The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by happypomelo_, 2022-11-20 14:10:24

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

3. บทบาทของการดูแลเอาใจใส่ (Care Provider) พยาบาลต้อง แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในสุขภาพของผู้ป่วยและญาติและยอมรับในความ
เป็นบุคคล เอาใจใส่เยี่ยมบ้านและให้การดูแลเสมือนเครือญาติ

4. บทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) พยาบาลโน้มน้าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้นในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน
เช่น ลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ป่วย ส่งเสริมการออกกำลังกาย พยาบาลเป็นผู้กระตุ้นให้ชุมชนมีชมรมออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้ป่วยมีการออกกำลังกาย ซึ่งจะเป็นผลดี
ต่อชุมชนในอนาคต

5. บทบาทการเป็นที่ปรึกษา (Counseler) เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เน้น การช่วยเหลือให้บุคคลพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเอง
6. บทบาทการเป็นผู้สอนหรือให้ความรู้ด้านสุขภาพ (Educator) ให้สุขศึกษารูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่เยี่ยมบ้านโดยให้ข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถ

ตัดสินใจและช่วยเหลือตัวเองภายใต้สิ่งแวดล้อมที่บ้านได้
7. บทบาทของการเป็นผู้ติดต่อสื่อสารและผู้ช่วยเหลือ (Communicator / Helper) ต้องมีทักษะในการสื่อสารกับคนในครอบครัวได้ทุกระดับ สามารถพูดให้ผู้ป่วยและ

ครอบครัวเข้าใจได้เพราะการติดต่อสื่อสารช่วยสร้างความไว้วางใจ และรับบทบาทของการช่วยเหลือมีส่วนช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีและ สร้างการมีส่วนร่วมในการดูแล
สุขภาพบุคคล ครอบครัว
8. บทบาทการเป็นผู้รักษาประโยชน์และสิทธิผู้ใช้บริการ (Client Advocate) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิของตนเองในด้านสุขภาพ เช่น สิทธิพื้นฐานในการ
รับบริการ การรับรู้ข้อมูลด้านสุขภาพของตนเอง การรักษาของแพทย์ เป็นต้น ดังนั้น การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยจึงนับว่าเป็นบทบาทอิสระที่พยาบาลสามารถที่จะช่วยรับรอง
และคุ้มครองผู้รับบริการหรือ เป็นการรักษาผลประโยชน์ รวมถึงช่วยให้ผู้รับบริการที่บ้านรับรู้ถึงความมี คุณค่าแห่งตนได้ซึ่งบริการในด้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรม
ของพยาบาล
9. บทบาทเป็นนักวิจัย (Researcher) สามารถค้นคว้าหาความรู้อย่าง เป็นระบบมีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านสุขภาพ
ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัย หรือนำผลวิจัยที่เกี่ยวกับบริการเยี่ยมบ้านมาปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของบุคคลที่บ้าน ครอบครัว และชุมชน

3.3 ทักษะจำเป็นของพยาบาลชุมชนควรมีก่อนไปเยี่ยมบ้าน

การเยี่ยมบ้านเป็นการปฏิบัติงานในชุมชนต้องมีการติดต่อกับบุคคลหลายกลุ่ม ซึ่งการเตรียมทักษะต่างๆจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมี
ทักษะ ดังนี้ (นวลขนิษฐ์ ลิขิตลือชา และคณะ,2556)

1.ทักษะทางคลินิก (Clinical Skill) หมายถึงความสามารถในการปฏิบัติการพยาบาล ด้านการรักษาพยาบาล การทำหัตถการ การดูแล
ช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินและภาวะปกติ ภายใต้ข้อจำกัดของเครื่องมือและผู้ที่จะคอยช่วยเหลือ

2. ทักษะการเข้าถึงชุมชน ต้องมีความรู้เกี่ยวกับชุมชนนั้นๆ ซึ่งเป็นหัวใจของการทำงานเชิงรุกในชุมชน การสร้างสัมพันธภาพและเข้าถึง
ชุมชนได้ จะช่วยทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน

3. ทักษะการเป็นผู้นำ คือความสามารถในการเป็นผู้นำของกลุ่มคน กล้าตัดสินใจ
ในเรื่องต่าง ๆ โดยสามารถหาข้อมูลและเหตุผลต่างมาสนับสนุน กล้ารับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้น
ความสามารถในการโน้มน้าว เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์

4. ทักษะการทำงานเป็นทีม เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จของการ ดูแลสุขภาพ
ผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทีมสุขภาพและภาคีเครือข่าย ที่ทำงานร่วมกัน
โดยมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะซึ่งกันและกัน

5. ทักษะการประสานงาน การปฏิบัติงานในชุมชนต้องประสานงานกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มวิชาชีพอื่นๆ เช่น ครู พัฒนากร นัก
สังคมสงเคราะห์ในชุมชน เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วย และครอบครัว
การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เกิดความร่วมมือที่ดี ลดความขัดแย้ง และเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก

6. ทักษะการสื่อสารและการจูงใจ การสื่อสารเป็นศิลปะของการพูดที่สุภาพถูกกาลเทศะ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง และเข้าใจง่าย การสื่อสารสามารถ
แสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง การสบตา ซึ่งให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ทักษะการจูงใจเป็นทักษะสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ของผู้ป่วย ซึ่งต้อง เลือกใช้ในแต่ละโอกาส เช่น การเสริมแรงทางบวก โดยการให้กำลังใจ การให้รางวัล เป็นต้น

7. ทักษะการจัดเก็บข้อมูลและการเลือกใช้ข้อมูลทางสุขภาพ การจัดเก็บข้อมูลสุขภาพข้อมูลต้องน่าเชื่อถือและสามารถบอกได้ ชัดเจนว่านำไปใช้
ประโยชน์อย่างไร มีความเหมาะสมที่จะจัดเก็บเป็นรายงาน ข้อมูลทางสุขภาพอาจได้มาจากระบบรายงานและการสำรวจ ดังนั้นพยาบาลสามารถเลือกใช้ข้อมูล
สุขภาพจากแหล่งที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อนำไปวางแผน จัดการปัญหาสุขภาพของผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนได้

8. ทักษะการสร้างเสริมพลังอำนาจด้านสุขภาพ คือ การสร้างความ มั่นใจให้กับผู้ป่วยได้ตรงตามความต้องการ ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient
Center Care) มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องวิธีการรักษา และสามารถกลับ ไปดูแลตนเองต่อได้อย่างมั่นใจ โดยการให้คำแนะนำตอบข้อซักถาม หรือช่วย ในการ
ตัดสินใจ (Decision Making) เลือกวิธีการรักษา ดังนั้น การสร้างเสริม พลังอำนาจด้านสุขภาพของพยาบาลในชุมชนจึงเป็นผู้สนับสนุนให้ความช่วย เหลือ เป็นที่
ปรึกษา เป็นผู้ประสานงาน เป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวก และ แนะนำการหาแหล่งประโยชน์ให้แก่ผู้ป่วย และครอบครัว

3.4 วัตถุประสงค์ของการเยี่ยมบ้าน

ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม
2. เพื่อค้นหาปัญหาที่จะพบในผู้ป่วยระยะสุดท้ายและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายเพื่อให้ผู้ป่วย

ระยะสุดท้ายและญาติมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง

3.5 กระบวนการเยี่ยมบ้าน

กระบวนการเยี่ยมบ้าน มี 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ระยะก่อนเยี่ยมบ้าน ระยะที่ 2 ระยะเยี่ยมบ้าน (implementation ระยะที่ 3 ระยะหลังการเยี่ยมบ้าน (termination phase)
(initiation phase) phase หรือ In home phase)
ระยะนี้เน้นการสรุปข้อมูลการพยาบาล การนัดหมายการเยี่ยมครั้งต่อไป
ในระยะก่อนเยี่ยมบ้านพยาบาลควรให้ความสำคัญ 1. การสร้างสัมพันธภาพที่ดี และการบันทึกกิจกรรม การเยี่ยมและอาการของผู้ป่วย แบบบันทึกข้อมูล
เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเยี่ยม ดังนี้ 2. การเลือกใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ การเยี่ยมบ้านผู้ป่วย INHOMEASS
3. การเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการแต่งกาย
1. พยาบาลควรนัดหมายวันและเวลาเยี่ยมล่วง 4. การประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้รับ 1. การวางแผนนัดเยี่ยมในครั้งต่อไปร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
หน้า ศึกษาข้อมูลครอบครัวจากแฟ้มครอบครัว บริการ และใช้แบบบันทึกสภาวะสุขภาพและครอบครัว สามารถทำผ่าน application หรือใช้ google calendar ในการ
(INHOMESSS นัดหมาย สามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ช่วยเตือนวันและเวลาได้
2. การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเยี่ยมผู้ป่วย
ระยะสุดท้าย 2. สรุปและบันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้าน

ระยะที่ 1 ระยะก่อนเยี่ยมบ้าน (initiation phase)
ระยะนี้พยาบาลควรเน้นการประสานงานเข้าเยี่ยมกับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัว การศึกษาข้อมูล เบื้องต้นของผู้ป่วย เพื่อกำหนดจุดมุ่ง

หมายของการเข้าเยี่ยมบ้านในแต่ละครั้ง ในระยะก่อนเยี่ยมบ้านพยาบาลควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนเยี่ยม ดังนี้
1.พยาบาลควรนัดหมายวันและเวลาเยี่ยมล่วงหน้า ศึกษาข้อมูลครอบครัวจากแฟ้มครอบครัวและในกรณีการ
เยี่ยมผู้ป่วยเพื่อให้การดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ต้องมีการสื่อสารระหว่างทีมสุขภาพในสถานบริการแต่ละระดับที่ชัดเจนเพื่อประสานแผนการดูแล และ
จัดระบบสนับสนุนเกิดกิจกรรมการดำเนินงานร่วมกันระหว่างทีมสุขภาพและหน่วยงานในพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล
อสม. จิตอาสา รวมถึงสมาชิกครอบครัวผู้ดูแลที่จะรับช่วงดูแลผู้ป่วยต่อในแต่ละระยะให้มากที่สุด
2.การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ในการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น พยาบาลควรศึกษาข้อมูลจากแฟ้มประวัติหรือข้อมูลจากการส่งต่อของสถานพยาบาล และ/หรือสอบถามข้อมูล
เกี่ยวกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายเพื่อวางแผนและเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น

ระยะที่ 2 ระยะเยี่ยมบ้าน (implementation phase หรือ In home phase)
ระยะนี้พยาบาลควรเน้นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัว รวมถึงการประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลในการให้ดูแลภาวะสุขภาพของผู้ป่วยและ

ครอบครัว ในระยะเยี่ยมบ้านพยาบาลควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับ
1. การสร้างสัมพันธภาพที่ดี โดยการแนะนำตนเองว่าเป็นใคร มาจากไหน ทั้งต่อสมาชิกครอบครัวและบุคลากรที่มีสุขภาพ การวางตัวที่เหมาะสมตามบริบท

ของชุมชนและครอบครัว
2. การเลือกใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ ควรให้เหมาะสมกับบริบทของสมาชิกครอบครัว คำนึงถึงความคุ้มค่าคุ้มทุน ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การแนะนำ

application ควรแนะนำ application ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย
3. การเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการแต่งกาย การใช้ภาษาในการสื่อสารทั้งวัจนะภาษา และอวัจนะภาษา

ควรเหมาะสม เนื่องจากการเข้าเยี่ยมบ้านพยาบาลอาจถูกบันทึกภาพ เสียง โดยสมาชิกครอบครัว
4. การประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้รับบริการ และใช้แบบบันทึกสภาวะสุขภาพและ

ครอบครัว (INHOMESSS) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้พยาบาลสามารถประเมินผู้ป่วยได้ครอบคลุม
(ภาพที่ 5 แบบบันทึก INHOMESSS)

แบบ “INHOMESSS” (ภาพที่ 3.1) ซึ่งจะช่วยให้พยาบาลสามารถประเมิน วางแผนและบันทึกการดูแลได้ครอบคลุม “INHOMESSS” เป็นตัวย่อของ
อักษรแทนองค์ประกอบที่ใช้เป็นกรอบในการประเมินขณะเยี่ยมบ้าน ดังนี้

I = Immobility การเคลื่อนไหว เป็นการประเมินกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน เช่น ลุกจากที่นอน อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ แต่งตัวเองได้ กินได้
ขับถ่ายสะดวก กลั้นได้หรือไม่ และกิจวัตรอื่นๆ ที่ใช้แรงมากขึ้น เช่น ทำงานบ้าน จ่ายตลาด ทำอาหาร รับโทรศัพท์ จัดยากินเองได้ ล้างรถ เลี้ยงสุนัข
เป็นต้น

N = Nutrition ประเมินว่าผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการอย่างไร อาหารโปรด วิธีเตรียมอาหาร วิธีเก็บอาหารปริมาณที่กิน นิสัยการกิน
ก่อนหรือหลังกินข้าวชอบสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหรือไม่ เป็นต้น.

H = Housing คือการประเมินว่าสภาพบ้านว่ามีลักษณะอย่างไร
- ภายในบ้านเช่น แออัด โปร่งสบาย สะอาด ดูเป็นส่วนตัว มีรูปแขวนผนังเป็นใครบ้าง มีประกาศนียบัตรหรือโล่ยกย่องเกียรติคุณเรื่องใดบ้าง
ของสมาชิกในบ้าน มีโทรทัศน์เครื่องดนตรี ห้องหนังสือ เลี้ยงสัตว์ภายในบ้านเป็นต้น.
- สภาพรอบบ้าน เช่น มีบริเวณหรือไม่ รอบบ้านเป็นอย่างไร รั้วรอบขอบชิด หรือทะลุถึงกันกับเพื่อนบ้าน สภาพบ้านเหมาะสมกับสภาพของโรค
ที่ผู้ป่วยเป็นหรือไม่
- เพื่อนบ้านเป็นใคร ลักษณะอย่างไร ความสัมพันธ์ กับผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างไร

O = Other people เป็นการประเมินบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในบ้าน ใครมีบทบาทต่อผู้ป่วยอย่างไร ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะมีใครเป็นตัวแทนที่จะ
ตัดสินใจแทนผู้ป่วยได้ การเยี่ยมบ้านมีข้อได้เปรียบในการพูดคุยเรื่องอนาคตของการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาว โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย บ้านเป็นสถาน
ที่ที่พยาบาลสามารถคุยกับผู้ป่วยและญาติได้สะดวกและอบอุ่นกว่าในโรงพยาบาล รวมถึงเพื่อนบ้านเป็นใครมีความสัมพันธ์กันอย่างไร หากครอบครัวมีปัญหา เพื่อนบ้าน
สามารถให้การช่วยเหลือได้หรือไม่

M = Medication ประเมินการใช้ยาของผู้ป่วย มียาอะไร และในการปฏิบัติผู้ป่วยกินยาอย่างไร การจัดยาแต่ละมื้ออย่างไร การเก็บยา และมียาอื่นที่นอก
เหนือจากแพทย์ประจำตัวสั่งหรือไม่ เช่นสมุนไพร อาหารเสริม ยาหม้อ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้พยาบาลเข้าใจพฤติกรรมการใช้ยา รวมถึงเป็นแนวทางในการให้
คำแนะนำที่เหมาะสม

E = Examination เป็นการตรวจร่างกายทั่วไป และการตรวจร่างกายเฉพาะตามระบบที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเจ็บป่วย
S= Service หมายถึงแหล่งบริการที่สามารถให้การช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยและครอบครัวได้ เช่น ศูนย์ให้การดูแลผู้สูงอายุ หน่วยงานให้ยืมอุปกรณ์ทางการ
แพทย์ รวมถึงการบริการที่ให้แก่ผู้ป่วยแต่ละครั้ง เช่น การเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ การให้อาหารทางสายยาง การสอนญาติฉีด อินซูลินทางหน้าท้อง วิธีการติดต่อกับ
สถานบริการ เป็นต้น
S = Safety หมายถึง ความเสี่ยงและสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยเมื่ออยู่ที่บ้าน ความสามารร้องขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
S = Spiritual ได้แก่ ศาสนา ความเชื่อ ปรัชญาในการดำรงชีวิต สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

*** กิจกรรมการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้การพยาบาลครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการการดูแลของผู้
ป่วยและครอบครัว

ระยะที่ 3 ระยะหลังการเยี่ยมบ้าน (termination phase)
ระยะนี้เน้นการสรุปข้อมูลการพยาบาล การนัดหมายการ

เยี่ยมครั้งต่อไป และการบันทึกกิจกรรม การเยี่ยมและอาการของผู้
ป่วย แบบบันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย INHOMEASS ที่ใช้ใน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

1. การวางแผนนัดเยี่ยมในครั้งต่อไปร่วมกับสมาชิกใน
ครอบครัวสามารถทำผ่าน application หรือใช้ google calendar
ในการนัดหมาย สามารถตั้งค่าโปรแกรมให้ช่วยเตือนวันและเวลา
เป็นระยะๆ ได้

2. สรุปและบันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้าน

ภาพที่ 3.1 แบบบันทึกสภาวะสุขภาพและครอบครัว (INHOMESSS)

สรุป
การเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะสุดท้าย มีความสำคัญทำให้เกิดความต่อเนื่องในการ

รักษา และช่วยเหลือเพื่อลดความทุกข์ทรมานจากโรค เเละช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้ง
ตัวผู้ป่วยและครอบครัวในการดูแล โดยกระบวนการเยี่ยมบ้านทั้ง 3 ระยะ ทั้งระยะ
ก่อนเยี่ยมบ้าน ระยะเยี่ยมบ้าน และระยะหลังการเยี่ยมบ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้
ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองปัญหา และความต้องการของผู้ป่วยและ
ครอบครัว การเยี่ยมบ้านจะดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ดี ต่อ
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการดูแล และประสาน
ความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน เพื่อการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิตจาก
ไปอย่างสงบ

2.5 หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา


พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ด้วยมนุษย์ทุกคนมีสิทธิในชีวิต
“เรียนรู้สิทธิการตาย ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง” และร่างกายของตนเอง รวมทั้งมีสิทธิที่จะมีโอกาสเลือกตายอย่างสงบเป็นธรรมชาติ มีศักดิ์ศรี
ของความเป็นมนุษย์ อยู่ท่ามกลางญาติมิตรอันเป็นที่รักก่อนที่จะจากไป เมื่อกำลังเจ็บป่วยอยู่
ในวาระสุดท้ายของชีวิต และโดยปราศจากเครื่องเหนี่ยวรั้งจากเครื่องมือทางการแพทย์ใดๆ ที่
มากเกินความจำเป็นและไม่สมควร(Futile treatment) เช่น เครื่องช่วยหายใจ

ดังนั้นหนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษา จึงเป็นความต้องการของผู้ป่วยเองที่จะขอ
ทำความตกลงว่าเมื่อถึงระยะสุดท้ายของชีวิตแล้ว ผู้ป่วยจะไม่ขอรับการรักษาอะไรบ้างที่คิดว่า
ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ทำให้ตนเองมีคุณภาพชีวิตในช่วงนั้นไม่ดี และอาจเป็นการเพิ่มค่าใช้
จ่ายที่ไม่จำเป็นแก่ครอบครัวไม่ใช่เป็นการปฏิเสธการรักษาพยาบาลของบุคลากรทางด้านการ
แพทย์ (สภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ,2556)

กระบวนการเยี่ยมบ้าน | Home Visit

แบบฝึกหัด: กรณีศึกษาการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี เป็นผู้ป่วยมะเร็งคอหอยส่วนปาก (Oropharyngeal cancer) stags 5 PPS score= 50 ปฏิเสธการฉายแสง และ
เคมีบำบัด และขอกลับไปรักษาที่บ้าน แพทย์จึงให้ยา Mophine บรรเทาปวดกลับมารับประทานที่บ้าน ผู้ป่วยมีแผลบริเวณคอและ
ไหปลาร้า จำนวน 5 แผล มีแผลขนาดใหญ่ 2 แผล และแผลขนาดเล็ก 3 แผล แผลมี Discharge เป็นฝ้าขาวและมีเลือดซึม ผู้ป่วยสามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้เล็กน้อย รับประทานอาหารได้เอง แต่ทานได้น้อย ที่บ้านมีพี่ชายและพี่สะใภ้เป็นผู้ดูแล

1. ก่อนการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยรายนี้ ควรปฏิบัติอย่างไร
2. พยาบาลควรเตรียมอุปกรณ์ อะไรบ้าง
3. การประเมินสภาพผู้ป่วยรายนี้ พยาบาลควรประเมินอะไรบ้าง
4. คำแนะนำในการดูแลแผลผู้ป่วยรายนี้ ควรแนะนำอย่างไร
5. หลังการเยี่ยมบ้าน สิ่งที่พยาบาลควรปฏิบัติ มีอะไรบ้าง

เอกสารอ้างอิง จอนผะจง เพ็งจาด. (2557) บทบาทพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคอง. สืบค้น 2 ตุลาคม 2565,
จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/download/29280/25172/

นวลขนิษฐ์ ลิขิตลือชา, ธีรพร สถิรอังกูร และทิพย์สุดา ลาภภักดี. (2556). การพยาบาลผู้ป่วยที่บ้าน. หนังสือการพยาบาลผู้ป่วย
ที่บ้าน,56(1),33-52

โสภาพรรณ อินต๊ะเผือก,วรวรรณ์ ทิพย์วารีรมย์. (2562).การเยี่ยมบ้าน:พยาบาลชุมชนยุคไทยแลนด์ 4.0.วารสารพยาบาลศาสตร์
และสุขภาพ,42(4),142-146

บทที่ 3 การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบระหว่างเรียน

หรือ >คลิกที่นี่<

เรื่อง การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน

สแกนคิวอาร์โค้ด

เพื่ อทำแบบทดสอบหลังเรียน
หรือ >คลิกที่นี่<


Click to View FlipBook Version