48 ภาคผนวก 7.2 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ชื่อ-นามสกุล......................................................................................... ชั้น ป.3/..................... เลขที่........................ ค าชี้แจง การบันทึกให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง มุ่งมั่นในการท างาน ที่ พฤติกรรม ระดับการปฏิบัติ เป็นประ (๓) บางครั้ง (๒) น้อยครั้ง (๑) ไม่ท าเลย/ ไม่ชัดเจน (๐) ๑ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ๒ ตั้งใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๓ ท างานด้วยความเพียรพยายาม ๔ รู้จักแก้ปัญหาในการท างานเมื่อมีอุปสรรค ๕ อดทนเพื่อให้งานส าเร็จตามเป้าหมาย ๖ ปรับปรุงและพัฒนาการท างานให้ดีขึ้นด้วยตนเอง รวมคะแนน/ระดับคุณภาพ ผู้ประเมิน ครู พ่อแม่/ผู้ปกครอง ตนเอง เพื่อน ลงชื่อ...........................................................ผู้ประเมิน (............................................................) เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๒ คะแนน ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน
49 ภาคผนวก 7.3 แบบบันทึกการให้คะแนนการตรวจผลงาน เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 8-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 สรุป
50 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การประยุกต์ใช้ระบบคิดฐานสองในหมู่บ้าน เวลา ๑ ชั่วโมง 1. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนส่วนตน กับส่วนรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถน าระบบคิดฐานสอง ไปประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ “การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสอง (Digital)” คือ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐระบบการคิดที่ สามารถแยกเรื่องต าแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนบุคคลออกจากกันได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด สิ่งไหนท าได้ สิ่งไหนท าไม่ได้สิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนตนสิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนรวม ไม่น ามาปะปนกัน ไม่น าบุคลากรหรือ ทรัพย์สิของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่เบียดบังราชการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมหรือของหน่วยงาน เหนือกว่าประโยชน์ของส่วนบุคคล เครือญาติและพวกพ้อง ไม่แสวงหาประโยชน์จากต าแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่รับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ ส่วนรวม ก็จะยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ตัวอย่างพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง - ไม่รับของขวัญจากผู้มาติดต่องาน - ไม่ใช้รถหลวงในเรื่องส่วนตัว - ไม่ใช้โทรศัพท์หลวงโทรธุระส่วนตัว - ไม่น าอุปกรณ์ไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จที่ท างาน - ไม่น าวัสดุครุภัณฑ์หลวงไปใช้ที่บ้าน 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม มุ่งมั่นในการท างาน 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 ขั้นตอนการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุค าถามส าคัญ ๑. ครูน ายกตัวอย่างพฤติกรรมคิดฐาน ๒ ให้นักเรียนดูบนระดาน
51 ๒. ครูใช้ค าถามกับนักเรียนดังนี้ - นักเรียนเคยท าพฤติกรรมเหล่านี้บ้างไหม - นักเรียนเคยเห็นใครในหมู่บ้านท าพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ๓. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง ระบบฐานคิดสอง และอธิบายเนื้อหาให้นักเรียนฟัง ขั้นที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ 1. ครูให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน พร้อมแจกใบงาน เรื่อง พฤติกรรมระบบคิดฐาน ๒ ขั้นที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ 1. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนน าเสนอผลงาน อภิปรายร่วมกันและสรุปหน้าชั้นเรียนว่าแต่ละกลุ่มมี อะไรบ้างและจะน าไปประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านของนักเรียนได้อย่างไร ขั้นที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง ที่นักเรียนควรน าไป ประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านของนักเรียน ขั้นที่ ๕ ประยุกต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนเขียน ท าป้ายรณรงค์ เช่น ตัวอย่างพฤติกรรมคิดฐานสองและน าไปติดภายใน โรงเรียนหรือหมู่บ้าน ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้ ๑. แบบส ารวจ เรื่อง ระบบคิดฐานสอง ๒. ป้ายนิเทศ ๓. ใบความรู้ เรื่อง ระบบคิดฐานสอง 5. การประเมินการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน 1. ประเมินความรู้โดยตรวจใบงาน 2. การสังเกตพฤติกรรมการมุ่งมั่นในการท างาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 1. แบบให้คะแนนการตรวจผลงานจากการท าใบงาน 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการมุ่งมั่นในการท างาน 5.3 เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ .......................................................ครูผู้สอน (.......................................................)
52 ๗. ภาคผนวก 7.1 แบบส ารวจเรื่องระบบคิดฐานสอง 7.2 ใบความรู้เรื่องระบบคิดฐานสอง 7.3 แบบประเมินผลงาน 7.4 แบบสังเกตพฤติกรรมการมุ่งมั่นในการท างาน
53 ภาคผนวก 7.1 ใบความรู้ เรื่องระบบคิดฐานสอง นักเรียนอย่าท านะครับ เพราะ ไม่น่ารักเลย
54 ภาคผนวก 7.2 แบบส ารวจ เรื่องระบบคิดฐานสอง ชื่อ-นามสกุล........................................................................................ชั้น ป.3/........................ เลขที่................ ค าสั่ง ให้นักเรียนเขียนแยกแยะพฤติกรรมตามระบบคิดฐานสอง พฤติกรรมระบบคิดฐานสอง พฤติกรรมที่นักเรียนเคยท า คะแนน ..….....…
55 ภาคผนวก 7.4 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ชื่อ-นามสกุล ......................................................................... ชั้น ป.3/............................ เลขที่ ............................. ค าชี้แจง การบันทึกให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง มุ่งมั่นในการท างาน ที่ พฤติกรรม ระดับการปฏิบัติ เป็นประจ า (๓) บางครั้ง (๒) น้อยครั้ง (๑) ไม่ท าเลย/ ไม่ชัดเจน (๐) ๑ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ๒ ตั้งใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๓ ท างานด้วยความเพียรพยายาม ๔ รู้จักแก้ปัญหาในการท างานเมื่อมีอุปสรรค ๕ อดทนเพื่อให้งานส าเร็จตามเป้าหมาย ๖ ปรับปรุงและพัฒนาการท างานให้ดีขึ้นด้วยตนเอง รวมคะแนน/ระดับคุณภาพ ผู้ประเมิน ครู พ่อแม่/ผู้ปกครอง ตนเอง เพื่อน ลงชื่อ............................................................ผู้ประเมิน (...............................................................) เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๒ คะแนน ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน
56 ภาคผนวก 7.3 แบบประเมินผลงาน เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 8-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 สรุป
57 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ในระดับหมู่บ้าน เวลา 2 ชั่วโมง ๑.ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับส่วนรวมได้ ๑.2 สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับส่วนรวมได้ ๒.จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถบอกพฤติกรรมที่เกี่ยวกับระบบคิดฐานสิบ ในระดับหมู่บ้านได้ ๓. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ ระบบคิดฐาน 10 เป็นการกระท าหรือพฤติกรรมที่ น าสิ่งของส่วนตนและสิ่งของส่วนรวมน ามาปะปนกันไปหมดโดยไม่ สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนตน สิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนรวม พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ - น าน้ าประปาของหมู่บ้านไปใช้ล้างรถส่วนตัว - ผู้ใหญ่บ้านน าแก้วน้ า ถ้วยชามของวัดไปใช้ที่บ้าน - มาใช้สถานที่วัดค้าขายของส่วนตัว - ใช้ศาลาประชาคมเก็บของส่วนตัว - น าเครื่องออกก าลังกายของส่วนรวมไปใช้ที่บ้าน 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขียน) 2. ความสามารถในการคิด (วิเคราะห์ ) 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม ความรับผิดชอบ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุค าถามส าคัญ ๑.๑ ครูยกตัวอย่าง การกระท าและพฤติกรรมดังนี้ - นักเรียนเอาจานโรงเรียนกลับไปใช้ที่บ้าน - ครู หรือ นักเรียนชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือที่โรงเรียน
58 - ครูใช้น้ าประปาของโรงเรียนล้างรถส่วนตัว จากสถานการณ์ที่ครูยกตัวอย่างให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าการกระท าเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ ช่วยกันวิเคราะห์และอภิปราย ๑.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นการการกระท าหรือพฤติกรรมที่เอาสิ่งของส่วนรวมมาใช้ เป็นสิ่งของส่วนตนและก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมโดยที่บุคคลเหล่านี้ทราบแล้ว ว่าสิ่งของที่ใช้เป็นของส่วนรวม ซึ่งการกระท าเช่นนี้เราเรียกว่า ระบบคิดฐานสิบ ขั้นตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม4-5 คน ศึกษาใบความรู้เพิ่มเติม เรื่องระบบคิดฐานสิบ 2.๒ ครูแจกใบงาน เรื่อง อะไรบ้างหนอ ให้นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์และยกตัวอย่าง การกระท าหรือพฤติกรรมที่เรียกว่าเป็น ระบบคิดฐานสิบ ในหมู่บ้านของนักเรียน มา 5 การกระท า แล้วออกมา น าเสนอหน้าชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นตอนที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ ๓.๑ ให้แต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน ๓.๒ ครูน านักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ๓.๓ ครูสรุปความหมายของระบบคิดฐานสิบ ระบบคิดฐานสิบ หมายถึงการกระท าหรือพฤติกรรมที่ น าสิ่งของส่วนตนและสิ่งของ ส่วนรวมน ามาปะปนกันไปหมด โดยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนตนสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนรวม และก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมโดยที่บุคคลเหล่านี้ทราบแล้วของสิ่งของที่ใช้ เป็นส่วนรวม ขั้นที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด เราจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อไม่ให้นักเรียนมีพฤติกรรมหรือการกระท า เข้าข่ายลักษณะ ระบบคิดฐานสิบ ขั้นที่ 5 ประยุกต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนวาดรูปภาพรณรงค์ ส่งเสริมการกระท าหรือพฤติกรรมที่เห็นแก่ผลประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน แล้วติดป้ายประชาสัมพันธ์ในชั้นเรียน 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. ใบความรู้ระบบคิดฐานสิบ ๒. ใบงาน เรื่อง อะไรบ้างหนอ ๓. สีไม้/ปากกาเมจิก
59 ๕.การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน 1. ตรวจใบงาน เรื่อง อะไรบ้างหนอ 2. ตรวจผลงานการเขียนรูปภาพการรณรงค์ ต้านการกระท าที่เข้าข่ายพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ 3. สังเกตพฤติกรรมด้านความรับผิดชอบของนักเรียน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 1.แบบให้คะแนนการตรวจผลงานใบงาน เรื่อง อะไรบ้างหนอ 2.แบบบันทึกการให้คะแนนการเขียนรูปภาพการรณรงค์ ต้านการกระท าที่เข้าข่าย พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ 3.แบบประเมินคุณลักษณะความรับผิดชอบ 5.3 เกณฑ์การประเมิน - ใบงานนักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป - การเขียนรูปภาพการรณรงค์ ต้านการกระท าที่เข้าข่ายพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ผ่านเกณฑ์การให้คะแนนรวม 8 คะแนนขึ้นไป - นักเรียนได้คะแนน พฤติกรรมความรับผิดชอบ ระดับ ดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ...................................................................................................................................................................... .............. ..................................................................................................................... ............................................................... ........................................................................................................... ......................................................................... ลงชื่อ .......................................................ครูผู้สอน (...............................................................) ๗. ภาคผนวก 7.1ใบความรู้เรื่อง ระบบคิดฐานสิบ 7.2ใบงาน เรื่อง อะไรบ้างหนอ 7.3การรณรงค์ส่งเสริมการกระท าหรือพฤติกรรมที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน 7.4ใบประเมินคุณลักษณะ 7.5 แบบบันทึกการให้คะแนนใบงาน
60 ภาคผนวก 7.1 ใบความรู้....เรื่องระบบคิดฐานสิบ ครูใช้น้ าประปา โรงเรียนล้างรถส่วนตัว น ำไม้กวาดของ ห้องเรียนไปใช้ที่บ้าน ยืมหนังสือห้องสมุดกลับบ้าน แล้วไม่คืน ครูใช้ภารโรงล้างรถ ตัวเอง น าช้อน/แก้วน้ าโรงเรียน กลับไปใช้ที่บ้าน นักเรียนน าโทรศัพท์ ส่วนตัวมาชาร์ตที่ โรงเรียน ระบบคิดฐานสิบ
61 ใบงาน เรื่อง.....อะไรบ้างหนอ ภาคผนวก 7.2 ชื่อ-นามสกุล.................................................................................................ชั้น ป.3/.................. เลขที่.................... ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนกิจกรรมที่ท าเพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม (ระบบคิดฐานสิบ) 1. 2. 3. 4. . 5.
62 ภาคผนวก 7.4 แบบบันทึกการให้คะแนนใบงาน.....อะไรบ้างหนอ เกณฑ์การให้คะแนน เขียนถูก 1 ข้อ ได้ 2 คะแนน เกณฑ์การผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน 8 คะแนนขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน0- 7 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์ เลขที่ ชื่อ-สกุล ได้คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน
63 ภาคผนวก 7.5 แบบประเมินคุณลักษณะ ชื่อ-สกุล................................................................................ชั้น ป.3/..............................เลขที่....................... ค าชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 ความรับผิดชอบ ๑.มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนและการปฏิบัติงาน ๒.ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ ๓.มีความเพียรพยายามในการเรียนและการปฏิบัติงาน รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน สรุปผลการประเมิน ๘-๙ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม ๖-๗ คะแนน เท่ากับ ดี ๔-๕ คะแนน เท่ากับ พอใช้ ๐-๓ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง
64 ภาคผนวก 7.3 ใบงาน เรื่อง การรณรงค์ส่งเสริมการกระท าหรือพฤติกรรมที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ค าชี้แจง ให้นักเรียนวาดภาพพร้อมตั้งชื่อเรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์ส่งเสริมการกระท าหรือพฤติกรรมที่เห็นแก่ ผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์สวนตน ผู้ประเมิน……………………………………………… ครูผู้สอน
65 เกณฑ์การให้คะแนน ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม การตั้งชื่อ เรื่อง ความ สอดคล้อง เนื้อหา 3.ความสวยงาม 3 2 1 3 2 1 3 2 1
66 ภาคผนวก 7.5 แบบบันทึกการให้คะแนนใบงาน การวาดภาพ เกณฑ์การผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน รวม 7 คะแนนขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน0- 6 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์ เลขที่ ชื่อ-สกุล ได้คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน
67 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง ผลของพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ที่ส่งผลในระดับหมู่บ้าน เวลา 1 ชั่วโมง ๑.ผลการเรียนรู้ 1.๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับส่วนรวมได้ 1.2. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับส่วนรวมได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ 1. นักเรียนสามารถบอกผลของพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ ที่ส่งผลในระดับหมู่บ้านได้ ๒. น าความรู้เรื่องพฤติกรรม ระบบคิดฐานสิบ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๓. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ ระบบคิดฐานสิบ เป็นการกระท าหรือพฤติกรรมที่ น าสิ่งของส่วนตนและสิ่งของส่วนรวมน ามาปะปนกันไป หมด โดยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนตนและสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนรวม การแยกระบบความคิดฐานสิบ - เป็นกระบวนการที่นักเรียนต้องสามารถแยกให้เห็นได้ว่าการกระท าหรือพฤติกรรมใดที่น า สิ่งของส่วนตนและสิ่งของส่วนรวมน ามาปะปนกันไปหมด โดยไม่สามารแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งของส่วนตนสิ่ง ไหนเป็นสิ่งของส่วนรวม พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ - น าน้ าระปาของหมู่บ้านไปใช้ล้างรถส่วนตัว - ผู้ใหญ่บ้านน าแก้วน้ า ถ้วยชามของวัดไปใช้ที่บ้าน - มาใช้สถานที่วัดค้าขายของส่วนตัว - ใช้ศาลาประชาคมเก็บของส่วนตัว - น าเครื่องออกก าลังกายของส่วนรวมไปใช้ที่บ้าน 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม ความรับผิดชอบ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 ขั้นตอนการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุค าถามส าคัญ ๑.๑ ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้ เรื่องพฤติกรรมของระบบคิดฐานสอง และ พฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ พร้อมยกตัวอย่าง
68 ขั้นตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ 2.๑ ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมระบบคิดฐานสอง และพฤติกรรมระบบ คิดฐานสิบ พฤติกรรมใดส่งผลดีต่อหมู่บ้านและพฤติกรรมใดส่งผลเสียต่อหมู่บ้าน ขั้นตอนที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ 3.1 ร่วมกันอภิปรายว่าพฤติกรรมใดส่งผลดีต่อหมู่บ้านและพฤติกรรมใดส่งผลเสียต่อหมู่บ้าน ขั้นที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด หากเราเจอบุคคลที่มีพฤติกรรมหรือกระท าการที่เกี่ยวข้องกับระบบคิดฐานสิบในหมู่บ้านของนักเรียน ฐานะที่เราเป็นประชาชนเราจะแนะน าอย่างไร ขั้นที่ 5 ประยุกต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนเขียนป้าย รณรงค์เลิกท าหรือแสดงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบคิดฐานสิบ ในหมู่บ้านของตนเอง 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. บัตรภาพเกี่ยวกับระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ 2. ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ 3. สีไม้/ปากกาเมจิก 5.การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน - ตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ - การเขียนรูปภาพการรณรงค์ ต้านการกระท าที่เข้าข่ายพฤติกรรมระบบคิดฐานสิบ - สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน 5.2.เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบบันทึกการให้คะแนนจากการตรวจใบงาน การแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ - แบบประเมินคุณลักษณะความรับผิดชอบ 5.3 เกณฑ์การประเมิน - นักเรียน ได้คะแนนจากการท าใบงานผ่านระดับ ร้อยละ 70 ขึ้นไป - นักเรียนได้คะแนน การประเมินผ่าน 7 คะแนนขึ้นไป - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะ ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ........................................................ครูผู้สอน (.............................................................)
69 ๗. ภาคผนวก 7.1 ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ 7.2 แบบบันทึกการให้คะแนนตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ 7.3 แบบประเมินคุณลักษณะความรับผิดชอบ
70 ภาคผนวก 7.1 ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ ชื่อ-นามสกุล..................................................................................................ชั้น ป.3/.........เลขที่.................... ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแยกแยะพฤติกรรมหรือการกระท าใดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน (ระบบคิดฐานสิบ)และเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวม (ระบบคิดฐานสิบ) ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ……………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………….... ……………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ……………………………………………………….………………… ……………………………………………………………………….... ……………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………....
71 ภาคผนวก 7.2 แบบบันทึกการให้คะแนนใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐานสอง และระบบคิดฐานสิบ เกณฑ์การผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน รวม 7 คะแนนขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ได้คะแนน0- 6 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์ เลขที่ ชื่อ-สกุล ได้คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน
72 ภาคผนวก 7.3 แบบประเมินคุณลักษณะ ชื่อ-สกุล...................................................................................ชั้น ป.3/......................................เลขที่....................... ค าชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 ความรับผิดชอบ 1.มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนและการปฏิบัติงาน 2.ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ 3.มีความเพียรพยายามในการเรียนและการปฏิบัติงาน รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน สรุปผลการประเมิน ๘-๙ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม ๖-๗ คะแนน เท่ากับ ดี ๔-๕ คะแนน เท่ากับ พอใช้ ๐-๓ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง
73 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เวลา ๒ ชั่วโมง ๑.ผลการเรียนรู้ 1.1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมได้ 1.2. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมได้ ๒.จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ 2.1. นักเรียนสามารถบอกความหมายของการขัดกันหรือขัดแย้งในโรงเรียนได้ ๒.2. นักเรียนสามารถแยกแยะระหว่างการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๓. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ การขัดกันหรือการขัดแย้ง หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ที่มีลักษณะของความไม่เป็นมิตรหรือตรงกันข้ามหรือไม่ลง รอยกันหรือความไม่สอดคล้องกัน ลักษณะของความไม่ลงรอยกันหรือไม่สอดคล้องกันนี้จะเกี่ยวข้องกับประเด็น ต่างๆ หลายประเด็น เช่น เป้าหมาย ความคิด ทัศนคติ ความรู้สึก ค่านิยม ความสนใจ ความสัมพันธ์ เป็นต้น “ความขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจากการที่ไม่สามารถแยกแยะ ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันได้ ซึ่งการกระท านั้นอาจจะเกิดขึ้นอย่างรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ส่งผลให้บุคคลนั้นขาดการตัดสินใจที่เที่ยงธรรม เนื่องจากการยึดผลประโยชน์ ส่วนตนเป็นหลัก ผลเสียจึงเกิดกับส่วนรวมและประเทศชาติ 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม - มุ่งมั่นในการท างาน ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่1 ขั้นที่ ๑ เสนอสิ่งเร้าและระบุค าถามส าคัญ ๑.๑ ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของการขัดแย้ง โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น เด็กหญิงเอมิกาชอบสีชมพูแต่วันนี้คุณครูแจกแปรงสีฟันสีเหลืองท าให้เด็กหญิงเอมิกาไม่อยากได้แปรงสีฟันสีเหลือง เพราะเธออยากได้สีชมพูมากกว่าหรือเด็กชายนาธานอยากนั่งโต๊ะประจ าหน้าชั้นด้านหลัง แต่คุณครูจัดที่นั่งให้เขา หน้าห้องเรียนเพราะเขาสายตาสั้นแต่เด็กชายนาธานไม่พอใจอยากนั่งหลังห้องเรียนมากกว่า
74 ๑.๒ ครูอธิบายจากเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างข้างต้น การกระท าของครูส่งผลให้เด็กนักเรียนมี ความรู้สึกไม่พอใจ รู้สึกอึดอัดใจไม่ยอมรับในสิ่งที่ได้รับพฤติกรรมหรือการกระท าที่เกิดขึ้นเรียกว่า ความขัดแย้ง 1.๓ ให้นักเรียนยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งที่นอกเหนือจากที่กล่าวมา ๑.๔ ครูสรุปความหมายของการขัดแย้ง การขัดแย้งหมายถึง การกระท าที่ไม่สอดคล้องต้องกัน ระหว่างกลุ่มที่มีความสนใจต่างกัน หรือสภาพการณ์ที่ท าให้คนตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะตัดสินใจหรือตกลงหา ข้อสรุปให้เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายได้ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ ดังนี้ - นักเรียนไม่เข้าแถวตอนเช้าเพราะแดดร้อน - เด็กชายศักดิ์ศรีลอกการบ้านเพื่อนเพื่อให้ส่งทันเวลา จากสถานการณ์ที่ครูยกตัวอย่างให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าการกระท าเช่นนี้ ขัดกันระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม หรือไม่เพราะเหตุใด 2.2 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 3-4 คนและแจกใบความรู้เรื่อง ความขัดแย้ง กันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒.3 ให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันคิดและเขียนการกระท าที่เกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 5 ข้อ และสรุปลงในใบงาน เรื่อง ความขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วน ตนและผลประโยชน์ส่วนรวม และน าเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นตอนที่ ๓ อภิปรายและสร้างความรู้ ๓.๑ ให้แต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานพร้อมอภิปรายหน้าชั้นเรียน ๓.2 ครูสรุปความหมายการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม เกิดจากการที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันได้ ซึ่งการกระท านั้นอาจจะเกิดขึ้นอย่างรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ส่งผลให้บุคคลนั้นขาดการตัดสินใจที่ เที่ยงธรรม เนื่องจากการยึดผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ผลเสียจึงเกิดกับส่วนรวม ขั้นที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคิด ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าเราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการขัดแย้ง ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ขั้นที่ 5 ประยุกต์และตอบแทนสังคม เขียนค าขวัญเชิญชวนเพื่อลดความความขัดแย้ง เช่น “รู้รักสามัคคี เป็นคนดีศรีโรงเรียน” 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เรื่องความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 2. ใบงาน เรื่อง การกระท าที่ขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
75 3. กระดาษ 4. สีไม้ 5. สีเมจิก 2. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน 1. ตรวจใบงาน เรื่อง การกระท าที่ขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน (ความมุ่งมั่นในการท างาน) 5.2.เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน 1. แบบให้คะแนนการตรวจผลงาน ๒. แบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่งมั่นในการท างาน 5.3 เกณฑ์การประเมิน - ใบงาน นักเรียนได้คะแนน 7 ขึ้นไป ถือว่าผ่าน - พฤติกรรมความมุ่งมั่นในการท างาน ได้คะแนนการประเมินแต่ละข้อได้ ๒ ขึ้นไป ถือว่าผ่าน ๖. บันทึกหลังสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ .....................................................ครูผู้สอน (.........................................................) ๗. ภาคผนวก 7.1ใบความรู้ เรื่อง ความหมายของความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 7.2ใบงาน เรื่อง ความหมายของความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 7.3แบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่งมั่นในการท างาน 7.4แบบประเมินผลงาน
76 ภาคผนวก 7.1 ความการขัดกันหรือการขัดแย้ง หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ที่มีลักษณะของความไม่เป็นมิตรหรือตรงกันข้าม หรือไม่ลงรอยกันหรือความไม่สอดคล้องกัน ลักษณะของความไม่ลงรอยกันหรือไม่สอดคล้องกันนี้จะเกี่ยวข้องกับ ประเด็นต่างๆ หลายประเด็น เช่น เป้าหมาย ความคิด ทัศนคติ ความรู้สึก ค่านิยม ความสนใจ ความสัมพันธ์ เป็นต้น ความขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจากการที่ไม่สามารถแยกแยะ ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันได้ ซึ่งการกระท านั้นอาจจะเกิดขึ้นอย่างรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ส่งผลให้บุคคลนั้นขาดการตัดสินใจที่เที่ยงธรรม เนื่องจากการยึดผลประโยชน์ ส่วนตนเป็นหลัก ผลเสียจึงเกิด กับส่วนรวมและประเทศชาติ ใบความรู้ เรื่อง ความหมายความขัดแย้งระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
77 ภาคผนวก 7.2 ใบงาน.....เรื่องหมายความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม กลุ่มที่………… ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนการกระท าที่แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม5 กิจกรรม พร้อมวาดภาพประกอบ
78 ภาคผนวก 7.3 แบบประเมินผลงาน เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 8-๑๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๗ คะแนน เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนนที่ได้ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 สรุป
79 ภาคผนวก 7.4 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน เพื่อการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-นามสกุล ...................................................................................... ชั้น ป.3/....................... เลขที่ ...................... ค าชี้แจง การบันทึกให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ที่ พฤติกรรม ระดับการปฏิบัติ เป็นประจ า (๓) บางครั้ง (๒) น้อยครั้ง (๑) ไม่ท าเลย/ ไม่ชัดเจน (๐) ๑ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ๒ ตั้งใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๓ ท างานด้วยความเพียรพยายาม ๔ รู้จักแก้ปัญหาในการท างานเมื่อมีอุปสรรค ๕ อดทนเพื่อให้งานส าเร็จตามเป้าหมาย ๖ ปรับปรุงและพัฒนาการท างานให้ดีขึ้นด้วยตนเอง รวมคะแนน/ระดับคุณภาพ ผู้ประเมิน ครู พ่อแม่/ผู้ปกครอง ตนเอง เพื่อน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (....................................................) เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๒ คะแนน ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินข้อ ใดข้อหนึ่งต่ ากว่า ๐ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน
80 หน่วยที่ 2 ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
81 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตระดับหมู่บ้าน เวลา ๒ ชั่วโมง เกี่ยวกับการทิ้งขยะ/การไม่ปฏิบัติตนตามข้อตกลงของหมู่บ้าน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้ไม่ทนและละอายต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนมีความละอายต่อการทิ้งขยะไม่ถูกที่ในหมู่บ้าน ๒.๒ นักเรียนมีความละอายเมื่อไม่ปฏิบัติตนตามข้อตกลงของหมู่บ้าน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต (การทิ้งขยะ/การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของหมู่บ้าน) - ความละอาย หมายถึง รู้สึกอายที่จะท าสิ่งไม่ดี ไม่ถูก - ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระท าที่เกิดขึ้นกับตนเองในลักษณะไม่ยินยอม ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ไม่ยอมให้เพื่อนลอกการบ้าน และแสดงให้เพื่อนรู้ว่าตนเองไม่ พอใจ โดยแสดงกริยาหรือบอกให้เพื่อนทราบ - การทิ้งขยะควรทิ้งให้ถูกที่และควรคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อง่ายต่อการท าลาย - ข้อตกลงของหมู่บ้านหมายถึง การที่คนในหมู่บ้านปฏิบัติตนตามกฏ ระเบียบ กติกา หรือ ข้อตกลงที่มีการก าหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีความซื่อสัตย์ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ๔.๑.๑ ให้นักเรียนดูคลิปวีดิโอ “คนงานขนขยะมาทิ้งริมถนน” ๔.๑.๒ นักเรียนและครูสนทนาเกี่ยวกับวีดิโอที่ได้ชมว่า นักเรียนควรประพฤติตนเหมือนบุคคล ในวีดิโอหรือไม่ เพราะอะไร (ไม่ควรเพราะ การน าขยะมาทิ้งที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นการทุจริตต่อผู้อื่น) ๔.๑.๓ ครูถามนักเรียนว่า ใครเคยทิ้งขยะมาเลือกที่ในหมู่บ้านบ้างไหม เพราะเหตุใดจึงทิ้ง ๔.๑.๔ ครูถามนักเรียนว่า จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่นักเรียนท า เป็นสิ่งที่น่าละอาย นักเรียนไม่ควรประพฤติ เด็กดีควรประพฤติดี ไม่ท าให้คนอื่นเดือดร้อนและไม่พอใจ ในพฤติกรรมที่ไม่ดีของตนเอง
82 ๔.๑.๕ นักเรียนช่วยกันสรุปว่า การทิ้งขยะไม่เลือกที่ไม่ดีอย่างไรบ้าง และนักเรียนจะท าอย่างไร เมื่อเห็นคนทิ้งขยะไม่เลือกที่ในหมู่บ้านของนักเรียน ชั่วโมงที่ ๒ ๔.๑.๖ ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน แล้วถามนักเรียนว่า - ใครเคยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนบ้างและไม่ปฏิบัติตามข้อใดบ่อยที่สุด - สถานที่ใดบ้างควรมีข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน ( บ้าน โรงเรียน หมู่บ้าน โรงภาพยนตร์ สนาม เด็กเล่น สนามฟุตบอล ศาลาประชาคม น้ าประปาหมู่บ้าน) ๔.๑.๗ ครูสนทนากับนักเรียนว่าถ้าเป็นระดับหมู่บ้านจะสร้างข้อตกลงอะไรบ้าง ๔.๑.๘ นักเรียนช่วยกันคิดข้อตกลง ครูเขียนบนกระดาน เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันอ่าน (งดเล่นการพนันในหมู่บ้าน ใครน าขยะไปทิ้งในที่สาธารณะถูกปรับ ๒๐๐ บาท ผู้ใดดื่มสุราส่งเสียงดังรบกวนปรับ ๑๐๐ บาท ) ๔.๑.๙ ครูสนทนากับนักเรียนว่าถ้ามีคนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของหมู่บ้านจะท าอย่างไรถ้านักเรียนเห็น นักเรียนจะบอกให้คนอื่นรู้หรือไม่ ๔.๑.๑๐ ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงผลเสียของการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของหมู่บ้านว่าหมู่บ้านจะไม่มี ความสงบ ไม่มีความเจริญ ไม่มีความสามัคคี ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ละบ้านจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มี การเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันหมู่บ้านนั้นก็ไม่น่าอยู่ ๔.๒ สื่อการเรียนรู้ ๑. คลิปวิดีโอ เรื่อง “คนงานขนขยะมาทิ้งริมถนน” 2. ใบงาน ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑. ตรวจใบงานเรื่อง “ความละอาย” ๒. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ความซื่อสัตย์ ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑. แบบการให้คะแนนการตรวจใบงานเรื่อง “ความละอาย” ๒. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (....................................................................)
83 ๗. ภาคผนวก 7.1 คลิปวีดีโอ เรื่อง คนงานขนขยะมาทิ้งข้างถนน จากเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=wD5 soil lkw 7.2 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
84 ภาคผนวก 7.2 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-สกุล.............................................................................................ชั้น ป.3/...........................เลขที่....................... ค าชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด /ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 ซื่อสัตย์สุจริต 1.ปฏิบัติตามระแบบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี ขึ้นไป สรุปผลการประเมิน ๘-๙ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม ๖-๗ คะแนน เท่ากับ ดี ๔-๕ คะแนน เท่ากับ พอใช้ ๐-๓ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง
85 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง กิจกรรมที่ปฏิบัติและส่งผลให้เกิดความละอายและ เวลา ๒ ชั่วโมง ความไม่ทนต่อการทุจริตในหมู่บ้าน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้ไม่ทนและละอายต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนบอกกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในหมู่บ้านได้ ๒.๒ นักเรียนผลดีที่เกิดจากการปฏิบัติกิจกรรมในหมู่บ้านได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอาย หมายถึง รู้สึกอายที่จะท าสิ่งไม่ดี ไม่ถูกไม่ควร ความไม่ทนต่อการทุจริต หมายถึง การแสดงออกต่อการกระท าที่เกิดขึ้นกับตนเองในลักษณะ ไม่ยินยอม ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในหมู่บ้าน - พัฒนาชุมชน ปลูกป่า คัดแยกขยะ ท าฝายกั้นน้ า ฯลฯ - โรงเรียน ปรับปรุงอาคารเรียน สร้างสนามกีฬา สนามเด็กเล่น ปรับปรุงห้องน้ า โรงอาหาร ติดเครื่องกรองน้ า ฯลฯ - วัด ปรับปรุงห้องน้ า อาคาร โบสถ์ - กิจกรรมวันส าคัญทางศาสนา - กิจกรรมวันสงกรานต์ วันลอยกระทง ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๑. ซื่อสัตย์สุจริต ๒. มุ่งมั่นในการท างาน ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๔.๑.๑ ครูสนทนากับนักเรียนถึงกิจกรรมที่ปฏิบัติในหมู่บ้านของนักเรียนแต่ละคน ๔.1.๒ ครูให้นักเรียนแต่ละคนบอกชื่อกิจกรรมที่นักเรียนเคยท าในหมู่บ้านที่นักเรียนอาศัยอยู่ และถามนักเรียนว่าเวลามีคนท ากิจกรรมในหมู่บ้านแล้วมีบางคนในหมู่บ้านไม่เคยมาช่วยท าแสดงว่าเขาไม่มี ความละอายใช่หรือไม่
86 ๔.๑.๓ แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆละ ๓-๔ คน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนกิจกรรม ที่นักเรียนเคยปฏิบัติในหมู่บ้านของตนเอง และบอกข้อดีของการปฏิบัติกิจกรรมนั้นๆ ครูแจกกระดาษบรู๊ฟ ปากกา เมจิก ให้นักเรียนทุกกลุ่ม นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนกิจกรรมที่ตนท าลงในกระดาษบรู๊ฟ ชั่วโมงที่ ๒ ๔.๑.๔ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน ๔.๑.๕ ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงผลดีของการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้านของตนเอง การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมท าความสะอาดหมู่บ้าน การพัฒนาวัด โบสถ์ โรงเรีย น การร่วม กิจกรรมวันส าคัญทางศาสนาต่าง ๆ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง ล้วนเป็นการท าความเจริญมาสู่หมู่บ้านของตน และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ให้อยู่คู่หมู่บ้านของตนเอง ท าให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ ๔.๒ สื่อการเรียนรู้ ๑. กระดาษบรู๊ฟ ๒. ปากกาเมจิก ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑. ประเมินการน าเสนอผลงาน ๒. ประเมินคุณลักษณะ (ซื่อสัตย์สุจริต, มุ่งมั่นในการท างาน) ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑. แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ๒. แบบประเมินคุณลักษณะ (ซื่อสัตย์สุจริต, มุ่งมั่นในการท างาน) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน ๑. การประเมินการน าเสนอผลงานนักเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นักเรียนตามเกณฑ์การประเมิน ระดับ ๒ ขึ้นไป 3. นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี ขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (............................................................) 7. ภาคผนวก 7.1 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน 7.2 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
87 ภาคผนวก 7.1 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน เรื่อง ................................................................................. ที่ ชื่อกลุ่ม รายการประเมิน รวมคะแนน ความ ร่วมมือ ภายใน กลุ่ม การร่วม แสดง ความ คิดเห็น เสียงดังฟัง ชัด ความ มั่นใจใน ตนเอง รูปแบบ การ น าเสนอ ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๒ คะแนน ๑๐ คะแนน ลงชื่อ..............................................ผู้ตรวจ (............................................................) เกณฑ์การประเมิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
88 ภาคผนวก 7.2 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-สกุล...................................................................................ชั้น ป.3/..............................เลขที่.................... ค าชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 ซื่อสัตย์สุจริต 1.ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น มุ่งมั่นในการ ท างาน 4.มีความตั้งใจ และพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย 5.มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส าเร็จ รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้1 คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี ขึ้นไป สรุปผลการประเมิน ๘-๙ คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม ๖-๗ คะแนน เท่ากับ ดี ๔-๕ คะแนน เท่ากับ พอใช้ ๐-๓ คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง
89 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและ เวลา ๒ ชั่วโมง ไม่ทนต่อการทุจริตระดับหมู่บ้าน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนบอกแนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตระดับหมู่บ้านได้ ๒.๒ นักเรียนปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริต ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอาย หมายถึง รู้สึกอายที่จะท าสิ่งไม่ดี ไม่ถูกไม่ควร ความไม่ทนต่อการทุจริต หมายถึง การแสดงออกต่อการกระท าที่เกิดขึ้นกับตนเองในลักษณะ ไม่ยินยอม ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น คนในหมู่บ้านน าขยะมาทิ้งในบ่อน้ าสาธารณะ ก็แจ้งให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ทราบไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย แนวทางในการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต เช่น - ความละอายต่อการกระท าชั่ว เกรงกลัวบาป - ความซื่อสัตย์ทุจริต - ความกตัญญูรู้คุณ (กตัญญูกตเวที) - ความขยันหมั่นเพียร (วิริยะ) - ความเมตตา ปรารถนาดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ - ควรรู้จักให้ผู้อื่น - การให้ความร่วมมือในกิจกรรมของส่วนรวม - การยอมรับในเสียงข้างมากและเคารพในเสียงข้างน้อย - การเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม - การมีวินัย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ความสามารถในการคิด ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ซื่อสัตย์สุจริต
90 ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๔.๑.๑ นักเรียนทบทวนกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในหมู่บ้าน ครูเขียนค าตอบบนกระดานเป็นข้อๆ และให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน ๔.๑.๒ ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องผลดีจาการปฏิบัติกิจกรรมในหมู่บ้าน โดยครูถามน าว่า นักเรียนมีแนวทางอะไรในการปฏิบัติตนเป็นคนดีบ้าง( ต้องซื่อสัตย์ ต้องละอายต่อบาป ต้องมีวินัย) ๔.๑.๓ ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องแนวทางในการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อการ ทุจริต โดยให้นักเรียนช่วยกันตอบครูแจกกระดาษเอ ๔ ให้นักเรียนทุกคน นักเรียนเขียนค าตอบของเพื่อน ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ ชั่วโมงที่ ๒ ๔.๑.๓ ครูให้นักเรียนท าผลงานของตนเองที่เขียนแนวทางในการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอาย และไม่ทนต่อการทุจริต โดยตกแต่งให้สวยงาม ๔.๑.๔. ครูสุ่มนักเรียนออกมาน าเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน ๔.๑.๕ นักเรียนร่วมกันสรุปถึงแนวทางในการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อการ ทุจริต ว่า เราควรมีความละอายต่อการกระท าชั่ว เกรงกลัวบาป มีความซื่อสัตย์ทุจริต มีความกตัญญูรู้คุณ (กตัญญู กตเวที) มีความขยันหมั่นเพียร (วิริยะ) มีความเมตตา ปรารถนาดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ควรรู้จักให้ผู้อื่น ควรให้ ความร่วมมือในกิจกรรมของส่วนรวม ควรยอมรับในเสียงข้างมากและเคารพในเสียงข้างน้อย รู้จักเสียสละ ประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นคนที่มีวินัย ๔.๒ สื่อการเรียนรู้ ๑. กระดาษเอ ๔ ๒. สี ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑. ตรวจผลงานนักเรียน ๒. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (มีวินัย, ซื่อสัตย์สุจริต) ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (มีวินัย, ซื่อสัตย์สุจริต) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน ๑. ผลงาน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ๒. นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี ขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..............................................ครูผู้สอน (................................................................)
91 ๗. ภาคผนวก แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-สกุล................................................................................ชั้น ป.3/..............................เลขที่....................... ค าชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 ซื่อสัตย์สุจริต 1.ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น มีวินัย 4.เข้าเรียนตรงเวลา 5.แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 6.ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้อง รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไป สรุปผลการประเมิน 16-18 คะแนน เท่ากับ ดีเยี่ยม 13-15 คะแนน เท่ากับ ดี 10-12 คะแนน เท่ากับ พอใช้ 7-9 คะแนน เท่ากับ ปรับปรุง
92 หน่วยที่ 3 STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
93 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 3 ชื่อหน่วย STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง จิตพอเพียงต้านทุจริตระดับหมู่บ้านเกี่ยวกับขยะ เวลา ๒ ชั่วโมง 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต 1.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG :จิตพอเพียงต้านทุจริต 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นักเรียนรู้จักขยะและสามารถคัดแยกขยะได้ 2.2 นักเรียนบอกผลกระทบจากการทิ้งขยะไม่เลือกที่ได้ ๒.๓ นักเรียนสามารถน าขยะไปประดิษฐ์ของเล่นได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ ขยะมูลฝอยเป็นของเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรของมนุษย์อย่างไม่สมเหตุสมผล ท าให้ส่งผล กระทบกับการด ารงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างมากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม การจัดการขยะมูล ฝอยจึงมีความจ าเป็นต้องแก้ที่ต้นต่อของสาเหตุ คือ มนุษย์ที่เป็นผู้ก่อผลกระทบของการทิ้งขยะไม่ถูกที่ ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม 1) ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ 2) ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางดิน 3) ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ า ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม 1) ท าให้บ้านเมืองขาดความสะอาดและความสวยงาม 2) การสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยประชาชนและชุมชนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมและ การก าจัดมูลฝอย นอกจากนี้การก าจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง จะส่งผลกระทบท าให้สูญเสียทางเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น การขุดลอกคูคลอง การบ าบัดน้ าเสีย เป็นต้น 3) ก่อให้เกิดเหตุร าคาญ ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย ขยะมูลฝอยบางชนิดอาจปนเบื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีที่เป็นพิษ หรือสารที่ก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งถ้าการเก็บมูลฝอยไปท าลายไม่หมด การก าจัด หรือการท าลายมูลฝอยโดยไม่ถูก วิธีการ อาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ เช่น เป็นแหล่งก าเนิดและเป็นอาหารของหนู แมลงวัน สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ซึ่งเป็นพาหะน าโรคมาสู่คนได้ 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การสนทนาตอบค าถาม - การดูคลิปวีดีโอ - การท าใบงาน
94 2. ความสามารถในการคิด - อธิบายผลกระทบของการทิ้งขยะ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - การน าขยะไปประดิษฐ์เป็นของเล่น 3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม อยู่อย่างพอเพียง 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ 4.1 ขั้นตอนการเรียนรู้ 1. ครูเปิดคลิปวีดีโอ เรื่อง ขยะมีค่ากว่าที่คิดมาเปิดให้นักเรียนดูแล้วถามนักเรียนว่าในคลิปวีดิโอ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร (ขยะ การทิ้งขยะ การคัดแยกขยะ การแปรรูปขยะ) 2. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องขยะในบ้าน ในโรงเรียน ในหมู่บ้าน ขยะส่วนใหญ่ที่นักเรียนพบ เป็นขยะประเภทใด นักเรียนรู้จักขยะเหล่านั้นหรือไม่ ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนา โดยใช้ค าถามดังนี้ - ทุกวันนี้ นักเรียนคิดว่าหมู่บ้านของนักเรียนมีขยะมากไหม ๓. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่องประเภทของขยะแล้วแบ่งกลุ่มเป็น ๔ กลุ่ม ให้ศึกษาตามหัวข้อ ดังนี้ - ขยะย่อยสลาย - ขยะรีไซเคิล - ขยะทั่วไป - ขยะอันตราย ๔. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการทิ้งขยะไม่ถูกที่ในหมู่บ้านของนักเรียนส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านของ นักเรียนในด้านใดบ้าง ชั่วโมงที่ ๒ ๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับขยะชนิดต่างๆแล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. เมื่อแต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานเสร็จแล้วครูสนทนากับนักเรียนถึงขยะในหมู่บ้านของนักเรียนที่ สามารถน าไปแปรรูป หรือประดิษฐ์เป็นของเล่นได้ มีอะไรบ้าง ๗. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มไปประดิษฐ์ของเล่นที่ท าจากขยะในหมู่บ้านแล้วให้น ามาส่งครู 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. คลิปวีดิโอ เรื่องขยะมีค่ากว่าที่คุณคิด จาก https://www.youtube. /hwn1mLKbgA ๒. ใบงาน เรื่อง ประเภทของขยะ
95 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน - การน าเสนอผลงาน - การท างานกลุ่ม 5.2 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน - แบบประเมินผลการน าเสนอผลงาน - แบบประเมินการท างานกลุ่ม 5.3 เกณฑ์การประเมิน - นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................ครูผู้สอน (......................................................) ๗. ภาคผนวก 7.1ใบความรู้เรื่อง Strong model ขยะในหมู่บ้าน 7.2คลิปวีดีโอ เรื่องขยะมีค่ากว่าที่คุณคิด จาก https://www.youtube. /hwn1mLKbgA 7.3 ใบงาน ประเภทของขยะ 7.4 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน 7.5 แบบประเมินการท างานกลุ่ม
96 ภาคผนวก 7.1 ใบความรู้ เรื่อง Strong model ขยะในหมู่บ้าน S Sufficient พอเพียง ขยะในหมู่บ้าน -รู้จักคัดแยกขยะ -เห็นคุณค่าของขยะ -สร้างรายได้จากขยะ T Transparent โปร่งใส -วางแผนการท างานอย่างมีระบบ -ท าบัญชีรายรับจากการขายขยะ R Realise ตื่นรู้ -มีจิตส านึกในการทิ้งขยะ -ผลกระทบจากการทิ้งขยะ O Onward มุ่งไปข้างหน้า -น าขยะมาแปรรูป -น าขยะมาประดิษฐ์ของเล่น N Knowledge ความรู้ G Generosity เอื้ออาทร -คัดแยกขยะให้ถูกประเภท -ทิ้งขยะได้ถูกที่ -เชิญชวนคนในหมู่บ้านให้เห็น ประโยชน์ของการคัดแยกขยะ -ทิ้งขยะได้ถูกที่
97 ภาคผนวก 7.3 ใบความรู้เรื่องประเภทของขยะ โดยทั่วไปจะพบขยะมูลฝอยที่ทิ้งรวมกันในสถานที่ต่าง ๆ จ าแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ 1) ขยะย่อยสลาย (Compostable waste) หรือ มูลฝอยย่อยสลาย หมายความถึง ขยะ ที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถน ามาหมักท าปุ๋ยได้ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น 2) ขยะรีไซเคิล (Recyclable waste) หรือ มูลฝอยที่ยังใช้ได้ หมายความถึง ของเสีย บรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสามารถน ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้โดยการน ามาแปรรูปเป็น วัตถุดิบในขบวนการผลิตหรือใช้ส าหรับผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แก้ว กระดาษ กระป๋องเครื่องดื่ม เศษพลาสติก เศษโลหะ อลูมิเนียม ยางรถยนต์ กล่องเครื่องดื่ม UHT เป็นต้น 3) ขยะทั่วไป (General waste) หรือ มูลฝอยทั่วไป หมายความถึง ขยะประเภทอื่น นอกเหนือจากขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่า ส าหรับการน ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก พลาสติก ห่อลูกอม ซองบะหมี่กึ่งส าเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมเปื้อนอาหาร ฟอล์ยเปื้อนอาหาร เป็นต้น 4) ขยะอันตราย (Hazardous waste) หรือ มูลฝอยอันตราย หมายความถึง ขยะที่มี องค์ประกอบหรือปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ วัตถุออกซิไดซ์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ท าให้เกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุ กัดกร่อน วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง วัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่อาจท า ให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืชทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ภาชนะบรรจุสารก าจัดศัตรูพืช กระป๋องสเปรย์บรรจุสีหรือสารเคมีเป็นต้น