ชว่ั โมงท่ี 2
ขนั้ สอน
1. ครูสนทนากับนักเรยี นว่า จากช่ัวโมงทผ่ี ่านมานักเรยี นได้ออกแบบวงดนตรีของกลมุ่
ตนเองแลว้ ในช่ัวโมงให้นกั เรยี นเขยี นสครปิ ตแ์ ลว้ ทดสอบ สังเกตการทำงานบนเวที ทดลองปรบั เปลี่ยนค่าพารามเิ ตอร์
ของบลอ็ กคำสงั่ สังเกตการเปลย่ี นแปลง
2. ครูคอยเปน็ ผู้ช้แี นะ ในระหวา่ งนักเรียนเขียนโปรแกรมถา้ เกิดมีขอ้ ผิดพลาด ใหต้ รวจสอบ
และแกไ้ ขจนกว่าจะเขยี นโปรแกรมสำเร็จ
ชว่ั โมงท่ี 3
ขั้นสอน
1. ใหน้ กั เรยี นแตแ่ ละกล่มุ นำเสนอการออกแบบซอฟตแ์ วรแ์ ละชน้ิ งานทลี ะกลุ่ม จนครบ
ทุกกลมุ่
2. จากน้นั ครูให้นักเรียนแชร์โปรเจกต์วงดนตรีให้กล่มุ อน่ื ไดศ้ ึกษาเพมิ่ เติม โดยเขยี นคำอธิบาย
โปรเจกต์นีท้ ำอะไร ใช้งานอยา่ งไร
ชัว่ โมงท่ี 4
ขน้ั สอน
1. ครจู ับค่รู ะหวา่ งกล่มุ ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาโปรเจกต์ของกลุม่ อน่ื ๆ โดยมแี นวทางการศึกษา
โปรเจกต์ ดังน้ี
1) โปรเจกตน์ ี้มกี ต่ี วั ละคร
2) แตล่ ะตวั ละครมีกี่สครปิ ต์ มีกี่ชุดตัวละคร และมกี ่ีเสียง
3) เวทีกส่ี ครปิ ต์ มกี ฉ่ี ากหลงั และมกี ่ีเสียง
4) สงั เกตการใช้บล็อกคำสัง่ เกยี่ วกบั เสียงมีกี่รูปแบบ
5) การกำหนดคา่ เริ่มต้นของแตล่ ะตัวละคร เช่น ขนาด หรือชุดตัวละคร แตกต่างกัน
อย่างไร
(ชว่ ยฝกึ ทกั ษะกระบวนการคดิ เชิงคำนวณ กจิ กรรมนี้ นำมาจากหนังสอื Scratch in Action Animation)
2. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภิปราย และแสดงความคิดเหน็ วา่ แต่ละกลมุ่ จะต่อยอด
ผลงานของกลมุ่ อืน่ ไดอ้ ย่างไรโดยสง่ ตัวแทนมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น
ขน้ั สรุป
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปและอภิปรายเร่ืองการเขยี นโปรแกรม Scratch ใหม้ ีเสียง โดย
ครูถามนกั เรยี นภายในหอ้ งเรยี นว่า นกั เรียนได้อะไรจากการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ตวั ละครและฉากจากโปรแกรม
Scratch ให้นกั เรยี นภายในห้องเรียนช่วยกนั ตอบคำถาม
2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเน้ือหาเรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายดว้ ย Scratch
3. ครูให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน เพือ่ วดั ความรทู้ ไ่ี ดเ้ รยี นมาในหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2
เรอ่ื ง เขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายด้วย scratch
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวดั เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. นกั เรยี นอธิบายลำดบั ขั้นตอน 1. การตอบคำถามใน - แบบฝกึ หดั
แบบฝกึ หดั สามารถตอบคำถามใน
การเขียนโปรแกรม scratch ใน แบบฝึกหัดไดถ้ กู ตอ้ ง
ตามหลกั การ 80 % ข้ึน
โปรเจกต์ดนตรีได้ (K) ไป
สามารถตอบคำถามใน
2. นักเรยี นออกแบบและสรา้ ง 2. ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบประเมนิ ใบงานได้ 80 % ขึ้นไป
โปรเจกตด์ นตรี ตรวจหา แบบฝึกหัด
ขอ้ ผิดพลาดและแก้ไขได้ (P)
3. นักเรยี นเปน็ ผู้ท่มี วี นิ ยั ใฝ่ 3. สงั เกตพฤติกรรมใน - แบบประเมนิ นักเรียนมคี ุณลักษณะ
เรยี นรู้ และม่งุ ม่ันในการทำงาน คุณลักษณะอนั พึง อนั พึงประสงค์ ได้ 80%
(A) การทำแบบฝึกหัด ประสงค์ ขน้ึ ไป
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมที่สอดแทรก การตรงต่อเวลา เชน่ การเข้าช้ันเรยี น การสง่ การบา้ น และการปฏิบตั ิตามที่
ได้รับมอบหมาย
13. หนงั สือ / เอกสารอ้างอิง
- หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4
ลงชือ่ ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครผู ู้สอน
การบนั ทึกผลหลงั การสอน รหสั วิชา ว 14102
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ สัปดาห์ที่ 15-18
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 11 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย เวลา 4 ชั่วโมง
แผนการเรยี นร้ทู ี่ 7 เร่อื ง โปรเจกต์วงดนตรี
ครผู ู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ
การบนั ทึกผลหลงั การสอน
1. บันทึกผลการเรียนรตู้ ามจุดประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นักเรยี นอธบิ ายลำดบั ขั้นตอนการเขยี นโปรแกรม scratch ในโปรเจกตด์ นตรไี ด้ (K) จำนวน….……คน คดิ เป็น
ร้อยละ…….…ของจำนวนนักเรียนทัง้ หมด
1.2 นกั เรียนอธิบายลำดับขั้นตอนการเขยี นโปรแกรม scratch ในโปรเจกตด์ นตรีไม่ได้ (K) จำนวน….……คน คดิ
เปน็ ร้อยละ…….…ของจำนวนนักเรยี นทั้งหมด
2. บันทึกทกั ษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นักเรยี นออกแบบและสรา้ งโปรเจกตด์ นตรี ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแก้ไขได้ (P) จำนวน……..คน
คดิ เป็นร้อยละ….……ของจำนวนนกั เรยี นท้งั หมด
2.2 นักเรยี นออกแบบและสร้างโปรเจกตด์ นตรี ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขไม่ได้ (P) จำนวน….……คน
คิดเปน็ ร้อยละ……...ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด
3. บันทึกคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นักเรียนเปน็ ผู้ทม่ี ีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเป็นรอ้ ยละ….……ของ
จำนวนนกั เรียนท้งั หมด
3.2 นักเรียนไม่เปน็ ผ้ทู ีม่ วี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คดิ เป็นร้อยละ……...ของ
จำนวนนักเรยี นทัง้ หมด
ปญั หาและอุปสรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครูผ้สู อน
แผนการจดั การเรียนรู้ รหสั วชิ า ว 14102
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สัปดาห์ท่ี 20-24
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 5 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง การใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ เวลา 5 ช่วั โมง
แผนการเรยี นรู้ที่ 8 เรือ่ ง ความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู
ครผู ู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
1. สาระ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาทีพ่ บในชีวติ จริงอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอนและเปน็
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
รเู้ ท่าทันและมจี รยิ ธรรม
3. ตวั ชวี้ ัด / ผลการเรยี นรู้
ป.4/3 ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตคน้ หาความรู้ และประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ของข้อมลู
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นอธิบายความหมายของอนิ เทอร์เน็ต และประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของข้อมลู ได้ (K)
2. นักเรียนใช้งานอินเทอร์เน็ตในการคน้ หาข้อมูลได้ (P)
3. นกั เรียนเป็นผทู้ ม่ี วี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตัวชว้ี ัด ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ด้านคุณลักษณะอันพงึ
(K: Knowledge) (P: Process) ประสงค์
(A: Attitude)
ป.4/3 ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ 1. นกั เรียนอธบิ าย 2. นกั เรยี นใชง้ าน 3. นักเรียนเปน็ ผู้ทมี่ ีวนิ ัย ใฝ่
คน้ หาความรู้ และ ความหมายของ
ประเมนิ ความ อินเทอรเ์ นต็ และ อนิ เทอร์เน็ตในการคน้ หา เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการ
นา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู ประเมินความนา่ เชื่อถือ
ของขอ้ มูลได้ ขอ้ มูลได้ ทำงาน
6. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดหน่วยการเรยี นรู้
อินเทอร์เนต็ (Internet) คอื เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ทเ่ี ชือ่ มตอ่ กันจำนวนมากและครอบคลมุ ไปท่วั โลก โดย
เครือข่ายน้ีจะเชอื่ หากนั ภายใตก้ ฎเกณฑ์ท่ีเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมลู และสง่ ผ่านข้อมลู
ระหว่างกันได้
ในปจั จบุ ันมฐี านข้อมูลท่ีเก็บไวใ้ นอินเทอรเ์ น็ตจำนวนมาก ดงั นัน้ การค้นหาข้อมลู จากอนิ เทอร์เนต็ จะต้อง
ประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมลู โดยจะต้องศกึ ษาเรียนรเู้ กย่ี วกบั การค้นหาขอ้ มูลจากอินเทอร์เนต็
7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มวี นิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ มั่นในการทำงาน
9. สื่อ และ แหลง่ การเรยี นรู้
สอื่
- หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
- แบบฝึกหดั เรือ่ ง การใชง้ านอินเทอรเ์ น็ต
แหลง่ เรียนรู้ จำนวนคาบ หมายเหตุ
- ห้องปฏิบัติการคอมพวิ เตอร์ 5
10. การจัดการเรียนรู้
ลำดบั เรือ่ ง
1 ความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมูล
11. กระบวนการจัดการเรียนรู้
เร่อื ง ความน่าเช่ือถอื ของข้อมลู
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นอธบิ ายความหมายของอนิ เทอรเ์ นต็ และประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ของขอ้ มลู ได้ (K)
2. นักเรยี นใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ในการค้นหาขอ้ มลู ได้ (P)
3. นกั เรยี นเป็นผ้ทู ม่ี วี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน (A)
ช่วั โมงท่ี 1
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การใช้งานอินเตอร์เน็ต เพอ่ื
เข้าใจระดับความรเู้ ดิมของนักเรียนกอ่ นเข้าสกู่ จิ กรรม
ขั้นนำ (10 นาท)ี
2. ครสู อบถามนักเรยี นว่ารู้จกั อนิ เทอร์เน็ตหรอื ไม่ อนิ เทอร์เน็ตมลี กั ษณะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ เปน็ เครอื ข่ายคอมพวิ เตอรท์ ีเ่ ช่ือมต่อกันจำนวนมากและครอบคลมุ ไปทวั่ โลก ทำใหส้ ามารถแลกเปลย่ี น
ข้อมลู และส่งผ่านขอ้ มลู ระหว่างกนั ได)้
ข้นั สอน (40 นาท)ี
3. ครูส่มุ นักเรยี นมาทำกิจกรรม 6 คนโดยแบง่ ออกเป็น 2 กลมุ่ คละความสามารถ
4. ให้แต่ละกลมุ่ นั่งเกา้ อี้ แลว้ หันหลงั เข้าหากนั โดยไมใ่ หเ้ ห็นว่าอีกกลุ่มดา้ นหลังกำลัง
ทำอะไรอยู่
5. ครูอธิบายกติกาว่า จะมโี จทยป์ ญั หาใหแ้ ต่ละกลุม่ ตอบปญั หาภายในเวลาทก่ี ำหนด หาก
ตอบได้จะไดร้ ับ 1 คะแนน โดยการเขียนคำตอบลงบนกระดาษ A4 และชูคำตอบขน้ึ
6. ครเู รมิ่ กจิ กรรม รอบท่ี1 ใชค้ ำถามง่ายท่ีเป็นความรู้พนื้ ฐาน คำถามมีดังน้ี
1) ประเพณีบญุ บ้ังไฟเปน็ ประเพณีโด่งดงั จากภาคใด
2) ประเทศไทยมีกจ่ี ังหวัด
3) จงั หวัดเหนอื สดุ เขตแดนไทยคือจงั หวดั อะไร
4) นายกคนปัจจุบันคือคนทเ่ี ท่าไหร่
5) แมน่ ำ้ ทีย่ าวที่สดุ ในโลกคือแม่นำ้ ใด
7. ก่อนเริม่ กจิ กรรมรอบท่ี 2 ให้ครนู ำหนงั สือทเ่ี ตรียมไว้ 3-5 เล่มเก่ียวหรือไมเ่ กี่ยวกับเนื้อหา
ทใี่ ช้กไ็ ด้ไปวางให้กลุ่มหน่งึ และให้ครูนำโน้ตบุ๊ก 1-2เครื่อง ไปวางใหก้ ลุ่มสอง โดยหา้ มท้ังสองกลุ่มเห็นวา่ อีกกลุ่มได้รับ
อะไร
8. ในรอบท่ี 2 ครูใช้คำถามยากขน้ึ คำถามดังน้ี
1) สัตวท์ ีม่ ีขนาดใหญ่ท่ีสดุ ในโลกคอื ชนิดใด
2) แม่นำ้ ทม่ี ีขนาดกว้างท่ีสุดในโลกคอื แมน่ ำ้ ใด
3) มหาสมุทรทีใ่ หญท่ ่ีสดุ ในโลกคอื ที่ใด
4) สงครามโลกครั้งทส่ี องกินระยะเวลานานก่ีปี
5) ประเทศไทยมีพนื้ ทที่ ้ังหมดเทา่ ใด
6) ทวปี ยโุ รปมปี ระเทศท้ังหมดกป่ี ระเทศ
7) ใครคอื นกั บินที่เหยียบดวงจันทรเ์ ปน็ คนแรก
8) หากเดนิ ทางจากไทยไปลาสเวกสั ด้วยเครื่องบินตอ้ งใช้เวลาก่ีช่ัวโมง
9) ภเู ขาไฟฟูจสิ ูงจากระดับนำ้ ทะเลเท่าใด
10) จงบอกช่อื เครอ่ื งบินท่เี ร็วที่สุดในโลก
(คำถามทเี่ ลอื กใชข้ ึ้นอยกู่ บั ความเหมาะสม และวิจารณญาณของครูผู้สอน)
10. ครใู หน้ กั เรียนในหอ้ งเรียนช่วยกนั สรปุ คะแนนจากการตอบคำถามของท้งั สองกลุม่
ขั้นสรปุ (10 นาที)
11. ครใู หน้ ักเรยี นหันดูอปุ กรณ์ทอี่ ีกกลุ่มท่ีใช้
12. ครูสอบถามทั้งสองกลุ่มและใหว้ ิเคราะหก์ ลมุ่ ตนเองวา่ ทำไมถงึ แพ้ หรือชนะ
ช่ัวโมงท่ี 2
ขั้นสอน (60 นาท)ี
1. ครใู ห้นกั เรยี นทบทวนกิจกรรมทีท่ ำจากสัปดาห์ท่ีผา่ นมา
2. ครูต้งั คำถามว่าจากการท่ีเราเห็นความแตกต่างระหวา่ งการใชป้ ระโยชนจ์ ากหนังสือ และ
อินเทอรเ์ นต็ นกั เรยี นสังเกตเห็นอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ ข้อมูลจากหนังสอื ไม่ครอบคลุมคำถามที่คุณครถู าม หาข้อมูลได้ช้า ข้อมูลบางอยา่ งไมอ่ ัพเดท ส่วน
อินเทอร์เน็ตสะดวกในการค้นหาข้อมูล รวดเร็ว ข้อมูลมาจากหลายแหลง่ และคลอบคลุมทุกคำถาม)
3. ครถู ามคำถามกระตนุ้ นักเรยี นจากหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.4 หนา้ 61 ว่า อนิ เทอร์เน็ตจำเปน็ ต่อชวี ิตเราอย่างไร
(แนวคำตอบ ในปัจจุบันอินเทอร์เนต็ มบี ทบาทและมคี วามสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราเปน็ อยา่ งมาก เพราะทำให้
วถิ ชี วี ิตเราทนั สมยั และทนั เหตกุ ารณอ์ ยูเ่ สมอ อนิ เทอร์เนต็ จงึ เปน็ แหล่งสารสนเทศท่สี ำคัญเพราะสารถค้นหาสง่ิ ทสี่ นใจ
ได้ในทันที โดยไมต่ ้องเสียเวลาในการเดนิ ทางไปศึกษาคน้ ควา้ จากแหล่งตา่ ง ๆ แมแ้ ตก่ ารรบั รู้ข่าวสารทั่วโลกสามารถหา
อา่ นได้จากอินเทอรเ์ น็ต)
4. ครูตัง้ คำถามว่า นกั เรียนคดิ วา่ การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตควรทำอยา่ งไร
(แนวคำตอบ เน่อื งจากข้อมูลในอนิ เทอรเ์ นต็ มมี ากมายหลากหลาย การคน้ หาข้อมูลนัน้ จะตอ้ งใชค้ ำคน้ หาทต่ี รงประเด็น
กระชบั จงึ จะทำใหไ้ ด้ขอ้ มูล หรอื ผลลัพธ์ท่ีรวดเร็วและตรงตามความต้องการ)
5. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ ัน จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นคนท่ีหน่ึงกำหนดโจทย์ สิง่ ทต่ี อ้ งการทราบ หรอื
คำถามท่สี งสยั อยากรู้คำตอบ ส่วนคนทส่ี องทำหนา้ ท่ีเปน็ คนค้นหาขอ้ มลู ให้คนที่สองใช้คอมพวิ เตอร์ หรอื มือถือในการ
สืบคน้ ขอ้ มลู จากระบบอนิ เทอร์เน็ตเพือ่ ให้คำตอบคนท่ี 1 ภายในเวลา 2 นาที จากนนั้ สลับหนา้ ที่กัน
6. ครใู หแ้ ต่ละคู่ร่วมกันสรา้ งคำถาม หรอื ต้งั โจทย์ท่ีตอ้ งการทราบคำตอบรว่ มกันอย่างอสิ ระ
7. ครูให้แต่ละค่สู ลบั โจทย์ของกลุ่มตนเองกบั กลุ่มขา้ ง ๆ หรือกล่มุ ท่ีใกล้ที่สดุ จากนน้ั ให้แลd
กนั หาคำตอบทีไ่ ดร้ ับ
8. ครูและนกั เรยี นทกุ กลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายสรุปสง่ิ ที่ได้จากการทำกิจกรรม
9. ครสู รุปลกั ษณะและวธิ ีการใช้คำ การใช้งาน Search Engine เพ่อื ใช้ในการค้นหาทม่ี ี
ประสทิ ธิภาพ
ชัว่ โมงท่ี 3
ขน้ั สอนตอ่ (60 นาท)ี
1. ครูตั้งคำถามว่าจากการทำกจิ กรรมที่ผ่านมานกั เรียนใชเ้ ครื่องมืออะไรในการสบื ค้นบ้าง
(แนวคำตอบ Google chrome ,Firefox ,Yahoo ,Internet Explorer)
2. ครูถามวา่ แต่ละเครื่องมอื แตกตา่ งกนั อย่างไร
3. ครสู มุ่ นักเรยี นประมาณ 4-5 คน ใหเ้ ล่าประสบการณ์เกีย่ วกบั การใช้งานอินเทอรเ์ น็ตว่า
นักเรียนใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ รปู แบบใดบา้ ง อย่างไร
4. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 3-5 คน แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สบื ค้นเก่ยี วกบั รูปแบบ
การให้บรกิ ารอนิ เทอรเ์ นต็ ว่ามีอะไรบา้ ง สรปุ ใสล่ งสมดุ โดยใหใ้ ช้เคร่ืองคอมพวิ เตอรห์ รอื สมาร์ตโฟนในการสบื ค้น หรอื
หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 63-67
5. ครูสรปุ รูปแบบการค้นหาขอ้ มูลจากอนิ เทอรเ์ น็ตมี 2 รปู แบบ คอื
1) การค้นหาในรปู แบบ Index Directory เป็นการค้นหาข้อมลู โดยการคลกิ เลอื ก
ข้อมลู ทต่ี อ้ งการดูในเว็บบราวเซอร์ จากน้ันหนา้ จอก็จะแสดงรายละเอยี ดของหวั ขอ้ ปลกี ย่อยมาให้เลอื ก
2) การคน้ หาในรปู แบบ Search Engine เปน็ การคน้ หาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ใน
อนิ เทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ค้นผ่านเว็บ
ชว่ั โมงท่ี 4
ข้นั สอนตอ่ (45 นาท)ี
1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั ทบทวนจากช่วั โมงที่แลว้
2. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ วา่ การใชง้ าน Search Engine น้นั จะตอ้ งพิมพ์คำหรือขอ้ ความซึ่งเป็น
การอธบิ ายถึงข้อมลู ทต่ี ้องการจะค้นหา จากนัน้ Search Engine จะแสดงขอ้ มลู และเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง โดยการ
คน้ หาข้อมลู เช่น ภาพ ข้อความ คลปิ วิดีโอ จะตอ้ งใช้คำที่ตรงประเด็นซง่ึ เราเรียกคำท่ใี ชใ้ นการคน้ หาขอ้ มูลนว้ี ่า คำค้น
(Keyword)
3. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝึกหดั รายวชิ าวิทยาการคำนวณ เร่ือง การใชง้ านอินเทอร์เน็ต
หนา้ 29-32
4. ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปความรู้ รูปแบบการค้นขอ้ มูลจากอนิ เทอรเ์ น็ต
ชว่ั โมงท่ี 5
ขั้นสอนต่อ (45 นาท)ี
1. ครูเปดิ ภาพข่าวจากเฟสบุ๊คให้นกั เรยี นดู พร้อมเล่าเนื้อหาจากขา่ วและชวนนักเรียนคยุ
เก่ียวกับข่าว (ข่าวขน้ึ อยกู่ บั ความเหมาะสม และดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
2. ครตู ั้งคำถามว่านกั เรยี นคิดวา่ ขา่ วท่ีครเู อามาให้ดูเปน็ เรอื่ งจรงิ หรอื ไม่ และทำไมคิดอยา่ ง
นั้นให้นกั เรียนบอกเหตผุ ล
3. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ 4-5 คน คละความสามารถ จากนนั้ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันหาวิธีการ
แยกแยะความนา่ เช่อื ถือของขา่ วและขอ้ มลู ใหน้ กั เรียนเปดิ หนงั สือวิชาวทิ ยาการคำนวณ ชัน้ ประถมศึกษาปีท4่ี หนา้ 73
(การประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู ) ภายในเวลา 5-10 นาที
4. ครสู ุม่ กลมุ่ นักเรียนมานำเสนอการประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ของข่าวและข้อมูล พร้อมให้
นักเรียนตรวจสอบส่ิงท่ีแต่ละกล่มุ นำเสนอ
5. จากนัน้ ครแู นะแนวทางการประเมินความน่าเช่ือถือของขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ
ขัน้ สรุป (15 นาที)
6. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั บอกวธิ กี ารประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของข้อมูล
7. ครูถามคำถามนกั เรียนวา่ เราสามารถนำอนิ เทอรเ์ นต็ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั
อย่างไร
(แนวคำตอบขึน้ อยกู่ บั ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
8. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน เพอ่ื วัดความรทู้ ีไ่ ดเ้ รียนมาในหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3
เรือ่ ง การใช้งานอินเตอรเ์ นต็
12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
1. นักเรียนอธบิ ายความหมาย 1. การตอบคำถามใน - แบบฝึกหดั สามารถตอบคำถามใน
แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัดได้ถูกต้อง
ของอินเทอร์เนต็ และประเมิน ตามหลักการ 80 % ขนึ้
ไป
ความนา่ เชื่อถือของข้อมูลได้ (K)
สามารถตอบคำถามใน
2. นักเรยี นใชง้ านอินเทอรเ์ น็ตใน 2. ตรวจแบบฝึกหัด - แบบประเมิน ใบงานได้ 80 % ขึน้ ไป
การคน้ หาข้อมูลได้ (P) แบบฝึกหัด
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
3. นกั เรียนเปน็ ผู้ท่ีมีวนิ ยั ใฝ่ 3. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน นักเรียนมคี ุณลกั ษณะ
การทำแบบฝกึ หัด คุณลักษณะอันพึง
เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการทำงาน ประสงค์ อนั พึงประสงค์ ได้ 80%
(A) ข้ึนไป
คุณธรรม จริยธรรมทส่ี อดแทรก การตรงตอ่ เวลา เช่น การเข้าชนั้ เรียน การสง่ การบา้ น และการปฏิบัติตามท่ี
ได้รบั มอบหมาย
13. หนังสอื / เอกสารอา้ งองิ
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
ลงช่อื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานุจำ)
ครูผู้สอน
การบันทึกผลหลังการสอน รหัสวชิ า ว 14102
กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สปั ดาหท์ ่ี 20-24
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง การใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ เวลา 5 ชว่ั โมง
แผนการเรียนรู้ท่ี 8 เรอ่ื ง ความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู
ครผู ้สู อน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
การบนั ทึกผลหลงั การสอน
1. บนั ทึกผลการเรยี นรูต้ ามจุดประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นกั เรียนอธบิ ายความหมายของอินเทอรเ์ น็ต และประเมินความนา่ เช่อื ถอื ของข้อมูลได้ (K) จำนวน….……คน
คดิ เปน็ ร้อยละ…….…ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด
1.2 นกั เรยี นอธบิ ายความหมายของอนิ เทอรเ์ นต็ และประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลไม่ได้ (K) จำนวน….……
คน คดิ เปน็ ร้อยละ…….…ของจำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด
2. บนั ทกึ ทกั ษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นกั เรียนใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ในการค้นหาขอ้ มลู ได้ (P) จำนวน……..คน คิดเปน็ ร้อยละ….……ของจำนวน
นักเรียนทั้งหมด
2.2 นักเรยี นใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ในการค้นหาข้อมูลไม่ได้ (P) จำนวน….……คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……...ของจำนวน
นักเรียนท้งั หมด
3. บันทึกคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นักเรียนเปน็ ผทู้ ม่ี ีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่ันในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเป็นรอ้ ยละ….……ของ
จำนวนนกั เรียนทั้งหมด
3.2 นักเรียนไม่เป็นผู้ท่มี วี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คิดเปน็ ร้อยละ……...ของ
จำนวนนักเรียนทง้ั หมด
ปัญหาและอุปสรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครูผสู้ อน
แผนการจัดการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ว 14102
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สปั ดาห์ท่ี 25-28
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จำนวน 11 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรื่อง การนำเสนอขอ้ มลู ดว้ ยซอฟตแ์ วร์ เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรู้ท่ี 9 เรอื่ ง ประวตั สิ ว่ นตวั ของฉนั
ครผู ู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
1. สาระ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชีวติ จรงิ อย่างเปน็ ขัน้ ตอนและเป็น
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
3. ตัวชีว้ ัด / ผลการเรยี นรู้
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วรท์ ่หี ลากหลายเพ่ือแก้ปญั หาใน
ชวี ติ ประจำวัน
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายความหมายเกย่ี วกบั ซอฟต์แวร์ได้ (K)
2. นกั เรียนใช้งานเครอื่ งมอื พนื้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวริ ์ดได้ (P)
3. นกั เรยี นเป็นผทู้ ีม่ ีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตวั ช้วี ัด ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะกระบวนการ ด้านคณุ ลักษณะอนั พึง
(K: Knowledge) (P: Process) ประสงค์
(A: Attitude)
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน 1. นกั เรยี นอธิบาย 2. นักเรยี นใชง้ าน 3. นักเรียนเปน็ ผทู้ ่มี ีวินยั ใฝ่
นำเสนอขอ้ มูลและ ความหมายเก่ียวกับ เครอื่ งมอื พนื้ ฐานใน เรียนรู้ และม่งุ ม่นั ในการ
สารสนเทศ โดยใช้ ซอฟตแ์ วร์ได้ โปรแกรมไมโครซอฟต์ ทำงาน
ซอฟต์แวรท์ ่ีหลากหลายเพือ่ เวริ ์ดได้
แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวัน
6. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดหน่วยการเรียนรู้
ซอฟตแ์ วร์ (Software) คือ ชุดคำสัง่ ทก่ี ำหนดให้คอมพวิ เตอร์ทำงานตามความต้องการ เชน่ การนำเสนองาน
การพิมพ์งานเอกสาร รายงาน โปสเตอร์
โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ (Microsoft Word) ใช้ในการพิมพ์งานเอกสารท่เี ปน็ ข้อมลู ลกั ษณะเป็นตัวอกั ษร
และมรี ูปภาพประกอบ เชน่ รายงาน โปสเตอร์ ฯลฯ และยังสามารถใชง้ านระบบอตั โนมัตติ ่าง ๆ ไดด้ ้วย เชน่ การคน้ หา
คำ ตรวจสอบไวยากรณ์ การสรา้ งตาราง ฯลฯ
7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มวี ินยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
9. สอื่ และ แหลง่ การเรียนรู้
ส่ือ
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4
แหลง่ เรียนรู้ จำนวนคาบ หมายเหตุ
- ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ 4
10. การจัดการเรียนรู้
ลำดบั เรื่อง
1 ประวัติสว่ นตวั ของฉนั
11. กระบวนการจัดการเรียนรู้
เร่ือง ประวัตสิ ่วนตัวของฉัน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นอธิบายความหมายเกีย่ วกับซอฟต์แวรไ์ ด้ (K)
2. นักเรียนใชง้ านเคร่อื งมอื พืน้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ์ดได้ (P)
3. นกั เรียนเปน็ ผูท้ ่มี ีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)
ชั่วโมงที่ 1
ขั้นนำ (10 นาท)ี
1. ครูนำตัวอยา่ งโปรไฟล์ในรปู แบบ Port folio ให้นักเรียนดูจากน้นั ตง้ั คำถามวา่ นกั เรยี น
ชอบการออกแบบแบบไหนจากตวั อย่างท่ดี ูทงั้ หมด (ครูปร้นิ ให้นักเรยี นดู)
2. ครถู ามนักเรียนว่าหากนกั เรยี นต้องการทำพอรท์ ตามตวั อยา่ งตา่ ง ๆ ทเี่ ห็นสักครู่ นกั เรียน
คิดโปรแกรมอะไรสามารถทำไดบ้ ้าง
3. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั บอกตัวอย่างโปรแกรมที่คาดว่าจะใชส้ รา้ งพอร์ทได้
ขนั้ สอน (50 นาท)ี
1. ครูบอกนกั เรยี นว่าจะแนะนำโปรแกรมทใ่ี ชใ้ นการสรา้ งแบบงา่ ยไม่ยุง่ ยากให้กับนกั เรียนแต่
นักเรียนตอ้ งรูจ้ ักกอ่ นวา่ โปรแกรม และซอฟตแ์ วรค์ ืออะไร
2. ครใู ห้นักเรยี นเปิดหนังสือวทิ ยาการคำนวณ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่4 หน้า 83 จากน้ันครู
อธบิ ายเร่อื งซอฟต์แวรใ์ นหน้า 83-85
ช่วั โมงที่ 2
ขนั้ สอนตอ่ (50 นาท)ี
1. ครทู บทวนความรจู้ ากชั่วโมงที่แล้วให้นักเรยี นฟงั
2. ครูใหน้ ักเรยี นเปิดโปรแกรม Word จากน้ันครแู นะนำประโยชนข์ องโปรแกรม Word
3. ครสู อนวธิ ีใช้งานโปรแกรมตามหนังสือเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 86-92
ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกันบอกเคร่ืองมือทไ่ี ดเ้ รยี นในช่วั โมง และหนา้ ท่ีของเคร่ืองมือ
ชวั่ โมงที่ 3
ข้นั สอนต่อ (50 นาท)ี
1. ครใู หน้ กั เรียนทบทวนเครอ่ื งมอื ทีเ่ รียนในโปรแกรม Word จากชั่วโมงท่แี ล้ว
2. ครูนำตวั อย่างประวัตสิ ว่ นตัวท่คี รูทำจากโปรแกรม Word พรอ้ มตกแต่งดว้ ยเครอื่ งมือ
หลากหลายชนดิ อยา่ งสวยงามให้นกั เรียนดู
3. ครใู ห้นักเรยี นออกแบบประวตั สิ ่วนตวั ของตนเองดว้ ยโปรแกรม Word จากเครอ่ื งมือทค่ี รู
สอนใช้มาแลว้ อย่างสวยงามทสี่ ุด
ชว่ั โมงที่ 4
ข้นั สอนต่อ (50 นาที)
1. ครูสอบถามเรือ่ งการทำประวตั ิสว่ นตัวของนักเรียน
2. ครูใหน้ ักเรียนท่ียงทำไม่เสรจ็ ทำชนิ้ งานต่อจากชั่วโมงที่แล้ว
ขั้นสรุป (10 นาที)
3. ครตู รวจผลงานประวัตสิ ว่ นตวั ของนักเรียนพร้อมให้คะแนน
4. ครูให้นักเรยี นบอกประโยชนข์ องการใช้โปรแกรมในชีวิตประจำวัน
5. ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดเรื่องการนำเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์
ในแบบฝึกหัดเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4 หนา้ 41-44
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. นักเรียนอธิบายความหมาย 1. การตอบคำถามใน - แบบฝกึ หดั สามารถตอบคำถามใน
แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั ได้ถูกต้อง
เกีย่ วกับซอฟต์แวร์ได้ (K) ตามหลักการ 80 % ขึ้น
ไป
2. นักเรยี นใช้งานเครื่องมอื 2. ตรวจแบบฝึกหัด - แบบประเมนิ
พน้ื ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟต์ แบบฝกึ หัด สามารถตอบคำถามใน
ใบงานได้ 80 % ข้นึ ไป
เวริ ์ดได้ (P)
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน
3. นกั เรียนเปน็ ผู้ท่ีมีวนิ ยั ใฝ่ 3. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน นักเรียนมคี ุณลกั ษณะ
การทำแบบฝกึ หัด คุณลักษณะอันพึง
เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการทำงาน ประสงค์ อนั พึงประสงค์ ได้ 80%
(A) ข้ึนไป
คุณธรรม จริยธรรมทส่ี อดแทรก การตรงตอ่ เวลา เช่น การเข้าชนั้ เรียน การสง่ การบา้ น และการปฏิบัติตามท่ี
ได้รบั มอบหมาย
13. หนังสอื / เอกสารอา้ งองิ
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
ลงช่อื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานุจำ)
ครูผู้สอน
การบันทกึ ผลหลังการสอน รหัสวชิ า ว 14102
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ สัปดาหท์ ่ี 25-28
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 11 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เร่ือง การนำเสนอข้อมูลดว้ ยซอฟต์แวร์ เวลา 4 ช่วั โมง
แผนการเรยี นรทู้ ี่ 9 เร่ือง ประวตั สิ ่วนตัวของฉนั
ครผู ้สู อน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
การบันทึกผลหลังการสอน
1. บนั ทึกผลการเรยี นรู้ตามจุดประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นกั เรียนอธบิ ายความหมายเกย่ี วกบั ซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) จำนวน….……คน คดิ เป็นรอ้ ยละ…….…ของจำนวน
นกั เรยี นท้ังหมด
1.2 นกั เรียนอธิบายความหมายเกี่ยวกับซอฟตแ์ วร์ไม่ได้ (K) จำนวน….……คน คิดเป็นร้อยละ…….…ของจำนวน
นกั เรยี นทง้ั หมด
2. บันทกึ ทักษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นักเรยี นใชง้ านเครื่องมอื พนื้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ ได้ (P) จำนวน……..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ….……
ของจำนวนนักเรยี นท้ังหมด
2.2 นักเรียนใชง้ านเครื่องมือพนื้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิร์ดไมไ่ ด้ (P) จำนวน….……คน คิดเปน็ รอ้ ย
ละ……...ของจำนวนนักเรยี นทง้ั หมด
3. บนั ทกึ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นักเรยี นเปน็ ผูท้ ี่มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเป็นร้อยละ….……ของ
จำนวนนักเรยี นท้ังหมด
3.2 นกั เรยี นไม่เป็นผ้ทู ีม่ วี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คดิ เป็นร้อยละ……...ของ
จำนวนนักเรียนทั้งหมด
ปญั หาและอุปสรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแกป้ ญั หา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครผู สู้ อน
แผนการจดั การเรียนรู้ รหัสวชิ า ว 14102
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สัปดาห์ที่ 29-31
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 11 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรือ่ ง การนำเสนอข้อมลู ด้วยซอฟตแ์ วร์ เวลา 3 ชั่วโมง
แผนการเรยี นรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง นกั พรีเซนต์คนเกง่
ครผู ู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ
1. สาระ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแกป้ ญั หาท่ีพบในชวี ิตจรงิ อย่างเปน็ ขั้นตอนและเปน็
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ร้เู ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
3. ตวั ช้ีวัด / ผลการเรียนรู้
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวร์ท่หี ลากหลายเพื่อแกป้ ญั หาใน
ชีวติ ประจำวัน
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นอธิบายลักษณะของโปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยต์ได้ (K)
2. นักเรียนใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยต์ในการสรา้ งไฟล์นำเสนอได้ (P)
3. นักเรยี นเป็นผูท้ ่ีมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน (A)
5. สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ตวั ชวี้ ัด ด้านความรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการ ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ
(K: Knowledge) (P: Process) ประสงค์
(A: Attitude)
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน 1. นักเรยี นอธิบาย 2. นักเรยี นใช้โปรแกรม 3. นกั เรยี นเป็นผู้ทมี่ วี ินยั ใฝ่
นำเสนอข้อมลู และ ลกั ษณะของ ไมโครซอฟต์เพาเวอร์ เรยี นรู้ และม่งุ มน่ั ในการ
สารสนเทศ โดยใช้ โปรแกรม พอยต์ในการสรา้ งไฟล์ ทำงาน
ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพื่อ ไมโครซอฟต์ นำเสนอได้
แกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั เพาเวอรพ์ อยตไ์ ด้
6. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอดหนว่ ยการเรยี นรู้
โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์พอยตเ์ ปน็ โปรแกรมหน่งึ ในตระกลู ไมโครซอฟตอ์ อฟฟิต เหมาะสำหรบั การใช้
นำเสนองาน โดยสร้างออกมาเปน็ สไลดย์ ่อย ๆ แต่ละสไลดจ์ ะสามารถใส่ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ได้ เชน่ ตัวอักษร รูปภาพ เสียง
ภาพเคลื่อนไหว เพ่ือสร้างความน่าสนใจให้เพม่ิ มากขน้ึ ในการนำเสนองาน
7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- มวี นิ ยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมัน่ ในการทำงาน
9. สอ่ื และ แหลง่ การเรียนรู้
สื่อ
- หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4
- ใบงานที่ 4.3 เร่ือง สว่ นประกอบต่าง ๆ ของโปรแกรม Microsoft PowerPoint
แหลง่ เรียนรู้
- ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์
10. การจัดการเรยี นรู้ จำนวนคาบ หมายเหตุ
ลำดับ เรอ่ื ง 3
1 นกั พรีเซนตค์ นเก่ง
11. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
เรื่อง นักพรเี ซนตค์ นเกง่
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นอธบิ ายลกั ษณะของโปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยตไ์ ด้ (K)
2. นักเรยี นใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์พอยตใ์ นการสรา้ งไฟล์นำเสนอได้ (P)
3. นกั เรียนเปน็ ผู้ทีม่ วี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่นในการทำงาน (A)
ช่ัวโมงที่ 1
ขั้นนำ (10 นาที)
1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นวา่ ถ้านกั เรยี นเปน็ แม่ค้า นักเรยี นจะนำเสนอขายสินค้าอยา่ งไร
แนวคำตอบ ตามความคิดเห็นของนกั เรียน
2. ครูสุม่ นกั รยี น 2-3 คน ออกมาสาธติ การนำเสนอขายกระถางต้นไม้
3. ครถู ามนักเรยี นว่า นกั เรียนคิดว่าการนำเสนอด้วยปากเปลา่ น่าสนใจหรือไม่
แนวคำตอบ ยงั ไม่นา่ สนใจเท่าที่ควร
ขน้ั สอน (50 นาท)ี
4. นกั เรยี นเคยใชโ้ ปรแกรม Microsoft PowerPoint หรือไม่ และใชท้ ำอะไรบา้ ง
แนวคำตอบ ไม่เคยใช้/เคยใชใ้ นการนำเสนองาน ใสร่ ปู ภาพ
5. ครูให้นักเรียนเปดิ โปรแกรม Microsoft PowerPoint ตามข้ันตอนในหนังสอื วทิ ยาการ
คำนวณ ป.4 หน้า 93
6. เมื่อนกั เรียนเปดิ โปรแกรม Microsoft PowerPoint แลว้ จะปรากฏหน้าตา่ งส่วนประกอบ
ของโปรแกรม ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาสว่ นประกอบต่าง ๆ ในโปรแกรมและลองใชเ้ ครือ่ งมือตา่ งๆ โดยศึกษาข้อมลู เพิม่ เตมิ
เกีย่ วกับเครอ่ื งมือต่างๆ ในหนงั สอื วิทยาการคำนวณ ป.4 หน้า 99
7. ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 4.3 เรื่อง สว่ นประกอบต่าง ๆ ของโปรแกรม Microsoft
PowerPoint
8. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาข้อมลู เกย่ี วกับการนำเสนองานดว้ ยโปรแกรม Microsoft
PowerPoint จากหนังสอื วทิ ยาการคำนวณ ป.4 หน้า 100
9. ครูถามนกั เรียนวา่
คำถาม
- ถ้าตอ้ งการใสข่ ้อความในโปรแกรม Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร
(ใหน้ กั เรียนใชโ้ ปรแกรม เพอ่ื หาคำตอบเอง)
แนวคำตอบ 1) คลกิ เลอื กพืน้ ที่ทต่ี อ้ งการพิมพข์ อ้ ความ
2) คลกิ เลือกรปู แบบขนาดและลักษณะของตัวอักษรทีต่ อ้ งการ
3) คลิกในพนื้ ทส่ี ำหรับพิมพ์ขอ้ ความ แลว้ พมิ พข์ อ้ ความตามท่ีต้องการจากน้นั คลิกพื้นที่
ว่างนอกกรอบ
10. ครใู หน้ กั เรยี นปฏบิ ัติตามคำตอบเพ่ือใหไ้ ด้ผลลัพธท์ ีถ่ กู ต้อง หากนกั เรยี นยงั ได้ผลลพั ธ์ท่ไี ม่
ถูกต้องหรือยังทำไมไ่ ด้ ครูให้ศึกษาขัน้ ตอนการใส่ข้อความในหนังสอื วทิ ยาการคำนวณ ป.4 หนา้ 100 และครใู ห้
คำแนะนำเพิม่ เติม
11. ครูถามนกั เรียน
คำถาม
- นกั เรียนคดิ วา่ พืน้ หลงั สขี าว ดนู า่ สนใจหรือไม่ ทำอยา่ งไรจึงจะทำใหพ้ ื้นหลงั น่าสนใจหรือ
สวยงามขึ้น
แนวคำตอบ ไม่นา่ สนใจ ควรเพิ่มภาพพื้นหลงั สไลด์
- การเพิม่ ภาพพ้นื หลงั สไลด์ ในโปรแกรม Microsoft PowerPoint ทำได้อยา่ งไร อย่างไร
(ใหน้ ักเรยี นใช้โปรแกรม เพื่อหาคำตอบ)
แนวคำตอบ คลกิ ขวาบนพื้นทว่ี ่าง > Format Background > เลอื กสี และรูปแบบท่ีตอ้ งการ > คลิก Close เพอ่ื ใช้กับ
สไลด์น้/ี คลิก Apply to all เพือ่ ใชก้ บั สไลดท์ ุกหน้า
12. ครใู หน้ กั เรียนปฏิบตั ติ ามคำตอบเพอื่ ให้ได้ผลลัพธ์ท่ีถกู ตอ้ ง หากนักเรียนยังไมไ่ ดผ้ ลลัพธ์
ครูใหศ้ ึกษาขัน้ ตอนการตกแตง่ พื้นหลังสไลด์ในหนงั สือวิทยาการคำนวณ ป.4 หน้า 100 และครูใหค้ ำแนะนำเพิม่ เติม
13. ครถู ามนักเรยี นวา่
คำถาม
- ถา้ เรานำเสนอสนิ คา้ แต่ไม่ใส่รปู สินคา้ การนำเสนอนา่ นา่ สนใจหรือไม่
แนวคำตอบ ไม่น่าสนใจ เพราะไม่เห็นภาพสินค้า
- ถ้าตอ้ งการใสร่ ูปประกอบในโปรแกรม Microsoft PowerPoint ต้องทำอย่างไร
แนวคำตอบ คลกิ Insert > Picture >เลอื กภาพ >คลิก Insert
14. ครูให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิตามคำตอบเพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลลัพธ์ที่ถูกต้อง หากนกั เรยี นยังไมไ่ ดผ้ ลลพั ธ์
ครใู หศ้ กึ ษาข้ันตอนการใส่ขอ้ ความและการสรา้ งรปู แบบตารางในหนงั สอื วทิ ยาการคำนวณ ป.4 หน้า 100 และครใู ห้
คำแนะนำเพ่มิ เตมิ
ชั่วโมงท่ี 2
ขน้ั สอน (60 นาท)ี
1. ครูให้นกั เรียนทบทวนการใช้งานเคร่อื งมอื ในโปรแกรม PowerPoint
2. ครูใหน้ กั เรียนสมมติบทบาทตนเองวา่ กำลังไปสมคั รงานในบริษทั ที่อยากทำงานด้วย
นกั เรยี นจะมีวธิ กี ารนำเสนอตนเองอยา่ งไรโดยการออกแบบการนำเสนอดว้ ยโปรแกรม PowerPoint จากน้นั ให้นักเรยี น
ออกแบบการนำเสนอด้วยโปรแกรม PowerPoint และเตรยี มนำเสนอในชัว่ โมงหน้า
ชวั่ โมงที่ 3
ขน้ั สอน (30 นาท)ี
1. ครูใหน้ ักเรียนทบทวนการทำชิน้ งานจากชว่ั โมงทแ่ี ล้ว และสอบถามนักเรียนที่ทำงาน
เสร็จแลว้
2. ครูให้นกั เรียนทยี่ งั ทำงานไมเ่ สรจ็ ทำงานต่อและคอยกำกับดแู ลความเรียบร้อย
3. ครใู ห้นกั เรยี นนำเสนอตนเองด้วยโปรแกรม PowerPoint
ข้ันสรปุ (20 นาท)ี
1. ครูตรวจช้นิ งานนกั เรยี นพร้อมใหค้ ะแนน
2. ครใู หน้ กั เรยี นบอกประโยชน์การนำเสนอขอ้ มลู ในชวี ิตประจำวัน
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน
1. นักเรยี นอธบิ ายลกั ษณะของ 1. การตอบคำถามใน - แบบฝึกหัด
แบบฝึกหดั สามารถตอบคำถามใน
โปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอร์ แบบฝึกหัดได้ถูกต้อง
ตามหลักการ 80 % ขน้ึ
พอยตไ์ ด้ (K) ไป
สามารถตอบคำถามใน
2. นกั เรยี นใชโ้ ปรแกรม 2. ตรวจแบบฝึกหัด - แบบประเมนิ ใบงานได้ 80 % ขึน้ ไป
ไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยตใ์ น แบบฝึกหัด
การสร้างไฟลน์ ำเสนอได้ (P)
3. นกั เรียนเปน็ ผู้ที่มีวนิ ัย ใฝ่ 3. สังเกตพฤตกิ รรมใน - แบบประเมนิ นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะ
เรยี นรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน คณุ ลักษณะอนั พึง อันพงึ ประสงค์ ได้ 80%
(A) การทำแบบฝึกหดั ประสงค์ ขน้ึ ไป
คณุ ธรรม จริยธรรมท่ีสอดแทรก การตรงตอ่ เวลา เชน่ การเขา้ ชน้ั เรยี น การสง่ การบา้ น และการปฏิบัตติ ามท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
13. หนงั สอื / เอกสารอ้างองิ
- หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
ลงชอ่ื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครูผู้สอน
การบันทึกผลหลังการสอน รหสั วิชา ว 14102
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สปั ดาหท์ ่ี 29-31
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 11 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เร่อื ง การนำเสนอข้อมลู ด้วยซอฟตแ์ วร์ เวลา 3 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง นกั พรเี ซนต์คนเก่ง
ครูผู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ
การบันทึกผลหลงั การสอน
1. บันทกึ ผลการเรียนรู้ตามจดุ ประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นกั เรียนอธิบายลักษณะของโปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยตไ์ ด้ (K) จำนวน….……คน คิดเปน็ ร้อย
ละ…….…ของจำนวนนกั เรียนทัง้ หมด
1.2 นักเรียนอธิบายลกั ษณะของโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ไม่ได้ (K) จำนวน….……คน คดิ เปน็ รอ้ ย
ละ…….…ของจำนวนนักเรยี นท้ังหมด
2. บนั ทกึ ทกั ษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นักเรียนใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยตใ์ นการสรา้ งไฟลน์ ำเสนอได้ (P) จำนวน……..คน คดิ เปน็ รอ้ ย
ละ….……ของจำนวนนักเรยี นทง้ั หมด
2.2 นักเรยี นใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยตใ์ นการสรา้ งไฟลน์ ำเสนอไม่ได้ (P) จำนวน….……คน คิดเปน็
รอ้ ยละ……...ของจำนวนนกั เรยี นทง้ั หมด
3. บันทกึ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นกั เรยี นเปน็ ผทู้ ม่ี ีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเปน็ ร้อยละ….……ของ
จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด
3.2 นกั เรียนไม่เปน็ ผทู้ มี่ วี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คดิ เปน็ ร้อยละ……...ของ
จำนวนนักเรยี นท้งั หมด
ปญั หาและอปุ สรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานุจำ)
ครผู ูส้ อน
แผนการจดั การเรียนรู้ รหสั วชิ า ว 14102
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาการคำนวณ สปั ดาห์ท่ี 32-35
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จำนวน 11 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การนำเสนอขอ้ มลู ดว้ ยซอฟต์แวร์ เวลา 4 ช่วั โมง
แผนการเรียนร้ทู ่ี 11 เร่ือง โปรแกรมจัดการตวั เลข
ครูผู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ
1. สาระ
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวติ จริงอยา่ งเป็นขน้ั ตอนและเปน็
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
3. ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพ่ือแกป้ ญั หาใน
ชีวติ ประจำวัน
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นบอกลกั ษณะของซอฟตแ์ วรไ์ ด้ (K)
2. นกั เรียนใชง้ านไมโครซอฟตเ์ อ็กเซลในการรวบรวมและประเมนิ ขอ้ มลู ได้ (P)
3. นักเรยี นเป็นผู้ท่มี วี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตัวชวี้ ัด ด้านความรู้ ดา้ นทักษะกระบวนการ ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึง
(K: Knowledge) (P: Process) ประสงค์
(A: Attitude)
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน 1. นักเรยี นบอก 2. นักเรียนใช้งาน 3. นักเรียนเป็นผู้ท่ีมวี ินัย ใฝ่
นำเสนอขอ้ มลู และ ลกั ษณะของ ไมโครซอฟต์เอ็กเซลในการ เรียนรู้ และมุง่ ม่ันในการ
สารสนเทศ โดยใช้ ซอฟตแ์ วรไ์ ด้ รวบรวมและประเมนิ ทำงาน
ซอฟตแ์ วรท์ หี่ ลากหลายเพือ่ ขอ้ มูลได้
แกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวัน
6. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดหน่วยการเรียนรู้
ไมโครซอฟต์เอก็ เซลเป็นโปรแกรมทางด้านตารางคำนวณ หรือทเี่ รยี กวา่ เสปรดชีต (Spreadsheet) เป็น
โปรแกรมในชุด Microsoft Office มคี วามสามารถในดา้ นการสรา้ งตาราง การคำนวณ การวิเคราะห์ การออกรายงาน
ในรปู แบบตารางและกราฟ และการคำนวรข้อมูลตา่ ง ๆ
7. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- มีวินยั
- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
9. สอ่ื และ แหลง่ การเรียนรู้
สอ่ื
- หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
แหลง่ เรียนรู้
- หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพวิ เตอร์
10. การจัดการเรยี นรู้ จำนวนคาบ หมายเหตุ
ลำดับ เรอ่ื ง 4
1 โปรแกรมจัดการตวั เลข
11. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
เรอ่ื ง โปรแกรมจัดการตัวเลข
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนบอกลักษณะของซอฟต์แวรไ์ ด้ (K)
2. นกั เรยี นใชง้ านไมโครซอฟต์เอ็กเซลในการรวบรวมและประเมนิ ขอ้ มูลได้ (P)
3. นกั เรยี นเปน็ ผทู้ ่มี ีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)
ช่ัวโมงที่ 1
ขั้นนำ (10 นาท)ี
1. ครูใหน้ ักเรยี นเปิดโปรแกรม Microsoft Word
2. ครูให้นกั เรยี นจับคูก่ นั สรา้ งตารางรายรับรายจ่ายซ้ืออุปกรณ์ทำสวนในโปรแกรม
Microsoft Word
รายจ่ายวนั น้ี
รบั เงนิ มา 500 บาท ซ้ือบัวรดน้ำต้นไม้ 60 บาท จอบขุดดนิ 150 บาท
ช้อนพรวนดิน 20บาท ส้อมพรวนดนิ 45 บาท คราด 65 บาท
3. ครถู ามนักเรยี นวา่
คำถาม
- ครูใชเ้ งนิ ซือ้ ของไปท้งั หมดกบ่ี าท และครเู หลอื เงินกี่บาท
แนวคำตอบ ครูใช้เงนิ ไปทง้ั หมด 340 คงเหลอื 160
- นกั เรียนใช้วิธีการหาจำนวนเงินที่ใช้ไปและจำนวนเงนิ ท่ีคงเหลอื อย่างไร
แนวคำตอบ ตามคำตอบของนกั เรยี น เชน่ เขียนคำนวณในกระดาษ ใช้เครอ่ื งคดิ เลข
- นกั เรยี นคิดว่า โปรแกรมซอฟต์แวร์ใดที่จะสามารถคำนวณได้ พร้อมเหตผุ ล
แนวคำตอบ โปรแกรมMicrosoft Excel
ช่ัวโมงที่ 2
ข้นั สอน (50 นาท)ี
1. ครใู ห้นกั เรียนน่งั เปน็ กล่มุ 3-5 คนคละความสามารถ
2. ครูแจกกระดาษทดให้นักเรียนกลุม่ ละแผน่ จากนัน้ ครูเร่มิ ตน้ ทำกจิ กรรม
3. ครอู ธิบาย กตกิ าโดยจะเล่าเรอื่ งราวให้นกั เรยี นฟัง จากนัน้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ จากเร่ืองทฟ่ี งั
ตัวละครเหลือเงนิ จากการทำกจิ กรรมท้ังวันกี่บาท ดงั น้ี
พายุไดร้ บั เงินจากพ่อมา 124 บาท จากน้ันพายุกไ็ ปซ้ือไอตมิ 25 บาท และนำ้ หวาน 12 บาท พายุเดินไปเลน่ ทส่ี นามเด็ก
เลน่ ปรากฏว่าเงนิ หายไปบางส่วนเหลอื เพียง 41 บาท แม่จึงให้เงนิ พายเุ พมิ่ อกี 67 บาท แต่ใหพ้ ายุไปซอ้ื น้ำปลาขวดละ
32 บาทมาดว้ ยจากนน้ั พายุก็กลบั มาหาแมท่ ่บี า้ นตอนนพ้ี ายจุ ะมีเงนิ เหลือกีบ่ าท
4. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มหาคำตอบ
5. ครถู ามนกั เรยี นวา่ การหาคำตอบหรือบันทึกรายการเกี่ยวกบั เงนิ เมอื่ สกั ครู่ยาก หรือไม่
6. ครถู ามนกั เรยี นตอ่ ว่าถา้ เราอยากทำรายการตามตวั อยา่ งสกั ครใู่ ห้รวดเรว็ ขึ้นนักเรียนคดิ วา่
นา่ จะมีเครอ่ื งมือท่ีช่วยเราได้หรือไม่
7. ครใู หน้ ักเรยี นเปิดหนังสือวิทยาการคำนวณ หนา้ 94-97 จากน้ันครแู นะนำโปรแกรม
Microsoft excel
8. ครใู ห้นกั เรยี นเปดิ โปรแกรม Microsoft excel จากนน้ั ครูสอนการใช้เคร่ืองมอื พืน้ ฐานใน
โปรแกรมโดยการสอนทำบันทึกรายรบั รายจา่ ยจากโจทยท์ ีใ่ ช้ทำกิจกรรม
9. ครถู ามนกั เรียนเพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจในการใช้ปรแกรม Microsoft excel ว่า
คำถาม
- การใส่ขอ้ ความในโปรแกรม Microsoft Excel สามารถทำไดอ้ ย่างไร
แนวคำตอบ คลกิ เซลล์ท่ตี อ้ งการ พมิ พ์ขอ้ ความลงไป แลว้ กดแปน้ Enter
- การสร้างรูปแบบตารางในโปรแกรม Microsoft Excel สามารถทำได้อย่างไร
แนวคำตอบ
1) คลิก แลว้ ลากคลมุ พ้ืนท่ีท่ีต้องการสร้างตาราง
2) คลิกขวาท่ีเมาส์> Format cell…
3) คลกิ Border แลว้ กำหนดเส้นขอบและเสน้ คัน่ ในเซลล์
4) คลิก OK
- วธิ กี ารหาคา่ เฉล่ยี โดยใช้สูตรในโปรแกรม Microsoft excel ทำอยา่ งไร
แนวคำตอบ คลกิ Formulas ทแ่ี ถบเครื่องมอื คลิกทีผ่ ลรวมอัตโนมตั ิ แล้วเล่อื นเมาส์
พอยน์เตอร์ ไปคลิกที่ Average ค่าเฉลย่ี แล้วกดแป้น Enter
ช่ัวโมงที่ 3
ขนั้ สอนต่อ (50 นาที)
1. ครูใหน้ กั เรยี นทบทวนเคร่อื งมอื ท่เี รียนจากช่วั โมงทผ่ี า่ นมา
2. ครใู หน้ ักเรียนทำบนั ทกึ รายรับรายจ่ายประจำวันของตนเอง (โดยอาจให้ทำยอ้ นหลงั 3 วัน)
โดยครคู อยตรวจสอบความเรียบรอ้ ย
3. ครถู ามนักเรยี นว่าจากท่ีเรยี นมานักเรียนว่าวิธกี ารในการจดบนั ทกึ แบบเดิมกบั การใชง้ าน
โปรแกรม Microsoft excel ในการชว่ ยหาคำตอบด้านคำนวณแบบใดรวดเร็ว และสะดวกสบายกว่า
4. ครอู ธบิ ายประโยชนข์ องการใช้โปรแกรม Microsoft excel เพื่อจดั การกับการคำนวณใน
ชีวติ ประจำวนั ให้ฟัง
ชั่วโมงท่ี 4
ขน้ั สอนตอ่ (50 นาที)
1. ครทู บทวนความรู้จากชั่วโมงท่แี ลว้
2. ครใู ห้นกั เรยี นเปดิ บันทกึ รายรับรายจ่ายท่ีทำจากชว่ั โมงท่ีแลว้ ข้ึนมา
3. ครูถามนักเรียนว่าจากบนั ทึกรายรับรายจา่ ยของตนเองใหน้ กั เรียนวิเคราะห์รายรับรายจา่ ย
ของตนเองว่ามรี ายการใดท่ีเป็นรายจ่ายท่ีไม่จำเป็นและสามารถตัดออกได้ เพอื่ วางแผนการใชเ้ งนิ ในวันถดั ไป
4. ครูให้นกั เรียนวิเคราะห์บันทึกรายรบั รายจา่ ยของตนเอง
5. ครสู ุ่มนกั เรยี นขึน้ มานำเสนอบนั ทึกรายรับรายจ่ายของตนเอง พรอ้ มบอกเหตผุ ลในการตดั
รายจา่ ยทไี่ ม่จำเปน็ ออก
ขนั้ สรุป (10 นาท)ี
1. ครใู ห้นักเรียนรว่ มกนั บอกประโยชน์ของโปรแกรม Microsoft excel
2. ครูให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน เพอ่ื วดั ความร้ทู ไี่ ด้เรยี นมาในหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4
การนำเสนอข้อมลู ดว้ ยซอฟต์แวร์
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. นกั เรียนบอกลกั ษณะของ 1. การตอบคำถามใน - แบบฝึกหดั สามารถตอบคำถามใน
แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัดไดถ้ กู ต้อง
ซอฟตแ์ วรไ์ ด้ (K) ตามหลกั การ 80 % ขน้ึ
ไป
2. นกั เรียนใชง้ าน 2. ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบประเมนิ
แบบฝกึ หดั สามารถตอบคำถามใน
ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซลในการ ใบงานได้ 80 % ข้นึ ไป
รวบรวมและประเมินข้อมูลได้ (P)
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน
3. นกั เรียนเปน็ ผู้ท่ีมีวนิ ยั ใฝ่ 3. สังเกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน นักเรียนมคี ุณลกั ษณะ
การทำแบบฝกึ หัด คุณลักษณะอันพึง
เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการทำงาน ประสงค์ อนั พึงประสงค์ ได้ 80%
(A) ข้ึนไป
คุณธรรม จริยธรรมทส่ี อดแทรก การตรงตอ่ เวลา เช่น การเข้าชนั้ เรียน การสง่ การบา้ น และการปฏิบัติตามท่ี
ได้รบั มอบหมาย
13. หนังสอื / เอกสารอา้ งองิ
- หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
ลงช่อื ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานุจำ)
ครูผู้สอน
การบนั ทึกผลหลังการสอน รหัสวิชา ว 14102
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาการคำนวณ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 สัปดาห์ท่ี 32-35
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง การนำเสนอข้อมูลด้วยซอฟตแ์ วร์ จำนวน 11 ช่ัวโมง
แผนการเรียนรู้ที่ 11 เรือ่ ง โปรแกรมจัดการตัวเลข เวลา 4 ชวั่ โมง
ครูผสู้ อน นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ
การบันทึกผลหลังการสอน
1. บันทึกผลการเรียนร้ตู ามจุดประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นักเรยี นบอกลักษณะของซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) จำนวน….……คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ…….…ของจำนวนนกั เรียนท้ังหมด
1.2 นักเรยี นบอกลกั ษณะของซอฟตแ์ วร์ไมไ่ ด้ (K) จำนวน….……คน คิดเป็นรอ้ ยละ…….…ของจำนวนนกั เรยี น
ทั้งหมด
2. บนั ทกึ ทกั ษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นักเรยี นใช้งานไมโครซอฟต์เอก็ เซลในการรวบรวมและประเมินข้อมลู ได้ (P) จำนวน……..คน คิดเป็นร้อย
ละ….……ของจำนวนนกั เรยี นทง้ั หมด
2.2 นักเรียนใช้งานไมโครซอฟตเ์ อ็กเซลในการรวบรวมและประเมนิ ขอ้ มูลไมไ่ ด้ (P) จำนวน….……คน คดิ เปน็ รอ้ ย
ละ……...ของจำนวนนักเรยี นทัง้ หมด
3. บันทึกคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นักเรยี นเปน็ ผูท้ ม่ี วี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มัน่ ในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเป็นรอ้ ยละ….……ของ
จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด
3.2 นักเรียนไม่เปน็ ผทู้ ่มี ีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มน่ั ในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คิดเป็นร้อยละ……...ของ
จำนวนนักเรียนท้ังหมด
ปญั หาและอปุ สรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ปญั หา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานุจำ)
ครผู ู้สอน
แผนการจดั การเรยี นรู้ รหัสวชิ า ว 14102
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ สัปดาห์ที่ 36-39
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 4 ช่วั โมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 เรอื่ ง การใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งปลอดภยั เวลา 4 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 12 เรื่อง แชร์ได้ไหมนะ
ครผู ู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
1. สาระ
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
2. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชีวิตจริงอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หาได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ร้เู ทา่ ทันและมจี ริยธรรม
3. ตัวชวี้ ัด / ผลการเรียนรู้
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวร์ทหี่ ลากหลายเพื่อแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน
ป.4/5 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจสิทธแิ ละหน้าที่ของตน เคารพในสิทธขิ องผ้อู ื่น แจ้ง
ผเู้ กี่ยวข้องเม่อื พบข้อมูลหรือบุคคลทไี่ ม่เหมาะสม
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายความหมายเกยี่ วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ พลเมอื งดิจทิ ัล และลกั ษณะพลเมอื งดิจทิ ลั ได้ (K)
2. นกั เรยี นวเิ คราะห์ข้อมลู ท่ีสามารถเปดิ เผยได้อย่างปลอดภัย และป้องกนั ตนเองจากภยั คกุ คามตา่ ง ๆ ได้ (P)
3. นกั เรียนใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์นำเสนองานได้ (P)
4. นกั เรยี นเปน็ ผู้ทม่ี ีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน (A)
5. สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ตัวชวี้ ัด ดา้ นความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ
(K: Knowledge) (P: Process) ประสงค์
(A: Attitude)
ป.4/4 รวบรวม ประเมิน 1. นกั เรียนอธิบาย 2. นกั เรียนวเิ คราะหข์ ้อมลู 4. นกั เรียนเปน็ ผ้ทู มี่ ีวินยั ใฝ่
นำเสนอข้อมูลและ ความหมายเก่ียวกับ ที่สามารถเปิดเผยได้อยา่ ง เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการ
สารสนเทศ โดยใช้ เทคโนโลยี ปลอดภยั และปอ้ งกนั ทำงาน
ซอฟตแ์ วร์ที่หลากหลายเพ่ือ สารสนเทศ ตนเองจากภัยคุกคามต่าง
แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวัน พลเมืองดิจทิ ัล และ ๆ ได้
ป.4/5 ใช้เทคโนโลยี ลกั ษณะพลเมือง 3. นักเรยี นใชโ้ ปรแกรม
สารสนเทศอย่างปลอดภยั ดิจิทัลได้ ไมโครซอฟต์นำเสนองาน
เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน ได้
เคารพในสทิ ธขิ องผู้อน่ื แจ้ง
ผู้เกยี่ วขอ้ งเม่อื พบขอ้ มูล
หรือบุคคลทไี่ มเ่ หมาะสม
6. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดหนว่ ยการเรยี นรู้
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คอื การประยุกต์ใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
(เทคโนโลย)ี เพือ่ จดั เก็บ ค้นหา สง่ ผ่าน และประมวลผลขอ้ มูล ซง่ึ ข้อมูลที่ถกู ประมวลผลเรยี บรอ้ ยแล้วจะเรยี กว่า
สารสนเทศ
พลเมอื งดจิ ทิ ลั (Digital Citizen) คือ บุคคลท่ีมีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี และสือ่ ดิจทิ ัลเป็นประจำได้
อย่างปลอดภยั มคี วามรับผิดชอบ และมีประสทิ ธิภาพ
พลเมอื งดิจิทัลจะตอ้ งมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรบั ผดิ ชอบต่อครอบครวั และเพื่อน และความ
รับผิดชอบตอ่ ชมุ ชน เพือ่ ใหส้ ังคมมีความสงบเรยี บรอ้ ย
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- มวี ินยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน
9. สื่อ และ แหล่งการเรยี นรู้
ส่ือ
- หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
- ใบงาน 5.1 การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศใหป้ ลอดภยั
แหลง่ เรียนรู้
- หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์
10. การจัดการเรยี นรู้ เรื่อง จำนวนคาบ หมายเหตุ
ลำดับ 4
1 แชรไ์ ด้ไหมนะ
11. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
เรอ่ื ง แชร์ได้ไหมนะ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นอธิบายความหมายเกยี่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศ พลเมืองดิจทิ ัล และลักษณะพลเมอื ง
ดจิ ทิ ัลได้ (K)
2. นกั เรยี นวเิ คราะหข์ อ้ มลู ที่สามารถเปิดเผยไดอ้ ย่างปลอดภัย และป้องกนั ตนเองจากภัยคุกคาม
ต่าง ๆ ได้ (P)
3. นักเรียนใช้โปรแกรมไมโครซอฟตน์ ำเสนองานได้ (P)
4. นักเรียนเปน็ ผทู้ ม่ี วี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการทำงาน (A)
ช่ัวโมงท่ี 1
1. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การใช้เทคโนโลยีอยา่ ง
ปลอดภยั เพื่อเข้าใจระดับความรูเ้ ดมิ ของนักเรียนก่อนเข้าสกู่ จิ กรรม
ข้ันนำ (10 นาท)ี
2. ครถู ามนกั เรียนวา่ ถา้ นกั เรียนกำลังค้นหาขอ้ มูลทางอินเทอร์เน็ตอยู่ อาจมีหนา้ ตา่ ง
pop-up ปรากฏขน้ึ มาบนหน้าจอคอมพวิ เตอร์ โฆษณาสินค้า แจ้งขา่ วสารหรอื ขอ้ ความใหร้ ว่ มกิจกรรม แลว้ ให้กรอก
ข้อมลู สว่ นตัว นักเรยี นจะทำอย่างไร
แนวคำตอบ (ปิดหนา้ เว็บ ถ้าไมไ่ ด้ผลปิดเบราวเ์ ซอร์ หรอื ปดิ คอมพิวเตอร์ พร้อมกบั แจง้ ผปู้ กครองหรือครูทันที)
3. นักเรียนคิดว่า ถา้ นกั เรยี นกรอกข้อมลู สว่ นตวั ไปจะสง่ ผลกระทบอย่างไรบ้าง
แนวคำตอบ (อาจส่งผลกระทบใหถ้ ูกโจรกรรมขอ้ มูลไปใชใ้ นทางทีไ่ มด่ แี ละสรา้ งความเสยี หายตอ่ ช่อื เสยี งและทรัพยส์ ิน
ได้)
ขั้นสอน (50 นาท)ี
4. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนในกลมุ่ แลกเปล่ยี นความคิดเห็นว่าเพราะอะไรจงึ ไม่ควรเผยแพร่
ขอ้ มูลสว่ นตัวนี้ ระหวา่ งนักเรยี นทำกิจกรรม ครูคอยสังเกตการอธบิ ายของนักเรียนแตล่ ะคนในกลุ่ม (ใช้เวลาประมาณ
10 -15 นาที)
5. เมื่อนกั เรยี นแต่ละคนพดู คุยแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ กัน ครใู หน้ กั เรยี นสรปุ สาระทีส่ มาชกิ
กลมุ่ ได้อภิปรายกนั เปน็ ขอ้ สรุปของกลุ่ม
6. ครูเขียนประเดน็ หัวขอ้ การอภปิ รายไวห้ นา้ กระดานว่า ข้อมลู ใดบา้ งทไ่ี ม่ควรเผยแพร่ทาง
อินเทอรเ์ น็ต
7. ครชู แี้ จงกติกาการอภิปรายวา่ แต่ละกล่มุ จะมปี ้ายประจำกล่มุ หากกลมุ่ ใดต้องการคดั ค้าน
หรอื เพ่ิมเติมประเด็น ให้ยกปา้ ยกลมุ่ ข้ึน นักเรียนจะเสนอความคดิ เห็นไดเ้ ม่ือครอู นมุ ัติ และระหวา่ งทีเ่ พอ่ื นกำลงั พูด
ห้ามพูดแทรกข้นึ มา
8. ครูสุ่มเรียกข้ึนมา 1 กลุ่มเรยี กวา่ กลุม่ ผเู้ สนอ แลว้ ใหส้ ง่ ตวั แทนพดู เกี่ยวกับประเด็นการ
อภปิ ราย
9. เม่อื กลุ่มผู้นำพดู จบ ครูเปิดโอกาสใหก้ ลมุ่ อนื่ ที่คัดค้านกบั ประเด็นท่กี ลมุ่ ผ้เู สนอพูดไปได้
แสดงความคิดเห็นพร้อมอธบิ ายเหตุผลท่ีคัดคา้ นประกอบ
10. ถ้ากลุ่มไหนมคี วามคิดเห็นตรงกบั กลมุ่ ผูน้ ำเสนอ และต้องการอธบิ ายเพิม่ เติมหรอื เสริม
ประเดน็ นี้ ใหย้ กปา้ ยกลุม่ เพ่อื แสดงความคิดเหน็ (ทุกกลุ่มต้องแสดงความคิดเหน็ )
11. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปผลการอภิปรายวา่ ขอ้ มูลทไี่ ม่ควรเผยแพรท่ างอินเทอรเ์ น็ตได้แก่
ขอ้ มลู สว่ นตัว ไดแ้ ก่ ชอ่ื และนามสกุลจริง ที่อยู่ โรงเรยี น ท่ีอยู่อีเมล วันเดือนปเี กดิ หมายเลขโทรศัพท์ ช่อื และนามสกลุ
ผู้ปกครอง และภาพถ่ายท่ีมรี ายละเอียดข้อมลู ส่วนตัว เชน่ บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง
ใหน้ ักเรียนบนั ทึกสรปุ ผลการอภิปรายข้อมลู ท่ไี มค่ วรเผยแพร่ทางอนิ เทอร์เนต็ ลงในสมุดใน
รูปแบบของผังมโนทัศน์ ตกแต่งให้สวยงาม
ชวั่ โมงท่ี 2
ขัน้ สอนตอ่ (60 นาที)
1. ครูทบทวนกจิ กรรมชั่วโมงทแี่ ลว้ โดยถามนกั เรยี นว่า เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเผยแพร่ข้อมลู
ส่วนตวั ทางอินเทอร์เนต็
แนวคำตอบ (เนื่องจากข้อมูลเหลา่ นีอ้ าจถกู มิจฉาชีพนำไปใช้ในทางทไี่ มเ่ หมาะสมหรอื มาหลอกลวงเราได้)
2. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นำข้อมลู ท่ีรวบรวมไดม้ าวิเคราะห์วา่ ข้อมลู ไหนสามารถเปิดเผยได้
หรือข้อมลู ไหนไม่สามารถเปดิ เผยได้ โดยสร้างไฟลเ์ พ่อื ใช้นำเสนอขอ้ มูลด้วยโปรแกรม Word, Excel หรอื PowerPoint
3. ครูให้นกั เรียนเตรยี มตวั นำเสนอข้อมลู โดยเลอื กใช้ Word ,Excel หรอื PowerPoint
ชั่วโมงที่ 3
ข้นั สอนต่อ (50 นาที)
1. ครูทบทวนกิจกรรมที่ทำในชว่ั โมงท่แี ล้วใหน้ ักเรยี นฟงั
2. ครถู ามนักเรียนเพอ่ื กระต้นุ ความสนใจ
คำถาม
- นักเรยี นเคยเล่น Facebook, Line หรอื โปรแกรมอะไรบา้ งทส่ี ามารถใช้ในการสือ่ สาร
หรือไม่ นกั เรียนใชโ้ ปรแกรมเหล่านี้ทำอะไรบา้ ง
แนวคำตอบ เคยเลน่ Facebook, Line ในการติดตอ่ แชร์ข้อมูลข่าวสาร โพสตภ์ าพและขอ้ ความตา่ งๆ
- ถา้ ขอ้ ความน้ถี ูกสง่ มาทางไลน์ นักเรียนคิดว่าข้อความนน้ี ่าเช่อื ถือหรือไมเ่ พราะเหตใุ ด
แนวคำตอบ ขอ้ ความไม่นา่ เชอ่ื ถอื เพราะ ไมท่ ราบแหล่งทม่ี าของข้อมูลทีช่ ดั เจน และเมอ่ื สืบค้นข้อมลู ต่างๆ ทาง
อินเทอร์เนต็ จากแหลง่ ท่นี ่าเชอ่ื ถือ พบว่าไม่มขี ้อมูลใดตรงกับข้อมลู ในข้อความน้ี
3. ครูแจกถงุ มือแชร์ใหน้ กั เรยี นคนละ 1 ชิน้ และแจกถงุ มอื ไม่แชร์ให้นกั เรยี นคนละ 1 ช้ิน
ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ ว่า ครจู ะให้นกั เรยี นดขู อ้ ความท่ีแชร์ใน Facebook ใหน้ ักเรียนพิจารณาว่าจะแชร์หรือไม่ ถา้ แชรใ์ ห้
ยกถงุ มอื ดา้ นทแ่ี ชร์ ถา้ ไม่แชรใ์ ห้ยกถงุ มือดา้ นที่ไม่แชร์
4. ครถู ามนักเรยี นว่า ถ้านักเรียนเห็นขอ้ ความน้ี นักเรยี นจะแชรต์ อ่ หรือไม่
5. ครสู มุ่ นกั เรยี นบางคนใหอ้ ธิบายเหตผุ ลว่า เพราะอะไรจงึ แชร์/ไมแ่ ชร์ขอ้ ความนี้
แนวคำตอบ ตอบตามความคดิ เห็นของนักเรยี น เชน่ แชร์ เพราะ เป็นประโยชนต์ ่อผู้อ่นื หรอื ไมแ่ ชร์ เพราะเปน็ ข้อมูล
เท็จ
6. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรุปวา่ ข้อความนี้ไมค่ วรแชรเ์ พราะเปน็ ขอ้ มูลเท็จ และอาจก่อความ
รำคาญแกผ่ ู้อนื่
7. ครูถามนักเรยี นว่า ถ้านกั เรียนเห็นข้อความนี้ นกั เรยี นจะแชรต์ อ่ หรอื ไม่
8. ครูสุ่มนักเรยี นบางคนใหอ้ ธบิ ายเหตุผลว่า เพราะอะไรจึงแชร/์ ไมแ่ ชรข์ ้อความนี้
แนวคำตอบ ตอบตามความคิดเห็นของนักเรยี น เชน่ แชร์ เพราะ เปน็ แบง่ ปนั ความโชคดีให้ผู้อ่นื และไมอ่ ยากลบหลู่สง่ิ
ศักดิส์ ิทธิ์ หรอื ไม่แชร์ เพราะเปน็ ข้อมลู เท็จ ไมม่ ีท่ีมาทไี่ ปของขอ้ มลู ข้อมูลไม่น่าเช่อื ถือ
9. ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรปุ ว่า ข้อความนีไ้ มค่ วรแชรเ์ พราะเป็นข้อมูลเท็จ และอาจกอ่ ความ
รำคาญแก่ผู้อนื่
10. ครถู ามนักเรยี นว่า ถา้ นักเรียนเหน็ ข้อความนี้ นักเรียนจะแชรต์ ่อหรอื ไม่
11. ครสู ุม่ นักเรยี นบางคนใหอ้ ธบิ ายเหตุผลว่า เพราะอะไรจึงแชร/์ ไมแ่ ชร์ข้อความน้ี
แนวคำตอบ ตอบตามความคดิ เหน็ ของนักเรยี น เชน่ แชร์ เพราะ มปี ระโยชน์กับผอู้ ื่นหรอื ไม่แชร์ เพราะเปน็ ข้อมูลเทจ็
และไมน่ ่าเช่ือถือ
12. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกันสรุปว่า ข้อความนี้ไมค่ วรแชร์เพราะเปน็ ขอ้ มลู เทจ็ และหากมีคน
ปฏบิ ัติตามอาจเปน็ อนั ตรายได้
13. ครูถามนกั เรยี นวา่ ถา้ นกั เรยี นเหน็ ข้อความนี้ นกั เรียนจะแชร์ตอ่ หรือไม่
14. ครสู ุ่มนักเรียนบางคนใหอ้ ธบิ ายเหตุผลว่า เพราะอะไรจึงแชร/์ ไม่แชรข์ ้อความนี้
แนวคำตอบ ตอบตามความคิดเหน็ ของนกั เรยี น เช่น แชร์ เพราะ มปี ระโยชนก์ บั ผู้อื่นหรอื ไมแ่ ชร์ เพราะเป็นข้อมูลทีย่ งั
ไมม่ ีหลักฐานมายนื ยันผลชัดเจน ซ่งึ อาจเกิดอันตรายกบั ผู้ที่ปฏบิ ัตติ ามได้
15. ครูให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ ข้อความน้ไี มค่ วรแชร์เพราะเป็นข้อมลู เทจ็ และหากมีคน
ปฏิบตั ิตามอาจเป็นอนั ตรายได้
16. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ วา่ ลักษณะของข่าวปลอม มกั จะกระตนุ้ ความสนใจ อ้างองิ นกั วิจยั
ชอบโยงไปขายของ หรอื หลอกใหร้ ่วมกจิ กรรม อีกทัง้ ขา่ วเหลา่ นี้ยังกระตนุ้ อารมณ์ผอู้ ่านใหเ้ กิดความร้สู ึกกลวั ความโลภ
ความเชอ่ื ความเกลียดชัง
17. ครูถามนักเรียน
คำถาม
- ถา้ นักเรียนไดร้ บั ข้อมลู ข่าวสาร แต่ไม่แนใ่ จวา่ เป็นขา่ วปลอมหรือไม่ นักเรยี นคดิ ว่าควร
ปฏิบัติอยา่ งไร
แนวคำตอบ ตรวจสอบทมี่ าของขอ้ มลู ประเมินความหน้าเชอื่ ถอื สอบถามครูหรือผปู้ กครอง ไม่แชร์ข่าวไปกอ่ น
ตรวจสอบ
- เมื่อนกั เรยี นทราบแลว้ ว่าข่าวสารทไ่ี ด้รบั เป็นข่าวข่าวปลอม ควรทำอย่างไร
แนวคำตอบ ไม่แชร์ข่าวน้ัน และแจง้ ให้ครูหรอื ผูป้ กครองทราบ
- นักเรียนคดิ วา่ การส่งตอ่ หรือแชร์ข่าวปลอมเหลา่ นี้ จะสง่ ผลกระทบอย่างไรบ้าง
แนวคำตอบ การส่งต่อข่าวลวง ข่าวปลอม จะสง่ ผลใหผ้ ู้อน่ื ได้รับขอ้ มูลทผ่ี ิดๆ หากผู้รบั ข่าวสารไมท่ ราบว่าเปน็ ข่าวปลอม
อาจกอ่ ให้เกดิ ความเสียหาย ความวุน่ วายและการส่งขา่ วปลอมอาจมีความผิดตามกฎหมายได้ การส่งข่าวปลอมบ่อยๆ
จะสง่ ผลให้คนส่งขาดความน่าเช่ือถือนอกจากน้อี าจเป็นการสง่ เสริมมิจฉาชีพแบบไม่รตู้ วั ด้วย
18. ครใู ห้นกั เรยี นใหน้ กั เรยี นหาข่าวปลอม หรือบทความที่เปน็ เท็จจากอินเทอร์เน็ต มาคนละ
1 เรื่อง เพ่อื ทำกจิ กรรมในชว่ั โมงหนา้
ชวั่ โมงที่ 4
ขั้นสอนตอ่ (30 นาที)
1. ครูทบทวนกจิ กรรมชั่วโมงทแี่ ล้ววา่ นักเรียนจะทราบไดอ้ ย่างไรว่าขา่ วน้นั เป็นขา่ วลวงหรอื
ข่าวปลอม
แนวคำตอบ ประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู
2. ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มละ 4-5 คนเพ่อื ทำกจิ กรรม
3. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละกลุม่ นำขา่ วท่ีสืบคน้ มาวเิ คราะห์ ว่าขา่ วไหนน่าสนใจ และเลือกขนึ้ มา 1
แล้ววเิ คราะห์วา่ ข่าวปลอม หรอื มีขอ้ ความท่ีเปน็ เทจ็ อย่างไร ถ้าแชรข์ ่าวหรือข้อความนอ้ี อกไปจะส่งผลกระทบอยา่ งไร
บา้ ง บันทึกลงในใบงาน 5.1 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศให้ปลอดภยั
4. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนบางกลมุ่ ให้นำเสนอการวเิ คราะห์ข่าวหรอื ข้อความทไี่ ปสืบคน้ มา
5. ครตู ัง้ ประเดน็ คำถามกับนกั เรยี นวา่ นักเรยี นคดิ วา่ ควรทำอย่างไร นกั เรยี นคดิ ว่าควรทำ
อย่างไร เพอ่ื ป้องกนั ไมใ่ ห้มีการแชรข์ ่าวปลอม
แนวคำตอบ ตอบตามความคดิ เห็นนกั เรยี น เช่น บอกคนอื่นให้ระวงั ขา่ วลวงหรอื ข่าวปลอม หรอื เขยี นปา้ ยรณรงคร์ ะวงั
ภยั ขา่ วลวงหรอื ข่าวปลอม เป็นตน้
6. ครูสนทนากับนักเรียนวา่ นกั เรยี นเรียนเร่อื งการนำเสนอขอ้ มูลด้วยซอฟแวรม์ าแลว้ ครใู ห้
นักเรียนออกแบบโปสเตอร์ระวังภยั ขา่ วลวง โดยใช้โปรแกรมนำเสนอข้อมูลเชน่ Microsoft word PowerPoint
Photoshop
7. ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และให้นักเรียนแชรล์ งในสื่อสังคม เชน่ ใน Facebook หรอื
บางส่วนอาจนำไปติดในบอรด์ ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน
ขั้นสรปุ (20 นาท)ี
8. ครูถามคำถามเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นจากคำถามท้าทายการคิดขั้นสงู จาก
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4 หน้า 119 ว่า นกั เรยี นจะเลอื กลบ หรอื ตอบกลบั อเี มล
ฉบบั ใด เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ จากตวั เลือกควรเลือกตอบอีเมลของพ่ีโบวเ์ นื่องจากเปน็ อีเมลจากคนที่เรารู้จัก และข้อความท่ีส่งมาก็เป็น
ข้อความที่สุภาพ ในส่วนของข้อความจากทีมงาน The Smart email นั้นไม่ควรตอบกลบั เน่ืองจากเป็นบุคคลท่ไี ม่รู้จัก
และไม่ทราบตัวตน อีกทั้งในข้อความระบุว่าให้ส่งข้อมูลทั้งชื่อนามสกุล และที่อยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นส่วนตัว เพื่อให้
ปลอดภยั ในการใชง้ านเทคโนโลยีเราควรปกปอ้ งขอ้ มลู สว่ นตวั โดยไมใ่ ห้ขอ้ มลู สว่ นตวั ต่อบุคคลทีไ่ ม่รจู้ ัก
9. ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบงานวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถอื ของขา่ วในใบงาน 5.2 การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศให้ปลอดภัย และหากมีข้อผดิ พลาดใหน้ กั เรียนปรับปรุงแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
10. ครตู รวจประเมนิ ผลงาน
11. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน เพื่อวดั ความร้ทู ไี่ ดเ้ รียนมาในหนว่ ยการเรียนรู้
ที่ 5 เรื่อง การใช้เทคโนโลยอี ย่างปลอดภัย
12. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. นกั เรยี นอธิบายความหมาย 1. การตอบคำถามใน - แบบฝึกหดั
แบบฝกึ หัด สามารถตอบคำถามใน
เก่ยี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ แบบฝึกหดั ได้ถูกตอ้ ง
ตามหลกั การ 80 % ขนึ้
พลเมอื งดจิ ทิ ัล และลกั ษณะ ไป
พลเมอื งดิจทิ ลั ได้ (K)
2. นักเรียนวิเคราะหข์ อ้ มูลท่ี 2. ตรวจแบบฝึกหดั - แบบประเมิน สามารถตอบคำถามใน
ใบงานได้ 80 % ขึ้นไป
สามารถเปิดเผยได้อยา่ งปลอดภัย แบบฝกึ หัด
และป้องกันตนเองจากภยั คกุ คาม
ต่าง ๆ ได้ (P)
3. นกั เรียนใช้โปรแกรม
ไมโครซอฟต์นำเสนองานได้ (P)
4. นกั เรยี นเป็นผทู้ ่ีมีวนิ ัย ใฝ่ 3. สงั เกตพฤติกรรมใน - แบบประเมิน นักเรียนมคี ุณลักษณะ
เรยี นรู้ และมุง่ มั่นในการทำงาน คณุ ลักษณะอันพึง อนั พึงประสงค์ ได้ 80%
(A) การทำแบบฝึกหดั ประสงค์ ขึน้ ไป
คุณธรรม จริยธรรมทีส่ อดแทรก การตรงต่อเวลา เช่น การเขา้ ช้ันเรียน การสง่ การบ้าน และการปฏิบัติตามท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
13. หนังสือ / เอกสารอา้ งองิ
- หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เรื่อง เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
ลงช่ือ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครผู ู้สอน
การบันทกึ ผลหลังการสอน รหัสวชิ า ว 14102
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาการคำนวณ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 สัปดาหท์ ี่ 36-39
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 เรอ่ื ง การใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งปลอดภยั จำนวน 4 ชัว่ โมง
แผนการเรยี นรู้ที่ 12 เรอื่ ง แชร์ไดไ้ หมนะ เวลา 4 ชั่วโมง
ครูผู้สอน นางสาวกนกวรรณ มานุจำ
การบันทกึ ผลหลังการสอน
1. บนั ทึกผลการเรยี นรู้ตามจดุ ประสงค์ (K: Knowledge)
1.1 นักเรียนอธบิ ายความหมายเกย่ี วกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศ พลเมืองดิจิทลั และลกั ษณะพลเมอื งดิจิทลั ได้ (K)
จำนวน….……คน คิดเป็นร้อยละ…….…ของจำนวนนักเรียนทงั้ หมด
1.2 นักเรียนอธิบายความหมายเก่ยี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ พลเมืองดิจทิ ลั และลกั ษณะพลเมอื งดิจทิ ัลไม่ได้
(K) จำนวน….……คน คิดเปน็ รอ้ ยละ…….…ของจำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด
2. บันทกึ ทกั ษะ / กระบวนการ (P: Process)
2.1 นักเรยี นวิเคราะห์ข้อมลู ท่สี ามารถเปิดเผยได้อย่างปลอดภยั และป้องกันตนเองจากภยั คกุ คามตา่ ง ๆ ได้ (P)
จำนวน……..คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ….……ของจำนวนนกั เรียนทัง้ หมด
2.2 นักเรียนวิเคราะหข์ ้อมลู ท่ีสามารถเปิดเผยไดอ้ ย่างปลอดภยั และป้องกันตนเองจากภัยคกุ คามตา่ ง ๆ ไม่ได้
(P) จำนวน….……คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……...ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
2.3 นกั เรยี นใช้โปรแกรมไมโครซอฟตน์ ำเสนองานได้ (P) จำนวน……..คน คิดเป็นร้อยละ….……ของจำนวน
นักเรยี นทั้งหมด
2.4 นกั เรยี นใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตน์ ำเสนองานไมไ่ ด้ (P) จำนวน……..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ….……ของจำนวน
นักเรยี นท้งั หมด
3. บนั ทึกคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A: Attitude)
3.1 นักเรียนเปน็ ผ้ทู ่มี วี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A) จำนวน…..…..คน คิดเป็นรอ้ ยละ….……ของ
จำนวนนักเรียนทัง้ หมด
3.2 นกั เรียนไม่เป็นผทู้ ม่ี วี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน (A) จำนวน….…...คน คิดเปน็ ร้อยละ……...ของ
จำนวนนกั เรียนท้ังหมด
ปัญหาและอุปสรรค
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................
(นางสาวกนกวรรณ มานจุ ำ)
ครูผสู้ อน
ใบกจิ กรรมเรอ่ื ง ข้อความปริศนากับเจา้ หนูยอดนักสบื
กิจกรรมที่ 1 เร่ือง สมบัติชนิ้ สุดทา้ ย
คำชแ้ี จง ให้นักเรียนสบื คดี โดยการวิเคราะหภ์ าพและการจดั ลำดบั ขอ้ ความสถานการณ์ใหถ้ ูกต้อง พร้อมทงั้ หา
คำตอบวา่ ใครเปน็ คนขโมยแหวนประจำตระกูล
o ชายชราสงสัยวา่ คนทข่ี โมยไปตอ้ งเป็นลกู คนใดคนหนึง่ ของเขา
o โคนันเรียกทุกคนมาบริเวรท่ีเกิดเหตุ แล้วสอบปากคำทีละคน
o ..……………..เปน็ คนขโมยแหวนประจำตระกูล
o มินนี่ให้การวา่ ในวนั ท่ีเกดิ เหตุ เขาไดอ้ อกไปชอ็ ปปิ้งข้างนอก ฉนั จะเอาเวลาท่ีไหนขโมย
ละ่
o ชายชราไดเ้ ข้ามาในห้องแล้วพบวา่ แหวนประจำตระกลู ได้หายไป
o ชายชราให้การว่าไม่มีใครเคยเปิดตู้เซฟนีน้ อกจากเขา
o โคนนั เดินดรู อบ ๆ สถานที่เกดิ เหตุอกี รอบ แล้วได้หลักฐานชน้ิ สำคญั
o ภูรใิ หก้ ารวา่ เขาไปเล่อื ยไม้ทหี่ ลงั บา้ น ไมไ่ ดข้ ึ้นมาท่ีนีเ่ ลย อกี อยา่ งตูเ้ ซฟนี้ก็เปิดยาก ผม
ทำงานทั้งวนั ไม่มีแรงเปดิ หรอก
o ชายชราจึงไม่แจ้งตำรวจแต่จ้างนกั สืบมาสืบวา่ ใครคอื ขโมย
หลกั ฐานอะไรทท่ี าใหต้ ดั สนิ ไดว้ ่าคนนคี้ อื ขโมย
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
กิจกรรมที่ 2 เรื่อง ทางเลอื กของโคนนั
คำช้ีแจง จากตารางแผนที่ ให้นักเรยี นวางแผนการเดินทางไปสืบคดอี ย่างเปน็ ลำดับข้นั ตอน โดยหาเส้นทางทด่ี ที ี่สดุ
เพอ่ื ไปที่เกิดเหตุใหเ้ รว็ ทีส่ ุด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบกจิ กรรม เร่อื งรหัสจำลอง
คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. การแสดงอลั กอริทมึ ด้วยรหัสจำลอง คือ.........................................................................................................
........................................................................................................................................................................
2. ใหน้ ักเรียนอธิบายความหมายของรหสั จำลองตอ่ ไปนี้ และสร้างรหัสจำลองเพมิ่ พร้อมอธิบายความหมาย
รหสั จำลอง ความหมาย
เดินไปทางขวา
ใบกจิ กรรม เร่อื งรหสั ลบั ของนกั สบื เยาวชน
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นหาเส้นทางเพือ่ ทำภารกิจลบั ดว้ ยรหัสจำลองโดยใชบ้ ัตรคำสงั่ ดงั นี้
ภารกิจของนกั สืบ ให้เดนิ ทางไปสบื คดีระดบั ชาติ โดยต้องเดินทางไปสบื คดีทีต่ ่างแดนผา่ นทางเรอื ขนส่ง
สนิ ค้า จุดเริม่ ต้นอยู่ท่ีบา้ น แตก่ ่อนทจี่ ะไปข้นึ เรือ นักสืบจะตอ้ งเดินทางไปเอาแผนทเ่ี ดินเรอื ทก่ี ระท่อมหลังปา่
มรณะ โดยห้ามเขา้ ป่ามรณะจากน้นั เดนิ ทางตอ่ ไปทปี่ ราสาท เพื่อขอความชว่ ยเหลอื จากทหารให้ตดิ ตามไปด้วยถึง
จะขา้ มสะพานไปขึ้นเรอื ได้
เสน้ ทางการเดิน
เฉลย
ใบกจิ กรรม เรอ่ื งรหสั ลบั ของนักสืบเยาวชน
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนหาเส้นทางเพ่อื ทำภารกจิ ลับดว้ ยรหสั จำลอง โดยใช้บตั รคำส่งั
ภารกจิ ของนักสบื ใหเ้ ดินทางไปสบื คดีระดบั ชาติ โดยตอ้ งเดนิ ทางไปสืบคดที ตี่ ่างแดนผา่ นทางเรือขนสง่
สนิ คา้ จุดเร่ิมตน้ อยทู่ บี่ ้าน แตก่ อ่ นทจ่ี ะไปขน้ึ เรือ นกั สบื จะต้องเดินทางไปเอาแผนท่ีเดินเรอื ท่กี ระท่อมหลังปา่
มรณะ โดยหา้ มเข้าป่ามรณะจากน้นั เดนิ ทางตอ่ ไปทปี่ ราสาท เพือ่ ขอความช่วยเหลอื จากทหารให้ติดตามไปดว้ ยถึง
จะขา้ มสะพานไปขึน้ เรอื ได้
เส้นทางการเดิน
ใบกจิ กรรมเรือ่ ง การเดนิ ทางดว้ ยแผนผงั
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นพิจารณาขอ้ ความต่อไปนี้ เรยี งลำดับข้อความใหถ้ กู ต้อง
กจิ กรรมท่ี 1 รูปแบบโครงสรา้ ง........................................................................................................
กจิ กรรมที่ 2 รปู แบบโครงสร้าง........................................................................................................
เฉลย
ใบกจิ กรรมเรื่อง การเดนิ ทางด้วยแผนผงั
คำช้แี จง ให้นกั เรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้ เรียงลำดับข้อความให้ถกู ต้อง
กจิ กรรมที่ 1 รูปแบบโครงสรา้ ง.....เ.ร..ยี ..ง..ล..ำ..ด..บั......................................................................................
เริม่ ต้น
ตน่ื นอน
แปรงฟนั
อาบนำ้
เชด็ ตัว
แตง่ ตวั
ทานอาหารเชา้
เดินทางไปโรงเรยี น
ถึงโรงเรียน
จนบ
กจิ กรรมท่ี 2 รปู แบบโครงสรา้ ง......ท..า..ง..เ.ล..อื..ก.......................................................................................
เรม่ิ ตน้ ไมม่ ี
ออกจากบ้าน เรียกแท็กซี่
รอรถประจำทาง ข้ึนแทก็ ซี่
มี มีรถหรอื ไม่
ขึ้นรถ
ลงป้ายรถประจำทาง
เดินเข้าซอย
ถึงบ้านคณุ ยาย