The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tiwapron1974, 2021-08-29 05:29:18

E-book พัฒนาความคิดสร้างสรรค์เด็กวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์

คำนำ

แบบการนาเสนอกระบวนการและวิธกี ารปฏบิ ัติที่เป็นเลิศ(Best Practices) ระดับปฐมวัย
โรงเรียนได้ดาเนินงานตามแนวทางการประเมินผลงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้อานวยการ
โรงเรียน รองผู้อานวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน
ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียนเป็นอย่างดี จนประสบผลสาเร็จและสร้างความ พึงพอใจต่อนักเรียน
ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นอย่างมากหวังเปน็ อย่างย่งิ วา่ เอกสารรายงานฉบับนี้จะเปน็ แนวทางในการจัด
ประสบการณ์พัฒนาความคิดสร้างสรรค์สาหรับเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากข้าว
สาหรับเด็กปฐมวยั

ในการจัดทาแบบการนาเสนอกระบวนการและวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Practices)
ระดับปฐมวัย ครั้งนี้ ขอขอบคุณท่านผู้อานวยการโรงเรียน คณะครูและบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุก
ทา่ นทีร่ ่วมมอื ในการจัดทารายงานจนสาเร็จลงไดด้ ้วยดี

นางธวิ าพร ร่งุ แสง
โรงเรียนมลู นธิ ิวดั ศรอี บุ ลรตั นาราม

(ในพระอปุ ถมั ภส์ มเดจ็ พระเจา้ ลูกเธอเจ้าฟา้ อบุ ลรัตนราชกัญญา สริ วิ ัฒนาพรรณวด)ี

แบบการนาเสนอกระบวนการและวิธีการปฏบิ ตั ทิ ่ีเป็นเลศิ (Best Practices)

ระดับปฐมวยั

..................................................................................................

1. ช่ือผลงำน E-book พัฒนาความคิดสร้างสรรค์เดก็ วัยด้วยกจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์

จากขา้ ว ระดับปฐมวัย

2. ช่อื ผูน้ ำเสนอผลงำน นางธวิ าพร รงุ่ แสง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ

โรงเรียนมลู นิธวิ ัดศรอี ุบลรตั นาราม ตาบลในเมือง อาเภอเมือง จังหวัดอบุ ลราชธานี

สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

3. หลักกำรและเหตผุ ล/ควำมเปน็ มำ

เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่สาคัญที่สุดสาหรับพัฒนาการของชีวิตมนุษย์ เพราะสิ่งที่เด็ก
ได้รับ จากประสบการณ์และเรียนรู้ในช่วง 6 ปี แรกของชีวิตมีผลต่อการวางรากฐานที่สาคัญต่อ
บุคลิกภาพของเด็กที่จะเติบโตที่เป็นผู้ใหญ่ ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่สาคัญต่อการวางรากฐานของ
พฒั นาการทกุ ด้าน และโดยเฉพาะอย่างย่ิงการคดิ นั้นมีความจาเป็น ตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์เป็น
อยา่ งมาก ความเปน็ ปกติสขุ และการดาเนินชีวติ ท่ีประสบความสุข ในความสาเรจ็ เปน็ ผลมาจากการมี
ประสิทธิภาพของความคิด ซึ่งมีคุณค่าและมีความสาคัญอย่างยิ่ง ควรที่จะได้รับการส่งเสริมปลูกฝัง
ให้กับเด็ก เพื่อสร้างเสริมบุคลิกภาพความภาคภูมิใจ การกล้าแสดงออก และสามารถช่วยในการ
แก้ปัญหาต่างๆ ทงั้ ยงั เปน็ การส่งเสรมิ ให้เด็กได้คิดจินตนาการค้นคว้าทดลองเพื่อใหส้ ร้างสรรค์ผลงาน
ส่งิ แปลกใหม่รวมทงั้ เป็นพืน้ ฐานในการสง่ เสริมพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณจ์ ิตใจ สงั คม สตปิ ัญญา
ให้แก่เด็ก โดยบุคคลนั้นจะกระทาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมให้เจริญก้าวหน้าเพื่อ
เป็นกาลงั ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป (ศรแี พร จนั ทราภริ มย์ 2550 : 11) ความคิดสรา้ งสรรคเ์ ป็น
คณุ ลกั ษณะท่สี าคญั ทีค่ วรได้รบั การสง่ เสริม และปลูกฝงั เป็นอย่ายงิ่ ชว่ ยใหเ้ ด็กไดพ้ ฒั นาศักยภาพของ
ตนเองในการคิดการแก้ปัญหา สนใจต่อสิ่งรอบตัว และรู้จักแสวงหาคาตอบด้วยตนเอง มี
คุณประโยชนต์ ่อบคุ คลและสังคมคุณประโยชนท์ ีม่ ตี ่อตนเอง คอื ทาให้บคุ คลไดต้ ระหนักถงึ คุณค่าของ
ตนเอง มีความภูมิใจและเชื่อมั่นในตนเอง ทาให้เห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น ในส่วนของสังคม ผู้มี
ความคิดสร้างสรรค์ย่อมสามารถที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ขึ้น เพื่อสังคมก้าวหน้าในด้านต่างๆ สามารถ
แกป้ ญั หาและชว่ ยให้เกิดการพัฒนาไปในทางทด่ี แี ละถูกต้อง(นรสิ รา ปิตะระโค 2553 : 125)

การส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กปฐมวัยสามารถทาได้หลายวิธี เช่น
การจัดกิจกรรมประสบการณ์การสอน การฝึกฝนการทากิจกรรมศิลปะ การวาดภาพ การให้เด็กฟัง
นิทานเล่นเกม การฟังเพลง ปริศนาคาทาย การตั้งคาถามให้เด็กคิดคาตอบหลายๆ ทาง การให้เด็ก
เล่นของเล่นอย่างอิสระ หลักการสาคัญของวิธีการเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด จินตนาการ

2

แสวงหาคาตอบด้วยตนเอง และความสาคัญและลกั ษณะของสิ่งท่ีเอื้อต่อการสง่ เสริมความสามารถใน
การคิดสรา้ งสรรค์ของนักเรียนโดยกาหนดทักษะพ้ืนฐานท่ีจาเป็นต่อการส่งเสริมความสามารถในการ
คิดสร้างสรรค์ คือ การจิตนาการทางภาพและภาษา (Visual and Semantic Imagery) ความคิด
สร้างสรรค์ด้านนี้มีองค์ประกอบของกระบวนการทางสร้างสรรค์และเป็นส่วนประกอบของจิตสานึก
แห่งการสร้างสรรค์(Creative mind) ด้วยโดยเฉพาะในสภาวะสังคมปัจจุบันซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูล
ข่าวสารก็ยิ่งมีความจาเป็นนักเรียนต้องมีความสามารถในการรับรู้และจินตนาการในข้อมูลข่าวสาร
นั้นอย่างถูกต้อง การต่อเติมเสริมแต่ง (Embellishment or Elaboration) ซึ่งเป็นกระบวนการของ
ความร้สู ึกโดยสัญชาติญาณ (Intuitive Process) ผทู้ ม่ี ีความสามารถทางสร้างสรรค์อย่างสูงเท่าน้ันท่ี
จะแยกแยะความแตกต่างของการต่อเติมสร้างแต่งสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้อย่างมีคุณภาพ และการโยง
ความสัมพันธ์และการอุปมาอุปไมย (Associations and Analogies) เป็นความสามารถในการคิด
เช่อื มโยงเหตกุ ารณ์หรอื ปรากฏการณต์ า่ งๆทจี่ ะประสมเข้าด้วยกนั สามารถท่จี ะดัดแปลงสง่ิ ท่ีมีอยู่แล้ว
ให้เป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งความสามารถนี้เป็นองค์ประกอบที่สาคัญของ
ความสามารถทางสร้างสรรค์ของบุคคล Alabano (1987 : Abstract) ได้ทาการทดลองฝึกความคิด
สร้างสรรค์ภายใต้สมมติฐานว่า ความคิดสร้างสรรค์ประกอบด้วยทักษะทางสมอง 4 ประการ คือ
ทักษะ ด้านจินตนาการ (Imagery) ทักษะด้านอุปมาอุปไมย(Analogy) ทักษะด้านโยงความสัมพันธ์
(Association) และทักษะการเปล่ียนแปลงรูปได้ทดลองฝึกทักษะ 4 ประการนี้กับกลมุ่ ตัวอย่างทหาร
สังกัดหน่วยสื่อสารอิเล็คทรอนิคในรัฐนิวเจอร์ซีสหรัฐอเมริกา (U.S. Army Communication-
Electronics Command) จานวน 66 คนใชเ้ วลาในการฝึก 20 ชั่วโมงโดยใชแ้ บบความคิดสรา้ งสรรค์
ของทอร์แรนซ์ทั้งฉบับรูปภาพและภาษาเป็นเครื่องมือวัดความคิดสร้างสรรค์ผลการทดลองสรุปว่า
กลุ่ม ตัวอย่างมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นในด้านความคล่อง ความยดื หยุ่นและความรเิ ริ่ม (Stanish
1988 : 19-21)

การจัดกิจกรรมศิลปะไว้ในตารางประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กได้ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ
สังคม และสติปัญญา โดยให้เด็กได้มีโอกาสได้คิดสร้างสรรค์และแสดงความรู้สึกนึกคิดอออกมา
การแสดงของเด็กท่ีมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์มีความแตกต่างไปจากเด็กทั่วไปหรือแม้แต่ในกลุ่มของเด็กที่มี
ความคิดสร้างสรรค์เองก็แสดงออกแตกตา่ งกันบางคนกล้าที่จะแสดงออกอย่างอิสระไม่ตอ้ งการสิ่งเรา้
หรือแรงกระตุ้นจากบุคคลอื่นมากนัก แต่บางคนต้องการบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองเพื่อเป็นแรง
เสริมให้เกิดความเชื่อมั่นและกล้าแสดงออก เด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในประเภทหลังนี้และมีส่วนหนึ่งไม่มี
โอกาสพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตลอดชีวิต (Lugo & Hershey 1989 : 67) ได้รวบรวมลักษณะของ
คนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงไว้ดังนี้ ชอบสิ่งแปลกใหม่ มีความมั่นใจในตัวเอง มีความเปิดกว้างที่จะ
เปิดรับสถานการณ์ใหม่ มีความอดทน มีอารมณ์ขัน และไม่ตึงเครียด (Rice 1970 : 69) ผู้มีความคิด
สร้างสรรค์เป็นผู้มีไหวพริบ มีความสามารถในการประยุกต์มีการตอบสนองที่แสดงออกถึงความคิด
ริเริ่ม มีอิสระในการคิดและการแสดงออก และสนใจที่จะรับประสบการณ์ต่างๆและสังเคราะห์สิ่งที่

3

ได้พบ (ประพิมพ์พักตร์ พละพงศ์2550 : 23) กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์

และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีจุดมุ่งหมายให้เด็กทางาน เพื่อความ

สวยงามเหมือนจริง หรือเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่เป็นการพัฒนาเด็กในด้านสติปัญญา

ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ทาให้เด็กมีเหตุผล

กล้าคิด กล้าตัดสินใจ รู้จักสังเกต รวมทั้งสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี กิจกรรมศิลปะ

สร้างสรรค์มีความสาคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย

กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สามารถส่งเสริมพัฒนาการการเคลื่อนไหวของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย

โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้านอารมณ์-จิตใจ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ความคับข้องใจ

ด้านสังคม ทาให้เด็กกล้าคิดกล้าทา ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี สร้างความ

เชื่อมั่นและพึงพอใจในตนเอง และนอกจากนี้ด้านสติปัญญา ส่งเสริมกระบวนการทางความคิด

สรา้ งสรรคโ์ ดยถ่ายทอดเป็นผลงานศลิ ปะ (กิตยิ า เก้าเอีย้ น 2551 : 45) 4

โรงเรยี นมลู นิธิวดั ศรีอบุ ลรตั นาราม (ในพระอปุ ถมั ภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจา้ ฟา้ อบุ ลรัตนราชกัญญา สริ วิ ัฒนาพรรณวด)ี
เป็นโรงเรียนสงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 1 จัดการเรียนการ
ในต้งั แต่ระดับปฐมวัยถงึ ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 การจัดประสบการณเ์ รยี นรู้ ในระดับชั้นปฐมวัย
เป็นช้นั เร่ิมต้นในการจัดการศึกษาได้มกี ารจัดการประสบการเรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย การส่งเสริม
ความคิดสร้างสรรคเ์ ป็นกระบวนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้ทีส่ ่งเสริมให้เดก็ คดิ เป็น แก้ปัญหาเป็น จงึ
ไดก้ าหนดให้ครูจดั กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรคใ์ ห้กับเด็กทกุ วัน ซงึ่ ทาให้ครจู าเป็นต้อง พัฒนาคณุ ภาพ
การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรคอ์ ยูเ่ สมอ แต่เน่ืองจากครูปฐมวยั แต่ละคนมปี ระสบการณ์ทางศลิ ปะ
แตกตา่ งกัน ทาให้การจัดกจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์มีรปู แบบทีห่ ลากหลาย จากการนเิ ทศการสอนพบ
วา่ ครบู างคนจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรคไ์ ด้แปลกใหม่และนา่ สนใจอย่เู สมอ ครูบางคนจดั กิจกรรม
ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ทย่ี ังยึดตดิ รูปแบบเดมิ และทากิจกรรชา้ ๆ ครูบางคนจัด กิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์
ดว้ ยการเตรยี มงานอยา่ งดีแต่เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กปฏิบัติดว้ ยตนเองนอ้ ย ครบู างคนละเลยและมองขา้ ม
ความสาคัญในการจัดกจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์ เพราะขาดความมัน่ ใจ ในการปฏบิ ัติกิจกรรมศิลปะ
แสดงใหเ้ ห็นว่า ครูปฐมวัยทุกคนมคี วามรูใ้ นเรอื่ งการจดั กจิ กรรมศลิ ปะ สร้างสรรค์แต่ไม่ลึกและกวา้ ง
บางคนมีความรูม้ าก บางคนมคี วามรูน้ ้อย บางคนมคี วามรู้อยู่ในตน แต่ ไม่สามารถนามาถา่ ยทอดให้
เพื่อนครูได้ซึ่งอาจเปน็ เพราะว่าครูปฐมวัยยังขาดทักษะในการจดั กิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ในดา้ น
ความรู้พ้นื ฐาน และวธิ กี ารในการจดั กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรคก์ ารเรียนรู้ แนวทางใหมส่ าหรบั เดก็
ปฐมวัย เน้นใหเ้ ด็กไดร้ บั ประสบการณก์ ารเรียนรู้อย่างเปน็ กระบวนการ เพื่อ พัฒนากระบวนการคดิ
การใช้ภาษา การแสดงออกอยา่ งสร้างสรรคค์ วามเชื่อมน่ั และมีความรู้สกึ ที่ดี ตอ่ ตนเองสูง (อญั ชลี
ไสยวรรณ 2552 : 3) ซ่งึ กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์สามารถเชือ่ มโยงการเรยี นรู้ ต่างๆ เหล่านเ้ี ขา้
ไดเ้ ปน็ อย่างดจี ึงกลา่ วไดว้ ่า กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์เป็นกิจกรรมหน่งึ ในการ จัดกิจกรรมแต่ละวันทมี่ ี
ความสาคญั อยา่ งยิง่ กับเด็กปฐมวัย ครคู วรจัดกจิ กรรมใหเ้ ด็กมปี ระสบการณ์ ตรง และฝึกปฏิบตั ดิ ว้ ย

วธิ กี ารที่หลากหลาย การจดั ประสบการณ์ให้กบั เด็กปฐมวัยอยา่ งถูกต้อง เหมาะสม จะช่วยให้เด็ก
พฒั นาทกุ ๆ ดา้ นได้ดี(พรรณชี ูทยั เจนจติ 2550 : 90)

จากความสาคญั และสภาพปญั หาดงั กล่าว จงึ มคี วามสนใจท่จี ะศึกษาการพัฒนา ความคิด
สร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากข้าว ระดับปฐมวัย เพื่อให้เด็กเกิด
จินตนาการและส่งเสริมพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ตลอดจนมีการพัฒนา ด้าน
สติปญั ญาในเรอื่ งของความคดิ และความเขา้ ใจอย่างงา่ ย จากการทากิจกรรมศิลปะจากข้าว

4. วัตถปุ ระสงค์

1. เพื่อการพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ของเด็กปฐมวยั ดว้ ยกิจกรรมศลิ ปะสร้างสรรค์จาก
ข้าว ระดับปฐมวยั

2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
จาก ขา้ ว ระดับปฐมวยั กอ่ นและหลังเรียนดว้ ยกจิ กรรมศลิ ปะจากข้าว

5. กล่มุ ป้ำหมำย

นกั เรียนปฐมวยั ระดบั ปฐมวยั จานวน 30 คน

6.นวัตกรรม

กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์เด็กปฐมวัยดว้ ยจากข้าว

7.เครอ่ื งมือ
กจิ กรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์

แบบันทึกกำรสังเกต

8. แนวคิด/ทฤษฎที ่เี ก่ียวข้อง แนวคดิ ของ วลิ เลียมส์

9. กระบวนกำรจดั กจิ กรรม/วธิ ีดำเนินกำร

ในการสอนโดยใช้การจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้คู่มือการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ของเด็กปฐมวยั ด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จากข้าว ระดับชั้นอนบุ าลปีท่ี 1-3 ซึ่งดาเนนิ การ ตาม
ข้นั ตอนดังนี้

5

1. ศกึ ษาหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 และคมู่ ือการใชห้ ลักสูตร ในเร่ือง
ต่าง ๆ ได้แก่ มาตรฐานและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยคุณลักษณะตามวัยของเด็ก
ปฐมวัย สาระการเรียนรู้ขอบข่ายของกิจกรรมที่จัดให้กับเด็ก และพบว่ากิจกรรมสร้างสรรค์เป็น
กจิ กรรมที่เก่ียวกบั งานศลิ ปะต่างๆ

2. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม พุทธศักราช 2564 โดย
ครูได้ออกแบบการจัดกิจกรรม สร้างสรรค์ ตามหน่วยการเรียนรู้ต่างๆ ตามแผนการจัดประสบการณ์
ของชั้นอนุบาลปที ่ี 1-3 จานวน 40 หนว่ ยการเรียน

3. นาแบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ ไปทาการทดสอบกับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่
1-3 จานวน 30 คน ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นมูลนธิ ิวดั ศรีอุบลรัตนาราม (ในพระอุปถัมภส์ มเดจ็ พระเจ้าลูก
เธอเจ้าฟา้ อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) ก่อนทาการสอนด้วยคู่มือการจัดกิจกรรม ความคิดสร้างสรรค์
ของเด็กปฐมวัย ด้วยกิจกรรมศิลปะจากข้าว สาหรับชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 ตรวจให้คะแนน แล้วเก็บ
ขอ้ มลู ไว้

4. ก่อนดาเนินการทดลอง แนะนาชี้แจงให้เด็กนักเรียนทราบจุดประสงค์ในการวิจัย
วธิ ีการ เรียนวา่ ตอ้ งเรยี นเน้อื หาใหเ้ ขา้ ใจก่อน แล้วใหเ้ ด็กนกั เรยี นทากจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์จากข้าว
รายบคุ คล

5. ดาเนินการทดลองตามกระบวนการที่ออกแบบไว้ คือ สอนตามแผนจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ โดยสอนเนอ้ื หาก่อน 30 นาทแี ล้วให้เดก็ ทากจิ กรรม 30 นาที ในการสอนแตล่ ะครง้ั จนครบ
ทง้ั 12 กิจกรรม จานวน รวม 12 ชวั่ โมง ตรวจใหค้ ะแนนบนั ทกึ ผลไว้แล้วแจง้ ผลใหเ้ ดก็ ทราบ

5. เม่ือดาเนินการทดลองตามกระบวนการท่ีไดอ้ อกแบบไว้ และสิน้ สุดการทดลอง ได้นา
แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ไปทาการทดสอบหลงั เรยี นอีกคร้งั แล้วตรวจให้คะแนนเก็บ ข้อมูล
ไว้

10.แผนกำรดำเนนิ งำน/ระยะเวลำในกำรดำเนนิ งำน

ปีการศกึ ษา 2564

11. ผลกำรดำเนนิ งำน

ผลที่เกดิ กบั ผู้เรยี น
1. การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรคข์ องเดก็ ปฐมวัยด้วยกิจกรรมศิลปะสรา้ งสรรค์จาก ขา้ ว
ระดับช้ันอนบุ าลปีที่ 1-3 มปี ระสทิ ธภิ าพมีพฒั นาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์
2. นักเรียนสามารถทางานร่วมกบั ผู้อนื่ ได้เป็นอย่างดี

6

3. นกั เรยี นมคี วามคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ สามารถสรา้ งช้นิ งาน สร้างสรรคง์ านศิลปะจากข้าว
แสดงต่อสาธารณชนได้

ผลทเ่ี กดิ กับครู
1. ครมู ีความรูค้ วามเข้าใจ และตระหนักในการพฒั นาคณุ ภาพนกั เรียน ตามมาตรฐานและ
พฒั นาตนเองสู่ครูมืออาชีพ
2. ครูได้พัฒนาความรแู้ ละทกั ษะการจดั การเรียนการสอนเพิ่มขน้ึ ทงั้ ดา้ นปริมาณและคุณภาพ
ผลทเ่ี กดิ กบั โรงเรยี น
โรงเรยี นได้รับความไว้วางใจในการส่งบุตรหลานมาเข้าเรยี น
ผลท่ีเกดิ กับชุมชน
ชมุ ชนมีความมั่นใจต่อการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียน ชมุ ชนมคี วามภาคภูมใิ จ ศรัทธา
ตอ่ โรงเรยี น และสนับสนนุ โรงเรียนมากขึ้น

12.ปจั จยั ควำมสำเรจ็

1. ผูบ้ รหิ ารมีให้ความสาคัญสนับสนุนในการดาเนินกิจกรรม
2. เด็กๆใหค้ วามรว่ มมือเป็นอย่างดีในการร่วมกจิ กรรมเกดิ ความสนกุ สนานกับกจิ กรรมการ
จดั
ประสบการณ์การเรียนรู้
3. ผปู้ กครองให้การรว่ มมือสนับสนนุ ในการจดั หาสือ่ เพ่ือใช้ในการจัดกิจกรรม
4. มกี ารประเมินพฒั นาการและปรับปรุงผลการทางานเพื่อบรรลเุ ป้าหมายอยา่ งต่อเน่ือง
13.บทเรียนท่ไี ดร้ บั
1. เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลไดร้ ับประสบการณ์;ตรงและมีวนิ ัยในตนเองมากขึ้น
2. เด็กมีความคิดสร้างสรรคส์ ามารถสรุปองค์ความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง
3. เด็กมคี วามมน่ั ใจในการทางานและทางานร่วมกบั ผู้อ่นื ได้
4. เด็กภาคภมู ใิ จในผลงานของตนเอง

13.ขอ้ เสนอแนะในกำรพัฒนำต่อไป

การจัดกิจกรรมเน้นใหน้ ักเรียนอนุบาลไดป้ ฏบิ ัติดว้ ยตนเองทุกๆ กจิ กรรม และคิดรูปแบบกิจกรรมท่ี
นา่ สนใจ ให้เดก็ อยากเรียนรแู้ ละอยากทากิจกรรมมากข้นึ และเด็กเกิดความสุข สนกุ สนานกบั การทา
กจิ กรรมศิลปะสรา้ งสรรค์

ภาคผนวก

8

ผลการปฏิบตั ิงาน สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความเปล่ียนแปลง ผลงาน/ชนิ ้ งาน ของ
ผ้เู รียน ท่ีปรากฏ เป็นหลกั ฐาน/ร่องรอย

9

ผลการปฏิบตั ิงาน สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความเปล่ียนแปลง ผลงาน/ชนิ ้ งาน ของ
ผ้เู รียน ท่ีปรากฏ เป็นหลกั ฐาน/ร่องรอย

10

ผลการปฏิบตั ิงาน สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความเปล่ียนแปลง ผลงาน/ชนิ ้ งาน ของ
ผ้เู รียน ท่ีปรากฏ เป็นหลกั ฐาน/ร่องรอย

11

ผลการปฏบิ ตั ิงาน สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความเปลี่ยนแปลง ผลงาน/ชนิ ้ งาน ของผ้เู รียน
ที่ปรากฏ เป็นหลกั ฐาน/ร่องรอย

12

ผลการปฏิบตั งิ าน สง่ ผลตอ่ การพฒั นาความเปล่ียนแปลง ผลงาน/ชนิ ้ งาน ของ

ผ้เู รียน ที่ปรากฏ เป็นหลกั ฐาน/ร่องรอย

แบบการนาเสนอกระบวนการและวิธีการปฏบิ ตั ทิ ่ีเป็ นเลศิ
ระดบั ปฐมวัย

คู่มอื การจดั กจิ กรรมสร้างสรรค์ของเดก็ ปฐมวัย
ด้วยกจิ กรรมศลิ ปะจากข้าวสาหรับชัน้ ปฐมวัย

จัดทาโดย
นางธิวาพร รุ่งแสง
ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรียนมูลนิธิวดั ศรีอุบลรัตนาราม
ตาบลในเมือง อาเภอเมือง จงั หวดั อุบลราชธานี

สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

คานา

คู่มือกิจกรรมสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมศิลปะจากข้าวสาหรับเด็กปฐมวัย จัดทาขึ้นก็เพื่อ
พัฒนาการจดั ประสบการณ์โดยใชส้ ่ือที่เนน้ เด็กเปน็ สาคัญผจู้ ัดทาได้ใชป้ ระสบการณ์ในการจัดกิจกรรม
การศึกษาค้นคว้ารวบรวมจากคู่มือเอกสารประกอบการจัดประสบการณ์วารสารต่างๆแล้วนา มา
ปรับปรุงให้สอดคล้องกับแผนการจัดประสบการณ์เพื่อใช้ในการจัดทา คู่มือกิจกรรมสร้างสรรค์ด้วย
กจิ กรรมศลิ ปะจากขา้ วสาหรบั เด็กปฐมวัย ระดับชนั้ อนบุ าล

คมู่ ือกิจกรรมสรา้ งสรรคด์ ว้ ยกิจกรรมศลิ ปะจากขา้ ว สาหรบั เด็กปฐมวยั ระดบั ช้ันอนุบาล
เปน็ นวัตกรรมทปี่ ระกอบ ด้วยกจิ กรรมทัง้ หมด12กจิ กรรมดังน้ี 1)กิจกรรมเรยี งข้าว 2)กิจกรรมพับเมล็ด
ข้าว 3)กิจกรรมตกแต่งเมล็ดข้าวบนกระดาษทากาว 4)กิจกรรมต่อเติมภาพด้วยเมล็ดข้าว 5)กิจกรรม
วาดภาพด้วยเมล็ดข้าว 6)กิจกรรมศิลปะข้าวโดยวงยาง 7)กิจกรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยช้อน 8)กิจกรรม
โรยเมล็ดข้าวดว้ ยใบไม้ 9)กิจกรรมโรยเมล็ดขา้ วด้วยหลอด 10)กิจกรรมฝนสีจากเมล็ดข้าว 11)กิจกรรม
ศิลปะจากเมล็ดข้าว 12)กิจกรรมปั้นข้าวซึ่งในแต่ละกิจกรรมประกอบด้วย จุดประสงค์ สื่ออุปกรณ์
ขั้นตอนการดาเนินกิจกรรม การประเมินผลประโยชน์ที่เด็กจะได้รับมีความหลากหลายที่ครูผู้สอน
สามารถนา ไปใช้ได้จริงในการจัดประสบการณ์ประจาวัน ซึ่งจะทาให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย
(กลา้ มเนือ้ มือ ) อารมณ์ –จิตใจสงั คม และสติปัญญา

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการจัดกิจกรรมเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่เด็ก
ครูผู้สอนและผู้ที่สนใจทุกท่าน ที่จะนาไปใช้ในการจัดประสบการณ์สาหรับเด็กปฐมวัยให้มี
ประสทิ ธิภาพย่งิ ข้นึ

นางธิวาพร รงุ่ แสง
สำยชน้ั ปฐมวยั

โรงเรยี นมูลนธิ วิ ดั ศรีอบุ ลรัตนำรำม

สารบญั หนำ้

เรอื่ ง ข
คานา 1
สารบญั 6
กิจกรรมเรยี งข้าว 11
กจิ กรรมพับเมลด็ ข้าว 16
กจิ กรรมตกแต่งเมล็ดข้าวบนกระดาษทากาว 22
กจิ กรรมต่อเติมภาพด้วยเมล็ดข้าว 28
กิจกรรมวาดภาพด้วยเมล็ดขา้ ว 34
กิจกรรมศิลปะขา้ วโดยวงยาง 40
กิจกรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยช้อน 46
กจิ กรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยใบไม้ 52
กิจกรรมโรยเมล็ดข้าวดว้ ยหลอด 58
กิจกรรมฝนสีจากเมล็ดข้าว 64
กิจกรรมศลิ ปะจากเมล็ดขา้ ว
กิจกรรมปน้ั ข้าว
บรรณานกุ รม

1

กจิ กรรมเรียงข้าว



2

กจิ กรรมเรียงข้าว

จุดประสงค์

1. เพอื่ พัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2. เพอื่ พฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมีคิดคล่อง
3. เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดยดึ หยนุ่
4. เพอ่ื พัฒนาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครูรว่ มกันสนทนาวา่ เราจะทา กจิ กรรมเรียงข้าวรวมท้ัง สนทนาเก่ียวกับส่อื
อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่เมล็ดขา้ ว กระดาษ กาว ไม้จิม้ ฟัน

2. เด็กทากิจกรรมเรียงข้าวโดยการขีดเสน้ เป็นรปู ร่างต่าง ๆ แล้วนากาวไปทาตามเสน้ ที่
วาด จากนัน้ นาเมล็ดขา้ วมาวางเรยี งตามเสน้ ท่ีทากาว โดยใชไ้ ม้จมิ้ ฟนั ในการเกลี่ย
เมลด็ ขา้ วให้ได้รูปสวยงาม แลว้ ตกแตง่ ตามความคิดและจินตนาการ

3. ระหว่างทากจิ กรรมครูคอยสงั เกตพฤติกรรมและกาชบั เรอ่ื งความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทเ่ี สรจ็ แลว้ มาส่งพรอ้ มเล่าเกย่ี วกบั ผลงานของตนเอง
5. เด็กช่วยกันเกบ็ อปุ กรณใ์ ห้เรียบรอ้ ยแล้วล้างมอื ให้สะอาด

3

อุปกรณ์

ขำ้ วสำรหรือข้ำวเปลือก กำว

กระดำษ ไม้จ้มิ ฟนั

ประโยชนท์ ีผ่ ู้เรียนไดร้ ับ

1. พฒั นาความสามารถของกล้ามเน้ือมือ
2. พัฒนาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมือกบั สายตา
3. พฒั นาความคดิ ริเร่ิม สร้างสรรค์
4. พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกบั ผลงานที่ตนเองทา

4

กิจกรรมพบั เมลด็ ข้าว

5

กจิ กรรมพับเมลด็ ข้าว

จุดประสงค์

1. เพอื่ พัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์
2. เพือ่ พฒั นาให้ผเู้ รยี นมีคิดคล่อง
3. เพอ่ื พัฒนาใหผ้ ูเ้ รยี นมีความคิดยดึ หยนุ่
4. เพอ่ื พฒั นาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาว่าเราจะทากิจกรรมพับเมลด็ ข้าวรวมทงั้ สนทนาเกย่ี วกบั สื่อ
อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่เมลด็ ข้าว กระดาษ กาว

2. เด็กทากิจกรรมพับเมลด็ ขา้ วโดยพบั กระดาษเปน็ สองสว่ นเท่าๆ กนั จากน้ันทากาวลง
บนกระดาษทั้งสองสว่ น หลงั จากนนั้ โรยเมล็ดข้าวลงกระดาษท่ีทากาวด้านใดด้านหน่ึง
แลว้ พบั กระดาษทั้งสองด้านใหป้ ระกบกัน ทงิ้ ไว้ประมาณ 1-2 นาที จากนั้นคล่ี
กระดาษออกจากกนั แลว้ สงั เกตเมล็ดข้าวบนกระดาษที่ทากาวทัง้ สองดา้ น

3. ระหวา่ งทากจิ กรรมครูคอยสงั เกตพฤติกรรมและกาชบั เร่อื งความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทเี่ สร็จแล้วมาส่งพร้อมเลา่ เกีย่ วกับผลงานของตนเอง

ส่ื

6

อุปกรณ์

ขำ้ วสำรหรอื ขำ้ วเปลือก กำว

กระดำษ

ประโยชนท์ ่ผี ู้เรียนไดร้ ับ

1. พัฒนาความสามารถของกล้ามเนื้อมือ
2. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมือกบั สายตา
3. พฒั นาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเลา่ เร่ืองราวเก่ียวกบั ผลงานท่ตี นเองทา

7

กิจกรรมตกแต่งเมล็ดข้าว
บนกระดาษทากาว

8

กจิ กรรมตกแต่งเมล็ดข้าว
บนกระดาษทากาว

จุดประสงค์

1. เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2. เพอื่ พัฒนาใหผ้ ู้เรียนมีคดิ คล่อง
3. เพอ่ื พัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดยึดหยนุ่
4. เพอื่ พฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนาว่าเราจะทากจิ กรรมตกแตง่ เมลด็ ขา้ วบนกระดาษทากาว
รวมทง้ั สนทนาเกยี่ วกับส่ืออุปกรณท์ ่ใี ช้ ไดแ้ กเ่ มลด็ ข้าว กระดาษ กาว ไม้จิ้มฟนั

2. เดก็ ทากิจกรรมตกแตง่ เมล็ดข้าวบนกระดาษทากาวโดยทากาวลงบนกระดาษ จากนนั้
วางเมล็ดข้าวลงบนกระดาษโดยวางตามจนิ ตนาการ ใช้ไม้จม้ิ ฟนั เปน็ ตัวช่วยในการ
เกล่ียเพื่อให้เกดิ ความสวยงาม

3. ระหวา่ งทากจิ กรรมครูคอยสงั เกตพฤตกิ รรมและกาชบั เร่อื งความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทเี่ สรจ็ แลว้ มาส่งพรอ้ มเลา่ เกี่ยวกบั ผลงานของตนเอง

ส่ืออุปกรณ์ 9
กำว
ข้ำวสำรหรอื ข้ำวเปลือก

กระดำษ ไม้จ้มิ ฟนั

ประโยชน์ท่ผี ้เู รียนได้รับ

1. พัฒนาความสามารถของกลา้ มเนื้อมือ
2. พฒั นาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมือกบั สายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเร่ิม สร้างสรรค์
4. พัฒนาทกั ษะการเลา่ เรื่องราวเกี่ยวกับผลงานที่ตนเองทา

10

กจิ กรรมต่อเตมิ ภาพ
ด้วยเมลด็ ข้าว

11

กจิ กรรมต่อเตมิ ภาพ
ด้วยเมล็ดข้าว

จุดประสงค์

1. เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์
2. เพ่ือพฒั นาให้ผ้เู รียนมีคดิ คล่อง
3. เพอ่ื พัฒนาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดยดึ หยุ่น
4. เพือ่ พฒั นาให้ผเู้ รียนมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครูรว่ มกันสนทนาว่าเราจะทากจิ กรรมต่อเติมภาพด้วยเมล็ดข้าวรวมทง้ั
สนทนาเก่ียวกับสือ่ อปุ กรณท์ ี่ใช้ ไดแ้ ก่เมลด็ ขา้ ว กระดาษ กาว ไมจ้ ้ิมฟัน ดินสอ
ยางลบ ไม้บรรทัด สี

2. เด็กทากจิ กรรมต่อเติมภาพด้วยเมล็ดข้าวโดยวาดภาพลงกระดาษ จากนั้นนาเมล็ด
ข้าวไปตกแตง่ ในภาพเป็นบางส่วน โดยสว่ นไหนท่ีต้องการตกแตง่ ดว้ ยเมล็ดขา้ วใหท้ า
กาว แล้ววางเมลด็ ขา้ วลงใชไ้ มจ้ ้ิมฟันเกลีย่ เพื่อให้เมลด็ ขา้ วมรี ะเบยี บสวยงาม สว่ นใด
ของภาพที่ไมไ่ ด้ตกแตง่ ดว้ ยเมล็ดขา้ วให้ระบายด้วยสี

3. ระหว่างทากิจกรรมครูคอยสงั เกตพฤติกรรมและกาชับเร่อื งความปลอดภยั ในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทเี่ สรจ็ แลว้ มาส่งพร้อมเล่าเกยี่ วกับผลงานของตนเอง

ส่ื

อุปกรณ์ 12
กำว
ข้ำวสำรหรอื ขำ้ วเปลือก

กระดำษ ไมจ้ ้มิ ฟนั
ดนิ สอ ไมบ้ รรทัด

13

ส่ืออุปกรณ์(ต่อ)

ข้ำวสำรหรือขำ้ วเปลือก สี

ประโยชน์ทีผ่ ้เู รียนได้รับ

1. พฒั นาความสามารถของกล้ามเนื้อมือ
2. พัฒนาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งมือกับสายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเล่าเร่ืองราวเกยี่ วกบั ผลงานท่ีตนเองทา

14

กจิ กรรมวาดภาพ
ด้วยเมลด็ ข้าว

15

กจิ กรรมวาดภาพ
ด้วยเมลด็ ข้าว

จุดประสงค์

1. เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมีความคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
2. เพ่ือพัฒนาให้ผเู้ รยี นมีคดิ คล่อง
3. เพ่ือพัฒนาให้ผเู้ รยี นมีความคิดยึดหยนุ่
4. เพือ่ พัฒนาใหผ้ เู้ รยี นมีความคิดละเอียดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาว่าเราจะทากิจกรรมวาดภาพด้วยเมลด็ ขา้ วรวมทงั้ สนทนา
เกย่ี วกบั ส่อื อปุ กรณท์ ่ีใช้ ได้แก่เมลด็ ขา้ ว กระดาษ กาว ไม้จ้ิมฟัน

2. เด็กทากิจกรรมวาดภาพดว้ ยเมล็ดขา้ วโดยนาเมลด็ ขา้ วมาออกแบบเป็นภาพวาดตาม
จินตนาการ เชน่ ภาพก้อนเมฆ ใหท้ ากาวเปน็ ลักษณะรูปร่างของก้อนเมฆ จากน้นั นา
เมล็ดข้าวไปวางให้เป็นระเบยี บใช้ไม้จม้ิ ฟนั เกล่ียใหส้ วยงาม เป็นต้น

3. ระหว่างทากจิ กรรมครูคอยสังเกตพฤตกิ รรมและกาชับเรื่องความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานท่ีเสร็จแลว้ มาส่งพรอ้ มเลา่ เกยี่ วกับผลงานของตนเอง

ส่ืออุปกรณ์ 16
กำว
ข้ำวสำรหรือขำ้ วเปลือก

กระดำษ ไมจ้ ม้ิ ฟัน

17

ประโยชน์ท่ผี ู้เรียนได้รับ

1. พฒั นาความสามารถของกลา้ มเน้ือมือ
2. พฒั นาความสัมพนั ธ์ระหว่างมือกับสายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเลา่ เรื่องราวเกยี่ วกบั ผลงานทต่ี นเองทา

18

กจิ กรรมศลิ ปะข้าว
โดยวงยาง

19

กจิ กรรมศลิ ปะข้าวโดยวงยาง

จุดประสงค์

1. เพอื่ พัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์
2. เพอ่ื พฒั นาใหผ้ เู้ รยี นมีคิดคล่อง
3. เพอื่ พฒั นาให้ผูเ้ รยี นมีความคิดยดึ หยุ่น
4. เพอ่ื พฒั นาให้ผเู้ รยี นมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนาว่าเราจะทากจิ กรรมศลิ ปะข้าวโดยวงยางรวมทง้ั สนทนา 30
เก่ยี วกบั สื่ออปุ กรณท์ ี่ใช้ ได้แก่เมล็ดขา้ ว กระดาษ กาว ไม้จ้มิ ฟัน หนงั ยาง

2. เด็กทากจิ กรรมศิลปะข้าวโดยวงยางโดยนากาวทาลงบนกระดาษโดยมีขนาดเท่ากบั
หนงั ยาง จากนน้ั นาเมล็ดข้าวโรยลงวงยาง ใช้ไม้จิ้มฟนั เกล่ียเพื่อใหเ้ กิดความสวยงาม
ใหเ้ ดก็ นักเรียนทาวงยางหลายๆวงข้ึนอยู่กบั จนิ ตนาการ

3. ระหว่างทากจิ กรรมครูคอยสงั เกตพฤตกิ รรมและกาชับเร่ืองความปลอดภยั ในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทีเ่ สรจ็ แลว้ มาส่งพร้อมเลา่ เกี่ยวกบั ผลงานของตนเอง
5. เดก็ ช่วยกนั เกบ็ อุปกรณใ์ ห้เรียบร้อยแลว้ ลา้ งมอื ให้สะอาด

ส่ืออุปกรณ์ 20
กำว
ข้ำวสำรหรือขำ้ วเปลือก ไมจ้ ้ิมฟนั
กระดำษ
หนังยำง

21

ประโยชน์ท่ผี ู้เรียนได้รับ

1. พฒั นาความสามารถของกลา้ มเน้ือมือ
2. พฒั นาความสัมพนั ธ์ระหว่างมือกับสายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเลา่ เรื่องราวเกยี่ วกบั ผลงานทต่ี นเองทา

22

กิจกรรมโรยเมลด็ ข้าว
ด้วยช้อน

23

กจิ กรรมโรยเมลด็ ข้าวด้วยช้อน

จุดประสงค์

1. เพอ่ื พัฒนาใหผ้ ู้เรียนมีความคิดริเริม่ สร้างสรรค์
2. เพอ่ื พฒั นาให้ผเู้ รียนมีคดิ คล่อง
3. เพ่อื พฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีความคิดยดึ หยุ่น
4. เพื่อพัฒนาให้ผเู้ รียนมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาว่าเราจะทากจิ กรรมโรยเมลด็ ข้าวด้วยช้อนรวมทง้ั สนทนา
เกี่ยวกับส่ืออุปกรณท์ ใ่ี ช้ ได้แก่เมลด็ ข้าว กระดาษ กาว ไม้จมิ้ ฟัน ชอ้ น

2. เด็กทากจิ กรรมโรยเมล็ดข้าวดว้ ยช้อนโดยนากระดาษทม่ี ีรปู ภาพให้เดก็ นักเรยี นทากาว
ลงบนรูปภาพ จากนนั้ ใช้ช้อนตกั เมล็ดข้าวโรยลงตามจุดต่าง ๆ บนรปู ภาพ

3. ระหวา่ งทากจิ กรรมครูคอยสงั เกตพฤติกรรมและกาชบั เร่อื งความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานทเ่ี สรจ็ แลว้ มาส่งพร้อมเล่าเกยี่ วกับผลงานของตนเอง

ส่ืออุปกรณ์ 24
กำว
ข้ำวสำรหรอื ขำ้ วเปลือก

กระดำษ ไมจ้ ้ิมฟนั
ช้อน

25

ประโยชน์ท่ผี ู้เรียนได้รับ

1. พฒั นาความสามารถของกลา้ มเน้ือมือ
2. พฒั นาความสัมพนั ธ์ระหว่างมือกับสายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเลา่ เรื่องราวเกยี่ วกบั ผลงานทต่ี นเองทา

26

กจิ กรรมโรยเมล็ดข้าว
ด้วยใบไม้

27

กจิ กรรมโรยเมลด็ ข้าวด้วยใบไม้

จุดประสงค์

1. เพ่อื พัฒนาให้ผู้เรยี นมีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์
2. เพือ่ พัฒนาใหผ้ เู้ รยี นมีคิดคล่อง
3. เพอื่ พฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมีความคิดยึดหยุ่น
4. เพอ่ื พัฒนาให้ผู้เรยี นมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาว่าเราจะทากจิ กรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยใบไม้รวมทงั้ สนทนา
เก่ียวกับสอ่ื อุปกรณท์ ีใ่ ช้ ได้แก่เมลด็ ข้าว กระดาษ กาว ไม้จ้ิมฟัน ใบไม้

2. เด็กทากจิ กรรมโรยเมล็ดขา้ วดว้ ยใบไม้ โดยนากระดาษที่มรี ูปภาพให้เด็กนักเรียนทา
กาวลงบนรูปภาพ จากนน้ั ใช้ใบไมต้ ักเมล็ดข้าวโรยลงตามจุดต่าง ๆ บนรูปภาพ

3. ระหวา่ งทากจิ กรรมครูคอยสังเกตพฤตกิ รรมและกาชับเรื่องความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เด็กนาผลงานท่เี สร็จแล้วมาส่งพร้อมเลา่ เกย่ี วกบั ผลงานของตนเอง
5. เดก็ ชว่ ยกนั เก็บอุปกรณใ์ ห้เรียบรอ้ ยแล้วลา้ งมอื ให้สะอาด

ส่ืออุปกรณ์ 29
กำว
ข้ำวสำรหรือข้ำวเปลือก

กระดำษ ไม้จ้มิ ฟนั
ใบไม้

30

ประโยชน์ท่ผี ู้เรียนได้รับ

1. พัฒนาความสามารถของกลา้ มเน้ือมือ
2. พัฒนาความสมั พันธร์ ะหว่างมือกบั สายตา
3. พฒั นาความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทักษะการเล่าเร่ืองราวเกยี่ วกับผลงานที่ตนเองทา

31

21

กจิ กรรมโรยเมล็ดข้าว
ด้วยหลอด

32

กจิ กรรมโรยเมลด็ ข้าว
ด้วยหลอด

จุดประสงค์

1. เพอ่ื พฒั นาให้ผู้เรยี นมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
2. เพอ่ื พฒั นาให้ผ้เู รยี นมีคิดคล่อง
3. เพื่อพฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีความคิดยึดหยุ่น
4. เพื่อพัฒนาใหผ้ เู้ รียนมีความคิดละเอยี ดลออ

แนวการจดั กิจกรรม

1. เด็กและครูร่วมกันสนทนาว่าเราจะทากิจกรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยหลอดรวมทั้ง สนทนา
เก่ยี วกับสือ่ อุปกรณท์ ่ีใช้ ได้แกเ่ มล็ดขา้ ว กระดาษ กาว ไมจ้ ิม้ ฟนั หลอดกาแฟ

2. เด็กทากิจกรรมโรยเมล็ดข้าวด้วยหลอด โดยนากระดาษที่มีรูปภาพให้เด็กนักเรียนทา
กาวลงบนรปู ภาพ จากน้นั ใชห้ ลอดกาแฟตกั เมล็ดข้าวโรยลงตามจดุ ต่าง ๆ บนรปู ภาพ

3. ระหว่างทากิจกรรมครูคอยสังเกตพฤติกรรมและกาชับเรื่องความปลอดภัยในการ
ทางาน

4. เดก็ นาผลงานทเ่ี สร็จแล้วมาสง่ พร้อมเล่าเกยี่ วกับผลงานของตนเอง

ส่ืออุปกรณ์ 23

ขำ้ วสำรหรอื ขำ้ วเปลือก กำว
กระดำษ ไม้จ้ิมฟัน
หลอดกำแฟ

24

ประโยชน์ท่ผี ู้เรียนได้รับ

1. พฒั นาความสามารถของกลา้ มเน้ือมือ
2. พฒั นาความสัมพนั ธ์ระหว่างมือกับสายตา
3. พัฒนาความคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์
4. พฒั นาทกั ษะการเลา่ เรื่องราวเกยี่ วกบั ผลงานทต่ี นเองทา


Click to View FlipBook Version