พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ า
จุฬาโลกมหาราช เป็นพระมหา
กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ ๑ ในราชวงศ์
จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวัน
พุธ เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำ ปีมะโรง
อัฐศก เวลา ๓ ยาม ตรงกับวันที่
๒o มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙
ปราบดาภิเษกเป็ นปฐมกษัตริย์
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ ๖
เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕
นิ ร า ษ ร บ พ ม่ า ที่
ท่ า ดิ น แ ด ง
ความเป็ นมาของเรื่อง...นิ ราศรบพม่าที่ท่ าดิ นแดง
นิราศท่าดินแดง หรือ กลอนเพลงยาวนิราศ เรื่องรบพม่าที่
ท่าดินแดง เป็นกลอนเพลงยาวประเภทนิราศ พระราชนิพนธ์ใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระราช
นิพนธ์วรรณกรรมเรื่องนี้ขึ้นเมื่อคราวเสด็จกรีธาทัพหลวงพร้อม
ด้วยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ไปตีพม่าที่
ท่าดินแดง ปลายลําน้ำไทรโยค เมืองกาญจนบุรี เมื่อ
พ.ศ. ๒๓๒๙
คุ ณค่าของนิ ราศ ลั ก ษ ณ ะ คำ
ท่ าดิ นแดง ป ร ะ พั น ธ์
๑ . คุ ณ ค่ า ท า ง อั ก ษ ร ศ า ส ต ร์ ชื่อเรื่องหลัก “เพลงยาวนิราศ
เป็ นนิ ราศที่ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด รบพม่าที่ท่าดินแดง” คำ
ประพันธ์ นิราศ ฉันทลักษณ์
เ ข้ า ใ จ ง่ า ย
คือ กลอนนิราศวัตถุประสงค์
เพื่อ บันทึกเหตุการณ์ ,
๒ . คุ ณ ค่ า ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ บันทึกการเดินทาง
นิ ราศท่าดินแดง เป็ น
ว ร ร ณ ก ร ร ม ที่ แ ต่ ง ขึ้ น จ า ก
เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงและมี
พ ย า น จึ ง เ ชื่ อ ถื อ ไ ด้
อุณรุท
บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง
อุ ณ รุ ท
ประวั ติ ความเป็ นมา
เรื่องอุณรุทเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของไทย และเป็น
ที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่ปรากฏเป็น
วรรณกรรมลายลักษณ์ในปัจจุบันคือเรื่อง “อนิรุธคำฉันท์”
ของ ศรีปราชญ์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
อุณรุทร้อยเรื่องเป็ นกลอนบทละครที่แต่ง
ด้วยอารมณ์ขัน ไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้แต่งละคร
จริง ๆ กวีได้นำตัวละครร้อยกว่าชื่อจาก
วรรณคดีเรื่องต่าง ๆ มาร้อยโยงเป็ นเรื่อง
เดียวกัน โดยใช้สำนวนภาษาที่ไพเราะ เป็ น
ที่ รู้ จั ก แ ล ะ ท่ อ ง จำ กั น อ ย่ า ง แ พ ร่ ห ล า ย ใ น ยุ ค ที่
แ ต่ ง นั้ น
๑.คุ ณค่าในด้านเนื้ อเรื่อง คุ ณค่าทาง ๒.คุ ณค่าในด้าน
วรรณคดี วรรณศิ ลป์
บทละครเรื่องอุณรุ ท
มีโครงเรื่องและเนื้ อ เรื่อง การบรรยายและการ
เรื่องที่สนุ ก โครงเรื่อง
สำคัญเป็ นเรื่องพระ อุณรุ ท พรรณนามีความ
นารายณ์อวตาร พระ
ละเอียดชั ดเจน ทำให้
ไทรอุ้มสม เนื้ อเรื่อง เกิ ดจินตภาพ รวมทั้ง
สำคัญก็ คือ การปราบ อารมณ์และความรู้สึ ก
ของตั วละคร ผู้อ่ านเกิ ด
ท้าวกรุ งพาณ ความรู้สึ กและความ
นารายณ์อวตารสุ จิตรา
เกิ ดความเข้าใจในบท
ลงมาเกิ ด
ละครเป็ นอย่างดี
อิเหนา
บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง
อิ เ ห น า
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
เรื่องอิเหนามีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีเรื่องเล่า
กันว่าพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศคือเจ้าฟ้ าหญิง
นเ(จกา้อุาิงณเฟหข้้ฑาานหลหาแญลใิลหวงะงญกเุ่คจณ)้นาสฑนฟ่ี้ว้ลไานดทห้เเรญจล้ง่ิาางนฟน้มำิาทงเมคกาุ้งานฎกเุปรืฎัท่อนทรงหงรมไยงาีดแห้แนตรต่ื่างองงเเเรขืรป่้ื็ออานงหงบออิลิเทเหวหลงนนมะาคาาขรจ(ออเาิรืเงก่อหชปงันวตดาาตาเถลหา็วกนลาีั)งย
นตภ่อาลมัยาไใดน้ทสรมังยพรัรตะนรโากชสนิินพทนร์ธ์เพรื่รอะงบอิาเหทนสามเเปด็็นจพบรทะลพะุทคธรเสลำิศหหรัลบ้าใช้
แสดงละครรำ
ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
เรื่องอิเหนานี้ใช้ลักษณะการแต่งแบบกลอนบทละคร โดยมีลักษณะบังคับเหมือนกลอน
สุภาพ แต่วรรคแรกมักจะขึ้นด้วย เมื่อนั้น บัดนั้น มาจะกล่าวบทไป ฯลฯ เรียกว่าคำขึ้น
ต้น โดยคำว่า เมื่อนั้น ใช้กับตัเอกของเรื่องหรือตัวละครกษัตริย์ คำว่า บัดนั้น ใช้กับตัว
บทละครสามัญ หรือไม่สำคัญ และคำว่า มาจะกล่าวบทไป ใช้เมื่อขึ้นตอนใหม่ หรือ
ความใหม่ ทั้งนี้จำนวนคำในแต่ละวรรคจะมีไม่เท่ากัน เพราะจะต้องให้เหมาะสมกับท่า
รำและทำนองเพลง นอกจากนี้ต้องมีการกำหนดเพลงหน้าพาทย์สำหรับประกอบกิริยา
อาการของตัวละครด้วย เช่น เชิด เสมอ เชิดฉิ่ง กราวรำ ฯลฯ และเพลงสำหรับขับร้อง
เช่น ร่าย สมิงทรง ชมตลาด นางครวญ ฯลฯ พร้อมทั้งบอกจำนวนคำในบทน้นด้วย
คือ ๒ วรรคเป็น ๑ คำกลอน
การใช้คำและโวหาร เรื่อง คุ ณค่าด้านวรรณศิ ลป์
อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิ
งมีการใช้ภาษาที่สละสลวย
ให้อารมณ์อันลึกซึ้งกินใจ
อีกทั้งมีโวหารเปรียบเทียบ
ให้เห็นภาพพจน์ให้เกิด
ความรู้สึกสะเทือนอารมณ์
ที่สำคัญยังแฝงด้วยข้อคิดที่
มีคุณค่ายิ่งอีกมากมาย
กฎหมายตราสามดวง
กฎหมายตรา
สามดวง
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
กฎหมายตราสามดวง คือ ประมวลกฎหมายในรัชกาลที่ ๑ เนื่องจากพระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชำระกฎหมายเก่า ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ แล้วรวบรวมเป็น
ประมวลกฎหมายขึ้นเมื่อ จุลศักราช ๑๑๑๖ ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๔๗ โปรดให้เรียกว่า
“กฎหมายตราสามดวง” ให้อาลักษณ์ชุบเส้นหมึกสามชุด แต่ละชุดประทับตรา ๓
ดวง คือ ตราพระราชสีห์ (สำหรับตำแหน่งสมุหนายก) ตราพระคชสีห์ (สำหรับ
ตำแหน่งสมุหพระกลาโหม) และตราบัวแก้ว (สำหรับตำแหน่งโกษาธิบดีหมายถึง
พระคลังซึ่งต่อมารวมทั้งต่างประเทศ) ไว้ทุกเล่มเก็บไว้ ณ ห้องเครื่องชุดหนึ่ง หอ
หลวงชุดหนึ่ง และศาลหลวงอีกชุดหนึ่ง
แต่งเป้นร้อยแก้ว โดย ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
มีบาลีแทรกในตอนต้น
และมีภาษาโบราณ ตราพระราชสีห์ประจำตำแหน่ง ตราพระคชสีห์ประจำตำแหน่ง ตราบัวแก้วประจำตำแหน่ง
แทรก สมุหนายก สมุหพระกลาโหม กรมท่าโกษาธิบดี
ในส่วนที่สำคัญ
คุ ณ ค่ ณา ด้ศิาลนป์
วรร
คุณค่าทางภาษา วรรณกรรมคาสัตย์สาบานมี
คุณค่าทางด้านภาษาทั้งในเรื่องของโบราณิกศัพท์
และสานวนโวหาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้
ภาพพจน์อันก่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะทาให้
ตัวบทของวรรณกรรมคาสัตย์ สาบานใน
กฎหมายตราสามดวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ร า ม เ กี ย ร ติ์
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
“รามเกียรติ์” มีเค้าโครงจาก
ปสรวีัเานรศอหมริสษนณมากู่เยชเฤคดชีณาืดตย่อีวอะวิไเแ่ทนมทีาืต่่่เนยอดฤง่ีปมาขๅยึ้จารนษคะีืตะเัอวเ้มปงปา็ม็แานลนหตณภม่ทาีีส่ากรกิู๒ม้ษจัาัช๔ยกาพoาใยวoน์
โบราณ จากอิทธิพลของลัทธิ
พราหมณ์ฮินดู
บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง
ร า ม เ กี ย ร ติ์
....รามเกียรติ์
เ รื่ อ ง ย่ อเหตุเกิดเมื่อนนทกไปเกิดใหม่เป็นทศกัณฐ์มีสิบหน้ายี่สิบมือตามคำพระ
นารายณ์ก่อนนั้นเมื่อพระนารายณ์สังหารนนทกแล้ว ได้ไปขอพระอิศวรจะให้
เหล่าเทวดา และตนไปตามสังหารนนทกในชาติหน้า หลังจากนั้น ทหารเอกทั้ง
ห้า จึงเกิดตามกันไป ได้แก่ หนุมานเกิดจากเหล่าศาสตราวุธของพระอิศวรไป
อยู่ในครรภ์นางสวาหะ สุครีพ เกิดจากพระอาทิตย์แล้วโดนคำสาปฤๅษีที่เป็นพ่อ
ของนางสวาหะ องคต เป็นลูกของพาลีที่เป็นพี่ของสุครีพ ชมพูพาน เกิดจาก
การชุบเลี้ยงของพระอินทร์ นิลพัท เป็นลูกของพระกาฬ ฝ่ายพระรามและฝ่าย
ทศกัณฐ์ได้เกิดศึกชิงนางสีดา จนไพล่พลฝ่ายยักษ์ล้มตายเป็นจำนวนมาก และ
สุดท้าย ทศกัณฐ์เองก็ถูกพระรามฆ่าตายเช่นเดียวกัน
ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
ลักษณะคำประพันธ์เป็นกลอนบทละคร จุดประสงค์
ในการแต่ง เพื่อใช้เล่นละครในและใช้เป็นบทปลุกใจ
ประชาชนให้กล้าหาญ สอนศีลธรรมแก่ประชาชน
ที่มาของเรื่อง บทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์
ฉบับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก
มหาราช
คุ ณ ค่ า ด้ า น ว ร ร ณ ศิ ล ป์
๑ การดำเนินเรื่องได้รวดเร็ว
อย่างกระชับ แต่สามารถ
ทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึง
ลักษณะของตัวละครได้อย่าง
ชัดเจน ดังตัวอย่างตอนที่เปิด
เรื่องกล่าวถึงนนทกเพียง ๓
คำกลอน สามารถทำให้ผู้
อ่านรู้จักนนทกว่าทำ
เจ้าพระยาพระคลัง
(หน)
ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เกิดในแผ่นดินสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
สมัยอยุธยาตอนปลาย และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ
พ.ศ. ๒๓๔๘ ในแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในรัชสมัยสมเด็จ
พระเจ้ากรุงธนบุรี ได้รับราชการมีบรรดาศักด์
เป็นหลวงสรวิชิต นายด่านเมืองอุทัยธานี ต่อมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬา
โลกมหาราช ได้เลื่อนยศเป็น พระยาพิพัฒนโกษา
และ เจ้าพระยาพระคลัง
ร า ช า ธิ ร า ช
ร า ช า ธิ ร า ช
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า ร า ช า ธิ ร า ช . . .
ต้นฉบับของเรื่องราชาธิราชฉบับภาษาพม่ามาจากพงศาวดาร
ภาษามอญเรื่อง "พงศาวดารกรุงหงสาวดี" ("Hanthawaddy
Chronicle") และได้รับการแปลเป็นภาษาพม่าโดยพญาทะละ
เสนาบดีและกวีชาวมอญซึ่งรับราชการในอาณาจักรพม่าสมัย
ราชวงศ์ตองอู นับได้ว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับชาวมอญในดิน
แดนพม่าตอนล่างที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่หลงเหลืออยู่
เป็ นวรรณคดี ลั กษณะคำ ๑.คุ ณค่าด้าน
ร้อยแก้วแนว ประพั นธ์ วรรณศิ ลป์ มีการใช้
นิ ทานอิ ง แล
ะ สำนวนโวหารสู ง แม้
ประวั ติ ศาสตร์ คุ ณค่ าด้าน จะใช้ ประโยคยาวแต่
วรรณศิ ลป์ ใช้ ถ้อยคาภาษาและ
การเข้าประโยคที่
สละสลวย
๒. คุ ณค่าด้านสั งคม
ค่านิ ยม และความเชื่ อ
ก า กี คำ ก ล อ น
ก า กี คำ ก ล อ น
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
กากีคำกลอนเป็นวรรณคดีนิทานที่เจ้าพระยาพระคลัง
(หน) แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
โดยนำเรื่องมาจากนิบาตชาดก ขุททกนิกาย พระสุต
ตันปิฎกในพระไตรปิฎก ซึ่งมีชาดกเรื่องกากีปรากฏ
อยู่ ๓ เรื่องด้วยกันคือ กากาติชาดก สุสันธีชาดก และ
กุณาลชาดก
กลอนสุภาพ เป็นลักษณะ ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
คำประพันธ์ ที่เรียบเรียง
เข้าเป็นคณะ มีสัมผัสกัน
ตามลักษณะบัญญัติ เป็น
ชนิดๆ แต่ไม่มีบังคับ เอก
โท และครุลหุ
คุ ณค่ าด้ านวรรณศิ ลป์
ความเป็นเลิศทางกวีโวหาร มี
ผู้นำบทกลอนจากเรื่องนี้ไปขับร้อง
กันอย่างแพร่หลาย
สามก๊ก
ส า ม ก๊ ก
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า
กล่าวกันว่า เรื่องสามก๊กแต่เดิมเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังในประเทศจีน ครั้นถึงสมัย
ราชวงศ์ถัง (พ.ศ. ๑๑๖๑ – ๑๔๔๙) พวกงิ้วได้นำเรื่องสามก๊กมาแสดง ได้รับความนิยม
อย่างแพร่หลาย ต่อมาในสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ. ๑๘๒๐ – ๑๙๐๐ ตรงกับสมัย
สุโขทัย) และสมัยราชวงศ์ไต้เหม็ง (พ.ศ. ๑๙๑๑ – ๒๑๘๖) ได้มีการแต่งหนังสือโดยใช้
เรื่องพงศาวดารเป็นหลัก นักเขียนผู้หนึ่งชื่อล่อกวนตง ชาวเมืองฮั่งจิ๋ว ได้นำเรื่องสาม
ก๊กมาเขียนใหม่ เรียกว่า “สามก๊กจี่” มีความยาว ๑๒๐ ตอน ต่อมานักปราชญ์อีก ๒
ท่าน คือ เม่าจงกังกับกิมเสี่ยถ่าง ได้ช่วยกันแต่งคำอธิบายเพิ่มเติมและพิมพ์เรื่องสาม
ก๊กขึ้น เรื่องสามก๊กจึงแพร่หลายอย่างรวดเร็วภายในประเทศจีน ต่อมาได้มีการแปล
เป็นภาษาต่างๆรวมทั้งภาษาไทย ซึ่งเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้เป็นผู้อำนวยการ
การแปล เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๕
เ รื่ อ ง ย่ อ...สามก๊ ก
เรื่องสามก๊กเริ่มจากการปราบโจรโพกผ้าเหลืองในรัชกาลพระเจ้าเลนเต้ บุคคลสำคัญในขณะนั้น
ต่างแย่งชิงกันเป็นใหญ่ ทำศึกสงครามกันตลอดเวลา แม้แผ่นดินจะมีกษัตริย์ปกครอง แต่อำนาจ
ต่างๆ กลับตกอยู่ในมือหัวหน้าก๊กต่างๆ คือ โจโฉ ซุนกวน และเล่าปี่โจโฉ เป็นหัวหน้าก๊กชื่อ วุยก๊ก
เดิมรับราชการเป็นทหาร เคยรบชนะโจรโพกผ้าเหลืองและอาสาปราบตั๋งโต๊ะ แต่ไม่สำเร็จ เมื่อลิโป้
ฆ่าตั๋งโต๊ะ โจโฉได้ปราบพวกพ้องของตั๋งโต๊ะ และปราบหัวเมืองต่างๆ มากมาย แต่ไม่สามารถปราบ
ซุนกวนกับเล่าปีได้ซุนกวนเป็นเจ้าเมืองกังตั๋ง เป็นหัวหน้าก๊กชื่อ ง่อก๊ก ส่วนเล่าปี่เดิมเป็นคนยากจน
มีอาชีพทอเสื่อขาย และมีเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น เล่าปี่มีขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา และมีกวนอูเตียวหุยเป็นพี่
น้องร่วมสาบาน เล่าปี่เป็นหัวหน้าก๊กชื่อ จ๊กก๊ก ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเสฉวน
สามก๊กทำสงครามกันตลอดเวลา นานถึง ๑๑๑ ปี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนกระทั่งสุมาเจียว
อุปราชวุยก๊ก ปราบจ๊กก๊กได้ และสุมาเอี๋ยนปราบง่อก๊กได้ สามก๊กจึงรวมเป็นก๊กเดียว
ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์
เรื่องสามก๊กนี้ แต่งด้วยลักษณะคำประพัทธ์
ประเภทความเรียงร้องแก้ว โดยแปลจากภาษา
จีนมาเป็นภาษาไทยแล้วเรียบเรียงใหม่ ใช้
ประโยคกะทัดรัด ไม่มีศัพท์ยาก ภาษาไม่ซับซ้อน
การพรรณนาเด่นชัด
สามก๊ก คุ ณค่ าด้ าน
วรรณศิ ลป์
๑) การเลือกสรรคำ – การใช้ถ้อยคำและ
ประโยคกะทัดรัด ฟังรื่นหูไม่มีศัพท์ยาก
การดำเนินเรื่องไม่ยืดเยื้อ ทันใจผู้อ่าน
๒) การใช้กวีโวหาร (ภาพพจน์) –
โวหารดีที่สุดในกระบวนวรรณคดีร้อย
แก้ว บทอุปมาอุปไมยลึกซึ้งคมคายและ
เห็นข้อเทียบเคียงได้ชัดเจน บท
พรรณนาแจ่มชัดทุกตอน
พ ร ะ ธ ร ร ม ป รี ช า
( แ ก้ ว )
ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง
เป็นชาวเมืองพิจิตร ได้เข้ารับราชการในกรมพระ
อาลักษณ์สมัยธนบุรี ต่อมาได้รับพระราชทาน
บรรดาศักดิ์เป็นพระอาลักษณ์ ในพ.ศ. ๒๓๑๔ ได้โดย
เสด็จสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพหลวงไป
ปราบเมืองพุทไธมาศ (ฮาเตียน) และกรุงกัมพูชา
ต่อมาได้กราบถวายบังคมลาอุปสมบทที่วัดเจ้าขรัว
หงส์ (วัดหงส์รัตนาราม) ซึ่งเป็นสำนักศึกษาปริยัติ
ธรรมที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ภิกษุพระอาลักษณ์เป็น
ผู้มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระกรุณาโปรดให้
ดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่รัตนมุนี
ไ ต ร ภู มิ โ ล ก วิ นิ จ ฉั ย
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า . . . ไ ต ร ภู มิ โ ล ก วิ นิ จ ฉั ย
ไตรภูมิพระร่วง มีหลายชื่อเรียกได้แก่ "ไตรภูมิพระร่วง" "เตภูมิกถา" "ไตรภูมิกถา"
"ไตรภูมิโลกวินิจฉัย" และ "เตภูมิโลกวินิจฉัย"
เป็นวรรณกรรมศาสนาพุทธที่แต่งในสมัยสุโขทัยประมาณ พ.ศ. ๑๘๘๘ โดย
พระราชดำริในพระมหาธรรมราชาที่ ๑ รวบรวมจากคัมภีร์ในศาสนาพุทธ มี
เนื้อหาเกี่ยวกับโลกสัณฐาน ที่แบ่งเป็น ๓ ส่วน หรือ ไตรภูมิ ได้แก่ กามภูมิ รูป
ภูมิ และอรูปภูมิ วรรณคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คติความเชื่อของชาวไทย
เป็นจำนวนมาก เช่น นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด ทวีปทั้งสี่ (เช่น ชมพู
ทวีป ฯลฯ) กัป กลียุค วาระสุดท้ายของโลก พระศรีอริยเมตไตรย พระเจ้า
จักรพรรดิ
เ รื่ อ ง ย่ อ ...ไตวิรนิภูจมฉิัโยลก
ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถามุ่งจะอธิบายพระพุทธคุณในส่วนที่ได้ชื่อว่า “โลกวิทู” ซึ่งหมาย
ถึงการรู้โลกของพระพุทธองค์ ได้แก่ สังขารโลก สัตตโลก และโอกาสโลก โดยแสดง
ละเอียดเฉพาะส่วนที่เรียกว่า โอกาสโลก ซึ่งได้แก่แผ่นดิน จักรวาลเป็นที่อยู่อาศัยของ
สัตว์โลกทั้งปวง รวมถึงดวงอาทิตย์ดวงจันทร์เนื้อความของไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา
แบ่งออกเป็น ๘ ภาค คือ โอกาสวินาสโลกกถา โอกาสสัณฐาหนโลกกถา นิริยโลก
กถา เปตโลกกถา ติรัจฉานโลกกถา มนุสสโลกกถา เทวโลกกถา พรหมโลกกถา
แต่ งแบบ ลักษณะคำ คุ ณค่าด้านวรรณคดี
ร้อยแก้ว ประพันธ์ เป็ นความเรียงที่มี
เทศนา สั มผัสคล้องจอง มี
โวหาร และ ความเปรียบเทียบที่ให้
คุ ณค่าด้าน อารมณ์และเกิ ด
วรรณศิ ลป์ จินตภาพชั ดเจน เป็ น
ภาพพจน์ เชิ งอุปมาและ
ภาษาจินภาพ เห็ น
ความงดงามของภาษา
พ ร ะ เ ท พ โ ม ลี
( ก ลิ่ น )