The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by larpsetthi, 2023-03-16 19:03:07

ยางพารา

aw_ยางพารา

1 การปลูกยางพารา พืชเศรษฐกิจ ชุบชีวิตเกษตรกรไทย เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ ภาพโดย : เจนจบ ยิ่งสุมล


2 การปลูกยางพารา คณะผู้จัดท�ำ ผู้อ�ำนวยการ : เฉลิมวงศ์ เจริญสุข บรรณาธิการบริหาร : ฝ้าย เจริญสุข กองบรรณาธิการ : ศิวาภรณ์ สุรจินตนาภรณ์, วรางคณา สิริยุตตะ, วิชัย เสวตร์ครุตมัต, กรองทอง ปลาบู่ทอง, ประภาพร แจ่มใสพงษ์, วลีรัตน์ ศรีสวัสดิ์ พิสูจน์อักษร : นิภาพรรณ พึ่งพราย ออกแบบปก : วิรยทัศน์ บ�ำรุงสุนทร ศิลปกรรม : อนุสิษฐ์ คุ้มค�ำมี ช่างภาพ : เจนจบ ยิ่งสุมล ฝ่ายผลิต : เสถียร รักแช่ม จัดพิมพ์โดย ส�ำนักพิมพ์ ส่งเสริมอาชีพธุรกิจ เพชรกะรัต จ�ำกัด 5/47-48 ซอยเจริญสุข ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 โทรศัพท์ 0-2882-7746 โทรสาร 0-2881-3384 อีเมล์ : [email protected]


3 การปลูกยางพารา ค�ำน�ำ ยางพารา เป็นสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญประเภทหนึ่งของไทยมาช้านาน นับเนื่องกว่าร้อยปี โดยพื้นที่ และภูมิอากาศในจังหวัดทางภาคใต้ของเรา เป็นแหล่งที่เหมาะสมส�ำหรับการปลูกยางพารา ที่น�ำ รายได้มาอย่างมหาศาลเข้าประเทศ ทั้งน�้ำยางข้น ยางแผ่นรมควัน ยางอบแห้ง ยางแท่ง และ แปรรูปเป็นเครื่องใช้ เช่น รองเท้า ถุงมือ ขวดภาชนะต่าง ๆ ยางลบ และประกอบในสินค้าอื่น ๆ อีก เป็นจ�ำนวนมาก อาทิเช่น อุตสาหกรรม เครื่องยนต์ ทางการแพทย์ ทางการกีฬา ของเล่น เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ทุกวันนี้การปลูกยางจึงอยู่ในสายเลือดความเป็นอยู่ของชาวเกษตรสวนยางทางภาคใต้ ซึ่งมาก กว่าล้านครอบครัวรวมไปถึงอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ที่มียางพาราเป็นส่วนประกอบ เป็นการ สร้างรายได้ให้กับผู้คนอีกหลายล้านครอบครัวเช่นกัน จึงเป็นเศรษฐกิจหนึ่งที่ส�ำคัญหล่อเลี้ยงชีวิต ของคนไทย และเป็นรายได้ส�ำคัญให้กับคนไทยทั้งประเทศ ทางคณะผู้จัดท�ำได้รวบรวมประวัติความเป็นมาของยางพารา สายพันธุ์ การเลี้ยง ปัญหา การ แปรรูป และการประเมินเศรษฐกิจส�ำหรับการประกอบการส่วนปลูกยางพารา และการแปรรูปยางพารา เพื่อให้เกิดเป็นประโยชน์กับผู้สนใจเริ่มต้นเป็นคู่มือศึกษาเพื่อน�ำไปประกอบอาชีพปลูกยางพารา หรือ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยางพารานี้ต่อไป สุดท้ายนี้ทางทีมงานขอขอบคุณ คุณสมควร ฉันทวิเศษกุล ที่ ได้ให้โอกาสเข้าไปถ่ายท�ำสวนยางเพื่อรวบรวมและเรียบเรียงจน ท�ำให้หนังสือเล่มนี้ออกมาจนเสร็จสมบูรณ์


4 การปลูกยางพารา ประวัติความเป็นมา 25 การสร้างสวนยางในทวีปเอเซีย 27 ยางพาราเข้าสู่ไทย 30 ลักษณะส่วนต่าง ๆ ของยางพารา 34 สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกยาง 42 วิธีปลูก 45 การใส่ปุ๋ย 48 การก�ำจัดวัชพืช 57 การกรีดยาง 62 โรคและแมลงศัตรูของยางพารา 70 ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง 77 การแปรรูปผลผลิต 78 สารบัญ


5 การปลูกยางพารา โดยทั่วไปต้นยางเปิดกรีดได้เมื่ออายุ 7 ปีครึ่ง


6 การปลูกยางพารา


7 การปลูกยางพารา


8 การปลูกยางพารา 8 การจัดการสวนยางที่ดีนอกจากเรื่องของพันธุ์ยางแล้ว การจัดการด้านปุ๋ยเคมีนับเป็นเรื่องที่จ�ำเป็น


9 การปลูกยางพารา ใบยางจะแตกออกมาเป็นชั้น ๆ เรียกว่า ฉัตร ยางต้นเล็กยังไม่แตกกิ่งก้านมาก ต้นกล้ายางพารา


10 การปลูกยางพารา ต้นกล้ายางพารารอน�ำไปปลูก ใบประกอบโดยทั่วไป 1 ก้านจะมีใบย่อย 3 ใบ


11 การปลูกยางพารา เมล็ดยางมีสีน�้ำตาลลายขาว ผลยางพารามีลักษณะสีเขียวเป็นพู แปลงปลูกยางพารา


12 การปลูกยางพารา 12 หลุมปลูกยางโดยทั่วไปจะมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก เท่ากับ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร 12


13 การปลูกยางพารา การปลูกด้วยต้นยางช�ำถุง ดินควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร และเนื้อดินควรเป็นดินร่วน พื้นที่ปลูกไม่ควรมีความลาดเทเกิน 45 องศา


14 การปลูกยางพารา 14 การกรีดยางต้องยึดหลักที่ว่า เมื่อกรีดแล้วต้องได้น�้ำยางมาก เปลือกเสียหายน้อยที่สุด


15 การปลูกยางพารา การกรีดยางควรกรีดเปลือกให้บาง ไม่ควรกรีดลึกถึงเนื้อไม้ เพราะจะท�ำให้เปลือกที่งอกใหม่เป็นปุ่มปม มีดกรีดยางต้องลับให้คมอยู่เสมอ


16 การปลูกยางพารา เมื่อต้นยางเป็นโรคเปลือกแห้งควรหยุดกรีดจนกว่าจะหาย การกรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน ระบบนี้เหมาะกับยางทุกพันธุ์


17 การปลูกยางพารา ตวงน�้ำยางที่กรองเรียบร้อยแล้วใส่ในตะกงที่สะอาด ก้อนยางที่แข็งตัวแล้ว


18 การปลูกยางพารา ขั้นตอนการรีดยางด้วยเครื่องรีดเรียบ เครื่องรีดยาง


19 การปลูกยางพารา น�ำแผ่นยางที่นวดแล้วเข้าเครื่องรีด 3-4 ครั้ง ควรรีดให้แผ่นยางบางประมาณ 4 มิลลิเมตร


20 การปลูกยางพารา 20 หลังจากผึ่งยางแผ่นไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง ก็เก็บรวบรวมโดยพาดไว้บนราวในโรงเรือนเพื่อรอจ�ำหน่าย


21 การปลูกยางพารา ปุ๋ยและยาก�ำจัดศัตรูพืชที่ใช้กับยางพารา / ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรแนะน�ำให้ใช้ปุ๋ยอยู่ 6 สูตร


22 การปลูกยางพารา ยางแผ่นที่น�ำมาผึ่ง ลักษณะยางแผ่นคุณภาพดีต้องสะอาด ไม่มีรอยน�้ำกรดหรือเหนียวเยิ้ม แผ่นบาง เนื้อยางแห้งใส


23 การปลูกยางพารา ผลิตภัณฑ์ส�ำเร็จรูปจากยางพารา เครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งของเล่น ที่ท�ำจากยางพารา


24 การปลูกยางพารา นอกจากจะได้ประโยชน์จากน�้ำยางแล้วเรายังได้ป่าไม้เพิ่มขึ้นอีกด้วย


25 การปลูกยางพารา ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมา างพาราเป็นพืชที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เริ่ม จากการเดินทางไปพบทวีปอเมริกาของโคลัมบัส ในราว ปี พ.ศ. 2036 หรือเป็นเวลาประมาณ 509 ปีมาแล้ว ซึ่งต่อ มาในภายหลังได้มีการพบเห็นชาวอินเดียแดงซึ่งเป็นคนพื้น เมืองในอเมริกาใต้ น�ำลูกบอลยางเล็กๆ มาเล่นเป็นเกมส์กัน ซึ่งลูกบอลที่ใช้ในการเล่นนั้นเป็นของแปลก เพราะเป็นวัตถุ ที่สามารถกระเด็นกระดอนขึ้นลงได้ โดยชาวอินเดียแดง เรียกต้นยางว่า “คาอุห์ชุค” (Caoutchoue) แปลว่า “ต้นไม้ ที่ร้องไห้” เพราะเมื่อต้นยางถูกของมีคมกรีดจะมีน�้ำยางหยด ไหลคล้ายการหลั่งน�้ำตา ย


26 การปลูกยางพารา นอกจากนั้น ชาวอินเดียแดงยังน�ำยางมาท�ำของใช้ต่างๆ เช่น ขวดหรือภาชนะที่ท�ำจากยาง และรองเท้ายางที่ท�ำง่ายๆ โดยใช้เท้า จุ่มลงในน�้ำยาง แล้วยกขึ้นมา รอให้แห้ง แล้วท�ำอย่างเดิมอีกหลายๆ ครั้งก็จะได้รองเท้ายางที่แนบสนิทเหมือนสวมถุงเท้า ซึ่งคณะนักส�ำรวจ จากยุโรปได้น�ำยางจากเมืองพารา (PARA) ซึ่งเป็นเมืองท่าแถบลุ่มน�้ำ อะเมซอนอเมริกาใต้กลับไปยุโรปด้วย และเมื่อถึงยุโรปแล้วก็ได้ลอง น�ำยางมาถูรอยดินสอ ซึ่งสามารถลบรอยดินสอได้ (Rubber) ชื่อ “ยางพารา” หรือ PARA RUBBER จึงเป็นชื่อที่ติดปากคนทั่วโลก ตั้งแต่นั้นมา การค้นคว้าพัฒนายางทางอุตสาหกรรมในยุโรปได้ขยาย ตัวอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากการน�ำน�้ำยางสดไปเคลือบผ้าท�ำผ้ายาง กันฝน น�ำไปผลิตท�ำที่รองรับความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ ใช้ทางการ แพทย์ ท�ำอุปกรณ์กีฬา และของเล่นต่างๆ แต่ส่วนมากจะน�ำไปใช้ใน อุตสาหกรรมท�ำยางรถยนต์ หรือการท�ำล้อเครื่องบิน นอกจากนี้ยังใช้ ท�ำเฟอร์นิเจอร์ จ�ำพวกโซฟา และที่นอนฟองน�้ำ ซึ่งท�ำให้เราได้นั่งได้ นอนที่นุ่มๆ แสนสบาย ยางพารา จึงเปรียบเสมือนเป็นต้นไม้ที่สวรรค์ ประทานมาเพื่อความผาสุขของมวลมนุษย์ชาติ โดยชาวอินเดียแดง เรียกต้นยางว่า “คาอุห์ชุค” (Caoutchoue) แปลว่า “ต้นไม้ที่ร้องไห้” เพราะเมื่อ ต้นยางถูกของมีคมกรีดจะ มีน�้ำยางหยดไหลคล้าย การหลั่งน�้ำตา ” “


27 การปลูกยางพารา การสร้างสวนยาง ในทวีปเอเซีย ารผลิตยางในโลกสมัยก่อนปี พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) นั้น ส่วนมาก จะเป็นยางที่ปลูกในประเทศแถบอเมริกาใต้ คือ บราซิล โคลัมเบีย และปานามาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังมี ยางที่ได้จากรัสเซีย และอัฟริกาเป็นบางส่วน และในช่วงเวลาก่อนหน้า นั้น ยางเริ่มมีความส�ำคัญต่อการด�ำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นแล้ว โลก จึงมีความต้องการใช้ยางเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งโธมัส แฮนคอก จึงมีความ คิดว่า ถ้าโลก (หมายถึงยุโรป) ยังคงต้องพึ่งยางที่มาจากแหล่งต่างๆ เหล่านั้นเพียงอย่างเดียว ในอนาคตอาจจะเกิดความขาดแคลนยาง ก


28 การปลูกยางพารา ขึ้นได้ จึงน่าที่จะหาที่ใหม่ๆ ในส่วนอื่นๆ ของโลกเพื่อปลูกยางเอาไว้ บ้าง และในปี พ.ศ. 2398 (ค.ศ. 1855) จึงได้น�ำความคิดนี้ไปปรึกษา เซอร์โจเซฟ ฮุกเกอร์ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะชาว ยุโรปในยุคนั้นยังไม่มีใครรู้จักยางกันมากนัก ว่ายางมีหน้าตาเป็น อย่างไร หรือแม้กระทั่งได้ยางมาอย่างไร และจากต้นอะไร จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2414 (ค.ศ.1871) จึงมีผู้น�ำภาพวาดต้นยางมาให้เซอร์โจ เซฟ ฮุกเกอร์ ซึ่งดูท่านจะมีความสนใจในการปลูกยางมากขึ้น จึงได้มี การปรึกษากับ เซอร์คลีเมนส์ มาร์คแฮม ผู้ช่วยเลขาธิการประจ�ำ ท�ำเนียบ ผู้ว่าการประจ�ำอินเดีย และความพยายามที่จะน�ำยางมาปลูก ในทวีปเอเซียจึงได้มีการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน นั้น สถานการณ์ยางในประเทศแถบอเมริกาใต้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจาก ในสภาวะที่โลกมีความต้องการยางสูงมาก ชาวสวนยางในโคลัมเบีย และปานามาจึงโหมกรีดยางกันอย่างหนัก จนในที่สุดต้นยางในประเทศ นั้นก็ได้รับความบอบช�้ำมาก และตายหมดจนไม่มีต้นยางเหลืออยู่ใน แถบนั้นอีกเลย เซอร์คลีเมนส์ จึงน�ำพันธุ์ยางมาทดลองปลูกในประเทศ อินเดียเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ประสบความส�ำเร็จ จึงได้ทดลองปลูกยาง ” ในดินแดนแถบแหลม “ มลายูเป็นที่ที่ยางจะเจริญ เติบโตได้ดีที่สุด และยัง พบว่า พันธุ์ยางที่ดีที่สุด คือ ยางพันธุ์ Hevea Brasiliensis หรือ ยางพารา


29 การปลูกยางพารา ในดินแดนต่างๆ ที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ในที่สุดจึงได้พบว่า ใน ดินแดนแถบแหลมมลายูเป็นที่ที่ยางจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด และยัง พบว่า พันธุ์ยางที่ดีที่สุดคือยางพันธุ์ Hevea Brasiliensis หรือ ยางพารา ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2425 (ค.ศ. 1882) ยางพาราจึงเป็นที่นิยม ปลูกกันอย่างแพร่หลายในแถบแหลมมลายูในระยะแรกเริ่ม นอกจาก นั้น เยอรมันก็น�ำยางมาปลูกไว้ที่แถบอัฟริกาบ้าง และบางส่วนก็เป็น ยางในรัสเซีย โดยเหตุที่ยางพาราเป็นที่นิยมปลูกกันมากในทวีปเอเซีย อาจเนื่องมาจากในเอเซียมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เหมาะสมในการปลูก ทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ สภาพดิน และปริมาณฝน รวมทั้ง แรงงานที่หาได้ง่าย ประกอบกับคุณสมบัติทางการเกษตรและการ พาณิชย์ของยางเอง เช่น - พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขา ไม่สามารถปลูกพืชอื่นได้ แต่สามารถ ปลูกยางได้ - ยางเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามากนัก โรคและศัตรู พืชน้อย - ไม่ต้องมีการเฝ้ารักษา เพราะผลผลิตของยางไม่สามารถขโมย กันได้ - ผลผลิตยางสามารถขายได้ทุกคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นยางคุณภาพ เลวเพียงใดก็ขายได้ และไม่ว่าจะเป็นยางปนกรวด ปนดิน ปนทราย ก็ สามารถขายได้ - ไม่ต้องง้อคนซื้อ เพราะผลผลิตไม่เน่าเสีย - เป็นสินค้าที่ขายได้คล่อง และขายได้จนหมด ไม่มีเหลือ - ให้ผลผลิตที่ยาวนาน และแน่นอน


30 การปลูกยางพารา ยางพาราเข้าสู่ไทย ระมาณปี พ.ศ. 2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ซึ่งขณะนั้นด�ำรงต�ำแหน่งเจ้าเมือง ตรัง ได้น�ำยางพาราจากประเทศมาเลเซียเข้ามาปลูกที่อ�ำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นแห่งแรก และต้นยางต้นดังกล่าวปัจจุบันก็ยังอยู่ ซึ่งนับจากเริ่มปลูกครั้งแรกจนถึง พ.ศ. 2542 ยางพาราไทยมีอายุครบ 100 ปีเต็ม ป


31 การปลูกยางพารา เนื่องในโอกาสอันเป็นพิเศษนี้ ภาครัฐและเอกชนน่าจะจัดงาน ระลึก 100 ปียางพาราไทยขึ้น (Amazing Thailand year 1999,and 100 years of Thai Natural Rubber) ให้สมกับที่ยางเป็น Product Champion ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้นยางพาราชอบขึ้นในดินร่วน ซึ่งมีการระบายน�้ำใต้ผิวดินดี และดินนั้นควรมีความเป็นกรด มี pH ระหว่าง 4-5.5 ต้องการฝนพอ สมควร ขนาดปีละประมาณ 2,000-2,500 มิลลิเมตร หรือประมาณ 80-100 นิ้ว ถ้าฝนตกได้สม�่ำเสมอกันทุกเดือนก็จะยิ่งดี เพราะยางพารา ต้องการความชื้นสูง อุณหภูมิอยู่ในระดับ 75-80 องศาฟาห์เรนไฮต์ จึงเหมาะที่จะปลูกในระหว่างเส้นขนาน 28 องศาเหนือ และ 28 องศา ใต้ เช่นเดียวกันกับที่ขึ้นอยู่ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ อันเป็นถิ่น เดิม ไม่ควรปลูกในที่สูงกว่า ระดับน�้ำทะเล 1,000 ฟุต รากของต้นยาง มีรากแก้วค่อนข้างตื้น ลึกลงไปไม่เกิน 1.5-2 เมตร มีรากเล็กแผ่หากิน ไปตามผิวดินเป็นส่วนใหญ่ ที่ใดมีลมจัดมักจะล้มง่าย ต้นยางพาราทั้ง ที่ปลูกด้วยเมล็ดหรือ ต้นติดตา จะกรีดเอาน�้ำยางได้ตั้งแต่อายุ 5-6 ปี ขึ้นไป ถ้ากรีดเปลือกด้วยความระมัดระวังจะกรีดยางได้นานกว่า 30 ปี สาเหตุที่ชอบปลูกต้นยางพารากันมาก็คือ ต้นยางพาราให้ผลิตผล สม�่ำเสมอทุกปี และให้น�้ำยางได้ทุกวัน แต่จะต้องรู้จักถนอมกรีด เพื่อ ให้ได้น�้ำยางมากและนานปี ได้กล่าวมาแล้วว่า สวนยางของประเทศไทยที่ปลูกอยู่ในปัจจุบัน นี้ ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพันธุ์เลว เพราะใช้เมล็ดที่เก็บจากโคนต้นท�ำ พันธุ์ปลูกต่อๆ กันมาเป็นเวลาหลายสิบปี แม้จะกระทั่งปัจจุบันนี้ ก็ยัง มีเจ้าของสวนยางอีกจ�ำนวนมากยังปลูกด้วยเมล็ด หรือต้นกล้าที่เก็บ มาจากใต้ต้นยาง ต้นยางพันธุ์เลวให้ผลน้อยกว่าหลายเท่าถ้าเทียบกับ ต้นยางพันธุ์ดี ฉะนั้น ในการปลูกสร้าง สวนยางพารา จะต้องปลูกด้วย ยางพันธุ์ที่ดี ท�ำไมจึงกล่าวว่า “สวนยางของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพันธุ์เลว” พระยารัษฎานุประดิษฐ์


32 การปลูกยางพารา เหตุใดต้องมีส�ำนักงานกองทุนสงเคราะห์การท�ำสวนยาง (สกย.) ต้นยางแก่ที่ปลูกมา 20-25 ปี หน้ากรีดจะเสียหายและให้ผลผลิต น้อยไม่คุ้มค่า และไม่สามารถจะยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ เจ้าของสวน ยางส่วนใหญ่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ้าของสวนยางขนาดเล็ก ซึ่ง ไม่มีทุนรอนที่จะไปท�ำการโค่นปลูกใหม่ได้ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้จัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ช่วยเหลือ เจ้าของสวนยางในประเทศของเขา ในการแก้ปัญหาดังกล่าว จาก แนวคิดนี้รัฐบาลสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้ออกพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์การท�ำสวนยางขึ้นในปี พ.ศ.2503 ให้ สกย. เป็น องค์กรของรัฐประเภทไม่แสวงหาผลก�ำไรเชิงธุรกิจ โดยให้ท�ำการเก็บ เงินสงเคราะห์ (Cess) จากผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักรแล้วน�ำเงิน ทุนดังกล่าวมาบริหารงาน 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ จ่าย ให้กรมวิชาการเกษตร เพื่อค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับยาง และ 85 เปอร์เซ็นต์ ต้องน�ำมาเพื่อให้การสงเคราะห์ปลูกแทน การให้ทุน สงเคราะห์ปลูกแทนนั้น นอกจากให้ปลูกยางพันธุ์ดีแล้ว สกย.ยังให้ ท�ำการปลูกแทนด้วยไม้ผลและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ได้อีกประมาณ 30 ชนิด และที่นิยมขอทุนปลูกแทนกันกว้างขวางขณะนี้ คือ ขอปลูกแทน ด้วยปาล์มน�้ำมัน ปาล์มน�้ำมันจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มาแรง มีการขอทุน กันมากขึ้นทุกปี


33 การปลูกยางพารา ปัจจุบันประเทศไทยผลิตยางพาราธรรมชาติได้มากที่สุดในโลก เนื้อที่ปลูกประมาณ 12.3 ล้านไร่ มีผลผลิตส่งออกปีละประมาณ 2.4 ล้านตัน มูลค่า 100,000 ล้านบาท/ปี หรือกว่าหนึ่งในสามของโลก ซึ่ง ปริมาณการผลิตร้อยละ 90 เป็นการผลิตเพื่อการส่งออก โดยในปี 2545 ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางเป็นสินค้าส่งออกส�ำคัญอันดับที่ 9 และ 12 ของไทย โดยจะส่งออกไปในรูปน�้ำยางข้น (Concentrate Latex) ยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoke Sheet : RSS) ยางอบแห้ง (Air Dried Sheet : ADS) และยางแท่ง (Standard Thai Rubber : STR) และที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS 3) และยางแท่งเบอร์ 20 (STR 20) เพราะยางทั้งสองชนิดนี้น�ำไปใช้ใน โรงงานอุตสาหกรรมท�ำยางรถยนต์ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย และยาง รัดของ เป็นต้น การปลูกยางพาราเกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของ เกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 1 ล้านครอบครัวหรือ 6 ล้านคน อุตสาหกรรมยางภายในประเทศมีโรงงานผลิตภัณฑ์ยางประมาณ 719 โรง ก่อให้เกิดการจ้างงานในโรงงานอุตสาหกรรมยางประมาณ 70,000 คน ยางจึงเป็นสินค้าที่มีการผลิตครบวงจรตั้งแต่ระบบการผลิต การ แปรรูป การตลาด และการอุตสาหกรรม ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยว เนื่องด้วยมากมาย ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจทั้ง ภายในและต่างประเทศ จะมีผลกระทบต่อการผลิตยางพาราของไทย และส่งผลกระทบต่อเกษตรชาวสวนยางทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม


34 การปลูกยางพารา ลักษณะส่วนต่าง ๆ ของยางพารา ลักษณะส่วนต่าง ๆ ของยางพารา


35 การปลูกยางพารา ยางพาราเป็นพืชยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืนยาวหลายสิบ ปี เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ซึ่งมีส่วนประกอบต่างๆ ดังนี้ ราก - เป็นระบบรากแก้ว ล�ำต้น - กลมตรง ประกอบด้วยส่วนส�ำคัญ 3 ส่วนคือ 1. เนื้อไม้ ยางพาราจัดเป็นไม้เนื้ออ่อน เนื้อไม้มีสีขาวปนเหลืองอยู่ด้าน ในตรงกลางล�ำต้น 2. เยื่อเจริญ เป็นเยื่อบางๆอยู่โดยรอบเนื้อไม้มีหน้าที่สร้างความเจริญ เติบโตให้กับต้นยาง 3. เปลือกไม้ เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากเยื่อเจริญออกมาด้านนอกสุด ช่วยป้องกัน อันตรายที่จะมากระทบต้นยาง เปลือกของต้นยางนี้มีความส�ำคัญ ต่อเกษตรกรชาวสวนยางมาก เนื่องจากท่อน�้ำยางจะอยู่ในส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปลือกด้านในที่ติดอยู่เยื่อเจริญจะมีท่อน�้ำยาง อยู่มากที่สุด ใบ - เป็นใบประกอบโดยทั่วไป 1 ก้านใบจะมีใบย่อย 3 ใบ มีหน้าที่หลักในการปรุงอาหารหายใจและคายน�้ำ ใบยางจะแตกออก มาเป็นชั้น ๆ เรียกว่า “ฉัตร” ระยะเวลาเริ่มแตกฉัตรจนถึงใบใน ฉัตรนั้นแก่เต็มที่จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ยางจะผลัดใบใน ฤดูแล้งของทุกปี ยกเว้นยางต้นเล็กที่ยังไม่แตกกิ่งก้านสาขาหรือ มีอายุไม่ถึง 3 ปี จะไม่ผลัดใบ ส่วนต่าง ๆ ของยางพารา


36 การปลูกยางพารา ดอก - มีลักษณะเป็นช่อ มีทั้งดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียอยู่ใน ช่อดอกเดียวกัน ดอกยางท�ำหน้าที่ผสมพันธุ์โดยการผสมแบบเปิด ดอก ยางจะออกตามปลายกิ่งของยางหลังจากที่ต้นยางผลัดใบ ผล - มีลักษณะเป็นพูโดยปกติจะมี 3 พู ในแต่ละพูจะมีเมล็ด อยู่ภายใน ผลอ่อนมีสีเขียวผลแก่มีสีน�้ำตาลและแข็ง เมล็ด - มีสีน�้ำตาลลายขาวคล้ายสีของเมล็ดละหุ่ง ยาวประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร หนักประมาณ 3-6 กรัม เมล็ดยางเมื่อหล่นใหม่ๆจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงมาก แต่ เปอร์เซ็นต์ความงอกนั้นจะลดลงอย่างรวดเร็ว ในสภาพปกติเมล็ดยาง จะรักษาความงอกไว้ได้ประมาณ 20 วันเท่านั้น น�้ำยาง - เป็นของเหลวสีขาวถึงขาวปนเหลืองขุ่นข้น อยู่ในท่อ น�้ำยางซึ่งเรียงตัวกันอยู่ในเปลือกของต้นยาง ในน�้ำยางจะมีส่วน ประกอบหลักที่ส�ำคัญ 2 ส่วนคือส่วนที่เป็น “เนื้อยาง” และส่วนที่ “ไม่ใช่ยาง” ตามปกติในน�้ำยางจะมีเนื้อยางแห้งประมาณ 25-45 เปอร์เซ็นต์


37 การปลูกยางพารา คุณสมบัติ ยางมีคุณสมบัติแปลกพิเศษต่างจากสารอื่น คือ สามารถยืดหยุ่น ได้ดียิ่งกว่าสารใด เมื่อดึงให้ยืด ก็อาจหดกลับเข้ารูปเดิมได้ทันทีเมื่อ ปล่อยมือ นอกจากนั้น ยังมีเนื้อแน่นทึบกันน�้ำได้ ทั้งยังไม่ยอมให้กระแส ไฟฟ้าผ่านด้วย ยางจึงเป็นสารที่เป็นประโยชน์มาก ใช้ท�ำสิ่งของได้ มากมายหลายชนิด ยางพารามีคุณสมบัติพิเศษกว่าวัตถุธรรมชาติอื่นๆ คือ ยางพาราจะท�ำให้อ่อน ให้นุ่ม ยืดหยุ่นหรือแข็งถึงขนาดใช้แทน โลหะบางชนิดก็ได้ เก็บน�้ำได้อัดลมไว้ได้ ไม่รั่ว และยังเป็นฉนวนไฟฟ้า อีกด้วย


38 การปลูกยางพารา


39 การปลูกยางพารา พันธุ์ยางที่แนะน�ำส�ำหรับเกษตรกรทั่วไป สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ออกค�ำแนะน�ำพันธุ์ยางปี 2536 ส�ำหรับเกษตรกรทั่วไปไว้ ดังนี้ พันธุ์ยางชั้น 1 ยางพันธุ์ดี แนะน�ำให้เกษตรกรปลูกโดยไม่จ�ำกัดพื้นที่ปลูก พันธุ์ยางชั้น 2 ยางพันธุ์ดี แนะน�ำให้เกษตรกรปลูกโดยจ�ำกัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครองแต่ละพันธุ์ ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางชั้น 3 ยางพันธุ์ดี แนะน�ำให้เกษตรกรปลูกโดยจ�ำกัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่ปลูกยางที่ถือครอง แต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางที่แนะน�ำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางเดิม (ภาคใต้และภาคตะวันออก) พันธุ์ยางชั้น 1 BPM 24, สงขลา 36 2/, RRIM 600, GT 1, PR 255, PR 261 พันธุ์ยางชั้น 2 PB 217, RRIC 110, RRIC 100, PB 260, PB 255, PB 235 พันธุ์ยางชั้น 3 KRS 251, PR 305, PR 302, RRIC 101, BPM 1, RRIM 712, KRS 250, KRS 226, KRS 225, KRS 218, PB 311, RRIC 121 พันธุ์ยางที่แนะน�ำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางใหม่ (ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พันธุ์ยางชั้น 1 RRIM 600, GT 1, สงขลา 36, BPM 24, PR 255 พันธุ์ยางชั้น 2 PB 235, PB 260 พันธุ์ยางที่แนะน�ำให้ปลูกในแหล่งปลูกยางใหม่ (ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)


40 การปลูกยางพารา ชนิดของต้นพันธุ์ยาง 1. ต้นตอตา คือ ต้นกล้ายางที่ได้รับการติดตาด้วยยางพันธุ์ดี หลังจาก ที่ติดตาเรียบร้อยแล้วจึงถอนขึ้นมาตัดแต่งราก และตัดต้นเดิม เหนือแผ่นตาประมาณ 2 นิ้วทิ้ง แล้วน�ำต้นตอที่ได้ไปปลูกทันที ต้นตอตาจะเป็นต้นพันธุ์ที่ไม่มีดินห่อหุ้มรากหรือเรียกว่าต้น เปลือกราก 2. ต้นติดตาช�ำในถุงพลาสติกหรือยางช�ำถุง คือ ต้นตอตาที่น�ำมาช�ำในถุงพลาสติกขนาดกว้าง 4 นิ้วยาว 14 นิ้ว หรือขนาดใหญ่กว่านี้ที่บรรจุดินไว้เรียบร้อยแล้ว ดูแล บ�ำรุงรักษาจนตาแตกออกมาเป็นใบได้ขนาด 1-2 ฉัตร อายุ ประมาณ 3-5 เดือน และมีใบในฉัตรยอดแก่เต็มที่ 3. ต้นยางที่ปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลง คือ การปลูกสร้างสวนยางโดยใช้เมล็ดปลูกในแปลง โดยตรง เมื่อเมล็ดเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าที่มีขนาดเหมาะสมจึง ท�ำการติดตาในแปลงปลูก ต้นพันธุ์ยางทั้ง 3 ชนิดดังที่กล่าวมาแล้วเหมาะสมที่จะปลูก ในภาคตะวันออกและภาคใต้ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แนะน�ำให้ปลูกด้วยต้นยางช�ำถุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ลักษณะของพันธุ์ยางที่ดี 1. ให้น�้ำยางมาก 2. ต้านทานโรค 3. ต้านทานลม 4. เจริญเติบโตเร็วและสม�่ำเสมอทั้งก่อนกรีดและหลังกรีด 5. เป็นโรคเปลือกแห้งน้อย 6. เปลือกที่กรีดแล้วงอกเร็ว และหนาใกล้เคียงกับเปลือก เดิม 7. หากใช้สารเคมีเร่งน�้ำยางช่วยจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาก


41 การปลูกยางพารา 1. โรคยาง ในแต่ละท้องถิ่นมีการระบาดของโรคแต่ละชนิดแตก ต่างกันไป ดังนั้นก่อนที่จะปลูกควรศึกษาและพิจารณาก่อน ว่าพื้นที่ที่จะปลูกมีโรคอะไรระบาดบ้าง ระบาดอยู่ในระดับ รุนแรงมากน้อยเพียงใดเพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกพันธุ์ยางที่ ต้านทานโรคนั้นๆได้ถูกต้อง 2. ลม ในบริเวณที่มีลมแรงควรปลูกเฉพาะพันธุ์ยางที่ต้านทาน ลมได้ดีเท่านั้น 3. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดินแต่ละชนิดเหมาะสมกับพันธุ์ยางแต่ละพันธุ์ไม่ เหมือนกัน ยางบางพันธุ์จะให้ผลดีเฉพาะพื้นที่ที่ดินอุดม สมบูรณ์เท่านั้น ถ้าน�ำไปปลูกในพื้นที่ดินเลวจะท�ำให้การเจริญ เติบโตไม่ดี ผลผลิตต�่ำ แต่บางพันธุ์ปลูกในพื้นที่ดินเลวก็ให้ ผลผลิตแตกต่างจากที่ปลูกในพื้นที่ดินดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 4. ความลึกของหน้าดินและระดับน�้ำใต้ดิน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้นและมีระดับน�้ำใต้ดินสูงไม่เหมาะที่ จะปลูกยาง โดยปกติต้นยางจะชอบพื้นที่ที่มีหน้าดินลึกและ มีการระบายน�้ำดี แต่ยางบางพันธุ์ก็สามารถปลูกในพื้นที่ที่ มีหน้าดินตื้นและมีระดับน�้ำใต้ดินสูงได้ 5. ความลาดชันของพื้นที่ ยางบางพันธุ์ไม่เหมาะส�ำหรับปลูกในพื้นที่ลาดชัน แต่ ยางบางพันธุ์เหมาะหรือพอจะปลูกได้ในสภาพพื้นที่ดังกล่าว ปัจจัยส�ำคัญที่เกษตรกรจะต้องพิจารณา ประกอบการเลือกใช้พันธุ์ยาง


42 การปลูกยางพารา สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต่อการปลูกยาง สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต่อการปลูกยาง


43 การปลูกยางพารา ยางพาราจะสามารถปลูกได้และให้ผลดีถ้ามีสภาพแวดล้อม บางประการที่เหมาะสมดังนี้ 1. พื้นที่ปลูกยาง ไม่ควรอยู่สูงจากระดับน�้ำทะเลเกิน 200 เมตร และไม่ควรมีความ ลาดเทเกิน 45 องศา หากจะปลูกยางในพื้นที่ที่มีความลาดเทเกิน 15 องศาขึ้นไป ควรปลูกแบบขั้นบันได 2. ดิน ควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยไม่มีชั้นของหินแข็งหรือ ดินดาน ซึ่งจะขัดขวางการเจริญเติบโตของราก เนื้อดินควรเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนเหนียวปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ปาน กลาง มีการระบายน�้ำและอากาศดี น�้ำไม่ท่วมขัง ระดับน�้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร ไม่เป็นดินเค็มและมีความเป็นกรดเป็นด่าง 4.0-5.5 3. น�้ำฝน มีปริมาณน�้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,350 มิลลิเมตรต่อปี และมีฝนตก ไม่น้อยกว่า 120 วันต่อปี 4. ความชื้นสัมพันธ์ เฉลี่ยตลอดปีไม่น้อยกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ 5. อุณหภูมิ เฉลี่ยตลอดปีไม่แตกต่างกันมากนัก ควรมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส 6. ความเร็วลม เฉลี่ยตลอดปีไม่เกิน 1 เมตรต่อวินาที 7. แหล่งความรู้ ควรมีแหล่งความรู้เรื่องยางไว้ให้บริการแก่เกษตรกรในพื้นที่ด้วย สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกยาง


44 การปลูกยางพารา ความเตรียมพื้นที่ปลูกยาง ในพื้นที่ที่เป็นสวนยางเก่า ป่า หรือมีไม้ยืนต้นอื่นขึ้นอยู่จะต้อง โค่นไม้เหล่านั้นเสียก่อน การโค่นจะใช้วิธีตัดต้นไม้ให้เหลือตอสูง 40-50 เซนติเมตร แล้วท�ำลายตอไม้เหล่านั้นให้ผุสลายในภายหลัง โดยใช้สารเคมีไทรโคลเปอร์ หรือการ์ลอน 4 (ชื่อการค้า) ในอัตรา 5 ซี.ซี. ผสมน�้ำ 95 ซี.ซี. ต่อตอ โดยทาก่อนหรือหลังตัดต้นไม้ 1-7 วันก็ได้ หรือจะใช้รถแทรกเตอร์ไถต้นไม้ออกจากแปลงให้หมดก็ได้ เช่นกัน หลังจากโค่นต้นยางเก่า หรือต้นไม้อื่นๆ แล้วต้องเก็บไม้ใหญ่ ออก จากนั้นเก็บเศษไม้รวมเป็นกองๆ เรียงเป็นแนวตามพื้นที่ ตาก ให้แห้ง ท�ำแนวกันไฟแล้วเผา หลังจากเผาเสร็จควรเก็บปรนที่ยัง ไหม้ไม่หมดรวมกันเผาอีกครั้ง การเตรียมดิน เมื่อเผาปรนเสร็จให้เตรียมดินโดยการไถ 2 ครั้ง พรวน 1 ครั้ง ในกรณีที่เป็นพื้นที่ลาดเทมาก เช่น เนินเขาชันเกิน 15 องศา จะต้อง ท�ำขั้นบันไดหรือชานดินเพื่อป้องกันมิให้น�้ำฝนชะล้างเอาหน้าดินไหล ไปตามน�้ำ อาจท�ำเฉพาะต้นหรือท�ำยาวเป็นแนวเดียวกัน ล้อมเป็น วงกลมรอบไปตามไหล่เขาหรือเนินก็ได้ โดยให้ระดับขนานไปกับพื้น ดิน ขั้นบันไดควรกว้างน้อยที่สุด 1.50 เมตร แต่ละขั้นให้ตัดดินลึก และเอียงเข้าไปในทางเนินดิน ตรงขอบด้านนอกท�ำเป็นคันดินสูง ประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 60-70 เซนติเมตร ระยะระหว่างขั้น บันไดประมาณ 8-10 เมตร การเตรียมหลุมปลูก หลุมปลูกยางโดยทั่วไปจะมีขนาดกว้าง x ยาว x ลึก เท่ากับ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร การขุดหลุมปลูกควรแยกดินบนและดิน ล่างไว้คนละส่วน ตากดินทิ้งไว้ 10-15 วัน จากนั้นย่อยดินบนให้ร่วน แล้วผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟต อัตรา 170 กรัมต่อหลุม


45 การปลูกยางพารา ารปลูกยางพาราจะแตกต่างกันไปตามชนิดของต้นพันธุ์ยาง ซึ่งในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการปลูกด้วยต้น ตอตาและต้นยาง ช�ำถุงเท่านั้น เนื่องจากการปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลงมีขั้น ตอนที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามาก จึงไม่ค่อย มีผู้นิยมท�ำกันในปัจจุบัน 1. การปลูกด้วยต้นตอตา น�ำดินบนที่ผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟตเรียบร้อยแล้วใส่รองก้นหลุม แล้วกลบหลุมให้เต็มด้วยดินล่าง จากนั้นใช้เหล็กหรือไม้แหลมขนาด เล็กกว่าต้นตอตาเล็กน้อยปักน�ำเป็นรูตรงกลางหลุมให้ลึกเท่ากับ ความยาวของรากแก้ว แล้วน�ำต้นตอปักลงไป กดดินให้แน่น พูนดิน บริเวณโคนต้นเล็กน้อยอย่าให้กลบแผ่นตา พยายามให้รอยต่อ ระหว่างรากกับล�ำต้นอยู่ระดับปากหลุมพอดี วิธีปลูก ก


46 การปลูกยางพารา 2. การปลูกด้วยต้นยางช�ำถุงในภาคตะวันออกและภาคใต้ น�ำดินที่ผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟตเรียบร้อยแล้วใส่รองก้นหลุม จากนั้นน�ำต้นยางช�ำถุงไปตัดดินที่ก้นถุงออกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อ ตัดปลายรากที่คดงอแล้ววางลงไปในหลุม กลบดินลงหลุมเกือบ เต็ม แล้วให้ดึงถุงพลาสติกออก แล้วอัดดินให้แน่น ระยะปลูก 1. พื้นที่ราบ ถ้าต้องการปลูกพืชแซมในระหว่างแถวของต้นยาง - ในภาคใต้และภาคตะวันออกให้ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2.50 เมตร ระหว่างแถว 8 เมตร จะได้จ�ำนวน 80 ต้นต่อไร่ - ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2.50 เมตร ระหว่างแถว 7 เมตร จะได้จ�ำนวน 91 ต้นต่อไร่ ถ้าต้องการปลูกพืชคลุมดินในระหว่างแถวของต้นยาง - ในภาคใต้และภาคตะวันออกให้ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 2.50 เมตร ระหว่างแถว 7 เมตร จะได้จ�ำนวน 91 ต้นต่อไร่ - ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 3 เมตร ระหว่างแถว 6 เมตร จะได้จ�ำนวน 88 ต้นต่อไร่ 2. พื้นที่ลาดหรือพื้นที่เชิงเขา ตั้งแต่ความชัน 15 องศาขึ้นไปต้องท�ำแนวขั้นบันไดโดยใช้ ระยะระหว่างขั้นบันไดอย่างน้อย 8 เมตร ระยะระหว่างต้น 2.50 หรือ 3 เมตร เมื่อก�ำหนดระยะปลูกได้แล้วก็ท�ำการวางแนวและปักไม้ท�ำ แนวเพื่อขุดหลุมปลูกต่อไป แนวปลูกควรวางตามทิศทางลม


47 การปลูกยางพารา การท�ำชานดินขั้นบันไดให้ได้ระดับ ที่ดินที่เป็นเนินหรือควนสูงยังใช้ท�ำประโยชน์ได้ โดยปรับพื้นที่ให้เป็นชานดินเหมือนกับขั้นบันไดให้ ได้ระดับขนานไปกับพื้นดิน บางทีอาจต้องท�ำชานดินเป็นชั้นๆ อ้อมไปตามไหล่เนินหรือควนทั้งลูก เครื่อง มือในการหาระดับอย่างง่ายๆ เช่น ใช้ระดับน�้ำในสายยางชนิดใส หรือใช้ไม้แนวระดับ ซึ่งมีขาสูงเท่ากัน 2 ขา มีระดับน�้ำติดไว้ตรงกลางของไม้ยาวที่ยึดขาทั้ง 2 ไว้ หรือจะใช้ “ดิ่งหน้าจั่ว” ซึ่งมีเชือกผูกลูกดิ่ง ห้อยลงจากมุมบนของหน้าจั่วก็ได้ ความส�ำคัญของ “ดิ่งหน้าจั่ว” คือ ทุกๆ ครั้งที่เชือกลูกดิ่งจากมุมบนของจั่วอยู่ที่จุดศูนย์กลางของ ฐานจั่ว ขาของหน้าจั่วที่ยื่นออกไปเท่ากันทั้ง 2 ข้าง จะอยู่ในระดับเดียวกันเมื่อตั้งต้นจากจุดหนึ่ง สมมุติ ว่า ขาของจั่วข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหมุดที่ 1 และขาอีกข้างหนึ่งวางอยู่ที่หมุดที่ 2 เมื่อขยับขาจั่วทั้ง 2 ข้าง ให้เส้นดิ่งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของฐานจั่ว ระดับของขาจั่วอยู่ตรงหมุดที่ 3 ก็จะได้ระดับเดียวกันกับหมุด ที่ 2 และจะอยู่ในระดับเดียวกันกับหมุดที่ 1 ด้วย ท�ำเรื่อยๆ ไปตามวิธีนี้ ระดับที่จะได้ ตรงหมุดที่ 4-5-6 และต่อๆ ไปจะเท่ากันเสมอและถ้าท�ำไปรอบๆ เนินจะวนกลับมาถึงหมุดที่ 1 หน้าจั่วที่จะใช้ ควรให้สูง ประมาณ 2 เมตร ส�ำหรับระยะระหว่างขาจั่วทั้ง 2 ข้าง จะถ่างให้ตรงพอดีกับระยะปลูกที่ต้องการได้ ยิ่งดี เช่น หน้าจั่วก้าวไป 2 ครั้งให้ได้ระยะ 3 เมตร พอดีที่จะปักหมุดส�ำหรับปลูกต้นยาง 1 ต้นการหา ระดับท�ำขั้นบันได ควรจะท�ำจากยอดเนินลงมา ระยะระหว่างขั้นควรให้ระยะตาม ข้อ 3 (2) ข้างต้น ระยะขั้นจะถี่ห่างเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความชันของเนินหรือควนด้วย ถ้าชันมากจะใช้ระยะถี่ขึ้นเล็กน้อย ได้ (ระยะที่กล่าวนี้ หมายถึง ระยะถี่ห่างกันทางอากาศของต้นยาง ไม่ใช่ระยะที่วัดบนดินที่ลาดเอียง) การ ท�ำชานดินเป็นขั้นบันได ท�ำให้ใช้ที่ดินได้ประโยชน์ขึ้นแทนที่จะทิ้งที่ดินที่เป็นควนเขาให้เสียไป การปลูก ต้นยางที่ดินควนเขาตามวิธีนี้เป็นการช่วยเก็บน�้ำและรักษาดินมิให้พังทลายด้วย ชานดินดังกล่าวนี้จะ เกิดขึ้นได้ โดยตัดดินลึกเข้าไปในเนินเหมือนกับจะท�ำถนนเลียบเขา แนวชานดินกว้างประมาณ 1.5-2 เมตร เอียงเข้าไปทางเนิน น�้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลเข้าไปในเนินดิน จะมีคันดินด้านนอกกั้นมิให้น�้ำไหล ตกลงมาจากชาน


48 การปลูกยางพารา การใส่ปุ๋ย ตรปุ๋ยยางพาราที่กรมวิชาการเกษตรแนะน�ำให้ ใช้อยู่ในปัจจุบันมี 6 สูตร แต่ละสูตรจะเหมาะ สมกับเนื้อดินและอายุของต้นยางแตกต่างกัน ดัง แสดงไว้ในตารางที่ 1สู


Click to View FlipBook Version