แผนการจัดการเรียนรู “รายวิชาเพิ่มเติม การปองกันการทุจริต” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู “รายวิชาเพิ่มเติม การปองกันการทุจริต” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ รวมกับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๑
แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ สำ นักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๑
แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๒ จำ นวนพิมพ์ ๕,๘๗๔ เล่ม ผู้จัดพิมพ์ สำ�นักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ สำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิมพ์ที่ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำ�กัด สาขา ๔ ๑๔๕ , ๑๔๗ ถ.เลี่ยงเมืองนนทบุรีต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี๑๑๐๐๐ โทร. ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๐๗-๙ , ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๕๓-๔ โทรสาร ๐ ๒๕๒๕ ๔๘๕๕ E-mail : [email protected] www.co-opthai.com
คำ นำ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่๓(พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ได้กำ�หนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ ๑ ปรับฐาน ความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัยเป็นต้นไปให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม กลยุทธ์ที่๒ ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริตกลยุทธ์ที่๓ ประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริตและกลยุทธ์ที่๔ เสริมพลังการมีส่วนร่วม ของชุมชน และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต จากกลยุทธ์ที่ ๑ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จึงได้มีคำ�สั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริตซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการให้การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขึ้น เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และ รวบรวมข้อมูล กำ�หนดแนวทางและขอบเขตในการจัดทำ�หลักสูตร ยกร่างและจัดทำ�เนื้อหาหลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติม กำ�หนดแผน หรือแนวทางการนำ�หลักสูตรไปใช้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำ�เนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย คณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการ ป้องกันการทุจริตได้ร่วมกันสร้างชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา : Anti-CorruptionEducation ประกอบด้วย ๕ หลักสูตรดังนี้ ๑. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต) ๒. หลักสูตร อุดมศึกษา (วัยใส ใจสะอาด “Youngster with Good Heart”) ๓. หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่มทหารและตำ�รวจ ๔. หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำ�การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ ๕. หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต ชุดหลักสูตรดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการนำ�ไปทดลองใช้ เพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำ�หรับการใช้ในกลุ่มเป้าหมายต่อไป นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ยังได้คัดเลือกสื่อการเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม ๕๐ ชิ้น เพื่อใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำ�หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้และให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำ�เนินการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อนำ�หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัด การเรียนการสอนของสถานศึกษา
รายวิชาเพิ่มเติมการป้องกันการทุจริต สำ�หรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำ�ขึ้น โดยอนุกรรมการด้านการศึกษา ในคณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบ การเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริตและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย (๑)การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (๒)ความอายและความไม่ทน ต่อการทุจริต(๓)STRONG :จิตพอเพียงต้านทุจริต(๔) พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายวิชาเพิ่มเติมการป้องกันการทุจริต สำ�หรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) จะนำ�เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อเป็นกลไกระยะยาวในการปลูกฝังวิธีคิดป้องกันการทุจริตให้แก่ผู้เรียน อย่างเป็นอัตโนมัติเพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตำ�รวจเอก (วัชรพล ประสารราชกิจ) ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
สารบัญ หน้า โครงสร้างรายวิชา ๑ หน่วยที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๓ หน่วยที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓๑ หน่วยที่ ๓ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔๑ หน่วยที่ ๔ พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ๔๙ ภาคผนวก - คำ�สั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ ๖๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ๗๑ จัดทำ�หลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต - รายชื่อคณะทำ�งานจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๗๕ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน - รายชื่อคณะบรรณาธิการกิจหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๗๙ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน - รายชื่อคณะผู้ประสานงานการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ๘๒ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐานสำ�นักงาน ป.ป.ช.
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 1 โครงสร้างรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๕ ลำ ดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จำ นวน ชั่วโมง ๑. การคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม ๑. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวมที่ส่งผลต่อประเทศในระดับอาเซียน ๒. ผลของพฤติกรรมที่เกิดจากระบบคิดฐานสอง ไปแก้ระบบ คิดฐานสิบส่งผลต่อระดับประเทศ สังคมโลก ๓. การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติโลก) ๓.๑ แนวทางการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ที่ส่ง ผลต่อสังคม และประเทศ ๓.๒ กฎหมายที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๔. ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต (สังคม) ๔.๑ ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาการทุจริต ๔.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรม คุณธรรม ที่ส่งผลต่อ การแก้ไขปัญหา การทุจริต ๕. ผลประโยชน์ทับซ้อนที่ส่งผลต่อระดับประเทศ ๑๒ ๒. ความละอายและ ความไม่ทน ต่อการทุจริต ตัวอย่างกรณีศึกษาปัญหาการทุจริต ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และผลกระทบต่อประเทศไทย ๕ ๓. STRONG : จิตพอเพียง ต้านทุจริต ๑. กรณีตัวอย่างการแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทย โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต่อต้านทุจริต ๒. แนวทางการนำ�หลัก STRONG : จิตพอเพียงต่อต้านทุจริต มาพัฒนาสังคมไทย ๘
2 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ลำ ดับ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง จำ นวน ชั่วโมง ๔. พลเมืองกับความรับผิดชอบ ต่อสังคม การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมือง ในบริบทต่างประเทศ ๑. ประเทศญี่ปุ่น ๒. ประเทศเกาหลีใต้ ๑๕ รวม ๔๐
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 3 หน่วยที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การคิดแยะแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ เวลา ๒ ชั่วโมง ผลประโยชน์ส่วนรวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียน ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถเสวนาการคิดแยะแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วน รวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียนได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การคิดแยะแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมที่มีผลต่อประเทศ ในระดับอาเซียน ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์/ค่านิยม ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
4 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๒) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม แล้วให้ดำเนินการเสวนาในหัวข้อเรื่องผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียน โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ ด้าน เศรษฐกิจด้านสังคม และด้านการเมือง โดยดำเนินการเสวนาภายในกลุ่มของตนเองซึ่งนักเรียนสามารถ สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ชั่วโมงที่ ๒ ๑) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการเสวนา เรื่องผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วน รวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียน โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้าน การเมือง ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันตั้งประเด็นคำถามจากการเสวนา เรื่องผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียน โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านการเมือง ๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการเสวนาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวมที่มีผลต่อประเทศในระดับอาเซียน ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ห้องสมุด ๒) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 5 ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
6 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 7 แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
8 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ระบบคิดฐาน ๑๐ กับฐาน ๒ เวลา ๒ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถสัมมนาเปรียบเทียบผลของพฤติกรรมที่เกิดจากระบบคิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิด ฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลกได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) ผลของพฤติกรรมที่เกิดจากระบบคิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับ ประเทศและสังคมโลก ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง พูด เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับระบบคิดฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ โดยสรุปในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๒) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม แล้วให้ดำเนินการสัมมนาเปรียบเทียบผลของ พฤติกรรมที่เกิดจากระบบคิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลก โดยดำเนินการสัมมนาภายในกลุ่มของตนเอง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 9 ๓) นักเรียนทั้ง ๓ กลุ่ม แบ่งประเด็นดำเนินการสัมมนาเปรียบเทียบผลของพฤติกรรมที่เกิด จากระบบคิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลกโดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจด้านสังคม และด้านการเมือง นักเรียนบันทึกความรู้ที่ได้รับจากการสัมมนาและสรุป ผล การสัมมนาของกลุ่มตนเอง ชั่วโมงที่ ๒ ๑) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลเสนอผลสัมมนาเปรียบเทียบผลของพฤติกรรมที่เกิดจากระบบ คิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลก โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมือง ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันตั้งประเด็นคำถามจากการสัมมนาเปรียบเทียบผลของพฤติกรรม ที่เกิดจากระบบคิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลก โดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมือง ๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการสัมมนาเปรียบเทียบผลของพฤติกรรมที่เกิดจากระบบ คิดฐาน ๒ ไปแก้ระบบคิดฐาน ๑๐ ที่ส่งผลต่อระดับประเทศและสังคมโลก ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ห้องสมุด ๒) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
10 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 11 แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
12 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 13 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน เวลา ๓ ชั่วโมง และผลประโยชน์ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติโลก) ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผล ประโยชน์ ส่วนรวมที่ส่งผลต่อสังคมและประเทศได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถวิเคราะห์กฎหมายที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) แนวทางการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ที่ส่งผลต่อสังคมและประเทศ ๒) กฎหมายที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้
14 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่องการขัดกันระหว ่างผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม ๒) ครูถามนักเรียนว่า “การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและและผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจากสาเหตุอะไร” ๓) ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปราย “การกระทำใดบ้างในที่เข้าข่าย การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมระดับสังคม ประเทศชาติและโลก” ๔) ครูให้นักเรียนช่วยกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวมที่ส่งผลต่อสังคมและประเทศ ๕) ครูและนักเรียนสรุปร่วมกันว่าการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ในระดับสังคม ประเทศชาติและโลก เป็นพฤติกรรมที่อยู่ระหว่างจริยธรรมกับการทุจริตที่จะ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตนและกระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม พฤติกรรมบางประเภทมีบัญญัติ ตามกฎหมายมีบทลงโทษชัดเจน แต่บางประเภทยังไม่ได้บัญญัติตามกฎหมาย ชั่วโมงที่ ๒ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับกฎหมายที่ส่งผลต่อการ แก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๓) นักเรียนแต ่ละกลุ ่มนำเสนอกฎหมายที่ส ่งผลต ่อการแก้ปัญหาการขัดกันระหว ่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องกฎหมายที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั่วโมงที่ ๓ ๑) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมในระดับสังคม ประเทศชาติและโลก และกฎหมายที่ส่งผลต่อการ แก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเองเพื่ออภิปรายเรื่อง“กฎหมายสามารถแก้ปัญหาการขัดกันระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติโลก) ได้จริงหรือไม่”
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 15 ๓) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหา “หากกฎหมายใช้ไม่ได้ผล เราควรหาทางในการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติโลก) ได้อย่างไร” ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา “หากกฎหมายใช้ไม่ได้ผลเราควรหา ทางในการแก้ปัญหาการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (สังคม ประเทศ ชาติโลก) ได้อย่างไร” ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการอภิปรายกฎหมายที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการขัดกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติโลก) ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ใบความรู้เรื่องการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒) ห้องสมุด ๓) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
16 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก ใบความรู้ เรื่อง การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ประเทศชาติ) หมายถึง การที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดๆตามอำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย กับกิจกรรม หรือการดำเนินการที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง ทำให้การใช้อำนาจหน้าที่ เป็นไปโดยไม่สุจริตก่อให้เกิดผลเสียต่อภาครัฐจริยธรรมเป็นกรอบใหญ่ทางสังคมที่เป็นพื้นฐานของแนวคิด เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมและการทุจริตการกระทำใดที่ ผิดต่อกฎหมายการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมและการทุจริตย่อมเป็น ความผิดต่อจริยธรรมด้วย แต่ตรงกันข้ามการกระทำใดที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอาจไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับ การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมและการทุจริตเช่น การมีพฤติกรรมส่วนตัว ที่ไม่เหมาะสม การมีพฤติกรรมชู้สาว เป็นต้น รูปแบบของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑) การรับผลประโยชน์ต่าง ๆ (Accepting benefits) เช่น การรับของขวัญจากบริษัทธุรกิจ บริษัทขายยาหรืออุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนค่าเดินทางให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ไปประชุมเรื่องอาหาร และยาที่ต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการรับเงินบริจาคสร้างสำนักงานจากธุรกิจที่เป็นลูกค้าของ หน่วยงาน หรือแม้กระทั่งในการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อจัดซื้อจัดจ้างแล้วเจ้าหน้าที่ได้รับของแถม หรือ ประโยชน์อื่นตอบแทน เป็นต้น ๒) การทำธุรกิจกับตนเอง (Self-dealing) หรือเป็นคู่สัญญา (Contracts) หมายถึงสถานการณ์ ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ มีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานที่ตนสังกัด ตัวอย่างเช่น การใช้ ตำแหน่งหน้าที่ทำให้หน่วยงานทำสัญญา ซื้อสินค้าจากบริษัทของตนเอง หรือจ้างบริษัทของตนเป็นที่ ปรึกษา หรือซื้อที่ดินของตนเองในการจัดสร้างสำนักงาน สถานการณ์เช่นนี้เกิดบทบาทที่ขัดแย้ง เช่น เป็น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในเวลาเดียวกัน ๓) การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ (Post-employment) หมายถึงการที่บุคคลลาออกจากหน่วยงานของรัฐและไปทำงานในบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจประเภท เดียวกัน เช่น ผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การอาหารและยา ลาออกจากงานราชการและไปทำงานใน บริษัทผลิตหรือขายยา หรือผู้บริหารกระทรวงคมนาคมหลังเกษียณออกไปทำงานเป็นผู้บริหารของบริษัท ธุรกิจสื่อสาร
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 17 ๔) การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting) ในรูปแบบนี้มีได้หลาย ลักษณะเช่น ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจ ที่เป็นการแข่งขันกับหน่วยงานหรือองค์การ สาธารณะที่ตนสังกัด หรือการรับจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยอาศัยตำแหน่งในราชการสร้างความน่า เชื่อถือว่าโครงการของผู้ว่าจ้างจะไม่มีปัญหาติดขัดในการพิจารณาจากหน่วยงานที่ที่ปรึกษาสังกัดอยู่ หรือ ในกรณีที่เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร ก็รับงานพิเศษเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นผู้ทำบัญชีให้กับ บริษัทที่ต้องถูกตรวจสอบ ๕) การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information) หมายถึงสถานการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง เช่น ทราบว่ามีการตัดถนนผ่านบริเวณใดก็ จะเข้าไปซื้อที่ดินนั้นในนามของภรรยา หรือทราบว่าจะมีการซื้อขายที่ดินเพื่อทำโครงการของรัฐก็จะเข้าไป ซื้อที่ดินนั้นเพื่อเก็งกำไรและขายให้กับรัฐในราคาที่สูงขึ้น ๖) การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว (Using your employer’s property for private advantage) เช่น การนำเครื่องใช้สำนักงานต่าง ๆ กลับไปใช้ที่บ้าน การนำ รถยนต์ราชการไปใช้ในงานส่วนตัว ๗) การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork-barreling) เช่น การที่รัฐมนตรีอนุมัติโครงการไปลงพื้นที่หรือบ้านเกิดของตนเอง หรือการใช้งบประมาณสาธารณะ เพื่อหาเสียง ๘) การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism) “ระบบ อุปถัมภ์พิเศษ” เช่น การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจหน้าที่ทำให้หน่วยงานของตนเข้าทำ สัญญากับบริษัทของพี่น้องของตน ๙) การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น (influence) เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้องเช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้หยุดทำการตรวจสอบบริษัทของเครือญาติของตน ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คนทุกวัย ทุกระดับในสังคมต้องจัดการระบบการคิดให้สามารถแยกแยะ ได้อย่างชัดเจน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ประเทศชาติ) สร้างสังคมสุจริต ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันลดพื้นที่สีเทาที่เกิดจากการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวมประเทศชาติอาจนำไปสู่การทุจริตคอรัปชั่นอย่างมหาศาลก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงที่ไม่อาจ ประเมินค่าได้ต่อประเทศชาติในอนาคต
18 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 19 แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
20 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 21 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต เวลา ๓ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถอธิบายประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทุจริตได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมคุณธรรมที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหา การทุจริตได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทุจริต ๒) ความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมคุณธรรมที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการทุจริต ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต ่ละกลุ ่มสืบค้นจากห้องสมุดและอินเทอร์เน็ตประมวลกฎหมายอาญาที่ เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทุจริต โดยสรุปสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการ ทุจริต
22 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการ แก้ปัญหาการทุจริต ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นต่าง ๆ จากการนำเสนอแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสำคัญเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ชั่วโมงที่ ๒-๓ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต ่ละกลุ ่มอภิปรายความสัมพันธ์ระหว ่างจริยธรรมคุณธรรมที่ส ่งผลต ่อ การแก้ปัญหาการทุจริตในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างจริยธรรมคุณธรรม ที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการทุจริต ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมและการนำเสนอผลอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่าง จริยธรรมคุณธรรมที่ส่งผลต่อการแก้ปัญหาการทุจริต ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ห้องสมุด ๒) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 23 ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
24 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 25 แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
26 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๑ ชื่อหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน เวลา ๓ ชั่วโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๒ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถอภิปรายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อระดับประเทศ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อระดับประเทศ ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) ครูให้นักเรียนในกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนและสรุปสาระ สำคัญเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๓) ครูสุ่มนักเรียน ๒-๓ กลุ่ม นำเสนอแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสำคัญ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นต่าง ๆ จากการนำเสนอแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสำคัญเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 27 ชั่วโมงที่ ๒-๓ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อระดับ ประเทศและสรุปผลการอภิปรายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อระดับประเทศ ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปผลการอภิปรายผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงนโยบายที่ส่ง ผลกระทบต่อระดับประเทศ ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมและการนำเสนอผลการอภิปรายผลประโยชน์ทับ ซ้อน เชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อระดับประเทศ ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) ห้องสมุด ๒) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
28 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 29 แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน)๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
30 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 31 หน่วยที่ ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เวลา ๕ ชั่วโมง และผลกระทบต่อประเทศไทย ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากกรณีศึกษาปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) กรณีศึกษาปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ๒) ผลกระทบจากกรณีศึกษาปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสำคัญเรื่องความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษ A๔ ตามประเด็นดังนี้ - ความหมายของการทุจริต - รูปแบบการทุจริต - สาเหตุของการทุจริต - ระดับการทุจริตในประเทศไทย
32 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๓) ครูสุ่มนักเรียน ๒-๓ กลุ่ม นำเสนอแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสำคัญ เรื่องความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นต่าง ๆ จากการนำเสนอแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสำคัญเรื่องความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั่วโมงที่ ๒ ๑) ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย โดยให้นักเรียน ศึกษาข้อมูลเชิงสถิติภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย ระหว่างปี๒๕๔๗-๒๕๖๐ จากอินเทอร์เน็ต จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย ๒) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๓) นักเรียนศึกษากรณีตัวอย่างผลที่เกิดจากการทุจริตในประเทศไทย : คดีทุจริตจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากปัญหาการทุจริตต่อประเทศไทย ชั่วโมงที่ ๓-๔ ๑) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการศึกษากรณีตัวอย่างผลที่เกิดจากการทุจริตในประเทศไทย: คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลกระทบจากปัญหาการทุจริตต่อประเทศไทยจากคดีทุจริต จัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ชั่วโมงที่ ๕ ๑) ครูและนักเรียนร ่วมกันยกตัวอย ่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย และร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทย ๒) นักเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตามกรอบ แนวคิดความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตโดยร่วมกันสรุปเป็นแผนผังความคิด(Mindmapping) แล้วให้นักเรียนบันทึกลงในสมุดของนักเรียน ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) กรณีตัวอย่างผลที่เกิดจากการทุจริตในประเทศไทย:คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของกรุงเทพมหานคร ๒) ห้องสมุด ๓) อินเทอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 33 ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังสอน ........................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)
34 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก กรณีตัวอย่างผลที่เกิดจากการทุจริตในประเทศไทย : คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร แต่เดิมภารกิจด้านการดับเพลิงเป็นภารกิจของตำรวจดับเพลิง มีฐานะเป็นกองบังคับการตำรวจดับ เพลิงปฏิบัติงานทางด้านป้องกันระงับอัคคีภัยและบรรเทาสาธารณภัยจนกระทั่งได้มีแนวคิดที่จะปรับปรุง โครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกองบังคับการตำรวจดับเพลิงให้มี ขนาดเล็กลงโดยมีแนวคิดที่จะโอนภารกิจที่ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจโดยตรงให้ไปอยู่ในความรับผิดชอบของ หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง งานด้านดับเพลิงและกู้ภัยถือเป็นภารกิจหนึ่งที่มิใช่หน้าที่โดยตรง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเห็นควรที่จะโอนภารกิจดังกล่าวให้กรุงเทพมหานคร รับไปดำเนินการ โดยเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติถ่ายโอนภารกิจป้องกันและระงับ อัคคีภัยให้กรุงเทพมหานคร มีสถานะเป็นสำนัก ชื่อว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร มีผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ เอกชนโดยเอกชนที่เข้ามาทำธุรกิจการขายรถและเรือดับเพลิงคือบริษัท ส. โดยเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ บริษัทสไตเออร์เดมเลอร์พุคสเปเชียลฟาห์รซอยก์จำกัดถูกบริษัท General Dynamics Worldwide Holdings, Inc.ของสหรัฐอเมริกาซื้อกิจการทั้งหมด แต่ยังคงเป็นบริษัทถูกต้องตามกฎหมายของ ประเทศออสเตรีย บริษัทสไตเออร์เดมเลอร์พุคสเปเชียลฟาห์รซอยก์จำกัด ว่าจ้างบริษัท Somati Vehicle N.V. ของประเทศเบลเยี่ยมเป็นผู้รับจ้างจัดหา ผลิตและประกอบรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทา สาธารณภัย(ยกเว้น เรือดับเพลิง) ให้กับกรุงเทพมหานครโดยได้รับค่าจ้างผลิตราว ๒๘ ล้านยูโร หรือราว ๑,๔๐๐ ล้านบาท บริษัท สไตเออร์ฯจึงไม่ใช่ผู้ผลิตและประกอบสินค้าเพื่อเสนอขายโดยตรงแต่เป็นเพียง นายหน้าและบริหารจัดการ ในการจัดหาสินค้าให้กับกรุงเทพมหานครเท่านั้น ในช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๔๖ เอกอัครราชทูตออสเตรียประจำประเทศไทยได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยเสนอโครงการขายรถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของบริษัท สไตเออร์เดมเลอร์พุคสเปเชียลฟาห์รซอยก์จำกัดโดยเป็นข้อเสนอให้ดำเนินการในลักษณะรัฐต่อรัฐและ บริษัท สไตเออร์ฯ ได้เชิญนาย ป. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยดูงานโรงงานผลิตของบริษัท MAN ซึ่งผลิตตัวรถดับเพลิงให้บริษัท สไตเออร์ฯ ที่ประเทศออสเตรียและเบลเยี่ยม และนาย ส. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้อนุมัติโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อใช้ในกิจการดับเพลิง ตามที่ พล.ต.ต.อ. ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครเสนอ ได้แก่ รถดับเพลิงชนิดต่าง ๆ และรถบรรทุกน้ำรวม ๓๑๕ คัน และเรือดับเพลิง ๓๐ ลำตลอดจนอุปกรณ์สาธารณภัยอื่น ๆ ซึ่งตรงกัน กับรายการในใบเสนอราคาของบริษัท สไตเออร์ฯ ผ่านเอกอัครราชทูตออสเตรีย จากนั้นคณะรัฐมนตรีมี มติอนุมัติในหลักการโดยมีการจัดทำ A.O.U. (Agreement of Understanding) และข้อตกลงซื้อขาย (Purchase/Sale Agreement) โดยทูตพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐออสเตรียยื่นร่าง A.O.U. ให้แก่พล.ต.ต.อ. ซึ่งนำเสนอต่อนายส. โดยตรงโดยไม่ผ่านปลัดกรุงเทพมหานคร นายส.ลงนามรับทราบบันทึกและเสนอ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 35 ต่อนาย ภ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหลังจากที่ได้มีการลงนามร่วมกันคุณหญิง ณ. ปลัด กรุงเทพมหานครได้ส่งร่างข้อตกลงซื้อขายยานพาหนะและอุปกรณ์ดับเพลิงระหว่างกรุงเทพมหานครกับ บริษัท สไตเออร์ฯให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทย(กรุงเทพมหานคร)ดำเนินการก่อหนี้ ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงในวงเงิน ๖,๖๘๗,๔๘๙,๐๐๐ บาท และอนุมัติ วงเงินเพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเปิด Letter of Credit (L/C) อีกจำนวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือตามจำนวนที่จ่ายจริงรวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับการค้าต่างตอบแทน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ ๒๐ ก.ค. ๒๕๔๗ โดยให้เน้นไก่ต้มสุกเป็นสินค้าที่จะดำเนินการเป็นลำดับแรก ในปีพ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นนาย อ. และก่อนมอบ หมายงานในหน้าที่ให้กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ นายส.ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนเดิม ได้มีหนังสือถึงผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ขอเปิด L/C วงเงิน ๑๓๓,๗๔๙,๗๘๐ ยูโรให้กับบริษัท สไตเออร์ฯ โดยกรุงเทพมหานครชำระค่าธรรมเนียม เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐บาท และมอบอำนาจให้ พล.ต.ต.อ. อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการและลงนาม ในปีพ.ศ. ๒๕๔๘ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนการดำเนินการดังกล่าวของ กรุงเทพมหานคร และยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากการ กระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลกระทบที่เสียหายและรุนแรง โดยราคาของรถและเรือดับเพลิงที่ กรุงเทพมหานครซื้อมานั้นมีราคาที่สูงมาก ส่งผลให้รัฐสูญเสียงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งความ เสียหายที่เกิดขึ้นมีดังนี้ การเปรียบเทียบราคาจากการจัดซื้อของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗ กับกรุงเทพมหานคร รถดับเพลิง ๔ x ๔ + สูบน้ำแบกหาม รายละเอียด โครงประธานรถเครื่องยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ๒,๕๐๐ ซีซี ๔ x ๔ ประกอบโดย บริษัท กาญจนาอิควิปเม้นท์จำกัด เครื่องดับเพลิงชนิดหาบหามจากญี่ปุ่น ความแตกต่าง กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่า คันละ ๒,๑๕๔,๐๕๐ บาท รวม ๗๒ คัน เป็นเงินแพงกว่า ๑๕๔,๘๗๕,๖๐๐ บาท รถดับเพลิง + บันได ๑๓ เมตร รายละเอียด โครงประธานรถผลิตภัณฑ์ฟินแลนด์ ซื้อจาก บริษัทเชส เอ็นเตอร์ไพรส์(สยาม) จำกัด มาตรฐานใกล้เคียงกันเครื่องสูบน้ำสมรรถนะสูงกว่า ความแตกต่าง กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่า คันละ ๑๗,๑๔๓,๒๐๐ บาทรวม ๙ คัน เป็นเงินแพงกว่า ๑๕๔,๘๗๕,๖๐๐ บาท
36 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” รถดับเพลิง ๒,๐๐๐ ลิตร รายละเอียด ซื้อจากบริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์จำกัด ความแตกต่าง กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่า คันละ ๑๕,๔๕๕,๓๗๐ บาท รวม ๑๔๔ คัน เป็นเงิน แพงกว่า ๒,๒๒๕,๕๗๓,๒๘๐ บาท รถถังน้ำ ๒๐,๐๐๐ ลิตร รายละเอียด ขนาด ๑๐,๐๐๐ ลิตรซื้อจาก บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ความแตกต่าง กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่า คันละ ๑๕,๑๘๙,๑๐๐ บาท รวม ๗๒ คัน เป็นเงิน แพงกว่า ๑,๐๙๓,๖๑๕,๒๐๐ บาท รถไฟฟ้าส่องสว่าง ๓๐ KVA รายละเอียด ซื้อจาก บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ความแตกต่าง กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่า คันละ ๕๖,๕๗๗,๒๕๐ บาท รวม ๗ คัน เป็นเงิน แพงกว่า ๓๙๖,๐๔๐,๗๕๐ บาท การเปรียบเทียบข้อมูลและราคาเรือดับเพลิง ข้อมูลเรือดับเพลิง บริษัท สไตเออร์เดมเลอร์พุคสเปเชียลฟาห์รซอยก์จำกัด ซื้อเรือดับเพลิงจาก บริษัทซีทโบ๊ต จำกัด ผลิตและประกอบที่เมืองพัทยา ราคาลำละ ๑๔,๓๐๐,๐๐๐ บาท บริษัท สไตเออร์เดมเลอร์พุคสเปเชียลฟาห์รซอยก์จำกัด ขายให้กรุงเทพมหานคร ราคาลำละ ๒๕,๔๖๒,๑๐๐ บาท จากตารางข้างต้น แสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากจะสามารถแสดงเป็นตัวเลขให้ได้เห็นว่าสูญเสียงบประมาณจำนวนเท่าไรแต่การสูญเสียดังกล่าว แทนที่รัฐและประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากรถและเรือดับเพลิงซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยในการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะอัคคีภัยได้เป็นอย่างดีแต่เมื่อมีการทุจริตแล้วยังส่งผลให้ไม่สามารถนำ รถและเรือดับเพลิงมาใช้งานได้เท่ากับว่าสูญเสียงบประมาณแล้วยังไม่สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ ได้อีกซึ่งหากเกิดอัคคีภัยเกิดขึ้นอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ส่งผลให้เกิดความเสีย หายอย่างต่อเนื่องจากเหตุนั้น ๆ อีก
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 37 ๗. ภาคผนวก แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..
38 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 39 แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 41 หน่วยที่ ๓ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๓ ชื่อหน่วย STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทย เวลา ๘ ชั่วโมง โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถอภิปรายกรณีตัวอย่างการแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทย โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริตได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถเสนอแนวทางการนำหลักSTRONG :จิตพอเพียงต้านทุจริตมาพัฒนาสังคม ไทยได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) การแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทย โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๒) แนวทางการนำหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต มาพัฒนาสังคมไทย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้
42 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ๑) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนและสรุปการประยุกต์หลักพอเพียงด้วยโมเดลSTRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๒) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นปัญหาการทุจริตในสังคมไทยจากห้องสมุด/อินเทอร์เน็ต จากนั้นเลือกปัญหาการทุจริตในสังคมไทยที่สนใจมา ๑ ปัญหา ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายปัญหาการทุจริตในสังคมไทยตามหัวข้อของกลุ่ม ตนเอง โดยร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย ชั่วโมงที่ ๓-๔ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายกรณีตัวอย่างการแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทยตามหัวข้อ ของกลุ่มตนเอง โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๓) นักเรียนสรุปผลการอภิปรายกรณีตัวอย่างการแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทยตามหัวข้อ ของกลุ่มตนเองโดยยึดหลักSTRONG :จิตพอเพียงต้านทุจริตในรูปแบบแผนผังความคิด(Mindmapping) ลงในกระดาษชาร์ต ชั่วโมงที่ ๕-๖ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปผลการอภิปรายกรณีตัวอย่างการแก้ปัญหาการทุจริตใน สังคมไทยตามหัวข้อของกลุ่มตนเอง โดยยึดหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ในรูปแบบแผนผัง ความคิด (Mind mapping) ๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการแก้ปัญหาการทุจริตในสังคมไทยโดยยึดหลักSTRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ชั่วโมงที่ ๗-๘ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดเสนอแนวทางการนำหลักSTRONG :จิตพอเพียงต้าน ทุจริต มาพัฒนาสังคมไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 43 ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวทางการนำหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต มาพัฒนาสังคมไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ๔) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวทางการนำหลัก STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต มาพัฒนาสังคมไทย ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) โมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๒) ห้องสมุด ๓) อินเทอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ .......................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)