The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1417020TM-คู่มือครูการงานอาชีพ-ป4[211111]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rotjarek Khamsuk, 2023-03-01 01:58:51

การงานอาชีพ ป.4

1417020TM-คู่มือครูการงานอาชีพ-ป4[211111]

คู่มือครู ผูเรียบเรียงคูมือครู/บรรณาธิการคูมือครู นางศิริรัตน สมไรขิง นางเสาวลักษณ สุขกิจสมโภชน นายสมเกียรติ ภูระหงษ ผูเรียบเรียงหนังสือเรียน นางอรัญญา ฤกษงาม นางวราภรณ กันทาแกว นายไพโรจน กระโจมทอง นายมนตรี สมไรขิง ผูตรวจหนังสือเรียน นางศศิวรรณ ศรีธนาอุทัยกร นายเกรียงศักดิ์ ฤกษงาม นางจุรี สุวรรณศิลป นางจินตนา แสงธรรมครองอาตม บรรณาธิการหนังสือเรียน ผศ.จรัสศรี พัวจินดาเนตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 Teacher Script การงานอาชีพ ป.4 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา 1447049


โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับ ครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1 คทาแนะนทาการใช ชวยสรำงควำมเขำใจ เพื่อใชคูมือครูได อยำงถูกตองและเกิดประสิทธิภำพสูงสุด คทาอธิบายรายวิชา แสดงขอบขำยเนื้อหำสำระของรำยวิชำ ซึ่งครอบคลุมมำตรฐำนกำรเรียนรูและตัวชี้วัดตำมที่หลักสูตร ก�ำหนด Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี ประสิทธิภำพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภำพรวมของกำร จัดกำรเรียนกำรสอนทั้งหมดของรำยวิชำกอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรำงควำมเขำใจและเห็นภำพรวม ในกำรออกแบบแผนกำรจัดกำรเรียนรูแตละหนวย Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม Concept และเนื้อหำส�ำคัญของหนวยกำรเรียนรู ขอสอบเนนการคิด เพื่อเตรียมควำมพรอมของผูเรียน สูกำรสอนในระดับตำง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนำ ผูเรียนใหมีทักษะที่จ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด กำรเรียนรูและสำมำรถบูรณำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวิศวกรรม และคณิตศำสตร์ไปใช เชื่อมโยงและแกปญหำในชีวิตจริง เพิ่ม แสดงขอบขำยเนื้อหำสำระของรำยวิชำ เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ขอสอบเนนการคิด เพื่อเตรียมควำมพรอมของผูเรียน เพิ่ม เพิ่ม กิจกรรมที่จะชวยพัฒนำ เพิ่ม เพิ่ม ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คู่มือครู การงานอาชีพ ป.4 จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็น แนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กุหลาบ บัว มะลิ ดาวเรือง กล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชที่ ปลูกไว้เพื่อตกแต ่งสถำนที่ต ่ำง ๆ เช่น บ้ำน โรงเรียน นอกจำกควำม สวยงำมที่ได้จำกไม้ดอกไม้ประดับแล้ว กำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับยังเป็น กำรใช้เวลำว่ำงให้เกิดประโยชน์ สำมำรถน�ำผลผลิตไปขำย หรือใช้ในงำน ประดิษฐ์ต่ำง ๆ ไม้ดอกไม้ประดับ ๑. ไม้ดอก หมำยถึง พืชที่มีดอกสวยงำม เป็นพันธุ์ไม้ที่เรำใช้ประโยชน์ จำกส่วนของดอก ไม้ดอกบำงชนิดจะมีดอกที่ดก บำนอยู่ได้นำน บำงชนิด มีกลิ่นหอม นิยมปลูกไว้ให้บำนสวยงำมอยู่กับต้นหรือตัดออกไปจ�ำหน่ำย และใช้ประโยชน์ต่ำง ๆ เช่น กุหลำบ มะลิ กล้วยไม้ พุทธรักษำ บำนชื่น บัวสำย ชบำ ไม้ดอกหลำยชนิดสำมำรถน�ำไปปลูกเป็นไม้ตัดดอกเพื่อ จ�ำหน่ำย เช่น ดำวเรือง เบญจมำศ บัว ๑ หนู ๆ มีวิธีแยกไม้ดอก และไม้ประดับอย่างไร 20 นักเรียนควรรู กิจกรรม สรางเสริม 1 กลวยไม เปนพืชดอกที่มีสายพันธุหลากหลายมากที่สุดกลุมหนึ่ง จัดอยูใน กลุมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเทศไทยมีกลวยไมอยูในปาธรรมชาติไมตํ่ากวา 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยูบนตนไม บนพื้นผิวของภูเขา และบนพื้นดิน เนื่องจาก สภาพแวดลอมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออํานวยแกการเจริญงอกงาม ของกลวยไมเปนอยางมาก และยังมีการสงออกกลวยไมไปสูตลาดตางประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชียอีกดวย 2 บัว เปนพืชนํ้าลมลุกที่มีลักษณะลําตนทั้งที่เปนหัว เหงา หรือไหล ใบเปน ใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลําตนโดยมีกานใบสงขึ้นมาเจริญที่ใตนํ้า ผิวนํ้า หรือเหนือ นํ้า รูปรางของใบสวนใหญกลม บัวถือเปนสัญลักษณของคุณงามความดี มักใช สําหรับบูชาพระ และบัวยังไดรับการขนานนามใหเปนราชินีแหงไมนํ้า เพราะเปน หนึ่งในบรรดาดอกไมที่ผูคนนิยมกันทั่วโลก กล้วยไม้1 บัว2 ครูใหนักเรียนหาภาพไมดอกไมประดับ 5 ชนิด มาติดลงสมุด แลวเขียนบอกประเภทและลักษณะของไมดอกไมประดับชนิดนั้น จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • การนําไมดอกไมประดับมาจัดสวนในบาน มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. ครูใหนักเรียนดูตนไม เชน กุหลาบ ดาวเรือง ชบา เศรษฐีพันลาน สาวนอยประแปง หรือ บอนสี 3. ครูใหนักเรียนสังเกตลักษณะของตนไม แลวตั้ง ประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ตนไมที่ครูนํามาใหดูเปนตนอะไร • ตนไมที่ครูนํามาใหดูมีลักษณะอยางไร • ตนไมนั้นๆ จัดเปนไมดอกหรือไมประดับ เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดเชนนั้น • ตนไมอะไรบางที่เปนไมดอก จงยกตัวอยาง ประกอบ • ตนไมอะไรบางที่เปนไมประดับ จงยกตัวอยาง ประกอบ 4. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 4 คน คละกัน ตามความสามารถ จากนั้นใหแตละกลุมรวมกัน ศึกษาความรูเรื่อง ไมดอกไมประดับ จาก หนังสือเรียน แลวบันทึกความรูที่ไดจากการ ศึกษาลงในแบบบันทึกการอาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T26 โซน 1 โซน 2 โซน 3


บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ บูรณาการเชื่อมสาระ แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ป.4 และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.4 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Meterial) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ ประกอบด้วยแนวทางการจัดกิจกรรม และเสนอ แนะแนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน ขอสอบเนน การคิด ๒. วิธีการขยายพันธุพืชโดยไมอาศัยเพศ เปนวิธีเพิ่มจํานวนตนพืชดวยการใชสวนตาง ๆ ของพืช เชน กิ่ง ยอด ใบ ลําตน รวมถึงราก หนอ ไหล เนื้อเยื่อ ซึ่งขึ้นอยูกับคุณสมบัติ ของพืชแตละชนิดที่นํามาใชในการขยายพันธุ เปนการเพิ่มจํานวนตนพืช ที่เราตองการใหมีจํานวนมากขึ้น การขยายพันธุดวยวิธีนี้ เชน การตอน การปกชํา การทาบกิ่ง การแยกหัวหรือหนอ การตอน ใชทํากับสวน ที่เปนกิ่งของพืช การทาบกิ่ง ใชทํากับสวนกิ่ง และไหลของพืชบางชนิด การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน ใบ และราก การแยกหัวหรือหนอ ใชทํากับสวนของ หนอที่พืชสรางขึ้นใหม มีทั้งเปนแบบ หนอเดียวและแตกขยายเปนกลุมกอ วิธีการ ขยายพันธุพืช ๒๓ ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ถาไมคัดคุณภาพของพันธุไมดอกไมประดับ กอนนําไปขยายพันธุจะเปนอยางไร (แนวตอบ : จะไดตนพืชที่ไมสมบูรณ เจริญ เติบโตไดไมดี หรือมีลักษณะที่ไมสวยงาม) 2. นักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรูเรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ จากหนังสือเรียน 3. สมาชิกแตละคนในกลุมทําใบงานที่ 3.2 เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยอาศัยเพศ (การเพาะเมล็ด) และใบงานที่ 3.3 เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยไมอาศัยเพศ (การตอนกิ่ง) เสร็จแลวผลัดกันอธิบายคําตอบ ของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง โดยเรียงลําดับ ทีละคนแบบเลาเรื่องรอบวง 4. สมาชิกแตละคนในกลุมชวยกันเสนอแนะ และ แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จนไดคําตอบที่เปน มติของกลุม 5. ครูสุมตัวแทนกลุมนําเสนอคําตอบในใบงานที่ 3.2 และ 3.3 หนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนกลุม อื่นนําเสนอเพิ่มเติมในสวนที่แตกตางกัน ออกไป โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนแตละคนเขียนสรุปความรูเรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบผลวานักเรียนมีความรูความ เขาใจเรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ ผาน ใบงานที่ 3.2 ใบงานที่ 3.3 และการตอบคําถาม นักเรียนควรรู 1 การปกชํา เวลานํากิ่งมาปกชํา ใหปกกิ่งเอนประมาณ 45 องศา โดยใหปลาย กิ่งชี้ในทางทิศตะวันตก ตาที่แตกขึ้นมาใหมจึงจะชี้ไปทางทิศตะวันออก เพื่อใหไดรับ แสง และกระตุนตนพืชใหเจริญเติบโตตอไป กิ่งลักษณะใดไมเหมาะจะนํามาทําเปนกิ่งตอน 1. กิ่งออนสีเขียว 2. กิ่งกึ่งแกกึ่งออนที่มีใบติดอยู 3. กิ่งที่ปราศจากโรคและแมลง 4. กิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียงเล็กนอย (วิเคราะหคําตอบ : การเลือกกิ่งที่นํามาตอนเปนสิ่งสําคัญ ซึ่งควร เลือกกิ่งที่ไมแก และไมออนจนเกินไป ควรเปนกิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียง เล็กนอย เพื่อไมใหรากที่ขยายออกมามีปลายรากชี้ฟา มีความยาว ประมาณ 50-70 เซนติเมตร และเปนกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรง ไมมี โรคและแมลงรบกวน ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา วิธีขยายพันธุพืชที่ทําใหพืชกลายพันธุ ได คือ การเพาะเมล็ด เพราะไดรับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมบางอยาง จากตนพอและตนแม นํา สอน สรุป ประเมิน T29 โซน 1 โซน 2 กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมาสร้าง ชิ้นงาน หรือท�ากิจกรรมรวบยอด เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุ ในทักษะศตวรรษที่ 21 ขอสอบเนนการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด และเป็นแนวข้อสอบ O-NET มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อมเฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ต่าง ๆ กิจกรรมทาทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสรางเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Geo-Literacy เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจลักษณะ ทางกายภาพของโลก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม และน�าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ�าวันได้ โซน 3


ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน40 ชั่วโมง/ปี ศึกษาและเข้าใจเหตุผลในการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตามล�ำดับขั้นตอน เข้าใจพลังงานและทรัพยากร ในการท�ำงาน ศึกษาความหมายและความส�ำคัญของอาชีพ         อธิบายการท�ำงาน ปฏิบัติใช้และสร้าง โดยใช้ทักษะกระบวนการท�ำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ แก้ปัญหา ทักษะการสื่อสาร เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ เพื่อให้มีคุณธรรมและมีลักษณะนิสัยในการท�ำงาน มีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการ ด�ำรงชีวิตและครอบครัวด้วยความซื่อสัตย์อดทน ขยัน ประหยัด รับผิดชอบ และเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลในการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและทรัพยากรในการท�ำงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า ง 2.1 ป.4/1 อธิบายความหมายและความส�ำคัญของอาชีพ รวม 5 ตัวชี้วัด


สมรรถนะส�ำคัญ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ Pedagogy คู่มือครู ก ารงานอาชีพ ป.4 จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ ผู้เรียน โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ทาง บริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (Instructional Design) ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ความสามารถ ทักษะกระบวนการท�ำงานที่สะท้อนสมรรถนะส�ำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ดังนี้ ทักษะกระบวนการท�ำงาน หมายถึงการลงมือท�ำงานต่างๆด้วยตนเองให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยมีขั้นตอนดังนี้ เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนสาระการงานอาชีพ ทักษะ กระบวน การทำงาน การลงมือททำงาน วิเคราะห์ การทำทงาน การวางแผน ในการทท ำงาน สามารถแจกแจงงานที่จะท�ำได้ว่า เป็นงานประเภทใดหรือลักษณะใด ต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร สามารถประเมินผลทั้งการวางแผน ก ่อนการท�ำงาน ขณะปฏิบัติงาน และเมื่อท�ำงานส�ำเร็จ โดยขั้นตอน ในการวางแผนก ่อนการท�ำงานให้ ประเมินว ่าได้วางแผนไว้รอบคอบ รัดกุมหรือไม่ขณะปฏิบัติให้ประเมิน ว่าวิธีการท�ำงานเป็นอย่างไร มีข้อ บกพร่องที่ควรแก้ไขอย่างไร เมื่อ งานส�ำเร็จให้ประเมินว่างานที่ออก มาเป็นไปตามจุดมุ ่งหมายหรือไม ่ มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร และปรับปรุง ผลงานให้ดีขึ้น สามารถวางแผนว่า จะใช้ก�ำลังใน การท�ำงานอย่างไร แบ่งหน้าที่กัน อย่างไร ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร ในการท�ำงานครั้งนี้ต้องใช้เงินใน การลงทุนมากน้อยเท ่าไร ตลอด จนหาวิธีการท�ำงานให้เป็นขั้นตอน จนงานส�ำเร็จ สามารถท�ำงานตามล�ำดับขั้นตอน ที่วางแผนไว้ฝึกให้มีลักษณะนิสัย ที่ดีในการท�ำงาน เช่น พูดจาสุภาพ เหมาะสม มีน�้ ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์นอกจากน ี้ ยังสามารถตรวจสอบการท�ำงาน ของตนได้เป็นระยะ การประเมิน การทำ ท งาน การจัดการเรียนการสอนตามแนวทางดังกล่าว จะท�ำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่21 อันจะน�ำไปสู่การ ปรับใช้ได้จริงในการด�ำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้


การงานอาชีพ ป.4 Teacher Guide Overview หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 ดูแลและจัดเก็บ ของใช้ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะกระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ตรวจใบงานที่ 1.2 - ตรวจใบงานที่ 1.3 - ตรวจใบงานที่ 1.4 - ตรวจใบงานที่ 1.5 - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.2 - ใบงานที่ 1.3 - ใบงานที่ 1.4 - ใบงานที่ 1.5 - ใบงานที่ 1.6 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 2 มารยาทเด็กดี ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน 1. ทักษะการสังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ตรวจใบงานที่ 2.2 - ตรวจใบงานที่ 2.3 - ตรวจใบงานที่ 2.4 - ตรวจใบงานที่ 2.5 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการ ท�ำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 2.2 - ใบงานที่ 2.3 - ใบงานที่ 2.4 - ใบงานที่ 2.5 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 ไม้ดอกไม้ประดับ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการ เรียงล�ำดับ 2. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการจ�ำแนก ประเภท 5. ทักษะการเชื่อมโยง 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ตรวจใบงานที่ 3.2 - ตรวจใบงานที่ 3.3 - ตรวจใบงานที่ 3.4 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 3.1 - ใบงานที่ 3.2 - ใบงานที่ 3.3 - ใบงานที่ 3.4 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 4 ซ่อมแซม อุปกรณ์ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 5 งานประดิษฐ์ จากใบตอง ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 5.1 - ตรวจใบงานที่ 5.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 5.1 - ใบงานที่ 5.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 6 งานประดิษฐ์ จากกระดาษ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 6.1 - ตรวจใบงานที่ 6.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 6.1 - ใบงานที่ 6.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 7 อาชีพในฝัน ง 2.1 ป.4/1 อธิบาย ความหมายและความส�ำคัญ ของอาชีพ 1. ทักษะการส�ำรวจ ค้นหา 2. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 3. ทักษะการจ�ำแนก ประเภท 4. ทักษะการ วิเคราะห์ 5. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 7.1 - ตรวจใบงานที่ 7.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 7.1 - ใบงานที่ 7.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint


สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลและจัดเก็บของใช้ T1-T2 T3-T12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 มำรยำทเด็กดี T13-T14 T15-T22 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไม้ดอกไม้ประดับ T23-T24 T25-T36 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ซ่อมแซมอุปกรณ T37-T40 T41-T54 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 งำนประดิษฐจำกใบตอง T55-T56 T57-T68 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 งำนประดิษฐจำกกระดำษ T69-T70 T71-T82 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 อำชีพในฝน T83-T84 T85-T90 โครงงำนกำรงำนอำชีพ T91 กิจกรรมบูรณำกำรเศรษฐกิจพอเพียง T91 บรรณำนุกรม T92


Chapter Overview T1 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การดูแลของใช้ ส่วนตัว 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 1.1, 1.2 และ 1.3 - PowerPoint - วีดิทัศน์ 1. อธิบายวิธีการดูแล ของใช้ส่วนตัวได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ และขยันดูแล ของใช้ส่วนตัว 3. วางแผนการดูแล ของใช้ส่วนตัวได้ วิธีสอนแบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1, 1.2 และ 1.3 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 การจัดเก็บ เอกสารส่วนตัว 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่1.4 และ1.5 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการ จัดเก็บเอกสาร ส่วนตัวให้เป็น หมวดหมู่ได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและ ขยันต่อการจัดเก็บ เอกสารส่วนตัว 3. วางแผนการจัดเก็บ เอกสารส่วนตัวได้ วิธีสอนโดย การสาธิต - ตรวจใบงานที่1.4 และ 1.5 - ประเมินการสาธิต - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน


T2 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การจัดตู้เสื้อผ้า 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 1.6 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้าได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ความขยัน และ อดทนต่อการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้า 3. วางแผนการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้าได้ อย่างเหมาะสม วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค เพื่อนคู่คิด - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 4 การจัดโต๊ะเขียน หนังสือ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการจัด โต๊ะเขียนหนังสือ ให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยได้ 2. มีความรับผิดชอบ ความขยัน และ อดทนต่อวิธีการจัด โต๊ะเขียนหนังสือ 3. วางแผนการจัดโต๊ะ เขียนหนังสือได้ อย่างเหมาะสม วิธีสอนแบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 5 การจัดกระเป๋า นักเรียน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการจัด กระเป๋านักเรียนให้ เป็นระเบียบ เรียบร้อยได้ 2. มีความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และขยันต่อการจัด กระเป๋านักเรียน 3. วางแผนการจัด กระเป๋านักเรียนได้ วิธีสอนแบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน ดูแลและจัดเก็บของใช้ สาระส�าคัญ การดูแลของใช้ส่วนตัวอย่างถูกวิธีช่วยท�าให้ ของใช้มีอายุการใช้งานนานขึ้น และช่วยประหยัด ค่าใช้จ่าย ๑. บอกวิธีการจัดเก็บและดูแลรักษาของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า โต๊ะ และเอกสารส่วนตัว (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. จัดเก็บของใช้ส่วนตัวอย่างเป็นขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน และรับผิดชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. มีมารยาทในการจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) ๔. จัดเก็บของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า โต๊ะ และเอกสารส่วนตัวได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๔) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๑ เพื่อน ๆ จะจัดเก็บ สิ่งของในภาพให้เป็น ระเบียบได้อย่างไร ครูใหนักเรียนสํารวจโตะเขียนหนังสือและกระเปาของนักเรียน แลวใหจัดเก็บใหเปนระเบียบใหเสร็จภายในหองเรียน แลวสุม ตัวแทนออกมานําเสนอหนาชั้น วามีวิธีจัดเก็บอยางไร ขั้นนํา 1. ครูทักทายนักเรียน แลวชี้แจงเนื้อหาที่นักเรียน ตองเรียนรูในหนวยการเรียนรูที่ 1 ใหนักเรียน ทราบ 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 ดูแลและจัดเก็บของใช จากแผนการจัดการเรียนรู 3. ครูชวนนักเรียนสนทนาวา งานบานมีอะไรบาง และที่บานของนักเรียน ใครเปนคนทํางานบาน เหลานี้ 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมนําสูการเรียน โดย ถามคําถาม แลวสุมนักเรียนตอบ 5. ครูชวนนักเรียนสนทนาวา นักเรียนมีวิธีจัดเก็บ ของเลน และของใชของตนเองอยางไร 6. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางของใชสวนตัว แลวครูเขียนชื่อสิ่งของเหลานั้นบนกระดาน 7. นักเรียนชวยกันบอกวา สิ่งของตางๆ ที่ครูเขียน บนกระดานสามารถจําแนกออกเปนกี่ประเภท อะไรบาง แลวครูชวยชี้แนะและจําแนกให นักเรียนดู ดังนี้ • อุปกรณการเรียน • ของใชตางๆ • ของเลนตางๆ 8. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • ทําไมจึงเรียกสิ่งของเหลานี้วา ของใชสวนตัว (แนวตอบ : เพราะเปนของที่ใชสวนตัว มีผูเปน เจาของ และไมนิยมใชรวมกับผูอื่น) เกร็ดแนะครู ครูชี้แจงวา ในหนวยการเรียนรูที่ 1 มีเนื้อหา ดังนี้ • การดูแลรักษาของใชสวนตัว • เสื้อผาและเครื่องแตงกาย • การจัดโตะ กระเปา และเอกสารสวนตัว • มารยาทในสังคม ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา งานบานตางๆ เกี่ยวของกับการดํารง ชีวิตของเราและครอบครัว เราเรียนรูเพื่อใหเกิดความเขาใจการทํางาน ฝกทักษะ กระบวนการทํางาน ฝกทักษะกระบวนการแกปญหา แมในความเปนจริงสภาพ ครอบครัวของนักเรียนบางคนอาจไมตองทํางานเหลานี้เลยก็ได เพราะมีผูอื่น ทําใหก็ตาม นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T3


ขอสอบเนนการคิด ขอใดเปนการจัดเก็บสิ่งของไดอยางเหมาะสม 1. เก็บบัตรประจําตัวประชาชนไวในกระเปาสตางค 2. พับและเก็บเสื้อผาที่ไมคอยใสไวใตเตียง 3. เก็บสูติบัตรไวในกระเปานักเรียน 4. เก็บนิทานไวใตหมอน (วิเคราะหคําตอบ : การเก็บบัตรประจําตัวประชาชนไวใน กระเปาสตางค เปนการจัดเก็บที่หมาะสม เพราะสะดวกตอการ หยิบใช และทําใหบัตรไมหักงอ ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ ถูกตอง) การดูแลรักษาของใชสวนตัว การจัดเก็บเสื้อผาและเครื่องแตงกาย การจัดโตะ กระเปา และเอกสาร สวนตัว เปนการทํางานอยางหนึ่ง ซึ่งนักเรียนจะตองรูจักหลักการทํางาน เพื่อใหงานตาง ๆ บรรลุผล และควรทําดวยความตั้งใจ ขยัน อดทน และ มีความรับผิดชอบ ñ ¡ÒôÙáŢͧ㪌ʋǹµÑÇ สํารวจสิ่งของรอบตัวของ หนู ๆ วา มีอะไรบางที่เปน ของใชสวนตัว ๑. แยกของใชสวนตัวออกเปนประเภท ๒. จัดเก็บของใชสวนตัวแตละประเภทตามความเหมาะสม ๓. จัดเก็บใหเรียบรอย สะดวกตอการคนหา และไมสูญหาย หลักการดูแลของใชสวนตัว ของใชสวนตัว หมายถึง สิ่งของเครื่องใชสวนบุคคลที่ไมใชรวมกับผูอื่น และเปนสิ่งที่เราจําเปนตองใชประจํา เชน เสื้อผา เครื่องแตงกาย รองเทา ผาเช็ดตัว แกวนํ้า แปรงสีฟน อุปกรณการเรียน อุปกรณการเรียน ของเลน เครื่องแตงกาย ของใชสวนตัว ๒ เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • อภิปรายวิธีการจัดเก็บสิ่งของตางๆ • ฝกปฏิบัติจัดเก็บและดูแลสิ่งของตางๆ จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา เราควรดูแลรักษาและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช ตางๆ อยางเปนขั้นตอนตามกระบวนการทํางาน เพื่อใหงานสําเร็จตามเปาหมาย ซึ่งการดูแลรักษาและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใชนี้ จะทําใหสะดวกในการหยิบใชงาน และทําใหบานเปนระเบียบเรียบรอย ขั้นสอน 1. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3-4 คน แลว ใหแตละกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ ดูแลของใชสวนตัว 2. นักเรียนแตละกลุมชวยกันยกตัวอยางของใช สวนตัว โดยจําแนกตามประเภท ไดแก อุปกรณ การเรียน ของใช และของเลน 3. ครูสาธิตวิธีการดูแลของใชสวนตัว พรอมอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอน เพื่อใหนักเรียนสังเกตและ จดจําไดอยางถูกตอง 4. นักเรียนปฏิบัติตามวิธีการดูแลของใชสวนตัว ตามที่ครูสาธิต โดยครูคอยดูแลและกระตุนให นักเรียนมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรม 5. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • ของใชและของเลนที่เปนผามีวิธีการดูแล อยางไร (แนวตอบ : ควรนําไปซักใหสะอาด แลว ผึ่งแดดใหแหง) ขั้นประเมิน ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ การดูแลของใชสวนตัว และจากการสรุปวิธีการ ดูแลของใชสวนตัว ขั้นสรุป 1. นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการดูแลของใชสวนตัว ตามที่ครูสาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง 2. นักเรียนทําใบงานที่ 1.1 เรื่อง การดูแลของใช สวนตัว นํา สอน สรุป ประเมิน T4


ขอสอบเนน การคิด การจัดเก็บของใชสวนตัว ควรยึดหลักตามขอใด 1. วางงาย สบายมือ 2. วางที่ไหนก็ได สบายใจดี 3. หยิบก็งาย หายก็รู ดูงามตา 4. ใครใครหยิบ หยิบ ใครใครวาง วาง (วิเคราะหคําตอบ : การจัดเก็บสิ่งตางๆ เนนความเปนระเบียบ ทําใหหยิบใชงานสะดวก และสิ่งของไมสูญหาย เพราะรูวาเก็บไว ที่ใด ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๑) ใชและเลนอยางทะนุถนอม เพื่อไมใหของใชและของเลนชํารุด กอนเวลาอันควร ๒) จัดเก็บใหเปนระเบียบ เพื่อใหสะดวกในการหยิบใชงาน และปองกัน การสูญหาย เชน เก็บดินสอใสกลองดินสอ เก็บของเลนไวในกลอง ใสของเลน ๓) ทําความสะอาดของใชและของเลนเปนประจํา เพื่อไมใหเปนแหลง สะสมเชื้อโรคและฝุนละออง ๑) ดูแลขณะสวมใสและหลังสวมใสเสื้อผา โดยระมัดระวังไมใหเสื้อผา เปอนคราบสกปรกหรือฉีกขาดชํารุด หากเสื้อผาเปอน ควรรีบทํา ความสะอาดทันที เชน ขยี้บริเวณที่เปอนดวยนํ้าเปลาจนคราบจางไป ๒) ทําความสะอาดเสื้อผา เมื่อสวมใสเสื้อผาแลว ควรซักใหสะอาด โดย แยกผากอนซักตามประเภทของผา เชน ผาขาว ผาสี เสื้อ กระโปรง หรือเสื้อผาที่มีรอยเปอนมาก ซักเสื้อผาดวยผงซักฟอกและซักนํ้าเปลา จนสะอาด แลวนําไปตากใหแหง ๓) จัดเก็บใหเปนระเบียบ เมื่อผาที่ซักและตากแหงแลว ใหเก็บมาพับ หรือรีดใหเรียบรอย วิธีการ ดูแลของใชสวนตัว ของใชและของเลน เสื้อผาเครื่องแตงกาย ๑ ๒ การทําความสะอาดเสื้อผา ๓ ขั้นประเมิน ครูตรวจใบงานที่ 1.2 สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code การทําความสะอาดเสื้อผา เพื่อดูตัวอยาง การทําความสะอาดเสื้อผา เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนนําของเลนที่ไมไดเลนแลว แตยังมีสภาพดีมาแบงปนให เพื่อนๆ เลนดวย หรือนําไปบริจาคใหมูลนิธิตางๆ ซึ่งเปนการฝกนิสัยเอื้อเฟอ เผื่อแผ และเปนการใชสิ่งของอยางคุมคามากขึ้น ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนมีวิธีการอยางไรที่ทําใหเสื้อผา ดูใหมอยูเสมอ (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. นักเรียนรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การดูแล รักษาเสื้อผาและเครื่องแตงกายขณะสวมใส และหลังสวมใสจากหนังสือเรียน ขั้นสอน วิเคราะห์วิจารณ์ 1. ครูใหสมาชิกในแตละกลุมรวมกันวิเคราะห วิจารณเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผาและ เครื่องแตงกายตามประเด็นที่กําหนด ดังนี้ 1) นักเรียนมีวิธีการดูแลเสื้อผาที่เราสวมใสใน ขณะทํากิจกรรมตางๆ อยางไร 2) นักเรียนจะทําอยางไร ถาเสื้อผาที่สวมใส เปอนคราบสกปรกที่ทําความสะอาดยาก 2. ครูคัดเลือกตัวแทนแตละกลุมนําเสนอผลการ วิเคราะหวิจารณหนาชั้นเรียน 3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 1.2 ขั้นสรุป สรุป นักเรียนรวมกันอภิปรายสรุปความรูเรื่อง การ ดูแลเสื้อผาและเครื่องแตงกายขณะสวมใสและ หลังสวมใส นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T5


ขอสอบเนนการคิด ขอใดเปนการจัดเก็บเอกสารไมเหมาะสม 1. เก็บสูติบัตรไวในแฟมสะสมผลงาน 2. เก็บผลงานรวมไวในแฟมสะสมผลงาน 3. เก็บบัตรสมาชิกหองสมุดไวในกระเปาสตางค 4. เก็บบัตรประจําตัวนักเรียนไวในกระเปาสตางค (วิเคราะหคําตอบ : สูติบัตรเปนเอกสารสําคัญที่ทางราชการออก ใหกับเรา เปนเอกสารที่เราตองใชเปนหลักฐานในการสมัครเขาเรียน การติดตอโรงพยาบาลรัฐ ดังนั้น จึงควรเก็บใสซอง แลวเก็บไวในตู เก็บเอกสาร ไมควรนําไปเก็บปะปนไวในแฟมสะสมผลงาน เพราะ เปนเอกสารคนละประเภท ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู ¡ÒèѴà¡çºàÍ¡ÊÒà ʋǹµÑÇ ò เอกสารสวนตัวเปนเอกสารที่มีความสําคัญกับเจาของ เพราะ สามารถบอกรายละเอียดของบุคคล โดยเอกสารจะบันทึกรายละเอียด เฉพาะตัวตาง ๆ ไว เชน ลายมือชื่อ วัน เดือน ปเกิด ภาพถาย ที่อยู เอกสารสวนตัวแบงตามประเภทได ดังนี้ บัตรประจําตัว นักเรียน สูติบัตร เอกสารสวนตัว ควรจัดเก็บใหเรียบรอยเปนหมวดหมู เพื่อสะดวก ตอการคนหา และปองกันการสูญหาย หลักการจัดเก็บเอกสารสวนตัว ตองพกติดตัว เอกสารสวนตัวที่จําเปนตองพก ติดตัว เชน บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรโรงพยาบาล เพื่อเปนการแสดงตัว และเปนประโยชน ในการติดตอกับหนวยงานตาง ๆ เก็บไวที่บาน เอกสารสวนตัวที่ไมจําเปนตอง พกติดตัว เชน สมุดบัญชีเงินฝาก สูติบัตร ทะเบียนบาน ซึ่งนักเรียน ควรเก็บเอกสารเหลานี้ไวที่บานใหเปน ระเบียบเรียบรอย เปนหมวดหมู เพื่อ ไมใหสูญหาย และสะดวกในการหยิบใช บัตรประจําตัว ประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารสวนตัวที่หนู ๆ รูจัก มีอะไรบาง ๔ เอกสารสวนตัวเปนเอกสารที่มีความสําคัญกับเจาของ เพราะ 1 สูติบัตร 2 ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมเอกสารประจําตัว เชน บัตรประจํา ตัวประชาชน สูติบัตร บันทึกผลการเรียน บัญชีเงินฝาก เพื่อใชในการสาธิตการจัดเก็บ เอกสารสวนตัว 2. ครูใหนักเรียนจัดเตรียมเอกสารประจําตัว เชน บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรสมาชิกหองสมุด และเอกสารการเรียน เชน สมุด หนังสือ สมุดรายงานผลการเรียน แฟมสะสมผลงาน 3. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนมีวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวของ ตนเองอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสอน การสาธิต 1. ครูจัดเก็บเอกสารสวนตัว โดยจําแนกเอกสาร ตางๆ ออกเปนหมวดหมู ดังนี้ • เอกสารสวนตัวที่ตองพกติดตัว • เอกสารที่เก็บไวที่บาน พรอมอธิบายประกอบเพื่อใหนักเรียนสังเกต และสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 3 คน ฝกจัดเก็บ เอกสารสวนตัว เสร็จแลวนําผลงานที่ไดมา ผลัดเปลี่ยนใหเพื่อนดู 3. นักเรียนแตละคนในกลุมรวมกันปฏิบัติการ จัดเก็บเอกสารสวนตัวที่แตละกลุมเตรียมมา โดยครูคอยสังเกตอยางใกลชิด พรอมทั้งให ความชวยเหลือ 4. นักเรียนสงตัวแทนกลุมนําเสนอผลการจัดเก็บ เอกสารสวนตัวหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อน แสดงความคิดเห็น และขอเสนอแนะ นักเรียนควรรู 1 เอกสารสวนตัว สําหรับเด็กที่สําคัญอีกอยางหนึ่ง คือ บัตรประจําตัว ประชาชน ซึ่งในปจจุบันกําหนดใหผูที่มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต 7 ปบริบูรณ ตองทําบัตรประจําตัวประชาชนไวใชแสดงตน เพื่อประโยชนในการเขารับบริการ สาธารณะของรัฐ เชน สิทธิในการรักษาพยาบาล ดังนั้น เด็กที่ทําบัตรประจําตัว ประชาชนแลว จึงควรเก็บรักษาไวใหดี 2 สูติบัตร เปนเอกสารที่เปนหลักฐานในการแจงเกิดที่สํานักงานเขตหรืออําเภอ ออกให นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T6


ขอสอบเนน การคิด ขอใดเรียงลําดับการจัดเก็บเอกสารเขาแฟมไดถูกขั้นตอน 1) เก็บเขาแฟมโดยวางเรียงเปนลําดับ 2) แยกเอกสารออกเปนประเภท 3) เก็บแฟมเรียงตั้งไวในตูหรือชั้น 4) เรียงเอกสารตาม วัน เดือน ป 1. 1) 3) 2) 4) 2. 2) 1) 3) 4) 3. 1) 2) 3) 4) 4. 2) 4) 1) 3) (วิเคราะหคําตอบ : การจัดเก็บเอกสารเขาแฟม ควรแยกเอกสาร ออกเปนประเภท เรียงเอกสารตามวัน เดือน ป แลวเก็บเขาแฟม โดยเรียงตั้งเปนลําดับ และนําแฟมเรียงตั้งไวในตูหรือชั้น ใหเรียบรอย ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู การจัดเก็บเอกสารสวนตัวเปนการเก็บรวบรวมและจัดหมวดหมู เอกสารที่บันทึกขอมูลเกี่ยวกับตัวเองไวใหเปนระเบียบ เพื่อความสะดวก ในการหยิบใชงาน ดังนี้ เอกสาร การจัดเก็บ »ÅÍ´ÀÑÂäÇŒ¡‹Í¹ บัตรตาง ๆ เปนเอกสารสําคัญ ควรจัดเก็บใสซองพลาสติกและระมัดระวังไมใหแตกหัก หรือชํารุด วิธีการ จัดเก็บเอกสารสวนตัว เอกสารประเภทบัตร เชน บัตรหองสมุด บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรประจําตัวประชาชน บัตรโรงพยาบาล จัดเก็บในชองเสียบ บัตรของกระเปาสตางค ใหเรียบรอย ใสซองสําหรับ สมุดบัญชีเงินฝาก ใสซองเอกสารแลว เขียนระบุเอกสารที่ หนาซอง จัดเก็บใสแฟมให เรียบรอย สมุดบัญชีเงินฝาก สูติบัตร สมุดบันทึก ผลการเรียน 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารสําคัญ 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู สมุดบันทึก ผลการเรียน ๕ บัตรประจําตัวประชาชน 1 สูติบัตร 2 ขั้นสรุป สรุปและนําหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการจัดเก็บเอกสาร สวนตัว 2. นักเรียนทําใบงานที่ 1.4 เรื่อง การจัดเก็บเอกสาร สวนตัว และใบงานที่ 1.5 เรื่อง วิธีการจัดเก็บ เอกสารสวนตัวเปนการบาน แลวนําสงครูใน ชั่วโมงถัดไป ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การจัดเก็บเอกสารสวนตัวเปนหมวดหมู มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : ชวยใหสะดวกในการหยิบใชงาน และฝกนิสัยความเปนระเบียบเรียบรอย) 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัว และจากการ สรุปวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัว นักเรียนควรรู 1 บัตรประจําตัวประชาชน เปนเอกสารที่ทางราชการออกใหเฉพาะผูมี สัญชาติไทย เพื่อใชพิสูจนและยืนยันตัวบุคคล เชน การใชสิทธิเลือกตั้ง การ สมัครงาน การติดตอธุรกิจการคา การทํานิติกรรมสัญญา การติดตอประสานงาน กับสวนราชการหรือภาคเอกชน 2 สูติบัตร เปนเอกสารที่แสดงถึงสัญชาติ วัน เดือน ป เวลา สถานที่เกิด และ ชื่อบิดามารดาของบุคคล โดยนายทะเบียนเปนผูออกให นํา สอน สรุป ประเมิน T7


ขอสอบเนนการคิด เสื้อผาประเภทใดไมควรเก็บไวดวยกัน 1. เสื้อนักเรียน-กระโปรงนักเรียน 2. เสื้อกลาม-กางเกงชั้นใน 3. เสื้อยืด-กางเกงขาสั้น 4. ผาเช็ดหนา-ถุงเทา (วิเคราะหคําตอบ : ผาเช็ดหนาใชสําหรับเช็ดหนา สวนถุงเทา ใชสวมใสเทา ซึ่งตามวัฒนธรรมของคนไทยถือวาหนาเปนของสูง สวนเทาเปนของตํ่า จึงไมนําสิ่งที่ใชกับอวัยวะทั้ง 2 อยางมาจัดเก็บ รวมกัน นอกจากนี้ ถุงเทามักจะมีฝุนและคราบสกปรกหลงเหลือ อยูบางเล็กนอย แมจะทําความสะอาดแลว จึงไมควรนําผาเช็ดหนา และถุงเทามาเก็บไวรวมกัน ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ó ¡ÒèѴµÙŒàÊ×éͼŒÒ แยกประเภทเสื้อผา แลวจัดเก็บใหเรียบรอย ดังนี้ เชน เข็มขัด หมวก ควรจัด ใสกลองหรือลิ้นชัก เชน เสื้อยืด ชุดนอน ใหพับแยก ประเภทเปนชุด แลววางบนชั้น ในตูเสื้อผา พับกางเกงใน เสื้อชั้นใน จัด ถุงเทาเปนคูแลวมวนและจัด ในลิ้นชักเก็บใหเรียบรอย เสื้อผาที่ซักและรีดเรียบรอยแลว ควรจัดเก็บใหเปนระเบียบ เรียบรอย โดยการแขวนหรือพับเก็บในตูและแยกประเภทของเสื้อผา ใหเปนหมวดหมู เชน กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ถุงเทา หลักการจัดเก็บเสื้อผา เสื้อผาที่ตองรีด เสื้อผาที่ไมตองรีด ชุดชั้นในหรือถุงเทา ๑ ๒ ๓ เครื่องแตงกายอื่น ๆ ๔ วิธีการ จัดเก็บเสื้อผา หนู ๆ จะมีวิธีจัดเก็บเสื้อผา ของตัวเองอยางไร เชน เสื้อ กางเกง กระโปรงที่เปน ผายับงาย เมื่อรีดเสร็จใหแขวน แยกประเภทสีออน สีเขม ๖ ใหเปนหมวดหมู เชน กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ถุงเทา 1 เชน เข็มขัด หมวก ควรจัด 2 ขั้นประเมิน ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ และสรุปวิธีการจัดตูเสื้อผา ขั้นสรุป นักเรียนสรุปความรู เรื่อง การจัดตูเสื้อผาและ การจัดเก็บเสื้อผา เปนผังมโนทัศน เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ ขั้นนํา 1. ครูถามนักเรียนวา เมื่อเสื้อผาและเครื่องแตงกาย ซักแหงแลว นักเรียนควรทําอยางไรกับเสื้อผา และเครื่องแตงกายเหลานั้น 2. นักเรียนสงตัวแทนหอง 2-3 คน นําเสนอ คําตอบหนาชั้นเรียน 3. ครูและนักเรียนคนอื่นรวมกันวิเคราะหและ ตรวจสอบความถูกตองของคําตอบ ขั้นสอน 1. ครูใหนักเรียนจับคู 2 คน แลวรวมกันศึกษา ความรูเรื่อง การจัดตูเสื้อผา แลวผลัดกัน แลกเปลี่ยนความรูและแสดงความคิดเห็นกัน 2. ครูคัดเลือกนักเรียน 2-3 คน นําเสนอการจัดตู เสื้อผาและการจัดเก็บเสื้อผา 3. นักเรียนทําใบงานที่ 1.6 เรื่อง การจัดตูเสื้อผา และการจัดเก็บเสื้อผา โดยใหแตละคนคิดหา คําตอบดวยตนเองกอน จากนั้นจับคูกับเพื่อน คูเดิมแลวผลัดกันอธิบายคําตอบของตนเองให เพื่อนฟง นักเรียนควรรู 1 ถุงเทา ควรนํามาจัดเก็บเขาคูกัน โดยนํามาพับซอนกันใหเปนระเบียบ เพื่อให หยิบใชไดสะดวกและรวดเร็ว 2 เข็มขัด การดูแลรักษาเข็มขัด ควรปฏิบัติ ดังนี้ • แขวนเข็มขัดไวในตูโดยใหหัวเข็มขัดเกี่ยวไวกับราวเข็มขัด • ไมควรเก็บเข็มขัดโดยการมวน เพราะจะทําใหหนังเข็มขัดแตกและเข็มขัด อาจเสียรูปทรงได • ไมแขวนเข็มขัดไวในบริเวณที่มีแดดสองถึง เพราะจะทําใหเข็มขัดซีดและ เกาเร็ว • เก็บเข็มขัดไวในหองที่อากาศระบายไดทั่วถึง เพราะอากาศที่ชื้นหรือ รอนเกินไปจะทําใหเข็มขัดเสียหายได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T8


ขอสอบเนน การคิด ถานักเรียนกําลังใชดินสอสีระบายสีภาพอยู แตแมมาเรียกให ไปกินขาว นักเรียนควรปฏิบัติอยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด (แนวตอบ : เก็บดินสอสีใสกลอง และเก็บอุปกรณอื่นๆ เขาที่ให เรียบรอยกอน แลวจึงคอยไปกินขาว เมื่อตองการระบายสีอีกจึงคอย หยิบอุปกรณออกมาทํางานตอ) ๔ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ เป็นการจัดสิ่งต่างๆเช่น หนังสือ เอกสาร เครื่องเขียน ให้เป็นระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้สะดวกในการหยิบใช้ และ สร้างนิสัยความมีระเบียบอีกด้วย หลักการจัดโต๊ะเขียนหนังสือ ๑. แยกประเภทของที่จะจัดเก็บ เช ่น หนังสือ เครื่องเขียน สมุด ๒. จัดหนังสือ โดยวางหนังสือที่จ�าเป็นไว้ มุมใดมุมหนึ่งของโต๊ะ เรียงขนาดจาก เล็กไปใหญ่ ๓. จัดเครื่องเขียน เช่น ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด โดยใส่ภาชนะวางไว้มุมใด มุมหนึ่งของโต๊ะ ส่วนเครื่องเขียนที่ไม่ ได้ใช้เป็นประจ�าให้เก็บใส่ลิ้นชักให้เป็น ระเบียบ ๔. จัดพื้นที่บนโต๊ะให้ว่างเพียงพอส�าหรับ ท�ากิจกรรมอื่นๆ เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป ท�าการบ้าน นักเรียนสามารถจัดโต๊ะเขียนหนังสือให้เป็นระเบียบได้  โดยปฏิบัติ ดังนี้ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง ปลอดภัยไว้ก่อน โต๊ะเขียนหนังสือ ควรจัดวางไว้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อป้องกันสายตาผิดปกติ หนูท�ำได้ เมื่อโต๊ะเขียนหนังสือรก หนู ๆ จะมีวิธีจัดเก็บ อย่างไร 7 เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนจัดเก็บโตะนักเรียน โดยเก็บขยะในลิ้นชักทิ้งลงในถังขยะ และจัดเก็บสิ่งของในโตะใหเปนระเบียบ ปดฝุน และใชผาชุบนํ้าบิดหมาดๆ เช็ดโตะใหสะอาด ขั้นสอน ทําตามแบบ 1. นักเรียนรวมกันฝกจัดโตะเขียนหนังสือตาม แบบอยางที่ครูทําใหดู โดยครูคอยใหคําแนะนํา 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันตรวจสอบ ความถูกตอง และความเรียบรอยของผลงาน ขั้นนํา สังเกต รับรู้ 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • โตะเขียนหนังสือมีความสําคัญตอนักเรียน อยางไร (แนวตอบ : ใชอานหนังสือ ทําการบาน) 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2 คน ชวยกันจัด โตะเขียนหนังสือหนาชั้นเรียน แลวใหนักเรียน คนอื่นไดแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 3. ครูจัดโตะเขียนหนังสือตามลําดับขั้นตอนให นักเรียนดูเปนแบบอยาง พรอมอธิบายประกอบ ทําเองโดยไมมีแบบ สมาชิกในแตละกลุมรวมกันจัดโตะเขียนหนังสือ ตามลําดับขั้นตอน โดยไมมีแบบอยาง แลวใหเพื่อน กลุมอื่นผลัดกันติชมและเสนอแนะขอบกพรอง ขั้นประเมิน ครูตรวจการจัดโตะเขียนหนังสือ และใบงานที่ 1.7 ขั้นสรุป ฝกทําให้ชํานาญ ครูใหนักเรียนแตละคนจัดโตะเขียนหนังสือ ที่บานเปนประจํา จนเกิดความชํานาญและติดเปน นิสัย เพื่อเปนการปลูกฝงนิสัยความเปนระเบียบ เรียบรอย จากนั้นบันทึกผลการปฏิบัติงานลงใน ใบงานที่ 1.7 แลวนําสงครูในสัปดาหถัดไป นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T9 บูรณาการอาเซียน ครูเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักวา การทําความสะอาดบาน การจัดเก็บสิ่งของ ตาง ๆ เขาที่ใหเปนระเบียบเรียบรอย จะทําใหบานสะอาด นาอยูอาศัย และทําให ผูอาศัยมีสุขภาพกายและจิตที่ดี หรือที่เรียกวา มีสุขภาวะกายจิต ซึ่งสอดคลอง กับเปาหมายอาเซียน


ขอสอบเนนการคิด เพราะเหตุใดเราจึงไมควรซักกระเปาหนัง 1. เพราะกระเปาหนังจะหดตัว 2. เพราะกระเปาหนังจะเปอย 3. เพราะกระเปาหนังดูดซึมนํ้า 4. เพราะกระเปาหนังจะเสื่อมสภาพ (วิเคราะหคําตอบ : การทําความสะอาดกระเปาหนังควรทํา โดยการใชผาแหงเช็ด และไมควรนํากระเปาหนังไปซักเพราะจะ ทําใหกระเปาหนังเสื่อมสภาพ เปนรอยดาง เนื่องจากสารที่ใช เคลือบหนังถูกทําลาย ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๕ การจัดกระเป๋านักเรียน จัดหนังสือตามตารางเรียน แล้ว วางเรียงล�าดับแต ่ละประเภทให้ เป็นหมวดหมู่ ๑ จัดหนังสือ เก็บเศษขยะออกจากกระเป๋า แล้ว ใช้ผ้าชุบน�้าบิดหมาดๆเช็ดและใช้ ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง ๓ ท�าความสะอาด หากกระเป๋านักเรียนที่ เป็นผ้าเปรอะเปื้อนหรือ เปียกชื้น ควรท�าความ สะอาด โดยซักและ จัดกระเป๋านักเรียน ผึ่งแห้ง ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง การจัดกระเป๋านักเรียน คือ การจัดสมุด หนังสือ และอุปกรณ์ การเรียนให้ตรงกับตารางเรียนในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้กระเป๋าหนักเกินไป และเพื่อสะดวกในการหยิบใช้งาน หลักการจัดกระเป๋านักเรียน วิธีการ  จัดกระเป๋านักเรียน เก็บเครื่องเขียน ของมีคม ของแหลม เช่น กรรไกร วงเวียน เครื่องมือ แกะสลัก ใส่กล่องดินสอ แล้วใส่ใน กระเป๋าให้เรียบร้อย ๒ จัดเครื่องเขียน ภาษาไทย ภาษาไทย หนู ๆ มีวิธีจัดกระเป๋า นักเรียนอย่างไร หนูท�ำได้ 8 เพื่อไม่ให้กระเป๋าหนักเกินไป 1 ท�าความสะอาด 2 นักเรียนควรรู 1 กระเปาหนักเกินไป การหิ้วหรือสะพายกระเปาที่หนักเกินไปเปนระยะเวลา นาน ๆ อาจสงผลกระทบตอรางกายของเราได เชน ทําใหปวดหลัง ปวดไหล กลามเนื้อมีอาการอักเสบ หรืออาจสงผลตอบุคลิกภาพของเรา การหิ้วกระเปาหรือถุงที่มีนํ้าหนักมาก ควรใชวิธีคลองไวที่แขนแทนการหิ้วดวย นิ้วมือ เพราะอาจทําใหเกิดอาการนิ้วล็อก (อาการที่งอนิ้วมือ แลวเหยียดขึ้นเองไม ได) 2 ทําความสะอาด กระเปานักเรียน มีวิธี ดังนี้ • กระเปานักเรียนแบบหนัง ใหใชไมกวาดขนไกปดฝุนละออง แลวใช ผาชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ดทําความสะอาด และใชผาแหงเช็ดอีกครั้ง • กระเปานักเรียนแบบผา ใหนําไปซักทําความสะอาด โดยใชแปรงขนออน แปรงเบา ๆ จนสะอาด แลวลางดวยนํ้าสะอาด และนําไปตากใหแหง ขั้นสอน ทําตามแบบ 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การจัดกระเปานักเรียนแบบหูหิ้วกับแบบ สะพายเหมือนหรือตางกันอยางไร จงอธิบาย (แนวตอบ : ตางกัน คือ กระเปาหูหิ้วควร จัดหนังสือและสมุดแยกกันเปนหมวดหมู โดยอาจใสไวอยางละชอง เพื่อใหหยิบใช ไดสะดวก สวนกระเปาสะพายควรจัดหนังสือ และสมุดวางเรียงกันใหเปนระเบียบ โดย เรียงลําดับจากเลมเล็กไปเลมใหญ) 2. นักเรียนกลุมเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู ที่ 1) รวมกันทบทวนลําดับขั้นตอนการจัด กระเปานักเรียน 3. สมาชิกในแตละกลุมฝกจัดกระเปานักเรียน ตามแบบอยางที่ครูทําใหดู โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติม ในสวนที่บกพรอง 4. สมาชิกในแตละกลุมจับคูกันตรวจสอบ ความถูกตอง และความเรียบรอยของผลงาน หากมีขอบกพรองใหชวยกันหาแนวทาง ปรับปรุง แกไข ขั้นนํา สังเกต รับรู้ 1. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพการจัดกระเปานักเรียน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • สิ่งที่สําคัญที่สุดในการจัดกระเปานักเรียน คืออะไร (แนวตอบ : การจัดหนังสือเรียนใหตรงกับ ตารางเรียนของแตละวัน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T10


¡Ô¨¡ÃÃÁ¾Ñ²¹Ò¡Ò÷íÒ§Ò¹ หนูรูสึกอยางไร ๑. การจัดกระเปานักเรียนกับการจัดโตะเขียนหนังสือ เหมือนหรือ แตกตางกัน อยางไร ๒. นักเรียนจะมีวิธีจัดตูเสื้อผาอยางไรใหเปนระเบียบ ๓. ถานักเรียนทําอาหารเลอะใสเสื้อผาจนเกิดรอยเปอน นักเรียนจะทํา อยางไร ถามมาหนูตอบได Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรูกิจกรรมทักษะการทํางาน C21 ๑. แบงกลุม รวมกันแสดงความคิดเห็นในการจัดตูเสื้อผา โดยแตละกลุม จะไดลักษณะตูเสื้อผาที่ตางกัน แลวออกมานําเสนอเปนแผนภาพ ๒. จัดตูเสื้อผาของนักเรียนใหเปนระเบียบ แลวบันทึกผลลงในสมุด พรอมถายภาพประกอบ และนําเสนอหนาชั้นเรียนวามีวิธีการจัดอยางไร ๓. แบงกลุม ชวยกันแยกประเภทของของใชสวนรวมและของใชสวนตัว แลวนําเสนอหนาชั้นเรียน ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตาม หัวขอตอไปนี้ลงในสมุด ๑. หากนักเรียนหาของใชสวนตัวไมพบบอย ๆ นักเรียนคิดวาเปนเพราะอะไร ๒. นักเรียนคิดวา การจัดกระเปานักเรียนเดือนละ ๑ ครั้ง จะเกิดผลเสีย อยางไร ๓. การจัดโตะเขียนหนังสือเปนประจํา มีประโยชนอยางไร ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตาม ทะเบียนบาน 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตามแฟมสะสมงาน บัตรประจําตัวประชาชน แฟมสะสมผลงาน ทะเบียนบาน ๙ กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ทําเองโดยไมมีแบบ สมาชิกในแตละกลุมจัดกระเปานักเรียนตาม ลําดับขั้นตอน โดยไมมีแบบอยาง แลวใหเพื่อน กลุมอื่นผลัดกันติชมและเสนอแนะขอบกพรอง เพื่อหาแนวทางปรับปรุง แกไข โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมใน สวนที่บกพรอง ครูติดตามผลนักเรียนที่ควรไดรับการพัฒนาการเรียนรู โดย ใหนักเรียนบันทึกขอมูลทางการจัดโตะเขียนหนังสือและกระเปา นักเรียนในแตละวัน และมาเลาใหครูฟงนอกชั่วโมงเรียน ใหนักเรียนสํารวจของใชและเอกสารสวนตัวของนักเรียน แลว จดบันทึกชื่อ วิธีใชงาน และการจัดเก็บที่ถูกวิธีและเหมาะสมลงในสมุด จากนั้นนํามาสงครู กิจกรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนหมั่นดูแลและทําความสะอาดของใชสวนตัวตาง ๆ อยางถูกวิธีอยูเสมอ เชน วิธีการซักผา ซักกระเปา เช็ดหนังสือ เช็ดโตะ กวาด หองเรียน ลางจาน โดยใหนักเรียนศึกษาจากสื่อการเรียนรูตางๆ จากคุณครู หรือจากผูปกครอง ขั้นสรุป นักเรียนและครูรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับ การจัดกระเปานักเรียน จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติม จนนักเรียนเขาใจ ฝกทําให้ชํานาญ ครูใหนักเรียนแตละคนจัดกระเปานักเรียนมา โรงเรียนเปนประจําจนเกิดความชํานาญ แลวครู คอยตรวจสอบเปนระยะๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T11


แบบประเมินการท�างาน ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes รำยกำร ๑. จัดเก็บเอกสารส่วนตัวได้เหมาะสม ๒. จัดเก็บตู้เสื้อผ้าได้เหมาะสม ๓. จัดโต๊ะเขียนหนังสือได้เหมาะสม ๔. จัดกระเป๋านักเรียนได้เหมาะสม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม รำยกำร ๑. แบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒. ร่วมมือกันท�างานจนส�าเร็จ ๓. แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสม ๔. รับฟังความคิดเห็นของคนในกลุ่ม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ตัวอย่างตารางบันทึกผล สา�หรับครู สา�หรับนักเรียน ค�ำชี้แจง :  ให้นักเรียนประเมินการท�างานของตนเองตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ค�ำชี้แจง :  ให้ผู้สอนประเมินทักษะการท�างาน C21 ตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน 10 ขั้นประเมิน 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนสาธิตการ ดูแลรักษาและการจัดเก็บของใชสวนตัว โดย ใหเลือกปฏิบัติงานจากที่กําหนด 1 อยาง ดังนี้ 1) การดูแลรักษาของใชสวนตัว 2) การดูแลรักษาเสื้อผาและเครื่องแตงกาย 3) การทําความสะอาดเสื้อผาและ เครื่องแตงกาย 4) การจัดเก็บเสื้อผา 5) การจัดโตะเขียนหนังสือ 6) การจัดกระเปานักเรียน 7) การจัดเก็บเอกสารสวนตัว 2. บันทึกผลการปฏิบัติงานตามหัวขอที่กําหนด โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด ดังนี้ 1) การอธิบายเหตุผลในการดูแลรักษาและการ จัดเก็บของใชสวนตัวไดบรรลุเปาหมาย 2) การดูแลรักษาและการจัดเก็บของใชสวนตัว บรรลุเปาหมายที่วางไวอยางเปนขั้นตอน 3) คุณธรรมในการดูแลรักษาและการจัดเก็บ ของใชสวนตัว (ครูอาจใหนักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมนอกเวลาเรียน) 3. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด และแบบ ทดสอบหนวยที่ 1 จากแบบวัดฯ 4. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 1 จากแผนการจัดการเรียนรู แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T12


T13 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 มารยาทในการ ปฏิบัติต่อบิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองใน โอกาสต่าง ๆ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.1 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการปฏิบัติต่อ บิดามารดา หรือ ผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ ได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความซื่อสัตย์ และมารยาทในการ ต้อนรับบิดามารดา หรือผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ 3. มีทักษะในการ ต้อนรับบิดามารดา หรือผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย แผนฯ ที่ 2 มารยาทในการ รับประทาน อาหาร 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.2 และ 2.3 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการรับประทาน อาหารได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความอดทน ต่อการเป็นผู้มี มารยาทในการ รับประทานอาหาร 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการ รับประทานอาหาร ได้อย่างเหมาะสม วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจใบงานที่ 2.2 และ 2.3 - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย


Chapter Overview T14 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 มารยาทในการ ใช้ห้องเรียน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.4 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการใช้ห้องเรียน ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความอดทนและ รับผิดชอบต่อการ เป็นผู้มีมารยาทใน การใช้ห้องเรียน 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการใช้ ห้องเรียนได้อย่าง เหมาะสม วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค เพื่อนคู่คิด - ตรวจใบงานที่ 2.4 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย แผนฯ ที่ 4 มารยาทในการ ใช้ห้องน�้ำ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.5 - วีดิทัศน์ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. บอกวิธีการปฏิบัติ ตนในการใช้ห้องนำ้ ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความอดทนต่อ การปฏิบัติตนใน การใช้ห้องน้ำ 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้ มีมารยาทในการ ใช้ห้องน้ำอย่าง เหมาะสม วิธีสอนแบบ สืบเสาะ หาความรู้ - ประเมินการแสดง บทบาทสมมุติ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค สาระส�าคัญ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน มารยาทเด็กดี การมีมารยาทในสังคม เป็นการปฏิบัติตาม แบบแผนที่สังคมก�าหนดไว้ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ อย่างสงบสุข ๑. บอกมารยาททางสังคม เช่น การต้อนรับบิดามารดา หรือ ผู้ปกครอง การรับประทานอาหาร การใช้ห้องเรียน ห้องน�้า (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือง่าย ๆ ภายในบ้านและที่สาธารณะ ได้อย่างปลอดภัย และมีมารยาทในการใช้(มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. ปฏิบัติตนตามมารยาททางสังคม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๒ เพื่อน ๆ มีวิธีใช้ ห้องน�้ำร่วมกับผู้อื่น อย่ำงไร บูรณาการเชื่อมสาระ ขั้นนํา 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 มารยาทเด็กดี จากแผนการ จัดการเรียนรู 2. ครูใหนักเรียนรองเพลงสวัสดีเธอจา พรอมกัน 2 รอบ แลวใหนักเรียนแสดงทาทางประกอบ เพลงใหสวยงามและสอดคลองกับเนื้อเพลง ดังนี้ สวัสดีเธอจา เรามาพบกัน เธอกับฉัน สวัสดี สวัสดี 3. นักเรียนสังเกตเนื้อเพลงและทาทางประกอบ เพลงวา แสดงถึงเอกลักษณของคนไทยอยางไร 4. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การไหวเปน มารยาททางสังคมอยางหนึ่งที่แสดงถึงความ ออนโยนและความออนนอมถอมตน 5. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • มารยาททางสังคมที่แสดงถึงความออนนอม ถอมตนมีอะไรบาง (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 6. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นตามประเด็นที่ กําหนด ดังนี้ 1) ทําไมเราจึงตองแสดงมารยาทที่ดีตอบิดา มารดาหรือผูปกครองของเรา 2) นักเรียนควรปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองอยางมีมารยาทในโอกาสใดบาง 3) นักเรียนควรปฏิบัติตนในการพูดคุยกับบิดา มารดาอยางไร 4) นักเรียนควรทําอยางไรเมื่อบิดามารดาหรือ ผูปกครองกลับมาจากทํางานหรือธุระตางๆ 5) เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรเลี่ยงออกไปเมื่อ บิดามารดา หรือผูปกครองกําลังพูดคุยกัน เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • อภิปรายมารยาททางสังคม • ปฏิบัติตามมารยาททางสังคม จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การอยูรวมกันในสังคม เราจะตองปฏิบัติ ตามแบบแผนและกฎเกณฑที่สังคมกําหนดไว ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนมารยาทในสังคม ที่จะทําใหอยูรวมกันอยางสงบสุข ครูบูรณาการความรูในสาระการงานอาชีพ กับสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ เรื่อง กฎของการอยูรวมกัน โดยใหนักเรียนศึกษาขอมูล แลวรวบรวมจดบันทึกขอมูลลงในสมุด เพื่อใหนักเรียนนําขอควรปฏิบัติไปใช ในการดําเนินชีวิตจนเกิดเปนความเคยชิน ครูใหนักเรียนแสดงบทบาทสมมุติโดยการทักทายบุคลากร ภายในโรงเรียน รวมถึงเพื่อนๆ และผูปกครอง แลวออกมานําเสนอ หนาชั้นวา มีวิธีทักทายบุคคลตางๆ อยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T15


ขอสอบเนนการคิด ขณะที่เรากําลังอานหนังสือสอบอยู แลวแมถือของกลับมาจาก ตลาด เราควรปฏิบัติอยางไร 1. อานหนังสือตอ 2. เรียกใหคนอื่นมาชวยแมถือของ 3. เขาไปชวยแมถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย 4. กลาวทักทายพรอมแสดงความเคารพ แลวอานหนังสือตอ (วิเคราะหคําตอบ : เราควรแสดงความมีนํ้าใจตอพอแม โดยการ ชวยถือของ แลวนําไปเก็บ ซึ่งเปนการชวยแบงเบาภาระของ พอแม ซึ่งการปฏิบัติเชนนี้ ไมไดทําใหเราเสียเวลาอานหนังสือ มากนัก ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) เมื่อบิดามารดา หรือผูปกครองกลับมาจากการทํางานหรือธุระตาง ๆ ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. กลาวคําทักทายและแสดงความเคารพตอทานดวยความนอบนอม ๒. ชวยถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย เพื่อเปนการแบงเบาภาระ บิดามารดา หรือผูปกครอง ๓. นํานํ้ามาใหบิดามารดา หรือผูปกครองดื่ม เพื่อใหคลายความเหนื่อยลา ๔. สนทนาซักถามบิดามารดา หรือผูปกครอง ดวยถอยคําที่สุภาพและออนนอม มารยาททางสังคม หมายถึง ระเบียบแบบแผนที่ควรประพฤติ หรือควรละเวนในสวนที่เกี่ยวของกับ ผูอื่น รวมทั้งชุมชน หรือคนหมูมาก มารยาททางสังคมที่นักเรียนควรรู มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡ÒõŒÍ¹ÃѺºÔ´ÒÁÒÃ´Ò ËÃ×ͼٌ»¡¤Ãͧ ã¹âÍ¡Òʵ‹Ò§æ บิดามารดา หรือผูปกครอง เปนผูมีพระคุณและเปนผูที่เลี้ยงดูเรามา เราจึงควรแสดงมารยาทที่ดีตอทาน ñ วิธีการปฏิบัติตน ๑ การตอนรับบิดามารดา หรือผูปกครอง หนู ๆ มีวิธีปฏิบัติตนตอ บิดามารดา หรือผูปกครอง อยางมีมารยาทอยางไร ๑๒ ๑. กลาวคําทักทายและแสดงความเคารพตอทานดวยความนอบนอม ๒. ชวยถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย เพื่อเปนการแบงเบาภาระ 1 ขั้นสอน เตรียมการสาธิต 1. ครูกําหนดขั้นตอนการสาธิตมารยาทในการ ปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองในโอกาส ตางๆ แลวทดลองปฏิบัติ ดังนี้ 1) การปฏิบัติเมื่อบิดามารดา หรือผูปกครอง กลับมาจากทํางานหรือทําธุระตางๆ 2) การฟงคําสั่งสอนหรือคําตักเตือนของบิดา มารดา หรือผูปกครองดวยอาการสํารวม 3) การพาเพื่อนที่ไปมาหาสูมาทําความเคารพ บิดามารดา หรือผูปกครอง 4) การขออนุญาตหรือแจงใหบิดามารดา หรือ ผูปกครองทราบทุกครั้งเมื่อตองออกไปธุระ กับผูอื่น หรือกลับบานผิดเวลา 5) การเดินเลี่ยงออกไปขณะที่บิดามารดา หรือ ผูปกครองกําลังพูดคุยกัน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การเดินเลี่ยงออกไปขณะที่ผูปกครองกําลัง คุยกัน มีวิธีการปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ : เดินคอมตัวลง มือประสานไว ขางหนา) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา เมื่อคนเราอยูรวมกันในสังคม ไมวา จะเปนสังคมขนาดเล็ก ซึ่งไดแก ครอบครัว หรือสังคมที่มีขนาดใหญขึ้น เชน โรงเรียน ชุมชน ประเทศ สมาชิกในสังคมจําเปนตองปฏิบัติตามกฎกติกาของ สังคม รวมทั้งปฏิบัติตนอยางมีมารยาท เพื่อใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสงบสุข หลีกเลี่ยงการขัดแยงซึ่งกันและกัน นักเรียนควรรู 1 แสดงความเคารพ การแสดงความเคารพผูใหญของคนไทย คือ การไหว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ • ประนมมือ คอมศีรษะลง ใหนิ้วหัวแมมือจรดปลายจมูก นิ้วชี้อยูระหวางคิ้ว • ถาเปนผูชาย ใหสนเทาชิด ปลายเทาแยกออกเล็กนอย ถาเปนผูหญิง ใหกาวเทาขวาไปขางหนา และยอตัวลงไหว สาธิต 1. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหตัวแทน นักเรียนที่ไดรับการฝกปฏิบัติออกมาสาธิต มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดาหรือผู ปกครองในโอกาสตางๆ ใหดูเปนตัวอยาง 2. ตัวแทนนักเรียนสาธิตมารยาทในการปฏิบัติตอ บิดามารดาหรือผูปกครองในโอกาสตางๆ และ ครูอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 3. นักเรียนแตละคนในกลุมปฏิบัติมารยาทในการ ปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองในโอกาส ตางๆ แลวใหเพื่อนในกลุมชวยกันตรวจสอบ ความถูกตอง นํา สอน สรุป ประเมิน T16


ขอสอบเนน การคิด ถาแมตักเตือนนักเรียน แตนักเรียนไมไดทําผิด นักเรียนควร ปฏิบัติอยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. รีบพูดแทรกทันทีเพื่อชี้แจงวาตนเองไมไดทําผิด 2. ฟงดวยอาการสํารวมจนแมพูดเสร็จ จึงเดินหนี 3. อธิบายขอเท็จจริงดวยถอยคําที่สุภาพ 4. เดินหนีทันที (วิเคราะหคําตอบ : หากพอแมหรือผูปกครองอบรมสั่งสอน หรือตัก เตือน เราควรฟงดวยอาการสํารวม แตถาสิ่งที่พอแมหรือผูปกครอง ตักเตือน แลวเราไมไดทําผิด เราควรชี้แจงทานดวยถอยคําที่สุภาพ เพื่อใหทานเขาใจ ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) เมื่อบิดามารดา หรือผู้ปกครองมีแขกมาพบ เราควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. แสดงความเคารพและกล่าวทักทายแขกของบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ด้วยความนอบน้อม ๒. เชิญแขกเข้ามารอที่ห้องรับแขก ๓. น�าเครื่องดื่มหรืออาหารว่างมาต้อนรับแขก ๔. ขณะบิดามารดา หรือผู้ปกครองคุยกับแขก ควรเลี่ยงออกไปจากบริเวณ นั้นอย่างสุภาพ และไม่ควรพูดแทรกขณะที่ผู้ใหญ่ก�าลังพูดคุยกัน เพราะ เป็นการเสียมารยาท ๕. เมื่อแขกจะลากลับ ควรแสดงความเคารพ และกล่าวค�าลาอย่างสุภาพ ปฏิบัติตนต่อบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง ๒ กำรต้อนรับแขกของบิดำมำรดำ หรือผู้ปกครอง หนูท�ำได้ 13 ด้วยความนอบน้อม 1 นั้นอย่างสุภาพ 2 ควรเลี่ยงออกไปจากบริเวณ ขั้นประเมิน วัดผลประเมินผล 1. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองในโอกาสตางๆ แลวเสนอแนะ เพิ่มเติม 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การมีมารยาทตอบิดามารดา หรือผูปกครอง สงผลดีตอนักเรียนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต นักเรียนรวมกันเขียนผังมโนทัศนสรุปมารยาท ในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองใน โอกาสตางๆ บนกระดาน โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ บกพรอง นักเรียนควรรู 1 ความนอบนอม คือ การวางตัวใหสุภาพ มีมารยาท และปฏิบัติตอผูใหญ ดวยความเคารพ 2 เลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้น โดยถาผูใหญยืนอยู ใหเดินคอมตัวผานไป ไมแกวงแขน มือแนบอยูขางลําตัว หรือกุมไวดานหนา นํา สอน สรุป ประเมิน T17


ขอสอบเนนการคิด ขอใดไมใชมารยาทในการรับประทานอาหาร 1. ใชกระดาษชําระปดปากขณะจาม 2. รวบชอนสอมเขาดวยกันเมื่ออิ่มแลว 3. ใชมือปดปากขณะเคี้ยวอาหารตลอดเวลา 4. กลาวคําขอโทษเมื่อตองหยิบอาหารขามหนาผูอื่น (วิเคราะหคําตอบ : เราควรเคี้ยวอาหารไมใหมีเสียงดัง และหุบปาก เวลาเคี้ยว แตไมจําเปนตองใชมือปดปากอยูตลอดเวลา ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๑. นั่งรับประทานอาหารอยางเรียบรอย ไมตักอาหารหกเลอะเทอะ ๒. ใชชอนกลางตักอาหารมาใสจานของตน โดยตักใหพอดีสําหรับตนเอง และควรตักอาหารรับประทานอยางพอดีคํา ๓. ระวังไมใหชอนและสอมกระทบกัน หรือกระทบกับจานจนเกิดเสียงดัง ๔. ไมเคี้ยวอาหารเสียงดัง และไมพูดในขณะเคี้ยวอาหาร ๕. ไมตักอาหารขามหนาผูอื่น ควรกลาวคําขอโทษกอนเอื้อมตักอาหาร ที่อยูไกล ๖. เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแลว ควรรวบชอนสอมเขาดวยกัน และควรรอ ใหอิ่มพรอม ๆ กัน จึงคอยลุกจากที่นั่ง ๗. ควรชวยกันทําความสะอาดภาชนะในการรับประทานอาหาร และทําความสะอาดโตะอาหารใหเรียบรอย การปฏิบัติตน ในการรับประทานอาหาร มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡Òà ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒà การรับประทานอาหารรวมกับ ò บุคคลในครอบครัวหรือผูอื่น ควรปฏิบัติตนใหถูกตองตามมารยาทที่ดี ในการรับประทานอาหาร ดังนี้ มีมารยาทในการรับประทานอาหาร ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ถาตองรวมรับประทาน อาหารกับเพื่อน ๆ นักเรียน ควรปฏิบัติอยางไร ˹ٷíÒä´Œ ๑๔ ๒. ใชชอนกลางตักอาหารมาใสจานของตน โดยตักใหพอดีสําหรับตนเอง 1 เกร็ดแนะครู ครูแนะนํานักเรียนวา ขณะรับประทานอาหารรวมกับผูอื่น ควรพูดคุยกันบาง แตไมควรพูดขณะที่เคี้ยวอาหารหรือมีอาหารเต็มปาก เพราะอาจทําใหสําลัก อาหารได นอกจากนี้ เศษอาหารอาจกระเด็นออกจากปาก ซึ่งเปนภาพที่ไมนาดู และทําใหผูอื่นรังเกียจ นักเรียนควรรู 1 ชอนกลาง เปนชอนที่ใชตักอาหารจากสํารับมาใสจานของตนเอง เพื่อ ปองกันการแพรเชื้อโรค ซึ่งเราควรใชชอนกลางทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหาร รวมกับผูอื่น ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณที่ใชในการ รับประทานอาหาร เพื่อใชในการสาธิต 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนรูสึกอยางไร ถาตองรวมรับประทาน อาหารกับบุคคลที่ไมมีมารยาทในการ รับประทานอาหาร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง วิธี ปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร ขั้นสอน สาธิต 1. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะสาธิตวิธี ปฏิบัติตนในการรับประทานอาหารใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง 2. ครูสาธิตวิธีปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร พรอมอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติมารยาทในการ รับประทานอาหารตามที่ครูสาธิต แลวใหเพื่อน ที่นั่งใกลเคียงคอยดูแลและใหความชวยเหลือ ซึ่งกันและกัน ขั้นประเมิน วัดผลประเมินผล 1. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ มารยาทในการรับประทานอาหาร 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 2.3 เปนการบาน แลวนําสงครูในสัปดาหถัดไป นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T18


ขอสอบเนน การคิด ในวันที่ฝนตก สนามกีฬาเปยกฝน เราสามารถวิ่งเลนใน หองเรียนได จากขอความ นักเรียนเห็นดวยหรือไม อยางไร 1. เห็นดวย เพราะในหองเรียนมีพื้นที่วางใหวิ่งเลนได 2. เห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนทําใหรูสึกตื่นเตน 3. ไมเห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนอาจทําใหสะดุด หกลม 4. ไมเห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนตองแบงพื้นที่ใน การเลนกับเพื่อน (วิเคราะหคําตอบ : หองเรียนเปนหองที่ใชเรียนหนังสือ ไมใช สถานที่ที่เหมาะสําหรับการวิ่งเลน เพราะการวิ่งเลนในหองเรียน อาจทําใหสะดุด หกลม จนเกิดอันตรายได ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) การปฏิบัติตน ในหองเรียน มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡Òà 㪌ˌͧàÃÕ¹ หองเรียน เปนหองที่นักเรียน ใชรวมกันในการเรียนรูและทํากิจกรรมตาง ๆ ó ๑. ตั้งใจเรียนขณะที่ครูสอน เมื่อไมเขาใจใหถามครูโดยยกมือซักถาม ไมพูดแทรกขณะที่ครูสอน ไมเลน ไมหลับ ไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น ๒. ไมลุกจากที่นั่งขณะที่ครูสอน ยกเวนเมื่อมีการทํากิจกรรม ๓. ไมนําอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานในหองเรียน ๔. ชวยกันรักษาความเปนระเบียบของโตะ เกาอี้ ไมขีดเขียนที่โตะหรือ ฝาหนังหองเรียน และรักษาความสะอาดของหองเรียนอยูเสมอ เชน กวาดพื้น ถูพื้น ลบกระดาน ทิ้งขยะทุกวัน ๕. ปฏิบัติตามขอตกลงที่มีรวมกันในหองเรียนอยางเครงครัด มีมารยาทในการใชหองเรียน ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ในหองเรียนของนักเรียน มีขอตกลงอะไรรวมกัน บางนะ ˹ٷíÒä´Œ ๑๕ กวาดพื้น ถูพื้น ลบกระดาน ทิ้งขยะทุกวัน 1 นักเรียนควรรู 1 ลบกระดาน ในขณะที่ลบกระดานควรหาผาปดปากและจมูก เพื่อปองกัน การสูดดมฝุนชอลก และใหคอยๆ ลบจากดานบนลงดานลาง เพื่อปองกันไมให ฝุนชอลกฟุงกระจาย และใหผงชอลกรวงลงในรางชอลก เมื่อแปรงลบกระดานเปอนชอลกมากๆ ใหนําไปเคาะฝุนชอลกออก โดย เคาะเบาๆ เพื่อไมใหฝุนชอลกฟุงกระจาย หรือใสลงในถุงพลาสติก แลวเคาะ ซึ่งฝุนจะรวงหลนอยูในถุงพลาสติก เกร็ดแนะครู ครูสุมเรียกนักเรียนที่เปนเวรทําความสะอาดในวันนี้ ออกมาเลาวิธีทําความ สะอาดหองเรียน แลวใหเพื่อนๆ รวมกันบอกวา เปนวิธีที่ถูกตองหรือไม ถาไมถูกตอง ควรแกไขอยางไร ขั้นสอน สาธิต 1. ครูสาธิตการปฏิบัติตนในการใชหองเรียน พรอมอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันปฏิบัติตนใน การใชหองเรียนแลวใหเพื่อนในกลุมชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง 3. นักเรียนสงตัวแทนกลุมปฏิบัติตนในการใช หองเรียนหนาชั้นเรียน ขั้นสรุป สรุปการสาธิต นักเรียนรวมกันสรุปการปฏิบัติตนในการ ใชหองเรียนจากที่ไดดูการสาธิต โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมใน สวนที่บกพรอง ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการใชสถานที่ สาธารณะในชีวิตประจําวันวา มีสถานที่ใดบาง ที่นักเรียนจะตองเขาไปใชบริการ 2. ครูใหนักเรียนชวยกันบอกวิธีการปฏิบัติตนเมื่อ เขาไปใชบริการสถานที่สาธารณะดังกลาว 3. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การใชสถานที่ สาธารณะจะตองคํานึงถึงหลักในการปฏิบัติตน ตามมารยาทที่ดี ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. นักเรียนทําใบงานที่ 2.4 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ การใชหองเรียน และจากการสรุปมารยาท ในการใชหองเรียน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T19


๑. ใชกระดาษชําระเช็ดรอบ ๆ ฝารองนั่ง เพื่อทําความ สะอาดกอนใชงาน ๒. นั่งราบบนฝารองนั่ง ไมเหยียบบนขอบโถสวมหรือ ฝารองนั่ง เพื่อปองกันการพลัดตกหรือทําฝารองนั่ง แตก และเปนการรักษาความสะอาด ถาเปนผูชายใช การปฏิบัติตน ในการใชหองนํ้า มีดังนี้ ๓. ทิ้งกระดาษชําระลงในถังขยะ ไมทิ้งวัสดุอื่นใดลงใน ๔. ราดนํ้าหรือกดชักโครกทุกครั้งหลังการใช ๕. หันกลับมาตรวจความเรียบรอยทุกครั้ง เมื่อทําธุระ สวนตัวเสร็จ ถาทําฝารองนั่งเปยกเลอะควรเช็ดใหสะอาด ๖. ถามีผูรอใชบริการหองนํ้าหลายคน ควรเขาแถวรออยาง เปนระเบียบ ปสสาวะควรยกฝา รองนั่งขึ้นกอนเสมอ โถสวม เพราะวัสดุ อาจไปอุดตันทอ ทําให สวมตันได ✓ ✓ ✓ ✗ ➚ ✗ ÁÒÃÂҷ㹡Òà 㪌ˌͧ¹íéÒ หองนํ้าเปนสถานที่ขับถายของเสีย เราจึงควรรักษาความสะอาดและมีมารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อสุขอนามัย ที่ดีของตนเองและสวนรวม ดังนี้ ô นักเรียนจะปฏิบัติตน อยางไรในการใชหองนํ้า รวมกับผูอื่น มีมารยาทในการใชหองนํ้า ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ˹ٷíÒä´Œ ๑๖ มารยาทในการใชหองนํ้า ที่ดีของตนเองและสวนรวม ดังนี้ 1 เราจึงควรรักษาความสะอาดและมีมารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อสุขอนามัย ๑. ใชกระดาษชําระเช็ดรอบ ๆ ฝารองนั่ง เพื่อทําความ 2 นักเรียนควรรู 1 สุขอนามัยที่ดี คือ การดูแลตนเองเพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง เชน ลางมือให สะอาดทุกครั้งกอนกินอาหารและหลังการขับถาย กินอาหารสุกสะอาด ปราศจาก สารอันตราย ออกกําลังกายสมํ่าเสมอ 2 กระดาษชําระ ถาทิ้งลงในโถสวม จะทําใหโถสวมอุดตันไดงาย ดังนั้น จึงควรทิ้งกระดาษชําระลงในถังขยะเทานั้น ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับมารยาทตางๆ เพิ่มเติมจาก ที่เรียน แลวจดบันทึกลงในสมุด จากนั้นนํามาสงครู กิจกรรม สรางเสริม ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ 1. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพมารยาทในการใชหองนํ้า แลวตั้งประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ภาพที่ครูนํามาใหดูเปนภาพเกี่ยวกับอะไร • นักเรียนเคยปฏิบัติตนอยางในภาพหรือไม อยางไร • เพราะเหตุใด นักเรียนจึงตองปฏิบัติตนอยาง ในภาพ • ถานักเรียนไมปฏิบัติตนอยางในภาพจะเกิด ผลเสียอยางไร 2. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การใชสถานที่ สาธารณะจําเปนจะตองมีมารยาทในการใช เพื่อใหเกิดความเปนระเบียบ เรียบรอย และ สามารถใชสถานที่สาธารณะนั้นไดอยางทั่วถึง และเกิดประโยชนสูงสุด 3. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนรูสึกอยางไรที่ตองเขาหองนํ้าที่ สกปรก (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) • นักเรียนมีความคิดเห็นอยางไรกับการขีด เขียนขอความบนฝาผนังหองนํ้า (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 4. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหตัวแทน นักเรียนที่ไดรับการฝกปฏิบัติตนในการใช หองนํ้าจากครู ปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า ให นักเรียนดูเปนแบบอยาง 5. ตัวแทนนักเรียนปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า ให เพื่อนดูเปนแบบอยาง แลวครูอธิบายประกอบ ทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนสังเกต จดจํา และสามารถนําไปปฏิบัติได 6. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย ความรู หรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code มารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อดูตัวอยางมารยาท ในการใชหองนํ้า นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T20


ขอสอบเนน การคิด กิจกรรมพัฒนำกำรท�ำงำน หนูรู้สึกอย่างไร ๑. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงต้องมีมารยาททางสังคม ๒. ให้นักเรียนอธิบายมารยาทในการรับประทานอาหารมา ๕ ข้อ ๓. หากนักเรียนใช้ห้องน�้า ห้องส้วมไม่ถูกวิธี จะเกิดผลอย่างไร ถามมาหนูตอบได้ Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรู้กิจกรรมทักษะการท�างาน C21 ๑. แบ่งกลุ่ม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมารยาททางสังคมตาม สถานการณ์ที่ครูก�าหนดโดยแต่ละกลุ่มจะได้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน แล้วออกมาน�าเสนอด้วยการแสดงบทบาทสมมุติหน้าชั้นเรียน ๒. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจดบันทึกการแสดงของเพื่อน แล้วสรุปว่าควร ปฏิบัติตามมารยาททางสังคมในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ๓. ร่วมกันก�าหนดมารยาทในห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์แล้วท�าป้ายติดไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ๑. ถ้านักเรียนเข้าห้องน�้าที่สกปรก นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร และจะท�า อย่างไร ๒. ถ้าเพื่อนเล่นกันระหว่างรับประทานอาหาร และท�าอาหารหกใส่โต๊ะ ที่นักเรียนนั่งอยู่ นักเรียนจะมีวิธีบอกเพื่อนอย่างไร 17 เกร็ดแนะครู เมื่อเรียนจบหนวยนี้แลว ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปความรูทั้งหมดที่ไดจาก การเรียนรู โดยครูใชเทคนิคการเขียนแผนผังความคิดเปนเครื่องมือในการให นักเรียนไดระดมสมองในการสรุปบทเรียน โดยใหนักเรียนผลัดกันออกมาเขียน สิ่งที่ตนเองรูในรูปแบบแผนผังความคิด การปฏิบัติตนในขอใดอาจทําใหเกิดอันตรายถึงแกชีวิตได 1. เคี้ยวอาหารเสียงดัง 2. หัวเราะขณะที่มีอาหารอยูเต็มปาก 3. หยิบสิ่งของบนโตะอาหารขามหนาผูอื่น 4. ไมรวบชอนสอมเขาดวยกัน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแลว (วิเคราะหคําตอบ : การที่หัวเราะขณะที่มีอาหารอยูเต็มปากอาจ ทําใหเศษอาหารหลุดลงไปในหลอดลม แลวเกิดการสําลักอาหาร ได ซึ่งหากเศษอาหารไปอุดในหลอดลม อาจทําใหเสียชีวิตได ดังนั้น ขอ 2. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ขั้นสอน สํารวจค้นหา 1. นักเรียนกลุมเดิม รวมกันศึกษาความรู เรื่อง มารยาทในการใชหองนํ้า จากหนังสือเรียน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • เพราะเหตุใดหองนํ้าสาธารณะจึงมีปายหาม ไมใหทิ้งกระดาษชําระลงในโถสวมหรือชักโครก (แนวตอบ : เพื่อปองกันไมใหโถสวมหรือ ชักโครกอุดตัน) อธิบายความรู้ 1. สมาชิกในแตละกลุมจับคูกันเปน 2 คู แลว ผลัดกันอธิบายความรูที่ไดจากการศึกษาให คูของตนเองฟง 2. สมาชิกแตละคูนําความรูที่ไดจากการอธิบาย มาสนทนา แลกเปลี่ยนความรูกับเพื่อน อีกคูหนึ่ง จนทุกคนในกลุมมีความรูความเขาใจ ที่ถูกตองตรงกัน 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติมารยาทในการใช หองนํ้า โดยไมมีแบบอยาง โดยครูและเพื่อน ในกลุมชวยกันตรวจสอบความถูกตอง ขยายความเข้าใจ 1. สมาชิกแตละคนในกลุมผลัดกันเลาวิธีการ ใชหองนํ้าของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง แลว ใหเพื่อนในกลุมรวมกันสนทนาและแสดง ความคิดเห็นวา วิธีการใชหองนํ้าของเพื่อน ถูกตองเหมาะสม และมีมารยาทในการใชหองนํ้า หรือไม อยางไร 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 2.5 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า สาธารณะนอกเวลาเรียน แลวรายงานผลตอครู เปนระยะๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T21


แบบประเมินการท�างาน ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes รายการ ๑. ปฏิบัติตนในการต้อนรับบิดามารดา หรือ ผู้ปกครองได้เหมาะสม ๒. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการรับประทานอาหาร ได้เหมาะสม ๓. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการใช้ห้องเรียนได้ เหมาะสม ๔. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการใช้ห้องน�้าได้ เหมาะสม ท�ำได้ดี = ๓ พอท�ำได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ท�ำได้ดี = ๓ พอท�ำได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม รายการ ๑. แบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒. ร่วมมือกันท�างานจนส�าเร็จ ๓. แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสม ๔. รับฟังความคิดเห็นของคนในกลุ่ม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ตัวอย่างตารางบันทึกผล สา�หรับครู สา�หรับ ค�าชี้แจง :  ให้นักเรียนประเมินการท�างานของตนเองตามรายการ นักเรียน ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ค�าชี้แจง :  ให้ผู้สอนประเมินทักษะการท�างาน C21 ตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน 18 แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ขั้นสรุป ตรวจผลสอบ 1. ครูเฉลยคําตอบในใบงานที่ 2.5 แลวใหนักเรียน ตรวจสอบความถูกตอง และแกไขใหสมบูรณ 2. นักเรียนแตละคนสรุปความรูเรื่อง มารยาท ในการใชหองนํ้าเปนผังมโนทัศนเปนการบาน แลวนําสงครูในชั่วโมงถัดไป ขั้นประเมิน 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน แสดงบทบาทสมมุติเรื่อง เด็กดีตองมีมารยาท โดยเลือกแสดงบทบาทสมมุติจากหัวขอที่ กําหนด 1 หัวขอ ดังนี้ 1) มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองในโอกาสตางๆ 2) มารยาทในการรับประทานอาหาร 3) มารยาทในการใชหองเรียน 4) มารยาทในการใชหองนํ้า โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด ดังนี้ • การปฏิบัติตนอยางมีมารยาท • ความถูกตองในการปฏิบัติตน (ครูอาจใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลา เรียน) 2. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด และแบบ ทดสอบหนวยที่ 2 จากแบบวัดฯ 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 จากแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T22


T23 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ไม้ดอก ไม้ประดับ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่3.1 - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะของ ไม้ดอกและ ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. แบ่งประเภทของ ไม้ดอกและ ไม้ประดับได้ถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ อธิบายลักษณะ ของไม้ดอกและ ไม้ประดับ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ คิดรวบยอด - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่3.1 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการ เชื่อมโยง 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 การขยายพันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - เอกสารประกอบ การเรียน - ใบงานที่3.2 และ 3.3 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะ การขยายพันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับ ได้อย่างถูกต้อง 2. ขยายพันธุ์ ไม้ประดับตาม ขั้นตอนได้ถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ ขยายพันธุ์ไม้ดอก และไม้ประดับ วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือ : เทคนิค เล่าเรื่อง รอบวง - ตรวจใบงานที่3.2 และ 3.3 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการ จำแนก ประเภท 5. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 3 การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - PowerPoint 1. อธิบายขั้นตอน การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับตามขั้น ตอนได้อย่างถูกต้อง 3. กระตือรือร้น ในการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ วิธีสอนโดย การสาธิต - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview


T24 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 4 การดูแลบ�ำรุง รักษา และ เก็บเกี่ยวไม้ดอก ไม้ประดับ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - ใบงานที่3.4 และ 3.5 - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการดูแล บำรุงรักษา และ เก็บเกี่ยวไม้ดอก ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. ดูแล บำรุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไม้ดอกไม้ประดับ ตามขั้นตอน ได้อย่างถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ ดูแล บำรุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไม้ดอกไม้ประดับ วิธีสอนแบบ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจใบงานที่3.4 และ 3.5 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 5 ตัวอย่างการ ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ : การ ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการปลูก ต้นดาวเรือง และต้นมะลิ ได้อย่างถูกต้อง 2. ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิได้ ถูกต้องตามขั้นตอน 3. มีความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ในการ ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิ วิธีสอนโดย การสาธิต - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน ไม้ดอกไม้ประดับ สาระส�าคัญ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชที่ปลูกไว้เพื่อน�ำ มำตกแต่งให้สวยงำม เรำจึงควรรู้วิธีกำรปลูก และบ�ำรุงรักษำเพื่อให้ได้ดอกหรือใบที่สวยงำม ๑. บอกวิธีกำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่ำงเป็นขั้นตอน ด้วยควำมขยันอดทน และรับผิดชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. ปฏิบัติงำนอย่ำงมีมำรยำทในกำรท�ำงำน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) ๔. ปลูกและน�ำไม้ดอกไม้ประดับไปใช้ประโยชน์อย่ำงคุ้มค่ำ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๔) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๓ เพื่อน ๆ มีวิธีปลูก ไม้ดอก ไม้ประดับให้ สวยงามอย่างไร เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • สืบคนขอมูลพันธุไมดอกไมประดับ • อภิปรายวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ • ฝกปลูกไมดอกไมประดับ จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การปลูกไมดอกไมประดับใหเจริญเติบโต และไดผลผลิตตามเปาหมาย ควรศึกษาวิธีการและขั้นตอนตางๆ กอนเสมอ ขั้นนํา 1. ครูทักทายนักเรียน แลวชี้แจงเนื้อหาที่นักเรียน ตองเรียนรูในหนวยการเรียนรูที่ 3 ใหนักเรียน ทราบ 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 ไมดอกไมประดับ จากแผนการ จัดการเรียนรู 3. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนรูจักไมดอกไมประดับ อะไรบาง และเคยปลูกไมดอกไมประดับหรือไม 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมนําสูการเรียน โดยถาม คําถาม แลวสุมนักเรียนตอบ ครูนําภาพไมดอกไมประดับที่วางตกแตงตามสถานที่ตาง ๆ เชน โรงเรียน บาน สวนสาธารณะ มาใหนักเรียนดู และใหนักเรียนรวมกัน แสดงความคิดเห็นวา นักเรียนจะมีวิธีดูแลรักษาไมดอกไมประดับ เหลานั้นใหคงอยู และสวยงามไดอยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T25


กุหลาบ บัว มะลิ ดาวเรือง กลวยไม ไมดอกไมประดับ เปนพืชที่ ปลูกไวเพื่อตกแตงสถานที่ตาง ๆ เชน บาน โรงเรียน นอกจากความ สวยงามที่ไดจากไมดอกไมประดับแลว การปลูกไมดอกไมประดับยังเปน การใชเวลาวางใหเกิดประโยชน สามารถนําผลผลิตไปขาย หรือใชในงาน ประดิษฐตาง ๆ äÁŒ´Í¡äÁŒ»ÃдѺ ๑. ไมดอก หมายถึง พืชที่มีดอกสวยงาม เปนพรรณไมที่เราใชประโยชน จากสวนของดอก ไมดอกบางชนิดจะมีดอกที่ดก บานอยูไดนาน บางชนิด มีกลิ่นหอม นิยมปลูกไวใหบานสวยงามอยูกับตนหรือตัดออกไปจําหนาย และใชประโยชนตาง ๆ เชน กุหลาบ มะลิ กลวยไม พุทธรักษา บานชื่น บัวสาย ชบา ไมดอกหลายชนิดสามารถนําไปปลูกเปนไมตัดดอกเพื่อ จําหนาย เชน ดาวเรือง เบญจมาศ บัว ñ หนู ๆ มีวิธีแยกไมดอก และไมประดับอยางไร ๒๐ นักเรียนควรรู กิจกรรม สรางเสริม 1 กลวยไม เปนพืชดอกที่มีสายพันธุหลากหลายมากที่สุดกลุมหนึ่ง จัดอยูใน กลุมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเทศไทยมีกลวยไมอยูในปาธรรมชาติไมตํ่ากวา 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยูบนตนไม บนพื้นผิวของภูเขา และบนพื้นดิน เนื่องจาก สภาพแวดลอมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออํานวยแกการเจริญงอกงาม ของกลวยไมเปนอยางมาก และยังมีการสงออกกลวยไมไปสูตลาดตางประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชียอีกดวย 2 บัว เปนพืชนํ้าลมลุกที่มีลักษณะลําตนทั้งที่เปนหัว เหงา หรือไหล ใบเปน ใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลําตนโดยมีกานใบสงขึ้นมาเจริญที่ใตนํ้า ผิวนํ้า หรือเหนือ นํ้า รูปรางของใบสวนใหญกลม บัวถือเปนสัญลักษณของคุณงามความดี มักใช สําหรับบูชาพระ และบัวยังไดรับการขนานนามใหเปนราชินีแหงไมนํ้า เพราะเปน หนึ่งในบรรดาดอกไมที่ผูคนนิยมกันทั่วโลก และใชประโยชนตาง ๆ เชน กุหลาบ มะลิ กลวยไม พุทธรักษา บานชื่น 1 จําหนาย เชน ดาวเรือง เบญจมาศ บัว2 ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • การนําไมดอกไมประดับมาจัดสวนในบาน มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. ครูใหนักเรียนดูตนไม เชน กุหลาบ ดาวเรือง ชบา เศรษฐีพันลาน สาวนอยประแปง หรือ บอนสี 3. ครูใหนักเรียนสังเกตลักษณะของตนไม แลวตั้ง ประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ตนไมที่ครูนํามาใหดูเปนตนอะไร • ตนไมที่ครูนํามาใหดูมีลักษณะอยางไร • ตนไมนั้นๆ จัดเปนไมดอกหรือไมประดับ เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดเชนนั้น • ตนไมอะไรบางที่เปนไมดอก จงยกตัวอยาง ประกอบ • ตนไมอะไรบางที่เปนไมประดับ จงยกตัวอยาง ประกอบ 4. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 4 คน คละกัน ตามความสามารถ จากนั้นใหแตละกลุมรวมกัน ศึกษาความรูเรื่อง ไมดอกไมประดับ จาก หนังสือเรียน แลวบันทึกความรูที่ไดจากการ ศึกษาลงในแบบบันทึกการอาน ครูใหนักเรียนหาภาพไมดอกไมประดับ 5 ชนิด มาติดลงสมุด แลวเขียนบอกประเภทและลักษณะของไมดอกไมประดับชนิดนั้น จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T26


ขอสอบเนน การคิด สาวน้อยประแป้ง โกสน ดังนี้ ลิ้นมังกร เฟิน พลูด่าง ๓. ประโยชน์ของไม้ดอกไม้ประดับ ๒. ไม้ประดับ หมำยถึง พืชที่มีใบเป็นส ่วนใหญ ่ เรำใช้ ประโยชน์จำกลักษณะเด่นคือ ใบล�ำต้น หรือทรงพุ่ม ที่สวยงำม นิยมปลูกไว้ในกระถำงและบริเวณบ้ำน สำมำรถปลูกขำยแบบไม้กระถำง หรือตัดใบขำยได้ ไม้ประดับที่นิยมปลูก เช่น โกสน สำวน้อยประแป้ง พลูด่ำง ไผ่น�้ำเต้ำ หูกระจง แก้วกำญจนำ ลิ้นมังกร ประโยชน์ ๑. สร้ำงควำมสดชื่นให้แก่ผู้อำศัยในบริเวณบ้ำน หรือบริเวณที่พักอำศัย ๒. น�ำไม้ดอกและไม้ประดับไปประดับอำคำรและสถำนที่ให้สวยงำม เช่น ประดับเวที ประดับโต๊ะอำหำร จัดแจกัน ๓. ใช้ในงำนพิธีและโอกำสต่ำง ๆ เช่น งำนแต่งงำน งำนไหว้ครู ๔. ใช้เป็นอำหำร หรือส่วนประกอบของอำหำร และบำงชนิด สำมำรถใช้เป็นยำรักษำโรคได้ ๕. สำมำรถปลูกเพื่อจ�ำหน่ำยเป็นรำยได้ในครัวเรือน และท�ำเป็น ธุรกิจขนำดใหญ่ได้ เช่น รับจ้ำงจัดสวน จ�ำหน่ำยไม้ดอกและไม้ประดับ ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ 21 นักเรียนควรรู 1 โกสน เปนไมประดับที่นิยมปลูกชนิดหนึ่ง เนื่องจากใบมีลวดลายแปลกตา และสีสันสวยงาม มีลําตน และทรงพุมขนาดเล็ก ใบดก เติบโตไดดีในที่แจง ทนตอสภาพแวดลอมตางๆ ไดดี และไมตองดูแลพิถีพิถันมาก โกสนเปนพืชที่ ตองการแสง หากปลูกในที่รมมากกิ่งจะสั้น ใบจะมีสีจาง ไมสวยงาม ในชวง อากาศเย็น ใบโกสนมักจะมีสีสันสวยงามกวาชวงที่มีอากาศรอน ดังนั้น โกสนที่ปลูกในภาคเหนือมักจะสวยกวาโกสนที่ปลูกในภาคกลาง วิธีการขยายพันธุ โกสนที่นิยมที่สุด คือ การปกชําและการตอนกิ่ง 2 พลูดาง เปนไมเลื้อย ใบมีขนาดใหญ ลักษณะเปนรูปหัวใจ ปลายและฐาน ใบมนแหลม ใบสีเขียวเหลืองดางเปนแถบๆ ตามแผนใบ กานใบยาว โคนกานใบ แผออกเปนกาบหุมลําตนตรงขอ เปนพรรณไมเลื้อยเขตรอน ลําตนออนจะเลื้อย ขึ้นในแนวดิ่งหรือตามฝาผนัง มีรากอากาศ จึงนิยมเลี้ยงเปนไมประดับ พลูดางจัดเปนไมประดับประเภทไมเลื้อยที่นิยมปลูกมากชนิดหนึ่ง ทั้งปลูกใน แปลงจัดสวน กระถาง และแจกัน เนื่องจากใหใบดก สีสันสวยงาม เติบโตไดดี ในทุกสภาพ และดูแลงาย ยุยตองการปลูกไมประดับ เพื่อนํามาใชตกแตงตามสถานที่ตางๆ ยุยควรปลูกพืชในขอใด 1. ตะโก เข็ม 2. เยอรบีรา จําป 3. กลวยไม ชบา 4. พลูดาง บอนสี (วิเคราะหคําตอบ : ไมประดับ คือ พืชที่มีลําตนและใบสวยงาม พลูดางและบอนสีมีใบที่สวยงามจึงเปนไมประดับ ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) พลูด่ำง 2 โกสน1 ขั้นสอน จําแนกความแตกตาง ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันจําแนกความ แตกตางและหาลักษณะรวมของตนไมที่ครูนํา มาใหดูวา ชนิดใดเปนไมดอก และชนิดใดเปน ไมประดับ หาลักษณะรวม ครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 กลุม นําเสนอ ผลการจําแนกความแตกตางและหาลักษณะรวม ของตนไมที่ครูนํามาใหดูหนาชั้นเรียน แลวให เพื่อนกลุมอื่นที่มีความคิดเห็นตางไปไดนําเสนอ เพิ่มเติม โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป ระบุชื่อความคิดรวบยอด 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปลักษณะ ของไมดอกไมประดับ 2. นักเรียนสงตัวแทนกลุมนําเสนอขอสรุปหนา ชั้นเรียน โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ทดสอบและนําไปใช้ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 3.1 เรื่อง ไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนําสงครูตรวจ 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง รูจักไมดอกไม ประดับ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1 เรื่อง ไมดอก ไมประดับ และเลือกผลงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ ที่กําหนด ติดปายนิเทศที่หนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T27


ขอสอบเนนการคิด ¡ÒâÂÒ¾ѹ¸ØäÁŒ´Í¡ äÁŒ»ÃдѺ การขยายพันธุ หมายถึง ò การเพิ่มจํานวนตนพืชใหมีจํานวนมากขึ้น โดยตนพอพันธุ หรือตนแมพันธุ ยังคงมีชีวิตอยู การขยายพันธุไมดอกไมประดับมี ๒ วิธี ไดแก ๑. วิธีการขยายพันธุโดยอาศัยเพศ เปนการผสมพันธุระหวางเกสรตัวผูและเกสรตัวเมีย เกิดเปน เมล็ดพืช เราสามารถนําเมล็ดมาเพาะจนกระทั่งเมล็ดงอกเปนตนกลา แลว ยายตนกลามาปลูกเพื่อเพิ่มจํานวนตนพืชในพื้นที่ที่ตองการได ไมดอก ไมประดับที่สามารถขยายพันธุโดยการเพาะเมล็ด เชน ทานตะวัน ดาวเรือง บานชื่น ลิลลี สัตวและแมลง เชน ผึ้ง ผีเสื้อ นก บางชนิด เปนตัวชวยผสมพันธุพืช โดยการถายละอองเรณูจากดอกหนึ่ง ไปยังอีกดอกหนึ่ง มนุษย ทําการถายละอองเรณู เพื่อ ใหพืชเกิดการผสมพันธุ และทําใหพืช มีลักษณะพันธุดีตามที่ตองการ หนู ๆ รูจักวิธีการขยาย พันธุ ไมดอกและ ไมประดับวิธีใดบาง ๒๒ บรูไน : ดอกสานชะวา กัมพูชา : ดอกลําดวน อินโดนีเซีย : ดอกกลวยไมราตรี เมียนมา : ดอกประดู ฟลิปปนส : ดอกพุดแกว สิงคโปร : ดอกกลวยไม ตระกูลแวนดา ขั้นนํา 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • นักเรียนรูจักวิธีขยายพันธุไมดอกไมประดับ อะไรบาง (แนวตอบ : การปกชํา การเพาะเมล็ด) 2. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนหรือภาพชุดการขยาย พันธุไมดอกไมประดับ แลวตั้งประเด็นคําถาม ถามนักเรียน เชน • การเพาะเมล็ดมีขั้นตอนอยางไร • การเพาะเมล็ดมีขอดีและขอเสียอยางไร • การตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอมีขั้นตอน อยางไร • การตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอมีขอดี และขอเสียอยางไร • นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถขยายพันธุ ไมดอกไมประดับไดหรือไม อยางไร 3. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอ เปนวิธีการ ขยายพันธุไมดอกไมประดับที่ทําไดงาย สะดวก และเสียคาใชจายนอย นักเรียนคิดวา เมล็ดพันธุทุกเมล็ดสามารถนํามาเพาะเมล็ดได หรือไม เพราะอะไร (วิเคราะหคําตอบ : ไมไดทุกเมล็ด เพราะเมล็ดพันธุบางเมล็ดอาจ ไมสมบูรณจึงไมสามารถนํามาเพาะได ดังนั้น กอนเพาะเมล็ดจะ ตองเลือกเมล็ดพันธุที่มีคุณภาพ เพื่อใหไดผลผลิตที่สมบูรณและ มีคุณภาพ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T28 บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา ประเทศสมาชิกอาเซียนถือเปนประเทศเพื่อน บานของเรา และมีที่ตั้งอยูในภูมิภาคเดียวกับประเทศไทย คือ ภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต ดังนั้น สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศจึงมีความ คลายคลึงกัน ทําใหมีพืชพรรณธรรมชาติคลายคลึงกัน ดังนี้


ขอสอบเนน การคิด ๒. วิธีการขยายพันธุพืชโดยไมอาศัยเพศ เปนวิธีเพิ่มจํานวนตนพืชดวยการใชสวนตาง ๆ ของพืช เชน กิ่ง ยอด ใบ ลําตน รวมถึงราก หนอ ไหล เนื้อเยื่อ ซึ่งขึ้นอยูกับคุณสมบัติ ของพืชแตละชนิดที่นํามาใชในการขยายพันธุ เปนการเพิ่มจํานวนตนพืช ที่เราตองการใหมีจํานวนมากขึ้น การขยายพันธุดวยวิธีนี้ เชน การตอน การปกชํา การทาบกิ่ง การแยกหัวหรือหนอ การตอน ใชทํากับสวน ที่เปนกิ่งของพืช การทาบกิ่ง ใชทํากับสวนกิ่ง และไหลของพืชบางชนิด การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน ใบ และราก การแยกหัวหรือหนอ ใชทํากับสวนของ หนอที่พืชสรางขึ้นใหม มีทั้งเปนแบบ หนอเดียวและแตกขยายเปนกลุมกอ วิธีการ ขยายพันธุพืช ๒๓ ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ถาไมคัดคุณภาพของพันธุไมดอกไมประดับ กอนนําไปขยายพันธุจะเปนอยางไร (แนวตอบ : จะไดตนพืชที่ไมสมบูรณ เจริญ เติบโตไดไมดี หรือมีลักษณะที่ไมสวยงาม) 2. นักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ จากหนังสือเรียน 3. สมาชิกแตละคนในกลุมทําใบงานที่ 3.2 เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยอาศัยเพศ (การเพาะเมล็ด) และใบงานที่ 3.3 เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยไมอาศัยเพศ (การตอนกิ่ง) เสร็จแลวผลัดกันอธิบายคําตอบ ของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง โดยเรียงลําดับ ทีละคนแบบเลาเรื่องรอบวง 4. สมาชิกแตละคนในกลุมชวยกันเสนอแนะ และ แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จนไดคําตอบที่เปน มติของกลุม 5. ครูสุมตัวแทนกลุมนําเสนอคําตอบในใบงานที่ 3.2 และ 3.3 หนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนกลุม อื่นนําเสนอเพิ่มเติมในสวนที่แตกตางกัน ออกไป โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนแตละคนเขียนสรุปความรู เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบผลวานักเรียนมีความรูความ เขาใจ เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ ผาน ใบงานที่ 3.2 ใบงานที่ 3.3 และการตอบคําถาม นักเรียนควรรู 1 การปกชํา เวลานํากิ่งมาปกชํา ใหปกกิ่งเอนประมาณ 45 องศา โดยใหปลาย กิ่งชี้ในทางทิศตะวันตก ตาที่แตกขึ้นมาใหมจึงจะชี้ไปทางทิศตะวันออก เพื่อใหไดรับ แสง และกระตุนตนพืชใหเจริญเติบโตตอไป กิ่งลักษณะใดไมเหมาะจะนํามาทําเปนกิ่งตอน 1. กิ่งออนสีเขียว 2. กิ่งกึ่งแกกึ่งออนที่มีใบติดอยู 3. กิ่งที่ปราศจากโรคและแมลง 4. กิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียงเล็กนอย (วิเคราะหคําตอบ : การเลือกกิ่งที่นํามาตอนเปนสิ่งสําคัญ ซึ่งควร เลือกกิ่งที่ไมแก และไมออนจนเกินไป ควรเปนกิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียง เล็กนอย เพื่อไมใหรากที่ขยายออกมามีปลายรากชี้ฟา มีความยาว ประมาณ 50-70 เซนติเมตร และเปนกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรง ไมมี โรคและแมลงรบกวน ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา วิธีขยายพันธุพืชที่ทําใหพืชกลายพันธุ ได คือ การเพาะเมล็ด เพราะไดรับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมบางอยาง จากตนพอและตนแม นํา สอน สรุป ประเมิน T29


ขอสอบเนนการคิด หนู ๆ รู้ไหมว่า ขั้นตอน การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ มีอะไรบ้าง ๑. จัดเตรียมอุปกรณ์กำรเกษตร ดินปลูก เมล็ดพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ ๒. เตรียมสถำนที่ หรือเตรียมแปลงเพื่อเพำะปลูก ๓. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้วยกำรเพำะเมล็ดหรือด้วยกิ่งพันธุ์ ๔. บ�ำรุงรักษำและดูแลไม้ดอกไม้ประดับ ๕. เก็บเกี่ยวผลผลิตจำกไม้ดอกไม้ประดับ การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ๓ หลักการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ขั้นตอน การปลูก๑ เตรียมดิน โดยก�ำจัดวัชพืช ออกจำกดินให้หมด ขุดและ พลิกดินด้ำนล่ำงขึ้น ตำกดิน ทิ้งไว้ประมำณ ๑ สัปดำห์ เพื่อ ฆ ่ำเชื้อโรค จำกนั้นย ่อยดินเป็น ก้อนเล็กๆแล้วผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ย อินทรีย์ลงไป อำจใส่เศษฟำงหรือ เปลือกถั่วลงไปด้วย เพื่อเพิ่มธำตุ อำหำรและปรับให้ดินร่วนซุยยิ่งขึ้น ๓ ขุดต้นกล้า โดยใช้ ช้ อ น ป ลู ก ขุ ดโ ค น ต้นกล้ำให้ดินติดมำ กับรำก แล้ววำงต้น กล้ำลงในหลุมปลูก หรือกระถำง กลบดิน ที่โคนต้นกล้ำ จำกนั้น รดน�้ำให้ชุ่ม ๔ ท�าร่มหรือเพิงบังแดด จนกว่ำต้นกล้ำที่ปลูก จะแข็งแรงดี ๒ ขุดหลุม ให้ขุดหลุมปลูก ในแปลงลึกพอสมควร แล้ว รดน�้ำในหลุมให้ชุ่มชื้น ถ้ำปลูก ในกระถำงให้ใส่ดินครึ่งกระถำง 24 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบกอนเริ่มปลูกไมดอกไมประดับที่ไมเคยปลูก มากอน คือขอใด 1. ชนิดของดินที่ใชปลูก 2. รานขายปุยเคมีที่มีคุณภาพ 3. สายพันธุตนไมที่เลือกมาปลูก 4. นํ้าหมักชีวภาพที่เปนสูตรบํารุงตนและใบ (วิเคราะหคําตอบ : กอนปลูกพืชทุกครั้ง ตองคํานึงถึงสายพันธุ ของตนไมที่จะนํามาปลูก เพื่อจะไดเลือกดิน ปุย และอุปกรณใน การเพาะปลูกไดเหมาะสมกับสายพันธุของพืช ดังนั้นขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) นักเรียนควรรู 1 ปุยอินทรีย คือ ปุยที่ไดจากสิ่งที่มีชีวิต ไดแก พืช สัตว และจุลินทรีย ผานกระบวนการผลิตทางธรรมชาติ ซึ่งมีอยู 4 ประเภท คือ ปุยคอก ปุยหมัก ปุยพืชสด และนํ้าหมักชีวภาพ 2 เปลือกถั่ว เมื่อนําไปผสมกับดิน จะเกิดการยอยสลายเปนอาหารของพืช ทําใหพืชมีใบสีเขียวสด แข็งแรง โตเร็ว ออกดอกและผลสมบูรณ เปลือกถั่วลงไปด้วย 2 ุ๋ยคอกหรือปุ๋ย1 อินทรีย์ลงไป ขั้นสอน สาธิต 1. ครูสาธิตวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ พรอม อธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนสังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 2. ครูใหนักเรียนกลุมเดิม รวมกันปลูกไมดอก ไมประดับตามที่ครูสาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักถึง ความปลอดภัยในการทํางาน ขั้นประเมิน วัดผลและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ และจากการ สรุปวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และแปลง เกษตรที่ใชในการปลูกไมดอกไมประดับ 2. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะสาธิตวิธีการ ปลูกไมดอกไมประดับเปนตัวอยาง เพื่อให นักเรียนเกิดการเรียนรูจากประสบการณจริง 3. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ปุยคอกหรือปุยอินทรียมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : ชวยเพิ่มธาตุอาหารใหกับพืช ทําใหพืชเจริญเติบโต ชวยปรับปรุงโครงสราง ของดินใหเหมาะสมกับการเจริญเติบโต) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการปลูกไมดอก ไมประดับ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code การปลูกไมดอกไมประดับ เพื่อดูตัวอยางการ ปลูกไมดอกไมประดับ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T30


ขอสอบเนน การคิด การดูแล บ�ารุงรักษา การ เก็บเกี่ยว ปลอดภัยไว้ก่อน อุปกรณ์ส�ำหรับเก็บเกี่ยวไม้ดอกไม้ประดับมักมีควำมคม ควรจับที่ด้ำมจับและไม่น�ำมำ เล่นกันระหว่ำงท�ำงำน ๑ รดนา  �้ ในตอนเช้ำและ ตอนเย็นทุกวันอย่ำง สม�่ำเสมอ ไม่ต้องรด ให้แฉะจนเกินไป ๒ พรวนดิน ทุก ๆ ๗-๑๐ วัน ๓ ใส่ปุ๋ย ให้เหมำะกับพืช แต่ละชนิด ๕ เก็บศัตรูพืชทิ้ง หรือฉีด พ่นยำก�ำจัดศัตรูพืช ที่ท�ำจำกพืชสมุนไพร ๔ ถอนหรือขุด วัชพืชทิ้ง อยู่เสมอ ๑ เก็บเกี่ยวในตอนเช้า หรือเย็น แล้วน�ำไป แช่น�้ำหรือพรมน�้ำไว้ ๒ ตัดดอกหรือกิ่ง  ที่ต้องกำร โดย ใช้กรรไกรตัดกิ่ง ที่สะอำด ๓ เลือกเก็บ เฉพำะ ดอก ใบ หรือกิ่ง ก้ำนที่แก่พอควร 25 ขอใดเปนการบํารุงรักษาไมดอกไมประดับที่ถูกตอง 1. ถอนวัชพืชทุกๆ เดือน 2. เก็บศัตรูพืชทิ้งทันทีที่พบ 3. พรวนดินใหชิดโคนตนพืชมากที่สุด 4. ใสปุยสูตรเรงดอกจํานวนมาก เพื่อใหไมดอกออกดอก (วิเคราะหคําตอบ : หากเราพบศัตรูพืชมากัดกินตนพืชของเรา ควร กําจัดทันที เพื่อไมใหศัตรูพืชไปทําลายพืชที่เราปลูก ดังนั้น ขอ 2. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ขั้นสอน จัดการเรียนรู้ 1. ครูใหสมาชิกในแตละกลุมนําความรูที่ไดจาก การศึกษา มาเปนพื้นฐานในการตอบคําถาม ตามประเด็นที่กําหนด 2. ครูใหตัวแทนแตละกลุมนําเสนอคําตอบหนา ชั้นเรียน โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นนํา นําเข้าสูบทเรียน 1. ครูใหนักเรียนที่มีประสบการณการดูแล บํารุง รักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ เลาการ ดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ ใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 2. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับการดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ 3. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • เพราะอะไรจึงตองดูแล บํารุงรักษา และเก็บ เกี่ยวไมดอกไมประดับ (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 4. ใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอก ไมประดับ จากหนังสือเรียน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา ปจจุบันการกําจัดแมลงที่เปนศัตรูพืช จะไมนิยมใชสารเคมีหรือยาฆาแมลงชนิดตางๆ เนื่องจากเคมีภัณฑดังกลาวจะ สงผลเสียในระยะยาวทั้งตอสิ่งมีชีิวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศ และสุขภาพของผูใชยา ฆาแมลง รวมถึงมีผลเสียตอสภาพแวดลอมดวย เรานิยมใชวิธีการกําจัดแมลง โดยวิธีทางธรรมชาติมากขึ้น เชน ใชสมุนไพรที่มีรสขมอยางฟาทะลายโจร บอระเพ็ด สะเดา ใชสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวอยางเปลือกสม มะกรูด มะนาว ใชกาว ดักแมลง ใชไฟลอแมลง ปลูกพืชหมุนเวียน สรางระบบนิเวศในบริเวณโดยรอบ เพื่อสรางสมดุลทางธรรมชาติโดยปราศจากการใชสารเคมี นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T31 บูรณาการอาเซียน นักเรียนแบงกลุม แลวชวยกันสืบคนขอมูลวา ไมดอกไมประดับชนิดใดบาง ที่ประเทศในกลุมอาเซียนนิยมปลูกเพื่อสงผลผลิตไปจําหนายที่ตางประเทศ


ขอสอบเนนการคิด ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยนิยมปลูกกันมำก เนื่องจำกปลูกง่ำย ให้ดอกเร็ว และรูปทรงของดอก สวยงำม สีสันสดใส กำรปลูกดำวเรืองสำมำรถก�ำหนด ระยะเวลำกำรออกดอกได้ และปลูกได้ทุกพื้นที่ตลอดปี ตัวอย่างที่ ๑ การปลูกต้นดาวเรือง การขยายพันธุ์ใช้วิธีกำรเพำะเมล็ด การเพาะต้นกล้า ๑. น�ำปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับขุยมะพร้ำว แล้วคลุกให้เข้ำกัน ๒. ใส่ปุ๋ยลงในถำดเพำะกล้ำดำวเรืองที่เตรียมไว้ให้เต็ม ๓. คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ดำวเรืองที่สมบูรณ์มำเพำะ โดยใช้นิ้วเขี่ย ปุ๋ยในถำดให้เป็นหลุมเล็กน้อย น�ำเมล็ดพันธุ์หยอดใส ่หลุม หลุมละ ๑-๒ เมล็ด แล้วกลบทับด้วยปุ๋ยอินทรีย์กับขุยมะพร้ำว ที่ผสมแล้วอีกครั้ง ๔. น�ำไปวำงไว้ในโรงเพำะที่คลุมด้วยหลังคำทึบแสง ๕. รดน�้ำวันละ ๒ ครั้ง เช้ำ-เย็น ทิ้งไว้ประมำณ ๓-๔ วัน ต้นกล้ำ ดำวเรืองจะเริ่มแตกเป็นต้นอ่อนขึ้น ๖. ย้ำยต้นกล้ำมำยังโรงเพำะที่มีแสงแดดส่องผ่ำนเล็กน้อย เพื่อให้ ใบอ่อนของดำวเรืองชูรับแสง ดำวเรืองเป็นไม้ดอกที่ท�ำรำยได้ให้กับผู้ปลูกสูงนิยมปลูกเพื่อตัดดอกขำยและปลูก ในกระถำงหรือถุงพลำสติก เพื่อประดับตกแต่งอำคำรสถำนที่ เมล็ดพันธุ์ดำวเรือง ถำดเพำะกล้ำ ต้นกล้ำ 26 นักเรียนควรรู 1 โรงเพาะ เปนสิ่งที่สามารถควบคุมปจจัยทางธรรมชาติตางๆ ที่สงผลตอการ ปลูกพืช โรงเพาะมีหลายชนิด เชน โรงเพาะที่สามารถปรับอุณหภูมิได โรงเพาะ ที่มีหลอดไฟใหแสงสวางและควบคุมความชื้นได และโรงเพาะที่ใชสําหรับเลี้ยงดู พืชที่มีอายุนอยอยางตนกลา ซึ่งยังไมแข็งแรงดี โรงเพาะจะพรางแสงใหตนกลา เพื่อรอไวยายปลูกในแปลงกลางแจงตอไป โรงเพาะเปนประโยชนกับการปลูกพืชเปนอยางมาก เพราะสภาพแวดลอม ธรรมชาติมีการผันแปรของแสงแดด อุณหภูมิ ลม ปริมาณฝนที่ไมสมํ่าเสมอ การใชโรงเพาะทําใหสามารถเลี้ยงดูพืชใหมีการเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ แข็งแรง และสมบูรณ งไว้ในโรงเพำะที่คลุมด้วยหลังค 1 “จอยตองการปลูกดาวเรือง จึงไปซื้อเมล็ดพันธุ ดิน และปุย มาเตรียมไว จากนั้นจึงศึกษาวิธีการปลูกดาวเรืองจากแหลงขอมูล ตางๆ” จากขอความ นักเรียนคิดวา จอยปฏิบัติเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร (วิเคราะหคําตอบ : ไมเหมาะสม เพราะจอยควรศึกษาเกี่ยวกับการ ปลูกดาวเรืองใหเขาใจกอน เพื่อใหรูวาควรปลูกดาวเรืองพันธุอะไร จึงจะเหมาะสมกับสภาพดิน สภาพอากาศในที่ที่จะปลูก จะตองใช ดินและปุยชนิดใด จึงจะทําใหดาวเรืองเจริญเติบโต และใหดอกที่ สวยงาม หากจอยเตรียมวัสดุกอนโดยไมรูขอมูลในการปลูก อาจ ทําใหเสียเวลาในการทํางาน เสียคาใชจายในการซื้อวัสดุหลายครั้ง) ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบในใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไม ดอกไมประดับ 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการทํางาน กลุม และจากการทําใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ แลวเสนอแนะเพิ่มเติมในสวนที่บกพรองเพื่อนํา ไปปรับปรุงแกไขในการทํางานครั้งตอไป ขั้นสรุป สรุปและนําหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ โดย ครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย เพิ่มเติม 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไมดอกไมประดับ เสร็จแลวชวยกันตรวจสอบ ความถูกตอง นํา สอน สรุป ประเมิน T32


ขอสอบเนน การคิด การปลูกในกระถาง ๑. เมื่อตนกลาดาวเรืองมีอายุ ๑ สัปดาห ใหยายลงมาปลูกใน ถุงพลาสติก โดยนําดินที่ผสมเรียบรอยแลวกลบทับโคนใหเต็ม ควรนําออกแดดเพื่อปองกันตนกลายืดเขาหาแสง ๒. รดนํ้าใหชุม นําปุยเคมีสูตร ๓๐ : ๒๐ : ๑๐ ละลายนํ้าเจือจาง รด ๑-๒ ครั้งตอสัปดาห ทิ้งไวประมาณ ๒-๓ สัปดาห ๓. เมื่อตนกลาดาวเรืองมีความสูงประมาณ ๑๕ เซนติเมตร ใหนําตนกลาดาวเรืองยายลงกระถางอยางเบามือ นํากระถาง ดาวเรืองไปตั้งเรียงไวที่พื้นเรียบและมีการระบายนํ้าที่ดี จากนั้นรดนํ้าทุกวัน วันละ ๑-๒ ครั้ง พอใหวัสดุปลูกชื้น การเก็บเกี่ยว ๑. เมื่อดาวเรืองออกดอกบานเต็มที่ สามารถตัดดอกไปจําหนายหรือ ประดับตามสถานที่ตาง ๆ ได ใหใชมีดหรือกรรไกรตัดกิ่งที่มีความคม ตัดดอกดาวเรืองชิดโคนกิ่งมากที่สุด ๒. หากตองการนําไปใชปกแจกัน ควรตัดใหกานยาว ๑๘-๒๐ นิ้ว ๒๗ ถาไมดอกที่เราปลูกไมออกดอก เราควรปฏิบัติอยางไร 1. ใสปุยสูตรเรงดอกในปริมาณมากๆ 2. รดนํ้าในปริมาณมากๆ ทุกวัน วันละหลายครั้ง 3. ถอนไมดอกนั้นทิ้ง แลวปลูกไมดอกชนิดใหมแทน 4. ศึกษาขอมูลการปลูกจากแหลงขอมูลตางๆ เพิ่มเติม เพื่อนํามา ใชในการปลูก (แนวตอบ : หากไมดอกที่ปลูกไมออกดอก เราควรศึกษาขอมูล การปลูกเพิ่มเติมจากแหลงขอมูลตางๆ เชน อานจากหนังสือ สอบถามจากผูรู จากนั้นตรวจสอบตนเองวาปฏิบัติตามขั้นตอน การปลูกไดอยางถูกตองแลวหรือไม จะตองปรับปรุงอยางไร แลวจึงนําความรูที่ไดมาปฏิบัติใหถูกตอง ดังนั้น ขอ 4. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) นักเรียนควรรู 1 ปุยเคมีสูตร 30 : 20 : 10 เปนปุยที่ไดจากสารอนินทรียหรืออินทรียสังเคราะห โดยตัวเลขดานหลังจะหมายถึงความเขมขนของเคมีในปุย (N-P-K) ไดแก ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ดังนั้น ปุยเคมีสูตร 30 : 20 : 10 จึงเปนปุยที่มีธาตุไนโตรเจน 30% ฟอสฟอรัส 20% และโพแทสเซียม 10% ของ นํ้าหนักปุย โดยธาตุไนโตรเจนที่มีมากที่สุดนี้ มีคุณสมบัติเรงการเจริญเติบโต ของตนพืช มักใหในระยะเพาะกลา จะทําใหตนพืชโตขึ้นอยางรวดเร็ว และมี ใบสีเขียวสวยงาม 2 กรรไกรตัดกิ่ง เปนอุปกรณทางการเกษตรที่สําคัญ นักเรียนควรเลือกกรรไกร ตัดกิ่งที่ทําจากวัสดุคุณภาพดี และเลือกใชกรรไกรตัดกิ่งใหถูกประเภทและเหมาะ กับการใชงาน ไมควรนํากรรไกรขนาดเล็กสําหรับงานเบาไปใชกับกิ่งขนาดใหญ เกินไป เพราะจะทําใหกรรไกรเสียหาย ประดับตามสถานที่ตาง ๆ ได ใหใชมีดหรือกรรไกรตัดกิ่งที่มีความคม 2 ๒. รดนํ้าใหชุม นําปุยเคมีสูตร ๓๐ : ๒๐ : ๑๐ ละลายนํ้าเจือจาง 1 ขั้นสอน สาธิต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • เพราะเหตุใด “ตนดาวเรือง” จึงขึ้นชื่อวาเปน ไมมงคลของคนไทย (แนวตอบ : เพราะคนไทยเชื่อวา สีเหลือง หมายถึงทอง ถาปลูกในบานจะนําความ เจริญรุงเรืองและรํ่ารวยมาใหผูปลูก) 2. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหเกษตรกร สาธิตวิธีการปลูกตนดาวเรืองใหนักเรียนดูเปน ตัวอยาง 3. เกษตรกรสาธิตวิธีการปลูกตนดาวเรือง พรอม อธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนสังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 4. นักเรียนทุกคนรวมกันปลูกตนดาวเรืองตามที่ เกษตรกรสาธิต โดยเกษตรกรและครูชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนแตละคนทบทวนความรู เรื่อง ตัวอยางการปลูกตนดาวเรือง จากหนังสือเรียน เพื่อทบทวนวิธีการปลูกตนดาวเรือง แลวสรุปวิธี การปลูกตนดาวเรือง ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกตนดาวเรือง และจากการสรุปวิธี การปลูกตนดาวเรือง ขั้นนํา เตรียมสาธิต ครูเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เกษตรกร ผูปลูกดาวเรือง และแปลงเกษตรที่ใชในการสาธิต การปลูกตนดาวเรือง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T33


การเก็บเกี่ยว เก็บขณะที่ดอกตูม มีสีขำวนวล โดยใช้มือเด็ดตรงก้ำนดอกใต้กลีบเลี้ยง ควรเก็บในเวลำเช้ำขณะที่อำกำศไม่ร้อน เพื่อ มะลิจะสดและอยู่ได้นำน การปลูก ๑. พรวนดินให้ร่วนซุย แล้วขุดหลุมลึก กว้ำงและยำวด้ำนละ ๓๐ เซนติเมตร ๒. ผสมดินโดยใช้ดิน ปุ๋ยคอก ใบไม้ หรือปุ๋ยหมัก ในอัตรำส่วน ๑ : ๑ : ๑ คลุกเคล้ำให้เข้ำกัน แล้วใส่กลับลงไปในหลุม ๓. ทิ้งไว้ประมำณ ๗-๑๐ วัน จึงน�ำเอำต้นมะลิที่ซื้อมำ หรือได้ จำกกำรปักช�ำลงปลูก มะลิเป็นไม้ดอก มีสีขำว กลิ่นหอม สำมำรถน�ำ มำใช้ประโยชน์ได้หลำยอย่ำง เช่น ร้อยพวงมำลัย ท�ำดอกไม้แห้ง หรือน�ำมำสกัดท�ำน�้ำมันหอมระเหย ตัวอย่างที่ ๒ การปลูกต้นมะลิ การขยายพันธุ์ใช้วิธีกำรปักช�ำ การดูแลบ�ารุงรักษา ๑. ก�ำจัดวัชพืชด้วยกำรใช้จอบถำกออกหรือใช้มือถอน โดยไม่ให้กระเทือนโคน ต้นมะลิ ๒. ใส่ปุ๋ยโดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น ปุ๋ยสูตร ๑๕ : ๑๕ : ๑๕ โดยหว่ำนบนแปลง บริเวณใกล้โคนต้น แล้วใช้จอบหรือเสียมพรวนดินให้ปุ๋ยผสมกับดิน แล้วรดน�้ำตำม ๓. ตัดแต่งทรงต้นมะลิให้โปร่งตัดกิ่งที่แห้งและตำยออก เพื่อให้แสงแดดสำมำรถ ส่องเข้ำถึงล�ำต้นได้ และช่วยให้โรคและแมลงลดลง ๔. รดน�้ำวันละ ๑-๒ ครั้ง หรือสัปดำห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับสภำพควำมชื้นของดิน โดยรดน�้ำในตอนเช้ำ แต่ระวังอย่ำให้น�้ำท่วมหรือมีน�้ำขังอยู่ในแปลงนำน ๆ เพรำะจะท�ำให้ต้นมะลิแคระแกร็น ใบเหลือง และตำยได้ กำรปลูกและบ�ำรุงรักษำไม้ดอกไม้ประดับ ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ท�ำอีกครั้ง หนูท�ำได้ 28 ปุ๋ยคอก 2 สกัดท�ำน�้ำมันหอมระเหย1 นักเรียนควรรู 1 นํ้ามันหอมระเหย คือ นํ้ามันที่ไดจากการสกัดกลิ่นจากพืช ซึ่งมะลิเปนพืชชนิด หนึ่งที่ไดรับความนิยม เพราะมีกลิ่นหอม ทําใหรูสึกผอนคลาย ในปจจุบันกลิ่นที่สกัด จากนํ้ามันหอมระเหยถูกนํามาใชในการบําบัดรักษาโรค การนวด การบําบัดจิตใจ การทําเครื่องหอม และเปนสวนหนึ่งของเครื่องสําอาง นํ้ามันหอมระเหยจากมะลิ มีคุณสมบัติชวยลดความเครียด บรรเทาอาการภูมิแพ บรรเทาอาการปวดเมื่อย และ ลดอาการนอนไมหลับอีกดวย 2 ปุยคอก คือ มูลสัตว เชน มูลโค กระบือ สุกร สัตวปก ที่ขับถายสะสมอยู ตามคอก ตลอดจนนํ้าลางคอกที่รวมเก็บสะสมในบอเก็บนํ้าทิ้ง เมื่อรวบรวมไดมากพอ สามารถนํามาทําปุยคอกได เพราะในมูลสัตวเหลานี้มีฟาง วัสดุรองกรง เศษอาหาร เศษพืช และปสสาวะรวมอยูดวย ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลเรื่องการปลูกไมดอกไมประดับที่ นักเรียนสนใจเพิ่มเติม แลวจดบันทึกวิธีการปลูกลงในสมุด พรอม ติดภาพประกอบ จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน ขั้นสอน สาธิต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • มะลิมีหลากหลายสายพันธุ นักเรียนรูจักสาย พันธุใดบาง (แนวตอบ : มะลิลา มะลิซอน มะลิเลื้อย มะลิทะเล) 2. ครูสาธิตวิธีการปลูกตนมะลิ พรอมอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียน สังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 3. นักเรียนรวมกันทบทวนวิธีการปลูกตนมะลิกอน ลงมือปฏิบัติจริง 4. นักเรียนกลุมเดิม รวมกันปลูกตนมะลิตามที่ครู สาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และแปลง เกษตรที่ใชในการปลูกตนมะลิ 2. ครูทดลองปลูกตนมะลิ เพื่อใหเกิดความชํานาญ กอนสาธิตใหนักเรียนดู ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง ตัวอยางการปลูกตนมะลิ จากหนังสือเรียน เพื่อ ทบทวนวิธีการปลูกตนมะลิ แลวสรุปวิธีการปลูก ตนมะลิ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นประเมิน วัดผลและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกตนมะลิ และจากการสรุปวิธีการ ปลูกตนมะลิ กิจกรรม ทาทาย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T34


กิจกรรมพัฒนำกำรท�ำงำน ๑. นักเรียนคิดว่ำ ไม้ดอกไม้ประดับนอกจำกให้ควำมสวยงำมแล้ว ยังมี ประโยชน์อะไรอีกบ้ำง ๒. บอกชื่อไม้ดอกไม้ประดับที่นักเรียนชื่นชอบมำ ๑ ชนิด แล้วอธิบำย รูปร่ำง สี ลักษณะ และบอกเหตุผลที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับชนิดนี้ หนูรู้สึกอย่างไร ๑. ไม้ดอกและไม้ประดับมีควำมเหมือนและแตกต่ำงกัน อย่ำงไร ๒. อุปกรณ์ท�ำกำรเกษตรที่ใช้ส�ำหรับปลูกไม้ดอกไม้ประดับมีอะไรบ้ำง ๓. กำรดูแลต้นมะลิโดยรดน�้ำให้ท ่วมเสมอ พรวนดินและใส ่ปุ๋ยทุกวัน เป็นกำรปฏิบัติที่เหมำะสมหรือไม่ อย่ำงไร ถามมาหนูตอบได้ Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรู้กิจกรรมทักษะการท�างาน C21 ๑. แบ่งกลุ่ม ร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นในวิธีกำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โดยแต ่ละกลุ ่มจะได้ไม้ดอกไม้ประดับที่ต ่ำงชนิดกัน แล้วออกมำ น�ำเสนอเป็นแผนผังควำมคิด ๒. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ แล้วบันทึกผลลงในสมุด พร้อมถ่ำยภำพประกอบ และน�ำเสนอหน้ำชั้นเรียน ดังนี้ • ไม้ดอกไม้ประดับที่กลุ่มฉันปลูก • วิธีกำรปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิต • วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรปลูก • ประโยชน์ของไม้ดอกไม้ประดับที่ฉันปลูก • ไม้ดอกไม้ประดับที่กลุ่มฉันปลูก จะน�ำไปท�ำอะไร 29 ขั้นสรุป 1. สมาชิกในกลุมรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การปลูกไมดอกไมประดับ 2. ตัวแทนของกลุมออกมานําเสนอผลการวิเคราะห 3. ครูตรวจสอบผลการนําเสนอความรู เรื่อง ไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน 1. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรมพัฒนา การทํางาน 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของกิจกรรมพัฒนา การทํางาน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเสริมใหนักเรียนเขาใจวา การจะเลือกปลูกไมดอกไมประดับ จะตองคํานึงถึงปจจัยประกอบหลายประการ เชน สภาพภูมิอากาศ พื้นที่ปลูก ความตองการของตลาด ความชอบสวนตัวของผูปลูก ในการปลูกไมดอกไมประดับโดยการทํางานกลุม ครูแนะนําใหนักเรียนใช กระบวนการกลุมในการทํางาน ดังนี้ 1. การเลือกหัวหนากลุม 2. การกําหนดเปาหมาย 3. การวางแผนในการทํางาน 4. การแบงงานตามความสามารถ 5. การปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ 6. การประเมินผลและการปรับปรุงงาน นักเรียนทําสมุดภาพไมดอกไมประดับที่พบในชีวิตประจําวัน โดยวาดหรือนําภาพมาติดลงในสมุด พรอมเขียนอธิบายลักษณะ ของไมดอกไมประดับและสถานที่ที่พบ จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยน กันดูกับเพื่อน กิจกรรม สรางเสริม นํา สอน สรุป ประเมิน T35


แบบประเมินการท�างาน ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ปรับปรุง ค�าชี้แจง :  ให้นักเรียนประเมินกำรท�ำงำนของตนเองตำมรำยกำร ที่ก�ำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการ ๑. จัดเตรียมอุปกรณ์ท�ำกำรเกษตรได้เหมำะสม ๒. เตรียมแปลงเพื่อเพำะปลูกได้เหมำะสม ๓. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้วยกำรเพำะเมล็ดหรือด้วย กิ่งพันธุ์ได้เหมำะสม ๔. บ�ำรุงรักษำและดูแลไม้ดอกไม้ประดับได้เหมำะสม ๕. เก็บเกี่ยวผลผลิตจำกไม้ดอกไม้ประดับได้เหมำะสม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 ค�าชี้แจง :  ให้ผู้สอนประเมินทักษะกำรท�ำงำน C21 ตำมรำยกำร ที่ก�ำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รายการ ๑. แบ่งหน้ำที่อย่ำงเหมำะสม ๒. ร่วมมือกันท�ำงำนจนส�ำเร็จ ๓. แสดงควำมคิดเห็นอย่ำงเหมำะสม ๔. รับฟังควำมคิดเห็นของคนในกลุ่ม ๕. น�ำไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไปใช้ประโยชน์ รวม ตัวอย่างตารางบันทึกผล สำ�หรับครู สำ�หรับนักเรียน 30 ขั้นประเมิน 1. ครูใหนักเรียนทําแบบประเมินการทํางานของ ตนเอง 2. ครูประเมินทักษะการทํางาน C21 3. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด จากแบบวัดฯ 4. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมดอกไมประดับ จากแผนการจัดการเรียนรู แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T36


T37 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความหมายและ ประโยชน์ของ งานช่าง 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 4.1 - แบบวัดฯ - PowerPoint - บัตรภาพ 1. บอกประโยชน์และ ความหมายของ งานช่างได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีเจตคติที่ดีต่อการ ใช้อุปกรณ์งานช่าง 3. มีทักษะในการใช้ อุปกรณ์งานช่าง วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือ เพื่อนคู่คิด - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ใน การท�ำงานช่าง 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - วีดิทัศน์ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะการ ใช้งานเครื่องมือที่ ใช้ในงานช่างแต่ละ ประเภทได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีเจตคติที่ดีต่อการ ใช้อุปกรณ์งานช่าง 3. มีทักษะในการใช้ อุปกรณ์งานช่าง วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ การเรียนรู้ ความเข้าใจ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview


T38 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 หลักในการ ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายการ ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้และดูแล รักษาของใช้ได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความประหยัด และรับผิดชอบต่อ การซ่อมซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องมือ และเครื่องใช้ 3. มีทักษะในการ ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ การสร้าง ความ ตระหนัก - ประเมินผลการ ปฏิบัติงานช่าง ภายในบ้าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน


T39 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 4 ตัวอย่างการ ซ่อมแซม 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 4.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการ ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยกได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ในการ ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยก 3. ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยกได้ถูกต้อง ตามขั้นตอน วิธีสอน โดยทักษะ กระบวนการ ปฏิบัติ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview


Click to View FlipBook Version