แผนการจัดกิจกรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
กลมุ่ สาระกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑
ชอื่ กิจกรรม ปฐมนิเทศกิจกรรมแนะแนว เวลา ๒ ชั่วโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคัญ
กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกิจกรรมหนึ่งที่สถานศึกษาต้องจัดให้นักเรียนในทุกช่วงชั้น
การศกึ ษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของนักเรียนใหเ้ หมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำ
ให้นักเรียนสามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน อีกทัง้ เสรมิ สร้างนกั เรียนในดา้ นทักษะชวี ิต วุฒภิ าวะทาง
อารมณ์ การเรียนรู้ การสรา้ งสัมพนั ธภาพที่ดี ทั้งน้ีเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดพ้ ฒั นาตนเองสูโ่ ลกอาชีพและการมีงาน
๒. วตั ถุประสงค์
๑. เพ่อื ให้นักเรียนปฏบิ ตั ติ นในการเรียนกจิ กรรมแนะแนวถกู ตอ้ งตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรม
๒. เพอื่ ให้นกั เรยี นสามารถบอกคำอธบิ ายรายวิชา จุดมุ่งหมายการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ และการ
ประเมินผลกจิ กรรมแนะแนวได้
๓. แนวทางการจดั กจิ กรรม
ข้นั นำ
๑. ครูแนะนำตนเองให้นักเรียนรู้จักโดยบอกชื่อ-สกุล วิชาที่สอน ระดับชั้นที่สอน และห้องพักครูที่อยู่
ประจำหลังการสอน ต่อจากนัน้ ให้นักเรยี นแนะนำตัวเองทลี ะคนโดยนักเรียนลุกข้ึนยืนและแนะนำชอื่ นามสกุล
และชื่อเล่นของตน
ขน้ั สอน
๒. ครูอธิบายถึงธรรมชาติวิชา จุดมุ่งหมาย คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว คุณลักษณะ
ท่ีพึงประสงค์ของกจิ กรรม และการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เพือ่ ให้เกดิ คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ดังกล่าว
๓. ครูอธิบายถึงเวลาเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรขั้นพื้นฐานโรงเรียน (ชื่อโรงเรียน) ตลอดการศึกษา
กำหนดไว้ ๔๐ ชั่วโมง ภาคเรี ยนละ ๒๐ ชั่วโมง หากมีวิชาใดตรงกับวันหยุดต่างๆ เช่น
วันแม่ วันเข้าพรรษา ฯลฯ หรือมีกิจกรรมของโรงเรียน เช่น กิจกรรมวันไหว้ครู กิจกรรมวันสุนทรภู่ ฯลฯ
จะต้องมีการเรียนการสอนซ่อมเสริมให้ครบ ๒๐ ชั่วโมง นักเรียนต้องมีเวลาเรียนในแต่ละ
ภาคเรียน ไม่น้อยกว่า ๑๖ ชั่วโมง ขาดเรียนได้ไม่เกิน ๔ ครั้ง ถ้าขาดเกินต้องเรียนเพิ่มเติมให้ครบ
ตามเกณฑ์
๔. ครูชี้แจงแนวทางการจัดกิจกรรม เช่น การทำกิจกรรมกลุ่ม การทำกิจกรรมเป็นรายบุคคล
และการประเมินผลการทำกิจกรรม ซึ่งมีการวัดผลประเมินผลตามจุดประสงค์ สังเกตพฤติกรรม
และประเมนิ คณุ ลักษณะด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
๕. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง “ปฐมนิเทศกิจกรรมแนะแนว” และร่วมอภิปรายกับครูตามแนว
ทางการอภิปรายดงั น้ี
กิจกรรมแนะแนวเปน็ ส่วนหนึ่งของกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของนักเรียนตามความ
แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
ในคาบกิจกรรมแนะแนวมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนรู้จักเข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเอง
และผอู้ นื่
ในคาบกจิ กรรมแนะแนวมกี ารจดั กจิ กรรมเกยี่ วกบั การปรับตัวและการดำรงชวี ติ
ขน้ั สรุป
๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับคำอธิบายรายวิชาเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรม
และการวัดผลประเมินผล
๗. ครูปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมดา้ นความมุ่งม่นั ขยันหมั่นเพียร โดยนักเรียนทำใบกิจกรรม เรื่อง “แบบวัด
เจตคติต่อการเรยี นกิจกรรมแนะแนว”
๘. จากนั้นนกั เรยี นทำใบกิจกรรม เรอ่ื ง “แบบสำรวจความต้องการของนกั เรียน” เปน็ การบา้ นโดยนำส่ง
ครใู นวนั ต่อไป
๔. สือ่ /อปุ กรณ์
๑. ใบความรเู้ ร่ือง “ปฐมนิเทศกจิ กรรมแนะแนว”
๒. ใบกิจกรรม เรือ่ ง “แบบวัดเจตคติตอ่ การเรยี นกิจกรรมแนะแนว”
๓. แบบสำรวจความต้องการของนกั เรยี น
๕. การวดั และประเมนิ ผล
๑. เครือ่ งมือวดั ผลและประเมนิ ผล
๑.๑ แบบประเมินการรว่ มอภิปราย
๑.๒ แบบสงั เกตพฤติกรรมและประเมนิ คุณลักษณะด้านคุณธรรมจรยิ ธรรม
๒. วธิ วี ดั ผลและประเมินผล
๒.๑ ประเมินการร่วมอภปิ ราย
๒.๒ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนขณะรว่ มกจิ กรรม
๓. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
๓.๑ นกั เรียนผ่านเกณฑ์การรว่ มอภิปราย รอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๓.๒ นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรยี น รอ้ ยละ ๕๐ ขึ้นไป
ใบความรู้
เร่ือง ปฐมนิเทศกิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนกิจกรรมหน่งึ ท่ีสถานศึกษาต้องจดั ใหน้ ักเรียนในทุกช่วงช้ันการศึกษาเพ่ือส่งเสริม
และพัฒนาความสามารถของนักเรียนให้เหมาะสม ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ทำให้นักเรียนสามารถ
คน้ พบและพฒั นาศักยภาพของตน อกี ทงั้ เสรมิ สร้างนักเรยี นในด้านทักษะชวี ิต วฒุ ิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้
การสรา้ งสมั พันธภาพท่ดี ี ทัง้ นเ้ี พื่อให้นักเรียนได้พฒั นาตนเองส่โู ลกอาชีพและการมีงานทำ
คำอธบิ ายกจิ กรรมแนะแนว
เขา้ ใจและค้นหาจุดเด่นจดุ ด้อยของตนเอง มคี วามพึงพอใจในตนเองตามสภาพทเ่ี ป็นอยู่ สามารถแก้ปัญหา
ดว้ ยตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวยั มที ักษะในการตดั สนิ ใจอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์เรยี นรู้ความรู้สึกของ
ตนเองและผู้อื่น วางแผนอนาคตอย่างเป็นระบบและมีข้อมูลประกอบที่ถูกต้อง
มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
จดุ มงุ่ หมายของงานแนะแนว
งานแนะแนวท่ีโรงเรียนจดั ขึ้นเพือ่ ใหบ้ รกิ ารแกน่ กั เรยี น มจี ุดมุ่งหมาย ดงั น้ี
๑. การแนะแนวการศึกษาโดยมุ่งหวังให้นกั เรียนพัฒนาการเรยี นไดเ้ ต็มศักยภาพ รจู้ กั แสวงหาความรู้และ
วางแผนการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัวด้านการเรียนและมีนิสัยใฝ่รู้
ใฝ่เรียน
๒. การแนะแนวอาชีพช่วยใหน้ ักเรียนรู้จักตนเองและโลกของงานอย่างหลากหลาย มเี จตคติและมีนิสัยท่ี
ดใี นการทำงาน มโี อกาสไดร้ บั ประสบการณแ์ ละฝึกงานตามความถนัดความสนใจ
๓. การแนะแนวเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพช่วยให้นักเรียนเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มี
อารมณม์ น่ั คง มีมนษุ ยสัมพนั ธ์ท่ีดี เขา้ ใจส่ิงแวดล้อม และสามารถปรบั ตัวใหด้ ำรงชีวติ อยู่ในสงั คมได้อยา่ งเป็นสุข
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนกจิ กรรมแนะแนว มีการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ดงั น้ี
๑. กิจกรรมรจู้ กั และเหน็ คุณค่าในตนเองและผู้อนื่
๒. กจิ กรรมการตัดสินใจและแกป้ ัญหา
๓. กิจกรรมการปรับตวั และการดำรงชวี ติ
๔. กจิ กรรมการแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ
การวัดและประเมนิ ผลกจิ กรรมแนะแนว
๑. ประเมินการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
๒. ประเมินจากการสังเกตพฤตกิ รรม และประเมนิ คุณลักษณะด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ดังตอ่ ไปนี้
๒.๑ ด้านความมุ่งมั่นขยันหมั่นเพียรได้แก่ พฤติกรรมการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วย
ความตั้งใจและพฤติกรรมการส่งงานตรงเวลา
๒.๒ ด้านความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น ได้แก่ พฤติกรรมการยอมรับในผลงานตนเองและ
พฤติกรรมการไม่รบกวนผอู้ น่ื
๒.๓ ด้านความมีระเบียบวินัย ได้แก่ พฤติกรรมการเข้าเรียนตรงเวลา และผลงานสะอาดเรียบร้อย
ถกู ต้อง
๒.๔ ด้านความสามัคคี ได้แก่ พฤติกรรมการร่วมมือกันปฏิบัติงานจนสำเร็จและพฤติกรรม
มีความเปน็ ประชาธิปไตย
๒.๕ ด้านความมนี ้ำใจได้แก่ พฤตกิ รรมการชว่ ยเหลือเพื่อนและพฤติกรรมการอธิบายความรู้ให้ซ่ึงกัน
และกนั
๓. ประเมนิ จากการมีเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมแนะแนวไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาท้ังหมดทีจ่ ดั กิจกรรม
ตลอดปกี ารศึกษา
ใบกิจกรรม
เรือ่ ง แบบวดั เจตคติต่อการเรียนกิจกรรมแนะแนว
คำช้แี จง ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย ลงในชอ่ งว่างทางขวามอื ทต่ี รงกบั ความเห็นของนกั เรยี น
ขอ้ ท่ี ข้อความ มากท่สี ดุ ความคิดเห็น นอ้ ย นอ้ ยที่สดุ
มาก ปานกลาง
๑ กิจกรรมแนะแนวเปน็ กจิ กรรมทีน่ า่ สนใจ
๒ การเรยี นกิจกรรมแนะแนวไดฝ้ ึกฝน
พฒั นาตนเองทำให้อยากเรยี นรู้เพิ่มขนึ้
๓ การเรยี นกจิ กรรมแนะแนวสนกุ
เพราะได้เรียนรู้จากการจดั กิจกรรม
อย่างหลากหลาย
๔ กจิ กรรมแนะแนวทำให้สามารถทำงาน
รว่ มกับผอู้ ืน่ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
๕ การเรียนกิจกรรมแนะแนวส่งเสริมให้
นักเรียนมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียน
๖ ครูจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
กระตนุ้ ใหใ้ ช้ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๗ นักเรียนมบี ทบาทในการเรียนมากกว่าครู
๘ การเรียนกิจกรรมแนะแนวชว่ ยฝึกให้
เป็นคนมีเหตผุ ลกล้าแสดงออก
๙ การเรยี นกิจกรรมแนะแนว
ช่วยใหร้ ู้จกั ตัดสนิ ใจและแกป้ ัญหา
๑๐ การเรยี นกจิ กรรมแนะแนวนำมาใช้
ในชีวติ ประจำวันได้
เกณฑ์การเทยี บคะแนนจากการประเมิน
๕ หมายถึง เห็นดว้ ยในระดบั มากทส่ี ุด
๔ หมายถึง เห็นดว้ ยในระดบั มาก
๓ หมายถงึ เห็นด้วยในระดับปานกลาง
๒ หมายถงึ เห็นด้วยในระดบั นอ้ ย
๑ หมายถงึ เหน็ ด้วยในระดับน้อยทสี่ ุด
แบบสำรวจความต้องการของนกั เรยี น
โรงเรียน..................................................................................................................... .............................
ชือ่ – สกลุ ................................................................. อายุ............ปี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่............/.............
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นตวั เลข ๑, ๒, ๓ ในช่องว่างหนา้ ขอ้ ความ โดย ๑ หมายถงึ อันดบั ที่นักเรยี น
ตอ้ งการเลือกมากท่ีสุดและ ๒, ๓ เปน็ อันดบั ที่ต้องการเลอื กรองลงมาตามลำดบั
๑. ในการประเมนิ ผลการทำกิจกรรมตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นักเรยี นตอ้ งการใหพ้ จิ ารณาผลงาน ของ
นักเรียนในหวั ข้อใดมากท่สี ดุ เรยี งตามลำดบั
............ความสะอาดเรียบรอ้ ยของงาน
............ความถูกตอ้ งตรงประเดน็ ของงาน
............งานเสร็จทนั เวลาท่กี ำหนด
............ความสมบรู ณ์ของงาน
............ลายมอื สวยหรือไม่
............ทำงานดว้ ยตนเองหรอื ไม่
............อื่นๆ (ระบ)ุ ............................................................
๒. นักเรยี นตอ้ งการให้ครจู ัดการเรียนรู้อย่างไรมากท่สี ดุ เรียงตามลำดบั
............อธิบาย
............เกม, เพลง
............คน้ ควา้ หอ้ งสมดุ
............ใบงาน
............โครงงาน
............คน้ คว้าดว้ ยตวั เอง
............บรู ณาการ
............สาธติ ทดลอง
............เรยี นร้นู อกสถานท่ี
............บทบาทสมมติ
............แฟม้ สะสมงาน
............สถานการณ์จำลอง
๓. นกั เรียนตอ้ งการใหค้ รูใช้ส่ือการเรียนการสอนใดประกอบการเรียนร้มู ากทีส่ ดุ เรยี งตามลำดบั
............แหล่งเรยี นรู้
............หนงั สือห้องสมดุ
............ของจรงิ ทเ่ี รียน
............สถานการณ์จริง
............อน่ื ๆ (ระบ)ุ ............................................................
๔. นักเรยี นตอ้ งการใหค้ รจู ัดการเรยี นรู้จากแหล่งเรยี นรู้ใดมากที่สุด เรียงตามลำดบั
............หอ้ งสมุดโรงเรยี น
............หอ้ งนาฏศลิ ป์
............หอ้ งแนะแนว
............หอ้ งพยาบาล
............ห้องคอมพิวเตอร์
............หอ้ งทดลองวิทยาศาสตร์
............ท่บี ้านนกั เรยี น
............สวนหย่อม
............ผนู้ ำทอ้ งถ่นิ
............อื่นๆ (ระบ)ุ ............................................................
๕. นักเรียนต้องการใหค้ รจู ัดกจิ กรรมการเรยี นร้ดู า้ นใดมากท่ีสดุ เรยี งตามลำดับ
............กิจกรรมร้จู กั เข้าใจและเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผอู้ ่นื
............กิจกรรมการตัดสินใจและแก้ปัญหา
............กจิ กรรมการปรบั ตัวและดำรงชีวิต
............กิจกรรมการแสวงหาและใชข้ ้อมลู สารสนเทศ
แผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
กลุ่มสาระกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑
ชอ่ื กจิ กรรม เรือ่ งเรยี นต้องรู้ เวลา ๑ ช่ัวโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคญั
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้ผู้เรียนเรียนตามกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ ๘ กลุ่ม ผู้เรียนแต่ละคนมีความสามารถ ความถนัด รวมทั้งความชอบในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ี
แ ต ก ต ่ า ง ก ั น อ อ ก ไ ป ผ ู ้ เ ร ี ย น ค ว ร ม ี ก า ร พ ิ จ า ร ณ า ต น เ อ ง เ พ ื ่ อ ก า ร เ ต ร ี ย ม ต ั ว ส ำ ห รั บ
การเรยี นในแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
๒. วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนทราบความสามารถ ความถนดั และความชอบของตนเอง ในแต่ละกลุ่มการเรยี นรู้
๒. เพ่อื ให้นกั เรยี นมีความสามารถในการตัดสนิ ใจและแก้ปญั หาได้
๓. แนวทางการจัดกิจกรรม
ข้ันนำ
ครซู กั ถามนักเรยี นวา่ ทราบหรอื ไม่ว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มีกี่กลุ่ม
สาระ นักเรียนทราบหรือไม่ว่าจะต้องเรียนอะไรบ้าง นักเรียนช่วยกันตอบและชักชวนนักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับ
การศึกษาว่านกั เรียนอยากให้มีการเรียนการสอนอย่างไร
ข้นั สอน
๑. ครูให้นักเรียนดูตารางเรียนของนักเรียนและช่วยกันวิเคราะห์วิชาที่จะต้องเรียน สุ่มตัวแทนนักเรียน
เพื่อบอกเล่าวิชาที่ตนเองรู้สึกว่าอยากจะเรียนเพราะอะไร และมีวิชาใดบ้างที่รู้สึกว่าตนเอง
ไม่ถนดั หรือไม่อยากจะเรียนวชิ าน้นั
๒. ครูให้นักเรยี นศกึ ษาใบความร้เู รื่อง “หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑”
๓. นกั เรียนทำใบกจิ กรรมเรอื่ ง “เร่ืองเรยี นตอ้ งร้”ู
ขั้นสรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ถึงแนวทางในการพัฒนาด้านการเรียนให้ได้ดีทุกกลุ่มสาระ และ
ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกแนวทางและวิธีที่จะวางแผนการเรียนให้มีประสิทธิภาพ เช่น
วิชาที่เรารู้สึกว่าไม่ถนัดหรือไม่ชอบ เราควรจะมีวิธีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างไร ครูสรุปเป็ นข้อๆ บน
กระดาน
๔. สือ่ /อปุ กรณ์
๑. ตารางเรยี นของนักเรียน
๒. ใบความร้เู ร่อื ง “หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑”
๓. ใบกิจกรรมเรอ่ื ง “เรอ่ื งเรยี นตอ้ งร”ู้
๕. การวดั และประเมินผล
๑. การสังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกจิ กรรม
๒. ตรวจผลงานนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล
๓. สังเกตจากการสรปุ ข้อคิดท่ีไดจ้ ากการเข้ารว่ มกิจกรรมของนักเรียน
แผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว
วิชา แนะแนว ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
กล่มุ สาระกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑
ช่อื กจิ กรรม โรงเรียนในฝัน เวลา ๒ ช่ัวโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคัญ
นอกจากครอบครวั นกั เรียนมักใชช้ ีวติ อยู่ท่ีโรงเรยี น ซงึ่ ไดพ้ บกับเพื่อนและครู การใชช้ วี ิตทโ่ี รงเรียนอย่างมี
ความสุข ย่อมทำให้การเรียนประสบความสำเร็จ นักเรียนจึงควรสำรวจโรงเรียนของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง
หากพบว่าส่ิงใดจะเปน็ สาเหตขุ องความไม่พอใจ จะได้หลกี เล่ียงหรอื หาทางแก้ไขได้ทนั เวลา
๒. วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือให้นักเรียนรู้จักโรงเรียนของตนเองมากยิ่งขึ้น
๒. เพ่ือใหน้ ักเรียนปรบั ตัวและดำรงชีวิตได้อยา่ งมคี วามสขุ
๓. แนวทางการจดั กจิ กรรม
ขน้ั นำ
ครูนำสนทนาเกี่ยวกับการเข้ามาเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ซึ่งนักเรียนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับ
สภาพแวดล้อมใหมๆ่ เชน่ โรงเรยี นใหม่ เพ่ือนใหม่ คุณครูใหม่
ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับโรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่บ้าง มีส่วนใดที่ชอบหรือไม่ชอบ
อย่างไรในโรงเรียน ให้นกั เรยี นรว่ มแสดงความคิดเห็น และบอกถึงสิ่งที่ชอบในโรงเรยี นและให้นักเรียนช่วยกัน
บอกถึงสิ่งท่ีอยากใหโ้ รงเรียนพัฒนาหรือปรับปรงุ
ขน้ั สอน
๑. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรม เรื่อง “โรงเรียนในฝันของข้าพเจ้า” โดยวาดภาพโรงเรียนพร้อมเขียน
บรรยายถึงสิ่งทนี่ ักเรยี นตอ้ งการใหเ้ กดิ ในโรงเรยี น พร้อมอธบิ ายเหตุผล
๒. สมุ่ ตัวแทนนกั เรียนออกมานำเสนอใบกิจกรรม ใหเ้ พ่อื นๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงความเป็นไปได้ ว่า
ส่ิงที่นกั เรียนตอ้ งการสามารถเกดิ ขนึ้ ได้จริงหรือไม่
ขั้นสรุป
ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปถึงความสำคัญของโรงเรยี น เพราะเป็นสถานทีท่ ีน่ ักเรียนใช้ชีวติ รองจากที่บ้าน
ดงั นั้นนักเรียนทุกคนจึงมสี ว่ นรว่ มในการพัฒนาและรักษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้นา่ อยยู่ ่ิงขนึ้ นอกจากน้ี
การปรบั ตัวให้เข้ากับเพอื่ นและคุณครูกจ็ ะทำให้นักเรยี นมาเรียนหนงั สืออย่างมีความสขุ
๔. สื่อ/อุปกรณ์
๑. ใบกจิ กรรมเรอื่ ง “โรงเรยี นในฝนั ของขา้ พเจ้า”
๒. กระดาษ A4
๓. ดนิ สอสี
๕. การวัดและประเมินผล
๑. การสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม
๒. ตรวจผลงานนักเรียนเปน็ รายบุคคล
๓. การนำเสนอผลงานของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล
๔. สังเกตจากการสรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมของนักเรยี น
แผนการจดั กิจกรรมแนะแนว
วิชา แนะแนว ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑
กลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑
ช่อื กจิ กรรม เคลด็ ลบั เรยี นดี เวลา ๑ ช่ัวโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคญั
การเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิธีปฏิบัติซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้
ชื่อว่าเป็นผู้ที่เรียนเก่ง โดยนักเรียนศึกษาวิธีการเรียนของผู้ประสบความสำเร็จในการเรียน แล้วนำข้อปฏิบัติ
เหล่านั้นมาใช้เปน็ แนวทางการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้นักเรียนเป็นอีกคนหน่ึงที่ประสบความสำเร็จใน
การเรยี น
๒. วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อใหน้ กั เรียนปฏิบัติตนใหเ้ ปน็ ผู้เรียนทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ
๒. เพ่ือให้นกั เรียนรจู้ ักแสวงหาและใช้ข้อมลู สารสนเทศ
๓. แนวทางการจัดกิจกรรม
ขนั้ นำ
ครูชวนนักเรียนสนทนาถึงระดับผลการเรียนตอนชั้นประถมศึกษา นักเรียนคิดว่าตนเองเป็นคนที่เรียนดี
หรือไม่ เพราะอะไร สุ่มตัวแทนนักเรียนตอบใหเ้ พื่อนๆ ช่วยกันเลือกตัวแทนที่เรียนดีท่ีสดุ ของห้องออกมาหนา้
ชน้ั เรยี น ๓-๕ คน เพื่อให้บอกเคลด็ ลบั การเรยี นดีของตนเองใหเ้ พื่อนๆ ฟัง
ขนั้ สอน
๑. ครถู ามนักเรียนว่า หากเราจะเรียนให้ดีเราจะตอ้ งปฏบิ ัตติ นอยา่ งไรบา้ ง นักเรียนชว่ ยกนั ตอบ
๒. ครใู ห้นักเรียนยกตวั อยา่ งบคุ คลทเี่ รยี นดที ่ีนักเรียนรู้จกั
๓. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรเู้ ร่ือง “๘ กลุ่มสาระ” และตอบคำถาม
๔. นกั เรยี นทำใบกิจกรรมเรื่อง “๘ กลุม่ สาระ”
ขนั้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงเคล็ดลับการเรียนดีจากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือ อินเทอร์เน็ต การ
สัมภาษณ์ผู้ที่เรียนเก่ง และช่วยกันสรุปถึงวิธีการปฏิบัติตนให้เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า “เป็นผู้ที่เรียนดี” ครูแนะนำให้
นักเรยี นไปศกึ ษาเคล็ดลบั เรียนดีจากแหล่งตา่ ง ๆ และนำไปปฏบิ ัตอิ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง
๔. สอ่ื /อุปกรณ์
๑. ใบความรู้เร่ือง “๘ กลุ่มสาระ”
๒. ใบกิจกรรมเร่อื ง “๘ กลมุ่ สาระ”
๕. การวัดและประเมนิ ผล
๑. การสังเกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม
๒. ตรวจผลงาน นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล
๓. สงั เกตจากการสรปุ ขอ้ คดิ ที่ได้จากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมของนกั เรยี น
แผนการจดั กิจกรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
กลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑
ช่ือกิจกรรม การวางแผนดา้ นการเรยี น เวลา ๑ ชวั่ โมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคญั
ทุกคนสามารถพัฒนาตนให้เป็นคนที่เรียนดี เรียนเก่ง เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ด้วยการฝึกฝนตนเองให้มี
การวางแผนด้านการเรียน ค้นหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาตนเองอย่างมุ่งมั่น และจริงจัง
เพือ่ ใหผ้ ลการเรยี นดี
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถวิเคราะหส์ าเหตทุ ่ที ำใหเ้ รยี นดไี ด้
๒. เพ่อื ให้นักเรียนสามารถเลือกวธิ กี ารเรียนท่ีดี เพ่ือนำมาใชพ้ ัฒนาตนเองได้
๓. แนวทางการจดั กิจกรรม
ขนั้ นำ
๑. ครูนำสนทนาเกี่ยวกับการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ว่านักเรียนแต่ละคนมีความชอบและ
ความถนัดในการเรียนแต่ละวิชาแตกต่างกันไป ซึ่งนักเรียนบางคนสามารถเรียนรู้ได้ดีทุกวิชา
ย่อมมาจากความขยัน ตัง้ ใจเรียน และมกี ารวางแผนดา้ นการเรยี นท่ดี ี
๒. จากน้นั ครูให้นักเรยี นชว่ ยกันวิเคราะหแ์ นวทางในการพฒั นาด้านการเรยี น ครูใหต้ วั แทนนักเรียนทมี่ ผี ล
การเรียนระดับ ๔ ของแตล่ ะกลุ่มสาระการเรยี นรู้ออกมาบอกวธิ กี ารวางแผนการเรยี นให้ได้ดหี นา้ ชนั้ เรียน
ขั้นสอน
๑. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนบอกวธิ ีการพัฒนาการเรียนของตนเองมาคนละ ๑ ข้อ ห้ามซำ้ กนั
๒. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาใบความรูเ้ รื่อง “ข้อปฏิบัตติ นของการเปน็ ผู้เรียนท่ีด”ี เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนแสดง
ความคดิ เหน็ เพิ่มเติม
๓. นักเรยี นตอบคำถามในใบกจิ กรรมเรอ่ื ง “การวางแผนดา้ นการเรียน”
ขนั้ สรปุ
ครูให้นักเรียนออกมานำเสนอวิธีการวางแผนด้านการเรียนของตนเองหน้าช้ันเรียน และช่วยกันสรุป
ขอ้ คิดเหน็ เพอื่ นำวิธีการวางแผนด้านการเรยี นไปปฏิบตั ติ ่อไป
๔. สอื่ /อปุ กรณ์
๑. ใบความรู้เร่อื ง “ข้อปฏิบัตติ นของการเปน็ ผู้เรยี นท่ีด”ี
๒. ใบกิจกรรมเรอื่ ง “การวางแผนด้านการเรยี น”
๕. การวัดและประเมนิ ผล
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกิจกรรม
๒. ตรวจผลงานนักเรยี นเป็นรายบคุ คล
๓. การนำเสนอผลงานของนกั เรียนเปน็ รายบุคคล
๔. สังเกตจากการสรปุ ข้อคดิ ทีไ่ ดจ้ ากการเขา้ รว่ มกิจกรรมของนักเรยี น
แผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑
ช่ือกจิ กรรม อาชีพท่ีอยากจะเปน็ เวลา ๒ ช่ัวโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคญั
เม่อื นักเรียนสนใจหรือต้องการประกอบอาชพี ใดในอนาคต ผู้เรียนควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพนั้น
เพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งว่าอาชีพนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เรียนปรารถนาแท้จริงหรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่าเป็น
อาชีพท่ตี นเองปรารถนา ผ้เู รยี นจะได้มกี ารเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ให้สมบรู ณ์ และเหมาะสมต่อไป
๒. วตั ถุประสงค์
๑. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นสำรวจความตอ้ งการของตนเองเกีย่ วกับอาชีพทใ่ี ฝ่ฝนั
๒. เพ่อื ให้เรยี นรจู้ ัก เขา้ ใจ เห็นคุณคา่ ของตนเองและผูอ้ ่ืน
๓. แนวทางการจัดกิจกรรม
ขัน้ นำ
ครูนำสนทนาชกั ชวนนกั เรยี นพูดคุยเกี่ยวกับความรู้ และความสำคัญของอาชพี ใหน้ กั เรียนบอกความหมาย
ของคำว่า อาชีพ ตามที่นกั เรียนเข้าใจ
จากน้ันครูถามนกั เรยี นถงึ ความใฝ่ฝันในอนาคตของนกั เรียนวา่ อยากประกอบอาชีพอะไร เพราะเหตใุ ด ให้
นกั เรียนแตล่ ะคนตอบ และให้นักเรยี นศึกษาใบความร้เู รอ่ื ง “ความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกับอาชีพตา่ งๆ”
ข้ันสอน
๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาถึงอาชีพที่ตนเองปรารถนานั้นมาจากสาเหตุใด ทำไมถึงอยากประกอบอาชีพ
นน้ั ๆ เช่น เปน็ อาชีพของบิดามารดา หรอื มีบุคคลเป็นแบบอย่าง เป็นต้น
๒. ครูให้นักเรียนวาดภาพตนเองกำลังประกอบอาชีพในอนาคต ลงในใบกิจกรรมเรื่อง “อาชีพที่อยากจะ
เปน็ ” (เช่น อาชีพท่ีตนเองใฝฝ่ ันคืออาชีพตำรวจ อาจวาดภาพตนเองสวมชดุ ตำรวจ หรอื อาชีพที่ตนเองใฝฝ่ ันคือ
ครู อาจวาดภาพตนเองกำลงั สอนหนงั สอื เด็กนักเรยี น เปน็ ตน้ )
๓. ครูให้นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน และให้เพื่อนๆ ช่วยวิเคราะห์ว่าอาชีพที่เพื่อนสนใจนั้น
เหมาะสมกับเพ่ือนหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
ขนั้ สรุป
ครูให้นักเรียนไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับคุณสมบัติของแต่ละอาชีพ และนำข้อมูลที่ค้นคว้า
มาเขยี นลงในใบกจิ กรรม เร่ือง “คุณสมบตั ิของอาชีพต่างๆ” ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงแนวทางการเตรียม
ความพร้อม เพื่อนำไปสอู่ าชพี ทตี่ นเองปรารถนา
๔. สือ่ /อุปกรณ์
๑. ใบความรูเ้ รอื่ ง “ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกบั อาชีพตา่ งๆ”
๒. ใบกิจกรรมเรอ่ื ง “อาชีพท่ีอยากจะเป็น”
๓. ใบกจิ กรรมเร่ือง “คุณสมบัตขิ องอาชีพตา่ งๆ”
๕. การวัดและประเมนิ ผล
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกจิ กรรม
๒. ตรวจผลงานนักเรียนเปน็ รายบคุ คล
๓. สงั เกตจากการสรปุ ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากการเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรยี น
แผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว
วิชา แนะแนว ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
กลมุ่ สาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑
ช่ือกิจกรรม ความปรารถนาของฉัน เวลา ๑ ชั่วโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคัญ
การได้สำรวจถึงความปรารถนาของตนเอง จะช่วยทำให้เราเข้าใจตนเองมากขึ้น เพราะการรู้ถึงเป้าหมาย
หรอื ความตอ้ งการของตนเอง จะทำใหเ้ ราสามารถหาแนวทางใหไ้ ด้มาซึ่งความปรารถนาของตนเอง
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นได้สำรวจ และกำหนดเปา้ หมายที่ตนต้องการได้
๒. เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถหาแนวทางในการพฒั นาเพื่อนำไปสเู่ ป้าหมายได้
๓. แนวทางการจดั กจิ กรรม
ข้ันนำ
ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนแต่ละคนมีเป้าหมายในชีวิตหรือความปรารถนาอย่างไรบ้าง โดยให้นักเรียน
บอกถึงเป้าหมายในระยะสั้น และเป้าหมายในระยะยาวของตนเอง เมื่อครบทุกคน ครูถาม
ตอ่ ว่านกั เรียนมีวิธกี ารอยา่ งไร เพ่ือใหไ้ ด้มาซึง่ ความปรารถนาของตนเอง สุ่มตวั แทนนักเรยี นตอบ
ข้นั สอน
๑. ครูให้นักเรียนสำรวจความปรารถนาของตนในระยะสั้นและระยะยาว ว่ามีความปรารถนาในเรื่องใด
เพราะอะไร ครูยกตัวอย่างบุคคลที่มีช่ือเสยี งในแต่ละด้าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ประสบความสำเรจ็
ในดา้ นตา่ งๆ ใหช้ ว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นว่าเหตุใดบุคคลเหล่านั้นถึงประสบความสำเร็จ และให้นักเรียนเขียน
ความปรารถนาของตนเอง พร้อมแนวทางในการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จสมปรารถนาลงในใบกิจกรรมเรื่อง
“ความปรารถนาของฉนั ”
๒. นกั เรยี นสำรวจตนเองเกีย่ วกับความปรารถนาดา้ นอาชีพ และนำมาเขียนลงในใบกิจกรรมเร่ือง “ความ
ปรารถนาดา้ นอาชพี ”
ข้นั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงแนวทางในการพัฒนาตนเพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการว่าควรมีคุณสมบัติ
ข้อใดบา้ ง เชน่ ความขยัน ความรับผิดชอบ การวางแผนทดี่ ี เป็นต้น
๔. สื่อ/อปุ กรณ์
๑. ใบกจิ กรรมเรือ่ ง “ความปรารถนาของฉนั ”
๒. ใบกจิ กรรมเรือ่ ง “ความปรารถนาดา้ นอาชีพ”
๕. การวัดและประเมนิ ผล
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรมในการร่วมกจิ กรรม
๒. ตรวจผลงานนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล
๓. สังเกตจากการสรปุ ขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากการเข้าร่วมกจิ กรรมของนักเรยี น
แผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว
วิชา แนะแนว ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
กล่มุ สาระกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑
ชอื่ กจิ กรรม อยากเป็นอย่างเขา เวลา ๑ ช่ัวโมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคัญ
เมื่อเห็นว่าบางคนประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ นักเรียนควรศึกษารายละเอียดของบุคคลน้ัน
วา่ เขาเป็นใคร เรียนจบอะไร และส่ิงใดท่ที ำให้เขาประสบความสำเร็จ ข้อมลู เหลา่ น้อี าจนำมาใชใ้ นการพิจารณา
หรือเป็นแนวปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความสำเร็จเชน่ น้ัน
๒. วตั ถุประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนทราบข้อมูลของผปู้ ระสบความสำเรจ็ ในการประกอบอาชพี
๒. เพ่อื ให้นักเรยี นแสวงหาและใช้ขอ้ มูลสารสนเทศได้
๓. แนวทางการจัดกจิ กรรม
ข้ันนำ
ครถู ามนกั เรียนวา่ นักเรยี นรจู้ ักใครบา้ งทป่ี ระสบความสำเร็จในอาชีพ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันยกตัวอย่างบุคคล
ที่นกั เรยี นร้จู กั อาจจะเปน็ บุคคลใกลต้ วั หรอื อาจจะเปน็ ทร่ี จู้ ักในสงั คม เช่น นกั การเมือง ดารา นกั รอ้ ง เป็นต้น
และนักเรียนทราบหรือไม่ว่าบุคคลเหลา่ นัน้ ประสบความสำเรจ็ ในการประกอบอาชีพได้อย่างไร นักเรียนชว่ ยกนั
แสดงความคดิ เห็น
ขั้นสอน
๑. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง “อาชีพต่างๆ” เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย
หรอื แสดงความคดิ เห็น
๒. นักเรียนทำใบกิจกรรมเรื่อง “อยากเป็นอย่างเขา” โดยนำรูปภาพและเรื่องราวของบุคคลน้ัน
ติดลงไปในใบกิจกรรม พรอ้ มแสดงความคดิ เห็น
๓. นกั เรียนนำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี นและมอบหมายการทำรายงานเกี่ยวกับอาชพี
ขนั้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงการที่นักเรียนจะเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพ
ได้นั้น หากมีบุคคลต้นแบบเป็นแรงบันดาลใจและช่วยกระตุ้นให้นักเรียนปฏิบัติตามแบบอย่างที่ดีของ
ผ้ทู ่ีประสบความสำเรจ็
๔. สื่อ/อุปกรณ์
๑. ใบความรู้เรื่อง “อาชพี ตา่ งๆ”
๒. ใบกจิ กรรมเรอื่ ง “อยากเปน็ อย่างเขา”
๕. การวดั และประเมินผล
๑. การสงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกจิ กรรม
๒. ตรวจผลงานนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล
แผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
กลมุ่ สาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑
ช่อื กิจกรรม แหลง่ เรียนรู้รอบตัว เวลา ๒ ชวั่ โมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคญั
การแสวงหาความรู้ของคนเรามีอยู่หลายวิธี ความรู้นั้นมีทั่วไปในสังคม สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ความรู้
ไม่ใช่จะมีอยู่ท่ีโรงเรียน หรอื สถาบันการศึกษาเท่านัน้ หากผู้เรียนมีความใฝร่ ู้ สามารถเรียนรู้ในส่ิงที่ตนอยากรู้ได้ ไม่
ว่าจะเปน็ หนงั สือประเภทต่างๆ เชน่ หนังสือพมิ พ์ วารสาร นติ ยสาร ฯลฯ สือ่ สิ่งพิมพ์ เช่น เอกสาร ใบปลวิ ฯลฯ
วิทยุ โทรทัศน์ อนิ เทอรเ์ น็ต หอ้ งสมดุ รวมถงึ บคุ คล ธรรมชาตริ อบตัว และทกุ ๆสิง่ ทีท่ ำใหเ้ ราเกดิ การเรียนรูไ้ ด้
๒. วตั ถปุ ระสงค์
๑. สามารถเลือกและใชข้ อ้ มูลให้เปน็ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน
๒. สามารถบอกแหลง่ เรยี นรู้ และวิธีการศึกษาค้นคว้าในแหลง่ เรียนรู้ที่ใกลต้ วั
๓. แนวทางการจดั กจิ กรรม
ชวั่ โมงที่ ๑
ขนั้ นำ
ครูถามนักเรียนถึงแหล่งเรียนรู้รอบๆ ตัวเรา มีอะไรบ้าง นักเรียนช่วยกันตอบ เช่น สัมภาษณ์บุคคล
ห้องสมุดประชาชน สวนพฤกษศาสตร์ เป็นต้น และครูสุ่มตัวแทนถามว่านักเรียนได้รับความรู้อะไรบ้างจาก
แหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนรู้จัก ให้ตัวแทนนักเรียนเล่าประสบการณ์เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
ที่ตนเองประทบั ใจให้เพ่อื นฟงั
ขน้ั สอน
๑. ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลแหล่งเรียนรู้จากใบความรู้ “แหล่งการเรียนรู้” และช่วยกันแสดงความ
คดิ เหน็ เพิ่มเติม
๒. นักเรียนบอกแหล่งเรยี นรู้ทร่ี ้จู กั ลงในใบกิจกรรมเรอื่ ง “แหลง่ เรยี นรู้”
๓. นักเรียนออกมานำเสนอใบกิจกรรมหน้าช้นั เรยี น
๔. ครูนัดหมายนักเรียนในชั่วโมงต่อไป เพื่อออกสำรวจแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน (อาจจะเป็นแหล่ง
เรียนรู้ใกล้โรงเรียนที่สุด ๑ แห่ง เนื่องจากเวลาอาจจะไม่เพียงพอ เช่น สวนสาธารณะ วัด ชุมชน ห้องสมุด
ชุมชน สวนพฤกษศาสตร์
ชวั่ โมงที่ ๒
ขนั้ นำ
ครูทบทวนกิจกรรมในชั่วโมงที่ ๑โดยครูและนักเรียนช่วยกันวางแผนเพื่อออกไปสำรวจแหล่งเรียนรู้ใน
ชมุ ชนโดยสุ่มตวั แทนนักเรียนออกมานำเสนอใบกิจกรรม และให้นักเรยี นช่วยกนั เลอื กว่าอยากจะไปท่ใี ด โดยให้
นักเรียนแบ่งกล่มุ กนั เพ่อื วางแผนการทำงาน
ข้ันสอน
๑. ครูและนกั เรียนออกสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ ในชุมชน อาจจะเป็นสถานที่ใกล้ๆ โรงเรียน
๒. เขียนรายละเอยี ดความรู้ทไ่ี ดร้ บั ลงในใบกิจกรรมเรือ่ ง “ แหลง่ เรียนรูใ้ นชุมชน”
ขน้ั สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปและแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ว่าเราสามารถใช้
ประโยชนอ์ ะไรไดบ้ า้ ง และจะต้องปฏิบตั ติ นอย่างไร พร้อมทง้ั บอกวธิ กี ารอนรุ กั ษ์แหล่งเรยี นรูใ้ นชมุ ชนใหย้ ่งั ยนื
๔. ส่อื /อุปกรณ์
๑. ใบความรเู้ รอ่ื ง “แหล่งการเรียนร”ู้
๒. ใบกิจกรรมเร่อื ง “แหล่งเรียนร้ใู นชุมชน”
๕. การวัดและประเมินผล
๑. การสงั เกตพฤติกรรมในการรว่ มกิจกรรม
๒. ตรวจผลงานนักเรียน
๓. การให้ความร่วมมือในการทำกจิ กรรม
๔. สงั เกตจากการสรปุ ขอ้ คดิ ทีไ่ ด้จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมของนักเรยี น
แผนการจัดกจิ กรรมแนะแนว
วชิ า แนะแนว ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
กลุ่มสาระกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑
ชอื่ กจิ กรรม ข้อมูลท่ีฉนั ต้องรู้ เวลา ๑ ชัว่ โมง
...................................................................................................................................................................
๑. แนวสาระสำคัญ
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เรียนจะต้องบันทึก รวบรวม และจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบข้อมูล
เหลา่ น้ีกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ท้ังตอ่ ตัวผเู้ รียน ครผู ู้สอน และผู้ท่เี กีย่ วข้อง ซ่งึ จะทำให้ได้ร้จู ักตัวตนของผู้เรียนมาก
ยิ่งขึ้น และหากเกิดปัญหาใดๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการหาทางช่วยเหลือ หรือแนะ
แนวทางใหผ้ เู้ รยี นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสามารถบันทึกและรวบรวมข้อมลู ทส่ี ำคญั ของตนเองได้
๒. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นร้จู กั เขา้ ใจ เห็นคุณค่าของตนเองและผอู้ ื่น
๓. แนวทางการจัดกิจกรรม
ชว่ั โมงท่ี ๑
ขน้ั นำ
ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยสำรวจตัวเองในด้านต่างๆ บ้างหรือไม่ เคยสำรวจเกี่ยวกับอะไรบ้าง ครู
ยกตัวอย่าง เช่น รูปร่างหน้าตาภายนอก บุคลิกภาพ นิสัยส่วนตัว ความสามารถพิเศษ กิจวัตรประจำวัน เป็น
ต้น สุ่มตวั แทนนักเรยี นเพอื่ ตอบ
ขนั้ สอน
๑. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาใบความรเู้ ร่ือง “อตั มโนทศั นแ์ ละการเรียนร้เู ก่ียวกบั ตนเอง”
๒. ครใู หน้ ักเรียนบนั ทกึ ข้อมูลสว่ นตัวลงไปในใบกจิ กรรมเรอื่ ง “ขอ้ มูลของฉัน”
๓. นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน และเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ซักถามข้อมูลที่เพื่อนให้
ความสนใจเกีย่ วกับตวั เรา
ช่วั โมงท่ี ๒
ข้นั นำ
ครูทบทวนกิจกรรมในชั่วโมงที่ ๑ โดยถามว่า ทำไมเราต้องทราบถึงข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง นำมาใช้
ประโยชน์ในด้านใดบ้าง ครูยกตัวอย่าง เช่น ด้านส่วนตัว เราสามารถนำมาพัฒนาตนเองอย่างไร หรือด้านสังคม
เราสามารถดึงความสามารถจากการสำรวจตนเองมาเป็นประโยชน์ใหก้ ับสังคมอย่างไรได้บ้าง นักเรียนชว่ ยกัน
แสดงความคดิ เห็น
ข้นั สอน
๑. ครูให้นักเรียนบันทึกรายละเอียดของตนเองในด้านต่างๆ ลงในใบกิจกรรมเรื่อง “บันทึกของฉัน” ซึ่งเป็น
รายละเอยี ดเก่ียวกับครอบครัว สขุ ภาพ ประวตั กิ ารเรียน ความสามารถพเิ ศษ ประวัติการไดร้ บั รางวัล และอนาคตที่
ฉันอยากจะเป็น โดยครอู าจจะยกตัวอยา่ งการเขียนในแต่ละหวั ข้อให้นักเรียนดู
๒. ครสู ่มุ ตวั แทนออกมานำเสนอ
ข้ันสรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงผลประโยชน์ของการสำรวจและบันทึกข้อมูลตนเอง ว่าสามารถนำมาใช้
ประโยชน์ในการพัฒนาตนเองได้อย่างไรบ้าง เช่น ทำใหเ้ ราได้ทราบว่าตนเองน้ันชอบหรือไม่ชอบอะไรบา้ ง หรือถนัด
ดา้ นใดเปน็ พเิ ศษ ทำใหเ้ ราได้ทราบข้อมลู เพือ่ น เพ่ือนำมาใช้ในการปรับตวั ในการอยู่ร่วมกัน
๔. ส่ือ/อปุ กรณ์
๑. ใบความรูเ้ ร่ือง “อตั มโนทศั น์และการเรยี นรู้เกยี่ วกบั ตนเอง”
๒. ใบกจิ กรรมเรือ่ ง “ขอ้ มลู ของฉนั ”
๓. ใบกจิ กรรมเรื่อง “บนั ทึกของฉนั ”
๕. การวดั และประเมินผล
๑. การสงั เกตพฤติกรรมในการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
๒. ตรวจผลงานนักเรยี น
๓. การนำเสนอผลงานกลุ่ม
๔. สงั เกตจากการสรปุ ข้อคิดทไี่ ด้จากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมของนกั เรยี น