คพ. 03-134
คกขอาูมรงรตือถรจวักจรวยดั ารนะดยบันเตสยง
กองจัดการคณุ ภาพอากาศและเสยง กรมควบคมุ มลพษ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงแวดลอม
สถาบันมาตรวทยาแหง ชาติ
กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทยาศาสตร วจัยและนวัตกรรม
ค�ำน�ำ
คู่มือตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ฉบับน้ี กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง
กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ได้จัดท�ำข้ึนโดยรวบรวมเทคนิควิธีการ
เคร่ืองมือและอุปกรณ์ ในการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ ตามการปรับปรุงมาตรฐาน
ระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ท่ีก�ำหนดไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดลอ้ ม เรอื่ ง กำ� หนดระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ ลงวนั ที่ 22 ตุลาคม 2563 ซ่ึงไดป้ ระกาศ
ลงในราชกิจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ไปแล้วต้ังแต่วันท่ี 5 มกราคม 2564 แทนประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม เร่ือง กำ� หนดมาตรฐานระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
ลงวันท่ี 7 กรกฎาคม 2546 เดิม โดยประเด็นหลักที่ได้มีการปรับปรุง ได้แก่ ปรับปรุงวิธีการ
ตรวจวัดให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสม สอดคล้องกับเทคโนโลยีท่ีเปล่ียนแปลงไปและเป็นไป
ตามมาตรฐานสากล และปรับปรุงการก�ำหนดค่ามาตรฐานระดับเสียงให้สัมพัทธ์กับค่าผลการทดสอบ
ระดับเสียงขณะอยู่กับที่ท่ีได้รับการรับรองแบบ จากการรับรองแบบเคร่ืองก�ำเนิดพลังงาน
ระบบส่งก�ำลัง และระบบไอเสียของรถจักรยานยนต์ว่ามีคุณลักษณะ สมรรถนะ และระบบ
การทำ� งานรว่ มกันของกรมการขนส่งทางบก
กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ หวังเป็นอย่างย่ิงว่า
คู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจวัดระดับเสียง
จากรถจักรยานยนต์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการติดตาม
ตรวจสอบและเฝ้าระวัง การบริการตรวจวัดระดับเสียง และการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีผลการ
ตรวจวัดท่ีถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ หากมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะประการใด กรุณาแจ้ง
กองจัดการคณุ ภาพอากาศและเสียง เพอื่ น�ำไปปรับปรงุ แกไ้ ขในโอกาสต่อไป
ท้ายน้ี กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ขอขอบคุณ
กองตรวจมลพิษและกองกฎหมาย กรมควบคุมมลพิษ รวมท้ังหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องต่างๆ ท่ีให ้
คำ� แนะน�ำในการจัดทำ� คมู่ ือฉบับนใี้ หเ้ นื้อหาท่ีน�ำเสนอมีประเดน็ ที่เก่ียวขอ้ งครอบคลมุ ในทุกๆ มิติ
คมู่ ือการตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์ 1
สารบญั
หน้า
1 มาตรฐานอ้างองิ 4
2 นยิ ามศพั ท ์ 5
3 รายการเครอื่ งมือและอุปกรณ์ 9
• ทีส่ ำ� คัญ ประกอบด้วย เครอื่ งวดั ระดับเสยี ง เครื่องกำ� เนดิ เสยี งมาตรฐาน
อุปกรณ์วัดระยะและมุม ขาตง้ั และเครื่องวดั ความเรว็ รอบเคร่อื งยนต์
4 เตรยี มความพร้อมของเคร่อื งมอื และอุปกรณ์ 19
• เคร่อื งมือและอปุ กรณ์มีความสมบูรณ์ทางกายภาพ และสามารถท�ำงานได้ปกติ
5 ปรบั เทียบความถูกตอ้ งของเคร่ืองวัดระดบั เสยี งและตั้งคา่ การตรวจวัด 22
• วงจรถ่วงน�ำ้ หนกั “A” และลกั ษณะความไวตอบรับเสียง “Fast”
6 การเลอื กพืน้ ที่ปฏบิ ัติงาน 26
• ระดับเสียงของสภาพแวดลอ้ มต้องตำ่� กว่าค่าระดับเสียงมาตรฐานของ
รถจักรยานยนต์คันทีจ่ ะตรวจวัดไม่นอ้ ยกว่า 10 เดซเิ บลเอ
• สภาพพนื้ ทรี่ าบและโล่ง ห่างขอบทางอยา่ งนอ้ ย 1 เมตร
7 การเตรยี มรถจักรยานยนต ์ 28
• รถจักรยานยนตจ์ อดอยู่กับทใี่ นตำ� แหน่งเกียรว์ า่ ง หรือรอบเดินเบากรณเี กยี ร์อัตโนมัติ
8 การตดิ ต้ังไมโครโฟน 29
• ในระดบั เดียวกับปลายทอ่ ไอเสีย โดยไมต่ ่�ำกว่า 0.2 เมตร
• หนั เข้าหาปลายท่อไอเสยี ห่างจากปลายทอ่ ไอเสีย 0.5 เมตร ทำ� มมุ 45 องศา
9 ตรวจวัดระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต ์ 32
• เร่งเครอื่ งยนต์ให้ไดต้ ามความเร็วรอบที่ก�ำหนด และอา่ นค่าระดับเสยี ง
• ด�ำเนินการ 2 ครงั้
10 การรายงานผลและสรปุ 35
• ผลการตรวจวดั ระดบั เสยี ง 2 ครง้ั ให้รายงานคา่ ระดบั เสียงสงู สุดโดยปดั เป็น
เลขจ�ำนวนเตม็ ตามหลกั คณติ ศาสตร์และเปรยี บเทียบกับคา่ มาตรฐาน
2 คูม่ ือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
ภาคผนวก
หน้า
ภาคผนวก
ภาคผนวก 1 ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม เรื่อง ก�ำหนดมาตรฐาน 38
ระดับเสียงของรถจกั รยานยนต์ ลงวันที่ 22 ตลุ าคม 2563
ภาคผนวก 2 การพจิ ารณาผลการสอบเทียบ 45
ภาคผนวก 3 ตัวอย่างการเลอื กเครอื่ งวดั ความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ 53
ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการปรบั เทียบความถูกต้องของเครอื่ งวัดระดบั เสยี ง 55
ภาคผนวก 5 ตัวอยา่ งการค�ำนวณความเร็วรอบเครือ่ งยนต์ทตี่ รวจวัดระดบั เสียง 62
ภาคผนวก 6 ตวั อยา่ งการค�ำนวณความเร็วรอบเครอื่ งยนต์ในการตรวจวัดระดับเสียง 63
กรณีไมส่ ามารถเรง่ เคร่ืองยนต์ให้ไดค้ วามเร็วรอบตามทก่ี �ำหนด
ภาคผนวก 7 ตวั อย่างการประเมินระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์จากผลการตรวจวดั 64
ในบริเวณทร่ี ะดบั เสยี งของสภาพแวดลอ้ มไมเ่ ปน็ ไปตามทีก่ ำ� หนด
ภาคผนวก 8 ตัวอย่างแบบบนั ทกึ การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจักรยานยนต ์ 67
ภาคผนวก 9 แบบฝกึ ปฏบิ ัติการตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์ 69
ภาคผนวก 10 การแกป้ ญั หาเบือ้ งตน้ ระหว่างการตรวจวัดระดบั เสยี ง 71
ภาคผนวก 11 การตรวจสอบเคร่ืองมอื และอปุ กรณห์ ลงั ใชง้ าน 72
ภาคผนวก 12 คำ� ถาม-ปัญหาจากการปฏิบัติงาน 73
คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์ 3
1
มาตรฐานอ้างองิ
ในคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ฉบับนี้มีเน้ือหา วิธีการ และข้อก�ำหนด
อ้างอิงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง ก�ำหนดมาตรฐาน
ระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2563 เป็นหลัก และอ้างอิงมาตรฐานสากล
ตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง โดยคู่มอื การตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ ฉบับนไี้ ด้จัดทำ� และเผยแพร่
ในชว่ งทเ่ี อกสารท่ใี ช้อา้ งองิ ดังกลา่ วประกาศบงั คับใช้ ซง่ึ รายการเอกสารอา้ งองิ มดี ังต่อไปน้ี
• ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เรื่อง ก�ำหนดมาตรฐานระดับเสียง
ของรถจกั รยานยนต์ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2563 (ราชกิจจานุเบกษา เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 2 ง
ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2564)
• IEC 61672-1: 2013, Electroacoustics - Sound level meters - Part 1:
Specifications
• IEC 61672-2: 2013/AMD1: 2017, Electroacoustics - Sound level meters -
Part 2: Pattern evaluation tests
• IEC 61672-3: 2013, Electroacoustics - Sound level meters - Part 3: Periodic
tests
• IEC 60942: 2017, Electroacoustics - Sound calibrators
• ISO/IEC 17025: 2005, General requirements for the competence of testing
and calibration laboratories
• UNECE R.41 Revision 2 (04 Series): 2012, Uniform provisions concerning the
approval of motorcycles with regard to noise
4 คูม่ ือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
2
นิยามศัพท์
การปรบั เทยี บ (Adjustment)
การปรับความถูกต้องของเคร่ืองมือวัดให้สามารถวัดและแสดงค่าได้ถูกต้อง ส�ำหรับการ
ปรับเทียบเครื่องวัดระดับเสียงท�ำได้โดยใช้เครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน (Acoustic calibrator)
โดยระดับความถูกต้อง (Class) ของเครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐานจะต้องดีกว่าหรือเท่ากับระดับ
ความถกู ต้องของเคร่ืองวดั ระดับเสียง
การสอบเทยี บ (Calibration)
การตรวจวัดและรายงานค่าของเครื่องมือวัดท่ีสนใจ ด้วยวิธีการท่ีเป็นไปตามมาตรฐาน
และเปน็ วิธกี ารทยี่ อมรับในระดบั สากล โดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาตหิ รอื ห้องปฏิบัติการสอบเทยี บ
ทีไ่ ดร้ บั การรบั รองหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ในหวั ข้อที่ท�ำการสอบเทยี บ
การทวนสอบ (Verification)
การน�ำผลการสอบเทียบมาพิจารณาเทียบกับเกณฑ์ยอมรับ (Acceptance/Tolerance
Limit) เพอ่ื ตดั สนิ เครอ่ื งมือว่ามีคณุ สมบัติอยใู่ นเกณฑ์ทกี่ ำ� หนด หรอื อยใู่ นเกณฑก์ ารใช้งานหรอื ไม่
ความสามารถในการสอบย้อนกลับได้ (Traceability)
ผลการวัดท่ีสามารถสอบกลับไปยังสถาบันมาตรวิทยาของประเทศอย่างไม่ขาดช่วง หรือ
สามารถพิจารณาเบ้ืองต้นได้จากผลการวัดที่อ่านได้จากเคร่ืองมือวัดที่ถูกสอบเทียบโดยห้องปฏิบัติการ
ที่ได้รับการรับรองห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 หรอื สถาบนั มาตรวทิ ยาแห่งชาติ
คู่มอื การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 5
ความเรว็ รอบของการตรวจวัดรถจักรยานยนต์
ความเร็วรอบของเคร่ืองยนต์ท่ีท�ำการตรวจวัดระดับเสียง จะข้ึนอยู่กับความเร็วรอบของ
เครอื่ งยนตท์ ี่ใหก้ ำ� ลังสงู สดุ ของรถจกั รยานยนตแ์ ตล่ ะรุ่น
รถจักรยานยนต์
รถจักรยานยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้แหล่งพลังงานจากเครื่องยนต์
เผาไหม้ภายใน รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฮบริดที่ขับเคลื่อนโดยใช้แหล่งพลังงานจากเครื่องยนต ์
เผาไหมภ้ ายในและแหล่งพลังงานอ่นื
เครื่องยนตเ์ ผาไหม้ภายใน (Internal Combustion Engine)
เครอื่ งยนต์แบบจดุ ระเบดิ ดว้ ยการอัด (Compression Ignition Engine) หรือเคร่ืองยนตแ์ บบ
จดุ ระเบดิ ประกายไฟ (Positive Ignition Engine)
รถจักรยานยนต์ไฮบริด (Hybrid Motorcycle)
รถจักรยานยนต์ท่ีมีตัวแปลงผันพลังงานท่ีแตกต่างกันอย่างน้อย 2 ชนิด และมีระบบสะสม
พลงั งานท่แี ตกตา่ งกนั อยา่ งน้อย 2 ระบบเพ่อื การขับเคลอ่ื น
การรับรองแบบ
การรับรองแบบของเครื่องกำ� เนิดพลังงาน ระบบส่งกำ� ลงั และระบบไอเสยี ของรถจกั รยานยนต์
ว่ามคี ณุ ลกั ษณะ สมรรถนะ และระบบการท�ำงานร่วมกนั เป็นไปตามหลกั เกณฑ์ที่กรมการขนสง่ ทางบก
ก�ำหนด
คา่ มาตรฐานระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์
มาตรฐานระดับเสยี งของรถจักรยานยนตท์ ่ีใชใ้ นทางขณะอยู่กับท่โี ดยไม่รวมเสยี งแตรสญั ญาณ
ตอ้ งมคี า่ ระดับเสยี งเปน็ ไปตามที่ระบไุ ว้ในตารางต่อไปน้ี
6 คู่มอื การตรวจวัดระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
ค่ามาตรฐานระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์
ประเภทของรถ จกั รยานยนต ์ ท่จี ดทะเบยี น ท่ีจดทะเบยี น ท่ีจดทะเบยี น
ก่อนวันท่ ี ระหว่างวันท่ี ตง้ั แต่วนั ท่ี
1 ม.ค. 65 1 ม.ค. 65 - 31 ธ.ค. 66 1 ม.ค. 67
มี เครือ่ งหมายหรือแผ่นป้ายแสดง ไม่เกิน ไมเ่ กนิ 5 เดซเิ บลเอ
ค่าผลการทดสอบระดับเสียง 95 เดซเิ บลเอ จากค่าผลการทดสอบระดบั เสยี ง
ขณะอย่กู บั ท่ี ท่ีได้รบั การรบั รองแบบ ขณะอยกู่ บั ท่ี ทไ่ี ดร้ บั การรบั รองแบบ
ไมม่ ี เครอื่ งหมายหรือแผ่นปา้ ยแสดง ไมเ่ กิน
คา่ ผลการทดสอบระดับเสียง ไม่เกิน 95 เดซเิ บลเอ 90 เดซิเบลเอ
ขณะอยกู่ บั ท่ี ทไ่ี ด้รบั การรบั รองแบบ
เครือ่ งกำ� เนดิ เสียงมาตรฐาน (Acoustic calibrator หรือ Sound calibrator)
อุปกรณ์ก�ำเนิดสัญญาณเสียงท่ีระดับเสียงและความถี่ที่ระบุไว้บนตัวเครื่อง โดยท่ัวไป
จะกำ� เนิดระดบั เสยี ง 94 เดซิเบล (dB) ทค่ี วามถ่ี 1 กิโลเฮริ ตซ์ (kHz) และระดับเสยี ง 114 เดซิเบล
หรือ 124 เดซเิ บล ทค่ี วามถี่ 250 เฮริ ตซ์ (Hz)
ไมโครโฟน (Microphone)
อุปกรณ์แปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามลักษณะ
การตอบสนองต่อสนามเสียง ได้แก่ Pressure microphone, Free-field microphone และ
Random microphone
• Pressure microphone ไมโครโฟนชนดิ น้ีเหมาะสำ� หรบั ตรวจวัดในชอ่ งแคบๆ เช่น ในทอ่
หรอื ใน cavity เล็กๆ เปน็ ตน้
• Free-field microphone สามารถตรวจวัดได้ดีในมุมรับเสียงที่ไมโครโฟนหันเข้าหา
แหลง่ กำ� เนดิ เสียง (0 degree incident) ไมโครโฟนชนิดน้เี หมาะสำ� หรบั ตรวจวดั ระดบั เสยี งที่ทราบ
แหล่งกำ� เนดิ แน่นอน เชน่ การวัดระดับเสียงทเ่ี กิดจากเคร่ืองจกั ร การวดั ระดบั เสียงรถยนต์ เปน็ ต้น
• Random microphone ตอบสนองหรือสามารถตรวจวัดเสียงในทุกทิศทาง ไมโครโฟน
ชนิดนเี้ หมาะส�ำหรับการวดั เสียงท่มี าจากทุกทิศทาง เชน่ การวัดเสียงภายในโรงงาน เป็นต้น
ปัจจุบันเคร่ืองวัดระดับเสียงท่ีจ�ำหน่ายในท้องตลาดโดยท่ัวไปจะใช้คู่กับไมโครโฟนชนิด
Free-field microphone และ Random microphone ส�ำหรับการวัดเสียงระดับเสียงของ
รถจักรยานยนตค์ วรใช้ไมโครโฟนชนิด Free-field microphone
คู่มอื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ 7
วงจรถว่ งนำ้� หนัก (Frequency weighting)
วงจรถ่วงน้�ำหนักตามความถี่ ท�ำหน้าท่ีปรับระดับเสียงที่แต่ละความถี่ให้มีการตอบสนอง
ใกล้เคียงกับหูมนุษย์ เน่ืองจากการตอบสนองของมนุษย์มีความแตกต่างกันตามความถ่ีและ
ระดับเสียง ดังนั้นเคร่ืองวัดระดับเสียงจึงถูกออกแบบให้มีการตอบสนองต่อความถ่ีท่ีแตกต่างกัน
ปัจจุบันเครื่องวัดระดับเสียงจะมีเพียง 3 Frequency weight คือ A-weight ใช้ในการพิจารณา
ผลกระทบหรือเสยี งรบกวนทค่ี นไดร้ บั รายงานด้วยหนว่ ย เดซิเบลเอ (dBA) C-weight ใชส้ ำ� หรับ
การวดั ระดบั เสยี งความถ่ีตำ�่ รายงานด้วยหนว่ ย เดซเิ บลซี (dBC) และ Flat คือ ไมป่ รับระดับเสียง
ตลอดช่วงความถ่ีท่ีท�ำการวัด ใช้เพ่ือหาระดับเสียงท่ีแท้จริงที่เกิดจากแหล่งก�ำเนิด รายงานค่า
ด้วยหน่วย เดซเิ บล (dB)
วงจรถ่วงนำ�้ หนักเวลา (Time weighting)
วงจรถว่ งน�้ำหนักเวลา เป็นวงจรเฉลีย่ สัญญาณตามช่วงเวลา
Fast : เป็นการเฉล่ียค่าการวัดในช่วงเวลา 125 มิลลิวินาที (ms) เหมาะส�ำหรับการวัด
ระดับเสียงทไ่ี ม่คงที่ เปลย่ี นแปลงข้ึน-ลงอย่างรวดเร็ว
Slow : เป็นการเฉลี่ยค่าการวัดในช่วงเวลา 1,000 มิลลิวินาที (ms) เหมาะส�ำหรับการวัด
ระดบั เสยี งทีค่ อ่ นขา้ งคงท่ี
หน่วยวดั ทางเสียง เดซิเบล (dB)
เสียง คือ การเปลี่ยนแปลงความดัน จึงถูกเรียกว่าความดันเสียงมีหน่วยเป็น ปาสคาล (Pa)
เน่ืองจากการตอบสนองของหูมนุษย์สามารถรับรู้ได้ในช่วงตั้งแต่ 20 ไมโครปาสคาล (µPa) ถึง
200,000,000 ไมโครปาสคาล ท�ำให้การรายงานค่าไมส่ ะดวก จงึ นยิ มรายงานผลการวัดเป็นสัดสว่ น
เชิงลอการิทึม ซ่ึงถูกเรียกว่า ระดับความดันเสียง หรือที่เรียกกันท่ัวไปว่าระดับเสียง มีหน่วยเป็น
เดซิเบล (dB)
ใบรับรองการสอบเทยี บ (Calibration Certificate)
ใบรับรองผลการสอบเทียบของเคร่ืองมือที่ส่งสอบเทียบ ซ่ึงออกโดยห้องปฏิบัติการที่ท�ำการ
สอบเทียบและเปน็ ห้องปฏบิ ัติการทีไ่ ด้รบั การรับรองห้องปฏบิ ตั กิ ารตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025
หรือสถาบันมาตรวทิ ยาแห่งชาติ
8 คู่มอื การตรวจวัดระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
3
รายการเครื่องมอื และอปุ กรณ์
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง ก�ำหนดมาตรฐานระดับเสียง
ของรถจักรยานยนต์ ลงวันท่ี 22 ตุลาคม 2563 (ภาคผนวก 1) ได้กล่าวถึงเครื่องมือส�ำหรับใช้ใน
การด�ำเนินงานตามประกาศฯ จ�ำนวน 3 รายการ ได้แก่ เคร่ืองมือส�ำหรับตรวจวัดระดับเสียง
หรือเคร่ืองวัดระดับเสียง เคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน และเครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์
แต่นอกจากเคร่ืองมือดังกล่าวแล้ว ยังมีอุปกรณ์อื่นที่มีความจ�ำเป็นส�ำหรับการตรวจวัดระดับเสียง
รายละเอยี ดของเคร่ืองมอื และอุปกรณ์ต่างๆ มีดงั น้ี
1. เคร่ืองมือส�ำหรับตรวจวัดระดับเสียง (Sound Level Meter) ต้องมี
คุณสมบัติทางเทคนิคเป็นไปตามมาตรฐานคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยเทคนิคไฟฟ้า
(International Electrotechnical Commission : IEC) หมายเลข IEC 60651 หรือ IEC 60804
หรอื IEC 61672-1 หรอื เครื่องวัดระดับเสยี งอน่ื ที่เทยี บเท่า โดยเครอ่ื งมอื ที่ใช้ตอ้ งได้รบั การสอบเทียบ
ในชว่ งระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยห้องปฏบิ ัติการทีไ่ ดร้ ับการรบั รองคุณภาพ ISO/IEC 17025 หรือ
สามารถสอบยอ้ นกลับไปยังสถาบันมาตรวิทยาแหง่ ชาตไิ ด้ ในการสง่ เคร่ืองวดั ระดบั เสยี งสอบเทยี บ
ควรส่งพร้อมกับอุปกรณ์ท่ีใช้ร่วมกันในการตรวจวัด เช่น ไมโครโฟนและสายสัญญาณ หรือ
ผลการสอบเทยี บจะต้องอยูใ่ นเกณฑ์ทกี่ ำ� หนด IEC 61672 part 1 (การพิจารณาผลการสอบเทยี บ
ดังภาคผนวก 2)
เครอื่ งมอื ตรวจวัดระดับเสยี ง ประกอบดว้ ย
1) ไมโครโฟน (Microphone)
เป็นส่วนที่รับเสียงแล้วแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพ่ือให้เครื่องวัด
ระดับเสียงน�ำไปวิเคราะห์และแสดงผล เคร่ืองวัดระดับเสียงหลายย่ีห้อสามารถถอดไมโครโฟน
ออกจากตัวเคร่ืองวัดระดับเสียงได้
คมู่ ือการตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์ 9
ไมโครโฟนท่มี าพร้อมกบั เครื่องวดั ระดับเสียง โดยมากมี 2 ชนดิ คือ Free-field microphone
และ Random microphone ชนิดของไมโครโฟนมีผลต่อค่าระดับความดันเสียงที่วัดได้
เนอื่ งจากการตอบสนองตอ่ มุมการรับเสยี งของไมโครโฟนแตกตา่ งกัน
ขอ้ เสนอแนะ : ส�ำหรับงานตรวจวัดระดับเสยี งจากยานพาหนะ ไมโครโฟนท่ีใช้ควรจะต้องเปน็
ชนิด Free-field
ไมโครโฟน
Sound Level Meter
2) ส่วนขยายสัญญาณเบือ้ งต้น (Pre-amplifier)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ต่อสัญญาณจากไมโครโฟนไปยังส่วนแสดงผล และต้องเป็น
อุปกรณท์ ี่ถูกออกแบบส�ำหรับใช้คูก่ ับไมโครโฟนโดยเฉพาะ หรอื ตามท่ีคมู่ ือการใช้งานก�ำหนด
10 คู่มือการตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์
3) สายสัญญาณ (Extension cable)
เปน็ อปุ กรณ์ใช้ต่อเช่อื มระหว่างสว่ นขยายสญั ญาณเบอ้ื งตน้ มายงั ส่วนแสดงผล
ข้อดีของการใชส้ ายสัญญาณ
- ลดปัญหาการสะท้อนของเสียงจากตัวผู้ตรวจวัดซึ่งจะท�ำให้ผลการตรวจวัด
ระดบั เสียงผดิ พลาด
- ผตู้ รวจวดั ไม่ต้องรบั ไอเสียท่ปี ล่อยจากทอ่ ไอเสยี โดยตรง
- สามารถประสานงานกับผู้ขับข่ีในการเร่งเครื่องยนต์และอ่านค่าระดับเสียง
ไปพร้อมๆ กนั ช่วยท�ำใหก้ ารวดั งา่ ยข้ึน
สายสัญญาณ
ข้อเสนอแนะ : ควรใช้สายสญั ญาณท่ผี ลติ เพื่อใช้เฉพาะกับยีห่ ้อและรุน่ ของเคร่อื งวัดระดบั เสียง
ทใี่ ชง้ าน และความยาวของสายสญั ญาณไมค่ วรเกิน 10 เมตร
หมายเหตุ : ในกรณีท่ีเครื่องวัดเสียงมีชุดอุปกรณ์เช่ือมต่อสัญญาณแบบไร้สาย (wireless)
ไปยงั ชดุ แสดงผล ไมจ่ �ำเป็นตอ้ งใชส้ ายสัญญาณ
คู่มือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 11
4) ส่วนประมวลข้อมูลและแสดงผล (Measurement Data Processing and
Display)
เป็นอุปกรณ์ที่รับสัญญาณจากส่วน
ขยายสัญญาณเบื้องต้น เพ่ือน�ำสัญญาณมาวิเคราะห์
ประมวลผล และแสดงผล โดยต้องเป็นอุปกรณ์ที่ถูก
ออกแบบสำ� หรับใช้รว่ มกนั ตามท่ีระบุไว้ในคู่มือการใช้งาน
5) อปุ กรณป์ ้องกันลม (Wind Screen)
ลมจากแรงดันไอเสีย จะท�ำให้เกิดการ
แสดงผลการวัดที่ไม่ใช่ระดับเสียงจากการท�ำงานของ
เคร่ืองยนต์ ส่งผลให้ค่าการวัดผิดพลาด ดังนั้น อุปกรณ์
ป้องกันลมจึงจ�ำเป็นต้องใช้ เพื่อป้องกันค่าระดับเสียง
ที่ไม่ตอ้ งการดังกลา่ ว
ขอ้ เสนอแนะ : ควรเป็นอุปกรณท์ ี่ใชค้ ูก่ บั เคร่อื งวดั ระดับเสียงตามทบ่ี ริษทั ผ้ผู ลิตแนะนำ� และ
ไม่ควรใช้ฟองน�ำ้ ทัว่ ไปมาใช้ทดแทน
2. เคร่อื งก�ำเนิดเสยี งมาตรฐาน
(Acoustic Calibrator)
เป็นอุปกรณ์ก�ำเนิดสัญญาณเสียง
ท่ีมีระดับความดันเสียงและความถี่ที่แน่นอน
ใช้ในการปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องวัด
ระดับเสียง เพื่อให้เคร่ืองอ่านค่าได้อย่างถูกต้อง
เครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐานต้องเป็นไปตาม
มาตรฐาน IEC 60942 หรือมาตรฐานอ่ืนท ี่
เทยี บเท่า
12 คู่มอื การตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
ข้อเสนอแนะ :
1. เครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน ควรใช้คู่กับอุปกรณ์แปลง
ขนาดไมโครโฟน (Adapter) ทผ่ี ลิตมาคูก่ ันเท่าน้ัน
2. การส่งเคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐานเพื่อท�ำการสอบเทียบ
ควรส่งมาพร้อมอปุ กรณ์แปลงขนาดไมโครโฟนทีผ่ ลติ มาใชค้ ู่กนั
3. เคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน ควรได้รับการสอบเทียบในช่วง 1 ปี
โดยห้องปฏิบัติการท่ีได้รับการรับรองคุณภาพ ISO/IEC 17025
และสามารถสอบยอ้ นกลับไดไ้ ปยังสถาบันมาตรวทิ ยาแห่งชาติ
4. การทวนสอบผลการสอบเทียบของเคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐานต้องอยู่ในเกณฑ์ท่ีก�ำหนด
ใน IEC 60942 (การพิจารณาผลการสอบเทยี บดังภาคผนวก 2)
5. เครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐานควรมีระดับความถูกต้อง (Class) เทียบเท่าหรือดีกว่าระดับ
ความถกู ตอ้ งของเครือ่ งวัดเสียง และผลการสอบเทียบจะต้องอยใู่ นเกณฑท์ ีก่ �ำหนด
3. ขาตง้ั
ใชข้ าตั้งกล้อง หรอื ขาตัง้ ที่ท�ำโดยเฉพาะ เพ่ือนำ� เครือ่ งวัดระดับเสียงมาตดิ ต้งั โดยขาต้ัง
ต้องสามารถปรบั ระดับสูง-ต�่ำได้ และระยะตำ่� สุดที่ต้องปรบั ได้ คือ 20 เซนตเิ มตรจากพนื้ สามารถ
ดัดแปลงขาต้ังให้ติดต้ังเคร่ืองวัดระดับเสียงพร้อมมีอุปกรณ์วัดระยะและมุม เพื่อเพิ่มความสะดวก
ในการปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหนา้ ที่
ข้อเสนอแนะ : ขาต้ังควรมีขนาดเล็ก และเป็นขาเดี่ยว มีความม่ันคง และไม่รบกวนต่อ
สนามเสยี งในขณะท�ำการวัด
คมู่ อื การตรวจวัดระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์ 13
4. อุปกรณ์วดั ระยะและมุม
เป็นอุปกรณ์ที่ท�ำขึ้นเฉพาะให้มีความยาว 0.5 เมตร และปลายท�ำมุม 45 องศา
ใช้เพื่อช่วยก�ำหนดระยะและมุมในการต้ังเครื่องวัดระดับเสียง อุปกรณ์วัดระยะและมุม และขาตั้ง
สามารถทำ� เปน็ อปุ กรณช์ ดุ เดยี วกันเพอ่ื เพ่ิมความสะดวกในการปฏิบัตงิ าน
0.5 เมตร
0.5 เมตร 45 ํ
ข้อเสนอแนะ : เม่ือก�ำหนดระยะและมุมในการตั้งเคร่ืองวัดระดับเสียง ให้ลดระดับของ
อุปกรณว์ ดั ระยะและมมุ หรือนำ� ออก เพอ่ื ไม่รบกวนตอ่ สนามเสยี งในขณะท�ำการวดั
5. เครอ่ื งพมิ พ์
ใช้เมื่อต้องการพิมพ์ผลการตรวจวัด
ระดับเสยี งในกระดาษบนั ทกึ
14 คู่มือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์
6. เครอ่ื งวัดความเรว็ รอบเครอ่ื งยนต์
ใช้วัดความเร็วรอบเครื่องยนต์เพื่อประกอบการตรวจวัดระดับเสียง เคร่ืองวัดความเร็ว
รอบเครื่องยนต์สามารถวัดได้หลายวิธีตามความสามารถของเคร่ืองมือ ยี่ห้อและรุ่น เช่น
การใช้ล�ำแสงอินฟราเรด การรับสัญญาณการส่ันสะเทือนหรือการขยายตัวของท่อส่งน้�ำมัน และ
วัดการสั่นสะเทือนของตัวรถ เป็นต้น การพิจารณาเลือกใช้เคร่ืองมือวัดความเร็วรอบให้เหมาะสม
กับรถจักรยานยนต์ประเภทตา่ งๆ แสดงไว้ดังตารางที่ 3-1
คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 15
ตารางท่ี 3-1 ข้อพิจารณาการเลือกใช้เคร่ืองมือวัดความเร็วรอบให้เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์
ประเภทต่างๆ
ลักษณะรถจกั รยานยนต์ หมายเหต/ุ
เขา้ ถงึ ไม่สามารถเขา้ ถึง ขอ้ เสนอแนะ
วิธวี ัด ทอ่ ส่งนำ้� มนั ท่อสง่ นำ้� มัน
และสายคอยล ์ และสายคอยล์
จดุ ระเบดิ จดุ ระเบิดหวั เทยี น
หัวเทียน (เคร่อื งยนตแ์ บบปิด)
1. รับสัญญาณเหนย่ี วน�ำ Ï - เฉพาะรถเคร่อื งยนต์จดุ ระเบิดดว้ ย
สนามแม่เหลก็ ไฟฟา้ ประกายไฟ
(Induction clip) - แบบขดลวดไฟแรงสูง วัดสัญญาณจาก
ตำ� แหน่งระหว่างคอยล์จุดระเบิด
ไปหัวเทียน
- แบบขดลวดไฟแรงตำ่� วัดสัญญาณ
จากต�ำแหน่งระหวา่ งแบตเตอร่ี
ไปคอยล์จุดระเบดิ
(ตอ้ งเปิดฝาครอบเครอ่ื งยนต์)
2. วดั การส่นั สะเทอื น มตี ำ� แหนง่ ที่ติดต้งั ได้ม่นั คงแข็งแรง
ของตัวรถ และอยูใ่ กลเ้ ครื่องยนต์มากที่สดุ
(accelerometer)
3. วัดสญั ญาณไฟฟา้ - วดั บริเวณจุดเช่อื มตอ่ USB
กระแสสลบั (AC หรือขั้วแบตเตอร่ี
Noise) ทป่ี นมากับ
สญั ญาณไฟฟา้
กระแสตรง (DC)
4. วัดความถ่ขี องเสยี ง - มีความปลอดภัย
ทีอ่ อกจากท่อไอเสีย - ใชไ้ ด้ท้ังเครื่องยนตช์ นิดที่จุดระเบิด
โดยใชไ้ มโครโฟน ดว้ ยการอดั และจุดระเบิดดว้ ย
ประกายไฟ
- อาจเกิดความคลาดเคลอ่ื นเมื่อ
ตรวจวัดที่ความเร็วรอบเคร่ืองยนตส์ งู
5. ใช้ความถ่ีวทิ ยุ - อยหู่ ่างจากแหลง่ ก�ำเนิดคลื่นวทิ ยทุ ี่มี
ทเ่ี กิดจากการหมุน กำ� ลงั สง่ สงู
ของเครื่องยนต์ (RF) - ไดเ้ ฉพาะกบั รถท่จี ุดระเบิดดว้ ยการอัด
วัดทหี่ ัวลกู สบู หรอื หัวเทยี น
16 คู่มือการตรวจวดั ระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
ลักษณะรถจกั รยานยนต์ หมายเหตุ/
เขา้ ถงึ ไมส่ ามารถเขา้ ถึง ขอ้ เสนอแนะ
วธิ ีว ัด ท่อส่งน�้ำมัน ท่อสง่ น้ำ� มนั
และสายคอยล ์ และสายคอยล์
จดุ ระเบิด จุดระเบิดหวั เทยี น
หวั เทยี น (เครือ่ งยนต์แบบปดิ )
6. อ่านค่าจากกล่อง ECU - มกั ติดตง้ั มาเฉพาะกบั รถจักรยานยนต์
(Electronic Control ขนาดใหญ่
Unit) โดยใช้เครอ่ื งอ่าน - ไม่แนะน�ำส�ำหรบั การวดั ในงานภาคสนาม
ขอ้ มูล (เครื่องวเิ คราะห ์ เนอ่ื งจากผปู้ ฏิบัติงานต้องตอ่ อปุ กรณ์
ขอ้ บกพรอ่ งของ ท่อี ย่ภู ายในตวั รถ และอาจเปน็ ขอ้ พิพาท
รถจักรยานยนต)์ ระหว่างผูป้ ฏบิ ัตงิ านกับเจ้าของรถ
- ต้องอพั เดทซอฟท์แวรโ์ ปรแกรม ECU
ของรถจักรยานยนต์รุ่นใหมๆ่ เปน็ ระยะ
= เหมาะสม Ï = ไมเ่ หมาะสม
เครื่องวัดความเร็วรอบต้องมีค่าความคลาดเคล่ือนไม่เกินร้อยละ 3 ของค่าที่จะท�ำการ
ตรวจวัด ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบได้ที่คุณลักษณะเฉพาะของเคร่ืองมือได้จากตัวอย่างการเลือก
เครอ่ื งวัดความเร็วรอบเคร่อื งยนต์ดังภาคผนวก 3
7. ขาต้ังสำ� หรบั กรณรี ถจักรยานยนต์ทเ่ี ป็นเกียรอ์ ตั โนมัติท่ีไม่มขี าตัง้ คู่
ติดตงั้ มากับตัวรถ
กรณีที่รถจักรยานยนต์ท่ีเป็นเกียร์อัตโนมัติที่ไม่มีขาต้ังคู่ติดตั้งมากับตัวรถ หรือขาตั้ง
ท่ตี ิดตงั้ มามคี วามชำ� รดุ เสยี หาย และจ�ำเปน็ ต้องยกลอ้ ทใ่ี ชใ้ นการขบั เคลอ่ื นใหล้ อยข้ึนสูงจากพ้นื
ค่มู ือการตรวจวัดระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ 17
8. ข้อมูลความเร็วรอบเครอื่ งยนต์
8.1 รถจักรยานยนต์มีเครื่องหมายหรือแผ่นป้ายแสดงค่าผลการทดสอบระดับเสียง
ขณะอยู่กับท่ีที่ได้รับการรับรองแบบติดไว้กับตัวรถ ให้ใช้ค่าความเร็วรอบท่ีแสดงไว้ในเคร่ืองหมาย
หรอื แผ่นปา้ ย มาใชเ้ ป็นคา่ ความเรว็ รอบของเคร่อื งยนตใ์ นการตรวจวัดระดับเสียง
8.2 รถจักรยานยนต์ไม่มีเคร่ืองหมายหรือแผ่นป้ายแสดงค่าผลการทดสอบระดับเสียง
ขณะอย่กู ับที่ท่ไี ด้รบั การรับรองแบบตดิ ไวก้ บั ตวั รถ สามารถหาข้อมูลได้ดังนี้
(1) แอพพลิเคชั่น AutoTest4Thai ที่ใช้กับอุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการ
Android/iOS ซึ่งเป็นระบบบันทึกข้อมูลมลพิษจากยานพาหนะส�ำหรับพนักงานเจ้าหน้าท ่ี
โดยแอพพลเิ คชน่ั ดงั กล่าวมีข้อมลู ความเร็วรอบเครือ่ งยนต์สำ� หรับการตรวจวัดระดับเสียง
(2) ค่มู ือรถจกั รยานยนต์จากบรษิ ัทผู้ผลติ รถจักรยานยนต์ และขอ้ มูลลักษณะเฉพาะ
ของเครื่องยนต์จากเว็บไซต์ผู้ผลิตและจ�ำหน่ายรถจักรยานยนต์ เพื่อน�ำมาค�ำนวณความเร็วรอบ
ของเคร่ืองยนต์ท่ีใช้ในการตรวจวัดระดับเสียง รวมท้ังคู่มือความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ส�ำหรับ
การตรวจวดั ระดับเสียงทจี่ ดั ทำ� โดยกรมควบคุมมลพิษ โดยวิธกี ารคำ� นวณคา่ ความเร็วรอบเคร่ืองยนต์
ส�ำหรบั การตรวจวดั ระดับเสียงสามารถศกึ ษารายละเอียดการค�ำนวณไดจ้ ากภาคผนวก 5
9. อปุ กรณ์อื่นๆ
อุปกรณ์ช่วยการปฏิบัติงาน เช่น กรวยยาง โต๊ะ เก้าอ้ี ร่มสนาม แบบบันทึกผลการ
ตรวจวดั ระดบั เสยี ง วิทยุส่ือสารระยะใกล้ เป็นต้น
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง เขม่าควัน และ
ไอน้�ำมัน ท่ีอุดหู หมวกและแว่นกันแดด เสื้อสะท้อนแสง ถุงมือกันความร้อนและกันลื่น
รองเท้านิรภัย หมวกนริ ภัย ผ้ากนั เปอื้ นของเจา้ หนา้ ท่ี ผา้ คลมุ กันเป้อื นของเบาะและตวั รถ เปน็ ตน้
18 คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์
4
เตรียมความพรอ้ มของ
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์
จัดเตรียมเคร่ืองมือ อุปกรณ์ และตรวจสอบประสิทธิภาพของเคร่ืองมือและอุปกรณ์ทั้งหมด
ดงั ตารางท่ี 4-1
ตารางที่ 4-1 รายการเคร่อื งมือและอุปกรณ์ และการตรวจสอบ
รายการ การตรวจสอบ
o เคร่อื งวดั ระดบั เสยี ง - มีความสมบรู ณ์ทางกายภาพ (ไม่มกี ารบ่นิ แตก หกั หรอื ร้าว
เป็นต้น)
- ไมโครโฟนไมม่ ีการบน่ิ ทะลุ เปน็ ต้น
- เปลือกหุ้มสายสัญญาณไมฉ่ กี ขาด หัก แตก
- ขั้วตอ่ สายสัญญาณมสี ภาพสมบูรณ์ สามารถเชอื่ มต่อกับ
อปุ กรณอ์ ่นื ๆ ไดแ้ น่นหนา
- อุปกรณ์ป้องกนั ลมไม่ขาดยยุ่ กรอบ
- แบตเตอรส่ี ามารถจ่ายไฟได้เพยี งพอต่อการใชง้ าน
(ควรมากกว่า 50%) และมีแบตเตอรี่สำ� รอง
- ตอ่ ชดุ อปุ กรณ์ท้งั หมดและเปิดเครอ่ื ง โดยเคร่อื งมือสามารถปรบั ตั้ง
ฟงั กช์ นั และท�ำงานไดป้ กติ
- สามารถปรบั เทยี บกบั เครื่องก�ำเนิดเสยี งมาตรฐานไดต้ ามค่าทกี่ ำ� หนด
- เครือ่ งวดั ระดับเสียงควรอยู่ในชว่ งระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่
สอบเทยี บล่าสุด
คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์ 19
รายการ การตรวจสอบ
o เคร่ืองก�ำเนดิ เสยี ง - มคี วามสมบรู ณ์ทางกายภาพ (ไม่มกี ารบนิ่ แตก หัก หรือรา้ ว
มาตรฐาน เป็นตน้ )
- แบตเตอรส่ี ามารถจ่ายไฟได้เพียงพอต่อการใชง้ าน และมแี บตเตอรี่
สำ� รอง
- ควรอยใู่ นช่วงระยะเวลา 1 ปี นบั จากวันท่สี อบเทยี บล่าสุด
o ขาต้ัง - มีความสมบูรณท์ างกายภาพ (ไมแ่ ตก หัก ร้าว หรือช้ินส่วน
หลุดหาย เปน็ ต้น)
- สามารถปรับระดับความสูง และตั้งระดบั ความสูงตามที่ตอ้ งการ
ได้อย่างมัน่ คง
- อุปกรณ์ยดึ ขาตัง้ กบั เคร่อื งวัดระดบั เสยี งหรือไมโครโฟนใชง้ าน
ได้สมบรู ณ์
o เครื่องพมิ พ ์ - เครอื่ งพมิ พ์มีความสมบรู ณ์ทางกายภาพ (ไมม่ กี ารแตก หรือหัก
ช่องใสแ่ บตเตอรม่ี สี ภาพดี เป็นต้น)
- สายสญั ญาณตอ่ เชอื่ มเครอื่ งพมิ พก์ บั เคร่ืองวดั ระดับเสียง
มคี วามสมบรู ณท์ างกายภาพ (เปลอื กหมุ้ สายสญั ญาณไมฉ่ ีกขาด
หกั แตก ข้ัวตอ่ สายสัญญาณมสี ภาพสมบรู ณ์ สามารถเชอื่ มต่อกบั
อปุ กรณ์ไดแ้ น่นหนา)
- แบตเตอรี่สามารถจา่ ยไฟได้เพียงพอตอ่ การใช้งาน และมแี บตเตอร่ี
ส�ำรอง
- กระดาษส�ำหรบั พิมพม์ คี วามเพยี งพอกบั การใชง้ าน
- เมอ่ื ตอ่ เชือ่ มการท�ำงานกับเครื่องวดั ระดบั เสียงแลว้ สามารถ
รบั คำ� สั่งและพิมพ์ผลการตรวจวัดได้
o อุปกรณว์ ัดระยะ - มคี วามสมบรู ณท์ างกายภาพ (ไม่มกี ารงอ หรอื หกั เป็นต้น)
และมมุ
20 คมู่ อื การตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์
รายการ การตรวจสอบ
o เครื่องวดั ความเรว็ - เครอ่ื งวดั มีความสมบรู ณ์ทางกายภาพ (ไม่มีการบนิ่ แตก หกั
รอบเครือ่ งยนต ์ หรือรา้ ว เป็นต้น)
- เซน็ เซอร/์ หัววัด/เสาอากาศของเครื่อง และสายสญั ญาณ
มีความสมบรู ณ์ทางกายภาพ
- แบตเตอรส่ี ามารถจา่ ยไฟไดเ้ พียงพอตอ่ การใชง้ าน
o ข้อมลู ความเรว็ รอบ - มคี ู่มอื ความเรว็ รอบเครอ่ื งยนต์ส�ำหรับตรวจวัดระดับเสยี ง หรือ
เครอ่ื งยนต์ มสี มารท์ โฟนท่มี แี อพพลิเคชน่ั AutoTest4Thai
o ขาตัง้ ส�ำหรบั กรณีรถ - มคี วามสมบรู ณท์ างกายภาพ (ไมม่ กี ารงอ หรือหกั เป็นต้น)
ที่เปน็ เกียรอ์ ตั โนมัติ
ที่ไมม่ ีขาตั้งค่ตู ิดตั้ง
มากบั ตัวรถ
o อุปกรณอ์ นื่ ๆ อุปกรณ์ชว่ ยการปฏิบัติงาน : กรวยยาง โตะ๊ เก้าอี้ ร่มสนาม
(ตามความจำ� เปน็ ) แบบบนั ทึกผลการตรวจวัดระดับเสียง อปุ กรณป์ อ้ งกันอนั ตราย
สว่ นบคุ คล : หนา้ กากป้องกันฝ่นุ ละออง เขมา่ ควัน และไอน�ำ้ มนั
ที่อุดหู หมวก แวน่ กนั แดด เส้ือสะทอ้ นแสง ถุงมือกันความรอ้ น
และกันลื่น รองเท้านิรภยั หมวกนิรภยั ผ้ากนั เปือ้ นของเจา้ หนา้ ที่
ผา้ คลมุ กันเป้ือนของเบาะและตวั รถ อุปกรณ์ถา่ ยภาพ เปน็ ตน้
ข้อเสนอแนะ :
1. เครื่องมือและอุปกรณ์ควรใส่ในกระเป๋า หรือกล่องเคร่ืองมือ เพื่อป้องกันการกระทบ
กระเทอื นอยา่ งรนุ แรงระหว่างการเคลอ่ื นยา้ ย
2. การเกบ็ เครือ่ งมือควรหลีกเลี่ยงบริเวณท่ีมีความชนื้ และความรอ้ นสูง
3. ควรเคลือ่ นย้ายเครือ่ งมอื และอุปกรณด์ ว้ ยความระมัดระวงั
คู่มือการตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 21
5
ปรบั เทียบความถูกต้องของเครื่องวดั
ระดบั เสยี งและตั้งคา่ การตรวจวัด
ก่อนตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์ ให้ด�ำเนินการ 2 ขน้ั ตอนนี้ เป็นลำ� ดบั แรก
1. ปรบั เทยี บความถกู ต้องของเคร่ืองวดั ระดับเสยี ง
ปรับเทียบเคร่ืองวัดระดับเสียงให้อ่านค่าได้ถูกต้องด้วยเครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน
มีขั้นตอนดังนี้ (ตวั อย่างดงั ภาคผนวก 4)
1) ค�ำนวณหาค่าระดับเสียงท่ีต้องท�ำการปรับตั้งค่าบนเคร่ืองวัดระดับเสียง (กรณ ี
เครอ่ื งวดั ระดบั เสยี งบางรุน่ จำ� เปน็ ต้องใช้ค่าแก้ซึง่ ก�ำหนดโดยบรษิ ัทผู้ผลิต) ดังสมการ
SPL = SPLcer + Corr
โดยท ี่ SPL คือ ระดบั เสยี งที่แสดงบนเคร่ืองวัดระดับเสยี ง
SPLcer คอื ระดับเสียงท่ีระบใุ นใบรบั รองผลการสอบเทยี บของ
เคร่ืองก�ำเนดิ เสียงมาตรฐาน
Corr คอื ค่า Load volume correction สามารถหาไดจ้ ากคมู่ อื หรอื
เว็บไซต์ของผู้ผลติ เครอื่ งวดั ระดับเสียง (ท้ังน้ี ยกเวน้ กรณบี รษิ ัท
ผู้ผลติ แนะน�ำใหเ้ ปน็ อย่างอื่น)
22 คู่มอื การตรวจวัดระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
2) สวมไมโครโฟนของเครื่องวัดเสียงเข้าไปใน coupler ของเคร่ืองก�ำเนิดเสียง
มาตรฐาน ในลักษณะที่เครื่องวัดระดับเสียงต้ังฉากกับพ้ืน และเคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน
อยู่ด้านบนไมโครโฟนในลักษณะแนวด่ิง เพื่อให้น�้ำหนักของเครื่องก�ำเนิดเสียงมาตรฐานกดลงบน
ไมโครโฟน จนกระทง่ั ไมโครโฟนแนบสนทิ กับบ่ารับ (หรอื วธิ ีการตามท่ผี ูผ้ ลติ กำ� หนด)
Sound Calibrator Sound Calibrator
Microphone
Microphone
ข้อเสนอแนะ : ขณะที่ทำ� การปรบั เทียบเคร่อื งวัดระดับเสยี ง ไม่ควรวางเครื่องมอื ในแนวนอน
เพราะอาจจะท�ำให้ไมโครโฟนไม่แนบสนิทกับบ่ารับ ท�ำให้ค่าระดับเสียงไม่ถูกต้อง ส่งผลให้
การปรับเทยี บคา่ เกิดความผิดพลาด
3) เปิดเคร่ืองวัดระดับเสียง ท�ำการปรับตั้งค่าส�ำหรับการปรับเทียบ ตามวิธีท่ีระบุไว้
ในคมู่ ือของเครอ่ื งวดั ระดบั เสียง
4) เปิดเคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน รอจนกระท่ังระดับเสียงท่ีจ่ายออกมามีค่าคงที่
หรอื ประมาณ 5 - 10 วนิ าที ตามท่รี ะบุไว้ในค่มู ือของเคร่อื งก�ำเนิดเสยี งมาตรฐาน
5) ปรับค่าเคร่ืองวัดระดับเสียงจนกระท่ังส่วนแสดงผลแสดงค่าตรงกับท่ีต้องการ
(ตามทค่ี �ำนวนไดจ้ ากขอ้ 1))
6) ปดิ เคร่อื งกำ� เนดิ สญั ญาณเสยี งมาตรฐาน ถอดไมโครโฟนของเครื่องวัดระดับเสียงออก
7) ท�ำการสวมไมโครโฟนของเคร่ืองวัดระดับเสียงในเคร่ืองก�ำเนิดสัญญาณเสียง
มาตรฐาน และเปดิ เครื่องกำ� เนดิ เสยี งมาตรฐาน
8) รอจนกระท่ังสัญญาณเสียงคงที่ ท�ำการอ่านค่าบนเคร่ืองวัดระดับเสียงอีกครั้ง
ว่าตรงกับท่ีปรับตั้งไว้หรอื ไม่ หากไม่ตรงกันใหท้ �ำการเริม่ ต้นใหมท่ ัง้ หมด
คู่มือการตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์ 23
กรณีท่ีใช้สายสญั ญาณ ใหป้ ระกอบเครื่องวดั ระดับเสียง (ไมโครโฟน ส่วนขยายสัญญาณ
เบ้อื งต้น สายสัญญาณ และสว่ นประมวลข้อมูลและแสดงผล) ก่อนจึงท�ำการปรบั เทียบระดบั เสียง
ควรท�ำการตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องวัดระดับเสียงทุกคร้ังท่ีท�ำการวัด หรือกรณีม ี
ข้อสงสัยต่อผลการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ โดยการวัดค่าระดับเสียงของ
เคร่ืองก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน (เคร่ืองเดิมโดยไม่ท�ำการปรับค่าใดๆ) ค่าความแตกต่างระหว่าง
ค่าท่ีอ่านได้ก่อนและหลังการตรวจวัดระดับเสียงต้องต่างกันไม่เกิน 0.5 เดซิเบล ส�ำหรับ
เครือ่ งวัดระดับเสียงทม่ี รี ะดบั เสยี งทม่ี ีระดับความถูกต้อง Class 1 และไมเ่ กนิ 1.0 เดซิเบลเอ
ส�ำหรับ Class 2 หากเกิน แสดงว่าอาจมีความผิดปกติกับเครื่องวัดระดับเสียง จึงไม่ควรใช้
ผลการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ที่ด�ำเนินการโดยเคร่ืองวัดระดับเสียงเครื่องน้ี
มารายงานผล
24 คู่มอื การตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
2. ต้ังคา่ การตรวจวดั ของเครอ่ื งวัดระดบั เสียง
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เร่ือง ก�ำหนดมาตรฐาน
ระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2563 กำ� หนดการต้ังค่าการตรวจวัด ดงั นี้
- เลือกวงจรถ่วงน้�ำหนัก (Frequency weight) “A” ซึ่งเป็นการถ่วงน�้ำหนัก
ความถี่เสียงที่เสมือนกับหูของคนเรา หน่วยของการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
จงึ เปน็ “เดซิเบลเอ” หรือ dBA
- เลือกลักษณะความไวตอบรับเสียง (Time weight) “Fast” เฉลี่ยระดับเสียง
ในชว่ ง 125 มิลลวิ นิ าที (ms) เพอื่ ใหส้ ามารถบนั ทึกคา่ ระดับเสยี งทเี่ ปล่ียนแปลงขน้ึ ลงอย่างรวดเร็ว
ไดท้ ัน
- เลือกช่วงของการวัด (range) ให้ครอบคลุมระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
ทจี่ ะท�ำการวดั เมื่อเร่งเคร่อื งยนต์ เสียงของรถจักรยานยนตจ์ ะมรี ะดบั ประมาณ 75 - 110 เดซเิ บลเอ
ดังน้ัน ควรเลือกช่วงการตรวจวัด เช่น 40 - 130 เดซิเบลเอ หรือ 50 - 140 เดซิเบลเอ เป็นต้น
(เครอ่ื งวดั ระดับเสยี งบางยี่หอ้ บางรนุ่ ปรบั ชว่ งอตั โนมตั ิจึงไม่ต้องเลอื กช่วงการตรวจวัด)
คมู่ อื การตรวจวดั ระดับเสียงของรถจกั รยานยนต์ 25
6
การเลือกพื้นทป่ี ฏิบตั งิ าน
1. ตรวจวดั ระดับเสียงของสภาพแวดล้อม
อ่านค่าระดับเสียงในสถานท่ีตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ช่วงเวลาไม่ต�่ำกว่า
10 วนิ าที โดยระดับเสียงของสภาพแวดล้อมต้องเปน็ ไปดงั ตารางตอ่ ไปนี้
คา่ มาตรฐานระดบั เสียง ระดับเสียงของสภาพแวดล้อม
ของรถจกั รยานยนต์ที่จะท�ำการตรวจวดั
ไมเ่ กนิ 90 เดซเิ บลเอ ไม่เกนิ 80 เดซิเบลเอ
ไม่เกนิ 95 เดซเิ บลเอ ไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ
ไม่เกิน 5 เดซเิ บลเอ จากค่าผลการทดสอบ ไมเ่ กินค่าผลการทดสอบระดบั เสยี ง
ระดับเสยี ง ขณะอยู่กบั ที ่ ขณะอยกู่ ับที่ ทไ่ี ด้รับการรับรองแบบ
ท่ไี ด้รบั การรับรองแบบ ลบดว้ ย 5 เดซเิ บลเอ
ตวั อยา่ ง ตวั อย่าง
81 + 5 = 86 เดซเิ บลเอ 81 - 5 = 76 เดซเิ บลเอ
เครอ่ื งหมายหรอื แผ่นป้ายแสดงคา่ ผลการทดสอบระดบั เสียงอาจมคี วามแตกต่างจากตวั อย่างท่ีแสดงไว้
โดยขึ้นอยู่กับย่ีห้อและร่นุ ของรถจักรยานยนต์
* หากระดบั เสยี งของสภาพแวดลอ้ มไมเ่ ปน็ ไปตามคา่ ที่ก�ำหนดไว้ในตาราง
ใหเ้ ปลี่ยนสถานทีต่ รวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์คนั น้นั *
26 คมู่ อื การตรวจวัดระดับเสียงของรถจกั รยานยนต์
กรณีผลการทดสอบระดับเสียงขณะอยู่กับท่ีท่ีได้รับการรับรองแบบมีค่าระดับเสียงต�่ำ
การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์รมิ ทาง อาจหาสถานท่ีท่มี รี ะดบั เสียงของสภาพแวดล้อม
เหมาะสมได้ยาก โดยหากบริเวณจุดตรวจวัดมีระดับเสียงของสภาพแวดล้อมไม่เป็นไปตามค่าที่
ก�ำหนด อาจท�ำการประเมินระดับเสียงของรถจักรยานยนต์จากผลการตรวจวัดระดับเสียงของ
รถจกั รยานยนต์ โดยสามารถศกึ ษารายละเอียดไดจ้ ากภาคผนวก 7 และถา้ ระดับเสยี งทปี่ ระเมินได้
มีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์คันนั้นให้น�ำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว
ไปตรวจวัด ณ บริเวณอ่ืนใกล้เคียง เช่น ริมทางสายรองที่มีระยะทางห่างออกไปไม่มากนัก
ทีม่ รี ะดับเสยี งของสภาพแวดลอ้ มเปน็ ไปตามทีก่ ำ� หนด
2. ตรวจสภาพพน้ื ท่ี
• เป็นพืน้ ราบ ทำ� ดว้ ยคอนกรีต หรอื แอสฟลั ต์ หรอื วสั ดทุ ่ีมีคณุ สมบตั ิในการสะทอ้ นเสียง
ไดด้ ี เช่น ผวิ ถนน
• เป็นพ้ืนที่โล่ง ภายในระยะ 3 เมตร จากขอบนอกของรถจักรยานยนต์ (ไม่รวม
คันบังคับ) ต้องไมม่ ีสิง่ กดี ขวาง ไมอ่ ยู่ใต้หลงั คาหรอื สะพาน
• หลกี เลยี่ งบรเิ วณทอ่ ระบายน�ำ้ ฟตุ บาทและทอ่ ระบายนำ�้ ทเ่ี ปน็ ตะแกรงบนทอ้ งถนน
มากกว่า 3 เมตร มากกวา่ 3 เมตร
มากกว่า 3 เมตร
มากกว่า 3 เมตร
มากกวา่ 3 เมตร 45 ํ
0.5 เมตร
มากกวา่ 3 เมตร
คมู่ ือการตรวจวดั ระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ 27
7
การเตรยี มรถจกั รยานยนต์
1. จอดรถจักรยานยนตห์ า่ งจากขอบทางเทา้ อย่างนอ้ ย 1 เมตร
2. จอดรถจักรยานยนต์อยู่กับท่ีและท�ำการเดินเคร่ืองยนต์ในต�ำแหน่งเกียร์ว่าง โดย
หากรถจักรยานยนต์ท่ีจะท�ำการตรวจวัดไม่มีเกียร์ว่างให้เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่
ดว้ ยความเรว็ รอบเดนิ เบา
3. การเดินเครอ่ื งยนต์ ควรมีการเดนิ เคร่อื งยนตม์ าไมน่ ้อยกว่า 5 นาที ก่อนการตรวจวัด
ไม่น้อยกว่า 1 เมตร แนวยาว
กงึ่ กลางตัวรถ
แนวแกนกลาง
ของระบบไอเสยี
เกยี รอ์ ตั โนมตั ิ
ตงั้ ขาคู่ไม่ให้ลอ้ ท่ีใช้ขบั เคลื่อน
สัมผสั พื้น
ขอ้ เสนอแนะ :
รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีเกียร์ว่าง หรือเป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ ควรตั้งขาต้ังคู่ หรือใช้อุปกรณ ์
ขาตั้งส�ำหรับกรณีรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีขาตั้งคู่ติดต้ังมากับตัวรถ เพ่ือให้ล้อท่ีใช้ขับเคล่ือน
ลอยสงู ข้ึนจากพื้นโดยคำ� นึงถึงความปลอดภยั ในขณะตรวจวัดระดับเสยี ง
28 คูม่ ือการตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
8
การติดต้ังไมโครโฟน
1. ความสูงไมโครโฟน
ไมน่ อ้ ยกวา่ 0.2 เมตร
มากก0ว.า่ 2หเมรือตเรทา่ กับ
ขนานกับพ้นื ระดบั เดยี วกับปลายทอ่ ไอเสีย แต่ต้องไม่นอ้ ยกวา่ 0.2 เมตร
2. ตำ� แหน่งไมโครโฟน ใหพ้ จิ ารณาจากจ�ำนวนท่อไอเสีย
- ท�ำมุม 45 องศากับแนวปลายท่อไอเสียด้านที่ไมโครโฟนมีระยะห่างกับ
ขอบนอกของตวั รถ (ไมร่ วมคันบงั คบั ) มากทีส่ ดุ
- ห่างจากปลายทอ่ ไอเสยี 0.5 เมตร
- หากท่อไอเสียย่ืนไม่พ้นตัวรถให้ท�ำมุม 45 องศากับแนวแกนกลางของ
ระบบไอเสยี และหา่ งจากขอบนอกของตัวรถ (ไมร่ วมคันบังคบั ) เปน็ ระยะ
0.5 เมตร
ทอ่ ไอเสีย 1 ท่อ 0.5 เมตร
คู่มอื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ 29
- ท่อไอเสีย 2 ทอ่ หรอื มากกว่า ตอ่ จากหม้อพักใบเดียวกัน และมีระยะระหว่างปลายทอ่ ไอเสีย
ไมเ่ กิน 0.3 เมตร
นอ้ ยกว่า หรอื เทา่ กับ 0.3 เมตร
0.5 เมตร
- ท�ำมุม 45 องศากับแนวปลายท่อไอเสียด้านท่ีไมโครโฟนมีระยะห่างกับขอบนอกของตัวรถ
(ไมร่ วมคันบงั คับ) มากทีส่ ุด
- หากทอ่ ไอเสยี ยืน่ ไมพ่ ้นตวั รถใหต้ รวจวดั ท่ีระดับปลายท่อไอเสียทส่ี ูงกวา่
- ห่างจากปลายท่อไอเสียหรอื ขอบนอกของตวั รถ 0.5 เมตร
- ท่อไอเสีย 2 ท่อ หรือมากกว่า ต่อจากหม้อพักใบเดียวกัน 0.5 เมตร
แตร่ ะยะห่างระหว่างปลายท่อไอเสยี เกนิ 0.3 เมตร
- ท่อไอเสีย 2 ท่อ หรือมากกว่า ต่อจากหม้อพักคนละใบ ไม่ว่า
จะมรี ะยะห่างระหวา่ งปลายทอ่ ไอเสียเทา่ ใดก็ตาม
เกนิ กว่า 0.3 เมตร
- ท�ำมุม 45 องศากับแนวปลายท่อไอเสียด้านท่ีไมโครโฟนมีระยะ 0.5 เมตร
ห่างกบั ขอบนอกของตัวรถ (ไมร่ วมคนั บังคับ) มากทส่ี ดุ
- หา่ งจากปลายทอ่ ไอเสีย 0.5 เมตร
- หากทอ่ ไอเสียยนื่ ไมพ่ น้ ตัวรถใหห้ ันไมโครโฟนท�ำมมุ 45 องศากับ
แนวแกนกลางของระบบไอเสียและห่างจากขอบนอกของตัวรถ
(ไมร่ วมคันบังคับ) 0.5 เมตร
ข้อเสนอแนะ : หากไม่สามารถต้ังไมโครโฟนตรวจวัดระดบั เสยี งจากท่อไอเสียทกุ ท่อไดพ้ ร้อมกนั
ให้ตงั้ ทลี ะทอ่ และตรวจวัดระดับเสียงจนครบ
30 คมู่ อื การตรวจวดั ระดับเสียงของรถจกั รยานยนต์
จดุ อ้างองิ ต�ำแหน่งไมโครโฟน (ภาพดา้ นบนและดา้ นข้าง)
T = มองจากด้านบน
S = มองจากด้านข้าง
1 = จุดอ้างอิง
2 = ผิวถนน
A = ท่อปลายตัด
B = ทอ่ งอลง
C = ท่อตรง
D = ทอ่ แนวต้งั
คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์ 31
9
ตรวจวดั ระดบั เสยี ง
ของรถจักรยานยนต์
ขน้ั ตอนการตรวจวดั ระดบั เสยี ง มีดงั น้ี
1. พจิ ารณาความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ท่ีใช้ในการตรวจวดั ระดบั เสยี ง
ความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ท่ีใช้ในการตรวจวัดระดับเสียงข้ึนกับความเร็วรอบเครื่องยนต์
ท่ีให้ก�ำลงั สูงสดุ ซงึ่ แตกต่างกันตามยหี่ ้อ และรุน่ ของเครื่องยนตท์ ท่ี �ำการตรวจวัด ให้น�ำความเรว็ รอบ
เครอ่ื งยนตท์ ใ่ี ห้ก�ำลงั สงู สุดมาพิจารณาตามเกณฑ์ ดังตารางท่ี 9-1
ตารางที่ 9-1 ความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ทีก่ �ำหนดสำ� หรบั การตรวจวดั ระดับเสยี ง
เคร่ืองยนต ์ ความเรว็ รอบท่ใี ชใ้ นการตรวจวดั
เครอื่ งยนต์ทม่ี ีความเร็วรอบท่ใี ห้กำ� ลงั สงู สดุ 3 ใน 4 ของความเรว็ รอบทใี่ ห้กำ� ลงั สูงสุด
- ไมเ่ กิน 5,000 รอบตอ่ นาท ี 1 ใน 2 ของความเรว็ รอบทใ่ี หก้ ำ� ลังสงู สุด
- เกนิ กว่า 5,000 รอบตอ่ นาที
เครื่องยนตท์ ไี่ มท่ ราบความเร็วรอบทใี่ หก้ ำ� ลงั สงู สุด
- เครื่องยนต์ 2 จงั หวะ 3,750 รอบต่อนาที
- เครื่องยนต์ 4 จงั หวะ 3,000 รอบตอ่ นาที
ทั้งน้ี ผู้ตรวจวัดสามารถดูความเร็วรอบของเคร่ืองยนต์ที่ใช้ทำ� การทดสอบระดับเสียงได้จาก
เคร่ืองหมายหรือแผ่นป้ายแสดงค่าผลการทดสอบระดับเสียงขณะอยู่กับที่ท่ีได้รับการรับรองแบบ
ท่ีติดมากับตวั รถจกั รยานยนต์ (ถ้าม)ี หรอื สบื คน้ ขอ้ มลู ความเรว็ รอบของเคร่อื งยนต์ทีใ่ หก้ �ำลังสงู สดุ
ได้จากคู่มือรถจักรยานยนต์จากบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ หรือดูจากคุณลักษณะเฉพาะของ
เครื่องยนต์ในเว็บไซต์ของผู้ผลิตและจ�ำหน่ายรถยนต์ และปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูล
ความเรว็ รอบของเครื่องยนตใ์ นการตรวจวัดระดบั เสียง (แอพพลิเคช่นั AutoTest4Thai) ตัวอย่าง
การคำ� นวณความเร็วรอบเครือ่ งยนตท์ ี่ใชต้ รวจวัดระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนตด์ ังภาคผนวก 5
32 คมู่ อื การตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์
อย่างไรก็ตาม กรณีท่ีไม่ทราบความเร็วรอบของเครื่องยนต์ท่ีให้ก�ำลังสูงสุดควรสืบค้นข้อมูล
ความเร็วรอบท่ีให้ก�ำลังสูงสุดจากผู้ผลิตหรือแหล่งข้อมูลอื่นท่ีอ้างอิงได้ ก่อนจะใช้ความเร็วรอบ
ตามท่ีได้ก�ำหนดไว้ในตารางท่ี 9-1 เพ่ือป้องกันปัญหาการโต้แย้งจากเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
รถจักรยานยนต์ในกรณีท่ีเป็นการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
ข้อเสนอแนะ : รถจักรยานยนต์ท่ีมีการเปล่ียนเครื่องยนต์ ให้ใช้รุ่น/แบบของเคร่ืองยนต์ท ่ี
ตดิ ตง้ั ใหม ่ ในการหาข้อมลู ความเรว็ รอบเครือ่ งยนต์ทใ่ี หก้ ำ� ลังสูงสุด/ความเรว็ รอบเคร่ืองยนต์
ทใี่ ชใ้ นการตรวจวัดระดับเสียง
2. การเร่งความเรว็ รอบเคร่อื งยนต์ และการตรวจวัดระดบั เสยี ง
วิธีการใช้งานเครื่องวัดความเร็วรอบเคร่ืองยนต์จะแตกต่างกันตามย่ีห้อและรุ่นของ
เคร่อื งมือ ทัง้ น้ี ใหด้ ำ� เนินการตามวธิ กี ารทผ่ี ผู้ ลิตเคร่อื งมอื ก�ำหนด และด�ำเนินข้ันตอนต่อไปนี้
1) ให้เร่งเครื่องยนต์จากความเร็วรอบเดินเบาอย่างช้าๆ ให้ได้ความเร็วรอบท่ีก�ำหนด
โดยมีความคลาดเคล่ือนของความเรว็ รอบไดไ้ มเ่ กนิ รอ้ ยละ 5 และคงไวอ้ ย่างน้อย 1 วนิ าที (ประมาณ
2 - 3 วนิ าท)ี จากน้นั ให้ท�ำการปลอ่ ยคันเร่งอย่างทนั ทีทนั ใดใหเ้ ครือ่ งยนตก์ ลบั คนื ส่คู วามเร็วรอบเดนิ เบา
2) ให้อ่านค่าระดับเสียงสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เคร่ืองยนต์รักษาความเร็วรอบของ
การตรวจวัดไว้อย่างน้อย 1 วินาที ครอบคลุมไปถึงช่วงระยะเวลาท่ีปล่อยคันเร่งอย่างทันทีทันใด
ไปจนเคร่ืองยนต์กลับคืนสู่ความเร็วรอบเดินเบา โดยท�ำการอ่านค่าระดับเสียงจนถึงทศนิยม
ต�ำแหน่งที่ 1 ในหน่วยของเดซิเบลเอ โดยระหว่างการอ่านค่าจะต้องไม่มีบุคคลหรือส่ิงกีดขวางอยู่
ภายในระยะ 0.5 เมตร ระหว่างไมโครโฟนกับปลายท่อไอเสีย
3) บันทึกคา่ ระดบั เสียง
ความเรว็ รอบของเครอ่ื งยนต์ เรง่ เคร่ืองยนตอ์ ย่างชา้ ๆ ใหอ้ า่ นค่าระดบั เสยี งสูงสุด ปลอ่ ยคันเร่งอย่างทันทที นั ใด
(รอบ/นาที : rpm) ในช่วงเวลานี้ ให้เครอ่ื งยนตก์ ลบั สู่
ความเรว็ รอบเดินเบา
คงความเรว็ รอบไว้
อย่างนอ้ ย 1 วินาที
((22--33วนนิ าาทที ีโโดดยยปปรระะมมาาณณ))
รูปท่ี 9-1 ตัวอยา่ งการเร่งเครื่องยนต์และการอ่านค่าระดบั เสยี ง
(ในรปู ตวั อยา่ งแสดงค่าของเครอ่ื งยนต์ท่ีมีคา่ ความเร็วรอบของการตรวจวดั ระดับเสยี งเท่ากบั 3,000 รอบตอ่ นาท)ี
คมู่ ือการตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์ 33
**ให้ด�ำเนินการวัดระดับเสียง จ�ำนวน 2 คร้ัง หากค่าที่ตรวจวัดแตกต่างกันเกินกว่า
2 เดซิเบลเอ ให้ตรวจวัดระดบั เสียงโดยเร่มิ ตน้ ใหม*่ *
ขอ้ เสนอแนะ :
1. เมอื่ ตดิ ตั้ง/จดั วางเคร่ืองวัดความเรว็ รอบเรียบรอ้ ยแล้ว ให้อ่านคา่ ความเร็วรอบเครื่องยนต์
จากเครื่องมือในขณะยังไม่เร่งเคร่ืองยนต์ (รอบเดนิ เบา) คา่ ทอี่ า่ นไดค้ วรใกลเ้ คียงกบั คา่ ท่ี
แสดงบนมาตรความเร็วรอบที่ติดต้ังกับรถจักรยานยนต์ (กรณีมาตรความเร็วรอบท่ีติดตั้ง
มาดว้ ย) หากมคี า่ แตกตา่ งกันอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั แสดงถึงการต้ังคา่ การตรวจวดั ของเครื่องมอื
ไม่ถกู ต้อง
2. ควรเร่งเคร่ืองยนต์ให้มีความเร็วรอบคงท่ีตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการ
ตรวจวัดระดับเสยี ง
3. จะไม่ท�ำการอ่านค่าระดับเสียงหากเกิดเสียงจากกิจกรรมอ่ืนดังกว่าเสียงที่ท�ำการตรวจวัด
(ในช่วงเวลาตั้งแต่เคร่ืองยนต์รักษาความเร็วรอบของการตรวจวัดไว้อย่างน้อย 1 วินาที
ครอบคลุมไปถึงช่วงระยะเวลาที่ปล่อยคันเร่งอย่างทันทีทันใดไปจนเคร่ืองยนต์กลับคืนสู่
ความเร็วรอบเดินเบา)
4. ผู้ปฏิบัติงานควรมีความรู้เก่ียวกับเคร่ืองยนต์หรือท�ำการฝึกตรวจวัดความเร็วรอบ
เคร่ืองยนต์ให้เกิดความช�ำนาญ ซึ่งจะสามารถบ่งชี้ถึงความผิดปกติของค่าความเร็วรอบ
เคร่ืองยนตใ์ นขณะท�ำการตรวจวัดได้
กรณีท่ีไม่สามารถเร่งเคร่ืองยนต์ให้ได้ถึงความเร็วรอบตามท่ีก�ำหนด ให้ตรวจสอบว่าสามารถ
เร่งเคร่ืองยนต์ได้ความเร็วรอบสูงสุดเท่าใด และให้ตรวจวัดที่ความเร็วรอบเคร่ืองยนต์ต�่ำกว่า
ความเรว็ รอบดังกลา่ วรอ้ ยละ 5 ตัวอย่างดงั ภาคผนวก 6
34 คมู่ ือการตรวจวัดระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์
10
การรายงานผลและสรุป
1. การรายงานค่าระดับเสียง ให้น�ำค่าผลการตรวจวัดระดับเสียงในคร้ังท่ีมีค่าสูงสุด
มาปัดเป็นเลขจ�ำนวนเต็มตามหลักคณติ ศาสตร์ และรายงานค่า ตัวอย่างดงั ตารางที่ 10-1
ตารางที่ 10-1 ตัวอย่างการพิจารณาเลือกผลการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์เพ่ือ
รายงานผล
รถจทกัีต่ รรยว าจนวยัดน ต ์ จ�ำนวน ผลการตรวจวัดระดับเสยี ง (เดผซลเิ ตบ ่าลงเ อ) ค่าระดบั ค่าทใี่ ช้ หมายเหตุ
ท่อไอ เสยี (เดซเิ บ ลเอ) เสยี งสงู สดุ รายงาน
(เดซิเบลเอ) (เดซิเบลเอ)
รถคัน ที่ 1 1 ท อ่ คร้งั ที่ 1 8878..04 1.4 88.4 88
ครงั้ ท่ี 2
รถคนั ท่ี 2 1 ท อ่ คร้งั ที่ 1 8878..07 1. 7 88 .7 89
คร้งั ที่ 2
รถคัน ท่ี 3 1 ท อ่ คร้ังที่ 1 87.0 2. 3 - - -- ตเคกรา่ นิ ทวกจี่ตววร่าดัวใจ2หวมเดั ด่ทแซง้ัติเบก2ตลคา่เอรงกั้งัน
ครั้งท่ี 2 89.3
รถคัน ท ่ี 4 2 ท ่อ ทท่ออ่ ทท ่ีี่ 1 ครั้งท่ี 1 87.0 1. 4 88 .4 89
2 ครัง้ ท่ี 2 88.4 2.0 89.0
ครั้งที่ 1 8879..00
ครงั้ ท่ี 2
รถคนั ท ี่ 5 2 ท ่อ ททอ่อ่ ทท ่ีี่ 1 ครัง้ ท่ี 1 87.0 1. 4 -
2 ครงั้ ท่ี 2 88.4 2. 3 - - - - เคตกร่าินทวกจ่ตี ววรา่ดั วใจ2หวมเัดดท่แซง้ัตเิ บก2ตลท่าเอง่อกนั
ครง้ั ท่ี 1 8879..03
ครง้ั ท่ี 2 ทอ่ ละ 2 ครงั้
วธิ กี ารปัดค่าทศนิยมตามหลักคณิตศาสตร์
0.0 - <0.5 ใหป้ ัดเศษทศนิยมลง
0.5 - <1.0 ให้ปัดเศษทศนิยมข้นึ
คู่มอื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจักรยานยนต์ 35
2. การสรปุ ผล
สรปุ ผลโดยเปรยี บเทยี บกบั ค่ามาตรฐาน ดงั ตารางท่ี 10-2
ตารางที่ 10-2 ค่ามาตรฐานระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
ค่ามาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์
ประเภทของรถ จักรยานยนต ์ ทจี่ ดทะเบียน ทีจ่ ดทะเบยี น ท่ีจดทะเบียน
ก่อนวันที ่ ระหว่างวันท ่ี ตัง้ แตว่ ันที่
1 ม.ค. 65 1 ม.ค. 65 - 31 ธ.ค. 66 1 ม.ค. 67
มี เครอ่ื งหมายหรือแผ่นป้าย ไม่เ กิน ไม่เกนิ 5 เดซเิ บลเอ
แสดงค่าผลการทดสอบ จากคา่ ผลกทารีไ่ ทด้รดบั สกอาบรรระบั ดรับอเงสแียบงบขณ ะอยู่กบั ที่
ระดบั เสยี งขณะอยู่กับท่ี 95 เดซ เิ บลเอ
ทไ่ี ด้รบั การรบั รองแบบ
ไมม่ ี เครื่องหมายหรอื แผน่ ปา้ ย
แสดงค่าผลการทดสอบ ไมเ่ กนิ 95 เดซิเบลเอ ไม่เกิน
ระดบั เสยี งขณะอยู่กับที ่ 90 เดซเิ บลเอ
ท่ไี ดร้ ับการรบั รองแบบ
ตวั อย่างแบบบันทกึ การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์ ดงั ภาคผนวก 8
36 คู่มือการตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
ภาคผนวก
คู่มอื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์ 37
1ภาคผนวก
38 ค่มู ือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจกั รยานยนต์
คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 39
40 คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 41
42 คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
คมู่ ือการตรวจวัดระดบั เสยี งของรถจักรยานยนต์ 43
44 คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสยี งของรถจกั รยานยนต์
2ภาคผนวก
การพิจารณาผลการสอบเทยี บ
ใบรับรองผลการสอบเทียบ (Calibration Certificate) เป็นการรายงานผลการวัดท่ี
ท�ำการสอบเทียบตามมาตรฐานท่ีก�ำหนด แต่ไม่ใช่เป็นการรับรองว่าเคร่ืองมือวัดท่ีส่งสอบเทียบ
ให้ผลการวัดอยใู่ นเกณฑท์ กี่ �ำหนดหรอื มีระดบั ความถกู ตอ้ งเป็นไปตาม Class ของเคร่ืองมอื ดังนั้น
ผู้ใช้งานเคร่ืองมือวัดจะต้องท�ำการพิจารณาผลการสอบเทียบทุกคร้ังที่ส่งเคร่ืองมือวัดสอบเทียบ
ในภาคผนวกนี้จะเป็นการแนะน�ำวิธีการพิจารณาผลการสอบเทียบเคร่ืองวัดระดับเสียงและ
เครอื่ งก�ำเนิดเสียงมาตรฐาน
เครื่องวัดระดับเสียง
การสอบเทียบเคร่ืองวัดระดับเสียง เป็นการตรวจสอบสมรรถนะการท�ำงานของเครื่องว่า
ยังสามารถท�ำงานได้ตามปกติ และมีระดับความถูกต้องเป็นไปตาม Class ของเครื่อง ค่าที่ได้จาก
การสอบเทียบจึงถูกใช้ในการทวนสอบเพ่ือพิจารณาว่าเครื่องวัดระดับเสียงยังคงมีคุณสมบัติเป็นไป
ตามวตั ถุประสงคข์ องการใชง้ าน การสอบเทียบเคร่ืองวดั ระดบั เสียง มีทั้งหมด 12 หวั ขอ้ ดังนค้ี ือ
1. Indication at the calibration check frequency
2. Self generated noise
3. Acoustical signal test of a frequency weighting
4. Electrical signal tests of frequency weightings
5. Frequency and time weighting at 1 kHz
6. Long-term stability
7. Level Linearity on the reference level range
8. Level linearity including level range control
9. Toneburst response
10. C-weight peak sound level
11. Overload indication
12. High-level stability
คูม่ อื การตรวจวัดระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์ 45
รูปแบบของการรายงานผลการวัด จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ค่าความไม่แน่นอน
ของผลการวัด และผลการวัด ดังน้ันในการพิจารณาผลการสอบเทียบเพื่อการทวนสอบ จะต้อง
พิจารณา 2 ส่วน คือ
1) ค่าความไม่แน่นอนของผลการวัด จะต้องอยู่ในช่วงของค่าความไม่แน่นอนมากท่ีสุด
ท่ียอมรับได้ (Maximum permitted expanded uncertainty) ซึ่งถูกระบุไว้ในมาตรฐาน
IEC 61672-1 ตัวอย่างใบรับรองผลการสอบเทียบ ในหัวข้อค่าความไม่แน่นอนของการวัด
ดังแสดงไวใ้ นรปู ผ2-1
- คา่ ความไม่แนน่ อนของ
ผลการวัด (Uncertainty)
ทุกหัวขอ้ จะตอ้ งอยใู่ นชว่ ง
ค่าความไม่แนน่ อนมากที่สุด
ทยี่ อมรบั ได้ (Maximum
Expanded Uncertainty)
* ค่าในกรอบเสน้ ประ จะตอ้ ง
ไมเ่ กนิ กว่าคา่ ในกรอบ
เส้นทึบ *
- จากตวั อยา่ ง พิจารณา
ค่าความไม่แนน่ อนของ
ผลการวัด Long-term
-0.10 ≤ 0.1 ≤ +0.10 stability
รปู ที่ ผ2-1 ตวั อยา่ งการพิจารณาคา่ ความไม่แนน่ อนของผลการวดั
หมายเหตุ : หวั ขอ้ ที่ระบคุ ำ� ว่า “N/A” ใหห้ มายความถงึ ไมไ่ ด้กำ� หนดค่าความไม่แนน่ อนมากทส่ี ดุ
ท่ียอมรบั ได้
46 คมู่ ือการตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจกั รยานยนต์
2) ผลการวัดจะตอ้ งอยู่ในช่วงเกณฑย์ อมรบั (Acceptance limit) ตามระบุไวใ้ นมาตรฐาน
ตัวอยา่ งการรายงานผลการสอบเทยี บแสดงดงั รูปท่ี ผ2-2 ถงึ ผ2-5 ยกเวน้ หัวขอ้ ที่ 2 (Self-generated
noise) ที่พิจารณาผลการวัดเทียบกับข้อก�ำหนดทางเทคนคิ ทีก่ �ำหนดโดยผู้ผลติ แสดงดังรปู ท่ี ผ2-6
-0.7 ≤ 0.0 ≤ +0.7
- คา่ deviation (เสน้ ประ) ต้องอยใู่ นช่วงของ Acceptance limit ท่ีก�ำหนด (เส้นทบึ )
รปู ท่ี ผ2-2 ตวั อย่างการพจิ ารณาผลการสอบเทยี บหัวขอ้ Absolute sensitivity
-2.5 ≤ -0.1 ≤ +1.5
- จากตวั อยา่ งเปน็ การพจิ ารณาค่าท่ี Flat ความถ่ี 8,000 Hz
- พิจารณาจากคา่ Deviation (เสน้ ประ) ตอ้ งอยู่ในช่วงเกณฑย์ อมรับ (Acceptance limit) ท่ีกำ� หนด
(เส้นทึบ)
- ตรวจสอบทุก Frequency weight ของทุกความถี่
รูปท่ี ผ2-3 ตัวอยา่ งการพจิ ารณาผลการสอบเทยี บหวั ขอ้ Acoustical signal tests of
frequency weighting
คมู่ อื การตรวจวดั ระดบั เสียงของรถจกั รยานยนต์ 47
- จากตัวอยา่ งเป็นการพิจารณา
คา่ ท่ี Flat ความถี่ 16,000 Hz
- พิจารณาจากค่า Deviation
(เสน้ ประ) ตอ้ งอยใู่ นช่วง
เกณฑ์ยอมรับ (Acceptance
limit) ทีก่ �ำหนด (เสน้ ทึบ)
- ตรวจสอบทกุ Frequency
weight ของทกุ ความถี่
-16.0 ≤ -0.4 ≤ +2.5
รปู ท่ี ผ2-4 ตวั อยา่ งการพจิ ารณาผลการสอบเทียบหัวขอ้ Electrical signal tests of
frequency weighting
-3.0 ≤ -0.1 ≤ +1.0 - จากตัวอย่างเปน็ การ
พจิ ารณาคา่ ที่ Fast
ในช่วงเวลา 0.25 ms
- พิจารณาจากคา่
Deviation (เส้นประ)
ตอ้ งอย่ใู นช่วงเกณฑ์
ยอมรับ (Acceptance
limit) ทีก่ ำ� หนด (เสน้ ทึบ)
- ตรวจสอบทุก Tone burst
duration ของทุก time
weight
รปู ที่ ผ2-5 ตวั อยา่ งการพจิ ารณาผลการสอบเทียบหวั ข้อ Tone burst response
48 ค่มู ือการตรวจวดั ระดับเสยี งของรถจักรยานยนต์