The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchinbmw, 2023-03-13 22:42:18

การป้องกันทุจริต ม.5

ม.5

44 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๗. ภาคผนวก โมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต คำอธิบายความหมายของ “STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต” ๑) S (sufficient) : ความพอเพียง ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนน้อมนำ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์เป็นหลักความพอเพียงในการทำงาน การดำรงชีวิต การพัฒนาตนเองและส่วนรวม รวมถึงการป้องกันการทุจริตอย่างยั่งยืน ความพอเพียงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งของ มนุษย์แม้ว่าจะแตกต่างกันตามพื้นฐาน แต่การตัดสินใจว่าความพอเพียงของตนเองต้องตั้งอยู่บนความ มีเหตุมีผลรวมทั้งต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม ความพอเพียงดังกล่าวจึงเป็นภูมิคุ้มกัน ให้บุคคลนั้นไม่กระทำการทุจริต ซึ่งต้องให้ความรู้ความเข้าใจ (knowledge) และปลุกให้ตื่นรู้(realise) ๒) T (transparent) : ความโปร่งใส ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนต้องปฏิบัติ งานบนฐานของความโปร่งใสตรวจสอบได้ดังนั้น จึงต้องมีและปฏิบัติตามหลักปฏิบัติระเบียบข้อปฏิบัติ กฎหมาย ด้านความโปร่งใส ซึ่งต้องให้ความรู้ความเข้าใจ (knowledge) และปลุกให้ตื่นรู้(realise)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 45 ๓) R (realize) : ความตื่นรู้ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชน มีความรู้ความ เข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของปัญหาและภัยร้ายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบภายในชุมชนและ ประเทศ ความตื่นรู้จะบังเกิดเมื่อได้พบเห็นสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการทุจริต ย่อมจะมีปฏิกิริยาเฝ้าระวัง และไม่ยินยอมต่อการทุจริตในที่สุดซึ่งต้องให้ความรู้ความเข้าใจ (knowledge) เกี่ยวกับสถานการณ์การ ทุจริตที่เกิดขึ้น ความร้ายแรงและผลกระทบต่อระดับบุคคลและส่วนรวม ๔) O (onward) : มุ่งไปข้างหน้า ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชน มุ่งพัฒนา และปรับเปลี่ยนตนเองและส่วนรวมให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน บนฐานความโปร่งใส ความพอ เพียงและร่วมสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้นอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งต้องมีความรู้ความเข้าใจ(knowledge) ในประเด็นดังกล่าว ๕) N (knowledge) : ความรู้ ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชน ต้องมีความรู้ความ เข้าใจสามารถนำความรู้ไปใช้สามารถวิเคราะห์สังเคราะห์ประเมินได้อย่างถ่องแท้ในเรื่องสถานการณ์ การทุจริตผลกระทบที่มีต่อตนเองและส่วนรวม ความพอเพียงต้านทุจริตการแยกแยะผลประโยชน์ส่วน ตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมที่มีความสำคัญยิ่งต่อการลดการทุจริตในระยะยาวรวมทั้งความอายไม่กล้า ทำทุจริตและความไม่ทนเมื่อพบเห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น เพื่อสร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต ๖) G (generosity) : ความเอื้ออาทรคนไทยมีความเอื้ออาทร มีเมตตา น้ำใจต่อกันบนฐานของ จิตพอเพียงต้านทุจริต ไม่เอื้อต่อการรับหรือการให้ผลประโยชน์หรือต่อพวกพ้อง


46 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 47 แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง


48 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 49 หน่วยที่ ๔ พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๔ ชื่อหน่วย พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบท เวลา๑๐ชั่วโมง ต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ๑.๒ ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถอภิปรายความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถนำข้อคิดจากการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) ๒) การนำข้อคิดจากการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศ ญี่ปุ่น) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑-๒ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง


50 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนและสรุปการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในประเด็น ต่าง ๆ ดังนี้ - ความหมายของพลเมือง - ความหมายของการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง - แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง - องค์ประกอบของการศึกษาความเป็นพลเมือง ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในประเด็นต่าง ๆ ในรูป แบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลงานติดหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนนำกระดาษ โน้ต ชนิดมีกาวในตัว (Post it) โดยเขียนแสดงความคิดเห็นและชื่นชมผลงานแล้วนำไปติดให้กับผลงาน ที่นักเรียนชื่นชมและประทับใจ ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการปฏิบัติงานของกลุ่มต่าง ๆ และสรุปการศึกษาเกี่ยวกับ ความเป็นพลเมืองในประเด็นต่าง ๆ ชั่วโมงที่ ๓-๔ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาบทความของเลิศพงษ์อุดมพงศ์ เรื่องการศึกษาเพื่อความ เป็นพลเมืองในการส่งเสริมบทบาทของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน : แนวทางที่ยั่งยืนผ่าน ประสบการณ์จากต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีที่๑ ที่สวนสนุกแห่งหนึ่งเกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยว จำนวนมากไม่สามารถออกไปข้างนอกได้และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว มีนักเรียน ชั้นมัธยมปลายหญิงกลุ่มหนึ่งไปเอามาเป็นจำนวนมากซึ่งมากเกินกว่าที่จะบริโภคหมดข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า “ทำไมเอาไปเยอะ”แต่วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจเพราะ“เด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้เนื่องจากต้องอยู่ดูแลลูก จากบทความเรื่อง “เรื่องราวดีๆ ของคนญี่ปุ่น ยามภาวะฉุกเฉิน” (“เรื่องราวดีๆ”, ๒๕๕๔) ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๕) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ ญี่ปุ่นและสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๖) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิดจาก การศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 51 ชั่วโมงที่ ๕-๖ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีที่๒ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง มีของตกระเกะระกะเต็ม พื้นเพราะแรงแผ่นดินไหวแต่คนที่เข้าไปซื้อของได้ช่วยกันเก็บของขึ้นไว้บนชั้น แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยาก ซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน จากบทความเรื่อง“เรื่องราวดีๆของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน”(“เรื่องราวดีๆ =”, ๒๕๕๔) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ ญี่ปุ่นและสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิดจาก การศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ชั่วโมงที่ ๗-๘ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนศึกษากรณีที่ ๓ ในจังหวัดจิบะเกิดแผ่นดินไหวบ้านเรือนพังเสียหาย คุณลุงคน หนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรยออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ก็ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน จากบทความเรื่อง “เรื่องราวดีๆ ของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน”(“เรื่องราวดีๆ”, ๒๕๕๔) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๓ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ ญี่ปุ่นและสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๓ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิดจาก การศึกษากรณีที่ ๓ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ชั่วโมงที่ ๘-๑๐ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง


52 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีที่ ๔ หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ อาคารบ้าน เรือนพังเสียหาย ประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัยและอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค มีการแจกจ่ายอาหาร ประชาชนไม่มีการแย่งอาหารกัน ประชาชนต่อแถวเพื่อรับอาหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจากบทความ เรื่อง “เรื่องราวดีๆ ของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน”(“เรื่องราวดีๆ ”, ๒๕๕๔) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๔ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ในรูปแบบแผนผังความคิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ ญี่ปุ่นและสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๔ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่น ข้อคิดจาก การศึกษากรณีที่ ๔ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) บทความของเลิศพงษ์อุดมพงศ์ เรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในการส่งเสริม บทบาทของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน : แนวทางที่ยั่งยืนผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศ ๒) บทความเรื่อง “เรื่องราวดีๆ ของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน” ๓) ห้องสมุด ๔) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ .......................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 53 ๗. ภาคผนวก การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ ในหลายประเทศมีการส่งเสริมเรื่องการศึกษาเรื่องความเป็นพลเมือง ซึ่งแต่ละประเทศมีแนวคิด และประเด็นในการศึกษาที่แตกต่างกัน โดยเอกสารนี้จะนำเสนอแนวคิด พร้อมทั้งประเด็นการปฏิบัติที่ น่าสนใจที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมด้านความเป็นพลเมือง โดยเนื้อหาหลักนำมาจากบทความของเสิศพงษ์ อุดมพงศ์เรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง (Civic/Citizenship Education) ในการส่งเสริมบทบาท ของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน :แนวทางที่ยั่งยืนผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศ(๒๕๕๘) ซึ่งมีประเทศที่น่าสนใจดังนี้ ประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ ่นเป็นประเทศที่อยู ่ในทวีปเอเชียมีรูปแบบของรัฐเป็นรัฐเดี่ยวและปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภามีองค์พระจักรพรรดิหรือกษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ ในการบริหารประเทศเช่นเดียวกับประเทศไทย(ชำนาญ จันทร์เรือง, ๒๕๕๔) ในปีคศ. ๒๐๑๓ ได้รับการ จัดอันดับ ด้านความเป็นประชาธิปไตย (Democracy Ranking) เป็นอันดับ ๒๐ ของโลก (แคมป์เบลล์ และคณะ Campbellet.al., ๒๐๑๓) นับเป็นประเทศประชาธิปไตยในฝั่งเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้รับ การประเมินอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในประเทศญี่ปุ ่น คือ การพัฒนาพลเมืองผู้ซึ่งจะสร้างสังคม ประชาธิปไตยในอนาคต ซึ่งประชาธิปไตยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเป็นพลเมืองมีทั้งรูปแบบ เสรีนิยมและรัฐนิยม จึงมีความหลากหลายและความยากที่จะนิยามคำนี้ให้มีความหมายที่ครอบคลุมได้ ในระดับนโยบายเรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองนั้นอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงหลัก ๖ กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ และกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์กีฬาและเทคโนโลยี โดยที่รัฐบาลมีการกำหนดแผนนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนขึ้นในปีคศ. ๒๐๐๓ โดยได้กล่าว ถึงหลักการสำคัญ ๔ ข้อ สำหรับการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองของญี่ปุ่น ประกอบด้วย ๑) สนับสนุนความเป็นอิสระทางสังคม ๒) สนับสนุนให้ได้รับประสบการณ์ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ๓) ปรับเปลี่ยนมุมมองของเยาวชนในฐานะสมาชิกที่กระตือรือร้นของสังคม ๔) กระตุ้นให้เกิดบรรยากาศที่เป็นอิสระและมีการอภิปรายได้อย่างเปิดกว้างในสังคม ในปีคศ. ๒๐๐๖ มีการปฏิรูปพระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งนับตั้งแต่ปีคศ. ๑๙๔๗ ที่ยังไม่เคยมีการปฏิรูป แต่หลักการที่สำคัญประการหนึ่งที่ยังคงไว้อยู่ในพระราชบัญญัติโดยที่ มิได้มีการเปลี่ยนแปลง มีใจความสำคัญในวรรคแรกว่า เป้าหมายของการศึกษาที่สำคัญ คือ การศึกษา จะก่อให้เกิดการพัฒนาบุคลิกภาพโดยสมบูรณ์พยายามอย่างหนักในการสั่งสอนขัดเกลาบุคคล มีจิตใจที่ สดใสร่างกายที่สมบูรณ์เป็นผู้ซึ่งรักในความถูกต้องและความยุติธรรม เคารพในคุณค่าของตนเอง เคารพ ผู้ใช้แรงงาน มีความตระหนักต่อความสำนักรับผิดชอบอย่างลึกซึ้งซึมซับจิตวิญญาณที่เป็นอิสระในฐานะ


54 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” เป็นผู้สร้างสันติภาพแห่งรัฐและสังคม ซึ่งเป้าหมายที่กำหนดขึ้นนั้น เป็นประเด็นสำคัญที่จะสนับสนุนให้ ประชาชนเป็นพลเมืองอย่างแท้จริง มีการส่งเสริมเรื่องจิตสาธารณะ ซึ่งนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างอิสระในการสร้างสังคมพร้อมทั้ง การพัฒนาทัศนคติที่มีต่อความต้องการรับผิดชอบต่อการเติบโตของสังคม ซึ่งปัจจุบันทำให้ประชาชนใน ประเทศมีจิตสาธารณะ สามารถเห็นได้ในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น การศึกษาความเป็นพลเมืองถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา เนื้อหาวิชาพลเมืองเป็นศูนย์กลางของการสร้างความเป็นพลเมือง โดยอาศัยฐานของการตระหนักใน ประชาธิปไตยและความรู้ความเข้าใจในสิทธิมนุษยชน และความหมายและแนวคิดในเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ“สร้างความเชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน สร้างให้นักเรียนมีความตระหนักว่ามนุษย์ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสังคม สร้างให้นักเรียนมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องส่วนตัว และสังคมความมีศักดิ์ศรีของตนเองในระบบครอบครัวแบบร่วมสมัย ความเท่าเทียมทางเพศ และสร้าง ให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของแบบแผนประเพณีของชีวิตในสังคม การรักษาขนบธรรมเนียมและ ความสำนึกรับผิดชอบของแต่ละบุคคล” ประเด็นศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองในประเทศญี่ปุ่น สำหรับประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง แต่ละครั้งมีความรุนแรง และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก แต่จากความยากลำบากจากสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ได้เกิดสิ่งที่น่าสนใจจากพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความเป็นพลเมือง ทั้งในส่วนของความรับผิดชอบต่อ สังคม จิตสาธารณะ ความมีวินัย และอื่น ๆ โดยจะนำเสนอเป็นเรื่องราวสั้น ๆ เพื่อง่ายต่อการทำความ เข้าใจดังนี้โดยเนื้อหานำมาจากบทความเรื่อง “เรื่องราวดีๆของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน”(“เรื่องราว ดีๆ”, ๒๕๕๔) กรณีที่ ๑ ที่สวนสนุกแห่งหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถออกไป ข้างนอกได้และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว มีนักเรียนชั้นมัธยมปลายหญิงกลุ่มหนึ่ง ไปเอามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมากเกินกว่าที่จะบริโภคหมด ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า “ทำไมเอาไปเยอะ” แต่ วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจ เพราะ “เด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็ก ๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถ ไปเอาเองได้เนื่องจากต้องอยู่ดูแลลูก จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีความรับผิดชอบ ต่อผู้อื่น กรณีที่ ๒ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง มีของตกระเกะระกะเต็มพื้นเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คน ที่เข้าไปซื้อของได้ช่วยกันเก็บของขึ้นไว้บนชั้น แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและมีความ รับผิดชอบต่อผู้อื่น กรณีที่ ๓ ในจังหวัดจิบะเกิดแผ่นดินไหวบ้านเรือนพังเสียหายคุณลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรย ออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ก็ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วงต่อ จากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนบ้านเกิด มีความคิดที่จะสร้างชุมชนบ้าน เกิดกลับมาให้เหมือนเดิม ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 55 กรณีที่ ๔ หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย ประชาชนไม่มีที่ อยู่อาศัย และอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค มีการแจกจ่ายอาหาร ประชาชนไม่มีการแย่งอาหารกัน ประชาชนต่อแถวเพื่อรับอาหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) ตั้งอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมีระบบการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย โดยมีประมุขของประเทศ คือ ประธานาธิบดีซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและมีนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภา(กระทรวงการต่างประเทศ, ๒๕๕๖) เกาหลีใต้เป็นประเทศในเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้รับ การจัดอันดับด้านความเป็นประชาธิปไตย (Democracy Ranking) ติด ๑ ใน ๓๐ ของโลก โดยได้เป็น อันดับ ๒๖ จากการประเมินปีคศ. ๒๐๑๓ (แคมป์เบลล์และคณะ Campbellet.al., ๒๐๑๓)อาจกล่าว ได้ว่า ประเทศเกาหลีใต้มีพัฒนาการของความเป็นประชาธิปไตยดีขึ้นมาเป็นลำดับ ทั้งความก้าวหน้าใน ด้านระบบการเลือกตั้งและความเจริญทางวัฒนธรรม ดัชนีความเป็นประชาธิปไตยขยับเพิ่มขึ้นทุกปีมี คะแนนสูงในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสิทธิทางการเมืองและด้านเสรีภาพของพลเมือง จนได้รับ การจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์เต็มใบ ในด้านการพัฒนาเยาวชนด้านการ ศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองนั้นมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดค่านิยม/สิ่งที่ดีงามพื้นฐาน ที่เป็นองค์ประกอบของทักษะชีวิต ๔ ด้าน ด้านละ ๕ ลักษณะย่อย ได้แก่ ๑) การใช้ชีวิตส่วนตัว : การเคารพตนเอง ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ความเป็นอิสระ และการ ยับยั้งชั่งใจ ๒) การใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัวเพื่อนบ้าน และโรงเรียน :การปฏิบัติตนตามศาสนาการปฏิบัติ หน้าที่ของลูกต่อพ่อแม่จรรยามารยาทการอยู่ร่วมกัน และความรักต่อโรงเรียนและบ้านเกิด ๓) การใช้ชีวิตในสังคม :การปฏิบัติตนตามกฎหมายการสนใจต่อผู้อื่นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมความ ยุติธรรม และการสร้างจิตสานึกสาธารณะ ๔) การใช้ชีวิตในระดับชาติและชาติพันธุ์:ความรักในรัฐความรักในชาติการมีจิตใจที่มั่นคง มีสติ สัมปชัญญะ การสร้างความสันติภายหลัง การแบ่งแยกและความรักในมนุษยชาติ ลักษณะสำคัญ ๔ ประการนี้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ในระดับชั้นประถมศึกษา และยังส่งเสริมการปลูก ฝัง ทักษะการคิดและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม (moral thinking and judgment) หรือทักษะที่จำเป็น ต่อการแก้ไขเชิงจริยธรรมในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องและมีเหตุผล โดยสรุป แนวคิดสำหรับการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองของเกาหลีใต้หมายถึง การฝึกฝน ความสามารถในการคิดตัดสินใจในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ความ รู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ในฐานะที่เป็นพลเมืองผู้ถืออำนาจอธิปไตย (sovereigncitizen) และสำหรับการให้การศึกษาแก่เยาวชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง จะให้ ความสำคัญกับการฝึกฝนทักษะและสอนให้รู้บทบาทหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่มีความสำนึกรับผิดชอบ (responsible citizen)


56 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” วัฒนธรรมของคนเกาหลีใต้สอนให้คนมีระเบียบวินัย หากได้เคยสัมผัสหรือสังเกตคนเกาหลีใต้จะ รับรู้ได้ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านการศึกษา กีฬา หรือการใช้ชีวิต และหากดูวิวัฒนาการของเกาหลีใต้นั้น ประสบความสำเร็จในหลากหลายด้านในเวลาอันรวดเร็วเพราะเกาหลีใต้สอนให้มีการตื่นตัวกับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ มีการปลูกฝังความรักชาติซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ประเด็นศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กรณีที่๑ กรณีการอัปปางของเรือเฟอร์รี่ของเกาหลีใต้ที่ชื่อเซวอลซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางจาก กรุงโซลไปยังเกาะเซจูทั้งสาเหตุของการล่มของเรือความรับผิดชอบของกัปตันเรือนายลีจูนเซี๊ยก (Lee Joon-seok) และผู้ช่วยกัปตันเรือการปฏิบัติการและการกระจายคำสั่งของลูกเรือหลังเกิดอุบัติเหตุรวม ทั้งการกู้ภัยที่ยังคงดำเนินอยู่ซึ่งพบศพผู้โดยสาร ๕๔ คนสูญหาย ๒๔๘ คน รอดชีวิต ๑๗๔ คนจากจำนวน ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด ๔๗๖ คนผู้เสียชีวิตและสูญหายส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียน Danwon High School ในเมืองอันซัน ชานกรุงโซลที่ไปทัศนศึกษาถึง ๓๕๐ คน ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ได้เขียนเรื่องที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งไว้คือ การปฏิบัติของ นักเรียนที่อยู่บนเรือ หลังจากมีคำสั่งจากลูกเรือไปยังผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุแล้วก็คือ “ให้นั่งอยู่กับที่ห้าม เคลื่อนไหวไปไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหากันอยู่ซึ่งผู้โดยสารจำนวนมากก็ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้” จนกระทั่งเรือเอียงและจมลงแม้ว่าจะมีเวลาถึง ๒ ชั่วโมงกว่าก่อนที่เรือจะจมซึ่งผู้โดยสาร น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือตัวเองออกมาจากเรือได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยของเด็ก ๆ นักเรียนที่ฟังคำสั่งของ “ผู้ใหญ่” และสะท้อนถึงความมีระเบียบวินัยของคนเกาหลีที่เชื่อฟังคำสั่งแม้ตน ทราบดีว่าอันตรายใกล้ตัวเข้ามามากแล้ว แต่ครั้งนี้“ผู้ใหญ่” คงประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้าย แรง มีรายงานว่าลูกเรือได้พยายามกระจายคำสั่งสละเรือในช่วงครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากเกิดอุบัติเหตุแต่ เข้าใจว่าคำสั่งนี้กระจายไปไม่ทั่วถึง และเชื่อว่าผู้โดยสารจำนวนมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ ก็ยังคงนั่งอยู่กับที่ (ยงยุทธ มัยลาภ, ม.ป.ป.) กรณีที่ ๒ ประเด็นเรื่องของความรับผิดชอบ เห็นได้จากการลาออกและฆ่าตัวตายของข้าราชการ นักการเมืองในประเทศหลายคนทั้งๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นโดยตรงแต่อยู่ในภาระหน้าที่ ที่ดูแล เช่น การลาออกของนายกรัฐมนตรีชอง ฮง วอน เพื่อรับผิดชอบต่อการล่มของเรือเซลวอนและ ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีไม่ใช่คนขับเรือและก็ไม่ใช่คนที่เข้าไปช่วยเหลือ เดือนธันวาคม ๒๕๔๘ นายฮูห์ จุนยัง ผู้บัญชาการตำรวจเกาหลีใต้ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก ตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบกรณีที่ตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงจนถึงแก่ความตายกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุบตีกลุ่มเกษตรกรที่มารวมตัวประท้วงเรื่องการเปิดเสรีข้าวในกรุงโซลจนเป็นเหตุให้มีชาวนาเสียชีวิต ๒ คนพร้อมกับขอโทษต่อกรณีดังกล่าว (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) เดือนมีนาคม ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีลี เฮชอน แห่งเกาหลีใต้ประกาศลาออกจากตำแหน่งภาย หลังจากที่เขาแอบไปร่วมตีกอล์ฟกับกลุ่มนักธุรกิจ ที่เมืองปูซานเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ แม้จะเป็น วันหยุดของเกาหลีใต้แต่ก็ฟังไม่ขึ้น ในขณะที่ทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาเนื่องจากการประท้วงของ พนักงานรถไฟ (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 57 แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..


58 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 59 แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน


60 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๔ ชื่อหน่วย พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมือง เวลา ๕ ชั่วโมง ในบริบทต่างประเทศ (ประเทศเกาหลีใต้) ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ๑.๒ ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ๑.๓ ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถอภิปรายความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศได้ ๒.๒ นักเรียนสามารถนำข้อคิดจากการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศเกาหลีใต้) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ๑) การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศเกาหลีใต้) ๒) การนำข้อคิดจากการศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ (ประเทศ เกาหลีใต้) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑) ความสามารถในการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน ๒) ความสามารถในการคิด คิดวิเคราะห์ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาบทความของเลิศพงษ์อุดมพงศ์ เรื่องการศึกษาเพื่อความ เป็นพลเมืองในการส่งเสริมบทบาทของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน : แนวทางที่ยั่งยืนผ่าน ประสบการณ์จากต่างประเทศ (ประเทศเกาหลีใต้) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ เกาหลีใต้ข้อคิดจากบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศเกาหลีใต้และแนวทางการนำมาประยุกต์ ใช้ในประเทศไทย


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 61 ชั่วโมงที่ ๒-๓ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีที่ กรณีที่ ๑ กรณีการอัปปางของเรือเฟอร์รี่ของเกาหลีใต้ ที่ชื่อเซวอลซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางจากกรุงโซลไปยังเกาะเซจูทั้งสาเหตุของการล่มของเรือความรับ ผิดชอบของกัปตันเรือนายลีจูนเซี๊ยก(LeeJoon-seok)และผู้ช่วยกัปตันเรือการปฏิบัติการและการกระ จายคำสั่งของลูกเรือหลังเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งการกู้ภัยที่ยังคงดำเนินอยู่ซึ่งพบศพผู้โดยสาร ๕๔ คนสูญหาย ๒๔๘ คน รอดชีวิต ๑๗๔ คนจากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด ๔๗๖ คน ผู้เสียชีวิตและสูญหายส่วน ใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียน Danwon HighSchool ในเมืองอันซัน ชานกรุงโซลที่ไปทัศนศึกษา ถึง ๓๕๐ คนร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ได้เขียนเรื่องที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งไว้คือการปฏิบัติของ นักเรียนที่อยู่บนเรือ หลังจากมีคำสั่งจากลูกเรือไปยังผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุแล้วก็คือ “ให้นั่งอยู่กับที่ห้าม เคลื่อนไหวไปไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหากันอยู่ซึ่งผู้โดยสารจำนวนมากก็ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้” จนกระทั่งเรือเอียงและจมลงแม้ว่าจะมีเวลาถึง ๒ ชั่วโมงกว่าก่อนที่เรือจะจมซึ่งผู้โดยสาร น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือตัวเองออกมาจากเรือได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยของเด็ก ๆ นักเรียนที่ฟังคำสั่งของ “ผู้ใหญ่” และสะท้อนถึงความมีระเบียบวินัยของคนเกาหลีที่เชื่อฟังคำสั่งแม้ตน ทราบดีว่าอันตรายใกล้ตัวเข้ามามากแล้วแต่ครั้งนี้“ผู้ใหญ่”คงประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้ายแรง มีรายงานว่าลูกเรือได้พยายามกระจายคำสั่งสละเรือในช่วงครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากเกิดอุบัติเหตุแต่เข้าใจ ว่าคำสั่งนี้กระจายไปไม่ทั่วถึงและเชื่อว่าผู้โดยสารจำนวนมากโดยเฉพาะเด็กๆก็ยังคงนั่งอยู่กับที่ (ยงยุทธ มัยลาภ, ม.ป.ป.) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศเกาหลีใต้ ข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยในรูปแบบแผนผังความ คิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ เกาหลีใต้และสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศเกาหลีใต้ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๑ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ชั่วโมงที่ ๔-๕ ๑) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ตามความสมัครใจโดยให้นักเรียนแบ่งบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของตนเอง ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากรณีที่ ๒ ประเด็นเรื่องของความรับผิดชอบ เห็นได้จากการลา ออกและฆ่าตัวตายของข้าราชการ นักการเมืองในประเทศหลายคนทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวกับความผิดที่ เกิดขึ้นโดยตรง แต่อยู่ในภาระหน้าที่ที่ดูแล เช่น การลาออกของนายกรัฐมนตรีชอง ฮง วอน เพื่อรับผิด ชอบต่อการล่มของเรือเซลวอนและไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีไม่ใช่คนขับ เรือและก็ไม่ใช่คนที่เข้าไปช่วยเหลือเดือนธันวาคม ๒๕๔๘ นายฮูห์จุนยังผู้บัญชาการตำรวจเกาหลีใต้ได้ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบกรณีที่ตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงจนถึงแก่ความตาย


62 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตีกลุ่มเกษตรกรที่มารวมตัวประท้วงเรื่องการเปิดเสรีข้าวในกรุงโซลจนเป็นเหตุ ให้มีชาวนาเสียชีวิต ๒ คนพร้อมกับขอโทษต่อกรณีดังกล่าว(เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) เดือนมีนาคม ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีลีเฮชอน แห่งเกาหลีใต้ประกาศลาออกจากตำแหน่งภายหลังจากที่เขาแอบไปร่วมตีกอล์ฟ กับกลุ่มนักธุรกิจ ที่เมืองปูซานเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ แม้จะเป็นวันหยุดของเกาหลีใต้แต่ก็ฟังไม่ขึ้น ในขณะที่ทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาเนื่องจากการประท้วงของพนักงานรถไฟ (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศเกาหลีใต้ ข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยในรูปแบบแผนผังความ คิด (Mind mapping) ลงในกระดาษชาร์ต ๔) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศ เกาหลีใต้และสรุปข้อคิดจากการศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๕) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทบาทของการเป็นพลเมืองของประเทศเกาหลีใต้ข้อคิด จากการศึกษากรณีที่ ๒ และแนวทางการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ๔.๒ สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๑) บทความของเลิศพงษ์อุดมพงศ์ เรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในการส่งเสริม บทบาทของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน : แนวทางที่ยั่งยืนผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศ ๒) ห้องสมุด ๓) อินเตอร์เน็ต ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วิธีการประเมิน ๑) สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) ตรวจการนำเสนอผลงาน ๕.๒ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ๒) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับดีขึ้นไป ๖. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ .......................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................ครูผู้สอน (.................................................)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 63 ๗. ภาคผนวก การศึกษาเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองในบริบทต่างประเทศ ในหลายประเทศมีการส่งเสริมเรื่องการศึกษาเรื่องความเป็นพลเมือง ซึ่งแต่ละประเทศมีแนวคิด และประเด็นในการศึกษาที่แตกต่างกัน โดยเอกสารนี้จะนำเสนอแนวคิด พร้อมทั้งประเด็นการปฏิบัติที่ น่าสนใจที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริมด้านความเป็นพลเมือง โดยเนื้อหาหลักนำมาจากบทความของเสิศพงษ์ อุดมพงศ์เรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมือง (Civic/Citizenship Education) ในการส่งเสริมบทบาท ของภาคพลเมืองในการเมืองระบบตัวแทน :แนวทางที่ยั่งยืนผ่านประสบการณ์จากต่างประเทศ(๒๕๕๘) ซึ่งมีประเทศที่น่าสนใจดังนี้ ประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ ่นเป็นประเทศที่อยู ่ในทวีปเอเชียมีรูปแบบของรัฐเป็นรัฐเดี่ยวและปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภามีองค์พระจักรพรรดิหรือกษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ ในการบริหารประเทศเช่นเดียวกับประเทศไทย(ชำนาญ จันทร์เรือง, ๒๕๕๔) ในปีคศ. ๒๐๑๓ ได้รับการ จัดอันดับ ด้านความเป็นประชาธิปไตย (Democracy Ranking) เป็นอันดับ ๒๐ ของโลก (แคมป์เบลล์ และคณะ Campbellet.al., ๒๐๑๓) นับเป็นประเทศประชาธิปไตยในฝั่งเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้รับ การประเมินอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองในประเทศญี่ปุ ่น คือ การพัฒนาพลเมืองผู้ซึ่งจะสร้างสังคม ประชาธิปไตยในอนาคต ซึ่งประชาธิปไตยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเป็นพลเมืองมีทั้งรูปแบบ เสรีนิยมและรัฐนิยม จึงมีความหลากหลายและความยากที่จะนิยามคำนี้ให้มีความหมายที่ครอบคลุมได้ ในระดับนโยบายเรื่องการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองนั้นอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงหลัก ๖ กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ และกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์กีฬาและเทคโนโลยี โดยที่รัฐบาลมีการกำหนดแผนนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนขึ้นในปีคศ. ๒๐๐๓ โดยได้กล่าว ถึงหลักการสำคัญ ๔ ข้อ สำหรับการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองของญี่ปุ่น ประกอบด้วย ๑) สนับสนุนความเป็นอิสระทางสังคม ๒) สนับสนุนให้ได้รับประสบการณ์ตามความต้องการของแต่ละบุคคล ๓) ปรับเปลี่ยนมุมมองของเยาวชนในฐานะสมาชิกที่กระตือรือร้นของสังคม ๔) กระตุ้นให้เกิดบรรยากาศที่เป็นอิสระและมีการอภิปรายได้อย่างเปิดกว้างในสังคม ในปีคศ. ๒๐๐๖ มีการปฏิรูปพระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งนับตั้งแต่ปีคศ. ๑๙๔๗ ที่ยังไม่เคยมีการปฏิรูป แต่หลักการที่สำคัญประการหนึ่งที่ยังคงไว้อยู่ในพระราชบัญญัติโดยที่ มิได้มีการเปลี่ยนแปลง มีใจความสำคัญในวรรคแรกว่า เป้าหมายของการศึกษาที่สำคัญ คือ การศึกษา จะก่อให้เกิดการพัฒนาบุคลิกภาพโดยสมบูรณ์พยายามอย่างหนักในการสั่งสอนขัดเกลาบุคคล มีจิตใจที่ สดใสร่างกายที่สมบูรณ์เป็นผู้ซึ่งรักในความถูกต้องและความยุติธรรม เคารพในคุณค่าของตนเอง เคารพ ผู้ใช้แรงงาน มีความตระหนักต่อความสำนักรับผิดชอบอย่างลึกซึ้งซึมซับจิตวิญญาณที่เป็นอิสระในฐานะ เป็นผู้สร้างสันติภาพแห่งรัฐและสังคม ซึ่งเป้าหมายที่กำหนดขึ้นนั้น เป็นประเด็นสำคัญที่จะสนับสนุนให้ ประชาชนเป็นพลเมืองอย่างแท้จริง


64 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” มีการส่งเสริมเรื่องจิตสาธารณะซึ่งนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างอิสระในการสร้างสังคมพร้อมทั้งการ พัฒนาทัศนคติที่มีต่อความต้องการรับผิดชอบต่อการเติบโตของสังคม ซึ่งปัจจุบันทำให้ประชาชน ในประเทศมีจิตสาธารณะ สามารถเห็นได้ในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น การศึกษาความเป็นพลเมืองถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา เนื้อหาวิชาพลเมืองเป็นศูนย์กลางของการสร้างความเป็นพลเมือง โดยอาศัยฐานของการตระหนักใน ประชาธิปไตยและความรู้ความเข้าใจในสิทธิมนุษยชน และความหมายและแนวคิดในเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ“สร้างความเชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน สร้างให้นักเรียนมีความตระหนักว่ามนุษย์ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสังคม สร้างให้นักเรียนมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องส่วนตัว และสังคมความมีศักดิ์ศรีของตนเองในระบบครอบครัวแบบร่วมสมัย ความเท่าเทียมทางเพศ และสร้าง ให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของแบบแผนประเพณีของชีวิตในสังคม การรักษาขนบธรรมเนียมและ ความสำนึกรับผิดชอบของแต่ละบุคคล” ประเด็นศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองในประเทศญี่ปุ่น สำหรับประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง แต่ละครั้งมีความรุนแรง และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก แต่จากความยากลำบากจากสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ได้เกิดสิ่งที่น่าสนใจจากพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความเป็นพลเมือง ทั้งในส่วนของความรับผิดชอบต่อ สังคม จิตสาธารณะ ความมีวินัย และอื่น ๆ โดยจะนำเสนอเป็นเรื่องราวสั้น ๆ เพื่อง่ายต่อการทำความ เข้าใจดังนี้โดยเนื้อหานำมาจากบทความเรื่อง“เรื่องราวดีๆของคนญี่ปุ่นยามภาวะฉุกเฉิน”(“เรื่องราว ดีๆ”, ๒๕๕๔) กรณีที่ ๑ ที่สวนสนุกแห่งหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถออกไป ข้างนอกได้และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเที่ยว มีนักเรียนชั้นมัธยมปลายหญิงกลุ่มหนึ่ง ไปเอามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมากเกินกว่าที่จะบริโภคหมด ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า “ทำไมเอาไปเยอะ” แต่ วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจ เพราะ “เด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็ก ๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถ ไปเอาเองได้เนื่องจากต้องอยู่ดูแลลูก จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีความรับผิดชอบ ต่อผู้อื่น กรณีที่ ๒ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง มีของตกระเกะระกะเต็มพื้นเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คน ที่เข้าไปซื้อของได้ช่วยกันเก็บของขึ้นไว้บนชั้น แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและมีความ รับผิดชอบต่อผู้อื่น กรณีที่ ๓ ในจังหวัดจิบะเกิดแผ่นดินไหวบ้านเรือนพังเสียหายคุณลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรย ออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ก็ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนบ้านเกิด มีความคิดที่จะสร้างชุมชนบ้าน เกิดกลับมาให้เหมือนเดิม ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก กรณีที่ ๔ หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย ประชาชนไม่มีที่ อยู่อาศัย และอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค มีการแจกจ่ายอาหาร ประชาชนไม่มีการแย่งอาหารกัน ประชาชนต่อแถวเพื่อรับอาหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 65 ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) ตั้งอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรเกาหลีมีระบบการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย โดยมีประมุขของประเทศ คือ ประธานาธิบดีซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและมีนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภา(กระทรวงการต่างประเทศ, ๒๕๕๖) เกาหลีใต้เป็นประเทศในเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้รับ การจัดอันดับด้านความเป็นประชาธิปไตย (Democracy Ranking) ติด ๑ ใน ๓๐ ของโลก โดยได้เป็น อันดับ ๒๖ จากการประเมินปีคศ. ๒๐๑๓ (แคมป์เบลล์และคณะ Campbellet.al., ๒๐๑๓)อาจกล่าว ได้ว่า ประเทศเกาหลีใต้มีพัฒนาการของความเป็นประชาธิปไตยดีขึ้นมาเป็นลำดับ ทั้งความก้าวหน้าใน ด้านระบบการเลือกตั้งและความเจริญทางวัฒนธรรม ดัชนีความเป็นประชาธิปไตยขยับเพิ่มขึ้นทุกปีมี คะแนนสูงในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสิทธิทางการเมืองและด้านเสรีภาพของพลเมือง จนได้รับ การจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์เต็มใบ ในด้านการพัฒนาเยาวชนด้านการ ศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองนั้นมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดค่านิยม/สิ่งที่ดีงามพื้นฐาน ที่เป็นองค์ประกอบของทักษะชีวิต ๔ ด้าน ด้านละ ๕ ลักษณะย่อย ได้แก่ ๑) การใช้ชีวิตส่วนตัว : การเคารพตนเอง ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ความเป็นอิสระ และการ ยับยั้งชั่งใจ ๒) การใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัวเพื่อนบ้าน และโรงเรียน :การปฏิบัติตนตามศาสนา การปฏิบัติ หน้าที่ของลูกต่อพ่อแม่จรรยามารยาทการอยู่ร่วมกัน และความรักต่อโรงเรียนและบ้านเกิด ๓) การใช้ชีวิตในสังคม : การปฏิบัติตนตามกฎหมายการสนใจต่อผู้อื่นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความยุติธรรม และการสร้างจิตสานึกสาธารณะ ๔) การใช้ชีวิตในระดับชาติและชาติพันธุ์:ความรักในรัฐความรักในชาติการมีจิตใจที่มั่นคง มีสติ สัมปชัญญะ การสร้างความสันติภายหลัง การแบ่งแยกและความรักในมนุษยชาติ ลักษณะสำคัญ ๔ ประการนี้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ในระดับชั้นประถมศึกษา และยังส่งเสริมการปลูกฝัง ทักษะการคิดและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม (moral thinking and judgment) หรือทักษะที่จำเป็น ต่อการแก้ไขเชิงจริยธรรมในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องและมีเหตุผล โดยสรุป แนวคิดสำหรับการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองของเกาหลีใต้หมายถึง การฝึกฝน ความสามารถในการคิดตัดสินใจในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ความ รู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ในฐานะที่เป็นพลเมืองผู้ถืออำนาจอธิปไตย (sovereigncitizen) และสำหรับการให้การศึกษาแก่เยาวชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง จะให้ ความสำคัญกับการฝึกฝนทักษะและสอนให้รู้บทบาทหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่มีความสำนึกรับผิดชอบ (responsible citizen) วัฒนธรรมของคนเกาหลีใต้สอนให้คนมีระเบียบวินัย หากได้เคยสัมผัสหรือสังเกตคนเกาหลีใต้จะ รับรู้ได้ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านการศึกษา กีฬา หรือการใช้ชีวิต และหากดูวิวัฒนาการของเกาหลีใต้นั้น ประสบความสำเร็จในหลากหลายด้านในเวลาอันรวดเร็วเพราะเกาหลีใต้สอนให้มีการตื่นตัวกับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ มีการปลูกฝังความรักชาติซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน


66 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ประเด็นศึกษาเกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กรณีที่๑ กรณีการอัปปางของเรือเฟอร์รี่ของเกาหลีใต้ที่ชื่อเซวอลซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางจาก กรุงโซลไปยังเกาะเซจูทั้งสาเหตุของการล่มของเรือความรับผิดชอบของกัปตันเรือนายลีจูนเซี๊ยก (Lee Joon-seok) และผู้ช่วยกัปตันเรือการปฏิบัติการและการกระจายคำสั่งของลูกเรือหลังเกิดอุบัติเหตุรวม ทั้งการกู้ภัยที่ยังคงดำเนินอยู่ซึ่งพบศพผู้โดยสาร ๕๔ คนสูญหาย ๒๔๘ คน รอดชีวิต ๑๗๔ คนจากจำนวน ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด ๔๗๖ คนผู้เสียชีวิตและสูญหายส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมจากโรงเรียน Danwon High School ในเมืองอันซัน ชานกรุงโซลที่ไปทัศนศึกษาถึง ๓๕๐ คน ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ได้เขียนเรื่องที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งไว้คือ การปฏิบัติของ นักเรียนที่อยู่บนเรือ หลังจากมีคำสั่งจากลูกเรือไปยังผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุแล้วก็คือ “ให้นั่งอยู่กับที่ห้าม เคลื่อนไหวไปไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหากันอยู่ซึ่งผู้โดยสารจำนวนมากก็ปฏิบัติ ตามคำสั่งนี้” จนกระทั่งเรือเอียงและจมลงแม้ว่าจะมีเวลาถึง ๒ ชั่วโมงกว่าก่อนที่เรือจะจมซึ่งผู้โดยสาร น่าจะมีเวลาเพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือตัวเองออกมาจากเรือได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยของเด็ก ๆ นักเรียนที่ฟังคำสั่งของ “ผู้ใหญ่” และสะท้อนถึงความมีระเบียบวินัยของคนเกาหลีที่เชื่อฟังคำสั่งแม้ตน ทราบดีว่าอันตรายใกล้ตัวเข้ามามากแล้ว แต่ครั้งนี้“ผู้ใหญ่” คงประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้าย แรง มีรายงานว่าลูกเรือได้พยายามกระจายคำสั่งสละเรือในช่วงครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากเกิดอุบัติเหตุแต่ เข้าใจว่าคำสั่งนี้กระจายไปไม่ทั่วถึง และเชื่อว่าผู้โดยสารจำนวนมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ ก็ยังคงนั่งอยู่กับที่ (ยงยุทธ มัยลาภ, ม.ป.ป.) กรณีที่ ๒ ประเด็นเรื่องของความรับผิดชอบ เห็นได้จากการลาออกและฆ่าตัวตายของข้าราชการ นักการเมืองในประเทศหลายคนทั้งๆ ที่อาจจะไม่เกี่ยวกับความผิดที่เกิดขึ้นโดยตรงแต่อยู่ในภาระหน้าที่ ที่ดูแล เช่น การลาออกของนายกรัฐมนตรีชอง ฮง วอน เพื่อรับผิดชอบต่อการล่มของเรือเซลวอนและ ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีไม่ใช่คนขับเรือและก็ไม่ใช่คนที่เข้าไปช่วยเหลือ เดือนธันวาคม ๒๕๔๘ นายฮูห์ จุนยังผู้บัญชาการตำรวจเกาหลีใต้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีที่ตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงจนถึงแก่ความตายกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทุบตีกลุ่ม เกษตรกรที่มารวมตัวประท้วงเรื่องการเปิดเสรีข้าวในกรุงโซล จนเป็นเหตุให้มีชาวนาเสียชีวิต ๒ คน พร้อมกับขอโทษต่อกรณีดังกล่าว (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) เดือนมีนาคม ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีลี เฮชอน แห่งเกาหลีใต้ประกาศลาออกจากตำแหน่งภาย หลังจากที่เขาแอบไปร่วมตีกอล์ฟกับกลุ่มนักธุรกิจ ที่เมืองปูซานเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ แม้จะเป็น วันหยุดของเกาหลีใต้แต่ก็ฟังไม่ขึ้น ในขณะที่ทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาเนื่องจากการประท้วงของ พนักงานรถไฟ (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 67 แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานกลุ่ม กลุ่ม...................................…………..ชั้น……………… ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกกลุ่ม พฤติกรรม ความร่วมมือ รวม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การมีส่วนร่วม ในการอภิปราย ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐-๑๐๐% หรือปฏิบัติบ่อยครั้ง ดี = ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐-๘๙% หรือปฏิบัติบางครั้ง ปานกลาง = ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐-๖๙% หรือปฏิบัติครั้งเดียว ปรับปรุง = ๑ ประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐% หรือไม่ปฏิบัติเลย นักเรียนต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ในระดับดีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ดี๗๐-๘๙% ลงชื่อ………………………………………………..…ผู้สังเกต (…………………………………………………..) …………/……………………..……/…………..……..


68 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” แบบประเมินการนำ เสนอผลงาน เรื่อง.......................................................................... สมาชิกกลุ่ม........................................ชั้น............ ๑. ...................................................................... ๒. ................................................................................ ๓. ...................................................................... ๔. ................................................................................ ๕. ....................................................................... ที่ รายการประเมิน ผู้ประเมิน รวม เกณฑ์การประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู ๑ เนื้อหา (๔ คะแนน) ๑. เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ คะแนน ๔ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๓ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๒ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๑ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. เนื้อหาถูกต้อง ๓. เนื้อหาต่อเนื่อง ๔. มีการค้นคว้าเพิ่มเติม ๒ กระบวนการทำงาน (๒ คะแนน) คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑ : มีไม่ครบ ๔ ข้อ คะแนน ๐ : ไม่ปรากฏกระบวน การทำงานที่ชัดเจน ๑. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ๒. การปฏิบัติตามแผน ๓. ติดตามประเมินผล ๔. การปรับปรุงพัฒนางาน ๓ การนำเสนอ (๒ คะแนน)๑. การใช้สำนวนภาษาดีถูกต้อง คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อขาด ๓ ข้อ ๒. การสะกดคำและไวยากรณ์ถูกต้อง ๓. รูปแบบน่าสนใจ ๔. ความสวยงาม ๔ คุณธรรม (๒ คะแนน)๑. ตรงต่อเวลา คะแนน ๒ : มีครบทุกข้อ คะแนน ๑.๕ : มี๓ ข้อ ขาด ๑ ข้อ คะแนน ๑ : มี๒ ข้อ ขาด ๒ ข้อ คะแนน ๐.๕ : มี๑ ข้อ ขาด ๓ ข้อ ๒. ซื่อสัตย์ ๓. ความกระตือรือร้น ๔. ความมีน้ำใจ รวม คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เฉลี่ย เกณฑ์การประเมิน ๘-๑๐ ๖-๗ ๔-๕ ๒-๓ ๐-๑ ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 69 แบบสังเกตพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ ที่ ชื่อ-สกุล แสวงหาข้อมูล จากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ มีการจดบันทึก ความรู้อย่าง เป็นระบบ สรุปความรู้ ได้อย่างมีเหตุผล รวม คะแนน สรุป ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๙ ผ มผ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (...................................................) ............../.................../................ ระดับคุณภาพ เกณฑ์การตัดสิน ดีเยี่ยม ได้คะแนน ๗-๙ คะแนน ดี ได้คะแนน ๕-๖ คะแนน ผ่าน ได้คะแนน ๓-๔ คะแนน ไม่ผ่าน ได้คะแนน ๑-๒ คะแนน หมายเหตุ นักเรียนผ่านระดับ ดีขึ้นไปถือว่าผ่าน


ภาคผนวก


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 71 คำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ ๖๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำ หลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต -------------------------------- ด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ ๘๕๕-๒๖/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ ได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต เพื่อดำ�เนินการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต สำ�หรับใช้เป็นเนื้อหามาตรฐานกลางให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนำ�ไปพิจารณาปรับใช้ในการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกระดับชั้นเรียน เพื่อปลูกฝังจิตสำ�นึกในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม จิตพอเพียง และสร้างพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริตอันเป็นการดำ�เนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคม ไม่ทนต่อการทุจริต” กลยุทธ์ที่ ๑ ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยตั้งแต่ปฐมวัยให้สามารถแยกระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม และกลยุทธ์ที่ ๓ ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเครื่องมือต้านทุจริต ฉะนั้นอาศัยอำ�นาจตามมาตรา ๑๙(๑๖)แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงขอแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ ๑. รองศาสตราจารย์ดร.มาณีไชยธีรานุวัฒศิริ ประธานอนุกรรมการ ๒. รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนุกรรมการ (นายประหยัด พวงจำ�ปา) ๓. ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนุกรรมการ (นายกิตติลิ้มพงษ์) ๔. ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนุกรรมการ (นายอุทิศ บัวศรี) ๕. ผู้อำ�นวยการสำ�นักป้องกันการทุจริตภาคการเมือง อนุกรรมการ


72 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๖. ผู้อำ�นวยการสำ�นักป้องกันการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ อนุกรรมการ และธุรกิจเอกชน ๗. ผู้อำ�นวยการสำ�นักป้องกันการทุจริตภาคประชาสังคม อนุกรรมการ และการพัฒนาเครือข่าย ๘. ผู้แทนสำ�นักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๙. ผู้แทนสำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๐. ผู้แทนสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๑. ผู้แทนสำ�นักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๒. ผู้แทนสำ�นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๓. ผู้แทนสำ�นักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ อนุกรรมการ การศึกษาตามอัธยาศัย (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๔. ผู้แทนสำ�นักงานลูกเสือแห่งชาติ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๕. ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๖. ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๗. ผู้แทนคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัย อนุกรรมการ เทคโนโลยีราชมงคล (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๘. ผู้แทนสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ อนุกรรมการ กองบัญชาการกองทัพไทย (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๑๙. ผู้แทนกรมยุทธศึกษาทหารบก อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้)


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 73 ๒๐. ผู้แทนกรมยุทธศึกษาทหารเรือ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๒๑. ผู้แทนกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๒๒. ผู้แทนกองบัญชาการศึกษา สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ อนุกรรมการ (ด้านการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้) ๒๓. พลโท ดร.ชัยฤกษ์แก้วพรหมมาลย์ อนุกรรมการ ๒๔. นายเสฏฐนันท์อังกูรภาสวิชญ์ อนุกรรมการ ๒๕. นายสุเทพ พรหมวาศ อนุกรรมการ ๒๖. ผู้อำ�นวยการสำ�นักป้องกันการทุจริตภาครัฐ อนุกรรมการและเลขานุการ ๒๗. นายสมพจน์แพ่งประสิทธิ์ ผู้ช่วยเลขานุการ ๒๘. นางสาวกัลยา สวนโพธิ์ ผู้ช่วยเลขานุการ ๒๙. นายสราวุฒิเศรษฐกร ผู้ช่วยเลขานุการ ๓๐. นายกาญจน์บัณฑิต สนนุช ผู้ช่วยเลขานุการ ๓๑. นายเทอดภูมิทัศนพิมล ผู้ช่วยเลขานุการ ๓๒. นายธนวัฒน์มะแม้น ผู้ช่วยเลขานุการ โดยคณะอนุกรรมการฯ มีอำ�นาจหน้าที่ดังนี้ ๑. ศึกษา วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้ และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ๒. กำ�หนดแนวทางและขอบเขตในการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริตตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต” ๓. พิจารณายกร่างและจัดทำ�เนื้อหาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต โดยกำ�หนดโครงสร้างหลักสูตร วัตถุประสงค์ของหลักสูตร จุดประสงค์ของ รายวิชา เนื้อหาสาระ จัดระเบียบ/ลำ�ดับของเนื้อหาสาระ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้รวมทั้งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๔. พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบ การเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต เพื่อให้มีเนื้อหาที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ พร้อมทั้งนำ�เสนอ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ให้ดำ�เนินการแล้วเสร็จในปีพ.ศ. ๒๕๖๐ ๕. กำ�หนดแผนหรือแนวทางการนำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต ไปใช้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


74 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๖. ดำ�เนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๒๖ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ พลตำ�รวจเอก (วัชรพล ประสารราชกิจ) ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 75 รายชื่อคณะทำ งาน จัดทำ หลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน -------------------------------- ที่ปรึกษา ๑. นายบุญรักษ์ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. นางสาวอุษณีย์ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓. นายสุรศักดิ์อินศรีไกร ผู้อำ�นวยการสำ�นักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ๔. นายอุทิศ บัวศรี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ คณะทำ งาน กลุ่มที่ ๑ หลักสูตรปฐมวัย ๑. นางธารณีพรมหนู ครูโรงเรียนอนุบาลเสาไห้สพป.สระบุรีเขต ๑ ๒. นางสมบัตร สืบศักดิ์ ครูโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอย สพป.กาญจนบุรีเขต ๔ ๓. นางสาวนภัสสร ภิรมย์รักษ์ ครูโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอย สพป.กาญจนบุรีเขต ๔ ๔. นางสาวลักขณา โคบุตร ครูโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอย สพป.กาญจนบุรีเขต ๔ ๕. นางสมใจ จีนเท่ห์ ครูโรงเรียนวัดเก้าชั่ง สพป.สิงห์บุรี ๖. นางสาวกชกร จีนเทห์ ครูโรงเรียนวัดระนาม สพป.สิงห์บุรี ๗. นางสุพิกา ต้นสอน ครูโรงเรียนวัดบ้านป้องน้อย สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๘. นายพัฒนา พวงมาลี ครูโรงเรียนอนุบาลเดิมบางนางบวช (วัดท่าช้าง) สพป.สุพรรณบุรีเขต ๓ ๙. นางสุภัคษร พรอุดมประเสริฐ ครูโรงเรียนวัดบ่อกรุ“คุรุประชาสรรค์” สพป.สุพรรณบุรีเขต ๓ ๑๐. นางฐิติพร ศรีแจ่ม ครูโรงเรียนวัดบ่อกรุ“คุรุประชาสรรค์” สพป.สุพรรณบุรีเขต ๓ ๑๑. นางอารีย์วรรณ เข็มเงิน ครูโรงเรียนวัดน้ำพุสพป.สุพรรณบุรีเขต ๓


76 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” กลุ่มที่ ๒ หลักสูตรประถมศึกษาตอนต้น ๑. นางสาวสุภัสสร สุภาพ ครูโรงเรียนชลประทานอนุเคราะห์ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต ๑ ๒. นางสาวกนกนพ วรัฏธร ครูโรงเรียนชลประทานอนุเคราะห์ สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต ๑ ๓. นางอารีพวงวรินทร์ ผู้อำ�นวยการโรงเรียนวัดทุ่งคอก (สุวรรณสาธุกิจ) สพป.สุพรรณบุรีเขต ๒ ๔. นางละเอียด สะอิ้งทอง ครูโรงเรียนวัดทุ่งคอก (สุวรรณสาธุกิจ) สพป.สุพรรณบุรีเขต ๒ ๕. นางสาวเรณูกุศลวงษ์ ครูโรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง สพป.อ่างทอง ๖. นางสุจิรา อาบู ครูโรงเรียนบ้านนาดา สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๗. นางสาววิไลวรรณ ทองไหม ครูโรงเรียนเมืองนราธิวาส สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๘. นางสาวนิตยา อาหมาด ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยีสพป.นราธิวาส เขต ๑ ๙. นางสาวกัสมานีมามะ ครูโรงเรียนบ้านบือเจ๊าะ สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๑๐. นางสาวนิสริน เทพลักษณ์ ครูโรงเรียนบ้านโคกพนอม สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๑๑. นายยูกิฟลีมาหะ ครูโรงเรียนบ้านฮูแตยือลอ สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๑๒. นางสาวซาฮาเราะ เจะยิ ครูโรงเรียนบ้านยือสาแม สพป.นราธิวาส เขต ๑ กลุ่มที่ ๓ หลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย ๑. นายกิตติพงศ์ศรัทธาวาณิชย์ ผู้อำ�นวยการโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๒. นางพรทิพย์อิ่มศิลป์ ครูโรงเรียนวัดสมถะ(สมถวิทยาคาร)สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๓. นางอัจฉราวดีบุญโต ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๔. นางสาวศิริเพ็ญ จันทร์ทอง ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๕. นางสาวเสาวรส แสนแซว ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๖. นางสมพร คำ�นุช ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๗. นางรุสนานียะโก๊ะ ครูโรงเรียนบ้านกูวา สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๘. นางซีเตาะห์นิมะ ครูโรงเรียนบ้านยะหอ สพป.นราธิวาส เขต ๑ ๙. นางสุนทรีทองชิตร์ ครูโรงเรียนสายน้ำทิพย์สพป.กรุงเทพมหานคร ๑๐. นางสาวพิชญดา ไชยดี ครูโรงเรียนสายน้ำทิพย์สพป.กรุงเทพมหานคร ๑๑. นางสาวศศิธร คำนึง ครูโรงเรียนสายน้ำทิพย์สพป.กรุงเทพมหานคร ๑๒. นางสาวณิชนันทน์สุวรรณาภัย ครูโรงเรียนสายน้ำทิพย์สพป.กรุงเทพมหานคร


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 77 กลุ่มที่ ๔ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ๑. นางสาวสุธีรา ศิริพิรุณ ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๒. นางสลิตตา มะโนวัฒนา ครูโรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๓. นางทิวาพร อุณยเกียรติ ครูโรงเรียนวัดดอนกระเบื้อง สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๔. นางสาววรรณดีศรีอินสวัสดิ์ ครูโรงเรียนชุมชนวัดบ้านเลือก สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๕. นางสาวฉวีวรรณ หอธรรมกุล ครูโรงเรียนบ้านลาดวิถีสพป.ประจวบคีรีขันธ์เขต ๒ ๖. นางสาวชนาธิป เทียนวรรณ ครูโรงเรียนบ้านตะพานหิน (ประชาสามัคคี) สพป.ชัยนาท ๗. นายวิทยา ศิริดำ�รง ครูโรงเรียนบ้านไพรนกยูง (วันชัยประชาสรรค์) สพป.ชัยนาท ๘. นางสาวขจร สังข์ประเสริฐ ครูโรงเรียนบ้านหนองต่อ สพป.ชัยนาท ๙. นายเมธา สุระจิตร ครูโรงเรียนวัดบางปูน สพป.สิงห์บุรี ๑๐. นายนพรัตน์บุญอ้น ครูโรงเรียนบ้านบ่อกะปุง สพป.นครสวรรค์เขต ๒ ๑๑. นางสาวบุษยพรรณ พรหมวาทย์จันทรา ครูโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีสพม. เขต ๒ ๑๒. นางสาวลักษิกา มีกุศล ครูโรงเรียนสาคลีวิทยา สพม. เขต ๓ กลุ่มที่ ๕ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑. นายภูธร จันทะหงษ์ปุณยจรัสธำ�รง ผู้อำ�นวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้สนก. ๒. นายจักรพงษ์วงค์อ้าย นักวิชาการศึกษา สนก. ๓. นายฐาปณัฐ อุดมศรี นักวิชาการศึกษา สนก. ๔. นายศุภกร มรกต ศึกษานิเทศก์สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๕. นายสพลกิตติ์สังข์ทิพย์ ครูโรงเรียนตากฟ้าวิชาประสิทธิ์ช่วยราชการ สนก. ๖. นางสาวพรรณราย ธนสัตย์สถิตย์ ครูโรงเรียนเสาไห้“วิมลวิทยานุกูล” สพม. เขต ๔ ๗. นายวรินทร ตันติรัตน์ ครูโรงเรียนหนองแคสรกิจวิทยา สพม. เขต ๔ ๘. นางเยาวลักษณ์หงส์หิรัญเรือง ครูโรงเรียนสายน้ำ�ผึ้งในพระอุปถัมภ์สพม. เขต ๒ ๙. นางสาวขวัญวิภา ภู่แส ครูโรงเรียนอินทร์บุรีสพม. เขต ๕ ๑๐. นายธรรมสรณ์สุศิริ ครูโรงเรียนอินทร์บุรีสพม. เขต ๕ ๑๑. นางสาววิภา ทวีวงศ์ ครูโรงเรียนชุมชนวัดใหญ่โพหัก สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๑๒. นางสาวดวงจันทร์บัวเบา ครูโรงเรียนชุมชนวัดใหญ่โพหัก สพป.ราชบุรีเขต ๒


78 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” คณะทำ งานส่วนกลาง ๑. นายไชยวัฒน์สุคันธวิภัติ ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๒. นางสาธุพร สุคันธวิภัติ ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๓. นางสาวสรรเสริญ สุวรรณ์ ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๔. นางสุณิสาห์ม่วงคราม ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๕. นางสุจิตรา พิชัย เจ้าพนักงานธุรการชำ�นาญงาน สนก. ๖. นางสาวณัฐรดา เนตรสว่าง นักจัดการงานทั่วไป สนก. ๗. นางสาวมณฑาทิพย์ศิริสุมทุม นักจัดการงานทั่วไป สนก. ๘. นางสาวศรัญญา โชติ พนักงานบันทึกข้อมูล สนก. ๙. นายสหัสพล ษรบัณฑิต เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป สนก. ๑๐. นายภูริตะ ปราศกาเมศ เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป สนก. ๑๑. นางสาวอรอุมา เสือเฒ่า เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป สนก.


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 79 รายชื่อคณะบรรณาธิการกิจ หลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน -------------------------------- ที่ปรึกษา ๑. นายบุญรักษ์ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. นางสาวอุษณีย์ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓. นายสุรศักดิ์อินศรีไกร ผู้อำ�นวยการสำ�นักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ๔. นายอุทิศ บัวศรี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ คณะทำ งาน ๑. นางสาวสรรเสริญ สุวรรณ์ ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๒. นางจำ�นงค์ศรีมังกร ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธิการ ๓. นายธนบดีพิพัฒน์ดำ�นิล ศึกษานิเทศก์ศึกษาธิการจังหวัดชัยนาท ๔. นางณัฐพร พ่วงเฟื่อง ศึกษานิเทศก์สพป.พิษณุโลก เขต ๓ ๕. นายศุภกร มรกต ศึกษานิเทศก์สพป.ราชบุรีเขต ๒ ๖. นายวินัย อสุณีณ อยุธยา ศึกษานิเทศก์สพป.อุดรธานีเขต ๑ ๗. นายณัฐพล คุ้มวงศ์ ศึกษานิเทศก์สพป.มหาสารคาม เขต ๓ ๘. นางเพ็ญจา เสมอเหมือน ศึกษานิเทศก์สพป.นนทบุรีเขต ๒ ๙. นางบังอร ควรประสงค์ ศึกษานิเทศก์สพม. เขต ๑๗ ๑๐. นางนิรมล บัวเนียม ผู้อำ�นวยการโรงเรียนสายน้ำ�ทิพย์สพป.กรุงเทพมหานคร ๑๑. นายวชิรเมษฐ์บำ�รุงผดุงวิทย์ ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบ้านหนองปลาตอง (ประชาวิทยาคาร) สพป. สกลนคร เขต ๑ ๑๒. นายไกรสร พิมพ์ประชา ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบ้านแบง สพป.หนองคาย เขต ๒ ๑๓. นายธนกฤติพรมบุตร ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบ้านโคกเฟือง สพป.บุรีรัมย์เขต ๓ ๑๔. นายบุณยพงศ์โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๑๕. นางนันทนา ชมชื่น ผู้อำ�นวยการโรงเรียนผักไห่“สุทธาประมุข”สพม. เขต ๓ ๑๖. นางสาวปิยนุช เปี่ยมวิริยวงศ์ ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบ้านรับร่อ สพป.ชุมพร เขต ๑


80 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” ๑๗. นางทิพาภรณ์หญีตศรีคำ� ผู้อำ�นวยการโรงเรียนบ้านหินกบ สพป.ชุมพร เขต ๑ ๑๘. นางสุจิตรา จรรยา ครูโรงเรียนอนุบาลลพบุรีสพป.ลพบุรี ๑๙. นางสาวภัณฑิลา บ้านด่าน ครูโรงเรียนคิชฌกูฏวิทยา สพม. เขต ๑๗ ๒๐. นางสุวรรณีศักดิ์ชัยสมบูรณ์ ครูโรงเรียนวัดบางปูน สพป.สิงห์บุรี ๒๑. นางลัดดา คำ�วิจิตร ครูโรงเรียนวัดโบสถ์สพป.สิงห์บุรี ๒๒. นางสาวชัญญานุช รัตนวิชัย ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๓. นางสาวอรสา อิษฐเจริญ ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๔. นางสาวรัตนากร ศรีคุณ ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๕. นางสาวกัญญาพัชร หมู่ม่วง ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๖. นางสาวประภาลักษณ์เพียมะ ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๗. นางสาวณัฐทิตา รักษา ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๘. นางสาวเบญจวรรณ ศิริหัตถ์ ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๒๙. นางสาวรังสิมา ไกรนรา ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๓๐. นางสาวสุวรรณีสมประเสริฐ ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๓๑. นายบริบูรณ์พรหมสว่าง ครูโรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” สพม. เขต ๑ ๓๒. นางนิตยา ภิรมย์กิจ นักทรัพยากรบุคคล สพร. ๓๓. นายภูธร จันทะหงษ์ปุณยจรัสธำ�รง ผู้อำ�นวยการกลุ่มบริหารทั่วไป สนก. ๓๔. นายจักรพงษ์วงค์อ้าย นักวิชาการศึกษา สนก. ๓๕. นายสพลกิตติ์สังข์ทิพย์ ครูโรงเรียนตากฟ้าวิชาประสิทธิ์ช่วยราชการ สนก. ๓๖. นายฐาปณัฐ อุดมศรี นักวิชาการศึกษา สนก.


ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ 81 ๓๗. นางสุจิตรา พิชัย เจ้าพนักงานธุรการ สนก. ๓๘. นางสาวณัฐรดา เนตรสว่าง นักจัดการงานทั่วไป สนก. ๓๙. นางสาวศรัญญา โชติ พนักงานบันทึกข้อมูล สนก. ๔๐. นายสหัสพล ษรบัณฑิต เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป สนก. ๔๑. นางสาวอรอุมา เสือเฒ่า เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป สนก.


82 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต” รายชื่อคณะผู้ประสานงาน การจัดทำ หลักสูตร หรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำ นักงาน ป.ป.ช. -------------------------------- ที่ปรึกษา ๑. นายวรวิทย์สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๒. นายประหยัด พวงจำ�ปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๓. นายกิตติลิ้มพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๔. นายอุทิศ บัวศรี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๕. นางสาวจินตนา พลอยภัทรภิญโญ ผู้อำ�นวยการสำ�นักป้องกันการทุจริตภาครัฐ คณะผู้ประสานงาน ๑. นายสมพจน์แพ่งประสิทธิ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตเชี่ยวชาญ ๒. นายสราวุฒิเศรษฐกร เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำ�นาญการ ๓. นายธนวัฒน์มะแม้น เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำ�นาญการ ๔. นายณัฐพงศ์มณีจักร์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฏิบัติการ ๕. นางสาวจิดาภา แสงหิรัญ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ๖. นางสาววัลภา บุญชู นักศึกษาฝึกงาน มหาวิยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


แผนการจัดการเรียนรู “รายวิชาเพิ่มเติม การปองกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู “รายวิชาเพิ่มเติม การปองกันการทุจริต” ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ รวมกับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๖๑


Click to View FlipBook Version