The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มตรวจราชการ รอบที่ 1 ปีงบ 2568

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิชญาภา เมืองงาม, 2025-03-05 02:18:10

รวมเล่มตรวจราชการ รอบที่ 1 ปีงบ 2568

รวมเล่มตรวจราชการ รอบที่ 1 ปีงบ 2568

77 ยังนำผลการทดสอบ O-NET, NT, และ RT มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการพัฒนา โดยใช้กระบวนการ PLC ร่วมกับผู้บริหาร ครู และศึกษานิเทศก์ รวมถึงใช้ระบบพี่เลี้ยง (Mentor System) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่อง -การดำเนินการจัดสอบ O-Net มัธยมศึกษาปีที่ 3เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ 2568 และดำเนินการจัด สอบ O-Net ประถมศึกษาปีที่ 6เมื่อวันที่ 3กุมภาพันธ์ 2568 และวันประกาศผลสอบ วันที่ 11 มีนาคม 2568 - การดำเนินการการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 และประกาศผลสอบ วันที่ 27 มีนาคม 2568 -การประเมินคุณภาพผู้เรียน (National Test : NT) ดำเนินการสอบวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 และประกาศผล 24 เมษายน 2568 (อยู่ระหว่างรอผลการประเมิน) 2. ปัญหาอุปสรรค - ไม่มี 3. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย - ไม่มี - ระดับส่วนราชการ - ไม่มี - ระดับพื้นที่ - ไม่มี 4. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(ถ้ามี) แนวทางการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบาย "1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 1) วิเคราะห์บริบทและความต้องการของพื้นที่ (Analysis) (1) สำรวจสภาพบริบทของโรงเรียนคุณภาพในแต่ละอำเภอ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคล และคุณภาพผู้เรียน (2) จัดทำฐานข้อมูลของโรงเรียนเป้าหมายในแต่ละพื้นที่เพื่อระบุจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และปัจจัยที่เอื้อต่อการดำเนินงานและความสำเร็จของโรงเรียน 2) เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Reinforce) (1) จัดประชุมภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง หน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วม (2) สร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพระดับอำเภอและกลุ่มพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน 3) ดำเนินการนิเทศเชิงพื้นที่ (Operate) (1) กำหนดแนวทางการนิเทศที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละโรงเรียน เช่น การนิเทศแบบ Coaching & Mentoring หรือการนิเทศแบบบูรณาการ (2) จัดทีมศึกษานิเทศก์ให้ดูแลโรงเรียนคุณภาพในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง 4) พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (Develop) (1) จัดอบรมสำหรับครูและผู้บริหารเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการโรงเรียน (2) ใช้ระบบพี่เลี้ยง (Mentor System) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญ


78 5) ประเมินผลเชิงระบบ (Evaluate) (1) พัฒนาระบบการประเมินผลแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการปรับปรุง การดำเนินงาน (2) นำเครื่องมือ เช่น PLC (Professional Learning Community) ผลสรุปข้อมูลของโรงเรียน (School Dashboard) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนพัฒนาโรงเรียน 6) ขยายผลการดำเนินงาน (Expand) (1) เผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีของโรงเรียนคุณภาพผ่านเวทีวิชาการและช่องทางออนไลน์ (2) สนับสนุนให้เกิดการขยายผลแนวคิด "1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ" ไปยังโรงเรียนอื่น ในพื้นที่เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ “นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” วิธีดำเนินการ 1) อบรมเชิงปฏิบัติการครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา เรื่อง “นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน” โดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน 2) ติดตามหลังการอบรม การนำไปใช้ปรับเปลี่ยนการสอนโดยร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการกระตุ้นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี และชี้แนะให้ครูพัฒนาต่อไป 3) คัดสรรครูที่ได้รับการพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมการสอน โดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน “นวัตกรรมครู สู่นวัตกรรมนักเรียน”ตามแนวคิด Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps โดย Coach Moving Team (CMT)ผ่านกระบวนการ PLC ถอดบทเรียน สะท้อนคิด ครูสามารถเป็นต้นแบบ ให้แก่เพื่อครูในโรงเรียนในการปรับเปลี่ยนการสอนได้จริง 4) พัฒนาแบบเข้มสร้างครูต้นแบบ “นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน”ให้สามารถใช้กลวิธีการสอน ที่หลากหลายตามแนวคิด Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps และการ วัดผลประเมินผลที่เน้น Assessment for Learningให้ส่งผลถึงความก้าวหน้าของความเป็นนวัตกรของ นักเรียนที่สะท้อนจากการเรียนรู้ที่ใช้ห้องเรียนเป็นฐาน 5) ถอดบทเรียน เรื่องเล่าความสำเร็จ Active Learning “นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน”ของครู ต้นแบบเป็นสื่อ ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6) คัดสรรครูต้นแบบพัฒนาภาวะผู้นำเป็นโค้ช (Trainer of the Trainer) “นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรม นักเรียน” 7) ผลิตวิดีทัศน์ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps นวัตกรรมครู สู่นวัตกรรมนักเรียน เพิ่มพูนมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม Soft Power ของ Trainer of the Trainer 8) สังเคราะห์นวัตกรรม Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps นวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน เพิ่มพูนมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม Soft Powerสู่การพัฒนา คลังนวัตกรรม 9) ศึกษาผลการพัฒนา ปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน พัฒนานวัตกรรม ขยายผลและ ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน/กลุ่มโรงเรียน


79 นโยบายที่ 2.4 : พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ส่งเสริมการคิดอย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผล 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1) การพัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และการแนะแนวเป้าหมายชีวิต 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 - เข้าร่วมประชุมโครงการเพิ่มทักษะอาชีพสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษา ภาคบังคับ - สำรวจและส่งข้อมูลนักเรียนที่สนใจเข้าฝึกอบรมอาชีพ 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 - การอบรมพัฒนาระบบแนะแนว การชี้แนะ (Coaching) และการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ประจำปี 2568 ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting โดยดำเนินการในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนว/ครูผู้รับผิดชอบงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 135 คน โดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ส่งผลต่อการเรียนในเด็ก ได้แก่ โรคสติปัญญาบกพร่อง ภาวะ การเรียนรู้บกพร่อง ออทิสติก และสมาธิสั้น รวมถึงแนวทางในการดูแลให้ความช่วยเหลือนักเรียนในกลุ่ม ดังกล่าว การใช้ระบบ School Health HERO การดำเนินงานระบบแนะแนวในสถานศึกษา และการ จัดกิจกรรมแนะแนวให้กับนักเรียน - การฝึกทักษะอาชีพ เสริมสร้างรายได้ระหว่างเรียนแนะแนวการศึกษาต่อ และแนะแนว สุขภาพกาย สุขภาพจิต โดยดำเนินการในวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในสังกัด จำนวน 105 คน ครูผู้รับผิดชอบ งานแนะแนว จำนวน 35 คน ซึ่งได้มีการให้ความรู้ในเรื่องแนะแนวการศึกษา และแนะแนวด้านอาชีพ โดยมีการ ฝึกทักษะอาชีพ จำนวน 4 หลักสูตร คือ งานผลิตสื่อดิจิตอลคอนเทนต์สำหรับธุรกิจออนไลน์, ต่อเล็บอะคริลิค และการเพ้นท์เล็บ, สลัดเพื่อสุขภาพ และงานบริการจักรยานยนต์


80 3. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรี - พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของผู้เรียน - จัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยครูผู้สอนให้คำแนะนำในทุกวิชา - แนะแนวผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษา เพื่อช่วยกำหนดเป้าหมายและเลือกเส้นทาง การศึกษา และส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ STEM Education และ Active Learning พัฒนาทักษะ ปฏิบัติจริงและ Soft Skills 4. สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี - พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถด้านแนะแนว - พัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อตอบสนองรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่าง กัน - บูรณาการแนะแนวการศึกษาและอาชีพเข้ากับหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนอนาคต ของตนเอง - ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน ในกระบวนการแนะแนว 2) การส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาผู้เรียน พหุปัญญา ตามความถนัดและความสนใจ ของผู้เรียน รายบุคคล เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 - แจ้งให้โรงเรียนสำรวจและประเมินศักยภาพนักเรียน - จัดทำคู่มือการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา - อบรมเชิงปฏิบัติการให้ครูและบุคลากรเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมพหุปัญญา - นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ พร้อมสรุปผลในไตรมาสที่ 4 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 - การคัดกรองและส่งเสริมพหุปัญญารายบุคคล ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักวิชาการและ มาตรฐานการศึกษาในการคัดกรองนักเรียน และดำเนินกิจกรรมตามนโยบายการยกระดับการศึกษา ผ่านเครือข่ายสหวิทยศึกษา 14 แห่ง ครอบคลุม 135 โรงเรียน - การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนผ่านสถานศึกษา และส่งเสริมให้สถานศึกษาดำเนินกิจกรรมตาม พหุปัญญา 8 ด้าน 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี - โครงการแนะแนวการศึกษาต่อ ให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย และอาชีวศึกษา และช่วยให้นักเรียนสามารถเลือกเส้นทางการศึกษาให้เหมาะสมกับ ความสนใจและศักยภาพของตน - โครงการพัฒนาทักษะชีวิต ฝึกทักษะที่จำเป็น เช่น การจัดการเวลา การตัดสินใจ การแก้ไข ปัญหา และการสื่อสาร และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถเผชิญกับความท้าทายในชีวิตได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะ ให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้านสุขภาพจิต และช่วยให้ นักเรียนสามารถจัดการกับความเครียด และพัฒนาความมั่นคงทางอารมณ์


81 - โครงการพัฒนาทักษะอาชีพ สอนทักษะอาชีพที่เป็นประโยชน์ เช่น การทำธุรกิจ การเขียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และทักษะการทำงานด้านต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับ ตลาดแรงงานในอนาคต 4. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรี - เน้นการเรียนรู้แบบ STEM Education และ Active Learning ผ่านการปฏิบัติจริง ใช้ProjectBased Learning ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการทำโครงงานและประสบการณ์ตรง และประเมินและเปิดโอกาสให้ ผู้เรียนเลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะกับตนเอง และใช้แอปพลิเคชันและสื่อมัลติมีเดีย เพื่อฝึกทักษะและนำเสนอ 5. สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี - จัดตั้ง ศูนย์แนะแนวระดับอำเภอ และมอบหมายให้ครูแนะแนวดูแลในระดับตำบล - พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนรายบุคคล และส่งเสริมให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรมเยี่ยมบ้าน และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการให้บริการแนะแนว รวมถึงมีการประเมิน และปรับปรุงระบบแนะแนว อย่างต่อเนื่อง 2. ปัญหาอุปสรรค 2.1 สำนักงานอาชีวจังหวัดสระบุรี - ผู้เรียนขาดความกระตือรือร้นและความรับผิดชอบ - ทักษะพื้นฐานของผู้เรียนมีความแตกต่างกันมาก 2.2 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี - ผู้เรียนบางคนไม่เปิดใจรับคำปรึกษา เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นหรือไม่กล้าเปิดเผยปัญหา ส่วนตัว 3. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรีเสนอให้ควรพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากร ด้านเทคนิคการแนะแนวให้ทันสมัย - ระดับส่วนราชการ สำนักงานอาชีวจังหวัดสระบุรี เสนอควรจัดกิจกรรม Open House เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน เรียนรู้เกี่ยวกับสายอาชีพ - ระดับพื้นที่ -ไม่มี- 4. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี โครงการอบรมพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านการแนะแนวและให้คำปรึกษา รุ่นที่ 1 สำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 1-2 กันยายน 2567 ณ รอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครนายก โครงการอบรมพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านการแนะแนวและให้คำปรึกษา รุ่นที่ 2 สำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 20 - 22 ตุลาคม 2567 ณ รอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครนายก


82 นโยบายที่ 2.5 : พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบวัดผลรับรอง มาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit bank) 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1) สถานศึกษามีระบบการนำหน่วยกิตสะสมและประสบการณ์การทำงาน มาเทียบคุณวุฒิรับรอง มาตรฐานวิชาชีพ หน่วยงานทางการศกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี มีการดำเนินการพัฒนาระบบการศึกษา ดังนี้ - สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม : สร้างเครือข่ายระหว่างสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด, สำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมและดำเนินการ ติดตามผล ผ่านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้ส่งเสริมให้โรงเรียนมัธยม 14 แห่ง ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับระบบการวัดผลเทียบ ระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรีเขต 2 โรงเรียนบ้านซับสนุ่น ทำบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับวิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์เทคโนโลยี จังหวัดนครราชสีมา ในการจัดการเรียน การสอนวิชาชีพระยะสั้นแบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) วิชาในหลักสูตรที่ทำการเทียบโอน (1) ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ (2) AI Generate Art ด้วย iPad (3) โดรนเบื้องต้น (4) พื้นฐานอาชีพ (5) ระบบโซล่าเซลล์ แบบ On Grid / Off Grid รูปแบบการจัดการเรียนการสอน: เรียน 4 วันใน 1 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง หรือ รูปแบบ Block Course เรียน จนครบ 30 ชั่วโมง ภาพประกอบ : โรงเรียนบ้านซับสนุ่น ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับวิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์ เทคโนโลยี จังหวัดนครราชสีมา - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โรงเรียนดอนพุดวิทยา ดำเนินการโดยมีเจ้าหน้าที่ รับผิดชอบในการเทียบโอนและเก็บข้อมูลธนาคารหน่วยกิต - วิทยาลัยการอาชีพสระบุรีดำเนินการเทียบโอนด้วยระบบหน่วยกิตสะสม (Credit Bank) ร่วมกับ โรงเรียนธารทองแดง ในสาขาวิชาไฟฟ้ากำลังและสาขาอาหารและโภชนาการ


83 2) สถานศึกษามีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงเรียน มัธยมจำนวน 14 แห่ง ดำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เกี่ยวกับ ระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต ( Credit bank) สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมระหว่าง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในการเตรียมความพร้อมระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit bank) โดยมีการศึกษาหลักสูตรที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และนิเทศ ติดตามและประเมินผลผ่านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ - โรงเรียนบ้านซับสนุ่นมีหลักสูตรช่างอุตสาหกรรมพื้นฐาน โดยเปิดเป็นรายวิชาเพิ่มวิชาช่าง ไฟฟ้าและวิชาช่างยนต์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เวลา 20 ชั่วโมง (0.5 หน่วยกิต) ต่อภาคเรียน - สถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ ทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และจัดการเรียนการสอนในรูปแบบทวิภาคี ทั้ง 2 ระดับ และยังเปิด สอนอาชีพระยะสั้นตามความสนใจของผู้เรียน 3) การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ หรือมีความรู้ประสบการณ์หรือ สมรรถนะ ได้รับการเทียบระดับการศึกษา - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษา มีการวัดแววความสามารถพิเศษ ผ่านระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษ (MI Test) ของผู้เรียนในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดหลักสูตร หรือจัดการเรียนรู้เพื่อ ส่งเสริมผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศด้านต่าง ๆ เช่น กีฬา วิทยาศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ คณิตศาสตร์ ฯลฯ และนิเทศ ติดตามและประเมินผลผ่านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ได้จัดกิจกรรมในการพัฒนา สมรรถนะของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามบริบทของโรงเรียน ดังนี้ (1) กิจกรรมการส่งเสริม พัฒนาการจัดการกระบวนการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน (Project-Based Learning) (2) กิจกรรมการพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้วยเกมซูโดกุ A-math และ GSP (3) กิจกรรมจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (4) กิจกรรมพัฒนาการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (5) กิจกรรมพัฒนาจัดการเรียนรู้ในโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน


84 (6)กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ Active learning: GPAS 5 Steps ที่มุ่งเน้นให้ครุพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนให้ส่งผลถึงนวักรรมของนักเรียนที่เชื่อมโยงกับ บริบทของชุมชนและ Soft Power - สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี (1) โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแคสระบุรีจัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงาน (2) โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา” จัดประชุม/อบรมเรื่องธนาคารหน่วยกิต (3) โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา อบรมสร้างความชัดเจนในการจัดการ (4) โรงเรียนดอนพุดวิทยา จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเทียบโอน เก็บข้อมูลธนาคารหน่วยกิต ให้กับโรงเรียน - วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรี ได้รับ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการเข้าร่วมแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่ Harbin Engineering University (HEU) และ China-Harbin International Ice and Snow Festival จาก 64 ทีม ทั่วโลก - สถานศึกษาส่งเสริมและสนับสนุนผู้เรียนในทุกรูปแบบ การศึกษาดูงาน การเข้ารับการ อบรมในสถานที่ต่างๆ และยังมีการจัดกิจกรรมวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ความรู้ การส่งเสริมผู้เรียน ให้มีสมรรถนะอาชีพ โดยส่งเข้าแข่งขันทักษะระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับชาติ ภาพประกอบ : การส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ หรือมีความรู้ประสบการณ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 จากการเข้าร่วมแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่ Harbin Engineering University (HEU) และ China-Harbin International Ice and Snow Festival จาก 64 ทีม ทั่วโลก


85 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., สพม., ศกศ.) สอศ.(สอจ.) สกร. และ สช. สพป. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สกร. หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.) คำอธิบาย : 1. หลักสูตรสถานศึกษา หมายถึง แผนหรือแนวทางหรือข้อกำหนดของการจัดการศึกษาที่จะ พัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ โดยส่งเสริมให้แต่ละบุคคลพัฒนาไปสู่ศักยภาพสูงสุดของตน 2. หลักสูตรที่ยืดหยุ่น หมายถึง สถานศึกษาได้จัดทำหลักสูตรที่สามารถสนองความต้องการ ความถนัด ความสนใจ และความสามารถของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ตัวชี้วัด : ร้อยละของสถานศึกษาที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ตารางที่6 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัด และความสนใจของผู้เรียน สังกัด จำนวนสถานศึกษา ทั้งหมด (แห่ง) จำนวนสถานศึกษาที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจ ของผู้เรียน (แห่ง) ร้อยละ สพป.สบ.1 116 116 100 สพป.สบ.2 135 135 100 สพม. 21 - - ศกศ. 1 - - สกร. 13 - - สอจ. 9 - - สช. 31 - - รวม 326 *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection 3. ปัญหาอุปสรรค สถานศึกษาขาดแคลนอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทำให้บางกิจกรรม ไม่สามารถดำเนินการให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติได้


86 4. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการเรียนการสอนในเรื่องทักษะอาชีพ - ระดับส่วนราชการ การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการเรียนการสอนในเรื่องทักษะอาชีพ - ระดับพื้นที่ การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการเรียนการสอนในเรื่องทักษะอาชีพ 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี รูปแบบการเสริมสร้างทักษะอาชีพของนักเรียนด้วย CAREER Model โรงเรียนบ้านซับสนุ่น ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 มีหลักสูตรทักษะอาชีพเรียนรู้(Curriculum : C) กลยุทธ์ที่ 2 ครูสร้างสมรรถนะผู้เรียนเชิงรุก (Active Learning : A) กลยุทธ์ที่ 3 ปลูกสร้างทรัพยากรเครือข่าย (Resource : R) กลยุทธ์ที่ 4 หลากหลายผลการปฏิบัติจริง (Exercise : E) กลยุทธ์ที่ 5 อิงวัดและประเมินผลการเรียนรู้(Evaluation : E) กลยุทธ์ที่ 6 สู่การสะท้อนนิเทศติดตาม (Reflection : R) ภาพประกอบ : รูปแบบการเสริมสร้างทักษะอาชีพของนักเรียนด้วย CAREER Model


87 นโยบายที่ 2.6 : พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ หน่วยงานทางการศึกษาจังหวัดสระบุรี ดำเนินการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพมีรายได้ ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ ดังนี้ 1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 มีข้อมูลนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 380 คน ดังนี้ ประเภท ชาย หญิง รวม ร้อยละ ศึกษาต่อสายสามัญ 37 53 90 23.68 ศึกษาต่อสายอาชีพ 141 111 252 66.32 ไม่ศึกษาต่อ มีงานทำ 28 10 38 10.00 รวม 206 174 380 100 ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายลดภาระนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อพัฒนาทักษะที่ใช้ ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 จึงกำหนดดำเนินโครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 30 เมษายน 2568 เพื่อให้นักเรียนนำรายได้ จากการทำงานไปใช้เป็นทุนการศึกษา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกวินัย ความรับผิดชอบและการตรง ต่อเวลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้ดำเนินการดังนี้ 1. จัดทำโครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 โดยใช้เงินงบ จัดสรรงบประมาณ จำนวน 18,000. - บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) 2. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 ไปยังสถานศึกษาในสังกัด 3. ประกาศรับสมัครนักเรียนเข้าสู่โครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 จำนวน 3 คน สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุม เฉลิมพระเกียรติอาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 4. ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนตามคุณสมบัติ 5. ปฐมนิเทศนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3คน 6. เริ่มการทำงานระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 7. นักเรียนเข้าปฏิบัติงาน จำนวน 3 คน 8. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการมีรายได้ ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 โดยใช้เงินงบจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 18,000.- บาท (หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) ได้ประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริม การมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 ไปยังสถานศึกษาในสังกัด และประกาศรับสมัครนักเรียน


88 เข้าสู่โครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน (ทุนแลกงาน) ประจำปี 2568 จำนวน 3 คน สามารถสมัครได้ ตั้งแต่วันที่ 1 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ประชุมเฉลิมพระเกียรติอาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 โดยเริ่มทำงานระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 สถานศึกษาในสังกัด ได้จัดทำโครงงานอาชีพให้แก่นักเรียน เพื่อเป็นรายได้เสริมระหว่างเรียน ดังนี้ 1. โครงงานอาชีพกุยช่ายแป้งนิ่ม น้ำจิ้มรสเด็ด โรงเรียนบ้านพุซาง 2. โครงงานอาชีพผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้า โรงเรียนชุมชนบ้านกลับ (สราญราษฎร์) 3. โครงงานอาชีพอาหารว่างและเครื่องดื่ม โรงเรียนวัดโนนสภาราม (นารถ วาจาวุทธ อุปถัมภ์) 4. โครงงานอาชีพไอศกรีมข้าวไรซ์เบอรี่ โรงเรียนอนุบาลดอนพุด (พิพัฒน์ดวงราษฎร์) 5. โครงงานอาชีพ บริษัทสร้างการดีโรงเรียนหน้าพระลาน (พิบูลสงเคราะห์) 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2ได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะ อาชีพมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ ดังนี้ 1) จัดทำโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระบบการแนะแนว เพื่อสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยจัดกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพและการมีรายได้ระหว่างเรียน ร่วมกับ วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี จัดทำกิจกรรมการฝึกทักษะอาชีพเสริมสร้างรายได้ระหว่างเรียน แนะแนวอาชีพ สู่การมีงานทำ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 105 คน ครูแนะแนว จำนวน 35 คน รวม 140 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนในสังกัดพัฒนา งานแนะแนวในสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพ และจัดกิจกรรมแนะแนวให้ผู้เรียนค้นหาตนเอง มีความพร้อม ด้านทักษะอาชีพที่ตรงตามความต้องการและความถนัดของนักเรียน ทั้งนี้ นักเรียนสามารถนำความรู้ในการ ฝึกทักษะอาชีพ มาเสริมสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับตนเองและครอบครัว โดยได้จัดกิจกรรม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จำนวน 4 หลักสูตร ซึ่งเป็น หลักสูตรระยะสั้น ดังนี้ (1) หลักสูตรงานผลิตสื่อดิจิทัลคอนเทนต์สำหรับธุรกิจออนไลน์ (2) หลักสูตรการต่อเล็บอะคริลิคและการเพ้นท์เล็บ (3) หลักสูตรสลัดเพื่อสุขภาพ (4) หลักสูตรงานบริการจักรยานยนต์ 2) ส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงเรียนในสังกัดจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ โครงงานอาชีพให้กับผู้เรียน เสริมสร้างทักษะอาชีพ และสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน โดยจัดกิจกรรมหลักสูตรและบางโรงเรียน เปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมในโรงเรียน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ (1) โรงเรียนบ้านซับสนุ่น ได้ร่วมลงนาม MOU กับ วิทยาลัยอาชีวศึกษากุสุมภ์เทคโนโลยี และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี เป็นศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนวิชาชีพระยะสั้น แบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เทียบโอนรายวิชาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รายวิชางานประดิษฐ์ของชำร่วยและของที่ระลึก,และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร (2) โรงเรียนอนุบาลวังม่วง หลักสูตรเสริมทักษะงานอาชีพ (หลักสูตรต่อเนื่องภายใต้โครงการ ส่งเสริมเวทีประชาคม เพื่อการจัดทำรูปแบบและแนวทางพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รายวิชาเพิ่มเติมช่างทั่วไป ช่างยนต์ ช่างเชื่อม 3) จัดการการแข่งขันศิลปะหัตถรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 72 ระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2567 ณ สนามโรงเรียนวัดป่าไผ่ โครงงานอาชีพ จำนวน 18 กิจกรรม นักเรียนเข้าร่วม กิจกรรม 686 คน


89 4) จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานด้านทักษะอาชีพในการประชุมสัมมนาทางวิชาการพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ ACTIVE LEANING (1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ) ระดับประถมศึกษา” ด้านทักษะอาชีพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน โรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ 1. โรงเรียนอนุบาลวังม่วง อำเภอวังม่วง 2. โรงเรียนบ้านซับสนุ่น อำเภอมวกเหล็ก 3. โรงเรียนวัดป่าไผ่ อำเภอแก่งคอย 4. โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อำเภอหนองแค และ 5. โรงเรียนอนุบาลวิหารแดง อำเภอวิหารแดง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ อาคารวิทยบริการ สพป.สระบุรี เขต 2 5) จัดทำโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้น ม.3) ร่วมกับภาคีเครือข่าย และส่งนักเรียนที่ต้องการเข้าฝึกอบรมทักษะอาชีพตามโครงการดังกล่าว ไปฝึกอาชีพกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 จังหวัดสระบุรี จำนวน 7 ราย 6) มีการส่งเสริมให้นักเรียนได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยการจัดตลาดนัดในโรงเรียน จำหน่ายผลิตภัณฑ์ หรือผลผลิตที่นักเรียนได้ทำกิจกรรมกับโรงเรียนเสริมสร้างรายได้ระหว่างเรียน 7) แจ้งประชาสัมพันธ์รับสมัครนักเรียนเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน โครงการทุนแลกงาน นักเรียนชั้น จำนวน 3 คน ทำงานมีรายได้ระหว่างเรียน จำนวนทุนละ 6,000 บาท รวม 18,000 บาท (อยู่ระหว่างดำเนินการการรับสมัคร) ปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 25 เมษายน 2568 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรีได้ดำเนินการ ดังนี้ 1) การสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและภาคธุรกิจ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสฝึกงานและเรียนรู้ ทักษะที่จำเป็นในการทำงานจริง 2) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตามความต้องการของตลาด:การปรับหลักสูตรการเรียนการ สอนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต ,มีหลักสูตรทวิศึกษา จำนวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านท่ามะปรางวิทยา 3) จัดตั้งศูนย์แนะแนวอาชีพภายในโรงเรียน เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำเส้นทางอาชีพที่ เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของนักเรียน 4) การจัดโครงการฝึกอบรมทักษะอาชีพในหลายๆ สาขา เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้และ พัฒนาทักษะต่างๆ 5) การสร้างเครือข่ายกับนายจ้างและองค์กรต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสในการหางานและการสมัครงาน สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษา การสนับสนุนฝึกงานแลกเงินของนักเรียนให้มีรายได้ระหว่างเรียน โครงการ ส่งเสริมการมีรายได้ให้แก่นักเรียน ปี2568 (ทุนแลกงาน) จำนวน 6 คน คนละ 6,000 บาท รวมเป็นเงิน 36,000 บาทระยะเวลาการทำงาน 1 เดือน สถานที่ทำงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 6) การสนับสนุนการทำธุรกิจส่วนตัว:การให้ความรู้และคำปรึกษาในการทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อให้ นักเรียนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพด้วยตนเอง การสร้างอาชีพนักเรียนให้มีสินค้าไปขายของที่ ตลาดนัด เช่นตลาดน้ำเสาไห้ ตลาดหัวปลี และศูนย์แสดงสินค้า 4. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพมี รายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ สถานศึกษาได้ดำเนินการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพมีรายได้ระหว่างเรียนจบแล้ว มีงานทำโดยมีการดำเนินงาน คือ มีการการจัดโครงการศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา โครงการอบรม การสร้างจิตสำนึกในการเป็นผู้ประกอบการและการเขียนแผนธุรกิจ การศึกษาดูงานในสถานประกอบการ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับความรู้ พัฒนาทักษะในการเป็นผู้ประกอบการ


90 การทำธุรกิจและได้ลงมือทำธุรกิจในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาซึ่งทำให้นักเรียนมีรายได้เพิ่มเติมใน ระหว่างเรียน นอกจากนี้ยังมีการแสวงหาเครือข่าย สถานประกอบการ เพื่อพัฒนาการจัดการศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ อาชีวศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจของตนเองได้เมื่อจบการศึกษา และสถานศึกษาได้มีการประสานกับชุมชน ท้องถิ่น สถานประกอบการเพื่อเผยแพร่และนำธุรกิจที่นักเรียนได้ ดำเนินการเข้าสู่ชมชุน เช่น ร่วมจัดแสดงโชว์และจำหน่ายกับหน่วยงานราชการต่างๆ 5.สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ด้านลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง เรื่อง “พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประกาศจุดเน้นการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีการส่งเสริมด้านการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “สกร. Learn to Earn” สร้างงานสร้างรายได้ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติและการฝึกทักษะ อาชีพที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง โดยเน้นทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อาทิ ทักษะดิจิทัล ทักษะด้านเทคโนโลยี การเกษตรสมัยใหม่และงานบริการ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและ คุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สกร.ระดับอำเภอพระพุทธบาท มีการส่งเสริม ให้นักศึกษาทำงานระหว่างเรียน โดยมี การทำ MOU ความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการณ์บริษัทคากิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้นักศึกษา ได้เรียนในโรงงานโดยได้รับค่าตอบแทน ค่าคอมมิชชั่น และเมื่อจบการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับโบนัสพิเศษ เป็นรางวัล นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เข้ารับการฝึกอบรบอาชีพระยะสั้น ที่สถานศึกษา ได้เปิดสอนเพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพในระหว่างเรียนได้ 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., สพม., ศกศ.) สอศ.(สอจ.) สกร. และ สช. สพป. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สกร. หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.) คำอธิบาย : 1. การพัฒนาด้านการสร้างทักษะอาชีพ หมายถึง ผู้เรียนที่เข้ารับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ตามความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้เกิดทักษะอาชีพ รวมถึงการเข้ารับการอบรมตามหลักสูตร ระยะสั้นวิชาชีพต่างๆ ได้ตามความต้องการและทักษะของผู้เรียน 2. การมีรายได้ระหว่างเรียน หมายถึง ผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ และ ทักษะอาชีพ สามารถสร้างรายได้และค่าตอบแทนระหว่างการเรียน 3. จบแล้วมีงานทำ หมายถึง ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ และ ทักษะอาชีพระหว่างเรียน สามารถสร้างรายได้และค่าตอบแทนก่อนสำเร็จการศึกษา และเมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ด้านวิชาชีพนำไปประกอบอาชีพได้


91 ตัวชี้วัดที่ 1 : ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพแล้วมีรายได้ระหว่างเรียน ตารางที่7 แสดงจำนวนผู้เรียนได้รับการพัฒนาด้านการสร้างทักษะอาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน สังกัด จำนวนผู้เรียนที่ได้รับ การพัฒนา ด้านการสร้างทักษะอาชีพ (คน) จำนวนผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนา ด้านการสร้างทักษะอาชีพและมี รายได้ระหว่างเรียน (คน) จำนวน ร้อยละ สพฐ -สพป.สระบุรี เขต 1 -สพป.สระบุรี เขต 2 -สพม.สระบุรี 441 - - - 3,916 25,821 - - 100 สกร. 1,393 153 10 สอจ. - - - ศกศ. - - - สช. - - - รวม 1,834 29,890 *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection 3. ปัญหาอุปสรรค 3.1 จังหวัดสระบุรี เป็นเมืองอุตสาหกรรมมีรถบรรทุกค่อนข้างเยอะ จึง มีความเป็นห่วง เรื่องการเดินทางมาทำงานของนักเรียน 3.2 การขาดแคลนโอกาสฝึกงาน:นักเรียนอาจไม่ได้มีโอกาสฝึกงานหรือเรียนรู้ทักษะในสถานการณ์จริง ทำให้ขาดประสบการณ์และความมั่นใจในการทำงาน 3.3 ความพร้อมของครูและบุคลากร:ครูและบุคลากรอาจขาดความรู้หรือทักษะในการแนะแนว และพัฒนาทักษะอาชีพที่มีความต้องการสูง 3.4 ข้อจำกัดทางการเงิน:นักเรียนบางคนอาจขาดทุนทรัพย์ในการศึกษาและฝึกอบรมเพิ่มเติม ทำให้ไม่สามารถพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นได้ 3.5 บางครอบครัวและชุมชนอาจไม่ให้การสนับสนุนในการพัฒนาทักษะอาชีพหรือการศึกษาต่อ ของนักเรียน 3.6 งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้กับนักเรียน นักศึกษาเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจเพื่อหารายได้ ระหว่างเรียนมีจำนวนน้อย ขาดความน่าเชื่อถือของสินค้าที่จัดจำหน่าย 4. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย ข้อกำหนดและนโยบายของภาครัฐ:นโยบายการศึกษาและการจ้างงานบางครั้งอาจมีข้อจำกัดที่ ทำให้การพัฒนาทักษะอาชีพและการรับรองการมีงานทำเป็นเรื่องยากควรสนับสนุนงบประมาณเพิ่มให้เกิดการพัฒนา - ระดับส่วนราชการ


92 1. ควรส่งเสริมให้นักเรียนมีอาชีพโดยการจัดฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น เพื่อการประกอบอาชีพ หรือหารายได้เสริมระหว่างเรียนได้ 2. ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินโครงการ 3. การสนับสนุนในเรื่องของการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานในด้านต่างๆ ที่จะส่งผลให้ การหารายได้ระหว่างเรียนประสบผลสำเร็จ - ระดับพื้นที่ 1. ควรส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนได้ฝึกประกอบอาชีพ เช่น ตลาดนัดภายในโรงเรียน 2. การนำเครือข่ายชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 3. ต้องการให้ชุมชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการ จัดจำหน่ายสินค้า 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี รูปแบบการพัฒนานักเรียนและส่งเสริมทักษะอาชีพสามารถทำได้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ เหมาะสมกับความต้องการและสถานการณ์ของนักเรียนแต่ละคน 1. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning):การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมในห้องเรียนกับ การเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและในสถานที่ที่สะดวก 2. การฝึกงานและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Internships and Practical Learning):จัดให้มีโอกาส ฝึกงานในสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จริงในการทำงาน 3. การแนะแนวอาชีพและการวางแผนเส้นทางการทำงาน (Career Counseling and Pathway Planning):จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและแนะแนวอาชีพเพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนเส้นทางการทำงาน ของตนเองได้ 4. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้นักเรียน สามารถพัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา 5. การพัฒนาทักษะผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตร (Extracurricular Activities):จัดกิจกรรมเสริม หลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะการสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม 6. การเรียนรู้ออนไลน์ (Online Learning and e-Learning):ใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงความรู้และทักษะที่ต้องการได้ง่ายขึ้น 7. การนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากการศึกษาดูงานในสถานประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ การออกบูธจัดจำหน่ายสินค้าในงานต่างๆ มาเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน 8. การติดตามผู้สำเร็จการศึกษา และติดตามความพึงพอใจของสถานประกอบการต่อผู้สำเร็จ การศึกษา 9. หลักสูตรการทำไข่เค็มใบเตย ของ สกร.ระดับอำเภอดอนพุด https://drive.google.com/file/d/1vUh4NtE3jIcq15ezUDWE-gE7zqb8yVuv/view?usp=sharing https://www.facebook.com/share/p/18AHkRdNcj/ 10. ให้นักศึกษาทำงานระหว่างเรียน โดยมีการทำ MOU ความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการณ์ บริษัทคากิลล์มีทส์(ไทยแลนด์) จำกัด https://drive.google.com/drive/folders/1ApAXKmm0Ug4ME2lOot903_911vMVxc5T?usp=sharing


93 ภาพประกอบ : นโยบายที่ 2.6 : พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบ แล้วมีงานทำ (Learn to Earn) สพป.สระบุรี เขต 1


94 ภาพประกอบ : นโยบายที่ 2.6 : พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบ แล้วมีงานทำ (Learn to Earn) สพป.สระบุรี เขต 2


95 นโยบายที่ 2.7 : จัดให้มีอาหารสำหรับนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ หน่วยงานทางการศึกษาจังหวัดสระบุรี สถานศึกษาดำเนินการจัดหาอาหารตามหลัก โภชนาการให้กับนักเรียนดังนี้ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด จำนวน 116 โรงเรียน ได้รับจัดสรรเงินค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ดังนี้ - อัตรา 22 บาท/คน/วัน จำนวน 36 โรงเรียน - อัตรา 24 บาท/คน/วัน จำนวน 10 โรงเรียน - อัตรา 27 บาท/คน/วัน จำนวน 49 โรงเรียน - อัตรา 36 บาท/คน/วัน จำนวน 21 โรงเรียน การดำเนินงาน โครงการอาหารกลางวัน ประจำปีการศึกษา 2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระบุรี เขต 1 มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด จำนวน 116 โรงเรียน มีการใช้โปรแกรม Thai School Lunch จำนวน 116 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 และโรงเรียนมีวิธีการจัดหาอาหารกลางวันของโรงเรียน ดังนี้ 1. จัดซื้อวัตถุดิบและประกอบอาหารเอง จำนวน 12 โรง คิดเป็นร้อยละ 10.3 2. จัดซื้อวัตถุดิบและจ้างบุคคลประกอบอาหาร จำนวน 30 โรง คิดเป็นร้อยละ 25.9 3. จ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) จำนวน 74 โรง คิดเป็นร้อยละ 63.8 ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษา ในการขับเคลื่อนโครงการอาหารกลางวัน โดยมีหนังสือให้สถานศึกษาดำเนินการศึกษาคู่มือการดำเนินงาน โครงการอาหารกลางวัน ประจำปีการศึกษา 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำขึ้น โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ ครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศึกษา ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด ประชาสัมพันธ์คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ประจำปีการศึกษา 2567 พร้อมทั้งจัดทำไลน์กลุ่ม อาหารกลางวัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 สำหรับการประสานงาน ติดตาม และ ช่วยเหลือสถานศึกษาในกรณีเกิดปัญหาในการเข้าใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch และในการดำเนินการ อื่น ๆ และประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการอาหารกลางวัน ระดับเขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ประจำปีการศึกษา 2567 โดยลงพื้นที่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 อำเภอพระพุทธบาท วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 และภาคเรียนที่ 2 วันที่ 13 ธันวาคม 2567 อำเภอบ้านหมอ โดยการสุ่มลงพื้นที่อำเภอละ 2 โรงเรียน เพื่อส่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ข้อเสนอแนะในการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรีสำนักงานท้องถิ่น จังหวัดสระบุรีและแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ประจำปี การศึกษา 2567 ระดับกลุ่มโรงเรียน เพื่อกำกับ ติดตาม และแก้ไขปัญหา ให้โรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง มีแนวทาง ในการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการดูแล ช่วยเหลือในการเข้าใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch โดยมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานแก้ไขปัญหากรณี ระบบเข้าใช้งานไม่ได้ หรือการเปลี่ยนผู้ดูแลระบบของโรงเรียน โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของ nectec (แอดมิน) เพื่อแก้ไขปัญหาให้สามารถใช้งานโปรแกรมได้อย่างปกติ


96 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 มีแนวทางการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ การดำเนินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน โดยกลุ่มตรวจสอบภายในลงพื้นที่กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และสร้างความเข้าใจในการบริหารโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อลดความ สุ่มเสี่ยงต่อความผิดทางวินัย ตามระเบียบการเงินและพัสดุ ระหว่างเดือนสิงหาคม และกันยายน 2567 สุ่มลงตรวจ จำนวน 5 โรงเรียน สร้างความตระหนักและกำชับผู้บริหารโรงเรียนในการดำเนินงานโครงการ อาหารกลางวันในโรงเรียน ให้ดำเนินการตามคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ประจำปีการศึกษา 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันประชุมผู้บริหารสถานศึกษา และร่วมลงพื้นที่สุ่ม ตรวจสอบติดตามผลการดำเนินโครงการอาหารกลางวัน อาหารเสริม (นมโรงเรียน) ลักษณะเชิงรุก ตามแผนการ นิเทศ ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นจำนวน 7 โรงเรียน ไม่พบความผิดปกติ การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 มีความตระหนักและมุ่งหวัง ที่จะขับเคลื่อนสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องให้สามารถ ดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันเป็นไปตามระเบียบ แนวปฏิบัติ ความคาดหวังของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยการเสริมสร้างให้นักเรียนมีสุขภาวะที่ดีครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน มีสุขภาวะที่แข็งแรง สมบูรณ์สมวัย จึงได้จัดทำโครงการประชุม เชิงปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันในโรงเรียน ประจำปี 2568 และสถานศึกษาในสังกัด ได้จัดให้มี อาหารสำหรับนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โดยการจัดโครงการอาหารกลางวันและกิจกรรมอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งสามารถช่วยเสริมสร้าง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพได้ดังนี้ 1) โครงการอาหารกลางวัน สถานศึกษาในสังกัดมีการจัดเมนูอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนโดยมีการ คำนวนสารอาหารที่นักเรียนจะได้รับผ่านระบบ Thai School Lunch การจัดโครงการอาหารกลางวันเพื่อให้ นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ แนะนำเมนูอาหารที่เหมาะสม ตามช่วงวัย และ ความต้องการพลังงานของนักเรียน คำนวณสารอาหารอัตโนมัติ เช่น พลังงาน โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ ธาตุต่าง ๆ ช่วยให้โรงเรียนบริหารจัดการอาหารกลางวัน อย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาภาวะ ทุพโภชนาการรองรับการปรับเปลี่ยนเมนูให้เหมาะสมกับวัตถุดิบในท้องถิ่น อีกทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 มีการดูแลช่วยเหลือในการเข้าใช้งานโปรแกรม Thai School Lunch โดยมีเจ้าหน้าที่ ประจำที่คอยประสานงานแก้ไขปัญหากรณีระบบเข้าใช้งานไม่ได้ หรือการเปลี่ยนผู้ดูแลระบบของโรงเรียน โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ของ nectec เพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถใช้งานโปรแกรมได้อย่างปกติ


97 2) โครงการอาหารเสริม (นม) สถานศึกษาในสังกัดได้รับการจัดสรรโครงการอาหารเสริม (นม) สำหรับนักเรียนทุกคน และหากมีนักเรียนขาดเรียนสถานศึกษาจะจัดนมให้กับนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการเพิ่มเติมตามสมควร 3) กิจกรรมสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการ สถานศึกษาในสังกัดได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียนประถมศึกษา โดยมีการจัดอาหารเช้าสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทุพโภชนาการ 4) การอบรมและส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 สถานศึกษาในสังกัด และ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการจัดกิจกรรมอบรมให้กับครู นักเรียน และผู้ปกครองเกี่ยวกับการเลือกอาหารที่ดี และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพฤติกรรมการรับประทานอาหารทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน 5) การตรวจสุขภาพและติดตามผล โรงเรียนในสังกัดมีการการตรวจสุขภาพและติดตามผลการเจริญเติบโตของนักเรียนช่วยให้ โรงเรียนสามารถประเมินสถานการณ์และปรับปรุงโครงการอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียน เช่น การเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนอาหารบางประเภทเพื่อลดปัญหาภาวะทุพโภชนาการในนักเรียน 6) ความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานด้านอาหารกลางวันในโรงเรียนมักจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สาธารณสุขจังหวัด องค์กรเอกชนและองค์กรชุมชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ปัญหาภาวะ ทุพโภชนาการในระดับพื้นที่ เช่น โรงเรียนหินกอง(พิบูลอนุสรณ์) ได้รับการสนับสนุนนมจากบริษัท ซีพี เมจิ นอกจากนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ยังมีการนิเทศ ติดตามติดตามการ ดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อตรวจสอบ เมนูอาหารตามระบบ Thai School Lunch ว่าเหมาะสมและครบถ้วน หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ว่ามีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐานโภชนาการ 2. ปัญหาอุปสรรค 2.1 ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบ แต่มีความล่าช้าเนื่องจากได้รับเงิน อุดหนุนหลังวันเปิดทำการเรียนการสอน 2.2 งบประมาณที่ได้รับจัดสรร ไม่เพียงพอในการจัดซื้อวัตถุดิบเนื่องจากราคาค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ส่งผล ต่อการจัดเมนูบางรายการ 2.3 เกิดปัญหาในการเข้าระบบโปรแกรม Thai school Lunch


98 2.4 วัตถุดิบในการประกอบอาหารมีราคาสูงขึ้นทำให้ส่งผลต่อการจัดเมนู บางรายการวัตถุดิบ ในเมนูในระบบ school lunch และในบางพื้นที่ตามบริบทของโรงเรียนหาซื้อยาก ทำให้มีข้อจำกัดในการเลือก เมนูอาหาร 2.5 ปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอ งบประมาณที่จัดสรรให้ต่อหัวนักเรียนอาจไม่สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 2.6 เด็กบางคนเลือกกิน ไม่กินผักหรืออาหารบางประเภท ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน 2.7 การบริโภคอาหารขยะ เด็กอาจติดอาหารฟาสต์ฟู๊ด น้ำอัดลม และขนมที่ไม่มีคุณค่าทาง โภชนาการ 3. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย 1. ควรปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันรายหัว เงินอุดหนุนไม่เพียงพอสำหรับอาหารกลางวัน 2. ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขั้นตอน หรือกระบวนการในการถ่ายโอนงบประมาณ ให้มีความ ต่อเนื่องรวดเร็ว หรือลดขั้นตอนลงหรือจ่ายงบประมาณลงมาโดยตรงที่โรงเรียน 3. โปรแกรม Thai school lunch ควรอัพเดตให้มีเมนูเยอะกว่านี้ให้ผู้รับผิดชอบ มีตัวเลือก ในการจัดสำรับ ให้เมนู เหมาะสมกับยุคสมัยในปัจจุบันมากขึ้น 4. โปรแกรม Thai school lunch มีปัญหาการใช้งาน และต้องการให้สามารถย้อนหลังได้ เพราะบางครั้งครูต้องหาเวลาว่างมาลงข้อมูลในระบบ (ซึ่งว่างน้อยมาก) บางทีเข้าใช้งานแต่ระบบขึ้นรหัส ไม่ถูกต้อง (ซึ่งเป็นรหัสเดิม) 5. ปรับปรุงงบประมาณและการจัดสรรงบอย่างมีประสิทธิภาพโดยเพิ่มงบประมาณต่อหัว นักเรียนให้เหมาะสม ปรับเพิ่มให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบและค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ 6.จัดตั้งระบบติดตามและประเมินผลสุขภาพนักเรียน ตรวจสุขภาพและภาวะโภชนาการเป็นระยะ 7. บรรจุเรื่องโภชนาการและการเลือกอาหารที่เหมาะสมในหลักสูตร 8. รณรงค์ให้เด็กกินผัก ผลไม้ และลดการบริโภคอาหารขยะ - ระดับส่วนราชการ 1. ปรับปรุงงบประมาณอาหารกลางวันให้เหมาะสม คำนึงถึงราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงและ ให้โรงเรียนสามารถจัดการงบได้อย่างยืดหยุ่น 2. มีระบบติดตามภาวะโภชนาการของนักเรียน ตรวจสุขภาพและภาวะโภชนาการของเด็ก เป็นระยะ 3. รณรงค์ให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารขยะ ผ่านกิจกรรมในโรงเรียนและการ สื่อสารผ่านสื่อการเรียนรู้ 4. ส่งเสริมหลักสูตรการเรียนรู้ด้านโภชนาการ ให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพและ การเลือกอาหารที่เหมาะสม - ระดับพื้นที่ 1. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพอาหาร โดยมีตัวแทนจากโรงเรียน อปท. และ ผู้ปกครองร่วมกันตรวจสอบเป็นประจำ 2. จัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้เรื่องโภชนาการ เช่น โครงการ “เด็กไทยกินผัก” หรือ “อาหารดี มีประโยชน์”


99 3. ลดการขายขนมกรุบกรอบและน้ำอัดลมในโรงเรียน เพื่อลดการบริโภคอาหารที่ไม่มีคุณค่า ทางโภชนาการ 4. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี - ไม่มี


100 นโยบายที่ 2.8 : ส่งเสริมให้มีกระบวนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1) สถานศึกษามีและใช้ระบบดูแลความปลอดภัยและภัยทุกรูปแบบให้กับผู้เรียน 1. จัดอบรมระบบมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และทักษะในการรับมือ ด้านความปลอดภัยทุกรูปแบบ 4 กลุ่มภัย ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เพื่อให้ได้รับความรู้ความ เข้าใจในการเสริมสร้างมีทักษะการเอาตัวรอดจากภัยเฉพาะหน้าและรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบและทุก ประเภท มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานความปลอดภัย สถานศึกษา โดยผ่านระบบออนไลน์ และให้สถานศึกษาดำเนินการคัดกรองนักเรียนตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง มี การเยี่ยมบ้านนักเรียนครบทุกคน 2. ส่งเสริมให้ 1 โรงเรียน 1 สถานที่ปลอดภัย โดยจัดทำข้อตกลงความร่วมมือด้านความ ปลอดภัย กับสถานศึกษาในสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 3. ประกาศจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในสถานศึกษา คือ ข้อที่ 7 สถานศึกษาเป็นภิรมย์ฤทัยสถานและปลอดภัยสูงสุดจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 4. ประกาศจัดตั้งศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 เพื่อเป็นศูนย์ในการรับเรื่องเหตุความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษา 5. แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ในการบริหารจัดการดำเนินงานความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างทันต่อเหตุการณ์และเหมาะสม 6. เสริมสร้างความปลอดภัยของสถานศึกษาด้วยรูปแบบ SRI2 GUARD G- Goal กำหนดเป้าหมาย U-Understanding เข้าใจงาน A-Action Plan มีแผนการปฏิบัติ R-Run the job & Review เร่งรัดดำเนินการผสานตามติด D-Development คิดต่อพัฒนา 7. สร้างกลุ่มไลน์ ในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับภัยใน รูปแบบต่าง ๆ และประชาสัมพันธ์การอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับภัยในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด 8. จัดอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาด้านจิตวิทยา คือ ครูนักจิตวิทยาโรงเรียน/ ครู ผู้รับผิดชอบงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้วยกระบวนการ Professional Learning Community (PLC) ประจำปี 2568 เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการอารมณ์และความเครียด, การสื่อสารเชิงบวกและการ จัดห้องเรียนแห่งความสุขเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และเทคนิคและฝึกปฏิบัติการให้คำปรึกษาส่งเสริมการ ดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา 9. การจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย การใช้ระบบ MOE Safety Center รับข้อมูลและดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือประชาชนทั่วไป และจัดตั้งทีมที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยและการ ป้องกันภัยภายในโรงเรียน รวมถึงครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย


101 10. การติดตั้งระบบความปลอดภัย ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย เช่น กล้องวงจร ปิด ระบบควบคุมการเข้าออก และการแจ้งเตือนฉุกเฉิน จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักเรียน ที่เผชิญ ปัญหาครอบครัว ความรุนแรง หรือการกลั่นแกล้ง (Bullying) 11. การฝึกอบรมการป้องกันภัย จัดการฝึกอบรมและกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะในการ ป้องกันตนเองและการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการอพยพในกรณีเหตุ ภัยพิบัติการจัดทำ ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุในโรงเรียน 12. การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความปลอดภัยและ สุขภาพของนักเรียน อาทิติดตั้ง กล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดสำคัญ เช่น ทางเข้า-ออก ทางเดิน อาคารเรียน และจุดเสี่ยงตรวจสอบสภาพอาคาร ห้องเรียน เป็นประจำ ผู้ปกครอง ติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ทางเดิน และห้องน้ำ การดูแลสถานที่ให้สะอาดและปราศจากอันตราย การติดป้ายเตือนสถานที่ หรือจุด เสี่ยงเพื่อความปลอดภัยส่งเสริมให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยในการเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านการสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง 13. การตรวจสอบและประเมินความปลอดภัย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินระบบความ ปลอดภัยในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้พนักงานรักษา ความปลอดภัยเป็นผู้ดูแลตรวจตราความเรียบร้อย พร้อมทั้งดำเนินการการติดตั้งกล้องวงจรปิด และดำเนินการ ประสานกับฝ่ายปกครองในตรวจตรา การใช้ระบบแจ้งเตือนผู้บุกรุก เพื่อเป็นแนวทางความปลอดภัยให้กับ นักเรียน นักศึกษา และทรัพย์สินของทางราชการ 14. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจ หน่วยกู้ภัย หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาล หน่วยดับเพลิง และชุมชน เพื่อประสานงานสร้างเครือข่ายการ ดูแลความปลอดภัยที่เข้มแข็ง 2) สถานศึกษามีแผนเผชิญเหตุ กระบวนการ แนวทางส่งเสริมสร้างการรับรู้ และการซักซ้อม สร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 1. ส่งเสริม สนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้สถานศึกษามีแผนเผชิญเหตุและมาตรการกิจกรรม ในการสร้างความตระหนักรู้ และทักษะในการรับมือ ด้านความปลอดภัยทุกรูปแบบ 4 กลุ่มภัย มีการดำเนินการ ตามแผนอย่างเป็นระบบ และเป็นสถานศึกษาปลอดภัย (1 โรงเรียน 1 สถานที่ปลอดภัย) 2. ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดสระบุรี เป็นเขตพื้นที่สีแดงในเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 จึงเน้นย้ำให้ ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดติดตามสถานการณ์ฝุ่นในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตาม มาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษาทุกท่าน 3. จัดทำการสำรวจความเสี่ยงการเกิดเหตุไม่ปลอดภัยจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ใน ระยะรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร ของโรงเรียนในสังกัด และจัดทำการทบทวนแผนเผชิญเหตุในโรงเรียน กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยจะดำเนินการเสริมสร้างความปลอดภัยของ สถานศึกษาเป้าหมายด้วยรูปแบบ SRI2 GUARD 4. กำชับมาตรการการดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยขึ้น ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Application MOE Safety Center , www.MOE Safety Center.com , LINE @MOE Safety Center หรือที่ call center 0-2126-6565 ระบบสารบรรณ AMSS กลุ่มไลน์และเพจเฟซบุ๊ก เป็นต้น 5. มีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้


102 1) แผนอพยพในกรณีเกิดไฟไหม้: มีการกำหนดเส้นทางอพยพและจุดรวมพลที่ปลอดภัย รวมทั้งฝึกซ้อมอพยพปีการศึกษาละ 1 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรคุ้นเคยกับขั้นตอนการอพยพ การซักซ้อมการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ก่อนโรงเรียนไปทัศนศึกษาจริงทุกครั้ง 2) แผนรับมือกับภัยธรรมชาติ: เช่น แผนรับมือกับน้ำท่วม หรือพายุฝนฟ้า ควรมีการเตรียม สถานที่หลบภัยและการฝึกซ้อมเป็นระยะ ๆ 3) แผนการปฐมพยาบาลและการดูแลสุขภาพ: การฝึกอบรมครูและบุคลากรในด้านการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการจัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในสถานที่ที่เข้าถึงได้ง่าย 4) แผนการจัดการความปลอดภัยในสถานที่เรียน: การตรวจสอบและบำรุงรักษาอาคาร สถานที่ ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด และระบบควบคุม การเข้าออก 5) แผนการสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน: การกำหนดช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อแจ้งข่าวสารและข้อมูลสำคัญในกรณีฉุกเฉิน 6) การตรวจสอบและประเมินผลแผนเผชิญเหตุ: การประเมินและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., สพม., ศกศ.) สอศ.(สอจ.) สกร. และ สช. สพป. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สกร. หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.) คำอธิบาย : 1. ระบบดูแลความปลอดภัย หมายถึง กระบวนการบริหารจัดการเพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และ แก้ไขสถานการณ์ที่อาจเป็นภัยหรืออันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินของนักเรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษา 2. ภัยทุกรูปแบบ หมายถึง สถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแก่ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาชญากรรม ความรุนแรง สุขภาพจิต และการระบาดของโรคติดต่อ ดังนี้ 1. ปัญหาความรุนแรงและการรังแก (Bullying) การรังแกและความรุนแรงในสถานศึกษาเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของ ผู้เรียน การรังแกที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและออนไลน์ส่งผลให้นักเรียนมีความเครียด ซึมเศร้า และบางกรณีอาจถึง ขั้นทำร้ายตัวเอง การดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะผ่านการอบรม การรับรู้การ รังแก หรือจัดให้มีครูแนะแนวที่สามารถให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาแก่เด็ก ๆ ได้อย่างทันท่วงที 2. ความปลอดภัยด้านสุขภาพเนื่องจากการระบาดของโรค สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ของการป้องกันโรคในโรงเรียน ซึ่งต้องมีมาตรการเฝ้าระวัง เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ การให้บริการเจล


103 แอลกอฮอล์ และการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของโรคในโรงเรียน อีกทั้งยัง ควรมีการจัดระบบสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่ดีขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ 3. ปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น สภาวะทางจิตใจของผู้เรียนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเครียดจากการเรียน ความกดดันทางสังคม และปัญหาครอบครัวทำให้ นักเรียนต้องการการสนับสนุนทางด้านจิตใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด โรงเรียนจึงมีความจำเป็นต้องจัดให้มีการ ให้คำปรึกษาและแนะแนวโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้นักเรียนมีพื้นที่ที่ปลอดภัยในการแสดงออกและรับ การสนับสนุนด้านจิตใจอย่างเหมาะสม 4. การป้องกันอุบัติเหตุภายในสถานศึกษา โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ต้องมีการจัดการความปลอดภัยทางกายภาพเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร การจัดทำพื้นที่สำหรับการเล่นกีฬาและกิจกรรมที่ปลอดภัย รวมถึงการติดตั้ง ระบบเฝ้าระวัง เช่น กล้องวงจรปิด และการจัดแผนเผชิญเหตุในกรณีฉุกเฉิน เช่น การฝึกซ้อมอพยพในกรณีไฟไหม้ 5. การพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัย การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ แก่ นักเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถทำผ่านกิจกรรมฝึกอบรมหรือวิชาที่ส่งเสริมความปลอดภัย ในโรงเรียนจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจถึงการรับผิดชอบตนเองและเพื่อนร่วมชั้นในการสร้างสภาพแวดล้อม ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ตัวชี้วัดที่ 1 : ร้อยละของสถานศึกษาที่มีและใช้ระบบดูแลความปลอดภัยและภัยทุกรูปแบบให้กับผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 2 : ร้อยละของสถานศึกษามีแผนเผชิญเหตุ กระบวนการแนวทางส่งเสริมสร้างการรับรู้ และการซักซ้อม สร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตารางที่ 8 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่มีและใช้ระบบดูแลความปลอดภัยและภัยทุกรูปแบบ ให้กับผู้เรียน และสถานศึกษาที่มีแผนเผชิญเหตุกระบวนการแนวทางส่งเสริมสร้างการรับรู้และการซักซ้อมสร้าง ความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด จำนวน สถานศึกษา ทั้งหมด (แห่ง) จำนวนสถานศึกษาที่ได้ดำเนินการตามโยบายฯ มีและใช้ระบบดูแลความ ปลอดภัยและภัยทุกรูปแบบ มีแผนเผชิญเหตุกระบวนการ แนวทางส่งเสริมสร้างการรับรู้ และการซักซ้อมสร้างความ ปลอดภัย จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ สพป.สระบุรี เขต 1 116 116 100 116 100 สพป.สระบุรี เขต 2 135 135 100 135 100 สพม.สระบุรี 21 21 100 21 100 ศกศ. 1 1 100 1 100 สอจ. - - - - - สกร. 13 13 100 13 100 สช. 31 31 100 31 100 รวม


104 *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection 3. ปัญหาอุปสรรค 3.1 การขาดงบประมาณ: การจัดหางบประมาณสำหรับการติดตั้งระบบความปลอดภัยและการ ฝึกอบรมอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากทรัพยากรที่มีจำกัด 3.2 การขาดการฝึกซ้อม: หากไม่มีการฝึกซ้อมเป็นระยะ ๆ นักเรียนและบุคลากรอาจไม่คุ้นเคยกับ ขั้นตอนการเผชิญเหตุ ซึ่งทำให้เกิดความสับสนในสถานการณ์จริง 3.3 การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน: การขาดการสื่อสารที่ชัดเจนและรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน อาจทำให้การ จัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างไม่ราบรื่น 3.4 การขาดการสนับสนุนจากชุมชนและครอบครัว: ชุมชนและครอบครัวไม่ได้มีส่วนร่วม 3.5 สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย:การขาดการดูแลรักษาและบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม ใน โรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ 3.6 ปัจจุบันมีสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแก่นักเรียนมากทำให้ เกิดผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจของผู้เรียนมากขึ้น 4. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย 1. ควรจัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยขั้นตอนการปฏิบัติ การส่งต่ออย่างชัดเจน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ 2. จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน - ระดับส่วนราชการ - ไม่มี - - ระดับพื้นที่ - ไม่มี – 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้มีหนังสือที่ ศธ 04155/ว155 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 เรื่อง เน้นย้ำมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) แจ้งให้สถานศึกษา ในสังกัดทุกแห่ง ดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งดำเนินการดูแล กำกับติดตาม และตรวจสอบนักเรียน ครูและบุคลากรในสังกัดของท่านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) หากมีสถานศึกษาหยุดเรียน และการวางแผนการช่วยเหลือนักเรียน ครูและบุคลากรในสังกัด ให้รายงานสถานการณ์ใน QR CODE โดยรายงานวันละ 2 ครั้งทุกวัน ครั้งที่ 1 เวลา 09.30 น. ครั้งที่ 2 เวลา 13.30 น. QR CODE รายงานสถานการณ์


105 ภาพประกอบ : การกำชับ ป้องกัน แก้ไขปัญหา และข้อมูลการรายงานปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สพป.สระบุรี เขต 1


106 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี มีการพัฒนาระบบและแนวทางในการเผชิญเหตุ ฉุกเฉินในสถานศึกษาสามารถนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้ โดยโรงเรียนนำมาใช้ในการปรับปรุงแผน 1. แอปพลิเคชันการจัดการฉุกเฉิน: การพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยในการจัดการ และสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน สามารถแจ้งเตือนและอพยพนักเรียนได้อย่างรวดเร็ว 2. การใช้ AI: การใช้เทคโนโลยี AI และการเรียนรู้ของเครื่องในการวิเคราะห์และทำนาย สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถเตรียมตัวและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. การจัดทำแผนที่เชิงโต้ตอบ: การสร้างแผนที่เชิงโต้ตอบที่แสดงเส้นทางอพยพและสถานที่ ปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน สามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน 4. การใช้โดรนในการตรวจสอบ: การใช้โดรนในการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ภายในและ นอกโรงเรียน เพื่อเพิ่มการรับรู้และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ ภาพประกอบ : จัดอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาด้านจิตวิทยา คือ ครูนักจิตวิทยาโรงเรียน/ ครู ผู้รับผิดชอบงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้วยกระบวนการ Professional Learning Community (PLC) ประจำปี 2568


107 นโยบายที่ 2.9 : สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต พร้อมการพัฒนาทักษะ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอ่าน การคิดวิเคราะห์ อย่างมีเหตุผล, และทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) และการเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1) นักเรียน/ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมตามช่วงวัยได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมตามช่วงวัยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมและมีคุณภาพตั้งแต่ การศึกษาปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ (1) สำรวจความต้องการด้านการศึกษาของผู้เรียนที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ในสังกัด โดยพิจารณาจากหลักสูตรสถานศึกษาชุมชน/แหล่งเรียนรู้ชุมชน (2) สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดฝึกอบรมด้านต่าง ๆ ทั้งด้านวิชาการและด้านทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 ที่เหมาะสมตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อให้ผู้เรียนทุกคน ได้รับการศึกษาจากหน่วยงานภายนอก (3) ประชาสัมพันธ์การจัดอบรมหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นจากหน่วยงานภายนอกให้แก่ สถานศึกษาที่สนใจเข้ารับการอบรมหรือร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างโอกาสแก่การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน (4) ติดตามและประเมินผลการจัดฝึกอบรมทักษะต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการและความเหมาะสมให้ตรงกับผู้เรียนแต่ละช่วงวัยมากยิ่งขึ้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมา บูรณาการ ประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอนเป็นเชิงประจักษ์เผยแพร่การทำงานของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาลงสู่สถานศึกษาในสังกัด ด้วยการ ส่งเสริม สนับสนุน ให้มีช่องทางในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ของคุณครูในสังกัด ที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ของ นักเรียน ที่เกิดจากการสร้างองค์ความรู้ของนักเรียนผ่านกิจกรรมตามหลักสูตรหรือสิ่งที่นักเรียนสนใจ และ เผยแพร่ให้กับสารธารณชนรับทราบ ทางช่องทาง https://www.srb1.go.th Facebook และ lineกลุ่มต่าง 2) นักเรียน/ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) เหมาะสม ตามช่วงวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ได้ขับเคลื่อนนโยบายด้วยการพัฒนา บุคลากรในสังกัดประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะ อาชีพจำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) เหมาะสมตามช่วงวัย และ ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรในสังกัดตื่นรู้ ในเรื่องวิชาการอาชีพใหม่ๆ ด้วยสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย รูปแบบ 4CITEMS ซึ่งปรากฏในกิจกรรม ดังนี้ 1. โรงเรียน 1 โครงงานอาชีพ เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดมีโอกาสได้นำเสนอและแลกเปลี่ยน เรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ 1 โรงเรียน 1 โครงงานอาชีพ ดังนี้ 1.1 จัดอบรมและพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ความสามารถด้านทักษะอาชีพตาม ความถนัด ของครูผู้สอน หรือตามความต้องการเรียนรู้ใหม่ของครูผู้สอนเพื่อนำไปถ่ายทอดและจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนด้านอาชีพให้แก่ผู้เรียน


108 1.2 ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมหรือหลักสูตรสอนเสริมด้านทักษะ อาชีพที่จำเป็นให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีการต่อยอดนำไปใช้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในชีวิตจริง 2. อัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน 3. โรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษาและสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา กิจกรรมบริษัทสร้างการดี 4. ส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเข้าร่วมโครงการส่งเสริมเวทีประชาคม และการพัฒนารูปแบบการจัดทำหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดสระบุรี 5. สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษาในการจัดการกิจกรรมที่พัฒนา ทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต เพื่อให้สถานศึกษาอื่นในสังกัดหรือนอกสังกัดได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์และแนวคิดต่าง ๆ ซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปใช้ปรับปรุง พัฒนาการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา ตนเอง นอกจากนี้ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอทุกแห่ง จัดโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและพัฒนาความสามารถด้านการเรียนและทักษะด้านอาชีพ ที่ใช้ในการทำงานในแต่ละ สายอาชีพ เหมาะสมตามช่วงวัย โดยมีการวัดผลและประเมินผล เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และการลงมือฝึกปฏิบัติจริง สนับสนุนให้ผู้เรียนมีการคิดอย่างสร้างสรรค์ สร้างผลงาน ชิ้นงานของตนเอง ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันยุคทันสมัย โดยการใช้พื้นที่ห้องสมุด “เฉลิมราชกุมารี” ห้องสมุดประชาชน อำเภอจัดทักษะอาชีพให้เหมาะสมผู้เรียนแต่ละช่วงวัยตามความถนัด และตามความสนใจเกิดการเรียนรู้เพื่อ การพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน 3) การเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Program for International Student Assessment : PISA) หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรีมีการเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมิน สมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Program for International Student Assessment : PISA) ดังนี้ 1. ดำเนินการให้ครูผู้รับผิดชอบสอนด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (กลุ่มเป้าหมาย) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ฉบับย่อ ภาคเรียนที่ 2/2567 โดยในแผนการจัดการเรียนรู้จะใช้กิจกรรมจากชุดพัฒนาความฉลาดรู้ฯ ให้ได้ตาม เป้าหมายอย่างน้อย 6 – 8 เรื่อง ทั้ง 3 ด้าน 2. ดำเนินการให้ครูผู้รับผิดชอบสอน PISA นำนักเรียนเข้าฝึกทำข้อสอบในระบบ Computer Based Test ให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้ง/คน ในภาคเรียนที่ 2/2567 เพื่อสร้างความคุ้นชินกับข้อสอบและ ระบบออนไลน์ให้กับผู้เรียน 3. ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร สถานศึกษา ครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านเข้ารับการอบรมการขยายผลการสร้างข้อสอบตามแนว การประเมิน PISA เพื่อนำเทคนิคของการสร้างข้อสอบที่ได้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และ PLC เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน


109 4. ดำเนินการให้ครูผู้รับผิดชอบสอน PISA ทำการจองรอบการสอบในระบบ PISA Style Online Testing ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทุกคน เพื่อเป็นการซักซ้อมการทำข้อสอบให้พร้อมรับ การประเมิน PISA ปี 2025 5. นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาสมรรถนะความฉลาดรู้ฯ เพื่อให้คำแนะนำ ปรึกษา และนำผลที่ได้จากการพัฒนามาปรับปรุงและวางแผนการดำเนินงานต่อไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนตามแนวทาง PISA อย่างเป็นระบบ โดยใช้เครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาของศูนย์ พัฒนาวิชาการ เป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย โดเมนวิทยาศาสตร์โรงเรียนแก่งคอย โดเมน คณิตศาสตร์โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา โดเมนการอ่าน โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา”โดยมีศึกษานิเทศก์ทำ หน้าที่ กำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงาน ของ ครูแกนนำ ผ่านเครือข่าย สหวิทยาเขต ซึ่งทำให้สามารถ เข้าถึง โรงเรียนในสังกัด และนักเรียนกลุ่มเป้าหมายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีแนวทางการดำเนินการดังนี้ 1. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา - คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 100% แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีพัฒนาการ ด้านสมรรถนะ PISA อย่างมีนัยสำคัญ - อบรมครูแกนนำ ในแต่ละโดเมนให้เข้าใจแนวข้อสอบ PISA และการบูรณาการ แนวคิด PISA สู่การเรียนการสอน - จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูในเครือข่าย เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสอนที่ตอบ โจทย์PISA - ติดตามผลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยศึกษานิเทศก์ เพื่อให้มั่นใจว่าการสอนมี ประสิทธิภาพ 2. การพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับแนวทาง PISA - ใช้ชุดพัฒนาความฉลาดรู้(Literacy Development Kits) เพื่อพัฒนาทักษะของ นักเรียนในแต่ละโดเมน - ฝึกทำข้อสอบ Computer-Based Test (CBT) เพื่อให้นักเรียนคุ้นเคยกับแนว ข้อสอบ PISA - จัดกิจกรรมเสริมทักษะ PISA เช่น การอ่านเชิงวิเคราะห์ กิจกรรมโครงงาน วิทยาศาสตร์ และโจทย์คณิตศาสตร์ประยุกต์ 3. การวัดและประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะ PISA ของนักเรียน กำหนด การทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน ในภาคเรียนที่ 1/2567 เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของ นักเรียน พบว่า - คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 100% แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมีพัฒนาการ ด้านสมรรถนะ PISA อย่างมีนัยสำคัญ - โดยเฉพาะในโดเมนวิทยาศาสตร์ ที่มีพัฒนาการเด่นชัด ซึ่งอาจสะท้อนถึง ความ สอดคล้องของแนวทางการสอนกับวิธีการเรียนรู้ของนักเรียน ปัจจัยความสำเร็จของการขับเคลื่อน PISA - มีระบบเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ระหว่างโรงเรียน ศูนย์พัฒนาวิชาการ และ ศึกษานิเทศก์


110 - การบูรณาการแนวข้อสอบ PISA กับหลักสูตร ทำให้นักเรียนซึมซับทักษะที่จำเป็น ผ่านการเรียนรู้ในห้องเรียน - การสนับสนุนทรัพยากร เช่น สื่อการเรียนรู้ แพลตฟอร์มออนไลน์ และแบบทดสอบ PISA อย่างต่อเนื่อง - นักเรียนมีส่วนร่วมและได้รับการกระตุ้น ผ่านกิจกรรมเสริมทักษะที่สร้างแรงจูงใจ นอกจากนี้สำนักงานเขตพื้นที่กานศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 มีการจัดกิจกรรมส่งเสริม การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ตาม PISA Gamification โดยการจัดกิจกรรมดังนี้ 1. จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูแกนนำ เพื่อยกระดับคุณภาพความ ฉลาดรู้ของผู้เรียนโดยใช้AI และแนวคิด Gamification ประยุกต์ใช้กับ PISA เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2567 และการส่งเสริมให้ครูแกนนำประยุกต์ใช้ Gamification ในการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการนำชุดพัฒนา ความฉลาดรู้ไปใช้ในห้องเรียน 2. การจัดแข่งขัน PISA Gamification Challenge 2024 โดยโรงเรียนขยายโอกาส ทั้ง 14 แห่ง ส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันโรงเรียนละ 1 คน และได้ตัวแทนระดับสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาไปแข่งขันระดับภูมิภาค 3. และมีการจัดแข่งขัน PISA Teacher Gamification Awards ให้กับครูที่สนใจเข้า ร่วมส่งผลงานประกวด โดยมีผู้เข้าร่วมส่งผลงานจำนวน 9 คน ผู้ได้เป็นตัวแทนระดับสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา โดยมีการดำเนินการดังนี้ (1) โรงเรียนมีการรายงานผลการดำเนินงานทุกสัปดาห์ ในรูปแบบ Info 1 หน้า (2) โรงเรียนขยายโอกาสทั้ง 14 แห่ง มีปฏิทินการดำเนินงานของตนเองที่ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานเขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์ PISA รวมถึงครูแกนนำ มีการวิเคราะห์ ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับชุดพัฒนาความฉลาดรู้ โดยมีการจัดทำเป็นโครงสร้างรายวิชา 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., ศกศ.) สอศ.(สอจ.) และ สช. สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.) คำอธิบาย : 1. การประเมินความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Program for International Student Assessment : PISA) หมายความว่า การประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จบการศึกษาภาคบังคับ สำหรับ PISA ประเทศไทย ได้กำหนดกรอบการสุ่มตัวอย่าง (sampling frame) เป็นนักเรียนอายุ 15 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป จากโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และวิทยาลัยใน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


111 ตัวชี้วัด : ร้อยละของสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่งเสริมการประเมินความฉลาดรู้ตามแนว ทางการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Program for International Student Assessment : PISA) ตารางที่ 9 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่งเสริมการประเมิน ความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Program for International Student Assessment : PISA) สังกัด สถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) สถานศึกษาที่ส่งเสริมการประเมินความฉลาดรู้ ตามแนวทางการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล จำนวน (แห่ง) ร้อยละ สพป.สระบุรี เขต 1 116 14 - สพป.สระบุรี เขต 2 135 35 - สพม. 21 21 - สอจ. - - - สช. 31 4 - สกร. - - - ศกศ. - - - รวม *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection 3. ปัญหาอุปสรรค การเตรียมความพร้อมในการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) พบว่า คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการทดสอบไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน และผู้เรียนบางคนไม่มีความถนัดในการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว เนื่องจากความแตกต่างระหว่างผู้เรียนแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน 4. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย ส่งเสริมให้มีการขยายผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PISA ในการจัดการเรียนการสอน และมีการ ทดสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อวัดและประเมินผล - ระดับส่วนราชการ การเตรียมความพร้อมในการประเมินสมรรถนะสากล PISA มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งควรเพิ่มอุปกรณ์ดังกล่าวให้รองรับและเพียงพอต่อการประเมิน 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(ถ้ามี) 1. ครูนำข้อสอบมาแทรกในการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ รวมถึงการเรียนรู้นอก ห้องเรียนด้วยตนเอง 2. การประยุกต์ใช้ข้อสอบ PISA ในการสร้างเกมเพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และได้ ส่งแข่งขัน PISA Gamification ของ สพฐ.


112 ภาพประกอบ : สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต พร้อมการพัฒนาทักษะ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอ่าน การคิดวิเคราะห์ อย่างมีเหตุผล, และทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) และการเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA)


113 นโยบายที่ 2.10 : นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียน การสอน หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดสระบุรีได้ดำเนินนโยบายด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 มุ่งเน้นการส่งเสริม การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล 10 รูปแบบ เช่น Canva, ChatGPT และ Google Classroom เพื่อสนับสนุนการ เรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ พบว่าครูร้อยละ 67.60 ใช้ AI ในการสอน และนักเรียนร้อยละ 48.43 ได้รับการเรียนรู้ผ่าน AI นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ รวมถึงการ อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ AI และการออกแบบเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีการนำ AI มาใช้ในการบริหารโรงเรียน โดยเฉพาะด้านการบริหารวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโรงเรียน ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมจัดอบรมให้ครูสามารถใช้ AI ใน การตรวจข้อสอบ วิเคราะห์ผลงาน และสร้างสื่อการสอนแบบอินเทอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ ยังมีการนำ เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR/VR) มาใช้ในการจำลองการเรียนรู้ และส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านเทคโนโลยี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ได้มีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์ผลการเรียนของ นักเรียน และออกแบบแผนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน รวมถึงสนับสนุนการใช้ VR/AR และ AI Chatbot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ระดับอาชีวศึกษา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสระบุรีได้ส่งเสริมให้นักเรียนใช้ AI ในการทำ โครงงาน เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสระบุรี ได้จัดโครงการอบรม AI ให้แก่ครูผู้สอน เพื่อพัฒนาแผนการสอนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับยุคดิจิทัล จากการดำเนินงานของหน่วยงานด้านการศึกษาทั้งหมดในจังหวัดสระบุรี จะเห็นได้ว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ ทันสมัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนในยุคปัจจุบันได้อย่างดี 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., สพม., ศกศ.) สอศ. (สอจ.) สกร. และ สช. สพป. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สกร. หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.)


114 คำอธิบาย : 1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หมายถึง ระบบประมวลผลของคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มีการวิเคราะห์เชิงลึก สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการ จัดการเรียนการสอนของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. การจัดการเรียนรู้ หมายถึง สถานศึกษานำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการจัดการเรียน การสอนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ที่ช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนตามความเหมาะสม และความสามารถของผู้เรียน 3. การพัฒนาทักษะดิจิทัล หมายถึง การใช้เทคโนโลยีในการสอนทักษะดิจิทัล เช่น การสอน เขียนโปรแกรม หรือการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการใช้ AI เพื่อเสริมทักษะดิจิทัล 4. การพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ หมายถึง การใช้เทคโนโลยีในการช่วยพัฒนาทักษะ ภาษาต่างประเทศ เช่น แอปพลิเคชันเรียนภาษา, การเรียนออนไลน์, หรือการใช้โปรแกรมที่ช่วยในทักษะ การฟังและพูดภาษา และช่วยพัฒนาทักษะภาษา 5. เทคโนโลยีที่ทันสมัย หมายถึง การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเครื่องมือดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนากระบวนการเรียนการสอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ และเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 1 : ร้อยละของสถานศึกษาที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยใน การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ ตารางที่10 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ สังกัด จำนวน สถานศึกษา ทั้งหมด (แห่ง) สถานศึกษาที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการ พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ จำนวน (แห่ง) ร้อยละ สพป.สบ.เขต 1 116 116 100 สพป.สบ.เขต 2 135 135 100 สพม. 21 21 100 ศกศ. - - - สอจ. - - - สกร. 13 13 100 สช. 31 27 90 รวม *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e – Inspection


115 ตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ ตารางที่ 11 แสดงจำนวนและร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะ ภาษาต่างประเทศ สังกัด จำนวนผู้เรียน ทั้งหมด (คน) ผู้เรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะภาษาต่างประเทศ จำนวน (คน) ร้อยละ สพป.สบ.เขต 1 14,587 14,587 100 สพป.สบ.เขต 2 22,629 22,629 100 สพม. 26,066 26,066 100 ศกศ. - - - สอจ. - - - สกร. 7,262 5,446 74.99 สช. 15,000 15,000 100 รวม *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection 3. ปัญหาอุปสรรค 3.1 ขาดงบประมาณและอุปกรณ์เทคโนโลยีเช่น คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3.2 ครูขาดความรู้และทักษะในการใช้ AI ต้องมีการอบรมเพิ่มเติม 3.3 ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีของนักเรียน ขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต 4. ข้อเสนอแนะ - ระดับนโยบาย สนับสนุน แพลตฟอร์ม AI ฟรีให้โรงเรียน จัดสรรงบประมาณ ซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีและปรับปรุงอินเทอร์เน็ต - ระดับส่วนราชการ อบรมครูเกี่ยวกับการใช้ AI และเทคโนโลยีการศึกษา สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดี - ระดับพื้นที่ สำรวจความต้องการของสถานศึกษาและจัดอบรมให้ตรงจุด ส่งเสริม การใช้ AI ในทุกระดับการศึกษา 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี -ไม่มี


116 นโยบายที่ 2.11 : ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข และนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” 1. ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ผลการดำเนินงานตามนโยบายส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุขและ "สุขาดี มีความสุข" ของหน่วยงานทาง การศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้ดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ผู้เรียนในหลายด้าน ดังนี้ 1) สถานศึกษาดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข - ส่งเสริมสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดในระดับต่างๆ เพื่อป้องกัน ปัญหายาเสพติดและลดพฤติกรรมรุนแรงในโรงเรียน - ดำเนินการตามนโยบาย Zero Dropout เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลและกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา - พัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกห้องเรียน รวมถึงสนามเด็กเล่นของเด็กปฐมวัยที่มีความ ปลอดภัยและเหมาะสมตามช่วงวัย - สนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ตและการเรียนรู้ออนไลน์ในการค้นหาข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ - จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬานักเรียนเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาทักษะด้านสังคม - กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ จัดกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสเป็นผู้นำและสร้างแรงบันดาลใจในการ เรียนรู้ เช่น ให้เด็กนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ - โครงการ "ห้องเรียนคุณภาพ ห้องเรียนแห่งความสุข" ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน ห้องเรียน โดยมุ่งเน้นทั้งด้านกายภาพ การปฏิบัติงานของครู และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 2) สุขาดี มีความสุข - ดำเนินการคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบ "สุขาดี มีความสุข" - ส่งเสริมการพัฒนาห้องน้ำในโรงเรียนให้มีมาตรฐานที่สะอาด สะดวก สบาย และสวยงาม รวมถึง การดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ - ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการดูแลความสะอาดห้องน้ำ เช่น การจัดกิจกรรม Big Cleaning Day 2. การติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายฯ แหล่งข้อมูล/หน่วยงานผู้ให้ข้อมูล : สพฐ. (สพป., สพม., ศกศ.) สอศ.(สอจ.) สกร. และ สช. สพป. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สพม. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศกศ. หมายถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สอจ. หมายถึง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สกร. หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด สช. หมายถึง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (สช.) / สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (5 จชต.) คำอธิบาย : 1. แนวทาง/โครงการ/กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข หมายถึง สถานศึกษาได้ ดำเนินการกำหนดแนวทาง/โครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองทางด้านการเรียนรู้ มีความสุข


117 และสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น เป็นผู้ที่มีความสุขในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนจะได้พัฒนา ความสามารถตามความถนัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. การดำเนินการตามนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” หมายถึง การดำเนินการตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบาย "สุขาดี มีความสุข” โดยสถานศึกษาต้อง ดำเนินการตามหลัก 5 ส. คือ สะอาด (Clean) สะดวก (Convenient) สบาย (Comfortable) สุขลักษณะ (Hygiene) และสวยงาม (Attractive) รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัย และเพียงพอต่อการใช้งาน ตัวชี้วัดที่ 1 : ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้กำหนดแนวทางหรือจัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ความสุข ตารางที่ 12 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่ได้กำหนดแนวทางหรือจัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข สังกัด สถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) สถานศึกษาที่ได้กำหนดแนวทางหรือจัด โครงการ/กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ความสุข จำนวน (แห่ง) ร้อยละ - สพป.สบ.เขต 1 116 116 100 - สพป.สบ.เขต 2 135 135 100 สพม. 21 21 100 ศกศ. 1 1 100 สกร. 13 13 100 สอจ. 9 9 100 สช. 31 31 100 รวม 326 326 100 *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection ตัวชี้วัดที่ 2 : ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้ดำเนินการตามนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” (5ส.) ตารางที่13 แสดงจำนวนและร้อยละของสถานศึกษาที่ได้ดำเนินการตามนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” (5ส.) สังกัด สถานศึกษาทั้งหมด (แห่ง) สถานศึกษาที่ได้ดำเนินการตามนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” (5ส.) จำนวน (แห่ง) ร้อยละ สพป.สบ.เขต 1 116 116 100 สพป.สบ.เขต 2 135 135 100 สพม. 21 21 100 ศกศ. 1 1 100 สกร. 13 13 100 สอจ. 9 9 100 สช. 31 31 100 รวม 326 326 100 *หมายเหตุ ช่องทึบ เป็นการนำเข้าข้อมูลและคำนวณค่าร้อยละโดยระบบ e - Inspection


118 3. ปัญหาอุปสรรค 3.1 ขาดแคลนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ - การปรับปรุงห้องน้ำให้ได้มาตรฐานต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับ สถานศึกษาที่มีงบประมาณจำกัด - การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอทำให้บางสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง งบประมาณไม่เพียงพอต่อการปรับปรุงพื้นที่ - งบประมาณที่มีจำกัดทำให้บางพื้นที่ไม่สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาห้องน้ำให้มีความเหมาะสมตาม มาตรฐานที่ต้องการได้ 3.3 การรักษาความสะอาดของห้องน้ำ - ปัญหาการรักษาความสะอาดห้องน้ำไม่ดีเนื่องจากบางคน (ทั้งนักเรียนและบุคลากร) ไม่ให้ ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด ซึ่งส่งผลให้ห้องน้ำมีสภาพสกปรกและเสียหาย - จำนวนผู้ใช้ห้องน้ำมาก ทำให้ห้องน้ำชำรุดเสียหายบ่อยครั้งและต้องมีการปรับปรุงบ่อยๆ 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 ระดับนโยบาย - ควรมีนโยบายที่ชัดเจนและแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันในทุกระดับ เพื่อให้สถานศึกษา สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนด - ควรมีการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอให้กับสถานศึกษา เพื่อให้การดำเนินงานในโครงการ พัฒนาห้องน้ำและการปรับปรุงอื่นๆ สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐาน โดยเฉพาะในโรงเรียนที่มีงบประมาณ จำกัด 4.2 ระดับส่วนราชการ - ส่วนกลางสนับสนุนงบประมาณในส่วนของการพัฒนาห้องน้ำ ตามนโยบาย “สุขาดี มีความสุข” 4.3 ระดับพื้นที่ - ไม่มี 5. รูปแบบ แนวทาง หรือนวัตกรรม ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี 5.1 การขับเคลื่อน “สุขาดี มีความสุข” โดยใช้ 5W1H โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) สำนักงาน เขตพื้นที่กีศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2


119 ภาพประกอบ นโยบายที่ 2.11 : ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข และนโยบาย “สุขาดี มีความสุข”


120 ภาคผนวก ประกาศสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระบุรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานตาม นโยบายและการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘


121


122


123


124


125


126


Click to View FlipBook Version