The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by happypomelo_, 2022-11-20 14:10:24

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)

การดูแลผู้ป่วย
ระยะสุดท้ายที่บ้าน

คำนำ

จากการศึกษารายวิชาปฏิบัติการรักษาพยาบาลขั้นต้น (Basic medical care practicum)
ซึ่งเป็นรายวิชาที่นักศึกษาต้องได้รับประสบการณ์ในการจัดการปัญหาสุขภาพในระดับปฐมภูมิ ภายใต้
กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ ในเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน เป็นสิ่งที่นักศึกษาจะต้อง
เรียนรู้เพื่อที่จะสามารถดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยด้วย

ในการจัดทำe -book เล่มนี้จึงเป็นมีเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน เพื่อให้
นักศึกษาได้รับความรู้ เละมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น จึงหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ต่อไป

ผู้จัดทำ

CONTENTS สารบัญ

01 แนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย.........................................06
02 การเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยระยะสุดท้าย.................................14
03 การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน............................................24



เรื่อง การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบก่อนเรียน
หรือ >คลิกที่นี่<

01 แนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าจนโรคมะเร็งในระยะที่ผู้ป่วยเคยมีโอกาส
รอดเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถให้การรักษาทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตได้นานมากขึ้น ดังนั้นจึง
เป็นหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ที่จะให้การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

การดูแลแบบประกับประคองจึงถือเป็นทางเลือกที่ช่วยในการลดความทุกข์ทรมานของผู้
ป่วยในระยะสุดท้าย โดยมุ่งเน้นดูแลคุณภาพชีวิต ให้การดูแลแบบองค์รวม ปลดเปลื้องความ
ทุกข์ทรมาน ทั้งด้านกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณของผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัว ดังนั้น
การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองจนถึงระยะท้ายของชีวิตจึงมีความสำคัญ

1.1 ความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ปัจจุบันผู้ป่วยที่เข้าสู่ระยะสุดท้าย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นองค์การ
อนามัยโลกรายงานว่าแต่ละปีทั่วโลกมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายถึง 40 ล้านคน
ที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง แต่มีเพียง 14% เท่านั้นที่ได้รับ
การดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ต้องการได้รับการ
ดูแลที่บ้าน การจัดบริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชนจึงเป็นส่วน
สำคัญของการสาธารณสุขมูลฐาน ในระบบสุขภาพ

เป้าหมายสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คือ ทำให้เกิดการดูแลต่อเนื่องเป็นการแสดงความ
เคารพหรือการยอมรับ ต่อคุณค่าของผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน
และการดูแลไม่ได้เน้นเฉพาะตัวผู้ป่วยแต่รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยด้วย

1.2 ความหมายของผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ความหมายของ "ผู้ป่วยระยะสุดท้าย" จะพิจารณา จากการพยากรณ์ระยะเวลา
ของการมีชีวิต ความรุนแรงและความ เสื่อมถอยของอาการและโรค ที่ไม่สามารถรักษา
ได้ และอาการจะทรุดลงเรื่อย ๆ จนเสียชีวิตในที่สุด

ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีเป้าหมายสำคัญ คือ ความพยายามที่จะช่วยเหลือ
ให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เหลืออย่างมีคุณภาพ ลดความทุกข์ทรมาน
ซึ่งเรียกว่า การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) ซึ่งปัจจุบันถูกกำหนด
เป็นนโยบายในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย และมีการจัดทำแนวปฏิบัติ
ใช้ในโรงพยาบาลและในชุมชน

1.3 เป้าหมายของการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

เป้าหมายสำคัญของการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและ ระยะสุดท้าย มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยและญาติสามารถ
ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มีความสุขสบายทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
สามารถจากไปอย่างสงบสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในทุกระดับของการดูแล
ลดการกลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (Readmission rates)
ลดการเข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต

1.4 แนวคิดการจัดบริการการดูแลแบบประคับประคอง

จากคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลกที่เน้นว่าการดูแลแบบประคับประคองมุ่งหวังให้ผู้ป่วยและ
ครอบครัวที่กำลังเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยที่คุกคามชีวิตมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านกระบวนการป้องกันและ
บรรเทาความทุกข์ทรมาน ดังนั้นการจัดระบบการดูแลจึงพัฒนาบนฐานคิดดังกล่าว ซึ่งองค์การอนามัยโลก
กำหนดประเด็นสำคัญในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในผู้ป่วยระยะสุดท้ายมี 6 ด้าน ได้แก่

1. การยึดผู้ป่วยและครอบครัวเป็นจุดศูนย์กลาง
2. การดูแลแบบองค์รวมที่เน้นการบรรเทาความทุกข์ความทรมานในทุกด้าน
3. ความต่อเนื่องในการดูแล
4. การดูแลเป็นทีม
5. การส่งเสริมระบบสนับสนุนการดูแล
6. เป้าหมายในการดูแลเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

1.5 ระบบของการดูแลแบบประคับประคอง

การพยาบาลแบบประคับประคอง เป็นการดูแลผู้ป่วยที่ยุ่งยากซับซ้อนมุ่งตอบสนองปัญหาทางด้านร่างกาย
และจิตใจ จึงเป็นการดูแลที่ต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แนวทางการตรวจกรองผู้ป่วยเข้าสู่
การดูแลแบบประคับประคอง 3 ขั้นตอน ตามแนวทาง Gold Standard Framework

จะเห็นได้ว่าการประเมินผู้ป่วยในการดูแลแบบประคับประคองต้องประเมิน
ให้ครอบคลุมอย่างเป็นองค์รวม โดยมีหลักสำคัญ ดังนี้
1. ให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางการประเมิน
2. เคารพในสิทธิของผู้ป่วย
3. วางแผนการประเมินอย่างเป็นระบบ
4. มีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม ปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างเคารพนับถือใน
คุณค่า ศักดิ์ศรี และยอมรับในความแตกต่างทางความคิดความเชื่อของผู้ป่วย



บทที่ 1 แนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบระหว่างเรียน

หรือ >คลิกที่นี่<

02 การเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ผู้ป่วยระยะสุดท้าย คือ ผู้ป่วยที่มีช่วงเวลาที่เหลืออยู่อาจไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง ผู้ป่วยไม่มี
เรี่ยวแรง ร่างกายอ่อนล้าลงมาก ระดับความรู้สึกตัวและความอยากอาหารเริ่มลดลงจำเป็น
ต้องได้รับการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายหรือ
ทุกข์ทรมาน ให้ความตายถูกยอมรับและผู้ป่วยจากไป อย่างสงบ สมศักดิ์ศรี

2.1 บทบาทพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีคุณภาพ ดังนี้

1.สร้างระบบของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.พยาบาลทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือร่วมวางแผนการดูแล ค้นหาอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วย
3. ชี้แนะปัจจัยที่ก่อให้เกิดการคุกคามต่อสัมพันธภาพระหว่างผู้ดูแลและผู้ป่วย
4. บันทึกและรายงานถึงความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว
5.สนับสนุนให้เกิดการดูแลที่เป็นระบบมีมาตรฐาน และครอบคลุมการดูแลแบบองค์รวม
6. มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแบบประดับประคองสำหรับนักศึกษาพยาบาลและ

พยาบาลวิชาชีพ เพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
7.ร่วมมือกับผู้ป่วยในการทำให้บุคลากรทางการแพทย์ และสังคมทั่วไป เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลแบบประ

คับประดองและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
8.สนับสนุนระบบการดูแลที่คำนึงถึงค่านิยมความเชื่อ ทั้งของวิชาชีพ บุคคล และครอบครัว ในการตัดสินใจ และ

การปฏิบัติที่เหมาะสมและอยู่บนพื้นฐานจริยธรรม

2.2 แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

การดูแลแบบประคับประคอง มีความหมายครอบคลุม ในประเด็นที่สำคัญคือ 1.การดูแลรักษาตามอาการตามมาตรฐานการ
ดูแล (Supportive care) 2.การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (ในระยะที่เสียชีวิต) และ 3. การดูแลแบบฮอสปิส (Hospice : การดูแลผู้
ป่วยและครอบครัวในระยะใกล้เสียชีวิตจนถึงภายหลังการเสียชีวิต)

การดูแลรักษาตามอาการตามมาตรฐานการดูแล (Supportive Care)

การดูแลด้านร่างกาย 1. การดูแลอาการเจ็บปวด
1.1 การรักษาด้วยยา
1.2 การจัดการความปวดโดยไม่ใช้ยา ได้แก่ การนวด (massage) ความร้อน (heat)

และความเย็น (cold) การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า (transcutaneous electrical
nerve stimulation; TENS)

**หลักการรักษาด้วยยา**
ขั้นที่ 1 ยากลุ่ม acetaminophen และ non-steroidal ant-inflammatory drug (NSAIDS) สามารถให้ได้ในทุกระดับความปวด โดยใช้ตั้งแต่อาการปวดน้อย
ขั้นที่ 2 Weak opioid พิจารณาใช้ได้ในระดับความปวดน้อยถึงปานกลาง
ขั้นที่ 3 Strong opioid ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดปานกลางถึงรุนแรง

การดูแลด้านจิตวิญญาณ

พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. ให้ความสนใจและเคารพในความเชื่อและสิ่งที่ผู้ป่วยเคารพนับถือ
2. เต็มใจที่จะพูดคุยเรื่องความเชื่อ ความต้องการในการปฏิบัติตามความเชื่อนั้น ๆ กับผู้ป่วย
3. ให้ความช่วยเหลือและเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาหรือความเชื่อของผู้ป่วย

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลง
ทางด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิต
สังคม ที่พยาบาลต้องให้ความสำคัญและควรคำนึงถึง อ่านข้อมูลเพิ่ม
เติมเกี่ยวกับการดูแลรักษาตามอาการตามมาตรฐานการดูแล
(Supportive Care) >คลิกที่นี่< หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด

2.3 การดูแลพื้นฐานในการทำกิจวัตรประจำวัน

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายส่วนใหญ่มักช่วยเหลือตนเองได้น้อย จำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือในการทำกิจกรรม
ต่างๆ ก่อนให้การช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ดูแลจะต้องประเมินความสามารถของผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน
เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การดูแลพื้นฐานด้านร่างกาย มีดังนี้

1. การดูแลความสะอาดร่างกาย
การดูแลพื้นฐานด้านร่างกายเป็นสิ่งที่อาสาสมัครชุมชนสามารถกระทำได้ ในผู้ป่วย

บางรายอาจมีอาการทรุดหนักจนไม่สามารถดูแลตนเองได้ ประกอบด้วย
การดูแลความสะอาดปากและฟัน
การดูแลความสะอาดผิวหนัง
การดูแลความสะอาดเล็บ
การดูแลความสะอาดผม

2. การดูแลด้านการขับถ่าย
โดยทั่วไปมนุษย์ต้องมีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถขับถ่ายของ

เสียได้ตามปกติ จะทำให้รู้สึกแน่นอึดอัด ท้องอืด เฟ้อ
3. การดูแลด้านการเคลื่อนไหว

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายส่วนใหญ่มักมีปัญหาในการเคลื่อนไหว ต้องช่วยผู้ป่วยพลิกตะแคงตัวเพื่อ
ป้องกันการเกิดปัญหาแผลกดทับ
4. การดูแลด้านอาหารและน้ำ

ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมักมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปฏิเสธอาหารและน้ำ ซึ่งอาจเกิดจาก
อาการของโรคซึ่งลุกลามมากขึ้น

2.4 การดูแลที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อม

ที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อมสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรดูแลดังนี้
1. ดูแลให้สะอาดเป็นระเบียบถูกสุขลักษณะ อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่อับชื้น ควรเปิด

ประตู หน้าต่างให้กว้างรับแสงสว่าง แสงแดด เพื่อป้องกันความอับขึ้นในบริเวณบ้าน
2. ดูแลด้านความปลอดภัย สภาพที่พักควรมีความแข็งแรง พื้นห้อง พื้นห้องน้ำ ไม่ลื่นก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

ง่าย ผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรพักอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้านที่ไม่ต้องขึ้นบันใด ซึ่งเป็นการยากลำบากและอาจเกิด
อุบัติเหตุพลัดตกได้

3. ดูแลด้านความสุขสบายทั่วไป ที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อมควรเงียบสงบ ไม่ควรมีเสียงดังเกินไป จน
รบกวนการพักผ่อนนอนหลับ จัดให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ขึ้นโดยปลูกไม้ดอกที่สวยงาม หรือติดรูปภาพสวยงาม
เพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น สภาพแวดล้อมที่สวยงาม จะช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายได้

2.5 หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา

หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา จึงเป็นความต้องการ
ของผู้ป่วยเองที่จะขอทำความตกลงว่าเมื่อถึงระยะสุดท้ายของชีวิต
แล้ว ผู้ป่วยจะไม่ขอรับการรักษาอะไรบ้างที่คิดว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อ
ตนเอง ทำให้ตนเองมีคุณภาพชีวิตในช่วงนั้นไม่ดี และอาจเป็นการ
เพิ่มค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแก่ครอบครัวไม่ใช่เป็นการปฏิเสธการรักษา

พยาบาลของบุคลากรทางด้านการแพทย์

“เรียนรู้สิทธิการตาย ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง”



บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยระยะสุดท้าย

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบระหว่างเรียน

หรือ >คลิกที่นี่<

03 การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

การเยี่ยมบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของการบริการ สุขภาพเชิงรุก ครอบคลุม 4 มิติของการ
พยาบาลทั้งการ ส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และ การฟื้นฟูสภาพ โดย
มีเป้าหมายคือ การมีสุขภาวะที่ดีของสมาชิกในครอบครัว ลดภาวะพึ่งพาภายใต้บริบท และ
ทรัพยากรในครอบครัวที่มีอยู่ สมาชิกในครอบครัวต้องสามารถจัดการสุขภาพตนเองได้ใน
เบื้องต้น พร้อมทั้งสามารถเผชิญภาวะวิกฤตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพได้ โดยมีทีมสุขภาพ
คอยสนับสนุนและให้การช่วยเหลือบรรเทาความเจ็บป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ

3.1 ความสำคัญของการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ดังนี้
1. ทำให้เกิดการดูแลแบบต่อเนื่อง
2. ช่วยให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม
3. ให้การดูแลทั้งผู้ป่วยและญาติ ในการให้บริการความเจ็บป่วย
4. ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในทุกระดับของการดูแล
5. ลดการกลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
6. ลดการเข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต

3.2 บทบาทของพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน

บทบาทของพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน ดังนี้
1. บทบาทการเป็นผู้จัดการการดูแลสุขภาพ (Care Manager) พยาบาลต้องแสดงบทบาทเป็นผู้จัดการ

ระบบบริการที่บ้าน
2. บทบาทการเป็นผู้นำ (Leader) พยาบาลต้องมีลักษณะของผู้นำ คือ กล้าแสดงความคิดเห็น มีวิสัยทัศน์

เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน ประสานงานกับชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้
3. บทบาทของการดูแลเอาใจใส่ (Care Provider) พยาบาลต้อง แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในสุขภาพของ

ผู้ป่วยและญาติและยอมรับในความ เป็นบุคคล เอาใจใส่เยี่ยมบ้านและให้การดูแลเสมือนเครือญาติ
4. บทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) พยาบาลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้น

5. บทบาทการเป็นที่ปรึกษา (Counseler) เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เน้น การช่วยเหลือให้บุคคลพัฒนาความ
สามารถในการดูแลตนเอง

6. บทบาทการเป็นผู้สอนหรือให้ความรู้ด้านสุขภาพ (Educator) ให้สุขศึกษารูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่ม
เป้าหมายที่เยี่ยมบ้าน

7. บทบาทของการเป็นผู้ติดต่อสื่อสารและผู้ช่วยเหลือ (Communicator / Helper) ต้องมีทักษะในการ
สื่อสารกับคนในครอบครัวได้ทุกระดับ สามารถพูดให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจได้

8. บทบาทการเป็นผู้รักษาประโยชน์และสิทธิผู้ใช้บริการ (Client Advocate) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้
เกี่ยวกับสิทธิของตนเองในด้านสุขภาพ

9. บทบาทเป็นนักวิจัย (Researcher) สามารถค้นคว้าหาความรู้อย่าง เป็นระบบมีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์
ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านสุขภาพ

3.3 ทักษะจำเป็นของพยาบาลชุมชนควรมีก่อนไปเยี่ยมบ้าน

การเยี่ยมบ้านเป็นการปฏิบัติงานในชุมชนต้องมีการติดต่อกับบุคคลหลายกลุ่ม ซึ่งการเตรียมทักษะต่างๆจึงเป็น
สิ่งสำคัญที่ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีทักษะ ดังนี้

1. ทักษะทางคลินิก (Clinical Skill) หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัติการพยาบาล ด้านการรักษาพยาบาล
การทำหัตถการ การดูแลช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินและภาวะปกติ

2. ทักษะการเข้าถึงชุมชน ต้องมีความรู้เกี่ยวกับชุมชนนั้นๆ ซึ่งเป็นหัวใจของการทำงานเชิงรุกในชุมชน
3. ทักษะการเป็นผู้นำ คือ ความสามารถในการเป็นผู้นำของกลุ่มคน กล้าตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ โดยสามารถหา
ข้อมูลและเหตุผลต่างมาสนับสนุน กล้ารับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นความสามารถในการโน้มน้าว เพื่อให้การดำเนินงาน
เป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์

4. ทักษะการทำงานเป็นทีม เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จของการ ดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งต้องอาศัย
ความร่วมมือจากทีมสุขภาพและภาคีเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกัน

5. ทักษะการประสานงาน การปฏิบัติงานในชุมชนต้องประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
6. ทักษะการสื่อสารและการจูงใจ การสื่อสารเป็นศิลปะของการพูดที่สุภาพถูกกาลเทศะ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง
และเข้าใจง่าย
7. ทักษะการจัดเก็บข้อมูลและการเลือกใช้ข้อมูลทางสุขภาพ การจัดเก็บข้อมูลสุขภาพข้อมูลต้องน่าเชื่อถือและ
สามารถบอกได้ ชัดเจนว่านำไปใช้ประโยชน์อย่างไร
8. ทักษะการสร้างเสริมพลังอำนาจด้านสุขภาพ คือ การสร้างความ มั่นใจให้กับผู้ป่วยได้ตรงตามความต้องการ
ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient Center Care)

3.4 วัตถุประสงค์ของการเยี่ยมบ้าน

ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม
2. เพื่อค้นหาปัญหาที่จะพบในผู้ป่วยระยะสุดท้ายและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยระยะ

สุดท้ายเพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและญาติมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

3.5 กระบวนการเยี่ยมบ้าน

กระบวนการเยี่ยมบ้าน มี 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ระยะก่อนเยี่ยมบ้าน ระยะที่ 2 ระยะเยี่ยมบ้าน (implementation ระยะที่ 3 ระยะหลังการเยี่ยมบ้าน (termination phase)
(initiation phase) phase หรือ In home phase)
ระยะนี้เน้นการสรุปข้อมูลการพยาบาล การนัดหมายการเยี่ยมครั้งต่อไป
ในระยะก่อนเยี่ยมบ้านพยาบาลควรให้ความสำคัญ 1. การสร้างสัมพันธภาพที่ดี และการบันทึกกิจกรรม การเยี่ยมและอาการของผู้ป่วย แบบบันทึกข้อมูล
เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเยี่ยม ดังนี้ 2. การเลือกใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ การเยี่ยมบ้านผู้ป่วย INHOMEASS
3. การเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการแต่งกาย
1. พยาบาลควรนัดหมายวันและเวลาเยี่ยมล่วง 4. การประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้รับ 1. การวางแผนนัดเยี่ยมในครั้งต่อไปร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
หน้า ศึกษาข้อมูลครอบครัวจากแฟ้มครอบครัว บริการ และใช้แบบบันทึกสภาวะสุขภาพและครอบครัว สามารถทำผ่าน application หรือใช้ google calendar ในการ
(INHOMESSS นัดหมาย สามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ช่วยเตือนวันและเวลาได้
2. การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเยี่ยมผู้ป่วย
ระยะสุดท้าย 2. สรุปและบันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้าน

บทที่ 3 การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบระหว่างเรียน

หรือ >คลิกที่นี่<

เรื่อง การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบหลังเรียน
หรือ >คลิกที่นี่<


Click to View FlipBook Version