แผนการจัดการเรยี นรู้
วชิ า
ชนั้
ตาํ แหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย
โรงเรยี นดอนตาลดงบงั วทิ ยา
ต. โนนทอง อ. บา้ นผอื จ. อุดรธานี
สํานั กงานเขตพื้นท่กี ารศึ กษาประถมศึ กษา เขต 4
โครงสร&างแผนการจัดการเรียนร&ู ภาษาไทย ป. 4
บทที่ หนว( ยการเรียนรู0 จำนวนช่ัวโมง
ภาษาพาที 5
1 ขนมไทยไรเ* ทียมทาน 6
2 ออมไว*กำไรชวี ติ 5
3 ผักสมนุ ไพรใบหญา* มีคุณคาD ทัง้ นัน้ 8
4 ภูมิใจมรดกโลก 8
5 ชวี ติ ทถี่ ูกเมิน 6
6 โอม : พินจิ มหาพจิ ารณา 7
7 แรงพิโรธจากฟVาดิน 8
8 ไวรัสวายรDา* ย 4
9 สนุกสนานกับการเลนD 5
10 หนูเอยจะบอกให* 8
11 คนดศี รีโรงเรยี น 6
12 สารพิษในชีวิตประจำวนั 7
13 อยาD งนี้ดี ควรทำ 7
14 กระดาษน้ีมีทม่ี า 8
15 รกั ทีค่ ุ*มภยั 14
16 ธรรมชาตินม้ี ีคุณ
5
วรรณคดลี าํ นํา 6
17 การผจญภัยของสุดสาคร 4
18 น้ำผ้ึงหยดเดียว 5
19 ระบำสายฟาV 4
20 เรอื่ งเลาD จากพทั ลงุ 5
21 ดวงจนั ทร_ของลำเจียก 4
22 หอ* งสมดุ ป`า 152
23 เทีย่ วเมอื งพระรวD ง
รวม 23 หน(วยการเรียนร0ู
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ เรือ่ ง การผจญภัยของสุดสาคร เวลา ๕ ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การอ่านกลอนสุภาพ (กลอนแปด) เวลา ๑ ช่ัวโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิดไปใช้ตดั สินใจแก้ปัญหา และสรา้ งวิสัยทัศน์ใน
การดาํ เนนิ ชวี ิต และมีนิสัยรักการอ่าน
ตัวชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง
สาระสาํ คญั
บทร้อยกรองในวรรณคดไี ทยนอกจากจะเป็นความงดงามทางด้านภาษาแล้วยังถือว่าเป็นมรดกอันลํ้าค่า
ของประเทศชาติ ซ่งึ กวา่ จะกลัน่ กรองออกมาให้เกิดอรรถรสและความงดงามได้ ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว
และพรสวรรค์ทไี่ มส่ ามารถแบง่ ปันให้กนั ได้ของผูแ้ ต่ง ในฐานะท่ีเราเป็นคนไทยเราต้องชว่ ยกนั สบื ทอดและอนุรักษ์
ศลิ ปะความงดงามทางด้านภาษานไี้ ว้ใหอ้ ยูค่ ู่ชาตไิ ทยตราบนานเท่านาน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. อ่านทาํ นองเสนาะกลอนสุภาพได้
๒. บอกลักษณะรปู แบบของกลอนสุภาพได้
๓. แต่งกลอนสภุ าพได้
๔. ถอดความหมายจากกลอนสุภาพได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีความรอบคอบในการทํางาน
๒. มคี วามเสยี สละเอือ้ เฟ้ือเผื่อแผ่
๓. มคี วามภาคภมู ใิ จในภาษาไทย
๔. รว่ มอนุรักษศ์ ลิ ปะไทยได้
๕. ใช้ภาษาได้ถกู กาลเทศะ
สาระการเรยี นรู้
๑. รปู แบบแผนผงั กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ
๒. การอา่ นทาํ นองเสนาะกลอนสุภาพ
๓. การแต่งกลอนสภุ าพ
๔. การถอดคําประพนั ธ์
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขัน้ ที่ ๑ นกั เรียนดภู าพประกอบ จากหนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๓ เรอ่ื งการผจญภยั ของสุดสาคร นักเรียนและ
ครูอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ จากภาพรว่ มกัน ดังนี้
- คนในภาพคือใคร
- พาหนะทีใ่ ชใ้ นการเดินทาง
- อปุ กรณท์ ี่ใช้ในการเดนิ ทาง
ขัน้ ท่ี ๒ นกั เรยี นอา่ นคําศพั ท์ข้อความในหนังสือเรียน พร้อมกัน ๑ เที่ยว ครูให้นักเรียนบันทึกในสมุด
(ในเวลาว่าง)
ข้นั ที่ ๓ นักเรียนอ่านออกเสียงเนอ้ื เรือ่ งเป็นร้อยแก้ว เรื่องการผจญภัยของสุดสาคร จากหนังสือเรียน
คนละ ๒ – ๓ บท
ขนั้ ที่ ๔ นักเรียนและครชู ว่ ยกนั สรุปความรูจ้ ากเรอ่ื งที่อ่านโดยใช้คําถาม ดังน้ี
- ความหมายของชื่อเร่อื งการผจญภัยของสุดสาคร
- สุดสาครคอื ใคร
- พาหนะที่ใชใ้ นการเดนิ ทาง
- อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการเดินทาง
- อันตรายทอ่ี าจได้รบั จากการเดนิ ทางไกล
- การปอ้ งกนั อันตรายจากการเดินทาง
- ข้อคิดสําหรับการเตรียมตวั การเดนิ ทาง
สอ่ื / แหลง่ เรยี นรู้
๑. แผนผังกลอนแปด
๒. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลาํ นาํ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจการบา้ น
๒. เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- สมุด
๓. เกณฑ์การประเมิน
- นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารสงั เกตพฤติกรรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การทาํ การบ้าน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรือ่ ง การผจญภยั ของสดุ สาคร เวลา ๕ ชว่ั โมง
เร่ือง การอา่ นทํานองเสนาะ เวลา ๑ ชัว่ โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ ไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ญั หา และสรา้ งวสิ ยั ทัศน์ใน
การดาํ เนินชีวิต และมนี ิสัยรักการอา่ น
ตวั ชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ ง
สาระสาํ คัญ
การอ่านออกเสยี งคําประพนั ธ์ประเภทร้อยกรองผู้อา่ นต้องอา่ นถูกต้องท้ังด้านอักขระ การเว้นวรรคตอน
ระดับสงู ตาํ่ ของเสียงตามบริบทแหง่ เน้ือหา จงึ จะทาํ ให้เกิดอรรถรสและเพิ่มคุณค่าเด่นชัดทางดา้ นวรรณศลิ ป์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นกั เรยี นอา่ นทาํ นองเสนาะกลอนสภุ าพได้
๒. นักเรยี นถอดบทร้อยกรองเปน็ ร้อยแก้วได้
๓. นักเรยี นเกบ็ ใจความสําคญั ของเร่ืองท่อี ่านได้
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีความสนใจใฝ่เรยี นรู้
๒. เป็นผ้นู ําและผตู้ ามทดี่ ี
๓. มคี วามภาคภูมใิ จในภาษาไทย
๔. ออกแบบสร้างสรรค์งาน
๕. ใช้ภาษาไดถ้ กู กาลเทศะ
สาระการเรยี นรู้
๑. การอา่ นทาํ นองเสนาะกลอนสุภาพ
๒. การถอดบทรอ้ ยกรองเป็นรอ้ ยแกว้
๓. การอ่านและบอกความหมายคํายากในบทเรียน
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้นั ท่ี ๑ นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบปริศนาคําทายจากครู ดงั นี้
- ฉันเป็นอสั ดร มีมังกรผสม เข้ยี วเพชรไว้เข็ดขม ลําตัวกลมเป็นเกล็ดนิลส่วนล้ินเป็นปาน
ตวั ฉนั นน้ั คือ..................................(ม้านลิ มังกร)
- ท่อนบนฉันเป็นสาวงามตามมนษุ ย์ ทอ่ นล่างประหลาดสดุ เป็นมัจฉา ไม่มีขา อาศัยในถ้ํา
ตามคงคา ทายซวิ า่ หนูจา๋ ฉนั คือ..............................(นางเหงือก)
- เขยี วเหมือนพระอินทร์ บนิ เหมือนนก มศี รปกั อก นกกไ็ มใ่ ช่ ฉันคอื ..............................
(แมลงทบั )
ขัน้ ที่ ๒ นักเรียนอ่านบทคล้องจอง
พระอภัย พระอภัยเปา่ ปี่ ฤๅษบี ริกรรมคาถา
ผเี สอื้ สมทุ รตามมา นางมจั ฉากระโดดนํ้าโครม
ขัน้ ท่ี ๓ ครูช้ีแจงหลกั การอ่านบทร้อยกรองและเกณฑก์ ารประเมนิ การอ่านทํานองเสนาะบทร้อยกรอง
กลอนสุภาพ เรื่อง การผจญภัยของสุดสาคร นักเรียนอ่านออกเสียงเนื้อเรื่องจากหนังสือเป็นทํานองเสนาะ
คนละ ๒ บท
ขั้นท่ี ๔ ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายสรุปเน้ือเรื่อง ข้อคิดที่ได้จากการอ่านและความหมายของบท
ร้อยกรอง เพื่อนําไปใช้ในชีวิตจริงและมอบหมายให้นักเรียนไปฝึกอ่านเน้ือเรื่องการผจญภัยของสุดสาคร เป็น
ทํานองเสนาะในเวลาว่างหรือทบ่ี า้ น
ส่อื / แหล่งเรยี นรู้
๑. ปรศิ นาคาํ ทาย
๒. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดลี าํ นํา ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วัดผลประเมินผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารสงั เกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๓
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ เรอื่ ง การผจญภัยของสดุ สาคร เวลา ๕ ช่ัวโมง
เร่ือง การแตง่ เรอื่ งตามจนิ ตนาการ เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ัด
ท ๒.๑ ป.๔/๗ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ
ท ๒.๑ ป.๔/๘ มีมารยาทในการเขยี น
สาระสาํ คญั
การเขียนเร่ืองตามจินตนาการและสร้างสรรค์ เป็นการใช้ถ้อยคําภาษา เพื่อถ่ายทอดเร่ืองราว และ
ความคดิ สผู่ อู้ า่ นไดอ้ ย่างเหมาะสม ชดั เจน
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรยี นเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการได้
๒. นกั เรียนถอดบทรอ้ ยกรองเป็นรอ้ ยแกว้ ได้
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้
๒. เปน็ ผู้นาํ และผตู้ ามท่ีดี
๓. มีความภาคภูมิใจในภาษาไทย
๔. ออกแบบสร้างสรรค์งาน
๕. ใช้ภาษาได้ถกู กาลเทศะ
สาระการเรยี นรู้
๑. การแตง่ เร่ืองตามจินตนาการและเขยี นถอดความ
๒. การถอดบทรอ้ ยกรองเป็นรอ้ ยแกว้
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี ๑ ครแู ละนกั เรียนสนทนาทบทวนเน้ือเรอ่ื ง การผจญภยั ของสดุ สาคร
ขั้นที่ ๒ หัวหน้าช้ันแจกบตั รงานเรือ่ ง แตง่ เรอ่ื งตามจนิ ตนาการ ใหเ้ พ่อื นๆ คนละ ๑ แผ่น
ขั้นที่ ๓ นกั เรียนศึกษาบตั รงานและจดั ทําผลงานตามขั้นตอน (ส่งผลงานคนละ ๑ ชนิ้ )
ขน้ั ท่ี ๔ ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั สรุปความรู้จากเรื่อง การผจญภัยของสุดสาคร ว่านักเรียนสามารถนํา
ความรู้จากเร่ืองใดบ้างไปประยกุ ตใ์ ช้ในสังคมปัจจบุ นั ได้
ขัน้ ที่ ๕ นกั เรยี นทาํ แบบฝึกหดั ทักษะภาษา แบบฝกึ หดั ท่ี ๒ ข้อ ๑ (๑, ๔) เป็นการบา้ น
ส่อื / แหล่งเรียนรู้
๑. บตั รงานเรอื่ ง แต่งเรือ่ งตามจินตนาการ
๒. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดีลํานาํ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
๓. แบบฝกึ หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกึ หัด/ชน้ิ งาน
๒. เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝึกหดั /ชน้ิ งาน
๓. เกณฑ์การประเมนิ
- นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารสังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผ่านเกณฑ์การทําแบบฝึกหัด/ชิ้นงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่อื ง การผจญภยั ของสุดสาคร เวลา ๕ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การแสดงความคิดเห็น เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสต่างๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวช้วี ัด
ท ๓.๑ ป.๔/๑ จาํ แนกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ฟี ังและดู
ท ๓.๑ ป.๔/๓ พดู แสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรูส้ กึ เกย่ี วกับสื่อที่ฟังและดู
ท ๓.๑ ป.๔/๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
สาระสําคญั
การแสดงความเห็นเปน็ การสอดแทรกความรู้สกึ สว่ นตวั เพื่อคดิ วเิ คราะหส์ าระทกี่ ําลังศกึ ษา ผ้แู สดงความ
คิดเห็นควรใช้ภาษาที่สุภาพไม่กระทบกระเทือนถึงบุคคลอื่นและแสดงความคิดเห็นในด้านพยุง จรรโลงและ
สรา้ งสรรคส์ งั คมให้ดงี าม ตอ้ งมีความรลู้ ึกซ้งึ ในเรือ่ งคาํ และสํานวนภาษาเพอื่ ใหใ้ ชไ้ ดถ้ ูกต้องตามบริบท
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นบอกช่อื ตัวละครในเรอ่ื งได้
๒. นักเรียนวิเคราะห์และแสดงความคดิ เหน็ ในบทเรยี นได้
๓. นกั เรียนนําขอ้ คิดจากเรื่องมาใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วันได้
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มคี วามรอบคอบในการทาํ งาน
๒. ยอมรับในข้อตกลงของกลุ่มได้
๓. มีความภาคภูมิใจในภาษาไทย
๔. บอกสาระเก่ียวกบั เนอื้ หาในบทเรียนได้
๕. รจู้ กั ประหยดั อดออม
สาระการเรยี นรู้
๑. การวเิ คราะห์และแสดงความเห็นตอ่ บทเรยี น
๒. การนาํ ข้อคิดจากบทเรยี นมาประยุกต์ใช้
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นท่ี ๑ นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สมมุตติ นเองว่าเปน็ ตัวละครในเรื่อง การผจญภัยของสุดสาคร คนใด
คนหน่งึ
นักเรยี นจะปฏิบตั ติ นอยา่ งไร ถา้ ฉันเป็น.........................................ฉันจะ...............................
ขนั้ ที่ ๒ นกั เรียนอ่านอธบิ ายความรเู้ พ่มิ เติมเร่อื ง จากหนังสือเรียน ดงั นี้
๑. สุดสาครเล็กพรกิ ขห้ี นู ในหวั ขอ้ ดงั น้ี
- ความหมาย
- ลกั ษณะเดน่ ของตวั ละครทก่ี ล่าวถงึ ในบทร้อยกรอง
- ความคดิ เหน็ ความร้สู กึ และข้อคดิ จากบทร้อยกรอง สุดสาครเลก็ พริกขห้ี นู
๒. พระคณุ แม่
- ความหมาย
- ความคิดเห็น และความรูส้ กึ
- ข้อคิดที่นาํ ไปใชใ้ นการดาํ เนนิ ชวี ิต
ขั้นที่ ๓ นกั เรียนอา่ นทํานองเสนาะบทรอ้ ยกรอง พระคุณแม่ และจัดทาํ บตั รงานถอดความบทร้อยกรอง
พระคุณแม่ นาํ เสนอหนา้ ชัน้ และสง่ ช้นิ งานครู คนละ ๑ ชิน้
ขน้ั ที่ ๔ นักเรียนทําแบบฝกึ หัด ทักษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๒ ข้อ ๒ (๑-๓) เป็นการบา้ น
สื่อ / แหล่งเรยี นรู้
๑. บตั รงาน เร่อื ง พระคณุ แม่
๒. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด วรรณคดีลํานํา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
๓. แบบฝกึ หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกึ หัด/ชนิ้ งาน
๒. เครื่องมือท่ใี ชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกึ หัด/ชิ้นงาน
๓. เกณฑ์การประเมนิ
- นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารสังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารทําแบบฝึกหัด/ช้นิ งาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรอื่ ง การผจญภยั ของสดุ สาคร เวลา ๕ ช่วั โมง
เรื่อง การวจิ ารณ์ตวั ละคร เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และ
นาํ มาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ
ตัวช้วี ดั
ท ๕.๑ ป.๔/๓ อธบิ ายข้อคิดจากการอ่านเพ่อื นําไปใช้ในชีวติ จรงิ
สาระสาํ คญั
การวิจารณ์ตัวละครเป็นการศึกษาถึงแก่นแท้และมุมมองท่ีผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านและผู้ฟังได้รับรู้
ได้เห็น สอดแทรกด้วยอุทาหรณ์สอนใจท่ีผู้ศึกษาสามารถนําไปเปรียบเทียบและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน
โดยใช้ตัวละครเป็นสื่อตวั แทน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรยี นบอกชอื่ ตวั ละครในเร่อื งได้
๒. นักเรยี นวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นในบทเรียนได้
๓. นักเรียนนําข้อคดิ จากเรอื่ งมาใช้ในชีวิตประจําวนั ได้
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มคี วามสนใจใฝ่เรยี นรู้
๒. เป็นผูน้ ําและผตู้ ามท่ดี ไี ด้
๓. มีความภาคภูมใิ จในภาษาไทย
๔. นาํ ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากตัวละครมาประยุกต์ใช้
๕. รจู้ ักประหยัดอดออม
สาระการเรียนรู้
๑. การวจิ ารณต์ ัวละคร
๒. คณุ ธรรมท่ีสอดแทรกอยูใ่ นตวั ละคร
๓. ขอ้ คิดแนวทางทน่ี ํามาประยุกตใ์ ช้
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขนั้ ที่ ๑ นักเรยี นชมละครการ์ตูนเร่ือง “สดุ สาคร” ที่ห้องปฏิบัติการทางภาษาหรอื ฉายท่ีห้องเรียน
ขัน้ ท่ี ๒ นักเรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็นกลุ่มๆ ละ ๔–๕ คน แตล่ ะกลมุ่ ประกอบไปด้วยนักเรยี นที่มีระดบั ภูมิ
ปัญญาสูง กลาง และตา่ํ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กหัวหนา้ กลุ่ม รองหัวหนา้ กลมุ่ และเลขานุการกลุ่ม
ขั้นท่ี ๓ นกั เรียนและครูร่วมกันสนทนาถงึ พฤติกรรมของตวั ละครในเรื่อง พระอภยั มณี แต่ละตัวละคร
จากนั้นให้แต่ละกลุ่มเลือกตัวละครในเร่ือง กลุ่มละ ๑ คน ศึกษาพฤติกรรมและช่วยกันเขียนรายละเอียด
พฤตกิ รรมและอุปนิสัยใจคอของตัวละครน้ัน ในพฤติกรรมด้านดี และด้านไม่ดี สรุปเป็นข้อๆ ส่งตัวแทนกลุ่ม
ออกมารายงานท่หี น้าชน้ั เรยี น
ขนั้ ที่ ๔ ให้นักเรยี นทุกคนวิจารณ์ตวั ละครคนใดคนหนง่ึ ในเร่ือง คนละ ๑ คน ตามความคิดของตนเอง
ข้นั ท่ี ๕ นักเรยี นทาํ แบบฝึกหัด ทกั ษะภาษา แบบฝึกหดั ที่ ๒ ข้อ ๑ (๕-๖)
ส่ือ/ แหลง่ เรียนรู้
๑. ละครการต์ ูนเร่อื ง “สดุ สาคร”
๒. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด วรรณคดลี ํานํา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
๓. แบบฝกึ หัด รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
วัดผลประเมินผล
๑. วธิ กี ารประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกึ หัด/ชิ้นงาน
๒. เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกึ หัด/ช้นิ งาน
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารสังเกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารทาํ แบบฝึกหดั /ช้นิ งาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ เรือ่ ง นา้ํ ผ้ึงหยดเดียว เวลา ๖ ช่วั โมง
เร่อื ง การอา่ นในใจบทเรยี น เวลา ๑ ช่ัวโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิดไปใช้ตัดสินใจแกป้ ัญหา และสร้างวสิ ัยทัศน์ใน
การดาํ เนนิ ชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น
ตัวชีว้ ดั
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อ่านเร่อื งสัน้ ๆ ตามเวลาทก่ี าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรื่องท่ีอ่าน
สาระสาํ คัญ
การอา่ นในใจ ผูอ้ ่านต้องใชส้ มาธใิ นการอ่าน และอ่านอยา่ งพจิ ารณาจะทาํ ใหต้ อบคาํ ถาม ลําดับเหตุการณ์
และสรุปเร่ืองพร้อมทง้ั ขอ้ คดิ จากเร่ืองที่อ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อา่ นในใจและเก็บใจความสําคัญของเรอ่ื งได้
๒. ถา่ ยโอนสาระเร่อื งราวที่อ่านไปยังผอู้ ืน่ ได้
๓. บอกความหมายคําใหม่ในบทเรียนได้
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู้
๑. อ่านในใจนทิ านเร่อื ง “นา้ํ ผงึ้ หยดเดียว”
๒. เลา่ เรือ่ ง “น้าํ ผ้งึ หยดเดียว”
๓. ตอบคาํ ถามของเรอ่ื ง “นา้ํ ผง้ึ หยดเดียว”
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี ๑ นักเรียนและครูรว่ มกนั สนทนาในหวั ข้อต่อไปนี้
- ชื่อเรื่อง น้าํ ผงึ้ หยดเดียว จากความคดิ เหน็ ของนักเรียน
- นกั เรยี นช่วยกนั คิดหาคําชุดกับความหมาย เชน่ นํา้ ผึ้ง น้ําตา ฯลฯ
- นกั เรียนชอบฟงั นิทานหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
- การฟังนทิ านมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
ข้ันที่ ๒ นักเรียนแบง่ กล่มุ อ่านเรอื่ งน้าํ ผงึ้ หยดเดยี ว และอธิบายเพ่ิมเติมจากหนังสือเรียน แล้วร่วมกัน
อภิปรายสรุปความรู้จากเร่ืองทอ่ี ่าน ในหัวขอ้ ต่อไปนี้
- นทิ านเทยี บสุภาษิต ข้ึนต้นด้วยโคลงส่ีสุภาพ ๑ บท สรุปสาระสําคัญของเร่ือง จากน้ันจึง
แตง่ เปน็ นทิ านขยายความจากโคลงโดยผ้แู ตง่ จะเร่มิ นิทานวา่ “นิทานเทยี บเร่ืองนี้”
- ช่อื นทิ านจะตั้งชื่อเรื่องตามสภุ าษิต หรอื คาํ พังเพย
- เปน็ คติสอนใจ
- เหตกุ ารณใ์ นนิทานต่อเน่อื งอย่างมเี หตุผล
ข้นั ท่ี ๓ นกั เรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนเล่าเรื่องโดยยอ่ ท่หี น้าชั้นเรียน และตง้ั คาํ ถามจากเรอ่ื งใหก้ ลมุ่ อน่ื ตอบ
กล่มุ ละ ๓ คาํ ถาม
สื่อ / แหลง่ เรียนรู้
- หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต วรรณคดีลํานาํ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นักเรยี นผ่านเกณฑ์การสงั เกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๖ เรอ่ื ง นํา้ ผง้ึ หยดเดยี ว เวลา ๖ ช่วั โมง
เรือ่ ง การวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ เวลา ๑ ช่ัวโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสตา่ งๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระสาํ คญั
การแสดงความเหน็ เปน็ การสอดแทรกความร้สู กึ สว่ นตัวเพ่อื คิดวิเคราะห์สาระที่กาํ ลงั ศกึ ษา ผแู้ สดงความ
คิดเห็นควรใช้ภาษาท่ีสุภาพไม่กระทบกระเทือนถึงบุคคลอ่ืนและแสดงความคิดเห็นในด้านพยุง จรรโลงและ
สร้างสรรคส์ งั คมให้ดงี าม ตอ้ งมคี วามร้ลู ึกซงึ้ ในเรอ่ื งคําและสาํ นวนภาษาเพื่อใหใ้ ชไ้ ด้ถูกตอ้ งตามบริบท
ตัวช้วี ัด
ท ๓.๑ ป.๔/๓ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความร้สู กึ เกย่ี วกบั เร่ืองท่ฟี งั และดู
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรียนบอกความหมายของคาํ และสํานวนภาษาได้
๒. นกั เรียนวิเคราะหแ์ ละแสดงความคิดเห็นในบทเรยี นได้
๓. นักเรยี นนาํ ข้อคิดจากเร่อื งมาใช้ในชีวติ ประจาํ วนั ได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู้
- การวเิ คราะหแ์ ละแสดงความเหน็ ตอ่ บทเรยี น
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นที่ ๑ นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย จากนิทานเทียบสุภาษิต เร่ือง นํ้าผ้ึงหยดเดียวก่อเหตุ ใน
กิจกรรมชวนคดิ ชวนคยุ จากหนงั สอื เรียน วรรณคดลี าํ นํา
ข้ันท่ี ๒ จากนิทานเทียบสุภาษิตเร่ือง นาํ้ ผ้ึงหยดเดียวก่อเหตุ นักเรียนลองพิจารณาดูว่า เหตุการณ์
ตอนใดบ้างท่ีสามารถแก้ไขก่อนได้ก่อนท่ีจะเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาอื่นตามมา และหากเป็นนักเรียน จะแก้ไข
ปัญหาดังกลา่ วไดด้ ว้ ยวิธีใด และอยา่ งไร
ขั้นท่ี ๓ นักเรียนสังเกตจากใช้ภาษาในนิทานเทียบสุภาษิตเรื่องนี้ และร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า
การใช้ภาษาแตกตา่ งจากปัจจุบนั อยา่ งไรบ้าง เช่น “บตุ รคนใหญข่ องบิดา” “ฝ่ายวา่ เจ้าอา”
ข้นั ที่ ๔ นักเรียนเชื่อหรือไม่ว่าปัญหาต่างๆท่ีเกิดขึ้น ย่อมมีสาเหตุมาจากเริดขึ้น ย่อมมีสาเหตุมาจาก
เรอื่ งใดเรือ่ งหนงึ่ เสมอลองอภิปรายและแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น
ขน้ั ท่ี ๕ นักเรียนลองคิดถงึ ปัญหาหรือข้อขัดแยง้ บางอย่างท่นี ักเรียนเคยประสบอาจเปน็ เรอื่ งทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั
ตนเอง เพอ่ื นๆ หรือผอู้ น่ื แล้วลองจัดลาํ ดบั หาสาเหตุว่าต้นเหตขุ องปญั หาคอื อะไร ปญั หาดังกล่าวส่งผลใหเ้ กิดเรอ่ื ง
อืน่ ๆ ตามมาอย่างไร และปัญหานน้ั อาจแกไ้ ขได้อยา่ งไร
ขั้นท่ี ๖ นักเรียนร่วมกนั สรุปข้อคิด จากเรื่องนํา้ ผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ ดงั นี้
- การคิดอยา่ งรอบคอบและยอมรับฟังเหตผุ ลของผูอ้ ื่น ทาํ ให้ดาํ รงชีวิตอยู่ด้วยกนั อยา่ งสงบสุข
ข้ันท่ี ๗ นักเรียนทําแบบฝึกหัดที่ ๔ วรรณคดีลํานํา บทที่ ๒ เรื่องนํ้าผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ หน้า ๓๙
ข้อ ๑–๖ เป็นการบ้าน
ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต วรรณคดลี ํานํา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๒. แบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกึ หดั
๒. เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝึกหดั
๓. เกณฑ์การประเมิน
- นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ ารสังเกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การทาํ แบบฝึกหดั รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๓
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง นํ้าผง้ึ หยดเดยี ว เวลา ๖ ชวั่ โมง
เรอื่ ง กาพย์ยานี ๑๑ เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และ
นํามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
สาระสาํ คญั
การอ่านและการแตง่ บทร้อยกรองประเภทกาพยย์ านี ๑๑ ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ผู้อ่านและผู้แต่งต้องมี
ความรู้ ความเขา้ ใจ และใชภ้ าษาได้ตรงตามความหมาย จะทําให้เกิดความเข้าใจและทําให้มองเห็นความไพเราะ
งดงามของภาษา
ตวั ชีว้ ดั
ท ๕.๑ ป.๔/๔ ท่องจําบทอาขยานตามทกี่ ําหนด และบทรอ้ ยกรองท่ีมคี ณุ ค่าตามความสนใจ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นอ่านทํานองเสนาะกาพยย์ านี ๑๑ ไดถ้ ูกต้อง
๒. นักเรยี นบอกรูปแบบของกาพยย์ านี ๑๑ ได้
๓. นกั เรียนแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ได้
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ความเป็นไทย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยู่อย่างพอเพียง
สาระการเรยี นรู้
๑. การอา่ นกาพย์ยานี ๑๑
๒. รปู แบบฉนั ทลกั ษณข์ องกาพย์ยานี ๑๑
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี ๑ นกั เรียนดแู ผนผงั ฉันทลกั ษณก์ าพยย์ านี ๑๑ บนกระดานดาํ แลว้ สนทนาสมั ผสั บังคบั
แผนผงั กาพย์ยานี ๑๑
บาทเอก
บาทโท
บาทเอก
บาทโท
ข้ันที่ ๒ นักเรียนอ่านกาพย์ยานี ๑๑ พร้อมกันและช่วยกันขีดเส้นใต้คําสัมผัสและขีดแบ่งจังหวะ
การอ่าน
ข้นั ท่ี ๓ นกั เรียนฝกึ อ่านบทรอ้ ยกรอง จากหนังสือเรียน แลว้ อภิปรายสรปุ ความหมายจากบทร้อยกรอง
พรอ้ มท้งั หาคําสมั ผัสจากบทรอ้ ยกรอง
ข้ันที่ ๔ นักเรียนฝึกการแต่งกาพยย์ านี ๑๑ แล้วนําเสนอ เพ่ือแลกเปล่ยี นเรียนรูซ้ ึ่งกนั และกัน พร้อมท้ัง
ช่วยกันปรับปรงุ แก้ไขให้ถูกต้อง
ขน้ั ที่ ๕ นักเรียนและครสู รุปบทเรยี นการแตง่ คําประพันธก์ าพย์ยานี ๑๑ ดว้ ยบทร้อยกรอง ดงั น้ี
กาพย์ยานีลํานํา สิบเอด็ คําจาํ อยา่ คลาย
วรรคหน้าหา้ คําหมาย วรรคหลังหกยกแสดง
ครลุ หุนัน้ ไมส่ ําคญั อยา่ ระแวง
สมั ผัสตอ้ งจัดแจง ให้ถูกตอ้ งตามวธิ ี
(หลกั ภาษาไทย : กําชยั ทองหล่อ)
สอ่ื / แหล่งเรียนรู้
๑. แผนผงั ฉนั ทลกั ษณ์กาพยย์ านี ๑๑
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี าํ นํา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วธิ กี ารประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- ผลงานการแตง่ กาพย์ยานี ๑๑
๓. เกณฑ์การประเมนิ
- นักเรยี นผ่านเกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารทําผลงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๖ เรอ่ื ง นํ้าผึ้งหยดเดยี ว เวลา ๖ ชว่ั โมง
เร่ือง สาํ นวนภาษา เวลา ๒ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
สาระสาํ คญั
การรหู้ ลักเกณฑท์ างภาษาเรอ่ื งคาํ และสาํ นวน ช่วยทําให้การใช้ภาษาในการส่ือสารได้อย่างถูกต้องและมี
ประสิทธิภาพ และให้อารมณ์ ความรู้สึกเปน็ พนื้ ฐานที่สาํ คัญในการใช้ภาษาไทยทงั้ ในการพูดและการเขียน
ตัวชว้ี ดั
ท ๔.๑ ป.๔/๖ บอกความหมายของสํานวน
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นบอกความหมายของสาํ นวนภาษาได้
๒. นกั เรยี นใช้สํานวนภาษาได้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีความรอบคอบในการทาํ งาน
๒. ยอมรบั ในขอ้ ตกลงของกลุ่มได้
๓. มีความภาคภมู ิใจในภาษาไทย
๔. ใชส้ าํ นวนภาษาได้ถกู ตอ้ งตามสถานการณ์
๕. รูจ้ ักประหยัดอดออม
สาระการเรียนรู้
๑. สาํ นวนภาษา
๒. เรือ่ ง “น้ําผึ้งหยดเดยี ว”
๓. พจนานุกรมสาํ นวนไทย
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ นักเรยี นดภู าพสาํ นวน “ดนิ พอกหางหมู” เกยี่ วกบั ลักษณะของหมู ดงั น้ี
ลักษณะนิสยั ของหมู
หมูเปน็ สตั วข์ เี้ กียจ วนั ๆ ไมย่ อมทาํ อะไรเอาแต่กนิ กบั นอน บางทกี ็เอาตวั กลง้ิ ไปตามโคลน ดินแฉะๆ เล่น
อย่างสนุกสนานเป็นกจิ กรรมทห่ี มูชอบทาํ เปน็ ประจําทกุ วันท่ีหางของหมเู ป็นพู่ๆ มีขนอ่อน ตรงน้ีแหละโคลนชอบ
ตดิ
วนั น้ไี มไ่ ด้อาบนํ้า พรงุ่ นีก้ ็ไมไ่ ดอ้ าบอกี แถมยงั เล่นโคลนอยทู่ กุ วัน ดินกแ็ หง้ ติดหางพอกข้ึนทุกวนั ๆ ทีละนิด
เพราะความขีเ้ กียจไมย่ อมอาบนํา้ นานวันกแ็ คะไมอ่ อก เดินไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวกเพราะหางของมันหนักทําให้
รําคาญ แตไ่ ม่ร้จู ะทาํ อย่างไรดี
จงึ นํามาเปรียบเทียบกบั คนท่ีข้ีเกยี จ มีงานทเ่ี ล็กนอ้ ยไม่ทาํ ไมย่ อมสะสาง นานวันก็ทบั มากขนึ้ เร่ือยๆ กว่า
จะรู้สกึ ตัวกเ็ กอื บจะสาย
ข้ันที่ ๒ นักเรียนช่วยกนั ติดแถบสํานวนทเ่ี ป็นสภุ าษติ และคาํ พังเพย บนกระดานดํา จาํ นวน ๖ แถบแล้ว
อา่ นออกเสียงพรอ้ มกันแลว้ บอกด้วยว่า แถบใดเป็นสํานวนสภุ าษิต หรอื คําพังเพย
ขน้ั ท่ี ๓ นกั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเป็น ๖ กลุ่ม แล้วแจกแถบสํานวนท่ีเป็นสุภาษิตและคําพังเพย จากขั้น
สอนข้อ ๑ กลุ่มละ ๑ แถบ เพื่อให้แต่ละกลุ่มบอกความหมาย โอกาสที่ใช้ และแต่งประโยคตัวอย่างจากแถบ
ประโยคท่ีไดร้ ับ ดงั น้ี
กลมุ่ ท่ี ๑ เกลือเปน็ หนอน
กลุ่มที่ ๒ เสนห่ ป์ ลายจวัก
กลุ่มท่ี ๓ เวลา วารี ไม่เคยจะคอยใคร
กลมุ่ ท่ี ๔ ราํ ไมด่ ี โทษป่ีโทษกลอง
กลมุ่ ที่ ๕ รู้ไว้ใชว่ า่ ใส่บ่าแบกหาม
กลุ่มที่ ๖ กลุ่มท่ี ๖ ตหี น้าตาย
ขั้นที่ ๔ นกั เรียนอา่ นบท อา่ นเสรมิ เพมิ่ ความรู้ จากหนงั สือเรียน และอภิปรายสรุปความรู้ที่ได้รับจาก
การอ่าน
ข้นั ท่ี ๕ นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ ความรู้ดา้ นสาํ นวนท่เี ปน็ สภุ าษิตและคาํ พังเพย แล้วสรปุ ดังนี้
สภุ าษิต เปน็ สาํ นวนท่ใี ชเ้ ปรียบเทียบเพ่ือสอนใหท้ าํ หรอื เวน้ ไมใ่ ห้ทํา
คําพังเพย เปน็ สํานวนทีใ่ ช้เปรียบเทียบเพอ่ื ใหเ้ ข้าใจเรือ่ งท่พี ดู แฝงดว้ ยข้อคดิ
สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
๑. ภาพสาํ นวน “ดนิ พอกหางหมู”
๒. แถบสาํ นวนที่เปน็ สุภาษิตและคําพังเพย
๓. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดลี าํ นาํ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธกี ารประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เครอื่ งมือท่ีใชใ้ นการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การสังเกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๖ เรื่อง นํ้าผ้ึงหยดเดยี ว เวลา ๖ ชั่วโมง
เรอ่ื ง วเิ คราะห์ขา่ ว เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ ไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้างวิสัยทัศน์
ในการดําเนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รกั การอา่ น
สาระสาํ คญั
การอ่านข่าว และเหตุการณ์สําคัญ ผู้อ่านสามารถอธิบายความคิดจากเรื่องที่อ่าน สามารถนําความรู้
ความคดิ ทไ่ี ด้ตัดสินใจแก้ปญั หาในการดาํ เนินชวี ติ
ตัวช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๔/ ๖ สรุปความรู้และข้อคดิ จากเรอื่ งที่อ่านเพอื่ นาํ ไปใชใ้ นชวี ิตประจําวัน
ท ๓.๑ ป.๔/ ๕ รายงานเรื่องหรอื ประเดน็ ท่ีศกึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ป.๔/ ๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนขอ้ คิดจากเรอื่ งทอ่ี ่านเพ่อื นาํ ไปใช้ในชีวติ ประจาํ วันได้
๒. นกั เรยี นรายงานเรอื่ งหรอื ประเด็นท่ศี ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา และมีมารยาท
ในการฟัง การดู และการพดู
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู้
- การวเิ คราะห์ขา่ ว
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นที่ ๑ นกั เรียนดูภาพขา่ วทคี่ รแู จกให้ร่วมกนั วเิ คราะห์ขา่ ว ตามคําบรรยายใต้ภาพ (ครูเตรียมภาพข่าว
สถานการณ์ที่เป็นปัจจุบนั )
- นกั เรยี นอ่านข่าวจากภาพท่กี าํ หนดใหส้ รปุ ความหมายของข่าว
- สถานการณ์ในภาพขา่ วคล้ายกบั นทิ าน เรอื่ ง นา้ํ ผึ้งหยดเดียวกอ่ เหตุอย่างไรบ้าง
- ถา้ นกั เรยี นพบเหตกุ ารณแ์ บบน้ี นกั เรยี นจะใชว้ ิธีใดแกป้ ัญหา
ขน้ั ที่ ๒ นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ออกเปน็ ๔ – ๕ กลุม่ แลว้ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรรม ดังน้ี
- นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ คัดเลอื กอ่านขา่ วหรือสถานการณ์ท่เี กิดขึ้นในสังคม เลือกเหตุการณ์ท่ีมี
ต้นเหตุของปัญหาคล้ายกับเหตุการณ์ในเรื่อง นํ้าผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ แล้วเรียงลําดับ
เหตุการณ์สําคญั วา่ เหตุการณ์ใดเกย่ี วข้องกบั เหตกุ ารณใ์ ด และทําไมจึงเปน็ เช่นนน้ั
- นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนําเสนอผลงานของตนเพอ่ื แลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่งึ กันและกัน
ข้ันท่ี ๓ นกั เรยี นทาํ ใบกจิ กรรมท่ี ๑ (ภาคผนวก) และนาํ เสนอผลงานเพอื่ แลกเปลย่ี น เรยี นรซู้ งึ่ กนั และกนั
ข้นั ท่ี ๔ นกั เรยี นร่วมอภิปรายสรุปการอา่ นขา่ วมีประโยชน์ตอ่ การใช้ในชวี ิตประจําวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
สื่อ/ แหลง่ เรียนรู้
๑. ภาพขา่ ว
๒. ใบกจิ กรรมที่ ๑
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต วรรณคดีลํานาํ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธีการประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- ผลงาน ใบกิจกรรมท่ี ๑
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การทําผลงาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
ภาคผนวก
ใบกิจกรรมท่ี ๑
คาํ ช้ีแจง นักเรยี นหาภาพข่าวจากหนังสอื พมิ พ์โดยตัดข่าวท่ีนักเรียนสนใจมาติดลงในช่องว่าง แล้ววิเคราะห์ข่าว
ตามหัวข้อทก่ี ําหนดให้
ชือ่ ขา่ ว
...........................................................................................................................................................................
เนือ้ หาโดยตรง (ประเด็นขา่ ว)
............................................................................................................................................................................
สถานที่
...........................................................................................................................................................................
ผู้เกยี่ วขอ้ ง
...........................................................................................................................................................................
ขอ้ คดิ จากขา่ ว
............................................................................................................................................................................
ช่ือ.......................................................................................................ชนั้ ..................................เลขท.ี่ ......................
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๙ เร่อื ง ระบาํ สายฟา้ เวลา ๔ ชั่วโมง
เรอื่ ง การอา่ นในใจ เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...………….
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้างวิสัยทัศน์
ในการดาํ เนนิ ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอ่าน
สาระสาํ คัญ
การอา่ นในใจเปน็ การอ่านทเ่ี ข้าใจเรอ่ื งราวได้เพยี งคนเดียว ผู้อ่านต้องใช้สมาธิ สติในการอ่าน ศึกษาคํา
ยากตั้งจุดหมายในการอ่าน อา่ นอย่างพินิจ พิจารณา จะทาํ ให้จับใจความสําคัญของเรื่องท่ีอ่าน สามารถตอบ
คาํ ถามลําดบั เหตกุ ารณข์ องเรอ่ื ง และนําไปเขียนเปน็ แผนภาพโครงเรอื่ ง เพอื่ การเลา่ เรอ่ื งและเขยี นเรอื่ งได้
ตัวชีว้ ดั
ท ๑.๑ ป.๔/๓ อ่านเรอื่ งสั้นๆ ตามเวลาทีก่ าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรื่องท่ีอ่าน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อ่านในใจและเก็บใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่อี า่ นได้
๒. ถา่ ยโอนเรอ่ื งราวท่อี า่ นไปสผู่ ูอ้ ่นื ได้
๓. เขียนแผนภาพโครงเรือ่ งได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักความเป็นไทย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู่ ย่างพอเพียง
สาระการเรยี นรู้
๑. อา่ นในใจบทเรยี นเรือ่ ง “ระบาํ สายฟา้ ”
๒. การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง “ระบาํ สายฟา้ ”
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขัน้ ท่ี ๑ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันทํากจิ กรรมชวนคดิ ชวนคยุ ข้อ ๑ ในหนังสือเรยี น
ขั้นที่ ๒ แบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่มอา่ นเรื่อง ระบําสายฟ้า ในหนงั สือเรียน ครูสังเกตพฤตกิ รรมการอา่ นในใจ
ของแตล่ ะกลมุ่ เมอื่ อ่านเสร็จใหน้ กั เรียนผลดั เปลีย่ นกันถาม ตอบแสดงความคิดเหน็ เชิงวิจารณ์ ครอู ธิบายเพิ่มเติม
ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั สรุปเน้ือเรื่อง จากนน้ั ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง เรอ่ื งระบาํ สายฟา้ สง่ ครูตรวจ
ขั้นท่ี ๓ ทําแบบฝกึ หดั ทกั ษะภาษา แบบฝึกหดั ท่ี ๖ วรรณคดลี าํ นาํ ข้อ ๓ (๑-๒)
ข้นั ท่ี ๔ ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านเรื่องระบําสายฟา้
สอื่ / แหลง่ เรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดลี ํานํา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
๒. แบบฝึกหดั รายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝึกหดั
๒. เคร่อื งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกึ หดั
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารทาํ แบบฝกึ หดั รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๙ เรื่อง ระบําสายฟ้า เวลา ๔ ชว่ั โมง
เร่อื ง การอา่ นบทร้อยกรอง เวลา ๑ ช่ัวโมง
……………………………………………………………………………………………………...………….
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้างวิสัยทัศน์
ในการดําเนินชีวิต และมนี สิ ยั รักการอา่ น
สาระสําคัญ
การอ่านทํานองเสนาะเปน็ การใชศ้ ิลปะในการอ่านเพ่ือให้เกิดอรรถรสในน้ําเสียงและลีลาท่ีเปล่งออกมา
ผ้อู า่ นตอ้ งหมัน่ ฝึกฝนและมีพรสวรรคใ์ นด้านนจ้ี งึ จะทําใหเ้ กดิ ความไพเราะอย่างแทจ้ รงิ
ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๗ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอา่ นบทร้อยกรองเป็นทํานองเสนาะได้
๒. นักเรยี นถอดความหมายคาํ ประพนั ธร์ ้อยกรองได้
๓. นักเรียนตอบคําถามเกี่ยวกบั บทร้อยกรองได้
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู้
๑. การอ่านบทเหก่ ล่อมพระบรรทม เหเ่ รื่องจับระบํา
๒. การถอดคาํ ประพนั ธ์บทรอ้ ยกรอง
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันท่ี ๑ นักเรยี นเล่นเกมเด็กสมองไว (ภาคผนวก) เพ่อื เป็นการฝึกการอ่านคาํ ยาก จากนั้นอา่ นออกเสยี ง
บตั รคาํ ในบทเรียน ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปรายความหมายและอ่านเพ่ิมเติมในศัพท์และข้อความในหนังสือ
เรยี น แลว้ จําแนกคําศพั ทเ์ ปน็ กลุ่มตามมาตราตัวสะกด และฝกึ อา่ นอีกครงั้ หนึ่ง
ขั้นท่ี ๒ นกั เรยี นแบ่งกล่มุ อา่ น อธบิ ายเพม่ิ เตมิ ความรู้ในหนังสือเรยี น ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปราย
สรปุ ความร้ทู ่ีได้จากการอา่ น
ขนั้ ที่ ๓ ให้นักเรียนอา่ นบทเห่กล่อมพระบรรทม เหจ่ ับระบาํ ในบทเรียนพร้อมๆ กัน ครูสาธติ วธิ ีการอา่ น
กาพยย์ านี ๑๑ เป็นทาํ นองเสนาะ นักเรยี นฝกึ อ่านตามพรอ้ มๆ กนั (ให้ไปฝึกอ่านนอกเวลาเรียนและมาอ่านให้ครู
ฟงั ทลี ะคน)
ข้ันที่ ๔ ครูและนักเรยี นช่วยกนั แตง่ กาพย์ยานี ๑๑ ในหวั ข้อทเี่ ก่ยี วกบั “ฝน” “นา้ํ ” ฯลฯ
ขั้นที่ ๕ ทาํ แบบฝกึ หดั ทักษะภาษา แบบฝกึ หดั ท่ี ๖ วรรณคดีลาํ นํา ขอ้ ๑ (๑–๓) และข้อ ๒ (๒–๓)
ข้ันท่ี ๖ ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันสรปุ บทเรียน
สื่อ/ แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต วรรณคดีลํานาํ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔
๒. แบบฝึกหดั รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ กี ารประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกึ หดั
๒. เครื่องมอื ที่ใช้ในการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกึ หัด
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การทาํ แบบฝกึ หัด ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๙ เร่อื ง ระบําสายฟา้ เวลา ๔ ชั่วโมง
เรื่อง การอา่ นเสรมิ บทเรยี น เวลา ๑ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...………….
มาตรฐาน ท ๑.๑ สามารถอา่ นได้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน เขา้ ใจความหมายของคาํ และข้อความทอี่ า่ น
สาระสําคัญ
การอา่ นเสริมบทเรยี นเป็นการเพิ่มประสบการณด์ า้ นการอา่ น ปลูกฝังให้ผู้เรียนรักการอ่านและศึกษาหา
ความรูเ้ พ่มิ เติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เปิดโลกทัศน์ท่ีกว้างไกล รู้จักคิดวิเคราะห์เรื่องที่อ่านและ
นํามาปรบั ใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ได้
ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๔/๗ อา่ นหนังสือท่มี คี ณุ ค่าตามความสนใจอย่างสมํา่ เสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ือง
ท่ีอ่าน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอ่านและเกบ็ ใจความสาํ คัญของเร่อื งได้
๒. นกั เรยี นคดิ วิเคราะหส์ รปุ เรอื่ งราวที่อ่าน
๓. นักเรียนต้งั คําถาม - ตอบคาํ ถามเร่ืองทอ่ี ่านได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อย่อู ยา่ งพอเพียง
สาระการเรยี นรู้
๑. การอา่ นเสริมบทเรียนเรอ่ื ง “ตํานานขวานฟา้ ”
๒. การวเิ คราะหเ์ รอื่ งท่อี ่าน
๓. การเขียนเล่าเรอื่ ง
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี ๑ นักเรยี นแบง่ กลมุ่ แขง่ ขันกันเขยี นตามคําบอกบนกระดานดํา เพื่อเป็นการทบทวนคําศัพท์ยาก
ในบทเรยี น
ขั้นท่ี ๒ ครูและนักเรยี นทํากิจกรรมชวนกนั คิด ชวนคยุ ข้อ ๔ แลว้ สรปุ ความคดิ เห็น
ขั้นที่ ๓ นกั เรียนแบ่งกลมุ่ อา่ นในใจ อ่านเสรมิ เพม่ิ คามรู้ เร่อื งตาํ นานขวานฟ้า เมื่ออ่านเสร็จครูถามนํา
เพื่อใหน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์ จากนัน้ ช่วยกันสรุปเนื้อหา ขอ้ คดิ จากเร่ือง
ขั้นที่ ๔ ครูและนักเรียนสนทนาเก่ียวกับเร่ือง ระบําสายฟ้า และทบทวนความรู้เดิมเรื่องการแยกแยะ
ขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเร่อื งระบําสายฟา้ แลว้ สรุปสง่ ครู
ขน้ั ที่ ๕ ทําแบบฝึกหัดทักษะภาษา แบบฝึกหดั ท่ี ๖ ขอ้ ๒ (๕)
สื่อ/ แหลง่ เรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดลี าํ นาํ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๒. แบบฝกึ หัด รายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ กี ารประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกึ หัด
๒. เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกึ หดั
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การสงั เกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การทาํ แบบฝึกหัด ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๙ เรอื่ ง ระบาํ สายฟ้า เวลา ๔ ชั่วโมง
เรือ่ ง การวิเคราะหบ์ ทเรียน เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...………….
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระสาํ คัญ
การแสดงความเหน็ เปน็ การสอดแทรกความรู้สกึ สว่ นตวั เพอ่ื คิดวิเคราะห์สาระทกี่ าํ ลังศึกษา ผู้แสดงความ
คิดเห็นควรใช้ภาษาที่สุภาพไม่กระทบกระเทือนถึงบุคคลอื่นและแสดงความคิดเห็นในด้านพยุง จรรโลงและ
สรา้ งสรรคส์ ังคมใหด้ ีงาม ตอ้ งมีความรูล้ ึกซ้ึงในเรื่องคาํ และสาํ นวนภาษาเพ่ือให้ใช้ไดถ้ กู ต้องตามบริบท
ตวั ชี้วัด
ท ๓.๑ ป.๔/ ๑ จาํ แนกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. รักความเป็นไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีความรอบคอบในการทํางาน
๒. ยอมรับในข้อตกลงของกลุ่มได้
๓. มคี วามภาคภูมิใจในภาษาไทย
๔. บอกสาระเกีย่ วกับเน้ือหาในบทเรียนได้
๕. รจู้ กั ประหยัดอดออม
สาระการเรยี นรู้
- การวเิ คราะหแ์ ละแสดงความเห็นต่อบทเรยี น
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันที่ ๑ นักเรียนดูภาพนางมณีเมขลาและรามสูรในหนังสือเรียน แล้วทํากิจกรรม ชวนคิด ชวนคุย
ข้อ ๕ แล้วช่วยกนั สรปุ รปู รา่ งลกั ษณะของนางมณีเมขลาและรามสรู ตามจินตนาการ
ข้ันที่ ๒ นกั เรียนชมวีดิทศั น์การแสดงชุด ราํ เมขลา – รามสูร แล้วให้นักเรียนสังเกตรูปร่างท่าทางของ
นางเมขลาและรามสรู ทเ่ี หน็ จากการแสดง ครูและนักเรียนอภิปรายเกีย่ วนางเมขลาและรามสูร (กจิ กรรมเสนอแนะ)
ขน้ั ท่ี ๓ นักเรียนอ่านกิจกรรมชวนคิด ชวนอ่าน เรื่องประกายแก้วมณีของมณีเมขลาในหนังสือเรียน
แล้วชว่ ยกันสรุป
ขั้นท่ี ๔ นักเรียนวาดภาพระบายสีนางเมขลา และรามสรู จามจินตนาการของนักเรยี น
ขั้นท่ี ๕ นกั เรยี นและครชู ว่ ยกันสรปุ ความรู้ เรื่องระบําสายฟา้
สื่อ/ แหลง่ เรียนรู้
๑. วดี ทิ ศั น์การแสดงชุด ราํ เมขลา – รามสรู
๒. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดีลํานํา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมนิ
- นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การทาํ ชิน้ งาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
ภาคผนวก
เกมเดก็ สมองไว
๑. จดุ ประสงค์
๑. เพอื่ ใหน้ กั เรียนเขยี นคําใหมจ่ ากบตั รคําอยา่ งรวดเร็ว
๒. เพ่อื ให้นกั เรยี นสนุกสนานเพลดิ เพลินในการอ่านและเขียนคํา
๒. อุปกรณ์
- บตั รคาํ ใหม่
๓. วธิ เี ลน่
๑. แบ่งผูเ้ ล่นออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ ๔ – ๕ คน ตงั้ ชือ่ กลมุ่
๒. ครูนําบัตรคําใหม่ติดบนกระดานทีละบัตร เพ่ือให้นักเรียนช่วยกันอ่านจนครบทุกบัตรและบอก
นกั เรยี นใหช้ ่วยกนั จาํ คําในบัตรคําให้มากทสี่ ุด
๓. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั บอกและเขียนคาํ ภายในกลมุ่ เทา่ ท่ีทําได้ โดยไม่มองบัตรคําบนกระดานตาม
เวลาท่ีกาํ หนด
๔. สลับกลุ่มเปลี่ยนกันตรวจการเขียนคํา โดยเขยี นคาํ ตามบตั รคาํ บนกระดาน
๕. กลมุ่ ใดเขยี นถกู ตอ้ งมากทส่ี ดุ ไดร้ ับคาํ ชมเชย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑๒ เรือ่ ง เรือ่ งเลา่ จากพทั ลุง เวลา ๕ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การอ่านออกเสียง เวลา ๒ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดไปใชต้ ดั สนิ ใจแกป้ ัญหา และสรา้ งวสิ ัยทัศน์ใน
การดาํ เนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
สาระสาํ คญั
การอ่านออกเสียงผู้อ่านต้องอ่านถูกต้องทั้งด้านอักขระ การเว้นวรรคตอน ระดับสูงตํ่าของเสียงตาม
บริบทแหง่ เนือ้ หา จงึ จะทาํ ให้การสือ่ สารมปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ความเข้าใจตรงกนั ระหว่างผู้ส่งสารและผูร้ ับสาร
ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๔/ ๑ อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้อง
ท ๑.๑ ป.๔/ ๒ อธิบายความหมายของคาํ ประโยค และสํานวนจากเรือ่ งทอ่ี ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. อา่ นออกเสียงบทเรียนไดถ้ กู ต้อง ชัดเจน
๒. อา่ นประโยคในบทเรียนได้ถกู ตอ้ ง
๓. บอกความหมายคาํ ใหมใ่ นบทเรียนได้
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู้
๑. อ่านออกเสียงเรอ่ื ง “เรือ่ งเลา่ จากพัทลุง”
๒. การวเิ คราะห์เรอื่ ง “เร่อื งเลา่ จากพัทลุง”
๓. คาํ ยากในบทเรียน
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ นักเรียนอ่านออกเสียงบัตรคําศัพท์ท้องถ่ิน เช่น ไกวัล กาเบอะ ซาไก ให้นักเรียนช่วยกันเดา
ความหมายของคํา แลว้ ร่วมกันสนทนาแสดงความคิดเห็นและอภิปรายถึงลักษณะภาษาท่ีใช้ ครูถามเพ่ือกระตุ้น
และจดุ ประกายความคิด
ข้นั ที่ ๒ นกั เรยี นอา่ น อา่ นเพม่ิ เตมิ ความหมาย ในบทเรยี น ครูอธิบายเพิ่มเพอ่ื ความชัดเจน
ขั้นท่ี ๓ นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันหาคํายากกลุ่มละ ๑๕ – ๒๐ คํา (ควรให้แต่ละกลุ่มแบ่ง
ตามตวั พยญั ชนะจะไดไ้ ม่ซา้ํ คาํ กัน) แลว้ เขยี นคาํ ลงในกระดาษ สุ่มนักเรียนออกมานําเสนอผลงานโดยการอ่านคํา
และความหมายของคํา คาํ ยากทกี่ ลุ่มตนเองหาได้หน้าชนั้ เรียน และครเู ก็บรวบรวมผลงานนกั เรียนเย็บเล่มเป็นสมดุ
รวบรวมคํายากประจําบทเรยี น
ขั้นท่ี ๔ นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ โดยถามตอบเกี่ยวกับคําศพั ท์
ขน้ั ท่ี ๕ ทํากิจกรรม ชวนคิด ชวนคุย ข้อ ๑ จากนั้นให้นักเรียนอ่าน อธิบายเพิ่ม เติมความรู้ ครูและ
นักเรยี นอภปิ รายถงึ บทพระราชนพิ นธเ์ รอ่ื ง เงาะป่า ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจยง่ิ ขน้ึ
ขน้ั ที่ ๖ นักเรียนอ่านออกเสียงบทเรียนอ่านออกเสียงบทเรียนเร่ือง เร่ืองเล่าจากพัทลุง ส่วนท่ีเป็น
เน้อื หาโดยผลดั กนั อา่ นคนละย่อหนา้ จากนน้ั ครสู าธติ การอ่านบทร้อยกรองเร่ือง เงาะป่า ให้นักเรียนฟัง นักเรียน
อา่ นพรอ้ มกนั ทัง้ ห้อง ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปรายความหมายเน้ือหาของบทละครเรื่อง เงาะป่า (ครูควรเล่า
เรือ่ งยอ่ ๆ ของบทละครเรอื่ ง เงาะป่า เพือ่ ใหน้ ักเรียนเข้าใจเรื่องมากข้ึน)
ข้ันท่ี ๗ ครใู หแ้ ต่ละกลุ่มฝกึ อ่านออกเสียงกันเองอกี ครัง้ โดยให้คนอา่ นเกง่ ช่วยคนอ่านไม่ได้ ในลักษณะ
เพ่ือนชว่ ยเพือ่ น และให้นกั เรยี นอา่ นเป็นรายบคุ คลในกลมุ่ ครคู อยสังเกตพฤติกรรมการอา่ นของนกั เรียน
ขน้ั ที่ ๘ นกั เรียนชว่ ยกนั สรปุ เนื้อหาทเ่ี รยี น
ขน้ั ท่ี ๙ ทําแบบฝึกหัดทักษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๘ วรรณคดีลํานาํ ขอ้ ๑ (๑–๕) ข้อ ๒ (๓) และข้อ ๓ (๓)
สือ่ / แหลง่ เรียนรู้
๑. บัตรคาํ ยาก
๒. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต วรรณคดลี ํานาํ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๓. แบบฝึกหดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝึกหัด/ผลงาน
๒. เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกึ หดั /ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมิน
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การสังเกตพฤติกรรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารทําแบบฝกึ หัด/ผลงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง เรอ่ื งเลา่ จากพัทลงุ เวลา ๕ ช่วั โมง
เรอ่ื ง กลอนบทละคร เวลา ๑ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ ไปใช้ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หา และสร้างวสิ ัยทศั น์ใน
การดาํ เนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
สาระสาํ คญั
กลอนบทละครเป็นคําประพันธ์ประเภทรอ้ ยกรองที่ใช้คาํ สํานวนเรียบเรียงข้ึน เพื่อเล่านิทานที่มีอรรถรส
และมคี วามสุนทรยี ท์ างดา้ นภาษา ทาํ ใหผ้ อู้ า่ นและผู้ฟังเกิดความซาบซง้ึ และเกดิ ภาพพจน์จนิ ตนาการท่ีสอดคลอ้ งกัน
ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ต้อง
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนอา่ นและฟังกลอนบทละครได้
๒. นักเรียนถอดคําประพันธ์ได้
๓. นักเรียนแต่งกลอนบทละครได้
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักความเป็นไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู้
๑. อ่านทํานองเสนาะกลอนบทละครเรื่อง “เงาะป่า”
๒. การถอดคาํ ประพันธ์กลอนบทละครเร่ือง “เงาะปา่ ”
๓. การแตง่ กลอนบทละคร
กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั ท่ี ๑ นกั เรยี นรอ้ งเพลง “กราวเงาะ” พรอ้ มกันอกี คร้ัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มฝึกซ้อมแสดงท่าทาง
ประกอบเพลง เมอื่ พร้อมแล้วให้แสดงทา่ ทางประกอบเพลงทลี ะกล่มุ
ขัน้ ที่ ๒ ครูอธิบายถงึ กลอนบทละครวา่ มลี กั ษณะเหมือนกนั เหมอื นกันกบั กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ มี
ข้อแตกต่างกันตรงที่กลอนบทละครมักจะขึ้นต้นด้วย บัดน้ัน... หรือเมื่อน้ัน... ในวรรคแรกเมื่อจะกล่าวถึงตัว
ละครสาํ คัญ และตามด้วยวรรคตอ่ ไปเป็นกลอนแปด ซึง่ มลี ักษณะรปู แบบเชน่ เดยี วกันกบั ท่เี รียนมาแล้ว ครูเขียน
ตวั อยา่ งบางทอ่ นในเรือ่ ง เงาะป่า ประกอบการอธิบาย
ข้นั ที่ ๓ นกั เรยี นฟงั ครูหรือฟังเทป/ซีดี อ่านกลอนบทละครเรื่อง เงาะป่า จากหนังสือเรียนภาษาไทย
วรรณคดีลํานาํ ป. ๔ หนา้ ๙๘–๑๐๒ จากนนั้ นักเรยี นฝกึ อา่ นตามพรอ้ มกันและอ่านทลี ะกล่มุ กล่มุ ละ ๑ ท่อน
ขั้นท่ี ๔ นกั เรียนแต่ละกล่มุ เลือกถอดคาํ ประพนั ธ์ อธบิ ายความหมายของกลอนบทละครเรื่องเงาะป่า
กลุ่มละ ๑ ทอ่ น โดยคดั ลอกและเขียนลงในสมุดเสรจ็ แลว้ นาํ ส่งครูตรวจสอบและประเมนิ ผลงาน
ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
๑. เพลง “กราวเงาะ”
๒. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต วรรณคดีลํานํา ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
วดั ผลประเมินผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝึกหดั /ผลงาน
๒. เครื่องมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกึ หดั /ผลงาน
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
- นักเรียนผา่ นเกณฑก์ ารสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารทาํ แบบฝกึ หัด/ผลงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๒ เรือ่ ง เร่อื งเล่าจากพทั ลุง เวลา ๕ ชั่วโมง
เรอื่ ง การวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเห็น เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระสําคญั
การแสดงความเห็นเป็นการสอดแทรกความร้สู กึ ส่วนตัวเพือ่ คิดวิเคราะห์สาระท่ีกาํ ลังศกึ ษา ผู้แสดงความ
คิดเห็นควรใช้ภาษาท่ีสุภาพไม่กระทบกระเทือนถึงบุคคลอื่นและแสดงความคิดเห็นในด้านพยุง จรรโลงและ
สร้างสรรคส์ งั คมใหด้ งี าม ต้องมีความรู้ลึกซึ้งในเรอ่ื งคําและสาํ นวนภาษาเพอ่ื ใหใ้ ช้ได้ถูกตอ้ งตามบริบท
ตัวชี้วัด
ท ๓.๑ ป.๔/ ๑ จาํ แนกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ จากเร่อื งทฟ่ี ังและดู
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นกั เรียนวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ ในบทเรียนได้
๒. นกั เรยี นเขียนแสดงความคิดเห็นได้
๓. นักเรียนนาํ ขอ้ คิดจากเรื่องมาใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั ได้
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ความเป็นไทย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยู่อย่างพอเพยี ง
สาระการเรียนรู้
- การวเิ คราะห์และแสดงความเห็นตอ่ บทเรยี น
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันที่ ๑ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสมมุติตนเองว่าเป็นตัวละครในเรื่อง “เงาะป่า” คนใดคนหนึ่ง
นักเรยี นจะปฏิบตั ิตนอย่างไร อาจเขียนข้ึนต้นไดด้ งั น้ี
ถ้าฉนั เป็น.................................................ฉันจะ..........................................................................
พ ร้ อ ม ท้ั ง ช่ ว ย กั น กํ า ห น ด แ น ว ป ฏิ บั ติ ต น ท่ี ไ ด้ จ า ก เ น้ื อ เ ร่ื อ ง ใ น บ ท เ รี ย น เ พื่ อ นํ า ม า ใ ช้ ใ น
ชวี ิตประจาํ วนั
ข้ันท่ี ๒ ให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกันวเิ คราะห์บทเรียน กลอนบทละครเรอ่ื ง “ เงาะป่า” แลว้ ส่งตัวแทนนํามา
เสนอผลงานหนา้ ช้นั
ขน้ั ที่ ๓ ใหแ้ ต่ละกลุ่มชว่ ยกันหาสาํ นวนท่มี ใี นบทเรียนและหาความหมาย บันทึกลงในกระดาษรายงาน
แล้วแขง่ ขันกนั ไปเขยี นลงบนกระดานดํา นกั เรยี นกลุ่มใดเขียนได้มากและถูกตอ้ ง ไดร้ ับคําชมเชย
ขน้ั ที่ ๔ ครูและนกั เรียนชวยกนั สรุปบทเรยี น
สือ่ / แหลง่ เรียนรู้
- หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต วรรณคดีลํานาํ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกึ หัด/ผลงาน
๒. เครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝึกหัด/ผลงาน
๓. เกณฑก์ ารประเมิน
- นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การทําแบบฝกึ หัด/ผลงาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เร่ือง เรอื่ งเล่าจากพทั ลุง เวลา ๕ ชั่วโมง
เรอ่ื ง บทรอ้ ยกรองร่วมสมัย เวลา ๑ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………
มาตรฐาน ท ๑.๑ สามารถอ่านไดถ้ กู ต้องตามหลกั การอา่ น เข้าใจความหมายของคาํ และขอ้ ความทีอ่ า่ น
สาระสําคัญ
การอา่ นบทรอ้ ยกรองร่วมสมยั เป็นการเพมิ่ ประสบการณด์ ้านการอ่าน ปลูกฝังให้ผู้เรียนรักการอ่านและ
ศกึ ษาหาความร้เู พมิ่ เตมิ ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เปิดโลกทัศน์ท่ีกว้างไกล รู้จักคิดวิเคราะห์เร่ืองที่
อา่ นและนาํ มาปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจําวนั ได้
ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๔/๗ อ่านหนงั สอื ทมี่ ีคุณคา่ ตามความสนใจอยา่ งสม่าํ เสมอและแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเรื่อง
ทอี่ ่าน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นอ่านและเก็บใจความสําคัญของเรอ่ื งได้
๒. นกั เรียนคดิ วเิ คราะห์สรุปเร่ืองราวทีอ่ า่ น
๓. นกั เรียนตั้งคําถาม - ตอบคาํ ถามเร่ืองที่อา่ นได้
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. รกั ความเป็นไทย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู้
๑. การอา่ นเสรมิ บทเรียนเร่อื ง “บทร้อยกรองรว่ มสมยั ”
๒. การวิเคราะห์เรอ่ื งท่ีอ่าน
๓. การเขยี นเลา่ เรือ่ ง
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันท่ี ๑ ใหน้ กั เรียนอ่านบทร้อยกรองร่วมสมัย “ครูคือใคร” ให้จบทุกคน จากน้ันให้แต่ละกลุ่มช่วยกัน
อธิบายความหมายของบทรอ้ ยกรองสง่ ตวั แทนออกมารายงานหนา้ ชนั้ เรยี น
ขั้นท่ี ๒ ใหแ้ ต่ละกลุ่มต้ังคําถาม – ตอบคาํ ถามจากบทร้อยกรองร่วมสมัย “ครูคือใคร” จากนนั้ ให้แต่ละ
กลมุ่ อา่ นออกเสียง
ขน้ั ที่ ๓ ครนู ํานักเรยี นเขา้ หอ้ งสมดุ โรงเรียนหรือหานติ ยสารให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มหาบทร้อยกรองร่วม
สมัยอ่ืนๆ ท่ีช่นื ชอบจากแหลง่ ทก่ี ลา่ วมานน้ั คดั ลอกลงในแผ่นกระดาษแล้วอ่านทีละกลุ่ม วิเคราะห์คุณค่าของบท
รอ้ ยกรองร่วมสมัยนําเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
ส่ือ/ แหลง่ เรียนรู้
๑. บทรอ้ ยกรอง
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดีลาํ นํา ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝึกหัด/ผลงาน
๒. เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกึ หดั /ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมิน
- นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การทําแบบฝกึ หดั /ผลงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
ภาคผนวก
บทรอ้ ยกรอง ครูคือใคร
ใครคอื ครู ครคู ือใครในวันน้ี
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใชอ่ ยทู่ ่ีเรยี กวา่ ครอู าจารย์
ใช่อยนู่ านสอนนานในโรงเรียน
ครคู ือผู้ชน้ี ําทางความคดิ
ใหร้ ู้ถูกรูผ้ ดิ คดิ อ่านเขียน
ใหร้ ูท้ ุกขร์ ้ยู ากรพู้ ากเพยี ร
ให้รู้เปลยี่ นแปลงส้รู ้สู รา้ งงาน
ครูคอื ผ้ยู กระดบั วิญญาณมนษุ ย์
ใหส้ งู สดุ กว่าสตั ว์เดรัจฉาน
ครคู อื ผสู้ รา้ งสมอดุ มการณ์
มีวิญญาณเพื่อปวงชนใช่ตนเอง
ครูจงึ เปน็ นกั สรา้ งท่ใี หญย่ งิ่
สรา้ งคนจริงสร้างคนกลา้ สรา้ งคนเกง่
สรา้ งคนให้เป็นตวั ของตัวเอง
จึงมอบเพลงน้มี าบชู าครู
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประพนั ธ์
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑๕ เร่ือง ดวงจนั ทร์ของลาํ เจยี ก เวลา ๔ ช่วั โมง
หัวข้อเรอื่ ง อ่านในใจบทเรยี น เวลา ๑ ชวั่ โมง
………………………………………………………………….
มาตรฐาน ท๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ญั หา และสรา้ งวิสยั ทัศน์ใน
การดําเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
สาระสาํ คัญ
การอ่านในใจเป็นการอ่านที่เข้าใจเรื่องราวได้เพียงคนเดียว ผู้อ่านต้องใช้สมาธิ สติในการอ่าน ศึกษา
คาํ ยากตั้งจดุ หมายในการอา่ น อ่านอย่างพินิจพิจารณาจะทําให้จับใจความสําคัญของเร่ืองท่ีอ่าน สามารถตอบ
คาํ ถามลาํ ดับเหตกุ ารณข์ องเรอ่ื ง และนาํ ไปเขยี นเป็นแผนภาพโครงเร่ือง เพื่อการเล่าเร่อื งและเขยี นเร่ืองได้
ตวั ชว้ี ัด
ป. ๔/๔ อ่านเร่ืองสั้นๆ ตามเวลาทีก่ าํ หนดและตอบคาํ ถามจากเรอื่ งที่อ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนอา่ นในใจและจบั ใจความสําคัญของเร่อื งที่อ่านได้
๒. นักเรียนถา่ ยโอนเร่ืองราวท่ีอ่านไปสู่ผูอ้ ื่นได้
สมรรถนะสาํ คัญ
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซอื่ สตั ย์สจุ รติ
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมัน่ ในการทาํ งาน
สาระการเรยี นรู้
๑. อ่านในใจบทเรยี นเรือ่ ง “ดวงจนั ทรข์ องลาํ เจียก”
๒. การตั้ง – ตอบคาํ ถาม
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอภปิ รายถึงสิ่งท่ีใหแ้ สงสว่างในเวลากลางคนื
๒. ครแู ละนักเรยี นเปดิ หนงั สือเรียน และอ่านชอื่ เร่อื ง ดวงจันทรข์ องลําเจยี ก พร้อมกนั
๓. ครูและนักเรยี นอภิปรายแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับความหมายของชื่อเร่ือง ดวงจันทร์ของ
ลําเจยี ก ดงั นี้
- ความหมายของคาํ
- ดวงจันทร์ถกู เปรียบไว้กับอะไรบา้ ง
- ดวงจนั ทรเ์ กย่ี วขอ้ งกบั การดําเนนิ ชีวติ ของนักเรียนอยา่ งไรบา้ ง
๔. ครูติดแผนภมู คิ าํ ใหม่บนกระดานดํา (ภาคผนวกที่ ๒) นกั เรยี นอ่านคาํ ใหมพ่ รอ้ มกนั
๕. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นค้นคว้าความหมายของคาํ จากพจนานุกรม (ในเวลาวา่ ง)
๖. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นอ่าน เรอื่ ง ดวงจนั ทร์ของลําเจยี ก จากหนงั สือเรียนเป็นการบ้าน
สอ่ื / แหลง่ เรยี นรู้
๑. บัตรคาํ ศพั ท์
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
๓. แบบฝึกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
การวัดและประเมินผล
๑. วิธีการประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมิน
- แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบประเมนิ ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมิน
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ผลงาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑๕ เร่อื ง ดวงจันทรข์ องลําเจียก เวลา ๔ ช่วั โมง
หวั ขอ้ เร่ือง การอา่ นในใจ เวลา ๑ ชัว่ โมง
……………………………………………………………….
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดไปใช้ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา และสร้างวสิ ัยทศั น์ใน
การดําเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมี วิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน
โอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระสาํ คญั
การอ่านในใจคือการกวาดสายตาไปยังข้อความจากหนังสือ พุ่งความสนใจไปยังสาระที่อ่าน แล้วเก็บ
ใจความสําคญั ของเรื่องทีอ่ ่าน สามารถถา่ ยโอนสาระท่อี ่านไปยังผู้อื่นได้ดว้ ยทัง้ พดู และการเขยี น
ตัวช้วี ัด ป.๔/ ๔, ท ๓.๑ ป.๔/๑, ท ๓.๑ ป.๔/๔
๑. แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเหน็ จากเร่อื งท่อี า่ น
๒. สรุปความรแู้ ละขอ้ คดิ จากเรือ่ งท่ีอา่ นเพอื่ นาํ ไปใช้ในชีวิตประจาํ วัน
๓. ตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามจากเร่ืองทีฟ่ งั และดู
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. อ่านในใจและเก็บใจความสาํ คัญของเรื่องได้
๒. ถ่ายโอนสาระเรอื่ งราวทอ่ี ่านไปยังผอู้ ืน่ ได้
๓. บอกความหมายคาํ ใหมใ่ นบทเรียนได้
สมรรถนะสําคญั
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มน่ั ในการทาํ งาน
สาระการเรียนรู้
๑. อา่ นในใจเร่อื ง “ดวงจันทร์ของลําเจยี ก”
๒. เลา่ เรื่อง “ดวงจนั ทร์ของลําเจียก”
๓. ตอบคาํ ถามของเร่ือง “ดวงจันทรข์ องลําเจียก”
กระบวนการจดั การเรียนรู้
๑. นกั เรียนตอบปริศนาคาํ ทาย จากครูทาย ดังนี้
- อะไรเอ่ย เป็นดาวที่สว่างสุกใส ข้ึนให้ได้เห็นตอนค่ําและเช้าตรู่ ดาวดวงน้ันช่ือสวยหรู
คุณหนูๆ ลองทาย (ดาวศกุ ร)์
- อะไรเอ่ย เป็นดาวทขี่ นึ้ ในฤดฝู นมองเห็นใกล้ๆ ดาวเหนือช่ือไทยเป็นสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ในน้ํา
ช่ือฝร่ังเป็นสัตวป์ ่าสงวนท่ชี อบกินผ้ึง ดาวนัน้ ช่ือ (ดาวจระเข้ ดาวหมใี หญ)่
- อะไรเอ่ย ลอยเด่นเต็มดวงอยูบ่ นนภา ใหญก่ วา่ ดวงหน้า เวลาขา้ งขน้ึ (ดวงจนั ทร์)
- อะไรเอ่ย เป็นดวงเล็กๆ อยู่เป็นกระจุกเป็นช่ือลูกของสัตว์มีปีกท่ีเด็กๆ ชอบเลี้ยง ส่งเสียง
เจย๊ี บๆ (ดาวลูกไก)่
- อะไรเอ่ย เปน็ กลมุ่ ดาวฤดูฝนข้ึนกลางท้องฟา้ เปน็ ช่ือเครอื่ งมอื สาํ คญั ของชาวนา เด็กๆ รู้ไหมว่า
ดาวดวงนน้ั ช่อื (ดาวไถ)
๒. ครูและนักเรียนช่วยกันสรปุ คําตอบของปริศนาคําทาย ซ่งึ สมั พันธ์กบั ช่อื เร่อื ง
๓. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาทบทวนขอ้ ควรปฏบิ ตั ิตนในการอา่ นในใจ
๔. นกั เรยี นอ่านในใจ เรือ่ ง ดวงจันทรข์ องลาํ เจียก
๕. ครแู ละนกั เรียนอภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับ
- ประเพณีท่เี กยี่ วขอ้ งกับดวงจันทร์
- พรรณไม้ที่มีกลนิ่ หอมในเวลากลางคนื
- การปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะหลบั สนทิ ไมฝ่ นั ร้าย
- ความรู้เรื่องพระราหู
- การเกดิ จนั ทรุปราคา
- ความร้สู กึ ทม่ี ีกบั เร่ืองดวงจนั ทร์ของลําเจยี ก
๖. ครมู อบหมายให้นกั เรยี นอ่านหนงั สอื เรอื่ ง ดวงจนั ทรข์ องลําเจียก เปน็ การบ้านเพื่อให้นักเรียนที่อ่าน
หนังสือยงั ไมค่ ล่อง อ่านหนังสอื คล่องขึ้น
สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
๑. บัตรคําศพั ท์
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๓. แบบฝึกหดั รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
การวดั และประเมนิ ผล
๑. วธิ กี ารประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการประเมนิ
- แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรม
- แบบประเมนิ ผลงาน
๓. เกณฑ์การประเมนิ
- นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การสังเกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ผลงาน ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๓
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑๕ เรอ่ื ง ดวงจนั ทร์ของลําเจยี ก เวลา ๔ ชวั่ โมง
หวั ขอ้ เรอื่ ง การอธิบายความหมายของคาํ เวลา ๑ ชัว่ โมง
…………………………………………………………………
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้างวิสัยทัศน์
ในการดําเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรักภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
สาระสาํ คัญ
การสื่อสารทม่ี ปี ระสิทธิภาพผสู้ อื่ สารและผ้รู บั สารจะต้องแมน่ ยําในเรื่องการอ่านและการเขียน โดยเฉพาะ
เรอื่ งการสะกดคาํ ถ้าสามารถสะกดคําไดถ้ ูกตอ้ งจึงจะทําให้การสื่อความหมายตรงกัน อันจะนําไปสู่ทักษะการใช้
ภาษาในระดบั อนื่ ๆ ต่อไป
ตวั ชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๔/ ๒ และ ท ๔.๑ ป.๔/ ๑
๑. อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและสํานวนจากเรื่องทอี่ ่าน
๒. สะกดคาํ และบอกความหมายของคําในบริบทตา่ งๆ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนอ่านและเขยี นอธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคได้
๒. นกั เรียนอ่านและบอกความหมายของคําได้
๓. นกั เรยี นใช้ภาษาไดถ้ กู ตอ้ งทั้งในการพูดและเขียน
สมรรถนะสาํ คัญ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่ือสตั ย์สจุ ริต
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพียง
๖. ม่งุ ม่ันในการทํางาน
สาระการเรียนรู้
- การอธบิ ายความหมายของคาํ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นและครูช่วยกันอภิปรายความหมายของราหูอมจนั ทร์ ดังนี้
- ลักษณะของพระจันทร์
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกบั พระจันทรท์ ่ีนกั เรียนเคยเห็นและรู้จากขา่ วสาร
- ความเชือ่ เรอ่ื งพระจันทรก์ ับพระราหู
- สรุปขอ้ คดิ จากเพลง
๒. นักเรยี นอา่ น ชวนอ่าน ชวนคดิ เป็นบทร้อยกรอง เรอื่ ง ราหูอมจันทร์ เปน็ ร้อยแกว้
๓. นักเรยี นและครู อภปิ รายสรุปความหมายของบทร้อยกรองราหอู มจนั ทร์
๔. นกั เรียนฝึกอ่านทํานองเสนาะ เรือ่ ง ราหอู มจันทร์ ตามครทู ลี ะวรรค
๕. นกั เรยี นฝึกอ่านทาํ นองเสนาะเป็นกลุ่มจนคลอ่ ง
๖. นกั เรยี นอ่านทํานองเสนาะทีละคน ครูประเมินการอ่านทํานองเสนาะ
๗. ครมู อบหมายให้นักเรียนอ่าน อ่านเสริม เพม่ิ ความรู้ เร่ือง พระจนั ทร์และวนั ลอยกระทง เปน็ การบ้าน
สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
๑. บัตรคาํ ศัพท์
๒. หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๓. แบบฝึกหดั รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
การวดั และประเมินผล
๑. วธิ กี ารประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครอื่ งมือท่ใี ช้ในการประเมนิ
- แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบประเมินผลงาน
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
- นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การสังเกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินผลงาน รอ้ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๕ เรอื่ ง ดวงจันทร์ของลําเจยี ก เวลา ๔ ชั่วโมง
หัวขอ้ เร่อื ง การอา่ นบทรอ้ ยกรอง เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………
มาตรฐาน ท ๑.๑ สามารถอ่านไดถ้ กู ต้องตามหลกั การอา่ นเข้าใจความหมายของคาํ และข้อความทอี่ า่ น
สาระสาํ คญั
การอา่ นบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ตอ้ งไพเราะ ทําให้ผู้ฟังได้รับอรรถรสเป็นการส่งเสริมและปลูกฝังวัฒนธรรม
ทางภาษา
ตวั ชวี้ ดั
ป.๔/๕ ทอ่ งจาํ บทอาขยานตามที่กําหนดและบทร้องกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอ่านออกเสยี งบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นักเรยี นทอ่ งจาํ บทอาขยานได้
สมรรถนะสาํ คญั
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ
๓. มีวินัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยอู่ ย่างพอเพียง
๖. ม่งุ ม่นั ในการทาํ งาน
สาระการเรียนรู้
- บทร้อยกรอง
กระบวนการจัดการเรียนรู้
๑. นักเรียนและครรู ้องเพลง วันเพญ็ เดอื น ๑๒ ช่วยกันสรุปเนื้อหาของเพลงเก่ียวข้องกับนํ้าและคืนวัน
เพญ็ อยา่ งไร
๒. นักเรียนเปิดหนงั สอื และสนทนา อา่ นเสริม เพ่มิ ความรู้ เร่อื ง พระจันทร์และวันลอยกระทง นักเรียน
อ่านเปน็ ทาํ นองเสนาะตามครูทลี ะวรรค