ใบงานที่ 1.5
การสรปุ ความรู้และความคิดเรอื่ งเหน็ แก่ลูก
คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นบทละครพดู เร่อื งเหน็ แกล่ ูก แลว้ ตอบคำถามต่อไปน้ี
1.เร่อื งเหน็ แกล่ กู ให้ความร้ใู นเรื่องใดแก่ผอู้ ่าน
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
2.ใหน้ ักเรยี นบอกข้อคดิ ทีไ่ ด้จากการศึกษาเร่ืองเห็นแกล่ กู มาอย่างน้อย 3 ขอ้
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3.ข้อคิดใดทีส่ ามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ของนักเรยี นได้
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
4. ถ้านักเรียนประกอบอาชีพรับราชการ นกั เรียนจะนำขอ้ คิดในเรื่องเหน็ แกล่ ูกไปใชไ้ ดอ้ ย่างไร
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
บันทกึ หลงั แผนการสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอ่ืนๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชอื่ )
(
ตำแหนง่
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา 1 ชั่วโมง
เร่ือง บทละครพูดเร่ือง เห็นแก่ลูก
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11 การพดู โนม้ นา้ ว โรงเรยี นภหู า่ นศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผสู้ อน นางสาวจริ าภรณ์ ทัพซ้าย
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การพูดโนม้ นา้ วต้องนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเน้ือหาอย่างมีเหตผุ ลและน่าเชอ่ื ถือ
ตัวชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1 ตัวช้ีวัด
ท 3.1 ม.3/5 พูดโน้มนา้ วโดยนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเน้ือหาอย่างมเี หตุผลและน่าเช่อื ถือ
2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- พดู โนม้ นา้ วโดยนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเนื้อหาอยา่ งมีเหตุผลและน่าเชอ่ื ถือ
สาระการเรียนรู้
1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การพูดโนม้ น้าว
2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1 ความสามารถในการสอื่ สาร
2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการตีความ
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะกระบวนการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ
3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. รกั ความเปน็ ไทย
1. มวี ินยั
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
8
9 กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นสงั เกตการสนทนาระหว่างนายล้ำกบั พระยาภกั ดี เพ่ือพิจารณาวธิ ีการพูดของพระยาภกั ดที ่ีไม่ต้องการ
ให้นายลำ้ ได้พบกบั แม่ลออ นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายถึงวิธกี ารพดู ของพระยาภกั ดี
2. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนอภปิ รายเพื่อหาคำตอบ หรือแสดงความคิดเหน็ เช่น
- ผลทเี่ กิดขนึ้ เป็นอย่างไร
- พระยาภักดีประสบความสำเร็จในการโน้มนา้ วใจหรือไม่ อยา่ งไร
3. นกั เรยี นศึกษาความรู้เรื่อง หลักการพดู โน้มนา้ ว จากหนังสอื เรยี น และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
4. นักเรียนร่วมกนั สรปุ หลักการพดู โนม้ นา้ ว
5. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด
นักเรียนคดิ วา่ คนท่ีเปน็ เพ่ือนกนั ควรพูดสนทนากันอยา่ งไร
6. นกั เรียนศกึ ษาวิธกี ารพูดของพระยาภักดี จากบทสนทนาในเรอ่ื งบทละครพดู เรือ่ งเห็นแกล่ ูก จากหนังสือเรียน
7. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายวา่ วธิ ีการพูดของพระยาภักดี เป็นการพดู โน้มนา้ วใจหรือไม่ เพราะเหตใุ ด และการพดู ของ
พระยาภกั ดไี ม่ถูกต้องตามหลักการพูดโน้มนา้ วอยา่ งไร
8. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
“อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหไู มร่ ู้หาย” นำมาใชใ้ นการสนทนาระหวา่ ง พระยา
ภักดีกบั นายล้ำไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
9. นกั เรียนรว่ มกันรบั ฟังความคิดเหน็ จากการอภปิ รายวา่ วธิ กี ารพดู ของพระยาภักดเี ปน็ การพูดโน้มนา้ วใจหรือไม่
พจิ ารณาวา่ มีความเหมือนหรือแตกต่างจากความเห็นของตน
10. นกั เรยี นพจิ ารณาความคดิ เห็นท่ีแตกตา่ งกนั ว่า เป็นไปได้หรอื ไม่ มเี หตผุ ลประกอบอย่างไร
11. นักเรยี นพิจารณาวา่ ความเห็นทีแ่ ตกตา่ งจากความเห็นของนักเรยี นนัน้ มเี หตุผลนา่ เชื่อถือหรือไม่ อยา่ งไร ถ้า
มีเหตผุ ลน่าเชื่อถือให้นักเรียนปรบั เปลี่ยนความคิดอย่างมีเหตุผล
12. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
นักเรยี นคิดวา่ นายลำ้ เปน็ คนอย่างไร เหตใุ ดพระยาภักดจี งึ พดู โนม้ นา้ วไม่เป็นผลสำเร็จ
การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงานและ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
รกั ความเปน็ ไทย
สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.3
2) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.3
2. แหล่งการเรยี นรู้
แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter6-3.html
บนั ทึกหลงั แผนการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดา้ นอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมท่มี ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตำแหน่ง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
เวลา 1 ช่ัวโมง
เรือ่ ง บทละครพดู เรื่อง เหน็ แกล่ ูก
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12 การพดู โนม้ น้าว โรงเรยี นภหู า่ นศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
ผ้สู อน นางสาวจิราภรณ์ ทัพซา้ ย
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การพดู โน้มน้าวต้องนำเสนอหลักฐานตามลำดับเน้ือหาอยา่ งมเี หตุผลและน่าเชอ่ื ถือ
ตัวช้ีวัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1 ตวั ช้วี ัด
ท 3.1 ม.3/5 พดู โนม้ น้าวโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดับเนื้อหาอย่างมีเหตผุ ลและน่าเชื่อถือ
2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- พดู โนม้ น้าวโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดับเน้ือหาอยา่ งมีเหตผุ ลและนา่ เชอ่ื ถือ
สาระการเรียนรู้
1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การพดู โน้มน้าว
2 สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1 ความสามารถในการสอื่ สาร
2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการตีความ
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. รกั ความเป็นไทย
1. มวี นิ ัย
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
10
11
12
13
14 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกบั ความสำคัญของการสนทนาวา่ มีความสำคัญและประโยชนอ์ ยา่ งไรต่อการ
สอ่ื สาร
2. นกั เรยี นเปรยี บเทียบความแตกตา่ งในการพดู ของพระยาภกั ดกี ับหลักการพูดโน้มน้าว
3. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ
➢ นกั เรียนคดิ วา่ พระยาภักดีมีจติ วิทยาในการพูดหรือไม่ เพราะเหตุใด
4. นกั เรยี นวเิ คราะห์การพูดของพระยาภักดีในการพดู โนม้ นา้ วใจ นายล้ำไม่ประสบความสำเรจ็ เป็นเพราะเหตุใด
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
➢ การพดู โนม้ นา้ วนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
6. นกั เรยี นพจิ ารณาการพูดของพระยาภักดที ไ่ี ม่ประสบความสำเรจ็ นักเรียนจะปรบั ปรุงการพดู อย่างไรให้ไดผ้ ลตามที่
ต้องการ
7. นักเรียนนำเสนอวิธีการปรับปรงุ การพูดหนา้ ชั้นเรยี น
8. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1
การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงานและ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รักความเปน็ ไทย
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. ส่อื การเรียนรู้
—
2. แหลง่ การเรียนรู้
—
บนั ทกึ หลังแผนการสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ มี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชื่อ )
(
ตำแหนง่
ช่อื หนงั สอื ชอ่ื ผแู้ ตง่ นำมปำกกำ
สำนักพิมพ์ ราคา สถานทพี่ มิ พ์ บันทึกการอา่ น
จำนวนหนา้ บาท อา่ นวันท่ี เดอื น
ปที พ่ี ิมพ์
พ.ศ. เวลา
1. สาระสำคัญของเรื่อง
2. วเิ คราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ทไี่ ด้จากเร่ืองทีอ่ ่าน
3. สิง่ ท่ีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
4. ขอ้ เสนอแนะของครู
ลงชอ่ื นกั เรยี น ลงชื่อ ผปู้ กครอง
( )( )
ลงช่อื ครูผสู้ อน
()
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ผลงานมีความสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมขี ้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงานมขี อ้ บกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำชี้แจง : ให้ ผูส้ อน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการท่กี ำหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ท่ตี รงกบั ระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
1 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา
2 ความคิดสร้างสรรค์
3 วิธีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
ฃ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องมาก 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ลำดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวนิ ยั ความมนี ำ้ ใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอือ้ เฟื้อ ความคิดเหน็ ความคดิ เหน็ เวลา 20
เสยี สละ คะแนน
43214321432143214321
ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกว่ำ 10 ปรบั ปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานเปน็ กลุ่ม
ชื่อกลุ่ม
คำชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกับระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแบ่งหนา้ ที่กนั อยา่ งเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กันทำงาน
3 การแสดงความคดิ เห็น
4 การรับฟังความคดิ เห็น
5 ความมนี ำ้ ใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงช่ือ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรับปรุง
แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
คำช้ีแจง ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมอื่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ
เพลงชาติ
กษัตรยิ ์
1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของนกั เรยี น
2. ซ่ือสัตย์ สจุ รติ
1.3 ให้ความรว่ มมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชกิ ในโรงเรยี น
3. มวี ินยั รับผิดชอบ
4. ใฝ่เรียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี
5. อย่อู ย่างพอเพียง ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถือ ปฏบิ ัตติ นตามหลักของศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรมทเี่ กี่ยวกับสถาบนั
พระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ข้นึ
2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ัติในสง่ิ ท่ถี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทีจ่ ะทำความผดิ ทำตามสญั ญาที่
ตนให้ไว้กับเพือ่ น พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัตติ ่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไมถ่ กู ต้อง
3.1 ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับของครอบครวั
และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวนั และ
รับผดิ ชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาข้อมลู จากแหล่งการเรียนรูต้ ่างๆ
4.2 มีการจดบันทึกความรูอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ด้อยา่ งมเี หตผุ ล
5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ ของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คมุ้ ค่า
และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ัติตนและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผูอ้ น่ื และไมท่ ำใหผ้ ู้อน่ื เดือดร้อน พรอ้ มใหอ้ ภยั เม่ือผู้อ่ืนกระทำ
ผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพน้ื ฐานของ
6. มุง่ มั่นในการ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
ทำงาน
5.6 รู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั และปรบั ตวั
7. รกั ความเปน็ ไทย อยู่ร่วมกบั ผอู้ ืน่ ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเร็จ
7.1 มจี ิตสำนึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปันสงิ่ ของให้ผู้อนื่
8.3 ดูแล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิของห้องเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั 73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช้
ต่ำกวา่ 54 ปรบั ปรุง
บนั ทกึ หลังหน่วยการเรยี นรู้
ตอนที่ 1 นักเรยี นมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ต่อไปน้ี ท 1.1 (ม.3/4, ม.3/7) ท 3.1 (ม.3/5) ท 5.1 (ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3)
ด้านความรู้
(จำนวน คน คดิ เป็นร้อยละ )
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทีม่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
ระดบั คณุ ภาพดีมาก จำนวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพดี จำนวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จำนวน คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
ระดับคณุ ภาพปรบั ปรุง จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตำแหนง่