-1- 1.1 เศรษฐกิจโลก ปี2566 1.2 เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2566 และแนวโน้มปี2567 2.1 สภาวะการแข่งขันตลาดโทรคมนาคม 2.1.1 การเปรียบเทียบรายบริการ 2.1.2 การเปรียบเทียบผลประกอบการของบริษัทโทรคมนาคมไทย 2.1.3 สถานภาพการให้บริการของ NT ด้านจ านวนลูกค้า 2.2 สภาพการเคลื่อนไหวตลาดธุรกิจโทรคมนาคมไทย ไตรมาส 4 ปี 2566 2.2.1 กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (Hard Infrastructure) 2.2.2 กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International) 2.2.3 กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) 2.2.4 กลุ่มธุรกิจ Fixed Line & Broadband 2.2.5 กลุ่มธุรกิจ Digital
-2- ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจโลกในปี2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประเมินการเติบโตของ เศรษฐกิจโลกอยู่ที่ระดับ 3.1% และได้คาดการณ์ปี2567 ไว้เท่าเดิมที่ 3.1% โดยเศรษฐกิจสหรัฐและจีนจะ ชะลอลงในปี2567 นอกจากนี้IMF ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของยูโรโซนจะเพิ่มขึ้นในปี2567 แม้IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 สงครามในยูเครน และวิกฤตพลังงาน แต่การเติบโตของโลก มีแนวโน้มอ่อนแอลง ทั้งในภาพรวมและรายประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐและจีน ผนวกกับผลกระทบจากอัตรา ดอกเบี้ยที่สูงสุดในรอบกว่าทศวรรษในประเทศส าคัญของโลก รวมถึงความเสี่ยงจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ใน จีน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน ส าหรับประเด็นการสู้รบระหว่างอิสราเอสและฮามาส IMF ระบุว่าหาก สถานการณ์รุนแรงจนท าให้ต้นทุนราคาน้ ามันพุ่งสูงถึง 10% จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ประมาณ 0.15% และท าให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี2566 ขยายตัวร้อยละ 1.7 เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.4 ใน ไตรมาสที่ 3 ของปี2566 ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการส่งออกบริการขยายตัวใน เกณฑ์สูงต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว ในขณะที่การใช้ จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐลดลง ด้านการผลิต สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร สาขาการขายส่งขายปลีกและการซ่อมฯ และสาขาขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง ใน ขณะที่ สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาเกษตรกรรม และสาขาก่อสร้างปรับตัวลดลง โดยเศรษฐกิจไทยในไตร มาสที่ 4 ของปี2566 ลดลงจากไตรมาสที่ 3 ของปี2566 ร้อยละ 0.6 รวมทั้งปี2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัว ร้อยละ 1.9 ชะลอตัวลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในปี2565 ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.2 และดุล บัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 1.3 ของ GDP ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี2567 มีแนวโน้มจะ ฟื้นตัวขึ้นจากปี2566 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.2 – 3.2 มีปัจจัยสนับสนุนส าคัญจากการกลับมา ขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก การขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ภายใน ประเทศ ทั้งการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงและข้อจ ากัดที่ส าคัญ ซึ่งอาจท าให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวต่ ากว่าที่คาดการณ์ได้แก่ ข้อจ ากัดของแรงขับเคลื่อนทางการคลัง ภาระหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจ ที่อยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้งต่อผลผลิตภาคเกษตร และความเสี่ยงจากความผันผวน ของ ระบบเศรษฐกิจการเงินโลกที่อาจท าให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และปริมาณการค้าโลกชะลอตัวลงมากกว่าที่ คาดการณ์ไว้ เมื่อพิจารณาภาพรวมของตลาดโทรคมนาคมของไทย ในปี2566 พบว่ารายได้รวมของตลาดเท่ากับ 593,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.07 เมื่อเปรียบเทียบกับ 581,706.81 ล้านบาทในปี2565 ขณะที่ก าไร
-3- สุทธิของตลาดมีมูลค่าเท่ากับ 69,240.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.87 เมื่อเปรียบเทียบกับปี2565 ที่มี มูลค่าเท่ากับ 51,723.13 ล้านบาท ถ้าพิจารณาด้านรายได้จะพบว่าผู้ประกอบการที่มีรายได้สูงสุด 4 อันดับแรก มีรายได้รวมกันเป็นประมาณ ร้อยละ 85 ของรายได้ตลาดรวม โดยอันดับ 1 ได้แก่ TRUE ซึ่งได้ควบรวมกับ DTAC ไปเมื่อต้นปี2566 มี รายได้ในปี2566 ทั้งสิ้น 202,856 ล้านบาท อันดับที่ 2 คือ ADVANC มีรายได้ทั้งสิ้น 188,872.91 ล้านบาท อันดับที่ 3 คือ NT มีรายได้ทั้งสิ้น 82,034.47 ล้านบาท อันดับที่ 4 คือ JAS มีรายได้ทั้งสิ้นเท่ากับ 28,794.08 ล้านบาท หากพิจารณาด้านก าไรสุทธิผู้ประกอบการที่มีก าไรสุทธิสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ ADVANC มีก าไร สุทธิในปี2566 เท่ากับ 29,088.93 ล้านบาท รองลงมา คือ JAS มีก าไรสุทธิเท่ากับ 19,829.99 ล้านบาท อันดับที่ 3 คือ INTUCH มีก าไรสุทธิเท่ากับ 14,500.35 ล้านบาท อันดับที่ 4 คือ DIF มีก าไรสุทธิเท่ากับ 11,850.19 ล้านบาท ในปี2566 ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และโรคติดเชื้อต่างๆ คลี่คลายลง นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีการเติบโตของผู้ใช้บริการและรายได้ โดยเฉพาะแพ็คเกจส าหรับบริการใช้อินเทอร์เน็ต ต่างประเทศที่ท าให้นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารกับโลกโซเชียลได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และบริการ ยังส่งผลให้การจ้างงาน และรายได้แรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้นและ กระจายตัวมากขึ้น สถานการณ์ต่างๆของโลกและสภาวะแวดล้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่องค์กรต้อง เผชิญและต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก พร้อม กับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลง กอปรกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง อาทิAI, IoT, VR/AR, Cloud Computing, Blockchain, Software as a Service และเครือข่าย 5G เป็นต้น รายงาน Gartner's Hype Cycle for Emerging Technologies 2023 ระบุว่า Generative Artificial Intelligence (AI แบบรู้สร้าง) ถูกจัดให้อยู่บนต าแหน่งสูงสุดของความคาดหวังที่จะโตขึ้นอีกมากในวงจรเทคโนโลยีเกิดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะถึงจุดที่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ภายใน 2 ถึง 5 ปีโดย Generative AI ซึ่งเป็นเทรนด์หลักที่สร้างโอกาสใหม่ๆให้กับนวัตกรรม โดยเทคโนโลยีหลักที่จะมีบทบาทต่อภาคธุรกิจ อาทิ ChatGPT จะเป็นเครื่องมือใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม รวมถึงการสื่อสารโทรคมนาคม แชทบอทจะ กลายเป็นช่องทางการให้บริการลูกค้าหลักส าหรับภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนับจากนี้ไป หรือการเพิ่ม ประสิทธิภาพเครือข่ายด้วย AI การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีAI สามารถสร้างเครื่องมือในการป้องกันความ ปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงมากขึ้นได้AI สามารถลดเวลาในการตอบสนองได้อย่างดีขณะที่เทคโนโลยี5G จะ ท าให้เกิดความยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร ด้วยศักยภาพของ 5G สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปัญหา การจราจร ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ฯลฯ ด้วยความสนับสนุนของแพลตฟอร์มเครือข่าย Network as a platform ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการโต้ตอบทางธุรกิจ ลดความซับซ้อนให้กับระบบสนับสนุนต่างๆ
-4- และลดต้นทุนรวมอย่างมากในการให้บริการลูกค้าปลายทาง สิ่งนี้จะท าให้เครือข่ายมีความคล่องตัวและยืดหยุ่น มากขึ้นทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า องค์กรต้องเข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อธุรกิจ และสามารถปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และ ศักยภาพให้กับองค์กรให้ทัดเทียม หรือใกล้เคียงกับคู่แข่งขันในตลาดได้โดยเฉพาะการปรับรูปแบบขององค์กร ให้คล่องตัว สามารถปรับตัวได้ทุกการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิมุ่งให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) สามารถพยากรณ์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาด และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้ อย่างถูกต้อง บริหารจัดการสินทรัพย์ในองค์กรให้มีคุณค่า หรือมูลค่าเพิ่ม ระวังอย่าให้สินทรัพย์กลายเป็น “หนี้สิน หรือภาระ” ขององค์กรในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญและจ าเป็นที่สุดต่อการอยู่รอดของ องค์กรในยุคปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่หลายรายได้พยายามสร้างการเติบโต อย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจตนโดยใช้วิธีการควบรวมกิจการเพื่อให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่าของ กิจการ เพิ่มอ านาจด้านการตลาด และเพิ่มศักยภาพในการขยายกิจการให้เข้าสู่ธุรกิจใหม่ซึ่งเป็นการลดความ เสี่ยงในการประกอบธุรกิจเพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การควบรวมกิจการ ของผู้ให้บริการรายใหญ่ สามารถสร้างการเติบโตที่มีประสิทธิภาพในการแข่งขันที่มากกว่า โดยไม่ต้องเสียเวลา ลงทุนขยายโครงข่ายและสร้างฐานลูกค้าเข้ามาในธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป การควบรวมกิจการในธุรกิจที่ เหมือนกัน น าไปสู่การหลอมรวมบริการสื่อสารทั้งแบบประจ าที่ และแบบเคลื่อนที่ (Fixed - Mobile Convergence) ซึ่งเป็นสภาพการแข่งขันในปัจจุบันที่ผู้ให้บริการมือถือจะให้บริการพ่วงกับอินเทอร์เน็ตบรอด แบนด์ตามบ้าน การหลอมรวมนี้เป็นแนวโน้มส าคัญที่มีศักยภาพในตลาดสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งผู้ให้บริการราย ใหญ่ที่ควบรวมกันจะต้องแข่งขันในตลาด ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการรายอื่นๆ รวมถึงผู้ให้บริการรายย่อยในตลาดอินเทอร์เน็ตบ้าน และ MVNO ที่มีขีดความสามารถจ ากัดในการท าตลาด ขายพ่วงบริการก็จะแข่งขันได้ยาก และท้ายที่สุดก็อาจจะไม่สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรได้ ในระยะยาว ดังนั้น NT ต้องยกระดับขีดความสามารถ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและคุณภาพบริการให้ ทันสมัย เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในทุก บริการขององค์กร หาพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างบริการที่ทันสมัยมีคุณภาพสูงในราคาที่ถูก รวมทั้งเสริมแพ็คเกจ โปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้า สร้างความเสถียรของอินเทอร์เน็ตและความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล มีบริการหลัง การขายที่ดีเมื่อมีการแจ้งเหตุเสียสามารถให้บริการซ่อมได้อย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า จะ ช่วยส่งเสริมธุรกิจบริการขององค์กรให้สามารถแข่งขันได้ เพิ่มจ านวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการของ NT และ รักษาฐานลูกค้าเดิมของ NT ไว้ได้ ซึ่งจะท าให้องค์กรสามารถเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต …………………………………………
-5-
-6- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤต แต่การเติบโตของหลาย ประเทศมีแนวโน้มอ่อนแอลง โดยการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี2566 อยู่ที่ 3.1% และได้คงการคาดการณ์ปี 2567 ไว้เท่าเดิมที่ 3.1% โดยเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอลงจาก 2.5% ในปี2566 เหลือ 2.1% ในปี2567 ส าหรับเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงจาก 5.2% ในปีนี้เหลือ 4.6% ในปี2567 นอกจากนี้IMF ยังปรับเพิ่ม คาดการณ์การเติบโตของยูโรโซนจาก 0.5% ในปี2566 เป็น 0.9% ในปี2567 แม้IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจ โลกฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 สงครามในยูเครน และวิกฤตพลังงาน แต่การเติบโตของโลกมีแนวโน้มอ่อนแอ ลงในปี2567 ทั้งในภาพรวมและรายประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐและจีน เนื่องจากบาดแผลของวิกฤตดังกล่าว ผนวกกับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงสุดในรอบกว่าทศวรรษในประเทศส าคัญของโลก รวมถึงความเสี่ยง จากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในจีน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน ส าหรับประเด็นการสู้รบระหว่างอิสราเอส และฮามาส แม้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวจะกระทบเศรษฐกิจโลกเพียงใด แต่ IMF ระบุว่า หากสถานการณ์รุนแรงจนท าให้ต้นทุนราคาน้ ามันพุ่งสูงถึง 10% จะกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลก ประมาณ 0.15% และท าให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่4 ปี2566 เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี2566 ขยายตัวร้อยละ 1.7 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.4ใน ไตรมาสที่ 3 ของปี2566 ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการส่งออกบริการขยายตัวใน เกณฑ์สูงต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว ในขณะที่การใช้ จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐลดลง ด้านการผลิต สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร สาขาการขายส่งขายปลีกและการซ่อมฯ และสาขาขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาเกษตรกรรม และสาขาก่อสร้างปรับตัวลดลง โดยเศรษฐกิจไทยในไตร มาสที่ 4 ของปี2566 ลดลงจากไตรมาสที่ 3 ของปี2566 ร้อยละ 0.6 รวมทั้งปี2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัว ร้อยละ 1.9 ชะลอตัวลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในปี2565 ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.2 และดุล บัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 1.3 ของ GDP แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี2567 ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี2567 มีแนวโน้มที่ จะฟื้นตัวขึ้นจากปี2566 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.2 – 3.2 โดยมีปัจจัยสนับสนุนส าคัญจากการ กลับมาขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก การขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ ภายใน ประเทศทั้งการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการ
-7- ท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยง และข้อจ ากัดที่ส าคัญ ซึ่งอาจท าให้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ ากว่าที่คาดการณ์ได้แก่ ข้อจ ากัดของแรงขับเคลื่อนทางการคลัง ภาระหนี้สินครัวเรือน และภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้งต่อผลผลิตภาคเกษตร และความเสี่ยงจากความผัน ผวนของระบบเศรษฐกิจการเงินโลกที่อาจท าให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และปริมาณการค้าโลกชะลอตัวลง มากกว่าที่คาดการณ์ไว้
-8-
-9- ที่มา : ข้อมูลรายได้ NT จากรายงาน รายได้รายบริการ/กลุ่มบริการ/กลุ่มธุรกิจ (เบื้องต้น) - ส าหรับงวดปี2566 : สถานภาพการให้บริการ NT จากรายงาน Performance Report ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด : รายงานผลประกอบการประจ าไตรมาส จาก website ของผู้ให้บริการ ในส่วนข้อมูลส าหรับนักลงทุน : FINANCIAL STATEMENT ปี 2565 – 2566 กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมายเหตุ : 1/ TRUE มีการปรับตัวเลขรายได้ของทั้งปี 2565 จากรายงานข้อมูลผลประกอบการทางการเงินประจ าปี 2566 ในส่วนงบการเงินรวม เสมือนของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ ากัด (มหาชน) 2/ TRUE มีการปรับตัวเลขรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากรายงานข้อมูลผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 2/2566 ในส่วนงบการเงิน เสมือนของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ ากัด (มหาชน) 3/ ในเดือนพฤศจิกายน 2566 บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จ ากัด (มหาชน) (“JAS”) ได้จ าหน่ายหุ้นสามัญของ TTTBB ให้แก่กลุ่ม บริษัท AWN ท าให้ในไตรมาสสุดท้ายของปี2566 ในรายงานงบการเงินของ JAS จึงไม่มีข้อมูลของ 3BB Broadband Internet 4/ เป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นภายหลังจากการควบรวม 3BB กับ AIS Fiber แล้ว 5/ มีการปรับตัวเลขจ านวน Port เปิดใช้ในส่วนของ NT1 ในไตรมาส 3 ปี 2566 (ข้อมูลจาก รายงาน Performance Report)
-10- บริการบรอดแบนด์มีมูลค่าตลาดรวมในไตรมาส 4 ปี2566 เท่ากับ 13,454 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมูลค่าตลาดรวมทั้งปี 2566 อยู่ที่ 59,545 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.1 เมื่อ เทียบกับปี2565 ด้านจ านวนพอร์ตรวม ณ สิ้นปี2566 เท่ากับ 10.42 ล้าน Port ลดลงร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบ กับสิ้นปี2565 โดยภายหลังจากที่กลุ่มบริษัท AWN ได้เข้าซื้อหุ้นของ TTTBB ท าให้ในไตรมาส 4 ปี 2566 AIS Fiber กลายมาเป็นผู้ให้บริการที่มีสัดส่วนจ านวนผู้ใช้บริการสูงสุดในตลาด อยู่ที่ 4.74 ล้าน Port คิดเป็นร้อยละ 45.5 อย่างไรก็ตาม ในด้านรายได้แล้ว TRUE ยังคงมีรายได้สูงสุดในตลาด อยู่ที่ 23,654 ล้านบาท คิดเป็นส่วน แบ่งตลาดร้อยละ 45 ส่วน NT ในไตรมาส 4 ปี2566 มีรายได้2,364 ล้านบาท(รวมรายได้ USO 18 ล้าน บาท) ลดลงร้อยละ 2.6 และมีจ านวน Port ทั้งสิ้น 1.895 ล้านพอร์ต เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับไตรมาส ก่อน หากเปรียบเทียบทั้งปี 2566 กับ 2565 NT มีรายได้ในปี 2566 อยู่ที่ 9,763.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.7 และมีจ านวน Port ลดลงจากปี 2565 ร้อยละ 1.3 ณ สิ้นปี2566 ภาพรวมอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงมีการเติบโตน้อย ผู้ให้บริการมีผล ประกอบการที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน การควบรวมกันของ 3BB และ AIS Fibre ท าให้เหลือผู้ให้บริการใน ตลาดเพียง 3 ราย โดยเป็นรายใหญ่ 2 ราย คือ TRUE และ AIS Fiber ท าให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดรูปแบบ ตลาดแบบกึ่งผูกขาด Duopoly ขึ้นเช่นเดียวกับตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันที่ อาจลดลง รวมถึงการปรับค่าบริการเพิ่มขึ้นก็เป็นได้
-11- ที่มา : ข้อมูลรายได้ NT จากรายงาน รายได้รายบริการ/กลุ่มบริการ/กลุ่มธุรกิจ (เบื้องต้น) - ส าหรับงวดปี2566 : สถานภาพการให้บริการ NT จากรายงาน Performance Report ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด : รายงานผลประกอบการประจ าไตรมาส จาก website ของผู้ให้บริการ ในส่วนข้อมูลส าหรับนักลงทุน : FINANCIAL STATEMENT ปี 2565 – 2566 กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมายเหตุ 1/ TRUE มีการปรับตัวเลขรายได้ของทั้งปี 2565 จากรายงานข้อมูลผลประกอบการทางการเงินประจ าปี 2566 ในส่วนงบการเงินรวมเสมือน ของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ ากัด (มหาชน) 2/ TRUE มีการปรับตัวเลขรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากรายงานข้อมูลผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 2/2566 ในส่วนงบการเงิน เสมือนของบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ ากัด (มหาชน)
-12- มูลค่าตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 4 ปี2566 เท่ากับ 62.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 เมื่อ เทียบกับไตรมาสก่อน โดยมูลค่าทั้งปี 2566 อยู่ที่ 245,678 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับปี 2565 ถือได้ว่าตลาดไม่มีการเติบโต ในไตรมาสที่ 4 นี้TRUE มีส่วนแบ่งตลาดด้านรายได้คิดเป็นร้อยละ 51.3 รองลงมาคือ AIS มีส่วนแบ่งร้อยละ 48 ส่วน NT ในไตรมาส 4 ปี2566 มีรายได้583.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อย ละ 38.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และรายได้ทั้งปีเท่ากับ 1,656 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบ กับรายได้ในปี2565 ด้านสถานภาพเลขหมาย ณ สิ้นปี2566 มีเท่ากับ 98.66 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบ กับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับปี2565 โดย TRUE ขึ้นน ามาครองส่วนแบ่งตลาด สูงสุด ร้อยละ 52.6 รองลงมาคือ AIS โดยมีส่วนแบ่งตลาดเท่ากับ 45.2 ขณะที่ NT มีจ านวนเลขหมายเท่ากับ 2,157,391 เลขหมาย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนร้อยละ 5.4 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดเท่ากับร้อยละ 2.2 จะเห็นว่าอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่เห็นสัญญาณว่าก าลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวของตลาด การเติบโต ด้านจ านวนเลขหมายมีน้อยมาก ขณะเดียวกันรายได้ก็ค่อนข้างทรงตัว แม้ตลาดจะเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่ เพียง 2 รายที่สามารถก าหนดทิศทางในภาพรวมของตลาดได้ รวมถึงสามารถก าหนดเกณฑ์ราคาแพ็คเกจขั้นต่ า ได้ง่ายขึ้น จึงส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องน าเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อม Bundle บริการออนไลน์ต่างๆ พ่วงเข้ามา ในแพ็คเกจเพื่อดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ภายใต้สภาวะตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีความอิ่มตัวใน ระดับสูง
-13- ธุรกิจบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์โดยรวมแล้วศูนย์วิจัยกรุงศรีประเมินว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่องใน อัตราเฉลี่ย 19.0-20.0% ในช่วงปี2566-2568 โดยแยกเป็นบริการดิจิทัลรายได้มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 22.0- 23.0% บริการซอฟต์แวร์รายได้มีแนวโน้มขยายตัว 11.0-12.0% และดิจิทัลคอนเทนต์รายได้มีแนวโน้มเติบโต ราว 13.0-14.0% โดยแรงผลักดันส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของ Data Center และ Cloud ศูนย์วิจัยกรุงไทย (Krungthai Compass) ได้ท าการวิเคราะห์บริการ Data Center ในยุค Digital Economy พบว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี2565-73 มีมูลค่าประมาณ 5.8 ล้าน ล้านบาทในปี 2573 ส่งผลให้ปริมาณข้อมูลจะเติบโต 3.7 เท่า มาอยู่ที่ประมาณ 26ZB (1 Zettabyte = 1ล้าน ล้าน GB) ท าให้ความต้องการ Data Center เพิ่มขึ้นตาม โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาด Data Center ของไทย ในปี 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Data Center มี3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.สร้าง Data Center ขึ้นมาเองเพื่อใช้ในองค์กร 2.Private Cloud (Colocation Data Center) และ 3.Public Cloud ซึ่ง Data Center แต่ละประเภทมีความแตกต่าง กันใน 4 ประเด็น คือ ค่าลงทุนและค่าใช้จ่าย ความยืดหยุ่นของการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ความเสี่ยงด้านการ รั่วไหลของข้อมูล และลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม โดยที่แบบแรกจะมีการลุงทุนที่สูงมาก ส่วนแบบ Public Cloud จะใช้งบประมาณต่ าที่สุด มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนการใช้โครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด โดยความ เสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลขึ้นอยู่กับมาตราฐานการรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้ ให้บริการ ซึ่งหากผู้ให้บริการมีมาตรฐานด้านการรักษาปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับสากล ก็จะสร้าง ความมั่นใจได้ว่า Public Cloud มีความเหมาะสมกับการเก็บข้อมูลขององค์กรไม่ต่างจาก Data Center รูปแบบอื่นๆ ส านักงาน กสทช. ได้จัดท าผลการศึกษาและส ารวจข้อมูลอินเทอร์เน็ต และศึกษามูลค่าตลาดสื่อสาร ของประเทศไทยในปีพ.ศ. 2565 และประมาณการปีพ.ศ. 2566 พบว่ามูลค่าตลาดบริการ Data Center (Colocation) และ Cloud Service ของไทยในปี 2565 อยู่ที่ 22,299 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2564 ร้อยละ 46.4 และคาดการณ์ว่าในปี 2566 จะมีมูลค่าเป็น 42,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ร้อยละ 90 ส่วนหนึ่ง เนื่องจากการย้ายฐานการให้บริการ Data center ออกจากประเทศสิงคโปร์เนื่องจากปัญหาต้นทุนค่าพลังงาน ที่เพิ่มสูงขี้น รวมถึงข้อจ ากัดการห้ามขยายจ านวน Data center ท าให้เกิดการย้ายฐาน Data center เข้าสู่ ประเทศไทย รวมทั้งมีการลงทุนวางสายเคเบิลใต้น้ าและสร้างสถานีฐาน (Landing station) มากขึ้นเพื่อรองรับ ปริมาณข้อมูลที่จะขยายตัวอย่างมาก อีกด้านหนึ่งคือบุคลากรระบบวิศวกรรมโทรคมนาคมมีการพัฒนาตนเอง ขึ้น ได้รับรองมาตรฐานต่างๆ ที่จะท าให้สามารถรับงานก่อสร้างและดูแล Data center ได้รวมถึงภูมิประเทศ ไทยมีพื้นที่ประมาณ 13,115 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากประเทศ
-14- อินโดนีเซียและพม่า มีสถานที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน และมีdemand ของการบริการดิจิทัลที่อยู่ใน ระดับสูง มีความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนี้นโยบายสนับสนุนการลงทุน Data center และ Cloud service จากภาครัฐเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นที่ท าให้เกิดการขยายการลงทุนในธุรกิจนี้ทั้งมาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปีและการยกเว้นอากรขาเข้าอุปกรณ์จ าเป็นในกิจการ Data center และ Cloud service โดยปี2022 ได้อนุมัติโครงการ Data center และ Cloud service มูลค่าราว 31,000 ล้านบาท และยังมีการยื่นขอสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ให้บริการไทย และผู้ให้บริการระดับโลก เช่น NTT จากญี่ปุ่นที่ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ Data center BKK3 ในนิคมอมตะซิตี้ชลบุรีรวมถึง AWS ที่ ประกาศเปิดใช้งาน Cloud region และยังมีแผนก่อสร้างศูนย์Data center ในไทย ซึ่งคาดว่าจะให้บริการได้ ปลายปีพ.ศ. 2567 ข้อมูลจาก Knightfrank Thailand พบว่าในไตรมาสแรกของปี 2566 Data Center ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล มีความสามารถในการรองรับการใช้งานรวม 60MW (MegaWatt) มีการใช้งานรวมอยู่ที่ 49MW และจะขยายความสามารถในการรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนแบ่งตลาดของผู้ให้บริการตาม ความสามารถในการรองรับการใช้งานเป็นไปภาพแผนภาพ อย่างไรก็ตาม Data Center ยังคงต้องเผชิญอุปสรรคที่ขัดขวางการขยายการให้บริการ ทั้งในด้าน ขนาดหรือปริมาณ เช่น การหาสถานที่ตั้ง Data Center, ค่าพลังงานที่สูงขึ้น, กังวลเรื่องความยั่งยืนโดยเฉพาะ ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม, ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, และการขาดแคลนบุคลากร
-15- ในปัจจุบันผู้ให้บริการดิจิทัลทั้งในระดับ consumer และระดับองค์กร มีอยู่ด้วยกันหลายราย ทั้งที่จด ทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายด าเนินธุรกิจ ให้บริการดิจิทัลครอบคลุมประเภทบริการที่แตกต่างกันไป เช่น AIS TRUE NT เป็นต้น ซึ่งผลประกอบการในปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้ AIS AIS ท าธุรกิจหลักในการให้บริการอยู่ 4 ธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มบริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลุ่มบริการลูกค้าองค์กร และกลุ่มบริการดิจิทัล บริการดิจิทัลเซอร์วิส เป็นบริการต่อยอดด้านดิจิทัลที่มุ่งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นจากฐานธุรกิจบริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยตั้งเป้าให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางถึงยาวสอดรับ กับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีน าเสนอบริการดิจิทัลไลฟ์สไตล์อาทิบริการด้าน ธุรกรรมการเงินดิจิทัลและประกันดิจิทัล บริการคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์และอื่นๆ
-16- กลุ่มบริการลูกค้าองค์กรมุ่งสนับสนุนการด าเนินธุรกิจทั้งองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ไปจนถึง SMEs โดย น าเสนอบริการหลัก 5 กลุ่มบริการคือ บริการ 5G & IoT Solutions, บริการ Cloud & Data Center Solutions, บริการ Communication Solutions, บริการ Data Analytic & AI Solutions, และบริการ Business Network Solutionsด้านคลาวด์ รายได้จากการให้บริการในปี 2566 เป็นรายได้ที่ถูกจัดรวมลงในกลุ่มรายได้การให้บริการอื่นๆ รายได้ ในปี 2566 มีทั้งสิ้น 6,819 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 8.7% เฉพาะรายได้ในไตรมาสที่ 4 มีทั้งสิ้น 1,957 ล้าน บาทเติบโตจากไตรมาสก่อน 12% และเติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 14% กลุ่มบริการลูกค้าองค์กร และกลุ่มบริการดิจิทัล มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง Q4-65 Q1-66 Q2-66 Q3-66 Q4-66 %YoY %QoQ 2565 2566 %YoY 1,718 1,564 1,551 1,748 1,957 14% 12% 6,274 6,819 8.7% ที่มา: ค าอธิบายบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารประจาปี2566 จาก website AIS ในส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ ทรูดิจิทัล ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีพันธกิจหลักในการผลักดันการพัฒนานวัตกรรม และสร้างโอกาสการเติบโตจาก การ เปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในยุคใหม่ โดยทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้สร้างขอบเขตความสามารถเชิงลึกใน เทคโนโลยีล้ า าสมัยต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) การรวบรวมและจัดการข้อมูล มหาศาล (Big Data) บล็อกเชน (Blockchain) ระบบคลาวด์ (Cloud), Internet of Things (IoT) หุ่นยนต์ (Robotics) รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และธุรกิจดิจิทัลเฮลท์แบบ ครบ วงจร (Integrated Digital Health) ธุรกิจดิจิทัลครบวงจร ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มุ่งมั่นพัฒนาและให้บริการดิจิทัลครบวงจร ส าหรับผู้บริโภค ลูกค้าธุรกิจรายย่อย และลูกค้าองค์กร โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ แพลตฟอร์มสื่อดิจิทัล (Digital Media Platform) แพลตฟอร์ม ที่เชื่อมระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) พร้อมสิทธิประโยชน์หลากหลาย เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ดิจิทัลโซลูชั่น (Digital Solutions) เทคโนโลยีความปลอดภัย
-17- ทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และธุรกิจดิจิทัลเฮลท์แบบครบวงจร (Integrated Digital Health) รวมถึง สถาบันทรู ดิจิทัล อคาเดมี (True Digital Academy) ส าหรับธุรกิจ Data Center นั้นให้บริการโดย True IDC ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มี คลาวด์แพลตฟอร์มและศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้บริการครอบคลุมจุดศูนย์กลางธุรกิจหลักในกรุงเทพฯ หลาย แห่ง ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ศูนย์ทรูไอดีซี-นอร์ท เมืองทอง ให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ, ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทรูไอดีซี-มิดทาวน์รัชดา และ ทรูไอดีซี-มิดทาวน์พัฒนาการ ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ใจ กลางกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีทรูไอดีซี-อีสต์บางนา ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime เปิด ให้บริการในพื้นที่ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร และล่าสุดลงทุนเพิ่มกว่า 10,000 ล้านบาท ในการขยาย ศักยภาพธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ครั้งใหญ่ เน้นการขยายดาต้าเซ็นเตอร์โครงการทรูไอดีซีอีสต์บางนา แคมปัส และโครงการ ทรูไอดีซีนอร์ท เมืองทอง โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ให้กับ ประเทศไทยในการรองรับการเข้ามาของธุรกิจระดับโลก โดยทั้งสองโครงการจะมีพื้นที่ให้บริการกว่า 60,000 ตารางเมตร ก่อสร้างตามมาตรฐาน Uptime รวมถึงขยายปริมาณไฟฟ้าอีกจ านวน 41 เมกะวัตต์ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2566 ผู้ใช้งาน Pay TV อยู่ที่ 1.4 ล้านราย มีรายได้6,311 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการแบบสมัครสมาชิกที่ลดลงและการ ลดลงของรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต ส าหรับไตรมาส 4 ปี2566 ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกมีรายได้จาก การให้บริการเป็น 1,418 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน NT กลุ่มธุรกิจดิจิทัลของ NT ประกอบด้วยกลุ่มบริการทั้งหมด 5 กลุ่มบริการ ได้แก่ กลุ่มบริการ Data Center และ Cloud, กลุ่มบริการ Big Data Analytics, กลุ่มบริการ Cyber Security, กลุ่มบริการ Digital Platform & Solution และกลุ่มบริการ IoT และ Smart Devices โดยในแต่ละกลุ่มบริการจะประกอบด้วย
-18- บริการย่อยที่เกี่ยวข้องอีกหลายบริการ NT มีดาต้าเซ็นเตอร์13 แห่งทั่วประเทศ และมีบุคลากรที่มีความ เชี่ยวชาญด้านคลาวด์พร้อมให้บริการคลาวด์ได้ร่วมมือกับ บริษัท อีโวลูชั่น ดีซี(ไทยแลนด์) จ ากัด พัฒนาธุรกิจ ดาต้า เซ็นเตอร์ขนาดมากกว่า 30 เมกะวัตต์ตอบรับความต้องการธุรกิจ Cloud Computing และ Data Storage และสร้างความพร้อมให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย จากรายงานรายได้รายบริการ/กลุ่มบริการ/กลุ่มธุรกิจ ส าหรับปี 2566 NT มีรายได้จากการให้บริการ ในกลุ่มธุรกิจ Digital โดยเปรียบเทียบกับปีก่อน ดังตาราง โดยกลุ่มบริการ Digital Platform & Solution รวม กับกลุ่มบริการ Data Center และ Cloud สามารถสร้างรายได้ประมาณร้อยละ 90 ของรายได้ทั้งหมด ผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2566 กลุ่มธุรกิจดิจิทัล (ล้านบาท) กลุ่มบริการ รายได้ 4Q66 รายได้ 3Q66 รายได้ 2Q66 รายได้ 1Q66 ปี 2566 ปี 2565 QoQ (%) 2565-2566 (%) IoT และ Smart Devices 0.04 0.04 0.05 0.05 0.18 0.29 0.0% -37.9% Big Data Analytics 30.15 39.67 32.99 13.91 116.72 150.93 -24.0% -22.7% Cyber Security 84.82 59.15 73.17 88.03 305.16 335.93 43.4% -9.2% Data Center และ Cloud 381.84 585.41 573.03 423.8 1,964.08 1596.35 -34.8% 23.0% Digital Platform & Solution 489.64 410.07 388.01 438.71 1,726.43 1826.48 19.4% -5.5% รวม 986.48 1,094.34 1,067.25 964.50 4,112.57 3909.98 -9.9% 5.2% ที่มา: รายงานผลด าเนินงานกลุ่มธุรกิจ/กลุ่มบริการ/รายบริการ NT (บช.) และ Dashboard การเงินระบบ Datawarehouse
-19- ภาพรวมตลาดโทรคมนาคมของไทย ในปี2566 พบว่ารายได้รวมของตลาดเท่ากับ 593,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.07 เมื่อเปรียบเทียบกับ 581,706.81 ล้านบาทในปี2565 ขณะที่ก าไรสุทธิของตลาดมีมูลค่า เท่ากับ 69,240.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.87 เมื่อเปรียบเทียบกับปี2565 ที่มีมูลค่าเท่ากับ 51,723.13 ล้านบาท จากตารางที่ 1 ผู้ประกอบการที่มีรายได้สูงสุด 4 อันดับแรก มีรายได้รวมกันเป็นประมาณร้อยละ 85 ของรายได้ตลาดรวม โดยอันดับ 1 ได้แก่TRUE ซึ่งได้ควบรวมกับ DTAC ไปเมื่อต้นปี2566 มีรายได้ในปี2566 ทั้งสิ้น 202,856 ล้านบาท ลดลงจากปี2565 ร้อยละ 5.68 และมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 34.16 อันดับที่ 2 คือ ADVANC มีรายได้ทั้งสิ้น 188,872.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.86 และมีส่วนแบ่ง ตลาดร้อยละ 31.81 อันดับที่ 3 คือ NT มีรายได้ทั้งสิ้น 82,034.47 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 10.23 มี ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13.82 อันดับที่ 4 คือ JAS มีรายได้ทั้งสิ้นเท่ากับ 28,794.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ก่อนร้อยละ 1,509.91 ซึ่งเกิดจากการที่ JAS มีรายได้จากการจ าหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม( TTTBB และ JASIF) ให้กับกลุ่มบริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จ ากัด (“AWN”) จ านวน 26,431 ล้าน บาท ทั้งนี้ยังมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 4.85 จากข้อมูลก าไรสุทธิในตารางที่ 2 ผู้ประกอบการที่มีก าไรสุทธิสูงสุด 4 อันดับแรกได้แก่ ADVANC มี ก าไรสุทธิในปี2566 เท่ากับ 29,088.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 11.82 รองลงมาคือ JAS มีก าไร สุทธิเท่ากับ 19,829.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1,061.15 จากการขายบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (TTTBB และ JASIF) ให้กับ AWN อันดับที่ 3 คือ INTUCH มีก าไรสุทธิเท่ากับ 14,500.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อนร้อยละ 37.29 อันดับที่ 4 คือ DIF มีก าไรสุทธิเท่ากับ 11,850.19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 3.93 และส าหรับ NT มีผลประกอบการในปี2566 ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 77.6 ล้านบาท (ข้อมูลเบื้องต้น)
-20- 1 TRUE 202,856.00 215,070.00 (5.68) 34.16 2 ADVANC 188,872.91 185,484.77 1.83 31.81 3 NT 82,034.47 91,379.86 (10.23) 13.82 4 JAS 28,794.08 1,788.55 1,509.91 4.85 5 DIF 14,300.57 14,425.03 (0.86) 2.41 6 INTUCH 11,794.37 10,580.27 11.48 1.99 7 SAMART 10,297.06 9,418.05 9.33 1.73 8 MSC 9,545.81 9,451.82 0.99 1.61 9 3BBIF (JASIF) 9,514.85 10,293.53 (7.56) 1.60 10 ILINK 6,965.19 7,095.66 (1.84) 1.17 11 MFEC 6,796.90 5,878.58 15.62 1.14 12 AIT 6,520.46 6,726.59 (3.06) 1.10 13 SAMTEL 4,587.52 5,267.07 (12.90) 0.77 14 THCOM 3,220.20 3,142.49 2.47 0.54 15 INET 2,186.04 2,190.88 (0.22) 0.37 16 SYMC 2,016.40 1,699.01 18.68 0.34 17 SDC 1,966.64 643.47 205.63 0.33 18 ALT 1,491.43 1,171.18 27.34 0.25 รวม 593,760.90 581,706.81 2.07 100.00 ที่มา : รายงานผลประกอบการ รายไตรมาส เว็บไซต์บริษัทผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ : FINANCIAL STATEMENT กลุ่ม ICT ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : ข้อมูลรายได้NT จากรายงานผลการด าเนินงานกลุ่มธุรกิจ/กลุ่มบริการ งวดสิ้นปี2566
-21- 1 ADVANC 29,088.93 26,013.91 11.82 2 JAS 19,829.99 (2,063.15) 1,061.15 3 INTUCH 14,500.35 10,561.95 37.29 4 DIF 11,850.19 12,334.63 (3.93) 5 3BBIF (JASIF) 7,960.78 8,850.49 (10.05) 6 MFEC 717.60 240.10 198.88 7 ILINK 712.20 541.97 31.41 8 AIT 503.67 541.64 (7.01) 9 THCOM 353.65 42.21 737.83 10 MSC 285.08 234.57 21.53 11 SYMC 264.63 162.08 63.27 12 INET 234.24 201.76 16.10 13 SAMTEL 66.18 258.48 (74.40) 14 ALT 21.99 (107.88) 120.38 15 NT (77.60) 2,422.34 (103.20) 16 SAMART (644.17) (1,332.66) 51.66 17 SDC (738.50) (1,265.31) 41.63 18 TRUE (15,689.00) (5,914.00) (265.29) รวม 69,240.21 51,723.13 33.87 ที่มา : รายงานผลประกอบการ รายไตรมาส/ปีเว็บไซต์บริษัทผู้ประกอบการ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ : FINANCIAL STATEMENT กลุ่ม ICT ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : ข้อมูลก าไรสุทธิNT จากรายงานผลการด าเนินงานกลุ่มธุรกิจ/กลุ่มบริการ งวดสิ้นปี2566
-22-
-23- 1. บริการโทรศัพท์ประจ าที่ • สิ้นไตรมาส 4/2566 มีเลขหมายทั้งสิ้น 1,632,729 เลขหมาย แบ่งเป็น nt1 จ านวน 73,223 เลข หมาย nt2 จ านวน 1,599,506 เลขหมาย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน 40,133 และ 194,092 เลขหมาย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.40 และ 10.62 ตามล าดับ โดยเป็นการ ลดลงของทั้ง nt1 และ nt2 (เดือน ม.ค.65-พ.ย.65 ยังไม่รวมเลขหมายของ nt1 และเริ่มรวมเลข หมายของ nt1 ตั้งแต่เดือน ธ.ค.65) ในจ านวนนี้พบว่า กลุ่มลูกค้าสูงสุด 3 อันดับแรกรวมกัน คิด เป็นร้อยละ 90.87 ของลูกค้าทั้งหมดประกอบด้วย ลูกค้าทั่วไป (Residence) 43.08% ลูกค้า องค์กรเอกชน 34.67% และลูกค้าราชการ (Government) 13.12% ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าวสร้าง รายได้รวมคิดเป็นร้อยละ 99.64 ของรายได้ทั้งหมด แบ่งเป็นลูกค้าองค์กรเอกชน 50.58% ลูกค้าทั่วไป (Residence) 37.30 % และลูกค้าราชการ (Government) 11.76% • อัตราการยกเลิก (Churn Rate) ไตรมาส 4/2566 เท่ากับ 2.97% คิดเป็น 0.99% ต่อเดือน ลดลง จากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.57% และ 0.46% ตามล าดับ สาเหตุการยกเลิกที่ ลดลงสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ Disconnect By Modify ซึ่งลดลง 6,030 และ 5,025 เลขหมาย หรือคิดเป็น 80.27% และ 77.22% ตามล าดับ 1,876,477 1,828,033 1,779,098 1,826,821 1,757,470 1,718,805 1,672,862 1,632,729 1,400,000 1,600,000 1,800,000 2,000,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 เลขหมาย จ านวนเลขหมายโทรศัพท์ประจ าที่ ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-24- • สาเหตุการยกเลิกสูงสุด 3 อันดับแรกของไตรมาสนี้คิดเป็น 75.29% ประกอบด้วย หมดความ จ าเป็น (46.22%) Disconnect by Debt (22.53) และต้องการประหยัด (6.54%) โดยกลุ่มลูกค้า ทั่วไปเป็นกลุ่มที่มีการยกเลิกสูงสุด คือ ร้อยละ 60.46 ของลูกค้าที่ยกเลิกทั้งหมด • รายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เฉพาะ nt2 (nt1 อยู่ระหว่างด าเนินการ) ในไตรมาส 4/2566 เท่ากับ 392.40 บาท คิดเป็น 130.80 บาทต่อเดือน ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.38 และ 5.85 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 1.04 และ 4.28 ตามล าดับ 2. บริการโทรศัพท์สาธารณะ • สิ้นไตรมาส 4/2566 มีเลขหมายทั้งสิ้น 6,761 เลขหมาย ลดลงจากไตรมาสก่อน 754 เลขหมาย หรือร้อยละ 10.03 เนื่องจากไม่มีการใช้บริการจึงยกเลิกการให้บริการและลดลงจากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน 5,080 เลขหมาย หรือร้อยละ 42.90 เนื่องจากมีการปรับปรุงข้อมูลเลขหมายที่ไม่มี การใช้งานแล้วออกจากระบบข้อมูลลูกค้า 141.87 139.82 137.81 136.65 134.65 132.33 132.17 130.80 130.00 135.00 140.00 145.00 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 บาท รายได้โทรศัพท์ประจ าที่ต่อเลขหมายปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-25- • รายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เฉพาะ nt2 (nt1 ไม่มีการให้บริการ) ในไตรมาส 4/2566 เท่ากับ 723.04 บาท คิดเป็น 241.01 บาทต่อเดือน เพิ่มจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน 45.70 และ 156.71 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 89.84 และ 185.89 ตามล าดับ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากการปรับลดเลขหมายที่ไม่มีการใช้บริการ 3. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ • สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 2,157,391 เลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้า Retail ทื่ nt ด าเนินการเอง 2,109,559 เลขหมาย และ Wholesale( MVNO) (ไม่รวม NT1 เนื่องจากไม่มี การรายงานข้อมูล) 47,832 เลขหมาย เพิ่มจากไตรมาสก่อน 110,722 เลขหมาย หรือร้อยละ 22,198 17,669 14,460 10,809 11,841 10,199 7,515 6,761 - 10,000 20,000 30,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 เลขหมาย จ านวนเลขหมายโทรศัพท์สาธารณะ ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 37.68 54.94 60.59 84.30 143.58 144.45 195.31 241.01 - 50.00 100.00 150.00 200.00 250.00 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 บาท รายได้โทรศัพท์สาธารณะต่อเลขหมาย ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-26- 5.41 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของทุกบริการแบ่งเป็น my (94,990 เลขหมายหรือ 5.63%) และ NT Mobile (11,702 เลขหมาย หรือ 3.71%) รวมกันเป็นจ านวน 106,692 เลขหมาย หรือร้อยละ 5.33 และ MVNO เพิ่มขึ้น 4,030 เลขหมาย หรือร้อยละ 9.20 แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 9,578 เลขหมาย หรือร้อยละ 0.44 โดยเป็นการลดลงของ my และ MVNO จ านวน 70,840 และ 15,562 เลขหมาย หรือร้อยละ 3.82 และ 24.55 ตามล าดับ • อัตราการยกเลิกเฉพาะระบบ Postpaid ไตรมาส 4/2566 เท่ากับร้อยละ 4.21 คิดเป็น 1.40 ต่อ ดือน (ไม่รวมระบบ Prepaid และ MVNO เนื่องจากไม่มีข้อมูลเลขหมายยกเลิก) ลดลงจากไตร มาสก่อน 0.71% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.96% 4. บริการบรอดแบนด์ • สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 1,890,686 Port เพิ่มจากจากไตรมาสก่อน 5,426 Port หรือ ร้อยละ 0.29 และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29,572 Port หรือร้อยละ 1.54 โดยกลุ่ม ลูกค้าสูงสุด 3 อันดับแรกรวมกันคิดเป็นร้อยละ 97.85 ของลูกค้าทั้งหมด ประกอบด้วย ลูกค้า ทั่วไป (Residence) 80.31% ลูกค้าราชการ (Government) 9.25% และลูกค้าองค์กรเอกชน 8.29% ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าวสร้างรายได้รวมคิดเป็นร้อยละ 99.69 ของรายได้ทั้งหมด แบ่งเป็น ลูกค้าทั่วไป (Residence) 73.22% ลูกค้าองค์กรเอกชน 13.56% และลูกค้าราชการ (Government) 12.91% ตามล าดับ 2,532,771 2,446,124 2,225,332 2,166,969 2,051,647 1,997,245 2,046,669 2,157,391 1,500,000 2,000,000 2,500,000 3,000,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 เลขหมาย จ านวนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-27- • อัตราการยกเลิก (Churn Rate) ไตรมาส 4/2566 เท่ากับ 3.10% คิดเป็น 1.03% ต่อเดือน ลดลง จากไตรมาสก่อน 0.48% โดยสาเหตุส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของ Disconnect By Modify และ หมดความจ าเป็น ซึ่งลดลง 5,332 และ 765 เลขหมาย หรือคิดเป็น 84.61% และ 10.74% ตามล าดับ และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอัตราการยกเลิกลดลง 1.05% สาเหตุหลักเกิด จากการลดลงของการหมดความจ าเป็น และย้ายที่อยู่ ซึ่งลดลง 12,293 และ 3,616 เลขหมาย หรือคิดเป็น 65.91% และ 66.46% ตามล าดับ • สาเหตุการยกเลิกสูงสุด 3 อันดับแรกของไตรมาสนี้คิดเป็นร้อยละ 84.00 ของการยกเลิกทั้งหมด ประกอบด้วย Disconnect by Debt (52.50%) หมดความจ าเป็น (13.18%) และ Disconnect by Bulk (18.32%) โดยกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นกลุ่มที่มีการยกเลิกสูงสุด คือ 80.73% • รายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เฉพาะ nt2 (nt1 อยู่ระหว่างด าเนินการ) ไตรมาส 4/2566 เท่ากับ 1,048.03 บาท คิดเป็น 349.34 บาทต่อเดือน ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปี ก่อน 0.77 และ 17.63 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.22 และ 4.80 ตามล าดับ 5. บริการ Wireless Net (เฉพาะ NT2) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าจ านวน 72,916 เลขหมาย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 5,428 และ 18,065 ราย หรือร้อยละ 8.04 และ 32.93 ตามล าดับ ซึ่งเป็นการ เพิ่มขึ้นของทุกบริการทั้งในส่วนของ Wireless Net และที่ให้บริการ IP Phone แต่โดยส่วนใหญ่เป็น การเพิ่มขึ้นของการให้บริการ Wireless Net ระบบ Prepaid 1,950,238 1,962,270 1,941,381 1,920,258 1,901,448 1,885,369 1,885,152 1,890,686 1,800,000 1,850,000 1,900,000 1,950,000 2,000,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 Port จ านวนลูกค้า Broadband ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-28- 6. บริการ Data (เฉพาะ NT2) 6.1 IP Network สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 6,311 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 880 ราย และ 1,542 ราย หรือร้อยละ 12.24 และ 19.64 ตามล าดับ โดยเป็นการลดลงของลูกค้าทุกประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลดลงของกลุ่มลูกค้า Corporate และลูกค้าราชการ 54,105 62,089 64,764 54,851 52,781 58,222 67,488 72,916 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้าบริการ Wireless Net ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 7,577 7,351 8,571 7,853 7,668 7,443 7,191 6,311 6,000 7,000 8,000 9,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า IP Network ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-29- 6.2 MetroLan สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 6,537 ราย เพิ่มจากไตรมาสก่อน 15 ราย (จาก ลูกค้าราชการ) หรือร้อยละ 0.23 และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 401 ราย หรือร้อย ละ 5.78 ตามล าดับ โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของลูกค้า Corporate และ SMEs 6.3 ISDN (BAI) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 1,965 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 47 และ 482 ราย หรือร้อยละ 2.34 และ 19.70 ตามล าดับ โดยเป็นการ ลดลงของลูกค้าทุกประเภทและกว่าร้อยละ 70 เป็นการลดลงของลูกค้า Corporate และ SMEs 5,937 6,020 6,951 6,938 6,587 6,561 6,522 6,537 5,000 5,500 6,000 6,500 7,000 7,500 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า MetroLan ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 2,810 2,733 2,564 2,447 2,269 2,136 2,012 1,965 - 500 1,000 1,500 2,000 2,500 3,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า ISDN(BAI) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-30- 6.4 ISDN (PRI) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 2,602 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 86 และ 5,363 ราย หรือร้อยละ 3.2 และ 67.33 ตามล าดับ โดยเป็นการ ลดลงของลูกค้าทุกประเภทและร้อยละ 99 เป็นการลดลงของลูกค้า Corporate และ SMEs ซึ่งส่วนหนึ่งเปลี่ยนไปใช้SIP Trunk สาเหตุที่ลูกค้าลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อนเนื่องจากมีการเปลี่ยนไปใช้IP Phone ตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 6.5 SIP Trunk สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 7,398 ราย เพิ่มจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 71 และ 1,111 ราย หรือร้อยละ 0.97 และ 17.67 ตามล าดับ โดย เป็นการเพิ่มขึ้นของลูกค้ากลุ่ม Corporate และ SMEs กว่าร้อยละ 90 8,438 8,313 8,125 7,965 7,850 2,766 2,688 2,602 2,000 4,000 6,000 8,000 10,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 วงจร จ านวนลูกค้าบริการ ISDN(PRI) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-31- 6.6 B-ISDN (ATM) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 60 ราย เพิ่มจากไตรมาสก่อน 14 ราย หรือร้อย ละ 30.43 และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 5,693 5,795 5,956 6,287 6,733 7,266 7,327 7,398 5,000 6,000 7,000 8,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 วงจร จ านวนลูกค้าบริการ SIP TRUNK ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 136 122 110 60 62 44 46 60 - 50 100 150 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า B-ISDN (ATM) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-32- 6.7 B-ISDN (CES) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 1 ราย เท่ากับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.8 B-ISDN (FR) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าทั้งสิ้น 10 ราย เท่ากับไตรมาสก่อนแต่ลดลงจากช่วง เดียวกันของปีก่อน 1 ราย หรือร้อยละ 10.0 1 1 1 1 1 1 1 1 - 1 2 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า B-ISDN (CES) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 10 10 10 10 9 9 9 9 - 3 6 9 12 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้า B-ISDN (FR) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-33- 7. บริการ Leased Line Internet (เฉพาะ NT2) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าจ านวน 5,019 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 312 และ 725 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 5.85 และ 12.62 ตามล าดับ โดยลดลงทั้ง DDN และ Analog และลดลงทุกกลุ่มลูกค้า ซึ่งกว่าร้อยละ 90 เป็นการลดลงของลูกค้า SMEs, Corporate และ ราชการ 8. บริการ IPTV (เฉพาะ NT2) สิ้นไตรมาส 4/2566 มีลูกค้าประเภท Account จ านวน 17,568 ราย เพิ่มจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน 39 และ 243 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.22 และ 1.40 ตามล าดับ ส าหรับประเภท Set Top Box มีลูกค้าจ านวน 104,860 ราย ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วง เดียวกันของปีก่อน 238 และ 2,768 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.23 และ 2.57 ตามล าดับ 6,049 5,934 5,877 5,744 5,562 5,422 … 5,019 4,500 5,000 5,500 6,000 6,500 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้าบริการ Leased Line Internet ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-34- 17,203 17,265 17,325 17,325 17,422 17,478 17,529 17,568 16,000 17,000 18,000 19,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ราย จ านวนลูกค้าบริการ IPTV (Account) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566 110,130 108,847 108,368 107,628 106,937 105,999 105,098 104,860 104,000 105,000 106,000 107,000 108,000 109,000 110,000 111,000 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 กล่อง จ านวนลูกค้าบริการ IPTV (Set Top Box) ปี 2566 เทียบกับปี 2565 ปี 2565 ปี 2566
-35- บริการ Q4/66 Q3/66 Q4/65 % เพิ่ม/(ลด) จาก Q3/66 Q4/65 1. โทรศัพท์ประจ าที่ (เลขหมาย)1/ 1,632,729 1,672,862 1,826,821 (2.40) (10.62) 2. โทรศัพท์สาธารณะ (เลขหมาย) 6,761 7,515 11,841 (10.03) (42.90) 3. โทรศัพท์เคลื่อนที่ (เลขหมาย) 2,157,391 2,046,669 2,166,969 5.41 (0.44) 3.1 ให้บริการโดย NT 2,109,559 2,002,867 2,103,575 5.33 0.28 - บริการ my (Postpaid & Prepaid) 1,782,276 1,687,286 1,853,116 5.63 (3.82) - บริการ NT Mobile (Postpaid & Prepaid) 327,283 315,581 250,459 3.71 30.67 3.2 ให้บริการโดย MVNO (Prepaid)2/ 47,832 43,802 63,394 9.20 (24.55) 4. บรอดแบนด์ (Port) 1,890,686 1,885,260 1,920,258 0.29 (1.54) - NT1 223,417 225,112 242,141 (0.75) (7.73) - NT2 1,667,269 1,660,148 1,678,117 0.43 (0.65) 5. TOT Wireless Net (เฉพาะ NT2) (เลขหมาย) 72,916 67,488 54,851 8.04 32.93 - Wireless Net 53,406 48,102 37,366 11.03 42.93 - IP Phone 19,510 19,386 17,485 0.64 11.58 6. Data (เฉพาะ NT2) (ราย) - IP Network 6,311 7,191 7,853 (12.24) (19.64) - MetroLan 6,537 6,522 6,938 0.23 (5.78) - ISDN (BAI) 1,965 2,012 2,447 (2.34) (19.70) - ISDN (PRI) 2,602 2,688 7,965 (3.20) (67.33) - SIP Trunk 7,398 7,327 6,287 0.97 17.67 - B-ISDN (ATM) 60 46 60 30.43 0.00 - B-ISDN (CES) 1 1 1 0.00 0.00 - B-ISDN (FR) 9 9 10 0.00 (10.00) 7. Leased Line Internet (เฉพาะ NT2) (ราย) 5,019 5,331 5,744 (5.85) (12.62) - DDN 3,017 3,319 3,581 (9.10) (15.75) - Leased Analog 2,002 2,012 2,163 (0.50) (7.44) 8. IPTV (เฉพาะ NT2) (ราย) - Account 17,568 17,529 17,325 0.22 1.40 -Set top Box 104,860 105,098 107,628 (0.23) (2.57) 9. อัตราการยกเลิก (Churn Rate) (%) 9.1 โทรศัพท์ประจ าที่ 2.97 3.55 3.43 (0.57) (0.46) 9.2 โทรศัพท์เคลื่อนที่ (เฉพาะระบบ Postpaid)3/ 4.21 4.92 0.25 (0.71) 3.96 9.3 บรอดแบนด์ 3.10 3.58 4.15 (0.48) (1.05)
-36- ที่มา : - ฝ่ายตลาดผลิตภัณฑ์โทรศัพท์และบรอดแบนด์(ทต.) ฝ่ายตลาดผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สาย (สต.) - ระบบ Dashboard หมายเหตุ : 1/ - โทรศัพท์ประจ าที่ของ. nt1 ประกอบด้วย Cloud PBX, SIP trunk, ONECONNET และ CAT2CALL - โทรศัพท์ประจ าที่ของ. nt2 ประกอบด้วย Normal Telephone, IP Phone, IN, Internet Phone, Free Phone, DID, PABX, V-PBX, TDMA, IPStar, Satellite และ WLL 2/ เป็นเลขหมาย MVNo ของ nt2 เนื่องจากไม่มีการรายงานข้อมูลเลขหมาย MVNO ของ nt1 3/ ไม่มีข้อมูลเลขหมายยกเลิกระบบ Prepaid จึงไม่มีอัตราการยกเลิกของระบบ Prepaid
-37- 1. บริการท่อร้อยสาย สื่อสารใต้ดิน ให้บริการกับหน่วยงานราชการต่างๆ และผู้ประกอบการ โทรคมนาคมทั่วไปเช่าใช้แทนการพาดสายสื่อสัญญาณต่างๆ ผ่านเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค 2. บริการเสา โทรคมนาคม (Tower) ให้บริการเช่าใช้พื้นที่เสาโทรคมนาคม พื้นที่ใต้เสาและสิ่ง อ านวยความสะดวก เพื่อติดตั้งอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ (Antenna) จานรับส่งสัญญาณโทรคมนาคม กลุ่มลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน 3. บริการสายเคเบิ้ลใย แก้วน าแสง ให้บริการเช่าเคเบิ้ลใยแก้วน าแสง (Dark Fiber) 4. บริการพัฒนา สินทรัพย์ ให้บริการเช่าที่ดิน พื้นที่ว่างอาคารชุมสาย และอาคาร สถานีโทรคมนาคม เป็นต้น ➢ สภาพตลาดและผู้ให้บริการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน • ในปี2565 มูลค่าตลาดอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมหลักมีมูลค่าประมาณ 88,609 ล้าน บาท โดยมีอัตราการเติบโตจากปี2564 คิดเป็นร้อยละ 20.89 ซึ่งประกอบด้วยมูลค่าการลงทุนในโครงข่าย สายเคเบิ้ลใต้น้ าประมาณ 13,824 ล้านบาท มูลค่าการลงทุนในโครงข่ายสายเคเบิ้ลใยแก้วน าแสงประมาณ 11,009 ล้านบาท มูลค่าการลงทุนในท่อร้อยสายและการน าสายโทรคมนาคมลงใต้ดินประมาณ 6,648 ล้านบาท และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภายนอกอาคารประมาณ 57,128 ล้านบาท คาดว่าในปี2566 มูลค่าตลาด อุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมหลักจะมีมูลค่าประมาณ 99,007 ล้านบาท โดยมีอัตราการขยายตัวประมาณร้อย ละ 11.73 • ส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ(ส านักงาน กสทช.) มีแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารและน าสายสื่อสารลงใต้ดินทั้งในกทม.และ ต่างจังหวัด โดยร่วมกับส่วนงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วน
-38- ภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพมหานคร สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โดย มีแผนการจัดระเบียบสายสื่อสารปี2566-2567 ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 624 เส้นทาง ระยะทาง 1,360.59 กม. และในต่างจังหวัด 970 เส้นทาง ระยะทาง 1,686.76 กม. • จากแผนการน าสายสื่อสารลงใต้ดินที่เพิ่มขึ้นทุกปีคาดว่ามูลค่าการลงทุนในท่อร้อยสายและ การน าสายโทรคมนาคมลงใต้ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ➢ ผู้ให้บริการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ผู้ให้บริการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินประกอบด้วย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติจ ากัด (มหาชน) (NT) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) (DTAC) บริษัท กรุงเทพธนาคม จ ากัด (KT) และบริษัท เอแอลทีจ ากัด (มหาชน) (ALT) ที่มา: ข้อมูลจากรายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมประจ าปี2565 (กสทช.) ➢ สภาพตลาดและผู้ให้บริการที่มีเสาโทรคมนาคม บริษัท จ านวนเสา (ต้น) 1. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จ ากัด (มหาชน) (NT) 29,689 2. กองทุน DIF 16,059 ที่มาข้อมูล: - NT ส่วนบริหารธุรกิจเสาโทรคมนาคม (บสฐ.) - กองทุน DIF มาจากรายงานประจ าปี2565 บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ➢ สภาพตลาดและผู้ให้บริการเช่าเคเบิ้ลใยแก้วน าแสง ผู้ให้บริการสายเคเบิ้ลใยแก้วน าแสงประกอบด้วย ผู้ให้บริการ ลักษณะการให้บริการ 1. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จ ากัด (มหาชน) (NT) บริษัท NT ให้บริการเช่าใช้เคเบิลใยแก้วน าแสง (Dark Fiber)โดยคิดค่า เช่าเป็นจ านวน Core ที่ใช้และระยะทาง Core/กิโลเมตร การ ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีรูปแบบการเชื่อมต่อ วงจรเป็นแบบ Point-to-Point Service และ Point-to-Multipoint Service 2. บริษัท กรุงเทพธนาคม จ ากัด (เคที) บริษัท เคที ให้บริการเช่าโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วน าแสง (Dark Fiber) ขนาด 216 Core/Microduct ซึ่งบริษัท เคที สามารถด าเนินการ ให้บริการในบริเวณที่มีสิทธิแห่งทาง 2,450 กิโลเมตร โดยคิดอัตรา ค่าใช้โครงข่ายเท่ากับ 1,125.64 บาทต่อเส้นใยแก้วน าแสงต่อ กิโลเมตรต่อเดือน 3. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 1. บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ประกอบด้วย 1.1 โครงข่ายใยแก้วน าแสง (Fiber Optic Network)
-39- ผู้ให้บริการ ลักษณะการให้บริการ 1.2 โครงข่ายไฟฟ้า (Power Line Network) - Passive Optical Network (PON) - Power Line Communication (PLC) ขอบเขตการให้บริการ: กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และ สมุทรปราการ 2. บริการโทรคมนาคม ประกอบด้วย 2.1 บริการเครือข่ายเสมือนส่วนตัว คือ บริการระบบ โทรคมนาคม VPN แบบครบวงจร (Total Solution หรือ Service Outsourcing 2.2 บริการพหุสื่อความเร็ว (Public Broadband Multimedia Service) ให้บริการผ่านโครงข่าย PON และ PLC แบบ Low Voltage เชื่อมต่ออุปกรณ์ลูกค้าเข้ากับ Edge Device ในชั้น Distribution เพื่อส่งผ่านข้อมูลไปยังส่วนต่างๆ ในเครือข่าย ขอบเขตการให้บริการ: กรุงเทพมหานคร (รอบใน) นนทบุรี และสมุทรปราการ กลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการ: ธุรกิจที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจที่เป็น ลูกค้าขนาดกลาง และผู้บริโภครายย่อยตามบ้าน ผู้ใช้บริการ โครงข่ายของ กฟน. ปัจจุบันมีจ านวน 8 ราย 4. บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) (SYMC) เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมในประเทศไทย ให้บริการ โครงข่ายสื่อสารวงจรความเร็วสูง และให้บริการ Bandwidth ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 5. บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จ ากัด (มหาชน) (ITEL) เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมประเภทโครงข่ายใยแก้วน าแสง (Fiber Optic Network) ให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมเป็น โครงข่ายที่ผสมผสานระหว่างโครงข่ายหลักตามเส้นทางของการรถไฟ แห่งประเทศไทย บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากการทางรถไฟแห่ง ประเทศไทยให้มีสิทธิที่จะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วน าแสงไปตาม เส้นทางรถไฟ บริการประกอบด้วย 1. บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service)
-40- ผู้ให้บริการ ลักษณะการให้บริการ - Interlink MPLS IP-VPN: รับ-ส่งข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยี MPLS ท าให้แต่ละจุดเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายส่วนตัวเสมือนจริง และก าหนดล าดับความส าคัญของข้อมูลตามประเภทที่ใช้งาน - Interlink Wavelength: ให้บริการเชื่อมต่อเพื่อรับ-ส่งข้อมูล ขนาดใหญ่ส าหรับผู้ใช้บริการที่มีความต้องการความกว้างของ ช่องสัญญาณ (Bandwidth) มากกว่า 1Gbps ขึ้นไป เหมาะ ส าหรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างจุด ต่อจุดโดยเป็นการส่งข้อมูลผ่านโครงข่าย Interlink Fiber Optic ด้วยเทคโนโลยีหลัก DWDM - Interlink Dark Fiber: ให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลของผู้ใช้บริการ ผ่านโครงข่าย Interlink Fiber Optic ผู้ใช้บริการสามารถเลือก เทคโนโลยีการรับ-ส่งข้อมูลได้โดยอิสระ รวมถึงยังเป็นผู้รับผิดชอบ ในการบริหารจัดการโครงข่ายเองทั้งหมด เหมาะส าหรับ ผู้ใช้บริการที่ต้องการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างจุดต่อจุดและต้องการ ช่องสัญญาณขนาดใหญ่ - Interlink IPLC: ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อ ในลักษณะจุดต่อจุด (Point to Point) ผ่านโครงข่าย Interlink Fiber Optic ในประเทศไทยไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เหมาะ ส าหรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีความต้องการเชื่อมต่อข้อมูล ระหว่างจุด ต่อจุดไปยังปลายทางในต่างประเทศ หรือการเชื่อมต่อจาก ต่างประเทศมายังประเทศไทย - Broadcast Services: น าเสนอโซลูชันในการส่งสัญญาณ มีโครงข่ายที่ติดตั้งเอาไว้รองรับในแต่ละสถานีฐานที่เป็นต้นทาง และปลายทาง เพื่อรองรับการออกอากาศทุกรูปแบบ 2. บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคม (Installation) ให้บริการ ติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมแบบครบวงจรตั้งแต่ให้ค าปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งโครงข่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบสื่อสารความเร็วสูง 3. บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์(Data Center) ศูนย์รับฝากข้อมูล Interlink Data Center เป็นพื้นที่ส าหรับให้บริการรับฝากข้อมูล หรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเป็นพื้นที่ส าหรับให้บริการศูนย์ปฏิบัติการ ธุรกิจต่อเนื่อง (Business Continuity Center) แก่องค์กรต่าง ๆ
-41- ผู้ให้บริการ ลักษณะการให้บริการ 6. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอด แบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ให้บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จ ากัด (มหาชน) (TTTBB) เช่าใช้ ทรัพย์สินใยแก้วน าแสง โดย TTTBB เป็นผู้จัดการและบริหารจัดการ ทรัพย์สินเส้นใยแก้วน าแสงแทนกองทุน เพื่อให้บริการ และซ่อมแซม บ ารุงรักษา 7. บริษัท เอแอลทีเทเลคอม จ ากัด (มหาชน) (ALT) บริษัทประกอบธุรกิจโทรคมนาคมแบบครบวงจร แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจให้บริการสร้างสถานีฐาน ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์ โทรคมนาคม 2. ธุรกิจจ าหน่ายสินค้าในกลุ่มโทรคมนาคม ได้แก่สายเคเบิลใยแก้ว น าแสง, ตู้โทรคมนาคม, สถานีโทรคมนาคมเคลื่อนที่, สายอากาศ และอุปกรณ์โทรคมนาคมอื่น ๆ 3. ธุรกิจให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ➢ ความเคลื่อนไหวของผู้ให้บริการธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน • บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จ ากัด (มหาชน) (ITEL) เน้นการให้บริการ Fiber Optic โดยมี โครงข่าย “Interlink Fiber Optic” เป็นโครงข่ายที่มีความรวดเร็วและเสถียร สามารถรองรับการ ให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรทั้ง ภาครัฐและเอกชนเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นให้ความส าคัญในการให้บริการและความต้องการ ของลูกค้าโดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการคล่องตัว ท าให้การเชื่อมต่อของลูกค้ารวดเร็วมี เสถียรภาพสูง บริษัท ITEL มีโครงข่ายทั้งบนเส้นทางถนนและเส้นทางรถไฟครอบคลุม 75 จังหวัด ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้บริการ ท าให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีแผนงานโครงการน าสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่เขตคลองเตยที่จะ แล้วเสร็จในต้นปี2567 • บริษัท NT ให้บริการเช่าใช้เคเบิลใยแก้วน าแสง (Dark Fiber) โดยคิดค่าเช่าเป็นจ านวน Core ที่ใช้ และระยะทาง Core/กิโลเมตร โดยให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือผู้ใช้บริการที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสาขาหลายแห่งที่ เช่าใช้ Dark Fiber และต้องการใช้ Bandwidth จ านวนมาก การรับ-ส่งข้อมูลรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้บริการต่าง ๆ ในธุรกิจ บริการ Dark Fiber ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ให้บริการ โทรคมนาคม เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนในอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายในการดูแลบ ารุงรักษา ส าหรับ การให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) ของบริษัท NT ลูกค้าที่ใช้
-42- บริการจะเป็นกลุ่มลูกค้าองค์กร ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาทั่วประเทศ บริการ Data Service อาจได้รับผลกระทบจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่เช่าใช้Dark Fiber ของบริษัท NT ที่มีการลงทุน ในอุปกรณ์เพื่อให้บริการ Data Service แก่ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการนี้ ท าให้ผู้ให้บริการ โทรคมนาคมที่เช่าใช้Dark Fiber จะเป็นคู่แข่งขันทางการตลาดกับบริษัท NT และอาจจะท าให้ รายได้จากบริการนี้ลดลง ➢ รายได้จากกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท NT ประเภทบริการ รายได้กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (ล้านบาท) ไตรมาส 4 ปี 2566 ไตรมาส 4 ปี 2565 จ านวนเงิน เพิ่ม (ลด) ร้อยละ เพิ่ม (ลด) ม.ค.-ธ.ค. ปี 2566 ม.ค.-ธ.ค. ปี 2565 จ านวนเงิน เพิ่ม (ลด) ร้อยละ เพิ่ม (ลด) 1. บริการเสาโทรคมนาคม 2,168.89 2,145.61 23.28 1.08 8,504.04 8,372.62 131.42 1.57 2. บริการพัฒนาสินทรัพย์ 187.00 174.54 12.47 7.14 672.35 724.42 -52.06 -7.19 3. บริการท่อร้อยสายใต้ดิน 111.15 67.18 43.96 65.44 364.79 316.97 47.83 15.09 4. บริการให้เช่าเคเบิ้ลใย แก้วน าแสง (Dark Fiber) 93.55 56.66 36.89 65.10 224.49 138.22 86.27 62.41 รวม 2,560.59 2,443.99 116.60 4.77 9,765.68 9,552.23 213.45 2.23 ที่มา: รายงานรายได้ผลิตภัณฑ์ย่อย (Sub product) ภายใต้บริการ/กลุ่มบริการ/กลุ่มธุรกิจส าหรับงวดสะสม 12 เดือนสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2566 และงวดสะสม 12 เดือน สิ้นสุดวันที่31 ธันวาคม 2565
-43- บริษัท NT มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานในไตรมาส 4 ของปี2566 เป็นจ านวนเงิน 2,560.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นจ านวนเงิน 116.60 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.77 โดยกลุ่มบริการในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานมีรายได้เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มบริการ ในปี2566 กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานมีรายได้รวมเป็นจ านวนเงิน 9,765.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี2565 เป็นจ านวนเงิน 213.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.23 ซึ่งมาจากรายได้ จากการบริการให้เช่าเคเบิ้ลใยแก้วน าแสงเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนเงิน 86.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 62.41 กลุ่ม บริการท่อร้อยสายใต้ดินเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนเงิน 47.83 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.09 ซึ่งเป็นผลมาจาก นโยบายการจัดระเบียบสายสื่อสารและการน าสายสื่อสารลงดินมีสภาพบังคับท าให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมราย อื่นมาเช่าใช้ท่อร้อยสายใต้ดินของบริษัท NT เพิ่มขึ้น อีกทั้งเส้นทางก่อสร้างทยอยแล้วเสร็จพร้อมที่จะให้บริการ ลูกค้า และกลุ่มบริการเสาโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นเป็นจ านวนเงิน 131.42 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.57 เป็นผล มาจากบริษัท NT สามารถเรียกเก็บค่าใช้บริการจากลูกค้าเดิมได้
-44- ➢ ลักษณะการให้บริการประกอบด้วย 5 บริการ ดังนี้ 1. บริการ NT International Internet Gateway: IIG บริการท่อ NT IIG (IP Transit) เชื่อมต่อผ่านระบบ เคเบิลใต้น้ าออกจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ 2. บริการ International Internet Exchange: NIX บริการ Internet Exchange ส าหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล ทางอินเทอร์เน็ตภายในประเทศระหว่างผู้ให้บริการ ISP ด้วยกัน และผู้ให้บริการ Content รายใหญ่ ผู้ใช้งาน Internet ภายในประเทศสามารถรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย Internet ระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ 3. บริการ Connectivity ประกอบด้วยบริการ International Private Line บริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ส่วนบุคคล ด้วยเทคโนโลยีSDH/DWDM บริการ International Ethernet บริการสื่อสารข้อมูลความเร็ว สูงบนเครือข่าย IP (Internet Protocol) บริการ International MPLS บริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีMPLS (Multi-Protocol Label Switching) เป็นต้น 4. บริการระบบต่อตรง (International Direct Dialing: IDD) เป็นการให้บริการผ่าน Access Code หรือ IDD Prefix โดยต่อตรงอัตโนมัติผ่านระบบเลขหมาย 3 หลัก หรือผ่านบริการโทรศัพท์ประจ าที่ (Public Switched Telephone Network: PSTN) และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5. บริการเคเบิ้ลใต้น้ า ประกอบด้วยระบบเคเบิ้ลใต้น้ าระหว่างประเทศ 9 ระบบ และระบบเคเบิ้ลใต้น้ า เชื่อมต่อในประเทศ 2 ระบบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ รายการ Submarine System ระยะทาง หมายเหตุ 1 FLAG Euro-Asia (FLAG: Fiber Optic Link Around the Globe) เชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกไกลและยุโรป มีจุดขึ้นบกที่ ประเทศอังกฤษ สเปน อิตาลี อียิปต์ จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย มาเลเซีย ไทย เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง จีน เกาหลี และญี่ปุ่น มีจุดขึ้นบกที่ประเทศไทยที่สถานี เคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 2 จ.สงขลา ระบบเคเบิ้ลใต้น้ าใยแก้ว ระหว่างประเทศ (International Submarine Optical Fiber System) 2 SEE-ME-WE 3 (South East Asia - Middle East- Western Europe 3: SMW3) เชื่อมโยงระหว่าง 4 ทวีป ได้แก่ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย และ ออสเตรเลีย โดยมีจุดขึ้นบกทั้งหมด 39 จุดใน 33 ประเทศ ดังนี้ เยอรมนีเบลเยียม อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส โมร็อกโก อิตาลี กรีซ ตุรกี อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย ไซปรัส จิบูตี สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ โอมาน ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เขตปกครองพิเศษมาเก๊า เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ไต้หวัน จีน เกาหลี และญี่ปุ่น SMW 3 เป็นระบบเคเบิลใต้น้ าที่ ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 39,000 กม. มีจุดขึ้น บกที่ประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 4 จ.สตูล
-45- รายการ Submarine System ระยะทาง หมายเหตุ 3 TIS (Thailand Indonesia Singapore) เชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย อินโดนิเซีย และสิงคโปร์ มีจุดขึ้น บกที่ประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 2 จ.สงขลา 4 SEA-ME-WE 4 (South East Asia - Middle East-Western Europe 4) เชื่อมโยงระหว่างประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรปกับทวีปเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดขึ้นบก จ านวน 14 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส แอลจีเรีย ตูนีเซีย อิตาลี อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย บังกลาเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มีจุดขึ้นบกที่ประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 4 จ.สตูล 5 AAG (Asia-America Gateway) เชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฝั่งตะวันตกของ อเมริกา มีจุดขึ้นบกที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย บรูไน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เกาะกวม รัฐฮาวายและรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีจุดขึ้นบกที่ประเทศ ไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 3 จ.ชลบุรี 6 APG (Asia Pacific Gateway) เชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเชียตะวันออก โดย มีจุดขึ้นบกที่ประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เวียดนาม ไทยมาเลเซีย และสิงคโปร์ มีจุดขึ้นบกที่ประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 2 จ.สงขลา 7 SJC (South-East Asia Japan Cable) POP-POP ประเทศสิงคโปร์-ญี่ปุ่น สิงคโปร์-ฮ่องกง และ ฮ่องกง-ญี่ปุ่น POP-CLS ประเทศสิงคโปร์-ญี่ปุ่น สิงคโปร์-ฮ่องกง และ ฮ่องกง-ญี่ปุ่น CLS-CLS ประเทศสิงคโปร์-ญี่ปุ่น สิงคโปร์-ฮ่องกง และ ฮ่องกง-ญี่ปุ่น 8 AAE-1 (Asia - Africa -Europe 1) POP-CLS ประเทศฮ่องกง (Telecom House) -ไทย เวียดนาม ประเทศฝรั่งเศส (Net Center/Jaguar) - อียิปต์ อิตาลี และกรีซ ประเทศสิงคโปร์ (Global Switch/Equinix) - มาเลเซีย CLS-CLS ประเทศไทย - เวียดนาม อียิปต์ เมียนมาร์ มาเลเซีย ประเทศเมียนมาร์ – อียิปต์ ประเทศมาเลเซีย - เมียนมาร์ อียิปต์ ประเทศอียิปต์ - อิตาลี กรีซ 9 ADC (Asia Direct Cable) เชื่อมโยงประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV คือกลุ่มประเทศ อาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขง ครอบคลุมประเทศเมียนมาร์ 4 จุด ประเทศลาว 3 จุด ประเทศกัมพูชา 2 จุด และประเทศ มาเลเซีย 2 จุด โดยมีสถานีขึ้นบกของประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ล ใต้น้ าชลี 3 ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ระบบเคเบิ้ลใต้น้ าเส้นใหม่ ในระดับ 400 Gbps ต่อ Wavelength คาดว่าจะ ให้บริการประมาณปี 2567 10 DSCN (Domestic Submarine Cable Network) เป็นระบบเคเบิ้ลใต้น้ าใยแก้วเชื่อมต่อภายในประเทศ มีจุดขึ้นบก 5 จุด ดังนี้ สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 1 จ.เพชรบุรี สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 2 จ.สงขลา สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 3 จ.ชลบุรี ระบบเคเบิลใต้น้ าใยแก้ว ในประเทศ (Domestic Submarine Optical Fiber System)
-46- รายการ Submarine System ระยะทาง หมายเหตุ สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 4 จ.สตูล สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 5 จ.ชุมพร 11 CSN (CAT Submarine Network) เป็นระบบเคเบิ้ลใต้น้ าใยแก้วเชื่อมต่อระหว่างสถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 2 จ.สงขลา สถานีเคเบิ้ลใต้น้ า ชลี 3 จ.ชลบุรี และแท่น ส ารวจและผลิตจ านวน 11 แท่น ผ่านอุปกรณ์แยกสัญญาณ Branching Unit ระบบเคเบิลใต้น้ าใยแก้ว ในประเทศ (Domestic Submarine Optical Fiber System) ➢ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศระบบต่อตรง (IDD) มีทั้งหมด 11 ราย ดังนี้ 1. บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจ ากัด (มหาชน) (NT) 2. บริษัทแอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จ ากัด (AWN) 3. บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จ ากัด (DIN) 4. บริษัททรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จ ากัด (TUC) 5. บริษัทเอไอเอน โกบอลคอม จ ากัด (AIN) 6. บริษัทโอทาโร เวิลด์คอร์ปอเรชั่น จ ากัด (OTW) 7. ผู้ให้บริการรายอื่น ๆ 5 ราย ➢ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ในประเทศและต่างประเทศ ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศ20 รายโดยผู้ ให้บริการ ทั้ง 15 ราย ให้บริการชุมสายอินเทอร์เน็ต (NIX) และบริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่าง ประเทศ (IIG) มีดังนี้ ล าดับ ผู้รับใบอนุญาต ประเภทบริการ NIX IIG 1 บริษัท ซีเอส ล็อกอินโฟ จ ากัด (มหาชน) / / 2 บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จ ากัด (มหาชน) / / 3 บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จ ากัด / / 4 บริษัท ซิมโฟนี คอมมูนิเคชั่น จ ากัด (มหาชน) / / 5 บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จ ากัด / / 6 บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จ ากัด / / 7 บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จ ากัด / / 8 บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จ ากัด / / 9 บริษัท เคเบิลคอนเนค จ ากัด / /
-47- ล าดับ ผู้รับใบอนุญาต ประเภทบริการ NIX IIG 10 บริษัท วาย ฟาย เฟิร์ส จ ากัด / / 11 บริษัท แอล ดับเบิ้ลยู ที เอ็น จ ากัด / / 12 บริษัท อคิวเมนท์ จ ากัด / / 13 บริษัท ที.ซี.ซี.เทคโนโลยี จ ากัด / / 14 บริษัท ไอเน็กซ์ บรอดแบนด์ จ ากัด / / 15 บริษัท เลอ สยาม เทเลคอม จ ากัด / / 16 บริษัท ไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จ ากัด / 17 บริษัท ไชน่า ยูนิคอม โอปอเรชั่นส์ (ประเทศไทย) จ ากัด / 18 บริษัท คัมพาน่า ทาโร่ จ ากัด / 19 บริษัท แปซิฟิค อินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) จ ากัด / 20 บริษัท เอ็นทีที (ประเทศไทย) จ ากัด / ที่มา : กสทช. รายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมประจ าปี 2565 ➢ ความเคลื่อนไหวของผู้ให้บริการธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท NT พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าด้วย Bandwidth ที่มีความจุขนาดใหญ่ เชื่อมโยงจากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ด้วยระบบเคเบิ้ลใต้น้ า 9 ระบบ โดยลงทุนระบบเคเบิ้ลใต้น้ า เส้นทางใหม่ Asia Direct Cable: ADC เชื่อมโยงประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV คือกลุ่มประเทศ อาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มแม่น้ าโขง ไปยังปลายทางที่ส าคัญของภูมิภาค อาทิประเทศสิงคโปร์ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยมีสถานีขึ้นบกของประเทศไทยที่สถานีเคเบิ้ลใต้น้ าชลี3 ศรีราชา จังหวัดชลบุรีครอบคลุม ประเทศเมียนมาร์4 จุด ประเทศลาว 3 จุด ประเทศกัมพูชา 2 จุด และประเทศมาเลเซีย 2 จุด และมุ่งสู่ การเป็น ผู้ให้บริการเคเบิ้ลใต้น้ าของประเทศไทยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ สู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูล Digital ของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) สนับสนุน โครงการ Digital Park ตามนโยบาย EEC (Eastern Economic Corridor) ของประเทศไทย
-48- ➢ รายได้กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท NT ประเภทบริการ รายได้กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ล้านบาท) ไตรมาส 4 ปี 2566 ไตรมาส 4 ปี 2565 จ านวนเงิน เพิ่ม (ลด) ร้อยละ เพิ่ม (ลด) ม.ค.-ธ.ค. ปี 2566 ม.ค.-ธ.ค. ปี 2565 จ านวนเงิน เพิ่ม (ลด) ร้อยละ เพิ่ม (ลด) 1. บริการ Connectivity 163.02 166.95 -3.93 -2.35 628.46 657.96 -29.50 -4.48 2. บริการ IDD 111.68 108.67 3.01 2.77 448.26 398.56 49.70 12.47 3. บริการเคเบิ้ลใต้น้ า 140.47 215.45 -74.98 -34.80 412.43 717.50 -305.08 -42.52 4. บริการ IIG (International Internet Gateway) 55.07 49.52 5.54 11.19 218.94 295.53 -76.58 -25.91 5. บริการ NIX (National Internet Exchange) 17.33 15.70 1.63 10.40 65.48 65.04 0.44 0.68 รวม 487.57 556.29 -68.72 -12.35 1,773.56 2,134.58 -361.02 -16.91 ที่มา: รายงานรายได้ผลิตภัณฑ์ย่อย (Sub product) ภายใต้บริการ/กลุ่มบริการ/กลุ่มธุรกิจส าหรับงวดสะสม 12 เดือนสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2566 และงวดสะสม 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
-49- ในไตรมาส 4 ของปี2566 บริษัท NT มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศเป็นจ านวนเงิน 487.57 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นจ านวนเงิน 68.72 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.35 ซึ่ง รายได้ลดลงจากบริการเคเบิ้ลใต้น้ าเป็นจ านวนเงิน 74.98 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.80 และ บริการ Connectivity เป็นจ านวนเงิน 15.44 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.33 ในปี2566 กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศมีรายได้รวมเป็นจ านวนเงิน 1,774 ล้านบาท ลดลงจากปี2565 เป็นจ านวนเงิน 361.02 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.91 โดยรายได้ที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากบริการเคเบิ้ลใต้น้ า มีรายได้ลดลงเป็นจ านวนเงิน 305.08 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.52 เนื่องจากบริการโครงการยกระดับ โครงสร้างพื้นฐาน CAT-DE ที่มีการเรียกเก็บเงินลดลงตามงานที่ใกล้แล้วเสร็จ บริการ IIG มีรายได้ลดลงเป็น จ านวนเงิน 76.58 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.91 เกิดจากลูกค้ารายใหญ่ลดปริมาณการใช้งานลง จึงส่งผลให้ รายได้จากบริการนี้ลดลง