The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่ม 5 การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวกับการพัฒนาการ...

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หนังสืออนุสรณ์, 2023-08-24 01:46:41

กลุ่ม 5 การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวกับการพัฒนาการ...

กลุ่ม 5 การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวกับการพัฒนาการ...

รายงานการวิจัย รายวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน การศึกษาความสัมพันธ์ระหวางการใช้สื่อผ ่ านหน้าจอเพียงอย ่ างเดียวก ่ บการพัฒนาการทางภาษา ั ล่าช้าในเด็กอายุ2-5 ปี Relationship between screen-time and delayed language development in children age 2-5 years โดย นศพ.ทศพล เจียมอนุกูลกิจ รหัสนักศึกษา 5806300021 นศพ.พงศธร ทองเขียว รหัสนักศึกษา 5806300031 นศพ.อัครพงษ์ โชตเศรษฐ์ รหัสนักศึกษา 5806300039 เสนอ ศาสตราจารย์กิตติคุณดร. นพ.เฉลิม วราวิทย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. อารีเทเลอร์ อาจารย์ยุพา สุทธิมนัส อาจารย์สุดารัตน์วัฒนโยธิน ปี การศึกษา พ.ศ.2563 ศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


รายงานการวิจัย รายวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน การศึกษาความสัมพันธ์ระหวางการใช้สื่อผ ่ านหน้าจอเพียงอย ่ างเดียวก ่ บการพัฒนาการทางภาษา ั ล่าช้าในเด็กอายุ2-5 ปี Relationship between screen-time and delayed language development in children age 2-5 years โดย นศพ.ทศพล เจียมอนุกูลกิจ รหัสนักศึกษา 5806300021 นศพ.พงศธร ทองเขียว รหัสนักศึกษา 5806300031 นศพ.อัครพงษ์ โชตเศรษฐ์ รหัสนักศึกษา 5806300039 เสนอ ศาสตราจารย์กิตติคุณดร. นพ.เฉลิม วราวิทย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. อารีเทเลอร์ อาจารย์ยุพา สุทธิมนัส อาจารย์สุดารัตน์วัฒนโยธิน ปี การศึกษา พ.ศ.2563 ศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ก ชื่อโครงการการศึกษาความสัมพันธ์ระหวางการใช้สื่อผ ่ านหน้าจอเพียงอย ่ างเดียวก ่ บการพัฒนาการทาง ั ภาษาล่าช้าในเด็กอายุ2-5 ปี ผ้วิจัยู 1. นาย ทศพล เจียมอนุกูลกิจ 2. นาย พงศธร ทองเขียว 3. นาย อัครพงษ์ โชตเศรษฐ์ หน่วยงาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ปี พ.ศ. 2563 บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้เป็ นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบการศึกษาจากเหตุไปผลแบบย้อนหลัง เพื่อศึกษา ปัญหาระยะเวลาในการใช้สื่อผานหน้าจอและพัฒนาการทางด้านภาษาล ่ ่าช้าในเด็กกลุ่มประชากรคือ ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของเด็กที่มีช่วงอายุ2-5 ปีในขณะที่ด าเนินการเก็บข้อมูล ที่มารับบริการที่คลินิก สุขภาพเด็กดีของโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่จ านวน 62 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม อิเล็กทรอนิกส์ ที่ผานการตรวจสอบความตรงตามเนื ่้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และน าผลการพิจารณามาหา ค่าความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ และเนื้อหา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยล่ะ relative risk และ chi-square test ผลการวิจัยพบวา กลุ่ ่มที่ดูสื่อผานหน้าจอต ่ ่อวันเกิน 2 ชัวโมง และกลุ ่่มที่ไม่ดูสื่อผานหน้าจอต ่ ่อวัน เกิน 2 ชัวโมง ไม ่่มีผลที่แตกต่างกนตั ่อจ านวนเด็กที่มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้าอยางมีนัยยะส าคัญ ่ (p-value > 0.05) กลุ่มที่เริ่มดูสื่อผานหน้าจอในช ่ ่วงอายุ 1-2 ปี และกลุ่มที่เริ่มดูสื่อผานหน้าจอในช ่ ่วงอายุ 3-5 ปี ไม่มีผล ที่แตกต่างกนตั ่อจ านวนเด็กที่มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้าอยางมีนัยยะส าคัญ ่ (p-value > 0.05)กลุ่มที่ดูสื่อที่มี เนื้อหารุนแรงผานหน้าจอ ่และกลุ่มที่ไม่ดูสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงผานหน้าจอ ่ ไม่มีผลที่แตกต่างกนตั ่อจ านวน เด็กที่มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้าอยางมีนัยยะส าคัญ ่ (p-value > 0.05)กลุ่มที่มีสถานะทางเศรษกิจของ ครอบครัวต ่า และกลุ่มที่ไม่สถานะทางเศรษกิจของครอบครัวต ่า ไม่มีผลที่แตกต่างกนตั ่อจ านวนเด็กที่มี พัฒนาการภาษาที่ล่าช้าอยางมีนัยยะส าคัญ ่ (p-value > 0.05) ค าส าคัญ การดูสื่อผานหน้าจอ ่ พัฒนาการทางด้านภาษาล่าช้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ข Research Title: Studying relationship between screen time and delayed language development in children age 2-5 years Researcher 1. Mr. Thosapol Jeamanukoolkit 2. Mr. Phongsathon Thongkiew 3. Mr. Akarapong Chotset Organization: Faculty of Medicine, Siam University Year 2020 ABSTRACT This retrospective cohort study was conducted to assess the influence of having screen time of higher than 2 hours on delayed language development in children. Population includes 62 parent or caregiver of children of age between 2 to 5 years old that visit well-baby clinic in Pranangklao Hospital during questionnaire. Data were obtained using an electronic questionnaire which had been tested for content validity and Index of item-objective congruence (IOC) by three specialists. Questionnaire data were analyzed using percentage, relative risk and chi-square test. The results revealed that there are no significant different (p-value >0.05) in percentage of children with delayed development between group that have screen time higher than 2 hours per day and group that do not have screen time higher than 2 hours per day. There are no significant different (p-value >0.05) in percentage of children with delayed development between group with children that stated watching electronic device at age group of 1-2 years and group with children that stated watching electronic device at age group of 2-4. There are no significant different (p-value >0.05) in percentage of children with delayed development between group with children that consume violent media and group with children that didn’t consume violent media. There are no significant different (p-value >0.05) in percentage of children with delayed development between group with children who lived in low socioeconomic family and group with children who didn’t live in low socioeconomic family. Key words: Screen time, Delayed language development ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ค กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยนี้ส าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออยางดียิ ่ งของที่ปรึกษาโครงการวิจัย ่ พยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมทั้งผู้ป่ วยทุกท่านที่เข้าร่วมวิจัยในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อให้การวิจัยส าเร็จไปได้ด้วยดี ผู้จัดท า โครงการรู้สึกขอบพระคุณในความกรุณาของทุกท่านเป็ นอยางยิ ่ง่ ส่วนหนึ่งของความส าเร็จในครั้งนี้ผู้จัดท าโครงการขอขอบคุณเพื่อนๆในคณะแพทยศาสตร์ทุกท่าน ซึ่งให้ความช่วยเหลือมาอยางดี ่ จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ นศพ.ทศพลเจียมอนุกูลกิจ นศพ.พงศธร ทองเขียว นศพ.อัครพงษ์โชตเศรษฐ์ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ง สารบัญ หน้า บทคัดยอภาษาไทย ่ก บทคัดยอภาษาอังกฤษ ่ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ช สารบัญภาพ ซ บทที่ 1 บทน า 1 ความเป็ นมาและความส าคัญ 1 ค าถามงานวิจัย 3 วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 3 ขอบเขตงานวิจัย 4 สมมติฐานงานวิจัย5 4 นิยายศัพท์เฉพาะ5 4 ประโยชน์ที่คาดวาจะได้รับ ่7 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 8 การนิยามโรค 8 รายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง 13 กรอบแนวคิดงานวิจัย 16 บทที่3วิธีด าเนินการวิจัย 17 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


จ สารบัญ(ต่อ) หน้า รูปแบบการวิจัยหรือแบบแผนการวิจัย 17 ขั้นตอนการวิจัย 17 ประชากรและกลุ่มตัวอยาง่ 17 เครื่องมือการวิจัย 18 การเก็บรวบรวมข้อมูล 18 การวิเคราะห์ข้อมูล 19 บทที่4ผลการวิจัย 20 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก 21 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก 25 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่น าเด็กอายุ2-5 ปี มาโรงพยาบาล 28 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหวางระยะเวลาที่ดูสื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 32 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหวางอายุที่เริ ่่มดูสื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 33 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษา ั ล่าช้าของเด็ก 34 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหวางสถานะทางเศรษก่ ิจของครอบครัวกบพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้า ของเด็ก 35 บทที่5 สรุปผลการวิจัยอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 36 สรุปผลการวิจัย 36 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ฉ สารบัญ(ต่อ) หน้า ข้อเสนอแนะ 38 ข้อจ ากดการวิจัย ั38 บรรณานุกรม 39 บรรณานุกรมภาษาไทย 39 บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ 39 ภาคผนวก 40 ภาคผนวกกรายนามผู้ทรงคุณวุฒิ 40 ภาคผนวกขเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 42 ภาคผนวกค ภาพประกอบการท าวิจัย 48 ประวัติผู้วิจัย 56 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ช สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 4.1 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก 21 4.2 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็กตารางที่ 25 4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่น าเด็กอายุ2-5 ปี มาโรงพยาบาล 28 4.4.1 ความสัมพันธ์ระหวางระยะเวลาที่ดูสื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 32 4.4.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางระยะเวลาที่ดูสื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 32 4.5.1 ความสัมพันธ์ระหวางอายุที่เริ ่่มดูสื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒ ั นาการด้านภาษาล่าช้าของเด็ก 33 4.5.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางอายุที่เริ ่่มดูสื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 33 4.6.1 ความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 34 4.6.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้า ของเด็ก 34 4.7.1 ความสัมพันธ์ระหวางสถานะทางเศรษก่ ิจของครอบครัวกบพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก 35 4.7.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางสถานะทางเศรษก่ ิจของครอบครัวกบพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้า ของเด็ก 35 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ซ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 1.1 พัฒนาการที่ล่าช้าจ าแนกรายด้านของเด็กอายุ0-5 ปีพ.ศ. 2557โดยกรมอนามัย 2 1.6 ล าดับพัฒนาการด้านภาษาตามช่วงอายุ(Normal language milestones) 5 ค-1 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ่ส่วนหน้าปก 49 ค-2 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 1 50 ค-3 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 1 (ต่อ) 51 ค-4 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 2 52 ค-5 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 2 (ต่อ) 53 ค-6 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 3 54 ค-7 ตัวอยางแบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ ส ่ ่วนที่ 3 (ต่อ) 55 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


1 บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็ นมาและความส าคัญ ทรัพยากรทางด้านบุคคลในยุคปัจจุบันถือวามีความจ าเป็ นมากเพราะต้องใช้ในการขับเคลื่อนให้เป็ น ่ กาลังพลส าคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้เดินหน้าต ่อได้ โดยการที่จะท าให้ประเทศเจริญกาวหน้า ้ ต่อไปได้ต้องมีกาลังคนที่มีคุณภาพทั ้งความฉลาดด้านการเรียนรู้ ฉลาดด้านอารมณ์ ฉลาดด้านการเข้าสังคม โดยทั้งหมดนี้สามารถเสริมสร้างได้ตั้งแต่แรกเกิดเนื่องจากยังเป็ นช่วงที่สมองยังคงพัฒนา ถ้าหากมี สิ่งรบกวนที่ส่งผลต่อสมองอาจท าให้พัฒนาการทุกด้านของเด็กในช่วงวัยนั้นล่าช้ากวาปกติได้ ซึ่งจะส ่ ่งผล ให้บุคคลนั้นเสียศักยภาพในการเจริญเติบโตในระยะยาวได้หรือเจริญเติบโตได้แต่ต้องใช้จ านวนทรัพยากรที่ มากกวาปกติ ่ การที่จะสร้างทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพเทคโนโลยีสื่อเหล่านี้เป็ นสิ่งส าคัญที่ช่วยส่งเสริม การเรียนรู้ของเด็กได้ อ้างอิงจากประเทศโปรตุเกส พบวาปัจจุบันมีการน าสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในเด็กวัย ่ 2-5 ปี เพื่อเป็ นสื่อการสอนส าหรับเด็กโดยการใช้สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ดีวีดี ช่วยพัฒนาด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้กบผู้อื่นมากขึ ั้น และช่วยพัฒนาด้านภาษา ให้แก่เด็ก (Brito, 2010) ซึ่งสมาคมแห่งชาติส าหรับการศึกษาของเด็กในสหรัฐอเมริกาประจ าปี 2555 ได้ รายงานวา การใช้เทคโนโลยี เช ่ ่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ กบเด็กอายุ ั 2-8 ปี จะช่วยส่งสริม พัฒนาการของเด็กในเรื่องความคิด สติปัญญา และอารมณ์ แต่ต้องใช้อยางถูกวิธีและเหมาะสม ( ่ National Association for the Education of Young Children, 2012) ดังนั้น เห็นได้วาสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลดีต ่ ่อเด็กถ้า เลือกใช้สื่ออยางถูกวิธีและเหมาะสม ่ ทวาในสังคมปัจจุบัน สื่อผ ่ านหน้าจอสมัยใหม ่ ่ถูกน ามาใช้อยางไม ่ ่ถูกวิธีและไม่เหมาะสมมากขึ้น ตัวอยางเช่ ่น มีการใช้สื่อผานหน้าจอในเด็กก ่ ่อนวัยที่เหมาะสมหรือให้สื่อเป็ นระยะเวลานานเกินความจ าเป็ น เด็กรุ่นใหม่หลายคนจึงเติบโตมากบการใช้เทคโนโลยีเหล ั ่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก เช่น มี พัฒนาการด้านการพูดน้อยลง มีพฤติกรรมที่กาวร้าว มีสมาธิสั ้ ้น การขาดความสามารถในการเข้าสังคม เป็ น ต้น จากสถิติองค์การอนามัยโลกพบวา ่ ร้อยละ15-20 ของเด็กทัวโลก มีพัฒนาการที่ผิดปกติ ส ่่วน การศึกษา ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบวาเด็กอายุน้อยกว ่า ่ 5 ปี มีร้อยละ 25 ที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าในทุก ด้าน และ ผลการส ารวจพัฒนาการเด็กปฐมวัยของเด็กไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน พบวามีเด็กที่มีพัฒนาการไม ่ ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


2 เหมาะสมตามวัย โดยกรมอนามัยด้วยแบบทดสอบพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Denver Developmental Screening Test II, [Denver II]) ปี พ.ศ. 2542, 2547, 2550, 2553 และ 2557 พบวา เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการรวมปกติทุก ่ ด้าน ร้อยละ 71.7, 72.0, 67.7, 73.4 และ 72.8 ตามล าดับ เมื่อจ าแนกรายด้านของเด็ก 0-5 ปี พ.ศ.2557 พบวา่ ด้านภาษาและการใช้ภาษาล่าช้ามากที่สุด (ร้อยละ 26.8) รองลงมาด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กล่าช้า (ร้อยละ 11.4) ด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเองล่าช้า (ร้อยละ 9.6) และด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ล่าช้า (ร้อยละ 8.0) (Ministry of Public Health, 2015b) และข้อมูลการด าเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติปี 2558 ประเมินด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย พบวา เด็กไทยมีพัฒนาการสมวัยร้อยละ ่ 84.91 สงสัยล่าช้าร้อยละ 15.09 เมื่อวิเคราะห์พัฒนาการล่าช้ารายด้าน พบวาพัฒนาการด้านกล้ามเนื ่้อมัดเล็ก และสติปัญญาล่าช้ามากที่สุด (ร้อยละ 57.47) รองลงมาด้านการเข้าใจภาษาล่าช้า (ร้อยละ 37.22) ด้านการใช้ ภาษาล่าช้า (ร้อยละ 35.96) ด้านการช่วยเหลือตนเอง และสังคมล่าช้า (ร้อยละ 35.29) และด้านการ เคลื่อนไหวล่าช้า (ร้อยละ 27.15) (Ministry of Public Health, 2015a) ภาพ 1.1 พัฒนาการที่ล่าช้าจ าแนกรายด้านของเด็กอายุ 0-5 ปี พ.ศ. 2557 โดยกรมอนามัย สาเหตุที่ผู้ปกครองได้เลือกที่จะใช้สื่อผานหน้าจอเป็ นเครื่องทุ ่ ่นแรงในการเลี้ยงดูเด็กนั้นมีได้หลาย ประการ ไม่วาจะเป็ นเพราะสังคมในปัจจุบันมีการแข ่ ่งขันที่สูงขึ้นท าให้ทั้งบิดาและมารดาต้องออกไปท างาน หาเลี้ยงครอบครัวท าให้มีเวลาเลี้ยงดูเด็กน้อยลง หรือ จากการที่ผู้ปกครองในสมัยนี้คุ้นชินกบการใช้ ั เทคโนโลยีเหล่านี้ จึงไม่ได้ค านึงถึงผลกระทบที่เกิดต่อเด็กที่ใช้เวลาอยูก่ บหน้าจอเป็ นระยะเวลานาน และ ั ผู้ปกครองบางกลุ่มใช้ในการดึงความสนใจเด็กเพื่อลดภาระในการเลี้ยงดูของตน ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


3 จากการทบทวนวรรณกรรมที่ผานมา จะเห็นว ่ าปัญหาพัฒนาการของเด็ ่ กนั้นอาจมีความเกี่ยวข้องกบั การได้รับสื่ออิเล็กทรอนิกส์อยางไม ่ ่เหมาะสมร่วมด้วย งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหวาง่ จ านวนชัวโมงที่เด็กในช ่่วงอายุ 2-5 ปี ใช้เวลาอยูก่ บสื่อผ ั านหน้าจออิเลคโทรนิกส์ ก ่ บพัฒนาการทางด้าน ั ภาษา เนื่องจากเทคโนโลยีนั้นกาลังเ ป็ นที่นิยมและใช้อยางแพร่ ่หลาย และผู้ปกครองบางคนอาจไม่ตระหนัก ถึงผลของการใช้สื่อผานหน้าจอเป็ นระยะเวลานานต ่ ่อเด็ก โดยจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากเด็กที่มารับการตรวจ ที่คลินิกสุขภาพเด็กดี แผนกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระนังเกล้า แล้วรายงานข้อมูลทั ่ ้งหมดแยกตามช่วงอายุของเด็กเป็ น 2 -3 ปี 3-4 ปี และ 4 -5 ปี เนื่องจากเด็กในแต่ล่ะช่วงปี อยูในขั ่้นตอนการเรียนรู้ด้านภาษาที่ต่างกน และอาจมีพฤติกรรมการใช้ ั เทคโนโลยีที่ต่างกน ซึ่งรูปแบบของการรายงานข้อมูลในวิจัยนี ั้ จะเป็ นแบบวิจัยเชิงวิเคราะห์โดยศึกษาจาก เหตุไปหาผล ซึ่งจะครอบคลุมข้อมูลได้แก่ จ านวนชัวโมงต ่่อวันที่เด็กในวัย 2-5 ปี ใช้ในการดูจอของ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ ประเภทข้อมูลของปัจจัยอื่นที่สามารถมีผลต่อการพัฒนาด้านภาษาของเด็กได้ และทัศนคติของผู้ปกครองที่มีต่อการให้เด็กใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หลังจากได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว คณะผู้วิจัยจะวิเคราะห์และประเมินความสัมพันธ์ของการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในเด็ก และการพัฒนาการด้านภาษา 1.2 ค าถามงานวิจัย 1.ระยะเวลาที่ใช้กบสื่อผ ั านหน้าจออิเลคทรอนิกส์ ่ เพียงอยางเดียวส ่ ่งผลต่อพัฒนาการทางภาษาของ เด็กช่วงอายุ 2-5 ปี ล่าช้าหรือไม่ 2.ประเภทของสื่อผานหน้าจออิเลคทรอนิกส์มีผลต ่ ่อการพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กอายุ 2-5 ปี ที่ล่าช้าหรือไม่ 3.เศรษฐานะทางครอบครัวของเด็กในช่วง 2-5 ปี มีผลต่อการพัฒนาทางภาษาของเด็กล่าช้าหรือไม่ 1.3 วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1.เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหวางระยะเวลาการดูจออิเลคทรอนิกส์มีผลต ่ ่อการพัฒนาทางภาษาที่ ล่าช้าในเด็กอายุช่วง 2-5 ปี 2.เพื่อศึกษาประเภทของสื่อที่เด็กในช่วง 2-5 ปี ดูผานจออิเลคทรอนิกส์ว ่ ามีผลต ่ ่อการพัฒนาทาง ภาษาล่าช้าของเด็ก ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


4 3.เพื่อศึกษาเศรษฐานะทางครอบครัวของเด็กในช่วง 2-5 ปี วามีผลต ่ ่อการพัฒนาทางภาษาล่าช้าของ เด็ก 1.4 ขอบเขตงานวิจัย การศึกษาครั้งนี้ท าการศึกษาในเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี ที่ผู้ปกครองพามารับบริการที่คลินิกสุขภาพเด็กดี แผนกกุมารเวช โรงพยาบาลพระนังเกล้า จังหวัดนนทบุรี โดยให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเป็ นผู้กรอก ่ แบบสอบถามที่จัดเตรียมไว้ให้ คุณสมบัติของผู้กรอกแบบสอบถาม 1. เป็ นผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของเด็กที่มีช่วงอายุ 2-5 ปี ในขณะที่ด าเนินการเก็บข้อมูล ที่มารับบริการ ที่คลินิกสุขภาพเด็กดี ของโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 2. สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เข้าใจ สนทนาพูดคุยได้เป็ นปกติ 3. เด็กที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลพามาตรวจไม่มีโรคที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์วาเป็ นโรคที่มีผลต ่ ่อ พัฒนาการทางด้านภาษา เช่น โรคหัวใจ ออทิสติก สมาธิสั้น 1.5 สมมติฐานงานวิจัย 1.พัฒนาการทางด้านภาษาในเด็กที่ใช้เวลากบสื่อผ ั านหน้าจอไม ่ ่เกิน 2 ชัวโมงต ่่อวันกบกลุั ่มที่ใช้ เวลาเกิน 2 ชัวโมงต ่่อวันวามีความแตกต ่ ่างในการพัฒนาทางภาษา 2.ระยะเวลาที่ใช้ไปกบสื่อผ ั านหน้าจอเก ่ ิน 2 ชัวโมงต ่่อวันไม่วาเป็ นสื่อประเภทใดส ่ ่งผลให้เกิดการ พัฒนาทางภาษาล่าช้าในเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี ขึ้น 3.เศรษฐานะทางครอบครัวส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางภาษาล่าช้าในเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี ขึ้น 1.6 นิยามศัพท์ 1.สัมพันธ-, สัมพันธ์, สัมพันธน์ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (๑) [ส าพันทะ-, ส าพัน] ก. ผูกพัน, เก ี่ยวข้อง, เช่น เขากบฉันสัมพันธ์ก ั นฉันญาติ ข้อความข้างหลังไม ั ่ สัมพันธ์กบข้อความข้างหน้า. (ป. ั , ส.). ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


5 (๒) [ส าพันทะ-, ส าพัน] (ไว) น. การแยกความออกเป็ นประโยค ๆ หรือส่วนต่าง ๆ ของประโยค แล้วบอก การเก ี่ยวข้องของประโยคและค าต่าง ๆ ในประโยคนั้น ๆ. (ป., ส.). 2.การใช้สื่อผานหน้าจอ ่ https://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/screen-time?q=Screen+time หมายถึง ระยะเวลาที่บุคคลหนึ่งใช้เวลากบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ผ ั านหน้าจอ เช ่ ่น โทรศัพท์ ทีวีหรือ คอมพิวเตอร์ 3.พัฒนาการปกติด้านภาษาพัฒนาการทางด้านภาษาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เด็กแรกเกิดเป็ นต้นมา โดยช่วงเวลาที่เด็ก มีพัฒนาการทางด้านภาษามากที่สุด คือ ช่วงอายุ 2-5 ปี การใช้ภาษามีขั้นตอนเป็ นล าดับเร็วหรือช้าแตกต่าง กนไปตามช ั ่วงอายุ แบ่งออกเป็ น 2 ด้าน คือ 1.การรับรู้และการเข้าใจ (Receptive language) 2.การแสดงออกทางภาษา (Expressive language) พัฒนาการเริ่มจากการรับรู้และการเข้าใจผานการที่เด็กรู้จักเชื่อมโยงเสียงต ่ ่างๆที่เด็กได้ยินกบสิ ั่งต่างๆที่ มองเห็นและสัมผัสได้ เมื่อเด็กได้ยินเสียงซ ้าอีก ก็จะรับรู้ได้วาได้ยิ ่ นเสียงอะไร หลังจากนั้นจะเป็ นการพัฒนา ด้านการแสดงออกในการใช้ภาษาตามมา ซึ่งเกิดจากการที่เด็กได้เรียนรู้ผานประสบการณ์ที่เคยได้พบเจอมา ่ และรู้จักการลอกเลียนแบบเสียงที่ได้ยินเชื่อมโยงกบกั บความเข้าใจค าที่รู้จักซ ั้าๆ จนเกิดเป็ นความจ าและการ พูดที่มีความหมายได้ ล าดับพัฒนาการด้านภาษาตามช่วงอายุ (Normal language milestones) ช่วงอายุ การรับรู้และการเข้าใจ การแสดงออกทางภาษา แรกเกิด - 3 เดือน – ตอบสนองต่อเสียงดังๆ เช่น สะดุ้ง ขยับตัว – สนใจเสียงพูด – ส่งเสียงร้องเป็ นเสียงที่ แตกต่างกนเมื่อต้องการสิ ั่ง ต่างๆ เช่น หิว ไม่สบาย – ยิมเมื่อเห็นหน้า ้ 4-6 เดือน – ตามองตามเสียงที่ได้ยิน – สนใจเสียงเพลง – เริ่มมีการเล่นเสียงต่างๆ p,b,m เช่น ปาปา มามา ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


6 7 เดือน –1 ปี – สนุกกบกั ิจกรรม เช่น จ้ะเอ๋ – หันไปหาเมื่อถูกเรียกชื่อ – ท าตามค าสั่งง่ายๆได้ เช่น มานี่,อยากกินอีกไหม – เริ่มมีการเลียนเสียงผู้อื่น – เริ่มพูดได้ 1-2 ค า เช่น บ้าย บาย 1-2 ปี – ชี้อวัยวะร่างกายได้ 1-3 อยาง่ – เข้าใจค าห้ามง่ายๆ – ท าตามค าสั่งที่ยากขึ้นได้ เช่น รองเท้าอยูไหน ่ ? – พูดเป็ นค าที่มีความหมาย ได้ 10-50 ค า ส่วนใหญ่ เป็ น 1 พยางค์ – เริ่มน าค า 2 พยางค์มา รวมกนั 2-3 ปี – เข้าใจประโยคค าถามหรือ ค าสั่งสั้นๆ เข่น เอาหนังสือ ไปวางที่ชั้น – พูดเป็ นประโยค 2-3พยางค์ – พูดค าศัพท์ได้ประมาณ 500 ค า 3-4 ปี – เข้าใจประโยคที่ยาวขึ้น เช่น กินข้าวเสร็จก่อนค่อย ดูการ์ตูน – เข้าใจ ใคร,ท าอะไร,ที่ไหน ,อยางไร ่ – เล่ากิจกรรมที่โรงเรียนให้ ฟังได้ – พูดเป็ นประโยคมากกวา ่ 4 พยางค์ 4-5 ปี – สนใจเรื่องเล่าสั้นๆและ ตอบค าถามง่ายๆได้ – เข้าใจและได้ยินเกือบทุก ค าที่ได้ยิน – ลักษณะประโยคที่พูดมี ความยาวคล้ายผู้ใหญ่ ภาพ 1.6 ล าดับพัฒนาการด้านภาษาตามช่วงอายุ(Normal language milestones) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


7 4.เด็กที่มีสภาวะพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้า หมายถึง -เด็กที่ไม่สามารถพูดค าที่มีความหมายต่างกน ั 2 ค าต่อเนื่องกน และพูดค าศัพท์น้อยกว ัา ่ 50 ค า เมื่อ อายุ 2 ปี เป็ นต้นไป -เด็กที่ไม่สามารถพูดเป็ นประโยคที่สมบูรณ์ หรือ ไม่สามารถสื่อสารให้บุคคลอื่นฟังรู้เรื่องน้อยกวา่ ร้อยละ 50 ของสิ่งที่เด็กในช่วงอายุมากกวา ่ 3 ปี เป็ นต้นไป โดยตัวอยางประโยคที่ใช้พูดอย ่ างน้อยต้อง ่ มี ประธานและกริยาใน 1 ประโยค เช่น น้องร้อง แม่ไปไหน 1.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากงานวิจัย 1.ทราบถึงผลกระทบของระยะเวลาการใช้สื่อผานหน้าจอเก ่ ินกาหนดและเศรษฐานะของครอบครัว ต่อพัฒนาการทางภาษาล่าช้าในเด็ก 2.ได้ทราบประเภทของสื่อที่ทส่งผลต่อพัฒนาการทางภาษาล่าช้าในเด็ก ซึ่งเป็ นข้อมูลให้กบผู้ที่ ั สนใจสามารถน าไปใช้ในการเลี้ยงดูบุตรหลานได้ในอนาคตได้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


8 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาครั้งนี้เป็ นการศึกษาปัญหาระยะเวลาในการใช้สื่อผานหน้าจอและพัฒนาการทางด้านภาษา ่ ล่าช้าในเด็กโดยการใช้แบบสอบถามเพื่อถามผู้ปกครองหรือผู้ดูแลถึงระยะเวลาที่เด็กใช้สื่อผานหน้าจอ ่และ ประเภทของสื่อที่เด็กใช้ในรูปแบบต่างๆ ผู้ศึกษาได้ศึกษาทฤษฎีแนวคิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและน าเสนอ ตามล าดับดังต่อไปนี้ ค า ประโยค การสื่อสาร สื่อที่เหมาะสมส าหรับเด็กอายุ2-5 ปี สื่อที่ไม่เหมาะสมส าหรับเด็กอายุ2-5 ปี แนวคิดสาเหตุที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา โรคที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา ประเภทของสื่อผานหน้าจอ ่ รายงานการวิจัยที่เก ี่ยวข้อง กรอบแนวคิดการวิจัย 2.1 ค า (๑) น. เสียงพูด, เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง ๆ, เสียงพูดหรือลายลักษณ์อักษรที่เขียนหรือพิมพ์ขึ้นเพื่อแสดง ความคิด โดยปรกติถือวาเป็ นหน ่ ่วยที่เล็กที่สุดซึ่งมีความหมายในตัว, ใช้ประกอบหน้าค าอื่นมีความหมาย เช่นนั้น เช่น ค านาม ค ากริยาค าบุรพบท (๒) น. พยางค์ซึ่งเป็ นส่วนยอยของวรรคหรือบาทในฉันท์ ่แต่ละพยางค์ถือวาเป็ นค าหนึ่ง ่ , ๒ วรรคของค า กลอน (๓) น. ลักษณนามของเสียงพูด เช่น พูดค าหนึ่ง, ลักษณนามบอกจ าพวกของเคี้ยวของกิน เช่น ข้าวค าหนึ่ง, ลักษณนามเรียก ๒ วรรคของค ากลอน วา่ ค าหนึ่ง. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


9 2.2 ประโยค (๑) [ปฺระโหฺยก] (ไว) น. ค าพูดหรือข้อความที่ได้ความบริบูรณ์ตอนหนึ่ง ๆ เช่น ประโยคบอกเล่า ประโยค ปฏิเสธ ประโยคค าถาม (ส. ปฺรโยค; ป. ปโยค). (๒) น. ชั้นแห่งความรู้ภาษาบาลีเช่น เปรียญ ๓ ประโยค สอบได้ประโยค ๓ (ส. ปฺรโยค; ป. ปโยค). (๓) น. ความเพียรเครื่องประกอบ, ความเพียรเช่น ประโยคสัมปทา หมายถึงการถึงพร้อมด้วยความเพียร. (ส. ปฺรโยค; ป. ปโยค). 2.3 การสื่อสาร น. วิธีการน าถ้อยค าข้อความ หรือหนังสือเป็ นต้น จากบุคคลหนึ่งหรือสถานที่หนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งหรือ อีกสถานที่หนึ่ง. 2.4 สื่อที่เหมาะสมส าหรับเด็กอายุ2-5 ปีhttp://humaneco.stou.ac.th/UploadedFile/72202-14.pdf P.17 เนื้อหารายการควรใกล้เคียงกบสิ ั่งแวดล้อมที่เด็กพบเห็นในชีวิตประจ าวัน การด าเนินเรื่องควรง่าย ให้คุณหรือโทษอยางเด่ ่นชัด ไม่ซับซ้อน 2.5 สื่อที่ไม่เหมาะสมส าหรับเด็กอายุ2-5 ปี สื่อที่มีการแสดงความกาวร้าวรุนแรง ้ หรือท าอันตรายแก่บุคคลอื่น เช่น ท าลายข้าวของ ตบตีท าร้าย ร่างกาย หรือข่มขืน โดยที่ผู้แสดงความรุนแรงนั้นอาจจะเป็ นคนหรือไม่ใช่ก็ได้เช่น อาจเป็ นตัวการ์ตูนหรือ หุ่นยนต์ก็ได้ https://m.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/photos/a.499791366791551/503406373096717/?type =3 2.6 แนวคิดสาเหตุที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา สาเหตุของพัฒนาการทางภาษาล่าช้าและพูดช้า 1. การได้ยินผิดปกติ (Hearing Impairment) เป็ นภาวะที่พบบ่อย โดยมีความชุกเมื่อแรกเกิด ประมาณ 1-2 ต่อประชากร 1,000 คน แต่มีเด็กจ านวนหนึ่งที่มีความผิดปกติของการได้ยินเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งมักมี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


10 พัฒนาการทางภาษาใกล้เคียงปกติ อาจมีเพียงปัญหาพูดไม่ชัดเท่านั้น ส่วน เด็กที่มีการได้ยินผิดปกติชัดเจน มักมีปัญหาพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ไม่สามารถพูดได้ ในรายที่ความผิดปกติรุนแรง เด็กจะส่งเสียงเป็ น เสียงในล าคอ โดยไม่สามารถเปล่งเสียงพยัญชนะต่าง ๆ ได้รวมถึงมีลักษณะทางคลินิกที่สังเกตได้ง่าย คือ ชอบจ้องมองหน้าหรือริมฝี ปากของคนที่พูดด้วย ใช้ภาษาท่าทางในการสื่อความหมายมากกวาปกติ ่ หากมี การได้ยินหลงเหลืออยูบ้าง ่ จะตอบสนองต่อเสียงที่ดังเท่านั้น เด็กหูหนวกแต่กาเนิด ชนิดประสาทรับฟัง เสียงบกพร่อง sensorineural loss ประมาณ ร้อยละ 60 มีสาเหตุมาจากปัจจัยทางพันธุกรรม ซึ่งในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่คือประมาณร้อยละ 70 มีอาการหูหนวกแต่เพียงอยางเดียว ่ โดยมีการถ่ายทอดแบบยีนด้อย (Autosomal recessive) สูงถึงร้อยละ75 แบบยีนเด่น (Autosomal dominant) ประมาณร้อยละ 10-20 ส่วนในกลุ่มอาการหูหนวกที่เป็ นส่วน หนึ่งของกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย (syndromic hearing loss) เช่น ชนิดประสาทรับฟังเสียงบกพร่อง sensorineural hearing loss สามารถพบร่วมกบกลุั ่ม อาการ Waardenburg, Pendred, Alport และ Usher ส่วนชนิดการน าเสียงบกพร่อง conductive hearing loss อาจพบร่วมกบกลุั ่มอาการ Crouzon, Treacher-Collins, Apert และ Goldenhar เป็ นต้น นอกจาก ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยอื่นที่เป็ นสาเหตุของเด็กหูหนวก ได้แก่ การติดเชื้อของระบบประสาทตั้งแต่อยู่ ในครรภ์ เช่น Congenital Cytomegalovirus, Toxoplasmosis , Rubella เป็ นต้น ภาวะที่มารดาได้รับยา หรือสารพิษขณะตั้งครรภ์ เช่น Fetal alcohol syndrome การติดเชื้อของระบบประสาทภายหลังเกิด การ ได้รับยาในกลุ่ม aminoglycoside รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในระยะการเกิดและหลังเกิด ดังนั้น เพื่อให้การวินิจฉัยเด็กหูหนวก ควรพิจารณาในการหาสาเหตุ หรือในบางรายควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านพันธุกรรม เพื่อให้การดูแลที่เหมาะสมในแต่ละสาเหตุ รวมถึงการวางแผนป้องกนการเกั ิดซ ้าภายใน ครอบครัว 2. ปัญหาพัฒนาการล่าช้าโดยรวม ปัญหาพัฒนาการภาษาล่าช้า มักเป็ นอาการที่เด็กซึ่งมีภาวะสติปัญญา บกพร่องถูกน ามาพบแพทย์ในช่วงปฐมวัย โดยในช่วงวัยนี้เด็กมีพัฒนาการล่าช้าหลายด้าน โดยเฉพาะ ทักษะด้านภาษา และทักษะการใช้มือและตาในการแกไขปัญหา ้ ( fine-motor adaptive) ซึ่งเป็ นทักษะที่มี ความสัมพันธ์กบความสามารถทางสติปัญญาเมื่อเด็กเติบโตขึ ั้น ส่วนใหญ่เด็กที่มีภาวะสติปัญญาบกพร่องใน ระดับความรุนแรงน้อย เรียนรู้การพูดช้ากวาเด็กวัยเดียวก ่นั แม้จะมีล าดับ ขั้นตอนความเข้าใจและการใช้ ภาษาเช่นเดียวกบเด็กปกติ ั โดยส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้สามารถใช้ภาษา พื้นฐานในชีวิตประจ าวันได้ แต่อาจมี ข้อจ ากดในการเรียนรู้การใช้ภาษาที่ซับซ้อนหรือความเข้าใจในความคิดรวบยอดที่ ั ซับซ้อนและการสรุป ใจความส าคัญของเรื่องราวที่ต่อเนื่อง ส าหรับเด็กที่มีภาวะสติปัญญาบกพร่องในระดับรุนแรง จะมีความ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


11 ล่าช้าของการสื่อภาษาในทุกด้าน ได้แก่ มีค าศัพท์น้อย มีข้อจ ากดเกั ี่ ยวกบความเข้าใจและการแสดงออก ั ทางภาษา ใช้รูปประโยคหรือไวยากรณ์ไม่ถูกต้อง มีความยากล าบากในการเล่าเรื่องหรือใช้ภาษาให้ เหมาะสมกบสถานการณ์สังคม ั โดยประมาณครึ่ งหนึ่งของเด็กที่มีระดับสติปัญญาน้อยกวา่ 50 จะสื่อ ความหมายโดยใช้ค าเดี่ยว ๆ หรือวลีสั้น ๆ ส่วนที่เหลือไม่สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาพูดได้ 3. กลุ่มอาการออทิสซึม (Autistic Spectrum Disorder) พัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากวาวัย ่ เป็ นข้อหนึ่งใน สามข้อของอาการหลักในการวินิจฉัยกลุ่มอาการออทิสซึม โดยทักษะทางภาษาที่ล่าช้า ในเด็กกลุ่มอาการ ออทิสซึม และเด็กที่มีความผิดปกติของพัฒนาการทางภาษา (Developmental language disorder) เป็ นไปใน ลักษณะคล้ายคลึงกนั หากสิ่งที่ส าคัญในการวินิจฉัยแยกโรค คือในกลุ่ม อาการออทิสซึมมีความบกพร่อง ในปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อันได้แก่ การสื่อสารโดยใช้ท่าทาง การมีอารมณ์ร่วมกบผู้อื่น ั และทักษะการเล่น ที่ช้ากวาวัย ่ รวมทั้งในบางรายของเด็กออทิสซึม จะมีความ สนใจหรือมีพฤติกรรมที่ซ ้าซากยากต่อการ เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ พัฒนาการทางภาษาในเด็กกลุ่มอาการออทิสซึมจะมีความบกพร่องมากน้อย ต่างกนั ขึ้นกบความรุนแรงของโรค ั และภาวะสติปัญญาบกพร่องที่พบร่วมกนกับกลุั ่มอาการออทิสซึม 4. พัฒนาการทางภาษาผิดปกติ (Developmental language disorder DLD) หรือ ความบกพร่องเฉพาะ ด้านภาษา (Specific language impairment SLI) ซึ่งหมายถึง เด็กที่มีความสามารถ ทางภาษาต ่ากวา่ ศักยภาพทางสติปัญญาในด้านที่ไม่ใช้ภาษา (nonverbal intelligence) ท าให้เด็กมีความสามารถทางภาษา ล่าช้ากวาเ่ ด็กที่มีวุฒิภาวะในวัยเดียวกนั โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากความ ผิดปกติของโครงสร้างของสมอง การได้ยิน การท างานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกบการพูดั กลุ่มอาการออทิสซึม หรือขาดการดูแลเอาใจใส่ ที่เหมาะสม หากเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ในช่วงปฐมวัยสามารถเรียนรู้ผานการใช้ ่ สายตามองเห็นได้สมวัย สามารถเล่นกบเด็กวัยเดียวก ันอยั างเหมาะสมโดยเฉพาะการเล ่ ่น สมมติ การมีอารมณ์ร่วมหรือความสนใจ ร่วมกนั อยางไรก ่ ็ตาม เด็กที่มีความผิดปกติของพัฒนาการ ทางภาษาที่มีความล่าช้ามากทั้งด้านการ แสดงออกและความเข้าใจภาษา (mix receptive-expressive language disorder) อาจจะมีความยากล าบาก ในปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเด็กโตขึ้นเข้า สู่วัยเรียนจนเป็ นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ มีแนวโน้มที่ จะมีความบกพร่องในด้านการเรียนโดยเฉพาะด้านการอ่าน ซึ่งมีความส าคัญในการเรียนรู้เพิ่มเติมในวัย เรียนต่อเนื่องจนเป็ นผู้ใหญ ่ มีการศึกษาติดตามเด็กกลุ่มนี้ที่มีความล่าช้าที่รุนแรงทั้งด้านการพูดและความ เข้าใจภาษาจนถึงวัยผู้ใหญ ่ เปรียบเทียบกบพี่ ั น้องของเด็กกลุ่มนี้ที่มีพัฒนาการทางภาษาปกติ และผู้ใหญ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


12 ปกติเป็ นกลุ่มควบคุมพบวา่ เด็กที่มีความ ผิดปกติของพัฒนาการทางภาษายังคงมีความบกพร่องทางภาษา และมีผลต่อทักษะทางสังคมที่เป็ น ปัญหาต่อการปรับตัวในระยะยาว 2.7 ประเภทของสื่อผ่านหน้าจอ ค าวา่“สื่อ” มีบทบาทส าคัญมากในสังคมยุคปัจจุบัน เพราะเป็ นตัวเชื่อมโยงทั้งข้อมูลความรู้และเชื่อมโยง การบริหารงานระหวางผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ่ การเข้าใจความหมายของค าวา่“สื่อ”อยาง่ ถูกต้องยังส่งผลให้เกิดการบวนการเชื่อมโยงที่มีสาระส าคัญในหลายๆประการ สื่อ หมายถึง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2543 ได้ให้ความหมายไว้วา่ อ(กริยา) หมายถึง ติดต่อให้ถึงกนัเช่น สื่อความหมาย ชักน าให้รู้จักกนั สื่อ(นาม) หมายถึงผู้หรือสิ่งที่ติดต่อ ให้ถึงกนหรือชักน าให้รู้จักก ันั นอกจากนั้นยังมีความหมายที่ใกล้เคียงกบค าว ั าสื่อ ่ ได้แก่ค าวา่ การติดต่อสื่อสาร ซึ่ง หมายถึงการถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงความรู้สึกความเครียด หรือการกระท าต่างๆ โดยมีเจตนาที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม ของบุคคล พฤติกรรมในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติและพฤติกรรมที่แสดงออกโดย เปิ ดเผย(โรเจอร์Rogers, 1976) ประเภทของสื่อผานหน้าจอ ่ 1.สื่อสอนภาษาทุกประเภท 2.สื่อบันเทิงจ าพวกการ์ตูน เกมส์ที่ไม่รุนแรง เหมาะส าหรับเด็กอายุไม่เกิน 5 ปี 3.สื่อบันเทิงจ าพวกการ์ตูน เกมส์ที่รุนแรงไม่เหมาะส าหรับเด็กอายุไม่เกิน 5 ปี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


13 2.8 รายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยในประเทศ ตวงพร ชุมประเสริฐ, วันธณีวิรุฬห์พานิช และ พิสมัยวัฒนสิทธิ์,2562 ได้ศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหวาง่ การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์กบพัฒนาการเด็กอายุ ั2-5 ปีในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกดองค์กรปกครองส ั ่วน ท้องถิ่น จังหวัดสงขลากลุ่มตัวอยางเป็ นคู ่ ่ของผู้ปกครองและเด็กจ านวน 210 คู่พบวา่ ระยะเวลาที่เด็กใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ในวันธรรมดาและจ านวนของสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความสัมพันธ์กบพัฒนาการด้านการเข้าใจ ั ภาษาอยางมีนัยส าคัญทางสถิติ ่ส่วนระยะเวลาในวันหยุด ลักษณะเนื้อหาของสื่ออิเล็กทรอนิกส์และการมี ส่วนร่วม ของผู้ปกครองขณะเด็กใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีความสัมพันธ์กบพัฒนาการด้านการเข้าใจภาษา ั ยุวดีพงษ์สาระนันทกุล,สุดาภรณ์พยัคฆเรือง,2559 ได้ศึกษาเรื่อง รูปแบบการสร้างเสริมพัฒนาการด้านภาษา แก่เด็กอายุ2-4 ปีโดยบิดามารดาหรือผู้ดูแล: กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยผู้ให้ข้อมูลคือ บิดามารดา หรือผู้ดูแลจ า นวน 5คน ครูหรือผู้ดูแลเด็กประจ าระดับชั้นอนุบาล1 จ า นวน 2 คน พบวาผู้ปกครองมี ่ ทัศนคติที่ไม่ถูกต้องในการสร้างเสริมพัฒนาการด้านภาษา โดยเชื่อวา่ การปล่อยให้เด็กอยูหน้าจอทีวีหรือ ่ คอมพิวเตอร์จะช่วยให้เด็กฉลาดและพูดได้เร็ว งานวิจัยในต่างประเทศ ลอว์เร็น เบ๊กเกอร์(Lauren V. Becker), 2556 ได้ศึกษาเรื่องผลของการดูสื่อจอแสงต่อการเรียนรู้ค าศัพท์ของ เด็กเล็กโดยศึกษาในเด็กอายุ30 ถึง 36 เดือน เป็ นจ านวน 50 คนในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกาการศึกษานี้ เปรียบเทียบการเรียนรู้ค าศัพท์ใหม่ของเด็กเล็กจากการดูผานสื่ออิ ่ เล็กทรอนิคเมื่อเปรียบเทียบกบเด็กเล็กที่ ั เรียนรู้จากบุคคลอื่น ผลที่ได้คือเด็กเล็กที่เรียนค าศัพท์จากการดูผานสื่อจอแสงในเวลาต ่ากว ่า่2 ชัวโมงต ่่อวัน มีการเรียนรู้ค าศัพท์ได้น้อยกวาเมื่อเรียนจากบุคคลอื่น ่ ในขณะที่เด็กเล็กที่เรียนค าศัพท์จากการดูผานสื่อจอ ่ เป็ นเวลามากกวา่2 ชัวโมงต ่่อวัน เรียนรู้ค าศัพท์ได้พอกบการเรียนจากบุคคลอื่น ั ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


14 แคทเทอรีน ฮันสัน (Katherine G. Hanson), 2560 ได้ศึกษาเรื่องอิทธิพลของการดูสื่อผานหน้าจอตั ่้งแต่ทารก ต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กโดยศึกษาในเด็กอายุ6 ถึง 9 ปีที่เคยมีส่วนร่วมในการท าวิจัยเมื่ออายุ12 ถึง 15 เดือน หรือ18 ถึง 21 เดือน เป็ นจ านวน 152 คน ผลที่ได้คือการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในช่วงวัย ทารกไม่มีผลต่อความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อผ ่ านหน้าจอในช ่ ่วงทารกกบทักษะทางปัญญาของเด็กใน ั ภายหลัง ในทางกลับกนั การดูโทรทัศน์ด้วยกนมากขึ ั้นช่วงวัยทารกส่งผลเสียต่อความสามารถด้านความจ า การเรียน และภาษาของเด็กในภายหลังได้ เมต้าวัน เดน ฮิวเวล, จูเลีย หม่า, คอร์นีเลีย บอร์คอฟ และคณะ(Meta van den Heuvel, Julia Ma, Cornelia M. Borkhoff, et al.), 2561 ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อผ ่ านโทรศัพท์มือถือและการพัฒนาการ ่ ด้านภาษาและล่าช้าในเด็กอายุ18 เดือน โดยศึกษาในเด็กจ านวน 893 คนที่เมืองโตรอนโต แคนาดาผลที่ได้ คือยิงค่่าเฉลี่ยของนาทีการเล่นโทรศัพท์มากจะส่งผลให้เพิ่มโอกาสการที่ผู้ปกครองรายงานผลถึงพัฒนาการ พูดช้าลง เฮวัน บายอึน, เซมิฮอง (Haewon Byeon, Saemi Hong), 2558 ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหวางการดู่ โทรทัศน์และพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าในเด็กเล็กโดยศึกษาในเด็กอายุ2 ปีจ านวน 1778 คน ที่เข้าร่วมงาน ศึกษาระยะยาวที่เกาหลีที่จัดขึ้นในปี2010 ผลที่ได้คือค่าเฉลี่ยของเด็กอายุ2 ปีในการดูโทรทัศน์คือ1.21 ชัวโมงต ่่อวัน ทารกที่ดูโทรทัศน์เกิน 2 ชัวโมงต ่่อวันมีความเสี่ยงที่จะเกิดพัฒนาการด้านภาษาล่าช้ามากขึ้น มารีย์อีวานส์ชะมิดท์, ไมเคลริช, เชอริวไรฟาส-ชิแมน และคณะ(Marie Evans Schmidt, Michael Rich, Sheryl L. Rifas-Shiman, et al.), 2557 ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหวางการดูโทรทัศน์ของเด็กและทักษะ ่ ด้านภาษาและการเคลื่อนไหวประสานการมองเห็นเมื่ออายุ3 ปีโดยศึกษาในเด็กจ านวน 872 คนในรัฐ แมสซาชูเซตส์ผลที่ได้คือค่าการดูโทรทัศน์เฉลี่ยของเด็กแรกคลอดถึง 2 ปีคือ1 ชัวโมงต ่่อวันการดู โทรทัศน์ในช่วงวัยทารกไม่แสดงความสัมพันธ์ต่อทักษะด้านภาษาและการเคลื่อนไหวประสานการมองเห็น เมื่ออายุ3 ปี เวโรนิกา้ ปอยทราส, แคซซี่ เกรย์, แซน แจนส์เส้น และคณะ(Veronica J. Poitras, Casey E. Gray, Xanne Janssen, et al.), 2560 ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหวางการพฤติกรรมเนือยนิ ่่งกบปัจจัยสุขภาพต ั ่างในกลุ่ม อายุ0 ถึง 4 ปีผลที่ได้คือความสัมพันธ์ระหวางเวลาการใช้สื่อผ ่ านหน้าจอต ่ ่อพัฒนาการทางสมองคือเป็ น ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


15 ศูนย์มีข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกบผลของการใช้เวลาของเด็กเล็กในกาใช้สื่อผ ั านหน้าจอคือ ่ ควรลดการใช้เวลา การใช้สื่อผานหน้าจอ ่ และควรมีการศึกษาในเรื่องดังกล่าวที่ละเอียดมากขึ้น โรส อาร์เรียกา้, แลร์รี่ เฟนสัน, เทอร์รี่โครนาน และคณะ(Rose I. Arriaga, Larry Fenson, Terry Cronan, et al.), 2541 ได้เปรียบเทียบพัฒนาด้านภาษาของเด็กทารกในครอบครัวรายได้ต ่ากบครอบครัวที่มีรายได้ปาน ั กลางผลที่ได้คือกลุ่มเด็กในครอบครัวรายได้ต ่ามีการเรียนรู้ด้านภาษาที่ต ่ากวากลุ่ ่มเด็กในครอบครัวรายได้ ปานกลาง จีซุน คิม, ซู-จิน คิม, แนม ฮีดู(Jeesun Kim, Soo-Jin Kim, Nam Hee Do), 2561 ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ ระหวางพัฒนาการด้านค าศัพท์ของเด็กอายุ ่3 และ7 ปีกบสถานะทางเศรษฐกั ิจผลที่ได้คือกลุ่มเด็กใน ครอบครัวที่มีรายได้สูงมีอัตราการเรียนรู้ค าศัพท์ที่มากกวากลุ่ ่มเด็กในครอบครัวที่มีรายได้ต ่า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


16 2.9กรอบแนวคิดการวิจัย การใช้สื่อผ่านหน้าจอ -ระยะเวลาการใช้สื่อผานหน้าจอ ่ -จ านวนชัวโมงต ่่อวัน -ประเภทเนื้อหาของสื่อที่ใช้ -การมีส่วนร่วมของผู้ดูแลขณะ เด็กใช้สื่อผ่านหน้าจอ -อายุที่เด็กเริ่มใช้สื่อผ่านหน้าจอ ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก -เพศ -อายุ ข้อมูลทางครอบครัวและการเข้า สังคม -ปฎิสัมพันธ์กบคนในครอบครัว ั เช่น กิจกรรมร่วมกน พูดคุยั -เศรษฐานะของครอบครัว -ความถี่การเข้าสังคม ข้อมูลพัฒนาการทางภาษาของ เด็ก -ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการทาง ภาษา ข้อมูลผ้ดู ูแล -ระดับการศึกษา -ความพึงพอใจในชีวิตหลังมี ครอบครัว พัฒนาการด้านภาษาล่าช้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


17 บทที่3 วิธีด าเนินการวิจัย 1.รูปแบบการวิจัยหรือแบบแผนการวิจัย การวิจัยนี้เป็ นการศึกษาจากเหตุไปหาผลแบบย้อนหลัง ( Retrospective Cohort Study) โดยท าการศึกษา เก ี่ ยวกบความสัมพันธ์ระหว ั างระยะเวลาที่เด็กอายุ ่2-5 ปีใช้สื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการทางภาษาที่ล ั ่าช้า ในช่วงระยะเวลา 2 เดือน 2.ขั้นตอนการวิจัย 1.การกาหนดประชากรและเลือกกลุ ่มตัวอยาง่ 2.เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 3.การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 4.แบบแผนการทดลองและวิธีด าเนินการทดลอง 5.การเก็บรวบรมข้อมูล 6.การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคาระห์ข้อมูล 3.ประชากรและกล่มตัวอย่างุ 3.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาการวิจัยครั้งนี้ได้แก่คู่ของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและเด็กช่วงอายุ2-5 ปี ที่มารับ บริการแผนกคลินิกสุขภาพเด็กดีของโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ รวมจ านวนเด็กทั้งสิ้น 62 คู่ 3.2 กลุ่มตัวอยาง่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


18 กลุ่มตัวอยางที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั ่้งนี้ได้แก่คู่ของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและเด็กช่วงอายุ2-5 ปีที่มารับ บริการแผนกคลินิกสุขภาพเด็กดีของโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ คัดเลือกกลุ่มตัวอยางโดยใช้วิธีการสุ ่ ่มแบบ หลายขั้นตอน รวมจ านวนทั้งสิ้น 62 คู่ ขนาดของกลุ่มตัวอยางค านวณโดยใช้สูตรของยามาเน ่ ่ (Srisatitnarakun, 2010) โดยมีระดับความเชื่อมัน่95% ได้กลุ่มตัวอยางจ านวน ่62 คน โดยกาหนดคุณสมบัติของกลุ ่มตัวอยาง่ ดังนี้ 1. เป็ นผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของเด็กที่มารับบริการที่คลินิกสุขภาพเด็กดีของโรงพยาบาลพระนังเกล้าช ่่วง อายุ2-5 ปีในขณะที่ด าเนินการเก็บข้อมูล 2. สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เข้าใจ สนทนาพูดคุยได้เป็ นปกติ 3. เด็กที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลพามาตรวจไม่มีโรคที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์วาเป็ นโรคที่มีผลต ่ ่อ พัฒนาการทางด้านภาษา เช่น โรคหัวใจออทิสติก สมาธิสั้น 4.เครื่องมือการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็ นแบบสอบถามประกอบด้วย ส่วนที่1 ข้อมูลส่วนตัวของเด็กจ านวน 7 ข้อ ส่วนที่2 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแลจ านวน 8 ข้อ ส่วนที่3 ข้อมูลการใช้สื่อผานหน้าจอของเด็กจ านวน ่7 ข้อ 5.การเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อมูลการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ 1. ภายหลังโครงการวิจัยได้ผานคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมของคณะแพทยศาสตร์ ่ มหาวิทยาลัยสยาม ผู้วิจัยเข้าพบหัวหน้าศูนย์คลินิกเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าเพื่อขอเก ่ ็บข้อมูล ชี้แจงวัตถุประสงค์ วิธีด าเนินการ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


19 2. ผู้วิจัยชี้แจงวัตถุประสงค์ให้กบผู้ปกครองหรือผู้ดูแลทราบ ัหากท่านใดยินดีเข้าร่วมโครงการวิจัยจะให้ลง นามยินยอมในแบบฟอร์มที่ได้เตรียมไว้ 3. ท าการเก็บข้อมูลจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของเด็กโดยให้ท าแบบสอบถามขณะที่มารอรับบริการที่แผนก คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 4. น าแบบสอบถามทั้ง 62 ชุดมาตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องและลงข้อมูลเพื่อเตรียมการวิเคราะห์ต่อไป 6.การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ประมวลผลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป ดังนี้ 1. ข้อมูลของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ท าการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการ แจกแจงความถี่และร้อยละค่าเฉลี่ยกรณีที่มีการกระจายแบบไม่ปกติใช้ค่ามัธยฐานและอินเนอร์ควอไทร์ 2. ข้อมูลของเด็กใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลโดยการแจกแจงความถี่และร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน กรณีที่มีการกระจายแบบไม่ปกติใช้ค่ามัธยฐานและอินเนอร์ควอไทร์ 3. ข้อมูลพัฒนาการเด็ก ท าการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่และร้อยละ 4. ข้อมูลการหาความสัมพันธ์ระหวางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ก ่ บพัฒนาการในเด็ก ั2-5 ปีที่ มารับบริการที่ แผนกคลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ โดยการใช้สถิติทดสอบไคสแคว์(Chi-square test) ก่อน ท าการวิเคราะห์ข้อมูลได้ท าการทดสอบข้อตกลงเบื้องต้นของการใช้สถิติไคสแคว์กรณีผานข้อทดสอบได้ใช้ ่ Chi-Square test กรณีไม่ผานข้อทดสอบเบื ่้องต้นใช้Yates’ Correction Chi-Square และFisher's Exact Test ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


20 บทที่4 ผลการวิจัย การศึกษาครั้งนี้เป็ นการศึกษาระยะเวลาที่ใช้สื่อผานหน้าจออิเลคทรอนิกส์ ่ เพียงอยางเดียวที่ส ่ ่งผลต่อการ พัฒนาการทางภาษาของเด็กช่วงอายุ2-5 ปี ล่าช้าหรือไม่ในเด็กและผู้ปกครอง 62 คู่โดยใช้แบบสอบถาม ผล การศึกษาได้น ามาวิเคราะห์และน าเสนอในรูปแบบแผนภูมิรูปภาพ และตารางประกอบการบรรยาย ดังนี้ ส่วนที่1 ข้อมูลส่วนตัวของเด็กประกอบด้วยเพศอายุความถี่ในการเข้าสังคม ความเจ็บป่ วยจนต้องเข้า โรงพยาบาลในอดีต และ พัฒนาการ ส่วนที่2 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก ประกอบด้วยระยะเวลาที่ใช้กบสื่อผ ั านหน้าจอ ่ช่วงอายุที่เริ่มใช้สื่อผาน่ หน้าจอความเหมาะสมของสื่อที่ดูผานหน้าจออิเล็ครอนิกส์ ่ ความรุนแรงของสื่อที่ดูผานหน้าจออิเล็ครอ ่ นิกส์การดูสื่อผานหน้าจออิเล็ครอนิกส์อยู ่ ในการควบคุมหรือไม ่ ่และเด็กที่พามาเคยได้รับการกระตุ้นการ พัฒนาทางภาษาโดยผู้ดูแลหรือไม่ ส่วนที่3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่น าเด็กอายุ2-5 ปี มาโรงพยาบาล ประกอบด้วยระดับการศึกษา รายรับ ความพึงพอใจหลังชีวิตสมรส การดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ขนาดและลักษณะของชุมชนที่อยูอาศัย ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


21 4.1 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก ตารางที่1 จ านวนร้อยละข้อมูลของกลุ่มตัวอยาง่ จ าแนกตาม เพศอายุความถี่ในการเข้าสังคม ความเจ็บป่ วยจนต้อง เข้าโรงพยาบาลในอดีต และ พัฒนาการ( n = 62 ) ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก จ านวน ร้อยละ เพศ ชาย 34 54.8 หญิง 28 45.2 อายุ 2-3 ปี 12 19.4 3-4 ปี 19 30.6 4-5 ปี 19 30.6 5 ปี 12 19.4 ความถี่ในการเช้าสังคม ทุกวัน 8 12.9 4 วัน/สัปดาห์ 13 21 3 วัน/สัปดาห์ 19 30.6 น้อยกวา ่ 2 วัน/สัปดาห์ 22 35.5 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


22 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก จ านวน ร้อยละ เข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าเคยมีประสบการณ์เจ็บป่ วยจนต้องนอนโรงพยาบาล ่ บ่อยครั้ง(มากกวา ่ 1 ครั้ง/ปี) ในอดีต ไม่เคย 58 93.5 เคย 4 6.5 เข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้ามีโรคที่ส ่่งผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา เช่น โรค ออทิสติก โรคเกี่ ยวกบการได้ยินบกพร ั ่อง เช่น หูหนวก ไม่มี 62 100 มี 0 0 การสื่อสารกบคนในครอบครัวของเด็กที่ท ั ่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ เป็ นอยางไรใน ่ 1 วัน มีตลอดวัน 24 38.7 มีบ้างถ้ามีโอกาส 34 54.7 ไม่มีตลอดวัน 4 6.5 พัฒนาการทางด้านภาษาตามอายุของเด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า อายุ 2-3 ปี แต่ยังไม่สามารถ พูดค าที่มีความหมาย 2ค า ต่อเนื่องกนได้ เช ั ่น กินข้าว 2 3.2 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


23 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก จ านวน ร้อยละ และพูดค าศัพท์ที่มี ความหมายน้อยกวา ่ 50 ค า อายุ 3-5 ปี แต่ไม่สามารถพูด เป็ นประโยคที่สมบูรณ์ หรือไม่สามารถสื่อสารได้รู้ เรื่องน้อยกวาร้อยละ ่ 50 11 17.7 อายุ 2-3 ปี สามารถเข้าใจ ประโยคค าถามหรือค าสั่ง สั้นๆ เข่น เอาหนังสือไปวาง ที่ชั้น พูดเป็ นประโยค 2-3 พยางค์ และ พูดค าศัพท์ได้ ประมาณ 500 ค าขึ้นไป 12 19.4 อายุ 3-4 ปี เข้าใจประโยคที่ ยาวขึ้น เช่น กินข้าวเสร็จ ก่อนค่อยดูการ์ตูนโดยเข้าใจ วา ใคร ่ ,ท าอะไร,ที่ไหน ,อยางไร เล ่ ่ากิจกรรมที่ โรงเรียนให้ฟังได้ และพูด เป็ นประโยคมากกวา ่ 4 พยางค์ 12 19.4 อายุ 4-5 ปี สนใจเรื่องเล่า สั้นๆและตอบค าถามง่ายๆได้ เข้าใจและได้ยินเกือบทุกค าที่ 25 40.3 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


24 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก จ านวน ร้อยละ ได้ยิน และ ลักษณะประโยค ที่พูดมีความยาวคล้ายผู้ใหญ่ ตารางที่ 4.1 ข้อมูลส่วนตัวของเด็ก กลุ่มตัวอยางเป็ นเพศ ่ ชายร้อยละ54.8 เพศหญิงร้อยละ45.2 มีอายุเฉลี่ย 3-5 ช่วงอายุที่มากที่สุดอยูระหว่าง่3-5 ปี การเข้าสังคม น้อยกวา่2 วัน/สัปดาห์มากที่สุดร้อยละ35.5 ประสบการณ์เจ็บป่ วย 58 ราย93.5 % ร้อยละ0 มีโรคที่ ส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา เช่น โรคออทิสติกโรคเกี่ ยวกบการได้ยินบกพร ั ่อง เช่น หูหนวกการสื่อสารกบั คนในครอบครัวเมื่อมีโอกาส มากที่สุดร้อยละ54.7 พัฒนาการทางด้านภาษาอายุ4-5ปีสนใจเรื่องเล่าสั้นๆและ ตอบค าถามง่ายๆได้เข้าใจและได้ยินเกือบทุกค าที่ได้ยิน และลักษณะประโยคที่พูดมีความยาวคล้ายผู้ใหญ่มากที่สุด ร้อยละ40.3 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


25 4.2 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก ตารางที่2 จ านวนร้อยละข้อมูลของกลุ่มตัวอยาง่ จ าแนกตาม ระยะเวลาที่ใช้กบสื่อผ ั านหน้าจอ ่ช่วงอายุที่เริ่มใช้สื่อ ผานหน้าจอ ่ ความเหมาะสมของสื่อที่ดูผานหน้าจออิเล็ครอนิกส์ ่ ความรุนแรงของสื่อที่ดูผานหน้าจออิเล็ครอนิกส์ ่ การดูสื่อผานหน้าจออิเล็ครอนิกส์อยู ่ ในการควบคุมหรือไม ่ ่และเด็กที่พามาเคยได้รับการกระตุ้นการพัฒนาทาง ภาษาโดยผู้ดูแลหรือไม่ ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก จ านวน ร้อยละ ระยะเวลาของเด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าใช้เวลาก ่ บสื่อผ ัาน่ หน้าจอ มากกวาเท่ ่ากบ ั 2 ชัวโมง ่ /วัน 22 35.5 น้อยกวา ่ 2 ชัวโมง ่ /วัน 40 64.5 เด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจรักษาโรคที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าเริ ่ ่มการใช้สื่อผานหน้าจอ ่ ตั้งเเต่อายุเท่าไหร่ 1 ปี 5 8.1 2 ปี 30 48.4 3 ปี 25 40.3 4 ปี 2 3.2 ประเภทของสื่อที่เด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจรักษาโรคที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าดูผ ่าน่ หน้าจอ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


26 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก จ านวน ร้อยละ สื่อที่เหมาะสมส าหรับเด็กอายุ น้อยกวา ่ 5 ปี 56 90.3 สื่อที่ไม่เหมาะสมส าหรับเด็ก อายุน้อยกวา ่ 5 ปี 6 9.7 ความรุนแรงของสื่อที่เด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าดูผ ่ านหน้าจอ ่ สื่อที่ไม่รุนแรง 45 72.6 สื่อที่มีความรุนแรง เช่น ละคร ที่มีฉากท าร้ายตัวเอง และ ผู้อื่น , เกมส์ที่ใช้การต่อสู้ใน การด าเนินเกมส์ , รายการที่มี การใช้ค าที่ไม่เหมาะสม จ าพวก ค าหยาบคาย หรือ รายการที่มีฉากกระท าช าเรา ผู้อื่นไม่วาจะยินยอมหรือไม ่ ่ก็ ตาม 17 27.4 เด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าดูสื่อผ ่ านหน้าจอโดยอยู ่ ในการ ่ ควบคุมของผู้ดูแล หรือ ดูสื่อผานหนาจอด้วยตัวของเอง ่ ผู้ปกครองควบคุมตลอดเวลา 12 19.4 ดูด้วยตนเองบางครั้ง 44 71.0 ไม่แน่ใจ 6 9.7 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


27 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก จ านวน ร้อยละ เด็กที่ท่านพามาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้าเคยได้รับการกระตุ้นการพัฒนาทาง ่ ภาษาโดยผู้ดูแลเช่น การเล่นถาม-ตอบ การเล่นการทายค าจากรูปภาพ การอ่านออกเสียงให้เด็กฟังเช่น เล่านิทาน ก่อนนอน เคย 55 88.7 ไม่เคย 4 6.5 ไม่แน่ใจ 3 4.8 ตาราง 4.2 ข้อมูลการใช้สื่อของเด็ก กลุ่มตัวอยางส่ ่วนมากใช้เวลากบสื่อมากกว ัา่2 ชัวโมง ่/วัน ร้อยละ64.5 โดยส่วนมากเป็ นเด็กายุ2 ปี ที่เริ่มใช้ สื่อผานหน้าจอ ่ ร้อยละ48.4 โดยสื่อที่เป็ นสื่อที่เหมาะส าหรับเด็กอายุน้อยกวา่5 ปีร้อยละ90.3 โดยจัดเป็ นสื่อไม่ รุนแรงร้อยละ72.6 โดยมีผู้ปกครองคอยดูแลเวลาใช้สื่อบางครั้งร้อยละ71 มากที่สุด โดยส่วนมากเป็ นเด็กที่เคยเข้า รับการกระตุ้นทางด้านพัฒนาการทางด้านภาษา ร้อยละ88.7 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


28 4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผ้ที่น าเด็กอายู ุ2-5 ปี มาโรงพยาบาล ตารางที่3 จ านวนร้อยละของกลุ่มตัวอยาง่ จ าแนกตาม ระดับการศึกษา รายรับ ความพึงพอใจหลังชีวิตสมรส การ ดูแลสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ขนาดและลักษณะของชุมชนที่อยูอาศัย ่ ข้อมูลส่วนบุคคลของผ้ที่น าเด็กู อายุ2-5ปี มาโรงพยาบาล จ านวน ร้อยละ ท่านมีความสัมพันธ์กบเด็กที่น ามาเข้ารับการตรวจที่คินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนั ั งเกล้าอย ่ างไร ่ มารดา 32 51.6 บิดา 13 21.0 ญาติ 10 16.1 พี่เลี้ยง 7 11.3 ระดับการศึกษาของผู้ดูแลที่น าเด็กอายุ 2-5 ปี ที่มาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ ต ่ากวาระดับมัธยมศึกษา ่ 1 1.6 มัธยมศึกษาตอนต้น 8 12.9 มัธยมศึกษาตอนปลาย 30 48.4 อนุปริญญา 0 0.0 ปริญญาตรี 19 30.6 สูงกวาปริญญาตรี ่ 4 6.5 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


29 ข้อมูลส่วนบุคคลของผ้ที่น าเด็กู อายุ2-5ปี มาโรงพยาบาล จ านวน ร้อยละ รายรับของครอบครัวของผู้ดูแลที่น าเด็กอายุ 2-5 ปี ที่มาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า น้อยกวา ่ 9,000 บาทต่อเดือน 2 3.2 9,001-15,000 บาทต่อเดือน 14 22.6 15,001-30,000 บาทต่อเดือน 21 33.9 มากกวา ่ 30,000 บาทต่อเดือน 25 40.3 ความพึงพอใจในชีวิตหลังสมรสของครอบครัวของผู้ดูแลที่น าเด็กอายุ 2-5 ปี ที่มาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพ เด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ พึงพอใจ 53 85.5 ไม่พึงพอใจ 3 4.8 ไม่แน่ใจ 6 9.7 ผู้ดูแลที่น าเด็กอายุ 2-5 ปี ที่มาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระนังเกล้ามีการดูแลสิ ่ ่งแวดล้อม ละแวกบ้านเป็ นอยางไร ่ ดูแลเป็ นอยางดี สะอาดเรียบร้อย ปลอด ่ โปร่ง เหมาะแก่การอยูอาศัย ่ 34 54.8 ดูแลดีพอสมควร 28 45.2 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


30 ข้อมูลส่วนบุคคลของผ้ที่น าเด็กู อายุ2-5ปี มาโรงพยาบาล จ านวน ร้อยละ ละเลยการดูแล บ้านมีกลิ่นอับ มีต้นไม้ และหญ้ารกทึบ มีแหล่งน ้าขัง 0 0.0 ไม่แน่ใจ 0 0.0 ลักษณะของชุมชนที่บ้านของผู้ดูแลที่น าเด็กอายุ 2-5 ปี ที่มาเข้ารับการตรวจที่คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลพระ นังเกล้าได้ตั ่ ้งอยู่ ชุมชนเมือง 49 79.0 ชุมชนชนบท 12 19.4 ไม่แน่ใจ 1 1.6 ท่านเห็นด้วยกบการจ าก ั ดจ านวนชั ั วโมงในการดูสื่อบนหน้าจอส าหรับเด็ก ่ /ลูกที่ท่านดูแลหรือไม่ เห็นด้วย 54 87.1 ไม่เห็นด้วย 8 12.9 ท่านคิดวาควรให้ เด็ก ่ /ลูก ที่อยูในความดูแลของท ่ ่าน ดูสื่อบนหน้าจอวันล่ะก ี่ชัวโมงถึงจะเหมาะสม ่ 1 ชัวโมง ่ 16 25.8 2 ชัวโมง ่ 27 43.5 3 ชัวโมง ่ 12 19.4 4 ชัวโมง ่ 7 11.3 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


31 4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่น าเด็กอายุ2-5 ปี มาโรงพยาบาล กลุ่มตัวอยางที่พาเด็กมาเข้ารับการตรวจส ่ ่วนมากเป็ นมารดาร้อยละ51.6 โดยมีนะดับการศึกษาอยูที่ ่ ร้อยละ48.4 โดยมีรายได้มากที่สุดอยูที่ ่มากกวา่30,000 บาทต่อเดือนร้อยละ40.3 โดยส่วนมากพึงพอใจในชีวิตหลังสมรสของ ตน ร้อยละ85.5 โดยส่วนมากคนที่าเด็กมาดูแลสภาพแวดล้อมบ้านเป็ นอยางดี ่ สะอาดเรียบร้อย ปลอดโปร่ง เหมาะสม ร้อยละ54.8 โดยส่วนมากเป็ นชุมชนเมือง ร้อยละ79 และส่วนมากเห็นด้วยการจ านวนชัวโมงในการูสื่อ ่ บนหน้าจอส าหรับเด็กร้อยละ87.1 และคิดวาชั ่ วโมงที่เหมาะสมในการดูสื่อคือ ่2 ชัวโม ่ งร้อยละ43.5 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


32 4.4 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่ดูสื่อผ่านหน้าจอกับพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าของ เด็ก ตาราง 4.4.1 ความสัมพันธ์ระหวางระยะเวลาที่ดูสื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหวางจ านวนชั ่ วโมงในการดูสื่อผ ่ านหน้าจอต ่ ่อวันและพัฒนาการภาษาที่ ล่าช้าของเด็ก ในเด็กที่ดูสื่อผานหน้าจอเป็ นระยะเวลาน้อยกว ่ า 2 ชั ่ วโมงต ่่อวัน พบวาร้อยล ่ ่ะ 86.4 มีพัฒนาการด้าน ภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 13.6 มีพัฒนาการด้านภาษาที่ล่าช้า ในขณะที่เด็กที่ดูสื่อผานหน้าจอเป็ นระยะเวลา2ชั ่ วโมง ่ หรือมากกวา ร้อยละ 75.0 มีพัฒนาการภาษาที่ปกติ และร้อยล ่ ่ะ 25.0 มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้า ตาราง 4.4.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางระยะเวลาที่ดูสื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากตารางค านวน ประเมินค่า relative risk ได้ 1.833 โดยมีค่า 95% Confidence Interval ที่ระหวาง 0.563 ่ และ 5.970 และมีค่า P-value > 0.05จึงสรุปได้วาความสัมพันธ์ดังกล ่ ่าวไม่มีความแตกต่างกนัอยางมี ่ นัยยะส าคัญ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


33 4.5 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอายุที่เริ่มดูสื่อผ่านหน้าจอกับพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าของเด็ก ตาราง 4.5.1 ความสัมพันธ์ระหวางอายุที่เริ ่่มดูสื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหวางอายุที่เริ ่่มดูสื่อผานหน้าจอและพัฒนาการภาษาที่ล ่ ่าช้าของเด็ก ในเด็กที่ เริ่มดูสื่อผานหน้าจอในช ่ ่วงอายุ 1-2 ปี พบวาร้อยล ่ ่ะ 74.3 มีพัฒนาการด้านภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 25.7 มีพัฒนาการ ด้านภาษาที่ล่าช้า ในขณะที่ในกลุ่มเด็กที่เริ่มดูสื่อผานหน้าจอในช ่ ่วงอายุ 3-4 ปี ร้อยละ 85.2 มีพัฒนาการภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 14.8 มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้า ตาราง 4.5.2 ประเมินค่า relative riskระหวาง่ อายุที่เริ่มดูสื่อผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากตารางค านวน ประเมินค่า relative risk ได้1.736 โดยมีค่า 95% Confidence Interval ที่ระหวาง 0.598 ่ และ 5.037 และมีค่า P-value > 0.05จึงสรุปได้วาความสัมพันธ์ดังกล ่ ่าวไม่มีความแตกต่างกนอยั างมี ่ นัยยะส าคัญ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


34 4.6 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการดูสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงผ่านหน้าจอกับพัฒนาการด้านภาษา ล่าช้าของเด็ก ตาราง 4.6.1 ความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอและพัฒนาการภาษาที่ล ่ ่าช้าของ เด็ก ในเด็กที่ดูสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงผานหน้าจอ พบว ่ าร้อยล ่ ่ะ 52.9 มีพัฒนาการด้านภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 47.1 มี พัฒนาการด้านภาษาที่ล่าช้า ในขณะที่ในกลุ่มเด็กที่ดูสื่อที่ไม่มีเนื้อหารุนแรงผานหน้าจอ พบว ่ าร้อยละ 88.9 มี ่ พัฒนาการภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 11.1 มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้า ตาราง 4.6.2 ประเมินค่า relative risk ระหวางการดูสื่อที่มีเนื ่้อหารุนแรงผานหน้าจอก ่ บพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากตารางค านวน ประเมินค่า relative risk ได้ 1.736 โดยมีค่า 95% Confidence Interval ที่ระหวาง 0.598 ่ และ 5.037 และมีค่า P-value > 0.05จึงสรุปได้วาความสัมพันธ์ดังกล ่ ่าวไม่มีความแตกต่างกนอยั างมี ่ นัยยะส าคัญ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


35 4.7 ผลประเมินความสัมพันธ์ระหว่างสถานะทางเศรษกิจของครอบครัวกับพัฒนาการด้านภาษาล่าช้า ของเด็ก ตาราง 4.7.1 ความสัมพันธ์ระหวาง่สถานะทางเศรษกิจของครอบครัวกบพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหวางสถานะทางเศรษก่ ิจของครอบครัวและพัฒนาการภาษาที่ล่าช้าของเด็ก ในเด็กที่มีสถานะทางเศรษกิจของครอบครัวต ่าพบวาร้อยล ่ ่ะ 0.0 มีพัฒนาการด้านภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 100.0 มี พัฒนาการด้านภาษาที่ล่าช้า ในกลุ่มเด็กที่มีสถานะทางเศรษกิจของครอบครัวสูง พบวาร้อยละ 81.7 มีพัฒนาการ ่ ภาษาที่ปกติ และร้อยล่ะ 18.3 มีพัฒนาการภาษาที่ล่าช้า ตาราง 4.7.2 ประเมินค่า relative riskระหวางสถานะทางเศรษก่ ิจของครอบครัวกบพัฒนาการด้านภาษาล ั ่าช้าของเด็ก จากตารางค านวน ประเมินค่า relative risk ได้ 5.455 โดยมีค่า 95% Confidence Interval ที่ระหวาง 3.198 ่ และ 9.304 และมีค่า P-value > 0.05จึงสรุปได้วาความสัมพันธ์ดังกล ่ ่าวไม่มีความแตกต่างกนอยั างมี ่ นัยยะส าคัญ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


36 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหวางการใช้สื่อผ ่ านหน้าจอก ่ บการพัฒนาการทางภาษาล ั ่าช้าในเด็กอายุ2-5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูล น าข้อมูลที่ได้มาปรับใช้กบหลักฐานทางการแพทย์อื่นๆ ั มาป้องกนปัจจัยที่ส ั ่งต่อ พัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้าในเด็กโดยแบ่งขั้นตอนการท างานเป็ นการออกแบบแบบสอบถามและการประเมินโดย กลุ่มประชากรตัวอยาง คือ ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลของเด็กช ่ ่วงอายุ 2-5 ปี ที่มารับบริการแผนก คลินิกสุขภาพเด็กดีของ โรงพยาบาลพระนังเกล้า จ านวน 62 คน ่ โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอยางตามความสะดวก่ โดยใช้แบบสอบถามเป็ น เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจโดยคณะผู้วิจัยน ามาสรุปและอภิปรายผล ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย ส่วนที่ 1 การใช้สื่อผ่านหน้าจอของเด็กอายุ2 -5 ปี ในคลินิกสุขภาพเด็กดี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัด นนทบุรี ระยะเวลาที่เด็กใช้สื่อผ่านหน้าจอ พบวา ระยะเวลาในการใช้สื่อ ่ผานหน้าจอ ่ของกลุ่มตัวอยาง่ ใช้เวลาน้อยกวา 2 ชั ่ วโมงต ่่อวัน คิดเป็ นร้อยละ 64.5 และ ใช้เวลามากกวา 2 ชั ่ วโมงต ่่อวัน คิดเป็ นร้อยละ 35.5 อาจจะด้วยกลุ่มตัวอยางส่ ่วนใหญ่มีผู้ปกครองประกอบอาชีพ รับจ้างท าให้ต้องใช้เวลาไปกบหารายได้ในการเลี ั้ยงดูครอบครัว ไม่มีเวลาในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้เต็มที่ สอดคล้องกบการศึกษาการรับชมโทรทัศน์ของเด็ก ั ปฐมวัยใช้เวลาเฉลี่ย 1-3 ชม./วัน (Mo-Suwan, 2013) ต่างจาก การศึกษาระยะเวลาในการเข้าถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในเด็กวัย 2-5 ปี เฉลี่ยในการดูโทรทัศน์ เพียง 1.9 ชม./วัน (Pluprokan, 2010) และจากผลการศึกษาที่ผานมาพบว่ าอาชีพมีผลต ่ ่อพัฒนาการของเด็ก โดยมารดาอาชีพรับ ราชการ มีโอกาสที่เด็กมีพัฒนา สมวัยมากกวามารดาที่มีอาชีพค้าขา ่ ย อาชีพรับจ้าง (Phatanapong, Boonsuwan & Thanajareanwat, 2014) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


37 ช่วงอายุที่เด็กเริ่มใช้สื่อผ่านหน้าจอ พบวา ช่ ่วงอายุของเด็กที่ผู้ปกครองเริ่มใช้สื่อผานหน้าจอเก ่ ือบร้อยล่ะ90 เริ่มให้เด็กใช้ตั้งแต่อายุมากกวา 2 ขวบ ่ แบ่งเป็ นเริ่มใช้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบและ 3 ขวบ คิดเป็ นร้อยละ 48.4 และ 40.3 ตามล าดับ ซึ่งเป็ นไปตามค าแนะน าของ กุมารแพทย์ที่แนะน าผู้ปกครองให้งดใช้หน้าจอทุกประเภท ในช่วงแรกเกิดถึง 2 ปี ลักษณะเนื้อหาของสื่อผ่านหน้าจอ ผลการวิจัย พบวากลุ่ ่มตัวอยางร้อยละ ่ 90.3 ดูสื่อผานหน้าจอ ่ เฉพาะประเภทที่มีเนื้อหาเหมาะสมกบั เด็กอยางเดียว ่ เช่น การ์ตูน สารคดี รายการเกี่ ยวกบศึกษาส าหรับเด็ก โฆษณาของเล ั ่น เกม เป็ นต้น ในขณะที่กลุ่ม ตัวอยางร้อยละ ่ 9.7 ดูสื่อผานหน้าจอ ่ ที่มีลักษณะเนื้อหาทุกประเภท โดยส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะดูสื่อผานหน้าจอ ่ ที่เป็ นสื่อส าหรับ ผู้ใหญ่โดยตรง ขณะดูจะมีเด็กอยูร่ ่วมด้วย อาจเนื่องจากผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่จบ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอน ปลายและปริญญาตรีอาจมีความรู้ในการเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมแก่เด็กมากขึ้น ซึ่งการศึกษาของ Yalcin et al., (2002) และ Lauricella, Wartella, and Rideout (2015) พบกวาปัจจัยที่ส ่ ่งผลต่อปริมาณการดูสื่อผานหน้าจอ ่ ของเด็ก เล็กคือ ปริมาณการดูสื่อผานหน้าจอของผู้ปกครอง ่ ซึ่งหากพอ่แม่ดูเป็ นเวลานานลูกก็จะดูโทรทัศน์เป็ นเวลานาน เช่นกนั ซึ่งแตกต่างจากจากศึกษาในครั้งนี้ การมีส่วนร่วมของผ้ปกครองขณะเด็กใช้สื่อูผ่านหน้าจอ ผลการวิจัยในครั้งนี้ พบวามีผู้ปกครองเพียงร้อยละ ่19.4 ที่อยูร่ ่วมกบเด็กตลอด มีการพูดคุย ั แนะน าและมีส่วนร่วม ในการเลือกสื่อผานหน้าจอ ่ ให้แก่เด็ก ในขณะที่ร้อยละ 71 ผู้ปกครองไม่ได้อยูร่ ่วมขณะเด็กใช้สื่อผานหน้าจอ ่และ ไม่ได้รับค าแนะน าจากผู้ปกครองเลย อาจเนื่องจากผู้ปกครองมีอาชีพรับจ้างค้าขาย ต้องใช้เวลาไปกบการท างานเพื่อ ั หารายได้มาเลี้ยงครอบครัว สอดคล้องกบการศึกษาปัจจัยที่มีผลต ั ่อ พัฒนาการเด็กที่พบวา มารดาที่มีอาชีพรับจ้าง ่ ต้องใช้เวลาไปกบการท างานท าให้ไม ั ่สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้เต็มที่ (Phatanapong, Boonsuwan & Thanajareanwat, 2014) ส่วนที่ 2 พัฒนาการด้านภาษาของเด็กอายุ2 -5 ปี ในคลินิกสุขภาพเด็กดี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัด นนทบุรี จากแบบสอบถามพัฒนาการ พบวากลุ่ ่มตัวอยาง ร้อย ่ละ 79.1 มีพัฒนาการด้านภาษาเหมาะสมตามวัย เนื่องจาก บริบทที่อยูอาศัยอยู ่ ในชุมชนเมือง เ ่ ศรษฐานะของครอบครัว รายได้เฉลี่ยมากกวา 15่ ,000 บาท ท าให้ชีวิตความ เป็ นอยูที่ดีกว ่า ่ เมื่อเทียบเคียงกบการศึกษาที่ผ ัานมาพบว่ าเด็กที่อยู ่ ในชุมช ่ นที่แออัดมีผลกบพัฒนาการของเด็ก ั ท าให้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


38 การด าเนินชีวิตแตกต่างจากเด็กในเขตชนบท และจากรายได้ของครอบครัวที่น้อย ท าให้ผู้ปกครองต้องคร าาเครียด ต่อการท าางาน (Phatanapong, Boonsuwan, & Thanajareanwat, 2014) 5.2 ข้อเสนอแนะ ผู้ที่เกี่ยวข้องกบการดูแลเด็กวัย ั 2-5 ปี โดยเฉพาะพอ แม่ ่ หรือผู้ปกครองรวมถึงบุคลากรของหน่วยงาน ภาครัฐ และ เอกชน ควรตระหนักถึงการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในเด็กวัย 2-5 ปีที่อาจมีผลกระทบต่อพัฒนาการเด็ก ผู้ปกครองควร ใช้เวลาท ากิจกรรมร่วมกบเด็ก โดยเฉพาะกลุ ั ่มผู้ปกครองที่ไม่ได้เลี้ยงดูบุตรเองควรบริหารเวลาและให้เวลากบบุตรั มากขึ้น เนื่องจากในวัยนี้ถือเป็ น Critical Period ส าหรับเด็กซึ่งหากผานไปแล้วจะกลับมาแก ่ ไขย้อนหลังไม ้ ่ได้ โดยเฉพาะพัฒนาการด้านเข้าใจภาษา รวมทั้งควรร่วมกนหาแนวทางในการส ั ่งเสริมให้เด็กวัย 2-5 ปี มีการใช้สื่อผา่น หน้าจออยางเหมาะสม่ 5.3 ข้อจ ากัดในงานวิจัย เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยเป็ นตัวแทนจากประชากรที่มาเข้ารับการตรวจสุขภาพในแผนกเด็กดีของ โรงพยาบาลพระนังเกล้า จึงอาจท าให้ข้อมูลและบทสรุปของโครงการผิดเพี ่ ้ยนไปจากความเป็ นจริงได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการท าแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมการวิจัยมีเสียงรบกวน และผู้คนมาก อาจท าให้ ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยไม่สามารถให้ความสนใจต่อแบบสอบถามได้อยางเต็มที่ ่ เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยต้องดูแลเด็กเล็กในขณะท าแบบสอบถาม อาจท าให้ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยไม่ สามารถให้ความสนใจต่อแบบสอบถามได้อยางเต็มที่ ่ ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยอาจขาดความสนใจในการท าแบบสอบถาม เนื่องจากเป้าหมายหลักของผู้เข้าร่วม โครงการวิจัยคือการมาใช้บริการตรวจสุขภาพในแผนกเด็กดีของโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


39 บรรณานุกรม บรรณานุกรมภาษาไทย 1. ตวงพร ชุมประเสริฐ , วันธณี วิรุฬห์พานิช และ พิสมัย วัฒนสิทธิ์,2562. ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์กับพัฒนาการเด็กอายุ 2-5 ปี. สงขลา:ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกดองค์กรปกครองส ั ่วนท้องถิ่น 2. ยุวดี พงษ์สาระนันทกุล,สุดาภรณ์ พยัคฆเรือง,2559.รูปแบบการสร้างเสริมพัฒนาการด้านภาษาแก่เด็กอายุ 2-4 ปี โดยบิดามารดาหรือผ้ดู ูแล: กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ 1. ลอว์เร็น เบ๊กเกอร์ (Lauren V. Becker), 2556 ผลของการดูสื่อจอแสงต่อการเรียนร้ค าูศัพท์ของเด็กเล็ก ในเด็ก อายุ 30 ถึง 36 เดือน โคโลราโด สหรัฐอเมริกา 2. แคทเทอรีน ฮันสัน (Katherine G. Hanson), 2560 อิทธิพลของการดูสื่อผ่านหน้าจอตั้งแต่ทารกต่อพัฒนาการ และการเรียนร้ของเด็ก ในเด็กอายู ุ 6 ถึง 9 ปี. 3. เมต้า วัน เดน ฮิวเวล, จูเลีย หม่า, คอร์นีเลีย บอร์คอฟ และคณะ (Meta van den Heuvel, Julia Ma, Cornelia M. Borkhoff, et al.), 2561 ความสัมพันธ์ระหว่างการดูสื่อผ่านโทรศัพท์มือถือและการพัฒนาการด้านภาษาและ ล่าช้าในเด็กอายุ 18 เดือน.โตรอนโต แคนาดา 4. เฮวัน บายอึน, เซมิ ฮอง (Haewon Byeon, Saemi Hong), 2558 ความสัมพันธ์ระหว่างการดูโทรทัศน์และ พัฒนาการด้านภาษาล่าช้าในเด็กเล็ก ในเด็กอายุ 2 ปี. เกาหลีใต้ 5. มารีย์ อีวานส์ ชะมิดท์, ไมเคล ริช, เชอริว ไรฟาส-ชิแมน และคณะ (Marie Evans Schmidt, Michael Rich, Sheryl L. Rifas-Shiman, et al.), 2557 ความสัมพันธ์ระหว่างการดูโทรทัศน์ของเด็กและทักษะด้านภาษาและ การเคลื่อนไหวประสานการมองเห็นเมื่ออายุ 3 ปี. รัฐแมสซาชูเซตส์ 6. เวโรนิกา ปอยทราส ้ , แคซซี่ เกรย์, แซน แจนส์เส้น และคณะ (Veronica J. Poitras, Casey E. Gray, Xanne Janssen, et al.), 2560 ความสัมพันธ์ระหว่างการพฤติกรรมเนือยนิ่งกับปัจจัยสุขภาพต่างในกล่มอายุ ุ 0 ถึง 4 ปี. 7. โรส อาร์เรียกา้, แลร์รี่ เฟนสัน, เทอร์รี่ โครนาน และคณะ (Rose I. Arriaga, Larry Fenson, Terry Cronan, et al.), 2541 พัฒนาด้านภาษาของเด็กทารกในครอบครัวรายได้ต ่ากับครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง. 8. จีซุน คิม, ซู-จิน คิม, แนม ฮี ดู (Jeesun Kim, Soo-Jin Kim, Nam Hee Do), 2561 ความสัมพันธ์ระหว่าง พัฒนาการด้านค าศัพท์ของเด็กอายุ 3 และ 7 ปี กับสถานะทางเศรษฐกิจ. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


40 ภาคผนวกก รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


Click to View FlipBook Version