The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E - Library, 2021-01-25 01:37:30

วารสารกองทัพอากาศ

RTAF_Air_Warfare_Journal_76

วารสารการสงครามทางอากาศ ความเปนมา

เจา ของ ผเโกโเอใ“ว2ขใจยจกปดดนดนาึงึุํ5ลางาอวทอิยนมไกรกไิย4ตลดางดงธเดวส)าา4ัเฉงกมรทอ าาทปศรารทพีสอมนขรั นพจรยวนาโสาาีาภุมงัฉดดับองกรงอะงาทรัตไาบทยูปรมอรอาามศังิรปวพัมวํทบาเู รลาากบมูกลานรมวีอแาแกทกีวปวาิะจรมางยขนาริาากชศารสหใวรอกกอรวศกนะอชิศสาาใอาสจคามมสาบากนรากไกราัศดูวกาลระรกากดเแารแณาพากทสรรสบัาทจร เรมลตื่ใิาี่มใอรเงมลก่ีดมรหนปศคระสคอพงาอ็จุงง ิกสกาดคนกยงกมเรายเเอางนนจวคํไมปํายหาูาารคเต.าานื่กรบอแปลม็รกจลนรรมกาใเัยกะาัดังทอมานงหดคกรมอโรทหทมทางูจาืสแอยาวท.ทสาํนทบํางาารากนช(าวาหโัวาอรงทนญงนเกามมคงยงะดออี่าารกวํอากรชเอสคติมสกรหานาอลงาราําวาใาาสแกกัางลงมกาชกกางรครทพศลคาาชามาาาฯาาั ญัพนๆศศลมกื่อศศ”ะรรงูี้
ศนู ยการสงครามทางอากาศ ตกงบออเปงนบรอื่ ัญะงมชาาใณกนาใปนรจกกจอาุบงรันทจััพดศทอกํอาาก.วเปาารศนสหายนรังวฯคยงขไอ้ึนดยตรารับงง

ทป่ี รกึ ษากิตตมิ ศกั ดิ์ วตั ถุประสงค
พล.อ.อ.พุฑฒิ มงั คละพฤกษ
พล.อ.อ.ธัชชัย ถนดั ใชป น ดแนใอนนาาวเวนัตวรธุอคือ่กทววงรากมารงมาติมอศคทิ เา1ทิดากก.งทคาาอเศโารพานงสกื่อยโงาลุทเคศพยรธ่ิมีาดศมมพาาิตทสนูนดิ ตากคางรนาวอ ราไายซบมกุทเรินาบธูคศแอววลริธหาะี มลแรกเักลวขานมะรามิยทใใชมติจั้งิ
พล.อ.ท.พรชัย ธรรมพิทักษ ขกาอรมบูลินใในหดแ2กา.นบเพุคกลอ่ืาารแกทลรกหขเาปอรงลกย่ี กอนางคทรวสัพางอมคาครกิดาาเมหศ็นแแลละะ
พล.อ.ท.โฆษก ประคองทรัพย ศูนยการสง3ค.ราเมพท่ือาเผงอยแากพารศกิจการตาง ๆ ของ
พล.อ.ท.นวิ ัตน นกนอ ย
พล.อ.ท.ชนนนาถ เทพลิบ ** บทความ สารคดี และความคิดเห็นของผูเขียน
พล.อ.ท.สกนั ต สอนหลักทรัพย ไมม สี วนผกู พนั กบั กองทัพอากาศแตอยา งใดทง้ั สนิ้ **

ผอู าํ นวยการ
พล.อ.ต.สุพจน เตา ทอง
ผูอาํ นวยการ
ศนู ยก ารสงครามทางอากาศ

รองผูอ ํานวยการ
น.อ.สุธี รักชาติ
น.อ.กศุ ล ขันธส อาด

เลขานกุ าร
น.อ.อภชิ าติ นาถนติ ธิ าดา เลขานกุ าร
น.อ.สาํ ราญ ชอบใจ ผชู ว ยเลขานกุ าร

บรรณาธกิ าร พล.อ.ต.สพุ จน เตา ทอง
ผชู ว ยบรรณาธกิ าร น.อ.สธุ ี รกั ชาติ

น.อ.กศุ ล ขนั ธส อาด
ประจาํ กองบรรณาธกิ าร
น.อ.กฤศนนิ จนั ทนา น.อ.พเิ ชษฐ เกษม
น.อ.เอกชยั จาํ ปาปน น.อ.พรี วสั ใจหวงั
น.ท.หญงิ อรณุ ี ผาดไธสง น.ท.ถาวร อรญั ญะ
น.ท.นรากร นอ ยสวุ รรณ
พ.อ.อ.นพดล กา นสนั เทยี ะ
จ.อ.วฒุ ชิ ยั ยนื ยาว

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับท่ี 76 1

บทบรรณาธกิ าร 2030 บทความที่ 4 เร่ือง “Big Data”
นําเสนอเปนตอนท่ี 2 ตอจากฉบับท่ี 75
สวัสดีครับทานผูอานวารสาร บทความที่ 5 เรื่อง “AI for RTAF”
การสงครามทางอากาศทุกทาน เปนบทความใหมนําเสนอเปนตอนแรก
บทความท่ี 6 เรื่อง “มิตอิ วกาศของกองทัพ
วารสารฯ ฉบับนีเ้ ปนปท่ี 20 ฉบบั สหรัฐอเมริกา” นําเสนอเปนตอนสุดทาย
ท่ี 76 ประจําเดือนเมษายน - มิถุนายน จากท่ีไดนําเสนอมาต้ังแตฉบับท่ี 72
2563 ซึง่ ในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน สวนบทความสุดทายเปนบทความเนื่องใน
ของทุกปเปนเดือนท่ีมีความสําคัญกับ โอกาสวนั คลา ยวนั สถาปนาศนู ยก ารสงคราม
พวกเราชาวกองทัพอากาศทุกคน คือวันท่ี ทางอากาศ ซ่ึงทานผูอานจะไดติดตาม
27 มนี าคมของทกุ ปเ ปน "วนั ทรี่ ะลกึ กองทพั บทความทั้ง 7 บทความ ในเลมตอไป
อากาศ" และวันที่ 9 เมษายน ของทกุ ปเ ปน
"วันกองทัพอากาศ" สําหรับเดือนมีนาคม สุดทายนี้คณะผูจัดทําหวังเปน
กเ็ ปน เดอื นทสี่ าํ คญั ของชาวศนู ยก ารสงคราม อยางยิ่งวา บทความท่ีไดนําเสนอใน
ทางอากาศเชนเดียวกัน เนื่องจากวันที่ 7 วารสารฯ ฉบับน้ี คงเปนประโยชนตอทาน
มีนาคมของทุกปเปน "วันคลายวันถาปนา ผูอานท้ังหลาย และขอขอบคุณทุกทาน
ศูนยก ารสงครามทางอากาศ" และในโอกาส ท่ีกรุณาใหความสนใจติดตามวารสารฯ
วันครบรอบ 25 ปของศูนยการสงคราม ของเรามาโดยตลอด หากมีขอติชม หรือมี
ทางอากาศ ทางหนวยจึงไดประกอบพิธี ขอเสนอแนะประการใด คณะผูจัดทํายินดี
ทางศาสนา และจัดกิจกรรมเน่ืองในวัน ทจี่ ะรบั ฟง ความคดิ เหน็ และพรอ มทจี่ ะนาํ มา
คลายวันสถาปนา เพื่อเปนสิริมงคลแก พิจารณาปรับปรุงอยางเต็มความสามารถ
ชาวศูนยการสงครามทางอากาศตอไป เพ่ือพัฒนาคุณภาพของวารสารฯ และ
บทความใหดีย่ิงข้ึน ตรงตามความตองการ
สําหรับในวารสารฯ ฉบับน้ี ของทุกทานตอไป
มีบทความทีน่ า สนใจ 7 บทความ บทความ
ที่ 1 เร่ือง “ประสบการณจากการฝกผสม สารบญั บรรณาธกิ าร
Pitch Black 2018” ซ่ึงชวยใหผูอาน
ทราบวาสิ่งที่นาสนใจจากการเขารวม ประสบการณจากการฝก ผสม 3
การฝกฯ คร้ังนั้นมีอะไรบาง บทความที่ 2 Pitch Black 2018 13
เรื่อง “การปฏิบัติการรวมกองทัพไทย” การปฏิบตั ิการรว มกองทพั ไทย
นําเสนอเปนตอนสุดทาย จากท่ีไดนําเสนอ ยทุ ธศาสตรด านวิทยาศาสตรแ ละ 25
มาตั้งแตฉบับท่ี 69 บทความที่ 3 เร่ือง เทคโนโลยีกองทพั อากาศสหรฐั อเมริกา 33
“ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร  ด  า น วิ ท ย า ศ า ส ต ร  แ ล ะ Big Data 45
เทคโนโลยีกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา” AI for RTAF 59
ซ่ึ ง เ ป  น แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า ก อ ง ทั พ มติ อิ วกาศของกองทัพสหรัฐอเมริกา
อากาศสหรัฐอเมริกาในดานวิทยาศาสตร วันคลา ยวนั สถาปนาศนู ยก ารสงคราม 69
และเทคโนโลยี เพื่อนําไปสูวิสัยทัศนในป ทางอากาศครบรอบ 25 ป

2 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ที่ 76

ประสบการณจากการฝก ผสม ประสบการ ณจากการ ฝกผสม
Pitch Black 2018

นายทหารการสงครามทางอากาศ ศนู ยก ารสงครามทางอากาศ

การฝกผสม Pitch Black 2018 เปนการฝกใชกําลังทางอากาศ
ขนาดใหญ มีกองทัพอากาศออสเตรเลียเปนเจาภาพ จัดใหมีข้ึนเปนประจํา
ทุก 2 ป ซ่ึงกองทัพอากาศไดจัดใหมีเครื่องบินขับไลเขารวมการฝกตั้งแตป
พ.ศ.2547 และในป พ.ศ.2561 ถอื เปน ครงั้ ที่ 8 ซงึ่ กองทพั อากาศไดส ง เครอ่ื งบนิ
ขับไลแบบ บ.ข.20/ก หรือ Gripen สังกัดฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัด
สุราษฎรธานี เขารวมการฝกจํานวน 6 เครื่อง มีนักบินและเจาหนาท่ีเขารวม
การฝก จํานวน 101 คน การฝก ผสม Pitch Black 2018 ถอื เปนการฝกผสม
ที่ใหญท่ีสุดท่ีกองทัพอากาศออสเตรเลียเคยจัดข้ึน กลาวคือมีประเทศที่
เขารวมการฝก ถงึ 16 ประเทศ ทงั้ จากภูมภิ าคเอเชียแปซฟิ ก ยุโรป และอเมริกา
มอี ากาศยานเขา รว มการฝก กวา 140 ลาํ โดยมเี ครอ่ื งบนิ รบทม่ี ขี ดี ความสามารถ

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับที่ 76 3

จากหลายประเทศ ท่ีสาํ คัญไดแ ก F/A-18A/C/D Classic Hornet, F/A-18F
Super Hornet, F/A-18G Growler, Su-30MKI, Rafael, F-15SG, F-16A/CM
และ Gripen เปนตน มีกําลังพลเขารวมการฝกกวา 4,000 คน ซ่ึงในป
พ.ศ.2561 ถือเปนปแรกที่ออสเตรเลียสงกําลังพลและยุทโธปกรณเขารวม
การฝกครบทั้ง 3 เหลาทัพ มีวัตถุประสงคเพื่อฝกการปฏิบัติทางอากาศผสม
โดยใชกําลังทางอากาศขนาดใหญที่เนนการบูรณาการกําลังทางอากาศ
และกําลังภาคพ้ืน (Air-Land Integration) โดยกําหนดสถานการณ
การตอบโตทางอากาศเชิงรุก (Offensive Counter Air; OCA) และเชิงรับ
(Defensive Counter Air; DCA) เพื่อคุมกันหมูบินโจมตีระยะไกล (Long
Range Strike), การแทรกซมึ และถอนกาํ ลงั กลบั (Insertion and Extraction)
ดว ยเครื่องบินลําเลียงยุทธวิธ,ี การบนิ ลาดตระเวนตดิ อาวุธเพ่อื โจมตเี ปา หมาย
สําคัญที่ปรากฏตัวในระยะเวลาอันส้ัน (Dynamic Targets), การสนับสนุน
ทางอากาศโดยใกลช ิด (Close Air Support; CAS) รวมกบั ชดุ ควบคุมการรบ
(Combat Control Team) ท้ังในเวลากลางวันและกลางคืน กําหนดการฝก
ภาคสนามระหวา ง วนั ที่ 27 ก.ค. – 17 ส.ค.2561 โดยวางกาํ ลงั ณ ฐานทพั อากาศ
Darwin และฐานทพั อากาศ Tindal

ผูเขียนมีโอกาสเขารวมการฝกผสม Pitch Black เปนครั้งแรก
และโชคดีที่มีวุฒิการบินเปนครูการบินแลว ดังน้ันจึงมีโอกาสไดเขารวม
ในกระบวนการฝกคอนขางมาก ในขณะเดียวกันไดสังเกตและเก็บเกี่ยว
ประสบการณใ นการฝก มาเลาสกู ันฟง หากมีขอ มลู ใดที่ไมต รงกับประสบการณ
หรือความคดิ เห็นของทานผอู านก็ขอใหถือวา มนั คอื ขอมูลจากการสงั เกตการณ
มมุ มองและความเหน็ อาจจะแตกตา งกนั บา ง และในบางครง้ั อาจจะมกี ารอา งองิ
หรือเปรียบเทียบกับการฝกผสม Cope Tiger เพื่อใหเห็นภาพชัดเจนยิ่งข้ึน
เรอ่ื งนาสนใจท่ผี ูเขียนอยากนํามาเสนอ ไดแก การเตรยี มการบินประกอบกําลงั
ขนาดใหญ (Large Force Employment; LFE) และสิง่ ที่ไดร บั จากการฝก

4 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ท่ี 76

ประสบการ ณจากการ ฝกผสม

การเตรยี มการบินประกอบกาํ ลงั ขนาดใหญ (Large Force
Employment; LFE)

ทานผอู านท่ีเคยเขารวมการฝกผสม Cope Tiger ทกี่ องบิน 1 คงจะ
คุนเคยกับกระบวนการวางแผนการบิน LFE เปนอยางดี น่ันคือเร่ิมจากการ
กําหนดผูรับผิดชอบภารกิจ เชน Mission Director (MD), Mission
Commander (MC) และ Package Commanders (PCs) เปน ตน จากนั้น
ก็เปนกระบวนการวางแผนรวมกัน การแถลงยอกอนบิน (LFE Mass Brief)
การขึ้นไปปฏิบัติการบิน (Mission Execution) และจบกระบวนการท่ี
การแถลงยอหลังบิน (LFE Mass Debrief) เพียงแตใ นการฝก ผสม Pitch Black
อาจจะมีความแตกตางกันเล็กนอยในรายละเอียดของการปฏิบัติ

ผทู ป่ี ฏบิ ัตหิ นาที่ Mission Director (MD) ในการฝก ผสม Pitch Black
จะมีอยูประมาณ 4-5 คน เทาน้ัน โดยท้ังหมดเปนบุคลากรที่กองทัพอากาศ
ออสเตรเลยี เตรยี มไว บางคนยังเปนนักบนิ ในกองทัพ (Active Pilot) บางคน
เปน นกั บนิ ทล่ี าออกไปแลว แตเ ขา มาทาํ งานในลกั ษณะเฉพาะกจิ แตท ง้ั หมดถอื วา
เปน MD มืออาชีพ บุคคลเหลา นี้ทําหนาทเ่ี หมอื นผสู รา งโจทย และเปนผดู ูแล

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปที่ 20 ฉบับท่ี 76 5

เร่ืองธุรการของการบินใน LFE นั้น ๆ ทั้งหมด ดังน้ันบุคคลเหลาน้ีจึงมีความ
เชี่ยวชาญ รูทกุ อยาง พดู งาย ๆ ก็คอื MD ก็คือศูนยยทุ ธการทางอากาศน่ีเอง
และขอสังเกตอยางหนึ่งที่นาสนใจคือ โจทยที่กองทัพอากาศออสเตรเลีย
สรา งขนึ้ นนั้ เหมอื นมจี ดุ ประสงคใ นการทดสอบขดี ความสามารถของอากาศยาน
ที่เขา รว มการฝก บางแบบเปนพเิ ศษ และภารกจิ ทีก่ าํ หนดก็มคี วามใกลเคยี งกับ
การรบที่อาจเกิดข้ึนจริงในยุคปจจุบัน เชน การนําเคร่ืองบินลําเลียงเขาไปรับ
ผูอพยพในดินแดนขาศึกท่ีมีการตอตานทั้งจากเคร่ืองบินรบ และกองกําลัง
ภาคพน้ื เปนตน

สว น Mission Commander (MC) มหี นา ทไี่ มแ ตกตา งจากในการฝก ผสม
Cope Tiger กลาวคือ MC เปนนักบินจากชาติตาง ๆ ที่เขารวมการฝก
แตจะมีงานนอยกวาการเปน MC ในการฝกผสม Cope Tiger กลาวคือ
มุงเนนท่ีการปฏิบัติภารกิจใหสําเร็จเปนหลัก สวนการบินไป-กลับสนาม
และเร่ืองการติดตอประสานดานธุรการอื่น ๆ น้ัน MD จะเปนคนดําเนินการ
ใหเกือบท้ังหมด ดังนั้นคนท่ีปฏิบัติหนาที่ MC ก็จะไดทํางานในระดับยุทธวิธี
อยา งเตม็ ท่ี

สาํ หรบั กระบวนการวางแผนรว มกนั ผเู ขา รว มการฝก ฝา ยนาํ้ เงนิ (Blue)
จะรวมตัวกันที่หอง Blue Planning Room เพื่อรับมอบภารกิจจาก MD
สวนผูเขารวมการฝกฝายแดง (Red) ก็จะรวมตัวกันท่ีหอง Red Planning
Room เพ่ือรับทราบบทบาท และแนวทางการวางแผนการบินซ่ึงจะอยู
แยกกันคนละตึก ภายในหอ ง Blue Planning Room ผูทีป่ ฏิบัตหิ นา ท่ี MD
จะเปนผูชี้แจงภารกิจและวัตถุประสงคของภารกิจท่ีไดรับมอบหมาย
ให MC, PCs และหัวหนาหมูบินรับทราบพรอมกัน จากน้ันจึงเปนหนาที่
ของ MC ในการกาํ กบั ดแู ลการวางแผนรว มใหส ามารถบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคท ี่ MD
กําหนดไว นั่นแสดงวาผูเขารวมการฝกจะไมทราบมากอนเลยวาภารกิจ
ทจ่ี ะไดรับเปน อยา งไร

6 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ที่ 76

ในสวนของฝาย Red จะมีผูที่ไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาท่ี Red ประสบการ ณจากการ ฝกผสม
Package Commander (Red PC) ซง่ึ กจ็ ะปฏบิ ตั หิ นา ทค่ี ลา ย ๆ กบั MC นน่ั เอง
เพยี งแตด แู ลเฉพาะในฝา ย Red เทาน้นั ภายในหอง Red Planning Room
จะมีเอกสารชี้แจงภารกิจใหเชนกัน โดยมีการกําหนดคราว ๆ วาใหสราง
(Present) ภาพขาศึกสมมุติออกมาในลักษณะไหน เชน จํานวนอากาศยาน
ท่ตี องการ ณ สถานที่ใดสถานทหี่ นงึ่ ในเวลาทต่ี อ งการ เปน ตน ถึงแมวาจะไมม ี
การระบชุ ดั เจนวา ตอ งบนิ ในรปู แบบไหน แตก จ็ ะคอ นขา งจาํ กดั แนวทางการบนิ
ใหเ ปน ไปตามที่ MD ตอ งการเพอ่ื สามารถทดสอบขดี ความสามารถของฝา ย Blue
กลา วคอื ฝา ย Red ก็คือเครอื่ งชว ยฝกของฝาย Blue นั่นเอง ดังนน้ั วัตถุประสงค
หนง่ึ ขอ ของฝา ย Red ในการฝก Pitch Black กค็ อื World Class Presentation

จากนั้นตางฝายก็ตางวางแผนการบินเพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงค
ของตนเอง แมกระทง่ั เวลา Mass brief ฝาย Blue และ Red ก็จะไมม โี อกาส
เจอกนั สว นเนอ้ื หาในการ Mass Brief กจ็ ะสน้ั ๆ ไดใ จความ กลา วคอื เรอื่ งธรุ การ
ตา ง ๆ เชน การบนิ ไป-กลบั สนาม กฎตา ง ๆ ทมี่ ใี น Combined Air Operations
Guide (CAOG) คนที่เปน MD จะดาํ เนินการชี้แจงใหในแบบยอ ๆ เพราะถอื วา
ผูเ ขารวมการฝกทุกคนไดอ า น CAOG มาเรียบรอยแลว หลังจากน้นั MC ก็จะ

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับท่ี 76 7

ดําเนินกระบวนการชี้แจงแผนใหกับผูเขารวมการฝกฟง อันประกอบไปดวย
แผนการปฏิบัติของ Package ตาง ๆ ไมวาจะเปน OCA Package, Striker
Package, Air Drop Package, ISR Package หรอื AR Package เปนตน

หลังจากการ Mass Brief รวมของแตละฝายแลว หมูบนิ ก็จะแยกยา ย
Brief ภายในหมูบินซึ่งก็จะเนนไปที่วิธีการและยุทธวิธีท่ีจะใชในการปฏิบัติ
ภารกิจที่หมูบินไดรับมอบหมายตอไป ในสวนรายละเอียดท่ีเกิดข้ึนในระหวาง
ทาํ การบนิ ผเู ขียนขออนุญาตไมก ลาวถึง แตบ อกไดค ําเดยี ววา มนั มีหลากหลาย
อารมณความรูสึกเหลือเกิน แตก็เรียกไดวาคุมเกินคุมกับการบินเดินทาง
หลายพันไมล เพอ่ื เขา รว มการฝก ครงั้ น้ี

หลงั จากปฏิบัตภิ ารกจิ เสรจ็ หนาที่หลกั ๆ ของแตละหมูบิน คือ การดงึ
ขอมูลการบินของหมูบิน เชน มีสมาชิกในหมูบินคนไหนยิงใคร เวลาเทาไหร
ที่ตําแหนงไหน สงใหสวนท่ีรับผิดชอบในรูปแบบไฟลดิจิทัล โดยการ
การอพั โหลดเขาไปในระบบ Debriefing ของการฝกเพ่อื ให MD สามารถนําไป
เตรยี มการแถลงยอ หลงั บิน (Mass Debrief) ตอไป
8 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับที่ 76

ผเู ขา รว มการฝก ทง้ั หมดจะเหน็ หนา กนั ครบในตอน Mass Debrief นล่ี ะ ประสบการ ณจากการ ฝกผสม
เมื่อผูเขารวมการฝกทั้งหมดมารวมกันเพื่อสรุปบทเรียนจากการบินท่ีผานมา
การ Mass Debrief เรมิ่ ตน ดว ยMDกลา วถงึ ภาพรวมการบนิ ทงั้ การบนิ ไป-กลบั สนาม
รวมถึงหัวขอที่เก่ียวของกับนิรภัยการบิน เชน มีใครออกนอกพื้นที่การฝก
มีใครบินเขาใกลก ัน (Near Miss) หรือไม เปนตน จากนน้ั MD จะเปนผูควบคมุ
การ Shot Validation หรือพูดงาย ๆ ก็คือ เปนคนเปดเทปบันทึกภาพ
การปฏิบัติภารกิจใหผูเขารวมการฝกดูวาในภาพรวมที่ไปทําการบินมานั้น
เกดิ อะไรขนึ้ บา ง อากาศยานลาํ ไหนสามารถยงิ ใครได และนแี่ หละ คอื หวั ใจหลกั
ของการฝกท้ังหมด มันคือชวงเวลาแหงการเรียนรูอยางแทจริง ดังนั้น
การฝก ผสม Pitch Black จงึ กําหนดให MD เปน ผูดาํ เนินการ Mass Debrief
เปนสว นใหญ ในขณะที่ MC และ PCs มีหนา ท่ปี ระเมนิ ผลการปฏบิ ตั วิ าเปนไป
ตามแผนท่ีวางไวหรือไม สามารถบรรลุตามเปาหมายที่ตั้งไวหรือเปลา
ถา บรรลผุ ลดงั ทต่ี ้ังไว มีจดุ ทีน่ า เรียนรู (Learning Points) อะไรที่นา สนใจบาง
หรือถาไมบรรลุตามวัตถุประสงค อะไรคือจุดที่ตองใหความสนใจเปนพิเศษ
ซึง่ นาํ ไปสูความลมเหลวของภารกิจ (Debrief Focus Point; DFP) และตอ ง
พยายามพูดคุยกับสวนตาง ๆ ถึงสาเหตุความเปนมาเปนไป จนกระทั่งสรุป
ออกมาเปน บทเรียน (Lesson learned) ของภารกจิ นนั้ ๆ การปฏิบัติในชว ง
ของการ Shot Validation น่ีแหละ ที่เปนขอแตกตางอยางชัดเจนระหวาง
การฝกผสม Pitch Black และ Cope Tiger เนือ่ งจากใน Pitch Black จะใช
MD ซงึ่ เปน เหมอื นกรรมการกลาง ไมม สี ว นเกยี่ วขอ งกบั การบนิ เปน ผดู าํ เนนิ การ
ดังน้ันผูรว มการฝกทกุ คนก็จะมีเวลาวิเคราะหภ าพทีเ่ ห็นตรงหนา ไดอยา งถ่ีถว น
แตในการฝกผสม Cope Tiger มักจะใชผูรวมการฝกคนใดคนหนึ่ง (ผูที่ทํา
การบิน) เปน ผดู ําเนินการ อาจจะเปน OCA Package Commander (OCA
PC) หรือแมแตคนท่ีเปน MC ก็เคยมี การท่ีตองกาวข้ึนไปดําเนินการ Shot
Validation มันเปน กระบวนการฝกก็จรงิ แตค นทที่ าํ หนา ท่นี น้ั กจ็ ะเสียโอกาส
ในการวิเคราะหงานในหนาท่ีของตนเอง กลาวไดวา วิธีการของทั้งสองการฝก

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปที่ 20 ฉบบั ที่ 76 9

มีขอดีขอเสียแตกตางกันไป ข้ึนอยูกับวาเปาหมายหลักที่ตองการคืออะไร
ถาตองการเนนท่ีการพัฒนายุทธวิธี การฝกผสม Pitch Black ก็เปนแนวทาง
ท่ีดี แตถาเนนการฝกปฏิบัติหนาที่ในบทบาทตาง ๆ ก็ตองยกใหการฝกผสม
Cope Tiger

จากที่กลาวมาท้ังหมดก็จะครบวงจรของการบินประกอบกําลัง
ขนาดใหญ (LFE) ในการฝกผสม Pitch Black ต้ังแตเริ่มรับทราบภารกิจ
จนกระท่ังการสรุปผลการปฏิบัติ ตอคําถามที่วา แลวผูเขารวมการฝกในสวน
ของฝูงบินไดรับประโยชนอะไรบางจากการฝกผสม Pitch Black ผูเขียน
ขอเนนวา “ผูเขารวมการฝกในสวนของฝูงบิน” เทาน้ันนะครับ คําตอบท่ีได
อาจจะหลากหลายแลวแตบุคคล แตสําหรับผูเขียน ขอสรุปสิ่งท่ีไดรับจากการ
ฝก ผสม Pitch Black ดงั นี้ครับ

สิง่ ที่ไดร บั จากการฝก

ตองยอมรับวาการบินเดินทางตางประเทศสําหรับนักบิน Fighter
ถอื เปน เรอ่ื งทไี่ มค อ ยคนุ เคย ซง่ึ เปน สงิ่ ทเ่ี ขา ใจไดเ นอ่ื งจากธรรมชาตขิ องภารกจิ
ดังน้ันการมีโอกาสไดทําการบินเดินทางขามทวีป และแวะจอดตามสนามบิน
ในประเทศเพ่ือนบานจึงเปนโอกาสท่ียอดเยี่ยมท่ีสุดท่ีนักบิน Fighter จะได
ทบทวนความรเู กยี่ วกับกฎและวธิ กี ารบนิ ท่เี ปน มาตรฐานสากล ในป พ.ศ.2561
เสนทางบินที่เคร่ือง Gripen ใชในการบินเดินทาง ไดแก สนามบินกองบิน 7
10 วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับที่ 76

บินไปจอดคางคืนที่สนามบิน Payaleybar ประเทศสิงคโปร จากน้ันก็บิน ประสบการ ณจากการ ฝกผสม
จากสิงคโปรไปแวะเติมเชื้อเพลิงท่ีเกาะบาหลี แลวจึงบินตรงไปลงที่สนามบิน
นานาชาติดารวิน (Darwin International Airport) เนื่องจากแวะจอด
หลายจุดทําใหนักบินเกือบทุกคนในฝูงบินมีโอกาสไดสัมผัสการบินเดินทาง
ตา งประเทศคนละไมม ากกน็ อ ย นน่ั คอื สงิ่ ทผ่ี เู ขยี นคดิ วา เปน ผลพลอยไดจ ากการ
ฝกผสม Pitch Black

ส่งิ ทไี่ ดรับจากการฝก ท่ีสาํ คญั ในความเห็นของผูเขยี น คือกระบวนการ
จัดการฝกท่ีเนนใน “ระดับยุทธวิธี” เปนหลัก เจาหนาท่ีสนับสนุนภาคพื้น
มีหนาท่ีรักษาสถานภาพความพรอมของอากาศยาน (Full Mission
Capable; FMC) ใหไดตามภารกิจที่ไดรับมา สวนนักบินก็มีหนาที่วางแผน
และปฏิบัติภารกิจท่ีไดรับมอบหมายใหสําเร็จ และน่ันก็นาจะเปนงานหลัก
ของคนท้ังสองกลุมน้ีเม่ือเกิดสถานการณจริงข้ึน เม่ือไมมีงานอื่นมารบกวน
มันจึงเปนการฝกที่สามารถทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติหนาท่ี
ของเจาหนาท่ีซอมบํารุงและนักบินไดเปนอยางดี

สุดทายคือสิ่งที่กองทัพอากาศไดรับอันเนื่องมาจากความเหมือนจริง
ของภารกจิ ในการฝก ผสม Pitch Black แนน อนวา คงไมม กี ารฝก ใดทจี่ ะสามารถ
สรา งใหเ หมอื นจรงิ ไดท ง้ั หมด อยา งนอ ยกไ็ มม ใี ครตายจรงิ แตก ารฝก ผสม Pitch
Black กไ็ ดย กระดบั ความเหมอื นจรงิ ของภารกจิ ขน้ึ มาอกี ระดบั หนง่ึ ภาพการใช้
กําลงั ทางอากาศแบบเดมิ ที่กองทพั อากาศเคยฝกกนั มา เชน ถา เราเปนฝา ยรุก
เรากจ็ ะสง เครอ่ื งบนิ ทท่ี าํ หนา ทกี่ วาดลา ง (Sweep) นาํ หนา ไปกอ น เพอ่ื ทาํ หนา ที่
ขับไลอากาศยานของขาศึกออกจากพ้ืนท่ีเปาหมาย เพื่อใหเครื่องบินโจมตี
(Striker) สามารถเขาไปใชอาวุธกับเปาหมายภาคพ้ืนไดโดยอิสระ หรือไมก็สง
อากาศยานที่ทําหนาท่ีกดดันหรือทําลายระบบปองกันภัยทางอากาศของ
ขาศึก (Suppression/Destruction of Enemy Air Defense; SEAD/DEAD)
ไปพรอม ๆ กับเคร่ืองบินที่ทําหนาท่ีกวาดลาง (Sweep) เพื่อทําลายระบบ

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับท่ี 76 11

ปองกันภัยทางอากาศของขาศึก เชน สถานีเรดาร หรือจรวด Surface to
Air Missile (SAM) เปนตน แตใ นการฝกผสม Pitch Black ไดนําภารกิจใหม ๆ
ที่นาสนใจเขามา ไดแก ภารกิจการคนหาและติดตามบุคคลสําคัญ, ภารกิจ
การแทรกซึม (Insertion) โดยการนําเคร่ืองบินลําเลียงเขาไปสงกําลังภาคพ้ืน
ในเขตนานฟาของขาศึก เปนตน และภารกิจการถอนกําลัง (Extraction)
โดยเปนการอพยพพลเรือนออกจากพ้ืนท่ีการรบ เปนตน ซึ่งเมื่อภารกิจมีการ
เปล่ียนแปลงไปจากอดีตและการมีพลเรือนเขามาเกี่ยวของ การใชอาวุธแบบ
ปูพรมลางผลาญก็ไมสามารถทําไดอีกตอไป สงผลใหการกําหนดแบบ
ของอากาศยานและอาวุธท่ีใชก็ตองมีการพิจารณาอยางละเอียดรอบคอบ
เพอื่ ปอ งกนั ความเสยี หายตอ พลเรอื น (Collateral Damage) เปน ตน ซงึ่ ทง้ั หมด
ท้ังมวลมันก็จะยอนกลับมาท่ีกองทัพอากาศวา เราควรจะตองมีอากาศยาน
แบบไหน อาวธุ ชนดิ ใด หรอื แนวทางการฝก นกั บนิ อยา งไรเพอ่ื สามารถตอบโจทย
และลักษณะการใชกําลังทางอากาศท่ีนับวันจะเปลี่ยนไป ไมใชแคใหสามารถ
เขารวมการฝกกับตางชาติไดอยางไมเคอะเขิน แตเมื่อถึงเวลาท่ีตองใชกําลัง
ทางอากาศในสถานการณจ รงิ เราจะไดบอกนอ ง ๆ นกั บนิ ทกุ คนไดวา “ใหฝก
เหมือนรบ และรบใหเหมือนฝก” และนี่คือส่ิงที่กองทัพอากาศไดรับจากการ
เขารวมการฝกระดับโลก เชน การฝก ผสม Pitch Black หรือ Red Flag เปน ตน

ภาพรวมในการฝก โดยสรปุ การฝก ผสม Pitch Black 2018 จงึ เปน การ
ยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพอากาศในองครวม
จากบริบทการฝกผสมกับกองทัพอากาศมิตรประเทศ เปนการเสริมสราง
ภาพลักษณกองทัพอากาศในมาตรฐานการฝกและความเปนมืออาชีพ อีกท้ัง
เปนการกระชับความสัมพันธดานการทูตฝายทหารซ่ึงถือไดวาเปนการฝกผสม
ที่ใหคุณคาสูงสุดแกกองทัพอากาศและเปนกลไกใหเกิดเสถียรภาพในภูมิภาค
อยา งแทจริง

เขยี นโดย “Blaze71010”
____________________
12 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปที่ 20 ฉบับที่ 76

การปฏิบตั กิ ารรวมกองทพั ไทย การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย

กองหลักนิยม ศนู ยการสงครามทางอากาศ

ในวารสารการสงครามทางอากาศ ฉบับท่ี 74-75 ไดนําเสนอบทความ
เร่อื ง “การปฏบิ ตั ิการรวมกองทัพไทย” ในหัวขอ การควบคุมบงั คับบญั ชาและ
อํานวยการปฏิบัติการรวม ไปแลว จึงไดนําเสนอหัวขอใหม คือ การพัฒนา
ขดี ความสามารถการปฏบิ ตั กิ ารรว ม ในฉบบั ที่ 76 โดยมรี ายละเอยี ดตอ ไปน้ี

การพฒั นาขดี ความสามารถการปฏิบตั กิ ารรว ม

1. พื้นฐานของการพัฒนากาํ ลังรบรว ม

1.1 หลักการและเหตุผล
1.1.1 การพัฒนากําลังรบรวมเปนการเตรียมความพรอม

ของกําลังพลและหนวยงานของกองทัพในกําลังรบรวมท่ีจะสนธิขีดความ
สามารถของเหลาทัพเพ่ือที่จะปฏิบัติตามภารกิจท่ีไดรับมอบหมาย ซ่ึงรวมถึง
การจัดทาํ หลักนยิ มรว ม การศึกษารวม การฝกรวม การจดั ทําบทเรียนจากการ
ปฏิบัติการรวม และการพัฒนาแนวคิดรวมและการประเมินผล

1.1.2 ความจําเปน เหตผุ ล และแนวทางสําหรับการพฒั นากําลงั
รบรว ม

1) การปฏิบัติการรวมตองใชกําลังแตละเหลาทัพท่ีมี
การจัดการฝก และการปฏิบัติการของเหลาทัพของตนมาสนธิในการฝกรวม
เพอ่ื ใหเ กดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ จงึ จาํ เปน ตอ งมใี นการพฒั นากาํ ลงั รบรว มรว มกนั

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ที่ 76 13

2) การปฏบิ ตั ติ ามวงจรการพฒั นากาํ ลงั รบรว ม ตามรปู ภาพ
วงจรการพัฒนากําลังรบรวมดานลางนี้ จะชวยใหการพัฒนากําลังรบรวม
มคี วามสมบรู ณ์

การพฒั นา ทําไม : เพ่อื ใหก ารปฏบิ ัติการรว ม
- แนวคดิ มปี ระสทิ ธภิ าพ
- การประเมนิ ผล
- การฝก พัฒนาอยางไร : วงจรการพัฒนา
กําลังรบรวม

การสรางสรรค ความจําเปน การดาํ รงสภาพ พัฒนา
- หลกั นิยม ของการพฒั นา - การศึกษา
- บทเรียนการฝก กาํ ลังรบรว ม - การฝก
- การศึกษา - หลักนิยม
สรางสรรค ดาํ รงสภาพ

การคนควา คนควา
- การประยกุ ตจ ากทฤษฎี
- บทเรยี นจากการปฏบิ ัตงิ าน
- การสบื คน

พัฒนาอะไร : การเตรียมกาํ ลงั รบรวม
ทพ่ี รอมปฏบิ ัติการ

วงจรการพฒั นากาํ ลังรบรวม

3) ผูรับผิดชอบตองพิจารณาวาจะพัฒนากําลังรบรวม
อะไรบา ง และจะตองมีการฝก รวมถงึ มีความสามารถอยางไร

1.2 ความรับผิดชอบในการพัฒนากาํ ลังรบรว ม

1.2.1 ผูบัญชาการทหารสูงสุด ดําเนินการอยางประสาน
สอดคลองรวมกับผูบัญชาการเหลาทัพ ตามที่กฎหมายกําหนด เพ่ือพัฒนา
หลกั นยิ มในการจดั กาํ ลงั รบรว ม กาํ หนดนโยบายสาํ หรบั การฝก รว มกองทพั ไทย
และจัดใหมีการศกึ ษาในสถาบันการศกึ ษารวมกัน เปน ตน

1.2.2 ผบู ญั ชาการทหารสงู สดุ และ ผบู ญั ชาการเหลา ทพั ควรจดั
ใหมีการวางแผน การจัดทําโครงการ และงบประมาณ ท่ีมีความสัมพันธกัน
เพื่อให กองบัญชาการกองทัพไทยและเหลาทัพมีขีดความสามารถเฉพาะ
ในดา นยทุ ธการหรือการทพั รว ม
14 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับท่ี 76

การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย

การปฏิบัตกิ ารรวม ทร.-ทอ.

2. กระบวนการพฒั นากาํ ลงั รบรว ม

กองทพั ไทยจาํ เปน ตอ งจดั ใหม กี ารบรู ณาการทาํ งานและการจดั เตรยี ม
องคความรูดานการปฏิบัติการรวมเพ่ือการพัฒนากําลังรบรวม โดยมี
สวนประกอบ ไดแ ก กําลังพล ยทุ โธปกรณ และหลักนยิ มทเี่ ก่ียวขอ ง

2.1 หลักนิยมรวม
หลกั นยิ มรว มเปน หลกั การพน้ื ฐานทเี่ ปน แนวทางใหก บั กองทพั ไทย

ในการประสานงานเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงครวม และกลาวถึงอํานาจหนาที่
สําหรบั การปฏิบตั ิการรวมที่ตอ งมกี ารวางแผนไวและการปฏบิ ตั ิตามแผน

2.1.1 หลกั การพ้ืนฐานของหลักนิยมรวม
1) เปนพื้นฐานของขีดความสามารถของโครงสรางกําลัง

กองทพั และยทุ โธปกรณใ นปจ จบุ นั กลา วถงึ ความเหมาะสมของหลกั นยิ มปฏบิ ตั ิ
การรวม ยุทธศิลป การออกแบบทางยทุ ธการ คาํ นิยามศพั ท กระบวนการและ
ข้ันตอนในการปฏิบัติที่สําคัญของกองทัพไทย รวมท้ังการใหเสรีในการปฏิบัติ
ของเหลาทัพเมื่อประสบปญหาท่ีซับซอนในเบ้ืองตน

2) เปน แนวทางให ผบู ญั ชาการเหลา ทพั และ ผบู ญั ชาการ
กองกําลังเฉพาะกิจรวม (หากมีการจัดต้ังข้ึน) ใหปฏิบัติตาม ยกเวนเมื่อ

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับที่ 76 15

มีเหตุจําเปนท่ีตองใชดุลยพินิจของผูบัญชาการหรือสถานการณอันจําเปน
ตอการตกลงใจในครั้งน้ัน

3) หลกั นิยมรวมท่ีใชภ ายในกองทัพ ไดแก กองบัญชาการ
กองทัพไทย, เหลาทัพ และกองกําลังเฉพาะกิจรวม (หากมีการจัดตั้งข้ึน)
ซ่ึงการพัฒนาหลักนิยมรวมจะตองพิจารณาถึงหลักนิยมเหลาทัพ หลักนิยม
ผสมนานาชาติ อยางไรก็ตามหลักนิยมรวมอยูในระดับท่ีสูงกวาหลักนิยม
ของเหลาทัพ ซึ่งหลักนิยมของเหลาทัพ เชน ระเบียบปฏิบัติประจํา (รปจ.)
แผนหรือเอกสารอื่น ๆ จะตองมีความสัมพันธกับหลักนิยมรวม กรณีเกิด
ความขัดแยงระหวางหลักนิยมรวมและหลักนิยมเหลาทัพหรือหลักนิยมผสม
ใหปฏิบัตติ ามหลกั นิยมรวม ยกเวน ผูบ ัญชาการทหารสงู สดุ ไดอนุมัติแนวทาง
เฉพาะตอเหตุการณน้ัน ๆ

4) หลักนิยมรวมไมใชนโยบาย แมจะมีความหมาย
ใกลเ คยี งกนั นโยบายเปน สงิ่ ทก่ี าํ หนดภารกจิ สง่ั การ การกาํ หนดขดี ความสามารถ
ของเหลา ทพั ทจ่ี าํ เปน และเปน แนวทางสาํ หรบั การปฏบิ ตั กิ ารทางทหาร รวมทงั้
นโยบายเปนสิ่งขับเคลื่อนใหเกิดการพัฒนาหลักนิยมรวมในที่สุด

5) เมื่อปฏิบัติการผสมกับนานาชาติ กองทัพไทยจําเปน
ตองปฏิบัติตามหลักนิยมผสมนานาชาติที่ไดรับการยอมรับจากคณะ
ผูบัญชาการทางทหาร ซ่ึงจะตองไมขัดตอกฎหมายของชาติ นโยบาย
และหลักนิยมของกองทัพที่ใชงานอยู

6) หลักนิยมรวมถูกพัฒนาโดยผูบัญชาการทหารสูงสุด
ภายใตการพิจารณารวมกับผูบัญชาการเหลาทัพ โดยกรมเสนาธิการรวม
กองบัญชาการกองทัพไทย จะรับผิดชอบเปนหนวยหลักเพ่ือจัดทํา
หลักและดําเนินกระบวนการพัฒนาหลักนิยมรวม

2.1.2 วตั ถปุ ระสงคหลกั ของหลักนิยมรว ม
1) กําหนดยุทธศาสตรสําหรับกองทัพไทยในการปฏิบัติ

การรวม
16 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ที่ 76

2) จดั กาํ ลงั กองทพั ไทยเพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารรว ม (ศนู ยบ ญั ชาการ การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย
ทางทหาร และ ศนู ยปฏบิ ัติการเหลาทัพ และ กองกําลังเฉพาะกิจรว ม)

3) กําหนดใหมีและขอรับการสนับสนุนจากกําลังรบรวม
จากเหลาทัพและหนวยงานที่เก่ียวของ

4) จัดใหมีการฝกศึกษาของผูที่รับผิดชอบในการปฏิบัติ
การรว ม

2.2 การศกึ ษารว มกนั
การศึกษารวมกันเปนปจจัยสําคัญของกระบวนการพัฒนากําลัง

รบรว ม เนอ่ื งจากผทู เ่ี ขา รบั การศกึ ษาทมี่ าจากตา งเหลา ทพั จะไดเ หน็ ความสาํ คญั
ของการปฏิบัติการรวม และการนําความเขาใจในธรรมชาติเหลาทัพที่ตน
ปฏิบัติงานอยูมาแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับผูอ่ืน โดยการศึกษารวมกันน้ัน
จะตองมีลักษณะ ดังนี้

2.2.1 การจดั ใหม กี ารศกึ ษาวชิ าชพี ทางทหาร โดยกาํ หนดขอบเขต
องคความรูและทักษะความเขาใจในเร่ืองศาสตรและศิลปของการสงคราม
รวมทั้งความจาํ เปนของการปฏิบตั กิ ารรว ม

วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับที่ 76 17

2.2.2 เหลา ทัพควรสรา งความเขาใจและทศั นคตทิ ่ีดี โดยจดั ใหม ี
การเรียนรขู ้ันพ้นื ฐานเรอื่ งการปฏิบัตกิ ารรวมใหกบั กาํ ลงั พลของตนเอง

2.2.3 การศึกษารวมกันของกองทัพไทย เพ่ือใหมีความเขาใจ
เรื่องการปฏิบัติการรวมและความสัมพันธท่ีดีตอผูเขารับการศึกษาในหลักสูตร
ควรแบง เปน 3 ระดับ ไดแก

1) การศกึ ษาในสถาบนั ทางทหารระดบั สงู ไดแ ก วทิ ยาลยั
เสนาธิการทหาร (วสท.) และโรงเรยี นเสนาธกิ ารทหารเหลา ทพั (รร.สธ.เหลา ทพั )

2) การศึกษาวิชาชีพทางทหารรวมระดับกลุมนายทหาร
ชั้นประทวน เนื่องจากเปนกําลังพลกลุมใหญท่ีตองสนับสนุนการปฏิบัติ
การรวม (ในปจจุบันกองทัพไทยยังไมไดมีการในเร่ืองน้ีอยางเปนรูปธรรม
คงมแี ตการฝก รว มกองทพั ไทยที่สามารถใหความรคู วามเขาใจในเรอื่ งดังกลาว)

3) การศึกษารวมกันเปนการเฉพาะเรื่องที่พิจารณาแลว
วา มคี วามสาํ คญั เชน กองทพั อากาศไดจ ดั ใหม หี ลกั สตู รการรบรว ม และหลกั สตู ร
ชดุ ผูควบคุมยานอากาศยานหนา เปนตน

2.3 การฝกรวม
การฝก รว มเปน การเสรมิ สรา งใหก าํ ลงั พลทปี่ ฏบิ ตั งิ านทงั้ ในเหลา ทพั

ฝา ยเสนาธกิ าร และฝา ยเสนาธกิ ารรว ม ใหม คี วามเขา ใจการปฏบิ ตั กิ ารตง้ั แตร ะดบั
18 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับท่ี 76

ยทุ ธศาสตร ยทุ ธการ และยทุ ธวธิ ี รวมทง้ั การไดร บั ประสบการณจ ากการฝก ปฏบิ ตั ิ การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย
ในภารกจิ ทไ่ี ดร บั มอบ ซงึ่ จะตอ งมกี ารคาดการณเ หตกุ ารณท อ่ี าจเกดิ ในระหวา ง
การฝก

2.3.1 ประเภทของการฝก รวม
1) การฝก รายบคุ คล เพอ่ื ใหก าํ ลงั พลแตล ะคนและผทู ตี่ อ ง

ปฏิบัติหนาท่ีเปน ผูบัญชาการกองกําลังรวม, ผูบัญชาการกองกําลังเหลาทัพ
และ ผบู ญั ชาการกองกาํ ลงั เฉพาะกจิ รว ม ไดฝ ก ทาํ หนา ทใ่ี นการอาํ นวยการปฏบิ ตั ิ
การรว ม เชน การฝก ปฏบิ ตั ิหนา ทเี่ ปน ผูบัญชาการกองกําลังรวม, ผูบ ญั ชาการ
กองกาํ ลงั รว มกองทพั บก, ผบู ญั ชาการกองกาํ ลงั รว มกองทพั เรอื และ ผบู ญั ชาการ
กองกาํ ลงั รว มกองทพั อากาศ ในการฝกรว มกองทัพไทย เปนตน

2) การฝกฝายเสนาธิการรวม เพื่อใหมีความคุนเคยและ
เกิดประสบการณที่ตองตอบสนองตอยุทธศาสตรและการปฏิบัติงานในระดับ
ยทุ ธการ เชน การฝก ระดบั ฝา ยเสนาธกิ ารรว ม ในการฝก รว มกองทพั ไทย เปน ตน

3) การฝกรวมระดับชาติ เปนการฝกที่บูรณาการของ
กองทพั และหนว ยงานความม่นั คงในทุกระดบั ไดแก การฝก เปน กองบัญชาการ
แหงชาติ, กองบัญชาการกองกําลังรวม, กองบัญชาการกองกําลังเหลาทัพ
ศนู ยป ระสานงานระหวา งพลเรอื นและทหาร และ กองบญั ชาการกองกาํ ลงั ผสม
นานาชาติ ซงึ่ ในปจ จบุ นั กองทพั ไทยและกองทพั สหรฐั ไดจ ดั ใหม กี ารฝก รว ม/ผสม
คอบราโกลด เปน ตน

2.3.2 หลกั การจดั การฝก รว ม
1) กองบัญชาการกองทัพไทยและเหลาทัพ ประสาน

สอดคลองเพ่ือความสําเร็จของการจัดการฝกรวม เพ่ือเปนการฝกการปฏิบัติ
การรวมแบบบูรณาการปฏิบัติของศูนยบัญชาการทางทหารกับศูนยปฏิบัติการ
เหลาทัพ หนวยงานสนับสนนุ และกําลงั ทป่ี ระกอบกันเปน กองกาํ ลังรว มเพอ่ื ให
บรรลุวัตถุประสงคทางยุทธศาสตรและยุทธการ

วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปที่ 20 ฉบบั ที่ 76 19

2) การเตรียมการฝกโดยอบรมกําลังพลและหนวยที่จะ
ตองเขารวมการฝกมีความสําคัญอยางย่ิง โดยยุทธการทหารรวมกับยุทธการ
เหลาทัพ และกรมเสนาธกิ ารรว ม กองบัญชาการกองทพั ไทย ดําเนนิ การพฒั นา
แผนการฝกอบรมรวม เพื่อใหเ ขาใจการใชห ลกั นยิ มรว ม

3) กองบญั ชาการกองทัพไทย และเหลาทพั ทมี่ หี นว ยใด
ในสังกัดจะตองสงกําลังพลและยุทโธปกรณเขารวมการฝก ควรใหความสําคัญ
เปนลําดับแรกวาการฝกรวมเปนภารกิจสําคัญ จึงตองมีการฝกอบรมกําลังพล
ใหสามารถวางแผนรวม และการปฏิบัติตามแผนในภารกิจที่ไดรับมอบหมาย
โดยจะตอ งเชื่อมโยงการวางแผน เตรยี มการ และประเมินความพรอ ม

2.3.3 ระบบการฝก รว ม (Joint Training System; JTS)
1) ขั้นกําหนดความตองการ JMELT/AMELT โดย

ผูบัญชาการทหารสูงสุด พิจารณาขอเสนอของยุทธการทหาร ในประเด็นหรือ
สิ่งทต่ี องการใหมีการฝก

2) ข้ันการวางแผน วเิ คราะหขดี ความสามารถในปจจุบัน
กับ JMELT/AMELT หาชอ งวา งระหวางขดี ความสามารถทต่ี องการตามภารกิจ
กับขีดความสามารถที่เปนอยูในปจจุบันเพ่ือใหไดมาซ่ึงความตองการ วิธีการ
และรูปแบบของการฝก รว ม

3) ขน้ั การปฏบิ ตั ิ ปรบั แตง ตารางการฝก และการประเมนิ ผล
ตงั้ แตข น้ั วางแผน และการปฏบิ ตั เิ กบ็ ขอ มลู จากการสงั เกตการณ ดาํ เนนิ การฝก
ตามวัตถุประสงค ทําการวิเคราะหขอมูล ทําขอเสนอแนะอยางเปนทางการ
จากการประเมนิ ความชาํ นาญการในการฝก วา ผเู ขา รบั การฝก บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ท่ีกาํ หนดไวหรือไม

4) ขั้นการประเมินผล การดําเนินการใหครบวงรอบ
ของการฝก รว ม โดยการนาํ ผลและขอ เสนอแนะไปพจิ ารณาในการฝก ในอนาคต
เนนที่ขีดความสามารถในการบรรลุภารกิจ ซ่ึงอาจจะสงผลกระทบตอการฝก
20 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปที่ 20 ฉบับที่ 76

ท่ีจะเกิดขึ้นท่ีจะแกไขขอบกพรองที่จําเปน เชน ความชํานาญการในการ การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย
บังคบั บัญชา กระบวนการปฏิบตั ิการรวมในภาพรวมทอี่ าจตรวจพบ

2.3.4 การดําเนินการตามระบบการฝกรวม JTS เปนระบบ
เพ่ือใหความชวยเหลือ ผูบัญชาการทหารสูงสุด ในการตรวจสอบความพรอม
ที่จําเปนผานการฝก รวมกันอยา งมีประสิทธิภาพ วิธกี ารนี้จะชว ยในการกาํ หนด
ความรับผิดชอบในการทํางานของบุคคลและหนวยงานที่ไดรับมอบหมาย
ในรูปแบบของงานตามเง่ือนไขและมาตรฐาน ระบุเหตุการณที่เกิดขึ้น
และทรพั ยากรทต่ี อ งการตอ ความสาํ เรจ็ ในการเตรยี มการกอ นฝก การดาํ เนนิ การ
และการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูเขารับการฝก และการประเมิน
ความสามารถในการดําเนินการภารกิจที่ไดรับมอบหมายในสภาพแวดลอม
ของการฝกรว ม

3. การจัดทาํ บทเรียนจากการปฏิบัตกิ ารรว ม

3.1 บทเรยี นจากการปฏบิ ตั กิ ารรว ม เปน องคป ระกอบของการพฒั นา
กําลังรบรวม ที่ไดมาจากการรวบรวมผลการสังเกตการณและการวิเคราะห
เพื่อดําเนินการตามขั้นตอนที่จําเปนเพ่ือจัดทําบทเรียนท่ีไดรับ จากน้ัน
จะปรับปรุงขีดความสามารถของกําลังรบรวม การปฏิบัติการรวมเปนการ
ทดสอบทเี่ กดิ จากการปฏิบัติจรงิ ของ หลกั นิยมรวม การศกึ ษา และการฝก รวม
ดังนนั้ จงึ จะตองใหความสาํ คัญอยางย่งิ เชนเดียวกับกระบวนการในการพฒั นา
กาํ ลังรบรวมเพ่อื ระบุและประเมนิ จุดแขง็ และจุดออน หลักนิยมรว ม การศึกษา
และการฝกรวม เชนเดียวกับ ยุทธศาสตร นโยบาย ยุทโธปกรณ และระบบ
การสนับสนุนทางทหาร การประเมินที่เหมาะสมที่รวมถึงการสังเกตการณ
ทัง้ ในเชิงบวกและเชงิ ลบจะชว ยให ผบู ญั ชาการทหารสูงสดุ และ ผูบ ญั ชาการ
เหลา ทพั สามารถระบแุ ละแกไขปญ หาเพื่อเสริมสรางความสําเร็จ และภายใน
มุมมองของการพัฒนากําลังรบรวม รวมถึงการพัฒนาใหมีประสิทธิภาพ
และการมีปฏิสัมพันธของ ผบ.หนวยกําลังตางเหลาทัพ

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบบั ท่ี 76 21

3.2 การจัดทําบทเรียนการปฏิบัติการรวม เนนท่ีการพัฒนา
ความพรอ มและประสทิ ธภิ าพรว มวตั ถปุ ระสงคห ลกั เพอื่ เสรมิ สรา งความสามารถ
ในการปฏบิ ตั กิ ารรว มโดยการปรบั ปรงุ หลกั นยิ ม องคก ร การอบรม ยทุ โธปกรณ
ภาวะผูนํา และการศึกษา กําลังพล ส่ิงอํานวยความสะดวก และนโยบาย
ซ่ึ ง จ ะ เ ส ริ ม ส ร  า ง ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ กํ า ลั ง ร บ ร  ว ม โ ด ย ผ  า น ก า ร เ รี ย น รู 
และความรว มมอื ในกจิ กรรมรว ม ซงึ่ รวมถงึ การรว มมอื การวางแผน การอบรม
การฝก การทดลอง การปฏบิ ตั กิ าร การทาํ งานจรงิ และกจิ กรรมอนื่ ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง
กบั กองทพั โปรแกรมพฒั นาสมรรถนะผา นการคน ควา การประเมนิ การรบั รอง
และการบูรณาการดวยการเรียน และกระบวนการหาคําตอบ เพ่ือสราง
ความเช่ือมั่นในบทเรียนและบูรณาการท้ังกระทรวงกลาโหม บทเรียนที่ไดรับ
จะถูกสรางเปนขอมูลเพื่อใชประกอบกับการทบทวนและปรับปรุงหลักนิยม
การศึกษา และการอบรม จะชวยระบุชองวางและประเด็นรวม และนําไปสู
การรวบรวมและการดําเนินการของผลการปฏิบัติท่ีดี และประสบการณ
ของกองกําลัง และส่ิงสําคัญในการพัฒนาขีดความสามารถใหมและปรับปรุง
22 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ท่ี 76

ความพรอมของกําลังรบ ควรออกแบบใหสอดคลองกับความพยายาม การป ิฏบั ิตการ รวมกอง ัทพไทย
ของท้ังรัฐบาลโดยการแบง ปนและรวมมือในการใหข อ มูลกับทกุ ภาคสวน

4. แนวความคดิ รว มและการประเมิน

4.1 แนวความคิดรวม เปนกรอบท่ีกําหนดแนวทางสําหรับการจัด
กาํ ลงั รว ม โครงสรา งและรปู แบบของการประกอบกาํ ลงั วธิ กี ารอาํ นวยการปฏบิ ตั ิ
รวม ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการรวม โดยการประเมินในภาพรวมนี้
เปน การประเมนิ ในระดบั ยทุ ธศาสตร ซง่ึ จะตอ งเกบ็ รวมรวมขอ มลู จากหลายสว น
ท่ีกลาวมาขางตนทําการวิเคราะหหาขอบกพรองเพ่ือทบทวนแนวความคิดรวม
ซง่ึ จะสง ผลในการพฒั นาปรบั ปรงุ ในรายละเอยี ดในองคป ระกอบของการปฏบิ ตั ิ
การรว ม เพอ่ื ใหมีขีดความสามารถทีส่ อดคลองกบั สภาวะแวดลอมและสามารถ
บรรลุวัตถุประสงคท่ีวางไว

4.2 หลักการพื้นฐานของแนวความคิดรว ม
4.2.1 แสดงถงึ วธิ ีการท่ีจะรับมือกบั ความทา ทายในปจจบุ นั
4.2.2 เปน การเนน ทคี่ วามคดิ โดยไมถ กู จาํ กดั จากนโยบาย กฎระเบยี บ

หรือเทคโนโลยี
4.2.3 แนวความคิดรว มและการประเมินตอ งการทจ่ี ะสนับสนนุ
4.2.4 ตองการพัฒนาอยางสอดประสานกัน เพื่อใหไดความคิด

ที่หลากหลาย เขา ถึงปญหาอยางเปน ระบบ เพ่ือพฒั นาขดี ความสามารถรวมที่
มีประสิทธิภาพในอนาคต

4.2.5 ตองการประเมินผลอยา งจริงจัง
4.3 การประเมนิ ผลโดยการวเิ คราะหผลจากกจิ กรรมตา ง ๆ
4.4 ปจ จยั ทม่ี อี ทิ ธิพล

4.4.1 แนวความคดิ รว มและผลท่ีนาเช่ือถือจากการประเมินเปน
ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนระบบการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติท่ีไมใช
ยุทโธปกรณ มาเปนขีดความสามารถรวมที่ยั่งยืน

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปที่ 20 ฉบับท่ี 76 23

4.4.2 การประเมินไมใชบทสรุปของวงจรในการพัฒนากําลังรบ
รวม แตเปนการหาขอเสนอแนะถึงการดําเนินการตามหวงเวลาท่ีตอเนื่องและ
ครอบคลมุ ทไี่ ดจ ากการประเมนิ อยา งเปน รปู ธรรมเพอ่ื ใหไ ดข อ เสนอแนะในการ
เปลย่ี นแปลงสําหรบั หลักนิยมรว ม การศึกษา การอบรม การฝก เพอ่ื จะดํารง
ขดี ความสามารถในการยทุ ธรว ม ขดี ความสามารถไมถ กู คน พบผา นการรวบรวม
และคนควาจากบทเรียน ซ่ึงขีดความสามารถในการยุทธรวมถูกออกแบบจาก
ผลการปฏิบัติท่ีดีไปสูหลักนิยมรวม และจัดทําบทเรียนไปยังเหลาทัพ โดยการ
จัดหลักสูตรการอบรมการศึกษาท่ีพัฒนายุทธศาสตรและผูนําในอนาคต
การพัฒนากําลังรบรวมเปนการทําใหเกิดการอบรมรวมและการปรับกําลัง
เพื่อรองรับการปฏิบัติการทางทหารในรูปแบบตาง ๆ

อางอิง

วิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันวิชาการปองกันประเทศ. ตําราวชิ า
หลักนิยมพื้นฐานการปฏิบัติการรวม (Fundamental of Joint
Operation). กันยายน 2559

____________________

24 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับท่ี 76

ทาอากาศยานนานาชาติ ัคนไซยทุ ธศาสตรดานวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ุยทธศาสตร ดานวิทยาศาสตรฯกองทัพอากาศสหรัฐอเมรกิ า

กองเทคโนโลยี ศนู ยการสงครามทางอากาศ

ภาพหนาปก Science and Technology Strategy
วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับที่ 76 25

“The advantage will go to those who create
the best technologies and who integrate and field them in creative

operational ways that provide military advantages.”

Heather Wilson U.S. Secretary of the Air Force

เม่ือเดือนเมษายน ค.ศ.2019 กองทพั อากาศสหรัฐอเมริกา ไดก ําหนด
วิสัยทัศน ค.ศ.2030 รวมทั้งยุทธศาสตรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
เพอ่ื เปน แนวทางในการพฒั นากองทพั อากาศสหรฐั อเมรกิ า ในดา นวทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี ซ่ึงเน้ือหาท่ีจะนําลงในวารสารการสงครามทางอากาศฉบับนี้
จะเปนการสรุปสาระสําคัญของวิสัยทัศนและยุทธศาสตร โดยมีรายละเอียด
ดงั น้ี

กองทพั อากาศสหรฐั อเมรกิ า มกี ารวเิ คราะหแ ละประเมนิ สภาวะแวดลอ ม
ตลอดจนความทาทายท่ีสําคัญ ท่ีมีผลกระทบตอความเจริญรุงเรืองและ
ความมนั่ คงของกองทพั และประเทศ ซง่ึ ประกอบไปดว ย การแขง ขนั ดา นพลงั งาน
การเติบโตและพัฒนาอยางรวดเร็วของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้ง
26 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับท่ี 76

ทาอากาศยานนานาชาติ ัคนไซความเขมแข็งของรัสเซีย ซ่ึงมีเปาหมายที่จะกดดันและบีบบังคับเพ่ือนบาน
ุยทธศาสตร ดานวิทยาศาสตรฯในภูมิภาค ทําลายพันธมิตรท่ียืนยาว และกําจัดอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา
จากภูมิภาคสําคัญทั่วโลก โดยคูแขงพลังอันยิ่งใหญเหลาน้ีกําลังทาทายอํานาจ
ของสหรฐั อเมรกิ า ในทกุ การสรู บทกุ มติ ิ ทง้ั ทางดา นอากาศ พนื้ ดนิ พนื้ นา้ํ อวกาศ
และ Cyberspace

โดยในชวงหลายทศวรรษท่ีผานมาหนวยงานดานวิทยาศาสตร
และเทคโนโลยขี องกองทพั อากาศสหรฐั อเมรกิ า มงุ เนน การพฒั นาความกา วหนา
ทางเทคนิค เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เปาหมายคือเพื่อใหเกิด
ความไดเปรียบในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร โดยเนนใหเกิด
ประสิทธิภาพ โดยเกิดคาใชจายนอยที่สุด ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
ไดใชแนวความคิดใหเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดเปนกรอบแนวทางที่สําคัญ
ในการพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ภายใตสภาพแวดลอม
เชิงกลยุทธที่เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วและตลอดเวลา

โลกาภิวัตนของเทคโนโลยีในปจจุบันชวยใหฝายตรงขามของ
สหรัฐอเมริกาที่มีศักยภาพ สามารถเขาถึงการวิจัยทางวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความสามารถดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ท่ีดีท่ีสุด ในขณะท่ีฝายตรงขามสหรัฐอเมริกาเขาถึงความเทาเทียมกัน
ทางเทคโนโลยี และยังกดดันและทําลายความเหนือกวาขีดความสามารถ
ทางเทคโนโลยีของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

จากที่กลาวมากองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาจึงไดกําหนดวิสัยทัศน
ป ค.ศ.2030 และแนวทางการดาํ เนนิ งานเพอื่ นาํ ไปสวู สิ ยั ทศั น คอื กองทพั อากาศ
สหรัฐอเมริกาตอ งสามารถครองเวลา พ้ืนที่ และความซับซอ นของความขดั แยง
ในอนาคตทุกมิติในการปฏิบัติการและการสูรบ ทั้งนี้เพ่ือสรางพลังและปกปอง
สหรัฐอเมริกา ดังน้ันกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาตองปฏิบัติการดวยความเร็ว
ท่ีเหนือชั้น มีความตระหนักรูในทุก ๆ ผลกระทบท่ัวโลก สามารถจัดการ

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับท่ี 76 27

กับภัยคุกคามท่ีซับซอน สามารถตอตานและเผชิญกับความทาทายที่เพิ่มข้ึน
ในการแยง ชงิ ทรัพยากรท่สี าํ คัญและอ่นื ๆ ท่ีมีผลกระทบตอสหรัฐอเมริกา

ตามท่ียุทธศาสตรการปองกันประเทศของสหรัฐอเมริกา กําหนดใหมี
การสราง “กองกาํ ลงั รวมทีร่ นุ แรง ยืดหยนุ และรวดเรว็ ขน้ึ ” ซงึ่ วิสัยทศั นและ
ยทุ ธศาสตรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยขี องกองทพั อากาศสหรัฐอเมริกาน้ี
ยงั สอดคลอ งกบั ยุทธศาสตรก ารปองกันประเทศดว ย แตก ็ตองใชความสามารถ
เชงิ กลยทุ ธก ารเปลยี่ นแปลงทต่ี อ งขบั เคลอื่ นดว ยความกา วหนา ทางวทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี

กองทพั อากาศสหรฐั อเมรกิ าตอ งดาํ เนนิ การอยา งรวดเรว็ ตอ งกา วหนา
มากกวาฝายตรงขาม หนวยงานดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของกองทัพ
จะคาดการณว า ฝา ยตรงขามไมสามารถไปไดอ ยา งงายดายและจากนั้นใหแนใจ
วากองทัพอากาศสหรฐั อเมรกิ าตองเปน ทหี่ น่ึง

ยุทธศาสตรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ
สหรัฐอเมริกา ไดกําหนดวัตถุประสงคหรือเปาหมายสําหรับการดําเนินการ
เพื่อนําไปสวู ิสัยทศั น จํานวน 3 ขอ ดงั น้ี

1. Develop and Deliver Transformational Strategic
Capabilities

กองทพั อากาศสหรฐั อเมรกิ าจะมงุ เนน การพฒั นาและการสง ตอ /สง มอบ
การพฒั นาขดี ความสามารถในการปฏบิ ตั กิ ารดา นกลยทุ ธ โดยการปรบั โครงสรา ง
ทางวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ปรบั ปรงุ พฒั นากระบวนการตาง ๆ สรา งและ
ขยายการแขงขัน

ในดา นความคดิ เพอื่ ใหเ กดิ ความยง่ั ยนื ทางวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
จําเปนตองมีสององคประกอบในงานดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีของ
กองทัพอากาศ ซ่ึงเปนองคประกอบที่จําเปน ไดแก วัสดุสวนประกอบ
(Component) และสาขาดา นเทคนคิ (Technical) ทมี่ คี วามสาํ คญั ตอ ประเทศ
สหรัฐอเมริกาในดานกําลังทางอากาศและกําลังทางอวกาศ องคประกอบ
28 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับท่ี 76

ทาอากาศยานนานาชาติ ัคนไซการเปลย่ี นแปลงจะมงุ เนน ไปทคี่ วามสามารถเชงิ กลยทุ ธ 5 ประการทส่ี นบั สนนุ
ุยทธศาสตร ดานวิทยาศาสตรฯวสิ ยั ทศั นโ ดยตรงเพอื่ ครองพนื้ ทแ่ี ละความซบั ซอ นในทกุ มติ กิ ารปฏบิ ตั กิ ารทง้ั หมด

ความสามารถเชงิ กลยุทธ 5 ประการ ดงั นี้
1. Global Persistent Awareness
2. Resilient Information Sharing
3. Rapid, Effective Decision-Making
4. Complexity, Unpredictability, and Mass
5. Speed and Reach of Disruption and Lethality

คําตอบของเทคโนโลยีขั้นสูงพรอมความสามารถเหลาน้ี รวมชุด
โปรแกรมการวิจัยทีม่ ุง เนนทีเ่ รยี กวา โปรแกรมแวนการด (Vanguard) จะมงุ สู
ความสําเร็จทางเทคนิคท่ีสําคัญซ่ึงแสดงใหเห็นถึงศักยภาพของความสามารถ
ในการกาวกระโดดอีกขัน้ ตามภาพ

Definition of Science and Technology Within the Overall Spectrum of Air
Force Development, Test, and Evaluation Activities

2. Reform the Way Science and Technology is Led and
Managed

กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาไดเสนอแนวทางการปฏิรูป โดยการ
แตงตั้งประธานเจาหนาที่ฝายเทคโนโลยี ซ่ึงจะเปนผูชี้แนะและตัดสินตกลงใจ

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ท่ี 76 29

ทางวิทยาศาสตรและทางเทคนิคเชิงกลยุทธ เพ่ือยกระดับการสนับสนุน
ดา นวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยภี ายในกองทพั อากาศ จดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั ของงาน
และประสานงานทั้งหมด เพอ่ื แปลงการลงทุนทางวิทยาศาสตรและทางเทคนคิ
ใหไปสูการพัฒนาขีดความสามารถท่ีไมมีใครตามทัน

Vanguard Program Integrate Science and Technology Advances
to Demonstrate Potentially Transformational New Military
Technologies and Operational Concepts

3. Deepen and Expand the Scientific and Technical
Enterprise

กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาจะดําเนินการเชิงลึกมากข้ึนและขยาย
องคกร โดยสรางความรวมมือและการใชประโยชนจากองคกรพันธมิตร
เสรมิ สรา งและคดั สรรบคุ ลากรทมี่ คี วามสามารถระดบั ชาตแิ ละระดบั โลก พฒั นา
บคุ ลากรใหม คี วามกา วหนา สรา งขา ราชการกองทพั อากาศใหม คี วามเชย่ี วชาญ
ดา นเทคโนโลยใี นงาน ซงึ่ จะชว ยเสรมิ สรา งความเชยี่ วชาญดา นวทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคนคิ ของกองทัพอากาศ การขยายขอบเขตงานทางวทิ ยาศาสตรข องกองทัพ
อากาศนนั้ สรางใหเ กิดนวตั กรรมทีส่ าํ คญั การระดมทุนและขยายความรวมมือ
30 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปที่ 20 ฉบบั ท่ี 76

ทาอากาศยานนานาชาติ ัคนไซการวิจัยกับมหาวิทยาลัยรวมทั้งพันธมิตร และการเสริมสรางความรวมมือ
ุยทธศาสตร ดานวิทยาศาสตรฯดังกลาว จะชวยทําใหเกิดและคนพบนวัตกรรมใหมและการเปล่ียนแปลง
เทคโนโลยี จะเสริมกําลังและเสริมสรางความสัมพันธของกองทัพอากาศกับ
องคกรทางวิทยาศาสตรที่กวางข้ึน เพ่ือความเทาเทียมทางเทคโนโลยี นําไปสู
ความเหนือกวาทางทหารของสหรัฐอเมริกา หนวยงานดานวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ตองเดินหนาตอไปเพ่ือขับเคลื่อน
กองทัพอากาศสูวิสัยทัศน ในการครองพื้นท่ีและความซับซอนในทุกมิติการ
ปฏิบัติการ ดวยความมุงม่ันอยางตอเนื่องและย่ังยืนตามวัตถุประสงคของ
ยุทธศาสตรวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีนี้

กองทัพอากาศจะดําเนินการตามแนวความคิดใหมนี้และสงมอบ
นวัตกรรมที่ไมมีใครเทียบเทา (Disruptive innovations) เพ่ือใหมั่นใจวา
ประเทศสหรัฐอเมริกาตองมีความมั่นคงและปลอดภัย

Concept art from the Air Force Research Laboratory shows a potential
next-generation fighter concept, or F-X. (U.S. Air Force)

ซึ่งท้ัง 3 วัตถุประสงคดังกลาว เปนองคประกอบสําคัญที่จําเปนท่ีจะ
นาํ ไปสวู สิ ยั ทศั น ค.ศ.2030 และสามารถสนบั สนนุ และสอดคลอ งกบั ยทุ ธศาสตร
การปองกนั ประเทศของสหรัฐอเมรกิ า ไดแ ก

1. Build a more lethal force
2. Strengthen alliances and attract new partners.

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับท่ี 76 31

3. Reform the U.S. Department of Defense for greater
performance and affordability

Concept art from the Air Force Research Laboratory shows how the F-35 jet
could be linked to a series of drones through the "loyal wingman" concept.

(Air Force Research Laboratory; AFRL)

Concept art from the Air Force Research Lab showing a drone swarm
that the service could potentially use in the future. (AFRL)

สําหรับรายละเอียดเชิงลึกของแตละวัตถุประสงคน้ัน จะนําเสนอใน
วารสารการสงครามทางอากาศฉบบั ตอ ๆ ไป

อางองิ

United States Air Force. Science and Technology Strategy.
April 2019

____________________
32 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบบั ท่ี 76

Big Data การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย

กองยทุ ธศาสตร ศูนยการสงครามทางอากาศ

Big Data ทมี่ า : https://cdn-images-1.medium.com

ในวารสารฯ ฉบบั ท่ี 75 ไดน าํ เสนอบทความเรอื่ ง Big Data ไปตอนแรก
สว นในฉบบั ที่ 76 นจ้ี งึ ไดม านาํ เสนอตอ ไป ประกอบไปดว ยหวั ขอ ความเขา ใจ
ทผี่ ดิ พลาดเกย่ี วกบั Big Data, ทาํ ไมตอ งทาํ Big Data, ประโยชนข องการทาํ
Big Data, ขอ มลู Big Data แบง ออกเปน กปี่ ระเภท, องคป ระกอบ 4 ดา นของ
Big Data และหัวขอสุดทาย ขั้นตอนการเริ่มทําโครงการ Big Data
ดังมีรายละเอียดตอไน้ี

ความเขาใจทผี่ ิดพลาดเกีย่ วกับ Big Data

1. Big Data เปน ส่งิ ทมี่ ีคา ดว ยตัวเอง
ทถ่ี ูกตอ งคือ Big Data ตามความหมายของมนั คอื ขอมูลขนาดใหญ

ซ่ึงก็เปรยี บเหมือนตวั เลข หรือประวัติตา ง ๆ ทีถ่ ูกเก็บเอาไว แตหากเราไมนาํ
ขอมูลนั้นวิเคราะหตอ หรือทําอะไรบางอยาง สุดทายขอมูลน้ันก็จะหมดอายุ
หรือสูญหายไปตามกาลเวลา

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ที่ 76 33

2. Big Data กาํ ลงั นาํ มาซง่ึ การเปลีย่ นแปลงคร้งั ใหญ
ที่ถูกตองคือ การเปล่ียนแปลงคร้ังใหญน้ันจะเกิดขึ้นไดจากการ

ตง้ั เปา หมายและวางนโยบายเพ่ือใหเ กิดการกระทํา ดงั นนั้ โครงการ Big Data
จะนํามาซึ่งการเปล่ียนแปลงหรือไม อยูที่ความรวมมือของทุกภาคสวน
ท่ีเก่ียวของ ท้ังนี้ Big Data เปนเพียงขอมูลท่ีตองนําไปประมวลผลตอ
และกอใหเกิดการกระทําใหมที่ไดจากการประมวลผลนั้น ผลจากการกระทํา
ใหมนั้นไดสรางประโยชนใหแกองคกรดานใดดานหนึ่งหรือหลาย ๆ ดาน
จึงจะนํามาซ่ึงการเปล่ียนแปลงอยางยิ่งใหญ แตหากปลอย Big Data ท้ิงไว
ไมเ กิดการกระทําใด ๆ ตัวขอ มลู กจ็ ะสลายไปตามกาลเวลา

3. Big Data มคี ามากกวา Little Data
ทถี่ กู ตอ งคอื ขนาดของ Big Data ไมม กี ารระบชุ ดั เจนวา ควรมเี ทา ไร

แตมักจะเชื่อกันวา ย่ิงใหญยิ่งดี เชน การมีประวัติการเบิกจายพัสดุ 10 ป
ยอ นหลงั ดกี วา 5 ปย อ นหลงั ซง่ึ อาจจะถกู หรอื ผดิ กไ็ ด หากทาํ ความเขา ใจระบบ
ขอ มลู เพม่ิ เตมิ อาจพบวา ขอ มลู มากเกนิ ไปยงิ่ สรา งความซบั ชอ นในการวเิ คราะห
และกลายเปน คา ผดิ ปกติ (Outlier) ในทสี่ ดุ ขอ มลู นอ ย ๆ แตม คี ณุ ภาพ กส็ ามารถ
สรา งใหเกิดมูลคามหาศาลไดเชนกนั

4. Big Data เปน เรอื่ งขององคก รใหญ ๆ
ทถี่ กู ตองคอื ไมวาองคก รจะเลก็ หรือใหญกจ็ าํ เปนตองใช Big Data

โดยท้งั สิน้ จะเหน็ ไดว าผปู ระกอบการ (Start Up) ใหม ๆ มักจะประชาสมั พนั ธ
ตนเองวาใช Big Data เพ่ือสรางความนาเชื่อถือและทําใหองคกรทันสมัย
ยิ่งขึ้น นอกจากน้ันการสราง Big Data Technology หรือแมแตการสราง
Machine Learning นั้นไมไดมีคาใชจายแพงอยางที่หลายคนเขาใจ ปจจุบัน
โปรแกรมตาง ๆ ทใี่ ชเ ขยี นโปรแกรม มีทงั้ แบบฟรี และแบบตอ งเสยี คาใชจ า ย
โดยอาจไมตอ งลงทนุ กับ Software ราคาแพงทกุ งานไป ดงั นนั้ ไมวา จะองคก ร
ขนาดเล็ก หรือองคกรขนาดใหญก ็สามารถทําโครงการ Big Data ไดทงั้ ส้ิน

34 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบบั ที่ 76

ทําไมตองทาํ Big Data การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย

สาเหตทุ ี่ตอ งทํา Big Data ท่มี า : https://crafsol.com

1. เพ่ือเพ่มิ รายได
ขอมูลทําใหส ามารถเขาใจตลาด เขาใจลกู คา ไดมากข้นึ กอ นหนา นี้

การวางกลมุ เปา หมาย จะเปน การออกไปสาํ รวจตลาดบา ง ทาํ แบบสอบถามบา ง
กวาจะสรุปเปนผลวิเคราะหทางการตลาด ตองใชเวลานาน ในขณะที่การใช
Big Data หรือ Data ท่ีอยูในรูป Digital ทําใหงายตอการใชงานน้ันจะชวย
สามารถวิเคราะหตลาดไดอยางรวดเร็วกวา ทําใหมีสินคาหรือบริการใหม ๆ
ออกสูตลาด เขาสูกลุมเปาหมายท่ีตรงจุด ไดอยางรวดเร็ว

2. เพื่อลดตนทุน
งานบางประเภทเปน งานทเี่ กดิ ขนึ้ ซา้ํ ๆ และสามารถทดแทนไดด ว ย

ระบบคอมพิวเตอร เชน การใชพนักงานเดินตรวจสอบปริมาณสินคา
หรือการใหฝายการตลาดเลือกสินคาข้ึนมาทําโปรโมชั่นลดราคา โดยไมมี
กลไกการคํานวณใด ๆ เปนตน อีกทั้งงานบางประเภทที่ไมเคยคิดวิเคราะห

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ท่ี 76 35

ถงึ ตนทุนทแี่ ทจรงิ ก็สามารถนํา Big Data มาประมวลผลหาปจจยั ตาง ๆ ได
เชน การวิเคราะหเสนทางการเดินรถประจําทางของประเทศสิงคโปรทําให
เสนทางการเดนิ รถมีประสิทธิภาพ ลดคา ใชจา ยของรฐั และยงั ทาํ ใหป ระชาชน
พอใจในการบริการเดินรถสาธารณะอีกดวย

3. เพื่อเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการทาํ งาน
การลงทนุ กบั เทคโนโลยี เชน Big Data บางคร้ังก็ไมเ กย่ี วกับการลด

ตนทุนโดยตรง แตจะเกี่ยวของกับกิจกรรมตาง ๆ ในการทํางานที่เปนระบบ
มากขึ้น เชน มีการบันทึกจํานวนผูรับบริการในโรงพยาบาล เพื่อจัดวางคิว
ของแพทยผูตรวจไดอยางถูกตอง การบันทึกอาการผูปวย ผลการตรวจ
ทางการแพทยเพ่ือวินิจฉัยโรค ประวัติการใชยา การแพยา ผลลัพธที่ได
จากการเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางานจะอยูในรูปความพึงพอใจของผูใชบริการ
เวลาในการทํางานที่ลดลง ลดความยุงยากซับซอนของงานทําใหสะดวกสบาย
มากขึ้น

4. เพือ่ เพิม่ คณุ คาใหอ งคกร
การใช Big Data สามารถเพิม่ คุณคา ใหอ งคกรไดคือ ทําใหองคกร

มภี าพลกั ษณท ดี่ ี เชน มกี ารเกบ็ ขอ มลู ของลกู คา เกา เพอ่ื นาํ ไปสรา งโมเดลในการ
บริหารความสัมพันธกับลูกคา การท่ีหนวยงานใด ๆ มีเครื่องสแกนใบหนา
เพื่อใชเขาออกสํานักงาน ทําใหคนท่ีเขามาท่ีอาคารมีความประทับใจใน
ความทนั สมยั ของหนว ยงาน เกดิ ความเชือ่ มั่นในองคกรนนั้ ๆ

ท่ีมา : https://i1.wp.com/www.dailytech.in.th
36 วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ที่ 76

ประโยชนของการทํา Big Data การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย

ประโยชนของ Big Data ภาครัฐในดา นการบรกิ ารสาธารณะ
ทมี่ า : https://bigdataexperience.org

ประโยชน Big Data โดยท่วั ไป ทม่ี า : http://www.price2spy.com/

1. ทําใหการตัดสินใจตาง ๆ มีความรวดเร็วและแมนยํามากข้ึน
เพราะกอนหนานี้เมื่อไมมีขอมูล ก็เปนการตัดสินใจโดยคนที่ทํางานเปนหลัก
ซึ่งแตละคนมีประสบการณมาไมเหมือนกัน ทําใหมีแนวทางการทํางานท่ีไม
ชดั เจน อีกทั้งอาจใชเ วลาในการตดั สนิ ใจนานเกนิ ไป

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับท่ี 76 37

2. ชว ยลดตนทุนและเวลาในการดําเนินงาน เมือ่ เห็นตวั เลขมากขนึ้
กส็ ามารถระบไุ ดว า สว นใดคอื ขอ บกพรอ งของการทาํ งาน และควรเขา ไปจดั การ
โดยเร็ว ก็จะชว ยใหล ดตนทนุ ลดเวลาในการทํางานได

3. ทําใหเกดิ บริการใหม ๆ การท่ธี นาคารตา ง ๆ ออกนโยบายไมเกบ็
คาธรรมเนยี มในระบบ Mobile Banking หรอื การสะสมคะแนนเพ่อื แลกสนิ คา
หรอื ใชลดราคาสินคา ของหา งสรรพสนิ คาตา ง ๆ เปนแนวทางการสะสมขอ มลู
จากลกู คา เพื่อนําไปวเิ คราะหพฤตกิ รรมลูกคา หรอื ผูรบั บริการได ทําใหต อยอด
ไปถงึ การออกแบบผลติ ภัณฑหรือการบริการใหแกลกู คามากขนึ้

4. ทาํ ใหเขาใจในผรู ับบรกิ ารมากข้ึน เมื่อมขี อมลู มากขน้ึ ก็สามารถ
จดั กลมุ ผูรับบริการไดตามความเหมาะสม

5. นําขอ มูลมาเปน หลักฐานในการทํางาน

ขอมูล Big Data แบง ออกเปนกี่ประเภท

ประเภทของขอมูล Big Data ท่ีมา : https://www.m-files.com

ขอมูลแบงออกเปน 2 ประเภท คือ ขอมูลแบบมีโครงสราง
และขอ มูลแบบไมมโี ครงสรา ง
38 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ท่ี 76

1. ขอ มลู แบบมโี ครงสรา ง (Structured Data) เปน ขอ มลู ทมี่ ลี กั ษณะ การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย
บง บอกชดั เจน เชน เปนชอื่ อายุ จงั หวัด ขอ มูลการเดนิ รถ ขอ มูลการบิน ขอ มลู
GPS เปน ตน ซึง่ ขอมูลประเภทนี้ จะพรอ มสง ตอเพือ่ ใชงานตอ ไป ไมวา จะนาํ ไป
แสดงผล หรือการวิเคราะหเชิงลึก การเก็บขอมูลแบบมีโครงสราง ทําไดโดย
การเก็บในรูปแบบของระบบฐานขอมูลเชิงสัมพันธ (Relational Database)
เปนการเกบ็ ขอมูลในรปู ของตาราง (Table) ทีป่ ระกอบดว ย แถว (Row) และ
คอลัมน (Column) ซ่ึงเปนรูปแบบท่ีสามารถนําไปจัดการไดงาย ภาษา
คอมพิวเตอรท่ีใชจัดการขอมูลแบบมีโครงสราง เชน ภาษา SQL เปนตน
ในปจจุบันขอมูลประเภทน้ีมีอยูประมาณ 20% ของขอมูลท้ังหมดบนพ้ืนโลก

2. ขอมูลแบบไมมีโครงสราง (Unstructured Data) เปนขอมูล
ที่ไมสามารถระบุโครงสรางไดชัดเจน นามสกุลของไฟลขอมูลประเภทน้ี
เปนไดทั้งขอความ รูปภาพ เสียง และวีดีโอ ที่เปนขอความ เชน ขอมูล
การคน หาในรายการ Search ตา ง ๆ, ขอ มลู การโพสตใ น Social Media, ขอ มลู
จากดาวเทียม,ขอมูลจากกลองวงจรปด หรือจาก IoT ประเภทตาง ๆ

การเกบ็ ขอ มลู ประเภทนจ้ี ะเกบ็ ไวใ น Data Lake กอ น โดย Data Lake นนั้
จะเปน แหลง รวมขอ มลู ดบิ ทงั้ แบบ Structured Data และ Unstructured Data
ที่ยังไมผานการกรอง หรือยังไมมีโครงสรางที่ชัดเจน หลังจากน้ัน
Data Scientist หรือผูเช่ียวชาญดาน Unstructured Data ประเภทนั้น ๆ
จะเขามาทําการศึกษาเพ่ือระบุแนวทางการใชงานขอมูลชุดนี้ ซึ่งสามารถ
เปลี่ยนใหกลายเปน Structured Data กอนนําไปใชงานในขั้นตอไปก็เปนได

ขอมูลประเภทนี้จะไมสามารถใชรูปแบบการเก็บขอมูลแบบ
Relational Database ได แตจะเกบ็ ในรปู แบบ Non-relational Database
แทน โดยใชโปรแกรม NoSQL ซ่ึงมีขอดีคือความสามารถในการขยาย
ตัวขอมูลไดงายอยางไมมีขอบเขตจํากัด ในปจจุบันขอมูลประเภทน้ีมีอยู
ประมาณ 80% ของขอมูลทั้งหมดบนพื้นโลก

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบบั ท่ี 76 39

องคป ระกอบ 4 ดา นของ Big Data

องคป ระกอบ Big Data ทางดา น Hardware และ Software
ทม่ี า : https://library.kissclipart.com

1. Hardware หากตอ งทาํ การวางระบบดว ยหนว ยงานเอง Hardware
ตองประกอบดวยเคร่ืองคอมพิวเตอรสวนที่ใชเปน Name Node 1 เคร่ือง
และสวนที่ใชเปน Data Node อยางนอย 3 เคร่ือง และ Data Node น้ัน
สามารถจัดหาเพิ่มไดเร่ือย ๆ เมื่อมีขอมูลเพิ่มมากขึ้น มีระบบประมวลผล
ความเร็วสูง มีหนวยความจําที่เพียงพอ มีระบบเช่ือมโยงขอมูล นอกจากนั้น
ยังตองมีระบบสาํ รองไฟฟา ระบบเครอื ขา ย และ อุปกรณตอพวงตา ง ๆ เปนตน

2. Software ทีใ่ ชก บั งานทางดาน Big Data ประกอบดว ย
2.1 Hadoop เปน ระบบ Big Data Management ท่อี อกแบบ

มาเพื่อทํางานกับชุดขอมูลขนาดใหญโดยเฉพาะ Hadoop น้ันจะทํางานกับ
Hardware หลายตัวซึ่งเปน Node ตาง ๆ และแบงไฟลออกเปนสวน ๆ
40 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปที่ 20 ฉบบั ท่ี 76

ใหส ามารถทํางานพรอ มกันได เรยี กวา Hadoop Distributed File System การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย
(HDFS) โปแกรม Hadoop นัน้ จะเปน Open Source Software ทส่ี ามารถ
นํามาใชงานไดฟรี แตก็มีหลายบริษัทท่ีนํา Hadoop มาเปนหลักแลวพัฒนา
หรือติดต้ังโปรแกรมตาง ๆ เสริมเขาไปเพ่ือใหการติดตั้งใชงานไดงายข้ึน
เชน Hortonworks หรอื ทาํ เปน Commercial Software ซึง่ มีชอ่ื เรยี กตาง ๆ
กันเชน Cloudera และ SAS เปนตน

สถาปตยกรรมของ Hadoop ท่ีมา : https://i.pinimg.com

2.2 SQL เปนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรท่ีใชกันแพรหลาย
เพือ่ จดั การขอมูลระบบ RDBMS

2.3 PYTHON เปนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรแบบ Open
Source ใชส าํ หรบั เปน ETL (Extract-Transform-Load) ซ่งึ เปน กระบวนการ
หนึ่งในระบบ Data Warehouse ออกแบบไวสําหรับดึงขอมูลออกมา
จากหลาย ๆ แหลง นําเขาสูกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของขอมูล
เพื่อนําไปประยุกตใช มีการเชื่อมโยงและปรับขอมูลใหเปนไปในรูปแบบ
เดียวกันเพื่อใหสามารถใชงานรวมกันได และทายที่สุดทําการสงมอบ
(Delivery) ขอมูลเหลาน้ันในรูปแบบที่งายตอการใชงาน เพ่ือนําไปใช
ในการตดั สนิ ใจ หรือ การวางแผนสําหรับองคกร

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ที่ 76 41

2.4 R เปนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรแบบ Open Source
เหมือน PYTHON เหมาะสําหรับการวิเคราะหขอมูล และการแสดงผลขอมูล
ดวยภาพ เพ่ือความเขาใจขอมูลไดงายข้ึน

นอกจากน้ันยังมี Software อ่ืน ๆ อีกท่ีใชจัดการ Big Data
เชน Java, Scala, Tableau เปนตน

3. Peopleware

การทาํ หนา ทขี่ อง Peopleware แตละประเภท
ทม่ี า : https://miro.medium.com

3.1 วศิ วกรขอ มลู (Data Engineer) คือบุคคลท่ที าํ หนาในการ
จัดการขอมูลทั้งหมดของระบบ ต้ังแตระบุชนิดของขอมูล วางโครงสราง
การเขา ออกแตล ะสว นทเี่ กยี่ วขอ ง ทง้ั สว นนาํ เขา สว นประมวลผล และสว นแสดงผล
รวมท้ังรับผิดชอบในการในการทําขอมูลใหเปนระบบ สวยงาม และพรอมใช
เพ่ือสงตอให Data Scientist นําไปพัฒนาตอยอดได นอกจากนี้ยังทําหนาท่ี
วางระบบ Server และ Security ระบบอีกดวย
42 วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 ปที่ 20 ฉบบั ที่ 76

3.2 นักวิทยาศาสตรขอมูล (Data Scientist) คือบุคคลท่ี การปฏิบั ิตBกiาgร รDวatมaกอง ัทพไทย
สามารถนาํ ขอ มูลมาหาความสัมพนั ธ หาแนวทางในการแกปญ หา (Solution)
ใหมไ ด จากการวเิ คราะหเ ชงิ ลกึ โดยใชห ลกั คณติ ศาสตร สถติ ิ เปน ตน และ Data
Scientist นั้น ตองเขยี นโปรแกรมเองไดอ ีกดวย ข้ันตอนการทาํ งานของ Data
Scientist นั้น เร่มิ จากการต้งั โจทย การมองหาขอมลู ทจี่ ะตอบโจทย ทาํ ความ
สะอาดขอมูล สรา งโมเดล (หลาย ๆ ตวั ) ทดสอบโมเดลเพ่ือเลือกโมเดลทด่ี ที สี่ ุด
และสงมอบโมเดลไปใชง านในระบบได

3.3 นกั วเิ คราะหข อมูล (Data Analysis) ตําแหนงงานนไี้ มใ ช
ตําแหนงงานใหมเหมือนกับ Data Engineer และ Data Scientist เพราะ
หลาย ๆ องคกรตองมีบคุ คลท่ีทํางานวเิ คราะหขอ มลู มาแลว ชานาน มหี นาที่ใน
การใชตัวเลข เพ่ือวิเคราะหทั่วไป (หาคาเฉลี่ย คาแปรปรวน แสดงกราฟ
การวเิ คราะห) นาํ มาแสดงผลและแกปญ หางานใหอ งคกรได

4. Process
กระบวนการจดั การขอ มลู Big Data จะแบง เปน 6 สว น ดงั ภาพตอ ไปน้ี

กระบวนการทาํ งานทีเ่ กยี่ วขอ งกับ Big Data ท่มี า : อสมา กลุ วานชิ ไชยนนั ท
วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบบั ท่ี 76 43

จากภาพกระบวนการทํางานท่ีเก่ียวของกับ Big Data อธิบายไดวา
เม่ือมีเครื่องมือหรืออุปกรณ (DEVICE) สําหรับสรางขอมูลแลว ขอมูลทั้งหมด
จะไหลผานจุดเช่ือมตอของเครือขาย (GATEWAYS) ซ่ึงเปนทางเขาสู
เครือขายตาง ๆ ไปยังท่ีเก็บขอมูล (STORAGE) จากท่ีเก็บขอมูลจะมี
จุดเช่ือมตอ (GATE-WAYS) เพ่ือนําขอมูลไปสูการวิเคราะห (ANALYTICS)
จนไดเปนผลลัพธท่ีสามารถแสดงผล (REPORT) เพ่ือใชประกอบการตัดสินใจ
วางแผน ดําเนินกลยทุ ธ หรือทําใหเกิดการกระทํา (ACTION) โดยอัตโนมัติ

ข้ันตอนการเริม่ ทาํ โครงการ Big Data

ในการเริม่ ทาํ โครงการ Bฺ ig Data นัน้ ประกอบไปดวย 4 ขนั้ ตอน ดงั นี้
1. สํารวจแตละสวนขององคกรวามีสวนใดบางที่ยังทํางานแบบ
Manual อยู หรือเกิดการตัดสินใจโดยมนุษยอยูบาง
2. สํารวจดูวาเรามีขอมูลอยูตรงไหนอยางไร อยางไรบาง หรือแมแต
จะมีวิธีการเก็บขอมูลเพ่ิมไดอยางไรบาง
3. ฟงสัมมนาหรือหาที่ปรึกษาเขาไปนําเสนอ Technology ตาง ๆ
ในการใชง าน Big Data ภายในองคกร
4. เปลี่ยน Mindset ในการทํางานอยายึดติดอยูกับสิ่งเดิม ๆ
กลาท่ีจะเผชญิ หนา กับการเปลีย่ นแปลง

(อานตอฉบับหนา ...)

อางอิง

- อสมา กลุ วานชิ ไชยนนั ท, ดร.. Big Data Series 1. สาํ นกั พมิ พค อราไลน.
- อสมา กลุ วานชิ ไชยนนั ท, ดร.. Big Data Series 2. สาํ นกั พมิ พค อราไลน.
- อสมา กลุ วานชิ ไชยนนั ท, ดร.. Big Data Series 3. สาํ นกั พมิ พค อราไลน.

____________________

44 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มถิ ุนายน 2563 ปท ่ี 20 ฉบับที่ 76

AI for RTAF (ปญญาประดิษฐเพ่อื กองทพั อากาศ) กาวัรนปคฏิลบัาAิตยIBกวัifาgนoรrส รDถวRaาtมTปaกAนอFาง ัทศกพไอ.ทย

รวบรวมและเรียบเรียงโดย
น.อ.สาํ ราญ ชอบใจ ประจาํ บก.ทอ. และ รรก.รอง หก.กยศ.ศกอ.

AI ทมี่ า : https://decidesoluciones.es
เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) หรือ ปญญาประดิษฐ
ในปจจุบันมีความสําคัญและกาวหนาอยางมาก สามารถนํามาประยุกต
ใชงานเพื่อเพ่ิมขีดความสามารถของพลังอํานาจแหงชาติ ท้ังในดานเศรษฐกิจ
การเมือง ความมั่นคง สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ซ่ึงประเทศตาง ๆ ท่ีมีความเจริญกาวหนาหรือพัฒนาแลวในปจจุบัน
ไดจัดทํายุทธศาสตรการพัฒนาดาน AI ท้ังในระยะส้ันและระยะยาว
สําหรับกองทัพอากาศนั้น ในนโยบาย ผบ.ทอ. ป 2563 ไดกลาวถึงเรื่อง AI
ไวในนโยบายเฉพาะดานการพัฒนาระบบงาน สวนยุทธศาสตร ทอ. 20 ป
(พ.ศ.2561 - 2580) ไดก ลา วถึงเรื่อง AI ไวในประเด็นเรือ่ ง การวเิ คราะหแ ละ
การประเมินยุทธศาสตร รวมท้ังประเด็นยุทธศาสตรที่ 2 เร่ืองการเสริมสราง
สมรรถนะและความพรอมในการปองกันประเทศ ประกอบกับเม่ือวันที่

วารสารรายไตรมาสประจําเดือน เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบับท่ี 76 45

28 - 29 ตุลาคม 2562 ผูเรยี บเรียงไดรับการสนบั สนนุ จาก ศกอ. ใหไ ปฝก อบรม
หลักสตู ร AI for Thai : Thai AI Service Platform ระดับนกั พฒั นาโปรแกรม
(Developer) ท่ี NECTEC สวทช. จึงไดจัดทําบทความเร่ือง AI for RTAF
ข้ึนมา โดยใหชื่อบทความสอดคลองกับช่ือหลักสูตร AI for THAI
ซึ่งไดไปฝกอบรมมา และเนื่องจากในปจจุบัน ทอ. ก็มีการใชงาน AI ท้ังโดย
ทางตรงและทางออม และในอนาคตก็จะมีการใชงานมากขึ้นดวย ซ่ึงผูอาน
จะไดท ราบเรอ่ื งราวตา ง ๆ ที่เกี่ยวขอ งกบั AI ในหวั ขอ ตาง ๆ เชน

1. ความหมาย ประเภท ความสามารถ และประโยชนของ AI
2. ยุทธศาสตรของประเทศตาง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่อง AI
3. นโยบายและยุทธศาสตร ทอ. ท่ีกลาวถึงเรื่อง AI
4. การใชงาน AI ภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ/องคการมหาชน/ภาคเอกชน
ในตางประเทศและประเทศไทย
5. ฯลฯ
สว นในวารสารฯ ฉบบั ท่ี 76 จะนําเสนอหัวขอ ที่ 1 เทานนั้ ดงั นี้

1. ความหมาย ประเภท ความสามารถ และประโยชนของ AI

AI คืออะไร ทมี่ า : https://instore.bnn.in.th

1.1 ความหมาย มบี คุ คล หนว ยงาน และองคก รตา ง ๆ ใหค วามหมาย
ของ AI ไวหลายประการดงั น้ี
46 วารสารรายไตรมาสประจาํ เดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ท่ี 76

McKinsey ใหความหมาย AI หมายถึง ความสามารถ กา ัวรนปค ิฏล ับาAติยIBกวัifาgนoรrส รDถวRaาtมTปaกAนอFาง ัทศกพไอ.ทย
ของเครือ่ งจักรในการแสดงออกถงึ สติปญ ญาเหมอื นมนษุ ย เชน ความสามารถ
ในการแกไขปญหาโดยไมตองอาศัยซอฟตแวรท่ีถูกเขียนข้ึนอยางละเอียด
แตเรียนรูจากการแกไขปญหา จากการหารูปแบบภายใตขอมูลจํานวนมาก
เปน ตน

Gartner ใหความหมาย AI คือ เทคโนโลยีที่เลียนแบบ
การทํางานของมนุษย จากการเรียนรู สรุปผลการดําเนินงานดวยตนเอง
แสดงใหเห็นถึงความเขาใจบริบทท่ีมีความซับซอน สื่อสารกับมนุษยอยางเปน
ธรรมชาติ เสรมิ สรา งความสามารถทางดา นการรคู ดิ (Cognitive Performance)
ของมนษุ ย หรือทาํ งานแทนมนษุ ยใ นงานท่ีไมเ ปน กิจวตั ร (Non-routine Task)

Boston Consulting Group (BCG) ใหความหมาย AI
คือซอฟตแวรที่เพิ่มศักยภาพการทํางานที่อาศัยองคความรู (Knowl-
edge-based Work) และชวยดาํ เนนิ การใหโ ดยอัตโนมัติ

Deloitte ใหความหมาย AI คือ ชุดของเทคโนโลยีท่ีถูก
ขับเคล่ือนดวยความสามารถในการคาดการณและแสดงออกถึงความสามารถ
ในการเรียนรูดวยตนเองที่ชวยเสริมสรางศักยภาพของมนุษยในการจําแนก
รปู แบบ (Recognize Patterns) พยากรณอ นาคต (Anticipate future events)
กําหนดวิธีปฏิบัติ (Create good rules) สรางการตัดสินใจ (Make good
decisions) และการส่อื สารกับผอู ื่น (Communicate with others)

Science and Technology Committee, House of
Commons, UK ใหความหมาย AI คือ กลุมของเคร่ืองมือทางสถิติ
และอัลกอริทึมท่ีประสานกัน เพื่อสรางซอฟตแวรทรงปญญาท่ีชวยให
เครื่องคอมพิวเตอรสามารถเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย เชน การเรียนรู
การใชเหตผุ ล การจําแนกสิง่ ของ เปน ตน

วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท่ี 20 ฉบบั ท่ี 76 47

จากความหมายทั้งหมดขางตนสรุปไดวา AI (Artificial
Intelligence) หรือ ปญญาประดิษฐ เปนเทคโนโลยีการสรางความสามารถ
ใหแกเครื่องจักรและคอมพิวเตอรดวยอัลกอริทึมและกลุมเคร่ืองมือ
ทางสถิติเพ่ือสรางซอฟตแวรทรงปญญาที่สามารถเลียนแบบความสามารถ
ของมนษุ ยที่ซับซอ นไดในบางกรณีอาจถึงขน้ั เรียนรดู ว ยตนเองได

1.2 ประเภทของ AI

ประเภทของ AI ในปจจุบัน อนาคต และทส่ี ามารถจะเปนไดอกี ตอ ๆ ไป
ท่ีมา : https://journalismai.com

การพฒั นา AI มีวตั ถุประสงคเพือ่ ใหเคร่ืองจักรทาํ งานแทนมนุษย
รวมท้ังเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพใหกับงานบางอยาง ดังนั้น AI ที่พัฒนาขึ้นจึงไม
จําเปนตองพัฒนาใหสามารถคิดอานและมีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย
ไดท้ังหมด แตสามารถทํางานบางอยางแทนมนุษยหรือสามารถสราง
ประสิทธิภาพในการทํางานของมนุษยได จากการศึกษาสามารถสรุปประเภท
ของ AI ได 3 ประเภท ดงั น้ี

1.2.1 Artificial Narrow Intelligence (ANI) หรือ "ปญ ญา
ประดิษฐแบบเบา (Weak AI)” เปน AI ที่สรางขึ้นมาเพื่อใชงานเฉพาะทาง
เชน SIRI เปน AI ที่สามารถใหความชวยเหลือ แนะนํา และใหคําปรึกษา
(เทา ทส่ี ามารถทาํ ได) ตอ ผใู ชแ บรนด Apple, หรอื Alexa ทอี่ าํ นวยความสะดวก
48 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถนุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ที่ 76

ใหแกลูกคาของ Amazon ในการหาขอมูลตาง ๆ ทั้งการจองทริปและแสดง กา ัวรนปค ิฏล ับาAติยIBกวัifาgนoรrส รDถวRaาtมTปaกAนอFาง ัทศกพไอ.ทย
ราคาสินคา เปน ตน

1.2.2 Artificial General Intelligence (AGI) หรืออาจ
เรยี กวา “ปญ ญาประดษิ ฐ (Strong AI)” คอื AI ทมี่ คี วามสามารถใกลเ คยี งมนษุ ย
(Human-Level AI) ซ่ึงมนุษยเหนือกวาสัตวหรือส่ิงประดิษฐอ่ืนตรงท่ีมนุษย
สามารถใชค วามคดิ บนพนื้ ฐานของเหตแุ ละผล สามารถวางแผนเพอื่ แกไ ขปญ หา
ตาง ๆ และสามารถเรียนรูจากประสบการณในอดีต ตัวอยาง แอปพลิเคชัน
ในระดับน้ี เชน รถยนต ขับเคลอ่ื นไดเ องของ Uber และระบบขับรถอตั โนมัติ
(Autonomous Car) ของ Tesla เปนตน

1.2.3 Artificial Super Intelligence (ASI) อาจเรียกวา
“ปญญาประดิษฐแบบทรงปญญา” ซ่ึง Nick Bostrom นักคิดชั้นนําดาน AI
จาก Harvard University กลาววา AI ประเภทนี้เทียบเคียงไดกับ “Super
intelligence” หรอื เครอ่ื งจกั รทรงภมู ปิ ญ ญา (Machine Super intelligence)
ท่ีสามารถบรู ณาการความรูใ นทกุ ศาสตรแลว นาํ มาประมวลผลดวยความเรว็ สูง
และมคี วามเปน ไปไดว า AI ประเภทนจ้ี ะมศี กั ยภาพในเชงิ สตปิ ญ ญาเหนอื มนษุ ย

1.3 ความสามารถของ AI ในปจจุบัน

ทม่ี า : สาํ นักงานรัฐบาลดิจิตลั
(องคการมหาชน)

วารสารรายไตรมาสประจาํ เดอื น เมษายน-มถิ นุ ายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบับท่ี 76 49

ความสามารถของ AI ในปจ จบุ ัน สามารถทํางานไดห ลายรูปแบบ
ตามความตองการของผูใชงานและการออกแบบของผูพัฒนาเปนหลัก
โดยความสามารถหลกั ของ AI ในปจ จุบนั มีดังนี้

1.3.1 Machine Learning เปนการทาํ ใหเครือ่ งสามารถเรียนรู
ไดดวยตนเองจากขอมูลท่ีเรากําหนดไว โดย AI สามารถเรียนรูและพัฒนา
ประสบการณดวยวิธีอัตโนมัติ ซึ่งการทํางานในรูปแบบน้ีมี 2 สวน ไดแก
การเรียนรูจากขอมูลในอดีต และการพยากรณเพ่ือแสดงผลลัพธ โดยข้ันตอน
การเรียนรูของเคร่ืองจะเร่ิมจากการเรียนรูขอมูลในอดีตผานแบบจําลอง
ที่กําหนดแลว จึงประมวลผลขอมูลปจจุบันจนกระทั่งแสดงผลลัพธ
ทั้งนี้การเตรียมการใหเคร่ืองเรียนรูขอมูลในอดีตในจํานวนที่เหมาะสม
เปนสิ่งสําคัญและตองใชเวลามากท่ีสุด

Machine Learning ทม่ี า : https://ucarecdn.com
50 วารสารรายไตรมาสประจําเดอื น เมษายน-มิถุนายน 2563 ปท ี่ 20 ฉบบั ท่ี 76


Click to View FlipBook Version