านมาดูแลอยู่ที่วัดบุญนารอบได้นานราว 2 ปีแล้ว ที่ผ่าน ฆราวาสท่เป็นญาติพ่น้องหรือลูกศษย์ของพระสงฆ์อาพาธมานอนเฝ้าผ้ป่วย



มามีคนมาเย่ยมเยียนบ้าง แต่ไม่มีใครยอมรับหน้าท่ดูแลท่านอย่างจริงจัง กรณ ี ได้ รวมถึงศูนย์พระคิลานุปัฎฐากยังคอยประสานงานให้แพทย์และพยาบาล






น้ก็เป็นประเด็นท่น่าสะท้อนใจว่า เม่อพระสงฆ์ยังเป็นหนุ่มก็ถูกใช้งานใน เข้ามาดูอาการผป่วยเม่อถงรอบการดแลรักษา หรอในกรณพระสงฆ์อาพาธม ี










บทบาทหน้าที่ต่าง ๆ แต่พอพระสงฆ์แก่ชราแล้วไม่สามารถช่วยงานได้ กลับ ความจาเป็นต้องทากายภาพบาบัด ทางวัดมีพ้นท่ให้พระสงฆ์อาพาธเดินออก


ถูกละเลยไม่มีใครคอยดูแล พระสงฆ์อาพาธบางรูปถูกขอให้ลาสิกขาออกไป กาลังกายด้วยวอล์คเกอร์ท่บริเวณหน้าอาคารปฏิบัติธรรม โดยมีพระคิลาน ุ






อยู่บ้านเพ่อให้ญาติพ่น้องดูแล ท้ง ๆ ท่ท่านเร่มบวชมาต้งแต่เป็นเด็ก ไม่คุ้นเคย ปัฎฐากหรืออาสาสมัครคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่หากเป็นพระสงฆ์อาพาธท ่ ี
กับวิถีชีวิตแบบฆราวาส บางรูปไม่มีครอบครัวหรือญาติพ่น้องคอยดูแล แต่ อยู่ห่างไกลมาจากต่างอาเภอหรือต่างจังหวัด ก่อนถึงกาหนดนัดหากต้องการ



ท่านอยากจะมรณภาพในผ้าเหลือง หากไม่มีศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก ไม่มีใคร ทพก พระคลานปฎฐากและอาสาสมครไดจดใหบรการทงทพกและรถบรการ



















ช่วยได้ ท่านอาจต้องถูกขอให้ลาสิกขาออกไป ซึ่งนับเป็นการท�าร้ายจิตใจกัน รับส่งไปโรงพยาบาลเพ่อพบแพทย์ พระคิลานุปัฎฐากจะอานวยความสะดวก
อย่างมาก และดูแลพระสงฆ์อาพาธในขณะที่ไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาล
อีกรูปหนึ่งคือพระอดิศักดิ์ เตชปัญฺโญ เคยอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดใน อีกกิจกรรมหน่งคือการจัดหาเตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่งของ





สมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ท่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หลังจากน้น จาเป็นสาหรับผู้ป่วย เพ่อช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธและประชาชนท่เป็นผู้ป่วย








ได้กลับมาพักฟื้นท่วัดบุญนารอบ เม่อหายป่วยและแข็งแรงดีแล้ว ได้เข้ามา ติดบ้านติดเตียง กิจกรรมน้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากมีพ้นท่ให้บริการไม่เพียง




ช่วยงานท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเร่อยมาจนถึงปัจจุบัน กรณีน้สะท้อนให้เห็น เฉพาะภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ครอบคลุมถึงผู้ป่วยในจังหวัดอ่น ๆ


กระบวนการบริหารจัดการดูแลพระสงฆ์อาพาธได้อย่างชัดเจนว่า หาก ท่วท้งภาคใต้ ใครท่มีความต้องการก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ หากไม่มีรถมา



พระสงฆอาพาธมอาการหนกทเกนกวาศนย์พระคลานปฎฐากจะสามารถดแล รับไปเอง ทางวัดบุญนารอบจะขอให้ภาคีเครือข่ายน�าไปส่งให้ถึงบ้าน โดยไม่










ได้ ก็จะส่งต่อไปโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ท�าข้อตกลง เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมถึงในบางโอกาสยังได้ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยติดบ้าน

กับวัดบุญนารอบว่าหากมีผู้ป่วยให้ส่งตัวเข้าไปรักษาพยาบาลท่โรงพยาบาล ติดเตียงท่บ้าน พร้อมกับนาถุงยังชีพ อุปกรณ์และของใช้จาเป็นทางการแพทย์



ได้โดยตรง หรือที่โรงพยาบาลมหาราช หรือหากเป็นกรณีเจ็บป่วยใหญ่ ก็จะ ไปมอบให้ เพื่อเป็นการให้ก�าลังใจให้สามารถสู้กับโรคร้ายได้ต่อไป


สามารถส่งตัวไปเข้ารับการรักษาท่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ท่อาเภอ จากการสัมภาษณ์พระคิลานุปัฎฐาก ยืนยันว่าการทางานของศูนย์


หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พระคิลานุปัฎฐากไม่มีปัญหาอุปสรรค เพราะทุกคนร่วมกันทางานด้วยใจ ด้วย

66 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 67
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์






ชราภาพและปลดเกษียณจากต�าแหน่งเจ้าอาวาส ได้ย้ายไปอยู่วัดหลายแห่ง ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากใช้พ้นท่อาคารปฏิบัติธรรมเพ่อเป็นท่พักสาหรับ

ต่อมาเม่อหลวงพ่ออาพาธกลับไม่มีใครคอยดูแล ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากได้รับ พระสงฆ์อาพาธ ในกุฏิสงฆ์อาพาธจัดเตรียมให้ท้งเตียงผู้ป่วยและเตียงสาหรับ




การติดต่อให้ไปรับท่านมาดูแลอยู่ที่วัดบุญนารอบได้นานราว 2 ปีแล้ว ที่ผ่าน ฆราวาสท่เป็นญาติพ่น้องหรือลูกศษย์ของพระสงฆ์อาพาธมานอนเฝ้าผ้ป่วย



มามีคนมาเย่ยมเยียนบ้าง แต่ไม่มีใครยอมรับหน้าท่ดูแลท่านอย่างจริงจัง กรณ ี ได้ รวมถึงศูนย์พระคิลานุปัฎฐากยังคอยประสานงานให้แพทย์และพยาบาล






น้ก็เป็นประเด็นท่น่าสะท้อนใจว่า เม่อพระสงฆ์ยังเป็นหนุ่มก็ถูกใช้งานใน เข้ามาดูอาการผป่วยเม่อถงรอบการดแลรักษา หรอในกรณพระสงฆ์อาพาธม ี










บทบาทหน้าที่ต่าง ๆ แต่พอพระสงฆ์แก่ชราแล้วไม่สามารถช่วยงานได้ กลับ ความจาเป็นต้องทากายภาพบาบัด ทางวัดมีพ้นท่ให้พระสงฆ์อาพาธเดินออก


ถูกละเลยไม่มีใครคอยดูแล พระสงฆ์อาพาธบางรูปถูกขอให้ลาสิกขาออกไป กาลังกายด้วยวอล์คเกอร์ท่บริเวณหน้าอาคารปฏิบัติธรรม โดยมีพระคิลาน ุ






อยู่บ้านเพ่อให้ญาติพ่น้องดูแล ท้ง ๆ ท่ท่านเร่มบวชมาต้งแต่เป็นเด็ก ไม่คุ้นเคย ปัฎฐากหรืออาสาสมัครคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่หากเป็นพระสงฆ์อาพาธท ่ ี
กับวิถีชีวิตแบบฆราวาส บางรูปไม่มีครอบครัวหรือญาติพ่น้องคอยดูแล แต่ อยู่ห่างไกลมาจากต่างอาเภอหรือต่างจังหวัด ก่อนถึงกาหนดนัดหากต้องการ



ท่านอยากจะมรณภาพในผ้าเหลือง หากไม่มีศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก ไม่มีใคร ทพก พระคลานปฎฐากและอาสาสมครไดจดใหบรการทงทพกและรถบรการ



















ช่วยได้ ท่านอาจต้องถูกขอให้ลาสิกขาออกไป ซึ่งนับเป็นการท�าร้ายจิตใจกัน รับส่งไปโรงพยาบาลเพ่อพบแพทย์ พระคิลานุปัฎฐากจะอานวยความสะดวก
อย่างมาก และดูแลพระสงฆ์อาพาธในขณะที่ไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาล
อีกรูปหนึ่งคือพระอดิศักดิ์ เตชปัญฺโญ เคยอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดใน อีกกิจกรรมหน่งคือการจัดหาเตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่งของ





สมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ท่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หลังจากน้น จาเป็นสาหรับผู้ป่วย เพ่อช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธและประชาชนท่เป็นผู้ป่วย








ได้กลับมาพักฟื้นท่วัดบุญนารอบ เม่อหายป่วยและแข็งแรงดีแล้ว ได้เข้ามา ติดบ้านติดเตียง กิจกรรมน้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากมีพ้นท่ให้บริการไม่เพียง




ช่วยงานท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเร่อยมาจนถึงปัจจุบัน กรณีน้สะท้อนให้เห็น เฉพาะภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ครอบคลุมถึงผู้ป่วยในจังหวัดอ่น ๆ


กระบวนการบริหารจัดการดูแลพระสงฆ์อาพาธได้อย่างชัดเจนว่า หาก ท่วท้งภาคใต้ ใครท่มีความต้องการก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ หากไม่มีรถมา



พระสงฆอาพาธมอาการหนกทเกนกวาศนย์พระคลานปฎฐากจะสามารถดแล รับไปเอง ทางวัดบุญนารอบจะขอให้ภาคีเครือข่ายน�าไปส่งให้ถึงบ้าน โดยไม่










ได้ ก็จะส่งต่อไปโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ท�าข้อตกลง เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ รวมถึงในบางโอกาสยังได้ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยติดบ้าน

กับวัดบุญนารอบว่าหากมีผู้ป่วยให้ส่งตัวเข้าไปรักษาพยาบาลท่โรงพยาบาล ติดเตียงท่บ้าน พร้อมกับนาถุงยังชีพ อุปกรณ์และของใช้จาเป็นทางการแพทย์



ได้โดยตรง หรือที่โรงพยาบาลมหาราช หรือหากเป็นกรณีเจ็บป่วยใหญ่ ก็จะ ไปมอบให้ เพื่อเป็นการให้ก�าลังใจให้สามารถสู้กับโรคร้ายได้ต่อไป


สามารถส่งตัวไปเข้ารับการรักษาท่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ท่อาเภอ จากการสัมภาษณ์พระคิลานุปัฎฐาก ยืนยันว่าการทางานของศูนย์


หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พระคิลานุปัฎฐากไม่มีปัญหาอุปสรรค เพราะทุกคนร่วมกันทางานด้วยใจ ด้วย

66 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 67
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

จิตอาสา ดังนั้นถึงแม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นบ้าง จะถือเป็นเรื่องเล็ก
น้อย ทีมงานจะไม่คิดว่าเป็นปัญหา และช่วยกันเสริมงาน เพราะร่วมกันท�างาน ...กำรด�ำเนินงำนของศูนย์ได้ยึดหลักวัดกับชุมชนต้องอยู่ร่วมกัน


เป็นทีม สามารถท�างานทดแทนกันได้ ทุกคนท�างานโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ เม่อวัดมีควำมต้องกำรใช้อุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ ญำติโยมท ่ ี


















จงไมเกยงกนทางาน ทางานอยางมความสขและคาดหวงใหคนอนมความสข ทรำบเร่องก็มำขอร่วมบริจำค ท้งให้เป็นปัจจัยและมอบเป็น
ทุกคนจึงยินดีร่วมกันท�างาน หากขัดข้องประการใดอาจจะขอความร่วมมือ ส่งของใช้หรือเคร่องมือต่ำง ๆ เพ่อน�ำไปให้ผู้ป่วยติดบ้ำนติด



จากเครือข่ายให้มาช่วยเหลือกัน พระมหาบวรยืนยันว่าแม้พระคิลานุปัฎฐาก เตียงยืมไปใช้งำน โดยไม่มีก�ำหนดและไม่มีค่ำใช้จ่ำย เมื่อเสร็จ

จะมีจิตอาสาเต็มเปียม ก็ไม่สามารถจะท�างานล�าพังรูปเดียวได้ จะต้องท�างาน ส้นกำรใช้แล้วค่อยน�ำมำคืนท่วัด เพ่อน�ำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย


ร่วมกันเป็นทีม และร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงจะสามารถดูแลพระสงฆ์อาพาธได้ด ี รำยอื่นต่อไป...
จุดเด่นของศูนย์พระคิลานุปัฏฐากคือไม่เพียงให้บริการดูแลรักษา

พระสงฆ์อาพาธ แต่ยังรับโยมผู้ชายท่ป่วยติดเตียงและขัดสน โดยทางวัดได้ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)

จัดห้องพัก อาหารครบทุกม้อ ยา และของใช้จ�าเป็น พร้อมกับมีพระคิลา
นุปัฎฐากคอยดูแลผู้ป่วยเป็นประจ�า รวมถึงในบางโอกาสวัดบุญนารอบยังได้
ท�าหน้าที่ในลักษณะ day care ให้กับระบบบริการสุขภาพของเขตเทศบาล
นครนครศรีธรรมราช คือการรับฝากผู้ป่วยติดเตียงท่ญาติไม่สะดวกดูแลใน



เวลากลางวัน ก็จะน�ามาฝากท่วัด อีกท้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากยังได้ประกาศ
เป็นส่อกลางในการรับบริจาคอุปกรณ์ เคร่องมือทางการแพทย์ และของใช้



จ�าเป็นส�าหรับผู้ป่วย ซ่งพระมหาบวรได้เปิดไลน์กลุ่ม “ศูนย์พระคิลาฯ

นครศรีธรรมราช” เพ่อเป็นส่อติดต่อประสานงานให้ผู้บริจาคแจ้งความ

ประสงค์เข้ามา และให้ผู้ขอรับบริจาคสอบถามเข้ามาเพื่อมารับอุปกรณ์หรือ
สิ่งของไปให้ผู้ป่วย ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส�าหรับ
เคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเป็นลักษณะการให้ยืม เม่อใช้เสร็จ


แล้วให้น�ามาคืน เพ่อท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจะน�าไปส่งต่อให้แก่ผู้ป่วยท่ม ี



ความต้องการต่อ ๆ ไป ดังที่พระมหาบวรอธิบายว่า
68 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 69
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

จิตอาสา ดังนั้นถึงแม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นบ้าง จะถือเป็นเรื่องเล็ก
น้อย ทีมงานจะไม่คิดว่าเป็นปัญหา และช่วยกันเสริมงาน เพราะร่วมกันท�างาน ...กำรด�ำเนินงำนของศูนย์ได้ยึดหลักวัดกับชุมชนต้องอยู่ร่วมกัน


เป็นทีม สามารถท�างานทดแทนกันได้ ทุกคนท�างานโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ เม่อวัดมีควำมต้องกำรใช้อุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ ญำติโยมท ่ ี


















จงไมเกยงกนทางาน ทางานอยางมความสขและคาดหวงใหคนอนมความสข ทรำบเร่องก็มำขอร่วมบริจำค ท้งให้เป็นปัจจัยและมอบเป็น
ทุกคนจึงยินดีร่วมกันท�างาน หากขัดข้องประการใดอาจจะขอความร่วมมือ ส่งของใช้หรือเคร่องมือต่ำง ๆ เพ่อน�ำไปให้ผู้ป่วยติดบ้ำนติด



จากเครือข่ายให้มาช่วยเหลือกัน พระมหาบวรยืนยันว่าแม้พระคิลานุปัฎฐาก เตียงยืมไปใช้งำน โดยไม่มีก�ำหนดและไม่มีค่ำใช้จ่ำย เมื่อเสร็จ

จะมีจิตอาสาเต็มเปียม ก็ไม่สามารถจะท�างานล�าพังรูปเดียวได้ จะต้องท�างาน ส้นกำรใช้แล้วค่อยน�ำมำคืนท่วัด เพ่อน�ำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย


ร่วมกันเป็นทีม และร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงจะสามารถดูแลพระสงฆ์อาพาธได้ด ี รำยอื่นต่อไป...
จุดเด่นของศูนย์พระคิลานุปัฏฐากคือไม่เพียงให้บริการดูแลรักษา

พระสงฆ์อาพาธ แต่ยังรับโยมผู้ชายท่ป่วยติดเตียงและขัดสน โดยทางวัดได้ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)

จัดห้องพัก อาหารครบทุกม้อ ยา และของใช้จ�าเป็น พร้อมกับมีพระคิลา
นุปัฎฐากคอยดูแลผู้ป่วยเป็นประจ�า รวมถึงในบางโอกาสวัดบุญนารอบยังได้
ท�าหน้าที่ในลักษณะ day care ให้กับระบบบริการสุขภาพของเขตเทศบาล
นครนครศรีธรรมราช คือการรับฝากผู้ป่วยติดเตียงท่ญาติไม่สะดวกดูแลใน



เวลากลางวัน ก็จะน�ามาฝากท่วัด อีกท้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากยังได้ประกาศ
เป็นส่อกลางในการรับบริจาคอุปกรณ์ เคร่องมือทางการแพทย์ และของใช้



จ�าเป็นส�าหรับผู้ป่วย ซ่งพระมหาบวรได้เปิดไลน์กลุ่ม “ศูนย์พระคิลาฯ

นครศรีธรรมราช” เพ่อเป็นส่อติดต่อประสานงานให้ผู้บริจาคแจ้งความ

ประสงค์เข้ามา และให้ผู้ขอรับบริจาคสอบถามเข้ามาเพื่อมารับอุปกรณ์หรือ
สิ่งของไปให้ผู้ป่วย ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ส�าหรับ
เคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเป็นลักษณะการให้ยืม เม่อใช้เสร็จ


แล้วให้น�ามาคืน เพ่อท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจะน�าไปส่งต่อให้แก่ผู้ป่วยท่ม ี



ความต้องการต่อ ๆ ไป ดังที่พระมหาบวรอธิบายว่า
68 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 69
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


นอกจากน้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากยังได้พยายามรณรงค์ส่อข่าวสาร


ข้อมูลและความรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์สามเณรและ
ประชาชน เช่น เทศนาให้ญาติโยมตักบาตรอาหารท่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ




ของพระสงฆ์ ชักชวนญาติโยมให้เลิกเหล้าบุหร่ เพ่อเป็นส่วนหน่งในการขับ
เคลื่อนเครือข่ายวัดส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งโดยส่วนมากพระคิลานุปัฎฐากจะเริ่ม

ต้นจากการเผยแพร่ข่าวสารความรู้ผ่านเครือข่ายท่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวและ
เครือข่ายที่คุ้นเคย จึงกล่าวได้ว่ามีทิศทางที่อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวระดับ
ปัจเจกบุคคลในการเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นเครือข่าย พร้อมกับจะมีการแบ่ง

บทบาทหน้าที่ในการประสานงานและสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายที่ชัดเจน (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, 2563) อย่างไร



ก็ตามพระคิลานุปัฎฐากท่จะสามารถดาเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายได้อย่าง
มีประสิทธิผลมักจะเป็นผู้มีสถานะเป็นพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสขึ้นไป

หรือเป็นพระสงฆ์แกนนาท่เคยมีบทบาทและประสบการณ์การทางานร่วมกับ


ภาคีเครือข่ายในรูปแบบอื่นมาก่อน
ทั้งนี้ถ้าแกนน�าพระคิลานุปัฎฐากเข้าใจหลักคิด มองเป้าหมายร่วมกัน

กับภาคีเครือข่าย และมีความเช่อม่นในการทางานเชิงบูรณาการ ก็จะสามารถ




ทุ่มเททางานร่วมกับภาคีเครือข่ายได้ดี ท้งน้แกนนาพระคิลานุปัฎฐากสามารถ


จ�าแนกได้เป็นแกนน�าฝ่ายพระสงฆ์และแกนน�าฝ่ายฆราวาส ดังนี้

(1) แกนน�ำฝ่ำยพระสงฆ์ แม้จะมีการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก

และมีคณะพระสังฆาธิการฝ่ายปกครองระดับจังหวัดให้การสนับสนุน เพ่อ

ช่วยกันขับเคล่อนกิจกรรมอย่างเป็นทางการ แต่พบว่าคณะทางานท่จัดต้งข้น









ไม่ได้มบทบาทในการขบเคลอนกจกรรมของพระคลานปัฎฐากอย่างจรงจง








ส่งท่จะทาให้การขับเคล่อนกิจกรรมพระคิลานุปัฎฐากประสบความสาเร็จ

70 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 71
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


นอกจากน้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากยังได้พยายามรณรงค์ส่อข่าวสาร


ข้อมูลและความรู้เก่ยวกับการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์สามเณรและ
ประชาชน เช่น เทศนาให้ญาติโยมตักบาตรอาหารท่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ




ของพระสงฆ์ ชักชวนญาติโยมให้เลิกเหล้าบุหร่ เพ่อเป็นส่วนหน่งในการขับ
เคลื่อนเครือข่ายวัดส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งโดยส่วนมากพระคิลานุปัฎฐากจะเริ่ม

ต้นจากการเผยแพร่ข่าวสารความรู้ผ่านเครือข่ายท่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวและ
เครือข่ายที่คุ้นเคย จึงกล่าวได้ว่ามีทิศทางที่อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวระดับ
ปัจเจกบุคคลในการเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นเครือข่าย พร้อมกับจะมีการแบ่ง

บทบาทหน้าที่ในการประสานงานและสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายที่ชัดเจน (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, 2563) อย่างไร



ก็ตามพระคิลานุปัฎฐากท่จะสามารถดาเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายได้อย่าง
มีประสิทธิผลมักจะเป็นผู้มีสถานะเป็นพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสขึ้นไป

หรือเป็นพระสงฆ์แกนนาท่เคยมีบทบาทและประสบการณ์การทางานร่วมกับ


ภาคีเครือข่ายในรูปแบบอื่นมาก่อน
ทั้งนี้ถ้าแกนน�าพระคิลานุปัฎฐากเข้าใจหลักคิด มองเป้าหมายร่วมกัน

กับภาคีเครือข่าย และมีความเช่อม่นในการทางานเชิงบูรณาการ ก็จะสามารถ




ทุ่มเททางานร่วมกับภาคีเครือข่ายได้ดี ท้งน้แกนนาพระคิลานุปัฎฐากสามารถ


จ�าแนกได้เป็นแกนน�าฝ่ายพระสงฆ์และแกนน�าฝ่ายฆราวาส ดังนี้

(1) แกนน�ำฝ่ำยพระสงฆ์ แม้จะมีการจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก

และมีคณะพระสังฆาธิการฝ่ายปกครองระดับจังหวัดให้การสนับสนุน เพ่อ

ช่วยกันขับเคล่อนกิจกรรมอย่างเป็นทางการ แต่พบว่าคณะทางานท่จัดต้งข้น









ไม่ได้มบทบาทในการขบเคลอนกจกรรมของพระคลานปัฎฐากอย่างจรงจง








ส่งท่จะทาให้การขับเคล่อนกิจกรรมพระคิลานุปัฎฐากประสบความสาเร็จ

70 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 71
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์




ครอบคลุมท้งจังหวัด จะต้องมีแกนนาพระคิลานุปัฎฐากท่มีความรู้และ


ประสบการณ์ในการทางานเชิงภาคีเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ...งำนพระคิลำนุปัฎฐำกถือว่ำเป็นงำนของคณะสงฆ์ เพ่อ






เพ่อคอยกระตุ้นและประสานการทางานร่วมกับพระคิลานุปัฎฐากทุกรูป ช่วยเหลอสงเครำะห์พระสงฆ์อำพำธท่ขำดคนดแล หลงจำกท ่ ี


ในทุกพ้นท่ สาหรับแกนนาพระคิลานุปัฎฐากฝ่ายพระสงฆ์มีพระมหาบวร ได้รับมอบหมำยจำกเจ้ำคณะจังหวัด อำตมำก็ประสำนงำนกับ








ปวรธมฺโม เป็นผู้มีบทบาทส�าคัญในการท�างานมาตั้งแต่ต้น สามารถประสาน ฝำยฆรำวำส คอสำนักงำนสำธำรณสขจงหวัด เพ่อประสำนงำน

งานกับเครือข่ายด้านสาธารณสุขในระดับจังหวัดและอ�าเภอได้ดี ช่วยให้เกิด ท�ำกิจกรรม ก็ได้รับควำมร่วมมือเป็นอย่ำงดี ท้งมำช่วยสอน
พลังขับเคล่อนการทางานได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าท่านเป็นเพียงรองเจ้าคณะ และให้ค�ำแนะน�ำ ประกอบกับมีญำติโยมที่ทรำบข่ำวก็ยินดีให้





อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช แต่มีบทบาทสาคัญในการขับเคล่อนงานเครือ ควำมร่วมมือ ช่วยกันบริจำคและจัดหำอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์
ข่ายพระคิลานุปัฎฐากระดับจังหวัด เพราะได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะ เช่น อุปกรณ์ตรวจสุขภำพเบ้องต้น ซ้อถวำยทุกต�ำบล เม่อม ี



จังหวัดให้ดูแลงานด้านศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก จึงสามารถทางานร่วมกับ กำรพัฒนำพระคิลำนุปัฏฐำกข้นมำแล้วถ้ำหำกไม่มีอุปกรณ์


คณะสงฆ์และญาติโยมได้ดี จนเป็นท่รู้จักของพระสงฆ์ภายในจังหวัด สนับสนุน ก็เป็นเรื่องที่น่ำเศร้ำใจ เพรำะกำรท�ำงำนแต่ละครั้ง


นครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง แต่หากพิจารณาการขับเคล่อนกิจกรรม ท่ำนจะต้องเข้ำไปหยิบยืมจำกโรงพยำบำลอ�ำเภอ หรือ รพ.สต.





พระคิลานุปัฎฐากในอาเภออ่น ๆ กล่าวได้ว่าขาดแกนนาพระคิลานุปัฎฐาก ซ่งก็มีอุปกรณ์เหล่ำน้อยู่อย่ำงจ�ำกัด กำรท�ำงำนจึงไม่ค่อย
ท่จะช่วยขับเคล่อนกิจกรรมอย่างจริงจัง เน่องจากพระสังฆาธิการในระดับ คืบหน้ำ กำรถวำยอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ให้พระคิลำนุปัฏฐำก



อาเภอส่วนมากไม่ได้เข้าร่วมการฝึกอบรม และไม่สนใจกิจกรรมพระคิลาน ุ จึงช่วยได้มำก และยังเป็นกำรเสริมให้ก�ำลังใจกับพระคิลำ

ปัฎฐากเท่าท่ควร จึงขาดการทางานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน นุปัฎฐำกในกำรท�ำงำนดูแลสุขภำพพระสงฆ์ตำมวัดต่ำง ๆ ได้




สาธารณสขในระดบอาเภอและตาบลอย่างเหมาะสม ทงนพระมหาบวร อีกด้วย ...กำรท่เรำขำดพระคิลำนุปัฎฐำกท่เป็นแกนน�ำ








ได้กล่าวถึงแนวคิดในการขับเคลื่อนงานของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากว่า ระดับอ�ำเภอจึงกลำยเป็นอุปสรรคต่อกำรขยำยกิจกรรมของ
พระคิลำนุปัฎฐำกในพื้นที่ต่ำง ๆ อย่ำงมำก
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)
72 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 73
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์




ครอบคลุมท้งจังหวัด จะต้องมีแกนนาพระคิลานุปัฎฐากท่มีความรู้และ


ประสบการณ์ในการทางานเชิงภาคีเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข ...งำนพระคิลำนุปัฎฐำกถือว่ำเป็นงำนของคณะสงฆ์ เพ่อ






เพ่อคอยกระตุ้นและประสานการทางานร่วมกับพระคิลานุปัฎฐากทุกรูป ช่วยเหลอสงเครำะห์พระสงฆ์อำพำธท่ขำดคนดแล หลงจำกท ่ ี


ในทุกพ้นท่ สาหรับแกนนาพระคิลานุปัฎฐากฝ่ายพระสงฆ์มีพระมหาบวร ได้รับมอบหมำยจำกเจ้ำคณะจังหวัด อำตมำก็ประสำนงำนกับ








ปวรธมฺโม เป็นผู้มีบทบาทส�าคัญในการท�างานมาตั้งแต่ต้น สามารถประสาน ฝำยฆรำวำส คอสำนักงำนสำธำรณสขจงหวัด เพ่อประสำนงำน

งานกับเครือข่ายด้านสาธารณสุขในระดับจังหวัดและอ�าเภอได้ดี ช่วยให้เกิด ท�ำกิจกรรม ก็ได้รับควำมร่วมมือเป็นอย่ำงดี ท้งมำช่วยสอน
พลังขับเคล่อนการทางานได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าท่านเป็นเพียงรองเจ้าคณะ และให้ค�ำแนะน�ำ ประกอบกับมีญำติโยมที่ทรำบข่ำวก็ยินดีให้





อาเภอเมืองนครศรีธรรมราช แต่มีบทบาทสาคัญในการขับเคล่อนงานเครือ ควำมร่วมมือ ช่วยกันบริจำคและจัดหำอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์
ข่ายพระคิลานุปัฎฐากระดับจังหวัด เพราะได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะ เช่น อุปกรณ์ตรวจสุขภำพเบ้องต้น ซ้อถวำยทุกต�ำบล เม่อม ี



จังหวัดให้ดูแลงานด้านศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก จึงสามารถทางานร่วมกับ กำรพัฒนำพระคิลำนุปัฏฐำกข้นมำแล้วถ้ำหำกไม่มีอุปกรณ์


คณะสงฆ์และญาติโยมได้ดี จนเป็นท่รู้จักของพระสงฆ์ภายในจังหวัด สนับสนุน ก็เป็นเรื่องที่น่ำเศร้ำใจ เพรำะกำรท�ำงำนแต่ละครั้ง


นครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง แต่หากพิจารณาการขับเคล่อนกิจกรรม ท่ำนจะต้องเข้ำไปหยิบยืมจำกโรงพยำบำลอ�ำเภอ หรือ รพ.สต.





พระคิลานุปัฎฐากในอาเภออ่น ๆ กล่าวได้ว่าขาดแกนนาพระคิลานุปัฎฐาก ซ่งก็มีอุปกรณ์เหล่ำน้อยู่อย่ำงจ�ำกัด กำรท�ำงำนจึงไม่ค่อย
ท่จะช่วยขับเคล่อนกิจกรรมอย่างจริงจัง เน่องจากพระสังฆาธิการในระดับ คืบหน้ำ กำรถวำยอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ให้พระคิลำนุปัฏฐำก



อาเภอส่วนมากไม่ได้เข้าร่วมการฝึกอบรม และไม่สนใจกิจกรรมพระคิลาน ุ จึงช่วยได้มำก และยังเป็นกำรเสริมให้ก�ำลังใจกับพระคิลำ

ปัฎฐากเท่าท่ควร จึงขาดการทางานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน นุปัฎฐำกในกำรท�ำงำนดูแลสุขภำพพระสงฆ์ตำมวัดต่ำง ๆ ได้




สาธารณสขในระดบอาเภอและตาบลอย่างเหมาะสม ทงนพระมหาบวร อีกด้วย ...กำรท่เรำขำดพระคิลำนุปัฎฐำกท่เป็นแกนน�ำ








ได้กล่าวถึงแนวคิดในการขับเคลื่อนงานของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากว่า ระดับอ�ำเภอจึงกลำยเป็นอุปสรรคต่อกำรขยำยกิจกรรมของ
พระคิลำนุปัฎฐำกในพื้นที่ต่ำง ๆ อย่ำงมำก
(พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)
72 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 73
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

(2) แกนน�ำฝ่ำยฆรำวำส โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายสาธารณสุข ท้ง ั






หน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัดและระดับอาเภอ โรงพยาบาลประจา ...เงอนไขเบ้องต้นส�ำหรบฆรำวำสทีจะเข้ำมำเป็นอำสำสมัคร

อ�าเภอ และ รพ.สต. รวมถึงเครือข่ายเชิงบุคลากร ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้า ของศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกน้นมีข้อจ�ำกัดเฉพำะเร่องเพศ ท่ต้อง



หน้าที่สาธารณสุข และสมาชิก อสม. ซึ่งล้วนแต่มีความรู้และประสบการณ์ เป็นผู้ชำย เพื่อให้สะดวกต่อกำรดูแลพระสงฆ์อำพำธ แต่ไม่ได้

ด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย และการส่อสารข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ จ�ำกัดวัย กำรศึกษำ อำชีพ หรือฐำนะ เพียงแต่ต้องมีใจเป็น “จิต



ให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวหรือญาติของผู้ป่วย หากพระคิลานุปัฎฐากสามารถ อำสำ” ท่อยำกจะมำร่วมกันช่วยเหลือผู้อ่นเท่ำน้น ส่วนแกนน�ำ




ทางานร่วมกับภาคีเครือข่ายท่เป็นสถานพยาบาลและบุคลากรด้านสาธารณสุข พระคิลำนุปัฎฐำกฝ่ำยฆรำวำสน้น ผู้ท่เหมำะสมคือบุคลำกร

ได้ การทางานก็จะบรรลุเป้าหมายการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธได้ง่าย ทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุข เพรำะนอกจำกจะมีควำมรู้





หากบคลากรเหล่าน้มาร่วมเป็นแกนนาขบเคลือนกจกรรม จะเช่อม่นได้ว่า ควำมเข้ำใจในกำรแนะน�ำให้ควำมรู้เร่องกำรดูแลพระสงฆ์




พระสงฆ์อาพาธและพระสงฆ์ในทุกวัดของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีสุขภาพ อำพำธไดแลว ยงจะมสวนสำคญในกำรประสำนกำรทำงำนกบ









ท่ดีอย่างแน่นอน เพราะแกนนาและเครือข่ายเหล่าน้มีทักษะในการทางาน หน่วยงำนสำธำรณสุขต่ำง ๆ รวมถึงกำรช่วยจัดหำหรือ





ด้านรักษาพยาบาลและสามารถเช่อมประสานกับหน่วยงานสาธารณสุข ซ่ง สนับสนุนเร่องเคร่องมือและอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ ย่งเม่อมีจิต







สามารถอานวยความสะดวกในการขับเคล่อนเครือข่ายวัดส่งเสริมสุขภาพได้ อำสำมำช่วยงำนคณะสงฆ์ ก็ยิ่งช่วยให้งำนของศูนย์พระคิลำนุ


รวมถงช่วยเสริมการขับเคล่อนนโยบายสาธารณะเพอสขภาพแบบมส่วนร่วม ปัฎฐำกคืบหน้ำไปได้อย่ำงรวดเร็ว แม้ว่ำจะยังไม่ครอบคลุมใน




เพื่อการพัฒนาสังคมสุขภาวะได้อย่างมีคุณภาพ (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา ทุกพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมรำชก็ตำม...

หงส์ทอง, 2563) พร้อมกันน้แกนนาฝ่ายฆราวาสยังมีความใกล้ชิดกัน สามารถ


ระดมเครือข่ายในการทางานให้จังหวัดนครศรีธรรมราชประสบความสาเร็จ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)




จนสามารถกล่าวได้ว่าเป็นจงหวดต้นแบบของการพฒนาศนย์พระคลาน ุ


ปัฎฐากได้ในอนาคต ในกรณีน้พระมหาบวรในฐานะหัวหน้าศูนย์พระคิลาน ุ


ปัฎฐาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวอธิบายถึงแนวทางการขับเคล่อน จากการศึกษาพบว่าศูนย์พระคิลานุปัฏฐากควรมีบทบาทหน้าท่สาคัญ


กิจกรรมของศูนย์ร่วมกับแกนน�าฝ่ายฆราวาสว่า 5 ประการ คือ
(1) ให้ค�ำแนะน�ำ ช่วยเหลือ และดูแลพระสงฆ์อำพำธ เริ่มจากการ







อบรมพระคลานปัฎฐากให้ครบทกวด เพอเป็นสอให้ความร้ด้านสขภาพแก่



74 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 75
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

(2) แกนน�ำฝ่ำยฆรำวำส โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายสาธารณสุข ท้ง ั






หน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัดและระดับอาเภอ โรงพยาบาลประจา ...เงอนไขเบ้องต้นส�ำหรบฆรำวำสทีจะเข้ำมำเป็นอำสำสมัคร

อ�าเภอ และ รพ.สต. รวมถึงเครือข่ายเชิงบุคลากร ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้า ของศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกน้นมีข้อจ�ำกัดเฉพำะเร่องเพศ ท่ต้อง



หน้าที่สาธารณสุข และสมาชิก อสม. ซึ่งล้วนแต่มีความรู้และประสบการณ์ เป็นผู้ชำย เพื่อให้สะดวกต่อกำรดูแลพระสงฆ์อำพำธ แต่ไม่ได้

ด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย และการส่อสารข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ จ�ำกัดวัย กำรศึกษำ อำชีพ หรือฐำนะ เพียงแต่ต้องมีใจเป็น “จิต



ให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวหรือญาติของผู้ป่วย หากพระคิลานุปัฎฐากสามารถ อำสำ” ท่อยำกจะมำร่วมกันช่วยเหลือผู้อ่นเท่ำน้น ส่วนแกนน�ำ




ทางานร่วมกับภาคีเครือข่ายท่เป็นสถานพยาบาลและบุคลากรด้านสาธารณสุข พระคิลำนุปัฎฐำกฝ่ำยฆรำวำสน้น ผู้ท่เหมำะสมคือบุคลำกร

ได้ การทางานก็จะบรรลุเป้าหมายการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อาพาธได้ง่าย ทำงกำรแพทย์และสำธำรณสุข เพรำะนอกจำกจะมีควำมรู้





หากบคลากรเหล่าน้มาร่วมเป็นแกนนาขบเคลือนกจกรรม จะเช่อม่นได้ว่า ควำมเข้ำใจในกำรแนะน�ำให้ควำมรู้เร่องกำรดูแลพระสงฆ์




พระสงฆ์อาพาธและพระสงฆ์ในทุกวัดของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีสุขภาพ อำพำธไดแลว ยงจะมสวนสำคญในกำรประสำนกำรทำงำนกบ









ท่ดีอย่างแน่นอน เพราะแกนนาและเครือข่ายเหล่าน้มีทักษะในการทางาน หน่วยงำนสำธำรณสุขต่ำง ๆ รวมถึงกำรช่วยจัดหำหรือ





ด้านรักษาพยาบาลและสามารถเช่อมประสานกับหน่วยงานสาธารณสุข ซ่ง สนับสนุนเร่องเคร่องมือและอุปกรณ์ทำงกำรแพทย์ ย่งเม่อมีจิต







สามารถอานวยความสะดวกในการขับเคล่อนเครือข่ายวัดส่งเสริมสุขภาพได้ อำสำมำช่วยงำนคณะสงฆ์ ก็ยิ่งช่วยให้งำนของศูนย์พระคิลำนุ


รวมถงช่วยเสริมการขับเคล่อนนโยบายสาธารณะเพอสขภาพแบบมส่วนร่วม ปัฎฐำกคืบหน้ำไปได้อย่ำงรวดเร็ว แม้ว่ำจะยังไม่ครอบคลุมใน




เพื่อการพัฒนาสังคมสุขภาวะได้อย่างมีคุณภาพ (ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา ทุกพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมรำชก็ตำม...

หงส์ทอง, 2563) พร้อมกันน้แกนนาฝ่ายฆราวาสยังมีความใกล้ชิดกัน สามารถ


ระดมเครือข่ายในการทางานให้จังหวัดนครศรีธรรมราชประสบความสาเร็จ (พระมหำบวร ปวรธมฺโม, สัมภำษณ์, 24 ธันวำคม 2564)




จนสามารถกล่าวได้ว่าเป็นจงหวดต้นแบบของการพฒนาศนย์พระคลาน ุ


ปัฎฐากได้ในอนาคต ในกรณีน้พระมหาบวรในฐานะหัวหน้าศูนย์พระคิลาน ุ


ปัฎฐาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวอธิบายถึงแนวทางการขับเคล่อน จากการศึกษาพบว่าศูนย์พระคิลานุปัฏฐากควรมีบทบาทหน้าท่สาคัญ


กิจกรรมของศูนย์ร่วมกับแกนน�าฝ่ายฆราวาสว่า 5 ประการ คือ
(1) ให้ค�ำแนะน�ำ ช่วยเหลือ และดูแลพระสงฆ์อำพำธ เริ่มจากการ







อบรมพระคลานปัฎฐากให้ครบทกวด เพอเป็นสอให้ความร้ด้านสขภาพแก่



74 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 75
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์






ู้

พระสงฆ์สามเณรในวัด เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ การป้องกันโรค การออก ความช่วยเหลอผปวย แตยงช่วยแบงเบาภาระของหนวยงานสาธารณสุขของ


กาลังกาย อาหารท่ควรฉันและควรไม่ควรฉัน ตลอดจนคอยตรวจเช็คสุขภาพ รัฐอีกด้วย รวมถึงจัดหารถบริการรับส่งเม่อพระสงฆ์อาพาธมีนัดหมาย


ดูแลอนามัยส่งแวดล้อมภายในวัด และติดตามความคืบหน้าสุขภาพของ พบแพทย์เพื่อตรวจหรือรักษาพยาบาล


พระสงฆ์และสามเณรผ้อาพาธ หรือพระสงฆ์ชราภาพท่ไม่สามารถดแลตัวเอง (4) ปรับเปล่ยนทัศนคติและควำมคิดด้ำนกำรเฝ้ำระวังสุขภำพของ


ได้ โดยการท�าหน้าที่เป็นเหมือนพยาบาลคอยดูแล ช่วยเหลือ แนะน�า ป้อน พระสงฆ์ สำมเณร และประชำชน โดยพระคิลานุปัฏฐากควรใช้วัดเป็น

อาหาร ป้อนยา การท�ากายภาพบ�าบัด พระคิลานุปัฏฐากอาจมีการก�าหนด ศูนย์กลางส่งเสริมคติธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมท่จะ



ปฏิทินการออกเย่ยมเยือนประชาชนผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เพ่อให้กาลังใจ สามารถน�าไปปฏิบัติสู่การมีสุขภาพดี ทั้งทางร่างกายและจิตใจ สนับสนุนให้

ด้วย พระสงฆ์สามเณรและประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนท่มีส่งแวดล้อมเหมาะสม



(2) สนับสนุนกำรจัดสวัสดิกำรท่เหมำะสมแก่พระสงฆ์อำพำธ กับการสร้างเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม รวมถึงพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์
พระคิลานุปัฏฐากต้องมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบสวัสดิการดูแลรักษา ส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ เพ่อเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลด้านการ

พระสงฆ์อาพาธ เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่พระสงฆ์ได้อย่างสอดคล้องกับ ส่งเสริมสุขภาพส�าหรับพระสงฆ์สามเณรในวัดและประชาชนในชุมชน

















ระเบยบปฏบต รวมถงการจดเตรยมกฏสงฆอาพาธ ดงเชนทวดบญนารอบได ้ (5) จัดต้งศูนย์ประสำนงำนพระคิลำนุปัฏฐำกในทุกอ�ำเภอ เพื่อ

เปิดอาคารปฏิบัติธรรมให้พระสงฆ์อาพาธได้มีท่พักรักษาตัว รวมถึงการดาเนิน ประสานงานกับเจ้าหน้าท่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ท้งในระดับ





การรับโอนย้ายพระสงฆ์อาพาธให้เข้ามาอยู่ท่วัดบุญนารอบ เพ่อความสะดวก จังหวัดและอ�าเภอ เพื่อประสานการท�างานเชิงบูรณาการ สนับสนุนให้ความ

ต่อการรับสวัสดิการ 30 บาท สามารถรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ รู้วิธีการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเบ้องต้น และขอกาลังคนจากหน่วยงาน


ได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สาธารณสุขและหน่วยงานท่เก่ยวข้องเพ่อร่วมขับเคล่อนกิจกรรมส่งเสริมสุข





(3) ช่วยแบ่งเบำภำระของหน่วยงำนภำครัฐ พระคิลานุปัฎฐาก ภาพพระสงฆ์ตามนโยบาย “วัดม่นคง ชุมชนเป็นสุข” ท่จะต้องมีกิจกรรมการ
จะเป็นผู้นาในการพฒนาสขภาวะชมชน ให้บรการสขภาพเบองต้นและ ดูแลสุขภาพท่หลากหลาย โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรม









จัดมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพให้กับพระสงฆ์สามเณรในวัด ส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างย่งขยายเครือข่ายพระคิลานุปัฎฐากไปให้




และประชาชนในชมชน ประสานงานกบองค์กรปกครองคณะสงฆ์และ ท่วทุกวัด และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์

หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงช่วยจัดหาเคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สามเณร


เพ่อช่วยเหลือญาติโยมท่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ให้สามารถยืมไปใช้เพ่อ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการมีศูนย์พระคิลานุปัฏฐากถือเป็นกลไกการ



การรักษาพยาบาล เสร็จแล้วจึงค่อยนามาคืน อันเป็นการทางานท่ไม่เพียงให้ พัฒนาด้านการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ แต่การจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก


76 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 77
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์







พระสงฆ์สามเณรในวัด เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ การป้องกันโรค การออก ความช่วยเหลอผปวย แตยงช่วยแบงเบาภาระของหนวยงานสาธารณสุขของ
ู้



กาลังกาย อาหารท่ควรฉันและควรไม่ควรฉัน ตลอดจนคอยตรวจเช็คสุขภาพ รัฐอีกด้วย รวมถึงจัดหารถบริการรับส่งเม่อพระสงฆ์อาพาธมีนัดหมาย

ดูแลอนามัยส่งแวดล้อมภายในวัด และติดตามความคืบหน้าสุขภาพของ พบแพทย์เพื่อตรวจหรือรักษาพยาบาล


พระสงฆ์และสามเณรผ้อาพาธ หรือพระสงฆ์ชราภาพท่ไม่สามารถดแลตัวเอง (4) ปรับเปล่ยนทัศนคติและควำมคิดด้ำนกำรเฝ้ำระวังสุขภำพของ


ได้ โดยการท�าหน้าที่เป็นเหมือนพยาบาลคอยดูแล ช่วยเหลือ แนะน�า ป้อน พระสงฆ์ สำมเณร และประชำชน โดยพระคิลานุปัฏฐากควรใช้วัดเป็น


อาหาร ป้อนยา การท�ากายภาพบ�าบัด พระคิลานุปัฏฐากอาจมีการก�าหนด ศูนย์กลางส่งเสริมคติธรรมคาสอนทางพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมท่จะ



ปฏิทินการออกเย่ยมเยือนประชาชนผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เพ่อให้กาลังใจ สามารถน�าไปปฏิบัติสู่การมีสุขภาพดี ทั้งทางร่างกายและจิตใจ สนับสนุนให้
ด้วย พระสงฆ์สามเณรและประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนท่มีส่งแวดล้อมเหมาะสม



(2) สนับสนุนกำรจัดสวัสดิกำรท่เหมำะสมแก่พระสงฆ์อำพำธ กับการสร้างเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม รวมถึงพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์
พระคิลานุปัฏฐากต้องมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบสวัสดิการดูแลรักษา ส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ เพ่อเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลด้านการ

พระสงฆ์อาพาธ เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่พระสงฆ์ได้อย่างสอดคล้องกับ ส่งเสริมสุขภาพส�าหรับพระสงฆ์สามเณรในวัดและประชาชนในชุมชน

















ระเบยบปฏบต รวมถงการจดเตรยมกฏสงฆอาพาธ ดงเชนทวดบญนารอบได ้ (5) จัดต้งศูนย์ประสำนงำนพระคิลำนุปัฏฐำกในทุกอ�ำเภอ เพื่อ

เปิดอาคารปฏิบัติธรรมให้พระสงฆ์อาพาธได้มีท่พักรักษาตัว รวมถึงการดาเนิน ประสานงานกับเจ้าหน้าท่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ท้งในระดับ





การรับโอนย้ายพระสงฆ์อาพาธให้เข้ามาอยู่ท่วัดบุญนารอบ เพ่อความสะดวก จังหวัดและอ�าเภอ เพื่อประสานการท�างานเชิงบูรณาการ สนับสนุนให้ความ

ต่อการรับสวัสดิการ 30 บาท สามารถรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ รู้วิธีการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเบ้องต้น และขอกาลังคนจากหน่วยงาน


ได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สาธารณสุขและหน่วยงานท่เก่ยวข้องเพ่อร่วมขับเคล่อนกิจกรรมส่งเสริมสุข





(3) ช่วยแบ่งเบำภำระของหน่วยงำนภำครัฐ พระคิลานุปัฎฐาก ภาพพระสงฆ์ตามนโยบาย “วัดม่นคง ชุมชนเป็นสุข” ท่จะต้องมีกิจกรรมการ
จะเป็นผู้นาในการพฒนาสขภาวะชมชน ให้บรการสขภาพเบองต้นและ ดูแลสุขภาพท่หลากหลาย โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรม









จัดมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพให้กับพระสงฆ์สามเณรในวัด ส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างย่งขยายเครือข่ายพระคิลานุปัฎฐากไปให้




และประชาชนในชมชน ประสานงานกบองค์กรปกครองคณะสงฆ์และ ท่วทุกวัด และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์

หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงช่วยจัดหาเคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สามเณร


เพ่อช่วยเหลือญาติโยมท่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ให้สามารถยืมไปใช้เพ่อ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการมีศูนย์พระคิลานุปัฏฐากถือเป็นกลไกการ



การรักษาพยาบาล เสร็จแล้วจึงค่อยนามาคืน อันเป็นการทางานท่ไม่เพียงให้ พัฒนาด้านการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ แต่การจัดต้งศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก


76 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 77
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





น้นยังคงมีปรากฏให้เห็นน้อยมาก ท้งน้เพราะพระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการฝึก จิตอาสา นโยบายของคณะสงฆ์จึงควรจะมีความชัดเจนในการสนับสนุน
อบรมไปแล้ว ส่วนมากยังไม่มีส่วนร่วมในการดูแลและควบคุมป้องกันโรคของ กิจกรรมขับเคลื่อนการด�าเนินงานของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก








พระสงฆสามเณรในวด และยงไมสามารถนาความร้ไปปฏบัตงานในชุมชนได ้ (3) ด้ำนควำมมุ่งม่นของพระคิลำนุปัฏฐำก การฝึกอบรมพระคิลาน ุ










ปัจจัยท่เป็นอุปสรรคต่อการดาเนินงานของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก พบว่าม ี ปัฎฐากทจดขนนนจะเกิดผลอย่างจริงจงหากมีชวโมงการฝึกปฏบตด้านการ







4 ด้าน ได้แก่ รักษาพยาบาลเบ้องต้นอย่างจริงจัง และผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจิตอาสา




(1) ด้ำนกำรบรหำรจดกำร ขาดกลไกการดาเนนงานทเป็นทางการ ต้องการมีส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรมอย่างจริงจัง เพราะมีพระสงฆ์ท ี ่



เพ่อขับเคล่อนกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างย่งความ เข้ารบการอบรมพระคลานปัฎฐากจานวนไม่น้อยท่เข้าร่วมฝึกอบรมเพราะ








ร่วมมือกับแพทย์และพยาบาลในสถานพยาบาลหลัก ทั้งโรงพยาบาลประจ�า ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา โดยไม่ได้สมัครใจและไม่มีความสนใจ




จังหวัด อาเภอ หรือตาบล เหตุผลประการหน่งคือหน่วยงานและบุคลากร จะร่วมเป็นพระคิลานุปัฎฐากมาก่อน เม่อผ่านการฝึกอบรมแล้วจึงไม่ใส่ใจท ี ่



ด้านสาธารณสุขยังคงไม่ม่นใจในกระบวนการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระ จะนาไปปฏิบัติ และไม่ได้ทาหน้าท่ของการเป็นพระคิลานุปัฎฐากอย่าง


คิลานุปัฎฐาก เพราะขาดการพัฒนาองค์กรและคณะทางานท่เป็นระบบ การ เหมาะสม หากในอนาคตการอบรมพระคิลานุปัฎฐากสามารถกระตุ้นให้



ดาเนินงานท่ผ่านมาข้นอยู่กับความรู้ความสามารถของปัจเจกบุคคล การ พระสงฆ์ท่มีความกระตือรือร้นต่อการทางานสาธารณสงเคราะห์ได้เข้าร่วม





ดาเนินงานในอนาคตอาจจะไม่แน่นอน หากมีการเปล่ยนแปลงผู้นาศูนย์ การอบรม การขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากก็จะสามารถขยาย



พระคิลานุปัฎฐาก ซ่งอาจจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์กร เครือข่ายไปครอบคลุมทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชได้

ปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช (4) ด้ำนกำรพัฒนำกระบวนกำรด�ำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภำพ

(2) ด้ำนนโยบำยจำกคณะสงฆ์ การดาเนินกิจกรรมท้งหลายของศูนย์ พระสงฆ์อย่ำงมีส่วนร่วม ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากควรจะเน้นการขับเคลอน



พระคิลานุปัฎฐากล้วนข้นอยู่กับท่าทีและการสนับสนุนของพระสังฆาธิการ กิจกรรมเชิงบูรณาการตามแนวทางพลัง “บวร” ระหว่างประชาชนกับผู้น�า


ในองค์กรปกครองคณะสงฆ์ระดับจังหวัดและอาเภอ หากไม่มีทิศทางการ ชุมชน วัดกับพระคิลานุปัฎฐาก และภาคีเครือข่ายท่เป็นหน่วยงานราชการ





สนับสนุนท่ชัดเจน พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมมาแล้วก็ไม่อยากจะ ด้านสาธารณสุข เพ่อร่วมกันขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก




ขับเคล่อนกิจกรรม เพราะเกรงว่าจะเป็นการทางานท่เกินหน้าเกินตาผู้บังคับ อย่างมีประสทธิภาพ และมีความต่อเนองด้วยการร่วมพัฒนาหลักสตรการจด




บัญชา และท่สาคัญคืออาจจะขาดการสนับสนุนจากเครือข่ายสาธารณสุข อบรมพระคิลานุปัฏฐากรายใหม่ และพัฒนาหลักสูตรเพื่อฟื้นฟูความรู้ให้แก่




ซ่งจะส่งผลให้พระคิลานุปัฎฐากไม่สามารถผลักดันกิจกรรมได้ และพุทธศาสนิกชน พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมไปแล้ว เพ่อให้มีองค์ความรู้ท่เหมาะสมกับ




จะไม่มีความม่นใจในกิจกรรม ไม่กล้าบริจาคหรือสนับสนุนการทางานเชิง การเปล่ยนแปลงสถานการณ์ปัญหาสุขภาพและสาธารณสุขในแต่ละช่วงเวลา

78 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 79
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





น้นยังคงมีปรากฏให้เห็นน้อยมาก ท้งน้เพราะพระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการฝึก จิตอาสา นโยบายของคณะสงฆ์จึงควรจะมีความชัดเจนในการสนับสนุน
อบรมไปแล้ว ส่วนมากยังไม่มีส่วนร่วมในการดูแลและควบคุมป้องกันโรคของ กิจกรรมขับเคลื่อนการด�าเนินงานของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก








พระสงฆสามเณรในวด และยงไมสามารถนาความร้ไปปฏบัตงานในชุมชนได ้ (3) ด้ำนควำมมุ่งม่นของพระคิลำนุปัฏฐำก การฝึกอบรมพระคิลาน ุ










ปัจจัยท่เป็นอุปสรรคต่อการดาเนินงานของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก พบว่าม ี ปัฎฐากทจดขนนนจะเกิดผลอย่างจริงจงหากมีชวโมงการฝึกปฏบตด้านการ







4 ด้าน ได้แก่ รักษาพยาบาลเบ้องต้นอย่างจริงจัง และผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจิตอาสา




(1) ด้ำนกำรบรหำรจดกำร ขาดกลไกการดาเนนงานทเป็นทางการ ต้องการมีส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรมอย่างจริงจัง เพราะมีพระสงฆ์ท ี ่



เพ่อขับเคล่อนกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างย่งความ เข้ารบการอบรมพระคลานปัฎฐากจานวนไม่น้อยท่เข้าร่วมฝึกอบรมเพราะ








ร่วมมือกับแพทย์และพยาบาลในสถานพยาบาลหลัก ทั้งโรงพยาบาลประจ�า ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา โดยไม่ได้สมัครใจและไม่มีความสนใจ




จังหวัด อาเภอ หรือตาบล เหตุผลประการหน่งคือหน่วยงานและบุคลากร จะร่วมเป็นพระคิลานุปัฎฐากมาก่อน เม่อผ่านการฝึกอบรมแล้วจึงไม่ใส่ใจท ี ่
ด้านสาธารณสุขยังคงไม่ม่นใจในกระบวนการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระ จะนาไปปฏิบัติ และไม่ได้ทาหน้าท่ของการเป็นพระคิลานุปัฎฐากอย่าง





คิลานุปัฎฐาก เพราะขาดการพัฒนาองค์กรและคณะทางานท่เป็นระบบ การ เหมาะสม หากในอนาคตการอบรมพระคิลานุปัฎฐากสามารถกระตุ้นให้


ดาเนินงานท่ผ่านมาข้นอยู่กับความรู้ความสามารถของปัจเจกบุคคล การ พระสงฆ์ท่มีความกระตือรือร้นต่อการทางานสาธารณสงเคราะห์ได้เข้าร่วม







ดาเนินงานในอนาคตอาจจะไม่แน่นอน หากมีการเปล่ยนแปลงผู้นาศูนย์ การอบรม การขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากก็จะสามารถขยาย


พระคิลานุปัฎฐาก ซ่งอาจจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์กร เครือข่ายไปครอบคลุมทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชได้

ปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช (4) ด้ำนกำรพัฒนำกระบวนกำรด�ำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภำพ

(2) ด้ำนนโยบำยจำกคณะสงฆ์ การดาเนินกิจกรรมท้งหลายของศูนย์ พระสงฆ์อย่ำงมีส่วนร่วม ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากควรจะเน้นการขับเคลอน



พระคิลานุปัฎฐากล้วนข้นอยู่กับท่าทีและการสนับสนุนของพระสังฆาธิการ กิจกรรมเชิงบูรณาการตามแนวทางพลัง “บวร” ระหว่างประชาชนกับผู้น�า


ในองค์กรปกครองคณะสงฆ์ระดับจังหวัดและอาเภอ หากไม่มีทิศทางการ ชุมชน วัดกับพระคิลานุปัฎฐาก และภาคีเครือข่ายท่เป็นหน่วยงานราชการ





สนับสนุนท่ชัดเจน พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมมาแล้วก็ไม่อยากจะ ด้านสาธารณสุข เพ่อร่วมกันขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฏฐาก




ขับเคล่อนกิจกรรม เพราะเกรงว่าจะเป็นการทางานท่เกินหน้าเกินตาผู้บังคับ อย่างมีประสทธิภาพ และมีความต่อเนองด้วยการร่วมพัฒนาหลักสตรการจด




บัญชา และท่สาคัญคืออาจจะขาดการสนับสนุนจากเครือข่ายสาธารณสุข อบรมพระคิลานุปัฏฐากรายใหม่ และพัฒนาหลักสูตรเพื่อฟื้นฟูความรู้ให้แก่




ซ่งจะส่งผลให้พระคิลานุปัฎฐากไม่สามารถผลักดันกิจกรรมได้ และพุทธศาสนิกชน พระคิลานุปัฏฐากท่ผ่านการอบรมไปแล้ว เพ่อให้มีองค์ความรู้ท่เหมาะสมกับ




จะไม่มีความม่นใจในกิจกรรม ไม่กล้าบริจาคหรือสนับสนุนการทางานเชิง การเปล่ยนแปลงสถานการณ์ปัญหาสุขภาพและสาธารณสุขในแต่ละช่วงเวลา

78 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 79
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



ตัวอย่างเช่น บทบาทและกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากในสถานการณ์ (3) ศนย์พระคลำนุปัฏฐำกควรจะสนับสนุนกำรท�ำงำนของ


วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นต้น หน่วยงำนสำธำรณสุข เพ่อเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ความรู้เร่อง
ตลอดช่วงเวลา 2 ปี ระหว่างปี 2563-2564 ซึ่งมีสถานการณ์ปัญหา สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สู่พระสงฆ์สามเณรในวัดและ









การแพร่ระบาดของเชอไวรสโควด-19 อย่างรนแรง ศนย์พระคลานปัฏฐาก ประชาชนในชมชน รวมถงการร่วมเป็นหน่วยเฝ้าระวงการแพร่ระบาด โดย





จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถดาเนินกิจกรรมสนับสนุนการทางานของ มอบหมายให้พระคิลานุปัฏฐากมีบทบาทช่วยสารวจข้อมูลของผู้เส่ยงและ



พระคิลานุปัฎฐากในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ และจ�ากัดขอบเขตการท�างานของศูนย์ ผู้ป่วยจากการติดเช้อโควิด-19 และพร้อมท่จะเป็นผู้ประสานให้หน่วยงาน







พระคลานปฏฐากในพนทอาเภอเมองนครศรธรรมราชเปนหลก ภายใตภาวะ สาธารณสุขเข้ามาช่วยดูแลและจัดการ เม่อพบว่ามีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจาก







วิกฤตเช่นนี้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากควรจะมีบทบาท ดังนี้ การติดเชื้อโควิด-19 ในวัดและในชุมชน
(1) ศูนย์พระคิลำนุปัฏฐำกควรแสดงบทบำทเป็นผู้น�ำด้ำนสุขภำวะ เป้าหมายการดาเนินงานของศูนย์พระคิลานปัฎฐากในอนาคตท ี ่






ของวดและชมชน ในภาวะวิกฤตเช่นน้ พระคิลานุปัฎฐากควรจะผลักดัน พระมหาบวร ปวรธมฺโม ได้วางแผนไว้อย่างม่นเหมาะคือ การจัดต้งอาคาร

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจของผู้ป่วยจากการติดเช้อโควิด-19 และ “ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก กตัญญูกตเวทิตานุสรณ์” โดยมีแผนจะก่อสร้าง

ครอบครัว รวมถึงเป็นส่อกลางให้ความรู้เชิงการป้องกันและดูแลตนเองให้ อาคาร 3 ชั้น ชั้น 2 และชั้น 3 มีห้องชั้นละ 12 ห้อง แต่ละห้องจะจัดเหมือน


สามารถหลีกเล่ยงภาวะเส่ยงต่อการติดเช้อโควิด-19 โดยอาจจะถ่ายทอด กับห้องในโรงพยาบาล มีเตียงผู้ป่วยและมีอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างครบ








ู้
ความรตามโอกาส เช่น การให้หลักธรรมและคาแนะนาผ่านสอออนไลน์ หรอ ถ้วน เพ่อการดูแลพระสงฆ์อาพาธตลอดชีพ โดยจาแนกให้ช้น 3 เป็นพ้นท ี ่



ผ่านหอกระจายข่าวในชุมชน เป็นต้น ส�าหรับพระสงฆ์อาพาธ ชั้น 2 ส�าหรับญาติโยมที่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง
(2) ศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกควรจะสนับสนุนกำรเฝ้ำระวังดูแล เข้ามารักษาพยาบาล ส่วนชั้นล่างเป็นห้องกายภาพบ�าบัด ห้องประชุม ห้อง
สุขภำพกันเองของพระสงฆ์สำมเณร โดยไม่ต้องรอให้พบอาการป่วยก่อนจึง เจ้าหน้าท่ ห้องอุปกรณ์ และห้องครัว ตลอดจนในอนาคตคาดหวังว่าศูนย์

มาดูแลรักษา โดยจะต้องให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงภาวะเส่ยงจาก พระคิลานุปัฎฐากจะมีแพทย์และพยาบาลมาช่วยทางานประจาร่วมกับ





การติดเช้อโควิด-19 พระคิลานุปัฏฐากควรจะเป็นส่อกลางให้ความรู้และควร พระคิลานุปัฎฐากและเหล่าอาสาสมัคร การทางานของศนย์พระคลานุปัฎฐาก






จะเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติตนในเชิงการป้องกันการติดเช้ออย่าง หากมีอาคารพร้อมก็จะสามารถทางานได้มากข้น และมีคุณภาพดีข้นด้วย


เหมาะสม พร้อมกับปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างท่ดีด้านสุขภาพแก่ญาติโยมได้ สามารถช่วยเหลือดูแลได้ท้งพระสงฆ์อาพาธและญาติโยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง


ยึดถือปฏิบัติตาม หรือชราภาพไม่มีใครคอยดูแล นอกจากน้ในอนาคตศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก


จะใช้อาคารหลังน้ เพ่อขยายกิจกรรมระบบบริการสุขภาพในเชิงการทาหน้าท ่ ี

80 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 81
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์



ตัวอย่างเช่น บทบาทและกิจกรรมของศูนย์พระคิลานุปัฎฐากในสถานการณ์ (3) ศนย์พระคลำนุปัฏฐำกควรจะสนับสนุนกำรท�ำงำนของ


วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นต้น หน่วยงำนสำธำรณสุข เพ่อเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ความรู้เร่อง
ตลอดช่วงเวลา 2 ปี ระหว่างปี 2563-2564 ซึ่งมีสถานการณ์ปัญหา สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สู่พระสงฆ์สามเณรในวัดและ









การแพร่ระบาดของเชอไวรสโควด-19 อย่างรนแรง ศนย์พระคลานปัฏฐาก ประชาชนในชมชน รวมถงการร่วมเป็นหน่วยเฝ้าระวงการแพร่ระบาด โดย





จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถดาเนินกิจกรรมสนับสนุนการทางานของ มอบหมายให้พระคิลานุปัฏฐากมีบทบาทช่วยสารวจข้อมูลของผู้เส่ยงและ



พระคิลานุปัฎฐากในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ และจ�ากัดขอบเขตการท�างานของศูนย์ ผู้ป่วยจากการติดเช้อโควิด-19 และพร้อมท่จะเป็นผู้ประสานให้หน่วยงาน







พระคลานปฏฐากในพนทอาเภอเมองนครศรธรรมราชเปนหลก ภายใตภาวะ สาธารณสุขเข้ามาช่วยดูแลและจัดการ เม่อพบว่ามีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจาก







วิกฤตเช่นนี้ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากควรจะมีบทบาท ดังนี้ การติดเชื้อโควิด-19 ในวัดและในชุมชน
(1) ศูนย์พระคิลำนุปัฏฐำกควรแสดงบทบำทเป็นผู้น�ำด้ำนสุขภำวะ เป้าหมายการดาเนินงานของศูนย์พระคิลานปัฎฐากในอนาคตท ี ่






ของวดและชมชน ในภาวะวิกฤตเช่นน้ พระคิลานุปัฎฐากควรจะผลักดัน พระมหาบวร ปวรธมฺโม ได้วางแผนไว้อย่างม่นเหมาะคือ การจัดต้งอาคาร

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจของผู้ป่วยจากการติดเช้อโควิด-19 และ “ศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก กตัญญูกตเวทิตานุสรณ์” โดยมีแผนจะก่อสร้าง

ครอบครัว รวมถึงเป็นส่อกลางให้ความรู้เชิงการป้องกันและดูแลตนเองให้ อาคาร 3 ชั้น ชั้น 2 และชั้น 3 มีห้องชั้นละ 12 ห้อง แต่ละห้องจะจัดเหมือน


สามารถหลีกเล่ยงภาวะเส่ยงต่อการติดเช้อโควิด-19 โดยอาจจะถ่ายทอด กับห้องในโรงพยาบาล มีเตียงผู้ป่วยและมีอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างครบ








ู้
ความรตามโอกาส เช่น การให้หลักธรรมและคาแนะนาผ่านสอออนไลน์ หรอ ถ้วน เพ่อการดูแลพระสงฆ์อาพาธตลอดชีพ โดยจาแนกให้ช้น 3 เป็นพ้นท ี ่



ผ่านหอกระจายข่าวในชุมชน เป็นต้น ส�าหรับพระสงฆ์อาพาธ ชั้น 2 ส�าหรับญาติโยมที่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง
(2) ศูนย์พระคิลำนุปัฎฐำกควรจะสนับสนุนกำรเฝ้ำระวังดูแล เข้ามารักษาพยาบาล ส่วนชั้นล่างเป็นห้องกายภาพบ�าบัด ห้องประชุม ห้อง
สุขภำพกันเองของพระสงฆ์สำมเณร โดยไม่ต้องรอให้พบอาการป่วยก่อนจึง เจ้าหน้าท่ ห้องอุปกรณ์ และห้องครัว ตลอดจนในอนาคตคาดหวังว่าศูนย์

มาดูแลรักษา โดยจะต้องให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงภาวะเส่ยงจาก พระคิลานุปัฎฐากจะมีแพทย์และพยาบาลมาช่วยทางานประจาร่วมกับ





การติดเช้อโควิด-19 พระคิลานุปัฏฐากควรจะเป็นส่อกลางให้ความรู้และควร พระคิลานุปัฎฐากและเหล่าอาสาสมัคร การทางานของศนย์พระคลานุปัฎฐาก






จะเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติตนในเชิงการป้องกันการติดเช้ออย่าง หากมีอาคารพร้อมก็จะสามารถทางานได้มากข้น และมีคุณภาพดีข้นด้วย


เหมาะสม พร้อมกับปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างท่ดีด้านสุขภาพแก่ญาติโยมได้ สามารถช่วยเหลือดูแลได้ท้งพระสงฆ์อาพาธและญาติโยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง


ยึดถือปฏิบัติตาม หรือชราภาพไม่มีใครคอยดูแล นอกจากน้ในอนาคตศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก


จะใช้อาคารหลังน้ เพ่อขยายกิจกรรมระบบบริการสุขภาพในเชิงการทาหน้าท ่ ี

80 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 81
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

day care ในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช คือจัดบริการรับฝากผู้ป่วยติดบ้าน

ติดเตียงท่ญาติไม่สะดวกดูแลในเวลากลางวัน สามารถน�ามาฝากให้ศูนย์

พระคิลานุปัฎฐากเป็นผู้ดูแล อีกท้งยังจะเป็นศูนย์กลางการขอรับบริจ าค

03
เคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากผู้มีจิตศรัทธา เพ่อน�าไปส่งต่อให้ บทสงท้าย :


ผู้ป่วยที่ต้องการได้ยืมใช้ต่อไป สงฆะเพอการ



เยียวยาผู้ป�วย
















พระคิลานุปัฏฐากเป็นรูปแบบหน่งของพระสงฆ์จิตอาสาท่ก้าว

เข้ามามีบทบาทในระบบบริการสุขภาพ ซ่งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด
นครศรีธรรมราชมีบทบาทดูแลรักษาพระสงฆ์อาพาธและฆราวาสท่เป็นผู้ป่วย

ติดบ้านติดเตียง ท้งการจัดการเร่องอาหารและยา การท�าความสะอาดร่างกาย


การช่วยเหลือท�ากายภาพบ�าบัด การพาไปโรงพยาบาล รวมถึงการเป็น



ส่อกลางรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และของใช้จาเป็นในการดแลผู้ป่วย
ติดบ้านติดเตียงท่มีผู้มีจิตศรัทธาน�ามาบริจาคจ�านวนมาก เพ่อส่งต่อให้ผู้ป่วย





และครอบครัวมาขอยืมไปใช้งาน เม่อเสร็จแล้วจึงน�ามาคืน เพ่อให้ผู้อ่นท่ม ี

ความจ�าเป็นมาขอยืมไปใช้กันต่อไป



82 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 83
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

day care ในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช คือจัดบริการรับฝากผู้ป่วยติดบ้าน

ติดเตียงท่ญาติไม่สะดวกดูแลในเวลากลางวัน สามารถน�ามาฝากให้ศูนย์

พระคิลานุปัฎฐากเป็นผู้ดูแล อีกท้งยังจะเป็นศูนย์กลางการขอรับบริจ าค

03
เคร่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากผู้มีจิตศรัทธา เพ่อน�าไปส่งต่อให้ บทสงท้าย :


ผู้ป่วยที่ต้องการได้ยืมใช้ต่อไป สงฆะเพอการ



เยียวยาผู้ป�วย
















พระคิลานุปัฏฐากเป็นรูปแบบหน่งของพระสงฆ์จิตอาสาท่ก้าว

เข้ามามีบทบาทในระบบบริการสุขภาพ ซ่งศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัด
นครศรีธรรมราชมีบทบาทดูแลรักษาพระสงฆ์อาพาธและฆราวาสท่เป็นผู้ป่วย

ติดบ้านติดเตียง ท้งการจัดการเร่องอาหารและยา การท�าความสะอาดร่างกาย


การช่วยเหลือท�ากายภาพบ�าบัด การพาไปโรงพยาบาล รวมถึงการเป็น



ส่อกลางรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และของใช้จาเป็นในการดแลผู้ป่วย
ติดบ้านติดเตียงท่มีผู้มีจิตศรัทธาน�ามาบริจาคจ�านวนมาก เพ่อส่งต่อให้ผู้ป่วย





และครอบครัวมาขอยืมไปใช้งาน เม่อเสร็จแล้วจึงน�ามาคืน เพ่อให้ผู้อ่นท่ม ี

ความจ�าเป็นมาขอยืมไปใช้กันต่อไป



82 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 83
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ




ภาพท่เห็นอย่างชัดเจนคือ พระสงฆ์และสามเณรในวัดบุญนารอบ ความมั่นใจในความรู้และทักษะของตนเอง และย่งมีพลังจิตอาสาท่ช่วยหนุน
ไม่เพียงแต่ศึกษาหลักธรรม ท่องบทสวดมนต์ กวาดลานวัด หรือท�ากิจกรรม เสริมการขับเคลื่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากยิ่งขึ้น








อน แต่หลายรปมภารกจในการดแลพระสงฆ์อาพาธและโยมทนอนเจบป่วย (2) เกิดกำรส่อสำรสำธำรณะในด้ำนบวก ให้ประชาชนท่วไปเกิด




และคอยประสานงานกับแพทย์พยาบาลเพ่อขอคาแนะนาในการดูแลผู้ป่วย ความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ เน่องจากมีการ





ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย และให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ญาติโยมท่มาวัด ผู้ท่มา เผยแพร่ภาพกิจกรรมของพระคิลานุปัฏฐากผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งไลน์ เฟซบุ๊ค



บริจาค ผู้ท่มาขอยืมใช้อุกรณ์ทางการแพทย์ และผู้ท่มีความสนใจเร่องปัญหา หรือเว็บเพจ จึงมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาคและผู้มีจิตอาสาต้องการมาร่วม


สขภาพ ท้งน้พระคิลานุปัฎฐากทได้รับการฝึกอบรมยนยนว่าหลงการอบรม ปฏิบัติงานกับศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราชมากขึ้น








พระสงฆ์ทุกรูปมีความรอบรู้ด้านสุขภาพไม่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยท่ส่งผลต่อ (3) ได้แนวทำงกำรพัฒนำพระคิลำนุปัฎฐำกแกนน�ำ เพ่อให้เป็น




ความแตกต่างในการมีส่วนร่วมขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากคือ กาลังสาคัญในการขับเคล่อนกิจกรรมสาธารณสุขของพระคิลานุปัฎฐากท ่ ี



ความเป็นผู้มี “จิตอาสา” เหตุผลสาคัญท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด ผ่านการฝึกอบรมแล้ว ซ่งกระจายอยู่ในพ้นท่ต่าง ๆ อันเป็นแนวทางท่เกิดจาก






นครศรีธรรมราชสามารถจัดต้งข้นได้น้น เพราะพระสงฆ์ สามเณร และ การทแกนนาได้เหนศกยภาพและข้อจากดในการให้บรการสขภาพแก่











อาสาสมัครท่วัดบุญนารอบมีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธ พระสงฆ สามเณร และประชาชน จึงมีความพยายามท่จะพัฒนาต่อยอดหนุน




และโยมผู้ป่วยด้วยความเต็มใจและมุ่งม่น ย่งทางานก็ได้เรียนรู้เพมเติมจาก เสริมกิจกรรมพระคิลานุปัฏฐากเพิ่มเติมในอนาคต

การปฏิบัติจริง ก็ย่งมีความม่นใจในความรู้ท่ได้รับการอบรมมา มีความ (4) เกิดเครือข่ำยควำมร่วมมือระหว่ำงพระคิลำนุปัฎฐำกแกนน�ำ





สามารถในการดูแลรับผิดชอบ และมีความสามารถในการทางานร่วมกับภาค ี กับภำคีเครือข่ำย ท้งพระสังฆาธิการระดับจังหวัด อาเภอ และตาบลใน


เครือข่ายสาธารณสุข ท้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคณะสงฆ์ และ หลายพ้นท่ พระสาธารณสงเคราะห์ ภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข ผู้นาชุมชน







ประชาชน จึงสามารถขับเคล่อนงานพระคิลานุปัฎฐาก ท้งในระดับจังหวัด และองค์กรภาคประชาชน โดยมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเป็นส่อกลางในการ
และในระดับพ้นท่ได้ ผลลัพธ์เชิงคุณภาพจากการจัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ท�างานช่วยเหลือเยียวยาพระสงฆ์อาพาธและฆราวาสผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง


ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงอาจกล่าวสรุปได้ ดังนี้ จากผลการถอดบทเรียนศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
(1) พระคิลำนุปัฎฐำกได้รับควำมรู้ และมีทักษะด้านสาธารณสุข เม่อพิจารณาจากมุมมองบทบาทของพระสงฆ์ในการเยียวยาพระสงฆ์อาพาธ


อย่างสร้างสรรค์ จากโอกาสการเรียนรู้ท้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากเครือข่าย และผู้ป่วยที่เป็นฆราวาสภายในวัด สามารถจ�าแนกได้เป็น 3 ประการ คือ




สาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างย่งกลุ่มพระคิลานุปัฎฐากท่มีโอกาสได้ลงมือ ประการท่หน่ง พระคิลานุปัฎฐากสามารถเป็นแกนนาขับเคล่อน


ปฏิบัติจริงในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์อาพาธและโยมผู้ป่วยติดเตียง จะยิ่งมี กิจกรรมด้านสาธารณสุขได้ สามารถส่งเสริมให้พระสงฆ์ สามเณร และ
84 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 85
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์




ภาพท่เห็นอย่างชัดเจนคือ พระสงฆ์และสามเณรในวัดบุญนารอบ ความมั่นใจในความรู้และทักษะของตนเอง และย่งมีพลังจิตอาสาท่ช่วยหนุน
ไม่เพียงแต่ศึกษาหลักธรรม ท่องบทสวดมนต์ กวาดลานวัด หรือท�ากิจกรรม เสริมการขับเคลื่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากยิ่งขึ้น








อน แต่หลายรปมภารกจในการดแลพระสงฆ์อาพาธและโยมทนอนเจบป่วย (2) เกิดกำรส่อสำรสำธำรณะในด้ำนบวก ให้ประชาชนท่วไปเกิด




และคอยประสานงานกับแพทย์พยาบาลเพ่อขอคาแนะนาในการดูแลผู้ป่วย ความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ เน่องจากมีการ





ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย และให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ญาติโยมท่มาวัด ผู้ท่มา เผยแพร่ภาพกิจกรรมของพระคิลานุปัฏฐากผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งไลน์ เฟซบุ๊ค



บริจาค ผู้ท่มาขอยืมใช้อุกรณ์ทางการแพทย์ และผู้ท่มีความสนใจเร่องปัญหา หรือเว็บเพจ จึงมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมบริจาคและผู้มีจิตอาสาต้องการมาร่วม


สขภาพ ท้งน้พระคิลานุปัฎฐากทได้รับการฝึกอบรมยนยนว่าหลงการอบรม ปฏิบัติงานกับศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราชมากขึ้น








พระสงฆ์ทุกรูปมีความรอบรู้ด้านสุขภาพไม่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยท่ส่งผลต่อ (3) ได้แนวทำงกำรพัฒนำพระคิลำนุปัฎฐำกแกนน�ำ เพ่อให้เป็น




ความแตกต่างในการมีส่วนร่วมขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากคือ กาลังสาคัญในการขับเคล่อนกิจกรรมสาธารณสุขของพระคิลานุปัฎฐากท ่ ี



ความเป็นผู้มี “จิตอาสา” เหตุผลสาคัญท่ศูนย์พระคิลานุปัฎฐากจังหวัด ผ่านการฝึกอบรมแล้ว ซ่งกระจายอยู่ในพ้นท่ต่าง ๆ อันเป็นแนวทางท่เกิดจาก






นครศรีธรรมราชสามารถจัดต้งข้นได้น้น เพราะพระสงฆ์ สามเณร และ การทแกนนาได้เหนศกยภาพและข้อจากดในการให้บรการสขภาพแก่











อาสาสมัครท่วัดบุญนารอบมีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือดูแลพระสงฆ์อาพาธ พระสงฆ สามเณร และประชาชน จึงมีความพยายามท่จะพัฒนาต่อยอดหนุน




และโยมผู้ป่วยด้วยความเต็มใจและมุ่งม่น ย่งทางานก็ได้เรียนรู้เพมเติมจาก เสริมกิจกรรมพระคิลานุปัฏฐากเพิ่มเติมในอนาคต

การปฏิบัติจริง ก็ย่งมีความม่นใจในความรู้ท่ได้รับการอบรมมา มีความ (4) เกิดเครือข่ำยควำมร่วมมือระหว่ำงพระคิลำนุปัฎฐำกแกนน�ำ





สามารถในการดูแลรับผิดชอบ และมีความสามารถในการทางานร่วมกับภาค ี กับภำคีเครือข่ำย ท้งพระสังฆาธิการระดับจังหวัด อาเภอ และตาบลใน


เครือข่ายสาธารณสุข ท้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคณะสงฆ์ และ หลายพ้นท่ พระสาธารณสงเคราะห์ ภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข ผู้นาชุมชน







ประชาชน จึงสามารถขับเคล่อนงานพระคิลานุปัฎฐาก ท้งในระดับจังหวัด และองค์กรภาคประชาชน โดยมีศูนย์พระคิลานุปัฎฐากเป็นส่อกลางในการ
และในระดับพ้นท่ได้ ผลลัพธ์เชิงคุณภาพจากการจัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ท�างานช่วยเหลือเยียวยาพระสงฆ์อาพาธและฆราวาสผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง


ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงอาจกล่าวสรุปได้ ดังนี้ จากผลการถอดบทเรียนศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
(1) พระคิลำนุปัฎฐำกได้รับควำมรู้ และมีทักษะด้านสาธารณสุข เม่อพิจารณาจากมุมมองบทบาทของพระสงฆ์ในการเยียวยาพระสงฆ์อาพาธ


อย่างสร้างสรรค์ จากโอกาสการเรียนรู้ท้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากเครือข่าย และผู้ป่วยที่เป็นฆราวาสภายในวัด สามารถจ�าแนกได้เป็น 3 ประการ คือ




สาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างย่งกลุ่มพระคิลานุปัฎฐากท่มีโอกาสได้ลงมือ ประการท่หน่ง พระคิลานุปัฎฐากสามารถเป็นแกนนาขับเคล่อน


ปฏิบัติจริงในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์อาพาธและโยมผู้ป่วยติดเตียง จะยิ่งมี กิจกรรมด้านสาธารณสุขได้ สามารถส่งเสริมให้พระสงฆ์ สามเณร และ
84 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 85
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ประชาชนมีสุขภาะที่ดีได้ ครอบคลุมทั้งทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม และ ประการท่สาม พระคิลานุปัฎฐากสามารถเป็นท่พ่งพาได้สาหรับผู้ป่วย





ทางปัญญา เม่อผู้คนประสบกับภาวะวิกฤตด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในยาม ท้งท่เป็นพระสงฆ์และฆราวาส ดังเช่นท่วัดบุญนารอบสามารถจัดพ้นท่ใน



เจ็บป่วยหรือใกล้ตาย พระคิลานุปัฎฐากสามารถช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยท่ขาด ลกษณะเก้อกูลใหบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานสาธารณสข และองค์กร



คนดูแล จนถึงเสียชีวิตและช่วยจัดบ�าเพ็ญกุศลให้ด้วย ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยที่ จากภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมกันช่วยเหลือและสนับสนุนในการดูแลผู้ป่วย
มีผู้ดูแลพระคิลานุปัฎฐากก็จะออกไปเย่ยมเยียน สนับสนุนของใช้จาเป็นและ บทบาทของพระคิลานุปัฎฐากยังสะท้อนให้เห็นถึงนัยของความเป็นชุมชนร่วม


อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เช่น เตียงพยาบาล ถังออกซิเจน เครื่องวัดความดัน กันตามแนวทางพลัง “บวร” (บ้าน วัด ราชการ) โดยไม่แยกว่านี่คือพระสงฆ์







เคร่องช่วยเดิน รถเข็นผู้ป่วย และอ่น ๆ) ให้ความรู้และคาแนะนา และให้กาลัง น่นคือฆราวาสจิตอาสา แพทย์พยาบาล หรือผู้ป่วย เพราะทุกคนคือเพ่อน
ใจแก่ผู้ป่วยกับครอบครัวหรือญาติของผู้ป่วย พระคิลานุปัฎฐากยังอาจช้แนะ ร่วมชุมชนแห่งความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ดูแลได้เกื้อกูล










ให้ผู้ป่วยเห็นสัจธรรมของชีวิตจนเกิดปัญญาท่จะสามารถปล่อยวางความ ผ้ป่วยด้วยการเยยวยาร่างกายและจตใจ ผ้ป่วยกเยยวยาผ้ดแลด้วยการเปิด
เจ็บป่วย ทรัพย์สิน การงาน ญาติมิตร ตัวตน อันน�าไปสู่การตายดีในที่สุด เผยให้ได้เห็นความจริงแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ช่วยให้เข้าใจในหลักธรรม
ประการท่สอง พระคิลานุปัฎฐากท่จะสามารถปฏิบัติงานได้ดีน้น ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างถ่องแท้






มักจะมีประสบการณ์และมีอุดมการณ์จิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ ในการ ในปจจบนบคลากรของโรงพยาบาลประสบปญหาในการดแลสขภาพ










ช่วยเหลือผู้ป่วยพระคิลานุปัฎฐากควรจะมีจิตอาสาโดยไม่ได้มาจากการ ภายใตวกฤตการแพรระบาดของเชอไวรสโควด-19 ตองประสบกบความเครยด















ถกบงคบ หรอคดว่าเป็นหน้าท แต่มาจากความยนดและสมครใจทาเพราะ และความกดดันจากผู้ป่วยท่เพ่มจานวนข้นจนไม่สามารถให้บริการได้อย่างม ี




เห็นคุณค่าในงาน พระคิลานุปัฎฐากหลายรูปมองเห็นว่างานช่วยเหลือผู้ป่วย คุณภาพและท่วถึง พระคิลานุปัฎฐากและพระสงฆ์สาธารณสงเคราะห์จึง

น้นจะช่วยเติมเต็มความสุขและความเป็นมนุษย์ท่สมบูรณ์ โดยใช้ความรู้ด้าน เร่มถูกสังคมคาดหวังให้เข้ามาร่วมทางานเพ่อช่วยเหลือและตอบโจทย์ของ







ศาสนาในการเยียวยาดูแลจิตใจ เป็นเน้อนาบุญให้ผู้ป่วยได้เข้าใจและปล่อย สังคมท่กาลังอยู่ในภาวะป่วยและเส่อมโทรมมากข้น พระสงฆ์จึงควรจะม ี



วางจากความเจ็บป่วยและความตาย ควบคู่ไปกับความร่วมมือกับบุคลากร บทบาทท่นอกเหนือไปจากการทาพิธีกรรมทางศาสนา และพยายามใช้ทุน





ทางการแพทย์ เพ่อช่วยดูแลด้านความเจ็บป่วยทางร่างกายอย่างประณีต ทางสังคมท่มีอยู่มากมายให้เกิดประโยชน์ ผู้ป่วยจานวนมากท่กระจัดกระจาย






ให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมานจนเกินไป การขับเคล่อนกิจกรรมของ อยู่ในชุมชน ท้งผู้ป่วยเร้อรังหรือผู้ป่วยในสภาวะติดบ้านติดเตียง ท้งท่มีคน

พระคิลานุปัฎฐากจึงสามารถช่วยปิดช่องว่างท่บุคลากรโรงพยาบาลไม่สามารถ ดูแลและขาดคนดูแล ยังคงมีความต้องการพระสงฆ์ที่มีจิตอาสา มีศักยภาพ

ดาเนินการได้อย่างเหมาะสมสาหรับพระสงฆ์สามเณรผู้อาพาธ โดยเฉพาะ ด้านสาธารณสุข และมีความเข้าใจในบริบทเชิงสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น



ในประเด็นการเยียวยาด้านจิตใจ เข้ามามีส่วนร่วมกับพระคิลานุปัฎฐาก เพ่อร่วมกันทางานดูแลผู้ป่วยร่วมกับ
86 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 87
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์





ประชาชนมีสุขภาะที่ดีได้ ครอบคลุมทั้งทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคม และ ประการท่สาม พระคิลานุปัฎฐากสามารถเป็นท่พ่งพาได้สาหรับผู้ป่วย





ทางปัญญา เม่อผู้คนประสบกับภาวะวิกฤตด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในยาม ท้งท่เป็นพระสงฆ์และฆราวาส ดังเช่นท่วัดบุญนารอบสามารถจัดพ้นท่ใน



เจ็บป่วยหรือใกล้ตาย พระคิลานุปัฎฐากสามารถช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยท่ขาด ลกษณะเก้อกูลใหบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานสาธารณสข และองค์กร



คนดูแล จนถึงเสียชีวิตและช่วยจัดบ�าเพ็ญกุศลให้ด้วย ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยที่ จากภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมกันช่วยเหลือและสนับสนุนในการดูแลผู้ป่วย
มีผู้ดูแลพระคิลานุปัฎฐากก็จะออกไปเย่ยมเยียน สนับสนุนของใช้จาเป็นและ บทบาทของพระคิลานุปัฎฐากยังสะท้อนให้เห็นถึงนัยของความเป็นชุมชนร่วม


อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เช่น เตียงพยาบาล ถังออกซิเจน เครื่องวัดความดัน กันตามแนวทางพลัง “บวร” (บ้าน วัด ราชการ) โดยไม่แยกว่านี่คือพระสงฆ์







เคร่องช่วยเดิน รถเข็นผู้ป่วย และอ่น ๆ) ให้ความรู้และคาแนะนา และให้กาลัง น่นคือฆราวาสจิตอาสา แพทย์พยาบาล หรือผู้ป่วย เพราะทุกคนคือเพ่อน
ใจแก่ผู้ป่วยกับครอบครัวหรือญาติของผู้ป่วย พระคิลานุปัฎฐากยังอาจช้แนะ ร่วมชุมชนแห่งความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผู้ดูแลได้เกื้อกูล










ให้ผู้ป่วยเห็นสัจธรรมของชีวิตจนเกิดปัญญาท่จะสามารถปล่อยวางความ ผ้ป่วยด้วยการเยยวยาร่างกายและจตใจ ผ้ป่วยกเยยวยาผ้ดแลด้วยการเปิด
เจ็บป่วย ทรัพย์สิน การงาน ญาติมิตร ตัวตน อันน�าไปสู่การตายดีในที่สุด เผยให้ได้เห็นความจริงแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ช่วยให้เข้าใจในหลักธรรม
ประการท่สอง พระคิลานุปัฎฐากท่จะสามารถปฏิบัติงานได้ดีน้น ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างถ่องแท้






มักจะมีประสบการณ์และมีอุดมการณ์จิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ ในการ ในปจจบนบคลากรของโรงพยาบาลประสบปญหาในการดแลสขภาพ










ช่วยเหลือผู้ป่วยพระคิลานุปัฎฐากควรจะมีจิตอาสาโดยไม่ได้มาจากการ ภายใตวกฤตการแพรระบาดของเชอไวรสโควด-19 ตองประสบกบความเครยด















ถกบงคบ หรอคดว่าเป็นหน้าท แต่มาจากความยนดและสมครใจทาเพราะ และความกดดันจากผู้ป่วยท่เพ่มจานวนข้นจนไม่สามารถให้บริการได้อย่างม ี




เห็นคุณค่าในงาน พระคิลานุปัฎฐากหลายรูปมองเห็นว่างานช่วยเหลือผู้ป่วย คุณภาพและท่วถึง พระคิลานุปัฎฐากและพระสงฆ์สาธารณสงเคราะห์จึง

น้นจะช่วยเติมเต็มความสุขและความเป็นมนุษย์ท่สมบูรณ์ โดยใช้ความรู้ด้าน เร่มถูกสังคมคาดหวังให้เข้ามาร่วมทางานเพ่อช่วยเหลือและตอบโจทย์ของ







ศาสนาในการเยียวยาดูแลจิตใจ เป็นเน้อนาบุญให้ผู้ป่วยได้เข้าใจและปล่อย สังคมท่กาลังอยู่ในภาวะป่วยและเส่อมโทรมมากข้น พระสงฆ์จึงควรจะม ี



วางจากความเจ็บป่วยและความตาย ควบคู่ไปกับความร่วมมือกับบุคลากร บทบาทท่นอกเหนือไปจากการทาพิธีกรรมทางศาสนา และพยายามใช้ทุน





ทางการแพทย์ เพ่อช่วยดูแลด้านความเจ็บป่วยทางร่างกายอย่างประณีต ทางสังคมท่มีอยู่มากมายให้เกิดประโยชน์ ผู้ป่วยจานวนมากท่กระจัดกระจาย






ให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมานจนเกินไป การขับเคล่อนกิจกรรมของ อยู่ในชุมชน ท้งผู้ป่วยเร้อรังหรือผู้ป่วยในสภาวะติดบ้านติดเตียง ท้งท่มีคน

พระคิลานุปัฎฐากจึงสามารถช่วยปิดช่องว่างท่บุคลากรโรงพยาบาลไม่สามารถ ดูแลและขาดคนดูแล ยังคงมีความต้องการพระสงฆ์ที่มีจิตอาสา มีศักยภาพ

ดาเนินการได้อย่างเหมาะสมสาหรับพระสงฆ์สามเณรผู้อาพาธ โดยเฉพาะ ด้านสาธารณสุข และมีความเข้าใจในบริบทเชิงสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น



ในประเด็นการเยียวยาด้านจิตใจ เข้ามามีส่วนร่วมกับพระคิลานุปัฎฐาก เพ่อร่วมกันทางานดูแลผู้ป่วยร่วมกับ
86 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 87
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

บุคลากรด้านสุขภาพ ผู้น�าชุมชน และประชาชน เพื่อช่วยกันหาทางออกจาก อาพาธและฆราวาสท่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้อย่างเหมาะสม อันเป็นวิถ ี







วิกฤตการดูแลสุขภาพท่นับวันจะรุนแรงมากข้น ท้งสาหรับผู้ป่วยท่เป็น ท่สอดคล้องกับหลักการเก้อกูลตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาด้วยความ

บรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นผู้มีอุดมการณ์จิตอาสาสาธารณสงเคราะห์อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามการเอ้ออานวยให้เกิดศูนย์พระคิลานุปัฎฐากในการดูแล





ผู้ป่วยยังคงมีเร่องท้าทายอีกมาก เน่องจากพระสงฆ์ แพทย์ พยาบาล และจิต ข้อแนะน�าการจัดอบรมพระคิลานุปฎฐาก








อาสาในชมชน ตางมีชดความคด ความร ความเชอ และมแบบแผนทางสงคม จากผลการถอดบทเรียนการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระคิลาน ุ



และวัฒนธรรมเป็นของตนเอง การดาเนินงานเชิงบูรณาการยังคงต้องร่วมกัน ปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในบริบทการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้ศึกษาม ี




ฝ่าฟันและก้าวข้ามอุปสรรค ท้งท่เป็นเร่องความสัมพันธ์ระหว่างทีมดูแลผู้ป่วย ข้อเสนอแนะ 3 ประการ ดังนี้

และระบบโครงสร้างขององค์กรปกครองสงฆ์ท่ควรจะเข้าใจอุดมการณ์และ 1) ในอนาคตการอบรมพระคิลานุปัฎฐากควรจะมุ่งเน้นการอบรม
วิถีการปฏิบัตงานของพระคิลานุปัฎฐาก คอยให้การสนับสนุนและไม่สร้าง ท้งพระสงฆ์จิตอาสาและพระสังฆาธิการ ซ่งอย่างน้อยควรจะเป็นเจ้าอาวาส




ข้อจากัดท่อาจกลายเป็นอุปสรรคในการทางานของศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก เพ่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดจิตอาสาท่จะเป็นหลักในการทางาน








รวมถึงการเป็นส่อกลางในการประสานงานร่วมกับโรงพยาบาล หน่วยงาน สามารถเป็นแกนนาของพระคิลานุปัฎฐากในการขับเคล่อนกิจกรรมต่าง ๆ


สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข เพ่อสนับสนุนให้การ พระคิลานุปัฎฐากท่เป็นเพียงพระลูกวัด เม่อคิดจะทางานอาจจะไม่ได้รับการ



ขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากสามารถร่วมกันดูแลผู้ป่วย ให้การ สนับสนุนจากเจ้าอาวาส นานเข้าก็จะหมดไฟไม่อยากทางาน การมีพระคิลาน ุ

ช่วยเหลือเยียวยาความทุกข์ของผู้ป่วย รวมถึงช่วยเสริมการสร้างทีมดูแล ปัฎฐากท่มีสถานะเป็นพระสังฆาธิการจะช่วยให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม



ผู้ป่วยให้มีพลัง แรงบันดาลใจ และกาลังใจในการทางานดูแลผู้ป่วยได้อย่าง ในการท�างานระหว่างพระคิลานุปัฎฐากได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต่อเนื่องและยั่งยืน 2) ประเด็นคาถามท่ควรจะพิจารณาในกระบวนการฝึกอบรม



ในบริบทสังคมท่ซับซ้อนการทางานร่วมกันระหว่างวัดและสถานพยาบาล พระคิลานุปัฎฐากคือ (1) เจ้าอาวาสและพระสงฆาธการผู้ปกครองเหนด้วย




พระคิลานุปัฎฐากและบุคลากรในระบบสุขภาพ นับเป็นส่งท่พึงปรารถนา ไหมกับการให้พระลูกวัดเข้าร่วมการอบรม (2) วัดต้นสังกัดมีทรัพยากรไหม






และเอ้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ท่จริงแล้วบทบาทของพระคิลานุปัฏฐากเป็น และพร้อมท่จะให้การสนบสนุนการทางานของพระคิลานปัฎฐากเพยงไร



















เครองยนยนใหเหนอยางชดเจนวา แมแต่พระสงฆทมขอจากดในการประพฤต ิ (3) ผู้เข้ารับการอบรมมีความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายท่พร้อมจะให้ความ


ปฏิบัติให้ต้องอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยและอยู่ภายใต้การควบคุมของ ร่วมมือกับพระคิลานุปัฎฐากในการขับเคล่อนกิจกรรมเพียงไร ประเด็นคาถาม







ศลถง 227 ข้อ กยงสามารถเข้าร่วมมบทบาทดแลผ้ป่วยทงทเป็นพระสงฆ์ เหล่านีจะช่วยสะท้อนให้เห็นช่องทางท่จะประสานพลงของพระคิลานปัฎฐาก









88 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 89
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

บุคลากรด้านสุขภาพ ผู้น�าชุมชน และประชาชน เพื่อช่วยกันหาทางออกจาก อาพาธและฆราวาสท่เป็นผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงได้อย่างเหมาะสม อันเป็นวิถ ี







วิกฤตการดูแลสุขภาพท่นับวันจะรุนแรงมากข้น ท้งสาหรับผู้ป่วยท่เป็น ท่สอดคล้องกับหลักการเก้อกูลตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาด้วยความ

บรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นผู้มีอุดมการณ์จิตอาสาสาธารณสงเคราะห์อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามการเอ้ออานวยให้เกิดศูนย์พระคิลานุปัฎฐากในการดูแล





ผู้ป่วยยังคงมีเร่องท้าทายอีกมาก เน่องจากพระสงฆ์ แพทย์ พยาบาล และจิต ข้อแนะน�าการจัดอบรมพระคิลานุปฎฐาก








อาสาในชมชน ตางมีชดความคด ความร ความเชอ และมแบบแผนทางสงคม จากผลการถอดบทเรียนการขับเคล่อนกิจกรรมของศูนย์พระคิลาน ุ



และวัฒนธรรมเป็นของตนเอง การดาเนินงานเชิงบูรณาการยังคงต้องร่วมกัน ปัฎฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในบริบทการเสริมสร้างสุขภาวะ ผู้ศึกษาม ี




ฝ่าฟันและก้าวข้ามอุปสรรค ท้งท่เป็นเร่องความสัมพันธ์ระหว่างทีมดูแลผู้ป่วย ข้อเสนอแนะ 3 ประการ ดังนี้

และระบบโครงสร้างขององค์กรปกครองสงฆ์ท่ควรจะเข้าใจอุดมการณ์และ 1) ในอนาคตการอบรมพระคิลานุปัฎฐากควรจะมุ่งเน้นการอบรม
วิถีการปฏิบัตงานของพระคิลานุปัฎฐาก คอยให้การสนับสนุนและไม่สร้าง ท้งพระสงฆ์จิตอาสาและพระสังฆาธิการ ซ่งอย่างน้อยควรจะเป็นเจ้าอาวาส




ข้อจากัดท่อาจกลายเป็นอุปสรรคในการทางานของศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก เพ่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดจิตอาสาท่จะเป็นหลักในการทางาน








รวมถึงการเป็นส่อกลางในการประสานงานร่วมกับโรงพยาบาล หน่วยงาน สามารถเป็นแกนนาของพระคิลานุปัฎฐากในการขับเคล่อนกิจกรรมต่าง ๆ


สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข เพ่อสนับสนุนให้การ พระคิลานุปัฎฐากท่เป็นเพียงพระลูกวัด เม่อคิดจะทางานอาจจะไม่ได้รับการ



ขับเคล่อนกิจกรรมของพระคิลานุปัฎฐากสามารถร่วมกันดูแลผู้ป่วย ให้การ สนับสนุนจากเจ้าอาวาส นานเข้าก็จะหมดไฟไม่อยากทางาน การมีพระคิลาน ุ

ช่วยเหลือเยียวยาความทุกข์ของผู้ป่วย รวมถึงช่วยเสริมการสร้างทีมดูแล ปัฎฐากท่มีสถานะเป็นพระสังฆาธิการจะช่วยให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม



ผู้ป่วยให้มีพลัง แรงบันดาลใจ และกาลังใจในการทางานดูแลผู้ป่วยได้อย่าง ในการท�างานระหว่างพระคิลานุปัฎฐากได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต่อเนื่องและยั่งยืน 2) ประเด็นคาถามท่ควรจะพิจารณาในกระบวนการฝึกอบรม



ในบริบทสังคมท่ซับซ้อนการทางานร่วมกันระหว่างวัดและสถานพยาบาล พระคิลานุปัฎฐากคือ (1) เจ้าอาวาสและพระสงฆาธการผู้ปกครองเหนด้วย




พระคิลานุปัฎฐากและบุคลากรในระบบสุขภาพ นับเป็นส่งท่พึงปรารถนา ไหมกับการให้พระลูกวัดเข้าร่วมการอบรม (2) วัดต้นสังกัดมีทรัพยากรไหม






และเอ้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ท่จริงแล้วบทบาทของพระคิลานุปัฏฐากเป็น และพร้อมท่จะให้การสนบสนุนการทางานของพระคิลานปัฎฐากเพยงไร



















เครองยนยนใหเหนอยางชดเจนวา แมแต่พระสงฆทมขอจากดในการประพฤต ิ (3) ผู้เข้ารับการอบรมมีความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายท่พร้อมจะให้ความ


ปฏิบัติให้ต้องอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยและอยู่ภายใต้การควบคุมของ ร่วมมือกับพระคิลานุปัฎฐากในการขับเคล่อนกิจกรรมเพียงไร ประเด็นคาถาม







ศลถง 227 ข้อ กยงสามารถเข้าร่วมมบทบาทดแลผ้ป่วยทงทเป็นพระสงฆ์ เหล่านีจะช่วยสะท้อนให้เห็นช่องทางท่จะประสานพลงของพระคิลานปัฎฐาก









88 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 89
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์




ท่ผ่านการอบรมแล้วไปสู่กระบวนการช่วยเหลือผู้ป่วย ท้งท่เป็นบรรพชิตและ
คฤหัสถ์ในระดับพื้นที่ คือในวัดและในชุมชน
3) ควรจะพิจารณาพระสงฆ์ท่มาเข้ารับการอบรมพระคิลานุปัฎฐาก



ว่ามีใจท่จะร่วมท�ากิจกรรมไหม อันน้เป็นส่งส�าคัญ ถ้าไม่มีใจ หรือไม่ม ี






จิตอาสา ตัวอย่างเช่น พร้อมท่จะท�าหน้าท่เช็ดข้ฉ่เย่ยว คอยป้อนข้าว ป้อนน้า

ป้อนยา หรือทนต่อวาจาของพระสงฆ์อาพาธได้ไหม ถ้าทนได้ก็จะสามารถ
ท�างานเป็นพระคิลานุปัฎฐากได้ ถ้าไม่มีใจเช่นน้ก็ไม่ควรจะเข้ามารับการ


อบรมให้ต้องเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ พระสงฆ์ท่เข้ารับการฝึกอบรม
จึงไม่ควรจะไปเข้าร่วมอบรมเพราะถูกสั่งให้ไปโดยไม่มีใจหรือไม่มีจิตอาสา เอกสารอ้างอิง
สรŒางเสริม

สุขภาวะพระสงฆ

































90 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 91
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ




ท่ผ่านการอบรมแล้วไปสู่กระบวนการช่วยเหลือผู้ป่วย ท้งท่เป็นบรรพชิตและ
คฤหัสถ์ในระดับพื้นที่ คือในวัดและในชุมชน
3) ควรจะพิจารณาพระสงฆ์ท่มาเข้ารับการอบรมพระคิลานุปัฎฐาก



ว่ามีใจท่จะร่วมท�ากิจกรรมไหม อันน้เป็นส่งส�าคัญ ถ้าไม่มีใจ หรือไม่ม ี






จิตอาสา ตัวอย่างเช่น พร้อมท่จะท�าหน้าท่เช็ดข้ฉ่เย่ยว คอยป้อนข้าว ป้อนน้า

ป้อนยา หรือทนต่อวาจาของพระสงฆ์อาพาธได้ไหม ถ้าทนได้ก็จะสามารถ
ท�างานเป็นพระคิลานุปัฎฐากได้ ถ้าไม่มีใจเช่นน้ก็ไม่ควรจะเข้ามารับการ


อบรมให้ต้องเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ พระสงฆ์ท่เข้ารับการฝึกอบรม
จึงไม่ควรจะไปเข้าร่วมอบรมเพราะถูกสั่งให้ไปโดยไม่มีใจหรือไม่มีจิตอาสา เอกสารอ้างอิง
สรŒางเสริม

สุขภาวะพระสงฆ

































90 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 91
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


บานเมืองออนไลน์ (2563) “พระมหาบวร ปวรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ
เอกสารอ้างอิง พายเรือรับส่งของบริจาค เพ่อไปช่วยเหลือประชาชน” สืบค้น


จาก https://www.banmuang.co.th/news/region/214646
[สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]

ผู้จัดการออนไลน์ (2564) “เปิดใจเจ้าอาวาสวัดบุญนารอบเมืองคอน


กลุ่มงานส่อสารสังคม สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่คิดค่าใช้จ่าย” สืบค้นจาก
“เดินหน้า ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ’ แก้วิกฤตสุขภาพ https://mgronline.com/south/detail/9640000053267
พระสงฆ์ไทย” สืบค้นจาก https://www.nationalhealth.or.th/ [สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]

th/node/ 1251 [สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]


ข่าว 8 ช่อง 8 (2564) “เผาศพโควิดไม่คิดค่าใช้จ่าย” สืบค้นจาก https:// พระมหาบญช่วย สิรินธโร และคณะ. (2560). ธรรมนูญสุขภำพพระสงฆ์
แห่งชำติ. พิมพ์คร้งท่ 1. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการ




www.thaich8.com/news_detail/ 97650 [สืบค้นเม่อ 28 สุขภาพแห่งชาติ.
ธันวาคม 2564]


ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, บรรณาธิการ. (2563) “พระสงฆ์ใน ไพฑูรย์ อินทศิลา (2564ก) “เมืองคอนเหย่อโควิดตายรายวันศพท่ 14

-โลกโซเช่ยลยกย่องช่นชม “พระมหาบวร ปวรธมฺโม” ยึดหลัก

ระบบบริการสุขภาพ” ผีเสื้อขยับปีก. นนทบุรี: ส�านักงานวิจัยและ โลโกปตฺถมฺภิกา เมตตา” สืบค้นจาก https://www.komkhaotuathai.
พัฒนาก�าลังคนด้านสุขภาพ (สวค.), มีนาคม 2563, หน้า 12-21. com/ contents/26019 [สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]
สืบค้นได้จาก https://hrdo.org/wp-content/uploads/ ไพฑรย์ อินทศิลา (2564ข) “ละครชวิตหน่ม ป.ตร เมองคอนแฟนทง








2020/03/Butterfly-Vol.061.pdf [สืบค้นเม่อ 30 ธันวาคม 2564]
นาฏสินี ชัยแก้ว, พรทิพย์ สิงห์ชัย, อนุช สีนารอด, และอัชฌามาศ ปานแดง กลายเป็นบ้าเร่ร่อนก่อนหันเข้าวัด” สืบค้นจาก https://www.

komchadluek.net/news/469342 [สืบค้นเม่อ 28 ธันวาคม
(2563). “การถอดบทเรียนบทบาทพระคิลานุปัฏฐาก ในสถานการณ์ 2564]

การระบาดของโรค COVID-19 เขตสุขภาพท่ 3” การประชุมวิชาการ สานักวิจัยและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ (2563) “พระสงฆ์ในระบบบริการ



ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่งแวดล้อมแห่งชาติ คร้งท่ 13. สุขภาพ” สืบค้นจาก https://hrdo.org/พระสงฆ์ในระบบบริการ


สืบค้นจาก http://203.157.71.163/ hpc3/assets/dmkm/ สุขภาพ/ [สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]
20200908090955 [สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2564]
92 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 93
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์


บานเมืองออนไลน์ (2563) “พระมหาบวร ปวรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ
เอกสารอ้างอิง พายเรือรับส่งของบริจาค เพ่อไปช่วยเหลือประชาชน” สืบค้น


จาก https://www.banmuang.co.th/news/region/214646
[สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]

ผู้จัดการออนไลน์ (2564) “เปิดใจเจ้าอาวาสวัดบุญนารอบเมืองคอน


กลุ่มงานส่อสารสังคม สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่คิดค่าใช้จ่าย” สืบค้นจาก
“เดินหน้า ‘ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ’ แก้วิกฤตสุขภาพ https://mgronline.com/south/detail/9640000053267
พระสงฆ์ไทย” สืบค้นจาก https://www.nationalhealth.or.th/ [สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]

th/node/ 1251 [สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]


ข่าว 8 ช่อง 8 (2564) “เผาศพโควิดไม่คิดค่าใช้จ่าย” สืบค้นจาก https:// พระมหาบญช่วย สิรินธโร และคณะ. (2560). ธรรมนูญสุขภำพพระสงฆ์
แห่งชำติ. พิมพ์คร้งท่ 1. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการ




www.thaich8.com/news_detail/ 97650 [สืบค้นเม่อ 28 สุขภาพแห่งชาติ.
ธันวาคม 2564]


ฑิณกร โนรี และ เพ็ญนภา หงส์ทอง, บรรณาธิการ. (2563) “พระสงฆ์ใน ไพฑูรย์ อินทศิลา (2564ก) “เมืองคอนเหย่อโควิดตายรายวันศพท่ 14

-โลกโซเช่ยลยกย่องช่นชม “พระมหาบวร ปวรธมฺโม” ยึดหลัก

ระบบบริการสุขภาพ” ผีเสื้อขยับปีก. นนทบุรี: ส�านักงานวิจัยและ โลโกปตฺถมฺภิกา เมตตา” สืบค้นจาก https://www.komkhaotuathai.
พัฒนาก�าลังคนด้านสุขภาพ (สวค.), มีนาคม 2563, หน้า 12-21. com/ contents/26019 [สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]
สืบค้นได้จาก https://hrdo.org/wp-content/uploads/ ไพฑรย์ อินทศิลา (2564ข) “ละครชวิตหน่ม ป.ตร เมองคอนแฟนทง








2020/03/Butterfly-Vol.061.pdf [สืบค้นเม่อ 30 ธันวาคม 2564]
นาฏสินี ชัยแก้ว, พรทิพย์ สิงห์ชัย, อนุช สีนารอด, และอัชฌามาศ ปานแดง กลายเป็นบ้าเร่ร่อนก่อนหันเข้าวัด” สืบค้นจาก https://www.

komchadluek.net/news/469342 [สืบค้นเม่อ 28 ธันวาคม
(2563). “การถอดบทเรียนบทบาทพระคิลานุปัฏฐาก ในสถานการณ์ 2564]

การระบาดของโรค COVID-19 เขตสุขภาพท่ 3” การประชุมวิชาการ สานักวิจัยและพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ (2563) “พระสงฆ์ในระบบบริการ



ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่งแวดล้อมแห่งชาติ คร้งท่ 13. สุขภาพ” สืบค้นจาก https://hrdo.org/พระสงฆ์ในระบบบริการ


สืบค้นจาก http://203.157.71.163/ hpc3/assets/dmkm/ สุขภาพ/ [สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2564]
20200908090955 [สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2564]
92 ศูนย์พระคิลานุปัฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช พินิจ ลาภธนานนท์ และพระมหาบวร ปวรธมฺโม 93
สร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์

อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ (2561) “ท�าความรู้จัก ธรรมนูญสุขภาพ
พระสงฆ์” ส�านักข่าวสร้างสุข ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง

เสริมสุขภาพ (สสส.) https://www.thaihealth.or.th/Content


/44084-ทาความร้จก%20“ธรรมนญสขภาพพระสงฆ์”.html



[สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]
อุมาพร นิ่มตระกูล และพระวิสิทธิ์ ฐิตฺวิสิทฺโธ (2563) “พฤติกรรมสุขภาพ

ของพ ระสงฆ์กบความรอบร้ด้านสขภาพจากพระ คลานปัฏฐากส่ ู




พระนักสื่อสารในเขตสุขภาพที่ 1” วำรสำรพุทธศำสตร์ศึกษำ. ปีที่
11 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563), หน้า 33-51.
7HD ร้อนออนไลน์ (2563) “เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบต้งโรงทานและ

ศูนย์พักพิงช่วคราว ช่วยผู้ประสบภัยน้าท่วมท่นครศรีธรรมราช”



สืบค้นจาก https://news.ch7.com/detail/453366 [สืบค้นเมื่อ
28 ธันวาคม 2564]





ผู้ให้สมภาษณ์

พระมหาบวร ปวรธมฺโม หัวหน้าศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก
จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระอดิศักดิ์ เตชปัญฺโญ พระคิลานุปัฎฐาก วัดบุญนารอบ
พระธนสิทธิ์ ธนิสฺสโร พระคิลานุปัฎฐาก วัดบุญนารอบ

นายยุทธพงศ์ โฉมทอง อาสาสมัคร วัดบุญนารอบ










94 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ

อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ (2561) “ท�าความรู้จัก ธรรมนูญสุขภาพ
พระสงฆ์” ส�านักข่าวสร้างสุข ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง

เสริมสุขภาพ (สสส.) https://www.thaihealth.or.th/Content


/44084-ทาความร้จก%20“ธรรมนญสขภาพพระสงฆ์”.html



[สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2564]
อุมาพร นิ่มตระกูล และพระวิสิทธิ์ ฐิตฺวิสิทฺโธ (2563) “พฤติกรรมสุขภาพ

ของพ ระสงฆ์กบความรอบร้ด้านสขภาพจากพระ คลานปัฏฐากส่ ู




พระนักสื่อสารในเขตสุขภาพที่ 1” วำรสำรพุทธศำสตร์ศึกษำ. ปีที่
11 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2563), หน้า 33-51.
7HD ร้อนออนไลน์ (2563) “เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบต้งโรงทานและ

ศูนย์พักพิงช่วคราว ช่วยผู้ประสบภัยน้าท่วมท่นครศรีธรรมราช”



สืบค้นจาก https://news.ch7.com/detail/453366 [สืบค้นเมื่อ
28 ธันวาคม 2564]





ผู้ให้สมภาษณ์

พระมหาบวร ปวรธมฺโม หัวหน้าศูนย์พระคิลานุปัฎฐาก
จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระอดิศักดิ์ เตชปัญฺโญ พระคิลานุปัฎฐาก วัดบุญนารอบ
พระธนสิทธิ์ ธนิสฺสโร พระคิลานุปัฎฐาก วัดบุญนารอบ

นายยุทธพงศ์ โฉมทอง อาสาสมัคร วัดบุญนารอบ










94 ศูนยพระคิลานุป˜ฏฐากจังหวัดนครศรีธรรมราช
สรŒางเสริมสุขภาวะพระสงฆ


Click to View FlipBook Version