คู่มือครู ผูเรียบเรียงคูมือครู/บรรณาธิการคูมือครู นางศิริรัตน สมไรขิง นางเสาวลักษณ สุขกิจสมโภชน นายสมเกียรติ ภูระหงษ ผูเรียบเรียงหนังสือเรียน นางอรัญญา ฤกษงาม นางวราภรณ กันทาแกว นายไพโรจน กระโจมทอง นายมนตรี สมไรขิง ผูตรวจหนังสือเรียน นางศศิวรรณ ศรีธนาอุทัยกร นายเกรียงศักดิ์ ฤกษงาม นางจุรี สุวรรณศิลป นางจินตนา แสงธรรมครองอาตม บรรณาธิการหนังสือเรียน ผศ.จรัสศรี พัวจินดาเนตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 Teacher Script การงานอาชีพ ป.4 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา 1447049
โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับ ครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1 คทาแนะนทาการใช ชวยสรำงควำมเขำใจ เพื่อใชคูมือครูได อยำงถูกตองและเกิดประสิทธิภำพสูงสุด คทาอธิบายรายวิชา แสดงขอบขำยเนื้อหำสำระของรำยวิชำ ซึ่งครอบคลุมมำตรฐำนกำรเรียนรูและตัวชี้วัดตำมที่หลักสูตร ก�ำหนด Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี ประสิทธิภำพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภำพรวมของกำร จัดกำรเรียนกำรสอนทั้งหมดของรำยวิชำกอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรำงควำมเขำใจและเห็นภำพรวม ในกำรออกแบบแผนกำรจัดกำรเรียนรูแตละหนวย Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม Concept และเนื้อหำส�ำคัญของหนวยกำรเรียนรู ขอสอบเนนการคิด เพื่อเตรียมควำมพรอมของผูเรียน สูกำรสอนในระดับตำง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนำ ผูเรียนใหมีทักษะที่จ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด กำรเรียนรูและสำมำรถบูรณำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวิศวกรรม และคณิตศำสตร์ไปใช เชื่อมโยงและแกปญหำในชีวิตจริง เพิ่ม แสดงขอบขำยเนื้อหำสำระของรำยวิชำ เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ขอสอบเนนการคิด เพื่อเตรียมควำมพรอมของผูเรียน เพิ่ม เพิ่ม กิจกรรมที่จะชวยพัฒนำ เพิ่ม เพิ่ม ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คู่มือครู การงานอาชีพ ป.4 จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็น แนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กุหลาบ บัว มะลิ ดาวเรือง กล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชที่ ปลูกไว้เพื่อตกแต ่งสถำนที่ต ่ำง ๆ เช่น บ้ำน โรงเรียน นอกจำกควำม สวยงำมที่ได้จำกไม้ดอกไม้ประดับแล้ว กำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับยังเป็น กำรใช้เวลำว่ำงให้เกิดประโยชน์ สำมำรถน�ำผลผลิตไปขำย หรือใช้ในงำน ประดิษฐ์ต่ำง ๆ ไม้ดอกไม้ประดับ ๑. ไม้ดอก หมำยถึง พืชที่มีดอกสวยงำม เป็นพันธุ์ไม้ที่เรำใช้ประโยชน์ จำกส่วนของดอก ไม้ดอกบำงชนิดจะมีดอกที่ดก บำนอยู่ได้นำน บำงชนิด มีกลิ่นหอม นิยมปลูกไว้ให้บำนสวยงำมอยู่กับต้นหรือตัดออกไปจ�ำหน่ำย และใช้ประโยชน์ต่ำง ๆ เช่น กุหลำบ มะลิ กล้วยไม้ พุทธรักษำ บำนชื่น บัวสำย ชบำ ไม้ดอกหลำยชนิดสำมำรถน�ำไปปลูกเป็นไม้ตัดดอกเพื่อ จ�ำหน่ำย เช่น ดำวเรือง เบญจมำศ บัว ๑ หนู ๆ มีวิธีแยกไม้ดอก และไม้ประดับอย่างไร 20 นักเรียนควรรู กิจกรรม สรางเสริม 1 กลวยไม เปนพืชดอกที่มีสายพันธุหลากหลายมากที่สุดกลุมหนึ่ง จัดอยูใน กลุมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเทศไทยมีกลวยไมอยูในปาธรรมชาติไมตํ่ากวา 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยูบนตนไม บนพื้นผิวของภูเขา และบนพื้นดิน เนื่องจาก สภาพแวดลอมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออํานวยแกการเจริญงอกงาม ของกลวยไมเปนอยางมาก และยังมีการสงออกกลวยไมไปสูตลาดตางประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชียอีกดวย 2 บัว เปนพืชนํ้าลมลุกที่มีลักษณะลําตนทั้งที่เปนหัว เหงา หรือไหล ใบเปน ใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลําตนโดยมีกานใบสงขึ้นมาเจริญที่ใตนํ้า ผิวนํ้า หรือเหนือ นํ้า รูปรางของใบสวนใหญกลม บัวถือเปนสัญลักษณของคุณงามความดี มักใช สําหรับบูชาพระ และบัวยังไดรับการขนานนามใหเปนราชินีแหงไมนํ้า เพราะเปน หนึ่งในบรรดาดอกไมที่ผูคนนิยมกันทั่วโลก กล้วยไม้1 บัว2 ครูใหนักเรียนหาภาพไมดอกไมประดับ 5 ชนิด มาติดลงสมุด แลวเขียนบอกประเภทและลักษณะของไมดอกไมประดับชนิดนั้น จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • การนําไมดอกไมประดับมาจัดสวนในบาน มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. ครูใหนักเรียนดูตนไม เชน กุหลาบ ดาวเรือง ชบา เศรษฐีพันลาน สาวนอยประแปง หรือ บอนสี 3. ครูใหนักเรียนสังเกตลักษณะของตนไม แลวตั้ง ประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ตนไมที่ครูนํามาใหดูเปนตนอะไร • ตนไมที่ครูนํามาใหดูมีลักษณะอยางไร • ตนไมนั้นๆ จัดเปนไมดอกหรือไมประดับ เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดเชนนั้น • ตนไมอะไรบางที่เปนไมดอก จงยกตัวอยาง ประกอบ • ตนไมอะไรบางที่เปนไมประดับ จงยกตัวอยาง ประกอบ 4. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 4 คน คละกัน ตามความสามารถ จากนั้นใหแตละกลุมรวมกัน ศึกษาความรูเรื่อง ไมดอกไมประดับ จาก หนังสือเรียน แลวบันทึกความรูที่ไดจากการ ศึกษาลงในแบบบันทึกการอาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T26 โซน 1 โซน 2 โซน 3
บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ บูรณาการเชื่อมสาระ แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ป.4 และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.4 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Meterial) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ ประกอบด้วยแนวทางการจัดกิจกรรม และเสนอ แนะแนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน ขอสอบเนน การคิด ๒. วิธีการขยายพันธุพืชโดยไมอาศัยเพศ เปนวิธีเพิ่มจํานวนตนพืชดวยการใชสวนตาง ๆ ของพืช เชน กิ่ง ยอด ใบ ลําตน รวมถึงราก หนอ ไหล เนื้อเยื่อ ซึ่งขึ้นอยูกับคุณสมบัติ ของพืชแตละชนิดที่นํามาใชในการขยายพันธุ เปนการเพิ่มจํานวนตนพืช ที่เราตองการใหมีจํานวนมากขึ้น การขยายพันธุดวยวิธีนี้ เชน การตอน การปกชํา การทาบกิ่ง การแยกหัวหรือหนอ การตอน ใชทํากับสวน ที่เปนกิ่งของพืช การทาบกิ่ง ใชทํากับสวนกิ่ง และไหลของพืชบางชนิด การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน ใบ และราก การแยกหัวหรือหนอ ใชทํากับสวนของ หนอที่พืชสรางขึ้นใหม มีทั้งเปนแบบ หนอเดียวและแตกขยายเปนกลุมกอ วิธีการ ขยายพันธุพืช ๒๓ ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ถาไมคัดคุณภาพของพันธุไมดอกไมประดับ กอนนําไปขยายพันธุจะเปนอยางไร (แนวตอบ : จะไดตนพืชที่ไมสมบูรณ เจริญ เติบโตไดไมดี หรือมีลักษณะที่ไมสวยงาม) 2. นักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรูเรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ จากหนังสือเรียน 3. สมาชิกแตละคนในกลุมทําใบงานที่ 3.2 เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยอาศัยเพศ (การเพาะเมล็ด) และใบงานที่ 3.3 เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยไมอาศัยเพศ (การตอนกิ่ง) เสร็จแลวผลัดกันอธิบายคําตอบ ของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง โดยเรียงลําดับ ทีละคนแบบเลาเรื่องรอบวง 4. สมาชิกแตละคนในกลุมชวยกันเสนอแนะ และ แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จนไดคําตอบที่เปน มติของกลุม 5. ครูสุมตัวแทนกลุมนําเสนอคําตอบในใบงานที่ 3.2 และ 3.3 หนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนกลุม อื่นนําเสนอเพิ่มเติมในสวนที่แตกตางกัน ออกไป โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนแตละคนเขียนสรุปความรูเรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบผลวานักเรียนมีความรูความ เขาใจเรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ ผาน ใบงานที่ 3.2 ใบงานที่ 3.3 และการตอบคําถาม นักเรียนควรรู 1 การปกชํา เวลานํากิ่งมาปกชํา ใหปกกิ่งเอนประมาณ 45 องศา โดยใหปลาย กิ่งชี้ในทางทิศตะวันตก ตาที่แตกขึ้นมาใหมจึงจะชี้ไปทางทิศตะวันออก เพื่อใหไดรับ แสง และกระตุนตนพืชใหเจริญเติบโตตอไป กิ่งลักษณะใดไมเหมาะจะนํามาทําเปนกิ่งตอน 1. กิ่งออนสีเขียว 2. กิ่งกึ่งแกกึ่งออนที่มีใบติดอยู 3. กิ่งที่ปราศจากโรคและแมลง 4. กิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียงเล็กนอย (วิเคราะหคําตอบ : การเลือกกิ่งที่นํามาตอนเปนสิ่งสําคัญ ซึ่งควร เลือกกิ่งที่ไมแก และไมออนจนเกินไป ควรเปนกิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียง เล็กนอย เพื่อไมใหรากที่ขยายออกมามีปลายรากชี้ฟา มีความยาว ประมาณ 50-70 เซนติเมตร และเปนกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรง ไมมี โรคและแมลงรบกวน ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา วิธีขยายพันธุพืชที่ทําใหพืชกลายพันธุ ได คือ การเพาะเมล็ด เพราะไดรับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมบางอยาง จากตนพอและตนแม นํา สอน สรุป ประเมิน T29 โซน 1 โซน 2 กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมาสร้าง ชิ้นงาน หรือท�ากิจกรรมรวบยอด เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุ ในทักษะศตวรรษที่ 21 ขอสอบเนนการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด ขอสอบเนนการคิดแนว O-NET ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด และเป็นแนวข้อสอบ O-NET มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อมเฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ต่าง ๆ กิจกรรมทาทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสรางเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Geo-Literacy เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจลักษณะ ทางกายภาพของโลก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม และน�าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ�าวันได้ โซน 3
ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน40 ชั่วโมง/ปี ศึกษาและเข้าใจเหตุผลในการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตามล�ำดับขั้นตอน เข้าใจพลังงานและทรัพยากร ในการท�ำงาน ศึกษาความหมายและความส�ำคัญของอาชีพ อธิบายการท�ำงาน ปฏิบัติใช้และสร้าง โดยใช้ทักษะกระบวนการท�ำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ แก้ปัญหา ทักษะการสื่อสาร เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ เพื่อให้มีคุณธรรมและมีลักษณะนิสัยในการท�ำงาน มีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการ ด�ำรงชีวิตและครอบครัวด้วยความซื่อสัตย์อดทน ขยัน ประหยัด รับผิดชอบ และเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลในการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและทรัพยากรในการท�ำงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า ง 2.1 ป.4/1 อธิบายความหมายและความส�ำคัญของอาชีพ รวม 5 ตัวชี้วัด
สมรรถนะส�ำคัญ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ Pedagogy คู่มือครู ก ารงานอาชีพ ป.4 จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ ผู้เรียน โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ทาง บริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (Instructional Design) ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ความสามารถ ทักษะกระบวนการท�ำงานที่สะท้อนสมรรถนะส�ำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ดังนี้ ทักษะกระบวนการท�ำงาน หมายถึงการลงมือท�ำงานต่างๆด้วยตนเองให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยมีขั้นตอนดังนี้ เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนสาระการงานอาชีพ ทักษะ กระบวน การทำงาน การลงมือททำงาน วิเคราะห์ การทำทงาน การวางแผน ในการทท ำงาน สามารถแจกแจงงานที่จะท�ำได้ว่า เป็นงานประเภทใดหรือลักษณะใด ต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อะไรบ้าง มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร สามารถประเมินผลทั้งการวางแผน ก ่อนการท�ำงาน ขณะปฏิบัติงาน และเมื่อท�ำงานส�ำเร็จ โดยขั้นตอน ในการวางแผนก ่อนการท�ำงานให้ ประเมินว ่าได้วางแผนไว้รอบคอบ รัดกุมหรือไม่ขณะปฏิบัติให้ประเมิน ว่าวิธีการท�ำงานเป็นอย่างไร มีข้อ บกพร่องที่ควรแก้ไขอย่างไร เมื่อ งานส�ำเร็จให้ประเมินว่างานที่ออก มาเป็นไปตามจุดมุ ่งหมายหรือไม ่ มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร และปรับปรุง ผลงานให้ดีขึ้น สามารถวางแผนว่า จะใช้ก�ำลังใน การท�ำงานอย่างไร แบ่งหน้าที่กัน อย่างไร ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร ในการท�ำงานครั้งนี้ต้องใช้เงินใน การลงทุนมากน้อยเท ่าไร ตลอด จนหาวิธีการท�ำงานให้เป็นขั้นตอน จนงานส�ำเร็จ สามารถท�ำงานตามล�ำดับขั้นตอน ที่วางแผนไว้ฝึกให้มีลักษณะนิสัย ที่ดีในการท�ำงาน เช่น พูดจาสุภาพ เหมาะสม มีน�้ ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์นอกจากน ี้ ยังสามารถตรวจสอบการท�ำงาน ของตนได้เป็นระยะ การประเมิน การทำ ท งาน การจัดการเรียนการสอนตามแนวทางดังกล่าว จะท�ำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่21 อันจะน�ำไปสู่การ ปรับใช้ได้จริงในการด�ำเนินชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
การงานอาชีพ ป.4 Teacher Guide Overview หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 ดูแลและจัดเก็บ ของใช้ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะกระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ตรวจใบงานที่ 1.2 - ตรวจใบงานที่ 1.3 - ตรวจใบงานที่ 1.4 - ตรวจใบงานที่ 1.5 - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.2 - ใบงานที่ 1.3 - ใบงานที่ 1.4 - ใบงานที่ 1.5 - ใบงานที่ 1.6 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 2 มารยาทเด็กดี ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน 1. ทักษะการสังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ตรวจใบงานที่ 2.2 - ตรวจใบงานที่ 2.3 - ตรวจใบงานที่ 2.4 - ตรวจใบงานที่ 2.5 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการ ท�ำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 2.2 - ใบงานที่ 2.3 - ใบงานที่ 2.4 - ใบงานที่ 2.5 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 ไม้ดอกไม้ประดับ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการ เรียงล�ำดับ 2. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการจ�ำแนก ประเภท 5. ทักษะการเชื่อมโยง 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ตรวจใบงานที่ 3.2 - ตรวจใบงานที่ 3.3 - ตรวจใบงานที่ 3.4 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 3.1 - ใบงานที่ 3.2 - ใบงานที่ 3.3 - ใบงานที่ 3.4 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 4 ซ่อมแซม อุปกรณ์ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 8 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 5 งานประดิษฐ์ จากใบตอง ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 5.1 - ตรวจใบงานที่ 5.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 5.1 - ใบงานที่ 5.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint - วีดิทัศน์ 6 งานประดิษฐ์ จากกระดาษ ง 1.1 ป.4/1 อธิบายเหตุผลใน การท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย ง 1.1 ป.4/2 ท�ำงานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็น ขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ ง 1.1 ป.4/3 ปฏิบัติตนอย่างมี มารยาทในการท�ำงาน ง 1.1 ป.4/4 ใช้พลังงานและ ทรัพยากรในการท�ำงานอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า 1. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการน�ำ ความรู้ไปใช้ 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 6.1 - ตรวจใบงานที่ 6.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 6.1 - ใบงานที่ 6.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 7 อาชีพในฝัน ง 2.1 ป.4/1 อธิบาย ความหมายและความส�ำคัญ ของอาชีพ 1. ทักษะการส�ำรวจ ค้นหา 2. ทักษะการรวบรวม ข้อมูล 3. ทักษะการจ�ำแนก ประเภท 4. ทักษะการ วิเคราะห์ 5. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 4 ชั่วโมง - ตรวจแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน - ตรวจใบงานที่ 7.1 - ตรวจใบงานที่ 7.2 - ตรวจแบบวัดฯ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - เอกสาร ประกอบ การเรียน - ใบงานที่ 7.1 - ใบงานที่ 7.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint
สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลและจัดเก็บของใช้ T1-T2 T3-T12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 มำรยำทเด็กดี T13-T14 T15-T22 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ไม้ดอกไม้ประดับ T23-T24 T25-T36 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ซ่อมแซมอุปกรณ T37-T40 T41-T54 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 งำนประดิษฐจำกใบตอง T55-T56 T57-T68 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 งำนประดิษฐจำกกระดำษ T69-T70 T71-T82 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 อำชีพในฝน T83-T84 T85-T90 โครงงำนกำรงำนอำชีพ T91 กิจกรรมบูรณำกำรเศรษฐกิจพอเพียง T91 บรรณำนุกรม T92
Chapter Overview T1 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การดูแลของใช้ ส่วนตัว 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 1.1, 1.2 และ 1.3 - PowerPoint - วีดิทัศน์ 1. อธิบายวิธีการดูแล ของใช้ส่วนตัวได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ และขยันดูแล ของใช้ส่วนตัว 3. วางแผนการดูแล ของใช้ส่วนตัวได้ วิธีสอนแบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1, 1.2 และ 1.3 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 การจัดเก็บ เอกสารส่วนตัว 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่1.4 และ1.5 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการ จัดเก็บเอกสาร ส่วนตัวให้เป็น หมวดหมู่ได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและ ขยันต่อการจัดเก็บ เอกสารส่วนตัว 3. วางแผนการจัดเก็บ เอกสารส่วนตัวได้ วิธีสอนโดย การสาธิต - ตรวจใบงานที่1.4 และ 1.5 - ประเมินการสาธิต - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน
T2 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การจัดตู้เสื้อผ้า 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 1.6 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้าได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความรับผิดชอบ ความขยัน และ อดทนต่อการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้า 3. วางแผนการจัด ตู้เสื้อผ้าและการ จัดเก็บเสื้อผ้าได้ อย่างเหมาะสม วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค เพื่อนคู่คิด - ตรวจใบงานที่ 1.6 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 4 การจัดโต๊ะเขียน หนังสือ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการจัด โต๊ะเขียนหนังสือ ให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยได้ 2. มีความรับผิดชอบ ความขยัน และ อดทนต่อวิธีการจัด โต๊ะเขียนหนังสือ 3. วางแผนการจัดโต๊ะ เขียนหนังสือได้ อย่างเหมาะสม วิธีสอนแบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 5 การจัดกระเป๋า นักเรียน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการจัด กระเป๋านักเรียนให้ เป็นระเบียบ เรียบร้อยได้ 2. มีความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และขยันต่อการจัด กระเป๋านักเรียน 3. วางแผนการจัด กระเป๋านักเรียนได้ วิธีสอนแบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 1. ทักษะการ รวบรวมข้อมูล 2. ทักษะ กระบวนการ คิดตัดสินใจ 3. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน ดูแลและจัดเก็บของใช้ สาระส�าคัญ การดูแลของใช้ส่วนตัวอย่างถูกวิธีช่วยท�าให้ ของใช้มีอายุการใช้งานนานขึ้น และช่วยประหยัด ค่าใช้จ่าย ๑. บอกวิธีการจัดเก็บและดูแลรักษาของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า โต๊ะ และเอกสารส่วนตัว (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. จัดเก็บของใช้ส่วนตัวอย่างเป็นขั้นตอน ด้วยความขยัน อดทน และรับผิดชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. มีมารยาทในการจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) ๔. จัดเก็บของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า โต๊ะ และเอกสารส่วนตัวได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๔) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๑ เพื่อน ๆ จะจัดเก็บ สิ่งของในภาพให้เป็น ระเบียบได้อย่างไร ครูใหนักเรียนสํารวจโตะเขียนหนังสือและกระเปาของนักเรียน แลวใหจัดเก็บใหเปนระเบียบใหเสร็จภายในหองเรียน แลวสุม ตัวแทนออกมานําเสนอหนาชั้น วามีวิธีจัดเก็บอยางไร ขั้นนํา 1. ครูทักทายนักเรียน แลวชี้แจงเนื้อหาที่นักเรียน ตองเรียนรูในหนวยการเรียนรูที่ 1 ใหนักเรียน ทราบ 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 ดูแลและจัดเก็บของใช จากแผนการจัดการเรียนรู 3. ครูชวนนักเรียนสนทนาวา งานบานมีอะไรบาง และที่บานของนักเรียน ใครเปนคนทํางานบาน เหลานี้ 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมนําสูการเรียน โดย ถามคําถาม แลวสุมนักเรียนตอบ 5. ครูชวนนักเรียนสนทนาวา นักเรียนมีวิธีจัดเก็บ ของเลน และของใชของตนเองอยางไร 6. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางของใชสวนตัว แลวครูเขียนชื่อสิ่งของเหลานั้นบนกระดาน 7. นักเรียนชวยกันบอกวา สิ่งของตางๆ ที่ครูเขียน บนกระดานสามารถจําแนกออกเปนกี่ประเภท อะไรบาง แลวครูชวยชี้แนะและจําแนกให นักเรียนดู ดังนี้ • อุปกรณการเรียน • ของใชตางๆ • ของเลนตางๆ 8. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • ทําไมจึงเรียกสิ่งของเหลานี้วา ของใชสวนตัว (แนวตอบ : เพราะเปนของที่ใชสวนตัว มีผูเปน เจาของ และไมนิยมใชรวมกับผูอื่น) เกร็ดแนะครู ครูชี้แจงวา ในหนวยการเรียนรูที่ 1 มีเนื้อหา ดังนี้ • การดูแลรักษาของใชสวนตัว • เสื้อผาและเครื่องแตงกาย • การจัดโตะ กระเปา และเอกสารสวนตัว • มารยาทในสังคม ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา งานบานตางๆ เกี่ยวของกับการดํารง ชีวิตของเราและครอบครัว เราเรียนรูเพื่อใหเกิดความเขาใจการทํางาน ฝกทักษะ กระบวนการทํางาน ฝกทักษะกระบวนการแกปญหา แมในความเปนจริงสภาพ ครอบครัวของนักเรียนบางคนอาจไมตองทํางานเหลานี้เลยก็ได เพราะมีผูอื่น ทําใหก็ตาม นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T3
ขอสอบเนนการคิด ขอใดเปนการจัดเก็บสิ่งของไดอยางเหมาะสม 1. เก็บบัตรประจําตัวประชาชนไวในกระเปาสตางค 2. พับและเก็บเสื้อผาที่ไมคอยใสไวใตเตียง 3. เก็บสูติบัตรไวในกระเปานักเรียน 4. เก็บนิทานไวใตหมอน (วิเคราะหคําตอบ : การเก็บบัตรประจําตัวประชาชนไวใน กระเปาสตางค เปนการจัดเก็บที่หมาะสม เพราะสะดวกตอการ หยิบใช และทําใหบัตรไมหักงอ ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ ถูกตอง) การดูแลรักษาของใชสวนตัว การจัดเก็บเสื้อผาและเครื่องแตงกาย การจัดโตะ กระเปา และเอกสาร สวนตัว เปนการทํางานอยางหนึ่ง ซึ่งนักเรียนจะตองรูจักหลักการทํางาน เพื่อใหงานตาง ๆ บรรลุผล และควรทําดวยความตั้งใจ ขยัน อดทน และ มีความรับผิดชอบ ñ ¡ÒôÙáŢͧ㪌ʋǹµÑÇ สํารวจสิ่งของรอบตัวของ หนู ๆ วา มีอะไรบางที่เปน ของใชสวนตัว ๑. แยกของใชสวนตัวออกเปนประเภท ๒. จัดเก็บของใชสวนตัวแตละประเภทตามความเหมาะสม ๓. จัดเก็บใหเรียบรอย สะดวกตอการคนหา และไมสูญหาย หลักการดูแลของใชสวนตัว ของใชสวนตัว หมายถึง สิ่งของเครื่องใชสวนบุคคลที่ไมใชรวมกับผูอื่น และเปนสิ่งที่เราจําเปนตองใชประจํา เชน เสื้อผา เครื่องแตงกาย รองเทา ผาเช็ดตัว แกวนํ้า แปรงสีฟน อุปกรณการเรียน อุปกรณการเรียน ของเลน เครื่องแตงกาย ของใชสวนตัว ๒ เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • อภิปรายวิธีการจัดเก็บสิ่งของตางๆ • ฝกปฏิบัติจัดเก็บและดูแลสิ่งของตางๆ จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา เราควรดูแลรักษาและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช ตางๆ อยางเปนขั้นตอนตามกระบวนการทํางาน เพื่อใหงานสําเร็จตามเปาหมาย ซึ่งการดูแลรักษาและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใชนี้ จะทําใหสะดวกในการหยิบใชงาน และทําใหบานเปนระเบียบเรียบรอย ขั้นสอน 1. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3-4 คน แลว ใหแตละกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ ดูแลของใชสวนตัว 2. นักเรียนแตละกลุมชวยกันยกตัวอยางของใช สวนตัว โดยจําแนกตามประเภท ไดแก อุปกรณ การเรียน ของใช และของเลน 3. ครูสาธิตวิธีการดูแลของใชสวนตัว พรอมอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอน เพื่อใหนักเรียนสังเกตและ จดจําไดอยางถูกตอง 4. นักเรียนปฏิบัติตามวิธีการดูแลของใชสวนตัว ตามที่ครูสาธิต โดยครูคอยดูแลและกระตุนให นักเรียนมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรม 5. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • ของใชและของเลนที่เปนผามีวิธีการดูแล อยางไร (แนวตอบ : ควรนําไปซักใหสะอาด แลว ผึ่งแดดใหแหง) ขั้นประเมิน ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ การดูแลของใชสวนตัว และจากการสรุปวิธีการ ดูแลของใชสวนตัว ขั้นสรุป 1. นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการดูแลของใชสวนตัว ตามที่ครูสาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง 2. นักเรียนทําใบงานที่ 1.1 เรื่อง การดูแลของใช สวนตัว นํา สอน สรุป ประเมิน T4
ขอสอบเนน การคิด การจัดเก็บของใชสวนตัว ควรยึดหลักตามขอใด 1. วางงาย สบายมือ 2. วางที่ไหนก็ได สบายใจดี 3. หยิบก็งาย หายก็รู ดูงามตา 4. ใครใครหยิบ หยิบ ใครใครวาง วาง (วิเคราะหคําตอบ : การจัดเก็บสิ่งตางๆ เนนความเปนระเบียบ ทําใหหยิบใชงานสะดวก และสิ่งของไมสูญหาย เพราะรูวาเก็บไว ที่ใด ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๑) ใชและเลนอยางทะนุถนอม เพื่อไมใหของใชและของเลนชํารุด กอนเวลาอันควร ๒) จัดเก็บใหเปนระเบียบ เพื่อใหสะดวกในการหยิบใชงาน และปองกัน การสูญหาย เชน เก็บดินสอใสกลองดินสอ เก็บของเลนไวในกลอง ใสของเลน ๓) ทําความสะอาดของใชและของเลนเปนประจํา เพื่อไมใหเปนแหลง สะสมเชื้อโรคและฝุนละออง ๑) ดูแลขณะสวมใสและหลังสวมใสเสื้อผา โดยระมัดระวังไมใหเสื้อผา เปอนคราบสกปรกหรือฉีกขาดชํารุด หากเสื้อผาเปอน ควรรีบทํา ความสะอาดทันที เชน ขยี้บริเวณที่เปอนดวยนํ้าเปลาจนคราบจางไป ๒) ทําความสะอาดเสื้อผา เมื่อสวมใสเสื้อผาแลว ควรซักใหสะอาด โดย แยกผากอนซักตามประเภทของผา เชน ผาขาว ผาสี เสื้อ กระโปรง หรือเสื้อผาที่มีรอยเปอนมาก ซักเสื้อผาดวยผงซักฟอกและซักนํ้าเปลา จนสะอาด แลวนําไปตากใหแหง ๓) จัดเก็บใหเปนระเบียบ เมื่อผาที่ซักและตากแหงแลว ใหเก็บมาพับ หรือรีดใหเรียบรอย วิธีการ ดูแลของใชสวนตัว ของใชและของเลน เสื้อผาเครื่องแตงกาย ๑ ๒ การทําความสะอาดเสื้อผา ๓ ขั้นประเมิน ครูตรวจใบงานที่ 1.2 สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code การทําความสะอาดเสื้อผา เพื่อดูตัวอยาง การทําความสะอาดเสื้อผา เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนนําของเลนที่ไมไดเลนแลว แตยังมีสภาพดีมาแบงปนให เพื่อนๆ เลนดวย หรือนําไปบริจาคใหมูลนิธิตางๆ ซึ่งเปนการฝกนิสัยเอื้อเฟอ เผื่อแผ และเปนการใชสิ่งของอยางคุมคามากขึ้น ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนมีวิธีการอยางไรที่ทําใหเสื้อผา ดูใหมอยูเสมอ (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. นักเรียนรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การดูแล รักษาเสื้อผาและเครื่องแตงกายขณะสวมใส และหลังสวมใสจากหนังสือเรียน ขั้นสอน วิเคราะห์วิจารณ์ 1. ครูใหสมาชิกในแตละกลุมรวมกันวิเคราะห วิจารณเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผาและ เครื่องแตงกายตามประเด็นที่กําหนด ดังนี้ 1) นักเรียนมีวิธีการดูแลเสื้อผาที่เราสวมใสใน ขณะทํากิจกรรมตางๆ อยางไร 2) นักเรียนจะทําอยางไร ถาเสื้อผาที่สวมใส เปอนคราบสกปรกที่ทําความสะอาดยาก 2. ครูคัดเลือกตัวแทนแตละกลุมนําเสนอผลการ วิเคราะหวิจารณหนาชั้นเรียน 3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 1.2 ขั้นสรุป สรุป นักเรียนรวมกันอภิปรายสรุปความรูเรื่อง การ ดูแลเสื้อผาและเครื่องแตงกายขณะสวมใสและ หลังสวมใส นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T5
ขอสอบเนนการคิด ขอใดเปนการจัดเก็บเอกสารไมเหมาะสม 1. เก็บสูติบัตรไวในแฟมสะสมผลงาน 2. เก็บผลงานรวมไวในแฟมสะสมผลงาน 3. เก็บบัตรสมาชิกหองสมุดไวในกระเปาสตางค 4. เก็บบัตรประจําตัวนักเรียนไวในกระเปาสตางค (วิเคราะหคําตอบ : สูติบัตรเปนเอกสารสําคัญที่ทางราชการออก ใหกับเรา เปนเอกสารที่เราตองใชเปนหลักฐานในการสมัครเขาเรียน การติดตอโรงพยาบาลรัฐ ดังนั้น จึงควรเก็บใสซอง แลวเก็บไวในตู เก็บเอกสาร ไมควรนําไปเก็บปะปนไวในแฟมสะสมผลงาน เพราะ เปนเอกสารคนละประเภท ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู ¡ÒèѴà¡çºàÍ¡ÊÒà ʋǹµÑÇ ò เอกสารสวนตัวเปนเอกสารที่มีความสําคัญกับเจาของ เพราะ สามารถบอกรายละเอียดของบุคคล โดยเอกสารจะบันทึกรายละเอียด เฉพาะตัวตาง ๆ ไว เชน ลายมือชื่อ วัน เดือน ปเกิด ภาพถาย ที่อยู เอกสารสวนตัวแบงตามประเภทได ดังนี้ บัตรประจําตัว นักเรียน สูติบัตร เอกสารสวนตัว ควรจัดเก็บใหเรียบรอยเปนหมวดหมู เพื่อสะดวก ตอการคนหา และปองกันการสูญหาย หลักการจัดเก็บเอกสารสวนตัว ตองพกติดตัว เอกสารสวนตัวที่จําเปนตองพก ติดตัว เชน บัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรโรงพยาบาล เพื่อเปนการแสดงตัว และเปนประโยชน ในการติดตอกับหนวยงานตาง ๆ เก็บไวที่บาน เอกสารสวนตัวที่ไมจําเปนตอง พกติดตัว เชน สมุดบัญชีเงินฝาก สูติบัตร ทะเบียนบาน ซึ่งนักเรียน ควรเก็บเอกสารเหลานี้ไวที่บานใหเปน ระเบียบเรียบรอย เปนหมวดหมู เพื่อ ไมใหสูญหาย และสะดวกในการหยิบใช บัตรประจําตัว ประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารสวนตัวที่หนู ๆ รูจัก มีอะไรบาง ๔ เอกสารสวนตัวเปนเอกสารที่มีความสําคัญกับเจาของ เพราะ 1 สูติบัตร 2 ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมเอกสารประจําตัว เชน บัตรประจํา ตัวประชาชน สูติบัตร บันทึกผลการเรียน บัญชีเงินฝาก เพื่อใชในการสาธิตการจัดเก็บ เอกสารสวนตัว 2. ครูใหนักเรียนจัดเตรียมเอกสารประจําตัว เชน บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรสมาชิกหองสมุด และเอกสารการเรียน เชน สมุด หนังสือ สมุดรายงานผลการเรียน แฟมสะสมผลงาน 3. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนมีวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวของ ตนเองอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสอน การสาธิต 1. ครูจัดเก็บเอกสารสวนตัว โดยจําแนกเอกสาร ตางๆ ออกเปนหมวดหมู ดังนี้ • เอกสารสวนตัวที่ตองพกติดตัว • เอกสารที่เก็บไวที่บาน พรอมอธิบายประกอบเพื่อใหนักเรียนสังเกต และสามารถนําไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 3 คน ฝกจัดเก็บ เอกสารสวนตัว เสร็จแลวนําผลงานที่ไดมา ผลัดเปลี่ยนใหเพื่อนดู 3. นักเรียนแตละคนในกลุมรวมกันปฏิบัติการ จัดเก็บเอกสารสวนตัวที่แตละกลุมเตรียมมา โดยครูคอยสังเกตอยางใกลชิด พรอมทั้งให ความชวยเหลือ 4. นักเรียนสงตัวแทนกลุมนําเสนอผลการจัดเก็บ เอกสารสวนตัวหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อน แสดงความคิดเห็น และขอเสนอแนะ นักเรียนควรรู 1 เอกสารสวนตัว สําหรับเด็กที่สําคัญอีกอยางหนึ่ง คือ บัตรประจําตัว ประชาชน ซึ่งในปจจุบันกําหนดใหผูที่มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต 7 ปบริบูรณ ตองทําบัตรประจําตัวประชาชนไวใชแสดงตน เพื่อประโยชนในการเขารับบริการ สาธารณะของรัฐ เชน สิทธิในการรักษาพยาบาล ดังนั้น เด็กที่ทําบัตรประจําตัว ประชาชนแลว จึงควรเก็บรักษาไวใหดี 2 สูติบัตร เปนเอกสารที่เปนหลักฐานในการแจงเกิดที่สํานักงานเขตหรืออําเภอ ออกให นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T6
ขอสอบเนน การคิด ขอใดเรียงลําดับการจัดเก็บเอกสารเขาแฟมไดถูกขั้นตอน 1) เก็บเขาแฟมโดยวางเรียงเปนลําดับ 2) แยกเอกสารออกเปนประเภท 3) เก็บแฟมเรียงตั้งไวในตูหรือชั้น 4) เรียงเอกสารตาม วัน เดือน ป 1. 1) 3) 2) 4) 2. 2) 1) 3) 4) 3. 1) 2) 3) 4) 4. 2) 4) 1) 3) (วิเคราะหคําตอบ : การจัดเก็บเอกสารเขาแฟม ควรแยกเอกสาร ออกเปนประเภท เรียงเอกสารตามวัน เดือน ป แลวเก็บเขาแฟม โดยเรียงตั้งเปนลําดับ และนําแฟมเรียงตั้งไวในตูหรือชั้น ใหเรียบรอย ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู การจัดเก็บเอกสารสวนตัวเปนการเก็บรวบรวมและจัดหมวดหมู เอกสารที่บันทึกขอมูลเกี่ยวกับตัวเองไวใหเปนระเบียบ เพื่อความสะดวก ในการหยิบใชงาน ดังนี้ เอกสาร การจัดเก็บ »ÅÍ´ÀÑÂäÇŒ¡‹Í¹ บัตรตาง ๆ เปนเอกสารสําคัญ ควรจัดเก็บใสซองพลาสติกและระมัดระวังไมใหแตกหัก หรือชํารุด วิธีการ จัดเก็บเอกสารสวนตัว เอกสารประเภทบัตร เชน บัตรหองสมุด บัตรประจําตัวนักเรียน บัตรประจําตัวประชาชน บัตรโรงพยาบาล จัดเก็บในชองเสียบ บัตรของกระเปาสตางค ใหเรียบรอย ใสซองสําหรับ สมุดบัญชีเงินฝาก ใสซองเอกสารแลว เขียนระบุเอกสารที่ หนาซอง จัดเก็บใสแฟมให เรียบรอย สมุดบัญชีเงินฝาก สูติบัตร สมุดบันทึก ผลการเรียน 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู สมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารสําคัญ 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู สมุดบันทึก ผลการเรียน ๕ บัตรประจําตัวประชาชน 1 สูติบัตร 2 ขั้นสรุป สรุปและนําหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการจัดเก็บเอกสาร สวนตัว 2. นักเรียนทําใบงานที่ 1.4 เรื่อง การจัดเก็บเอกสาร สวนตัว และใบงานที่ 1.5 เรื่อง วิธีการจัดเก็บ เอกสารสวนตัวเปนการบาน แลวนําสงครูใน ชั่วโมงถัดไป ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การจัดเก็บเอกสารสวนตัวเปนหมวดหมู มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : ชวยใหสะดวกในการหยิบใชงาน และฝกนิสัยความเปนระเบียบเรียบรอย) 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัว และจากการ สรุปวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัว นักเรียนควรรู 1 บัตรประจําตัวประชาชน เปนเอกสารที่ทางราชการออกใหเฉพาะผูมี สัญชาติไทย เพื่อใชพิสูจนและยืนยันตัวบุคคล เชน การใชสิทธิเลือกตั้ง การ สมัครงาน การติดตอธุรกิจการคา การทํานิติกรรมสัญญา การติดตอประสานงาน กับสวนราชการหรือภาคเอกชน 2 สูติบัตร เปนเอกสารที่แสดงถึงสัญชาติ วัน เดือน ป เวลา สถานที่เกิด และ ชื่อบิดามารดาของบุคคล โดยนายทะเบียนเปนผูออกให นํา สอน สรุป ประเมิน T7
ขอสอบเนนการคิด เสื้อผาประเภทใดไมควรเก็บไวดวยกัน 1. เสื้อนักเรียน-กระโปรงนักเรียน 2. เสื้อกลาม-กางเกงชั้นใน 3. เสื้อยืด-กางเกงขาสั้น 4. ผาเช็ดหนา-ถุงเทา (วิเคราะหคําตอบ : ผาเช็ดหนาใชสําหรับเช็ดหนา สวนถุงเทา ใชสวมใสเทา ซึ่งตามวัฒนธรรมของคนไทยถือวาหนาเปนของสูง สวนเทาเปนของตํ่า จึงไมนําสิ่งที่ใชกับอวัยวะทั้ง 2 อยางมาจัดเก็บ รวมกัน นอกจากนี้ ถุงเทามักจะมีฝุนและคราบสกปรกหลงเหลือ อยูบางเล็กนอย แมจะทําความสะอาดแลว จึงไมควรนําผาเช็ดหนา และถุงเทามาเก็บไวรวมกัน ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ó ¡ÒèѴµÙŒàÊ×éͼŒÒ แยกประเภทเสื้อผา แลวจัดเก็บใหเรียบรอย ดังนี้ เชน เข็มขัด หมวก ควรจัด ใสกลองหรือลิ้นชัก เชน เสื้อยืด ชุดนอน ใหพับแยก ประเภทเปนชุด แลววางบนชั้น ในตูเสื้อผา พับกางเกงใน เสื้อชั้นใน จัด ถุงเทาเปนคูแลวมวนและจัด ในลิ้นชักเก็บใหเรียบรอย เสื้อผาที่ซักและรีดเรียบรอยแลว ควรจัดเก็บใหเปนระเบียบ เรียบรอย โดยการแขวนหรือพับเก็บในตูและแยกประเภทของเสื้อผา ใหเปนหมวดหมู เชน กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ถุงเทา หลักการจัดเก็บเสื้อผา เสื้อผาที่ตองรีด เสื้อผาที่ไมตองรีด ชุดชั้นในหรือถุงเทา ๑ ๒ ๓ เครื่องแตงกายอื่น ๆ ๔ วิธีการ จัดเก็บเสื้อผา หนู ๆ จะมีวิธีจัดเก็บเสื้อผา ของตัวเองอยางไร เชน เสื้อ กางเกง กระโปรงที่เปน ผายับงาย เมื่อรีดเสร็จใหแขวน แยกประเภทสีออน สีเขม ๖ ใหเปนหมวดหมู เชน กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ถุงเทา 1 เชน เข็มขัด หมวก ควรจัด 2 ขั้นประเมิน ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ และสรุปวิธีการจัดตูเสื้อผา ขั้นสรุป นักเรียนสรุปความรู เรื่อง การจัดตูเสื้อผาและ การจัดเก็บเสื้อผา เปนผังมโนทัศน เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ ขั้นนํา 1. ครูถามนักเรียนวา เมื่อเสื้อผาและเครื่องแตงกาย ซักแหงแลว นักเรียนควรทําอยางไรกับเสื้อผา และเครื่องแตงกายเหลานั้น 2. นักเรียนสงตัวแทนหอง 2-3 คน นําเสนอ คําตอบหนาชั้นเรียน 3. ครูและนักเรียนคนอื่นรวมกันวิเคราะหและ ตรวจสอบความถูกตองของคําตอบ ขั้นสอน 1. ครูใหนักเรียนจับคู 2 คน แลวรวมกันศึกษา ความรูเรื่อง การจัดตูเสื้อผา แลวผลัดกัน แลกเปลี่ยนความรูและแสดงความคิดเห็นกัน 2. ครูคัดเลือกนักเรียน 2-3 คน นําเสนอการจัดตู เสื้อผาและการจัดเก็บเสื้อผา 3. นักเรียนทําใบงานที่ 1.6 เรื่อง การจัดตูเสื้อผา และการจัดเก็บเสื้อผา โดยใหแตละคนคิดหา คําตอบดวยตนเองกอน จากนั้นจับคูกับเพื่อน คูเดิมแลวผลัดกันอธิบายคําตอบของตนเองให เพื่อนฟง นักเรียนควรรู 1 ถุงเทา ควรนํามาจัดเก็บเขาคูกัน โดยนํามาพับซอนกันใหเปนระเบียบ เพื่อให หยิบใชไดสะดวกและรวดเร็ว 2 เข็มขัด การดูแลรักษาเข็มขัด ควรปฏิบัติ ดังนี้ • แขวนเข็มขัดไวในตูโดยใหหัวเข็มขัดเกี่ยวไวกับราวเข็มขัด • ไมควรเก็บเข็มขัดโดยการมวน เพราะจะทําใหหนังเข็มขัดแตกและเข็มขัด อาจเสียรูปทรงได • ไมแขวนเข็มขัดไวในบริเวณที่มีแดดสองถึง เพราะจะทําใหเข็มขัดซีดและ เกาเร็ว • เก็บเข็มขัดไวในหองที่อากาศระบายไดทั่วถึง เพราะอากาศที่ชื้นหรือ รอนเกินไปจะทําใหเข็มขัดเสียหายได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T8
ขอสอบเนน การคิด ถานักเรียนกําลังใชดินสอสีระบายสีภาพอยู แตแมมาเรียกให ไปกินขาว นักเรียนควรปฏิบัติอยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด (แนวตอบ : เก็บดินสอสีใสกลอง และเก็บอุปกรณอื่นๆ เขาที่ให เรียบรอยกอน แลวจึงคอยไปกินขาว เมื่อตองการระบายสีอีกจึงคอย หยิบอุปกรณออกมาทํางานตอ) ๔ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ เป็นการจัดสิ่งต่างๆเช่น หนังสือ เอกสาร เครื่องเขียน ให้เป็นระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้สะดวกในการหยิบใช้ และ สร้างนิสัยความมีระเบียบอีกด้วย หลักการจัดโต๊ะเขียนหนังสือ ๑. แยกประเภทของที่จะจัดเก็บ เช ่น หนังสือ เครื่องเขียน สมุด ๒. จัดหนังสือ โดยวางหนังสือที่จ�าเป็นไว้ มุมใดมุมหนึ่งของโต๊ะ เรียงขนาดจาก เล็กไปใหญ่ ๓. จัดเครื่องเขียน เช่น ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด โดยใส่ภาชนะวางไว้มุมใด มุมหนึ่งของโต๊ะ ส่วนเครื่องเขียนที่ไม่ ได้ใช้เป็นประจ�าให้เก็บใส่ลิ้นชักให้เป็น ระเบียบ ๔. จัดพื้นที่บนโต๊ะให้ว่างเพียงพอส�าหรับ ท�ากิจกรรมอื่นๆ เช่น อ่านหนังสือ วาดรูป ท�าการบ้าน นักเรียนสามารถจัดโต๊ะเขียนหนังสือให้เป็นระเบียบได้ โดยปฏิบัติ ดังนี้ การจัดโต๊ะเขียนหนังสือ ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง ปลอดภัยไว้ก่อน โต๊ะเขียนหนังสือ ควรจัดวางไว้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อป้องกันสายตาผิดปกติ หนูท�ำได้ เมื่อโต๊ะเขียนหนังสือรก หนู ๆ จะมีวิธีจัดเก็บ อย่างไร 7 เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนจัดเก็บโตะนักเรียน โดยเก็บขยะในลิ้นชักทิ้งลงในถังขยะ และจัดเก็บสิ่งของในโตะใหเปนระเบียบ ปดฝุน และใชผาชุบนํ้าบิดหมาดๆ เช็ดโตะใหสะอาด ขั้นสอน ทําตามแบบ 1. นักเรียนรวมกันฝกจัดโตะเขียนหนังสือตาม แบบอยางที่ครูทําใหดู โดยครูคอยใหคําแนะนํา 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันตรวจสอบ ความถูกตอง และความเรียบรอยของผลงาน ขั้นนํา สังเกต รับรู้ 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • โตะเขียนหนังสือมีความสําคัญตอนักเรียน อยางไร (แนวตอบ : ใชอานหนังสือ ทําการบาน) 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2 คน ชวยกันจัด โตะเขียนหนังสือหนาชั้นเรียน แลวใหนักเรียน คนอื่นไดแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 3. ครูจัดโตะเขียนหนังสือตามลําดับขั้นตอนให นักเรียนดูเปนแบบอยาง พรอมอธิบายประกอบ ทําเองโดยไมมีแบบ สมาชิกในแตละกลุมรวมกันจัดโตะเขียนหนังสือ ตามลําดับขั้นตอน โดยไมมีแบบอยาง แลวใหเพื่อน กลุมอื่นผลัดกันติชมและเสนอแนะขอบกพรอง ขั้นประเมิน ครูตรวจการจัดโตะเขียนหนังสือ และใบงานที่ 1.7 ขั้นสรุป ฝกทําให้ชํานาญ ครูใหนักเรียนแตละคนจัดโตะเขียนหนังสือ ที่บานเปนประจํา จนเกิดความชํานาญและติดเปน นิสัย เพื่อเปนการปลูกฝงนิสัยความเปนระเบียบ เรียบรอย จากนั้นบันทึกผลการปฏิบัติงานลงใน ใบงานที่ 1.7 แลวนําสงครูในสัปดาหถัดไป นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T9 บูรณาการอาเซียน ครูเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักวา การทําความสะอาดบาน การจัดเก็บสิ่งของ ตาง ๆ เขาที่ใหเปนระเบียบเรียบรอย จะทําใหบานสะอาด นาอยูอาศัย และทําให ผูอาศัยมีสุขภาพกายและจิตที่ดี หรือที่เรียกวา มีสุขภาวะกายจิต ซึ่งสอดคลอง กับเปาหมายอาเซียน
ขอสอบเนนการคิด เพราะเหตุใดเราจึงไมควรซักกระเปาหนัง 1. เพราะกระเปาหนังจะหดตัว 2. เพราะกระเปาหนังจะเปอย 3. เพราะกระเปาหนังดูดซึมนํ้า 4. เพราะกระเปาหนังจะเสื่อมสภาพ (วิเคราะหคําตอบ : การทําความสะอาดกระเปาหนังควรทํา โดยการใชผาแหงเช็ด และไมควรนํากระเปาหนังไปซักเพราะจะ ทําใหกระเปาหนังเสื่อมสภาพ เปนรอยดาง เนื่องจากสารที่ใช เคลือบหนังถูกทําลาย ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๕ การจัดกระเป๋านักเรียน จัดหนังสือตามตารางเรียน แล้ว วางเรียงล�าดับแต ่ละประเภทให้ เป็นหมวดหมู่ ๑ จัดหนังสือ เก็บเศษขยะออกจากกระเป๋า แล้ว ใช้ผ้าชุบน�้าบิดหมาดๆเช็ดและใช้ ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง ๓ ท�าความสะอาด หากกระเป๋านักเรียนที่ เป็นผ้าเปรอะเปื้อนหรือ เปียกชื้น ควรท�าความ สะอาด โดยซักและ จัดกระเป๋านักเรียน ผึ่งแห้ง ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง การจัดกระเป๋านักเรียน คือ การจัดสมุด หนังสือ และอุปกรณ์ การเรียนให้ตรงกับตารางเรียนในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้กระเป๋าหนักเกินไป และเพื่อสะดวกในการหยิบใช้งาน หลักการจัดกระเป๋านักเรียน วิธีการ จัดกระเป๋านักเรียน เก็บเครื่องเขียน ของมีคม ของแหลม เช่น กรรไกร วงเวียน เครื่องมือ แกะสลัก ใส่กล่องดินสอ แล้วใส่ใน กระเป๋าให้เรียบร้อย ๒ จัดเครื่องเขียน ภาษาไทย ภาษาไทย หนู ๆ มีวิธีจัดกระเป๋า นักเรียนอย่างไร หนูท�ำได้ 8 เพื่อไม่ให้กระเป๋าหนักเกินไป 1 ท�าความสะอาด 2 นักเรียนควรรู 1 กระเปาหนักเกินไป การหิ้วหรือสะพายกระเปาที่หนักเกินไปเปนระยะเวลา นาน ๆ อาจสงผลกระทบตอรางกายของเราได เชน ทําใหปวดหลัง ปวดไหล กลามเนื้อมีอาการอักเสบ หรืออาจสงผลตอบุคลิกภาพของเรา การหิ้วกระเปาหรือถุงที่มีนํ้าหนักมาก ควรใชวิธีคลองไวที่แขนแทนการหิ้วดวย นิ้วมือ เพราะอาจทําใหเกิดอาการนิ้วล็อก (อาการที่งอนิ้วมือ แลวเหยียดขึ้นเองไม ได) 2 ทําความสะอาด กระเปานักเรียน มีวิธี ดังนี้ • กระเปานักเรียนแบบหนัง ใหใชไมกวาดขนไกปดฝุนละออง แลวใช ผาชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ดทําความสะอาด และใชผาแหงเช็ดอีกครั้ง • กระเปานักเรียนแบบผา ใหนําไปซักทําความสะอาด โดยใชแปรงขนออน แปรงเบา ๆ จนสะอาด แลวลางดวยนํ้าสะอาด และนําไปตากใหแหง ขั้นสอน ทําตามแบบ 1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การจัดกระเปานักเรียนแบบหูหิ้วกับแบบ สะพายเหมือนหรือตางกันอยางไร จงอธิบาย (แนวตอบ : ตางกัน คือ กระเปาหูหิ้วควร จัดหนังสือและสมุดแยกกันเปนหมวดหมู โดยอาจใสไวอยางละชอง เพื่อใหหยิบใช ไดสะดวก สวนกระเปาสะพายควรจัดหนังสือ และสมุดวางเรียงกันใหเปนระเบียบ โดย เรียงลําดับจากเลมเล็กไปเลมใหญ) 2. นักเรียนกลุมเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู ที่ 1) รวมกันทบทวนลําดับขั้นตอนการจัด กระเปานักเรียน 3. สมาชิกในแตละกลุมฝกจัดกระเปานักเรียน ตามแบบอยางที่ครูทําใหดู โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติม ในสวนที่บกพรอง 4. สมาชิกในแตละกลุมจับคูกันตรวจสอบ ความถูกตอง และความเรียบรอยของผลงาน หากมีขอบกพรองใหชวยกันหาแนวทาง ปรับปรุง แกไข ขั้นนํา สังเกต รับรู้ 1. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพการจัดกระเปานักเรียน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • สิ่งที่สําคัญที่สุดในการจัดกระเปานักเรียน คืออะไร (แนวตอบ : การจัดหนังสือเรียนใหตรงกับ ตารางเรียนของแตละวัน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T10
¡Ô¨¡ÃÃÁ¾Ñ²¹Ò¡Ò÷íÒ§Ò¹ หนูรูสึกอยางไร ๑. การจัดกระเปานักเรียนกับการจัดโตะเขียนหนังสือ เหมือนหรือ แตกตางกัน อยางไร ๒. นักเรียนจะมีวิธีจัดตูเสื้อผาอยางไรใหเปนระเบียบ ๓. ถานักเรียนทําอาหารเลอะใสเสื้อผาจนเกิดรอยเปอน นักเรียนจะทํา อยางไร ถามมาหนูตอบได Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรูกิจกรรมทักษะการทํางาน C21 ๑. แบงกลุม รวมกันแสดงความคิดเห็นในการจัดตูเสื้อผา โดยแตละกลุม จะไดลักษณะตูเสื้อผาที่ตางกัน แลวออกมานําเสนอเปนแผนภาพ ๒. จัดตูเสื้อผาของนักเรียนใหเปนระเบียบ แลวบันทึกผลลงในสมุด พรอมถายภาพประกอบ และนําเสนอหนาชั้นเรียนวามีวิธีการจัดอยางไร ๓. แบงกลุม ชวยกันแยกประเภทของของใชสวนรวมและของใชสวนตัว แลวนําเสนอหนาชั้นเรียน ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตาม หัวขอตอไปนี้ลงในสมุด ๑. หากนักเรียนหาของใชสวนตัวไมพบบอย ๆ นักเรียนคิดวาเปนเพราะอะไร ๒. นักเรียนคิดวา การจัดกระเปานักเรียนเดือนละ ๑ ครั้ง จะเกิดผลเสีย อยางไร ๓. การจัดโตะเขียนหนังสือเปนประจํา มีประโยชนอยางไร ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตาม ทะเบียนบาน 09/09/61 15/09/61 18/09/61 22/09/61 30/09/61 788 788 788 405 788 5566788 5566788 8877788 9900405 7766788 B/F SDCH SDCH SWTRT SDCH ++++++++++180,000.00 ++++++++++350,000.00 ++++++++++450,000.00 ++++++++++350,000.00 SAbF 1234567 ++++++++++130,000.00 ++++++++++170,000.00 ++++++++++100,000.00 ++++++++++100,000.00 ที่อยู ๔. ดูภาพที่กําหนดให แลวเขียนบอกวิธีการจัดเก็บเอกสารสวนตัวตามแฟมสะสมงาน บัตรประจําตัวประชาชน แฟมสะสมผลงาน ทะเบียนบาน ๙ กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ทําเองโดยไมมีแบบ สมาชิกในแตละกลุมจัดกระเปานักเรียนตาม ลําดับขั้นตอน โดยไมมีแบบอยาง แลวใหเพื่อน กลุมอื่นผลัดกันติชมและเสนอแนะขอบกพรอง เพื่อหาแนวทางปรับปรุง แกไข โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมใน สวนที่บกพรอง ครูติดตามผลนักเรียนที่ควรไดรับการพัฒนาการเรียนรู โดย ใหนักเรียนบันทึกขอมูลทางการจัดโตะเขียนหนังสือและกระเปา นักเรียนในแตละวัน และมาเลาใหครูฟงนอกชั่วโมงเรียน ใหนักเรียนสํารวจของใชและเอกสารสวนตัวของนักเรียน แลว จดบันทึกชื่อ วิธีใชงาน และการจัดเก็บที่ถูกวิธีและเหมาะสมลงในสมุด จากนั้นนํามาสงครู กิจกรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนหมั่นดูแลและทําความสะอาดของใชสวนตัวตาง ๆ อยางถูกวิธีอยูเสมอ เชน วิธีการซักผา ซักกระเปา เช็ดหนังสือ เช็ดโตะ กวาด หองเรียน ลางจาน โดยใหนักเรียนศึกษาจากสื่อการเรียนรูตางๆ จากคุณครู หรือจากผูปกครอง ขั้นสรุป นักเรียนและครูรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับ การจัดกระเปานักเรียน จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติม จนนักเรียนเขาใจ ฝกทําให้ชํานาญ ครูใหนักเรียนแตละคนจัดกระเปานักเรียนมา โรงเรียนเปนประจําจนเกิดความชํานาญ แลวครู คอยตรวจสอบเปนระยะๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T11
แบบประเมินการท�างาน ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes รำยกำร ๑. จัดเก็บเอกสารส่วนตัวได้เหมาะสม ๒. จัดเก็บตู้เสื้อผ้าได้เหมาะสม ๓. จัดโต๊ะเขียนหนังสือได้เหมาะสม ๔. จัดกระเป๋านักเรียนได้เหมาะสม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม รำยกำร ๑. แบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒. ร่วมมือกันท�างานจนส�าเร็จ ๓. แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสม ๔. รับฟังความคิดเห็นของคนในกลุ่ม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ตัวอย่างตารางบันทึกผล สา�หรับครู สา�หรับนักเรียน ค�ำชี้แจง : ให้นักเรียนประเมินการท�างานของตนเองตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ค�ำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินทักษะการท�างาน C21 ตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน 10 ขั้นประเมิน 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนสาธิตการ ดูแลรักษาและการจัดเก็บของใชสวนตัว โดย ใหเลือกปฏิบัติงานจากที่กําหนด 1 อยาง ดังนี้ 1) การดูแลรักษาของใชสวนตัว 2) การดูแลรักษาเสื้อผาและเครื่องแตงกาย 3) การทําความสะอาดเสื้อผาและ เครื่องแตงกาย 4) การจัดเก็บเสื้อผา 5) การจัดโตะเขียนหนังสือ 6) การจัดกระเปานักเรียน 7) การจัดเก็บเอกสารสวนตัว 2. บันทึกผลการปฏิบัติงานตามหัวขอที่กําหนด โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด ดังนี้ 1) การอธิบายเหตุผลในการดูแลรักษาและการ จัดเก็บของใชสวนตัวไดบรรลุเปาหมาย 2) การดูแลรักษาและการจัดเก็บของใชสวนตัว บรรลุเปาหมายที่วางไวอยางเปนขั้นตอน 3) คุณธรรมในการดูแลรักษาและการจัดเก็บ ของใชสวนตัว (ครูอาจใหนักเรียนปฏิบัติ กิจกรรมนอกเวลาเรียน) 3. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด และแบบ ทดสอบหนวยที่ 1 จากแบบวัดฯ 4. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 1 จากแผนการจัดการเรียนรู แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T12
T13 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 มารยาทในการ ปฏิบัติต่อบิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองใน โอกาสต่าง ๆ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.1 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการปฏิบัติต่อ บิดามารดา หรือ ผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ ได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความซื่อสัตย์ และมารยาทในการ ต้อนรับบิดามารดา หรือผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ 3. มีทักษะในการ ต้อนรับบิดามารดา หรือผู้ปกครองใน โอกาสต่างๆ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย แผนฯ ที่ 2 มารยาทในการ รับประทาน อาหาร 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.2 และ 2.3 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการรับประทาน อาหารได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความอดทน ต่อการเป็นผู้มี มารยาทในการ รับประทานอาหาร 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการ รับประทานอาหาร ได้อย่างเหมาะสม วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจใบงานที่ 2.2 และ 2.3 - ตรวจแบบบันทึก การอ่าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย
Chapter Overview T14 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 มารยาทในการ ใช้ห้องเรียน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.4 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายมารยาท ในการใช้ห้องเรียน ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความอดทนและ รับผิดชอบต่อการ เป็นผู้มีมารยาทใน การใช้ห้องเรียน 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการใช้ ห้องเรียนได้อย่าง เหมาะสม วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค เพื่อนคู่คิด - ตรวจใบงานที่ 2.4 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย แผนฯ ที่ 4 มารยาทในการ ใช้ห้องน�้ำ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 2.5 - วีดิทัศน์ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. บอกวิธีการปฏิบัติ ตนในการใช้ห้องนำ้ ได้อย่างถูกต้อง 2. มีความอดทนต่อ การปฏิบัติตนใน การใช้ห้องน้ำ 3. ปฏิบัติตนเป็นผู้ มีมารยาทในการ ใช้ห้องน้ำอย่าง เหมาะสม วิธีสอนแบบ สืบเสาะ หาความรู้ - ประเมินการแสดง บทบาทสมมุติ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 1. ทักษะการ สังเกต 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 3. รักความ เป็นไทย
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค สาระส�าคัญ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน มารยาทเด็กดี การมีมารยาทในสังคม เป็นการปฏิบัติตาม แบบแผนที่สังคมก�าหนดไว้ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ อย่างสงบสุข ๑. บอกมารยาททางสังคม เช่น การต้อนรับบิดามารดา หรือ ผู้ปกครอง การรับประทานอาหาร การใช้ห้องเรียน ห้องน�้า (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือง่าย ๆ ภายในบ้านและที่สาธารณะ ได้อย่างปลอดภัย และมีมารยาทในการใช้(มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. ปฏิบัติตนตามมารยาททางสังคม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๒ เพื่อน ๆ มีวิธีใช้ ห้องน�้ำร่วมกับผู้อื่น อย่ำงไร บูรณาการเชื่อมสาระ ขั้นนํา 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 มารยาทเด็กดี จากแผนการ จัดการเรียนรู 2. ครูใหนักเรียนรองเพลงสวัสดีเธอจา พรอมกัน 2 รอบ แลวใหนักเรียนแสดงทาทางประกอบ เพลงใหสวยงามและสอดคลองกับเนื้อเพลง ดังนี้ สวัสดีเธอจา เรามาพบกัน เธอกับฉัน สวัสดี สวัสดี 3. นักเรียนสังเกตเนื้อเพลงและทาทางประกอบ เพลงวา แสดงถึงเอกลักษณของคนไทยอยางไร 4. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การไหวเปน มารยาททางสังคมอยางหนึ่งที่แสดงถึงความ ออนโยนและความออนนอมถอมตน 5. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • มารยาททางสังคมที่แสดงถึงความออนนอม ถอมตนมีอะไรบาง (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 6. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นตามประเด็นที่ กําหนด ดังนี้ 1) ทําไมเราจึงตองแสดงมารยาทที่ดีตอบิดา มารดาหรือผูปกครองของเรา 2) นักเรียนควรปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองอยางมีมารยาทในโอกาสใดบาง 3) นักเรียนควรปฏิบัติตนในการพูดคุยกับบิดา มารดาอยางไร 4) นักเรียนควรทําอยางไรเมื่อบิดามารดาหรือ ผูปกครองกลับมาจากทํางานหรือธุระตางๆ 5) เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรเลี่ยงออกไปเมื่อ บิดามารดา หรือผูปกครองกําลังพูดคุยกัน เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • อภิปรายมารยาททางสังคม • ปฏิบัติตามมารยาททางสังคม จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การอยูรวมกันในสังคม เราจะตองปฏิบัติ ตามแบบแผนและกฎเกณฑที่สังคมกําหนดไว ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนมารยาทในสังคม ที่จะทําใหอยูรวมกันอยางสงบสุข ครูบูรณาการความรูในสาระการงานอาชีพ กับสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ เรื่อง กฎของการอยูรวมกัน โดยใหนักเรียนศึกษาขอมูล แลวรวบรวมจดบันทึกขอมูลลงในสมุด เพื่อใหนักเรียนนําขอควรปฏิบัติไปใช ในการดําเนินชีวิตจนเกิดเปนความเคยชิน ครูใหนักเรียนแสดงบทบาทสมมุติโดยการทักทายบุคลากร ภายในโรงเรียน รวมถึงเพื่อนๆ และผูปกครอง แลวออกมานําเสนอ หนาชั้นวา มีวิธีทักทายบุคคลตางๆ อยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T15
ขอสอบเนนการคิด ขณะที่เรากําลังอานหนังสือสอบอยู แลวแมถือของกลับมาจาก ตลาด เราควรปฏิบัติอยางไร 1. อานหนังสือตอ 2. เรียกใหคนอื่นมาชวยแมถือของ 3. เขาไปชวยแมถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย 4. กลาวทักทายพรอมแสดงความเคารพ แลวอานหนังสือตอ (วิเคราะหคําตอบ : เราควรแสดงความมีนํ้าใจตอพอแม โดยการ ชวยถือของ แลวนําไปเก็บ ซึ่งเปนการชวยแบงเบาภาระของ พอแม ซึ่งการปฏิบัติเชนนี้ ไมไดทําใหเราเสียเวลาอานหนังสือ มากนัก ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) เมื่อบิดามารดา หรือผูปกครองกลับมาจากการทํางานหรือธุระตาง ๆ ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. กลาวคําทักทายและแสดงความเคารพตอทานดวยความนอบนอม ๒. ชวยถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย เพื่อเปนการแบงเบาภาระ บิดามารดา หรือผูปกครอง ๓. นํานํ้ามาใหบิดามารดา หรือผูปกครองดื่ม เพื่อใหคลายความเหนื่อยลา ๔. สนทนาซักถามบิดามารดา หรือผูปกครอง ดวยถอยคําที่สุภาพและออนนอม มารยาททางสังคม หมายถึง ระเบียบแบบแผนที่ควรประพฤติ หรือควรละเวนในสวนที่เกี่ยวของกับ ผูอื่น รวมทั้งชุมชน หรือคนหมูมาก มารยาททางสังคมที่นักเรียนควรรู มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡ÒõŒÍ¹ÃѺºÔ´ÒÁÒÃ´Ò ËÃ×ͼٌ»¡¤Ãͧ ã¹âÍ¡Òʵ‹Ò§æ บิดามารดา หรือผูปกครอง เปนผูมีพระคุณและเปนผูที่เลี้ยงดูเรามา เราจึงควรแสดงมารยาทที่ดีตอทาน ñ วิธีการปฏิบัติตน ๑ การตอนรับบิดามารดา หรือผูปกครอง หนู ๆ มีวิธีปฏิบัติตนตอ บิดามารดา หรือผูปกครอง อยางมีมารยาทอยางไร ๑๒ ๑. กลาวคําทักทายและแสดงความเคารพตอทานดวยความนอบนอม ๒. ชวยถือของ แลวนําไปเก็บใหเรียบรอย เพื่อเปนการแบงเบาภาระ 1 ขั้นสอน เตรียมการสาธิต 1. ครูกําหนดขั้นตอนการสาธิตมารยาทในการ ปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองในโอกาส ตางๆ แลวทดลองปฏิบัติ ดังนี้ 1) การปฏิบัติเมื่อบิดามารดา หรือผูปกครอง กลับมาจากทํางานหรือทําธุระตางๆ 2) การฟงคําสั่งสอนหรือคําตักเตือนของบิดา มารดา หรือผูปกครองดวยอาการสํารวม 3) การพาเพื่อนที่ไปมาหาสูมาทําความเคารพ บิดามารดา หรือผูปกครอง 4) การขออนุญาตหรือแจงใหบิดามารดา หรือ ผูปกครองทราบทุกครั้งเมื่อตองออกไปธุระ กับผูอื่น หรือกลับบานผิดเวลา 5) การเดินเลี่ยงออกไปขณะที่บิดามารดา หรือ ผูปกครองกําลังพูดคุยกัน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การเดินเลี่ยงออกไปขณะที่ผูปกครองกําลัง คุยกัน มีวิธีการปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ : เดินคอมตัวลง มือประสานไว ขางหนา) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา เมื่อคนเราอยูรวมกันในสังคม ไมวา จะเปนสังคมขนาดเล็ก ซึ่งไดแก ครอบครัว หรือสังคมที่มีขนาดใหญขึ้น เชน โรงเรียน ชุมชน ประเทศ สมาชิกในสังคมจําเปนตองปฏิบัติตามกฎกติกาของ สังคม รวมทั้งปฏิบัติตนอยางมีมารยาท เพื่อใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสงบสุข หลีกเลี่ยงการขัดแยงซึ่งกันและกัน นักเรียนควรรู 1 แสดงความเคารพ การแสดงความเคารพผูใหญของคนไทย คือ การไหว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ • ประนมมือ คอมศีรษะลง ใหนิ้วหัวแมมือจรดปลายจมูก นิ้วชี้อยูระหวางคิ้ว • ถาเปนผูชาย ใหสนเทาชิด ปลายเทาแยกออกเล็กนอย ถาเปนผูหญิง ใหกาวเทาขวาไปขางหนา และยอตัวลงไหว สาธิต 1. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหตัวแทน นักเรียนที่ไดรับการฝกปฏิบัติออกมาสาธิต มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดาหรือผู ปกครองในโอกาสตางๆ ใหดูเปนตัวอยาง 2. ตัวแทนนักเรียนสาธิตมารยาทในการปฏิบัติตอ บิดามารดาหรือผูปกครองในโอกาสตางๆ และ ครูอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 3. นักเรียนแตละคนในกลุมปฏิบัติมารยาทในการ ปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองในโอกาส ตางๆ แลวใหเพื่อนในกลุมชวยกันตรวจสอบ ความถูกตอง นํา สอน สรุป ประเมิน T16
ขอสอบเนน การคิด ถาแมตักเตือนนักเรียน แตนักเรียนไมไดทําผิด นักเรียนควร ปฏิบัติอยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. รีบพูดแทรกทันทีเพื่อชี้แจงวาตนเองไมไดทําผิด 2. ฟงดวยอาการสํารวมจนแมพูดเสร็จ จึงเดินหนี 3. อธิบายขอเท็จจริงดวยถอยคําที่สุภาพ 4. เดินหนีทันที (วิเคราะหคําตอบ : หากพอแมหรือผูปกครองอบรมสั่งสอน หรือตัก เตือน เราควรฟงดวยอาการสํารวม แตถาสิ่งที่พอแมหรือผูปกครอง ตักเตือน แลวเราไมไดทําผิด เราควรชี้แจงทานดวยถอยคําที่สุภาพ เพื่อใหทานเขาใจ ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) เมื่อบิดามารดา หรือผู้ปกครองมีแขกมาพบ เราควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. แสดงความเคารพและกล่าวทักทายแขกของบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ด้วยความนอบน้อม ๒. เชิญแขกเข้ามารอที่ห้องรับแขก ๓. น�าเครื่องดื่มหรืออาหารว่างมาต้อนรับแขก ๔. ขณะบิดามารดา หรือผู้ปกครองคุยกับแขก ควรเลี่ยงออกไปจากบริเวณ นั้นอย่างสุภาพ และไม่ควรพูดแทรกขณะที่ผู้ใหญ่ก�าลังพูดคุยกัน เพราะ เป็นการเสียมารยาท ๕. เมื่อแขกจะลากลับ ควรแสดงความเคารพ และกล่าวค�าลาอย่างสุภาพ ปฏิบัติตนต่อบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ท�าได้ดี พอท�าได้ ท�าอีกครั้ง ๒ กำรต้อนรับแขกของบิดำมำรดำ หรือผู้ปกครอง หนูท�ำได้ 13 ด้วยความนอบน้อม 1 นั้นอย่างสุภาพ 2 ควรเลี่ยงออกไปจากบริเวณ ขั้นประเมิน วัดผลประเมินผล 1. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองในโอกาสตางๆ แลวเสนอแนะ เพิ่มเติม 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • การมีมารยาทตอบิดามารดา หรือผูปกครอง สงผลดีตอนักเรียนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต นักเรียนรวมกันเขียนผังมโนทัศนสรุปมารยาท ในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือผูปกครองใน โอกาสตางๆ บนกระดาน โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ บกพรอง นักเรียนควรรู 1 ความนอบนอม คือ การวางตัวใหสุภาพ มีมารยาท และปฏิบัติตอผูใหญ ดวยความเคารพ 2 เลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้น โดยถาผูใหญยืนอยู ใหเดินคอมตัวผานไป ไมแกวงแขน มือแนบอยูขางลําตัว หรือกุมไวดานหนา นํา สอน สรุป ประเมิน T17
ขอสอบเนนการคิด ขอใดไมใชมารยาทในการรับประทานอาหาร 1. ใชกระดาษชําระปดปากขณะจาม 2. รวบชอนสอมเขาดวยกันเมื่ออิ่มแลว 3. ใชมือปดปากขณะเคี้ยวอาหารตลอดเวลา 4. กลาวคําขอโทษเมื่อตองหยิบอาหารขามหนาผูอื่น (วิเคราะหคําตอบ : เราควรเคี้ยวอาหารไมใหมีเสียงดัง และหุบปาก เวลาเคี้ยว แตไมจําเปนตองใชมือปดปากอยูตลอดเวลา ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ๑. นั่งรับประทานอาหารอยางเรียบรอย ไมตักอาหารหกเลอะเทอะ ๒. ใชชอนกลางตักอาหารมาใสจานของตน โดยตักใหพอดีสําหรับตนเอง และควรตักอาหารรับประทานอยางพอดีคํา ๓. ระวังไมใหชอนและสอมกระทบกัน หรือกระทบกับจานจนเกิดเสียงดัง ๔. ไมเคี้ยวอาหารเสียงดัง และไมพูดในขณะเคี้ยวอาหาร ๕. ไมตักอาหารขามหนาผูอื่น ควรกลาวคําขอโทษกอนเอื้อมตักอาหาร ที่อยูไกล ๖. เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแลว ควรรวบชอนสอมเขาดวยกัน และควรรอ ใหอิ่มพรอม ๆ กัน จึงคอยลุกจากที่นั่ง ๗. ควรชวยกันทําความสะอาดภาชนะในการรับประทานอาหาร และทําความสะอาดโตะอาหารใหเรียบรอย การปฏิบัติตน ในการรับประทานอาหาร มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡Òà ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒà การรับประทานอาหารรวมกับ ò บุคคลในครอบครัวหรือผูอื่น ควรปฏิบัติตนใหถูกตองตามมารยาทที่ดี ในการรับประทานอาหาร ดังนี้ มีมารยาทในการรับประทานอาหาร ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ถาตองรวมรับประทาน อาหารกับเพื่อน ๆ นักเรียน ควรปฏิบัติอยางไร ˹ٷíÒä´Œ ๑๔ ๒. ใชชอนกลางตักอาหารมาใสจานของตน โดยตักใหพอดีสําหรับตนเอง 1 เกร็ดแนะครู ครูแนะนํานักเรียนวา ขณะรับประทานอาหารรวมกับผูอื่น ควรพูดคุยกันบาง แตไมควรพูดขณะที่เคี้ยวอาหารหรือมีอาหารเต็มปาก เพราะอาจทําใหสําลัก อาหารได นอกจากนี้ เศษอาหารอาจกระเด็นออกจากปาก ซึ่งเปนภาพที่ไมนาดู และทําใหผูอื่นรังเกียจ นักเรียนควรรู 1 ชอนกลาง เปนชอนที่ใชตักอาหารจากสํารับมาใสจานของตนเอง เพื่อ ปองกันการแพรเชื้อโรค ซึ่งเราควรใชชอนกลางทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหาร รวมกับผูอื่น ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณที่ใชในการ รับประทานอาหาร เพื่อใชในการสาธิต 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนรูสึกอยางไร ถาตองรวมรับประทาน อาหารกับบุคคลที่ไมมีมารยาทในการ รับประทานอาหาร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง วิธี ปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร ขั้นสอน สาธิต 1. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะสาธิตวิธี ปฏิบัติตนในการรับประทานอาหารใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง 2. ครูสาธิตวิธีปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร พรอมอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติมารยาทในการ รับประทานอาหารตามที่ครูสาธิต แลวใหเพื่อน ที่นั่งใกลเคียงคอยดูแลและใหความชวยเหลือ ซึ่งกันและกัน ขั้นประเมิน วัดผลประเมินผล 1. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ มารยาทในการรับประทานอาหาร 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 2.3 เปนการบาน แลวนําสงครูในสัปดาหถัดไป นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T18
ขอสอบเนน การคิด ในวันที่ฝนตก สนามกีฬาเปยกฝน เราสามารถวิ่งเลนใน หองเรียนได จากขอความ นักเรียนเห็นดวยหรือไม อยางไร 1. เห็นดวย เพราะในหองเรียนมีพื้นที่วางใหวิ่งเลนได 2. เห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนทําใหรูสึกตื่นเตน 3. ไมเห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนอาจทําใหสะดุด หกลม 4. ไมเห็นดวย เพราะการวิ่งเลนในหองเรียนตองแบงพื้นที่ใน การเลนกับเพื่อน (วิเคราะหคําตอบ : หองเรียนเปนหองที่ใชเรียนหนังสือ ไมใช สถานที่ที่เหมาะสําหรับการวิ่งเลน เพราะการวิ่งเลนในหองเรียน อาจทําใหสะดุด หกลม จนเกิดอันตรายได ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) การปฏิบัติตน ในหองเรียน มีดังนี้ ÁÒÃÂҷ㹡Òà 㪌ˌͧàÃÕ¹ หองเรียน เปนหองที่นักเรียน ใชรวมกันในการเรียนรูและทํากิจกรรมตาง ๆ ó ๑. ตั้งใจเรียนขณะที่ครูสอน เมื่อไมเขาใจใหถามครูโดยยกมือซักถาม ไมพูดแทรกขณะที่ครูสอน ไมเลน ไมหลับ ไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น ๒. ไมลุกจากที่นั่งขณะที่ครูสอน ยกเวนเมื่อมีการทํากิจกรรม ๓. ไมนําอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานในหองเรียน ๔. ชวยกันรักษาความเปนระเบียบของโตะ เกาอี้ ไมขีดเขียนที่โตะหรือ ฝาหนังหองเรียน และรักษาความสะอาดของหองเรียนอยูเสมอ เชน กวาดพื้น ถูพื้น ลบกระดาน ทิ้งขยะทุกวัน ๕. ปฏิบัติตามขอตกลงที่มีรวมกันในหองเรียนอยางเครงครัด มีมารยาทในการใชหองเรียน ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ในหองเรียนของนักเรียน มีขอตกลงอะไรรวมกัน บางนะ ˹ٷíÒä´Œ ๑๕ กวาดพื้น ถูพื้น ลบกระดาน ทิ้งขยะทุกวัน 1 นักเรียนควรรู 1 ลบกระดาน ในขณะที่ลบกระดานควรหาผาปดปากและจมูก เพื่อปองกัน การสูดดมฝุนชอลก และใหคอยๆ ลบจากดานบนลงดานลาง เพื่อปองกันไมให ฝุนชอลกฟุงกระจาย และใหผงชอลกรวงลงในรางชอลก เมื่อแปรงลบกระดานเปอนชอลกมากๆ ใหนําไปเคาะฝุนชอลกออก โดย เคาะเบาๆ เพื่อไมใหฝุนชอลกฟุงกระจาย หรือใสลงในถุงพลาสติก แลวเคาะ ซึ่งฝุนจะรวงหลนอยูในถุงพลาสติก เกร็ดแนะครู ครูสุมเรียกนักเรียนที่เปนเวรทําความสะอาดในวันนี้ ออกมาเลาวิธีทําความ สะอาดหองเรียน แลวใหเพื่อนๆ รวมกันบอกวา เปนวิธีที่ถูกตองหรือไม ถาไมถูกตอง ควรแกไขอยางไร ขั้นสอน สาธิต 1. ครูสาธิตการปฏิบัติตนในการใชหองเรียน พรอมอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันปฏิบัติตนใน การใชหองเรียนแลวใหเพื่อนในกลุมชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง 3. นักเรียนสงตัวแทนกลุมปฏิบัติตนในการใช หองเรียนหนาชั้นเรียน ขั้นสรุป สรุปการสาธิต นักเรียนรวมกันสรุปการปฏิบัติตนในการ ใชหองเรียนจากที่ไดดูการสาธิต โดยครูเปนผู ตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมใน สวนที่บกพรอง ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการใชสถานที่ สาธารณะในชีวิตประจําวันวา มีสถานที่ใดบาง ที่นักเรียนจะตองเขาไปใชบริการ 2. ครูใหนักเรียนชวยกันบอกวิธีการปฏิบัติตนเมื่อ เขาไปใชบริการสถานที่สาธารณะดังกลาว 3. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การใชสถานที่ สาธารณะจะตองคํานึงถึงหลักในการปฏิบัติตน ตามมารยาทที่ดี ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. นักเรียนทําใบงานที่ 2.4 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ การใชหองเรียน และจากการสรุปมารยาท ในการใชหองเรียน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T19
๑. ใชกระดาษชําระเช็ดรอบ ๆ ฝารองนั่ง เพื่อทําความ สะอาดกอนใชงาน ๒. นั่งราบบนฝารองนั่ง ไมเหยียบบนขอบโถสวมหรือ ฝารองนั่ง เพื่อปองกันการพลัดตกหรือทําฝารองนั่ง แตก และเปนการรักษาความสะอาด ถาเปนผูชายใช การปฏิบัติตน ในการใชหองนํ้า มีดังนี้ ๓. ทิ้งกระดาษชําระลงในถังขยะ ไมทิ้งวัสดุอื่นใดลงใน ๔. ราดนํ้าหรือกดชักโครกทุกครั้งหลังการใช ๕. หันกลับมาตรวจความเรียบรอยทุกครั้ง เมื่อทําธุระ สวนตัวเสร็จ ถาทําฝารองนั่งเปยกเลอะควรเช็ดใหสะอาด ๖. ถามีผูรอใชบริการหองนํ้าหลายคน ควรเขาแถวรออยาง เปนระเบียบ ปสสาวะควรยกฝา รองนั่งขึ้นกอนเสมอ โถสวม เพราะวัสดุ อาจไปอุดตันทอ ทําให สวมตันได ✓ ✓ ✓ ✗ ➚ ✗ ÁÒÃÂҷ㹡Òà 㪌ˌͧ¹íéÒ หองนํ้าเปนสถานที่ขับถายของเสีย เราจึงควรรักษาความสะอาดและมีมารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อสุขอนามัย ที่ดีของตนเองและสวนรวม ดังนี้ ô นักเรียนจะปฏิบัติตน อยางไรในการใชหองนํ้า รวมกับผูอื่น มีมารยาทในการใชหองนํ้า ทําไดดี พอทําได ทําอีกครั้ง ˹ٷíÒä´Œ ๑๖ มารยาทในการใชหองนํ้า ที่ดีของตนเองและสวนรวม ดังนี้ 1 เราจึงควรรักษาความสะอาดและมีมารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อสุขอนามัย ๑. ใชกระดาษชําระเช็ดรอบ ๆ ฝารองนั่ง เพื่อทําความ 2 นักเรียนควรรู 1 สุขอนามัยที่ดี คือ การดูแลตนเองเพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง เชน ลางมือให สะอาดทุกครั้งกอนกินอาหารและหลังการขับถาย กินอาหารสุกสะอาด ปราศจาก สารอันตราย ออกกําลังกายสมํ่าเสมอ 2 กระดาษชําระ ถาทิ้งลงในโถสวม จะทําใหโถสวมอุดตันไดงาย ดังนั้น จึงควรทิ้งกระดาษชําระลงในถังขยะเทานั้น ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับมารยาทตางๆ เพิ่มเติมจาก ที่เรียน แลวจดบันทึกลงในสมุด จากนั้นนํามาสงครู กิจกรรม สรางเสริม ขั้นนํา กระตุ้นความสนใจ 1. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพมารยาทในการใชหองนํ้า แลวตั้งประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ภาพที่ครูนํามาใหดูเปนภาพเกี่ยวกับอะไร • นักเรียนเคยปฏิบัติตนอยางในภาพหรือไม อยางไร • เพราะเหตุใด นักเรียนจึงตองปฏิบัติตนอยาง ในภาพ • ถานักเรียนไมปฏิบัติตนอยางในภาพจะเกิด ผลเสียอยางไร 2. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การใชสถานที่ สาธารณะจําเปนจะตองมีมารยาทในการใช เพื่อใหเกิดความเปนระเบียบ เรียบรอย และ สามารถใชสถานที่สาธารณะนั้นไดอยางทั่วถึง และเกิดประโยชนสูงสุด 3. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • นักเรียนรูสึกอยางไรที่ตองเขาหองนํ้าที่ สกปรก (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) • นักเรียนมีความคิดเห็นอยางไรกับการขีด เขียนขอความบนฝาผนังหองนํ้า (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 4. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหตัวแทน นักเรียนที่ไดรับการฝกปฏิบัติตนในการใช หองนํ้าจากครู ปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า ให นักเรียนดูเปนแบบอยาง 5. ตัวแทนนักเรียนปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า ให เพื่อนดูเปนแบบอยาง แลวครูอธิบายประกอบ ทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนสังเกต จดจํา และสามารถนําไปปฏิบัติได 6. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย ความรู หรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code มารยาทในการใชหองนํ้า เพื่อดูตัวอยางมารยาท ในการใชหองนํ้า นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T20
ขอสอบเนน การคิด กิจกรรมพัฒนำกำรท�ำงำน หนูรู้สึกอย่างไร ๑. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงต้องมีมารยาททางสังคม ๒. ให้นักเรียนอธิบายมารยาทในการรับประทานอาหารมา ๕ ข้อ ๓. หากนักเรียนใช้ห้องน�้า ห้องส้วมไม่ถูกวิธี จะเกิดผลอย่างไร ถามมาหนูตอบได้ Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรู้กิจกรรมทักษะการท�างาน C21 ๑. แบ่งกลุ่ม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมารยาททางสังคมตาม สถานการณ์ที่ครูก�าหนดโดยแต่ละกลุ่มจะได้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน แล้วออกมาน�าเสนอด้วยการแสดงบทบาทสมมุติหน้าชั้นเรียน ๒. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจดบันทึกการแสดงของเพื่อน แล้วสรุปว่าควร ปฏิบัติตามมารยาททางสังคมในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ๓. ร่วมกันก�าหนดมารยาทในห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์แล้วท�าป้ายติดไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ๑. ถ้านักเรียนเข้าห้องน�้าที่สกปรก นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร และจะท�า อย่างไร ๒. ถ้าเพื่อนเล่นกันระหว่างรับประทานอาหาร และท�าอาหารหกใส่โต๊ะ ที่นักเรียนนั่งอยู่ นักเรียนจะมีวิธีบอกเพื่อนอย่างไร 17 เกร็ดแนะครู เมื่อเรียนจบหนวยนี้แลว ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปความรูทั้งหมดที่ไดจาก การเรียนรู โดยครูใชเทคนิคการเขียนแผนผังความคิดเปนเครื่องมือในการให นักเรียนไดระดมสมองในการสรุปบทเรียน โดยใหนักเรียนผลัดกันออกมาเขียน สิ่งที่ตนเองรูในรูปแบบแผนผังความคิด การปฏิบัติตนในขอใดอาจทําใหเกิดอันตรายถึงแกชีวิตได 1. เคี้ยวอาหารเสียงดัง 2. หัวเราะขณะที่มีอาหารอยูเต็มปาก 3. หยิบสิ่งของบนโตะอาหารขามหนาผูอื่น 4. ไมรวบชอนสอมเขาดวยกัน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแลว (วิเคราะหคําตอบ : การที่หัวเราะขณะที่มีอาหารอยูเต็มปากอาจ ทําใหเศษอาหารหลุดลงไปในหลอดลม แลวเกิดการสําลักอาหาร ได ซึ่งหากเศษอาหารไปอุดในหลอดลม อาจทําใหเสียชีวิตได ดังนั้น ขอ 2. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ขั้นสอน สํารวจค้นหา 1. นักเรียนกลุมเดิม รวมกันศึกษาความรู เรื่อง มารยาทในการใชหองนํ้า จากหนังสือเรียน 2. ครูถามกระตุนความคิดนักเรียนวา • เพราะเหตุใดหองนํ้าสาธารณะจึงมีปายหาม ไมใหทิ้งกระดาษชําระลงในโถสวมหรือชักโครก (แนวตอบ : เพื่อปองกันไมใหโถสวมหรือ ชักโครกอุดตัน) อธิบายความรู้ 1. สมาชิกในแตละกลุมจับคูกันเปน 2 คู แลว ผลัดกันอธิบายความรูที่ไดจากการศึกษาให คูของตนเองฟง 2. สมาชิกแตละคูนําความรูที่ไดจากการอธิบาย มาสนทนา แลกเปลี่ยนความรูกับเพื่อน อีกคูหนึ่ง จนทุกคนในกลุมมีความรูความเขาใจ ที่ถูกตองตรงกัน 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติมารยาทในการใช หองนํ้า โดยไมมีแบบอยาง โดยครูและเพื่อน ในกลุมชวยกันตรวจสอบความถูกตอง ขยายความเข้าใจ 1. สมาชิกแตละคนในกลุมผลัดกันเลาวิธีการ ใชหองนํ้าของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง แลว ใหเพื่อนในกลุมรวมกันสนทนาและแสดง ความคิดเห็นวา วิธีการใชหองนํ้าของเพื่อน ถูกตองเหมาะสม และมีมารยาทในการใชหองนํ้า หรือไม อยางไร 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 2.5 3. นักเรียนแตละคนปฏิบัติตนในการใชหองนํ้า สาธารณะนอกเวลาเรียน แลวรายงานผลตอครู เปนระยะๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T21
แบบประเมินการท�างาน ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง ท�าได้ดี พอท�าได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes รายการ ๑. ปฏิบัติตนในการต้อนรับบิดามารดา หรือ ผู้ปกครองได้เหมาะสม ๒. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการรับประทานอาหาร ได้เหมาะสม ๓. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการใช้ห้องเรียนได้ เหมาะสม ๔. ปฏิบัติตนตามมารยาทในการใช้ห้องน�้าได้ เหมาะสม ท�ำได้ดี = ๓ พอท�ำได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ท�ำได้ดี = ๓ พอท�ำได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม รายการ ๑. แบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒. ร่วมมือกันท�างานจนส�าเร็จ ๓. แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสม ๔. รับฟังความคิดเห็นของคนในกลุ่ม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ตัวอย่างตารางบันทึกผล สา�หรับครู สา�หรับ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนประเมินการท�างานของตนเองตามรายการ นักเรียน ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ค�าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินทักษะการท�างาน C21 ตามรายการ ที่ก�าหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน 18 แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ขั้นสรุป ตรวจผลสอบ 1. ครูเฉลยคําตอบในใบงานที่ 2.5 แลวใหนักเรียน ตรวจสอบความถูกตอง และแกไขใหสมบูรณ 2. นักเรียนแตละคนสรุปความรูเรื่อง มารยาท ในการใชหองนํ้าเปนผังมโนทัศนเปนการบาน แลวนําสงครูในชั่วโมงถัดไป ขั้นประเมิน 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน แสดงบทบาทสมมุติเรื่อง เด็กดีตองมีมารยาท โดยเลือกแสดงบทบาทสมมุติจากหัวขอที่ กําหนด 1 หัวขอ ดังนี้ 1) มารยาทในการปฏิบัติตอบิดามารดา หรือ ผูปกครองในโอกาสตางๆ 2) มารยาทในการรับประทานอาหาร 3) มารยาทในการใชหองเรียน 4) มารยาทในการใชหองนํ้า โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด ดังนี้ • การปฏิบัติตนอยางมีมารยาท • ความถูกตองในการปฏิบัติตน (ครูอาจใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลา เรียน) 2. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด และแบบ ทดสอบหนวยที่ 2 จากแบบวัดฯ 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 จากแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T22
T23 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ไม้ดอก ไม้ประดับ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่3.1 - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะของ ไม้ดอกและ ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. แบ่งประเภทของ ไม้ดอกและ ไม้ประดับได้ถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ อธิบายลักษณะ ของไม้ดอกและ ไม้ประดับ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ สร้างความ คิดรวบยอด - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่3.1 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการ เชื่อมโยง 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. มีความ รับผิดชอบ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 การขยายพันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - เอกสารประกอบ การเรียน - ใบงานที่3.2 และ 3.3 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะ การขยายพันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับ ได้อย่างถูกต้อง 2. ขยายพันธุ์ ไม้ประดับตาม ขั้นตอนได้ถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ ขยายพันธุ์ไม้ดอก และไม้ประดับ วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือ : เทคนิค เล่าเรื่อง รอบวง - ตรวจใบงานที่3.2 และ 3.3 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการ จำแนก ประเภท 5. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 3 การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - PowerPoint 1. อธิบายขั้นตอน การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับตามขั้น ตอนได้อย่างถูกต้อง 3. กระตือรือร้น ในการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ วิธีสอนโดย การสาธิต - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview
T24 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 4 การดูแลบ�ำรุง รักษา และ เก็บเกี่ยวไม้ดอก ไม้ประดับ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - ใบงานที่3.4 และ 3.5 - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการดูแล บำรุงรักษา และ เก็บเกี่ยวไม้ดอก ไม้ประดับได้อย่าง ถูกต้อง 2. ดูแล บำรุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไม้ดอกไม้ประดับ ตามขั้นตอน ได้อย่างถูกต้อง 3. กระตือรือร้นในการ ดูแล บำรุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไม้ดอกไม้ประดับ วิธีสอนแบบ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจใบงานที่3.4 และ 3.5 - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 5 ตัวอย่างการ ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ : การ ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - บัตรภาพ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการปลูก ต้นดาวเรือง และต้นมะลิ ได้อย่างถูกต้อง 2. ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิได้ ถูกต้องตามขั้นตอน 3. มีความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ในการ ปลูกต้นดาวเรือง และต้นมะลิ วิธีสอนโดย การสาธิต - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - ประเมินการ นำ เสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำ งาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำ งานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ เรียงลำดับ 2. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 3. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 4. ทักษะการ เชื่อมโยง 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ กิจกรรมน�ำสู่กำรเรียน ไม้ดอกไม้ประดับ สาระส�าคัญ ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชที่ปลูกไว้เพื่อน�ำ มำตกแต่งให้สวยงำม เรำจึงควรรู้วิธีกำรปลูก และบ�ำรุงรักษำเพื่อให้ได้ดอกหรือใบที่สวยงำม ๑. บอกวิธีกำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๑) ๒. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่ำงเป็นขั้นตอน ด้วยควำมขยันอดทน และรับผิดชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๒) ๓. ปฏิบัติงำนอย่ำงมีมำรยำทในกำรท�ำงำน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๓) ๔. ปลูกและน�ำไม้ดอกไม้ประดับไปใช้ประโยชน์อย่ำงคุ้มค่ำ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๔/๔) เป้าหมายการเรียนรู้ประจ�าหน่วยที่ ๓ เพื่อน ๆ มีวิธีปลูก ไม้ดอก ไม้ประดับให้ สวยงามอย่างไร เกร็ดแนะครู ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหนักเรียนปฏิบัติ ดังนี้ • สืบคนขอมูลพันธุไมดอกไมประดับ • อภิปรายวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ • ฝกปลูกไมดอกไมประดับ จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การปลูกไมดอกไมประดับใหเจริญเติบโต และไดผลผลิตตามเปาหมาย ควรศึกษาวิธีการและขั้นตอนตางๆ กอนเสมอ ขั้นนํา 1. ครูทักทายนักเรียน แลวชี้แจงเนื้อหาที่นักเรียน ตองเรียนรูในหนวยการเรียนรูที่ 3 ใหนักเรียน ทราบ 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 ไมดอกไมประดับ จากแผนการ จัดการเรียนรู 3. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนรูจักไมดอกไมประดับ อะไรบาง และเคยปลูกไมดอกไมประดับหรือไม 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมนําสูการเรียน โดยถาม คําถาม แลวสุมนักเรียนตอบ ครูนําภาพไมดอกไมประดับที่วางตกแตงตามสถานที่ตาง ๆ เชน โรงเรียน บาน สวนสาธารณะ มาใหนักเรียนดู และใหนักเรียนรวมกัน แสดงความคิดเห็นวา นักเรียนจะมีวิธีดูแลรักษาไมดอกไมประดับ เหลานั้นใหคงอยู และสวยงามไดอยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T25
กุหลาบ บัว มะลิ ดาวเรือง กลวยไม ไมดอกไมประดับ เปนพืชที่ ปลูกไวเพื่อตกแตงสถานที่ตาง ๆ เชน บาน โรงเรียน นอกจากความ สวยงามที่ไดจากไมดอกไมประดับแลว การปลูกไมดอกไมประดับยังเปน การใชเวลาวางใหเกิดประโยชน สามารถนําผลผลิตไปขาย หรือใชในงาน ประดิษฐตาง ๆ äÁŒ´Í¡äÁŒ»ÃдѺ ๑. ไมดอก หมายถึง พืชที่มีดอกสวยงาม เปนพรรณไมที่เราใชประโยชน จากสวนของดอก ไมดอกบางชนิดจะมีดอกที่ดก บานอยูไดนาน บางชนิด มีกลิ่นหอม นิยมปลูกไวใหบานสวยงามอยูกับตนหรือตัดออกไปจําหนาย และใชประโยชนตาง ๆ เชน กุหลาบ มะลิ กลวยไม พุทธรักษา บานชื่น บัวสาย ชบา ไมดอกหลายชนิดสามารถนําไปปลูกเปนไมตัดดอกเพื่อ จําหนาย เชน ดาวเรือง เบญจมาศ บัว ñ หนู ๆ มีวิธีแยกไมดอก และไมประดับอยางไร ๒๐ นักเรียนควรรู กิจกรรม สรางเสริม 1 กลวยไม เปนพืชดอกที่มีสายพันธุหลากหลายมากที่สุดกลุมหนึ่ง จัดอยูใน กลุมพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเทศไทยมีกลวยไมอยูในปาธรรมชาติไมตํ่ากวา 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยูบนตนไม บนพื้นผิวของภูเขา และบนพื้นดิน เนื่องจาก สภาพแวดลอมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออํานวยแกการเจริญงอกงาม ของกลวยไมเปนอยางมาก และยังมีการสงออกกลวยไมไปสูตลาดตางประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชียอีกดวย 2 บัว เปนพืชนํ้าลมลุกที่มีลักษณะลําตนทั้งที่เปนหัว เหงา หรือไหล ใบเปน ใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลําตนโดยมีกานใบสงขึ้นมาเจริญที่ใตนํ้า ผิวนํ้า หรือเหนือ นํ้า รูปรางของใบสวนใหญกลม บัวถือเปนสัญลักษณของคุณงามความดี มักใช สําหรับบูชาพระ และบัวยังไดรับการขนานนามใหเปนราชินีแหงไมนํ้า เพราะเปน หนึ่งในบรรดาดอกไมที่ผูคนนิยมกันทั่วโลก และใชประโยชนตาง ๆ เชน กุหลาบ มะลิ กลวยไม พุทธรักษา บานชื่น 1 จําหนาย เชน ดาวเรือง เบญจมาศ บัว2 ขั้นนํา สังเกต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • การนําไมดอกไมประดับมาจัดสวนในบาน มีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 2. ครูใหนักเรียนดูตนไม เชน กุหลาบ ดาวเรือง ชบา เศรษฐีพันลาน สาวนอยประแปง หรือ บอนสี 3. ครูใหนักเรียนสังเกตลักษณะของตนไม แลวตั้ง ประเด็นคําถามถามนักเรียน เชน • ตนไมที่ครูนํามาใหดูเปนตนอะไร • ตนไมที่ครูนํามาใหดูมีลักษณะอยางไร • ตนไมนั้นๆ จัดเปนไมดอกหรือไมประดับ เพราะเหตุใดนักเรียนจึงคิดเชนนั้น • ตนไมอะไรบางที่เปนไมดอก จงยกตัวอยาง ประกอบ • ตนไมอะไรบางที่เปนไมประดับ จงยกตัวอยาง ประกอบ 4. ครูแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 4 คน คละกัน ตามความสามารถ จากนั้นใหแตละกลุมรวมกัน ศึกษาความรูเรื่อง ไมดอกไมประดับ จาก หนังสือเรียน แลวบันทึกความรูที่ไดจากการ ศึกษาลงในแบบบันทึกการอาน ครูใหนักเรียนหาภาพไมดอกไมประดับ 5 ชนิด มาติดลงสมุด แลวเขียนบอกประเภทและลักษณะของไมดอกไมประดับชนิดนั้น จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T26
ขอสอบเนน การคิด สาวน้อยประแป้ง โกสน ดังนี้ ลิ้นมังกร เฟิน พลูด่าง ๓. ประโยชน์ของไม้ดอกไม้ประดับ ๒. ไม้ประดับ หมำยถึง พืชที่มีใบเป็นส ่วนใหญ ่ เรำใช้ ประโยชน์จำกลักษณะเด่นคือ ใบล�ำต้น หรือทรงพุ่ม ที่สวยงำม นิยมปลูกไว้ในกระถำงและบริเวณบ้ำน สำมำรถปลูกขำยแบบไม้กระถำง หรือตัดใบขำยได้ ไม้ประดับที่นิยมปลูก เช่น โกสน สำวน้อยประแป้ง พลูด่ำง ไผ่น�้ำเต้ำ หูกระจง แก้วกำญจนำ ลิ้นมังกร ประโยชน์ ๑. สร้ำงควำมสดชื่นให้แก่ผู้อำศัยในบริเวณบ้ำน หรือบริเวณที่พักอำศัย ๒. น�ำไม้ดอกและไม้ประดับไปประดับอำคำรและสถำนที่ให้สวยงำม เช่น ประดับเวที ประดับโต๊ะอำหำร จัดแจกัน ๓. ใช้ในงำนพิธีและโอกำสต่ำง ๆ เช่น งำนแต่งงำน งำนไหว้ครู ๔. ใช้เป็นอำหำร หรือส่วนประกอบของอำหำร และบำงชนิด สำมำรถใช้เป็นยำรักษำโรคได้ ๕. สำมำรถปลูกเพื่อจ�ำหน่ำยเป็นรำยได้ในครัวเรือน และท�ำเป็น ธุรกิจขนำดใหญ่ได้ เช่น รับจ้ำงจัดสวน จ�ำหน่ำยไม้ดอกและไม้ประดับ ทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ 21 นักเรียนควรรู 1 โกสน เปนไมประดับที่นิยมปลูกชนิดหนึ่ง เนื่องจากใบมีลวดลายแปลกตา และสีสันสวยงาม มีลําตน และทรงพุมขนาดเล็ก ใบดก เติบโตไดดีในที่แจง ทนตอสภาพแวดลอมตางๆ ไดดี และไมตองดูแลพิถีพิถันมาก โกสนเปนพืชที่ ตองการแสง หากปลูกในที่รมมากกิ่งจะสั้น ใบจะมีสีจาง ไมสวยงาม ในชวง อากาศเย็น ใบโกสนมักจะมีสีสันสวยงามกวาชวงที่มีอากาศรอน ดังนั้น โกสนที่ปลูกในภาคเหนือมักจะสวยกวาโกสนที่ปลูกในภาคกลาง วิธีการขยายพันธุ โกสนที่นิยมที่สุด คือ การปกชําและการตอนกิ่ง 2 พลูดาง เปนไมเลื้อย ใบมีขนาดใหญ ลักษณะเปนรูปหัวใจ ปลายและฐาน ใบมนแหลม ใบสีเขียวเหลืองดางเปนแถบๆ ตามแผนใบ กานใบยาว โคนกานใบ แผออกเปนกาบหุมลําตนตรงขอ เปนพรรณไมเลื้อยเขตรอน ลําตนออนจะเลื้อย ขึ้นในแนวดิ่งหรือตามฝาผนัง มีรากอากาศ จึงนิยมเลี้ยงเปนไมประดับ พลูดางจัดเปนไมประดับประเภทไมเลื้อยที่นิยมปลูกมากชนิดหนึ่ง ทั้งปลูกใน แปลงจัดสวน กระถาง และแจกัน เนื่องจากใหใบดก สีสันสวยงาม เติบโตไดดี ในทุกสภาพ และดูแลงาย ยุยตองการปลูกไมประดับ เพื่อนํามาใชตกแตงตามสถานที่ตางๆ ยุยควรปลูกพืชในขอใด 1. ตะโก เข็ม 2. เยอรบีรา จําป 3. กลวยไม ชบา 4. พลูดาง บอนสี (วิเคราะหคําตอบ : ไมประดับ คือ พืชที่มีลําตนและใบสวยงาม พลูดางและบอนสีมีใบที่สวยงามจึงเปนไมประดับ ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) พลูด่ำง 2 โกสน1 ขั้นสอน จําแนกความแตกตาง ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันจําแนกความ แตกตางและหาลักษณะรวมของตนไมที่ครูนํา มาใหดูวา ชนิดใดเปนไมดอก และชนิดใดเปน ไมประดับ หาลักษณะรวม ครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 กลุม นําเสนอ ผลการจําแนกความแตกตางและหาลักษณะรวม ของตนไมที่ครูนํามาใหดูหนาชั้นเรียน แลวให เพื่อนกลุมอื่นที่มีความคิดเห็นตางไปไดนําเสนอ เพิ่มเติม โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป ระบุชื่อความคิดรวบยอด 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปลักษณะ ของไมดอกไมประดับ 2. นักเรียนสงตัวแทนกลุมนําเสนอขอสรุปหนา ชั้นเรียน โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ทดสอบและนําไปใช้ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 3.1 เรื่อง ไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนําสงครูตรวจ 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง รูจักไมดอกไม ประดับ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1 เรื่อง ไมดอก ไมประดับ และเลือกผลงานที่มีคุณภาพตามเกณฑ ที่กําหนด ติดปายนิเทศที่หนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T27
ขอสอบเนนการคิด ¡ÒâÂÒ¾ѹ¸ØäÁŒ´Í¡ äÁŒ»ÃдѺ การขยายพันธุ หมายถึง ò การเพิ่มจํานวนตนพืชใหมีจํานวนมากขึ้น โดยตนพอพันธุ หรือตนแมพันธุ ยังคงมีชีวิตอยู การขยายพันธุไมดอกไมประดับมี ๒ วิธี ไดแก ๑. วิธีการขยายพันธุโดยอาศัยเพศ เปนการผสมพันธุระหวางเกสรตัวผูและเกสรตัวเมีย เกิดเปน เมล็ดพืช เราสามารถนําเมล็ดมาเพาะจนกระทั่งเมล็ดงอกเปนตนกลา แลว ยายตนกลามาปลูกเพื่อเพิ่มจํานวนตนพืชในพื้นที่ที่ตองการได ไมดอก ไมประดับที่สามารถขยายพันธุโดยการเพาะเมล็ด เชน ทานตะวัน ดาวเรือง บานชื่น ลิลลี สัตวและแมลง เชน ผึ้ง ผีเสื้อ นก บางชนิด เปนตัวชวยผสมพันธุพืช โดยการถายละอองเรณูจากดอกหนึ่ง ไปยังอีกดอกหนึ่ง มนุษย ทําการถายละอองเรณู เพื่อ ใหพืชเกิดการผสมพันธุ และทําใหพืช มีลักษณะพันธุดีตามที่ตองการ หนู ๆ รูจักวิธีการขยาย พันธุ ไมดอกและ ไมประดับวิธีใดบาง ๒๒ บรูไน : ดอกสานชะวา กัมพูชา : ดอกลําดวน อินโดนีเซีย : ดอกกลวยไมราตรี เมียนมา : ดอกประดู ฟลิปปนส : ดอกพุดแกว สิงคโปร : ดอกกลวยไม ตระกูลแวนดา ขั้นนํา 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • นักเรียนรูจักวิธีขยายพันธุไมดอกไมประดับ อะไรบาง (แนวตอบ : การปกชํา การเพาะเมล็ด) 2. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนหรือภาพชุดการขยาย พันธุไมดอกไมประดับ แลวตั้งประเด็นคําถาม ถามนักเรียน เชน • การเพาะเมล็ดมีขั้นตอนอยางไร • การเพาะเมล็ดมีขอดีและขอเสียอยางไร • การตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอมีขั้นตอน อยางไร • การตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอมีขอดี และขอเสียอยางไร • นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถขยายพันธุ ไมดอกไมประดับไดหรือไม อยางไร 3. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปกชํา ทาบกิ่ง แยกหนอ เปนวิธีการ ขยายพันธุไมดอกไมประดับที่ทําไดงาย สะดวก และเสียคาใชจายนอย นักเรียนคิดวา เมล็ดพันธุทุกเมล็ดสามารถนํามาเพาะเมล็ดได หรือไม เพราะอะไร (วิเคราะหคําตอบ : ไมไดทุกเมล็ด เพราะเมล็ดพันธุบางเมล็ดอาจ ไมสมบูรณจึงไมสามารถนํามาเพาะได ดังนั้น กอนเพาะเมล็ดจะ ตองเลือกเมล็ดพันธุที่มีคุณภาพ เพื่อใหไดผลผลิตที่สมบูรณและ มีคุณภาพ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T28 บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา ประเทศสมาชิกอาเซียนถือเปนประเทศเพื่อน บานของเรา และมีที่ตั้งอยูในภูมิภาคเดียวกับประเทศไทย คือ ภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต ดังนั้น สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศจึงมีความ คลายคลึงกัน ทําใหมีพืชพรรณธรรมชาติคลายคลึงกัน ดังนี้
ขอสอบเนน การคิด ๒. วิธีการขยายพันธุพืชโดยไมอาศัยเพศ เปนวิธีเพิ่มจํานวนตนพืชดวยการใชสวนตาง ๆ ของพืช เชน กิ่ง ยอด ใบ ลําตน รวมถึงราก หนอ ไหล เนื้อเยื่อ ซึ่งขึ้นอยูกับคุณสมบัติ ของพืชแตละชนิดที่นํามาใชในการขยายพันธุ เปนการเพิ่มจํานวนตนพืช ที่เราตองการใหมีจํานวนมากขึ้น การขยายพันธุดวยวิธีนี้ เชน การตอน การปกชํา การทาบกิ่ง การแยกหัวหรือหนอ การตอน ใชทํากับสวน ที่เปนกิ่งของพืช การทาบกิ่ง ใชทํากับสวนกิ่ง และไหลของพืชบางชนิด การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน ใบ และราก การแยกหัวหรือหนอ ใชทํากับสวนของ หนอที่พืชสรางขึ้นใหม มีทั้งเปนแบบ หนอเดียวและแตกขยายเปนกลุมกอ วิธีการ ขยายพันธุพืช ๒๓ ขั้นสอน 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ถาไมคัดคุณภาพของพันธุไมดอกไมประดับ กอนนําไปขยายพันธุจะเปนอยางไร (แนวตอบ : จะไดตนพืชที่ไมสมบูรณ เจริญ เติบโตไดไมดี หรือมีลักษณะที่ไมสวยงาม) 2. นักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ จากหนังสือเรียน 3. สมาชิกแตละคนในกลุมทําใบงานที่ 3.2 เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยอาศัยเพศ (การเพาะเมล็ด) และใบงานที่ 3.3 เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับโดยไมอาศัยเพศ (การตอนกิ่ง) เสร็จแลวผลัดกันอธิบายคําตอบ ของตนเองใหเพื่อนในกลุมฟง โดยเรียงลําดับ ทีละคนแบบเลาเรื่องรอบวง 4. สมาชิกแตละคนในกลุมชวยกันเสนอแนะ และ แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จนไดคําตอบที่เปน มติของกลุม 5. ครูสุมตัวแทนกลุมนําเสนอคําตอบในใบงานที่ 3.2 และ 3.3 หนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนกลุม อื่นนําเสนอเพิ่มเติมในสวนที่แตกตางกัน ออกไป โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป 1. ครูใหนักเรียนแตละคนเขียนสรุปความรู เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ เสร็จแลวนํา สงครูตรวจ 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน ครูตรวจสอบผลวานักเรียนมีความรูความ เขาใจ เรื่อง การขยายพันธุไมดอกไมประดับ ผาน ใบงานที่ 3.2 ใบงานที่ 3.3 และการตอบคําถาม นักเรียนควรรู 1 การปกชํา เวลานํากิ่งมาปกชํา ใหปกกิ่งเอนประมาณ 45 องศา โดยใหปลาย กิ่งชี้ในทางทิศตะวันตก ตาที่แตกขึ้นมาใหมจึงจะชี้ไปทางทิศตะวันออก เพื่อใหไดรับ แสง และกระตุนตนพืชใหเจริญเติบโตตอไป กิ่งลักษณะใดไมเหมาะจะนํามาทําเปนกิ่งตอน 1. กิ่งออนสีเขียว 2. กิ่งกึ่งแกกึ่งออนที่มีใบติดอยู 3. กิ่งที่ปราศจากโรคและแมลง 4. กิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียงเล็กนอย (วิเคราะหคําตอบ : การเลือกกิ่งที่นํามาตอนเปนสิ่งสําคัญ ซึ่งควร เลือกกิ่งที่ไมแก และไมออนจนเกินไป ควรเปนกิ่งที่ตั้งตรงหรือเอียง เล็กนอย เพื่อไมใหรากที่ขยายออกมามีปลายรากชี้ฟา มีความยาว ประมาณ 50-70 เซนติเมตร และเปนกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรง ไมมี โรคและแมลงรบกวน ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) การปกชํา ใชทํากับสวนยอด กิ่ง ลําตน 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา วิธีขยายพันธุพืชที่ทําใหพืชกลายพันธุ ได คือ การเพาะเมล็ด เพราะไดรับการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมบางอยาง จากตนพอและตนแม นํา สอน สรุป ประเมิน T29
ขอสอบเนนการคิด หนู ๆ รู้ไหมว่า ขั้นตอน การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ มีอะไรบ้าง ๑. จัดเตรียมอุปกรณ์กำรเกษตร ดินปลูก เมล็ดพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ ๒. เตรียมสถำนที่ หรือเตรียมแปลงเพื่อเพำะปลูก ๓. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้วยกำรเพำะเมล็ดหรือด้วยกิ่งพันธุ์ ๔. บ�ำรุงรักษำและดูแลไม้ดอกไม้ประดับ ๕. เก็บเกี่ยวผลผลิตจำกไม้ดอกไม้ประดับ การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ๓ หลักการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ขั้นตอน การปลูก๑ เตรียมดิน โดยก�ำจัดวัชพืช ออกจำกดินให้หมด ขุดและ พลิกดินด้ำนล่ำงขึ้น ตำกดิน ทิ้งไว้ประมำณ ๑ สัปดำห์ เพื่อ ฆ ่ำเชื้อโรค จำกนั้นย ่อยดินเป็น ก้อนเล็กๆแล้วผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ย อินทรีย์ลงไป อำจใส่เศษฟำงหรือ เปลือกถั่วลงไปด้วย เพื่อเพิ่มธำตุ อำหำรและปรับให้ดินร่วนซุยยิ่งขึ้น ๓ ขุดต้นกล้า โดยใช้ ช้ อ น ป ลู ก ขุ ดโ ค น ต้นกล้ำให้ดินติดมำ กับรำก แล้ววำงต้น กล้ำลงในหลุมปลูก หรือกระถำง กลบดิน ที่โคนต้นกล้ำ จำกนั้น รดน�้ำให้ชุ่ม ๔ ท�าร่มหรือเพิงบังแดด จนกว่ำต้นกล้ำที่ปลูก จะแข็งแรงดี ๒ ขุดหลุม ให้ขุดหลุมปลูก ในแปลงลึกพอสมควร แล้ว รดน�้ำในหลุมให้ชุ่มชื้น ถ้ำปลูก ในกระถำงให้ใส่ดินครึ่งกระถำง 24 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบกอนเริ่มปลูกไมดอกไมประดับที่ไมเคยปลูก มากอน คือขอใด 1. ชนิดของดินที่ใชปลูก 2. รานขายปุยเคมีที่มีคุณภาพ 3. สายพันธุตนไมที่เลือกมาปลูก 4. นํ้าหมักชีวภาพที่เปนสูตรบํารุงตนและใบ (วิเคราะหคําตอบ : กอนปลูกพืชทุกครั้ง ตองคํานึงถึงสายพันธุ ของตนไมที่จะนํามาปลูก เพื่อจะไดเลือกดิน ปุย และอุปกรณใน การเพาะปลูกไดเหมาะสมกับสายพันธุของพืช ดังนั้นขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) นักเรียนควรรู 1 ปุยอินทรีย คือ ปุยที่ไดจากสิ่งที่มีชีวิต ไดแก พืช สัตว และจุลินทรีย ผานกระบวนการผลิตทางธรรมชาติ ซึ่งมีอยู 4 ประเภท คือ ปุยคอก ปุยหมัก ปุยพืชสด และนํ้าหมักชีวภาพ 2 เปลือกถั่ว เมื่อนําไปผสมกับดิน จะเกิดการยอยสลายเปนอาหารของพืช ทําใหพืชมีใบสีเขียวสด แข็งแรง โตเร็ว ออกดอกและผลสมบูรณ เปลือกถั่วลงไปด้วย 2 ุ๋ยคอกหรือปุ๋ย1 อินทรีย์ลงไป ขั้นสอน สาธิต 1. ครูสาธิตวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ พรอม อธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนสังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 2. ครูใหนักเรียนกลุมเดิม รวมกันปลูกไมดอก ไมประดับตามที่ครูสาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักถึง ความปลอดภัยในการทํางาน ขั้นประเมิน วัดผลและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ และจากการ สรุปวิธีการปลูกไมดอกไมประดับ ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และแปลง เกษตรที่ใชในการปลูกไมดอกไมประดับ 2. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะสาธิตวิธีการ ปลูกไมดอกไมประดับเปนตัวอยาง เพื่อให นักเรียนเกิดการเรียนรูจากประสบการณจริง 3. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • ปุยคอกหรือปุยอินทรียมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ : ชวยเพิ่มธาตุอาหารใหกับพืช ทําใหพืชเจริญเติบโต ชวยปรับปรุงโครงสราง ของดินใหเหมาะสมกับการเจริญเติบโต) ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปวิธีการปลูกไมดอก ไมประดับ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง สื่อ Digital นักเรียนสแกน QR Code การปลูกไมดอกไมประดับ เพื่อดูตัวอยางการ ปลูกไมดอกไมประดับ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T30
ขอสอบเนน การคิด การดูแล บ�ารุงรักษา การ เก็บเกี่ยว ปลอดภัยไว้ก่อน อุปกรณ์ส�ำหรับเก็บเกี่ยวไม้ดอกไม้ประดับมักมีควำมคม ควรจับที่ด้ำมจับและไม่น�ำมำ เล่นกันระหว่ำงท�ำงำน ๑ รดนา �้ ในตอนเช้ำและ ตอนเย็นทุกวันอย่ำง สม�่ำเสมอ ไม่ต้องรด ให้แฉะจนเกินไป ๒ พรวนดิน ทุก ๆ ๗-๑๐ วัน ๓ ใส่ปุ๋ย ให้เหมำะกับพืช แต่ละชนิด ๕ เก็บศัตรูพืชทิ้ง หรือฉีด พ่นยำก�ำจัดศัตรูพืช ที่ท�ำจำกพืชสมุนไพร ๔ ถอนหรือขุด วัชพืชทิ้ง อยู่เสมอ ๑ เก็บเกี่ยวในตอนเช้า หรือเย็น แล้วน�ำไป แช่น�้ำหรือพรมน�้ำไว้ ๒ ตัดดอกหรือกิ่ง ที่ต้องกำร โดย ใช้กรรไกรตัดกิ่ง ที่สะอำด ๓ เลือกเก็บ เฉพำะ ดอก ใบ หรือกิ่ง ก้ำนที่แก่พอควร 25 ขอใดเปนการบํารุงรักษาไมดอกไมประดับที่ถูกตอง 1. ถอนวัชพืชทุกๆ เดือน 2. เก็บศัตรูพืชทิ้งทันทีที่พบ 3. พรวนดินใหชิดโคนตนพืชมากที่สุด 4. ใสปุยสูตรเรงดอกจํานวนมาก เพื่อใหไมดอกออกดอก (วิเคราะหคําตอบ : หากเราพบศัตรูพืชมากัดกินตนพืชของเรา ควร กําจัดทันที เพื่อไมใหศัตรูพืชไปทําลายพืชที่เราปลูก ดังนั้น ขอ 2. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) ขั้นสอน จัดการเรียนรู้ 1. ครูใหสมาชิกในแตละกลุมนําความรูที่ไดจาก การศึกษา มาเปนพื้นฐานในการตอบคําถาม ตามประเด็นที่กําหนด 2. ครูใหตัวแทนแตละกลุมนําเสนอคําตอบหนา ชั้นเรียน โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นนํา นําเข้าสูบทเรียน 1. ครูใหนักเรียนที่มีประสบการณการดูแล บํารุง รักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ เลาการ ดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ ใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 2. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับการดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ 3. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • เพราะอะไรจึงตองดูแล บํารุงรักษา และเก็บ เกี่ยวไมดอกไมประดับ (แนวตอบ : พิจารณาตามคําตอบของนักเรียน โดยใหอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 4. ใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอก ไมประดับ จากหนังสือเรียน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา ปจจุบันการกําจัดแมลงที่เปนศัตรูพืช จะไมนิยมใชสารเคมีหรือยาฆาแมลงชนิดตางๆ เนื่องจากเคมีภัณฑดังกลาวจะ สงผลเสียในระยะยาวทั้งตอสิ่งมีชีิวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศ และสุขภาพของผูใชยา ฆาแมลง รวมถึงมีผลเสียตอสภาพแวดลอมดวย เรานิยมใชวิธีการกําจัดแมลง โดยวิธีทางธรรมชาติมากขึ้น เชน ใชสมุนไพรที่มีรสขมอยางฟาทะลายโจร บอระเพ็ด สะเดา ใชสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวอยางเปลือกสม มะกรูด มะนาว ใชกาว ดักแมลง ใชไฟลอแมลง ปลูกพืชหมุนเวียน สรางระบบนิเวศในบริเวณโดยรอบ เพื่อสรางสมดุลทางธรรมชาติโดยปราศจากการใชสารเคมี นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T31 บูรณาการอาเซียน นักเรียนแบงกลุม แลวชวยกันสืบคนขอมูลวา ไมดอกไมประดับชนิดใดบาง ที่ประเทศในกลุมอาเซียนนิยมปลูกเพื่อสงผลผลิตไปจําหนายที่ตางประเทศ
ขอสอบเนนการคิด ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยนิยมปลูกกันมำก เนื่องจำกปลูกง่ำย ให้ดอกเร็ว และรูปทรงของดอก สวยงำม สีสันสดใส กำรปลูกดำวเรืองสำมำรถก�ำหนด ระยะเวลำกำรออกดอกได้ และปลูกได้ทุกพื้นที่ตลอดปี ตัวอย่างที่ ๑ การปลูกต้นดาวเรือง การขยายพันธุ์ใช้วิธีกำรเพำะเมล็ด การเพาะต้นกล้า ๑. น�ำปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับขุยมะพร้ำว แล้วคลุกให้เข้ำกัน ๒. ใส่ปุ๋ยลงในถำดเพำะกล้ำดำวเรืองที่เตรียมไว้ให้เต็ม ๓. คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ดำวเรืองที่สมบูรณ์มำเพำะ โดยใช้นิ้วเขี่ย ปุ๋ยในถำดให้เป็นหลุมเล็กน้อย น�ำเมล็ดพันธุ์หยอดใส ่หลุม หลุมละ ๑-๒ เมล็ด แล้วกลบทับด้วยปุ๋ยอินทรีย์กับขุยมะพร้ำว ที่ผสมแล้วอีกครั้ง ๔. น�ำไปวำงไว้ในโรงเพำะที่คลุมด้วยหลังคำทึบแสง ๕. รดน�้ำวันละ ๒ ครั้ง เช้ำ-เย็น ทิ้งไว้ประมำณ ๓-๔ วัน ต้นกล้ำ ดำวเรืองจะเริ่มแตกเป็นต้นอ่อนขึ้น ๖. ย้ำยต้นกล้ำมำยังโรงเพำะที่มีแสงแดดส่องผ่ำนเล็กน้อย เพื่อให้ ใบอ่อนของดำวเรืองชูรับแสง ดำวเรืองเป็นไม้ดอกที่ท�ำรำยได้ให้กับผู้ปลูกสูงนิยมปลูกเพื่อตัดดอกขำยและปลูก ในกระถำงหรือถุงพลำสติก เพื่อประดับตกแต่งอำคำรสถำนที่ เมล็ดพันธุ์ดำวเรือง ถำดเพำะกล้ำ ต้นกล้ำ 26 นักเรียนควรรู 1 โรงเพาะ เปนสิ่งที่สามารถควบคุมปจจัยทางธรรมชาติตางๆ ที่สงผลตอการ ปลูกพืช โรงเพาะมีหลายชนิด เชน โรงเพาะที่สามารถปรับอุณหภูมิได โรงเพาะ ที่มีหลอดไฟใหแสงสวางและควบคุมความชื้นได และโรงเพาะที่ใชสําหรับเลี้ยงดู พืชที่มีอายุนอยอยางตนกลา ซึ่งยังไมแข็งแรงดี โรงเพาะจะพรางแสงใหตนกลา เพื่อรอไวยายปลูกในแปลงกลางแจงตอไป โรงเพาะเปนประโยชนกับการปลูกพืชเปนอยางมาก เพราะสภาพแวดลอม ธรรมชาติมีการผันแปรของแสงแดด อุณหภูมิ ลม ปริมาณฝนที่ไมสมํ่าเสมอ การใชโรงเพาะทําใหสามารถเลี้ยงดูพืชใหมีการเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ แข็งแรง และสมบูรณ งไว้ในโรงเพำะที่คลุมด้วยหลังค 1 “จอยตองการปลูกดาวเรือง จึงไปซื้อเมล็ดพันธุ ดิน และปุย มาเตรียมไว จากนั้นจึงศึกษาวิธีการปลูกดาวเรืองจากแหลงขอมูล ตางๆ” จากขอความ นักเรียนคิดวา จอยปฏิบัติเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร (วิเคราะหคําตอบ : ไมเหมาะสม เพราะจอยควรศึกษาเกี่ยวกับการ ปลูกดาวเรืองใหเขาใจกอน เพื่อใหรูวาควรปลูกดาวเรืองพันธุอะไร จึงจะเหมาะสมกับสภาพดิน สภาพอากาศในที่ที่จะปลูก จะตองใช ดินและปุยชนิดใด จึงจะทําใหดาวเรืองเจริญเติบโต และใหดอกที่ สวยงาม หากจอยเตรียมวัสดุกอนโดยไมรูขอมูลในการปลูก อาจ ทําใหเสียเวลาในการทํางาน เสียคาใชจายในการซื้อวัสดุหลายครั้ง) ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล 1. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบในใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไม ดอกไมประดับ 2. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการทํางาน กลุม และจากการทําใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ แลวเสนอแนะเพิ่มเติมในสวนที่บกพรองเพื่อนํา ไปปรับปรุงแกไขในการทํางานครั้งตอไป ขั้นสรุป สรุปและนําหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยวไมดอกไมประดับ โดย ครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย เพิ่มเติม 2. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 3.4 เรื่อง การดูแล บํารุงรักษา และเก็บเกี่ยว ไมดอกไมประดับ เสร็จแลวชวยกันตรวจสอบ ความถูกตอง นํา สอน สรุป ประเมิน T32
ขอสอบเนน การคิด การปลูกในกระถาง ๑. เมื่อตนกลาดาวเรืองมีอายุ ๑ สัปดาห ใหยายลงมาปลูกใน ถุงพลาสติก โดยนําดินที่ผสมเรียบรอยแลวกลบทับโคนใหเต็ม ควรนําออกแดดเพื่อปองกันตนกลายืดเขาหาแสง ๒. รดนํ้าใหชุม นําปุยเคมีสูตร ๓๐ : ๒๐ : ๑๐ ละลายนํ้าเจือจาง รด ๑-๒ ครั้งตอสัปดาห ทิ้งไวประมาณ ๒-๓ สัปดาห ๓. เมื่อตนกลาดาวเรืองมีความสูงประมาณ ๑๕ เซนติเมตร ใหนําตนกลาดาวเรืองยายลงกระถางอยางเบามือ นํากระถาง ดาวเรืองไปตั้งเรียงไวที่พื้นเรียบและมีการระบายนํ้าที่ดี จากนั้นรดนํ้าทุกวัน วันละ ๑-๒ ครั้ง พอใหวัสดุปลูกชื้น การเก็บเกี่ยว ๑. เมื่อดาวเรืองออกดอกบานเต็มที่ สามารถตัดดอกไปจําหนายหรือ ประดับตามสถานที่ตาง ๆ ได ใหใชมีดหรือกรรไกรตัดกิ่งที่มีความคม ตัดดอกดาวเรืองชิดโคนกิ่งมากที่สุด ๒. หากตองการนําไปใชปกแจกัน ควรตัดใหกานยาว ๑๘-๒๐ นิ้ว ๒๗ ถาไมดอกที่เราปลูกไมออกดอก เราควรปฏิบัติอยางไร 1. ใสปุยสูตรเรงดอกในปริมาณมากๆ 2. รดนํ้าในปริมาณมากๆ ทุกวัน วันละหลายครั้ง 3. ถอนไมดอกนั้นทิ้ง แลวปลูกไมดอกชนิดใหมแทน 4. ศึกษาขอมูลการปลูกจากแหลงขอมูลตางๆ เพิ่มเติม เพื่อนํามา ใชในการปลูก (แนวตอบ : หากไมดอกที่ปลูกไมออกดอก เราควรศึกษาขอมูล การปลูกเพิ่มเติมจากแหลงขอมูลตางๆ เชน อานจากหนังสือ สอบถามจากผูรู จากนั้นตรวจสอบตนเองวาปฏิบัติตามขั้นตอน การปลูกไดอยางถูกตองแลวหรือไม จะตองปรับปรุงอยางไร แลวจึงนําความรูที่ไดมาปฏิบัติใหถูกตอง ดังนั้น ขอ 4. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) นักเรียนควรรู 1 ปุยเคมีสูตร 30 : 20 : 10 เปนปุยที่ไดจากสารอนินทรียหรืออินทรียสังเคราะห โดยตัวเลขดานหลังจะหมายถึงความเขมขนของเคมีในปุย (N-P-K) ไดแก ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ดังนั้น ปุยเคมีสูตร 30 : 20 : 10 จึงเปนปุยที่มีธาตุไนโตรเจน 30% ฟอสฟอรัส 20% และโพแทสเซียม 10% ของ นํ้าหนักปุย โดยธาตุไนโตรเจนที่มีมากที่สุดนี้ มีคุณสมบัติเรงการเจริญเติบโต ของตนพืช มักใหในระยะเพาะกลา จะทําใหตนพืชโตขึ้นอยางรวดเร็ว และมี ใบสีเขียวสวยงาม 2 กรรไกรตัดกิ่ง เปนอุปกรณทางการเกษตรที่สําคัญ นักเรียนควรเลือกกรรไกร ตัดกิ่งที่ทําจากวัสดุคุณภาพดี และเลือกใชกรรไกรตัดกิ่งใหถูกประเภทและเหมาะ กับการใชงาน ไมควรนํากรรไกรขนาดเล็กสําหรับงานเบาไปใชกับกิ่งขนาดใหญ เกินไป เพราะจะทําใหกรรไกรเสียหาย ประดับตามสถานที่ตาง ๆ ได ใหใชมีดหรือกรรไกรตัดกิ่งที่มีความคม 2 ๒. รดนํ้าใหชุม นําปุยเคมีสูตร ๓๐ : ๒๐ : ๑๐ ละลายนํ้าเจือจาง 1 ขั้นสอน สาธิต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • เพราะเหตุใด “ตนดาวเรือง” จึงขึ้นชื่อวาเปน ไมมงคลของคนไทย (แนวตอบ : เพราะคนไทยเชื่อวา สีเหลือง หมายถึงทอง ถาปลูกในบานจะนําความ เจริญรุงเรืองและรํ่ารวยมาใหผูปลูก) 2. ครูแจงใหนักเรียนทราบวา ครูจะใหเกษตรกร สาธิตวิธีการปลูกตนดาวเรืองใหนักเรียนดูเปน ตัวอยาง 3. เกษตรกรสาธิตวิธีการปลูกตนดาวเรือง พรอม อธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนสังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 4. นักเรียนทุกคนรวมกันปลูกตนดาวเรืองตามที่ เกษตรกรสาธิต โดยเกษตรกรและครูชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนแตละคนทบทวนความรู เรื่อง ตัวอยางการปลูกตนดาวเรือง จากหนังสือเรียน เพื่อทบทวนวิธีการปลูกตนดาวเรือง แลวสรุปวิธี การปลูกตนดาวเรือง ขั้นประเมิน วัดและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกตนดาวเรือง และจากการสรุปวิธี การปลูกตนดาวเรือง ขั้นนํา เตรียมสาธิต ครูเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เกษตรกร ผูปลูกดาวเรือง และแปลงเกษตรที่ใชในการสาธิต การปลูกตนดาวเรือง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T33
การเก็บเกี่ยว เก็บขณะที่ดอกตูม มีสีขำวนวล โดยใช้มือเด็ดตรงก้ำนดอกใต้กลีบเลี้ยง ควรเก็บในเวลำเช้ำขณะที่อำกำศไม่ร้อน เพื่อ มะลิจะสดและอยู่ได้นำน การปลูก ๑. พรวนดินให้ร่วนซุย แล้วขุดหลุมลึก กว้ำงและยำวด้ำนละ ๓๐ เซนติเมตร ๒. ผสมดินโดยใช้ดิน ปุ๋ยคอก ใบไม้ หรือปุ๋ยหมัก ในอัตรำส่วน ๑ : ๑ : ๑ คลุกเคล้ำให้เข้ำกัน แล้วใส่กลับลงไปในหลุม ๓. ทิ้งไว้ประมำณ ๗-๑๐ วัน จึงน�ำเอำต้นมะลิที่ซื้อมำ หรือได้ จำกกำรปักช�ำลงปลูก มะลิเป็นไม้ดอก มีสีขำว กลิ่นหอม สำมำรถน�ำ มำใช้ประโยชน์ได้หลำยอย่ำง เช่น ร้อยพวงมำลัย ท�ำดอกไม้แห้ง หรือน�ำมำสกัดท�ำน�้ำมันหอมระเหย ตัวอย่างที่ ๒ การปลูกต้นมะลิ การขยายพันธุ์ใช้วิธีกำรปักช�ำ การดูแลบ�ารุงรักษา ๑. ก�ำจัดวัชพืชด้วยกำรใช้จอบถำกออกหรือใช้มือถอน โดยไม่ให้กระเทือนโคน ต้นมะลิ ๒. ใส่ปุ๋ยโดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น ปุ๋ยสูตร ๑๕ : ๑๕ : ๑๕ โดยหว่ำนบนแปลง บริเวณใกล้โคนต้น แล้วใช้จอบหรือเสียมพรวนดินให้ปุ๋ยผสมกับดิน แล้วรดน�้ำตำม ๓. ตัดแต่งทรงต้นมะลิให้โปร่งตัดกิ่งที่แห้งและตำยออก เพื่อให้แสงแดดสำมำรถ ส่องเข้ำถึงล�ำต้นได้ และช่วยให้โรคและแมลงลดลง ๔. รดน�้ำวันละ ๑-๒ ครั้ง หรือสัปดำห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับสภำพควำมชื้นของดิน โดยรดน�้ำในตอนเช้ำ แต่ระวังอย่ำให้น�้ำท่วมหรือมีน�้ำขังอยู่ในแปลงนำน ๆ เพรำะจะท�ำให้ต้นมะลิแคระแกร็น ใบเหลือง และตำยได้ กำรปลูกและบ�ำรุงรักษำไม้ดอกไม้ประดับ ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ท�ำอีกครั้ง หนูท�ำได้ 28 ปุ๋ยคอก 2 สกัดท�ำน�้ำมันหอมระเหย1 นักเรียนควรรู 1 นํ้ามันหอมระเหย คือ นํ้ามันที่ไดจากการสกัดกลิ่นจากพืช ซึ่งมะลิเปนพืชชนิด หนึ่งที่ไดรับความนิยม เพราะมีกลิ่นหอม ทําใหรูสึกผอนคลาย ในปจจุบันกลิ่นที่สกัด จากนํ้ามันหอมระเหยถูกนํามาใชในการบําบัดรักษาโรค การนวด การบําบัดจิตใจ การทําเครื่องหอม และเปนสวนหนึ่งของเครื่องสําอาง นํ้ามันหอมระเหยจากมะลิ มีคุณสมบัติชวยลดความเครียด บรรเทาอาการภูมิแพ บรรเทาอาการปวดเมื่อย และ ลดอาการนอนไมหลับอีกดวย 2 ปุยคอก คือ มูลสัตว เชน มูลโค กระบือ สุกร สัตวปก ที่ขับถายสะสมอยู ตามคอก ตลอดจนนํ้าลางคอกที่รวมเก็บสะสมในบอเก็บนํ้าทิ้ง เมื่อรวบรวมไดมากพอ สามารถนํามาทําปุยคอกได เพราะในมูลสัตวเหลานี้มีฟาง วัสดุรองกรง เศษอาหาร เศษพืช และปสสาวะรวมอยูดวย ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลเรื่องการปลูกไมดอกไมประดับที่ นักเรียนสนใจเพิ่มเติม แลวจดบันทึกวิธีการปลูกลงในสมุด พรอม ติดภาพประกอบ จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยนกันดูกับเพื่อน ขั้นสอน สาธิต 1. ครูถามคําถามกระตุนความคิด • มะลิมีหลากหลายสายพันธุ นักเรียนรูจักสาย พันธุใดบาง (แนวตอบ : มะลิลา มะลิซอน มะลิเลื้อย มะลิทะเล) 2. ครูสาธิตวิธีการปลูกตนมะลิ พรอมอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียน สังเกตและจดจําไดอยางถูกตอง 3. นักเรียนรวมกันทบทวนวิธีการปลูกตนมะลิกอน ลงมือปฏิบัติจริง 4. นักเรียนกลุมเดิม รวมกันปลูกตนมะลิตามที่ครู สาธิต โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง ขั้นนํา เตรียมการสาธิต 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ และแปลง เกษตรที่ใชในการปลูกตนมะลิ 2. ครูทดลองปลูกตนมะลิ เพื่อใหเกิดความชํานาญ กอนสาธิตใหนักเรียนดู ขั้นสรุป สรุปการสาธิต ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง ตัวอยางการปลูกตนมะลิ จากหนังสือเรียน เพื่อ ทบทวนวิธีการปลูกตนมะลิ แลวสรุปวิธีการปลูก ตนมะลิ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง ขั้นประเมิน วัดผลและประเมินผล ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการปฏิบัติ ตามวิธีการปลูกตนมะลิ และจากการสรุปวิธีการ ปลูกตนมะลิ กิจกรรม ทาทาย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T34
กิจกรรมพัฒนำกำรท�ำงำน ๑. นักเรียนคิดว่ำ ไม้ดอกไม้ประดับนอกจำกให้ควำมสวยงำมแล้ว ยังมี ประโยชน์อะไรอีกบ้ำง ๒. บอกชื่อไม้ดอกไม้ประดับที่นักเรียนชื่นชอบมำ ๑ ชนิด แล้วอธิบำย รูปร่ำง สี ลักษณะ และบอกเหตุผลที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับชนิดนี้ หนูรู้สึกอย่างไร ๑. ไม้ดอกและไม้ประดับมีควำมเหมือนและแตกต่ำงกัน อย่ำงไร ๒. อุปกรณ์ท�ำกำรเกษตรที่ใช้ส�ำหรับปลูกไม้ดอกไม้ประดับมีอะไรบ้ำง ๓. กำรดูแลต้นมะลิโดยรดน�้ำให้ท ่วมเสมอ พรวนดินและใส ่ปุ๋ยทุกวัน เป็นกำรปฏิบัติที่เหมำะสมหรือไม่ อย่ำงไร ถามมาหนูตอบได้ Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes เรียนรู้กิจกรรมทักษะการท�างาน C21 ๑. แบ่งกลุ่ม ร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นในวิธีกำรปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โดยแต ่ละกลุ ่มจะได้ไม้ดอกไม้ประดับที่ต ่ำงชนิดกัน แล้วออกมำ น�ำเสนอเป็นแผนผังควำมคิด ๒. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ แล้วบันทึกผลลงในสมุด พร้อมถ่ำยภำพประกอบ และน�ำเสนอหน้ำชั้นเรียน ดังนี้ • ไม้ดอกไม้ประดับที่กลุ่มฉันปลูก • วิธีกำรปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิต • วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรปลูก • ประโยชน์ของไม้ดอกไม้ประดับที่ฉันปลูก • ไม้ดอกไม้ประดับที่กลุ่มฉันปลูก จะน�ำไปท�ำอะไร 29 ขั้นสรุป 1. สมาชิกในกลุมรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การปลูกไมดอกไมประดับ 2. ตัวแทนของกลุมออกมานําเสนอผลการวิเคราะห 3. ครูตรวจสอบผลการนําเสนอความรู เรื่อง ไมดอกไมประดับ ขั้นประเมิน 1. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรมพัฒนา การทํางาน 2. ครูตรวจสอบความถูกตองของกิจกรรมพัฒนา การทํางาน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเสริมใหนักเรียนเขาใจวา การจะเลือกปลูกไมดอกไมประดับ จะตองคํานึงถึงปจจัยประกอบหลายประการ เชน สภาพภูมิอากาศ พื้นที่ปลูก ความตองการของตลาด ความชอบสวนตัวของผูปลูก ในการปลูกไมดอกไมประดับโดยการทํางานกลุม ครูแนะนําใหนักเรียนใช กระบวนการกลุมในการทํางาน ดังนี้ 1. การเลือกหัวหนากลุม 2. การกําหนดเปาหมาย 3. การวางแผนในการทํางาน 4. การแบงงานตามความสามารถ 5. การปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ 6. การประเมินผลและการปรับปรุงงาน นักเรียนทําสมุดภาพไมดอกไมประดับที่พบในชีวิตประจําวัน โดยวาดหรือนําภาพมาติดลงในสมุด พรอมเขียนอธิบายลักษณะ ของไมดอกไมประดับและสถานที่ที่พบ จากนั้นนํามาแลกเปลี่ยน กันดูกับเพื่อน กิจกรรม สรางเสริม นํา สอน สรุป ประเมิน T35
แบบประเมินการท�างาน ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ปรับปรุง ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนประเมินกำรท�ำงำนของตนเองตำมรำยกำร ที่ก�ำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการ ๑. จัดเตรียมอุปกรณ์ท�ำกำรเกษตรได้เหมำะสม ๒. เตรียมแปลงเพื่อเพำะปลูกได้เหมำะสม ๓. ปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้วยกำรเพำะเมล็ดหรือด้วย กิ่งพันธุ์ได้เหมำะสม ๔. บ�ำรุงรักษำและดูแลไม้ดอกไม้ประดับได้เหมำะสม ๕. เก็บเกี่ยวผลผลิตจำกไม้ดอกไม้ประดับได้เหมำะสม ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รวม ตัวอย่างตารางบันทึกผล ท�ำได้ดี พอท�ำได้ ปรับปรุง แบบประเมิน ทักษะการท�างาน C21 ค�าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินทักษะกำรท�ำงำน C21 ตำมรำยกำร ที่ก�ำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน Learning Environments Professional Development Curriculum and Instruction Standards and Assessments Technology Skills Skills Skills Life and Career LearningandInnovation Information,Media,an C d ore Subjects and 21st Century Themes ท�าได้ดี = ๓ พอท�าได้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ รายการ ๑. แบ่งหน้ำที่อย่ำงเหมำะสม ๒. ร่วมมือกันท�ำงำนจนส�ำเร็จ ๓. แสดงควำมคิดเห็นอย่ำงเหมำะสม ๔. รับฟังควำมคิดเห็นของคนในกลุ่ม ๕. น�ำไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไปใช้ประโยชน์ รวม ตัวอย่างตารางบันทึกผล สำ�หรับครู สำ�หรับนักเรียน 30 ขั้นประเมิน 1. ครูใหนักเรียนทําแบบประเมินการทํางานของ ตนเอง 2. ครูประเมินทักษะการทํางาน C21 3. นักเรียนทํากิจกรรมตามตัวชี้วัด จากแบบวัดฯ 4. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 ไมดอกไมประดับ จากแผนการจัดการเรียนรู แบบประเมิน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เหตุผลในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมาย 2 การปลูกไม้ดอกไม้ประดับให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ 3 คุณธรรมในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 9 ดี 5 - 7 พอใช้ ต่่ากว่า 5 ปรับปรุง แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการน่าเสนอ 5 วิธีการน่าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ชื่อกลุ่ม ชั้น ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันท่างาน,ความสนใจศึกษาหาความรู้ 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้่าใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่่ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค าชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้านรายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ่าวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และน่าไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังค่าสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ ท างาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท่างานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส่าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส่านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท่างาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากแบบประเมินชิ้นงานที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ตัวอยางแบบประเมิน จากแผนการจัดการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T36
T37 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความหมายและ ประโยชน์ของ งานช่าง 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 4.1 - แบบวัดฯ - PowerPoint - บัตรภาพ 1. บอกประโยชน์และ ความหมายของ งานช่างได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีเจตคติที่ดีต่อการ ใช้อุปกรณ์งานช่าง 3. มีทักษะในการใช้ อุปกรณ์งานช่าง วิธีสอนโดย การจัดการ เรียนรู้แบบ ร่วมมือ เพื่อนคู่คิด - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน แผนฯ ที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ใน การท�ำงานช่าง 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - วีดิทัศน์ - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายลักษณะการ ใช้งานเครื่องมือที่ ใช้ในงานช่างแต่ละ ประเภทได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีเจตคติที่ดีต่อการ ใช้อุปกรณ์งานช่าง 3. มีทักษะในการใช้ อุปกรณ์งานช่าง วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ การเรียนรู้ ความเข้าใจ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview
T38 Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 หลักในการ ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายการ ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้และดูแล รักษาของใช้ได้ อย่างถูกต้อง 2. มีความประหยัด และรับผิดชอบต่อ การซ่อมซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องมือ และเครื่องใช้ 3. มีทักษะในการ ซ่อมแซม อุปกรณ์ เครื่องมือและ เครื่องใช้ วิธีสอน โดยเน้น กระบวนการ การสร้าง ความ ตระหนัก - ประเมินผลการ ปฏิบัติงานช่าง ภายในบ้าน - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 3. ทักษะการนำ ความรู้ไปใช้ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน
T39 แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 4 ตัวอย่างการ ซ่อมแซม 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียน - ใบงานที่ 4.2 - แบบวัดฯ - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการ ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยกได้อย่าง ถูกต้อง 2. มีความขยัน อดทน รับผิดชอบ และ ซื่อสัตย์ในการ ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยก 3. ซ่อมแซมเก้าอี้ ขาโยกได้ถูกต้อง ตามขั้นตอน วิธีสอน โดยทักษะ กระบวนการ ปฏิบัติ - ประเมินการ นำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1. ทักษะการ รวบรวม ข้อมูล 2. ทักษะการให้ เหตุผล 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน Chapter Overview