The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ดนตรีป.5(บรรชาชัย.)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Toey Surajit, 2020-12-20 10:34:18

แผนการจัดการเรียนรู้ดนตรีป.5(บรรชาชัย.)

แผนการจัดการเรียนรู้ดนตรีป.5(บรรชาชัย.)

แผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ าดนตรี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5

เสนอ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.พชั รีภรณ์ บางเขยี ว

จดั ทาโดย
นายบรรชาชัย สมัครการ
รหสั นักศกึ ษา 6181112021 เลขท่ี 18 หมู่เรยี น D13
คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาขาวชิ าคอมพิวเตอรศ์ กึ ษา (ค.บ.5ปี)

แผนการจัดการเลม่ นีเ้ ป็นส่วนหน่งึ ของรายวชิ าการจัดการเรยี นรู้และการจดั การชนั้ เรยี น
รหสั วิชา 1100301

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา



คานา

แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ จัดทาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา
ดนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มีการจัดกิจกรรมและการวัดประเมินผลท่ี
หลากหลายสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

อนึ่งหวังว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ คงจะมีประโยชน์ต่อครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ในการใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนและการจัดทาแผนการเรียนรู้ นอกจากนี้
อาจจะทาให้การศึกษาของชาติมีการพัฒนามากขึ้น ขอขอบพระคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนทาให้
แผนการจดั การเรยี นร้นู ้ีสาเรจ็ ไดด้ ว้ ยดี

บรรชาชัย สมัครการ

สารบัญ ข

เร่อื ง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายปี 1
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1
สาระสาคญั 2
สาระเรียนรู้ 2
คาอธิบายรายวิชา 3
ตารางโครงสร้างรายวชิ า 4
แผนการเรยี นร้รู ายหน่วย 5
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 1 6
แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 2 20
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ 3 33
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ 4 47
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 5 58
บรรณานกุ รม 69

1

แผนการจดั การเรยี นรู้รายปี

สาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายวิชาดนตรี

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 2563 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ
ครผู ้สู อน นายบรรชาชยั สมคั รการ

1 . มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์
วิจารณค์ ณุ ค่าดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่อดนตรอี ย่างอิสระ
ชน่ื ชม และประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน

ตวั ช้ีวดั
ป.5/1 ระบุองคป์ ระกอบดนตรีในเพลงที่ใชใ่ นการสอ่ื อารมณ์

ป.5/2 จาแนกลักษณะของเสียงขับรอ้ งและเครือ่ งดนตรที ี่อยูใ่ นวงดนตรปี ระเภทตา่ งๆ
ป.5/3 อ่านเขียนโนต้ ดนตรีไทยและสากล 5 ระดับเสยี ง
ป.5/4 ใชเ้ คร่อื งดนตรบี รรเลงจงั หวะและทานอง

ป.5/5 ร้องเพลงไทยหรอื เพลงสากลหรอื เพลงไทยสากลทีเ่ หมาะสมกบั วยั
ป.5/5 ด้นสดงา่ ยๆโดยใชป้ ระโยคเพลงแบบ ถาม-ตอบ
ป.5/6 ใชด้ นตรีรว่ มกับกจิ กรรมในการแสดงออกตามจติ นาการ

มาตรฐานการเรยี นรู้ ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม
เหน็ คุณค่างานทัศนศลิ ปท์ ่เี ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น

ภูมิปญั ญาไทยและสากล

ป.5/1 อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งดนตรกี บั ประเพณีในวัฒนธรรมตา่ งๆ
ป.5/2 อธบิ ายคุณคา่ ของดนตรีที่มาจากวฒั นธรรมที่ต่างกัน
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 นักเรยี นระบอุ งคป์ ระกอบหรือวิเคราะห์ดนตรใี นเพลงทใี่ ชใ้ นการส่ืออารมณ์ (K)
2.2 นกั เรยี นแสดงการจาแนกลกั ษณะของเสยี งขบั ร้องและเครอื่ งดนตรที ี่อยใู่ นวงดนตรี (P)

2.3 นักเรยี นปฏบิ ัติการอา่ นเขยี นโนต้ ดนตรไี ทยและสากล 5 ระดบั เสียง (P)
2.4 นักเรียนสามารถใช้เคร่ืองดนตรบี รรเลงจังหวะและทานองได้ (K)
2.5 นักเรยี นสามารถรอ้ งเพลงไทยหรอื เพลงสากลหรอื ไทยสากลท่ีเหมาะสมกบั วยั ได้ (K)

2.6 นักเรียนปฏบิ ัตกิ ารดน้ สดงา่ ยๆ โดยใช้ประโยคเพลงแบบถาม-ตอบได้ (P)
2.7 นกั เรยี นสามารถใช้ดนตรีร่วมกบั กจิ กรรมในการแสดงออกตามจติ นาการ (K)

2.8 นักเรยี นเห็นคณุ คา่ ของดนตรี (A)
2.9 นักเรยี นอธบิ ายความสมั พันธ์ดนตรกี บั ประเพณีในวัฒนธรรมได้ (P)

2

2.10 นักเรยี นอธิบายคณุ ค่าของดนตรที ี่มาจากวฒั นธรรมทีต่ า่ งกนั ได้ (P)
2.11 นักเรียนตระหนกั ถงึ ความสาคัญของมารยาทในการเลน่ ดนตรี (A)
3. สาระสาคัญ
การเข้าใจองค์ประกอบต่าง ๆ ทางดนตรี ทาให้สามารถรับรู้ความไพเราะของดนตรีได้มากข้ึน
และจังหวะสามารถทาให้เกิดความรู้สึกหรืออารมณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น เพลงที่มีจังหวะช้าสามารถถ่ายทอด
อารมณ์เศร้า ออ่ นหวาน หรอื ความท้อแท้สิน้ หวัง และเพลงทีม่ จี ังหวะค่อนขา้ งเร็ว สามารถส่ือถึงอารมณ์
สนุกสนานครื้นเครงหรือความคึกคะนองได้ ส่วนทานองเป็นสิ่งที่ฟังง่ายกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ และ
สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้ต่าง ๆ แก่ผู้ฟังได้เป็นอย่างดี เช่น เพลงที่มีการเปลี่ยนแปลงทานองอยู่
เรือ่ ย ๆ จะทาให้เพลงมีอารมณท์ ีห่ ลากหลายกวา่ เพลงที่ดาเนินทานองเดิมตลอด ลกั ษณะเสียงขับร้องและ
เสียงของเครื่องดนตรีเป็นปัจจัยสาคัญที่ส่งผลให้บทเพลงมีความไพเราะ ลักษณะของเพศ อายุหรือวัย
เครื่องดนตรี รวมทั้งวงดนตรีแต่ละประเภทต่างมีลักษณะของเสียงเฉพาะของตนเองและแตกต่างกัน
ออกไป ซ่ึงสามารถทาให้เพลงมีความไพเราะแตกต่างกนั ตามไปดว้ ย เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี
เป็นสิ่งสาคัญในการเรียนหรือหัดเล่นดนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นภาษาทางดนตรี ถ้าเราอ่านหรือเขียน
ภาษาทางดนตรไี ด้ถูกตอ้ งและคลอ่ งแคล่ว กจ็ ะสามารถเรียนหรือเล่นดนตรไี ด้เร็วและง่ายขน้ึ และเป็นไป
ตามจุดประสงค์ของบทเพลงนั้น ๆ เพลงไทยในอัตราสองชั้นเป็นเพลงที่มีอัตราจังหวะปานกลาง ซึ่งเป็น
เพลงท่รี อ้ งง่าย สาหรับเพลงสากลหรอื เพลงไทยสากลเป็นเพลงท่ีถกู แตง่ ข้นึ ตามหลกั วิชาของดนตรีสากล
และบรรเลงด้วยเคร่ืองดนตรีสากลเปน็ หลัก สว่ นการร้องเพลงประสานเสียงแบบ CanonและRound เปน็
การร้องเพลงตามหลักวิชาของดนตรีสากล ซึ่งมีความไพเราะและลักษณะการร้องที่แตกต่างกันไป บท
เพลงท่ีใชร้ ้องหรือเล่นในงานประเพณีพื้นบ้านของท้องถน่ิ ต่าง ๆ ลว้ นมบี ทบาทหน้าท่ีและความสาคัญต่อ
ทอ้ งถิน่ สามารถสรา้ งความร่นื เริงและสร้างความศักดิ์สิทธ์ิให้กบั พธิ ีกรรมต่าง ๆ ได้เปน็ อยา่ งดี คุณค่าของ
ดนตรีจากแหล่งวัฒนธรรมของไทยสามารถแบ่งออกเป็น 4 แหล่งใหญ่ ๆ ตามภูมิภาคคือ ดนตรีใน
วัฒนธรรมภาคเหนือ ดนตรีในวัฒนธรรมภาคอีสาน ดนตรีในวัฒนธรรมภาคใต้ และดนตรีในวัฒนธรรม
ภาคกลาง ซงึ่ แตล่ ะภาคก็จะมีความแตกตา่ งกันออกไป
4. สาระการเรียนรู้
4.1 องคป์ ระกอบของดนตรี
4.2 การส่อื สารอารมณ์ดว้ ยองค์ประกอบของดนตรี
4.3 ลักษณะของเสียงขับร้องและเสยี งของเคร่ืองดนตรี
4.4 เครื่องหมายของดนตรี
4.5 สญั ลักษณ์ของดนตรี
4.6 การอ่านโน๊ตดนตรี และเขียนโนต๊
4.7 การรอ้ งเพลง
4.8 การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลง

3

4.9 การบรรเลงดนตรี
4.10 ดนตรีกบั การแสดงออกตามจิตนาการ
4.11 ดนตรกี ับงานประเพณีท้องถ่นิ
4.12 คุณค่าของดนตรีจากแหล่งวฒั นธรรม
5. คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาการระบุองค์ประกอบของดนตรีในเพลงที่ใช้ในการสื่ออารมณ์ การจาแนกลักษณะของ
เสียงขับร้องและเครื่องดนตรีที่อยู่ในวงดนตรปี ระเภทต่างๆ โดยการอ่าน เขียนโน้ตไทย สากล 5 ระดับ
เสยี งรวมทงั้ การใช้เคร่อื งดนตรบี รรเลงจังหวะและทานองรว่ มกบั กิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ
พรอ้ มทง้ั ร้องเพลงไทย เพลงสากลท่ีเหมาะสมกับวยั การด้นสดง่ายๆ โดยใชป้ ระโยคเพลงเพลงแบบถาม
ตอบ และการอธบิ ายความสมั พนั ธ์ คณุ ค่าระหว่างดนตรีกับประเพณที ี่มาจากวัฒนธรรมท่ีต่างกัน
โดยใช้กระบวนการเปรียบเทียบ จาแนก วิเคราะห์ ฝึกทักษะความชานาญ เพื่อให้เกิดความรู้
ความเข้าใจ และทักษะความชานาญ สามารถถ่ายทอดเพ่ือการอนรุ ักษ์ ตระหนักถงึ คณุ ค่าของดนตรี
เพื่อให้รู้ถึงองค์ประกอบของดนตรี การเขียนโน้ตไทย - สากล ตามลาดับเสียง การแสดงออก
ตามจินตนาการของแต่ละคน เห็นคุณคา่ ความสัมพันธ์ระหว่างดนตรกี ับประเพณีที่มาจากวัฒนธรรมที่
ตา่ งกนั
ตวั ชวี้ ดั
ศ2.1 ป.5/1 , ป.5/2 , ป.5/3 , ป5/4 , ป.5/5 , ป5/6 , ป.5/7
ศ2.2 ป.5/1 , ป.5/2
รวม 9 ตวั ชีว้ ัด

4

ตารางโครงสร้างรายวชิ า

สาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายวิชาดนตรี 1 หนว่ ยกติ

ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ปกี ารศกึ ษา 2563 เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง

หนว่ ยท่ี มาตรฐานตวั ชว้ี ัด ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ /สาระการเรยี นรู้ เวลา /
ชัว่ โมง

1. ศ2.1 องค์ประกอบของดนตรี 10

1.1 องค์ประกอบของดนตรี 3

1.2การสือ่ สารอารมณ์ดว้ ยองค์ประกอบของดนตรี 3

1.3ลกั ษณะของเสยี งขับร้องและเสียงของเครือ่ งดนตรี 4

2. ศ2.1 เคร่ืองหมายและสญั ลักษณ์ของดนตรี 9

2.1เคร่อื งหมายของดนตรี 3

2.2สญั ลกั ษณ์ของดนตรี 3

2.3การอา่ นโนต๊ ดนตรี และเขยี นโน๊ต 3

สอบกลางภาค 1

3. ศ2.1 การรอ้ งเพลงและการบรรเลงดนตรี 13

3.1 การร้องเพลง 3

3.2การสรา้ งสรรค์ประโยคเพลง 3

3.3 การบรรเลงดนตรี 3

3.4ดนตรกี ับการแสดงออกตามจิตนาการ 4

4. ศ2.2 ดนตรกี บั งานประเพณีท้องถิ่น 3

ดนตรีกบั งานประเพณที ้องถิน่ 3

5. ศ2.2 คุณค่าของดนตรจี ากแหล่งวัฒนธรรม 3

คณุ ค่าของดนตรจี ากแหลง่ วฒั นธรรม 3

สอบปลายภาค 1

รวม 40

5

แผนการเรยี นรู้รายหนว่ ย

6

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ 1

7

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 1

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวชิ าดนตรี

ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง องค์ประกอบของดนตรี เวลา 10 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถา่ ยทอดความรูส้ กึ ความคดิ ต่อดนตรอี ย่าง
อิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
ตวั ช้ีวดั

ป.5/1 ระบุองคป์ ระกอบดนตรใี นเพลงทใ่ี ชใ่ นการสื่ออารมณ์
ป.5/2 จาแนกลักษณะของเสยี งขับรอ้ งและเครื่องดนตรีทอี่ ยู่ในวงดนตรีประเภทตา่ งๆ

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 นกั เรียนระบุองค์ประกอบหรอื วิเคราะห์ดนตรใี นเพลงท่ใี ชใ้ นการสื่ออารมณ์ (K)
2.2 นกั เรียนแสดงการจาแนกลักษณะของเสียงขบั ร้องและเครอื่ งดนตรที อ่ี ยใู่ นวงดนตรี (P)

2.3 นักเรยี นเหน็ คณุ ค่าของดนตรี (A)
3. สาระสาคญั

การเข้าใจองค์ประกอบต่าง ๆ ทางดนตรี ทาให้สามารถรับรู้ความไพเราะของดนตรีได้มากขึ้น

และจังหวะสามารถทาให้เกิดความรู้สึกหรืออารมณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น เพลงที่มีจังหวะช้าสามารถถ่ายทอด
อารมณเ์ ศร้า อ่อนหวาน หรอื ความทอ้ แท้สิ้นหวัง และเพลงทมี่ ีจงั หวะค่อนข้างเรว็ สามารถส่ือถึงอารมณ์

สนุกสนานครื้นเครงหรือความคึกคะนองได้ ส่วนทานองเป็นสิ่งที่ฟังง่ายกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ และ

สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้ต่าง ๆ แก่ผู้ฟังได้เป็นอย่างดี เช่น เพลงที่มีการเปลี่ยนแปลงทานองอยู่
เรือ่ ย ๆ จะทาใหเ้ พลงมีอารมณท์ ่หี ลากหลายกว่าเพลงท่ีดาเนนิ ทานองเดิมตลอด ลกั ษณะเสยี งขบั รอ้ งและ
เสียงของเครื่องดนตรีเป็นปัจจัยสาคัญที่ส่งผลให้บทเพลงมีความไพเราะ ลักษณะของเพศ อายุหรือวัย
เครื่องดนตรี รวมทั้งวงดนตรีแต่ละประเภทต่างมีลักษณะของเสียงเฉพาะของตนเองและแตกต่างกัน
ออกไป ซ่ึงสามารถทาให้เพลงมคี วามไพเราะแตกต่างกันตามไปดว้ ย

4. สาระการเรียนรู้
4.1 องคป์ ระกอบของดนตรี
4.2 การสื่อสารอารมณ์ดว้ ยองคป์ ระกอบของดนตรี

4.3 ลกั ษณะของเสียงขับรอ้ งและเสยี งของเครือ่ งดนตรี

8

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
 ความสามารถในการสือ่ สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รยี น)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคิดคานวณ (Arithmetic)
 ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
 ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผูน้ า
(Collaboration , teamwork and leadership)
 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสอ่ื
(Communication information and media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
 ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผ้นู า (Leadership)

7. ชิ้นงานหรือภาระงาน
7.1 ใบงานท่ี 1 เร่อื ง องค์ประกอบของดนตรี

9

8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (Think-Pair-Share เพอื่ นคู่คดิ )
หน่วยย่อยท่ี 1 องคป์ ระกอบของดนตรี
ชัว่ โมงท่ี 1-3
1. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1.1 ครูแนะนาตนเอง และกลา่ วคาทักทายนกั เรยี น และนกั เรยี นแนะนาตนเอง
1.2 ครอู ธบิ ายขอ้ ตกลงและเกณฑก์ ารเกบ็ คะแนน
1.3 ครูขอตัวแทนนกั เรียนหรืออาสาสมัครออกมาเลา่ ประสบการณ์เก่ยี วกับการฟังเพลง

หรือฟงั การบรรเลงดนตรีที่นกั เรยี นประทบั ใจหรอื ช่นื ชอบให้ครูและเพ่ือน ๆ ฟัง
2. ขน้ั จัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ครูนาเสนอเนื้อหาเรื่อง องค์ประกอบดนตรี เกี่ยวกับความหมายขององค์ประกอบ

ดนตรี องคป์ ระกอบดนตรไี ทย และองคป์ ระกอบดนตรีสากล ว่าประกอบด้วยองคป์ ระกอบใดบ้าง
2.2 ครูให้นกั เรยี นจบั ค่กู นั โดยให้แต่ละคศู่ ึกษาความรู้เรื่ององค์ประกอบดนตรี

ไทยและองค์ประกอบดนตรีสากล ดังนี้ 1. จังหวะในองค์ประกอบดนตรีไทย 2. ทานองในองค์ประกอบ
ดนตรีไทย 3. จังหวะในองคป์ ระกอบดนตรสี ากล และ 4. ทานองในองค์ประกอบดนตรสี ากล

2.3 ให้แต่ละคอู่ อกมาอภปิ รายหน้าช้นั เรยี น
3. ขน้ั สรุป

3.1 ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรื่อง องคป์ ระกอบดนตรี โดยครูคอยให้ความร้เู สริมในส่วนท่ี
นกั เรียนไมเ่ ข้าใจหรือสรุปไมต่ รงกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

หนว่ ยย่อยที่ 2 การสอื่ สารอารมณ์ด้วยองค์ประกอบของดนตรี
ชั่วโมงท่ี 4-6
1. ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1.1 ครกู ล่าวคาทกั ทายนกั เรียน
1.2 ครูเปิดเพลงที่มีจังหวะและทานองที่สามารถสื่ออารมณ์ในลักษณะต่าง ๆ ได้ เช่น
เพลงทมี่ ีจังหวะช้า ปานกลาง เรว็ และเพลงทมี่ กี ารเปล่ยี นทานองที่หลากหลายและเพลงท่ไี ม่มกี ารเปลี่ยน
ทานองให้นักเรียนฟัง แล้วถามนักเรียนว่าเพลงที่มีจังหวะและทานองแบบใดที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์
สนกุ สนานไดด้ ี ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็
2. ขนั้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ครูนาเสนอเนื้อหาเรื่อง การสื่ออารมณ์เพลงด้วยองค์ประกอบดนตรี โดยอธิบาย
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะกับอารมณ์ของบทเพลงและทานองกับอารมณ์ของบทเพลงให้
สอดคล้องกับเพลงที่เปิดให้นักเรียนฟัง โดยครูอาจเปิดเพลงประกอบการอธิบายไปด้วยเพื่อให้นักเรียน
เขา้ ใจและสามารถจาแนกได้

10

2. ใหน้ ักเรียนจับคู่กนั โดยศกึ ษาเร่อื งการถ่ายทอดอารมณ์ของจังหวะ และศกึ ษาเรือ่ ง
การถ่ายทอดอารมณ์ของทานองเพลง แลว้ รว่ มกนั อภปิ รายหน้าชัน้ เรยี น

3. ครตู ้งั คาถามนักเรยี นว่าจงั หวะแบบใดท่สี ่ืออารมณเ์ ศรา้ ได้ดีที่สุด หรอื ทานองเพลง
แบบใดทสี่ ามารถถา่ ยทอดอารมณแ์ ละความรู้สกึ เศร้าไดด้ ีทส่ี ุด

3. ข้นั สรุป
3.1 ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรปุ เรอ่ื ง การสื่ออารมณ์เพลงด้วยองค์ประกอบดนตรี โดยครู

คอยใหค้ วามร้เู สริมในสว่ นทน่ี ักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไมต่ รงกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

หนว่ ยย่อยท่ี 3 ลกั ษณะของเสยี งขบั รอ้ งและเสยี งของเครื่องดนตรี
ชัว่ โมงท่ี 7-10
1. ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน

1.1 ครูกล่าวคาทักทายนกั เรียน
1.2 ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงร้องของนักร้องที่
ตนเองชื่นชอบหรือเสียงเครื่องดนตรีที่เกิดจากการบรรเลงของวงดนตรีที่ตนเองชื่นชอบว่ามีลักษณะ
อย่างไร และให้รอ้ งเพลงของนักรอ้ งท่ีตนเองชื่นชอบ หรือเลียนแบบเสียงของวงดนตรีท่ีนักเรียนกลา่ วถงึ
เพอ่ื เป็นการประเมินความรกู้ ่อนเรยี นของนักเรียน
2. ข้ันจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ครูนาเสนอเนื้อหาเร่ือง ลกั ษณะของเสียงขบั รอ้ งและเสียงของเครื่องดนตรที อ่ี ยู่ในวง
ดนตรีประเภทต่าง ๆ โดยอธบิ ายเกี่ยวกบั ลกั ษณะของเสยี งขับร้องของนกั ร้องกลุ่มต่าง ๆ ใหน้ กั เรยี นทราบ
2.2 ครสู นทนาถึงหลักการฟงั เสยี งเครอ่ื งดนตรีในวงดนตรปี ระเภทตา่ ง ๆ และถาม
นักเรียนแต่ละคนวา่ มหี ลักในการฟังอย่างไร ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเหน็
ซ่ึงกันและกัน จากนั้นครสู รุปหลกั การฟงั เสียงของเคร่อื งดนตรีในวงดนตรปี ระเภทต่าง ๆ ให้นักเรียนเขา้ ใจ
2.3 ครูให้นักเรยี นดูวดี ทิ ศั นห์ รอื ดภู าพการบรรเลงวงดนตรีพ้ืนบา้ น แลว้ ถามนักเรยี นว่า
เป็นวงดนตรีพ้ืนบ้านอะไร มีเครอื่ งดนตรอี ะไรประกอบอยูบ่ า้ ง จากน้นั ครอู ธิบายว่าวงดนตรีพ้นื บา้ นเปน็ วง
ดนตรที ใี่ ชบ้ รรเลงในแต่ละท้องถ่นิ ซ่งึ แต่ละท้องถิน่ จะมลี ักษณะท่แี ตกตา่ งกนั
2.4 ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ แลว้ แจกภาพวงดนตรีพ้ืนบ้านของภาคต่าง ๆ กลุ่มละ 1 ภาพ ให้
แต่ละกลุ่มค้นคว้าหาความรูเ้ กี่ยวกับภาพวงดนตรีที่ครูแจกให้ จากนั้นให้ตัวแทนออกมารายงานหน้าชัน้
เรยี น
2.5 ครูใหน้ กั เรยี นดูวีดิทศั นห์ รอื ภาพการบรรเลงวงดนตรไี ทย แล้วถามนกั เรียนว่า วง
ดนตรีไทยในภาพที่เหน็ มเี คร่ืองดนตรีอะไรประกอบอยู่บา้ งและเปน็ วงดนตรปี ระเภทใด จากน้ันครูอธิบาย
ถงึ ประเภทของวงดนตรีไทยพรอ้ มทัง้ ยกตัวอยา่ งประเภทและชนดิ ของวงดนตรไี ทยโดยใช้ภาพประกอบ

11

2.6 ครูให้นักเรียนจบั คู่ โดยไม่ใชค่ ู่เดมิ แลว้ แจกภาพวงป่ีพาทย์ วงเครื่องสาย และวง
มโหรี คู่ละ 1 ภาพ ให้แต่ละกลุ่มค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับภาพวงดนตรีที่ครูแจกให้ จากนั้นให้ตัวแทน
ออกมารายงานหนา้ ชน้ั เรยี น

2.7 ครใู หน้ กั เรยี นดูวดี ทิ ศั นห์ รอื ดภู าพการบรรเลงวงดนตรีสากล แลว้ ถามนกั เรียนว่า
เปน็ วงดนตรีสากลอะไร มีเคร่ืองดนตรีอะไรประกอบอยู่บา้ ง

2.8 ครูให้นกั เรียนจับคู่ โดยไม่ใช่คู่เดมิ แลว้ แจกภาพวงซมิ โฟนีออรเ์ คสตรา้ วงคอมโบ วง
โยธวาทิต และวงแตรวงชาวบ้าน คู่ละ 1 ภาพ ให้แต่ละกลุ่มค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับภาพวงดนตรีท่คี รู
แจกให้ จากน้นั ให้ตัวแทนออกมารายงานหน้าช้ันเรยี น

3. ขัน้ สรุป
ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปเรื่อง ลักษณะของเสยี งขับรอ้ งและเสียงของเคร่ืองดนตรีท่ีอยู่ใน

วงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โดยครูคอยใหค้ วามรูเ้ สริมในส่วนทน่ี กั เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไมต่ รงกับจดุ ประสงค์
การเรยี นรู้
9. ส่อื การสอน

9.1 ใบงาน
9.2 สอ่ื Power point
10. แหล่งเรียนรูใ้ นหรอื นอกสถานท่ี
10.1 หอ้ งสมดุ
10.2 อินเทอร์เนต็

12

11. การวัดและประเมนิ ผล วิธวี ดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การ
วัด คะแนน ประเมนิ
ใบงาน /ชิ้นงาน ตรวจใบงานท่ี 1เรอ่ื ง
องคป์ ระกอบของดนตรี แบบ ตามตาราง ผ่านเกณฑ์ท่ี
1.ใบงานท่ี 1 ประเมนิ ใบ เกณฑ์ คะแนนอยา่ ง
เรอ่ื งองคป์ ระกอบของดนตรี ประเมินใบงาน น้อยระดับดี
งาน

สมรรถนะสาคญั วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ าร
ของผเู้ รยี น วัด ประเมิน
ผา่ นเกณฑ์
1.ความสามารถ ตรวจใบงาน แบบ ดมี าก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบตั ิชัดเจนและ ระดบั
พอใช้ขน้ึ
ในการแก้ปญั หา ประเมินใบ สม่าเสมอ
ไป
งาน ดี =พฤติกรรมทีแ่ สดงถึงการปฏบิ ัติชัดเจนและ

บ่อยครัง้

พอใช้ =พฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ การปฏิบตั ิบางคร้งั

ควรปรับปรุง=พฤติกรรมท่ีแสดงถงึ การไมไ่ ด้ปฏบิ ตั ิ

ทักษะของ เกณฑ์
การ
ผู้เรียนใน วิธวี ดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมิน
ผ่าน
ศตวรรษที่ 21 เกณฑ์
ระดบั
1.ทกั ษะด้านการ แบบ แบบบประเมนิ ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ พอใช้ข้นึ
ไป
คิดอยา่ งมี ประเมนิ ทักษะของ สมา่ เสมอ
ผา่ น
วิจารณญาณและ ผเู้ รียน ดี =พฤตกิ รรมที่แสดงถึงการปฏิบัตชิ ัดเจนและ เกณฑ์
ระดบั
ทกั ษะในการ ศตวรรษท่ี ๒๑ บ่อยคร้ัง พอใช้ขน้ึ
ไป
แก้ปัญหา พอใช้ =พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงการปฏิบตั ิบางครงั้

ควรปรับปรงุ =พฤติกรรมทแี่ สดงถงึ การไม่ไดป้ ฏบิ ตั ิ

2.ทกั ษะการ แบบ แบบบประเมนิ ดมี าก = พฤติกรรมทแี่ สดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

เรียนรู้ ประเมนิ ทกั ษะของ สม่าเสมอ

ผเู้ รียน ดี =พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัตชิ ดั เจนและ

ศตวรรษท่ี ๒๑ บ่อยครัง้

พอใช้ =พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถึงการปฏิบตั ิบางครั้ง

ควรปรับปรุง=พฤตกิ รรมท่แี สดงถึงการไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ

13

12. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

13. บนั ทึกผลหลังการสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

นักเรียนท้ังหมดจานวน.....................คน

จุดประสงค์การเรียนรู้ขอ้ ที่ จานวนนักเรยี นทผ่ี ่าน จานวนนักเรยี นที่ไม่ผ่าน
จานวนคน รอ้ ยละ
จานวนคน รอ้ ยละ

1

2

3

14. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

15. ขอ้ เสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................................
(..................................................................)

ตาแหนง่ ครวู ทิ ยฐานะ........................................

ลงชือ่ ................................................................ หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
(..................................................................)

ลงช่ือ............................................................... รองผอู้ านวยการกลุม่ บริหารวิชาการ
(.................................................................)

14

ความเห็นของหวั หน้าสถานศกึ ษา

ได้ทาการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แลว้ มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

3. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................................
(..........…………………………………………………)

ผู้อานวยการโรงเรียน………………………….................

15

ใบงาน

ชือ่ ......................................นามสกลุ ................................ช้ัน............เลขที.่ ............. 16

ใบงานท่ี 1
เรือ่ ง องคป์ ระกอบของดนตรี

คาชี้แจง : ให้นักเรยี นดูวดิ ีทศั น์แล้ววเิ คราะห์องค์ประกอบของดนตรลี งใบงาน

1. เสยี ง
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
2. จงั หวะ
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3. ทานอง
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
4. เสียงประสาน
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
5. พื้นผวิ ของดนตรี
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

17

แบบประเมินกิจกรรม
ช่อื -สกลุ ........................................................................................................ช้ัน..................เลขท่ี.................

ท่ี ประเด็นทีป่ ระเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิการ
4321

1 เนือ้ หาผลงานตรงตรงกับเน้ือหาทเี่ รยี น

2 ผลงานมคี วามถูกตอ้ งสมบรู ณ์

3 ผลงานมคี วามคิดสร้างสรรค์

4 ผลงานมีความเป็นระเบยี บ

5 การสง่ งานตรงต่อเวลา

เกณฑก์ ารให้คะแนนใบกจิ กรรม

ประเดน็ ท่ี 4(ดมี าก) คะแนน 1(ปรบั ปรุง)
ประเมนิ 3(ดี) 2(ปานกลาง)

1.เนือ้ หาผลงาน ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานไม่มคี วาม

ตรงตรงกบั สอดคล้องกบั เนอ้ื หาท่ี สอดคลอ้ งกับเน้อื หาที่ สอดคล้องกับเนื้อหาที่ สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หาที่

เน้ือหาทเี่ รยี น เรยี นทุกประเดน็ เรยี นเป็นส่วนใหญ่ เรยี นบางประเดน็ เรียน

2.ผลงานมีความ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของผลงาน
ถูกต้องสมบูรณ์ ผลงานมคี วามถกู ต้อง ผลงานมคี วามถกู ตอ้ ง ผลงานมีความถกู ต้อง ไม่มคี วามถูกต้อง

ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ เฉพาะบางสว่ น

3. ผลงานมี ผลงานมีความคิด ผลงานมีความคิด ผลงานบางส่วนมคี วาม ผลงานไม่แสดงออกถึง

ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ น่าสนใจแตย่ งั ไมม่ ี แถวคิดที่สร้างสรรค์
สร้างสรรค์ และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เป็นระเบยี บ แนวคิดแปลกใหม่

4.ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความเป็น
เป็นระเบียบ ระเบียบเรียบร้อย ระเบยี บเรียบรอ้ ย ระเบยี บเรยี บร้อย ระเบียบเรียบรอ้ ย

น่าอ่าน แต่ยังมีข้อบกพรอ่ ง แตย่ งั มขี ้อบกพร่อง และยงั มีข้อบกพรอ่ ง

เล็กน้อย บางสว่ น มาก

5.การส่งงานตรง ส่งงานตรงต่อเวลา ส่งงานเลยเวลา สง่ งานเลยเวลา ส่งงานเลยเวลามากกว่า

ตอ่ เวลา ตามทกี่ าหนด ๑-๒ วนั ๓-๔ วนั ๕ วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
หมายเหตุ : การหาระดบั คุณภาพเฉลยี่ หาได้จากการนาคะแนน
ที่ไ ด้แต่ละ ช่อง มารวมกัน แ ล้ว หาร ด้วย จ าน วน น ั้น น า ร ะ ดั บ ช่วงคะแนนเฉลยี่ ระดับคุณภาพ
คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและสรุปผล
การประเมนิ 3.44-4.00 ดี

2.44-3.43 พอใช้

1.00-2.43 ปรับปรุง

18

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ท่ี พฤตกิ รรมทีส่ ังเกต คะแนน
321

1 นาเสนอเน้ือหาของผลงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

2 การนาเสนอมคี วามนา่ สนใจ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ภายในกลมุ่

4 ความกลา้ แสดงออกหนา้ ช้ันเรยี น

5 มีความพดู ทฉี่ ะฉานไพเราะและสุภาพ

ลงชือ่ ………………………………………….………………ประเมิน
…………………../…………………/…………………

เกณฑ์การให้คะแนน
ให้ 3 คะแนน นาเสนองานไดส้ มบรู ณ์ ชัดเจน
ให้ 2 คะแนน นาเสนองานยังมีขอ้ บกพรอ่ งเล็กน้อย
ให้ 1 คะแนน นาเสนอมีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนนเฉลยี่ ระดบั คณุ ภาพ

13-15 ดี

8-12 พอใช้

ต่ากวา่ 7 ปรับปรงุ

19

เกณฑก์ ารให้คะแนนทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี คะแนน

1.ทกั ษะด้านการคดิ 4(ดีมาก) 3(ดี) 2(พอใช)้ 1(ปรบั ปรงุ )
อย่างมวี ิจารณญาณ ไมม่ กี ารคิดอยา่ ง
และทกั ษะในการ มีการคิดอย่าง มกี ารคิดอย่าง มกี ารคิดอย่าง ไตร่ตรองอยา่ งถถี ้วน
แก้ปัญหา และไม่สามารถ
2. ทักษะการเรียนรู้ ไตรต่ รองอยา่ งถีถ้วน ไตรต่ รองอย่างถีถว้ น ไตรต่ รองอยา่ งถถี ้วน แกป้ ัญหาได้
คะแนนใบกจิ กรรม
และแก้ปญั หาได้ และแก้ปญั หาได้ และแกป้ ญั หาได้
1 คะแนน
เล็กน้อย บางส่วน

คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกิจกรรม คะแนนใบกิจกรรม

8-10 คะแนน 5-7 คะแนน 2-4 คะแนน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับพอใช้ขึน้ ไป = ผ่าน

เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

พฤติกรรมบ่งช้ี คะแนน
1. ความสามารถในการคดิ
4(ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1(ปรับปรงุ )
2. ความสามารถในการ คะแนนใบกิจกรรม
แก้ปัญหา คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกิจกรรม
1 คะแนน
8-10คะแนน 5-7คะแนน 2-4 คะแนน ไมส่ ามารถ
วิเคราะห์
วิเคราะห์ วิเคราะห์ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของ
ปญั หาและ
ความสมั พันธข์ อง ความสมั พันธ์ของ ความสัมพันธข์ อง วางแผนในการ
แก้ปญั หาได้
ปัญหาและ ปัญหาและวางแผน ปัญหาและวางแผน

วางแผนในการ ในการแกป้ ญั หาได้ ในการแกป้ ัญหาได้

แก้ปัญหาได้ ผิดเลก็ น้อย บางส่วน

ถกู ตอ้ ง

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
เกณฑก์ ารประเมินระดบั พอใช้ขึ้นไป = ผ่าน

20

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี 2

21

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 2

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวชิ าดนตรี

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 ปกี ารศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่อื ง เครอ่ื งหมายและสญั ลักษณข์ องดนตรี เวลา 9 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์

วิจารณ์คณุ คา่ ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคดิ ต่อดนตรอี ย่าง
อิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวัน
ตวั ชี้วดั

ป.5/3 อา่ นเขียนโนต้ ดนตรไี ทยและสากล 5 ระดบั เสยี ง
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

2.1 นักเรียนปฏบิ ัตกิ ารอ่านเขยี นโน้ตดนตรีไทยและสากล 5 ระดบั เสียง (P)
2.2 นักเรยี นสามารถเขียนโน๊ตดนตรไี ทยและสากล 5 ระดบั เสยี ง (K)
2.3 นักเรียนเห็นคณุ คา่ ของดนตรี (A)

3. สาระสาคญั
เคร่อื งหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีเปน็ สิ่งสาคญั ในการเรยี นหรือหดั เล่นดนตรี ซง่ึ เปรียบเสมอื น

เป็นภาษาทางดนตรี ถ้าเราอ่านหรือเขียนภาษาทางดนตรีได้ถูกต้องและคล่องแคล่ว ก็จะสามารถเรียน

หรอื เล่นดนตรีได้เรว็ และง่ายขนึ้ และเปน็ ไปตามจุดประสงคข์ องบทเพลงนั้น ๆ
4. สาระการเรียนรู้

4.1 เครื่องหมายของดนตรี

4.2 สญั ลกั ษณ์ของดนตรี
4.3 การอ่านโนต๊ ดนตรี และดขยี นโนต๊
5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคดิ

 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน)
 ทกั ษะการอ่าน (Reading)

 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคิดคานวณ (Arithmetic)

22

 ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)

 ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
 ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทางานเป็นทีม และภาวะผู้นา

(Collaboration , teamwork and leadership)
 ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะดา้ น การส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ

(Communication information and media literacy)
 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
 ทักษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
 ทักษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผูน้ า (Leadership)
7. ช้นิ งานหรือภาระงาน
7.1 ใบงานท่ี 1 เร่อื ง
8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (Think-Pair-Share เพอ่ื นคคู่ ดิ )
หน่วยยอ่ ยท่ี 1 เครอ่ื งหมายของดนตรี
ช่วั โมงท่ี 1-3
1. ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น

1.1 ครูแนะนาตนเอง และกลา่ วคาทักทายนักเรยี น และนกั เรยี นแนะนาตนเอง
1.2 ครูอธิบายข้อตกลงและเกณฑ์การเก็บคะแนน
1.3 ครูนาภาพโน้ตหรอื แผนภมู โิ นต้ ดนตรไี ทยและดนตรสี ากลมาให้นกั เรยี นดู แลว้ ถาม
นักเรยี นวา่ รจู้ กั ชอ่ื โนต้ ตวั ใดบา้ ง ให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบเพือ่ ประเมนิ ความรู้ก่อนเรียน
2. ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ครนู าเสนอเนือ้ หาเรอ่ื ง เครอ่ื งหมายทางดนตรี เกีย่ วกบั โนต้ ไทย โน้ตสากล บันได
เสียง 5 เสียง Pentatonic scale ใหน้ ักเรยี นทราบ
2.2 ครูนานักเรยี นดเู คร่อื งหมายของโนต้ เพลงลาวจ้อยและโน้ตเพลงแขกบรเทศพร้อม ๆ
กนั ทัง้ หอ้ ง
2.3 ให้นกั เรยี นจับคู่ รว่ มกันหาโนต้ เพลงไทย 1 เพลง แล้วดเู ครือ่ งหมายโนต้ เพลงตามให้
ถกู ตอ้ ง (เขยี นลงในสมุด)
2.4 ให้แต่ละคอู่ อกมาอภปิ รายหนา้ ช้ันเรียน

23

3. ข้ันสรปุ
3.1 ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปเรือ่ ง เคร่ืองหมายของดนตรี โดยครคู อยใหค้ วามรู้เสรมิ ใน

ส่วนที่นักเรียนไม่เขา้ ใจหรอื สรปุ ไม่ตรงกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2 สัญลักษณ์ของดนตรี
ชว่ั โมงท่ี 4-6
1. ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

1.1 ครูกล่าวคาทักทายนักเรยี น
1.2 ครูนาภาพโน้ตหรือแผนภูมิโน้ตดนตรีไทยและดนตรสี ากลมาให้นักเรียนดู แล้วถาม
นักเรียนวา่ รู้จกั ชื่อโนต้ ตวั ใดบ้าง ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบเพือ่ ประเมนิ ความร้กู อ่ นเรยี น
2. ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ครนู าเสนอเน้อื หาเรื่อง สญั ลักษณ์ของดนตรีเกย่ี วกบั โน้ตไทย โน้ตสากล บนั ไดเสียง
5 เสยี ง Pentatonic scale ให้นกั เรียนทราบ
2.2 ครนู านกั เรียนดูลกั ษณะโนต้ เพลงลาวดวงเดอื นพรอ้ ม ๆ กนั ทัง้ หอ้ ง
2.3 ให้นกั เรียนจับคู่ รว่ มกันหาโนต้ เพลงไทย 1 เพลง แล้วบอกลักษณะโนต้ เพลงตามให้
ถกู ตอ้ ง (เขยี นลงในสมุด)
2.4 ใหแ้ ต่ละคอู่ อกมาอภปิ รายหนา้ ชนั้ เรียน
3. ขั้นสรุป
3.1 ให้นักเรียนรว่ มกันสรุปเรื่อง สญั ลกั ษณ์ของดนตรี โดยครคู อยให้ความรูเ้ สริมในสว่ น
ทน่ี กั เรียนไมเ่ ขา้ ใจหรือสรปุ ไมต่ รงกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้

หน่วยยอ่ ยที่ 3 การอา่ นโนต๊ ดนตรี และเขียนโนต๊
ชั่วโมงท่ี 7-9
1. ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน

1.1 ครกู ลา่ วคาทักทายนกั เรยี น
1.2 ครูนาภาพโนต้ หรือแผนภูมิโนต้ ดนตรีไทยและดนตรีสากลมาให้นักเรียนดู แล้วถาม
นักเรียนว่าร้จู กั ชื่อโนต้ ตัวใดบ้าง ให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบเพ่อื ประเมินความรกู้ อ่ นเรยี น
2. ขนั้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ครูนาเสนอเน้ือหาเรื่อง การอา่ นโนต๊ ดนตรี และขียนโน๊ต เกี่ยวกับโน้ตไทย
โน้ตสากล บนั ไดเสยี ง 5 เสียง Pentatonic scale ให้นักเรียนทราบ
2.2 ครนู านกั เรียนอา่ นโน้ตเพลงลาวจอ้ ยพร้อม ๆ กนั ท้งั หอ้ ง

24

2.3 ให้นักเรยี นจบั คู่ ร่วมกันหาโนต้ เพลงไทย 1 เพลง แลว้ ฝกึ เขียนโนต้ เพลงตามให้
ถูกต้อง (เขียนลงในสมดุ ) และฝึกออกเสียงตามระดับโน้ตดังกล่าวให้ถกู ต้อง และออกมานาเสนอหนา้ ชัน้
เรียน

3. ขั้นสรปุ
ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง ลักษณะของเสียงขับร้องและเสยี งของเครื่องดนตรีที่อยู่ใน

วงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โดยครคู อยให้ความรูเ้ สริมในส่วนที่นักเรียนไมเ่ ขา้ ใจหรอื สรปุ ไมต่ รงกับจดุ ประสงค์
การเรยี นรู้
9. สื่อการสอน

9.1 ใบงาน
9.2 สือ่ Power point
10. แหล่งเรยี นรใู้ นหรือนอกสถานท่ี
10.1 ห้องสมุด
10.2 อินเทอร์เน็ต

25

11. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การ
วัด คะแนน ประเมิน
ใบงาน /ชิ้นงาน ตรวจใบงานท่ี 1เคร่อื งหมาย
และสัญลักษณข์ องดนตรี แบบ ตามตาราง ผา่ นเกณฑ์ที่
1.ใบงานที่ 1เรือ่ งเครอ่ื งหมาย ประเมินใบ เกณฑ์ คะแนนอยา่ ง
และสญั ลกั ษณ์ของดนตรี ประเมินใบงาน น้อยระดบั ดี
งาน

สมรรถนะสาคัญ วิธวี ัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ าร
ของผ้เู รยี น วัด ประเมิน

1.ความสามารถ การสังเกต แบบสงั เกต ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบตั ิชดั เจนและ ผ่านเกณฑ์

ในการคิด สม่าเสมอ ระดบั พอใช้

ดี =พฤติกรรมท่แี สดงถึงการปฏิบตั ชิ ดั เจนและ ข้ึนไป

บ่อยครง้ั

พอใช้ =พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ การปฏิบตั บิ างคร้ัง

ควรปรบั ปรุง=พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงการไม่ไดป้ ฏบิ ตั ิ

ทกั ษะของ เกณฑ์

ผู้เรยี นใน วิธีวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน การ

ศตวรรษที่ 21 ประเมนิ

1.ทกั ษะการ แบบ แบบบประเมิน ดมี าก = พฤติกรรมทแ่ี สดงถงึ การปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและ ผา่ น

เรยี นรู้ ประเมนิ ทกั ษะของ สมา่ เสมอ เกณฑ์

ผูเ้ รยี น ดี =พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงการปฏิบตั ิชัดเจนและ ระดับ

ศตวรรษที่ ๒๑ บ่อยครง้ั พอใช้ขึ้น

พอใช้ =พฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ การปฏิบัติบางครัง้ ไป

ควรปรับปรงุ =พฤติกรรมทแี่ สดงถงึ การไม่ไดป้ ฏบิ ัติ

12. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

26

13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

นกั เรยี นทั้งหมดจานวน.....................คน

จดุ ประสงค์การเรียนร้ขู ้อที่ จานวนนกั เรียนทผ่ี ่าน จานวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่าน
จานวนคน ร้อยละ
จานวนคน ร้อยละ

1

2

3

14. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

15. ขอ้ เสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................................
(..................................................................)

ตาแหน่งครูวิทยฐานะ........................................

ลงช่อื ................................................................ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
(..................................................................)

ลงชอ่ื ............................................................... รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
(.................................................................)

27

ความเห็นของหวั หน้าสถานศกึ ษา

ได้ทาการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แลว้ มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

3. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................................
(..........…………………………………………………)

ผู้อานวยการโรงเรียน………………………….................

28

ใบงาน

ชอ่ื ......................................นามสกุล................................ชั้น............เลขท่ี.............. 29

ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง เคร่อื งหมายและสัญลกั ษณ์ของดนตรี

คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกเขยี นตัวโน้ต 5 ตัวโน้ตในบนั ไดเสยี ง 5 เสยี ง แล้วฝกึ ออกเสยี งตัวโน้ตทเ่ี ขยี นลง
บนบรรทดั 5 เส้น แลว้ ตอบคาถาม

ตวั โนต้ ทเี่ ขยี นในบนั ไดเสียง 5 เสียง มโี นต้ ตวั ใดบา้ ง
............................................................................................................................. ......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

30

แบบประเมินกิจกรรม
ช่อื -สกลุ ........................................................................................................ชัน้ ..................เลขที่.................

ท่ี ประเด็นทีป่ ระเมนิ คุณภาพการปฏบิ ัติการ
4321

1 เนือ้ หาผลงานตรงตรงกับเน้ือหาทเี่ รยี น

2 ผลงานมคี วามถูกตอ้ งสมบรู ณ์

3 ผลงานมคี วามคิดสร้างสรรค์

4 ผลงานมีความเป็นระเบยี บ

5 การสง่ งานตรงต่อเวลา

เกณฑก์ ารให้คะแนนใบกจิ กรรม

ประเดน็ ท่ี 4(ดมี าก) คะแนน 1(ปรบั ปรุง)
ประเมนิ 3(ดี) 2(ปานกลาง)

1.เนือ้ หาผลงาน ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานไม่มคี วาม

ตรงตรงกบั สอดคล้องกบั เนอ้ื หาท่ี สอดคลอ้ งกับเน้อื หาที่ สอดคล้องกบั เนอื้ หาท่ี สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หาที่

เน้ือหาทเี่ รยี น เรยี นทุกประเดน็ เรยี นเป็นส่วนใหญ่ เรยี นบางประเดน็ เรียน

2.ผลงานมีความ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของผลงาน
ถูกต้องสมบูรณ์ ผลงานมคี วามถกู ต้อง ผลงานมคี วามถกู ตอ้ ง ผลงานมีความถูกต้อง ไม่มีความถูกต้อง

ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ เฉพาะบางสว่ น

3. ผลงานมี ผลงานมีความคิด ผลงานมีความคิด ผลงานบางสว่ นมคี วาม ผลงานไมแ่ สดงออกถึง

ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ น่าสนใจแต่ยังไมม่ ี แถวคดิ ที่สร้างสรรค์
สร้างสรรค์ และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เป็นระเบยี บ แนวคดิ แปลกใหม่

4.ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานมคี วามเป็น
เป็นระเบียบ ระเบียบเรียบร้อย ระเบยี บเรียบรอ้ ย ระเบียบเรยี บรอ้ ย ระเบียบเรยี บรอ้ ย

น่าอ่าน แต่ยังมีข้อบกพรอ่ ง แตย่ ังมขี อ้ บกพรอ่ ง และยังมีขอ้ บกพรอ่ ง

เล็กน้อย บางสว่ น มาก

5.การส่งงานตรง ส่งงานตรงต่อเวลา ส่งงานเลยเวลา ส่งงานเลยเวลา สง่ งานเลยเวลามากกว่า

ตอ่ เวลา ตามทกี่ าหนด ๑-๒ วนั ๓-๔ วนั ๕ วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
หมายเหตุ : การหาระดบั คุณภาพเฉลยี่ หาได้จากการนาคะแนน
ที่ไ ด้แต่ละ ช่อง มารวมกัน แ ล้ว หาร ด้วย จ าน วน น ั้น น า ร ะ ดั บ ช่วงคะแนนเฉลยี่ ระดบั คณุ ภาพ
คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและสรุปผล
การประเมนิ 3.44-4.00 ดี

2.44-3.43 พอใช้

1.00-2.43 ปรับปรุง

31

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ท่ี พฤตกิ รรมทีส่ ังเกต คะแนน
321

1 นาเสนอเน้ือหาของผลงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

2 การนาเสนอมคี วามนา่ สนใจ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ภายในกลมุ่

4 ความกลา้ แสดงออกหนา้ ช้ันเรยี น

5 มีความพดู ทฉี่ ะฉานไพเราะและสุภาพ

ลงชือ่ ………………………………………….………………ประเมิน
…………………../…………………/…………………

เกณฑ์การให้คะแนน
ให้ 3 คะแนน นาเสนองานไดส้ มบรู ณ์ ชัดเจน
ให้ 2 คะแนน นาเสนองานยังมีขอ้ บกพรอ่ งเล็กน้อย
ให้ 1 คะแนน นาเสนอมีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนนเฉลยี่ ระดบั คณุ ภาพ

13-15 ดี

8-12 พอใช้

ต่ากวา่ 7 ปรับปรงุ

32

เกณฑก์ ารให้คะแนนทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี คะแนน

1.ทกั ษะด้านการคดิ 4(ดีมาก) 3(ดี) 2(พอใช)้ 1(ปรบั ปรงุ )
อย่างมวี ิจารณญาณ ไมม่ กี ารคิดอยา่ ง
และทกั ษะในการ มีการคิดอย่าง มกี ารคิดอย่าง มกี ารคิดอย่าง ไตร่ตรองอยา่ งถถี ้วน
แก้ปัญหา และไม่สามารถ
2. ทักษะการเรียนรู้ ไตรต่ รองอยา่ งถีถ้วน ไตรต่ รองอย่างถีถว้ น ไตรต่ รองอยา่ งถถี ้วน แกป้ ัญหาได้
คะแนนใบกจิ กรรม
และแก้ปญั หาได้ และแก้ปญั หาได้ และแกป้ ญั หาได้
1 คะแนน
เล็กน้อย บางส่วน

คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกิจกรรม คะแนนใบกิจกรรม

8-10 คะแนน 5-7 คะแนน 2-4 คะแนน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับพอใช้ขึน้ ไป = ผ่าน

เกณฑ์การให้คะแนนสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

พฤติกรรมบ่งช้ี คะแนน
1. ความสามารถในการคดิ
4(ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1(ปรับปรงุ )
2. ความสามารถในการ คะแนนใบกิจกรรม
แก้ปัญหา คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกจิ กรรม คะแนนใบกิจกรรม
1 คะแนน
8-10คะแนน 5-7คะแนน 2-4 คะแนน ไมส่ ามารถ
วิเคราะห์
วิเคราะห์ วิเคราะห์ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของ
ปญั หาและ
ความสมั พันธข์ อง ความสมั พันธ์ของ ความสัมพันธข์ อง วางแผนในการ
แก้ปญั หาได้
ปัญหาและ ปัญหาและวางแผน ปัญหาและวางแผน

วางแผนในการ ในการแกป้ ญั หาได้ ในการแกป้ ัญหาได้

แก้ปัญหาได้ ผิดเลก็ น้อย บางส่วน

ถกู ตอ้ ง

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
เกณฑก์ ารประเมินระดบั พอใช้ขึ้นไป = ผ่าน

33

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี 3

34

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่ 3

สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวชิ าดนตรี

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง การรอ้ งเพลงและการบรรเลงดนตรี เวลา 13 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์

วิจารณ์คุณคา่ ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคิดต่อดนตรีอย่าง
อสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั
ตัวชี้วัด

ป.5/4 ใช้เครอ่ื งดนตรีบรรเลงจงั หวะและทานอง
ป.5/5 รอ้ งเพลงไทยหรือเพลงสากลหรือเพลงไทยสากลทีเ่ หมาะสมกับวยั

ป.5/5 ด้นสดง่ายๆโดยใช้ประโยคเพลงแบบ ถาม-ตอบ
ป.5/6 ใชด้ นตรรี ่วมกบั กิจกรรมในการแสดงออกตามจิตนาการ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 นกั เรยี นสามารถใชเ้ ครื่องดนตรีบรรเลงจงั หวะและทานองได้ (K)
2.2 นักเรยี นสามารถรอ้ งเพลงไทยหรอื เพลงสากลหรอื ไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวยั ได้ (K)
2.3 นกั เรียนปฏิบัตกิ ารดน้ สดง่ายๆ โดยใชป้ ระโยคเพลงแบบถาม-ตอบได้ (P)

2.4 นกั เรยี นสามารถใช้ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจติ นาการ (K)
2.5 นักเรยี นเห็นคณุ ค่าของดนตรี (A)

3. สาระสาคัญ

เพลงไทยในอัตราสองช้ันเปน็ เพลงที่มอี ัตราจงั หวะปานกลาง ซึ่งเปน็ เพลงที่รอ้ งง่าย สาหรับเพลง
สากลหรอื เพลงไทยสากลเปน็ เพลงทถ่ี ูกแต่งขึน้ ตามหลกั วิชาของดนตรีสากล และบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี
สากลเป็นหลัก ส่วนการร้องเพลงประสานเสียงแบบ CanonและRound เป็นการร้องเพลงตามหลักวชิ า
ของดนตรสี ากล ซ่ึงมีความไพเราะและลักษณะการร้องท่แี ตกต่างกันไป
4. สาระการเรียนรู้

4.1 การร้องเพลง
4.2 การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลง
4.3 การบรรเลงดนตรี

4.4 ดนตรีกบั การแสดงออกตามจิตนาการ

35

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
 ความสามารถในการส่ือสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน)
 ทกั ษะการอ่าน (Reading)
 ทกั ษะการเขยี น (Writing)
 ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
 ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา
(Critical thinking and problem solving)
 ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผูน้ า
(Collaboration , teamwork and leadership)
 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทกั ษะดา้ น การส่ือสาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั ส่อื
(Communication information and media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผ้นู า (Leadership)

7. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
7.1 ใบงานที่ 1 เรื่อง เพลงเพลนิ สุขสนั ต์

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (Think-Pair-Share เพ่ือนคู่คิด)
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 การรอ้ งเพลง
ช่ัวโมงท่ี 1-3
1. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
1.1 ครูแนะนาตนเอง และกล่าวคาทกั ทายนกั เรยี น และนกั เรยี นแนะนาตนเอง
1.2 ครูอธบิ ายข้อตกลงและเกณฑ์การเก็บคะแนน

36

1.3 ครเู ปิดวีดิทศั น์หรอื เทปบนั ทกึ เสยี งการรอ้ งเพลงไทย เพลงสากล เพลงไทยสากล
และเพลงประสานเสยี งให้นกั เรียนฟัง (ครเู ลือกเพลงตามความเหมาะสม) และใหน้ ักเรียนสงั เกตการ
หายใจ การออกเสยี ง และการแสดงทา่ ทางประกอบ และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เพื่อประเมนิ ความรู้
ของนกั เรยี นก่อนเรียน

2. ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1 ครนู าเสนอเน้ือหาเร่ือง การรอ้ งเพลง โดยอธิบายเกี่ยวกับการร้องเพลงไทยในอตั รา

จงั หวะสองช้นั การร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล และการร้องเพลงประสานเสยี งแบบ Canonและ
Round ให้นักเรียนทราบ

2.2 ครูอธบิ ายเก่ียวกบั หลกั ในการรอ้ งเพลงไทย เพลงสากล เพลงไทยสากล และเพลง
ประสานเสียง

2.3 ใหน้ ักเรียนจบั คูก่ นั แล้วรว่ มกันปฏบิ ัตกิ ิจกรรมโดยเลอื กร้องเพลงจากทค่ี รเู ปิดให้ฟัง
ตามความเหน็ ของนักเรยี นสว่ นใหญ่ แล้วปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนดังนี้

1) อ่านและทาความเขา้ ใจความหมายของเน้อื รอ้ ง
2) เปิดเทปเพลงแล้วฟงั ทานองและจังหวะ
3) ฟงั เทปแลว้ เคาะจังหวะและรอ้ งตาม โดยดูเนื้อร้องจนจบเพลง
4) ใหน้ กั เรียนรอ้ งตามเทปและเคาะจังหวะ โดยไมด่ ูเนื้อรอ้ ง
5) ใหน้ กั เรยี นรอ้ งเพลงพร้อมกนั ทงั้ ช้ัน โดยไมด่ เู นอื้ ร้องหรอื เปิดเทป
2.4 หลังจากร้องเพลงจบแล้ว ใหน้ กั เรยี นแต่ละคู่ร่วมกนั อภปิ รายวา่ เพลงที่รอ้ งมคี วาม
ไพเราะ ผสมกลมกลืนหรอื ไม่ รอ้ งไดต้ รงตามหลกั ในการรอ้ งเพลงเบ้อื งตน้ หรอื ไม่ และนาผลอภิปรายไป
ปรบั ปรุงการรอ้ งให้ดีขน้ึ
3. ข้ันสรุป
3.1 ให้นกั เรียนร่วมกันสรุปเรอื่ ง การร้องเพลง โดยครูคอยให้ความรูเ้ สริมในสว่ นท่ี
นักเรยี นไม่เขา้ ใจหรอื สรุปไม่ตรงกบั จุดประสงค์การเรียนรู้

หนว่ ยย่อยที่ 2 การสร้างสรรค์ประโยคเพลง
ช่วั โมงที่ 4-6
1. ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน

1.1 ครูกลา่ วคาทักทายนักเรียน
1.2 ครสู นทนาซักถามนกั เรียนว่า นกั เรียนคดิ วา่ ประโยคเพลงถาม–ตอบคืออะไร และมี
ลกั ษณะอย่างไร ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นและยกตัวอย่างประโยคเพลงทร่ี ู้จัก

37

2. ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ครูนาเสนอเนือ้ หา การสร้างสรรค์ประโยคเพลง โดยอธิบายเกย่ี วกบั ความหมายและ

ประโยคเพลงถาม–ตอบใหน้ กั เรียนทราบ
2.2 ครูยกตัวอยา่ งประโยคเพลงถาม–ตอบของเพลงมองดูดาวในหนงั สอื เรยี น หรือ

ยกตัวอยา่ งประโยคเพลงอื่นท่ีครูคดิ ว่าเหมาะสม และให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างประโยคเพลงถาม–
ตอบทต่ี นเองรจู้ ักมาคนละประโยค

2.3 แบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 กล่มุ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั คดิ ประโยคเพลงถาม–ตอบที่
ตนเองรู้จักมาให้มากที่สุด โดยเขียนลงในสมุดและแยกประเภทของประโยคเพลงไว้ด้วย ให้แต่ละกลุ่ม
นาเสนอประโยคเพลงของกลุ่มตนเองแล้วให้อีกกลุ่มตอบวา่ เป็นประโยคคาถามหรือประโยคคาตอบ โดย
ให้เวลาในการตอบ 5 วินาที จากนั้นสลับกันนาเสนอประโยคเพลง ครูบันทึกคะแนนไว้และคอยแนะนา
หรืออธิบายในคาตอบท่นี ักเรยี นตอบไมถ่ ูก

3. ข้นั สรปุ
3.1 ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปเร่ือง การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลง โดยครคู อยให้ความรู้เสรมิ

ในสว่ นที่นกั เรียนไมเ่ ขา้ ใจหรอื สรุปไมต่ รงกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

หน่วยยอ่ ยท่ี 3 การบรรเลงดนตรี
ชว่ั โมงท่ี 7-9
1. ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

1.1 ครูกล่าวคาทกั ทายนกั เรยี น
1.2 ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์การเล่นดนตรีทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล แล้วร่วมกัน
อภิปรายเกี่ยวกับเสยี ง วิธีการเล่น ลกั ษณะทา่ ทางต่าง ๆ ตามทีน่ กั เรยี นเขา้ ใจ
2. ข้นั จัดกิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ครูนาเสนอเนื้อหาเรื่อง การบรรเลงดนตรี โดยอธิบายเกี่ยวกับการบรรเลงเครื่อง
ประกอบจงั หวะและการบรรเลงเครื่องดาเนนิ ทานองใหน้ กั เรียนทราบ
2.2 ขอตวั แทนนักเรยี นออกมาสาธิตการบรรเลงโทนและรามะมา 2 คน โดยครูเป็นผู้
แนะนาการปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอน
2.3 ครูตง้ั คาถามกับนกั เรียนว่า เสยี งของโทนและรามะนามีความแตกต่างกันหรือไม่
อย่างไร ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
3. ขั้นสรุป
3.1 ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรือ่ ง การบรรเลงดนตรี โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในสว่ นท่ี
นักเรยี นไม่เข้าใจหรอื สรุปไม่ตรงกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

38

หนว่ ยย่อยท่ี 4 ดนตรีกบั การแสดงออกตามจิตนาการ
ชว่ั โมงท่ี 10-13
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
1.1 ครกู ลา่ วคาทักทายนักเรียน
1.2 ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับการแสดงโขนและให้นักเรียนสังเกตโดยการฟังเสียง

การบรรเลงดนตรีประกอบกิริยาท่าทางของตัวโขน และถามนักเรียนว่าเป็นวงดนตรีประเภทใด เพื่อ
ประเมินความร้ขู องนักเรยี น

2. ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1 ครูนาเสนอเน้อื หาเรือ่ ง ดนตรีกับการแสดงออกตามจินตนาการ เกีย่ วกบั การบรรเลง

ดนตรีประกอบกิจกรรมการแสดงนาฏศิลป์และการสร้างสรรค์ทางดนตรีเกี่ยวกับเสียงประกอบการเล่า
เรอ่ื งตามจินตนาการตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรยี นทราบ

2.2 ครูเปิดแผ่นบันทึกเสียงการบรรเลงเพลงหนา้ พาทยแ์ ละเพลงรอ้ งที่แสดงอากปั กริ ยิ า
ของตวั โขนใหน้ กั เรยี นฟัง และใหน้ ักเรียนแสดงความร้สู กึ ตามเพลง

2.3 ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 4–5 คน ร่วมกันหานิทานเร่ืองส้นั ๆ เร่ืองอะไรก็ได้
ตามที่กลมุ่ สนใจมา 1 เร่ือง และแบง่ หนา้ ท่ีกนั แสดงตามบทบาทของตัวละคร และสร้างสรรค์เสียงของตัว
ละครไปตามจนิ ตนาการ แลว้ นามาแสดงให้ครแู ละเพ่ือน ๆ ชม และแสดงความคดิ เหน็

3. ข้ันสรุป
3.1 ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปเร่ือง ดนตรกี ับการแสดงออกตามจนิ ตนาการ โดยครูคอยให้

ความร้เู สริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจหรือสรปุ ไม่ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้
9. ส่อื การสอน

9.1 ใบงาน
9.2 ส่ือ Power point
10. แหลง่ เรียนร้ใู นหรือนอกสถานท่ี
10.1 ห้องสมุด
10.2 อนิ เทอรเ์ นต็

39

11. การวัดและประเมินผล วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การ
วัด คะแนน ประเมิน
ใบงาน /ช้นิ งาน ตรวจใบงานท่ี 1เรือ่ งเพลง
เพลนิ สขุ สนั ต์ แบบ ตามตาราง ผา่ นเกณฑท์ ี่
1.ใบงานที่ 1เรอ่ื งเพลงเพลิน ประเมินใบ เกณฑ์ คะแนนอยา่ ง
สุขสันต์ ประเมินใบงาน น้อยระดับดี
งาน

สมรรถนะสาคัญ วธิ วี ัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การ
ของผู้เรียน วดั ประเมนิ

1.ความสามารถ การสงั เกต แบบสังเกต ดีมาก = พฤติกรรมทีแ่ สดงถึงการปฏบิ ตั ชิ ดั เจนและ ผ่านเกณฑ์

ในการคดิ สม่าเสมอ ระดบั พอใช้

ดี =พฤติกรรมทแ่ี สดงถงึ การปฏบิ ัติชัดเจนและ ข้ึนไป

บอ่ ยครงั้

พอใช้ =พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถึงการปฏิบตั ิบางคร้งั

ควรปรบั ปรงุ =พฤตกิ รรมทีแ่ สดงถึงการไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ

ทกั ษะของ เกณฑ์

ผู้เรยี นใน วธิ วี ัด เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน การ

ศตวรรษท่ี 21 ประเมิน

1.ทักษะการ แบบ แบบบประเมนิ ดีมาก = พฤตกิ รรมท่แี สดงถึงการปฏบิ ตั ชิ ัดเจนและ ผ่าน

เรียนรู้ ประเมิน ทักษะของ สม่าเสมอ เกณฑ์

ผเู้ รยี น ดี =พฤตกิ รรมทแี่ สดงถึงการปฏิบัติชดั เจนและ ระดบั

ศตวรรษที่ ๒๑ บอ่ ยครัง้ พอใช้ขึ้น

พอใช้ =พฤติกรรมทแ่ี สดงถงึ การปฏบิ ัตบิ างครง้ั ไป

ควรปรับปรงุ =พฤตกิ รรมทีแ่ สดงถงึ การไม่ได้ปฏิบตั ิ

12. กิจกรรมเสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

40

13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

นกั เรยี นทั้งหมดจานวน.....................คน

จดุ ประสงค์การเรียนร้ขู ้อที่ จานวนนกั เรียนทผ่ี ่าน จานวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่าน
จานวนคน ร้อยละ
จานวนคน ร้อยละ

1

2

3

14. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

15. ขอ้ เสนอแนะ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................................
(..................................................................)

ตาแหน่งครูวิทยฐานะ........................................

ลงช่อื ................................................................ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
(..................................................................)

ลงชอ่ื ............................................................... รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
(.................................................................)

41

ความเห็นของหวั หน้าสถานศกึ ษา

ได้ทาการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แลว้ มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2. การจัดกิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

3. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................................
(..........…………………………………………………)

ผู้อานวยการโรงเรียน………………………….................

42

ใบงาน

ช่ือ......................................นามสกุล................................ชนั้ ............เลขท.่ี ............. 43

ใบงานที่ 1
เร่ือง เพลงเพลนิ สขุ สันต์

คาช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเขยี นเน้อื เพลงท่ชี นื่ ชอบลงในใบงาน แลว้ ร้องเพลงหนา้ ชั้นเรยี น

ชอ่ื เพลง........................................................................................
เนื้อเพลง
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................................. ................
................................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ................................
.............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
............................................................................................................................. ................................
.

44

ท่ี ประเด็นทีป่ ระเมนิ คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิการ
4321

1 เนือ้ หาผลงานตรงตรงกับเน้ือหาทเี่ รยี น

2 ผลงานมคี วามถูกตอ้ งสมบรู ณ์

3 ผลงานมคี วามคิดสร้างสรรค์

4 ผลงานมีความเป็นระเบยี บ

5 การสง่ งานตรงต่อเวลา

แบบประเมินกิจกรรม

ช่อื -สกลุ ........................................................................................................ช้ัน..................เลขท่ี.................

เกณฑก์ ารให้คะแนนใบกจิ กรรม

ประเดน็ ท่ี คะแนน

ประเมนิ 4(ดมี าก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1(ปรบั ปรุง)

1.เนือ้ หาผลงาน ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานไม่มคี วาม

ตรงตรงกบั สอดคล้องกบั เนอ้ื หาท่ี สอดคลอ้ งกับเน้อื หาที่ สอดคล้องกับเนื้อหาที่ สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หาที่

เน้ือหาทเี่ รยี น เรยี นทุกประเดน็ เรยี นเป็นส่วนใหญ่ เรยี นบางประเดน็ เรียน

2.ผลงานมีความ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของผลงาน

ถูกต้องสมบูรณ์ ผลงานมคี วามถกู ต้อง ผลงานมคี วามถกู ตอ้ ง ผลงานมีความถกู ต้อง ไม่มคี วามถูกต้อง

ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ เฉพาะบางสว่ น

3. ผลงานมี ผลงานมีความคิด ผลงานมีความคิด ผลงานบางส่วนมคี วาม ผลงานไม่แสดงออกถึง

ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ น่าสนใจแตย่ งั ไมม่ ี แถวคิดที่สร้างสรรค์

สร้างสรรค์ และเปน็ ระบบ แตย่ งั ไม่เป็นระเบยี บ แนวคิดแปลกใหม่

4.ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความเป็น

เป็นระเบียบ ระเบียบเรียบร้อย ระเบยี บเรียบรอ้ ย ระเบยี บเรยี บร้อย ระเบียบเรียบรอ้ ย

น่าอ่าน แต่ยังมีข้อบกพรอ่ ง แตย่ งั มขี ้อบกพร่อง และยงั มีข้อบกพรอ่ ง

เล็กน้อย บางสว่ น มาก

5.การส่งงานตรง ส่งงานตรงต่อเวลา ส่งงานเลยเวลา สง่ งานเลยเวลา ส่งงานเลยเวลามากกว่า

ตอ่ เวลา ตามทกี่ าหนด ๑-๒ วนั ๓-๔ วนั ๕ วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
หมายเหตุ : การหาระดบั คุณภาพเฉลยี่ หาได้จากการนาคะแนน
ที่ไ ด้แต่ละ ช่อง มารวมกัน แ ล้ว หาร ด้วย จ าน วน น ั้น น า ร ะ ดั บ ช่วงคะแนนเฉลยี่ ระดับคุณภาพ
คุณภาพเฉลี่ยมาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและสรุปผล
การประเมนิ 3.44-4.00 ดี

2.44-3.43 พอใช้

1.00-2.43 ปรับปรุง

45

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ท่ี พฤตกิ รรมทีส่ ังเกต คะแนน
321

1 นาเสนอเน้ือหาของผลงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

2 การนาเสนอมคี วามนา่ สนใจ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ภายในกลมุ่

4 ความกลา้ แสดงออกหนา้ ช้ันเรยี น

5 มีความพดู ทฉี่ ะฉานไพเราะและสุภาพ

ลงชือ่ ………………………………………….………………ประเมิน
…………………../…………………/…………………

เกณฑ์การให้คะแนน
ให้ 3 คะแนน นาเสนองานไดส้ มบรู ณ์ ชัดเจน
ให้ 2 คะแนน นาเสนองานยังมีขอ้ บกพรอ่ งเล็กน้อย
ให้ 1 คะแนน นาเสนอมีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนนเฉลยี่ ระดบั คณุ ภาพ

13-15 ดี

8-12 พอใช้

ต่ากวา่ 7 ปรับปรงุ


Click to View FlipBook Version