The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบประเมินงานวิจัย หน้า 177

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kroomai, 2022-06-10 00:20:45

แบบประเมินงานวิจัย หน้า 177

แบบประเมินงานวิจัย หน้า 177

147
ภาคผนวก

148

ภาคผนวก ก
รายนามผ้ทู รงคณุ วุฒแิ ละผูเ้ ชยี่ วชาญ

149

รายนามผูท้ รงคณุ วุฒใิ นการประเมินรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผา่ นเวบ็ บล็อกตามแนวคดิ
เพอ่ื นชว่ ยเพื่อน เรอ่ื งการวิจยั ในช้ันเรยี น

1. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.กร ศรเลศิ ลา้ วาณิช ภาควิชาบริหารเภสัชกจิ

คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์

2. อาจารย์ ดร.จารุวรรณ กฤตย์ประชา ภาควชิ าการพยาบาลศาสตร์อายุรศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

3. ดร.ชารร์ ฟี ท์ สอื นิ ผู้อ้านวยการโรงเรยี นไทยรฐั วิทยา 10

(บา้ นใหม่)

สา้ นกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา

นราธิวาส เขต 1

รายนามผเู้ ชีย่ วชาญในการตรวจสอบพิจารณาเน้อื หา

1. อาจารย์ ดร.ณรงค์ศกั ดิ์ รอบคอบ ภาควิชาประเมนิ ผลและวิจัยทางการศึกษา
2. อาจารย์ ดร.จิระวัฒน์ ตันสกุล คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
3. อาจารย์ ดร.บุญโรม สวุ รรณพาหุ ภาควชิ าประเมนิ ผลและวจิ ยั ทางการศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
ภาควิชาจิตวิทยาและการแนะแนว
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์

รายชื่อผเู้ ช่ยี วชาญในการประเมินคุณภาพส่อื

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จารวุ จั น์ สองเมือง ผชู้ ่วยอธิการบดีฝ่ายแผนและประกันคณุ ภาพ
2. อาจารย์ ดร.จารวุ รรณ กฤตย์ประชา การศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ฟาฏอนี
ภาควิชาการพยาบาลศาสตร์อายรุ ศาสตร์
3. อาจารย์ ดร.วุทธศิ ักดิ์ โภชนกุ ูล คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์
ภาควชิ าเทคโนโลยกี ารศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์

150

ภาคผนวก ข
หนังสือขออนญุ าตทดลองใชเ้ ครอื่ งมือในการวิจยั

151

152

153

154

155

156

157

158

159

160

161

162

ภาคผนวก ค
- แบบประเมินรปู แบบการแลกเปลีย่ นเรยี นรผู้ า่ นเว็บบล็อก
- แบบประเมินโปรแกรมการแลกเปล่ยี นเรียนรูผ้ ่านเว็บบล็อก
- แบบประเมนิ ตนเอง ก่อน – หลังการใชร้ ูปแบบแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
ผ่านเว็บบลอ็ ก
- แบบประเมนิ คณุ ภาพงานวจิ ยั ในช้ันเรยี น
- แบบประเมนิ ความพึงพอใจ

163

แบบประเมนิ รูปแบบการแลกเปล่ยี นเรยี นรผู้ า่ นเว็บบลอ็ กตามแนวคดิ เพ่อื นช่วยเพ่ือน
เรอื่ งการวิจยั ในชนั้ เรยี น สา้ หรับครผู สู้ อน สังกดั สา้ นกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา

ปตั ตานี เขต 3

การวิจัยเรอ่ื ง การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรผู้ า่ นเวบ็ บล็อกตามแนวคดิ เพอ่ื น
ช่วยเพอ่ื น เรื่องการวิจยั ในชั้นเรียน ส้าหรบั ครผู ูส้ อน สังกดั สา้ นกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
ปัตตานี เขต 3

โดย อลั ยานี วาโดร์ สาขาวิชา เทคโนโลยแี ละส่อื สารการศึกษา
คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
อาจารยท์ ปี่ รึกษา ผศ.ดร.โอภาส เกาไศยาภรณ์

อาจารย์ทีป่ รกึ ษาร่วม ผศ.ดร.วสันต์ อตศิ ัพท์

แบบประเมินนี้ มวี ัตถุประสงค์ เพ่อื ประเมนิ รูปแบบการแลกเปลยี่ นเรียนรผู้ ่านเว็บบล็อก
ตามแนวคดิ เพือ่ นชว่ ยเพ่อื น เรอ่ื งการวจิ ัยในชั้นเรยี น สา้ หรับครผู ูส้ อน สงั กัดสา้ นกั งานเขตพน้ื ที่

การศึกษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 3 โดยแบง่ ออกเปน็ 3 ตอน ไดแ้ ก่

ตอนที่ 1 สถานภาพของผ้ทู รงคณุ วุฒิ
ตอนที่ 2 การประเมินรปู แบบ

2.1 องค์ประกอบการแลกเปลย่ี นเรียนรู้
2.2 กระบวนการแลกเปลีย่ นเรียนรู้
2.3 แนวคดิ การเรียนรูแ้ บบเพ่อื นชว่ ยเพือ่ น
ตอนที่ 3 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

164

ตอนท่ี 1 สถานภาพผู้ทรงคณุ วุฒิ

1. ชอ่ื ผูป้ ระเมิน....................................................................................................................................
2. ต้าแหนง่ ...........................................................................................................................................
3. สถานท่ที ้างาน..................................................................................................................................

ตอนที่ 2 การประเมินรูปแบบ

ค้าชีแ้ จง

โปรดพิจารณาองคป์ ระกอบ กระบวนการการแลกเปลี่ยนเรียนรแู้ ละแนวความคดิ การเรยี นรู้
แบบเพอ่ื นช่วยเพ่ือน โดยทา้ เคร่อื งหมาย  ลงในช่องระดบั ท่ที า่ นเหน็ ว่ามผี ลต่อการแลกเปล่ยี น
เรยี นรทู้ ี่มปี ระสทิ ธภิ าพ และเหมาะสมกับครูผ้สู อนโรงเรยี นชมุ ชนบ้านบางเก่ามากทสี่ ดุ เพียงคา้ ตอบ

เดียว โดยมีเกณฑก์ ารประเมินดงั น้ี

มากท่ีสดุ หมายถงึ มคี วามเห็นว่าขอ้ ความนน้ั มีความเหมาะสมมากที่สุด
มาก หมายถึง มคี วามเห็นว่าข้อความนัน้ มีความเหมาะสมมาก
ปานกลาง หมายถงึ มีความเหน็ วา่ ขอ้ ความนัน้ มีความเหมาะสมปานกลาง
น้อย หมายถงึ มคี วามเห็นว่าข้อความนั้นมีความเหมาะสมน้อย

น้อยที่สุด หมายถงึ มีความเห็นว่าขอ้ ความนั้นมีความเหมาะสมน้อยทส่ี ุด

ตัวอยา่ ง

ประเด็นด้านองคป์ ระกอบ ระดับความเหมาะสม
การแลกเปล่ียนเรยี นรู้
มาก มาก ปาน นอ้ ย น้อย ขอ้ เสนอแนะ
ท่สี ดุ กลาง ท่สี ุด

1. เทคโนโลยีสารสนเทศท่เี อือ้ ตอ่ กระบวนการ

แลกเปลย่ี นเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย 

2. บุคลากรมที ัศนคตทิ ี่ดใี นการแบ่งปนั ความรู้ 

ใหก้ บั เพือ่ นรว่ มงาน

จากตัวอย่างขอ้ 1 หมายความว่า ทา่ นมีความเห็นว่า ประเดน็ ด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ทเ่ี อื้อตอ่ กระบวนการแลกเปลย่ี นเรียนรอู้ ยา่ งหลากหลาย มีความเหมาะสมอยใู่ นระดับ มากที่สุด

จากตัวอย่างข้อ 2 หมายความวา่ ทา่ นมคี วามเหน็ วา่ ประเด็นดา้ นบคุ ลากรมที ัศนคตทิ ี่ดี

ในการแบ่งปนั ความรใู้ ห้กบั เพื่อนร่วมงาน มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดบั มาก

165

2.1 องคป์ ระกอบการแลกเปล่ียนเรียนรู้

องคป์ ระกอบ ระดบั ความเหมาะสม

การจัดการความรู้ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ข้อเสนอแนะ
ที่สดุ กลาง ที่สุด

1. คน (People)

1.1 ครูมคี วามม่งุ มนั่ ท้าเพ่ือองคก์ ร

1.2 ครูมที ัศนคตทิ ่ดี ีในการแบ่งปันความรู้ใหก้ ับ

เพอ่ื นรว่ มงาน

1.3 ครูมปี ระสบการณก์ ารแลกเปลีย่ น

1.4 ครไู ดพ้ ฒั นาทกั ษะทางด้านเทคโนโลยี

1.5 ครไู ดร้ บั แรงจงู ใจ และสนับสนุนใหม้ ีการ

แลกเปล่ยี นเรียนรู้

2. องคค์ วามรู้และแหลง่ ความรูต้ า่ งๆ (Knowledge Acquisition)

2.1 ครไู ด้ใช้ความรู้ที่อยูภ่ ายในตัวบุคคล

(Tacit Knowledge) เช่นความคดิ

ประสบการณ์ ทักษะ และความช้านาญ

ทีย่ ังไมม่ กี ารเผยแพร่

2.2 ครูไดใ้ ช้ความรูท้ ่ีอยู่ภายนอกตวั บคุ คล

(Explicit Knowledge) เชน่ คู่มือ ตา้ รา

ระเบยี บ กฎเกณฑแ์ ละความรอู้ ่นื ๆ ท่มี ีการ

บนั ทกึ ไวใ้ นส่อื ต่างๆ

2.3 มีการจัดเก็บความร้ทู ้ังทอ่ี ย่ภู ายนอกตวั

บุคคล (Explicit Knowledge) และภายในตวั

ครู (Tacit Knowledge) อยา่ งเป็นระบบ

3. กระบวนการ (Process)

3.1 การบง่ ชี้หรือก้าหนดความรู้

3.2 การแสวงหาความรู้

3.3 การจัดเกบ็ สบื คน้ ความรู้

3.4 การแลกเปลี่ยนแบง่ ปนั เรยี นรู้

3.5 การนา้ ความรู้ไปใช้

4. เทคโนโลยแี ละสอื่ สาร (Information Technology)

4.1 ประชาสมั พนั ธ์ใหท้ ราบถึงความส้าคญั

และกจิ กรรมตา่ งๆ ของการจัดการความรู้

โดยการสือ่ สารหลายชอ่ งทาง

166

องค์ประกอบ ระดับความเหมาะสม
การแลกเปลีย่ นเรียนรู้
มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย ขอ้ เสนอแนะ
ที่สดุ กลาง ที่สดุ

4.2 ชอ่ งทางการสอื่ สารท่เี หมาะสมกบั ครู

4.3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทมี่ ีความสะดวก

รวดเรว็ และมีประสทิ ธิภาพ

4.4 เทคโนโลยีสารสนเทศเออ้ื ต่อกระบวนการ

แลกเปลย่ี นเรยี นรูอ้ ย่างหลากหลาย

4.5 ประเมินและปรับปรงุ ชอ่ งทางการสอื่ สาร

และการเรยี นรู้สมา้่ เสมอ

5. การประเมนิ ผล (Evaluation)

5.1 สถานศกึ ษาให้ความสา้ คัญเก่ียวกบั

การตดิ ตามและประเมนิ ผลการแลกเปล่ยี น

เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

5.2 สถานศึกษามเี ป้าหมายของการประเมนิ

บุคลากร เชน่ ประเมินความพงึ พอใจ

ประเมนิ ผลงาน และประเมนิ ตนเองกอ่ น-หลัง

ด้าเนินกิจกรรมการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้

167

2.2 กระบวนการการแลกเปลีย่ นเรียนรู้

กระบวนการ ระดับความเหมาะสม
การแลกเปล่ียนเรียนรู้
มาก มาก ปาน น้อย น้อย ข้อเสนอแนะ
ทีส่ ุด กลาง ทสี่ ุด

1. การบง่ ชหี้ รอื การก้าหนดความรู้ (Knowledge Identification)

1.1 จดั ต้ังคณะท้างาน

1.2 ประชมุ คณะท้างาน

1.3 สา้ รวจและรวบรวมความรู้

1.4 จดั ลา้ ดับความส้าคัญของความรู้

1.5 กา้ หนดแหลง่ ความรู้ท่ีจา้ เปน็

2. การแสวงหาความรู้ (Knowledge Acquisition, Capture)

2.1 เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง

2.2 การใช้ที่ปรกึ ษาหรอื ระบบพเ่ี ลี้ยง

2.3 สถานศึกษาจัดอบรม/สมั มนาให้ความรู้

2.4 ศกึ ษาจากเอกสาร หนังสือ

วารสารวชิ าการ และสือ่ ส่งิ พิมพ์ตา่ งๆ

2.5 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT)

เชน่ ฐานข้อมลู เวบ็ ไซต์ต่างๆ (Website)

อเี ลิร์นนิง่ (E-learning) หรอื อีเมล์ (E-mail)

3. การจดั เกบ็ ความรู้ สบื คืนความรู้ (Knowledge Storage, Retrieval, Preservation)

3.1 การวางโครงสร้างความรู้

3.2 การรวบรวม จดั เกบ็ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ

3.3 การจัดเก็บข้อมูล ความร้ผู า่ นระบบ

เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และการกล่ันกรอง

ความร้อู ย่างถูกต้อง

4. การแลกเปลยี่ นแบ่งปนั ความรู้ (Knowledge Sharing, Transfer, Distribution)

4.1 การถา่ ยทอดความรแู้ บบตวั ต่อตวั เช่น

ระบบพ่ีเลีย้ ง

4.2 การจัดต้งั ทมี แลกเปล่ยี นเรียนรู้

4.3 การจดั บอรด์ ประชาสัมพนั ธ์ ใบความรู้

หรือสือ่ สิ่งพิมพอ์ น่ื ๆ

4.4 จัดท้าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

เพ่อื เผยแพร่ แลกเปล่ียนเรียนรู้ เชน่ เว็บไซต์

(website) หรอื เว็บบล็อกจดั การความรู้ (KM)

168

กระบวนการ ระดบั ความเหมาะสม
การแลกเปล่ียนเรยี นรู้
มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย ข้อเสนอแนะ
ทีส่ ดุ กลาง ท่ีสุด

5. การน้าความรไู้ ปใช้ (Knowledge Utilization, Usage)

5.1 น้าความรูเ้ พ่อื พัฒนาตนเอง พฒั นางาน

และพัฒนาสถานศึกษา

5.2 บุคลากรมีการใช้ความรู้ ประสบการณ์

อย่างสร้างสรรค์ รวมทัง้ มีการประเมนิ ผล

ความรูอ้ ย่างต่อเน่ือง

5.3 การใชป้ ระโยชน์ในการตดั สนิ ใจ แก้ไข

ปัญหา และปรบั ปรุงสถานศกึ ษา

2.3 แนวคิดการเรยี นรู้แบบเพื่อนชว่ ยเพือ่ น

ขั้นตอน ระดับความเหมาะสม
การเรียนรแู้ บบเพือ่ นช่วยเพ่ือน
มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย ข้อเสนอแนะ
1. การวางแผนการจัดกจิ กรรม กา้ หนด ที่สุด กลาง ที่สดุ
ตารางเวลาให้เหมาะสม และกา้ หนดบทบาท
บุคคล
2. ก้าหนดวตั ถปุ ระสงค์ใหช้ ดั เจน ระบเุ รือ่ ง
ท่ตี อ้ งการให้ความช่วยเหลอื
3. มุ่งหาผลลพั ธค์ วามรู้ หรือสง่ิ ทต่ี อ้ งการรู้
และ ทา้ ความเขา้ ใจกับผลลัพธ์
4. ให้ค้าแนะน้า แลกเปลยี่ นความคิดเห็น
เพื่อปรกึ ษาไดท้ ุกช่วงเวลาทต่ี ้องการหรอื มี
ปญั หา
5. วิเคราะหก์ ารเรยี นรู้ เป็นแนวทางในการ
ประยกุ ตใ์ ช้ เพอ่ื สร้างผลงาน
6. การเสรมิ แรงทางบวกเพ่ือช่วยสร้าง
บรรยากาศในการแลกเปล่ียนเรียนรู้
7. ติดตามให้ความช่วยเหลือไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง
และรายงานความก้าวหนา้

169

ตอนท่ี 3 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ค้าช้แี จง : โปรดแสดงความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ที่มตี ่อรปู แบบการแลกเปลีย่ นเรียนรู้
ผา่ นเว็บบลอ็ กตามแนวคดิ เพื่อนชว่ ยเพอื่ น เรอื่ งการวิจยั ในชน้ั เรยี น ส้าหรบั ครูผสู้ อน สังกดั สา้ นกั งาน
เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาปตั ตานี เขต 3 เพ่อื ใช้เปน็ ขอ้ มูลส้าหรบั ผวู้ จิ ัยในการน้าไปปรบั ปรงุ
รูปแบบฯ ใหม้ ีความสมบูรณย์ ิ่งขึ้น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ
(........................................................)
ผปู้ ระเมิน
วนั ที่........../.........................../...........

ขอขอบคุณทกุ ทา่ นผทู้ รงคณุ วุฒทิ ุกทา่ น
ท่ีให้ความอนเุ คราะห์ตอบแบบประเมิน

ผวู้ จิ ยั

170

แบบประเมนิ ด้านประสทิ ธิภาพของระบบการแลกเปล่ยี นเรียนรผู้ ่านเวบ็ บล็อก
ตามแนวคิดเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน เรื่องการวิจัยในชั้นเรยี นสา้ หรบั ผู้เช่ียวชาญ

เรอ่ื ง การพฒั นารูปแบบการแลกเปล่ยี นเรียนร้ผู า่ นเวบ็ บลอ็ กตามแนวคิดแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อน
เร่ืองการวจิ ัยในช้ันเรยี น ส้าหรับครูผสู้ อน สงั กดั ส้านกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาปตั ตานี

เขต 3

1. ชือ่ ผปู้ ระเมิน...................................................................................................................................
2. ตา้ แหน่ง.......................................................................................................................................
3. สถานท่ีทา้ งาน................................................................................................................................

ค้าชีแ้ จง : ขอให้ทา่ นผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเหน็ ของทา่ น ท่ีมีตอ่ แบบประเมนิ
ประสิทธภิ าพของระบบการแลกเปลี่ยนเรยี นรผู้ า่ นเว็บบล็อก โปรดท้าเครื่องหมาย () ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน โดยมเี กณฑ์ระดบั ความคิดเห็น ดงั น้ี

ระดบั 5 หมายถงึ มีความคดิ เห็นมากทส่ี ดุ
ระดับ 4 หมายถงึ มีความคิดเหน็ มาก
ระดบั 3 หมายถึง มีความคดิ เห็นปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง มีความคดิ เห็นน้อย
ระดับ 1 หมายถึง มีความคิดเหน็ น้อยที่สดุ

ขอขอบคณุ ท่านเป็นอย่างสงู ที่กรณุ าให้ความอนุเคราะห์

นางสาวอัลยานี วาโดร์
นักศึกษาปรญิ ญาโท สาขาวชิ าเทคโนโลยแี ละสื่อสารการศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี

171

ประเด็นการประเมิน ระดับความคิดเหน็
54321
1. ดา้ นการออกแบบเว็บบล็อก
1. รปู แบบและองคป์ ระกอบของเวบ็ บล็อก ง่ายตอ่ การใช้งาน
2. การจดั วางตา้ แหน่งเมนู หมวดหมขู่ องข้อมลู มคี วามชดั เจน
ง่ายต่อการใช้งาน
3. รปู แบบขนาด และสีของตัวอักษร เหมาะสม อา่ นงา่ ย
4. รปู ภาพ วิดโี อ สอดคล้องกับเน้อื หาภายในเวบ็ /สื่อความหมาย
ได้ถูกตอ้ ง
5. รปู แบบการนา้ เสนอเน้ือหา สะดวกและง่ายต่อการนา้ ไปใช้
6. การเช่ือมโยงล้ิงค์ (Link) ขอ้ มูล เป็นรปู แบบทเี่ ขา้ ใจง่าย
สะดวกต่อการสืบคน้ ขอ้ มลู
7. การเช่อื มโยงล้งิ ค์ (Link) ข้อมูลภายในและภายนอกเว็บไซต์
มีความถูกตอ้ ง
8. ความรวดเร็วในการสบื ค้น และดาวนโ์ หลดข้อมลู
9. ระบบการติดต่อสอื่ สารมปี ระสิทธิภาพ และมคี วามเหมาะสม
กบั การใชง้ าน
10. ความเหมาะสมในการออกแบบระบบโดยภาพรวม
2. ด้านกจิ กรรมการแลกเปล่ียนเรียนรผู้ า่ นเวบ็ บลอ็ ก
ตามแนวคดิ เพอ่ื นชว่ ยเพอ่ื น
1. การลงทะเบียนสมาชิก มีความสะดวก รวดเร็ว
2. การ (Log-in) เขา้ สูร่ ะบบ มคี วามสะดวก รวดเร็ว
3. ความปลอดภัยในการเข้าใชร้ ะบบ โดยกา้ หนดรหสั ผใู้ ช้
และรหัสผา่ น
4. ค้าชแ้ี จง เพือ่ แนะนา้ ขัน้ ตอนการดา้ เนนิ กจิ กรรม นา้ เสนอ
เปน็ ลา้ ดบั มีความชัดเจน
5. คู่มอื การใช้งานระบบ เพื่อแนะนา้ การใชเ้ คร่อื งมอื ตา่ งๆ
นา้ เสนอเป็นลา้ ดบั เขา้ ใจง่าย
6. กจิ กรรมบนเวบ็ บลอ็ กมคี วามสอดคล้องกบั วัตถุประสงค์
7. กิจกรรมบนเว็บบล็อกมคี วามเหมาะสมกับระดับ
กลุม่ เป้าหมาย
8. กิจกรรมบนเวบ็ บล็อกมคี วามสอดคลอ้ งกับแนวคดิ เพือ่ น
ชว่ ยเพ่อื น

172

ประเดน็ การประเมิน ระดบั ความคิดเหน็
54321
9. เครอื่ งมือติดตอ่ สือ่ สาร ส่งเสรมิ กระบวนการแลกเปลีย่ น
เรยี นรผู้ า่ นเวบ็ บล็อก ตามแนวคิดเพ่อื นช่วยเพือ่ น
10. กจิ กรรมบนเว็บบล็อก สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพ่อื น
ผเู้ ช่ียวชาญ เพ่ือนร่วมเรียนรู้ และเพ่อื นผู้อ้านวย
11. เน้อื หา ความรทู้ ด่ี า้ เนินกิจกรรมการแลกเปลย่ี นเรียนรู้
ผา่ นเวบ็ บลอ็ ก ตรงตามความต้องการของกลุม่ เป้าหมาย
12. ภาพบรรยากาศการดา้ เนนิ กิจกรรมการแลกเปลีย่ นเรียนรู้
ผา่ นเว็บบล็อก ตามแนวคิดเพ่อื นช่วยเพอื่ น
13. ความเหมาะสมในการด้าเนินกิจกรรมการแลกเปล่ียนเรยี นรู้
ผ่านเว็บบล็อกดว้ ยเวบ็ บลอ็ ก

ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

173

แบบประเมนิ ตนเองกอ่ น-หลังการใช้รูปแบบการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ผา่ นเว็บบล็อกการแลกเปลย่ี น

เรียนร้ผู า่ นเวบ็ บล็อกตามแนวคดิ เพอ่ื นชว่ ยเพื่อนเรอ่ื งการวิจัยในช้นั เรยี น ส้าหรับครูผูส้ อน

สังกัดส้านักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาปตั ตานี เขต3

เร่อื ง การพัฒนารูปแบบการแลกเปลีย่ นเรียนรผู้ ่านเวบ็ บลอ็ กตามแนวคดิ เพ่ือนช่วยเพือ่ น เรอ่ื ง
การวิจยั ในชัน้ เรยี น สา้ หรบั ครผู ู้สอน สังกดั สา้ นกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาปัตตานี เขต 3

คา้ ช้ีแจง แบบประเมินตนเอง มวี ัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ให้ครูผสู้ อนประเมนิ ตนเองก่อน และหลงั
การใชร้ ูปแบบการแลกเปลี่ยนเรยี นรผู้ ่านเว็บบลอ็ กเพอื่ วัดระดับความรู้ความเขา้ ใจ เร่อื ง การวจิ ัย
ในชน้ั เรยี น

โปรดทา้ เครอ่ื งหมาย ในระดับทีต่ รงกับสภาพความเปน็ จรงิ ที่สดุ เพยี งชอ่ งเดียว
โดยกา้ หนดเกณฑ์การให้คะแนนเปน็ 5 ระดับ ดังนี้

ระดับ 5 หมายถงึ มีความรู้ความเข้าใจในระดับมากทีส่ ดุ
ระดับ 4 หมายถึง มีความรู้ความเข้าใจในระดับมาก
ระดบั 3 หมายถงึ มีความรู้ความเข้าใจในระดับปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง มคี วามรู้ความเข้าใจในระดับน้อย
ระดบั 1 หมายถงึ มีความรู้ความเขา้ ใจในระดับน้อยทีส่ ดุ

ตัวอยา่ งแบบประเมิน ระดับรคู้ วามเข้าใจ
54321
ขอ้ ท่ี รายการประเมิน
ทา่ นมคี วามรู้ความเข้าใจเรือ่ งต่อไปนใ้ี นระดบั ใด 

0. การเขยี นรายงานการวิจยั

ผ้ตู อบท้าเครื่องหมายในชอ่ งหมายเลข 3 แสดงว่า ผู้ตอบมคี วามคดิ เหน็ ว่า ตนเองมีความรู้
ความเขา้ ใจ ในการเขียนรายงานการวจิ ัย โดยมีความรู้ความเข้าใจ อยูใ่ นระดับปานกลาง

174

 กอ่ นการใชร้ ปู แบบการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ผา่ นเวบ็ บลอ็ ก ระดบั รู้ความเข้าใจ
 หลงั การใชร้ ูปแบบการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ผ่านเวบ็ บล็อก 54321

ขอ้ ที่ รายการประเมิน

ท่านมคี วามรคู้ วามเข้าใจเรอื่ งตอ่ ไปนใ้ี นระดบั ใด
1. ความสา้ คัญของการวิจัยในช้นั เรียน
2. การวเิ คราะห์/ก้าหนดปัญหาในชั้นเรยี น
3. กระบวนการการทา้ วจิ ัยในชน้ั เรียน
4. การกา้ หนดชอื่ เร่อื งของการวิจยั
5. การกา้ หนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย
6. การกา้ หนดสมมตุ ิฐานการวิจัย
7. การกา้ หนดขอบเขตการวจิ ยั
8. การเขยี นนยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
9. การเลอื กเอกสารทศ่ี ึกษาเกี่ยวข้องกบั งานวจิ ยั
10. เครื่องมอื และการพัฒนาเครือ่ งมือที่ใช้ในการวจิ ัย
11. การกา้ หนดขน้ั ตอนในการเก็บรวบรวมข้อมลู
12. การเลอื กใช้สถติ ิ ในการวิเคราะหข์ ้อมลู
13. การน้าเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
14. การอภปิ รายผล
15. การเขยี นเสนอแนะ
16. การอา้ งองิ เอกสาร

ลงชื่อ.................................................ผปู้ ระเมนิ

175

แบบประเมินคุณภาพงานวิจยั ในชน้ั เรยี นส้าหรบั ผูเ้ ช่ยี วชาญ

คา้ ช้แี จง
1. ขอความอนเุ คราะห์ทา่ น ประเมินคณุ ภาพงานวิจัยในชัน้ เรียน ของครผู ้สู อนโรงเรยี นชมุ ชน

บ้านบางเกา่ โดยแบบประเมินคณุ ภาพงานวจิ ยั ในช้ันเรียน พจิ ารณาตามความสอดคลอ้ ง ความชัดเจน
ถูกต้องเหมาะสม ของงานวจิ ยั ในช้นั เรยี นกับกระบวนการวิจัยในช้นั เรยี น

2. โปรดท้าเครื่องหมาย ลงในช่องระดบั คณุ ภาพที่เหมาะสมมากทส่ี ุด โดยพจิ ารณา
ประกอบกบั กฎเกณฑ์การประเมินคุณภาพงานวจิ ัยในช้ันเรียน

ตวั อย่าง แบบประเมิน

ขอ้ ท่ี รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ 0
0. การเลอื กปญั หาของการวิจัย 4321


ตวั อยา่ ง เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพงานวจิ ัย

ประเดน็ ระดบั เกณฑ์
คุณภาพ
การเลอื กปญั หา ชอ่ื เรื่องบอกถงึ ปัญหาวิจัย มีการระบุตัวแปรส้าคัญท่ศี ึกษา
ของการวจิ ยั 4 ระบกุ ลุม่ ประชากรชดั เจน ความเปน็ มา และความส้าคัญ
ของปญั หา แสดงเหตุผลสอดคลอ้ งกบั เรือ่ งท่ที า้ วจิ ยั ชดั เจน
3 และตรงประเดน็
ช่อื เรื่องบอกปญั หาวจิ ยั มีการระบุตวั แปรสา้ คญั ที่ศึกษา
2 แต่ระบกุ ลุ่มประชากรชดั เจน ความเปน็ มา และความสา้ คัญ
ของปญั หา แสดงเหตุผลสอดคลอ้ งกับเรื่องทีท่ า้ วจิ ยั แต่เขียน
1 ไมช่ ัดเจน
0 ช่ือเรอื่ งบอกปัญหาวจิ ยั มีการระบตุ ัวแปรส้าคัญท่ีศกึ ษา
สว่ นความเป็นมา และความส้าคญั ของปญั หาไมส่ อดคล้อง
กับเร่อื งท่ีทา้ วิจยั
ชอื่ เรอ่ื งบอกปญั หาวิจยั มีการระบุตัวแปรสา้ คญั ทศ่ี กึ ษา
ความเปน็ มา และความส้าคญั ของปัญหาไม่ชัดเจน
ชื่อเรอ่ื งบอกปัญหาวิจัย มีการระบตุ วั แปรสา้ คญั ทศ่ี กึ ษา
แตไ่ ม่ระบคุ วามเปน็ มา และความส้าคญั ของปัญหา

176

ผ้ตู อบท้าเครอื่ งหมายในชอ่ งระดบั คุณภาพของงานวิจยั ในช้ันเรยี น หมายเลข 4 แสดงวา่
ประเด็น การเลอื กปญั หาของการวจิ ัย เมอ่ื เปรยี บเทียบตามเกณฑก์ ารประเมินฯ หมายถงึ งานวจิ ัย
ในชั้นเรียน มีการระบชุ ือ่ เรือ่ งบอกถึงปัญหาวิจยั ระบตุ วั แปรส้าคญั ที่ศึกษา ระบุกล่มุ ประชากรชดั เจน
ความเปน็ มา และความส้าคัญของปญั หา แสดงเหตุผลสอดคล้องกับเรอื่ งท่ที ้าวจิ ัยชดั เจน และตรง
ประเดน็

3. แบบประเมนิ คณุ ภาพงานวจิ ยั ในชน้ั เรยี น มี 9 ข้อ
4. ผูว้ ิจยั ขอเก็บแบบประเมนิ คุณภาพงานวิจยั ในชน้ั เรยี น วันที่ กมุ ภาพันธ์ 2559

ขอขอบคุณทา่ นเปน็ อย่างสงู ทกี่ รุณาให้ความอนเุ คราะห์
นางสาวอัลยานี วาโดร์

นกั ศึกษาปรญิ ญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีและสอ่ื สารการศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี

หมายเหตุ แบบประเมินคุณภาพงานวิจัยในช้นั เรียน พัฒนามาจากงานวิจัย ของวันชัย พฤกษะวัน
สนุ ันท์ ศลโกสมุ และเออ้ื มพร หลนิ เจริญ, 2557

177

แบบประเมนิ คุณภาพงานวิจัยในชนั้ เรียน

ชือ่ ............................................................................นามสกลุ .................................................................
ชอ่ื เรอ่ื ง....................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้...............................................................................................................................

ขอ้ ท่ี ประเด็นทปี่ ระเมิน ระดบั คณุ ภาพ
43210
1. ชื่อเรื่องมคี วามครอบคลุม
2. ปัญหาและสาเหตุของการวจิ ัยมคี วามชัดเจน
3. วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัยมคี วามสอดคลอ้ งกบั

ชื่อเร่ืองและปญั หาวิจัย
4. วธิ ดี า้ เนนิ การวิจยั มคี วามชัดเจน
5. เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจัยมีความเหมาะสม
6. วิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู มคี วามถกู ตอ้ งเหมาะสม
7. การวเิ คราะหข์ ้อมลู มีความถกู ต้องเหมาะสม
8. การสรุปผลการวจิ ยั สอดคลอ้ งกบั วัตถปุ ระสงค์

ของการวิจยั
9. การนา้ เสนอรายงานการวิจัยมคี วามชัดเจน

รวม
ผลการประเมนิ

เกณฑก์ ารแปลผลคะแนน หมายถงึ ผลงานอย่ใู นระดบั ยอดเยี่ยม
หมายถึง ผลงานอยู่ในระดบั ดีเดน่
ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป หมายถึง ผลงานอยใู่ นระดบั ดี
รอ้ ยละ 65 – 79 หมายถึง ผลงานอยู่ในระดบั ชมเชย
ร้อยละ 50 – 64
ต้า่ กว่าร้อยละ 50

178

เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพงานวจิ ัยในชั้นเรียน

ประเด็น ระดบั เกณฑ์
1. ช่ือเรื่องมีความ คุณภาพ
ครอบคลมุ ชอ่ื เรอื่ งระบถุ งึ ปญั หาการวิจยั วธิ กี าร/นวัตกรรมและ
4 กลมุ่ เป้าหมาย
2. ปญั หาและ 3 ชอ่ื เรื่องระบุถึงปัญหาการวจิ ัย วิธีการ/นวัตกรรม แต่ไมร่ ะบุ
สาเหตุของการวจิ ยั 2 กลมุ่ เป้าหมาย
มีความชัดเจน 1 ชอ่ื เรือ่ งระบุถงึ ปญั หาการวิจยั แต่ขาดความชัดเจน เกี่ยวกบั
0 วธิ กี าร/นวตั กรรม และกล่มุ เป้าหมาย
3. วัตถปุ ระสงค์ 4 ช่ือเรื่องระบุถงึ ปัญหาการวิจยั แต่ไม่ระบุวิธีการ/นวัตกรรม
ของการวิจยั มี 3 และกลุ่มเป้าหมาย
ความสอดคล้องกับ 2 ช่ือเรือ่ งไมร่ ะบุถึงปัญหาการวจิ ัย วิธกี าร/นวัตกรรม
ชอื่ เร่อื งและปญั หา 1 และกลุ่มเปา้ หมาย
วิจัย 0 ระบถุ งึ ลักษณะท่ีเปน็ ปญั หา สาเหตุของปัญหา และ
4 ความจ้าเป็นท่ีจะต้องแก้ไข หรอื พฒั นาอยา่ งชดั เจน
ระบถุ ึงลกั ษณะทเ่ี ป็นปัญหา สาเหตุของปัญหา หรือ
3 ความจา้ เป็นทจ่ี ะต้องแก้ไข หรอื พฒั นาอย่างชดั เจน
ระบุถึงลักษณะท่เี ป็นปญั หา สาเหตุของปญั หา และ
2 ความจา้ เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งแกไ้ ขหรือพฒั นา แตไ่ มช่ ดั เจน
ระบถุ งึ ลกั ษณะทเี่ ปน็ ปญั หา สาเหตุของปญั หา หรอื
ความจ้าเป็นท่จี ะต้องแก้ไขหรอื พัฒนา แต่ไม่ชัดเจน
ไมร่ ะบุถงึ ลักษณะทเ่ี ป็นปัญหา สาเหตุของปัญหา และ
ความจ้าเปน็ ทจ่ี ะต้องแก้ไข หรอื พฒั นาอยา่ งชัดเจน
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัยทุกขอ้ มคี วามสอดคล้องกับชอ่ื เร่ือง
ปญั หาวิจัยระบวุ ธิ กี าร/นวัตกรรมทศี่ กึ ษาและเขยี นล้าดับ
ข้ันตอนอย่างชัดเจน

วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั ทุกข้อมีความสอดคล้องกบั ชอ่ื เรอ่ื ง
ปญั หาวจิ ัยระบุวธิ ีการ/นวตั กรรมท่ีศกึ ษาอยา่ งชัดเจน แต่
เขียนไม่เปน็ ลา้ ดบั ขัน้ ตอน

วัตถุประสงค์ของการวิจัยของการวจิ ยั ทุกขอ้ มีความ
สอดคลอ้ งกบั ช่อื เร่อื ง ปญั หาวิจัย หรอื ระบวุ ิธกี าร/
นวัตกรรมทศี่ กึ ษา อย่างชดั เจนแตเ่ ขียนไมเ่ ป็นล้าดบั ขน้ั ตอน

179

ประเดน็ ระดบั เกณฑ์
คณุ ภาพ
4. วิธีด้าเนนิ การ วัตถปุ ระสงค์ของการวิจยั บางข้อไม่สอดคล้องกับชอื่ เรื่อง
วิจัยมีความชัดเจน 1 ปัญหาวจิ ยั
0
5. เคร่อื งมอื ท่ีใช้ 4 วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัยทกุ ขอ้ ไมส่ อดคล้องกับชอ่ื เร่ือง
ในการวิจยั มีความ ปญั หาวิจัย
เหมาะสม 3
ระบกุ ลุ่มเป้าหมาย วธิ ีการ/นวตั กรรม ขั้นตอนการวจิ ยั
2 เครอ่ื งมือการวจิ ัย การเก็บรวบรวมขอ้ มล และการวิเคราะห์
ขอ้ มลู ครบถว้ น อธบิ ายวธิ ีดา้ เนินการวจิ ัยตามลา้ ดบั ขน้ั ตอน
1 และรายละเอียดของแต่ละหวั ขอ้ ชดั เจน
0
4 ระบกุ ลมุ่ เป้าหมาย วธิ ีการ/นวัตกรรม ข้นั ตอนการวิจัย
3 เคร่อื งมือการวิจัย การเกบ็ รวบรวมขอ้ มล และการวิเคราะห์
ข้อมูล ครบถว้ น อธิบายวิธดี า้ เนินการวจิ ยั ตามล้าดับข้ันตอน
แต่มีรายละเอียด 2 หวั ขอ้ ไม่ชัดเจน

ระบุกลุ่มเปา้ หมาย วิธกี าร/นวัตกรรม ขน้ั ตอนการวิจัย
เคร่อื งมือการวิจัย การเกบ็ รวบรวมข้อมล และการวเิ คราะห์
ขอ้ มลู ครบถว้ น อธบิ ายวธิ ีดา้ เนินการวจิ ัยตามล้าดับขนั้ ตอน
แตม่ ีรายละเอียด 3 หัวข้อไมช่ ดั เจน

หัวขอ้ ไม่ครบถ้วน อธิบายวิธดี ้าเนินการวิจัยตามล้าดับข้ันตอน
แต่มรี ายละเอียด 3 หวั ขอ้ ไม่ชัดเจน

หัวข้อไมค่ รบถ้วน ไมอ่ ธิบายวธิ ดี า้ เนินการวจิ ยั ตามล้าดับขัน้ ตอน
และรายละเอยี ดมากกว่า 3 หวั ขอ้ ไม่ชัดเจน

เครื่องมือมีความเหมาะสมกบั วธิ กี าร/นวตั กรรม ระดับความรู้
อายุของผู้ใหข้ ้อมูล และมกี ารตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมอื

เครือ่ งมือมคี วามเหมาะสมกับวธิ ีการ/นวตั กรรม มีการ
ตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมอื แต่ไมเ่ หมาะกบั ระดบั ความรู้
อายขุ องผ้ใู ห้ขอ้ มลู

180

ประเดน็ ระดบั เกณฑ์
คณุ ภาพ
6. วธิ กี ารเก็บ เครอื่ งมือมคี วามเหมาะสมกบั วธิ ีการ/นวตั กรรม ระดับความรู้
รวบรวมข้อมูล 2 อายุของผใู้ หข้ อ้ มลู แต่ไมม่ กี ารตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมอื
มีความเหมาะสม 1
เครื่องมือมีความเหมาะสมกับวิธีการ/นวัตกรรม แต่ไม่เหมาะสม
0 กบั ระดบั ความรู้ อายขุ องผูใ้ หข้ ้อมูล และไม่มีการตรวจสอบ
4 คณุ ภาพเคร่ืองมอื

3 เครอื่ งมือไมเ่ หมาะสมกับวธิ ีการ/นวัตกรรม ระดับความรู้ อายุ
ของผู้ให้ขอ้ มลู และไมม่ ีการตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมือ
2
ระบวุ ิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมลู เหมาะสมกบั กลุม่ เป้าหมาย
1 ระยะเวลา/ช่วงเวลา เก็บจากแหล่งขอ้ มลู ครบถ้วน อธบิ าย
ข้นั ตอนอย่างละเอียด
0
ระบุวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เหมาะสมกับกลมุ่ เปา้ หมาย
ระยะเวลา/ชว่ งเวลา เกบ็ จากแหล่งข้อมูลครบถ้วน แตอ่ ธิบาย
ขั้นตอนไมช่ ัดเจน

ระบุวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เหมาะสมกับกลมุ่ เปา้ หมาย
ระยะเวลา/ช่วงเวลา เกบ็ จากแหล่งขอ้ มลู ไมค่ รบถ้วน อธิบาย
ข้ันตอนไม่ชัดเจน

ระบวุ ิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล เหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย
ระยะเวลา/ช่วงเวลาไมเ่ หมาะสม เก็บจากแหล่งขอ้ มูลไม่ครบถ้วน
อธิบายข้นั ตอนไม่ชัดเจน

ระบุวธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ไมเ่ หมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
ไม่ระบุวิธกี ารรวบรวมข้อมูล

181

ประเด็น ระดบั เกณฑ์
7. การวเิ คราะห์ คณุ ภาพ
ข้อมลู มคี วาม การวิเคราะห์ขอ้ มลู สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์การวจิ ัย เหมาะสม
ถกู ต้องเหมาะสม 4 กบั ลักษณะขอ้ มูล อธิบายขน้ั ตอนอย่างละเอยี ด และพิจารณา
ความสอดคลอ้ งระหว่างผลการวเิ คราะห์จากหลายแหล่งขอ้ มลู
8. การสรุป 3
ผลการวจิ ยั การวเิ คราะหข์ ้อมลู สอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงคก์ ารวจิ ัย เหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั 2 กบั ลักษณะข้อมูล อธิบายขน้ั ตอนอยา่ งละเอยี ด แต่ไมพ่ จิ ารณา
วัตถุประสงค์ ความสอดคลอ้ งระหว่างผลการวเิ คราะหจ์ ากหลายแหลง่ ขอ้ มลู
ของการวจิ ัย 1
การวิเคราะห์ขอ้ มูลสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์การวจิ ัย เหมาะสม
0 กับลักษณะขอ้ มลู อธบิ ายขน้ั ตอนไม่ชัดเจน และไม่พจิ ารณา
4 ความสอดคลอ้ งระหว่างผลการวเิ คราะหจ์ ากหลายแหลง่ ข้อมลู
3
2 การวเิ คราะห์ข้อมลู สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจยั แต่ไม่
1 เหมาะสมกับลกั ษณะข้อมูล อธิบายขนั้ ตอนไม่ชดั เจน และไม่
0 พจิ ารณาความสอดคลอ้ งระหว่างผลการวิเคราะหจ์ ากหลาย
แหล่งข้อมลู

การวิเคราะหข์ ้อมูลไม่สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์การวจิ ัย/
รายละเอียดไมเ่ หมาะสม

ข้อสรปุ ถกู ตอ้ งตามหลักฐานข้อมูล สอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์
การวจิ ัย นา้ เสนออย่างเป็นระบบ เขา้ ใจง่าย

ขอ้ สรุปถกู ต้องตามหลักฐานข้อมลู สอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์
การวิจยั แต่นา้ เสนอในบางประเด็นไม่ชดั เจน

ขอ้ สรุปถกู ตอ้ งตามหลกั ฐานขอ้ มลู สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์
การวิจยั บางสว่ น น้าเสนอในบางประเดน็ ไมช่ ัดเจน

ขอ้ สรปุ ถกู ตอ้ งตามหลกั ฐานขอ้ มูล ไมส่ อดคล้องกบั วตั ถุประสงค์
การวจิ ยั นา้ เสนอไมช่ ัดเจน

ข้อสรปุ ไมถ่ กู ตอ้ งตามหลกั ฐานขอ้ มูล ไมส่ อดคล้องกับ
วตั ถปุ ระสงค์การวิจัย/รายละเอียดไมเ่ หมาะสม

182

ประเด็น ระดับ เกณฑ์
คุณภาพ
9. การน้าเสนอ นา้ เสนอรายงานการวิจยั ครบทกุ ข้อ ( 1. ปญั หาและสาเหตุ
รายงานการวจิ ัย 4 ของการวจิ ยั 2. วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ัย 3. วธิ กี ารด้าเนินการ
ไม่ชดั เจน วิจยั – กลุ่มเป้าหมาย – วธิ กี าร/นวตั กรรม – ข้ันตอนการ
3 ดา้ เนินการ – เครื่องมือในการวจิ ยั – วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลู –
2 วธิ กี ารวิเคราะห์ข้อมลู 4. การสรุปผลการวิจยั ) การเขยี น
1 เชื่อมโยงสมเหตุสมผล ใช้ภาษา ถกู ต้อง และกระชับ มคี วาม
0 ประณีตในการพิมพ์/เขียน

น้าเสนอรายงานการวจิ ัยครบทกุ หัวข้อ การเขยี นเช่ือมโยง
สมเหตสุ มผล มขี ้อผดิ พลาดในการใชภ้ าษาและการพิมพ์/เขียน

น้าเสนอรายงานการวจิ ยั ครบทกุ หัวข้อ แตบ่ างหวั ข้อขาดความ
เชื่อมโยง และมีข้อผดิ พลาดในการใช้ภาษาและการพมิ พ์/เขยี น

นา้ เสนอรายงานการวิจยั ครบทกุ หวั ข้อ แตท่ ุกหัวข้อขาดความ
เช่อื มโยง และมขี อ้ ผิดพลาดในการใช้ภาษาและการพิมพ์/เขยี น

น้าเสนอรายงานการวิจยั ไม่ครบทุกหัวข้อ ขาดความเช่อื มโยง
และมีข้อผดิ พลาดในการใชภ้ าษาและการพิมพ์/เขียน

183

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ การใชร้ ูปแบบแลกเปล่ยี นเรียนรู้ผา่ นเว็บบล็อกตามแนวคิด
เพ่อื นชว่ ยเพือ่ น เรื่องการวจิ ยั ในชน้ั เรียน ส้าหรบั ครผู ู้สอน สงั กัดสา้ นักงานเขตพนื้ ที่
การศกึ ษาประถมศกึ ษาปตั ตานี เขต 3

เร่ือง การพัฒนารูปแบบการแลกเปลย่ี นเรยี นร้ผู า่ นเวบ็ บล็อกตามแนวคดิ เพือ่ นชว่ ยเพือ่ น
เรอื่ งการวจิ ัยในช้ันเรยี น สา้ หรับครผู ูส้ อน สังกัดส้านักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาปตั ตานี
เขต 3

ค้าชี้แจง แบบประเมนิ ความพึงพอใจ มวี ัตถุประสงค์เพ่อื ศึกษาระดับความพงึ พอใจของครผู ้สู อน
ต่อการใชร้ ูปแบบการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ผา่ นเว็บบล็อก

โปรดท้าเครอื่ งหมาย  ในระดบั ทต่ี รงกับสภาพความเป็นจริงท่ีสุดเพียงชอ่ งเดียว
โดยก้าหนดเกณฑ์การให้คะแนนเป็น 5 ระดับ ดงั น้ี

ระดบั 5 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมากทส่ี ุด
ระดับ 4 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมาก
ระดับ 3 หมายถงึ มีความพงึ พอใจปานกลาง
ระดับ 2 หมายถึง มคี วามพึงพอใจน้อย
ระดับ 1 หมายถงึ มีความพงึ พอใจน้อยทส่ี ุด

ตัวอยา่ งแบบประเมนิ

ข้อที่ รายการประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ
54321
ทา่ นมคี วามพึงพอใจเรอ่ื งต่อไปนี้ในระดบั ใด

0. กระบวนการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ผา่ นเวบ็ บลอ็ กเว็บ
(web blog) โดยรวม

ผ้ตู อบทา้ เครอ่ื งหมายในช่องหมายเลข 4 แสดงวา่ ผู้ตอบมีความคดิ เห็นวา่ ตนเองมีความ
พึงพอใจต่อกระบวนการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ผ่านเวบ็ บล็อก (web blog) โดยรวม อยู่ในระดบั มาก

ขอขอบคณุ ทา่ นเปน็ อย่างสงู ท่ีกรณุ าให้ความอนเุ คราะห์

นางสาวอลั ยานี วาโดร์
นกั ศึกษาปรญิ ญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยแี ละส่อื สารการศกึ ษา

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี

184

รายการ ระดับความพึงพอใจ
54 3 21

- ท่านมคี วามคดิ เหน็ ต่อรปู แบบการแลกเปลย่ี นเรียนรูผ้ ่านเวบ็ บล็อก (model of knowledge sharing

via weblog) อยา่ งไร

1. กระบวนการที่ส้าคญั ของการแลกเปลีย่ นเรยี นรผู้ า่ นเว็บบล็อก

(web blog) มรี ะบบปฏบิ ัตกิ ารแลกเปล่ยี นเรียนรทู้ บี่ อกถึง

แหลง่ ทีม่ าของความรู้ มีความเหมาะสมกับการน้าไปใช้

- ท่านมคี วามคดิ เห็นตอ่ กระบวนการการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ผา่ นเวบ็ บลอ็ ก (web blog) อยา่ งไร

การบง่ ชี้หรอื การก้าหนดความรู้ (Knowledge Identification)

2. ช่วยใหท้ า่ นคน้ หาความรู้ท่ีจ้าเป็นตอ่ การปฏิบัตงิ าน ไดส้ ะดวก

รวดเรว็ และตรงต่อความต้องการสามารถนา้ ไปประยกุ ตใ์ ช้ในการ

แกไ้ ขปัญหาการปฏิบัติงานและกอ่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ เพ่อื การ

พฒั นาบคุ ลากรและองคก์ ร

การแสวงหาความรู้ (Knowledge Acquisition, Capture)

3. ชว่ ยให้ทา่ นสามารถแสวงหาความรู้ทจ่ี า้ เปน็ จากฐานความรู้

ผ่านระบบออนไลน์ แล้วน้ามาผสมผสานความรู้ประสบการณ์

ทม่ี ีอยู่เดมิ ท้าใหเ้ กิดความรู้ใหมส่ ามารถน้ามาประยกุ ต์ใช้

แกไ้ ขปญั หาการปฏบิ ตั งิ านได้จริง

การจดั เกบ็ ความรู้ ค้นคืนความรู้ (Knowledge Storage)

4. มีการรวบรวม จดั เก็บความรู้อยา่ งเป็นหมวดหมู่ และความรู้

ทจ่ี ัดเกบ็ ไดผ้ ่านกระบวนการวิเคราะห์ กลน่ั กรอง และตรวจสอบ

ซ่ึงม่นั ใจว่าเป็นความร้ทู ี่ถูกตอ้ ง และมคี วามนา่ เชอื่ ถอื

การแลกเปลย่ี น แบ่งปนั ความรู้ (Knowledge Sharing)

5. ชว่ ยใหท้ ่านมีโอกาสในการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร เพือ่ แลกเปลย่ี นเรียนรู้

และเผยแพร่ความร้จู ากเพือ่ นรว่ มงานทงั้ ภายในและภายนอก

สถานศกึ ษา

การนา้ ความรู้ไปใช้ (Knowledge Utilization, Usage)

6. ช่วยใหท้ ่านสามารถประยุกต์ใชค้ วามรู้ ประสบการณ์

ที่หลากหลาย และสรา้ งสรรค์ เพื่อเพิม่ ประสิทธิภาพในการ

ปฏิบัตงิ าน

- ทา่ นมีความคดิ เห็นตอ่ แนวคิดการเรียนรู้แบบเพ่อื นช่วยเพื่อน (Peer-Assisted Learning) อยา่ งไร

7. ใหค้ า้ แนะนา้ ค้าปรึกษา และพร้อมช่วยเหลอื เพ่ือนรว่ มเรียนรู้

8. มีปฏสิ มั พนั ธ์อนั ดี เกิดความรูส้ กึ ใกล้ชิดเปน็ กันเอง

9. สร้างบรรยากาศ และมีอสิ ระในการเรยี นรู้

185

รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ 1
5432

10. มีการแลกเปลย่ี นความรู้ และประสบการณท์ ี่หลากหลาย

11. สรา้ งแรงกระตนุ้ และกระตือรือรน้ ในการแสวงหาความรู้

- ท่านมีความคิดเห็นต่อการใช้ระบบการแลกเปลี่ยนเรียนร้ผู า่ นเว็บบลอ็ ก (web blog) อย่างไร

12. ความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน

13. ค้าแนะน้าในการใช้เว็บบลอ็ ก

14. ความน่าสนใจของเนอื้ หาท่เี ผยแพร่

15. ขนาดและสีตัวอกั ษร

16. การใช้สพี ้ืนหลงั และภาพประกอบ

17. การจัดวางตา้ แหน่งรายการตา่ งๆ

18. ใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรสารสนเทศออนไลน์

เพอื่ แลกเปล่ยี นเรียนรกู้ ับสมาชกิ ในกล่มุ

19. มีชอ่ งทางการเข้าถึงองค์ความรู้ท่หี ลากหลาย

20. ความเหมาะสมโดยรวม

ลงช่อื .................................................ผูป้ ระเมนิ

186

ภาคผนวก ง
การหาคณุ ภาพเครื่องมอื ในการวิจยั
- ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมนิ ตนเอง
- ผลการตรวจสอบหาคา่ ความเที่ยงของแบบประเมนิ ตนเอง
- ผลการตรวจสอบคณุ ภาพของแบบประเมินความพงึ พอใจ
- ผลการตรวจสอบหาคา่ ความเทยี่ งของแบบประเมินความพึงพอใจ

187

คุณภาพของแบบประเมินตนเอง R IOC =

คะแนนของผ้เู ชีย่ วชาญ 2 N R
ข้อที่ 1 2 3 3
2 N
1 +1 +1 0 3
2 +1 +1 +1 3 3 0.67
3 +1 +1 0 3 31
4 +1 +1 +1 3 3 0.67
5 +1 +1 +1 3 31
6 +1 +1 +1 3 31
7 +1 +1 +1 3 31
8 +1 +1 +1 3 31
9 +1 +1 +1 3 31
10 +1 +1 +1 3 31
11 +1 +1 +1 3 31
12 +1 +1 +1 3 31
13 +1 +1 +1 3 31
14 +1 +1 +1 31
15 +1 +1 +1 31
16 +1 +1 +1 31
31

188

ผลการตรวจสอบคา่ ความเท่ยี ง (Reliability) ของแบบประเมนิ ตนเอง
โดยประชากรท่ไี มใ่ ช่กลมุ่ เปา้ หมาย

ด้วยวธิ ีการหาค่าสัมประสทิ ธิ์แอลฟาของคอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient)

Case Procesing Summary

Case Valid N %
Excluded (a) 20 100.0
Total 0
20 .0
100.0

Reliability Statistics N of Items
16
Cronbach's Alpha
.801

189

ผลการตรวจสอบค่าความเทีย่ ง (Reliability) ของแบบประเมินตนเอง
โดยกลมุ่ เปา้ หมาย

ดว้ ยวธิ กี ารหาค่าสมั ประสทิ ธแ์ิ อลฟาของคอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient)

Case Procesing Summary

Case Valid N %
Excluded (a) 20 100.0
Total 0
20 .0
100.0

Reliability Statistics N of Items
16
Cronbach's Alpha
.808

190

คุณภาพของแบบประเมนิ ความพึงพอใจ

คะแนนของ IOC

รายการประเมิน ผู้เช่ยี วชาญ R N =
1 23
R

N

รปู แบบการแลกเปลี่ยนเรยี นรผู้ า่ นเวบ็ บล็อก (model of

knowledge sharing via weblog)

1. กระบวนการท่ีส้าคัญของการแลกเปลี่ยนเรยี นร้ผู ่านเวบ็ บล็อก +1 +1 +1 3 3 1

(web blog) มรี ะบบปฏบิ ตั กิ ารแลกเปล่ียนเรยี นรผู้ า่ นเวบ็ บล็อก

ท่บี อกถงึ แหลง่ ทีม่ าของความรู้ มีความเหมาะสมกับการนา้ ไปใช้

เพื่อส่งเสริมกระบวนการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ตามแนวคิดเพือ่ น

ช่วยเพ่อื น สา้ หรบั ครผู ูส้ อนโรงเรยี นชุมชนบ้านบางเกา่

2. ระบบการแลกเปลย่ี นเรยี นร้ผู า่ นเวบ็ บล็อก (web blog) ช่วย +1 +1 +1 3 3 1

ใหท้ า่ นค้นหาความรู้ทจ่ี า้ เปน็ ตอ่ การปฏบิ ตั งิ านได้สะดวกรวดเรว็

และตรงต่อความตอ้ งการสามารถนา้ ไปประยกุ ตใ์ ช้ ในการแก้ไข

ปัญหาการปฏิบตั งิ านและกอ่ ให้เกดิ การเรยี นรู้ เพอ่ื การพัฒนา

บคุ ลากรและองค์กร

3. ระบบการแลกเปล่ยี นเรยี นรผู้ า่ นเว็บบลอ็ ก (web blog) ช่วย +1 +1 +1 3 3 1

ให้ท่านสามารถแสวงหาความรู้ ที่จา้ เป็นจากฐานความรู้ผา่ น

ระบบออนไลน์ แลว้ นา้ มาผสมผสานความรปู้ ระสบการณ์ ทีม่ ีอยู่

เดิมทา้ ให้เกิดความรู้ใหมส่ ามารถนา้ มาประยกุ ตใ์ ช้แก้ไขปัญหา

การปฏิบตั งิ านไดจ้ รงิ

4. ระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผา่ นเวบ็ บล็อก (web blog) มี +1 +1 +1 3 3 1

การรวบรวม จัดเกบ็ ความรอู้ ย่างเปน็ หมวดหมู่ และความรทู้ ่ี

จดั เก็บไดผ้ า่ นกระบวนการวิเคราะห์ กลน่ั กรอง และตรวจสอบ

ซง่ึ มน่ั ใจว่าเปน็ ความรูท้ ่ถี ูกตอ้ ง และมีความน่าเช่อื ถือ

5. ระบบการแลกเปลี่ยนเรียนรผู้ า่ นเว็บบลอ็ ก (web blog) ชว่ ย +1 +1 +1 3 3 1

ใหท้ า่ นมีโอกาสในการตดิ ตอ่ สอื่ สาร เพ่ือแลกเปล่ียนเรยี นรู้ และ

เผยแพร่ความรจู้ ากเพอื่ นร่วมงานท้ังภายในและภายนอก

สถานศึกษา

6. ระบบการแลกเปลย่ี นเรยี นร้ผู ่านเว็บบล็อก (web blog) +1 +1 +1 3 3 1

ท้าให้บคุ ลากรสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ ประสบการณท์ ี่

หลากหลาย และสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มประสิทธภิ าพในการ

ปฏบิ ตั ิงาน

191

รายการประเมนิ คะแนนของ IOC
ผูเ้ ชีย่ วชาญ
=

R N

1 23 R

N

- แนวคิดการเรียนรแู้ บบเพื่อนช่วยเพ่ือน (Peer-Assisted

Learning)

7. ให้ค้าแนะน้า คา้ ปรึกษา และพรอ้ มช่วยเหลือเพื่อนร่วมเรียนรู้ +1 +1 +1 3 3 1

8. มีปฏสิ มั พันธ์อันดี เกิดความรสู้ ึกใกลช้ ดิ เป็นกนั เอง +1 +1 +1 3 3 1

9. สรา้ งบรรยากาศ และมอี ิสระในการเรยี นรู้ +1 +1 +1 3 3 1

10. มกี ารแลกเปลย่ี นความรู้ และประสบการณ์ทีห่ ลากหลาย +1 +1 +1 3 3 1

11. สร้างแรงกระตนุ้ และกระตอื รอื รน้ ในการแสวงหาความรู้ +1 +1 +1 3 3 1

- ระบบการใช้งาน

12. ความงา่ ยและความสะดวกในการใชร้ ปู แบบการแลกเปลยี่ น +1 +1 +1 3 3 1

เรียนรู้ผา่ นเว็บบลอ็ ก (web blog)

13. ค้าแนะน้าในการใช้เวบ็ บล็อกมคี วามชัดเจน เข้าใจงา่ ย และ +1 +1 +1 3 3 1

เปน็ ไปตามลา้ ดบั ขัน้ ตอน

14. ความเหมาะสมและความนา่ สนใจของเนอื้ หาทีเ่ ผยแพร่ +1 +1 +1 3 3 1

15. ความเหมาะสมของขนาดและสตี ัวอกั ษร +1 +1 +1 3 3 1

16. ความเหมาะสมของการใชส้ พี ืน้ หลงั และภาพประกอบ +1 +1 +1 3 3 1

17. ความเหมาะสมในการจัดวางต้าแหนง่ รายการต่างๆ +1 +1 +1 3 3 1

18. ใช้ประโยชน์จากแหลง่ ทรัพยากรสารสนเทศออนไลน์ +1 +1 +1 3 3 1

เพอื่ แลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สมาชิกในกลุ่ม

19. มชี ่องทางการเขา้ ถงึ องคค์ วามรู้ทห่ี ลากหลาย +1 +1 +1 3 3 1

20. ความเหมาะสมโดยรวมของการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ +1 +1 +1 3 3 1

ผา่ นเว็บบล็อกด้วยเว็บบลอ็ ก

192

ผลการตรวจสอบคา่ ความเที่ยง (Reliability) ของแบบประเมินความพงึ พอใจ
โดยประชากรทีไ่ ม่ใชก่ ลุ่มเป้าหมาย

ด้วยวิธกี ารหาค่าสมั ประสทิ ธ์แิ อลฟาของคอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient)

Case Procesing Summary

Case Valid N %
Excluded (a) 20 100.0
Total 0
20 .0
100.0

Reliability Statistics N of Items
20
Cronbach's Alpha
.837

193

ผลการตรวจสอบคา่ ความเท่ยี ง (Reliability) ของแบบประเมินความพึงพอใจ
โดยกลุ่มเปา้ หมาย

ดว้ ยวธิ ีการหาคา่ สัมประสทิ ธ์แิ อลฟาของคอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient)

Case Procesing Summary

Case Valid N %
Excluded (a) 20 100.0
Total 0
20 .0
100.0

Reliability Statistics N of Items
20
Cronbach's Alpha
.836

194

ภาคผนวก จ
- ผลการวเิ คราะห์ความเหมาะสมของรูปแบบการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ผา่ นเวบ็ บลอ็ ก
(สา้ หรบั ผู้เชย่ี วชาญ)
- ผลการวเิ คราะหป์ ระสทิ ธิภาพของโปรแกรมการแลกเปลี่ยนเรยี นรูผ้ า่ นเวบ็ บลอ็ ก
(สา้ หรับผเู้ ช่ยี วชาญ)
- ผลการวเิ คราะหค์ ะแนนการประเมินตนเอง กอ่ น-หลังการใชร้ ูปแบบการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
ผ่านเวบ็ บลอ็ ก
- ผลการวเิ คราะห์คะแนนคุณภาพผลงาน (งานวิจยั ในชั้นเรยี น)
- ผลการวเิ คราะห์คะแนนความพึงพอใจทมี่ ีต่อการใช้รูปแบบการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ผา่ นเว็บบลอ็ ก

195

ตารางที่ จ-1 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความเหมาะสมขององคป์ ระกอบ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านคน

องคป์ ระกอบการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ X S.D. ความเหมาะสม
ดา้ นคน
4.00 1.73 มาก
1. ครมู คี วามมงุ่ ม่ัน ทา้ เพ่ือองค์กร

2. ครมู ที ศั นคตทิ ่ดี ใี นการแบ่งปนั ความรใู้ ห้กับเพ่ือนรว่ มงาน 5.00 0.00 มากทส่ี ดุ

3. ครมู ปี ระสบการณก์ ารแลกเปลี่ยน 4.67 0.58 มากที่สดุ

4. ครูไดพ้ ฒั นาทกั ษะทางดา้ นเทคโนโลยี 4.67 0.58 มากที่สุด

5. ครไู ดร้ บั แรงจงู ใจ และสนบั สนุนให้มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ 4.33 0.58 มาก

สภาพโดยรวม 4.67 0.58 มากทีส่ ดุ

ตารางท่ี จ-2 คา่ เฉลย่ี สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความเหมาะสมขององคป์ ระกอบ
การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ดา้ นองค์ความรู้

องค์ประกอบการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ X S.D. ความเหมาะสม
ดา้ นองคค์ วามรู้

1. ครูได้ใชค้ วามรูท้ ่ีอยภู่ ายในตวั บุคคล (Tacit Knowledge) 5.00 0.00 มากทส่ี ุด

เช่นความคดิ ประสบการณ์ ทักษะ และความช้านาญทย่ี ัง

ไมม่ ีการเผยแพร่

2. ครูได้ใชค้ วามรู้ท่อี ยภู่ ายนอกตวั บคุ คล (Explicit 5.00 0.00 มากทส่ี ุด

Knowledge) เชน่ คู่มือ ต้ารา ระเบียบ กฎเกณฑแ์ ละความรู้

อ่นื ๆ ท่มี กี ารบนั ทึกไวใ้ นส่อื ตา่ งๆ

3. มกี ารจัดเกบ็ ความรู้ทั้งที่อยภู่ ายนอกตวั บคุ คล (Explicit 5.00 0.00 มากท่สี ุด

Knowledge) และภายในตวั ครู (Tacit Knowledge)

อย่างเป็นระบบ

สภาพโดยรวม 5.00 0.00 มากทสี่ ดุ

196

ตารางท่ี จ-3 คา่ เฉลีย่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความเหมาะสมขององค์ประกอบ
การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ด้านกระบวนการ

องคป์ ระกอบการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ X S.D. ความเหมาะสม
ด้านกระบวนการ
4.33 0.58 มาก
1. การบง่ ชี้หรอื กา้ หนดความรู้
4.67 0.58 มากที่สุด
2. การแสวงหาความรู้
4.00 1.00 มาก
3. การจดั เกบ็ สืบคน้ ความรู้
5.00 0.00 มากทส่ี ดุ
4. การแลกเปล่ียนแบ่งปันเรยี นรู้
4.67 0.58 มากทีส่ ดุ
5. การนา้ ความรไู้ ปใช้
4.53 0.55 มากทีส่ ุด
สภาพโดยรวม

ตารางที่ จ-4 ค่าเฉลีย่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดับความเหมาะสมขององคป์ ระกอบ
การแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ดา้ นเทคโนโลยี

องค์ประกอบการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ X S.D. ความเหมาะสม
ด้านเทคโนโลยี 4.33 0.58 มาก

1. ประชาสมั พนั ธ์ให้ทราบถึงความส้าคญั และกจิ กรรมตา่ งๆ 4.67 0.58 มากที่สดุ
ของการจดั การความรู้ โดยการส่ือสารหลายชอ่ งทาง 5.00 0.00 มากท่ีสุด
2. ช่องทางการสือ่ สารทเ่ี หมาะสมกบั ครู
5.00 0.00 มากที่สดุ
3. เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทมี่ คี วามสะดวก รวดเร็ว และมี
ประสทิ ธภิ าพ 5.00 0.00 มากท่ีสดุ
4. เทคโนโลยีสารสนเทศเอือ้ ตอ่ กระบวนการแลกเปลยี่ น
เรยี นรู้อยา่ งหลากหลาย 4.80 0.35 มากทสี่ ดุ
5. ประเมนิ และปรบั ปรงุ ช่องทางการสือ่ สาร และการเรยี นรู้
สม้่าเสมอ

สภาพโดยรวม


Click to View FlipBook Version