The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jiraporntapzai, 2022-11-14 11:08:54

วรรณคดี ม.3 หน่วยการเรียนรู้ที่1 บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก

แผนหน่วยที่1วรรณคดี ม.3

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี1 จำนวน12 ชวั่ โมง
บทละครพูดเรอ่ื งเห็นแก่ลูก โรงเรยี นภูหา่ นศึกษา
ผ้สู อนนางสาวจริ าภรณ์ ทัพซ้าย

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด

ท 1.1 ม.3/4 อ่านเรื่องตา่ งๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด ผงั ความคิด บันทึก ยอ่ ความ และรายงาน
ม.3/7 วิจารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเปน็ ไปได้ของเรื่อง

ท 3.1 ม.3/5 พูดโนม้ นา้ วโดยนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเน้อื หาอย่างมเี หตุผลและน่าเชื่อถือ
ม.3/1 สรปุ เนือ้ หาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิ่นในระดบั ทยี่ ากยง่ิ ข้ึน
ม.3/2 วิเคราะหว์ ถิ ไี ทยและคณุ คา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอา่ น
ม.3/3 สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จากการอา่ นเพื่อนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจริง

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การศึกษาวรรณกรรมประเภทบันเทิงคดี ต้องสามารถสรุปเน้ือหา เขยี นกรอบแนวคิด วิจารณค์ วามสมเหตุสมผล
การลำดับความและความเปน็ ไปได้ของเรอ่ื ง วิเคราะหว์ ิถีไทยและคณุ ค่าของเร่ือง สรปุ ความรู้ ขอ้ คิดจากการอ่านเพื่อ
นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และพูดโนม้ นา้ วโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดบั เน้ือหาอย่างมีเหตุผลและนา่ เช่ือถือ

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

1) การอา่ นจับใจความจากสื่อตา่ งๆ เชน่
- วรรณคดีในบทเรยี น

2) การพูดโน้มน้าว
3) วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิ่นเกย่ี วกับ

- บันเทิงคดี
4) การวิเคราะหว์ ถิ ีไทยและคุณคา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรม

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 2) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
4.2 ความสามารถในการคดิ 4) ทักษะกระบวนการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
6) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
1) ทักษะการตีความ 8) ทักษะการสงั เคราะห์
3) ทักษะการวิเคราะห์ 10) ทักษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
5) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
7) ทักษะการสรุปยอ่

9) ทักษะการประเมิน

4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
4. รักความเปน็ ไทย

6. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

การเขียนบทความเกี่ยวกับผลการศึกษาบทละครพูด เรือ่ งเห็นแก่ลูก

7.การวัดและการประเมินผล

7.1 การประเมินกอ่ นเรยี น

- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง บทละครพูด เรอื่ งเห็นแก่ลูก

7.2 การประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1) ตรวจใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การอา่ นจบั ใจความสำคัญ
2) ตรวจใบงานที่ 1.2 เร่ือง การสรปุ เนื้อหาเร่ืองเหน็ แก่ลูก
3) ตรวจใบงานท่ี 1.3 เรือ่ ง การวิจารณ์เรอ่ื งเหน็ แก่ลูก
4) ตรวจใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง การวิเคราะหว์ ถิ ีไทยและคุณค่าเรื่องเหน็ แก่ลูก
5) ตรวจใบงานที่ 1.5 เรื่อง การสรุปความรู้และข้อคดิ เรื่องเห็นแก่ลกู
6) ตรวจแบบบันทึกการอา่ น
7) ประเมินการนำเสนอผลงาน
8) สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
9) สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
10) สงั เกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

7.3 การประเมินหลงั เรียน

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง บทละครพดู เร่อื งเหน็ แก่ลกู

7.4 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ตรวจการเขียนบทความเก่ยี วกบั ผลการศึกษาบทละครพูด เร่ืองเหน็ แก่ลูก

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1

เร่ืองท่ี 1 2 ชัว่ โมงผ้สู อน
การสรุปเน้ือหา โรงเรียนภหู ่านศกึ ษา
นางสาวจริ าภรณ์ ทพั ซ้าย

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
ครสู นทนากบั นักเรยี นเรื่องความเป็นมาของการละครไทย และการเปล่ยี นแปลงในวงการละคร ความเจรญิ รุ่งเรืองของการ
ละครในสมัยรชั กาลท่ี 6

ข้นั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
ครแู บง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แลว้ ให้แต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เร่ือง การอา่ นจับ
ใจความสำคัญ จากหนงั สอื เรียน และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
นักเรียนอธิบายหลกั การอา่ นจับใจความสำคัญ จากนน้ั ทำใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การอา่ นจบั ใจความสำคญั

ขน้ั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาบทละครพดู เรื่องเหน็ แกล่ ูก จากหนงั สือเรยี น
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันทำใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง การสรุปเนอื้ หาเรือ่ งเหน็ แกล่ ูก

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
ครูตรวจคำตอบในใบงานท่ี 1.1-1.2 และให้คำแนะนำในการแก้ไขปรบั ปรงุ งาน

เร่ืองที่ 2 2 ช่วั โมงผสู้ อน
การยอ่ ความ โรงเรียนภูห่านศึกษา
นางสาวจริ าภรณ์ ทพั ซ้าย

วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏบิ ัติ

ขัน้ ที่ 1 สังเกต รับรู้

1. ครนู ำพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ที่มใี จความสำคญั เก่ยี วกบั การย่อ
ความมาอา่ นใหน้ กั เรียนฟัง และร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ถงึ ความสำคัญของการยอ่ ความ

2. นักเรียนรวมกลุ่มเดมิ (จากเรื่องท่ี 1) แล้วใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ศึกษาตวั อยา่ งการย่อบทละครพูดท่ีครนู ำมาจดั แสดงไวบ้ น
ป้ายนเิ ทศหน้าช้นั เรยี น แลว้ ร่วมกันสรุปแนวทางในการยอ่ บทละครพูด

ขนั้ ที่ 2 ทำตามแบบ

นักเรยี นสบื คน้ บทละครพดู จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ มากลมุ่ ละ 1 เรื่อง แล้วนำมาย่อความตามแบบท่ีนักเรยี นไดส้ รุป
แนวทางในการย่อไว้

ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มแี บบ

นกั เรียนสืบคน้ บทละครพดู พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หวั เร่ืองอน่ื ๆ ที่ไมใ่ ช่เร่ืองเห็นแกล่ ูก
จากแหล่งข้อมลู สารสนเทศและหอ้ งสมุด แล้วนำมายอ่ ความเองโดยไมม่ ีแบบ

ขนั้ ที่ 4 ฝกึ ทำให้ชำนาญ

1. นักเรยี นแต่ละกลุม่ ย่อความบทละครพดู พระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว เรื่องเหน็ แก่
ลูก จากหนงั สอื เรยี น เสร็จแล้วนำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน

2. ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรปุ การย่อความบทละครพูด เร่ืองเหน็ แกล่ ูก

เรื่องท่ี 3

การวจิ ารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรอื่ ง 2 ชั่วโมง

ผู้สอนนางสาวจิราภรณ์ ทพั ซา้ ย โรงเรียนภหู า่ นศึกษา

วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกล่มุ

ขั้นที่ 1 มผี ู้นำและมกี ารแบ่งหนา้ ท่ีรับผิดชอบ

1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนบทละครพูด เรือ่ งเหน็ แกล่ ูก จากทน่ี ักเรยี นไดศ้ ึกษา แลว้ แสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกับความรักของพอ่ แมท่ ่ีมีต่อลกู

2. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิม (จากเร่ืองท่ี 1) จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาบทละครพดู เร่อื งเห็นแกล่ กู จาก
หนงั สอื เรยี น เพ่ือวิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดบั ความ และความเป็นไปไดข้ องเรื่อง

3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเลือกประธานกลมุ่ และเลขานุการกลุ่ม จากน้ันประธานกลุ่มมอบหมายให้สมาชิกกลมุ่
ร่วมกนั ศกึ ษาเพื่อวจิ ารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเปน็ ไปได้ของเร่ือง

ขน้ั ที่ 2 วางแผน

สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกนั วางแผนในการทำงาน กำหนดขน้ั ตอนการทำงานให้สมาชิกแต่ละคนศึกษาเพอื่
วิจารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเปน็ ไปไดข้ องเรื่อง จากบทละครพูด เร่ืองเห็นแก่ลูก

ขน้ั ท่ี 3 ปฏบิ ัติตามแผน

สมาชกิ แต่ละกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษาเพ่อื วจิ ารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรอ่ื ง
จากบทละครพูด เรื่องเห็นแก่ลูก ตามแผนงานที่ได้วางไว้

ขั้นท่ี 4 ประเมินผลการปฏิบัติงาน

1. ประธานกลุ่มสอบถามสมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ เกี่ยวกับผลการวจิ ารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ และ
ความเปน็ ไปไดข้ องเรื่อง

2. สมาชกิ ในกลมุ่ ผลัดกันตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู ท่ีสมาชกิ แต่ละคนนำเสนอ พรอ้ มกบั ให้คำแนะนำและ
เสนอแนะแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาที่พบ

ขน้ั ท่ี 5 ปรับปรงุ และพฒั นา

1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทำใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง การวิจารณเ์ ร่อื งเหน็ แก่ลูก โดยให้สมาชิกกลุ่ม แตล่ ะคน
หาคำตอบดว้ ยตนเองจนครบทกุ ข้อ จากนนั้ จับคกู่ บั เพอ่ื นในกลมุ่ ผลดั กันตรวจสอบและอภปิ รายคำตอบ
(นกั เรยี นอีกคปู่ ฏิบตั ิในทำนองเดยี วกัน)

2. ครูตรวจใบงานที่ 1.3 และให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไข

เรื่องท่ี 4 2 ช่วั โมง
การวเิ คราะห์วิถไี ทยและคณุ ค่า โรงเรียนภหู ่าน
ผสู้ อนนางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย

ศกึ ษา

วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการเรียนความร้คู วามเข้าใจ

ขั้นท่ี 1 สังเกต ตระหนัก

1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั วถิ ไี ทย โดยแสดงความคิดเหน็ ตามรปู ภาพที่ครูนำมาใหด้ ู
2. ครซู กั ถามนักเรยี นถงึ ความเป็นอย่ขู องคนไทยในสมัยปจั จุบัน วา่ มีความเหมอื นหรือแตกต่างจากรูปภาพ
3. นักเรยี นรวมกลุ่มเดมิ (จากเร่อื งท่ี 1) แลว้ ให้แต่ละกลมุ่ ศึกษาความรู้เร่อื ง บทละครพดู เร่อื งเห็นแก่ลูก : คุณคา่ ดา้ น

สังคมและสะท้อนวิถีไทย จากหนังสือเรียน
4. ครใู หส้ มาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันวเิ คราะหว์ ิถีไทยและคุณคา่ ที่ได้รับจากบทละครพูด เร่อื งเหน็ แก่ลกู ตาม

ประเดน็ ที่กำหนด

ขน้ั ท่ี 2 วางแผนปฏิบัติ
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันกำหนดแนวทางในการวเิ คราะห์วถิ ีไทยและคณุ คา่ จากบทละครพดู เรอ่ื งเหน็ แกล่ ูก

ขัน้ ที่ 3 ลงมือปฏบิ ตั ิ

นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั กำหนดแนวทางในการวเิ คราะห์วิถีไทยและคุณคา่ จากบทละครพูด เรอ่ื งเหน็ แก่ลกู ตาม
แนวทางทีไ่ ด้วางแผนรว่ มกันไว้

ข้นั ท่ี 4 พัฒนาความรู้ ความเขา้ ใจ

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสรุปผลการวิเคราะหว์ ถิ ไี ทยและคณุ คา่ จากบทละครพูด เรื่องเหน็ แกล่ ูก จากน้ันส่งตัวแทน
กลุ่มนำเสนอผลงานที่หนา้ ช้นั เรียน

2. สมาชิกในแตล่ ะกล่มุ ทำใบงานท่ี 1.4 เรื่อง การวิเคราะห์วิถไี ทยและคุณคา่ เร่ืองเหน็ แกล่ ูก เป็นรายบคุ คล
3. ครูตรวจใบงานที่ 1.4 แลว้ นำคะแนนของสมาชิกทุกคนมารวมกนั เป็นคะแนนของกล่มุ จากน้นั ประกาศชมเชยกลุ่มที่

มคี ะแนนสงู สดุ และรองลงมา เรียงตามลำดบั ตดิ ประกาศคะแนนไวท้ ปี่ ้ายนิเทศ เพ่ือเสรมิ กำลงั ใจ

ข้นั ท่ี 5 สรุป
นักเรยี นรว่ มกันสรปุ คุณคา่ ของบทละครพดู เรื่องเหน็ แก่ลูก

เร่ืองท่ี 5 2 ชวั่ โมง
การสรปุ แนวคิด โรงเรียนภหู า่ น
ผ้สู อนนางสาวจริ าภรณ์ ทพั ซ้าย

ศกึ ษา

วธิ สี อนแบบ สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขั้นท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage)

ครซู ักถามนกั เรียนเกีย่ วกบั ละครโทรทัศนท์ ่ีกำลังออกอากาศอยใู่ นปจั จบุ นั จากน้นั นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายคุณค่า
ของละครเร่ืองทีด่ ูว่า ไดร้ บั ความรแู้ ละข้อคิดอะไรบ้างทสี่ ามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง

ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)

นกั เรียนรวมกลุ่มเดมิ (จากเร่ืองท่ี 1) แลว้ ครูและนักเรียนร่วมกันศึกษาคน้ คว้าและอภปิ รายเกยี่ วกับความรู้และ
ข้อคิดจากบทละครพดู เร่ืองเหน็ แกล่ กู

ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain) บท

1. นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกันสรุปผลการศกึ ษาคน้ ควา้ และผลการอภปิ รายเกี่ยวกับความรู้และขอ้ คดิ จาก
ละครพดู เรื่องเห็นแก่ลูก

2. ครูตง้ั ประเดน็ คำถามใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มอธบิ ายและยกตัวอย่างประกอบ

ขั้นที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)

1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มทำใบงานที่ 1.5 เร่ือง การสรปุ ความรู้และขอ้ คิดเรอ่ื งเห็นแกล่ กู โดยใหส้ มาชกิ ในกลุ่มจับคู่
กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ให้แต่ละคู่ปฏิบตั กิ ิจกรรม ดงั นี้
- สมาชิกคนที่ 1 อา่ นโจทยค์ ำถาม และเขียนคำตอบ
- สมาชิกคนท่ี 2 เปน็ ฝา่ ยสังเกต ตรวจสอบคำตอบ
ใหส้ มาชิกแต่ละคูเ่ ปลี่ยนบทบาทกนั ในคำถามข้อตอ่ ไป

2. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิม (4 คน) ให้แตล่ ะคนู่ ำคำตอบของคู่ตนเองมานำเสนอใหเ้ พื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพ่ือช่วยกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เสรจ็ แล้วนำใบงานที่ 1.5 ส่งครู

ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
ครตู รวจคำตอบในใบงานท่ี 1.5 ของนักเรยี น

• ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนบทความเกย่ี วกับผลการศกึ ษาบทละครพูด เร่อื งเห็นแกล่ กู โดยให้
ครอบคลุมประเดน็ ตามที่กำหนด

เร่ืองท่ี 6 2 ชวั่ โมง
การพดู โน้มน้าว โรงเรยี นภูห่าน
ผู้สอนนางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย

วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการคดิ อยศา่ กึ งษมาวี ิจารณญาณ

ขน้ั ที่ 1 สงั เกต

1. นกั เรียนสังเกตการสนทนาระหว่างนายลำ้ กบั พระยาภักดี เพื่อพจิ ารณาวิธกี ารพดู ของพระยาภักดที ี่ไม่
ต้องการใหน้ ายล้ำได้พบกบั แม่ลออ นักเรียนร่วมกันอภิปรายถงึ วธิ ีการพูดของพระยาภกั ดี

2. ครูต้งั ประเด็นคำถามใหน้ ักเรียนอภิปรายเพ่ือหาคำตอบ หรอื แสดงความคดิ เหน็
3. นักเรียนศกึ ษาความรู้เรือ่ ง หลักการพูดโนม้ น้าว จากหนังสือเรียน และแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
4. นกั เรียนร่วมกันสรุปหลักการพดู โน้มนา้ ว

ขั้นที่ 2 อธิบาย

1. นักเรียนศึกษาวธิ กี ารพูดของพระยาภักดี จากบทสนทนาในเร่อื งบทละครพูด เรื่องเหน็ แก่ลกู จากหนังสือเรียน
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายวิธกี ารพดู ของพระยาภักดี ตามประเดน็ ท่คี รกู ำหนด

ข้ันที่ 3 รับฟงั

นักเรียนรว่ มกนั รับฟังความคิดเหน็ จากการอภปิ รายวา่ วิธกี ารพดู ของพระยาภักดเี ป็นการพูดโนม้ นา้ วใจหรือไม่
พิจารณาว่า มคี วามเหมือนหรือแตกต่างจากความเหน็ ของตน จากนนั้ พจิ ารณาความคิดเหน็ ทแี่ ตกต่างกันวา่ เปน็ ไปได้
หรือไม่ มีเหตผุ ลประกอบอยา่ งไร

ขนั้ ท่ี 4 เช่อื มโยงความสัมพันธ์
นกั เรียนเปรียบเทยี บความแตกต่างในการพดู ของพระยาภักดีกับหลกั การพูดโนม้ น้าว

ขั้นที่ 5 วจิ ารณ์
นกั เรยี นวิเคราะห์การพูดของพระยาภักดีในการโนม้ นา้ วใจนายล้ำไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะเหตุใด

ขั้นที่ 6 สรุป

นกั เรียนพิจารณาการพดู ของพระยาภกั ดีทไี่ มป่ ระสบผลสำเรจ็ นกั เรียนจะพดู อยา่ งไรให้ไดผ้ ลตามทีต่ ้องการ

หลังเรยี น*นักเรียนทำแบบทดสอบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1

9 สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

9.1 ส่ือการเรยี นรู้

1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.3
2) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3
3) พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ที่มีใจความสำคัญเกี่ยวกบั การ ย่อ
ความ
4) ปา้ ยนิเทศแสดงตัวอย่างการย่อบทละครพูด
5) บัตรภาพ
6) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การอ่านจบั ใจความสำคัญ
7) ใบงานที่ 1.2 เร่ือง การสรปุ เนือ้ หาเรื่องเห็นแก่ลูก
8) ใบงานท่ี 1.3 เร่อื ง การวิจารณ์เรือ่ งเหน็ แก่ลูก
9) ใบงานท่ี 1.4 เรอ่ื ง การวิเคราะหว์ ิถีไทยและคุณคา่ เรื่องเหน็ แก่ลูก
10) ใบงานที่ 1.5 เรื่อง การสรุปความรู้และข้อคิดเรื่องเหน็ แก่ลกู

9.2 แหลง่ การเรียนรู้

1) ห้องสมดุ
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/reading1.html
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=3043
- http://www.enfe.go.th/enfe_2548/thai/thai02/thai21020.html
- http://www.anurakthai.com/thaidances/thaidrama/thaidrama9.asp
- http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter6-3.html

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินการเขียนบทความเกยี่ วกบั ผลการศึกษาบทละครพดู เร่ืองเห็นแก่ลกู

รายการประเมนิ ดีมาก (4) คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

1. การสรุปเนอ้ื หา สรปุ เนื้อหาบทละครพดู สรปุ เน้อื หาบทละครพดู สรุปเน้ือหาบทละครพูด สรปุ เนือ้ หาบทละครพูด

เรอื่ งเห็นแกล่ กู ไดถ้ กู ต้อง เรือ่ งเห็นแก่ลูกไดถ้ กู ต้อง เร่ืองเหน็ แก่ลกู ได้ถูกตอ้ ง เรือ่ งเห็นแก่ลกู ได้ถกู ตอ้ ง

มีประเดน็ สำคัญครบทกุ ขาดประเดน็ สำคัญ 1 ขาดประเด็นสำคัญ 2 ขาดประเด็นสำคญั 3

ประเด็น ประเด็น ประเด็น ประเดน็

2. การวจิ ารณค์ วาม วจิ ารณ์ความสมเหตุสมผล วจิ ารณค์ วามสมเหตุ สม วิจารณ์ความสมเหตุ สม วจิ ารณ์ความสมเหตุ สม
ผล การลำดบั ความและ ผล การลำดบั ความและ
สมเหตุสมผล การ การลำดับความและความ ผล การลำดบั ความและ ความเป็นไปได้ของบท ความเปน็ ไปไดข้ องบท
ละครพดู เรื่อง เห็น ละครพดู เร่อื ง เหน็
ลำดับความและ เป็นไป ได้ของบทละครพดู ความเป็นไปไดข้ องบท แก่ลูกได้ถูกต้อง มี แกล่ กู ไดถ้ กู ต้อง แต่
เหตผุ ลชดั เจนเปน็ เหตผุ ลไม่ชัดเจน
ความเป็นไปได้ เร่อื งเห็นแกล่ ูก ได้ละครพดู เรอ่ื ง เห็น บางส่วน

ถกู ตอ้ ง มีเหตุผลชดั เจน แกล่ กู ไดถ้ ูกตอ้ ง มี

เหตผุ ลชดั เจนเปน็ ส่วน

ใหญ่

3. การวิเคราะห์วิถไี ทย วเิ คราะหว์ ถิ ไี ทยและ วิเคราะหว์ ถิ ไี ทยและ วิเคราะหว์ ถิ ไี ทยและ วเิ คราะห์วิถไี ทยและ
คณุ ค่าบทละครพดู เรือ่ ง คณุ ค่าบทละครพดู เรื่อง คณุ ค่าบทละครพดู เรอื่ ง
และคณุ คา่ คณุ คา่ บทละครพดู เรอ่ื ง เหน็ แกล่ ูกไดถ้ กู ต้อง มี เหน็ แก่ลูกไดถ้ กู ต้อง มี เห็นแก่ลูกได้ถกู ตอ้ ง ไม่
ตัวอยา่ งประกอบเปน็ ตัวอยา่ งประกอบเป็น มตี วั อย่างประกอบ
เหน็ แก่ลูกได้ถูกต้อง มี สว่ นใหญ่ บางสว่ น

ตัวอยา่ งประกอบชัดเจน

4. การสรปุ ความรแู้ ละ สรปุ ความรู้และข้อคิด สรปุ ความรแู้ ละข้อคิด สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คิด สรปุ ความร้แู ละขอ้ คิด
ข้อคิดเพอ่ื นำไป จากการอ่านบทละคร จากการอา่ นบทละคร จากการอ่านบทละคร จากการอ่านบทละคร
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ พูดเร่ืองเหน็ แกล่ กู เพื่อ พดู เรอ่ื งเหน็ แกล่ กู เพอ่ื พูดเร่อื งเห็นแกล่ กู เพอ่ื พดู เร่ืองเห็นแกล่ ูกเพอ่ื
จริง นำไปประยกุ ต์ใช้ได้ นำไปประยุกต์ใช้ได้ นำไปประยุกต์ใช้ได้ นำไปประยกุ ต์ใช้ได้
ถูกต้อง มเี หตุผล ถกู ตอ้ งมีเหตผุ ล ถกู ต้องมเี หตผุ ล ถูกต้อง แตไ่ ม่มเี หตผุ ล
ประกอบ ประกอบเปน็ ส่วนใหญ่ ประกอบเป็นบางส่วน ประกอบ

5. การใช้ภาษาในการ ใช้ภาษาในการเขยี น ใช้ภาษาในการเขยี น ใช้ภาษาในการเขยี น ใช้ภาษาในการเขยี น
เขยี น ได้ถกู ต้องสละสลวย ได้ถูกตอ้ งสละสลวย ได้ถกู ตอ้ งสละสลวย ได้ถกู ตอ้ ง แตไ่ ม่
เขา้ ใจงา่ ย เข้าใจง่ายเป็นสว่ นใหญ่ เข้าใจง่ายเป็นบางส่วน สละสลวย สับสนวกวน
เปน็ บางส่วน

ชว่ งคะแนน 18 - 20 เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ 10 - 13 ต่ำกว่า 10
ระดับคณุ ภาพ ดีมาก พอใช้ ปรบั ปรุง
14 - 17
ดี

แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท1่ี

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดคือบทสรปุ ของเรื่องเห็นแกล่ กู 6. นิสัยในขอ้ ใดของแม่ลออท่นี กั เรียนสามารถนำมาใชเ้ ปน็
ก. การเอาชนะไม่ช่วยให้เหตุวิกฤตคลคี่ ลายลงได้ แบบอย่างในชีวติ ได้
ข. การมองโลกในแงด่ ชี ่วยใหเ้ รื่องร้ายผ่อนคลายลงได้ ก. การมปี ยิ วาจา
ค. ความรกั ระหวา่ งเพื่อนกับเพ่อื นอาจมกี ารเปลยี่ นแปลง ข. การมีนำ้ ใจตอ่ ผอู้ น่ื
ง. ความเคยชนิ ต่อการทำความชวั่ ทำใหม้ นษุ ย์มีนสิ ยั ค. การเคารพนบั ถอื ผ้ใู หญ่
มกั ง่ายเหน็ แก่ตัว ง. การกตญั ญตู อ่ ผมู้ ีพระคณุ

2. ภาพในจินตนาการของแมล่ ออบดิ าของเธอ มีลักษณะ 7. ขอ้ ใดคือนสิ ัยของอา้ ยคำ
อยา่ งไร ก. จงรกั ภกั ดีตอ่ เจา้ นาย
ก. ใจดี ข. ไม่ไว้วางใจคนแปลกหนา้
ข. รปู รา่ งดี ค. อยากรู้อยากเหน็ เร่ืองคนอืน่
ค. เปน็ คนซอ่ื ใจกว้าง ง. รกั ษาผลประโยชนข์ องเจา้ นาย
ง. รปู ร่างงามไดส้ ดั ส่วน นสิ ยั ดี
8. ข้อใดแสดงให้เห็นถงึ ความเป็นอยแู่ บบไทยท่ีปรากฏในเรอ่ื ง
3. “แกจะมาใหแ้ มล่ ออเป็นหมาหวั เนา่ หรอื ” หมาหวั เนา่ มี เห็นแก่ลูก เดน่ ชดั ท่ีสดุ
ความหมายอยา่ งไร ก. การจดั พธิ แี ตง่ งาน
ก. บุคคลทน่ี สิ ยั ไมด่ ี ข. การต้อนรับผู้มาเยอื น
ข. บคุ คลทีส่ ังคมรงั เกียจ ค. การแบ่งชนชน้ั ในสังคม
ค. บคุ คลทมี่ รี ปู ร่างอัปลักษณ์ ง. การเคารพนับถือผอู้ าวุโส
ง. บุคคลที่ไม่มคี ณุ ลกั ษณะของกลุ สตรี
9. เม่ือนายลำ้ มาพบพระยาภกั ดใี นตอนแรกน้นั ได้แสดง สจั
4. คำพดู ในขอ้ ใดทที่ ำใหบ้ ทละครเรือ่ งนี้ สมควรต้ังช่ือวา่ “เหน็ ธรรมของมนษุ ย์ข้อใดมากทสี่ ดุ
แกล่ ูก” ก. ความพยาบาท
ก. เด็กคนน้ีดเี กนิ ทจี่ ะเปน็ ลกู ผม ผมมนั เลวทรามเกนิ ท่ีจะ ข. ความเห็นแก่ตัว
เป็นพ่อเขา ค. ความโกรธเคือง
ข. อยา่ ไดบ้ อกความจริงแกแ่ มล่ ออเลย ให้เขาคงนับถือ ง. ความรักตัวไม่กลัวใคร
รปู ผมอนั เกา่ น้นั ว่าเปน็ พอ่ เขา
ค. หลอ่ นไดเ้ ขยี นรูปพอ่ ของหลอ่ นขนึ้ ไว้ในใจ เป็นคนดี 10. บทละครพดู เรอื่ งเหน็ แกล่ ูก มีลักษณะเดน่ อย่างไร
ไมม่ ที ต่ี ิ ผมไม่ตอ้ งการจะลบรปู นน้ั เสียเลย ก. ใหค้ วามสนุกเพลิดเพลนิ
ง. พอถึงวันแตง่ งานแมล่ ออเจา้ คณุ ไดโ้ ปรดใหแ้ หวนน้ี ข. ใหข้ อ้ คิดคตธิ รรมในการดำเนินชวี ติ
แกเ่ ขา บอกว่าเปน็ ของรับไหว้ของผม สง่ มาแทนตวั ค. ใหค้ วามรูใ้ นการประกอบอาชพี สจุ รติ
ง. ใหค้ วามรเู้ ก่ียวกับคุณลกั ษณะของวรรณคดีบทละคร
5. นายล้ำมาหาแมล่ ออดว้ ยเจตนาใด
ก. อยากมาอวยพรในวนั แต่งงานของลูก 11. พฤตกิ รรมในการดำรงชวี ิตของนายล้ำตรงกบั ความขอ้ ใด
ข. อยากเห็นหนา้ ลูกเพราะจากกนั มานาน ก. รู้รักษาตวั รอดเป็นยอดดี
ค. อยากใหล้ ูกเล้ียงดตู ัวเองซ่งึ กำลงั ตกยาก ข. ความรูท้ ว่ มหวั เอาตัวไมร่ อด
ง. อยากมารับลูกไปอยดู่ ้วยเพราะลกู โตเป็นสาวแล้ว ค. สจุ ริตคอื เกราะบังศาสตร์พ้อง
ง. มเี งินเขานับเปน็ นอ้ ง มที องเขานบั เปน็ พี่
12. พฤตกิ รรมของใครทท่ี ำให้นายลำ้ ยอมเปล่ียนพฤติกรรมของ
ตน 14. วิธกี ารพดู ของพระยาภกั ดที ่ีพดู กบั นายลำ้ ในตอนแรกแสดง
ก. แมน่ วล ให้เหน็ วา่ พระยาภักดมี ีความรู้สกึ อย่างไรตอ่ นายล้ำ
ข. แมล่ ออ ก. รำคาญ
ค. อ้ายคำ ข. รังเกยี จ
ง. พระยาภักดี ค. เบอ่ื หนา่ ย
ง. โกรธเกลยี ด

13. จากคำพดู ของนายลำ้ เหตใุ ดข้าราชการจึงทจุ รติ คิดมิชอบ 15. จากเหตุการณใ์ นเรอื่ งนายลำ้ ข้ึนไปค้าขายทเ่ี มอื งพิษณโุ ลกเปน็
ในการปฏิบัติหนา้ ที่ เวลานานเท่าใด
ก. เพราะมโี อกาสใหท้ ำ ก. 2 ปี
ข. เพราะมีบคุ คลให้การสนบั สนนุ ข. 5 ปี
ค. เพราะสงั คมไทยไมส่ นใจต่อคนทำผิด ค. 10 ปี
ง. เพราะเปน็ วิธีท่ีจะหาเงนิ มาใช้ได้งา่ ยๆ ง. 17 ปี

มฐ. ท 1.1 ม.3/4,7
ท 3.1 ม.3/5

ท 5.1 ม.3/1-3

เฉลย
1. ข 2. ง 3. ข 4. ง 5. ค 6. ค 7. ข 8. ง 9. ข 10. ข
11.ข 12. ข 13. ก 14. ข 15. ข

แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรู้ท1่ี

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว

1. ขอ้ ใดแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ควำมเป็นอย่แู บบไทยทป่ี รำกฏใน 6. เม่อื นำยล้ำมำพบพระยำภกั ดใี นตอนแรกนนั้ ไดแ้ สดง
เร่อื งเหน็ แกล่ กู เดน่ ชดั มำกทส่ี ุด
ก. กำรเคำรพนับถอื ผอู้ ำวโุ ส สจั ธรรมของมนุษยข์ อ้ ใดมำกทส่ี ดุ
ข. กำรแบ่งชนชนั้ ในสงั คม
ค. กำรตอ้ นรบั ผมู้ ำเยอื น ก. ควำมรกั ตวั ไมก่ ลวั ใคร
ง. กำรจดั พธิ แี ตง่ งำน
ข. ควำมโกรธเคอื ง
2. คำพดู ในขอ้ ใดทท่ี ำใหบ้ ทละครเรอ่ื งน้ี สมควรตงั้ ช่อื ว่ำ
“เหน็ แก่ลูก” ค. ควำมเหน็ แก่ตวั
ก. พอถงึ วนั แต่งงำนแมล่ ออเจำ้ คุณไดโ้ ปรดใหแ้ หวนน้ี
แกเ่ ขำ บอกวำ่ เป็นของรบั ไหวข้ องผม สง่ มำแทนตวั ง. ควำมพยำบำท
ข. หลอ่ นไดเ้ ขยี นรปู พอ่ ของหล่อนขน้ึ ไวใ้ นใจ เป็นคนดี
ไม่มที ต่ี ิ ผมไมต่ อ้ งกำรจะลบรปู นนั้ เสยี เลย 7. พฤตกิ รรมของใครทท่ี ำใหน้ ำยลำ้ ยอมเปลย่ี นพฤตกิ รรม
ค. อยำ่ ไดบ้ อกควำมจรงิ แก่แมล่ ออเลย ใหเ้ ขำคงนบั
ถอื รปู ผมอนั เกำ่ นนั้ ว่ำเป็นพอ่ เขำ ของตน
ง. เดก็ คนน้ดี เี กนิ ทจ่ี ะเป็นลกู ผม ผมมนั เลวทรำมเกนิ ท่ี
จะเป็นพอ่ เขำ ก. พระยำภกั ดี

3. นิสยั ในขอ้ ใดของแมล่ ออทน่ี กั เรยี นสำมำรถนำมำใชเ้ ป็น ข. อำ้ ยคำ
แบบอยำ่ งในชวี ติ ได้
ก. กำรกตญั ญตู ่อผมู้ พี ระคุณ ค. แมล่ ออ
ข. กำรเคำรพนับถอื ผใู้ หญ่
ค. กำรมนี ้ำใจต่อผอู้ น่ื ง. แมน่ วล
ง. กำรมปี ิยวำจำ
8. จำกคำพดู ของนำยล้ำ เหตใุ ดขำ้ รำชกำรจงึ ทจุ รติ คดิ มิ
4. บทละครพดู เรอ่ื งเหน็ แกล่ กู มลี กั ษณะเดน่ อยำ่ งไร
ก. ใหค้ วำมรเู้ กย่ี วกบั คณุ ลกั ษณะของวรรณคดบี ทละคร ชอบในกำรปฏบิ ตั หิ น้ำท่ี
ข. ใหค้ วำมรใู้ นกำรประกอบอำชพี สจุ รติ
ค. ใหข้ อ้ คดิ คตธิ รรมในกำรดำเนนิ ชวี ติ ก. เพรำะเป็นวธิ ที จ่ี ะหำเงนิ มำใชไ้ ดง้ ำ่ ยๆ
ง. ใหค้ วำมสนุกเพลดิ เพลนิ
ข. เพรำะสงั คมไทยไม่สนใจตอ่ คนทำผดิ
5. ภำพในจนิ ตนำกำรของแม่ลออบดิ ำของเธอ มลี กั ษณะ
อยำ่ งไร ค. เพรำะมบี ุคคลใหก้ ำรสนับสนุน
ก. รปู รำ่ งงำมไดส้ ดั สว่ น นสิ ยั ดี
ข. เป็นคนซ่อื ใจกวำ้ ง ง. เพรำะมโี อกำสใหท้ ำ
ค. รปู รำ่ งดี
ง. ใจดี 9. “แกจะมำใหแ้ มล่ ออเป็นหมำหวั เน่ำหรอื ” หมำหวั เน่ำ

มคี วำมหมำยอย่ำงไร

ก. บคุ คลทไ่ี มม่ คี ณุ ลกั ษณะของกลุ สตรี

ข. บคุ คลทม่ี รี ปู รำ่ งอปั ลกั ษณ์

ค. บคุ คลทส่ี งั คมรงั เกยี จ

ง. บคุ คลทน่ี ิสยั ไม่ดี

10. วธิ กี ำรพดู ของพระยำภกั ดที พ่ี ดู กบั นำยล้ำในตอนแรก

แสดงใหเ้ หน็ ว่ำพระยำภกั ดมี คี วำมรสู้ กึ อยำ่ งไรตอ่ นำย

ลำ้

ก. โกรธเกลยี ด ข. เบอ่ื หน่ำย

ค. รงั เกยี จ ง. รำคำญ

11. ขอ้ ใดคอื นสิ ยั ของอำ้ ยคำ

ก. รกั ษำผลประโยชน์ของเจำ้ นำย

ข. อยำกรอู้ ยำกเหน็ เร่อื งคนอ่นื

ค. ไม่ไวว้ ำงใจคนแปลกหน้ำ

ง. จงรกั ภกั ดตี ่อเจำ้ นำย

12. จำกเหตกุ ำรณ์ในเรอ่ื งนำยล้ำขน้ึ ไปคำ้ ขำยทเ่ี มอื งพษิ ณุโลก 14. นำยลำ้ มำหำแม่ลออดว้ ยเจตนำใด

เป็นเวลำนำนเทำ่ ใด ก. อยำกมำรบั ลกู ไปอย่ดู ว้ ยเพรำะลกู โตเป็นสำวแลว้

ก. 10 ปี ข. อยำกใหล้ ูกเลย้ี งดตู วั เองซง่ึ กำลงั ตกยำก

ข. 17 ปี ค. อยำกเหน็ หน้ำลูกเพรำะจำกกนั มำนำน

ค. 2 ปี ง. อยำกมำอวยพรในวนั แตง่ งำนของลกู

ง. 5 ปี 15. ขอ้ ใดคอื บทสรุปของเรอ่ื งเหน็ แกล่ ูก

13. พฤตกิ รรมในกำรดำรงชวี ติ ของนำยล้ำตรงกบั ควำมขอ้ ก. ควำมเคยชนิ ต่อกำรทำควำมชวั่ ทำใหม้ นุษยม์ นี ิสยั

ใด มกั งำ่ ยเหน็ แกต่ วั

ก. มเี งนิ เขำนับเป็นน้อง มที องเขำนบั เป็นพ่ี ข. ควำมรกั ระหวำ่ งเพอ่ื นกบั เพ่อื นอำจมกี ำร

ข. สจุ รติ คอื เกรำะบงั ศำสตรพ์ อ้ ง เปลย่ี นแปลง

ค. ควำมรทู้ ว่ มหวั เอำตวั ไม่รอด ค. กำรมองโลกในแงด่ ชี ว่ ยใหเ้ ร่อื งรำ้ ยผ่อนคลำยลงได้

ง. รรู้ กั ษำตวั รอดเป็นยอดดี ง. กำรเอำชนะไมช่ ว่ ยใหเ้ หตวุ กิ ฤตคลค่ี ลำยลงได้

มฐ. ท 1.1 ม.3/4,7
ท 3.1 ม.3/5

ท 5.1 ม.3/1-3

เฉลย

1. ก 2. ก 3. ข 4. ค 5. ก 6. ค 7. ค 8. ง 9. ค 10. ค
11.ค 12. ง 13. ค 14. ข 15. ค

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เร่อื ง บทละครพูดเรื่อง เหน็ แกล่ ูก
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 การสรปุ เนือ้ หา (1) โรงเรยี นภูห่านศึกษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
ผ้สู อน นางสาวจริ าภรณ์ ทัพซ้าย

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การศกึ ษาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถน่ิ ในระดับท่ยี ากยิ่งขึ้น

ตัวชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1 ตัวช้ีวดั

ท 5.1 ม.3/1 สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถ่ินในระดบั ท่ียากยง่ิ ข้นึ

2จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- สรุปเนื้อหาบทละครพูด เร่ืองเห็นแกล่ กู ได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

 วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถ่นิ เกี่ยวกับ

- บันเทงิ คดี

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

1 ความสามารถในการสือ่ สาร
2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสรุปย่อ
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์
4) ทักษะการประเมิน
5) ทักษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้

3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
4. รักความเป็นไทย
1. มวี นิ ยั
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้

1. นักเรยี นทุกคนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
2. ครูสนทนากับนักเรยี นเกย่ี วกับเร่อื ง ความเป็นมาของการละครไทย และการเปลยี่ นแปลงในวงการละคร
ความเจรญิ รุ่งเรอื งของการละครในสมัยรัชกาลท่ี 6
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

 นักเรียนมคี วามคดิ เห็นอย่างไรกับการทม่ี ีผกู้ ล่าววา่ ด้วยเหตุท่พี ระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว

ไดร้ ับการศึกษาจากประเทศอังกฤษ การละครของไทยจงึ ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากประเทศอังกฤษตามไปด้วย

ครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเกง่ ปาน

กลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน

4. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาความรู้เรือ่ ง การอ่านจับใจความสำคญั จากหนงั สือเรยี น และแหลง่ ขอ้ มูล สารสนเทศ

5. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

 ในการอา่ นส่ือท่ัวไปมีความจำเปน็ ตอ้ งอ่านจบั ใจความหรือไม่ เพราะเหตใุ ด นักเรียนแต่ละ

กลุ่มรว่ มกนั อธบิ ายหลักการอ่านจับใจความสำคญั จากน้นั ทำ ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การอ่าน จบั ใจความ

สำคญั เป็นรายบคุ คล เสรจ็ แล้วนำส่งครตู รวจ

6. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
 ถา้ นกั เรยี นอา่ นส่อื ต่างๆ แลว้ จบั ใจความของเรอื่ งทอี่ า่ น นักเรียนจำเปน็ ตอ้ งพิจารณา ส่วนประกอบ

ของหนังสือซึ่งเกี่ยวกับเนื้อหาหรือไม่ เพราะเหตใุ ด

การวัดและประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 (ประเมินตามสภาพจริง)

ตรวจใบงานท่ี 1.1 ใบงานท่ี 1.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่

สังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงานและ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
รักความเปน็ ไทย

ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.3
2) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3
3) ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ

2 แหลง่ การเรยี นรู้

 แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/reading1.html

ใบงานท่ี 1.1

การอ่านจบั ใจความสำคัญ

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นศึกษาความรูเ้ รือ่ ง การอา่ นจับใจความสำคัญ แลว้ นำความรมู้ าเขยี นแผนที่
ความคิด ออกแบบระบายสีให้สวยงาม

ชอ่ื .........................................................................................เลขท่ี ............. ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่มี ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตำแหน่ง

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
เวลา 1 ชว่ั โมง
เร่อื ง บทละครพูดเร่ือง เหน็ แก่ลกู
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 การสรุปเนอ้ื หา (2) โรงเรียนภูห่านศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
ผสู้ อน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การศึกษาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ในระดบั ท่ยี ากยิง่ ข้ึน

ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1 ตัวชวี้ ัด
ท 5.1 ม.3/1 สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิ่นในระดับทย่ี ากยิ่งข้นึ

2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- สรุปเน้ือหาบทละครพูด เรื่องเห็นแกล่ กู ได้

สาระการเรยี นรู้

1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

 วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถนิ่ เกี่ยวกับ

- บนั เทงิ คดี

2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1 ความสามารถในการสือ่ สาร
2 ความสามารถในการคดิ

1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทักษะการสรปุ ย่อ
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์
4) ทกั ษะการประเมนิ
5) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้

3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. รกั ความเปน็ ไทย
1. มวี นิ ัย
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ หลักการอ่านจบั ใจความสำคัญ เพอื่ ทบทวนความรู้
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดิมจากแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1) รว่ มกนั ศึกษาบทละครพูด เรื่องเหน็ แกล่ ูก จาก

หนงั สอื เรียน
3. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มรว่ มกันอภิปรายเน้อื หาจากบทละครพูด เร่อื งเหน็ แก่ลูก จากน้นั สรุปเนอ้ื หาลงในสมดุ

ของแตล่ ะคน
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ทำใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง การสรุปเนอื้ หาเรอ่ื งเห็นแก่ลูก เสรจ็ แล้วตรวจสอบ ความ

เรียบร้อยก่อนนำส่งครู
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

 บทละครพูด เร่ืองเห็นแก่ลกู ผูเ้ ขยี นตอ้ งการบอกประเด็นสำคญั ท่ีเก่ยี วกับขา้ ราชการ อย่างไร

(ขา้ ราชการต้องปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ด้วยความซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต)

6. ครตู รวจคำตอบในใบงานที่ 1.2 และใหค้ ำแนะนำในการแก้ไขปรับปรงุ ในส่วนทยี่ ังบกพร่อง

7. การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานท่ี 1.2 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงานและ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
รกั ความเป็นไทย

สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

1 ส่ือการเรียนรู้

1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.3
2) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง การสรุปเน้ือหาเรอื่ งเห็นแก่ลูก

2 แหล่งการเรียนรู้


8.
9.

ใบงานท่ี1.2

การสรุปเนอ้ื หาเรื่องเหน็ แก่ลูก

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นอ่านบทละครพูด เร่อื งเหน็ แกล่ ูก แล้วทำกิจกรรมตอ่ ไปน้ี

1. ผ้แู ต่งบทละครพดู เรื่องเหน็ แกล่ ูก มจี ุดประสงค์ในการแตง่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................

2. บอกใจความสำคัญทผี่ ูเ้ ขยี นต้องการส่ือถงึ ผู้อา่ น
.................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................

3. บทละครพดู เรื่องเห็นแกล่ ูก เป็นเรือ่ งของใคร ทำอะไร ท่ไี หน เม่ือไร ด้วยวธิ ใี ด ผลเป็นอย่างไร
.................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................
.................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................... ........................................

ชอ่ื .........................................................................................เลขท่ี ............. ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่มี ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตำแหน่ง

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา 1 ชวั่ โมง
เรื่อง บทละครพูดเรอื่ ง เห็นแก่ลูก
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 การยอ่ ความ (1) โรงเรยี นภหู า่ นศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
ผู้สอน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซา้ ย

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอ่านวรรณคดีในบทเรยี นใหจ้ บั ใจความสำคญั แล้วเขยี นกรอบแนวคิด ผงั ความคดิ บันทึก ยอ่ ความ และรายงาน

ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1 ตวั ชวี้ ดั
ท 1.1 ม.3/4 อา่ นเรื่องตา่ งๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคดิ บันทกึ ยอ่ ความ และรายงาน

2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- อ่านบทละครพูด เรอ่ื งเห็นแก่ลูก แล้วเขยี นยอ่ ความได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

- การอ่านจบั ใจความจากส่ือต่างๆ เช่น วรรณคดีในบทเรียน

2 สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน

(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

1 ความสามารถในการสอื่ สาร
2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการตีความ
2) ทักษะการสรุปลงความเหน็

3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
รักความเป็นไทย
1. มวี ินยั
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 4.

กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ครนู ำพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ท่ีทรงพระราชทานเน่อื งในวัน
การศกึ ษาสมั พันธข์ องวทิ ยาลัยวชิ าการศึกษา เมอ่ื วันเสารท์ ี่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2512 มีใจความสำคญั ตอน
หนง่ึ ว่า “การย่อความเป็นวชิ าที่สำคัญทีส่ ุด เพราะว่าถ้าไปฟังใครพูดและยิ่งพูดนานๆ ก็ตอ้ งไปจับว่าเขาพูด
อะไร แลว้ ก็มาเรยี งเป็นหวั ข้อ เสรจ็ แล้วจึงจะสอนให้คนอ่นื ได้ ถา้ เราไมม่ ีระเบยี บอยใู่ นหัว เราจะไปสอนหรือ
ไปเล่าใหค้ นอ่นื ก็ไม่ได้” มาอ่านใหน้ กั เรียนฟัง แล้วให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ถึงความสำคญั ของ
การยอ่ ความ

2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
 ถ้าจะนำพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุยเดชไปใช้ในชวี ติ จะนำไปใช้
ไดอ้ ยา่ งไร (ทำตนใหเ้ ปน็ คนมีระเบยี บ)

3. นกั เรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศึกษาตัวอย่างการยอ่ บทละครพูดที่
ครูนำมาจัดแสดงไว้บนปา้ ยนเิ ทศหนา้ ชัน้ เรียน แลว้ รว่ มกันสรปุ แนวทางในการยอ่ บทละครพดู

4. นกั เรียนสบื คน้ บทละครพูดจากแหล่งข้อมลู สารสนเทศ มากลุม่ ละ 1 เร่อื ง นำมายอ่ ความตามแบบทนี่ ักเรียนได้
สรปุ แนวทางในการย่อไว้

การวัดและประเมนิ ผล

วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงานและ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
รักความเป็นไทย

สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้

1 ส่ือการเรยี นรู้

1) พระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกย่ี วกับการย่อความ

2) ปา้ ยนเิ ทศแสดงตัวอยา่ งการย่อบทละครพดู

2 แหลง่ การเรียนรู้

 แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=3043
- http://www.enfe.go.th/enfe_2548/thai/thai02/thai21020.html
- http://www.anurakthai.com/thaidances/thaidrama/thaidrama9.asp

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่ีมปี ญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตำแหน่ง

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง บทละครพดู เร่อื ง เหน็ แกล่ กู
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 การยอ่ ความ (2) โรงเรียนภูหา่ นศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
ผสู้ อน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นวรรณคดใี นบทเรียนใหจ้ ับใจความสำคัญ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด ผังความคดิ บันทึก ย่อความ และรายงาน

ตัวช้วี ัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1 ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.3/4 อา่ นเร่ืองตา่ งๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ บันทึก ยอ่ ความ และรายงาน

2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านบทละครพูด เร่อื งเหน็ แก่ลกู แลว้ เขียนย่อความได้

สาระการเรยี นรู้

1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- การอ่านจับใจความจากส่ือตา่ งๆ เชน่ วรรณคดีในบทเรียน
2 สาระการเรียนรูท้ ้องถิน่

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการตีความ
2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น

3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
4. รักความเป็นไทย
1. มวี ินัย
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน

กิจกรรมการเรียนรู้

1. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเก่ยี วกับหลักการย่อความ แล้วทบทวนพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทที่ รงพระราชทานเนื่องในวนั การศกึ ษาสมั พนั ธ์ของวทิ ยาลัยวิชาการศึกษา
ว่ามีใจความสำคัญอย่างไร
2. นักเรียนสบื คน้ บทละครพดู พระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอย่หู ัวเร่ืองอืน่ ๆ ท่ีไม่ใช่เรื่อง
เห็นแกล่ ูก จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศและห้องสมดุ นำมาย่อความเองโดยไมม่ ีแบบ แลว้ บนั ทกึ ความรู้ท่ไี ดล้ ง
ในแบบบันทึกการอา่ น
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มย่อความบทละครพดู พระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว
เร่อื งเห็นแกล่ ูก จากหนังสือเรียน เสร็จแล้วนำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน
4. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
 นกั เรยี นคดิ ว่า การย่อความมีความจำเป็นต้องใช้ในชีวติ ประจำวนั หรือไม่ เพราะเหตุใด
5. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปการยอ่ ความบทละครพดู

6.การวดั และประเมินผล

วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบันทึกการอา่ น แบบบนั ทึกการอ่าน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงานและ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รักความเปน็ ไทย

สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

1 ส่อื การเรียนรู้

- หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3
2 แหล่งการเรียนรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=3043
- http://www.enfe.go.th/enfe_2548/thai/thai02/thai21020.html
- http://www.anurakthai.com/thaidances/thaidrama/thaidrama9.asp

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่ีมปี ญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตำแหน่ง

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1

เร่อื ง บทละครพดู เรอ่ื ง เห็นแก่ลูก

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 5 การวิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเปน็ ไปได้ของเรื่อง (1)

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลา 1 ช่วั โมง

ผสู้ อน นางสาวจริ าภรณ์ ทัพซา้ ย โรงเรยี นภหู ่านศกึ ษา

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

วจิ ารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความและความเป็นไปไดข้ องเรื่อง

ตัวช้ีวดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1 ตวั ชว้ี ดั

ท 1.1 ม.3/7 วิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลำดับความ และความเปน็ ไปไดข้ องเรื่อง
2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้

- วิจารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเปน็ ไปไดข้ องบทละครพดู เรือ่ งเห็นแก่ตวั ได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

- การอา่ นจบั ใจความจากส่อื ต่างๆ เช่น วรรณคดีในบทเรยี น

2 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1 ความสามารถในการสื่อสาร
2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการตีความ
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ

3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน 4. รักความเปน็ ไทย

กจิ กรรมการเรียนรู้

1. นกั เรียนรว่ มกันสนทนาทบทวนบทละครพูด เรอื่ งเหน็ แก่ลูก จากท่ีนกั เรียนได้ศึกษา แลว้ แสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกบั ความรักของพอ่ แม่ท่ีมีตอ่ ลกู

2. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
 นกั เรียนคดิ วา่ นักเรยี นปฏิบัติตนเป็นลูกท่ดี ีไดม้ ากหรือนอ้ ย เพราะเหตุใด
นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1) จากนั้นครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาบทละครพดู
เรอื่ งเหน็ แก่ลกู จากหนังสือเรียน เพื่อวจิ ารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเป็นไปไดข้ อง
เรอื่ ง

3. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ เลือกประธานกลมุ่ และเลขานกุ ารกลมุ่ จากนน้ั ประธานกลุ่มมอบหมายให้สมาชกิ กลุ่มรว่ มกนั
ศกึ ษาเพ่ือวิจารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความ และความเป็นไปได้ของเร่ือง จากบทละครพูด เรื่องเห็นแก่
ลูก

4. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวางแผนในการทำงาน กำหนดขัน้ ตอนการทำงานให้สมาชิกแต่ละคนศึกษาเพ่ือวิจารณ์
ความสมเหตุสมผล การลำดบั ความ และความเป็นไปไดข้ องเรือ่ ง จากบทละครพูด เรอ่ื งเหน็ แก่ลกู

5. สมาชกิ แต่ละกล่มุ ร่วมกนั ศึกษาเพอื่ วจิ ารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเปน็ ไปได้ของเรอื่ ง จาก
บทละครพูด เรื่องเหน็ แก่ลูก ตามแผนงานที่ได้วางไว้

6.การวดั และประเมนิ ผล

วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงานและ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
รกั ความเปน็ ไทย

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

1 สื่อการเรียนรู้

- หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3

2 แหลง่ การเรียนรู้


บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่มี ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื )
(

ตำแหน่ง

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1

เรอื่ ง บทละครพดู เร่อื ง เหน็ แก่ลูก

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6 การวิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเปน็ ไปไดข้ องเรอ่ื ง (1)

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 1 ชวั่ โมง

ผู้สอน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย โรงเรียนภูหา่ นศึกษา

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

วจิ ารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดับความและความเปน็ ไปไดข้ องเรอื่ ง

ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้

1 ตัวชีว้ ัด

ท 1.1 ม.3/7 วจิ ารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง

2 จุดประสงค์การเรียนรู้

- วิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของบทละครพดู เรือ่ งเห็นแกล่ กู ได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

- การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น วรรณคดีในบทเรยี น

2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
2 ความสามารถในการคดิ

1) ทกั ษะการตีความ
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ

3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. รักความเปน็ ไทย
1. มีวินยั
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ครูให้นกั เรียนแต่ละคนยกตัวอยา่ งเกีย่ วกบั การปฏบิ ตั ิตนที่แสดงออกถึงความรักทีล่ กู มีต่อพ่อแม่
2. ประธานกลุ่มสอบถามสมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ เกย่ี วกับผลการวจิ ารณค์ วามสมเหตสุ มผล การลำดับความ และ

ความเป็นไปได้ของเรื่อง และปญั หาทพ่ี บระหวา่ งปฏิบตั ิกจิ กรรม โดยให้เลขานุการกลุ่มเป็นผบู้ นั ทึกผล
3. สมาชิกในกลุม่ ผลดั กันตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู ทส่ี มาชกิ แตล่ ะคนนำเสนอ พร้อมกบั ใหค้ ำแนะนำและ

เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปญั หาท่ีพบ
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ทำใบงานที่ 1.3 เร่ือง การวิจารณเ์ ร่อื งเห็นแก่ลกู โดยใหส้ มาชกิ กลมุ่ แตล่ ะคน หา

คำตอบดว้ ยตนเองจนครบทุกขอ้ จากนน้ั จับค่กู บั เพ่ือนในกลมุ่ ผลัดกนั ตรวจสอบและอภปิ รายคำตอบ (นกั เรยี นอกี
คปู่ ฏบิ ัตใิ นทำนองเดยี วกนั )
5. นกั เรียน 2 คู่ รวมกลุ่มตามเดิม จากนัน้ ผลัดกนั อธิบายคำตอบของคตู่ นเองใหเ้ พื่อนอีกคู่หนงึ่ ฟงั และร่วมกนั สรุป
คำตอบท่เี ป็นมติของกลมุ่ แล้วเขียนคำตอบลงในใบงานท่ี 1.3 เสร็จแลว้ นำส่งครู
6. ครตู รวจใบงานท่ี 1.3 และให้คำแนะนำในการปรบั ปรุงแก้ไข

การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.3 ใบงานที่ 1.3 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่

สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงานและ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รกั ความเปน็ ไทย

ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

1 ส่อื การเรยี นรู้

- ใบงานท่ี 1.3 เรือ่ ง การวิจารณ์เร่อื งเหน็ แก่ลกู

2 แหลง่ การเรยี นรู้


ใบงานที่ 1.3

การวิจารณ์เรื่องเหน็ แก่ลกู

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนอา่ นเร่ืองเห็นแกล่ ูก แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

1. ใหน้ กั เรียนนำข้อความตอ่ ไปนี้ ไปเขียนเรียงตามลำดบั เหตุการณใ์ นเรื่อง
1) นายลำ้ แตง่ งานกับแมน่ วลมลี ูกสาวช่ือแม่ลออ
2) นายล้ำจะมาอาศัยอยู่กบั แมล่ ออ
3) นายล้ำไปคา้ ฝ่นิ อยูท่ ี่เมืองพิษณโุ ลก
4) แมน่ วลยกแม่ลออใหเ้ ปน็ บุตรบญุ ธรรมของพระยาภักดี
5) พระยาภักดกี ับนายลำ้ เคยเป็นเพอื่ น รับราชการมาด้วยกนั
6) แมล่ ออจะแตง่ งานกับนายทองคำ
7) นายลำ้ ตอ้ งโทษจำคกุ 10 ปี ฐานประพฤติทุจริต
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. การท่นี ายลำ้ เปลย่ี นความคดิ จากการที่ต้งั ใจจะมาอาศยั อยู่กับลกู เป็นการไมแ่ สดงตัวเปน็ พ่อทแี่ ท้จรงิ มคี วาม
สมเหตสุ มผลหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ถ้าแม่ลออรู้วา่ นายลำ้ เปน็ พ่อทแี่ ทจ้ ริงของตน เปน็ ไปไดห้ รอื ไม่ทีแ่ มล่ ออจะยอมรบั สภาพของนายลำ้ ซึ่งแตกตา่ ง
จากภาพพ่อในความคิดของแมล่ ออ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. จากคำพดู ของพระยาภักดที ไ่ี ม่ยอมใหน้ ายล้ำพบกับแม่ลออมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะเหตุใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ช่ือ.........................................................................................เลขที่ ............. ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

บันทกึ หลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ )
(

ตำแหนง่

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เรอ่ื ง บทละครพดู เรือ่ ง เห็นแก่ลกู
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 7 การวเิ คราะห์วิถไี ทยและคุณค่า โรงเรียนภหู า่ นศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
ผูส้ อน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซา้ ย

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม จะต้องวเิ คราะห์วิถีไทยและคุณคา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อ่าน

ตัวชีว้ ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้

1 ตวั ชีว้ ัด
ท 5.1 ม.3/2 วิเคราะหว์ ิถไี ทยและคุณคา่ จากวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ่าน

2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- วิเคราะห์วิถีไทยและคณุ คา่ จากบทละครพูด เรื่องเห็นแก่ลูกได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

- การวเิ คราะห์วิถีไทยและคณุ ค่าจากวรรณคดแี ละวรรณกรรม

2 สาระการเรยี นรูท้ ้องถ่ิน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

1 ความสามารถในการสือ่ สาร
2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
3) ทักษะการสังเคราะห์
4) ทกั ษะการประเมิน
5) ทกั ษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. รักความเป็นไทย
1. มีวนิ ัย
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนำเก่ยี วกบั วถิ ไี ทย โดยแสดงควำมคดิ เหน็ ตำมรปู ภำพทค่ี รูนำมำใหด้ ู
2. ครซู กั ถำมนกั เรยี นถงึ ควำมเป็นอย่ขู องคนไทยในสมยั ปัจจุบนั วำ่ มคี วำมเหมอื นหรอื แตกต่ำงจำกรูปภำพ
3. นกั เรยี นตอบคำถำมกระตุน้ ควำมคดิ

 ถำ้ นักเรียนสำมำรถย้อนกลบั ไปอยูใ่ นวิถไี ทยสมยั เก่ำ นักเรียนคิดว่ำ ตนเองจะสำมำรถ

ปรบั ตวั ได้หรือไม่ เพรำะเหตใุ ด

4. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ (จำกแผนกำรจดั กำรเรยี นรทู้ ่ี 1) แลว้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ ศกึ ษำควำมรเู้ ร่อื ง บทละครพูด
เรอ่ื งเหน็ แก่ลกู : คุณค่ำดำ้ นสงั คมและสะทอ้ นวถิ ไี ทย จำกหนงั สอื เรยี น

5. ครใู หส้ มำชกิ ในแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วเิ ครำะหว์ ถิ ไี ทยและคุณคำ่ ทไ่ี ดร้ บั จำกบทละครพดู เรอ่ื งเหน็ แก่ลูก ตำม
ประเดน็ ทก่ี ำหนด ดงั น้ี
1) ธรรมเนียมกำรตอ้ นรบั แขก
2) กำรกำหนดคำ่ และรปู แบบของเงนิ
3) คำ่ นิยมในกำรนบั ถอื บุคคลในสงั คม
4) สจั ธรรมของมนุษย์
6. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั กำหนดแนวทำงในกำรวเิ ครำะหว์ ถิ ไี ทยและคณุ ค่ำจำกบทละครพดู เร่อื งเหน็ แกล่ กู
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั กำหนดแนวทำงในกำรวเิ ครำะหว์ ถิ ไี ทยและคณุ คำ่ จำกบทละครพดู เรอ่ื งเหน็ แกล่ กู
ตำมแนวทำงทไ่ี ดว้ ำงแผนร่วมกนั ไว้

การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงานและ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ความเป็นไทย

สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.3
2) บตั รภาพ

2 แหล่งการเรยี นรู้


บตั รภาพ 

ภาพการทำนา

ภาพการทำบุญตกั บาตร
ทมี่ า : ภาพท่ี 1 http://pirun.ku.ac.th/~b5310103732/page3.html

ภาพที่ 2 http://www.kunkroo.com/catalog.php?idp=108

บันทกึ หลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอ่ืนๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ )
(

ตำแหนง่

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เรอื่ ง บทละครพูดเร่อื ง เหน็ แกล่ กู
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 การวเิ คราะหว์ ิถไี ทยและคณุ ค่า(2) โรงเรยี นภูห่านศกึ ษา
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้สอน นางสาวจริ าภรณ์ ทัพซ้าย

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การศกึ ษาวรรณคดีและวรรณกรรม จะต้องวเิ คราะห์วิถไี ทยและคณุ คา่ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่าน

ตวั ช้ีวดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้

1 ตัวช้วี ดั

5.1 ม.3/2 วิเคราะหว์ ิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ ่าน

2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

- วิเคราะหว์ ิถีไทยและคณุ ค่าจากบทละครพดู เรื่องเห็นแกล่ ูกได้

สาระการเรียนรู้

1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

- การวิเคราะห์วถิ ีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรม

2 สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
3) ทกั ษะการสังเคราะห์
4) ทักษะการประเมนิ
5) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้

3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. รกั ความเปน็ ไทย
1. มีวินัย
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ครูให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับความแตกต่างในการดำเนินชีวติ ในปัจจบุ ันและอดีต
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปผลการวเิ คราะหว์ ถิ ีไทยและคณุ คา่ จากบทละครพูด เร่ืองเหน็ แก่ลูก จากนน้ั สง่ ตวั แทน

กลมุ่ นำเสนอผลงานท่ีหนา้ ชนั้ เรยี น
3. สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มทำใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง การวเิ คราะห์วิถีไทยและคุณค่าเรอ่ื งเหน็ แกล่ กู เป็นรายบุคคล
4. ครูตรวจใบงานท่ี 1.4 แล้วนำคะแนนของสมาชิกทุกคนมารวมกันเปน็ คะแนนของกลุม่ จากนั้นประกาศชมเชย

กลุ่มที่มีคะแนนสงู สดุ และรองลงมา เรยี งตามลำดับ ตดิ ประกาศคะแนนไว้ทป่ี า้ ยนเิ ทศ เพื่อเสรมิ กำลังใจ
5. ครสู มั ภาษณ์กลมุ่ ที่ได้คะแนนสูงสุด เพอื่ เป็นตวั อยา่ งการทำงาน
6. นักเรยี นรว่ มกันสรุปคุณคา่ ของบทละครพดู เร่อื งเหน็ แก่ลูก
7. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

 นักเรยี นคิดว่า วิถีไทยเป็นเอกลักษณท์ ี่มคี วามงดงามอย่างไร

การวัดและประเมนิ ผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.4 ใบงานที่ 1.4 ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงานและ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
รักความเป็นไทย

สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

1 สื่อการเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3
2) ใบงานท่ี 1.4 เรอื่ ง การวเิ คราะห์วถิ ไี ทยและคุณค่าเรอื่ งเห็นแกล่ กู

2 แหลง่ การเรียนรู้


ใบงานท่ี 1.4

การวิเคราะห์วิถีไทยและคณุ ค่าเรอ่ื งเหน็ แกล่ ูก

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนวิเคราะหว์ ถิ ไี ทยและคุณค่าจากการอ่านบทละครพดู เรอ่ื งเห็นแกล่ ูก

1. นายลำ้ . : แหม! วนั นี้รอ้ นจงั ทำใหก้ ระหายน้ำพิลึก.
พระยาภักด.ี : (เรยี ก) อา้ ยคำ! ไปหาโซดามาดว้ ยเถอะ.
นายล้ำ. : โซดาเปลา่ หรือครับ?
พระยาภกั ด.ี : จะเอาครีมโซดากไ็ ด้ หรือนำ้ แดง.

ใหน้ ักเรยี นอธิบายธรรมเนยี มในการรับแขกวา่ มีลกั ษณะทเี่ ปลีย่ นไปจากวถิ ีไทยเดิมอย่างไร
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
..............................................................................................................................................................................

2.
พระยาภกั ด.ี : ออ๋ ! นีน่ ่ะ แกตอ้ งการเงินยังงั้นหรือ?
นายล้ำ. : ก็แน่ล่ะ ไมม่ เี งนิ ก็อดตายเท่านนั้ เอง.
พระยาภกั ด.ี : กจ็ ะพดู กนั เสยี ตรงๆ เทา่ นั้นกจ็ ะแลว้ กนั เอาเถอะฉนั ให้แกเด๋ียวนกี้ ็ได้
เทา่ ไหร่ถงึ จะพอ เอาไปสบิ ช่ังก่อนพอไหม?

ในอดตี มกี ารกำหนดค่าเงินโบราณอยา่ งไร
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
3.

นายล้ำ. : แล้วผมจะขออะไรอีกอยา่ ง.
พระยาภกั ด.ี : อะไร? วา่ มาเถอะ ฉันไม่ขัดเลย.อะไร?

นายล้ำ. : อยา่ ไดบ้ อกความจริงแกแ่ ม่ลออเลย ให้เขาคงนบั ถือรูปผมอันเกา่ นนั้
ว่าเป็นพอ่ เขา และใหน้ ับถอื ตัวผมเปน็ เหมอื นอา.

จากบทสนทนาดงั กลา่ ว สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงสจั ธรรมของมนุษยไ์ ด้อยา่ งไร
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
..............................................................................................................................................................................

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ด้านความรู้
 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
 ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมท่มี ปี ญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื )
(

ตำแหน่ง

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เรอื่ ง บทละครพูดเรอื่ ง เหน็ แกล่ ูก
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 9 การสรปุ ความรู้และแงค่ ดิ โรงเรยี นภหู า่ นศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
ผู้สอน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซ้าย

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การวเิ คราะห์คณุ คา่ วรรณคดีและวรรณกรรม โดยสรุปความรแู้ ละข้อคดิ จากการอ่านเพื่อนำไปประยุกตใ์ ช้ ในชวี ติ
จรงิ

ตัวชวี้ ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1 ตวั ช้วี ดั

ท 5.1 ม.3/3 สรปุ ความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง

2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- สรปุ ความรู้และข้อคิดจากการอ่านบทละครพูด เรือ่ งเหน็ แก่ลกู เพอ่ื นำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจรงิ ได้

สาระการเรยี นรู้

1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- การวิเคราะหว์ ิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรม

2 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

1 ความสามารถในการสื่อสาร
2 ความสามารถในการคดิ

1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการสรุปย่อ
3) ทกั ษะการสังเคราะห์
4) ทกั ษะการประเมนิ
5) ทกั ษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
4. รักความเป็นไทย
1. มวี ินัย
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

6 กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ครูซกั ถามนักเรยี นเก่ียวกับละครโทรทศั น์ทก่ี ำลงั ออกอากาศอยใู่ นขณะนว้ี ่ามีเร่อื งอะไรบ้าง นักเรยี นสว่ นมากดู
ละครเรื่องอะไร
2. นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายคณุ ค่าของละครเรื่องทนี่ ักเรยี นดวู ่า นกั เรียนไดร้ บั ความร้แู ละข้อคิดอะไรบา้ ง
ท่ีสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
3. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด ข้อ 1-2

1) นักเรยี นคดิ ว่า คนส่วนใหญม่ ีจดุ มุง่ หมายอยา่ งไรในการชมละครโทรทัศน์ (เพ่อื ความสนุก เพลดิ เพลนิ )
2) นกั เรยี นคิดว่า การชมละครผ้ชู มไดค้ วามรู้และขอ้ คดิ ไปใช้ในชวี ิตจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด

4.นกั เรยี นรวมกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1) แลว้ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาค้นควา้ และอภิปราย

เกย่ี วกับความรู้และข้อคิดจากบทละครพูด เรอ่ื งเหน็ แก่ลูก

5.นักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกันสรุปผลการศกึ ษาค้นควา้ และผลการอภปิ รายเก่ียวกบั ความรแู้ ละข้อคิดจาก

บทละครพูด เร่ืองเหน็ แกล่ กู

6.ครตู ้ังประเดน็ คำถามให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ อธบิ ายและยกตัวอย่างประกอบ เช่น
- สถาบันครอบครัวมีบทบาทสำคญั ต่อสงั คมไทยอยา่ งไร
- การกระทำ หรือพฤตกิ รรมมผี ลตอ่ ตนเองอยา่ งไร
- หากต้องการความรกั และความนบั ถือจากบุคคลอืน่ จะต้องปฏบิ ตั ติ นอย่างไร

7.ครสู มุ่ เรยี กตวั แทนนักเรียน ออกมาอธบิ ายและยกตัวอยา่ งประกอบในแตล่ ะประเด็นคำถาม

การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงานและ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
รกั ความเปน็ ไทย

ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

1 ส่อื การเรียนรู้

- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3

2 แหลง่ การเรยี นรู้


บนั ทกึ หลังแผนการสอน

 ดา้ นความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤติกรรมที่มปี ญั หาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ )
(

ตำแหนง่

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เรือ่ ง บทละครพดู เรือ่ ง เห็นแก่ลกู
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 การสรปุ ความรู้และแงค่ ิด (2) โรงเรยี นภูหา่ นศึกษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3
ผสู้ อน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซา้ ย

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม โดยสรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ จากการอ่านเพ่ือนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ

ตัวชวี้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1 ตัวชี้วดั

ท 5.1 ม.3/3 สรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ จากการอ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง

2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจากการอา่ นบทละครพูด เรื่องเหน็ แก่ตัว เพือ่ นำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริงได้

สาระการเรยี นรู้

1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

- การวเิ คราะหว์ ิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดแี ละวรรณกรรม

2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

1 ความสามารถในการสอื่ สาร
2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทักษะการสรปุ ย่อ
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์
4) ทักษะการประเมิน
5) ทกั ษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้

3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน 4. รกั ความเป็นไทย

7 กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับลักษณะนสิ ัยของตวั ละครสำคัญแตล่ ะตัวจากบทละครพดู
เร่ืองเห็นแกล่ กู

2. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำใบงานท่ี 1.5 เรื่อง การสรปุ ความรู้และข้อคดิ เรอื่ งเห็นแก่ลูก โดยให้สมาชกิ ใน แต่ละ
กล่มุ จบั ค่กู ันเปน็ 2 คู่ แลว้ ให้แตล่ ะคูป่ ฏิบัติกจิ กรรม ดังน้ี
- สมาชิกคนที่ 1 อ่านโจทยค์ ำถาม และเขียนคำตอบ
- สมาชกิ คนท่ี 2 เปน็ ฝา่ ยสังเกต ตรวจสอบคำตอบ

3. นักเรียนรวมกล่มุ เดิม ให้แต่ละคูน่ ำคำตอบของคตู่ นเองมานำเสนอให้เพ่ือนอกี ค่หู นง่ึ ฟัง เพื่อชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง เสรจ็ แล้วนำใบงานท่ี 1.5 ส่งครู

4. ครตู รวจคำตอบในใบงานที่ 1.5 ของนักเรยี น
 ครมู อบหมายให้นักเรียนเขียนบทความเก่ียวกับผลการศึกษาบทละครพูด เรอื่ งเหน็ แกล่ ูก โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็

ตามทก่ี ำหนด ดงั น้ี
1) การสรปุ เนอ้ื หา
2) การวิจารณ์ความสมเหตสุ มผล การลำดบั ความและความเป็นไปได้
3) การวิเคราะหว์ ถิ ีไทยและคณุ ค่า
4) การสรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ เพอ่ื นำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจริง
5) การใช้ภาษาในการเขยี น

การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.5 ใบงานที่ 1.5 ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงานและ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
รักความเป็นไทย

ตรวจการเขียนบทความเกยี่ วกบั ผลการศกึ ษา บท แบบประเมินการเขยี นบทความเกย่ี วกับ ผล

ละครพดู เร่อื งเหน็ แกล่ กู การศึกษาบทละครพูด เรอื่ งเหน็ แก่ลูก

สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้

1 ส่ือการเรยี นรู้

- ใบงานท่ี 1.5 เร่ือง การสรปุ ความรแู้ ละข้อคิดเรื่องเหน็ แกล่ ูก

2 แหลง่ การเรียนรู้


แบบประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินการเขียนบทความเกีย่ วกบั ผลการศึกษาบทละครพูด เร่อื งเห็นแกล่ กู

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432

1 การสรปุ เนอ้ื หา

2 การวิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ
และความเปน็ ไปได้

3 การวิเคราะหว์ ิถีไทยและคุณค่า

4 การสรุปความรูแ้ ละข้อคดิ เพอื่ นำไปประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ จรงิ

5 การใช้ภาษาในการเขียน

รวม

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน = 4 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ดมี าก = 3 คะแนน
ดี = 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พอใช้ = 1 คะแนน
ปรบั ปรุง 18 - 20 ดีมาก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรุง


Click to View FlipBook Version