The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mac1314, 2021-06-30 03:21:50

คนบ้าแลนค์

คนบ้าแลนค์

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

ดา้ นบน : เปน็ รปู รถต้นแบบ Land Rover 100 ก่อนทจี่ ะมาเปน็ One Ten มันใชข้ บั ทดสอบอยปู่ ระมาณ 4-5 ปี รวมระยะทางได้ประมาณ 13,000
ไมล์ ก็ถกู เลกิ ใช้งานในกลางปี 1980
1990: Defender เร่มิ ผลติ ออกจำหนา่ ย
1994: นำเกยี ร์รนุ่ R380 5speed full-time 4WD มาใช้
1994 เคร่อื งยนต์ 300-series 2.5L TDi
1994 พฤศจิกายน: ร่นุ D130 crew cab ถูกผลติ ข้นึ ในออสเตรเรยี 2.5L TD, 5spd (R380), full-time 4WD, locking centre diff.
นำ้ หนกั รถ 2110 kg, น้ำหนักบรรทุก 1390 kg.
1996 LandRover Defender 110, Station Wagon-Top, 5+4 seats, 5 doors
ความยาว 4599 มม, กวา้ ง 1790 มม, สงู 2059 มม, นำ้ หนกั รถ 1923 kg
ความยาวฐานล้อ 2794 mm (110"), ความสงู จากพืน้ 215 มม

51

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

เครื่องยนต์ 300-series, 2495cc, diesel, 4cyl, Tdi (turbo direct-injection intercooled), 2v/cyl, OHV
กระบอกสบู ขนาด 90.5mm, ช่วงชกั 97mm, กำลงั อัด 19.5:1
กำลัง 83kW at 4000rpm, torque 265Nm at 1800rpm
ระบบสง่ กำลัง 5 speed แบบธรรมดา, hi/lo, full-time 4WD, centre diff'
ช่วงลา่ ง live-coil/ live-coil,l, เบรค disc/disc
ยางขนาด 7.50x16, ความจุถังน้ำมนั 80 ลิตร
1998/ 1999: Land Rover Defender นำเครอ่ื งยนต์ใหม่ Td5 5 สบู er เทอรโ์ บชารต์ เจอร์ เขา้ มาแทนที่ เครอ่ื งยนต์ 300-series 4 สบู
1999
2001 LandRover Defender Xtreme แบบ station wagon, 9 ทน่ี ่งั 5 ประตู
ความยาว 4599 มม , กวา้ ง 1790 มม,สงู 2035 มม, ความสูงจากพื้น 215 มม, ความยาวฐานลอ้ 2794 มม.
น้ำหนักรถ 1977 kg
เครื่องยนต์ Td5, 2495cc, 5 สูบ, ระบบ common rail, 2-valves/cyl, OHV
กระบอกสบู ขนาด 84.5 มม, ชว่ งชกั 89 มม, กำลังอดั 19.5:1
กำลัง 90kW ที่ 4200rpm, แรงบิด 300Nm ท่ี 1950rpm
ระบบส่งกำลงั 5 speed แบบธรรมดา, 2-speed transfer case, full-time 4WD, centre diff', traction control
ชว่ งล่าง live-coil/ live-coil, เบรค disc/disc ABS
ยางขนาด 235/85R16, ความจุถังน้ำมัน 75 ลิตร
2001 มถิ นุ ายน : V8 HCPU นำมาใชใ้ น Defender เพื่อใชใ้ นภาพยนต์เร่อื ง `Lara Croft, Tomb Raider'

52

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

2001 Defender เพม่ิ กระจกไฟฟ้า ประตรู ดี มทคอนโทรล เบาะนั่งแบบทำความร้อนได้ ไล่ฝา้ กระจกหน้า ปรับปรุงประตหู ลังให้แข็งแรง

Range Rover I (1970-1995)

ประวัติของ Rang Rover เร่ิมต้นเมอื่ ต้นปี 1950 โดยแลนด์โรเวอร์เรมิ่ ทดลองผลิตรถยนต์ประเภท estate station wagon โดยใช้ชือ่ วา่ Road
Rover แต่ก็ทำได้ในระยะส้ันๆ เพียงปลายปกี ย็ กเลิก ลักษณะของรถ คอื ใช้ ขับเคล่อื น 2 ล้อ ใช้เคร่ืองยนต์ 4 สูบของแลนด์โรเวอรเ์ อง
ความคดิ ท่จี ะสร้างรถดงั กลา่ วถกู ยกเลกิ โดยสิน้ เชิงในปี 1959

53

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

รถต้นแบบคนั แรกของ Range Rover ในปี 1967 หมายเลขแชสซีส 100/1

"VELAR" Range Rover prototype 100”

แต่หลังจากแนวโน้มตลาดรถยนตข์ บั เคลือ่ น 4 ล้อ ในอเมริกาเร่ิมขยายตวั และมีแนวโน้มไปในทางทีด่ ี
แลนดโ์ รเวอร์จงึ มคี วามคิดทจ่ี ะเปดิ ตวั รถยนต์ร่นุ ใหมโ่ ดยเพ่มิ เติมความสะดวกสบายเพ่ือรองรับตลาดในอเมรกิ า และในปี 1966 Mr. Spen
King (Chassis Designer) และ Mr.Gordon Bashford ก็เริม่ โครงการใหมท่ ีม่ ีชอ่ื เรยี กว่า 100 Inch Station Wagon

ในระยะแรกเคร่อื งยนต์ท่จี ะนำมาใช้ คงหนไี มพ่ ้นเครือ่ งยนต์ของโรเวอรท์ ม่ี ีอยู่แลว้ ทงั้ แบบ 4 และ 6 สบู
แต่เมื่อพิจารณาถึงเครอ่ื งยนต์ของ Buick ขนาด 3.5 ลติ ร 8 สบู แลว้ กำลงั วังชาน่าจะเหมาะสมมากกว่า Spen King
จงึ ตดั สินใจใช้เคร่อื งดังกลา่ วเพอื่ ออกแบบระบบขับสล่ี ้อ เพือ่ แบ่งกำลังระหว่างเพลาขบั ทงั้ หน้าและหลัง
นอกจากนีย้ งั ลดคา่ สปิงเพือ่ เพ่ิมความน่มุ นวลของช่วงล่าง
เมื่อโครงการดูเป็นรปู เป็นรา่ งข้นึ ฝา่ ยการตลาดของแลนด์โรเวอร์ต้องการให้ 100-inch station Wagon เปน็ รถแบบ 5 ประตู แต่ Spen
King ยังยนื ยันความคิดตัวเองทจี่ ะทำแบบ 3 ประตอู อกมาจำหนา่ ยกอ่ น วศิ วกรของแลนด์โรเวอร์ เรมิ่ ผลิตรถตน้ แบบในต้นปี 1969
โดยใชร้ ะบบ hand made ในการผลติ และทดสอบ โดยให้ช่อื รถวา่ Velar เพอื่ จดุ ประสงคข์ องการตลาดกอ่ นทจ่ี ะผลิตรถเพอ่ื จำหนา่ ย
ซง่ึ ต่อมาในปี 1968 มันก็ถูกเรยี กว่า Range Rover และเรมิ่ ผลิตรถเพ่ือออกจำหน่ายเม่อื วนั ท่ี 17 มิถุนายน 1970 ออกมาจำหน่ายก่อน

54

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

สมาชกิ ทมี ผู้ออกแบบ จากซา้ ยไปขวา David Bauch, Spen King และ Gordon Bashford

ชว่ งชีวติ ของ Range Rover นัน่ เร่มิ ต้นจริงๆในกลางปี 1960
ซ่งึ เปน็ ช่วงที่ผู้คนให้ความสนใจใชร้ ถยนต์ขับเคลือ่ นสลี ้อในการพักผอ่ นยามวา่ งมากขึน้
ซ่ึงผดิ กบั เมอ่ื กอ่ นท่จี ุดประสงคเ์ พ่อื ใชใ้ นกิจกรรมการเกษตรเทา่ นนั้นะตอู อกมาจำหนา่ ยกอ่ น

หมายเลขแชสซสี 1 ปจั จุบนั เป็นสมบัติของ Land Rover Centre Huddersfield
เมอื่ ครง้ั Range Rover เปดิ ตัวใหม่ๆ เป็นจดุ สนใจให้กบั ผ้บู รโิ ภคไม่นอ้ ย เพราะมนั เป็นรถยนตแ์ บบเอนกประสงค์
ซ่งึ สามารถเก็บสัมภาระได้ มคี วามสะดวกสบายเพม่ิ ข้นึ เม่ือต้องขับในทางไกล
และสามารถใช้ในชีวิตประจำวนั ไดเ้ ป็นอย่างดี ทำให้ยอดการซ้อื มเี พิม่ มากขน้ึ
จนเปน็ แรงผลักดันใหแ้ ลนดโ์ รเวอรต์ ้องพัฒนา Rang Rover ตอ่ เพ่ือรองรับกับตลาดที่ตอ้ งการรถร่นุ ใหมอ่ อกมา
ในคร่งึ ปีแรก 1980 เป็นช่วงเวลาทเ่ี ปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ความหรหู ราที่ถกู บรรจเุ ข้าไปมากข้นึ แบบ 5

55

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

ประตกู เ็ รมิ่ เขา้ สายการผลติ มีระบบเกียร์ออโต้ใหใ้ ช้ หรอื เครือ่ งยนต์ดเี ซลเป็นออฟชั่นให้เลอื กในบางประเทศที่มกี ารจำหนา่ ย
หรือทีเ่ ปลีย่ นแปลงเพิ่มเติมท่ีเหน็ ได้ชดั คอื การเพม่ิ ขนาดหอ้ งสมั ภาระออกมาอกี 8 นว้ิ เราเรียกรนุ่ นว้ี า่ Vogue LSE

The long-wheel base LSE model (LWB in USA) มีความยาวเพม่ิ อีก 8 น้ิว ใช้เครื่องยนตเ์ บนซิน a 4.2 litre V8
การพัฒนาของ Range Rover ไดม้ มี าเร่อื ยๆจนถึงปี 1994 ซึงนำ air bag แบบคมู่ าใช้ พร้อมทงั้ เปลี่ยนชอ่ื เปน็ Range Rover Classic
เพื่อปอ้ งกนั ความสับสนกบั ชือ่ New Rang Rover ท่ีจะมีการผลติ ออกขายในรุน่ ตอ่ ไป รวมระยะเวลาเกอื บ 26 ปีที่ Range Rover
Classic ได้เดนิ สายการผลิตจนถงึ ปี 1996

New Range Rover I

56

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

Rang rover ในปัจจุบันเรม่ิ เป็นรูปเปน็ ร่างเม่ือปลายปี 1980
ด้วยความต้องการของวิศวกรทอ่ี ยากไดร้ ถยนตืรนุ่ ใหม่มาแทนร่นุ เก่า แตย่ งั คงสมรรถนะภาพในทาง offroad
และต้องบง่ บอกคุณค่าของรถไดเ้ มอ่ื มันโลดแล่นบนท้องถนน
ทีมออกแบบพยายามผสมผสานความเป็รถยนต์ระดบั หรูของ Rover และ ความแข็งแรงของ Land Rover เข้าด้วยกนั
จนในเดือน กันยายน ปี 1994 New Range Rover กอ็ อกมาอวดสายตาชาวโลก
ประตอู อกมาจำหน่ายกอ่ นข้อดหี ลกั ทเ่ี พ่ิมเข้ามา เชน่ ระบบ Body Electronic Control Module (BeCM)
ที่ทำหน้าทเี่ ป็นหมอประจำรถ
คอยเตือนให้คนขับทราบวา่ มีอะไรผิดปกตใิ นรถยนต์บา้ ง,ระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ความคมุ อตั ราทดเกียร์, ABS
System,Electronic Traction Control เปน็ ตน้

ป1ี 994 Generation ที 2 Range Rover เปิดตัวอย่างเปน็ ทางการ

57

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

Land Rover Discovery I (1989 - 1998)

คงจะปฏิเสธไมไ่ ดถ้ งึ ความหรูหราอันพอตวั กับสมรรถภาพทพี่ ดู วา่ น่าใชข้ อง Land Rover Discovery
ทเ่ี ราๆเห็นวงิ่ อยู่บนถนนบา้ นเรามานานหลายปี โดยตวั มันเองเปดิ ตัวครง้ั แรกท่ีบา้ นเกดิ ในเดือนตลุ าคม ปี 1989
ซ่ึงวัตถุประสงค์หลกั ทางการตลาดคอื ลดชอ่ งวา่ งระหว่าง Defender ที่เอาไวล้ ุยเป็นอาชีพ จนตอ้ งละเลยสง่ิ อำนวยความสะดวกในรถไปบ้าง
กับท่านพี่ Range Rover ท่ีหรหู ราเกนิ ความจำเปน็ ที่จะเอามาปยู้ ี่ ป้ยู ำกับดินกบั โคลนใหเ้ ม่อื ยตุ้ม ว่ากันตามจริงแล้วเนีย่ เจ้า Disco
ของเราเขาเร่มิ พฒั นามาตั้งแตป่ ี 1986 แลว้ โดยยึดชว่ งลา่ งเป็นคอยล์สปงิ ขบั 4 ลอ้ ถาวรจากระบบเกียร์ของ Range Rover มาด้วยรปู โฉม 2
ประตู กบั เครื่องยนตเ์ บนซนิ 3.5 ลิตร 6 สบู พร้อมเกยี รร์ ่นุ LT77 5 สปีด แปะมาดว้ ยชุดเกยี ร์ทรานสเ์ ฟอร์ LT230 แบบเซนเตอรด์ ฟิ ล็อก

Discovery ต้นแบบปี 1988 3.5V8 Efi
อย่างไรกต็ ามความคลา้ ยคลงึ นเรื่องรูปลกั ษณภ์ ายนอกอาจจะคลา้ ยคลึงกับรถในค่ายญ่ีปนุ่ ท่ีเปน็ ค่แู ข่งในขณะนนั้ อยหู่ ลายค่าย
ยกตัวอยา่ งในเรอื่ งของหลังคาแบบสองระดับ กม็ องอาจจะเหมือน the Diahatsu Fourtrak

58

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

ในตลาดอังกฤษเอง แลนดโ์ รเวอรม์ ุง่ เป้าไปท่ี เคร่ืองยนต์ Tdi ท่ีมยี อดขายมากเปน็ พิเศษในยุโรป แต่สำหรับ 3.9 Efi
กไ็ ดร้ บั ความนิยมไมน่ ้อยหน้าในอเมรกิ า หลายๆ สว่ นของ Discovery ไดน้ ำมาจาก Range Rover และ ร่นุ 90/110
เพือ่ เจาะตลาดระหวา่ งรถแบบเอนกประสงค์และรถระดบั หรู และในปี 1990 Discovery กถ็ กู เลอื กมาใช้ในรายการแขง่ ขนั Camel Trophy
ในไซบเี รยี เปน็ คร้ังแรก ซึ่งมนั กพ็ สิ ูจนต์ ัวมันเองได้ระดับหน่งึ ถึงประสทิ ธภิ าพในเชงิ Off Road
Discovery I (1989 - 1998)
1989 ตุลาคม: Land Rover Discovery ถูกผลิตขน้ึ เพื่อลดช่องว่างทางการตลาดระหว่าง Rang Rover กับ Defenders
1994: เคร่ืองยนต์ V8 เพม่ิ ขนาดเปน็ 3.9 ลติ ร และ ดีเซล Tdi 200-series 2.5L 4 สูบ (turbo-charged บสู ที่ 0.8 ถงึ 1.0 บาร์, direct injection,
intercooled) ใชเ้ กียร์ R380 5-speed manual หรือ 4-speed automatic air-bag ด้านคนขับ และด้านผโู้ ดยสารเป็น option นอกจากนี้ แบบ 4
ประตู นำมาจำหน่ายคร้ังแรก และในปลายปีกเ็ พิ่มเครอ่ื งยนต์เบนซิน Mpi ขนาด 2000 cc ในตลาดยโุ รปและเอเชยี บางสว่ น

1995: เพ่ิมขนาดเคร่ืองยนต์ V8 เป็น 4 ลิตร

59

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

1996: ใสย่ างขนาดใหญ่กว่า คอื 235/70R16กบั ล้ออลั ลอยล์ ในรุ่น 5 ประตู โดยในบางประเทศมที ี่ฉดี น้ำไฟหนา้ air bag และ ABS
ทัง้ หมดก็เพือ่ ตอ่ สูท้ างการตลาดกบั Jeep Cherokee
Discovery Series II (September 1998 . . .)

1998 กนั ยายน : Discovery Series II ทีใ่ ช้ช่ือรหัสว่า Tempest เสรมิ ความแขง็ แรงในการประกอบ
ความกวา้ งและความยาวเพม่ิ เตมิ จากรนุ่ กอ่ นเล็กนอ้ ย hill descent control. เพม่ิ เปน็ option สำหรับระบบ Active
เคร่ืองยนต์ดีเซลหา้ สูบ Td5 ใหม่ ของแลนดโ์ รเวอรแ์ ละ BMW มาทดแทนรนุ่ เกา่ ท่เี ป็นแบบสี่สบู มกี ำลงั มากขึ้นจากตวั เดมิ

60

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

83 ที่ 4000รอบ มาเปน็ 101.5 ที่ 4200 รอบ และแรงบิดสงู สุดจากเดมิ 265 ท่1ี 800 รอบ มาเป็น 300 ท่ี 1950 รอบ
ขอ้ ดอี ยา่ งอน่ื ทเ่ี ครอ่ื งยนตต์ วั ใหม่มใี หค้ อื การพัฒนาระบบหวั ฉดี เพ่ือให้ผา่ นการทดสอบมลพิษโดยไมม่ ี catalytic converter
และเพม่ิ ประสิทธิภาพของเครอ่ื งยนต์ทีส่ ามารถยืดเวลาการเขา้ รับบริการตรวจเช็คท่ี 12000 ไมล์ หรือ 19200 กม. เกยี รแ์ บบธรรมดา 5
จงั หวะมกี ารปรับปรงุ จากรนุ่ กอ่ นๆ โดยเฉพาะในเกียร์ทรานส์เฟอร์ ไมม่ ี Diff Lock อีกต่อไป
ระบบ Electronic Traction Control ทท่ี ำงานร่วมกบั ระบบเบรค ABS ทีท่ ำหนา้ ท่ีตรวจสอบพฤตกิ รรมของแตล่ ะล้อกบั คนั เร่งอเิ ล็กทรอนิกส์
โดยเมอื่ มลี อ้ ใดลอ้ หน่ึงหมุนฟรี หรอื หยุด ระบบจะส่งกำลังไปแตล่ ะลอ้ ตามสภาพของการสัมผสั พืน้ ถนน
ซึง่ แค่มลี อ้ เดยี วตดิ พืน้ กส็ ามารถนำรถเคลือ่ นออกไปได้ อกี ระบบที่เกยี่ วขอ้ งกค็ ือ Hill Decent Control หรอื HDC
เปน็ ระบบทช่ี ว่ ยในการควบคุมรถในทางลาดชนั ลง มากๆ โดยปกติเม่ือใช้ลงเขาชันๆ ความเรว็ จะอยู่ระหวา่ ง 7 และ 14 km/h
ขนึ้ อยู่กบั ตำแหนง่ เกยี ร์ทใ่ี ช้ ระบบนีจ้ ะใช้ได้ดมี ากกบั เครอื่ งยนตเ์ บนซนิ พร้อมเกียร์ออรโ์ ต้ ที่ Engine เบรคไมค่ อ่ ย ดีสูเ้ คร่อื งยนตด์ ีเซลไม่ได้
ช่วงลา่ ง
ในรุ่นกอ่ นๆท่ี แกป้ ัญหาอาการโคลงของตัวรถดว้ ย anti-sway bars ทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพในระดับหน่ึง ระบบใหม่ทีแ่ ลนด์โรเวอรเ์ รม่ิ นำมาใช้ คอื
Active Cornering Enhancement หรอื ACE โดยตวั ถังจะไดร้ ับการติดตัง้ ตวั วดั แรง G ของรถ เพ่ือใช้ในการปรับวาล์วแม่เหลก็
เพ่ือควบคุมการทำงาน anti-sway bars อกี ทีหนง่ึ เพ่อื ลดอาการโคลงตามสภาพความเป็นจรงิ ของสภาพถนนในขณะนัน้

เครอื่ งยนตม์ ีให้เลอื กใช้ ต้ังแต่ เบนซนิ V8 4.0 ลติ ร 132kW (180hp) และ ดีเซล Td5 2.5 ลติ ร 5 สบู 101kW (135hp).

61

เขาวา่ ผมบา้ แลนดฯ์

ระบบสง่ กำลงั
ระบบเกยี รธ์ รรมดา เป็นรุ่น R-280 แบบ 5 จังหวะ
ระบบเกียรแ์ บบอตั โนมัติ

เป็น Option ทคี่ ลา้ ยกับ Rage Rover ทผี่ ลิตก่อนปี 1999 จะใชเ้ กียร์ของ ZF รนุ่ ZF4HP22EH แบบ 4-speed กับ electro-hydraulic commands
และควบคุมการเปล่ียนเกยี ร์ดว้ ย ECU ที่ติดต้งั ไว้ใตเ้ บาะหนา้ ดา้ นซ้าย ซ่งึ สามารถจะติดต่อขอ้ มูลกบั ECU ของเครื่องยนตด์ ้วย.

เกียร์ Transfer
ใช้รนุ่ LT 230Q ซง่ึ มกี ารปรบั ปรงุ ส่วนทส่ี ำคัญบางส่วน การเปล่ียนจาก High เปน็ Low ใช้สายในการควบคุม การใช้ Diff-lock ใช้ระบบ
ATC-system.

62

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

ตัวถัง
ถงึ แมว้ ่าจะไมม่ อี ะไรแตกต่างไปจากโฉมเกา่ มากนกั แต่ก็มีหลายส่วนที่ปรบั ปรงุ เพิม่ เติม เพอ่ื เอาใจลกู ค้า
เชน่ เพิ่มความกว้างของล้อพร้อมด้วยลอ้ อัลลอยลข์ นาด 18 นว้ิ ชดุ ไฟสญั ญาณหลังถูกเล่ือนจากตำแหน่งด้านล่าง
(เหนอื กันชนหลงั เลก็ นอ้ ย)มาเป็นตรงกลางของ ท่ีจบั เปิดประตเู ปลี่ยนใหม่ทง้ั หมด แตภ่ ายในยังคงรูปลกั ษณเ์ ดิมๆ เหมือนรุ่นกอ่ น
แตเ่ บาะนัง่ แถวท่ีสามที่ปรับเปลี่ยนตำแหนง่ ให้หนั หน้าไปทิศทางเดียวกบั คนขับ ดว้ ยเหตุผลเร่ืองความปลอดภัยเป็นหลกั
ทำใหต้ อ้ งความยาวตัวถงั จากเพลาท้ายไปอกี 150 mm

Land Rover Freelander

1992: Land Rover Freelander ในชือ่ รหสั CB40 เริ่มออกแบบ
1993-1994: BMW ซ้ือธุรกจิ ของ Rover Group แต่ BMW ยังคงให้ดำเนนิ โครงการ Land Rover CB40 ต่อ
เมษายน 1994: Dick Elsy ผู้อำนวยการ ฝา่ ยผลิตภัณท์ในขณะน้นั สั่งใหท้ มี งานเดินหนา้ โครงการเต็มที่
ปลายปี 1994: Land Rover CB40 รถต้นแบบคันแรกสำหรับชว่ งล่าง และระบบส่งกำลังกเ็ สรจ็ สนิ้
ต้นปี 1995: เครื่องตน้ แบบของอปุ กรณ์ภายใน 6 อย่าง ถกู ผลิตด้วยมอื
กุมภาพนั ธ์ุ 1995: ทดสอบการชนดา้ นหนา้
กันยายน 1995: รถตน้ แบบ 56 คันถูกบรรจเุ ขา้ โปรแกรมเพอ่ื ทดสอบ

63

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

กรกฎาคม 1996: โรงประกอบสำหรบั Land Rover CB40 สรา้ งเสร็จ
กนั ยายน 1997 : หลงั จากที่รอมานานสำหรบั LandRover คันเล็กท่ใี ช้ชอ่ื ว่า Freelander หรือในรหัส CB40 ก็ปรากำโฉมครั้งแรกท่ี Frankfurt
Motor Show กับ รถในแบบ 4-door station wagon หรอื 2-door roll-top
เครื่องยนต์
1.8 ลติ ร เบนซนิ 4 สบู 16 วาล์ว ซึง่ ใชร้ ่วมกบั รถในคา่ ย MG-F แตป่ รับแตง่ เครือ่ งยนตแ์ ตกตา่ งกนั หรือ 2 ลติ ร เทอร์โบดีเซล
กบั ช่วงลา่ งอสิ ระหนา้ หลงั แบบแมค็ เฟอร์สนั สตตั ส์
มกราคม 1998: Land Rover Freelander เริ่มออกจำหนา่ ย
1998: Land Rover Freelander รว่ มแข่งขนั รายการ Camel Trophy ท่ี Borneo.

1998
2000 สิงหาคม : LandRover Freelander ได้เพมิ่ เติมขมุ พลัง เครอื่ งยนต์ V6 2.5 ลติ ร ให้กำลัง 130 kW ท่ี 6500 rpm และ แรงบิดที่ 240 Nm ที่
4000 rpm และ เครือ่ งยนต์ดเี ซล Td4 ขนาด 2 ลิตร 16 วาลว์ commomrail ทง้ั หมดมาพร้อมกบั เกียร์อัตโนมตั แิ บบ Steptronic control 5
2003 สงิ หาคม: Freelander ปรบั เปลีย่ นรูปแบบไฟส่องหน้าใหมเ่ พื่อให้เข้ากับ Rangr Rover และ discovery ท่ไี ด้ปรบั เปลยี่ นไปแล้ว

Freelander รปู แบบใหม่ปี 2003

เราจะระบรุ ุ่นของรถแลนดโ์ รเวอร์ได้อย่างไร

64

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

มมุ มองโดยทัว่ ไปเพ่ือระบุร่นุ ของรถนั้นคอ่ นข้างหลากหลาย
ซำ้ ในแตล่ ะประเทศกจ็ ะมขี ้อแตกตา่ งท่ีนำมาเป็นบรรทดั ฐานไมไ่ ด้
เพราะฉน้นั เนือ่ หาดา้ นลา่ งอาจจะช้ีชดั ไดเ้ พยี งบางสว่ นเทา่ น้นั ทางท่ีดีท่สี ุด
คอื นำหมายเลขแชสซีสมาระบรุ ุ่นตามขอ้ กำหนดของแลนดโ์ รเวอรเ์ อง ดจู ะแมน่ ยำกวา่ แต่ใช่ว่ามนั จะไม่มปี ระโยชน์
เพราะบางท่รี ถที่มอี ายุมากๆเข้า คงหลกี เลีย่ งไม่ไดถ้ ึงการนำชิน้ ส่วนต่างๆ มาผสมปนเปกนั ไป
แต่เราก็สามารถจะระบไุ ด้วา่ ช้นิ นมี้ นั มาจากรุ่นไหน เพื่อง่ายต่อการหาของดั้งเดมิ มาใสแ่ ทนที่
ระบตุ าม Series
รถต้นแบบ (Prototype, 1947) มแี ค่ 1 หรอื 2 คันเท่านัน้ ลกั ษณะแกม้ ดา้ นข้างจะโคง้ ลงสกู่ ันชนหน้า
พวงมาลยั อยู่ตำแหน่งกลางรถ ไฟหน้าอย่ดู า้ นหลังกระจังหน้า ไม่มีประตู ตวั ถงั ด้านขา้ งจะมขี อบให้เหน็
กระจกหนา้ เปน็ แบบช้นิ เดยี วพร้อมท่ปี ดั นำ้ ฝนชิน้ เดยี วอย่ตู รงกลางเชน่ กัน
รถทดลองผลิต (Preproduction, 11 มนี าคม 1948 ถึง สงิ หาคม 1948) กระจกหนา้ แยกออกเป็นสองชิ้นเมือนกลบั รุ่น 80
นิว้ รุน่ แรกแต่ไมม่ ีชอ่ งรบั ลมใต้กระจกหน้า

The Series One

Series I ทั่วไป : บานพบั ประตจู ะแบนราบ ไม่มีขอบประตู
Series I 80” (1949-1954) ประตูจะมขี อบ กระจงั หน้าตอนแรกจะใชเ้ หลก็ ชบุ แต่ภายหลงั ใช้เหล็กธรรมดา
มาตรวัดตา่ งๆจดั วางไมก่ วา้ ง ช่องรบั ลมเป็นแบบสเี่ หล่ียม ประตูไมม่ ชี ายล่าง

Series I 86” (1954-1956) มาตรวัดต่างๆคล้ายของ Series II และ IIA แต่มแี ผน่ ตรงกลางสีเหล่ยี มผนื ผา้ เพ่ิมเข้ามา ประตูของ
86” จะไม่มขี อบเหมือนของ 80” และไมม่ ีชายล่างเชน่ กนั ขอบไฟหนา้ จะใชส้ ีเดียวกับตัวรถ

65

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

Series I 86” (1957-1958) จะคลา้ ยกบั 86” แตก่ ันชนหน้าจะหนากวา่ ขอบไฟหน้าใช้แบบชบุ
กระจังหน้าเปน็ แบบตวั ทีกลับหัว มเี ครอ่ื งทำความรอ้ นใตแ้ ผงควบคุม

The Series II

Series II (1958-1961) Series II จะมขี าบชายล่างประตแู ละ ทป่ี ลายทั้งสองด้านโคง้ มนเขา้ รูปกับบังโคลน
และใต้ขอบหนา้ ตา่ งก็จะมขี อบเหลก็ ขน้ึ รูปวางขนานกบั พนื้ จนถงึ ทา้ ยรถ บานพบั ชอ่ งรบั ลมยึดตดิ ดว้ ยดว้ ยน็อต (ของ Series
IIA จะเชอื่ มติดเลย)

The Series IIA

Series IIA (1962-1967) ไฟหน้าตดิ ตั้งไว้ตรงกลาง ขอบล่างชายประตูยงั ใช้รุน่ สงู (ขนาด 4”)
แผงควบคุมภายในรถพ่นสเี ดยี วกับตวั รถ มอเตอร์ปัดน้ำฝนแยกออกจากกนั (ใช้สองตวั ) กระจกมองขา้ งตดิ ต้ังท่ีแกม้

Series IIA (1968-1971) ไฟหนา้ ติดตั้งไว้ทแ่ี ก้มทงั้ สองขา้ ง กระจังหนา้ เปน็ เหลก็ ชุบ ใช้มอเตอรป์ ดั นำ้ ฝนตัวเดียว
และปัดได้จังหวะเดียว แผงควบคุมภายในรถพ่นเป็นสีดำเท่านั้น ขอบล่างชายประตสู ูงน้อยกวา่ Series II แรกๆ
กระจกมองขา้ งติดตัง้ ขอบด้านบนของประตู

66

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

The Series III

Series III (1972-1985) ไฟหนา้ ตดิ ตงั้ ไว้ที่แก้มทง้ั สองข้าง กระจงั หนา้ เปน็ แบบพลาสติก
แผงควบคมุ ภายในรถถูกยา้ ยมาไว้ทดี่ า้ นหนา้ คนขับ บานพบั เปน็ แบบแบนหนา
กระจกมองขา้ งตดิ ตง้ั บนบานพับตวั บนของประตูหนา้ ใชม้ อเตอร์ปดั นำ้ ฝนตัวเดียว แต่มสี องจงั หวะ

Stage I (1979-1985) แผงกระจังหน้าถูกเล่อื นมาเสมอกบั แก้มทั้งสองขา้ ง ตะแกรงหน้าเปน็ รูปส่เี หลย่ี ม แหนบมแี คส่ องชน้ิ
มสี ติกเกอร์ “V8” ดา้ นข้างประตู และ มคี ำว่า “Land Rover “ บนขอบด้านหนา้ ของกระจงั หนา้
ชายฝากระโปรงหน้าง้มุ ลงให้รับกบั ขอบกระจัง

90, 110, 127, 130, Defender
90/110/127/Defender(เดอื นมีนาคม 1983 จนถงึ ปัจจุบัน) เมอ่ื กอ่ นเราจะเรียกชือ่ รุ่นตามขนาดความยาวของฐานลอ้ เช่น
Land Rover 90 หรอื Land Rover 110 หรือ Land Rover 127 แต่หลงั จากเปลี่ยนชือ่ ก็จะเป็น Defender 90 เปน็ ต้น
หน้าตาท่ีแตกต่างอย่างเหน็ ได้ชดั คือ กระจงั หนา้ ยน่ื ออกมาเลยขอบแกม้ ด้านหนา้ ไฟหนา้ ติดตง้ั ทแ่ี กม้ ท้ังสองข้าง
มีแผ่นรองสดี ำซ้อนอยู่เปน็ พ้ืน ขอบฝากระโปรงดา้ นหน้า ยนื่ งุ้มออกมาคลมุ ตะแกรงหนา้ กระจกหนา้ เปน็ แบบช้ินเดยี ว
มคี วามส฿งมากกวา่ Series อยู่ 4 นว้ิ ขอบท้งั สดี า้ นโคง้ มน มบี งั โคลน หรอื ซุม้ ลอ้ ทงั้ 4 ลอ้ ช่วงลา่ งเป็นคอยลส์ ปิง

67

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

หนา้ และหลงั ถา้ ตะแกรงหนา้ มคี ำวา่ Defender จะเป็นร่นุ ท่ีผลติ ในปี 1990 เป็นตน้ ไป Defenders/90/110/127/130
ทผี่ ลิตในชว่ งวนั ที่ 1 ตลุ าคม ปี 1979 จะมีหมายเลขแชสซีส เริ่มต้นด้วย "SALLD" หรอื "SALD"

Military Land Rovers

Lightweight (1968-1980) แกม้ ทัง้ สองข้างเปน็ เหลยี่ ม ฝากระโปรงหนา้ มลี กั ษณะมมุ เป็นสเ่ี หลีย่ ม
ไมโ่ ค้งมนเหมอื นกบั แลนดโ์ รเวอรร์ ุ่นอ่ืนๆ และอยสู่ ูงจากแกม้ ประมาณ 8 น้วิ เติมนำ้ มันใตเ้ บาะ
Series IIA (1968-1972) ไฟหน้าติดไวต้ รงกลางบริเวณกระจงั โดยยน่ื ออกมานิดหน่อย
ไฟเลยี้ วและไฟหรีว่ างขนานกับพน้ื ที่ขอบของแก้มท้ังสองข้าง

Series III (1972-1980) ไฟหนา้ ติดไวท้ ีแ่ ก้มท้ังสองข้าง โดยแกม้ ดา้ นหนา้ ทต่ี ดิ ตั้งไฟมคี วามสงู ประมาณ 6
นิ้วเมื่อเทยี บกับของ SIIA ขอบบงั โคลนดา้ นขา้ งมคี วามสงู 2 นิ้ว ทเี่ ปดิ ประตเู หมอื นกบั รถของ Rover

Forward Controls

109" Series IIA Forward Control(1960-1966): มซี ุม้ โป่งครอบลอ้ หน้า บริเวณชายลา่ งตวั ถงั จะเหยยี ดตรงตลอด ไม่มีซุ้มล้อ
จมกู หนา้ ย่ืนออกไปจากขอบประตูด้านหน้าประมาณ 1.5 ฟตุ ตะแกรงหนา้ เป็นสีเ่ หลย่ี มผนื ผา้
แตม่ มุ ดา้ นบนทัง้ สองข้างจะโค้ง ไฟหนา้ ตดิ ต้ังเหนือกันชนประมาณ 8 นิว้ เพลาหลงั ตดิ ตัง้ ไว้บนแหนบ

68

เขาวา่ ผมบา้ แลนดฯ์

110" Series IIB Forward Control(1966-1973): จะเหมอื นกบั รนุ่ 109” แตม่ ีท่ีแตกตา่ งคอื ไฟหนา้ ตดิ ตัง้ เหนอื กนั ชนประมาณ
ข้ึนมานดิ เดยี ว และเพลาหลงั ตดิ ตั้งไวใ้ ตแ้ หนบ

101" Forward Control(1972-1978): สงู จมูกแบน ใช้ยางขนาด 900/16 มีซุม้ ลอ้ ทงั้ สล่ี ้อ ไฟหน้าตดิ ต้งั ไวบ้ นกันชนหนา้
ความยาวจมกู จากขอบประตหู นา้ ประมาณ 8 นิว้ กระจงั หน้าเป็นรูปส่เี หลยี่ ม ใช้น็อตลอ้ 8 ตัว ข้ึนมานดิ เดียว
บริเวณตวั ถังด้านขา้ ง มีแถบเหล็กติดไว้ตลอดแนว

ระบุตามรปู ลักษณะภายนอก
กระจังหนา้

คอื ชนิ้ สว่ นท่ียดึ ระหวา่ งแกม้ ท้ังสองข้างของตัวรถ อยบู่ ริเวณดา้ นหนา้ หมอ้ นำ้ โดยใช้เป็นทต่ี ดิ ตงั้ ไฟ หรือตะแกรงหนา้ รถ
สังเกตงุ า่ ยๆ คอื ถา้ มีไฟหน้าตดิ ตั้งบนกระจังหนา้ ต้องเป็นรุ่น Series I, II, หรอื IIA
แตถ่ า้ นำไปติดตัง้ บนแกม้ ท้งั สองขา้ งกต็ อ้ งเป็น IIA (รนุ่ ทา้ ยๆ), Series III, Stage I or Defender. เท่าน้ัน
และถา้ มีตระแกรงหน้าเป็นพลาสตกิ กต็ อ้ งเป็น Series III เท่าน้ัน หรอื ไฟหนา้ ติดตัง้ บนกระจังหนา้
แล้วปิดดว้ ยตระแกรงอีกที อนั นีก้ ็ตอ้ งเป็น Series I รนุ่ 80”
รายละเอยี ด :

ไฟหน้าตำแหน่งตรงกลาง

Series I:

69

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

ร่นุ 80 นิ้วในยคุ ต้น ไฟหนา้ อยู่ดา้ นหลังตะแกรงหนา้

รุ่น 80 นวิ้ ยคุ กลาง ไฟหนา้ ลอ้ มรอบด้วยตะแกรง
ร่นุ 80 นิ้วและ 86 น้ิว ยุคทา้ ย จะมีกระจงั หน้าอลูมิเนียม 4 รู
รนุ่ 88 นวิ้ จะมีกระจังหน้ารปู ทรงส่เี หล่ยี มผนื ผ้าขนาดใหญ่
รนุ่ 80 และ 88 น้วิ ถัดมาจะมขี อบไฟหนา้

Series II: กระจงั หนา้ เปน็ แบบ 3 รู ตะแกรงเปน็ รปู ตัวทีหัวคว่ำ มีขอบครอบไฟหนา้

Series IIA ในยุคแรก:
กระจงั หน้ามี 3 รู ไฟหนา้ ตำแหนง่ ตรงแกม้ Headlamps outboard (in the wings)

Series IIA ในยุคหลัง : กระจงั หน้าเป็นเหล็ก มี 3 รูระบายอากาศเชน่ กัน

70

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

Series III: กระจังหน้าเปน็ เหล็ก มี 3 รรู ะบายอากาศแต่ตะแกรงหน้าเปน็ พลาสติก
SIII, Stage One: ตะแกรงหน้าเป็นสเี หลยี่ มมีขนาดเต็มจนถึงแก้มทง้ั สองข้าง
Defender: ตะแกรงหน้ามลี กั ษณะแบบบานเกล็ด มขี นาดเต็มจนถึงแกม้ ทั้งสองขา้ ง

71

เขาว่าผมบ้าแลนดฯ์

กนั ชนหนา้

สงั เกตุท่ขี นาดของกนั ชน ถ้า
มีความสูงนอ้ ย จะเป็น รนุ่ 80" จนถึง รุน่ 86"
ถ้ามคี วามสูงมากกว่าก็จะปน็ Series I 88ไปจนถงึ รุน่ Series III และถ้ามกี ันชนชิ้นบนเพิ่มเข้ามา
จะเปน็ รถที่ผลิตสำหรบั งานราชการทหารเทา่ น้ัน

แกม้ (fenders)
การตดิ ตัง้ ไฟสญั ญาณบนแกม้ :
ถา้ ไมม่ ีไฟสญั ญาณใดๆเลย จะเปน็ รุ่น Series I 80" ในยุคแรก ไฟสัญญาณจะติดตง้ั ไวใ้ ต้กระจกหน้า

แต่ถา้ มไี ฟสัญญาณดวงเดยี วบนแกม้ น่นั ก็คอื รนุ่ Series I ในช่วงสดุ ทา้ ย 80", 86", 88" หรอื 107"

72

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

แตถ่ ้ามีไฟสัญญาณสองดวง คอื ไฟเลย้ี ว และไฟหร่ี ติดตัง้ ในแนวนอน จะเปน็ รนุ่ a Series II หรอื IIA
แต่ถ้าไฟดังกล่าวตดิ ตงั้ เป็นแนวต้งั จะเปน็ รนุ่ เดียวกัน แตผ่ ลิตเพอ่ื กิจการทหารเท่าน้ัน
ลักษณะของแกม้ :
ถา้ ไม่มตี ะเข็บระหว่างแก้มดา้ นบน กบั ชน้ิ ในดา้ นหนา้ จะเป็น Series I 80

แตถ่ า้ มีตะเขบ็ ท่บี รเิ วณใต้โค้งของแก้ม จะเป็นรุน่ Series I 86" หรอื 88". On the bottom portion of the

73

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

side of the wing, behind the front wheel, if there is a bolt about 1" back from the front, it is an 86". If the bolt is about 2"
back it is an 88".
และถ้าเป็นตะเข็บทีอ่ ยเู่ หนือโค้งของแก้มจะเปน็ รุ่น Series II ไปจนถงึ รุ่น Defender เลย และจุดสังเกตอุ ีกอยา่ งหน่งคอื Series
I รุ่น 86นวิ้ จนถึง IIA ในยคุ แรกจะตดิ กระจกมองขา้ งไว้ท่ีแกม้
ฝากระโปรงหนา้ :
เป็นการยากที่จะระบุรุน่ ด้วยการสังเกตฝุ ากระโปรง

เพราะสว่ นใหญผ่ ู้ใชส้ ามารถจะเปลย่ี นกนั ไดต้ ามอธั ยาศรยั แตก่ ็มีจดุ สงั เกตุได้เพยี งเลก็ น้อยคือ ในรุน่
Defender และ Stage I จดุ ตำ่ สดุ ของส่วนทเ่ี วา้ ลงไปเพือ่ ตดิ ต้ังยางอะไหล่จะอยู่สงู กวา่ กระจงั หนา้ แต่ของ Series
ทัง้ หมดจะไมเ่ ป็นแบบนี้

ประตู :
ถ้าประตเู ป็นแบนเรียบ จะเป็นร่นุ Series I (or a lightweight, but that is a whole different kettle of fish).
และถ้าทเ่ี ปิดประตเู ปน็ หนงั ห้มุ ซ่ึงอยดู่ ้านใน กจ็ ะเป็น
Series I ในรุ่นแรกๆ แต่ถา้ เปน็ เหลก็ ก็จะเป็น ในร่นุ ถัดมา

74

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

สว่ นขอบของประตถู ้ามีเหล็กชบุ ติดตามขอบก็จะเป็นรุ่น Series I 88" ถ้าประตมู ลี ักษณะมนโค้งบนดา้ นบน
และแบนราบในส่วนล่างลงมาจะเป็นรนุ่ Series II, IIA, III, Stage I หรือ Defender

จดุ สงั เกตกุ า้ นเปิดประตู ถา้ มรี ูท่ตี วั และใชท้ ลี่ ็อกเป็นกา้ นแบบกด จะเปน็ ร่นุ ของ Series II หรอื IIA รุ่นแรก
หลังจากนนั้ Series IIA รนุ่ หลัง, III, Stage I และ Defender จะใชต้ ามรูปขา้ งล่าง

75

เขาวา่ ผมบา้ แลนดฯ์

บานพบั ประตู :
ของ Series I จะมลี ักษณะเปน็ ปกี ยาว แบน

Series II และ IIA จะเป็นลักษณะกา้ นยึดขยายออกมา
Series III, Stage I และ Defenders จะมีลกั ษณะเปน็ ปกี ยาว แตห่ นา

76

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

Series IIA รนุ่ หลัง, Series III และ Stage จะมีที่ยดึ กนะจกมองข้างที่บานพบั ประตดู ้วย

ชายลา่ งประตู :
ถ้าไม่มแี ผ่นอลมู เิ นยี มชายล่างประตูเลย ก็จะเปน็ รนุ่ Series I ทงั้ หมด
แต่ถ้ามี แต่มีขนาดความสงู 4 นิ้วกจ็ ะเปน็ Series II หรือ Series IIA ในรุน่ แรก ถ้าถา้ เปน็ ขนาด 2 นิ้ว กจ็ ะเปน็ ร่นุ Series I IA
ในยุคหลังหรอื III, Stage I หรอื Defender

77

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

บริเวณดา้ นท้าย:
ไฟท้าย :
เปน็ ไฟทรงกลม สีแดงท้ังสองดวง มีหูสำหรบั ยึดสกรู จะเปน็ Series II
แต่ถา้ ใต้ฝาครอบไฟเบรคมโี ครมเปน็ ฐานจะเป็นร่นุ Series IIA

ถ้าไฟเล้ยี วมีขนาด 4 นวิ้ วางอยดู่ า้ นล่าง จะเป็นรุ่น Series IIA หลังๆ หรอื Series III

78

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ

แตถ่ า้ มี 5 ดวง โดย 3 ดวงอยดู่ า้ นซา้ ย อกี 2 ดวงอยดู่ า้ นขวา ตดิ ต้งั ขนานไปกบั ขอบรถแนวนอน จะเป็นรนุ่ Defender NAS
(มที ง้ั ทรงกลมและเหล่ียม)

แซสซีสดา้ นทา้ ย :
โดยปกติ จาก Series จนถงึ Defender แลนดโ์ รเวอรไ์ มเ่ คยสรา้ งกันชนท้ายมาให้ และมีขอ้ สังเกตแุ ค่สองแบบ คือ
แบบแรกหรอื แบบทพี่ บเหน็ โดยทั่วไป เป็นเหล็กส่ีเหล่ยี มผืนผา้ แต่ปลายดา้ นลา่ งทง้ั สองข้างจะลาดเอียงเขา้ หาด้านบน
และอกี แบบท่มี ีเฉพาะรถท่ใี ชใ้ นราชการทหารเทา่ นน้ั คือ เปน็ สเ่ี หลย่ี มผืนผ้าท้งั ช้ิน

79

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

ระบตุ ามรปู ลกั ษณะภายใน
สังเกตุหมายเลข VIN ทีอ่ ยทู่ ม่ี มุ ของกระจกหน้า ถา้ มตี วั เลขดงั กล่าวกจ็ ะเป็นรถท่ีผลติ หลัง เดอื นตลุ าคม 1979
ถา้ ไมม่ ีแสดงว่าผลติ กอ่ นหนา้ น้นั . และ ถ้า VIN เริ่มตน้ ด้วย
"SALLB" หรือ "SALB" มนั จะเปน็ รุน่ SIII or Stage I เทา่ น้ัน หรอื ถ้าเริม่ ตน้ ดว้ ย "SALLD" หรอื "SALD" กจ็ ะเปน็ ของร่นุ
Defender.
แผงควบคุมภายในรถ (Dash board):
ถา้ เปน็ มาตรวดั วางไว้บนเพลททเี่ ปน็ ลกั ษณะกล่อง โดยมมุ ทง้ั ส่ีดา้ นมนจะเปน็ รุ่น 80"

ถา้ เป็นมาตรวัดวางอย่บู นแผน่ เพลทใหญต่ ิดตงั้ ไว้ตรงกลาง และพ่นสีเปน็ สเี ดียวกบั ตวั รถ จะเป็นรุ่น 86 น้ิว จนถึง Series IIA
รุน่ แรก

80

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

ถา้ เปน็ แผน่ ใหญ่ติดต้งั ไวต้ รงกลาง และพน่ สีเปน็ สดี ำ จะเป็น Series IIA รุ่นหลงั

81

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

ที่ล็อกกระจกข้างของประตู

Series II และ IIA จะเป็นลกั ษณะกา้ นกดล็อกโลหะทีต่ รงกลางด้านบนของบานกระจกเล่ือน แต่ถา้ เปน็ Series III
จะเปน็ ปุม่ เลื่อนพลาสตกิ ปลดล็อกตดิ ต้ังในสว่ นดา้ นบนของแผ่นปิดประตดู ้านใน สว่ นของ
Defenders จะเปน็ กระจกแบบหมนุ ขึ้น หมุนลง จะไมม่ ที ่ีลอ็ คกระจก
ท่นี ่งั ดา้ นหนา้ :
รุ่น Series I แรกๆ จะเป็นหนงั มนั สดี ำ แต่หลังจากนน้ั จะปน็ หนังแบบด้าน

รนุ่ Series II ไปถึง IIA จะเปน็ หนังสเี ทา
รุ่น Series IIA หลังๆ จะเป็นหนังสดี ำแบบมีลวดลาย

82

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

ส่วนใน Series III ถดั มากจ็ ะเปน็ หนังสดี ำเชน่ กนั แตกตา่ งกนั ท่คี วามละเอียดของเนอ้ื หนัง สว่ นของ Defender
กถ็ ูกออกแบบดมู ีสมยั นยิ มมากกว่า

Notes: ถ้าเปน็ สีเทาเข้ม มลี วดลายคลา้ ยหนงั ช้าง จะเป็นรุ่นทผ่ี ลติ เพอื่ กิจการทหาร
ที่น่ังดา้ นหลงั :
Series I จะเป็นแบบแยกทน่ี ัง่ ออกจากกนั และหันหน้าชนกนั แตใ่ น Series II, IIA, and III's. II และ IIA
จะเปน็ แบบสองท่ีน่งั ชนกัน ใช้หนงั สีเทา แตข่ อง Series IIA ในร่นุ หลงั และ III จะเป็นสดี ำ

83

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

มอเตอรป์ ัดนำ้ ฝน:
Series I จะมีมอเตอร์ติดตง้ั สองตัวบนขอบดา้ นลา่ งของกระจกหนา้ ซ้ายและขวา
Series II จนถงึ IIA ในรนุ่ แรกๆจะมีมอเตอรต์ ดิ ต้ังสองตัวบนขอบด้านลา่ งของกระจกหนา้ ซา้ ยและขวา
หลังจากนั้นรนุ่ ถัดมาจะติดตัง้ มอเตอร์เพียงตัวเดียวไวใ้ ต้แผงควบคมุ
ช่องเปิดรับลมใต้กระจกหน้า :
Series I จะเป็นก้านไว้ใหด้ งึ หรอื ผลัก ขน้ึ อยูก่ ับว่าจะปดิ หรือเปดิ

Series II จะเปิดด้วยปุ่มกลมทใ่ี ชห้ มนุ เอา

84

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

Series IIA ไปจนถงึ Defender ทปี่ ิดจะเปน็ ลกั ษณะเล่ือนได้ แตI่ IA และ III กม็ สี ่วนท่ีแตกต่างกันเล็กนอ้ ย
หมายเหตุ: เมือ่ มองจากด้านนอกแผ่นฝารบั ลมด้านหนา้ ของ Series I จะเปน็ เหลี่ยม แต่ของร่นุ อ่นื ๆ
จะโคง้ มนตรงบรเิ วณขอบทงั้ สดี่ ้าน

Range Rover

Range Rover Classic(1970-1995): จุดสังเกตทง่ี า่ ยที่สุดคอื ฝากระโปรงหน้า
โดยชายฝากระโปรงจะคลุมลงมาท่ีแก้มท้ังสองข้างมคี วามสงู ประมาณ 6 น้ิว

ยางอะไหลก่ ็ตดิ ต้งั ไว้ภายในตัวรถ ไฟหน้าเปน็ ทรงกลม รถที่ผลติ หลงั วนั ที่ 1 ตลุ าคม 1979
จะมีหมายเลขแชสซีสทข่ี ้ึนตน้ ด้วย "SALLH" หรอื "SALH"
ส่วน "new" Range Rover (mk2)(1995 จนถงึ ปัจจุบัน): ซ่ึงออกจำหนา่ ยในปี 1995 จะมีลกั ษณะทีค่ ล้ายรนุ่ classic
แตจ่ ะใชไ้ ฟกลม หมายเลขแชสซสี จะเร่ิมตน้ ดว้ ย "SALLP" หรอื "SALP".

85

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

การระบุปที ผ่ี ลติ

ถ้าเป็นร่นุ 2 ประตู จะเป็นรุน่ ทีผ่ ลิตกอ่ น วนั ท่ี 12 มกราคม 1984
ถ้าเป็นรุ่น 4 ประตู จะเป็นรถรุ่นท่ผี ลติ กอ่ น ปี 1981 แตก่ ม็ ใี นบางประเทศท่ผี ลติ ก่อนหน้าน้ี
ถ้ามีพวงมาลยั เพารเ์ วอร์ จะเปน็ รุที่ผลติ ในเดอื น มกราคม ปี 1974 หรอื หลงั จากน้ัน
ถ้าชอ่ งปรับอากาศไมไ่ ด้ตดิ ตั้งไว้กบั หลังคา จะเปน็ ร่นุ ทผ่ี ลิตในปี 1979 หรอื หลงั จากน้ี
ถา้ มลี ายไม้ในดา้ นข้าง จะเร่ิมผลิตจากปี 1981 เปน็ ต้นไป
ถ้าเกียรแ์ บบธรรมดา เปน้ แบบ 5 speed จะผลิตจากปี 1983 เป็นต้นไป
รุ่น 1983 Range Rovers จะมที ีห่ มุ้ ปลายท่อท้งั สองข้าง
ถ้ากระจกหน้าตา่ งบานหนา้ เปน้ ชน้ิ เดยี ว จะผลติ ในปี 1984 เปน็ ตน้ ไป แตถ่ า้ มีสองชิ้น คือ
เป็นแบบสามเหลีย่ มอีกชน้ิ หน่ึงดา้ นหนา้ จะเป็นรุน่ ทผ่ี ลติ กอ่ นปี 1984
ถ้ามีทฉี่ ดี นำ้ ไฟหน้า จะเป็นรถทีผ่ ลิตหลังจากปี 1985
ในปี 1986 เปลี่ยนก้านเกยี รจ์ าก 1 ฟุต เป็น 2 ฟตุ
ถา้ คณุ เหน็ บานพับประตหู นา้ จะเป็นรุ่นทีผ่ ลติ กอ่ นปี 1990
ถา้ มี airbags จะเปน็ ร่นุ ทผี่ ลิตหลงั เดอื นมีนาคม 1994

กระจงั หน้า :
เป็นแบบกา้ นแนวต้งั : 1970-1985.

เปน็ แบบกา้ นแนวนอน: 1986 ไปเรอื่ ยๆ

เกียร์ :
4 speed manual: 1970 ถึง พฤษภาคม 1983

86

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

5 speed manual: May : หลัง พฤษภาคม 1983
เกยี ร์อตั ิโนมตั ิ : สิงหาคม 1982 เปน็ ต้นไป

กระจกมองขา้ ง :
ติดตง้ั ไวบ้ นแกม้ จะผลิตกอ่ นปี 1984

ตดิ ตั้งไวท้ ี่ประตู แบบอันเลก็ จะผลติ ในปี 1984

ตดิ ตัง้ ไว้ทีป่ ระตูเช่นกนั แต่ขนาดใหญก่ ว่า จะผลิตจากปี 1985 เปน็ ตน้ ไป

87

เขาวา่ ผมบา้ แลนดฯ์

วงล้อ :
3 ก้าน: ผลติ ก่อนเดือน กนั ยายน 1979.
4 กา้ น กบั ชนิ้ เล็กตรงกลาง จะผลติ ในระหว่างเดอื นกันยายน 1979 ถงึ 1988.
2 ก้าน และตรงกลางมีช้ินใหญ่ จะผลิตในระหวา่ ง ปี1988 ถงึ มีนาคม 1994
4 ก้าน และตรงกลางเป็นช้นิ ใหญ่ จะผลติ หลงั เดือน มนี าคม 1994

Discovery

Discovery(1989 to present): ลษั ณะโดยท่ัวไปไม่มอี ะไรแตกตา่ งจากแบบฉบบั รถของ Rover เลย ยกเวน้ Range Rover
ขอบฝากระโปรงด้านหน้า "Land Rover" ขอบฝากระโปรงหน้าอย่ภู ายในสว่ นของแก้ม ยางอะไหลต่ ดิ ตัง้ ไว้ทป่ี ระตูหลัง
แตท่ ด่ี ูจะโดดเดน่ หน่อย คือ ลกั ษณะหลังคาทเ่ี ปน็ สองระดับ ที่เพิ่มความสงู เหนอื ศรี ษะสำหรบั ผู้โดยสารแถวสอง เลข VIN
กระจกมองขา้ งสีดำขนาดเลก็ ไฟส่องหน้ามีกรอบเป็นพลาสติกสดี ำ โลโก้ตรงกระจงั หน้าตดิ ไวต้ ำแหนง่ ตรงกลาง
ระบุการผลิตเรมิ่ ต้น "SALLJ" หรอื "SALJ".

88

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

ระบลุ กั ษณะเฉพาะ
ถา้ เปน็ แบบ 5 ประตู คอื รถท่ีผลติ หลงั เดือนสงิ หาคม 1990
ถ้าเปน็ เกียรอ์ ตั โนมัติ คอื รถทผ่ี ลติ หลังเดอื นสิงหาคม 1992
ถ้าภายในรถ มสี ีฟ้าใส จะเป็นรถท่ีผลติ อย่รู ะหว่างปี 1989 จนถึง เดือนมนี าคม 1994

แต่ถา้ ไมใ่ ช่สีดังกล่าว ก็จะเป็นรถทีผ่ ลติ หลังเดือนสงิ หาคม 1990
ถ้าเปน็ แบบ 5 ประตู และมแี ผ่นยางกนั กระแทกติดอยู่ท่กี ่งึ กลางของประตูทั้ง 4 ดา้ น จะเป็นรถทผ่ี ลิตหลังเดอื นสงิ หาคม
1991
ถา้ มีกนั เซตดิ ตั้งอยู่ (anti-sway) จะเปน็ รถที่ผลติ หลังจากสิงหาคม 1992 it was built after August 1992
ถา้ มรี ะบบ ABS [Anti-lock Brake System] และ Air Bag จะเปน็ รถท่ผี ลิตหลงั เดือนมีนาคม 1994
หลังจาก เดอื นมนี าคม 1994 (1995 models) แผงคอนโซลจะถูกออกแบบใหม่
ชอ่ งแอรค์ วบคมุ แยกดา้ นซา้ ยและขวาออกจากกัน ไฟหนา้ ไมม่ ีกรอบพลาสติกสีดำ
โลโกแ้ ลนด์โรเวอร์อยู่ตรงมุมขวามอื ด้านล่าง ของกระจังหนา้

89

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

กระจกมองขา้ งกจ็ ะเปน็ ทรงใหญ่มน
ล้อ Alloy ถูกนำมาใช้ ในปี 1992
ถ้าเปน็ เคร่ืองยนต์ Tdi กับเกียร์ออรโ์ ต้ กจ็ ะผลิตหลังจากเดอื นสงิ หาคม 1993
ถ้าชดุ ไฟท้ายเปน็ แบบ 3 ดวง มไี ฟหรี่ดา้ นข้าง ไฟหรที่ ี่กันชนทง้ั หนา้ และหลงั จะเปน็ รถทีผ่ ลติ หลังเดือนมีนาคม 1994

CHASSIS NUMBERING

Where is Your Chassis/Serial Number?
80 inch models:
หมายเลขแชสซีส จะอยู่ใกลก้ ับแท่นเครื่องยนต์ และเปน็ แผ่นทองเหลอิ งดา้ นข้างของคอหนา้
ส่วนรุ่นหลงั ๆจะติดตั้งไว้ดา้ นในรถเลย
86 & 107 models:
หมายเลขแชสซีสจะพบไดท้ ค่ี อหน้าทต่ี ดิ ไวด้ า้ นในตวั รถ และ หแู หนบหนา้ ดา้ นขวา
ในบางครั้งเฉพาะรุ่น 86” พวงมาลัยซา้ ยอาจจะมหี มายเลขทหี่ ูแหนบหลงั ด้านซา้ ย

88 & 109 models:
หมายเลขแชสซสี จะพบได้ท่ีคอหน้าท่ตี ดิ ไวด้ า้ นในตัวรถ และ หูแหนบหนา้ ดา้ นขวา

Series III 109" V8 (Stage I)
หมายเลขแชสซสี จะพบไดท้ ี่บรเิ วณซุ้มเกยี ร์และ หูแหนบหนา้ ด้านขวา

90, 110, 130 & Defenders:
หมายเลขแชสซีสจะพบได้ทีบ่ ริเวณขอบกระจกลา่ งด้านมมุ ซา้ ย

90

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ
เปน็ แผน่ เพลท ติดตัง้ ไว้เหนือซุม้ เบรคดา้ นในหอ้ งเครือ่ ง

เป็นหมายเลขตอกไว้ท่ดี า้ นขวามือของแชซซีสด้านหนา้ ใกล้ๆกบั เบ้าสปงิ
Range Rovers:

หมายเลขแชสซีสจะพบได้ท่บี รเิ วณขอบกระจกล่างดา้ นมุมซา้ ย
และ เป็นหมายเลขตอกไว้ทีด่ ้านขวามอื ของแชซซีสดา้ นหนา้ ใกลๆ้ กับเบา้ สปงิ

91

เขาวา่ ผมบา้ แลนด์ฯ
Discoveries:

หมายเลขแชสซสี จะพบได้ทบี่ ริเวณขอบกระจกล่างดา้ นมุมซา้ ย
เป็นหมายเลขตอกไว้ทด่ี า้ นขวามอื ของแชซซสี ดา้ นหน้าใกลๆ้ กบั เบ้าสปงิ

92

เขาว่าผมบา้ แลนด์ฯ

Synopsis of Chassis/Serial Numbering Scheme

1948 - 1949

ขึ้นต้นดว้ ย L หรือ R จะบอกตำแหน่งของพวงมาลยั แลว้ ตามด้วยเลขอกี 6 หรอื 7 หลกั
เลขหลักแรกระบุ ปีท่ีผลิต
8 = 1948-49
เลขหลกั ท่สี องระบปุ ระเภท
6 = Land Rover
เลขหลกั ที่สามระบุประเภทของตวั ถังรถ (ถ้าเปน็ แบบ 6 หลกั จะไม่ระบุรายละเอียดนี้)
6 = Basic
7 = Station Wagon
8 = Welder
ตัวเลขสตี่ วั ท้ายจะระบหุ มายเลขลำดับการผลติ เร่ิมตน้ จาก 0001 แต่จะเร่ิมต้นที่ 866 แลว้ ตามด้วย 3001 คือ หมายเลขการผลิตเรม่ิ ตน้

1950 - 1953

ขึน้ ตน้ ด้วย L หรือ R จะบอกตำแหน่งของพวงมาลัย แล้วตามด้วยเลขอกี 8 หลัก เฉพาะรุน่ ปี 1950 ขนึ้ ไปเท่าน้นั
เลขหลกั แรกระบุ ปีทผ่ี ลติ
0 = 1950
1 = 1951
2 = 1952
3 = 1953
เลขหลักที่สองระบุประเภท
6 = Land Rover
เลขหลักทีส่ ามระบุประเภทของตวั ถังรถ
1 = Basic
2 = Station Wagon
3 = Welder
6 = completely knocked down CKD
เลขหลักทีส่ ีร่ ะบปุ ระเภทของปลายทาง
0 = Home market
3 = LHD Export
6 = RHD Export
ตัวเลขสี่ตัวท้ายจะระบหุ มายเลขลำดับการผลติ เริ่มต้นจาก 0001.

93

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

1954 - 1955

ประกอบไปดว้ ยตวั เลข 8 หลัก

เลขหลกั แรกระบุ ปีทีผ่ ลิต
4 = 1954
5 = 1955
เลขหลกั ทส่ี องระบุประเภท
7 = Land Rover
เลขหลกั ท่ีสามระบุประเภทของตัวถังรถ
1 = 86 inch
2 = 107 inch
6 = 86 inch completely knocked down CKD
7 = 86 inch completely knocked down CKD
เลขหลักทีส่ ร่ี ะบุประเภทของปลายทาง
0 = Home market
1 = Home market
3 = LHD export
4 = LHD export
6 = RHD export
7 = RHD export
ตัวเลขสต่ี วั ท้ายจะระบุหมายเลขลำดับการผลติ เร่ิมต้นจาก 0001.

1955

ประกอบไปดว้ ยตัวเลข 9 หลกั

เลขหลักแรกระบุประเภท
1 = Land Rover
เลขหลกั ทส่ี องระบุรุน่
7 = Land Rover
เลขหลกั ทสี่ ามระบุประเภทของปลายทาง
0 = Home market
3 = LHD export
4 = LHD CKD
6 = RHD export
7 = RHD CKD

94

เขาว่าผมบ้าแลนดฯ์

เลขหลกั ท่สี ี่ระบุชว่ งการผลติ
6 = late 1955 for service
ตัวเลขหา้ ตวั ท้ายจะระบหุ มายเลขลำดบั การผลติ เริม่ ต้นจาก 0001.

1956 - 1961

ประกอบไปด้วยตัวเลข 9 หลกั

เลขหลักแรกทุกรุ่นจะข้นึ ต้นดว้ ย 1
เลขหลกั ที่สองและสามจะเป็นคูก่ นั แสดงถงึ รุ่น
11-35 = Series I models
41-71 = Series II models
เลขหลกั ที่ส่ีระบุ ปที ี่ผลิต
6 = 1956
7 = 1957
8 = 1958
9 = 1959
0 = 1960
1 = 1961
ตวั เลขหา้ ตวั ทา้ ยจะระบุหมายเลขลำดบั การผลติ เรม่ิ ต้นจาก 0001.

1962 - 1979

ประกอบด้วยเลข 8 หลักแลว้ ตามด้วยตัวอักษร
ตวั เลขลำดบั ท่ี 1-3 จะระบุรุ่น
241-258,260-324 = Series IIA 88" และ 109"
325-339 = Series IIB (110 Inch Forward Control)
340-354 = Series IIA 109"
5424 = Series IIA 88 Station Wagon (US Model) 259, 901-950 = Series III
951-955 & 895 = Lightweight
956-965 = 101 Inch Forward Control
355, 356, 358 = Range Rover
ตัวเลข 5 ตวั ทีเ่ หลอื จะเปน็ ลำดบั การผลิต โดยเร่มิ ต้นท่ี 00001
ตวั อักษรทตี่ ่อท้ายจะระบถุ งึ การออกแบบหรอื ดัดแปลงบางสว่ น

หมายเหต:ุ ปี และรนุ่ ปีการผลิตจะไมร่ ะบุไว้

1980 - ปจั จบุ นั (ท่ัวโลก ยกเวน้ รถท่ีผลิตขายในอเมริกา)

95

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

ทั้งหมดจะใช้โครงสรา้ งของ Vehicle Identification Number (VIN)

Digits

ตำแหน่งที่ 1 Geographic Region: S = Europe
ตำแหนง่ ท่ี 2 Country: A = United Kingdom
ตำแหนง่ ที่ 3 Manufacturer: L = British Leyland/Land Rover

ตำแหน่งที่ 4,5 (model)

LB = Series III, Stage I, Lightweight
LD = 90 & 110, later Defender
LH = Range Rover (mk I) (Classic)
LJ = Discovery
LN = Freelander
LP = Range Rover (mk II)
LT = Discovery, Series II

ตำแหน่งที่ 6 (wheelbase)

A = 88" & Freelander, & 100" for RR mk I
C = 109" and 1 ton
G = 100"
H = 110" & 147"
K = 127"
M = Special
R = 110"
S = Military 110"
V = 92.3"

ตำแหน่งที่ 7 (body type)

A = Truck Cab, Soft Top or Hard Top (Utility body)
B = 3 door Station Wagon, or Freelander 5 door hardtop
E = 2 door Crew Cab
F = 4 door Crew Cab
H = High Capacity pick-up (Some had an A instead of the H)
M = 5 door Station Wagon & 7 Door SW
R = Monteverdi Range Rover

ตำแหน่งที่ 8 (engine)

B = 2.5l, 4 cylinder, Turbo diesel
C = 2.5l, 4 cylinder, diesel

96

เขาวา่ ผมบ้าแลนดฯ์

D = 2.5l, 4 cylinder, petrol
F = 200 Tdi & 300 Tdi (2.5 Liter, 4 cylinder, Turbor Diesels)
G = 2.25l diesel & Freelander V6
H = 2.25l petrol
M = 3.9 liter V8 (injection)
P = 2.6l 6 cylinder, petrol
V = 3.5l V8 petrol (carburettor)
Y = 2 liter T16 petrol
Z = 3.9 liter Izuzu diesel
8 = Td5

ตำแหนง่ ที่ 9 (steering/transmission)

1 = RHD, 4 speed
2 = LHD, 4 speed
3 = RHD, automatic
4 = LHD, automatic
5 = RHD, 4 speed & overdrive
6 = LHD, 4 speed & overdrive
7 = RHD, 5 speed
8 = LHD, 5 speed

ตำแหนง่ ที่ 10 (model variant/model year?)

A = up to 1983-1984
B = 1985-1987
E = 1988
F = 1989
G = 1990
H = 1991
J = 1992
K = 1993
L = 1994
M = 1995
N = 1996
? = 1997
? = 1998
W = 1999
? = 2000

97

เขาว่าผมบา้ แลนดฯ์

1 = 2001
2 = 2002

ตำแหน่งท่ี 11 (assembly location)

A = Solihull
F = CKD
V = South Africa
12-17 (serial number)

1987 - ปจั จุบัน (เฉพาะที่ผลติ ขายในอเมริกาเทา่ นน้ั )
ความแตกตา่ งจะอยูท่ ีห่ ลกั 1-3 เพราะจะถกู กำหนดโดย the SAE (Society of Automotive Engineers) ข้นึ อย่กู ับรายละเอียดของผผู้ ลิต
Digits
ตำแหนง่ ท่ี 1 Country: S = UK
ตำแหน่งที่ 2 Manufacturer: A = British Leyland/Rover
ตำแหนง่ ที่ 3 Vehicle Make: L = Land Rover
ตำแหน่งที่ 4 Line (model)
D = 90 & 110
H = Range Rover Classic
J = Discovery
N = Freelander
P = Range Rover (mk2)
T = Discovery, Series II
ตำแหน่งท่ี 5 Series (Emissions and wheelbase)
C = LWB (108") Range Rover Classic--must be a 49 State Emmissions
E = 50 State Emisssions: NAS Range Rover, mkII (100")
H = NAS 110"
N = 50 State Emissions: NAS Discovery (100")
V = 49 State Emissions: NAS 90" or NAS Range Rover, mkII (100")
50 State Emission for NAS Range Rover Classic (100" & 108") X = 50 State Emissions (California): NAS 90"
Y = 49 State Emissions: NAS Discovery (100") & Freelander
ตำแหน่งที่ 6 Body Type
1 = closed (hard top), 5 door
2 = open (soft top), 2 door. NAS D90s & Freelander
3 = closed (hardtop), 3 door. NAS D90 Station Wagon
ตำแหนง่ ที่ 7 Engine Type
1 = 3.5 L V8
2 = 3.9 L V8 and 4.0 L V8 (OBD II) or Freelander V6

98

เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ

3 = 4.2 L V8 (LWB Range Rover Classic
4 = 4.6 L V8
ตำแหนง่ ท่ี 8 Steering/transmission and Gross Vehicle Weight class)
2 = Freelander automatic
3 = Canadian D110 and 6000 lb GVW
4 = LHD 4 speed automatic and 6000 lb GVW
8 = LHD 5 speed manual and 6000 lb GVW
ตำแหนง่ ท่ี 9 จะเป็นตวั ตรวจผลลัพธข์ องเลข 16 หลกั ที่เหลอื ซึ่งจะเป้นตวั เลข 0 ถงึ 9 หรอื X
ตวั อกั ษรในแต่ละหลกั สามารถแปลงออกมาเป็นคา่ ตัวแปรนำ้ หนักไดด้ งั น้ี
A,J = number 1 มีค่าตวั แปรนำ้ หนกั เท่ากับ 8
B,K,S = number 2 มคี ่าตัวแปรนำ้ หนกั เท่ากบั 7
C,L,T = number 3 มคี ่าตัวแปรนำ้ หนักเท่ากบั 6
D,M,U = number 4 มีค่าตัวแปรนำ้ หนกั เทา่ กบั 5
E,N,V = number 5 มีคา่ ตัวแปรนำ้ หนักเทา่ กับ 4
F,W = number 6 มีค่าตัวแปรน้ำหนักเทา่ กับ 3
G,P,X = number 7 มีคา่ ตัวแปรนำ้ หนักเทา่ กบั 2
H,Y = number 8 มีค่าตัวแปรนำ้ หนกั เท่ากบั 1
R,Z = number 9 มคี า่ ตวั แปรนำ้ หนกั เทา่ กบั 0
Each position of the VIN is given a weight factor
1=8, 2=7, ... , 7=2, 8=10, 10=9, ... , 17=2
นำตัวแปรน้ำหนักมาคูณกบั หมายเลข จากนัน้ รวมผลลัพธท์ ้งั หมด (ยกเว้นในตำแหน่งที่ 9 ที่ไมม่ คี า่ ใดๆ)
แล้วหารดว้ ย 11 ถา้ เหลือเศษ เปน็ 10 ใหเ้ ติม VIN ตำแหนง่ ที่ 9 เปน็ X
ตัวอย่าง: Range Rover Classic ปี 1996 มีหมายเลขแชสซีส SALHE124XSA660000
VIN: S A L H E 1 2 4 X S A 6 6 0 0 0 0
number: 2 1 3 8 5 1 2 4 * 2 1 6 6 0 0 0 0
ค่าตวั แปรนำ้ หนกั : 7 6 5 4 3 2 1 10 9 8 7 6 5 4 3 2
คูณ : 14 6 15 32 15 2 2 40 18 8 42 36 0 0 0 0
รวมผลลัพธ์ : 14 +6+15+32+15 +2 +2+40 +18 +8+42+36+ 0+ 0+ 0+ 0 = 230
หารด้วย : 230/11= 20 เหลอื เศษ 10 เพราะฉน้นั หลักท่ี 9 ตอ้ งเปน็ X ตามท่แี สดงไว้
ตำแหนง่ ที่ 10 Year of Manufacture
J=1988
K=1989
L=1990
M=1991
N=1992
P=1993

99

เขาวา่ ผมบ้าแลนด์ฯ

R=1994
S=1995
T=1996
V=1997
X=1998
Y=1999
Z=2000
1=2001
2=2002
ตำแหนง่ ท่ี 11 (assembly location)
A = Solihull
F = CKD
ตำแหน่งที่ 12-17 (serial number)

จดุ เร่มิ ต้นของผมกบั Thai Land Rover Club

ตอนแรกผมก็ไมไ่ ด้ชืน่ ชอบรถแลนด์ฯเลยแม้แตน่ ้อย แตก่ ็จะสะดุดตาบ้างเป็นครงั้ เปน็ คราวเม่อื มันผ่านมาให้เหน็
และมักจะเกดิ คำถามหลายๆคำถามตามมา เช่น รถอะไร, มนั ว่ิงได้ยังไงว..ะ่ เน่ยี เปน็ ตน้ จนกระทั่งย้ายเขา้ มาเรยี นต่อกรงุ เทพฯ
กบ็ ังเอญิ ดวงมนั จะคกู่ นั คือรา้ นกว๋ ยเต๋ยี วเรอื ของแม่ผม (ทท่ี ำมาหากนิ ทีท่ ่านส่งเสยี ผมจนเรยี นจบ) แถวสะพานใหม่ หนา้ รา้ นรมิ ถนนมี Series
3 ช่วงยาว 5 ประตูจอดท้ิงไว้อยูห่ น่งึ คัน (ตอนหลงั จงึ ทราบว่าเปน็ ของพ่อเฮียจุ๊) เวลาลวกเส้นขายก๋วยเตี๊ยวผมก็จะเหลือบมองมันบ้างเป็นพกั ๆ
บางทีกร็ ำคาญท่ีมาจอดบังลม บงั แสงหนา้ ร้านอย่ทู กุ วนั โดยไมไ่ ดพ้ ิศวาสอะไรมนั มากนกั
แตก่ ็หารู้ไมว่ ่าผมค่อยๆโดนมันทำยาเสนห่ ล์ อ่ ลวงเข้าให้แลว้ ค่อยๆโดนเข้าไปถึง 8 ปี โดยรถคันน้ีจะมกี ารเคลอ่ื นย้ายทกุ ๆ 3 เดอื น
เพราะเทศกิจจะมาไลใ่ หเ้ ข็นรถเดินหนา้ หน่อย เพราะเขาจะกวาดถนน ฝนุ่ มันหนามาก
ผมเรยี นจบ ทำงาน และเหน็ ไอ้รถคนั เนย่ี ท่ีเทศกจิ มาไลบ่ อ่ ยๆเน่ียแหล่ะ มนั ขับได้เพราะหลงั จากเฮยี จุ๊ (ลูกชายเจา้ ของรถ)
แกกลับมาจากตา่ งประเทศ กจ็ ัดการบรู ณะมันขน้ึ มาใหม่ (หลังจากไมม่ ใี ครซ้ือ) คราวนห้ี ละ่ พ่เี อ๋ย อาการผิดปกติของผมก็เรม่ิ แสดงตัวทันที
(หลังจากติดเชอ้ื มาได้ 8 ปี ) ถ้าวนั หยุดไม่ไดไ้ ปทำงาน และว่างจากขายกว๋ ยเตยี๋ ว ผมก็จะไปนงั่ คยุ กับเฮียจุ๊
ให้แกอธบิ ายเรอ่ื งราวเก่ียวกับรถแลนด์ บางทีกต็ ดิ รถแกไปอู่ดว้ ย
เก็บความรู้ไปเรอื่ ย คราวนจ้ี ะหารถ กต็ ้องหาข้อมลู เพ่ิมเตมิ เพอ่ื เป็นทุนในการลงทนุ ครงั้ ใหญ่ในชวี ติ
แต่ขอ้ มลู ส่วนใหญ่ตอนน้ันเป็นภาษาองั กฤษหมด เวบไซตบ์ า้ นเราทเ่ี ก่ยี วกับแลนด์ซรี ส่ี ก์ ไ็ มม่ ีเลย มแี ตข่ องอตู่ า่ งๆ
ที่ใหข้ ้อมูลในเชิงพานชิ ณซ์ ะสว่ นใหญ่ ผมจึงรวบรวมแปลมนั ออกมาเปน็ ภาษาไทย จบั แพะชนแกะกันไปเร่ือย เพื่อประโยชน์ตัวเองเปน็ หลัก
จากนนั้ เลยอยากจะเผยแพร่สิง่ ทีต่ ัวเองคน้ ควา้ เกบ็ ไว้ เผอื่ จะมีคนเคยเป็นเหมือนเรา (มืดแปดด้าน ตอนทำรถใหม่ๆ)
กเ็ ลยอยากทำเวบไซตด์ ูบ้างเพราะคิดว่ามันอาจจะมคี นอย่างเราอยู่บา้ งจะไดพ้ ึ่งพาอาศัยกัน แตก่ ท็ ำไม่เป็น
บอกตามตรงเมอ่ื ก่อนเรือ่ งคอมพวิ เตอรเ์ น่ยี ผมโง่มาแต่ไหนแตไ่ รแล้ว จึงหาทางออกโดยการไปซื้อหนังสือการทำเวบไซตม์ า อา่ นไป ทำไป

100


Click to View FlipBook Version