The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noona252401, 2023-08-24 09:13:49

แผนการสอนคณิตศาสตร์ ป.3 หน่วยที่ 1

แผน บทที่ 1 (รวม)

บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผานจุดประสงคการเรียนรู...............คน คิดเปนรอยละ................................. ไมผานจุดประสงค............................คน คิดเปนรอยละ................................. 2. นักเรียนมีความรูความเขาใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนมีความรูเกิดทักษะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. นักเรียนเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….……………………………… (นางสาวสุภาพร สารีสังข) ตำแหนง ครู


แผนการจัดการเรียนรูที่ 12 วิชาคณิตศาสตร กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ระดับชั้น.ประถมศึกษาปที่ 3 หนวยการเรียนรูที่1 ชื่อหนวยจำนวนนับไมเกิน 100,000 จำนวน 18 คาบ เรื่อง แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทาๆกัน ภาคเรียนที่ ..... ปการศึกษา.......... วันที่.......เดือน................................พ.ศ............. เวลา 1 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ค 1.2 : เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสัมพันธ ฟงกชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช 2. ตัวชี้วัดชั้นป ค 1.2 ป.3/1 : ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ เทาๆ กัน 3. สาระสำคัญ แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเปนการเรียงลำดับจำนวนจากนอยไปมาก หรือมากไปหา นอย จำนวนที่อยูติดกันอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามที่กำหนด อาจจะเริ่มตนดวยจำนวนนับจำนวนใดก็ ได4. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายแบบรูปของจำนวนทีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได(K) 2) ระบุจำนวนที่หายไปในรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได (P) 3) รับผิดชอบตอหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย (A) 5. พฤติกรรมการเรียนรู Knowledge Practice Attitude ( K P A ) ดานความรู ( Knowledge : K) 1.อธิบายแบบรูปของจำนวนทีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได (K) ดานทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 1.มีความสามารถในการแกปญหา 2.มีความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร 3.มีความสามารถการเชื่อมโยง ดานเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค (Attitude: A) 1. รักชาติ 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝความรู 5. อยูอยางพอเพียง 6. มุงมั่นในการทำงาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ


6. สมรรถนะสำคัญของผูเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 7. ทักษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C ) 1. ทักษะการอาน (Reading) 2. ทักษะการ เขียน (Writing) 3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 4. ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving) 5. ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6. ทักษะดานความรวมมือการทำงานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7. ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding) 8. ทักษะดานการสื่อสารสารสนเทศและรูเทาทันสื่อ (Communication information and media literacy) 9. ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) 10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change) 11. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย (compassion) 8. การบูรณาการ 1. บูรณาการรายวิชาอื่น..................................................................................................... 2. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM ……………………………………………………………………………. 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................) 9. สาระการเรียนรู แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กัน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู ขั้นนำ 1. ครูนำสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับพัฒนาความรูในหนังสือเรียนหนา 29 โดยใหนักเรียนสังเกต ภาพแลวตอบวารูปที่ 5 จะมีลักษณะอยางไรและมีรูปสี่เหลี่ยมทั้งหมดกี่รูป ขั้นสอน 2. จากนั้นอธิบายวาจากการสังเกตพบวามีรูปสี่เหลี่ยมเพิ่มขึ้นทีละ 3 รูป รูปที่ 1 มีรูปสี่เหลี่ยม 6 รูป


รูปที่ 2 มีรูปสี่เหลี่ยม 9 รูป รูปที่ 3 มีรูปสี่เหลี่ยม 12 รูป รูปที่ 4 มีรูปสี่เหลี่ยม 15 รูป ดังนั้น รูปที่ 5 มีรูปสี่เหลี่ยม 18 รูป 3. จากจำนวนตอไปนี้ทำใหพบวา 6 9 12 15 และ 18 เปนจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 3 ดังนั้นเปน แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 3 4. ครูนำบัตรแบบรูปของจำนวนที่มีความสัมพันธกันแบบเพิ่มขึ้นทีละ 3เพิ่มขึ้นทีละ 5 เพิ่มขึ้นทีละ 8 และเพิ่มขึ้นทีละ 10 ชนิดละ 5 ชุด มาแสดงใหนักเรียนดู ครั้งละ 1ชุด สลับกัน 5. จากนั้นใหนักเรียนชูปายที่มีตัวเลขตรงกับความสัมพันธของแบบรูป กลุมที่ชูปายไดถูกตองมาก ที่สุดเปนกลุมที่ชนะ 4,530 4,533 4,536 4,539 4,542 45,108 45,116 45,124 45,132 45,140 95,820 95,830 95,840 95,850 95,860 15,003 15,006 15,009 15,012 15,015 20,550 20,555 20,560 20,565 20,570 6. ครูใหอาสาสมัครนักเรียนในกลุมที่ชนะออกมาอธิบายวา “เพราะเหตุใดจึงเลือกชูปายตัวเลข ดังกลาวกับบัตรแบบรูปของจำนวนที่ครูแสดงใหดูในแตละครั้ง” 7. จากนั้นแจกคลิปหนีบกระดาษ ใหกลุมละ 50 อัน แลวใหนักเรียนแตละกลุมหยิบคลิปหนีบกระดาษ ตามจำนวนที่ครูกำหนด ดังนี้ ครั้งที่ 1 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 2 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 3 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 4 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 5 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 6 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 7 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน ครั้งที่ 8 หยิบคลิปหนีบกระดาษมาวาง 5 อัน 8. ครูเขียนชุดตัวเลขที่เกิดจากหยิบคลิปหนีบกระดาษทีละครั้งบนกระดาน ดังนี้ 5 10 15 20 25 30 35 40


9. จากนั้นตั้งคำถาม ใหนักเรียนรวมกันตอบวา ชุดตัวเลขดังกลาวเปนรูปแบบของจำนวนที่เพิ่มที ละเทาไร (ตอบ 5) และจำนวนตอไปจะเปนจำนวนใด (ตอบ 45) ขั้นสรุป 10. จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูวาแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงที ละเทาๆกันเปนชุดของจำนวนที่มีความสัมพันธกันอยางตอเนื่องในลักษณะของการเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ เทาๆกัน 11. ทำแบบฝกหัดในหนังสือแบบฝกหัด 1.6 หนา 22-23 12. ครูใหนักเรียนทำใบงานเพิ่ม 11. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1.แบบฝกหัด 2.ใบงาน 12. สื่อการเรียนรู / แหลงเรียนรู 7. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.3 เลม 1 สสวท. 8. แบบฝกคณิตศาสตรป.3 เลม 1 สสวท. 9. คลิปหนีบกระดาษ 10. บัตรแบบรูป 11. ปายตัวเลข 13. การประเมินผลการเรียนรู 1.วิธีการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ ตรวจแบบฝกหัดและใบงาน แบบฝกหัดและใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ 2.ประเมินผล ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) 1. เกณฑการ ประเมินการทำ แบบฝกหัดและ ใบงาน ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 90 ขึ้นไป ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 80 - 89 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 60 - 79 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองต่ำกวารอย ละ 60 2. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ แกปญหา ทำความเขาใจ ปญหา คิด วิเคราะห วางแผนแกปญหา ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห มีรองรอยของการ วางแผนแกปญหา


ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) และเลือกใชวิธีการ ที่เหมาะสม โดย คำนึงถึงความ สมเหตุสมผลของ คำตอบพรอมทั้ง ตรวจสอบความ ถูกตองได ที่เหมาะสม แต ความสมเหตุสมผล ของคำตอบยังไมดี พอ และตรวจสอบ ความถูกตองไมได ไดบางสวน คำตอบ ที่ไดยังไมมีความ สมเหตุสมผล และ ไมมีการตรวจสอบ ความถูกตอง แตไมสำเร็จ 3. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ สื่อสาร สื่อ ความหมายทาง คณิตศาสตร ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดอยาง ถูกตอง ชัดเจน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง แตขาดรายละเอียด ที่สมบูรณ ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง บางสวน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไมได 4. เกณฑการ ประเมินความมุ มานะในการทำ ความเขาใจ ปญหาและ แกปญหาทาง คณิตศาสตร มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร มี ความอดทนและไม ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได สำเร็จ มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จเล็กนอย มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จเปนสวน ใหญ ไมมีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร ไมมี ความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จ 5. เกณฑการ ประเมินความ มุงมั่นในการ ทำงาน มีความมุงมั่นใน การทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอย ครบถวนสมบูรณ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนใหญ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนนอย มีความมุงมั่นในการ ทำงานแตไมมีความ รอบคอบ สงผลให งานไมประสบ ผลสำเร็จอยางที่ ควร


เกณฑการประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เกณฑการ ประเมิน ระดับคุณภาพ / คะแนน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช (2) ปรับปรุง (1) เกณฑการประเมิน 12. เกณฑการใหคะแนนตัดสินระดับคุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน ระดับ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม = 9 - 10 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน ระดับ 2 หมายถึง พอใช = 5 – 6 คะแนน ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง = 1 - 4 คะแนน


การประเมินสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงคและทักษะศตวรรษที่ 21 ประเด็นประเมิน แหลง วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการให คะแนน สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ/ การสังเกต แบบตรวจ/ แบบสังเกต - ความถูกตองของ ชิ้นงาน คุณลักษณะอันพึงประสงค 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝความรู 6. มุงมั่นในการทำงาน 8. มีจิตสาธารณะ ชิ้นงาน/การ อธิบาย/การ นำเสนอ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกับความเปน จริง ทักษะศตวรรษที่ 21 1. Reading 2. Writing 3. Arithmetic 4. Critical thinking and problem solving 5. Creativity and innovation 6. (Collaboration, teamwork and leadership) 7. Cross-cultural understanding 8. Communication information and media literacy 9. Computing and ICT Literacy 11. Compassion ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การสังเกต การอธิบาย หรือการ นำเสนอ แบบตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การ สังเกตการ อธิบายหรือ การนำเสนอ -ความถูกตอง - ความเขาใจ -ความเหมาะสม


บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผานจุดประสงคการเรียนรู...............คน คิดเปนรอยละ................................. ไมผานจุดประสงค............................คน คิดเปนรอยละ................................. 2. นักเรียนมีความรูความเขาใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนมีความรูเกิดทักษะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. นักเรียนเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….……………………………… (นางสาวสุภาพร สารีสังข) ตำแหนง ครู


แผนการจัดการเรียนรูที่ 13 วิชาคณิตศาสตร กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ระดับชั้น.ประถมศึกษาปที่ 3 หนวยการเรียนรูที่1 ชื่อหนวยจำนวนนับไมเกิน 100,000 จำนวน 14 คาบ เรื่อง แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทาๆกัน ภาคเรียนที่ ..... ปการศึกษา.......... วันที่.......เดือน................................พ.ศ............. เวลา 1 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ค 1.2 : เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสัมพันธ ฟงกชัน ลำดับและอนุกรม และนำไปใช 2. ตัวชี้วัดชั้นป ค 1.2 ป.3/1 : ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ เทาๆ กัน 3. สาระสำคัญ แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเปนการเรียงลำดับจำนวนจากนอยไปมาก หรือมากไปหา นอย จำนวนที่อยูติดกันอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามที่กำหนด อาจจะเริ่มตนดวยจำนวนนับจำนวนใดก็ได 4. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายแบบรูปของจำนวนทีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได(K) 2. ระบุจำนวนที่หายไปในรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได (P) 3. รับผิดชอบตอหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย (A) 5. พฤติกรรมการเรียนรู Knowledge Practice Attitude ( K P A ) ดานความรู ( Knowledge : K) 1.อธิบายแบบรูปของจำนวนทีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กันได (K) ดานทักษะ/กระบวนการ (Process : P)9 1.มีความสามารถในการแกปญหา 2.มีความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร 3.มีความสามารถการเชื่อมโยง ดานเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค (Attitude: A) 1. รักชาติ 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝความรู 5. อยูอยางพอเพียง 6. มุงมั่นในการทำงาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ


6. สมรรถนะสำคัญของผูเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 7. ทักษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C ) 1. ทักษะการอาน (Reading) 2. ทักษะการ เขียน (Writing) 3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 4. ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving) 5. ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6. ทักษะดานความรวมมือการทำงานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7. ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding) 8. ทักษะดานการสื่อสารสารสนเทศและรูเทาทันสื่อ (Communication information and media literacy) 9. ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) 10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change) 11. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย (compassion) 8. การบูรณาการ 1. บูรณาการรายวิชาอื่น..................................................................................................... 2. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM ……………………………………………………………………………. 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................) 9. สาระการเรียนรู แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทา ๆ กัน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู ขั้นนำ 1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียนโดยการใหนักเรียนดูบัตรจำนวน 5 ใบ 2. จากนั้นครูตั้งคำถาม แลวใหนักเรียนรวมกันตอบวา “นักเรียนรูหรือไมวา จำนวนเหลานี้มี ความสัมพันธกัน 4,542 4,539 4,536 4,533 4,530


อยางไร”ครูคอยกระตุนใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นอยางมีเหตุผล โดยใหคำแนะนำไดบางวาบัตรจำนวนแต ละใบแตกตางหรือเหมือนกันอยางไร ถาตางกัน ตางกันอยางไร หรือถาเหมือนกัน เหมือนกันอยางไร ให นักเรียนไดใชความคิด ขั้นสอน 3. ครูอธิบายในหนังสือเรียนหนา 30-31 โดยใหนักเรียนสังเกตเกี่ยวกับความสัมพันธของแบบรูป ทั้งแบบเพิ่มขึ้น และลดลง 4. จากนั้นใหนักเรียนชวยกันตอบคำถามแบบฝกหัดในหนังสือเรียนหนา 32 เกี่ยวกับแบบรูปของ จำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงวาเพิ่มขึ้นหรือลดลงและหาจำนวนที่หายไปในแบบรูปนั้นๆ 5. ครูจัดกิจกรรมไมขีดเสริมปญญา โดยแบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละเทาๆกัน 6. จากนั้นครูติดแถบแบบรูปการวางไมขีดบนกระดานใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันวางไมขีดเพื่อ แสดงรูปที่ 4 ในแตละแบบรูปที่ครูกำหนด 7. นักเรียนแตละกลุมชวยกันวาดรูปแสดงการวางไมขีดในกระดาษ ครูตั้งคำถามวารูปที่ 4 ใชไม ขีดกี่กานจำนวนไมขีดแตละรูปเปนแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละเทาไหร ขั้นสรุป 8. ใหแตละกลุมนำเสนอผลงาน 9. การตรวจสอบความเขาใจใหนักเรียนเติมจำนวนที่หายไปในแบบรูปที่กำหนดใหในหนังสือ เรียนหนา 34 10. จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันสรุปสิ่งที่ไดเรียนรูวาแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงที ละเทาๆกันเปนชุดของจำนวนที่มีความสัมพันธกันอยางตอเนื่องในลักษณะของการเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ เทาๆกัน 11. ทำแบบฝกหัด 1.6 ในหนังสือแบบฝกหัดหนา 24 12. ครูใหนักเรียนทำใบงานเพิ่มทักษะ 11. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1.แบบฝกหัด 2.ใบงาน 12. สื่อการเรียนรู / แหลงเรียนรู 12. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.3 เลม 1 สสวท. 13. แบบฝกคณิตศาสตรป.3 เลม 1 สสวท. 14. ไมขีด 55 กานและ//.กระดาษ 4 แผน 13. การประเมินผลการเรียนรู 1.วิธีการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ ตรวจแบบฝกหัดและใบงาน แบบฝกหัดและใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ


2.ประเมินผล ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) 1. เกณฑการ ประเมินการทำ แบบฝกหัดและ ใบงาน ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 90 ขึ้นไป ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 80 - 89 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 60 - 79 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองต่ำกวารอย ละ 60 2. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ แกปญหา ทำความเขาใจ ปญหา คิด วิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ที่เหมาะสม โดย คำนึงถึงความ สมเหตุสมผลของ คำตอบพรอมทั้ง ตรวจสอบความ ถูกตองได ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ที่เหมาะสม แต ความสมเหตุสมผล ของคำตอบยังไมดี พอ และตรวจสอบ ความถูกตองไมได ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ไดบางสวน คำตอบ ที่ไดยังไมมีความ สมเหตุสมผล และ ไมมีการตรวจสอบ ความถูกตอง ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห มีรองรอยของการ วางแผนแกปญหา แตไมสำเร็จ 3. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ สื่อสาร สื่อ ความหมายทาง คณิตศาสตร ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดอยาง ถูกตอง ชัดเจน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง แตขาดรายละเอียด ที่สมบูรณ ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง บางสวน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไมได 4. เกณฑการ ประเมินความมุ มานะในการทำ ความเขาใจ ปญหาและ แกปญหาทาง คณิตศาสตร มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร มี ความอดทนและไม ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมมีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร ไมมี ความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได


ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) สำเร็จ ไมสำเร็จเล็กนอย ไมสำเร็จเปนสวน ใหญ ไมสำเร็จ 5. เกณฑการ ประเมินความ มุงมั่นในการ ทำงาน มีความมุงมั่นใน การทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอย ครบถวนสมบูรณ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนใหญ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนนอย มีความมุงมั่นในการ ทำงานแตไมมีความ รอบคอบ สงผลให งานไมประสบ ผลสำเร็จอยางที่ ควร


เกณฑการประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เกณฑการ ประเมิน ระดับคุณภาพ / คะแนน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช (2) ปรับปรุง (1) เกณฑการประเมิน 13. เกณฑการใหคะแนนตัดสินระดับคุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน ระดับ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม = 9 - 10 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน ระดับ 2 หมายถึง พอใช = 5 – 6 คะแนน ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง = 1 - 4 คะแนน


การประเมินสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงคและทักษะศตวรรษที่ 21 ประเด็นประเมิน แหลง วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการให คะแนน สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ/ การสังเกต แบบตรวจ/ แบบสังเกต - ความถูกตองของ ชิ้นงาน คุณลักษณะอันพึงประสงค 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝความรู 6. มุงมั่นในการทำงาน 8. มีจิตสาธารณะ ชิ้นงาน/การ อธิบาย/การ นำเสนอ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกับความเปน จริง ทักษะศตวรรษที่ 21 1. Reading 2. Writing 3. Arithmetic 4. Critical thinking and problem solving 5. Creativity and innovation 6. (Collaboration, teamwork and leadership) 7. Cross-cultural understanding 8. Communication information and media literacy 9. Computing and ICT Literacy 11. Compassion ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การสังเกต การอธิบาย หรือการ นำเสนอ แบบตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การ สังเกตการ อธิบายหรือ การนำเสนอ -ความถูกตอง - ความเขาใจ -ความเหมาะสม


บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผานจุดประสงคการเรียนรู...............คน คิดเปนรอยละ................................. ไมผานจุดประสงค............................คน คิดเปนรอยละ................................. 2. นักเรียนมีความรูความเขาใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนมีความรูเกิดทักษะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. นักเรียนเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….……………………………… (นางสาวสุภาพร สารีสังข) ตำแหนง ครู


แผนการจัดการเรียนรูที่ 14 วิชาคณิตศาสตร กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ระดับชั้น.ประถมศึกษาปที่ 3 หนวยการเรียนรูที่1 ชื่อหนวยจำนวนนับไมเกิน 100,000 จำนวน 14 คาบ เรื่อง รวมคิดรวมทำ ภาคเรียนที่ ..... ปการศึกษา.......... วันที่.......เดือน................................พ.ศ............. เวลา 1 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช 2. ตัวชี้วัดชั้นป ค 1.1 ป.3/1 อานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไมเกิน 100,000 และ 0 ค 1.1 ป.3/2 เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไมเกิน 100,000 จากสถานการณตางๆ 3. สาระสำคัญ จำนวนนับที่ไมเกิน 100,000 และ 0 เปนจำนวนที่ประกอบดวยหลักหนวย หลักสิบ หลักรอย หลักพัน หลักหมื่น และหลักแสน สามารถอานและเขียนแทนดวยตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ ตัวหนังสือ ซึ่งตองใสเครื่องหมายจุลภาค (,) ทุกชวงสามตำแหนงของจำนวนโดยนับจากหลักหนวยไปทาง ซายมือ การเรียงลำดับจำนวนหลาย ๆ จำนวน ทำไดโดยการเปรียบเทียบจำนวนทุก ๆ จำนวน แลว เรียงลำดับจำนวนจากนอยไปมาก หรือจากมากไปนอย 4. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายหลักการอานและการเขียนจำนวนนับไมเกิน 100,000 ได (K) 2) เขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไมเกิน 100,000 และ 0 ไดถูกตอง (P) 3) อานตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย แสดงจำนวนนับไมเกิน 100,000 และ 0 ไดถูกตอง (P) 4) เขียนแสดงการเรียงลำดับจำนวนจากนอยไปมากและจากมากไปนอยไดถูกตอง (P) 5) รับผิดชอบตอหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย (A) 5. พฤติกรรมการเรียนรู Knowledge Practice Attitude ( K P A ) ดานความรู ( Knowledge : K) 1.อธิบายหลักการอานและการเขียนจำนวนนับไมเกิน 100,000 ได (K) ดานทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 1.มีความสามารถในการแกปญหา 2.มีความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร 3.มีความสามารถการเชื่อมโยง ดานเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค (Attitude: A) 1. รักชาติ 2. ซื่อสัตยสุจริต


3. มีวินัย 4. ใฝความรู 5. อยูอยางพอเพียง 6. มุงมั่นในการทำงาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ 6. สมรรถนะสำคัญของผูเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 7. ทักษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C ) 1. ทักษะการอาน (Reading) 2. ทักษะการ เขียน (Writing) 3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 4. ทักษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทักษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving) 5. ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6. ทักษะดานความรวมมือการทำงานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7. ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding) 8. ทักษะดานการสื่อสารสารสนเทศและรูเทาทันสื่อ (Communication information and media literacy) 9. ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) 10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change) 11. มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย (compassion) 8. การบูรณาการ 1. บูรณาการรายวิชาอื่น..................................................................................................... 2. บูรณาการหลักสูตร STAR STEM ……………………………………………………………………………. 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................) 9. สาระการเรียนรู การอาน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับ


10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู กิจกรรมสนามกีฬานารู วิธีจัดกิจกรรม 1. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละเทาๆกัน แจกบัตรกิจกรรมใหกลุมละ 4 บัตร 2. นักเรียนแตละกลุมศึกษาขอมูลความจุของสนามกีฬาแลวเติมขอมูลในบัตรกิจกรรม 3. นักเรียนแตละกลุมเรียงลำดับความจุของสนามกีฬาจากมากไปนอยหรือจากนอยไปมาก 4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมบอกชื่อสนามกีฬาที่มีความจุมากกวา 80,000 คน 5.จากนั้นทำแบบฝกหัดทาทายในหนังสือแบบฝกหัด หนา 25 6.ครูใหนักเรียนสอบวัดความรูทายบท 11. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1.แบบฝกหัด 2.แบบทดสอบวัดความรูทายบท 12. สื่อการเรียนรู / แหลงเรียนรู 1. หนังสือเรียนคณิตศาสตรป.3 เลม 1 สสวท. 2. แบบฝกคณิตศาสตรป.3 เลม 1 สสวท. 13. การประเมินผลการเรียนรู 1.วิธีการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ ตรวจแบบฝกหัดและแบบทดสอบวัด ความรูทายบท แบบฝกหัดและใบงาน รอยละ 60 ผานเกณฑ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ 2.ประเมินผล ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) 1. เกณฑการ ประเมินการทำ แบบฝกหัดและ แบบทดสอบวัด ความรูทายบท ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 90 ขึ้นไป ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 80 - 89 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองรอยละ 60 - 79 ทำแบบฝกไดอยาง ถูกตองต่ำกวารอย ละ 60 2. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ แกปญหา ทำความเขาใจ ปญหา คิด วิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ที่เหมาะสม แต ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห วางแผนแกปญหา และเลือกใชวิธีการ ไดบางสวน คำตอบ ทำความเขาใจ ปญหา คิดวิเคราะห มีรองรอยของการ วางแผนแกปญหา แตไมสำเร็จ


ประเด็นการ ประเมิน ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (กำลังพัฒนา) 1 (ตองปรับปรุง) ที่เหมาะสม โดย คำนึงถึงความ สมเหตุสมผลของ คำตอบพรอมทั้ง ตรวจสอบความ ถูกตองได ความสมเหตุสมผล ของคำตอบยังไมดี พอ และตรวจสอบ ความถูกตองไมได ที่ไดยังไมมีความ สมเหตุสมผล และ ไมมีการตรวจสอบ ความถูกตอง 3. เกณฑการ ประเมินความ สามารถในการ สื่อสาร สื่อ ความหมายทาง คณิตศาสตร ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดอยาง ถูกตอง ชัดเจน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง แตขาดรายละเอียด ที่สมบูรณ ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไดถูกตอง บางสวน ใชรูป ภาษา และ สัญลักษณทาง คณิตศาสตรในการ สื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และ นำเสนอไมได 4. เกณฑการ ประเมินความมุ มานะในการทำ ความเขาใจ ปญหาและ แกปญหาทาง คณิตศาสตร มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร มี ความอดทนและไม ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได สำเร็จ มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จเล็กนอย มีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร แตไม มีความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จเปนสวน ใหญ ไมมีความตั้งใจและ พยายามในการทำ ความเขาใจปญหา และแกปญหาทาง คณิตศาสตร ไมมี ความอดทนและ ทอแทตออุปสรรค จนทำใหแกปญหา ทางคณิตศาสตรได ไมสำเร็จ 5. เกณฑการ ประเมินความ มุงมั่นในการ ทำงาน มีความมุงมั่นใน การทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอย ครบถวนสมบูรณ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนใหญ มีความมุงมั่นในการ ทำงานอยาง รอบคอบ จนงาน ประสบผลสำเร็จ เรียบรอยสวนนอย มีความมุงมั่นในการ ทำงานแตไมมีความ รอบคอบ สงผลให งานไมประสบ ผลสำเร็จอยางที่ ควร


เกณฑการประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) เกณฑการ ประเมิน ระดับคุณภาพ / คะแนน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช (2) ปรับปรุง (1) เกณฑการประเมิน 14. เกณฑการใหคะแนนตัดสินระดับคุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน ระดับ 4 หมายถึง ดีเยี่ยม = 9 - 10 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน ระดับ 2 หมายถึง พอใช = 5 – 6 คะแนน ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง = 1 - 4 คะแนน


การประเมินสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงคและทักษะศตวรรษที่ 21 ประเด็นประเมิน แหลง วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการให คะแนน สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ/ การสังเกต แบบตรวจ/ แบบสังเกต - ความถูกตองของ ชิ้นงาน คุณลักษณะอันพึงประสงค 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝความรู 6. มุงมั่นในการทำงาน 8. มีจิตสาธารณะ ชิ้นงาน/การ อธิบาย/การ นำเสนอ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกับความเปน จริง ทักษะศตวรรษที่ 21 1. Reading 2. Writing 3. Arithmetic 4. Critical thinking and problem solving 5. Creativity and innovation 6. (Collaboration, teamwork and leadership) 7. Cross-cultural understanding 8. Communication information and media literacy 9. Computing and ICT Literacy 11. Compassion ชิ้นงาน/การ อธิบายหรือการ นำเสนอ การตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การสังเกต การอธิบาย หรือการ นำเสนอ แบบตรวจ ประเมิน ชิ้นงาน/ การ สังเกตการ อธิบายหรือ การนำเสนอ -ความถูกตอง - ความเขาใจ -ความเหมาะสม


บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผานจุดประสงคการเรียนรู...............คน คิดเปนรอยละ................................. ไมผานจุดประสงค............................คน คิดเปนรอยละ................................. 2. นักเรียนมีความรูความเขาใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนมีความรูเกิดทักษะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. นักเรียนเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….……………………………… (นางสาวสุภาพร สารีสังข) ตำแหนง ครู


Click to View FlipBook Version