กำ� ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
พิมพ์คร้งั ท ี่ : ๒ (ปรบั ปรงุ เน้อื หาเพมิ่ เติม) พุทธศกั ราช ๒๕๖๓
จำ� นวน : ๓,๐๐๐ เลม่
เรียบเรียงโดย : ศนู ยพ์ ัฒนาหลักนิยมและยทุ ธศาสตร์
คณะผู้จดั ท�ำ : พล.ท.ธเนศ วงศช์ ะอุ่ม พ.อ.อนันต์ แกว้ ดำ�
พล.ต.วสันต ์ ทพั วงศ ์ พ.อ.วชริ าวิทย์ เขตตลาด
พล.ต.สดบั พงษ์ จันทรุ ัตน์ พ.ท.พงศ์วรัณ นาคฉตั รยี ์
พล.ต.เฟอื่ งวทิ ย ์ เลาหสุรโยธนิ พ.ท.หญิง กลั ยา จลุ ศรี
พล.ต.ธติ พิ ันธ ์ ฐานะจาโร ร.ท.หญิง ทบั ทมิ จารเุ ศรนี
พ.อ.สามารถ คงสาย จ.ส.อ.วัฒนา แนบเนยี น
พ.อ.สรายุทธ เทพแจ่มใจ จ.ส.อ.หญงิ รตั นาพร ขลยุ่ ทอง
พ.อ.เฉลิมเกียรติ ชาตมิ งคลวัฒน์
ขอ้ มลู ทางบรรณานกุ รมของหอสมดุ แห่งชาติ
ก�ำลังรบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม) = Brigade combat team.--
พิมพ์คร้งั ที่ ๒.--กรงุ เทพฯ : ศนู ย์พฒั นาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยทุ ธศึกษาทหารบก
สังกัดกระทรวงกลาโหม, ๒๕๖๓.
๔๑๐ หน้า.-- (-).
๑. ทหาร. ๒. การรบ. I. ซื่อเรอื่ ง.
355.4
ISBN 978-616-8035-60-3
จัดพิมพแ์ จกจ่ายโดย
ศนู ยพ์ ฒั นาหลักนยิ มและยทุ ธศาสตร์ กรมยทุ ธศกึ ษาทหารบก
๔๑ ถนนเทอดดำ� ริ เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ หมายเลขโทรศพั ท์ ๐ ๒๒๔๑ ๔๐๓๗,
๐-๒๒๔๑-๔๐๖๗-๖๙ ต่อ ๘๙๒๓๐-๓๗
จดหมายอเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ี [email protected]
เว็บไซต์ http://www.cdsd-rta.net
พิมพ์ที่
บริษัท ธนอรณุ การพิมพ์ จำ� กัด
๔๕๗/๖-๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร
กรงุ เทพฯ ๑๐๒๐๐ โทร. ๐-๒๒๘๒-๖๐๓๓-๔
โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๒๑๘๗-๘ E-mail: [email protected]
ค�ำ น�ำ
เอกสารผยแพรค่ วามรู้ เรอ่ื ง กำ� ลบั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม) เลม่ นี้ ดำ� เนนิ
การแปลจาก FM 3-90.6 Brigade Combat Team โดยคณะอนุกรรมการจัดท�ำโครงสร้าง
กำ� ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม สำ� หรบั เปน็ พน้ื ฐานความรใู้ นการพฒั นากำ� ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม
ของ ทบ. ตามแผนพฒั นา ทบ. (ปี ๖๐ - ๖๔) กำ� หนดการแปรสภาพหนว่ ยกำ� ลงั รบเปน็ กำ� ลงั รบ
ผสมเหล่าในระดับกรม มีโครงสร้างการจัดกะทัดรัด สมบูรณ์ในตนเอง อเนกประสงค์ ใช้ได้
หลากหลายภารกิจ คู่มือเล่มน้ีเป็นการจัดพิมพ์ครั้งท่ี ๒ เพิ่มเดิมจากการจัดพิมพ์ในครั้งท่ี ๑
เมื่อปี ๒๕๕๙ โดยเพ่ิมเน้ือหาการด�ำรงสภาพ การปฏิบัติเพ่ือเสถียรภาพโดยบริบท สภาพ
แวดลอ้ ม การจดั อา้ งองิ ของกองทพั บกสหรฐั อเมรกิ า มงุ่ หวงั เพอ่ื ขยายความรพู้ น้ื ฐานใหก้ ำ� ลงั พล
ใน ทบ. ไดร้ บั ทราบขอ้ มลู พนื้ ฐาน และประยกุ ตอ์ งคค์ วามรใู้ นสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง นำ� ไปใชป้ ระโยชน์
ในการปฏบิ ัติราชการต่อไป
หากมขี อ้ แนะน�ำ ตชิ ม ประการใด สามารถเสนอแนะไดท้ ่ี กองพัฒนาหลักนิยม
ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก เลขที่ ๔๑ ถนนเทอดด�ำริ
เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๐๐ หรอื ท่ี [email protected] โทร. ๐ ๒๒๔๑ ๔๐๓๙
พลโท
(ธเนศ วงศช์ ะอุม่ )
เจา้ กรมยทุ ธศกึ ษาทหารบก
กลา่ วนำ�
เอกสารการแปล FM 3-90.6 (Brigade Combat Team) เลม่ นี้ ดำ� เนนิ การแปลขน้ึ
โดยคณะอนกุ รรมการจดั ทำ� โครงสรา้ งกำ� ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม สำ� หรบั เปน็ ตน้ แบบในการ
พัฒนาหลักนิยมก�ำลังรบผสมเหล่าระดับกรม (กรมผสม) ของ ทบ.ไทยในอนาคตตามแผน
พฒั นา ทบ. ปี ๖๐ - ๖๔ ทบ. จะมกี ารจดั โครงสรา้ งหนว่ ยกำ� ลงั รบใหม้ ขี นาดกะทดั รดั เหมาะสม
ในการป้องกันประเทศ และเพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจท่ีไม่ใช่สงครามท่ีเป็นภัยคุกคาม
ในรูปแบบต่าง ๆ โดยระยะยาว (๑๐ ป)ี จะมกี �ำลงั รบแบบผสมเหลา่ ทมี่ คี วามสมบูรณ์ในตัวเอง
ภายในเล่มนี้ยังคงรูปแบบเน้ือหา การปฏิบัติงานตามแบบของทหารสหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่
การปฏบิ ตั งิ านรว่ มมติ รประเทศ การสนธกิ ำ� ลงั หลายชาตใิ นโครงสรา้ ง และรปู แบบการทพั รว่ ม
และยทุ โธปกรณต์ ามอตั ราการจดั ของทหารสหรฐั ฯ ทงั้ นเี้ พอื่ ใหผ้ อู้ า่ นไดม้ องภาพรวมการปฏบิ ตั ิ
ในระดับสูงสุด ซ่ึงเป็นภารกิจของ ทบ.สหรัฐฯ และคิดทบทวน เปรียบเทียบการปฏิบัติ
ในรูปแบบของการผสมที่ ทบ.ไทย จะพัฒนาขดี ความสามารถปฏบิ ตั ิได้ในอกี ๑๐ ปี ขา้ งหน้า
ภายในเล่มน้ี มีเน้อื หาประกอบด้วย ๙ บท ได้แก่
บทท่ี ๑ บทบาท ภารกจิ การจดั กรมผสม
บทที่ ๒ การปฏบิ ตั กิ ารรบดว้ ยวธิ รี กุ
บทท่ี ๓ การปฏบิ ตั กิ ารรบดว้ ยวธิ รี บั
บทท่ี ๔ การปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ เสถยี รภาพ
บทท่ี ๕ การปฏบิ ตั กิ ารระวงั ปอ้ งกนั
บทท่ี ๖ การปฏบิ ตั กิ ารลาดตระเวน
บทท่ี ๗ การยงิ สนบั สนนุ
บทที่ ๘ การเพมิ่ ศกั ยภาพอำ� นาจกำ� ลงั รบ
บทท่ี ๙ การปฏบิ ตั กิ ารดำ� รงสภาพการรบ
หากท่านผู้อ่านมีข้อเสนอแนะในการจัดท�ำหลักนิยมก�ำลังรบผสมเหล่า
ระดบั กรม (กรมผสม) ของ ทบ.ไทย หลงั จากไดศ้ กึ ษาแลว้ นน้ั สามารถเสนอแนะไดท้ ี่ ศพย.ยศ.ทบ.
ในทุกโอกาส
ศนู ยพ์ ฒั นาหลกั นยิ มและยุทธศาสตร์
กรมยทุ ธศกึ ษาทหารบก
สารบญั
บทท่ี ๑ กลา่ วนำ� INTRODUCTION หนา้
๑
ตอนที่ ๑ บทบาทของกรมผสม Role of the Brigade
Combat Team ๑
ตอนที่ ๒ การจัดและขดี ความสามารถ
Organization and Capabilities ๑๑
ตอนที่ ๓ การควบคมุ และบงั คับบัญชากรมผสม
Brigade Combat Team Command
and Control ๒๗
บทท่ี ๒ การปฏิบตั กิ ารรบดว้ ยวธิ ีรุก OFFENSIVE OPERATIONS ๕๓
ตอนที่ ๑ หลักพืน้ ฐานการรบด้วยวิธรี ุกของกรมผสม
Fundamentals of a Brigade Combat
Team Offensive ๕๓
ตอนท่ี ๒ ข้อพิจารณาเบ้อื งต้นในการวางแผนการรบด้วยวิธรี กุ
Common Offensive Planning Considerations ๕๘
ตอนที่ ๓ แบบของการดำ� เนนิ กลยุทธ์
Forms of Maneuver ๖๒
ตอนที่ ๔ กจิ หลักของการรบด้วยวิธีรุก
Primary Offensive Tasks ๖๖
ตอนท่ี ๕ การสง่ ผ่านการปฏิบตั ภิ ารกิจ Transitions ๘๒
ตอนท่ี ๖ รปู ขบวนการรบ Combat Formations ๘๓
บทที่ ๓ การปฏิบตั ิการตัง้ รับ DEFENSIVE OPERATIONS ๘๗
ตอนท่ี ๑ หลกั พ้ืนฐานการตั้งรบั ของกรมผสม Fundamentals
of a Brigade Combat Team Defense ๘๘
ตอนท่ี ๒ กจิ หลกั ในการตงั้ รบั Primary Defensive Tasks ๑๑๑
ตอนที่ ๓ การส่งผ่านการปฏิบัตกิ าร Transitions ๑๔๓
บทท่ี ๔ การปฏิบัติการเพ่อื เสถียรภาพ ๑๔๗
STABILITY OPERATIONS ๑๔๗
ตอนท่ี ๑ กล่าวท่วั ไป Overview
ตอนท่ี ๒ หน้าทีใ่ นการเสรมิ ความม่นั คงของกรมผสม
Brigade Combat Team Stability Tasks ๑๕๐
ตอนที่ ๓ ข้อพจิ ารณาส�ำหรับการปฏิบตั ิการ
เพ่ือเสถยี รภาพ Considerations for
Stability Operations ๑๕๙
ตอนท่ี ๔ องค์กรความรว่ มมือระหวา่ งหนว่ ยงาน,
องคก์ รความร่วมมือระหวา่ งรฐั และองค์กรไมใ่ ชภ่ าครัฐ
Interagency, Intergovernmental, and
Nongovernmental Organizations ๑๗๘
ตอนท่ี ๕ การส่งผ่านการปฏบิ ตั กิ าร Transitions ๑๘๐
ตอนท่ี ๖ การขอความชว่ ยเหลือบังคับใช้การรักษาความปลอดภัย
SECURITY FORCE ASSISTANCE ๑๘๓
บทท่ี ๕ การปฏบิ ัตกิ ารระวังป้องกนั SECURITY OPERATIONS ๑๘๗
ตอนท่ี ๑ กลา่ วทวั่ ไป Overview ๑๘๗
ตอนท่ี ๒ หลักพื้นฐานและขอ้ พิจารณาในการวางแผน ๑๙๐
Fundamentals and Planning ๑๙๑
Considerations ๒๐๕
ตอนท่ี ๓ ฉากก�ำบงั Screen ๒๐๘
ตอนที่ ๔ ส่วนคุม้ กัน Guard ๒๑๐
ตอนท่ี ๕ การกำ� บงั Cover
ตอนที่ ๖ การระวงั ป้องกนั Security
บทท่ี ๖ การปฏบิ ัตกิ ารลาดตระเวน
RECONNAISSANCE OPERATIONS ๒๑๙
ตอนท่ี ๑ กล่าวท่วั ไป Overview ๒๒๐
ตอนที่ ๒ การขา่ วกรอง Intelligence ๒๒๓
ตอนท่ี ๓ การสนบั สนุนใหก้ ับการปฏิบตั ิการลาดตระเวน
Support to Reconnaissance Operations ๒๒๗
ตอนท่ี ๔ ข้อพิจารณาในการลาดตระเวน
Reconnaissance Considerations ๒๓๐
ตอนที่ ๕ รูปแบบของการลาดตระเวน
Forms of Reconnaissance ๒๔๓
บทท่ี ๗ การยงิ สนบั สนนุ ในกรมผสม
FIRE SUPPORT IN THE BRIGADE COMBAT TEAM ๒๔๙
ตอนที่ ๑ องค์กรการยิงสนับสนุนของกรมผสม
Brigade Combat Team Fire
Support Organization ๒๔๙
ตอนท่ี ๒ การวางแผนการยงิ สนบั สนุน
Fire Support Planning ๒๕๗
ตอนที่ ๓ การประสานการยงิ สนับสนุน
Fire Support Coordination ๒๘๖
บทที่ ๘ การเพม่ิ ศักยภาพอำ� นาจก�ำลงั รบ
AUGMENTING COMBAT POWER ๒๙๑
ตอนท่ี ๑ การปฏิบตั ิการทางทหารชา่ ง
Engineering Operations ๒๙๒
ตอนที่ ๒ การปฏิบตั ิการของสารวัตรทหาร
Military Police Operations ๒๙๔
ตอนท่ี ๓ การปฏิบัติการปอ้ งกนั ภัยทางอากาศ
Air and Missile Defense Operations ๒๙๘
ตอนท่ี ๔ การปฏบิ ตั กิ าร เคมี ชวี ะ รงั สี และนิวเคลยี ร์
Chemical Biological Radiological
and Nuclear Operations ๓๐๕
ตอนที่ ๕ การสนับสนุนของกองร้อยขา่ วกรองทางทหาร
Military Intelligence Company Support ๓๐๘
ตอนที่ ๖ การปฏิสมั พันธอ์ ยา่ งต่อเนื่องด้านข้อมูลขา่ วสาร
Information Engagement ๓๑๕
ตอนที่ ๗ กจิ กรรมด้านกิจการพลเรือน
Civil Affairs Activities ๓๒๒
ตอนที่ ๘ ระบบสง่ั การและควบคมุ สารสนเทศ Command
and Control Information Systems ๓๒๗
ตอนที่ ๙ การเพ่มิ ขดี ความสามารถจากภายนอกให้กบั กรมผสม
External Augmentation to the Brigade
Combat Team ๓๒๙
ตอนท่ี ๑๐ ข้อพิจารณาในการใช้ทรพั ยากรและกองก�ำลังร่วม
Key Joint Assets Forces and
Considerations ๓๔๐
ตอนท่ี ๑๑ ข้อพจิ ารณาในการท�ำงานกับหลายชาติ
Multinational Considerations ๓๔๖
บทท่ี ๙ การปฏบิ ัติการดำ� รงสภาพการรบ
SUSTAINMENT OPERATIONS ๓๔๗
ตอนที่ ๑ การดำ� รงสภาพการรบของกรมผสม
Brigade Combat Team Sustainment ๓๔๗
ตอนท่ี ๒ การวางแผนการดำ� รงสภาพการรบ
Sustainment Planning ๓๗๒
ศัพทานุกรม GLOSSARY ๓๘๑
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
บทที่ ๑
Introdกuลc่าtวioนnำ�
กรมผสม เปน็ หนว่ ยทมี่ กี ารจดั แบบสำ� เรจ็ รปู ทช่ี ว่ ยใหผ้ บู้ ญั ชาการกองพล
ผูบ้ ัญชาการกองกำ� ลังทางบก หรอื ผู้บัญชาการกองกำ� ลังเฉพาะกจิ รว่ ม มีขีดความ
สามารถในการรบประชดิ กรมผสมไดร้ บั การออกแบบใหส้ ามารถปฏบิ ตั กิ ารไดท้ กุ
ย่านความขัดแย้ง สามารถท�ำการรบด้วยการใช้ความได้เปรียบทางยุทธวิธีท่ีเกิด
จากโครงสร้างการจัดแบบผสมเหล่า กรมผสมบรรลุภารกิจได้โดยการบูรณาการ
การปฏบิ ตั ขิ องกองพนั ดำ� เนนิ กลยทุ ธ์ กองพนั ปนื ใหญส่ นาม หนว่ ยบนิ หนว่ ยทหาร
ชา่ ง การปอ้ งกันภยั ทางอากาศและขีปนาวุธ การสนับสนนุ ทางอากาศโดยใกล้ชดิ
และการยิงของปืนเรือ นอกจากนี้กองพันลาดตระเวน (reconnaissance
squadron) และระบบส่ือสารและสารสนเทศ (ข่าวสารอัตโนมัติ) จะท�ำให้กรม
ผสมมคี วามเหนือกวา่ ด้านข่าวสารเมื่อเทยี บกับฝา่ ยตรงข้าม หนว่ ยและเครือ่ งมอื
ดังกล่าวช่วยให้กรมผสมรวบรวมข่าวสารปริมาณมาก ด�ำเนินกรรมวิธีให้เป็น
ข่าวกรองและกระจายไปยังผู้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว บทน้ีจะกล่าวถึงบทบาท
และการจัดของกรมผสม
ตอนท่ี ๑ บทบาทของกรมผสม (ROLE OF THE BRIGADE COMBAT
TEAM)
๑ - ๑ กรมผสมเป็นหน่วยด�ำเนินกลยุทธ์หลักของ ทบ. มีการจัดเป็นกรมผสม
แบบหนัก ทหารราบ และสไตรเกอร์ กรมผสมถือเป็นก�ำลังผสมเหล่าเล็กท่ีสุด
1
ก�ำ ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ที่สามารถปฏิบัติการเป็นอิสระ กรมผสมสามารถปฏิบัติการรุก รับ ปฏิบัติเพื่อ
เสถยี รภาพ และสนบั สนนุ พลเรอื นได้ ภารกจิ หลกั ของกรมผสมคอื การเขา้ ประชดิ
ฝ่ายตรงข้ามด้วยการยิงและการด�ำเนินกลยุทธ์เพ่ือท�ำลายหรือจับฝ่ายตรงข้าม
หรอื ผลกั ดนั การเขา้ ตขี องฝา่ ยตรงขา้ มดว้ ยการยงิ การรบประชดิ และการตโี ตต้ อบ
กรมผสมเป็นหน่วยที่มีความสมบูรณ์ในตนเอง สามารถปรับเปลี่ยนการจัดให้
เหมาะสมกบั ภารกจิ กรมผสมสามารถปฏบิ ตั กิ ารนอกประเทศ สามารถบรู ณาการ
การปฏบิ ตั ขิ องกองทพั บกใหเ้ ขา้ กบั เหลา่ อน่ื พลเรอื น และกำ� ลงั ทหารของประเทศ
ต่าง ๆ ไดด้ ี
๑ - ๒ กรมผสมมักปฏิบตั ิการเปน็ สว่ นหน่ึงของกองพล โดยกองพลท�ำหนา้ ท่ีเปน็
กองบัญชาการทางยทุ ธวิธี (tactical headquarters) สามารถควบคุมไดส้ ูงสุดถึง
๖ กรมผสม ในการรบในยา่ นความขัดแยง้ สงู ถงึ ปานกลาง (high or mid inten-
sity) กรมผสมจะได้รับการสมทบด้วยกรมที่มีพันธกิจสนับสนุนอีกจ�ำนวนหนึ่ง
กองพลจะมอบภารกจิ พน้ื ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร สว่ นสนบั สนนุ ใหก้ บั กรมผสมและประสาน
การปฏิบัติกับกรมผสมอื่น กรมผสมอาจต้องแยกหน่วยรองไปสมทบให้กับ
หน่วยอื่นของกองพล หนว่ ยระดบั กรมท่เี พม่ิ เติมให้กรมผสม ไดแ้ ก่ กรมปืนใหญ่
กรมเฝา้ ตรวจสนามรบ กรมสนบั สนนุ การด�ำเนนิ กลยทุ ธ์ และกรมการบนิ
สภาพแวดล้อมการปฏบิ ัตกิ าร (OPERATIONAL ENVIRONMENT)
๑ - ๓ ขีดความสามารถเฉพาะของกรมผสม ช่วยให้ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายอ�ำนวย
การ วางแผนทางทหารทั้งในระดับยุทธศาสตร์และยุทธการ การใช้กรมผสมใน
สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่หลากหลาย ปัจจัยดังกล่าวเรียกว่า สภาพ
แวดล้อมในการปฏบิ ัตกิ าร ประกอบด้วย ฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายเรา และฝ่ายเปน็ กลาง
ท่ีเกี่ยวข้อง นอกจากน้ียังต้องมีความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สภาพ
การเมอื งการปกครอง เทคโนโลยี ทรพั ยากร และวฒั นธรรมในท้องถิน่ ด้วย
๑ - ๔ สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องแปรผัน
ตามกลุ่มความรว่ มมอื (coalition) พันธมติ ร ห้นุ สว่ น และผู้มีบทบาท (actors)
การปฏิบัติการร่วมและระหว่างองค์กรท�ำให้เราต้องรับมือกับผู้มีส่วนเก่ียวข้องที่
อยใู่ นสภาพแวดลอ้ มนน้ั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เทคโนโลยี
2
กำ�ลังรบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
สารสนเทศ เทคโนโลยีขนสง่ และกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ระดบั โลกลว้ นมอี ิทธพิ ล
ต่อสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้ม (trends) อ่ืนท่ีมี
ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการท่ีกรมผสมต้องปฏิบัติ เช่น การ
เปล่ียนแปลงของกลุ่มคนในสังคม การอพยพของประชากรเข้าสู่ชุมชนเมือง
การแพร่หลายของอุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละเทคโนโลยไี รส้ าย การเปล่ียนแปลง
สภาพอากาศ ภัยพิบัติธรรมชาติ และการแพร่ขยายอาวุธท่ีมีอ�ำนาจท�ำลายสูง
(weapons of mass destruction)
ปัจจยั ในการปฏิบตั ิการ (OPERATIONAL VARIABLES)
๑ - ๕ เมื่อกรมผสมได้รับการแจ้งเตือนให้ส่งก�ำลังเข้าปฏิบัติการในยุทธบริเวณ
หนว่ ยเหนอื จะเปน็ ผจู้ ดั ทำ� วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มในการปฏบิ ตั กิ าร การวเิ คราะห์
ปัจจัยสภาพแวดลอ้ มในการปฏิบตั กิ ารใช้อกั ษรยอ่ ว่า PMESII-PT
ตาราง ๑ - ๑ ปัจจัยในการปฏิบัตกิ าร
ปัจจัย คำ� อธิบาย
P Political การเมือง การกระจายอ�ำนาจและความรับผิดชอบในทุกระดับของ
ระบบการปกครอง
M Military ขดี ความสามารถของกำ� ลงั ทหารทง้ั ปวงในสภาพแวดลอ้ ม
การทหาร ในการปฏบิ ัตกิ าร
E Economy เศรษฐกิจ พฤติกรรมคณะกรรมการผลิต การจ�ำหน่าย และการ
บรโิ ภค
S Social สังคมทอ่ี ยู่ สังคม คือกลุ่มประชากรท่ีอยู่ภายใต้อ�ำนาจทางการเมือง
ภายในสภาพแวดล้อม เดียวกัน มีดินแดน วัฒนธรรม และมีอัตลักษณ์แบบ
เดยี วกัน
I Information ขา่ วสาร การรวมกนั ของบคุ คล องคก์ ร และระบบ ทรี่ วบรวมดำ� เนนิ
กรรมวธิ ี การใช้และกระจายข่าวสาร ขา่ วกรอง
I Infrastructure ได้แก่ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกขั้นพ้ืนฐาน การบริการ
โครงสรา้ งพื้นฐาน สง่ิ กอ่ สร้างท่ีจ�ำเปน็ ตอ่ การสนบั สนุนตอ่ ประชากร
3
ก�ำ ลงั รบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
P Physical Environ- ลักษณะทางภูมศิ าสตรแ์ ละสง่ิ ที่มนุษยส์ ร้างข้ึน
ment สภาพแวดล้อม
ทางกายภาพ
T Time หว้ งเวลาในการปฏบิ ัติการ
๑ - ๖ ปัจจัยในการปฏิบัติการจะบ่งชี้แง่มุมของสภาพแวดล้อมที่กว้างเกินไป
ส�ำหรับภารกิจทางยุทธวิธีของกรมผสม ผู้บังคับกรมผสมและฝ่ายอ�ำนวยการ
จะต้องกล่ันกรองข่าวสาร ข่าวกรองเกี่ยวกับปัจจัยในการปฏิบัติการและการ
น�ำเอาปัจจัยท่ีมีความส�ำคัญต่อภารกิจในการปฏิบัติการมาร่วมกับการวิเคราะห์
ภารกิจจะชว่ ยให้ผู้บงั คบั กรมผสมและฝ่ายอ�ำนวยการเขา้ ใจสถานการณก์ ารด�ำรง
ชวี ติ ของคนในสังคม (เช่น ภาษา วัฒนธรรม ประวตั ศิ าสตร์ การศึกษา ความเชอ่ื
เป็นต้น) ซึ่งการวิเคราะห์ภารกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมปัจจัยในการ
ปฏิบัติการ ได้แก่ ภารกิจ ฝ่ายตรงข้าม ภูมิประเทศและสภาพอากาศ ก�ำลัง
และการสนบั สนนุ ท่ีมอี ยู่เวลาท่มี ีอยู่ และขอ้ พิจารณาดา้ นพลเรอื น (METT-TC)
ภัยคุกคามในสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการ (THREAT IN THE OPERA-
TIONAL ENVIRONMENT)
๑ - ๗ กรมผสมจะถกู ส่งไปปฏิบตั ิการได้ทุกท่ที ั่วโลก ตอ้ งรบั มอื กับภยั คุกคามได้
หลายรปู แบบ ทกุ ยา่ นความขดั แยง้ ภยั คกุ คามอาจจะมาจากรฐั ภยั คกุ คามอาจมา
จากกลุ่มท่ีไม่ใช่รัฐ ได้แก่ ผู้ก่อความไม่สงบ ผู้ก่อการร้าย ผู้ค้ายาเสพติด และ
องคก์ รอาชญากรรม ผมู้ บี ทบาททไี่ มใ่ ชร่ ฐั อาจใชก้ ำ� ลงั ใหบ้ รรลผุ ลประโยชนข์ องตน
และคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หรือของประเทศอ่ืน ภัยคุกคามท่ีไม่ใช่
รัฐอาจด�ำรงอยู่อย่างโดดเด่ียวหรือมีความร่วมกับภัยคุกคามที่ไม่ใช่รัฐอ่ืนหรือกับ
ชาติท่เี ปน็ ภัยคุกคาม
กำ� ลังฝ่ายตรงขา้ ม (ENEMY FORCRES)
๑ - ๘ รปู แบบของการรบในลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบเปดิ และแบบซบั ซอ้ นทำ� ให้
สภาพแวดล้อมทางยทุ ธวิธเี ปล่ยี นไป การปฏบิ ัติการทางทหารในปจั จุบนั ใหค้ วาม
4
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
สำ� คญั กบั การปฏบิ ตั กิ ารรว่ ม คณุ ลกั ษณะเดน่ ของเหลา่ ทพั ชว่ ยใหก้ รมผสมดำ� เนนิ
กลยทุ ธไ์ ดอ้ ยา่ งเสรี ฝา่ ยตรงขา้ มทต่ี อ้ งการรวมอำ� นาจกำ� ลงั รบเปน็ กลมุ่ กอ้ นจะเปน็
จุดอ่อนต่ออ�ำนาจการยิงของฝ่ายเรา ฝ่ายตรงข้ามจะหลีกเล่ียงจุดอ่อนโดยการ
เคลือ่ นที่หน่วยยานยนต์อย่างระมัดระวัง ซึ่งอาจจะใช้การกำ� บงั จากเมอื ง หมู่บา้ น
หรอื ภมู ปิ ระเทศรกทบึ กลา่ วสรปุ การใชห้ นว่ ยยานเกราะโดยทไ่ี มม่ คี วามเหนอื กวา่
ของกำ� ลงั ทางอากาศทำ� ใหฝ้ า่ ยตรงขา้ มประสบความยากลำ� บากในการกระจายกำ� ลงั
วางก�ำลัง และตีโต้ตอบ หรือถ้าจะท�ำ ต้องใช้ลักษณะภูมิประเทศและเส้นทาง
ท่ีปกปิด
๑ - ๙ แนวความคดิ ในการปฏบิ ตั กิ ารมลี กั ษณะทอ่ี าศยั การประสานอยา่ งใกลช้ ดิ
ระหว่างหน่วยทมี่ คี วามคลอ่ งแคล่วในการเคล่ือนทกี่ ับก�ำลังทางอากาศ เนอ่ื งจาก
ฝา่ ยตรงขา้ มรวู้ า่ กองทพั บกและกำ� ลงั ทางอากาศสหรฐั ฯ มขี ดี ความสามารถในการ
ท�ำลายหน่วยยานเกราะในภูมิประเทศเปิด ฝ่ายตรงข้ามจึงมักปฏิบัติการใน
ภูมิประเทศที่ซบั ซ้อน ฝา่ ยตรงขา้ มจะใช้ภมู ิประเทศทใี่ ห้การก�ำบังและซอ่ นพราง
เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีทางอากาศและการยิงเล็งตรง ดังน้ันกรมผสมจึงต้องใช้
รูปขบวนทางยุทธวิธีในภูมิประเทศซับซ้อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเล่ียง
ภูมปิ ระเทศเปดิ
๑ - ๑๐ ในปัจจบุ นั มีโอกาสสงู ทีก่ �ำลงั ของฝ่ายเราจะตอ้ งทำ� การรบในเมอื ง ส่วน
หนึ่งเป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามต้องการแสวงหาความได้เปรียบแบบอสมมาตร และ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของชุมชนเมอื งเกดิ ขน้ึ ทั่วไป อกี ท้ังชมุ ชนเมืองยงั มี
ความส�ำคัญในเชิงยุทธศาสตร์และยุทธการ แม้ว่าจะมีค�ำกล่าวว่าควรหลีกเล่ียง
การกวาดล้างในเมืองใหญ่ แต่บางครั้งความจ�ำเป็นทางยุทธศาสตร์อาจท�ำให้
ฝา่ ยเราตอ้ งใชก้ �ำลงั รบเข้าควบคมุ เมืองใหญ่
ก�ำลังรบตามแบบ (CONVENTIONAL MILITARH FORCES)
๑ - ๑๑ เมื่อสถานการณ์บีบบังคับ ฝ่ายตรงข้ามอาจเป็นก�ำลังรบตามแบบของ
ประเทศใดประเทศหน่ึงในภูมิภาค กองทัพบกต้องแสวงหาความเหนือกว่าท้ังใน
ด้านเทคโนโลยี การจัด เพ่ือเอาชนะการรบใหไ้ ด้ในเวลาทส่ี ้ันท่สี ุด
5
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
กำ� ลังรบไมต่ ามแบบ (UNCONVENTIONAL MILITARY FORCES)
๑ - ๑๒ กำ� ลงั รบไมต่ ามแบบของฝา่ ยตรงขา้ มทก่ี องทพั บกตอ้ งเผชญิ อาจเปน็ กลมุ่
กอ่ ความไมส่ งบ กลมุ่ กอ่ การรา้ ย ขบวนการคา้ ยาเสพตดิ และองคก์ รอาชญากรรม
ยุทธวิธี เทคนิค และวิธีการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม (ENEMY TACTICS
TECHNIQUES AND PROCEDURES)
๑ - ๑๓ จุดมงุ่ หมายของฝ่ายตรงข้ามคือ เอาชนะขีดความสามารถของกรมผสม
ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การลวงและการใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยรวมวิธี
การต่างๆ มีดงั นี้ :
• ปรบั เปลย่ี นการปฏบิ ตั เิ พอ่ื ใหภ้ าพปรากฏในสนามรบตา่ งไปจากทเี่ ปน็
จริงและลดร่องรอยเพื่อขัดขวางการเตรียมสนามรบด้านการข่าวของฝ่ายเรา
โดยป้องกนั การถกู ตรวจจบั
• วางเคร่ืองกีดขวางและสนามทุ่นระเบิดลวงในพ้ืนที่ฝ่ายเราคาดไว้
และวางทนุ่ ระเบดิ จรงิ ในพ้นื ทฝ่ี ่ายเราไมค่ าดคิด
• ปกปิดร่องรอยของหน่วยหรือระบบท่ีอาจเป็นเป้าหมายคุณค่าสูงต่อ
ฝ่ายเรา ท�ำให้ยุ่งยากต่อการแยกแยะเป้าหมายส�ำคัญกับเป้าหมายที่ไม่ส�ำคัญ
ลดขดี ความสามารถในการลาดตระเวนและเฝา้ ตรวจดว้ ยการลวงและการกระจาย
ก�ำลัง
• ปกปิดผลกระทบจากการปฏิบัติของฝ่ายเราด้วยการลวง การปรับ
เปล่ียนส่ิงบอกเหตุ หรือโฆษณาชวนเช่ือเพื่อลดความสามารถในการประเมินผล
การปฏิบตั กิ ารของฝา่ ยเรา
• ขยายผลจากการท่ีฝ่ายเราต้องพึ่งพาระบบเครือข่ายไร้สาย ระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยการใช้การโจมตีด้วยสงคราม
อิเลก็ ทรอนิกส์ (electronics warfare attacks)
๑ - ๑๔ ในภูมิประเทศซับซ้อน ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
ของฝา่ ยเราโดยการใชร้ ะบบอาวธุ ทย่ี ากตอ่ การพสิ จู นท์ ราบ ทำ� ใหฝ้ า่ ยเราตรวจจบั
ป้องกนั ไดย้ าก และการดำ� เนินกลยทุ ธข์ องกรมผสมจะช้าลงเป็นจดุ ออ่ นมากข้นึ
6
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
๑ - ๑๕ ฝา่ ยตรงขา้ มจะกระทำ� เพอื่ ลดขดี ความสามารถในการคน้ หาและกำ� หนด
เปา้ หมายของฝา่ ยเราดว้ ยการวางกำ� ลงั ประชดิ ฝา่ ยเรา หรอื ดว้ ยการแฝงตวั ปะปน
กบั พลเรอื น หรอื ตามสถานทสี่ ำ� คญั ดา้ นตา่ งๆ ทางประวตั ศิ าสตร์ สงั คม ศาสนา ฯลฯ
๑ - ๑๖ ฝ่ายตรงข้ามมักปฏิบัติการในลักษณะกระจายก�ำลังเพื่อลดขีดความ
สามารถในการค้นหาเป้าหมายของฝ่ายเรา ในสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการ
เช่นนี้ ฝ่ายตรงข้ามมักใช้การวางแผนแบบรวมการ ปฏิบัติแบบแยกการ ท�ำให้
ผลกระทบในการโจมตเี ปา้ หมายของฝ่ายเราลดลง
ฝา่ ยตรงขา้ มในการรบขนาดใหญ่ (ENEMY IN MAJOR COMBAT OPERA-
TIONS)
๑ - ๑๗ ในการรบขนาดใหญ่ ฝ่ายตรงข้ามจะใช้เคร่ืองมือต่างๆ เช่น อุปกรณ์
ทันสมัยติดตง้ั กบั หนว่ ยยานเกราะ ยานยนต์ หรือทหารราบเบา ฝา่ ยตรงข้ามอาจ
ใช้รถถังหรือยานรบรุ่นใหม่ จรวดน�ำวิถีต่อสู้รถถังทันสมัย อาร์พีจี จรวดต่อสู้
อากาศยานแบบประทับบ่า อากาศยานแบบต่างๆ ปืนใหญ่ เคร่ืองยิงลูกระเบิด
ทุ่นระเบิด และระบบอาวุธที่ไม่สังหาร (non-lethal) ฝ่ายตรงข้ามอาจใช้ก�ำลัง
ขนาดใหญเ่ สรมิ ดว้ ยระบบการตดิ ตอ่ สอื่ สารทง้ั ทหารและพลเรอื น หรอื อาจมรี ะบบ
อาวธุ ทม่ี ีอำ� นาจท�ำลายสงู (weapon of mass destruction) ฝ่ายตรงขา้ มอาจ
ใช้ก�ำลังตามแบบขนาดใหญ่ เช่น กองพลและกองทัพน้อย รวมถึงอาจใช้การรบ
ไมต่ ามแบบและสงครามยืดเยื้อ
๑ - ๑๘ ภัยคุกคามในลักษณะสงครามไม่ตามแบบมักจะมาจากกลุ่มก่อความ
ไมส่ งบ กองโจร หรอื กลมุ่ กอ่ การรา้ ย คนกลมุ่ นมี้ แี รงจงู ใจในการตอ่ สสู้ งู มขี ดี ความ
สามารถในการใช้อาวุธท่ีมีความแม่นย�ำสูงและระบบการติดต่อส่ือสารที่ทันสมัย
(เชน่ ลกู ระเบิดยงิ แบบน�ำวถิ ี หรอื จรวดต่อสูอ้ ากาศยานแบบประทบั บา่ ) นอกจากน้ี
ฝ่ายตรงข้ามยังสามารถใช้ระบบตรวจจับภาคพ้ืนดินผสมผสานกับระบบอาวุธ
ตามแบบ ทนุ่ ระเบดิ และระเบดิ แสวงเครอ่ื ง มกี ารสรา้ งสภาพแวดลอ้ มดา้ นขา่ วสาร
เพื่อความได้เปรียบผ่านทางกิจกรรมบางอย่าง เช่น การโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพ
การกระท�ำดังกล่าวก็เพ่ือดึงดูดให้มีการรายงานข่าวหรือเพ่ือสร้างภาพให้เห็น
7
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ขีดความสามารถของฝ่ายตน เทคนิคท่ัวไปอื่นที่ฝ่ายตรงข้ามมักจะใช้ ได้แก่
การลอบสงั หาร การลกั พาตัว เปน็ ตน้ เมอ่ื กรมผสมเผชญิ กับศัตรูเชน่ นีจ้ ะต้องใช้
การปฏสิ มั พนั ธ์ด้านขา่ วสาร (information engagement) กับประชาชนในพืน้ ท่ี
ในการจัดเฉพาะกิจจะต้องมีฝ่ายกิจการพลเรือน การปฏิบัติการสนับสนุนด้าน
ข่าวสาร (Military Information Support Operations-MISO) ก�ำลังปฏิบัติ
การพเิ ศษเพอื่ การรกั ษาความสงบเรียบร้อย
การปฏิบัตกิ ารเตม็ ยา่ นความขดั แยง้ (FULL SPECTRUM OPERATION)
๑ - ๑๙ กรมผสมปฏบิ ตั กิ ารภายในกรอบของการปฏบิ ตั กิ ารเตม็ ยา่ นความขดั แยง้
รส. ๓-๐ จะกล่าวถึงการปฏิบัติการเต็มย่านความขัดแย้งอย่างละเอียด ซึ่งจะ
รวมถึงการรกุ การรบั การปฏิบตั ิการเพอื่ เสถยี รภาพ และการสนับสนนุ พลเรอื น
๑ - ๒๐ การปฏบิ ตั กิ ารรกุ เปน็ การปฏบิ ตั กิ ารรบทก่ี ระทำ� เพอ่ื เอาชนะหรอื ทำ� ลาย
ก�ำลังฝ่ายตรงขา้ ม และเพอ่ื ยึดภมู ปิ ระเทศ ทรพั ยากร และย่านชุมชน การปฏบิ ตั ิ
การรุกเป็นการน�ำเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชาเข้าหักล้างกับความต้ังใจของ
ฝ่ายตรงข้ามในการรบ บทที่ ๒ จะกล่าวโดยละเอียดถึงการปฏิบัติของกรมผสม
ในแต่ละแบบของการรกุ
• การเคลื่อนทเ่ี ขา้ ปะทะ
• การเขา้ ตี
• การขยายผล
• การไลต่ ดิ ตาม
๑ - ๒๑ การปฏิบัติการตั้งรับเป็นแบบของการรบเพื่อเอาชนะการเข้าตีของฝ่าย
ตรงข้าม เพื่อให้ได้เวลา เพื่อออมก�ำลัง และเพ่ือพัฒนาสถานการณ์ให้เก้ือกูลต่อ
การเข้าตีหรือปฏิบัติการเพ่ือเสถียรภาพ การรับสามารถป้องกันและรักษาพื้นท่ี
ขณะฝา่ ยเราอยรู่ ะหวา่ งการปฏบิ ตั เิ พอ่ื เสถยี รภาพ การปฏบิ ตั กิ ารตง้ั รบั จะเปน็ การ
ต่อต้านการรุกและเอาชนะการเข้าตีของฝ่ายตรงข้ามด้วยการท�ำลายก�ำลังเข้าตี
นอกจากนกี้ ารปฏิบตั ิการต้ังรบั ยงั เปน็ การรักษาการควบคมุ พ้นื ที่ ทรพั ยากร และ
8
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ประชากร บทที่ ๓ จะกล่าวถึงการปฏิบัติการของกรมผสมในแต่ละแบบของ
การตง้ั รบั
• การต้ังรบั แบบคลอ่ งตัว
• การตง้ั รับแบบยึดพืน้ ที่
• การร่นถอย
๑ - ๒๒ การปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ เสถยี รภาพครอบคลมุ ภารกจิ ทางทหารหลายประการ
วตั ถุประสงคก์ เ็ พ่ือดำ� รงไวห้ รือท�ำให้เกดิ สภาพแวดลอ้ มทมี่ น่ั คงปลอดภัย จดั ใหม้ ี
การบริการของรัฐที่จ�ำเป็น ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และการช่วยเหลือเพ่ือ
มนษุ ยธรรม การปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ เสถยี รภาพอาจมลี กั ษณะบบี บงั คบั หรอื สรา้ งสรรค์
บทที่ ๔ มคี ำ� อธบิ ายวา่ กรมผสมจะปฏบิ ตั หิ รอื ชว่ ยเหลอื การปฏบิ ตั เิ พอ่ื เสถยี รภาพ
อย่างไร
• การรักษาความปลอดภัยให้กับพลเรือน Civil Security
• การควบคมุ พลเรอื น Civil Control
• การฟืน้ ฟูการบริการท่จี ำ� เป็นข้ันพื้นฐาน Restoration of essential
services
• การสนับสนุนรัฐบาล Support to Governance
• การสนบั สนนุ การพฒั นาเศรษฐกจิ และโครงสรา้ งพนื้ ฐาน Support to
economic and infrastructure development
๑ - ๒๓ การสนับสนุนพลเรือนเป็นการสนับสนุนของทหารที่มีต่อฝ่ายบ้านเมือง
ในภาวะฉุกเฉินเม่ือได้รับการร้องขอ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย การบรรเทา
สาธารณภัย อบุ ตั เิ หตกุ ารโจมตจี ากการกอ่ การร้าย
๑ - ๒๔ กิจพืน้ ฐานในการช่วยเหลือฝา่ ยพลเรอื น :
• สนบั สนนุ พลเรือนจากการถกู โจมตจี ากการกอ่ การรา้ ย
• สนับสนนุ การบังคับใชก้ ฎหมาย
• สนบั สนนุ อืน่ ตามท่ฝี ่ายพลเรือนรอ้ งขอ
9
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
๑ - ๒๕ การปฏิบัติการเต็มย่านความขัดแย้งในเวลาพร้อมกันจ�ำเป็นต้องมีการ
ประเมนิ อย่างรอบคอบ มีการวางแผนลว่ งหนา้ และมกี ารเตรียมหนว่ ย ในการนี้
เรม่ิ ดว้ ยการประเมนิ สถานการณเ์ พอื่ กำ� หนดลำ� ดบั ความเรง่ ดว่ นของกจิ เฉพาะตา่ งๆ
ทจ่ี ะตอ้ งทำ� ตวั อยา่ งเชน่ ภายหลงั การรกุ กองพลมอบพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั กิ ารใหก้ รมผสม
พร้อมกิจเฉพาะให้กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามที่อยู่กระจัดกระจาย เป็นการป้องกัน
เขื่อน และปฏิบัติการเพื่อเสถียรภาพผู้บังคับกรมผสมก�ำหนดว่ากรมผสมมี
กจิ เฉพาะเรง่ ดว่ น คอื การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มทมี่ นั่ คงและปลอดภยั ในพนื้ ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร
และป้องกันเขื่อน ในเวลาเดียวกันฝ่ายอ�ำนวยการของกรมผสมจะเริ่มวางแผน
สำ� หรบั ข้นั ตอ่ ไปในเรอ่ื งการควบคมุ โดยพลเรือน การช่วยเหลือฝ่ายบ้านเมอื งเพอื่
ฟื้นฟูการบริการพ้นื ฐาน สว่ นการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภยั การ
ปฏบิ ตั กิ ารขา่ วสาร และการปอ้ งกนั กต็ อ้ งดำ� เนนิ ไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ผบู้ งั คบั กรมผสม
มอบกิจเฉพาะให้กับหน่วยรองปรับการจัดเฉพาะกิจของกรมผสม ทดแทนส่ิง
อุปกรณแ์ ละก�ำลงั พล ทง้ั น้ี หากเวลาและทรัพยากรอ�ำนวยให้ หน่วยเหนืออาจจัด
ตั้งโครงการฝึกสำ� หรบั กิจเฉพาะกจิ หนงึ่ หรือหลายกจิ ให้ก็ได้
๑ - ๒๖ เม่ือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ผู้บังคับกรมผสมก็ต้องปรับแนวความคิด
ในการปฏบิ ัตใิ ห้สอดคลอ้ งกนั เม่ือมีการแบง่ ขน้ั การปฏิบัติการ การปรับเปลย่ี นก็
ต้องก�ำหนดไว้ในแผนแต่ละขั้นด้วย ซ่ึงจะออกมาในรูปของการก�ำหนดกิจเฉพาะ
ใหก้ บั หนว่ ยรอง การแบง่ มอบทรพั ยากร และการจดั เฉพาะกจิ การปฏบิ ตั กิ ารเตม็
ย่านความขัดแย้งมิใช่การปฏิบัติการเป็นขั้นๆ แต่ละประเภทการปฏิบัติการ
ไมว่ ่าการรกุ รับเพ่อื เสถียรภาพ และสนบั สนุนพลเรือน จะตอ้ งน�ำมาพจิ ารณาให้
น้ำ� หนกั ในทุกขั้นตอน
การปฏิบัติการเสรมิ ทางยทุ ธวธิ ี (TACTICAL ENABLING OPERATION)
๑ - ๒๗ กรมผสมปฏบิ ตั กิ ารเสรมิ ทางยทุ ธวิธีเพอ่ื ช่วยในการวางแผน เตรยี มการ
และสำ� หรบั การปฏบิ ตั กิ ารหลกั ๔ ประเภท (รกุ รบั เพอ่ื เสถยี รภาพ และสนบั สนนุ
พลเรือน) การปฏิบตั กิ ารเสรมิ ทางยุทธวิธี ได้แก่
• การผลัดเปลยี่ นหน่วย
10
กำ�ลังรบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• การโอนการรบ
• การผ่านแนว
• การยทุ ธบ์ รรจบ
• การเจาะชอ่ ง
• การข้ามล�ำนำ้� ขนาดเลก็
• การกวาดลา้ ง
• การเคล่ือนย้าย
๑ - ๒๘ กรมผสมต้องฝึกส�ำหรับการปฏิบัติการดังกล่าวเพ่ือให้มีความพร้อม
อยู่เสมอ โดยกระทำ� พร้อมกบั การฝกึ ภาคสนามและการฝกึ อืน่ ๆ ตามโอกาสทีม่ ี
ตอนที่ ๒ การจัดและขีดความสามารถ (ORGANIZATION AND
CAPABILITIES)
๑ - ๒๙ กรมผสมเปน็ หนว่ ยกำ� ลงั รบหลกั ของกองทพั บกทมี่ กี ารจดั แบบผสมเหลา่
กรมผสมจะถูกจัดก�ำลังเป็นแกนกลางส�ำหรับการรบในก�ำลังรบภาคพ้ืนดินของ
กองก�ำลังรบร่วม เพราะกรมผสมมีขีดความสามารถครบทุกพันธกิจการรบ
กรมผสมสามารถจัดเฉพาะกิจเพ่ือให้สอดคล้องกับภารกิจท่ีได้รับ กองทัพบก
จัดกรมผสมไว้ ๓ แบบด้วยกัน คือ HEAVY BRIGADE COMBAT TEAM :
แบบหนัก INFANTRY BRIGADE COMBAT TEAM : IBCT และ STRYKER
BRIGADE COMBAT TEAM : SBCT
๑ - ๓๐ การจดั กรมผสมจะประกอบดว้ ยสว่ นดำ� เนนิ กลยทุ ธ์ การยงิ ลาดตระเวน
การดำ� รงสภาพการรบ ข่าวกรองทางทหาร ทหารสารวตั ร สอื่ สาร และทหารช่าง
(รูปที่ ๑ - ๑) ในภารกิจบางประเภทผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนืออาจเพิ่ม
ขีดความสามารถที่ไม่อยู่ในอัตราการจัดให้กรมผสม ได้แก่ การบิน ยานเกราะ
ปืนใหญ่หรือจรวด การป้องกันภัยทางอากาศ ทหารสารวัตร กิจการพลเรือน
หนว่ ยสนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารขา่ วสารทางทหาร (MISO) ทหารชา่ ง เคมี ชวี ะ รงั สี
นิวเคลียร์ หรือระบบสารสนเทศ ซ่ึงการเพิ่มขีดความสามารถดังกล่าวจะช่วยให้
กรมผสมสามารถปฏบิ ัตกิ ารเต็มยา่ นความขัดแยง้ ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
11
ก�ำ ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
รปู ที่ ๑ - ๑ การจัดกรมผสมแบบหนกั IBCT และ SBCT
HEAVY BRIGADE COMBAT TEAM (แบบหนัก)
การจดั (ORGANIZATION)
๑ - ๓๑ กรมผสมแบบหนกั เปน็ หนว่ ยรบผสมเหลา่ ทม่ี กี ารจดั แบบสมดลุ สามารถ
ปฏิบัติการด้วยความเร็วและก�ำลังชน (รูปท่ี ๑ - ๒) โดยใช้รถถัง ป.อัตตาจร
ยานรบ การโจมตี ในการเคล่ือนย้ายระยะไกล กรมผสมแบบหนักต้องอาศัย
ขดี ความสามารถในการขนสง่ ระดบั ยทุ ธศาสตร์ อตั ราสน้ิ เปลอื งจะเปน็ ปจั จยั จำ� กดั
ระยะปฏิบัตกิ าร อย่างไรกต็ าม กรมผสมแบบหนกั เปน็ หนว่ ยทีม่ คี วามคลอ่ งแคลว่
ทางยุทธวธิ แี ละมอี ำ� นาจการยิงสูง
รปู ท่ี ๑ - ๒ การจดั กรมผสมแบบหนกั
12
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
กองพนั ผสมเหลา่ (COMBINDE ARMS BATTALION)
๑ - ๓๒ กองพันผสมเหล่าเป็นหน่วยด�ำเนินกลยุทธ์หลักของกรมผสมแบบหนัก
ในการเข้าประชิดฝ่ายตรงข้าม ท�ำลายหรือเอาชนะก�ำลังฝ่ายตรงข้าม การจัด
ภายในกองพันผสมเหล่าจะมีลักษณะ ๒ x ๒ ได้แก่ ๒ กองร้อยรถถัง และ ๒
กองร้อยยานเกราะ ซ่ึงกองร้อยเหล่านี้จะท�ำการรบในลักษณะการรบผสมเหล่า
สนบั สนนุ ด้วยเครอ่ื งยงิ ลูกระเบิดขนาด ๑๒๐ มม. หมวดลาดตระเวน และหมพู่ ล
ซุ่มยิง กองพันผสมเหล่าของกรมผสมแบบหนักมีขีดความสามารถท่ีแตกต่างจาก
กองพันผสมเหล่าของกรมผสม IBCT และ SBCT คือมีชุดต่อต้านทุ่นระเบิดท่ีมี
เครอ่ื งมอื กวาดล้างและท�ำลายทุน่ ระเบิด (Blade and Rollers) สำ� หรบั ตดิ ตั้งกบั
รถถัง
กองพันลาดตระเวน (RECONNAISSANCE SQUADRON)
๑ - ๓๓ บทบาทหลักของกองพันลาดตระเวนคือ ท�ำหน้าท่ีเป็นหูและตาให้กับ
ผบู้ งั คบั กรมผสม ดว้ ยการรายงานขา่ วสารการรบทช่ี ว่ ยใหผ้ บู้ งั คบั การกรมเหน็ ภาพ
สถานการณ์ น�ำไปวางแผนและตกลงใจได้อย่างถูกต้องและทันเวลา กองพัน
ลาดตระเวนมีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามส่วนใหญ่ได้
การจดั ในกองพนั ลาดตระเวนประกอบดว้ ยกำ� ลงั ๔ กองรอ้ ย ไดแ้ ก่ กองบงั คบั การ
และกองร้อยกองบังคับการ และกองร้อยลาดตระเวน ๓ กองร้อยที่ใช้ยานรบ
สายพานและยานเกราะล้อยางเป็นยุทโธปกรณ์หลัก (ต้นฉบับใช้ M3 และ
armored wheeled vehicles) หากพื้นที่ปฏิบัติการมีขนาดใหญ่ เคร่ืองมือ
ลาดตระเวนทางอากาศจะถูกมอบให้กับกรมผสมในลักษณะขึ้นสมทบหรือขึ้น
ควบคุมทางยุทธการ เพื่อให้กองพันลาดตระเวนสามารถลาดตระเวนครอบคลุม
พ้นื ทีไ่ ดม้ ากข้ึน
กองพันปืนใหญ่ (FIRES BATTALION)
๑ - ๓๔ กองพันปืนใหญ่ของกรมผสมแบบหนัก มีบทบาทในการสนับสนุนด้วย
การยิงอย่างแม่นย�ำรวมถึงการยงิ สนับสนุนอย่างใกล้ชดิ และการยิงต่อตา้ นการยิง
(counterfire) การจดั การยิงของกองพันปนื ใหญ่จะประกอบไปด้วย ๒ กองร้อย
13
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ปืนใหญ่ แต่ละกองร้อยประกอบด้วย ๒ หมวด แต่ละหมวดมีปืนแบบอัตตาจร
ขนาด ๑๕๕ มม. ๔ กระบอก รวมทัง้ กองพนั มปี นื ใหญ่รวมทั้งสิน้ ๑๖ กระบอก
กองพนั สนับสนนุ กรมผสม (BRIGADE SUPPORT BATTALION)
๑ - ๓๕ กองพันสนับสนุนเป็นหน่วยด�ำรงสภาพในอัตราของกรมผสมแบบหนัก
การจดั ภายในประกอบดว้ ยกองร้อยสนับสนนุ หนา้ ๔ กองร้อย ส�ำหรับสนับสนุน
ใหก้ ับกองพันดำ� เนนิ กลยุทธ์ กองพันปืนใหญ่ และกองพนั ลาดตระเวน ๑ กองร้อย
ตอ่ ๑ กองพนั ในกองบงั คบั การกองพนั สนบั สนนุ จะมตี อนทสี่ ามารถรวบรวมคำ� ขอ
(monitors incoming supplies, and construct, manages and distributes
configured loads) นอกจากน้ีกองพนั สนับสนนุ ยังมีกองรอ้ ยสง่ กำ� ลงั กองร้อย
ซ่อมบำ� รงุ สนาม และกองร้อยเสนารกั ษ์ อีกอยา่ งละหนึ่งกองร้อย เพื่อประกนั วา่
กรมผสมจะสามารถสนบั สนนุ ตนเองในการรบไดเ้ ปน็ เวลาไม่นอ้ ยกว่า ๗๒ ชัว่ โมง
กองพนั หน่วยพิเศษ (BRIGADE SPECIAL TROOPS BATTALION)
๑ - ๓๖ กองพันหน่วยพิเศษประกอบไปด้วยกองร้อยทหารช่างสนาม กองร้อย
ขา่ วกรองทางทหาร กองรอ้ ยสื่อสาร หมวดทหารสารวัตร และหมวดลาดตระเวน
คชรน. ในกองพันยังมีกองบังคับการและกองร้อยกองบังคับการท�ำหน้าที่ทาง
ธุรการ ส่งกำ� ลงั บำ� รุง การสนับสนุนทางการแพทยใ์ หก้ บั หนว่ ยในอตั ราและหน่วย
ที่มาสมทบ กองพันหน่วยพิเศษยังมีหน้าท่ีในการระวังป้องกันให้กับท่ีบังคับการ
ของกรมผสม อีกทง้ั ยงั มีขดี ความสามารถในการวางแผน เตรยี มการ และปฏบิ ัติ
ภารกิจรักษาความปลอดภัยในพื้นท่ีที่มิได้มอบหมายให้หน่วยอ่ืนใดรับผิดชอบ
เม่ือสั่ง กองพันหน่วยพิเศษสามารถเอาชนะภัยคุกคามขนาดเล็กเฉพาะต�ำบลได้
และหากไดร้ บั การเพม่ิ เตมิ กำ� ลงั กส็ ามารถจะจดั ตงั้ กองกำ� ลงั ตอบโตภ้ ยั คกุ คามทมี่ ี
ขนาดใหญไ่ ด้
กองรอ้ ยทหารช่างสนาม (Engineer Company)
๑ - ๓๗ กองรอ้ ยทหารชา่ งสนามประกอบไดด้ ว้ ยหมวดทหารชา่ งสนาม ๓ หมวด
และหมวดเคร่ืองมือ ๑ หมวด เพอ่ื สนบั สนนุ ความคลอ่ งแคลว่ ในการเคล่อื นทข่ี อง
14
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
กรมผสม นอกเหนอื จากจะมกี จิ เฉพาะดา้ นการชา่ งทวั่ ไปอยา่ งจำ� กดั แลว้ กองรอ้ ย
ทหารชา่ งสนามยงั มขี ดี ความสามารถในการเจาะและผา่ นเครอื่ งกดี ขวาง ชว่ ยเหลอื
ในการโจมตีที่ม่ันดัดแปลงแข็งแรง วางเครื่องกีดขวางเพ่ือป้องกันฝ่ายเดียวกัน
กอ่ สรา้ งหรอื เสรมิ ความอยรู่ อดใหก้ บั ทมี่ นั่ ลาดตระเวนเสน้ ทาง และกวาดลา้ งหรอื
ร้ือถอนระเบิดแสวงเครื่อง แต่กองร้อยทหารช่างสนามไม่มีเคร่ืองมือข้ามล�ำน้�ำ
หรือคใู นอัตรา
กองรอ้ ยขา่ วกรองทางทหาร (MILITARY INTELLIGENCE COMPANY)
๑ - ๓๘ กองรอ้ ยข่าวกรองทางทหารมภี ารกิจในการวเิ คราะห์ขา่ วสาร ประสาน
สอดคลอ้ งขา่ วกรอง จดั ทำ� ภาพเคลือ่ นไหว รวบรวมข่าวกรองสญั ญาณ (SIGINT)
และข่าวกรองบุคคล (HUMINT) เพือ่ สนับสนุนกรมผสม ฝอ.๒ ของกรมผสมจะได้
รับการช่วยเหลือจากกองร้อยข่าวกรองทางทหารในเรื่องประสานสอดคล้องการ
เฝา้ ตรวจ การลาดตระเวน และข่าวกรอง เพือ่ ให้กรมผสมไดร้ บั ภาพสถานการณ์
ฝ่ายตรงข้ามไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและทนั เวลา
กองร้อยสื่อสาร (BRIGADE SIGNAL COMPANY)
๑ - ๓๙ กองร้อยสื่อสารเป็นหน่วยในอัตราของกรมผสมแบบหนัก (แบบหนัก)
เช่ือมโยงหน่วยเข้ากับศูนย์การสัญญาณของหน่วยเหนือ ประกอบด้วย กอง
บังคับการกองร้อย และ ๒ หมวดส่ือสารต่อขยายระบบ หมวดส่ือสารต่อขยาย
ระบบนป้ี ระกอบดว้ ยชดุ ของระบบจดุ โครงขา่ ยรว่ ม (JNN) ชดุ ไมโครเวฟความจสุ งู
แบบส่งด้วยเส้นสายตา ชุดสนับสนุนข้อมูล ชุดเช่ือมต่อระบบการส่ือสารไร้สาย
และชดุ เครอื ขา่ ยควบคมุ ระบบรายงานตำ� แหนง่ (EPLRS) โดยปกติ ๑ หมวดสอ่ื สาร
ตอ่ ขยายระบบนจี้ ะตั้งอยทู่ ่ีท่ีบังคับการหลกั ของกรมผสม (CP) และอีก ๑ หมวด
จะอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการทางยุทธวิธี (TOC) กองพันสนับสนุน โดยหน่วยรับการ
สนบั สนุนจากกองรอ้ ยสอ่ื สาร กรมผสมแบบหนกั (แบบหนกั ) จะใช้งานในระบบ
บญั ชาการรบกองทพั บก (ABCS)
15
กำ�ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ภารกิจขีดความสามารถและขีดจ�ำกัดของกรมผสมแบบหนัก (HEAVY
BRIGADE COMBAT TEAM MISSIONS, CAPABILIITIES, AND LIMITATIONS)
๑ - ๔๐ ในลำ� ดับถัดไปจะอธบิ ายถงึ ภารกจิ ขดี ความสามารถ และขอ้ จ�ำกดั ของ
กรมผสมแบบหนกั
ภารกจิ ของกรมผสมแบบหนกั (HEAVY BCT MISSION)
๑ - ๔๑ ภารกิจของกรมผสมแบบหนัก คือท�ำการรบและเอาชนะการรบเพื่อ
สนับสนุนต่อวัตถุประสงค์ระดับยุทธการและยุทธศาสตร์ กรมผสมแบบหนัก
ท�ำการยึดดินแดนฝ่ายตรงข้าม ท�ำลายก�ำลังรบฝ่ายตรงข้าม และก�ำจัดกลไกใน
การควบคุมประชากรของฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติและด�ำรงสภาพการปฏิบัติการ
ในการปฏบิ ตั กิ ารเตม็ ย่านความขดั แยง้ ตลอดทั่วท้งั ความลกึ ของพน้ื ที่ปฏบิ ัติการ
ขดี ความสามารถของกรมผสมแบบหนัก (HEAVY BCT CAPABILITIES)
๑ - ๔๒ ขดี ความสามารถของกรมผสมแบบหนกั มีดงั น้ี :
• มีอ�ำนาจการยิง ความคล่องแคล่ว เกราะป้องกันมากกว่ากรมผสม
แบบอน่ื
• ปฏบิ ัติการได้เต็มยา่ นความขัดแย้ง
• ปฏบิ ัตภิ ารกิจฉากกำ� บงั ส่วนคุ้มกัน และส่วนก�ำบงั (screen guard
and cover)
• บูรณาการการรบผสมเหล่าลงไปได้ถึงระดับกองพันเพื่อเอาชนะ
การรบระยะใกล้ (close fight)
• รบั รู้สถานการณไ์ ดอ้ ย่างรวดเร็วลงไปถงึ ระดับยานรบแต่ละคนั
• เชื่อมโยงกบั ก�ำลงั รบ การยิง และขา่ วกรองของกำ� ลงั รบร่วม
• มีระบบดำ� รงสภาพการรบเข้มแข็ง
• สามารถรองรับและบูรณาการหน่วยเพิ่มเติมก�ำลังได้ (หน่วยปืนใหญ่
หรอื จรวด หนว่ ยปอ้ งกนั ภยั ทางอากาศ หนว่ ยทหารสารวตั ร หนว่ ยกจิ การพลเรอื น
หนว่ ยปฏิบัติการขา่ วสารทางทหาร (MISO) หน่วยทหารชา่ ง เป็นต้น) ได้
16
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• ปฏิบัติการยุทธ์เคล่ือนที่ทางอากาศขนาดกองร้อยได้เม่ือได้รับการ
เพ่ิมเติมอากาศยาน
• มีกองร้อยสนับสนุนหน้าส�ำหรับสนับสนุนให้กับกองพันผสมเหล่า
กองพันปืนใหญ่ และกองพันลาดตระเวน
• กองพนั หนว่ ยพเิ ศษจดั ใหม้ กี ารควบคมุ และบงั คบั บญั ชาและการดำ� รง
สภาพการรบให้กบั กรมผสม
ขอ้ จำ� กดั ของกรมผสมแบบหนัก (HEAVY BCT LIMITATIONS)
๑ - ๔๓ กรมผสมแบบหนัก มขี ้อจ�ำกดั ได้แก่ :
• การสง่ กำ� ลงั เข้าสยู่ ุทธบริเวณหรือพืน้ ที่ปฏิบตั ิใชเ้ วลามาก
• มีขีดจ�ำกัดในการเข้าสู่พ้ืนที่แบบบังคับ หรือการเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ
แต่เนน่ิ
• อตั ราสนิ้ เปลอื งสงิ่ อปุ กรณส์ งู โดยเฉพาะ สป.๓ สป.๕ และชนิ้ สว่ นซอ่ ม
• ไม่มีเครื่องมือข้ามล�ำน�้ำหรือคู (gap crossing) ในอัตรา มีขีดความ
สามารถทางงานช่างทว่ั ไปจำ� กัด
กรมผสมทหารราบ IBCT (INFANTRY BRIGADE COMBAT TEAM)
การจัด (ORGANIZATION)
๑ - ๔๔ กรมผสมทหารราบเป็นกรมผสมที่มีการจัดเบาท่ีสุด มีหน่วยทหารราบ
เดินเท้าเปน็ หลัก มขี ดี ความสามารถในการปฏิบัตกิ ารส่งทางอากาศและการยทุ ธ์
เคล่ือนทีท่ างอากาศ (รูปท่ี ๑ - ๓) กรมผสมทหารราบทั้ง ๓ แบบ (ทหารราบเบา
ทหารราบเคล่ือนที่ทางอากาศ และทหารราบส่งทางอากาศ) มีอัตราการจัด
พ้ืนฐานเหมือนกัน ในการเคลื่อนย้ายระยะไกล กรมผสมทหารราบต้องการ
การขนส่งระดับยุทธศาสตร์และการสนับสนุนทางการส่งก�ำลังบ�ำรุงน้อยกว่า
กรมผสมแบบอนื่ ๆ หนว่ ยในอัตราของกรมผสมทหารราบจะมีทั้งหนว่ ยต่อสู้รถถงั
หน่วยข่าวกรองทางทหาร ปืนใหญ่ ส่ือสาร ทหารช่าง ลาดตระเวน และหน่วย
ด�ำรงสภาพ กรมผสมทหารราบเหมาะส�ำหรับปฏิบัติการในภูมิประเทศแบบปิด
เชน่ ปา่ หนองนำ�้ ภเู ขา และพืน้ ท่ีที่ประชากรอาศยั อยู่หนาแนน่
17
ก�ำ ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
รูปท่ี ๑ - ๓ กรมผสมทหารราบ
กองพนั ทหารราบ (INFANTRY BATTALION)
๑ - ๔๕ กองพนั ทหารราบเปน็ หนว่ ยดำ� เนนิ กลยทุ ธห์ ลกั ของกรมผสม มกี ารจดั ที่
ประกอบด้วย กองบงั คับการและกองรอ้ ยกองบงั คบั การ ๓ กองรอ้ ยปืนเลก็ และ
๑ กองร้อยอาวุธ (weapons company) ในกองร้อยปืนเล็กจะประกอบด้วย
๓ หมวดปืนเล็ก ๑ หมู่อาวุธ และ ๑ ตอนเคร่ืองยิงลูกระเบิดขนาด ๖๐ มม.
ในกองบังคับการและกองร้อยกองบังคับการประกอบด้วย ๑ หมวดลาดตระเวน
๑ หมู่ซุ่มยิง และหมวดเครื่องยิงลูกระเบิด (ขนาด ๘๑ มม. และ ๑๒๐ มม.)
ในกองร้อยอาวุธประกอบด้วย หมวดโจมตี ๔ หมวด แต่ละหมวดใช้ยานยนต์
ล้อติดจรวดน�ำวิถีต่อสู้รถถงั ๓ คนั เป็นหนว่ ยหลักในการต่อสู้รถถงั ของกองพัน
กองพันลาดตระเวน (RECONNAISSANCE SQUADRON)
๑ - ๔๖ กองพนั ลาดตระเวนของกรมผสมทหารราบประกอบด้วยกองบงั คับการ
และกองรอ้ ยกองบังคบั การ กองร้อยลาดตระเวนยานยนตล์ ้อ ๒ กองร้อย มยี าน
เกราะล้อยางเปน็ ยานพาหนะหลกั และกองร้อยลาดตระเวนเดนิ เทา้ ๑ กองรอ้ ย
๑ - ๔๗ ในกองรอ้ ยลาดตระเวนยานยนตล์ อ้ จะประกอบดว้ ย ๓ หมวดลาดตระเวน
และ ๑ ตอนเครื่องยิงลูกระเบิด ในหมวดลาดตระเวนแต่ละหมวดประกอบด้วย
18
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ยานเกราะล้อยาง ๖ คนั ตอนเครื่องยงิ ลูกระเบิดประกอบดว้ ยเครือ่ งยิงลกู ระเบิด
แบบลากจูงขนาด ๑๒๐ มม. ๒ กระบอก และ ๑ ศูนย์อ�ำนวยการยิง (Fire
Direction Center) กองร้อยลาดตระเวนเดินเท้าประกอบด้วย ๒ หมวด
ลาดตระเวน และ ๑ หมซู่ มุ่ ยงิ ในแต่ละหมวดลาดตระเวนประกอบด้วย ๓ ตอน
ลาดตระเวน และจรวดแจฟลนิ ๑ ชุด
กองพันปนื ใหญ่ (FIRES BATTALION)
๑ - ๔๘ กองพนั ปนื ใหญม่ กี ารจดั เพอ่ื ใหส้ ามารถสนบั สนนุ ตอ่ กรมผสมทหารราบ
ด้วยการยิงท่ีแม่นย�ำและทันเวลา ในกองพันปืนใหญ่ประกอบด้วย ๒ กองร้อย
ปืนใหญ่ แต่ละกองรอ้ ยมี ๒ หมวด แตล่ ะหมวดมปี นื ใหญ่ขนาด ๑๐๕ มม. แบบ
ลากจงู ๔ กระบอก รวมทง้ั กองพนั จะมปี นื ใหญ่ ๑๖ กระบอก นอกจากนย้ี งั มเี รดาร์
ต่อต้านปืนใหญ่แบบ AN/TPQ-36 ๑ ชุด และเรดาร์ต่อต้านเครื่องยิงลูกระเบิด
AN/TPQ-48 LCMRs ๔ ชุด
กองพนั สนบั สนุน (BRIGADE SUPPORT BATTALION)
๑ - ๔๙ กองพนั สนบั สนนุ มอี ตั ราการจดั เพอื่ ใหก้ รมผสมทหารราบสามารถปฏบิ ตั ิ
การรบโดยไมต่ อ้ งรบั การสนบั สนนุ จากภายนอกนาน ๗๒ ชว่ั โมง การจดั ของกองพนั
สนับสนุนกรมผสมทหารราบจะเหมือนกันกับกองพันสนับสนุนของกรมผสม
ทหารม้าแบบหนัก แต่จะมีเครื่องมือขนส่งที่สามารถสนับสนุนกองร้อยปืนเล็ก
ของกองพนั ได้ ๒ กองร้อย โดยจะจัดไวใ้ นกองร้อยสนบั สนนุ หนา้ ทัง้ ๒ กองร้อย
กองพนั หนว่ ยพิเศษ (BRIGADE SPECIAL TROOPS BATTALION)
๑ - ๕๐ กองพนั หนว่ ยพเิ ศษของกรมผสมทหารราบจะมกี ารจดั คลา้ ยกบั กองพนั
พเิ ศษของกรมผสมแบบหนกั
ภารกิจ ขีดความสามารถ และขอ้ จำ� กัดของกรมผสมทหารราบ (INFANTRY
BRIGADE COMBAT TEAM MISSION, CAPABILITIES, AND LIMITATIONS)
๑ - ๕๑ ในล�ำดบั ถัดไปจะอธิบายถึงภารกจิ ขดี ความสามารถ และขอ้ จำ� กัดของ
กรมผสมแบบ IBCT
19
ก�ำ ลังรบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ภารกจิ (MISSION)
๑ - ๕๒ ภารกจิ ของกรมผสมทหารราบคอื ตอ่ สแู้ ละเอาชนะการรบเพอ่ื สนบั สนนุ
ตอ่ วตั ถปุ ระสงคร์ ะดบั ยทุ ธการและยทุ ธศาสตร์ สามารถปฏบิ ตั เิ สรมิ ใหก้ บั กรมผสม
HBTC และกรมผสม SBTC ได้ หน่วยเหนอื อาจมอบภารกจิ ในการกวาดล้างที่ม่ัน
แข็งแรง กวาดล้างฝ่ายตรงข้ามท่ีอยู่เป็นส่วนย่อยในภูมิประเทศจ�ำกัด ป้องกัน
ทีต่ ้งั และกิจกรรมส�ำคัญ และเร่มิ ปฏิบตั ิการเพอื่ เสถยี รภาพภายหลังหนว่ ยดำ� เนนิ
กลยทุ ธผ์ า่ นไป กรมผสมทหารราบสามารถปรบั เปล่ียนการจัดเพ่อื การตง้ั รบั แบบ
ปอ้ งกนั พ้นื ที่ได้ง่าย การทมี่ ียานรบขนาดหนักอย่ใู นอัตรานอ้ ยท�ำให้สภาพปรากฏ
ทางการส่งก�ำลังบ�ำรุงมีน้อย จึงสามารถปรับเปล่ียนแบบของการขนส่งให้เข้ากับ
ความต้องการทางยทุ ธวธิ แี ละยทุ ธการไดง้ ่าย
๑ - ๕๓ กรมผสมทหารราบที่มีขีดความสามารถในการส่งทางอากาศสามารถ
ปฏิบัติภารกิจที่ต้องใช้ความสามารถดังกล่าว เช่น การเข้าสู่พื้นท่ีปฏิบัติการใน
ลักษณะบังคับ การยึดสนามบิน การขยายแนวห้วงอากาศ และการจัดตั้งพ้ืนที่
พักรอ กรมผสมทหารราบมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการยุทธ์เคล่ือนที่ทาง
อากาศ
ขีดความสามารถ (CAPABILITIES)
๑ - ๕๔ ขณะที่กรมผสมทหารราบเหมาะส�ำหรับปฏิบัติการรุกต่อก�ำลังฝ่าย
ตรงข้ามในภูมิประเทศที่ยากล�ำบาก แต่ก็ยังมีขีดความสามารถในการต้ังรับใน
ภูมิประเทศซบั ซอ้ น การรบในเมอื ง การปฏบิ ตั ิภารกิจระวังปอ้ งกนั ขณะเคลอ่ื นท่ี
และการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื เสถยี รภาพ กรมผสมทหารราบเหมาะสำ� หรบั ปฏบิ ตั กิ ารใน
ภูมิประเทศท่ีมีลักษณะจ�ำกัดหรือจ�ำกัดมากกว่ากรมผสมอีกสองแบบ ขีดความ
สามารถอ่นื ๆ ของกรมผสมทหารราบ ได้แก่ :
• ตอบสนองการใช้กำ� ลงั ทางดา้ นยุทธศาสตรแ์ ละยทุ ธการได้ดี
• ปฏบิ ตั กิ ารเขา้ สพู่ นื้ ทแี่ ตเ่ นนิ่ หรอื เขา้ สพู่ น้ื ทแี่ บบบงั คบั รวมถงึ การยทุ ธ์
ส่งทางอากาศ การยุทธเ์ คลอ่ื นทีท่ างอากาศ และการยทุ ธส์ ะเทินน�ำ้ สะเทินบก
• สามารถเคลอ่ื นย้ายบางส่วนได้ดว้ ยอากาศยานของกองทัพบก
20
กำ�ลังรบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• รับรู้สถานการณ์ถึงระดับผู้บังคับกองร้อย หรือผู้บังคับหมวดที่มียาน
พาหนะ
• มีกองร้อยสนับสนุนหน้าส�ำหรับกองพันทหารราบ กองพันทหาร
ปืนใหญ่ และกองพันลาดตระเวน
• กองพันเคร่ืองมือพิเศษจัดตั้งเครื่องมือการควบคุมบังคับบัญชา และ
การด�ำรงสภาพการรบใหก้ รมผสม
• ส้นิ เปลอื งสิ่งอุปกรณบ์ างประเภท เชน่ สป.๓ สป.๕ นอ้ ยกวา่ กรมผสม
อีกสองแบบ
ข้อจำ� กัด (LIMITATIONS)
๑ - ๕๕ ข้อจ�ำกัดของกรมผสมทหารราบ ไดแ้ ก่ :
• ไมม่ ีขดี ความสามารถด้านอำ� นาจการยงิ ความคลอ่ งแคล่วทางยทุ ธวิธี
หรอื การป้องกัน ในอัตราเช่นเดียวกับกรมผสมแบบหนัก และกรมผสม SBCT
• ไม่มีเคร่ืองมือข้ามคูหรือล�ำน�้ำในอัตราหรือไม่มีขีดความสามารถ
ทางการช่างทั่วไป และมีขีดความสามารถการควบคุม และบังคับบัญชาทางการ
ช่างอยา่ งจ�ำกัด
• กองพันด�ำเนินกลยุทธ์ ๒ กองพันจะเคล่ือนที่ด้วยเท้าเป็นหลัก
ยานพาหนะในอัตราสามารถสนับสนุนการเคล่ือนย้ายด้วยยานยนต์ได้เพียง
คราวละ ๒ กองรอ้ ย
กรมผสมสไตรเกอร์ (STRYKER BRIGADE COMBAT TEAM - SBCT)
การจัด (ORGANIZATION)
๑ - ๕๖ กรมผสม SBCT เป็นหน่วยที่มีการจัดท่ีมีความสมดุลระหว่างความ
คล่องแคล่วในการเคล่ือนย้ายระดับยุทธศาสตร์และความคล่องแคล่วทางยุทธวิธี
(รูปที่ ๑ - ๔) ซ่งึ ใช้ยานเกราะลอ้ ยางแบบตา่ งๆ เปน็ ยุทโธปกรณ์หลัก สามารถ
ส่งก�ำลังเข้าพื้นท่ีปฏิบัติการได้รวดเร็วกว่ากรมผสมแบบหนัก มีความคล่องแคล่ว
ทางยุทธวิธี การป้องกัน และอ�ำนาจการยิงสูงกว่ากรมผสมทหารราบ ในการรบ
21
กำ�ลังรบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
กรมผสม SBCT จะท�ำการรบแบบลงจากรถเช่นเดียวกับหน่วยทหารราบท่ัวไป
การจดั ของกรมผสม SBCT ประกอบดว้ ยหน่วยขา่ วกรองทางทหาร หนว่ ยสอื่ สาร
หน่วยทหารช่าง หน่วยต่อสู้รถถัง หน่วยปืนใหญ่ หน่วยลาดตระเวน และหน่วย
ด�ำรงสภาพ สามารถปฏิบัติการรบผสมเหล่าลงไปถึงระดับกองร้อยได้ใน
สภาพแวดลอ้ มที่เปน็ ชุมชนและภูมิประเทศซบั ซ้อนตอ่ ฝ่ายตรงขา้ มหลายรูปแบบ
รูปที่ ๑ - ๔ กรมผสมสไตรเกอร์ Stryker Brigade Combat Team
กองพันทหารราบ (INFANTRY BATTALION)
๑ - ๕๗ กองพันทหารราบของ SBCT มีโครงสร้างการจัดแบบ ๓ x ๓ น่ันคือ
ประกอบดว้ ย ๓ กองรอ้ ยปนื เลก็ แตล่ ะกองรอ้ ยปนื เลก็ มี ๓ หมวดปนื เลก็ นอกจาก
น้ียังมีตอนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๑๒๐ มม. ติดต้ังบนยานเกราะล้อยาง มี
เครอื่ งยงิ ลูกระเบิดขนาด ๖๐ มม. แบบนำ� พาไปดว้ ยทหารราบ มหี มวดปืนโจมตี
ตดิ ตัง้ บนยานพาหนะ ๓ คัน และชดุ พลซ่มุ ยงิ ในกองบงั คบั การและกองรอ้ ยกอง
บังคับการกองพันมีหมวดเคร่อื งยงิ ลกู ระเบิดขนาด ๑๒๐ มม. ๓ กระบอกติดต้ัง
บนรถยานเกราะ ๓ คัน มีเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๘๐ มม. น�ำพาไปด้วย
ทหารราบ มหี มวดลาดตระเวน และ ๒ หมู่พลซมุ่ ยิง
กองพนั ลาดตระเวน (RECONNAISSAINCE SQUADRON)
๑ - ๕๘ กองพนั ลาดตระเวนของกรมผสม SBCT เปน็ หนว่ ยทม่ี คี วามคลอ่ งแคลว่
ในการเคลอ่ื นทสี่ งู มาก สามารถปฏบิ ตั กิ ารครอบคลมุ พน้ื ทเ่ี ปน็ บรเิ วณกวา้ ง มกี ำ� ลงั
22
กำ�ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
๕ กองรอ้ ย คือ กองบังคับการและกองรอ้ ยกองบังคบั การ ๓ กองร้อยลาดตระเวน
ที่ใช้ยานเกราะเป็นยุทโธปกรณ์หลัก และ ๑ กองร้อยเฝ้าตรวจ (surveillance
troop)
๑ - ๕๙ กองร้อยลาดตระเวนแตล่ ะกองร้อยประกอบดว้ ย ๓ หมวดลาดตระเวน
และ ๑ ตอนเครื่องยิงลูกระเบิด ในหมวดลาดตระเวนแต่ละหมวดประกอบด้วย
รถลาดตระเวน ๔ คัน ตอนเคร่ืองยิงลูกระเบิดประกอบด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด
ขนาด ๑๒๐ มม. แบบอตั ตาจร และศูนยอ์ �ำนวยการยิง (FDC)
๑ - ๖๐ กองร้อยเฝ้าตรวจมีขีดความสามารถในการตรวจจับทั้งทางอากาศและ
ทางพนื้ ดนิ ประกอบดว้ ย หมวดอากาศยานไรน้ กั บนิ ทางยทุ ธวธิ ,ี หมวดเครอื่ งตรวจ
จบั ทางพืน้ ดนิ แบบผสม (multisensor ground platoon) ทม่ี ีชดุ ดักรับและหา
ทิศ (radion signals interception and direction-finding teams หรือท่เี รียก
ว่า Prophet team) และมีสถานีส่ือสารที่สามารถส่ง รายงาน รับ ทงั้ เสยี ง ขอ้ มลู
ดิจิตอล และภาพจากหน่วยต่างๆ ต้ังแต่กองพันลาดตระเวนจนถึงระดับชาติ
(national level) นอกจากน้ียังมีหมวดเครื่องตรวจจับภาคพื้นดิน (ground
sensor platoon) ท่มี ีเครอื่ งมือตรวจจับระยะไกล หมวดลาดตระเวน เคมี ชีวะ
รังสี นวิ เคลยี ร์ (คชรน.) ใชย้ านลาดตระเวน คชรน.แบบ M1135 จ�ำนวน ๓ คนั
ทมี่ คี วามสามารถในการคน้ หาและแจง้ เตอื นการเปื้อนพษิ คชรน. ใหก้ ับกรมผสม
กองพันปนื ใหญ่ (FIRES BATTALION)
๑ - ๖๑ กองพันปืนใหญ่ให้การสนับสนุนต่อกรมผสม SBCT อย่างแม่นย�ำและ
ทนั เวลา ทงั้ ในดา้ นการยงิ สนบั สนนุ อยา่ งใกลช้ ดิ และการตอ่ ตา้ นการยงิ กองพนั ปนื
ใหญป่ ระกอบดว้ ยปืนใหญส่ นามขนาด ๑๕๕ มม. แบบลากจูง (M777A2) ๓ กอง
รอ้ ย ซึ่งแตล่ ะกองรอ้ ยประกอบดว้ ย ๒ หมวด แตล่ ะหมวดมีปนื ใหญ่ ๓ กระบอก
รวมทง้ั กองพนั มปี นื ใหญ่ ๑๘ กระบอก มเี รดารต์ ่อต้านปืนใหญแ่ บบ AN/TPQ-36
๑ เครอื่ ง แบบ AN/TPQ-37 ๑ เคร่อื ง และเรดารต์ อ่ ต้าน ค. แบบ AN/TPQ-48
LCMRs ๕ เครือ่ ง
23
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
กองพันสนับสนุนกรมผสม (BRIGADE SUPPORT BATTALION)
๑ - ๖๒ กองพันสนับสนุนเป็นหน่วยด�ำรงสภาพในอัตราของกรมผสม SBCT มี
หน่วยรอง ๔ กองร้อย คือ กองร้อยแจกจ่าย กองร้อยซ่อมบ�ำรุงหน้า กองร้อย
เสนารักษ์ และกองบังคับการและกองร้อยกองบังคับการ กองพันสนับสนุนกรม
ผสม SBCT ไมม่ ีกองรอ้ ยสนบั สนนุ หนา้ จึงตอ้ งใช้การจดั เฉพาะกิจเพอ่ื สนับสนุน
ให้กับหนว่ ยดำ� เนนิ กลยุทธ์แต่ละหนว่ ยในกรมผสม รายละเอยี ดเรื่องนี้จะกลา่ วถงึ
ในบทที่ ๙
กองรอ้ ยต่อสูร้ ถถัง (ANTITANK COMPANY)
๑ - ๖๓ ถอื เปน็ หนว่ ยตอ่ สรู้ ถถงั หลกั ของกรมผสม SBCT ประกอบดว้ ยหมวดตอ่ สู้
รถถัง ๓ หมวด แต่ละหมวดใช้อาวุธน�ำวิถีต่อสู้รถถังติดตั้งบนยานเกราะ ๓ คัน
กองร้อยทหารช่าง (Engineer Company)
๑ - ๖๔ กองร้อยทหารช่าง ประกอบด้วยหมวด mobility platoon ๓ หมวด
และหมวดสนบั สนนุ ความคล่องแคล่ว (mobility support platoon) ๑ หมวด
กองร้อยทหารช่างมีขีดความสามารถในการข้ามคูและล�ำน้�ำอย่างจ�ำกัด ซึ่งมี
สะพานเร่งด่วน ๔ ชุด นอกเหนือจากสนับสนุนกรมในด้านความคล่องแคล่ว
ในการเคล่ือนท่ีแล้ว ยังมีภารกิจในการด�ำรงสภาพแวดล้อมในพ้ืนท่ีปฏิบัติการ
(maintain the environment)
กองรอ้ ยส่ือสาร (BRIGADE SIGNAL COMPANY)
๑ - ๖๕ กองรอ้ ยสอื่ สารเปน็ หนว่ ยในอตั ราของกรมผสมสไตรเกอร์ (SBCT) เชอื่ มโยง
หน่วยเข้ากับศูนย์การสัญญาณของหน่วยเหนือ ประกอบด้วย ๒ หมวดส่ือสาร
ต่อขยายระบบ และชุดสนับสนุนทางการส่ือสารแบบต่างๆ ในกองบังคับการ
กองร้อย โดยหน่วยรับการสนับสนุนจากกองร้อยสื่อสาร กรมผสมสไตรเกอร์
(SBCT) จะใช้งานในระบบบญั ชาการรบกองทพั บก (ABCS)
กองรอ้ ยขา่ วกรองทางทหาร (MILITARY INTELLIGENCE COMPANY)
๑ - ๖๖ กองร้อยข่าวกรองทางทหารประกอบด้วยตอนกองบังคับการ (head-
24
กำ�ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
quarters section) ๑ หมวดสนธกิ ารขา่ วกรอง เฝา้ ตรวจ และลาดตระเวน (ขฝล.)
๑ หมวดวเิ คราะห์การขา่ วกรอง เฝา้ ตรวจ และลาดตระเวน และ ๑ หมวดขา่ ว
กรองบุคคลทางยุทธวธิ ี (tactical human intelligence) ทั้งนห้ี มวดสนธิ ขฝล.
และหมวดวเิ คราะห์ ขฝล. จะขน้ึ ควบคมุ ทางยทุ ธการกบั ฝอ.๒ ของกรมผสม ใหก้ าร
สนับสนุนแผ่นภาพสถานการณ์ (COP) ผลกระทบจากการด�ำเนินกรรมวิธี
เป้าหมาย การพัฒนาสถานการณ์ และการเตรียมสนามรบด้านการข่าว (IPB)
อกี ทง้ั สนธแิ ละวเิ คราะหร์ ายงานการลาดตระเวนและเฝา้ ตรวจจากพนั ธกจิ การรบ
อ่ืนๆ เพื่อพัฒนาผลผลิตข่าวกรองตอบสนองให้กับหัวข้อข่าวสารส�ำคัญ (PIR)
หมวดข่าวกรองบุคคลทางยุทธวิธีสนับสนุนการรวบรวมข่าวสารโดยมนุษย์และ
การต่อตา้ นขา่ วกรองให้กบั กรมผสม
ภารกิจ ขีดความสามารถ และข้อจ�ำกัดของกรมผสม SBCT (STRYKER
BRIGADE COMBAT TEAM MISSIONS CAPABILITIES AND LIMITATIONS)
๑ - ๖๗ ล�ำดับต่อไปจะอธิบายถึงภารกิจ ขีดความสามารถ และข้อจ�ำกัดของ
กรมผสม SBCT
ภารกิจ (Mission)
๑ - ๖๘ กรมผสม SBCT มีภารกิจรบและเอาชนะการรบเพื่อสนับสนุนต่อ
วัตถุประสงค์ในระดบั ยุทธการและยุทธศาสตร์ แม้วา่ กรมผสม SBCT จะใชก้ �ำลงั
และยุทโธปกรณ์ของตนเป็นหลักในการปฏิบัติการอ่ืนๆ ที่มิใช่การรบขนาดใหญ่
แต่เมื่อได้รับการเพิ่มเติมก�ำลังด้วยยานเกราะจะสามารถปฏิบัติการได้เต็มย่าน
ความขัดแยง้ ได้ เมื่อกรมผสมเข้าร่วมในการรบขนาดใหญ่ กจ็ ะปฏบิ ัตใิ นลักษณะ
ที่เป็นส่วนหนึ่งของกองพลหรือกองทัพน้อย และอาจต้องมีการจัดเฉพาะกิจ
ตามความเหมาะสมต่อไป
ขดี ความสามารถ (CAPABILITIES)
๑ - ๖๙ กรมผสม SBCT มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการเต็มย่านความ
ขัดแย้ง ช่วยเหลือผู้บังคับหน่วยระดับยุทธการและมีความอ่อนตัวทั้งในระดับ
25
ก�ำ ลังรบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ยุทธวิธีและระดับยุทธการ ความอ่อนตัวน้ีได้แก่ความสามารถในการส่งก�ำลังเข้า
ปฏิบัติการ เช่น โดยทางอากาศภายในเวลาไม่ก่ีวัน และโดยท่ีกรมผสมมีความ
ตอ้ งการในการดำ� รงสภาพนอ้ ยกวา่ กรมผสมแบบหนกั ทรพั ยากรหลกั ของกรมผสม
คือยานเกราะและระบบข่าวสารแบบดิจิตอล (digital information system-
INFOSYS) ยานเกราะท�ำให้กรมผสมมีความคล่องแคล่วทั้งในระดับยุทธการและ
ยทุ ธวธิ ี มอี ำ� นาจการยิงและมีการป้องกันสูงกวา่ กรมผสม IBCT ขดี ความสามารถ
อืน่ ของกรมผสม SBCT ได้แก่
• มีความคล่องแคล่วในระดับยุทธศาสตร์และยุทธการสูงเม่ือเทียบกับ
กรมผสมแบบหนกั
• ปฏิบตั กิ ารผสมเหล่าไดถ้ ึงระดับกองร้อย
• การตระหนักรู้สถานการณ์ (situation awareness) รวมถงึ แผ่นภาพ
สถานการณล์ งไปถงึ ยานพาหนะแตล่ ะคัน
• สามารถด�ำเนินกลยุทธ์ด้วยการเดินเท้าในภูมิประเทศซับซ้อนและ
ท่ีเปน็ เมอื งดว้ ยกองพนั ดำ� เนินกลยทุ ธ์ ๓ กองพัน (กรมผสมแบบหนกั และ IBCT
มเี พียง ๒ กองพนั )
• สามารถขา้ มคูและล�ำน�้ำไดอ้ ยา่ งจ�ำกดั
• สิ้นเปลือง สป.๓ น้อยกว่ากรมผสมแบบหนัก แต่ความคล่องแคล่ว
ใกลเ้ คียงกัน
• มกี ารป้องกนั สงู กว่ากรมผสม IBCT
• ปฏบิ ตั กิ ารยุทธ์เคลอ่ื นท่ีทางอากาศไดใ้ นระดับกองรอ้ ย
ขดี จำ� กดั (LIMITATIONS)
๑ - ๗๐ กรมผสม SBCT มขี ีดจำ� กัดดงั นี้ :
• อำ� นาจการยงิ และการปอ้ งกนั นอ้ ยกว่ากรมผสมแบบหนกั
• ตอ้ งการการสนับสนุนด้วยอากาศยานสูงกว่ากรมผสม IBCT
• ไมม่ กี องร้อยสนับสนนุ หนา้ ส�ำหรบั กองพันด�ำเนินกลยุทธ์
• ไม่มีกองพันหน่วยพิเศษส�ำหรับการควบคุมและบังคับบัญชา C2 ให้
กับหน่วยอื่นของกรมผสม
26
กำ�ลังรบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ตอนที่ ๓ การควบคมุ และบงั คบั บญั ชากรมผสม (BRIGADE COMBAT
TEAM COMMAND AND CONTROL)
๑ - ๗๑ การควบคุมและบังคับบัญชาเป็นการใช้อ�ำนาจและการอ�ำนวยการของ
ผู้บังคับหน่วยท่ีได้รับการแต่งต้ังเหนือหน่วยที่ได้รับมอบและข้ึนสมทบเพ่ือปฏิบัติ
ภารกจิ ให้สำ� เรจ็
• การบังคับบัญชา คืออ�ำนาจท่ีผู้บังคับกรมผสมและผู้บังคับหน่วยรอง
ใช้ตอ่ ผใู้ ต้บังคับบญั ชาของตนอยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมายโดยยศและตำ� แหนง่
• การควบคุม เป็นการจัดระเบียบของกรมผสมและพนั ธกิจการรบเพอื่
การบรรลุภารกจิ ตามเจตนารมณข์ องผบู้ ังคับบญั ชา
๑ - ๗๒ ผบู้ งั คบั กรมผสมใชก้ ารควบคมุ บงั คบั บญั ชาผา่ นขา่ ยการบงั คบั บญั ชา การ
จัดการขา่ วสาร ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ยุทโธปกรณ์และสิ่งอำ� นวยความสะดวกที่จำ� เป็น
ต่อการปฏิบัติการ ระบบควบคุมและบังคับบัญชาท่ีมีประสิทธิภาพเป็นส่ิงจ�ำเป็น
สำ� หรบั ผู้บงั คบั กรมผสมทีจ่ ะดำ� เนนิ การ (วางแผน เตรยี ม ปฏิบตั ิ และประเมนิ )
คือการบังคับบัญชาการรบ และการบังคบั บัญชาแบบมอบภารกิจ ทงั้ นีก้ ารบงั คบั
บญั ชาแบบมอบภารกจิ เปน็ เครอ่ื งมอื ทก่ี องทพั บกนยิ มใชใ้ นการบงั คบั บญั ชาการรบ
การบังคบั บัญชาแบบมอบภารกจิ ของกรมผสม (BRIGADE COMBAT TEAM
MISSION COMMAND)
๑ - ๗๓ การบังคับบัญชาแบบมอบภารกิจ คือการด�ำเนินการในการปฏิบัติการ
ทางทหารดว้ ยการปฏบิ ตั แิ บบแยกการ โดยองิ จากคำ� สงั่ การบงั คบั บญั ชาแบบมอบ
ภารกจิ ต้องยดึ องค์ประกอบหลกั ๔ ประการ คือ :
• เจตนารมณ์ของผูบ้ งั คับบญั ชา
• ความรเิ รม่ิ ของ ผบ.หน่วยรอง
• ค�ำส่ังแบบมอบภารกิจ
• การแบ่งมอบทรัพยากรให้
๑ - ๗๔ เจตนารมณ์ของผู้บังคับกรมผสมจะก�ำหนดไว้ในค�ำสั่งและต้องเป็นท่ี
เข้าใจลงไปถึงระดับกองร้อย ช่วยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจเหตุผลโดยรวมว่า
27
กำ�ลังรบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
การปฏิบัติการน้ันมีวัตถุประสงค์อย่างไร ช่วยให้พวกเขาสามารถปฏิบัติการได้ใน
ทนั ทเี มอื่ สถานการณอ์ ำ� นวย ผบู้ งั คบั หนว่ ยจะเนน้ ความสำ� คญั ของคำ� สง่ั ในประเดน็
วัตถุประสงค์ของกิจเฉพาะและวัตถุประสงค์โดยรวมของการปฏิบัติการมากกว่า
ท่ีจะเน้นรายละเอียดของการปฏิบัติตามกิจเฉพาะนั้น การจัดท�ำแผนและค�ำสั่ง
ต้องงา่ ยและสัน้ เท่าที่จะทำ� ได้
๑ - ๗๕ การบังคับบัญชาท่ีตรงข้ามกับการบังคับบัญชาแบบมอบภารกิจคือ
การบังคับบัญชาแบบเน้นรายละเอียด มีการรวมการด้านข่าวสารและอ�ำนาจ
การตดั สนิ ใจ หากใชก้ ารบงั คบั บญั ชาแบบนี้ แผนและคำ� สงั่ มกั จะมรี ายละเอยี ดมาก
จ�ำต้องใช้การประสานอย่างละเอียดทุกขั้นในการวางแผน แต่เม่ือเริ่มปฏิบัติการ
ไปแล้วจะปรับเปลี่ยนได้ยาก การบังคับบัญชาแบบเน้นรายละเอียดไม่เหมาะกับ
สถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ควรใช้บางกรณีเท่านั้น เช่น ใน
การเข้าตีประณีต การผลัดเปล่ียน การผ่านแนว การยุทธ์เคลื่อนท่ีทางอากาศ
และการเคลื่อนยา้ ยกำ� ลงั ขนาดใหญ่
๑ - ๗๖ ข้อพิจารณาส�ำหรับผู้บังคับกรมผสมในกรณีที่จะต้องเลือกว่าจะใช้การ
บงั คบั บญั ชาแบบใด ไดแ้ ก่ ความไมแ่ นน่ อนของสถานการณ์ ความซบั ซอ้ นของการ
ปฏิบัติการ ประสิทธิภาพของระบบควบคุมและบังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ประสบการณ์ของผู้บังคับหน่วยและฝ่ายอ�ำนวยการและเวลาที่มีอยู่ส�ำหรับใช้
ในการวางแผนและเตรียมการ
กระบวนการปฏิบตั กิ าร (OPERATIONS PROCESS)
๑ - ๗๗ ระหว่างการปฏิบัติการ ผบู้ ังคับกรมผสมจะจดั เวลาของตนและของฝ่าย
อ�ำนวยการให้สมดุล รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรในกิจกรรม ๔ ประการตาม
วงรอบต่อเนื่อง (operations process) ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ได้แก่
การวางแผน การเตรียมการ การปฏิบตั ิ และการประเมนิ หมนุ เวยี นตอ่ เนือ่ งกนั ไป
โดยผู้บังคับกรมผสมเป็นผู้ขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าวโดยใช้การบังคับ
บัญชาการรบ ซ่ึงกิจกรรมต่างๆ มักด�ำเนินไปตามล�ำดับ อาจเหล่ือมทับกันหรือ
ยอ้ นกลับไปใหมข่ ้ึนอยกู่ บั สถานการณ์
28
ก�ำ ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
การบูรณาการกระบวนการปฏบิ ตั ิการและกจิ กรรมต่อเน่ืองเขา้ ดว้ ยกนั
(INTEGRATING PROCESS AND CONTINUING ACTIVITIES)
๑ - ๗๘ ผู้บงั คับกรมผสมและฝ่ายอำ� นวยการกรมดำ� เนนิ การประสานสอดคล้อง
ระบบการปฏิบัติในสนามรบ แต่ก่อนที่ผู้บังคับกรมผสมจะด�ำเนินการดังกล่าวได้
จะตอ้ งบรู ณาการกจิ กรรมตา่ งๆ ของฝา่ ยอำ� นวยการใหด้ เี สยี กอ่ น เชน่ การประสาน
สอดคล้อง “การยิงสนับสนุน” กับ “การเคล่ือนที่ และการด�ำเนินกลยุทธ์”
จะท�ำได้ยากหากฝ่ายท่ีพัฒนาแผนการยิงสนับสนุนและฝ่ายท่ีพัฒนาแผนด�ำเนิน
กลยทุ ธ์ ไมม่ กี ารประสานสอดคลอ้ งเพอ่ื ทราบความเป็นไปของและกัน
๑ - ๗๙ การบูรณาการจ�ำต้องใช้ก�ำลังพลในทุกแผนกฝ่ายอ�ำนวยการเพื่อ
ชว่ ยเหลือในการด�ำเนนิ การประสานสอดคล้อง ตัวอย่างเช่น การใชก้ ระบวนการ
แสวงข้อตกลงใจในการวางแผนจะช่วยให้แต่ละฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน
การแสวงขอ้ ตกลงใจไมเ่ พยี งแตช่ ว่ ยในการบรู ณาการกจิ กรรมของผบู้ งั คบั การกรม
ฝ่ายอ�ำนวยการ ผู้บังคับหน่วยรอง และฝ่ายอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยบูรณาการ
กระบวนการอ่ืนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมสนามรบด้านการข่าว กระบวนการ
ด�ำเนินกรรมวิธีเป้าหมายและการควบคุมและบังคับบัญชาห้วงอากาศด้วย
นอกจากน้ี ผู้บังคับหน่วยและฝ่ายอ�ำนวยการยังบูรณาการพันธกิจการรบผ่าน
ทางส่วนตา่ งๆ ของทบี่ งั คบั การ คณะทำ� งาน ซ่ึงจะอธิบายต่อไป
๑ - ๘๐ กระบวนการต่อไปนี้จะช่วยในการบูรณาการการท�ำงานของฝ่าย
อำ� นวยการส�ำหรับบางพนั ธกิจ :
• การเตรยี มสนามรบด้านการขา่ ว
• การประสานสอดคล้องและการบูรณาการการข่าวกรอง เฝ้าตรวจ
และลาดตระเวน
• การดำ� เนินกรรมวธิ ีเป้าหมาย
• การบรหิ ารจัดการความเสยี่ ง
• การจัดการความรู้
• การควบคุมและบังคับบัญชาห้วงอากาศ (Airspace command
and control)
29
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
๑ - ๘๑ กิจกรรมต่อไปน้ีจะด�ำเนินไปอย่างต่อเนื่องระหว่างการปฏิบัติการของ
กรมผสม และจะต้องมีการประสานสอดคล้องและบูรณาการเข้าด้วยกันกับ
การปฏบิ ัติการ
• การลาดตระเวนและการปฏบิ ตั กิ ารระวงั ป้องกนั
• การพทิ ักษห์ น่วย (protection)
• การติดต่อและประสานงาน (liaison and coordination)
• การจัดการภมู ิประเทศ (terrain management)
• การจัดการขา่ วสาร (information management)
• การควบคุมและบังคับบัญชาห้วงอากาศ (Airspace command
and control)
การบูรณาการอากาศ-พ้นื ดนิ (AIR-GROUND INTEGRATION)
๑ - ๘๒ การบูรณาการอากาศพ้ืนดิน เพ่ือให้ก�ำลังทางอากาศและก�ำลังภาค
พื้นดินสามารถปฏิบัติการพร้อมกันในสภาพแวดล้อมทางการยุทธ์ให้บรรลุ
วัตถุประสงค์เดียวกัน การบูรณาการจะท�ำให้เกิดอ�ำนาจก�ำลังรบสูงสุดด้วยการ
ผนกึ ก�ำลงั ของท้งั สองสว่ น การประสานสอดคล้องการปฏบิ ตั ิของหนว่ ยบินเข้ากบั
แผนด�ำเนินกลยุทธ์ของผู้บังคับหน่วยภาคพื้นดินอาจต้องใช้การบูรณาการของ
เหล่าทัพหรือชาติอ่ืน และอาจมีการบูรณาการเฮลิคอปเตอร์แบบต่าง ๆ เช่น
ฮ.โจมตี ฮ.ทวั่ ไป ฮ.ล�ำเลียง
๑ - ๘๓ หนว่ ยบนิ และหนว่ ยภาคพนื้ จะตอ้ งมกี ารประสานสอดคลอ้ งและบรู ณาการ
อย่างมีประสิทธิภาพและลดความสูญเสียจากการยิงที่ผิดพลาดท่ีมีผลกระทบ
ต่อทัง้ ฝา่ ยเดียวกันและพลเรอื นในพนื้ ทีป่ ฏิบัตกิ าร การประสานสอดคลอ้ งจะตอ้ ง
กระทำ� ตลอดเวลา ทัง้ ในระหว่างการวางแผน การเตรยี มการ และการปฏิบัตกิ าร
โดยในหัวข้อต่อไปคือ ข้อพิจารณาส�ำหรับผู้บังคับหน่วยและฝ่ายอ�ำนวยการท่ีใช้
ในการประสานสอดคล้องระหว่างหนว่ ยบนิ และหน่วยภาคพน้ื :
• เข้าใจขดี ความสามารถและข้อจ�ำกดั ของก�ำลงั ท้ังสองส่วน
30
ก�ำ ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• ใช้ระเบียบปฏบิ ัติประจำ� (รปจ.)
• ใชค้ วามสัมพนั ธท์ ีเ่ คยใช้เปน็ ประจ�ำ
• มกี ารฝึกร่วมกนั บ่อยๆ
• มกี ารควบคมุ และบังคับบัญชาหว้ งอากาศ
• ใชก้ ำ� ลงั ทัง้ สองสว่ นให้บังเกิดผลกระทบสงู สดุ
• วิธีการใช้กำ� ลงั แต่ละส่วน
• การประสานสอดคลอ้ ง
๑ - ๘๔ การประสานสอดคล้อง คือการรวมการรบของก�ำลังทั้งสองส่วนให้เป็น
หนึ่งเดียว โดยมุ่งหมายให้การใช้ก�ำลังทางอากาศให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ
ผู้บังคับกรมผสม การประสานสอดคล้องจะเริ่มแต่เนิ่นโดยให้หน่วยบินที่มา
สนับสนุนหรือหน่วยบินของกรมผสมมีส่วนร่วมต้ังแต่ข้ันการวางแผน หน่วยบิน
จะใหค้ ำ� ปรกึ ษาเกยี่ วกบั ขดี ความสามารถและวธิ กี ารใชห้ นว่ ยบนิ เพอ่ื สนบั สนนุ ตอ่
ภารกิจต่อผู้บังคับกรมผสม ส่ิงส�ำคัญคือ นายทหารติดต่อจากหน่วยบินจะต้อง
แจ้งกิจและวัตถุประสงค์ของการสนับสนุนจากหน่วยบินไปยังหน่วยท่ีเกี่ยวข้อง
อยา่ งทว่ั ถงึ และหากมกี ารเปลยี่ นแปลงแกไ้ ขจะตอ้ งแจง้ ในทนั ที กลา่ วโดยสรปุ คอื
ฝ่ายอ�ำนวยการของกรมผสมและหน่วยรอง ต้องเข้าใจแผนด�ำเนินกลยุทธ์และ
เจตนารมณข์ องกรมผสมหนว่ ยบนิ ทม่ี าสนับสนนุ หรือเป็นหน่วยบินของกรมผสม
จะตอ้ งจดั นายทหารระดบั ฝา่ ยอำ� นวยการทม่ี คี วามเขา้ ใจในการรบผสมเหลา่ และ
การบินทางยุทธวิธีให้อยู่ในส่วนวางแผนร่วมกับฝ่ายยุทธการอากาศของกรมผสม
โดยจะตอ้ งมสี ่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการวางแผนท่มี ีการใชอ้ ากาศยาน
๑ - ๘๕ การใช้อากาศยานสนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยใกล้ชิด หรือ
สนับสนุนด้วยการยิง หน่วยด�ำเนินกลยุทธ์ภาคพ้ืนดินและหน่วยบินที่สนับสนุน
จะตอ้ งมกี ารประสานมาตรการควบคมุ เปน็ อยา่ งดี ซง่ึ จะทำ� ใหห้ นว่ ยบนิ สนบั สนนุ
และหน่วยด�ำเนินกลยุทธ์มีความเสี่ยงจากการยิงของฝ่ายเดียวกันน้อยท่ีสุด
หนว่ ยบนิ และหนว่ ยภาคพน้ื ดนิ ของกรมผสมควรมนั่ ใจวา่ กรมผสมมคี วามคนุ้ เคย
กับกรรมวธิ ีและเทคนคิ การชีเ้ ป้าหมายเปน็ อย่างดี
31
ก�ำ ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
๑ - ๘๖ การปฏิบตั ใิ นท่บี งั คับการ (COMMAND POST OPERATIONS) ผูบ้ ังคับ
กรมผสมจะจัดฝ่ายอ�ำนวยการเพ่ือช่วยเหลือในการวางแผนและอ�ำนวยการยุทธ์
ในที่บังคับการ โดยจะต้องมีระบบการติดต่อสื่อสาร และระบบข่าวสารข้อมูล
มพี นั ธกิจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการจัดการข่าวสารข้อมูล ๕ ประการ คือ
• รวบรวมข่าวสารขอ้ มลู ทมี่ ีความสำ� คญั
• ดำ� เนินกรรมวิธีตอ่ ข้อมลู ให้เป็นความรู้
• เก็บข่าวสารส�ำคัญเพื่อใช้สนับสนุนการควบคุมและบังคับบัญชาได้
อยา่ งทนั ท่วงที
• แสดงข่าวสารทจ่ี ำ� เป็นเหมาะสมกับผใู้ ช้
• กระจายข่าวสารส�ำคญั
๑ - ๘๗ ระบบควบคมุ และบงั คบั บญั ชาของกรมผสมประกอบดว้ ยบคุ ลากร และ
เครอ่ื งมือ สว่ นส�ำคญั ทีส่ ดุ คือ ผูท้ จี่ ะชว่ ยเหลือในการควบคุมอ�ำนวยการยุทธ์แทน
ผบู้ งั คบั บัญชา ไดแ้ ก่ รองผู้บังคับการกรมฯ เสนาธกิ ารฯ เปน็ ตน้
การจัดการควบคุมและบังคับบัญชา (COMMAND AND CONTROL
ORGANIZATIONS)
๑ - ๘๘ กรมผสมมโี ครงสรา้ งการจดั เพอื่ ควบคมุ และบงั คบั บญั ชาการปฏบิ ตั กิ าร
ผา่ นทางกลมุ่ บงั คับบัญชา ๒ กลุ่ม และทบี่ ังคบั การ ๓ แห่งดว้ ยกนั คอื
• ที่บงั คับการหลกั (Main CP)
• ทีบ่ งั คบั การทางยุทธวิธี (TAC CP)
• ที่บังคับการกองพนั สนบั สนุน (BSB CP)
๑ - ๘๙ ผบู้ งั คบั กรมผสมจดั ทบ่ี งั คบั การและกลมุ่ บงั คบั การเหลา่ นอี้ อกเปน็ แผนก
ฝ่ายอ�ำนวยการหรือส่วนอ�ำนวยการ แผนกฝ่ายอ�ำนวยการประกอบด้วยกลุ่ม
กำ� ลังพลท่ีมคี วามเช่ยี วชาญแต่ละดา้ น (เชน่ แผนก ฝอ.๑ ฝอ.๒ ฝอ.๓)
๑ - ๙๐ การจัดคณะท�ำงาน/ฝ่ายอ�ำนวยการจะต้องจัดให้สอดคล้องตามระบบ
ปฏิบัติการในสนามรบ หรือตามวัตถุประสงค์ ปกติจะประกอบด้วยบุคลากรท่ีมี
32
กำ�ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ความเชยี่ วชาญตา่ งกนั จะชว่ ยขยายขดี ความสามารถใชใ้ นการควบคมุ บงั คบั บญั ชา
และชว่ ยเพ่มิ ความอยูร่ อดในสนามรบ รายละเอียดเพิม่ เตมิ ในเรื่องนี้ไดใ้ นยอ่ หน้า
๑ - ๑๓๐
๑ - ๙๑ ผู้บงั คับกรมผสมจะก�ำหนดล�ำดับและเวลาในการเคล่อื นย้ายทตี่ งั้ ขนั้ ตน้
และการจดั ของทีบ่ ังคับการ กิจกรรมทม่ี กั ปฏบิ ัตใิ นทีบ่ งั คบั การส่วนใหญ่ ไดแ้ ก่
• ดำ� รงการ ประมาณการ และตดิ ตามภาพปฏบิ ตั กิ ารรว่ มอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
• ควบคุมการปฏบิ ตั ิการ
• ประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร
• พัฒนาและแจกจ่ายคำ� สั่ง
• ประสานกับหนว่ ยเหนอื หน่วยรอง และหนว่ ยขา้ งเคียง
• ด�ำเนินการจดั การความรู้และจัดการขา่ วสาร
• งานธุรการของทบ่ี งั คบั การ
• รักษาความปลอดภัยเฉพาะพ้นื ที่
ส่วนบังคับบัญชากรมผสม (BRIGADE COMBAT TEAM COMMAND
GROUP)
๑ - ๙๒ กลมุ่ บงั คบั บญั ชาประกอบดว้ ยผบู้ งั คบั การกรมและฝา่ ยอำ� นวยการ และ
เจ้าหน้าท่ีบางนายท่ีติดตามผู้บังคับการกรม เพ่ือให้สามารถท�ำการควบคุมและ
บงั คบั บญั ชาไดแ้ มจ้ ะไมอ่ ยใู่ นทบี่ งั คบั การ กองบงั คบั การกรมผสมสามารถจดั กลมุ่
บังคับบัญชาได้ ๒ กลุ่ม โดยการจัดจะข้ึนอยู่กับภารกิจ กลุ่มบังคับบัญชาจะมี
เคร่ืองมือที่ช่วยให้ปฏิบัติงานได้เป็นอิสระจากท่ีบังคับการทางยุทธวิธีหรือ
ทบี่ งั คบั การหลกั กลมุ่ บงั คบั บญั ชาชว่ ยใหผ้ บู้ งั คบั การกรมและรองผบู้ งั คบั การกรม
มีความคลอ่ งแคล่วและมีการปอ้ งกนั เมื่อต้องเคลอื่ นท่ไี ปตามทต่ี ่างๆ ภายในพน้ื ท่ี
ปฏิบัตกิ าร โดยท่ยี งั สามารถตดิ ตามและสง่ั การการปฏิบตั กิ ารของกรมผสมได้
๑ - ๙๓ กลุ่มบังคับบัญชามีผู้บังคับการกรมเป็นผู้น�ำ จะประกอบด้วย จ่ากรม
ผแู้ ทนจากแผนก ฝอ.๒ ฝอ.๓ และส่วนยงิ สนบั สนนุ กลุม่ บงั คับบญั ชาควรมกี �ำลงั
33
ก�ำ ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ส�ำหรับรักษาความปลอดภัยเม่ือต้องออกจากที่บังคับการหลัก ผู้บังคับการกรม
มักน�ำกลุ่มบังคับบัญชาไปอยู่ ณ ต�ำบลวิกฤต ปกติมักอยู่กับหรือใกล้ส่วนที่เป็น
ความพยายามหลกั
๑ - ๙๔ ถ้าจัดกลุ่มบังคับบัญชาที่น�ำโดยรองผู้บังคับการกรม (DCO) เจ้าหน้าท่ี
ภายในกลุ่มมักจะมี ผช.ฝอ.๓ ผช.ฝอ.๒ และนายทหารจากส่วนยิงสนับสนุน
กลุ่มบังคับบัญชาท่ีน�ำโดยรองผู้บังคับการกรมมักจะอยู่กับก�ำลังท่ีเป็นส่วนสร้าง
สภาพทเี่ กอ้ื กลู (shaping effort) หรอื ทท่ี ผี่ บู้ งั คบั การกรมกำ� หนด รองผบู้ งั คบั การกรม
จะต้องสื่อสารกับก�ำลังส่วนต่างๆ ของกรมผสมได้ทุกส่วน รวมถึงที่บังคับ
การหลัก กลุ่มบังคับบัญชาน้ีต้องมีก�ำลังส�ำหรับรักษาความปลอดภัยเม่ือต้อง
ออกไปจากที่บังคับการหลักด้วย
ท่ีบังคับการหลักของกรมผสม (BRIGADE COMBAT TEAM MAIN
COMMAND POST)
๑ - ๙๕ ท่ีบังคับการหลักเป็นท่ีบังคับการในการควบคุมและบังคับบัญชาหลัก
ของกรมผสม การจดั ประกอบด้วยผ้แู ทนจากทุกแผนกฝา่ ยอ�ำนวยการและระบบ
ขา่ วสารแบบเตม็ ระบบ (full INFOSYS) สำ� หรบั สนบั สนนุ กรมผสม ในการวางแผน
เตรยี มการ ปฏบิ ตั ิ และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั กิ าร ทบี่ งั คบั การหลกั จะมขี นาดใหญ่
และมีก�ำลังพลมาก มีความคล่องแคล่วน้อยกว่าท่ีบังคับการทางยุทธวิธี ผู้ท่ี
ทำ� หน้าท่ีในการกำ� กบั ดูแลการทำ� งานของฝ่ายอ�ำนวยการคอื เสนาธิการกรมผสม
๑ - ๙๖ พนั ธกิจของทบี่ งั คับการหลกั ได้แก่ :
• ประสานสอดคลอ้ งการปฏบิ ตั กิ าร ทง้ั การปฏบิ ตั กิ ารแตกหกั การปฏบิ ตั ิ
การเพ่ือสรา้ งสภาวะทีเ่ กอ้ื กูล และการปฏบิ ตั กิ ารด�ำรงสภาพการรบ
• ส่วนติดตามสถานการณ์
• ประสานการยงิ สนบั สนนุ
• วางแผนการปฏิบัติการในอนาคต
• ติดตามและคาดการณ์จุดตกลงใจและข่าวสารส�ำคัญท่ีผู้บังคับการ
กรมผสมตอ้ งการทราบ
34
ก�ำ ลงั รบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• ประสานกบั กองบญั ชาการของหนว่ ยเหนอื หนว่ ยขา้ งเคยี งหรอื หนว่ ย
ระดบั เดยี วกนั พรอ้ มทง้ั ใหข้ า่ วสารหนว่ ยเหลา่ นน้ั เกย่ี วกบั ภารกจิ ทก่ี ำ� ลงั ปฏบิ ตั อิ ยู่
• สนับสนุนความเข้าใจสถานการณ์ของผู้บังคับการกรมผสมโดย
การจัดการข่าวสาร
• วางแผน ติดตาม และบูรณาการก�ำลังทางอากาศและการใช้ห้วง
อากาศ
• จัดท�ำมาตรการนิรภัย การบริการการแพทย์ การบริหารและจัดการ
ความเสี่ยง และมาตรการป้องกันอบุ ัติเหตุ ตลอดจนการรักษาความเปน็ ระเบยี บ
เรียบร้อย
๑ - ๙๗ ทบ่ี งั คบั การหลกั จะจดั สว่ นเจา้ หนา้ ทแ่ี ละการทำ� งาน โดยการบรู ณาการ
สว่ นงานขนึ้ สำ� หรบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทเ่ี ฉพาะเจาะจง ผบู้ งั คบั กรมผสมจะปรบั องคก์ ร
การจัดสว่ นตา่ งๆ ใหเ้ หมาะสมกบั การปฏบิ ตั เิ เละการควบคมุ บงั คบั บัญชา ขน้ึ อยู่
กบั สถานการณ์และแนวความคิดในการปฏบิ ตั ิ
๑ - ๙๘ แมโ้ ครงสรา้ งทบ่ี งั คบั การหลกั สามารถปรบั เปลย่ี นใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์
ได้ แต่โดยปกติแลว้ มักเป็นดังน้ี :
• สว่ นปฏบิ ตั ิการปัจจุบนั
• ส่วนวางแผน
• ส่วนการเคล่อื นทแี่ ละดำ� เนนิ กลยุทธ์
• สว่ นยงิ
• สว่ นข่าวกรอง
• ส่วนพทิ ักษ์หน่วย
• สว่ นดำ� รงสภาพ
๑ - ๙๙ ขอ้ พจิ ารณาในการก�ำหนดที่ต้งั ท่บี งั คบั การหลัก ได้แก่ :
• ไดร้ ับผลกระทบจากการปฏบิ ัตขิ องฝา่ ยตรงขา้ มนอ้ ยที่สดุ
• สามารถด�ำรงการติดต่อส่ือสารไดด้ ีทีส่ ดุ
• สามารถควบคุมการปฏบิ ตั กิ ารไดด้ ที ่ีสุด
35
กำ�ลังรบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
หมายเหตุ ส�ำหรับพื้นท่ีปฏิบัติการท่ีมีพื้นท่ีต่อเน่ืองกัน (contiguous AOs)
ทบ่ี งั คบั การหลกั ของกรมผสมจะตงั้ อยหู่ ลงั ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารทางยทุ ธวธิ ขี องกองพนั
(battalion tactical operation centers) และที่บังคบั การทางยทุ ธวิธีของกรม
ผสม และถา้ ทำ� ไดใ้ หพ้ น้ จากระยะยงิ ของปนื ใหญก่ ลางฝา่ ยตรงขา้ ม สำ� หรบั ในพนื้ ท่ี
ปฏบิ ตั กิ ารทไี่ มต่ อ่ เนอ่ื งกนั ทบี่ งั คบั การหลกั ของกรมผสมมกั จะอยใู่ นพน้ื ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร
ของกองพัน
ทบี่ งั คบั การทางยทุ ธวธิ ขี องกรมผสม (BRIGADE COMBAT TEAM TACTICAL
COMMAND POST)
๑ - ๑๐๐ ที่บังคับการทางยุทธวิธีของกรมผสมใช้ส�ำหรับการควบคุมการปฏิบัติ
การในช่วงเวลาจ�ำกัดผู้บังคับกรมผสมใช้ท่ีบังคับการทางยุทธวิธีเพิ่มเติมจาก
ท่บี ังคับการหลกั ในข้นั การปฏิบัติหรือในพนั ธกิจบางประการ เชน่ การข้ามลำ� น�ำ้
การผ่านแนว หรือการยุทธ์เคล่ือนท่ีทางอากาศ บางคร้ังผู้บังคับการกรมอาจใช้
ที่บังคับการทางยุทธวิธีเพ่ืออ�ำนวยการปฏิบัติของหน่วยรองที่ต้องมีการควบคุม
อยา่ งใกล้ชิด เช่น การผลดั เปล่ียน (relief in place) การควบคุมหน่วยเฉพาะกิจ
บางหน่วย เปน็ ต้น
๑ - ๑๐๑ ที่บังคับการทางยุทธวิธีมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ี มักจะอยู่
ณ ต�ำบลที่เป็นการปฏิบัติการแตกหัก โดยทั่วไปมักจัดก�ำลังพลและเคร่ืองมือ
เท่าที่จ�ำเป็น แต่บางครั้งอาจต้องจัดก�ำลังส�ำหรับการรักษาความปลอดภัย
ที่บังคับการทางยุทธวิธีควบคุมการปฏิบัติโดยเสนาธิการกรมผสม หรือ ฝอ.๓
พันธกจิ ของที่บังคบั การทางยทุ ธวธิ ี ได้แก่
• ควบคุมการปฏบิ ัติการปัจจบุ นั
• ใหข้ ่าวสารตอ่ ภาพขา่ วสารปฏิบตั ิการรว่ ม
• ประเมินความคบื หน้าของการปฏิบัตกิ าร
• ประเมินความคบื หน้าของหนว่ ยเหนอื และหนว่ ยขา้ งเคียง
• วางแผนระยะสัน้ (short range planning)
36
กำ�ลงั รบผสมเหลา่ ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• ใหข้ อ้ มลู สำ� หรบั การดำ� เนนิ กรรมวธิ ตี อ่ เปา้ หมายและการวางแผนการ
ปฏบิ ตั กิ ารในอนาคต
• อำ� นวยความสะดวกใหก้ บั ผบู้ งั คบั การกรมในการควบคมุ การปฏบิ ตั กิ าร
การออกคำ� สัง่ และการซกั ซ้อม
๑ - ๑๐๒ ในกรณที ไี่ ม่ใชท้ ่บี ังคับการทางยทุ ธวิธี เจ้าหนา้ ที่และฝ่ายอำ� นวยการที่
จัดไว้มักจะปฏิบัติงาน ณ ท่ีบังคับการหลัก หน่วยควรมี รปจ.ไว้ส�ำหรับเรื่องนี้
โดยเฉพาะ
ท่ีบังคับการกองพันสนับสนุน (BRIGADE SUPPORT BATTALION COM-
MAND POST)
๑ - ๑๐๓ ทบ่ี งั คบั การกองพนั สนบั สนนุ มบี ทบาทในการควบคมุ และประสานงาน
ด้านธุรการและการส่งก�ำลังบ�ำรุงให้กรมผสม ในบางกรณีส่วนดำ� รงสภาพการรบ
ของกรมผสม (ฝอ.๑ ฝอ.๔ และ ผบ.พัน.สร.) อาจจัดก�ำลังบางส่วนมาอยู่กับ
ท่ีบงั คับการกองพนั สนับสนนุ ก็ได้
๑ - ๑๐๔ พันธกจิ ของทบ่ี ังคับการกองพนั สนับสนนุ ไดแ้ ก่
• ติดตามการรบในปัจจุบันเพื่อให้สามารถคาดการณ์ความต้องการ
ในการสนบั สนนุ ได้กอ่ นท่ีหน่วยจะรอ้ งขอ
• ทำ� หน้าที่เปน็ ตำ� บลรบั เข้า (entry point) ให้กบั ของกรมผสมในพ้นื ท่ี
ปฏิบัติการท่ีตอ่ เน่ืองกนั
• เฝ้าตรวจเส้นหลกั การสง่ กำ� ลังบำ� รงุ (MSR) และควบคุมการจราจร
• ประสานและส่งกลับผู้บาดเจ็บ ยุทโธปกรณ์ และผู้ถูกจับกุม
(detainee)
• ประสานการเคลอ่ื นย้ายผ้เู สียชีวติ จากการรบ (KIA)
• ประสานกับกรมด�ำรงสภาพเรื่องความต้องการส่งก�ำลังเพ่ิมเติม
(resupply)
• ช่วยเหลือการปฏิบตั ิตำ� บลรวบรวมเชลยศึก
37
กำ�ลงั รบผสมเหล่า ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
• จัดผู้แทนปฏิบัติการในส่วนด�ำรงสภาพ ณ ที่บังคับการหลักเป็น
การชว่ั คราว (เมอ่ื ได้รับคำ� สงั่ หรือมีความจ�ำเป็น)
ฝ่ายอ�ำนวยการ (STAFF)
๑ - ๑๐๕ ฝา่ ยอำ� นวยการชว่ ยเหลอื ผบู้ งั คบั การกรมในการวางแผน ประสานงาน
และก�ำกับดูแลการปฏิบัติ ฝ่ายอ�ำนวยการแต่ละแผนกจะมีเจ้าหน้าท่ีท่ีมีความ
เชยี่ วชาญเฉพาะดา้ นนงั่ ปฏบิ ตั งิ าน ณ ทบ่ี งั คบั การตา่ งๆ เขาเหลา่ นจ้ี ะประสานงาน
กิจกรรมของแผนกตนกับแผนกอื่นๆ ผ่านทางคณะคณะกรรมการ (boards)
คณะทำ� งาน (working groups) และการประชมุ ตามทก่ี รมกำ� หนดเปน็ การประชมุ
งานตามพนั ธกจิ (battle rythm) (รปู ท่ี ๑ - ๕)
เสธ.กรม (EXECUTIVE OFFICER)
๑ - ๑๐๖ เสธ.กรม เป็นฝ่ายอ�ำนวยการหลักท่ีท�ำหน้าท่ีประสานงานแผนกฝ่าย
อ�ำนวยการต่างๆ ของกรม โดยการมอบหมายงาน จัดการ และก�ำกับดูแล
การประสานงานเพ่ือให้การปฏิบัติการของกรมบังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปกติ
เสธ.กรม มกั จะอยู่กับทบี่ ังคบั การหลัก
ฝ่ายอำ� นวยการประสานงาน (COORDINATING STAFF)
๑ - ๑๐๗ ฝา่ ยอำ� นวยการประสานงานเปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื หลกั ของ เสธ.กรม มหี นา้ ที่
รบั ผิดชอบตอ่ ผบู้ ังคบั การกรมผ่านทาง เสธ.กรม ในหนา้ ท่ีของตน ฝ่ายอำ� นวยการ
ประสานงานจะท�ำหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา วางแผน และประสานการปฏิบัติงานใน
ความรบั ผดิ ชอบของตนกบั ฝา่ ยอำ� นวยการอน่ื ๆ นอกจากนย้ี งั รบั ผดิ ชอบตอ่ แผนก
ฝา่ ยกิจการพเิ ศษทเ่ี ก่ยี วข้อง รายละเอยี ดดใู น FM 50
ฝา่ ยอำ� นวยการประจ�ำตวั (PERSONAL STAFF)
๑ - ๑๐๘ ฝ่ายอ�ำนวยการประจ�ำตัวให้ค�ำปรึกษากับผู้บังคับการกรม ให้ข้อมูล
บางส่วนในการจัดท�ำแผนและค�ำส่ัง และติดต่อประสานงานกับส่วนต่างๆ
นอกกองบังคับการกรมผสม นอกจากน้ียังท�ำหน้าท่ีตามท่ีได้รับมอบหมายเป็น
พิเศษจากผู้บังคับการกรม ปกติมักจะปฏิบัติงานอยู่ ณ ท่ีบังคับการหลักภายใต้
การบังคับบัญชาของผ้บู งั คบั การกรมโดยตรง
38
ก�ำ ลงั รบผสมเหล่า ระดบั กรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
ฝา่ ยกิจการพเิ ศษ (SPECIAL STAFF)
๑ - ๑๐๙ ฝา่ ยกจิ การพเิ ศษเปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื ผบู้ งั คบั การกรมและฝา่ ยอำ� นวยการอน่ื ๆ
แผนกของฝ่ายกิจการพิเศษจะจัดข้ึนตามความรับผิดชอบตามหน้าที่หรือ
ทางเทคนคิ ผบู้ งั คบั การกรมมกั จะมอบหมายอำ� นาจหนา้ ทใี่ นกำ� กบั ดแู ลการทำ� งาน
ฝ่ายกิจการพิเศษด้านใดด้านหนึ่งให้กับนายทหารฝ่ายอ�ำนวยการประสานงาน
คนใดคนหนง่ึ แมว้ า่ การจดั แผนกฝา่ ยกจิ การพเิ ศษมกั จะแยกจากแผนกฝา่ ยอำ� นวย
การประสานงาน แตม่ กั จะมีงานที่เกี่ยวข้องกัน โดยปกตฝิ ่ายกจิ การพเิ ศษมกั จะมี
งานเก่ียวข้องกับฝ่ายอ�ำนวยการประสานมากกว่าหน่ึงแผนก สถานการณ์และ
ขีดความสามารถจะเปน็ ตวั ก�ำหนดว่ากรมจะตอ้ งใช้ฝา่ ยกิจการพิเศษใดบ้าง
ผบ.กรม ฝา่ ยอ�ำนวยการประจำ� ตัว
รอง ผบ.กรม HBCT/IBCT only จ่ากรม นธน.
เสธ.กรม น.ประชาสัมพนั ธ์ อศจ.
ฝา่ ยอำ� นวยการประสานงาน
ฝ่ายกิจการพิเศษ
ฝอ.๑
ฝอ.๒ นยส. คชรน.
ฝอ.๓
ฝอ.๔ น.ชา่ ง นายแพทย์
นอต. น.ปฏิบตั ิการจติ วิทยา
ฝอ.๖ น.ภปอ. สห.
ฝอ.๗
ฝอ.๙ น.ตดิ ตอ่ หนว่ ย บ.
รูปที่ ๑ - ๕ การจดั ฝ่ายอ�ำนวยการของกรมผสม
ศูนยต์ ่างๆ (CENTERS)
๑ - ๑๑๐ นอกเหนือจากที่บังคับการต่างๆ แล้ว กรมผสมหรือหน่วยรองอาจ
จัดต้ังศูนย์ตา่ งๆ ขนึ้ สำ� หรับประสานการปฏบิ ตั ิ อ�ำนวยความสะดวกในกจิ กรรม
ต่างๆ โดยมีเครื่องมืออ�ำนวยความสะดวก เจ้าหน้าท่ีสนับสนุนเป็นการเฉพาะ
ศูนย์ต่างๆ ส่วนใหญ่จัดตั้งในหน่วยระดับกองบัญชาการ ศูนย์จะคล้ายกับที่
บังคับการ แต่มวี ัตถปุ ระสงคท์ แ่ี คบกว่าทบี่ งั คบั การ
39
กำ�ลงั รบผสมเหลา่ ระดับกรม (กรมผสม)
Brigade Combat Team
สว่ นตา่ งๆ ภายในทบ่ี งั คบั การ (COMMAND POST CELLS AND ELEMENTS)
๑ - ๑๑๑ การจัดท่ีบังคับการแต่ละระดับมีความแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะจัด
เป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนส�ำหรับบูรณาการ และส่วนส�ำหรับปฏิบัติพันธกิจ ส่วน
บูรณาการจะจัดกลุ่มบุคลากรและเคร่ืองมือเพื่อบูรณาการพันธกิจการรบตาม
แผนทีว่ างไว้ ส่วนปฏบิ ัตพิ นั ธกิจจะจดั กลุ่มบุคลากรเพือ่ การปฏบิ ัติพนั ธกจิ การรบ
ส่วนบูรณาการ (INTEGRATING CELLS)
๑ - ๑๑๒ ส่วนบูรณาการมีการจัดเพื่อบูรณาการด้านแผนและการปฏิบัติการใน
ปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยการประสานงานและประสานสอดคล้องท้ังก�ำลังรบและ
พันธกิจการรบ ผู้บังคับการกรมจะวางแผนเพ่ือปรับแก้สถานการณ์ที่จะเกิดใน
อนาคต ๓ คือ ระยะยาว ระยะกลาง และระยะส้ัน ส่วนใหญ่หน่วยระดับใหญ่
จะท�ำได้ ส่วนหน่วยระดับกองพันผสมเหล่าจะรวมเอาทั้งงานการวางแผนและ
การปฏิบัติการไว้ในส่วนปฏิบัติการเพียงส่วนเดียว กรมผสมก็เช่นกัน เพราะไม่มี
ทรพั ยากรเพยี งพอสำ� หรบั ส่วนปฏิบัตกิ ารในอนาคต โดยท่วั ไปกรมผสมจะเพ่งเลง็
เฉพาะการวางแผนระยะสน้ั และระยะกลาง ซงึ่ จะสมั พนั ธก์ บั สว่ นวางแผนและสว่ น
ปฏิบัตกิ ารปจั จบุ ันตามลำ� ดับ planning horizon ข้นึ อยู่กับสถานการณ์ ซงึ่ อาจ
จะครอบคลุมห้วงเวลาเป็นชว่ั โมง วัน สปั ดาห์ หรอื เดอื น โดยปกติย่งิ หนว่ ยระดับ
สูง หว้ งเวลาในการวางแผนจะยง่ิ นานขนึ้
สว่ นวางแผน (PLAN CELL)
๑ - ๑๑๓ สว่ นวางแผนรบั ผดิ ชอบวางแผนการปฏบิ ตั กิ ารในระยะกลางและระยะ
ยาว โดยการพัฒนาแผน ค�ำส่ัง การปฏิบัติเป็นส่วนๆ และการปฏิบัติการตาม
ล�ำดับ ผ่านกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหาร (MDMP) นอกจากนี้ ส่วน
วางแผนรบั ผดิ ชอบในการลวงทางทหารอกี ดว้ ย (military deception planning)
๑ - ๑๑๔ ส่วนวางแผนประกอบด้วยกลุ่มเจ้าหน้าท่ีแผนและวิเคราะห์ น�ำโดย
นายทหารทร่ี บั ผดิ ชอบในการวางแผน (plans officer) จดั กำ� ลงั พลจากแผนกฝา่ ย
อำ� นวยการตา่ งๆ เขา้ รว่ มปฏิบตั งิ าน กรมผสมจะจดั ส่วนวางแผนขนาดเลก็ และ
รบั การสนับสนุนจากแผนกฝ่ายอำ� นวยการอนื่
40