The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฐิติกา ทองบัว, 2023-02-12 05:34:28

01กรรณิการ์

01กรรณิการ์

รายงานการวิจัย การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย The Development computer lessons through the web with Google sites program. about simple problem solving Grade 1, a case study of Muang Loei School ผู้วิจัย นางสาวกรรณิการ์ คุณประทุม ที่ปรึกษางานวิจัย นายวัชรพงษ์ แก้วยาศรี ครูชำนาญการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรศักดิ์ตาน้อย อาจารย์นิเทศก์วิชาเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภราดร รีชัยพิชิตกุล อาจารย์นิเทศก์วิชาเอก งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการฝึกปฏิบัติการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ 2 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 2565


ก กิตติกรรมประกาศ การทําวิจัยในครั้งนี้ประสบความสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี เนื่องจากได้รับการสนับสนุน และ อนุเคราะห์จากบุคคลทั้งหลายที่ให้ความช่วยเหลือในด้านคําปรึกษา ข้อมูล และข้อเสนอแนะในการ จัดทําวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้จัดทําขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในด้าน ต่าง ๆ ซึ่งถ้าขาดบุคคลดังกล่าวการทําวิจัยในครั้งนี้คงไม่สามารถสําเร็จลุล่วงได้ ขอขอบพระคุณคุณครูวัชรพงษ์ แก้วยาศรี คุณครูพี่เลี้ยง ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ตาน้อย อาจารย์นิเทศวิชาเอกคอมพิวเตอร์ ที่คอยชี้แนะและให้คําปรึกษาในการทําวิจัยในครั้งนี้ รวมทั้งให้ ความคิดเห็นให้คําแนะนําแก้ไขข้อบกพร่อง และคณาจารย์ทุกท่านในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาที่ อนุเคราะห์ความรู้ คําแนะนํา คําสั่งสอน ให้กับคณะผู้วิจัยตลอดจนสามารถดําเนินการศึกษา ค้นคว้าวิจัยฉบับนี้จนสําเร็จ ผู้ศึกษาขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงไว้ ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการประเมินความเที่ยงของ แบบทดสอบ และตรวจทานความถูกต้องของโปรแกรม เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง่าย ขอขอบคุณนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1โรงเรียนเมืองเลย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ปีการศึกษา2565 กลุ่มตัวอย่างที่ได้เสียสละเวลาในการทดลองบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย และทําแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียนแบบสอบถาม ประเมินความพึงพอใจต่อบทเรียน สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณครอบครัวของผู้วิจัย เพื่อน ๆ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษาที่คอย ให้ กําลังใจในการทํางานโดยตลอด ทําให้ผู้วิจัยมีกําลังใจในการทําวิจัยนี้จนสําเร็จคุณค่าและประโยชน์ อันเกิดจากการวิจัยครั้งนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาคุณบิดา มารดา ผู้ให้กําเนิดชีวิต ให้พลังความคิด พลัง สติปัญญา และอบรมเลี้ยงดู ตลอดจนครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่าน หากมีสิ่งใดขาดตก บกพร่อง หรือผิดพลาดประการใด ผู้วิจัยกราบขออภัยไว้เป็นอย่างสูง กรรณิการ์ คุณประทุม ผู้จัดทำวิจัย


ข ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย ผู้ศึกษา นางสาวกรรณิการ์ คุณประทุม ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต ค.บ. (คอมพิวเตอร์ศึกษา) สาขา คอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ที่ปรึกษาวิจัย นายวัชรพงษ์ แก้วยาศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ตาน้อย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภราดร รีชัยพิชิตกุล ปีการศึกษา 2565 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย โดยมี วัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังจากเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษา โรงเรียนเมืองเลย ปีการศึกษา 2565 จํานวน 41 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ผลการศึกษาจากการทดลองใช้ครั้งนี้พบว่า 1) ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย พบว่า มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.85/87.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยสื่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับดีและนักเรียนมีความพึงพอใจทุกด้านอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งมีค่า (X̅= 4.82)


ค Title The Development computer lessons through the web with Google ites program. about simple problem solving Grade 1, a case study of Muang Loei School Authors Miss. Kannika Khunprathum Degree Bachelor of Education (Computer Education) Major Computer Education, Loei Rajabhat University Thesis advisors Mr. Watcharapong Kaewyasri Assistant Professor Surasak Tanoi Assistant Professor Pharadorn Reechaipichitkul Year 2022 Abstract This research aims to develop web-based computer courses through the Google website, with the theme of "simple solutions". Grade 1: a case study of Loy School, with the goal of 1) Creating and optimizing web-based computer courses using Google's "Simple Solution 2) To compare the academic performance of first-year students after using the program to learn computer courses. 3) Use the Google website theme program to learn the satisfaction of online computer courses A simple solution for 41 first-year students at Muang Loei School in 2022 (Purposive sampling) The research results of this experiment found that: 1) The efficiency of online computer courses using Google website programs: simple problem-solving. The efficiency was found to be 85.85/87.07, higher than the 80/80 2) standards. Students learn computer learning results of simple solutions through the Google website After class, it is statistically significantly higher than that before school. 3) Students' satisfaction with program-based network computer textbooks. The theme of the Google website is simple solutions. Overall, the satisfaction is very high, and the satisfaction of students is very good in all aspects. Its value (X̅= 4.82)


ง สารบัญ เรื่อง หน้า กิตติกรรมประกาศ ก บทคัดย่อ ข สารบัญ ง สารบัญภาพ ฉ สารบัญตาราง ช บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 สมมติฐานของการวิจัย 2 1.4 ขอบเขตการวิจัย 2 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 5 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 7 2.2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 9 2.3 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอย่างง่าย 14 2.4 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 16 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 18 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 21 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 21 3.3 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 21 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 26 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 27 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 30 4.2 ลำดับขั้นในการวิเคราะห์ข้อมูล 31 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 31


จ สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 39 5.2 อภิปรายผลการวิจัย 40 5.3 ข้อเสนอแนะ 41 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบเสนอหัวข้อวิจัย ภาคผนวก ขแบบประเมินความเที่ยงตรงของแบบทดสอบ (IOC) เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ภาคผนวก คแบบประเมินผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และสื่อเรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ภาคผนวก ง แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ภาคผนวก จ ภาพกิจกรรมในการทดลองสื่อ


ฉ สารบัญภาพ ภาพ หน้า ภาพประกอบที่2.1 Google Sites 16 ภาพประกอบที่ 2.2 Canva 17 ภาพประกอบที่ 2.3 liveworksheets 18 ภาพประกอบที่ 3.1 หน้าแรกของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 23 ภาพประกอบที่ 3.2 แบบทดสอบก่อนเรียน 23 ภาพประกอบที่ 3.3 แบบทดสอบหลังเรียน 23 ภาพประกอบที่ 3.4 หน้าบทเรียนบทที่1 24 ภาพประกอบที่ 3.5 หน้าบทเรียนบทที่2 24 ภาพประกอบที่ 3.6 หน้าบทเรียนบทที่3 24 ภาพประกอบที่ 3.7 หน้าแบบฝึกหัดท้ายบท 25


ช สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม 4 ตารางที่ 3.1 ตารางวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าข้อสอบก่อนเรียน และหลัง เรียน บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง ง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย 22 ตารางที่ 4.1 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเมืองเลย 31 ตารางที่ 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 32 ตารางที่ 4.3 แสดงค่าเฉลี่ย และผลการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ ก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง 35 ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง ง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง 37


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน มีการนําเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น บทเรียนอีเลิร์นนิ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะด้าน ในการบริหารจัดการการเรียนการสอนการนําเสนอเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งในการจัด กิจกรรมการจัดการเรียนรู้จึงได้จัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนใน ปัจจุบันได้นำโปรแกรมสำเร็จรูปโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การเรียนการสอนทางไกลและการ เรียนการสอนผ่านเครือข่ายออนไลน์ (ทิศนา แขมมณี, 2556: 149–155) เข้ามาเป็นสื่อช่วยในการ เรียนการสอนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โปรแกรม Google Sites เป็นโปรแกรมออนไลน์หนึ่งที่ช่วยใน การเรียนการสอนของครูโดยสามารถเชื่อมโยงเนื้อหา แหล่งข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไฟล์ เสียง วีดิโอ ที่นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่าย และไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใด ก็สามารถเกิดการ เรียนรู้ด้วยตนเองได้ (อิงอร นิลประเสริฐ และคณะ, 2557: 33) กระบวนการจัดการเรียนการสอนในอดีตที่ผ่านมา เราเน้นการเรียนแบบท่องจำขาดการฝึก ปฏิบัติ และประเมินผลส่วนใหญ่ด้วยการทดสอบด้านความจำไม่สอดคล้องกับชีวิต ทำให้ผู้เรียนคิดไม่ เป็น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน การนำเทคโนโลยีในทางปฏิบัติ อย่างมีคุณภาพ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเรียนรู้ ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนา เต็มตามศักยภาพ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและรู้จักแสวงหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตเน้น จัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล และช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าใจเนื้อหาในการแก้ปัญหาอย่างง่ายได้ โดยมีการฝึกคิดหาวิธี แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันที่มักจะพบ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อใช้แก้ปัญหา ต่อไป ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรมGoogle Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 หลังจากเรียนโดยใช้บทเรียน


2 คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บกับเกณฑ์ร้อยละ 70 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการวิจัยจะทาให้ นักเรียนได้รับการพัฒนาความรู้จากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ และเป็นแนวทางใน การจัดการเรียนรู้สาหรับครู อาจารย์ในการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บกับรายวิชาอื่น ระดับชั้น อื่นต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย 1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังจากเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 1.2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย 1.3 สมมติฐานของการวิจัย 1.3.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับตามเกณฑ์ (E1/E2 : 80/80) 1.3.2 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนมากกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 1.3.3 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรมGoogle Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย อยู่ในระดับดี 1.4 ขอบเขตการวิจัย โครงงานวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย โดยมีการกำหนดขอบเขคของการวิจัยในครั้งนี้ 1.4.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา แบ่งหัวข้อการเรียนรู้ออกเป็น 3 หัวข้อการเรียนรู้ ดังนี้ 1.4.1.1 หัวข้อการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแก้ปัญหา


3 1.4.1.2 หัวข้อการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วิธีการแก้ปัญหา 1.4.2 ขอบเขตเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบ 1.4.2.1 ขอบเขตด้านซอฟต์แวร์ 1) Google Sites 2) Canva 1.4.2.2 ขอบเขตด้านฮาร์ดแวร์ 1) เครื่องคอมพิวเตอร์ 1.4.3 ขอบเขตเครื่องมือวิจัย 1.4.3.1 แบบประเมินผู้เชี่ยวชาญ 1) แบบประเมินผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา 2) แบบประเมินผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ 1.4.3.2 แบบประเมินความเที่ยงตรงของข้อสอบ (IOC) 1.4.3.3 แบบสอบถามความพึงพอใจ 1.4.4 ขอบเขตกลุ่มประชากร และกลุ่มตัวอย่าง 1.4.4.1 ประชากร ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย รวมทั้งสิ้น 291 คน 1.4.4.2 กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 41 คน เลือกโดย กลุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง 1.4.5 ขอบเขตระยะเวลา ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยในภาคเรียนที่ 1 ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 ถึง 31 ตุลาคม 2565


4 ตารางที่ 1 แสดงระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม มิ.ย. 65 ก.ค. 65 ส.ค. 65 ก.ย. 65 ต.ค. 65 1. กำหนดเรื่องการทำ วิจัย 2. ศึกษาข้อมูลในการ ทำวิจัย 3. กำหนดวัตถุประสงค์ การทำวิจัย 4.วิธีดำเนินงาน 5.ทดลองและจัดเก็บ ข้อมูล 6. ประมว ลผล แ ล ะ จัดเก็บข้อมูล 7.จัดทำรายงานและ นำเสนอ 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1 ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง่าย สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพ 1.5.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองเลย หลังจาก เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย สูง กว่าก่อนเรียน 1.5.3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 1 โรงเรียนเมืองเลย มีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนออนไลน์ เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย อยู่ในระดับดี ระยะเวลาในการวางแผน ระยะเวลาในการดำเนินงานจริง


5 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.6.1 การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) ว่าเป็นการเรียนการสอนที่อาศัย โปรแกรมไฮเปอร์มีเดียที่ช่วยในการสอนโดยการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะและทรัพยากร อินเทอร์เน็ต (WWW) มาสร้างให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยส่งเสริมและสนับสนุนการ เรียนรู้อย่างมีมากมายตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกทาง (คาน Khan,1997) 1.6.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่า คือคุณลักษณะ รวมถึงความรู้ ความสามารถของบุคคลอันเป็น ผลมาจากการเรียนการสอน หรือ มวลประสบการณ์ทั้งปวงที่บุคคลได้รับจากการเรียนการสอน ทำให้ บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านต่างๆ ของสมรรถภาพทางสมอง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็น การตรวจสอบระดับความสามารถสมองของบุคคลว่าเรียนแล้วรู้อะไรบ้าง และมีความสามารถด้านใด มากน้อยเท่าไร ตลอดจนผลที่เกิดขึ้นจากการเรียนการฝึกฝนหรือประสบการณ์ต่างๆ ทั้งในโรงเรียน ที่ บ้าน และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ รวมทั้งความรู้สึก ค่านิยม จริยธรรมต่างๆ ก็เป็นผลมาจากการฝึกฝนด้วย (ไพโรจน์ คะเชนทร์ 2556) 1.6.3 ความพึงพอใจ คือเป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมที่เป็นนามธรรม ไม่สามารถมองเห็น เป็นรูปร่างได้ การที่เราจะทราบว่าบุคคลมีความพึงพอใจหรือไม่ สามารถสังเกตโดยการแสดงออกที่ ค่อนข้างสลับซับซ้อนและต้องมีสิ่งเร้าที่ตรงต่อความต้องการของบุคคล จึงจะทำให้บุคคลเกิดความพึง พอใจ ดังนั้นการสิ่งเร้าจึงเป็นแรงจูงใจของบุคคลนั้นให้เกิดความพึงพอใจในงานนั้น (กาญจนา 2546)


6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษา โรงเรียนเมืองเลย ซึ่งผู้จัดทําอาศัยหลักการแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2.1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2.1.1 หลักการของหลักสูตร 2.1.2 จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 2.1.3 โครงสร้างของหลักสูตร 2.1.4 รายละเอียดเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2.2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.2.1 ความหมายของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.2.2 พัฒนาการของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.2.3 องค์ประกอบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.2.4 โครงสร้างของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.3 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอย่างง่าย 2.3.1 การแก้ปัญหา 2.3.2 วิธีการแก้ปัญหา 2.3.3 การแสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา 2.4 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.4.1 Google Sites 2.4.2 Canva 2.4.3 liveworksheets 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


7 2.1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2.1.1 หลักการของหลักสูตร 2.1.1.1 เพื่อความเป็นเอกภาพของชาติมีจุดหมาย มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมาย การพัฒนาเด็กและเยาวชน 2.1.1.2 การศึกษาเพื่อปวงชน เสมอภาค และมีคุณภาพ 2.1.1.3 สนองการกระจายอํานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วม 2.1.1.4 มีความยืดหยุ่น 2.1.1.5 เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ 2.1.1.6 สําหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย เทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ 2.1.2 จุดหมายของหลักสูตร 2.1.2.1 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย และปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนเองนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 2.1.2.2 มีความรู้อันเป็นสากล และมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต 2.1.2.3 มีสุขภาพ และสุขภาพจิตที่ดีมีสุขนิสัย และรักการออกกําลังกาย 2.1.2.4 มีความรักชาติมีจิตสํานึกในความเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ยึดมั่นในวิถี ชีวิตและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.1.2.5 มีจิตสํานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และ พัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทําประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันใน สังคมอย่างมีความสุข 2.1.3 โครงสร้างของหลักสูตร โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กําหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน ซึ่ง ระบุการจัดเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา ส่วนรายวิชาเพิ่มเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาสามารถจัดให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และบริบทของสถานศึกษาโดยการกําหนดเวลาเรียนในแต่ละระดับการศึกษา ซึ่งสรุปได้ดังนี้


8 ระดับประถมศึกษา : กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสําหรับกลุ่มสาระการ เรียนรู้8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 840 ชั่วโมงต่อปีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปีและรายวิชา/ กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มติมตามความพร้อม และจุดเน้นไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีรวมไม่น้อย กว่า 1,000 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น : กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสําหรับกลุ่ม สาระการเรียนรู้8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 880 ชั่วโมงต่อปี(22 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปีและ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อม และจุดเน้นปีละไม่น้อย กว่า 200 ชั่วโมงต่อปีรวมไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย : กําหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสําหรับกลุ่ม สาระการเรียนรู้8 กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม 3 ปีจํานวน 1,640 ชั่วโมง (41 หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน 360 ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความพร้อม และจุดนั้นปีละไม่ น้อยกว่า 1,600ชั่วโมง (40 หน่วยกิต) รวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง 2.1.4 รายละเอียดเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2.1.4.1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 1) สาระการเรียนรู้ สาระที่ 4 เทคโนโลยี 2) มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารในการเรียนรู้การ ทํางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม 3) ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่2 แสดงลําดับขั้นตอนการทํางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ 4) สาระการเรียนรู้แกนกลาง (1) การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทําได้โดยการเขียน บอกเล่า วาด ภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ (2) ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกต่างของภาพ การ จัดหนังสือใส่กระเป๋า


9 2.2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.2.1 ความหมายของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บเป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ทรัพยากรทาง อินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์กเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ซึ่งมีนักการศึกษาได้ให้ ความหมายของและคำนิยามของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บดังนี้ Khan (1997) ได้ให้คําจํากัดความของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บว่า เป็นโปรแกรม การเรียนการสอนในรูปแบบของไฮเปอร์มีเดียโดยนําคุณสมบัติของและทรัพยากรต่างๆของ อินเตอร์เน็ตมาใช้ประโยชน์ในการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ กิดานันท์ มลิทอง (2548) ได้ให้ความหมายของบทเรียนบนเว็บไว้ว่า เป็นการสอนโดย ใช้ เว็บเป็นสื่อ โดยอาจจะบรรจุเนื้อหาวิชาทั้งหมดบนเว็บหรือเป็นวิชาที่ใช้เว็บเสริมการเรียนรู้หรือการ ใช้ทรัพยากรบนเว็บมาใช้เป็นการเรียนการสอน ใจทิพย์ ณ สงขลา (2550) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การผนวกคุณสมบัติไฮเปอร์มีเดียเข้า กับ คุณสมบัติของเครือข่ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ เพื่อการสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขต จํากัดด้วยระยะทางและเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน พูลศรี เวศย์อุฬาร (2543) ได้กล่าวถึง บทเรียนผ่านเว็บว่า ชุดเอกสารที่นําเสนอทาง อินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ต ซึ่งมีการเชื่อมโยงระหว่างหน้าหลักและหน้าอื่นๆ โดยทั่วไปมักจะเก็บอยู่ ในเชิฟเวอร์เดียวกันและถูกอ่านด้วยโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ แต่ละเว็บจะมีที่อยู่หรือ URL ต่างกัน ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง (2545) ได้ให้ความหมายของบทเรียนผ่านเว็บไว้ ว่า การเรียนในลักษณะใดก็ได้ซึ่งใช้การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เอ็กซทราเน็ตหรือทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือสัญญาณดาวเทียม ได้ ซึ่งเนื้อหาสารสนเทศอาจจะอยู่ในรูปแบบการเรียนต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction) การสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) การเรียนออนไลน์ (On-Line Learning) เป็นต้น ไพโรจน์ ตีรณธนากุล ไพบูลย์ เกียรติโกมล และเสกสรร แย้มพินิจ (2546) ได้ให้ ความหมายไว้ว่า การศึกษาหรือการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิตอล ทั้งทางด้านการ เรียนการสอน การบริหารการศึกษาและการบริหารการจัดการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการ การศึกษาที่ไร้พรมแดน ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่ เป็นการจัดให้การศึกษาสนองตอบต่ อความ ต้องการของเอกัตบุคคล รวมทั้งการศึกษาโดยผู้เรียนเป็นสําคัญ จะเป็นการศึกษาในสถานที่ ใน ห้องเรียน ที่บ้านหรือที่ไหนๆ ก็ได้


10 จากนิยามและความหมายของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บที่นักการศึกษาได้ให้ไว้ สามารถสรุปได้ว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ หมายถึงบทเรียนที่ นําเสนอสื่อประเภทมัลติมีเดีย โดยการจัดสภาพการเรียนการสอนในรูปแบบของเว็บไซต์ โดยอาศัยทรัพยากรทางอินเตอร์เน็ตมา เป็น สื่อกลางในการจัดการเรียนการสอน เพื่อขจัดปัญหาและอุปสรรคของการเรียนการสอนทางด้าน ปัจเจกบุคคล สถานที่และเวลา 2.2.2 พัฒนาการของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 นี้การพัฒนาการของเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร เป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความพยายามในการนําเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้มาป ระยุกต์ใช้กับการศึกษา (ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง , 2545) จึงได้มีการพัฒนาบทเรียนโปรแกรมให้สามารถใช้บทเครื่อง คอมพิวเตอร์ได้ และทําให้บทเรียนมีความสามารถทางเทคโนโลยีมัลติมีเดียคือ ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวิดีโอ นับตั้งแต่การนําคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอน การจัดทําหลักสูตร จนก้าวสู่การใช้คอมพิวเตอร์พัฒนาสื่อช่วยเสริมในการเรียนการสอน ที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CAI ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้พัฒนาให้เชื่อมต่อกับ ระบบ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต การเรียนการสอนก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไป มีการนําหลักของ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมาพัฒนาใช้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นบทเรียนผ่านเว็บหรือที่เรียกกันว่า WBI โดยการใช้หลักการเดียวกันคือ มีการนําเสนอเนื้อหา (Information) มีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างผู้เรียนกับบทเรียน มีการให้ผลป้อนกลับทันที (Immediate Feedback) และให้ผู้เรียน สามารถ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Individualization) ส่งผลให้การพัฒนาสื่อ WBI เป็นที่นิยมอย่างสูง และได้รับการพัฒนาปรับปรุงมาเป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning ซึ่งกําลังได้รับความ นิยมอย่าง สูงในปัจจุบัน สื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning สามารถกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบ ที่มีการ พัฒนาต่อเนื่องมาจาก WBI มีการนําเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตมาช่วยเสริมอย่างเป็นจริงเป็นจัง จึงกล่าว ได้ว่า e-Learning คือการนําเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ การบริหารด้านเว็บเพ็จเข้า มา ช่วยใน การเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้และการอบรม นอกจากนั้นยังมีระบบการบริหาร และติดตาม ผลนักเรียนหรือ Learning Management System (LMS) (นิรชราภา ทองธรรมชาติ และบุญเลิศ อรุณพิ บูรณ์, 2545) 2.2.3 องค์ประกอบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ


11 ในการออกแบบและพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บจะประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก (ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง, 2545) 2.2.3.1 เนื้อหา (Content) เนื้อหาเป็นองค์ประกอบที่สําคัญที่สุดสําหรับ e-Learning คุณภาพของการ เรียนการ สอน e-Learning และการที่ผู้เรียนจะบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนในลักษณะนี้หรือไม่ อย่างไร สิ่งที่ สําคัญที่สุดก็คือ เนื้อหาการเรียนการสอนซึ่งผู้สอนได้จัดหาให้แก่ผู้เรียน และผู้เรียนมี หน้าที่ศึกษา เนื้อหาด้วยตนเอง เพื่อทําการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสารสนเทศที่ผู้สอนเตรียมไว้ให้เ กิดเป็น ความรู้ โดยผ่านการคิดค้น วิเคราะห์อย่างมีหลักการด้วยเหตุผลด้วยตัวของผู้เรียนเอง ในส่วนของ เนื้อหานี้จะมี องค์ประกอบที่สําคัญได้แก่ 1) โฮมเพจหรือหน้าแรกของเว็บไซต์ ซึ่งในโฮมเพจนี้จะประกอบไปด้วย องค์ประกอบที่จําเป็นดังนี้ (1) คําประกาศหรือคําแนะนําทางการเรียน e-Learning โดยรวม (2) ระบบสําหรับใส่ชื่อผู้เรียนและรหัสรับสําหรับการเข้าใช้ระบบ (3) รายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมที่จําเป็นสําหรับการเรียกดูเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ (4) ชื่อหน่วยงานและวิธีการติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (5) วันที่และเวลาที่ทําการปรับปรุงแก้ไขล่าสุด 2) หน้าแสดงรายชื่อวิชา คือหน้าที่แสดงรายชื่อวิชาทั้งหมด 3) เว็บเพจแรกของแต่ละวิชาจะประกอบไปด้วย (1) คําแนะนําทางการเรียนเฉพาะรายวิชา (2) รายชื่อผู้สอน (3) รายชื่อผู้เรียน (4) ประมวลรายวิชา (5) ห้องเรียน (6) รายวิชาอื่นๆ (7) การออกจากระบบ 2.2.3.2 ระบบบริหารจัดการรายวิชา (Course Management System) ระบบบริหารจัดการรายวิชาเป็นเสมือนระบบที่รวบรวมเครื่องมือ ที่ ออกแบบไว้ เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการจัดกับการเรียนการสอนออนไลน์ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม


12 ได้แก่ ผู้สอน (Instructors) ผู้เรียน (Students) และ ผู้บริหารระบบเครือข่าย (Network Administrator) เครื่องมือที่ ระบบบริหารจัดการรายวิชาต้องจัดหาไว้ให้กับผู้ใช้ ได้แก่ พื้นที่และ เครื่องมือสําหรับการช่วยผู้เรียน ในการเตรียมเนื้อหาและบทเรียน พื้นที่และเครื่องมือสําหรับทํา แบบทดสอบ แบบสอบถาม การ จัดการกับแฟ้มข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ระบบบริหารจัดการรายวิชาที่ สมบูรณ์จะจัดหาเครื่องมือในการ ติดต่อสื่อสารไว้สําหรับผู้ใช้ระบบไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เว็บบอร์ด หรือระบบสนทนา บางระบบก็จัดหาองค์ประกอบอื่นๆ เพื่ออํานวย ความสะดวกแก่ผู้ใช้ เช่น ปฏิทิน การเรียน ดูสถิติการเข้าใช้ระบบ เป็นต้น 2.2.3.3 โหมดการติดต่อสื่อสาร (Modes of Communication) การจัดให้ผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้สอน และผู้เรียนด้วยกันเองใน ลักษณะที่ หลากหลายและสะดวกต่อผู้ใช้ ซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบ ได้แก่ 1) การประชุมทางคอมพิวเตอร์ ในที่นี้หมายถึง การประชุมทางคอมพิวเตอร์ ทั้งใน ลักษณะของการติดต่อสื่อสารแบบต่างเวลา (Asynchronous) เช่น การแลกเปลี่ยนข้อความ ผ่านทางเว็บบอร์ดเป็นต้น หรือในลักษณะของการติดต่อสื่อสารแบบเวลาเดียวกัน (Synchronous) เช่น การสนทนาออนไลน์ เป็นต้น 2) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การติดต่อสื่อสารเพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ติดต่อสื่อสาร กับผู้สอนหรือผู้เรียนอื่นๆ ในลักษณะรายบุคคล การส่งงานและผลป้อนกลับให้ผู้เรียน ทั้งนี้ผู้สอน สามารถใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ในการให้ความคิดเห็นและผลป้อนกลับที่ทันต่อ เหตุการณ์ 2.2.3.4 แบบฝึกหัดและแบบทดสอบ การจัดให้ผู้เรียนมีโอกาสในการโต้ตอบกับเนื้อหาในรูปแบบของการทํา แบบฝึกหัด และแบบทดสอบความรู้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1) จัดให้มีแบบฝึกหัดสําหรับผู้เรียน คือการจัดหาเนื้อหาเพื่อนําเสนอเพื่อให้ ผู้เรียน ได้เรียนและทําแบบฝึกหัด เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและรอบรู้ในเรื่องที่ศึกษาด้วยตนเอง มาแล้วเป็น 2) การจัดให้มีแบบทดสอบผู้เรียน แบบทดสอบนี้จะอยู่ในรูปของ แบบทดสอบก่อน เรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน เพื่อวัดผลการศึกษาที่ได้เรียน 2.2.4 โครงสร้างของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ


13 โครงสร้างเว็บไซต์แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ ลักษณะแบบเรียงลําดับ ลักษณะ แบบ ตาราง ลักษณะแบบลําดับขั้นและลักษณะแบบเว็บ (Lynch and Horton, อ้างอิงใน ถนอมพร (ต้น พิพัฒน์) เลาหจรัสแสง, 2545) 2.2.4.1 แสดงโครงสร้างเว็บไซต์ลักษณะแบบเรียงลําดับ เป็นวิธีการจัดข้อมูลที่ง่ายที่สุดในการจัดระบบเนื้อหา ซึ่งจะใช้เมื่อต้องการ นําเสนอข้อมูลที่เป็นไปตามขั้นตอนโครงสร้างประเภทนี้จะมีลักษณะแบบเรียงลําดับแต่ละเว็บเพจไป ในลักษณะเส้นตรง ซึ่งใช้แนวคิดเช่นเดียวกับหนังสือข้อดีของโครงสร้างรูปแบบนี้คือ ง่ายต่อการดูแล ปรับปรุงแก้ไข ส่วนข้อเสียนั้นก็คือ ผู้ใช้จะต้องผ่านหน้าเว็บเพจที่ไม่จําเป็นก่อนเพื่อเข้าสู่เว็บเพจที่ ต้องการ 2.2.4.2 แสดงโครงสร้างเว็บไซต์ลักษณะแบบตาราง การออกแบบลักษณะแบบตารางเป็นวิธีการที่เหมาะสมสําหรับเนื้อหาใน ลักษณะที่ สามารถออกแบบให้คู่ขนานกันไป โครงสร้างประเภทนี้จะมีลักษณะแนวคิดคล้ายกับต้นไม้ โดยมี จุดเริ่มต้นที่หน้าแรกก่อนแล้วจึงเข้าสู่เว็บเพจถัดไป ซึ่งอยู่ในลักษณะการแยกออกเป็นหัวข้อ ต่างๆ และภายในยังมีหัวข้อย่อยที่สามารถแยกออกไปได้อีกข้อดีของโครงสร้างรูปแบบนี้คือง่ายต่อการ แยกแยะและการจัดระบบข้อมูล ส่วนข้อเสียคือต้องออกแบบให้มีโครงสร้างที่มีความสมดุล ยกตัวอย่าง เช่น การสอนเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเนื้อหาอาจจะแบ่งได้ตามเวลา หรือยุค เช่น ยุคสุโขทัย ยุคกรุงศรีอยุธยา ยุคกรุงธนบุรี และยุคกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตามการเรียนแบบตาราง ที่อาจยาก ต่อการเข้าใจได้หากผู้ใช้ไม่สามารถแยกแยะความสัมพันธ์ภายในของข้อมูลในแต่ละลําดับ ขั้น ดังนั้น การสร้างแบบตารางนี้จะเหมาะกับผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในหัวข้อนั้น ๆ พอสมควร หรือ การใช้ โครงสร้างแบบตารางนี้อาจต้องออกแบบให้มีแผนที่เว็ บไซต์เพื่อให้ภาพของโครงสร้าง เว็บไซต์ชัดเจน ขึ้น 2.2.4.3 โครงสร้างลักษณะแบบลําดับขั้นแสดง การออกแบบโครงสร้างในลักษณะแบบลําดับขั้นเป็นวิธีการที่เหมาะสม ที่สุดสําหรับ สร้างเนื้อหาบนเว็บ โครงสร้างประเภทนี้มีความซับซ้อนเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้เว็บ เพจให้แก่ผู้ใช้มากกว่าสองแบบแรกโดยมีการเชื่อมโยงในแต่ละส่วนของเว็บเพจที่ไม่เป็นเชิงเส้นตรง เนื่องจากผู้ใช้สามารถเปลี่ยนทิศทางการเข้าสู่เว็บเพจที่ต้องการได้ ทําให้ง่ายต่อความเข้าใจ เพราะ โครงสร้าง แบบลําดับขั้นจะมีการแบ่งหมวดหมู่เนื้อที่ชัดเจนทุก ๆ เว็บจะมีหน้าโฮมเพจก่อนเสมอแล้ว จึงแบ่ ง ออกเป็นส่วนย่อย ๆ ต่อไปจากบนลงล่าง


14 2.2.4.4 โครงสร้างลักษณะแบบเว็บ การออกแบบโครงสร้างในลักษณะแบบเว็บเป็นการออกแบบที่ไม่ได้มี กฎเกณฑ์ใดๆ ใน ด้านของรูปแบบโครงสร้างเลย ในโครงสร้างแบบเว็บจะเหมือนกับการจําลอง ความคิดของคนที่มักจะ มีความต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ และเป็นอิสระ ซึ่งผู้ใช้เข้าหาข้อมูลได้ตามความ ถนัด ความต้องการ แล้ว ความสนใจของตนเอง ซึ่งลักษณะแบบเว็บเป็นการเชื่อมโยงเอาข้อมูลของ ตนเองและข้อมูลจาก เว็บไซต์อื่นม ในเว็บไซต์ การเชื่อมโยงแบบนี้จะทําให้ผู้เรียนสับสนและหลงทาง ได้อย่างง่ายดาย โครงสร้างในลักษณะนี้จะเหมาะสมที่สุด สําหรับเว็บไซต์เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยลิงค์ โดยมี จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ในด้านเนื้อหามาแล้วและต้องการความรู้เพิ่มเติมในด้านนั้น ๆ ไม่ใช่เพื่อ การทําความเข้าใจพื้นฐานของเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง 2.3 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอย่างง่าย 2.3.1 การแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบกับปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรคิดหาวิธีแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่การ ปฏิบัติอย่งเป็นลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย จะใช้หลักการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นลำดับ ขั้นตอนเข้ามาแก้ปัญหา ดังนั้น เราจึงเรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหา เพื่อเสริมทักษะและประสบการณ์ จนนำพาไปสู่การใช้ชีวิตอย่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.3.1.1 การแก้ปัญหาคืออะไร การแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาการนอนตื่นสาย ปัญหาการเรียน ปัญหากับเพื่อน ซึ่งแต่ละปัญหาจะต้องใช้กระบวนการในการแก้ปัญหา เพื่อที่จะ แก้ปัญหานั้นได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหา มีกระบวนการแก้ปัญหาดังนี้ 1. วิเคราะห์และทำความเข้าใจ 2. วางแผนการแก้ปัญหา 3. ลงมือแก้ปัญหา 4. ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา 2.3.2 วิธีการแก้ปัญหา ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จะใช้วิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 2.3.2.1 การเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 องค์ประกอบขึ้นไปเพื่อให้เห็นลักณะที่ เหมือนกันหรือแตกต่างกันระหว่างสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น โดยอาศัยการสังเกต


15 2.3.2.2 การลองผิดลองถูก การลองผิดลองถูกเป็นพฤติกรรมที่แสดงออก้พื่อทดลองทำ โดยไม่รู้ผลของ พฤติกรรมนั้นว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาโดยการทดลองซ้ำหลาย ๆ ครั้ง อาจต้องใช้เวลาใน การทดลองหาวิธีการแก้ปัญหาหลาย ๆ วิธี จนเกิดการเรียนรู้และพบวิธีการแก้ปัญหา 2.3.3 การแสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา การแสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา เป็นการถ่ายทอดความคิดหรือวิธีการที่ใช้ในการแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ โดยการเขียนข้อความ วาดภาพ หรือสัญลักษณ์แทนขั้นตอนในการแก้ปัญหา การแสดง ลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหาแบ่งออกได้ ดังนี้ 2.3.3.1 การเขียนบอกเล่าแสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา เป็นการเขียนบรรยายขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ โดยจะต้องมีการกำหนด กรอบของปัญหา และลำดับขั้นตอนอย่างชัดเจน โดยมีหลักการเขียน ดังนี้ 1. กำหนดกรอบเรื่องราวที่จะเล่า 2. ลำดับขั้นตอนให้ชัดเจน 3. อธิบายเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา 4. อธิบายวิธีการแก้ปัญหาจากประสบการณ์ตรง 5. บอกผลลัพธ์ 2.3.3.2 การวาดภาพแสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา เป็นการอธิบายขั้นตอนการแก้ปัญหาที่มีลักาณะเป็นการเรียงลำดับอย่าง เป็นขั้นตอนคล้ายกับการเขียนบอกเล่า แต่แตกต่างกันตรงที่จะอธิบายออกมาในรูปแบบของภาพ นั่นเอง 2.3.3.3 การใช้สัญลักษณ์แสดงลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหา เป็นการนำเครื่องหมายหรือสิ่งต่าง ๆ มาใช้ในการสื่อความหมายโดย สัญลักษณ์แต่ละสัญลักษณ์จะต้องมีรูปร่างและความหมายที่แตกต่างกัน เพื่อง่ายต่อการนำไปใช้ การ นำสัญลักษณ์มาใช้ในการแก้ปัญหาที่ได้รับความนิยมมาก เรียกว่า การเขียนผังงาน (Flowchart) มี สัญลักษณ์ ดังนี้


16 การเขียนผังงานแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน จะต้องมีการกำหนด จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด และการลำดับขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน โดยในการลำดับขั้นตอนการทำงาน แต่ละขั้นจะต้องมีการเขียนลูกศรกำหนดทิศทางการทำงาน เริ่มจาบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวา การ เขียนผังงาน จะต้องมีการเขียนข้อความอธิบายการทำงานที่เข้าใจง่าย สั้นกะทัดรัด และชัดเจนภายใน สัญลักษณ์ด้วย 2.4 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 2.4.1 Google Sitess กูเกิ้ลไซต์ Google Sitess ให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 Google Sitess คือ โปรแกรมของ Google ที่ให้บริการสร้างเว็บไซต์ฟรี สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ง่าย ปรับแต่งรูปลักษณ์ได้ สามารถรวบรวมความหลากหลายของข้อมูลไว้ในที่เดียว เช่น วิดีโอ, ปฏิทิน, เอกสาร อื่นๆ สามารถ นํามาแทรกในหน้าเว็บเพจได้ให้ได้ใช้งานได้ง่าย ทําให้ช่วยอํานวยความสะดวกได้เป็นอย่างมาก ภาพประกอบที่ 2.1 Google Sitess ที่มา : Tinnapat Teesuwan (2563)


17 2.4.2 Canva Canva คือ แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการออกแบบงานกราฟิกและวิดีโออย่างมืออาชีพ ซึ่ง สามารถออกแบบได้ทั้งภาพที่ใช้สำหรับงานที่ลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ งานพรีเซ็นเทชั่น ไปจนถึงงาน โฆษณาทุกรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจบนโลกออนไลน์และการทำงานในโลกปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะ เป็นการสร้างโปสเตอร์ การทำโลโก้ และการทำอินโฟกราฟิกต่างๆ ก็สามารถทำได้ทั้งหมดบน Canva ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายและมีเครื่องมือมากมายให้ เลือกใช้ในการสร้างงานกราฟิกของคุณให้ได้ดั่งมืออาชีพมาทำให้เอง ภาพประกอบที่ 2.2 Canva ที่มา : บทความไอที 24 ชั่วโมง (2563) 2.4.3 liveworksheets liveworksheets คือเว็บไซต์ที่ให้คุณครูหรือบุคลลที่สนใจสามารถสร้างใบงานแบบฝึกหัด ออนไลน์และให้นักเรียนเข้ามาทำใบงานออนไลน์ได้โดย ไม่ต้องพิมพ์เป็นกระดาษออกมา อีกทั้งยัง สามารถตรวจคะแนนหรือส่งคำตอบให้ครูผ่านทางอีกเมล และยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย 2.4.3.1 ตัวอย่างรูปแบบใบงาน 1) แบบให้นักเรียนเติมคำตอบเอง 2) แบบโยงหรือจับคู่คำตอบ 3) แบบเลือกตอบมาเดิม 4) แบบติ๊กเครื่องหมาย 5) แบบเลือกช้อย 2.4.3.2 ข้อดีของ liveworksheets 1) ระบบตรวจคำตอบให้ทักทีนักเรียนรู้ผลทันที สะดวกต่อการเก็บคะแนน


18 2) สามารถออกแบบให้น่ารัก ดึงดูดความสนใจ ใช้canva ออกแบบได้ 3) ใบงานมีความหลายไม่จำเจเหมือนเคย 4) สามารถนำไอเดีย หรือใบงานของครูท่านอื่นมาปรับแก้ได้ ภาพประกอบที่ 2.3 liveworksheets ที่มา : Kru Nannina (2564) 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ลัดดาวรรณ ศรีฉิม และบัญชา สำรวยรื่น (2559) ได้ทำวิจัยการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บผ่านโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ เป็นรูปแบบหนึ่งในการจัดการ เรียนการสอนที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ โดยการวิจัยครั้ง นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ เรื่อง หลักการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนหลังการเรียนรู้จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บกับ เกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครไทย อาเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก จานวน 40 คน ที่กำลังศึกษาในหัวข้อหลักการทำโครงงาน คอมพิวเตอร์ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ได้แก่ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ ความรู้ เรื่อง หลักการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 บทเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ ประเมินผลงานนักเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบประเมิน ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล


19 ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( x ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติทดสอบที กรณีกลุ่ม ตัวอย่างเดียว (t-test for one sample) ผลการวิจัยพบว่า 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ ความรู้ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.13/87.83 2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites ตาม แนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ อยู่ในระดับมากที่สุด กุลนิษฐ์ วงศ์แก้ว (2563) ได้ทำวิจัยการพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนผ่านเว็บด้วยGoogle Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ด สวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ เรียนรู้ด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนวัด จันทร์ประดิษฐารามจำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1) บทเรียนผ่านเว็บ ด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบ วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่องโครงงานอาชีพเห็ด สวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อย ละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ตรวจสอบสมมติฐาน คือ การทดสอบที(t-test) แบบไม่เป็น อิสระต่อกัน (Dependents Samples) ผลการศึกษาพบว่า 1. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงาน อาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (E1/E2) เท่ากับ 86.68/82.74 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน 80/80


20 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลัง เรียนด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด พงษ์วิภา เทวีลาภรณ (2563) ได้จัดทำวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อการสอน ออนไลน์ Google Sites รายวิชาการประมาณราคางานก่อสร้าง ของนักศึกษาระดับระกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสถาปัตยกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อ พัฒนาบทเรียนออนไลน์โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites รายวิชาการประมาณราคางาน ก่อสร้าง ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ให้มี ประสิทธิภาพ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของ นักศึกษา รายวิชาการประมาณราคางานก่อสร้าง โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites 3) เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อรูปแบบการสอนโดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 วิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร ซึ่งได้จากการ เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบประเมินความ พึงพอใจ การเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย x̅ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสถิติ t-test (Dependent Sample t-test) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมประมวลผลสำเร็จรูป ผลการวิจัยพบว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการสอน ออนไลน์Google Sites มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดที่ 80.28/88.33 มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนมีค่าเฉลี่ย x ̅ก่อนเรียนเท่ากับ 24.08 คะแนน และหลังเรียนเท่ากับ 26.50 คะแนน ซึ่ง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักศึกษา มีความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อรูปแบบการสอนโดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites มี ค่าเฉลี่ย x̅เท่ากับ 4.39 และค่า S.D. เท่ากับ 0.18 ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก


21 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย การจัดทำวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย ซึ่งผู้จัดทำวิจัยมีขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย ดังต่อไปนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 3.1.1 ประชากร ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย รวมทั้งสิ้น 291 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเมือง เลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 41 คน เลือกโดยกลุ่มตัวอย่างแบบ เจาะจง (Purposive Sampling) 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ มีดังนี้ 3.2.1 เครื่องมือวัดผลทางการวิจัยด้านสื่อ 1) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน 3.2.2 เครื่องมือวัดผลทางการวิจัยด้านบทเรียน 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ป.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 2) แบบหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา 3.3 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3.1 การสร้างแบบทดสอบ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 3.3.1.1 ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างแบบทดสอบ


22 3.3.1.2 ศึกษาหลักสูตรเกี่ยวกับคำอธิบายรายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 3.3.1.3 สร้างแบบทดสอบจำนวน 10 ข้อ ๆ ละ 1 คะแนน 3.3.1.4 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าข้อสอบก่อนเรียน และหลังเรียน โดยให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน พิจจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ มาหาค่า ดัชนีความสอดคล้องต้องมีค่าตั้งแต่ 0.05 ขึ้นไปจึงใช้ได้ ผลปรากฏว่าได้ค่าดัชนีความสอดคล้องดัง ตารางสรุปดังนี้ ตารางที่ 3.1 ตารางวิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาระหว่าข้อสอบก่อนเรียน และหลังเรียน บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย ข้อสอบข้อที่ คะแนนความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 3.3.2 การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหา อย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย 3.3.2.1 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ 3.3.2.2 ศึกษาหนังสือ ตำรา และเอกสารเกี่ยวกับเนื้อหาการแก้ปัญหาอย่างง่าย 3.3.2.3 ดำเนินการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ประกอบด้วย 1) คู่มือการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย


23 2) แผนการเรียนรู้ประกอบการใช้บทเรียน 3) รายละเอียดบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างดังนี้ ภาพประกอบที่ 3.1 หน้าแรกของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ภาพประกอบที่ 3.2 แบบทดสอบก่อนเรียน ภาพประกอบที่ 3.3 แบบทดสอบหลังเรียน


24 ภาพประกอบที่ 3.4 หน้าบทเรียนบทที่1 ภาพประกอบที่ 3.5 หน้าบทเรียนบทที่2 ภาพประกอบที่ 3.6 หน้าบทเรียนบทที่3


25 ภาพประกอบที่ 3.7 หน้าแบบฝึกหัดท้ายบท 4) แบบทดสอบประจำบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 3.3.3 การประเมินการใช้งานบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 3.3.3.1 ศึกษาค้นคว้าเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อผู้ที่ทำการวิจัยจะตั้งคำถามให้ รอบคอบ และศึกษาวิจัยประเด็นสำคัญครบทุกหัวข้อ 3.3.3.2 ร่างแบบประเมิน โดยเขียนคำถามให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการศึกษาหา คำตอบ 3.3.3.3 ตรวจสอบและปรับปรุงร่างแบบประเมิน เป็นการหาข้อบกพร่องของ แบบสอบถาม 3.3.3.4 นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บประเมินการใช้งานบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บกับผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน 3.3.3.5 ปรับปรุงแก้ไขบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ก่อนนำไปใช้จริง 3.3.4 การสร้างแบบสอบถามบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 3.3.4.1 ศึกษาค้นคว้าเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อผู้ที่ทำการวิจัยจะตั้งคำถามให้ รอบคอบ และศึกษาวิจัยประเด็นสำคัญครบทุกหัวข้อ 3.3.4.2 ร่างแบบสอบถาม โดยเขียนข้อคำถามต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสิ่งต้องการศึกษา คำตอบและคาดว่าคำตอบจะสนองวัตถุประสงค์ของการวิจัย 3.3.4.3 ตรวจสอบและปรับปรุงร่างแบบสอบถาม เป็นการหาข้อบกพร่องของ แบบสอบถาม


26 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.4.1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ การหาความถี่ และร้อยละ 3.4.2 การคำนวณหาประสิทธิภาพ การคำนวณหาประสิทธิภาพ คือ การหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ซึ่งแนวทางคำนวณ ดังนี้ E1 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ E1= ∑ X N A x100 เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑ X คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน E2 = ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ได้จากคะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบหลังเรียน ของผู้เรียนทั้งหมด E2= ∑ Y N B x100 เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ∑ Y คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน B คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน 3.4.3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง่าย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองเลย ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ได้แก่ สถิติที่ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent samples t-test) โดยทดสอบที่ระดับนัยสำคัญ .05 3.4.4 การวิเคราะห์ผลการตอบแบบประเมินของผู้เชี่ยวชาญต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษา โรงเรียนเมืองเลย


27 3.4.5 การวิเคราะห์ผลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย 3.4.6 ระดับการประเมิน การหาค่าความพึงพอใจของผู้ตอบแบบประเมินของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้งาน ต่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย แบ่งออกเป็น 5 ระดับ (ภัทราพร เกษสังข์, 2549 : 108-109) ระดับประเมินความพึงพอใจ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด เกณฑ์การแปลความหมาย ค่าที่ได้จากการประเมินจะมีเกณฑ์การแปลความหมาย กรณีมาตรวัด 5 ระดับอยู่ ระหว่าง 1.00-5.00 ระดับคะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึง ระดับดีมาก ระดับคะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดับมาก ระดับคะแนน 2.51 – 3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง ระดับคะแนน 1.51 – 2.50 หมายถึง ระดับน้อย ระดับคะแนน 1.00 – 1.50 หมายถึง ระดับน้อยที่สุด 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.5.1 สถิติพื้นฐาน สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการเก็บรวบรวมเพื่อดำเนินการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ 3.5.1.1 ความถี่ (Ferquency) 3.5.1.2 ร้อยละ (Percentage) หมายถึง ค่าที่แสดงข้อมูลทั้งหมดเทียบให้เป็นฐาน 100 หน่วย สูตรที่ใช้ในการคำนวณ (ภัทราพร เกษสังข์, 2554)


28 ร้อยละ= จำนวนข้อมูลที่ศึกษา จำนวนข้อมูลทั้งหมด x100 3.5.1.3 ค่าเฉลี่ย (Mean) หมายถึง ผลรวมของคะแนนข้อมูลทั้งชุด (∑ X) หารด้วย จำนวนข้อมูลของคะแนนชุดนั้น (n) สูตรที่ใช้ในการคำนวณ (ภัทราพร เกษสังข์, 2549) X̅= ∑ x n 3.5.1.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation : S.D.) หมายถึง ตัวเลที่แสดง ถึงการกระจายของข้อมูลแต่ละตัวที่เบี่ยงเบนไปจากค่าเฉลี่ย สูตรที่ใช้ในการคำนวณ (ภัทราพร เกษ สังข์, 2549) S.D.=√ n ∑ x 2 -(∑ x) 2 n(n-1) S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน คะแนนแต่ละตัว n แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม Σ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด 3.5.1.5 การหาค่า (t-test) เปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน (รศ.ดร.ภัทร พร เกษสังข์, 2559: 164-165) คํานวนจากสูตรดังนี้ t= ∑ D √N ∑ D 2-( ∑ D 2 ) N-1 เมื่อ df = N-1 t แทน ค่าสถิติแทนผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน D แทน ผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน N แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนของนักเรียนแต่ละคน ∑ D แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนของนักเรียนแต่ละคนยกกําลังสอง ∑ D 2 แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนนักเรียนทั้งหมดยกกําลังสอง


29 3.5.2 การคำนวณหาประสิทธิภาพ การคำนวณหาประสิทธิภาพ คือ การหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) ซึ่งแนวทางคำนวณ ดังนี้ E1 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ E1= ∑ X N A x100 เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑ X คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน E2 = ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ได้จากคะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบหลังเรียน ของผู้เรียนทั้งหมด E1= ∑ Y N B x100 เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑ Y คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน B คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน


30 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ผู้ศึกษาได้สร้างสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อ เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้สื่อ และศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อสื่อ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เมืองเลย จํานวน 41 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ซึ่งได้ผลการ วิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 ลำดับขั้นในการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายและเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องจึง กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ดังนี E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ E2 คือ ประสิทธิภาพของของผลลัพธ์ ∑ X คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน ∑ Y คือ คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน B คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดหรือกิจกรรมในบทเรียน N คือ จำนวนผู้เรียน S.D. แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน คะแนนแต่ละตัว Σ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด t แทน ค่าสถิติแทนผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน D แทน ผลต่างของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ∑ D แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนของนักเรียนแต่ละคนยกกําลังสอง ∑ D 2 แทน ผลรวมของผลต่างของคะแนนนักเรียนทั้งหมดยกกําลังสอง


31 4.2 ลำดับขั้นในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการนําเสนอข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้จําแนกลําดับขั้นผลการวิเคราะห์ ออกเป็นดังนี้ 4.2.1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ การหาค่าความถี่ และร้อยละ 4.2.2 การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 4.2.3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้สื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่ม ตัวอย่าง 4.2.4 การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3.1 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเลยเขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ที่กำลังศึกษาในรายวิชาวิทยาการคำนวณ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จำนวน 1 ห้อง รวมทั้งสิ้น 41 เลือกโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตารางที่ 4.1 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเลยเขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ที่กำลังศึกษาในรายวิชาวิทยาการคำนวณ เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จำนวน 1 ห้อง รวมทั้งสิ้น 41 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน ร้อยละ เพศชาย 21 51 เพศหญิง 20 49 รวม 41 100 จากตารางที่ 4.1 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน เมืองเลย จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 41 คน พบว่ามีจำนวนนักเรียนชายคิดเป็นร้อยละ 51 และ นักเรียนหญิงคิดเป็นร้อยละ 49 จากนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 41 คน


32 4.3.2 การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง ตารางที่ 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง คนที่ รวมคะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน (กระบวนการ) ก่อนเรียน ทดสอบหลังใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 (ผลลัพธ์ : E2) รวม (กระบวนการ : E1) 5 คะแนน 5 คะแนน 5 คะแนน 15 คะแนน 10 คะแนน 10 คะแนน 1 5 4 4 13 5 10 2 3 4 5 12 4 7 3 4 4 5 13 4 8 4 5 4 3 12 7 9 5 5 3 4 12 6 8 6 4 4 5 13 5 9 7 5 4 3 12 5 9 8 5 5 5 15 5 9 9 5 3 5 13 5 8 10 3 3 4 10 4 8 11 4 5 5 14 4 10 12 4 5 5 14 4 8 13 4 4 5 13 5 9 14 3 5 5 13 4 8 15 5 4 5 14 3 8 16 5 4 5 14 5 9 17 3 4 5 12 5 8 18 5 3 4 12 4 9


33 ตารางที่ 4.2 (ต่อ) การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง คนที่ รวมคะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน (กระบวนการ) ก่อนเรียน ทดสอบหลังใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 (ผลลัพธ์ : E2) รวม (กระบวนการ : E1) 5 คะแนน 5 คะแนน 5 คะแนน 15 คะแนน 10 คะแนน 10 คะแนน 19 5 5 3 13 5 9 20 3 5 4 12 6 9 21 5 3 5 13 5 8 22 5 5 5 15 5 9 23 3 5 4 12 4 8 24 4 5 5 14 6 8 25 4 4 5 13 7 8 26 4 3 5 12 3 10 27 3 4 5 12 4 7 28 5 4 4 13 5 10 29 4 3 4 11 6 7 30 3 5 5 13 5 9 31 5 5 5 15 3 9 32 4 5 5 14 4 9 33 5 3 4 12 5 8 34 5 4 4 13 5 9 35 5 4 5 14 5 9 36 4 3 4 11 6 10 37 4 4 5 13 7 10 38 4 4 5 13 4 9 39 5 4 4 13 5 10


34 ตารางที่ 4.2 (ต่อ) การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง คนที่ รวมคะแนนแบบทดสอบระหว่างเรียน (กระบวนการ) ก่อนเรียน ทดสอบหลังใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 (ผลลัพธ์ : E2) รวม (กระบวนการ : E1) 5 คะแนน 5 คะแนน 5 คะแนน 15 คะแนน 10 คะแนน 10 คะแนน 40 5 5 3 13 3 9 41 4 5 4 13 4 9 รวม 175 169 184 528 196 357 X̅ 4.27 4.12 4.49 12.88 4.78 8.71 S.D. 0.77 0.74 0.67 1.06 1.02 0.83 ร้อยละ 85.37 82.44 89.76 85.85 47.80 87.07 E1 85.85 E2 87.07 จากตารางที่ 4.2 พบว่า ผลการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย จากการศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง จํานวน 41 คน โดยมีคะแนนเฉลี่ยของแบบทดสอบระหว่างเรียน 3 ชุด เท่ากับ 12.88 คะแนน และได้คะแนน แบบทดสอบหลังเรียนเฉลี่ย 8.71 คะแนนเมื่อนําคะแนนดังกล่าวมาคํานวณหาประสิทธิภาพของสื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนพบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนออนไลน์จากการศึกษากลุ่ม ตัวอย่างมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.85/87.07 4.3.3 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้สื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่ม ตัวอย่าง


35 ตารางที่ 4.3 แสดงค่าเฉลี่ย และผลการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง นักเรียน คนที่ คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (10 คะแนน) คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน (10 คะแนน) D D 2 1 10 5 5 25 2 7 4 3 9 3 8 4 4 16 4 9 7 2 4 5 8 6 2 4 6 9 5 4 16 7 9 5 4 16 8 9 5 4 16 9 8 5 3 9 10 8 4 4 16 11 10 4 6 36 12 8 4 4 16 13 9 5 4 16 14 8 4 4 16 15 8 3 5 25 16 9 5 4 16 17 8 5 3 9 18 9 4 5 25 19 9 5 4 16 20 9 6 3 9 21 8 5 3 9 22 9 5 4 16 23 8 4 4 16 24 8 6 2 4


36 ตารางที่ 4.3 (ต่อ) แสดงค่าเฉลี่ย และผลการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยจากการทดสอบก่อน เรียน และหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้สื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง นักเรียน คนที่ คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (10 คะแนน) คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน (10 คะแนน) D D 2 25 8 7 1 1 26 10 3 7 49 27 7 4 3 9 28 10 5 5 25 29 7 6 1 1 30 9 5 4 16 31 9 3 6 36 32 9 4 5 25 33 8 5 3 9 34 9 5 4 16 35 9 5 4 16 36 10 6 4 16 37 10 7 3 9 38 9 4 5 25 39 10 5 5 25 40 9 3 6 36 41 9 4 5 25 รวม 357 196 161 699 X̅ 8.71 4.78 3.93 17.05 S.D. 0.83 1.02 1.28 10.08 t 19.02 จากตาราง 4.3 พบว่า คะแนนเฉลี่ยการทดสอบก่อนเรียนของนักเรียนเท่ากับ 4.78 คะแนน และ คะแนนเฉลี่ยการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนเท่ากับ 8.71 คะแนน ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ


37 ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 4.3.4 การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ X̅ S.D. แปลผล ด้านการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ 1. จำนวนคอมพิวเตอร์มีเพียงพอต่อการใช้งาน 4.88 0.33 ดีมาก 2. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ดี 4.83 0.38 ดีมาก รวม 4.85 0.35 ดีมาก ด้านสื่อการสอนของบทเรียน 3. บทเรียนเข้าใจง่าย 4.80 0.40 ดีมาก 4. แบบฝึกหัด แบบทดสอบ เหมาะสม 4.76 0.43 ดีมาก 5. หน้าจอมีสีสันสวยงาม 4.83 0.49 ดีมาก 6. ขนาดตัวอักษร ภาพ ชัดเจน 4.76 0.53 ดีมาก 7. บทเรียนมีความน่าสนใจ 4.85 0.42 ดีมาก รวม 4.80 0.45 ดีมาก ด้านเจตคติต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 8. นักเรียนชอบใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในการ เรียน 4.88 0.39 ดีมาก 9. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีประโยชน์สำหรับ นักเรียน 4.85 0.52 ดีมาก รวม 4.87 0.46 ดีมาก ด้านพัฒนาการเรียนของนักเรียน 10. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนช่วยให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ได้ดีกว่าเดิม 4.76 0.53 ดีมาก รวม 4.46 0.53 ดีมาก เฉลี่ยรวม 4.82 0.45 ดีมาก


38 จากตารางที่ 4.4 พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่าง ในด้านด้านการใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.85 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.35 และมีความพึง พอใจอยู่ในระดับดีมาก ในด้านสื่อการสอนของบทเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 0.45 และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ในด้านเจตคติต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.87 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 และมีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับดีมาก ในด้านด้านพัฒนาการเรียนของนักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.76 และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 0.53 และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก


39 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่ายของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหา ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่าง ง่าย สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองเลย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังจากเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ เพื่อศึกษา ความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรมGoogle Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองเลย จำนวน 40 คน โดยการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยได้ทําการทดลองสื่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites และได้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลนําเสนอผลการศึกษา ซึ่ง มี 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการหาประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จาก การศึกษากลุ่มตัวอย่าง ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Paired Sample t-test) ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ผลการตอบแบบสอบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 ประสิทธิภาพของสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การ แก้ปัญหาอย่างง่าย มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.85/87.07 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้


40 5.1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติที่0.05 5.1.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีและนักเรียนมีความพึงพอใจทุก ด้านอยู่ในระดับดีมาก 5.2 อภิปรายผลการวิจัย ผลของการพัฒนาสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การ แก้ปัญหาอย่างง่าย สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 5.2.1 ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การ แก้ปัญหาอย่างง่าย พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.85/87.07 หมายความว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ย จาก การทําแบบทดสอบระหว่างเรียนของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2 ชุด คิดเป็นร้อยละ 85 และ คะแนนเฉลี่ยจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 87 แสดงให้เห็นว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนออนไลน์เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยที่ผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้นมามี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 จึงเป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีประสิทธิภาพ สามารถ นําไปใช้เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนออนไลน์ให้นักเรียนศึกษาควบคู่กับหนังสือเรียนได้ซึ่ง สอดคล้องกับผลการวิจัยของ ลัดดาวรรณ ศรีฉิม และบัญชา สารวยรื่น (2559) ได้ทำวิจัยการพัฒนา บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บผ่านโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ เป็น รูปแบบหนึ่งในการจัดการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย ผลการศึกษา พบว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ ด้วยโปรแกรม Google Sites ตามแนวทฤษฎี สร้างสรรค์ความรู้ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.13/87.83 5.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทาง สถิติ ที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การ แก้ปัญหาอย่างง่าย ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นช่วยให้นักเรียนมีความรู้ในเรื่อง การแก้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น สาเหตุที่ ทําให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บสูงขึ้น อาจเพราะ บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย สามารถดึงดูด


41 ความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ ซึ่งผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการมี ปฏิสัมพันธ์ หรือการโต้ตอบพร้อมทั้งการได้รับผลป้อนกลับจึงทําให้บทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ พงษ์วิภา เทวีลาภรณ (2563) ได้ จัดทำวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อการสอนออนไลน์ Google Sites รายวิชาการ ประมาณราคางานก่อสร้าง ของนักศึกษาระดับระกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสถาปัตยกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร ผลการวิจัยว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5.2.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (X̅= 4.82) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ในด้านการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ความพึงพอใจอยู่ในระดับ ดีมาก (X̅= 4.85) ในด้านสื่อการสอนของบทเรียนความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (X̅= 4.80) ในด้านเจต คติต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก(X̅= 4.87) ในด้านพัฒนาการเรียน ของนักเรียนความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก (X̅= 4.76) ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ กุลนิษฐ์ วงศ์ แก้ว (2563) ได้ทำวิจัยการพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Sites เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่ามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะจากผู้ศึกษา นักเรียนที่เรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วยโปรแกรม Google Sites เรื่อง การ แก้ปัญหาอย่างง่าย สามารถกลับมาศึกษาอีกครั้งด้วยตนเอง ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเวียนสามารถ เก็บข้อมูลนักเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบระว่างเรียน แบบทดสอบหลังเรียนและแบบ สํารวจความพึงพอใจ ในปีการศึกษาต่อไปได้สามารถพัฒนาต่อยอดบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บด้วย โปรแกรม Google Sites เรื่อง การแก้ปัญหาอย่างง่าย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีความน่าสนใจ มากยิ่งขึ้น ซึ่งครูสามารถนําไปปรับใช้กับเนื้อหาในรายวิชาอื่น ๆ ได้เพื่อตอบสนองการเรียนรู้ของนักเรียน ในการเรียนรู้ในครั้งต่อ ๆ ไป 5.3.2.3 ปริมาณเนื้อหามาก ควรแบ่งเนื้อหาเป็นเมนูย่อยเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ ความรู้ได้เร็วขึ้น และถ้าเนื้อหามากและยาวเกินไป ผู้เรียนจะลดการเรียนรู้ลง หรือระหว่างเรียน มีเกม หรือ แบบฝึกหัดให้ทําเป็นระยะ


บรรณานุกรม กาญจนา. (2546). ความพึงพอใจของมนุษยเ์ป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมที่เป็นนามธรรม ไม่ สามารถมองเห็นเป็นรูปร่างได้. พิมพ์ที่9.กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. กิดานันท์ มลิทอง. (2548). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพ:อรุณการพิมพ์. กุลนิษฐ์ วงศ์แก้ว (2563: บทคัดย่อ). การพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงาน อาชีพเห็ดสวรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร. ใจทิพย์ ณ สงขลา. (2550) E-Instructional Design วิธีวิทยาการออกแบบการเรียนการสอน อิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง. (2545). Desiging e-Learning หลักการออกแบบและการสร้างเว็บ เพื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทิศนา แขมมณี. (2556: 149–155). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิรชราภา ทองธรรมชาติ และบุญเลิศ อรุณพิบูลย์. (2545). สร้างสื่อ e.กรุงเทพ: UNION PRINT & DESIGN. บทความไอที 24 ชั่วโมง (2563). Canva คืออะไร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.it24hrs.com/2020/canva-presentation/ (วันที่สืบค้น 8สิงหาคม 2565) พงษ์วิภา เทวีลาภรณ์(2563: บทคัดย่อ). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อการสอน ออนไลน์ Google Site รายวิชาการประมาณราคางานก่อสร้าง. วิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร พูลศรี เวศย์อุฬาร.(2543). ผลการเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ไพโรจน์ คะเชนทร์.(2556). (มปป). การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก www.waltoongpel.com /Sarawichakarn/wichakarn/1-10/การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน10.pdf (วันที่สืบค้น 15 กรกฎาคม 2565) ลัดดาวรรณ ศรีฉิม และบัญชา สำรวยรื่น (2559: บทคัดย่อ). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ผ่าน เว็บด้วยโปรแกรม Google Site ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ เรื่อง หลักการทำ โครงงานคอมพิวเตอร์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พิบูลสงคราม


Click to View FlipBook Version