แผนการจ ั ดการเรย ี นร ู ร ้ ายว ิ ชา วท ิ ยาศาสตรพ ์ ื ้ นฐาน กล ุ ่ มสาระการเรย ี นร ู ว ้ ิ ทยาศาสตรแ ์ ละเทคโนโลย ี จด ั ทา โดย นางสาวสพ ุ ิ ชญา พท ุ ธรก ั ษา ตา แหน ่ ง คร ู ผช ู ้ ว ่ ย โรงเรย ี นบา ้ นวง ั ไมแ ้ ดง ส าน ั กงานเขตพ ื ้ นทก ่ ี ารศึ กษาประถมศึ กษาจน ั ทบร ุ ี เขต ๑ ส าน ั กงานคณะกรรมการการศึ กษาข ั ้ นพ ื ้ นฐาน กระทรวงศึ กษาธก ิ าร ป.6 หน ่ วยการเรย ี นร ู ท ้ ี ่ 1 อาหารและการย ่ อยอาหาร
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว 16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง อาหารและการย่อยอาหาร เวลา 11 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ประเภทของสารอาหาร เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวสุพิชญา พุทธรักษา วันที่…………………………………………………….. ________________________________________________________________________ 1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง รับประทาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และน้ำ 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ระบุสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน (K) 2) จำแนกสารอาหารแต่ละประเภทได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการเชื่อมโยง 1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.3) ทักษะการจำแนกประเภท
2) ความสามารถในการสื่อสาร 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 9. เนื้อหาสาระ สารอาหาร คือ สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ซึ่งได้มาจาก กระบวนการย่อยอาหารของร่างกาย สารอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เกลือแร่ วิตามิน ไขมัน และน้ำ - คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน - โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง - วิตามิน ได้แก่ผักและผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ ไข่ นม - เกลือแร่ ได้แก่ อาหารทะเล ผักและผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ นม ไข่แดง - ไขมัน ได้แก่ น้ำมันหรือไขมัน - น้ำ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องอาหารและการย่อยอาหาร 2) ครูกระตุ้นความสนใจและตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียน โดยให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อเล่นเกมส์จำแนกภาพอาหาร 5 หมู่ ภายในเวลา 2 นาที 3) เมื่อครบกำหนดเวลา ครูเฉลยแผ่นภาพร่วมกับนักเรียน โดยเราสามารถจำแนกอาหารตาม หมู่ได้ 5 หมู่ ดังนี้ หมู่ที่ 1 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง หมู่ที่ 2 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน หมู่ที่ 3 ได้แก่ ผัก หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผลไม้ หมู่ที่ 5 ได้แก่ น้ำมันหรือไขมัน 4) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอาหารหมู่ที่รับประทานนั้นจะให้สารอาหาร อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน)
5) ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดว่าอาหารกับสารอาหาร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ: แตกต่างกัน อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ส่วนสารอาหาร คือ สารที่เป็น ส่วนประกอบอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย) 6) ครูชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 7) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน (กลุ่มเดิม) เพื่อทำกิจกรรมตามหาสารอาหาร ซึ่ง มีขั้นตอนการทำกิจกรรมดังนี้ - ครูแจกบัตรภาพอาหารให้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาว่าในอาหาร นั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และแต่ละส่วนประกอบให้สารอาหารอะไรกับร่างกาย - ให้นักเรียนร่วมกันสืบค้นข้อมูลในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.6 และอินเตอร์เน็ต 8) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์สารอาหารหน้า ชั้นเรียน โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันตั้งข้อสังเกตหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 9) ครูตั้งคำถามเพื่อสรุปความรู้ โดยตั้งคำถามในประเด็นต่อไปนี้ - สารอาหารมีกี่ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ: 6 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมันและน้ำ) - แหล่งอาหารสำคัญของสารอาหารแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : - คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน - โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง - วิตามิน ได้แก่ ผักและผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ ไข่ นม - เกลือแร่ ได้แก่ อาหารทะเล ผักและผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ นม ไข่แดง - ไขมัน ได้แก่ น้ำมัน เนย กะทิ - น้ำ 10) ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างวิตามินและเกลือแร่ที่นักเรียนที่รู้จักกลุ่มละ 1 ชนิด (แนว คำตอบ: วิตามิน ได้แก่ A, B1, B2, C, D, E และ K เกลือแร่ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน โซเดียม ฟลูออไรด์) 11) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับอาหารและสารอาหารที่สนใจเพิ่มเติม เช่น ในอาหาร 1 ประเภท มีสารอาหารได้มากกว่า 1 ชนิดหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ: ใช่ เช่น นม มีโปรตีน แต่ใน ขณะเดียวกันในนมก็มีวิตามิน D และมีแคลเซียมด้วย) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 12) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร เพื่อขยายความเข้าใจ ของนักเรียน โดยในระหว่างที่นักเรียนทำใบงานครูคอยให้คำแนะนำปรึกษา
13) ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงาน โดยสุ่มนักเรียนเพื่อตอบ จากนั้นให้สมาชิก ในห้องร่วมกันพิจารณาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชั้นเรียน 14) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจและให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน เช่น ถ้านักเรียนรับประทานเฉพาะอาหารที่ชอบซ้ำกันบ่อย ๆ อาจส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย (แนวคำตอบ: ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารบางประเภทมากเกินไป และอาจขาดสารอาหารบางประเภทซึ่ง อาจทำให้ร่างกายไม่เจริญเติบโตตามวัย และอาจเกิดโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหารประเภทหนึ่งๆ ได้) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 15) ครูสุ่มนักเรียน 2 คน สรุปความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม เรื่อง อาหารและประเภทของ สารอาหาร จากนั้นให้เพื่อน ๆ ในห้องร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 16) ครูตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ - หากนักเรียนไม่ชอบดื่มนม จะทำให้ขาดสารอาหารชนิดใด (แนวคำตอบ: โปรตีน) - นักเรียนรับประทานข้าวเหนียวหมูปิ้งจะได้รับสารอาหารใดบ้าง (แนวคำตอบ: คาร์โบไฮเดรตจากข้าว โปรตีนและไขมันจากหมู) 17) ครูประเมินนักเรียนจากการตรวจใบงาน เรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร บัตรภาพอาหาร และการมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6 1.2) บัตรภาพอาหาร 5 หมู่ 1.3) บัตรภาพอาหารในการวิเคราะห์สารอาหาร 1.4) ใบงาน เรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก บัตรภาพอาหาร 5 หมู่
ภาพอาหารในการวิเคราะห์สารอาหาร สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ภาพอาหารในการวิเคราะห์สารอาหาร สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ภาพอาหารในการวิเคราะห์สารอาหาร สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สารอาหารที่ได้รับ : …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงาน เรื่อง อาหารและประเภทของสารอาหาร
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว 16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง อาหารและการย่อยอาหาร เวลา 11 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวสุพิชญา พุทธรักษา วันที่…………………………………………………….. _______________________________________________________________________ 1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่ เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหาร ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศและวัย และมีสุขภาพดีจำเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกายและให้ได้สารอาหาร ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายเกี่ยวกับปริมาณและพลังงานของอาหารที่เหมาะสมกับเพศและวัยได้(K) 2) อธิบายประเภทอาหารและสัดส่วนปริมาณอาหารตามธงโภชนาการได้(K) 3) เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย (P) 4) คำนวณค่าพลังงานที่ได้รับในแต่ละมื้อ และคำนวณปริมาณพลังงานรวมที่ได้รับในแต่ละวันได้(P) 5) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน
7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการสำรวจค้นหา 1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง 1.4) ทักษะการให้เหตุผล 2) ความสามารถในการสื่อสาร 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 9. เนื้อหาสาระ การรับประทานอาหารต้องคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับให้เหมาะสมกับเพศ วัย และกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัย ดังนี้ - วัยเด็ก : ต้องการโปรตีนสูงกว่าปกติ เพราะเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต - วัยผู้ใหญ่ : ต้องการโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันสูงกว่าวัยรุ่น เพราะเป็นวัยที่ต้องใช้ พลังงานในการทำงานสูง - วัยสูงอายุ : ต้องการคาร์โบไฮเดรตและไขมันน้อยลง แต่ต้องการโปรตีน วิตามินและ เกลือแร่เพื่อนำไปซ่อมแซมและชะลอความเสื่อมของร่างกาย - สตรีมีครรภ์ : ต้องการสารอาหารทุกประเภทสูงกว่าทุก ๆ วัย เพราะอาหารบางส่วนถูก นำไปเลี้ยงทารกในครรภ์และนำไปผลิตน้ำนม ตารางแสดงปริมาณอาหารสำหรับคนในวัยต่าง ๆ ใน 1 วัน อายุ ปริมาณพลังงาน (กิโลแคลอรี่) เรียนหรือทำงานปกติ ออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน หญิง ชาย หญิง ชาย 1 - 3 ปี 1,000 1,000 1,000 – 1,400 1,000 – 1,400 4 – 5 ปี 1,300 1,300 1,400 – 1,800 1,600 – 2,000 6 – 8 ปี 1,400 1,400 1,400 – 1,800 1,600 – 2,000 9 – 12 ปี 1,500 1,700 1,800 – 2,200 2,000 – 2,600 13 – 15 ปี 1,800 2,100 2,400 2,800 – 3,200 16 – 50 ปี 1,750 – 1,850 2,100 – 2,300 2,200 – 2,400 2,800 – 3,000 51 ปี ขึ้นไป 1,500 – 1,750 1,750 – 2,100 2,000 – 2,200 2,400 – 2,800
ธงโภชนาการแสดงสัดส่วนการรับประทานอาหารของคนไทย 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนดูภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอม จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อรูปร่างของคนในภาพ (แนวคำตอบ : อิสระตามความเห็นของนักเรียน เช่น อาหาร การออกกำลังกาย เป็นต้น) 2) ครูนำภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอมติดลงบนกระดานจากนั้นให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็นถึงอาหารที่แต่ละคนชอบรับประทาน โดยให้ออกมาเขียนคำตอบบนกระดานคนละ 1 เมนู โดยจำกัดให้ทั้งสองคนในภาพไม่ออกกำลังกายเหมือนกัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนกัน (แนวคำตอบ : อิสระ ตามความคิดเห็นของนักเรียน) 3) ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เมนูอาหารบนกระดานที่ผลต่อรูปร่างจะสังเกตได้ว่าคนที่ มีรูปร่างอ้วนจะรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบอาหารประเภท แป้ง เนื้อสัตว์ ไขมัน ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มที่ ให้พลังงาน ส่วนคนที่มีรูปร่างผอมจะรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบอาหารประเภท ผัก ผลไม้ 4) ครูและนักเรียนร่วมกันลงข้อสรุปเกี่ยวกับสารอาหารที่ให้พลังงานและไม่ให้พลังงานโดย สารอาหารที่ให้พลังงานได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ส่วนอาหารที่ไม่ให้พลังงานได้แก่ วิตามิน เกลือ แร่ และน้ำ 5) ครูชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 6) ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมคำนวณพลังงานสารอาหารลงในสมุดตนเอง เมื่อรับประทาน อาหารในปริมาณตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ต่อไปนี้ - แดงรับประทาน โปรตีน 25 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม ไขมัน 4 กรัม - ส้มรับประทาน โปรตีน 4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม ไขมัน 15 กรัม - ฟ้ารับประทาน โปรตีน 16 กรัม คาร์โบไฮเดรต 13 กรัม ไขมัน – กรัม * กำหนดให้ โปรตีนและคาร์โบเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 kcal ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 kcal 7) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนดังนี้ - ใครรับประทานอาหารปริมาณมากที่สุดและเท่าใด) (แนวคำตอบ : แดง รับประทานอาหารทั้งหมด 36 กรัม) - ใครได้รับพลังงานจากการรับประทานอาหารมากที่สุดและเท่าใด (แนวคำตอบ : ส้ม ได้รับพลังงาน 199 kcal) 8) ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับปริมาณและพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร จะ พบว่าการบริโภคในปริมาณมากอาจจะไม่ได้พลังงานสูงที่สุด ดังนั้นการบริโภคที่ถูกต้องจึงควรพิจารณาสัดส่วน ให้เหมาะสมกับเพศ ช่วงวัย และกิจกรรมที่ทำ 9) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย โดย ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากการหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.6 10) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม โดยให้นักเรียนมีบทบาท สำคัญในการสรุปความรู้ส่วนครูคอยเพิ่มเติมเนื้อหาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 11) ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับสารอาหารที่ให้พลังงานและไม่ให้พลังงาน โดยให้นักเรียน อภิปรายร่วมกัน สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ 12) ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 คน เพื่ออภิปรายลักษณะของสมาชิกในครอบครัวของตนเอง โดย พยายามเลือกครอบครัวที่มีสมาชิกครบทุกวัย จากนั้นร่วมกันตั้งประเด็นคำถามต่าง ๆ ดังนี้ - สมาชิกในครอบครัวของนักเรียนมีใครบ้าง (แนวคำตอบ : อิสระ เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า นักเรียน เป็นต้น) - สมาชิกในครอบครัวทำกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละวัน (แนวคำตอบ : อิสระ เช่น พ่อแม่ทำงาน นักเรียนเรียนหนังสือ ปู่และย่าอยู่บ้าน)
- นักเรียนคิดว่าสมาชิกในครอบครัวแต่ละวัยควรรับประทานอาหารเท่ากันหรือไม่ (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ กิจกรรมที่ทำ) 13) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยจำลองสถานการณ์ให้นักเรียนเป็นนักโภชนาการ ที่ต้องจัดอาหารให้กับบุคคลที่ครูกำหนดให้ 14) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 5 – 6 คน เพื่อทำกิจกรรมนักโภชนาการน้อย ซึ่งมีขั้นตอน การทำกิจกรรมดังนี้ - แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาจับสลากเลือกสถานการณ์จำลอง - ศึกษารายละเอียดข้อมูลจากสลากที่ได้ว่าเป็นเพศใด อายุเท่าไร หรือทำกิจกรรม อะไรเพื่อให้ได้ข้อมูลในการเลือกอาหาร และพลังงานจากสารอาหารให้ครบถ้วน - ครูแจกตารางพลังงานของสารอาหารเพื่อให้นักเรียนศึกษาเป็นแนวทางในการ เลือกเมนูอาหาร หรือนักเรียนจะสืบค้นข้อมูลพลังงานสารอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น เพิ่มเติม เช่น แอปพลิเคชั่นตารางแคลรอลี่ เป็นต้น - นักเรียนเลือกเมนูอาหารและบันทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรมเรื่อง นักโภชนาการน้อย (ใบกิจกรรมกลุ่ม) 15) นักเรียนทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่ครูชี้แจง ในระหว่างนี้ครูคอยดูแลอำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาสถานการณ์จำลอง เพราะหากนักเรียนตีความหมาย คลาดเคลื่อนอาจจะส่งผลต่อการเลือกอาหารและพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 16) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมกันพิจารณาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าอาหารที่เลือกมานั้นมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เนื่องจาก นักเรียนอาจจะคำนึงถึงพลังงานที่ควรจะได้รับมากไปจนขาดการคำนึงถึงสัดส่วนปริมาณอาหาร 17) ในระหว่างที่นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน ครูอธิบายความรู้ให้แก่นักเรียนเพิ่มเติม เกี่ยวกับสารอาหารที่เหมาะสมในแต่ละวัย ดังนี้ - วัยเด็ก : ต้องการโปรตีนสูงกว่าปกติ เพราะเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต - วัยผู้ใหญ่ : ต้องการโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันสูงกว่าวัยรุ่น เพราะเป็นวัยที่ ต้องใช้พลังงานในการทำงานสูง - วัยสูงอายุ : ต้องการคาร์โบไฮเดรตและไขมันน้อยลง แต่ต้องการโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่เพื่อนำไปซ่อมแซมและชะลอความเสื่อมของร่างกาย - สตรีมีครรภ์ : ต้องการสารอาหารทุกประเภทสูงกว่าทุก ๆ วัย เพราะอาหาร บางส่วนถูกนำไปเลี้ยงทารกในครรภ์และนำไปผลิตน้ำนม
18) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ เพื่อเป็นการสรุปความรู้จากการทำกิจกรรมทั้งหมด ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 19) ครูให้นักเรียนดูภาพธงโภชนาการในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ สสวท หน้า 13 เพื่อให้ เห็นสัดส่วนที่เหมาะสมของการรับประทานใน 1 วันของคนไทย จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าใน 1 วัน นักเรียนรับประทานได้สัดส่วนตามธงโภชนาการหรือไม่อย่างไร 20) ครูตั้งข้อสังเกตว่าครูรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงกว่าสัดส่วนที่ธงโภชนาการกำหนด จะเกิดผลอย่างไร (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ครูจะมีรูปร่างอ้วน หรืออาจจะเกิด โรคที่เกี่ยวกับไขมัน เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นต้น) 21) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ธงโภชนาการ เพื่อขยายความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับ ปริมาณสัดส่วนอาหารที่คนไทยควรบริโภคใน 1 วัน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 22) ครูสุ่มนักเรียน 3 – 4 คน ในการอภิปรายการนำความรู้ในวันนี้ไปใช้ประโยชน์ ชีวิตประจำวันได้อย่างไร 23) ครูตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน ดังนี้ - ในวัยของนักเรียนควรรับประทานอาหารประเภทใดมากที่สุด เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : โปรตีน เพราะเป็นช่วงที่กำลังเจริญเติบโต) - เพราะเหตุใดหญิงตั้งครรภ์จึงต้องการสารอาหารมากกว่าวัยอื่น ๆ (แนวคำตอบ : เพราะต้องการสารอาหารไปเลี้ยงลูกในท้อง) - หากในวัยชรารับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปจะส่งผลอย่างไร (แนวคำตอบ : ทำให้เกิดโรคได้ง่าย เนื่องจากในวัยชราระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำงานลดลง) 24) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการประเมินใบกิจกรรมเรื่องนักโภชนาการน้อย ใบงานเรื่องการรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย ใบงานเรื่องการรับประทานอาหารให้เหมาะสม กับร่างกาย และการมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6 1.2) ใบกิจกรรมเรื่อง นักโภชนาการน้อย 1.3) ใบงานเรื่อง การรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย 1.4) ใบงานเรื่อง การรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ 1.5) ใบงานเรื่อง ธงโภชนาการ
1.6) สลากสถานการณ์จำลอง 1.7) ภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอม 1.8) ตารางพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด 12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจสมุด ตรวจใบงาน ตรวจใบกิจกรรม แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก สลากสถานการณ์จำลอง เด็กชายวิชัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นนักกีฬาฟุตบอลของ โรงเรียน ทุกเย็นหลังเลิกเรียนเขาจะต้องออกไปซ้อมฟุตบอลที่สนาม คุณแม่ของวิชัยอายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนักงานเป็นบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ โดยปกติส่วนใหญ่จะทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก คุณตาของวิชัยอายุ 61 ปี หลังเกษียณออกมาจากงานราชการก็ได้อยู่บ้าน กิจวัตรประจำวันคือ ดูโทรทัศน์ รดน้ำต้นไม้ และดูแลบ้านบางส่วน เด็กหญิงฟ้าใสเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เธอชอบเรียนหนังสือ กิจกรรมส่วนใหญ่ของเธอคือการทำการบ้าน และเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือ คุณพ่อของฟ้าใสอายุ 37 ปี ทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง โดยในแต่ละวันจะต้อง ออกแรงยกอิฐ หรือถุงปูนซึ่งมีน้ำหนักมาก คุณยายของฟ้าใสอายุ 54 ปี มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง โดยจะเริ่มขาย อาหารตั้งแต่ 06.00 – 10.00 น. เท่านั้น
ใบกิจกรรมเรื่อง นักโภชนาการน้อย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สมาชิกในกลุ่ม 1. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. 2. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. 3. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. 4. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. 5. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. 6. ………………………………………………….……………………. ชั้น..................เลขที่............. เมนูอาหารใน 1 วัน เมนูอาหาร ปริมาณ อาหาร ปริมาณพลังงาน ต่อหน่วย(กิโลแคลอรี่) ปริมาณพลังงาน (กิโลแคลอรี่) รวมพลังงานที่ได้รับ ใน 1 วัน (กิโลแคลอรี่) มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น รวม สถานการณ์จำลองที่นักเรียนได้รับคือ........................................................................................... ........ อายุ.............เพศ...............วัย..............ปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน..........................kcal เพราะเหตุใดจึงต้องการพลังงานปริมาณดังกล่าว................................................................................... ............................................................................................................................. ..................................
ใบงานเรื่อง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย
ใบงานเรื่อง การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์
ใบงานเรื่อง ธงโภชนาการ
ภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนและรูปร่างผอม
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว 16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง อาหารและการย่อยอาหาร เวลา 11 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การย่อยอาหาร เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวสุพิชญา พุทธรักษา วันที่…………………………………………………….. ________________________________________________________________________ 1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ระบบย่อยอาหารคือ ระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไปให้เป็นสารอาหารขนาดเล็ก จนร่างกายสามารถดูดซึมได้ การย่อยอาหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การย่อยเชิงกล และการย่อยเชิงเคมี 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายความหมายของระบบย่อยอาหารได้ (K) 2) อธิบายการย่อยอาหารแต่ละประเภทได้ (K) 3) ทดลองการย่อยอาหารแต่ละประเภทได้ (P) 4) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการตั้งสมมติฐาน
1.3) ทักษะการทดสอบสมมติฐาน 1.4) ทักษะการสรุปอ้างอิง 1.5) ทักษะการให้เหตุผล 2) ความสามารถในการสื่อสาร 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 9. เนื้อหาสาระ ระบบย่อยอาหาร คือ ระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารที่เรารับประทานให้เป็นสารอาหารที่มีขนาดเล็ก จน ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การย่อยอาหารเป็นการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของสารอาหารให้มีขนาดเล็กลง จนร่างกายสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ - การย่อยเชิงกล เป็นการอาหารโดยไม่ใช้เอนไซม์ ได้แก่ การบด เคี้ยวอาหารในปาก การ บีบตัวของทางเดินอาหาร ซึ่งจะพบได้ในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก - การย่อยเชิงเคมี เป็นการย่อยอาหารโดยใช้เอนไซม์ย่อยสลายสารอาหารแต่ละประเภท ซึ่ง พบได้ที่บริเวณปาก กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า พลังงานที่นักเรียนใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ มาจากที่ใด (แนวคำตอบ : อาหาร) 2) ครูสุ่มนักเรียนเป็นอาสาสมัครช่วยคุณครูหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูให้นักเรียนอาสาสมัคร ลองชิมอาหารที่ครูเตรียมมา และให้นักเรียนในห้องร่วมกันอภิปรายอาหารว่าที่เพื่อนรับประทานเข้าไปนั้นจะ เกี่ยวข้องกับระบบใดในร่างกายมากที่สุด (แนวคำตอบ : ระบบย่อยอาหาร) 3) ครูให้นักเรียนอาสาสมัครได้อธิบายถึงรสชาติหรือลักษณะภายนอกของอาหารที่ รับประทานเข้าไป และให้นักเรียนในห้องร่วมกันแสดงความคิดเพิ่มเติม 4) ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจและให้นักเรียนเห็นความสำคัญของบทเรียน ดังนี้ - เพราะเหตุใดร่างกายจึงต้องมีย่อยอาหาร (แนวคำตอบ : เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้) - การย่อยอาหารหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ : อิสระตามความคิดเห็นของนักเรียน โดยครูพยายามชี้ให้นักเรียน
เห็นว่าคำว่าย่อยอาหารนั้นก็คือ การทำให้อาหารมีขนาดเล็กลง) 5) ครูชี้แจงจุดประสงค์ในการเรียนให้แก่นักเรียนทราบ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 6) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรมการทดลองเรื่องการย่อยอาหาร โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับอุปกรณ์หน้าชั้นเรียน 7) ครูชี้แจงขั้นตอนในการดำเนินการทดลอง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ - เคี้ยวข้าวและนำข้าวที่เคี้ยวใส่ลงในหลอดทดลองที่ 1 - บดข้าวและนำไปใส่ในหลอดทดลองที่ 2 - นำหลอดทดลองที่ใส่ข้าวทั้ง 2 หลอด ต้มในน้ำ - หยดสารละลายเบเนดิกส์ลงในหลอดทดลองทั้ง 2 หลอด สังเกตและบันทึกผลการ ทดลอง 8) ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในสมุดของตนเองดังตาราง 9) ในระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองคุณครูช่วยอำนวยความสะดวกและระมัดระวัง ในเรื่องของการใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์ และการสังเกตผลการทดลอง 10) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งข้าว ที่นักเรียนเคี้ยวจะมีขนาดเล็กลง และเมื่อเคี้ยวข้าวไปสักครู่จะพบว่าข้าวมีรสหวาน ส่วนข้าวที่นักเรียนบดนั้นมี ขนาดเล็กลง เมื่อนำไปทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกส์พบว่า หลอดทดลองที่เคี้ยวข้าวสารละลายเกิดเปลี่ยน ตะกอนสีแดงอิฐ ส่วนหลอดทดลองที่สับข้าวนั้นสารละลายไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 11) ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าเพราะเหตุใดหลอดทดลองที่มีข้าวเหมือนกัน จึงเปลี่ยนสีสารละลายเบเนดิกส์ต่างกัน (แนวคำตอบ : หลอดที่เคี้ยวข้าวมีเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแป้ง ส่วนหลอดที่ บดข้าวนั้นไม่มีเอนไซม์) การทดลอง ผลการทดลอง ก่อนนำไปต้ม เมื่อหยดด้วยสารละลายเบเนดิกส์ หลอดที่ 1 ข้าวที่เคี้ยว หลอดที่ 2 ข้าวที่บดเคี้ยว
12) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าจากการทดลองขั้นตอนใดบ้างที่อาหารมีการย่อย (อาหารมีขนาดเล็กลง) ซึ่งนักเรียนจะพบว่าเมื่อนักเรียนเคี้ยวหรือบดข้าว ข้าวก็มีขนาดเล็กลง ซึ่งการที่อาหารมี ขนาดเล็กลงดังกล่าวนี้คือการย่อยเชิงกล 13) ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับการย่อยเชิงกล คือ การทำให้อาหารมีขนาดเล็กลงโดยไม่ใช้ เอนไซม์ ได้แก่ การบด เคี้ยวอาหารในปาก การบีบตัวของทางเดินอาหาร เป็นต้น 14) ครูตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการทดลองเมื่อนักเรียนเคี้ยวข้าวแล้วรู้สึกว่าหวานนั้น เป็นเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เพราะในปากมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าอะไมเลส ซึ่งจะทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปเป็น น้ำตาล เมื่อนักเรียนเคี้ยวข้าวไปสักครู่แล้วรู้สึกหวาน เพราะว่าข้าวนั้นถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล) 15) ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสารละลายเบเนดิกส์ซึ่งเป็นสารละลายที่ใช้ในการ ทดสอบน้ำตาล และจะเกิดตะกอนสีแดงอิฐเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำตาล ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 16) ครูให้นักเรียนร่วมสรุปผลการทดลอง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอสรุปผลการ ทดลอง (แนวคำตอบ : จากการทดลองพบว่าเมื่อเคี้ยวหรือสับข้าว ข้าวจะมีขนาดเล็กลง มีรูปร่างลักษณะ ภายนอกเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นการย่อยเชิงกล และเมื่อทดสอบด้วยสารละลายเบเนดิกส์พบว่าหลอดทดลองที่เคี้ยว ข้าวเกิดตะกอนสีแดงอิฐ เนื่องจากในระหว่างที่เคี้ยวข้าวเอนไซม์ภายในปากได้เปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาล ทำให้ น้ำตาลดังกล่าวทำปฏิกิริยากับสารละลายเบเนดิกส์ เกิดเป็นตะกอนสีแดงอิฐ) 17) ครูให้นักเรียนตั้งคำถามที่สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น เอนไซม์ในปาก เกิดจากอะไร (แนวคำตอบ : ต่อมน้ำลาย) 18) ครูขยายความรู้เพิ่มเติมว่าในร่างกายมนุษย์มีต่อมน้ำลาย 3 คู่ ได้แก่บริเวณกกหู ใต้ลิ้น และขากรรไกร 19) จากนั้นครูให้นักเรียนลองยกตัวอย่างอาหารที่เคี้ยวแล้วมีรสชาติหวานเหมือนข้าว (แนวคำตอบ : ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารจำพวกแป้ง เป็นต้น) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 20) ครูสุ่มนักเรียน 3 – 4 คน เพื่อสรุปความรู้จากการทำกิจกรรม และการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 21) ครูตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนดังนี้ - การย่อยอาหารคืออะไร (แนวคำตอบ : การเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของอาหารให้มีขนาดเล็กลง) - การย่อยอาหารแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : 2 ประเภท ได้แก่ การย่อยแบบเชิงกล และการย่อยเชิงกล) - การย่อยแบบเชิงกลและการย่อยเชิงเคมีแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ : เอนไซม์)
22) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการประเมินใบกิจกรรมเรื่อง การย่อยอาหาร และการมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6 1.2) ข้าว 1.3) หลอดทดลอง 1.4) สารละลายเบเนดิกส์ 1.5) ตะเกียงแอลกอฮอล์ 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด 12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจสมุด แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว 16101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง อาหารและการย่อยอาหาร เวลา 11 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง อวัยวะในระบบย่อยอาหาร เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวสุพิชญา พุทธรักษา วันที่…………………………………………………….. ________________________________________________________________________ 1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 3. ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การย่อยอาหารจะเริ่มที่ปาก ส่งต่อไปยังหลอดอาหาร เข้าสู่กระเพาะอาหาร และสิ้นสุดที่ลำไส้เล็ก โดยมีอวัยวะที่ช่วยในการย่อยอาหารได้แก่ ตับและตับอ่อน จากนั้นกากอาหารจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่ และ ทวารหนัก 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ระบุอวัยวะภายในระบบย่อยอาหารได้ (K) 2) เขียนแผนภาพเรียงลำดับอวัยวะภายในระบบย่อยอาหารได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการให้เหตุผล
1.3) ทักษะการเชื่อมโยง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 9. เนื้อหาสาระ การทำงานของระบบย่อยอาหารในร่างกายประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับ ตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ดังภาพ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1) ครูเตรียมความพร้อมของนักเรียนโดยให้นักเรียนทำกิจกรรมอวัยวะในร่างกายฉัน โดยครู จะระบุอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ตา หู จมูก ตา ปาก สลับไปเรื่อย ๆ จากนั้นให้นักเรียนนำมือไปจับที่ อวัยวะที่ครูระบุให้ถูกต้องและรวดเร็วมากที่สุด 2) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายความสำคัญของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย โดยอวัยวะที่ครูได้ ระบุไปนั้นเป็นอวัยวะภายนอกร่างกาย แต่ในการทำงานของร่างกายยังคงมีอวัยวะภายในต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน
3) ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างอวัยวะภายในร่างกายที่นักเรียนรู้จัก เช่น ปอด หัวใจ ตับ กระเพาะอาหาร เป็นต้น โดยครูนำคำตอบที่นักเรียนได้ยกตัวอย่างเขียนลงบนกระดาน 4) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับอวัยวะบนกระดานว่ามีอวัยวะใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ ระบบย่อยอาหาร และเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ: ตามความคิดเห็นของนักเรียน) 5) ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนให้แก่นักเรียนทราบ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา 6) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน เพื่อทำกิจกรรมอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ซึ่ง มีขั้นตอนการทำกิจกรรมดังนี้ - ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร และตำแหน่ง ของอวัยวะดังกล่าวภายในร่างกาย - แต่ละกลุ่มจะได้รับตุ๊กตากระดาษกลุ่มละ 1 ตัว โดยนักเรียนจะต้องนำข้อมูลที่ สืบค้นได้มาวาดภาพระบายสีลงในกระดาษแข็ง และตัดเป็นชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ ประกอบลงไปในตุ๊กตากระดาษให้สมบูรณ์ 7) ในระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมครูคอยดูแลอำนวยสะดวกและให้คำแนะนำนักเรียน เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล ร่วมไปถึงให้นักเรียนพิจารณาอวัยวะที่สำคัญในระบบย่อยอาหารเท่านั้น เนื่องจาก ภายในร่างกายประกอบด้วยอวัยวะอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้นักเรียนเกิดความสับสนได้ 8) เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมเรียบร้อย ครูนำตุ๊กตากระดาษที่นักเรียนได้ประกอบชิ้นส่วน อวัยวะในระบบย่อยอาหารสมบูรณ์แล้วติดลงบนกระดาน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาความถูกต้อง เหมาะสม ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ 9) ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มระบุอวัยวะที่ได้จากการสืบค้นข้อมูล และให้นักเรียนร่วมกัน อภิปรายความรู้จากการทำกิจกรรมในครั้งนี้ 10) ครูยกตัวอย่างสถานการณ์เมื่อครูรับประทานขนมปัง ขนมปังที่ครูรับประทานจะผ่านการ ย่อยที่อวัยวะใดบ้าง โดยให้นักเรียนอภิปรายให้เป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนลงในสมุดของตนเอง (แนวคำตอบ: ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก) 11) ครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาภายในปากนอกจากจะมีฟันที่ช่วยทำให้อาหารมีขนาดเล็ก ลงแล้วยังพบว่าลิ้นก็มีส่วนช่วยในการคลุกเคล้าอาหารช่วยในการย่อยเช่นกัน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ 12) ครูขยายความเข้าใจนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับอวัยวะที่ไม่ได้ทำหน้าที่ในย่อยอาหารเช่น ตับ และตับอ่อน แต่มีความสำคัญต่อระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงลำไส้ใหญ่และทวารหนักซึ่งเป็นอวัยวะที่รับ กากอาหารที่เหลือจากการย่อย
13) ครูใช้ตุ๊กตากระดาษร่างกายมนุษย์ในการขยายความเข้าใจนักเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อวัยวะในระบบย่อยอาหาร เช่น เมื่อนักเรียนรู้สึกแสบท้องหรือปวดท้องในลักษณะบิดนักเรียนจะได้ทราบว่า นักเรียนปวดท้องที่กระเพาะอาหารหรือปวดบริเวณลำไส้ 14) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามที่สนใจเพิ่มเติมหรือให้ช่วยกันเสนอแนวคิดในการ จดจำอวัยวะในระบบย่อยอาหาร เช่น กระเพาะอาหารจะมีลักษณะคล้ายรูปตัวเจ หลอดอาหารลักษณะคล้าย ท่อกลวง เป็นต้น 15) ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง อวัยวะในระบบย่อยอาหาร เพื่อขยายความเข้าใจนักเรียน จากการทำกิจกรรม ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 16) ครูสุ่มนักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน จากนั้นให้นักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมตรวจ คำตอบ และตรวจสอบว่านักเรียนคนใดที่ระบุอวัยวะหรือลำดับการลำเลียงอาหารไม่ถูกต้อง 17) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยตั้งคำถาม ดังนี้ - อาหารในหลอดอาหารจะถูกส่งต่อไปยังอวัยวะใด (แนวคำตอบ : กระเพาะอาหาร) - เมื่อปากกลืนอาหารลงไปจะถูกส่งต่อไปยังอวัยวะใด (แนวคำตอบ : หลอดอาหาร) - อวัยวะที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารอันดับแรกคืออวัยวะใด (แนวคำตอบ : ปาก) - อวัยวะที่เชื่อมต่อกับปลายลำไส้เล็กคืออวัยวะใด (แนวคำตอบ : ลำไส้ใหญ่) 18) ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนจากการประเมินใบกิจกรรมเรื่อง อวัยวะในระบบ ย่อยอาหาร และการมีส่วนร่วมในการตอบคำถามในชั้นเรียน 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.6 1.2) ใบงาน เรื่อง อวัยวะในระบบย่อยอาหาร 1.3) ตุ๊กตากระดาษ 1.4) กระดาษแข็ง 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด