The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ย่อยอาหาร ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Anny Jariyaporn, 2022-09-20 11:51:45

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ย่อยอาหาร ป.6

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ย่อยอาหาร ป.6

44

20. อวัยวะตอ่ ไปน้เี ปน็ อวัยวะในระบบย่อยอาหาร
A ปาก
B หลอดอาหาร
C กระเพาะอาหาร
D ลำไส้เล็ก
E ลำไส้ใหญ่

อาหารทเ่ี รารบั ประทานจะไมถ่ กู ย่อยในอวัยวะใด
ก. A และ C
ข. A และ D
ค. B และ E
ง. C และ D

21. จากรูป หมายเลข 1-6 เป็นอวัยวะในระบบย่อยอาหาร เมอื่ รับประทานมะละกอ จะมกี ารย่อยทอี่ วยั วะใด
(ว1.2 ป.6/4)

ก. 1 4 5
ข. 1 5 6
ค. 2 3 4
ง. 2 3 5

22. ข้อใดถกู ตอ้ งเกยี่ วกับลักษณะและหน้าทข่ี องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร (ว1.2 ป.6/4)
ก. ลำไส้ใหญ่มีส่วนเชอ่ื มตอ่ กับตับ เพ่อื รบั เอนไซมม์ าชว่ ยทำใหไ้ ขมนั แตกตัว
ข. กระเพาะอาหารมีผนงั ดา้ นในลกั ษณะเป็นคลน่ื ชว่ ยในการดดู ซึมสารอาหาร
ค. ปากมีฟันและล้ินชว่ ยบดและคลุกเคลา้ อาหาร และมเี อนไซม์สำหรับย่อยโปรตีน
ง. ลำไส้เล็กมสี ว่ นเชอื่ มต่อกับตบั อ่อน เพอ่ื รบั เอนไซม์มาชว่ ยในการยอ่ ยสารอาหาร

45

23. พจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปนี้
1. น้ำดที ำหนา้ ท่ยี ่อยไขมัน
2. การย่อยอาหารจะเสร็จสิน้ ทลี่ ำไส้เล็ก
3. ลำไสใ้ หญม่ ีหนา้ ทดี่ ูดซึมสารอาหารบางประเภท
4. ผนังดา้ นในของลำไส้เล็กทยี่ ืน่ ออกมาคล้ายนวิ้ มอื ทำหนา้ ท่ีสรา้ งเอนไซม์

ข้อใดถกู ต้อง (ว1.2 ป.6/4)
ก. 1 และ 2
ค. 2 และ 3
ข. 1 และ 3
ง. 2 และ 4

24. การย่อยอาหารเริ่มจากอวยั วะใดเปน็ อนั ดับแรก
(ว1.2 ป.6/4)

ก. ลนิ้
ข. ปาก
ค. นำ้ ลาย
ง. หลอดอาหาร

25. เม่อื นักเรียนรับประทานข้าวและไกย่ า่ ง สารอาหารจะถกู ดดู ซมึ มากที่สดุ ท่ีอวยั วะใด (ว1.2 ป.6/4)
ก. ปาก
ข. ลำไส้เลก็
ค. ลำไสใ้ หญ่
ง. หลอดอาหาร

26. การเคย้ี วอาหารใหล้ ะเอยี ดมีประโยชนใ์ นเรอื่ งใด
(ว1.2 ป.6/5)

ก. ชว่ ยเพ่ิมรสชาตขิ องอาหาร
ข. ทำให้สารอาหารแตกตวั งา่ ยขนึ้
ค. รา่ งกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ไดม้ ากข้นึ
ง. อาหารมีโอกาสสมั ผสั กบั เอนไซม์ในนำ้ ลายมากข้นึ

46

27. การรับประทานอาหารตรงเวลาเปน็ ประจำมีผลตอ่ การทำงานของระบบยอ่ ยอาหารอยา่ งไร (ว1.2 ป.6/5)
ก. รับประทานอาหารได้มากขนึ้
ข. นำ้ ยอ่ ยหล่ังออกมาได้ตรงเวลา
ค. ระบบไหลเวยี นเลอื ดทำงานไดด้ ขี ้นึ
ง. ดดู ซึมสารอาหารเขา้ สหู่ ลอดเลอื ดไดด้ ขี น้ึ

28. อาหารสว่ นท่เี หลอื จากการยอ่ ย และสว่ นท่ียอ่ ยไมไ่ ด้จะถูกกำจัดออกจากร่างกายทางอวยั วะใด ?
ก. ลำไสเ้ ล็ก.
ข. ลำไสใ้ หญ.่
ค. ผนังท่อหน่วยไต.
ง. กระเพาะปสั สาวะ

29. เม่ือกินสารอาหารประเภทใดจะไม่มีการย่อยการขึน้
ก. โปรตนี
ข. ไขมัน
ค. เกลอื แร่
ง. คารโ์ บไฮเดรต

30. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเก่ยี วกบั ลำไส้ใหญ่
ก. ทำหนา้ ทดี่ ดู ซมึ น้ำและเกลอื
ข. ทำหนา้ ทย่ี อ่ ยสารอาหารประเภทไขมนั
ค. ทำหน้าท่ีย่อยสารอาหารประเภทโปรตีน
ง. ทำหน้าที่ย่อยสารอาหารประเภทคารโ์ บไฮเดรต

47

ภาคผนวก ข

48

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 12

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว 16101

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา...........

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อาหารและการย่อยอาหาร เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร (1) เวลา 1 ชั่วโมง

วันที่ ……........ เดอื น ………………........…. พ.ศ. ………...........…. ครูผูส้ อน ...........................................................

**************************************************************************************************

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิ่งมีชวี ิต หนว่ ยพน้ื ฐานของส่งิ มชี ีวติ การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก

เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

2. ตวั ชว้ี ัดชั้นปี
ว 1.2 ป. 6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

รวมทั้งอธบิ ายการย่อยอาหารและการดดู ซึมสารอาหาร

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สรา้ งแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหารได้ (K)
2. มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้อยากเห็น (A)
3. พอใจในประสบการณก์ ารเรียนรู้ท่ีเกย่ี วกับวทิ ยาศาสตร์ (A)
4. ทำงานร่วมกับผูอ้ น่ื อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5. สอื่ สารและนำความรู้เร่ืองระบบยอ่ ยอาหารไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)

4. สาระสำคญั
ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กลำไส้

ใหญ่ ทวารหนัก ตบั และตับออ่ น

5. สาระการเรยี นรู้
ระบบย่อยอาหาร

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย

49

2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์

7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน
สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร

9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครถู ามคำถามนกั เรยี นเพ่ือกระตุ้นความสนใจ เชน่
- อาหารทีน่ กั เรยี นรับประทานมื้อทีผ่ า่ นมาคืออะไร (แนวคำตอบ ขา้ วผดั หม)ู
- เมื่อนักเรียนรับประทานอาหารเข้าสู่ปากแล้วเคี้ยว อาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด

(แนวคำตอบ อาหารมขี นาดเล็กลง)
2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้

เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร

ขนั้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแบบกลับด้านชั้นเรียน ซึ่งมีขั้นตอน
ดังน้ี
1) ขั้นสร้างความสนใจ

1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปดิ โอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกบั ระบบย่อยอาหาร ที่
ครมู อบหมายให้ไปเรียนร้ลู ่วงหนา้ ใหเ้ พอ่ื นๆ ในกลุ่มฟงั ให้แตล่ ะกล่มุ ส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมลู หนา้ ห้องเรียน

2. ครูตรวจสอบว่านกั เรยี นทำภาระงานท่ีไดร้ บั มอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึก
ของนักเรยี น และถามคำถามเกีย่ วกบั ภาระงาน ดังน้ี

- ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวยั วะใดบา้ ง (แนวคำตอบ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
ลำไสเ้ ลก็ ลำไส้ใหญ่ ทวารหนกั ตับ และตบั ออ่ น)

50

- ระบบย่อยอาหารมีความสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ เป็นระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารและดูด
ซึมสารอาหารเพอ่ื นำไปเล้ียงส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย)

3. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนตั้งประเดน็ คำถามทน่ี กั เรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างนอ้ ยคนละ 1
คำถาม ซึง่ ครูใหน้ ักเรียนเตรียมมาล่วงหนา้ และให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบและแสดงความคิดเห็น

4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ระบบย่อย
อาหารประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก
ตบั และตบั ออ่ น ซงึ่ ทำหน้าทีร่ ว่ มกนั ในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร

2) ขน้ั สำรวจและค้นหา
1. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องระบบย่อยอาหาร จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบาย

ให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่ออาหารเข้าสู่ร่างกายจะต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหาร เพื่อให้อาหารมีขนาดเล็กลง
จนสามารถลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ส่วนกากอาหารที่เหลือจากการย่อยจะถูกขับออกนอก
รา่ งกาย

2. ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5-6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร ตามขั้นตอน
ดังน้ี

- วาดรปู อวยั วะต่างๆ ในระบบย่อยอาหารลงบนกระดาษแขง็ สขี าว
- ฉีกกระดาษสีและนำไปแปะลงบนรปู อวัยวะต่างๆ ในระบบย่อยอาหาร โดยให้แต่ละอวัยวะมีสี
ไมซ่ ำ้ กนั
- แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าห้องเรียนและเปิดโอกาสให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆ ซักถาม จากนั้น
บันทกึ ผลและสรปุ
3. ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยครเู ดนิ ดูรอบๆ ห้องเรียนและเปดิ โอกาส
ให้นกั เรียนทุกคนซักถามเมอื่ มีปัญหา
3) ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าหอ้ งเรยี น
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏิบัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
- อวัยวะในระบบย่อยอาหารมีกี่อวัยวะ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ มี 8 อวัยวะ ได้แก่ ปาก หลอด
อาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เลก็ ลำไสใ้ หญ่ ทวารหนกั ตับ และตับออ่ น)
- ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงส่วน
ตา่ งๆ ของร่างกาย)
- อวัยวะใดในระบบย่อยอาหารที่มีรูปร่างเหมือนตัวเจ ทำหน้าที่ย่อยโปรตีน (แนวคำตอบ
กระเพาะอาหาร)

51

3. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปผลจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครูเน้นให้นกั เรียนเข้าใจว่า ระบบยอ่ ย
อาหารประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก
ตับ และตับอ่อน ซงึ่ ทำหนา้ ทร่ี ่วมกนั ในการยอ่ ยอาหารและดูดซึมสารอาหาร

4) ข้ันขยายความรู้
1. นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร จากหนังสือเรียน

ภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ นต็ และนำเสนอให้เพอ่ื นฟงั คัดคำศัพท์พร้อมท้ังคำแปลลงสมุดสง่ ครู
5) ขน้ั ประเมิน
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยัง

ไมเ่ ขา้ ใจหรือยังมีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อยา่ งไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ

การนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
4. ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
- ถ้าอาหารไม่ย่อยหรือย่อยยากจะส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายเพราะอะไร (แนว

คำตอบ เพราะรา่ งกายจะไดร้ ับสารอาหารน้อยลง ทำให้รา่ งกายสรา้ งพลงั งานได้น้อยลง)

ขน้ั สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผัง

มโนทัศน์

10. สือ่ การเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรม สรา้ งแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหาร
2. หนงั สอื เรยี นภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอร์เน็ต
3. คู่มือการสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
4. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6
5. แบบฝกึ ทักษะรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6
6. หนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6

52

11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
และจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)

1. ซักถามความรู้เรื่อง ระบบย่อย 1. ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ประเมินทักษะกระบวนการ

อาหาร เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด

2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ แบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กิจกรรมฝึกทักษะระหวา่ งเรยี น 2. ประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ

เป็นรายบุคคลโดยการสงั เกตและใช้ สังเกตการทำงานกลุ่ม

แบบวดั เจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหาโดย

การสังเกตการทำงานกลุม่

4. ประเมินพฤติกรรมในการปฏิบัติ

กิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือรายกลมุ่

โดยการสงั เกตการทำงานกล่มุ

53

12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
12.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน..................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คิดเป็นร้อยละ..................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
นักเรียนนไี่ ม่ผา่ น มีดังน้ี
1)............................................................ 2)............................................................
3)............................................................ 4)............................................................
5)............................................................ 6)............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ีไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจเนอ้ื หา (K)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ (P)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4. นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (A)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

12.3 ข้อเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง..............................................

54

ความคดิ เหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเนอ้ื หา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................

3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง.................................................

55

ใบกจิ กรรม
สรา้ งแบบจำลองระบบย่อยอาหาร

ปญั หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขั้นตอน ทักษะสรา้ งเสรมิ ความเขา้ ใจทค่ี งทน
1. วาดรูปอวัยวะต่าง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหารลงบนกระดาษ
1. การสงั เกต
แข็งสีขาว
2. ฉีกกระดาษสแี ละนำไปแปะลงบนรปู อวัยวะต่างๆ ใน 2. การสรา้ งแบบจำลอง

ระบบยอ่ ยอาหาร โดยใหแ้ ตล่ ะอวัยวะมสี ไี มซ่ ้ำกัน 3. การจดั กระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มลู
3. แต่ละกล่มุ นำเสนอผลงานหนา้ หอ้ งเรียนและเปิดโอกาส
ให้เพอื่ นกลมุ่ อน่ื ๆ ซกั ถาม จากน้นั บันทึกผลและสรปุ อุปกรณ์

1. กระดาษแขง็ สีขาว 1 แผน่

2. ดินสอ 1 แท่ง

3. กระดาษสีตา่ ง ๆ 8 สี สลี ะ 1 แผ่น

4. กาว 1 ขวด

การสรา้ งแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหาร

56

ตารางบันทกึ ผล

รายการบนั ทกึ ผลการสร้าง

สรุปผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามประกอบกจิ กรรม
1. อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารมีกีอ่ วยั วะ อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ระบบย่อยอาหารทำหน้าทอ่ี ะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. อวัยวะใดในระบบย่อยอาหารทมี่ รี ปู ร่างเหมือนตวั เจ ทำหนา้ ท่ีย่อยโปรตีน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

57

เฉลยใบกิจกรรม
สรา้ งแบบจำลองระบบย่อยอาหาร

ปญั หา
อวยั วะตา่ งๆ ในระบบย่อยอาหารมีลกั ษณะอย่างไร

ขัน้ ตอน ทกั ษะสรา้ งเสริมความเขา้ ใจที่คงทน
1. วาดรปู อวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบย่อยอาหารลงบนกระดาษ
1. การสังเกต
แข็งสีขาว
2. ฉีกกระดาษสีและนำไปแปะลงบนรูปอวยั วะตา่ งๆ ใน 2. การสรา้ งแบบจำลอง

ระบบยอ่ ยอาหาร โดยให้แต่ละอวยั วะมีสีไมซ่ ้ำกัน 3. การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู
3. แตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ห้องเรยี นและเปิดโอกาส
ใหเ้ พอ่ื นกล่มุ อนื่ ๆ ซักถาม จากน้นั บันทึกผลและสรปุ อุปกรณ์

1. กระดาษแขง็ สีขาว 1 แผน่

2. ดนิ สอ 1 แท่ง

3. กระดาษสตี า่ ง ๆ 8 สี สลี ะ 1 แผ่น

4. กาว 1 ขวด

การสรา้ งแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหาร

58

ตารางบันทึกผล รายการบันทกึ ผลการสร้าง
แนวคำตอบ

สรุปผล
ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เลก็ ลำไส้

ใหญ่ ทวารหนัก ตบั และตับออ่ น ซึ่งทำหนา้ ทรี่ ่วมกนั ในการย่อยอาหารและดดู ซมึ สารอาหาร

คำถามประกอบกิจกรรม
1. อวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารมกี อี่ วยั วะ อะไรบา้ ง

8 อวัยวะ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับ
ออ่ น

2. ระบบย่อยอาหารทำหนา้ ทอ่ี ะไร
ย่อยอาหารและดดู ซมึ สารอาหารไปเลยี้ งสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย

3. อวยั วะใดในระบบย่อยอาหารทม่ี รี ปู ร่างเหมือนตวั เจ ทำหน้าท่ีย่อยโปรตนี
กระเพาะอาหาร

59

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 13

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว 16101

ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา...........

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 อาหารและการย่อยอาหาร เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร (2) เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ที่ ……........ เดอื น ………………........…. พ.ศ. ………...........…. ครผู สู้ อน ...........................................................

**************************************************************************************************

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบตั ิของสง่ิ มชี ีวติ หน่วยพื้นฐานของส่งิ มีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก

เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

2. ตวั ช้วี ดั ชนั้ ปี
ว 1.2 ป. 6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

รวมท้ังอธิบายการย่อยอาหารและการดดู ซึมสารอาหาร

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายระบบย่อยอาหารได้ (K)
2. มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรอู้ ยากเหน็ (A)
3. พอใจในประสบการณ์การเรียนรูท้ ีเ่ กย่ี วกับวทิ ยาศาสตร์ (A)
4. ทำงานรว่ มกับผ้อู ืน่ อยา่ งสรา้ งสรรค์ (A)
5. สอื่ สารและนำความรูเ้ รอ่ื งระบบย่อยอาหารไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ (P)

4. สาระสำคญั
ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะต่างๆ ซึง่ ทำหน้าท่ีร่วมกนั ในการย่อยอาหารและดูดซมึ สารอาหาร

5. สาระการเรียนรู้
ระบบย่อยอาหาร

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้

60

3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. มจี ิตวิทยาศาสตร์

7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

8. ช้นิ งานหรือภาระงาน
สบื ค้นขอ้ มูลระบบยอ่ ยอาหาร

9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูถามคำถามนักเรยี นเพอ่ื กระตุน้ ความสนใจ เช่น
- เอนไซม์ในน้ำลายชว่ ยในการยอ่ ยอาหารอยา่ งไร (แนวคำตอบ ยอ่ ยแปง้ ให้เปน็ น้ำตาล)
- นักเรียนคิดว่านอกจากเอนไซม์ในน้ำลายที่ช่วยในการย่อยอาหารแล้ว ยังมีเอนไซม์ชนิดอื่นอีก

หรอื ไมท่ ่เี กย่ี วขอ้ งกับการยอ่ ยอาหาร (แนวคำตอบ ม)ี
2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้

เรือ่ ง ระบบย่อยอาหาร

ข้นั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ ซึง่ มขี ัน้ ตอนดังนี้
1) ขน้ั สร้างความสนใจ

1. ครนู ำรปู ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษยม์ าให้นกั เรียนดู แลว้ ถามคำถามนกั เรียน ดังน้ี
- เมื่ออาหารผ่านการย่อยอาหารในปากแล้วจะเคลื่อนที่ต่อไปยังอวัยวะใด (แนวคำตอบ หลอด

อาหาร)
- นกั เรยี นคิดวา่ อวยั วะดงั กล่าวช่วยในการยอ่ ยอาหารหรอื ไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ไม่ เพราะ

หลอดอาหารทำหน้าทีล่ ำเลียงอาหารจากปากไปยงั กระเพาะอาหาร แต่ไม่มีสว่ นชว่ ยในการยอ่ ยอาหาร)
2. นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเกย่ี วกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน

61

2) ขัน้ สำรวจและคน้ หา
1. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องระบบย่อยอาหาร จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบาย
ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ ระบบย่อยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะตา่ งๆ ได้แก่

- ปาก มีฟันชว่ ยบดเค้ียวอาหารให้มขี นาดเล็กลงและมีลิน้ ช่วยคลกุ เคล้าอาหารใหผ้ สมกับนำ้ ลาย
ในนำ้ ลายมีเอนไซม์ยอ่ ยแปง้ ใหเ้ ปน็ น้ำตาล

- หลอดอาหาร ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากปากไปยงั กระเพาะอาหาร
- กระเพาะอาหาร ทำหนา้ ทย่ี ่อยโปรตนี โดยใชก้ รดและเอนไซม์ท่ีสรา้ งจากกระเพาะอาหาร
- ลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน โดยใช้เอนไซม์ที่สร้างจากผนังลำไส้
เล็กเองและจากตับอ่อน และทำหนา้ ที่ดดู ซึมคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมนั ทีผ่ ่านการย่อยจนเปน็ สารอาหาร
ทีม่ ีขนาดเลก็ รวมถงึ ดดู ซึมเกลอื แร่ วิตามิน และน้ำท่ีผนังลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือด เพือ่ ลำเลยี งไปยังส่วนต่างๆ
ของร่างกาย
- ลำไส้ใหญ่ ทำหน้าทด่ี ูดซมึ เกลอื แร่และนำ้ เป็นบรเิ วณทท่ี ำใหอ้ าหารที่ย่อยไม่ได้หรอื ยอ่ ยไม่หมด
กลายเปน็ กากอาหาร ซ่ึงจะถูกขบั ออกนอกร่างกายทางทวารหนกั
- ทวารหนกั ทำหนา้ ที่ขับกากอาหารเป็นอุจจาระออกนอกรา่ งกาย
- ตบั ทำหน้าทีส่ รา้ งน้ำดีแล้วสง่ ไปยงั ลำไส้เล็ก เพื่อชว่ ยใหไ้ ขมนั แตกตวั
- ตับอ่อน ทำหน้าที่สร้างเอนไซมแ์ ล้วส่งไปยังลำไสเ้ ล็ก เพื่อช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ
ไขมนั
2. ครแู บง่ นกั เรียนกลมุ่ ละ 5-6 คน สบื ค้นขอ้ มลู เก่ยี วกับระบบยอ่ ยอาหาร ตามข้ันตอน ดงั นี้
- แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันสืบค้นตามที่
สมาชิกกลมุ่ ช่วยกันกำหนดหวั ข้อย่อย เชน่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไสใ้ หญ่ ทวารหนัก
ตับ และตับอ่อน
- สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดย
การสืบค้นจากหนังสอื วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน หรืออนิ เทอรเ์ นต็
- สมาชิกกลุม่ นำขอ้ มลู ที่สบื คน้ ได้มารายงานให้เพ่อื นๆ สมาชิกในกลุ่มฟงั รวมทงั้ รว่ มกันอภิปราย
ซักถามจนคาดว่าสมาชกิ ทุกคนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจท่ีตรงกนั
- สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลุ่ม และช่วยกันจัดทำรายงาน
การศกึ ษาค้นควา้ เกยี่ วกบั ระบบย่อยอาหาร
3. ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนกั เรยี นขณะปฏบิ ัติกิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ใหน้ กั เรียนทกุ คนซักถามเมอื่ มปี ญั หา

3) ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา้ ห้องเรียน

62

2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
- กระเพาะอาหารเป็นบริเวณทม่ี กี ารยอ่ ยอาหารประเภทใด (แนวคำตอบ โปรตีน)
- ลำไล้เล็กเป็นบริเวณที่มีการย่อยอาหารประเภทใด (แนวคำตอบ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ

ไขมนั )
3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยครูเนน้ ให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ ปาก หลอด

อาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน เป็นอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ซ่ึง
ทำหนา้ ที่รว่ มกันในการยอ่ ยอาหารและดดู ซึมสารอาหาร

4) ข้ันขยายความรู้
1. ครูใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั ยกตัวอย่างอาหารทีถ่ ูกยอ่ ยทีบ่ รเิ วณปาก กระเพาะอาหาร และลำไสเ้ ลก็
2. ครูใหน้ ักเรยี นเลน่ เกม คน้ หาคำศัพท์ จากหัวข้อสนกุ ทำ สนุกคดิ กับวิทยาศาสตร์ ตามที่กำหนด

5) ข้ันประเมนิ
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยัง

ไม่เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรียนเข้าใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อย่างไรบ้าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ

การนำความรู้ทไี่ ด้ไปใช้ประโยชน์
4. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
- กระบวนการที่ทำให้อาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับอวัยวะใด (แนวคำตอบ ปาก

กระเพาะอาหาร และลำไสเ้ ลก็ )
- ลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่แตกต่างกันหรือไม่ ลักษณะใด (แนวคำตอบ แตกต่างกัน โดย

ลำไสเ้ ลก็ ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารทุกชนิด ส่วนลำไส้ใหญ่ไม่มีการย่อยอาหารและดดู ซมึ เฉพาะเกลือแร่
และนำ้ )

ขั้นสรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผัง

มโนทัศน์

10. สือ่ การเรียนรู้
1. รูประบบย่อยอาหารของมนุษย์
2. หนงั สอื วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน หรอื อินเทอรเ์ นต็
3. คู่มือการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6

63

4. สื่อการเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
5. แบบฝึกทกั ษะรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
6. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6

11. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
และจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)

1. ซักถามความรู้เรื่อง ระบบย่อย 1. ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ประเมินทักษะการคิดโดยการ

อาหาร เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ สังเกตการทำงานกลุ่ม

2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ แบบวดั เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 2. ประเมินพฤติกรรมในการปฏิบัติ

กิจกรรมฝกึ ทักษะระหวา่ งเรียน 2. ประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ กิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือรายกลมุ่

เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ โดยการสังเกตการทำงานกลุ่ม

แบบวดั เจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์

64

12. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
12.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน..................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
นักเรยี นนีไ่ มผ่ า่ น มดี งั น้ี
1)............................................................ 2)............................................................
3)............................................................ 4)............................................................
5)............................................................ 6)............................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรียนท่ไี มผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. นักเรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจเนอ้ื หา (K)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนเกิดทกั ษะทางวทิ ยาศาสตร์ (P)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4. นักเรยี นมีคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ (A)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

12.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

12.3 ข้อเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหนง่ ..............................................

65

ความคิดเหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเนอ้ื หา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................

3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง..............................................

66

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 14

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว 16101

ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา...........

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 อาหารและการยอ่ ยอาหาร เร่ือง การย่อยอาหาร เวลา 1 ชั่วโมง

วันท่ี ……........ เดอื น ………………........…. พ.ศ. ………...........…. ครผู ูส้ อน ...........................................................

**************************************************************************************************

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสิ่งมีชีวติ หน่วยพน้ื ฐานของสง่ิ มชี ีวติ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก

เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

2. ตวั ชีว้ ัดชน้ั ปี
ว 1.2 ป. 6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

รวมท้งั อธิบายการย่อยอาหารและการดูดซมึ สารอาหาร

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการยอ่ ยอาหารได้ (K)
2. มีความสนใจใฝร่ ้หู รอื อยากรู้อยากเหน็ (A)
3. พอใจในประสบการณก์ ารเรียนรทู้ เ่ี กี่ยวกบั วิทยาศาสตร์ (A)
4. ทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A)
5. สอ่ื สารและนำความร้เู รือ่ งการย่อยอาหารไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ (P)

4. สาระสำคญั
การย่อยอาหารเป็นกระบวนการที่ทำใหโ้ มเลกุลของอาหารเปลี่ยนสภาพไปเปน็ โมเลกุลขนาดเล็ก พอท่ี

ร่างกายจะดดู ซมึ และลำเลยี งไปยังเซลลต์ า่ งๆ ได้

5. สาระการเรียนรู้
ระบบย่อยอาหาร

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย

67

2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนินชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
1. สงั เกตการยอ่ ยอาหาร
2. สืบค้นข้อมูลระยะเวลาในการย่อยอาหารแตล่ ะชนดิ

9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครใู ห้นกั เรียนทบทวนความรู้เดิมทีไ่ ดเ้ รียนรู้มาแลว้ โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- กระเพาะอาหารทำหนา้ ที่อะไร (แนวคำตอบ ย่อยอาหารประเภทโปรตีน)
- ลำไส้เล็กทำงานร่วมกบั อวัยวะใด (แนวคำตอบ ตับและตบั ออ่ น)
2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้

เรื่อง การยอ่ ยอาหาร

ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
จดั กิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซงึ่ มีข้นั ตอนดังน้ี
1) ขนั้ สร้างความสนใจ

1. ครถู ามคำถามนกั เรียนเพอื่ กระต้นุ ความสนใจ เชน่
- กระบวนการที่อวัยวะต่างๆ ทำหน้าที่ร่วมกันในการย่อยให้อาหารมีขนาดเล็กลงจนร่างกาย

สามารถนำไปใช้ได้เรยี กว่าอะไร (แนวคำตอบ การยอ่ ยอาหาร)
2. นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน

2) ขน้ั สำรวจและค้นหา
1. ครูแบ่งนกั เรยี นกลุ่มละ 5-6 คน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม สงั เกตการยอ่ ยอาหาร ตามขัน้ ตอน ดังน้ี

68

- แบ่งข้าวสกุ 1 ชอ้ นโต๊ะเปน็ 2 สว่ น โดยนำส่วนที่ 1 ใส่ลงในหลอดทดลองหลอดท่ี 1 และส่วนที่
2 เคีย้ วใหล้ ะเอียดนาน 30 วนิ าที แล้วใสล่ งในหลอดทดลองหลอดที่ 2

- หยดสารละลายเบเนดิกต์ลงในหลอดทดลองทั้ง 2 หลอด หลอดละประมาณ 5-7 หยด แล้ว
นำไปตม้ ในน้ำเดอื ดประมาณ 2 นาที สงั เกตและบันทกึ ผล

2. ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นกั เรยี นขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ให้นกั เรยี นทุกคนซกั ถามเม่อื มีปญั หา

3) ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหน้าหอ้ งเรียน
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น
- สที ีส่ ังเกตไดจ้ ากหลอดทดลองหลอดท่ี 1 และ 2 กอ่ นตม้ คอื สอี ะไร (แนวคำตอบ สีฟา้ )
- หลอดทดลองทงั้ 2 หลอดมกี ารเปลีย่ นแปลงเหมือนหรอื แตกตา่ งกนั ในลักษณะใด (แนวคำตอบ

หลอดทดลองทั้ง 2 หลอดมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน คือ หลังต้ม พบว่าหลอดที่ 1 สารละลายมีสีฟ้า
เหมอื นเดมิ สว่ นหลอดท่ี 2 สารละลายเปลย่ี นจากสีฟา้ เปน็ สีเหลือง)

- สารละลายสีเหลอื งท่ีพบในหลอดทดลองคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวคำตอบ สารละลายสี
เหลอื งทพี่ บ คือ นำ้ ตาล ซ่ึงเกดิ จากการย่อยแป้งทีเ่ ปน็ คาร์โบไฮเดรตโมเลกลุ ใหญใ่ หเ้ ปน็ น้ำตาลท่ีมีโมเลกุลเล็ก
ลง โดยในน้ำลายมเี อนไซมท์ ส่ี ามารถย่อยแป้งได้)

3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การย่อย
อาหารของคนเรมิ่ ต้นที่ปาก ภายในปากมีน้ำลายซึง่ มเี อนไซมท์ ่สี ามารถย่อยแปง้ ใหเ้ ปน็ นำ้ ตาลได้

4) ขัน้ ขยายความรู้
1. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาในการย่อยอาหารแต่ละชนิด จากหนังสือ วารสาร

สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน หรืออินเทอร์เน็ตแล้วนำข้อมูลที่ได้มานำเสนอหน้า
ห้องเรียน

5) ข้นั ประเมนิ
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยัง

ไม่เข้าใจหรอื ยังมีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อย่างไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ

การนำความรูท้ ีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์
4. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยการใหต้ อบคำถาม เชน่
- การย่อยอาหารเร่มิ ตน้ ทีอ่ วยั วะใด (แนวคำตอบ ปาก)
- การย่อยอาหารสนิ้ สุดท่ีอวัยวะใด (แนวคำตอบ ลำไสเ้ ลก็ )

69

ข้ันสรปุ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปเกีย่ วกับเรือ่ งการยอ่ ยอาหาร โดยรว่ มกันเขียนเปน็ แผนท่ีความคิดหรือผัง

มโนทัศน์

10. ส่อื การเรียนรู้
1. ใบกิจกรรม สงั เกตการย่อยอาหาร
2. หนังสือ วารสาร สารานกุ รมวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชน หรืออนิ เทอร์เนต็
3. คู่มอื การสอน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
4. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6
5. แบบฝกึ ทกั ษะรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6
6. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6

11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)

1. ซักถามความรู้เรื่อง การย่อย 1. ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ประเมินทกั ษะกระบวนการ

อาหาร เป็นรายบคุ คลโดยการสังเกตและใช้ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด

2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ แบบวัดเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กิจกรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรยี น 2. ประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ

เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ สงั เกตการทำงานกลมุ่

แบบวัดเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหาโดย

การสงั เกตการทำงานกลุม่

4. ประเมินพฤติกรรมในการปฏิบัติ

กจิ กรรมเปน็ รายบุคคลหรอื รายกลุ่ม

โดยการสังเกตการทำงานกลุ่ม

70

12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
12.1 สรปุ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน..................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......................คน คิดเป็นร้อยละ..................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
นักเรียนน่ไี ม่ผ่าน มีดงั นี้
1)............................................................ 2)............................................................
3)............................................................ 4)............................................................
5)............................................................ 6)............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนที่ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรูค้ วามเข้าใจเนอื้ หา (K)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นักเรยี นเกิดทักษะทางวทิ ยาศาสตร์ (P)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ (A)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

12.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

12.3 ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง..............................................

71

ความคิดเหน็ ของหวั หน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเนอ้ื หา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................

3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง..............................................

72

ใบกจิ กรรม
สงั เกตการย่อยอาหาร

ปัญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขน้ั ตอน ทกั ษะสรา้ งเสริมความเข้าใจทีค่ งทน
1. แบง่ ข้าวสุก 1 ชอ้ นโต๊ะเปน็ 2 สว่ น โดยนำสว่ นที่ 1 ใสล่ งใน
1. การสงั เกต
หลอดทดลองหลอดท่ี 1 และสว่ นที่ 2 เค้ยี วใหล้ ะเอยี ดนาน 30 วนิ าที
แล้วใสล่ งในหลอดทดลองหลอดท่ี 2 2. การจัดกระทำและสอื่ ความหมายข้อมลู

2. หยดสารละลายเบเนดิกตล์ งในหลอดทดลองทัง้ 2 หลอด 3. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลง
หลอดละประมาณ 5–7 หยด แล้วนำไปตม้ ในนำ้ เดอื ดประมาณ 2
นาที สงั เกตและบนั ทกึ ผล ขอ้ สรปุ

อุปกรณ์

1. ข้าวสกุ 1 ช้อนโต๊ะ

2. สารละลายเบเนดิกต์ 3 ลบ.ซม.

3. ตะเกยี งแอลกอฮอลพ์ รอ้ ม

ทกี่ ้ันลมและตะแกรงลวด 1 ชดุ

4. บีกเกอรข์ นาด 250 ลบ.ซม. 1 ใบ

5. หลอดทดลอง 2 หลอด

6. หลอดหยด 1 หลอด

7. ไมข้ ดี ไฟ 1 กลัก

หลอดท่ี 8. น้ำ 150 ลบ.ซม.
สารละลายเบเน1 9. นาฬิกาจับเวลหาลอดท่ี 1 เรอื น

บีกเ2กอร์

ข้าวสุก ดิกต์

ขา้ วสุก เค้ียว

ละเอยี ด

หลอดที่ 1 หลอดท่ี 2 หลอดที่ 1 ต้มในนำ้ เดือดประมาณ 2 นาที
หลอดท่ี 2
การสงั เกตการยอ่ ยอาหาร

73

ตารางบนั ทึกผลการสังเกต ผลการสังเกต

หลอดทดลอง กอ่ นต้ม หลังต้ม

หลอดที่ 1 ข้าวสุก + สารละลายเบเนดกิ ต์
หลอดที่ 2 ข้าวสุกเคยี้ วละเอยี ด + สารละลายเบเนดิกต์

สรปุ ผลการสงั เกต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามประกอบกจิ กรรม
1. สีทสี่ งั เกตได้จากหลอดทดลองหลอดที่ 1 และ 2 กอ่ นตม้ คือสอี ะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. หลอดทดลองทงั้ 2 หลอดมกี ารเปลย่ี นแปลงเหมอื นหรอื แตกต่างกนั ในลกั ษณะใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. สารละลายสีเหลอื งทพ่ี บในหลอดทดลองคืออะไร เกิดขน้ึ ไดอ้ ย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

74

เฉลยใบกิจกรรม
สงั เกตการย่อยอาหาร

ปัญหา
การยอ่ ยอาหารเร่มิ ต้นทป่ี ากหรือไม่

ข้นั ตอน ทกั ษะสรา้ งเสรมิ ความเขา้ ใจท่ีคงทน
1. แบง่ ข้าวสุก 1 ช้อนโตะ๊ เปน็ 2 ส่วน โดยนำสว่ นท่ี 1 ใสล่ งใน
1. การสังเกต
หลอดทดลองหลอดที่ 1 และสว่ นที่ 2 เค้ยี วใหล้ ะเอียดนาน 30 วินาที
แล้วใสล่ งในหลอดทดลองหลอดท่ี 2 2. การจัดกระทำและสอื่ ความหมายข้อมลู

2. หยดสารละลายเบเนดิกตล์ งในหลอดทดลองท้ัง 2 หลอด 3. การตคี วามหมายข้อมูลและการลง
หลอดละประมาณ 5–7 หยด แลว้ นำไปต้มในนำ้ เดอื ดประมาณ 2
นาที สงั เกตและบันทึกผล ข้อสรปุ

อปุ กรณ์

1. ขา้ วสุก 1 ชอ้ นโต๊ะ

2. สารละลายเบเนดกิ ต์ 3 ลบ.ซม.

3. ตะเกยี งแอลกอฮอลพ์ รอ้ ม

ทกี่ น้ั ลมและตะแกรงลวด 1 ชดุ

4. บีกเกอร์ขนาด 250 ลบ.ซม. 1 ใบ

5. หลอดทดลอง 2 หลอด

6. หลอดหยด 1 หลอด

7. ไมข้ ีดไฟ 1 กลัก

หลอดท่ี 8. น้ำ 150 ลบ.ซม.
สารละลายเบเน1 9. นาฬิกาจับเวลหาลอดท่ี 1 เรือน

บีกเ2กอร์

ข้าวสุก ดิกต์

ข้าวสุก เคยี้ ว

ละเอยี ด

หลอดท่ี 1 หลอดที่ 2 หลอดท่ี 1 ตม้ ในน้ำเดอื ดประมาณ 2 นาที
หลอดท่ี 2
การสงั เกตการยอ่ ยอาหาร

75

ตารางบันทึกผลการสังเกต ผลการสงั เกต

หลอดทดลอง ก่อนตม้ หลังตม้

หลอดที่ 1 ข้าวสกุ + สารละลายเบเนดกิ ต์ สีฟ้า ไม่เปลย่ี นแปลง
หลอดท่ี 2 ข้าวสกุ เคย้ี วละเอยี ด + สารละลายเบเนดิกต์
สีฟ้า สเี หลอื ง

สรปุ ผลการสังเกต
การย่อยอาหารของคนเริม่ ต้นที่ปาก ภายในปากมีน้ำลายซึง่ มีเอนไซม์ที่สามารถย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล

ได้

คำถามประกอบกจิ กรรม
1. สที ่สี งั เกตไดจ้ ากหลอดทดลองหลอดที่ 1 และ 2 กอ่ นตม้ คือสอี ะไร

สีฟา้

2. หลอดทดลองทง้ั 2 หลอดมกี ารเปล่ียนแปลงเหมอื นหรอื แตกต่างกันในลกั ษณะใด
หลอดทดลองท้งั 2 หลอดมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน คือ หลงั ตม้ พบวา่ หลอดท่ี 1 สารละลายมสี ีฟา้

เหมอื นเดมิ สว่ นหลอดท่ี 2 สารละลายเปลี่ยนจากสีฟ้าเปน็ สีเหลือง

3. สารละลายสีเหลอื งท่พี บในหลอดทดลองคอื อะไร เกิดข้ึนไดอ้ ย่างไร
สารละลายสเี หลืองทพ่ี บ คือ นำ้ ตาล ซึ่งเกดิ จากการย่อยแป้งทีเ่ ป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ให้เป็น

น้ำตาลที่มีโมเลกลุ เล็กลง โดยในน้ำลายมเี อนไซมท์ สี่ ามารถยอ่ ยแป้งได้

76

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว 16101

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา...........

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อาหารและการยอ่ ยอาหาร เรอ่ื ง อวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร เวลา 1 ชั่วโมง

วันท่ี ……........ เดอื น ………………........…. พ.ศ. ………...........…. ครผู ูส้ อน ...........................................................

**************************************************************************************************

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสง่ิ มชี วี ิต การลำเลยี งสารเข้าและออกจาก

เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

2. ตัวชวี้ ัดชั้นปี
ว 1.2 ป. 6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

รวมท้ังอธิบายการยอ่ ยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหาร

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการทำงานร่วมกนั ของอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารได้ (K)
2. มีความสนใจใฝร่ ู้หรืออยากรอู้ ยากเห็น (A)
3. พอใจในประสบการณ์การเรยี นร้ทู ่ีเก่ียวกบั วทิ ยาศาสตร์ (A)
4. ทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื อยา่ งสรา้ งสรรค์ (A)
5. สื่อสารและนำความรเู้ รอื่ งอวยั วะในระบบย่อยอาหารไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P)

4. สาระสำคญั
อวัยวะต่างๆ ในระบบย่อยอาหารทำงานร่วมกันเพื่อทำให้สารอาหารที่อยู่ในอาหารมีขนาดเล็กลงจน

ร่างกายสามารถดดู ซึมเข้าสู่หลอดเลือดและนำไปใชไ้ ด้

5. สาระการเรยี นรู้
ระบบย่อยอาหาร

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั

77

2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
4. มีจิตวิทยาศาสตร์

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชวี ิต

8. ช้ินงานหรือภาระงาน
สังเกตอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร

9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูถามคำถามนกั เรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
- เมื่อนักเรียนนำอาหารเข้าสู่ปากแล้ว ขั้นตอนที่จะปฏิบัติต่อไปคืออะไร (แนวคำตอบ เคี้ยว

อาหาร)
- การเคย้ี วอาหารเกย่ี วขอ้ งกบั อวยั วะใด (แนวคำตอบ ปาก ฟัน และล้นิ )

2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรอ่ื ง อวัยวะในระบบย่อยอาหาร

ขั้นจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซ่งึ มีขั้นตอนดังน้ี
1) ข้ันสรา้ งความสนใจ

1. ครูถามคำถามนกั เรียนเพื่อกระตุน้ ความสนใจ เช่น
- เมื่อนักเรยี นเคี้ยวอาหารเสร็จแลว้ ข้ันตอนทีจ่ ะปฏบิ ัตติ อ่ ไปคอื อะไร (แนวคำตอบ กลืนอาหาร)
- อาหารทถ่ี กู กลนื จะถกู ลำเลียงโดยอวยั วะใด เพ่ือนำไปส่อู วัยวะใด (แนวคำตอบ อาหารที่ถูกกลนื

จะถูกลำเลยี งโดยหลอดอาหาร เพ่อื นำไปส่กู ระเพาะอาหาร)
2. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเกี่ยวกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน

78

2) ขัน้ สำรวจและค้นหา
1. ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5-6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ตามขั้นตอน

ดงั น้ี
ตอนท่ี 1
- สงั เกตลักษณะของขนมปงั ในจาน บันทกึ ผล
- เคี้ยวขนมปังช้าๆ พร้อมทั้งสังเกตลักษณะของปาก ฟัน และลิ้นขณะเค้ียวขนมปัง จากนั้นใช้

กระจกเงาส่องดลู กั ษณะของขนมปังในปากของตนเองหลังจากเคี้ยวขนมปงั บนั ทกึ ผล
- กลนื ขนมปงั ชา้ ๆ แลว้ ให้เพ่อื นสังเกตลักษณะของคอขณะกลนื ขนมปัง บนั ทึกผล

ตอนที่ 2
- สบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกบั อวัยวะตา่ งๆ ในระบบย่อยอาหาร บนั ทึกผล

2. ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนกั เรยี นขณะปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยครูเดินดูรอบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส
ให้นักเรียนทุกคนซักถามเม่ือมปี ญั หา

3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ
1. นักเรียนแต่ละกล่มุ นำเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหนา้ หอ้ งเรยี น
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายผลจากการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
- ขณะเคย้ี วอาหารและกลนื อาหาร ปาก ฟนั ลิ้น และคอมลี ักษณะอยา่ งไร (แนวคำตอบ ปากบิด

และขยับไปมา ฟันบนและฟนั ล่างขยับขึ้นลงเข้าหากันเพือ่ ตัด บด และเคี้ยวอาหารให้ชิ้นเล็กลง ลิ้นขยับไปมา
เพ่ือคลกุ เคล้าอาหารให้ผสมกับน้ำลาย และมีการยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต สว่ นคอขยบั ขึน้ ลงเม่อื กลนื อาหารจากปาก
ลงคอ)

- กระเพาะอาหาร ลำไสเ้ ลก็ ลำไสใ้ หญ่ และทวารหนักทำหนา้ ที่เกีย่ วข้องกันอย่างไร (แนวคำตอบ
เม่ืออาหารมาถงึ กระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำหนา้ ท่ยี อ่ ยโปรตนี แล้วเคลื่อนอาหารตอ่ ไปยังลำไส้เล็ก
ซึ่งมีการย่อยทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน และดูดซึมสารอาหารทุกประเภทเข้าสู่หลอดเลือด จากน้ัน
อาหารทีย่ อ่ ยไม่ได้จะถูกเคลอ่ื นตอ่ ไปยังลำไส้ใหญ่ ซ่งึ ทำหน้าทดี่ ดู ซึมเกลือแร่และน้ำออกจากกากอาหาร ก่อนท่ี
กากอาหารจะถูกขบั ออกนอกร่างกายทางทวารหนัก)

- ตับและตับอ่อนเกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารอย่างไร (แนวคำตอบ ตับสร้างน้ำดีแล้วส่งไปยัง
ลำไส้เล็ก เพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัว ตับอ่อนสร้างเอนไซม์แล้วส่งไปยังลำไส้เล็ก เพื่อช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต
โปรตีน และไขมัน)

3. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปผลจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โดยครูเน้นให้นกั เรียนเข้าใจว่า ระบบยอ่ ย
อาหารทำหน้าที่ย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลงจนร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ โดยอวัยวะ ต่างๆ ในระบบ
ยอ่ ยอาหารทำหนา้ ทีร่ ว่ มกนั ในการย่อยอาหาร

79

4) ข้นั ขยายความรู้
1. ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่อง ท้องผูกและท้องเสีย ให้นักเรียนเข้าใจว่า อาการท้องผูกเกิดจากการท่ี

กากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานาน ทำให้น้ำถูกดูดซึมออกจากกากอาหารมากเกินไป กากอาหาร
จึงข้นและแข็งมาก ในขณะที่อาการท้องเสียเกิดขึ้นเนื่องจากอาหารถูกขับออกนอกร่างกายเร็วเกินไป ทำให้
ลำไสใ้ หญ่ไมส่ ามารถดดู ซมึ น้ำออกจากกากอาหารไดท้ นั

5) ขั้นประเมิน
1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยัง

ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพมิ่ เตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจ
2. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อย่างไรบา้ ง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ

การนำความร้ทู ไี่ ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
4. ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
- น้ำลายในปากเกย่ี วข้องกับอาหารทเ่ี รารับประทานเขา้ ไปในลักษณะใด (แนวคำตอบ ในน้ำลาย

มีเอนไซม์ทีช่ ่วยย่อยแปง้ ในอาหารให้เปลยี่ นเป็นนำ้ ตาล)

ข้นั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเรื่องอวัยวะในระบบย่อยอาหาร โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ี

ความคดิ หรือผังมโนทัศน์

10. สื่อการเรยี นรู้
1. ใบกจิ กรรม สังเกตอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร
2. คมู่ ือการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
3. สื่อการเรยี นรู้ PowerPoint รายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
4. แบบฝึกทักษะรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
5. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6

80

11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และจติ วทิ ยาศาสตร์ (A)

1. ซักถามความรู้เรื่อง อวัยวะใน 1. ประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1. ประเมินทกั ษะกระบวนการ

ระบบยอ่ ยอาหาร เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด

2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ แบบวดั เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรียน 2. ประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ

เป็นรายบุคคลโดยการสังเกตและใช้ สังเกตการทำงานกล่มุ

แบบวัดเจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหาโดย

การสงั เกตการทำงานกล่มุ

4. ประเมินพฤติกรรมในการปฏิบัติ

กจิ กรรมเป็นรายบุคคลหรอื รายกลุ่ม

โดยการสังเกตการทำงานกลมุ่

81

12. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน..................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ .................คน คิดเป็นร้อยละ..................
นักเรียนน่ีไม่ผา่ น มีดังน้ี
1)............................................................ 2)............................................................
3)............................................................ 4)............................................................
5)............................................................ 6)............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ไี ม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเนอ้ื หา (K)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนเกิดทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ (P)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมคี ณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

12.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

12.3 ขอ้ เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง..............................................

82

ความคดิ เหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกจิ กรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเนอ้ื หา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................

3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................

4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................

5. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................
(..........................................................)
ตำแหนง่ .................................................

83

ใบกิจกรรม
สังเกตอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

ปญั หา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้นั ตอน ทักษะสรา้ งเสรมิ ความเข้าใจท่ีคงทน
ตอนที่ 1
1. การสังเกต
1. สังเกตลักษณะของขนมปงั ในจาน บันทึกผล
2. เค้ยี วขนมปังช้าๆ พรอ้ มท้งั สงั เกตลกั ษณะของปาก ฟนั 2. การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายข้อมูล
และล้นิ ขณะเค้ียวขนมปัง จากน้ันใชก้ ระจกเงาสอ่ งดลู กั ษณะของ
ขนมปังในปากของตนเองหลงั จากเคี้ยวขนมปงั บันทกึ ผล 3. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ
3. กลนื ขนมปังช้าๆ แล้วใหเ้ พอื่ นสงั เกตลักษณะของคอขณะ
อปุ กรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้
กลนื ขนมปงั บันทกึ ผล
1. ขนมปัง 10 แผน่

2. จาน 1 ใบ

3. กระจกเงา 1 บาน

4. หนังสือ วารสารวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รม

วิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรับ

เยาวชน และเวบ็ ไซตท์ ่ีเก่ยี วขอ้ งทาง

อินเทอรเ์ น็ต

การสังเกตอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร

ตอนที่ 2
สืบค้นข้อมลู เก่ยี วกบั อวยั วะตา่ งๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร บันทกึ ผล

84

ตารางบนั ทกึ ผลการสังเกต ผลการสงั เกต
ตอนท่ี 1

สงิ่ ที่สงั เกต
ขนมปงั กอ่ นเค้ียว
ขนมปงั หลังเค้ียว
ลกั ษณะของปากขณะเคย้ี วขนมปงั
ลกั ษณะของฟนั ขณะเคี้ยวขนมปัง
ลกั ษณะของลนิ้ ขณะเคี้ยวขนมปัง
ลกั ษณะของคอขณะกลนื ขนมปงั

ตอนที่ 2 ลักษณะ ทำหนา้ ที่
อวยั วะ
ปาก

หลอดอาหาร

กระเพาะอาหาร

ลำไส้เล็ก
ลำไสใ้ หญ่

ทวารหนัก
ตบั

ตับออ่ น

85

สรปุ ผลการสงั เกต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามประกอบกิจกรรม
1. ขณะเคย้ี วอาหารและกลืนอาหาร ปาก ฟนั ลิ้น และคอมีลักษณะอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไสใ้ หญ่ และทวารหนกั ทำหนา้ ท่ีเกย่ี วขอ้ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ตบั และตบั ออ่ นเกยี่ วขอ้ งกบั การย่อยอาหารอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

86

เฉลยใบกจิ กรรม
สังเกตอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร

ปญั หา
อวัยวะตา่ งๆ ในระบบย่อยอาหารทำงานรว่ มกันลักษณะใด

ขัน้ ตอน ทักษะสรา้ งเสริมความเขา้ ใจทค่ี งทน
ตอนที่ 1
1. การสังเกต
1. สังเกตลักษณะของขนมปังในจาน บนั ทึกผล
2. เค้ียวขนมปังช้าๆ พรอ้ มท้งั สังเกตลักษณะของปาก ฟนั 2. การจัดกระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู
และลน้ิ ขณะเค้ียวขนมปงั จากน้ันใช้กระจกเงาสอ่ งดูลกั ษณะของ
ขนมปังในปากของตนเองหลงั จากเคีย้ วขนมปัง บนั ทกึ ผล 3. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ
3. กลืนขนมปังชา้ ๆ แล้วใหเ้ พ่อื นสงั เกตลักษณะของคอขณะ
อปุ กรณ์/แหล่งการเรยี นรู้
กลืนขนมปงั บันทกึ ผล
1. ขนมปงั 10 แผ่น

2. จาน 1 ใบ

3. กระจกเงา 1 บาน

4. หนังสอื วารสารวิทยาศาสตร์ สารานกุ รม

วทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสำหรับ

เยาวชน และเว็บไซต์ทเี่ กย่ี วขอ้ งทาง

อนิ เทอร์เน็ต

การสังเกตอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร

ตอนท่ี 2
สบื ค้นข้อมลู เก่ยี วกับอวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร บนั ทกึ ผล

87

ตารางบันทกึ ผลการสังเกต ผลการสังเกต
ตอนที่ 1 ขนมปังเป็นแผ่นส่ีเหลยี่ ม
ขนมปงั ละเอียดและผสมกบั นำ้ ลายเป็นกอ้ น
ส่ิงท่สี ังเกต ปากบดิ และขยบั ไปมา
ขนมปงั ก่อนเคี้ยว ฟนั บนและฟนั ล่างขยับขึ้นลงเข้าหากนั
ขนมปงั หลังเคยี้ ว
ลกั ษณะของปากขณะเคีย้ วขนมปัง ลิน้ ขยบั ไปมา
ลกั ษณะของฟนั ขณะเค้ยี วขนมปงั คอขยับข้นึ ลง
ลกั ษณะของลนิ้ ขณะเค้ยี วขนมปงั
ลกั ษณะของคอขณะกลืนขนมปัง

ตอนที่ 2 ลักษณะ ทำหน้าท่ี
อวัยวะ เปน็ ชอ่ ง ในปากมีฟันเปน็ แทง่ สีขาว เป็นชอ่ งทางใหอ้ าหารเขา้ ส่รู า่ งกาย โดยมฟี ัน
ปาก คอยตัดและบดอาหาร และมลี ้ินชว่ ยคลุกเคลา้
และมลี ้นิ เป็นแผน่ อาหารใหผ้ สมกับน้ำลาย ยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต
หลอดอาหาร บีบตัวเพอื่ ดนั อาหารให้ลงไปทีก่ ระเพาะอาหาร
เปน็ ทอ่

กระเพาะอาหาร เป็นถงุ รปู ตัวเจ ผนังดา้ นในมี ย่อยโปรตนี
ลกั ษณะเปน็ คลนื่
ยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตนี และไขมนั รวมทัง้
ลำไสเ้ ล็ก เป็นทอ่ ยาวขดไปมาเชอื่ มต่อจาก ดูดซมึ สารอาหารทุกประเภทเข้าส่หู ลอดเลอื ด
กระเพาะอาหาร ดา้ นในทอ่ มสี ว่ นท่ี
ยื่นออกมาจากผนงั มากมาย ดดู ซึมเกลือแร่และนำ้ ออกจากกากอาหาร

ลำไสใ้ หญ่ เป็นทอ่ ขนาดใหญแ่ ละส้ันกวา่ ขับกากอาหารเปน็ อุจจาระออกนอกรา่ งกาย
ลำไสเ้ ล็ก
สร้างน้ำดแี ลว้ สง่ ไปยงั ลำไส้เลก็ เพ่อื ชว่ ยให้
ทวารหนกั เปน็ ทอ่ อยสู่ ่วนทา้ ยสุดของระบบ ไขมนั แตกตวั
ย่อยอาหาร
สร้างเอนไซม์แลว้ สง่ ไปยังลำไสเ้ ล็ก เพอื่ ชว่ ย
ตบั เปน็ ก้อนขนาดใหญ่ ยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมนั

ตบั อ่อน เป็นแผ่นยาว

88

สรุปผลการสังเกต
ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลงจนร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ โดยอวัยวะ

ตา่ งๆ ในระบบยอ่ ยอาหารทำหน้าทีร่ ่วมกนั ในการย่อยอาหาร

คำถามประกอบกิจกรรม
1. ขณะเคีย้ วอาหารและกลนื อาหาร ปาก ฟนั ล้นิ และคอมลี ักษณะอยา่ งไร

ปากบดิ และขยับไปมา ฟนั บนและฟนั ลา่ งขยับขน้ึ ลงเขา้ หากันเพื่อตัด บด และเคี้ยวอาหารให้ชิ้นเล็ก
ลง ลิน้ ขยบั ไปมาเพื่อคลกุ เคล้าอาหารใหผ้ สมกับนำ้ ลาย และมีการย่อยคาร์โบไฮเดรต ส่วนคอขยับขึ้นลงเมื่อ
กลืนอาหารจากปากลงคอ

2. กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และทวารหนกั ทำหนา้ ที่เก่ียวข้องกันอย่างไร
เมื่ออาหารมาถึงกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ยอ่ ยโปรตีน แล้วเคลื่อนอาหารต่อไป

ยังลำไส้เล็กซึ่งมีการย่อยทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน และดูดซึมสารอาหารทุกประเภทเข้าสู่หลอด
เลือด จากนั้นอาหารที่ย่อยไม่ได้จะถกู เคลื่อนต่อไปยงั ลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่ดูดซึมเกลือแร่และน้ำออกจาก
กากอาหาร กอ่ นทก่ี ากอาหารจะถกู ขบั ออกนอกรา่ งกายทางทวารหนกั

3. ตบั และตับออ่ นเกี่ยวขอ้ งกบั การยอ่ ยอาหารอย่างไร
ตับสร้างน้ำดีแล้วสง่ ไปยังลำไส้เลก็ เพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัว ตับอ่อนสร้างเอนไซม์แล้วสง่ ไปยังลำไส้

เลก็ เพือ่ ชว่ ยย่อยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมนั

89

ภาคผนวก ค

90

ภาคผนวก ค
ตารางที่ ค.1 คะแนนทดสอบระหว่างเรียน หลังเรียน แบบฝึกทักษะ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร รายวิชา
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นประกอบราษฎรบ์ ำรงุ

ชือ่ - สกุล คะแนนระหว่างเรยี น (A=15 คะแนน) คะแนนหลังเรยี น (B=15 คะแนน)

เดก็ ชายวชั รพล สแู พะ 25 27
เด็กชายศริ เดช สุขเจริญ 24 26
เด็กชายกรวชิ ญ์ เทียนแกว้ 26 25
เดก็ ชายพชิ ฌานนท์ ธรรมชาติ 25 24
เด็กชายภพชนก ลิม้ ฮวด 24 25
เด็กชายขจรศกั ด์ิ วอ่ งดี 25 24
เด็กชายอธิพนั ธ์ จึงประสบโชค 23 24
เด็กชายศริ ินธร เกตจุ นั ทร์ 22 23
เดก็ ชายพชร ถนอมเงนิ 24 24
เด็กชายจิรายุ แสนบันเทงิ 26 26
เดก็ ชายพัฒนจกั ษ์ ตานี 23 24
เดก็ ชายสรยุทธ จงจำ 24 25
เดก็ หญงิ ศลิ าณี รบั ศริ ิ 23 25
เดก็ หญงิ ฐติ ิกา คงนนั ทะ 24 26
เด็กหญิงพชิ ามญชุ์ เพง็ สวา่ ง 24 25
เด็กหญิงวนดิ า เทยี นทบั 24 25
เดก็ หญงิ ขวญั จิรา สมศกั ดิ์ 25 26
เดก็ หญิงจุฑามาศ คู่แกว้ 24 26
เดก็ หญงิ ใต้ฟา้ สุขศรี 24 25
เด็กหญิงภนดิ า ขำโพธ์ิ 23 26

N=30 X1 = 721 X2 = 740
E1= 80.11 E2= 82.22

91

ประสิทธิภาพของสอ่ื แบบฝกึ ทกั ษะตามเกณฑ์ E1 / E2 = 80 / 80

 X1

สูตรที่ 1 E1 = N 100
เมอ่ื A

E1 คือ ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ (X1 = 721)
(A = 30)
X1 คือ คะแนนรวมของคะแนนระหวา่ งเรยี น (N = 30)
A คอื คะแนนเตม็ ของคะแนนระหว่างเรยี น
N คอื จำนวนนักเรยี น
E1 = 80.11

X2

สตู รท่ี 2 E2 = N 100
เมือ่ B

E2 คอื ประสิทธภิ าพของผลลัพธ์ ( X2 = 740 )
( B = 30 )
X2 คือ คะแนนรวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน ( N = 30 )
B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน
N คอื จำนวนนกั เรยี น
E2 = 82.22

92

ตารางที่ ค.2 แสดงผลการวิเคราะหข์ ้อมลู เพอื่ หาผลการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน 20 คน โดยใช้ขอ้ สอบ 30 ข้อ 30 คะแนน

การทดสอบสมมตฐิ านดว้ ยการทดสอบทแี บบกลุ่มไมอ่ ิสระ (Dependent Samples)
เพื่อเปรียบเทยี บคะแนนก่อนเรยี นและหลงั เรยี น รายวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 ห้อง 2 โรงเรียนประกอบราษฎรบ์ ำรุง

ท่ี ชือ่ - สกุล ก่อนเรียน หลังเรยี น
(30คะแนน) (30คะแนน)

1 เดก็ ชายวัชรพล สูแพะ 25 27 2.00 4.00
2 เดก็ ชายศริ เดช สุขเจรญิ 24 26 2.00 4.00
3 เดก็ ชายกรวิชญ์ เทียนแกว้ 26 25 -1.00 1.00
4 เดก็ ชายพิชฌานนท์ ธรรมชาติ 25 24 -1.00 1.00
5 เดก็ ชายภพชนก ลม้ิ ฮวด 24 25 1.00 1.00
6 เด็กชายขจรศกั ดิ์ วอ่ งดี 25 24 -1.00 1.00
7 เด็กชายอธิพันธ์ จงึ ประสบโชค 23 24 1.00 1.00
8 เด็กชายศิรนิ ธร เกตจุ นั ทร์ 22 23 1.00 1.00
9 เด็กชายพชร ถนอมเงิน 24 24 0.00 0.00
10 เด็กชายจริ ายุ แสนบันเทงิ 26 26 0.00 0.00
11 เด็กชายพัฒนจกั ษ์ ตานี 23 24 1.00 1.00
12 เด็กชายสรยุทธ จงจำ 24 25 1.00 1.00
13 เด็กหญิงศลิ าณี รับศิริ 23 25 2.00 4.00
14 เด็กหญิงฐติ กิ า คงนันทะ 24 26 2.00 4.00
15 เด็กหญงิ พชิ ามญช์ุ เพง็ สวา่ ง 24 25 1.00 1.00
16 เด็กหญงิ วนดิ า เทยี นทับ 24 25 1.00 1.00
17 เด็กหญิงขวญั จิรา สมศกั ดิ์ 25 26 1.00 1.00
18 เด็กหญิงจฑุ ามาศ คแู่ กว้ 24 26 2.00 4.00
19 เดก็ หญิงใต้ฟา้ สุขศรี 24 25 1.00 1.00

20 เด็กหญงิ ภนดิ า ขำโพธิ์ 23 26 93
รวม 721.00 740.00
เฉลี่ย 24.03 24.67 3.00 9.00
S.D. 1.02 1.22 19.00 57.00
n 361.00
30
คำนวณคา่ t จากสตู ร


Click to View FlipBook Version