The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

aw_เนื้อใน รัชกาลที่2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by larpsetthi, 2023-03-16 18:47:56

รัชกาลที่2

aw_เนื้อใน รัชกาลที่2

๙๙ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) - วังทายหับเผย วังที่ ๓ อยูตอวังที่ ๒ มาทางตะวันตกตามถนนพระพิพิธ สรางพระราชทานกรมพระพิทักษเทเวศรฯ (กรมพระพิพิธฯ กรมพระพิทักษฯ กรมหลวงภูวเนตรฯ ทั้ง ๓ พระองคนี้รวมเจาจอมมารดาเดียวกัน) แตยังเสด็จประทับตําหนักปลูกพักชั่วคราวมาจนรัชกาลที่ ๓ จนเกิดไฟไหมวังกรมหมื่นสุนทรบดี ตลอดไปจนบานหมอ เมื่อปเถาะ พ.ศ. ๒๓๗๔ กรมพระพิทักษฯ จึงยายวังไปสรางใหมทางริมคลอง คูเมืองเดิมฟากตะวันออก - วังถนนบานหมอ วังกรมพระพิทักษฯ ทรงสรางใหมเสด็จประทับจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๔ หมอมเจาชาย ใหญ ซึ่งสถาปนาเปนพระองคเจาสิงหนาทราชตุรงคฤทธิ์ ในรัชกาลที่ ๕ กับหมอมเจาในกรมไดอยู ตอมา ครั้นพระองคเจาสิงหนาทฯ สิ้นพระชนม เจาพระยาเทเวศรวงศวิวัฒนไดครอบครองมา และ พระยาศรีกฤตดากร (ม.ล.วราห กุญชร) บุตรเจาพระยาเทเวศรไดครอบครองแทน - วังกรมสนามชัยวังที่ ๑ สรางพระราชทานกรมหมื่นสุนทรธิบดีที่สรางวังนั้นเดิมเปนเจาพระยาเสนา (ปลี) ที่สมุหพระ กลาโหม ซึ่งไปถึงอสัญกรรม คราวตีเมืองทวายเมื่อรัชกาลที่ ๑ อยูใกลหอกลาง ปลูกอยูในบริเวณ สวนเจาเขต จึงสันนิษฐานวา วังนี้เห็นจะหัวหนาวังออกถนนสนามชัย ตั้งแตถนนพระพิพิธลงไป กรมหมื่นสุนทรธิบดีเสด็จอยูมาจนรัชกาลที่ ๓ เกิดเหตุไฟไหมเมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๔ กรมหมื่นสุนทรบดี สิ้นพระชนมในไฟ ตอมาพระราชทานวังใหเปนวังพระองคเจาเรณุ เสด็จอยูจนสิ้นพระชนมในรัชกาล ที่ ๓ หมอมเจาในกรมไดอยูตอมาจนรัชกาลที่ ๕ - วังถนนสนามชัย วังใต วังนี้หันหนาออกถนนสนามชัย ตอวังที่ ๑ ไปทางใต สรางพระราชทานกรมหมื่นเสพสุนทร เสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ กรมหมื่นถาวรยศไดเสด็จอยูตอมาจนสิ้นพระชนมใน รัชกาลที่ ๕ - วังริมแมนํ้า ใตวัดพระเชตุพนฯ อยูเหนือเขตโรงเรียนราชินี เดิมเปนบานเจาพระยาพระคลัง(หน) รัชกาลที่ ๑ ซึ่งเปนบิดาของ เจาจอมมารดาสมเด็จกับพระยาเดชาดิศรฯไดทรงรับมรดกจึงโปรดฯ ใหสรางวังที่ตรงนั้น เสด็จอยู มาจนในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวโปรดฯ ใหสรางวังใหมริมถนนมหาชัย ใกลประตูสะพานหัน ๓ วัง และโปรดฯ ใหสมเด็จกรมพระยาเดชาดิศรเสด็จไปประทับอยูที่วังใต เปนประธานการรักษาพระนครทางดานนั้น ที่วังเดิมจึงโปรดฯใหกรมหลวงวงศาธิราชสนิทเสด็จ ไปประทับ ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ โปรดฯ ใหกรมหลวงวงศาธิราชสนิทเสด็จไปประทับพระราชวังเดิม 2_edit.indd 99 22/02/2013 09:16:56


๑๐๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พระเจาลูกเธอในรัชกาลที่ ๒ ซึ่งยังทรงพระเยาวไดเสด็จออกจากวังตอในรัชกาลที่ ๓ รวม ๑๔ พระองค คือ ๑. กรมพระยาเทเวศรวัชรินทร สรางวังใหม ๒. กรมหลวงสรรพศิลปปรีชา เดิมประทับอยูบานคุณตาอยูทางหลังวัดชนะสงคราม แลวได พระราชทานวังเการิมสะพานขางโรงสี วังเหนือ ๓. กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ประทับที่วังเกาทายหับเผย วังที่ ๓ แลวเสด็จไปอยูวังเการิม แมนํ้าที่ใตวัดพระเชตุพนที่สุดเสด็จอยูพระราชวังเดิม ๔. พระบาทสมเด็จพระปนเกลาเจาอยูหัว เสด็จประทับพระราชวังเดิม จนไดบวรราชาภิเษก ๕. กรมขุนสถิตยสถาพร เสด็จอยูวังเกา วังที่ ๒ ที่ถนนหลักเมือง ๖. กรมหมื่นถาวรยศ เดิมเสด็จอยูที่ขางวัดราชบูรณะ (โรงเรียนสวนกุหลาบปจจุบัน) ถึง รัชกาลที่ ๔ ไดพระราชทานวังเกา คือ วังกรมหมื่นเสพสุนทร ซึ่งสรางเมื่อรัชกาลที่ ๒ สวน ๑ ขางใต ๗. กรมหมื่นอลงกตกิจปรีชา ในรัชกาลที่ ๓ เสด็จมาอยูที่ขางวัดราชบูรณะ มาไดพระราชทาน วังกรมพระรามอิศเรศวร คือ วังที่ ๑ ถนนหลักเมืองเมื่อรัชกาลที่ ๔ ๘. กรมหลวงวรศักดาพิศาล เดิมเสด็จอยูกับกรมพระยาเดชาดิศรมาจนรัชกาลที่ ๓ จึงสราง วังพระราชทานที่ริมถนนพระพิพิธ ๙. กรมหมื่นภูบาลบริรักษ ไดที่วังใหมที่ริมประตูสําราญราษฎรแตมิไดสรางวังจนถึงรัชกาล ที่ ๔ ไดพระราชทานวังที่ถนนมหาชัย วังที่ ๒ 2_edit.indd 100 22/02/2013 09:16:59


๑๐๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ๑๐. เจาฟาอาภรณ ไดพระราชทานวังเกาที่ถนนหนาพระลาน วัดกลาง แลวเสด็จมาประทับ วังตรงประตูวิเศษไชยศรี ๑๑. กรมขุนวรจักรธรานุภาพ ไดพระราชทานที่วังใหมเคียงวังกรมหมื่นภูบาลฯ (กรมหมื่นภู บาลฯ กรมขุนวรจักรฯ พระองคเจาเกยูร ทั้ง ๓ พระองคนี้รวมเจาจอมมารดาเดียวกัน) แตมิไดสราง วังจนรัชกาลที่ ๔ ไดพระราชทานวังเกาที่ริมสนามชัย วังใต ครั้นรัชกาลที่ ๕ ไปสรางเปนของสวน พระองคที่ถนนเจริญกรุงที่มุมถนนวรจักร ๑๒. พระองคเจาเกยูร ไดพระราชทานที่วังใหมอยูใกลกับวังกรมหมื่นภูบาลฯ และกรมขุน วรจักรฯ แตประทับพักอยู มิไดสรางวังจนสิ้นพระชนม ๑๓. สมเด็จเจาฟา กรมพระยาบําราบปรปกษไดพระราชวังเกา วังกลางที่ถนนหนาพระลาน แลว ไดวังหนาประตูวิเศษไชยศรีรวมกันเปนวังเดียว ๑๔. เจาฟาปว เสด็จอยูวังกลางที่ถนนหนาพระลาน สิ้นพระชนมกอนสรางวัง วังสรางสําหรับพระเจาลูกเธอในรัชกาลที่ ๒ ที่มาสรางในรัชกาลหลัง รวม ๔ วัง ดังนี้ - วังถนนจักรเพชร เดิมเปนบานของเจาจอมมารดากรมพระเทเวศรวัชรินทรฯ ไดทรงรับมรดกจึงสรางวัง ณ ที่ นั่น อยูตรงหนาสนามสามัคยาจารย กรมพระเทเวศรฯ เสด็จประทับอยูจนสิ้นพระชนมเมื่อรัชกาล ที่ ๕ หมอมเจาชายซึ่งทรงสถาปนาเปนพระองคเจาวัชรีวงศกับหมอมเจาในกรม อยูตอมาจนถึงชั้น เชื้อสาย จึงทรงซื้อที่สรางตึกแถวและทําโรงเรียน - วังถนนสะพานหัวจระเข อยูริมถนนพระพิพิธฟากใต ตอกับหลังวังถนนสนามชัย วังที่ ๑ แบงเขตที่วังที่ ๑ มาสรางวังนี้ เพราะสรางตอรัชกาลที่ ๓ พระราชทานกรมหลวงวรศักดาพิศาลซึ่งยังไมมีที่วัง ทราบวาเสด็จอยูกับ สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศรมาแตกอน กรมหลวงวรศักดาฯ เสด็จประทับอยูวังนี้มาจนสิ้นพระชนม ในรัชกาลที่ ๕ หมอมเจาในกรมอยูตอมาจนทรงซื้อทําโรงทหาร - วังริมประตูสําราญราษฎร วังตะวันออก อยูสุดถนนทางประตูสําราญราษฎร เปนที่วังกรมหมื่นภูบาลบริรักษ เขาใจวาสรางแตตําหนัก พักชั่วคราว เสด็จประทับมาจนในรัชกาลที่ ๔ จึงไดพระราชทานวังที่ถนนมหาชัย วังกลาง ซึ่งกรม หมื่นนรินทรเทพประทับเมื่อรัชกาลที่ ๓ ครั้นกรมหมื่นภูบาลฯ เสด็จยายไปจากวังนี้ ทูลถวายที่ วังเดิมแตพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรงขอซื้อพระราชทานเปนที่วังของกรมหลวง พรหมวรานุรักษ 2_edit.indd 101 22/02/2013 09:17:01


๑๐๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) - วังประตูสําราญราษฎร วังกลาง เปนที่ประทับของพระองคเจาเกยูร บางทีเดิมจะยังไมไดปนเขตวัง กรมหมื่นภูบาลฯ กับกรม ขุนวรจักรฯ ประทับอยูพระองคละฝาย เจาจอมมารดาอยูกลาง พระองคเจาเกยูรเปนพระองคนอย เสด็จอยูกับเจาจอมมารดาจึงอยูกลาง เสด็จประทับอยูจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ - วังประตูสําราญราษฎร วังตะวันตก เปนที่ประทับของกรมขุนวรจักรธรานุภาพ เสด็จอยูมาจนในรัชกาลที่ ๔ ไดพระราชทานริม วังสนามชัย วังเหนืออันเปนวังของกรมหลวงพิเศษศรีสวัสดิ์ฯ อยูแตกอนจึงเสด็จยายไปจากวังนี้ กรมขุนวรจักรฯ ทูลถวายที่วัง แตพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงขอซื้อพระราชทาน เปนที่วังกรมหมื่นราชศักดิสโมสร วังหนาเมื่อรัชกาลที่ ๒ ลูกเธอที่พระชันษาถึงกําหนดออกจากวังในเวลาเมื่อกรมพระราชวัง บวรมหาเสนานุรักษ ยังดํารงพระชนม มี ๓ พระองค ๑. กรมขุนธิเบศรบวร โปรดใหอยูพระนิเวศนเดิม ๒. กรมหมื่นอมรมนตรี สรางวังใหม ๓. กรมหมื่นกษัตริยศรีศักดิเดชน สรางวังใหม วังที่กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ ทรงสรางพระราชทานลูกเธอ จึงมีแต ๒ วัง - วังริมพระนิเวศน ที่ ๑ อยูในเขตพระนิเวศนเดิมขางตอนใต สรางวังพระราชทานกรมหมื่นอมรมนตรี เสด็จอยูมา จนสิ้นรัชกาลที่ ๔ หมอมเจาในกรมเห็นจะอยูตอมา จนพระราชทานเปนที่กรมทหารเรือ พรอมกับ พระนิเวศนเดิมเมื่อรัชกาลที่ ๕ - วังถนนพระอาทิตย วังที่ ๑ ที่สรางวังเดิมเปนที่บานเสนาบดีฝายพระราชวังบวรฯ เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ เขตอยูติดกับวัง เจาฟากรมหลวงจักรเจษฎาตอลงมาขางใต สรางวังพระราชทานกรมหมื่นกษัตริยศรีศักดิเดช เสด็จ อยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ หมอมเจาในกรมไดอยูมาจนเชื้อสาย คือ พระยาวรพงศพิพัฒน (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ลูกเธอในกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ ซึ่งยังทรงพระเยาวในเวลา เมื่อ พระราชบิดาสวรรคต แตทรงเจริญพระชันษาถึงกําหนดออกวังในรัชกาลที่ ๒ รวม ๖ พระองค โปรด ใหสรางวังใหมพระราชทานที่ริมคลองคูเมืองเดิมทางฝงเหนือแถวสะพานเสี้ยว ตั้งแตโรงกษาปณ เลี้ยวมาจนคลองบูรณศิริ ๔ วัง สรางวังขางหลังพระนิเวศนเดิมทางแมนํ้าฟากตะวันตก ๒ วัง คือ - วังสะพานเสี้ยว วังที่ ๑ สรางพระราชทานพระองคเจาภุมริน เสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ พระองคเจา นุชในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย ไดเสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ กรมหมื่น 2_edit.indd 102 22/02/2013 09:17:03


๑๐๓ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ชาญชัยบวรยศในกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญประทับตอมา แลวทรงแลกกับวังที่ ๑ ริมทองสนามวัง หนา ซึ่งหมอมเจาในกรมหมื่นบริรักษนรินทรฤทธิ์กับหมอมเจาในพระองคเจานันทวันอยูนั้น หมอม เจาใน ๒ พระองคนั้น มีหมอมเจาศรีไสเฉลิมศักดิ์ ในกรมหมื่นบริรักษฯ จึงยายมาอยูที่วังนี้ - วังสะพานเสี้ยว วังที่ ๒ สรางพระราชทานพระองคเจาใย เสด็จอยูจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๔ หมอมเจาในกรม และเชื้อสายอยูตอมาจนรื้อทําถนน - วังสะพานเสี้ยว วังที่ ๓ สรางพระราชทานพระองคเจาภุมเรศ ซึ่งทรงสถาปนาเปนกรมหมื่นอมเรศรัศมีในรัชกาลที่ ๔ เสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ แลวเชื้อสายอยูตอมาจนรื้อทําถนน - วังสะพานเสี้ยว วังที่ ๔ สรางพระราชทานพระองคเจาทับทิม เสด็จอยูมาจนสิ้นรัชกาลที่ ๓ พระองคเจาศรีสังขในกรม พระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย ไดเสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนม - วังริมพระนิเวศนเดิม วังที่ ๒ สรางในเขตพระนิเวศนเดิมขางดานหลัง สรางพระราชทานพระองคเจาเสือ เสด็จอยูจน สิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๔ แลวเชื้อสายอยูตอมาจนรวมเปนที่กรมทหารเรือ - วังพระนิเวศนเดิม วังที่ ๓ สรางพระราชทานพระองคเจากระตาย ซึ่งรวมจอมมารดากับพระองคเจาเสือวาอยูเคียงกับ วังที่ ๒ พระองคเจากระตายสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ ลูกเธอในกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ ซึ่งยังทรงพระเยาวอยูในเวลาเมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๒ ไดออกจากวังตอรัชกาลที่ ๓ มี ๙ พระองค คือ ๑. สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ ทรงผนวชอยูวัดมหาธาตุ แลวเสด็จอยูวัดบวรนิเวศ วิหารตลอดพระชนมายุ ๒. พระองคเจาชุมแสง เดิมเสด็จอยูที่ไหนหาทราบไมในรัชกาลที่ ๔ ไดพระราชทานวังถนน หลักเมือง วังที่ ๒ ซึ่งกรมขุนสถิตยสถาพรเสด็จอยูกอน ๓. พระองคเจาสาททิพากร (รวมจอมมารดาเดียวกับสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ และกรมหมื่นอนันตการฤทธิ์) สรางวังใหม ๔. กรมหมื่นอนันตการฤทธิ์ สรางวังใหมแลวยายไปประทับพระนิเวศนเดิม ๕. พระองคเจาศรีสังข ไดพระราชทานวังเกาวังที่ ๓ ที่สะพานเสี้ยว ซึ่งพระองคเจาทับทิม เสด็จอยูกอน 2_edit.indd 103 22/02/2013 09:17:05


๑๐๔ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ๖. พระองคเจารัชนิกร สรางวังใหม ๗. พระองคเจาทัดทรง ไมทราบวาประทับที่ไหน ๘. กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ สรางวังใหม ๙. พระองคเจาสุดวอน สรางวังใหม วังลูกเธอในกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ ซึ่งสรางใหมในรัชกาลที่ ๓ รวม ๕ วัง มีแต วังกับตําหนักชั่วคราว คือ - วังถนนโรงครก วังที่ ๑ เปนที่ประทับของพระองคเจาสาททิพากร เดิมเปนที่บานของคุณตาอยูตรงศาลสถิตยุติธรรม แบงกันกับกรมหมื่นอนันตการฤทธิ์ สรางเปน ๒ วัง พระองคเจาสาททิพากร ประทับอยูที่วังนี้จน สิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ - วังถนนโรงครก วังที่ ๒ อยูติดกับวังที่ ๑ เปนที่ประทับของกรมหมื่นอนันตการฤทธิ์ เสด็จอยูมาจนรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว จึงโปรดฯ ใหเสด็จไปประทับที่พระนิเวศนเดิม - วังคลองตาล วังที่ ๑ อยูสุดขางเหนือของหมูวัง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ทรงสรางพระราชทาน พระเจาลูกเธอที่ริมคลองคูเมืองเดิม (คลองตลาด) ฝงเหนือตอนใกลปากคลองใต เดิมเปนที่บาน บิดาเจาจอมมารดากรมหมื่นสิทธิสุขุมการฯ ไดทรงรับมรดกจึงสรางวังเสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนม เมื่อรัชกาลที่ ๕ แลวหมอมเจาชายใหญซึ่งทรงสถาปนาเปนพระองคเจาวัฒนาในรัชกาลที่ ๕ กับ หมอมเจาในกรมอยูตอมาจนรื้อทําถนน - วังหลังวัดชนะสงคราม เปนที่ประทับของพระองคเจารัชนิกร อยูริมคลองวัดชนะสงคราม บางทีจะเปนแตเสด็จอยู ที่บานเดิมของพระญาติฝายจอมมารดาซึ่งไดรับมรดก แตเสด็จอยูจนสิ้นพระชนมเมื่อรัชกาลที่ ๕ แลวเชื้อสายอยูตอมา - วังริมคลองบางลําพู วังที่ ๓ เปนที่ประทับของพระองคเจาสุดวอน อยูตรงหนาวัดบวรนิเวศ ขามฟากบางทีจะเปนบาน พระญาติฝายเจาจอมมารดา แตเสด็จอยูมาจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ 2_edit.indd 104 22/02/2013 09:17:06


๑๐๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ชวงนํ้าทวมกรุงเทพมหานคร ในป พ.ศ 2485 กระทรวงมหาดไทย ตั้งอยูบนถนนอัษฎาวงศ เขตพระนคร พื้นที่สรางกระทรวงมหาดไทย เดิมเคยเปนที่ตั้งวัง ๓ วัง คือ ๑. วังริมสะพานขามโรงสี วังใต พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสรางพระราชทานพระองคเจาเนียม ประทับอยูจนสิ้นพระชนมใน รัชกาลที่ ๓ ตอมาเปนที่ประทับของพระองคเจาสวาง พระองคเจาอุทัย พระองคเจาแฉง ในกรม พระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย ซึ่งรวมจอมมารดาเดียวกัน คือ จอมมารดางิ้ว พระองคเจาสวาง มีพระชนมมาจนถึงรัชกาลที่ ๔ เมื่อสิ้นพระชนมแลว ไมปรากฏเปนวังเจานายพระองคใดอีก ที่วัง เปนที่ตั้งศาลาวาการกระทรวงมหาดไทยปจจุบัน ๒. วังถนนเฟองนคร วังเหนือ หันออกถนนเฟองนคร เปนที่วังกรมขุนภูวนัยนฤเบนทราภิบาล พระเจาลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๓ เสด็จประทับจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ หมอมเจาในกรมอยูตอ มาจนสรางเปนศาลากระทรวงนครบาล ๓. วังถนนเฟองนคร วังใต อยูตอวังถนนเฟองนคร วังเหนือไปทางใตเปนที่ประทับของกรมขุน เจริญผลพูนสวัสดิ์ พระเจาลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ ทรงสรางตําหนักตึกพระราชทาน หันหนาวังกลับมาออกถนนอัษฎางค เมื่อกรมขุนเจริญผลพูนสวัสดิ์สิ้นพระชนมแลว จึงสรางเปนที่ วาการกระทรวงโยธาธิการ ซึ่งเปลี่ยนนามเปนกระทรวงคมนาคม ในรัชกาลที่ ๖ ปจจุบันคือ บริเวณ ที่ตั้งกรมการปกครอง 2_edit.indd 105 22/02/2013 09:17:09


๑๐๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๔๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกลาเจาอยู หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหใชสถานที่ราชการในบริเวณนี้เปนกระทรวงมหาดไทย ปจจุบันยัง คงเหลืออาคารเดิมเพียงหลังเดียว คือ ศาลาวาการกระทรวงมหาดไทย เปนอาคาร ๒ ชั้น สรางเปน ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตอนกลางเปนลานโลง ลักษณะอาคารเปนแบบสถาปตยกรรมยุโรปยุคหลัง ซึ่ง นิยมสรางกันในยุครัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๖ อาคารสวนหนากอเปนอาคารตรีมุข มุขกลางหนา บันรูปจั่วปานแบบโรมัน ประดับลายปูนปนรูปราชสีหลอมดวยลายเครือเถา กรอบประตูหนาตาง ตอนบนเปนรูปโคงกลม ลอมดวยซุมทรงเหลี่ยม มีเฉลียงลอยเฉพาะชองประตู ตัวอาคารประดับ เสาอิงเฉพาะอาคารสวนหนา มีหูขางรับชายคาโดยรอบ กรอบหนาตางชั้นสองกอเปนซุมโคงกลม ชองลมเหนือหนาตางชั้นลาง ตอนบนโคงมนนอยๆ ดานในอาคารบริเวณมุขกลางตอเปนมุขยื่นเขา มาที่ลานตอนในดวย มีระเบียบผานหนาหองตลอดทั้ง ๒ ชั้น ชั้น ๒ ระเบียงโปรงลูกกรงกลม ชั้น ลางพนักระเบียงทึบ แตงขอบเหมือนฐานปมท ซุมระเบียงทั้ง ๒ ชั้นเปนรูปโคง ตกแตงลายเสนและ เสาซุมตางกัน ประตูและแนวรั่ว ประตูหนามี ๓ ประตู ประตูกลางมีขนาดเล็กกวา ชื่อประตูดํารง เสาประตูตกแตงตอนบนเหมือนหนาบันรูปโคง สองขางลาดลงขดเปนลวดลาย อีกสองประตูเปน ประตูใหญ ประตูขวาชื่อประตูสิงห ประตูซายชื่อประตูพระยม เสาประตูขนาดใหญมีปกลดหลั่น ลงดานขาง ๒ ขาง หัวเสากอสูงขึ้นไปเปนชั้นๆ ยอดสุดเปนรูปบัวตูม ตัวเสาและปกประดับลาย ปูนปนรูปชอผลไมใบไมอยางงดงาม เสารั้วลักษณะเดียวกับเสาประตูแตมีขนาดยอมกวา และการ ประดับตกแตงไมวิจิตรเทา แนวรั้วฐานคอนกรีตรูปบัวควํ่า รั้วเหล็กดัดโปรงลวดลายเรขาคณิตและ ดอกประจํายามประดิษฐ กระทรวงมหาดไทยในปจจุบัน 2_edit.indd 106 22/02/2013 09:17:11


๑๐๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) กรมการรักษาดินแดน กรมการรักษาดินแดน ตั้งในพื้นที่สี่เหลี่ยม มีถนน ๔ สายตัดผาน คือ ถนนราชินีทางดานตะวัน ออก ถนนสนามไชยทางดานตะวันตก ถนนเจริญกรุงทางดานเหนือ และถนนพระพิพิธทางดานใต เขตพระนคร บริเวณนี้เคยเปนที่ตั้งของวังพระเจาลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๒ รวม ๔ วัง คือ ๑. วังถนนสนามไชย วังที่ ๑ เดิมเปนที่บานเจาพระยามหาเสนา (ปลี) ที่สมุหพระกลาโหม รัชกาลที่ ๑ อยูใกลหอกลอง ตอมาสรางเปนวังกรมหมื่นสุนทรธิบดี ประทับอยูมาจนรัชกาลที่ ๓ เกิดเพลิงไหมวัง ในพุทธศักราช ๒๓๗๔ กรมหมื่นสุนทรธิบดีสิ้นพระชนมในเพลิง จึงพระราชทาน ที่สรางวังพระองคเจาเรณูประทับอยูจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๓ หมอมเจาในกรมไดอยูตอมาจน รัชกาลที่ ๕ ปจจุบันบริเวณวังถนนสนามไชย วังที่ ๑ เปนที่ตั้งอาคารที่ทําการ กรมการรักษาดินแดน ๒. วังทายหับเผย วังที่ ๑ ตั้งอยูริมคลองคูเมืองฝงตะวันตก พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสรางพระราชทานกรมพระพิพิธโภคภู เบนทร ประทับอยูจนสิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๔ หมอมเจาชายใหญ ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนา เปนพระองคเจาชิดเชื้อพงศกับหมอมเจาในกรมอยูตอมาจนถึงรัชกาลที่ ๖ ๓. วังทายหับเผย วังที่ ๒ อยูตอมาจากวังทายหับเผย วังที่ ๑ มาทางตะวันตก หันหนาวัง ออกถนนสะพานหัวจระเข (ถนนพระพิพิธ) พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสรางพระราชทานกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ประทับอยูจน สิ้นพระชนมในรัชกาลที่ ๕ หมอมเจาในกรมอยูตอมาจนรัชกาลที่ ๖ ๔. วังทายหับเผย วังที่ ๓ อยูตอวังที่ ๒ มาทางตะวันตก ตามถนนพระพิพิธ พระบาทสมเด็จ พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงสรางพระราชทาน กรม 2_edit.indd 107 22/02/2013 09:17:14


๑๐๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พระพิทักษเทเวศร ในรัชกาลที่ ๓ เกิดเพลิงไหมวังกรมหมื่นสุนทรธิบดีตลอดไปจนบานหมอเมื่อ พุทธศักราช ๒๓๗๔ กรมพระพิทักษเทเวศร จึงยายวังไปสรางใหมทางริมคลองคูเมืองเดิมฟากตะวัน ออกตรงขามกับวังทายหับเผย วังที่ ๑ สวนวังที่ ๓ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทไดประทับมาจนทรง รับกรมหมื่นแลว พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร พระนั่งเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหไปประทับที่วังเดิมของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาเดชาดิ ศร ริมแมนํ้าใตวัดพระเชตุพน วังที่ ๓ จึงรวมเปนวังเดียวกับวังที่ ๒ วังทายหับเผยทั้ง ๓ วัง ปจจุบันเปนสถานที่ฝกยิงปนของกรมการรักษาดินแดน ระยะกอน ที่พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว จะทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯใหสรางอาคาร อันเปนที่ทําการของกรมการรักษาดินแดนปจจุบัน บริเวณสวนเจา เชตุนี้เปนสวนมีตนไมโปรง ตรงกลางกอเนินดินขึ้นสูงตั้งศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง และ ศาลพระเจตคุปตและดานตรงขามวัดพระเชตุพนเปนที่ตั้งคุก จนพุทธศักราช ๒๔๓๓ จึงยายไปที่ ถนนมหาไชยไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ซื้อที่ดินวังเหลานี้สรางอาคารสําหรับทหารราชวัลลภ (ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค) จนพุทธศักราช ๒๔๙๙ รัฐบาลจึงยายกรมการรักษาดินแดนจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรมาอยูแทนที่ อาคารที่ทําการของกรมการรักษาดินแดนหรืออาคารราชวัลลภ เดิมเปนอาคารที่งดงาม สงาตามแบบสถาปตยกรรมยุโรปยุคหลังอาคารเปนตึกยาว ๒ ชั้น ยาวขนานไปตามถนนเจริญกรุง ดานตรงขามพระราชอุทยานสราญรมย ออมไปทางถนนสนามไชยดานตรงขามวัดพระเชตุพนทาง เขาอาคารอยูใตมุขกลาง ซึ่งอยูบริเวณมุมที่ถนนเจริญกรุงบรรจบถนนสนามไชยเปนชองโคงกลม สูงตลอดอาคารชั้นที่หนึ่ง มีบันไดขึ้นซายขวาสูเฉลียงรอบดานใน เฉพาะมุขกลางกอเปนอาคาร ๓ ชั้น มีเสากลม ขนาดใหญรับ จํานวน ๘ เสา เปนเสาแบบ lonic ตัวเสาหลักเปนรองลึก ตามแนวดิ่ง ฐานเหลี่ยม หัวเสาขดเปนรูปกนหอย หนาบันมุขชั้นสอง ประดับประติมากรรมนูนตํ่า เขียนสีรูปตรา ประจํารัชกาลที่ ๕ ตํ่าลงมาจารึกพุทธศักราช ๒๔๖๖ คือปที่สรางอาคารหลังนี้ ลักษณะอาคารมีหนา บันหลังคาแบบกรีกโรมัน อาคารสวนที่เปนปกยาวขนานไปกับถนนสนามไชยและถนนเจริญกรุง งดงามสงาดวยเสาอิงแบบ lonic แปลง ตัวเสาสลักรองในแนวนอน ลายหัวเสาขดเปนกนหอยวางใน แนวตั้งยันรับกันสาด และมีหูชางขดเปนกนหอยยันระหวางกันสาดกับหลังคา ตกแตงกรอบบนของ หนาตางเปนซุมรูปโคงและซุมเสนตรงสลับกัน ผนังตอนบนสวนใตหลังคาติดกระจกและประดับลาย ปูนปนเปนแนวยาว ผนังดานถนนเจริญกรุงยังตกแตงดวยมุขเล็กๆ อีก ๒ แหง ที่มุมถนนเจริญกรุง ตัดกับถนนราชินี และที่กึ่งกลางปกอาคารดานนี้เปนมุขที่ประดับดวยเสาแบบ lonie และซุมโคง ตอนในอาคารสวนที่เปนปก มีระเบียงผานหนาหองตลอดซุมระเบียงโคง ลูกกรงระเบียงหลอซีเมนต ลวดลายโปรงประดับดอกไม กรมการรักษาดินแดนไดปฏิสังขรณอาคารใหอยูในสภาพดีตลอดมา โดยพยายามรักษา รูปแบบเดิมของอาคารไว ไดเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาจากกระเบื้องวาวเปนกระเบื้องลอนคูเมื่อ ประมาณพุทธศักราช ๒๕๑๐ 2_edit.indd 108 22/02/2013 09:17:16


๑๐๙ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) อุทยานพระบรมราชานุสรณ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย เปนโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยของมูลนิธิพระบรม ราชานุสรณพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ โดยมีสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเปนองคประธาน เพื่อเปนการสนองพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย พระมหากษัตริยผูทรงเปนทั้งกวี ศิลปน นักปกครอง นักรบ และชาง ซึ่งไดพระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามประณีตไวเปนมงคลแกชาติเปนที่เชิดหนาชูตา ชาวไทย ไดรับการยกยองจากองคการศึกษาวิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยู เนสโก (UNESCO) ใหทรงเปนบุคคลสําคัญของโลก และสงเสริมใหมีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ฉลองพระบรมราชสมภพครบรอบ ๒๐๐ ป เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ สรางอุทยานพระบรมราชานุสรณฯ ใหบริเวณที่มีความสําคัญ คือ สถานที่พระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา นภาลัย นอกจากจะเปนการรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญหลวงที่พระองค่ไดพระราชทาน มรดกทางศิลปวัฒนธรรมไวใหชนชาติไทยแลว ยังใหเปนศูนยกลางศิลปวัฒนธรรมไทยในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยเพื่อใหเปนที่พักผอนหยอนใจของประชาชน บริเวณอุทยานพระบรมราชานุสรณ พระราชสมุทรเมธีอดีตเจาอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม เปนผูนอมเกลาฯ ถวายแบงตามพื้นที่ออกไดเปน ๕ สวน ดังนี้ สวนที่ ๑ ลานหนาอุทยาน มีที่ขายสินคาพื้นเมืองและผลไม สวนที่ ๒ โรงละครกลางแจง มีเนินลดหลั่นสําหรับชมการแสดง สวนที่ ๓ อาคารทรงไทย ๕ หลัง จัดเปนพิพิธภัณฑพระพุทธเลิศหลานภาลัย ๔ หลัง และหอ สมุดพระพุทธเลิศหลานภาลัย ๑ หลัง สวนที่ ๔ สวนพฤกษชาติ เปนสวนพันธุไมในวรรณคดีนานาชนิด สวนที่ ๕ พื้นที่ติดแมนํ้า มีศาลาอเนกประสงคและจะเปนแหลงชุมชนคาขายแบบตลาดนํ้า จําหนายพืชผลเกษตรพื้นเมือง และงานศิลปหัตถกรรมพื้นบาน 2_edit.indd 109 22/02/2013 09:17:18


๑๑๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พิพิธภัณฑพระพุทธเลิศหลานภาลัย เปนอาคารทรงไทยจํานวน ๔ หลัง พื้นที่ประมาณ ๖๐๐ ตารางเมตร จัดพิพิธภัณฑแบบ ชาติพันธุวิทยา แสดงศิลปวัตถุในสมัยตนรัตนโกสินทรที่จะสะทอนใหเห็นลักษณะศิลปวัฒนธรรม ความเปนอยู และการดํารงชีวิตของชาวไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย มีสิ่ง ที่นาสนใจตางๆ ใหศึกษา ดังนี้ - หองพิพิธภัณฑ ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย และจัดศิลปะโบราณวัตถุสมัยตนรัตนโกสินทร เชน เครื่องเบญจรงคหัวโขน หุนวรรณคดี เรื่อง สังข ทองและอิเหนา หนังใหญ เปนตน - หองชาย มีพระแทนบรรทมซึ่งเชื่อวาเปนของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย - หองหญิง ตกแตงใหเห็นลักษณะความเปนอยูของหญิงไทยโบราณ มีเตียงนอนแบบไทย คัน ฉอง ฉากปก โตะเครื่องแปง เปนตน - ชานเรือน จัดตามแบบบานไทยโบราณ ตกแตงดวยกระถางไมดัด อางบัว ไมประดับ เปนตน - หองครัวและหองนํ้า แสดงลักษณะครัวไทยและหองนํ้าของคนชั้นกลาง มีเครื่องหุงตม สํารับอาหาร ถวยชาม เปนตน - ตําแหนงศิลาฤกษ แสดงใหเห็นแบบจําลองศิลาฤกษที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษอาคารทรงไทยในอุทยาน 2_edit.indd 110 22/02/2013 09:17:21


๑๑๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) หอสมุดพระพุทธเลิศหลานภาลัย เปนอาคารทรงไทย ๑ หลัง ตั้งอยูกลางนํ้าตามลักษณะหอไตร ซึ่งเปนหองสมุดแบบฉบับของ ไทยมาแตสมัยโบราณ มีพื้นที่ประมาณ ๑๕๐ ตารางเมตร ใหบริการอานเพื่อศึกษาคนควาพระราช นิพนธหนังสือสิ่งพิมพ วิทยานิพนธ บทความเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยและกวี ในรัชสมัย หนังสือตัวพิมพ หนังสือตัวเขียน เชน ใบลาน สมุดไทยดํา สมุดไทยขาว คัมภีรทางพระพุทธ ศาสนาและวรรณคดีมรดกจัดเก็บตามลักษณะการเก็บหนังสือสมัยโบราณ ที่อานหนังสือพิมพและ มุมเด็กอยูชั้นลางเรือนไทย และมีบริการโสตทัศนวัสดุ เชน ไมโครฟลมและภาพนิ่ง เปนตน 2_edit.indd 111 22/02/2013 09:17:23


๑๑๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) 2_edit.indd 112 22/02/2013 09:17:27


๑๑๓ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) วันศิลปนแหงชาติ (๒๔ กุมภาพันธ) วันศิลปนแหงชาติ หมายถึง “วันคลายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา นภาลัย” ผูทรงเปนปฐมบรมศิลปนแหงกรุงรัตนโกสินทร ทั้งดานกวีนิพนธ ดนตรี และประติมากรรม ความเปนมา สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ไดเริ่มจัดทํา โครงการศิลปนแหงชาติมาตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๒๗ ดวยพิจารณาเห็นวาศิลปนผูสรางสรรคงานศิลปะ เปนมรดกลํ้าคาของแผนดินนั้น สมควรไดรับการยกยอง สงเสริม สนับสนุน ใหมีโอกาสใหความ สามารถสรางสรรคผลงานอันทรงคุณคาไวเปนสมบัติของสาธารณชน และควรไดรับการอุปถัมภชวย เหลือจากหนวยงานราชการใหสามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี นายชวน หลีกภัย รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ไดมอบหมายใหสํานักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ ซึ่งเปนหนวยงานกลางในการดําเนินงานดานวัฒนธรรมของชาติ จัดทําโครงการศิลปนแหงชาติขึ้นในป พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยมีวัตถุประสงควา จะดําเนินการยกยอง สง เสริมสนับสนุน และชวยเหลือศิลปนผูสรางสรรคงานศิลปะอันทรงคุณคาของชาติ และพิจารณา ยกยองเชิดชูเกียรติศิลปนผูสรางสรรค งานศิลปะลํ้าคาใหเปนศิลปนแหงชาติ ซึ่งไดดําเนินการตาม ลําดับ ดังนี้ ๑. ระดมความคิดจากผูทรงคุณวุฒิในดานศิลปะทุกแขนงและทุกสาขา เพื่อกําหนดความ หมาย คํานิยามตางๆ และจําแนกสาขาศิลปะไว ๓ สาขา คือ ๑.๑ สาขาทัศนศิลป (Visual Art) ๑.๒ สาขาศิลปะการแสดง (Performing Art) ๑.๓ สาขาวรรณศิลป (Literature) ๒. กําหนดเกณฑการพิจารณาไว ๗ ประการ คือ ๒.๑ เปนผูมีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู ๒.๒ เปนผูมีผลงานทางศิลปะดีเดนในปจจุบันเปนที่ยอมรับในวงการศิลปะสาขานั้น ๒.๓ เปนผูมีความสามารถและเชี่ยวชาญในศิลปะสาขานั้น ๒.๔ เปนผูมีพัฒนาศิลปะสาขานั้นใหดียิ่งขึ้น ๒.๕ เปนผูอนุรักษและผดุงไวซึ่งศิลปะสาขานั้น ๒.๖ เปนผูมีคุณธรรมและมีความรักในวิชาชีพของตน ๒.๗ เปนผูมีศิลปะในสาขาของตนใหบริการแกสังคมเปนอยางดีเสมอมา ๓. กําหนดวันศิลปนแหงชาติ โดยสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ รวมศึกษา จากผูทรงคุณวุฒิตางๆ มีความเห็นตรงกันวา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยทรงเปนปฐม บรมศิลปนแหงกรุงรัตนโกสินทร ยังไมมีศิลปนคนใดมาเทียบเทียมไดในทุกๆ ดาน ทั้งดานกวีนิพนธ ไดทรงนิพนธบทละครไว ๗ เรื่อง โดยเฉพาะบทละครเรื่อง อิเหนา เปนเรื่องที่แตงดีพรอมทั้งกลอน และกระบวนที่จะเลนละคร วรรณคดีสโมสรไดตัดสินใจใหเปนยอดของบทละครรํา เมื่อป พ.ศ. 2_edit.indd 113 22/02/2013 09:17:28


๑๑๔ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ๒๔๕๙ ดานดนตรี ซอสามสายคูพระหัตถคันหนึ่งชื่อ “สายฟาฟาด” ที่ทรงบรรเลงเพลงบุหลันลอย เลื่อนเปนเพลงชั้นเยี่ยมทางดานประติมากรรมทรงปน พระพักตรพระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณ ราชวราราม ทรงแกะพระยารักใหญ พระยารักนอย และรวมแกะสลักบานประตูพระวิหารหลวงวัด สุทัศนเทพวราราม เปนตน จากผลงานดังกลาว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย ทรงเปน ผูรอบรูและเชี่ยวชาญในเรื่องศิลปะอยางกวางขวางลึกซึ้ง คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ จึงถือ วันคลายวันพระราชสมภพ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธของทุกปเปนวันศิลปนแหงชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรี ไดลงมติใหความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๒๘ ๔. วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ สํานักงานคณะ กรรมการวัฒนธรรมแหงชาติกระทรวงศึกษาธิการ ไดนอมเกลานอมกระหมอมถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปน” แดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ รัชกาลปจจุบันดวยทรงเปนเลิศในศิลปะหลายสาขา กลาวคือ ดานดุริยางคศิลป เปนที่ประจักษทั้งในและตางประเทศวา พระองคทรงดนตรีไดหลายชนิด และทรงพระราชนิพนธเพลงไวจํานวนมาก จนสถาบันดนตรีตางประเทศยกยองวาทรงเปนเอกใน ทางดนตรีพระองคหนึ่ง ดานชํานาญทั้งในดานภาพถาย และภาพเขียนภาพสีนํ้ามัน ทรงมีผลงานเปน จํานวนมากจากผลงานดังกลาว บรรดาศิลปนตางตระหนักในพระปรีชาสามารถอยางหาที่เปรียบมิได คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ จึงเห็นพรอมกันเปนเอกฉันทถวายพระราชสมัญญาดังกลาว ๕. วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ ไดประกาศยกยอง เชิดชูเกียรติศิลปน เปนศิลปนแหงชาติขึ้นเปนครั้งแรกใน ๔ สาขา จํานวน ๔ ทาน คือ ๕.๑ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิลปนแหงชาติ สาขาวรรณศิลป ๕.๒ นายมนตรี ตราโมท ศิลปนแหงชาติ สาขาดนตรีไทย ๕.๓ ทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี ศิลปนแหงชาติสาขานาฏศิลป ๕.๔ นายเฟอ หริพิทักษ ศิลปนแหงชาติ สาขาทัศนศิลป ๖. ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๒๙ จนถึง พ.ศ. ๒๕๓๖ คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติไดคัดเลือก ศิลปนที่มีผลงานดีเยี่ยมและมีคุณสมบัติครบทั้ง ๗ ประการ แลวประกาศยกยองเชิดชูเกียรติเปน ศิลปนแหงชาติรวมทั้งสิ้น ๘๒ ทาน เปนชาย ๕๙ ทาน หญิง ๒๓ ทาน เสียชีวิตแลว ๑๕ ทาน ในป พ.ศ. ๒๕๓๕ สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติไดเริ่มปรับโครงการศิลปนแหงชาติใหเปน ไปตามแผนพัฒนาวัฒนธรรมของสํานักงานคณะและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๕- พ.ศ. ๒๕๓๙) โดยมีวัตถุประสงค เพื่อ ๖.๑ อนุรักษและพัฒนางานศิลปะของชาติ ๖.๒ เชิดชูภูมิปญญาของศิลปนตามแผนพัฒนาวัฒนธรรมฯ (พ.ศ. ๒๕๒๕-พ.ศ. ๒๕๓๙) ในเรื่องสงเสริมเชิดชูปญญาของปราชญและศิลปนทุกสาขาใหรูจักและยอมรับอยางแพรหลาย ๖.๓ สืบคนสรรหาศิลปนผูสรางสรรคผงานศิลปะทรงคุณคาของแผนดิน ยกยองเชิดชู เกียรติเปนศิลปนแหงชาติ ตามนโยบายวัฒนธรรมแหงชาติ ๖.๔ สงเสริมขวัญและกําลังใจแกศิลปนในการสรางสรรคผลงานศิลปะเพื่ออนุรักษพัฒนา มรดกทางวัฒนธรรมดานวัตถุ และจิตใจในเรื่องของศิลปน 2_edit.indd 114 22/02/2013 09:17:30


๑๑๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ๗. เปนโครงการหนวยงานของภาครัฐบาลที่สนับสนุนดูแลศิลปนที่ยังไมมีหนวยราชการใด เขามาสงเสริมสนับสนุนและไดมีการปรับวิธีดําเนินโครงการศิลปนแหงชาติ เพื่อใหการสรรหา และ คัดเลือกศิลปนแหงชาติครอบคลุมและรัดกุมยิ่งขึ้น คือ ๗.๑ การจัดตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาและคัดเลือก แบงออกเปน ๒ คณะ คือ ๗.๑.๑ คณะอนุกรรมการอํานวยการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ ๗.๑.๒ คณะกรรมการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ ๓ สาขา ประกอบดวย - คณะอนุกรรมการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ สาขาทัศนศิลป - คณะอนุกรรมการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ สาขาศิลปะการแสดง - คณะอนุกรรมการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ สาขาวรรณศิลป คณะกรรมการ ใน ๓ สาขานี้ จะเปนผูสรรหาคัดเลือกแลวนําผลการสรรหาคัดเลือกในแตละ สาขาเสนอตอคณะอนุกรรมการอํานวยการคัดเลือกศิลปนแหงชาติ จากนั้นนําเสนอคณะกรรมการ วัฒนธรรมแหงชาติ พิจารณาใหความเห็นชอบประกาศยกยองเชิดชูเกียรติตอไป ๗.๒ ปรับรายละเอียดหลักเกณฑการพิจารณาศิลปนแหงชาติ เปนคุณสมบัติของศิลปน แหงชาติ ๗ ประการ คือ ๗.๒.๑ เปนผูมีสัญชาติไทย และยังมีชีวิตอยูในวันตัดสิน ๗.๒.๒ เปนผูมีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานดีเดน เปนที่ยอมรับของ วงการ ศิลปะแขนงนั้น ๗.๒.๓ เปนผูสรางสรรคและพัฒนาศิลปะแขนงนั้นจนถึงปจจุบัน ๗.๒.๔ เปนผูผดุงและถายทอดศิลปะแขนงนั้น ๗.๒.๕ เปนผูปฏิบัติงานศิลปะแขนงนั้นอยูในปจจุบัน ๗.๒.๖ เปนผูมีคุณธรรมและมีความรักในวิชาชีพของตน ๗.๒.๗ เปนผูมีผลงานที่ยังประโยชนตอสังคมและมนุษยชาติ ๗.๓ จัดทําขอบขายและความหมายของสาขาศิลปะใหตรงตามหลักการสากล โดยศึกษา กรอบการปรับปรุง และการแบงสาขาดานวัฒนธรรมตางๆ (รวมทั้งศิลปะ) ของคณะกรรมการ วัฒนธรรมของอาเซียน (ASEAN COCI) แลวนําหลักการสากล การแบงสาขาศิลปะเปนสาขาใหญๆ ๓ สาขา คือ ๗.๓.๑ สาขาทัศนศิลป ขอบขายการสรรหาศิลปนแหงชาติสาขาทัศนศิลป (Visual Art) การสรรหาศิลปน แหงชาติ สาขาทัศนศิลปของสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ไดกําหนดหลักเกณฑการคัดเลือกดวยการจําแนกสาขาศิลปะตามแนวทางของคณะกรรมการ วัฒนธรรมของอาเซียน (ASEAN COCI) ออกไปตามสาขายอยตางๆ ตามหลักสากล คือ ๑. จิตรกรรม ๒. ประติมากรรม ๓. ภาพพิมพ ๔. ภาพถาย 2_edit.indd 115 22/02/2013 09:17:32


๑๑๖ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ๕. ภาพวาด ๖. การออกแบบ ๗. สื่อประสม ๘. สถาปตยกรรม ๗.๓.๒ สาขาวรรณศิลป วรรณศิลป เปนคําที่ใชเทียบคํา Literature ซึ่งหมายถึง บทประพันธที่ปลุกมโนคติของผู อานทําใหเกิดจินตนาการความเพลิดเพลิน และเกิดอารมณตางๆ ตามเจตนารมณของผูประพันธ พจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ไดใหความหมายของวรรณศิลปวา วรรณศิลป น.ศิลปะ ในการแตงหนังสือ, ศิลปะทางวรรณกรรม เชน นักวรรณศิลป, วรรณกรรมที่ถึงขั้นเปนวรรณคดี, หนังสือที่ไดรับการยกยองวาแตงดี ขอบขายการสรรหาศิลปนแหงชาติ สาขาวรรณศิลป การสรรหาศิลปนแหงชาติ สาขาวรรณศิลป ของสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กําหนดหลักเกณฑการคัดเลือกดวยการจําแนกสาขาศิลปะตามแนวทางของ คณะกรรมการวัฒนธรรมของอาเซียนออกไปตามสาขายอยตางๆ ตามหลักสากล คือ สาขาวรรณศิลป (Literature) ไดแก กวีนิพนธ เรื่องสั้น นวนิยาย บทละคร ๗.๓.๓ สาขาศิลปะการแสดง ศิลปะการแสดง เปนคําที่ใชเทียบคํา Performing Art หมายถึง ศิลปะที่มีการแสดง ซึ่งเปน ไดทั้งวิจิตรศิลป (Fine Arts) ประยุกตศิลป (Applied Art) ขอบขายการสรรหาศิลปนแหงชาติ สาขาศิลปะการแสดง (PerFoming Art) ของสํานักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ไดกําหนดหลักเกณฑการคัดเลือก ดวยการ จําแนกสาขาศิลปะตามแนวทางของคณะกรรมการของอาเซียน (ASEAN COCI) ออกไปตามสาขา ยอยตางๆ ตามหลักสากล คือ สาขาศิลปะการแสดง ไดแก การแสดง ดนตรี และการแสดงพื้นบาน ๘. กําหนดหลักเกณฑการใหสวัสดิการแกศิลปนและผูมีผลงานดีเดนทางดานวัฒนธรรม โดย กองทุนสงเสริมงานวัฒนธรรม คือ กลุมที่ ๑ ศิลปนแหงชาติ 1. คาครองชีพรายเดือน สําหรับศิลปนแหงชาติ ทุกคนๆ ละ ๖,๐๐๐ บาทตอเดือน 2. คารักษาพยาบาลเฉพาะตัว ตามระเบียบของทางราชการ 3. ชวยเหลือเมื่อประสบอุบัติภัยและสาธารณภัยเทาที่จายจริง คนละไมเกิน ๕,๐๐๐ บาท 4. ชวยเหลือเมื่อเสียชีวิต ๑๒,๐๐๐ บาท กลุมที่ ๒ ศิลปนพื้นบานดีเดนและผูมีผลงานดีเดนทางวัฒนธรรม 1. คารักษาพยาบาลเฉพาะตัว ตามระเบียบของทางราชการ 2. ชวยเหลือเมื่อประสบอุบัติภัยและสาธารณภัยเทาที่จายจริงคนละไมเกิน ๓,๐๐๐ บาท ตอครั้ง 2_edit.indd 116 22/02/2013 09:17:34


๑๑๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) 3. ชวยเหลือเมื่อเสียชีวิต ๗,๐๐๐ บาท กลุมที่ ๓ ศิลปนอื่นนอกจากกลุมที่ ๑ และ ๒ การชวยเหลือใหอยูในดุลยพินิจของคณะกรรมการดําเนินการกองทุนศิลปนเปนรายๆ ไป ตามควรแกกรณี - ศิลปนแหงชาติที่ไดรับการยกยองเชิดชูเกียรติแลวจะไดรับพระราชวโรกาสเขาเฝาพระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ ซึ่งเปนวันศิลปนแหงชาติ เพื่อรับพระราชทาน เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ อันประกอบดวยโลและเข็มเชิดชูเกียรติ โดยมีลักษณะและความหมาย ดังนี้ - ลักษณะเข็ม เปนเหรียญกลมภายในจัดองคประกอบเปน - ภาพดอกบัวเรียงซอนกัน ๓ ดอก - มีแพรแถบรองรับตอเนื่องออมรัดแถบริ้วธงชาติไทยตามแนวโคงขอบเหรียญ - ภายในผาจารึกคําวา “ศิลปนแหงชาติ” และไดอัญเชิญพระมหาพิชัยมงกุฎเปลงรัศมี ประดิษฐานไวเหนือเหรียญกลม โดยมีผาโบพันทายไมชัยพฤกษหัวเม็ดทรงมันเชื่อมประสานระหวาง กัน - ความหมาย แสดงถึงความเปนปราชญในความรูความสามารถของศิลปนที่ไดอุตสาหะอุทิศตนสรางสรรค ผลงานในดานศิลปะไวมากมาย จนเปนมรดกอันลํ้าคาทางวัฒนธรรมของชาติทั้งในสาขาวรรณศิลป ทัศนศิลปและศิลปะการแสดง ซึ่งไดรับการยกยองเชิดชูเกียรติเปนศิลปนแหงชาติ โดยไดรับพระ มหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหศิลปนแหงชาติ เขารับพระราชทานเข็ม เพื่อความเปนสิริมงคลยิ่งแกตนเองและวงศตระกูล 2_edit.indd 117 22/02/2013 09:17:36


๑๑๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) บรรณานุกรม กรุงรัตนโกสินทร. จัดพิมพเปนที่ระลึกเนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป พุทธศักราช ๒๕๒๖. โครงการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย, ชางราชพาหนะ, กรุงเทพฯ : สตารพริ้นท, ๒๕๔๒. คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป ประวัติศาสตรกรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๑-รัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๒๕- พ.ศ. ๒๓๙๔ เลม ๑. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ, ๒๕๒๕. คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป. พระมหากษัตริยไทยในพระบรมราชจักรีวงศกับประชาชน, ๒๕๒๕. จอมเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จ พระตํานานพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีหและพระศรีศาสดา. พระนคร : โรงพิมพทําเนียบนายกรัฐมนตรี, ๒๕๐๙. จุลจอมเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จพระจดหมายเหตุราชกิจรายวัน. จุลจอมเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จ พระราชพิธี ๑๒ เดือน, กรุงเทพฯ : แพรพิทยา, ๒๕๑๔. เจริญ ไชยชนะ. ไทย ๕ สมัย. กรุงเทพฯ : เสริมวิทยบรรณาคาร, ๒๕๒๙. ชมนาค เสวีกุล, ประวัติชีวิตและผลงานของสุนทรภู, ฉบับสมบูรณ, กรุงเทพฯ : อํานวยสาสน, ๒๕๓๓. ดนัย ไชยโยธา, รศ.บรรณาธิการ, ร.๓ พระมหากษัตริยไทย ธ ทรงครองใจไทยทั้งชาติ, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๔๓. ดํารงราชานุภาพ. สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ. ไทยรบพมา. พระนคร : คลังวิทยา, ๒๕๐๑. ดํารงราชานุภาพ. “ตํานานวังหนา” ใน ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑๑ กรุงเทพฯ : พิมพเปนอนุสรณในงานพระราชทานเพลิงศพ พลโท พระยาศรีสรราชภักดี. ๒๕๐๙. ดํารงราชานุภาพ. “ตํานานการเลิกบอนเบี้ยและเลิกหวย” ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑๗. ๒๕๐๔. ดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา. ความทรงจํา. กรุงเทพฯ : คุรุสภา. ๒๕๑๔. ดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา, พระราชพงศาวดาร รัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๒, มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ พระบาท สมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ, ๒๕๓๓. ดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา, พระนิพนธ ชีวิตและงานของสุนทรภู, กรุงเทพฯ : เสริมวิทยบรรณาคาร, ๒๕๑๘. (พิมพครั้งที่สิบ กรมศิลปากรตรวจสอบชําระใหม) แถมสุข นุมนนท, ประวัติศาสตรไทย, นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๒๓. ทัพบก. กอง.พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวกับกองทัพไทยในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ. กรุงเทพฯ : บริษัท โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮาส จํากัด. ๒๕๔๒. ทิพากรวงศ. เจาพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทรรัชกาลที่ ๒, พระนคร : คุรุสภาลาดพราว. ๒๕๐๓. 2_edit.indd 118 22/02/2013 09:17:38


๑๑๙ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) เทพชู ทับทอง, กรุงเทพฯ ในอดีต, กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ. ๒๕๐๓. ทองตอ กลวยไม ณ อยุธยา, พระบรมราชจักรีวงศกับกรุงเทพมหานคร, กรุงเทพฯ : สหมิตรพริ้นติ้ง. ๒๕๓๙. ธีรชัย ธนาเศรฐ, ปฐมกาลแหงกรุงรัตนโกสินทร, ธนบรรณ. ๒๕๓๖. ธนากิต. พระราชประวัติ ๙ รัชกาลและพระบรมราชินี. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน. ๒๕๔๒. ธนากิต. วีรบุรุษ วีรสตรีและบุคคลสําคัญในประวัติศาสตร. กรุงเทพฯ : ปรามิต, ๒๕๔๕. นันทนากปลกาญจน. การวิเคราะหในเชิงประวัติศาสตร รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย พ.ศ. ๒๓๕๒- ๒๓๖๗. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. ม.ป.ป. น. ณ ปากนํา. ศิลปะในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : พีระพัธนา. ๒๕๒๑. นริศรานุวัดติวงศ. สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยา. และดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา. สาสนสมเด็จ เลม ๔. กรุงเทพฯ : คุรุสภา. ๒๕๑๕. นริศรานุวัดติวงศ. สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยา. และดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา. สาสนสมเด็จ เลม ๕. กรุงเทพฯ : คุรุสภา. ๒๕๑๕. นริศรานุวัดติวงศ. สมเด็จฯ เจาฟากรมพระยา. และดํารงราชานุภาพ. สมเด็จฯ กรมพระยา. สาสนสมเด็จภาค ๔๘. กรุงเทพฯ : คุรุสภา. ๒๕๐๒. นันทนากปลกาญจน. การวิเคราะหในเชิงประวัติศาสตร เรื่องบทบาทของวังหนาสมัยรัตนโกสินทร : พ.ศ. ๒๓๒๕- ๒๔๒๘. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. ๒๕๓๙. บริหารเทพธานี. พระยา. พงศาวดารชาติไทย เลม ๑ พระนคร : ประจักษวิทยา. ๒๔๙๖. บังอร ปยะพันธุ. ประวัติศาสตรไทย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. ๒๕๓๘. ประชุมพงศาวดาร เลม ๑ พระนคร : โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว. ๒๕๐๗. ประชุมพงศาวดาร เลม ๔๑ พระนคร : โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว. ๒๕๑๒. ประเสริฐ วิทยารัฐ และคณะ. ส.๓๐๖ ประเทศของเรา ๔ สมบูรณแบบ. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช. ๒๕๓๘. ปาริชาติ วิลาวรรณ การคาของปกาในประวัติศาสตรอยุธยา พ.ศ. ๒๘๙๑-๒๓๑๐ กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธปริญญาอักษร ศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร บัณฑิตวิทยาลัย. ๒๕๒๘. เปลื้อง ณ นคร และปราณี บุญชุม. ประวัติวรรณคดี ๑ กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน.๒๕๓๙. พรภิรมณ (เอี่ยมธรรม) เชียงกูล. ประวัติศาสตรไทยสมัยใหม เลม ๑. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. ๒๕๓๕. มาตยาอิงคนารถ. ทวี ทองสวาง. และวัฒนา รอดสําอาง. ประวัติศาสตรไทย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร. ๒๕๒๙. มหาวิทยาลัยบูรพาและสมาคมศิษยเกามหาวิทยาลัยบูรพา, คอนเสิรตการกุศล เพลง ๙ รัชกาล “ยอนรอยดนตรีแผนดิน จักรีจอมไทย” กรุงเทพฯ : เนดิกุลการพิมพ (๒๕๔๑), ๒๕๔๕. ราชเลขาธิการ, สํานัก. ศิลปกรรมวัดบวรนิเวศวิหาร. กรุงเทพฯ : อมรินทรการพิมพ. ๒๕๒๘. 2_edit.indd 119 22/02/2013 09:17:40


๑๒๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ราชเลขาธิการ. สํานัก. ตํานานวัดบวรนิเวศวิหาร. ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดพิมพถวาย. ๒๕๒๘. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพฯ-อักษรเจริญทัศน ราชบัณฑิตยสถาน. สารานุกรมประวัติศาสตรไทย อักษร ก.กรุงเทพ ฯ : บริษัทสหธรรมิก จํากัด. ๒๕๔๒. วุฒิชัย มูลศิลป. รศ. และกนกวลี ชูชัยยะ, หนังสือเรียนสังคมศึกษาประวัติศาสตรชาติไทย, ตนออ ๑,๙๙๙,๒๕๔๓. อนุสรณวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ครบ ๒๐๐ ป ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๗. อ.ประมวลวิทย. ดูชะตาตนเอง ดูดวงเมือง และดวงพระยาใน ๕ กรุง. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตรม.ป.ป. อุดม เชยกีวงศ. ๕๐ กษัตริยไทย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๑๗. มหาราชกับเศรษฐกิจ. กรุงเทพฯ : ศูนยการพิมพ ดวงกมล. ๒๕๓๐. อุดม เชยกีวงศ และคณะ. ประวัติศาสตรชาติไทย กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๔๘. อุดม เชยกีวงศ. มหาราชกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, ๒๕๔๕. - ประวัติศาสตรไทยจากครูแสตมป, กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๖. - การเมืองในประวัติศาสตรไทย. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, ๒๕๑๗. - อนุสาวรีย วัด สะพาน คลอง ถนน กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๙. - ปฏิทิน ประเพณี ๑๒ เดือน, กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๗. - พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย (รัชกาลที่ ๒) . กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๕๐. 2_edit.indd 120 22/02/2013 09:17:41


Click to View FlipBook Version